Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความรักความอ่อนโยนระหว่างอะฮฺลุลบัยตฺกับเศาะหาบะฮฺ

ความรักความอ่อนโยนระหว่างอะฮฺลุลบัยตฺกับเศาะหาบะฮฺ

Description: ความรักความอ่อนโยนระหว่างอะฮฺลุลบัยตฺกับเศาะหาบะฮฺ.

Search

Read the Text Version

เพิ่มเติมใด ๆ เลย ดังน้ันพวกเขาทุกคนตางเปนผูศรัทธาถึงแม ระหวางพวกเขาน้นั จะทะเลาะววิ าทกนั ก็ตาม และดังทอ่ี ลั ลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ไดดาํ รสั วา ﴾‫بِٱلۡ َم ۡع ُرو ِف‬ ۢ‫َفٱ ّ�ِ َبا ُع‬ ٞ‫َ ۡ�ء‬ َ ‫َ ُ�ۥ‬ �َ ِ ‫ُع‬ ‫﴿ َ� َم ۡن‬ [١٧٨ : ‫]ﺒﻟﻘﺮة‬ ِ‫أ ِخيه‬ ‫ِم ۡن‬ ความวา “แลวผูใดท่ีสิ่งหน่ึงจากพ่ีนองของเขาถูกอภัย ใหแ กเ ขาแลว กใ็ หปฏบิ ตั ิไปตามนน้ั โดยชอบ” (สูเราะฮฺ อัล- บะเกาะเราะฮฺ : 178) (คือผูใดฆาคนตาย โดยท่ีคนหน่ึงคนใดในบรรดาญาติ ของผถู กู ฆาใหอภัยแกผูฆา โดยไมปรารถนาจะใหผูฆาถูกฆาให ตายตามกันน้ันก็ใหถือปฏิบัติไปตามน้ัน แมวาพ่ีนองคนอ่ืนจะ ไมยินดีก็ตาม คําวา “ส่ิงหน่ึงจากพ่ีนองของเขา” น้ันหมายถึงวา ไดมีการอภัยสวนหนึ่งจากญาติของผูตาย และท่ีใชถอยคําวา “พี่นองของเขา” นั้น ก็เพื่อใหเกิดความรูสึกวาเปนพ่ีนองกัน เพราะมอุ ม นิ น้นั เปน พ่นี องกัน -ผแู ปล-) น่ีคือขอตัดสินสําหรับคนท่ีฆาผูอ่ืนโดยเจตนา แตอัลลอ ฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ก็ยังคงยืนยันถึงความเปนพ่ีนองรวม ศรัทธาเดยี วกันระหวา งคนทฆ่ี า กบั ฝายท่ีถกู ฆา และทั้ง ๆ ที่คนที่ ฆานั้นถือเปนคนที่เลวทราม ซึ่งอัลลอฮฺก็ไดกลาวถึงบทลงโทษ 101

ในเร่ืองนั้นอยางรุนแรง แตพระองคก็ไมทรงทําใหเขาออกจาก สภาพของการมีศรัทธา และตัวเขากับฝายท่ีถูกฆาก็ยังคงเปนพี่ นอ งกนั อยู ดงั ทอ่ี ัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ไดด าํ รสั วา [١٠ : ‫ ﴾ ]ﺤﻟﺠاﺮت‬ٞ‫﴿ِ� َّ َما لٱۡ ُم ۡؤ ِم ُنو َن إِ ۡخ َوة‬ ความวา “แทจริงบรรดาผศู รทั ธานั้นเปนพี่นองกัน” (สูเราะฮฺ อัล-หุุรอต : 10) ตามท่ีไดกลาวมาแลววาประเด็นน้ีสมควรที่ตองไป ศึกษาในหนังสือเลมอ่ืนเปนการเฉพาะ ก็หวังวาอัลลอฮฺจะทรง ใหความสะดวกในการเขียนเก่ียวกับประเด็นน้ันในเร็ววันนี้ อิน ชาอลั ลอฮฺ 102

บทสงทา ย มวลการสรรเสริญเปนสิทธิโดยสมบูรณของอัลลอฮฺ ผู ทรงประทานความโปรดปรานใหเราไดรักทานนบี ศ็อลลัลลอ ฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และวงศเครือญาติท่ีดีงาม ตลอดจนบรรดา เศาะหาบะฮทฺ ี่ประเสรฐิ ทกุ ทาน หลังจากที่เราไดใชชีวิตอยูรวมกับวงศเครือญาติของ ทานเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่บริสุทธ์ิ การ สถาพรและความศานติจงมีแดพวกเขาทุกทาน รวมทั้งกับ บรรดาเศาะหาบะฮฺที่ประเสริฐ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม หลังจากที่ เราไดใชชีวิตอยูรวมกับพวกเขา และเราก็ไดรับรูถึงความรัก ความออนโยนที่เกิดขึ้นระหวางพวกเขาผานทางสายสัมพันธ ของการเปนเครือญาติท่ีใกลชิดและการเปนเครือญาติโดยการ แตงงาน และความรัก ความเปนพ่ีนอง และความสนิทสนมกัน ระหวางหัวใจของพวกเขา ดังท่ีอัลลอฮฺไดกลาวถึงในอัลกุรอาน อันมีเกียรติของพระองค คงเปนหนาที่ของเราท่ีตองมั่นในการ วิงวอนขอดุอาอตอพระผูอภิบาลแหงสากลโลกใหพระองคทรง ใหเราไดใชชีวิตบนหนทางท่ีเปนที่รักและพึงพอใจของพระองค 103

และทรงใหเราเปนผหู น่ึงในบรรดาผูท พ่ี ระองคไดกลาวถึงในอัลกุ รอานอันมีเกียรติ น่ันคือหลังจากที่พระองคไดยกยองสรรเสริญ ตอชาวมฮุ าญิรีนและชาวอนั ศอรแลว พระองคกไ็ ดก ลา ววา ‫﴿َٱ�َّ ِي َن َجآ ُءو ِم ۢن َ� ۡع ِهمۡ �َقُولُونَ رَ َ� نَّا ٱغۡفِرۡ � ََا وَ ِ�ِخۡ� َٰنِنَا ٱ�َّ ِي َن َس َب ُقن َوا‬ ﴾١ ‫ رَّ ِحي ٌم‬ٞ‫ِۡي َ�ٰنِ وَ�َ �َۡع ل َۡ �ِ قُلُو�ِنَا غِ�ّّٗ ِل� َِّ نيَ َءم َانُواْ رَ�َّنَآ إِنَّكَ رَءُوف‬ [١٠ : ‫]ﺮﻟﺸ‬ ความวา “และบรรดาผูท่ีมาหลังจากพวกเขาโดยพวกเขา กลาววา ขาแตพ ระเจา ของเราทรงโปรดอภัยใหแกเราและ พี่นองของเราผูซึ่งไดศรัทธากอนหนาเรา และขอพระองค อยา ไดมีการเคียดแคนเกิดข้ึนในหัวใจของเราตอบรรดาผู ศรัทธา ขาแตพระเจาของเราแทจริงพระองคทานเปนผู ทรงเอน็ ดู ผทู รงเมตตาเสมอ” (สูเราะฮฺ อัล-หชั รฺ : 10) และดงั ทท่ี านอิมามอลี บินอัล-หุสัยนฺ อะลัยฮิมัสสลาม ไดเลาวา “มีชาวอิรักกลุมหน่ึงไดมาหาทานอิมาม หลังจากน้ัน พวกเขาก็พากันตําหนิติเตียนทานอบีบักรฺ ทานอุมัร และทานอุ ษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ซึ่งเมื่อพวกเขาไดจบการพูดคุย ทานอิมามจึงถามพวกเขาวา พวกเจาชวยตอบฉันไดหรือไม ? พวกเจาคือชาวมุฮาญิรีนกลุมชนแรกที่เขารับอิสลาม ดัง 104

ท่ีอัลลอฮฺ ไดดํารัสวา “บรรดาผูอพยพที่ขัดสนซ่ึงถูกขับไล ออกบานเกิดเมืองนอนของพวกเขา และทอดท้ิง ทรัพยสินของพวกเขาเพื่อแสวงหาความโปรดปราน จากอัลลอฮฺ และความยินดีของพระองคและชวยเหลือ อัลลอฮฺ และเราะสลู ของพระองค ชนเหลานั้นพวกเขาคือ ผูสัตยจริง” (สูเราะฮฺ อัล-หัชรฺ : 8) ใชหรือไม ? พวกเขาก็ตอบ วา “เปลาเลย” ทานอิมามจึงถามตอวา พวกเจาคือกลุมชน ที่อัลลอฮฺไดดํารัสวา “บรรดาผูที่ไดตั้งหลักแหลงอยูที่นคร มะดีนะฮ.(ชาวอันศอร)และพวกเขาศรัทธากอนหนาการ อพยพของพวกเขา(ชาวมุฮาญิรีน)พวกเขารักใครผูที่ อพยพมายังพวกเขาและจะไมพบความตองการหรือ ความอิจฉาอยูในทรวงอกของพวกเขาในส่ิงที่ไดถูก ประทานใหและใหสิทธิผูอื่นกอนตัวของพวกเขาเอง ถึงแมวาพวกเขายังมีความตองการอยูมากก็ตาม” (สู เราะฮฺ อัล-หัชรฺ : 9) ใชหรือไม ? พวกเขาก็ไดตอบวา “เปลา เลย” ทานอิมามจึงกลาววา “ก็ในเมื่อพวกเจาเองตางก็ยอมรับ วา ตวั เองไมไ ดอ ยูในทง้ั สองกลุมนน้ั ฉะน้นั ฉนั กข็ อยืนยันวาพวก เจากไ็ มใ ชก ลุมชนทอี่ ลั ลอฮฺไดด ํารัสไวว า 105

‫﴿َٱ�َّ ِي َن َجآ ُءو ِم ۢن َ� ۡع ِد ِه ۡم َ� ُقلوَُ رَ َ� نَّا ٱغۡفِرۡ � ََا وَ ِ�ِخۡ� َٰنِنَا ٱ�َّ ِي َن َس َب ُقن َوا‬ ﴾١ ‫ رَّ ِحي ٌم‬ٞ‫ِۡي َ�ٰنِ وَ�َ �َۡع ل َۡ �ِ قُلُو�ِنَا غِ�ّّٗ ِل� َِّ نيَ َءم َانُواْ رَ�َّنَآ إِنَّكَ رَءُوف‬ [١٠ : ‫]ﺮﻟﺸ‬ ความวา “และบรรดาผูท่ีมาหลังจากพวกเขาโดยพวกเขา กลาววา ขาแตพระเจาของเราทรงโปรดอภัยใหแกเรา และพี่นองของเราผูซ่ึงไดศรัทธากอนหนาเรา และขอ พระองคอยาไดมีการเคียดแคนเกิดข้ึนในหัวใจของเรา ตอบรรดาผูศรัทธา ขาแตพระเจาของเราแทจริงพระองค ทา นเปนผูทรงเอ็นดู ผทู รงเมตตาเสมอ” (สูเราะฮฺ อัล-หัชรฺ : 10) พวกเจา จงออกไปใหพ น จากฉนั แลว อัลลอฮฺจะจัดการพวก เจา อยางแนนอน” (ดูในหนังสือกัชฟุลฆมุ มะฮฺ เลม 2 หนา 78) แมวาขอเท็จจริงตาง ๆ จะเปนส่ิงท่ีประจักษขึ้นมา รวมทั้งหลักฐานตาง ๆ ก็เปนส่ิงท่ีมีความชัดเจนแลว แตมนุษย ก็ยังคงตองการการชวยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอา ลา และเปนท่ีทราบกันดีวาอัลลอฮฺทรงชวยเหลือทานเราะสูล ศ็อลลลั ลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดวบกับมุอฺญิซาตท่ีเจิดจรัส และ ดวยอัลกุรอานอันมีเกียรติที่อัลลอฮฺทรงพรรณนาถึงมันวาเปน 106

แสงสวางทีช่ ดั แจง และดว ยกบั มารยาททด่ี ีงามทมี่ ีอยูในตัวของ ทานเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พรอม ๆ กับ ความเขมขนและความชัดเจนของเน้ือหาที่ทานไดเทศนา และ ความสัจจรงิ ในคาํ พดู ของทาน รวมถงึ ความเขาใจในสภาพของ ชาวมักกะฮฺต้ังแตทานยังเด็กจนถึงการถูกแตงต้ังใหเปนนบี กระน้ันก็ตามก็ยังมีคนที่ปฏิเสธศรัทธาในหมูชาวมักกะฮฺอีก จนกระทง่ั ถงึ เหตุการณพิชิตเมืองมักกะฮฺไดมาถึง ดังน้ันจําเปน อยางย่ิงสําหรับที่ตองม่ันในการขอดุอาอและวิงวอนใหไดใช ชีวิตภายใตทางนําของพระองคและยืนหยัดในสัจธรรมและ เจริญรอยตามสัจธรรมในทกุ ๆ ทีท่ ี่เราอยู เพราะเรื่องทางนํานั้น เปนสิ่งที่มจี ากอัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ผอู านตองตระหนกั วา ทา นนั้นตอ งปฏบิ ัติในสิ่งท่ีอัลลอ ฮฺทรงสง่ั ใช และพระองคก็จะสอบสวนในเรื่องน้ัน ดังน้ันจงระวัง อยาใหคําพูดของคนใดคนหนึ่งในหมูมนุษยลํ้าหนาคําดํารัส ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา แทจริงอัลลอฮฺทรง ประทานอัลกุรอานใหแกเราดวยกับภาษาอาหรับที่มีความ ชัดเจน และทรงทําใหมันเปนทางนําและการบําบัดแกบรรดาผู 107

ศรัทธาทุกคนและทรงใหผูคนอื่นนั้นมีนัยนตาที่มืดบอด ดัง ทีอ่ ลั ลอฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ไดก ลา ววา ‫َو ُه َو‬ ‫ر‬ٞ ‫َو ۡق‬ ‫َءا َذناِ ِه ۡم‬ ‫ُي ۡؤ ِم ُنو َن‬ َ َّ�‫ۚوَٱ‬ٞ‫﴿لۡ هُوَ لِ�َِّينَ ءَامَن ُواْ هُدٗى وَشِف َآ ء‬ �ٓ ِ � ‫ِي َن‬ [٤٤ : ‫﴾ ]ﻠﺼﻓﺖ‬٤ ‫َع َل ۡي ِه ۡم َ� ً �� ْ�َٰٓ�ِكَ �ُنَادَوۡنَ مِن مَّ�َن ِۢ بَعِي ٖد‬ ความวา “จงกลาวเถิดมุหัมมัด อัลกุรอานนั้นเปนแนวทาง ท่ีเท่ียงธรรม และเปนการบําบัดแกบรรดาผูศรัทธา สวน บรรดาผูไมศรัทธาน้ัน อัลกุรอานจะทําใหหูของพวกเขา หนวก และนัยตาของพวกเขาบอด ชนเหลานี้จะถูกรอง เรยี กจากสถานท่อี นั ไกล” (สเู ราะฮฺ ฟุศศลิ ัต : 44) ดวยเหตุน้ัน ทานจงหาทางนําดวยกับอัลกุรอานเถิด เพ่ืออัลลอฮฺจะไดประคับประคองชีวิตของทานใหอยูในครรลอง ท่พี ระองคทรงพงึ พอใจ ผูอานตองเขาใจวา การสอบสวนทั้งหลายนั้นเปน กรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺโดยบริบูรณ ซึ่งมนุษยไมมีสิทธ์ิใด ๆ เลย ในเร่ืองน้ี และการชวยเหลือของคนดีในวันนั้นก็จะอยูภายใต เง่ือนไขบางอยาง ดังน้ันขอใหเราไดหางไกลจากพฤติกรรมท่ี 108

หนาดานตออัลลอฮฺโดยการตัดสินบาวคนใดคนหน่ึงของ พระองค ไมม อี ะไรขาดทุนเลยสําหรับเราท่ีจะรักอะฮฺลุลบัยตฺของ ทานเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดา เศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ใชแตเทานั้นมันยังสอดคลอง กับอลั กรุ อานอันมเี กียรตดิ วยซ้ํา และสอดคลองกับเร่ืองราวท่ีถูก รายงานอยางถกู ตอง ดังนนั้ จงไตรตรองใหดเี ถดิ สุดทายนี้... เปน ความจําเปนตอเราอีกเชนกันที่ตองม่ัน ขอดอุ าอต ออลั อลฮฺ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ใหพระองคทรงปลด เปลื้องความเกลียงชังตอพวกเขาในหัวใจของเรา และใหเราได ประจักษใ นสัจธรรม และขอใหพระองคทรงชวยเหลือเราจากกล อุบายของชัยฏอน เพราะพระองคเทานั้นที่เปนผูคุมครองและ ชว ยเหลือเรา อัลลอฮเฺ ทา นน้ั ท่ีทรงรูดยี งิ่ ‫ﷲ ﻰﻠﻋ ﻨﻴبﻧﺎ �ﻤﺪ وﻰﻠﻋ آﻪﻟ وﺻﺤﺒﻪ وﺳﻠﻢ‬ 109

การเปนเครือญาติโดยการแตงงานระหวา งวงศเครือ ญาติอัล-ฮาชิมยี ก บั เศาะหาบะฮฺผูท ไี่ ดรับขา วดดี ว ยกับสวน สวรรคอันสถาพร วงศเ ครอื ญาติ วงศเ ครือญาตอิ นื่ ๆ แหลง อางองิ อลั -ฮาชิมีย ทานเราะสูลุลลอฮฺ ทานหญงิ อาอิชะฮฺ บนิ หนังสืออางองิ ทกุ เลม ศ็อลลลั ลอฮุอะลยั ฮิ ตอิ ัศ-ศดิ ดกี , ทาน วะสลั ลัม หญิงหฟั เศาะฮฺ บินติ อุมัร , ทา นหญิงร็อม ทานหญงิ อุมมุกัลษมู ละฮฺ บนิ ตอิ บสี ฟุ ยาน บินตอิ ลี ทานอมุ รั บินอลั - มหี นังสอื อา งอิงอยา ง ทานหญิงฟาฏมิ ะฮฺ ค็อฏฏอบ มากมาย ซ่ึงใน บนิ ตอิ ลั -หุสยั นฺ จาํ นวนนนั้ ก็ได กลาวถงึ แลว ทานอบั ดุลลอฮฺ บนิ ดใู นหนงั สอื “อลั -อัศลุ อัมรฺ บนิ อุษมาน ฟอ ันสาบ อัฏ-ฏอลิ บินอัฟฟาน บีน” หนา 65 โดยอิบ นุอัฏฏ็อกฏอกยี  และ หนังสอื อุมดะฮฺ อัฏ- 110

ฏอลบิ ฟอ ันสาบ อาลิ อบฏี อลบิ หนา 118 โดยอิบนุอตุ บะฮฺ และ อื่นจากน้ี ทานหญิงเศาะฟย ะฮฺ ทานอัล-เอาวาม บินคุ หนังสอื อา งทงั้ หมดทงั้ บินตอิ ับดลุ มุฏเฏาะ วัยลดิ ซงึ่ มีลกู ชอื่ อซั - ที่เปนของชาวชอี ะฮฺ ลิบ ทานลงุ ของทาน ซบุ ัยรฺ บินอัล-เอาวาม และชาวสนุ นี เราะสูลลุ ลอฮฺ กอนทีจ่ ะเขา รบั ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลัยฮิ อิสลาม วะสลั ลัม ทา นหญิงอุมมุลหะสนั ทานหญงิ ไดแ ตง งาน ดใู นหนงั สือ “มตุ ะฮา บินตอิ ลั -หะสนั บนิ อลี กับทา นอบั ดลุ ลอฮฺ อลั -อามาล” หนา บนิ อบฏี อลบิ บินอซั -ซุบัยรฺ ซึง่ นาง 341 โดยชยั คอฺ ับบาส ไดใ ชช วี ติ อยกู บั ทา น อลั -กุมมยี  และ จนถึงทา นเสยี ชวี ิต หนงั สอื “ตะรอญิม เพราะถกู สังหาร อัน-นิสาอ” โดยชัยคฺ หลงั จากนั้นพ่นี องของ มุหัมมดั อัล-อะลา ทานอับดุลลอฮฺ ก็ได หนา 346 และอื่นจาก แตงงานกับนางตอ น้ี ทา นหญงิ รกุ อ็ ยยะฮฺ ทานหญิงไดแตง งาน ดใู นหนังสือ “มตุ ะฮา 111

บินตอิ ลั -หะสัน บินอลี กบั ทา นอัมรฺ บินอัซ- อัล-อามาล” หนา บินอบีฏอลบิ ซุบยั รฺ บินอัล-เอาวาม 342 โดยชัยคอฺ ับบาส ทานไดแตง งานกับ ทา นอัล-หสุ ัยนฺ อัล- ทา นหญิงคอลิดะฮฺ อัล-กุมมยี  และ อัศฆอ็ ร บนิ ซัยนลุ อาบิ บินติหมั ซะฮฺ บนิ มุศ หนงั สือ “ตะรอญมิ อนั -นิสาอ” โดยชยั คฺ ดีน อับ บินอซั -ซบุ ยั รฺ มุหมั มัด อลั -อะลา หนา 346 และอนื่ จาก นี้ ดใู นหนงั สือ “ตะ รอญิม อัน-นิสาอ” โดยชัยคมฺ ุหมั มดั อลั - อะลา หนา 361 ตามจริงยังมีขอมูลอ่ืนจากน้ีอีกมากมาย เชนเร่ืองราว การแตงงานระหวางทานหญิงสะกีนะฮ บินติอัล-หุสัยนฺกับทาน มุศอับ บินอัซ-ซุบัยรฺ แตเพียงพอแลวท่ีผมจะขอนําเสนอเพียง เทานี้ เพราะเน้ือหาที่มีการกลาวถึงการเปนเครือญาติโดยการ แตงงานและการสาธยายถงึ มนั น้นั มีอยใู นหนังสอื อยา งมากมาย 112