Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Homework of Literature

Homework of Literature

Published by muklisweb, 2019-02-16 07:04:48

Description: Homework of Literature

Search

Read the Text Version

CEN 4103 English Literature for Classroom Teaching (2/61) Instructor: อาจารย์ ดร.เอกอมร เอีย่ มศิริรักษ์ English Literature for Classroom Teaching (CEN4103) Presented by Mr. Mukhlis Wangah 5604003102 Term 2/2561 Ramkhamheang University

Contents Page Assignment 1. Group Discussion 1.1 Poisonous Peaches 1.2 The Wind and the Sun 1.3 Words selecting & Exercises 1.4 …………………..(21/02/2019) 2. Individual Analysis & Exercises 2.1 Values of Literature 2.2 The lucky envelope 2.2.1 Structure 2.2.2 Exercises 2.3 Charlie and the Chocolate Factory 2.3.1 Structure 2.3.2 Figurative Language 2.3.3 Fantasy Style 2.3.4 Words: Selecting 2.3.5 Words: Detection 2.3.6 Exercises 2.3.7 Practical Teaching

Group Discussion Poisonous Peaches โครงเรอื่ ง (Plot) 1.) โครงเรื่องหลกั (main plot) 1.1) ความขดั แยง้ (conflicts) - ความขดั แย้งระหว่างตัวละคร (man against man) สาเหตมุ าจากความข้เี หนยี วของตัวละคร master ท่มี ีตอ่ servant นาไปสกู่ ารโกหกจน กอ่ ใหเ้ กิดเรอื่ งราวอื่น ๆ ตามมา - ความขดั แย้งภายในจิตใจของตวั ละครเอง (man against himself) \"I've never tried to go near the peach tree. Don't be worried, Master!\" จากคาพูดดังกลา่ วของ servant แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความขัดแย้งภายในจติ ใจของตวั ละคร servant เอง ปากบอกไมเ่ คยพยายามจะเขา้ ใกล้ แตส่ ดุ ทา้ ยเมื่อสบโอกาส servant ก็ ปีนไปเก็บลูกพีชทานอยู่ดี พูดอย่างทาอย่าง จนในท่ีสุดก็เป็นเขาเองทต่ี ้องว้าวนุ่ ใจ กระวนกระวายใจจากการกระทาของตน 1.2) เหตุการณ์ (actions) พฒั นาการของเหตกุ ารณ์ (development of actions) 5 ข้นั ไดแ้ ก่ - การปูเรอื่ ง (exposition) โดยเร่ิมจากการแนะนาตวั ละครว่ามีใครบ้างซึ่งได้แก่ master กับ servant จากน้ัน บรรยายฉากวา่ อาศยั อยูใ่ น big house ซงึ่ ใน big house มี courtyard ท่มี ตี น้ peach tree อยู่ จากน้ันก็เร่ิมบรรยายถึงลักษณะนิสัยของตัวละคร master ว่าเป็น stingy man อันเปน็ จดุ เริม่ ต้นของความขัดแยง้ และเหตุการณ์อ่ืน ๆ ตามมา - เหตุการณ์ทวคี วามเขม้ ข้น (rising action)

จากการที่ master เป็นคนขี้เหนยี ว ไม่คิดอยากจะแบ่งปันหรอื เอ้อื เฟ้ือเผ่ือแผ่อะไรกับ ผอู้ นื่ เลย และแม้วา่ จะไม่ไดส้ ั่งห้ามชัดเจนวา่ ห้ามทานลกู พีชบนต้น แตก่ ็ออกอบุ ายวา่ ลูก พชี มพี ิษ หากทานเขา้ ไปกจ็ ะได้รบั พษิ เพื่อทจี่ ะขดั ขวางไมใ่ ห้ servant มาทาน พดู ทง้ั ๆ ท่ีร้อู ยู่แก่ใจวา่ อะไรเปน็ อะไร และการหา้ ม servant จบั ถว้ ยหยก ตัว servant เองกร็ ู้วา่ master เปน็ คนนสิ ัยเช่นไร เลยบอกกบั master ไปว่า ตวั เองไม่เคยพยายามจะเขา้ ใกล้ ต้นพชี เลย อยา่ กงั วลไป - จุดสดุ ยอดของเรื่อง (climax) เมื่อ master ไม่อยู่ servant ได้โอกาสจงึ ปนี ข้นึ ไปเด็ดลกู พีชทาน ทานจนอิ่ม จากนน้ั ก็ ไปที่หอ้ งของ master แล้วกห็ ยิบเอาถว้ ยหยกของ master ออกมาดู ซ่งึ กร็ ทู้ ้งั รูว้ ่าเป็น ของรักของ master และ master ก็ไมอ่ นุญาตใหจ้ ับด้วย จากนั้นก็มีเหตุการณ์ไม่คาด ฝนั เกดิ ข้ึนคอื ถ้วยหยกตกลงพ้ืนแตก servant ร้สู กึ กลัวเลยซ่อนตวั เองในห้องของเขา จากนนั้ เมื่อ master กลับมาถงึ บ้านในตอนกลางวัน เขามุง่ ตรงไปที่ courtyard เพ่ือดู ต้นพชี ทันใดน้นั เขาเหน็ ลูกพีชบนตน้ หายไป เขาจึงโกรธจดั รีบเข้าไปในบา้ นแลว้ ตะโกน ว่า “How dare you eat my peaches?” - เหตกุ ารณค์ ลี่คลาย (falling action) Servant นอนเหยียดยาวบนท่นี อนและพดู ด้วยน้าเสียงทอ่ี ่อนแรง “Are you back now, Master?\" \"Yes, what's wrong with you?\" “After you left this morning,\" servant กล่าวตอ่ ว่า \"I went to clean your room and, out of carelessness, I broke your jade cup. I went to the courtyard to eat a large number of peaches. I'm now poisoned and will die soon.\" - บทสรุป (resolution) จบแบบทง้ิ ให้ผู้อ่านขบคดิ เอง ไม่ได้บอกตอนจบเอาไว้อยา่ งชัดเจน ให้ผู้อา่ นคาดเดา ทานายจากเหตกุ ารณ์ทัง้ หมดเอาเองว่าจะตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างไร จากเร่ืองกค็ อื master จะแก้ปญั หาอยา่ งไรกบั การท่ี servant แอบไปทานลูกพชี ของเขา อีกทัง้ ยงั ทา ถ้วยหยกของรักของหวงของเขาแตกอีก แตจ่ ากคาพดู ของ servant ในตอนทา้ ย ผอู้ า่ น อาจตีความไปไดว้ ่า servant บอกเป็นนัยไว้วา่ เขาไมน่ ่ารอด นา่ จะถกู master เลน่ งาน

อย่างหนักแนน่ อน ทก่ี ลา่ วเชน่ นี้เพราะทัง้ ตวั master และ servant ต่างก็รดู้ ีว่าลูกพชี ไม่ มพี ษิ ดังนัน้ servant จงึ ไม่น่าถกู ยาพิษเข้าจรงิ ๆ 1.3) ลาดับการเกิดของเหตกุ ารณ์ในเรอื่ ง (sequence of actions) - แสดงเหตุการณ์ตามลาดับของเวลาทีเ่ กดิ (chronological order) คือดาเนินเรอ่ื งเร่มิ จากจุดเร่มิ ตน้ ที่เกดิ ความขดั แยง้ ก็คือความข้ีเหนียวของ master ไป จนถงึ การพดู จาโกหก พูดอย่างทาอย่าง ของ servant จนกระทง่ั ถึงบทสรุป ซงึ่ ในตอน สดุ ท้ายผ้อู า่ นกไ็ ม่อาจทราบได้ว่าจุดจบของตวั ละครจรงิ ๆ แลว้ เปน็ เชน่ ไร ได้แต่ขบคิด และคาดเดาจากบรบิ ทเท่านั้น 1.4) เทคนคิ เพิม่ ความน่าสนใจให้แก่โครงเรอื่ ง - เง่ือนงาหรอื ความน่าสงสัย โดยการต้องเผชิญกับเหตกุ ารณ์เฉพาะหนา้ หรอื เหตุการณบ์ างอย่างท่ีน่าต่ืนเต้น คอื servant ทาถว้ ยหยกแตก ทาใหผ้ อู้ ่านรู้สกึ ร่วมไปกับตวั ละคร เกิดความกระวนกระวาย ใจ วา้ วุ่นใจไปพร้อมกบั ตวั ละคร สรา้ งอารมณ์ความอยากรูใ้ นตัวผ้อู ่านวา่ จะเกิดอะไรข้นึ ตอ่ จากนี้ ผ้อู า่ นจะเกิดความสงสยั วา่ เหตกุ ารณส์ ดุ ท้ายแลว้ จะจบลงเช่นไร master จะ แก้ปัญหาเรอื่ งราวทเ่ี กิดขนึ้ อย่างไร servant จะถูก master ลงโทษดว้ ยวธิ ีการใด หรอื ไม่ ถกู ลงโทษเลย - สิ่งบอกเหตุ (foreshadowing) จากคาพดู ของ servant ที่วา่ “I'm now poisoned and will die soon.\" อาจเปน็ ลาง บอกเหตุ เพื่อบอกเป็นนัยว่า servant ถกู master จัดการแน่นอน แต่กไ็ มท่ ราบวา่ จะ โดนอะไร ตวั ละคร (Characters) 1.) คุณสมบัติของตวั ละคร (characteristics) - ตวั ละครมคี ณุ คา่ หรอื ไม่ นอกจากความเพลดิ เพลิน ตัวละครต้องทาใหผ้ ้อู ่านเกดิ ประสบการณเ์ พมิ่ เตมิ เกี่ยวกับ แงม่ ุมต่าง ๆ ของชีวติ Master เป็นตวั แทนของคนขี้เหนยี ว ทาใหเ้ ราได้เรียนร้วู า่ การอยูร่ ่วมกนั ไม่ว่า จะสถานะไหนกต็ าม เจา้ นาย-ลูกน้อง เราควรมีความเอื้อเฟ้ือเผ่อื แผ่ต่อ

