Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บุญรักษาโรค

Description: ใครทำอะไรกับเราจงรีบให้อภัย ถ้าเราทำอะไรไว้กับใครต้องรีบขอโทษ

Search

Read the Text Version

51 เรยี งบนที่นอนผม ผมชกั สงสยั วา่ ท่านจะมาพิธปี ัดรัง ควานหรือทาพิธแี ขก ที่เรียกวา่ “อศิ วระกมุ ารี” คือเอา เดก็ พรหมจรรย์มาบูชาพระอศิ วร บนบานศาลกล่าวให้ ผมหายปว่ ยไข้หรอื อยา่ งไร แต่ไมใ่ ช่ พอทา่ นคอ่ ยๆ เอารูปถา่ ยมีขนาดสัก สองนิว้ บ้าง สามนิ้วบ้างมาวางเรยี งเตม็ หนา้ เตยี งท่ีผม นอนอยู่เรยี บร้อยแล้วท่านกถ็ ามว่า “คณุ หมอช่วยชี้ซิครับว่า คนที่มาหาคณุ หมอ มาคยุ กับคณุ หมอแล้วบอกวา่ ชาติกอ่ นเปน็ ลกู สาว คุณหมอและชาตินเ้ี กิดมาเปน็ ลกู สาวผมน่ะ..คนไหนใน รูปถา่ ยทน่ี ามาเรยี งอยนู่ ่ี” ผมลกุ ข้ึนน่งั แล้วหยิบแว่นตามาสวมดูไปทีละ รปู ดไู มน่ านนักโดยวธิ หี ยบิ รปู ที่ไม่ใช่รปู หนูพิมพอ์ อกมา กองทลี ะใบๆ จนเหลือใบสดุ ท้ายทิง้ ไว้บนเตยี งหน่ึงใบ แล้วกห็ ยิบรูปนี้ขน้ึ มาชูพลางบอกว่า “หนูคนนแ้ี หละ ครับ ท่ีมาหาผมทุกวัน”

52 ทั้งสองท่านทมี่ าเยีย่ มหบุ รอยย้มิ ที่มุมปาก คุณผ้หู ญิงรอ้ งไหโ้ ฮใหญ่ คุณผู้ชายก็เช็ดนา้ ตาแลว้ กล่าววา่ “ใช่แล้วครบั รปู นคี้ อื รูปถ่ายหนูพิมพวดลี ูก สาวผม ถ่ายในเครอ่ื งแบบนักเรียน ส่วนนอกนน้ั เป็นรูป เพ่ือนๆ ของหนูพมิ พ์” ทกุ คนท่อี ยใู่ นหอ้ งน้นั เงียบหมด แทบไม่ได้ยนิ แม้แต่เสยี งลมหายใจ ตา่ งคนตา่ งขยบั เขา้ มาดูรปู หนู พมิ พ์ทอี่ ยูใ่ นมือผม พอบรรยากาศค่อยคล่ีคลายไป ในทางปกติแล้ว ทา่ นทีม่ าเยย่ี มกบ็ อกว่า “ผมทราบดจี ากคุณชิต ก็เลยถือโอกาสมา เยย่ี มแล้วสอบถามถึงลูกสาวผม เพราะทุกวนั น้ี ก็ยงั ระลกึ ถงึ หนูพิมพ์อยูเ่ สมอ แกเปน็ เด็กที่นา่ รกั น่าเอ็นดู มาก ท่านั่งประจาของแกกค็ อื ทา่ นง่ั เทา้ คาง เอา ข้อศอกยันพนื้ ไว้ อย่างที่คุณหมอพูดจรงิ ๆ ผมช่อื เสรี โหสกลุ ครบั ผมมกี ิจการ สว่ นตวั คา้ ขายเครือ่ งอะไหร่รถยนต์ทกุ ชนิดทีเ่ ป็นตึก

53 สามชน้ั อยู่ตรงสามแยกสะพานนพวงศ์ ทิศใต้ของ โรงเรียนวัดเทพศิรินทรฯ์ น่เี องครบั ..” ผมก็ถามคณุ เสรีว่า “คุณเสรีมบี ุตรธิดาก่ี คน” คุณเสรีก็ตอบมา ผมจาไดไ้ มช่ ัดเจน วา่ 3 หรอื 4 คน แต่ทแ่ี น่ๆ มีธดิ าคนเดียวคือ หนพู มิ พ์ เธอปว่ ยดว้ ยไขเ้ ลือดออก เสียชวี ติ ทีต่ กึ เด็ก โรงพยาบาลศิริราช ประมาณปี พ.ศ. 2502 จริง ส่วน เร่อื งเดก็ อว้ นๆ ท่ตี ายดว้ ยโรคอว้ นนัน้ ไม่ทราบเรอื่ ง.. ผมกถ็ ามคณุ เสรวี ่ามอี ะไรเกย่ี วกบั หนูพมิ พ์อีกไหม ผม อยากทราบ คณุ เสรีกพ็ ดู วา่ “เชา้ วนั หนง่ึ มีพระภิกษุหา้ รปู จากวัดเทพศิรนิ ทร์นีเ่ อง ไดเ้ ดินไปทรี่ า้ นเสรยี นต์ มี ตาลปตั รทุกองค์และมลี ูกศิษยต์ ามไปด้วยสองสามคน พอพระมาถงึ ก็ก้าวเข้าไปในร้าน ลูกศิษย์กร็ ้องบอกว่า “พระมาแล้ว ครบั ” คุณเสรีงงจึงถามว่า “มาเรือ่ งอะไร”

54 พระรปู หนึ่งท่านกพ็ ูดว่าท่เี มือ่ วานน้ใี ห้ เด็กผหู้ ญงิ ไปนิมนต์พระมารับสงั ฆทานหา้ รูป นิมนตใ์ ห้ มาทน่ี ่ี คุณเสรีกพ็ ดู ว่าไม่เคยให้เด็กคนไหนไปนิมนต์ พอดพี ระเหลอื บไปเหน็ รปู ถา่ ยของหนูพมิ พวดที ต่ี ิดไว้ ข้างฝา ทา่ นก็ช้ีว่า “หนูคนนีแ้ หละท่ีไปนมิ นต์ อาตมานั่งอยู่ ด้วยกนั สามองค์ได้ยนิ ชดั ทัง้ สามองค์ ส่วนอีกสององค์ นัน้ อาตมานิมนต์มาใหค้ รบห้าองค์ ตามทแ่ี มห่ นูบอก” คุณเสรีตกตะลึงและงงเป็นท่สี ุด จะไม่เชอ่ื ก็ ไมไ่ ด้และวันนเ้ี ป็นวนั ทถ่ี งึ แก่กรรมของหนูพมิ พ์ด้วย.. พ่อแม่จะทาบุญใสบ่ าตรอุทศิ สว่ นกศุ ลไปให้อยแู่ ล้ว ฉะนนั้ ก็เลยเปลีย่ นเปน็ ถวายสงั ฆทานตามที่ หนูพมิ พ์ปรากฏร่างไปนิมนต์พระมาใหเ้ สียเลย กแ็ ปลก วิญญาณในรา่ งของหนูพิมพไ์ ปนมิ นตพ์ ระมาทา สงั ฆทานใหก้ บั ตนในวันตายของตน

55 คุณเสรีถามตอ่ ไปวา่ ตอนน้หี นูพมิ พอ์ ยทู่ ไ่ี หน ผมกบ็ อกวา่ “หนูพมิ พ์ยงั อยู่แถวๆ น้ี และมาเยี่ยมผม เกอื บทุกคืน โดยมากก็ไม่เวน้ แตบ่ างทกี ็มาตอน กลางวัน หนูพมิ พบ์ ่นว่าคนถอื ขาหย่ังทวี่ างพวงหรีด เอาขาหยัง่ ไปเกย่ี วกับระย้าโคมไฟกลางศาลาพมิ พวดี ตกลงมาแตกหลายอัน พอ่ เธอไมร่ ้เู ลยไม่มีใครไปทาให้ดี เหมอื นเก่า เธอเสียดายมาก” ผมก็นอนอยู่ท่ีเตียงนม้ี ากกว่าสิบวนั แล้วไม่ เคยไปนั่งในศาลาทีว่ า่ นี้ หากจะไปงานศพทว่ี ดั ใด ผมก็ มักจะนั่งขา้ งนอกศาลา เพราะขา้ งนอกเยน็ ดี แลว้ ผมจะ ร้วู ่าท่กี ลางศาลาพิมพวดีมโี คมไฟระย้าห้อยอยู่ได้ อยา่ งไร แล้วเดีย๋ วนตี้ กลงมาแตกหลายอัน คณุ เสรีจึงให้คนขบั รถบ่งึ ไปดโู คมไฟว่าเปน็ จริงตามทผี่ มพูดหรือไม่ คนขบั รถกลับมาตอนหลงั ก็ มาเรยี นว่า “ระยา้ ทห่ี อ้ ยโคมไฟขาดไปหลายอัน สงสยั วา่ จะตกลงมาแตก” ท่านจึงสงั่ ว่า “พรุง่ น้ีให้ช่างไฟไปดู แล้วไปจัดการเปล่ยี นใหมใ่ ห้เรยี บร้อย”

56 คุณเสรแี ละภรรยานง่ั อยอู่ ีกสักพกั ก็กลับ ก่อนกลบั ได้ถามผมวา่ หนพู มิ พ์พดู หรือเปลา่ วา่ วิญญาณของเธอจะไปไหนต่อ.. ผมกต็ อบว่า “อีกไมช่ ้า หนพู ิมพ์จะไปเกิด และทีน้จี ะไปเกดิ เป็นผู้ชาย เธอคยุ กับ ผมว่าอย่างนนั้ ” พอได้ยินคานี้ ภรรยาคุณเสรกี ็ยกมือไหว้ พมึ พาว่า “เกดิ ชาติใดฉนั ใด ขอให้มาเปน็ แมล่ กู กันอีก” กอ่ นจากกัน ทง้ั สองทา่ นได้ออกปากเชิญผม ว่า ถา้ ผมหายปว่ ยเม่ือไหร่ จะเชญิ ผมและภรรยาไป รับประทานอาหารทบี่ า้ นสักครง้ั บ้านทา่ นอย่ถู นน สขุ มุ วิท จะเปน็ ซอยนานาใต้หรอื ไร ผมกจ็ าไมไ่ ดเ้ สียแลว้ และเมื่อผมหายปว่ ยในคราวนนั้ กลบั บา้ นแล้ว ผมก็ได้ไปตามคาเชิญ โดยมญี าติมิตรทา่ นมาฟังและดู หนา้ ตาผม …เมือ่ ตอนที่จะจากกันที่ศริ ิราชในคนื นนั้ ผมออกปากขอรูปถ่ายของหนูพิมพ์ไว้เพ่อื จะ ได้ดแู ละอทุ ิศกศุ ลให้เธอเวลาสวดมนต์และทาบุญกุศล ซง่ึ ผมได้ปฏบิ ัติดังนมี้ ากกว่า 27 ปแี ลว้

57 ซึ่งท่านก็ได้กรุณามอบใบใหญข่ นาด โปสการ์ดใหผ้ มมาหนึ่งใบ เห็นจะเปน็ เพราะว่าวนั นัน้ ไมไ่ ดพ้ กั ผอ่ นและ สนทนาพาทกี ันมาก พอค่าอาการปวดกม็ าเยือน คราวนีป้ วดบริเวณเหนอื คิ้วขา้ งขวามากทส่ี ดุ แล้วเลย ลามไปปวดตั้งแต่ขมบั ไปกึ่งกลางกระหมอ่ ม มันท้ังแสบ ทั้งปวดเหมอื นเอาไฟมาอัง ปวดอย่นู าน

58 พิมพวดีส่ือวิญญาณ ๐๔ นพ. อาจนิ ต์ บุณยเกตุ ผมนกึ ไปถึงหนูพมิ พพ์ ยายามเข้าสมาธิไปมัน กไ็ มท่ ุเลา หนพู มิ พม์ าเมอ่ื ไหร่ก็ไม่ทราบ พอรู้ว่าเธอมา ผมกพ็ ูดว่า “มาแลว้ หรือลูก” สองคนน่ังเฝ้าฟังอยา่ ง เคย แต่คราวน้พี ยาบาลที่ตกึ มาฟงั ด้วย ผมถามวา่ “เมอื่ ไหร่จะหายหรอื หมดเวร กรรมเสยี ทมี นั ทรมานจริงๆ” หนพู ิมพ์ตอบว่า “อีกส่ีปี ถงึ จะพบหมอที่จะรกั ษาให้หายขาดได้ เม่อื นัน้ กห็ มดเวร แล้วกจ็ ะมคี วามสขุ ตลอดไป” ผมกถ็ ามตอ่ ไปว่า “แลว้ จะมีอะไรเกิดข้ึน หรอื ไมใ่ นตอนน้ี เพราะตอนนปี้ วดมาก” เธอตอบวา่ “พรุง่ น้ี พอ่ จะตอ้ งถูกผา่ ตดั อีก คราวนจ้ี ะเปน็ ครัง้ สุดทา้ ยสาหรับงวดน้ี และจะเปน็ การ ผา่ ตัดทท่ี ารุณทีส่ ุดในชวี ิตของพอ่ !”

59 ผมก็ทวนคาพูดของเธออกี ว่า “พรุ่งนี้พ่อ จะตอ้ งถกู ผ่าตดั อีกหรือ แลว้ จะทารุณทีส่ ุดด้วย หรอื ” ทุกคนในหอ้ งเงียบทุกคน มีแต่ความเวทนาและ สงสาร ภรรยาผมเชื่อสนิทจนถงึ กับน้าตาไหลด้วย ความรนั ทดใจ ผมนง่ั เอาศรี ษะกดไว้ท่ขี อบเตียง บางทีก็ อยากจะเอากระแทกลงไปทเ่ี หล็กหัวเตียง เพราะความ เจ็บปวด จิตใจตอนน้ีแทบจะอดทนไมไ่ ด้ พยาบาลมาฉีด ยาใหห้ ลบั ตามทีห่ มอเวรสั่งกห็ ลบั ไป พอตน่ื ขน้ึ กป็ วด อกี แทบตลอดคนื ผมนึกเบอื่ ตวั เอง แทนอาจารยท์ ี่ท่านต้ังใจ รกั ษา อยากจะตายๆ เสียใหม้ ันรู้แลว้ รู้รอดไป จะไดไ้ ม่ ทรมาน แต่มนั ยงั ไม่หมดกรรมกต็ อ้ งทนอยตู่ อ่ ไป รงุ่ เชา้ เจด็ นาฬิกา อาจารยท์ า่ นก็มาเย่ยี ม ตามเคย พอไดร้ บั รายงานจากพยาบาล ทา่ นกย็ ืนน่งิ ครูห่ น่ึง แลว้ ก็หนั มาพูดกับผมว่า

60 “เดย๋ี วแปดโมงเช้าเอาไปผา่ อกี ที ทีนี้จะเลาะ ประสาทฝอยออกหมดทั้งแถบ มันคงจะไมม่ อี ะไรมา ปวดอกี แลว้ ” ทกุ คนนิ่ง นิง่ ด้วยความเวทนา นิง่ ด้วย ความประหลาดใจ และเชอื่ ว่า ทุกคร้งั ท่ีหนพู ิมพวดมี า บอกเปน็ ตอ้ งไม่ผิด จะไม่เช่อื ก็ไมไ่ ด้ ข่าวก็ออกจากปากนไี้ ปปากโนน้ ไปปากนน้ั ว่าวญิ ญาณของหนูพมิ พ์มาบอกลว่ งหนา้ ทุกทที ่จี ะมี การผ่าตัด แล้วกจ็ ริงทกุ ทีไป พอราวๆ แปดนาฬิกา รถเข็นคันนั้นก็มาอกี คราวน้ีพยาบาลไม่ฉีดยาให้ก่อนผ่าตดั …. ผมจึงถาม พยาบาลวา่ ทาไมไมฉ่ ีดยา ก็ไดร้ ับคาตอบว่า คราวนอี้ าจารย์จะผา่ สดๆ ไม่ใช้ยาฉีด ไมใ่ ช้ ยาชาใดๆ ท้งั สิน้ ผมก็ข้ึนนอนเปลไปกับเขา พอถึงห้อง ผา่ ตดั อาจารย์ทา่ นกบ็ อกวา่ “ไม่รูป้ ระสาทฝอยเส้น ไหนมันเสยี มนั ถึงปวด ถา้ ให้ยาสลบยาชาแลว้ มนั ก็ เหมือนถอนฟันเลยไมร่ ูว้ า่ ซี่ไหนปวด เพราะฉะนัน้ คราว นจ้ี ึงจะผ่าตัดโดยไมต่ อ้ งใชย้ าชาเลย ขอใหท้ นเอาหน่อย”

61 ผมกน็ กึ ว่ากรรม กรรมแนแ่ ท้ เพราะแม้แต่ สตั วแ์ พทย์เขาจะทาการผ่าตดั เขายังใชย้ าระงบั ความรสู้ ึก ระงับความปวด นี่ผมเป็นคนแท้ๆ ยังโดน แบบน้ี วา่ แล้วท่านก็เอามดี กรดี ลงบนค้ิวขวา เรื่อยไป ผมสะดุง้ สุดตัวดว้ ยความเจบ็ ปวด ร้องครวญ ครางออกมา ท่านอาจารยก์ ็บอกวา่ เจบ็ กร็ อ้ งไป ตารวจไมจ่ ับหรอก แล้วท่านก็ผา่ ไป เอาคมี จับ เส้นประสาททีละเส้น พอเส้นประสาทถกู คีมคีบมันก็ปวด ถงึ หวั ใจ ผมรอ้ งออกมาดังกว่าววั กว่าควายที่กาลงั ถูกเชอื ด เพราะการผ่าตดั แบบนี้ เวลาดงึ เสน้ ประสาทที ไรกส็ ะดุ้งจนตัวลอย พยาบาลหอ้ งผ่าตัดกก็ ดหัวไว้ ท้งั ๆ ที่พนั ธนาการไวอ้ ย่างเหนียวแน่น ผมถูกผา่ ไปดึงประสาทไป ร้องจนสุดเสียง เพราะความเจ็บและความปวดทนทุกข์ทรมานอยอู่ ย่าง นน้ั กว่าชว่ั โมง

62 อาจารยท์ า่ นพยายามดงึ ประสาทออกให้ มากทส่ี ุด แตท่ าได้ยากเพราะมันติดกนั นงุ นัง เหมอื นกบั วนุ้ เสน้ ท่เี ราเอามายากิน ผมรอ้ งโอดโอยดังท่สี ุดในชีวิต เจบ็ ท่ีสดุ ใน ชีวิต ปวดทส่ี ุดในชวี ิต และทารุณท่สี ุดในชีวติ เหมือนกบั ทีห่ นูพมิ พบ์ อกไว้ไมม่ ผี ิด และสุดท้ายผมกส็ ลบไปเอง เพราะความเจ็บปวด มารู้สกึ ตัวอกี ทีเมอื่ พบว่าตวั เอง มาอยู่ในห้องนอนมีสายนา้ เกลือรุงรงั มีสายยางอยู่ที่ จมูกทปี่ าก ความปวดนน้ั ยังไม่หายแม้จะหยดุ ผ่าตดั แลว้ แต่ความเจบ็ ปวดก็ยังมีอยู่ มนั สุดท่ีจะทนทานจนตอ้ ง ร้องและครางออกมาดังๆ… ค่านัน้ กย็ ่ิงปวดแผล ปวดระบมประสาท ปวดระบมสมอง เมื่อยไปท้ังตวั อยา่ งที่ไม่เคยได้เป็นมา ก่อน ผมถูกฉีดยาระงบั ปวด ยานอนหลบั และหลบั ไปท้งั สายยางตา่ งๆ จนมาต่นื อีกทกี ็ดึกโข เห็นจะราวๆ สอง ยามหรือกว่า

63 จาไดว้ ่า วนั ทถี่ ูกผ่าตัดชดใช้วบิ ากกรรมน้นั เปน็ วนั พธุ ที่จาได้เพราะท่านอาจารยไ์ ด้บอกว่าวัน พฤหัสพรงุ่ นีไ้ ม่ว่าง ทา่ นติดประชมุ เช้า ผ่าเสียวันพุธนี่ แหละ พอตนื่ ขึน้ มาดังกล่าว กพ็ บภรรยาและ พยาบาลทีน่ ั่งเฝ้าอยู่ ผมถามทงั้ สองคนว่า ผมยงั ไม่ ตายอกี หรอื มนั ทารุณทีส่ ุดแล้ว สองคนนนั้ น้าตาไหลเพราะความสงสาร แลว้ ผมก็หลับตาภาวนาพุทโธๆ ระงบั เวทนา พอหลับตา สักครู่ หนพู มิ พ์กเ็ อามอื มากมุ ตรงท่แี ผลผ่าตัดและท่ี ปวดอยู่ ผมก็ถามเธอวา่ “พ่อหมดเวรหรือยงั ” เธอ ตอบว่า “พอ่ ชดใช้กรรมตามทีเ่ ขาอาฆาตไว้มากแลว้ ต่อไปนจี้ ะดีขึ้นๆ” ผมถามตอ่ อีกวา่ “พอ่ จะถูกผ่าตัดอีก ไหม” เธอตอบว่า “ไม่มีอกี แล้ว”

64 “แลว้ จะปวดโรคประสาทนี้อกี ไหม” เธอตอบ ว่า “ยังมี แต่ไมท่ ารุณมากนกั จะมอี ีกสีป่ ี” “แล้วจะใหพ้ อ่ ทาอย่างไรต่อไป” “ทาบญุ อทุ ิศส่วนกุศลให้เขาไปเรือ่ ยๆ ขออโหสเิ ขาเสยี ภาวนาแล้วส่งใจไปแผ่สว่ นกุศลให้เขา เสมอๆ นะพ่อนะ” หนูพมิ พ์ตอบ “พอ่ จะกลบั บา้ นไดเ้ มือ่ ไหร่” “วันอาทติ ยน์ ้ีแหละจ้ะ..พ่อ” คณุ หมอถามอกี ว่า “ถ้ามันยงั ไมห่ าย จะ กลบั ไปได้อย่างไร” เธอตอบวา่ “ก็ยงั มีกรรมเบาๆ หลงเหลืออยู่อกี ถึงจะเปน็ ก็ไม่รนุ แรงเท่าคราวน้ีจะ้ ” “เวลาพอ่ กลับบา้ นแล้ว พ่อจะเรยี กให้ลูกไป หาจะได้ไหม” “หนจู าต้องลาไปเกดิ แลว้ และเป็นผ้ชู ายจะ้ .. แลว้ ลกู เขา้ บ้านพอ่ ไมไ่ ดเ้ จา้ ทีเ่ จา้ ทางเขาหา้ มจ้ะ” เธอ ตอบ ภรรยาผมและนางพยาบาลนั่งฟงั และจด ตามอยา่ งเคย

