Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือประกอบการรับรองหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562

คู่มือประกอบการรับรองหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562

Description: คู่มือประกอบการรับรองหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562.

Search

Read the Text Version

ก คานา การรับรองหมอพื้นบ้าน เป็นการขับเคล่ือนนโยบายสู่การปฏิบัติเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถานภาพทาง กฎหมายและทางสังคมของหมอพื้นบ้าน ซ่ึงการรับรองหมอพ้ืนบ้านมี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 การรับรอง สถานภาพทางกฎหมายของหมอพื้นบ้านในระดับวิชาชีพจากการประเมินหรือสอบตามข้อบังคับของ สภาการแพทย์แผนไทย และรูปแบบที่ 2 การรับรองสถานภาพโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอันเป็นภูมิลาเนาของหมอพ้ืนบ้าน โดยมีหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุข กาหนดเป็นผู้รับรอง ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ.2562 อาศัยอานาจตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2556 มาตรา 31 (7) ซึ่งยกเว้น ให้หมอพ้ืนบ้าน ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่ น ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนท่ีสืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่า 10 ปี สามารถ ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือผู้ปุวยตามกฎหมาย หรือหลักธรรมจรรยา เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้ ภูมปิ ัญญาการแพทย์พน้ื บา้ นไทย ใหม้ บี ทบาทในการบริการและมีความก้าวหน้า จากการดาเนินงานด้านการแพทย์ พ้ืนบ้านไทยต้ังแต่อดีตถึงปัจจุบัน หมอพ้ืนบ้านเป็นบุคลากรสาคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชน โดยไดร้ ับการพฒั นาและยกระดับสถานภาพทางกฎหมายและทางสงั คมที่ดีขึ้นตลอดมา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เห็นคุณค่าและคุณงามความดี ของหมอพ้ืนบ้านท่ีดี มีคุณธรรม และเป็นที่ยอมรับนับถือของชุมชน อันควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ด้วยการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 นับเป็นจุดเร่ิมต้นท่ีดีในการอนุรักษ์ คุ้มครองและใช้ภู มิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย ในการส่งเสริมดูแลสุขภาพตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชน อีกท้ังเสริมพลังใจ บทบาทและศักยภาพของบุคลากร ด้านการแพทย์พื้นบ้านไทย ดังนั้น จึงได้จัดทาคู่มือประกอบการรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามระเบียบกระทรวง สาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2562 ข้ึน เพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนินงานรับรอง หมอพน้ื บ้านแกผ่ ูป้ ฏบิ ัตงิ าน ใหเ้ ปน็ ไปอย่างถูกตอ้ งและเกิดประสทิ ธภิ าพสงู สุด หากมีข้อผิดพลาดประการใด กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือประกอบการรับรองหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการ รับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 น้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ที่มีความสนใจงานวิชาการ เพ่ือผลักดัน และพฒั นางานด้านการแพทยพ์ ้นื บา้ นไทยใหเ้ กิดประสิทธิผลสูงสดุ ตอ่ ไป (นายแพทยม์ รตุ จริ เศรษฐสิริ) อธบิ ดีกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ข กติ ตกิ รรมประกาศ การดาเนินการรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 ในคร้ังนี้จะสาเร็จลุล่วงไม่ได้ หากไม่ได้ความกรุณาจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการผลักดันเป็นนโยบายสาคัญของกระทรวงสาธารณสุข และเล็งเห็นคุณค่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย คุณงามความดีของหมอพื้นบ้าน ที่อุทิศตนสรา้ งคณุ ประโยชน์ตอ่ ประเทศชาติต้งั แต่อดตี จนถึงปจั จุบนั กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่ีสนับสนุน ผลักดันการขับเคล่ือนนโยบายสู่การปฏิบัติ ตลอดจนอธิบดีและรองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ท่ีให้คาปรึกษา กากับ ช้ีแนะ รวมท้ังกลุ่มกฎหมายและจริยธรรม กรมการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์ทางเลอื ก ทใ่ี ห้ขอ้ มลู และคาปรกึ ษาทางกฎหมาย ผ้ทู รงคุณวฒุ ทิ ่ีได้ให้ความอนุเคราะห์ในการ จัดทาคู่มือลักษณะ ประเภท หรือกรรมวิธีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตลอดจนสานักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกแห่งท่ีร่วมดาเนินการและมีข้อเสนอแนะอันดีต่อการจัดทาและพัฒนาคู่ มือประกอบการรับรอง หมอพ้นื บา้ น ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าดว้ ยการรบั รองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2562 ใหส้ มบรู ณย์ ง่ิ ขน้ึ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข

ค บทสรปุ ผบู้ ริหาร การแพทย์พื้นบ้าน นับเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาด้านสุขภาพของท้องถิ่น และเป็นการดูแล สุขภาพของกลุ่มชน หรือชาติพันธ์ุ โดยมีการใช้ความรู้ท่ีสืบทอดกันมาในชุมชนท้องถ่ิน ที่มีความสอดคล้องกับ ความคิด ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และทรัพยากรของท้องถ่ินน้ัน ๆ ต้ังแต่อดีตมาถึงในปัจจุบัน สะท้อน ให้เห็นบทบาท การดารงอยู่ของการแพทย์พ้ืนบ้าน ในการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพชุมชน ทั้งในระดับ ชุมชนและการบูรณาการดูแลสุขภาพในระบบสุขภาพระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ โดยหมอพื้นบ้าน คือปัจจัย สาคัญ เพราะเป็นความรู้ในตัวบุคคลท่ีประกอบด้วย วิถีคิด วิถีปฏิบัติการดูแลสุขภาพประชาชน ที่ต้องใช้ กระบวนการจัดการความรู้ เพ่ือรวบรวมจัดระบบสร้างความรู้ใหม่จากการปฏิบัติการ ให้แสดงผลเชิงประจักษ์ ดังน้ัน การพัฒนาให้มีกฎระเบียบ กฎหมาย รองรับ “หมอพ้ืนบ้าน” ทั้งในระดับ “วิชาชีพ” และ “ระดับ พื้นที่” แบบมีส่วนร่วม จะเป็นกลไกให้หมอพื้นบ้านได้มีส่วนในการดูแลสุขภาพประชาชนด้วยภูมิปัญญา การแพทย์พื้นบ้าน ซ่ึงรวมถึงทรัพยากรและเทคโนโลยีท้องถ่ินที่ง่าย ประหยัด ประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นหัวใจ สาคัญของการดแู ลสขุ ภาพดว้ ยวิถีทพ่ี อเพียง ชมุ ชนสามารถพึ่งตนเอง จัดการตนเองได้ อันเป็นหลักประกันของ ความมน่ั คงของระบบสขุ ภาพชมุ ชน ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 เป็นอีกกลไกหนึ่ง ในการขับเคลื่อนงานด้านการรับรองสถานภาพของหมอพื้นบ้าน ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์ แผนไทย พ.ศ. 2556 ตามมาตรา 31 (7) ซ่ึงยกเว้นให้หมอพื้นบ้าน ใช้มีความรู้ความสามารถ ในการส่งเสริม และดแู ลสุขภาพของประชาชนในท้องถ่ิน ด้วยภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ตามวฒั นธรรมของชุมชนที่สืบทอด กันมานานไม่น้อยกว่าสิบปีเป็นที่นิยม ยกย่องจากชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน เสนอให้หน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขกาหนดเป็นผูร้ บั รอง คู่มือประกอบการรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรอง หมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2562 ฉบับนี้จัดทาข้ึนเพื่อเป็นแนวทางการดาเนินงานรับรองหมอพ้ืนบ้านสาหรับ ผู้ปฏิบัติงาน ในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยมีสาระสาคัญ อธิบายถึงกฎหมายหรือระเบียบที่เก่ียวข้องกับ การรับรองหมอพื้นบ้าน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของหมอพ้ืนบ้าน หลักเกณฑ์การรับรอง ลักษณะ ประเภท กรรมวิธีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยด้านการแพทย์พ้ืนบ้าน ที่ใช้ประกอบการพิจารณารับรอง หมอพ้ืนบ้าน ขั้นตอนการขอรับหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านส่วนภูมิภาค 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร การอุทธรณ์ การต่ออายุหนังสือรับรอง การขอรับใบแทนหนังสือรับรอง บทบาทหน้าท่ีและสิทธิประโยชน์ ของหมอพืน้ บ้าน เอกสาร แบบฟอร์มที่เก่ยี วขอ้ ง และประเดน็ คาถามท่ีพบบ่อย จากบทเรียนการดาเนินงานที่ผ่านมา นอกจากการศึกษาและพัฒนาการรับรองสถานภาพ หมอพื้นบ้าน เป็นการนานโยบายสู่การปฏิบัติแล้ว ยังควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการรวบรวม สังเคราะห์ และจัดระบบองค์ความรู้ของการแพทย์พ้ืนบ้านในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการแพทย์ พ้ืนบ้าน ตลอดจนการอนุรักษ์ คุ้มครอง ส่งเสริมภูมิปัญญา นอกจากนี้ควรมุ่งเน้นพัฒนาแผนงาน โครงการ ทส่ี นบั สนุนการปฏิบตั ิงานด้านการพัฒนาการแพทยพ์ ื้นบา้ นในท้องถิ่นที่อยู่นอกภาครัฐ ทั้งด้านงบประมาณและ วิชาการ รวมถึงการพัฒนาหมอพ้ืนบ้านให้มีสมรรถนะ ทักษะ และใช้ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมดูแล สุขภาพของคนในชมุ ชนต่อไป

ง สารบญั หน้า คานา ก กติ ตกิ รรมประกาศ ข บทสรุปผู้บรหิ าร ค สารบัญ ง 1. กฎหมายหรือระเบียบท่ีเกี่ยวข้องกับการรบั รองหมอพื้นบา้ น 1 2. คุณสมบตั แิ ละลักษณะตอ้ งหา้ มของหมอพนื้ บ้าน 3 3. หลักเกณฑ์การรับรองหมอพ้ืนบ้าน 3 4. ขน้ั ตอนการขอรับหนงั สือรับรองหมอพื้นบ้านส่วนภมู ิภาค 76 จงั หวดั 6 5. ขน้ั ตอนการขอรับหนังสือรบั รองหมอพื้นบ้านกรงุ เทพมหานคร 10 6. การอทุ ธรณ์ 13 7. การตอ่ อายุหนงั สอื รับรองหมอพืน้ บา้ น 14 8. การขอรบั ใบแทนหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน 16 9. บทบาทหนา้ ที่ และสิทธิประโยชน์ของหมอพนื้ บ้าน 18 10.ลกั ษณะ ประเภท กรรมวธิ ีของภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทยดา้ นการแพทย์พื้นบ้าน 19 ลักษณะการเปน็ หมอพ้ืนบ้าน 19 ประเภทของหมอพืน้ บ้าน 19 กรรมวิธขี องภมู ปิ ัญญาการแพทย์แผนไทยด้านการแพทย์พื้นบา้ น 20 บรรณานุกรม 35 ภาคผนวก 37 ภาคผนวก 1 คาส่ังกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ท่ี 963/2562 เรื่อง แตง่ ตั้ง 38 คณะทางานจัดทาคู่มือลักษณะ ประเภท หรือกรรมวธิ ีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ภาคผนวก ๒ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าดว้ ยการรับรองหมอพน้ื บ้าน พ.ศ. 2562 40 ภาคผนวก ๓ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข ว่าดว้ ยการรับรองหมอพนื้ บ้าน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562 53 ภาคผนวก ๔ แบบคาของเสนอรายช่ือรบั รองหมอพื้นบ้าน (แบบ ม.บ.1) 54 ภาคผนวก ๕ แบบคาขอต่ออายุหนังสือรับรองหมอพืน้ บ้าน (แบบ ม.บ.2) 59 ภาคผนวก ๖ แบบหนงั สือรบั รองการเป็นหมอพื้นบ้าน (แบบ ม.บ.3) 60 ภาคผนวก ๗ แบบทะเบียนการรักษา ประวัติการรักษา และผลการรักษา (แบบ ม.บ.4) 62 ผู้ปวุ ยหรือการใชค้ วามรู้ความสามารถในการส่งเสรมิ และดูแลสุขภาพของประชาชน ภาคผนวก ๘ แบบใบรับรองแพทย์ 63 ภาคผนวก ๙ แบบคาขอรบั ใบแทนหนงั สือรับรอง 64 ภาคผนวก ๑๐ เว็บไซต์ทเี่ กี่ยวข้อง 65 ภาคผนวก 1๑ ขน้ั ตอนการพิมพห์ นังสือรับรองหมอพื้นบ้าน 67 ภาคผนวก 1๒ ตวั อย่างรูปแบบการพมิ พ์หนังสือรับรองหมอพน้ื บ้าน 68 ภาคผนวก 13 หนังสือแจ้งเวยี นแนวทางการรับรองหมอพืน้ บ้าน 70 เกรด็ ความรู้เพิม่ เตมิ 73 สารพนั ปัญหา – นานาคาตอบ

1 1. กฎหมายหรอื ระเบียบท่ีเก่ียวข้องกับการรับรองหมอพ้นื บา้ น จากสถานการณ์ปัจจุบัน การดาเนินงานรับรองหมอพื้นบ้าน ได้มีการขับเคล่ือนนโยบายสู่การปฏิบัติ เกิดแนวทางและแรงผลักดันการรับรองหมอพ้ืนบ้านท่ีเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น โดยมีกฎหมายหรือระเบียบ ที่เกยี่ วขอ้ งกบั การยกระดับการรับรองหมอพ้ืนบา้ น ใน ๔ แนวทางหลัก ดังน้ี ๑. พระราชบัญญตั ิการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเปน็ บทบาทหน้าท่ีของสานักสถานพยาบาล และการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จากฐานข้อมูลหมอพื้นบ้าน ที่ข้ึนทะเบียนต่อสานักนายทะเบียนกลาง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวง สาธารณสุข จานวน 60,482 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2562) พบว่า จานวนหมอพ้ืนบ้านที่ได้รับ การข้ึนทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๓ (๑) (ค) สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๕ จานวน ๑๖๕ คน ปัจจบุ ันเสยี ชวี ติ 49 คน คงเหลือ 119 คน (ข้อมูล ณ วันท่ี 21 มิถุนายน 2562) ดังน้ัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของ กระบวนการประเมินความรู้ความสามารถของหมอพ้ืนบ้านตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยและคณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านการแพทย์พื้นบ้านไทย แห่งพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ จนกระท่ังเกิดการปรับเปลี่ยน ค้นหา และพัฒนารูปแบบการดาเนินงาน เพ่ือใหห้ มอพื้นบ้านได้รับการรับรองสถานภาพอย่างถูกต้อง เหมาะสมบนพื้นฐานองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมการดแู ลสุขภาพตามระบบการแพทย์พื้นบา้ นไทย 2. ระเบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ว่าด้วยการออกหนังสือรับรอง หมอพ้ืนบ้าน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวง สาธารณสุข อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ดาเนินการออกระเบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้ึน เพ่ือดาเนินการยกย่อง เชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้านท่ีดี มีคุณธรรม และยังให้การดูแลรักษาจนเป็นท่ียอมรับของคนในชุมชน โดยการ ดาเนินงานแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในหมู่บ้าน หน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐ และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน อันเป็นภูมิลาเนาของหมอพื้นบ้าน ภายใต้การควบคุมดูแลของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตามภมู ลิ าเนา โดยข้อมลู ณ วนั ท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕62 พบว่า หมอพื้นบ้านท่ีได้รับการออกหนังสือรับรองหมอ พ้ืนบ้าน ตามระเบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ว่าด้วยการออกหนังสือรับรอง หมอพืน้ บา้ น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ จานวน 3,๙๘๖ คน 3. พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เพ่ือให้การสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนา รวมถึงการกาหนด ควบคุม กากับ ดูแลมาตรฐานและจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โดยมี “สภาการแพทย์แผน ไทย” เปน็ ผู้กากบั ดูแลและควบคุมการประกอบวชิ าชีพ รวมถงึ การขน้ึ ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซ่ึงเป็นบทบาทที่แยกออก จากหน้าท่ีของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยและ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์อย่างส้ินเชิง ทั้งนี้ หมอพื้นบ้านท่ีได้รับการข้ึนทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๓๓ (๑) (ค)

2 ใหถ้ อื วา่ “หมอพ้นื บ้านผู้น้ันเป็นสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ตามมาตรา ๕๘” และถือว่า “บุคคลผู้น้ันได้ข้ึน ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ.๒๕๕๖” นอกจากน้ัน มาตรา 31 (7) ซ่ึงยกเว้นให้หมอพื้นบ้าน ใช้ความรู้ ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถ่ิน ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่า 10 ปี และต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงาน ท่ีกระทรวงสาธารณสุขกาหนด และในมาตรา (12) (๒) (ค) เป็นการรับรองหมอพื้นบ้านในระดับวิชาชีพ โดยการประเมนิ หรอื สอบตามทีก่ าหนดไว้ในข้อบงั คับสภาการแพทย์แผนไทย ซ่งึ อยู่ระหว่างการเตียมการ 4. ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 และระเบียบกระทรวง สาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือว่าเป็นการยกระดับการรับรอง หมอพื้นบ้าน ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 มาตรา 31 (7) โดยกาหนดให้ หน่วยงานท่ีกระทรวงสาธารณสุขกาหนดเป็นผู้รับรอง ท้ังน้ี ตามบทเฉพาะกาลข้อ ๔๗ ของระเบียบดังกล่าว ระบุ ให้หมอพ้ืนบ้านท่ีได้รับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2554 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 ให้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2562 ปัจจุบันมีหมอพื้นบ้านท่ีหนังสือรับรองมีสถานะสมบูรณ์ จานวน 2,210 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2562) ท้ังน้ี การดาเนนิ งานเพื่อรับรองหมอพ้นื บ้านดงั กลา่ วขา้ งตน้ นอกจากสนับสนุนให้เกิดการยกระดับการ รับรองหมอพ้นื บา้ นแล้ว ยังคน้ พบองคค์ วามรูแ้ ละหมอพน้ื บ้านที่ยังคงอนุรักษ์และสร้างเสริมบทบาท ภูมิปัญญา การแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย ให้อยู่คู่กับสังคมและวัฒนธรรมไทยอีกดว้ ย

3 2. คุณสมบตั ิ และลักษณะตอ้ งหา้ มของหมอพนื้ บา้ น หมอพ้ืนบ้าน คือ บุคคลซ่ึงมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่มีการสืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่า 10 ปี การพิจารณาผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วย การรบั รองหมอพน้ื บา้ น พ.ศ. 2562 จะต้องพิจารณาจากคุณสมบตั แิ ละลักษณะตอ้ งห้าม ดงั นี้ 1. อายไุ มน่ อ้ ยกวา่ 35 ปบี รบิ ูรณ์ 2. มีภูมิลาเนาในพืน้ ที่ ทีไ่ ดร้ ับการเสนอชอื่ เปน็ ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี 3. มคี วามรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดแู ลสุขภาพตามวฒั นธรรมชุมชน ไมน่ ้อยกว่า 10 ปี 4. ไม่เป็นคนวกิ ลจริต หรือจิตฟั่นเฟอื น 5. ไม่เคยต้องโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดในคดีที่คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านเห็นว่าจะ นามาซึง่ ความเสือ่ มเสยี เกียรตขิ องหมอพ้นื บ้าน 6. ไม่เปน็ คนประพฤตเิ ส่อื มเสยี ทีค่ ณะกรรมการหมอพ้นื บ้านเห็นว่าจะนามา ซ่ึงความเส่ือมเสีย เกยี รติศักดิ์ของหมอพ้นื บ้าน 3. หลักเกณฑก์ ารรบั รองหมอพืน้ บา้ น การดาเนินการรับรองหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอ พน้ื บา้ น พ.ศ. 2562 ควรพิจารณาความเหมาะสมของผู้ท่ีไดร้ ับการเสนอช่ือให้เป็นหมอพื้นบ้านตามหลักเกณฑ์ การพจิ ารณา 6 ประการ ดังนี้ หลักเกณฑก์ ารพจิ ารณา คาอธบิ าย 1. ลักษณะ ประเภท หรือกรรมวิธีของภูมิ ตามประกาศกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ทางเลือก 2. ความรู้ความสามารถ ความชานาญ และ 1. มีองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ตรวจ ประสบการณ์ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู ตามหลักการแพทย์พื้นบ้าน ของประช าช นในท้องถิ่นด้ว ยภูมิปัญญา ด้ังเดิม โดยมีการสืบทอดความรู้จากบรรพบุรุษ การแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชน หรือองค์ความรู้จากท้องถิ่น ตามวิถีวัฒนธรรม ท่สี ืบทอดกันมา ชุมชน หรือแบบอัธยาศัย (โดยบรรพบุรุษ หมอ พื้นบา้ น หมอพระ) - ร้จู กั โรค - รูจ้ ักยา - รูว้ ิธีการบาบัดรกั ษาโรค - รู้จักการดแู ลสขุ ภาพและใหค้ าแนะนา 2. มีประสบการณ์ในการส่งเสริมสุขภาพ ตรวจ วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู ตามหลักการแพทย์พื้นบ้าน ดง้ั เดิม ไมน่ อ้ ยกวา่ 10 ปี

4 หลกั เกณฑก์ ารพิจารณา คาอธบิ าย 3. การไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม 1. ไมเ่ รยี กรอ้ งค่ารักษามากเกนิ ควร และดูแลสุขภาพ หรือประโยชน์อย่างอ่ืน 2. ไม่ดาเนนิ การเชิงธุรกิจ หรอื เชิงพาณชิ ย์ ทไ่ี ม่สอดคล้องกับวฒั นธรรมของชุมชนท่ีสืบทอด 3. ไมม่ ีการโฆษณา โออ้ วด กลา่ วอา้ งเกินจริง กนั มา 4. การเป็นทร่ี ู้จกั และยอมรบั จากคนในชมุ ชน 1. คนในชมุ ชนร้จู กั ในบทบาทของหมอพ้ืนบ้าน 2. มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ (ครูภูมิปัญญา, วิทยากร, งานพัฒนาด้านภูมิปัญญาการแพทย์ พน้ื บา้ น) 3. ให้การดูแลรักษาสุขภาพในชุมชน ณ ท่ีต้ั ง (ไม่เรข่ ายยา) 4. ไดร้ บั การยกย่องเชิดชเู กยี รตจิ ากชุมชนหรอื องคก์ ร 5. คณุ ธรรม และจรรยาบรรณ 1. มีเมตตา ช่วยเหลอื เกอื้ กูล 2. มีการถ่ายทอดความรู้ด้วยความเมตตาให้แก่ บุตร ลูกศิษย์ ผู้ปุวย ฯลฯ โดยไม่เรียกร้อง คา่ เล่าเรยี น 6. องค์ประกอบอ่ืนท่ีสอดคล้องกับวิถีชีวิตตาม 1. ไมไ่ ด้ดาเนินการในรูปแบบสถานพยาบาล วฒั นธรรมของชมุ ชน 2. มีทะเบียนการรักษา ประวัติการรักษา และ ผลการรักษาผปู้ วุ ยหรือการใช้ความรู้ความสามารถ ในการสง่ เสรมิ และดูแลสขุ ภาพประชาชน

5 ข้ันตอนการรับรองหมอพ้ืนบ้านสว่ นภูมภิ าค 76 จงั หวัด คณะกรรมการหมบู่ า้ น องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ผเู้ สนอรายชอ่ื อาเภอ สานักงาน ผู้ตรวจสอบคุณสมบตั แิ ละ สาธารณสุขจังหวัด เอกสารหลักฐานต่างๆ คณะกรรมการ ผพู้ จิ ารณาให้การรบั รอง หมอพ้นื บ้านจงั หวดั หมอพ้ืนบ้าน รบั รอง ไม่รับรอง ออกหนังสอื รับรอง แจง้ ผลการพิจารณา ใหผ้ ู้เสนอแก้ไขเอกสาร จดั ส่งสาเนาหนังสอื รบั รองหมอพนื้ บ้าน ในระยะเวลาทกี่ าหนด แก่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ภายใน 30 วัน แตไ่ ม่นอ้ ยกว่า 30 วัน ลงลายมือชือ่ โดย ยน่ื อทุ ธรณ์ นายแพทยส์ าธารณสขุ จังหวดั ภายใน 30 วัน

6 ๔. ขัน้ ตอนการขอรบั หนงั สอื รบั รองหมอพ้ืนบา้ นส่วนภูมภิ าค 76 จังหวดั การดาเนินการรับรองหมอพ้ืนบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 เปน็ การดาเนนิ งานภายใต้พระราชบัญญตั วิ ชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2556 มาตรา 31 (7) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและส่งเสริม สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์พ้ืนบ้านไทยและ สมุนไพรให้มีบทบาทในการบริการในชุมชน การรับรองหมอพ้ืนบ้านต้องเข้าใจในการดาเนินงานท้ังส่วนของ กฎระเบียบ แนวทางการดาเนินงาน และหลักเกณฑ์ คุณสมบัติการพิจารณาหมอพ้ืนบ้าน โดยมีข้ันตอนการ ดาเนนิ การ ดังนี้ 1. การเสนอรายชื่อ หมอพ้ืนบ้านจัดทาเอกสารรายละเอียดการเป็นหมอพื้นบ้าน โดยระบุประวัติการเป็นหมอพ้ืนบ้าน ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ การบูชาครู การถ่ายทอดความรู้ (ภาคผนวก 4 เฉพาะ เอกสารประกอบขอรับการพิจารณารับรองหมอพ้ืนบ้าน) พร้อมกับสาเนาบัตรประจาตัวประชาชน สาเนา ทะเบียนบ้านและใบรับรองแพทย์ (ภาคผนวก 8) ยื่นต่อคณะกรรมการหมู่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วน ทอ้ งถน่ิ โดยสามารถขอเอกสารดงั กลา่ วได้ท่ี  สานกั งานสาธารณสุขจังหวดั ทกุ แหง่  กองค้มุ ครองและสง่ เสริมภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้นื บา้ น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ดาวน์โหลดไฟล์ที่ https://indi.dtam.moph.go.th/ บล็อกขา่ วประชาสัมพันธ์ > เลอื กเมนู “การรบั รองหมอพ้นื บ้าน” 1.๑ กรณียืน่ ต่อคณะกรรมการหม่บู า้ น 1. คณะกรรมการหมู่บ้าน พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม พร้อมทั้งพิจารณา ตามหลักเกณฑ์การรับรองหมอพน้ื บา้ น 2. ภายหลังการพิจารณา หากพบว่า ผู้ขอรับการรับรองเป็นหมอพ้ืนบ้าน มีคุณสมบัติ และไม่มีลกั ษณะต้องหา้ ม และมคี วามเหมาะสมตามหลักเกณฑก์ ารรับรองหมอพื้นบ้าน ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน จัดทาแบบคาขอเสนอรายช่ือหมอพ้ืนบ้าน ตามแบบ ม.บ. 1 (ภาคผนวก 4) พร้อมกับบันทึกหรือรายงานการประชุม ของคณะกรรมการหมบู่ ้าน ท่มี ีมติเหน็ ชอบรบั รองบุคคลดังกล่าว สง่ ไปยงั อาเภอที่ตั้ง 3. อาเภอท่ีต้ังรวบรวมเอกสาร และจัดทาหนังสือนาส่งไปยังสานักงานสาธารณสุข จังหวดั ประกอบดว้ ย - แบบคาขอเสนอรายช่ือหมอพืน้ บา้ น ตามแบบ ม.บ. 1 - ข้อมูลรายละเอียดการเป็นหมอพ้ืนบ้าน พร้อมสาเนาทะเบียนบ้าน สาเนาบัตร ประจาตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ - บนั ทกึ หรอื รายงานการประชุม ๑.๒ กรณยี ื่นตอ่ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ 1. องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม พร้อมทั้ง พจิ ารณาตามหลักเกณฑก์ ารรบั รองหมอพ้ืนบ้าน ภายหลงั การพจิ ารณา พบวา่ มคี ณุ สมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ให้จัดทาแบบคาขอเสนอรายชื่อหมอพื้นบ้าน ม.บ. 1 (ภาคผนวก 4) พร้อมกับบันทึก หรือรายงานการ ประชุมของสภาองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ที่มมี ตเิ ห็นชอบรับรองบคุ คลดงั กล่าว

7 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวบรวมเอกสารและจัดทาหนังสือนาส่งสานักงาน สาธารณสขุ จังหวดั ประกอบดว้ ย - แบบคาขอเสนอรายช่ือหมอพนื้ บา้ น ม.บ. 1 - ข้อมูลรายละเอียดการเป็นหมอพ้ืนบ้าน พร้อมสาเนาทะเบียนบ้าน สาเนาบัตร ประจาตวั ประชาชน และใบรบั รองแพทย์ - บันทึกหรือรายงานการประชุม 2. การตรวจสอบคณุ สมบตั แิ ละเอกสารหลกั ฐาน เมื่อสานักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้รับแบบคาขอเสนอรายชื่อหมอพื้นบ้าน ตามแบบ ม.บ.1 จากอาเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ การพิจารณารบั รองหมอพ้ืนบ้าน เพื่อรวบรวมขอ้ มูลเสนอให้คณะกรรมการหมอพ้นื บา้ นจังหวดั พิจารณา 3. การพจิ ารณารับรองหมอพนื้ บา้ น คณะกรรมการหมอพื้นบ้านจังหวัด พิจารณารับรองหมอพ้ืนบ้านจากเอกสารหลักฐาน คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์การรับรองหมอพื้นบ้าน และลักษณะ ประเภท กรรมวิธี ตามประกาศของคณะกรรมการ หมอพน้ื บา้ น กรณีตวั อย่าง นายดา มีองค์ความรู้ที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษในการดูแลรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก โดยใช้ กรรมวิธีในการรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก ประกอบด้วย การใช้น้ามันสมุนไพร ยาต้ม มนต์คาถา นวดจัดกระดูกให้ เข้าที่ ดังนั้น นายดา ควรได้รับการรับรองเป็นหมอพ้ืนบ้าน ประเภทหมอกระดูก เน่ืองจากกรรมวิธีที่ใช้ บาบดั รักษาผปู้ ุวยดงั กล่าว มงุ่ หวังในการรักษากระดูกหกั หลังจากคณะกรรมการหมอพน้ื บา้ นจงั หวัดพจิ ารณาแล้วเสร็จให้ดาเนนิ การ ดงั นี้ 3.1 กรณีมีมติรบั รอง ให้คณะกรรมการหมอพื้นบ้านจังหวัดรวบรวมรายชื่อหมอพ้ืนบ้าน เสนอนายแพทย์สาธารณสุข จังหวดั ออกหนงั สอื รบั รองหมอพ้ืนบา้ น 3.2 กรณมี มี ติไมร่ ับรอง ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด มีหนังสือลงทะเบียนทางไปรษณีย์ตอบรับ แจ้งให้ผู้เสนอและ ผู้ได้รับการเสนอทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการหมอพื้นบ้านจังหวัดมีมติไม่รับรอง และเมื่อ หมอพน้ื บ้านทราบผลการพิจารณาแล้ว สามารถยน่ื อทุ ธรณ์ต่อคณะกรรมการหมอพน้ื บ้านได้ 4. การออกหนงั สอื รับรองหมอพื้นบา้ น ๔.๑ ใหส้ านักงานสาธารณสุขจังหวัด มีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอรับการสนับสนุนกระดาษ แบบพิเศษ มายังกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากน้ัน กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย จะจัดส่ง กระดาษแบบพิเศษ เพอ่ื ใช้ในการพิมพ์หนังสือรับรองหมอพน้ื บ้าน ไปยงั สานักงานสาธารณสุขจงั หวดั ต่อไป

8 ๔.๒ ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด ดาวน์โหลดไฟล์ “แบบหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน สาหรับเจ้าหน้าที่” ได้ที่ https://indi.dtam.moph.go.th/ > บล็อกข่าวประชาสัมพันธ์ > เลือก “การรับรอง หมอพนื้ บา้ น” แลว้ ดาเนนิ การแก้ไขรายละเอยี ดข้อมลู บริเวณกรอบสีแดง (ภาคผนวก ๑๒) จากน้ันทาการพิมพ์หนังสือรับรองพร้อมติดรูปถ่ายและประทับตราสานักงานสาธารณสุข จงั หวัด “ดว้ ยหมกึ สแี ดง” บนรูปใหเ้ รยี บรอ้ ย และเสนอนายแพทยส์ าธารณสขุ จังหวดั ลงลายมือชอื่ ต่อไป ทง้ั นี้ ควรศึกษารายละเอียดการพมิ พห์ นงั สือรบั รองหมอพ้ืนบา้ น จากขั้นตอนการพิมพ์หนังสือ รบั รองหมอพน้ื บ้าน (ภาคผนวก ๑๑) โดยหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอ พื้นบา้ น พ.ศ. 2562 นัน้ มีอายุ 5 ปี หมอพืน้ บ้านควรดาเนินการต่ออายลุ ว่ งหน้าไม่นอ้ ยกวา่ 90 วัน ๔.๓ การระบุเลขท่ีหนังสอื รบั รองหมอพื้นบา้ น ต้องขึน้ ตน้ ดว้ ยตัวอักษรย่อจังหวัด แล้วต่อด้วย หมายเลข 5 หลัก หมอพ้ืนบ้าน 1 ท่าน ใช้เลขท่ีหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านเลขเดิมตลอดชีพ เชน่ นายดา มีภูมลิ าเนาทจ่ี งั หวดั ขอนแก่น ให้ออกเลขหนังสอื รบั รองหมอพ้นื บ้าน ขก 00001 เปน็ ต้น ๕. การทาทะเบยี นหมอพ้ืนบ้าน ๕.๑ ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด ทาสาเนาหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านเพ่ือเก็บไว้ที่ สานักงานสาธารณสุขจังหวัด จานวน 1 ชุด พร้อมจัดทาทะเบียนหมอพ้ืนบ้านจังหวัดไว้เป็น การเฉพาะ เพ่ือใช้ในการตรวจสอบ ๕.๒ ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด ดาเนินการบันทึกข้อมูลหมอพ้ืนบ้านใน “ระบบ ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร” ได้ที่ https://ttm.dtam.moph.go.th/ (อยู่ระหว่างการดาเนินการพัฒนา ระบบ) และส่งสาเนาเอกสารรับรองหมอพื้นบ้าน มายังกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตาบลตลาดขวัญ อาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 ภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ออกหนังสือ รับรอง ๕.๓ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย ดาเนินการบันทึกเลขทะเบียนกระดาษแบบพิเศษที่ใช้ในการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านเรียบร้อยแล้ว (ตัวเลขสเี ขียวมุมขวาด้านหลงั ของกระดาษหนงั สอื รับรอง) เพ่ือจดั ทาทะเบียนหมอพ้ืนบา้ นของประเทศ หากเกิดความผิดพลาดจากการพิมพ์หนังสือรับรอง ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด ทา หนงั สือขอยกเลกิ เลขลาดับเดิมท่ีผิดพลาด พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือที่ผิดพลาด มายังกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิ ปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทย์พื้นบา้ นไทย และขอการสนบั สนุนกระดาษในเลขลาดบั ใหมต่ ่อไป

9 ข้ันตอนการรับรองหมอพ้นื บ้านกรงุ เทพมหานคร คณะกรรมการชมุ ชน ผูเ้ สนอรายชื่อ สานกั งานเขต ผู้ตรวจสอบคุณสมบตั ิ สานกั การแพทย์หรือสานักอนามัย และเอกสารหลักฐานตา่ ง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก ๆ คณะกรรมการหมอพ้นื บ้าน ผ้พู จิ ารณาใหค้ วามเห็น กรุงเทพมหานคร รับรอง ไมร่ ับรอง ยนื่ อุทธรณ์ ภายใน 30 วัน ออกหนังสอื รับรอง โดยอธบิ ดีกรมการแพทย์แผนไทย แจง้ ผลการพิจารณา ใหผ้ ้เู สนอแกไ้ ขเอกสารในระยะเวลา และการแพทยท์ างเลือก ทกี่ าหนด แตไ่ มน่ อ้ ยกวา่ 30 วัน

10 ๕. ข้ันตอนการขอรบั หนังสอื รับรองหมอพนื้ บ้านกรุงเทพมหานคร การดาเนินการรับรองหมอพ้ืนบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 เปน็ การดาเนนิ งานภายใต้พระราชบัญญัตวิ ิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 มาตรา 31 (7) โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือยกย่องเชิดชูเกียรติและส่งเสริม สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์พ้ืนบ้านไทยและ สมุนไพรให้มีบทบาทในการบริการในชุมชน การรับรองหมอพื้นบ้านต้องเข้าใจในการดาเนินงานทั้งส่วนของ กฎระเบียบ แนวทางการดาเนินงาน และหลักเกณฑ์ คุณสมบัติการพิจารณาหมอพ้ืนบ้าน โดยมีขั้นตอนการ ดาเนนิ การ ดงั น้ี 1. การเสนอรายชื่อ หมอพ้ืนบ้านจัดทาเอกสารรายละเอียดการเป็นหมอพื้นบ้าน โดยระบุประวัติการเป็นหมอ พ้ืนบ้าน ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ การบูชาครู การถ่ายทอดความรู้ (ภาคผนวก ๓ เฉพาะเอกสารประกอบขอรับการพิจารณารับรองหมอพื้นบ้าน) พร้อมกับสาเนาบัตรประจาตัวประชาชน สาเนาทะเบียนบ้านและใบรับรองแพทย์ (ภาคผนวก 8) ยื่นต่อคณะกรรมการชุมชน โดยสามารถขอเอกสาร ดงั กลา่ วได้ท่ี  สานักอนามัย สานกั การแพทย์ ในสังกดั กรุงเทพมหานคร  กองคุ้มครองและส่งเสรมิ ภมู ิปญั ญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้นื บา้ น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ดาวนโ์ หลดไฟลท์ ี่ https://indi.dtam.moph.go.th/ บล็อกขา่ วประชาสัมพันธ์ > เลือกเมนู “การรบั รองหมอพนื้ บา้ น” โดยมีขัน้ ตอนดงั นี้ 1. คณะกรรมการชุมชน พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม พร้อมท้ังพิจารณาตาม หลกั เกณฑ์การรับรองหมอพ้ืนบ้าน 2. ภายหลังการพิจารณา หากพบว่า ผู้ขอรับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน มีคุณสมบัติ และไม่มีลกั ษณะต้องหา้ ม และมคี วามเหมาะสมตามหลักเกณฑ์การรับรองหมอพื้นบ้าน ให้คณะกรรมการชุมชน จัดทาแบบคาขอเสนอรายชื่อหมอพ้ืนบ้าน ตามแบบ ม.บ. 1 (ภาคผนวก 4) พร้อมกับบันทึกหรือรายงานการ ประชมุ ของคณะกรรมการชุมชน ท่มี ีมติเห็นชอบรบั รองบคุ คลดงั กลา่ ว ส่งไปยงั สานักเขตกรงุ เทพมหานคร 3. สานักเขตกรุงเทพมหานครรวบรวมเอกสาร และจัดทาหนังสือนาส่งไปยังสานัก การแพทย์หรอื สานักอนามยั ประกอบดว้ ย - แบบคาขอเสนอรายชอ่ื หมอพืน้ บ้าน ตามแบบ ม.บ. 1 - ข้อมูลรายละเอียดการเป็นหมอพื้นบ้าน พร้อมสาเนาทะเบียนบ้าน สาเนาบัตร ประจาตวั ประชาชน และใบรับรองแพทย์ - บันทึกหรือรายงานการประชมุ ของคณะกรรมการชุมชน

11 2. การตรวจสอบคุณสมบตั แิ ละเอกสารหลักฐาน เมื่อสานักการแพทย์หรือสานักอนามัย ได้รับแบบคาขอเสนอรายชื่อหมอพื้นบ้าน ตามแบบ ม.บ.1 ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณารับรองหมอพ้ืนบ้าน เพ่ือรวบรวมข้อมูลจัดส่งให้กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๓. การพจิ ารณารบั รองหมอพน้ื บา้ น ๓.๑ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมการ แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวบรวมเอกสารหลักฐาน ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การ พิจารณาหมอพื้นบ้าน เพ่อื เสนอรายชอ่ื หมอพน้ื บ้านใหค้ ณะกรรมการหมอพืน้ บ้านกรงุ เทพมหานครพจิ ารณา ๓.๒ คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านกรุงเทพมหานคร พิจารณาเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การรับรองหมอพื้นบ้าน และลักษณะ ประเภท กรรมวิธี ตามประกาศของคณะกรรมการ หมอพืน้ บา้ น กรณตี ัวอย่าง นายแดง มีองค์ความรู้ท่ีได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษในการดูแลรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก โดยใช้กรรมวิธีในการรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก ประกอบด้วย การใช้น้ามันสมุนไพร ยาต้ม มนต์คาถา นวดจัด กระดกู ให้เขา้ ที่ ดังน้นั นายดา ควรได้รบั การรบั รองเปน็ หมอพื้นบ้าน ประเภทหมอกระดูก เน่ืองจากกรรมวิธีท่ีใช้ บาบดั รกั ษาดังกล่าว ม่งุ หวังในการรักษาผู้ปวุ ยกระดูกหัก หลังจากคณะกรรมการพจิ ารณาแล้วเสรจ็ ใหด้ าเนินการ ดังนี้ ๓.๒.๑ กรณีมีมตริ บั รอง ให้คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านกรุงเทพมหานคร รวบรวมรายชื่อหมอพ้ืนบ้าน เสนออธบิ ดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก ออกหนังสอื รบั รองหมอพน้ื บา้ น ๓.๒.๒ กรณีมมี ติไมร่ บั รอง ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีหนังสือลงทะเบียนทาง ไปรษณีย์ตอบรับ แจง้ ใหผ้ เู้ สนอและหมอพื้นบา้ นทราบภายใน 30 วัน นับแตว่ ันที่คณะกรรมการหมอพื้นบ้าน กรุงเทพมหานครมีมติไม่รับรอง และเม่ือหมอพื้นบ้านทราบผลการพิจารณาแล้ว สามารถยื่นอุทธรณ์ ตอ่ คณะกรรมการหมอพื้นบ้านได้ 4. การออกหนังสือรบั รองหมอพนื้ บา้ น ๔.๑ ให้กองคมุ้ ครองและสง่ เสริมภมู ิปัญญาการแพทยแ์ ผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย จัดพิมพ์ หนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามแบบ ม.บ. 3 พร้อมประทับตรากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก “ด้วยหมึกสีแดง” บนรูปให้เรียบร้อย และเสนออธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือกตอ่ ไป โดยหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอ พื้นบ้าน พ.ศ. 2562 นน้ั มอี ายุ 5 ปี หมอพื้นบา้ นควรดาเนนิ การต่ออายุลว่ งหน้าไมน่ ้อยกวา่ 90 วนั ๔.๒ การระบเุ ลขที่หนงั สอื รบั รองหมอพนื้ บา้ น ตอ้ งข้นึ ต้นดว้ ยตัวอักษรย่อจังหวัด แล้วต่อด้วย หมายเลข 5 หลัก หมอพื้นบ้าน 1 ท่าน ใช้เลขที่หนังสือรับรองหมอพื้นบ้านเลขเดิมตลอดชีพ เช่น นายแดง มภี มู ลิ าเนาท่ีจังหวดั กรงุ เทพมหานคร ใหอ้ อกเลขหนังสอื รับรองหมอพนื้ บา้ น กท 00001 เป็นตน้

12 ๕. การทาทะเบียนหมอพืน้ บ้าน ๕.๑ ให้กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทยทา สาเนาหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านที่ผ่านการลงลายมือช่ือแล้ว เพื่อเก็บไว้ท่ีกรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก จานวน 1 ชุด พร้อมจัดทาทะเบียนการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ และดาเนินการบันทึกข้อมูลหมอพื้นบ้านใน “ระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร” ได้ที่ https://ttm.dtam.moph.go.th/ (อยู่ระหวา่ งการพฒั นาระบบ) ๕.๒ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย ดาเนินการบันทึกเลขทะเบียนกระดาษแบบพิเศษท่ีใช้ในการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านเรียบร้อยแล้ว (ตวั เลขสีเขยี วมุมขวาด้านหลังของกระดาษหนงั สอื รบั รอง) เพื่อจดั ทาทะเบยี นหมอพืน้ บา้ นของประเทศ หากเกิดความผิดพลาดจากการพิมพ์หนังสือรับรอง ให้กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย ทาหนังสือขอยกเลิกเลขลาดับเดิมท่ีผิดพลาด และขอใช้กระดาษ แบบพิเศษในเลขลาดับใหมต่ ่อไป

13 ๖. การอุทธรณ์ ในกรณีคณะกรรมการหมอพ้นื บา้ นจงั หวดั หรือคณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านกรุงเทพมหานคร มีมติไม่รับรอง เป็นหมอพน้ื บ้าน ไม่ตอ่ อายุ พกั ใชห้ รือเพกิ ถอนหนงั สือรับรอง หมอพ้ืนบา้ นสามารถดาเนนิ การได้ดงั น้ี 1) ย่ืนอุทธรณ์ผลการพิจารณาของคณะกรรมการหมอพื้นบ้านจังหวัดหรือคณะกรรมการ หมอพ้ืนบ้านกรุงเทพมหานคร ในกรณีท่ีมีมติไม่รับรองเป็นหมอพื้นบ้าน การไม่ต่ออายุ และการพักใช้หรือ เพิกถอนหนังสือรับรอง โดยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการหมอพ้ืนบ้าน โดยต้องทาเป็นหนังสือ และอยา่ งนอ้ ยต้องมรี ายการ ดงั น้ี - วนั เดอื น ปี ทีย่ ื่นอุทธรณ์ - ช่อื และทีอ่ ยูข่ องผอู้ ทุ ธรณ์ - คาส่ังหรือคาวินิจฉัยอันเป็นเหตุให้อุทธรณ์ พร้อมข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง หรือ ขอ้ กฎหมายและเหตผุ ลท่ียกข้ึนอา้ งองิ ในคาอุทธรณ์โดยชัดแจง้ - ความประสงคห์ รอื คาขออทุ ธรณ์ - ลายมอื ช่ือของผ้อู ุทธรณ์ 2) หมอพื้นบา้ นหรือผู้เสนอรายชื่อสามารถย่ืนอุทธรณ์เป็นหนังสือ โดยยื่นด้วยตนเองหรือส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบยี นตอบรับ ภายใน 30 วัน นบั แต่วันทีไ่ ดร้ บั หนงั สือแจง้ 3) เม่ือคณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตอบรับแล้วแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทราบ โดยให้ยึดถือคาวินิจฉัยของคณะ กรรมการ หมอพื้นบา้ นใหเ้ ปน็ ที่สดุ

14 ๗. การตอ่ อายหุ นงั สอื รบั รองหมอพ้ืนบ้าน หนังสือรับรองหมอพื้นบ้านมีอายุ 5 ปี นับแต่วันท่ีออกหนังสือรับรอง ในกรณีท่ีหนังสือรับรอง หมอพืน้ บา้ นใกล้หมดอายุ ควรดาเนินการดังนี้ 1) ให้ดาเนินการต่ออายุหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านล่วงหน้าก่อนหมดอายุ ไม่น้อยกว่า 90 วัน กรณีย่ืนต่ออายภุ ายหลงั หนงั สอื รับรองหมอพนื้ บา้ นหมดอายุให้ถอื เป็นการเสนอคณะกรรมการรับรองใหม่ 2) ให้หมอพ้ืนบ้านย่ืนความประสงค์ขอต่ออายุหนังสือรับรอง ต่อคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ิน ตามแบบคาขอต่ออายุหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ตามแบบม.บ. 2 (ภาคผนวก ๕) พร้อมแนบเอกสารหลกั ฐานเพิม่ เติม ดงั นี้ - หนงั สอื รับรองหมอพื้นบา้ น (ฉบบั จรงิ ) - ใบรับรองแพทย์ - สาเนาทะเบียนประวัติการรักษาผู้ปุวย (ในกรณีหมอพื้นบ้านที่ต่ออายุก่อน วันท่ี 31 ธันวาคม 2562 อนุโลมให้ไม่ต้องแนบทะเบียนประวัติ เพราะอยู่ ในชว่ งเรม่ิ ต้น) 2.1 กรณียนื่ ความประสงคต์ อ่ คณะกรรมการหมู่บา้ น/คณะกรรมการชุมชน  คณะกรรมการหมบู่ า้ น รวบรวมเอกสารหลกั ฐานส่งให้อาเภอท่ีตั้ง เพ่ือจัดส่ง ให้สานักงานสาธารณสขุ จงั หวัดต่อไป  คณะกรรมการชุมชน รวบรวมเอกสารหลักฐาน ส่งสานักงานเขต กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดส่งให้สานักการแพทย์หรือสานักอนามัย และ กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กต่อไป 2.2 กรณียื่นความประสงค์ต่อองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ รวบรวมเอกสารส่งสานักงานสาธารณสุขจงั หวัด 3) สานักงานสาธารณสุขจงั หวัดหรือกองคมุ้ ครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ พ้ืนบ้านไทย รวบรวมเอกสารและเสนอรายชื่อหมอพื้นบ้านที่ขอต่ออายุหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ใหค้ ณะกรรมการหมอพน้ื บา้ นจังหวดั หรือคณะกรรมการหมอพื้นบ้านกรงุ เทพมหานคร พิจารณาต่ออายุหนังสือ รับรองและดาเนินการ ดงั นี้ 3.1 กรณมี ีมตติ ่ออายุหนังสอื รับรองหมอพนื้ บา้ น 3.1.1 ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยและแพทย์พ้ืนบ้านไทย รวบรวมรายช่ือหมอพื้นบ้านพร้อมมติท่ีประชุมคณะกรรมการ หมอพ้ืนบ้านจังหวัดหรือคณะกรรมการหมอพื้นบ้านกรุงเทพมหานคร เสนอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรืออธบิ ดกี รมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก พิจารณาลงลายมอื ช่ือ 3.1.2 ให้เจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบงานรับรองหมอพ้ืนบ้าน บันทึกรายละเอียด การตอ่ อายุหนงั สือรบั รองหมอพน้ื บ้านด้วยลายมือหรือพิมพด์ ีด (ดา้ นหลงั ) 3.1.3 หลังจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรืออธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกลงลายมือชื่อแล้ว ให้ประทับตราสานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกรมการแพทย์แผน ไทยและการแพทยท์ างเลือก “ด้วยหมึกสีแดง”

15 3.1.4 สานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สาเนาหนังสอื รบั รองหมอพ้ืนบ้านที่ดาเนินการ ตอ่ อายเุ รยี บร้อยแล้ว จัดสง่ มายังกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 3.2 กรณมี มี ติไม่ตอ่ อายุหนังสือรบั รองหมอพื้นบา้ น สานักงานสาธารณสุขจังหวัด มีหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แจ้งผลการ พิจารณาของคณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านจังหวัด/คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านกรุงเทพมหานครให้หมอพื้นบ้าน หรอื ผเู้ สนอขอต่ออายุทราบผลการพจิ ารณาต่อไป

16 ๘. การขอรบั ใบแทนหนังสอื รับรองหมอพื้นบา้ น หมอพนื้ บา้ นท่ีหนังสือรับรองหมอพ้นื บา้ นสูญหายหรือถูกทาลายในสาระสาคัญ ให้ดาเนนิ การได้ ดังนี้ ๑. จดั เตรยี มเอกสารหลักฐาน ๑.๑ กรณีหนงั สอื รบั รองหมอพ้นื บ้านสญู หาย ตอ้ งเตรียมเอกสารดังนี้ - แบบคาขอรบั ใบแทนหนังสือรบั รอง (ภาคผนวก ๙) - หลกั ฐานการแจ้งความตอ่ พนักงานสอบสวน - สาเนาบัตรประจาตวั ประชาชน หรือบตั รอืน่ ที่ทางราชการออกให้ - หลักฐานอ่ืน ๆ (ถา้ มี) ๑.๒ กรณีหนงั สอื รบั รองหมอพืน้ บา้ นถกู ทาลายในสาระสาคญั ตอ้ งเตรียมเอกสารดังน้ี - แบบคาขอรบั ใบแทนหนังสอื รับรอง (ภาคผนวก ๙) - หนังสอื รบั รองฉบับจรงิ ที่ถกู ทาลายในสาระสาคญั หรือสาเนา - สาเนาบตั รประจาตัวประชาชน หรือบัตรอื่นท่ีทางราชการออกให้ - หลกั ฐานอ่ืน ๆ (ถา้ มี) ๒. หมอพ้ืนบ้านยื่นคาขอรับใบแทนหนังสือรับรองท่ีสานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกองคุ้มครอง และส่งเสรมิ ภมู ปิ ัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พน้ื บ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๓. ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไท ย และแพทย์พื้นบ้านไทย ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารหลักฐานและยืนยันตัวตนการเป็น หมอพน้ื บ้านจากทะเบยี นหมอพนื้ บ้านจงั หวัด ๔. ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและ แพทย์พ้ืนบ้านไทย ออกใบแทนหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านโดยประทับคาว่า “ใบแทน” ด้วย “หมึกสีแดง” บริเวณด้านบนเหนือตราครุฑของใบแทนหนังสือรับรอง ให้ใช้กระดาษแบบพิเศษที่ได้รับจากกรมการ แพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก โดยดาเนินการดงั นี้ ๕. ใช้เลขที่หนังสือรับรองหมอพื้นบ้านหมายเลขเดิม (เลขท่ีหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านใช้เลขท่ีเดิม ตลอดชีพ) และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรืออธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ดารงตาแหน่ง ณ ปัจจุบัน ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน โดยให้ยึดวันท่ีตามแบบคาขอรับ ใบแทนหนงั สือรับรอง ๖. ใบแทนหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน มีอายุเท่ากับอายุท่ีเหลือตามหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านฉบับท่ี สญู หายหรือถูกทาลายในสาระสาคัญ โดยตรวจสอบจากทะเบียนหมอพื้นบ้านจังหวัดหรือทะเบียนหมอพื้นบ้าน ของประเทศ กรณตี ัวอยา่ ง นายเขียว ไดร้ บั หนังสือรับรองหมอพื้นบา้ น ซงึ่ ออกให้ ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2562 และหนังสือรับรองจะหมดอายุ วันที่ 11 มิถุนายน 2567 ระหว่างนั้นหนังสือรับรองดังกล่าวสูญหาย นายเขียวได้ยื่นแบบคาขอรับใบแทนหนังสือรับรองต่อสานักงานสาธารณสุขจังหวัด ในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดังนั้น ใบแทนหนงั สือรบั รองหมอพ้ืนบา้ นจะมีอายุคงเหลือ 1 ปี 5 เดอื น 1๐ วัน ๗. ใบแทนหนงั สือรับรองหมอพน้ื บ้านใกลห้ มดอายุ ควรดาเนนิ การดงั น้ี ๗.1 ใหห้ มอพื้นบ้านยื่นความประสงค์ขอต่ออายุหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ล่วงหน้าไม่น้อย กว่า 90 วนั ก่อนหนงั สอื รบั รองหมอพืน้ บ้านหมดอายุ ๗.2 ใหห้ มอพน้ื บา้ นดาเนินการตามข้นั ตอนการตอ่ อายหุ นงั สอื รับรองหมอพนื้ บา้ น

17 ๗.3 ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทยยกเลิกใบแทนหนังสือรับรอง แล้วออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านใบใหม่ โดยใชก้ ระดาษแบบพิเศษท่ไี ดร้ ับจากกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ๗.4 ใชเ้ ลขท่หี นงั สอื รบั รองหมายเลขเดิมตลอดชพี ๗.5 การระบุวนั ทอ่ี อกหนงั สือรบั รองให้ระบเุ ป็นวนั ท่เี ดียวกันกบั การตอ่ อายุ กรณีตัวอย่าง นายเขียว ได้รับหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน ออกให้ ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2562 หนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้านเกิดสูญหาย จึงขอรับใบแทนหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน ในวันท่ี 31 ธันวาคม 2565 ซ่ึงหนังสือรับรองหมอพื้นบ้านจะมีอายุถึงวันท่ี 10 มิถุนายน 2567 จึงต้องใส่วันที่ออกหนังสือรับรอง เปน็ 11 มิถนุ ายน 2567 (ด้านหน้า) ตรงบริเวณการต่ออายุ (ด้านหลัง) ให้ระบุเป็น 11 มิถุนายน 2567 ถึง วันที่ 11 มิถนุ ายน 2572 ๗.6 หลังจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรืออธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก ลงลายมือช่ือแล้ว ให้ประทับตราสานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทยท์ างเลือก บนรปู และชอ่ งต่ออายุ “ด้วยหมกึ สแี ดง” ๗.7 จัดทาสาเนาเอกสารหนังสือรับรองหมอพ้ืนบ้าน ส่งมาที่กองคุ้มครองและส่งเสริม ภมู ปิ ญั ญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พน้ื บา้ นไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก

18 ๙. บทบำทหน้ำท่แี ละสิทธปิ ระโยชน์ของหมอพ้ืนบ้ำน บทบำทหนำ้ ทข่ี องหมอพ้ืนบ้ำนท่ีไดร้ ับกำรรบั รอง 1. หมอพ้ืนบ้านต้องใช้ความรู้ ความสามารถในการส่งเสริม และดูแลสุขภาพของประชาชนที่เป็นไป ตามลักษณะ ประเภท หรือกรรมวิธีของภูมิปัญญาการแพทยแ์ ผนไทยท่ีได้รับการรับรองอย่างเต็มความสามารถ เฉพาะภายในเขตพ้ืนทที่ ไี่ ดร้ บั การรับรอง 2. ต้องไม่ใช้ความรู้ ความสามารถ โดยมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ทางพาณิชย์ หรือไม่เรียกร้องค่ารักษาหรือ ประโยชนอ์ ย่างอื่น 3. ควรถา่ ยทอดความรตู้ อ่ ไปยงั คนรนุ่ หลงั 4. ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดาเนินงาน การศกึ ษาวิจัย และพัฒนาภมู ิปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ตามวฒั นธรรมของชุมชนท่ีสืบต่อกนั มา 5. ต้องจัดทาทะเบียนการรักษา ประวัติการรักษา และผลการรักษาผู้ป่วย หรือการใช้ความรู้ ความสามารถในการส่งเสรมิ และดแู ลสุขภาพของประชาชน 6. ตอ้ งอยใู่ นจรรยาบรรณ ขอ้ จากดั และเง่ือนไขความรู้ความสามารถ สทิ ธิประโยชน์ของหมอพ้ืนบ้ำนทีไ่ ด้รับกำรรบั รอง 1. พระรำชบญั ญัตคิ มุ้ ครองและสง่ เสริมภูมปิ ญั ญำกำรแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อและเลือกให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและ สง่ เสรมิ ภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทย 2. พระรำชบัญญตั วิ ชิ ำชีพกำรแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 มีสิทธิได้รับการรับรองจากส่วนราชการเพื่อเสนอให้สภาการแพทย์แผนไทยประเมินหรือสอบ ความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามท่ีกาหนดไว้ในข้อบังคับของสภาการแพทย์แผนไทย เพ่ือเป็น ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทย์แผนไทย ดา้ นแพทยพ์ ้นื บา้ นไทย 3. พระรำชบัญญตั ยิ ำเสพติดให้โทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 มีสิทธิใช้ตารับยาปรุงเฉพาะรายที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม โดยปรุงขึ้นจากองค์ความรู้และ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยท่ีชัดเจน และได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก 4. พระรำชบัญญตั ิผลติ ภณั ฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มีสิทธิในการปรุงยาแผนไทย การแบ่งบรรจุผลิตภัณฑ์ และการขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือ การขายผลติ ภัณฑ์สมนุ ไพรทแ่ี บง่ บรรจุ เพื่อใชส้ าหรับผู้ปว่ ยเฉพาะรายของตน

19 10. ลกั ษณะ ประเภท กรรมวิธขี องภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทย ดา้ นการแพทยพ์ ืน้ บ้าน ลกั ษณะการเป็นหมอพ้นื บ้าน แบ่งออกเปน็ 2 ลักษณะ ดังน้ี ลักษณะที่ 1 เป็นหมอพ้ืนบ้านท่ีมีประสบการณ์รักษาโรคจากเหตุการณ์หรือประสบการณ์เฉพาะ ท่ีเป็นไปตามความเช่อื และศรทั ธาของมนุษย์ ซง่ึ อาจเกี่ยวข้องกับอานาจเหนอื ธรรมชาติ (ผแี ละอานาจศักด์ิสิทธ์ิ) และพิธกี รรมในการรักษาโรค เช่น คนทรง หมอราผีฟูาและเฒ่าจ้า ของชาวอีสาน หมอขวัญในหลายชาติพันธ์ุ หมอเหยาของชาวผไู้ ท หมอมะมว็ ดของชาวเขมร เป็นต้น ในชุมชนหมอบางคน มีความสามารถท้ังสองลักษณะ ชว่ ยรักษาโรคทางกายและทางใจให้กับชาวบ้าน ลักษณะที่ 2 เป็นหมอพื้นบ้านท่ีเรียนรู้และฝึกฝนความชานาญจากการปฏิบัติ มีการเรียนวิชาจากครู หมอพื้นบ้านคนเดียวหรือหลายคน และอาจมีการศึกษาเพิ่มเติมจากตาราพื้นบ้านหรือคัมภีร์ใบลาน เชน่ หมอยาสมนุ ไพร หมอนวด หมอตาแย หมอกระดกู หมองู เปน็ ต้น ประเภทของหมอพื้นบา้ น 1) หมอตาแย คอื ผ้ทู มี่ ีความชานาญในการดแู ลสขุ ภาพในกลุ่มหญิงตั้งแต่ก่อนต้ังครรภ์ ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และการดูแลชว่ งหลังคลอด รวมถึงการดูแลสขุ ภาพในกล่มุ เด็กทารก 2) หมอยาสมุนไพร คือ ผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถในการใช้สมุนไพรรักษาโรคหรือส่งเสริมและดูแล สุขภาพ โดยใช้กรรมวิธีตามภูมิปัญญาพ้ืนบ้านท่ีได้รับสืบทอดมา ทั้งน้ีอาจมีการพัฒนาคุณภาพการบริการเพื่อ ความสะอาดและปลอดภยั โดย สมนุ ไพร หมายถึง พืช สัตว์ จุลชพี และธาตวุ ตั ถุ 3) หมอนวดพื้นบ้าน คือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในการใช้แรงสัมผัสต่อร่างกายด้วยการใช้อวัยวะ เครอื่ งมือหรอื สมนุ ไพร เพื่อบรรเทาความเจบ็ ปวด เมื่อยล้าทางร่างกาย หรอื ปัญหาท่เี กดิ จากโครงสร้างร่างกาย 4) หมอกระดูก คือ ผู้ท่ีมีความชานาญดูแลรักษาอาการเจ็บปุวย การบาดเจ็บท่ีเกี่ยวเนื่องกับกระดูก แตก หกั หรอื เคลอ่ื น 5) หมอรักษาสัตว์พิษกัด คือ ผู้ท่ีมีความชานาญในการดูแลรักษาอาการเจ็บปุวยที่เกิดจากสัตว์ เช่น งู ต่อ แตน ผ้ึง ตะขาบ แมงปอุ ง แมงมมุ เป็นต้น 6) หมอพิธีกรรม คือ ผู้ที่มีประสบการณ์รักษาโรคจากเหตุการณ์หรือประสบการณ์เฉพาะเป็นไปตาม ความเช่ือและศรัทธาของมนุษย์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอานาจเหนือธรรมชาติ เช่น ผี ส่ิงศักดิ์สิทธิ์ และพลังจิต เป็นต้น เพอื่ บาบดั ดแู ลสภาพรา่ งกายและจิตใจ

20 กรรมวธิ ีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยดา้ นการแพทย์พ้ืนบา้ น กรรมวิธขี องภูมปิ ญั ญาการแพทย์แผนไทยด้านการแพทย์พ้ืนบ้านในการส่งเสริมดูแลสุขภาพประชาชน ของหมอพื้นบ้านจะมีลักษณะท่ีแตกต่างกันและมีความหลากหลาย ท้ังน้ี ตามท่ีได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ครู หมอพระ หรือตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชน ซ่ึงกรรมวิธีเหล่าน้ันมีความสาคัญอย่างย่ิงในการพิจารณา บง่ ชี้ตดั สินว่าเปน็ ไปตามภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทยดา้ นการแพทย์พ้ืนบ้าน การดแู ลผปู้ ุวยของหมอพ้ืนบา้ น สว่ นใหญจ่ ะมกี ารใช้กรรมวธิ ีมากกว่า ๑ กรรมวิธี เช่น หมอพ้ืนบ้าน ก. มีองค์ความรู้ที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษในการรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก โดยใช้หลายกรรมวิธี ได้แก่ การใช้ น้ามนั สมุนไพร ยาสมุนไพร ใชม้ นตค์ าถา การนวดจดั กระดกู เปน็ ตน้ จากตัวอยา่ งดงั กล่าว พบว่าหมอพ้ืนบ้านมี การบูรณาการกรรมวิธีด้านการแพทย์พ้ืนบ้านในการรักษาผู้ปุวย หรือวินิจฉัยอาการเจ็บปุวยท่ีสอดคล้องกับ วิถีวฒั นธรรมของชมุ ชน คณะกรรมการหมอพื้นบ้านได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบประกาศกาหนด ลักษณะ ประเภท หรือ กรรมวิธีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันที่ 5 กันยายน 2562 โดยกรรมวิธีภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ด้านการแพทย์พื้นบ้าน สามารถแบ่ง ออกเปน็ ๖ ด้าน ๑๒๒ กรรมวิธี ดงั น้ี ๑. ด้านการนวด ๒. ด้านสมนุ ไพร ๓. ด้านพิธกี รรม ๔. ด้านการรักษากระดกู ๕. ดา้ นการวินิจฉัย ๖. ดา้ นอนื่ ๆ ท้งั นี้ กรรมวิธีดังกล่าว ได้จากการทบทวนเอกสารวิชาการ ประสบการณ์การทางาน และผู้ทรงคุณวุฒิ ทใ่ี ห้ขอ้ เสนอแนะ ซึง่ กรรมวธิ ีบางกรณอี าจพบไดย้ ากหรือไม่มกี ารใชก้ รรมวธิ เี หลา่ น้นั ในการดูแลรักษาประชาชน ในชุมชนแล้ว แต่เพื่ออนุรักษ์ สืบทอดและรวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทยให้คงอยู่เคียงคู่ กบั สงั คมไทย ทางคณะทางานจึงได้จัดทาคาอธิบายรายละเอียดกรรมวิธีการแพทย์พื้นบ้านขึ้น เพื่อใช้ประกอบ ในการพิจารณารับรองหมอพ้ืนบ้านตอ่ ไป ๑. ดา้ นการนวด ประกอบด้วย 30 กรรมวิธี ดงั น้ี กรรมวธิ ี คาอธิบาย 1.1 นวด เป็นการใช้มือ แขน ศอก เข่า เท้าหรืออวัยวะอ่ืนใด รวมท้ังวัสดุอุปกรณ์อื่น ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ บาบัดโรคหรืออาการเจ็บปุวย ฟ้ืนฟู สมรรถภาพของร่างกายหรอื บางกรณเี พื่อการตรวจวินจิ ฉยั โรค 1.2 ตอกเส้น เปน็ รูปแบบการนวด โดยใช้อปุ กรณ์ 2 ชิ้น คือ ชิ้นแรกเป็นอุปกรณ์รอง และชิ้นที่ สองเปน็ ตวั ตอก นามาตอกตามกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เพ่ือรักษาอาการปวดเม่ือย ตามร่างกาย ช่วยผ่อนคลายกลา้ มเนอ้ื ทกุ สว่ นของรา่ งกาย แหลง่ เร่มิ สืบทอดความรู้มาจากภาคเหนือตอนบนและพบในกลุ่มชาตพิ ันธุ์มอแกน

21 กรรมวิธี คาอธบิ าย 1.3 เอาเอ็น เอาม่าน การเอาเอ็น เป็นรูปแบบการนวด โดยการกดคลึงเส้นเอ็นผสมผสานกับดัดดึง 1.4 บีบเส้น ส่วนใหญ่จะเนน้ การใชน้ ิว้ หัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และสน้ มือ1 1.5 ขยาเส้น การเอาม่าน เป็นรูปแบบการนวด โดยการดัด ดึงท่ีมีท่าเฉพาะ เป็นการยกเส้นเอ็น อาจมีการใช้อุปกรณ์อ่ืนร่วมด้วย เช่น ผ้าขาวม้า เป็นต้น เพ่ือคลายความตึงของ ขยุ้มเสน้ เส้นเอ็น แก้ปวดเม่ือยตามร่างกาย 1.6 คลงึ เสน้ แหลง่ เร่ิมสืบทอดความรู้มาจากจังหวดั เชียงใหม่ 1.7 รีดเส้น 1.8 ดึงเสน้ เป็นรูปแบบการนวด โดยการจับกล้ามเนื้อ ใช้แรงบีบจากนิ้วมือทั้งหมด 1.9 ทุบและสับเสน้ บีบกล้ามเน้ือเข้าหากัน บางคร้ังใช้แรงยกกล้ามเนื้อด้วย เพ่ือช่วยให้กล้ามเนื้อ ผ่อนคลาย ส่งผลให้เลือดมาเล้ียงบริเวณอวัยวะที่ปวดได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการ 1.10 บดิ ฮ้าว บิดเส้น กลา้ มเนอื้ ตึง หดเกรง็ และแข็งตวั 1 เป็นรูปแบบการนวด โดยการจับกล้ามเน้ือแล้วบีบพร้อมขยับมือ มีลักษณะเป็น การจับบ่อยๆ เหมือนกบั การขยา เป็นการกระตุ้นกล้ามเน้ือ เพื่อช่วยให้กล้ามเน้ือ ผ่อนคลายหลงั จากการนวดแบบหนกั ๆ มาแล้ว1 เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้นิ้วมือ ส้นมือหรือศอก ออกแรงกดแล้วค่อยหมุน วนเปน็ วงกลม เพ่ือกระตนุ้ การไหลเวียนเลือด ผอ่ นคลายกลา้ มเนื้อ ทาให้ก้อนเน้ือ ทีแ่ ขง็ เกร็ง คลายตัวและมีขนาดลดลง1 เปน็ รูปแบบการนวด โดยการกดพร้อมกบั ออกแรงดึงรูดลงมา ส่วนใหญ่จะรูดจาก ส่วนต้นลงส่วนปลาย จะใช้ในผู้ปุวยท่ีมีอาการชา เพื่อให้เลือดมาเล้ียงส่วนปลาย อวัยวะได้ดี ส่วนใหญ่จะใช้น้ามันสมุนไพรร่วมด้วย เพื่อช่วยลดการเสียดสี ของผวิ หนงั พร้อมทัง้ ช่วยใหก้ ล้ามเนอ้ื ผอ่ นคลาย1 เป็นรูปแบบการนวด โดยการดึงเอาเส้นเอ็นท่ีจมอยู่หรือถูกกดทับไว้ออกมา เพื่อลดอาการปวดและชา การดึงส่วนใหญ่จะใช้กับข้อต่างๆ เช่น ข้อนิ้วมือ นิ้วเทา้ ขอ้ ศอก หวั ไหล่ ขอ้ สะโพก ขอ้ เขา่ สะบกั เป็นต้น1 การทุบ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้สันกาป้ันหรืออุปกรณ์ช่วย ทุบลงบริเวณ ที่มีอาการหรือจุดท่ีต้องการรักษา ด้วยน้าหนักที่พอเหมาะกับผู้ปุวย เป็นจังหวะ สม่าเสมอ ไล่ไปตามแนวเสน้ หรือในบริเวณทีต่ ้องการรักษา เป็นการใช้แรงกระตุ้น กลา้ มเนื้อ ใช้ในกรณีที่กล้ามเน้ือแข็ง เพ่ือกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกลับมาทางานปกติ และชว่ ยบรรเทาอาการปวดเมื่อย2 การสับ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้สันมือท้ังสองข้างประกบกันลักษณะ พนมมือ ใช้สันมือด้านนิ้วก้อยสับลงบริเวณที่มีอาการหรือจุดที่ต้องการรักษา ด้วยน้าหนักท่ีพอเหมาะกับผู้ปุวย เป็นจังหวะสม่าเสมอ ไล่ไปตามแนวเส้นหรือ ในบรเิ วณทต่ี ้องการรกั ษา เป็นการใชแ้ รงกระต้นุ กล้ามเนื้อเพ่ือช่วยบรรเทาอาการ ปวดเมื่อยเช่นเดียวกับการทุบ ในกรณีหมอพ้ืนบ้านบางท่าน อาจมีการใช้มีดหมอ สับลงตามเส้นเอ็นผ้ปู วุ ย มกั ทาเปน็ ขั้นตอนสดุ ทา้ ยของการนวดรกั ษา เป็นรูปแบบการนวด โดยการจับกล้ามเนื้อให้เต็มฝุามือ แล้วออกแรงหมุนข้อต่อ กล้ามเน้ือหรือเส้นเอ็น ให้ยืดออกด้านขวาง เพื่อให้กล้ามเน้ือหรือเส้นเอ็นคลาย ยืด บรรเทาอาการปวดเม่ือยหรือบดิ ดันในกรณไี หลห่ ลุด แขนหลุด ขาหลุด

22 กรรมวิธี คาอธิบาย 1.11 กดเส้น เตก็ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้นิ้วมือ สันมือ ศอก เข่า เท้า อย่างใด 1.12 จกเสน้ ลว้ งเส้น อย่างหนึ่ง วางลงบนจุดหรือเส้น หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้วทิ้งน้าหนัก ลงบริเวณที่จะนวด กดค้างไว้สักครู่จึงค่อยๆ ผ่อนนา้ หนัก ยกนิ้วขึ้นแล้วเลื่อน 1.13 หยกิ เสน้ หย่ิม ไปในตาแหน่งต่อไป เพื่อคลายกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระตุ้นระบบการ 1.14 เกาะเส้น ไหลเวียนเลือด 1.15 แกะเสน้ 1.16 ขิดเสน้ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้ 4 น้ิว จกเข้าใต้ปีกสะบักด้านล่าง ใช้นิ้วสะกิด เข่ยี เสน้ ดา้ นบน ใชห้ ลงั มือเขีย่ เส้นด้านล่างออกมา บางกรณีจกแล้วดึงเส้นออกมา 1.17 จับเส้น เพื่อทาให้เส้นท่ีถูกกดทับอยู่ ฟูและคลายตัว ลดอาการชา หรือมีปัญหาเส้นจมใต้ 1.18 เขี่ยเส้น ปกี สะบัก รกั แร้ ขอ้ เขา่ 1.19 ตีเสน้ หมายเหตุ จกเส้นเป็นภาษาท้องถน่ิ อสี าน 1.20 นวดกดจุด เป็นรูปแบบการนวด โดยการสะกิดตามข้อนิ้ว ท้ังน้ิวมือและน้ิวเท้า เพื่อทาให้ลม 1.21 เหยียบเหลก็ หรือเลือดที่ค่ังค้างตามบริเวณข้อ ได้กระจายออกไป ลดอาการปวดตามข้อ และ ใช้ทดสอบการรบั ร้คู วามเจ็บปวด อาการชา1 เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้นิว้ มือออกแรงกดพรอ้ มกับงัดเส้นออกจากกระดูก โดยออกแรงกดพร้อมกับงัดมาด้านผู้นวด เพื่อไม่ให้เส้นจม หรือถูกกดทับ ลดอาการปวด1 เปน็ รปู แบบการนวด โดยการใชน้ ิว้ มอื กดพรอ้ มกับแกะ แคะ หรือเข่ียเส้นเอ็นท่ีตึง หรือกล้ามเนือ้ ท่เี ป็นก้อนอยู่ใหน้ มิ่ ลดขนาดของก้อนและลดความตึงลง1 เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้น้ิวหัวแม่มือ กดบนเส้นด้านหนึ่ง แล้วใช้ 3 นิ้ว กดรับอีกด้านหน่ึง จากน้ันเขี่ยตวัดนิ้วหัวแม่มือขึ้นไปคนละด้านตามแนวเส้น เพ่ือใชใ้ นการรกั ษาผู้ปุวยสะบกั จม อมั พฤกษ์ อมั พาต หมายเหตุ ขดิ เสน้ เป็นช่ือเรยี กวิธีการนวดภาคอสี าน เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้นิ้วมือคลาหาตาแหน่งเส้นเอ็นที่มีความผิดปกติ แลว้ ใช้การจบั เส้นหรือเขย่ี เส้น เพื่อรกั ษาอาการปวด ยอก เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้น้ิวมือกดเส้นเอ็น ดันเข้าและดันออกบริเวณ ส่วนใดส่วนหน่ึงของร่างกาย ได้แก่ ร่องไหปลาร้า สะบัก ข้อพับแขน/ขา ใต้ศอก หน้าแขง้ และข้อเท้า เพ่ือใหก้ ลา้ มเนอื้ เส้นเอน็ ยืดออกเป็นปกติ3 เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้สมุนไพรห่อด้วยผ้า มัดกับไม้ไผ่ไล่ตีเส้นเอ็นใหญ่ ทั่วร่างกาย เพือ่ ชว่ ยใหเ้ ส้นเอ็นคลาย หายขดหายงอ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนจุดหรือส่วนต่างๆ ของ ร่างกาย ค้างไว้สักครู่จึงค่อยๆ ผ่อนน้าหนัก ยกน้ิวข้ึนแล้วเล่ือนไปในตาแหน่งอื่น เพ่ือกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ส่วนใหญ่นิยมกดจุดที่เส้นเอ็น เพื่อคลายเส้นให้ ผ้ปู วุ ย เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้ความร้อนและแรงกดจากเท้าในการคลายเส้น โดยการใช้เท้าของผู้นวดเหยียบลงแผ่นเหล็กที่เผาไฟให้ร้อน พร้อมกับลงคาถา กากับความร้อนของเท้า แล้วนาเท้าไปเหยียบบนอวัยวะส่วนท่ีต้องการรักษา ใช้ในการรักษากลุม่ อาการปวดกล้ามเนอ้ื อมั พฤกษ์ อัมพาต2

23 กรรมวิธี คาอธิบาย 1.22 ย่าขาง/เหยียบ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้ความร้อนและแรงกดจากเท้าในการรักษา มีการ ขาง ลงคาถาดับพิษไฟ ก่อนใช้เท้าจุ่มน้ายา (น้าไพลหรือน้ามันงา) เหยียบลงบนขาง ท่ีเผาไฟจนร้อนแดง แล้วนาไปเหยียบลงบนร่างกาย หรืออวัยวะส่วนที่ต้องการ 1.23 เหยยี บไฟ รักษา เพอื่ คลายเส้นและบรรเทาอาการปวด ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษากลุ่มอาการ 1.24 เหยียบฉ่า ปวดกลา้ มเนือ้ และเส้นเอน็ ปวดข้อ อัมพฤกษ์ อมั พาต 1.25 นาบเหล็ก เป็นรปู แบบการนวด โดยการใช้เทา้ เปล่าเหยียบน้าสมุนไพรและน้ามัน ก่อนจะใช้ ฝุาเท้าเหยียบบนแผ่นเหล็กบนกองไฟ แล้วจึงมานวดกดจุด เพื่อบรรเทาอาการ 1.26 ตบเหล็ก ปวดเมอ่ื ย คลายเสน้ อัมพฤกษ์ และอมั พาต4 1.27 นวดแตง่ ทอ้ ง เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้เท้าแตะน้ามันสมุนไพรแล้วไปแตะแผ่นเหล็ก 1.28 นวดจดั มดลูก ที่ร้อนจัดบนเตาไฟ จะมีเสียงดัง “ฉ่า” จึงเรียกวิธีการนี้ว่า “การเหยียบฉ่า” เพ่ือรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ปวดเมื่อยแขน ขา หรือตามร่างกาย เดิมมีการ เขา้ อู่ รักษาท่วี ดั พระปรางเหลือง แหล่งเรม่ิ สืบทอดความรูม้ าจากจงั หวดั นครสวรรค์5 1.29 นวดเขา้ ตะเกยี บ เป็นรูปแบบการนวด ท่ีมีลักษณะคล้ายกับการเหยียบเหล็ก โดยใช้มือหรือเท้า 1.30 ลนเทียนแลว้ ลบู วางลงบนเหล็กที่มีความร้อน พร้อมกับบริกรรมคาถา แล้วนามือหรือเท้า บนร่างกาย ไปรีดหรือกดลงบนอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อรักษาอาการปวดเมื่อย เพื่อใหค้ วามร้อน กล้ามเน้อื และช่วยใหเ้ สน้ เอ็นทจ่ี มอยู่ลอยข้นึ เป็นรูปแบบการนวด โดยการใช้มือตบเหล็กที่กาลังร้อนอยู่ แล้วมานาบตาม ร่างกายของผู้ปุวย คล้ายกับการย่าขางและการเหยียบเหล็กแดง แตกต่างกันที่ การตบเหล็กเป็นการใช้มือร่วมกับการนวด การใช้คาถาและการประคบด้วย น้ามันสมุนไพร แต่หลักการท่ีใช้ในการรักษายังคงเดิม คือ การใช้หลักของการ นวดและการประคบร้อน เพ่ือกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และรักษาอาการปวด กล้ามเนอื้ อมั พฤกษ์ อมั พาต6 เป็นรูปแบบการนวดในหญิงตั้งครรภ์ เพ่ือช่วยให้สบายตัว ทารกในครรภ์ อย่ใู นท่าปกติและเม่อื ถึงกาหนดคลอดทาใหค้ ลอดงา่ ย เป็นรูปแบบการนวดในหญิงหลังคลอด โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือท้ังสองกดลงไป ด้านข้างของท้องริมกระดูกเชิงกรานท้ังสองข้างพร้อมกัน แล้วค่อยๆ ไล่ขึ้นมา ใช้ฝาุ มอื วนกลอ่ มทอ้ ง แล้วคอ่ ยๆ กดมดลูกลงไป เพ่ือชว่ ยใหม้ ดลูกเข้าอู่ เป็นรูปแบบการนวดในหญิงหลังคลอด โดยให้ผู้ถูกนวดนอนตะแคงขา 2 ข้าง ซ้อนทับกัน ส่วนผู้นวดยืนคร่อม โดยหันหน้าไปทางศีรษะของผู้ถูกนวด ใช้ขา ท้ัง 2 ข้างหนีบบริเวณต้นขาและสะโพกของผู้ถูกนวด แล้วใช้ส้นมือชนกัน กดขย่มบริเวณข้อต่อสะโพกเป็นจังหวะถ่ีๆ เพื่อช่วยให้ข้อต่อสะโพกที่เคลื่อน ออกจากเบา้ หลงั คลอดกลับเขา้ สู่ทเี่ ดิมได้3 เป็นวิธีการรักษาร่วมกับการเหยียบเหล็กแดงหรือย่าขาง ซ่ึงมีการใช้น้าไพลหรือ น้ามันงาร่วมด้วย โดยใช้แผ่นขี้ผ้ึงมาพับห่อไม้แบนๆ แล้วนาไปลนไฟให้นิ่ม (ซงึ่ มคี วามร้อนไม่มากนัก) แล้วนามาลูบบนผิวหนัง ทิ้งไว้สักพักแล้วแกะข้ีผึ้งออก จงึ เร่มิ นวด

24 2. ดา้ นสมนุ ไพร ประกอบดว้ ย 43 กรรมวธิ ี ดังนี้ กรรมวธิ ี คาอธบิ าย 2.1 ตม้ เป็นวิธีการเตรียมยา โดยนาตัวยาที่เป็นส่วนประกอบทั้งหมดมาใส่ในหม้อเติมน้า ให้ท่วมยา (โดยใช้มือกดลงในตัวยาเบาๆ ให้น้าอยู่เหนือตัวยาเล็กน้อย) นาไปตั้ง ไฟต้มใหเ้ ดือดหรอื ตม้ เค่ียว 2.2 อบ/ฮม เป็นวิธีการใช้ยา โดยนาตัวยามาต้มให้เกิดไอน้า เพ่ือใช้ไอน้าในการอบหรือรม (ภาษาอสี าน) ในกระโจมหรือห้องอบ ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังผ่ืนคัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ขับน้าคาวปลา บารุงผิวพรรณ เป็นตน้ 2.3 ประคบ เป็นการนาบและกดคลึงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยใช้ความร้อน อาจมี สมุนไพรเป็นส่วนประกอบ เช่น ลูกประคบสมุนไพร ก้อนเส้าห่อด้วยสมุนไพร เป็นต้น 2.4 รม เป็นวธิ ีการใช้ยา โดยการใชค้ วนั หรอื ไอนา้ จากการเผาสมุนไพรหรือต้มน้าสมุนไพร (ควัน/ไอน้า) เพ่ือรักษาโรคเฉพาะที่ เช่น หอบหืด ริดสีดวงจมูก แผลฝีเย็บหลั งคลอด เป็นต้น 2.5 นตั ถ์ุ เป็นวิธีการให้ยา โดยนาตัวยาสมุนไพรท่ีมีลักษณะเป็นผงละเอียด มาใส่กล้อง เปุาเขา้ ทางจมกู 2.6 สดู เป็นวิธีการให้ยา โดยการสูดกล่ินหรือควัน ไอน้าสมุนไพร เข้าทางจมูก เชน่ ยาดมสมนุ ไพรเพือ่ บรรเทาอาการวิงเวยี น เปน็ ตน้ 2.7 สบู เป็นวิธีการให้ยา โดยการสูบควันจากสมุนไพรเข้าทางปาก เช่น การนาดอกปีบ ทต่ี ากแห้งมามวนด้วยใบตองกลว้ ยตีบ เพ่ือรกั ษาหอบหดื และริดสดี วงจมูก เปน็ ต้น 2.8 อาบ เป็นวิธีการใช้ยา โดยนาสมุนไพรสดหรือแห้งหลายชนิด มาต้มกับน้าแล้วนามา อาบรกั ษาโรค 2.9 สุม เป็นวิธีการใช้ยาสมุนไพรท่ีมีน้ามันหอมระเหย มาผสม ตา พอก เพ่ือให้ได้ ไอสมุนไพรเขา้ ไปทางจมูกหรือทางผิวหนงั เชน่ การสมุ กระหมอ่ มเดก็ เป็นตน้ 2.10 แช่ 1) เป็นวิธีการเตรียมยา โดยนาสมุนไพรมาแช่ในน้าหรือของเหลว ช่ัวระยะเวลา หน่ึง แล้วนามาใช้ในการรักษาอาการผู้ปุวย เช่น ตาราใบลานใช้ใบเล็บครุฑ มาสับ แลว้ แชผ่ สมด้วยข้าวสารเจ้า รับประทานแก้อาการปวดหวั เปน็ ตน้ 2) เป็นวิธีการเตรียมยา โดยนายาสมุนไพรมาต้ม แล้วกรองเอาน้ายาหรือ กรรมวิธีอ่ืน ๆ ซึ่งได้มาของตัวยา แล้วให้ผู้ปุวยแช่ อาจเป็นการแช่ทั้งตัวหรือ เฉพาะส่วนท่ีเป็นโรคก็ได้ นิยมใช้ในกรณีที่ต้องการให้ตัวยาซึมลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ลึกลงไปมากกวา่ การอาบหรือทา 2.11 ย่าง/ปง้ิ ย่าง เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพร โดยการให้ความร้อนกับสมุนไพรโดยตรง เพ่ือให้ตัวยาสมุนไพรออกฤทธ์ิได้เช่น นาใบพลับพลึงมาย่างก่อนนาไปประคบ เปน็ ต้น ปิ้ง เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพร โดยนาสมุนไพรมาห่อแล้วนาไปมาวางไว้ เหนือไฟ เพ่ือให้สมุนไพรมีฤทธ์ิเพิ่มข้ึนหรืออ่อนลง เช่น การสะตุรงทองโดยบด ให้ละเอียดแล้วใช้ใบบัวหรือใบข่าห่อ 7 ช้ัน นาไปปิ้งจนสุกกรอบแล้วค่อยนาไป ปรุงยา

25 กรรมวธิ ี คาอธิบาย 2.12 เผา 1) เป็นวิธีการเตรียมเครื่องยา โดยทาใหม้ ี 2 ลกั ษณะ คือ 2.13 สะตุ - เผาใหเ้ กิดเป็นขเ้ี ถา้ - เผาให้เป็นถ่าน 2.14 บด 2.15 ฝน 2) เป็นวิธีการใช้ยา โดยนาเอาเคร่ืองยาสมุนไพรวางไว้บริเวณที่ต้องการรักษา 2.16 ดอง แลว้ จุดไฟเผาเครอ่ื งยา เพอ่ื บรรเทาอาการ เช่น เผายาจบั โปงน้า เป็นตน้ 2.17 หมัก 2.18 สกั ยา 1) เป็นการทาให้ตัวยามีฤทธ์ิแรงข้ึน หรือใช้รักษาตรงกับโรคดีข้ึน เช่น สะตุ สารสม้ 2.19 เคย้ี ว 2) เป็นการทาใหพ้ ษิ ของตัวยาลดลง เช่น สะตุรงทอง 2.20 เปุา/พ่น 3) เป็นการทาใหต้ วั ยาปราศจากเชอ้ื โรค เช่น สะตดุ ินสอพอง 4) เป็นการทาให้ตัวยานั้นสลายตัว ทาให้ตัวยาฟูหรือกรอบ สามารถทาให้แตก 2.21 ตา สลายไดง้ ่ายขนึ้ เชน่ สะตเุ กลือ3 2.22 พอก/โปะ/โพะ/ เป็นวิธีการเตรียมยา โดยนาสมุนไพรมาสับหรือย่อย ให้มีขนาดเล็กลง เพาะ แลว้ นาเขา้ เคร่อื งบดยาทาใหเ้ ปน็ ผง 2.23 คนั้ /บีบ/หบี เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพรให้ยามีความละเอียด โดยการถูสมุนไพรบนหิน 2.24 กล่ัน หรือฝาละมี รว่ มกบั น้ากระสายยา เป็นวิธีการเตรียมยา โดยการนาสมุนไพรไปใส่ในน้าส้ม น้าเกลือ น้าผึ้ง สุรา หรือ อน่ื ๆ เพื่อใหต้ วั ยาละลายออกมา เป็นวิธีการเตรียมยา โดยการนาสมุนไพรไปเก็บไว้ในภาชนะระยะเวลาหน่ึง จะมีน้าออกมาจากสมุนไพร เช่น หมกั ข้าวหมากใช้ดแู ลสตรีหลงั คลอด เปน็ ต้น เป็นวิธีการให้ยา โดยการใช้เข็ม เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่มีความแหลมคม ท่ิมลงไป บนผิวหนัง พร้อมกับบริกรรมคาถา เพ่ือนายาสมุนไพรเข้าสู่ร่างกาย ช่วยลด อาการปวด ปรับสมดลุ เลือดของรา่ งกาย ถอนพษิ สัตวพ์ ิษกัดงกู ัด เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพรเพ่ือการรักษา โดยการบดให้แหลกด้วยฟัน เช่น การเคีย้ วหมากเพอ่ื ใช้ในการรักษาเรมิ งสู วดั เปน็ ตน้ เป็นวิธีการรักษา โดยการนาส่ิงใดสิ่งหน่ึงออกมาทางปากในลักษณะเปุาให้พุ่ง ออกมาเป็นฝอย เช่น สมุนไพร น้ามนต์ ลม หรืออ่ืนๆ เป็นต้น บางกรณี มีการบริกรรมคาถาร่วมด้วย เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพร โดยใช้ครกหรือสากหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึง เช่นนั้น กระแทกลงไปอย่างแรงเรื่อย ๆ ทาให้สมุนไพรเปลี่ยนรูปร่างไปหรือ มีขนาดเล็กลง เป็นวิธีการใช้ยา โดยการวางสมุนไพรที่ได้จากการตาหรือบดตามบริเวณท่ี ต้องการรกั ษา เป็นวิธีการเตรียมยาสมุนไพร โดยใช้มือหรืออุปกรณ์อ่ืนๆ ขยา บีบ กด ทับ สมนุ ไพรเพ่ือให้ไดข้ องเหลวออกมา เป็นวิธีการปรุงยา โดยการนายาสมุนไพรมาต้มให้เป็นไอ แล้วใช้ความเย็นบังคับ ให้เป็นของเหลว เพ่ือนาเอาผลิตผลที่ได้มาใช้ทาเป็นยา เช่ น น้ามัน หอมระเหยจากไพล ตะไครห้ อม สะระแหน่ มะกรดู เปน็ ตน้

26 กรรมวิธี คาอธบิ าย 2.25 สกดั นา้ มัน เป็นวธิ ีการเตรยี มเครอ่ื งยา โดยการแยกเอาน้ามันออกมาจากสมุนไพร ซ่ึงมี 3 วิธี 2.26 อัง ได้แก่ การกล่ัน การทอดและการหีบ เช่น การกล่ันน้ามันว่างนางคา การกลั่น (ควนั /ความรอ้ น/ น้ามันหอมระเหยจากใบกะเพรา การหีบน้ามันจากเมล็ดละหุ่ง (กระทุงลาย) ไอนา้ ) เปน็ ต้น 2.27 เหน็บ เป็นวิธีการเตรียมเครื่องยา โดยการนาสมุนไพรไปใกล้ ๆ ไฟ เพ่ือให้ร้อน 2.28 สอด เช่น การอังใบพลับพลึงพออุ่น แล้วนาไปนาบหรือพันบริเวณที่มีอาการปวด บวม เปน็ ต้น 2.29 ย่างไฟ เป็นวิธีการใช้ยา โดยการใส่ยาสมุนไพรเข้าทางช่องทวารหนักหรือช่องคลอด 2.30 อยไู่ ฟ/อยู่กรรม เช่น การเหน็บยารักษาริดสีดวงทวาร หรือเหน็บช่องคลอดรักษาอาการตกขาว เป็นต้น 2.31 กวาด 2.32 แตะ/แจะ เป็นวิธีการใช้ยาหรือให้ยา โดยการใส่ยาท่ีเตรียมไว้เป็นแท่ง เข้าไปในช่องทวาร 2.33 ชะโลม เพื่อให้ยาออกฤทธ์ิเฉพาะท่ีเช่น การนาสมุนไพรท่ีเป็นผงมาตอกอัดในกระบอก 2.34 ถ/ู ขัด/สี ไม้ไผ่ให้เป็นแท่ง แล้วผ่ากระบอกไม้ไผ่นาแท่งยาไปสอดทวารหนักรักษา ริดสีดวงทวาร ใบพลูทุบให้นิ่มม้วนแล้วสอดเข้าไปในช่องจมูก เพ่ือหยุด เลือดกาเดา เปน็ ตน้ เป็นวิธีการเตรียมยาในการรักษาผู้ปุวยท่ีได้รับบาดเจ็บจากการกระทบกระแทก อย่างรุนแรง เช่น ตกต้นไม้ ควายชนหรือรถล้ม เป็นต้น โดยการนาสมุนไพร เช่น ใบหนาด ใบเปล้า ใบละหุ่ง ใบพลับพลึง เป็นต้น วางเกล่ียบนแคร่ไม้ไผ่ แล้วปูด้วยผ้าหรือเสื่อชุบน้าทับบนสมุนไพร โดยมีเตาไฟให้ความร้อนอยู่ทาง ดา้ นลา่ ง ความร้อนทผ่ี า่ นสมนุ ไพร จะทาให้น้ามันหอมระเหยออกมา และซึมผ่าน ผวิ หนังของผปู้ ุวย ชว่ ยทาใหเ้ ลือดลมเดนิ ไดส้ ะดวก เป็นวิธีการดูแลสุขภาพของมารดาหลังคลอดในระยะแรก ซ่ึงครอบคลุมการนอน หรือนั่งผิงไฟ การเข้ากระโจม การอาบสมุนไพร การน่ังถ่าน การทับหม้อเกลือ การนวดประคบ การกินยาและอาหารเฉพาะ เป็นต้น เพ่ือช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ได้เร็วขึ้น ขับน้าคาวปลา เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการเกร็งและปวดเม่ือย แผลฝีเย็บหายเร็วขึ้น ลดอาการเจ็บปวด อันเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก และจากเตา้ นมคัด ช่วยให้ความอบอ่นุ แก่ร่างกาย เป็นต้น3 เป็นวิธีการให้ยา โดยการใช้น้ิวมือแตะยาแล้วปูาย ในปาก คอ ลิ้นของทารกและ เด็ก บริเวณอวัยวะท่เี ป็น เป็นวิธีการให้ยา โดยการนาตวั ยามาสมั ผสั เบา ๆ บรเิ วณอวัยวะทเ่ี ป็น เป็นวิธีการให้ยา โดยการใช้ผ้าชุบหรือใช้มือวักน้ายาสมุนไพร มาแตะตาม รา่ งกายบรเิ วณที่มคี วามรอ้ นให้เปยี กชุม่ เช่น การชะโลมน้ายาสมุนไพรในผู้ปุวยท่ี มีไข้สงู เป็นต้น เป็นวิธกี ารใหย้ าเฉพาะที่ โดยการออกแรงให้ตวั ยาซึมผ่านผิวหนังเข้าไปหรือทาให้ สิ่งทไี่ มต่ อ้ งการหลุดออกมา โดย 1) ถู เปน็ การออกแรงโดยการไถไปมา 2) ขดั เป็นการออกแรงโดยการไถไปมา อย่างแรง 3) สี เปน็ การออกแรงโดยการครดู ไปมา แบบถ่ี ๆ ซา้ ๆ

กรรมวิธี 27 2.35 ตบ 2.36 ตงั้ ยา คาอธิบาย 2.37 ทา/ลูบ เป็นวิธีการให้ยา โดยการเอายาท่ีเตรียมไว้ในรูปแบบของเหลวใส่บนอุ้งมือ แล้วนาไปตบเบา ๆ ตามรา่ งกายของผู้ปุวย 2.38 ผกู /แขวน เปน็ วธิ ีการเตรยี มตวั ยาหลายชนดิ โดยเลอื กตัวยาบางชนดิ มาใช้ร่วมกัน เพื่อรักษา ผู้ปวุ ยเฉพาะราย มกั ใช้ในรูปแบบยาฝน 2.39 เปุา/ผิว เป็นวิธีการใช้ยาท่ีมีลักษณะเป็นของเหลวหรือผงละเอียด โดยการใช้มือหรือวัสดุ 2.40 โลม/ชะโลม อ่ืนๆ ปูายบริเวณท่ีเป็น แล้วลูบเพื่อให้ยาที่ทาบนผิวสม่าเสมอ เช่น ทาปูนแดง รักษาโรคลมปราบเส้น ดินสอพองผสมนา้ มะนาวทาบริเวณทฟ่ี กชา้ เป็นตน้ 2.41 ล้าง/ส่วย เป็นวิธีการใช้ยา โดยการนาสมนุ ไพรมาร้อยด้วยด้ายและผูกกับข้อมือ ข้อเท้า เอว หรือห้อยคอ เช่น การผูกไพลที่ข้อมือ ข้อเท้า ลดอาการปวดเคล็ดขัดยอก 2.42 อม มหาหิงคผ์ ูกขอ้ มือแกท้ อ้ งอืด ทอ้ งเฟูอ เป็นหวดั คัดจมูก เปน็ ตน้ เป็นวิธีการให้ยาหรือใช้ยา โดยนายาผงละเอียดบรรจุในอุปกรณ์ เช่น กล้องเปุา 2.43 โรย หรือหลอด แล้วใช้ลมปากเปาุ ผงยาเข้าไปในคอหรือจมกู เป็นต้น ความหมายเชน่ เดยี วกันกบั 2.33 เปน็ วิธีการให้ยา โดยการใช้ผ้าชบุ หรือใชม้ ือวักน้ายาสมุนไพร มาแตะตามร่างกาย บริเวณที่มีความร้อน ให้เปียกชุ่ม เช่น การชะโลมน้ายาสมุนไพรในผู้ปุวยท่ีมีไข้สูง เปน็ ตน้ เป็นวิธีการใช้ยาที่ได้จากการต้ม แช่ เพื่อชาระทาความสะอาดร่างกายเฉพาะที่ เช่น การล้างเท้าดว้ ยยาสมุนไพรในผ้ปู ุวยเบาหวาน การล้างตาด้วยน้าแช่ดอกมะลิ เปน็ ต้น เป็นวิธีการใช้ยา โดยการนาสมุนไพรใส่ในปากเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ เช่น การอมน้าต้มสมุนไพรบรรเทาอาการเหงือกบวม ลดกลิ่นปาก การอมยา มะแวง้ บรรเทาอาการเจบ็ คอ เปน็ ตน้ เป็นวิธีการใช้ยา โดยการโปรยผงยาสมุนไพรละเอียดทีละน้อย ลงบนแผลหรือ บรเิ วณที่เปน็ เชน่ โรยผงขมิ้นชนั เพื่อใหส้ ะดือเดก็ แห้ง เป็นต้น

28 3. ดา้ นพิธีกรรม ประกอบด้วย ๒๗ กรรมวิธี ดงั น้ี กรรมวธิ ี คาอธบิ าย 3.1 เหยา เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธ์ุภูไทท่ีสืบทอดมา แต่คร้ังบรรพกาล อันสืบเน่ืองมาจากความเชื่อดั้งเดิมที่นับถือผี เป็นการทาพิธี ติดต่อระหว่างคนกับผี โดยมีหมอเหยาเป็นส่ือกลาง เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุการ เจ็บปุวยและวิธีการรักษา ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดทั้งมีขวัญและกาลังใจ เป็นปกติ โดยใช้บทกลอนและทานองดนตรจี ากเสียงแคนประกอบการให้จงั หวะ 3.2 ราผฟี ูา เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยมีพื้นฐานความเชื่อเร่ืองผีฟูา ซ่ึงเป็นผี บรรพบุรุษที่เคารพนับถือ และคอยช่วยเหลือเม่ือยามเจ็บปุวยหรือในภาวะ เดือดร้อน มีการเชิญผีฟูามาเข้าร่างทรงของหมอ โดยมีการราและฟูอนรอบๆ ผปู้ ุวย ซึง่ มหี มอแคนเปาุ ให้จังหวะและหมอลาส่องกระจก เพื่อให้ผีฟูาบอกสาเหตุ และวิธีการแก้ไขความเจบ็ ปวุ ย 3.3 ไหว้ผฟี ูา เ ป็ น พิ ธี ก ร ร ม ท่ี เ ป็ น กุ ศ โ ล บ า ย ข อ ง ช า ว บ้ า น ท่ี ใ ช้ ใ น ก า ร ป ก ปู อ ง ปุ า อ นุ รั ก ษ์ ของชุมชน และขอขมาลาโทษต่อเทพ เทวดา หรือผีผู้เฝูาพ้ืนท่ี โดยชาวบ้าน ไ ด้ ส ร้ า ง ศ า ล า ไ ว้ ส า ห รั บ ท า พิ ธี ก ร ร ม ดั ง ก ล่ า ว ใ น พ้ื น ที่ ปุ า อ นุ รั ก ษ์ ข อ ง ชุ ม ช น และชาวบ้านจะช่วยกันดูแลไม่ให้มีการตัดต้นไม้ แต่ให้คนในชุมชนสามารถ เข้ามาหาของปุาได้ พิธีกรรมไหว้ผีฟูา จะจัดทาช่วงปีใหม่ไทยของทุกปี ในช่วงเดือนเมษายน - มีนาคม จานวน 1 วัน โดยของเซ่นไหว้ในพิธี เม่ือ ประกอบพธิ ีเสรจ็ จะนามาปรุงประกอบเป็นอาหาร กนิ ร่วมกันในชมุ ชน7 3.4 โจลมะมว็ ด เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทานายสาเหตุ การเจบ็ ปวุ ยและการรกั ษาโรค ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นอาการปุวยท่ีไม่สามารถหาสาเหตุ ได้ จึงมกี ารเชิญร่างทรงมะมว็ ด ซง่ึ ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ สือ่ กลางระหว่างมนุษย์กับอานาจ เหนือธรรมชาติน้ัน ๆ มาประกอบพิธีกรรม เพื่อหาที่มาและเป็นการขจัดปัดเปุา สิ่งเลวร้ายหรือขอขมาลาโทษสง่ิ ศักด์สิ ิทธิ์ท่ีผปู้ วุ ยอาจล่วงเกินโดยไม่เจตนา โดยใช้ ดนตรีเป็นสื่อในการประกอบพิธี รวมทั้งเป็นการบูชาและสร้างขวัญกาลังใจ ใหผ้ ู้ปุวย 3.5 ราแมม่ ด เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพของชาติพันธุ์ไทยเขมร จังหวัดศรีสะเกษ เรียกว่า เรือมมะม็วด หรือ ราแม่มด มีลักษณะคล้ายการทรงเจ้าเพราะเชื่อว่า เทพหรือผีนั้น มี 2 พวก คือ 1) พวกที่อยากได้สิ่งของโดยให้คนจัดให้ 2) พวก ที่คอยมาดูแลมนุษย์ ราแม่มดจะทาขึ้นเมื่อผู้ปุวยรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วไม่หาย จึงต้องจัดพิธีกรรมราแม่มดขึ้น โดยมีดนตรีประกอบ คือ แคน ซอ ฆ้องและกลอง8 3.6 เปุาคาถา เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการท่องคาถาหรือมนต์คาถาตามท่ีได้ ร่าเรียนมาแล้วเปุาลมไปยังบริเวณอวัยวะท่ีมีอาการเจ็บปุวยของผู้ปุวย บางครั้ง เรียก \"เปุาเย็น\" นอกจากนี้ยังมีการเปุาพ่น เป็นการท่องมนต์คาถาแล้ว เปาุ น้ามนตท์ ม่ี สี มุนไพรผสมอยูใ่ นการรักษาผู้ปวุ ย เช่น เปุาผู้ปุวยกระดูกหัก เปุาฝี เปุากระหมอ่ ม เปน็ ต้น

29 กรรมวิธี คาอธบิ าย 3.7 น้ามนต์/ เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการบริกรรมคาถา ควบคู่กับ ท่องมนต์/ การรักษาผู้ปุวยของหมอพ้ืนบ้าน เช่น การรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก การสักยา การ คาถา ฝนยาสมนุ ไพร เปน็ ตน้ โดยมีองคป์ ระกอบ คอื 1) น้ามนต์ เป็นกระบวนการในเตรียมเครื่องยาหรือการรักษา น้าที่เข้าพิธีกรรม เพ่อื ใช้พรม อาบหรอื กนิ ในการรักษาโรคท้ังทางกายและทางจติ 2) ท่องมนต์ เป็นการบริกรรมคาถาในระหว่างการเตรียมเคร่ืองยา (ในอดีตไม่มีเครื่อง ชั่งอย่างละเอียด ความยาวของการท่องมนต์จะทาหน้าที่ในการกาหนดขนาดของตัวยา) 3) คาถา เป็นบทหรือข้อความท่ีนามาใช้ประกอบการเตรียมยาหรือการรักษา อาจเป็น ภาษาไทยหรอื ภาษาท้องถน่ิ ซ่ึงหมอแตล่ ะทา่ นไดร้ ับการถา่ ยทอดมาจากครูหรือบรรพบุรุษ 3.8 ผิว เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการใช้ลมจากปากเปุาเบาๆ ไล่ไปตาม ส่วนต่างๆ ของผู้ปุวย ส่วนใหญ่มีการใช้คาถากากับ มีความเชื่อว่าเป็นพลัง ในการรกั ษาและการสรา้ งขวญั กาลงั ใจให้กับผูป้ ุวย 3.9 เหยียบเสน เป็นพธิ ีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ ตามวิถีวัฒนธรรมภาคใต้ ท่ีใช้ในการรักษา เสน ปาน ไฝ และไข่อุ้ง เพ่ือยับย้ังไม่ให้เสนขยายใหญ่ขึ้น ผู้ท่ีทาการรักษา คือ นายโรงโนรา ซ่งึ จะใชด้ ินสอในการเขยี นอกั ขระขอมลงบนหัวแม่เทา้ ถ้าหากผู้ปุวย เป็นเสนเต็มแผ่นหลังจะเขียนลงบนฝุาเท้า แล้วเหยียบลงบนหินลับมีด ยกเท้า รมควันไฟจากเทียนไข แล้วเอาเท้าเหยียบลงเบา ๆ ตรงที่เป็นเสน ประกอบกับ การใช้คาถาอาคมลงไปด้วย ถ้าต้องการให้หายขาดผู้ปุวยจะต้องรับการเหยียบ รักษากับนายโรงโนราโรงครู 3 คร้ัง โดยทาการรักษาในช่วงเดือน 6, 7 และ 9 นายโรงโนราที่จะสามารถทาการรกั ษาใหห้ ายขาดได้จะต้องผา่ นการตัดจกุ มาก่อน 3.10 สขู่ วญั / เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการเรียกขวัญให้กลับคืนมาสู่ เรยี กขวัญ/ ร่างเดิม เป็นการผสานระหว่างความเชื่อเร่ืองขวัญกับศาสนาพุทธ ศาสนา ฮ้องขวัญ พราหมณ์ และความเชื่อในอานาจเหนือธรรมชาติ จะทาในโอกาสที่ชีวิตมีการ เปลย่ี นแปลงหรอื มเี หตตุ ้องจากบ้านไปไกล มีความเจ็บปุวยและเกิดอุบัติเหตุหรือ ในกรณีท่ีมีบุคคลสาคัญมาเยี่ยมเยือนบ้านเมือง มักทาร่วมกับพิธีกรรมสะเดาะ เคราะห์(สง่ เคราะห)์ และพิธีสืบชะตา โดยปฏิบัติต่อเนื่องกัน เริ่มจากการสะเดาะ เคราะห์ (ส่งเคราะห์) การสืบชะตา และการเรียกขวญั 9 3.11 บวงสรวงผี/ไหวผ้ ี เป็นพิธีกรรมในการบูชา บอกกล่าวขออนุญาต ขอพร ขอบารมีคุ้มเกล้าให้อยู่รอด ปลอดภยั จากเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธ์ิท่ีเคารพนับถือ ด้วยเครื่องสังเวยและดอกไม้ธูป เทียน เปน็ ตน้ 3.12 กล่อมขวัญ ความหมายเชน่ เดียวกันกับ 3.10 เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการเรียกขวัญให้กลับคืนมาสู่ร่างเดิม เป็นการผสานระหว่างความเช่ือเรื่องขวัญกับศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ และ ความเชื่อในอานาจเหนือธรรมชาติ จะทาในโอกาสทชี่ ีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหรือมี เหตุต้องจากบ้านไปไกล มีความเจ็บปุวยและเกิดอุบัติเหตุหรือในกรณีท่ีมีบุคคล สาคญั มาเยี่ยมเยอื นบา้ นเมือง มกั ทาร่วมกับพธิ กี รรมสะเดาะเคราะห์ (ส่งเคราะห์) และพธิ ีสบื ชะตา โดยปฏบิ ตั ิต่อเนื่องกัน เร่ิมจากการสะเดาะเคราะห์ (ส่งเคราะห์) การสืบชะตา และการเรียกขวัญ9

30 กรรมวธิ ี คาอธิบาย 3.13 สดู ขวญั ความหมายเช่นเดยี วกนั กบั 3.10 3.14 สะเดาะเคราะห์ เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพ โดยการเรียกขวัญให้กลับคืนมาสู่ร่างเดิม เป็นการผสานระหว่างความเชื่อเรื่องขวัญกับศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ และ 3.15 สบื ชะตา ความเชอ่ื ในอานาจเหนอื ธรรมชาติ จะทาในโอกาสทีช่ ีวิตมีการเปล่ียนแปลงหรือมี เหตุต้องจากบ้านไปไกล มีความเจ็บปุวยและเกิดอุบัติเหตุหรือในกรณีที่มีบุคคล 3.16 ต่อชะตา สาคัญมาเยยี่ มเยือนบ้านเมือง มักทาร่วมกับพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์(ส่งเคราะห์) และพธิ ีสบื ชะตา โดยปฏิบัติต่อเนื่องกัน เร่ิมจากการสะเดาะเคราะห์ (ส่งเคราะห์) 3.17 เฮยี กไข่/ การสืบชะตา และการเรยี กขวญั 9 เลยี กไข่/ เลยี๊ ะไข่ เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพที่ทาให้กับบุคคลท่ีเคราะห์ร้าย เช่น ได้รับ อุบัติเหตุต่างๆ ซ่ึงเชื่อว่าถ้าสะเดาะเอาเคราะห์ออกจากตัวแล้วก็จะทาให้ 3.18 ตงั้ ไข่ พบแต่ความสุขสบาย อาการเจ็บปุวยก็ดีขึ้น โดยมีข้ันตอน คือ (1) สะเดาะ (2) ส่งเคราะห์ (3) ลอยเคราะห์ 3.19 การทรง 3.20 โบล เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพที่ใช้บาบัดทางด้านจิตใจ เช่ือกันว่า เป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตให้มีอายุยืนยาว เสริมความเป็นสิริมงคล อยู่อย่างสุข สบาย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และทาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เชน่ การต่ออายคุ น หม่บู ้าน เมอื ง เป็นตน้ ความหมายเชน่ เดียวกนั กับ ๓.๑๕ เป็นพิธีกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพที่ใช้บาบัดทางด้านจิตใจ เชื่อกันว่า เป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตให้มีอายุยืนยาว เสริมความเป็นสิริมงคล อยู่อย่างสุข สบาย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และทาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เช่น การ ตอ่ อายคุ น หมบู่ ้าน เมือง เปน็ ต้น เป็นพิธีกรรมในการวินิจฉัยโรค โดยใช้ไข่คลึงและลากไปทั่วตัวของผู้ปุวย พร้อมกับท่องคาถากากับ เมื่อครบทุกจุดท่ัวร่างกายแล้วนาไข่มาตอกดูว่ามี ลักษณะผิดปกติอย่างไร หมอจะวินจิ ฉยั สาเหตุการเจ็บปุวยจากลักษณะของไข่ เป็นพิธกี รรมในการวินจิ ฉัยโรค เพ่ือหาสาเหตุของการเจ็บปุวยว่าเกิดจากส่ิงเหนือ ธรรมชาตหิ รือไม่ หรือมีการเจ็บปุวยที่ส่วนใดของร่างกาย หรือทานายว่าสามารถ รักษาได้หรือไม่ โดยใช้ไข่ไก่วางบนฝุามือของหมอพ้ืนบ้าน สวดพระพุทธมนต์ อธษิ ฐาน เพ่งกระแสจติ ถ้าไข่ต้ังขนึ้ แสดงวา่ ใช่และรกั ษาได้ ถ้าไขไ่ ม่ต้ังแสดงว่าไม่ใช่และรกั ษาไม่ได้ เป็นพิธีกรรมในการวินิจฉัยโรค เพื่อทานายทายทักหาสาเหตุ และแนะนาแนว ทางการแก้ไขปัญหาให้มีความสุขทั้งกายและใจ โดยการเชิญเจ้าหรือ ส่ิงศกั ดิ์สิทธม์ิ าเข้าสงิ รา่ งทรง เป็นพิธีกรรมการเสี่ยงทาย เพ่ือหาสาเหตุของการเจ็บปุวยโดยผู้เสี่ยงทาย (เนยี ะโบล) จะรับพานเคร่ืองยกครู แล้วใช้มือขวาจับเส้นด้ายที่แขวนเต้าปูน ส่วน มอื ซา้ ยมขี ้าวสารทฝ่ี าุ มือรองรบั ใต้เต้าปูน ซ่ึงผู้เส่ียงทายจะร่ายเวทมนตร์คาถา ถ้า สาเหตกุ ารเจ็บปุวยเกิดจากผี เต้าปูนจะแกว่งไปมา ถือเป็นคาตอบ แหล่งสืบทอด ความรู้มาจากภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนลา่ งในกลุ่มชาติพนั ธไ์ุ ทยเขมร10

31 กรรมวธิ ี คาอธบิ าย 3.21 แกวง่ ข้าว เป็นพิธีกรรมการเสี่ยงทาย เพ่ือหาสาเหตุการเจ็บปุวยหรือหาแนวทางการดูแล 3.22 ผียา่ หมอ้ นง่ึ รกั ษา โดยผทู้ าพิธีจะเอาข้าวเหนยี วปั้นเป็นก้อนกลมแล้วผูกด้วยด้าย ซึ่งส่วนใหญ่ 3.23 ส่อง จะเสีย่ งทายเมื่อไปรักษาโดยท่ัวไปแล้วอาการไม่ดีข้ึน หรือก่อนปุวยมีฝันร้ายก่อน และในกรณีที่ของหายต้องการรู้ว่าของหายอย่างไร อยู่ที่ไหนบางครั้งจะทาย้า 3.24 ดูเมือ่ ดูยาม เพื่อความม่นั ใจจากการถามผียา่ หม้อนึ่ง11 3.25 เส่ยี งทายด้วย ถ้าข้าวแกวง่ แสดงว่าใช่ เหรียญห้า ถ้าข้าวไม่แกวง่ แสดงว่าไม่ใช่ ทัง้ นี้ขึ้นอยกู่ บั คาถามของผทู้ าพิธี 3.26 เส่ียงทายดว้ ย เป็นพิธีกรรมการเส่ียงทาย เพื่อหาสาเหตุการเจ็บปุวย ทานายดวงชะตาชีวิต การโยนไข่ ปัญหาการงาน ของหาย บอกวิธีแก้เคล็ดคุณไสย เด็กร้องไห้งอแง หรือปัญหาอื่นๆ โดยการสอบถามจากผยี ่าหมอ้ นงึ่ แหล่งสบื ทอดความร้มู าจากพน้ื ทภ่ี าคเหนือตอนบน 3.27 เสี่ยงทายด้วยการ ใชม้ ีดปกั บน เป็นพิธีกรรมการเสี่ยงทาย เพ่ือหาสาเหตุการเจ็บปุวย ทานายดวงชะตาชีวิต ขา้ วสาร ปญั หาการงาน ของหาย หรอื ปัญหาอ่ืนๆ โดยหมอส่องจะเป็นคนทาพิธี ว่าสาเหตุ เกิดจากกรรมหรือเกิดจากการกระทาของผู้อื่นหรืออื่น ๆ วิธีการส่องมีหลาย รปู แบบ เชน่ การสอ่ งโดยใช้มีดสนากห้อยไว้กับสายสิญจน์ หมอจะใช้สมาธิในการ ตรวจสอบ บางท่านใช้ไข่ในการทานาย เป็นต้น แหล่งสืบทอดความรู้มาจากพ้ืนท่ี ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เป็นพิธีกรรมการทานายดวงชะตาหรือทานายทายทักปัญหาความเจ็บปุวยและ หาฤกษ์ยามในการทาพิธีกรรมต่างๆ เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติในวิถีชีวิต หรือประกอบพิธีกรรมอื่นๆ ใหอ้ ยเู่ ย็นเป็นสุข พ้นจากภยันตรายจากโรคภัยไข้เจ็บ (ดเู ม่อื และทานายฤกษ์ยาม) แหล่งสืบทอดความรมู้ าจากพนื้ ทีภ่ าคเหนอื 12 เป็นพิธีกรรมการทานายดวงชะตาหรือทานายทายทักปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชีวิต โดยการใช้เหรยี ญห้าท่ีไดจ้ ากขันครูท่ีผู้ถามนามาไหว้วางแปะไว้ท่ีนิ้วชี้ ทาพิธีเส่ียง ทายด้วยการแกว่งหรือยกนว้ิ ชขู ้นึ โดยหมอผูท้ าการเสีย่ งทาย จะใช้การถามผีหรือ ส่ิงท่ีมองไม่เห็นเพ่ือหาคาตอบร่วมกับการทานายจากการติดแน่นบนนิ้ว ของเหรยี ญหา้ (สาหรับสมัยโบราณใช้เงินโบราณ) เป็นพิธีกรรมการเสี่ยงทาย เพื่อหาทาเลที่ต้ังของชุมชนใหม่หรือหาท่ีฝังศพเชื่อว่า หากสถานท่ีฝังศพของผู้ตายอยู่ในลักษณะเหมาะสม วิญญาณของผู้ตายก็จะ อยู่อย่างสงบสุข และจะแผ่บารมีให้กับลูกหลานและญาติมิตร อยู่เย็นเป็นสุข โดยจะทาการโยนไข่หาพื้นท่ีที่เหมาะสม หากไข่แตกแสดงว่าบริเวณน้ันสามารถ ใช้เป็นท่ีต้ังชุมชนหรือฝังศพได้ หากไข่ไม่แตกจะต้องโยนซ้าอี ก จนครบ 3 ครัง้ หากยงั ไมแ่ ตกอีก จะตอ้ งไปหาพืน้ ท่ีอ่ืนในการเสี่ยงทาย เป็นพิธีกรรมของหมอเหยา เพ่ือให้ผีไม่ทาร้ายผู้ปุวย เป็นการเชิญผีมาถามถึงสาเหตุ ความโกรธแค้น โดยนาเอาข้าวสารโรยลงไข่และนับจานวนเม็ดข้าวสารท่ีติดอยู่ หาก เป็นจานวนค่ีแสดงว่าผู้ปุวยจะหาย หากเป็นจานวนคู่ซ่ึงแสดงว่าผีไม่ยอม หมอเหยา จะทาการอ้อนวอนแล้วจึงทาการเสี่ยงทายด้วยการเอาดาบปักลงไปในข้าวสารในจาน หรือถ้วยบนถาดเครื่องคาย ถ้าดาบตั้งอยู่บนข้าวสารได้ แสดงว่าผีให้อภัย ไม่โกรธ แค้น หากดาบที่ปักลงบนข้าวสารล้มลง แสดงว่าผียังมีความโกรธแค้นผู้ปุวยอยู่ หมอ เหยาจะทาการอ้อนวอนและเสี่ยงทายไปจนกวา่ ดาบจะตง้ั อยู่บนถว้ ยข้าวสารนั้นได้13

32 4. ดา้ นการรักษากระดูก ประกอบด้วย 6 กรรมวิธี ดงั นี้ กรรมวธิ ี คาอธิบาย 4.1 จอดกระดูกหรือการ เป็นวิธีการรักษาผู้ปุวยกระดูกแตก หัก ร้าว เพื่อให้กระดูกเช่ือมติดกัน โดยการ เปุาคาถาเพ่ือรักษา เปุาคาถาร่วมกับการจัดกระดูกให้เข้าที่ พรมน้ามนต์ ทาน้ามันงา น้ามันเลียงผา อาการกระดูกหกั น้ามันมะพร้าว หรือน้ามันอ่ืน ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วทาการเข้าเฝือกไม้ไผ่ หรอื แซก จากนั้นจะทาการเปาุ คาถาและทาน้ามันทุกวันจนกว่าจะหาย 4.2 จดั กระดูก เป็นวิธกี ารรกั ษาผ้ปู วุ ยที่กระดกู หัก ไมเ่ ข้ารปู งอ คด เคล่ือน เพ่อื ใหเ้ ข้าท่ี โดยการ ใช้มือ ผ้า หรืออุปกรณ์อื่นๆ ออกแรงดึง ลูบ รีด แล้วใช้น้ามันลูบหรือทา ร่วมกับ การเปาุ คาถา 4.3 เข้าเฝอื กดว้ ยไม้ไผ่ เป็นวิธีการรักษาผู้ปุวยท่ีกระดูกหักไม่ให้เคลื่อนท่ี โดยใช้ไม้ไผ่หรือวัสดุอื่นๆ วัด หรือวัสดุอื่นๆ ขนาดใหพ้ อดีกับอวยั วะส่วนทีห่ ัก ส่วนใหญ่ใชไ้ มไ้ ผ่ผ่าซีกเล็กๆ มาถักร้อยด้วยด้าย พนั รอบอวยั วะทีห่ ัก ใหบ้ ริเวณทีห่ กั อย่กู ึง่ กลางความยาวของไม้ และสามารถขยับ ได้ตามสภาพของการบาดเจ็บ นอกจากน้ียังใช้ฟองน้า สาลี หรือนวมผ้ารองด้าน ในของเฝือก เพื่อปูองกันเฝือกไม้เสียดสีกับผิวของผู้ปุวย และเป็นส่วนรองรับ น้ามันทีใ่ ชใ้ นการรกั ษาก่อนดามเฝือก โดยมีการมดั หัวและทา้ ยของเฝือกด้วยเชือก หรือดา้ ยใหแ้ น่นเพอ่ื ปอู งกันส่วนท่บี าดเจบ็ เคลอื่ นไหว 4.4 ต่อกระดูกโดยการ เป็นวิธีการรักษาผู้ปุวยกระดูกแตก หลุด หรือหัก โดยการให้ผู้ปุวยน่ังบนแผ่นไม้ น่ังบนกระดานแล้ว หรอื กระดาน แล้วหมอพื้นบ้านนั่งฝ่ังตรงข้ามกับผู้ปุวย ใช้มีดสับท่อนไม้พร้อมกับ ทาพิธีโดยการเคาะ/ บริกรรมคาถา สับไปเร่ือย ๆ บางกรณีมีการใช้น้ามันทาหรือลูบในระหว่าง สับไมอ้ ีกฝั่ง ทาการรักษา เม่ือกระดกู ผปู้ วุ ยเขา้ ท่แี ล้วคอ่ ยทาการเข้าเฝือกไม้ไผ่ 4.5 ต่อกระดกู โดยการ เป็นวธิ ีการรกั ษาผู้ปวุ ยกระดูกหกั แตก หลดุ หรอื อ่ืนๆ ก่อนหรือหลังการเข้าเฝือก ท่องคาถาเคาะไม้ ไม้ไผ่ โดยให้ผู้ปวุ ยน่งั หรอื นอนดา้ นหน้าหมอแล้วหมอใชม้ ีดทลี่ งอักขระเคาะลงบน ท่อนไมท้ ี่อย่รู ะหว่างหมอกับผปู้ วุ ย ตามจังหวะในการบริกรรมคาถา และใช้น้ามัน ลูบ ทา คลงึ เบาๆ บรเิ วณที่มอี าการรว่ มดว้ ยพร้อมการจัดกระดูก 4.6 ต่อกระดูกโดยการ เป็นพิธีกรรมการรักษาผู้ปุวยกระดูกหัก หลังจากการรักษาและใส่เฝือกแล้ว ปน้ั หนุ่ เทียนขผ้ี ึ้ง โดยหมอพื้นบ้านจะปั้นหุ่นผู้ปุวยด้วยเทียนขี้ผ้ึงและสลักชื่อกากับ หลังจากนั้น เพื่อทาพิธี หมอจะนาหุ่นไปบริกรรมคาถาในเวลากลางคืน เพอ่ื ใชพ้ ลงั จติ ในการรักษาผู้ปุวย

33 5. ดา้ นการวนิ จิ ฉัย ประกอบดว้ ย ๗ กรรมวธิ ี ดังนี้ กรรมวิธี คาอธบิ าย 5.1 นั่งเทียน เป็นวิธีการวินิจฉัย ทานาย หาสาเหตุการเจ็บปุวยท้ังในปัจจุบันและอนาคต โดยการจุดเทียนไว้ที่ขอบปากบาตรหรือขัน ให้น้าตาเทียนหยดลงในน้า แลว้ ทานายไปตามลกั ษณะน้าตาเทยี นทีป่ รากฏในน้า 5.2 เสย่ี งเทยี น เป็นวิธีการวินิจฉัยและรักษาโรคในลักษณะบาบัดจิต โดยการเส่ียงหยิบเทียน ทีห่ มอมนตไ์ ด้มกี ารบริกรรมคาถาไว้แล้วมา 7 แท่ง แล้วนามาจุด เป็นการทาลาย โรคหรอื สง่ิ อปั มงคลทม่ี อี ยู่ในตวั เราให้หมดส้นิ ไป 5.3 สอ่ งเทยี น เป็นวิธีการวินิจฉัยโรค โดยการใช้เทียนส่องบริเวณผิวหนังที่มีอาการเจ็บปุวย เพื่อแยกลักษณะการเจ็บปวุ ย และใหก้ ารรกั ษาทีถ่ กู ต้อง 5.4 เพ่งกสิณ เป็นวิธีการวนิ จิ ฉัยและรักษาโรค โดยการใช้สมาธขิ ้นั สูงของผทู้ ่ผี ่านการฝึกจิต 5.5 แมะ เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรค โดยการใช้นิ้วมือแตะลงบนชีพจรตรงบริเวณเส้น เลือดแดงท่ีจุดรวมเส้นเลือด เช่น การแตะเส้นพระเมรุบริเวณข้อเท้า เพ่ือวินิจฉัย การไหลเวยี นของเลือดลม 5.6 จบั ชพี จร เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรค โดยการใช้น้ิวมือแตะและกดเบาๆ ลงบนเส้นเลือด แดงบางเส้น เช่น เส้นเลือดแดงท่ีข้อมือ ข้อพับ ลาคอ ข้อเท้า เพ่ือประเมินกาลัง ของเลือดลมหรือวินิจฉยั โรคหรอื อาการเจ็บปุวย4 5.7 ดเู มอื่ ดูยาม เป็นพิธีกรรมการทานายดวงชะตาหรือทานายทายทักปัญหาความเจ็บปุวยและ หาฤกษ์ยามในการทาพิธีกรรมต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติในวิถีชีวิต หรือประกอบพธิ ีกรรมอ่ืนๆ ให้อย่เู ย็นเป็นสุข พ้นจากภยันตรายจากโรคภัยไข้เจ็บ (ดูเมอื่ และทานายฤกษ์ยาม) แหล่งสืบทอดความรูม้ าจากพืน้ ทภี่ าคเหนือ12

34 6. ดา้ นอนื่ ๆ ประกอบดว้ ย ๙ กรรมวธิ ี ดงั น้ี กรรมวธิ ี คาอธบิ าย 6.1 เชด็ เป็นวธิ ีการตรวจวนิ จิ ฉัยและรักษาอาการเจบ็ ปุวยด้วยน้ามนต์และใบไม้ เช่น ใบพลู ใบผักดีด เป็นต้น โดยการลูบไปตามอวัยวะบริเวณท่ีมีอาการเจ็บปวดหรือบวม การวินิจฉัย ดูได้จากลักษณะใบไม้หลังการลูบหรือใบไม้ท่ีติดค้างอยู่ เกิดจากคุณผี คุณไสย การรักษาจะใช้ในกรณีที่อาการเจ็บปุวยไม่มาก เช่น อาการปวดเม่ือย จากการเดนิ ของเลอื ดลมไมส่ ะดวก ลมเข้าเส้น เอ็นขก่ี นั เปน็ ตน้ 2 6.2 แหก เป็นวิธีการรักษา โดยการใช้อุปกรณ์ในการแหกขูดลงบนบริเวณท่ีเช่ือว่ามีพิษอยู่ พรอ้ มท้ังบรกิ รรมและเสกคาถาใส่อปุ กรณ์ เพือ่ ไล่พษิ ออกจากร่างกาย15 6.3 จอบเลือด เป็นวิธีการรักษา โดยการใช้เขาสัตว์ เช่น เขาแพะ เขาควาย เป็นต้น วางครอบ บริเวณท่ีถกู สัตว์พิษกัด งูกัด แล้วใช้ปากดูดบริเวณปลายเขาสัตว์ และอุดรูเขาสัตว์ ด้วยชันโรงหรืออื่นๆ เลือดก็จะซึมออกมา ปล่อยท้ิงไว้ประมาณ 10 นาที จึงหยุด เพื่อลดอาการปวด ถอนพษิ 6.4 จูบเลอื ด ความหมายเชน่ เดียวกบั 6.3 เป็นวิธีการรักษา โดยการใช้เขาสัตว์ เช่น เขาแพะ เขาควาย เป็นต้น วางครอบ บริเวณทถ่ี ูกสัตว์พิษกัด งูกัด แล้วใช้ปากดูดบริเวณปลายเขาสัตว์ และอุดรูเขาสัตว์ ด้วยชันโรงหรืออ่ืนๆ เลือดก็จะซึมออกมา ปล่อยท้ิงไว้ประมาณ 10 นาที จึงหยุด เพอื่ ลดอาการปวด ถอนพษิ 6.5 กรอกเลอื ด เปน็ วิธกี ารรักษา โดยการกรีดหรือสักผิวหนังให้บาดเพียงเล็กน้อย ให้เลือดออกมา ใช้ถ้วยแก้วท่ีไล่ลมแล้ววางปากแก้วครอบบริเวณที่บาดน้ัน เลือดก็จะซึมออกมา พอได้เลือดพอสมควรแล้ว จึงหยุดและห้ามเลือด เพ่ือบรรเทาอาการปวดเมื่อย กล้ามเน้ือ ดูดพษิ ออกจากรา่ งกาย กระตนุ้ ใหเ้ ลือดไหลเวยี นดขี น้ึ 6.6 บ่งตอ้ เปน็ วิธีการรกั ษาอาการหรอื ความผิดปกติของดวงตา เช่น ต้อเนื้อ ต้อลม อาการแสบตา จอประสาทตาเส่ือม และอาการอื่น ๆ โดยการใช้หนามหวายขม ดึงเส้นใยท่ีเกิดข้ึน ในจุดรอยโรคที่อย่บู ริเวณแผน่ หลังของผปู้ วุ ยโดยมิได้กระทาใดๆ ตอ่ ดวงตา 6.7 ตดั ตอ้ เป็นวิธีการรักษาต้อเน้ือ โดยการนากะลาตาเดียวมาวางครอบบนดวงตา แล้วนา ช้ินเนื้อหมูหรือเนื้อวัว มาวางบนกะลาตาเดียวแล้วตัดช้ินเนื้อบนกะลา 3 ครั้ง และใช้คาถากากับ ซ่ึงผู้ปุวยต้องมา 3 วันติดต่อกัน มักทาตอนเย็นและเวลา เดียวกนั วนั สดุ ทา้ ยใหน้ ากลว้ ยใสบ่ าตรหรอื นาไปวดั 6.8 สกั เป็นวิธีการรักษา โดยการใช้ของแหลมทิ่มตามร่างกายและบริกรรมคาถาพร้อม ลงอักขระ เพื่อเป็นสิริมงคลและปูองกันภยันตรายจากสัตว์พิษ เช่น ปูองกันงูกัด หรอื สัตว์อ่ืนๆ กัด เปน็ ต้น ทั้งน้ี ไม่รวมถึงการสกั เพือ่ ความสวยงาม 6.9 ฝงั ดิน/ฝังทราย เป็นวิธีการรักษา โดยการขุดหลุมบริเวณดินหรือทรายแล้วให้ผู้ปุวยนอน จากนั้น ถมดินหรือทรายให้ทั่วร่างกายยกเว้นส่วนหัว บางกรณีมีการใช้สมุนไพรร่วมด้วย เช่น ใบข้ีเหล็กปูพ้ืนก่อนนอน หญ้าคาเผาในหลุมก่อนฝังดิน เป็นต้น เช่ือว่าดิน หรือทรายสามารถดูดเอาส่ิงท่ีไม่ดีออกจากร่างกายได้ เป็นวิธีการฟ้ืนฟูผู้ปุวย อัมพฤกษ์ อัมพาต ทาให้กล้ามเนื้อลดอาการเกร็งตัว ระบบไหลเวียนของเลือด และลมดีขึ้น พบวิธีการดังกล่าวได้ทุกภาค ในบางพ้ืนที่ใช้รักษาหรือกาจัดพิษ ที่เกดิ จากการกนิ เห็ดพษิ หรอื ต่อต่อย

35 บรรณานกุ รม 1. อษุ า กล่ินหอม พะยอม ดีน้อย และเมธี ศรีไชยวงศ์. การจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้การนวดแบบพ้ืนบ้าน เพ่ือการจัดทาตาราการนวดพ้ืนบ้านเบื้องต้น 4 ภาค ตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน กรณีนวด พื้นบ้านภาคเหนือ.ม.ป.ท. : สานักการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลอื ก; 2547. 2. ดารณี อ่อนชมจันทร์ และคณะ. การนวดพ้ืนบ้านไทย ชุดภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพ 6. กรุงเทพฯ: สานักงานกจิ การโรงพิมพอ์ งคก์ ารสงเคราะหท์ หารผา่ นศึก; 2548. 3. พจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสภา พ.ศ.2559 เนื่องในโอกาสมหา มงคลเสดจ็ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559. นนทบุรี : โรงพิมพ์สานักงาน พระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ ; 2560. 4. อัมพฤกษ์-อัมพาต! เชิญทางนี้ นวดเท้าเหยียบไฟ เกาะพะงัน ศาสตร์กดจุดหาย. 3 ก.ย. 2560. ไทยรัฐ ออนไลน์. [สืบค้นเม่ือวันที่ 18 สิงหาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath. co.th/news/local/south/1058727. 5. การเหยียบฉ่า. [สืบค้นเม่ือวันที่ 22 กรกฎาคม 2562]. ในแหล่งเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิถีชีวิต ชุมชนวัดเกาะหงส์ [อินเทอร์เน็ต].นครสวรรค์: ม.ป.ท.[ประมาณ 1 น.] จาก : http://www.chaiwbi.com/kohhong/3021.html. 6. อรพินท์ ครุฑจับนาค และจิราภรณ์ บุญมาก.บันทักภูมิปัญญา : ตบเหล็กแดง กรณีหมอสมบัติ วงษ์ขา จังหวัดลพบุรี. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2557 ; 12(3) : หน้า 257-261. 7. ดา ไกลถ่ิน. การไหว้ผีฟูา [อินเทอร์เน็ต].พะเยา: ม.ป.พ.; ม.ป.ป. [สืบค้นเม่ือวันที่ 22 กรกฎาคม 2562] . จาก : http://biodiversity.forest.go.th/TK/index.php?option=com_zoo&task=item &item_id=889&Itemid=24. 8. กระทรวงวัฒนธรรม. ราแม่มด[อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร :; 2559. [สืบค้นเมื่อวันท่ี 22 กรกฎาคม 2562]. จาก : https://www.m-culture.go.th/young/ewt_news.php?nid=663. 9. รุจินาถ อรรถสิษฐ. ขวัญ : ชีวิตของคนไทย. นนทบุรี : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก; 2548. 10. สารภี ขาวดี. บทบาทหน้าที่ของพิธีกรรม“การโจลมะม็วด”ต่อชุมชนเขมร จ.สุรินทร์ .วารสารศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธาน.ี 2555 ; 8(1) :หน้า 153 – 196. 11. ยิ่งยง เทาประเสริฐ. ตาราการแพทย์พ้ืนบ้านล้านนา เล่ม 1. เชียงราย : สานักงานกองทุนสนับสนุนการ วจิ ัย ; 2546 12. ย่ิงยง เทาประเสริฐ. ตาราการแพทย์พื้นบ้านล้านนา เล่ม 2 การดูแลรักษาสุขภาพด้วยวิธีการทางกาย บาบัดของระบบการแพทย์พื้นบ้านล้านนา(หมอเมือง). เชียงราย : สานักงานกองทุนสนับสนุน การวจิ ยั ; 2546 13. รชั นกี ร ไวกล้า. ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และการอนุรักษป์ ระเพณีการเหยาของชาวภูไท. วารสารศิลปการจัดการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ.์ 2562 ; 3(1) : หน้า 53 – 68. 14. พจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2556.พิมพ์คร้ังที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย ; 2558.