เขา แมเ้ ปน็ ส่งิ เลก็ น้อยผรู้ ับก็รู้สึกมคี วามสุข ร้สู ึกซาบซึ้งและขอบคุณ แนน่ อนว่าผ้ใู หย้ ่อมมคี วามสขุ กว่าท่ไี ดแ้ บง่ ปนั อกี ทั้งยงั ไม่ตอ้ งคอ กงั วล ระแวดระวงั วา่ วันใดท่ีเราไมอ่ ยูเ่ ขาจะมาแอบเดด็ ของเรากนิ หรอื ไม่ มี แตจ่ ะคอยช่วยดแู ล Servant เป็นตัวแทนของความไมซ่ ่ือสัตย์ พูดอย่างทาอย่าง ทาให้ผู้อ่านได้ ตระหนักว่าพฤติกรรมเช่นนี้สักวันหน่ึงก็จะนาความเสียหายมายงั ตัวเอง กลายเป็นคนไมน่ ่านบั ถอื ไมไ่ ดร้ บั ความไวว้ างใจจากใคร - ตวั ละครมีลกั ษณะเป็นสากลหรอื ไม่ มคี วามเป็นสากลเพราะในชีวติ จริงเราสามารถพบเจอคนประเภทเดยี วกบั master และ servant ได้ คนหนึ่งขเี้ หนยี วหวงของ โกหก อีกคนไม่มีความซือ่ สัตย์ พดู อยา่ งทาอย่างมี ความขัดแย้งภายในตวั เอง - ตวั ละครมีเหตุจงู ใจที่เหมาะสมในการแสดงออกหรอื ไม่ การที่ servant มี master ที่ขเ้ี หนยี ว ห้ามทกุ อยา่ งออกอุบายเพ่ือขดั ขวางทุกอยา่ ง ไมม่ ี ความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่ต่อคนท่ีอ่อนแอกว่า ทั้งที่ตัวเองก็มีสิ่งดี ๆ รายล้อมอยู่รอบตวั มากมาย(ตีความจากบริบท) อาจเป็นเหตุจูงใจท่ที าให้ servant เกดิ อยากทาทกุ อยา่ งท่ี master ห้ามเมือ่ สบโอกาส ยงิ่ ห้ามเหมอื นยงิ่ ยุ 2.) ลักษณะนสิ ัยของตวั ละคร 2.1) มุมมองในดา้ นลกั ษณะนิสัย - ตัวละครสมจรงิ (round characters) ทั้ง 2 ตัวละครหลัก master และ servant ต่างเป็นตัวละครที่มีลักษณะนิสัยและ พฤติกรรมหลาย ๆ ด้าน ท่ีคล้ายกบั บคุ คลในชวี ิตจริง อกี ทงั้ ยงั มีลกั ษณะหลาย ๆ อย่าง ผสมอยใู่ นตัวคนคนเดียวกนั Master เป็นคนขี้เหนียว ฉุนเฉียวหวั ร้อนง่าย แตใ่ นขณะเดยี วกนั กด็ มู ีความเปน็ ห่วงเป็นใย หลังจากที่เหน็ อาการของ servant จึงถาม servant วา่ “What’s wrong with you?” Servant เหมอื นจะซอื่ สัตย์เชอ่ื ฟังและทาตามคาสั่งของเจา้ นายแตก่ ็สับปลบั พูด อยา่ งทาอย่าง อกี ท้ังยังโกหกหนา้ ซ่ือตาใสในตอนท้ายของเรื่องว่าเข้า

ไปทาความสะอาดหอ้ งของ master ทง้ั ทคี่ วามจรงิ เขาต้งั ใจเข้าไปเพอื่ ไปดถู ้วยหยก 2.2) มุมมองในด้านพัฒนาการ - ตวั ละครท่ีมพี ฒั นาการ (dynamic or developing characters) ทงั้ servant และ master ตา่ งเป็นตวั ละครท่ีมีการเปลย่ี นแปลงลกั ษณะนิสยั ในขณะท่ี เรื่องดาเนินไป Master ขีเ้ หนยี วไปสคู่ วามเปน็ ห่วงเป็นใย Servant ซอื่ สตั ยเ์ ชอื่ ฟงั คาส่ังเจา้ นาย แต่ได้ทีก็ทาทกุ อย่างท่ีถกู หา้ มท้งั ยงั โกหก พูดไม่ตรงกบั ความจริง 2.3) วิธีการนาเสนอตวั ละคร - วิธผี สมผสาน (combination method) โดยใช้วิธกี ารบรรยายผสมผสานกบั วิธนี าเสนอตวั ละครจากเหตกุ ารณ์ จากการบรรยาย (presentation method) อยา่ งเชน่ ตอนเปดิ เรื่องในตอนตน้ ที่มีการบรรยายถึงตวั ละคร master ว่าเป็น a stingy man จากเหตุการณ์ (dramatic method) อย่างเช่น ตอนท่ี servant บอกกับ master ว่ า \"I've never tried to go near the peach tree. Don't be worried, Master!\" แต่สุดทา้ ยกม็ ีเหตุการณ์ทีบ่ ง่ บอกว่าเขาทาในสิ่งทต่ี รงกันข้ามกับส่ิงที่เขาพูด ทาใหผ้ อู้ า่ นรู้ว่า servant แทท้ ีจ่ ริงแลว้ เป็นคนลักษณะนิสยั อย่างไร One day, when the master went out on business, the servant climbed up the peach tree to pluck the peaches to eat. When he was very full, he went to the master's room. He took out a jade cup from a box and played with it.

ฉาก (Setting) 1.) หนา้ ทีข่ องฉาก (functions of setting) - ใช้สร้างอารมณ์และบรรยากาศ (build mood and atmosphere) การบรรยายฉากว่าเป็น big house มี courtyard ที่มี peach tree อยู่ และในทุก ๆ ปี ลกู พีชกจ็ ะออกผลเตม็ ต้น ความละลานตาของลูกพชี บนต้นทผ่ี ้อู ่านสามารถจินตนากา ไปกับเน้ือเรอื่ ง อาจทาใหผ้ ูอ้ า่ นพลอยรู้สึกอยากปีนข้นึ ไปเก็บลูกพชี มาทานบา้ งเหมอื นที่ servant ทา 2.) ชนิดของฉาก (types of setting) - ฉากทไ่ี มเ่ นน้ รายละเอยี ด (neutral setting) บอกแค่ว่าเหตกุ ารณ์เกดิ ขน้ึ ที่ big house และพดู ถึงสถานทห่ี รอื ฉากสาคญั ๆ อยู่ 3-4 ฉ า ก คื อ courtyard ท่ี มี peach tree, master’s room, servant’s room บ อก ชว่ งเวลาคร่าว ๆ วา่ เกิดชว่ งเชา้ จนถึงชว่ งกลางวัน ไมไ่ ด้เฉพาะเจาะจงลงไปมากกว่าน้ี 3.) รายละเอยี ดของฉาก (elements of setting) 3.1) ลักษณะทางกายภาพของฉาก Big house มี courtyard ท่ีมี peach tree ที่ออกลกู เยอะมากในทกุ ๆ ปี Master’s room ทท่ี ่ถี ้วยหยกซึ่งเปน็ ของรกั ของหวงของ master ถูกเกบ็ ไว้ 3.2) ชว่ งเวลาท่ีเรอ่ื งเกิดหรอื ดาเนนิ อยู่ In the morning master ออกไปทาธุระ servant ได้ทปี ีนขนึ้ ต้นพีชเก็บลูกพีชทาน แล้ว กเ็ ขา้ ไปหยบิ ถ้วยหยกในห้อง master ดู In the afternoon master กลับมาเหน็ วา่ ลูกพีชบนตน้ หายไป

The Wind and the Sun Group 3 Members (6 members) 1. 5604003102 นายมขุ ลสิ วาเงาะ 2. 5604024629 นางสาวอรรญา หวังเกษม 3. 5704005833 นางสาวนาอีมะ๊ สาลี 4. 5704012581 นางสาวแวรอดยี ะ๊ หลงเน๊าะ 5. 5904500054 นางสาวบัลกีส นาคสง่า 6. 5904501441 นางสาวพัทธ์ธรี า มะกา The Wind and the Sun The Wind and the Sun were disputingwhich was the stronger.Suddenly they saw a traveler coming down the road, and the Sun said: “I see a way to decide our dispute. Whichever of us can cause that traveler to take off his cloak shall be regarded as the stronger. You begin.” So the Sun retired behind a cloud, and the Wind began to blow as hard as it could upon the traveler. But the harder he blew the more closely did the traveler wrap his cloak round him, till at last the Wind had to give up in despair. Then the Sun came out and shone in all his glory upon the traveler, who soon found it too hot to walk with his cloak on. Kindness effects more than severity. Table 1: Text analysis by Web VP

According to the text analysis in the Table 1, It identifies that the selected text consisting K1 words with 66 families 77 types and 115 tokens, 87.79% coverage in the text, K2 words with 6 families 6 types and 6 tokens, 4.58% coverage in the text, Off-lists words with 4 types and 10 tokens, 7.63% coverage in the text. However, there are no AWL words in the text. We get a lot of benefits from this website: https://www.lextutor.ca First, it facilitates instructor to analyze vocabulary in English literature that you choose to teach your students and select appropriate vocabulary for them by considering students’ diverse background and proficiency levels in order to apply into the class. Second, some words that we usually use in daily life and we assume they are in K1 such as the word “Apple”, “Chair”, “Cake” and so on. As a matter of fact they are in K2. Moreover, you will see the word “Traveler” in our text. I believe you must think it is probably categorized in K1 or K2 because it is quite an easy word that everyone should have ever heard, but it is categorized in Off-list words. Therefore, this website is very useful for categorizing of vocabulary. Third, this website absolutely enhances your teaching vocabulary in the class; for instance, when you would like to teach the synonym words. The instructor give some basic words and then add some a little bit more difficult gradually until they are familiar with those words and absorb them into long-term memory. So, they can memorize more vocabulary and expand their vocabulary size. Ultimately, this website can facilitate and improve your teaching vocabulary from English literature and categorize suitable vocabulary for students’ vocabulary size. We choose the word “Dispute” for teaching vocabulary from this literature. We can teach this word by asking students to guess the meaning of this word from context that is use context clues to imply the meaning of this word; for example, “The Wind and the Sun were disputing which was the stronger.” You may ask them to guess whether it has a positive or negative meaning and why do you think it is positive or negative and when they tell you the meaning of this word that they guess. Afterward, you should clarify them by showing an easier synonym of this word. It maybe the word “Argue” so that your student can relate the meaning from one word to the other word.

Words selecting & Exercises How to select words in literature for teaching 1.) Check and analyze the level of words in literature that will be shown through K1, K2, AWL, and Off-list words on Lextutor.ca and then select appropriate words for level of students as target words. For Lower-Intermediate learners should focus on K1 and K2 words. 2.) Bring the text to check frequency and point of the target words you selected in AntConc program in order to make sure those target words the students should know for learning this literature. Select some example sentences which consist of the target words in the different context for teaching the students. 3.) Check a suitable level of the target words base on CEFR on Cambridge Dictionary again. For Lower-Intermediate learners should focus on A1 and A2 words and add some interesting words from B1 and B2 by considering the high frequency of word list in AntConc program to teach the students such as word family for expanding the other words, synonym for showing how to guess the meaning from the context, and so on.

Exercises Directions: Write these words in the correct column. factory screw enormous starve occasion surrounding extremely mattresses draught afford belching treasure chimney inventor exposes Noun Verb Adjective Adverb factory screw enormous Extremely occasion starve mattresses surrounding draught afford treasure belching chimney expose inventor

Directions: Look at the table and answer the questions. Wonka  Milk Wine Charlie  Beer Hot dogs Joa and George  soup Josephine and Georgina  Bucket  1. Does Wonka Like milk? Yes, he does. 2. Does Charlie like wine? No, he doesn’t. 3. Do Joa and George like beer? No, they don’t. 4. Do Josephine and Georgina like hot dogs? Yes, they do. 5. Does Bucket like soup? Yes, he does.













Match the words with the pictures, by inserting the correct number into the circle : 37 1 91 0 42 6 85 1. Nervous 6. Sad 2. Angry 7. Surpised 3. Jealous 8. Shy 4. Crazy 9. Depressed 5. Relaxed 10. Exhausted

Fill in the blank with the correct vocabullary : huge securely chimneys invents terrible flavor exactly furnaces beard deserted 1. Then Mr. Prodnose's factory came out with a chewing gum that never lost its flavor however much you chewed it. 2. Turning out have become more fantastic and delicious all the time. And of course now, when Mr. Wonka invents some new and wonderful candy. 3. \"Shadows of whom?\" said Charlie quickly. \"That's exactly what everybody else wanted to know. \" 4. Thin columns of white smoke were seen to be coming out of the tops of the tall chimneys of the factory! 5. Mr. Willy Wonka tore his beard and shouted, \"This is terrible! I shall be ruined! 6. The great iron gates were still locked and chained as securely as ever. 7. 'What's going on?' they cried. 'Someone's lit the furnaces! 8. Mr. Willy Wonka tore his beard and shouted. 9. Wonka's giant chocolate factory became silent and deserted. 10. Mr. Slugworth's factory began making candy balloons that you could blow up to huge sizes before you popped them with a pin and gobbled them up.

Exercises Part 1: Use this sentence to answers 1-5 “Mr. Willy Wonka, the confectionery genius whom nobody has seen for the last ten years, sent out the following notice today.” Choose the correct answer that the similar meaning “genius” in context. 1) a. intelligence b. awful c. marvelous d. inventor 2) a. delicate b. dotty c. cleverness d. greedy 3) a. monstrous b. brilliance c. ridiculous d. ordinary 4) a. wrinkle b. weak c. worst d. wisdom 5) a. wit b. brute c. magic d. nutty

Part 2: Give the other two forms of the verb. Indicate with R for the regular verb and with IR for the irregular verb. Present Past Past Participle R/IR 1) afford afforded afforded R 2) decide decided decided R 3) go went gone IR 4) make made made IR 5) know knew known IR 6) hear heard heard IR 7) let let let R 8) pay paid paid IR Part 3.1: Change the Adjective formed to Noun formed correctly. Adjective Noun 1) golden gold 2) brilliant brilliance 3) colorful color Part 3.2: Complete each sentences by use Adjective formed or Noun formed from Part 3.1 that can fit in.

1) The golden ticket has been hidden underneath the ordinary wrapping paper of chocolate and the ticket look like it make from gold. 2) He is a brilliant people because everything that he make it so wonderful! But the brilliance is not thing that everyone will have it. 3) Some artist usually use many color in their art that make beautiful picture and colorful art too.

Individual Analysis & Exercises Values of Literature คณุ ค่าทางดา้ นวรรณกรรมแบง่ ออกเปน็ 3 ด้าน 1. ทางดา้ นสุนทรยี ภาพ ผูอ้ า่ นสามารถเขา้ ถึงทางดา้ นอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดหรอื การกระทาของตวั ละคร เราอาจจะหวั เราะ รอ้ งไห้ ดีใจ หม่นหมอง ระทมทกุ ข์ ฝนั รว่ มกับตัวละครได้ แต่อารมณแ์ ละความรู้สกึ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในตวั เราเป็นอารมณ์ และความร้สู ึกจรงิ ซงึ่ เปน็ คณุ สมบัตใิ นการทาใหเ้ กิดจนิ ตนาการและความเพลิดเพลนิ 2. ทางด้านขยายขอบเขตมมุ มองของผูอ้ ่าน ในช่วั ชวี ิตของเราหรือของคนส่วนใหญ่ เรามโี อกาสได้พบกับผู้คนคอ่ นขา้ งจากดั ซิง่ วรรณกรรมทาให้ เราสามารถเดินทางขา้ มเสน้ แบ่งขอบเขตของกาลเวลา สถานที่ และวัฒนธรรม เราไดม้ โี อกาสพบป่ะผู้คนซึ่ง แตกต่างไปจากเรา ดังคาพูดของ Aleksandre Solzhenitsyn เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ทว่ี ่า “… วรรณกรรมไดท้ าใหม้ นุษย์สามารถเอาชนะคณุ สมบตั ิดอ้ ยของคน ท่วี ่าการเรียนรู้เกดิ จากประสบการณต์ รงของตน เทา่ น้นั ...วรรณกรรมไดส้ รรสรา้ งประสบการณข์ องผอู้ ่นื ให้ดเู หมือนมีเลือดเนือ้ และให้เราสามารถนามาใชไ้ ด้เหมอื น เปน็ ประสบการณ์ของตวั เราเอง” 3. ทางด้านการแก้ปนั หา ผ้เู รยี นสามารถนาทกั ษะนไ้ี ปใช้ประโยชนใ์ นการดารงชวี ิต ไมว่ ่าจะเปน็ ในแง่มมุ ตา่ งๆของชวี ติ ความไม่ จรี ังของชีวติ การตัดสินถูก – ผิด ทง้ั หมดนี้เปน็ ดา้ นตา่ งๆของชวี ิตทผ่ี อู้ า่ นจะตอ้ งพบโดยไมส่ ามารถหลีกเลี่ยงได้ ความเข้าใจที่แท้จริงเกยี่ วกับตวั ตนของตนเองปญั หาทต่ี นเองเผชญิ อยู่ รวมตลอดถงึ ความเขา้ ใจปญั หาของผ้อู น่ื ด้วย

The lucky envelope Structure of the Lucky Envelope 1. โครงเรอ่ื ง (Plot) 1.1) ชนดิ ของโครงเร่ือง 1.1.1) โครงเร่ืองหลกั (main plot) ไดร้ บั ซองจดหมายทเ่ี ขยี นวา่ คุณคอื ผูช้ นะไดไ้ ปเที่ยวฟรใี นวนั หยดุ 1.2) องค์ประกอบ 1.2.1) ความขดั แย้ง (conflicts) 1.2.1.1) ความขดั แยง้ ระหว่างตวั ละคร (man against man) แต่ละคนตอ้ งการไปเที่ยวในทท่ี ่แี ตกต่างกนั 1.2.2) เหตกุ ารณ์ (actions) 1.2.2.1) พัฒนาการของเหตกุ ารณ์ (development of actions) - มีการปเู รอื่ ง คอื มีซองจดหมายผ่านกลอ่ งไปรษณี - เหตกุ ารณท์ วคี วามเข็มขน้ คือ มีการเถียงกนั วา่ จะไปทีท่ ต่ี นสนใจ - จุดสดุ ยอดของเรอื่ ง คือ ชว่ งทดี่ าเลยี คยุ กับเจ้าวของโทรศัพทแ์ ละรวุ้ า่ เปน็ ยายของเขาเอง - เหตกุ ารณค์ ลค่ี ลาย คือ ทุกคนได้ไปในทท่ี ่ีตนเองสนใจ - บทสรปุ คือ จบแบบสมหวงั 1.2.2.2) ลาดบั การเกิดของเหตุการณ์ (sequence of actions) - แสดงเหตุการณ์ตามลาดับของเวลาทีเ่ กดิ 2. ตัวละคร (Characters) 2.1) คณุ สมบตั ิของตวั ละคร (characteristics)

2.1.1) ตัวละครมลี ักษณะปน็ สากล แต่ละคนตอ้ งการท่ีตนสนใจ โดยไมไ่ ดค้ านึงถึงคนอ่ืนหรอื เรยี กว่า เหน็ แกต่ วั 2..2) ลกั ษณะของตัวละคร (characterizations) 2.2.1) มุมมองในด้านลักษณะนสิ ัย - ตัวละครดา้ นเดียว (flat characters) 2.2.2) มุมมองในดา้ นพัมฒนาการ - ตัวละครคง่ ท่ี (static characters) 2.3) วธิ กี ารนาเสนอตัวละคร 2.3.1) วิธีผสมผสาน 3. ฉาก (Setting) 3.1) หนา้ ทข่ี องฉาก (function of setting) 3.1.1) ใช้สร้างอารมณ์และบรรยากาศ (build mood and atmosphere) ‘You’re all invited to spend your summer holiday with me.’ 3.2) ชนดิ ของฉาก (type of setting) 3.2.1) ฉากทีไ่ ม่เนน้ รายละเอยี ด (neutral setting) 3.3) รายละเอยี ดของฉาก (element of setting) 3.3.1) ช่วงเวลาทีเ่ รื่องเกิดหรือดาเนนิ อยู่ ในเรื่องนา่ จะเป็นช่วงก่อนฤดูรอ้ น 4. วิธกี ารเลา่ เรอ่ื ง (Point of view) 4.1) แบ่งตามสถาณภาพของผเู้ ลา่ ในเนื้อเร่อื งเป็นการเลา่ ท่เี รยี กว่า ‘the third person narration’ โดยผเู้ ล่าเป็นตวั ผู้ประพนั ธเ์ อง

4.2) แบ่งตามขอบเขตความรูข้ องผูเ้ ลา่ เลา่ อย่างเป็นกลาง คอื การเล่าโดยไม่แทรกความคิดเห็นหรือการวิพากยว์ จิ ารณใ์ ดๆ 5. เทคนคิ การใหร้ ายละเอยี ดและการบรรยายฉาก (Descriptive and Narrative Techniques) 5.1) การบรรยายภาพรวม (panoramic technique) คอื ผูป้ ระพนั ธ์แสดงลักษณะหรือสภาพท่ัวๆไปของเรื่องว่า เกดิ ขนึ้ ในช่วงเวลาใด สถานที่ใด โดยไม่ชเ้ี ฉพาะเจาะจงรายละเอียด 6. บทสนทนา (Dialogue) 6.1) หน้าทขี่ องบทสนทนา 6.1.1) ทาใหผ้ ้อู า่ นร้จู กั ลกั ษณะนสิ ัยของตวั ละคร โดยผ่านคาพูดของตวั ละครซึ่งแสดงใหเ้ ห็นนิสยั ใจคอ 6.1.2) ทาใหเ้ หน็ การเปลย่ี นแปลงทางอารมณ์ของตวั ละคร 6.2) ลักษณะของบทสนทนาทด่ี ี เปน็ ธรรมชาตแิ ละมกี ารเลือกสรร (natural and selective) คอื บทสนทนาจรงิ ทีค่ ลา้ ยในชีวิตประจาวัน 7. แกน่ ของเรอื่ ง (Theme) ความเป็นจริงในการดาเนนิ ชวี ติ ที่ผปู้ ระพนั ธ์ตอ้ งการใหผ้ อู้ ่านคน้ พบ 8. แบบแผนของภาษาและนา้ เสยี ง (Style and Tone) 8.1) แบบแผนของภาษา (style) 8.1.1) ถ้อยคาทใ่ี ช้ (diction) - ใชต้ ามความหมายหนา้ คา (denotation) คือความหมายตรงไปตรงมา 8.1.2) นา้ เสยี ง (Tone) - นา้ เสียงเปน็ กลาง (middle tone) 5. Then, design the exercises for students after reading The Lucky Envelope. The examples of the exercises were provided in class already. Please see at Pee Art’s photocopy shop at EOB by using the calling paper ‘Week4’.

Exercises of the Lucky Envelope Words and Expressions envelope (N) : an enclosing cover for a letter to shout (V) : to say something very loudly fresh (ADJ) : clean and pure a lots of (QUAN) : many A. Comprehension Directions: Respond to each of the questions by choosing the correct answer. (1) Who opened the lucky envelope? (a) Dad opened it. (b) Mom opened it. (2) Why did Dad want to go a camping? (a) Because he wanted to see elephants. (b) Because he wanted to sleep in a tent and get lots of fresh air. (3) Did they happy in the end of this story? (a) No, they didn’t. (b) Yes, they did. B. Structure Directions: Read Sentence A carefully. Complete Sentence B without changing the meaning of Sentence A. (1) A. ‘I hope it’s to the seaside,’ said Dalia.

B. ‘I can swim in the seaside,’............... (2) A. Then they started to argue. B. They couldn’t decide............... (3) A. ‘That’s where my grandma lives.’ B. ‘This is grandma!’…………… C. Vocabulary Directions: Complete each sentence with a word or expression from the given list. swim sleep argue (1) He ………. three times a week at Rajamangkala swimming pool. (2) She ………. at three a.m. last night. (3) They were ………. about the place that they want to go. E. Word Collocations Directions: In each of the following sentence, choose the words that can fit in. (1) I (can, could, able) swim in the sea and make sandcastle. (2) I’d like to (go, going, gone) a big city. F. Oral Discussion Directions: Discuss the following with your partner. (1) Do you agree with grandma trick them about the lucky envelope. G. Summary Directions: In 40-50 words, summarize the main points of oral discussion in connected prose. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

Charlie and the Chocolate Factory Structure of Charlie and the Chocolate Factory 1. โครงเรอ่ื ง (Plot) 1.1) ชนิดของโครงเร่ือง 1.1.1) โครงเรอ่ื งหลัก (main plot) ชาลีเปน็ เดก็ ยากจน เปน็ ครอบครวั ท่ีมาจากฐานะยากจน พ่อทางานโรงงานยาสีฟัน แลว้ เขาอยากกนิ ชอ็ ค โกแลต เขาได้กินแคช่ ่วงวนั เกดิ มวี นั หนง่ึ วองกา้ ให้เดก็ 5 คนเยีย่ มโรงงานของเขาไปดวู า่ มคี วามเปน็ มาอย่างไร มคี น พบต๋ัวทอง 4 คน จากนนั้ ชาลีก็ได้พบกบั ตัว๋ ทองเป็นคนสุดทา้ ย จากการพบเงนิ ท่ตี กอย่บู นถนน เดก็ 5 คนพรม้ กบั ผ้ปู กครอง วองกา้ ปรากฏตวั แลว้ ก็พาชมโรงงาน ตัวละครทง้ั 4 ไม่เช่ือฟังจึงโดนไลอ่ อกออกจากโรงงาน จนเหลอื ชา ลีคนสุดท้าย วองกา้ มาจบั มอื ชาลี แบบดีใจดว้ ย ใหช้ าลีขนึ้ ลฟิ ต์พุ่งทะยานสูงขึน้ ให้เหน็ เดก็ 4 คนให้เหน็ ถึงผลของ การไม่เชอื่ ฟงั คาส่ัง วองก้าบอกชาลีว่าจะยกโรงงานให้ วองกา้ บอกเหตุผลว่าทาไมเขาถงึ ให้ ชาลตี กใจว่าจริงหรอ วองก้าต้องการคนท่จี ะมาสบื ทายาทโรงงานของเขา ชาลีก็ถามว่าจริงหรอื แบบตกใจ สุดท้ายเขาก็ได้สืบทอด โรงงานตอ่ จากวองกา้ 1.1.1) โครงเรื่องย่อย (sub plot) ตว๋ั ทอง ถา้ ไม่เจอตั๋วทองเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในเรื่องก็จะไม่เกิดข้นึ เด็กท้งั 5 รวมทงั้ ผู้ปกครองกจ็ ะไม่ไดเ้ ขา้ ไป อย่ใู นโรงงานช็อคโกแลต ออกสั๊ ต๊สั ถกู ทอ่ แก้วดดู ไวโอเลต็ เคย้ี วหมากฝรั่งทีว่ องกา้ ยังทดลองทาไม่สาเรจ็ แล้วเขาฝา่ ฝนื แล้วกนิ เขา้ ไปจนทาใหต้ วั พองและตวั กลายเปน็ สมี ่วงแล้วก็ลอย เวรกู า้ จะไปเอากระรอกแตส่ ุดทา้ ยกเ็ อาไม่ได้ เลยถูกกระรอกยกเวรกู ้าไปในท่อทมี่ ีแต่ขยะ ท่อเน่า ไมค์ ทีวี ถูกเครื่องรับทวี ีส่งไปนอกโลก เวลาจอโทรทศั น์ แสดงผล โทรทัศน์นัน้ คนดสู ามารถท่ีจะไปหยิบสิ่งท่อี ยู่ในโทรทัศน์ออกมาได้ พ่อแม่ก็ไปหยิบไมคอ์ อกมา ไมค์ กลายเปน็ คนตัวเล็ก พอ่ แมก่ ังวลวา่ จะตัวเลก็ ตลอดไป วองกา้ มีวธิ ีแกโ้ ดยการยดื จนตัวไมคย์ าว ชาลเี ป็นเด็กดีเช่ือฟัง ผลของการทชี่ าลีเป็นเด็กดสี ่งผลใหช้ าลไี ม่ได้รับอันตรายใด ๆ และประสบความสาเร็จโดยการไดร้ ับรางวัลเป็น โรงงานชอ็ คโกแลต

1.2) องคป์ ระกอบ 1.2.1) ความขดั แย้ง (conflicts) ความขดั แยง้ หลกั ของหนงั สอื เลม่ นไ้ี มเ่ ปดิ เผยจนกระทัง่ ในภายหลงั นายวองกา้ ต้องการคนท่ีจะทา ธรุ กจิ ของเขา แตไ่ ม่มใี ครร้เู ร่ืองนี้ เพอ่ื ทจ่ี ะไปเกีย่ วกบั เรื่องนีเ้ ขามกี ารแข่งขนั เขาประกาศว่าเขาจะใด้ ต๋ัวทองคาห้าใบที่ติดยวุ ใน ซองชอ็ กโกแลตห้าแท่ง ผู้โชคดีห้าคนจะมาที่โรงงานของเขาซง่ึ เขาไม่ทราบสาหรับพวกเขา มีการประกวดอีกครง้ั วา่ ใครจะเขา้ ยดึ โรงงานของนายวอนก้า ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ทกุ คนจะถกู ก่าจดั ไปทลี ะคนจนกระทง่ั เหลอื เพยี งคนเดียวเทา่ น้ัน - ชาร์ลี เม่อื สง่ิ นีเ้ กดิ ขนึ้ คณุ วอนกา้ บ อกเขาวา่ สงิ่ ทีช่ นะและเขาจะได้รับมรดกของ บรษิ ทั หลงั จากนัน้ พวกเขาท้ังหมดเข้าไปในลิฟต์แกว้ และบินไปท่บี า้ นของชารล์ ีเพื่อรวบรวมครอบครวั ที่ เหลอื ของเขา จากมุมมองความขัดแย้งหลักคือใครจะได้โรงงาน ความละเอียดเกิดขนึ้ เมอื่ นายวอนก้าเลือกชาร์ลเี ด็กชายผูน้ า่ สงสาร แต่มีคุณธรรม 1.2.1.1) ความขดั แย้งระหว่างตัวละคร (man against man) - ออก๊สั ตั๊ส กลู้ป ไมฟ่ งั ในสิ่งทวี่ องก้าพดู ออกสั ตัสจึงตกลงในแมน่ า้ ช็อคโกแลต หลอดแกว้ ก็ ดดู ออก๊ัสตั๊สไป 1.2.2) เหตกุ ารณ์ (actions) 1.2.2.1) พฒั นาการของเหตกุ ารณ์ (development of actions) - มกี ารปเู ร่ือง (exposition) เร่มิ ปเู รื่องด้วยการแนะนาตวั ละครในบา้ นของชาลี และเล่าถงึ สภาพความเปน็ อยขู่ องคนใน บา้ นว่าเปน็ เชน่ ไร - เหตุการณท์ วีความเข็มขน้ (rising action) หนังสอื พมิ พ์ประกาศว่าโรงงานช็อคโกแลตวอนก้าจะเปดิ ประตสู สู่ าธารณะอีกครง้ั และตอ้ นรบั ผูถ้ ือตัว๋ ทองคาห้าใบที่ซ่อนอยใู่ นบารช์ อ็ คโกแลตวอนก้า การแข่งขนั ดาเนนิ การเพอ่ื กูค้ นื ตวั๋ ทองคาส่ีรายการแรกนนั้ ใหก้ บั เด็กทีม่ ีขอ้ บกพรอ่ งท่รี นุ แรง ชารล์ หี วังอย่างย่ิงว่าเขาจะพบตว๋ั ทองคา - จดุ สดุ ยอดของเรอื่ ง (climax)

พ่อของชาร์ลสี ญู เสยี งานของเขาผลักครอบครัวท่ยี ากจนของเขาไปสู่ความอดอยาก ชารล์ ีพบ ธนบตั รดอลลาร์ทถ่ี นนและกอ่ นจะมอบให้กับแม่ หนึง่ ในบารม์ ีตวั๋ ทองคาใบทห่ี า้ - เหตกุ ารณค์ ลค่ี ลาย (falling action) โรงงานของ นายวอนก้า เผยให้เหน็ ขอ้ บกพรอ่ งของตัวละครของเดก็ ทง้ั สี่คนในการเดินทาง พรอ้ มกับหายนะช่ัวคราวสาหรบั พวกเขา เมื่อเหลอื เพียง Charlie เทา่ นน้ั นายวอนก้า ขอแสดงความยนิ ดีกับเขาที่ ชนะโรงงานทงั้ หมดเพ่อื ตวั เขาและครอบครวั - บทสรุป (resolution) จบแบบสมหวัง ในเมอื่ คุณวองก้าตอ้ งการหาทายาทเพื่อบรหิ ารโรงงานชอ็ กโกแลต เขาเลยทา ตวั๋ ทองเชญิ เด็ก 5 คนเพือ่ มาเยีย่ มโรงงาน เดก็ คนไหนที่เชอื่ ฟงั เขา จะป็นผ้ชู นะ และคนทีช่ นะคอื เด็กน้อยชาร์ลี และของขวญั ทีจ่ ะใหค้ ือ โรงงานช็อกโกแลตใหญม่ หึมาให้ชาร์ลพี รอ้ มครอบครวั 1.2.2.2) ลาดบั การเกดิ ของเหตกุ ารณ์ (sequence of actions) - แสดงเหตุการณต์ ามลาดับของเวลาทเ่ี กดิ (chronological order) คอื ดาเนนิ เรอ่ื งเร่ิมจากจุดเริม่ ต้นเี่ กดิ ความขดั แย้ง อนั มีสาเหตุมาจากความตอ้ งการไตรงกนั ของตัวละคร แล้วเรยี งเหตกุ ารณไ์ ปตามลาดบั ของพัฒนาการจนจบลงท่บี ทสรปุ ที่จบแบบสมหวัง ตัวละครสามารถ แกไ้ ขความขัดแย้งของตนได้เปน็ ที่สมหวงั หรอื ถกู ใจของทกุ ฝ่าย จากการทีร่ ู้วา่ จดหมาย Grandma เปน็ คนสง่ มา เพือ่ ชวนไปใช้เวลาช่วง summer holiday ทีบ่ า้ น ซง่ึ ทีน่ นั่ มที กุ อย่างท่ที กุ คนต้องการจะทา 1.3) เทคนคิ เพมิ่ ความน่าสนใจให้แก่โครงเรอ่ื ง 1.3.1) สง่ิ บอกเหตุ (foreshadowing) ความไมเ่ ห็นแก่ตวั ของชาร์ลีมองเห็นโชคชะตาในอนาคตของเขา หากใครควรมเี หตผุ ลท่ีจะบน่ ก็คอื ชาร์ ลี เขาหวิ โหยขาดสารอาหารและเยน็ ชา และทุกวันเขาเดินตามความม่ังคงั่ ของโรงงานช็อกโกแลต ถงึ กระน้ันเขาก็ ไมเ่ คยบน่ อะไรเลยแมแ้ ตค่ รั้งเดียว ทัศนคติของทหารของเขาเลง็ เหน็ ถงึ โชคลาภของเขาโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในแงข่ อง ความโชครา้ ยทเี่ กิดข้นึ กับเด็กคนอื่น ๆ ตามตวั ละครของพวกเขา ·ในการสมั ภาษณบ์ คุ คลของพวกเขากับนักข่าว เกี่ยวกบั การหาต๋ัวทองเด็กแต่ละคนเลง็ เหน็ ความตกต่าของเขาหรือเธอเองจากรอง: เฉื่อยชาของออกสั ตัสความโลภ ของเวรกู ้าความเค้ยี วหมากฝรงั่ ของไวโอเลต็ ความออ่ นนอ้ มถ่อมตนและความเอื้ออาทรของชารล์ ีเปน็ ส่งิ บ่งบอก

ความสาเรจ็ ของเขา นายวอนก้า เล็งเห็นชะตากรรมของเด็กแต่ละคนเม่ือเขาอธิบายวา่ เขาไม่สามารถปฏบิ ตั ิตาม ความนา่ เกลยี ดในโรงงานช็อกโกแลตของเขาได้ ความน่าเกลยี ดของเด็กแต่ละคนยกเว้นชาร์ลไี ด้รบั การยอมรับ อย่างดี ดังน้ันคณุ วองก้าจะไมส่ ามารถปฏิบัตติ อ่ เด็กคนอื่น ๆ ได้ เป็นผลให้เด็กเหล่านั้นจะต้องถูกลบออกจาก โรงงาน 2. ตวั ละคร (Characters) 2.1) คุณสมบตั ิของตวั ละคร (characteristics) 2.1.1) ตัวละครมีคณุ คา่ หรอื ไม่ ปจู่ อรจ์ สอนชารล์ วี ่า \"ตั๋วมแี ค่ 5 ใบ แตเ่ งนิ มมี ากมาย เราจะเป็นคนโงท่ เ่ี ลือกเงนิ หรอื คนฉลาดท่เี ลอื ก ตวั๋ \" สอนให้เหน็ ถึงโอกาสและคุณค่าของส่ิงของหรือแมแ้ ต่ \"จติ ใจ\" ท่ีมีคา่ ย่งิ กว่าเงนิ เพราะมีโอกาสหลายโอกาสท่ี สอนเราใหร้ ีบควา้ เพราะโอกาสบางที เงนิ กซ็ อื้ ไม่ได้ นอกจากนน้ั ยงั สอนเหน็ ถงึ คณุ คา่ ทแี่ ทจ้ รงิ ทเี่ งินซ้ือไม่ได้ดว้ ย 2.1.1) ตวั ละครมีลกั ษณะเปน็ สากลหรือไม่ มีความเป็นสากลเพราะในชีวติ จริงเราสามารถพบเจอบุคคลประเภทเดียวกบั ตวั ละครในเรือ่ งได้ เชน่ ชาลี เป็นคนทมี่ ลี กั ษณะนิสยั เชือ่ ฟังผู้ใหญ่ อย่างตอนท่ีอยู่ในโรงงาน เวลาวองก้าบอกอะไรชาลกี ท็ าตามทกุ อย่าง ไม่ นอกลู่นอกทางเหมอื นตัวละครอืน่ ๆ 2.1.1) ตัวละครมีเหตจุ ูงใจทเ่ี หมาะสมในการแสดงออกหรอื ไม่ ตวั ละครชาลีทมี่ ีลักษณะนสิ ัยเช่นน้ัน แมจ้ ะยากจนแตค่ รอบครวั มีความอบอุ่น ทุกคนในครอบครวั มี ความห่วงใยซ่งึ กันและกัน เอื้อเฟื้อเผอ่ื แผ่ พรอ้ มที่จะสนบั สนนุ แมว้ ่าสง่ิ ท่ตี นมนี ้ันจะน้อยนิดเพียงไร 2..2) ลกั ษณะของตวั ละคร (characterizations) 2.2.1) มุมมองในด้านลกั ษณะนิสัย - ตวั ละครมติ ิเดยี ว (flat character) ตวั ละครท่ีมกี ารแสดงนสิ ยั ออกมาในดา้ นใดดา้ นหนึ่งเพยี งดา้ นเดียว ถูกสร้างขึ้นเพอ่ื เปน็ ตัวแทน ของความคิดหรือคณุ สมบตั อิ ยา่ งใดอย่างหนง่ึ เทา่ น้ันชาลี เชื่อฟงั เสมอต้นเสมอปลาย

- ตวั ละครสมจรงิ (round characters) เปน็ ตวั ละครที่มลี ักษณะนสิ ัยและพฤติกรรมหลาย ๆ ดา้ น ทค่ี ล้ายกับบุคคลในชีวิตจรงิ อกี ทั้งยงั มี ลักษณะหลาย ๆ อยา่ ง ผสมอยใู่ นตวั คนคนเดยี วกนั พอ่ แม่ของออกัส๊ ตั๊ส กลูป ถงึ แมว้ ่าเขาจะสอนใหล้ กู เขาตะกละ หรือแบบกินทกุ อยา่ งทอ่ี ยากจะกนิ แต่กด็ ว้ ยความหวงั ทว่ี า่ จะไม่ให้ลูกของเขากลายไปเปน็ อันธพาลหรอื เป็นอยา่ ง อื่นในส่งิ ท่ีไม่ดี 2.2.2) มุมมองในด้านพมั ฒนาการ - ตวั ละครคง่ ท่ี (static characters) เดก็ ทั้ง 4 คน แมจ้ ะได้รับการลงโทษแตก่ ็ไมไ่ ด้ทาใหน้ ิสัยเปลยี่ นแปลงไปจากเดิม 2.3) วิธีการนาเสนอตวั ละคร 2.3.1) วธิ ีผสมผสาน (combination method) โดยใช้วิธกี ารบรรยายผสมผสานกบั วธิ นี าเสนอตวั ละครจากเหตกุ ารณจ์ ากการบรรยาย (presentation method) อย่างเช่น ตอนต้นเรื่องทมี่ ีการบรรยายถึงตัวละครว่า คนแก่หง่อมสองคนนี้ คือพ่อแม่และของนาย บกั เก็ต ช่อื ปู่โจและย่าโจเซฟีน และคนแก่อีกสองคนกค็ ือพ่อแม่ของนางบกั เก็ตแม่ของชาลีเรียกวา่ ตาจอรจ์ และ ยายจอจนี ่า และนายบักกเก็ตและนางบกั เก็ตมลี ุกเปน็ ชาลีจากเหตกุ ารณ์ (dramatic method) อยา่ งเชน่ ตอนท่ี มสิ เตอรว์ องก้าใหช้ ิมดอกหญา้ คนละใบ คนอ่ืนเขาหยบิ คนละใบยกเว้นออกั๊สัตส๊ ที่ดึงใบหญ้าเต็มกามอื จากมุมมอง ของตวั ละครอ่นื (characters on other characters method) อยา่ งเช่น ปู่โจเล่าถงึ เจา้ ชายแหง่ ประเทศอินเดีย บอกให้วองกา้ สรา้ งประสาททีส่ ร้างจากช็อคโกแลตซง่ึ มันเปน็ การกระทาบา้ บอ เพราะมนั เป็นไปไมไ่ ด้ที่ช้อคโกแล ตมันจะคงตวั อย่แู บบน้ันได้ เมอื่ แสงแดดส่องนานเขา้ ปราสาทนั้นก็ยอ่ มละลายอยดู่ ี 3. ฉาก (Setting) 3.1) หนา้ ทขี่ องฉาก (function of setting) 3.1.1) ใช้สรา้ งอารมณแ์ ละบรรยากาศ (build mood and atmosphere) บ้านของชาลีทีแ่ สดงถึงความยากจน มคี วามโกโรโกโส เป็นบ้านไม้หลงั เล็ก ๆ สองหอ้ ง มเี ตียงเดียว ซึง่ เตยี งนัน้ ต้องใหป้ ่ยู า่ ท้งั 4 คนนอนรว่ มกนั ในเตยี งน้นั 3.1.2) ใช้เป็นส่ิงบอกเหตุ (foreshadowing)

ระว่างทางเดินจากโรงเรยี นถึงบา้ น หิมะทบั ถมถนนแตช่ าลีดนั เจอเหรียญ 50 เพนนี ที่ตกอยู่ทพ่ี ้ืน เปน็ ปาฏหิ ารย์หรือส่งิ ทบ่ี อกเหตุวา่ ชาลีจะได้รบั ตวั๋ ทองในท้ายทส่ี ดุ 3.1.3) ทาใหเ้ ข้าใจลักษณะทางสงั คม ภูมปิ ระเทศในเรอ่ื งทม่ี ีหิมะ อากาศหนาว บง่ บอกเหตุการณเ์ กดิ ในแถบทวีปยุโรปทม่ี ีกาศหนาว สภาพสงั คม ในเรอื่ งของการเล้ยี งดใู นแตล่ ะครอบครวั ท่ไี ม่เหมือนกนั อาหารการกินของชาวยโุ รป 3.2) ชนิดของฉาก (type of setting) 3.2.1) ฉากที่ไม่เน้นรายละเอยี ด (neutral setting) ที่ทางานของพอ่ ชาลที ไ่ี ม่ได้บอกวา่ ทางานทไ่ี หน แตบ่ อกคร่าว ๆว่า ทางานในโรงงานยาสีฟนั ไมไ่ ด้ เฉพาะเจาะจงวา่ ทไ่ี หน 3.2.2) ฉากท่ีมีชวี ิต (spiritual setting) บ้านของชาลี 3.2.3) ฉากทดี่ าเนินเร่ือง (dynamic setting) ฉากอมู ป้าลูมปา้ ส์ จากที่ตอนแรกอยใู่ นปา่ มบี า้ นตน้ ไม้ แล้วก็ตอ้ งหนผี ู้ลา่ (แวงดเู ดลิ้ , ฮอร์นว็อกเกลอ้ ร์, สนอ็ ซแวงเกอ้ ร์) วองกา้ ไปเจอเลยเสนอใหไ้ ปทางานทีโ่ รงงานชอ็ คโกแลต ประกอบไปดว้ ยส่ิงอานวยความสะดวก มากมาย และจะกนิ เมล็ดโกโกเ้ ทา่ ไรก็ไดม้ ากเทา่ ท่ีต้องการ 3.3) รายละเอยี ดของฉาก (element of setting) 3.3.3) ลกั ษณะทางกายภาพของฉาก โรงงานช็อคโกแลตของวองกา้ เปิดร้ัวเขา้ ไปจะตอ้ งเขา้ ประตสู แี ดงขนาดใหญ่ ภายในโรงงานมีหอ้ งเป็น ร้อย ห้องมขี นาดใหญ่มโหฬาร ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลและอยู่ชน้ั ใตด้ นิ และมลี ฟิ ต์ เวลาชาลียนื อยู่บนทางเดินในตกึ ตอ่ ไปยังห้องต่าง ๆทางเดินน้ันยาวไปจนสุดสายตา และพอจะขบั รถยนตไ์ ปไดส้ บาย ผนงั สชี มพูเรอ่ื ๆ แสงไฟอ่อน ละมนุ ทางเดนิ ลาดลงไปเหมอื นทางเดนิ ลงเขา ชันลงทุกที ๆ มีประตูโลหะเป็นมนั วาว ประตมู ตี วั อกั ษรวา่ หอ้ งชอ็ คโกแลต 3.3.3) รายละเอยี ดทีแ่ สดงวถิ ชี วี ติ ของตวั ละคร

บา้ นของชาลีทีก่ ินซปุ กะหล่าปลี มันบด กินแบบนนั้ ทกุ วันแสดงใหเ้ ห็นถึงความยากจนอย่างมาก ๆ ของบา้ นชาลี 3.3.3) ช่วงเวลาทเ่ี ร่ืองเกดิ หรอื ดาเนินอยู่ ฤดหู นาว เพราะมีการพดู ถึงหมิ ะ 4. วิธกี ารเลา่ เรอื่ ง (Point of view) 4.1) แบง่ ตามสถาณภาพของผูเ้ ลา่ 4.1.1) เลา่ แบบ the third-person narration ผู้เล่าไม่ได้เปน็ ตัวละครในเรอื่ ง แต่เป็นบคุ คลภายนอกมองเขา้ ไปในเหตุการณ์ ดูจากการใช้สรรพนาม เรียกตัวละครเป็น “ He, she, they” หรือกล่าวเป็นช่ือตวั ละคร 4.2) แบง่ ตามขอบเขตความร้ขู องผูเ้ ลา่ 4.2.1) ผู้เลา่ ร้รู ายละเอยี ดทุกอยา่ ง (the omniscient narration) โดยใช้วิธีการเล่าอย่างเป็นกลาง (neutral omniscience)เล่าโดยไม่แทรกความคดิ เห็นหรือการ วพิ ากย์วจิ ารณใ์ ด ๆ เกยี่ วกับตัวละครไปในการเลา่ น้ัน ผู้อา่ นเป็นผ้ตู ัดสนิ เองวา่ พฤตกิ รรมของตวั ละครเหมาะสม หรือไม่อย่างไร 5. เทคนคิ การใหร้ ายละเอยี ดและการบรรยายฉาก (Descriptive and Narrative Techniques) 5.1) เทคนคิ การใหร้ ายละเอยี ด (descriptive technique) - เทคนคิ การใหร้ ายละเอยี ดของบคุ ลกิ ลกั ษณะของตวั ละคร ชารล์ ี เปน็ คนตัวเล็กและผอม ออกสั ตัสลุป เปน็ คนอว้ นเหมือนถกู เป่าลมดว้ ยเคร่ืองเปา่ ใบหนา้ กลม ดวงตาเล็ก ปโู่ จ ผอมแหง้ จนเหน็ กระดกู 5.2) เทคนคิ การบรรยายฉาก (narrative technique)

การใหร้ ายละเอยี ดฉาก การบรรยายเกีย่ วกับโรงงงานของ Willy Wonka ท่มี หี ้องชอ็ กโกแลต คอื สองข้าง มีหุบเขาและทงุ่ หญา้ เขียวดา้ นลา่ งมแี มน่ ้าสนี า้ ตาลขนาดใหญท่ ไ่ี หลอยเู่ รอ่ื ยๆ ตรงครึ่งทางแมน่ ้ามนี า้ ตกขนาดมหมึ า มหี นา้ ผาสูงชัน้ อย่เู หนอื นา้ ซึง่ ไหลวกวนและมว้ นตวั เป็นแผน่ ทบึ จากนนั้ กไ็ หลทะลักพลุง่ พล่าน และกาลงั เดอื ดใน บอ่ น้าวนเปน็ ฟอง ใตน้ ้าตกมีท่อแกว้ ขนาดใหญ่มหมึ าแขวนอยู่เป็นจานวนมาก หอ้ ยลงมาจากที่ใดทห่ี นึ่งสูงข้ึนบน หลงั คา 5.2.1) การบรรยายภาพรวม (panoramic technique) การสรา้ งฉากทีแ่ สดงใหเ้ ห็นลกั ษณะหรือสภาพทั่ว ๆ ไป ของเรือ่ งว่าเกดิ ข้ึนช่วงเวลาใด สถานทใี่ ด โดยไมช่ เ้ี ฉพาะลงไปว่ารายละเอียดอ่ืน ๆ มีอะไรบา้ ง เพ่ือให้ผอู้ ่านได้จนิ ตนาการและสรา้ งกรอบความเขา้ ใจของตน เกี่ยวกับเรือ่ งนั้นได้การบรรยายลักษณะบา้ นเรือนของชาลที ยี่ ากจนกับบ้านเด็กทั้ง 4 ทมี่ ีฐานะ การบรรยายเก่ียวกับ ช่วงเวลาที่เกิดขน้ึ ในช่วงหมิ ะตกท่ีมีอากาศหนาว ผคู้ นในเรื่องราวพากันซื้อช็อกโกแลตเพ่อื ต้องการทจี่ ะคน้ หาตว๋ั ทองจนทาใหเ้ กดิ การขโมยเงนิ จากธนาคารเพอ่ื ซอื้ ชอ็ กโกแลต 5.2.1) การบรรยายฉากเฉพาะ (Scenic technique) บา้ นของชาลี , โรงงานของ Willy Wonka , ล่องเรอื ตามแมน่ า้ ชอ็ กโกแลต , หอ้ งประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ลกู อม, ทอ็ ฟฟ่ปี ลกู ผม บ้านของอมู ปาลมู ปา , เครอื่ งจกั รขนาดใหญ่ , ลฟิ ต์แกว้ ยักษ์ , หอ้ งโทรทัศนช์ ็อกโกแลต 6. บทสนทนา (Dialogue) 6.1) หน้าทข่ี องบทสนทนา 6.1.1) ทาใหผ้ อู้ ่านรู้จกั ลกั ษณะของตวั ละครมากขึน้ คาพดู ของตวั ละครแสดงให้เหน็ ถึงนสิ ัยใจคอเช่น Violet ชอบพดู อวดว่าตนเอง เปน็ นักเคย้ี วหมากฝร่ัง ท่ีเก่ง ไม่สนใจใคร แม้แม่จะเตือนบอ่ ยแล้วก็ตาม ชอบเล่าเรอื่ งไมด่ ขี องตวั เองใหค้ นอืน่ ฟัง เพราะคดิ ว่า คนอน่ื จะต้องทึ่งกับความเก่งของเธอ (ทึง่ ในทางไมด่ ี) “ All right, Mother, keep your hair on! จากประโยคน้ี ช้ใี หเ้ หน็ วา่ เธอเปน็ เดก็ กวนประสาท ไมค่ อ่ ยเชื่อฟงั แม่“Ha-ha! And what a racket they kicked up, some of them.” ประโยคน้สี ือ่ วา่ Violet มคี วามภาคภูมใิ จกับผลงานตวั เอง ถ้าใครโดนกับดบั เขา เขาจะสะใจมาก ชใี้ หเ้ หน็ ว่า เธอ เปน็ เดก็ ท่ีไม่เหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื 6.1.2) ทาใหเ้ หน็ การเปล่ียนแปลงทางอารมณข์ องตวั ละคร

บทสนทนาทต่ี อนทช่ี าลกี ลบั ไปท่บี ้านหลงั จากได้รับต๋วั ทอง “แมค่ รา้ บ!” ชาลีตะเบ็งเสยี งเรยี กลนั่ ว่งิ ตรงไปหาคนเหล่านัน้ ดว้ ยความเร็ว “ดูสคิ รบั ผมได้มาแล้วครบั แมด่ สู คิ รบั ตัว๋ ใบสดุ ท้ายเป็นของผมแล้วครับ” ชาลีต่ืนเต้น แล้ว่โู จก็พูดขึ้นมาว่า “หลานกาลังลอ้ เล่นกับพวกเราอยหู่ รือเปล่า” ปู่โจแสดงใหเ้ ห็นว่าไม่เชอ่ื กบั เหตกุ ารณ์ที่เกิด ขึ้นอยู่ตรงหนา้ ตื้นตนั หรือจากเหตุการณท์ แ่ี มข่ องออกสั ตั๊สตกใจเมื่อเห็นลกู ตวั เองตกลงไปในแม่น้าชอ็ คโกแลต ออกสั๊ ตั๊สลงไปอยูใ่ นแม่น้าชัว่ อึดใจเดียวเขากห็ ายวูบลงไปในน้าสนี า้ ตาลนน้ั แม่บอกช่วยลูกฉนั ช่วย คุณนายกลปู หนา้ ซีด และแกว่งรม่ ไปมา “ช่วยเขาดว้ ย ชว่ ยเขาหนอ่ ย” จากประโยคนี้แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเป็นหว่ งเป็นใยตอ่ ลกู ความกังวลวา่ ส่ิงไม่ดีจะเกดิ ข้นึ กับลกู ฯลฯ 6.1.3) ทาให้ทราบรายละเอียดเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกบั เนอื้ เรอื่ งและการดาเนนิ เร่อื ง การพูดจาโต้ตอบกนั ระหวา่ งตวั ละครจะทาใหเ้ น้อื หาดมู ีชวี ิต และชว่ ยประหยัดเวลา ผปู้ ระพนั ธ์ไมตอ้ ง เสยี เวลามาเลา่ บรรยายเหตกุ ารณเ์ อง เชน่ “ทางน้คี รับ” คณุ วองก้าร้องบอกทางเลี้ยวซ้ายเมอ่ื ลงสุดบันไดแลว้ “ช้า ๆ ไมไ่ ดห้ รอื ไง” คณุ นายซอลต์พดู พลาง หอบพลาง “ไม่ได้ครบั ” วองก้าพดู “ถ้าขืนช้ากว่าน้ี เราจะไปไม่ถึงทนี่ ่ัน”” ถึงทไ่ี หนละ่ ” เวรูกา้ ซอลตถ์ าม 6.2) ลักษณะของบทสนทนาท่ดี ี 6.2.1) เปน็ ธรรมชาติและมกี ารเลือกสรร (natural and selective) มีความคลา้ ยคลงึ กับบทสนทนาจรงิ ในชีวติ ประจาวัน อาจใชป่ ระโยคทีค่ รบสมบูรณ์หรอื ถกู ต้องตาม หลักไวยกรณท์ กุ ประการกเ็ ปน็ ไปได้ ต้องเลอื กบทสนทนาของตัวละครท่ีจะแนประโยชน์ตอ่ การดาเนนิ เรื่องเท่านัน้ 6.2.2) เหาะสมกบั ตวั ละคร (appropriate ถ้อยคาเหมาะสมกบั ตัวละครทพี่ ูดบทสนทนานนั้ พิจารณาจากภมู ิหลังของตวั ละครในดา้ นสังคม การ อบรมเล้ยี งดู การศึกษา ลักษณะนสิ ัย 7. แกน่ ของเรอื่ ง (Theme)

ความโลภ ผแู้ ต่งใชช้ อ็ คโกแลตเพื่อใหผ้ อู้ ่านไดด้ มื่ ดา่ กบั ข้อความ เกีย่ วกบั อนั ตรายของความโลภ เดก็ ซนทง้ั 4 เปน็ คนโลภมาก ออกัส๊ ตส๊ั เป็นคนตะกละ เวรกู ้าเป็นเดก็ เหลอื ขอใจแตก ไวโอเล็ต มีความโลภตอ่ การ เค้ยี วหมากฝรงั่ ไมคเ์ ป็นคนโลภในการดูโทรทัศน์ หนงั สือเล่มนแี้ สดงให้เหน็ ว่าความโลภสามารถทาลายคน โดยเฉพาะเดก็ ๆ เน่อื งจากเดก็ แตล่ ะคนมกี ารเปล่ียนแปลงตลอดเนอ่ื งจากเป็นผลมาจากความโลภของพวก เขา สมั มาคารวะจากบคุ ลิกลกั ษณะของชาลี โอกาสเมือ่ มาถงึ ก็คววรคว้าไว้ ทาดีได้ดี ทาช่วั ได้ชั่ว ชาลมี ีเมตตา และกลา้ หาญ เขาทาดเี ขาจึงได้รับสงิ่ ทดี่ ตี อบกลับมา 8. แบบแผนของภาษาและนา้ เสยี ง (Style and Tone) 8.1) แบบแผนของภาษา (style) องคก์ ระกอบ 3 ประการ คือ 8.1.1) ถอ้ ยคาท่ใี ช้ (diction) - ใชต้ ามความหมายของคา (denotation) เชน่ cold หนาว ความหมายตรงไปตรงมาตามคาศพั ทน์ ั้น ไม่มีมความหมายอน่ื ใดแอบแฝงอยู่ - ใสค่ วามหมายพิเศษลงไปในคา (connotation) เชน่ poor จน , น่าสงสาร , เดก็ น้อย Poor little charlie 8.1.2) ภาพในจินตนาการ (imaginery) มี 2 วิธี คือ การบรรยายตรง ๆ (literal images) และการบรรยายโดยใชค้ ามาเปรียบเทียบเพื่อให้ เกดิ ภาพ (figurative images) 1) การบรรยายตรง ๆ (literal image) เช่น These two very old people are the father and the mother of Mr.Bucket. Their names are Grandpa Joe and Grandma Josephine. Mr and Mrs Bucket and little Charlie Bucket slept in the other room, upon mattresses on the floor. 2) การบรรยายโดยใช้คามาเปรยี บเทียบเพื่อให้เกดิ ภาพ (figurative images) - ใชว้ ธิ ีอุปมาน (simile) เชน่ Augustus Gloop อ้วนเหมือนถกู เป่าลมให้พอง ตาเหมือนลูกเกด

The wind was like knife on his check. Shooting off zip guns and things like that. They were as shriveled as prunes, and as bony as skeletons. His face was like a monstrous ball of dough. -ใชว้ ิธอี ปุ มาอุปไมย (metaphor) เชน่ Sitting on the floor amidst mountains of candy. - ใชส้ ัญลักษณ์ (symbol) 1. สัญลกั ษณส์ ่วนตัว (private symbol) โรงงานช็อกโกแลต โรงงานช็อคโกแลตเป็นศนู ย์รวมทางกายภาพของความแตกตา่ งระหวา่ งความยากจนและความ มัง่ คงั่ บ้านทยี่ ากจนของชารล์ ยี นื อยู่ในเงามืดของโรงงานช็อกโกแลตยกั ษ์ใหญ่ซ่งึ เตม็ ไปดว้ ยความร่ารวยมากมาย โรงงานชอ็ คโกแลตยังแสดงถงึ ความคิดท่ีว่าสงิ่ ตา่ ง ๆ ไมส่ ามารถตดั สินจากมุมมองภายนอกไดอ้ ยา่ งเป็นธรรม ดู เหมอื นว่าจะมขี นาดมหมึ าจากภายนอก แตค่ วามงามทีแ่ ทจ้ ริงอยใู่ ต้พนื้ ดินซงึ่ พวกเขาไมส่ ามารถมองเห็นได้หาก ไมไ่ ด้มองใกล้ ๆ ต๋วั ทอง เช่นเดียวกับโรงงานช็อกโกแลตตว๋ั ทองคาคอื การแสดงออกทางกายภาพของความแตกตา่ ง ระหวา่ งความยากจนและความมัง่ คง่ั การหาต๋วั ทองคาชว่ ยให้ Charlie ใช้ชีวติ ในฝันของเขา ตามชอื่ ของมันบ่งบอก ว่าตว๋ั ทองคาน้ันทาด้วยทองคาทัง้ หมด มนั เป็นสิ่งที่มีคา่ ท่ีสดุ ทชี่ าร์ลเี คยสัมผัสมาก่อน แตม่ นั ยังแสดงถงึ ระดับของ สนามเดก็ เลน่ ระหว่างคนรวยกบั คนจน ชารล์ ีมโี อกาสมากพอ ๆ กับคนอนื่ ๆ ที่จะหาตวั๋ ตั๋วแสดงถึงความหวงั 8.1.3) ลกั ษณะประโยค (syntax) Present Continuous Ex. I’m not going to eat my palace! I’m not even going to nibble the staircase or lick the walls! I’m going to live in it.

Passive Voice Ex. When the whole family was gathered in the old people’s room after supper, let’s hear who found them. Past Simple Ex. Grandpa Joe paused and ran the point of his throat slowly over his lips. 8.2) นา้ เสยี ง (tone) 8.2.1) นา้ เสยี งเกินจริง (hyperbole) อย่างเชน่ คาพดู ทว่ี า่ “โอ้โห คณุ วิลลีว่ องก้าคนนี้เปน็ มนุษย์มหศั จรรยจ์ รงิ ๆ” “He used to be fat! Now he is thin as a straw.” 8.2.2) น้าเสยี งเป็นกลาง (middle tone) เล่าเร่ืองไปตามความเปน็ จริง ไม่ไดเ้ ขยี นน้อยหรอื เกินจริง เช่น ความเปน็ อยู่ของครอบครัวชาลี ใน สภาพความเปน็ จริงทีก่ ม็ เี หตกุ ารณ์แบบน้เี กดิ ขึ้นอยู่ท่ัวทกุ มมุ โลกหรอื บางทอี าจจะมากกวา่ น้ันเสยี อีก 8.2.3) นา้ เสียงเยาะหยนั (irony) “ผอมเป็นกุ้งแห้อย่างเงี้ย ก็สมควรที่จะไดก้ ินขนมแยะ ๆ อยู่แล้วล่ะ” เด็กหญิงคนหนึ่งพดู พลาง หวั เราะ Figurative Language 3. According to the terms mentioned in this chapter, identify explain and give clear examples for these following. 3.1) Literal language การบรรยายท่มี คี วามหมายตรงตามคาหรอื ประโยคนนั้ ๆ เชน่ ‘Every one of these old people was over ninety.’ (บทท่ี2 ยอ่ หน้าที่2 บรรทดั แรก)

แต่ละ่ คนอายมุ ากกวา่ 90 ปี ทั้งนั้นเลย 3.2) Rhetorical Force การบรรยายทม่ี ีความหมายเปน็ นยั ไม่สามารถแปลเป็นคาตอ่ ตาหรอื ประโยคตอ่ ประโยค เช่น ‘Or are you pulling my leg’ (บทท่3ี ยอ่ หน้าที่7 บรรทดั ท3่ี ) โกหกกนั หรือป่าว 3.3) Mythological allusion การบรรยายเรื่องของตานานในสิ่งที่ไม่เปน็ จรงิ เช่น 'Then you'll know all about it,' said Mr Wonka. 'And oh, what a terrible country it is! Nothing but thick jungles infested by the most dangerous beasts in the world -- hornswogglers and snozzwangers and those terrible wicked whangdoodles. A whangdoodle would eat ten Oompa- Loompas for breakfast and come galloping back for a second helping. When I went out there, I found the little Oompa-Loompas living in tree houses. They had to live in tree houses to escape from the whangdoodles and the hornswogglers and the snozzwangers. And they were living on green caterpillars, and the caterpillars tasted revolting, and the Oompa-Loompas spent every moment of their days climbing through the treetops looking for other things to mash up with the caterpillars to make them taste better -- red beetles, for instance, and eucalyptus leaves, and the bark of the bong-bong tree, all of them beastly, but not quite so beastly as the caterpillars. Poor little Oompa-Loompas! The one food that they longed for more than any other was the cacao bean. But they couldn't get it. An Oompa-Loompa was lucky if he found three or four cacao beans a year. But oh, how they craved them. They used to dream about cacao beans all night and talk about them all day. You had only to mention the word \"cacao\" to an Oompa-Loompa and he would start dribbling at the mouth. The cacao bean,' Mr Wonka continued, 'which grows on the cacao tree, happens to be the thing from which all chocolate is made. You cannot make chocolate without the cacao bean. The cacao bean is chocolate. I myself use billions of cacao beans every week in this factory. And so, my dear children, as soon

as I discovered that the Oompa-Loompas were crazy about this particular food, I climbed up to their tree-house village and poked my head in through the door of the tree house belonging to the leader of the tribe. The poor little fellow, looking thin and starved, was sitting there trying to eat a bowl full of mashed-up green caterpillars without being sick. \"Look here,\" I said (speaking not in English, of course, but in Oompa-Loompish), \"look here, if you and all your people will come back to my country and live in my factory, you can have all the cacao beans you want! I've got mountains of them in my storehouses! You can have cacao beans for every meal! You can gorge yourselves silly on them! I'll even pay your wages in cacao beans if you wish!\" (บทที่16 ยอ่ หนา้ ท6่ี ) ซ่ึงไดเ้ ลา่ เร่ือง ชวี ิตความเปน็ อยูข่ อง อมุ ปาลมุ ปา 3.4) Verbal irony การบรรยายคาพูดทตี่ รงข้ามกับความหมาย เชน่ ในเรื่องน้เี ดก็ ทงั้ 4 คน คือ 1) Augustus Gloop 2) Veruca Salt 3) Violet Beauregarde 4) Mike Teavee ทถ่ี กู อมุ ปาลุมปา รอ้ งเพลงเยาะเย้ยก่อนท่จี ะออกจากโรงงานทีละคน 3.5) Puns การบรรยายของคาศพั ทท์ ่มี ีการออกเสียงเหมอื นกนั แต่มคี วามหมายตา่ งกนั เช่น ‘look round’ (บทท่ี23 ย่อหนา้ ท2่ี -10) ซง่ึ เป็นบทสนทนาทพ่ี ดู คยุ เก่ียวกับ ‘look round’ โดยแต่ละคนได้ ตีความหมายทไ่ี มห่ มือนกัน

Fantasy Style Carlie and the Chocolate Factory เป็นวรรณกรรมประเภทนวนิยาย (fiction) เปน็ เรื่องที่ผู้ประพนั ธ์ คิดสรา้ งสรรคห์ รือจนิ ตนาการข้นึ มาอง ซ่งึ มีข้อมลู ทเี่ ป็นจริง หรอื ฉากทเ่ี ป็นจรงิ ผสมอยู่ ตัวละครทมี่ กี ารแสดงออก และวิธีคดิ เหมอื นคนในชวี ิตจริงๆ ทาให้ผู้อ่านอา่ นแล้วรสู้ ึกสงสาร เห็นใจ โกรธแคน้ หรือชิงชังราวกับตวั ละคร เหล่านี้มีตวั ตนอยู่จรงิ ๆ Words selecting Chapter 2: Mr Willy Wonka’s Factory Words/Lists Lextutor AntConc. Cambridge Dictionary Rank Freq. finished (ADJ.) K1 W 241 1 N/A stories (N.) K1 W 142 2 A2,B2,C2 tell (V.) K1 W 147 2 A1,B2,C1 young (ADJ.) K1 W 155 2 A1,B2 secret (ADJ.) K1 W 329 1 B1 grandparents (N.) K2 W 68 3 A2 bony (ADJ.) K2 W 188 1 N/A hungry (ADJ.) K2 W 260 1 A1,C2 extraordinary(ADJ.) K2 W 230 1 B1 eagerly (ADJ.) K2 W 218 1 B2

enormous (ADJ.) AWL W 223 1 B1 method (N.) AWL W 290 1 B1 amazing (ADJ.) Off-list W 163 1 A2,B1 suddenly (ADV.) Off-list W 158 1 B2 chuckling (V.) Off-list W 199 1 N/A  finished (ADJ.) [/ˈfɪn.ɪʃt/] Meaning: completed or brought to an end: Example: Raw materials make up only a small part of the cost of the finished product.  stories (N.) [/ˈstɔːr.is/] Meaning: (A2) a description, either true or imagined, of a connected series of events: Example: He writes children's stories. Meaning: (B2) a report in a newspaper or on a news broadcast of something that has happened: Example: The main story in the papers today is the president's speech. Meaning: (C2) a lie: Example: He made up some story about having to be at his aunt's wedding anniversary.  tell (V.) [/tel/] Meaning: (A1) to say something to someone, often giving them information or instructions: Example: Tell me about your holiday then. Meaning: (B2) to know, recognize, or be certain: Example: I could tell (that) you were unhappy. Meaning: (C1) to notice a difference in quality between two things: Example: This coffee is about half the price of that one and yet you really can't tell the difference.  young (ADJ.) [/jʌŋ/] Meaning: (A1) having lived or existed for only a short time and not old: Example: The trees in this part of the forest are still fairly young. Meaning: (B2) young people considered together as a group: Example: I have nothing against miniskirts, but I think they're strictly for the young.  secret (ADJ.) [/ˈsiː.krət/] Meaning: (B1) If something is secret, other people are not allowed to know about it: Example: The president escaped through a secret passage underneath the parliament building.

 grandparents (N.) [/ˈɡræn.per.ənt/] Meaning: (A2) the father or mother of a person's father or mother: Example: The children are very attached to their grandparents.  bony (ADJ.) [/ˈboʊ·ni/] Meaning: very thin, so that bones can be seen: Example: She had a long, bony face.  hungry (ADJ.) [/ˈhʌŋ.ɡri/] Meaning: (A1) wanting or needing food: Example: The children are always hungry when they get home from school. Meaning: (C2) having a strong wish or desire for something: Example: Journalists were hungry for details.  extraordinary(ADJ.) [/ɪkˈstrɔːr.dən.er.i/] Meaning: (B1) very unusual, special, unexpected, or strange: Example: He told the extraordinary story of his escape.  eagerly (ADJ.) [/ˈiː.ɡɚ/] Meaning: (B2) wanting very much to do or have something, especially something interesting or enjoyable: Example: She sounded very eager to meet you.  enormous (ADJ.)[/əˈnɔːr.məs/] Meaning: (B1) extremely large: Example: He earns an enormous salary.  method (N.)[/ˈmeθ·əd/] Meaning: (B1) a particular way of doing something: Example: Travelling by train is still one of the safest methods of transport.  amazing (ADJ.)[/əˈmeɪ.zɪŋ/] Meaning: (A2) very good: Example: This wine is really amazing. Meaning: (B1) extremely surprising: Example: It's amazing to think that the managing director is only 23.  absurd (ADJ.)[/əbˈsɝːd/] Meaning: (B2) stupid and unreasonable, or silly in a humorous way: Example: Don't be so absurd! Of course I want you to come.  chuckling (V.) [/ˈtʃʌk.əl/] Meaning: to laugh quietly: Example: She was chuckling as she read the letter. Chapter 2 Vocabulary Summary

Words detection Terms amazing(6-B1), fantastic(12-A2), extraordinary(5-B1) Collocation - Grammar ‘Amazing’ is more used with article ‘an’ signifying general situation, not definite. ‘Fantastic’ is frequently found in an exclamatory sentence (!). It can be used with another similar meaning adjective as found in ‘They won the tournament? How fantastic!’ Style ‘Amazing’ is more commonly used in general situation.

E.g. (1) The new theatre is going to cost an amazing amount of money. (2) It's amazing to think that the managing director is only 23. (3) It's amazing that no one else has applied for the job. (4) The amazing thing is that it was kept secret for so long. ‘Marvellous’ is used in a particular and unique extremely good. E.g. (1) You look fantastic in that dress. (2) We had a fantastic time.  (3) The camera work in some of these animal documentaries is fantastic.  (4) Don't miss out on the fantastic bargains in our summer sale.  (5) She's a fantastic all-round sportswoman.  (6) That was a fantastic goal.  (7) We had a fantastic meal at that new restaurant.  ‘Extraordinary’ is used for something that very unusual, special, unexpected, or strange. E.g. (1) He told the extraordinary story of his escape. (2) Her voice had an extraordinary hypnotic quality.  (3) The rain forest is home to many extraordinary creatures. Content (4) Being chairman gave him an extraordinary sense of power. knowledge (5) The oil spill was handled as an extraordinary expense - a non- recurring, one-time event. To provide students with the use of similar-meaning adjectives, but each has their own use

To encourage students to analyze the style of use of the similar-meaning adjectives Exercises Directions: Write these words in the correct column. stories tell young secret grandparents bony hungry extraordinary eagerly enormous method amazing suddenly chuckling finished Noun Verb Adjective Adverb suddenly Stories Tell Finished Grandparents chuckling Young method Secret Bony Hungry Extraordinary Eagerly Enormous amazing


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook