10) คำแนะนำสำหรบั ทพ่ี ักอาศยั ท่ีพกั อาศยั โดยเฉพาะคอนโดมเิ นียม อพารต์เมนท์ หอพัก เปน็ อาคารหรอื หมตู่ ึกทม่ี ีผ้อู ยูอ่ าศัยรว่ มกนั โดยมีทั้งส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนบคุ คลและพื้นทีส่ ่วนกลางซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน เช่น ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง ลิฟท์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ เป็นต้น ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการสัมผัสและแพร่กระจายของเชื้อโรคจากการใช้ ส่ิงของรว่ มกัน จึงมคี ำแนะนำ ดังน้ี ก. คำแนะนำสำหรับนิตบิ ุคคล/ผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม อพารต์ เมนท์ หอพัก 1. จัดหาสื่อ ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ COVID-19 และแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันตัวให้ ผอู้ ยูอ่ าศัยรับทราบ 2. จัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ ไว้บริเวณพื้นที่ส่วนกลางและจุดเข้าออกต่างๆ เช่น ประตูเขา้ - ออกอาคาร หน้าลิฟท์ รวมทั้งจำกัดจำนวนผู้ใช้ลิฟท์ในแต่ละครั้งไม่ให้แน่นเกินไป โดยควรให้เว้นระยะห่าง ระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร และพิจารณาปิดพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง ห้องฟิตเนส สระวา่ ยน้ำ เพื่อลดความเส่ยี งในการแพรก่ ระจายเช้ือโรคระหว่างบุคคลได้ 3. ตรวจวัดอุณหภมู ิกายพนกั งานกอ่ นเขา้ ทำงานทุกวนั ให้มกี ารตรวจคัดกรองผทู้ เ่ี ข้ามาในอาคารโดย จัดเครอ่ื งตรวจวดั อณุ หภูมริ า่ งกาย ไว้ท่ีเคาน์เตอรเ์ จา้ หนา้ ทีด่ ้านลา่ งของท่ีพักอาศัย 4. แจ้งพนักงาน ผู้พักอาศัยทุกห้อง รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด ทั้งที่พักด้วยกันในห้องหรือเป็นผู้มาเย่ยี ม หากมไี ข้ หรือมีอาการไอ เจบ็ คอ มีนำ้ มกู ใหส้ วมใสห่ น้ากากผ้าหรือหนา้ กากอนามัยตลอดเวลา ลา้ งมือบ่อยๆ และรีบไปพบแพทย์ ในกรณที ีเ่ พ่ิงเดนิ ทางกลับจากตา่ งประเทศหรอื พน้ื ท่ีเสีย่ งภายใน 14 วนั ใหแ้ จ้งประวตั กิ าร เดินทางให้แพทยท์ ราบด้วย 5. กำกับดูแลพนกั งานทำความสะอาด ใหส้ วมหนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ถุงมอื ยางยาวทุกครั้ง เมื่อทำความสะอาดหรือเก็บขนขยะ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเล่ียงใช้มือสมั ผัสตามใบหน้า ตา จมกู ปาก 6. กำหนดให้มีการทำความสะอาดพ้ืนท่ีส่วนกลางเป็นประจำทุกวันและเพม่ิ ความถ่ีในจุดเส่ียงโดยใช้ นำ้ ยาฆ่าเช้อื เช็ดทำความสะอาดบริเวณทม่ี ักจะมีการสัมผัสร่วมกันบ่อยๆ เชน่ ปมุ่ กดลฟิ ท์ สวิตช์ไฟ โทรศัพท์ ปมุ่ กดประตูเขา้ ออกอัตโนมัติ ราวบนั ได เครอ่ื งสแกนนวิ้ ตจู้ ดหมาย เคาน์เตอรเ์ จา้ หนา้ ท่ดี แู ลอาคาร 7. จัดใหม้ ีกระดาษชำระ และสบู่เหลวลา้ งมอื สำหรบั ใช้ในพนื้ ทสี่ ว่ นกลางให้เพียงพอตลอดเวลา 8. ตรวจสอบความสะอาดของเครื่องปรับอากาศและควบคุมให้มีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณหอ้ งอบั อากาศ เช่น ลิฟท์ ห้องน้ำ ห้องฟิตเนส 9. หากพบว่ามีผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่อยู่อาศัยเป็นจุดแพร่เชื้อ ให้นิติบุคคลหรือ ผปู้ ระกอบการคอนโดมิเนยี ม ดำเนินการตามคำสง่ั ของเจ้าพนกั งานควบคุมโรคติดต่อ ๔๕
ข. คำแนะนำสำหรับผูอ้ ย่อู าศัย 1. ปฏิบัติตนให้ถูกหลักสุขอนามัย ล้างมือด้วยสบู่และน้ำทกุ ครั้งก่อนและหลังเข้า-ออกอาคาร ก่อน และหลังรับประทานอาหาร หลังการทำความสะอาดห้องพัก เก็บขนขยะหรือสิ่งสกปรก และหลงั การใช้ส้วม ไมน่ ำมอื มาสมั ผัสใบหนา้ ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หากมอี าการไข้ เจ็บคอ ไอ มนี ้ำมูก หายใจเหน่ือยหอบ ใหร้ ีบไปพบแพทย์ทนั ที 2. ใช้ทชิ ชปู ิดปากทุกคร้ังที่มอี าการไอหรอื จาม และทงิ้ กระดาษทชิ ชูในถงุ ขยะทันที ลา้ งมอื ให้สะอาด ดว้ ยสบู่และน้ำ 3. หมั่นทำความสะอาดสิง่ ของทีใ่ ช้ร่วมกันในห้องพัก เช่น รีโมท สวิตไฟ ห้องน้ำ รวบรวมขยะใส่ถงุ และผูกปากถงุ ขยะทกุ ครัง้ กอ่ นท้งิ ลงถังขยะสว่ นกลาง 4. หลกี เลีย่ งการไปในพืน้ ท่แี ออดั หรือออกจากทีพ่ กั อาศัยเท่าทจี่ ำเป็น 5. ควรรักษาระยะห่างระหว่างตนเองและผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร เช่น การรับพัสดุไปรษณีย์ เอกสาร/จดหมาย การรับอาหารเดลเิ วอรี เปน็ ตน้ 4.1.4 คำแนะนำการจดั กจิ กรรมหรือพธิ ีการทางสงั คมตามประเพณนี ยิ ม ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 14 คำแนะนำในการจัดกิจกรรมอื่นๆ การจัดกจิ กรรมหรือพธิ ีการทาง สังคมตามประเพณีนิยม เช่น พธิ มี งคลสมรส พธิ ีเซ่นไหว้บรรพบรุ ษุ พิธีบำเพ็ญกศุ ล พธิ ศี พ พิธีสงกรานต์ หรือ กิจกรรมภายในครอบครวั ตลอดจนกิจกรรมหรอื งานพิธีทที่ างราชการจดั ขึ้น หรอื เป็นไปตามหมายกำหนดการ ของทางราชการ ยังคงจดั ได้ตามความเหมาะสม แตต่ อ้ งปฏิบัติตามมาตรการปอ้ งกันโรค ท้ังน้ี ในเอกสารฉบบั นี้ มีคำแนะนำสำหรับการเข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนา คำแนะนำในการเขา้ ร่วมงานฌาปนกิจศพผู้เสยี ชวี ติ จากโรค ตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 และคำแนะนำสำหรับการจัดโรงทาน ในสถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 1) คำแนะนำในการเข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนา ก. คำแนะนำสำหรบั ผูจ้ ดั งานสำหรับการจัดการในวดั /พุทธศาสนสถาน 1. นมัสการ/นำเรียนเจ้าอาวาส หากมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี หรือผู้ประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา มีอาการเจบ็ ป่วย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มีน้ำมกู หรือเหนอื่ ยหอบ หรอื กลับจากพ้นื ทเี่ สี่ยงและ อยู่ในช่วงกักกัน ให้งดร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในพุทธศาสนสถาน รวมทั้งขอความ ร่วมมือ กรณีทีม่ ีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือกลับจากพื้นที่เสีย่ ง และอยใู่ นชว่ งกักกัน ให้ปฏิบตั ติ วั ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าท่สี าธารณสขุ อย่างเคร่งครัด 2. จัดให้มีการคัดกรองศาสนิกชนหรือผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนา บริเวณทางเข้า พุทธศาสนสถานตามความเหมาะสม พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ไว้ ๔๖
บริเวณทางเข้าประตูศาสนสถาน และหากพบว่ามีศาสนิกชนหรือผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาป่วย หรือมอี าการไข้ ไอ จาม มนี ำ้ มูก หรือเหนื่อยหอบ ให้แนะนำไปพบแพทย์ทนั ที 3. จดั ให้มีการดูแลอาคารสถานท่ี/อาหารและเครอ่ื งด่ืม ดังน้ี - ทำความสะอาดหอ้ ง อุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใชใ้ ห้สะอาด ไม่เป็นแหล่งแพร่กระจายเช้อื โรค ด้วยการทำความสะอาดพ้ืนที่โดยรอบ อปุ กรณ์ เคร่อื งใช้ และจดุ ท่มี กี ารใชร้ ่วมกัน โดยเฉพาะ ประตู เกา้ อี้ โต๊ะ ทงั้ น้ี ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาด - ควรจดั ให้มกี ารระบายอากาศที่ดี เชน่ หอ้ งสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ให้เปดิ ประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ หากมีเครื่องปรบั อากาศให้ทำความสะอาดระบบระบายอากาศ อยา่ งสม่ำเสมอ - จัดให้มีระยะห่างของผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา อย่างน้อย 1- 2 เมตร (Social Distancing) เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายของเชื้อโรค เช่น เว้นระยะห่างในการนั่งฟังสวด พระอภิธรรม หรือจัดสถานที่ เพื่อลดความแออัดของการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาของ ศาสนกิ ชนและผู้เข้ารว่ มประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น กระจายทว่ี างดอกไมจ้ ันทน์ - จดั เตรยี มน้ำและสบใู่ นการล้างมอื หรือเจลแอลกอออล์สำหรบั ทำความสะอาดมือ สำหรับผ้มู า เข้าร่วมพธิ ีกรรมทางศาสนา - หลีกเล่ียงการจัดอาหารตกั เสิร์ฟในงาน หากจำเป็น ควรเปน็ อาหารหรือน้ำขวดเฉพาะแต่ละ บคุ คล ข. คำแนะนำสำหรบั พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้ประกอบพิธกี รรมทางศาสนา ในการดูแล ตนเอง 1. นมัสการ/นำเรียนเจ้าอาวาส ในการลดจำนวนวันและระยะเวลาการทำพิธกี รรมใหส้ ้นั ลง 2. หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหน่ือยหอบ หรือกลบั จากพืน้ ท่ีเสี่ยงและ อย่ใู นชว่ งกกั กนั ให้งดร่วมพิธกี รรมทางศาสนาในพทุ ธศาสนสถาน 3. ไม่อยู่ใกล้ชดิ ผู้ที่มีอาการหวดั มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมกู และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานท่ีแออัด 4. ให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สวมหน้ากากผ้า พร้อมจัดที่นั่งให้มี ระยะหา่ งระหว่างบุคคลอยูห่ ่างจากคนอืน่ อย่างน้อย 1 - 2 เมตร เช่น เว้นระยะห่างในการสวด มนต์/การประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา 5. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ก่อนฉันภัตตาหารหรอื ก่อนรบั ประทานอาหาร และหลงั ใช้ส้วมโดยเน้นหลังเขา้ ร่วมพิธีกรรม/หลงั สมั ผัสสงิ่ สกปรก รวมทั้ง หลกี เลีย่ งการใช้มือสัมผัสใบหนา้ ตา ปาก จมูก 6. เลือกฉนั ภตั ตาหารหรอื รบั ประทานอาหารท่ีปรงุ สกุ ใหม่ ไมใ่ ช้ช้อน แก้วน้ำ หลอดดดู นำ้ ผ้าเชด็ มอื ร่วมกัน และใช้ช้อนกลางส่วนตัวแยกจากผู้อื่นเมื่อฉันภัตตาหารหรือรับประทานอาหารร่วมกบั ผ้อู ืน่ ๔๗
ค. คำแนะนำสำหรบั ผูม้ าเขา้ ร่วมพธิ ีกรรมทางศาสนาในการดแู ลตนเอง 1. ถา้ มีอาการไอ จาม เปน็ หวดั มไี ข้ ใหง้ ดการเข้าร่วมพธิ ีกรรมทางศาสนา 2. กลมุ่ เสีย่ ง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มโี รคประจำตัว เดก็ ควรงดไปร่วมงาน 3. มีการดูแลป้องกันตนเอง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับประทาน อาหาร หลังใช้ส้วม โดยเน้นหลงั เข้าร่วมพิธีกรรม หรอื หลังจากไอ จาม 4. สวมหน้ากากผ้า รวมท้ังหลีกเลี่ยงการใชม้ ือสัมผสั ใบหน้า ตา ปาก จมูกเม่ือเขา้ รว่ มพธิ ีกรรมทาง ศาสนา 5. เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่ใช้ช้อน แก้วน้ำร่วมกนั และใช้ช้อนกลางส่วนตัวแยกจาก ผู้อ่นื เมอ่ื รับประทานอาหารรว่ มกับผอู้ ่นื 6. ไม่อยใู่ กลช้ ิดผทู้ ่มี อี าการหวดั มไี ข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู 7. ใชเ้ วลาในการร่วมพิธกี รรมทางศาสนาใหน้ ้อยทสี่ ดุ 8. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัดหรือสถานที่ที่มีการรวมกันของคนจำนวนมาก โดยเว้น ระยะห่างระหว่างบคุ คลอยูห่ า่ งจากคนอน่ื อยา่ งน้อย 1 - 2 เมตร 9. เม่อื กลับเข้าบ้านให้ลา้ งมอื ด้วยน้ำและสบูอ่ ย่างน้อย 20 วินาที อาบนำ้ เปลยี่ นเส้อื ผ้า แล้วจึงทำ กิจกรรมอ่ืนๆ 2) คำแนะนำสำหรับการจดั โรงทาน ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 โรงทาน เป็นสถานท่ีเตรียมปรงุ อาหารสำหรบั บรกิ ารคนจำนวนมากส่วนใหญจ่ ะจดั ภายในบริเวณวัด ดงั น้นั ผสู้ มั ผสั อาหาร ต้งั แตก่ ารปรุง ประกอบและแจกจา่ ยอาหาร จงึ มีคำแนะนำ ดงั นี้ ก. คำแนะนำสำหรบั ผดู้ ูแลสถานที่ 1. ควรจัดในพืน้ ทีโ่ ลง่ ที่มีการระบายอากาศไดด้ ี ไมค่ วรจดั โรงทานในสถานทป่ี ดิ 2. จดั บริการอ่างลา้ งมอื พร้อมสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลส์ ำหรับทำความสะอาดมือ ไวย้ งั จดุ รบั อาหาร เพอื่ ให้ผบู้ รโิ ภคใชท้ ำความสะอาดมอื กอ่ นการหยบิ จับอาหาร 3. มกี ารกำหนดจดุ เพือ่ กำหนดระยะหา่ งระหว่างผบู้ ริโภคด้วยกัน ทย่ี ืนรอรับอาหาร ณ จดุ รับอาหาร ควรอยหู่ ่างกันอยา่ งนอ้ ย ๑-๒ เมตร ข. คำแนะนำสำหรับผ้สู มั ผัสอาหาร ได้แก่ บุคคลท่เี กย่ี วข้องกับอาหารตั้งแต่กระบวนการเตรียมปรุง ประกอบรวมถึงการล้างและเกบ็ ภาชนะอปุ กรณ์ 1. หากมอี าการเจบ็ ป่วย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มนี ำ้ มกู หรอื เหนื่อยหอบ ใหห้ ยุดปฏิบตั งิ านและไปพบ แพทย์ทันที 2. ไมส่ ัมผัสอาหารสดประเภทเนอ้ื สตั ว์ เคร่ืองในสัตว์โดยตรง และลา้ งมือหลังการสมั ผสั เนื้อสัตว์หรือ ผลิตภณั ฑจ์ ากสตั ว์ทกุ ครงั้ แยกภาชนะ อปุ กรณ์ปรงุ ประกอบอาหาร เช่น เขียง มดี ระหว่างอาหาร ๔๘
สุกและอาหารดบิ สำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ควรปรุงให้สุกด้วยความร้อนไม่น้อยกว่า 60 องศาเซลเซียส อยา่ งน้อย 30 นาที 3. ไม่เตรยี มปรุงประกอบรวมถึงการล้างและเกบ็ ภาชนะอุปกรณ์ บรเิ วณพื้น 4. จัดเมนูอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด หลีกเล่ียงอาหารทีบ่ ดู เสยี ง่าย เช่น อาหารที่มีกะทิ ไขมันสงู เป็นต้น 5. ผ้ปู รุงประกอบ ผ้ตู ักอาหาร และผใู้ ห้บรกิ าร ตอ้ งสวมผา้ กันเปือ้ น ถุงมอื หนา้ กากผ้าหรือหนา้ กาก อนามยั เพอื่ ลดการปนเปื้อนในอาหาร และลดความเสย่ี งการได้รับเชอื้ โรคระหวา่ งให้บริการ 6. จดั อาหารเป็นชุดพร้อมแจกจ่ายใหน้ ำกลบั ไปรบั ประทานทีบ่ า้ น ทง้ั น้ไี ม่ควรใช้ภาชนะโฟม ให้แยก บรรจขุ ้าวและกับออกจากกัน 7. อาหารที่ปรุงเสร็จให้วางบนโต๊ะสูง มีการปกปิดอาหาร ควรวางในที่ร่ม และอุ่ นอาหารทุกๆ 2 ชั่วโมง ใช้อุปกรณ์สำหรบั หยิบจบั หรือตักอาหาร เช่น ช้อน ที่คีบ ฯลฯ ระมัดระวังไม่ให้ส่วน ของดา้ มจับตกหลน่ หรือสัมผัสกับอาหารเพราะอาจเกิดการปนเปื้อนของเช้ือโรคได้ 8. ลา้ งมอื บ่อย ๆ ด้วยนำ้ และสบู่ ทั้งกอ่ นเตรยี มอาหาร ระหวา่ งและหลังปรงุ อาหารเสร็จ หลังจับขยะ เศษอาหาร หลงั ทำความสะอาด และหลงั เข้าส้วม ค. คำแนะนำสำหรบั ผูบ้ ริโภค 1. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ หลังการรับอาหารจากจุดรับอาหาร และก่อน รบั ประทานอาหาร 2. สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ในระหว่างการรับอาหารจากจุดรับอาหาร และเว้น ระยะหา่ งระหวา่ งผอู้ ่ืนอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 3. หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้พบแพทย์ หากมีอาการ ดังกลา่ ว ควรพักอยทู่ ีพ่ ักอาศยั หรอื ให้ผู้อืน่ มารับอาหารแทน 4. เมื่อได้รับอาหารควรนำกลับไปรบั ประทานทันที หากรับประทานอาหารไม่หมดควรเก็บในต้เู ยน็ ก่อนรบั ประทานคร้งั ต่อไปควรอ่นุ อาหารด้วยความรอ้ นไมน่ อ้ ยกว่า 60 องศาเซลเซยี สขนึ้ ไป 3) คำแนะนำในการเขา้ งานฌาปนกิจศพผู้เสยี ชีวติ จากโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเสียชีวิต ถือเป็นการตายโดยโรคธรรมชาติไม่จำเป็นต้องมีการ ชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งการเสียชีวิตดังกล่าว จะไม่มีการแพร่เช้ือ เนื่องจากเชื้อโรคจะติดตอ่ กนั จากสารคัดหลั่งเท่านั้น การเสียชีวติ จากโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังกลา่ ว จึงควรจัดการศพโดยการเผาหรือการฝังศพได้ โดยหา้ มเปิดถุงศพ อยา่ งเด็ดขาด และการจัดงานควรดำเนินการ ตามมาตรการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ดังนั้น จึงควรมีการดูแลและจัดการด้านอนามยั ส่งิ แวดล้อม รวมท้งั การดแู ลและป้องกนั ตนเอง เพอ่ื ลดการแพร่กระจายของเช้ือโรค ดังน้ี ๔๙
1. นมัสการ/นำเรียนเจ้าอาวาส หากมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี หรือผู้ประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา มอี าการเจบ็ ป่วย เช่น มไี ข้ ไอ จาม มนี ้ำมกู หรือเหนื่อยหอบ หรอื กลับจากพืน้ ทเี่ สย่ี งและ อยู่ในช่วงกักกัน ให้งดร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในพุทธศาสนสถาน รวมทั้งขอความ ร่วมมอื กรณีทีม่ ีคนในครอบครัวป่วยดว้ ยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือกลับจากพื้นที่เสีย่ ง และอย่ใู นช่วงกกั กนั ให้ปฏบิ ตั ิตวั ตามคำแนะนำของเจา้ หน้าท่สี าธารณสุขอย่างเคร่งครดั 2. จัดให้มีการคัดกรองศาสนิกชนหรือผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนา บริเวณทางเข้า พุทธศาสนสถานตามความเหมาะสม พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ไว้ บริเวณทางเข้าประตูศาสนสถาน และหากพบว่ามีศาสนิกชนหรือผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาปว่ ย หรอื มีอาการไข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรอื เหน่ือยหอบ ใหแ้ นะนำไปพบแพทย์ทนั ที 3. จัดให้มีการดแู ลอาคารสถานที่/อาหารและเครอ่ื งดม่ื ดงั นี้ - ทำความสะอาดห้อง อุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใชใ้ ห้สะอาด ไม่เป็นแหล่งแพร่กระจายเช้อื โรค ดว้ ยการทำความสะอาดพน้ื ที่โดยรอบ อปุ กรณ์ เครอ่ื งใช้ และจดุ ทีม่ ีการใชร้ ่วมกนั โดยเฉพาะ ประตู เก้าอ้ี โตะ๊ ทัง้ นี้ ควรทำความสะอาดดว้ ยนำ้ ยาทำความสะอาด - ควรจัดใหม้ ีการระบายอากาศที่ดี เชน่ ห้องสำหรบั ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา ใหเ้ ปดิ ประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ หากมีเคร่ืองปรบั อากาศให้ทำความสะอาดระบบระบายอากาศ อยา่ งสม่ำเสมอ - จัดให้มีระยะห่างของผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา อย่างน้อย 1- 2 เมตร (Social Distancing) เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายของเชื้อโรค เช่น เว้นระยะห่างในการนั่งฟังสวด พระอภิธรรม หรือจัดสถานที่ เพื่อลดความแออัดของการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาของ ศาสนกิ ชนและผู้เข้ารว่ มประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เชน่ กระจายทว่ี างดอกไม้จันทน์ - จดั เตรยี มน้ำและสบู่ในการล้างมือหรอื เจลแอลกอออล์สำหรบั ทำความสะอาดมือ สำหรับผูม้ า เข้ารว่ มพิธีกรรมทางศาสนา - หลีกเล่ียงการจัดอาหารตกั เสริ ์ฟในงาน หากจำเป็น ควรเป็นอาหารหรอื น้ำขวดเฉพาะแต่ละ บคุ คล ง. คำแนะนำสำหรับพระภกิ ษสุ งฆ์ สามเณร และผปู้ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนา ในการดูแล ตนเอง 1. นมสั การ/นำเรยี นเจา้ อาวาส ในการลดจำนวนวนั และระยะเวลาการทำพิธกี รรมให้สัน้ ลง 2. หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยงและ อยใู่ นช่วงกักกัน ใหง้ ดรว่ มพิธกี รรมทางศาสนาในพุทธศาสนสถาน 3. ไม่อยใู่ กล้ชิดผทู้ มี่ อี าการหวดั มไี ข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู และหลีกเลย่ี งการเข้าไปในสถานท่แี ออดั 4. ให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สวมหน้ากากผ้า พร้อมจัดที่นั่งให้มี ระยะหา่ งระหว่างบุคคลอยู่ห่างจากคนอืน่ อย่างน้อย 1 - 2 เมตร เช่น เว้นระยะห่างในการสวด มนต/์ การประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา ๕๐
5. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรอื ทำความสะอาดมอื ด้วยแอลกอฮอล์เจล ก่อนฉันภัตตาหารหรอื ก่อนรับประทานอาหาร และหลงั ใชส้ ว้ มโดยเนน้ หลงั เข้าร่วมพิธีกรรม/หลังสมั ผสั ส่งิ สกปรก รวมท้ัง หลีกเล่ียงการใช้มอื สัมผสั ใบหน้าตา ปาก จมกู 6. เลือกฉนั ภัตตาหารหรือรับประทานอาหารท่ีปรงุ สุกใหม่ ไมใ่ ช้ชอ้ น แกว้ น้ำ หลอดดูดนำ้ ผ้าเช็ดมอื ร่วมกัน และใช้ช้อนกลางส่วนตัวแยกจากผู้อื่นเมื่อฉันภัตตาหารหรือรับประทานอาหารร่วมกับ ผูอ้ น่ื จ. คำแนะนำสำหรับผูม้ าเขา้ ร่วมพิธกี รรมทางศาสนาในการดแู ลตนเอง 1. ถา้ มีอาการไอ จาม เป็นหวดั มไี ข้ ให้งดการเขา้ รว่ มพิธกี รรมทางศาสนา 2. กลมุ่ เส่ยี ง ไดแ้ ก่ ผสู้ ูงอายุ ผ้ทู ี่มโี รคประจำตวั เดก็ ควรงดไปร่วมงาน 3. มีการดูแลป้องกันตนเอง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับประทาน อาหาร หลังใช้สว้ ม โดยเน้นหลงั เขา้ รว่ มพธิ ีกรรม หรือหลงั จากไอ จาม 4. สวมหน้ากากผา้ รวมทั้งหลกี เล่ียงการใช้มือสัมผสั ใบหน้า ตา ปาก จมูกเมื่อเขา้ รว่ มพธิ ีกรรมทาง ศาสนา 5. เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่ใช้ช้อน แก้วน้ำร่วมกนั และใช้ชอ้ นกลางส่วนตัวแยกจาก ผอู้ น่ื เมื่อรับประทานอาหารรว่ มกับผู้อนื่ 6. ไม่อย่ใู กล้ชดิ ผู้ที่มีอาการหวดั มีไข้ ไอ จาม มนี ้ำมูก 7. ใชเ้ วลาในการร่วมพธิ ีกรรมทางศาสนาใหน้ ้อยท่สี ุด 8. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัดหรือสถานที่ที่มีการรวมกันของคนจำนวนมาก โดยเว้น ระยะห่างระหว่างบุคคลอยู่หา่ งจากคนอน่ื อยา่ งนอ้ ย 1 - 2 เมตร 9. เมอ่ื กลบั เขา้ บ้านใหล้ า้ งมือด้วยน้ำและสบู่อย่างนอ้ ย 20 วนิ าที อาบนำ้ เปลี่ยนเส้อื ผ้า แล้วจึงทำ กจิ กรรมอน่ื ๆ หมายเหตุ หากเป็นศพท่ียนื ยนั ว่าติดเช้ือไวรัสโคโรน่า ห้ามเปิดถุงเก็บศพโดยเด็ดขาด ห้ามการรดน้ำศพและ หา้ มสมั ผัสกบั ศพ สามารถเผาศพและฝังศพได้ หากเปน็ การเสียชวี ติ โดยท่ัวไป การเก็บศพ การทำความสะอาด หรือการประกอบพิธกี รรมทางศาสนา ให้ดำเนินการเหมอื นศพปกติท่ัวไป ๕๑
4.2 การปฏิบตั ิตนของบุคคล คำแนะนำนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานปฏิบัติสำหรับบุคคลทั้งประชาชนทัว่ ไปและ ประชาชนกลุ่มเสีย่ งสูงต่อการติดเช้ือโรคโควดิ -19 ไดแ้ ก่ หญงิ ตั้งครรภ์ กลมุ่ เดก็ เล็กทีม่ ีอายตุ ่ำกว่า 5 ปีลงมา ผสู้ งู อายุ และคนทมี่ โี รคประจำตวั เชน่ โรคไมต่ ดิ ต่อเร้อื รงั ตา่ ง ๆ เชน่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสงู โรค หลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคระบบทางเดนิ หายใจ โรคภูมิแพ้ โดยมีรายละเอียดการปฏิบัตติ นเพือ่ ป้องกนั ตนเอง ดงั นี้ 4.2.1 แนวทางการปฏิบัติด้านสุขวิทยาส่วนบุคคล ในสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 แนวทางการดูแลสขุ อนามัยสว่ นบคุ คล เพอื่ ป้องกนั และลดการแพรเ่ ชอ้ื COVID-19 ดว้ ยหลักการ 3 ล. “ลด เล่ียง ดแู ล” 1. ลดสมั ผสั - ลา้ งมือใหส้ ะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรอื เจลแอลกอฮอลท์ กุ ครงั้ กอ่ นรับประทานอาหาร หลังใช้ ส้วม หรือหลังจากไอ จาม หรือหลงั สัมผสั จดุ เสย่ี งทมี่ ผี ใู้ ช้งานรว่ มกนั ในท่สี าธารณะ เชน่ กลอนหรอื ลูกบดิ ประตู ราวจบั หรือราวบนั ได เปน็ ตน้ - ลดการปนเปื้อนและแพร่กระจายเชือ้ โรค โดยเฉพาะเมอื่ ไอหรอื จาม ควรใช้ผ้า หรอื กระดาษ ทิชชู ปดิ ปาก จมูก แลว้ น้าไปทิ้งในถังขยะที่มีฝาปดิ หากไม่มี ใหจ้ ามใส่ขอ้ ศอก โดยยกแขนข้างใดข้าง หน่ึงมา จับไหล่ตัวเองฝั่งตรงข้าม และยกมุมข้อศอกปิดปากและจมูกตนเองก่อน ไอ จามทุกครั้ง เมื่อเจ็บป่วยให้ใช้ หน้ากากอนามัย 2. เลย่ี งจดุ เสีย่ ง - หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น แออัด หรือพื้นที่ปิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และสตรตี งั้ ครรภห์ ากจำเป็นใหใ้ สห่ น้ากากตามความเหมาะสม เชน่ หน้ากากผ้า - หลีกเลี่ยง หรืออยู่ห่างจากผู้ที่มีอาการไอ จาม และมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อระบบทางเดิน หายใจ อยา่ งน้อย 1 เมตร - หลีกเลี่ยงการใชม้ ือสมั ผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเปน็ - ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 70 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสงู โรคปอด และเด็กอายุตำ่ กว่า 5 ปี ใหเ้ ลี่ยงการออกนอกบา้ น เวน้ แต่จำเปน็ ใหอ้ อกนอก บ้านนอ้ ยทีส่ ุด ในระยะเวลาสัน้ ทส่ี ดุ 3. ดูแลสขุ ภาพตนเองและสังคม - ดูแลตัวเองด้วยการเลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอและ พักผ่อนใหเ้ พยี งพอ - หากเดินทางกลับจากประเทศหรือพ้ืนที่ท่ีมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรกัก ตัวเองท่บี ้าน 14 วัน และปฏบิ ัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสขุ - รักษาระยะห่างทางสังคม ด้วยการอยู่ที่บ้านหรือเลือกทำงานที่บ้าน หากออกนอกบ้านให้ รกั ษาระยะหา่ งระหว่างบคุ คลไม่น้อยกวา่ 1-2 เมตร ในทุกทที่ กุ เวลา ๕๒
4.2.2 วธิ ีการปฏบิ ัติสำหรับกลุ่มเสย่ี ง 1) คำแนะนำสำหรบั ผสู้ ูงอายุ ในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ COVID-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุ เป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มีอาการรนุ แรงมากกว่ากลุ่มวัยอ่ืน การอยู่รวมกันในครอบครัว ที่มี สมาชิกในบา้ นมาทีม่ ปี ระวัตเิ ดินทางจากพื้นท่เี ส่ียง อาจทำให้ผู้สูงอายตุ ดิ เช้ือได้ ดงั น้ัน ผู้สูงอายุและบุคคลใน ครอบครวั ควรมีการปฏบิ ตั ิตน เพ่ือการป้องกันการรับสัมผัสและแพร่กระจายเชือ้ โรค ดงั น้ี คำแนะนำสำหรบั ผู้สูงอายุ 1) ลา้ งมอื อย่างถกู วธิ ีดว้ ยนำ้ และสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ 70 % ทกุ คร้งั ก่อนรบั ประทานอาหาร หลงั เข้าสว้ ม หรอื เมื่อสัมผัสสิง่ ของร่วมกบั ผู้อ่ืน หลีกเลี่ยงการใช้มือสมั ผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมกู 2) ดูแลตัวเองดว้ ยการเลือกทานอาหารที่ร้อนหรอื ปรุงสุกใหม่ๆ ควรทานอาหารแยกสำรบั หรือหาก ทานอาหารรว่ มกนั ให้ใช้ ชอ้ นกลางสว่ นตวั ออกกำลงั กายสม่ำเสมอ และพกั ผอ่ นใหเ้ พียงพอ 3) หากไอ จาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากหรือใช้ข้อศอกปิดปากจมูก และทำความ สะอาดมือดว้ ยสบูแ่ ละนำ้ หรือเจลแอลกอฮอลท์ ันที หรือให้สวมหนา้ กาก หลีกเลีย่ งการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการ หวดั มไี ข้ ไอ จาม มีน้ำมกู 4) งดออกจากบ้านหรือเข้าไปในบริเวณทีม่ ีคนแออัด ในช่วงทีม่ กี ารระบาดของโรค หากจำเปน็ ให้ใส่ หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ใช้เวลาน้อยท่ีสุด รกั ษาระยะห่างจากบุคคลอื่น 1 - 2 เมตร หลีกเลี่ยงการ สวมกอด หรือพูดคุยในระยะใกล้ชิดกับบุคคลอื่น และเปลี่ยนมาใช้การสื่อสารทางโทรศัพท์ หรือ Social media เป็นต้น 5) หากมโี รคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสูง หรือโรค ปอดอดุ ก้นั เร้อื รัง โรคมะเร็ง ควรจัดเตรยี มยาสำรองสำหรบั รกั ษาโรคประจำตัวของผู้สูงอายุไว้ ภายใตด้ ุลยพินิจ ของแพทย์ หากถึงกำหนดตรวจตามนัด ใหต้ ดิ ตอ่ ขอคำนำจากแพทย์ และใหญ้ าตไิ ปรบั ยาแทน 6) ดูแลสภาพจิตใจของตนเอง ไม่ให้เครียดเกินไป หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การออกกำลัง กายท่เี หมาะสมกับสุขภาพ (เชน่ รำมวยจนี โยคะ) ฟงั เพลง ร้องเพลงหรอื เลน่ ดนตรี ปลกู ตน้ ไม้ ทำสวน จดั หอ้ ง ตกแต่งบ้าน เลน่ กบั สัตว์เล้ยี ง สวดมนต์ นงั่ สมาธิ การฝกึ หายใจคลายเครียด ทำบุญตักบาตร เป็นต้น คำแนะนำสำหรบั ผทู้ ่อี ยู่รว่ มกับผ้สู ูงอายุ 1) หมั่นสังเกตตนเอง ว่ามีอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรงดการใกล้ชดิ กบั ผสู้ ูงอายุ 2) หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผูส้ ูงอายุโดยไม่จำเป็น หาวิธีการสร้างความสัมพนั ธ์อันดี โดยรักษาระยะ กบั ผสู้ ูงอายุ 3) ผทู้ ท่ี ำหนา้ ทีด่ แู ลผ้สู ูงอายุ ตอ้ งสวมหนา้ กากอนามัยตลอดเวลาและล้างมือทุกคร้งั กอ่ นใหก้ ารดแู ล ๕๓
2) การปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่มโี รคประจำตัว เบาหวาน ความดนั โลหิตสงู โรคหลอดเลอื ดหวั ใจและ สมอง โรคระบบทางเดินหายใจ ผทู้ ่ีมโี รคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดิน หายใจ หากมีการติดเชื้อโคโรนาไวรสั 2019 จะมคี วามเสี่ยงต่อการปว่ ยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพื่อเป็นการ ปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ กดิ การตดิ เชือ้ หรือปว่ ยรนุ แรง จงึ มคี ำแนะนำดงั น้ี ก. คำแนะนำสำหรบั ผู้ป่วย 1) ให้อยู่ในที่พักอาศัย เว้นการคลุกคลใี กล้ชิดกับบุคคลท่ีไม่ใช่ผู้ดูแล รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล 1 - 2 เมตร 2) งดใช้ของหรือเครอ่ื งใช้สว่ นตัวรว่ มกับผู้อนื่ 3) หากตอ้ งออกนอกที่พกั อาศยั ไปในพนื้ ที่ทมี่ ีคนแออดั หรอื โดยสารรถสาธารณะ ใหส้ วมหนา้ กากผ้า หรือหนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา 4) มหี มายเลขโทรศัพท์ติดตอ่ ของสถานพยาบาลท่รี กั ษาประจำ เพื่อปรึกษาปัญหาสขุ ภาพ 5) ติดต่อสถานพยาบาลทร่ี ักษาประจำกอ่ นกำหนดนดั เพ่ือรับทราบข้อปฏิบตั ิ เช่น ให้ญาติหรือผู้อ่ืน ไปรับยาแทน ใหไ้ ปรับยาใกล้บ้าน หรอื ให้ย้ายไปตรวจทส่ี ถานพยาบาลอืน่ 6) รบั ประทานยาสม่ำเสมอ และหม่นั ตรวจสุขภาพตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต หรือวดั ระดบั นำ้ ตาล ในเลอื ดเองทบี่ ้าน 7) หากมีอาการปว่ ยฉกุ เฉนิ ใหโ้ ทรเรยี ก 1669 ข. คำแนะนำสำหรับญาติและผใู้ กล้ชิด ผดู้ แู ล 1) สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาท่ีให้การดแู ล 2) ล้างมือก่อนและหลังการใหก้ ารดแู ล 3) หากมอี าการผิดปกตขิ องระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ เจบ็ คอ หรอื รูส้ ึกมีไข้ ต้องงด การ ให้การดูแล หรอื อยู่ใกล้ชิด ควรมอบหมายผู้อน่ื ทำหน้าท่แี ทน 4) ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ประจำร่วมกันในบ้าน เช่น เครื่องวดั ความดนั โลหติ ดว้ ยแอลกอฮอล์ 3) คำแนะนำสำหรับกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลัง คลอดทีม่ หี นา้ ท่ดี ูแลเดก็ เลก็ 3.1) คำแนะนำสำหรบั กลมุ่ เดก็ เลก็ ทีม่ อี ายุตำ่ กวา่ 5 ปี โรคไวรัสโคโรน่า COVID-19 มีอันตรายต่อเด็กเช่นเดียวกับ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวดั ใหญ่ ไข้หวัดธรรมดา คำแนะนำ 1) หา้ มพาเดก็ ออกไปทีส่ าธารณะ ให้เด็กเลน่ ในบา้ น ๕๔
2) เว้นระยะหา่ งทางสังคม (Social Distancing) ใกล้ชิดคนอ่นื ใหน้ ้อยทสี่ ุด 3) ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กไม่ควรออกไปนอกบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกไปเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบน้ำ เปล่ยี นเสื้อผ้า ก่อนมาเลน่ กับเดก็ 4) สอนเดก็ ลา้ งมอื ใส่หนา้ กาก กนิ อาหารทมี่ ปี ระโยชน์ สกุ สะอาด และนอนพกั ผอ่ นที่เพยี งพอ 5) หากเด็กติดเช้ือ COVID-19 อาการของโรค เริ่มตั้งแต่มีอาการหวัดน้อยๆ จนถึงปอดอกั เสบหรือ ปอดบวม และหากมีโรคประจำตวั ก็จะมีอาการชดั เจนอย่างรวดเร็ว ดงั นัน้ ถ้าเริม่ มีอาการตอ้ งรบี ไปพบแพทย์ 3.2) คำแนะนำสำหรบั หญงิ ต้ังครรภ์ หญงิ หลังคลอด ทมี่ หี น้าท่ดี แู ลเด็กเลก็ เนอ่ื งจากเชื้อเป็นไวรัสชนดิ ใหม่ ยังไม่มีข้อมูลวา่ หญงิ ต้ังครรภม์ ีโอกาสติดเช้อื COVID-19 มากกว่าคน ทั่วไปหรอื ไม่ ก. การดแู ลหญงิ ตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด กลมุ่ ปกติ กลมุ่ ปกติ คือ กล่มุ ที่ไม่ตดิ เชื้อ ใช้หลักการปอ้ งกันการแพร่ระบาดของเชอ้ื อย่างเคร่งครัด โดย 1. หลกี เลี่ยงการสมั ผัสหรอื อยู่ใกล้ชดิ ผูท้ ่มี อี าการไอ เปน็ ไข้ หรอื ผู้ท่เี ดนิ ทางมาจากพื้นท่เี สยี่ ง 2. หลกี เลีย่ งการอยสู่ ถานที่ทีม่ ีผู้คนแออัด หรอื รวมกลุม่ กนั จำนวนมาก 3. หากต้องอยูใ่ นสถานที่สาธารณะขอให้อยู่ห่างจากบุคคลอนื่ อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 4. หลีกเลี่ยงการใช้มอื สัมผสั บริเวณดวงตา ปาก และจมกู 5. รับประทานอาหารท่ีปรงุ สุกใหม่เสมอ 6. แยกภาชนะรบั ประทานอาหารและงดใช้ของส่วนตวั ร่วมกับผูอ้ น่ื 7. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที หากไม่มสี บู่ให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ 70% ทกุ ครงั้ ที่มีการไอจาม สมั ผัสส่ิงของหรอื บรเิ วณท่สี ัมผัสรว่ มกับผู้อน่ื ก่อนรบั ประทานอาหาร และหลัง ออกจากห้องส้วม 8. ในขณะไมไ่ ด้สวมหนา้ กากอนามัย ถ้ามีอาการไอ จาม ให้ใช้ผ้าเชด็ หนา้ กระดาษทิชชูหรือไอใส่ ขอ้ ศอกปดิ ปากทกุ คร้งั 9. เฝ้าระวงั อาการ โดยเฉพาะอาการไขห้ รอื ทางเดินหายใจ หากมีอาการป่วยเล็กน้อย ควรพักผอ่ น อยู่ทีบ่ ้าน ถ้ามีอาการไข้ ไอ เจบ็ คอ หายใจเหน่ือย ควรรบี ไปพบแพทย์ 10. หากถึงกำหนดนัดฝากครรภ์ สามารถติดต่อขอคำแนะนำกับแพทยท์ ่ฝี ากครรภ์ เพือ่ พิจารณา ความจำเป็นในการไปตรวจตามนัด ข. การดูแลหญงิ ตัง้ ครรภ์ หญิงหลงั คลอดทเ่ี ป็นกลุ่มเสีย่ งตดิ เชื้อ COVID-19 กล่มุ เส่ยี ง ไดแ้ ก่ ผ้ทู ม่ี ีประวัตเิ ดนิ ทางมาจากพน้ื ทเ่ี สยี่ ง หรอื สมั ผสั /ใกลช้ ดิ ผู้ป่วย COVID-19 1. แยกตนเองออกจากครอบครัวและสงั เกตอาการจนครบ 14 วนั งดการใช้สิ่งของรว่ มกบั ผู้อืน่ 2. งดออกไปในทชี่ ุมชนโดยไมจ่ าํ เป็น และอยหู่ ่างจากผู้อ่ืน ในระยะ 1 - 2 เมตร ๕๕
3. กรณีครบกำหนดนัดฝากครรภ์ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน เพอ่ื พจิ ารณาเลอื่ นการฝากครรภ์ และปฏิบัตติ ามคำแนะนำของเจ้าหนา้ ท่ี 4. กรณีเจ็บครรภค์ ลอด ต้องไปโรงพยาบาลทนั ที และแจง้ เจ้าหนา้ ทีใ่ ห้ทราบวา่ ตนเองอยู่ระหว่าง การเฝา้ ระวัง 14 วนั ค. คำแนะนำสำหรบั การดแู ลทารกแรกเกดิ กรณแี ม่เป็นผทู้ ีส่ งสัยติดเช้ือหรือติดเชอ้ื COVID-19 1. ยงั ไม่มีหลกั ฐานการติดต่อผา่ นทางรกหรือผ่านทางน้ำนม 2. ทารกทเี่ กิดจากแมท่ ่ีตดิ เช้ือ COVID-19 จัดเปน็ ผมู้ ีความเสย่ี ง จะตอ้ งมีการแยกตัวออกจาก ทารกอ่นื และต้องสงั เกตอาการ เป็นเวลา 14 วนั 3. แนวทางการปฏบิ ตั ใิ นการเลีย้ งลกู ดว้ ยนมแม่ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกดว้ ยนมแม่และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการในการแพร่ เชื้อไวรัสผ่านทางนำ้ นม ดังนั้น ทารกจึงสามารถกินนมแมไ่ ด้ โดยปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการติดเชือ้ อยา่ ง เคร่งครัด ข้อแนะนำการปฏบิ ตั สิ ำหรบั แม่ ในกรณีสงสัยวา่ จะติดเชอ้ื หรือติดเช้ือ COVID-19 แลว้ 1. กรณีแมเ่ ป็นผ้ทู ี่สงสัยว่าจะตดิ เชอ้ื หรอื ตดิ เชือ้ COVID-19 แล้ว แต่อาการไมม่ าก สามารถกอดลูก และใหน้ มจากเต้าได้ ทั้งน้ีขน้ึ อยู่กับการตัดสนิ ใจของแม่และครอบครวั ต้องปฏิบัตติ ามแนวทางป้องกันการติด เชือ้ อยา่ งเครง่ ครดั 2. กรณีแม่ที่ตดิ เชื้อ COVID-19 และมีอาการชัดเจน หากยังสามารถบีบนำ้ นมได้ ให้ใช้วิธีบบี น้ำนม และให้ผู้ชว่ ยเป็นผปู้ ้อนนมแกล่ ูก หากไม่สามารถบีบน้ำนมเองได้ อาจพิจารณาใชน้ มผงแทน ข้อปฏิบัตใิ นกรณใี หท้ ารกกนิ นมจากเตา้ 1. อาบน้ำหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณเตา้ นมและหัวนมด้วยสบู่และนำ้ 2. ลา้ งมือใหส้ ะอาดด้วยสบู่และนำ้ นานอย่างน้อย 20 วนิ าที หรือใช้แอลกอฮอลเ์ ขม้ ข้น 70% ข้ึนไป 3. สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาทำกิจกรรมทเี่ ก่ียวกบั การให้นมลกู 4. ไมส่ มั ผสั บรเิ วณใบหน้าของทารก เช่น การหอมแกม้ ข้อปฏิบตั ใิ นการบีบนำ้ นม และการปอ้ นนม 1. อาบน้ำหรอื เช็ดทำความสะอาดบรเิ วณเตา้ นมและหวั นมด้วยน้ำและสบู่ 2. ล้างมือใหส้ ะอาดด้วยน้ำและ สบู่ นานอย่างนอ้ ย 20 วนิ าที หรอื แอลกอฮอลเ์ ขม้ ขน้ 70% ขึ้นไป 3. สวมหน้ากากอนามยั ตลอดการทำกิจกรรมทีเ่ ก่ยี วกบั การเตรียมนม การบบี นำ้ นม และการใหน้ ม 4. ไม่สมั ผัสบรเิ วณใบหน้าของทารก เชน่ การหอมแก้ม 5. หาผู้ช่วยเหลือหรือญาติที่มีสุขภาพแข็งแรงที่ทราบวิธีการป้อนนมที่ถูกต้องและต้องปฏิบัติตาม วิธีการปอ้ งกันตนเองอย่างเครง่ ครัด โดยวิธกี ารนำน้ำนมแม่มาปอ้ นด้วยการใช้ชอ้ น หรือถว้ ยเล็ก 6. ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เช่น ที่ปั้มนม ขวดนม ด้วยน้ำยาล้างอปุ กรณ์ และทำการน่ึงเพื่อฆ่า เชอ้ื หลังเสร็จสนิ้ กิจกรรม ๕๖
4.3 มาตรการป้องกัน ควบคุมโรค 4.3.1 การประกาศพืน้ ที่เขตติดโรค และการตรวจคดั กรองท่ีด่าน จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก ตาม ประกาศขององค์การอนามัยโลก 11 มีนาคม 2563 ขอให้ประชาชน และผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ตดิ ตามสถานการณอ์ ย่างใกลช้ ิด รวมทง้ั ใหค้ วามร่วมมอื และปฏิบัตติ ามคำแนะนำต่างๆ เพอื่ ความปลอดภยั ท้ัง ของตนเองและผูอ้ นื่ รวมทัง้ ลดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยไดก้ ำหนดเขตติดโรคติดต่ออันตราย ได้แก่ จีน (รวมมาเก๊า ฮอ่ งกง) เกาหลีใต้ อหิ ร่าน และอติ าลี การคัดกรองที่ด่าน 1) ได้ปิดชอ่ งทางการเดนิ ทางเขา้ สปู่ ระเทศไทยทง้ั ทางอากาศ ทางนำ้ และทางบก 2) บุคคลที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถเดินทางเขา้ สู่ประเทศไทยได้ มดี งั นี้ • ผู้มีเหตุยกเว้นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กำหนด หรืออนญุ าตตามความจำเป็นโดยอาจกำหนดเงอื่ นไข • ผูข้ นส่งสินคา้ ตามความจำเปน็ แตเ่ ม่อื เสร็จภารกจิ แล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว • ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาและ กำหนดเวลาเดนิ ทางออกชัดเจน • บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานใน ประเทศไทย หรอื เปน็ บุคคลหรอื หนว่ ยงานระหว่างประเทศอ่นื ตามที่ กระทรวงการต่างประเทศ อนุญาตตามความจำเป็น พร้อมบคุ คลในครอบครวั ดงั กลา่ ว โดยแสดงหลักฐานตามข้อ 3 • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีใบอนุญาตทำงาน หรือ ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานใน ประเทศไทย ทงั้ นต้ี อ้ งแสดงหลักฐานตามขอ้ 3 • ผูม้ สี ญั ชาตไิ ทย ใหต้ ิดต่อสถานทตู ไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนักเพ่ือออกหนังสือ รับรองจากสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ให้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย และมี ใบรับรองแพทย์ตามข้อ 3 3) ผู้ที่ได้รับการผ่อนปรนต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทาง อากาศ (Fit to Fly Health Certificate) ทอ่ี อกใหภ้ ายใน 72 ชวั่ โมงก่อนการเดนิ ทาง 4) ผู้ท่ีเดนิ ทางเขา้ ประเทศไทยจะต้องปฏิบตั ิตัวตามคำแนะนำในการควบคุมปอ้ งกันโรคอยา่ งเคร่งครดั ๕๗
4.3.2 แนวทางการเฝ้าระวงั และสอบสวนโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนาในระดับประเทศและ จงั หวดั การเฝ้าระวังและสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้มีการวางระบบตั้งแต่ระดับพืน้ ที่ อำเภอ จังหวัด เขต และส่วนกลาง โดยมีการกำหนดเกณฑ์การออกสอบสวนเพื่อควบคุมการระบาดตา มขีด ความสามารถของทีมสอบสวนโรค การเฝ้าระวังดำเนินการในสถานที่ 3 แห่ง ได้แก่ ด่านควบคุมโรคติดต่อ ระหวา่ งประเทศ สถานพยาบาล และในชนุ ชน โดยมนี ยิ ามผปู้ ว่ ยท่เี ข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ดงั น้ี นิยามผูป้ ว่ ยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค อาการและอาการแสดง ปัจจัยเสี่ยง กรณีที่ 1 การเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคติดต่อ รว่ มกบั มปี ระวัติเดนิ ทางไปยัง หรอื มาจากต่างประเทศ ระหวา่ งประเทศ ทกุ เทีย่ วบิน ทุกช่องทางระหวา่ งประเทศ ผปู้ ว่ ยมีอาการและอาการแสดงดังน้ี อุณหภูมิรา่ งกายตงั้ แต่ 37.3 องศาเซลเซียสขึน้ ไป หรือ อาการของระบบทางเดนิ หายใจอยา่ งใดอยา่ ง หน่งึ ดังตอ่ ไปน้ี ไอ น้ำมูก เจบ็ คอ หายใจเหน่ือย หรอื หายใจลำบาก กรณที ่ี 2 การเฝ้าระวงั ในสถานพยาบาล รว่ มกับ การมปี ระวตั ใิ นชว่ งเวลา 14 วนั ก่อนวนั เร่มิ ป่วย กรณีที่ 2.1 ผูป้ ว่ ยมีอาการและอาการแสดงดังน้ี อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงตอ่ ไปนี้ อณุ หภมู ิร่างกายตัง้ แต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึน้ ไป 1) มีประวตั ิเดินทางไปยัง หรอื มาจาก หรอื อยู่อาศัยใน หรือให้ประวัติว่ามีไข้ในการป่วยครั้ง ร่วมกับ มี พ้ืนทเี่ กิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหน่ึง 2) ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานท่ี ดังต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรอื แออดั หรือติดตอ่ กบั คนจำนวนมาก หายใจลำบาก หรอื มโี รคปอดอกั เสบ 3) ไปในสถานท่ีชมุ นมุ ชน หรือ สถานท่ที ่ีมีการรวมกลุ่ม คน เช่น ตลาดนัดห้าง สรรพสินคา้ สถานพยาบาล หรือ ขนสง่ สาธารณะ 4) สมั ผสั กบั ผูป้ ่วยยนื ยนั โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 กรณที ่ี 2.2 ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ ร่วมกับ ขอ้ ใดข้อหน่ึงต่อไปนี้ 1) หาสาเหตุไม่ได้ หรือ รักษาแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 48 ช่ัวโมง 2) มีอาการรนุ แรง หรือ เสียชวี ติ โดยหาสาเหตุไม่ได้ 3) ภาพถ่ายรังสีปอดเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ๕๘
กรณีท่ี 3 บคุ ลากรด้านการแพทย์และสาธารณสขุ ทกุ ราย อุณหภูมิกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือประวัติมีไข้ หรือ อาการของระบบทางเดิน หายใจอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้ ไอ น้ำมูก เจบ็ คอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก หรือ เป็น ผ้ปู ว่ ยโรคปอดอักเสบ กรณที ี่ 4 การเฝ้าระวังการปว่ ยเป็นกลมุ่ กอ้ น - กรณีเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป กลุ่มก้อน (cluster) ของผู้มีอาการติดเชื้อระบบ ในแผนกเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์เดียวกัน (หาก ท า ง เ ด ิ น ห า ย ใ จ ( acute respiratory tract สถานพยาบาลขนาดเลก็ เช่น คลินกิ ใชเ้ กณฑ์ 3 รายข้นึ infection) ที่ผลตรวจ rapid test หรือ PCR ต่อ ไปในสถานพยาบาลนน้ั ๆ) เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญใ่ ห้ผลลบจากทุกรายท่ีมกี ารสง่ - กรณีบุคคลในสถานที่แห่งเดียวกัน (ไม่ใช่บุคลากร ตรวจ ทางการแพทย์) ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป ในช่วงสัปดาห์ เดียวกนั โดยมีความเชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยา การรายงานโรค เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ถูกประกาศเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติ โรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2558 เป็นลำดับที่ 14 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ดังนั้น การ รายงานโรคจะเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง หลักเกณฑ์และวธิ ีการแจง้ ในกรณีที่มีโรคติดต่อ อนั ตราย โรคตดิ ตอ่ ท่ีตอ้ งเฝ้าระวัง หรอื โรคระบาดเกดิ ขน้ึ พ.ศ. 2560 กรณีที่ 1 เจ้าบ้านหรือผู้ควบคุมดูแลบ้าน หรือแพทย์ผู้ทําการรักษาพยาบาล หรือเจ้าของหรือ ผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานท่ีอื่นใด สามารถแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อซึง่ เปน็ ข้าราชการ สังกัดกรมควบคุมโรคในราชการบริหารส่วนกลางหรือเจา้ พนักงานควบคมุ โรคติดต่อในพืน้ ท่ีภายใน 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่พบผู้ปว่ ย ในกรณีที่เปน็ การแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดตอ่ ในพื้นที่ เมื่อเจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดต่อในพื้นที่ได้รับแจ้งแล้ว ให้แจ้งโดยวิธีการทางโทรศัพท์ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อซึ่งเป็น ข้าราชการสังกัดกรมควบคุมโรคในราชการบริหารส่วนกลางภายใน 1 ชั่วโมงนบั แต่ท่ตี นไดร้ ับแจง้ กรณีที่ 2 ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาลหรือผูท้ าํ การชนั สูตรให้แจ้งตอ่ เจา้ พนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซง่ึ เปน็ ขา้ ราชการ สงั กัดกรมควบคมุ โรคในราชการบรหิ ารสว่ นกลางภายใน 3 ชัว่ โมง ๕๙
เกณฑก์ ารออกสอบสวนโรค และค้นหาติดตามผูส้ มั ผัส ประเภทผปู้ ว่ ย อำเภอ จงั หวัด เขต สว่ นกลาง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ ทุกราย - PUI เป็นกลุม่ ก้อนตั้งแต่ - PUI เป็นกลุ่มก้อน -PUI ที่เข้ารับการ สอบสวนโรค 2-4 ราย ใน 1 อำเภอ ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไปจาก ร ั กษาท ี ่ ส ถ า บั น (PUI) - PUI ที่มีปอดอักเสบ แหล่งเดยี วกนั บ ำ ร า ศ น ร า ด ู ร ทุ ก รุนแรงรายแรกของ ราย จงั หวัด ผู้ป่วยยนื ยนั ทุกราย ทกุ ราย -รายแรกของจังหวัด - - ผู้ป่วยยืนยันที่เข้า ผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่ม รับรักษาที่ สถาบัน ก้อน 2-4 ราย บ ำ ร า ศ น ร า ดู ร ทุกราย - ผปู้ ว่ ยยืนยันที่เป็น กลุ่มก้อน ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป การค้นห าแ ล ะ ทกุ ราย ผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยัน - ผู้สัมผัสของผู้ป่วย - ผู้สัมผัสของผู้ปว่ ย ติดตามผู้สมั ผสั รายแรกของอำเภอ ยืนยัน รายแรกของ ยืนยันที่เข้า รับ จงั หวัด ร ั กษาท ี ่ ส ถ า บั น - เมื่อจังหวัดร้องขอ บำราศนราดูร ทุก ราย - ผู้สัมผัสของผู้ปว่ ย ยืนยันที่เป็น กลุ่ม ก้อนตั้งแต่ 5 ราย ข้นึ ไป ผู้ป่วยเป็นกลุ่ม - กลุ่มก้อน ARI ตัง้ แต่ 5 กลุ่มกอ้ น ARI ทพี่ บ ผูป้ ่วย กลุ่มก้อน ARI ที่พบ กลุ่มก้อน ARI ทีพ่ บ กอ้ น รายขึ้นไป ที่ผลตรวจ ยืนยัน COVID19 ผูป้ ่วยยืนยนั COVID19 ผูป้ ว่ ยยืนยัน rapid test Flu A & B กรณแี รกของ จังหวัด COVID19 กรณี ให้ผลลบ - กลุ่มก้อน แรกของเขต ARI ใ นบ ุ ค ล าก ร ท า ง การแพทย์ตั้งแต่ 3 ราย ขน้ึ ไป ท่ี ผลตรวจ rapid test Flu A & B ใ ห ้ ผ ล ลบ ๖๐
ขั้นตอนการสอบสวนโรค 1) สัมภาษณ์ประวัติ ทบทวนเวชระเบียนและผลการตรวจต่างๆ เช่น ภาพถ่ายรังสีปอด การตรวจ ทางห้องปฏิบตั กิ าร 2) การเกบ็ ตัวอย่างสง่ ตรวจ SARS-CoV-2 โดยวิธี PCR (1) ในกรณขี องผ้ปู ่วยทมี่ อี าการทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน (URI) : เกบ็ Nasopharyngeal swab รว่ มกบั Throat swab/ Oropharyngeal swab ใส่ใน VTM/UTM หรือ Nasopharyngeal aspirate, Nasopharyngeal wash (2) ในกรณขี องผูป้ ่วยทีม่ ีอาการทางระบบทางเดนิ หายใจสว่ นลา่ ง (เช่น pneumonia, ARDS) ให้ เกบ็ ตัวอยา่ งในข้อ 1 ในกรณผี ปู้ ่วยทีไ่ มไ่ ด้ใสท่ อ่ ช่วยหายใจให้เกบ็ เสมหะ (3) ในกรณีผ้ปู ว่ ยที่ใส่ทอ่ ช่วยหายใจ เกบ็ tracheal suction secretion หากไม่มี secretion ตัด ปลาย suction ใส่ VTM/UTM (4) ในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิต ให้เก็บตัวอย่าง หากใส่ท่อช่วยหายใจ สามารถส่งตัวอย่างเหมือน ขอ้ 3 หากไมไ่ ด้ใส่ท่อชว่ ยหายใจให้เกบ็ ช้นิ เน้อื ปอดใส่ในภาชนะปลอดเชื้อท่ีมนี ้ำเกลืออยู่ หมายเหตุ กรณีที่ผลการตรวจผ้ปู ว่ ยเป็นลบ และผปู้ ่วยมอี าการไมด่ ขี น้ึ อาจมีสาเหตจุ ากตัวอย่าง ทไ่ี มเ่ หมาะสม หรือด้อยคณุ ภาพ ควรทบทวนวธิ ีเก็บและนำส่งตัวอย่าง แล้วเก็บตวั อย่างตรวจซ้ำหลังจากเก็บ ตัวอยา่ งครั้งแรก 24 ช่วั โมง สถานที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ณ วันที่ 2 เมษายน มี ห้องปฏิบัตกิ ารทีต่ รวจได้ อาทิ เชน่ - สถาบันวจิ ัยวิทยาศาสตรส์ าธารณสุข กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ (NIH) - ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่ง - ศนู ยว์ ิทยาศาสตรส์ ุขภาพโรคอบุ ตั ิใหม่ สภากาชาดไทย (TRC-EID) - หอ้ งปฏิบัตกิ ารเครือขา่ ยท่ีกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ประกาศรับรอง การจัดการผู้ปว่ ย (1) การแยกกักผู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค o หากมีอาการท่ีจำเป็นตอ้ งรักษาในรพ. เช่น ปอดอกั เสบ เหนอ่ื ย ใหผ้ ู้ป่วยแยกกักและรักษาใน สถานพยาบาลตามแนวทางเวชปฏิบตั ิ การวินิจฉยั ดูแลรักษาฯ ของกรมการแพทย์ o หากไมม่ ีอาการหรอื มอี าการเลก็ น้อย ให้พิจารณาวา่ ผ้ปู ว่ ยสามารถแยกกักทบ่ี า้ นในขณะรอผล ตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารไดห้ รอื ไม่ ▪ ผู้ปว่ ยไม่สามารถแยกกกั ทบ่ี ้านได้ ใหแ้ ยกกกั ท่ีสถานพยาบาล ▪ ผู้ป่วยสามารถแยกกักที่บ้านได้ ให้แจ้งรายละเอียดอาการของโรค แนวทางปฎิบัติ ขณะการแยกกักท่ีบ้าน และการสงั เกตอาการ โดยให้ผปู้ ่วยลงชื่อรบั ทราบ ๖๑
(2) การจัดการผปู้ ว่ ยหลังผลตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการออก o กรณีผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเป็นลบในครงั้ แรก ▪ ประเมนิ อาการผู้ปว่ ย หากอาการไมด่ ีข้ึน แพทยอ์ าจพจิ ารณาสง่ ตัวอยา่ งตรวจซำ้ ▪ เมื่อแพทย์พิจารณาจำหน่ายผู้ป่วยแล้ว ขอให้ผู้ป่วยอยู่แต่ภายในที่พักอาศัยต่อจน ครบ 14 วนั (home isolation) นบั จากเริ่มปว่ ย o กรณีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก ให้รับผู้ปว่ ยเพ่ือแยกกักในสถานพยาบาลทกุ กรณี การคน้ หาผ้สู ัมผสั ผู้สมั ผสั หมายถึง ผทู้ ม่ี ีกจิ กรรมรว่ มกับผู้ป่วยยืนยัน โดยแบ่งได้ 2 กล่มุ 1) ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง หมายถึง ผู้สัมผัสที่มีโอกาสสูงในการรับหรือแพร่เชื้อกับผู้ป่วย ประกอบด้วย a. ผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือมกี ารพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร นานกว่า 5 นาที หรือถูกไอ จามรดจากผู้ป่วยโดยไมม่ กี ารป้องกนั เช่น ไมส่ วมหน้ากากอนามยั b. ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ในรถปรับอากาศ ห้องปรับอากาศ ร่วมกับผู้ป่วย และอยู่ห่างจากผู้ป่วยไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาที โดยไม่มีการ ป้องกนั การจัดการ 1. ให้ผู้สัมผัสวัดไข้ตนเองทุกวัน เป็นระยะเวลา 14 วัน นับจากวันที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันวัน สุดท้าย หากพบว่ามไี ขใ้ หแ้ จ้งทมี สอบสวนโรคทันที 2. กกั กันตนเองอย่างเครง่ ครดั ไมค่ วรเดนิ ทางออกจากบ้าน/ทพ่ี กั โดยไม่จำเปน็ โดยเฉพาะการ เดินทางไปในท่ีสาธารณะ หรอื แหลง่ ชุมชน (home quarantine) 3. ให้ปอ้ งกันตนเองและผูใ้ กลช้ ดิ โดยหม่ันลา้ งมืออย่างสม่ำเสมอ และใช้หน้ากากอนามยั 4. ทีมสอบสวนโรคโทรศัพท์สอบถามอาการทุกวัน 2) ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ หมายถึง ผู้สัมผัสที่มีโอกาสต่ำในการรับหรือแพร่เชื้อกับผู้ป่วย ได้แก่ ผสู้ มั ผสั ทไ่ี ม่เขา้ เกณฑผ์ สู้ ัมผัสเส่ยี งสงู การจดั การ 1. ให้ดำเนินชีวิตตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีคนจำนวนมาก สังเกตอาการ ตนเอง (self-monitoring) เปน็ เวลา 14 วนั หลังวนั ทสี่ มั ผสั ผู้ปว่ ยยนื ยันครัง้ สดุ ท้าย 2. หากมไี ข้หรอื อาการของระบบทางเดนิ หายใจให้แจ้งเจา้ หน้าท่สี าธารณสขุ ทันที เพ่อื เกบ็ สง่ิ ส่ง ตรวจติดตามอาการและวัดไข้ ตามแนวทางผ้สู มั ผสั ที่มีความเสยี่ งสงู ๖๒
4.4 การเตรียมความพรอ้ มระบบบริการทางการแพทย์ 4.4.1 แนวทางเวชปฏบิ ัติ การวินิจฉัย ดแู ลและปอ้ งกันการติดเช้อื ในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ๖๓
๖๔
๖๕
๖๖
4.4.2 คำแนะนำการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลรองรบั โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (Checklist for Health facilities on COVID-19 response) จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีผู้ตดิ เชื้อและผู้ปว่ ย เพิม่ ขึ้นจำนวนมาก และสถานพยาบาลตา่ งๆ จะตอ้ งเตรยี มการเพือ่ รองรับผูป้ ่วยเหลา่ นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำคำแนะนำสำหรบั สถานพยาบาลเพื่อการประเมินตนเอง และใช้เปน็ แนวทางในการพฒั นาการเตรียม ความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อจัดระบบงาน และการปฏิบัติงานให้บริการผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรค COVID-19 เป็นไปโดยเรียบร้อย บุคลากร เจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้ปว่ ยทั่วไปและญาตทิ ีเ่ ข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลมี ความปลอดภัย ไมเ่ สี่ยงต่อการติดเชอ้ื โดยได้ทบทวนเอกสารขององค์การอนามัยโลก เรื่อง Severe Acute Respiratory Infections Treatment Centre: Practical manual to set up and manage a SARI treatment centre and a SARI screening facility in health care facilities, March 2020 และปรับปรุงใหเ้ ข้ากับบริบทของสถานพยาบาล ในประเทศไทย นำเสนอเฉพาะส่วนที่เป็นบัญชีรายการ เพื่อให้สะดวกสำหรับการใช้งาน ผู้บริหาร สถานพยาบาลหรือทีมงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องการรายละเอียดในการพัฒนาการเ ตรียมความพร้อมของ สถานพยาบาล สามารถศึกษาค้นควา้ เพิม่ เติมได้จากเอกสารดังกล่าวขององค์การอนามยั โลก คำแนะนำฉบับนี้ แบ่งองค์ประกอบของการพัฒนาการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาล ได้แก่ หลักการบริหารจัดการสถานพยาบาลทางระบาดวิทยา และประเด็นของการเตรียมความพร้อม 7 ด้าน บุคลากรผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาล ประเมินความพร้อมของ สถานพยาบาล ด้วยตนเอง ในหวั ข้อตา่ งๆ และเสนอแนวทางการในการพัฒนา พร้อมทัง้ กำหนดผรู้ ับผดิ ชอบใน การดำเนนิ งานปรบั ปรุง และตรวจสอบให้มกี ารปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการพฒั นาในเรือ่ งนนั้ ๆ อยา่ งต่อเนื่อง เพ่ือ จัดบรกิ ารดูแลรกั ษาผตู้ ิดเชอ้ื และผปู้ ว่ ยโรค COVID-19 ตอ่ ไป หลกั การบรหิ ารจดั การสถานพยาบาลทางระบาดวิทยา หัวเรอื่ ง รายละเอยี ดของกจิ กรรมท่ตี อ้ งเตรยี มความพร้อม สถานที่ การแบ่งบรเิ วณชดั เจนระหวา่ งผู้ปว่ ยระบบทางเดนิ หายใจ (Influenza like บุคลากร illness, ILI) และ Non-ILI เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างผปู้ ่วยระบบ ทางเดนิ หายใจและผปู้ ่วยทว่ั ไป (Clear Zoning) อปุ กรณท์ างการแพทย์ การปฏิบัติตามมาตรการการปอ้ งกนั ควบคุม และกกั กนั โรคอย่างเครง่ ครดั แบ่งการปฏิบตั ิงานเป็นชุด ณ จดุ ทีม่ คี วามเสีย่ งสงู ไมป่ ะปนบุคลากร ระหวา่ งภารกิจทม่ี ีความเสีย่ งสงู กบั ภารกจิ ทว่ั ไป โดยสามารถสลับและ หมนุ เวียนได้ เม่อื ผ่าน Clearance protocol การแยกอปุ กรณท์ างการแพทย์ทใ่ี ชก้ บั ผปู้ ว่ ยแต่ละโซนอยา่ งชัดเจน ใช้ตาม ข้อบ่งช้ี ทำความสะอาดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสขุ ๖๗
หวั เรอ่ื ง รายละเอียดของกจิ กรรมทีต่ ้องเตรียมความพร้อม ระบบการบรหิ ารจดั การ การลดข้ันตอนทางราชการหากเป็นเหตุผลเพอ่ื ความปลอดภยั ของบุคลากร และผรู้ ับบรกิ าร การสร้างเครือข่ายระหว่างสถานพยาบาลในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล กำหนดแนวทางการใช้ทรัพยากรร่วมกัน รองรับการส่งต่อผู้ติดเชื้อและ ผู้ปว่ ยทม่ี ีอาการไมร่ นุ แรงไปยงั สถานพยาบาลท่เี หมาะสม หรือ สง่ ต่อผปู้ ว่ ย วิกฤติ 1. ดา้ นการบริหารจัดการ และการบริการทัว่ ไป วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มทรพั ยากรดา้ นการแพทย์รองรับการเพ่มิ จำนวนของผปู้ ่วย COVID-19 check การดำเนนิ การ ผู้รับผิดชอบ งดบรกิ ารทางการแพทยท์ ่ีไมเ่ รง่ ด่วน หรือพจิ ารณาสง่ ตอ่ ผู้ปว่ ยที่ไมเ่ รง่ ด่วนไปรบั บรกิ ารยงั สถานพยาบาลในเครอื ขา่ ย ใชร้ ะบบ online/video consultation และระบบ logistic ในการบรกิ าร ผูป้ ว่ ยทว่ั ไป เช่น การส่งยาแกผ่ ปู้ ่วยประจำทางไปรษณีย์ หากผปู้ ว่ ยอาการคงท่ี ไมม่ อี าการผดิ ปกติ จัดเบอรโ์ ทรศพั ทส์ ายด่วน/hotline หรอื website เพือ่ ใหบ้ รกิ ารข้อมูลด้าน สขุ ภาพ ตอบคำถามผูป้ ่วย เปิดบริการทางการแพทย์ท่ีจำเป็น (โรคที่ระยะเวลารอคอยการรักษามีผลต่อ ชีวิต) อาทิ ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน หอผู้ป่วยวิกฤต เคมีบำบัด ห้องล้างไต ห้อง ผ่าตัด (ผู้ป่วยฉุกเฉิน) ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา ห้องคลอด และอื่นๆ ณ สถานพยาบาลหรือบริเวณที่เตรียมการไว้ ไม่ปะปนกับผู้ป่วยที่มีอาการระบบ ทางเดินหายใจ ดำเนินการตามมาตรการ จัดระยะห่าง อย่างน้อย 1-2 เมตร ณ บริเวณโถงรอ คอย หอ้ งอาหาร บริเวณต่อแถวรับยา หรอื บริการตา่ งๆ อย่างเคร่งครดั เรียกประชุมบุคลากรเพื่อสื่อสาร ทำความเข้าใจ ทบทวนการปฏิบัติงาน และ มอบหมายใหม้ กี ารถ่ายทอดในหนว่ ยงานของตนใหบ้ ุคลากรรับทราบทุกคน เตรียม ICU, Isolation room, Cohort Ward เพือ่ รองรับผปู้ ว่ ย COVID-19 ตรวจสอบระบบการถ่ายเทอากาศ ระบบเครื่องปรับอากาศและระบบน้ำเสีย โดยวิศวกรและหน่วยช่าง (ปรึกษาเพิ่มเติม 02-1495680 กองวิศวกรรม การแพทย์ กรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ) จดั การขยะตดิ เช้อื ด้วยความระมดั ระวงั ตามมาตรฐานโดยใสถ่ งุ ขยะตดิ เชือ้ 2 ชั้น เน้นยำ้ พนักงานทำความสะอาดเรือ่ งความปลอดภัยและมาตรการควบคมุ โรค ๖๘
check การดำเนนิ การ ผรู้ ับผิดชอบ วางแผนเตรียมการระยะยาว (ระบบงาน บุคลากร และทรัพยากร) เพอ่ื รองรับ ผู้ป่วยจากสถานการณ์ COVID-19 และจัดทำแผนประคองกิจการ (Business Continuation Plan, BCP) กรณีที่มีผู้ป่วยเพิม่ ขึ้นจำนวนมาก หรือมีบุคลากร สมั ผสั และเสีย่ งตอ่ การตดิ เช้ือ หรอื พบว่าตดิ เช้อื โรค COVID-19 การพฒั นาเครือขา่ ยสถานบรกิ าร พฒั นาระบบการประสานงานในพ้ืนที่ พฒั นา แนวทางการรองรับผู้ปว่ ย COVID-19 ที่มอี าการน้อย และการสง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยวิกฤติ กำหนดแนวทางใหผ้ ู้ป่วยทว่ั ไป ญาติ ตลอดจนเจา้ หนา้ ท่ีทุกคนสวมใส่หน้ากาก ผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาท่ีอยูใ่ นสถานพยาบาล วางแนวทางเพอ่ื รกั ษา ระยะหา่ งระหว่างบคุ คลในสถานพยาบาล อย่าใหเ้ กิดความแออดั ขึน้ ในจุดใดจดุ หนง่ึ ของสถานพยาบาล โดยยึดหลกั Standard Precaution อยา่ งเคร่งครัดใน การดูแลผ้ปู ว่ ยทกุ ราย 2. การบรหิ ารจัดการคลินกิ โรคทางเดนิ หายใจ (ARI Clinic) วตั ถุประสงค์ เพ่ือการจัดการพนื้ ที่ ลดการปะปนและปนเปอ้ื นของผปู้ ่วย COVID-19 ที่ไมแ่ สดงอาการ ผปู้ ว่ ย ระบบทางเดนิ หายใจกับผ้ปู ่วยทว่ั ไปและบุคลากร check การดำเนนิ การ ผู้รบั ผดิ ชอบ จัดตง้ั คลินกิ นอกอาคาร แยกทางเข้า และบรเิ วณรอคอย ออกจากผู้ปว่ ยทัว่ ไป กำหนดให้ผู้ป่วยเดินผ่านทางเดียว One way : one entrance, one exit จัดจดุ ลา้ งมอื อยา่ งเพยี งพอ แยกชดั เจนระหว่างบคุ ลากรการแพทย์และผู้ปว่ ย ขดี เสน้ แบง่ บริเวณของผู้ปว่ ยให้ชัดเจนได้แก่ บริเวณความเสี่ยงสงู บริเวณความ เสี่ยงปานกลาง และบริเวณความเสี่ยงต่ำ (ใช้อุปกรณ์ป้องกันตามระดับความ เส่ยี ง) ไม่เคลอ่ื นยา้ ยอุปกรณ์ หรือสิง่ ของขา้ มบรเิ วณ ก่อนไดร้ ับการฆา่ เชือ้ เจา้ หน้าท่แี ละผู้ป่วยทกุ รายตอ้ งสวมหนา้ กากอนามัย ภายในบรเิ วณโรงพยาบาล ไมอ่ นญุ าตใหผ้ ไู้ มเ่ กยี่ วขอ้ งเข้าบรเิ วณคลนิ ิกโรคทางเดินหายใจ ประชาสมั พนั ธ์คำแนะนำการปฏบิ ัติตวั แกผ่ ู้ป่วย ต้งั แตท่ างเข้าโรงพยาบาล ใหบ้ รกิ ารแบบ one stop service (ลงทะเบียนถงึ รบั ยา) ในพน้ื ที่ให้บริการ ARI Clinic ** แนวทางปฏิบตั ิตามคำแนะนำกรมการแพทย์อ่านเพมิ่ เตมิ ท่ี https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/g_health_care.php ๖๙
3. การจดั ตง้ั หอผปู้ ่วยเฉพาะโรค (Cohort Ward) วตั ถุประสงค์ เพื่อป้องกนั การแพร่กระจายเชื้อภายในโรงพยาบาล check การดำเนนิ การ ผูร้ ับผดิ ชอบ แยกผู้ป่วย ณ หอผู้ป่วยเฉพาะโรค จำกัดกิจกรรมและห้ามออกจากบริเวณหอ ผู้ปว่ ย ผู้ป่วย confirmed case สามารถพักห้องเดียวกันได้ระยะห่างระหว่างเตียงไม่ นอ้ ยกวา่ 1 เมตร กรณผี ปู้ ่วยอาการไม่รนุ แรง ใช้ Telemedicine ช่วยการรกั ษาพยาบาล (แนะนำ วิธีการวัดสัญญาณชีพ ความเข้มข้นของออกซิเจน(Oxygen saturation) การ เจาะน้ำตาลปลายนวิ้ ด้วยตนเอง/Self-measurement) ใช้ Isolation room และ AIIR สำหรับผู้ป่วยวิกฤติ อ้างอิงคำแนะนำจาก กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ วางแผนการรักษา เตรยี มอปุ กรณต์ ่างๆ และเวชภัณฑย์ าให้พร้อมก่อนเข้าสัมผัส ผู้ป่วยเพือ่ ลดระยะเวลาในการสัมผัสผู้ป่วยให้นอ้ ยที่สุด (minimize exposure, planned timed entries) ผู้ป่วยทุกรายต้องสวมหน้ากากอนามัย ฝึกล้างมือและการไอโดยการก้มหนา้ ปดิ ปาก อนญุ าตให้เยย่ี มผ่านระบบสอ่ื Video หรือจัดบรเิ วณเยี่ยมก้นั กระจก การดูแลผ้ปู ่วยเดก็ อนญุ าตให้มญี าติเฝ้าดแู ลได้ โดยให้มีการป้องกันตนเองอย่าง เหมาะสม ** แนวทางการจดั ระบบบรกิ ารของโรงพยาบาล กรมการแพทย์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/g_health_care.php ** แนวทางการจดั ทำ Modified AIIR กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพ https://hss.moph.go.th/fileupload_doc/2020-04-02-1-20-50782076.pdf ** แนวทางการปรบั ปรงุ พ้ืนทีเ่ พอื่ เตรียม cohort ward https://hss.moph.go.th/fileupload_doc/2020-04-02-1-20-50780075.pdf ๗๐
4. ระบบการทำงานของบุคลากรการแพทย์ วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ความปลอดภยั ของบุคลากรการแพทย์ ปอ้ งกันการตดิ เชือ้ การบรหิ ารจัดการ staff work flow check การดำเนนิ การ ผ้รู ับผิดชอบ จัดที่พักและอาหารแก่บุคลากรการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน ณ จุดเสี่ยงสูง ในพ้นื ที่ที่ สะอาด (Clean area) และไม่ปะปนกบั บุคลากรท่ัวไป บคุ ลากรทุกคนผา่ นการฝึกอบรมเรอื่ งการป้องกันและควบคมุ การตดิ เช้ือ และการ ใช้ PPE บุคลากรทกุ คนผา่ นการทดสอบการใสแ่ ละถอด PPE จัดพืน้ ที่และบรเิ วณให้ผ้ปู ฏบิ ัติงาน เข้าและออกจากบรเิ วณเส่ียงสูง โดยแยกช่อง ทางเข้าและทางออกคนละทาง ถ้าไมส่ ามารถแยกชอ่ งทางเขา้ และทางออกได้ ให้ จัดระบบการดแู ลความสะอาดและฆ่าเชอ้ื เปน็ สัดส่วนชดั เจน ก่อนลงเวร ให้บคุ ลากรการแพทย์อาบน้ำ สระผม ก่อนออกจากพน้ื ที่ใหบ้ ริการ ผู้ชว่ ยทีมปฏิบตั กิ ารบันทึกการวัดไข้ของชดุ ปฏิบัติการและสอบถามอาการวันละ 2 ครงั้ หวั หน้าทมี ปฏิบัตกิ าร เฝ้าสงั เกตความอ่อนลา้ สภาพจติ ใจและอารมณ์ของสมาชกิ อย่างสม่ำเสมอ แจ้งให้บุคลากรขอความช่วยเหลือหากมีปญั หาใดเกิดขึ้นระหว่าง ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี หากบคุ ลากรมีไข้ หรอื อาการระบบทางเดนิ หายใจ ให้ยุตภิ ารกจิ แยกตัวและเข้า รบั การตรวจทนั ที บคุ ลากรทีป่ ฏบิ ตั ิงานในหอผู้ปว่ ย COVID-19 ใหจ้ ดั เวรใหป้ ฏบิ ตั งิ านต่อเนื่องเป็น ช่วงเวลา ที่เหมาะสม โดยไม่สลับหรือปะปนกับภารกิจอื่น และไม่อนุญาตให้ บุคลากรอยู่เวรควบ หากไม่จำเปน็ กรณบี ุคลากรสมั ผัสกับผู้ตดิ เชอื้ หรือผู้ป่วยโดยไมม่ ีการปอ้ งกนั ท่ีดีพอ และมีความ เส่ียงตอ่ การติดเชอื้ สถานพยาบาลมีแนวทางปฏบิ ัตทิ ่ชี ดั เจนในการใหบ้ ุคลากร กักกนั ตวั เอง ณ ท่พี กั เปน็ เวลา 14 วนั หากเป็นผู้สมั ผสั ทม่ี ีความเส่ียงสูงตอ่ การ ติดเช้ือ ตอ้ งไดร้ ับการตรวจ PCR เมื่อครบกำหนด (Clearance protocol) กรณีบคุ ลากรตดิ เชอ้ื โควิด-19 สถานพยาบาลมีแนวทางปฏบิ ตั ทิ ีช่ ดั เจนในการ รายงานและดูแลรกั ษาบคุ ลากร ** คำแนะนำกรมสขุ ภาพจติ คูม่ ือการปฏบิ ัตงิ านทมี ช่วยเหลอื เยยี วยาจติ ใจทุกระดบั (บทท่ี4 การดแู ลจิตใจบคุ ลากรทางดา้ นสาธารณสุข) http://mhso.dmh.go.th/page/subject_details.php?subject_id=192 การวัดอุณหภมู ิใจคนไทยฝา่ ฟนั โควดิ -19 https://bit.ly/COVID-19-SURVEY-ONLINE ๗๑
5. การดแู ลคลงั และอุปกรณส์ นับสนุน วัตถุประสงค์ เพอ่ื การใชอ้ ุปกรณต์ า่ งๆ อย่างมปี ระสิทธิภาพสูงสดุ และการสนบั สนุนอปุ กรณ์อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง check การดำเนนิ การ ผู้รับผดิ ชอบ จัดทำบัญชีอปุ กรณ์การแพทย์และเวชภัณฑท์ ี่จำเปน็ ตอ้ งใช้ update รายวัน จัดเก็บอุปกรณ์ PPE ยาและเวชภัณฑ์จำเป็น ณ บริเวณที่สามารถเฝ้าระวังการ เข้าถึงอปุ กรณ์และเวชภณั ฑไ์ ด้ บรหิ ารจัดการคลัง ยา เวชภัณฑ์และอปุ กรณป์ อ้ งกนั รา่ งกายใหเ้ พียงพอ มี Safety Stock เพิ่มตำแหน่งหัวต่อท่อออกซิเจน หรือ แท็งคอ์ อกซิเจนเพื่อรองรับกรณผี ู้ป่วยอาการ ปานกลางและผ้ปู ่วยวิกฤต จัดเครือ่ ง X-ray portable รวมถึงอุปกรณ์การตรวจร่างกายอื่นๆ อาทิ เครื่องวดั ความดันโลหิต เป็นต้น แยกจากผู้ป่วยทั่วไป หากเป็นไปได้ให้พิจารณาการจัด เคร่อื ง CT scan แยกกับผ้ปู ่วยท่ัวไป แตง่ ตงั้ ผรู้ ับผิดชอบการดูแลความพอเพียงของอปุ กรณ์การแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ สำหรับผู้ป่วยระบบทางเดนิ หายใจและ COVID-19 6. การปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชือ้ ของบคุ ลากร วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ความปลอดภยั ของบคุ ลากรการแพทย์และป้องกนั การติดเช้อื ในโรงพยาบาล check การดำเนนิ การ ผู้รับผิดชอบ แต่งตัง้ หัวหน้างานป้องกนั และควบคมุ การติดเช้ือพรอ้ มทีมเพื่อรบั ผดิ ชอบ ตรวจ ตราและเฝา้ ระวงั เรื่อง COVID-19 รายวัน โดยทำหน้าทจี่ ดบนั ทึก ประเมินการจัด พื้นที่บริการ ประเมินปัจจัยเสี่ยงพร้อมรายงานผลแก่ผู้บริหารเพื่อสนับสนุน คุณภาพการบริการและความปลอดภยั ของบุคลากร จดั ระบบ Buddy System เพ่อื จบั คูผ่ ูป้ ฏิบัติงาน ขณะใส่และถอด PPE บุคลากรการแพทย์ สวมหนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา ทีป่ ฏบิ ัติงานในโรงพยาบาล จดั หากระจกเตม็ ตวั เพื่อช่วยในการใสแ่ ละถอด PPE ตำแหนง่ ของการแต่งตวั จัดระบบ Safety Officer เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ขณะใส่และ ถอด PPE อบรมบุคลากรผดู้ ูแลอาคารและสถานทเ่ี ร่ืองการทำความสะอาด การทำลายเชื้อ และ การป้องกนั การตดิ เชอื้ ติดโปสเตอร์ขน้ั ตอน คำแนะนำและลำดับการป้องกนั การตดิ เชอ้ื ท่ัวอาคาร ๗๒
check การดำเนนิ การ ผรู้ บั ผิดชอบ จัดตำแหน่งวางแอลกอฮอล์เจลอย่างทั่วถึง ณ บริเวณที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ จำนวนมาก กำหนดการทำความสะอาดและฆา่ เชื้อ ณ บริเวณทม่ี กี ารสมั ผัสโดยคนจำนวนมาก อาทิ ทำความสะอาดปุ่มกดลิฟท์ทุก 30 นาที, ทำความสะอาดห้องน้ำทุก 30 นาทหี รือบอ่ ยเท่าทีเ่ ป็นไปได้ เป็นต้น 7. การทำความสะอาดและระบบการฆ่าเชอ้ื สำหรับหอผ้ปู ว่ ย วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ป้องกนั การแพรก่ ระจายเชือ้ ในสถานพยาบาลและชมุ ชน check การดำเนนิ การ ผู้รบั ผดิ ชอบ ทำความสะอาดพื้นและบริเวณทีส่ ัมผสั บ่อยๆ ทุก 2 ชั่วโมง หรืออยา่ งน้อยเวรละ 2 คร้ัง และทุกครง้ั เมอ่ื มกี ารปนเปือ้ นทช่ี ดั เจน เชน่ อาเจยี น เสมหะ ใช้สารละลายโซเดียมไฮโปรคลอไรต์ 0.1% (1000 ppm) เพอื่ ถูพน้ื และเช็ดพ้ืน ผวิ สัมผัส ท้งิ บริเวณทีไ่ ดร้ บั การทำความสะอาดไว้ 30 นาที ไมเ่ คล่ือนย้ายอปุ กรณต์ ่างๆ ขา้ มบริเวณ โดยไมผ่ า่ นการฆา่ เชื้อ ในห้องแยกมีระบบฆ่าเชื้อปนเปื้อนในอากาศใช้เครื่องฟอกอากาศโดยใช้ HEPA filter อยา่ งตอ่ เนื่อง หรือ Ultraviolet lamp โดยปรึกษาผเู้ ช่ียวชาญเกยี่ วกับวิธใี ช้ อุปกรณ์ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งปริมาณมาก เช่น เลือด อุจจาระ ทำความสะอาด ด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปรคลอไรต์ 0.5% (5,000 ppm) ทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนลา้ งทิง้ การจัดการขยะทางการแพทย์ ใหบ้ รรจุใส่ถงุ มูลฝอยตดิ เชื้อ 2 ชั้นก่อนนำไปทิ้ง อุปกรณ์การแพทย์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable Medical Equipment) แช่ ในสารละลายโซเดียมไฮโปรคลอไรต์ 0.1% (1,000 ppm) นาน 30 นาที หรือ ตามคำแนะนำเฉพาะ ผ้าปูเตียง ผ้าห่มหรือเสื้อผู้ป่วย COVID-19 เก็บใส่ถุง 2 ชั้น และซักแยกจากผา้ ชนิดอื่น ซักในเครื่องซักผ้าปรับอุณหภูมิความร้อน 71 องศาเซลเซียส นาน 25 นาที **แนวปฏบิ ัติการปอ้ งกนั และควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื กรณีโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 สถาบนั บำราศนราดรู https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_health_care/G32.pdf ๗๓
4.4.3 คำแนะนำการแยกสังเกตอาการท่บี ้าน (Home Quarantine) ในสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ผทู้ ี่เดินทางมาจากพ้นื ท่ีเสี่ยงทีเ่ ป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายและพื้นทีท่ ่มี กี ารระบาดต่อเนื่อง และไม่ได้มี อาการป่วย หรอื ผูท้ ี่สัมผัสกบั ผ้ปู ว่ ยตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควรแยกเพื่อสังเกตอาการทบี่ ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน (ระยะฟักตวั ของเชื้อโรค) เพอ่ื ปอ้ งกนั การแพร่กระจายของเช้ือโรค โดยแบง่ เปน็ กรณีอยู่บ้านคนเดียว กรณีอยู่ในบ้านร่วมกับครอบครัว/พักร่วมกับผู้อื่น และกรณีอยู่ในอาคารชุด (หอพัก คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนท)์ ควรปฏบิ ัติตามคำแนะนำดงั น้ี 1. การเตรียมความพรอ้ มด้านสถานท่ีพัก และอปุ กรณเ์ ครื่องใช้ 1) มีการแยกหอ้ งนอนและห้องน้ำของผู้ทเี่ ดินทางกลบั มาจากพื้นท่เี สีย่ งออกจากสมาชิกอน่ื ทัง้ นี้ หอ้ งพกั ควรมลี กั ษณะโปรง่ มอี ากาศถ่ายเทดี มแี สงแดดเขา้ ถึงได้ 2) มีการแยกของใชส้ ่วนตวั (เสือ้ ผ้า ผ้าหม่ ผา้ เชด็ ตวั จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ) รวมท้งั ใหแ้ ยกทำความ สะอาด 3) มีอุปกรณป์ ้องกันการติดเชือ้ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากพ้ืนท่ีเส่ียง เช่น หน้ากากอนามยั สบู่ เจลแอลกอฮอล์ 4) มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด เช่น ไม้ถูพื้น ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด ถุงมือ น้ำยาทำ ความสะอาด สารฟอกขาว ถุงขยะ 2. การปฏิบัติตัวของของผู้ท่ีเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ระหว่างการแยกสังเกตอาการ ณ ที่พัก อาศัยเพือ่ ป้องกนั การแพร่เชอ้ื ไปสู่ผอู้ ืน่ ก. กรณอี ยบู่ ้านคนเดยี ว 1) วดั อุณหภมู ิกายทุกวัน หากพบวา่ มีไข้ อุณหภูมิ > 37.5 องศาเซลเซยี ส รว่ มกบั อาการทางเดนิ หายใจ เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ให้ไปพบแพทย์ โดยแจ้งเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อ หรือแจ้ง 1669 เพื่อประสานการรับตัว ทั้งนี้ต้องไม่ใช้รถสาธารณะในการ เดินทาง หรือเดินทางด้วยรถยนตส์ ่วนตัว หรือรถรับจ้างที่ไม่เปิดเครื่องปรบั อากาศ โดยสวม หนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา 2) ดแู ลสุขอนามัยส่วนบุคคล ด้วยการลา้ งมอื บอ่ ยๆ ดว้ ยนำ้ และสบู่อย่างน้อย 20 วินาที กรณีไม่ มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอลท์ ี่มคี วามเขม้ ข้นอย่างน้อย 70% ปิดปากจมูกดว้ ย กระดาษทิชชูทุกครั้งท่ีไอจาม โดยปิดถึงคาง แล้วทิ้งทิชชูลงในถุงพลาสติกและปดิ ปากถุงให้ สนิทก่อนทิ้ง หรือใช้แขนเสื้อปิดปากจมูกเมื่อไอหรือจาม และทำความสะอาดมือด้วยเจล แอลกอฮอล์ หรอื ลา้ งมือด้วยน้ำและสบู่ทันที 3) แยกรับประทานอาหาร หากมีผู้จัดอาหาร หรือสั่งอาหารจากแหล่งอื่น ให้กำหนดจุดรับ อาหารเพ่อื ปอ้ งกันการสัมผสั ใกลช้ ดิ 4) กรณีจำเป็นต้องพบปะผู้อืน่ ให้ใช้หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร หรอื 1-2 ช่วงแขน หรอื ใช้เวลาพบปะผู้อน่ื ใหส้ ้ันทส่ี ุด ๗๔
5) ใหแ้ ยกขยะ เปน็ 2 ประเภท แล้วใส่ลงถงั เพ่ือให้มกี ารนำไปกำจดั ตอ่ ไป - ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสตกิ ภาชนะใส่อาหารแบบใชค้ รั้งเดียว ขวด เป็นต้น ให้เก็บรวบรวม เปน็ ขยะทั่วไป - ขยะที่ปนเป้อื นน้ำมูก นำ้ ลาย สารคดั หลงั่ เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทชิ ชู เป็นต้นในแตล่ ะ วันให้เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น และทำลายเชื้อโดยราดด้วยน้ำยา ฟอกขาว แล้วมัดปากถุงให้แน่น นำไปท้งิ รวมกับขยะท่ัวไป ภายหลังจัดการขยะ ใหล้ า้ งมือดว้ ยน้ำและสบูห่ รอื เจลแอลกอฮอล์ทันที 6) ทำความสะอาด โถสว้ ม อา่ งลา้ งมือ หลงั ใช้งาน 7) งดกจิ กรรมนอกบ้าน หยดุ งาน หยดุ เรียน งดไปในท่ีชมุ ชน งดใชข้ นสง่ สาธารณะ ข. กรณตี ้องอยู่บ้านร่วมกบั ครอบครวั /พักร่วมกับผู้อ่นื ▪ ข้อปฏิบตั ติ วั สำหรบั ผู้ทเ่ี ดนิ ทางมาจากพื้นที่เสีย่ ง 1) วัดอุณหภมู ิกายทกุ วัน หากพบว่ามีไข้ อุณหภูมิ > 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการทางเดิน หายใจเช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ให้ไปพบแพทย์ โดยแจ้งเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดตอ่ หรือแจง้ 1669 เพอ่ื ประสานการรบั ตัว ทงั้ นี้ตอ้ งไมใ่ ชร้ ถสาธารณะในการเดินทาง หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถรับจ้างที่ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ โดยสวมหน้ากาก อนามัยตลอดเวลา 2) ดูแลสุขอนามัยสว่ นบุคคล ดว้ ยการลา้ งมอื บอ่ ยๆ ด้วยนำ้ และสบอู่ ย่างน้อย 20 วินาที กรณีไม่มี น้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% ปิดปากจมูกด้วย กระดาษทิชชูทกุ คร้งั ทไี่ อจาม โดยปิดถงึ คาง แลว้ ทิ้งทิชชลู งในถุงพลาสตกิ และปดิ ปากถุงให้สนิท ก่อนทิง้ หรอื ใช้แขนเสอื้ ปดิ ปากจมูกเมือ่ ไอหรอื จาม และทำความสะอาดมอื ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรอื ลา้ งมอื ด้วยน้ำและสบทู่ ันที 3) หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดบุคคลอื่นในทีพ่ กั อาศัย โดยเฉพาะผู้สงู อายุ ผู้ป่วยโรคเรือ้ รังต่างๆ และ ควรอยูห่ า่ งจากคนอ่นื ๆ ไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร หรอื 1-2 ชว่ งแขน หรือใช้เวลาพบปะผอู้ ่ืนใหส้ ัน้ ที่สุด 4) ให้แยกห้องนอน ไม่ใช้ของใชส้ ว่ นตัวรว่ มกับผู้อน่ื (เสื้อผา้ ผา้ เช็ดหน้า ผ้าหม่ ผา้ เช็ดตัว จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ หลอดดูดนำ้ โทรศพั ท์) รวมทัง้ ใหแ้ ยกทำความสะอาด 5) จัดให้มีน้ำดื่มแยกเฉพาะ แยกการรับประทานอาหาร ไม่รับประทานอาหารร่วมกับคนใน ครอบครัว ใหต้ กั แบ่งอาหารมารบั ประทานต่างหาก และเก็บล้างภาชนะด้วยนำ้ ยาลา้ งจาน ผงึ่ ให้ แหง้ และตากแดด ๗๕
6) ใหแ้ ยกขยะ เปน็ 2 ประเภท แล้วใส่ลงถังเพอ่ื ให้มีการนำไปกำจัดตอ่ ไป - ขยะทั่วไป (เช่น ถุงพลาสติก ภาชนะใส่อาหารแบบใช้ครั้งเดียว ขวด เป็นต้น) ให้เก็บ รวบรวมเปน็ ขยะทว่ั ไป - ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู เป็นต้น ในแต่ละวันให้เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น และทำลายเชื้อโดยราด ดว้ ยนำ้ ยาฟอกขาว แลว้ มดั ปากถุงให้แนน่ นำไปทิ้งรวมกับขยะทัว่ ไป ภายหลังจดั การขยะ ใหล้ า้ งมอื ดว้ ยนำ้ และสบหู่ รอื เจลแอลกอฮอลท์ ันที 7) ให้แยกการใช้ห้องส้วมกับคนในครอบครัว หากแยกไม่ได้ ควรใช้ห้องส้วมเป็นคนสุดท้าย และให้ทำความสะอาดทันทหี ลงั ใช้ส้วม ทัง้ นี้ ใหป้ ิดฝาทกุ ครัง้ กอ่ นกดชักโครกเพื่อป้องกันการ แพรก่ ระจายของเชื้อโรค 8) กรณีจำเป็นต้องพบปะผอู้ น่ื ใหใ้ ช้หนา้ กากอนามยั หนา้ กากอนามยั ที่ใชแ้ ลว้ ใหท้ ้ิงลงในถังขยะ ท่ีมฝี าปดิ มิดชิด และทำความสะอาดมือดว้ ยเจลแอลกอฮอล์ หรือนำ้ และสบูท่ ันที 9) งดกจิ กรรมนอกบ้าน หยุดงาน หยดุ เรียน งดไปในที่ชุมชน งดใชข้ นส่งสาธารณะ ▪ การปฏบิ ตั ิตวั ของคนในครอบครวั 1) ให้ทุกคนในบา้ นดแู ลสุขอนามัยสว่ นบุคคล ด้วยการลา้ งมือบ่อยๆ ด้วยนำ้ และสบู่อย่างน้อย 20 วินาที กรณีไม่มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% หลกี เลยี่ งจดุ เสี่ยง และดแู ลสุขภาพตนเอง 2) ไม่ใช้ของใชส้ ่วนตัวรว่ มกนั (เชน่ ผา้ เชด็ หน้า ผา้ เช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดนำ้ ) ไมด่ ม่ื น้ำและไม่ รับประทานอาหารสำรบั เดยี วกับผู้ท่ีเดนิ ทางมาจากพน้ื ทเี่ ส่ยี ง และแยกทำความสะอาด 3) เก็บรวบรวมขยะมูลฝอยทั้งหมดใส่ถงุ ปิดปากถุงให้มิดชิด แล้วใส่ลงถงั เพื่อให้ อปท. เก็บขน นำไปกำจดั ต่อไป 4) กรณีใช้ส้วมร่วมกัน ให้ระมัดระวงั จุดเสี่ยงสำคัญที่มีการสัมผัสร่วมกัน เช่น บริเวณโถสว้ ม อา่ ง-ลา้ งมือ กอ๊ กนำ้ ลกู บิดประตู และลา้ งมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง 5) บุคคลในครอบครัวหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่กลับมาจากพื้นที่ระบาด โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ควรอยู่ห่างกัน ไม่น้อยกว่า 1-2 เมตรหรือ 1-2 ช่วงแขน หรือใชเ้ วลาพบปะผูอ้ ่ืนใหส้ นั้ ท่สี ุด หากจำเปน็ ใหใ้ ช้หนา้ กาก 6) เฝา้ ระวงั อาการเจ็บปว่ ยของผสู้ ัมผสั ใกลช้ ิดหรอื สมาชกิ ในบา้ น เปน็ เวลา 14 วัน หลงั สัมผสั กบั ผปู้ ว่ ย 7) คนในครอบครัวสามารถไปทำงาน เรียนหนังสือ ได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้อาจต้องให้ขอ้ มูลกบั สถานทที่ ำงาน สถานศึกษา ตามเงื่อนไขทีส่ ถานท่เี หลา่ น้ันกำหนด ๗๖
ค. กรณอี าศัยในอาคารชดุ (หอพัก คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนท)์ ▪ มคี ำแนะนำการปฏบิ ตั ติ ัวของผู้ท่ีเดนิ ทางมาจากพ้ืนทเ่ี ส่ยี ง ดงั นี้ 1) วัดอุณหภูมิกายทุกวัน หากพบว่ามีไข้ อุณหภูมิ > 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการ ทางเดินหายใจเช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ให้ไปให้ไปพบแพทย์ โดยแจ้งเจ้า พนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือแจ้ง 1669 เพื่อประสานการรับตัว ทั้งน้ี ต้องไม่ใชร้ ถ สาธารณะในการเดินทาง หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างที่ไม่เปิด เครือ่ งปรบั อากาศ โดยสวมหนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา 2) ดูแลสุขอนามยั สว่ นบคุ คล ดว้ ยการลา้ งมอื บอ่ ยๆ ด้วยน้ำและสบอู่ ย่างนอ้ ย 20 วนิ าที กรณี ไมม่ นี ำ้ และสบู่ ใหล้ บู มอื ดว้ ยเจลแอลกอฮอล์ความเขม้ ขน้ อยา่ งนอ้ ย 70% ปิดปากจมูกด้วย กระดาษทิชชูทกุ ครง้ั ท่ไี อจาม โดยปดิ ถงึ คาง แล้วทงิ้ ทชิ ชลู งในถงุ พลาสตกิ และปิดปากถุงให้ สนิทก่อนทิ้ง หรือ ใช้แขนเสื้อปิดปากจมูกเมื่อไอหรือจาม และ ทำความสะอาดมือด้วย เจลแอลกอฮอล์ หรอื ล้างมอื ด้วยน้ำและสบ่ทู ันที 3) หากมีผจู้ ัดอาหาร หรือสงั่ อาหารจากแหล่งอ่นื ให้กำหนดจดุ รับอาหารเพอื่ ปอ้ งกนั การสัมผสั ใกลช้ ดิ เชน่ แจ้งผู้ดูแลอาคารชดุ เปน็ กรณพี เิ ศษเพือ่ มาสง่ ทจ่ี ดุ รบั อาหาร 4) ให้แยกขยะ เป็น 2 ประเภท แลว้ ใส่ลงถังเพื่อใหม้ ีการนำไปกำจดั ตอ่ ไป - ขยะทั่วไป (เช่น ถุงพลาสติก ภาชนะใสอ่ าหารแบบใช้คร้ังเดียว ขวด เป็นต้น) ให้เกบ็ รวบรวมเป็นขยะทัว่ ไป - ขยะทีป่ นเป้อื นนำ้ มูก นำ้ ลาย สารคัดหลั่ง เชน่ หนา้ กากอนามยั กระดาษทชิ ชู เป็นต้น ในแต่ละวันให้เกบ็ รวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใสถ่ ุงขยะ 2 ชน้ั และทำลายเชอ้ื โดยราด ดว้ ยน้ำยาฟอกขาว แลว้ มัดปากถุงให้แนน่ นำไปท้งิ รวมกับขยะท่ัวไป ภายหลังจัดการขยะ ให้ลา้ งมอื ด้วยน้ำและสบู่หรอื เจลแอลกอฮอลท์ นั ที 5) ทำความสะอาดโถสว้ ม อา่ งล้างมือ หลังใช้งาน 6) หลีกเล่ียงการใช้พ้ืนที่สว่ นกลางร่วมกับผู้อื่น เช่น ล้อบบี้ ลิฟท์ กรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใหใ้ ช้ หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร หรือใช้เวลาให้สั้นที่สุด หรือ เลี่ยงเวลาที่มีผูใ้ ช้หนาแน่น รวมทั้งงดใช้บริการสันทนาการรว่ ม เช่น สระว่ายนำ้ ห้องออก กำลงั กาย 7) งดกิจกรรมนอกบา้ น หยุดงาน หยดุ เรียน งดไปในที่ชมุ ชน งดใช้ขนสง่ สาธารณะ ▪ มีคำแนะนำสำหรบั ผู้ดแู ลอาคารชดุ (หอพัก คอนโดมเิ นียม อพารต์ เมนท์) ดังน้ี 1) อาคารชุดแต่ละแห่งอาจมีการคัดกรองผู้พักอาศัย ด้วยการสังเกตอาการเบื้องต้น หรือใช้ เครื่องมือวัดไข้ หากพบว่ามีไข้ อุณหภูมิ > 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการทางเดิน หายใจ เช่น ไอ นำ้ มูก เจบ็ คอ หอบเหนอ่ื ย ใหแ้ จง้ เจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ หรือแจ้ง 1669 เพอ่ื ประสานการรับตวั ไปพบแพทย์ ท้ังนี้ ตอ้ งไมใ่ ชร้ ถสาธารณะในการเดนิ ทาง ๗๗
2) ทำความสะอาดพน้ื ท่สี ่วนกลางเปน็ ประจำทุกวัน และเพ่ิมความถ่ีในจุดเส่ียงโดยใช้น้ำยาฆ่า เชอ้ื เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผสั ร่วมกนั บ่อยๆ เช่น ราวบันได ป่มุ กดลิฟท์ ลกู บดิ ประตู ก๊อกนำ้ ตจู้ ดหมาย ปา้ ยประชาสัมพนั ธ์ โตะ๊ เกา้ อี้ อุปกรณฟ์ ิตเนส รวมทัง้ อาจจัดใหม้ ี จุดบริการเจลแอลกอฮอล์ 70% บริเวณจุดเข้าออกต่างๆ เช่น หน้าลิฟท์ ประตูเข้า-ออก อาคาร พนื้ ทส่ี ว่ นกลาง เปน็ ตน้ 3) มีช่องทางสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ แนวทางการปฎิบตั ิตวั ให้ผูอ้ ยอู่ าศัยรับทราบ 3. วิธีการทำความสะอาดและการทำลายเชือ้ ในส่ิงแวดลอ้ มของทีพ่ กั อาศยั 1) ผทู้ ที่ ำความสะอาด แนะนำให้สวมใส่ชุดปอ้ งกนั ร่างกาย ได้แก่ หน้ากากอนามยั หมวกคลุมผม แวน่ ตากนั ลม ถุงมอื ยาง รองเทา้ บทู และผ้ากันเปอื้ นพลาสติก 2) ทำความสะอาดพ้นื บรเิ วณท่พี ักและอุปกรณ์เครื่องใช้ เชน่ บรเิ วณทมี่ กี ารสมั ผัสร่วมกันบอ่ ยๆ และจุดเสย่ี งอืน่ ๆ ดว้ ยนำ้ ยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5% ปรมิ าณ 1 ส่วนผสมน้ำ 49 ส่วน) ท้ังนใ้ี นขณะทำความสะอาดควรเปดิ ประต/ู หน้าตา่ ง เพือ่ ใหม้ กี ารระบายอากาศ 3) ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ และอาจทำลายเช้อื ด้วยน้ำยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5% ปริมาณ 1 ส่วนผสมน้ำ 49 ส่วน) ทั้งนี้ ในขณะทำความสะอาดควรเปิดประต/ู หน้าตา่ ง เพ่ือใหม้ กี ารระบายอากาศ 4) หลังทำความสะอาดควรซักผา้ สำหรบั เชด็ ทำความสะอาดและไมถ้ ูพืน้ ดว้ ยนำ้ ผสมผงซักฟอก หรือนำ้ ยาฆา่ เชือ้ แล้วซกั ดว้ ยน้ำสะอาดอกี คร้งั และนำไปผง่ึ ตากแดดใหแ้ ห้ง 5) ทำความสะอาดเสอ้ื ผ้า ผา้ ปูเตยี ง ปลอกหมอน ผา้ ขนหนู ฯลฯ ดว้ ยสบู่หรอื ผงซกั ฟอกธรรมดา และนำ้ หรอื ซกั ผา้ ดว้ ยน้ำร้อนท่ีอุณหภูมนิ ำ้ 60-90 องศาเซลเซียส ๗๘
4.5 เร่อื งอื่น ๆ 4.5.1 คำแนะนำการใชห้ นา้ กากป้องกนั เชอื้ ไวรัสโคโรน่า (COVID-19) จากสถานการณป์ ระชาชนมคี วามต่ืนตัวในการป้องกันตนเองจากเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ทก่ี ำลงั ระบาด นอกจากการกนิ อาหารท่ีปรุงสุก ใหม่ และล้างมือแล้ว การใส่หนา้ กากเป็นแนวทางหนึ่งในการ ป้องกนั ละอองที่อาจปนเปอื้ นเชื้อโรคเขา้ สู่ร่างกายได้ หน้ากากเป็นอุปกรณ์ป้องกันอย่างหนึง่ ทีใ่ ช้ป้องกันระบบทางเดินหายใจจากมลพิษ สารคัดหลัง่ และ เชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งนี้ หน้ากากมีหลายประเภท ตั้งแต่หน้ากากกรองอากาศชนิด N95 หน้ากากอนามัย และ หน้ากากผา้ ซ่งึ มีวตั ถุประสงค์ วธิ กี ารใชง้ านท่ีแตกต่างกนั ดังนี้ ก.หนา้ กากกรองอากาศ ประเภท N95 1. คณุ สมบตั แิ ละวตั ถุประสงค์การใชง้ าน ชว่ ยกรองอนุภาคปนเปื้อนจากอากาศ ป้องกันเชอ้ื โรค ขนาดเล็กไดถ้ ึง 0.3 ไมครอน 2. กลุ่มที่ต้องใช้หน้ากาก N95 คือ บุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผูป้ ่วยติดเชือ้ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลในรถส่งตอ่ เจา้ หนา้ ทเ่ี กบ็ ตวั อยา่ ง พยาบาลท่ดี แู ลผปู้ ่วย พนักงานแปล พนักงานทำความ สะอาดในหอ้ งผูป้ ่วย เจ้าหน้าทห่ี อ้ งปฏิบัติการ เป็นต้น 3. วิธีการใช้ 1) ล้างมือดว้ ยสบูแ่ ละนำ้ 2) สวมหน้ากากให้กระชับกบั ใบหนา้ ดงึ สายรัดทง้ั สองขา้ งคลอ้ งหู หรอื บางรุน่ ใหด้ งึ สายรดั ท้งั สอง ใหโ้ อบรัดทีศ่ ีรษะใหแ้ นน่ 3) กดโครงลวดให้แนบสนั จมูก 4) ทดสอบการแนบสนิทของหน้ากาก (Fit test) โดยใช้มือสองข้างโอบรอบหนา้ กากหายใจออก แรงกว่าปกติ ถ้าแนบสนิทกบั ใบหนา้ จะไม่มีการรัว่ ของลมหายใจ 4. วธิ ีการกำจัด หากใช้ในสถานพยาบาล ถือเป็นขยะตดิ เชอื้ ตอ้ งเกบ็ ขนและกำจดั ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎกระทรวงว่าด้วย การกำจัดมูลฝอยตดิ เชือ้ พ.ศ. 2545 ข. หน้ากากอนามัย 1. คณุ สมบตั แิ ละวัตถปุ ระสงค์การใช้งาน ป้องกันเช้ือโรค/อนุภาค ขนาด 3 ไมครอน โดยดักอนุภาคขนาดใหญ่จากผู้สวมใส่ เช่น น้ำลายหรอื น้ำมกู ไปสบู่ รรยายกาศโดยรอบ หรือสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน หรือในบริเวณปลอดเชอ้ื รวมถึงอาจใช้เพ่ือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระเด็นหรือละอองของเลือด (Blood) ของเหลวในร่างกาย (Body fluid) สาร คดั หลง่ั (Secretion) และของเสยี จากการขบั ถ่าย (Excretion) เขา้ สปู่ ากและจมูกของผูส้ วมใส่ ๗๙
2. กลมุ่ ท่ีตอ้ งใชห้ นา้ กากอนามยั 1) บุคลากรทางการแพทยใ์ นสถานบรกิ ารสาธารณสุขที่ไม่ได้สัมผสั เช้ือโดยตรง 2) ผทู้ ี่ถูกแยกสงั เกตอาการ (Home Quarantine) 3) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ไปเยี่ยมผู้ที่ถูกกักกันที่บ้าน ( Home Quarantine) 4) ผู้ที่เปน็ ไข้หวัดธรรมดาหรอื ผู้ทีต่ อ้ งดูแลผ้ทู มี่ ีอาการดงั กลา่ ว 3. วิธีการใช้ 1) ล้างมือด้วยนำ้ และสบู่ หากไมส่ ะดวกให้ใชเ้ จลแอลกอฮอลล์ า้ งมอื 2) หันด้านมันที่ไม่ดูดซบั น้ำไว้ด้านนอกซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านที่มีสี ผิวหยาบกว่า และมีลักษณะ บานพับควำ่ เพ่อื ปอ้ งกนั การแพร่กระจายเชื้อโรคของผสู้ วมใส่ไปยังผูอ้ ืน่ หรืออีกทางหนึ่งเพื่อ ปอ้ งกนั ฝ่นุ ละอองภายนอกเขา้ มา 3) หนั ดา้ นท่ดี ูดซบั น้ำไวด้ ้านในซึ่งจะมีพื้นผิวนุม่ กว่า มลี ักษณะบานพบั หงายขน้ึ เพ่ือดูดซับเหงื่อ น้ำมกู น้ำลาย จากการไอจามของผ้สู วมใส่ 4) ใหข้ อบทม่ี ีแถบลวดอยู่ด้านบน 5) ดึงสาย คล้องหูท้งั สองข้าง 6) กดแถบลวดใหแ้ นบสันจมกู 7) ดึงหนา้ กากใหค้ ลมุ ถึงใตค้ าง 4. วิธกี ารกำจัด แบง่ เป็น 3 กล่มุ ดังนี้ 1) บ ุ ค ล า ก ร ท า ง ก า ร แ พ ท ย ์ ใ น ในสถานพยาบาลถือเป็นขยะติดเชื้อ ให้กำจัดตาม สถานพยาบาล กฎกระทรวงวา่ ด้วยการกำจัดมูลฝอยตดิ เชือ้ พ.ศ. 2545 2) ผ้ทู ่ีถกู แยกสังเกตอาการ - ขยะที่สัมผัสสารคัดหลั่ง ให้รวบรวมและทำลายเช้ือ โดยใสถ่ งุ ขยะ 2 ชัน้ โดยถุงขยะใบแรกทบ่ี รรจุขยะแล้วให้ ราดด้วยน้ำยาฆา่ เชือ้ หรือนำ้ ยาฟอกขาว จากน้นั มัดปากถงุ ให้แน่น แล้วซ้อนด้วยถุงขยะอีก 1 ชั้น มัดปากถุงให้แน่น อีกครั้ง นำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไปหรือตามที่ อปท. กำหนด และลา้ งมือใหส้ ะอาด 3) อสม.ที่ไปเยย่ี มผ้ทู ี่ถกู กกั กันท่บี า้ น - ถือเป็นขยะทั่วไป ให้กำจัดโดยจับสายรัดและถอด ผทู้ ่เี ปน็ ไข้หวัดธรรมดา หน้ากากอนามัยจากด้านหลัง (ไม่ควรสัมผัสตัวหน้ากาก) ประชาชนท่ัวไป ทิ้งในถังขยะทมี่ ีฝาปดิ ท่ใี กลท้ ี่สดุ จากนั้นลา้ งมือให้สะอาด ๘๐
ค. หน้ากากผา้ 1. คุณสมบัตแิ ละวตั ถปุ ระสงคก์ ารใชง้ าน - มคี ณุ สมบัติในการกรองฝนุ่ ละอองขนาดใหญ่ และลดละอองจากสารคดั หล่ัง (Droplet) ได้ - การเลอื กผ้าทีจ่ ะทำหน้ากาก เช่น ผา้ ฝา้ ยมัสลิน ซ่ึงมีคุณสมบตั ติ า้ นการซมึ ผ่านของละอองน้ำและ กรองอนุภาคได้ดี โดยนำผ้ามาซ้อนกัน 2 ชั้น ตัดเย็บให้พอดีกับใบหน้า เพิ่มรอยพับ เพื่อให้ สามารถปิดจมกู หนา้ ใตค้ างไดอ้ ยา่ งพอดี และเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกนั ละอองจากการไอ จามได้ดียิง่ ขน้ึ - ข้อดี คอื สามารถทำใชไ้ ดเ้ อง ซักแลว้ นำกลบั มาใช้ใหมไ่ ด้ และชว่ ยลดปรมิ าณขยะ 2. กล่มุ ท่ีต้องใช้หน้ากากผา้ ไดแ้ ก่ 1) ประชาชนทไี่ มป่ ว่ ย สขุ ภาพแข็งแรง กรณตี อ้ งเขา้ ไปในพ้นื ทเี่ สี่ยง/อาคารปิดท่ีมีคนแออัด/อยู่ใน รถสาธารณะทีม่ ีคนจำนวนมาก ทัง้ น้ี หากไมอ่ ยู่ในพน้ื ทีเ่ สีย่ ง ไม่จำเปน็ ต้องสวมหนา้ กาก 2) อสม. เคาะประตเู ยีย่ มบา้ น 3. วธิ กี ารใช้ 1) ล้างมือทุกครั้งก่อนสวมใสห่ น้ากากผ้า สวมใส่ให้กระชับกบั ใบหน้า หากรู้สึกเปียกชื้นควรเปลี่ยน หนา้ กากผา้ ชนิ้ ใหม่ แล้วนำไปซักใหส้ ะอาด 2) แนะนำให้ซักหน้ากากผา้ ทุกวนั ดว้ ยสบู่ ผงซักฟอก หรือนำ้ ยาซักผา้ แลว้ ผึง่ หรอื ตากแดดให้แห้ง และรีด ไม่จำเปน็ ตอ้ งใชน้ ำ้ ยาฆ่าเชอ้ื แอลกอฮอล์ หรอื ตม้ +ดว้ ยความร้อนเพราะอาจทำให้เส้นใย เสียคุณสมบตั ิ สรุปหลักการใช้หนา้ กาก กลุ่มที่ 1 บคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ กล่มุ ท่ี 2 ประชาชน 1.1 แพทยแ์ ละสาธารณสขุ 1.2 อสม. 2.1 กลมุ่ เส่ียง 2.2 กลมุ่ ปกติ ดูแลผตู้ ดิ เชือ้ ปฏิบตั ิงาน สังเกต เคาะเย่ียม ถกู แยกสังเกต เปน็ หวดั /ผู้ทตี่ ้อง ไม่ปว่ ย/ตอ้ งเขา้ รุนแรง ทว่ั ไป บา้ น HQ. บ้าน อาการ HQ. ดูแลผทู้ ี่มีอาการ ไปในพท.แออดั ๘๑
4.5.2 คำแนะนำในการทำความสะอาด ทำลายและฆา่ เชื้อโรคในสถานการณก์ าร ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เน่อื งจากไวรัสโคโรนาสามารถอยใู่ นสงิ่ แวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน 2 ชว่ั โมง - 9 วัน เพื่อป้องกัน การแพร่กระจายเช้ือโรคที่ปนเปือ้ นอยู่ในสภาพแวดล้อม จึงควรใชส้ ารที่มปี ระสทิ ธิภาพในการกำจัดเชื้อได้ใน ระยะเวลาสั้น องคก์ ารอนามยั โลกให้คำแนะนำสาร 3 ชนิดท่ีทำลายเชอื้ ไวรัสไดภ้ ายในระยะเวลา 1 นาที ไดแ้ ก่ สารประกอบโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.1% (เช่น น้ำยาฟอกขาวความเข้มข้น 1000 ppm) ไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์ 0.5% (5000 ppm) และแอลกอฮอล์ 70% คำแนะนำฉบับนี้ จึงแนะนำวิธีการทำความสะอาด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมอปุ กรณ์ การเตรียมสารทำความสะอาดเพ่ือฆ่าเชื้อ การทำความสะอาดและฆ่าเชือ้ บรเิ วณพนื้ ผวิ การจดั การภายหลังทำความสะอาด และขอ้ ควรระวัง ดังน้ี 1. การเตรยี มอปุ กรณ์ 1.1. อุปกรณ์ทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฟอกขาว อุปกรณ์การตวง ถุงขยะ ถังนำ้ ไมถ้ พู น้ื ผ้าสำหรบั เชด็ ทำความสะอาด 1.2. อปุ กรณป์ อ้ งกันร่างกาย ไดแ้ ก่ ถงุ มือ หน้ากากผ้า เสอื้ ผา้ ที่จะนำมาเปลย่ี นหลังทำความสะอาด 1.3. การเลือกใช้ผลติ ภัณฑท์ ำความสะอาดพ้นื ผวิ ก. กรณเี ปน็ ส่ิงของ อุปกรณ์ เครอ่ื งใช้ แนะนำใหใ้ ช้แอลกอฮอล์ 70% หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% ในการเช็ดทำความสะอาด ข. กรณีเปน็ พื้นที่ขนาดใหญ่ เชน่ พ้นื ห้อง แนะนำให้ใชผ้ ลติ ภัณฑ์ที่มสี ว่ นผสม โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (น้ำยาซักผ้าขาว) 0.1% หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% ค. ตรวจสอบองค์ประกอบของนำ้ ยาทำความสะอาดบนฉลากข้างขวดผลิตภัณฑ์ ควรตรวจสอบวนั หมดอายุ ท้ังน้ี การเลือกใช้ข้ึนกบั ชนดิ พ้ืนผวิ วัสดุ เช่น โลหะ หนัง พลาสติก 2. การเตรียมสารทำความสะอาดเพื่อฆา่ เช้อื การเตรยี มน้ำยาทำความสะอาดเพื่อฆา่ เช้อื ขึ้นกบั ชนิดและความเขม้ ข้นของสารทเี่ ลอื กใช้ โดยแนะนำ ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (ซึ่งรู้จักกันในช่ื อ “น้ำยาฟอกขาว”) เน่อื งจากหาไดง้ า่ ย โดยนำมาผสมกบั นำ้ เพอื่ ใหไ้ ด้ความเขม้ ขน้ 0.1% หรือ 1000 สว่ นในลา้ นส่วน ดังน้ี - หากผลิตภณั ฑม์ คี วามเข้มขน้ 2.54% ให้ผสม 40 มิลลิลิตร (2.8 ช้อนโตะ๊ ) : นำ้ 1 ลิตร - หากผลิตภณั ฑ์มคี วามเข้มขน้ 5.7% ใหผ้ สม 18 มลิ ลลิ ติ ร (1.2 ช้อนโต๊ะ) : นำ้ 1 ลติ ร - หากผลิตภัณฑ์มีความเขม้ ข้น 5% ให้ผสม 20 มลิ ลลิ ติ ร (1.3 ช้อนโต๊ะ) : นำ้ 1 ลติ ร - หากผลิตภณั ฑ์มคี วามเข้มขน้ 6% ให้ผสม 17 มิลลิลิตร (1.1 ช้อนโต๊ะ) : นำ้ 1 ลติ ร หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ฆา่ เชื้อที่มีสว่ นผสมของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยนำมาผสมกับน้ำเพื่อให้ได้ ความเขม้ ขน้ 0.5% หรอื 5000 ส่วนในล้านส่วน ดังน้ี - หากผลิตภัณฑม์ คี วามเขม้ ข้น 5% ใหผ้ สม 110 มลิ ลลิ ิตร (7.5 ชอ้ นโตะ๊ ) : น้ำ 1 ลติ ร - หากผลติ ภัณฑ์มีความเขม้ ข้น 3% ให้ผสม 200 มลิ ลิลิตร (13.5 ช้อนโต๊ะ) : น้ำ 1 ลติ ร ๘๒
3. การทำความสะอาดและฆ่าเชือ้ บริเวณพ้นื ผิว - สวมอปุ กรณป์ ้องกันตัวเองทกุ ครัง้ เม่ือตอ้ งทำความสะอาดและฆ่าเชือ้ - เปิดประตู/หนา้ ต่างขณะทำความสะอาดเพ่ือให้มีการระบายอากาศ - หากพื้นผิวมีความสกปรก ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อน เช่น นำผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณท่มี ีฝุ่นหรอื คราบสกปรก กอ่ นทจี่ ะทำการใชน้ ำ้ ยาทำความสะอาดเพ่ือฆ่าเชอ้ื - ควรทำความสะอาดและฆา่ เช้ือทวั่ ท้ังบรเิ วณ และเนน้ บรเิ วณท่มี กั มีการสัมผสั หรอื ใช้งานร่วมกันบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู รีโมทคอนโทรล ปุ่มกดลิฟท์ ซึ่งเป็นพ้ืนผิวขนาดเล็ก โดยนำผ้าสำหรับเชด็ ทำความ สะอาดชุบน้ำยาฟอกขาวที่เตรียมไว้ตามข้อ 2 หรือแอลกอฮอล์ 70% หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% เชด็ ทำความสะอาดและฆ่าเชอื้ - สำหรับพื้น ใช้ไม้ถูพ้ืนชุบด้วยนำ้ ยาฆ่าเชื้อทีเ่ ตรยี มไวต้ ามข้อ 2 เริ่มถูพื้นจากมมุ หนึ่งไปยงั อกี มมุ หนึ่ง ไมซ่ ำ้ รอยเดิม โดยเร่ิมจากบริเวณทสี่ กปรกน้อยไปมาก - การทำความสะอาดห้องนำ้ ห้องส้วม ด้วยน้ำยาทำความสะอาดท่ัวไป พื้นห้องส้วมให้ฆา่ เช้ือโดยราด นำ้ ยาฟอกขาวทเ่ี ตรียมไว้ตามข้อ 2 ท้งิ ไว้อยา่ งน้อย 10 นาที เช็ดเนน้ บรเิ วณทรี่ องนงั่ โถส้วม ฝาปิดโถ ส้วม ทก่ี ดชักโครก ราวจับ ลูกบิดหรือกลอนประตู ทแี่ ขวนกระดาษชำระ อ่างล้างมอื กอ๊ กนำ้ ท่วี างสบู่ ผนงั ซอกประตู ด้วยผา้ ชบุ น้ำยาฟอกขาวท่ีเตรยี มไวต้ ามข้อ 2 หรือแอลกอฮอล์ 70% หรือไฮโดรเจน เปอรอ์ อกไซด์ 0.5% o หากเป็นการทำความสะอาดโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก อาคารสำนกั งาน ร้านอาหาร ซึ่งไม่มีคน พักคา้ งคนื แนะนำใหป้ ิดพ้ืนท่ีทม่ี ีผปู้ ว่ ยเข้าไปสัมผสั หรือใชง้ านไว้ 24 ช่วั โมงกอ่ นเริม่ ทำความ สะอาดและฆ่าเช้อื เพอ่ื ลดโอกาสในการสัมผสั ละอองเชอื้ โรคท่ตี ดิ ตามบริเวณต่างๆ 4. การจดั การหลงั ทำความสะอาดและฆา่ เชื้อโรค - หลังทำความสะอาดควรซกั ผา้ สำหรบั เช็ดทำความสะอาดและไม้ถูพนื้ ด้วยน้ำผสมผงซักฟอกหรอื น้ำยา ฆา่ เชอื้ แล้วซักด้วยนำ้ สะอาดอกี คร้งั และนำไปผึง่ ตากแดดใหแ้ ห้ง - บรรจุภัณฑ์ใส่น้ำยาทำความสะอาด ควรคัดแยกออกจากขยะทั่วไปในครัวเรือน และทิ้งในถังขยะ อนั ตราย เศษขยะทเี่ หลือรวบรวมและทง้ิ ขยะลงในถงุ พลาสตกิ ซ้อนสองช้ันหรอื ถุงขยะ มดั ปากถุงให้ แนน่ และนำไปทงิ้ ทันทโี ดยทิง้ ร่วมกบั ขยะท่วั ไป - ถอดถุงมอื แล้วล้างมอื ด้วยสบ่แู ละนำ้ หากเปน็ ไปไดค้ วรชำระล้างร่างกายและเปลยี่ นเสื้อผ้าโดยเรว็ 5. ขอ้ ควรระวงั - สารที่ใช้ฆ่าเช้อื สว่ นใหญ่เป็นชนิดสารฟอกขาว ซ่งึ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ การระคายเคืองผิวหนัง เนื้อเยื่ออ่อน ควรระวังไม่ให้เข้าตาหรอื สมั ผสั โดยตรง - ไม่ควรผสมนำ้ ยาฟอกขาวกับสารทำความสะอาดอนื่ ๆ ท่ีมสี ว่ นผสมของแอมโมเนีย - หลีกเล่ยี งการใช้สเปรยฉ์ ดี พน่ เพ่อื ฆา่ เชอ้ื เนือ่ งจากอาจทำใหเ้ กิดการแพร่กระจายของเช้อื โรค - เพอื่ ใหส้ ารทำความสะอาดมปี ระสิทธภิ าพสูงสดุ ในการทำความสะอาดควรเตรยี มกอ่ นการใช้งาน - ไม่ควรนำถงุ มอื ไปใช้ในการทำกิจกรรมประเภทอนื่ ๆ นอกจากการทำความสะอาดเทา่ นัน้ เพ่ือป้องกัน การแพรก่ ระจายของเชือ้ โรค ๘๓
4.5.3 คำแนะนำสำหรบั การจดั การมลู ฝอยสำหรับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ใน สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทหน้าท่ีตามกฎหมายในการเกบ็ ขน และกำจัดมูลฝอยที่เกิดขึ้น ในพน้ื ทอี่ ยา่ งถกู ตอ้ ง โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้เกิดข้ึนในหลายพื้นท่ีทั่วประเทศ ก่อให้เกิดมูลฝอยซึ่งเกิดจากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพรร่ ะบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นจำนวนมาก และมูลฝอยเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับ การ จัดการอยา่ งถกู ต้องและมปี ระสทิ ธิภาพ เพ่อื ลดและป้องกันการแพร่ของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 รวมถึง เพอ่ื ความปลอดภยั ของผู้ปฎบิ ัตงิ านท่ีเกี่ยวขอ้ งและประชาชน จงึ มีคำแนะนำในการจดั การมูลฝอย ดงั นี้ ก. คำแนะนำสำหรบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน 1. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดมาตรการและแนวทางในการจัดการมูลฝอยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รับผิดชอบตั้งแต่การคัดแยกระดับครัวเรือน การเก็บรวบรวม การขน และการกำจัด รวมถึงวางแผน การจัดการมลู ฝอยโดยพิจารณาตามประเภทความเสย่ี งของมูลฝอย 2. การคัดแยกมลู ฝอยจากแหลง่ กำเนดิ จดั ให้มมี าตรการเพือ่ ให้ประชาชนคัดแยกมลู ฝอยเปน็ 3 ประเภท ดงั น้ี - มลู ฝอยท่วั ไป เชน่ เศษกระดาษ ถงุ พลาสตกิ ภาชนะใส่อาหารแบบใช้ครงั้ เดียว เปน็ ต้น - มูลฝอยรีไซเคลิ เช่น ขวดแกว้ ขวดพลาสติก เปน็ ตน้ - มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน เช่น ภาชนะบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อ ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ กระป๋องสเปรย์ เป็นตน้ ทัง้ นี้ กรณีมลู ฝอยท่ปี นเปอื้ นนำ้ มกู นำ้ ลาย สารคัดหล่งั ของผ้ทู ่ีแยกสังเกตอาการท่ีบ้าน เชน่ หนา้ กากอนามัย กระดาษทชิ ชู เปน็ ตน้ ควรแนะนำให้ประชาชนแยกจัดการ โดยในแตล่ ะวันให้เกบ็ รวบรวมและทำลายเช้ือโดยใส่ ถงุ ขยะ 2 ชน้ั โดยถุงขยะใบแรกทบ่ี รรจมุ ลู ฝอยแลว้ ใหร้ าดดว้ ยนำ้ ยาฆา่ เชอ้ื หรือน้ำยาฟอกขาว จากน้นั มัดปาก ถุงให้แน่น แล้วซ้อนด้วยถุงขยะอีก 1 ชั้น มัดปากถุงให้แน่นอีกครั้ง นำไปทิ้งรวมกับมูลฝอย ทั่วไป หรือเกบ็ รวบรวมแยกไว้เฉพาะตามทอี่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ กำหนด 3. จัดให้มีจุดรวบรวมมลู ฝอย พร้อมภาชนะรองรับที่มีฝาปิดอยา่ งเพียงพอและทัว่ ถึง ทั้งนี้ อาจกำหนด จดุ รวบรวมเฉพาะสำหรับชุมชน หรือครวั เรือน หรือบา้ นทีม่ ผี ทู้ ่ีแยกสงั เกตอาการท่บี า้ น 4. จดั เตรียมยานพาหนะสำหรับการขนมลู ฝอย โดยอาจแยกตามประเภทมูลฝอย 5. การเก็บรวบรวมและการขนมูลฝอย ต้องควบคุมกำกับให้ผู้ปฏิบัติงานเก็บขน หรือกำจัดมูลฝอย ปฏบิ ัตงิ านด้วยความปลอดภัย และจัดเตรียมความพรอ้ มสำหรบั ผปู้ ฏิบตั งิ านเก็บขน หรอื กำจดั มลู ฝอย โดยให้ความรูห้ รอื คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัตงิ านในหลักความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงาน - จัดให้มีการคัดกรองเบื้องต้น โดยสังเกตอาการป่วยของผู้ปฏิบัติงานเก็บขน หรือกำจัดมูลฝอย หรอื การตรวจวดั อุณหภูมริ ่างกาย หากพบผู้ปฏิบตั ิงานมอี าการเจ็บป่วย เชน่ มีไข้ ไอ จาม มีนำ้ มูก หรอื เหนอ่ื ยหอบ ให้หยุดปฏบิ ตั ิงานและพบแพทยท์ ันที ๘๔
- จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอ ได้แก่ หน้ากากผ้าหรือ หน้ากากอนามัย ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน รองพื้นยางหุ้มแข้ง แว่นป้องกันตา เป็นต้น รวมท้ังกำชบั ใหผ้ ูป้ ฏบิ ัตงิ านเกบ็ ขน หรือกำจดั มลู ฝอยสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ขณะปฏิบตั งิ านอยา่ งเครง่ ครดั - จัดใหม้ อี ปุ กรณ์สำหรบั ทำความสะอาดมือ เชน่ สบู่ เจลแอลกอฮอล์ - จัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด สารทำความสะอาด และสารฆ่าเชื้อ สำหรับทำความสะอาด ยานพาหนะขนมูลฝอย อุปกรณ์ปอ้ งกันอันตรายสว่ นบุคคลใหเ้ พียงพอ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาทีม่ ี ส่วนประกอบของคลอรีน หรอื สารโซเดยี มไฮโปคลอไรท์ เปน็ ต้น - ควบคุมกำกบั ให้ผู้ปฏิบัติงานเกบ็ ขน หรือกำจัดมูลฝอยปฏิบตั ิตามคำแนะนำสำหรับผู้ปฏิบัติงาน โดยเครง่ ครัด 6. การกำจัดมูลฝอยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมกำกับ หรือดำเนินการนำมูลฝอยไป กำจัด ให้ถูกต้องตามประเภทของมลู ฝอย ดังนี้ - มลู ฝอยทัว่ ไป ให้นำไปกำจดั โดยวธิ กี ารฝงั กลบแบบถกู หลกั สุขาภิบาล หรือการเผาในเตาเผา - มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ให้รวบรวมและส่งไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบแบบ ปลอดภยั หรือการเผาในเตาเผา - กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสถานที่กำจัดมูลฝอยในพื้นที่ ต้องจัดให้มีมาตรการ หา้ มมิให้มีการเปดิ ถุงมลู ฝอยหรือการคุ้ยเข่ียระหว่างการเก็บขน รวมถงึ ในสถานท่ีกำจัดดว้ ย 7. กรณใี นพื้นทม่ี ีการจัดตง้ั สถานทเ่ี ฉพาะสำหรับการสงั เกตอาการโรคหรือการดูแลผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยง ใหป้ ฏิบัตดิ งั นี้ - ประสานหนว่ ยงานรับผิดชอบสถานทนี่ ัน้ และหน่วยงานสาธารณสุขในพนื้ ที่ เพอ่ื วางแนวทาง ในการจัดการมลู ฝอยท่เี กิดขึ้น - ประเมินแนวทางการจดั การมลู ฝอยและกำหนดวิธกี ารคัดแยก การเกบ็ รวบรวม การขน และการ นำไปกำจัดอยา่ งถกู ตอ้ ง 8. กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีระบบเก็บขนและกำจัดมูลฝอย ต้องจัดให้มีมาตรการรวมถึง การให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการจัดการมูลฝอยอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและ การป้องกนั การแพร่กระจายของเช้อื โรคเป็นสำคญั 9. กรณีการจัดการมลู ฝอยติดเช้ือ ให้องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมกำกับใหแ้ หลง่ กำเนิดมูลฝอยติดเชื้อ รวมถึงผู้ดำเนินกิจการรับเกบ็ ขน และกำจัดมูลฝอยติดเชือ้ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏกระทรวงว่าดว้ ย การกำจัดมลู ฝอยติดเช้อื พ.ศ. 2545 อยา่ งเครง่ ครัด 10.จัดใหม้ ีการสอ่ื สารประชาสมั พนั ธผ์ า่ นชอ่ งทางต่างๆ เพอ่ื สรา้ งความรู้ความเข้าใจใหก้ ับประชาชน ในการ จัดการมูลฝอยที่ถูกต้อง เช่น คำแนะนำการจัดการมูลฝอยสำหรับประชาชน คำแนะนำการจัดการ มูลฝอยสำหรบั ผทู้ ี่แยกสงั เกตอาการทบ่ี ้าน รวมถึงสขุ อนามยั สว่ นบคุ คลในการปอ้ งกันโรคติดเช้อื ไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นตน้ ๘๕
ข. คำแนะนำขอ้ ปฏบิ ตั ิสำหรบั ผปู้ ฏิบัตงิ านเกบ็ ขน หรือกำจัดมลู ฝอยขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน 1. เตรียมการก่อนปฏบิ ตั งิ าน - กรณผี ู้ปฏบิ ตั งิ านมอี าการเจ็บปว่ ย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มนี ำ้ มูก หรอื เหน่ือยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงาน โดยแจง้ หวั หน้างานและพบแพทยท์ ันที - สวมชุดอุปกรณป์ อ้ งกนั อนั ตรายสว่ นบคุ คลทเ่ี หมาะสมสำหรับผ้ปู ฏิบัตงิ านเกบ็ ขน หรือกำจัด มูลฝอย ได้แก่ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน รองพื้นยางหุ้มแข้ง แว่น ปอ้ งกนั ตา เป็นต้น ท้ังนี้ ให้ปฏบิ ัติตามมาตรการและคำแนะนำของเจา้ หน้าที่ควบคมุ กำกบั ขององคก์ ร ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นอยา่ งเครง่ ครดั 2. ขอ้ ปฏิบัตขิ ณะปฏิบตั ิงาน - ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัย และการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เลอื กใช้อุปกรณ์เก็บมูลฝอยที่มดี า้ มจบั เพอื่ ลดการสมั ผัสกบั มูลฝอยโดยตรง - หากถงุ มือชำรุดเสยี หายมีรอยรวั่ ให้เปลี่ยนถุงมอื คูใ่ หม่ - ควรงดพดู คุยระหวา่ งปฏบิ ตั ิงาน 3. ขอ้ ปฏิบตั หิ ลังการปฏิบัติงาน - เมื่อเสร็จจากการปฏิบัติงานแล้วให้ถอดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ได้แก่ ถุงมือยางหนา แวน่ ปอ้ งกันตา ผ้ายางกนั เปือ้ น หนา้ กากผ้าหรอื หนา้ กากอนามัย และรองพนื้ ยางหุ้มแขง้ ตามลำดับ และล้างมือทุกครั้งที่ถอดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ส่วนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วน บุคคลชนิดใช้ครั้งเดียวให้ทิ้งลงในถังมูลฝอยที่มีฝาปิด ส่วนรองเท้าเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง แว่นตา ปอ้ งกันตา ผา้ ยางกนั เป้อื น ให้แชโ่ ซเดยี มไฮโปคลอไรต์ เข้มข้น 5,000 ส่วนในลา้ นส่วน นาน 30 นาที จากน้ันล้างแล้วนำไปผง่ึ แดดใหแ้ ห้ง - ชำระล้างรา่ งกายใหส้ ะอาด เปลย่ี นเสือ้ ผ้า กอ่ นออกจากพ้ืนทป่ี ฏบิ ัตงิ านหรอื ก่อนกลบั บา้ น ค. คำแนะนำการจดั การมลู ฝอยสำหรับประชาชน 1. รับรู้และตระหนักถงึ การจัดการมูลฝอยที่ถูกต้อง มีส่วนช่วยป้องกันและลดการแพร่กระจายของเช้อื โรคไปยังผู้อ่นื และชมุ ชน 2. จัดเตรยี มภาชนะรองรบั หรือถงุ ขยะใหเ้ พียงพอ แยกตามประเภทมลู ฝอย และสำหรับประชาชนทั่วไป ใหค้ ัดแยกมูลฝอยในครวั เรอื นเป็น 3 ประเภท ดังนี้ - มลู ฝอยทัว่ ไป เช่น ถงุ พลาสติก ภาชนะใส่อาหารแบบใช้ครง้ั เดยี ว เปน็ ตน้ ใหเ้ กบ็ รวบรวมนำไปทิ้ง ลงถังท่ีมีฝาปดิ มิดชิด เพอื่ รอให้องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นเกบ็ ขนไปกำจดั อยา่ งถูกตอ้ งต่อไป - มูลฝอยรีไซเคลิ เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสตกิ เป็นต้น ใหเ้ กบ็ รวบรวมไวก้ อ่ นและรอจดั การในภายหลัง - มูลฝอยทเ่ี ปน็ พษิ หรอื อันตรายจากชมุ ชน เช่น ภาชนะบรรจนุ ้ำยาฆ่าเชือ้ ขวดน้ำยาลา้ งห้องน้ำ กระป๋อง สเปรย์ เป็นต้น ใหเ้ กบ็ รวบรวมไวใ้ นภาชนะรองรบั เพอื่ รอให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เก็บขนไปกำจดั อย่างถกู ต้องตอ่ ไป ๘๖
ทั้งนี้ ให้นำมูลฝอยแต่ละประเภทไปทิ้งในจุดรวบรวมมูลฝอยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จัดเตรยี มไว้ หรือตามทีอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ กำหนด 3. กรณมี ผี ูท้ ่แี ยกสังเกตอาการทบี่ ้าน ให้แยกจดั การมลู ฝอยจากครวั เรือน โดยดำเนนิ การดงั นี้ - มลู ฝอยทัว่ ไป เชน่ ถุงพลาสตกิ ภาชนะใส่อาหารแบบใชค้ ร้ังเดียว ขวด เป็นต้น ในแตล่ ะวันให้เก็บ รวบรวมใส่ถุงขยะ มัดปากถุงให้แน่น และนำไปทิ้งลงในถังมูลฝอยที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อรอให้ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเก็บขนไปกำจดั อยา่ งถูกต้องต่อไป - มูลฝอยประเภทปนเปอื้ นน้ำมกู น้ำลาย สารคัดหลั่ง เชน่ หน้ากากอนามัย กระดาษทชิ ชู เปน็ ตน้ ในแต่ ละวนั ให้เกบ็ รวบรวมและทำลายเชื้อโดยใสถ่ งุ ขยะ 2 ชัน้ โดยถุงขยะใบแรกท่ีบรรจุมลู ฝอยแล้วให้ราด ดว้ ยน้ำยาฆา่ เช้อื หรือน้ำยาฟอกขาว จากนัน้ มดั ปากถุงให้แนน่ แล้วซอ้ นด้วยถุงขยะ อีก 1 ชั้น มัดปาก ถุงให้แน่นอีกครั้ง นำไปทิ้งรวมกับมูลฝอยท่ัวไปหรือเก็บรวบรวมแยกไว้เฉพาะตามท่ีองคก์ รปกครอง สว่ นท้องถ่นิ กำหนด ทง้ั นี้ ใหน้ ำมูลฝอยแต่ละประเภทไปทิ้งในจุดรวบรวมมลู ฝอยท่อี งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจดั เตรยี มไว้ หรือตามทอี่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินกำหนด 4. ภายหลังจดั การมูลฝอยแลว้ ลา้ งมือใหส้ ะอาดดว้ ยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ทนั ที 5. สอดส่อง แนะนำบุคคลในครอบครัวและเพือ่ นบ้าน เพื่อให้มกี ารคัดแยกมูลฝอยหรือการปฏิบัติที่ถูกต้อง หากพบวา่ มกี ารจัดการท่ไี ม่ถกู ต้องอาจใชก้ ลไกของชมุ ชน เช่น อสม. ผใู้ หญ่บา้ น หรอื แจง้ องคก์ รปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติตามที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อป้องกนั การแพร่กระจาย ของเชื้อโรค 4.5.4 แนวทางการทำความสะอาดและการฆา่ เช้ือในอาคาร สำหรับพนกั งานทำความ สะอาด ไวรัสโคโรนา 2019 สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เปน็ เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวนั ขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณเชื้อโรค การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคจึงเป็นส่ิงจำเป็นในสถานการณ์ระบาดของโรค โควดิ 19 โดยมแี นวทางในการทำความสะอาดและฆ่าเช้ือโรค ดงั น้ี 1. ขนั้ เตรยี มการ 1.1 เตรียมอปุ กรณส์ ำหรับทำความสะอาด เชน่ น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงคห์ รือผงซักฟอก/ สบู่ แปรงขดั พื้น ไมถ้ พู ้นื ผา้ สำหรบั เช็ดทำความสะอาด 1.2 เตรยี มอุปกรณ์ปอ้ งกนั ตนเอง ไดแ้ ก่ ถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากากผ้า 1.3 สวมอุปกรณ์ปอ้ งกนั ตัวเองทกุ ครง้ั เมอ่ื ตอ้ งทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค 1.4 เปิดประต/ู หนา้ ต่างขณะทำความสะอาดและฆา่ เชื้อเพอื่ ให้มีการระบายอากาศ ๘๗
2. ขนั้ ทำความสะอาด ฆา่ เช้อื โรค 2.1 บริเวณทวั่ ไป ทำความสะอาดให้ทว่ั ทัง้ บริเวณกอ่ น ด้วยนำ้ ยาทำความสะอาดอเนกประสงคห์ รอื ผงซกั ฟอก/สบู่ 2.2 บางบริเวณที่มีความเสี่ยงมีคนใช้ร่วมกันมาก อาจเพิ่มการฆ่าเชื้อโรคโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ฆ่าเช้ือตามสภาพพืน้ ผวิ และเตรยี มนำ้ ยาฆ่าเช้ือ ดังตาราง แลว้ ทำการฆา่ เช้อื ชนิดพื้นผวิ ชนดิ สารฆา่ เชอื้ ความเขม้ ขน้ ระยะเวลา วิธกี ารเตรียม ทฆี่ า่ เชอื้ ฆา่ เช้ือ -พน้ื ผิวท่วั ไป พ้ืนผิวทเ่ี ป็นโลหะ แอลกอฮอล์ 70% 10 นาที -สง่ิ ของ อุปกรณ์ พืน้ ทขี่ นาดเล็ก (เอทานอลหรอื เอธิล เช่น ลูกบดิ ประตู แอลกอฮออล)์ -พน้ื ผวิ ท่ีเป็นวสั ดแุ ขง็ ไมม่ รี พู รนุ โซเดยี มไฮโปคลอไรท์ 0.1% 5-10 นาที ผสม 1 ส่วน ตอ่ น้ำ เช่น พนื้ กระเบ้ือง เซรามกิ (เช่น นำ้ ยาฟอกขาว) 49 สว่ น (เช่น 1 สแตนเลส แตไ่ มเ่ หมาะกับ ช้อนโตะ๊ ต่อน้ำ 1 พ้นื ผิวโลหะ ลติ ร หากผลติ ภัณฑ์ ที่ใชม้ คี วามเขม้ ข้น 6%) -พื้นผิวทั่วไป (ไม่ใช่โลหะหรือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% 1 นาที ผสม 1 สว่ นต่อน้ำ 5 ผลติ ภัณฑ์ที่มีการเคลือบส)ี ส่วน (เช่น 13 ช้อนโต๊ะ ต่อนำ้ 1 ลติ ร หาก ผลติ ภณั ฑ์ทใี่ ชม้ ี ความเข้มขน้ 3%) • ฆา่ เช้ือท่ัวท้งั บรเิ วณ เน้นบริเวณทมี่ ักมีการสัมผสั หรือใชง้ านร่วมกันบ่อย ๆ ทกุ 2-4 ชั่วโมง เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟท์ ผนัง โดยนำผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาดชุบน้ำยาฆ่าเชื้อที่เตรียมไว้ สำหรบั พื้นใช้ไมถ้ ูพื้นชบุ ด้วยน้ำยาฆา่ เช้ือท่ีเตรียมไว้ เริ่มถูพื้นจากมุมหน่ึงไปยังอีกมมุ หนึง่ ไม่ซำ้ รอยเดมิ โดยเร่มิ จากบริเวณทส่ี กปรกนอ้ ยไปมาก • พน้ื ห้องสว้ มใหฆ้ า่ เชื้อโดยราดน้ำยาฆ่าเชอ้ื ที่เตรียมไว้ทิ้งไว้อย่างนอ้ ย 10 นาที เช็ดเน้นบริเวณท่ี รองนงั่ โถส้วม ฝาปิดโถสว้ ม ทก่ี ดชักโครก ราวจับ ลูกบดิ หรอื กลอนประตู ทแ่ี ขวนกระดาษชำระ อ่างลา้ งมอื ก๊อกนำ้ ท่วี างสบู่ ผนัง ซอกประตู ด้วยผ้าชุบน้ำยาฆา่ เชอื้ ท่เี ตรียมไว้ ๘๘
3. หลังทำความสะอาด 3.1 ควรซักผ้าสำหรบั เช็ดทำความสะอาดและไมถ้ ูพ้นื ดว้ ยนำ้ ผสมผงซักฟอกหรอื นำ้ ยาฆา่ เช้อื แล้วซัก ด้วยน้ำสะอาดอีกครงั้ และนำไปผงึ่ ตากแดดใหแ้ หง้ 3.2 บรรจุภัณฑ์ใส่น้ำยาทำความสะอาด ควรคัดแยกออกจากขยะทั่วไป และทิ้งในถังขยะอันตราย เศษขยะที่เหลือรวบรวมและทิง้ ขยะลงในถุงพลาสติกซ้อนสองช้ันหรือถุงขยะ มัดปากถุงให้แน่นและนำไปทง้ิ ทนั ทีโดยท้งิ ร่วมกับขยะทัว่ ไป 3.3 ถอดถุงมือแล้วล้างมอื ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หากเป็นไปได้ควรชำระล้างร่างกาย และเปลย่ี นเสือ้ ผา้ โดยเร็ว 4. ขอ้ ควรระวงั 4.1 สารที่ใช้ฆ่าเชื้อส่วนใหญจ่ ะก่อให้เกิดการระคายเคืองผวิ หนัง เนื้อเย่ือออ่ นควรระวังไม่ให้เขา้ ตา หรือสัมผัสโดยตรง 4.2 ไมค่ วรผสมนำ้ ยาฟอกขาวกบั สารทำความสะอาดอนื่ ๆ และสารทีม่ สี ่วนผสมของแอมโมเนยี 4.3 หลีกเลี่ยงการวิธีการฉดี พน่ เพื่อฆ่าเชื้อ เน่ืองจากอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชอื้ โรค 4.4 เพื่อให้สารทำความสะอาดมปี ระสิทธภิ าพสงู สุดในการทำความสะอาดควรเตรียมกอ่ นการใชง้ าน 4.5 ไม่ควรนำถงุ มือไปใช้ในการทำกิจกรรมประเภทอื่น ๆ นอกจากการทำความสะอาดเท่านัน้ เพ่อื ป้องกันการแพรก่ ระจายของเชือ้ โรค 4.6 หลีกเล่ียงการใช้มือสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูก และปาก ขณะสวมถุงมือและระหว่างการทำ ความสะอาด ๘๙
Search