Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตร-ม.21

หลักสูตร-ม.21

Description: เนื้อ_หลักสูตร-ม.21

Search

Read the Text Version

โครงการ โรงเรยี นสขี าว (Anti-Corruption) หลกั สตู ร “โตไปไม่โกง” ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 พ.ศ. 2555 สำนักการศกึ ษา กรงุ เทพมหานคร ศนู ยส์ าธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ และองค์กรเพ่อื ความโปรง่ ใสในประเทศไทย หา้ มจำหน่าย

กล่าวนำ เด็กและเยาวชน ถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่ายิ่งของประเทศ เพราะเด็ก และเยาวชนในวันนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า การให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชน จึงมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของสังคมในอนาคต ดังนั้น จึงต้องบ่มเพาะให้ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรมในจิตใจ เพื่อให้เติบโต เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์สังคมที่ดี มีความสุข เป็นสังคมแห่งความดีงาม โดยมี ครแู ละโรงเรยี นทำหน้าท่ถี า่ ยทอดความรู้และบม่ เพาะความดีต้ังแตว่ ัยเยาว์ การจัดทำหลักสูตร “โตไปไม่โกง” สำหรับเด็กในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการที่คำนึงถึงผลในระยะยาว ด้วยความหวังว่า เด็ก และเยาวชนที่ผ่านกระบวน การเรียนรู้ตามแนวทางของหลักสูตรจะได้เรียนรู้และซึมซับคุณค่าของความซื่อสัตย์ ความ รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ การมีจิตสาธารณะ มีชีวติ พอเพยี ง และรักความเปน็ ธรรม อนั จะชว่ ย ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นคนที่มีศักดิ์ศรี เชื่อมั่นในความสุจริต กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบ การทุจริตคอร์รัปชั่น และ การโกงทกุ ประเภท ผมมีความหวังว่าด้วยความพยายามเช่นนี้ จะมีผลให้สังคมของกรุงเทพมหานคร เป็นสังคมที่มีความยั่งยืนและก้าวหน้า เป็นเมืองที่น่าอยู่ ผู้คนมีความสุข และมีจิตสำนึก แห่งความดีงาม และขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมมือกันสร้างสรรค์เพื่อ กรุงเทพมหานครของเราทุกคน หมอ่ มราชวงศส์ ุขุมพันธุ์ บริพัตร ผ้วู า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร

นางทยา ทปี สวุ รรณ รองผู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานคร

กล่าวนำ จดหมายถงึ คณุ ครู คณุ ครทู ่รี กั คะ ดิฉันมีความยินดียิ่งที่ได้มีโอกาสฝากข้อคิดถึงคุณครู ผู้ซึ่งอยู่ในวิชาชีพเดียวกับ ดิฉัน ถึงแม้ว่าวิชาชีพครูของเราจะถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเสมือน “เรือจ้าง” ที่หมดความ สำคัญสำหรับผู้โดยสารเมื่อเขาได้ข้ามถึงฝั่งแล้ว แต่ดิฉันเชื่อเสมอว่าความสุขที่แท้จริง ของครู คือ การได้มีโอกาสกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เปิดมุมมองใหม่ และได้นำเอาข้อคิดและ ประเด็นจากการเรียนไปขบคิด ย่อยสลาย และดูดซึม จนกลายเป็นระบบความเชื่อ ของเขาเองอยา่ งเปน็ ธรรมชาติ โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันนี้ คุณครูคงจะอยากเห็นเด็กนักเรียนได้เสริมสร้าง ความแข็งแรงและมั่นคงทางด้านระบบความคิด และค่านิยมที่จะเกื้อเสริมให้เขาเป็นคน ที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรม ดังเสมือนการได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคร้ายของ การโกงกินและเอาเปรียบสังคม หวังว่าคุณครูจะได้ใช้คู่มือเป็นเครื่องมือช่วยให้นักเรียน ได้เรยี นรู้ และซึมซบั ค่านยิ มหลักของหลักสตู รได้อยา่ งสนกุ สนานและสรา้ งสรรค์ ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนยส์ าธารณประโยชน์และประชาสงั คม เลขาธิการองค์กรเพ่ือความโปร่งใสในประเทศไทย

ปราการตา้ นการทจุ รติ กค็ อื จรยิ ธรรมและคุณธรรมประจำใจ อนั นเ้ี ป็นเรื่องของอุปนสิ ัย เป็นเรอื่ งของการอบรม การทพ่ี ่อแม่ ครบู าครู เพ่ือนฝูง และผูใ้ หญ่ในสังคม ทำให้ดเู ป็นตัวอย่าง นายอานันท์ ปันยารชนุ อดตี นายกรัฐมนตรี ประธานองคก์ รเพอ่ื ความโปร่งใสในประเทศไทย

2 หล กั ส ูต รโ ตไปไมมัธ่โยกมงศกึ ษาปีท่ี สารบญั บทท่ี 1 หลักสูตร “โตไปไมโ่ กง” 10 11 1.1 ท่ีมาของหลักสูตร 14 1.2 หลักสูตร “โตไปไมโ่ กง” : ลกั ษณะพเิ ศษ 14 1.3 วสิ ัยทศั น ์ 15 1.4 วตั ถุประสงค์ของหลกั สูตร 1.5 สาระของหลกั สูตร 24 38 บทที่ 2 รูปแบบการเรียนการสอนหลกั สูตร “โตไปไมโ่ กง” 44 สำหรับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนต้น 45 49 2.1 ทฤษฎีการเรียนรู้เพ่ือสร้างอุปนสิ ัยอนั ดงี ามในระดบั ชัน้ 50 มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 53 2.2 การสอนในรปู แบบชดุ กิจกรรม 53 56 บทท่ี 3 การบรู ณาการการสอนในหลักสตู ร “โตไปไม่โกง” 3.1 ชดุ สาระหา้ ประการ 3.2 ชุดกิจกรรมการเรียนร ู้ 3.3 ชดุ ความรู้เกี่ยวกบั คอรร์ ัปชัน 3.4 การออกแบบการเรียนการสอนหลกั สตู ร “โตไปไม่โกง” บทที่ 4 การประเมนิ ผล 4.1 การประเมินหลกั สตู รในภาพรวม 4.2 การประเมินผลอน่ื ๆ 4.3 กรณศี ึกษาเชิงจริยธรมม

สังคมไทยสว่ นใหญจ่ ะให้ความสำคัญกบั ฮารด์ แวร์ แตจ่ ะละเลย ในสว่ นของซอฟตแ์ วร์ ซึ่งก็คอื คน ถา้ ขาดส่งิ ใดส่ิงหนึ่ง ก็ไปกนั ไม่ได้ ดังน้ันจึงตอ้ งหันมาให้ความสำคัญกับคนใหม้ าก และตอ้ งสง่ เสรมิ กันต้งั แตย่ ังเล็ก โดยเฉพาะ 7 ปแี รกของชีวติ เพราะสิ่งท่ปี ลูกฝงั อยู่ในตัวเขาจะเปล่ียนแปลงยาก จะอยู่ตดิ ตัวเปน็ จิตใตส้ ำนึก และเป็นภูมิค้มุ กันหรอื วคั ซนี ใหเ้ ขา ดร.จุรี วิจติ รวาทการ ประธานศนู ยส์ าธารณประโยชนแ์ ละประชาสงั คม เลขาธกิ ารองคก์ รเพือ่ ความโปรง่ ใสในประเทศไทย

1 บทที่ หลักสูตร “โตไปไมโ่ กง” 1.1 ทม่ี าของหลักสูตร ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเป็นปัญหาที่หนักหน่วงและบ่อนทำลาย ประเทศในทุกๆ ด้าน พฤติกรรมคอร์รัปชันฝังรากลึกในสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนาน และทวีความรุนแรงขึ้น ความแพร่หลายของคอร์รัปชันในปัจจุบันมีอิทธิพลอย่างสูงในการ แปรเปลย่ี นค่านิยมดีงามเดมิ ของสงั คมไทยที่ยึดม่นั ในความสจุ ริต ค่อยๆ กลายมาเปน็ การ ยอมรับการคอร์รัปชันว่าเป็นเรื่องธรรมดา พฤติกรรมการคอร์รัปชันมีความสลับซับซ้อน และมักมีผู้มีอำนาจที่ทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันจึงเป็นไป โดยลำบากมากขึ้น และความพยายามที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถทำให้คอร์รัปชันหมดไปได้ การปอ้ งกนั การคอรร์ ัปชันจงึ นา่ จะเป็นอีกมาตรการทส่ี ำคญั โดยตอ้ งเรมิ่ ต้นที่จติ สำนึกของ แต่ละบคุ คลท่ีจะต้องมคี วามเขม้ แข็งยึดมนั่ ในความสจุ ริต และรงั เกียจพฤตกิ รรมการทุจรติ คอร์รปั ชัน และพรอ้ มท่จี ะตอ่ สู้กบั ความไมถ่ กู ตอ้ ง หลกั สตู รเกย่ี วกบั การตา้ นทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั สำหรบั ใชใ้ นโรงเรยี นในสงั กดั กรงุ เทพมหานคร นี้ จึงกำเนิดขึ้นโดยเป็นความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร ศูนย์สาธารณประโยชน์และ ประชาสงั คม สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ และองคก์ รเพอ่ื ความโปรง่ ใสในประเทศไทย ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างค่านิยมไม่ยอมรับพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันและ การโกงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน และเชื่อว่าการสร้างค่านิยมที่ ถูกต้องนี้จะเป็นรากฐานสำคัญเพื่อทำให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็น ปราการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาทจุ ริตคอรร์ ัปชนั ทีไ่ ดผ้ ลทส่ี ุด 10

1.2 หลักสูตร “โตไปไม่โกง” : ลักษณะพิเศษ หลักสตู ร “โตไปไม่โกง” มลี กั ษณะท่พี ิเศษแตกต่างไปจากหลักสูตรโดยทวั่ ไป นอก เหนือจากเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กให้ “โตไปไม่โกง” แล้ว ยังมี ความพิเศษในประเด็นหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับครู นักเรียน และการจัดการเรียนการสอน ดงั ต่อไปน้ี 1) ปรชั ญาความเช่อื : เดก็ ทุกคนมคี วามบริสทุ ธิ์ ไมม่ ีเดก็ ท่มี ีความชั่วร้ายเลวรา้ ยท่ี ติดมากับตัว เช่น พันธุกรรมกำหนด เรื่องเลือดชั่ว สันดานไม่ดี เกิดมาก็คดโกง หรือขาด จติ สำนกึ และคุณธรรม เปน็ เรื่องทีข่ าดการพิสูจนเ์ ชิงประจักษ์ พี่น้องที่มีพันธุกรรมคล้ายกัน มีทั้งเป็นคนดีและคนเลว ดังนั้น กระบวนการหล่อ หลอมกล่อมเกลาประสบการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะในวัยเด็ก ย่อมมีอิทธิพลต่อการปลูกฝัง จิตสำนกึ ความคิด ความเชอ่ื และระบบคา่ นิยมของแตล่ ะคน 2) เป้าประสงค์ของโครงการ ให้โอกาสการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในวัยเด็กว่าด้วยเรื่อง ปลูกฝังจิตสำนึกและระบบคุณค่าความคิด ความเชื่อ ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ผสมผสานสาระ กับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ต่างๆ เช่น การฟังและการอ่านหนังสือ และการถกคุย อภปิ รายถงึ สาระของสิ่งที่เรียนรู้ การใช้สื่อการเรียนรูอ้ ่ืนๆ ทสี่ นุก เช่น เพลง การเล่นเกม การเลน่ ละคร การทำงานศลิ ปะ เพ่ือให้เกิดความประทบั ใจกบั สาระทีค่ วรรู้ 3) กระบวนการเรียนรู้ที่เด็กมีส่วนร่วมและให้เด็กเป็นผู้ปฏิบัติเอง คิดเอง ทำเอง และขบคิดแก้ปัญหาเอง จะเป็นวิธีการที่สร้างความประทับใจให้แก่เด็กได้มากที่สุด และ จะเป็นการเรยี นรูท้ ี่ฝังรากลึกลงในจิตใจและความทรงจำของเด็กไดย้ าวนานที่สดุ 4) หลักสูตรนี้มีความพิเศษและความเฉพาะเจาะจง เพราะเป็นการนำร่องในความ พยายามที่จะสกัดค่านิยมหลักที่เชื่อว่า จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันอย่างดีต่อการถูกยั่วยุให้ กระทำการทุจริต ประพฤติมชิ อบ หรอื คอร์รปั ชัน 5) ความพิเศษนี้รวมถึงวิธีการเรียนการสอนนั้น ไม่ยึดวิธีการทั่วไป เช่น ครูจะ มีบทบาทเป็นผู้นำ ผู้ชี้แนะ ผู้กำกับควบคุมกิจกรรมต่างๆ และเด็กนักเรียนจะเป็น ฝ่ายปฏิบัติทดลองทำ โดยมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการและทุกขั้นตอนของทุกครั้งที่มี การเรียนการสอนหรือทำกจิ กรรม 11

6) เพื่อให้ครูเข้าใจ ส่งเสริมและสนับสนุนการทดลองนำร่อง หลักสูตรได้รวมถึง คู่มือให้ครู มีการอบรม และการบ้านที่ฝากให้ครูที่สนใจช่วยร่วมพัฒนาหลักสูตรต่อไป นอกจากนี้แล้วยังมีอุปกรณ์สำหรับทุกห้องเรียนในทุกระดับชั้นที่เข้าร่วมโครงการ โดยทุก หอ้ งจะไดร้ บั กระเป๋าที่มีสอ่ื การเรยี นการสอนครบถว้ น อาทิ คู่มือครู หนงั สอื ซีดีเพลง ครูจะไม่ต้องกังวลในการเตรียมสื่อการเรียนการสอนที่จะดำเนินการในวิชานี้ ครูสามารถจะนำสื่อการเรียนการสอนที่โครงการจัดเตรียมไว้ให้มาใช้ประโยชน์ได้ทุก สปั ดาหต์ ามสาระการเรยี นที่คู่มอื ไดก้ ำหนดไว้ 7) เนื่องจากเป็นหลักสูตรพิเศษและหลักสูตรเสริมที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เห็นว่าสำคัญต่อการสร้างเด็กเพื่อสร้างชาติ กระบวนการเรียนรู้ของหลักสูตรจึงถูก ออกแบบใหม้ ีความแตกตา่ งจากการสอนท่วั ไป โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง การปลูกฝงั เรอื่ งคณุ คา่ ค่านิยม ต้องเน้นวิธีการทางตรงแต่ต้องไม่ละเลยวิธีการทางอ้อม เพราะเด็กต้องเกิด ความประทับใจ และเกิดการดูดซึมซึมซับคุณค่าและค่านิยมอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ถูก บังคับ ยัดเยียด ความประทับใจนี้จะมีผลกระทบต่อการยึดรากฐานของความเชื่ออย่าง ลึกซึ้ง ถ้าเด็กได้รับการตอกย้ำคุณค่าอย่างสนุก ชวนคิด ถูกกระตุ้น และปลุกเร้าให้คิดให้ ทำอย่างสม่ำเสมอผ่านสื่อ และวิธีการต่างๆ ตัวอย่างที่ดี คือ เมื่อเด็กได้ยินเพลงใดเพลง หนึ่งที่เคยร้อง หรือจะเป็นเพลงหลักของโครงการก็ได้ เด็กจะเกิดความทรงจำอัน หลากหลายเกี่ยวกับประสบการณ์ของการฟังเรื่องเล่า การอ่าน การละเล่น การลงมือทำ กจิ กรรมหรือจากละคร และจากการทถ่ี กคยุ กันทกุ ครงั้ หลงั จากได้ทำกิจกรรม กระบวนการทวนความจำ (Recall) ของมนุษย์สามารถจะถูกกระตุ้นหรือปลุกเร้า จากสัมผัสต่างๆ ได้ ดังนั้น หลักสูตรจึงมุ่งเน้นให้เด็กเกิดความประทับใจ และให้มีแรง บันดาลใจจากสื่อสัมผัสต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการคิดและไตร่ตรองเมื่อมีเหตุการณ์ท้าทาย หรอื ลอ่ แหลมท่ีต้องเผชิญด้วย 8) หลักสูตร “โตไปไมโ่ กง” ในระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) มพี ้นื ฐานมาจาก ทฤษฎพี ฒั นาการด้านจริยธรรม โดยเน้นการกระตนุ้ ความคดิ และจุดประกายจติ สำนกึ ดา้ น จริยธรรมที่อยู่ในจิตใจเด็ก โดยบทเรียนจะประกอบไปด้วยกรณีศึกษาที่นำเสนอผ่านสื่อ หลายรูปแบบและกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายความคิด เพื่อให้ นกั เรยี นฝกึ ฝนการคดิ อยา่ งรอบดา้ น ใชว้ ิจารณญาณเปน็ และตัดสนิ ใจอย่างมจี รยิ ธรรม 12

โดยสรุป หลักสูตรมุ่งหวังจะฉีดวัคซีนอันมีประสิทธิภาพเพื่อให้เด็กได้มีภูมิคุ้มกัน สามารถจะช่วยต้านทานสิ่งที่ไม่ดีและสิ่งที่จะมายั่วยุในภายภาคหน้าของชีวิต เปรียบ เสมือนถ้าเราเคยฉีดวัคซีนที่ดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เราสามารถจะมีภูมิคุ้มกันต่อ โรคภยั ท่ีหอ้ มลอ้ มเรา ทำใหเ้ รายังแขง็ แรงไม่ติดเชอื้ ติดโรคเหลา่ นนั้ การทำหลักสูตรนี้ จึงเปรียบเสมือนการคิดค้นศึกษาวิจัย วิเคราะห์ และผลิตวัคซีน ของการสร้างภูมิคุ้มกันต่อความไม่ดีให้แก่เด็กนักเรียน ถ้าเด็กนักเรียนได้รับในปริมาณ ที่เพียงพอและเหมาะสมย่อมจะส่งผลให้มีภูมิต้านทานที่ดี ทั้งนี้ มีการถามว่าจะเห็นผล ได้อย่างไร หรือจะเห็นผลได้เร็วแค่ไหน คำตอบ คือ ในช่วงทดลองนำร่องดำเนินการ หลกั สตู รนจ้ี ะมกี ารประเมนิ วา่ หลกั สตู รไดถ้ กู นำไปปฏบิ ตั จิ รงิ หรอื ไม่ มปี ญั หาอปุ สรรคอยา่ งใด หรือไม่ เด็กนักเรียนและครูมีความรู้สึกอย่างไรกับหลักสูตร มีความพึงพอใจมากน้อย เพียงใด เครื่องมือ สื่อ และวิธีการต่างๆ ใช้ได้สะดวกและเป็นประโยชน์หรือไม่การ ประเมินในขั้นแรกคือการประเมินศักยภาพและการดำเนินการของหลักสูตร รวมถึง ความพึงพอใจของผู้ใช้ซึ่งรวมถึงครูและนักเรียนด้วย ส่วนผลลัพธ์และผลกระทบ ในระยะยาวของการปลูกฝังค่านิยม คงต้องให้เวลาฟูมฟัก หยั่งรากฝังในและบ่มเพาะใน ตวั เดก็ ระยะหนงึ่ กอ่ น จงึ จะประเมินไดอ้ ย่างแท้จรงิ วา่ ได้เกิดผลมากนอ้ ยเพียงใด 13

1.3 วิสัยทศั น์ หลักสูตร “โตไปไม่โกง” มุ่งหล่อหลอมปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เปี่ยมไปด้วยค่านิยมและคุณสมบัติที่พึงปรารถนา ได้แก่ ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ และรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม รวมทั้งมีความรักในความถูกต้องและเป็นธรรม โดยยึด หลักความพอเพียงในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ขาดเสียมิได้ในการสร้าง ภูมิคุ้มกันต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบ และต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น สังคม และประเทศชาติ 1.4 วตั ถุประสงค์ของหลกั สตู ร 1) เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ ดว้ ยพนื้ ฐานของความถกู ต้องและเปน็ ธรรม 2) เพื่อสร้างจิตสำนึกคุณธรรมของผู้เรียนให้ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบผู้อื่น รู้จัก จำแนกชั่วดี สามารถแยกแยะความผิดและความถูกต้อง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อปัญหา ทุจรติ คอร์รปั ชนั 3) เพอื่ พฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ ความซื่อสตั ย์สจุ ริต การ มีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมทางสังคม การกระทำอย่างรับผิดชอบ และการเป็นอยู่ อย่างพอเพยี ง 4) เพื่อพัฒนาสมรรถนะในการคิดและมีวิจารณญาณในการแก้ไขปัญหาของผู้เรียน ให้คิดเปน็ และปฏบิ ตั อิ ย่างถูกตอ้ ง กลา้ หาญ และมีคุณธรรม 14

1.5 สาระของหลกั สูตร ค่านิยมและคุณค่าที่ดีงามของสังคมนั้นมีอยู่มากมาย ดังนั้น ในหลักสูตรนี้จึงได้ คัดเลือกค่านิยมหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการสร้างจิตสำนึกอันจะนำไปสู่เป้าหมายการ สร้างสรรค์สังคมสุจริต นำมาเป็นเนื้อหาในการถ่ายทอดบทเรียนต่างๆ กระบวนการคัด เลือกคุณค่าเหล่านไ้ี ดม้ กี ารคดั สรรและวเิ คราะห์จากผูเ้ ช่ยี วชาญในสาขาท่ีเกี่ยวขอ้ ง เพ่ือให้ มีความครอบคลุมมากท่สี ดุ และเหมาะสมกบั สถานการณแ์ ละบริบทสงั คมไทยในปจั จบุ ัน สาระหลักของหลักสูตรโตไปไม่โกง ประกอบไปด้วยคุณค่าความดีห้าประการ ไดแ้ ก่ • ความซื่อสัตยส์ จุ รติ (Honesty and Integrity) • การมจี ิตสาธารณะ (Greater Good) • ความเปน็ ธรรมทางสงั คม (Fairness and Justice) • การกระทำอย่างรบั ผดิ ชอบ (Responsibility and Accountability) • การเป็นอยู่อย่างพอเพียง (Sufficiency and Moderation) คุณค่าเหล่านี้มีความเชื่อมโยงและสร้างเสริมซึ่งกันและกันให้แข็งแรงขึ้น เสมือน เปน็ การวางเสาหลกั หลายๆ ต้นเพอ่ื เปน็ รากฐานให้เด็กๆ มจี ติ สำนกึ ท่มี ่นั คงในความสุจรติ รังเกียจการคดโกง และเหน็ แก่ประโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน 15

รูปที่ 1 คุณคา่ ความดีหา้ ประการ ในสาระหลักสูตร “โตไปไม่โกง” คFaวทiาrJมาnuงเesปสtsน็งัiscคธeaมรnรdม ควHาoมInnซetือ่ esสgtyตัriยtay์สnจุ dรติ กGารreมaีจtติ eสrาGธoารoณdะ ReAกscpาcรรooกบัnuรผsะniดิ bทtชiaำlอibอtบyยil่าitaงynd SกuMาfรfoiพเcปdiอe็นeเnพอracยยี tyอู่งioยanา่nงd 16

ความซือ่ สัตยส์ จุ รติ (Honesty and Integrity) แนวคิด ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นค่านิยมพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนิน ชีวิตที่ดีงามและนำไปสู่สังคมที่สุจริตและใสสะอาด ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย แต่ การสร้างจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริตให้เข้มแข็งอย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยการบ่ม เพาะและตอกย้ำ ฝึกฝนทั้งความคิดและพฤติกรรมให้มีความซื่อสัตย์ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือ ใหญ่ โดยเฉพาะการซื่อสัตย์ต่อตนเองและด้วยตนเองยามไม่มีใครกำกับควบคุม ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กๆ สามารถดำรงตนอยู่บนความซื่อสัตย์ได้ภายใต้สภาวะสิ่งล่อใจต่างๆ โดยจะ ต้องสร้างความเข้าใจให้เห็นว่าผู้ที่ยอมแพ้ต่อความทุจริต มีพฤติกรรมคดโกงยอมแลก ความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงอำนาจและเงินทองนั้น เป็นผู้ที่มีพฤติกรรม น่าละอาย เนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์และทุจริตนั้นทำร้ายตนเองและผู้อื่น บุคคลทุจริต มิได้เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ไม่น่านับถือ และไม่สามารถมีความสุขใน ระยะยาวได้ ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริตเป็นผู้ที่มีเกียรติและ ศกั ดศิ์ รี และมีชีวิตทเี่ จรญิ งอกงามอย่างแท้จริง ความหมาย ความซื่อสัตย์สุจริต คือ การยึดมั่นในความสัตย์จริงและในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม มี ความซอ่ื ตรง และมเี จตนาทบ่ี รสิ ทุ ธ์ิ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ อ่ ตนเองและผอู้ น่ื โดยชอบ ไมค่ ดโกง การนำไปใช้ในเชงิ พฤติกรรม • พดู ความจรงิ • ไมล่ ักขโมย • ทำตัวเป็นท่นี ่าเชือ่ ถือ ทำตามสัญญา • ตรงไปตรงมา • กล้าเปดิ เผยความจริง • รู้จกั แยกแยะประโยชน์ส่วนตวั สว่ นรวม 17

การมีจิตสาธารณะ (Greater Good) แนวคิด เราทุกคนเป็นสมาชิกของสังคม ซึ่งทุกคนล้วนปรารถนาที่จะอยู่ในสังคมที่ดีและ เป็นสุข สังคมจะดีได้นั้นจึงขึ้นอยู่กับสมาชิกในสังคมที่จะต้องร่วมกันสร้างและช่วยกัน ประคับประคอง โดยการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในสังคมหนึ่งนั้น ต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน รวมทั้งการที่สมาชิกในสังคมคิดและทำเพื่อส่วนรวม รู้จักการให้เพื่อสังคม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ และพร้อมที่จะเสียสละ หรือช่วยปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม การปลูกฝังจิตสาธารณะตั้งแต่เล็กนี้จะเป็น พื้นฐานสำคัญในการสร้างคนดีที่มิใช่เก่งเพียงอย่างเดียวหรือเก่งแต่เอาเปรียบผู้อื่น แต่ เป็นคนดีที่จะสามารถโอบอุ้มสังคมและพัฒนาประเทศชาติ โดยในระดับเยาวชนอาจ เร่ิมฝึกฝนจากสงั คมเล็ก เช่น จิตสาธารณะในโรงเรียนหรอื ชมุ ชน ความหมาย การมจี ติ สาธารณะ คอื การมจี ติ สำนกึ เพอ่ื สว่ นรวม มคี วามตระหนกั รแู้ ละคำนงึ ถงึ สังคมส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อตัวเองในการกระทำใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ เสียหายต่อส่วนรวม และพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวม การนำไปใชใ้ นเชงิ พฤตกิ รรม • ร่วมดูแลสงั คม • รับผิดชอบส่วนรวม • เสยี สละเพื่อส่วนรวม • เออ้ื เฟือ้ เมตตา มนี ำ้ ใจ • ไม่เหน็ แก่ตวั 18

ความเป็นธรรมทางสังคม (Fairness and Justice) แนวคดิ ทุกคนควรได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะแตกต่าง กันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ภูมิกำเนิด ฐานะ หรือการศึกษา ดังนั้น การให้ความเคารพใน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น การไม่เอาเปรียบผู้อื่น การเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของ ตนเอง และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น จะช่วยให้รักษาความเป็นธรรมในสังคมได้มากขึ้น ผู้ที่เข้าใจและรักความเป็นธรรมจะไม่เอาเปรียบผู้อื่น ผู้นำที่มีความเป็นธรรมจะ ไม่คดโกงจากส่วนรวมหรือให้ผลประโยชน์แต่เพียงพวกพ้อง แต่คำนึงถึงทุกๆ คนอย่าง เท่าเทยี มและยตุ ธิ รรม ความหมาย ความเป็นธรรมทางสังคม คือ การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน และอย่างมีเหตุผล โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น สถานะทางเศรษฐกิจ และสังคม การนำไปใช้ในเชงิ พฤติกรรม • นกึ ถึงใจเขาใจเรา • ไมเ่ อาเปรียบผูอ้ ืน่ • รับฟังผู้อื่น • เคารพให้เกียรตผิ อู้ ืน่ • กตัญญูอยา่ งมเี หตุผล • คำนึงถงึ ความยุตธิ รรมโดยตลอด 19

ก(Rาeรsกpรoะทnำsiอbยilา่ iงtyรบั aผnดิ dชAอบccountability) แนวคดิ ในทุกสังคมประกอบด้วยสมาชิกหรือบุคคลที่แตกต่างหลากหลาย แต่ละคนต่าง ก็มีบทบาทและหน้าที่ต่างๆ ที่เหมือนกันบ้างและต่างกันบ้าง ตั้งแต่เป็นสมาชิกของ ครอบครัว สมาชิกของโรงเรียน สมาชิกของที่ทำงาน และสมาชิกของสังคม ดังนั้น การ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สมาชิกทุกคนจะต้องเข้าใจความรับผิดชอบในบทบาทและ หน้าที่ของตนเอง ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อย่างมีความรับผิดชอบไม่ให้ขาดตกบกพร่อง มี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ละเมิดผู้อื่น มีวินัยและมีความเคารพต่อกฎเกณฑ์กติกาที่ ตกลงร่วมกันเพื่อความผาสุกและเป็นธรรมของสังคม ผู้ที่มีความรับผิดชอบจะต้องมี ความเปิดเผยและโปร่งใส พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบได้ และหากกระทำผิดก็พร้อมที่ จะยอมรับผิดและปรับปรุงแก้ไขในการกระทำที่ผิดพลาดของตนเอง คุณค่าของความ รับผิดชอบนี้เป็นอีกหนึ่งจิตสำนึกที่จำต้องสร้างและฝึกฝน ผู้ที่ขาดจิตสำนึกของความ รับผิดชอบนอกจากจะมีแนวโน้มที่จะละเลยหน้าที่ของตัวเอง อาจนำไปสู่การใช้อำนาจ หน้าที่ในการหลบเลี่ยงกฎกติกาหรือกอบโกยผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความ เดือดร้อนของผ้อู น่ื ความหมาย การกระทำอย่างรับผิดชอบ คือ การมีจิตสำนึกในบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพกฎเกณฑ์กติกา พร้อมให้ตรวจสอบการกระทำได้ เสมอ หากมีการกระทำผิดกพ็ รอ้ มทจ่ี ะยอมรับและแกไ้ ขในส่งิ ทีผ่ ดิ 20

การนำไปใชใ้ นเชงิ พฤตกิ รรม • ทำหนา้ ทข่ี องตัวเองใหด้ ที ่ีสุด • มรี ะเบยี บวินยั • เคารพกติกา • รบั ผดิ ชอบในสงิ่ ที่ทำ กลา้ ยอมรบั ผดิ และรบั การลงโทษ • รจู้ กั สำนึกผดิ และขอโทษ แกไ้ ขในสง่ิ ผดิ • กลา้ ทำในสง่ิ ท่ีถูกต้อง 21

• การเปน็ อยู่อยา่ งพอเพียง (Sufficiency and Moderation) ...พอเพียง มีความหมายกว้างขวางย่งิ กวา่ น้ีอีก คอื คำว่าพอ กพ็ อเพยี งน้กี พ็ อแค่นั้นเอง คนเราถา้ พอในความต้องการกม็ คี วามโลภนอ้ ย เม่ือมีความโลภน้อย ก็เบยี ดเบยี นคนอ่นื นอ้ ย ถา้ ประเทศใดมีความคิดอนั น้ี มคี วามคดิ วา่ ทำอะไรตอ้ งพอเพยี งหมายความว่าพอประมาณ ซอื่ ตรง ไมโ่ ลภอยา่ งมาก คนเรากอ็ ยเู่ ปน็ สขุ พอเพยี งนอ้ี าจจะมี มมี าก อาจจะมีของหรหู รากไ็ ด้ แต่ว่าตอ้ งไมไ่ ปเบียดเบียนคนอ่นื ... พระราชดำรัส เน่อื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วนั ท่ี 4 ธันวาคม 2541 22

แนวคิด การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ควรถือปฏิบัติ การรู้จักความพอดี พอประมาณในการใช้ชีวิต การรู้สึกพอใจในสิ่งที่ ตนเองมีอยู่การรู้ประหยัดและรู้คุณค่าสิ่งของเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างนิสัยที่เป็นอยู่ อย่างพอเพียง จะไม่ทำให้เกิดการดิ้นรนแบบเห็นแก่ตัวและขาดสติ จนกระทั่งนำไปสู่ การทุจริตและคดโกง ความพอเพียงนั้นยังส่งผลให้เราไม่เอาเปรียบผู้อื่นและสังคมใน ภาพรวมดว้ ย ความหมาย การเป็นอยู่อย่างพอเพยี ง คอื การดำเนินชีวิตโดยยึดหลกั ความพอประมาณ ซอ่ื ตรง ไม่ละโมบโลภมาก รู้จักยับยั้งชั่งใจ และต้องไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนทั้งตัวเองและ ผูอ้ น่ื การนำไปใช้ในเชิงพฤตกิ รรม • ร้จู กั ความเพยี งพอ ความพอดี • มีความอดทนอดกลน้ั รู้จกั บงั คับตัวเอง • ไมก่ ลวั ความยากลำบาก • ไมท่ ำอะไรแบบสุดขวั้ หรอื สดุ โต่ง • มีสติและเหตุผล 23

2 บทท่ี รปู แบบการเรยี นการสอน หลกั สตู ร “โตไปไม่โกง” สำหรบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดีนั้นมีความแตกต่างจากการเรียน การสอนโดยทั่วไป ในการปลูกฝังค่านิยมเพื่อให้ยึดมั่นในความสุจริตดีงามให้ประสบความ สำเร็จได้นั้น สำคัญที่นักเรียนจะต้องรู้สึก เข้าใจ และเห็นคุณค่าของความดีงามอย่าง แท้จริง และพรอ้ มทจี่ ะนำมาเป็นวถิ ีการดำเนนิ ชีวติ ของเขา มิฉะน้ันแลว้ การเรยี นการสอน ก็จะเป็นเพียงการท่องจำเพื่อสอบเพียงอย่างเดียวแต่มิได้นำไปปฏิบัติ หลักสูตรนี้จึงถูก พัฒนาขึ้นเพื่อให้นักเรียนสามารถซึมซับสาระและคุณค่าต่างๆ ที่ถ่ายทอดผ่านหลักสูตรนี้ ได้อย่างลึกซึ้ง โดยไม่เน้นการท่องจำ และสร้างความมั่นใจในศักยภาพความดีในตัวเอง เพือ่ ให้จิตสำนึกนแี้ ขง็ แรงและคงอยู่กับนักเรียนแม้เมอื่ เขาเติบโตข้นึ 2.1 ทฤษฎกี ารเรยี นรู้เพ่อื สร้างอปุ นิสัยอันดงี าม ในระดับช้นั มัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนในแต่ละวัยนั้นนอกจากจะมีระดับการเรียนรู้ที่ต่างกันแล้ว ยังมีการพัฒนา ความคิดเรื่องจริยธรรมที่ต่างกันไปด้วย ซึ่งความเข้าใจในพัฒนาการและการก่อตัวของ ความรู้สึกนึกคิดและความฉลาดทางจริยธรรมนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ครูผู้สอน เข้าใจในธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียนและสื่อสารกับนักเรียนในแต่ละระดับได้ เหมาะสมยิ่งขึ้น นักจิตวิทยาหลายท่านได้ศึกษาถึงพัฒนาการด้านจริยธรรมของเด็ก และ มผี ลการศึกษาทน่ี ่าสนใจ ดงั ตอ่ ไปนี้ 24

• ทฤษฎีพัฒนาการดา้ นจริยธรรมของเพียเจต์ (Piaget) เพียเจต์เป็นนักจิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก ได้ศึกษาความแตกต่างของความคิด ด้านจริยธรรมของเด็กในแต่ละวัย และได้เริ่มเชื่อมโยงพัฒนาการด้านจริยธรรมเข้ากับ ความฉลาดในการรับรู้กฎเกณฑ์ต่างๆ ทางสังคม เพียเจต์เชื่อว่าพัฒนาการทางจริยธรรม ของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาของบุคคลนั้นๆ ด้วย (Crain, W.C. 1985. Theories of Development : Concepts and Applications. 2nd ed. Englewood Cliffs, N.J. : Prentice-Hall. Pp.118-136.) เพียเจต์ได้ศึกษาพัฒนาการทางจริยธรรมของมนุษย์ตั้งแต่ขั้นก่อนการรับรู้ด้าน จริยธรรม (Premoral Stage) เป็นระดับจริยธรรมของเด็กที่มีอายุอยู่ประมาณระหว่าง แรกเกิดถึง 2 ขวบ ซึ่งในขั้นนี้เด็กจะยังไม่มีความสามารถในการรับรู้สิ่งแวดล้อมอย่าง ละเอียดมากนัก พฤติกรรมจึงเป็นไปตามความต้องการทางร่างกายเป็นหลัก มิได้คำนึง ถึงผู้อื่นหรือความถูกต้องหรือกาลเทศะใดๆ เช่น เด็กจะร้องเมื่อหิว หรือร้องไห้เมื่อ เจ็บปวด กลัวหรือตกใจ เป็นต้น จากนั้นเมื่อเด็กโตขึ้นเขาจะเข้าสู่ขั้นปฏิบัติตามคำสั่ง (Heteronymous Stage) โดยในขัน้ นเ้ี ด็กเริม่ รับรสู้ ภาพแวดล้อมและบทบาททางสงั คมได้ มากขึ้น เรมิ่ เขา้ ใจเรือ่ งกฎวา่ อะไรควรทำหรือไมค่ วรทำ ในช่วงนจี้ ะมีความเกรงกลัวอำนาจ ของผู้ใหญ่และเหน็ วา่ คำสงั่ ของผ้ใู หญ่เปน็ ประกาศิตที่จะต้องทำตาม เดก็ จะเรม่ิ เรยี นรแู้ ละ สั่งสมประสบการณ์ด้านจริยธรรมจากการปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบข้าง เด็กจะพัฒนาขึ้น ตามวัยจนถึงระดับการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นและยึดตนเองเป็นหลัก (Autonomous Stage) เด็กจะสามารถตดั สนิ ใจได้ดว้ ยเหตุผลของตนเอง และเรม่ิ สังเกตและเขา้ ใจถึงความ รสู้ กึ ของผู้อื่นมากขนึ้ นอกจากการศกึ ษาพฒั นาการของเดก็ ในระดบั ต่างๆ ท่คี ่อนข้างละเอียดของเพยี เจต์ แต่ที่น่าสนใจคือ การที่เพียเจต์พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงในพัฒนาการด้านจริยธรรมของ เด็กอย่างมากในช่วงประมาณอายุ 10-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กกำลังเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ มากขึน้ ตวั อยา่ งเชน่ 25

• ด้านความเช่ือในกฎเกณฑ์ เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 10-11 ขวบ) มักจะเชื่อว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ นั้นเป็นดั่งประกาศิต เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หรือพระเจ้ากำหนดไว้และห้ามเปลี่ยนแปลงโดยเด็ดขาด แต่สำหรับเด็ก ที่โตขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น เขาเริ่มมีความยืดหยุ่นในความเชื่อนี้ เริ่มตั้งคำถาม และเริ่มคิดว่าจริงๆ แล้วกฎเกณฑ์ก็น่าจะเปลี่ยนแปลงได้หากทุกคนเห็นพ้อง เพราะ กฎต่างๆ ไม่ใช่กฎศักดส์ิ ิทธิ์แตม่ ไี วเ้ พือ่ เปน็ เคร่ืองมอื ช่วยให้ผูค้ นสังคมอยู่ร่วมกนั ได้ • ด้านการวดั หรอื ตดั สินใจในทางจริยธรรม เพียเจต์พบว่า ในการตัดสินว่าใครทำผิดหรือถูกนั้นเด็กเล็กมักจะตัดสินจากผลของ การกระทำ ในขณะที่เด็กโตมักจะใช้พื้นฐานการตัดสินจากเจตนาของผู้กระทำ ตัวอย่าง เช่น หากเด็กเล็กได้ฟังเรื่องว่า มีเด็กคนหนึ่งทำถ้วยแตกไปถึง 15 ใบ เนื่องจากเขา พยายามจะเข้าไปช่วยแม่ถือ เปรียบเทียบกับเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำถ้วยแตกไปหนึ่งใบ เน่อื งจากเขาพยายามจะเขา้ ไปขโมยคกุ ก้ี เดก็ เล็กๆ สว่ นใหญ่จะตัดสินว่าเดก็ คนแรกทำผดิ มากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากเด็กเล็กตัดสินจากจำนวนหรือผลความเสียหายเป็นหลัก และยังมี ความเข้าใจเรอ่ื งเจตนาน้อยอยู่ อยา่ งไรกต็ าม พฒั นาการทางจรยิ ธรรมของเดก็ ยงั เปน็ ไปอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ซง่ึ โคลเบอรก์ (Kohlberg) เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีผลการศึกษาที่สำคัญและน่าสนใจ โดยเขาเชื่อว่าพัฒนาการ ด้านจรยิ ธรรมมีความละเอียดอ่อนกว่านี้ และไม่ไดห้ ยดุ อยูเ่ พียงวัยเด็ก แต่ดำเนนิ ไปจนถึง วัยผู้ใหญ่ดว้ ย 26

• ทฤษฎพี ฒั นาการดา้ นจริยธรรมของโคลเบอร์ก (Kohlberg) ในการวัดระดับพัฒนาการด้านจริยธรรมนั้น โคลเบอร์กทำการวิจัยโดยถาม คำถามด้านจริยธรรมให้กลุ่มตัวอย่างตัดสินใจว่าจะทำเช่นไร (Crain, W.C. 1985. Theories of Development : Concepts and Applications. 2nd ed. Englewood Cliffs, N.J. : Prentice-Hall. Pp.118-136.) ตัวอยา่ งคำถามดา้ นจริยธรรม ทโ่ี คลเบอร์กใช้ในการวจิ ยั • กรณขี โมยยา ในประเทศยุโรป มีสตรีผู้หนึ่งกำลังป่วยหนักจนใกล้เสียชีวิตด้วย โรคมะเรง็ ชนิดพิเศษและรา้ ยแรง มยี าชนิดหนึ่งซึ่งหมอคดิ วา่ น่าจะช่วยเธอ ได้ เป็นยาที่ทำจากสารซึ่งมีคนขายยาในเมืองเดียวกันที่เธออยู่นี้เพิ่ง ค้นพบขึ้น ยาตัวนี้มีต้นทุนในการผลิตสูงมาก และมิหนำซ้ำคนขายยายัง บวกกำไรอีกสิบเท่า ทำใหย้ ามีราคาแพงลิบลิว่ สามีของผู้หญิงที่ป่วยก็พยายามอย่างหนักที่จะหาเงินมาเพื่อซื้อยา ให้ได้ ได้พยายามรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีอยู่และขอยืมเงินจากเพื่อน แต่ รวบรวมเงินมาได้เพียงครึ่งเดียวของค่ายา เขาจึงตัดสินใจไปหาคนขายยา และเล่าให้ฟังว่าภรรยาเขากำลังจะตาย และขอร้องให้คนขายยาขายให้ เขาในราคาถูกลงก่อนและเขาจะทยอยจ่ายเงินทั้งหมดให้ในภายหลัง แต่ คนขายยาตอบว่า คงจะไม่ได้เพราะเขาเป็นผู้ค้นพบยาและต้องการจะทำ เงินให้ได้มากที่สุด สามีคนนี้ในที่สุดแล้วด้วยความจนตรอกจึงงัดเข้าไปใน รา้ นขายยาเพือ่ ขโมยยามาให้ภรรยา สามีคนนคี้ วรจะทำเชน่ น้นั หรือไม่ 27

ความโดดเด่นของงานวิจัยของโคลเบอร์กอยู่ที่การที่เขามิได้มองเพียงการตัดสินใจ ของบุคคลเพียงอย่างเดียวว่าจะเลือกทำสิ่งใด แต่โคลเบอร์กเชื่อว่าสิ่งที่แสดงและแยกแยะ ให้เห็นถึงพัฒนาการด้านจริยธรรมของบุคคลนั้นๆ คือ การให้เหตุผลว่าทำไมจึงตัดสินใจ เช่นนั้น โดยในการทดลองจะถามคำถามทางจริยธรรมในลักษณะคล้ายๆ ตัวอย่างในข้าง ต้นนี้หลายคำถาม และอาจถามคำถามที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไม ผู้ตอบจึงมีความคิดเห็นเช่นนั้น ทั้งนี้เนื่องจากต้องการดูกระบวนการทางความคิดและ การให้เหตุผลของผู้ตอบ โคลเบอร์กได้ทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาลำดับขั้นของ พัฒนาการด้านจริยธรรมเปน็ หกขนั้ ดงั น้ี ข้นั ที่ 1 การเช่อื ฟงั และการลงโทษ (Obedience and Punishment Orientation) ขั้นนี้จะคล้ายกับขั้นของเด็กเล็กที่เพียเจต์ระบุไว้ คือ เด็กจะมีความคิดว่ากฎเกณฑ์ เป็นสิ่งตายตัว และเป็นประกาศิตที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้ หากไม่ทำตามจะต้องถูกลงโทษ การกระทำที่ดี คือ ทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกไว้และไม่ถูกลงโทษ การทำตามกฎจึงเป็น ผลดีต่อตนเองมากกวา่ โดยมไิ ดค้ ดิ ไปถงึ เจตนาหรอื ท่มี าของการกระทำ จากคำถามในงานวิจัยของโคลเบอร์กตามตัวอย่างในข้างต้น เด็กที่อยู่ในขั้นนี้มักจะ มีความเห็นวา่ ‘สามีทำผดิ เพราะทำผดิ กฎหมาย’ ‘การขโมยเป็นสิ่งทไ่ี มด่ ’ี และเมื่อถามวา่ ทำไมการขโมยถึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี เด็กส่วนใหญ่จะคิดไปในแง่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง เช่น การขโมยเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะเมื่อทำแล้วจะต้องโดนลงโทษ เด็กเล็กๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ ในขั้นนี้ โดยส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการขโมย แต่อาจมีเด็กบางคนที่เห็นด้วยกับการ ขโมย แต่เมื่อถามเหตุผลว่าทำไม เด็กอาจยังให้เหตุผลเกี่ยวกับกระบวนการลงโทษเป็น หลักจึงยังจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เช่น เด็กอาจตอบว่า “สามีเค้าก็พยายามขอร้องคนขายยาแล้ว และไมไ่ ด้ขโมยไปเยอะอะไรมากมาย ไม่นา่ จะถกู ลงโทษนะ” ในขั้นนี้โคลเบอร์กเห็นว่าเด็กเข้าใจว่าเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องภายนอก เป็นเพียงสิ่ง ท่ผี ้ใู หญบ่ อกและเขาต้องทำตามเท่านั้น 28

ข้ันท่ี 2 ปจั เจกนิยมและการแลกเปล่ยี น (Individualism and Exchange) ในขั้นนี้เด็กเริ่มคิดว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกอาจไม่ถูกที่สุดหรือดีที่สุดสำหรับเขาเสมอไป และเริ่มเรียนร้วู า่ คนแต่ละคนกม็ ีความคิดต่างๆ กัน และมีเหตผุ ลในการกระทำท่ตี ่างกนั ไป เด็กจะพยายามหาเหตุผลของการกระทำ โดยจากกรณีคำถามด้านจริยธรรมข้างต้น สิ่งที่ ถูก คือ สิง่ ท่ดี ีที่สดุ สำหรับสามี เช่น “สามีอาจขโมยเพราะเค้าไม่รู้วา่ การขโมยเป็นส่งิ ที่ผิด” “สามีอาจต้องขโมยหากเขาตอ้ งการให้ภรรยามีชีวิตอยู่ แต่กไ็ มต่ อ้ งขโมยหาก ตอ้ งการภรรยาใหม่” “สามีอาจต้องขโมยเพราะถ้าภรรยาตายจะไมม่ ีคนช่วยเลี้ยงลกู เล็กๆ แตจ่ รงิ ๆ แล้ว กไ็ มน่ ่าขโมยเพราะหากโดนจับก็จะตอ้ งติดคกุ ” ในขั้นนี้มิใช่ว่าเด็กจะไม่รู้ว่าการขโมยเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพียงแต่เด็กให้ความสำคัญต่อ ความเป็นปัจเจกและความเป็นธรรม (ในทัศนะของเด็ก) ในข้ันนกี้ ารลงโทษมใิ ช่สิ่งทีส่ ำคญั ที่สุด แต่เป็นเพียงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แรงจูงใจคือสิ่งที่ทำแล้วได้รางวัลมากกว่ากลัว การถูกลงโทษ โคลเบอร์กเห็นว่า ในขั้นนี้ระดับจริยธรรมของเด็กก็ยังอยู่ในระดับปัจเจกอยู่ โดย การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นหลัก โดยยังไม่คำนึงไปถึงคุณค่าที่ ครอบครัวหรอื ส่วนรวมยดึ ถือ 29

ขนั้ ท่ี 3 ทำในสงิ่ ที่ผอู้ นื่ เหน็ วา่ ดี (Good Interpersonal Relationships) ในขั้นนี้โดยปกติจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเข้าสู่ช่วงย่างเข้าวัยรุ่น โดยเด็กจะเริ่มเข้าใจ จริยธรรมในทางนามธรรมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการไม่ทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ห้ามเท่านั้น แต่เด็ก รับรู้ว่าครอบครัวและสังคมมีความคาดหวังทางจริยธรรมกับเขาอย่างไรบ้าง เข้าใจว่า การเป็นคนดีนั้นประกอบไปด้วยคุณค่าหลายอย่างที่คำนึงถึงทั้งการกระทำและเจตนา เข้าใจเรื่องการเห็นอกเห็นใจคนอื่น ความสงสาร ความมีเมตตา เป็นต้น ดังนั้น คำตอบ เร่ืองการขโมยยาสำหรบั เด็กที่อย่ใู นขั้นน้มี กั จะเป็นไปในทำนองว่า “จรงิ ๆ แล้วสามกี ็นา่ สงสาร เขาทำเพราะตอ้ งการช่วยชวี ติ ภรรยา” “สามีมเี จตนาดีท่ีต้องการช่วยชวี ิตคนทเี่ ขารกั ” “สามที ไ่ี หนบา้ งจะทนดูภรรยาตายไปโดยไมท่ ำอะไรเลยได”้ สำหรับเด็กที่เห็นว่าสามีทำถูกและน่าสงสาร อาจเห็นว่าจริงๆ แล้วในแง่จริยธรรม คนขายยาทำผดิ โดยให้เหตผุ ลวา่ คนขายยาเปน็ คนเหน็ แกต่ ัว โลภมาก เหน็ แก่เงินโดยไม่ สนใจชวี ติ ผู้อ่ืน เปน็ ตน้ เด็กบางคนคิดว่าคนท่ีทำแบบคนขายยาควรถกู จบั ไปเข้าคกุ ด้วยซำ้ คำตอบของเดก็ ชายดอน อายุสบิ สามปี : “จริงๆ แล้วคนขายยานัน่ แหละผิด เพราะวา่ มันไม่เป็นธรรมเลยทีเ่ ขาโก่งราคายาไป เสียสูงขนาดนั้นแล้วปล่อยให้คนที่ไม่มีปัญญาซื้อต้องตายไป สามีคนนี้รักภรรยามากและ ต้องการช่วยชีวิตเธอ ผมคิดว่าเป็นใครก็ต้องทำแบบนี้กันทั้งนั้น เราไม่ควรเอาเขาไปขังคุก คิดว่าศาลต้องพิจารณาความรอบด้านอยแู่ ลว้ และศาลก็คงเห็นว่าจรงิ ๆ แล้วคนขายยาโก่ง ราคายามากไปจรงิ ๆ” คำตอบของเด็กในขั้นนี้ส่วนใหญ่จะมีการให้เหตุผลที่คล้ายๆ กับเด็กชายดอน กลา่ วคอื คำนงึ ถึงเจตนาของผู้กระทำ เขา้ ใจเรอ่ื งความรักของสามีท่มี ีตอ่ ภรรยา เขา้ ใจเรือ่ ง ความไม่เป็นธรรมของราคายา และคิดว่าศาลก็จะต้องเข้าใจประเด็นเหล่านี้ คำตอบใน ลักษณะนี้แสดงถึงการพัฒนาการทางจริยธรรมโดยคิดถึงธรรมเนียมของสังคม (Conven- tional Morality) ดว้ ยวา่ เป็นสง่ิ ที่ใครๆ ก็ต้องคิดหรอื ทำแบบน้ี หรอื อยา่ งน้อยก็เข้าใจวา่ ทำเพราะอะไร 30

ขัน้ ท่ี 4 คิดถึงระเบยี บของสังคม (Maintaining the Social Order) การตัดสินใจในระดับขั้นที่สามนั้นจะได้ผลมากหากเป็นการตัดสินใจกรณีที่เป็นเรื่อง ของคนสองคน เป็นเรื่องของเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิด ผู้ที่เราเข้าใจปัญหา และเจตนาเขาเป็นอย่างดีและพยายามจะช่วยเขาให้พ้นจากปัญหานั้นๆ อย่างไรก็ตามใน ขั้นที่สี่นี้ ผู้ตอบมิได้คำนึงถึงความสัมพันธ์เหล่านี้เท่านั้น แต่ยังคิดถึงผลกระทบระยะยาวที่ จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมด้วย ดังนั้น จึงให้ความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของตนในฐานะ สมาชิกของสังคม เพ่ือให้สังคมเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้จึงมีความเห็นต่อการขโมยของสามีว่า ถึงแม้เขาจะเข้าใจเจตนาที่ดี ของสามี และเข้าใจเหตุผลว่าทำไมจึงขโมยยา แตก่ ็คงจะไมส่ ามารถเหน็ ด้วยหรอื คดิ ว่าการ ขโมยเปน็ ส่ิงทีส่ มควรทำแล้วได้ เพราะหากทกุ คนทำผิดกฎหมายเพราะอะไรกต็ ามทตี่ ัวเอง คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะมีเจตนาดี แต่ถ้าเป็นอย่างนี้สังคมคงจะปั่นป่วนไปหมด แล้วเราจะ อยกู่ นั อยา่ งไร สำหรับในพัฒนาการจริยธรรมขั้นที่สี่นี้ ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้จะตัดสินใจโดยคิดถึงผล กระทบต่อสังคมโดยรวมและในระยะยาวเป็นสำคัญ จะเห็นได้ว่าเด็กเล็กๆ ที่อยู่ในขั้นที่ หนึ่งก็มีผลของการตัดสินใจเช่นเดียวกัน คือ สามีที่ขโมยยาทำผิด (เนื่องจากทำผิด กฎหมาย) แตค่ วามต่างคอื การตัดสนิ ใจของเดก็ เล็กคดิ แตเ่ พยี งวา่ ผดิ กฎ แตเ่ หตุผลในการ ตดั สินใจของผ้ทู ีอ่ ยู่ในข้ันทส่ี ีน่ ั้นซบั ซอ้ นกว่าเหตผุ ลของเดก็ ในขน้ั ทห่ี น่ึงมาก 31

ขน้ั ท่ี 5 คำนงึ ถึงสญั ญาทางสงั คมและสิทธิส่วนบคุ คล (Social Contract and Individual Rights) ผู้ท่ีอยู่ในขนั้ ที่สี่ซ่ึงเป็นขนั้ ก่อนหนา้ น้ีมักจะคดิ เหน็ โดยนึกถึงสว่ นรวมเปน็ หลัก อยาก จะให้กลไกของสังคมเป็นไปโดยเรียบร้อย แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นที่ห้าจะใคร่ครวญถึงสังคมที่ดีใน ทางทฤษฎีและปรัชญามากขึ้น จึงเกิดมีคำถามเกี่ยวกับสังคม เช่น สังคมที่เป็นระเบียบ เรียบร้อยนั้นเป็นสังคมที่ดีแล้วหรือไม่ สังคมที่ดีควรเป็นเช่นไร อะไรคือคุณค่าทางสังคมที่ สงั คมปจั จบุ นั ของเรากำลงั ยดึ ถืออยู่ และคณุ ค่าน้นั เป็นคณุ คา่ ที่ควรยดึ ถอื หรือไม่ ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้มีพื้นฐานทางความคิดที่ว่า สังคมที่ดีนั้นเกิดจากสัญญาทางสังคมที่ สมาชิกในสงั คมมีต่อกนั (โดยสมัครใจและเทา่ เทยี ม) ซึ่งเปน็ สญั ญาท่ีเปน็ ประโยชนส์ ำหรบั ทุกฝ่าย ถึงแม้ในสังคมจะประกอบไปด้วยผู้คนหลายกลุ่มและหลายความเห็น แต่ก็เชื่อว่า ทุกฝ่ายน่าจะเห็นพ้องด้วยกันในหลักการสองประการ คือ (1) สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ของแต่ละคนควรได้รับการคุ้มครอง และ (2) การใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการ แก้ไขกฎหมายให้เปน็ ธรรมขึ้นและทำใหส้ ังคมดีขนึ้ หากย้อนกลับมายังตัวอย่างกรณีสามีขโมยยาเพื่อไปช่วยภรรยาที่กำลังจะเสียชีวิต ความเห็นของผู้ที่อยู่ในขั้นที่ห้านี้ก็คือ เขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย (เพราะ กฎหมายเปน็ สญั ญาทางสงั คมทต่ี กลงกนั ไว้ เวน้ แตจ่ ะเปลย่ี นแปลงโดยวธิ กี ารประชาธปิ ไตย) อยา่ งไรก็ตาม สิทธทิ ี่จะมชี วี ิตอยู่ของภรรยาก็ควรได้รบั การค้มุ ครอง มีผูช้ ายทา่ นหนงึ่ ตอบ คำถามน้วี า่ “สามีมีหน้าที่ต้องช่วยชีวิตภรรยา ดังนั้น ความจริงที่ว่าชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ใน อนั ตราย (และเขาพยายามจะช่วย) น่าจะอยู่เหนอื กฎเกณฑ์ทุกอยา่ งทจี่ ะเอามาตดั สินการ กระทำของสามี ชวี ติ สำคัญกวา่ สงิ่ ของใดๆ” และเม่อื ถามเขาวา่ ศาลควรตัดสินเช่นไร เขาตอบว่า “ปกติแล้วหลักมนุษยธรรมและหลักกฎหมายต้องไปด้วยกัน แต่ในกรณีนี้ขัดแย้ง กันอยู่ ศาลควรตัดสินโดยให้น้ำหนักแก่หลักมนุษยธรรม แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษา กฎหมายไว้ โดยลงโทษสามใี นสถานเบา” ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้จะมีความคิดอิสระในแง่ที่ว่าสังคมควรยึดถือคุณค่าอะไร สังคมที่ดี ในอดุ มคติควรเป็นเชน่ ไร (โดยไมจ่ ำเป็นจะต้องเปน็ ส่งิ ทย่ี ดึ ถือกนั อย่ใู นปจั จบุ ัน) 32

ขั้นท่ี 6 ยึดถืออุดมคติทีเ่ ปน็ หลักการสากล (Universal Principles) หลักมนุษยธรรมและหลักประชาธิปไตยที่บุคคลในขั้นที่ห้าคิดว่าเป็นพื้นฐานของ สงั คมทีด่ ีน้ันอาจจะยงั ไมส่ ามารถนำไปสู่สงั คมท่ีดเี สมอไป เช่น คนสว่ นใหญอ่ าจลงคะแนน เสยี งให้อะไรบางอย่างท่สี ง่ ผลดแี ก่ตนแตไ่ ม่ดีกบั คนสว่ นนอ้ ยบางกล่มุ ดังนนั้ โคลเบอร์กจึง คิดว่าน่าจะมีหลักอุดมคติสากลอะไรบางอย่างที่นำไปสู่สังคมที่มีความเป็นธรรมอย่าง แท้จริง ซึ่งความคิดในลักษณะนี้ก็ตรงกับสิ่งที่นักคิดทางสังคมหลายๆ คน เช่น คานธี หรือ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ได้เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่า หลักอุดมคติที่เป็นสากลนั้น เรียกร้องให้เราทุกคนปฏิบัติต่อกันโดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน เคารพในศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์ของทุกคน หลักความเสมอภาคและเป็นธรรมนี้เป็นหลักใช้กับทุกๆ คน ดังนั้น เราจึงจะไม่ลงคะแนนเสียงให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มแต่ทำให้อีกกลุ่มต้อง เดือดรอ้ น ในทางปฏิบัติโคลเบอร์กเสนอให้ลองตัดสินสถานการณ์ในลักษณะเอาใจเขามาใส่ใจ เรา เช่น ในกรณขี องสามีขโมยยานัน้ ถ้าคนขายยาเปลีย่ นบทบาทมาเปน็ ภรรยาทกี่ ำลังจะ เสียชีวิต หรือสามีที่กำลังจะสูญเสียภรรยาบ้าง เขาจะรู้สึกเช่นไร อย่างไรก็ตาม ในขั้นนี้ ยังเปน็ ขนั้ ที่ยากทค่ี นส่วนใหญ่ในสังคมจะไปถงึ ดังน้นั โคลเบอรก์ จงึ เรยี กขั้นนี้วา่ เปน็ เพยี ง ข้ันทางทฤษฎเี ท่าน้ัน 33

การเรียนรูท้ างจรยิ ธรรมเกิดขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร (ตามทฤษฎขี องโคลเบอรก์ ) โคลเบอร์กเชื่อว่าพัฒนาการทางจริยธรรมนั้นมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเด็กโตขึ้น หรือ เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สถานการณ์ในสังคมหลายๆ อย่างอาจสามารถกระตุ้น ความสงสัยและความรู้สึกด้านจริยธรรมที่อยู่ลึกๆ ในจิตใจของบุคคล แต่การพัฒนาการ ทางจริยธรรมจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อแต่ละบุคคลได้นำปัญหาด้านจริยธรรมในแง่มุมต่างๆ มา ขบคิด โดยเฉพาะหากไดถ้ กคุยและแลกเปล่ียนประเด็นเหลา่ น้กี ับคนอื่น ซง่ึ ในการถกคยุ น้ี ผู้ร่วมสนทนาอาจตั้งคำถามต่อความคิดเห็นของกันและกัน หรือชวนกันคิดในมุมมองอื่น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทำให้แต่ละคนจะสามารถค่อยๆ ปรับความคิดและยกระดับความ คดิ เหน็ ทางจริยธรรมของตัวเองใหก้ วา้ งข้นึ และสมบรู ณม์ ากข้ึนไดอ้ กี ตัวอย่างในการสนทนา พนกั งานชายและหญงิ พดู คยุ กนั ถงึ เรอ่ื งกฎใหมข่ องบรษิ ทั ทเ่ี พง่ิ จะนำมาใช้ พนกั งาน ชายออกความเห็นว่าเมื่อกฎออกมาแล้วทุกๆ คนก็ควรเคารพและทำตาม เพราะกฎมี ความจำเป็นและสำคัญต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบริษัท ตามทฤษฎีของ โคลเบร์ก การให้เหตุผลในลักษณะนี้จัดอยู่ในลำดับขั้นที่ 4 พนักงานหญิงแย้งว่าทุก องค์กรแม้กระทั่งองค์กรมาเฟียก็มีกฎ แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎเหล่านั้นจะถูกต้องตาม หลักจริยธรรมทั้งหมด พนักงานชายเมื่อได้รับฟังก็มองเห็นว่ามีข้อเท็จจริงที่ไม่เหมือนกับ สง่ิ ที่เขาคดิ อยู่ จากการสนทนานห้ี ากดำเนนิ ต่อไปและคสู่ นทนาชวนกนั คดิ ตอ่ จะทำให้ทัง้ คู่ สามารถมีความคิดเห็นในประเด็นนี้ได้สมบูรณ์ขึ้น และอาจยกระดับพัฒนาการด้าน จริยธรรมข้นึ ไปอกี ได้ 34

คนมฝี มี ือแตไ่ มใ่ ชค่ นดี เปน็ อนั ตรายร้ายแรงแกส่ ังคม จะต้องเป็นทง้ั คนดแี ละมฝี มี ือ จงึ จะเป็นผู้มคี ุณค่า แกป่ ระเทศชาติ สงั คมและตนเอง ศาสตราจารยส์ ญั ญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรฐั มนตรี 35

สนทนาผ่านบทบาทสมมติ การเล่นบทบาทสมมติ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นวิธีการสนทนาใน อกี รูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปสกู่ ารเปล่ียนแปลงทางความคิดได้ การเล่นบทบาทสมมติ เปิดโอกาสให้ได้รับรู้ความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่น โดยเฉพาะสำหรับเด็กกิจกรรม บทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมมาก เนื่องจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าคนแต่ละคนมี ความเห็นไม่เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่ทำร้ายหรือเอาเปรียบกัน และกัน เม่อื เดก็ คอ่ ยๆ พดู คุยกนั เพ่ือรว่ มกันหาทางออก เดก็ จะค่อยๆ พัฒนาความเขา้ ใจ เรอ่ื งความเปน็ ธรรม กิจกรรมที่นำมาใช้เพื่อกระตุ้นความคิดและการถกคุยนั้นอาจทำได้หลายรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตามสิ่งสำคัญคือ จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความคิด เห็นได้จริงๆ และได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหรือจะถูกต่อว่า หากเด็กไม่ถูก กดดันว่าจะต้องแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบเขาก็จะกล้าที่จะคิดมากขึ้นและจะพัฒนา กระบวนการคดิ แกป้ ัญหาและหาทางออกไดด้ ขี ้นึ 36

การนำทฤษฎพี ฒั นาการดา้ นจริยธรรมมาใช้ในการเรยี นการสอน ในแง่การนำมาใช้ทางการศึกษาในระดับโรงเรียนนั้นได้มีการนำทฤษฎีด้านการ พัฒนาการทางจริยธรรมมาสังเคราะห์และจัดเป็นกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มทักษะทาง จรยิ ธรรม ซง่ึ นอกจากตอ้ งกระตนุ้ กระบวนการทางความคดิ ของนกั เรยี นแลว้ ยงั ตอ้ งสอดแทรก คุณค่าความดีเพื่อให้นักเรียนสามารถนำคุณค่าเหล่านั้นมาใช้การตัดสินใจได้ด้วย โดย องคป์ ระกอบในกระบวนการสอนเพอ่ื พฒั นาดา้ นจรยิ ธรรมมที ง้ั หมด 4 ประการ (Anderson, C. and others. 2003. Minnesota Community Voices and Character Education : Final Report and Evaluation. Roseville : Minnesota Department of Education.) ดงั น้ี • สำนึกทางจริยธรรม (Ethical Sensitivity) สอนโดยการให้นักเรียนทำ กิจกรรมที่ช่วยให้เรียนรู้ว่าการกระทำของเขาส่งผลต่อผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้นักเรียน ได้คำนึงถึงจริยธรรมอยู่เสมอ รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และพัฒนาความสามารถในการ วินิจฉยั สถานการณ์ตา่ งๆ ได้ถกู ต้องมากขึ้น • การตัดสนิ ใจทางจริยธรรม (Ethical Judgment) คำนึงถงึ การตัดสนิ ใจทาง ด้านจริยธรรม โดยเน้นการสร้างทักษะในการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน และการให้ความเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเน้นให้นักเรียนตรวจสอบความรู้สึกของตัวเองว่า อะไรนำไปสู่การตดั สินใจเช่นน้ัน • แรงจงู ใจทางจรยิ ธรรม (Ethical Motivation) เขา้ ใจและสามารถเปรยี บเทยี บ คุณค่าต่างๆ ที่ตัวเองยึดถืออยู่โดยนำคุณค่าเหล่านั้นมาสู่การตัดสินใจด้านจริยธรรม กิจกรรมการสอนจะรวมถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ช่วยเหลือผู้อื่น การเรียน รูค้ ุณคา่ ทด่ี ขี องสังคม เรียนรู้จากผูน้ ำท่ีดีและวัฒนธรรมหรือธรรมเนยี มที่ดี • ความเข้มแข็งทางจริยธรรม (Ethical Character) เน้นการพัฒนาทักษะ ความสามารถและความเข้มแขง็ ในการยึดมน่ั ในจรยิ ธรรมภายใต้แรงกดดันตา่ งๆ อดทนต่อ รางวัลล่อใจ มีความกล้าหาญทางจริยธรรม 37

2.2 การสอนในรปู แบบชดุ กจิ กรรม เนื่องจากเป็นหลักสูตรพิเศษและหลักสูตรเสริมที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เห็นว่า สำคัญต่อการสร้างเด็กเพื่อสร้างชาติ กระบวนการเรียนรู้ของหลักสูตรจึงถูกออกแบบให้มี ความแตกต่างจากการสอนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกฝังเรื่องคุณค่า ค่านิยม นักเรียนต้องเกิดแรงบันดาลใจ และเกิดการดูดซึมซึมซับคุณค่าและค่านิยมอย่างเป็น ธรรมชาติโดยไม่ถูกบังคับยัดเยียด ให้นักเรียนได้รับการตอกย้ำคุณค่าอย่างสนุก ชวนคิด ถูกกระตุ้น และปลุกเรา้ ให้คิด ใหโ้ อกาสฝึกฝนทำจรงิ จึงจะส่งผลต่อการสร้างรากฐานของ อุปนิสัยอันดีงามอย่างมั่นคง และยังสามารถทำให้เกิดการคิดและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เมอ่ื มเี หตกุ ารณ์ทา้ ทายหรือลอ่ แหลมที่ต้องเผชิญ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนี้ ชุดกิจกรรมต่างๆ จึงถูกคิดค้นขึ้นและนำมาบรรจุไว้ ในหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยคำนึงถึงพัฒนาการด้านจริยธรรมของนักเรียนใน วัยนี้ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการทำความเข้าใจสาระของคุณค่าต่างๆ ทั้งห้าประการ และ การบ่มเพาะความร้สู กึ นกึ คดิ และจติ สำนกึ เพ่ือการทำดี และเพ่อื เปน็ การกระตุน้ ความคดิ และทักษะการตัดสินใจของนักเรียนในวัยนี้ หลักสูตรจึงได้ให้ความสำคัญกับการนำกรณี ศกึ ษามาใช้เพื่อใหน้ กั เรียนไดฝ้ กึ คดิ ฝึกตดั สินใจโดยพิจารณาผลกระทบรอบด้าน และเปิด โอกาสให้นักเรยี นไดเ้ รยี นรถู้ ึงความหลากหลายทางความคิดของเพอื่ นในกล่มุ นอกจากนั้น ในระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้นนี้ยงั จะได้มีการเรยี นร้คู วามรเู้ บ้อื งต้นเก่ยี วกบั คอร์รปั ชันดว้ ย 38

คุณคา่ ความดี • ความซอ่ื สตั ย์สุจรติ ห้าประการ • การมีจิตสาธารณะ • ความเป็นธรรมทางสงั คม • การกระทำอยา่ งรบั ผดิ ชอบ • การเป็นอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง กระบวนการ • สำนกึ ทางจริยธรรม พัฒนาการ • การตดั สินใจทางจรยิ ธรรม ดา้ นจรยิ ธรรม • แรงจงู ใจทางจริยธรรม • ความเขม้ แขง็ ทางจริยธรรม กิจกรรมเรยี นรู้ • ชดุ สาระหา้ ประการ • ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ • ชดุ ความรู้เกยี่ วกับคอร์รปั ชนั 39

3 บทท่ี การบรู ณาการการสอน ในหลักสตู ร “โตไปไมโ่ กง” หลักสูตร “โตไปไม่โกง” ในช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ ประกอบดว้ ยชุดกจิ กรรม 3 สว่ น คือ 1. ชุดสาระหา้ ประการ การสอนจะเริ่มจากกิจกรรมในชุดกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อเป็นการวางพื้นฐานความ เข้าใจในสาระต่างๆ ให้แก่นักเรียนอย่างเข้มข้น และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของ นักเรยี นให้การมีส่วนร่วมไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ใี นชุดกจิ กรรมเลือกต่างๆ 2. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีทั้งหมด 3 ชุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการตอกย้ำความ เขา้ ใจในสาระผา่ นกิจกรรมต่างๆ ที่ครแู ละนักเรยี นสนใจ โดยครูสามารถออกแบบการสอน โดยเลือกสอนท้ังชุดกจิ กรรมหรอื เลอื กผสมผสานกิจกรรมไดต้ ามเหมาะสม 3. ชุดความรู้เกย่ี วกบั คอรร์ ปั ชนั เป็นการเรม่ิ ใหค้ วามรู้เก่ยี วกบั แนวความคิดเกย่ี วกบั คอร์รปั ชันพ้ืนฐาน เพือ่ สร้างการ รับรู้และตระหนักถึงปัญหา 40

ภาพรวมโครงสร้างชดุ กิจกรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 1. ชดุ สาระห้าประการ เรียนรคู้ ณุ คา่ ความดที งั้ 5 ประการที่อยูใ่ นสาระของหลกั สตู ร กจิ กรรม 1. เรยี นรูส้ าระผ่านเพลงโตไปไมโ่ กงและเพลงเดก็ รนุ่ ใหม่ 2. เด็กชาติเจรญิ กบั เด็กชาติล่มจม พรอ้ มสมดุ ทำมือ 3. วเิ คราะหข์ า่ วประจำวัน 4. ขบวนการลอกบันลอื โลก 5. ลด ละ เลิก ฟุม่ เฟอื ย 41

2. ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ชดุ กิจกรรมท่ี 1 ชุดกจิ กรรมที่ 2 ชดุ กิจกรรมท่ี 3 ชีวติ คือละคร โรคโลกรอ้ น ผแู้ พห้ รอื ผ้ชู นะ เรยี นรู้ 5 คุณค่าความดี เรยี นรเู้ ทคนิคการละคร เรียนรู้ 5 คณุ ค่าความดจี าก ผ่านเร่ืองราวของการ เบอื้ งต้น และสอดแทรก บทเรียนเก่ยี วกบั ปญั หา แขง่ ขัน เน้อื หาสาระผา่ นการเล่น โลกร้อน ละครและบทบาทสมมติ กิจกรรม กจิ กรรม กิจกรรม 1. ซปุ ตาร์ 1. โลก (หมุนรอบตวั ) รอ้ น 1. การแขง่ ขนั คอื 2. คนเยอะเรอื่ งแยะ 2. โลกรอ้ น เรารอ้ น สรา้ งสรรค์หรือทำลาย 3. แนะนำบทละคร 3. โลกป่วย 2. แข่งอะไรนี่ (อินกับนา 1) 4. ผจญภยั วนั หยุด 3. เก้าอ้ดี นตรี 4. ภมู หิ ลังตวั ละคร 5. ตน้ ไม้ทำอะไรได้บ้าง 4. การแขง่ ขันที่ (อนิ กับนา 2) 6. 1 คนคิด 60 ลา้ นคนทำ ขาวสะอาด 5. สมมตวิ า่ ฉันเปน็ 7. ใบแจง้ หน้ี 5. การแขง่ ขันวง่ิ ที่ (อินกับนา 3) 8. วธิ กี ารประหยัดไฟฟ้า เป็นธรรมหรือไม่ 6. การแสดงละครสัน้ 6. การแข่งขันเพ่ือชัยชนะ (อนิ กับนา 4) 7. อุทาหรณก์ ารแข่งขัน 7. การแสดงละครสน้ั 8. กราวกฬี า (อนิ กับนา 5) 42

3. ชดุ ความรูเ้ กยี่ วกับคอร์รัปชนั เรียนรู้ความหมาย รปู แบบ และผลรา้ ยของคอรร์ ัปชนั กจิ กรรม 1. รู้จักหนังสอื รู้ทนั คอร์รปั ชัน 2. รจู้ กั ฉนั รู้จกั เธอ 3. สินบน 4. ตัดสินใจ 5. ห้องลบั 6. เพชรสีเลอื ด (Blood Diamond) 7. ทอลก์ 43

3.1 ชดุ สาระหา้ ประการ วัตถุประสงคข์ องชดุ สาระหา้ ประการ • เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของสาระหลักของหลักสูตร โตไปไมโ่ กง ประกอบด้วยคณุ คา่ ความดหี ้าประการ ไดแ้ ก่ J ความซอ่ื สัตยส์ จุ ริต (Honesty and Integrity) หรือย่อว่า ซส J การมีจิตสาธารณะ (Greater Good) หรือยอ่ วา่ จส J ความเปน็ ธรรมทางสงั คม (Fairness and Justice) หรือยอ่ วา่ ปธ J การกระทำอย่างรับผดิ ชอบ (Responsibility and Accountability) หรอื ยอ่ ว่า รช J การเป็นอย่อู ยา่ งพอเพียง (Sufficiency and Moderation) หรือย่อวา่ พพ • เพื่อสร้างความคุ้นเคย และทัศนคติที่ดีของนักเรียนในการเรียนในรูปแบบ กิจกรรม และพรอ้ มท่จี ะมีสว่ นรว่ มในการเรียนรใู้ นขัน้ ตอ่ ไป 44

กิจกรรม กิจกรรมการเรียนรู้สาระห้าประการของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ประกอบด้วย กิจกรรมดงั ต่อไปนี้ ช่อื กจิ กรรม ซส จส สาระ เวลาเรยี น ปธ รช พพ 1. เรยี นรูส้ าระผา่ นเพลงโตไปไม่โกง x x x x x 1 คาบ และเพลงเด็กร่นุ ใหม่ 2. เด็กชาติเจรญิ กับเดก็ ชาติลม่ จม x x x x x 1 คาบ พรอ้ มสมดุ ทำมอื 3. วเิ คราะห์ขา่ วประจำวนั x 1 คาบ 4. ขบวนการลอกบนั ลอื โลก x x x 1 คาบ 5. ลด ละ เลิก ฟมุ่ เฟอื ย x 1-2 คาบ 3.2 ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ ชดุ กิจกรรมการเรียนร้เู ปน็ ชดุ กิจกรรมทีม่ ีความหลากหลาย โดยประกอบไปด้วยชดุ กิจกรรม 3 ชุด เพื่อเป็นแนวทางให้ครูผู้สอนสามารถเลือกสอนได้ตามความสนใจและ ความเหมาะสม เพ่ือเปน็ การทบทวนและตอกยำ้ เนอ้ื หาสาระของหลกั สูตร วัตถุประสงค์ของชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. เพอ่ื เปน็ การตอกยำ้ ความเขา้ ใจในคุณค่าความดที ้ัง 5 ประการ ไดแ้ ก่ ความซอื่ สตั ย์สจุ ริต การมีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมทางสงั คม การกระทำอย่างรับผิดชอบ และการเป็นอยอู่ ยา่ งพอเพียง 2. เพอื่ ใหน้ ักเรียนสามารถเชอื่ มโยงสาระและคุณคา่ ความดีตา่ งๆ เขา้ กบั วถิ ีชวี ติ โดยผ่านเรยี นรแู้ ละการทำกจิ กรรมตา่ งๆ ทคี่ รแู ละนกั เรยี นสนใจ 45

กจิ กรรมการเรียนรู้ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 • ชุดกิจกรรมที่ 1 ชีวิตคือละคร ชีวิตคือละคร นักเรียนจะได้ชมละคร เล่นละคร และวิเคราะห์บทละคร เพื่อ เป็นการสะท้อนคุณค่าความดี 5 ประการ โดยที่คุณค่าความดีเหล่านี้จะปรากฏเป็น พฤติกรรมและบทบาทของตัวละคร ซึ่งต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ ตาม เง่อื นไขบริบทของละคร ชือ่ กจิ กรรม ซส จส สาระ เวลาเรยี น ปธ รช พพ 1 คาบ 1. ซุปตาร์ x x x x x 1 คาบ 2 คาบ 2. คนเยอะเรอ่ื งแยะ x 1 คาบ 1 คาบ 3. แนะนำบทละคร (อนิ กับนา 1) x x x x x 2 คาบ 1 คาบ 4. ภูมหิ ลังตวั ละคร (อนิ กบั นา 2) x x x x x 5. สมมตวิ า่ ฉนั เปน็ (อนิ กบั นา 3) x x x x x 6. การแสดงละครส้ัน (อินกับนา 4) x x x x x 7. การแสดงละครส้นั (อินกบั นา 5) x x x x x 46

• ชดุ กิจกรรมท่ี 2 โรคโลกร้อน ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาร่วมของโลกที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เองแทบทั้งสิ้น พฤติกรรมและการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่คำนึงถึงสมดุลของธรรมชาติส่งผล กระทบไปสทู่ กุ ชวี ติ บนโลก ในชุดกิจกรรมน้ี นกั เรยี นจะได้เรียนรู้ถึงประเดน็ สาธารณะของ ปญั หาโลกรอ้ น และซึมซับคณุ ค่าสาระเนอ้ื หาของหลักสตู รไปพรอ้ มๆ กัน ชอ่ื กิจกรรม ซส จส สาระ เวลาเรยี น ปธ รช พพ 1 คาบ 1. โลก (หมนุ รอบตวั ) รอ้ น x x x 1 คาบ 1 คาบ 2. โลกร้อน เรารอ้ น x x x x x 1 คาบ 1 คาบ 3. โลกป่วย x x x x x 1 คาบ 1 คาบ 4. ผจญภยั วันหยุด x x x x 1 คาบ 5. ต้นไมท้ ำอะไรได้บ้าง x x x x 6. 1 คนคิด 60 ล้านคนทำ x x x x 7. ใบแจง้ หน้ ี x x 8. วิธกี ารประหยัดไฟฟ้า x x x x 47

• ชดุ กิจกรรมท่ี 3 ผแู้ พ้หรือผ้ชู นะ ในแต่ละการแข่งขันผู้ที่อยู่ในสนามแข่งย่อมพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะให้ได้มาซึ่ง ชัยชนะ การแข่งขันจึงมีการโกงเกิดขึ้นเสมอ ในชุดกิจกรรมนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้และ วิเคราะห์ถึงคุณค่าความดีทั้ง 5 ประการที่อยู่ในการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งแสดง ให้เหน็ ว่าผชู้ นะทีแ่ ทจ้ รงิ น้ันจะต้องเป็นผชู้ นะอย่างขาวสะอาด ชอ่ื กิจกรรม ซส จส สาระ เวลาเรียน ปธ รช พพ 1 คาบ 1. การแขง่ ขันคือสรา้ งสรรค์หรือทำลาย x x 1 คาบ 1 คาบ 2. แข่งอะไรน่ี x x x 1 คาบ 1 คาบ 3. เกา้ อด้ี นตรี x x x 1-2 คาบ 1 คาบ 4. การแขง่ ขันทข่ี าวสะอาด x x 1 คาบ 5. การแขง่ ขันวิง่ ทเ่ี ป็นธรรมหรอื ไม่ x 6. การแข่งขันเพือ่ ชัยชนะ x x 7. อุทาหรณก์ ารแข่งขนั x x 8. กราวกีฬา x x x 48

3.3 ชดุ ความรเู้ กยี่ วกบั คอร์รปั ชัน วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนี้ นักเรียนเริ่มเข้าใจและเริ่มสนใจสภาพสังคมรอบตัว มากขึ้น จึงเป็นวัยที่เหมาะสมในการแนะนำแนวความคิดเรื่องคอร์รัปชันเบื้องต้น โดย เป็นการนำสาระทั้งห้ามาเชื่อมโยงกับปรากฎการณ์ทางสังคมต่างๆ ที่เป็นกรณีคอร์รัปชัน เพื่อใหน้ ักเรียนได้รับรู้ ขบคดิ และตระหนกั ถึงปญั หานี้ โดยสำหรบั ในชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 บทเรียนจะเริ่มด้วยการแนะนำความหมายและคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับคอร์รัปชัน และ เรียนรเู้ ก่ียวกบั รปู แบบและผลรา้ ยของคอรร์ ปั ชันผา่ นกจิ กรรมต่างๆ ชื่อกิจกรรม จุดประสงคก์ ารเรยี นร้ ู เวลาเรยี น 1. รู้จักหนังสอื เพื่อให้ร้จู กั คำศัพท์คอรร์ ปั ชัน และตระหนักถงึ ผลรา้ ย 1 คาบ รทู้ ันคอรร์ ัปชัน จากการทจุ ริตคอร์รัปชัน 1 คาบ 2 คาบ 2. รจู้ ักฉนั เพือ่ ให้รู้จักคำศพั ทค์ อร์รปั ชัน และตระหนักถงึ ผลรา้ ย 1 คาบ รู้จกั เธอ จากการทจุ ริตคอร์รปั ชนั 1-2 คาบ 3. สินบน เพ่ือให้เขา้ ใจความหมายของคำวา่ “สนิ บน” และ ผลร้ายของสินบน 2 คาบ 4. ตดั สินใจ เพอ่ื ให้นักเรียนได้เรียนรกู้ ารตดั สนิ ใจกระทำในสิง่ ที ่ 1 คาบ ถกู ตอ้ งและชอบธรรม รวมทงั้ คำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ สว่ นรวมกอ่ นผลประโยชนต์ ัว 5. หอ้ งลบั เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจและตระหนกั ถงึ ผลทเ่ี กดิ จากการ คอรร์ ปั ชนั สรา้ งความเสยี หายแก่ประเทศและประชาชน อยา่ งใหญห่ ลวง 6. เพชรสเี ลอื ด เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจถึงผลรา้ ยของการทจุ ริตคอร์รัปชนั และ (Blood ผลทเี่ กิดข้นึ ต่อความเปน็ ธรรมหรือ Diamond) “ความถกู ตอ้ งเทยี่ งธรรม” (Justice) 7. ทอล์ก เพ่ือให้ตระหนกั ถึงผลร้ายท่ีเกดิ จากการทุจรติ คอรร์ ัปชัน ซ่ึงสรา้ งความเสยี หายแกส่ ว่ นรวมและประเทศชาติ 49

3.4 การออกแบบการเรียนการสอนหลกั สตู ร “โตไปไม่โกง” หลักสูตร “โตไปไม่โกง” ได้ออกแบบไว้ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอนใน คาบเรียน จำนวน 40 คาบ เรียนตลอดทั้งปีการศึกษา ใช้เวลาเรียน 1 คาบต่อสัปดาห์ โดยครผู ู้สอนสามารถวางแผนการสอนได้ท้ังปกี ารศกึ ษา ในการออกแบบการเรยี นการสอน ในหลักสูตร “โตไปไมโ่ กง” ครูผสู้ อนควรคำนึงถึงหลกั การเบ้ืองตน้ ดงั นี้ 1) ชุดสาระห้าประการ ควรเริ่มต้นการเรียนการสอนในหลักสูตร “โตไปไม่โกง” ด้วยชุดสาระห้าประการ เพราะชุดสาระห้าประการจะเป็นการปูพื้นฐานความ เข้าใจและความคุ้นเคยต่อแนวคิดและความหมายของคุณค่าความดี 5 ประการ ที่เป็นสาระของหลักสูตร และจะเป็นการทบทวนความจำและตอกย้ำคุณค่า ความดี รวมท้ังเตรยี มนักเรียนเข้าสบู่ ทเรียนต่อไป 2) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การนำชุดกิจกรรมการเรียนรู้มาใช้นั้นขึ้นอยู่กับครู ที่จะพิจารณาว่านักเรียนและครูพร้อมจะดำเนินกิจกรรมใดหรือมีความสนใจ ในกิจกรรมใด ซึ่งแต่ละชุดกิจกรรมประกอบด้วยกิจกรรมย่อยที่ใช้เวลารวม 6-7 สัปดาห์ ครูผู้สอนอาจจัดการเรียนการสอนทีละชุดกิจกรรม หรืออาจ จดั สลับกิจกรรมกไ็ ด้ อย่างไรก็ตาม บางกจิ กรรมเปน็ ทีเ่ ป็นกิจกรรมต่อเน่ือง เชน่ กจิ กรรมละคร ก็อาจจะต้องคัดเลือกบทเรียนมาสอนให้ต่อเนื่องกัน 3) ชุดความรู้เกี่ยวกับคอร์รัปชัน เมื่อนักเรียนมีความเข้าใจในคุณค่าความดีทั้ง ห้าประการแล้ว ชุดความรู้เกี่ยวกับคอร์รัปชันนี้จะเป็นการนำสาระทั้งห้ามา เช่ือมโยงกับปรากฎการณ์ทางสังคมตา่ งๆ ทีเ่ ปน็ กรณคี อรร์ ัปชัน 4) ในการจัดการเรียนการสอนแต่ละกิจกรรม ครูผู้สอนสามารถจัดเวลาได้ ตามความพร้อม แต่ละกิจกรรมสามารถขยายหรือลดระยะเวลาตามเงื่อนไขของ ห้องเรียน ทั้งนี้ ครูผู้สอนควรคำนึงถึงความครอบคลุมด้านสาระและความ หลากหลายของกิจกรรมดว้ ย 5) ในการประเมนิ ผล ครผู สู้ อนควรออกแบบการประเมนิ ผลการเรยี นการสอนดว้ ยการ ตดิ ตาม สงั เกตพฤตกิ รรมและการเปลย่ี นแปลงตา่ งๆ ภายในโรงเรยี น และตดิ ตาม พฤตกิ รรมของนกั เรยี นรายบคุ คล นอกจากนค้ี วรกำหนดใหค้ าบสดุ ทา้ ยของการเรยี น เป็นคาบที่ทบทวนบทเรียนและใช้กรณีศึกษาเชิงจริยธรรมเพื่อการประเมินผล โดยพจิ ารณาการเปลย่ี นแปลงจากลกั ษณะการใหเ้ หตผุ ลของนกั เรยี นตอ่ กรณศี กึ ษา (ดูรายละเอยี ดในบทท่ี 4 การประเมินผล) 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook