Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในงานส่งเสริมการเกษตร

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในงานส่งเสริมการเกษตร

Description: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในงานส่งเสริมการเกษตร.

Search

Read the Text Version

เกย่ี วกบั คภวมู ามิปรญั ้เู บญ้อื งาตท้น ้องถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

เกี่ยวกบั คภวมู ามิปรัญู้เบญือ้ งาตทน้ ้องถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร โครงการพฒั นาฐานข้อมลู ภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านการเกษตร เพอ่ื เสรมิ สรา้ งอตั ลกั ษณ์พนื้ ถิ่น กรมสง่ เสริมการเกษตร

ความรเู้ บอื้ งตน้ เก่ยี วกับภมู ิปญั ญาท้องถ่ินในงานส่งเสริมการเกษตร พมิ พ์ครงั้ ที่ ๑ : กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ จำ� นวน ๒,๐๐๐ เล่ม จดั พิมพ์ : กล่มุ ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ และนวตั กรรม​ดา้ นการเกษตร​ กองวิจยั และพฒั นางานสง่ เสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร​ พมิ พ์ท่ี : โรงพมิ พช์ มุ นุม​สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย ​จำ� กัด

กาลเวลาท่ีผ่านไปได้พิสูจน์แล้วว่า “ภูมิปัญญา” ไม่เคยล้าสมัย และยิง่ ทวคี วามส�ำคัญมากขนึ้ ในสถานการณ์ท่ปี ระเทศของเราจะต้องฟืน้ ฟู สภาพเศรษฐกิจด้วยการเสริมฐานรากการเกษตรและพัฒนาเกษตรกร ซงึ่ เปน็ คนส่วนใหญ่ของประเทศและเปน็ ปจั จยั พน้ื ฐานสำ� คญั ทสี่ ดุ ของสงั คม ให้ม่ันคง ดังพระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ รท่วี ่า... “ประชาชนนนั่ แหละเขามคี วามรู้ เขาท�ำงานมาหลายชัว่ คนแลว้ เขามีความเฉลียวฉลาด เขารวู้ ่าตรงไหนควรท�ำกสกิ รรม เขารู้วา่ ทไี่ หนควรจะเกบ็ รกั ษาไว้ แตท่ ีเ่ สยี กเ็ พราะ พวกท่ไี มร่ ู้เรอื่ ง ไม่ได้ทำ� มานานแลว้ เลยท�ำให้ลมื ไปวา่ ชีวติ มนั เปน็ ไปได้โดยการท�ำกสกิ รรมท่ีถกู ต้อง” จาก “รากแก้ว” บนั ทกึ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีท่ี ๑๑๐



สารบญั ความสำ� คัญของภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ๑ ความหมายของภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ๒ ลกั ษณะส�ำคัญของภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ๓ การแบง่ ประเภทภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ๔ การจดั การภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ๖ การคุ้มครองภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ๑๐ แนวคดิ การจัดการความรู้ภมู ปิ ัญญาในงานสง่ เสรมิ การเกษตร ๑๑ เทคนคิ การจัดการความรจู้ ากภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ ๑๒ การสรา้ งคุณค่าเพม่ิ ให้กบั ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ๑๓ ประโยชน์ของภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นดา้ นการเกษตร ๑๕ บรรณานุกรม ๑๗ คณะผ้จู ดั ท�ำ ๑๘



ความสำ� คัญของภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นองค์ความรู้ท่ีมีคุณค่า เป็นพ้ืนฐานส�ำคัญ ในการด�ำรงชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนและการประกอบอาชีพให้สอดคล้อง กับวิถีชีวิต สังคม และธรรมชาติ โดยมีการแสดงออกทั้งในทางนามธรรม และรูปธรรม มีส่วนส�ำคัญในการพัฒนาระบบการเกษตรมาอย่างต่อเน่ือง ทุกยุคสมัย ก่อให้เกดิ การสร้างระบบการผลติ เกษตรทเี่ หมาะสม สร้างเครื่องมอื เคร่ืองใช้ ในการท�ำมาหากิน ด้านพืช ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ รวมท้ัง การแปรรูป จึงถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส�ำคัญในการพัฒนาประเทศมาตลอด ถึงแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่จะพัฒนาต่อเน่ือง และตอบสนองความต้องการได้หลากหลาย แต่ส่ิงเหล่าน้ีมีต้นทุนการน�ำมา ใช้ประโยชน์ ขณะที่ภูมิปัญญาท้องถ่ินเป็นองค์ความรู้ท่ีชุมชนมีสะสมอยู่แล้ว จงึ ถอื เปน็ รากฐานสำ� คญั ในการพฒั นาคนและระบบการเกษตรของประเทศทค่ี วร ให้ความสำ� คญั กบั การพฒั นาภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ อย่างต่อเนอื่ ง เพอ่ื การอนรุ กั ษ์ และพฒั นาตอ่ ยอดใหเ้ กดิ การใชป้ ระโยชนใ์ นงานสง่ เสรมิ การเกษตรอยา่ งแพรห่ ลาย พิธขี อบคณุ พชื พรรณธญั ญาหาร และสายนำ�้ จังหวดั อุตรดติ ถ์ พธิ ปี กั ตาแฮก จงั หวดั สระบรุ ี 1 ความรูเ้ บอื้ งตน้ เก่ยี วกับภูมิปัญญาท้องถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร

ความหมายของภมู ปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน (Local Wisdom) หรือ (Traditional Knowledge) หมายถึง องค์ความรู้ ความเชอ่ื ความสามารถ ความจดั เจนของคนในท้องถน่ิ ท่ีได้จากการสั่งสมประสบการณ์และการเรียนรู้มาเป็นระยะเวลายาวนาน หรือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถ่ายทอด สืบต่อกันมา ส�ำหรับใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา ปรับตัว และด�ำรงชีวิต ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม ให้เหมาะสมกับ ยคุ สมยั อย่างเปน็ เอกลักษณ์หรอื อตั ลกั ษณ์ของพน้ื ท่ี ภูมิปัญญาอาจแสดงออกมาทั้งในรูปท่ีเป็นนามธรรม เช่น โลกทัศน์ ความคิด ความเช่ือ หรือปรัชญาในการด�ำเนินชีวิตและในเชิงรูปธรรม เช่น เทคโนโลยี การท�ำมาหากิน การเกษตร ศิลปะ และเครื่องมือเครื่องใช้ ซง่ึ ในดา้ นเกษตรกรรมจะเกยี่ วขอ้ งกบั ระบบเกษตร ดา้ นพชื ดา้ นสตั ว์ ดา้ นประมง ผลิตภณั ฑ์และแปรรปู เครอื่ งมือเครือ่ งใช้ทางการเกษตร ประเพณีวัฒนธรรม และด้านอนื่ ๆ นาขาวัง จังหวดั ฉะเชงิ เทรา 2 ความรูเ้ บ้อื งตน้ เก่ยี วกบั ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร

ลกั ษณะสำ� คญั ของภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ๑. เปน็ ความรแู้ บบองคร์ วมทเี่ กดิ จากการเชอ่ื มโยงความรหู้ รอื กจิ กรรม ทกุ อย่างท่เี กย่ี วข้องกบั วถิ ีชวี ิต ๒. เป็นวิถีความสัมพันธ์ท่ีสมดุลระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิง่ เหนอื ธรรมชาติ ๓. มีลักษณะเป็นพลวัต (Dynamics) คือ เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย และมีพฒั นาการอยู่ตลอดเวลา ๔. มวี ัฒนธรรมเปน็ พน้ื ฐาน ๕. มีลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณ์ในตวั เอง ช้างไถนา อมกอ๋ ย จังหวัดเชยี งใหม่ ปลูกขา้ วลม้ ตอซงั จังหวัดปทุมธานี ความรูเ้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร 3

การแบง่ ประเภทภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ประเภทหรอื การจดั กล่มุ ของภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ มีการจัดแบ่งได้หลายลกั ษณะ เช่น การเพาะเล้ยี งดว้ งกวา่ ง การจดั แบ่งลกั ษณะท่ี ๑ จังหวดั เชยี งราย ภูมิปญั ญาที่เป็นนามธรรม ได้แก่ มโนทัศน์ การตระหนกั รวู้ ธิ คี ดิ ความเชอ่ื ปรชั ญาในการดำ� เนนิ ชวี ติ ของผู้คน ภมู ปิ ญั ญาทเ่ี ปน็ รปู ธรรม ไดแ้ ก่ เทคโนโลยกี ารทำ� มาหากนิ การจดั การ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แพทย์พ้ืนบ้านและการดูแลสุขภาพ การเกษตร ศลิ ปะ หตั ถกรรม สถาปตั ยกรรม เครอื่ งมอื และเครอื่ งใชต้ า่ งๆ ฯลฯ การจัดแบง่ ลักษณะท่ี ๒ ภูมิปัญญาทเ่ี กย่ี วกบั ความอยรู่ อดหรือชีวิตความเป็นอยู่ ซงึ่ ได้แก่ ปัจจยั สี่ คอื อาหาร ยารักษาโรค เคร่อื งนุ่งห่ม และท่อี ยู่อาศัย  อาหารไทย มีองค์ประกอบหลักเป็นผักพ้ืนบ้านหรือสมุนไพรท่ีมี สรรพคุณเสริมหรือต้านทานฤทธ์ิกัน มีความเหมาะสมกลมกลืนทั้งในด้าน คณุ ประโยชน์และฤดูกาลบรโิ ภค  ยารักษาโรค เป็นสมุนไพรพ้ืนบ้านท่ีชาวบ้านใช้ท้ังรักษาอาการ เจบ็ ป่วยและดแู ลสขุ ภาพ  เครื่องนุ่งห่ม มีการเลือกใช้วัสดุพื้นบ้านและวิธีการนุ่งที่เหมาะสม กบั สภาพอากาศ โดยมลี ายผ้าและวธิ กี ารถกั ทอทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ของแต่ละท้องถนิ่  ท่ีอยู่อาศัย มีรูปแบบและโครงสร้างที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม ประโยชน์ใช้สอย และความเปน็ อยู่ของคนไทยในแต่ละภมู ภิ าค 4 ความรเู้ บอื้ งตน้ เกย่ี วกบั ภูมิปัญญาท้องถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร

ภูมิปญั ญาท่เี ก่ียวข้องกับเทคโนโลยกี ารท�ำมาหากนิ เช่น การจกั สาน หัตถกรรม การย้อมผ้าด้วยวัสดุธรรมชาติ การก�ำจัดศัตรูพืชแบบพื้นบ้าน และการทำ� เครื่องมอื เครอ่ื งใช้ต่างๆ ภูมิปัญญาที่เก่ียวข้องกับวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ความเช่ือ และตำ� นานต่างๆ  ประเพณีและพิธีกรรม เช่น บุญบ้ังไฟ การบวชป่า การผูกเสี่ยว และทำ� ขวัญต่างๆ  ตำ� นาน ความเช่อื เช่น บงั้ ไฟพญานาค  การละเลน่ พน้ื บ้าน เช่น เต้นกำ� ร�ำเคยี ว ฯลฯ การจัดแบ่งลกั ษณะท่ี ๓ ภูมิปัญญาของตัวบุคคล (Individual wisdom) เป็นความรู้ ความสามารถ ความคิด วิธีการ ของบุคคล เช่น ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในเรื่องนวเกษตร ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธ์ิ จากจงั หวดั บุรรี มั ย์ ในเร่ืองการปรับใช้เทคโนโลยที ี่เหมาะสม ภูมิปัญญาของชุมชน (Local wisdom) เป็นภูมิปัญญาท่ีสั่งสม และสืบทอดติดต่อกันมาอย่างต่อเน่ืองจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นค่านิยม ของชมุ ชน ไมม่ ตี วั บคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ เปน็ เจา้ ของ อาจเรยี กไดอ้ กี นยั หนงึ่ วา่ เปน็ ภูมิปัญญานิรนาม เช่น การทอผ้าแพรวาชุมชนชาวผู้ไท จังหวัดกาฬสินธุ์ การทำ� ไข่เคม็ ไชยา จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี ภมู ปิ ญั ญาในภาพรวมของประเทศ (National wisdom) เปน็ ภมู ปิ ญั ญา ที่บ่งบอกองค์ความรู้หรือความสามารถ ของคนในภาพรวมของประเทศ เช่น ภูมิปัญญาอาหารไทย สมุนไพรไทย ผ้าไหมไทย และมวยไทย เป็นต้น ความร้เู บ้ืองตน้ เก่ยี วกบั ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร 5

การจดั การภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ เนื่องจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมีลักษณะเป็นพลวัตที่เปลี่ยนแปลงได้ ตามสภาวะแวดล้อม กาลเวลา และกระแสวัฒนธรรมใหม่ ดังน้ัน จึงต้องมี แนวทางในการจดั การภูมปิ ัญญา เพ่ือให้ภูมปิ ญั ญาท่ดี นี ั้นคงอยู่ หรือปรบั ปรงุ ให้เหมาะสมกับยคุ สมัย การจัดการภูมปิ ญั ญามี ๔ แนวทาง ดังน้ี ๑. อนุรกั ษ์ (Conservation) เพื่อให้ภูมิปัญญาท่ีมีคุณค่าหรือมีความส�ำคัญต่อชุมชนแต่ก�ำลัง จะหายไปคงอยู่ต่อไป เช่น การอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์ สามารถสร้างเป็นแหล่งท่องเท่ียวของชุมชนและสร้างรายได้แก่คนในชุมชน ได้การอนุรักษ์ภูมปิ ญั ญาจะเกดิ ข้นึ ได้เมอ่ื  ชุมชนมีความภาคภูมิใจ และเหน็ ความสำ� คญั ตอ้ งการสรา้ งคณุ คา่ ให้ปรากฏและสืบสานให้คงอยู่  มมี ลู ค่าเป็นแรงจงู ใจ ขา้ วดอยพนั ธบุ์ อื โปะโละ ๒. รอ้ื ฟื้น (Recovery) จังหวดั เชียงใหม่ เพ่ือให้ภูมิปัญญาที่ส�ำคัญหรือมีคุณค่าแต่หายไปแล้วถูกน�ำกลับมาใช้ใหม่ และมีโอกาสประยุกต์ให้ร่วมสมัยเพ่ือใช้ประโยชน์ต่อไปได้ เช่น ลายผ้าทอ พ้ืนบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถ่ินหายไป เม่ือท�ำการค้นหา ร้ือฟื้นและสร้าง ช้ินงานใหม่บนฐานภูมปิ ัญญาเดิมจะท�ำให้เกดิ มูลค่าเพม่ิ ขนึ้ มาได้ กรอเส้นไหมใสห่ ลอด ผ้าทอกระเหรย่ี งพบพระ 6 ความรูเ้ บอ้ื งต้นเกย่ี วกับภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

๓. ประยกุ ต์ (Modification) เพ่ือให้ภูมิปัญญาน้ันเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใหม่ โดยคงไว้ซ่ึง แนวคิดหรอื ฐานความรู้เดมิ เช่น หัตถกรรมจากไม้ไผ่ ประยุกต์ใหม่เปน็ การใช้ ผักตบชวาในแหล่งท่มี ผี กั ตบชวาเป็นจำ� นวนมาก เปน็ ต้น ๔. พฒั นาต่อยอด (Development) เพ่ือให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้กว้างข้ึน โดยการผสมผสานองค์ความรู้ สากลเขา้ กบั ภมู ปิ ญั ญาเดมิ อาจเรยี กไดว้ า่ เปน็ การสรา้ งภมู ปิ ญั ญาใหมห่ รอื สงิ่ ใหม่ (นวัตกรรม : Innovation) เป็นการสร้างทางเลือกที่ช่วยให้การใช้ประโยชน์ ในสงั คมปจั จบุ นั ได้สะดวกสบายขนึ้ โดยไม่ทำ� ลายล้างคณุ ค่า หรอื รากเหง้าเดมิ เช่น สีย้อมจากธรรมชาติได้มีการพัฒนาเป็นผงส�ำเร็จรูป และมีกรรมวิธี ในการย้อมท่ีง่ายกว่าวิธีด้ังเดิม หรือสมุนไพรพ้ืนบ้านที่ผลิตในรูปแคปซูล หรอื ปลาร้าผงปลาร้าก้อนทส่ี ะดวกต่อการบรโิ ภค และการพกพาไปยังทต่ี ่างๆ ผ้าครามนาคู จงั หวัดกาฬสนิ ธุ์ ผา้ ฝ้ายยอ้ มดนิ จังหวัดสโุ ขทยั 7 ความรเู้ บอื้ งต้นเก่ยี วกบั ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร

การจดั การ หรือ การพัฒนา ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ มีกระบวนการเรียนรู้ เปน็ พ้นื ฐานและมขี ั้นตอนการด�ำเนนิ งาน ดังน้ี ๑. รวบรวม  ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ มอี ยมู่ ากมาย ตอ้ งเกบ็ รวบรวมและจดั หมวดหมู่ อย่างเป็นระบบ  การเกบ็ รวบรวมทำ� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การสอบถาม การสมั ภาษณ์ การจัดเวทีชาวบ้าน เพ่ือให้ชาวบ้านผู้รู้ในชุมชนมีส่วนร่วม ในการให้ข้อมูล  การจัดหมวดหมู่ จัดได้หลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ ของการน�ำไปใช้ประโยชน์ เช่น  จัดตามกลุ่มของภูมิปัญญา เช่น ภูมิปัญญาที่เก่ียวกับ การทำ� มาหากนิ ภมู ปิ ญั ญาทเ่ี กยี่ วกบั ประเพณแี ละวฒั นธรรม  จดั ตามแหล่งของภมู ปิ ญั ญา เช่น ภมู ปิ ญั ญาของภาค จงั หวดั และชุมชน การเก็บสาหรา่ ยไกน�้ำจดื จงั หวัดน่าน 8 ความรูเ้ บื้องต้นเก่ยี วกับภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร

๒. วิเคราะห์ เพื่อดูว่าภูมิปัญญานั้นควรอนุรักษ์ หรือร้ือฟื้น หรอื ประยกุ ต์ หรอื พฒั นาตอ่ ยอด โดยพจิ ารณาจากความเหมาะสม ความสำ� คญั การใช้ประโยชน์ ความเป็นไปได้ และโอกาสของการพัฒนา ๓. กล่ันกรอง จัดล�ำดับและคัดเลือกภูมิปัญญาเพื่อด�ำเนินการต่อ (อนุรักษ์ รื้อฟื้น ประยุกต์ หรือ พัฒนาต่อยอด) โดยเน้นการได้ประโยชน์ ของชุมชนเจ้าของเร่อื งเป็นล�ำดบั แรก ๔. พัฒนา เป็นเทคโนโลยที ใี่ ช้ได้กว้างขึ้น ๕. ทดสอบ ความเหมาะสมกับสภาพท้องถ่ินหรือสภาวะแวดล้อม ทีจ่ ะนำ� ภมู ิปัญญานนั้ ไปใช้ประโยชน์ ๖. เผยแพร่ขยายผล ซ่ึงอาจเป็นได้ทั้งการขยายผลเฉพาะกลุ่ม (Specific group target) หรอื ขยายผลในวงกว้าง (Mass communication) ๗. สรา้ งเครือขา่ ย การด�ำเนินงานเพอ่ื ให้เกดิ การเชือ่ มโยง ผนกึ ก�ำลงั และแบ่งงานกนั ตามศักยภาพ และบทบาทหน้าทข่ี องแต่ละฝ่าย นำ�้ ออ้ ยกอ้ น จงั หวดั เชยี งใหม่ แปรรปู หมอ่ นไหม จังหวดั ชัยภมู ิ ความรู้เบอ้ื งต้นเกย่ี วกบั ภมู ิปัญญาท้องถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร 9

การคมุ้ ครองภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ภาพ : ส�ำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงาน โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชด�ำริ ภมู ปิ ญั ญาเปน็ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทผี่ คู้ ดิ คน้ สรา้ งสรรคค์ วรไดร้ บั สทิ ธ์ิ ประโยชน์จากภาครัฐในแง่การคุ้มครองและดูแลไม่ให้มีผู้ละเมิดการคุ้มครอง ทรพั ย์สนิ ทางปัญญาทเ่ี ก่ียวข้องกับภูมปิ ัญญา โดยมีกรมทรัพย์สนิ ทางปญั ญา กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบดูแลเร่ืองการคุ้มครองภูมิปัญญา ตามกฎหมาย ได้แก่ ลขิ สทิ ธ์ิ หมายถงึ สทิ ธแิ์ ตเ่ พยี งผเู้ ดยี วหรอื สทิ ธพิ เิ ศษในงานทสี่ รา้ งสรรค์ ผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิ์เพียงผู้เดียว หากผู้อื่นจะใช้ประโยชน์ต้องขออนุญาต เช่น ลายผ้าและการแสดงวรรณกรรม สิทธิบัตร หมายถึง ความคุ้มครอง การประดิษฐ์หรือการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ที่ให้ผู้ประดิษฐ์มีสิทธิ์ที่จะผลิตสินค้าจ�ำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว อายุการคุ้มครองสทิ ธบิ ตั รการประดษิ ฐ์ และสทิ ธบิ ัตรการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ๒๐ ปีและ ๑๐ ปีตามลำ� ดับ ส่ิงประดษิ ฐ์ที่ได้จดสิทธบิ ัตรแล้ว เช่น กังหนั ชยั พฒั นา และน�้ำมันไบไอดเี ซล อนุสิทธิบัตร เป็นการคุ้มครองการประดิษฐ์ที่มีขอบเขตการคุ้มครอง เชน่ เดยี วกบั สทิ ธบิ ตั รการประดษิ ฐ์ แตเ่ ปน็ การประดษิ ฐท์ มี่ เี ทคนคิ ไมส่ งู มากนกั มีอายุการคุ้มครอง ๖ ปี สง่ิ บง่ ชที้ างภมู ศิ าสตร์ หมายถงึ สญั ลกั ษณ์ หรอื สง่ิ อนื่ ใดทใ่ี ชเ้ รยี กหรอื ใชแ้ ทนแหลง่ ภมู ศิ าสตร์ และสามารถบง่ บอกวา่ สนิ คา้ ทเ่ี กดิ จากแหลง่ ภมู ศิ าสตรน์ น้ั เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์ ดงั กลา่ ว เชน่ ขา้ วหอมมะลทิ งุ่ กลุ ารอ้ งไห้ ผา้ ไหมยกดอกลำ� พนู สม้ โอนครชยั ศรี และไขเ่ คม็ ไชยา เปน็ ตน้ การคมุ้ ครองสง่ิ บง่ ชที้ างภมู ศิ าสตรต์ ามกฎหมาย ถอื เปน็ สิทธิชุมชน จะต้องเป็นชื่อท่ีเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและมีการใช้กันมาแล้ว ไม่ใช่สง่ิ ทสี่ ามารถคดิ ขน้ึ ใหม่ เพอื่ น�ำมาขอข้นึ ทะเบียนได้ 10 ความรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกับภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

แในนงวาคนิดสก่งาเสรจรมิดั กกาารรเคกวษาตมรรู้ภมู ปิ ญั ญา แนวคดิ ในการจดั การความรภู้ มู ปิ ญั ญา ดว้ ยการสรา้ งเวทหี รอื กจิ กรรม ให้สมาชิกในชุมชนได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปล่ียนเรียนรู้ และทดลอง หาวธิ กี ารนำ� ความรใู้ หม่ ๆ มาพฒั นา และขยายเครอื ขา่ ย ความสมั พนั ธด์ ว้ ยการ รว่ มมอื กบั บคุ คลภายนอก ไดแ้ ก่ นกั วชิ าการของภาครฐั ภาคเอกชน โดยยดึ ฐาน ความรู้ของชุมชนเป็นหลัก เรียนรู้จากการปฏิบัติ จัดการในลักษณะเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป ซ่งึ มีลักษณะเด่นอยู่ท่ปี ัญญาปฏิบตั ิ องคป์ ระกอบในการจดั การความร้ภู ูมปิ ญั ญา ๑. องคค์ วามรู้ เปน็ องคค์ วามรขู้ องชมุ ชนมไิ ดเ้ กดิ ขนึ้ ลอย ๆ แตเ่ กดิ จาก การท่ีสังคมมีระบบคิดหรืออุดมการณ์ของชุมชนเป็นตัวก�ำกับองค์ความรู้ ใหส้ มาชกิ ในชมุ ชนไดน้ ำ� ไปใชอ้ ยา่ งเหมาะสม ประสบการณข์ องบคุ คล และชมุ ชน กเ็ ป็นปัจจยั สนบั สนนุ ให้เกดิ องค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ ๒. กระบวนการไดม้ าซงึ่ องคค์ วามรู้ กระบวนการทก่ี อ่ เกดิ ภมู ปิ ญั ญา มีความส�ำคัญและควรเน้นมากกว่าตัวเนื้อหาภูมิปัญญา เป็นหลักการที่ต้อง คิดกันในแง่ของการน�ำภมู ิปญั ญามาใช้ประโยชน์ หรือเปน็ ส่งิ ที่น�ำมาปรบั ใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสังคมหรอื พฒั นาอาชพี ๓. เป้าหมายหรือทิศทางของการพัฒนา การน�ำความรู้ไปใช้ หรือ ผลกระทบจากความรู้ และกระบวนการนน้ั ๆ ซงึ่ ถอื วา่ เปน็ องคป์ ระกอบทส่ี ำ� คญั เพราะจะสะท้อนกระบวนทศั น์ วธิ คี ดิ ทก่ี ำ� หนดวธิ กี ารในเรอ่ื งต่าง ๆ ของชมุ ชน หรอื สงั คม ความร้เู บื้องตน้ เก่ยี วกบั ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร 11

เทคนคิ การจัดการความรูจ้ ากภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ๑. ยึดชมุ ชนเป็นตวั ตงั้ ๒. การมสี ่วนร่วม ๓. กระบวนการกลุ่ม ๔. การหาภาคีความร่วมมอื วิธีการจัดการความรู้ของชุมชน สามารถจำ� แนกได้ดังน้ี ๑. การฟื้นฟคู วามรู้ภูมปิ ญั ญาทมี่ ีอยู่เดมิ ๒. การสกดั ความรู้ทม่ี อี ยู่ในตัวบุคคลและกลุ่ม ๓. การใช้วิทยากร หรอื เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมจากภายนอก ๔. การสร้างความรู้ใหม่จากประสบการณ์ของบคุ คล กลุ่ม และชมุ ชน ๕. การจดั ระบบจดั เก็บความรู้ การทำ� ลูกชก อำ� เภอเมอื งพงั งา จังหวัดพงั งา 12 ความรู้เบอ้ื งต้นเก่ยี วกบั ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

การสร้างคุณคา่ เพ่มิ ให้กับภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ การท�ำให้ภูมิปัญญาท้องถ่ินมีมูลค่าสูง หรือก่อให้เกิดประโยชน์ได้ ประกอบด้วยขนั้ ตอนดำ� เนินงานดงั น้ี ๑. การเปล่ียนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นภูมิปัญญาสากล เพ่ือให้สามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมั่นใจ สามารถพิสูจน์และตรวจสอบ โดยใช้ตรรกะ เหตุผลและระบบคิดได้อย่างแม่นย�ำและชัดเจน มีคุณลักษณะ ในเชิงวชิ าการท่เี ปน็ สากล ได้แก่  การสรา้ งภาพปรากฏของภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ตน้ แบบ เพอ่ื กำ� หนด เป้าหมายในการน�ำไปใช้ประโยชน์ อาทเิ ช่น ต้นแบบการพ่งึ พาตนเอง ต้นแบบ เชงิ พาณิชย์ หรอื ต้นแบบในด้านความม่นั คง  การค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นคัดเลือกเพ่ือการปรับเปลี่ยน โดยการคัดเลือกที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นต้นแบบ  การเปรยี บเทยี บระหวา่ งภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ตน้ แบบกบั ภมู ปิ ญั ญา ท้องถิ่นคัดเลือก แสดงให้เห็นถึงความเหมือนหรือความแตกต่าง และสร้าง ความเขา้ ใจรายละเอยี ดชดั เจนมากยงิ่ ขนึ้ โดยการเปรยี บเทยี บในประเดน็ สำ� คญั ได้แก่ ความจำ� เป็น ความสำ� คญั ความเป็นไปได้ และความเหมาะสม  การสร้างเสริมคุณลักษณะให้กับภูมิปัญญาคัดเลือก ให้มี คณุ ลกั ษณ์เปน็ ต้นแบบท่ชี ัดเจนหรือดกี ว่าเดมิ ตามหลกั วชิ าการและสมยั นยิ ม  การสรา้ งความเชอ่ื มนั่ ใหก้ บั ภมู ปิ ญั ญาใหม่ โดยการศกึ ษาพสิ จู น์ และยืนยันถึงคุณค่าและการมีประโยชน์ ได้แก่ การสร้างเป็นมาตรฐาน การใช้ระบบการประกันคุณภาพ และการใช้ระบบการรบั รองคณุ ภาพ ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ยี วกบั ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร 13

๒. การสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ใหม้ กี ารพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง คอื การสนบั สนุนและส่งเสรมิ ให้มีการน�ำภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น รวมถึงภูมิปัญญา ทอ้ งถน่ิ ใหมท่ เ่ี กดิ จากการดดั แปลง/ปรบั เปลย่ี นไปใชป้ ระโยชนจ์ รงิ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง มแี นวทางการปฏบิ ตั ิ ได้แก่  การสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารใชภ้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยการ สร้างการยอมรบั ในภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ เพอ่ื ให้เหน็ ความสำ� คญั ของการนำ� ไปใช้ ประโยชน์ สร้างความเช่ือมั่นโดยสาธิตและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ มีการประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มเป้าหมาย รวมท้ังถ่ายทอดความรู้ และรณรงค์ หรอื การปลูกฝังสบื ทอดสู่บคุ คลและชุมชน  การสบื ทอดและใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ งและเปน็ วงจร โดยการ อนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเช่นเดิม การฟื้นฟูกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่าง ต่อเนื่องสบื ไป การดัดแปลงและพัฒนาภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ใหม่  การสรา้ งเสรมิ ปจั จยั สนบั สนนุ ใหม้ กี ารใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยการสรา้ งเสรมิ บรรยากาศทชี่ ว่ ยสนบั สนนุ หรอื เปดิ โอกาสการนำ� ภมู ปิ ญั ญา ท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ ในระดับบุคคลหรือครัวเรือน เกิดการเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปัน ความสามัคคีและวัฒนธรรมองค์กร ในระดับกลุ่มหรือชุมชน และการจัดการความรู้และการเปน็ องค์กรแห่งการเรยี นรู้ในระดบั สังคม 14 ความรเู้ บ้ืองตน้ เกย่ี วกบั ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

ประโยชนข์ องภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ด้านการเกษตร การน�ำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรสามารถ ด�ำเนินการได้ในทุกขน้ั ตอนของการผลติ จนถึงการจ�ำหน่ายสนิ ค้าเกษตร  ในระยะการสร้างผลิตผล เก่ียวข้องกับการเลือกใช้พันธุ์ ปัจจยั การผลิตทีด่ ี การคดั เลอื กปรับสภาพแวดล้อมทด่ี ี การปลกู และดแู ลรักษาท่ดี ี และการเกบ็ เก่ยี วผลติ ผลทด่ี ี  ในระยะการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับผลิตผล เกี่ยวข้องกับการ คัดเกรดผลิตผลท่ีดี การมีกระบวนการผลิตที่ดี การแปรรูปที่ดี การท�ำให้มี สารออกฤทธ์ทิ ่ีดี และการทำ� ให้มรี สชาตทิ ด่ี ี  ในระยะการตลาดในเชิงพาณิชย์ เกี่ยวข้องกับการบรรจุหีบห่อที่ดี การท�ำให้สินค้ามีคุณภาพคงทนดี การท�ำให้มีเร่ืองราวท่ีดี การท�ำให้มี ตราสินค้าท่ดี ี มะขามป้อมแป้นสยาม จงั หวัดกาญจนบุรี การเตรียมดนิ ปลกู ถ่วั ลสิ ง จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี พันธขุ์ ้าวโพดแปดแถว จงั หวัดราชบรุ ี 15 ความร้เู บ้อื งต้นเกย่ี วกบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ สามารถนำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดท้ กุ ระดบั ไดแ้ ก่ ๑. ระดับบุคคล/ครอบครัว สรา้ งประโยชนใ์ นเรอื่ งรายได้ ผลตอบแทน ในการประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับ ธรรมชาติ สภาพพ้ืนที่ และการมีชีวิต ความเปน็ อยู่ท่ดี ี ๒. ระดบั กลมุ่ /ชมุ ชน สรา้ งประโยชนใ์ นเรอ่ื งการรวมกลมุ่ ประสานพลงั การเอ้ือเพื่อเผื่อแผ่ และความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน เกิดเครือข่ายอาชีพ เกิดบรรทัดฐาน สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดี เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ของชุมชน ๓. ระดับสังคม/ประเทศ สร้างประโยชน์ในเร่ืองการเกิดความสมดุล ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ท�ำให้สังคม เกิดเสถียรภาพที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์แห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญา ทอ้ งถนิ่ ประเทศเกดิ ความเขม้ แขง็ ทางสงั คม และมคี วามมนั่ คงทางดา้ นอาหาร 16 ความรเู้ บื้องต้นเกย่ี วกบั ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

บรรณานุกรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาไทย. สืบค้น ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๖๔. จาก http://www.ipthailand.go.th. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒๕๔๕. “รากแก้ว” บันทึกกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปีท่ี ๑๑๐. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท ดาวฤกษ์ จ�ำกดั . เบญจมาศ อยู่เจริญ บ�ำเพ็ญ เขียวหวาน สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม นารรี ตั น์ สรี ะสาร และพลสราญ สราญรมย.์ ๒๕๖๒. เอกสารโสตทศั น์ ชดุ วชิ า ๙๑๓๕๒ (เล่มท่ี ๑ หน่วยที่ ๑ - ๘) ใน การจดั การความรู้ ภูมปิ ญั ญา และนวตั กรรมเกษตร. มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช. พัฒนา สุขประเสริฐ. ๒๕๕๘. ภูมิปัญญาท้องถ่ินกับการส่งเสริมการเกษตร. คณะเกษตร. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. เสรี พงศ์พิศ. ๒๕๓๖. วัฒนธรรมพ้ืนบ้าน : รากฐานพัฒนา. ภูมิปัญญา ชาวบ้านกับการพัฒนาชนบท เล่ม ๑. พิมพ์คร้ังท่ี ๒.กรุงเทพฯ : อมรินพริ้นตง้ิ กรุ๊พ. เอกวิทย์ ณ ถลาง. ๒๕๔๐. ภมู ปิ ญั ญาชาวบ้านสภ่ี าค : วธิ ีคิดและกระบวนการ เรียนรู้ของชาวบ้านไทย. นนทบุรี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช. ความรเู้ บอื้ งต้นเก่ยี วกับภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ในงานส่งเสรมิ การเกษตร 17

เอกสารฉบบั นไ้ี ด้ปรับปรงุ เนอ้ื หา จากเอกสาร ความรูเ้ บ้อื งตน้ เก่ียวกับภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ โดยกรมส่งเสรมิ การเกษตร จัดท�ำโดย กลุ่มภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ และนวตั กรรมด้านการเกษตร กองวิจยั และพัฒนางานส่งเสรมิ การเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทร ๐ ๒๙๔๐ ๖๐๓๘ Website : research.doae.go.th E-mail : [email protected] กะโซ้ เครือ่ งมอื วดิ น�้ำ จงั หวัดกาฬสนิ ธุ์ 18 ความรู้เบือ้ งต้นเก่ยี วกบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร

จัดทำ� โดย กลุ่มภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ และนวัตกรรมดา้ นการเกษตร กองวิจัยและพฒั นางานส่งเสรมิ การเกษตร กรมส่งเสรมิ การเกษตร โทร : 0 2940 6038 ภายใน 337 Website : www.research.doae.go.th E–mail : [email protected]