65 “หนูลาพอ่ เลยนะ และทนี ีจ้ ะไมม่ าอีกแลว้ จะ้ พอ่ พ่ออยา่ ลมื ทาบุญอทุ ิศสว่ นกศุ ลใหเ้ ขาและเจา้ กรรม นายเวรทั้งหลายนะพ่อนะ” เสยี งหนูพิมพแ์ วว่ ๆ แต่ ชดั เจนติดมาจนบดั นี้ แล้วก็เป็นจริงอยา่ งท่ีว่า.. หนพู มิ พไ์ ม่ปรากฏ กายใหเ้ หน็ อีกเลย อาการปวดผมกบ็ รรเทาเบาบางลงๆ แม้จะไมห่ ายขาดก็ยังดกี ว่าเกา่ .. ผมนอนอยู่อีกสามวัน พอถึงวันเสาร์ตอน เช้า อาจารย์อดุ มมาเยยี่ ม ทา่ นไม่เคยหยุดงานเลย แม้ วนั หยุดราชการ ผมรายงานวา่ อาการปวดเบาไปแยะ แตก่ ็ยังมอี ยอู่ กี ไมห่ ายขาด อาจารยก์ บ็ อกว่า “เรายังเขา้ ไปทาลายศนู ย์ ประสาทของมนั ไมไ่ ด้ เม่อื ไหรท่ าลายได้หมด เมอื่ นัน้ ก็ หายขาด พรุ่งนว้ี ันอาทติ ย์ จะกลบั บา้ นก่อนกไ็ ด้ พกั ฟื้นตอ่ ไป เผื่อมีอะไรคอ่ ยว่ากันใหม่” ผมลกุ ข้นึ นง่ั กราบ ในความกรณุ า แล้วทา่ นก็ไป

66 ผมดใี จทจี่ ะไดก้ ลบั บ้านในวนั พรุ่งน้ีเช้าทั้งๆ ท่ี แผลผ่าตดั ตา่ งๆ ยังไมห่ าย ทา่ นบอกว่า “ทาแผลเอง เอาไหมออกเองก็แลว้ กัน เป็นหมอน่ี” คืนนัน้ ผมนอนหลับไดด้ มี าก อาการปวด ประสาทมีรบกวนนดิ หน่อย ตอนทห่ี ลับก็หลบั สนทิ ไมม่ ี อะไรมาแผว้ พานในใจ ผมก็เข้าสมาธิต่อไปเร่ือยๆ เม่อื รูส้ ึกตัว เช้าวันอาทติ ย์ ผมถวายบังคมลาสมเดจ็ พระ ราชบดิ า ลาพยาบาล ลาแพทยท์ ่ีช่วยเหลือ ก่อนกลบั บ้านผมถอื รปู หนูพิมพวดีไวใ้ นมือ แลว้ สัง่ ใหร้ ถแวะไปท่วี ดั มกุฎกษตั ริยาราม ก่อน เพื่อไปดูศาลาพมิ พวดี ไปดูรูปหนพู มิ พ์ผมู้ ีพระคณุ ผมลงจากรถ เดนิ ไปที่ศาลาพิมพวดี .. แต่ ขณะนนั้ มปี ระตูเหล็กปิดอยู่ ผมไดแ้ ตย่ ืนข้างนอก ตาก็ จ้องดูรูปหนูพมิ พ์ที่ผนังศาลา โดยมภี รรยาผมคอยดู อยใู่ กลๆ้ ดว้ ย

67 ผมยกมือขน้ึ อุทศิ สว่ นกุศลให้เธอ และบอก เธอว่าจะทาบุญอทุ ศิ ส่วนกุศลไปให้ เมื่อสวดมนต์กจ็ ะ อุทศิ สว่ นกศุ ลให้เธอทกุ วันจนกวา่ ผมจะตายไป และ ขอให้ไดพ้ บกนั เปน็ พอ่ ลูกทุกๆ ชาต.ิ . ผมขอจบเรื่องนดี้ ้วยความเชอ่ื ว่า …จติ และ วิญญาณน้ันมจี รงิ เพราะผมได้ประสบกบั ตวั มาแลว้ ดงั ทีเ่ ล่าให้ทา่ นฟงั น้ี… ทุกคนในรถทวั รน์ ั้นต่างเงยี บ กริบ เม่ือผมเล่าเรื่องจบลง คุณเสนาะ นิลกาแหง สมาชิกผู้หนงึ่ ในคณะทีเ่ ราไปเทยี่ วเล่นกอลฟ์ กนั ได้ยืน ขึน้ พดู วา่ “ผม..เสนาะ นลิ กาแหง.. คุณหมออาจินต์ อาจจะยงั ไม่รู้จกั ผมละเอียดนกั เพราะเพิ่งเดินทางมา เทย่ี วกนั เป็นครัง้ แรก ผมขอเรียนวา่ เด็กหญงิ ท่ีเป็นโรคอว้ นแลว้ เสียชวี ติ ทต่ี กึ วบิ ูลลักษณน์ ั้น เปน็ เรื่องจริง เพราะ เด็กผู้หญงิ คนนั้นเป็นลกู สาวผม เธอเสยี ชวี ติ ท่ี

68 โรงพยาบาลศิริราชด้วยโรคอว้ น เน่ืองจากฮอรโ์ มน ผดิ ปกติ ไม่มีทางรักษาใหห้ ายได้ เมอ่ื พ.ศ. 2502 และจานวนพ่ีน้องทเ่ี ธอบอกกับหมอเป็น ความจรงิ ทกุ ประการครับ … ผมขอยืนยนั และไมต่ ้อง ไปถามท่ไี หนอกี แล้ว” ผมกย็ กมือไหว้ทา่ น เพราะท่านแกก่ ว่าผม แลว้ เรยี นท่านว่า “ผมพงึ่ รู้ว่า คณุ เสนาะเป็นบิดาของ หนทู ี่เปน็ โรคอว้ นตาย วนั นี้และเด๋ยี วน้เี อง” เรือ่ งน้ีอาจจะมีคติอยู่บ้างพอสมควร.. ขอ ทา่ นผูอ้ ่านทุกคนจงไดร้ บั กุศลผลบุญนที้ กุ ท่าน และหาก ขอ้ เขยี นนี้เกดิ ประโยชน์ในทางการบญุ การกศุ ลแกท่ ่าน แมแ้ ตน่ อ้ ยนดิ ก็ตามโดยท่ัวไป และหวงั ว่าท่านผอู้ า่ นทกุ คนคงมใี จเมตตา อุทศิ ส่วนกศุ ลของทา่ นทบี่ าเพ็ญกุศลแล้วแก่หนูพิมพวดี โหสกุล เพื่อท่เี ธอจะได้ประสบสุขต่อไปทกุ ชาติทุกภพ .. ในฐานะท่เี ธอเปน็ ผู้ใหค้ วามสวา่ งว่า

69 “บาปบุญมีจริง กรรมและผลแหง่ กรรมมี จริง” แกผ่ มและทกุ ท่าน พอผมเลา่ เร่ืองจบลง ทุกคนในรถทวั รค์ นั นน้ั เงยี บสนทิ ทุกคน หัวหน้ามามองหนา้ ผมและคุณเสนาะ นลิ กาแหง ซง่ึ ทา่ นเดนิ มาท่ีผมตรงท่ีผมยืนพูด แล้วพูด วา่ “แมผ้ มจะเช่ืออะไรยาก แต่เร่อื งนท้ี าให้ได้คิดและได้ อะไรอีกแยะ” “คณุ หมอนา่ จะพมิ พเ์ รื่องนไี้ วใ้ หไ้ ด้อา่ นกนั หลายๆ คน เพราะประจักษพ์ ยานหลายๆ คนยงั มีชวี ิต อยู่รวมท้งั คุณหมอด้วย ทีจ่ ากไปกม็ เี พียงสองทา่ น คือ คุณทวี บณุ ยเกตุ และคุณชิด สวุ รรณปัทม์ แต่ผอู้ น่ื ยังมี ชวี ิตอยู่ แม้แตค่ ุณเสรี โหสกลุ กบั ภรรยา ท่าน ศาสตราจารยห์ มออุดมและตวั ผมเอง (คณุ เสนาะ นลิ กาแหง) ถา้ ทง้ิ ไวไ้ ม่เผยแพร่ให้ทราบท่ัวๆ กันไว้ อกี หน่อยเรื่องกจ็ ะเงียบหายไป แล้วจะเกดิ เร่ืองใหม่ท่ี คลาดเคลอ่ื นตอ่ ความเปน็ จริงมาแทน แบบเรอ่ื งนาง นาค พระโขนง ก็เป็นได้”

70 ตอ่ คาถามทเ่ี กดิ ขึ้นในใจตอนนี้ ผมขอตอบว่า ผมนะ่ เชอ่ื เรอ่ื งวิญญาณมีจรงิ จิตมจี ริง และกรรมดี กรรมช่วั มีจรงิ และผลแห่งกรรมดีกรรมชัว่ ก็ ตอบสนองกับเราจริงด้วยครับ “ช่ัวแตว่ ่าจะช้าหรอื จะ เรว็ เทา่ นน้ั ครบั ”

71 กรรมฐานรักษาโรคมะเร็ง โดย ส.ณ. ธีรวทิ ย์ ยมิ้ สวน ๒๔ พ.ค. ๓๕ สามเณร ธีรยทุ ธ ยมิ้ สวน อาตมาชือ่ สามเณร ธรี วทิ ย์ ยม้ิ สวน ภูมิลาเนาเดิมอยู่ บ้านเลขที่ ๒๓/๕ ตาบลสระส่มี ุม อาเภอกาแพงแสน จงั หวัด นครปฐม โยมบิดาชือ่ นายแกว้ ย้ิมสวน โยมมารดาชื่อ นางใบ ย้มิ สวน จบการศกึ ษาชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนวัด

72 ราชวราราม ในอาเภอกาแพงแสน จงั หวัดนครปฐม อาตมาเพิ่งบวชเปน็ สามเณรท่วี ัดอมั พวัน เมือ่ วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๓๕ น้ี โดยมีหลวงพอ่ พระภาวนาวสิ ทุ ธคิ ณุ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ และอาตมามีอายไุ ด้ ๑๔ ปพี อดี อาตมาเปน็ คนขีโ้ รคมาตั้งแตเ่ กิด พอเกดิ มาก็เปน็ โรคหัวใจ อายุได้ ประมาณ ๗ ปีก็เป็นโรคหอบ อายุ ๙ ปีเปน็ โรคมะเร็ง ซ่งึ อาการเริม่ แรก คือมีเมด็ ขึ้นท่เี ส้นคอ ทาให้ตดิ ตอ่ โรคได้งา่ ย พออายุได้ ๑๑ ปีก็เปน็ โรคไตโตอกี แต่รา้ ยแรงท่ีสดุ ก็ คอื โรคมะเรง็ ทตี่ อ่ มนา้ เหลอื ง ซ่งึ มีผลทาใหอ้ าตมาเป็นคนท่ี ภูมิต้านทานน้อย เป็นเหตุใหต้ ดิ ต่อโรคไดง้ า่ ย อาตมาเปน็ มะเรง็ ได้ ๒ ปี ครนั้ อายุ ๑๑ ขวบ ก็มอี าการ ปวดตรงคอทเ่ี ปน็ มะเร็ง ทาให้ไม่สามารถเหลยี วคอได้ ถ้า จะหนั ต้องหันไปทง้ั ตัว มารู้ว่าเป็นโรคมะเร็งจรงิ ๆ เมื่อมีอายุได้ ๑๓ ปี เพราะได้ไป ตรวจพบทโ่ี รงพยาบาลศิริราช ก่อนจะไปที่โรงพยาบาลศิริราช อาตมาเคยรักษายาแผน โบราณ เขาใหท้ านยาหมอ้ ทานไปได้สักประมาณ ๒ เดือน อาการกไ็ ม่ดีขึน้ มแี ต่ทรุดลง เลยต้องเปลย่ี นหมอ หมอแผนโบราณคนท่สี อง รักษาอยู่ ๓ เดือน เปน็ ยาตม้ และใหป้ ูนทก่ี ินกบั หมากมาทา หมอบอกว่าเป็นโรคฝีประคา ร้อย รกั ษาแลว้ ก็ไม่หาย คร้งั ท่ีสามไปตรวจทโ่ี รงพยาบาลศริ ิราช หมอใหต้ รวจ อยา่ งละเอียดตอนนน้ั ประมาณเดอื นตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ หมอเขาเจาะเลือด เอก็ ซเรย์ฟิล์มปอด เจาะไขสันหลัง

73 หลงั จากนัน้ หมอกไ็ ด้ไปคยุ กบั โยมแม่สักพักหน่งึ แลว้ ใหไ้ ปซ้ือ ยา หลังจากซอ้ื ยา หมอกฉ็ ดี ยาให้ ๑ เขม็ และให้ยามา รับประทาน หลังจากทหี่ มอฉดี ยามาให้ ๒ วนั อาตมาก็เกดิ อาการปวด ท่หี ลอดลมด้านใน จากน้ันอยู่มาไดป้ ระมาณ ๑๙ วนั หลังจากฉีดยา ก็เร่ิมมีอาการผมร่วง ตอนแรกที่จะรวู้ ่าผมร่วงก็คอื อาตมาไปเลน่ กับเพอื่ น ถกู เพื่อนเอานา้ สาดผมก็ร่วงตามนา้ ลงมา พอเอามอื ลูบท่ีผม ผมกร็ ่วงหลุดติดมือมา อาตมารบี ไปถามโยมพอ่ โยมแม่ว่าทาไมผมจึงรว่ ง โยมพ่อ โยมแมก่ บ็ อกว่า คงเป็นเพราะฉีดยามา จากนนั้ ผมก็คอ่ ย ๆ รว่ งจนกระทงั่ หมดศีรษะ คืนวนั ท่ี ๑๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๓๔ อาตมามีอาการเจ็บท่ี หน้าอก เหนอื่ ยหอบ แน่นหนา้ อก หายใจไม่ออก โยมกพ็ า อาตมาไปส่งโรงพยาบาลทใี่ กลบ้ ้านทส่ี ดุ คือโรงพยาบาล จนั ทรเุ บกษา พอไปถงึ เขาก็รบี ให้ออกซเิ จนโดยใชเ้ ครือ่ งชว่ ยหายใจและพ่น ยา ขยายหลอดลมแกโ้ รคหอบให้อาตมาและให้พน่ ทุก ๆ ๔ ชว่ั โมง จนกระทงั่ วนั ที่ ๑๘ ก็กลับมาที่บ้าน ตอนเย็นของวนั ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ อาตมามีอาการ คล่ืนไส้ พอ ๓ ทุ่มกอ็ าเจยี นออกมาเป็นเลอื ด จึงถกู นาสง่ โรงพยาบาลจนั ทรุเบกษาอกี ครั้งหนึง่ พอไปถึงหมอกท็ าการตรวจและล้างทอ้ ง หมอใหญ่ตรวจ แล้วกว็ นิ จิ ฉยั โรคออกมาว่าอาตมาเปน็ โรคลน้ิ ฟอมา (ศัพท์ ภาษาองั กฤษทางการแพทย)์ คือโรคมะเรง็ ต่อมน้าเหลือง

74 หมอกบ็ อกว่าทโ่ี รงพยาบาลไม่มียา เขาแนะนาใหไ้ ปรักษาท่ี โรงพยาบาลศิริราช ตอนเชา้ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ อาตมาถกู สง่ ไปท่ี โรงพยาบาลศิรริ าช หมอตรวจอาการแล้วกบ็ อกวา่ “ใหย้ า ไมไ่ ด้ เพราะวา่ ภมู ติ า้ นทานไมพ่ อ ใหก้ ลบั บา้ น” อาตมากร็ ู้แลว้ ว่า คงจะไมม่ ที างรักษาไดแ้ ล้ว การให้กลบั ไป บา้ นครั้งน้ีคงจะใหก้ ลบั ไปรอความตายอย่ทู ่บี ้าน แน่ ๆ เลย อาตมารู้สึกเสยี ใจอย่างมาก เพราะยังไมอ่ ยากตาย ท้งั ๆ ท่ี รตู้ วั เองว่าคงจะไม่รอดแล้ว ตอ้ งตายแน่ ๆ แตก่ ท็ าใจไม่ได้ เพราะยังไมอ่ ยากตาย กาลงั ใจตกมาก ทอ้ แท้ อยอู่ ยา่ ง หมดอาลยั ตายอยาก พอกลับมาบา้ น อาการของอาตมาก็ทรดุ มาก ทรุดลง เร่อื ย ๆ ปวดทคี่ อมาก จนไมส่ ามารถขยบั เขยื้อนจะทาใหค้ อ สะเทอื น เพราะต่อมนา้ เหลืองที่คอมันใหญ่ข้นึ จนเห็นได้ชดั ตอ่ มามีคนแนะนาใหม้ าหาหลวงพอ่ จรญั ทวี่ ดั อมั พวนั โยม พ่อมกี าลังใจมาก และคิดว่าหลวงพอ่ คงจะชว่ ยได้ ทาให้โยม พอ่ มคี วามหวงั ว่า ลูกคงจะรอดได้ ก็เลยรีบไปลางานกบั เถ้าแก่ แล้วบอกกับเถา้ แก่วา่ จะพาลกู ไปรกั ษาทีว่ ดั อัมพวัน เถา้ แก่เฮียฮวดกใ็ ห้ เฮียวฒั น์กบั เฮีย ตอ๊ กพามาส่งทว่ี ัดอมั พวัน วันที่ ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๓๔ อาตมามาถึงวดั อมั พวัน รอ พบหลวงพอ่ หลวงพอ่ สง่ั ใหจ้ ดั ยาใหแ้ ละใหท้ านยาเดย๋ี วนนั้ เลย

75 พรอ้ มกบั สงั่ ใหไ้ ปเขา้ ปฏบิ ตั กิ รรมฐานทนั ที ใหแ้ มใ่ หญ่ ดแู ล แมช่ ซี งู อ้ เปน็ ผสู้ อน แมใ่ หญ่กใ็ ห้เร่ิมปฏบิ ตั วิ นั นน้ั เลย ตอน ๑ ทุม่ ไปจนถึง ๓ ทมุ่ อาตมาต้องทานยาทห่ี ลวงพ่อสงั่ และปฏบิ ตั ิกรรมฐานทุก ๆ วัน วนั ละประมาณ ๑๐ ช่วั โมง จากนน้ั ๒ สัปดาห์ ก็มอี าการดีขึ้น อาการปวดที่ คอ กระเทอื นและเหลยี วไมค่ อ่ ยไดเ้ รม่ิ หายไปและอาการ เหนอื่ ยหอบหายไปเลย ไมเ่ ปน็ อีกเลย เหลืออยแู่ ตอ่ าการของ โรคมะเรง็ ซง่ึ ถา้ ไปกดมนั กย็ ังปวดอยู่ อาตมากม็ กี าลงั ใจปฏบิ ตั อิ ย่างสมา่ เสมอต่อมาเรือ่ ย ๆ อาการดีข้ึนจนกระทั่งผมข้ึน ซง่ึ ใชเ้ วลามาอยวู่ ัดประมาณ ๑ เดือน ผมจึงขึ้น อาตมาไดน้ ่งุ ขาวหม่ ขาวมาตลอด และปฏบิ ัติสมา่ เสมอ จนกระทัง่ ๔ เดือนต่อมา จงึ ขอเข้าบรรพชาเปน็ สามเณร ดงั กล่าวแล้วขา้ งต้น ยาท่ีหลวงพ่อสงั่ จัดใหอ้ าตมาฉันทุกวนั มยี าฟา้ ทลายโจร น้ามันมนต์ของหลวงพอ่ และยาทปี่ นั้ เป็นลูกกลอน เปน็ ยาที่ ใช้บอระเพด็ ๑ กก. ไพล ๑ กก. เกลอื ๑ กก. นามาตาผสม กันและดองไว้ ๑๕ วัน ถึงจะทานได้ เมื่อทานยา ขณะกลนื จะมีอาการขม และพอทานหมดจะรู้สึก เคม็ มากจนแสบคอ ทานยากมาก ในปจั จบุ นั นอ้ี าการตา่ ง ๆ ของอาตมาดขี นึ้ มาก อาการหอบ หายไปเลย อาการปวดทคี่ อกไ็ มม่ ี ทีเ่ หลืออยูก่ ็ตรงคอทไ่ี ป เจาะ มนั ยบุ ลง แตย่ งั ไมห่ าย จะเปน็ เมด็ อยูเ่ ลก็ น้อย แตไ่ ม่มี อาการเจ็บแล้ว

76 อาตมารสู้ กึ ดใี จมาก เรมิ่ มคี วามหวงั ใหมใ่ นชวี ติ สบายใจ มากทร่ี อดมาจนถงึ บดั นี้ เปน็ เพราะความกรณุ าของพระเดช พระคณุ หลวงพอ่ ทีใ่ ห้ยา และที่สาคัญท่ีสุดคือ ครบู าอาจารยท์ สี่ อนวปิ สั สนา กรรมฐานให้ จนสามารถรกั ษาโรคมะเรง็ หายได้ อาตมาจะขอบวชอยู่ในบวรพระพทุ ธศาสนา และจะปฏิบตั ิ ธรรม และรบั ใชต้ อบแทนพระคุณ พระเดชพระคุณหลวงพอ่ พระภาวนาวิสทุ ธิคุณ และวดั อมั พวนั และทกุ ๆ คนที่ ชว่ ยเหลอื อาตมาตั้งใจวา่ จะอยใู่ นร่มเงาพระพุทธศาสนาให้ นานตราบเท่าชวี ติ จะหาไม่

77 ๑๙/๒๒ โรครา้ ยหายไดด้ ว้ ยพระกรรมฐาน รจุ ี เตง่ ตระกลู ข้าพเจ้าเร่มิ ไปวัดอมั พวนั เมอื่ ปี พ.ศ.๒๕๔๑ โดย คาแนะนาจากพ่ีสาวช่ือ ปียาวัลย์ ลขิ ิตตนมงคล ได้ปฏบิ ตั ิ ธรรมพระกรรมฐานครบ ๗ วนั ชว่ งปิดเทอมเดอื นตุลาคม พอกลับบ้านกไ็ มไ่ ด้ปฏบิ ตั ิตอ่ เพราะกลวั คุณแมจ่ ะวา่ คณุ แม่ นับถือศาสนาครสิ ต์ ส่วนตัวข้าพเจ้าชอบทาบุญตกั บาตร และสวดมนตไ์ หวพ้ ระทกุ วัน ทุกปขี ้าพเจา้ จะบอกกบั คณุ แม่ วา่ โรงเรยี นสง่ ไปอบรมที่ต่างจงั หวัดแต่ขา้ พเจา้ ก็ไปวดั อมั พ วันทกุ ครั้ง เมอ่ื ปี พ.ศ.๒๕๔๔ สามขี องข้าพเจ้าปว่ ยหนกั ต้องเขา้ โรงพยาบาลราชบุรี ผา่ ตัดกระดูกสว่ นสะโพกออก เพราะ มนั สึกกร่อนมาก ขณะพกั รักษาตวั อยโู่ รงพยาบาล มญี าติ ทางสามี ช่อื คุณสนธยา เจา้ ของรา้ นโอ่งรตั นโกสินทร์ จงั หวดั ราชบุรี นาหนังสอื กฎแห่งกรรม เล่มท่ี ๑๔ มาให้ อา่ น ขา้ พเจ้าอ่านจนจบกย็ งั ไมค่ ดิ อะไร จนกระทั่งสามีจาก ไป ไดฝ้ ากโรคเอดส์ตดิ ตัวข้าพเจา้ มา ข้าพเจา้ ก็รกั ษาท่ี โรงพยาบาลราชบรุ ี เม่ือปลายปี พ.ศ.๒๕๔๖ และเร่มิ ทาน ยาควบคุมในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ.๒๕๔๗

78 คุณแมย่ ังป่วยหนกั และตวั ขา้ พเจ้ากป็ ว่ ยหนกั เหมือนกนั แตด่ ้วยความร้สู กึ วา่ ข้าพเจ้าคดิ วา่ ตวั ของข้าพเจา้ จะ ออ่ นแอไมไ่ ด้ จะตอ้ งดูแลคณุ แม่ให้ดที ่ีสุด เพราะคุณหมอ บอกว่าคณุ แม่จะอยู่ไดไ้ มน่ าน จนกระทงั่ วนั ท่ี ๒๗ มถิ ุนายน ๒๕๔๗ คุณแม่กจ็ ากไป ข้าพเจา้ รู้สกึ เสียใจมาก คิดว่าตอ้ ง อยูค่ นเดยี ว โรคเอดส์ที่ขา้ พเจ้าเปน็ ก็กาเริบข้ึน นอนไม่หลบั กลมุ้ ใจมาก จะบอกใครกไ็ ม่ได้ ข้าพเจา้ พยายามปฏิบัติธรรมพระกรรมฐานอย่าง จรงิ จงั คอื เดิน ๑ ชว่ั โมง น่งั ๑ ชั่วโมง ทุกวัน ทาวนั ละ ๒ ช่วง ชว่ งที่ ๑ ตง้ั แต่เวลา ๑ ทมุ่ ถงึ ๓ ทุ่ม ช่วงท่ี ๒ ตัง้ แต่ เวลาตี ๓ ถึงตี ๕ ปฏบิ ตั ิอยา่ งนมี้ ไิ ด้ขาด พอถึงวนั หมอนดั ตรวจเลอื ด เดอื นกันยายน ผลเลือดดีขน้ึ มากจาก ๔๙ ขน้ึ มาเป็น ๑๘๘ หลังจากน้ันข้าพเจ้าก็ไปหาหมอทโี่ รงพยาบาลเมอื งราชบุรี ได้พบกับคณุ หมอกาชยั ท่านถามวา่ มโี รคประจาตวั บ้าง ไหม ขา้ พเจา้ ก็บอกว่าเปน็ โรคเอดส์ แต่ตอนนี้ข้าพเจา้ ได้กิน ยาโรงพยาบาลราชบุรี และปฏิบตั ิธรรมพระกรรมฐานของ หลวงพ่อจรัญ ฐติ ธมฺโม จงั หวัดสงิ หบ์ ุรีด้วย คณุ หมอกาชัย บอกวา่ มาถูกทางแลว้ นะ ให้กลบั ไปทาตามที่หลวงพ่อสอน ข้าพเจา้ กม็ ีกาลังใจมากขึ้น จงึ ได้เรง่ ปฏบิ ตั ธิ รรมพระ กรรมฐานมากขึ้น จากเดิน ๑ ชว่ั โมง นง่ั ๑ ชว่ั โมง มา ปฏิบตั เิ พิ่มเป็นเดนิ ๒ ชัว่ โมง นัง่ ๒ ช่วั โมง

79 หลงั จากนนั้ วนั ที่ ๗ ตลุ าคม ๒๕๔๗ ข้าพเจา้ ไดไ้ ปกราบ นมัสการหลวงพอ่ จรัญ ฐิตธมโฺ ม และได้รายงานให้หลวง พ่อทราบว่า ข้าพเจา้ เป็นโรคเอดส์ หลวงพอ่ ท่านก็พยกั หน้า รบั ทราบ แลว้ มองหน้าขา้ พเจ้าดว้ ยความเมตตา หลวงพ่อ ท่านบอกวา่ จะมีสง่ิ อัศจรรย์เกดิ ขนึ้ และให้เขยี นกฎแห่ง กรรมดว้ ยนะ ทาใหข้ ้าพเจ้ามกี าลังใจต่อสูก้ บั โรครา้ ยอีก หลวงพ่อแนะนาใหท้ านยาใบบัวกับยามะขาม และตอ้ งสวด มนตไ์ หว้พระ ปฏิบัติพระกรรมฐานให้มาก ๆ ข้าพเจ้าไดฟ้ ัง ดงั นัน้ กก็ ลับมาปฏิบตั ิตามท่ีหลวงพอ่ แนะนาทกุ วันมไิ ด้ขาด ทานยาใบบัวและยามะขาม ๒ ห่อใหญ่ ห่อละ ๑ เดือน ทาน เชา้ -เย็น แล้วข้าพเจ้านาความรู้การปฏิบตั ิธรรมพระ กรรมฐานสอนนักเรยี นทุกวันกอ่ นท่ีจะเรียนหนงั สอื ใช้เวลา ประมาณ ๑๐ นาที ทาให้นกั เรยี นมสี มาธเิ วลาเรียนดีขึ้น ตง้ั ใจเรยี นหนงั สอื ดีขน้ึ มากและเปน็ เดก็ ดี จนถงึ เดอื น ตลุ าคม วนั ท่ี ๑๗-๒๓ ตลุ าคม ๒๕๔๗ เปน็ ช่วงปิดเทอม ขา้ พเจา้ ก็ได้ปฏิบัติธรรมพระกรรมฐาน ต่อเนือ่ งทงั้ กลางวนั กลางคนื เป็นเวลา ๗ วนั ๗ คนื ทาให้ ข้าพเจ้ามคี วามรู้สึกดีขนึ้ ทั้งรา่ งกายและจติ ใจ วนั ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ข้าพเจา้ ไดม้ ากราบนมสั การหลวงพ่ออกี คร้ังหน่ึง เพ่ือรายงานผลการปฏบิ ัติธรรมพระกรรมฐาน ว่าขา้ พเจ้าได้ปฏบิ ตั ิเดนิ ๓ ชวั่ โมง นงั่ ๓ ชวั่ โมง ครบแล้ว ปฏิบัติ ๓ ครง้ั ทาใหข้ า้ พเจา้ มสี ตดิ ขี ้นึ แกไ้ ขปัญหาทางดา้ น จิตใจของตนเองได้ และหยุดทานยาโรงพยาบาลราชบุรี ตง้ั แตว่ ันท่ี ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๔๗ เปน็ ต้นมา ขอใหห้ ลวงพ่อได้

80 โปรดกรุณาแผ่เมตตาใหข้ ้าพเจ้ามสี ติปัญญาดีในการปฏบิ ัติ ธรรมพระกรรมฐานใหด้ ียิ่งขน้ึ ตลอดไปเทอญ ปจั จบุ ันข้าพเจา้ ยงั คงปฏบิ ัตธิ รรมพระกรรมฐานอย่าง ตอ่ เนอ่ื งทกุ วนั มไิ ดข้ าด ส่วนอาการโรคร้ายที่ขา้ พเจ้าเป็นก็ ไม่กาเริบ และหายขาดด้วย ขอให้หลวงพ่อได้โปรดกรุณา แผเ่ มตตาใหข้ ้าพเจ้าด้วยเถิด เครดติ : คณะผจู้ ดั ทา http://www.jarun.org/contact- webmaster.html

81 กรรมฐานรกั ษาโรคไดจ้ รงิ หรอื ? น.ส.ชติ รตั น์ อนฤุ ทธ์ิ อายุ ๕๖ ปี การเคหะเมืองใหมบ่ างพลี จ.สมุทรปราการ เมอ่ื วันท่ี ๘ กนั ยายน ๒๕๔๐ ดิฉนั ได้เขา้ รับการ ตรวจร่างกายทีส่ ถาบนั มะเร็งแห่งชาติ และคุณหมอที่นนั้ ทา่ นไดบ้ อกกบั ดิฉันวา่ ต้องผา่ ตัดด่วน เพราะเปน็ เน้ืองอก ไมพ่ ึงปรารถนา และให้ดิฉนั กลบั บา้ นไปเตรยี มตัวเขา้ รับ การผ่าตัดในวันที่ ๑๖ กนั ยายน ๒๕๔๐ ดิฉนั เองกอ่ นทีจ่ ะ มาตรวจท่สี ถาบันมะเร็งแหง่ ชาติน้ี ก็ไดร้ ักษาอยู่ ตา่ งจังหวดั มากอ่ น คณุ หมอท่ีนั้นบอกว่าเปน็ ต่อม นา้ เหลอื งอกั เสบรักษาอยู่ประมาณ ๕ เดอื น ไม่ยุบและกไ็ ม่ แตกมแี ตอ่ าการทโี่ ตขึ้น และปวดมากขึ้น ทาใหเ้ กดิ ความ กังวลใจ เพราะว่าเวลาปวดกป็ วดแบบสดุ ๆ เลย ไม่ปวดก็ ไม่ปวด วัน ๆ หนง่ึ จะปวดก็แค่คร้ังสองครง้ั เทา่ นัน้ ปวดนี้ จะปวดเข้าสมองเลย ทกุ ครงั้ ทปี่ วดก็คดิ วา่ ตายดีกว่าอยู่

82 ทรมานอยา่ งนี้ ในท่สี ุดดฉิ ันกเ็ ขียนจดหมายถึงพระเดช พระคุณหลวงพ่อจรัญ แห่งวดั อมั พวัน จ.สิงห์บรุ ี เพราะวา่ ดิฉันเคยอ่านหนังสอื ท่หี ลวงพอ่ เขียนท่านเล่าว่า มีคนเปน็ มะเรง็ และเคยผ่าตดั ถึงสีค่ รั้ง และกาลังจะผ่าคร้งั ทหี่ า้ กม็ าหาหลวงพ่อ เขาบอกวา่ จะตายก็มาตายทหี่ ลวง พอ่ เถดิ เพราะวา่ ไมอ่ ยากจะผ่าอกี แล้ว หลวงพ่อก็ใหเ้ ขา้ กรรมฐานและโรคดงั กล่าวก็หายไปได้ แตแ่ ล้วในท่ีสดุ หลวงพ่อกต็ อบจดหมายมานบั ได้ ๑๖ วนั วันที่ได้รบั จดหมายของหลวงพอ่ ดใี จเป็นที่สดุ คดิ ไว้ วา่ ทา่ นจะตอบว่าอย่างไร ขอให้ตอบมากเ็ ปน็ บุญแล้ว จดหมายของหลวงพอ่ เปน็ ยาชนิดหน่ึงเป็นโอสถทิพย์คอื กาลังใจที่ได้รบั คนเราเวลาทุกขย์ ากน้นั ไดก้ าลังใจแลว้ มี กาลงั ทีจ่ ะตอ่ สตู้ อ่ ไป โดยเฉพาะจดหมายของหลวงพ่อ ดิฉนั ถอื วา่ เปน็ ยาวิเศษท่ีสดุ คือ หลวงพ่อให้ธรรมะจนดิฉัน อ่านแลว้ อา่ นอีกจนกระดาษเปอ่ื ยกย็ ังไม่อ่ิมในการอ่าน อ่านได้ทกุ วัน และวันละหลายครั้ง ประทบั ใจตรงท่ีว่า “ขอใหค้ ุณโยมจงทาใจให้ได้นะว่าอะไร ๆ ในโลกนม้ี นั ไม่เท่ียง อะไรจะเกดิ กใ็ ห้มันเกดิ จะไปขัดขวางไม่ได้ อาตมาขอให้โยมขออโหสกิ รรมกับเจา้ กรรมนายเวรเขาเสีย เวรกรรมอะไรทีม่ ีอยกู่ ข็ อให้หมดไปในชาติน้ี ขออย่าใหไ้ ป ถงึ ชาตหิ น้าอีกเลย อาตมาก็ขอแผ่เมตตาให้ ขอให้คุณโยม จงหายจากโรคภยั ไข้เจ็บ และขอให้คุณโยมทาสมาธใิ หม้ าก

83 ๆ และใหส้ วด อิติปโิ ส พาหุงมหากาฯ และอาตมาขอใหค้ ณุ โยมไปให้หมอเช็คร่างกายใหแ้ นน่ อนอีกคร้ังหน่ึง ทางท่ดี ี ที่สุดคือไปทสี่ ถาบนั มะเร็งโดยตรง อาตมาก็จะแผเ่ มตตาไป ให้ ขอให้คณุ โยมทาตามทอ่ี าตมาบอกเถดิ และกรรมฐาน มาก ๆ และอย่าลมื แผ่เมตตาใหก้ ับคนในครอบครวั มาก ๆ อย่าลืมอทุ ศิ ส่วนกุศลใหม้ าก ๆ จะได้หมดเวรหมดกรรมกนั ในชาตนิ ีจ้ บสิ้นไป โยมไม่เปน็ อะไรหรอก” ดฉิ ันซาบซ้ึงในพระคณุ ของหลวงพ่อท่ีเมตตาตอ่ ดฉิ ัน มาก พระคุณอันนีจ้ ะจดจาเอาไว้จะไม่มวี นั ลมื เลยที่หลวง พ่อไดเ้ มตตา ใหส้ ติ ให้ธรรมะ จนดิฉันมีกาลงั ใจต่อสูก้ บั โรคภยั ไขเ้ จบ็ และวันที่ ๘ กนั ยายน ๒๕๔๐ ไปตรวจทส่ี ถาบัน มะเรง็ แห่งชาติ ถนนราชวถิ ี คุณหมอบอกวา่ ตอ้ งผา่ ดว่ น และใหด้ ฉิ ันกลบั บา้ นไปเตรียมตัวผ่าตัดในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๔๐ ดฉิ ันก็กลับเหมอื นกัน กลับจากโรงพยาบาลมา บ้านพักทหี่ มูบ่ า้ นทานสมั ฤทธิ์ ทีเ่ ป็นบา้ นพที่ ีเ่ ป็นญาตกิ นั บอกกบั พ่ีจะไปวดั อมั พวัน จ.สิงห์บรุ ี สกั ๓ วัน ไปหา หลวงพ่อกเ็ พราะว่าหนกี ารผา่ ตัด เพราะคดิ ว่าผ่าก็ตาย ไมผ่ ่ากต็ าย เพราะฉะนัน้ กอ่ นตายกข็ อเก็บเกย่ี วเอาผลบญุ ไปเปน็ เสบยี งไวบ้ ้าง ดฉิ นั เองกเ็ คยปฏิบัตธิ รรมมาบ้างรู้ บา้ งเลก็ ๆ น้อยๆ เพราะเคยปฏบิ ัตมิ าจากวดั อโศการาม จ. สมุทรปราการ แตเ่ น่ืองจากว่าต้องทางานหาเล้ียงชพี เลย

84 ไมไ่ ดเ้ อาอย่างจรงิ ๆ มาถึงตอนน้ีเมื่อรู้แนแ่ ลว้ วา่ ตายแนก่ ็ ต้องเอาจริงกนั ละ เผ่ือวา่ ตอนทีต่ ายไปจะไม่ต้องลาบาก เหมอื นขณะท่ยี ังมีชีวติ อยู่ กเ็ ลยตง้ั ใจจริงเรยี กวา่ เตรียมตวั ตายกัน ดฉิ นั เดินทางมาสงิ ห์บรุ ีคนเดยี ว มาถึงกบ็ า่ ยจะสอง โมง ไปขอเข้าอบรมกรรมฐานไมม่ ผี รู้ บั รองเพราะว่ามาคน เดียว ก็ได้ผ้ทู เี่ ข้ากรรมฐานดว้ ยกันรับรองใหเ้ สรจ็ แล้วกไ็ ป นั่งคอยหลวงพอ่ เพราะเขาบอกวา่ หลวงพ่อจะลงมาตอน บา่ ย กน็ ง่ั คอยนานและแขกกม็ ากมาย ดิฉนั ไมก่ ลา้ ทีก่ ราบ เรยี นท่าน เพราะเห็นวา่ ลูกศษิ ยข์ องทา่ นมากมายนัก ก็ เลยถวายดอกไม้และปจั จยั แล้วลาท่านเข้ากรรมฐาน แต่ ดิฉันแปลกใจมากตอนท่ีดิฉนั เข้าไปหาท่าน หลวงพ่อทา่ น เหน็ ดิฉันแลว้ ทา่ นมองจ้องอยา่ งกบั วา่ ทา่ นเห็นหนออะไรสกั อย่างหนง่ึ แต่พอดิฉนั เข้าไปใกลท้ า่ น ท่านก็หลับตาเสยี ดฉิ นั เลยถวายของแลว้ กราบลาท่านไม่กลา้ ถามอะไรท่าน เลย ตอนเย็นกฝ็ ากจดหมายกับคณุ สมประสงค์ กราบเทา้ หลวงพ่อขอเมตตาวา่ ดิฉนั เดินทางมาจาก นครศรธี รรมราชแลว้ ใหห้ ลวงพอ่ แผเ่ มตตาให้ คณุ สม ประสงค์กก็ ลับมาบอกว่าคืนนีห้ ลวงพ่อจะนัง่ แผเ่ มตตาให้ ขอใหส้ บายใจเถอะ คืนนัน้ เม่อื เลกิ กรรมฐานแลว้ ตา่ งคนกต็ า่ งเข้านอน เพราะอากาศหนาวก็รีบนอนกัน ดิฉนั หลับไปมาตกใจต่นื

85 เมอื่ คลา้ ย ๆ กบั มีคนมาเรียกว่า “ตนื่ ๆ เรว็ หลวงพ่อกาลัง แผเ่ มตตามาใหเ้ ข้าสมาธิเร็ว” ได้ยินชดั เจนทีเดียว แลว้ ก็ รบี ลุกข้ึนมานงั่ สมาธทิ นั ที พอน่งั ไดส้ ักประมาณ ๕ นาที เนอ้ื ตวั รู้สกึ ร้อนข้ึนเร่ือยและที่เม็ดท่ีข้างคอเรม่ิ เต้น และเตน้ อยู่ประมาณ ๕ นาที แล้วกห็ ยดุ และคอ่ ย ๆ เย็นลงจนเป็น ปกติ ดฉิ ันก็นอนตอ่ แต่นอนไม่หลบั ดูนาฬิกาบอกเวลา ๐๐.๑๕ นาฬกิ า ทีน่ อนไม่หลับก็แปลกใจว่าใครมาเรียก และเรยี กคาเดยี วกต็ ่นื เลย ต่นื มากไ็ ม่ได้ขอบคณุ เขาที่ อตุ สา่ ห์มาเรยี กให้ แลว้ คนนนั้ เขาไปไหน ทาไมเราไม่เหน็ และอาการทตี่ วั รอ้ นในขณะนัน้ มันกร็ อ้ นแปลก ๆ เหมือนกับ เราเดนิ ผา่ นกองไฟรอ้ น ๆ มา แต่พอผ่านพน้ ไปแล้วมันก็ เย็น แตน่ ี่มันร้อนไปทง้ั ตัวรวมท้งั ภายในด้วย และร้อนอยู่ นานกว่าจะเยน็ มันใหแ้ ปลกใจจรงิ ๆ คดิ ไปคิดมากเ็ คลิม้ ไป นิดหนึ่งกไ็ ด้เวลาเตรยี มไปสวดมนต์ตอนตสี ี่ ระฆังจะปลกุ ตอนตีสามครึ่งทุกวนั ดฉิ ันอยปู่ ฏบิ ัติทว่ี ดั อัมพวนั ครบ ๓ วนั พอดี กอ่ น กลับไดพ้ บหลวงพอ่ กราบลาท่าน และท่านกไ็ ด้ถามวา่ หมอ บอกวา่ เราเปน็ มะเรง็ ใชไ่ หม? ก็กราบเรียนท่านวา่ เขาวา่ เป็นเน้ืองอกต้องผ่าออกด่วนอนั ตรายมาก และดิฉันกใ็ คร่ จะกราบเรียนถามหลวงพ่อว่าดิฉนั ควรผา่ หรอื ไมค่ วรผา่ หลวงพอ่ ตอบทนั ทีวา่ เร่ืองนหี้ ลวงพ่อตดั สนิ ให้ไม่ไดเ้ พราะ เป็นเรอื่ งทีค่ วรตดั สนิ ใจเอง หลวงพอ่ บอกไมไ่ ด้ แตไ่ ม่

86 เปน็ ไรหรอกกรรมฐานมาก ๆ เข้าแล้วก็หายเอง ดิฉันขอ ยาหลวงพอ่ บอกว่า เอาน้ามนั มนตไ์ ปทาและกรรมฐาน มาก ๆ โดยเฉพาะยนื หนอ… ทาให้ได้ แตอ่ ยา่ ทาแบบหนอ ๆ แหน ๆ แล้วไปหลอ ๆ แหล ๆ นะโยมนะทาใหจ้ รงิ จังรบั รอง หายทุกราย ดฉิ ันจาคาหลวงพอ่ เอาไว้ แล้วกลับมาทาต่อ ทบ่ี า้ นและจดั ธุระให้เขา้ ทีเ่ ข้าทาง ดิฉนั กลบั มาอีกวนั ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ไมไ่ ปบ้านแตไ่ ปพกั กบั คุณแมด่ วงรตั น์ ทวี่ ัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ตอนแรกกค็ ิดว่าไปสกั ๒ วัน แลว้ เลยไปวัดอัมพวัน แต่เมอื่ ขึ้นไปกราบทา่ นพอ่ ลี ก็เปลี่ยนใจประกอบกับคุณแม่บอกว่าอยู่กรรมฐานที่นี้ก็ได้ ไมต่ ้องไปถงึ โน้นหรอกทน่ี ี้กม็ ีหมออยู่ พระทา่ นกม็ ยี าดี เหมือนกัน ก็อยทู่ านยาด้วยและสมาธิด้วย วนั ท่ี ๒ ธันวาคม ๒๕๔๐ ดิฉนั กข็ ออนุญาตคุณแม่ ไปวัดอัมพวันอีก เพราะตอนนี้เมด็ ท่คี อทาทา่ จะเปลี่ยนไป คอื มันจะแตกก็ไม่แตก จะยุบกไ็ ม่ยุบ มนั อยู่คงทอ่ี ยอู่ ย่าง น้นั ดิฉันไปถึงวัดอมั พวันยังเช้าอยู่ เอาดอกไม้จดั ไปถวาย พระและไปกราบพระรปู ของรัชกาลที่ ๕ ด้วย พรอ้ มท้ัง สมเดจ็ พฒุ าจารย์โต พรหมรงั สีดว้ ย และขออยู่กรรมฐาน ๗ วนั คราวนี้มีอะไรแปลก ๆ อกี ออกจากที่ปฏบิ ัติ กรรมฐานมานอนที่พกั เหมอื นกับมคี นมาปดั เปา่ ให้ ดิฉัน อยากอยหู่ ลายวันแต่ทางวัดเขาจดั ใหแ้ ค่ ๗ วนั เท่านนั้ และ พอเอาจิตไปกาหนดทีแ่ ผลกเ็ กดิ การตอบรบั กันขนึ้ คือทแี่ ผล

87 ตรงน้ันจะเตน้ ต๊บุ ๆ ๆ จนเรารสู้ กึ เต้นแรงมากจะเตน้ อยู่ อยา่ งนี้ประมาณ ๕ นาทีแล้วหยดุ ก็เต้นใหมเ่ หมอื นอัตโนมตั ิ ตอนทมี่ าน้นั แผลมันสีมว่ ง และพอมาอยู่ได้แค่สองวันคือ วนั ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ เม็ดทค่ี อกเ็ ร่ิมเปลีย่ นจากสีมว่ ง เป็นสีแดง และคอ่ ย ๆ แดงจดั ขนึ้ มาเรื่อย ๆ วันท่ี ๖ ธนั วาคม ๒๕๔๐ ตอนเชา้ แผลกแ็ ตกออกมา เปน็ เลอื ดสด ๆ เหมอื นกับเอามีดไปกรีดออกมาอยา่ งนั้น เอากระดาษทชิ ชูเชด็ เช็ดสองสามคร้งั กห็ มดและแผลกแ็ หง้ แตต่ อนนนั้ กาลงั เดินจงกรมอยู่ ก็ไมร่ ้จู ะเอาอะไรปิดปาก แผลพอดีเหน็ ต้นพลู เอาใบพลูน้ันมาปดิ ปากแผลไว้กอ่ น ใบ พลูนเี้ ป็นใบพลูทีแ่ ม่ใหญ่ปลูกไว้ พวกกรรมฐานเขาบอกว่า แมใ่ หญ่ปลูกเอาไวแ้ ละแม่ใหญ่ยังบ้วนนา้ หมากใสด่ ว้ ยเปน็ ยา อีกขนานหนึ่งดีจริง ๆ ตามธรรมดาใบพลนู ้ีเผ็ดรอ้ น แต่ เมอื่ เอาปดิ ปากแผลกลับเย็นฉา่ เลยกน็ า่ แปลก ปิดอยู่ไดท้ ั้ง วัน พอเยน็ เอาใบพลูออกกลบั เป็นวา่ ใบพลูนนั้ แห้งกรอบเลย แตก่ ็ดูดน้าเหลืองและเลอื ดตดิ ใบพลูออกมาดว้ ย และเม่อื อาบนา้ เสร็จแล้วก็เอานา้ มันมนตข์ องหลวงพ่อมาทาที่ใบพลู เอามาปิดปากแผล และวันรงุ่ ขน้ึ กม็ เี ลอื ดออกมาอีก แต่ น้อยกว่าเม่อื วาน ยงั สีสดเหมอื นเดมิ เปน็ เลือด วนั รงุ่ ขึน้ ก็ มีเลอื ดไหลอกี แตค่ ราวน้ีก็นอ้ ยกวา่ เมอื่ วานหน่อยหนึ่ง และพอตอนเย็นมีเลอื ดปนนา้ เหลืองออกมาอกี และเอา นา้ มันมนต์ของหลวงพ่อทาใส่ใบพลูปดิ เอาไวอ้ กี และตอนนี้

88 จะมแี ตน่ า้ เหลอื งออกมาเร่ือย ๆ แตไ่ มม่ าก พอครบ ๗ วนั กเ็ อาใบพลูปิดไวก้ ลับมาที่วดั อโศการาม สมุทรปราการ แผลเกือบจะสนทิ พระอาจารยบ์ ุญชู เหน็ ก็บอกโยมเอายา แกน้ า้ เหลืองไปทานนะมันจะได้หายเรว็ ขึ้น ก็ทานยาของ ทา่ นพระอาจารยบ์ ุญชูดว้ ย ทานา้ มนั มนตข์ องหลวงพอ่ ด้วยกเ็ ลยหายเร็ว ดิฉนั กลบั มาปฏิบัตติ ่อที่วัดอโศการาม สมทุ รปราการ อย่อู ีก ๑๕ วนั ก็กลบั บ้าน อาการดังกลา่ ว ยังคงเหลือแต่ปวดขากรรไกร มนั เปน็ เพราะกอ่ นหน้าน้ี ปวดชนดิ ที่อา้ ปากไม่ขึ้นเลย ทานข้าวแต่ละมอ้ื มนั สุดแสนจะ เวทนา อา้ ปากถงึ สามสค่ี รั้งถึงจะเอาข้าวใส่ในปากได้ ปจั จบุ นั น้หี ายแล้ว เพราะพอแผลมันหาย อย่มู าอกี หลาย เดือนกวา่ อาการปวดขากรรไกรจะหาย ทรมานอีก ประมาณ ๕ เดือน รวมเวลาทเ่ี ปน็ น้ี ๑๑ เดอื นพอดี คือ นับตัง้ แตว่ นั ท่ีรูส้ ึกก็เดือนมถิ นุ ายน ๒๕๔๐ และมาหายเป็น ปกติเม่อื เดือนเมษายน ๒๕๔๑ ดว้ ยเหตนุ ด้ี ิฉนั จึงต้ังหวั ขอ้ ว่าการปฏิบัติธรรมเข้า กรรมฐานรักษาโรคไดจ้ ริงหรือ? คาตอบก็คือไดจ้ ริง ๆ เพราะวา่ การปฏบิ ัตธิ รรมเขา้ กรรมฐานนั้นไม่ใช่ของทจี่ ะทา กันเล่น ต้องทากันจริง ๆ ถึงจะบรรลุผลอย่างท่ีดิฉันปฏบิ ัติ มาน้ี เพราะว่าบางข้นั บางตอนยงั มีเอาอยา่ งอ่นื มาผสม ดว้ ย เชน่ น้ามนั มนต์ของหลวงพ่อทีใ่ ช้ทา และใบพลนู ัน้ ท่ี รู้มาก็รักษามะเรง็ ได้ผลเหมือนกัน และรบั ประทานยาของ

89 พระอาจารย์บุญชอู กี แต่ทจ่ี ริง ๆ แล้วเขาบอกวา่ ผู้ทปี่ ฏิบตั ิ จริง ๆ แล้วไมต่ อ้ งใชย้ าเลย อันน้ีดิฉนั เช่อื ๑๐๐ % แต่ คนเราส่วนมากรวมทงั้ ดิฉันด้วย ก็เกิดอาการกลัวกเ็ อา โนน้ บา้ งน้บี ้างมาชว่ ยกัน แตจ่ รงิ แล้วสาหรับดิฉันได้ตง้ั ใจ วา่ กอ่ นท่จี ะตายก็ขอเกบ็ เก่ียวบุญเอาไว้เปน็ เสบยี งไว้บา้ ง กรรมฐานดีทีส่ ุด เพราะขณะทเี่ ข้ากรรมฐานอยู่เรายังได้ พบกับอะไรต่อมิอะไรมากมายนกั มคี นมาชว่ ยปัดเปา่ ให้ และยังมผี ู้ทไ่ี มเ่ หน็ ตวั ตนมาให้คาถาใหอ้ กี ตา่ งหาก แตถ่ ้าไม่ เขา้ กรรมฐานใครที่ไหนจะมาให้เราได้ เพราะฉะน้ันกรรมฐานนอกจากรักษาโรคได้แล้ว กรรมฐานยงั ชว่ ยแกก้ รรมให้ได้อีกดว้ ย และกรรมฐานยัง ชว่ ยสงเคราะห์ญาติพนี่ อ้ งทต่ี ายไปให้ได้รับส่วนบญุ กุศลอีก ดว้ ย

90 ธรรมปฏบิ ตั ิ :: สวดมนตเ์ ปน็ ยาทา วปิ สั สนาเปน็ ยากนิ ดา้ นล่างนเ้ี ป็นการสวดตามแนวหลวงพอ่ จรัญ คือ บูชาพระรตั นตรัย แล้วตง้ั นะโม 3 จบ จากน้นั สวดไตร สรณคม์ สวดพระพทุ ธคุณ ธรรมคุณ สงั ฆคุณ แล้วตาม ด้วยพาหุงมหากา จบด้วยการสวดอติ ปิ โิ ส(พุทธคุณ) เทา่ อาย+ุ 1จบ อิมินาสกั กาเรนะ พทุ ธงั อภปิ ูชะยามิ อมิ ินาสกั กาเรนะ ธัมมัง อภิปูชะยามิ อมิ ินาสกั กาเรนะ สงั ฆงั อภิปูชะยามิ อะระหงั สมั มา สมั พุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตงั อภวิ า เทมิ (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตาธมั โม ธมั มงั นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏปิ ัณโณ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงั ฆงั นะมามิ (กราบ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธสั สะ ( ๓ จบ )

91 พทุ ธงั สะระนัง คจั ฉามิ ธัมมัง สะระนัง คจั ฉามิ สงั ฆัง สะระนงั คจั ฉามิ ทตุ ยิ ัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ ทุตยิ ัมปิ ธัมมัง สะระนงั คัจฉามิ ทุติยมั ปิ สงั ฆงั สะระนัง คจั ฉามิ ตะติยมั ปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ ตะติยมั ปิ ธมั มงั สะระนัง คัจฉามิ ตะตยิ มั ปิ สังฆงั สะระนัง คจั ฉามิ อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อะระหงั สัมมา สมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสัม ปนั โน สคุ ะโต โลกะวิทู อะนตุ ตะโร ปรุ สิ ะทมั มะสาระถิ สัตถา เทวะมะนสุ สานัง พุทโธ ภะคะวาตฯิ สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐโิ ก อะกาลิโก เอหิปสั สิโก โอปะนะยิโก ปจั จัตตงั เวทติ ัพโพ วญิ ญหู ติ ิฯ สุปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อชุ ปุ ะฏปิ ันโน ภะคะวะ โต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามจี ปิ ะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จตั ตาริ ปุ

92 รสิ ะยคุ านิ อัฏฐะ ปุริสะปคุ คะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะ กะสงั โฆ อาหุเนยโย ปาหเุ นยโย ทักขเิ ณยโย อัญชะลีกะระณี โย อะนตุ ตะรงั ปญุ ญักเขตตัง โลกสั สาตฯิ พาหุงสะหสั สะมะภินมิ มิตะสาวุธันตงั ครเี มขะลงั อุทติ ะโฆ ระสะเสนะมารัง ทานาทิธมั มะวิธินา ชติ ะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมงั คะลานิ มาราติเร กะมะภิยุชฌติ ะสัพพะรัตติง โฆรมั ปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยกั ขงั ขันตสี ุทนั ตะวธิ ินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมงั คะลานิ นาฬาคิรงิ คะชะวะรัง อะตมิ ัตตะภตู งั ทาวัคคิจักกะมะสะนวี ะ สทุ ารุณนั ตัง เมตตมั พเุ สกะวธิ นิ า ชติ ะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณนั ตงั ธาวนั ตโิ ยชะนะปะถังคุลิมาละวนั ตงั อทิ ธีภสิ ังขะตะมะโน ชติ ะวา มุนนิ โท

93 ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ กัตตะวานะ กฏั ฐะมทุ ะรงั อวิ ะ คพั ภนิ ยี า จญิ จายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมชั เฌ สนั เตนะ โสมะวธิ นิ า ชติ ะวา มนุ นิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ สัจจงั วิหายะ มะตสิ จั จะกาวาทะเกตงุ วาทาภโิ รปติ ะมะนัง อะติอันธะภูตงั ปัญญาปะทีปะชะลโิ ต ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมงั คะลานิ นันโทปะนันทะภุชะคัง วพิ ธุ ัง มะหิทธงิ ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อทิ ธูปะเทสะวธิ นิ า ชติ ะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ทุคคาหะทิฏฐภิ ุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรหั มัง วสิ ุทธิชตุ ิมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วธิ ินา ชติ ะวา มนุ ินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมงั คะลานิ

94 เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หติ วานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขงั สุขัง อะธคิ ะเมยยะ นะโร สะปญั โญ มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สพั พะปาณินัง ปูเรตวา ปาระ มี สพั พา ปตั โต สัมโพธมิ ุตตะมงั เอเตนะ สัจจะวชั เชนะ โหตุ เต ชะยะมงั คะลังฯ ชะยันโต โพธิยา มเู ล สักยานงั นันทวิ ฑั ฒะโน เอวงั ตวงั วิ ชะโย โหหิ ชะยสั สุ ชะยะมังคะเล อะปะราชติ ะปลั ลงั เก สเี ส ปะฐะวโิ ปกขะเร อะภเิ สเก สัพพะ พุทธานัง อคั คัปปตั โต ปะโม ทะตฯิ สนุ ักขัตตงั สมุ งั คะลัง สุปะภาตงั สหุ ฏุ ฐติ ัง สขุ ะโณ สุ มหุ ุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัมหมะจาริสุ ปะทกั ขณิ ัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขณิ ัง ปะทักขณิ ัง มะโนกัมมัง ปะณิธเี ต ปะทักขณิ า ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทกั ขิเณฯ ภะวะตุ สพั พะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุ ภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ ภะวะตุ สพั พะมังคะลงั รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธมั มานุ ภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

95 ภะวะตุ สพั พะมงั คะลัง รกั ขนั ตุ สพั พะเทวะตา สัพพะสงั ฆานุ ภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เตฯ หลงั จากทีท่ า่ นสวดมนต์ ชัยมงคลถาคา (หรือถวายพร พระ) ต้ังแต่ต้น จนจบ แล้วทา่ นก็กราบพระ ๓ หน แล้วก็ สวดเฉพาะบทพทุ ธคณุ --“อิตปิ ิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพทุ โธ วชิ ชาจะระณะสัมปนั โน สุคะโต โลกะวทิ ู อะนตุ ตะโร ปรุ ิสะทัมมะสาระถิ สตั ถา เทวะมะนสุ สานงั พทุ โธ ภะคะวาติ ฯ” ใหไ้ ด้จานวนจบ เทา่ กับอายขุ องท่าน แล้วสวดเพ่ิมอีก หน่ึงจบ ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอายุ ๓๕ ปี ท่านต้องสวด ๓๖ จบ เป็นตน้ เมื่อสวดมนตบ์ ทพุทธคุณครบแล้ว ให้ลดมอื ลง ยังคง หลบั ตา ปักจติ ทลี่ น้ิ ปี่ แล้วแผเ่ มตตา โดยกลา่ วคาแผ่เมตตา สัพเพ สัตตา สัตว์ทัง้ หลาย ผู้เปน็ เพ่ือนทกุ ข์ เกิดแก่เจบ็ ตาย ดว้ ยกันหมดท้งั ส้ิน อะเวรา จงเป็นสุขเป็นสขุ เถดิ อย่าได้มีเวรแกก่ ันและกันเลย อัพยาปัชฌา จงเปน็ สุขเป็นสขุ เถดิ อย่าได้เบียดเบียนซ่งึ กัน และกนั เลย

96 อนีฆา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อยา่ ได้มีความทุกข์กายทกุ ข์ใจ เลย สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุ จงมีความสขุ กายสุขใจ รักษาตน ให้พ้นจากทกุ ขภ์ ยั ทั้งสนิ้ เทอญ จากนัน้ ใหพ้ นมมือ ยังคงหลบั ตา ยกจติ สอู่ ณุ าโลม เพอื่ อทุ ศิ บุญกศุ ล โดยกล่าวคาอุทิศสว่ นกศุ ล อิทัง ฐิตะธมั มสั สะ โหตุ สขุ ิโต โหตุ ฐติ ะธมั โม ขอสว่ นบญุ น้จี งสาเรจ็ แด่หลวงพ่อจรัญ ฐติ ธัมโม ขอให้ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม จงมีความสุข อิทงั มหาราชะ ภูมิพะลัสสะ สะราชินยี า โหตุ สขุ ิโต โหตุ อะ โรโค โหตุ ทีฆายโุ ก โหตุ มหาราชา ภูมพิ ะโล สะราชินี ขอสว่ นบุญน้จี งสาเรจ็ แดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภมู ิ พลมหาราช และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนิ ีนาถ จง ทรงพระเกษมสาราญ ปราศจากโรคาพยาธิแผว้ พาน มี พระชนมายยุ ่ิงยืนนาน ชั่วนิรนั ดรเ์ ทอญ อิทัง เม มาตาปติ ูนงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ มาตาปติ ะโร ขอส่วนบุญน้ี จงสาเรจ็ แด่มารดาบดิ าของข้าพเจา้ ขอให้ มารดาบดิ าของข้าพเจา้ จงมคี วามสุข

97 อิทัง เม ญาตีนงั โหตุ สขุ ิตา โหนตุ ญาตะโย ขอสว่ นบญุ น้ี จงสาเรจ็ แดญ่ าติทั้งหลายของขา้ พเจา้ ขอให้ ญาตทิ ัง้ หลายของข้าพเจา้ จงมีความสขุ อิทงั เม ครปุ ัชฌายาจะรยิ านงั โหตุ สุขิตา โหนตุ ครุปัชฌา ยาจะริยา ขอส่วนบุญนี้ จงสาเรจ็ แดค่ รูอุปัชฌายอ์ าจารย์ของ ข้าพเจ้า ขอให้ครอู ปุ ัชฌาย์อาจารย์ของขา้ พเจ้า จงมี ความสขุ อิทงั สัพพะ เทวะตานงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ สพั เพ เทวะตาโย ขอส่วนบญุ น้ี จงสาเรจ็ แดเ่ ทวดาท้งั หลาย ขอให้เทวดา ทัง้ หลาย จงมีความสขุ อทิ งั สัพพะ เปตานัง โหตุ สขุ ิตา โหนตุ สัพเพ เปตะโย ขอส่วนบุญน้ี จงสาเรจ็ แกเ่ ปรตทั้งหลาย ขอให้เปรต ท้งั หลาย จงมคี วามสุข อิทงั สพั พะ เวรนี ัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญน้ี จงสาเรจ็ แกเ่ จ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอให้ เจ้ากรรมนายเวรทง้ั หลาย จงมคี วามสุข

98 อทิ ัง สัพพะ สตั ตานัง โหตุ สุขติ า โหนตุ สพั เพ สตั ตา ขอส่วนบุญนี้ จงสาเรจ็ แกส่ ตั วท์ ั้งหลายทงั้ ปวง ขอให้สตั ว์ ทั้งหลายทงั้ ปวง จงมคี วามสขุ ทั่วหน้ากนั เทอญ

99 บทสวดพาหงุ มหากา พรอ้ มบทแปล และพทุ ธคณุ แตล่ ะประเภททท่ี รงใชป้ ราบมารแตล่ ะประเภท บทท่ี ๑ ปราบมาร ดว้ ยทานบารมี พาหุง สะหัสสะมะภนิ ิมมิตะสาวุธนั ตัง ครเี มขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารงั ทานาทธิ มั มะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ คาแปล พญามารเนรมติ แขนตั้งพัน ถืออาวธุ ครบมือ ขี่ช้าง ครีเมขละ พร้อมดว้ ยเสนามาร โห่รอ้ งกอ้ งกกึ พระจอมมุนที รงเอาชนะได้ ด้วยธรรมวธิ ี มีทานบารมี เปน็ ตน้ ด้วยเดช แห่งชัยชนะน้ัน ขอชยั มงคลจงมีแก่ทา่ น บทที่ ๒ ปราบยกั ษ์ ดว้ ยขนั ตธิ รรม มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรมั ปะนาฬะวะกะมกั ขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทนั ตะวิธนิ า ชิตะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

100 คาแปล อาฬวกยกั ษผ์ กู้ ระดา้ ง ปราศจาก ความอดทน ดุร้าย สู้รบกับพระพทุ ธเจา้ อย่าง ทรหดยงิ่ กวา่ มารตลอดราตรี พระจอมมนุ ที รง เอาชนะได้ด้วยขนั ตวิ ธิ ีที่ทรงฝึกฝนมาดี ดว้ ยเดชแหง่ ชยั ชนะน้ัน ขอชัยมงคลจงมแี ก่ท่าน บทท่ี ๓ ปราบชา้ ง ดว้ ยเมตตาธรรม นาฬาคิรงิ คะชะวะรัง อะตมิ ตั ตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนวี ะ สุทารุณันตัง เมตตัมพเุ สกะวิธินา ชติ ะวา มนุ นิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ คาแปล พระจอมมนุ ี ได้เอาชนะชา้ งตัวประเสรฐิ ชือ่ นาฬาคิรี ท่เี มา ย่งิ นัก และแสนจะดุร้าย ประดุจไฟปา่ และจกั ราวธุ และสายฟ้า ด้วยวิธีรดลงด้วยน้า คอื ความมพี ระทัยเมตตา ดว้ ยเดช แหง่ ชยั ชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแกท่ ่าน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook