ค่มู ือการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
คานา คูํมือการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและพัฒนาทักษะการเรียนร๎ูฉบับนี้จัดทําข้ึน เพ่ือให๎ สถานศึกษาในสังกัดสํานักงาน กศน. จังหวัดเลย ใช๎เป็นกรอบแนวทางการดําเนินงานกิจกรรม สํงเสริมการอํานและพฒั นาทักษะการเรียนร๎ู โดยได๎รวบรวมรูปแบบการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอําน ทห่ี ลากหลาย ตามนโยบายและจดุ เนน๎ ของสํานักงาน กศน. ในภารกิจตํอเนื่อง ด๎านการจัดการศึกษา และการเรยี นรู๎ งานการศึกษาตามอธั ยาศัย เพอ่ื สงํ เสริมสนับสนุนให๎ผเ๎ู รียน/ผร๎ู ับบริการด๎านการศึกษา ตามอัธยาศัยมีนิสัยรักการอําน ตลอดจน สนับสนุนสํงเสริมการใช๎สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยี นวัตกรรม และสง่ิ อาํ นวยความสะดวก ท่หี ลากหลาย รวมทัง้ การพัฒนาห๎องสมุดและแหลํงการเรียนรู๎ เพื่อให๎ผู๎เรียน/ผู๎รับบริการได๎เรียนร๎ูอยํางเต็มศักยภาพ และบริบทตําง ๆ ท่ีเก่ียวข๎องกับการสํงเสริม นิสัยรักการอํานและพัฒนาทักษะการเรียนรู๎ของผ๎ูเรียน/ผู๎รับบริการ พร๎อมทั้งพัฒนารูปแบบ การให๎บริการการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและการแสวงหาความร๎ูด๎วยตนเองของผ๎ูเรียน/ ผรู๎ ับบริการอยาํ งมีคุณภาพ อันจะเป็นแนวทางในการดําเนินงานด๎านการศึกษาตามอัธยาศัยและการ เรยี นรตู๎ ลอดชวี ติ ตอํ ไป โดยคูํมือการดําเนินงานจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและพัฒนาทักษะการเรียนร๎ู ฉบับน้ี มี สาระสําคัญประกอบด๎วย การอํานและ ความสําคัญของการอําน องค๑ประกอบของการอํานแนวคิด การสํงเสริมนิสัยรักการอําน ข้ันตอนการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอําน ประเภทของกิจกรรมสํงเสริม การอําน นโยบายและจดุ เน๎น สํานกั งาน กศน. แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน สังกัดสํานักงาน กศน. การอํานกับกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน การอํานกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กจิ กรรมสงํ เสริมการอาํ นและพฒั นาทกั ษะการเรยี นร๎ู การประเมนิ ผล คณะผ๎ูจัดทําหวังวํา เอกสารฉบับน้ีจะเป็นแนวทางให๎สํานักงาน ก ศน. จังหวัดเลย และ สถานศึกษาในสังกัด ดําเนินงานสํงเสริมเสริมนิสัยรักการอํานและพัฒนาทักษะการเรียนร๎ู ให๎เปน็ ไปตามเปาู หมายท่กี าํ หนดไว๎อยาํ งเปน็ รูปธรรมย่งิ ขึน้ โดยเอกสารฉบับนี้จะไมํสําเร็จได๎ถ๎าไมํรับ ความอนุเคราะหจ๑ าก นายประกอบ โพธิร์ าม ผอ๎ู าํ นวยการสํานักงานสํงเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวดั เลย ในการใหแ๎ นวทางนโยบายในการดําเนินงานตลอดจนให๎คําปรึกษา ตาํ ง ๆ และขอขอบคุณคณะผบ๎ู รหิ าร กศน. อาํ เภอ คณะบุคลากร สํานักงาน กศน.จังหวัดเลยทุกทําน ตลอดจนภาคีเครือขํายในการสนับสนุนการดําเนินการจัดกิจกรรมในพื้นท่ี และหวังเป็นอยํางยิ่งวํา “คํูมือการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและพัฒนาทักษะการเรียนร๎ู”ฉบับน้ี จะเป็นประโยชน๑ ตอํ บุคลากร กศน.ทกุ ทาํ น ที่ดําเนินการจัดกิจกรรมด๎านการสํงเสริมการอํานและผ๎ูท่ีได๎ศึกษาค๎นคว๎า ได๎นําความรู๎ไปใช๎ในการจัดกิจกรรมให๎เกิดประโยชน๑อยํางสูงสุด หากมีข๎อแนะนําหรือข๎อผิดพลาด ประการใด คณะผ๎ูจดั ทาํ ขอน๎อมรบั ไว๎และขออภัยมา ณ ทีน่ ด้ี ว๎ ย สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดเลย ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
สารบญั หนา๎ เรอ่ื ง 1 บทท่ี 1 บทนํา 3 การอาํ นและ ความสาํ คัญของการอาํ น 3 องค๑ประกอบของการอําน 4 แนวคดิ การสํงเสริมนสิ ัยรกั การอําน 5 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมสงํ เสรมิ การอาํ น ประเภทของกจิ กรรมสงํ เสริมการอาํ น 6 บทท่ี 2 เอกสารท่ีเก่ียวข๎อง 20 นโยบายและจุดเน๎น สาํ นักงาน กศน. 22 แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน สังกดั สํานกั งาน กศน. 23 เปาู หมายการอํานกับกจิ กรรมพฒั นาผ๎เู รยี น การอํานกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน 25 บทท่ี 3 กิจกรรมสงํ เสรมิ การอาํ นและพฒั นาทกั ษะการเรียนรู๎ 30 กจิ กรรม ก กาพาสนกุ 35 กิจกรรมตน๎ ไมพ๎ ูดได๎ 43 กิจกรรมแรลลีก่ ารอําน 45 กิจกรรมอาํ นคิดพิชิตบิงโก “เรยี นรู๎สระภาษาไทย” 47 กิจกรรมเขยี นด๎วยเชือก เลนํ ด๎วยสี 51 กิจกรรม “ประดษิ ฐ๑สายคล๎องหน๎ากากอนามยั ” 56 กิจกรรมสํงเสริมการอาํ นออนไลน๑ ในรูปแบบ FacebooK LIVE 60 กิจกรรมห๎องสมุดแหลงํ เรียนรู๎ของฉัน 65 กจิ กรรมสํงเสรมิ การอําน Kahoot ! 70 กิจกรรมสงํ เสริมการอาํ นการประดิษฐ๑โคมไฟจนี จากกระดาษ 74 กิจกรรมสํงเสริมการอํานการประดษิ ฐ๑ธุงใยแมงมุม 77 78 บทท่ี 4 การประเมนิ ผล บรรณานุกรม คณะผ๎จู ัดทาํ ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
บทท่ี 1 บทนา การอ่าน การอําน (reading) ราชบัณฑิตยสถานนิยามวํา “อําน”หมายถึงวําตามตัวอักษร สํวน“การอาํ น”หมายถึง การแปลความหมายของตัวอักษรท่ีอํานออกมาเป็นความรู๎ความคิดและเกิด ความเข๎าใจเรอ่ื งราวทีอ่ ํานตรงกบั เรอื่ งราวที่ผู๎เขียนเขียน ผ๎ูอํานสามารถนําความรู๎ ความคิดหรือสาระ เร่ืองราวทอี่ ํานไปใช๎ประโยชนไ๑ ดซ๎ ่งึ มีความหมายในลกั ษณะเป็นการรบั แลว๎ ถํายทอดโดยใชต๎ ัวอักษร สญั ลกั ษณ๑ เพ่ือส่ือความคิดและความหมายนน้ั ความหมายของ การอํานเป็นทักษะอยํางหน่ึงของมนุษย๑เรา ที่ต๎องนําไปใช๎ในการ ดํารงชีวิตทักษะการอํานน้ีเราสามารถพัฒนาหรือฝึกฝนไปได๎เรื่อยๆไมํมีที่ส้ินสุดเพราะการอํานนั้น จะเกยี่ วขอ๎ งกบั ชีวติ ประจําวนั ของคนเรามาก การอํานน้ันอาจจะชํวยให๎ผู๎อํานเกิดความสดใสสบายใจ หรอื สนกุ สนานไปกับการอํานได๎ ถ๎าเราขาดการอํานไปเราก็จะเป็นคนท่ีไมํสมบูรณ๑ในชีวิตดังคํากลําว ของนักปราชญช๑ าวอังกฤษกลาํ วไว๎วํา“การอาํ นทําให๎คนเปน็ คนโดยสมบูรณ๑” การอําน เป็นพฤติกรรมการรับสาร ท่ีสําคัญไมํย่ิงหยํอนไปกวําการฟัง และการพูด ปัจจุบันมีผู๎รู๎ นักวิชาการและนักเขียนนําเสนอความร๎ู ข๎อมูล ขําวสารและงานสร๎างสรรค๑ตีพิมพ๑ใน หนงั สอื และสงิ่ พมิ พต๑ ําง ๆ มาก เพ่ือรักษาไว๎เป็นหลักฐานแกํผ๎ูอํานในรํุนหลัง ๆ ความสามารถในการ อําน จึงเปน็ เร่ืองทส่ี ําคญั และจาํ เปน็ ยิ่งตํอการเป็นคนทม่ี คี ุณภาพในสงั คมปัจจุบนั จะเห็นไดว๎ าํ องค๑การ ระดบั นานาชาติ เชํน องคก๑ ารศึกษาวทิ ยาศาสตร๑และวัฒนธรรมแหํงสหประชาชาติ (UNESCO) จะใช๎ ความสามารถในการรห๎ู นังสือของประชากรประเทศตําง ๆ เป็นดัชนีวัดระดับการพัฒนาของประเทศ นนั้ ๆเก่ียวกบั การอําน มีนักวิชาการทั้งในและตํางประเทศได๎ให๎ความหมายของการอํานที่คล๎ายคลึง กันพอสรุปไดว๎ ํา 1. การอาํ นเปน็ กระบวนการคน๎ หาความหมายในส่ิงท่เี ราได๎อาํ น 2. การอาํ นเป็นกระบวนการเรียนร๎ทู ีจ่ ะทําใหเ๎ กิดความร๎ู ความเข๎าใจ 3. การอาํ นเป็นกระบวนการจบั ใจความจากสิง่ ทีเ่ ราไดอ๎ ําน 4. การอาํ นเปน็ กระบวนการทีจ่ ะทาํ ใหเ๎ ราเขา๎ ใจภาษาเขียน 5. การอาํ นเปน็ กระบวนการถอดความจากตวั อกั ษรออกมาเป็นความคิดเพอื่ นาํ ไปใช๎ ประโยชน๑ 6 การอํานเป็นทักษะที่รวมทักษะตาํ ง ๆ เข๎าดว๎ ยกัน ได๎แกํ ทักษะในการ คดิ และทกั ษะทาง ไวยากรณ๑ 7. การอาํ นเป็นกระบวนการค๎นหาความหมายในสิง่ พมิ พ๑หรอื ขอ๎ เขียน ตีความเพือ่ พฒั นาตนเองทั้งด๎านสตปิ ญั ญา อารมณ๑ และสังคม 1 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จังหวดั เลย
สรปุ ได้วา่ การอํานเป็นกระบวนการทางความคิดในการรับสาร เปน็ พฤติกรรมทางการใช๎ ภาษาท่มี ีลักษณะเฉพาะตัว เป็นการถํายทอดความหมายของตัวอักษร สัญลักษณ๑ ภาพท่ีได๎ดูออกมา เปน็ ถ๎อยคาํ และความคิด ทําความเข๎าใจสิ่งท่ีอํานแล๎วนําไปใช๎ประโยชน๑เพื่อพัฒนาตนเอง ท้ังด๎านสติ ปัญญา สังคมและอารมณ๑ ความสาคัญของการอา่ น การอํานเปน็ สิ่งสําคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให๎ดีข้ึนและสมบูรณ๑มากยิ่งขึ้น เพราะการ อํานเป็นปัจจัยในการพัฒนาบุคคล ชํวยให๎เกิดความงอกงามของสติปัญญา ทําให๎เรารู๎จักคิดเปิดโลก ทศั นใ๑ ห๎กวา๎ งจะทําใหผ๎ ูอ๎ าํ นไดร๎ ับความร๎ู และความบันเทงิ ทางใจการอาํ นยังสามารถทําให๎คนนําความร๎ู ท่ีได๎พัฒนาตนเองพัฒนาชุมชน รวมถึงนําไปพัฒนาประเทศได๎ด๎วยการอํานทําให๎ผู๎อํานมีคลังข๎อมูล อยูํในสมอง เพราะการอํานเป็นการรับสารผ๎ูอํานจะได๎รับสาระความร๎ู ทําให๎เป็นผ๎ูท่ีทันโลก ทันเหตุการณ๑อยํูเสมอ คลังข๎อมูลน้ีเป็นพื้นฐานแหํงความรู๎ ท่ีจะนําไปสํูการคิดได๎ คิดเป็นในโอกาส ตอํ ไป การอาํ นทาํ ให๎ผู๎อํานได๎พฒั นาความคิดเน่อื งจากการอํานเป็นพฤติกรรมการรับสาร ที่มีความคิด เปน็ แกนกลาง ขณะที่อํานผู๎อํานจะตอ๎ งใช๎สมองขบคดิ พิจารณา ค๎นหาความหมายและทําความเข๎าใจ ข๎อความทอี่ ํานไปตามระดับความสามารถ การอาํ นนเ้ี ป็นผลมาจากการฝึกสมองขณะท่ีอําน ทําให๎เกิด พัฒนาการทางความคิด ผู๎ที่อํานหนังสือมากจึงมักเป็นปราชญ๑หรือนักคิด การอํานหนังสือจึงทําให๎ ผ๎ูอํานได๎พัฒนาการใช๎จินตนาการเพราะการอํานทําให๎ผ๎ูอํานได๎ใช๎ความคิดอยํางอิสระ สามารถสร๎าง ภาพในใจของตนเองโดยการตีความจากภาษาของผู๎เขียน ดังน้ันแม๎จะอํานหนังสือเลํมเดียวกันแตํ ผู๎อํานกอ็ าจมีภาพในใจท่ีแตกตํางกันไปตามจินตนาการของแตํละคนนักการศึกษาตํางเห็นตรงกันวํา ประสบการณ๑ครั้งแรก ในการอํานนั้นมีความสําคัญอยํางยิ่งตํอการปรับตัวของเด็กความสําเร็จ ในการเรียน ตลอดจนทัศนคติของเด็กท่ีมีตํอการอํานหนังสือ จะเป็นหนทางนําไปสํูความสําเร็จ ทางการศึกษาสืบไป(กรมวิชาการ 2546 : 11) ได๎ให๎ข๎อคิดเห็นเกี่ยวกับการอํานวํา คนที่ไมํชอบอําน หนังสือหรือไมํมีนิสัยรักการอํานจะเป็นสิ่งบ่ันทอน ความก๎าวหน๎าทางด๎านวัตถุและจิตใจ (จารุดี ผโลประการ 2538 : 6) เห็นวําการปลูกฝังนิสัยรักการอํานให๎เด็ก จะสํงเสริมให๎เด็กเป็นคนดี พร๎อมท้ังทางกายวาจา ใจและสติปัญญา อันประกอบด๎วยมีความรู๎ดี ความประพฤติดีมีพลานามัย สมบูรณ๑ดี สามารถแก๎ปัญหาตําง ๆ ได๎ด๎วยตนเองและนําความรู๎นั้นไปใช๎ประโยชน๑ตํอตนเอง ครอบครัวชมุ ชนประเทศชาติตลอดจนมนุษยชาติทั้งมวลและ (สวัสดิ์ เรืองวิเศษ 2523 : 5) การสร๎าง เสรมิ นิสยั รกั การอําน ควรเริม่ ตงั้ แตํวัยเด็กเพราะเมือ่ เด็กรักการอาํ นตงั้ แตเํ ล็ก ๆ แล๎ว เวลาที่เติบโตขึ้น นสิ ัยรักการอํานจะติดตัวตํอไปเรื่อย ๆ เป็นผลดีตํอการเรียนและการปรับปรุงตัวให๎เข๎ากับสังคมและ ส่ิงแวดลอ๎ มของเด็กไดเ๎ ปน็ อยํางดี 2 ค่มู อื การจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพฒั นาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
การอ่านมคี วามสาคญั กับการเรียน การอาํ นเป็นหวั ใจของการจดั กิจกรรมท้ังหลายในการเรียนการสอนและมีความสําคัญย่ิงตํอ ความสําเร็จ การอํานเป็นทกั ษะท่ีสําคัญยงิ่ อนั จะสํงผลตอํ การเรียนรู๎ในทกุ กลุมํ สาระการเรียนรู๎ จากความสําคัญและประโยชน๑ของการอํานท่ีไดก๎ ลาํ วมาข๎างต๎น จะเห็นได๎วําการอํานมีคุณคํา ตํอชีวิตมนุษย๑อยํางมากมายหลายทาง ทั้งสติปัญญา อารมณ๑และทางสังคม ทําให๎เราได๎คิด ได๎รู๎แล๎ว นํามาเป็นข๎อมูลในการตัดสินใจ ปรับใช๎ให๎เป็นประโยชน๑ตํอตัวเราได๎ ทั้งน้ีขึ้นอยูํกับผู๎อํานด๎วยวํามี ความตงั้ ใจในการอํานมากอํานนอ๎ ยเพียงใด ถ๎าอาํ นอยํางไมตํ ั้งใจผอ๎ู าํ นจะไมํร๎ูเรื่องในส่ิงที่ตนอํานทําให๎ เสียเวลาโดยเปลําประโยชน๑ ซึ่งควรจะเอาเวลาน้ันไปทําอยํางอื่นจะดีกวํา ฉะนั้นลองถามตัวเองดูวํา วนั นี้คณุ อาํ นหนังสอื แล๎วหรือยงั องคป์ ระกอบในการอา่ น 1. ระดับสตปิ ญั ญา คนมีระดบั สตปิ ญั ญาไมเํ ทาํ กนั ยอํ มมผี ลอยาํ งย่ิงในการอําน จึงไมํควรให๎ อํานเทาํ กนั ในเวลาเดยี วกัน 2. วฒุ ิภาวะและความพรอ๎ ม การอํานต๎องอาศยั ทักษะตํางๆเปน็ องคป๑ ระกอบยํอยๆ เชนํ ทกั ษะการใชส๎ ายการใชอ๎ วัยวะเก่ยี วกับการออกเสียง ดังนน้ั การเตรียมความพร๎อมทางด๎านรํางกาย ของคนจึงเป็นสงิ่ สําคญั อยํางย่งิ ในการเรม่ิ ตน๎ การอาํ น 3. แรงจงู ใจ แรงจงู ใจมีทัง้ ภายนอกและภายใน ภายนอกไดแ๎ กํ พอํ แมํ ครู ภายใน ได๎แกํ การค๎นพบด๎วยตัวเองวาํ ชอบหรอื ไมอํ ยํางไร 4. สภาพราํ งกาย สภาพรํางกายทีส่ มบูรณ๑จะชํวยให๎สุขภาพจติ ดี รําเรงิ แจํมใส มคี วาม กระตอื รือร๎นมากกวํารํางกายที่อํอนแอและเจบ็ ปวุ ย 5. สภาพอารมณ๑ อารมณ๑ที่ม่ันคงสมา่ํ เสมอ แจํมใส ไมํมแี รงกดดนั จากคามคาดหวังของครู หรือผ๎ปู กครองจะทาํ ให๎เดก็ อํานได๎ดี 6. สภาพแวดล๎อม ทงั้ ท่ีบ๎าน แลสถานศึกษาจะมอี ิทธพิ ลตํอการอํานสงู มาก เชํน บุคคล ใกลช๎ ิดชอบอาํ น ที่สถานศึกษามีหนังสอื ให๎อาํ น มีห๎องสมุดทน่ี ําเขา๎ ไปศึกษาคน๎ คว๎า มีกจิ กรรมสงํ เสริม การอาํ นทนี่ าํ สนใจ และเหมาะสมกับความพร๎อมของผ๎ูเรียนอยํางตํอเนอ่ื งและสมํา่ เสมอ 7. การวางแผนการอํานให๎ผูเ๎ รยี น นอกจากวิธกี ารสอนและสอื่ แล๎ว การางกําหนดให๎อาํ น กม็ ีสํวนชวํ ยสํงเสริมการอํานให๎มากกวาํ เดมิ แนวคดิ ในการสง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอา่ น พัฒนาการในด๎านตําง ๆ ของเด็ก ยํอมข้ึนอยํูกับการสร๎างสภาพแวดล๎อมที่เหมาะสม การสํงเสริมอยํางถูกต๎องและความรักความเข๎าใจเป็นพื้นฐาน กํอนท่ีเราจะพูดถึงการปลูกฝังนิสัย รักการอํานให๎แกํเด็ก เราควรต๎องศึกษาวิธีการแนวคิดและแนวปฏิบัติท่ีจะสํงเสริมลูกหลาน เด็กนักเรียนให๎อํานหนังสือ รักหนังสือได๎อยํางไร การอํานหนังสือของคนไทยเป็นกิจกรรมท่ีไมํ แพรํหลายแมใ๎ นหมูํผรู๎ ูห๎ นงั สือแล๎ว โดยเฉพาะการหาอํานหนังสือท่ีดีและมีสาระยังมีน๎อย สาเหตุมีอยํู หลายประการนับต้ังแตํการขาดแคลนหนังสือที่ดี จํานวนหนังสือมีไมํเพียงพอและตรงกับความ 3 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
ต๎องการของผู๎อําน การขาดแคลนแหลํงหนังสือที่สามารถยืมไปอํานได๎ สิ่งเหลําน้ีทําให๎ผ๎ูคนขาด แรงจูงใจ และแรงกระตุ๎นให๎อยากอําน ดังนั้นหากต๎องการให๎การอํานหนังสือจนเกิดเป็นนิสัย จําเป็นต๎องมีการปลูกฝังและชักชวนให๎เกิดความสนใจการอํานอยํางตํอเน่ือง สม่ําเสมอ การจัด กิจกรรมสํงเสรมิ นสิ ยั รกั อํานจงึ ควรมลี ักษณะดงั น้ี 1. เร๎าใจให๎เกดิ ความอยากอาํ นหนังสอื 2. ใหเ๎ กิดความพยายามที่จะอํานและเสรมิ แรงให๎อยากรู๎เร่ืองราวที่มอี ยํใู นหนังสือ 3. แนะนํา กระต๎ุนให๎อยากรู๎อยากเห็นเร่ืองนาํ รต๎ู ํางๆ เกิดความรอบร๎คู ิดกว๎างมีการอําน ตอํ เนื่องจนเป็นนสิ ัย 4. สรา๎ งบรรยากาศที่นําอาํ น รวมทั้งใหม๎ วี สั ดกุ ารอาํ นท่ดี ี มีแหลงํ การอาํ น ท่เี หมาะสมและเพยี งพอ ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่าน การจดั กิจกรรมตอ๎ งที่ดคี วรเกิดจากการรวํ มมอื หลายฝาุ ย ซง่ึ ต๎องอาศัยความคิดสรา๎ งสรรค๑ กิจกรรมและมีความเข๎าใจถึงวิธีการรํวมกัน เพื่อให๎บรรลุผลตามเปูาหมายที่วางไว๎ ดังน้ันการจัด กจิ กรรมทกุ ครัง้ ควรตอ๎ งคํานงึ ถงึ ขน้ั ตอนการจดั ดงั นี้ 1. กาํ หนดวตั ถปุ ระสงค๑ในการจัดให๎ชัดเจน กิจกรรมมีลักษณะแตกตํางกัน เชํน จัดเพื่อ สํงเสรมิ การอําน การใช๎ห๎องสมุดเพ่อื การศกึ ษาคน๎ คว๎า ใหค๎ วามรเู๎ ร่ืองตาํ ง ๆ ในวนั สาํ คัญ เปน็ ตน๎ 2. คํานึงถึงกลุํมเปูาหมายวําเป็นคนกลํุมใด เพื่อกําหนดประเภทและลักษณะกิจกรรม รูปแบบ เนื้อหาได๎เหมาะสมสอดคล๎องกับวัตถุประสงค๑ที่กําหนดไว๎จึงจะเป็นประโยชน๑ตํอผ๎ูรํวม กจิ กรรม 3. วางแผนการจัดกิจกรรม ท้ังด๎านวิชาการและการบริหารจัดการจะประกอบไปด๎วย หลายงาน เชํน การจัดทําแผนการเรียนร๎ู (เนื้อหา วัตถุประสงค๑วิธีการ สื่ออุปกรณ๑ตําง ๆ เวลา ผ๎รู ับผิดชอบ การวัดและประเมินผล) งานประชาสมั พันธส๑ ถานทส่ี ื่อ การวดั ผลประเมนิ ผล เปน็ ต๎น 4. การดําเนินการจัดกิจกรรม เป็นขั้นตอนการปฏิบัติจริงตามแผนการเรียนรู๎ท่ีกําหนด ท้ังน้ีงานทุกอยํางตอ๎ งจดั เตรยี มไว๎เปน็ อยาํ งดี มีความพร๎อมบางกิจกรรมอาจจะต๎องมีการซักซ๎อมหรือ ทดลองกันกํอน เพอื่ ทราบขอ๎ บกพรอํ งจะไดแ๎ ก๎ไขได๎ ทนั กอํ นจดั กจิ กรรม 5. การวดั ผลและประเมินผล การจดั กิจกรรมสํงเสริมการอําน สามารถวัดได๎ ท้ังการจัด ศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยบูรณาการเน้ือหาในสาระความร๎ูพื้นฐานและสาระ การพัฒนาสังคมให๎เข๎ากับกิจกรรม ถ๎ากิจกรรมเป็นลักษณะนี้ต๎องมีการวัดความร๎ูตามเน้ือหา และวัตถปุ ระสงค๑ที่กาํ หนด รวมทัง้ ต๎องจดั ทาํ แบบประเมนิ ความพึงพอใจด๎วย 4 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
ประเภทของกิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่าน กิจกรรมสํงเสริมการอําน เป็นงานท่ีห๎องสมุดจัดข้ึนเพื่อชักจูงสํงเสริมให๎ผ๎ูมาใช๎ห๎องสมุด เกิดนิสัยรักการอําน ซึ่งการจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานควรจัดกิจกรรมให๎ครอบคลุม ในทุกกลุํมเปูาหมาย โดยความรํวมมือของ ครอบครัว ครู และองค๑กร ท่ีเกี่ยวข๎อง รัฐบาลให๎ ความสําคัญและกําหนดเป็นนโยบายให๎แตํละหนํวยงานรํวมขับเคลื่อน และจัดสรรเงินงบประมาณ ในการจัดกิจกรรมอยํางสม่ําเสมอ จัดส่ิงอํานวยความสะดวกในการสํงเสริมการอํานท่ีเหมาะสม ทว่ั ประเทศอาทิ เชํน มุมรักการอํานในหนํวยงาน ในสถานประกอบการตําง ๆ บ๎านหนังสืออัจฉริยะ ทีส่ ํานักงาน กศน.จดั ขน้ึ ตลอดจนแหลํงเรียนรู๎ตําง ๆ ดังนั้น การจัดกิจกรรมสํงเสริมการอําน จึงเป็น เรื่องทีค่ นในชาตทิ กุ ระดบั ครอบครวั ชมุ ชน และประเทศตอ๎ งมีเปูาหมายรวํ มกันอยาํ งจรงิ จัง กจิ กรรมสงํ เสริมการอํานมีหลายประเภท แตํละประเภทมีหลายวิธี ดังที่ แม๎นมาส ชวลิต (2543 : 80) นายกสมาคมหอ๎ งสมดุ แหํงประเทศไทยได๎กลําววํา กิจกรรมเพื่อสํงเสริมการอํานมีหลาย แบบ สามารถจัดกลุํมตามลักษณะกิจกรรมท่ีดึงดูดความสนใจโดยทางประสาทสัมผัสอยํางใด อยํางหนง่ึ หรอื หลายอยาํ งรวมกันก็ได๎ เชนํ 1. กจิ กรรมท่ีเร๎าโสตประสาท ชวนให๎ฟังใช๎เสียงจากคําพูดเป็นหลัก กิจกรรมประเภทนี้ ได๎แกํ การเลํานิทานให๎ฟัง การเลําเร่ืองจากหนังสือ การอํานหนังสือให๎ฟัง การแนะนําหนังสือด๎วย ปากเปลํา การบรรยาย การอภิปรายการโต๎วาทีเก่ียวกับหนังสือ การบรรเลงดนตรีและร๎องเพลง จากบทละครร๎องทําให๎เกิดความเพลดิ เพลินในอรรถรส ถ๎อยคํานั้นซึ่งนอกจากฟังเพราะแล๎ว ยังทําให๎ มองเห็นภาพ และให๎ความรู๎สึกตาํ ง ๆ เชํน เสียใจ ดใี จ เกลยี ดชงั รัก โกรธ แชมํ ชนื่ สงบ 2. กิจกรรมท่ีเร๎าจักษุประสาท ชวนให๎ดู เพํงพินิจ อํานความหมายของส่ิงท่ีเห็น กิจกรรมประเภทน้ี ได๎แกํ การจัดแสดงภาพชนิดตําง ๆ เชํน ภาพถํายภาพที่ตัดเก็บรวบรวมจาก วารสารหรือปฏิทินเป็นเรื่องเป็นชุด ภาพเขียนภาพประกอบหนังสือ นิทรรศการหนังสือ การแสดง ภาพหนังสือและส่ิงของจะมคี าํ บรรยายอธบิ าย สิง่ ท่ีแสดง สรุปข๎อคดิ เห็นเก่ียวกับการแสดง มุํงให๎ผ๎ูชม ใช๎สมาธิในการชม 3. กจิ กรรมที่เร๎าจักษุและโสตประสาทในขณะเดยี วกัน ได๎แกํ กจิ กรรมทชี่ วนให๎ดแู ละ ฟังไปพรอ๎ ม ๆ กัน ประสาทท้ังสองสวํ นจะประสานและทํางานรวํ มกันกจิ กรรมที่จัดสวํ นใหญํจะเป็น การเลํานิทานดภู าพประกอบและหูฟงั เร่ืองราวจากการเลาํ สื่อที่ใชน๎ อกจากหนังสือแล๎วอาจใช๎ส่อื อ่ืน ๆ ได๎ เชนํ ภาพนง่ิ ประกอบคําบรรยายกิจกรรมอ่นื ๆ นอกจากนี้ เชํน การจดั นทิ รรศการ การสาธิต 4. กจิ กรรมที่กลํมุ เปาู หมายหรือผู๎รํวมกิจกรรมมสี ํวนรวํ ม กิจกรรมประเภทนจี้ ะชวํ ยให๎ผู๎ รวํ มกจิ กรรมมีความเพลิดเพลนิ และร๎สู กึ มคี วามภาคภมู ิใจทตี่ นเองได๎แสดงความสามารถในการเลาํ วาดภาพประกอบ ร๎องเพลง การแขํงขันหรือให๎เขยี นนิทานโดยแตงํ ขน้ึ ใหมํ มีการตอบคาํ ถามเก่ยี วกับ เรอื่ งที่ได๎ฟงั การแสดงออกทงั้ ความคิดเหน็ และได๎แสดงกจิ กรรมรํวมกับผูอ๎ ืน่ จะทําให๎ผร๎ู ํวมกิจกรรม หรอื กลุมํ เปูาหมายประทับใจและจดจาํ เหตกุ ารณ๑ เกดิ ความสนใจอยากกระทําตํอเน่อื ง 5 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
บทที่ 2 เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง นโยบายและจดุ เนน้ การดาเนนิ งาน สานกั งาน กศน.ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 วิสัยทศั น๑ คนไทยทุกชํวงวัยได๎รบั โอกาสทางการศกึ ษาและการเรียนรูต๎ ลอดชีวิตอยาํ งมคี ณุ ภาพ มี ทักษะที่จําเป็นและสมรรถนะที่สอดรับกบั ทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถดํารงชวี ิตได๎อยาํ ง เหมาะสมบนรากฐานของหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง พนั ธกจิ 1. จัดและสํงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล๎องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการศึกษาและพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู๎ของประชาชนกลํุมเปูาหมายให๎ เหมาะสมในแตํละชํวงวัย ให๎พร๎อมรับการเปล่ียนแปลงและการปรับตัวในการดํารงชีวิตได๎ อยํางเหมาะสม ก๎าวสํูการเปน็ สงั คมแหํงการเรียนรตู๎ ลอดชวี ติ อยํางยัง่ ยืน 2. พัฒนาหลักสตู ร รปู แบบการจดั กิจกรรมการเรียนร๎ู ส่ือและนวตั กรรมเทคโนโลยีทาง การศกึ ษาการวดั และประเมินผลในทกุ รูปแบบให๎มคี ุณภาพและมาตรฐานสอดคล๎องกบั รปู แบบการ จัดการเรียนรแู๎ ละบริบทในปจั จบุ นั 3. สํงเสรมิ และพัฒนาเทคโนโลยีทางการศกึ ษา และนําเทคโนโลยมี าพัฒนาเพือ่ เพิ่ม ชอํ งทางและโอกาสการเรยี นรู๎ รวมถึงการเพ่ิมประสิทธภิ าพในการจดั และใหบ๎ รกิ ารการศกึ ษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยให๎กับประชาชนกลุํมเปูาหมายอยาํ งท่ัวถงึ 4. สงํ เสรมิ สนับสนนุ แสวงหา และประสานความรํวมมอื เชิงรุกกับภาคเี ครือขําย ให๎เข๎า มามสี ํวนรวํ มในการสนบั สนุนและจดั การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั และการเรยี นรู๎ ตลอดชีวติ ในรูปแบบตําง ๆให๎กบั ประชาชน 5. พัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภายในองค๑กรใหม๎ ีเอกภาพ เพื่อการบรหิ ารราชการที่ดี บนหลกั ของธรรมาภบิ าล มีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธผิ ล และคลํองตวั มากยงิ่ ขน้ึ 6. ยกระดับการบริหารและการพฒั นาศกั ยภาพบุคลากรให๎มีความรู๎ ทกั ษะ สมรรถนะ คณุ ธรรมและจริยธรรมทด่ี ี เพื่อเพิ่มประสทิ ธิภาพของการใหบ๎ รกิ ารทางการศกึ ษาและการเรยี นรท๎ู ่ีมี คุณภาพมากยงิ่ ขน้ึ เปาู ประสงค๑ 1. ประชาชนผูด๎ อ๎ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศกึ ษารวมทั้งประชาชนทั่วไปไดร๎ บั โอกาสทางการศกึ ษาในรูปแบบการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน การศึกษาตํอเน่อื ง และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ท่ีมีคณุ ภาพอยํางเทําเทยี มและท่วั ถงึ เป็นไปตามบริบท สภาพปญั หา และความต๎องการของแตํละกลํุมเปูาหมาย 6 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
2. ประชาชนไดร๎ ับการยกระดับการศึกษา สรา๎ งเสรมิ และปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม หน๎าทค่ี วามเป็นพลเมอื งที่ดภี ายใตก๎ ารปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยเ๑ ป็น ประมุข ท่สี อดคล๎องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง อันนาํ ไปสกํู ารยกระดับคณุ ภาพชีวิตและ เสรมิ สรา๎ งความเข๎มแขง็ ให๎ชมุ ชน เพ่ือพัฒนาไปสคูํ วามมัน่ คงและยง่ั ยนื ทางดา๎ นเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวตั ิศาสตร๑ และส่ิงแวดลอ๎ มนโยบายและจดุ เนน๎ การดําเนนิ งาน สาํ นักงาน กศน. ประจาํ ปีงบประมาณพ.ศ. 2564 3. ประชาชนไดร๎ บั การพัฒนาทกั ษะการเรยี นรแู๎ ละแสวงหาความรู๎ด๎วยตนเองผาํ นแหลํง เรียนรชู๎ ํองทางการเรยี นรู๎ และกจิ กรรมการเรียนรร๎ู ูปแบบตาํ ง ๆ รวมทง้ั มเี จตคติทางสงั คม การเมอื ง วิทยาศาสตรแ๑ ละเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม สามารถคิด วเิ คราะห๑ แยกแยะอยํางมีเหตผุ ล และนาํ ไป ประยกุ ต๑ใชใ๎ นชวี ิตประจําวนั รวมถงึ การแก๎ปัญหาและพฒั นาคุณภาพชวี ิตได๎อยํางสรา๎ งสรรค๑ 4. หนวํ ยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร ส่ือ นวัตกรรม ชํองทางการเรียนร๎ู และ กระบวนการเรยี นร๎ู ในรปู แบบทีห่ ลากหลาย ทนั สมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนร๎ูในสถานการณ๑ ตําง ๆ เพื่อแก๎ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต๎องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้ง ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด๎านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร๑ และ สิง่ แวดล๎อม 5. หนํวยงานและสถานศกึ ษา กศน. สามารถนําเทคโนโลยที างการศึกษา และเทคโนโลยี ดจิ ทิ ัลมาพัฒนาเพือ่ เพ่มิ ชอํ งทางการเรียนรู๎ และนาํ มาใช๎ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรยี นร๎ู และโอกาสการเรยี นรูใ๎ หก๎ ับประชาชน 6. ชุมชนและภาคเี ครอื ขาํ ยทกุ ภาคสํวน มสี ํวนรํวมในการจดั สงํ เสรมิ และสนับสนนุ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั รวมท้งั การขับเคลอื่ นกจิ กรรมการเรยี นร๎ูของชุมชน 7. หนํวยงานและสถานศกึ ษามรี ะบบการบรหิ ารจดั การองค๑กรท่ีทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเปน็ ไปตามหลกั ธรรมาภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททกุ ระดับได๎รับการพัฒนาเพ่ือเพ่ิมทักษะและสมรรถนะใน การปฏิบัติงานและการให๎บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึง การปฏิบตั งิ านตามสายงานอยํางมีประสทิ ธิภาพ ตวั ชวี้ ดั 1. ตัวชว้ี ัดเชิงปรมิ าณ 1.1 ร๎อยละของผู๎เรียนที่ไดร๎ บั การสนบั สนุนคําใช๎จาํ ยการศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานตามสิทธิท่กี าํ หนดไว๎ (เทียบกบั เปูาหมายตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจาํ ย ประจาํ ปี) เปูาหมาย ร๎อยละ 80 1.2 จาํ นวนของผ๎ลู งทะเบยี นเข๎ารวํ มกจิ กรรมการเรียนร/ู๎ ไดร๎ บั บริการกิจกรรม การศึกษาตอํ เนอื่ ง ท่สี อดคล๎องกับสภาพ ปญั หา และความต๎องการ เปาู หมาย 756,675 คน 7 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
1.3 จํานวนของผ๎รู บั บริการ/เข๎ารํวมกจิ กรรมการศึกษาตามอัธยาศัย เปาู หมาย 9,800,00 คน 1.4 จํานวนบันทกึ ขอ๎ ตกลงความรวํ มมอื (MOU) รวํ มกบั ภาคีเครือขําย ไมํน๎อยกวํา เปูาหมาย 3,000 ฉบับ 1.6 จํานวนแหลํงเรยี นรู๎ในระดับตาํ บลท่ีมีความพร๎อมในการใหบ๎ รกิ าร/ การจดั กจิ กรรมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย เปาู หมาย 1,787 แหงํ 1.7 จาํ นวนประชาชนทีเ่ ข๎ารบั การพัฒนาทักษะอาชีพเพอ่ื สรา๎ งรายไดแ๎ ละการมงี าน ทาํ เปูาหมาย 424,500 คน 1.8 จํานวน ครู กศน. ตําบล ที่ได๎รบั การพัฒนาศกั ยภาพดา๎ นการจดั การเรียนการ สอนภาษาองั กฤษเพ่อื การส่อื สาร เปาู หมาย 100 คน 1.9 จาํ นวนประชาชนทไ่ี ด๎รับการฝกึ อบรมภาษาตาํ งประเทศเพือ่ การสือ่ สารดา๎ น อาชีพ เปาู หมาย 22,272 คน 1.10 จํานวนผผู๎ าํ นการอบรมหลักสตู รการดแู ลผูส๎ ูงอายุเปูาหมาย 6,800 คน 1.11 จาํ นวนประชาชนที่ผํานการอบรมจากศนู ย๑ดิจทิ ัลชุมชน เปาู หมาย 185,600 คน 1.12 จํานวนสอ่ื การเรียนออนไลน๑ หลกั สตู รการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร๑เพือ่ งานอาชีพ ไมํน๎อยกวาํ เปูาหมาย 30 วชิ า 1.13 จาํ นวนบุคลากรสังกัดสํานักงาน กศน. ทไ่ี ด๎รบั การพัฒนาศักยภาพและ ความก๎าวหนา๎ ตามสายงานในอาชพี เปูาหมาย 2,807 คน 1.14 จาํ นวนบุคลากรสังกัดสํานักงาน กศน. ทีเ่ ข๎ารับการอบรมด๎านการปกปอู งและ เชิดชูสถาบนั หลกั ของชาติ ดา๎ นความปรองดองสมานฉนั ท๑ ดา๎ นการมีจิตสาธารณะและด๎านทกั ษะใน การปฐมพยาบาลเบอื้ งต๎นเปูาหมาย 10,000 คน 1.15 จํานวนบทความเพือ่ การเรยี นรู๎ตลอดชวี ิตในระดับตาํ บล ในหัวขอ๎ ตําง ๆ อาทิ อาชพี ชุมชน วฒั นธรรมท๎องถน่ิ ภูมิปญั ญา เปูาหมาย 8,000 บทความ 1.16 จํานวนศูนยก๑ ารเรยี นร๎ตู ๎นแบบ (Co-Learning Space) 77 แหงํ 2. ตัวชีว้ ัดเชงิ คณุ ภาพ 2.1 ร๎อยละของนกั ศกึ ษาทคี่ าดวาํ จะจบในทุกระดับ ทีส่ ําเร็จการศกึ ษาในแตํละภาค เรยี น เปูาหมาย ร๎อยละ 75 2.2 ร๎อยละของผจ๎ู บหลกั สูตร/ กจิ กรรมการศกึ ษาตอํ เนอ่ื ง ท่ีสามารถนาํ ความรู๎ความ เข๎าใจไปใช๎พฒั นาตนเองได๎ตามจดุ มงํุ หมายของหลักสตู ร/กจิ กรรมรอ๎ ยละ 80 2.3 รอ๎ ยละของผ๎ูผํานการพัฒนาทกั ษะอาชีพ สามารถนาํ ความรไ๎ู ปใชใ๎ นการประกอบ อาชีพหรอื พฒั นาตนเองไดร๎ อ๎ ยละ 80 2.4 ร๎อยละของผเ๎ู รยี นในเขตพน้ื ท่จี งั หวดั ชายแดนภาคใตท๎ ไี่ ดร๎ ับการพัฒนาศกั ยภาพ 8 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
หรอื ทกั ษะด๎านอาชพี สามารถมงี านทาํ หรือนําไปประกอบอาชพี ได๎ร๎อยละ 80 2.5 รอ๎ ยละของประชาชนทไี่ ดร๎ บั บรกิ าร/ เขา๎ รวํ มกจิ กรรมการศึกษาตามอัธยาศัยมี ความรค๎ู วามเข๎าใจ/ เจตคติ/ ทักษะ ตามจดุ มํงุ หมายของกิจกรรมที่กาํ หนดร๎อยละ 80 2.6 ร๎อยละของผ๎ูสูงอายุท่ีเปน็ กลมํุ เปาู หมาย มโี อกาสมาเข๎ารวํ มกิจกรรมการศกึ ษา ตลอดชีวติ รอ๎ ยละ 80 2.7 รอ๎ ยละของบคุ ลากรทีไ่ ดร๎ ับการพฒั นา ท่มี กี ารพัฒนาตนเองในดา๎ นพฤติกรรม บคุ ลิกภาพ ทศั นคติ คํานยิ มที่พงึ ประสงค๑ ภาวะผู๎นาํ และมจี รรยาบรรณวชิ าชีพทเี่ หมาะสมย่งิ ขนึ้ รอ๎ ยละ 90 จดุ เนน้ การดาเนนิ งานประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 1. นอ๎ มนําพระบรมราโชบายด๎านการศกึ ษาสูํการปฏบิ ตั ิ 1.1 สบื สานศาสตรพ๑ ระราชา โดยการสรา๎ งและพัฒนาศูนยส๑ าธิตและเรยี นร๎ู “โคก หนอง นา โมเดล”เพอ่ื เป็นแนวทางในการจดั การบริหารทรัพยากรรปู แบบตาํ ง ๆ ทง้ั ดิน นํ้า ลม แดด รวมถงึ พืชพันธ๑ุตําง ๆ และสํงเสรมิ การใชพ๎ ลังงานทดแทนอยํางมีประสทิ ธิภาพ 1.2 จัดใหม๎ ี “หนง่ึ ชมุ ชน หนึง่ นวัตกรรม การพัฒนาชมุ ชน” เพ่อื ความกนิ ดี อยูํดี มีงานทาํ 1.3 การสรา๎ งกลํมุ จติ อาสาพัฒนาชมุ ชน รวมท้ังปลกู ฝงั ผเู๎ รยี นให๎มีหลกั คดิ ท่ถี ูกต๎องด๎าน คุณธรรมจริยธรรม มีทัศนคตทิ ี่ดตี ํอบ๎านเมือง และเปน็ ผู๎มีความพอเพยี ง ระเบยี บวินยั สจุ รติ จติ อาสา ผาํ นกิจกรรมการพัฒนาผ๎ูเรียนโดยการใช๎กระบวนการลกู เสอื และยวุ กาชาด 2. สํงเสรมิ การจัดการศกึ ษาและการเรียนรูต๎ ลอดชีวิตสําหรับประชาชนที่เหมาะสม กบั ทุกชํวงวยั 2.1 สงํ เสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพือ่ การมีงานทาํ ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และการสร๎างนวตั กรรมและผลติ ภณั ฑท๑ ี่มีคุณภาพ มคี วามหลากหลาย ทันสมยั และตอบสนองความ ต๎องการของประชาชนผร๎ู บั บรกิ าร และสามารถออกใบรับรองความรูค๎ วามสามารถเพื่อนําไปใช๎ในการ พัฒนาอาชพี ได๎ 2.2 สํงเสรมิ และยกระดับทกั ษะภาษาองั กฤษใหก๎ บั ประชาชน (English for All) 2.3 สํงเสรมิ การเรียนการสอนที่เหมาะสมสําหรับผูท๎ ีเ่ ขา๎ สํูสังคมสงู วัย อาทิ การฝึกอบรม อาชีพทเ่ี หมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตและสงํ เสริมสมรรถนะผส๎ู ูงวัย และหลักสูตรการดูแลผ๎สู งู วยั โดยเน๎นการมีสํวนรวํ มกับภาคเี ครือขํายทกุ ภาคสํวนในการเตรียมความ พรอ๎ มเข๎าสํสู งั คมสงู วยั 3. พฒั นาหลกั สตู ร ส่ือ เทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศกึ ษา แหลํงเรียนร๎ู และรปู แบบ การจัดการศึกษาและการเรียนรู๎ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพ่ือประโยชน๑ตํอการจัดการศึกษาท่ี เหมาะสมกับทุกกลํุมเปูาหมาย มีความทันสมัย สอดคล๎องและพร๎อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคม ปจั จบุ ัน ความต๎องการของผู๎เรียน และสภาวะการเรยี นรูใ๎ นสถานการณ๑ตาํ ง ๆ ท่จี ะเกดิ ข้ึนในอนาคต 9 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
3.1 พฒั นาระบบการเรียนร๎ู ONIE Digital Learning Platform ท่ีรองรับ DEEP ของกระทรวงศกึ ษาธิการและชํองทางเรยี นรรู๎ ปู แบบอืน่ ๆ ทัง้ Online On-site และ On-air 3.2 พฒั นาแหลํงเรียนร๎ปู ระเภทตําง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/Digital Library ศนู ยก๑ ารเรยี นรทู๎ กุ ชวํ งวยั และศนู ย๑การเรยี นรตู๎ น๎ แบบ กศน. (Co- Learning Space) เพ่อื ให๎สามารถ“เรียนรไู๎ ด๎อยํางทั่วถึง ทุกที่ ทกุ เวลา” 3.3 พฒั นาระบบรบั สมัครนักศึกษาและสมคั รฝกึ อบรมแบบออนไลน๑ มรี ะบบการเทยี บ โอนความร๎รู ะบบสะสมหนวํ ยการเรยี นรู๎ (Credit Bank System) และพฒั นา/ขยายการให๎บรกิ าร ระบบทดสอบอเิ ล็กทรอนกิ ส๑(E-exam) 4. บูรณาการความรวํ มมอื ในการสํงเสริม สนับสนนุ และจัดการศึกษาและการเรยี นร๎ู ใหก๎ ับประชาชนอยาํ งมีคุณภาพ 4.1 รํวมมือกับภาคีเครือขํายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค๑กรปกครองสํวน ท๎องถิ่น รวมท้ังสํงเสริมและสนับสนุนการมีสํวนรํวมของชุมชน อาทิ การสํงเสริมการฝึกอาชีพท่ี เป็น อัตลักษณ๑ และบริบทของชุมชนสํงเสริมการตลาดและขยายชํองทางการจําหนํายเพื่อยกระดับ ผลติ ภณั ฑ๑/สินคา๎ กศน. 4.2 บรู ณาการความรํวมมอื กบั หนวํ ยงานตาํ ง ๆ ในสงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ทง้ั ใน สวํ นกลางและภูมิภาค 5. พัฒนาศักยภาพและประสทิ ธิภาพในการทาํ งานของบคุ ลากร กศน. 5.1 พัฒนาศกั ยภาพและทักษะความสามารถด๎านเทคโนโลยีดจิ ิทัล (Digital Literacy & Digital Skills)ให๎กับบุคลากรทุกประเภททกุ ระดับ รองรับความเป็นรฐั บาลดจิ ทิ ัลอยํางมปี ระสิทธิภาพ รวมท้งั พฒั นาครูให๎มที กั ษะความร๎ู และความชํานาญในการใช๎ภาษาอังกฤษ การผลติ ส่ือการเรยี นรู๎ และการจัดการเรียนการสอนเพอื่ ฝกึ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห๑อยาํ งเปน็ ระบบและมเี หตุผล เปน็ ขนั้ ตอน 5.2 จดั กจิ กรรมเสรมิ สร๎างความสมั พันธ๑ของบคุ ลากร กศน.และกิจกรรมเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการทาํ งานรวํ มกันในรปู แบบตาํ ง ๆ อาทิ การแขงํ ขนั กีฬา การอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ าร พัฒนาประสิทธภิ าพในการทํางาน 6. ปรบั ปรงุ และพัฒนาโครงสร๎างและระบบบริหารจดั การองค๑กร ปัจจยั พื้นฐานในการจัด การศึกษาและการประชาสัมพันธ๑สร๎างการรับรตู๎ อํ สาธารณะชน 6.1 เรงํ ผลกั ดนั รํางพระราชบัญญตั ิสํงเสรมิ การเรียนรู๎ พ.ศ. .... ใหส๎ าํ เร็จ และปรบั โครงสร๎างการบรหิ ารและอัตรากําลงั ให๎สอดคลอ๎ งกับบรบิ ทการเปลี่ยนแปลง เรงํ การสรรหา บรรจุ แตํงตงั้ ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ 6.2 นาํ นวัตกรรมและเทคโนโลยดี จิ ิทัลมาใช๎ในการบรหิ ารจดั การ พัฒนาระบบการทํางาน และข๎อมูลสารสนเทศดา๎ นการศึกษาที่ทันสมยั รวดเร็ว และสามารถใชง๎ านทันที โดยจัดตง้ั ศูนยข๑ อ๎ มลู กลาง กศน. เพื่อจดั ทาํ ขอ๎ มูล กศน. ท้งั ระบบ (ONE ONIE) 10 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซํอมแซม ฟ้ืนฟูอาคารสถานที่ และสภาพแวดล๎อมโดยรอบ ของหนํวยงานสถานศึกษา และแหลํงเรียนรู๎ทุกแหํง ให๎สะอาด ปลอดภัย พร๎อมให๎บริการ 6.4 ประชาสมั พนั ธ๑/สรา๎ งการรบั รใู๎ ห๎กบั ประชาชนทว่ั ไปเกี่ยวกับการบริการทางวิชาการ/ กิจกรรมด๎านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสรา๎ งชํองทางการแลกเปลย่ี นเรียนรู๎ ด๎านวิชาการของหนํวยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ขําวประชาสัมพันธ๑ ผํานส่ือรูปแบบตําง ๆ การจดั นิทรรศการ/มหกรรมวิชาการ กศน. การจัดการศกึ ษาและการเรียนรใู้ นสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19) ของสานกั งาน กศน. จากสถานการณ๑การแพรํระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เม่ือ เดือนธันวาคม 2562 สํงผลกระทบตํอระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซ่ึง รั ฐ บา ล แล ะ ก ร ะ ท ร ว ง ศึก ษา ธิ กา ร ไ ด๎ ออ กป ร ะ ก า ศ แล ะ มีม าต ร กา ร เ ฝู าร ะ วั ง เพ่ื อปู อ ง กั น ก า ร แพรํกระจายของเช้ือไวรัส ดังกลําว อาทิ กําหนดให๎มีการเว๎นระยะหํางทางสังคม (Social Distancing) ห๎ามการใช๎อาคารสถานท่ีของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท เพื่อจัด การเรยี นการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ท่ีมีผ๎ูเข๎ารํวมเป็นจํานวนมากการปิด สถานศึกษาด๎วยเหตพุ ิเศษ การกําหนดใหใ๎ ช๎วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหมํ อาทิ การจัดการ เรียนร๎ูแบบออนไลน๑ การจดั การเรยี นร๎ูผาํ นระบบการออกอากาศทางโทรทัศน๑ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ตําง ๆ รวมถงึ การส่ือสารแบบทางไกลหรอื ดว๎ ยวธิ อี เิ ล็กทรอนิกส๑ ในสํวนของสํานักงาน กศน. ได๎มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการ ดําเนินงานในภารกิจตํอเน่ืองตําง ๆ ในสถานการณ๑การใช๎ชีวิตประจําวัน และการจัดการเรียนรู๎ เพื่อรองรับการมีชีวิตแบบปกติวิถีใหมํ New Normal) ซ่ึงกิจกรรมการเรียนร๎ูตําง ๆ ได๎ให๎ ความสําคัญกับการดําเนินงานตามมาตรการการปูองกันการแพรํระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ทุกประเภทหากมีความจําเป็นต๎องมาพบกลํุม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต๎องมีมาตรการปูองกันที่เข๎มงวด มีเจลแอลกอฮอล๑ ล๎างมือ ผู๎รบั บริการตอ๎ งใสํหน๎ากากอนามัยหรือหน๎ากากผ๎า ต๎องมีการเว๎นระยะหํางระหวํางบุคคลเน๎นการใช๎ สือ่ ดิจทิ ัล และเทคโนโลยีออนไลน๑ในการจดั การเรยี นการสอน ภารกจิ ต่อเนอื่ ง 1. ดา๎ นการจัดการศกึ ษาและการเรยี นร๎ู 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน 1) สนบั สนนุ การจัดการศึกษานอกระบบตง้ั แตํปฐมวยั จนจบการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน โดยดาํ เนินการให๎ผู๎เรยี นไดร๎ ับการสนบั สนนุ คาํ จัดซอ้ื หนงั สือเรยี น คาํ จัดกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพผเู๎ รียน และคาํ จัดการเรียนการสอนอยาํ งทัว่ ถึงและเพียงพอเพอื่ เพิ่มโอกาสในการเขา๎ ถึงบริการทางการศกึ ษา ทมี่ ีคณุ ภาพโดยไมํเสยี คําใช๎จาํ ย 11 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
2) จดั การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพน้ื ฐานใหก๎ บั กลมุํ เปูาหมายผ๎ดู อ๎ ย พลาดและขาดโอกาสทางการศกึ ษา ผาํ นการเรยี นแบบเรียนร๎ดู ว๎ ยตนเอง การพบกลุํม การเรียนแบบ ช้นั เรยี น และการจัดการศึกษาทางไกล 3) พัฒนาประสิทธภิ าพ คณุ ภาพ และมาตรฐานการจดั การศกึ ษานอกระบบระดับ การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน ทงั้ ด๎านหลกั สูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น และระบบการให๎บรกิ ารนักศึกษาในรปู แบบอ่ืน ๆ 4) จัดให๎มกี ารประเมนิ เพ่อื เทยี บระดับการศกึ ษา และการเทียบโอนความร๎ูและ ประสบการณ๑ที่มีความโปรํงใส ยตุ ิธรรม ตรวจสอบได๎ มีมาตรฐานตามท่ีกําหนด และสามารถ ตอบสนองความตอ๎ งการของกลํุมเปูาหมายไดอ๎ ยาํ งมีประสทิ ธภิ าพ 5) จดั ให๎มกี ิจกรรมพัฒนาคุณภาพผ๎เู รียนทีม่ ีคณุ ภาพทผ่ี ูเ๎ รยี นตอ๎ งเรียนรู๎และเขา๎ รวํ ม ปฏบิ ัติกจิ กรรม เพื่อเปน็ สํวนหน่งึ ของการจบหลกั สูตร อาทิ กจิ กรรมเสริมสร๎างความสามัคคี กจิ กรรม เกี่ยวกับการปอู งกนั และแก๎ไขปัญหายาเสพตดิ การแขํงขันกีฬา การบําเพ็ญสาธารณประโยชน๑อยาํ ง ตอํ เน่ือง การสงํ เสริมการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท๑ รงเปน็ ประมุข กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี และยวุ กาชาด กจิ กรรมจิตอาสา และการจัดตั้งชมรม/ชมุ นุม พรอ๎ มทงั้ เปดิ โอกาสให๎ผเ๎ู รยี นนาํ กิจกรรมการบําเพ็ญประโยชนอ๑ ืน่ ๆ นอกหลักสตู รมาใช๎เพ่ิมชวั่ โมงกิจกรรมใหผ๎ เ๎ู รียนจบตามหลกั สตู รได๎ 1.2 การสํงเสริมการรห๎ู นังสอื 1) พัฒนาระบบฐานขอ๎ มลู ผ๎ไู มรํ ูห๎ นงั สือ ให๎มคี วามครบถ๎วน ถกู ตอ๎ ง ทนั สมยั และ เป็นระบบเดียวกนั ท้ังสวํ นกลางและสวํ นภมู ภิ าค 2) พัฒนาและปรบั ปรุงหลกั สตู ร สือ่ แบบเรยี นเครือ่ งมอื วัดผลและเครือ่ งมอื การดําเนนิ งานการสํงเสริมการรหู๎ นงั สอื ท่สี อดคล๎องกบั สภาพและบริบทของแตํละกลํมุ เปาู หมาย 3) พฒั นาครู กศน. และภาคีเครือขาํ ยทรี่ ํวมจัดการศกึ ษา ใหม๎ ีความรู๎ ความสามารถ และทักษะการจดั กระบวนการเรียนรใ๎ู ห๎กับผไ๎ู มรํ ๎ูหนังสืออยาํ งมีประสทิ ธิภาพ และอาจจดั ใหม๎ ี อาสาสมัครสงํ เสริมการรหู๎ นงั สอื ในพืน้ ท่ี ที่มีความตอ๎ งการจําเปน็ เป็นพิเศษ 4) สํงเสรมิ สนับสนนุ ใหส๎ ถานศึกษาจดั กจิ กรรมสงํ เสริมการร๎ูหนังสือ การคงสภาพ การร๎หู นังสอื การพัฒนาทักษะการร๎ูหนงั สอื ให๎กบั ประชาชนเพอื่ เป็นเครอื่ งมอื ในการศึกษาและเรียนร๎ู อยาํ งตํอเนื่องตลอดชีวติ ของประชาชน 1.3 การศกึ ษาตํอเนอ่ื ง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําอยํางย่ังยืน โดยให๎ความสําคัญกับการจัด การศึกษาอาชพี เพอื่ การมีงานทาํ ในกลมุํ อาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และ อาชีพเฉพาะทางหรือการบรกิ ารรวมถงึ การเน๎นอาชีพชํางพ้ืนฐาน ที่สอดคล๎องกับศักยภาพของผู๎เรียน ความต๎องการและศักยภาพของแตลํ ะพน้ื ที่ 12 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
มีคณุ ภาพไดม๎ าตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับความต๎องการของตลาดแรงงาน และการ พัฒนาประเทศ ตลอดจนสร๎างความเข๎มแข็งให๎กับศูนย๑ฝึกอาชีพชุมชน โดยจัดให๎มีการสํงเสริมการ รวมกลํุมวสิ าหกจิ ชุมชน การพฒั นาหนึง่ ตาํ บลหน่ึงอาชีพเดํน การประกวดสินค๎าดี พรีเมี่ยม การสร๎าง แบรนด๑ ของ กศน. รวมถึงการสํงเสริมและจัดหาชํองทางการจําหนํายสินค๎าและผลิตภัณฑ๑ และให๎มี การกํากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําอยํางเป็นระบบและ ตอํ เน่ือง 2) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะชีวิตให๎กับทุกกลํุมเปูาหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผ๎ูสูงอายทุ ส่ี อดคลอ๎ งกบั ความตอ๎ งการจําเป็นของแตํละบุคคล และมํุงเน๎นให๎ทุกกลํุมเปูาหมายมีทักษะ การดํารงชีวิตตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพ่ึงพาตนเองได๎มีความรู๎ความสามารถในการบริหาร จัดการชีวิตของตนเองให๎อยํูในสังคมได๎อยํางมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ๑ตําง ๆ ที่เกิดข้ึน ในชีวติ ประจาํ วันไดอ๎ ยํางมปี ระสิทธภิ าพและเตรยี มพรอ๎ มสําหรับการปรบั ตัวให๎ทนั ตอํ การเปลย่ี นแปลง ของขําวสารข๎อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหมํในอนาคตโดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาสําคัญตําง ๆ เชํน การอบรมจิตอาสา การให๎ความร๎ูเพ่ือการปูองการการแพรํระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) การอบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรมและจริยธรรม การปูองกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา การปลูกฝั่งและการสร๎างคํานิยมที่พึงประสงค๑ ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย๑สิน ผํานการอบรมเรียนรู๎ในรูปแบบตําง ๆ อาทิ คํายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้ง ชมรม/ชมุ นุมการอบรมสงํ เสรมิ ความสามารถพเิ ศษตําง ๆ เป็นต๎น 3) จดั การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช๎หลักสูตรและการจัดกระบวนการ เรียนรู๎แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ การจัดกิจกรรมจิตอาสา การสร๎างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอ่ืนๆ ที่เหมาะสมกับกลุํมเปูาหมาย และบริบทของชมุ ชนแตลํ ะพ้ืนที่ เคารพความคิดของผู๎อ่ืน ยอมรับความแตกตํางและหลากหลายทาง ความคิดและอุดมการณ๑ รวมท้ังสังคมพหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให๎บุคคลรวมกลุํมเพ่ือ แลกเปล่ียนเรียนรู๎รํวมกัน สร๎างกระบวนการจิตสาธารณะการสร๎างจิตสํานึกความเป็นประชาธิปไตย การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบตํอหน๎าท่ีความเป็นพลเมืองที่ดีภายใต๎การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย๑เป็นประมุข การสํงเสริมคุณธรรม จริยธรรมการเป็นจิต อาสา การบําเพ็ญประโยชน๑ในชุมชนการ บริหารจัดการนํ้า การรับมือกับสาธารณภัย การอนุรักษ๑ พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม การชํวยเหลือซ่ึงกันและกันในการพัฒนาสังคมและ ชมุ ชนอยํางย่งั ยนื 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรตู๎ ามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงผาํ นกระบวนการ เรียนร๎ูตลอดชวี ิตในรปู แบบตําง ๆ ใหก๎ ับประชาชน เพื่อเสรมิ สรา๎ งภูมคิ ุ๎มกัน สามารถยืนหยดั อยูไํ ด๎ อยํางมน่ั คง และมีการบริหารจดั การความเสยี่ งอยํางเหมาะสม ตามทศิ ทางการพฒั นาประเทศสคูํ วาม สมดุลและยัง่ ยนื 13 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
1.4 การศกึ ษาตามอัธยาศยั 1) พัฒนาแหลํงการเรียนร๎ูที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล๎อมท่ีเอ้ือตํอการอําน และพัฒนาศักยภาพการเรียนร๎ูให๎เกิดขึ้นในสังคมไทย ให๎เกิดข้ึนอยํางกว๎างขวางและทั่วถึง เชํน การพัฒนา กศน. ตําบล ห๎องสมุดประชาชนทุกแหํงให๎มีการบริการท่ีทันสมัย สํงเสริมและสนับสนุน อาสาสมัครสํงเสริมการอําน การสร๎างเครือขํายสํงเสริมการอําน จัดหนํวยบริการห๎องสมุดเคล่ือนที่ ห๎องสมุดชาวตลาด พร๎อมหนังสือและอุปกรณ๑เพ่ือจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและการเรียนรู๎ที่ หลากหลายให๎บรกิ ารกับประชาชนในพ้ืนทต่ี าํ ง ๆ อยํางทว่ั ถึง สมํา่ เสมอ รวมทั้งเสริมสร๎างความพร๎อม ในด๎านบุคลากร สื่ออุปกรณ๑เพื่อสนับสนุนการอําน และการจัดกิจกรรมเพ่ือสํงเสริมการอํานอยําง หลากหลายรปู แบบ 2) จัดสร๎างและพัฒนาศูนย๑วิทยาศาสตร๑เพ่ือการศึกษา ให๎เป็นแหลํงเรียนร๎ู วิทยาศาสตร๑ตลอดชีวิตของประชาชน เป็นแหลํงสร๎างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร๑และเป็นแหลํง ทํองเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการประจาํ ท๎องถนิ่ โดยจัดทําและพัฒนานทิ รรศการส่ือและกจิ กรรมการศึกษา ทีเ่ น๎นการเสรมิ สร๎างความรแู๎ ละสร๎างแรงบนั ดาลใจดา๎ นวิทยาศาสตร๑สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห๑ การคิดเชิงสร๎างสรรค๑ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร๑ผํานการกระบวนการเรียนร๎ูท่ีบูรณาการ ความรูด๎ า๎ นวทิ ยาศาสตร๑ ควบคูํกับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร๑และคณิตศาสตร๑รวมทั้งสอดคล๎องกับ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง บริบทของชมุ ชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก เพ่ือให๎ประชาชนมีความรู๎และสามารถนําความร๎ูและทักษะไปประยุกต๑ใช๎ในการดําเนินชีวิต การ พัฒนาอาชีพ การรักษาส่ิงแวดล๎อม การบรรเทาและปูองกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งมี ความสามารถในการปรบั ตวั รองรบั ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงของโลกท่ีเป็นไปอยํางรวดเร็วและ รุนแรง (Disruptive Changes) ได๎อยาํ งมีประสิทธิภาพ 3) ประสานความรํวมมือหนํวยงาน องค๑กร หรือภาคสํวนตําง ๆ ท่ีมีแหลํงเรียนรู๎ อ่ืน ๆ เพื่อสํงเสริมการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให๎มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความ ต๎องการของประชาชน เชนํ พพิ ิธภัณฑ๑ศนู ย๑เรยี นรู๎ แหลํงโบราณคดี วัด ศาสนสถาน ห๎องสมุด รวมถึง ภูมิปัญญาท๎องถ่นิ เป็นต๎น 2. ดา๎ นหลักสูตร สื่อรูปแบบการจัด กระบวนการเรียนร๎ู การวดั และประเมิน ผลงาน บริการทางวิชาการ และการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา 2.1 สํงเสริมการพฒั นาหลักสูตร รปู แบบการจัดกระบวนการเรยี นรู๎และกิจกรรม เพือ่ สงํ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ทหี่ ลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพฒั นา หลักสตู รฐานสมรรถนะ และหลกั สูตรท๎องถ่นิ ท่สี อดคลอ๎ งกับสภาพบริบทของพื้นทแ่ี ละความต๎องการ ของกลํุมเปูาหมายและชุมชน 2.2 สงํ เสรมิ การพฒั นาส่อื แบบเรียน สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส๑และสื่ออนื่ ๆ ทเี่ ออ้ื ตอํ การเรียนรู๎ ของผู๎เรยี นกลุมํ เปูาหมายทวั่ ไปและกลุํมเปูาหมายพิเศษ เพื่อใหผ๎ ู๎เรียนสามารถเรียนรไู๎ ด๎ทกุ ท่ี ทุกเวลา 14 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จังหวดั เลย
2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให๎มีความทันสมัย หลากหลายชํอง ทางการเรียนร๎ูดว๎ ยระบบห๎องเรยี น และการควบคมุ การสอบ รปู แบบออนไลน๑ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู๎ และประสบการณ๑เพ่ือใหม๎ ีคณุ ภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต๎องการของกลํุมเปูาหมาย ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ๑ให๎สาธารณชนได๎รับร๎ูและสามารถเข๎าถึงระบบ การประเมนิ ได๎ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะ หลักสูตรในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให๎ได๎มาตรฐานโดยการนําแบบทดสอบกลาง และระบบ การสอบอเิ ลก็ ทรอนิกส๑ (e-Exam) มาใชอ๎ ยํางมปี ระสิทธภิ าพ 2.6 สํงเสริมและสนบั สนนุ การศึกษาวิจัยเพ่ือพัฒนาหลักสูตร รปู แบบการจัดกระบวนการ เรียนร๎ู การวัดและประเมินผล และเผยแพรํรูปแบบการจัด สํงเสริม และสนับสนุน การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมท้ังให๎มีการนําไปสํูการปฏิบัติอยําง กว๎างขวางและมกี ารพัฒนาใหเ๎ หมาะสมกบั บริบทอยาํ งตอํ เนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให๎ได๎มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบ การประกันคุณภาพภายในท่ีสอดคล๎องกับบริบท และภารกิจ ของ กศน. มากขึ้น เพื่อพร๎อมรับ การประเมินคุณภาพภายนอกโดยพัฒนาบุคลากรให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ ตระหนักถึงความสําคัญ ของระบบการประกันคณุ ภาพ และสามารถดาํ เนนิ การประกันคณุ ภาพภายในของสถานศึกษาได๎อยําง ตํอเน่ืองโดยใช๎การประเมินภายในด๎วยตนเอง และจัดให๎มีระบบสถานศึกษาพ่ีเล้ียงเข๎าไปสนับสนุน อยํางใกล๎ชิด สําหรับสถานศึกษาท่ียังไมํได๎เข๎ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ให๎พัฒนาคุณภาพ การจัดการศกึ ษาใหไ๎ ด๎คุณภาพตามมาตรฐานทกี่ ําหนด 3. ดา๎ นเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน๑เพื่อการศึกษาเพื่อให๎เช่ือมโยง และตอบสนองตํอการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษา เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาสําหรับกลุํมเปูาหมายตําง ๆ ให๎มีทางเลือกในการเรียนร๎ูท่ี หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให๎ร๎ูเทําทันสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือ การสอื่ สาร เชนํ รายการพฒั นาอาชีพเพ่อื การมงี านทํา รายการติวเข๎มเติมเต็มความร๎ูรายการ รายการ ทํากนิ กไ็ ด๎ ทําขายกด็ ี ฯลฯ เผยแพรทํ างสถานีวทิ ยศุ ึกษา สถานีวทิ ยุโทรทศั นเ๑ พอื่ การศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ETV) และทางอินเทอร๑เน็ต 3.2 พัฒนาการเผยแพรกํ ารจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยโดยผําน ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และชํองทางออนไลน๑ตําง ๆ เชํน Youtube Facebook หรือ Application อ่ืน ๆ เพื่อสํงเสริมให๎ครู กศน. นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช๎ในการสร๎างกระบวนการเรียนร๎ูด๎วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 15 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
3.3 พัฒนาสถานวี ทิ ยุศกึ ษาและสถานีโทรทศั น๑เพื่อการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตและการออกอากาศให๎กลุํมเปูาหมายสามารถใช๎เป็นชํองทางการเรียนร๎ูที่มีคุณภาพได๎ อยํางตํอเน่ืองตลอดชีวิตโดยขยายเครือขํายการรับฟังให๎สามารถรับฟังได๎ทุกท่ี ทุกเวลา ครอบคลุม พน้ื ทีท่ ่ัวประเทศและเพิ่มชอํ งทางใหส๎ ามารถรบั ชมรายการโทรทัศน๑ได๎ท้ังระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร๑เน็ต พร๎อมท่ีจะรองรับการพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน๑เพื่อการศึกษา สาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให๎บริการส่ือเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพ่ือให๎ได๎หลายชํองทางทั้ง ทางอนิ เทอรเ๑ นต็ และรปู แบบอืน่ ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท๑เคลื่อนที่ และ Tablet รวมท้ังสื่อ Offline ในรูปแบบตาํ ง ๆ เพือ่ ใหก๎ ลุํมเปาู หมายสามารถเลอื กใช๎บรกิ ารเพอื่ เข๎าถึงโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรูไ๎ ด๎ตามความตอ๎ งการ 3.5 สํารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด๎านการใช๎ส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาอยําง ตํอเนื่องเพ่ือนําผลมาใช๎ในการพัฒนางานให๎มีความถูกต๎อง ทันสมัยและสามารถสํงเสริมการศึกษา และการเรยี นรู๎ตลอดชีวิตของประชาชนได๎อยํางแทจ๎ ริง 4. ด๎านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หรอื โครงการอนั เกี่ยวเนือ่ งจากราชวงศ๑ 4.1 สํงเสริมและสนับสนนุ การดําเนินงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดํารหิ รือ โครงการอนั เกี่ยวเนือ่ งจากราชวงศ๑ 4.2 จัดทําฐานข๎อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ที่ สนองงานโครงการ อันเน่ืองมาจากพระ ราชดําริหรือโครงการอัน เก่ียวเน่ืองจากราชวง ศ๑ เพ่ือนําไ ปใช๎ในการวาง แผน การตดิ ตามประเมินผลและการพฒั นางานไดอ๎ ยํางมปี ระสิทธภิ าพ 4.3 สํงเสรมิ การสรา๎ งเครอื ขํายการดําเนินงานเพอ่ื สนบั สนนุ โครงการอนั เน่ืองมาจาก พระราชดํารเิ พอื่ ใหเ๎ กิดความเขม๎ แขง็ ในการจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 4.4 พัฒนาศูนยก๑ ารเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แมํฟาู หลวง”เพ่ือใหม๎ คี วามพร๎อมใน การจัดการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยตามบทบาทหน๎าท่ีที่กาํ หนดไว๎อยาํ งมี ประสิทธภิ าพ 4.5 จัดและสํงเสริมการเรยี นร๎ตู ลอดชวี ติ ให๎สอดคล๎องกับวิถีชีวติ ของประชาชนบน พืน้ ท่ีสงู ถิน่ ทรุ กันดาร และพ้ืนท่ชี ายขอบ 5. ด๎านการศกึ ษาในจงั หวดั ชายแดนภาคใต๎ พืน้ ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพ้ืนทบี่ รเิ วณ ชายแดน 5.1 พฒั นาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยในจงั หวดั ชายแดน ภาคใต๎ 1) จดั และพฒั นาหลกั สูตร และกิจกรรมสํงเสริมการศึกษาและการเรยี นรู๎ที่ตอบสนอง ปญั หาและความตอ๎ งการของกลมํุ เปาู หมายรวมท้ังอตั ลกั ษณ๑และความเปน็ พหวุ ัฒนธรรมของพื้นที่ 16 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
2) พัฒนาคุณภาพการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐานอยํางเข๎มขน๎ และตอํ เนือ่ งเพอ่ื ใหผ๎ ๎เู รียนสามารถนําความรทู๎ ไ่ี ด๎รบั ไปใช๎ประโยชนไ๑ ดจ๎ ริง 3) ให๎หนวํ ยงานและสถานศกึ ษาจัดใหม๎ ีมาตรการดแู ลรักษาความปลอดภัยแกํ บคุ ลากรและนักศกึ ษา กศน.ตลอดจนผ๎มู าใช๎บริการอยาํ งทั่วถึง 5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษ 1) ประสานความรํวมมือกับหนํวยงานท่เี ก่ยี วขอ๎ งในการจัดทาํ แผนการศกึ ษาตาม ยุทธศาสตรแ๑ ละบริบทของแตลํ ะจงั หวดั ในเขตพฒั นาเศรษฐกจิ พิเศษ 2) จัดทาํ หลกั สูตรการศกึ ษาตามบรบิ ทของพืน้ ท่ี โดยเนน๎ สาขาท่เี ป็นความตอ๎ งการ ของตลาดใหเ๎ กิดการพฒั นาอาชีพได๎ตรงตามความตอ๎ งการของพ้ืนท่ี 5.3 จัดการศึกษาเพื่อความมัน่ คงของศูนยฝ๑ กึ และพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ ชายแดน (ศฝช.) 1) พัฒนาศูนย๑ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อให๎เป็นศูนย๑ฝึก และสาธิตการประกอบอาชีพด๎านเกษตรกรรม และศูนย๑การเรียนรู๎ต๎นแบบการจัดกิจกรรมตาม แนวพระราชดําริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สําหรับประชาชนตามแนวชายแดนด๎วยวิธีการเรียนร๎ู ทีห่ ลากหลาย 2) มํุงจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช๎วิธีการหลากหลายใช๎รูปแบบเชิงรุก เพ่ือการเข๎าถึงกลุํมเปูาหมาย เชํน การจัดมหกรรมอาชีพ การประสานความรํวมมือกับเครือขําย การจัดอบรมแกนนําด๎านอาชีพที่เน๎นเร่ืองเกษตรธรรมชาติที่สอดคล๎องกับบริบทของชุมชนชายแดน ใหแ๎ กํประชาชนตามแนวชายแดน 6. ดา๎ นบุคลากรระบบการบริหารจัดการ และการมสี ํวนรวํ มของทกุ ภาคสํวน 6.1 การพัฒนาบคุ ลากร 1)พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให๎มีสมรรถนะสูงข้ึนอยํางตํอเน่ือง ทั้งกํอน และระหวํางการดํารงตําแหนํงเพื่อให๎มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให๎มีความรู๎และทักษะตาม มาตรฐานตําแหนํง ให๎ตรงกับสายงานความชาํ นาญ และความตอ๎ งการของบคุ ลากรสามารถปฏิบัติงาน และบริหารจัดการการดําเนินงานของหนวํ ยงานและสถานศกึ ษาได๎อยํางมีประสิทธภิ าพรวมทง้ั สํงเสริม ให๎ข๎าราชการในสังกัดพัฒนาตนเองเพ่ือเล่ือนตําแหนํงหรือเล่ือนวิทยฐานะโดยเน๎นการประเมิน วิทยฐานะเชงิ ประจกั ษ๑ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก๑ กศน. ให๎มีสมรรถนะที่จําเป็นครบถ๎วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถปฏิบัติการนิเทศได๎อยํางมีศักยภาพ เพ่ือรํวมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั ในสถานศึกษา 3) พัฒนาหัวหน๎า กศน.ตําบล/แขวงให๎มีสมรรถนะสูงขึ้น เพ่ือการบริหารจัดการ กศน.ตําบล/แขวงและการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอยํางมีประสิทธิภาพ โดยเน๎นการเป็นนัก 17 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
จัดการความรู๎และผ๎ูอํานวยความสะดวกในการเรียนร๎ูเพ่ือให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนร๎ูที่มีประสิทธิภาพ อยาํ งแทจ๎ ริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เก่ียวข๎องกับการจัดการศึกษาให๎สามารถ จัดรปู แบบการเรยี นรูไ๎ ดอ๎ ยํางมคี ณุ ภาพโดยสงํ เสรมิ ให๎มีความร๎คู วามสามารถในการจัดทําแผนการสอน การจดั กระบวนการเรียนร๎ู การวัดและประเมนิ ผล และการวิจยั เบ้อื งตน๎ 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ท่ีรับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู๎ ให๎มีความร๎ูความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการสํงเสริมการเรียนรู๎ตลอดชีวิต ของประชาชน 6) สงํ เสรมิ ใหค๎ ณะกรรมการ กศน. ทกุ ระดบั และคณะกรรมการสถานศกึ ษา มสี ํวน รวํ มในการบริหารการดาํ เนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อยาํ งมีประสทิ ธภิ าพ 7) พัฒนาอาสาสมคั ร กศน. ให๎สามารถทาํ หนา๎ ท่ีสนบั สนุนการจดั การศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศยั ได๎อยํางมปี ระสทิ ธภิ าพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสรมิ สร๎างความสัมพนั ธร๑ ะหวาํ งบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือขําย ท้ังในและตํางประเทศในทุกระดับ โดยจัดให๎มีกิจกรรมเพ่ือเสริมสร๎างสัมพันธภาพและเพ่ิม ประสิทธิภาพในการทํางานรํวมกันในรูปแบบที่หลากหลายอยํางตํอเนื่องอาทิ การแขํงขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นาประสิทธิภาพในการทาํ งาน 6.2 การพฒั นาโครงสรา๎ งพนื้ ฐานและอตั รากําลัง 1) จัดทาํ แผนการพฒั นาโครงสรา๎ งพน้ื ฐานและดําเนนิ การปรบั ปรงุ สถานที่และวสั ดุ อปุ กรณ๑ ให๎มีความพรอ๎ มในการจดั การศกึ ษาและการเรียนร๎ู 2) สรรหา บรรจุ แตงํ ตั้ง และบริหารอตั รากําลงั ทมี่ ีอยํูทัง้ ในสวํ นท่ีเป็นขา๎ ราชการ พนกั งานราชการและลกู จา๎ ง ให๎เปน็ ไปตามโครงสร๎างการบริหารและกรอบอัตรากาํ ลงั รวมทั้งรองรบั กบั บทบาทภารกิจตามท่ีกําหนดไว๎ให๎เกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุดในการปฏิบัตงิ าน 3) แสวงหาความรํวมมอื จากภาคีเครือขํายทกุ ภาคสํวนในการระดมทรัพยากรเพอ่ื นํามาใช๎ในการปรบั ปรุงโครงสร๎างพนื้ ฐานใหม๎ คี วามพร๎อมสําหรบั ดําเนินกจิ กรรมการศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศัย และการสํงเสริมการเรยี นรู๎สาํ หรบั ประชาชน 6.3 การพัฒนาระบบบริหารจดั การ 1) พฒั นาระบบฐานข๎อมูลใหม๎ คี วามครบถว๎ น ถกู ต๎อง ทนั สมยั และเช่ือมโยงกนั ทวั่ ประเทศอยาํ งเปน็ ระบบเพอื่ ให๎หนวํ ยงานและสถานศกึ ษาในสังกดั สามารถนําไปใชเ๎ ป็นเครือ่ งมือสาํ คัญ ในการบรหิ ารการวางแผน การปฏิบัติงาน การตดิ ตามประเมนิ ผล รวมทั้งจดั บริการการศกึ ษานอก ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอยาํ งมีประสิทธิภาพ 2) เพมิ่ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการกํากบั ควบคมุ และเรํงรดั การเบิกจาํ ยงบประมาณให๎เปน็ ตามเปูาหมายทกี่ าํ หนดไว๎ 3) พัฒนาระบบฐานขอ๎ มูลรวมของนกั ศกึ ษา กศน. ให๎มคี วามครบถว๎ น ถกู ตอ๎ ง 18 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
ทันสมัย และเชื่อมโยงกนั ท่ัวประเทศ สามารถสืบคน๎ และสอบทานได๎ทันความต๎องการเพื่อประโยชน๑ ในการจดั การศกึ ษาให๎กับผู๎เรยี นและการบริหารจัดการอยาํ งมปี ระสทิ ธิภาพ 4) สงํ เสริมใหม๎ ีการจดั การความร๎ใู นหนํวยงานและสถานศึกษาทกุ ระดบั รวมท้งั การศึกษาวิจยั เพ่ือสามารถนํามาใชใ๎ นการพัฒนาประสทิ ธิภาพการดาํ เนินงานทส่ี อดคลอ๎ งกับความ ตอ๎ งการของประชาชนและชมุ ชนพร๎อมทัง้ พัฒนาขีดความสามารถเชงิ การแขงํ ขนั ของหนํวยงานและ สถานศกึ ษา 5) สร๎างความรํวมมือของภาคีเครือขาํ ยทกุ ภาคสวํ น ท้ังภาครฐั เอกชน ประชาสงั คม ท้งั ในประเทศและตํางประเทศ รวมท้ังสงํ เสริมและสนบั สนนุ การมีสํวนรํวมของชุมชนเพอ่ื สรา๎ งความ เขา๎ ใจ และใหเ๎ กิดความรํวมมอื ในการสํงเสรมิ สนบั สนนุ และจดั การศกึ ษาและการเรียนร๎ูให๎กับ ประชาชนอยาํ งมีคุณภาพ 6) สํงเสริมการใช๎ระบบสํานักงานอิเล็กทรอนิกส๑ (e -office) ในการบริหารจัดการ เชํน ระบบการลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส๑ ระบบการขอใช๎รถราชการ ระบบการขอใช๎ห๎อง ประชุม เปน็ ต๎น 7) พฒั นาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให๎ทันสมัย มีความโปรํงใส ปลอดการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข๎อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ๑ มํุงผลสัมฤทธิ์มีความ โปรงํ ใส 6.4 การกาํ กับ นเิ ทศติดตามประเมิน และรายงานผล 1) สร๎างกลไกการกํากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดําเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให๎เชื่อมโยงกับหนํวยงาน สถานศึกษา และภาคี เครือขาํ ยทั้งระบบ 2) ให๎หนํวยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข๎องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกํากับ ตดิ ตามและรายงานผลการนาํ นโยบายสูกํ ารปฏิบัติ ให๎สามารถตอบสนองการดําเนินงานตามนโยบาย ในแตํละเรอ่ื งได๎อยํางมีประสิทธภิ าพ 3) สํงเสริมการใชเ๎ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร และสอ่ื อ่นื ๆ ที่เหมาะสม เพอื่ การกํากบั นเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลอยํางมปี ระสทิ ธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติ ราชการประจําปีของหนํวยงาน สถานศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในคํารับรองการปฏิบัติ ราชการประจําปี ของ สํานักงาน กศน.ให๎ดําเนินไปอยํางมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ๑ วิธีการ และระยะเวลาที่กําหนด 5) ให๎มีการเช่ือมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหนํวยงานภายในและภายนอก องค๑กร ตั้งแตํสํวนกลาง ภูมิภาค กลํุมจังหวัด จังหวัด อําเภอ/เขต และตําบล/แขวง เพ่ือความเป็น เอกภาพในการใช๎ขอ๎ มลู และการพฒั นางานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 19 ค่มู อื การจัดกิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
แนวทางการจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน สังกดั สานักงาน กศน. สํานกั งาน กศน.ไดก๎ าํ หนดกรอบการจดั กิจกรรมพฒั นาผ๎ูเรียนเพอื่ ใหส๎ ถานศกึ ษาในสงั กดั ใชเ๎ ป็น แนวทางในการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู๎เรียนตามหนังสือสํานักงาน กศน. ดวํ นทีส่ ดุ ที่ ศธ 0210.04/ว 3780 ลงวนั ท่ี 2 กรกฎาคม 2563 โดยมกี รอบการจัดกจิ กรรมจาํ นวน 14 กิจกรรม ประกอบดว๎ ย 1. กิจกรรมพัฒนาวชิ าการ 2. กิจกรรมพัฒนาทกั ษะชีวติ 3. กิจกรรมทแ่ี สดงออกถงึ ความจงรักภกั ดีตํอสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ๑ 4. กิจกรรมการเรยี นรต๎ู ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ กอเพียง 5. กิจกรรมลูกเสือ และกจิ กรรมอาสายวุ กาชาด 6. กิจกรรมกีฬาและสงํ เสรมิ สขุ ภาพ 7. กิจกรรมเพือ่ พฒั นาความรู๎ ความสามารถดา๎ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ICT) 8. กิจกรรมเพอ่ื พฒั นาความรู๎สํูประชาคมโลก 9. กิจกรรมจติ อาสา กศน. “เราทําดดี ว๎ ยหัวใจ” 10. กจิ กรรมสงํ เสริมการอาํ นและพฒั นาทกั ษะการเรยี นร๎ู 11. กิจกรรมสํงเสรมิ การเรียนรเ๎ู พื่อพฒั นาทักษะอาชีพ 12. กิจกรรมสํงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม 13. กิจกรรมการเรียนร๎ูการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั พระมหากษัตริย๑เปน็ ประมขุ และกฎหมายท่เี กี่ยวขอ๎ งในชวี ติ ประจาํ วนั 14. กิจกรรมเสรมิ สร๎างความสามารถพเิ ศษ ท้งั นสี้ บื เนื่องจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให๎สถานศึกษาในสังกัด และในกํากับ ของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด๎วยเหตุพิเศษ ลงวันที่ 17 มีนาคม 2563 เพ่ือให๎สถานศึกษา สามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนได๎ในสถานการณ๑ปัจจุบัน ด๎วยการไมํต๎องพบกลํุมหรือเข๎าช้ันเรียน สํานกั งาน กศน.จึงไดก๎ ําหนดรูปแบบการจัดกจิ กรรม ดังนี้ 1. แบบการจัดคํายวชิ าการ คาํ ยกิจกรรม ทั้งไป – กลบั และค๎างคืน 2. แบบชั้นเรยี นโดยครู กศน.หรอื วทิ ยากรท่ีมคี วามรู๎หรือประสบการณ๑ในการสอนวิชาน้ันๆ เป็นผจู๎ ดั กิจกรรมหรือรวํ มกบั เครอื ขําย 3.แบบศึกษาดูงาน 4. แบบออนไลน๑ การจดั กจิ กรรมแบบออนไลน๑ สําหรับผู๎เรียนมีความพร๎อมของเคร่ืองมือท่ี ใช๎ใน ก าร เรี ยน ร๎ู ไ ด๎กําหน ดรู ปแบบก าร จัดกิ จก ร ร มไว๎ ตามบทบาทและ หน๎าท่ีดัง น้ี 4.1 หนา๎ ทีข่ องหนํวยงาน /สถานศึกษามีหน๎าท่ีจัดทําแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน ตามกรอบการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ๎เู รียน จดั สงํ แผนเพ่ือขอความเหน็ ชอบจากสาํ นักงาน กศน.จังหวัด/ กทม.สถานศึกษา ดําเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน ตรวจสอบ ประเมิน 20 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
การจัดกิจกรรมพร๎อมเบิกจํายเงินตามระเบียบท่ีกําหนดให๎แล๎วเสร็จภายในแตํละภาคเรียน และรายงานผลให๎ กศน.จังหวัดทราบ สํานักงาน กศน.จังหวัด/กทม.นิเทศติดตามการจัดกิจกรรม พฒั นาคุณภาพผู๎เรยี นของสถานศกึ ษา และให๎สถานศึกษาใช๎กรอบการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาคุณภาพ ผู๎เรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สํานักงาน กศน. (ตามหนังสือสํานักงาน กศน.ดวํ นทส่ี ุด ทีศ่ ธ.0210.04/ว3780 ลงวนั ที่ 2 กรกฎาคม 2561) 4.2. ครู กศน.ออกแบบเน้ือหาการจัดกิจกรรม กําหนดตาร างการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนออนไลน๑ จัดทําระบบการลงทะเบียนออนไลน๑ เชํน Google form จัดกิจกรรม ระบบออนไลน๑ผํานแอปพลิเคชั่นตํางๆ เชํน Google classroom Googsite Zoom meeting Google Meet Facebook line ใช๎ Social Media นําเข๎าเน้ือหา คลิปวีดีโอ ไฟล๑เอกสารไฟล๑เสียง และใช๎สื่อสารโต๎ตอบในการจัดกิจกรรม ได๎เพื่อให๎ผู๎เรียนมีองค๑ความร๎ู ความเข๎าใจและเกิดทักษะ ประเมินผลการเรยี นร๎ผู ํานระบบออนไลน๑ เชํน Google Form 4.3 นกั ศึกษา กศน. มีเคร่อื งมือใชใ๎ นการเรียนรูผ๎ ํานระบบออนไลน๑ เชํน มอื ถือ แทบ็ เลต็ คอมพวิ เตอร๑ ท่เี ชื่อมตอํ ผํานอินเทอรเ๑ นต็ มีทกั ษะในการใช๎แอปพลเิ คชัน่ ในการเรยี นร๎ผู ํานระบบ ออนไลน๑ ลงทะเบยี นการเขา๎ รํวมกจิ กรรมผํานระบบออนไลน๑ เข๎ารวํ มกจิ กรรมตามตาราง การเรียนรูอ๎ อนไลน๑ ที่กาํ หนด จดั ทําและสํงงานตามที่ไดร๎ บั มอบหมายผํานระบบออนไลน๑เพือ่ เป็น หลักฐานในการประเมิน 5. การจดั กิจกรรมแบบออฟไลน๑ สําหรับผเู๎ รยี นทีไ่ มํมเี คร่ืองมือทีใ่ ช๎ในการเรยี นร๎แู บบ ออนไลน๑ ได๎กาํ หนดรูปแบบการจัดกจิ กรรมไวต๎ ามบทบาทและหน๎าทีด่ ังนี้ 5.1 หนวํ ยงาน/สถานศกึ ษาจัดทําแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียนตามกรอบ การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน จัดสํงแผนการจัดกิจกรรมเพ่ือขอความเห็นชอบจาก สํานักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ดําเนินการตามแผนการจัดกิจกรรม ตรวจสอบ ประเมินการจัด กิจกรรม พร๎อมเบิกจาํ ยเงินตามระเบียบที่กําหนดให๎แล๎วเสร็จภายในแตํละภาคเรียน และรายงานผล ให๎สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัด/กทม.ทราบ สํานักงาน กศน.จังหวัด/ กทม. นิเทศ ตดิ ตาม การจัดกิจกรรม พัฒนาคณุ ภาพผูเ๎ รยี นของสถานศกึ ษา โดยใชก๎ รอบการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551 สํานักงาน กศน.(ตามหนังสือสํานักงาน กศน.ดํวนท่ีสุด ท่ีศธ.0210.04/ว3780 ลงวันท่ี 2 กรกฎาคม 2561) 5.2 ครู กศน. ออกแบบเนอ้ื หาการจัดกิจกรรม กําหนดตารางการจัดกิจกรรมการเรียนร๎ู ออฟไลน๑ จัดทาํ ใบลงทะเบยี นการเขา๎ รํวมกจิ กรรม รวบรวมการจัดหาส่ือการจัดกิจกรรม เชํน เอกสาร หนังสอื คลิปวีดีโอไฟล๑ข๎อมูล เพ่ือให๎ผู๎เรียนมีองค๑ความรู๎ ความเข๎าใจ และเกิดทักษะ แจกตารางการ เรียนรู๎ ใบความรู๎ ใบงาน และสื่อการจัดกิจกรรมเพื่อให๎ผ๎ูเรียนนํากลับไปศึกษาเรียนร๎ูและฝึกปฏิบัติ ด๎วยตนเอง จัดการเรียนร๎ูและให๎คําปรึกษาแกํผู๎เรียนด๎วยวิธีการตํางๆตามความพร๎อมของครูและ ผ๎เู รียน เชํน ส่ือสารผํานโทรศัพท๑ แอปพลิเคช่ันตํางๆ พบผ๎ูเรียนเป็นรายบุคล ประเมินผลการเรียนร๎ู ผํานเอกสารหลักฐาน 21 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
5.3 นักศึกษา กศน. ลงทะเบียนเข๎ารํวมกิจกรรม รับตารางการเรียนรู๎ ใบความร๎ู ใบงาน และสอ่ื การจดั กิจกรรม ศึกษาและทําความเข๎าใจกับกระบวนการเรียนรู๎ เรียนรู๎และฝึกปฎิบัติ จากส่ือการจัดกิจกรรม เชํน เอกสาร หนังสือ คลิปวีดีโอไฟล๑ข๎อมูล ขอรับคําปรึกษาจากครู กศน. จัดทาํ และสงํ งานทไ่ี ด๎รบั มอบหมาย เพือ่ เป็นหลักฐานในการประเมิน เป้าหมายการอ่านกบั กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ตามจดุ มุงํ หมายของหลักสตู รการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน สงํ เสริมให๎นักเรียนรักการอําน และการ คน๎ ควา๎ การอาํ นมคี วามสําคญั และเกยี่ วข๎องกับทุกรายวชิ าเรยี นและกจิ กรรมพฒั นาผู๎เรยี น กจิ กรรมพฒั นาผเ๎ู รยี น เป็นกจิ กรรมทจ่ี ดั อยาํ งเป็นกระบวนการดว๎ ยรปู แบบ วิธีการที่ หลากหลายในการพฒั นาผ๎ูเรยี นทั้งด๎านรํางกาย จติ ใจ สตปิ ญั ญาอารมณ๑ และสังคม มํุงเสรมิ เจตคติ คุณคําชีวติ ปลุกฝังคุณธรรมและคาํ นยิ มอันพึงประสงค๑ สํงเสรมิ ให๎ผเ๎ู รียนรูจ๎ กั และเข๎าใจตนเอง สร๎าง จิตสํานกึ ในธรรมชาติ และสิ่งแวดล๎อม ปรบั ตัวและปฏบิ ตั ิตนใหเ๎ ปน็ ประโยชน๑ตอํ สงั คม ประเทศชาติ และดาํ รงชวี ติ ได๎อยํางมีความสุข การจัดกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนมงุํ พฒั นาใหบ๎ คุ คลร๎จู กั และเห็นคุณคําในตนเองและผู๎อ่นื มีวฒุ ิ ภาวะทางอารมณ๑ มีกระบวนการคิดมที กั ษะในการดาํ เนินชีวิตอยาํ งเหมาะสม และมีความสุขมี จิตสํานกึ ในการรับผิดชอบตอํ ตนเอง ครอบครัวสงั คม และประเทศชาติ โดยกาํ หนดเปูาหมายในการ จดั กจิ กรรมพัฒนาผเู๎ รียนดงั นี้ 1. ผเ๎ู รียนได๎รบั ประสบการณ๑ท่หี ลากหลาย เกิดความรคู๎ วามชํานาญท้งั วิชาการ และ วิชาชพี อยํางกว๎างขวางมากยง่ิ ขน้ึ 2. ผเ๎ู รยี นค๎นพบความสนใจ ความถนัด และพฒั นาความสามารถพิเศษเฉพาะตวั มองเห็นชอํ งทางในการสรา๎ งงาน อาชพี ในอนาคตไดเ๎ หมาะสมกับตนเอง 3. ผเ๎ู รยี นเห็นคุณคําขององค๑ความรู๎ตาํ งๆ สามารถนําความรู๎ และประสบการณไ๑ ปใช๎ใน การพัฒนาตนเอง และประกอบสัมมาอาชีพ 4. ผู๎เรียนพฒั นาบคุ ลิกภาพเจตคติ คํานิยมในการดําเนนิ ชีวติ และเสรมิ สรา๎ งศลี ธรรม จรยิ ธรรม 5. ผู๎เรียนมจี ติ สาํ นกึ และทาํ ประโยชน๑เพอื่ สงั คมและประเทศชาติ หลกั การจัดกิจกรรม กิจกรรมพัฒนาผเ๎ู รียนมหี ลักการจัดดงั น้ี 1. มีการกําหนดวัตถุประสงค๑ และแนวปฏบิ ตั ทิ ี่ชดั เจนเป็นรปู ธรรม 2. จัดให๎เหมาะสมกับวยั วฒุ ิ วุฒภิ าวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของ ผเ๎ู รยี น 3. บูรณาการกบั ชีวิตจรงิ ใหผ๎ ๎ูเรียนได๎ตระหนักถงึ ความสําคญั ของการเรียนรตู๎ ลอดชวี ิต 4. ใช๎กระบวนการกลุมํ ในการจัดประสบการณ๑ การเรยี นรู๎ ฝึกให๎คิดวเิ คราะห๑ สร๎างสรรค๑ จนิ ตนาการ ที่เป็นประโยชน๑และสัมพันธก๑ บั ชวี ติ ในแตํละชํวงวยั อยาํ งตอํ เน่ือง 22 ค่มู อื การจัดกิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
5. จํานวนสมาชิกมคี วามเหมาะสมกบั ลักษณะของกิจกรรม 6. มีการกาํ หนดเวลาในการจัดกิจกรรมใหเ๎ หมาะสม สอดคลอ๎ งกับวสิ ัยทศั น๑ และ เปูาหมายของสถานศกึ ษา 7. ผู๎เรยี นเป็นผ๎ดู าํ เนินการ มคี รเู ปน็ ที่ปรกึ ษาถือเปน็ หน๎าทีแ่ ละงานประจาํ โดยคํานงึ ถึง ความปลอดภยั 8. ยดึ หลักการมสี ํวนรํวม โดยเปิดโอกาสให๎ครู ผู๎ปกครอง ชมุ ชน องค๑กรทง้ั ภาครฐั และ เอกชน มีสวํ นรํวมในการจัดกิจกรรม 9. มกี ารประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมโดยวธิ ีการทห่ี ลากหลายและสอดคลอ๎ งกับกิจกรรม อยาํ งเป็นระบบและตอํ เนอ่ื ง โดยใหถ๎ อื วําเป็นเกณฑป๑ ระเมนิ ผลการกจิ กรรมพฒั นาผเ๎ู รียน แนวทางการจัดกิจกรรม สถานศกึ ษาตอ๎ งจัดให๎ผ๎ูเรียนทุกคนเขา๎ รํวมกจิ กรรม โดยคํานงึ ถงึ แนวทางการจดั ดังตํอไปน้ี 1. การจัดกิจกรรมตาํ งๆเพือ่ เกื้อกลู สํงเสริมการเรียนรู๎ ตามกลํมุ สาระการเรียนร๎ู 2. จดั กิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั ตามธรรมชาติ 3. จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังและสร๎างจิตสาํ นกึ ในการทาํ ประโยชน๑ตํอสังคม 4. จัดกจิ กรรมประเภทบรกิ ารด๎านตาํ งๆฝกึ การทํางานที่เป็นประโยชน๑แกตํ นเอง และ สวํ นรวม บทบาทของบุคลากรทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ในการดาํ เนนิ การจัดกจิ กรรมพัฒนาผูเ๎ รยี นใหม๎ ปี ระสิทธิผลจําเป็นอยาํ งย่ิงทจี่ ะตอ๎ งกาํ หนด บทบาทหนา๎ ทีข่ องบคุ ลากรท่เี กีย่ วขอ๎ ง สถานศกึ ษาจะสามารถนาํ ไปปรบั ปรุงและเลือกปฏิบตั ไิ ด๎ตาม ความเหมาะสม และความพรอ๎ มของแตลํ ะสถานศึกษา นอกจากนี้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรม สรา๎ งเสรมิ ประสทิ ธิภาพในการเรียนเพ่ือชํวยให๎ ผู๎เรยี นไดพ๎ ัฒนาการเรียนรข๎ู องตนเองไดเ๎ ต็มตามศักยภาพมเี จตคติทดี่ ีตอํ การอําน รักการอาํ น เห็น คณุ คําของการแสวงหาความรู๎ การอา่ นกับการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน พระราชบัญญัติการศึกษาแหํงชาติ พุทธศักราช 2542 ได๎กลําวถึงการจัดการศึกษากับ กระบวนการอาํ น กระบวนการเรียนรูแ๎ ละการอาํ นในมาตรา 24 (3) และ (5) ในมาตรา 4 กลําวไว๎วํา การศึกษาหมายความวํา กระบวนการเรียนรู๎ เพื่อความเจริญงอกงามของบุคลและสังคมโดยการ ถํายทอดความรู๎ การฝึกอบรม การสืบสานวัฒนธรรม การสร๎างสรรค๑จรรโลงความก๎าวหน๎าทาง วิชาการ การสร๎างองค๑ความร๎ูอันเกิดจากการจัดสภาพแวดล๎อม สังคมและปัจจัยเกื้อหนุนให๎บุคคล เรียนรูต๎ ลอดชีวิตและในมาตรา 24 (3) และ(5)ได๎ระบุไว๎วําการจัดกระบวนการเรียนรู๎ให๎สถานศึกษา และหนํวยงานท่เี ก่ยี วข๎องจัดกิจกรรมใหผ๎ เ๎ู รยี นรกั การอํานและเกดิ การใฝรุ ๎ูอยํางตํอเน่อื งรวมทงั้ สํงเสริม 23 ค่มู อื การจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
สนับสนุนให๎ผ๎ูสอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล๎อมสื่อการเรียน อํานวยความสะดวกเพ่ือให๎ ผ๎เู รียนเกิดการเรยี นร๎ู และมคี วามร(๎ู กระทรวงศกึ ษาธิการ,2546 . หน๎า 2-12) การเรียนร๎ูอยํางตํอเนื่องตลอดชีวิตจะเกิดข้ึนได๎ นักเรียนต๎องมีนิสัยรักการอําน จะทําให๎ นักเรียนมีลักษณะท่ีพึงประสงค๑ตามแนวทางการจัดการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแหํงชาติ พุทธศักราช 2542 ท่ียึดหลักวํา ผู๎เรียนทุกคนสามารถเรียนร๎ูและพัฒนาตนเองได๎ และถือวําผ๎ูเรียน สาํ คญั ที่สดุ กระบวนการจัดการศึกษาตอ๎ งสํงเสรมิ ใหผ๎ เู๎ รยี นสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตาม ศักยภาพโดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให๎สอดคล๎องกับความสนใจและความถนัดของผู๎เรียน คํานึงถึงความแตกตํางระหวาํ งบุคคลฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ๑และ การประยกุ ตค๑ วามรมู๎ าใชแ๎ กป๎ ัญหา การเรียนรจู๎ ากประสบการณ๑จริง สถานศึกษาควรจัดการเรียนการ สอน และจัดกจิ กรรมบรู ณาการองคค๑ วามรต๎ู าํ งๆ ทเ่ี ก้อื กลู สํงเสริมการเรียนร๎ู โดยใช๎กระบวนการอําน ในทกุ กลํุมสาระการเรียนร๎เู พื่อเสริมสร๎างประสทิ ธภิ าพในการเรียน การจัดการเรยี นการสอนเปน็ หัวใจของการขบั เคลอื่ นท่จี ะนาํ ไปสกํู ารปฏิรูป การศึกษาครูต๎อง มีความร๎ู ความเข๎าใจ และตอ๎ งปรับเปล่ยี นวิธีการสอน เพ่ือพัฒนาผู๎เรียนให๎มีความร๎ู ความสามารถ มี คุณธรรม จริยธรรม และทกั ษะทจ่ี าํ เปน็ ในการดํารงชีวติ และมคี ณุ ลักษณะที่พงึ ประสงคต๑ ามมาตรฐาน การเรยี นร๎ู การจัดการเรียนการสอนของกลํมุ สาระตาํ งๆสามารถเนน๎ กระบวนการอําน เพ่ือสร๎างเสริม ประสิทธิภาพการเรียนร๎ู ชํวยให๎ผู๎เรียนใช๎กระบวนการอํานสร๎างความรู๎ และความคิดไปใช๎ตัดสินใจ แกป๎ ัญหาและสรา๎ งวสิ ัยทศั น๑ในการดาํ เนินชีวติ และนิสัยรักการอําน เข๎าใจกระบวนการอํานสามารถ ตีความเรื่องที่อํานจากสื่อประเภทตํางๆ และนําความร๎ูมาใช๎อยํางมีวิจารณญาณตลอดจนสามารถ พฒั นาการเรียนร๎ูของตนไดอ๎ ยํางเต็มศกั ยภาพมีเจตคตทิ ่ดี ตี ํอการเรียน รู๎วิธีแสวงหาความรู๎ด๎วยตนเอง และมีนิสยั รักการอํานอยาํ งตํอเนือ่ งตลอดชวี ติ 24 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่านและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
บทท่ี 3 กิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การจดั กจิ กรรมสงํ เสรมิ การอํานและพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู๎มวี ัตถุประสงคเ๑ พ่ือให๎ ข๎าราชการครู บรรณารกั ษ๑ ครู กศน.ตาํ บล และ ครูศรช.ครผู ู๎สอนพิการ หรือครูผูส๎ อนแตํละตาํ บล สามารถจัดกิจกรรมใหเ๎ ป็นไปอยํางมีประสิทธภิ าพ โดยดาํ เนินการ ดังน้ี 1. ศึกษารายละเอียดกิจกรรมให๎เหมาะสมกบั กลมํุ เปูาหมาย ระยะเวลา วัสดุ อปุ กรณ๑ และสอดคลอ๎ งกบั วัตถุประสงคข๑ องรายวชิ าเรยี น หรือท่ผี ูส๎ อนตอ๎ งการจะสือ่ ให๎ผ๎เู รยี นทราบ และผเู๎ รียนเกิดความสนใจที่จะเรียนรู๎ 2. สถานศึกษาสามารถปรบั ประยุกต๑วัตถุประสงค๑ สือ่ และอปุ กรณ๑ การจัดกจิ กรรม การวดั และประเมินผลและขอ๎ เสนอแนะแตลํ ะกิจกรรมไดต๎ ามบริบทและความตอ๎ งการของ ผู๎รับผดิ ชอบ 3. สถานศึกษาจดั เตรียมความพร๎อมในการดาํ เนนิ งาน ทั้งเวลา สถานท่ี และวสั ดุ อปุ กรณ๑ 4. จัดกิจกรรมอยํางสมา่ํ เสมอและตอํ เนอ่ื ง ในขณะทํากิจกรรมครผู ู๎สอน บรรณารักษ๑ ควรให๎คาํ แนะนาํ นักเรียน กศน. และอํานวยความสะดวกให๎นักเรียน กศน.ตลอดจนการดาํ เนิน กจิ กรรม รวมถงึ มีการวดั และประเมินผลกจิ กรรมตามสภาพจรงิ ของนักเรียน กศน. 5. มกี ารนิเทศ และตดิ ตามผลการจดั กจิ กรรม โดยให๎บุคลากรทกุ ฝุายในสถานศกึ ษามี สวํ นรวํ ม แนวคิดการจัดกิจกรรม กิจกรรม ก กาพาสนุก เป็นกิจกรรมสํงเสริมการเรียนร๎ู ควบคํูการอําน การเขียนภาษาไทย เป็นบัตรคํา ตัวพยัญชนะ ที่สามารถนํามาผสมกันแล๎วเกิดเป็นคําโดยที่ไมํต๎องมีสระ ซึ่งเหมาะกับ กลํุมเปูาหมาย ต้ังแตํอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่สามารถอําน และรู๎จักตัวพยัญชนะ ผ๎ูเข๎ารํวมกิจกรรมได๎ใช๎ ความคิดจากการอําน การจํา เชํน ผ๎ูจัดกิจกรรม กําหนดให๎ผสมคํา ในคําตํางๆตามท่ีอํานให๎ฟัง โดย การบอกความหมายของคํานั้น ๆ ผ๎ูเข๎ารํวมกิจกรรมชํวยกันผสมตัวอักษร อํานและเขียน ผู๎เข๎ารํวม กจิ กรรมจะได๎ใช๎ความคดิ ความสามารถดา๎ นภาษาไทย และความสามัคคีจากการรวํ มมือกนั วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สํงเสรมิ การอาํ น การใช๎ภาษาไทยให๎ถูกต๎องใหก๎ ับผเ๎ู ข๎ารํวมกจิ กรรม 2. เพือ่ สํงเสริมให๎ผู๎เข๎ารํวมกิจกรรมผสมคําภาษาไทยให๎ถูกตอ๎ ง 3. เพ่อื สงํ เสรมิ นิสยั รักการอํานใหก๎ บั ผ๎ูเข๎ารํวมกิจกรรม 25 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน. ระยะเวลาการจดั กจิ กรรม 30 นาที สอ่ื และอปุ กรณ์ 1. ใบความร๎ู 2. บัตรคาํ พยญั ชนะไทย 3. กระดาษ A4 4. กระดาษเคลอื บ/ เคร่อื งเคลือบ 5. ปากกา ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน ขน้ั เตรียม 1. ออกแบบพยัญชนะพิมพ๑ใสํกระดาษสสี วยงาม ตัดตกแตงํ ตามขนาดทต่ี อ๎ งการและ เคลือบ 2. จดั เตรียมชุดกจิ กรรมอยาํ งนอ๎ ย 3 ชุด สําหรับการเลํนกจิ กรรมแบบแบํงกลุํมเพ่ือความ สนุกสนาน ขนั้ จัดกิจกรรม 1. ผู๎จดั กจิ กรรมจดั เตรยี มอุปกรณใ๑ นการเลนํ กจิ กรรม 2. ผู๎จัดกจิ กรรมอธบิ ายวธิ ีการเลํนและการใช๎อปุ กรณ๑ 3. ผ๎จู ัดกิจกรรมแจกชดุ กจิ กรรมให๎ผเ๎ู ข๎ารํวมกิจกรรม 4. ผจู๎ ดั กจิ กรรม แจกใบความรู๎ เรือ่ ง คาํ ใหผ๎ ๎ูเข๎ารวํ มกิจกรรมอําน 10 นาที แล๎วเก็บใบ ความร๎ู 5. ผจ๎ู ัดกจิ กรรมบอกคําสงั่ ให๎ผ๎เู ขา๎ รวํ มกจิ กรรมผสมคาํ ตามใบความรูท๎ ีไ่ ด๎อําน และเขยี น คําตอบ จากการผสมคําลงในใบงานทีแ่ จกให๎ และเป็นคําที่มคี วามหมาย 6. ผู๎เข๎ารํวมกิจกรรมทีมใดผสมคําได๎มากที่สุด ถอื เป็นผู๎ชนะ การวดั และประเมนิ ผล 1. การสงั เกตพฤติกรรม/แบบสอบถามความพึงพอใจ 2. ตรวจใบงาน/คําตอบทถ่ี ูกตอ๎ ง/คะแนนที่ได๎ 26 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั 1. ผู๎เข๎ารํวมกจิ กรรมไดเ๎ รียนรภ๎ู าษาไทย ผํานการใชค๎ วามคิด การอาํ น การเขยี น 2. ผ๎ูเข๎ารํวมกิจกรรมไดร๎ ับความสนุกสนานเพลดิ เพลิน 3. สํงเสริมนิสัยรักการอาํ นให๎กบั ผู๎เข๎ารวํ มกิจกรรม ข้อเสนอแนะ การดําเนนิ กิจกรรมควรมกี ารจับเวลาในการทาํ กจิ กรรม และมผี ู๎ดแู ลกจิ กรรมอยาํ งนอ๎ ย 2 คน ภาพกิจกรรม ภาพกิจกรรมทผี่ ร๎ู วํ มกจิ กรรมกําลัง เรยี งตัวพยญั ชนะใหเ๎ ป็นคาํ ตวั พยัญชนะทีใ่ ช๎ในกิจกรรม 27 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
ใบความรู้ กิจกรรม ก กา พาสนกุ คาตามมาตราตัวสะกด แม่กด แม่กน แม่กม แมก่ ก แมก่ ง แม่กบ กด กอด พร ขอน นม กลม กอก ชก สนอง ลง กอบ ขด สอด กร ดอน สม ปลอม พอก ดก พอง ชง ขอบ จด ลอด ลน นอน ผม ผอม ศอก กก ฟอง ผง คอบ ตด จอด หน สอน ดม มอม นอก พก นอง กง ลอบ มด มอด สน งอน คม ยอม ลอก งก ปอง คง ปอบ สด ขอด มล หอน ลม ลอม งอก ตก ทอง ดง ชอบ ลด คลอด ยล ตอน จม วอม ยอก อก ของ จง งอบ หด ถอด กล ถอน ขม หอม ปลอก บก กอง มง งบ งด ทอด จน บอน งม ออม หมอก ปก สอง ธง ศพ ชด บอด คน ฟอน ชม บวม ซอก รก ลอง งง พบ ซด ปอด ขน รอน ซม สวม ดอก มก จอง วง ลบ บด ฝอด พล ลอน ตม หลวม ตอก สก ซอง อง ขบ ปด ยอด ปน วอน ถม บอก วก ดอง พง จบ ผด รอด ศร สวน ปม ฟอก หก ตอง บวบ รด ลอด ชน พรวน อม รอก จก ถอง กบ สด วอด ซน รวน หอก ฉก สรง มอบ หด ทน จวน ออก นก บอง หอบ อด บน นวล คอก ฟก ผอง จอบ หงอก พก มอง สอบ ฝน กวน จอก ยก ปลง หมอบ วน ชวน ครก ตรง วอก ทรนง อวน หงอก ทวน มวล หมอน 28 ค่มู ือการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
ใบงาน คําชแี้ จง : ให๎ผ๎ูเขา๎ รํวมกิจกรรมผสมคําจากพยญั ชนะท่ีไดใ๎ ห๎ไดค๎ ํามากท่ีสุด และบอกความหมายของคาํ น้ันๆด๎วย ชือ่ นามสกุล (สมาชิกในกลมํุ )............................................................................. คา ความหมาย คา ความหมาย 29 ค่มู ือการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
แนวคิดการจัดกจิ กรรม กิจกรรม ตน๎ ไม๎พดู ได๎ เป็นกิจกรรมสํงเสริมการเรียนรู๎ ควบคํูกับการใช๎เทคโนโลยี โดยการใช๎ โทรศัพท๑มือถือที่มีสัญญาณอินเทอร๑เน็ต สมาร๑ทโฟน ที่มีแอปพลิเคช่ันในการแสกนคิวอาร๑โค๎ด แสวงหาความรู๎ผํานคิวอาร๑โค๎ด เน้ือหาการเรียนร๎ูเก่ียวกับชนิดของต๎นไม๎ ตํางๆที่อยํูโดยรอบอาคาร กศน.อําเภอ หรอื กศน.ตาํ บล ไม๎ยนื ต๎น ไม๎ประดับ เพ่อื ใหน๎ ักเรยี น กศน.เหน็ ถึงคุณคําของต๎นไม๎ และ ประโยชนก๑ ารใชง๎ านของต๎นไมน๎ ั้นๆอยํางแทจ๎ ริง จะไดเ๎ ขา๎ ถึงวิธีการปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนการ อนรุ ักษธ๑ รรมชาติ และพลงั งานใหค๎ งอยูคํ ปํู ระเทศชาตติ ํอไป วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ สํงเสรมิ นสิ ัยรักการอํานใหก๎ บั ผู๎เข๎ารํวมกจิ กรรม 2. เพ่ือเป็นการส่อื สารให๎ผ๎ูมาใชบ๎ รกิ ารหรือผาํ นไปผาํ นมาไดศ๎ ึกษาหาความร๎ูเก่ยี วกบั ตน๎ ไม๎ 3. เพือ่ จัดบรรยากาศเสรมิ สร๎างความร๎นู อกหอ๎ งเรียน กล่มุ เป้าหมาย ผ๎ูเข๎ารวํ มกิจกรรมที่เปน็ นักเรยี น นักศกึ ษา กศน.ท่สี ามารถใช๎ โทรศพั ทส๑ มาร๑ทโฟน ผาํ นแอปพลเิ คช่ันไลนไ๑ ด๎ ระยะเวลาการจัดกจิ กรรม 30-50 นาที สื่อและอปุ กรณ์ 1. ใบความรเู๎ นื้อหาเกีย่ วกับต๎นไม๎ 2. ใบงาน 3. กระดาษ A4 4. กระดาษเคลอื บ/ เครอ่ื งเคลอื บ 5. ปากกา ขั้นตอนการดาเนนิ งาน ขั้นเตรียม 1. ออกแบบใบความรูเ๎ รอื่ งต๎นไม๎ แตลํ ะชนิดทีอ่ ยโูํ ดยรอบอาคาร กศน.อาํ เภอ หรอื กศน. ตาํ บลโดยหาขอ๎ มูลเพิ่มเติมจากอินเทอรเ๑ น็ตแลว๎ ทําเปน็ ควิ อารโ๑ ค๎ดเพื่อประหยดั พน้ื ทใ่ี นการใสขํ ๎อมลู ใน ใบความร๎ู ตัดตกแตงํ ตามขนาดทตี่ อ๎ งการและเคลือบ 2. นําใบความรูท๎ ่ีตกแตํงสวยงามและเคลอื บเรยี บรอ๎ ยแล๎วไปติดท่ีต๎นไม๎โดยรอบอาคาร กศน. อาํ เภอ หรอื กศน.ตําบล 30 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
ขน้ั จัดกิจกรรม 1. ผ๎จู ัดกจิ กรรมจดั เตรยี มอปุ กรณใ๑ นการทาํ กจิ กรรมให๎พรอ๎ มสาํ หรบั ดําเนินกจิ กรรม 2. ผ๎จู ดั กิจกรรมอธบิ ายวธิ ีการแสวงหาความรู๎และการใช๎อปุ กรณ๑ 3. ผจ๎ู ดั กจิ กรรมแจกใบงานให๎ผเู๎ ข๎ารํวมกิจกรรมและให๎หาความร๎ูเรอื่ งต๎นไมท๎ ตี่ ัวเองสนใจ จดบนั ทกึ ลงในใบงาน ตามเวลาที่กําหนด และสํงให๎กบั ผ๎ูดแู ลกจิ กรรม การวดั และประเมินผล 1. การสังเกตพฤติกรรม/แบบสอบถามความพึงพอใจ 2. ตรวจใบงาน/คําตอบที่ถกู ต๎อง/คะแนนทไี่ ด๎ ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับ 1. ผูเ๎ ขา๎ รวํ มกิจกรรมไดเ๎ รยี นร๎เู ก่ียวกบั ประโยชนข๑ องต๎นไม๎ และไดใ๎ ชเ๎ ทคโนโลยใี นการแสวงหา ความร๎ู 2. ผู๎เขา๎ รํวมกจิ กรรมไดร๎ ับความสนุกสนานเพลิดเพลนิ กับการเรียนรเ๎ู ก่ยี วกับเร่ืองของตน๎ ไม๎ 3. ผ๎ูเขา๎ รวํ มกิจกรรมไดอ๎ ํานแสงหาความร๎ูด๎วยตนเอง จดจําเนือ้ หา และสามารถนํามา ถํายทอดใหผ๎ ู๎อืน่ รับรู๎ได๎ดว๎ ยการเขียน และนความร๎ูท่ไี ด๎ไปใชใ๎ นการดูแลตนไม๎ของตนเองท่ีบ๎านได๎ ขอ้ เสนอแนะ ควรมีสญั ญาณอนิ เทอร๑เนต็ ( Free WIFI ) ให๎บรกิ ารกับผเู๎ ข๎ารํวมกจิ กรรม 31 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
ใบงาน ชื่อ – นามสกลุ ........................................................................................................ ช่อื ตน๎ ไม๎ท่เี รียนร๎ู........................................................................................................ ประโยชน๑...................................................................................................................... การดูแล...................................................................................................................... การขยายพันธ.๑ .......................................................................................................... เหตผุ ลทชี่ อบต๎นไมช๎ นดิ นี้.......................................................................................... 32 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
ใบความรู้ ลีลาวดใี บลูกศร ช่ือวิทยาศาสตร:์ Plumeria pudica Jacq. ช่ือสามัญ: Bridal Bouquet Plumeria, White Frangipani, Fiddle Leaf Plumeria ชอ่ื อนื่ : ใบหอก ลน่ั ทมหวั ลกู ศร วงศ:์ APOCYNACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร๑ ต๎น ไมพ๎ ุํม สงู 2-2.5 เมตร เรือนยอดรปู ไขํ แตกกิ่งก๎านเป็นพุมํ กว๎าง ผวิ สเี ขียวอมเทา บริเวณแผลทีก่ า๎ นใบหลุดรวํ งจะมปี ุมนูน ทกุ สํวนของลาํ ต๎นมีนาํ้ ยางสีขาว หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอทา่ ลี่ โม้กบ้าน โมกบ้าน ชื่อวิทยาศาสตร์ Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz (ช่อื พ๎องวทิ ยาศาสตร๑ Echites religiosus Teijsm. & Binn., Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth.) จัดอยํูในวงศ๑ APOCYNACEAE เชนํ เดยี วกับโมกเครือ โมกแดง โมกมัน โมกหลวง โมกบา้ น มชี อ่ื ทอ๎ งถนิ่ อน่ื ๆ วํา หลกั ปุา (ระยอง), โมกซอ๎ น โมกลา โมกบ๎าน (ภาคกลาง), โมก โมกบา๎ น โมกดอกหอม โมกกอ (ไทย), ปดิ จงวา (เขมร-สรุ ินทร๑) หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอท่าลี่ 33 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
ภาพกจิ กรรม 34 ค่มู ือการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
แนวคิดการจัดกิจกรรม ฐานสํงเสริมการอํานนั้นเป็นกิจกรรมหน่ึงท่ีสามารถ นําไปสูํกิจกรรมการเรียนการสอนท่ี หลากหลาย รวมถึง การกระตุ๎นให๎นักศึกษารักการอํานและการค๎นคว๎ามากข้ึน ฐานการอํานสามารถ ประยุกตไ๑ ดห๎ ลายรูปแบบใช๎องค๑ประกอบของสถานศกึ ษา สิง่ แวดล๎อม ทรพั ยากรรอบตวั ทีมีอยํูแล๎วมา จัดทําเป็นฐานหรือใช๎แหลํงค๎นคว๎า เชํน ห๎องสมุดประชาชน กศน.ตําบล หรือบ๎านหนังสือชุมชน หากเราต๎องจัดฐานตําง ๆ ให๎สอดคล๎องกับกลุํมสาระการเรียนร๎ูก็สามารถดําเนิน การได๎ไมํยาก โดยดึงเอาเน้ือหาท่ีจะสอนมาประยุกต๑ เป็นเกมเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนให๎นักศึกษาได๎เลํน อยาํ งมคี วามร๎ู วตั ถปุ ระสงค์ 1. สงํ เสรมิ และปลูกฝังนสิ ยั รกั การอําน 2. ฝกึ ให๎รู๎จกั ศกึ ษาค๎นควา๎ ดว๎ ยตนเอง 3. ครปู ระยุกตใ๑ ช๎ในการเรียนการสอนในวชิ าของตน ตามกลมุํ สาระการเรยี นรู๎ กล่มุ เป้าหมาย นักเรยี น นกั ศกึ ษา กศน. ระยะเวลา 80 นาที ฐานกิจกรรมอ่านแลว้ เล่า (40 นาที ) วตั ถุประสงค๑ 1. ผเ๎ู ข๎ารวํ มกจิ กรรมกล๎าคิด กล๎าแสดงออก 2. ผเ๎ู ขา๎ รวํ มกจิ กรรมสนุกและมีทัศนคติทีด่ ีทําใหม๎ นี สิ ัยรกั การอําน อุปกรณ๑ 1. ใบความรน๎ู ิทานไดร๎ บั รางวลั ดีเดํนงานสปั ดาหห๑ นังสือแหงํ ชาติ เร่อื ง “เพอ่ื นแท๎” ( 50 แผํน) 2. แบบประเมนิ ความพงึ่ พอใจ ขัน้ ตอนการดาเนนิ กจิ กรรม 1. นักศกึ ษาทัง้ หมดรวํ มกิจกรรมนนั ทนาการ “เพลง สวสั ดี” กํอนปฏิบัติกิจกรรมฐาน 2. วทิ ยากรชี้แจงข๎อปฏิบัติและแจกใบความร๎ูนิทานเรอื่ ง “เพอื่ นแท๎” 3. นกั ศกึ ษาในกลุํมอําน ผ๎ูนาํ กลมํุ แบงํ สมาชกิ ในกลํมุ วาํ ใครแสดงเปน็ ตัวอะไรในนิทานเรื่อง “เพ่ือนแท๎” 4. กําหนดเวลาให๎ฝกึ ซอ๎ ม 5. นกั ศกึ ษาทําการแสดงนิทานเรอ่ื ง “เพอ่ื นแท๎” พร๎อมท้ังใหข๎ ๎อคิดคติเตอื นใจแกํผชู๎ มด๎วย 35 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการพัฒนาทักษะการเรยี นรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั 1. ผู๎ทเ่ี ขา๎ รํวมกิจกรรมมนี ิสัยรักการอาํ นและรู๎ประโยชน๑จากการอํานเพ่ิมมากข้นึ ผ๎ูเข๎ารํวมกจิ กรรมรจ๎ู กั แสวงหาความรจ๎ู ากหนังสือ สอื่ การเรียนร๎ตู ํางๆในห๎องสมุดประชาชน 2. ผู๎ทเี่ ข๎ารํวมกิจกรรมมีความสามคั คีในหมูคํ ณะ การวัดผลประเมนิ ผล สงั เกตพฤติกรรม 36 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
ใบความรู้ เรอ่ื ง เพอื่ นแท้ เม่อื ตะวนั ลอยเดํนเหนือขอบฟาู ลาํ แสงที่สาดฉายทอดมาก็ปลุกชีวติ ทัง้ หลายให๎ตนื่ ขึ้น พร๎อม กบั ความรําเริงยินดี สัตว๑ปุานานานา ชนิด เรมิ่ ออกหากนิ ฝูงนกโบยบินรํอนถลาหาเหยือ่ ทุกหน ทกุ แหํง เตม็ ไปดว๎ ยรอยย้ิมอันแจมํ ใส แตํสําหรับเจ๎าลูกหมีพิการ ซง่ึ กาํ พรา๎ ท้งั พํอและแมํ กลบั มแี ตํความเหงาหงอย เศรา๎ ซึม เมือ่ ถึง เวลาที่จะต๎องออกไปหาอาหารมาเล้ยี งยายผ๎ูมีพระคุณ “อา๎ ยขาเป๋เดินโซเซ อ๎ายขาเกเหไปหันมา... ฮําๆๆ” นีค่ อื เสียงตะโกน ล๎อเลยี นของลกู เสือลายกบั เพ่ือนๆพ๎องดงั ขรม ยงิ่ ไปกวํานนั้ บางครัง้ เจา๎ ลูก หมีพิการ กย็ งั ถูกกลัน่ แกล๎งขว๎างปาเอาอกี ด๎วย ทงั้ ๆทมี่ ันไมํเคยสร๎างความเดอื ดรอ๎ นใหก๎ บั ใครเลย “ยายจา๐ ทําไมขาฉันจงึ พิการอยํางน้ี” เสยี งของเจา๎ ลูกหมพี กิ ารสัน่ เพรํา พร๎อมหยาดนํา้ ตาที่ เอํอรนิ ยายจงึ เลาํ วาํ “วนั หนึ่งเมื่อเจา๎ ยงั เลก็ ได๎เกิดพายุโหมต๎นไม๎ใหญํ โคนํ ลม๎ กง่ิ ไมฟ๎ าดมาโดนขาเจ๎า เจา๎ กเ็ ลยพกิ ารตง้ั แตํนนั้ มา”ยายเลําจบก็ดึงลูกหมีพิการเขา๎ มากอดดว๎ ยความสงสาร “แลว๎ ขาพิการของฉัน มนั เป็นความเลวทใ่ี ครๆต๎องพากนั เกลียดฉนั ดว๎ ยหรอื ยาย” “ความพกิ ารมิใชคํ วามเลว ความชัว่ ตํางหากท่ีเป็นความเลว จงอดทนและหมน่ั ทาํ ความดีเข๎า ไว๎ แม๎วันนย้ี งั ไมํมีใครรกั เจ๎า แตํยายน่ีแหละทีร่ ักเจ๎าอยทํู ุกวนั ” ยายปลอบโยน ลมร๎อนเริ่มพดั ผําน ใบไมส๎ ีเขียวเร่มิ เหย่ี วเฉา ผืนดินบางตอนเริม่ แตกระแหงลาํ ธารเคยมนี ํ้า เออํ ล๎น เรมิ่ แห๎งขอด ปนี ี้แลง๎ กวาํ ปีใดๆ สัญญาณภยั คร้งั ใหญํเกิดขึ้นแลว๎ “ไฟไหมๆ๎ ๆ”เสยี งตะโกนบอกขาํ วร๎ายดงั กอ๎ งไพร สัตวป๑ าุ ทกุ ชนดิ ตํางหอบลกู จงู หลาน หนี ความตายกนั โกลาหล รวมท้ังเจ๎าลกู หมีพกิ ารกบั ยายเฒาํ ดว๎ ย “เพ่ือนๆเราขาแพลง ชวํ ยพยุงเราไปด๎วยเถิด” กระตาํ ยนอ๎ ยออดออ๎ น “เพื่อรัก เราหมดแรงเสียแล๎วชวํ ยอ๎มุ เราไปดว๎ ยเถิด” เจา๎ ลิงวิงวอน “กรุณาเถิดเพอื่ นรกั เรากําลังเป็นไข๎ ชํวยแบกเราไปด๎วย” เจ๎าหมขู อตํอหนา๎ เพ่อื นลกู เสอื ลาย “ตวั ใครตวั มัน! ! !”แลว๎ เจา๎ ลกู เสอื ลายผูม๎ รี าํ งกายสมบรู ณก๑ ็ วิ่งแจ๎นตามแมํและพอํ ของมันไป โดยท้ิงเพื่อนของมนั ไว๎ขา๎ งหลัง สวํ นเจ๎าลกู หมี แม๎ขาของมันจะพิการแตจํ ิตใจของมันกลับมีความ สงสาร มนั ทั้งอุม๎ ทง้ั แบก ท้งั พยงุ เพอ่ื เกเรนั้นหนีภยั อยาํ งทลุ กั ทเุ ล ไฟโหมไหมไ๎ ลหํ ลังใกลเ๎ ข๎ามาแลว๎ เจ๎าลูกหมีขาพกิ ารทงั้ หนักแสนหนกั และเหนื่อยแสนเหน่อื ย แตํมนั กก็ ัดฟันทน จนกระทง่ั มนั พายายและเพ่อื นๆหนไี ฟมาถงึ ริมลําธาร เมอื่ มันโซเซปีนขึน้ ฝัง่ ตรงกนั ขา๎ มไก๎ ความเหนอ่ื ยล๎าทําให๎ลกู หมพี กิ ารรสู๎ ึกหน๎ามืดมนั งง จร ทรงตวั ไมอํ ยํูมันถงึ กับล๎มทรดุ ลง และหมดสตไิ ป 37 ค่มู อื การจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ นและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวดั เลย
ดวงตะวนั แหํงวนั ใหมํขบั ไลรํ าตรีให๎หนไี ปพรอ๎ มกับตัวมันเองไตฟํ ูาลอยตวั สงู ข้นึ ชา๎ ๆ จนพน๎ แนวสนั เขา เจ๎าลกู หมรี ูส๎ กึ ปวดรา๎ วไปทง้ั ราํ ง ขณะทม่ี ันร๎ูสึกตวั ละลืมตาตนื่ มันก็ตอ๎ งพบกบั ความ ประหลาดใจเป็นทส่ี ุด เจา๎ หมโู บกพดั อยูใํ กลๆ๎ เจา๎ กระตํายนวดเฟูนอยูํที่ขา เจ๎าลงิ ยื่นผลไม๎สํงให๎ สัตว๑ ทัง้ หลายตํางมองและสํงยิ้มอนั อบอนุํ ตอ๎ นรบั ลกู หมีพกิ ารยม้ิ ตอบด๎วยความสุขเมือ่ ร๎วู าํ ผลของการท่ีได๎ ทําความดี ด๎วยการให๎ความชํวยเหลอื กบั ทุกชีวิตท่ีประสบทุกขภ๑ ยั คือหนทางของการสรา๎ งความรกั และมติ รแทท๎ ี่ตนปรารถนา ฐานกิจกรรมอ่านแล้วตลี งั กาคดิ ( 20 นาท)ี วัตถุประสงค์ 1. ผู๎เรียนฝกึ คดิ มุมกลบั เพ่ือสรา๎ งความสมดุลแกจํ ิตใจ 2. ฝกึ การไมหํ ลงเกลยี ดหลงชอบอะไรงาํ ยๆ อปุ กรณ์ 1. ใบงาน เร่ือง “อาํ นแลว๎ ตีลังกาคิด” 2. กระดาษปร๏ูฟ จํานวน ๒๐ แผํน 3.ปากกาเคมี จํานวน ๑๐ ด๎าม ข้ันตอนการดาเนนิ กิจกรรม 1. นกั ศึกษาทง้ั หมดรํวมกจิ กรรมนนั ทนาการ “เพลง ฉนั ชอื่ อะไร” กอํ นปฏบิ ตั ิกิจกรรม ฐาน 2. วิทยากรชีแ้ จงข๎อปฏบิ ัติและแจกใบความงาน อาํ นแล๎วตลี งั กาคิด ใหก๎ ับสมาชกิ ทกุ คน 3. วิทยากรประจําฐานสนทนากบั สมาชกิ กลุํมในการคดิ วิเคราะห๑ วาํ ไมมํ สี ่ิงใดดี หรือไมดํ ี ไปหมด ถา๎ รจ๎ู ักมองในมุมกลบั กนั อาจจะตรงข๎ามก็ได๎ 4. ใหส๎ มาชกิ ในกลุมํ รํวมกันคดิ และเขียนคําตอบตามหวั ขอ๎ ที่ให๎ แลว๎ นาํ มาอํานสรุป ตอนทา๎ ย 5. นักศึกษารํวมกิจกรรมนันทนาการ “ เกมส๑ เปุายงิ ฉุบ” ข้นั วิเคราะห์ สรุป และประยุกตใ์ ช้ สมาชิกภายในกลํมุ รวํ มกันอภิปรายเรื่องทีเ่ ขยี นข้นึ มา ชวํ ยกนั แสดงความคดิ เห็น และนาํ ขอ๎ คิดทไ่ี ดไ๎ ปประยุกตใ๑ ช๎ในชวี ติ ประจาํ วันได๎ 38 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
ใบงานเรือ่ ง อา่ นแล้วตลี งั กาคิด วนั นเี้ รามาตีลงั กาคดิ กนั ดีกวาํ คดิ อะไรแปลก ไมเํ หมือนใคร ฝกึ คิดไว๎ สมองฉับไว ดจี งั เลย --------------------------------------------------------------------- 1. ใหเ๎ ขยี นความนาํ สงสารของ “ผีปอบ” ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. ใหเ๎ ขียนความนําเกลียดนาํ กลัวของ “ไอศกรีม” ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ใหเ๎ ขียนความนํารักของ “ก้งิ กือ” ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 39 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จังหวดั เลย
ฐานกิจกรรมอ่านแลว้ ทาย ( 20 นาท)ี วัตถปุ ระสงค์ 1. ผ๎เู รียนได๎ฝกึ อําน แลว๎ สามารถตอบคําถามไดถ๎ ูกตอ๎ ง 2. ผู๎เรียนไดฝ๎ ึกทักษะคดิ วเิ คราะห๑ อปุ กรณ์ 1. ใบงาน เร่อื ง “อาํ นแลว๎ ทาย” (ถํายเอกสาร 200 แผํน) 2. ลูกอม จํานวน 2 หอํ ขน้ั ตอนการดาเนนิ กิจกรรม 1. นักศกึ ษาท้งั หมดรวํ มกจิ กรรมนนั ทนาการ“ เกมส๑ เปุายงิ ฉบุ ” กอํ นปฏิบัติกิจกรรมฐาน 2. วิทยากรชี้แจงขอ๎ ปฏบิ ัติและแจกใบความงาน อาํ นแล๎วทาย ใหก๎ ับสมาชิกทุกคน 3. ใหเ๎ ลือกตัวแทนกลมุํ ออกมาอํานเทําจํานวนคาํ กลอนทจ่ี ะทาย เพื่อเปิดโอกาสให๎ นกั ศกึ ษาในกลมํุ ได๎ฝกึ การอําน 4. ชํวยกันคดิ และตอบคําถาม จากนนั้ วทิ ยากรก็จะเฉลยคําตอบ 5. นกั ศกึ ษารวํ มกจิ กรรมนนั ทนาการ ผลที่คาดวา่ จะได้รับ 1. ผู๎เข๎ารํวมกจิ กรรมมีนิสยั รกั การอาํ นและรป๎ู ระโยชน๑จากการอํานเพม่ิ มากข้ึน 2. ผ๎ูเขา๎ รํวมกจิ กรรมรจู๎ ักแสวงหาความรูจ๎ ากหนังสือ สือ่ การเรยี นร๎ูตํางๆในหอ๎ งสมุด ประชาชน 3. ผ๎เู ข๎ารวํ มกจิ กรรมมีความสามัคคีในหมํคู ณะ การวดั ผลประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรม 2. ใบงาน 40 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จงั หวดั เลย
ใบงาน เรือ่ ง อ่านแล้วทาย คาเตือนกอ่ นตอบ (ฮ่าๆๆๆ) 1. อาํ นคํากลอนทัง้ บทเพ่อื ใหเ๎ ข๎าใจความหมายรวม 2. อํานใหเ๎ พอ่ื นในกลุํมฟงั ดว๎ ย 3. ควรเติมคําใดลงในชํองวํางให๎ถกู ตอ๎ ง 4. ใครทายถกู มากที่สดุ มรี างวลั 4.1 ตวั อะไรยังออํ นคล๎ายหนอนหนา ชื่อขนมกนิ กบั งารสเคม็ หวาน ช่อื ซอสเี สียงสูงจงั แหลมกังวาน ขอไขขาน ด อยํูหนา๎ ตอบมาเอย................................................(ด้วง) 4.2 ข๎าวอะไรใชค๎ ั่วตาํ ทาํ ขนม ช่ือแมลงโงํงมหลงแสงสี ชือ่ ไมต๎ น๎ ผลกนิ ไดอ๎ รอํ ยดี ชอ่ื อยํางน้ีสามความหมายลองทายเอย........................................(เม่า) 4.3 คาํ อะไรคือกว๎างขวางนกั เรารจู๎ กั ชอ่ื ต๎นไม๎ใบจักสาน นาฬกิ าเดินเพราะมันชวํ ยบนั ดาล โปรดสอบทานหาคาํ ทายให๎เหมาะเอย.......................................(ลาน) 4.4 สํวนลํางของต๎นไมเ๎ รยี กใดหนา พอ๎ งช่อื เห็ดรสโอชานาํ สงสยั เป็นช่ือตวั หมากรกุ บุกทแยงไป คาํ อะไรไมํยากหากคิดเอย..........................................................(โคน) 4.5 ชา๎ งพลายมีอะไรใหแ๎ ตํงบ๎าน พ๎องชอื่ พืชทาํ อาหารและขนม เคร่ืองดกั ปลาแตํกอํ นคนนยิ ม คําเหมาะสมคืออะไรตอบไวเอย..................................................(งา) 4.6 วัสดอุ ะไรใชเ๎ ย็บผ๎า พ๎องช่อื ปลาจาํ ไดไ๎ หมจะ๏ หนู อีกทง้ั ชอ่ื ดอกไม๎วันไหว๎ครู 41 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จังหวดั เลย
พนิ ิจดคู ําอะไรตอบไวเอย.............................................................(เขม็ ) 4.7 อะไรเอยํ อยูํเสยี ดฟูาหญา๎ สงู กวาํ ใช๎เรยี กสํวนงอกออกมาอยํบู นหัว พอ๎ งช่ือนกมรี าคาแพงนํากลวั เป็นสรรพนามแทนตวั คนอนื่ เอย..................................................(เขา 42 ค่มู ือการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการอ่านและการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จังหวัดเลย
แนวคิดการจัดกิจกรรม การจดั กิจกรรมอํานคดิ พิชติ บงิ โก “เรยี นรสู๎ ระภาษาไทย” เปน็ กจิ กรรมท่ีต๎องการให๎ผู๎เรียน เกิดการเรียนรู๎ในการอําน และเข๎าใจในการผสมสระในภาษาไทยเป็นคําตํางๆท่ีอยํูบนแผํนบิงโก โดยอาศัยหลักการจํา การอํานที่ให๎ บิงโก เป็นตัวเช่ือมโยงให๎เกิดการเรียนรู๎อยํางสนุกสนานผู๎เรียน สามารถเรยี นรู๎และจดจําไดโ๎ ดยไมํตอ๎ งเครยี ด การเรยี นภาษาไทยจะไมนํ ําเบอื่ อกี ตํอไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสงํ เสรมิ ให๎ผ๎เู ขา๎ รํวมกจิ กรรมมคี วามสามารถด๎านการอํานเรียนร๎ูสระภาษาไทย โดยใช๎บงิ โก 2. เพ่อื ให๎ผ๎เู ข๎ารํวมกิจกรรมไดฝ๎ กึ ความจํามีสมาธเิ กิดความสนกุ สนาน สามารถนําไปใช๎ใน ชีวติ ประจําวันได๎ สอ่ื และอปุ กรณ์ 1. กระดาษขนาด A4 2. กรรไกร + ไม๎บรรทัด 3. แผนํ บิงโก (สระภาษาไทย) 4. ตัววางบิงโก การจัดกิจกรรม ข้ันเตรียม 1. จดั เตรียมวสั ดุ อุปกรณ๑ ให๎พรอ๎ มสําหรับผ๎ูเขา๎ รํวมกจิ กรรม 2. จดั ทาํ แผํนบงิ โก (สระภาษาไทย) แลว๎ นําไปเคลอื บให๎สวยงาม 3. ตัดกระดาษ เป็นสเ่ี หลีย่ มหรือแบบใดก็ได๎ตามท่ตี อ๎ งการเปน็ เครื่องหมาย เพ่ือทําเป็น ตวั วางบิงโก ขนั้ จัดกิจกรรม 1. แจกแผํนบงิ โก (สระภาษาไทย)ให๎กบั ผ๎ูเข๎ารวํ มกิจกรรมคนละ 1 แผํน 2. ใหต๎ ัวแทนผ๎ูเขา๎ รวํ มกจิ กรรมอาํ น สระภาษาไทย จากแผํนบงิ โก 1 ตวั แลว๎ ขาน บอกผูเ๎ ข๎ารํวมกิจกรรม เพอ่ื ทาํ เครอื่ งหมายบนตัวสระในแผํนบิงโก 3. ผ๎เู ข๎ารํวมกิจกรรมทาํ เคร่อื งหมายบนตวั สระในแผํนบิงโกของตนเอง 4. ทําซ้าํ ไปเรอ่ื ยๆ 5. ผ๎เู ขา๎ รํวมกิจกรรมที่สามารถวางเครอื่ งหมายบนตัวสระในแผํนบงิ โกของตนเองเรยี ง ตามแถวใดแถวหนึ่ง ไดต๎ ามท่กี ําหนดถอื วาํ เปน็ ผู๎ชนะ 43 ค่มู อื การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการพฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ สานักงาน กศน.จงั หวัดเลย
การประเมินผล ผลคะแนนการแขงํ ขัน ประโยชนท์ ี่ได้รับ ผู๎เข๎ารํวมกิจกรรมสามารถอํานเรียนร๎ูสระภาษาไทย จาก บิงโก มีทักษะในการจํา การฟัง และมีสมาธิเกิดความสนใจและสนุกสนาน เกิดการเรียนร๎ู ด๎วยการลงมือปฏิบัติจริง ชํวยในการ พัฒนาการเรียนร๎ู สระภาษาไทย ของผู๎เข๎ารํวมกิจกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนําไปใช๎ใน ชีวิตประจาํ วันได๎ ขอ้ เสนอแนะ บรรณารักษ๑สามารถปรับเปล่ียนและเตรียมแผํนบิงโก ในรูปแบบตํางๆได๎ เชํน บิงโก เรียนรู๎ พยัญชนะไทย บิงโก เรียนร๎ูภาษาอังกฤษ บิงโก เรียนร๎ูคณิตศาสตร๑ เป็นต๎น เพื่อให๎ผ๎ูเข๎ารํวม กจิ กรรมมีสํวนรวํ มในเลือกกิจกรรมท่สี นใจโดยการแบงํ กลุํมๆ ทําใหเ๎ กดิ การเรียนร๎ูอยํางทว่ั ถงึ และเกิด ความประทบั ใจกบั ผู๎เขา๎ รํวมกิจกรรม ภาพกิจกรรม 44 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ นและการพัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
แนวคดิ การจดั กจิ กรรม กิจกรรม “เขียนด๎วยเชือก เลํนด๎วยสี” เป็นกิจกรรมสํงเสริมการอํานการเรียนรู๎ เรียนรู๎แล๎ว นาํ มาสร๎างสรรค๑เป็นชิ้นงาน ฝึกความรู๎ ความสามารถทางด๎านศิลปะ ทําให๎นักศึกษา กศน.ท่ีเข๎ารํวม กจิ กรรมไดใ๎ ช๎จนิ ตนาการในการทาํ ภาพพิมพต๑ ําง ๆ ในรปู แบบของการสร๎างงานศิลปะ ทําให๎ผ๎ูเข๎ารํวม กิจกรรมเกิดการพัฒนาทักษะด๎านความคิด จินตนาการ และทางด๎านรํางกาย ตํอยอดความรู๎นําไป ประกอบอาชีพด๎านงานศิลปะในอนาคต วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือสํงเสริมให๎ผู๎เรยี นไดอ๎ ําน และนาํ ความร๎ูที่ได๎จากการอํานมาสร๎างสรรคเ๑ ปน็ ชิ้นงาน 2. เพื่อใหผ๎ ู๎เรยี นไดใ๎ ช๎เวลาวาํ งใหเ๎ กิดประโยชน๑ ฝึกสมาธิ และฝกึ ฝนทางดา๎ นงานศลิ ปะ กลุ่มเปา้ หมาย นักศกึ ษา กศน. ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม 30 – 50 นาที สอื่ และอปุ กรณ์ 1. กระดาษขนาด A4 2. กรรไกร + ไมบ๎ รรทดั 3. เชือกขาว 4. สีโปสเตอร๑ + พํูกัน ขั้นตอนการดาเนนิ งาน ขน้ั เตรียม 1. ผูจ๎ ัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อปุ กรณ๑ กระดาษ A4 กรรไกร เชอื กขาว สโี ปสเตอร๑ พูกํ ัน 2. จัดเตรยี ม เชอื กขาว ขนาด 30 ซม. ข้ันจัดกิจกรรม 1. ใหผ๎ เู๎ ขา๎ รํวมกจิ กรรมอาํ นหนงั สือศลิ ปะเกีย่ วกบั การประดษิ ฐ๑ เทคนิคการใช๎สี 2. เทสีโปสเตอร๑ลงบนจานสี และใชพ๎ กํู นั ผสมสี จากน้นั นําเชอื กขาวมาทาสีตามต๎องการ 3. นําเชือกขาวท่ีทาสีแล๎วมาวางบนกระดาษ A4 ขดเชือกตามจินตนาการเหลือปลาย เชือกไว๎ แล๎วนํากระดาษ A4 อีกแผํนมาวางทับอีกคร้ัง ใช๎มือกดทับด๎านบน และดึงเชือกออกจาก กระดาษ A4 45 ค่มู อื การจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการอ่านและการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
4. เสร็จแล๎วเปดิ กระดาษ A4 ออก กจ็ ะไดภ๎ าพพมิ พร๑ ปู ตาํ ง ๆ ประโยชน์ท่ไี ด้รับจากการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่าน และการเรยี นรู้ 1. ผูเ๎ ข๎ารํวมกจิ กรรมใชเ๎ วลาวํางให๎เกิดประโยชน๑ 2. สงํ เสรมิ จินตนาการ ความคดิ สรา๎ งสรรค๑ใหก๎ ับผเ๎ู ข๎ารวํ มกจิ กรรม การประเมนิ ผล การสงั เกตพฤติกรรม ภาพกจิ กรรม 46 ค่มู อื การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จังหวัดเลย
แนวคิดการจัดกิจกรรม กิจกรรม ประดิษฐ๑สายคล๎องหน๎ากากอนามัย เป็นกิจกรรมสํงเสริมการอํานการเรียนร๎ู เพอื่ สงํ เสริมอาชพี โดยใหผ๎ ๎เู ข๎ารํวมกิจกรรมเรียนรู๎วิธีการทําสายคลอ๎ งหนา๎ กากแบบงําย ใช๎ประโยชน๑ได๎ จริงในสถานการณ๑การแพรํระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนํา - 2019 (โควิด - 19) วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ ใหส๎ งํ เสรมิ และกระต๎ุนใหผ๎ ู๎เขา๎ รํวมกิจกรรมมีนสิ ยั รกั การอาํ น และเกดิ การเรยี นร๎ู อํานแล๎วสร๎างสรรค๑เปน็ ชนิ้ งาน 2. เพื่อให๎ผเ๎ู ข๎ารวํ มกจิ กรรม ฝกึ สมาธิ กระตุน๎ ความคิดสรา๎ งสรรค๑ 3. เพอื่ ใหผ๎ ู๎เข๎ารวํ มกจิ กรรมได๎บริหารกล๎ามเนือ้ มอื กล่มุ เป้าหมาย นักศึกษา กศน. ระยะเวลาในการจดั กิจกรรม 1 ชัว่ โมง ส่อื และอปุ กรณ์ 1. ริบบ้นิ ผา๎ 2. ลวดเสยี บกระดาษ 3. กรรไกร 4. อุปกรณ๑ตกแตํง 5. กาวแทงํ 6. หํวง ข้ันตอนการดาเนินงาน ขั้นเตรียม 1. ผจ๎ู ัดกิจกรรมเตรียม วสั ดุ อุปกรณ๑ตกแตํง รบิ บ้ินผ๎า ลวดเสียบกระดาษ หวํ ง กาวแทงํ และกรรไกร 2. ผจู๎ ดั กิจกรรม เตรยี มริบบ้นิ ผา๎ ใหม๎ ีความยาว ขนาด 90 ซม. ข้ันจดั กจิ กรรม 1. อํานใบความรเ๎ู ร่อื งการทําสายคล๎องหน๎ากากอนามยั 47 ค่มู อื การจดั กิจกรรมส่งเสริมการอา่ นและการพฒั นาทักษะการเรยี นรู้ สานกั งาน กศน.จงั หวัดเลย
Search