Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่1-5_61011210022_สมบูรณ์ล่าสุด1

บทที่1-5_61011210022_สมบูรณ์ล่าสุด1

Published by jirapongtaiyasut, 2022-01-17 02:53:46

Description: บทที่1-5_61011210022_สมบูรณ์ล่าสุด1

Search

Read the Text Version

การพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคามด้วยเทคโนโลยคี วามเป็ นจริงเสริม Development of Indoor Navigation System for Academic Resource Center Mahasarakham University Using Augmented Reality นายจิรพงษ์ ไตรยสุทธ์ิ โครงงานสารสนเทศศาสตร์นเี้ ป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตร ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าสารสนเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ ตุลาคม 2564 มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม

การพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคามด้วยเทคโนโลยคี วามเป็ นจริงเสริม นายจริ พงษ์ ไตรยสุทธ์ิ โครงงานสารสนเทศศาสตร์นีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตร ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ คณะวทิ ยาการสารสนเทศ ตุลาคม 2564 มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม

ประกาศคุณูปการ โครงงานสารสนเทศศาสตร์ฉบบั น้ีสาเร็จลลุ ว่ งไปดว้ ยความกรุณาและความช่วยเหลือเป็นอยา่ งดียงิ่ จากผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.แกมกาญ สมประเสริฐศรี อาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงาน ในการตรวจสอบแกไ้ ข ขอ้ บกพร่องดว้ ยความเอาใจใส่อยา่ งดีตลอด และคณาจารยป์ ระจาสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ ทุกท่าน ที่ไดใ้ ห้ ขอ้ เสนอแนะ ตรวจสอบแกไ้ ขตลอดจนแนะนาแนวทางโครงงานสารสนเทศศาสตร์สาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี ผศู้ ึกษา รู้สึกซาบซ้ึงในพระคุณและขอกราบขอบพระคณุ เป็นอยา่ งสูง ขอขอบพระคุณ นางพรพมิ ล มโนชยั ผอู้ านวยการสานกั วิทยบริการ และนางศุภลกั ษณ์ นิลทะราช หวั หนา้ สานกั งานเลขานุการสานกั วทิ ยบริการ ท่ีใหค้ วามช่วยเหลือดา้ นขอ้ มูลของสานกั วทิ ยบริการ ขอขอบพระคุณบิดา มารดา และทุกคนในครอบครัว ผใู้ หก้ ารสนบั สนุนดา้ นทุนการศึกษาและ เป็นกาลงั ใจในการทาโครงงานสารสนเทศศาสตร์ฉบบั น้ีมาโดยตลอดจนสาเร็จลลุ ่วงไปดว้ ยดี ขอขอบคณุ พี่ ๆ เพ่ือน ๆ และนอ้ ง ๆ ทุกคนที่ใหค้ วามช่วยเหลือในการใหค้ าติชมเพ่ือปรับปรุงชิ้นงาน จนออกมาสมบรู ณ์ จิรพงษ์ ไตรยสุทธ์ิ

ชื่อเร่ือง การพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม ผ้ศู ึกษาค้นคว้า จิรพงษ์ ไตรยสุทธ์ิ อาจารย์ท่ปี รึกษา ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.แกมกาญ สมประเสริฐศรี ปริญญา ศศ.บ. สาขาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ปี ที่พมิ พ์ 2564 บทคัดย่อ โครงงานสารสนเทศศาสตร์ฉบบั น้ี มีความมุ่งหมายเพื่อพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทย บริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคามดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม และเพ่อื ศึกษาความพงึ พอใจของผใู้ ชท้ ่ีมีต่อ ระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ดว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม โดย กลุ่มตวั อย่างในการศึกษาคร้ังน้ี ได้แก่ ผูใ้ ช้บริการภายในอาคารสานักวิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม จานวน 138 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการรวบรวมขอ้ มูลประกอบด้วย 1) ระบบนาทางภายในอาคารสานักวิทย บริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคามดว้ ยเทคโนโลยีความเป็ นจริงเสริม 2) แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ เครื่องมือท่ีใชใ้ นการประเมิน คือ แบบสอบถามออนไลน์ และสถิติที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ความพึงพอใจได้แก่ คา่ เฉล่ีย X และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาคน้ ควา้ ปรากฏดงั น้ี กลมุ่ ตวั อยา่ งโดยรวมมีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก (x = 4.35) เมื่อพจิ ารณาเป็นรายดา้ น พบวา่ อยใู่ นระดบั มากที่สุด และมาก ดา้ นท่ีอยใู่ นระดบั มากที่สุดมีอยู่ 1 ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ น เน้ือหา (x = 4.53) ส่วนดา้ นที่อยใู่ นระดบั มากมีอยู่ 2 ดา้ น เรียงตามลาดบั ค่าเฉลี่ยมากไปหานอ้ ย ไดแ้ ก่ ดา้ นการใช้ งาน (x = 4.38) และดา้ นการออกแบบ (x = 4.24)

สารบญั บทท่ี หน้า 1.บทนา................................................................................................................................................................. 1 หลกั การและเหตุผล.......................................................................................................................................... 1 วตั ถุประสงค.์ .................................................................................................................................................... 2 ขอบเขตของการศึกษา...................................................................................................................................... 2 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ .............................................................................................................................. 3 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ .............................................................................................................................................. 3 2.เอกสารและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง.......................................................................................................................... 2 สานกั วิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม .................................................................................................... 5 ระบบการนาทาง............................................................................................................................................. 15 เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม ........................................................................................................................ 23 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการพฒั นาระบบนาทางภายในอาคาร................................................................................... 31 งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง.......................................................................................................................................... 37 3.วิธีการดาเนินการศึกษาคน้ ควา้ .......................................................................................................................... 5 การศึกษาวิเคราะหข์ อ้ มูลเบ้ืองตน้ ................................................................................................................... 40 การออกแบบระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการดว้ ยความเป็นจริงเสริม......................................... 45 การสร้างระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริม................................................................ 51 การประเมินผล ............................................................................................................................................... 52 4.ผลการศึกษา..................................................................................................................................................... 40 ผลการพฒั นาระบบนาทางภายในอาคาร ........................................................................................................ 40 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผใู้ ชง้ านท่ีมีต่อระบบนาทางภายในอาคาร................................................ 60 5.สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ ................................................................................................................. 63 ความมุ่งหมายของการศึกษา........................................................................................................................... 63 สรุปผลการศึกษา............................................................................................................................................ 63 อภิปรายผล ..................................................................................................................................................... 64 ขอ้ เสนอแนะ................................................................................................................................................... 65 บรรณานุกรม...................................................................................................................................................... 57 ภาคผนวก ........................................................................................................................................................... 67 ภาคผนวก ก.................................................................................................................................................... 68

สารบญั (ต่อ) บทท่ี หน้า แบบประเมินความพงึ พอใจ............................................................................................................................ 68 ประวตั ิยอ่ ของผศู้ ึกษาคน้ ควา้ .............................................................................................................................. 74

บัญชีตาราง ตาราง หน้า ตาราง 1 ผลการวิเคราะหค์ วามพงึ พอใจของผใู้ ชง้ านที่มีต่อระบบนาทางภายในอาคาร โดยรวมและรายดา้ น.... 60 ตาราง 2 ผลการวเิ คราะห์ความพึงพอใจของผใู้ ชง้ านท่ีมีต่อระบบนาทางภายในอาคาร ดา้ นเน้ือหา ................... 61 ตาราง 3 ผลการวิเคราะหค์ วามพงึ พอใจของผใู้ ชง้ านท่ีมีตอ่ ระบบนาทางภายในอาคาร ดา้ นการออกแบบ......... 61 ตาราง 4 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผใู้ ชง้ านที่มีตอ่ ระบบนาทางภายในอาคาร ดา้ นการใชง้ าน ............. 62

บัญชีภาพประกอบ ภาพประกอบ หน้า ภาพท่ี 1 แผนผงั อาคาร A ช้นั 1............................................................................................................................. 5 ภาพท่ี 2 แผนผงั อาคาร A ช้นั 2............................................................................................................................. 6 ภาพท่ี 3 แผนผงั อาคาร A ช้นั 3............................................................................................................................. 7 ภาพที่ 4 แผนผงั อาคาร A ช้นั 4............................................................................................................................. 9 ภาพที่ 5 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในอุตสาหกรรม............................................................ 26 ภาพท่ี 6 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงทางดา้ นการแพทย์ ........................................................ 27 ภาพท่ี 7 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงการทอ่ งเที่ยว................................................................. 27 ภาพที่ 8 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงทางดา้ นธุรกิจ ............................................................... 28 ภาพท่ี 9 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงจาลองการแตง่ หนา้ ....................................................... 28 ภาพที่ 10 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงจาลองการใส่นาฬิกา ................................................... 29 ภาพที่ 11 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในการนาเสนอการแต่งบา้ น ....................................... 29 ภาพท่ี 12 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในงานหอ้ งสมดุ .......................................................... 30 ภาพท่ี 13 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในการนาเสนอภาพวาดแจกนั ดอกไม้......................... 31 ภาพที่ 14 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริง.................................................................................... 31 ภาพท่ี 15 แถบสาหรับควบคุมโปรแกรม............................................................................................................ 32 ภาพที่ 16 กล่องเคร่ืองมือ (Tools Bar)................................................................................................................. 33 ภาพที่ 17 เมนูคาสั่งหลกั โปรแกรม..................................................................................................................... 34 ภาพท่ี 18 กล่องเครื่องมือ (Tool Box) ................................................................................................................. 35 ภาพที่ 19 ข้นั ตอนการพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริม ....................................... 5 ภาพที่ 20 การออกแบบกรอบแนวคิดระบบนาทางภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการดว้ ยความเป็นจริงเสริม ....... 45 ภาพที่ 21 แผนผงั การทางานของระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริม ............................... 46 ภาพท่ี 22 ป้ายแผนผงั อาคาร ............................................................................................................................... 47 ภาพท่ี 23 หนา้ ภาพแสดงชื่อหอ้ งและมุมต่าง ๆ................................................................................................... 47 ภาพท่ี 24 หนา้ สแกน Marker.............................................................................................................................. 48 ภาพท่ี 25 หนา้ แผนผงั อาคาร .............................................................................................................................. 48 ภาพที่ 26 หนา้ ขอ้ มูลเพม่ิ เติมของหอ้ ง................................................................................................................. 49 ภาพท่ี 27 หนา้ ต่างรูปภาพเพ่ิมเติม ...................................................................................................................... 49 ภาพท่ี 28 หนา้ นาทาง.......................................................................................................................................... 50

บญั ชีภาพประกอบ (ต่อ) ภาพประกอบ หน้า ภาพท่ี 29 หนา้ จุดหมาย....................................................................................................................................... 50 ภาพท่ี 30 หนา้ ตา่ งเมนู ........................................................................................................................................ 51 ภาพที่ 31 รูปภาพ Marker ................................................................................................................................... 40 ภาพที่ 32 หนา้ วิธีใชง้ าน ..................................................................................................................................... 40 ภาพท่ี 33 หนา้ สแกน Marker.............................................................................................................................. 57 ภาพท่ี 34 หนา้ แผนผงั อาคาร .............................................................................................................................. 57 ภาพท่ี 35 หนา้ ขอ้ มูลเพิม่ เติมของหอ้ ง................................................................................................................. 58 ภาพที่ 36 หนา้ ต่างดูรูปภาพเพมิ่ เติม.................................................................................................................... 58 ภาพที่ 37 หนา้ นาทาง.......................................................................................................................................... 59 ภาพที่ 38 หนา้ จุดหมาย....................................................................................................................................... 59 ภาพที่ 39 หนา้ ต่างเมนู ........................................................................................................................................ 60

บทท่ี 1 บทนา หลกั การและเหตผุ ล ปัจจุบนั การนาทางภายในอาคารส่วนใหญ่ยงั ใชก้ ารนาทางแบบเดิมที่พบเห็นกนั ไดท้ ว่ั ไป ภายใน อาคารต่าง ๆ มีท้งั การใชแ้ ผนที่กระดาษนาทางเป็นการแจกแผนที่ภายในอาคารใหแ้ ก่ผูใ้ ชภ้ ายนอกโดยในแผนที่ แผน่ พบั จะระบุช่ือหอ้ งตา่ ง ๆ ไวบ้ นแผนที่ และสามารถเพ่ิมรายละเอียดอ่ืน เช่นรายชื่อหอ้ งหรือร้านคา้ สถานที่ จดั งาน และขอ้ มูลที่สาคญั ลงในแผนที่เพม่ิ เติมได้ หรือการใชแ้ ผนที่ท่ีติดต้งั ตามจุดตา่ ง ๆ ภายในอาคารเป็นการ นาแผนที่ขนาดใหญไ่ ปติดไวต้ ามจุดต่าง ๆ เช่น ทางร่วม ทางแยก บนั ได หนา้ ลิฟต์ หรือจุดสาคญั ที่มีคนมา รวมตวั กนั หรือเดินผา่ นเป็นจานวนมาก มีขอ้ จากดั ตอ้ งจดจาตาแหน่งและทิศในการเล้ียวเพอื่ เดินทางไปยงั จุดหมายปลายทาง หากมีจุดติดต้งั ไม่ทวั่ ถึงอาจทาใหผ้ ใู้ ชห้ ลงทาง และเสียเวลาในการเดินหาแผนท่ีเหลา่ น้นั หรือการใชป้ ้ายบอกทางที่ติดต้งั ตามจุดต่าง ๆ ภายในอาคาร เป็นการนาป้ายช้ีบอกทางติดต้งั ไวเ้ ป็นระยะ ๆ ตาม ทางร่วม ทางแยก ระหวา่ งทาง ในจุดท่ีผใู้ ชส้ ามารถสังเกตเห็นไดง้ า่ ย เช่นแขวนจากขา้ งบน หรือติดต้งั ตามเสา เป็นตน้ มีขอ้ จากดั ป้ายบอกทางจะแสดงเฉพาะจุดสาคญั เท่าน้นั เพือ่ มิใหม้ ีปริมาณมากเกินไป ผใู้ ชจ้ ึงตอ้ งทราบ ก่อนวา่ จุดหมายของตนอยใู กลบ้ ริเวณจุดสาคญั ใด (บุณฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และ สมเกียรติ วงั ศิริพทิ กั ษ,์ 2018) เทคโนโลยคี วามจริงเสมือน (Augmented Reality : AR) เป็นเทคโนโลยที ่ีผสมผสานโลกในความเป็นจริง และโลกเสมือนที่สร้างข้ึนมาผสานเขา้ ดว้ ยกนั ผา่ นซอฟตแ์ วร์และอปุ กรณ์เช่ือมต่อตา่ ง ๆ ซ่ึงถือวา่ เป็นการสร้าง ขอ้ มูลอีกขอ้ มลู หน่ึงที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิ ก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และ ขอ้ ความ ตวั อกั ษร ใหผ้ นวกซอ้ นทบั กบั ภาพในโลกจริงที่ปรากฏบนกลอ้ งเทคโนโลยี AR แบ่งเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ แบบที่ใชภ้ าพสญั ลกั ษณ์และแบบท่ีใชร้ ะบบพกิ ดั ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู เพ่ือสร้างขอ้ มลู บนโลกเสมือนจริง ซ่ึง ในทางเทคนิคแลว้ ภาพสญั ลกั ษณ์ท่ีใช้ จะนิยมเรียกวา่ “Marker” (อ่านวา่ มาร์คเกอร์) หรืออาจจะเรียกวา่ “AR Code” ก็ได้ โดยใชก้ ลอ้ งเวบ็ แคมในการรับภาพ เมื่อซอฟทแ์ วร์ที่เราใชง้ านอยปู่ ระมวลผลรูปภาพเจอสัญลกั ษณ์ท่ีกาหนดไว้ กจ็ ะแสดงขอ้ มลู ภาพสามมิติท่ีถกู ระบุไวใ้ นโปรแกรมใหเ้ ห็น เราสามารถที่จะหมนุ ดูภาพท่ีปรากฏไดท้ ุกทิศทางหรือ เรียกวา่ หมุนได้ 360 องศา (โลกเสมือนผา่ นโลกจริง Augmented Reality, 2013 : เวบ็ ไซต)์ ดงั น้นั จึงมีการนาเอาเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริมมาพฒั นาเป็นระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยความ เป็นจริงเสริม ทางานบนสมาร์ทโฟน โดยใชก้ ลอ้ งบนสมาร์ทโฟนในการรับภาพมาร์กเกอร์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ (Natural Marker) ในสภาวะแวดลอ้ มน้นั ๆ เพ่ือคน้ คนื ตาแหน่งและทิศทางการหนั ของสมาร์ทโฟน และแสดง ขอ้ มลู ดงั กลา่ วบนแผนท่ีของอาคารทาใหผ้ ใู้ ชง้ านทราบตาแหน่งปัจจุบนั ในอาคารและทิศทางการหนั โดยจะตอ้ ง มีการบนั ทึกตาแหน่งและทิศทางการหนั ของภาพมาร์กเกอร์ท้งั หมดไวใ้ นระบบเป็นการล่วงหนา้ เมื่อผใู้ ชร้ ะบุ

2 จุดหมายปลายทางภายในอาคาร ระบบจะคานวณเส้นทางท่ีส้นั ท่ีสุดไปยงั ปลายทางน้นั พร้อมท้งั แสดงความเป็น จริงเสริม (Augmented reality) เพ่ิมเขา้ ไปในภาพ เพอ่ื ช่วยนาทางผใู้ ชง้ านไปยงั จุดหมาย ความเป็นจริงเสริม ประกอบดว้ ยลกู ศรช้ีทาง ขอ้ ความแนะนา และเสียงแนะนา นอกจากน้ีระบบสามารถแสดงตาแหน่ง ทิศทางการ หนั และเสน้ ทางบนแผนท่ีภาพมมุ บนของช้นั อาคารเพ่อื ใหผ้ ใู้ ชม้ องเห็นภาพรวม และสามารถใชร้ ะบบในการนา ทางไดด้ ียงิ่ ข้นึ โดยประสิทธิภาพในการรู้จาสถานที่จะข้นึ อยกู่ บั ระยะ ทิศทาง และประเภทของกลอ้ งท่ีใชใ้ นการ ถา่ ยภาพมาร์กเกอร์ รวมถึงลกั ษณะของมาร์กเกอร์ท่ีเลือกใช้ (บณุ ฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และ สมเกียรติ วงั ศิริพทิ กั ษ,์ 2018) ปัจจุบนั ภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ยงั ใชก้ ารนาทางแบบเดิมอยู่ คือ การใชแ้ ผนที่ขนาดใหญท่ ่ีติดต้งั ไวต้ รงบนั ได ช่วยนาทางไดใ้ นบางกรณีแตถ่ า้ ผทู้ ่ีเขา้ มาใชบ้ ริการที่ไมเ่ คยมาใช้ บริการเลย หรือ ไม่ไดม้ าใชบ้ ริการบ่อย ไมค่ นุ้ ชินกบั อาคารก็จะไม่สามารถหาจุดหมายปลายทางไดโ้ ดยง่าย ตอ้ ง จดจาตาแหน่งและทิศในการเล้ียวเพอ่ื เดินทางไปยงั จุดหมายปลายทาง อาจทาใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการเสียเวลาในการเดินหา จุดหมายปลายทาง หรือไม่รู้วา่ หอ้ ง หรือ จุดบริการ บริการเก่ียวกบั อะไร วา่ อยตู่ รงไหน และไมม่ ีการอพั เดทแผนที่ บา้ งจุดในปัจจุบนั ไมม่ ีใหบ้ ริการในสานกั วิทยบริการแลว้ จากที่กลา่ วมาขา้ งตน้ ผศู้ ึกษาจึงมีความสนใจท่ีจะพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริมเพ่อื ช่วยนาทางไปยงั หอ้ ง หรือ จุดบริการต่าง ๆใหแ้ ก่ผทู้ ่ีเขา้ มาใชบ้ ริการ วตั ถุประสงค์ 1.เพือ่ พฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ดว้ ยเทคโนโลยี ความเป็ นจริ งเสริ ม 2.เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจของผใู้ ชท้ ี่มีต่อระบบนาทางภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม ขอบเขตของการศึกษา 1. ดา้ นเน้ือหา การศึกษาคร้ังน้ีมีขอบเขตขอ้ มูลภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ อาคาร A มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ประกอบดว้ ย 1.1 ขอ้ มลู ทวั่ ไปเกี่ยวกบั สานกั วิทยบริการ 1.2 พ้นื ท่ีใหบ้ ริการของสานกั วิทยบริการ 1.3 การจดั หมวดหมู่

3 2. ดา้ นประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง ประชากร ไดแ้ ก่ ผใู้ ชบ้ ริการภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม กลุ่มตวั อยา่ ง ไดแ้ ก่ ผใู้ ชบ้ ริการภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ซ่ึงไดม้ าจากการกาหนดขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใชส้ ูตรของคอแครน (Cochran) กรณีไม่ทราบจานวนประชากร ของ ผใู้ ชบ้ ริการ ซ่ึงกลุ่มตวั อยา่ งที่ไดน้ ้นั ผศู้ ึกษาเลือกใชว้ ิธีการสุ่มแบบบงั เอิญ ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ ไดร้ ะบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคามที่ช่วยใหผ้ ทู้ ี่เขา้ มาใชบ้ ริการ ภายในอาคารสานกั วิทยบริการสามารถไปยงั หอ้ ง หรือ จุดบริการตา่ ง ๆ ที่ตอ้ งการไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว นยิ ามศัพท์เฉพาะ ผใู้ ช้ หมายถึง นิสิตมหาวทิ ยาลยั มหาสารคามท่ีเขา้ มาใชบ้ ริการภายในอาคารสานกั วทิ ยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ระบบนาทางภายในอาคาร หมายถึง การระบุเส้นทางไปยงั หอ้ ง หรือ จุดบริการต่าง ๆ ภายในอาคาร A สานกั วทิ ยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคามท่ีทางานบนสมาร์ทโฟน เพ่อื นาทางจากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง หรือ นาทางไปยงั หอ้ ง หรือจุดบริการตา่ ง ๆ ภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม ความเป็นจริงเสริม หมายถึง เทคโนโลยที ่ีผสมผสานระหว่างความเป็นจริง และ โลกเสมือนท่ีสร้าง ข้นึ มาผสานเขา้ ดว้ ยกนั ผา่ นซอฟตแ์ วร์และผา่ นกลอ้ งสมาร์ทโฟน ทาใหส้ ามารถมองเห็นภาพเสน้ การนาทาง ภายในอาคาร A สานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม โดยนาเสนอขอ้ มลู ในรูปแบบของ ภาพ 360 องศา ภาพกราฟิ ก และขอ้ ความ ตวั อกั ษร

บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วข้อง ในการศึกษาเรื่อง การพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารสานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ด้วยเทคโนโลยีความเป็ นจริงเสริม ผูศ้ ึกษาได้ทาการศึกษาคน้ ควา้ เอกสารและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ตามลาดบั หวั ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี 1. สานกั วิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 1.1 ขอ้ มูลทวั่ ไปเก่ียวกบั สานกั วิทยบริการ 1.2 พ้นื ที่ใหบ้ ริการของสานกั วิทยบริการ 1.3 การจดั หมวดหมู่ 2. ระบบการนาทาง 2.1 ความหมายของระบบนาทาง 2.2 ประเภทของระบบการนาทาง 2.3 ประโยชน์ของระบบการนาทาง 3. เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม 3.1 ประวตั ิความเป็นมาของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม 3.2 ความหมายของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม 3.3 หลกั การและกระบวนการทางานของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม 3.4 การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม 4. เครื่องมือท่ีใชใ้ นการพฒั นาระบบนาทางในอาคาร 4.1 Adobe Photoshop 4.2 Adobe illustrator 4.3 Unity3D 4.4 Vuforia 5. งานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง

5 สานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 1. ขอ้ มูลทวั่ ไปเก่ียวกบั สานกั วิทยบริการ สานกั วทิ ยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ต้งั อยู่ ต.ขามเรียง อ.กนั ทรวชิ ยั จ.มหาสารคาม 44150 เป็นแหลง่ ศึกษาคน้ ควา้ และเรียนรู้สารสนเทศของมหาวิทยาลยั มหาสารคาม สานกั วิทยบริการ ขมุ ทรัพยแ์ ห่ง ปัญญา ทาหนา้ ที่เป็นหอสมุดกลาง สนบั สนุนการเรียนการสอน การวจิ ยั การทานุบารุงศิลปวฒั นธรรม และ บริการวชิ าการแก่ชุมชน ให้สอดคลอ้ งตามความตอ้ งการในการแสวงหาความรู้ของนิสิต อาจารย์ บคุ ลากร ตลอดจนผใู้ ชบ้ ริการทว่ั ไป (จุฑามาศ ภิญโญศรี, 2563 : เวบ็ ไซต)์ 2. พ้ืนท่ีใหบ้ ริการของสานกั วิทยบริการ สานกั วิทยบริการ มีที่ต้งั เพ่อื ใหบ้ ริการ 3 แห่ง ไดแ้ ก่ (สานกั วิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2564) 1.1 อาคารวิทยบริการ A ภาพท่ี 1 แผนผงั อาคาร A ช้นั 1 ช้นั ท่ี 1 1) หอ้ งประชุมช้นั 1 2) กล่มุ งานเทคนิคสารสนเทศ 3) หอ้ งอ่าน 24 ชวั่ โมง 1 4) หอ้ งอ่าน 24 ชวั่ โมง 2 เป็นบริการที่อานวยความสะดวกแก่นิสิตของมหาวทิ ยาลยั จะไดม้ ีพ้นื ที่ศึกษาคน้ ควา้ และเรียนรู้ดว้ ยตนเองตลอด 24 ชว่ั โมง มีบรรยากาศเยน็ สบายสงบเงียบ เอ้ือต่อการเรียนรู้และคิดงานสร้างสรรค์

6 อยา่ งต่อเน่ือง สามารถนาคอมพิวเตอร์ Notebook มาสืบคน้ ฐานขอ้ มลู ทาการบา้ นและใชบ้ ริการ Wireless โดย สานกั วิทยบริการไดจ้ ดั บริการความปลอดภยั ของผใู้ ชบ้ ริการตลอด 24 ชวั่ โมง ภาพท่ี 2 แผนผงั อาคาร A ช้นั 2 ช้นั ท่ี 2 1) เคาน์เตอร์บริการ ยมื -คืน บริการยมื -คนื ทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ โดยมีเจา้ หนา้ ท่ีคอยใหแ้ นะนา ช่วยเหลือที่เคานเ์ ตอร์บริการสาหรับอานวยความสะดวกใหแ้ ก่ผใู้ ชบ้ ริการและเกิดประโยชนส์ ูงสุดต่อผใู้ ชบ้ ริการ โดยทรัพยากรสารสนเทศที่สามารถยมื -คืน ได้ ประกอบดว้ ย หนงั สือภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สิ่งพมิ พ์ รัฐบาล รายงานการวิจยั ปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ สื่อโสตทศั น์ 2) บริการตอบคาถามและช่วยคน้ ควา้ บริการแนะนาและใหค้ วามช่วยเหลือแก่ผใู้ ชบ้ ริการในการสืบคน้ สารสนเทศและการ ใชบ้ ริการของสานกั วทิ ยบริการ รวมถึงการใหข้ อ้ มลู ข่าวสารต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์สาหรับผใู้ ชบ้ ริการ โดยมี บรรณารักษร์ ับขอ้ คาถามและแนะนาการใชบ้ ริการใหแ้ ก่ผูใ้ ชบ้ ริการ 3) ศนู ยส์ ารนิเทศอีสานสิรินธร เป็นศูนยก์ ลางบริการสารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั ภูมิภาคอีสาน สารสนเทศอีสาน มี วตั ถปุ ระสงคใ์ นการดาเนินงาน ดงั น้ี 1. เพื่อจดั หา รวบรวม และใหบ้ ริการสารสนเทศท่ีมีเน้ือหาเก่ียวขอ้ งกบั ภาคอีสาน ทุก ประเภทท้งั วสั ดุตีพิมพแ์ ละวสั ดุไมต่ ีพมิ พ์ โดยรวบรวมเน้ือหาอีสานในทุก ๆ ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นวฒั นธรรมพ้ืนบา้ น ความเป็นอยแู่ ละประเพณี การศึกษา ความเช่ือ วรรณกรรม ภาษา ศิลปะ การละเล่นพ้นื บา้ น การพฒั นาชนบท และการเมืองการปกครอง

7 2. เพ่อื จดั ระบบการจดั เก็บและคน้ คืนสารสนเทศ โดยใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการสามารถคน้ หา สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั อีสานไดต้ รงตามความตอ้ งการอยา่ งสะดวกและรวดเร็ว 3. เพอื่ เป็นแหล่งสารสนเทศใหน้ กั เรียน นิสิต นกั ศึกษา อาจารย์ นกั วิจยั และประชาชน ผสู้ นใจทว่ั ไป ไดศ้ ึกษาเรื่องราวของภาคอีสาน อนั ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ ต่อการศึกษาคน้ ควา้ 4. เป็นศนู ยก์ ลางการศึกษาคน้ ควา้ วจิ ยั เก่ียวกบั ภาคอีสานในทุก ๆ ดา้ น 5. เพอ่ื ดารงรักษาเร่ืองราวของชาวอีสานไวใ้ หอ้ นุชนรุ่นหลงั ไดศ้ ึกษาต่อไป 6. เพอื่ เผยแพร่และแลกเปล่ียนสารสนเทศระหวา่ ง ภาคอีสานกบั ภาคอื่น ๆ ท้งั ใน ประเทศไทย และตา่ งประเทศ 4) สมคั รสมาชิก เป็นบริการที่อานวยความสะดวกใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการ ในกรณีที่ไมส่ ามารถเดินทางมาที่สานกั วิทยบริการได้ โดยผใู้ ชบ้ ริการสามารถสมคั รสมาชิกผา่ นระบบออนไลนไ์ ดท้ ี่ http://golden.msu.ac.th/register/public/ 5) มมุ หนงั สือพมิ พป์ ัจจุบนั 6) หอ้ งประชุมช้นั 2 7) สานกั งานเลขานุการ 8) มุมรักสุขภาพ เป็นมมุ ท่ีจดั เผยแพร่สารสนเทศดา้ นการรักษาสุขภาพดว้ ยตนเอง เครื่องออกกาลงั กาย อยา่ งง่าย เพ่อื ใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการไดใ้ ชป้ ระโยชนส์ าหรับการพกั ผอ่ นแบบสบาย ๆ ผอ่ นคลายจากการศึกษาคน้ ควา้ ภายในสานกั วิทยบริการ ภาพที่ 3 แผนผงั อาคาร A ช้นั 3 ช้นั ท่ี 3 1) จุดสืบคน้ Web OPAC 2) บริการตอบคาถาม และ ช่วยคน้ ควา้

8 บริการแนะนาและใหค้ วามช่วยเหลือแก่ผใู้ ชบ้ ริการในการสืบคน้ สารสนเทศและการ ใชบ้ ริการของสานกั วทิ ยบริการ รวมถึงการใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารตา่ ง ๆ ที่เป็นประโยชนส์ าหรับผใู้ ชบ้ ริการ โดยมี บรรณารักษร์ ับขอ้ คาถามและแนะนาการใชบ้ ริการใหแ้ ก่ผใู้ ชบ้ ริการ 3) หนงั สือภาษาต่างประเทศ 4) หนงั สือภาษาไทย 5) หนงั สืออา้ งอิง 6) หนงั สือนวนิยาย-เร่ืองส้ัน 7) มมุ คณุ ธรรม จดั ใหบ้ ริการซ่ึงมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อใหบ้ ริการสารสนเทศดา้ นการเสริมสร้างคณุ ธรรม จริยธรรมแก่ผใู้ ชบ้ ริการทว่ั ไป โดยไดร้ ับความอนุเคราะห์จากศนู ยส์ ่งเสริมและพฒั นาพลงั แผน่ ดินเชิงคุณธรรม (ศูนยค์ ณุ ธรรม) สานกั งานบริหารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน) จดั ส่งทรัพยากรสารสนเทศสาหรับ จดั ใหบ้ ริการ งบประมาณในการดาเนินโครงการ/กิจกรรม 8) มุมความรู้ตลาดทนุ สร้างเสริมกิจกรรมของหอ้ งสมดุ ท่ีใหบ้ ริการ “มุมความรู้ตลาดทนุ ” สร้างนิสยั และ สร้างวฒั นธรรมรักการอ่าน สาหรับผใู้ ชบ้ ริการของสานกั วทิ ยบริการกระตนุ้ และสร้างแรงจูงใจในการเขา้ ให้ หอ้ งสมุดใหม้ ากข้ึน และเผยแพร่ความรู้ดา้ นตลาดทุนออกสู่ชุมชน ทาใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการสามารถเขา้ ถึงขอ้ มูลความรู้ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว 9) วารสารใหม่ภาษาไทย 10) งานวารสารและหนงั สือพิมพ์ เป็นบริการวารสารลว่ งเวลา และหนงั สือพมิ พฉ์ บบั ยอ้ นหลงั 2 เดือนลงไป แตไ่ มเ่ กิน 1 ปี ยอ้ นหลงั ใหบ้ ริการเป็นช้นั ปิ ด ใชบ้ ริการภายในสานกั วิทยบริการเท่าน้นั นามาคืนก่อนสานกั วิทยบริการปิ ด 15 นาทีของวนั ท่ียมื 11) จุลสาร การใหบ้ ริการเป็นช้นั ปิ ด ใชบ้ ริการภายในสานกั วทิ ยบริการเท่าน้นั นามาคนื ก่อนสานกั วิทยบริการปิ ด 15 นาที ของวนั ท่ียมื

9 ภาพที่ 4 แผนผงั อาคาร A ช้นั 4 ช้นั ที่ 4 1) หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ แบบรายบุคคล และรายกลุ่ม ใหบ้ ริการหอ้ งปฏิบตั ิศาสนกิจในศาสนา อิสลาม ณ หอ้ งละหมาด หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ มีท้งั หมด 3 หอ้ ง ดงั น้ี 1. หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ A บริการหอ้ งสาหรับประชุม ทารายงานหรือคน้ ควา้ วจิ ยั เป็นรายบุคคล 2. หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ B บริการหอ้ งสาหรับประชุม ทารายงานหรือคน้ ควา้ วจิ ยั เป็นรายบุคคล 3. หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ C บริการหอ้ งสาหรับประชุม ทารายงานหรือคน้ ควา้ วิจยั เป็นราย กล่มุ ต้งั แต่ 3-8 คน หอ้ งละหมาด เป็นบริการที่จดั ใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการท่ีเป็นชาวมุสลิมเพื่ออานวยความสะดวก ในการประกอบพิธีทางศาสนา ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 2 หอ้ ง ไดแ้ ก่ หอ้ งสาหรับผชู้ าย และหอ้ งสาหรับผูห้ ญิง ท้งั หอ้ งศึกษาคน้ ควา้ และหอ้ งละหมาด เป็นห้องใหบ้ ริการสาหรับนิสิตและบคุ ลากร มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม สถานท่ีติดต่อขอใชบ้ ริการผา่ นระบบออนไลน์ไดท้ ่ี http://golden.msu.ac.th/self_study/ และติดตอ่ เคาน์เตอร์บริการยืม-คืน ช้นั 2 เพื่อติดต่อเจา้ หนา้ ท่ีในขอรับกุญแจ 2) หอ้ งศาสตราจารยบ์ ุญชนะ อตั ถากร / มมุ หนงั สือนานาชาติ / มุมสารสนเทศอาเซียน / มมุ เรียนรู้วฒั นธรรมเกาหลี เป็นแหลง่ สารสนเทศสาขาเศรษฐศาสตร์และวทิ ยาการจดั การ ใหบ้ ริการแก่อาจารย์ นิสิต นกั ศึกษา และผทู้ ่ีสนใจ และการรวบรวมเกียรติประวตั ิของศาสตราจารยบ์ ญุ ชนะ อตั ถากร ท่ีควรศึกษา และยกยอ่ ง โดยมีทรัพยากรสารสนเทศที่ไดร้ ับบริจาคจากศาสตราจารยบ์ ญุ ชนะ อตั ถากร เก่ียวกบั การเงิน การ คลงั (ดา้ นเศรษฐศาสตร์และวทิ ยาการจดั การ) ยงั มี มมุ หนงั สือนานาชาติ, มมุ สารสนเทศอาเซียน และมุมเรียนรู้ วฒั นธรรมเกาหลี

10 มุมหนงั สือนานาชาติ บริการหนงั สือและสื่อสารสนเทศภาษาต่างประเทศท่ี มหาวทิ ยาลยั เปิ ดสอนจานวน 6 ภาษา ไดแ้ ก่ จีน เวยี ดนาม เขมร ลาว ญี่ป่ นุ และเกาหลี โดยจดั บรรยากาศ และส่ิง อานวยความสะดวก สาหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษา มมุ สารสนเทศอาเซียน จดั ใหบ้ ริการหนงั สือและสื่อสารสนเทศเก่ียวกบั อาเซียนท้งั 10 ประเทศ 3 เสาหลกั จดั นิทรรศการใหค้ วามรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั อาเซียน สัญลกั ษณ์ต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง และของที่ ระลึกจากประเทศตา่ ง ๆ ในอาเซียน มุมเรียนรู้วฒั นธรรมเกาหลี สานกั วิทยบริการไดม้ อบอุปกรณ์และครุภณั ฑ์ จากศูนยเ์ ซจง คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม จดั แสดงใหค้ วามแก่ นิสิต เพ่อื สนบั สนุนการ เรียนการสอนสาขาวิชาเกาหลี และเพอ่ื เป็นประโยชน์ต่อผใู้ ชบ้ ริการที่สนใจภาษาและวฒั นธรรมเกาหลี 3) หอ้ งมีชยั ฤชุพนั ธุ์ / ห้องหนงั สือการเมืองและกฎหมาย (หมวด 320-329), (344-349) 4) หอ้ งนิทรรศการจดหมายเหตุและสารสนเทศมหาวิทยาลยั มหาสารคาม บริการจดั เก็บ รวบรวมประวตั ิมหาวิทยาลยั ประวตั ิอธิการบดีและผลงาน ผทู้ ี่ไดร้ ับรางวลั พระธาตุนาดูนทองคา ผทู้ ่ีไดร้ ับรางวลั ดุษฎีบณั ฑิตกิตติมศกั ด์ิ ฐานขอ้ มูลจดหมายเหตุและสารสนเทศมหาวทิ ยาลยั หอ้ งแสดงนิทรรศการ รวมท้งั เอกสารที่มีคุณคา่ ทางประวตั ิศาสตร์จดั เกบ็ ท้งั รูปส่ือส่ิงพิมพแ์ ละส่ือดิจิทลั โดยใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศมาจดั การสืบคน้ เอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ไดท้ ่ี http://archives.msu.ac.th/home/ 5) หอ้ งหนงั สือประวตั ิศาสตร์ (หมวด 900) 6) หอ้ งเอกสารวิจยั 3 (หมวด วจ.510.704 – 999.99) 7) กลมุ่ งานบริการชุมชนและส่งเสริมการใชบ้ ริการ 8) หอ้ งเอกสารวิจยั 2 (หมวด วจ.371.2 – 510.704) 9) หอ้ งเอกสารวิจยั 1 (หมวด วจ.000 – 371.199) 10) หอ้ งฝึกอบรม / บริการสืบคน้ สารสนเทศทางอินเทอร์เนต็ 11) งานนวตั กรรมและสารสนเทศอิเลก็ ทรอนิกส์ 12) กล่มุ งานพฒั นาระบบและเทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.2 อาคารวิทยบริการ B ศูนยก์ ารเรียนรู้ Digital Learning Park ใหบ้ ริการสารสนเทศดิจิทลั จดั หา จดั เก็บ และใหบ้ ริการส่ือสมยั ใหม่ หลากหลายรูปแบบ พร้อมอุปกรณ์ส่ือสารและคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียอนั ทนั สมยั บนเครือขา่ ยอินเทอร์เนต็ ความเร็วสูงในแบบ ออนไลน์และแบบออฟไลน์ ช้นั 1 1) มีบริการหอ้ งอ่านหนงั สือ 24 ชม. ใหแ้ ก่นิสิตผรู้ ักการอ่าน จดั ใหบ้ ริการ จานวน 1 หอ้ ง 2) หอ้ งจดั เกบ็ ทรัพยากรสารสนเทศ

11 ช้นั 2 1) บริการยมื – คืน ทรัพยากรสารสนเทศส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์หลายประเภท เช่น สารคดี บนั เทิง สาระความรู้ อาทิ ฐานขอ้ มูลส่ือดิจิทลั ชุดการเรียนการสอน (Kit) สื่อขอ้ มลู (Text) ส่ือวิดีทศั น์ ส่ืออินเทอร์เน็ต และนิทรรศการ 2) บริการหอ้ ง Study Room 3) บริการหอ้ งชมภาพยนตร์ 4) บริการชุดศึกษาวิดีทศั น์กลุม่ 5) บริการวทิ ยแุ บบหูฟังไร้สาย 6) บริการเคร่ืองคอมพิวเตอร์ออนไลน์ 7) บริการแทปเลส 8) บริการที่นงั่ อ่าน 1.3 หน่วยบริการอาคารวิทยพฒั นา คณะศึกษาศาสตร์ เขตพ้ืนท่ีในเมือง 1) ใหบ้ ริการยมื 2) คนื ทรัพยากรสารสนเทศ คณะที่จดั การเรียนการสอน ณ เขตพ้นื ที่ในเมือง ไดแ้ ก่ คณะศึกษาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะสตั วแพทยศาสตร์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม 3) บริการเรียนรู้ ฝึกทกั ษะการรู้สารสนเทศ สานกั วทิ ยบริการจดั กิจกรรมสอนการเรียนรู้สารสนเทศ (Information Literacy) ใหแ้ ก่นิสิต อาจารย์ และบุคลากรมหาวทิ ยาลยั เพื่อใหส้ ามารถเขา้ ถึงทรัพยากรสารสนเทศไดต้ รงตามความตอ้ งการ และ สามารถใชท้ รัพยากรสารสนเทศต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสนบั สนุนการเรียนการ สอน การวจิ ยั และประกอบผลงานวิชาการ ไดแ้ ก่ 1) กิจกรรม Library Tour 2) สอนการสืบคน้ ทรัพยากร สารสนเทศจาก Web OPAC, E-Book - Online Database 3) การสืบคน้ งานวิจยั E-Thesis/Research 4) สอนการคดั เลือกวารสารเพอ่ื การตีพิมพฯ์ 5) สอนการจดั การบรรณานุกรมดว้ ย EndNote/ Mendelay สมคั รรับการอบรมไดท้ ่ี https://library.msu.ac.th 3. การจดั หมวดหมู่ สานกั วิทยบริการไดว้ ิเคราะห์ จดั ระบบทรัพยากรสารสนเทศตามระบบทศนิยมดิวอ้ี (Dewey Decimal Classification) ผใู้ ชบ้ ริการตอ้ งสืบคน้ รายการจาก Web OPAC ก่อนเขา้ ไปหยิบตวั เลม่ ท่ีตอ้ งการ ระบบทศนิยมดิวอ้ี 10 หมวดใหญ่ ไดแ้ ก่ (หมวดหมทู่ รัพยากรสารสนเทศ Location และสัญลกั ษณ์ ทรัพยากรสารสนเทศ, 2563 : เวบ็ ไซต)์ 000 เบด็ เตลด็ (General) แบง่ ออกเป็นหม่ยู อ่ ย ดงั น้ี

12 010 บรรณานุกรมและบญั ชีรายการ (แคต็ ตาลอ็ ก) 020 บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ 030 หนงั สือรวบรวมความรู้ทว่ั ไป สารานุกรม 040 (ไม่ไดก้ าหนดใช)้ 050 สิ่งพมิ พต์ ่อเนื่อง วารสาร และดรรชนีของส่ิงพิมพต์ ่อเน่ือง ดรรชนีวารสาร 060 องคก์ ารต่าง ๆ และพพิ ธิ ภณั ฑวิทยา 070 วารสารศาสตร์ การพมิ พ์ 080 รวมเร่ืองทว่ั ไปท่ีไมอ่ าจจดั ลงในหมวดหมใู่ ดหมวดหมหู่ น่ึงได้ 090 หนงั สือตน้ ฉบบั ตวั เขยี นและหนงั สือหายาก 100 ปรัชญา (Philosophy) แบง่ ออกเป็นหมยู่ อ่ ย ดงั น้ี 110 อภิปรัชญา 120 ทฤษฎีแห่งความรู้ ความเป็นมนุษย์ 130 จิตวิทยานามธรรม 140 ความคดิ ทางปรัชญาเฉพาะกลุ่ม 150 จิตวิทยา 160 ตรรกวิทยา 170 จริยศาสตร์ จริยธรรม ศีลธรรม 180 ปรัชญาสมยั โบราณ ปรัชญาสมยั กลาง ปรัชญาตะวนั ตก 190 ปรัชญาตะวนั ตกสมยั ใหม่ 200 ศาสนา (Religion) แบ่งออกเป็นหมยู่ อ่ ย ดงั น้ี 210 ศาสนาธรรมชาติ 220 คมั ภีร์ไบเบิล 230 เทววทิ ยาตามแนวคริสตศ์ าสนา 240 ศีลธรรมของชาวคริสเตียน 250 คริสตศ์ าสนาในทอ้ งถิ่นและระเบียบแบบแผนปฏิบตั ิ 260 สังคมของชาวคริสต์ และศาสนศาสตร์ 270 ประวตั ิคริสตศ์ าสนา 280 นิกายตา่ ง ๆ ในคริสตศ์ าสนา

13 290 ศาสนาเปรียบเทียบและศาสนาอ่ืน ๆ 300 สังคมศาสตร์ (Social Science) แบ่งออกเป็นหมยู่ อ่ ย ดงั น้ี 310 สถิติทว่ั ไป 320 รัฐศาสตร์ การเมือง 330 เศรษฐศาสตร์ 340กฎหมาย 350 รัฐประศาสนศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ การบริหารกองทพั 360 ปัญหาสังคม และบริการสงั คม 370 การศึกษา 380 การพาณิชย์ การส่ือสาร การขนส่ง 390 ขนบธรรมเนียม ประเพณี คติชนวทิ ยา 400 ภาษา (Language) แบ่งออกเป็นหม่ยู อ่ ย ดงั น้ี 410 ภาษาศาสตร์ 420 ภาษาองั กฤษ 430 ภาษาเยอรมนั 440 ภาษาฝร่ังเศส 450 ภาษาอิตาเลียน 460 ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส 470 ภาษาละติน 480 ภาษากรีก 490 ภาษาอื่น ๆ 500 วิทยาศาสตร์บริสุทธ์ิ (Pure Science) แบ่งออกเป็นหมู่ยอ่ ย ดงั น้ี 510 คณิตศาสตร์ 520 ดาราศาสตร์ 530 ฟิ สิกส์ 540 เคมี 550 การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกบั โลก

14 560 บรรพชีวินวทิ ยา 570 วิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต ชีววิทยา 580 วิทยาศาสตร์เก่ียวกบั พชื พฤกษศาสตร์ 590 วทิ ยาศาสตร์เกี่ยวกบั สัตว์ สัตวว์ ิทยา 600 วทิ ยาศาสตร์ประยกุ ต์ (Applied Science) แบ่งออกเป็นหมยู่ อ่ ย ดงั น้ี 610 แพทยศาสตร์ 620 วศิ วกรรมศาสตร์ 630 เกษตรศาสตร์ 640 คหกรรมศาสตร์ และชีวิตครอบครัว 650 การจดั การธุรกิจ 660 วิศวกรรมเคมี และเทคโนโลยที ี่เก่ียวขอ้ ง 670 โรงงาน ผลิตภณั ฑจ์ ากโรงงาน 680 โรงงานผลิตส่ิงของเพือ่ ประโยชน์เฉพาะอยา่ ง 690 การก่อสร้างและวสั ดุก่อสร้าง 700 ศิลปะและการบนั เทิง (Art and Recreation) แบง่ ออกเป็นหม่ยู อ่ ย ดงั น้ี 710 ศิลปะภูมิทศั นห์ รือภูมิสถาปัตย์ การออกแบบบริเวณพ้ืนที่ 720 สถาปัตยกรรม 730 ประติมากรรม และศิลปะทรงตวั 740 การวาดเสน้ และศิลปะตกแต่ง 750 จิตรกรรม การเขียนภาพ 760 เลขนศิลป์ หรือศิลปะกราฟฟิ ก ศิลปะการพิมพภ์ าพ 770 การถา่ ยภาพ และภาพถ่าย 780 ดนตรี 790 นนั ทนาการ ศิลปะการแสดง การกีฬา 800 วรรณคดี (Literature) แบง่ ออกเป็นหมู่ยอ่ ย ดงั น้ี 810 วรรณคดีอเมริกนั 820 วรรณคดีองั กฤษ

15 830 วรรณคดีเยอรมนั 840 วรรณคดีฝร่ังเศส 850 วรรณคดีอิตาเลียน 860 วรรณคดีสเปน วรรณคดีโปรตุเกส 870 วรรณคดีละติน 880 วรรณคดีกรีก 890 วรรณคดีอื่น ๆ 900 ประวตั ิศาสตร์ (History) แบ่งออกเป็นหมูย่ อ่ ย ดงั น้ี 910 ภมู ิศาสตร์ 920 ชีวประวตั ิ ประวตั ิบุคคล 930 ประวตั ิศาสตร์โลกโบราณ 940 ประวตั ิศาสตร์ทวปี ยโุ รป 950 ประวตั ิศาสตร์ทวีปเอเชีย 960 ประวตั ิศาสตร์ทวปี แอฟริกา 970 ประวตั ิศาสตร์ทวีปอเมริกาเหนือ 980 ประวตั ิศาสตร์ทวีปอเมริกาใต้ 990 ประวตั ิศาสตร์ส่วนอ่ืน ๆ ของโลก และบริเวณนอกโลก ระบบการนาทาง 1 ความหมายของระบบนาทาง บุณฑริกา โพชฌงค์เดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และสมเกียรติ วงั ศิริพิทกั ษ์ (2561) ให้ความหมาย ของระบบนาทางไวว้ ่า ระบบนาทางภายในอาคารด้วยความเป็ นจริงเสริม เป็ นระบบการนาทางที่ทางานบน สมาร์ทโฟนระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยด์ โดยไมต่ อ้ งอาศยั อปุ กรณ์เสริมอ่ืนใด กีรดิษ สายพทั ลุง, รุ่งเรือง มุศิริ และธงชยั ทองอยู่ (2561) ใหค้ วามหมายของระบบนาทางไวว้ า่ เป็น ระบบท่ีใชใ้ นการนาทาง โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือนาทางจากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง ดว้ ยระยะเวลา และระยะทางท่ี ส้ันท่ีสุด โดยทว่ั ไปมกั จะนามาใชใ้ นระบบนาทางในรถยนต์ (Carnavigation system / Automobile navigation system) ซ่ึงอาศยั การรับตาแหน่งจากดาวเทียมช่วยในการส่งคา่ เพ่ือคานวณตาแหน่งพกิ ดั ของรถยนต์ โดยใชต้ วั รับ

16 สัญญาณ GPS บอกตาแหน่งที่อยบู่ นพิกดั โลก เพื่อใชใ้ นการคานวณระยะทางจากตาแหน่งที่อยู่ ไปยงั จุดหมาย ปลายทาง ประกอบกบั การจบั คู่ตาแหน่งต่าง ๆ ท่ีไดจ้ าก GPS ลงไปยงั แผนที่ ท้งั น้ีอาจอาศยั เซนเซอร์อื่น ๆ ช่วยในการคานวณระยะทางที่เดินทางแน่นอนข้นึ โดยสรุปไดว้ า่ ระบบนาทาง หมายถึง เป็นการนาทางที่ทางานบนสมาร์ทโฟน โดยไม่ตอ้ งอาศยั อปุ กรณ์เสริมอ่ืนใด เพื่อนาทางจากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง ดว้ ยระยะเวลา และระยะทางที่ส้ันที่สุด 2. ประเภทของระบบการนาทาง ระบบนาทางแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 2.1 ระบบนาทางภายนอกอาคาร 2.1.1 ระบบนาทางดว้ ย GPS คอื ระบบบอกตาแหน่งบนพ้ืนผวิ โลกหลกั การทางานจะอาศยั การคานวณพกิ ดั ยเู อม็ ที (UMT-Universal Metric Time) จากสญั ญาณนาฬิกาท่ีส่งมาจากดาวเทียมท่ีโคจรอยรู่ อบ โลกซ่ึงมีตาแหน่งแน่นอนซ่ึงกลุ่มดาวเทียม 24 ดวงจะโคจรอยูร่ อบโลกในระดบั สูงท่ีพน้ จากคล่ืนวิทยรุ บกวน ของโลกซ่ึงสามารถบอกตาแหน่ง ณ จุดที่สามารถรับตาแหน่งไดแ้ น่นอนซ่ึงตอ้ งอาศยั ตาแหน่งของดาวเทียมใน อวกาศเป็นจุดอา้ งอิงจากดาวเทียมไมน่ อ้ ยกวา่ 4 ดวงเพื่อความถูกตอ้ งและแม่นยาในการวดั ระยะโดยใชห้ ลกั การ ทางเรขาคณิตในการคานวณจากดาวเทียมจานวน 3 ดวงท่ีทามมุ กนั เพื่อคานวณหาตาแหน่งบนพ้ืนโลกโดย สามารถใชช้ ้ีบอกตาแหน่งไดท้ ุกแห่งบนโลกตลอดเวลา 24 ชวั่ โมงโดยเครื่องสัญญาณจะคานวณความเร็วทิศทาง ประกอบกบั แผนท่ีเพ่ือใชใ้ นการนาทางไดร้ ะดบั ความถูกตอ้ งสามารถบอกไดล้ ะเอียดในระดบั เหนือพ้ืนโลกได้ ในหน่วยเซนติเมตรถึง 20 เมตรหรือมากกวา่ ข้ึนอยกู่ บั คุณภาพของเครื่องรับสัญญาณและวธิ ีการวดั (ธิดารัตน์ ต่อ บญุ , ม.ป.ป.) วธิ ีการหาพกิ ดั ตาแหน่งโดยใชร้ ะบบ GPS ในการหาตาแหน่งพกิ ดั โดยใชเ้ ครื่องรับสัญญาณ ระบบ GPS แบ่งชนิดของเครื่องรับออกเป็น 2 แบบ คือ 1) เคร่ืองรับแบบนาหน (Navigation Receiver) จะรับสญั ญาณท่ีเป็นคลื่นวทิ ยจุ ากดาวเทียม ในขณะเดียวกนั กส็ ร้างรหสั C/A (Coarse / Acquisition) ข้นึ มาเปรียบเทียบกบั รหสั ที่ถอดไดจ้ ากสัญญาณเม่ือ เปรียบเทียบไดร้ หสั ที่ตรงกนั จะทาใหร้ ู้เวลาที่คลื่นวิทยใุ ชใ้ นการเดินทางจากดาวเทียมมายงั เคร่ืองรับและในการ หาตาแหน่ง (แบบสามมิติ) ตอ้ งวดั ระยะทางไปยงั ดาวเทียมพร้อมกนั 4 ดวง 2) เครื่องรับแบบรังวดั การทางานของเครื่องรับแบบรังวดั มีหลกั การสาคญั 3 ประการ คือประการแรก การใชค้ ลื่นส่งวดั ระยะแทนการใชร้ หสั C/A ทาใหก้ ารวดั ระยะมีความถกู ตอ้ งมากข้ึนเป็นพนั เทา่ ประการท่ีสอง การใชว้ ธิ ีการวดั แบบสัมพทั ธ์เป็นวธิ ีการขจดั ความคลาดเคลื่อนแบบมีระบบ (Systematic Errors) ที่อยใู่ นขอ้ มลู หรือที่เกิดข้นึ ในการวดั ระยะทางใหห้ มดไปหรือลดนอ้ ยลง ดว้ ยเหตุน้ีความคลาดเคลื่อนทาง ตาแหน่งจึงลดลง ประการที่สาม การวดั ระยะดว้ ยคล่ืนส่งเคร่ืองรับสัญญาณวดั ระยะระหวา่ งเคร่ืองรับกบั ดาวเทียมไดเ้ พยี งบางส่วนเทา่ น้นั จาเป็นตอ้ งอาศยั การประมวลผลช่วยหาระยะท่ีขาดหายไป โดยวิธีการทางาน

17 ของเคร่ืองรับแบบน้ี คือนาเคร่ืองรับแบบรังวดั ไปวางที่หมุดที่ตอ้ งการหาตาแหน่งเปรียบเทียบกนั เป็นเวลาต้งั แต่ 30 นาทีข้ึนไปจากน้นั นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการรับสญั ญาณมาประมวลผลไดเ้ ป็นเส้นฐานและนาขอ้ มลู ดงั กล่าวมา ประมวลผลร่วมกบั ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการรังวดั ตาแหน่งอื่น ๆ ท่ีตอ้ งการทราบคา่ เพ่ือหาคา่ พิกดั ที่ถกู ตอ้ งของ ตาแหน่งน้นั 2.1.2 ระบบนาทางดว้ ยดาวเทียม GNSS คอื ระบบนาทางดว้ ยดาวเทียม ท่ีใชเ้ รียกแทนคาวา่ Satellite Navigation System (Sat Nav) ทาหนา้ ที่ใหข้ อ้ มูลพิกดั บนผิวโลกโดยใชอ้ ุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เป็น ตวั รับสัญญาณเพ่ือคานวณและแสดงพกิ ดั ตาแหน่ง ณ จุดที่ตวั รับสัญญาณต้งั อยู่ ส่วน GPS เป็นระบบนาทางซ่ึง เป็นส่วนหน่ึงของระบบ GNSSในปี 1990 สหภาพยโุ รปไดม้ ีการพฒั นาระบบนาร่อง GNSS (Global Navigation Satellite Systems) (เฉลิมชนม์ สถิระพจน์, สมชาย เกรียงไกรวศิน และธีทตั เจริญกาลญั ญตู า, 2561) โดยแบง่ ออกเป็น 2 เฟส คือ 1) GNSS – 1 หรือ EGNOS (European Geostationary Navigation Overlay Service) เป็น ระบบนาร่องท่ีใชด้ าวเทียมส่ือสาร 3 ดวงโคจรในวงโคจรคา้ งฟ้าทาการส่งสญั ญาณและขอ้ ความนาร่องท่ีมีความ แม่นยาสูงใหก้ บั ผใู้ ชใ้ นทวีปยโุ รปโดยเฉพาะ การทางานของระบบเริ่มตน้ จากสถานีภาคพ้นื ดินทาการรับ สญั ญาณ GPSแลว้ นาส่งขอ้ มูลดงั กลา่ วใหศ้ ูนยค์ วบคุมหลกั Master Control Centre เพ่ือประมวนค่าความ ผิดพลาดของสญั ญาณ GPS แลว้ ทาการแกไ้ ข และส่งขอ้ ความที่มีความแม่นยาข้ึนสู่ดาวเทียมส่ือสาร เพ่ือทวน สัญญาณดงั กลา่ วใหก้ บั ผใู้ ช้ 2) GNSS – 2 หรือ Galileo เป็นระบบนาร่องสาหรับพลเรือนที่มีศกั ยภาพเทียบเทา่ หรือ ดีกวา่ GPS ระบบ Galileo ประกอบดว้ ยดาวเทียม 30 ดวง โคจรใน 3 วงโคจร ท่ีความสูง 23,222 กิโลเมตร และ สามารถใหบ้ ริการครอบคลุมไดถ้ ึงละติจูดท่ี 75 องศาเหนือ ระบบนาร่อง Galileo ไดถ้ ูกออกแบบใหบ้ ริการไดถ้ ึง 4 ประเภท เพ่ือใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชพ้ ลเรือนท่ีมีความหลากหลาย และสนบั สนุนภารกิจดา้ น การคน้ หาและช่วยชีวิต จากความตอ้ งการที่หลากหลาย ทาใหช้ ่องสัญญาณท่ีตอ้ งถูกแพร่โดยดาวเทียม Galileo มีจานวนเพ่มิ มากข้นึ โดยรวมแลว้ มีท้งั สิ้น 11 สัญญาณ โดยแบง่ ไดเ้ ป็น 10 สัญญาณสาหรับการนาร่อง และ 1 สญั ญาณสาหรับสนบั สนุนภารกิจดา้ นการคน้ หาและช่วยชีวิต SAR แถบความถ่ีของสัญญาณ Galileo ท้งั 11 สัญญาณ บางสัญญาณใชค้ วามถี่ร่วมกบั ระบบ GPS อยา่ งไรกต็ ามในทางทฤษฎีและการใชง้ านการที่ ระบบท้งั มีการใชค้ วามถี่ร่วมกนั ไมน่ ่าจะประสบปัญหาเน่ืองจากใชก้ ารเขา้ รหสั ที่แตกต่างกนั 2.2 ระบบนาทางภายในอาคาร ระบบนาทางภายในอาคารแบง่ ออกเป็น 2 รูปแบบ ดงั น้ี 2.2.1 รูปแบบการนาทางภายในอาคารแบบเดิม ซ่ึงไมไ่ ดพ้ ่ึงพาเทคโนโลยี และยงั คงมีการใชง้ านกนั อยใู่ นปัจจุบนั โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ (บณุ ฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และสมเกียรติ วงั ศิริพทิ กั ษ,์ 2561)

18 1) การใชแ้ ผนท่ีกระดาษขนาดพกพา เป็นการแจกแผนที่ภายในอาคารให้แก่ผูใ้ ชภ้ ายนอก โดยในแผนท่ีแผ่นพบั จะระบุช่ือห้องต่าง ๆ ไวบ้ นแผนที่ และสามารถเพิ่มรายละเอียดอ่ืน เช่น รายช่ือหอ้ งหรือ ร้านคา้ สถานท่ีจดั งาน และขอ้ มูลท่ีสาคญั ลงในแผนที่เพิ่มเติมได้ ขอ้ ดี ผใู้ ชส้ ามารถเห็นภาพรวมของอาคารได้ ตลอดเวลาเน่ืองจากสามารถพกแผนท่ีติดตวั ไวไ้ ด้ ขอ้ จากดั หากจุดสังเกตบริเวณรอบตวั ผูใ้ ชง้ านมีไม่เพียงพอ ผใู้ ชจ้ ะไม่สามารถทราบไดว้ า่ ณ ปัจจุบนั อยทู่ ่ีส่วนใดของอาคาร หรือ ไม่ทราบวา่ กาลงั หันหนา้ ไปในทิศทางใด ทาใหไ้ มส่ ามารถกาหนดเส้นทางไปยงั จุดหมายปลายทางได้ 2) การใชแ้ ผนท่ีขนาดใหญ่ที่ติดต้งั ตามจุดต่าง ๆ เป็นการนาแผนท่ีขนาดใหญ่ไปติดไวต้ าม จุดตา่ ง ๆ เช่น ทางร่วม ทางแยก บนั ได หนา้ ลิฟต์ หรือจุดสาคญั ที่มีคนมารวมตวั กนั หรือ เดินผานเป็นจานวนมาก ขอ้ ดี สามารถระบุตาแหน่งและทิศทางการหันปัจจุบนั ไวบ้ นแผนท่ีได้ ขอ้ จากดั ตอ้ งจดจาตาแหน่งและทิศในการ เล้ียวเพือ่ เดินทางไปยงั จุดหมายปลายทาง หากมีจุดติดต้งั ไม่ทว่ั ถึง อาจทาใหผ้ ใู้ ชห้ ลงทาง และเสียเวลาในการเดิน หาแผนที่เหลา่ น้นั 3) การใชป้ ้ายบอกทางติดต้งั ตามจุดต่าง ๆ ภายในอาคาร การใชป้ ้ายบอกทางท่ีติดต้งั ตามจุด ต่าง ๆ ภายในอาคาร เป็นการนาป้ายช้ีบอกทางติดต้งั ไวเ้ ป็นระยะ ๆ ตามทางร่วม ทางแยก ระหว่างทาง ในจุดท่ี ผูใ้ ชส้ ามารถสังเกตเห็นไดง้ ่าย เช่น แขวนจากขา้ งบน หรือติดต้งั ตามเสา เป็นตน้ ขอ้ ดี สามารถแสดงทิศทางการ เดินเพ่อื นาทางผใู้ ชง้ านเป็นระยะ ๆ ตลอดทางที่เดินไปได้ ขอ้ จากดั ป้ายบอกทางจะแสดงเฉพาะจุดสาคญั เท่าน้นั เพือ่ มิใหม้ ีปริมาณมากเกินไป ผใู้ ชจ้ ึงตอ้ งทราบก่อนวา่ จุดหมายของตนอยใู กลบ้ ริเวณจุดสาคญั ใด 2.2.2 รูปแบบการนาทางภายในอาคารแบบใหม่ ซ่ึงมีการพ่ึงพาเทคโนโลยี และยงั คงมีการใชง้ านกนั อยใู่ นปัจจุบนั โดยแบง่ ออกเป็น 3 ประเภท 1) ระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยความเป็นจริงเสริม เป็นระบบที่ทางานบนสมาร์ทโฟน โดยใช้ กลอ้ งบนสมาร์ทโฟนในการรับภาพมาร์กเกอร์ท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ (Natural Marker) ในสภาวะแวดลอ้ ม น้นั ๆ เพอื่ คน้ คืนตาแหน่งและทิศทางการหนั ของสมาร์ทโฟน และแสดงขอ้ มูลดงั กลา่ วบนแผนที่ของอาคาร ทาให้ ผใู้ ชง้ านทราบตาแหน่งปัจจุบนั ในอาคารและทิศทางการหัน โดยจะตอ้ งมีการบนั ทึกตาแหน่งและทิศทางการหัน ของภาพมาร์กเกอร์ท้งั หมดไวใ้ นระบบเป็ นการล่วงหน้า เมื่อผูใ้ ช้ระบุจุดหมายปลายทางภายในอาคาร ระบบจะ คานวณเส้นทางท่ีส้ันที่สุดไปยงั ปลายทางน้นั พร้อมท้งั แสดงความเป็นจริงเสริม (Augmented reality) เพ่ิมเขา้ ไป ในภาพ เพ่ือช่วยนาทางผใู้ ชง้ านไปยงั จุดหมาย ความเป็นจริงเสริม ประกอบดว้ ยลูกศรช้ีทาง ขอ้ ความแนะนา และ เสียงแนะนา นอกจากน้ีระบบสามารถแสดงตาแหน่ง ทิศทางการหัน และเส้นทางบนแผนที่ภาพมุมบนของช้นั อาคาร เพ่ือให้ผูใ้ ชม้ องเห็นภาพรวมและสามารถใชร้ ะบบในการนาทางไดด้ ียิ่งข้ึน โดยประสิทธิภาพในการรู้จา สถานท่ีจะข้ึนอยกู่ บั ระยะทิศทาง และประเภทของกลอ้ งท่ีใชใ้ นการถ่ายภาพมาร์กเกอร์ รวมถึงลกั ษณของมาร์ก เกอร์ท่ีเลือกใช้ (บณุ ฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และสมเกียรติ วงั ศิริพิทกั ษ,์ 2561)

19 2) การระบุตาแหน่งภายในอาคารดว้ ยสัญญาณบลทู ธู เทคโนโลยบี ลูทธู ถกู พฒั นาข้นึ ในปี ค.ศ. 1994 โดย Syern Matisson และ Jaap Haartsen โดยมีกลุ่มองคก์ ร Bluetooth Special Interest Group (SIG) ทาการพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ืองซ่ึงปัจจุบนั น้นั เป็นการร่วมมือกนั ระหวา่ ง บริษทั กวา่ 7,000 บริษทั ทวั่ โลก นอกจากน้ีบลทู ูธยงั รู้จกั กนั ดีในมาตรฐาน IEEE802.15.1 โดยจุดมุง่ หมาย เพอ่ื เป็นการรองรับการติดต่อส่ือสารไร้สาย ส่วนบคุ คล (Wireless Personal Area Network: WPANs เพื่อใหบ้ ริการในการติดต่อแลกเปล่ียนขอ้ มลู กนั ระหวา่ งอุปกรณ์หลาย ๆ อยา่ ง อาทิ เช่น โทรศพั ทม์ ือถือคอมพิวเตอร์พกพา พอกเก็ต พซี ี เครื่องพิมพ์ กลอ้ งดิจิตอล และเคร่ืองเล่นเกม ผา่ นคลื่นวิทยคุ ลื่น ส้ันท่ีปลอดภยั และไมต่ อ้ งขออนุญาตเพื่อใชง้ าน (อภิรักษภ์ กั ดีวงษด์ รรชนี, 2555) การทางานของบลูทูธ เป็นการส่งขอ้ มูลแบบ 2 ทางระหวา่ งอุปกรณ์ดว้ ยคล่ืนวิทยุ ระยะส้ันในสญั ญาณมถี่ท่ีไม่ตอ้ งขออนุญาตใชง้ าน (license-free ISM band) ซ่ึงเป็นความถ่ีท่ีอยใู่ นช่วง 2.400- 2.4835 GHz และเพอื่ ป้องกนั การชนกนั ของสัญญาณ มีช่วงความถ่ีใกลเ้ คยี งกบั คล่ืนความถี่ที่ใชใ้ นเตาไมโครเวฟ วธิ ีการส่งสญั ญาณจะอาศยั เทคโนโลยที ี่มีช่ือวา่ การกระโดดความถ่ี (frequency hopping) ซ่ึงมีหลกั การทางาน คือจะแบง่ ช่องสัญญาณออกเป็น 79 ช่องความถี่ ช่องละ 1 MHz และจะทาการเปล่ียนแปลงระดบั ของความถี่ใน ขณะที่กาลงั ส่งสญั ญาณ 1,600 คร้ังต่อวินาทีโดยหลกั การของบลทู ูธ จะถูกออกแบบมาเพื่อใชก้ บั อุปกรณ์ขนาด เลก็ และสามารถเคลื่อนยา้ ยไดง้ า่ ยเนื่องจากใชก้ ารขนส่งขอ้ มูลในจานวนท่ีไม่มาก เช่น ไฟลภ์ าพเสียง และ แอพพลิเคชนั่ ต่าง ๆ การส่งขอ้ มูลตอ้ งอยใู่ นระยะท่ีกาหนดไวเ้ ทา่ น้นั นอกจากน้ียงั ใชพ้ ลงั งานต่าใชพ้ ลงั งาน ไฟฟ้านอ้ ยทาใหส้ ามารถใชง้ านไดน้ านโดยท่ีไม่ตอ้ งชาร์จแบตเตอรี่บอ่ ย ๆ รัศมีของสัญญาณบลูทูธ น้นั ข้ึนอยกู่ บั กาลงั ส่งของตวั ส่งสญั ญาณซ่ึงจะสมั พนั ธก์ บั พลงั งานท่ีใชโ้ ดยแบง่ เป็น 3 Class ดงั น้ี Class 1 จะสามารถรับส่งขอ้ มลู ไดใ้ นระยะรัศมี 100 เมตร แต่จะใชพ้ ลงั งานประมาณ 100 mW ซ่ึงประมาณคร่ึงหน่ึงของอปุ กรณ์ WiFi 802.11 ท่ีใชพ้ ลงั งานประมาณ 250 mW Class 2 จะสามารถรับส่งขอ้ มลู ไดใ้ นระยะรัศมี 10 เมตรและจะใชพ้ ลงั งานประมาณ 2.5 mW ซ่ึงเป็นท่ีนิยมใชง้ านมากเพราะใชพ้ ลงั งานนอ้ ย Class 3 จะสามารถรับส่งขอ้ มลู ไดใ้ นระยะรัศมี 10 เซนติเมตรถึง 1 เมตรและใชพ้ ลงั งาน ประมาณ 1 mW โดยคลาสน้ีแมจ้ ะใชพ้ ลงั งานนอ้ ยที่สุด แตไ่ มเ่ ป็นท่ีนิยมเพราะระยะในการรับส่งขอ้ มูลค่อนขา้ งส้ัน โดยผพู้ ฒั นาไดเ้ ลือก Bluetooth Class 2 เพราะมีกาลงั ส่งสูงสุดอยทู่ ่ี 4 dBm เทา่ น้นั จึงนบั เป็นขอ้ ดีเพราะวา่ จะไม่มีช่วงที่คา่ RSSI <0 ไมเ่ ปล่ียนแปลง คือ ค่ากาลงั สญั ญาณอยใู่ นช่วง (Golden Receive Power Range) RSSI (Received Signal Strength Indication) คือ การวดั คา่ ความเขม้ ของสัญญาณ ถา้ ค่า Bluetooth RSSI คา่ สัญญาณ RSSI เป็นค่าสญั ญาณที่เทียบกบั ค่า Golden Receive Power Range ของอปุ กรณ์บลู ทธู โดยเป็นขอ้ ตกลงกนั วา่ ถา้ คา่ กาลงั สัญญาณอยใู่ นช่วง Golden Receive Power Range น้ี ค่า RSSI จะมีค่าเป็น 0 ถา้ นอ้ ยกวา่ จะมีคา่ เป็นลบ ส่วนถา้ มากกวา่ จะมีคา่ เป็นบวก เราจึงสามารถเปลงค่า RSSI เป็นค่า Watt ได้

20 โดยประมาณ แตว่ า่ ความแม่นยาในการวดั ค่า RSSI น้นั ข้ึนอยกู่ บั อปุ กรณ์บลทู ธู เอง การอ่านคา่ Bluetooth RSSI การรับค่า RSSI มาจากอปุ กรณ์บลูทูธ มีอยู่ 2 วธิ ี คือการรับคา่ RSSI ขณะทาการคน้ หาอุปกรณ์บลทู ูธ รอบ ๆ ตวั และการรับคา่ RSSI หลงั จากเช่ือมต่อระหวา่ งอุปกรณ์บลูทูธกบั Bluetooth Device ที่ติดตอ่ กนั แลว้ แต่การรับค่า RSSI หลงั จากการ Connect จะตอ้ งเสียเวลาในการทา Connection ระหวา่ งอุปกรณ์บลูทธู มากจึงเลือกการรับคา่ RSSI ขณะทาการคน้ หาอปุ กรณ์บลูทูธ รอบ ๆ เนื่องจากไม่จาเป็นตอ้ งทาการ Connect กบั อปุ กรณ์ท่ีตอ้ งการ ทราบค่าแลว้ ยงั ไดค้ ่า RSSI ของอุปกรณ์บลทู ธู รอบ ๆ ตวั ทุกตวั รวดเร็วอีกดว้ ย ส่วนของการรับค่าน้นั จากการ คน้ ควา้ พบวา่ ในระบบปฏิบตั ิการ Ubuntu (Linux) จะมีไดร์ฟเวอร์ชื่อ Bluez ที่ควบคุมอุปกรณ์บลทู ูธ ซ่ึงจะ อนุญาตใหส้ ามารถส่งคาสงั่ ตามมาตรฐาน Bluetooth SIG ใหอ้ ปุ กรณ์บลูทธู ไดโ้ ดยตรง ระยะทางการอา่ นคา่ RSSI และการแสดงค่าความสมั พนั ธ์กบั ระยะทางเป็นส่วนท่ีมีความสาคญั ในการคานวณ เพอ่ื ระบุตาแหน่งโดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คอื ส่วนท่ีใชส้ ่งสญั ญาณบลูทูธ โดยใช้ อปุ กรณ์โทรศพั ทเ์ คล่ือนท่ีที่มีอปุ กรณ์ Bluetooth ทาหนา้ ท่ีในการส่งสัญญาณเรียกวา่ Bluetooth station และส่วน ท่ีใชอ้ า่ นคา่ ความแรงของสัญญาณ Bluetooth RSSI เรียกวา่ mobile node ในส่วนของ mobile node ใชโ้ นต้ บุ๊ คระบบปฏิบตั ิการ Ubuntu (Linux) และ BlueZ ไดร์ฟเวอร์ พร้อมกบั พฒั นาโปรแกรมในการนาคา่ ความแรงของ สญั ญาณการเก็บขอ้ มูลทาโดยการติดต้งั Bluetooth station ความสูง 2.2 เมตร และใช้ mobile node ทาการเกบ็ ขอ้ มลู RSSL โดยทาการวดั สัญญาณในแต่ละตาแหน่งเป็นจานวน 50 คร้ังซ่ึงตาแหน่งการวดั จะถกู วดั ทกุ ๆ ช่วง 1 เมตรต้งั แต่ระยะ 1 เมตรถึง 15 เมตร ค่าเฉลี่ยจากการวดั ในแตล่ ะตาแหน่ง ๆ ขอ้ มูลค่า RSSI สามารถประมาณ คา่ ระยะทางได้ แต่ค่าท่ีประมาณน้ีจะใชไ้ ดด้ ีในระยะใกล้ ๆ ประมาณไมเ่ กิน 7-10 เมตรเท่าน้นั ช่วงที่ไกลกวา่ น้นั จะมีคา่ RSSI ที่ใกลเ้ คียงกนั มากทาใหย้ ากท่ีจะนาประมาณค่าได้ เทคนิควิธีการคานวณตาแหน่งวตั ถุดว้ ยการจบั คคู่ วามเขม้ ของสัญญาณในฐานขอ้ มลู ท่ีสร้างจากการประมาณค่าโดยใชส้ มการพหุนามลาดบั ใด ๆ และการ คน้ หาตาแหน่งโดยใชส้ ามเหลี่ยมระยะ ในการระบุตาแหน่งซ่ึงท้งั สองเทคนิคตอ้ งใชเ้ ทคนิคการดึงคา่ สัญญาณ Bluetooth RSSI และนาคา่ ความแรงของสัญญาณ Bluetooth RSSI มาใชใ้ นการคานวณตาแหน่ง บอกถึงขอบเขต ที่เหมาะสมในการระบุตาแหน่งจะอยใู่ นระยะใกลไ้ ม่เกิน 10 เมตรจากจุดส่งสญั ญาณ 3) การระบุตาแหน่งภายในอาคารโดยการวเิ คราะหส์ ัญญาณ Wi-Fi ดว้ ยเทคโนโลยกี าร เรียนรู้ ของเคร่ือง Wi-Fi ยอ่ มาจาก Wireless Fidelity เป็นเทคโนโลยเี ครือข่ายไร้สาย ภายใตเ้ ทคโนโลยกี ารสื่อสาร ตามมาตรฐาน IEEE 802.11 โดยเป็นมาตรฐานท่ีถูกอนุมตั ิใหใ้ ชจ้ าก IEEE (The Institute of Electrical and Electronics Engineers) เพื่อใหอ้ ปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์สามารถสื่อสารกนั ไดบ้ นมาตรฐานการทางานแบบเดียวกนั สาหรับเทคโนโลยเี ครือขา่ ยไร้สายน้ี จะใชค้ ลื่นความถ่ี Radio Frequency (RF) และคลื่นความถี่ อินฟาเรต ในการ รับส่งขอ้ มลู คลื่นความถี่วิทยขุ องเครือข่ายไร้สายจึงสามารถทะลทุ ะลวงกาแพง หรือส่ิงกีดขวางไดท้ าใหก้ ารใชง้ าน บนเครือข่ายไร้สายมีความคล่องตวั และสะดวกสบายมากข้นึ โดยสามารถเช่ือมต่อเขา้ สู่เครือข่ายไดท้ กุ ท่ี ท่ีมี สัญญาณขอ้ มูลจะถกู รับส่งผา่ นคลื่นวิทยคุ วามถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHzในปัจจุบนั นิยมใช้ Wi-Fi เพ่อื ตอ่ กบั

21 อินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบคุ คล, เครื่องเล่นเกมส์, โทรศพั ทส์ มารทโ์ ฟน, แทบ็ เลต็ เป็นตน้ โดยท่ีสามารถเช่ือมต่อกบั อินเทอร์เน็ตไดผ้ า่ นอุปกรณ์ท่ีเรียกวา่ แอคเซสพอยต์ (Access Point) หรือ ฮอตสปอต (Hotspot) เน่ืองจากสญั ญาณ Wi-Fi เป็นสัญญาณที่มีอยแู่ ลว้ ภายในอาคาร เราสามารถนาอปุ กรณ์ Access Point ที่มีอยแู่ ลว้ นามาใชป้ ระโยชน์ โดยการที่นามาช่วยในการระบตุ าแหน่งภายในอาคาร (Indoor Localization) วิธีการ คอื ใชค้ ่าความแรงของสัญญาณ Wi-Fi (RSSI) ในการที่จะเชื่อมโยงเขา้ กบั ตาแหน่งของคนท่ีอยภู่ ายในอาคาร ได้ ซ่ึงวิธีการเก็บขอ้ มูลท่ีนิยมใชก้ นั ก็คือ การเกบ็ ขอ้ มลู แบบ Fingerprinting เพราะ แต่ละตาแหน่ง สัญญาณ Wi-Fi มี ความแรงของสญั ญาณท่ีแตกตา่ งกนั ดงั น้นั การใชส้ ัญญาณ Wi-Fi โดยการเก็บขอ้ มลู แบบ Fingerprinting จึง สามารถท่ีจะนามาใชใ้ นการระบุตาแหน่งได้ Fingerprinting หลกั การทางานของมนั คือ การนาค่าความแรงของ สญั ญาณ Wi-Fi (RSSI of Wi-Fi) ที่วดั ได้ ณ ตาแหน่งของผใู้ ชง้ านอยขู่ ณะน้นั มาทาการเปรียบเทียบกบั ฐานขอ้ มลู ท่ีมี การวดั ค่า RSSI ไวก้ ่อนหนา้ น้ีแลว้ เพอ่ื ที่จะทาการระบุตาแหน่งใหต้ รงกบั โหนดเป้าหมายไดอย้ า่ งถกู ตอ้ งและเกิด ความคลาดเคลื่อนนอ้ ยท่ีสุด (ปฏิพล ศรีชุ่มสิน และจนั ตรี ผลประเสริฐ, ม.ป.ป.) ซ่ึงมีลกั ษณะการทางานแบ่งออกเป็น 2 ข้นั ตอน ดงั ตอ่ ไปน้ี 1.ระยะออฟไลน์ (Offline Phase) เป็นระยะเก็บขอ้ มูลวธิ ีการคอื จะทาการกาหนด ตาแหน่ง (Grid Point) ใหค้ รอบคลมุ พ้ืนที่ ที่เราตอ้ งการจะทาการระบตุ าแหน่ง จากน้นั ทาการเกบ็ คา่ ขอ้ มลู สัญญาณ RSSI จากหลาย ๆ Access Point ในบริเวณที่เราตอ้ งการ ซ่ึงเทคนิค Fingerprinting ขอ้ ดี คือ ไดค้ ่าที่ เป็นไปไดใ้ กลเ้ คียงกบั การเก็บขอ้ มลู จริง แตข่ อ้ เสีย คือ ใชเ้ วลาในการเก็บขอ้ มลู มาก 2.ระยะออนไลน์ (Online Phase) เป็นระยะที่ใชใ้ นการทดสอบวธิ ีการคอื ทาการ วดั ค่าสัญญาณ RSSI ที่ตาแหน่ง ณ ขณะน้นั แลว้ นาค่าที่ไดม้ าทาการเปรียบเทียบกบั คา่ ที่เราเก็บไวใ้ นระยะเกบ็ ขอ้ มูล เม่ือทาการเปรียบเทียบแลว้ จะไดต้ าแหน่งของผใู้ ชอ้ อกมา ขอ้ เสียของวธิ ีน้ี คือ เม่ือสภาพแวดลอ้ มของ สถานที่เปล่ียนไป เช่น การเคล่ือนยา้ ยเฟอร์นิเจอร์ภายในหอ้ งจะทาให้ Fingerprint ของตาแหน่งน้นั เปลี่ยนไป ซ่ึงจาเป็นตอ้ งมีการเก็บขอ้ มูลใหม่ทกุ คร้ัง และมีความไมแ่ น่นอนของสญั ญาณ เช่น เมื่อมีผคู้ นเดินในพ้นื ที่จะทา ใหก้ ระทบต่อความแรงสัญญาณทาใหข้ อ้ มลู ท่ีเก็บไดอ้ าจไม่แม่นยา เมื่อนามาใชง้ านจริง 3. ประโยชนข์ องระบบการนาทาง 3.1 ประโยชน์ของระบบนาทางดว้ ย GPS (ธิดารัตน์ ต่อบุญ, ม.ป.ป.) 1) ใชป้ ระกอบในการเดินเรือสาหรับการคมนาคมทางน้า เพื่อบอกตาแหน่งของการเดินเรือใน น่านน้าอีกท้งั คน้ หาผบู้ ุกรุกน่านน้าของประเทศตา่ ง ๆ 2) บอกตาแหน่งของแหล่งสตั วน์ ้าที่ตอ้ งการทราบในบริเวณน้นั ๆ เพ่ือประหยดั เวลาและ คา่ ใชจ้ ่ายในการคน้ หาและเป็นเครื่องมืออานวยสะดวกในการคน้ ควา้ และวิจยั พชื สตั วน์ ้า เป็นตน้ 3) ใชใ้ นระบบติดตอ่ สื่อสาร (Mobile Telecommunications) เช่น เพ่ือบอกตาแหน่งของคู่สนทนา การหาตาแหน่งของผใู้ ชง้ านในกรณีหลงทางหรือตอ้ งการคน้ หาสถานที่ใกลก้ บั ตาแหน่งของผใู้ ชง้ าน เป็นตน้

22 4) การหาตาแหน่งหรือติดตามยานพาหนะท่ีมีการเคล่ือนท่ี (Automatic Vehicle Location) เช่น การบอกตาแหน่งของยห่ี อ้ รุ่น และสีของรถยนตท์ ี่วง่ิ อยบู่ นถนน เพื่อช่วยในการตามหารถท่ีถกู ขโมยอีกท้งั นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบอกทิศทางของการเคล่ือนที่ของรถยนต์ เพื่อหลบเลี่ยงการจราจรท่ีหนาแน่น หรือสิ่งกีด ขวางต่าง ๆ เป็นตน้ 5) ใชใ้ นการสร้างแผนที่ (Mapping) เช่น บอกตาแหน่งของสิ่งปลกู สร้างตา่ ง ๆ สร้างแผนที่ การจราจรของท้งั ทางบก ทางน้า และทางอากาศ เป็นตน้ 6) ใชใ้ นการวางแผนในการสารวจ Survey) เช่น การบอกตาแหน่งของสิ่งท่ีตอ้ งการสารวจ ตวั อยา่ งส่ิงท่ีมกั ตอ้ งการสารวจ ไดแ้ ก่ ทอง แหลง่ แร่ธรรมชาติ แหล่งน้ามนั กลางอา่ วไทย เป็นตน้ 7) การเช่ือมโยงกบั ระบบการส่ือสาร (Position and Telecommunication เช่น บอกตาแหน่ง ของส่ิงท่ีตอ้ งการทราบที่อยบู่ นโลก โดยผา่ นทางระบบเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ต เป็นตน้ 8) ใชป้ ระโยชน์ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม (Environment) เช่น บอกตาแหน่งท่ีเกิดไฟไหมป้ ่ า ตาแหน่ง ที่มีการตดั ไมท้ าลายป่ า บอกตาแหน่งของสตั วป์ ่ าหายาก และใกลส้ ูญพนั ธุ์ เป็นตน้ 9) การคมนาคมในอวกาศ (Space Navigation) เช่น การบอกตาแหน่งที่อยขู่ องอกุ าบาตที่อยู่ ในระยะท่ีเป็นอนั ตรายต่อโลก เพอื่ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกบั อนั ตรายที่จะเกิดข้ึน การบอกตาแหน่งของวตั ถุ แปลกปลอมท่ีจะเขา้ มายงั โลก เป็นตน้ 3.2 ประโยชน์ของระบบนาทางดว้ ยดาวเทียม GNSS (ระบบโครงขา่ ยสถานีรังวดั สัญญาณดาวเทียม GNSS แบบอตั โนมตั ิ, 2557 : เวบ็ ไซต)์ 1) ใชใ้ นงานป้องกนั และบรรเทาสารธารณภยั 2) การบริการบอกตาแหน่ง 3) งานสารวจ 4) งานทาแผนท่ี 5) งานวางผงั เมือง 6) ประยกุ ตใ์ ชก้ บั งานออกแบบทางดา้ นวิศวกรรม 7) การควบคุมเคร่ืองจกั รและการสารวจ 8) งานเกษตร 9) ความแม่นยาสูง 10) ระบบขนส่งอจั ฉริยะ 11) การบริหารจดั การนครอจั ฉริยะ หรือ Smart City 3.3 ประโยชน์ของเทคนิคการระบตุ าแหน่งภายในอาคารดว้ ยสัญญาณบลทู ธู (อภิรักษภ์ กั ดีวงษ์ ดรรชนี, 2555)

23 1) การระบุตาแหน่งผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งดูแลเป็นพเิ ศษโรงพยาบาล 2) การระบุตาแหน่งสินคา้ ที่มีราคาสูงภายในโรงงาน 3) การระบุตาแหน่งเด็กเมื่อพลดั หลงในหา้ งสรรพสินคา้ 3.4 ประโยชน์ของการระบตุ าแหน่งภายในอาคารโดยการวิเคราะหส์ ัญญาณ Wi-Fi (ปฏิพล ศรีชุ่ม สิน และจนั ตรี ผลประเสริฐ, ม.ป.ป.) 1) เพื่อทาการระบตุ าแหน่งที่อยขู่ อง Smart Phone ไดอ้ ยา่ งแม่นยา 2) การติดตามตาแหน่งของลูกคา้ ที่มาซ้ือสินคา้ ภายในหา้ งสรรพสินคา้ 3) การวิเคราะห์ตาแหน่งการติดป้าย โฆษณาในหา้ งสรรพสินคา้ เพ่อื ใหท้ ราบวา่ ตาแหน่งใด ควรเก็บค่าโฆษณาเท่าใดตามจานวนผคู้ นที่เดินผา่ นบริเวณน้นั 3.5 ประโยชน์ของระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยความเป็นจริงเสริม (บุณฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และสมเกียรติ วงั ศิริพิทกั ษ,์ 2561) 1) คน้ คนื ตาแหน่งและทิศทางการหนั ของสมาร์ทโฟน และแสดงขอ้ มูลดงั กลา่ วบนแผนที่ของอาคาร 2) ทาใหผ้ ใู้ ชง้ านทราบตาแหน่งปัจจุบนั ในอาคารและทิศทางการหนั 3) เม่ือผใู้ ชร้ ะบจุ ุดหมายปลายทางภายในอาคาร ระบบจะคานวณเสน้ ทางท่ีส้ันที่สุดไปยงั ปลายทางพร้อมท้งั แสดงความเป็นจริงเสริม (Augmented reality) เพ่ิมเขา้ ไปในภาพ เพ่ือช่วยนาทางผใู้ ชง้ านไป ยงั จุดหมาย 4) มีลูกศรช้ีทาง ขอ้ ความแนะนา และเสียงแนะนา นอกจากน้ีระบบสามารถแสดงตาแหน่ง ทิศทางการหนั และเสน้ ทางบนแผนท่ีภาพมมุ บนของช้นั อาคาร เทคโนโลยีความเป็ นจริงเสริม 1. ความเป็นมาของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม เทคโนโลยีน้ีได้ถูกพฒั นามาต้ังแต่ปี ค.ศ. 2004 จัดเป็ นแขนงหน่ึงของงานวิจัยด้านวิทยาการ คอมพิวเตอร์ ว่าดว้ ยการเพ่ิมภาพเสมือนของโมเดลสามมิติที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ลงไปในภาพที่ ถ่ายมาจาก กลอ้ งวิดีโอ เวบ็ แคม หรือกลอ้ งในโทรศพั ทม์ ือถือ แบบเฟรมต่อเฟรม ดว้ ยเทคนิคทางดา้ นคอมพิวเตอร์กราฟิ ก แต่ดว้ ยขอ้ จากดั ทางเทคโนโลยีจึงมีการใชไ้ ม่แพร่หลายเท่าไหร่ แต่ปัจจุบนั เทคโนโลยีมือถือ และการสื่อสาร ขอ้ มูลไร้สาย รวมท้งั การประมวลต่างๆ มีความรวดเร็วข้ึนและมีราคาถกู จึงทาใหอ้ ุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแทบ็ เล็ต ทาใหเ้ ทคโนโลยีที่อยูแ่ ต่ในหอ้ งทดลอง กลบั กลายมาเป็นแอพที่สามารถดาวน์โหลดมาใชง้ านกนั ง่ายๆ ไป แลว้ โดยในช่วง 2-3 ปี มาน้ี AR เป็นเรื่องท่ีถูกกล่าวถึงอยู่เป็ นระยะ แมจ้ ะไม่ฮอตฮิตเหมือนแอพตวั อ่ืนๆ ก็ตาม แต่อนาคตยงั ไปได้อีกไกล ท้งั VR และ AR สามารถนามาประยุกต์ใช้งานไดก้ วา้ งขวางหลากหลาย ท้งั ด้าน

24 อุตสาหกรรม การทหาร การแพทย์ การตลาด การบนั เทิง การสื่อสาร และ การศึกษา (จิราภรณ์ ปกรณ์, 2561 : เวบ็ ไซต)์ 2. ความหมายของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หมายถึง เป็นเทคโนโลยที ี่ผสมผสานระหวา่ งความเป็นจริง และ โลกเสมือนที่สร้างข้ึนมาผสานเขา้ ดว้ ยกนั ผา่ นซอฟตแ์ วร์และอปุ กรณ์เชื่อมต่อตา่ ง ๆ ซ่ึงถือวา่ เป็นการสร้าง ขอ้ มูลอีกขอ้ มูลหน่ึงที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิ ก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และขอ้ ความ ตวั อกั ษร ใหผ้ นวกซอ้ นทบั กบั ภาพในโลกจริงท่ีปรากฏบนกลอ้ ง (วิรินทร์ เมฆประดิษฐสิน, 2562) เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หมายถึง เป็นเทคโนโลยใี หมท่ ี่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เขา้ กบั โลกเสมือน (Virtual) โดยผา่ นอปุ กรณ์ทางดา้ นฮาร์ดแวร์รวมกบั การใชซ้ อฟตแ์ วร์ต่าง ๆ ทาให้ สามารถมองเห็นภาพท่ีมีลกั ษณะเป็นวตั ถุ (Object) แสดงผลในจอภาพกลายเป็นวตั ถุ 3 มิติ ลอยอยเู่ หนือพ้นื ผิว จริง มีการแสดงผลท่ีแสดงวตั ถุมีการเคลื่อนไหว ดูมีมิติมีความต่ืนเตน้ เร้าใจ โดยสามารถนารูปแบบใหม่ของการ นาเสนอสินคา้ ลอยออกมานอกจอคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงเป็นการนาเสนอรูปแบบใหม่ในโลกสังคมออนไลนห์ รือ การตลาดออนไลน์อีกทางหน่ึง วา่ กนั ว่า นี่จะเป็นการเปล่ียนแปลงโฉมหนา้ ส่ือยคุ ใหม่ พอๆ กบั เม่ือคร้ังเกิด อินเทอร์เน็ตข้ึนในโลกก็วา่ ได้ หากเปรียบสื่อตา่ ง ๆ เสมือน “กล่อง” แลว้ AR คือการเดง้ ออกมาสู่โลกใหม่ ภายนอกกลอ่ งที่สร้างความต่ืนเตน้ เร้าใจ ในรูปแบบ Interactive Media โดยแทจ้ ริง (จิราภรณ์ ปกรณ์, 2561 : เวบ็ ไซต)์ เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หมายถึง เป็นเทคโนโลยที ่ีผสมโลกของความจริง (real world) เขา้ กบั โลกเสมือน (virtual world) โดย ใชว้ ิธีซอ้ นภาพสามมิติท่ีอยใู่ นโลกเสมือน ไปอยบู่ นภาพท่ีเห็นจริง ๆ ในโลก ของความเป็นจริง ผา่ นกลอ้ งดิจิทลั เวบ็ แคม หรือ อปุ กรณ์อ่ืน ๆ และใหผ้ ลการแสดงภาพ ณ เวลาจริง (real time) ซ่ึงในอนาคตอนั ใกล้ AR กาลงั จะเขา้ มามีบทบาทมากข้ึนในชีวติ ประจา วนั ของสงั คมที่จะเตม็ ไปดว้ ย สมาร์ต โฟน แทบ็ เล็ต และคอมพิวเตอร์แบบพกพา (รักษพล ธนานุวงศ,์ 2556) เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หมายถึง เป็นประเภทหน่ึงของเทคโนโลยคี วามจริงเสมือนท่ีมีการ นา ระบบความจริงเสมือนมาผนวกกบั เทคโนโลยภี าพเพ่ือสร้างส่ิงท่ีเสมือนจริงใหก้ บั ผใู้ ชแ้ ละเป็นนวตั กรรม หรือเทคโนโลยที ่ีมีมาต้งั แตป่ ี ค.ศ. 2004 จดั เป็นแขนงหน่ึงของงานวจิ ยั ดา้ นวิทยาการคอมพิวเตอร์ วา่ ดว้ ยการเพ่มิ ภาพเสมือนของโมเดลสามมิติท่ีสร้างจากคอมพิวเตอร์ลงไปในภาพท่ีถ่ายมาจากกลอ้ งวดิ ีโอเวบ็ แคมหรือกลอ้ ง ในโทรศพั ทม์ ือถือแบบเฟรมตอ่ เฟรมดว้ ยเทคนิคทางดา้ นคอมพิวเตอร์กราฟิ กปัจจุบนั เทคโนโลยโี ลกเสมือน ผสานโลกจริง Augmented Reality เสมือนจริงถูกนามาประยกุ ตใ์ ชก้ บั ธุรกิจตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็นดา้ นอตุ สาหกรรม การแพทยก์ ารตลาด การบนั เทิง การส่ือสาร โดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนมาผนวกเขา้ กบั เทคโนโลยภี าพ ผา่ นซอฟตแ์ วร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ และแสดงผลผา่ นหนา้ จอคอมพวิ เตอร์หรือบนหนา้ จอโทรศพั ทม์ ือถือ ทาใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถนาเทคโนโลยเี สมือนจริงมาใชก้ บั การทางานแบบออนไลนท์ ่ีสามารถโตต้ อบไดท้ นั ทีระหวา่ ง

25 ผใู้ ชก้ บั สินคา้ หรืออปุ กรณ์ตอ่ เชื่อมแบบเสมือนจริงของโมเดลแบบสามมิติท่ีมีมุมมองถึง 360 องศา โดยผใู้ ชไ้ ม่ จา เป็นตอ้ งไปสถานท่ีจริง (พนิดา ตนั ศิริ, 2553) โดยสรุปไดว้ า่ เทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หมายถึง เทคโนโลยที ่ีผสมผสานระหวา่ งความเป็น จริง และ โลกเสมือนที่สร้างข้ึนมาผสานเขา้ ดว้ ยกนั ผา่ นซอฟตแ์ วร์และอปุ กรณ์เช่ือมตอ่ ตา่ ง ๆ ทาใหส้ ามารถ มองเห็นภาพที่มีลกั ษณะเป็นวตั ถุ (Object) แสดงผลในจอภาพกลายเป็นวตั ถุ 3 มิติ ลอยอยเู่ หนือพ้ืนผิวจริง เป็น การสร้างขอ้ มลู อีกขอ้ มูลหน่ึงที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิ ก วิดีโอ รูปทรง สามมิติ และขอ้ ความ ตวั อกั ษร ผา่ นกลอ้ งดิจิทลั เวบ็ แคม หรือ อุปกรณ์อื่น ๆ และถกู นามาประยกุ ตใ์ ชก้ บั ธุรกิจ ต่างๆ ไมว่ า่ จะเป็นดา้ นอุตสาหกรรม การแพทยก์ ารตลาด การบนั เทิง การส่ือสาร เป็นตน้ 3. หลกั การและกระบวนการทางานของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม หลกั การทางานกระบวนการทางานของเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม มีส่วนประกอบหลกั ในการ ทางานของ Augmented Reality (AR) คือฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ และ Server ดังน้ี (วิลาศ สมิทธิฤทธา, 2559 : เวบ็ ไซต)์ ฮาร์ดแวร์: ส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ท่ีสาคญั คือ โปรเซสเซอร์ (Processor) หนา้ จอแสดงผลอุปกรณ์ อินพตุ Input Device) โดยที่ส่วนแสดงผลเป็นไดท้ ้งั มอนิเตอร์ (Monitor) อุปกรณ์มือถือแวน่ ตาและจอแสดงผล บนหวั (Head Mounted Displays) ส่วนอุปกรณ์อินพตุ เป็นไดท้ ้งั กลอ้ งในสมาร์ทโฟนหรือในเวบ็ แคมท่ีเช่ือมต่อ เขา้ กบั อินเทอร์เน็ต gyroscope accelerometer หรืออุปกรณ์ตรวจจบั อินฟราเรดซ่ึงในปัจจุบนั สมาร์ทโฟนมี อุปกรณ์ดงั กลา่ วครบถว้ นอยแู่ ลว้ ซอฟตแ์ วร์: เป็นหวั ใจหลกั ในการทางานของอปุ กรณ์ดา้ น AR ตวั อยา่ งโปรแกรมสามมิติเช่น D’ Fusion ส่วนภาพเสมือนท่ีจะถูกเพิ่มเข้าไปในโลกแห่งความเป็ นจริ งสามารถสร้างได้จากโปรแกรม AutoCad3D, Studio Max หรือ Cinema4D โดยนอกเหนือจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แลว้ เรายงั ต้องใช้เว็บ เซิร์ฟเวอร์ (Web Server) หรือคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) ในการเก็บฐานขอ้ มูลรูปภาพเสมือนโดยเว็บ เซิร์ฟเวอร์ (Web Server) หรือคลาวดเ์ ซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) จะส่งขอ้ มูลรูปภาพเสมือนไปตามคาร้องขอท่ีได้ รับมาจาก AR แอพพลิเคชน่ั ตา่ งๆ ประเภทของ (Augmented Reality (AR) แบง่ เป็น 2 ประเภทดงั น้ี 1) Marker-based AR เราคงเคยได้ยินและใช้งาน QR Code กนั มาบา้ งแลว้ QR code ถือเป็ น ตวั อย่างพ้ืนฐานของ Marker-based AR ส่วนบาร์โค้ดถือเป็ น AR markers ในรูปแบบท่ีง่ายท่ีสุดที่พบเห็นได้ ทว่ั ไปส่วนรูปภาพที่มีสีสันและมีความหมาย คือ ตัวอย่างของรูปแบบ Marker-based ที่ซับซ้อนมากข้ึนโดย หลกั การทางานคือเมื่อเราใชม้ ือถือสแกนรูปภาพที่มีลกั ษณะเป็นรูปแบบดงั เช่น บาร์โคด้ หรือ QR code ผา่ นทาง กลอ้ งซอฟตแ์ วร์จะจดจาภาพ และใส่รูปภาพดิจิตอล หรือ ภาพดิจิตอลเคลื่อนที่ลงบนหนา้ จอ นอกจากน้ี Marker- based AR ยงั รู้จกั กนั ในชื่อ Recognition based AR

26 2) Marker-less based AR หรื อ Location-based AR แอพพลิเคชั่นด้าน AR ที่ใช้กันอย่าง แพร่หลายมกั จะใชว้ ิธีการน้ีโดยท่ีหลกั การทางานคือเมื่อเราใชก้ ลอ้ งของสมาร์ทโฟนท่ีมีการติดต้งั แอพพลิเคชน่ั Location-based AR ไวส้ ่องไปในสถานท่ีหน่ึง ๆ บนโลก GPS ซอฟตแ์ วร์ท่ีมีอยภู่ ายในสมาร์ทโฟนจะจดจาไดว้ า่ สถานที่ดงั กล่าวคือส่วนใดของโลกหลงั จากน้นั แอพพลิเคชน่ั จะส่งขอ้ มูลดิจิตอลที่เก่ียวขอ้ งกบั สถานที่ดงั กล่าว เขา้ ไปยงั ภาพสถานท่ีจริงในขณะน้ันซ่ึงท้งั น้ียงั ข้ึนอยู่กบั ทิศทาง และตาแหน่งท่ีบนั ทึกไดจ้ ากอุปกรณ์ตรวจจบั เช่น accelerometer 4. การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสริม จากอดีตจนถึงปัจจุบนั มีการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงเขา้ กบั ชีวติ ประจาวนั เช่น 4.1 การ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นอตุ สาหกรรมเช่นอุตสาหกรรมสร้างเคร่ืองบิน อตุ สาหกรรมผลิตรถยนต์ โดยบริษทั BMW ไดใ้ ช้ เทคโนโลยเี สมือนจริงมาช่วยในการผลิต โดยใหผ้ ใู้ ชไ้ ดเ้ รียนรู้การทางานดว้ ยการใส่แวน่ ตาท่ีจะมีคาแนะนา และ จาลองการทางานแสดงใหเ้ ห็นแต่ละข้นั ตอนก่อนปฏิบตั ิจริงแบบ 3 มิติดงั แสดงในภาพท่ี 5 (พนิดา ตนั ศิร, 2010) ภาพที่ 5 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในอตุ สาหกรรม ท่ีมา : https://www.designboom.com/cars/bmw-augmented-reality-to-help-with-car-repairs/ 4.2 การประยกุ ตใ์ ชท้ างดา้ นการแพทย์ เช่น การเรียบเรียงหลกั การประยกุ ตใ์ ชภ้ าพเสมือนจริงทาง การแพทยโ์ ดยการเพิ่มตวั ตอ่ ประสานระบบสมั ผสั ภาพ 3 มิติเพ่ือเพ่ิมความสมจริงในการรักษา และใหน้ กั ศึกษา แพทยไ์ ดใ้ ชเ้ ครื่องมือแพทยร์ ักษาหรือผา่ ตดั ผปู้ ่ วยแบบไม่ตอ้ งสมั ผสั กบั ผปู้ ่ วยจริง มีการนา เทคโนโลยเี สมือน จริงจา ลองการผา่ ตดั ผา่ นระบบ ARI*SER โดยทางมหาวิทยาลยั แพทยศาสตร์ Ganz ไดแ้ ปลงใหเ้ ป็นระบบจา ลองการผา่ ตดั ตบั เสมือนจริง ดงั แสดงในภาพท่ี 6

27 ภาพที่ 6 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงทางดา้ นการแพทย์ ที่มา : https://sukunya055.wordpress.com/บทบาทของเทคโนโลยี-augmented-reality/ 4.3 การประยกุ ตใ์ ชก้ บั การท่องเที่ยว เช่น การนาเทคโนโลยเี สมือนจริงไปใชเ้ พ่ือแนะนา ประเทศ ไทยในงาน “The World Exposition Shanghai China 2010” ภายใตแ้ นวคดิ “Thainess: Sustainable Ways of Life” และไดน้ า เสนอนิทรรศการภายในอาคารศาลาไทยแยกเป็น 3 ส่วน คอื หอ้ งจดั แสดงนิทรรศการท่ี 1 เร่ือง “จากตน้ สายแหลง่ กา เนิด: A Journey of Harmony” หอ้ งจดั แสดงนิทรรศการที่ 2 เรื่อง “เกิดร้อยพนั พลายวถิ ี : A Harmony of Different Tones” และหอ้ งจดั แสดงนิทรรศการที่ 3 เรื่อง “หลอมรวมชีวีสู่วิถีความเป็นไทย : A Harmony of Thais” ในแตล่ ะหอ้ งนิทรรศการจะนา เสนอเอกลกั ษณ์ของความเป็นไทยท่ีเกิดจากการพฒั นาดา้ น ตา่ งๆ ผา่ นเทคโนโลยเี สมือนจริง เช่น ในห้องนิทรรศการท่ี 2 เป็นห้องที่มีการฉายวิดีโอ เพือ่ แสดงความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งพีน่ อ้ งของชาวไทยกบั จีนโดยมียกั ษว์ ดั โพธ์ิขยบั ตวั และพดู คยุ กบั ตวั ละครจีน ดงั แสดงในภาพท่ี 7 ภาพที่ 7 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงการทอ่ งเท่ียว ท่ีมา : https://sukunya055.files.wordpress.com/2013/09/ar6.jpg

28 4.4 การประยกุ ตใ์ ชท้ างดา้ นธุรกิจ 1) การใชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงกบั การซ้ือขายทางการเงินดว้ ยเทคโนโลยี CYBERII โดย ระบบสามารถใหผ้ ใู้ ชง้ านกาหนดบทบาทของตวั แทนจาหน่าย (Finance Dealer) ในสภาพแวดลอ้ มเสมือนที่ สามารถเสนอราคาในการซ้ือขาย โดยใชล้ ูกบอลสีเหลืองแสดงราคาซ้ือและลูกบอลสีแดงแสดงราคาขาย ทาให้ ผใู้ ชส้ ามารถจาลองการซ้ือขายทางการเงินไดเ้ สมือนจริง ดงั แสดงในภาพที่ 8 ภาพที่ 8 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงทางดา้ นธุรกิจ ที่มา : https://sukunya055.files.wordpress.com/2013/09/maxresdefault.jpg 2) บริษทั ชิเซโดน้ าเทคโนโลยเี สมือนจริงมาใชผ้ า่ นกระจกดิจิตอลเพือ่ จาลองการทดสอบใน การแต่งหนา้ วา่ เหมาะกบั ลูกคา้ หรือไม่ โดยระบบจะซอ้ นภาพส่วนของการแต่งหนา้ ข้ึนไปบนใบหนา้ จริงที่ ปรากฎบนหนา้ จอในลกั ษณะของการเปรียบเทียบใหเ้ ห็นท้งั ก่อนแตง่ หนา้ และหลงั แต่งหนา้ ในการใชง้ านจะให้ ลูกคา้ นงั่ ลงตรงหนา้ เคร่ืองแลว้ ใหก้ ลอ้ งสแกน จากน้นั ระบบจะวเิ คราะห์สีผวิ องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ตลอดจนรูป ใบหนา้ เพื่อแนะนาวา่ ควรเลือกแต่งหนา้ และเลือกใชเ้ คร่ืองสาอางใด โดยสามารถแสดงผลการแตง่ หนา้ ไดท้ นั ที และสามารถสง่ั พิมพภ์ าพใบหนา้ ก่อนและหลงั แตง่ พร้อมขอ้ มูลเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑเ์ คร่ืองสาอางที่ตอ้ งใชเ้ พ่ือ เลือกซ้ือตามรายการที่เลือกไว้ ดงั แสดงในภาพที่ 9 ภาพท่ี 9 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงจาลองการแตง่ หนา้

29 ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/77687162310940386/ 3) บริษทั Tissot ใหล้ ูกคา้ สามารถลองสินคา้ ผา่ นหนา้ จอคอมพวิ เตอร์ที่มีเวบ็ แคม โดยลูกคา้ จะ เลือกรหสั สินคา้ หรือรุ่นที่ลกู คา้ ตอ้ งการ ทาใหล้ กู คา้ ไดล้ องสินคา้ เสมือนจริงผา่ นเทคโนโลยี AR จนไดส้ ินคา้ ที่ ถูกใจก่อนสง่ั ซ้ือสินคา้ ดงั แสดงในภาพที่ 10 ภาพที่ 10 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงจาลองการใส่นาฬิกา ที่มา : https://watchupdate.files.wordpress.com/2010/05/augmented-reality-tissot.jpg 4) สาหรับ Mobile AR มีการนาเสนอการแต่งบา้ นดว้ ยมือถือจาก IKEA ที่ทา ใหล้ ูกคา้ เป็น สถาปนิกดว้ ยตวั เอง โดยไม่ตอ้ งเสียเงินเพยี งแค่ใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือแลว้ เลือกรูปสินคา้ ในหมวด IKEAPS จากน้นั กดถา่ ยรูป และเล่ือนตาแหน่งโทรศพั ทม์ ือถือไปถา่ ยในมมุ ท่ีตอ้ งการวางเฟอร์นิเจอร์จะเห็นมมุ หอ้ งท่ีมี เฟอร์นิเจอร์ตามท่ีเลือกไวโ้ ดยสามารถบนั ทึกภาพและส่งต่อใหเ้ พ่ือนผา่ น MMS ได้ ดงั แสดงในภาพที่ 11 ภาพที่ 11 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในการนาเสนอการแต่งบา้ น ที่มา : https://cdn-news.siamphone.com/upload/news/nw32836/featureimg.jpg

30 6. การประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานห้องสมดุ เช่น บริการส่งเสริมการอา่ น บริการประชาสมั พนั ธ์ แนะนาการใช้ และบริการยมื คนื ทรัพยากร โดยมีงานวิจยั เก่ียวกบั การนาเทคโนโลยเี สมือนจริงมาช่วยบริการ โดยใหบ้ ริการผา่ น Application มือถือ เพื่อใหผ้ อู้ า่ นไดร้ ับประสบการณ์ใหมส่ นุกไปกบั การอ่าน ต่ืนเตน้ และ เพลิดเพลินไปกบั การอ่านหนงั สือ จุดเริ่มตน้ ของการนาเทคโนโลยนี ้ีมาใช้ เพือ่ ส่งเสริมการอา่ นของเดก็ กลุ่มหน่ึง ผา่ น Apps มือถือเป็นการนานิทาน หรือ เร่ืองเลา่ ประกอบภาพการ์ตูน และเสียงมาช่วยในการส่งเสริมการอา่ น ควบคู่ไปกบั เทคโนโลยเี สมือนจริง เน้ือหาของเรื่องใหน้ กั เรียนหาสัตวใ์ นตานานเดก็ สนุกไปกบั การอ่าน และได้ เห็นภาพท่ีเสมือนจริง นอกจากน้นั แลว้ ยงั มีการใชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในการประชาสัมพนั ธ์จุดใหบ้ ริการต่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็นบริการจองหอ้ งประชุม บริการจองทรัพยากรบริการถามตอบและบริการสื่อดิจิตอล รวมไปถึงการ นาเทคโนโลยเี สมือนจริงใหบ้ คุ ลากรในสถาบนั หรือหน่วยงานท่ีใหบ้ ริการสารสนเทศ เช่น นาระบบ AR ไปใช้ ในการสารวจ ตาแหน่งทรัพยากร ตาแหน่งหอ้ งประชุม จุดบริการตา่ ง ๆ แมก้ ระทง่ั การเกบ็ สถิติของทรัพยากร สารสนเทศและผรู้ ับบริการ ดงั แสดงในภาพที่ 12 (อนุชา พวงผกา, สุวิทย์ วงษบ์ ุญมาก, ม.ป.ป. : เวบ็ ไซต)์ ภาพท่ี 12 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในงานหอ้ งสมุด ท่ีมา : https://thatcha20109.wordpress.com/ 7. การประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานพพิ ิธภณั ฑ์ เช่น 1. การนาเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) มา นาเสนอภาพวาดแจกนั ดอกไมข้ องศิลปิ นชื่อดงั จาก 2 มิติ เป็น 3 มิติได้ โดยผา่ นจอแท็บเลตเหนือแท่นจดั วาง ดงั แสดงในภาพที่ 13

31 ภาพท่ี 13 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริงในการนาเสนอภาพวาดแจกนั ดอกไม้ ที่มา : http://www.thailibrary.in.th/2019/03/20/museum-tech/ 2. การนาภาพวาดของศิลปิ นจีนโบราณมาจาลองเป็นภาพเสมือนจริงบนเทคโนโลยอี ินเตอร์ แอคทีฟ ท่ีผชู้ มสามารถเดินบนผลงานจาลองพร้อมกบั ความรู้สึกเหมือนอยใู่ นสระบวั มีปลา การเคล่ือนไหวของ น้าเม่ือถูกสัมผสั พร้อมลมที่มากระทบ และการจาลองสภาพอากาศฤดูร้อนท้งั ตอนกลางวนั และกลางคืน ดงั แสดงในภาพที่ 14 (บุญเลิศ อรุณพบิ ูลย,์ 2562) ภาพที่ 14 ตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยเี สมือนจริง ท่ีมา : http://www.thailibrary.in.th/2019/03/20/museum-tech/ เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการพฒั นาระบบนาทางภายในอาคาร 1. Adobe Photoshop Adobe Photoshop เป็นโปรแกรมสร้างและแกไ้ ขรูปภาพอยา่ งมืออาชีพโดยเฉพาะนกั ออกแบบใน ทกุ วงกายอ่ มรู้จกั โปรแกรมตวั น้ีดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเคร่ืองมือมากมายเพ่ือสนบั สนุนการ สร้างงานประเภทส่ิงพิมพ์ งานวิดีทศั น์ งานนาเสนอ งานมลั ติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพฒั นาเวบ็ ไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshop จะประกอบดว้ ยโปรแกรมสองตวั ไดแ้ ก่ Photoshop และ Image Ready การท่ี

32 จะใชง้ านโปรแกรม Photoshop คณุ ตอ้ งมีเครื่องท่ีมีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมี หน่วยความจาท่ีเพยี งพอ ไม่เช่นน้นั การสร้างงานของคุณคงไมส่ นุกแน่ เพราะการทางานจะชา้ และมีปัญหา ตามมามากมาย ขณะน้ีโปรแกรม Photoshop ไดพ้ ฒั นามาถึงรุ่น Adobe Photoshop CS (ฐิดารัตน์ ชื่นธงชยั , ม.ป.ป. : เวบ็ ไซต)์ 1.1 ความสามารถพ้ืนฐานของ Adobe Photoshop ที่ควรทราบ 1) ตกแตง่ หรือแกไ้ ขรูปภาพ 2) ตดั ตอ่ ภาพบางส่วน หรือท่ีเรียกวา่ crop ภาพ 3) เปลี่ยนแปลงสีของภาพ จากสีหน่ึงเป็นอีกสีหน่ึงได้ 4) สามารถลากเส้น แบบฟรีสไตล์ หรือใส่รูปภาพ สี่เหล่ียม วงกลม หรือสร้างภาพไดอ้ ยา่ งอิสระ 5) มีการแบง่ ช้นั ของภาพเป็น Layer สามารถเคล่ือนยา้ ยภาพไดเ้ ป็นอิสระตอ่ กนั 6) การทา cloning ภาพ หรือการทาภาพซ้าในรูปภาพเดียวกนั 7) เพ่ิมเติมขอ้ ความ ใส่ effect ของขอ้ ความได้ 8) Brush หรือแปรงทาสี ท่ีสามารถเลือกรูปแบบสาเร็จรูปในการสร้างภาพไดแ้ ละอื่นๆ อีกมากมาย 1.2 เมนูบาร์ (Menu Bar) 1) เป็นแถบสาหรับควบคมุ โปรแกรม ประกอบไปดว้ ยส่วนสาคญั ดงั แสดงในภาพท่ี 15 ภาพที่ 15 แถบสาหรับควบคุมโปรแกรม ท่ีมา : http://www.krukikz.com/5-menu-photoshop-cs6 File หมายถึง รวมคาสั่งท่ีใชจ้ ดั การกบั ไฟลร์ ูปภาพ เช่น สร้างไฟลใ์ หม่, เปิ ด, ปิ ด, บนั ทึก ไฟล,์ นาเขา้ ไฟล,์ ส่งออกไฟล์ และอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวกบั ไฟล์ Edit หมายถึง รวมคาสง่ั ที่ใชส้ าหรับแกไ้ ขภาพ และปรับแตง่ การทางานของโปรแกรม เบ้ืองตน้ เช่น ก๊อปป้ี , วาง, ยกเลิกคาสั่ง, แกไ้ ขเครื่องมือ และอื่น ๆ Image หมายถึง รวมคาสงั่ ที่ใชป้ รับแต่งภาพ เช่น สี, แสง, ขนาดของภาพ (image size), ขนาดของเอกสาร (canvas), โหมดสีของภาพ, หมนุ ภาพ และอื่น ๆ Layer หมายถึง รวมคาส่งั ที่ใชจ้ ดั การกบั เลเยอร์ ท้งั การสร้างเลเยอร์, แปลงเลเยอร์ และการ จดั การกบั เลเยอร์ในดา้ นต่าง ๆ select รวม คาสง่ั เก่ียวกบั การเลือกวตั ถหุ รือพ้ืนท่ีบนรูปภาพ (Selection) เพ่ือนาไป

33 ใชง้ านร่วมกบั คาสงั่ อื่น ๆ เช่น เลือกเพื่อเปลี่ยนสี, ลบ หรือใชเ้ อฟเฟ็กตต์ า่ ง ๆ กบั รูปภาพ Filter เป็นคาส่งั การเลน่ Effects ตา่ งๆสาหรับรูปภาพและวตั ถุ View เป็นคาสั่งเก่ียวกบั มุมมองของภาพและวตั ถุในลกั ษณะต่างๆ เช่น การขยายภาพและ ยอ่ ภาพใหด้ ูเลก็ Window เป็นส่วนคาสัง่ ในการเลือกใชอ้ ุปกรณ์เสริมตา่ งๆท่ีจาเป็นในการใชส้ ร้าง Effects ตา่ งๆ Help เป็นคาสั่งเพื่อแนะนาเกี่ยวกบั การใชโ้ ปรแกรมฯและจะมีลายละเอียดของโปรแกรมอยใู่ นน้นั 2) กลอ่ งเครื่องมือ (Tools Bar) ประกอบไปดว้ ยเคร่ืองมือตา่ ง ๆ ที่ใชใ้ นการวาด ตกแตง่ และแกไ้ ขภาพ เคร่ืองมือแตล่ ะชิ้น มีคุณสมบตั ิ ดงั แสดงในภาพท่ี 16 (กฤติยา พลหาญ, ม.ป.ป. : เวบ็ ไซต)์ ภาพที่ 16 กล่องเครื่องมือ (Tools Bar) ท่ีมา : http://www.krukikz.com/5-menu-photoshop-cs6 Move ใชส้ าหรับยา้ ยพ้ืนที่ท่ีเลือก หรือยา้ ยภาพในเลเยอร์หรือยา้ ยเสน้ ไกด์ Lasso ใชเ้ ลือกพ้ืนที่บนภาพเป็นแนวเขตแบบอิสระ Quick Serection Tool ใชร้ ะบายเพอ่ื เลือกพ้ืนที่ตอ้ งการแกไ้ ข Crop ใชต้ ดั ขอบภาพ Eyedropper ใชเ้ ลือกสีจากสีต่าง ๆ บนภาพ Healing Brush ใชต้ กแตง่ ลบรอยตาหนิในภาพ Brush ใชร้ ะบายลงบนภาพ

34 Clone Stamp ใชท้ าสาเนาภาพ โดย copy ภาพจากบริเวณอื่นมาระบาย History Brush ใชร้ ะบายภาพดว้ ยภาพของข้นั ตอนเดิมท่ีผา่ นมา หรือภาพที่บนั ทึกไว้ Eraser ใชล้ บภาพบางส่วนที่ไมต่ อ้ งการ Gradient ใชเ้ ติมสีแบบไลร่ ะดบั โทนสีหรือความทึบ Blur ใชร้ ะบายภาพใหเ้ บลอ Dodge ใชร้ ะบายเพอ่ื ใหภ้ าพสวา่ งข้นึ Pen ใชว้ าดเสน้ พาธ (Path) Horizontal Type ใชพ้ มิ พต์ วั อกั ษรหรือขอ้ ความลงบนภา Path Selection ใชเ้ ลือกและปรับแต่งรูปทรงของเส้นพาธ Rectangle ใชว้ าดรูปทรงเรขาคณิตหรือรูปทรงสาเร็จรูป Hand ใชเ้ ลื่อนดูส่วนต่าง ๆ ของภาพ Zoom ใชย้ อ่ หรือขยายมุมมองภาพ Set Foreground Color และ Set Background Color ใชส้ าหรับกาหนดสี Quick Mash เปิ ดแสดงหนา้ กระดาษ แบบ Full screen 2. Adobe illustrator Adobe illustrator หมายถึง โปรแกรมที่ใชใ้ นการวาดภาพ โดยจะสร้างภาพท่ีมีลกั ษณะเป็นลายเส้น หรือท่ีเรียกว่า Vector Graphic จดั เป็ นโปรแกรมระดับมืออาชีพท่ีใช้กันเป็ นมาตรฐานในการออกแบบระดับ สากลสามารถทางานออกแบบต่างๆ ไดห้ ลากหลาย ไม่วา่ จะเป็นส่ิงพิมพ์ บรรจุภณั ฑ์ เวบ็ และภาพเคล่ือนไหว ตลอดจนการสร้างภาพเพ่ือใชเ้ ป็นภาพประกอบในการทางานอื่นๆ เช่น การ์ตูน ภาพประกอบหนงั สือ เป็ นตน้ แนะนาเครื่องมือต่างๆ (อุไรวรรณ โสภา, ม.ป.ป. : เวบ็ ไซต)์ 2.1 เมนูคาส่งั หลกั โปรแกรม แบ่งออกเป็นหมวดหมูต่ ่างๆ ดงั แสดงในภาพท่ี 17 ภาพท่ี 17 เมนูคาสั่งหลกั โปรแกรม ที่มา : https://illustrator441.wordpress.com/tools-3/ File: เป็นหมวดของคาส่ังท่ีจดั การเก่ียวกบั ไฟลแ์ ละโปรแกรมท้งั หมด ไม่ว่าจะเป็นการ เปิ ด- ปิ ดไฟล์ การบนั ทึกไฟล์ การนาภาพเขา้ มาใช้ (Place) ตลอดจนการออกจากโปรแกรม (Exit)

35 Edit: เป็นหมวดของคาสัง่ ที่จดั การแกไ้ ข เช่น Undo Cut Copy Paste Select รวมท้งั การกาหนด คุณสมบตั ิต่างๆ ที่มีผลต่อการปรับแต่งภาพดว้ ย เช่นการสร้างรูปแบบ (Define Pattern) การกาหนดค่าสี (Color Setting) เป็นตน้ Type: เป็นหมวดของคาสง่ั ท่ีใชจ้ ดั การตวั หนงั สือ เช่น Fonts Paragraph เป็นตน้ Select: เป็ นหมวดของคาสั่งท่ีใช้ในการเลือกวตั ถุ สามารถเลือกดว้ ยคุณสมบตั ิได้ เช่น เลือกวตั ถุท่ีมี Fill และ Stroke แบบเดียวกนั วตั ถุที่อยบู่ น Layer เดียวกนั เป็นตน้ Filter: เป็นหมวดของคาสั่งท่ีใชส้ ร้างเทคนิคพิเศษใหก้ บั ภาพ โดยจะมีผลตอ่ รูปร่างของ Path Effect: เป็ นหมวดของคาสั่งท่ีใช้สร้างเทคนิคพิเศษให้กับภาพคลา้ ย Filter แต่จะไม่มีผลกบั รูปร่างของ Path View: เป็ นหมวดของคาส่ังเก่ียวกับการมองทุกส่ิงในงาน เช่น Zoom Show/Hide Ruler Bounding Box Outline Mode/Preview Mode เป็นตน้ Window: เป็นหมวดของคาส่ังเกี่ยวกบั การเปิ ด-ปิ ดหนา้ ตา่ งเครื่องมือตา่ ง ๆ เช่น Palette Tool Box เป็นตน้ Help: เป็นหมวดที่รวบรวมวิธีการใชง้ านและคาแนะนาเพื่อช่วยเหลือผใู้ ชโ้ ปรแกรม 2.2 กล่องเครื่องมือ (Tool Box) Tool Box เป็ นเครื่องมือพ้ืนฐานที่ใช้ในการทางานเกี่ยวกบั ภาพท้งั หมด ซ่ึงจะแบ่งออกเป็ น ตามกลุ่มการใชง้ าน ดงั แสดงในภาพท่ี 18 ภาพท่ี 18 กลอ่ งเครื่องมือ (Tool Box) ที่มา : https://illustrator441.wordpress.com/tools-3/ 1) กลุ่มเคร่ืองมือเก่ียวกบั การเลือกวตั ถุ 2) กลุ่มเคร่ืองมือเก่ียวกบั การวาดและการสร้างตวั หนงั สือ

36 3) กลมุ่ เคร่ืองมือเกี่ยวกบั การปรับแต่งวตั ถุ 4) กลมุ่ เครื่องมือในการสร้าง Symbol และ Graph 5) กล่มุ เครื่องมือเกี่ยวกบั การกาหนดสี 6) กลมุ่ เคร่ืองมือเก่ียวกบั การตดั แบง่ วตั ถุ 7) กลุม่ เครื่องมือเกี่ยวกบั พ้นื ที่ทางาน 8) กรอบท่ีใชร้ ะบสุ ีใหว้ ตั ถแุ ละสีของเส้น 9) ป่ มุ กาหนดรูปแบบของมุมมองในหนา้ จอโปแกรม 3. Unity3D Unity3D หมายถึง เป็นโปรแกรมเกมเอนจ้ินที่ไดร้ ับความนิยมเป็นอยา่ งมากในปัจจุบนั เนื่องจากมี การจดั การ Content ภายในตวั เกมที่งา่ ย สามารถ Publish ออกไปใช่ไดท้ ุก Platform มีเครื่องมือท่ีหลากหลาย เช่น เครื่องมือสร้างภูมิประเทศ (Terrain) เคร่ืองมือสร้างระบบฟิ สิกส์ เครื่องมือสร้างปัญญาประดิษฐ์ภายในเกม เป็น ตน้ อีกท้งั ยงั รองรับภาษาในการเขียนโปรแกรมไดถ้ ึงสองภาษาคือ C# และ Unity Script ซ่ึงเป็นสคริปที่ดดั แปลง มาจาก JavaScript อีกท้งั ยงั มี Asset Store ให้นกั พฒั นาสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม วตั ถุ 3 มิติ เสียง สคริป ฯลฯ การใช้งานโปรแกรม Unity ในอุตสาหกรรม จะแบ่งออกเป็ นหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ (ปริวฒั น์ พิสิษฐพงศ์, 2562) เช่น 1) Unity for Gambling เป็นการนา Unity ไปใชใ้ นเชิงพาณิชยด์ า้ นการพนนั เช่น การแสดงผลของ การเล่นไพ่ โป๊ กเกอร์ในคาสิโน เป็นตน้ 2) Unity AEC (Architecture, Engineering, and Construction เป็นการนา Unity ไปใชใ้ นเชิงพาณิชย์ ในดา้ นสถาปัตยกรรม เช่น การนาเสนอตึกอาคาร การนาเสนอผลิตภณั ฑ์ เป็นตน้ 3) Unity for Serious Games เป็นการนา Unity ไปใชใ้ นเชิงพาณิชยด์ า้ นการทาเกมท่ีมีความ หลากหลายในการผลิต เช่น การผลิตเกมเพื่อให้มีความรวดเร็ว การผลิต Cinematic และเสียงภายในเกม การ สร้างเกมโดยใชร้ ะบบเครือขา่ ยข้นั สูง การจดั การทรัพยากรของเกมใหม้ ีประสิทธิภาพสูงสุด ฯลฯ 4. Vuforia Vuforia หมายถึง เป็น SDK สาหรับการพฒั นาแอพ AR ซ่ึง “รวมทุกอยา่ งไวใ้ น SDK เดียว” สามารถตรวจจบั วตั ถุประเภทท่ีต่างกนั ออกไปได้ เช่นรูปภาพ วตั ถุ หรือตวั อกั ษรภาษาองั กฤษ ท้งั แบบ 2 และ 3 มิติ, รองรับการทา Virtual Buttons, การสร้างแผนท่ี 3 มิติ ดว้ ย Smart Terrain ทวา่ Vuforia น้นั ก็ยงั ไมม่ ี documentation ท่ีดีนกั เช่นกนั ในการสร้าง AR แอพพลิเคชนั่ Vuforia ถือวา่ เป็นหวั ใจสาคญั เลยกว็ า่ ได้ เพราะตวั แอพพลิเคชน่ั น้นั ตอ้ งการฐานขอ้ มูล หรือ Database ในการจดั เก็บ Target หรือมาร์คเกอร์ ซ่ึงเป็นขอ้ มูลที่สาคญั ในการใชแ้ อพพลิเคชน่ั (ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั โปรแกรม Vuforia, ม.ป.ป. : เวบ็ ไซต)์

37 งานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง บณุ ฑริกา โพชฌงคเ์ ดช, เอ้ือมพร รักกาเหนิด และ สมเกียรติ วงั ศิริพทิ กั ษ์ (2560) ศึกษาเรื่อง ระบบนา ทางภายในอาคารดว้ ยความเป็นจริงเสริม งานวิจยั น้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อ 1) พฒั นาระบบนาทางภายในอาคารดว้ ย ความเป็นจริงเสริม 2) ทดสอบการทางานของแอปพลิเคชนั 3) การทดสอบประสิทธิภาพของการรู้จาสถานท่ี ดว้ ยมาร์กเกอร์ โดยวดั ค่าความแมน่ ยาในการรู้จาเม่ือถา่ ยภาพมาร์กเกอร์จากระยะและมมุ ท่ีแตกต่างกนั เคร่ืองมือ ที่ใช้ ประกอบดว้ ย ระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยความเป็นจริงเสริม, Vuforia, Unity3D ผลการทดสอบภายใต้ สภาวะการใชง้ านจริง พบวา่ ท่ีระยะ ±2 เมตรจากตาแหน่งที่ถ่ายภาพตน้ แบบ จะมีความแม่นยาในการรู้จาเฉล่ีย มากกวา่ 70% เมื่อมาร์กเกอร์มีความละเอียด และความเป็นเอกลกั ษณ์สูง โดยไมข่ ้นึ อยกู่ บั ประเภทของกลอ้ งท่ี ใชถ้ า่ ยภาพ ส่วนทิศทาง หรือ มมุ ในการถา่ ยภาพท่ีเปลี่ยนไปจะมีผลตอ่ ความแม่นยาเพียงเลก็ นอ้ ย ยกเวน้ เม่ือมี ส่วนประกอบอ่ืนที่ไมเ่ ก่ียวขอ้ งเขา้ มาปรากฏอยใู่ นมุมมองของกลอ้ ง โดยความลม้ เหลวในการรู้จาส่วนใหญ่ ไม่ใช่การรู้จาผิดพลาดเป็ น จารุวรรณ กาฬภกั ดี, พินนั ทา ฉตั รวฒั นา และปณิตา วรรณพริ ณุ (2562) ศึกษาเรื่อง การพฒั นาระบบ นาทางอจั ฉริยะโดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบโลเคชนั เบสผา่ นอุปกรณ์เคลื่อนท่ีแบบพกพางานวจิ ยั น้ีมี วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื 1) วิเคราะห์โครงสร้างของระบบนาทางอจั ฉริยะโดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบ โลเคชนั เบสผา่ นอุปกรณ์เคล่ือนท่ีแบบพกพา 2) ออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบนาทางอจั ฉริยะโดยใช้ เทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบโลเคชนั เบสผา่ นอปุ กรณ์เคล่ือนท่ีแบบพกพา 3) พฒั นาระบบนาทางอจั ฉริยะ โดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบโลเคชนั เบสผา่ นอุปกรณ์เคล่ือนท่ีแบบพกพา และ 4) ศึกษาความพงึ พอใจในการใชร้ ะบบนาทางอจั ฉริยะโดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบโลเคชนั เบสผา่ นอปุ กรณ์เคลื่อนท่ี แบบพกพา วธิ ีดาเนินการวจิ ยั แบง่ ออกเป็น 5 ระยะ ตามวงจรการพฒั นาระบบ กลมุ่ ตวั อยา่ งคือ นกั ศึกษาระดบั ปริญญาตรีมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนือ จานวน 30 คน โดยวิธีเลือกกลุม่ ตวั อยา่ งแบบ บงั เอิญ ผลการวิจยั พบวา่ 1) ผลการวิเคราะหโ์ ครงสร้าง โดยผตู้ อบแบบสัมภาษณ์เชิงลึกตอ้ งการใหผ้ ใู้ ชร้ ู้จกั ทุก สถานท่ี 2) ผลการออกแบบสถาปัตยกรรม มีความเหมาะสมโดยรวมอยใู่ นระดบั มากที่สุด 3) ผลการพฒั นา ระบบ เป็นอุปกรณ์ท่ีช่วยอานวยความสะดวกดา้ นการเดินทางภายในมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระ นครเหนือ และ 4) ความพงึ พอใจในการใชร้ ะบบนาทางอจั ฉริยะโดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบโลเคชนั เบสผา่ นอปุ กรณ์เคล่ือนที่แบบพกพา ในภาพรวมในระดบั มากที่สุดเฉลี่ยท่ี 4.54 กีรดิษ สายพทั ลงุ , รุ่งเรือง มศุ ิริ และธงชยั ทองอยู่ (2561) ศึกษาเรื่อง ระบบนาทางภายในมหาวทิ ยาลยั ราช ภฏั พระนครดว้ ยเทคโนโลยี AR บนระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยด์ งานวจิ ยั น้ีมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือ 1) ศึกษาระบบนาทาง ดว้ ยเทคโนโลยี AR 2) ออกแบบและพฒั นาระบบนาทางภายในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนครดว้ ยเทคโนโลยี AR บน- ระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยด์ 3) หาประสิทธิภาพของระบบนาทางภายในมหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนครดว้ ยเทคโนโลยี

38 AR บนระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยด์ เครื่องมือที่ใช้ ระบบนาทางอจั ฉริยะโดยใชเ้ ทคโนโลยคี วามจริงเสมือนแบบ โลเคชนั เบสผา่ นอุปกรณ์เคลื่อนท่ีแบบพกพา, แบบประเมินความพึงพอใจของผใู้ ชท้ ี่มีต่อระบบนาทาง กลุ่มตวั อยา่ ง คอื นกั ศึกษาใหม่, บคุ ลากรใหม่, และผมู้ าติดต่อราชการกบั ทางมหาวิทยาลยั จานวน 500 คน ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) การ ออกแบบระบบนาทางภายในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนครดว้ ยเทคโนโลยี AR บนระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยดใ์ หม้ ี ลกั ษณะของแอพพลิเคชนั ท่ีสามารถใชง้ านไดง้ ่าย ใชส้ ีเขยี วเป็นหลกั ซ่ึงสีเขียนเป็นสีประจามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระ นคร ซ่ึงบง่ บอกความเป็นตวั ตนของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร 2) การออกแบบการคน้ หาตาแหน่ง มีการทางานได้ ใน 2 ลกั ษณะ คือ การพมิ พช์ ื่อสถานท่ีเพ่อื การคน้ หา และการเล่ือนเพ่อื เลือกสถานท่ีในรายการสถานท่ีเพ่ิมสร้างเส้น ในการเคลื่อนที่ 3) ระบบนาทางภายในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนครดว้ ยเทคโนโลยี AR บนระบบปฏิบตั ิการแอน ดรอยด์ เป็นระบบท่ีสามารถอานวยความสะดวกในการคน้ หาเดินทาง ภายในมหาวิทยาลยั จากการทดสอบการทางาน ของระบบสามมารถนาทางจากจุดเริ่มตน้ ไปยงั จุดหมายปลายทางไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งร้อยละ 100 จากการทดสอบท้งั หมด 10 คร้ัง ซ่ึงจะเห็นไดจ้ ากผลการประเมินความพึงพอใจของผใู้ ชท้ ี่มีตอ่ ระบบนาทางมีความพอใจเฉลี่ยที่ 4.19 ในระดบั ดีจากผใู้ ชง้ าน 500 คน ซ่ึงหวั ขอ้ ที่มีความพึงพอใจมากท่ีสุดคือ หวั ขอ้ เดินทางไปยงั ที่หมายไดเ้ ร็วข้ึน ความพงึ พอใจอยู่ ท่ี 4.34 จะเห็นไดว้ า่ ระบบนาทางสามารถอานวยความสะดวกในการเดินทางในมหาวิทยาลยั ได้รวดเร็วยง่ิ ข้นึ สุวนนั ท์ บงั คม, หทยั รัตน์ วรรณขาม และพนิดา พานิชกลุ (2560) ศึกษาเรื่อง ระบบนาทางไปยงั อาคาร ในมหาวิทยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ งานวจิ ยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อ 1) เพ่ือพฒั นาระบบนาทางไปยงั อาคารใน มหาวิทยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ 2) เพอ่ื ประเมินประสิทธิภาพของระบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวิทยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ 3) เพ่ือประเมินความพึงพอใจของผใู้ ชท้ ี่มีต่อระบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวิทยาลยั ราชภฏั ศรีสะ เกษ เคร่ืองมือในการวิจยั ประกอบดว้ ยระบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ แบบสอบถาม ประเมินประสิทธิภาพของระบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ ซ่ึงประเมินโดยผเู้ ช่ียวชาญ ดา้ นคอมพวิ เตอร์และแบบสอบถามความพึงพอใจของผใู้ ชร้ ะบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรี สะเกษ โดยกลมุ่ ผใู้ ชร้ ะบบคือบคุ คลภายนอกท่ีเขา้ มาในมหาวทิ ยาลยั และนกั ศึกษาใหม่ ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) ผล การพฒั นาระบบน าทางไปยงั อาคารในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ ระบบท่ีพฒั นาข้ึนประกอบไปดว้ ย 2 ฟังกช์ นั หลกั คอื ส่วนนาทาง (หนา้ บา้ น) และส่วนจดั การขอ้ มูลอาคาร (หลงั บา้ น) 2) ผลการประเมิน ประสิทธิภาพของระบบนาทางไปยงั อาคารในมหาวิทยาลยั ราชภฏั ศรีสะเกษ โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก และ 3) ผใู้ ชง้ านมีความพึงพอใจต่อระบบโดยอยใู่ นระดบั มาก

บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนนิ การศึกษาค้นคว้า การพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริม สานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ผศู้ ึกษาคน้ ควา้ ไดศ้ ึกษาไดแ้ บ่งวิธีดาเนินการศึกษา โดยมีข้นั ตอนการพฒั นาระบบนาทางภายใน อาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริมดงั น้ี ภาพท่ี 19 ข้นั ตอนการพฒั นาระบบนาทางภายในอาคารดว้ ยเทคโนโลยคี วามจริงเสริม

40 การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ผศู้ ึกษาไดศ้ ึกษาและวเิ คราะหเ์ อกสารที่เก่ียวขอ้ งและไดท้ าการลงพ้ืนที่ในการเกบ็ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั สานกั วิทยบริการ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ไดม้ ีการรวบรวมขอ้ มลู ประกอบดว้ ยเน้ือหาดงั ตอ่ ไปน้ี 1. พ้นื ท่ีใหบ้ ริการของสานกั วิทยบริการ อาคาร A มีท้งั หมด 4 ช้นั ดงั ต่อไปน้ี 1.1 ช้นั ที่ 1 1) หอ้ งประชุมช้นั 1 เป็นห้องประชุมสาหรับ จดั งานอบรมสัมมนาต่าง ๆ บคุ ลากร หรือหน่วยงาน ภายใน มหาวิทยาลยั สามารถขอใชป้ ระชุมช้นั 1 ได้ 2) กลุม่ งานเทคนิคสารสนเทศ เป็นห้องเฉพาะเจา้ หนา้ ที่หอ้ งสมุด ประกอบดว้ ย 4 งาน ดงั น้ี 1. งานพฒั นาทรัพยากร สารสนเทศ 2. งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ 3. งานวารสารและหนงั สือพิมพ์ 4. งานจดหมายเหตุและ สารสนเทศมหาวิทยาลยั 3) หอ้ งจดั กิจกรรมบุคลากร 4) หอ้ งอ่าน 24 ชวั่ โมง 1 5) หอ้ งอ่าน 24 ชวั่ โมง 2 เป็นบริการที่อานวยความสะดวก แก่นิสิตของมหาวิทยาลยั จะไดม้ ีพ้ืนท่ีศึกษาคน้ ควา้ และเรียนรู้ดว้ ยตนเองตลอด 24 ชว่ั โมง มีบรรยากาศเยน็ สบายสงบเงียบ เอ้ือต่อการเรียนรู้และคดิ งานสร้างสรรค์ อยา่ งต่อเนื่อง สามารถนาคอมพวิ เตอร์ Notebook มาสืบคน้ ฐานขอ้ มูล ทาการบา้ นและใชบ้ ริการ Wireless โดย สานกั วิทยบริการไดจ้ ดั บริการความปลอดภยั ของผใู้ ชบ้ ริการตลอด 24 ชวั่ โมง ช้นั ที่ 2 1) เคาน์เตอร์บริการ บริการยมื -คืนทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ โดยมีเจา้ หนา้ ที่คอยใหแ้ นะนา ช่วยเหลือท่ีเคาน์เตอร์บริการสาหรับอานวยความสะดวกใหแ้ ก่ผใู้ ชบ้ ริการและเกิดประโยชนส์ ูงสุดต่อผใู้ ชบ้ ริการ โดยทรัพยากรสารสนเทศที่สามารถยมื -คนื ได้ ประกอบดว้ ย หนงั สือภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สิ่งพิมพ์ รัฐบาล รายงานการวจิ ยั ปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ สื่อโสตทศั น์ 2) บริการตอบคาถามและช่วยคน้ ควา้ บริการแนะนาและใหค้ วามช่วยเหลือแก่ผใู้ ชบ้ ริการในการสืบคน้ สารสนเทศและการ ใชบ้ ริการของสานกั วิทยบริการ รวมถึงการใหข้ อ้ มลู ข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชนส์ าหรับผใู้ ชบ้ ริการ โดยมี บรรณารักษร์ ับขอ้ คาถามและแนะนาการใชบ้ ริการใหแ้ ก่ผูใ้ ชบ้ ริการ

41 3) ศูนยส์ ารนิเทศอีสานสิรินธรเป็นศูนยก์ ลางบริการสารสนเทศที่เก่ียวกบั ภมู ิภาคอีสาน สารสนเทศอีสานทุกประเภท ใหบ้ ริการสารสนเทศท่ีมีเน้ือหาเก่ียวขอ้ งกบั ภาคอีสาน ทุกประเภทท้งั วสั ดุตีพมิ พแ์ ละ วสั ดุไมต่ ีพมิ พ์ โดยรวบรวมเน้ือหาอีสานในทกุ ๆ ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นวฒั นธรรมพ้ืนบา้ น ความเป็นอยแู่ ละประเพณี การศึกษา ความเช่ือ วรรณกรรม ภาษา ศิลปะ การละเล่นพ้นื บา้ น การพฒั นาชนบท และการเมืองการปกครอง 4) สมคั รสมาชิก เป็นบริการท่ีอานวยความสะดวกใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางมาท่ี สานกั วิทยบริการได้ โดยผใู้ ชบ้ ริการสามารถสมคั รสมาชิกผา่ นระบบออนไลน์ไดท้ ่ี http://golden.msu.ac.th/register/public/ 5) หอ้ งประชุมช้นั 2 เป็นห้องประชุม สาหรับผบู้ ริหาร ภายในสานกั วิทยบริการ 6) สานกั งานเลขานุการ มีขอบข่ายงานในความรับผดิ ชอบดา้ นการบริหารทว่ั ไป ทาหนา้ ที่ประสานงานกบั ฝ่าย/ งานตา่ ง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อใหเ้ กิดความคล่องตวั ในการบริหารจดั การองคก์ ร และสามารถ ปฏิบตั ิงานใหเ้ กิดประสิทธิภาพยง่ิ ข้นึ ซ่ึงมีหนา้ ท่ีในการดาเนินงานโดยสานกั งานเลขานุการ ไดแ้ บ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดงั น้ี 1. กลุ่มงานบริหาร ประกอบดว้ ย งานสารบรรณและงานการประชุม งานบุคคล งานประชาสมั พนั ธ์ งานอาคารสถานที่ และงานยานยนต์ 2. กลุ่มงานนโยบาย แผนและคลงั ประกอบดว้ ย 1) งานการเงินและบญั ชี ดาเนินงานเกี่ยวกบั การเบิกจ่ายเงิน งบประมาณเงินรายไดแ้ ละเงินงบประมาณแผน่ ดิน และการจดั ทาบญั ชี 2) งานพสั ดุ ดาเนินงานเกี่ยวกบั การจดั ซ้ือ จดั จา้ ง การเบิกจ่ายพสั ดุ การตรวจสอบพสั ดุประจาปี การจาหน่าย พสั ดุ 3) งานนโยบายและแผน ประกอบดว้ ย งานแผนปฏิบตั ิราชการประจาปี งานงบประมาณ งานวางแผนและ ติดตามประเมินผล รวมท้งั รับผดิ ชอบในเรื่องการวิเคราะห์อตั รากาลงั เพอ่ื ขกาหนดตาแหน่งในสานกั วิทยบริการ งานบริหารความเส่ียงและควบคุมภายใน เป็นตน้ 7) มมุ รักสุขภาพ เป็นมมุ ที่จดั เผยแพร่สารสนเทศดา้ นการรักษาสุขภาพดว้ ยตนเอง เคร่ืองออกกาลงั กาย อยา่ งงา่ ย เพอื่ ใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการไดใ้ ชป้ ระโยชน์สาหรับการพกั ผอ่ นแบบสบาย ๆ ผอ่ นคลายจากการศึกษาคน้ ควา้ ภายในสานกั วทิ ยบริการ 8) เคร่ืองยมื -คนื อตั โนมตั ิ บริการท่ีผใู้ ชส้ ามารถยมื -คนื ดว้ ยตนเอง ผา่ นเครื่องยมื -คืนอตั โนมตั ิ ไดอ้ ยา่ งสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ตอ้ งรอหรือติดต่อเจา้ หนา้ ท่ี จดั ไวส้ าหรับบริการ ณ เคานเ์ ตอร์บริการ ช้นั 2


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook