Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปัจจัยทำนายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยติดเชื้อฯ

ปัจจัยทำนายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยติดเชื้อฯ

Published by KhonThai4.0 Admin, 2022-01-18 10:18:21

Description: ปัจจัยทำนายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยติดเชื้อหรือผู้ถูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 โดย ศ.ดร. นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล

Search

Read the Text Version

การวจิ ยั ครง้ั นเ้ี ปน็ การวจิ ยั เชงิ ทำ� นายทำ� การศกึ ษาทงั้ เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ(predictive mixed method study) เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ระหวา่ งเดอื นตลุ าคม 2563 ถงึ พฤษภาคม 2564 1. ประชาชนและกลุ่มตัวอย่าง ประชาชน คือ ประชาชนทีอ่ าศัยอยใู่ น 77 จงั หวดั ของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง การเลือกกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิงปริมาณ เป็นการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) โดยเลือกจังหวัดท่ีมีผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน จ�ำนวนมากเป็นอันดับ 1-2 ในแต่ละภาค รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ได้จังหวัดท่ีท�ำ การศึกษาจ�ำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จงั หวดั นครราชสมี า และจงั หวดั ยะลา หลงั จากนนั้ เลอื กชมุ ชนทม่ี ผี ทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ โควดิ 19 หรอื ผถู้ กู กกั กนั แลว้ สมุ่ เลอื กประชาชนทอี่ าศยั อยใู่ นชมุ ชนดงั กลา่ วเขา้ รว่ มโครงการวจิ ยั โดยใชว้ ธิ กี ารสมุ่ อยา่ งงา่ ย (simple random sampling) เพอื่ ใหไ้ ดก้ ลมุ่ ตวั อยา่ ง 500 คน ตอ่ จงั หวดั รวมทง้ั สนิ้ 2,500 คน การกำ� หนดขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งทต่ี อบแบบสอบถาม ผวู้ จิ ยั กำ� หนดขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใชก้ ฎแหง่ การปฏบิ ตั ิ (rule of thumb) ทชี่ แู มคเกอร์ และ โลแมกซ์ แฮร์ และคณะ68 ซง่ึ กำ� หนดวา่ ขนาดของกลมุ่ ตวั อยา่ งในการวเิ คราะหป์ จั จยั ทำ� นาย คอื 20 คนตอ่ 1 ตวั แปร โดยการศกึ ษาครงั้ นค้ี าดวา่ มตี วั แปรทต่ี อ้ งการศกึ ษาทง้ั สน้ิ 25 ตวั แปร กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิงคุณภาพ เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) ซงึ่ กลมุ่ ตวั อยา่ งไดม้ าจากการใหเ้ จา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ ของชมุ ชน เป็นผู้คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุม โ ควดิ 19 ในชุมชน โดยคัดเลือกผนู้ �ำชมุ ชนมา 15 คนตอ่ จังหวดั รวมทัง้ สิน้ 75 คน คณุ สมบัตติ ามเกณฑค์ ดั เขา้ (inclusion criteria) ของกลุ่มตัวอยา่ งส�ำหรับการศึกษา เชิงปริมาณและคุณภาพ 1. อายุ 18 ปขี น้ึ ไป อาศยั อยใู่ นกรงุ เทพมหานคร จังหวัดชลบรุ ี จังหวัดเชยี งใหม่ จงั หวดั นครราชสมี า หรอื จงั หวัดยะลา 2. สือ่ สารโดยใชภ้ าษาไทยได้ 3. ยนิ ยอมเข้าร่วม และใหค้ วามรว่ มมือในการวิจัยครัง้ นี้ 50 ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยตอ่ ผูท้ ี่เคยตดิ เชอ้ื หรอื ผู้ถูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

คณุ สมบตั ติ ามเกณฑค์ ดั ออก (exclusion criteria) ของกลมุ่ ตวั อยา่ งสำ� หรบั การศกึ ษา เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ คอื มเี หตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ ทที่ ำ� ใหไ้ มส่ ามารถตอบแบบสอบถามหรอื ให้ขอ้ มลู การสัมภาษณไ์ ด้ครบถว้ น 2. เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการวิจัย การศกึ ษาวจิ ยั ครง้ั นี้ ผวู้ จิ ยั ไดพ้ ฒั นาเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู จากการทบทวน เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง มีรายละเอียดดงั น้ี 1. เคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คือ แบบสอบถามปัจจัยท�ำนาย การปฏิบตั ขิ องประชาชนต่อผทู้ เี่ คยตดิ เช้อื โควดิ 19 หรอื ผถู้ กู กักกัน และผลกระทบจาก การระบาดของโควิด 19 ประกอบด้วย 8 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามขอ้ มลู ทัว่ ไปของกลุม่ ตวั อยา่ ง สว่ นท่ี 2 แบบสอบถามความคดิ เหน็ ตอ่ บรบิ ทแวดลอ้ มทมี่ ผี ลตอ่ การปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั โควดิ 19 ของประชาชนต่อผ้ทู ่เี คยตดิ เช้อื โควดิ 19 หรือผูถ้ กู กกั กนั ส่วนที่ 3 แบบสอบถามการปฏิบตั ิตอ่ ผู้ท่ีเคยติดเช้อื โควิด 19 หรอื ผู้ถกู กกั กัน สว่ นท่ี 4 แบบสอบถามความรูเ้ ก่ยี วกบั โควดิ 19 ส่วนที่ 5 แบบสอบถามทัศนคตติ อ่ ผู้ท่ีเคยตดิ เชื้อโควดิ 19 หรอื ผถู้ ูกกกั กนั ส่วนท่ี 6 แบบสอบถามการรบั รขู้ อ้ มูลขา่ วสารเกย่ี วกับโควดิ 19 สว่ นท่ี 7 แบบสอบถามผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ส่วนท่ี 8 แบบสอบถามสุขภาพจิต 1สว่ นท่ี >> แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย จังหวัดท่ีพักอาศัย อายุ เพศ อาชพี ระดบั การศกึ ษาสงู สดุ ศาสนา จำ� นวนสมาชกิ ในครอบครวั จำ� นวนสมาชกิ อายุไม่เกิน 1 ปี จ�ำนวนสมาชิกอายุ 60 ปีขึ้นไป จ�ำนวนสมาชิกในครอบครัว ที่มีโรคประจ�ำตัว ความเพียงพอของพื้นที่บ้านส�ำหรับการเว้นระยะห่างทางสังคม ฐานะทางครอบครัว การได้รับเงินเยียวยา จ�ำนวนผู้ทีเ่ คยติดเช้ือโควดิ 19 ในชมุ ชนและ ในครอบครวั จำ� นวนผถู้ กู กกั กนั ในชมุ ชนและในครอบครวั ความเพยี งพอของแอลกอฮอล์ ทำ� ความสะอาดมอื การพกแอลกอฮอลท์ ำ� ความสะอาดมอื ตดิ ตวั การสวมหนา้ กากอนามยั ปจั จัยทำ�นายการปฏิบตั ขิ องประชาชนไทยต่อผ้ทู เี่ คยติดเชอ้ื 51 หรือผู้ถกู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

การเว้นระยะหา่ งทางสังคม และแหลง่ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโควิด 19 มีจำ� นวน 21 ข้อ โดยลกั ษณะข้อค�ำถามเปน็ แบบปลายปิดและแบบปลายเปดิ 2สว่ นท่ี >> แบบสอบถามความคิดเห็นต่อบริบทแวดล้อมท่ีมีผลต่อการปฏิบัติการป้องกัน โควิด 19 ของประชาชนต่อผทู้ ่เี คยตดิ เชื้อโควดิ 19 หรอื ผถู้ ูกกักกนั ประกอบด้วย บริบท แวดลอ้ มระดบั บคุ คล ระดบั ระหวา่ งบคุ คล ระดบั องคก์ ร ระดบั ชมุ ชน และระดบั นโยบาย สาธารณะ มีจ�ำนวน 21 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) แบ่งเป็น 4 ระดับ โดยก�ำหนดให้ผู้ตอบเลือกเพียงค�ำตอบเดียวดังน ี้ เห็นดว้ ยอย่างย่งิ (4 คะแนน) เหน็ ด้วย (3 คะแนน) ไมเ่ หน็ ด้วย (2 คะแนน) และไม่เห็น ดว้ ยอย่างย่งิ (1 คะแนน) การแปลผล โดยแบง่ ชว่ งคะแนนความคดิ เหน็ ตอ่ บรบิ ทแวดลอ้ มทม่ี ผี ลตอ่ การปฏบิ ตั ิ การปอ้ งกนั โควดิ 19 เปน็ 3 ระดบั 69 ดงั น้ี ช่วงคะแนน 21-41 คะแนน หมายถงึ ระดับตำ่� ช่วงคะแนน 42-62 คะแนน หมายถงึ ระดบั ปานกลาง ชว่ งคะแนน 63-84 คะแนน หมายถึง ระดบั สงู 3สว่ นที่ >> แบบสอบถามการปฏิบัติต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน มีจ�ำนวน 27 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) แบ่ง เป็น 4 ระดับ คือ เห็นด้วยอย่างย่ิง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยอย่างย่ิง โดยกำ� หนดใหผ้ ูต้ อบเลอื กเพียงคำ� ตอบเดยี วดงั น้ี ปฏิบัติทกุ คร้งั (4 คะแนน) ปฏบิ ตั ิบ่อย ครงั้ (3 คะแนน) ปฏบิ ัตบิ างครั้ง (2 คะแนน) และไม่ปฏบิ ตั ิ (1 คะแนน) การแปลผล โดยแบ่งช่วงคะแนนการปฏิบัติต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 หรือ ผ ู้ถกู กกั กนั เปน็ 3 ระดับ69 ดังน้ี ชว่ งคะแนน 27-53 คะแนน หมายถงึ ระดับตำ่� ชว่ งคะแนน 54-80 คะแนน หมายถึง ระดบั ปานกลาง ช่วงคะแนน 81-108 คะแนน หมายถึง ระดบั สูง 52 ปจั จัยทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยต่อผู้ทีเ่ คยติดเชอื้ หรอื ผู้ถูกกกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

4สว่ นท่ี >> แบบสอบถามความรเู้ กย่ี วกบั โควดิ 19 ประกอบดว้ ย ความรพู้ น้ื ฐานเกย่ี วกบั โควดิ 19 และวิธีการป้องกันโควิด 19 ได้แก่ ความรู้เรื่องโรค อาการของโรค วิธีการติดต่อ การรกั ษาการทำ� ความสะอาดมอื การสวมหนา้ กากอนามยั การดแู ลสขุ อนามยั สว่ นบคุ คล การเว้นระยะห่างทางสังคม และการท�ำความสะอาดและการท�ำลายเช้ือในส่ิงแวดล้อม มีจ�ำนวน 30 ข้อ ค�ำตอบเป็นแบบถูกและผิด เกณฑ์การให้คะแนน คือ ตอบถูกได ้ 1 คะแนน และตอบผดิ ได้ 0 คะแนน แบบสอบถามมีคะแนนรวม 30 คะแนน การแปลผล โดยแบ่งคะแนนองิ ตามเกณฑ์การประเมนิ ดงั นี้69, 70 คะแนนเท่ากับหรอื มากกว่า 24 มีความรูร้ ะดบั สงู คะแนนตั้งแต่ 18-23 มีความรรู้ ะดบั ปานกลาง คะแนนเทา่ กบั หรือน้อยกว่า 17 มีความรูร้ ะดบั ตำ่� 5สว่ นที่ >> แบบสอบถามทศั นคตติ ่อผทู้ เ่ี คยตดิ เชือ้ โควดิ 19 หรอื ผถู้ ูกกกั กนั มีจ�ำนวน 15 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) แบ่งเป็น 10 ระดับ ดังน้ี ทัศนตทิ างบวก ทศั นคติทางลบ เห็นด้วยอยา่ งยงิ่ เท่ากบั 10 คะแนน 1 คะแนน ไมเ่ ห็นดว้ ยอยา่ งยิ่ง เท่ากบั 1 คะแนน 10 คะแนน การแปลผล โดยแบ่งช่วงคะแนนทศั นคตติ ่อผูท้ เี่ คยตดิ เชือ้ โควดิ 19 หรอื ผ้ถู กู กกั กนั เปน็ 3 ระดบั 69 ดงั น้ี ชว่ งคะแนน 15-59 คะแนน หมายถึง ระดบั ต่�ำ ช่วงคะแนน 60-104 คะแนน หมายถงึ ระดับปานกลาง ช่วงคะแนน 105-150 คะแนน หมายถึง ระดับสงู ปจั จัยทำ�นายการปฏิบตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผทู้ ีเ่ คยติดเชอื้ 53 หรอื ผถู้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

6ส่วนท่ี >> แบบสอบถามการรับร้ขู อ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกับโควดิ 19 ประกอบด้วย ขอ้ มูลขา่ วสาร เกย่ี วกบั โรค อาการของโรค วธิ กี ารตดิ ตอ่ วธิ กี ารปอ้ งกนั โควดิ 19 และแหลง่ ขอ้ มลู ขา่ วสาร มีจ�ำนวน 24 ข้อ ลักษณะข้อค�ำถามเป็นค�ำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ เห็นด้วยอย่างยิ่ง (4 คะแนน) เห็นด้วย (3 คะแนน) ไมเ่ หน็ ดว้ ย (2 คะแนน) และไมเ่ ห็นด้วยอย่างยิง่ (1 คะแนน) การแปลผล โดยแบ่งช่วงคะแนนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับโควิด 19 เป็น 3 ระดับ69 ดังนี้ ชว่ งคะแนน 24-47 คะแนน หมายถงึ ระดบั ต�่ำ ชว่ งคะแนน 48-71 คะแนน หมายถึง ระดบั ปานกลาง ชว่ งคะแนน 72-96 คะแนน หมายถงึ ระดับสงู 7ส่วนที่ >> แบบสอบถามผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ประกอบด้วย ผลกระทบ ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจ�ำวันของตนเอง ด้านครอบครัว ด้านวัฒนธรรม/ประเพณี/ วิถีชีวิตของชุมชน ด้านการศึกษาของตนเอง และ/หรือบุตรหลาน ด้านสุขภาพและ การป้องกันโรค ด้านเศรษฐกิจ และด้านจิตใจ จ�ำนวน 48 ข้อ ลักษณะแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) แบง่ เป็น 4 ระดบั คอื มาก (4 คะแนน) ปานกลาง (3 คะแนน) นอ้ ย (2 คะแนน) และไมก่ ระทบ (1 คะแนน) การแปลผลท�ำ โดยแบ่งช่วงคะแนนผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 เป็น 3 ระดับ69 ดังน้ี ช่วงคะแนน 48-95 คะแนน หมายถงึ ระดับต�ำ่ ชว่ งคะแนน 96-143 คะแนน หมายถงึ ระดับปานกลาง ช่วงคะแนน 144-192 คะแนน หมายถึง ระดบั สงู 8สว่ นท่ี >> แบบสอบถามสุขภาพจติ ผวู้ ิจัยประเมินโดย แบบประเมินภาวะซึมเศรา้ วิตกกงั วล และเครียด (Depression Anxiety Stress Scale: DASS-21) ฉบับภาษาไทย พัฒนา โดย สุกลั ยา สว่าง และคณะ71 ซงึ่ มีจำ� นวน 21 ขอ้ โดยมีคา่ ความเชื่อม่นั (Cronbach’s alpha coefficient) ของเคร่ืองมือเท่ากบั 0.75 ด้านภาวะซึมเศร้าเทา่ กับ 0.82 ภาวะ วิตกกงั วลเทา่ กับ 0.78 และความเครียดเท่ากับ 0.69 เกณฑ์การให้คะแนนในแตล่ ะข้อ มคี ะแนนระหว่าง 0-3 คะแนน โดยแบง่ เป็น 1) ดา้ นภาวะซึมเศรา้ ประกอบด้วย ค�ำถาม 54 ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ทีเ่ คยตดิ เชอ้ื หรือผูถ้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ขอ้ 3, 5, 10, 13, 16, 17, 21 2) ด้านภาวะวติ กกังวล ประกอบด้วยค�ำถามขอ้ 2, 4, 7, 9, 15, 19, 20 และ 3) ด้านความเครยี ด ประกอบด้วยคำ� ถามข้อ 1, 6, 8, 11, 12, 14, 18 โดยมเี กณฑใ์ นการแปลผลคา่ คะแนน ดงั น้ี ระดับ ปกติ เล็กน้อย ปานกลาง รนุ แรง รุนแรงมาก ภาวะวิตกกังวล 0-3 4-5 6-7 8-9 10+ ความเครียด 0-7 8-9 10-12 13-16 17+ ภาวะซึมเศรา้ 0-4 5-6 7-10 11-13 14+ 2. เครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาเชิงคณุ ภาพ ประกอบด้วย 2.1 แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม มีลักษณะ เป็นแบบก่งึ โครงสร้าง (semi-structured interview) ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 2.1.1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ประกอบด้วย สถานท่ีท�ำงาน จงั หวัด ตำ� แหนง่ เพศ อายุ บทบาทหนา้ ทีท่ ่เี กี่ยวขอ้ งกับการป้องกนั ควบคุม การแพร่ระบาดของโควิด 19 จ�ำนวนผู้ติดเช้ือโควิด 19 ในหมู่บ้าน หรือต�ำบล แหล่งของเช้ือหรือวิธีการที่ได้รับเชื้อโควิด 19 จ�ำนวนผู้ถูก กักกันโควิด 19 ในหมู่บ้านหรือต�ำบล และแหล่งของเช้ือหรือวิธีการท่ีได้ รบั เชอื้ โควดิ 19 โดยลกั ษณะขอ้ คำ� ถามเปน็ แบบปลายปดิ และแบบปลายเปดิ 2.1.2 แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงของโควิด 19 และ ผลกระทบจากนโยบายหรือมาตรการในการป้องกันโควิด 19 ของรัฐบาล ต่อการด�ำเนินชีวิตของคนในชุมชน มาตรการต่าง ๆ ของรัฐในชุมชน ขอ้ เสนอแนะเกยี่ วกบั วถิ ชี วี ติ ปกตริ ปู แบบใหมข่ องคนในชมุ ชน และขอ้ เสนอ แนะเชงิ นโยบายในการจดั การปัญหาโควิด 19 ในชุมชน 2.2 ผ้วู ิจัย มคี ุณสมบตั ิ ดงั นี้ 2.2.1 มีประสบการณใ์ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเชงิ คณุ ภาพ 2.2.2 เขา้ รว่ มประชมุ เตรยี มความพรอ้ มสำ� หรบั การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ ของการวิจัยคร้งั น้ี 2.3 เทปบันทึกเสียง ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผู้ทเ่ี คยตดิ เช้ือ 55 หรอื ผ้ถู ูกกักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

การตรวจสอบคณุ ภาพของเครอ่ื งมือ ความตรงของเนอื้ หา (content validity) ผวู้ จิ ัยไดต้ รวจสอบความตรงตามเนื้อหา ของแบบสอบถามและแบบสมั ภาษณ์ โดยใหผ้ ู้ทรงคณุ วุฒิ จ�ำนวน 6 ทา่ น ประกอบดว้ ย แพทย์ผู้เชยี่ วชาญดา้ นระบาดวทิ ยาหรือโรคติดเช้ือ 2 ท่าน พยาบาลควบคมุ การติดเชอื้ 2 ทา่ น และนกั วชิ าการสาธารณสขุ 2 ทา่ น ทำ� การตรวจสอบความครอบคลมุ ของเนอื้ หา และความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ในแบบสอบถาม แล้วน�ำมาค�ำนวณหาค่าดัชน ี ความตรงตามเนอ้ื หา (Content Validity Index: CVI) ได้คา่ เทา่ กับ 0.99 ซง่ึ เป็นค่าของ เครือ่ งมือทง้ั ฉบับ นอกจากน้ีผูว้ ิจยั ได้คำ� นวณค่า CVI ของเครอ่ื งมือตามตวั แปรที่ศกึ ษา ไ ด้ค่า CVI ดังนี้ 1. แบบสอบถามความคิดเห็นต่อบริบทแวดล้อมที่มีผลต่อการปฏิบัติการป้องกัน โควิด 19 ของประชาชนต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน ได้ค่า CVI เท่ากบั 0.99 2. แบบสอบถามการปฏิบัติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน ได้ค่า CVI เทา่ กับ 1 3. แบบสอบถามความรเู้ กีย่ วกบั โควิด 19 ได้คา่ CVI เทา่ กับ 0.99 4. แบบสอบถามทัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน ได้ค่า CVI เท่ากับ 1 5. แบบสอบถามการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกย่ี วกบั โควดิ 19 ได้ค่า CVI เทา่ กับ 1 6. แบบสอบถามผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ได้ค่า CVI เทา่ กบั 1 การตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (reliability) ผู้วิจัยจะน�ำแบบสอบถาม ทผ่ี า่ นการตรวจสอบ ความตรงของเนอ้ื หาจากผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละไดร้ บั การแกไ้ ขเรยี บรอ้ ย แลว้ ไปหาความเชอ่ื มน่ั กบั ประชาชนทม่ี คี วามคลา้ ยคลงึ กบั กลมุ่ ตวั อยา่ ง จำ� นวน 15 ราย แบบสอบถามความรู้เก่ียวกับโควิด 19 ได้มาค�ำนวณหาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้ สูตรคูเดอร์-ริชาร์ดสัน 20 (Kuder-Richardson20: KR-20) ได้ค่าเท่ากับ 0.89 ส�ำหรับแบบสอบถามส่วนอ่ืนน�ำมาค�ำนวณค่าความเช่ือมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธ ิ์ อัลฟาครอนบาค (Chronbach’s alpha coefficient) ได้ค่าความเชื่อม่ันดังนี้ แบบสอบถามความคิดเห็นต่อบริบทแวดล้อมท่ีมีผลต่อการปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 เท่ากับ 0.82 แบบสอบถามการปฏิบัติเท่ากับ 0.88 แบบสอบถามทัศนคติต่อผู้ท ี่ 56 ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ิของประชาชนไทยต่อผทู้ เี่ คยติดเชื้อ หรอื ผู้ถูกกักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

เคยติดเชื้อโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกันเท่ากับ 0.86 แบบสอบถามการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เก่ียวกับโควิด 19 เท่ากับ 0.96 แบบสอบถามผลกระทบจากการระบาดของ โควดิ 19 เทา่ กบั 0.84 และแบบสอบถามสขุ ภาพจติ จากการระบาดของโควดิ 19 เทา่ กบั 0.83 3. การพิทักษ์สทิ ธ์ิของกลุ่มตวั อย่าง ผู้วิจัยด�ำเนินการพิทักษ์สิทธ์ิของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา โดยโครงร่างวิจัยผ่านการ พิจารณาคณะกรรมการจริยธรรมของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เอกสารเลขที่ 105/2020 เลขที่โครงการ 2563-118 รหัสโครงการ 2563-EXP091 ได้รับการอนุมัติวันท่ี 18 กันยายน พ.ศ. 2563 ซ่ึงกลุ่มตัวอย่างทุกคนได้รับข้อมูล การท�ำวจิ ัยคร้ังนเี้ กีย่ วกับวัตถุประสงคก์ ารทำ� วจิ ัย วิธกี ารทำ� วิจัย และประโยชน์ที่ไดร้ บั นอกจากนี้การท�ำวจิ ัยไม่มกี ารระบุช่ือของกลุ่มตัวอยา่ ง ใช้วิธใี ส่รหัสแทน ข้อมลู ทไี่ ดน้ ำ� มาใชเ้ พอื่ การวจิ ยั เทา่ นน้ั และเกบ็ เปน็ ความลบั สำ� หรบั ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพมกี ารบนั ทกึ เสยี ง ค�ำสมั ภาษณ์ แต่ไมม่ กี ารระบชุ ่อื ของผใู้ ห้สัมภาษณ์ ใช้วธิ ใี สร่ หสั แทน ขอ้ มูลทไี่ ดน้ �ำมาใช้ เพื่อการวิจัยเท่านั้นและถูกเก็บเป็นความลับ มีการปกป้องความลับ โดยการเข้าถึง ข้อมลู ต้องใสร่ หัสผ่าน และจะมีการท�ำลายไฟล์บันทึกเสียง หลังการศึกษาวจิ ยั เสรจ็ สิ้น และผลงานวิจยั ไดร้ บั การตีพิมพ์ในวารสารแล้ว 2 ปี ขอ้ มลู ทไ่ี ดถ้ กู วเิ คราะหใ์ นภาพรวม เพื่อใช้ในการวิจัยเท่าน้ัน ทั้งน้ีการวิจัยนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจของกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างมีสิทธิ์ยินยอมเข้าร่วมงานวิจัยหรือไม่ยินยอมเข้าร่วมงานวิจัย โดยไม่มี ผลกระทบต่อการดำ� เนินชีวติ ของกลุ่มตัวอยา่ ง ซง่ึ ผ้รู ่วมวิจัยสามารถถอนตวั หรอื ยกเลิก ในการเข้าร่วมงานวิจัยได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลให้ผู้วิจัยทราบ และผู้ท ่ี สมัครใจเข้าร่วมการวจิ ยั ให้ลงนามในแบบฟอร์มเขา้ ร่วมการวิจัย ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผู้ทเ่ี คยติดเชอ้ื 57 หรอื ผูถ้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

4. ขน้ั ตอนและวธิ ีการรวบรวมขอ้ มลู 1. ผู้วิจัยยื่นโครงร่างการท�ำวิจัย เพื่อขอรับรองด้านจริยธรรมจากคณะกรรมการ จริยธรรมการวจิ ยั ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ 2. หลงั จากโครงรา่ งการทำ� วจิ ยั ไดร้ บั การรบั รองจากคณะกรรมการจรยิ ธรรมการวจิ ยั ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหมแ่ ลว้ ผวู้ จิ ยั เขา้ พบผปู้ ระสานงานในพนื้ ที่ เพ่ือแนะน�ำตัวพร้อมช้ีแจงวัตถุประสงค์ในการด�ำเนินการวิจัย วิธีการและข้ันตอนการ ด�ำเนินการวจิ ัย ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการวิจยั และขออนุญาตเกบ็ รวบรวมข้อมูล 3. ผู้วิจัยเข้าพบกลุ่มตัวอย่างเพ่ือแนะน�ำตัว ช้ีแจงวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการ และขนั้ ตอนการดำ� เนนิ การวจิ ยั ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั จากการวจิ ยั พรอ้ มทงั้ ขอความรว่ มมอื ในการตอบแบบสอบถาม โดยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยลงช่ือในใบยินยอมท�ำการวิจัย และ แจง้ ใหท้ ราบวา่ ขอ้ มลู ทไี่ ดน้ ำ� มาใชเ้ พอ่ื การวจิ ยั เทา่ นนั้ การบนั ทกึ ขอ้ มลู และนำ� เสนอขอ้ มลู การวิจัยในภาพรวม ไม่มีการระบุช่ือและไม่มีผลต่อการด�ำเนินชีวิตของกลุ่มตัวอย่าง โดยเอกสารยินยอมเข้าร่วมวิจัยและแบบสอบถามถูกบรรจุแยกซอง เพื่อไม่ให้ทราบว่า เป็นขอ้ มลู ของกลมุ่ ตัวอยา่ งรายใด และข้อมูลทีไ่ ด้ถกู เก็บเปน็ ความลบั 4. ด�ำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูล ดงั นี้ 4.1 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณ : การตอบแบบสอบถาม • เมื่อกลุ่มตัวอย่างได้ตอบค�ำถามแล้ว ให้กลุ่มตัวอย่างส่งแบบสอบถามและ เอกสารยินยอมเข้าร่วมวิจัยในซองและปิดผนึก และผู้ประสานงานจะมารบั เอกสารแบบสอบถามคนื โดยผวู้ จิ ยั ใหร้ ะยะเวลาในการตอบแบบสอบถาม2 สปั ดาห์ • ผวู้ จิ ยั รวบรวมแบบสอบถาม นำ� มาตรวจสอบความสมบรู ณ์ และทำ� การวเิ คราะห์ ขอ้ มูลต่อไป 4.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลเชงิ คุณภาพ : การสัมภาษณ์เชิงลึก • หลงั จากดำ� เนนิ การวจิ ยั ตามขอ้ 1-2 ผวู้ จิ ยั ทำ� การนดั หมายวนั เวลา และทำ� การ สัมภาษณ์เชิงลึกโดยผู้วิจัย การสัมภาษณ์เร่ิมต้นโดยค�ำถามกว้าง ๆ เม่ือการ สัมภาษณ์ก้าวหน้า ผู้สัมภาษณ์ใช้ค�ำถามเจาะลึกเพื่อค้นหาและอธิบาย ปรากฏการณ์ที่สนใจและไม่ยึดติดกับแนวค�ำถาม ผู้ให้ข้อมูลถูกสัมภาษณ์ ประมาณ 30–50 นาที • การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลแต่ละรายส้ินสุดลง ผู้วิจัยท�ำการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงเนื้อหา เมื่อพบว่าข้อมูลอิ่มตัว (saturation) คือ ไม่มีข้อมูลใหม่เพ่ิมเติม จากขอ้ มลู ทม่ี ีอยู่เดิมจะหยดุ ทำ� การสัมภาษณ์ 58 ปจั จัยทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ทีเ่ คยตดิ เช้ือ หรอื ผู้ถกู กกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

5. การวิเคราะหข์ ้อมลู การวเิ คราะหข์ ้อมูลเชงิ ปริมาณ ผวู้ จิ ยั เกบ็ ขอ้ มลู จากแบบสอบถาม จากนน้ั นำ� มาตรวจสอบความถกู ตอ้ งและครบถว้ น ของแบบสอบถามแล้วนำ� มาวเิ คราะห์เชงิ สถติ ิ ดังนี้ 1. วิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลท่ัวไปของภาพรวมและรายจังหวัด ประกอบด้วย ข้อมูลความคิดเห็นต่อบริบทแวดล้อมที่มีผลต่อการปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 ข้อมูลความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติ การรับรู้ และผลกระทบจากการระบาดของ โควิด 19 โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จ�ำนวน ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน สถติ ิการทดสอบไคสแควร์ (Chi-square test) สถติ กิ ารทดสอบฟชิ เชอร์ (Fisher’s exact test) สถติ กิ ารทดสอบของครสั คาล-วลั ลิส (Kruskal-Wallis test) และสถติ ิการวเิ คราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance: ANOVA) 2. ทดสอบการกระจายของขอ้ มลู ทมี่ รี ะดบั การวดั เปน็ มาตราสว่ น (interval scale) และ อัตราส่วน (ratio scale) โดยใช้สถิติโคลโมโกรอฟ-สเมอร์นอฟ (Kolmogorov- Smirnov test) พบว่า ข้อมูลมกี ารแจกแจงแบบไม่ปกติ 3. วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นต่อบริบทแวดล้อมที่มีผลต่อการปฏิบัติการป้องกัน โควิด 19 คะแนนความรู้ คะแนนทัศนคติ คะแนนการปฏิบัติ คะแนนการรับรู้ และคะแนนผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ในภาพรวม โดยใช้สถิติการ ทดสอบของครัสคาล-วัลลิส (Kruskal-Wallis test) 4. ประยกุ ตใ์ ชก้ ารวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยนั (Confirmatory Factor Analysis: CFA) ในการยุบรวมตวั แปรบรบิ ทแวดล้อมทมี่ ีผลตอ่ การปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั โควิด 19 ของประชาชนตอ่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื โควดิ 19 และผถู้ กู กกั กนั ตวั แปรการปฏบิ ตั ติ อ่ ผทู้ เ่ี คย ติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน ตัวแปรทัศนคติต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 หรือ ผู้ถูกกักกัน ตัวแปรการรับรู้ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับโควิด 19 และตัวแปรผลกระทบ จากการระบาดของโควิด 19 หรือจากนโยบาย/มาตรการของรฐั บาล 5. วิเคราะห์ปัจจัยท�ำนายการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 และปัจจัย ท�ำนายผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ในภาพรวมและจ�ำแนกตามจังหวัด โดยใช้การวิเคราะหโ์ มเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Model: SEM) ปัจจัยทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยตอ่ ผ้ทู ี่เคยตดิ เชอ้ื 59 หรอื ผถู้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เชิงคุณภาพ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ ์ การคัดเข้า ข้อมูลที่ได้รับเป็นผลจากการสัมภาษณ์ จากน้ันจึงน�ำมาถอดเทปจากการ สัมภาษณ์ชนิดค�ำต่อค�ำ (transcribing verbatim) จัดระบบและจ�ำแนกประเภทของ ขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ หมวดหมู่ ทำ� การให้รหัส (coding) การตคี วามข้อมลู (interpreting data) และสรา้ งขอ้ สรปุ กระบวนการเกบ็ และวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทกุ ขนั้ ตอนโดยมกี ารปรกึ ษาหารอื ทำ� ข้อตกลงกบั ทีมวจิ ยั เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรุปเป็นแนวทางเดียวกัน 60 ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผ้ทู เ่ี คยตดิ เชือ้ หรือผ้ถู กู กกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

บ ท ท่ี 4 ผลการวจิ ัย

การวจิ ยั ครง้ั นไ้ี ดด้ ำ� เนนิ การตามรปู แบบการวจิ ยั แบบผสมผสาน (mixed methods) โดยเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณระหว่าง เดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนมกราคม 2564 กับกลุ่มประชาชนทั้งส้ิน 2,500 คน แบง่ ออกเปน็ 5 จงั หวดั ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร จงั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวดั นครราชสมี า จังหวัดชลบุรี และจังหวัดยะลา จังหวัดละ 500 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ดว้ ยกระบวนการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ ระหวา่ งเดอื นตลุ าคม 2563 ถงึ เดอื นพฤษภาคม 2564 ก ับกลมุ่ ผใู้ หข้ ้อมูลทง้ั ส้ิน 75 คน จากผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 71.6) อาชีพรบั จ้าง (รอ้ ยละ 34.6) มอี ายตุ �่ำกวา่ 30 ปี (ร้อยละ 26.0) นบั ถือ ศาสนาพุทธ (รอ้ ยละ 78.0) มกี ารศกึ ษาอยู่ในระดบั ประถมศึกษา (ร้อยละ 35.2) และ มัธยมศึกษา (ร้อยละ 34.0) โดยพบว่าระดบั การศึกษาของกลมุ่ ตัวอยา่ งในแตล่ ะจังหวัด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ (p<0.001) ส่วนเพศของกลุ่มตัวอย่าง ในแตล่ ะจังหวดั ไม่มีความแตกต่างกนั (p=0.083) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก (key informant) ที่ให้สัมภาษณ์ในงานวิจัยครั้งน้ี มีจ�ำนวน 75 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จงั หวัด ผ้อู �ำนวยการโรงเรียน ผู้บริหาร สถานกักกันของรัฐ พยาบาล ผู้อ�ำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ระดบั จงั หวดั สาธารณสขุ อำ� เภอ ผอู้ ำ� นวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำ� บล ประธาน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข (กทม.) ผู้บริหาร มหาวทิ ยาลยั ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นและครู ผนู้ ำ� ศาสนา ผใู้ หญบ่ า้ น ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ นและ สมาชกิ สภาเทศบาล ผู้ให้ข้อมูลหลัก อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครจ�ำนวน 15 คน เป็นเพศชาย 3 คน หญิง 12 คน จังหวัดชลบุรีจ�ำนวน 15 คน เป็นเพศชาย 5 คน หญิง 10 คน จังหวดั เชียงใหม่จ�ำนวน 15 คน เป็นเพศชาย 8 คน หญิง 7 คน จงั หวัดนครราชสีมา จ�ำนวน 15 คน เปน็ เพศชาย 9 คน หญิง 6 คน จงั หวัดยะลาจ�ำนวน 15 คน เป็นเพศชาย 10 คน หญงิ 5 คน มีอายุระหวา่ ง 28 ปี ถงึ 68 ปี อายุเฉลีย่ ของกลมุ่ ตัวอย่าง 46.8 ปี ระยะเวลาท่ีใช้ในการสัมภาษณ์ 20 นาที ถึง 136 นาที ระยะเวลาเฉล่ียที่ใช้ใน การสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 56 นาที โดยผลการวิเคราะห์สามารถน�ำเสนอตาม วตั ถุประสงคไ์ ดด้ งั น้ี 62 ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผูท้ ่เี คยตดิ เช้อื หรือผูถ้ กู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

กระบวนการเก็บข้อมูล Mixed Methods ระยะเวลาการเกบ็ ข้อมูล ผ้ตู อบแบบสอบถาม ผู้ใหข้ ้อมูลผ่านการสมั ภาษณ์ ตุลาคม 63-พฤษภาคม 64 จ�ำนวน 2,500 คน จ�ำนวน 75 คน จังหวัดละ 500 คน เชิงปริมาณ: ตุลาคม 63-มกราคม 64 เชิงคุณภาพ: ตุลาคม 63-พฤษภาคม 64 เกบ็ ข้อมลู 5 จังหวัด 1.กรุงเทพมหานคร 2.เชียงใหม่ 3.นครราชสีมา 4.ชลบุรี 5.ยะลา ข้อมลู ผ้ตู อบแบบสอบถาม ขอ้ มูลผูใ้ ห้สัมภาษณ์ เพศหญิง 71.6% AGE อายุต�่ำกว่า 30 ปี 26.0% อาชีพรับจ้าง 34.6% มรปะัธรดะยับถมมกศศาึกรึกษศษึกาาษ3า345..02%% ภาคสาธารณสุข ภาคการศึกษา นับถือศาสนาพุทธ 78.0% ภาคศาสนา ภาคชุมชน 1. ผลการวเิ คราะหก์ ารประเมินความรู้ ทศั นคติ การรับรู้เกยี่ วกับ โควิด 19 และการปฏิบัติตวั จากวตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั ขอ้ ท่ี 1 คอื การประเมนิ ความรู้ ทศั นคติ การรบั รเู้ กยี่ วกบั โควิด 19 และการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้เคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน ผวู้ จิ ยั มงุ่ อธบิ ายถงึ ระดบั ความรู้ ทศั นคติ การรบั รเู้ กยี่ วกบั โควดิ 19 ของประชาชนไทย รวมถึงอธิบายแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนไทยที่มีต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 หรือผู้ถูกกักกัน โดยตั้งสมมติฐานว่า ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้เก่ียวกับโควดิ 19 ในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ซ่ึงผลการวิเคราะห์สามารถแบ่ง การนำ� เสนอได้ดังนี้ 1.1 ผลการประเมนิ ความรู้ จากผลการวิเคราะห์ประเมินความรู้ของประชาชนไทย พบว่าในภาพรวมระดับ ความรู้ของประชาชนไทยที่มีต่อโควิด 19 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง มีจ�ำนวนคน ทม่ี คี วามรใู้ นระดบั ปานกลางรอ้ ยละ 59.6 ของทง้ั ประเทศ โดยพบวา่ แตล่ ะจงั หวดั มรี ะดบั ความรู้แตกตา่ งกันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถติ ิที่ .01 เม่ือพิจารณาพบวา่ จังหวัดที่มรี ะดบั ความรู้เร่ืองโควิด 19 มากท่ีสุด คือ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดที่มีระดับความรู้เรื่อง โควดิ 19 ต่�ำที่สดุ คือ จังหวดั ยะลา สามารถนำ� เสนอไดด้ งั ภาพประกอบที่ 3.1 ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อ 63 หรือผถู้ ูกกักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ภาพประกอบที่ 3.1 สรปุ ความรูเ้ กีย่ วกบั โควิด 19 ของประชาชนไทย สูงสุด ต�่ำสุด ชลบุรี ปานกลาง ยะลา 59.6%ความรขู้ องประชาชนไทย ระดับความรูเ้ ร่อื งโควิด 19 แยกตามพืน้ ที่ ความรู้พน้ื ฐาน KNOWLEDGE ด้านการปฏบิ ัติ 1. การแพร่กระจายเช้ือโรค 1. มีการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร คือละอองฝอยจากการไอ จาม 1- 87.6% 96.2% รู้ว่าเว้นระยะห่าง คือแนวทาง ที่มีประสิทธิภาพสูง 83% 87.2%2. 2. ทราบว่าผู้ถูกกักกันโรค อาจมีเช้ือในร่างกายและแพร่เชื้อได้ 3. ทราบว่าผู้ติดเชื้อรักษาหายได้ 3. การเดินทางโดยระบบขนส่ง สาธารณะเพ่ิมโอกาส 80% 86.2%เสี่ยงรับเช้ือ ความรูท้ ยี่ งั เข้าใจผดิ 1 10 74.8%ผู้ปว่ ย คน สามารถแพรเ่ ชือ้ สูค่ นอืน่ ได้ถงึ ราย 64 ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผู้ที่เคยติดเชือ้ หรอื ผูถ้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

จากภาพประกอบท่ี 3.1 ยงั ไดอ้ ธบิ ายถงึ ความรทู้ ป่ี ระชาชนไทยมี แบง่ เปน็ 2 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1. ความรพู้ น้ื ฐาน พบวา่ ประชาชนไทยมคี วามรพู้ น้ื ฐานในสงู สดุ 3 อนั ดบั แรก คอื 1) ทราบวา่ วธิ ีการหลกั ท่ีโควดิ 19 สามารถแพร่กระจายเชือ้ ได้ คือ แพรก่ ระจาย ผ่านละอองฝอยจากการไอจามจากผู้ที่มีเช้ือโควิด 19 โดยประชาชนไทย รบั ทราบถงึ รอ้ ยละ 96.2 2) ทราบวา่ ผถู้ กู กักกนั โรคน้ัน อาจจะมเี ชอื้ อยใู่ นรา่ งกายและสามารถแพร่เชื้อได้ โดยประชาชนไทยรับทราบถงึ ร้อยละ 83.0 3) ทราบวา่ ผตู้ ดิ เชอ้ื โควดิ 19 สามารถรกั ษาใหห้ ายได้ รบั ทราบถงึ รอ้ ยละ 80.0 ท้งั นี้ ความรพู้ ืน้ ฐานทปี่ ระชาชนไทยรับทราบน้อยทส่ี ดุ คอื ผ้ปู ว่ ย 1 คน สามารถ แพร่เช้ือสู่ผู้อื่นได้ถึง 10 ราย โดยพบว่ามีประชาชนท่ีรับรู้ข้อมูลดังกล่าวเพียง ร้อยละ 25.2 2. ความรู้ดา้ นการปฏิบัติเพ่อื ปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื โควดิ 19 พบว่าประชาชนไทย มคี วามรใู้ น 3 อนั ดับแรก ประกอบด้วย 1) ทราบว่าการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลกับผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 ในระยะ 1-2 เมตร ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้ มีผู้ตอบถูกในข้อนี้มากที่สุดถึง ร้อยละ 87.6 2) ทราบว่าการปฏิบัติท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ได้ คือ การเว้นระยะหา่ งทางสังคม มีผตู้ อบถกู ในขอ้ น้ีมากถงึ รอ้ ยละ 87.2 3) ทราบวา่ การเดินทางโดยใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะ เพ่มิ ความเสี่ยงของการตดิ เชื้อ โควดิ 19 มีผ้ตู อบถูกในขอ้ นมี้ ากถึงรอ้ ยละ 86.2 ทง้ั น้ีพบว่า มผี ูต้ อบถกู ในความรู้เร่อื ง กรณที ี่มือเปอื้ นน้ำ� มูก น้�ำลาย หรือเสมหะ ควรท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจลเพ่ือป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ได ้ เพยี งร้อยละ 13.6 เท่านนั้ นอกจากนพ้ี บวา่ จากการศกึ ษาใน 5 จังหวดั พบวา่ ประชาชน ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชนบท อาจมีผลการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับโรคท ี่ แตกตา่ งกนั ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผทู้ เ่ี คยติดเชอ้ื 65 หรือผู้ถกู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

1.2 การรับรขู้ อ้ มูลขา่ วสารเกย่ี วกบั โควิด 19 จากการวเิ คราะหร์ ะดบั ความรขู้ องประชาชนไทยทำ� ใหผ้ วู้ จิ ยั จงึ ไดต้ งั้ ขอ้ สงั เกตวา่ การ มีความรู้ท่ีแตกต่างกันไปตามพ้ืนท่ีการอยู่อาศัยนั้นมีผลต่อระดับความรู้ ดังนั้นจึงได้ วเิ คราะหถ์ งึ การรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารและชอ่ งทางทกี่ ลมุ่ ประชาชนเขา้ ถงึ ผลการศกึ ษาพบวา่ จังหวัดท่ีประชาชนมีคะแนนเฉล่ียการรับรู้อยู่ในระดับสูงมากท่ีสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดนครราชสีมา โดยมีคะแนนเฉลี่ย 81.0 จากคะแนนเต็ม 96.0 คะแนน ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับต่�ำที่สุด คือ 75.5 คะแนน ซึ่งม ี ความแตกต่างอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติที่ .001 โดยประชาชนมีการรับรู้ในภาพรวม อยใู่ นระดบั สงู ถงึ รอ้ ยละ 72.4 ซงึ่ มคี ะแนนเฉลยี่ 77.7 คะแนน เมอื่ พจิ ารณาผลการวเิ คราะหถ์ งึ ระดบั ของการรบั รขู้ า่ วสารในชมุ ชนของกลมุ่ ประชาชน พบวา่ มีผตู้ อบแบบสอบถามทราบว่ามคี นตดิ เชื้อโควดิ 19 ในชุมชนเพียงร้อยละ 7.2 และ ทราบว่ามีคนถูกกักกันโควิด 19 ในชุมชนร้อยละ 40.9 ซึ่งยังคงมี การรับรู้เกี่ยวกับ การแพร่ระบาดในชุมชน หรือทราบถึงตัวบุคคลท่ีติดเช้ือ/กักกันโรคจ�ำนวนน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามถึงช่องทางที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้ในการรับข้อมูลข่าวสาร เกย่ี วกับโควิด 19 มากทสี่ ดุ 5 อันดบั แรก ประกอบดว้ ย กขช่าา่อวรงสทรับาารรงู้ 1) ส่อื ออนไลน์ เชน่ ไลน์ เฟซบ๊กุ ยทู ปู และเวบ็ ไซต์ มผี ูต้ อบวา่ รบั ร้ผู า่ นช่องทางน ้ี มากที่สดุ ถึงรอ้ ยละ 69.9 2) โทรทศั น์ มีผตู้ อบว่ารบั รู้ผา่ นชอ่ งทางนีม้ ากทสี่ ุดถึงรอ้ ยละ 61.1 3) บุคลากรสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล มีผตู้ อบว่ารบั รูผ้ า่ นชอ่ งทางน้มี ากที่สุดถงึ รอ้ ยละ 54.7 4) อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน (อสม.)/อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) มผี ูต้ อบวา่ รับรผู้ า่ นชอ่ งทางนม้ี ากทสี่ ดุ ถงึ รอ้ ยละ 54.3 5) สมาชกิ ในครอบครวั มีผตู้ อบวา่ รับรผู้ ่านช่องทางน้มี ากทีส่ ุดถึงรอ้ ยละ 45.8 โดยพบว่าช่องทางที่ประชาชนไทยใช้ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารน้อยท่ีสุด คือ หนังสือพิมพ์ มผี ู้ตอบว่ารับรู้ผา่ นช่องทางนี้เพียงรอ้ ยละ 22.0 รองลงมาคือ รับทราบจาก ผนู้ ำ� ทางศาสนา ท่ีมีการรับร้ผู ่านช่องทางน้เี พยี งรอ้ ยละ 26.8 และรองลงมาคอื รบั ทราบ จากเพื่อนบ้าน ที่มีการรับรู้ผ่านช่องทางนี้เพียงร้อยละ 31.3 ตามล�ำดับ จากผลการ วเิ คราะหส์ ามารถสรุปได้ดังภาพประกอบที่ 3.2 66 ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ตั ิของประชาชนไทยต่อผทู้ เ่ี คยติดเชื้อ หรือผ้ถู ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบที่ 3.2 สรปุ ระดับการรับรู้และชอ่ งทางการตดิ ตามข่าวสาร 81.0ระดับสูง นคเชรียรงาใชหสมีม่ า จก�ำานรวรนับปรระู้รชะาดชนับทส่ีมูงี ถึง 72.4% การรับรู้ กล่มุ ตัวอยา่ งมคี ะแนนการรับรู้ ระดับต่�ำ กรุงเท7พ5ม.5หานคร 77.7ในภาพรวมอยใู่ นระดับสูง มีคะแนนเฉลี่ย คะแนน ระดบั การรบั รู้ข่าวสารในชุมชน ทราบว่า ทราบว่า 7.2%มีคนติดเช้ือโควิด 19 40.9%มีคนถูกกักกันโควิด 19 ในชุมชน ในชุมชน ช่องทางการรับรู้ข้อมลู ข่าวสารเก่ยี วกับโควิด 19 มากท่ีสดุ นอ้ ยที่สดุ 69.9% 54.3% 22.0%1. 1. สื่อออนไลน์ 4. อสม. อสส. หนังสือพิมพ์ 61.1% 26.8%2. 2. ผู้น�ำศาสนา โทรทัศน์ 5. สมาชิกใน ครอบครัว 45.8%3. บุคลากร 3. เพ่ือนบ้าน 54.7% 31.3%สุขภาพ ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยติดเช้ือ 67 หรือผถู้ ูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

จากภาพประกอบท่ี 3.2 สามารถอธิบายเพิ่มเติมด้วยผลการวิจัยเชิงคุณภาพถึง สื่อท่ีมีผลต่อการปรับเปล่ียนทัศนคติต่อโอกาสการได้รับเช้ือโควิด 19 ทั้งน้ีผล การวิเคราะห์ในข้อมูลเชิงปริมาณพบว่า สื่อออนไลน์เป็นช่องทางท่ีใช้รับทราบข้อมูล เกี่ยวกับโควิด 19 มากที่สุด ผลการวิจัยเชิงคุณภาพได้อธิบายเหตุผลดังกล่าว เกิดจากสื่อออนไลน์เป็นส่ือที่สามารถโต้ตอบได้ และย้อนกลับมาดูซ้�ำได้เม่ือมีเวลาว่าง นอกจากนผ้ี ลการรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารโควดิ 19 ยงั สง่ ผล 1) เกดิ ทศั นคตทิ ด่ี ตี อ่ การปอ้ งกนั โรค ที่จากเดิมมีแต่ความกลัว กลัวตาย กลัวติดโรคอันตราย แต่เม่ือมีการรับรู้ข้อมูล ขา่ วสารเพมิ่ มากขน้ึ สง่ ผลใหย้ นิ ดปี อ้ งกนั ตวั เอง ไมต่ อ้ งกงั วลมากเกนิ ไป 2) มกี ารปฏบิ ตั ิ ตัวเพ่ือป้องกนั โควิด 19 ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาเชงิ ปรมิ าณทพี่ บว่า เน้ือหาที่ผู้ตอบแบบสอบถามรับทราบมากท่ีสุดคือ วิธีการป้องกันตนเองจากโควิด 19 ซึง่ เนอื้ หาที่มีการรบั ร้มู ากทส่ี ดุ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ที่มเนีก้ือารหราับรู้ 1) วิธีการป้องกันตนเองจากโควิด 19 ผู้ตอบมีการรับรู้ในระดับมากท่ีสุดถึง รอ้ ยละ 67.7 2) ความรนุ แรงของโควดิ 19 ผู้ตอบมีการรับรู้ในระดับมากที่สุดถงึ ร้อยละ 61.8 3) การแพร่ระบาดของโควดิ 19 เชน่ จ�ำนวนผู้ตดิ เชือ้ จำ� นวนผู้ป่วย ผตู้ อบมีการ รับรูใ้ นระดับมากท่สี ุดถงึ ร้อยละ 59.7 4) ประโยชน์ของการป้องกันโควิด 19 ผู้ตอบมีการรับรู้ในระดับมากที่สุดถึง รอ้ ยละ 58.8 5) วธิ ีการติดตอ่ โควิด 19 ผู้ตอบมีการรบั รู้ในระดบั มากท่สี ดุ ถึงร้อยละ 57.1 ในขณะที่ผู้ตอบไดป้ ระเมินเน้ือหาทมี่ กี ารรบั รนู้ อ้ ยท่ีสุด คอื อุปสรรคในการป้องกัน โควิด 19 ซึ่งตอบว่ามีการรับรู้อยู่ในระดับมากท่ีสุด เพียงร้อยละ 38.4 รองลงมาคือ การรบั รสู้ ง่ิ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ปอ้ งกนั โรค เพยี งรอ้ ยละ 43.9 และรองลงมาคอื วธิ กี ารรกั ษาโควดิ 19 เพยี งรอ้ ยละ 46.7 ตามลำ� ดบั อยา่ งไรกต็ ามการรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสาร ภาพรวมคร้ังนี้ มีคะแนนเฉล่ียทั้งประเทศอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 72.4 ซ่ึงเพ่ิมขึ้น จากการศกึ ษาในระยะท่ี 1 ซง่ึ มเี พยี งรอ้ ยละ 70.4 สามารถสรปุ ไดด้ งั ภาพประกอบ 3.3 68 ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผู้ทเ่ี คยติดเช้อื หรอื ผู้ถูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบที่ 3.3 สรปุ ชอ่ งทางและเนื้อหาผูต้ อบแบบสอบถามรบั รูม้ ากทส่ี ุด ส่อื ที่มผี ลตอ่ การปรบั เปลยี่ นทศั นคติตอ่ โอกาสการได้รับเชอื้ โควดิ 19 69.9% 61.1% 54.7% 54.3% 45.8% ส่ือออนไลน์ โทรทัศน์ บุคลากรสุขภาพ อสม. อสส. สมาชิกในครอบครัว ตอบโต้ได้ การรับรู้เกี่ยวกับโควิด 19 ร7ะ0ย.ะ4ท%ี่ 1 ร7ะ2ย.ะ4ท%ี่ 2 ย้อนกลับดูซ้�ำได้ ในภาพรวมสูงข้ึนจากระยะที่ 1 ผลจากการรบั ร้ขู ้อมูล มีทัศนคติท่ีดีขึ้น มีการปฏิบัติป้องกัน ในเรือ่ งโควดิ 19 สง่ ผลให้ ในการป้องกันโรค ที่ถูกต้องเพ่ิมขึ้น ขอ้ มูลทปี่ ระชาชนรับรู้มากท่สี ดุ 5 อนั ดบั แรก การรับรู้ 67.7% 61.8% 59.7% 58.8% 57.1%ความรุนแรง การแพร่ระบาดของโรค/ ประโยชน์ของ วิธีการติดต่อ การป้องกัน ของโควิด 19 จ�ำนวนผู้ติดเช้ือ ผู้ป่วย การป้องกันโรค ของโรค ตนเองจากโรค ข้อมลู ท่ีประชาชนรับรนู้ ้อยท่ีสดุ 3 อันดบั แรก การรับรู้ 38.4% 43.9% 46.7% อุปสรรคในการ ป้องกันโควิด 19 สิ่งสนับสนุนการปฏิบัติ วิธีการรักษา เพื่อการป้องกันโรค โควิด 19 ปจั จัยทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยต่อผ้ทู เ่ี คยติดเชอ้ื 69 หรือผ้ถู กู กักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ดังน้ันสามารถสรุปได้ว่าช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้ตอบแบบสอบถาม ติดตามผ่านทางส่ือออนไลน์มากท่ีสุด และติดตามผ่านทางหนังสือพิมพ์น้อยท่ีสุด ท้ังนี้เกิดจากสื่อออนไลน์มีความสะดวก ไม่ต้องออกไปซ้ือ เหมาะกับสถานการณ ์ การแพร่ระบาดโควิด 19 นอกจากนี้เนื้อหาท่ีได้รับความสนใจและติดตามข่าวสาร มากทส่ี ุดคอื • วธิ ีการปอ้ งกันตนเองจากโควิด 19 • ความรุนแรงของโควิด 19 และการแพร่ระบาดของโควิด 19 แต่มีการรับรู้ เรอื่ งอุปสรรคของการปอ้ งกันนอ้ ยท่สี ดุ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามในภาพรวมพบวา่ การรับร้ขู อ้ มูลข่าวสารของประชาชนไทยเกี่ยวกับ โควิด 19 มีเพ่ิมมากขึ้น บ่งบอกได้ว่ากลุ่มประชาชนไทยให้ความสนใจและเห็นว่า โควิด 19 เป็นเร่ืองท่ีใกล้ตัว สามารถป้องกันได้ ทั้งน้ีจังหวัดท่ีมีคะแนนการรับรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสารเกยี่ วกบั โควดิ 19 มากทสี่ ดุ คอื จงั หวดั เชยี งใหม่ และจงั หวดั นครศรธี รรมราช ในขณะที่กรงุ เทพมหานครมีคะแนนการรบั รู้ขอ้ มลู ข่าวสารต่ำ� ทีส่ ุด จงั หวัดทีม่ คี ะแนนการรบั รู้ เชียงใหม่ ข้อมลู ขา่ วสารเกย่ี วกบั โควิด 19 มากที่สดุ นครราชสีมา ระดับสูง การรับรู้ จังหวดั ท่ีมีคะแนนการรับรู้ ระดับต�่ำ กรุงเทพมหานคร ข้อมลู ข่าวสารเกีย่ วกบั โควดิ 19 ต�่ำทสี่ ุด 70 ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยต่อผู้ท่ีเคยตดิ เช้ือ หรือผถู้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ผลการวิเคราะห์ทศั นคติเกีย่ วกบั โควดิ 19 จากผลการวิเคราะห์ทัศนคติเก่ียวกับโควิด 19 ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่าทัศนคติ เก่ียวกับโควิด 19 มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เนื่องจากในแต่ละจังหวัด แม้จะมีการแพร่ระบาดจ�ำนวนมากเช่นเดียวกัน แต่ทัศนคติเก่ียวกับผู้ติดเช้ือ อาจส่งผลให้มีการปฏิบัติตัวต่อผู้ที่เคยติดเช้ือหรือผู้ถูกกักกันโรคที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ผู้วิจัยได้แบ่งการศึกษาข้อมูลเก่ียวกับทัศนคติกับ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ท่ีเคยติดเช้ือ และผู้ถูกกกั กันในชมุ ชน มีผลการวิเคราะห์ดงั นี้ 1. ทัศนคตเิ ก่ียวกบั โควดิ 19 ทีม่ ีตอ่ “ผทู้ ีเ่ คยตดิ เชื้อโควดิ 19” ผลการวิเคราะห์พบว่าประชาชนไทยมีระดับคะแนนเฉล่ียในภาพรวมที่มีต่อ ผู้ท่ีเคยติดเช้ือ คือ 65.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 47.8 โดยพบว่าทัศนคติเกี่ยวกับ โควิด 19 มีความแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด โดยพบว่าจังหวัดชลบุรีเป็น จังหวัดท่ีมีคะแนนทัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือโควิด 19 มากท่ีสุด ในขณะที่จังหวัดยะลา มีคะแนนทศั นคตติ อ่ ผ้ทู เ่ี คยติดเช้ือโควดิ 19 น้อยท่ีสดุ 65.9มีคะแนนเฉลี่ยรวมต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อ คะแนน 47.8คิดเป็นร้อยละ ชลบรุ ี ยะลา มีคะแนนทัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือ มีคะแนนทัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือ มากที่สุด น้อยท่ีสุด ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เช้อื 71 หรอื ผถู้ ูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

เมอ่ื แบ่งคะแนนออกเป็นทศั นคตเิ ชงิ บวกท่มี ีต่อผู้ทีเ่ คยตดิ เช้ือโควิด 19 ใน 3 อนั ดับ แรก ประกอบด้วย ทัศนคตเิ ชงิ บวกตอ่ ผู้ที่เคยติดเชื้อ 1) ประชาชนไทยเหน็ วา่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื โควดิ 19 เปน็ บคุ คลทค่ี นในชมุ ชนตอ้ งชว่ ยดแู ล ช่วยเหลอื อยา่ งใกลช้ ิด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพือ่ ให้ผ่านภาวะวิกฤตของชวี ิต ไปได้ มผี ใู้ ห้ความเห็นในขอ้ น้ีถงึ รอ้ ยละ 67.3 2) มีความเห็นว่าผู้ท่ีเคยติดเช้ือโควิด 19 เป็นบุคคลท่ีสมาชิกในครอบครัวต้องดูแล ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดทั้งด้านร่างกายและจิตใจเพ่ือให้ผ่านภาวะวิกฤตของชีวิต ไปได้ มีผใู้ ห้ความเห็นในขอ้ นถี้ งึ ร้อยละ 64.6 3) มคี วามเหน็ วา่ คนในชมุ ชนไมค่ วรตตี ราผทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ โรค และควรชว่ ยลดการตตี รา ลง มผี ้ใู ห้ความเห็นในข้อน้ถี งึ ร้อยละ 51.7 ในขณะทป่ี ระชาชนไทยมีทัศนคตเิ ชิงลบต่อผทู้ ีเ่ คยตดิ เช้ือโควดิ 19 ใน 3 อนั ดบั แรก ประกอบดว้ ย ทัศนคตเิ ชงิ ลบตอ่ ผู้ทเี่ คยตดิ เชอื้ 1) ประชาชนไทยมีความเห็นว่าผู้ท่ีเคยติดเชื้อเป็นคนที่ได้รับเชื้อจากการไปสถานท ่ี อโคจร เชน่ สนามมวย บอ่ นไก่ สถานบนั เทงิ และการมัว่ สมุ ด่ืมสรุ าหรอื เสพสาร เสพตดิ มีผูใ้ หค้ วามเหน็ ในข้อนีถ้ งึ รอ้ ยละ 75.8 2) มีความเห็นว่าผู้ที่เคยติดเช้ือเป็นคนท่ีได้รับเช้ือมาจากการมีเพศสัมพันธ์หรือ การหลบั นอนกบั ผตู้ ดิ เชอื้ หรอื กลมุ่ เสย่ี ง มผี ใู้ หค้ วามเหน็ ในขอ้ นถี้ งึ รอ้ ยละ 64.5 3) มคี วามเหน็ วา่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอื้ เปน็ คนทไี่ ดร้ บั เชอ้ื จากการประกอบอาชพี เชน่ ขบั รถ แท็กซ่ี ไกด์ทัวร์ ให้บริการนวด และบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้ให้ความเห็น ในขอ้ นถ้ี งึ รอ้ ยละ 60.1 จากผลการวิเคราะห์เก่ียวกับทัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเช้ือโควิด 19 สามารถสรุปได้ ดงั ภาพประกอบ 3.4 ก 72 ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ัตขิ องประชาชนไทยต่อผู้ท่ีเคยตดิ เชอ้ื หรอื ผูถ้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ภาพประกอบท่ี 3.4 ก สรุปทศั นคติทม่ี ตี ่อผูท้ ่ีเคยตดิ เช้ือ 4ทภาัศ7พน.ร8ควต%มิ ชลบุรี ผู้ที่เคยติดเช้ือ มีคะแนนทัศนคติต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือ 65.9มีคะแนนเฉลี่ยรวมต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือ มากที่สุด คะแนน ทัศนคตเิ ชิงบวกตอ่ ผู้ท่ีเคยติดเชอ้ื ยะลา 67.3% มีความเห็นว่าผู้ที่เคยติดเช้ือ มนีค้อะยแนทน่ีสทุดัศนคติต่อผู้ที่เคยติดเชื้อ เป็นบุคคลท่ีคนในชุมชน ต้องดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ทศั นคตเิ ชิงลบตอ่ ผ้ทู ี่เคยติดเช้อื ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ เพ่ือให้ผ่านวิกฤตของชีวิตไปได้ 75.8% เห็นว่าผู้ท่ีเคยติดเช้ือ เป็นคนที่ได้รับเช้ือจากการไป 64.6% เป็นบุคคลท่ีสมาชิกในครอบครัว สถานที่อโคจร เช่น สนามมวย ต้องดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด บ่อนไก่ สถานบันเทิง และ ท้ังด้านร่างกายและจิตใจ การมัว่ สุมด่มื สรุ าหรอื เสพยาเสพติด เพื่อให้ผ่ายวิกฤตของชีวิตไปได้ 64.5% เห็นว่าผู้ที่เคยติดเชื้อ 51.7% เห็นว่าคนในชุมชนไม่ควรตีตรา เป็นคนที่ได้รับเชื้อจากการมี ผู้ท่ีเคยติดเชื้อ และควรช่วยลด เพศสัมพันธ์หรือการหลับนอน การตีตราลง กับผู้ติดเช้ือหรือกลุ่มเสี่ยง 60.1% เห็นว่าผู้ท่ีเคยติดเช้ือเป็นคนท่ีได้ รับเช้ือจากการประกอบอาชีพ เช่น ขับรถแท็กซ่ี ไกด์ทัวร์ ให้บริการนวด และบุคลากร ทางการแพทย์ ปัจจัยทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยต่อผู้ทเ่ี คยติดเช้ือ 73 หรอื ผู้ถูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

2. ทัศนคติเก่ยี วกับโควิด 19 ที่มตี ่อ “ผ้ถู กู กกั กันโควดิ 19” ผลการวิเคราะห์พบว่าประชาชนไทยมีระดับคะแนนเฉล่ียในภาพรวมท่ีมีต่อ ผู้ท่ีถูกกักกันโควิด 19 คือ 68.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 49.9 โดยพบว่าจังหวัด ที่มีคะแนนทัศนคติต่อผู้ถูกกักกันสูงที่สุด อยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดยะลา ในขณะทจ่ี งั หวัดเชยี งใหม่มคี ะแนนทศั นคติตอ่ ผู้ถูกกกั กนั ต่ำ� ทส่ี ุด เมอื่ แบง่ คะแนนออกเปน็ ทศั นคตเิ ชงิ บวกทมี่ ตี อ่ ผทู้ ถี่ กู กกั กนั โควดิ 19 ใน 2 อนั ดบั แรก ประกอบดว้ ย ทศั นคติเชิงบวกตอ่ ผถู้ ูกกักกนั 1) ประชาชนไทยมคี วามเหน็ วา่ ผถู้ กู กกั กนั เปน็ บคุ คลทส่ี มาชกิ ในครอบครวั ตอ้ งดแู ล ชว่ ยเหลืออยา่ งใกล้ชิดทงั้ ด้านร่างกายและจติ ใจ เพอ่ื ให้ผ่านภาวะวกิ ฤตของชีวิต ไปได้ มผี ้ใู หค้ วามเห็นในขอ้ น้ถี งึ รอ้ ยละ 62.8 2) ประชาชนไทยเห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นบุคคลที่คนในชุมชนต้องดูแลช่วยเหลือ อย่างใกล้ชิดท้ังด้านร่างกายและจิตใจ เพ่ือให้ผ่านภาวะวิกฤตของชีวิตไปได ้ มผี ูใ้ ห้ความเห็นในขอ้ นี้ถงึ ร้อยละ 60.7 ในขณะทีป่ ระชาชนไทยมที ศั นคติเชงิ ลบต่อผ้ถู ูกกักกันเชอ้ื โควิด 19 ใน 3 อันดับแรก ประกอบดว้ ย ทัศนคติเชงิ ลบต่อผู้ถกู กักกัน 1) ประชาชนไทยเห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนที่ได้รับเช้ือจากการไปสถานท่ีอโคจร เช่น สนามมวย บอ่ นไก่ สถานบนั เทิง และการม่ัวสุมดืม่ สุราหรอื เสพสารเสพตดิ มผี ใู้ หค้ วามเห็นในข้อนีถ้ งึ ร้อยละ 67.5 2) มีความเห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนท่ีได้รับเช้ือมาจากการมีเพศสัมพันธ์หรือ การหลับนอนกับผู้ติดเชอื้ หรือกลุม่ เสีย่ ง มผี ใู้ ห้ความเหน็ ในข้อนถ้ี ึงรอ้ ยละ 57.3 3) มีความเห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนที่ได้รับเช้ือจากการประกอบอาชีพ เช่น ขบั รถแทก็ ซี่ ไกดท์ วั ร์ ใหบ้ รกิ ารนวด และบคุ ลากรทางการแพทย์ มผี ใู้ หค้ วามเหน็ ในข้อนีถ้ ึงรอ้ ยละ 53.1 จากผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับทัศนคติต่อผู้ถูกกักกันโควิด 19 สามารถสรุปได ้ ดงั ภาพประกอบ 3.4 ข 74 ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผทู้ ี่เคยตดิ เชือ้ หรอื ผู้ถกู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ภาพประกอบที่ 3.4 ข สรุปทศั นคตทิ ่มี ตี ่อผู้ถูกกกั กัน ภท4าัศ9พน.รค9วต%มิ กรุงเทพมหานครและยะลา ผู้ถูกกักกัน มมีคาะกแทน่ีนสทุดัศนคติต่อผู้ถูกกักกัน 68.9มีคะแนนเฉล่ียรวมต่อผู้ถูกกักกัน เชยี งใหม่ คะแนน มีคะแนนทัศนคติต่อผู้ถูกกักกัน ทศั นคติเชิงบวกต่อผถู้ กู กักกนั น้อยท่ีสุด 62.8% ทัศนคติเชิงบวกต่อผู้ถูกกักกัน เห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นบุคคล ทัศนคติเชงิ ลบต่อผถู้ ูกกกั กัน ที่สมาชิกในครอบครัวต้องดูแล ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ทั้งด้าน 67.5% เห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนท่ีได้ ร่างกาย และจิตใจ เพื่อให้ผ่าน รับเช้ือจากการไปสถานท่ี วิกฤตของชีวิตไปได้ อโคจร เช่น สนามมวย บ่อนไก่ สถานบันเทิง และการมั่วสุม 60.7% เห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นบุคคล ดื่มสุราหรือเสพยาเสพติด ที่คนในชุมชนต้องดูแลช่วยเหลือ อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านร่างกาย 57.3% เห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนท่ีได้ และจิตใจ เพื่อให้ผ่านวิกฤต รับเช้ือจากการมีเพศสัมพันธ์ ของชีวิตไปได้ หรือการหลับนอนกับผู้ติดเชื้อ หรือกลุ่มเสี่ยง เห็นว่าผู้ถูกกักกันเป็นคนที่ได้ 53.1% รับเช้ือจากการประกอบอาชีพ เช่น ขับรถแท็กซ่ี ไกด์ทัวร์ ให้บริการนวด และบุคลากร ทางการแพทย์ ปัจจัยทำ�นายการปฏบิ ตั ิของประชาชนไทยต่อผทู้ ่เี คยตดิ เชื้อ 75 หรอื ผู้ถูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ดังน้ันจะเห็นได้ว่าแนวโน้มของทัศนคติเชิงบวกท่ีมีต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อโควิด 19 และ ผู้ถูกกักกัน มีความใกล้เคียงกัน คือ จะมีทัศนคติเชิงบวกมากข้ึนเม่ือเป็นกลุ่มคน ของชมุ ชน กลมุ่ คนทเี่ ปน็ สมาชกิ ของครอบครวั ในขณะทจ่ี ะเกดิ ทศั นคตเิ ชงิ ลบไดต้ อ่ เมอ่ื มีการสืบทราบสาเหตุการติดเช้ือหรือคาดการณ์การติดเชื้อที่มาจากพฤติกรรมท่ีมี ความเส่ียง โดยเฉพาะเป็นความเส่ียงตามสถานที่อโคจร ไม่ว่าจะเป็นสถานที่การพนัน สถานบันเทิง หรือจากการท�ำงานที่มีความเส่ียง และการมีกิจกรรมต่าง ๆ กับกลุ่ม ผู้ตดิ เชอื้ หรอื กลมุ่ เส่ยี ง ส่วนหนงึ่ เกดิ จากทัศนคติท่เี ห็นว่ากจิ กรรมเหล่านส้ี ามารถงดเว้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาด แต่พฤติกรรมของคนบางกลุ่มยังไม่ช่วยหยุดการแพร่ ระบาดของเชอื้ สง่ ผลใหม้ ที ศั นคตเิ ชงิ ลบทไี่ มด่ กี บั ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื หรอื ผทู้ ถี่ กู กกั กนั ดงั กลา่ ว การปฏิบัติของประชาชนไทยในการป้องกนั การตดิ เชื้อโควิด 19 จากผลการศกึ ษาเกย่ี วกบั พฤตกิ รรมของคนไทยตอ่ การปอ้ งกนั โควดิ 19 พบวา่ มรี ะดบั พฤติกรรมการป้องกันลดต�่ำลงกว่าระยะท่ี 1 ในทุกด้าน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ชว่ งของการเกบ็ ขอ้ มลู ระยะท่ี 2 นเ้ี ปน็ ชว่ งทมี่ อี ตั ราการแพรก่ ระจายเชอื้ จำ� นวนผตู้ ดิ เชอ้ื เปน็ จ�ำนวนน้อย ทำ� ให้เกิดการหย่อนยานของพฤตกิ รรมลง ซึง่ ผลการส�ำรวจพฤติกรรม ของคนไทยใน 5 อันดบั แรก ประกอบด้วย 1) สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกจากบ้าน มีผู้ปฏิบัติอย่างสม�่ำเสมอ ถึงร้อยละ 91.1 แต่อย่างไรก็ตามยังต�่ำกว่าในระยะที่ 1 ที่มีการปฏิบัต ิ อย่างสม่�ำเสมอรอ้ ยละ 92.7 2) การพกแอลกอฮอล์ท�ำความสะอาดไปทุกคร้ังที่ออกจากบ้าน มีผู้ปฏิบัติอย่าง สมำ�่ เสมอรอ้ ยละ 73.3 ซ่งึ ลดลงจากในระยะที่ 1 ท่มี กี ารปฏิบัติอย่างสมำ่� เสมอ รอ้ ยละ 86.0 (ลดลงมากที่สดุ ) 3) การเว้นระยะห่างจากบุคคลอน่ื 1-2 เมตรตลอดเวลา มผี ปู้ ฏิบตั ิอยา่ งสมำ�่ เสมอ รอ้ ยละ 72.8 ลดลงจากในระยะที่ 1 ท่มี กี ารปฏิบัตอิ ยา่ งสม่ำ� เสมอรอ้ ยละ 78.6 4) การเว้นระยะห่างจากสมาชิกในครอบครัว 1-2 เมตร ตลอดเวลา มีผู้ปฏิบัติ อยา่ งสมำ�่ เสมอรอ้ ยละ 46.2 ลดลงจากในระยะที่ 1 ทมี่ กี ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งสมำ่� เสมอ ร้อยละ 55.5 76 ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยตอ่ ผทู้ ี่เคยตดิ เช้ือ หรอื ผ้ถู ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ภาพประกอบที่ 3.5 สรปุ พฤตกิ รรมและการปฏิบัตติ วั ของประชาชนไทย พฤติกรรมของคนไทยต่อการปอ้ งกันโรค พฤติกรรมของคนไทยต่อการป้องกันโรค : พบว่ามีระดับ พฤติกรรมการป้องกันโรคลดต่�ำกว่าระยะที่ 1 ในทุกด้าน เป็นเพราะช่วงการเก็บข้อมูลครั้งน้ีเป็นช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2563 มียอดผู้ติดเช้ือจ�ำนวนน้อย 91.1%1. สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน ลดลงจากระยะที่ 1 (92.7%) พกแอลกอฮอล์ท�ำความสะอาดมือ ทุกคร้ังท่ีออกจากบ้าน 73.3%2. ลดลงจากระยะที่ 1 มากที่สุด (86.0%) เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่น 1-2 เมตร ตลอดเวลา 72.8%3. ลดลงจากระยะท่ี 1 (78.6%) 4. FAMILY เว้นระยะห่างจากสมาชิกในครอบครัว 46.2%1-2 เมตร ตลอดเวลา ลดลงจากระยะท่ี 1 (55.5%) ปัจจัยทำ�นายการปฏิบตั ิของประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยตดิ เชื้อ 77 หรอื ผู้ถูกกักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

อยา่ งไรกต็ ามแมผ้ ลการวเิ คราะหใ์ นภาพรวม ประชาชนไทยจะมพี ฤตกิ รรมการปอ้ งกนั ตนเองลดน้อยลงเมื่อเทียบกับระยะท่ี 1 ซ่ึงอาจเป็นผลมาจากจ�ำนวนของผู้ติดเช้ือ ในประเทศลดน้อยลง ท�ำให้มีพฤติกรรมหย่อนยาน ประกอบกับในกลุ่มประชาชน บางกลมุ่ ไดใ้ หค้ วามเหน็ วา่ การหาซอ้ื หนา้ กากอนามยั และแอลกอฮอลเ์ รมิ่ หายากมากขนึ้ บางร้านปรับราคาสูงข้ึน ดังนั้นการสวมใส่หน้ากากอนามัยเม่ือออกนอกบ้าน และการ พกแอลกอฮอล์ส�ำหรบั ล้างมือจงึ มรี ะดับการปฏบิ ัตทิ ่ตี �ำ่ ลง และมพี ฤตกิ รรมการปอ้ งกัน ตนเองลดลงในทกุ ด้าน การปฏิบัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผูท้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื โควดิ 19 และผถู้ กู กักกนั ทั้งนี้เม่ือพิจารณาถึงแนวทางการปฏิบัติของประชาชนไทยท่ีมีต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อ โควดิ 19 หรอื ตอ่ ผทู้ ถี่ ูกกักกัน พบว่าผลคะแนนการปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 ต่อ ผู้ท่เี คยตดิ เชื้อโควดิ 19 และผ้ทู ่ถี ูกกักกนั สูงกวา่ ในระยะท่ี 1 โดยคะแนนการปฏิบัตกิ าร ป้องกนั โควดิ 19 ต่อผูท้ เ่ี คยตดิ เชื้อ มคี ะแนนอยใู่ นระดับสูงร้อยละ 45.9 โดยไดค้ ะแนน เฉล่ีย 77.8 คะแนน ในขณะท่ีคะแนนการปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 ต่อผู้ถูกกักกัน มคี ะแนนอยใู่ นระดบั สูงรอ้ ยละ 48.5 โดยไดค้ ะแนนเฉลย่ี 78.3 คะแนน เมื่อพิจารณาตามแต่ละจังหวัดพบว่า คะแนนการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อ ผู้ที่เคยติดเช้ือโควดิ 19 มคี วามแตกต่างกนั อย่างมนี ัยส�ำคญั ทางสถิติที่ .001 โดยพบวา่ คะแนนการปฏิบัติที่ถูกต้องมากท่ีสุด คือ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดยะลา ซ่ึงมี คะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ 84.0 คะแนน ในทางกลับกันกรุงเทพมหานครมีคะแนนเฉลี่ย การปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู ตอ้ งตำ่� สดุ คอื 76.0 คะแนน เชน่ เดยี วกบั คะแนนการปฏบิ ตั ขิ องประชาชน ต่อผู้ที่ถกู กกั กนั ที่พบว่า คะแนนการปฏิบัตทิ ีถ่ กู ตอ้ งมากที่สดุ คือ จงั หวัดนครราชสมี า ซ่ึงมีคะแนนเฉล่ียสูงสุด 87.0 คะแนน และกรุงเทพมหานครมีคะแนนเฉล่ียการปฏิบัต ิ ทถ่ี กู ต้องที่สุด คือ 77.0 คะแนน สามารถสรปุ ได้ดังภาพประกอบ 3.6 78 ปจั จัยทำ�นายการปฏิบตั ขิ องประชาชนไทยต่อผู้ทีเ่ คยติดเช้อื หรอื ผถู้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ภาพประกอบที่ 3.6 สรุปผลระดบั คะแนนการปฏิบัตติ ่อผ้ทู ีเ่ คยติดเช้ือและผู้ถกู กกั กัน ผลคะแนนการปฏบิ ัตกิ ารป้องกนั โควิด 19 ท่ถี ูกตอ้ ง ผู้ท่ีเคยติดเช้ือ ผู้ถูกกักกัน มีระดับคะแนนอยู่ในระดับสูง ในสรูงะกยวะ่าที่ 1 (มีจำ�นวนคนทไ่ี ดค้ ะแนคนะแสนงู น48.5%) มีระดับคะแนนอยู่ในระดับสูง 77.8 78.3(มีจำ�นวนคนทไี่ ด้คะแนคนะแสนูงน45.9%) แต่ละจงั หวดั มีการปฏิบัติต่อผ้ทู ่เี คยติดเช้อื และ ผถู้ ูกกกั กนั แตกตา่ งอย่างมนี ยั สำ�คญั ทางสถิติ .001 การปฏิบัติต่อผทู้ เ่ี คยติดเชื้อ 76 76กมรีคุงะเทแพนมนหเาฉนลคี่ยร ต่�ำสุด คะแนน 84นมคีคระรแานชสนีมเาฉแลละ่ียยสะลูงสา ุด 84 คะแนน การปฏบิ ัตติ ่อผถู้ ูกกกั กัน มนคีคระรแานชสนีมเาฉล่ียสูงสุด กรุงเทพมหานคร มีคะแนนเฉลี่ยต่�ำสุด 87 7787 คะแนน 77 คะแนน ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยต่อผทู้ ่ีเคยติดเชอ้ื 79 หรือผู้ถูกกกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

จากภาพประกอบที่ 3.6 ช้ีให้เห็นว่าการปฏิบัติตัวท่ีถูกต้องต่อผู้ท่ีเคยติดเชื้อและ ผู้ถูกกักกัน มีคะแนนเพิ่มมากข้ึน ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องถึงแนวทาง การปฏิบัติท่ีถูกต้องกับกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อและผู้ถูกกักกันมีลักษณะเป็นเช่นไร สามารถ ส รุปผลการวิเคราะหไ์ ดด้ ังนี้ 1. ลักษณะการปฏิบัติตัวของประชาชนไทยต่อผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด 19 พบว่า ผตู้ อบแบบสอบถามมพี ฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ติ อ่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื มากทส่ี ดุ 5 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ กกลาับตักรผิดปษู้ทเฏชณี่เื้อคิบะยัต ิ 1) การสวมหนา้ กากอนามยั ทกุ ครง้ั เมอื่ พดู คยุ กบั ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอ้ื มรี ะดบั การปฏบิ ตั ิ สม่ำ� เสมอร้อยละ 68.6 2) ล้างมือหรือท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์หลังพูดคุยกับผู้ท่ีเคยติดเชื้อ ทกุ คร้ัง มีระดบั การปฏิบตั ิอยา่ งสม่�ำเสมอร้อยละ 62.8 3) ล้างมือหรือท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ “ก่อน” รับประทานอาหาร ร่วมกบั ผทู้ ี่เคยตดิ เชื้อ มรี ะดบั การปฏิบตั ิอยา่ งสมำ่� เสมอร้อยละ 61.4 4) ล้างมือหรือท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ “หลัง” รับประทานอาหาร ร่วมกบั ผทู้ เี่ คยตดิ เช้อื มีระดับการปฏิบัติอย่างสม่ำ� เสมอรอ้ ยละ 61.1 5) ไม่ใช้จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน�้ำร่วมกับผู้ท่ีเคยติดเช้ือ มีระดับการปฏิบัติ อย่างสม่�ำเสมอร้อยละ 58.5 ในขณะท่ีผู้ตอบแบบสอบถามมีพฤติกรรมและการปฏิบัติตัวต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือ น้อยที่สุด ใน 3 อันดับ ได้แก่ 1) สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเช้ือในชุมชนท่ีมีคนเหล่านี้ อยู่ มีการปฏิบัติอย่างสม่�ำเสมอเพียงร้อยละ 10.2 2) สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ในบ้านทม่ี ีคนเหล่านีอ้ ยู่ มีการปฏิบตั ิอยา่ งสม�่ำเสมอเพียงรอ้ ยละ 12.0 และ 3) การให้ อาหาร ส่ิงของเคร่ืองใช้ หรือเงินช่วยเหลือแก่ผู้ติดเช้ือ มีการปฏิบัติอย่างสม่�ำเสมอ เพยี งรอ้ ยละ 26.5 ตามล�ำดบั สามารถสรุปไดด้ ังภาพประกอบท่ี 3.7 ก 80 ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยต่อผู้ทเี่ คยตดิ เชอื้ หรือผถู้ ูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบที่ 3.7 ก สรปุ ลกั ษณะการปฏบิ ัติตัวต่อผู้ทีเ่ คยติดเช้ือ ลักษณะการปฏิบัติตัวของประชาชนไทยต่อผูท้ เ่ี คยติดเชือ้ โควดิ 19 พบวา่ มีคะแนนการปฏิบตั ติ อ่ ผูท้ ีเ่ คยตดิ เชอื้ น้อยทส่ี ดุ !! คอื 10.2%1. สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนที่มีคนเหล่าน้ีอยู่ 12.0%2. สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในบ้านท่ีมีคนเหล่านี้อยู่ 26.5%3. การใหอ้ าหาร สง่ิ ของเครอ่ื งใช้ หรอื เงนิ ชว่ ยเหลอื แกผ่ ทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ การปฏบิ ัติตอ่ ผทู้ เี่ คยตดิ เช้ือสงู สดุ 1. 2. 3. 4. 5. 68.6% 62.8% 61.4% 61.1% 58.5% ล้างมือหรือ ล้างมือหรือ ล้างมือหรือ ไม่ใช้จาน สวมหน้ากาก ท�ำความสะอาดมือ ท�ำความสะอาดมือ ท�ำความสะอาดมือ ชาม ช้อนส้อม อนามัย ด้วยแหอลลกังอฮอล์ ด้วยแกอ่อลกนอฮอล์ ด้วยแหอลลกังอฮอล์ แก้วน้�ำร่วมกับ พูดคุยกับ รับประทานอาหาร รับประทานอาหาร ผู้ที่เคยติดเช้ือ เม่ือพูดคุยกับ ผู้ท่ีเคยติดเช้ือ ผู้ท่ีเคยติดเชื้อ ร่วมกับ ร่วมกับ ผู้ที่เคยติดเชื้อ ผู้ท่ีเคยติดเชื้อ ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยตอ่ ผทู้ ี่เคยติดเชอ้ื 81 หรือผ้ถู ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

2. ลกั ษณะการปฏบิ ตั ติ ัวของประชาชนไทยต่อผถู้ ูกกกั กนั พบวา่ ผ้ตู อบแบบสอบถาม มพี ฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิต่อผถู้ กู กกั กนั มากท่ีสุด 5 อนั ดับแรก ได้แก่ กับกลผาักรู้ถปษูกฏกณิับกะัตก ิัน 1) การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อพูดคุยกับผู้ถูกกักกัน มีระดับการปฏิบัต ิ สม�ำ่ เสมอรอ้ ยละ 65.2 2) ล้างมือหรือท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ “ก่อน” รับประทานอาหาร ร่วมกบั ผูถ้ กู กกั กนั มรี ะดบั การปฏบิ ัติอยา่ งสมำ�่ เสมอรอ้ ยละ 61.2 3) ลา้ งมอื หรอื ทำ� ความสะอาดมอื ดว้ ยแอลกอฮอลห์ ลงั พดู คยุ กบั ผถู้ กู กกั กนั ทกุ ครง้ั มีระดับการปฏบิ ัติอย่างสมำ่� เสมอรอ้ ยละ 61.1 4) ล้างมือหรือท�ำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ “หลัง” รับประทานอาหาร ร่วมกบั ผู้ถูกกกั กัน มรี ะดับการปฏิบตั ิอยา่ งสมำ่� เสมอร้อยละ 60.4 5) ไม่ใช้จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน�้ำร่วมกับผู้ถูกกักกัน มีระดับการปฏิบัต ิ อยา่ งสม่ำ� เสมอร้อยละ 57.7 ในขณะทผี่ ตู้ อบแบบสอบถามมพี ฤตกิ รรมและการปฏบิ ตั ติ วั ตอ่ ผทู้ ถี่ กู กกั กนั นอ้ ยทส่ี ดุ ใน 3 อันดับ ได้แก่ 1) สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนที่มีคนเหล่าน้ีอยู่ มีการ ปฏิบัติอย่างสม่�ำเสมอเพียงร้อยละ 10.0 2) สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเช้ือในบ้านที่มี คนเหล่าน้ีอยู่ มีการปฏิบัติอย่างสม่�ำเสมอเพียงร้อยละ 11.7 และ 3) ไม่พูดคุยกับคน เหลา่ น้ี มกี ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งสมำ�่ เสมอเพยี งรอ้ ยละ 26.4 ตามลำ� ดบั สามารถสรปุ ไดด้ งั ภาพ ประกอบท่ี 3.7 ข 82 ปจั จัยทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผทู้ ี่เคยติดเช้อื หรอื ผูถ้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบที่ 3.7 ข สรปุ ลกั ษณะการปฏบิ ตั ิตัวต่อผูถ้ ูกกกั กัน ลักษณะการปฏบิ ัติตวั ของประชาชนไทยตอ่ ผู้ถกู กกั กนั จากโควิด 19 พบว่ามคี ะแนนการปฏิบตั ิต่อผถู้ ูกกักกัน นอ้ ยทีส่ ดุ !! คอื 10.0%1. สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนที่มีคนเหล่าน้ีอยู่ 11.7%2. สนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในบ้านที่มีคนเหล่านี้อยู่ 26.4%3. ไม่พูดคุยกับคนเหล่าน้ี การปฏิบตั ติ ่อผู้ถกู กักกนั สูงสดุ 1. 2. 3. 4. 5. 65.2% 61.2% 61.1% 60.4% 57.7% สวมหนา้ กากอนามยั ล้างมือหรือ ล้างมือหรือ ล้างมือหรือ ไม่ใช้จาน เม่ือพูดคุย ท�ำความสะอาดมือ ท�ำความสะอาดมือ ท�ำความสะอาดมือ ชาม ช้อนส้อม กับผู้ถูกกักกัน ด้วยแกอ่อลกนอฮอล์ ด้วยแหอลลกังอฮอล์ ด้วยแหอลลกังอฮอล์ แก้วน้�ำร่วมกับ ผู้ถูกกักกัน รับประทานอาหาร พูดคุยกับ รับประทานอาหาร ร่วมกับผู้ถูกกักกัน ผู้ถูกกักกัน ร่วมกับผู้ถูกกักกัน ปัจจัยทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผูท้ ่ีเคยติดเชอื้ 83 หรอื ผถู้ กู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับอุปสรรคการปฏิบัติตัวท่ีมีต่อผู้ท่ีเคย ตดิ เชอ้ื โควดิ 19 และผทู้ ถ่ี กู กกั กนั พบวา่ สถานการณท์ ที่ ำ� ใหไ้ มส่ ามารถปอ้ งกนั ตนเองจาก โควดิ 19 ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพประกอบด้วย 3 สถานการณ์ ไดแ้ ก่ 1. สถานการณก์ ารเวน้ ระยะห่าง 1-2 เมตร ในครอบครัว บางครอบครัวสามารถท�ำได้ แต่อีกหลายครอบครัวไม่สามารถปฏิบัติได้ โดยเฉพาะยิ่งเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ประกอบกับมีบ้านขนาดเล็ก ส่งผลให้ไม่สามารถแบ่งแยกพ้ืนท่ีให้เป็นสัดส่วนได้ ดังนั้น พ้ืนทภ่ี ายในบ้านจึงกลายเป็นพ้นื ที่สว่ นรวมท่ีสมาชิกทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ เหตุผล อกี ประการทไ่ี ม่สามารถรกั ษาระยะห่างได้ เกิดจากทัศนคติของการใชช้ วี ิต ที่คิดว่าไมม่ ี ความเส่ียงเนื่องจากสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ออกจากบ้าน อยู่ด้วยกันตลอดเวลา และท�ำกิจกรรมต่าง ๆ ซำ้� เดิม จงึ ไมน่ ่ามีความเส่ยี งทต่ี อ้ งเครง่ ครดั ในการปฏบิ ัตติ ัว 2. สถานการณ์การสวมใส่หน้ากากอนามัย ท่ีพบว่ามีพฤติกรรมที่หย่อนยานลง โดยเฉพาะในชว่ งทส่ี ถติ ยิ อดผตู้ ดิ เชอื้ ลดจำ� นวนนอ้ ยลง จากผลการเกบ็ ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ พบว่าพฤติกรรมการสวมใส่หน้ากากอนามัยมักสวมใส่ไมถ่ กู ตอ้ ง ดังเชน่ การใส่ไวใ้ ตค้ าง หรือใต้จมูก รวมถึงการถอดหน้ากากอนามัยที่ไม่ถูกต้องโดยการน�ำมือสัมผัสด้านนอก หน้ากาก ในขณะท่ีผู้ให้ข้อมูลได้รายงานว่าไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพราะ หนา้ กากมีราคาแพงและขาดตลาดหาซ้ือไดย้ าก 3. สถานการณ์การท�ำความสะอาดมือ พบว่าไม่สามารถล้างมือได้บ่อย เน่ืองจาก อยู่ในสถานการณ์เร่งรีบ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา ประกอบกับ คิดว่าการล้างมือด้วยน้�ำเปล่ามีความเพียงพอ ไม่จ�ำเป็นต้องใช้สบู่หรือการล้างด้วย แอลกอฮอล์ สว่ นหนงึ่ มขี อ้ จำ� กดั เรอ่ื งราคาของผลติ ภณั ฑฆ์ า่ เชอื้ มรี าคาแพง สามารถสรปุ ไดด้ งั ภาพประกอบท่ี 3.8 84 ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผทู้ เ่ี คยติดเช้อื หรอื ผูถ้ กู กักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบท่ี 3.8 สรปุ ข้อมูลเชิงคุณภาพเกีย่ วกับอุปสรรคดา้ นการปฏบิ ัตติ ัว ขอ้ มลู เชิงคุณภาพเก่ียวกบั อปุ สรรคดา้ นการปฏบิ ตั ิตวั 1. FAMILY พ้ืนที่ในบ้านไม่สามารถ แบ่งสัดส่วนได้ ยิง่ เป็นครอบครัวใหญ่ ยิง่ เวน้ ระยะหา่ งไดย้ ากขน้ึ คิดว่าไม่มีความเสี่ยง เพราะอยู่ด้วยกันทุกวัน กิจกรรมซ�้ำเดิม 2. ไม่ได้ใส่หน้ากากตลอดเวลา เพราะ หน้ากากมีราคาแพง และขาดตลาด สวมใส่หน้ากากไม่ถูกต้อง ถอดหน้ากากและใช้มือ เช่น ใส่ใต้คาง ใส่ใต้จมูก สัมผัสด้านนอกหน้ากาก การสวมใส่หน้ากากอนามัยจะหย่อนยาน หากสถติ ิผ้ตู ิดเช้ือในช่วงนนั้ มจี ำ�นวนนอ้ ยลง 3. ก�ำลังรีบ คิดว่าน�้ำเปล่าก็พอ ไม่มีเงินซื้อ ไม่ไดท้ ำ�ความสะอาดมือบอ่ ย ไมเ่ ห็นความสำ�คัญและกำ�ลงั รบี เรง่ ปัจจัยทำ�นายการปฏิบตั ขิ องประชาชนไทยต่อผทู้ ีเ่ คยตดิ เช้อื 85 หรือผูถ้ ูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

2. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทย ต่อผทู้ เี่ คยตดิ เชอ้ื โควดิ 19 หรอื ผถู้ ูกกกั กนั ความคดิ เหน็ ทีม่ ตี อ่ บริบทแวดลอ้ ม ความคดิ เหน็ ทมี่ ตี อ่ บรบิ ทแวดลอ้ มทีม่ ผี ลตอ่ การปฏบิ ตั กิ ารปอ้ งกนั ต่อผ้ทู เี่ คยตดิ เชอ้ื หรือผู้ถูกกักกัน พบว่ามีความเห็นว่ามีผลต่อการปฏิบัติต่อผู้ที่เคยติดเชื้ออยู่ในระดับสูง ถึงร้อยละ 61.3 โดยมีคะแนนการส่งผลที่ 64.7 คะแนน นอกจากน้ีเห็นว่ามีผลต่อ การปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกันอยู่ในระดับสูง ถึงร้อยละ 59.8 โดยมีคะแนนที่ส่งผลต่อ การปอ้ งกนั โรค 64.1 คะแนน โดยพบวา่ แตล่ ะจงั หวดั มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถิตทิ ี่ .001 โดยพบว่าจังหวดั เชียงใหม่ ประชาชนเห็นว่าบริบทด้านสภาพแวดลอ้ ม มผี ลตอ่ การปฏบิ ตั ติ อ่ ผทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ มากทสี่ ดุ และกรงุ เทพมหานครประชาชนมคี วามเหน็ ว่าบริบทด้านสภาพแวดล้อมมีผลต่อการปฏิบัติต่อผู้ที่เคยติดเช้ืออยู่ในอันดับน้อยท่ีสุด เมอ่ื เทียบกบั จังหวัดอืน่ ๆ โดย 5 อันดับแรกท่ีผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเป็นบุคคลท่ีมีผลต่อการปฏิบัติตัว เพ่ือป้องกันโรคจากกล่มุ ผทู้ เี่ คยติดเชื้อโควิด 19 มากทส่ี ุด ไดแ้ ก่ 1. อสม./อสส. รอ้ ยละ 52.9 2. เจ้าหนา้ ทีส่ าธารณสขุ อำ� เภอ/ต�ำบล/เทศบาล รอ้ ยละ 52.8 3. จากมาตรการการจัดการเว้นระยะห่างทางสงั คม ร้อยละ 52.5 4. บุคคลในครอบครวั ร้อยละ 50.6 5. เจ้าหน้าทีส่ าธารณสขุ จงั หวัด/คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จังหวดั ร้อยละ 50.0 นอกจากนี้ 5 อนั ดับแรกท่ีผูต้ อบแบบสอบถามเหน็ ว่าเป็นบคุ คลที่มผี ลต่อการปฏิบตั ิ ตวั เพือ่ ปอ้ งกนั โรคจากกลุม่ ผู้ถูกกกั กันมากท่ีสุด ไดแ้ ก่ 1. เจ้าหน้าทส่ี าธารณสขุ อ�ำเภอ/ตำ� บล/เทศบาล ร้อยละ 50.8 2. อสม./อสส. ร้อยละ 50.5 3. จากมาตรการการจัดการเวน้ ระยะหา่ งทางสงั คม รอ้ ยละ 50.4 4. บุคคลในครอบครวั รอ้ ยละ 47.4 5. เจา้ หนา้ ท่สี าธารณสุขจังหวดั /คณะกรรมการโรคติดตอ่ จงั หวัด ร้อยละ 47.3 86 ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผู้ท่เี คยติดเช้อื หรอื ผู้ถกู กกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ผลการวิเคราะห์ตวั แปรปัจจัยทำ�นายการปฏบิ ตั ิ จากชุดคำ� ถามในแบบสอบถาม ถูกน�ำมาพัฒนาเป็นตัวแปรแฝง (latent variables) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของแบบจ�ำลองการปฏิบัติตัวผู้ติดเช้ือ โควิด 19 และผู้ถูกกักกัน โดยประยุกต์ใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) ในการยบุ รวมตัวแปรสังเกตตา่ ง ๆ ซ่ึงบางตวั ได้มาจากการรวมข้อค�ำถามเข้าด้วยกันด้วยการหาค่าเฉล่ีย ซ่ึงพบว่าปัจจัยการท�ำนาย พบทั้งสิ้น 6 ตวั แปรแฝง ดงั ตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ตัวแปรแฝง ตัวแปรสังเกต และขอ้ คำ� ถามที่ใช้ในการศกึ ษา ตวั แปรแฝง ตวั แปรสงั เกต ขอ้ คำ�ถามตอ่ ผู้ท่ีเคยติดเชือ้ โควดิ 19 และผถู้ ูกกกั กนั 1. ความคดิ เหน็ 1. ครอบครวั และ ต่อบรบิ ทแวดลอ้ ม บคุ คลใกลช้ ดิ 1. บคุ คลในครอบครวั ของทา่ น ท่ีมผี ลต่อการปฏิบัติ 2. เพื่อน/เพ่อื นบ้านของท่าน การป้องกัน 2. ผนู้ ำ� ชมุ ชน 1. นายกเทศมนตรี/นายกองค์การบริหาร ส่วนต�ำบล โควดิ 19 ของ 2. กำ� นัน ประชาชน 3. ผใู้ หญ่บ้าน 1. เจ้าหนา้ ทส่ี าธารณสขุ จังหวัด/ 3. บคุ ลากรสขุ ภาพ คณะกรรมการโรคติดต่อจงั หวดั 2. เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ อำ� เภอ/ตำ� บล/เทศบาล 4. นโยบาย/มาตรการ 3. อาสาสมคั รสาธารณสขุ หมู่บา้ น (อสม.) 1. มาตรการการงดออกจากบา้ นหลงั เวลา 24.00 น. 2. มาตรการงดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของชมุ ชน เชน่ สงกรานต์ การทำ� บญุ วนั สำ� คญั ทางศาสนา 3. มาตรการการส่งั ปดิ สถานศึกษา 4. การผอ่ นปรนมาตรการควบคมุ ของรฐั บาล ปจั จยั ทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยต่อผูท้ ี่เคยติดเชอ้ื 87 หรือผ้ถู กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ตัวแปรแฝง ตัวแปรสังเกต ขอ้ คำ�ถามต่อผทู้ ่เี คยตดิ เช้ือโควดิ 19 และผถู้ ูกกักกนั 2. การปฏิบตั ิต่อ ผทู้ ีเ่ คยติดเชอื้ 1. การไมร่ บั ประทาน 1. ไมใ่ ชจ้ าน ชาม ชอ้ นสอ้ ม แกว้ นำ�้ รว่ มกบั คนเหลา่ นี้ โควิด 19 หรอื อาหารร่วมกนั 2. ลา้ งมอื /ทำ� ความสะอาดมอื ดว้ ยแอลกอฮอลเ์ จล ผถู้ ูกกกั กนั กอ่ นรบั ประทานอาหารรว่ มกบั คนเหลา่ น้ี 3. ลา้ งมอื /ทำ� ความสะอาดมอื ดว้ ยแอลกอฮอลเ์ จล หลงั รับประทานอาหารรว่ มกบั คนเหลา่ น้ี 2. การไมใ่ ชข้ อง 1. ไม่ใช้โต๊ะ เก้าอี้ และเคร่อื งใช้อน่ื ๆ ภายใน ร่วมกัน ชมุ ชน/ภายในบา้ นรว่ มกบั คนเหล่าน้ี 2. ไมใ่ ช้ห้องน�ำ้ รว่ มกับคนเหล่าน้ี 3. ไมส่ มั ผสั รา่ งกายคนเหล่าน้ี 4. ตอ่ ตา้ นการใหค้ นเหลา่ นเ้ี ขา้ รว่ มกจิ กรรมของชมุ ชน 3. การไม่เขา้ รว่ ม 1. ไม่เขา้ รว่ มกจิ กรรมใด ๆ ท่คี นเหล่านีเ้ ข้ารว่ ม กิจกรรม กิจกรรม 2. หา้ มคนในครอบครัวไปเยย่ี มเยียนคนเหลา่ น้ี 3. ห้ามบุตรหลานไปเล่นกับเด็กหรอื สมาชิก ในครอบครวั คนเหลา่ นี้ 4. การเฝา้ ระวงั 1. มสี ว่ นรว่ มในการคดั กรองโควดิ 19 ในคนเหลา่ น้ี 2. มสี ว่ นรว่ มในการเฝา้ ระวงั ตดิ ตามอาการของคนเหลา่ นี้ 3. มีส่วนร่วมในการรายงาน/แจ้งข้อมูลความผิดปกต ิ ที่อาจเส่ียงต่อการเกิดโควิด 19 แก่ อสม. หรือ ผ้นู ำ� ชุมชน 5. การชว่ ยเหลือ 1. ให้อาหาร สงิ่ ของ เคร่ืองใช้ หรือเงนิ ช่วยเหลือ และใหก้ �ำลังใจ แก่คนเหล่าน้ี 2. แนะน�ำวธิ ีปอ้ งกันการติดเช้ือ/การแพร่เชื้อ โควิด 19 ให้คนเหล่าน้ี 3. ปลอบใจพูดคุยให้ก�ำลังใจคนเหล่านีท้ างโทรศพั ท์ 4. พบปะคนเหลา่ นเ้ี พ่อื ปลอบใจ พูดคุยใหก้ �ำลงั ใจ โดยรักษาระยะห่าง 1-2 เมตร 88 ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ิของประชาชนไทยต่อผู้ท่เี คยตดิ เช้อื หรอื ผู้ถูกกกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ตัวแปรแฝง ตวั แปรสงั เกต ขอ้ คำ�ถามตอ่ ผ้ทู ่เี คยติดเชอื้ โควดิ 19 และผู้ถูกกักกัน 3. ทศั นคติต่อโอกาส เป็นตวั เดยี ว 1. คนเหลา่ นไ้ี ดร้ บั เชอ้ื หรอื มโี อกาสไดร้ บั เชอ้ื จากการไป การได้รับเชอ้ื กบั ข้อค�ำถาม ในสถานทอี่ โคจร เชน่ สนามมวย บอ่ นไก่ สถานบนั เทงิ และการมว่ั สมุ ดม่ื สรุ าหรอื เสพสารเสพตดิ 2. คนเหลา่ นไี้ ดร้ บั เชอื้ หรอื มโี อกาสไดร้ บั เชอ้ื จากการม ี เพศสมั พนั ธห์ รอื การหลบั นอนกบั ผตู้ ดิ เชอื้ หรอื กลมุ่ เสย่ี ง 3. คนเหล่าน้ีได้รับเชื้อหรือมีโอกาสได้รับเช้ือจากการ ประกอบอาชพี เชน่ ขบั รถแทก็ ซ่ี ไกดท์ วั ร์ ใหบ้ รกิ าร นวด และบคุ ลากรการแพทย์ 4. ทัศนคติ เปน็ ตัวเดยี ว 1. คนเหลา่ นท้ี ำ� ใหค้ นในครอบครวั ถกู เพอ่ื นบา้ นรงั เกยี จ ตอ่ การแบ่งแยก กบั ขอ้ ค�ำถาม 2. คนเหล่าน้ีท�ำใหค้ นในชุมชน/หมูบ่ ้านถกู รงั เกียจ ทางสังคม 3. คนเหล่าน้ีท�ำให้การจัดกิจกรรมร่วมกันของชุมชน ลดลง 5. การรับรขู้ ้อมลู 1. อบุ ตั กิ ารณ์วธิ กี าร 1. การแพรร่ ะบาดของโควดิ 19 เช่น จำ� นวนผตู้ ดิ เช้อื ที่เก่ียวขอ้ งกับ ตดิ ตอ่ และอาการ จ�ำนวนผปู้ ว่ ย โควดิ 19 2. วิธีการตดิ ตอ่ โควิด 19 3. อาการและอาการแสดงของโควิด 19 2. ความเสี่ยง 1. วิธกี ารคัดกรองโควดิ 19 การคดั กรอง 2. วธิ กี ารเฝา้ ระวงั โควิด 19 และการเฝา้ ระวงั 3. โอกาสเสย่ี งของการเปน็ โควิด 19 3. ส่ิงสนับสนุน 1. อปุ สรรคในการป้องกันโควดิ 19 และอปุ สรรค 2. ส่ิงสนับสนุนการปฏิบัติการป้องกนั โควดิ 19 ต่อการปฏิบตั ิ ในการปอ้ งกัน ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผ้ทู ีเ่ คยตดิ เชอ้ื 89 หรือผู้ถกู กกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ตัวแปรแฝง ตัวแปรสังเกต ข้อคำ�ถามตอ่ ผู้ทเี่ คยตดิ เชอ้ื โควิด 19 และผถู้ กู กกั กัน 6. ผลกระทบ จากการระบาด 1. ผลกระทบดา้ น 1. การออกกำ� ลงั กายนอกบา้ น ของโควิด 19 การดำ� เนนิ ชวี ติ 2. การรบั ประทานอาหารนอกบา้ น หรือจากนโยบาย/ 3. การไปซอื้ ของใช้ การจา่ ยตลาด มาตรการ 4. การไปรา้ นเสรมิ สวย สระผม ทำ� ผม ของรฐั บาล 5. การไปชอปปงิ หรอื ไปเดนิ เลน่ ในหา้ งสรรพสนิ คา้ 6. การใชบ้ รกิ ารธนาคาร 7. การสงั สรรคก์ บั เพอ่ื นนอกบา้ น 8. การพบปะเพอ่ื นสนทิ 9. การพบปะแฟน/ครู่ กั 10. การเดนิ ทางไปตา่ งจงั หวดั 11. การเดนิ ทางไปตา่ งประเทศ 2. ผลกระทบ 1. การทะเลาะกบั แฟน/ครู่ กั ตอ่ ครอบครวั 2. การเลกิ /หยา่ รา้ งกบั แฟน/ครู่ กั 3. การชว่ ยลดการมเี พศสมั พนั ธ/์ การตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ 4. การไมก่ ลา้ นอนกบั แฟน/ครู่ กั สาม/ี ภรรยา 5. สมั พนั ธภาพของคนในชมุ ชนลดลง 6. การขาดผู้ดแู ลเดก็ ออ่ น เดก็ เลก็ 7. การขาดผดู้ ูแลผู้สงู อายุ 8. การขาดผ้ดู ูแลผู้ป่วยตดิ เตยี ง 3. ผลกระทบดา้ น 1. การประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา วฒั นธรรม/ 2. การสบื สานขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วฒั นธรรม ประเพณ/ี 3. การชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู กนั ในสงั คมลดลง เชน่ การลงแขก วถิ ชี วี ติ ของชมุ ชน งานแตง่ งานบวช งานขน้ึ บา้ นใหม่ และงานศพ เปน็ ตน้ 4. การช่วยติดตามตรวจสอบการกักตัวของกลุ่มเส่ียง ในชมุ ชน 5. การช่วยติดตามตรวจสอบการกักตัวของผู้เดินทาง จากพนื้ ทอี่ นื่ 90 ปจั จัยทำ�นายการปฏบิ ัติของประชาชนไทยต่อผูท้ ี่เคยติดเชื้อ หรอื ผถู้ ูกกกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ตวั แปรแฝง ตวั แปรสังเกต ข้อคำ�ถามตอ่ ผู้ทเ่ี คยตดิ เช้อื โควิด 19 และผถู้ ูกกกั กัน 4. ผลกระทบ 1. นักเรียน/นักศึกษาไม่มีคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ดา้ นการศกึ ษา แทบ็ เลต็ สำ� หรบั การเรยี น/การสอบออนไลน์ ของตนเอง 2. นกั เรยี น/นกั ศกึ ษาไมม่ อี นิ เทอรเ์ นต็ สำ� หรบั การ และ/หรอื เรยี น/การสอบออนไลน์ บตุ รหลาน 3. นักเรียน/นักศึกษาไม่มีทักษะในการเรียน/ การสอบออนไลน์ 4. นักเรียน/นักศึกษาไม่มีผู้ให้ความช่วยเหลือ ชว่ ยแกป้ ญั หาในการเรยี น/การสอบออนไลน์ 5. ผลกระทบ 1. การขาดแคลนหนา้ กากอนามยั ดา้ นสขุ ภาพและ 2. การขาดแคลนแอลกอฮอลเ์ จล การปอ้ งกนั โรค 1. ถกู หยดุ งาน พกั งานชว่ั คราว 6. ผลกระทบ 2. ถกู เลกิ จา้ ง ตกงาน ดา้ นเศรษฐกจิ 3. ไมม่ รี ายได้ 4. รายไดล้ ดลง 7. ผลกระทบ 1. วิตกกังวลวา่ จะถูกเลิกจา้ ง ดา้ นจติ ใจ 2. วติ กกงั วลวา่ จะหางานท�ำไมไ่ ด้เมื่อสถานการณ์ ดขี ้ึน 3. ความเครยี ดจากการเลกิ จา้ ง ตกงาน ไมม่ งี านทำ� 4. ความเครียดจากการหยุดงานช่ัวคราว พกั งาน ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผ้ทู ี่เคยติดเชือ้ 91 หรอื ผูถ้ ูกกักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ข้อค้นพบสำ�คัญจากแบบจำ�ลอง จากการวเิ คราะหด์ ว้ ย SEM ในแบบจำ� ลองการปฏบิ ตั ิ พบวา่ ปจั จยั สำ� คญั ทมี่ อี ทิ ธพิ ล ต่อการปฏิบัติต่อผู้ท่ีเคยติดเช้ือและผู้ถูกกักกัน ได้แก่ บริบทแวดล้อมท่ีมีผลต่อ การปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 (CONT) การรับรู้ข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับโควิด 19 (PC) และผลกระทบ (IM) ดงั ภาพท่ี 3.9 ภาพประกอบท่ี 3.9 ปจั จยั สำ�คญั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การปฏบิ ตั ติ อ่ ผทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ และผถู้ กู กกั กนั จังหวดั ส่ือออนไลน์ SOM ทัศนคติต่อ การปฏิบัติต่อ โอกาสการได้รับเชื้อ ผผู้เคู้ถยูกตกิดักเกช้ืัอน/ • เพศ บริบทแวดล้อม • อายุ TE 0.35-0.65 ATO PRAC • ระดับการศึกษา • อาชีพ CONT การแบท่งัศแนยคกตทิตา่องสังคม • ศาสนา ความรู้ ATD KLT สุขภาพจิต PERC PSY กTาEรรับร0ู้ข.2้อ0ม-ูล0.38 IMP โทรทัศน์ TV การได้รับผลกระทบ TE 0.18-0.50 หมายเหตุ : TE = Total effect อทิ ธิพลโดยรวม 92 ปัจจัยทำ�นายการปฏบิ ัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผูท้ ่เี คยติดเชอ้ื หรือผถู้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

บริบทแวดล้อมที่มีผลตอ่ การปฏิบัตกิ ารป้องกันโควดิ 19 บรบิ ทแวดลอ้ มทมี่ ีผลตอ่ การปฏบิ ตั ิการป้องกนั โควิด 19 ทีส่ ำ� คญั 5 อนั ดบั แรก คอื อสม./อสส. เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ อำ� เภอ/ตำ� บล/เทศบาล มาตรการการจดั การเวน้ ระยะ ห่างทางสังคม บุคคลในครอบครัว และเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขจังหวัด/คณะกรรมการ โรคติดตอ่ จงั หวดั ท้งั น้ีอาจเนื่องจากบริบทแวดลอ้ มดงั กล่าวมคี วามใกลช้ ดิ กับประชาชน รวมถงึ ประชาชนสว่ นใหญอ่ าศยั อยใู่ นชนบท ซง่ึ จะมวี ฒั นธรรม บรรทดั ฐาน และกฎระเบยี บ ข้อบังคับของชุมชนท่ีต้องยอมรับและต้องปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามอาจได้รับ การลงโทษและอาจน�ำไปสู่การกีดกันออกจากชุมชน นอกจากนี้อาจเนื่องจากกลุ่ม ตวั อย่างยอมรับและเคารพนบั ถอื อสม. บุคลากรสขุ ภาพ และผูน้ �ำชมุ ชน รวมถงึ ยอมรบั และปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ บริบทแวดล้อมดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนปฏิบัติการ ปอ้ งกนั โควดิ 19 ทถ่ี กู ตอ้ งและเครง่ ครดั อกี ทงั้ ชาวบา้ นยงั ชว่ ยกนั สอดสอ่ งคนแปลกหนา้ ที่เข้ามาในชุมชน เช่น กลุ่มคนที่มาจากต่างพื้นที่หรือผีน้อย เป็นต้น โดยจะมีการแจ้ง อสม. ให้เข้ามาคัดกรองในเบื้องต้น โดยการวัดอุณหภูมิเช้า-เย็น ทุกวัน และบางกรณ ี ใหผ้ ถู้ กู กักกนั ถ่ายรูปปรอทวดั ไข้สง่ ให้ อสม. นอกจากนี้ อสม. ตอ้ งกรอกขอ้ มลู ประวัต ิ การเดินทางของคนท่ีเข้ามาในพื้นที่ และส่งแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้น�ำชุมชน/ประธาน อสม. รบั ทราบทนั ที ผ่านทางไลนก์ ลุ่ม การรับร้ขู อ้ มลู ขา่ วสารเกยี่ วกับโควิด 19 ประชาชนส่วนใหญ่มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับโควิด 19 อยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนรับรู้มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ วิธีการป้องกันตนเอง จากโควิด 19 ความรนุ แรงของโควดิ 19 การแพร่ระบาดของโควิด 19 ประโยชน์ของ การป้องกันโควิด 19 และวิธีการติดต่อของโควิด 19 ซ่ึงประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร มากทีส่ ุด 5 อันดับแรก คือ สอื่ ออนไลน์ โทรทัศน์ อสม./อสส. บุคลากรสุขภาพ และ สมาชิกในครอบครัว ทั้งน้ีการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโควิด 19 มีผลต่อทัศนคติที่ด ี ในการป้องกันโควิด 19 ส่งผลให้มีการปฏิบัติในการป้องกันโควิด 19 ท่ีถูกต้อง เพ่ิมมากขึ้น ซ่ึงสอดคล้องกับข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาเชิงคุณภาพที่พบว่า การรับรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับโควิด 19 ของประชาชน ส่งผลให้ประชาชนมีการปฏิบัติในการป้องกัน โรคมากขึ้น โดยในระยะแรกปฏิบัติเน่ืองจากกลัวติดโรค กลัวตาย แต่ในระยะหลัง ประชาชนมกี ารปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั ตนเอง เนอ่ื งจากมคี วามรแู้ ละมคี วามตระหนกั มากขน้ึ ปจั จยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผทู้ ่เี คยตดิ เชอ้ื 93 หรือผูถ้ กู กักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 ผลกระทบจากนโยบาย/มาตรการรฐั การรับรู้ผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19 และผลกระทบจากนโยบาย หรือมาตรการของรัฐ มีผลต่อการปฏิบัติในการป้องกันโควิด 19 ต่อผู้ที่เคยติดเช้ือ และผูถ้ ูกกักกนั โดยประชาชนได้รบั ผลกระทบดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นจิตใจ ด้านการศกึ ษา และดา้ นศาสนา ประเพณี วฒั นธรรม และวถิ ีชวี ติ ของชมุ ชน ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ท�ำให้ประชาชนตกงาน ขาดรายได้ เพราะในช่วง โควดิ 19 ระบาด เศรษฐกจิ เหมอื นจะชะงกั ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง คนขายของไมไ่ ดข้ าย เน่ืองจากว่าไม่มีคนออกมาซ้ือ ทุกคนหวาดกลัว จะต้องอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะ คนที่รับจ้างบางบริษัท ในกลุ่มท่องเท่ียวโรงแรม หรือรถส่งนักท่องเที่ยว ล้มระเนระนาดกัน ไม่มีงานจ้าง ต้องตกงาน ซ่ึงเป็นกลุ่มท่ีน่าเป็นห่วง และ น่าสงสารมากท่ีสุด ในกลุ่มชาวบ้าน ถ้าเป็นชาวบ้านระดับรากหญ้าท่ีมีบ้าน เป็นของตัวเองไม่ต้องเช่าบ้านก็พออยู่ได้เพราะกินอยู่แบบสมถะอยู่แล้ว แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่มีอาชีพรับจ้างและต้องเช่าบ้าน บางคนถูกไล่ออกจากงาน ต้องกลบั บ้านเกดิ ต้องใช้ชวี ิตแบบสมถะ เรียบงา่ ย ปลกู พืชผกั รับประทานเอง ครอบครัวสร้างห้องเล็ก ๆ ให้อยู่ด้วยกัน และบางพื้นที่การระบาดของโรค ท�ำให้ต้องปิดตลาดและร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าท่ีขายของตามตลาดนัด รถขาย ของเร่ (รถพมุ่ พวง) ไดร้ บั ผลกระทบสงู เพราะไมส่ ามารถขายของได้ นอกจากน ้ี ยังส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ มีรายได้ลดลง เน่ืองจากมีลูกค้าหรือผู้ใช้ บริการลดลง เพราะกลัวการติดเช้ือ และต้องปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ ซึ่งบางธุรกิจต้องปิดกิจการหรือปิดสถานบริการเร็วข้ึนในช่วงที่มีการระบาด ของโรค รวมถึงชาวบ้านท่ีมีอาชีพเกษตรกรก็มีรายได้ตกต่�ำ และบางคน ตอ้ งเปลยี่ นอาชีพ 94 ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผ้ทู ่ีเคยติดเช้อื หรอื ผูถ้ กู กักกนั และผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19

ผลกระทบด้านจิตใจ ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ประชาชน ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจจากปัญหารอบด้าน เกิดจากการท่ีประชาชน ไม่มงี านทำ� ตกงาน การทำ� มาหากินเล้ยี งชีพฝดื เคอื ง ท�ำให้ขาดรายได้ การปรบั เปลี่ยนรูปแบบหรืองดการจัดกิจกรรมตามประเพณี วัฒนธรรม และพิธีกรรม ทางศาสนา ทำ� ใหผ้ ู้สงู อายุเหงา รอคอยลกู หลานมารดน�้ำดำ� หัว แตก่ จิ กรรมน้ี หายไป ไม่มีลูกหลานมาคารวะ ลูกหลานเดินทางมาไม่ได้ เหลือแต่ลูกหลาน ท่ีใกล้ชิด การปรับเปลีย่ นรปู แบบการเรยี นการสอน พ่อแมผ่ ูป้ กครองตอ้ งดูแล บตุ รหลานในการเรยี นออนไลนห์ รอื ทำ� งานทคี่ รมู อบหมาย ทำ� ใหเ้ กดิ ความเครยี ด เร่ืองการเรียนของลูก กลัวลูกเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะอธิบายไม่ได้เหมือนคร ู และเดก็ บางคนไม่สนใจ ห่วงเล่น ไมเ่ หมอื นกบั ท่ีเรยี นในโรงเรยี น บางรายไม่มี คนดูแล พ่อแม่ต้องลางานมาเลี้ยงดูลูก รวมถึงความเครียดจากการไม่มีเงิน ซ้ืออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ส�ำหรับเรียนออนไลน์ เป็นต้น นอกจากน้ีการเป็น ผทู้ เี่ คยตดิ เชอื้ หรอื มผี ตู้ ดิ เชอ้ื ในชมุ ชน ทำ� ใหส้ งั คมรงั เกยี จ ไปไหนมาไหนลำ� บาก เกดิ ความเครียด ผลกระทบดา้ นการศึกษา การระบาดของโควดิ 19 ส่งผลให้มกี ารปดิ โรงเรียน และสถานศกึ ษาชว่ั คราว ทำ� ใหพ้ อ่ แม่ ผปู้ กครองทท่ี ำ� งานประจำ� ไดร้ บั ผลกระทบ อย่างมาก กรณีที่เป็นครอบครัวใหญ่และมีญาติพี่น้องอยู่ใกล้เคียงกัน จะน�ำ ลกู หลาน ซงึ่ เปน็ เด็กเลก็ ชัน้ อนุบาลหรอื ประถมศกึ ษาไปฝากญาติพ่นี ้องที่ไมไ่ ด้ ท�ำงานและอยู่บ้านช่วยดูแล กรณีที่เป็นครอบครัวเด่ียว พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะสลบั กนั ขาดงานเพอ่ื มาดูลกู หลานทีเ่ รียนออนไลนท์ บ่ี า้ น และบางครอบครวั จะน�ำลูกหลานไปท่ีท�ำงานด้วย ซ่ึงบางคร้ังจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ของการท�ำงานของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และถูกต�ำหนิจากเพ่ือนร่วมงาน กรณี เด็กโตช้ันมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย พ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่จะให ้ ลกู หลานเรยี นออนไลนท์ บ่ี า้ นโดยลำ� พงั ซง่ึ พบวา่ การเรยี นออนไลนม์ ปี ญั หาและ อปุ สรรคมากมาย พอ่ แม่ ผปู้ กครอง มคี วามคดิ เหน็ วา่ ไมส่ ามารถบงั คบั ลกู หลาน ให้มีความตั้งใจในการเรียนออนไลน์ได้ ไม่เหมือนครูซึ่งสามารถโน้มน้าวหรือ บังคับให้เด็กต้ังใจเรียนได้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงอยากให้ลูกหลานเรียนกับครู รวมถงึ เดก็ ๆ กช็ อบเรยี นในหอ้ งมากกวา่ เพราะเรยี นออนไลนเ์ ดก็ ไมค่ อ่ ยรเู้ รอื่ ง บางครงั้ เดก็ อยากสอบถาม แตไ่ มก่ ลา้ ถามหรอื ถามแลว้ ไดค้ ำ� ถามไมค่ อ่ ยชดั เจน ไม่สามารถเข้าพบหรือปรึกษาครูแบบตัวต่อตัวได้ รวมท้ังเด็กกังวลว่าจะท�ำ ปัจจัยทำ�นายการปฏบิ ัตขิ องประชาชนไทยต่อผทู้ ีเ่ คยติดเช้ือ 95 หรือผู้ถูกกักกันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ข้อสอบไม่ได้ ท�ำคะแนนได้น้อย ได้เกรดไม่ดีหรือเกรดลดลง นอกจากน ้ี หลายครอบครัวไม่มีเงินซ้ืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ เช่น คอมพวิ เตอร์ แทบ็ เลต็ หฟู งั เปน็ ตน้ รวมถงึ ปญั หาชอ่ งทางการเขา้ ถงึ สอื่ ออนไลน์ ไมม่ สี ญั ญาณอนิ เทอรเ์ นต็ และบางครงั้ สญั ญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ไมเ่ สถยี รเนอื่ งจาก ไม่มีเงินซื้อสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรง กรณีที่ใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตท่ีทาง โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจัดหาให้ เมื่อมีผู้ใช้จ�ำนวนมาก ท�ำให้เข้าไม่ได้ สัญญาณช้า และไม่เสถียร ส่งผลให้การเรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น เสียงและภาพขาดหายเป็นระยะ ค้นหาหรือดาวน์โหลดข้อมูลเพ่ือทำ� การบ้าน หรือรายงานส่งครูได้ชา้ หรอื ไมไ่ ด้ ผลกระทบด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน การระบาดโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถชี ีวติ ของชมุ ชน ซ่งึ โดยปกตคิ นในชุมชนส่วนใหญข่ องประเทศไทยอาศัย อย่รู ่วมกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ มีท้ัง พอ่ แม่ ลกู ปู่ ยา่ ตา ยาย และเครือ ญาติ อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกันหรือในบริเวณเดียวกัน ตลอดจนมีการไป มาหาส่แู ละทำ� กจิ กรรมรว่ มกนั เช่น การรับประทานอาหารร่วมกัน การจัดงาน วนั เกิด การแบ่งปนั อาหารของบา้ นใกลเ้ รอื นเคยี ง การไปเที่ยว การท�ำบุญรว่ ม กัน การท�ำบุญ 9 วัด การสวดมนต์ข้ามปี และการจัดงานวันเด็ก เป็นต้น สถานการณ์การระบาดของโรคท�ำให้กิจกรรมดังกล่าวต้องถูกงด หรือลดลง และมีความยุ่งยากหากมีการจัดกิจกรรม เน่ืองจากต้องปฏิบัติตามมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด เช่น การวัดอุณหภูมิ และการเว้น ร ะยะห่างทางสังคม เป็นต้น ผลกระทบตอ่ ศาสนา ในชว่ งทมี่ กี ารระบาดของโควดิ 19 อยา่ งหนกั กจิ กรรม ทางศาสนาบางอย่างถูกงด เช่น วันพระ ซึ่งปกติจะมีคนมาท�ำบุญเป็นจ�ำนวน มาก ท�ำให้มีคนมาท�ำบุญน้อยลงหรือบางวัดไม่มีคนมาท�ำบุญ รวมถึงวัด ที่เคยมีการจัดโรงทานจะถูกงดไปด้วย และกิจของสงฆ์ได้รับผลกระทบ หลายประการ เชน่ การทำ� วตั รเยน็ เปน็ ตน้ นอกจากนชี้ าวไทยมสุ ลมิ ตอ้ งงดเวน้ การละหมาดที่มัสยิด และต้องงดกิจกรรมทางศาสนา เช่น งานเมาลิด (งาน กิจกรรมกนิ เล้ยี งวนั เกดิ ศาสดาทางศาสนาอสิ ลาม) เปน็ ต้น ผลกระทบต่อประเพณีและวัฒนธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมไทยที่เคย ปฏบิ ตั สิ บื เนอื่ งมาอยา่ งยาวนาน ตอ้ งงดหรอื ปรบั เปลย่ี นรปู แบบการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโควดิ 19 ทำ� ใหต้ อ้ งงดจดั งานวนั พอ่ วนั แม่ วนั ครู 96 ปัจจัยทำ�นายการปฏิบตั ขิ องประชาชนไทยตอ่ ผ้ทู ่ีเคยตดิ เชื้อ หรือผูถ้ กู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ซงึ่ พ่อ แม่ ครบู าอาจารย์ เฝ้ารอคอย แตไ่ ม่มีลูกและลกู ศษิ ย์มาหา ทำ� ให้รสู้ ึก ว้าเหว่ เหงาหงอย เศรา้ สรอ้ ย นอกจากนี้ งดการจัดงานปอยหลวง ประเพณ ี ตานก๋วยสลาก หรือสลากภัต ท�ำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าขาดงานบุญท่ีส�ำคัญ และย่ิงใหญ่ซึ่งท�ำมาเป็นประจ�ำทุกปี งดการจัดงานประเพณีสงกรานต ์ แต่ชาวบ้านยังมีความพยายามในการแสดงความเคารพนับถือ และขอพร จากญาตผิ ้ใู หญ่ โดยมีการซ้ือนม ซื้อของกิน ของใช้ไปให้ เพราะเป็นคนทเี่ คย เคารพนับถือ แต่บรรยากาศเงียบเหงามาก เกิดความห่างเหิน ส่งผลต่อ ความรู้สึกผูกพันของคนในครอบครัวและชุมชน ส่วนการจัดงานลอยกระทง การจัดงานแตง่ งาน งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ ถกู ปรับเปล่ียนรปู แบบ จากเดิมที่มีญาติสนิทมิตรสหายและคนในชุมชนมาร่วมงานเป็นจ�ำนวนมาก มีการลงแขกช่วยกันจัดเตรียมอาหาร และมีการรับประทานอาหารร่วมกัน ต้องปรับเปล่ียนเป็นลดข้ันตอนของพิธีการทางศาสนาให้ส้ันลง ส�ำหรับการ รับประทานอาหารปรับเป็นแจกอาหารกล่อง และบางครั้งให้น�ำกลับไป รับประทานท่ีบ้าน นอกจากนี้พบว่าจ�ำนวนผู้มาร่วมงานจะลดลงเนื่องจาก จะมีเฉพาะแขกผู้ใหญ่และญาติสนิท เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มาร่วมงาน เน่ืองจากกลัวการติดเช้ือโควิด 19 แต่ถ้ามีการช�ำระแก่นแท้ของประเพณ ี อาจพบว่าประเพณีบางอย่างไม่จ�ำเป็นต้องมีคนร่วมงานจ�ำนวนมาก ไม่ม ี การดมื่ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล์ และไม่มงี านรืน่ เริง ผลกระทบตอ่ วิถีชวี ติ ของชุมชน การระบาดของโควิด 19 สง่ ผลกระทบต่อ วิถีการด�ำเนินชีวิตทั้งของผู้ที่เคยติดเชื้อและบุคคลรอบข้าง โดยผู้ท่ีเคยติดเชื้อ ทอี่ าศยั อยใู่ นชมุ ชนถกู แบง่ แยกจากคนในชมุ ชน (social discrimination) และ ถูกตีตรา (stigma) เนื่องจากชาวบ้านกลัวการติดเชื้อโควิด 19 มาก กลัวว่า หากเข้าใกล้ผู้ท่ีเคยติดเชื้อจะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ท�ำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ หรือไปสุงสิงกับผ้ทู เี่ คยตดิ เชอ้ื นอกจากน้ยี ังสง่ ผลกระทบตอ่ เพอ่ื นบ้านของผู้ที่ เคยติดเชื้อ อย่างไรก็ตามผู้ท่ีเคยติดเช้ือส่วนใหญ่มีวินัยในตนเอง และได้รับ ความชว่ ยเหลอื จากครอบครวั และเพอื่ นสนทิ การระบาดของโควดิ 19 ยงั สง่ ผล ต่อการด�ำเนินวิถีชีวิตประจ�ำวันของประชาชน โดยต้องงดกิจกรรมบางอย่าง การจดั ประชมุ และการจดั อบรมตอ้ งปรบั เปลยี่ นรปู แบบ เลอื่ น หรอื งด นอกจากน ้ี การด�ำเนินชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไป จากท่ีเคยอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข มีความไว้เนื้อเช่ือใจกัน และมีความรู้สึกว่าปลอดภัยในชีวิต และทรพั ยส์ นิ แตก่ ารระบาดของโควดิ 19 ทำ� ใหม้ กี ารลกั ขโมยในชมุ ชนเพม่ิ ขนึ้ ปัจจยั ทำ�นายการปฏิบัติของประชาชนไทยต่อผทู้ ี่เคยตดิ เชอื้ 97 หรอื ผถู้ ูกกกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ผลกระทบจากการระบาดของโควดิ 19 สง่ ผลใหป้ ระชาชนมกี ารปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั โควดิ 19 ตอ่ ผทู้ เ่ี คยตดิ เชอื้ หรอื ผถู้ กู กกั กนั ไดถ้ กู ตอ้ งเพมิ่ มากขน้ึ ทง้ั นเ้ี นอื่ งจากประชาชน ไม่ต้องการเผชิญกับผลกระทบจากโควิด 19 เป็นระยะเวลานาน ท้ังผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ ด้านจติ ใจ ด้านการศกึ ษา และดา้ นศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชวี ิต ของชุมชน ข้อค้นพบจากแบบจำ�ลองจำ�แนกตามรายจังหวัด เมอ่ื วเิ คราะหข์ อ้ มลู เชงิ ประจกั ษท์ ไ่ี ดจ้ าก 5 พนื้ ท่ี ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร จงั หวดั ชลบรุ ี จงั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวดั นครราชสมี า และจงั หวดั ยะลา พบวา่ แบบจำ� ลองทไี่ ดม้ ลี กั ษณะ แตกตา่ งกัน ดังภาพที่ 3.10-3.14 ภาพประกอบท่ี 3.10 การวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตา่ ง ๆ ในการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนในกรงุ เทพมหานคร • เพศ ส่ือออนไลน์ SOM ทัศนคติต่อ การปฏิบัติต่อ • อายุ โอกาสการได้รับเชื้อ ผู้ทผ่ีเู้ถคูกยกตักิดกเชันื้อ/ • ระดับการศึกษา บริบทแวดล้อม • อาชีพ ATO PRAC CONT กทาทัศราแนงสบคัง่งตคแิตมย่อก ความรู้ ATD KLT PERC สุขภาพจิต การรับรู้ข้อมูล PSY โทรทัศน์ TV IMP การได้รับผลกระทบ 98 ปัจจยั ทำ�นายการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนไทยต่อผ้ทู เ่ี คยติดเชอ้ื หรอื ผู้ถกู กกั กนั และผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19

ภาพประกอบท่ี 3.11 การวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตา่ ง ๆ ในการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนในจงั หวดั ชลบรุ ี • ระดับการศึกษา สื่อออนไลน์ SOM โอกาทสัศกนาครไตดิต้ร่อับเช้ือ การปฏิบัติต่อ ผู้ทผ่ีเู้ถคูกยกตักิดกเชันื้อ/ บริบทแวดล้อม ATO PRAC CONT กทาทัศราแนงสบคัง่งตคแิตมย่อก ความรู้ ATD KLT สุขภาพจิต PERC PSY การรับรู้ข้อมูล IMP การได้รับผลกระทบ โทรทัศน์ TV ภาพประกอบท่ี 3.12 การวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตา่ ง ๆ ในการปฏบิ ตั ขิ องประชาชนในจงั หวดั เชยี งใหม่ • เพศ สื่อออนไลน์ SOM โอกาทสัศกนาครไตดิต้ร่อับเช้ือ ผกู้ทา่ีเรคปยฏติบิดัตเชิต้ือ่อ/ • อายุ ผู้ถูกกักกัน • ระดับการศึกษา บริบทแวดล้อม ATO • อาชีพ PRAC CONT ทัศนคติต่อ การแบ่งแยกทางสังคม ความรู้ ATD KLT PERC สุขภาพจิต การรับรู้ข้อมูล PSY IMP การได้รับผลกระทบ โทรทัศน์ TV ปัจจัยทำ�นายการปฏิบัตขิ องประชาชนไทยตอ่ ผู้ท่เี คยติดเชือ้ 99 หรือผถู้ กู กกั กันและผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19