36 15. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. คู่มือประชาชนในการ ดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย. กรุงเทพฯ : สานักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ ทหารผา่ นศกึ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ; 2547.

37 ภาคผนวก ภาคผนวก 1 คาสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ท่ี 963/2562 เรื่อง แต่งตัง้ คณะทางานจดั ทาคู่มอื ลกั ษณะ ประเภทกรรมวิธีการแพทยแ์ ผนไทย ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข ว่าดว้ ยการรบั รองหมอพนื้ บา้ น พ.ศ. 2562 ภาคผนวก ๓ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพ้ืนบ้าน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 ภาคผนวก ๔ แบบคาของเสนอรายชือ่ รบั รองหมอพนื้ บา้ น (แบบ ม.บ.1) ภาคผนวก ๕ แบบคาขอตอ่ อายุหนังสือรับรองหมอพืน้ บ้าน (แบบ ม.บ.2) ภาคผนวก ๖ แบบหนงั สอื รับรองการเปน็ หมอพ้นื บา้ น (แบบ ม.บ.3) ภาคผนวก ๗ แบบทะเบียนการรักษา ประวัติการรักษา และผลการรักษาผู้ปุวยหรือ การใช้ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชน (แบบ ม.บ.4) ภาคผนวก ๘ แบบใบรับรองแพทย์ ภาคผนวก ๙ แบบคาขอรบั ใบแทนหนงั สือรับรอง ภาคผนวก ๑๐ เว็บไซต์ทเี่ กี่ยวข้อง ภาคผนวก 1๑ ค่มู อื การใชร้ ปู แบบการพมิ พห์ นงั สือรับรอง ภาคผนวก 1๒ ตัวอย่างรูปแบบการพิมพ์หนงั สอื รบั รอง ภาคผนวก 1๓ หนงั สอื แจง้ เวียนแนวทางการรบั รองหมอพ้นื บ้าน

ภาคผนวก ๑ คําส่ังกรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก ที่ ๙๖๓/๒๕๖๒ ๓๘ เรอื่ ง แตง ตงั้ คณะทาํ งานจดั ทาํ คูมือลกั ษณะ ประเภท หรือกรรมวธิ ขี องภมู ปิ ญญาการแพทยแ ผนไทย

ภาคผนวก ๑ คาํ สงั่ กรมการแพทยแ ผนไทยและการแพทยทางเลือก ท่ี ๙๖๓/๒๕๖๒ ๓๙ เรอ่ื ง แตงตงั้ คณะทาํ งานจดั ทาํ คมู ือลักษณะ ประเภท หรือกรรมวธิ ี (ตอ )

ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ วา ดว ยการรบั รองหมอพื้นบาน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๔๐ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานเุ บกษา ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ ระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ วา่ ดว้ ยการรับรองหมอพนื้ บา้ น พ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับรองหมอพ้ืนบ้าน ตามมาตรา 31 วรรคหนง่ึ (๗) แหง่ พระราชบญั ญตั วิ ิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2556 อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหน่ึง และมาตรา ๓๑ วรรคหน่ึง (๗) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จงึ ออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพ้ืนบ้าน พ.ศ. 2562” ข้อ ๒ ระเบียบนใ้ี ห้ใชบ้ ังคบั นบั แตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในระเบยี บนี้ “หมอพน้ื บ้าน” หมายความว่า บุคคลซงึ่ มีความรคู้ วามสามารถในการสง่ เสรมิ และดแู ลสุขภาพ ของประชาชนในท้องถ่นิ ดว้ ยภูมิปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ตามวฒั นธรรมของชุมชนทส่ี ืบทอดกันมานาน ไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นทีน่ ิยมยกย่องจากชมุ ชน ซึ่งได้รบั หนงั สือรับรองตามระเบยี บน้ี “หนงั สือรบั รอง” หมายความว่า หนังสือรับรองการเปน็ หมอพ้ืนบา้ น “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านจังหวัด หรือคณะกรรมการ หมอพื้นบ้านกรงุ เทพมหานคร แลว้ แต่กรณี “กรรมการ” หมายความวา่ กรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ ตามระเบยี บนี้ “อธบิ ดี” หมายความว่า อธิบดกี รมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก “กรม” หมายความวา่ กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก “ปลดั กระทรวง” หมายความวา่ ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ “รฐั มนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข ข้อ ๔ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการ และวินิจฉัยช้ีขาดในการปฏิบัติ ตามระเบียบน้ี และคาวนิ จิ ฉัยให้ถือเป็นทสี่ ุด หมวด 1 การรบั รองหมอพน้ื บ้าน ข้อ 5 ผู้ได้รบั การเสนอชือ่ ตอ้ งมีคุณสมบัตแิ ละไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) อายุไมน่ ้อยกวา่ สามสิบห้าปีบริบูรณ์ (๒) มภี ูมลิ าเนาในพืน้ ท่ีท่ไี ด้รบั การเสนอรายช่อื มาเป็นระยะเวลาไม่นอ้ ยกวา่ สิบปี

ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข วาดว ยการรับรองหมอพน้ื บา น พ.ศ. ๒๕๖๒ (ตอ ) ๔๑ หน้า ๒ ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกจิ จานเุ บกษา (3) มีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนท่ีสืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เปน็ ทน่ี ิยมยกยอ่ งจากชุมชน (4) ไม่เป็นคนวกิ ลจรติ จติ ฟ่นั เฟอื นไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่คณะกรรมการหมอพน้ื บา้ น ประกาศกาหนด (5) ไม่เคยต้องโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดในคดีท่ีคณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านเห็นว่า จะนามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการรับร องหมอพื้นบ้าน ตามระเบียบนี้ (6) ไม่เป็นผ้ปู ระพฤตเิ ส่ือมเสยี ซง่ึ คณะกรรมการหมอพ้ืนบา้ นเหน็ วา่ จะนามาซ่ึงความเส่ือมเสยี เกียรติศักดิ์ของการเป็นหมอพน้ื บ้าน หรือเกียรตศิ ักดแิ์ ห่งวิชาชพี การแพทย์แผนไทย ข้อ 6 ผมู้ ีสิทธิเสนอ (1) คณะกรรมการหมู่บ้าน ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยลักษณะปกครองทอ้ งที่ (2) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล และ องค์การบรหิ ารส่วนตาบล หรอื องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ทีม่ กี ฎหมายจดั ตงั้ การเสนอตามวรรคหน่ึง ให้เสนอผู้มีภูมิลาเนา และใช้ความรู้ความสามารถในการส่งเสริม และดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถ่ินด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชน ที่สืบทอด กันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน ตามข้อ 5 (๒) และ (๓) ซงึ่ อยูใ่ นพน้ื ที่ ข้อ 7 การเสนอให้รับรองหมอพืน้ บ้าน ให้เสนอโดยวธิ กี าร ดังน้ี (๑) คณะกรรมการหมบู่ ้าน ให้ยื่นคาขอเสนอรายช่ือผ้ทู ่ีมีคณุ สมบัติ พรอ้ มบันทึกหรอื รายงาน การประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้านท่ีพิจารณามีมติท่ีเสนอให้มีการรับรองบุคคลดังกล่าว ส่งไปยัง อาเภอที่ตั้ง (๒) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ยื่นคาขอเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติ พร้อมบันทึก หรือรายงานการประชุมของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่พิจารณา มีมติที่เสนอให้มีการรับรอง บุคคลดังกลา่ ว ไปยงั หนว่ ยงานทีก่ ระทรวงสาธารณสขุ กาหนด ให้อาเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือเสนอรายช่ือ คาขอเสนอรายช่ือ พร้อมเอกสารหลักฐาน ตาม (๑) หรือ (๒) ไปยังหนว่ ยงานตามขอ้ 8 แบบคาขอเสนอรายชื่อ ให้เปน็ ไปตามที่อธิบดกี าหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ 8 การเสนอให้การรับรองตามขอ้ ๗ ให้ยน่ื ตอ่ หน่วยงานทกี่ ระทรวงสาธารณสขุ กาหนด ดังต่อไปน้ี (๑) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รับรองไดใ้ นเขตกรงุ เทพมหานคร (๒) สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั รับรองไดใ้ นเขตจังหวัดทร่ี ับผิดชอบ

ภาคผนวก ๒ ระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ วา ดว ยการรับรองหมอพ้ืนบา น พ.ศ. ๒๕๖๒ (ตอ ) ๔๒ หน้า ๓ ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกจิ จานุเบกษา (๓) หน่วยงานอน่ื ใด ตามท่รี ฐั มนตรีประกาศกาหนด โดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ข้อ 9 ให้หน่วยงาน ตามข้อ 8 ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และความ ครบถ้วนถูกต้องของคาขอและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ หากเห็นว่าเป็นไปตามที่ระเบียบกาหนด ใหน้ าเสนอคณะกรรมการเพือ่ พิจารณาใหค้ วามเหน็ กรณีพบว่าการเสนอผู้ได้รับการเสนอ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือคาขอหรือ เอกสารหลักฐานไมค่ รบถว้ นหรือไม่ถูกต้อง ใหม้ ีหนงั สือลงทะเบียนทางไปรษณีย์ตอบรบั แจง้ ผู้เสนอแก้ไข ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาท่ีกาหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และหากพ้นระยะเวลาท่ีกาหนด ให้ถือว่าละท้ิงการขอเสนอตามคาขอ ข้อ 10 ในการพิจารณาของคณะกรรมการเพ่ือรับรองผู้ได้รับการเสนอช่ือ จะต้องคานึงถึง สง่ิ ดงั ตอ่ ไปนี้ประกอบด้วย (๑) ลกั ษณะ ประเภท หรอื กรรมวิธีของภมู ิปัญญาการแพทยแ์ ผนไทย (๒) ความรู้ความสามารถ ความชานาญ และประสบการณ์ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ ของประชาชนในท้องถนิ่ ดว้ ยภมู ิปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนทสี่ ืบทอดกนั มา (๓) การไม่เรียกร้องใช้จ่ายในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ หรือประโยชน์อย่างอ่ืน ที่ไมส่ อดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมของชมุ ชนท่สี ืบทอดกนั มา (4) การเปน็ ที่รูจ้ ักและยอมรับจากคนในชุมชน (5) คณุ ธรรม และจรรยาบรรณ (6) องค์ประกอบอืน่ ท่สี อดคล้องกับวถิ ชี วี ติ ตามวฒั นธรรมของชมุ ชน ข้อ 11 เม่ือคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อสมควรได้รับการรับรองเป็น หมอพ้นื บ้าน ใหห้ นว่ ยงาน ตามขอ้ 8 ออกหนังสอื รับรองโดยไมช่ ักช้า การพิจารณารับรองตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการอาจกาหนดข้อจากัดหรือเงื่อนไข ในการรับรองหมอพ้ืนบ้านดว้ ยก็ได้ กรณีคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรไม่ให้การรับรองบุคคลใด ให้หน่วยงานมีหนังสือ ลงทะเบียนทางไปรษณีย์ตอบรับแจ้งให้ผู้เสนอและผู้ได้รับการเสนอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ี คณะกรรมการมมี ติ ขอ้ 1๒ ผู้เสนอหรือผู้ได้รับการเสนอรายช่ือสามารถอุทธรณ์เป็นหนังสือ โดยย่ืนด้วยตนเอง หรอื สง่ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรบั ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วันท่ไี ดร้ บั หนงั สือแจ้งตามข้อ 11 และ ตามหลักเกณฑ์ และวธิ ีการที่กาหนดในระเบยี บนี้

ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข วาดว ยการรับรองหมอพื้นบา น พ.ศ. ๒๕๖๒ (ตอ) ๔๓ หน้า ๔ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานเุ บกษา หมวด 2 คณะกรรมการ สว่ นที่ 1 คณะกรรมการหมอพื้นบ้าน ข้อ 13 ใหม้ ีคณะกรรมการหมอพนื้ บ้าน ประกอบดว้ ย (๑) ปลดั กระทรวงสาธารณสุข เปน็ ประธานกรรมการ (๒) อธบิ ดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปน็ รองประธาน (๓) กรรมการโดยตาแหน่ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสภาการแพทยแ์ ผนไทย (4) กรรมการซ่ึงเป็นคณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชาที่ผลิตบัณฑิตสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย สถาบนั อุดมศกึ ษาเอกชน ซึง่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแตง่ ตั้ง สาขาละหนงึ่ คน (5) กรรมการซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจากหัวหน้าสถาบันหรือสถานพยาบาล ที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรองโดยมี ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้ ถ่ายทอดความรู้ เปน็ ผู้ให้การอบรม จานวนหน่ึงคน (6) กรรมการซ่ึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งต้ังจากผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ด้านเวชกรรมไทย ด้านเภสัชกรรมไทย ด้านการผดุงครรภ์ ด้านการนวดไทย และด้านการแพทย์ พ้นื บา้ นไทย ด้านละหนงึ่ คน และผู้ประกอบวชิ าชีพการแพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ จานวนหนึง่ คน (7) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งต้ังจากบุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถและความเช่ียวชาญ จานวนไม่เกินห้าคน อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วยด้านนิติศาสตร์ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านการศึกษาหรือวิจัย และด้านสังคมศาสตร์ หรือด้านอ่ืน ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง (8) กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิซ่ึงเปน็ หมอพนื้ บ้านทปี่ ลดั กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง จานวนสามคน ให้รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกท่ีอธิบดีมอบหมายเป็นกรรมการ และเลขานกุ าร และให้อธบิ ดแี ต่งต้งั ขา้ ราชการในสังกดั จานวนสองคนเป็นผ้ชู ่วยเลขานุการ โดยต้องเป็น ผปู้ ฏบิ ัติงานด้านกฎหมายหน่ึงคน

ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข วาดว ยการรบั รองหมอพ้นื บา น พ.ศ. ๒๕๖๒ (ตอ ) ๔๔ หน้า ๕ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานเุ บกษา ๑๐ มถิ ุนายน ๒๕๖๒ ข้อ 14 คณะกรรมการมีหน้าที่และอานาจ ดงั ต่อไปนี้ (๑) จัดทาเสนอนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์เก่ียวกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตอ่ รัฐมนตรี (๒) เสนอมาตรการในการศึกษา วิจัย พัฒนาและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และหมอพ้ืนบ้านในระบบบริการทางการแพทย์และการสาธารณสขุ ต่อรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข สภาการแพทย์แผนไทย และหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ ง (๓) ประกาศกาหนด (ก) ลักษณะ ประเภท หรือกรรมวิธขี องภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ข) หลักเกณฑ์ วิธีการ เง่ือนไข และมาตรฐานความรูค้ วามสามารถในการส่งเสรมิ และ ดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถ่ินด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชน ที่สืบทอดกนั มา (ค) จรรยาบรรณ และข้อจากัด และเง่ือนไขความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและ ดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถ่ินด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชน ทีส่ บื ทอดกนั มา (๔) จดั ทาทะเบียนหมอพน้ื บ้านของประเทศ (5) พจิ ารณาวนิ ิจฉยั อุทธรณก์ ารไมร่ บั รอง การไม่ต่ออายุ และการพักใช้หรอื เพกิ ถอนหนงั สือรับรอง (6) ออกประกาศต่าง ๆ เพื่อให้การดาเนนิ การเป็นไปตามระเบยี บน้ี (7) ปฏิบัติการอื่นตามท่รี ฐั มนตรีมอบหมาย ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการหมอพ้ืนบา้ นจงั หวดั ข้อ 15 ใหค้ ณะกรรมการหมอพ้ืนบา้ นจงั หวัด ประกอบด้วย (๑) รองผู้ว่าราชการจังหวดั ที่ผู้วา่ ราชการจังหวัดมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ (๒) นายแพทยส์ าธารณสขุ จังหวดั เป็นรองประธาน (๓) กรรมการโดยตาแหน่ง ประกอบด้วย ท้องถ่ินจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนสภา องค์กรชมุ ชนจงั หวดั และผแู้ ทนสภาการแพทย์แผนไทย (๔) กรรมการซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เลือกกันเอง ให้เหลือสามคน อย่างน้อยต้องมาจากเทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้งข้ึน และองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล แหง่ ละหนงึ่ คน (5) กรรมการซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ัง จากคณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีเรียกช่ือ อย่างอื่นท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชาท่ีผลิตบัณฑิตสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขา

ภาคผนวก ๒ ระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ วา ดวยการรับรองหมอพื้นบา น พ.ศ. ๒๕๖๒ (ตอ) ๔๕ หน้า ๖ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดต้ังข้ึน ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถาบนั อุดมศกึ ษาเอกชน สาขาละหน่ึงคน (6) กรรมการซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังจากหัวหน้าสถาบันหรือสถานพยาบาลท่ีสภาการแพทย์ แผนไทยรบั รองโดยมผี ู้ประกอบวชิ าชีพการแพทยแ์ ผนไทยซง่ึ ไดร้ ับอนุญาตใหถ้ ่ายทอดความร้เู ป็นผู้ใหก้ ารอบรม จานวนหน่งึ คน (7) กรรมการซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ด้านเวชกรรมไทย ด้านเภสัชกรรมไทย ด้านการผดุงครรภ์ ด้านการนวดไทย และด้านการแพทย์ พนื้ บา้ นไทย ดา้ นละหนึ่งคน และผ้ปู ระกอบวิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ จานวนหนึ่งคน (8) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังจากบุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถ และความเชีย่ วชาญ จานวนไม่เกินห้าคน อยา่ งนอ้ ยต้องประกอบไปดว้ ยดา้ นนิตศิ าสตร์ ดา้ นการแพทย์ และการสาธารณสุข ดา้ นการศกึ ษาหรอื วิจัย และด้านสังคมศาสตร์ หรอื ดา้ นอน่ื ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง (9) กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิซ่งึ เปน็ หมอพื้นบ้านท่ผี ูว้ า่ ราชการจงั หวัดแต่งตั้งจานวนสามคน ให้หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในสังกัดสานักงานสาธารณสขุ จังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีในสังกัด เป็นผู้ช่วยเลขานกุ ารจานวนสองคน ข้อ 16 คณะกรรมการมีหน้าท่ีและอานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพประชาชนในท้องถ่ิน ดว้ ยภูมปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทยของหมอพ้นื บา้ นในระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ภายในเขตจังหวดั (2) พจิ ารณาเสนอใหก้ ารรับรอง การออกหนังสือรับรอง และต่ออายุหนงั สอื รับรอง (3) สารวจ รวบรวบ และจัดทาทะเบียนหมอพน้ื บ้าน ภายในเขตจงั หวัด (4) ควบคุม กากับ และดูแลการส่งเสริมและดแู ลสุขภาพประชาชนในท้องถ่ินด้วยภูมิปัญญา การแพทยแ์ ผนไทยของหมอพื้นบา้ นภายในเขตจงั หวัด (5) เสนอให้พักใช้หนงั สอื รบั รอง เปน็ ระยะเวลาไม่เกินสองปี หรอื เพิกถอนหนังสือรับรอง (7) ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ตามทีค่ ณะกรรมการหมอพ้นื บ้านมอบหมาย สว่ นที่ ๓ คณะกรรมการหมอพ้ืนบ้านกรงุ เทพมหานคร ข้อ ๑7 ใหค้ ณะกรรมการหมอพืน้ บ้านกรุงเทพมหานคร ประกอบดว้ ย (๑) ผู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ (๒) รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกท่ีอธิบดีมอบหมายเป็น รองประธาน