แนวทางปฏบิ ัตดิ ้านสาธารณสขุ เพื่อการจดั การภาวะระบาดของโรคโควิด-19 ในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แหง่ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1)
แนวทางปฏบิ ัติด้านสาธารณสขุ เพอื่ การจดั การภาวะระบาดของโรคโควิด-19 ในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แหง่ พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบบั ที่ 1) วันที่ผลิต : 3 เมษายน 2563 ผจู้ ัดทำ : กระทรวงสาธารณสุข
คำนำ จากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ไปทั่วโลก นายกรัฐมนตรี ด้วยความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 และตามคำแนะนำของผู้บริหารและ นกั วชิ าการดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข ไดป้ ระกาศสถานการณ์ฉุกเฉนิ ตามพระราชกำหนดการบรหิ ารราชการ ในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พ.ศ. 2548 จากการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) และได้มี ขอ้ กำหนดออกตามความในมาตรา 9 แหง่ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 มีผลบังคับในทกุ เขตทอ้ งที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และ ฉบับที่ 2 มีผลบังคับตั้งแต่วนั ท่ี 3 เมษายน 2563 เปน็ ต้นไป นั้น กระทรวงสาธารณสขุ ได้จัดทำแนวทางปฏิบตั ิด้านสาธารณสขุ เพอื่ การจดั การภาวะระบาดของโรคตดิ เชอ้ื โคโรนาไวรัส (COVID-19) เพ่ือใหห้ น่วยงาน บุคคล และประชาชนทวั่ ไป ได้ใช้ประโยชน์ เพ่อื การคุ้มครอง ป้องกัน สุขภาพของประชาชน ตลอดจนการจดั การสภาพแวดล้อมในสถานที่ตา่ งๆ (Setting) เพอื่ ควบคุมปอ้ งกนั โรค มิให้ แพรก่ ระจายไปสู่คนหม่มู าก และสถานการณก์ ารระบาดของโรคไดม้ ีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา จงึ มคี วามจำเป็น ที่จะต้องมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนคำแนะนำ แนวทางการดำเนินงาน ให้สอดคล้องและทันเวลา จึงขอให้ หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามข้อสั่งการ และมาตรการต่างๆบนทางเวบไซต์กระทรวง สาธารณสขุ www.covid-19.moph.go.th เอกสารฉบบั น้ี แบง่ เป็น 4 สว่ น ประกอบดว้ ย ส่วนท่ี 1 บทนำ ส่วนท่ี 2 กฎหมายท่เี กยี่ วข้อง ส่วนที่ 3 การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และส่วนที่ 4 มาตรการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่เกย่ี วข้องกับด้านการสาธารณสขุ และแนวทางปฏบิ ตั ิที่เกย่ี วข้อง ก
สารบญั หน้า ก คานา ข สารบัญ 1 สว่ นท่ี 1 บทนา 2 ส่วนท่ี 2 กฎหมายเกีย่ วขอ้ ง ๓ - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ช่ือและอาการสาคัญของโรคตดิ ต่ออนั ตราย ๔ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2563 ๖ - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องทนี่ อกราชอาณาจักรทเี่ ป็นเขต ติดโรคตดิ ตอ่ อนั ตราย กรณีโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 หรอื โรคโควดิ 19 ๑๐ (Corona Virus Disease 2019 (COVID-19) พ.ศ.2563 1๒ - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง แตง่ ต้งั เจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อตาม พระราชบญั ญตั โิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2563 1๔ 1๕ - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง แตง่ ตงั้ เจ้าพนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อตาม พระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2563 1๗ - ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื งกาหนดห้องรักษาผ้ปู ่วยตดิ เชื้อร้ายแรง พ.ศ. 2๔ 2563 2๖ สว่ นที่ 3 การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉนิ 2๗ - แถลงการณ์สานกั นายกรฐั มนตรี เรื่อง การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉนิ ตาม 2๗ พระราชกาหนดการบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ พ.ศ. 2548 2๙ - ข้อกาหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกาหนดการบริหารราชการใน สถานการณฉ์ กุ เฉนิ พ.ศ. 2548 (ฉบับท่ี 1) - ขอ้ กาหนดออกตามความในมาตรา 9 แหง่ พระราชกาหนดการบรหิ ารราชการใน สถานการณฉ์ ุกเฉนิ พ.ศ. 2548 (ฉบบั ท่ี 2) สว่ นท่ี 4 มาตรการตามพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉิน พ.ศ. 2548 และแนวทางปฏบิ ัติทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับด้านสาธารณสุข 4.1 มาตรการและคาแนะนาในสถานทีท่ ี่ยงั เปดิ ให้บริการและกจิ กรรมบางประเภท 4.1.1 มาตรการและคาแนะนาในสถานทีท่ ี่ยังเปิดให้บรกิ าร 4.1.2 คาแนะนาทั่วไปในการปอ้ งกันโรค 4.1.3 คาแนะนาในการป้องกนั โรค เฉพาะรายสถานท่ีท่ยี ังเปดิ ให้บรกิ าร 1) คาแนะนาสาหรับร้านอาหาร 2) คาแนะนาสาหรบั ตลาดสด ข
3) คาแนะนาสาหรับร้านสะดวกซอ้ื (ซุปเปอรม์ าเก็ต/มนิ ิมารท์ /รา้ นขาย 3 ของชา) ๔๖ 4.1.3 4) คาแนะนาสาหรับรถเร่จาหน่ายอาหารและบริการอาหารในรปู แบบ 3) เดลเิ วอรี่ (Delivery Online) 4) ๓ 5) คาแนะนาสาหรบั การให้บรกิ ารขนสง่ ผู้โดยสาร ๒) 6) คาแนะนาสาหรบั ศาสนสถาน (วดั โบสถ์ มัสยิด ศาลเจ้า และสถานท่ี 5๒ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอ่นื ๆ) 4.2.2 7) คาแนะนาสาหรับสถานทร่ี าชการ สถานประกอบการ 4.2.3 8) คาแนะนาสาหรับธนาคาร 2) 9) คาแนะนาสาหรบั รา้ นขายยา 3) 10) คาแนะนาสาหรับที่พกั อาศัย 5) ๔.๑.๔ คาแนะนาการจัดกิจกรรมหรอื พธิ ีการทางสงั คมตามประเพณีนยิ ม 1) คาแนะนาการเข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนา 5๗ 2) คาแนะนาสาหรบั การจัดโรงทาน ในสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ๓) คาแนะนาการเข้าร่วมงานฌาปนกิจศพผ้เู สยี ชวี ิตจากโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 4.2 การปฏบิ ัตติ นของบุคคล 4.2.1 แนวทางปฏบิ ตั ดิ ้านสขุ วิทยาส่วนบุคคลในสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 ๔.๒.๒ วิธกี ารปฏบิ ัติสาหรับกล่มุ เสี่ยง 1) คาแนะนาสาหรบั ผู้สูงอายุ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของ COVID-19 ๒) การปฏิบตั ิตนสาหรบั ผู้ทม่ี โี รคประจาตัว เบาหวาน ความดนั โลหติ สูง โรคหลอดเลือด หัวใจ และสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ 4) คาแนะนาสาหรับกลุ่มเดก็ เล็กท่ีมอี ายตุ า่ กว่า 5 ปี รวมถึงหญิงตงั้ ครรภ์ หญิงหลงั คลอดที่มหี นา้ ที่ดแู ลเด็กเล็ก 4.3 มาตรการปอ้ งกนั ควบคุมโรค 4.3.1 การประกาศพ้ืนทีเ่ ขตติดโรค และการตรวจคดั กรองทด่ี า่ น 4.3.2 แนวทางการเฝา้ ระวังและสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาในระดบั ประเทศ และจงั หวัด
4.4 การเตรยี มความพร้อมระบบบริการทางการแพทย์ 6๓ 4.4.1 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิ การวนิ ิจฉยั ดแู ลและป้องกนั การติดเช้อื ในโรงพยาบาล 6๓ กรณโี รคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 6๗ 4.4.2 คาแนะนาการเตรยี มความพรอ้ มของสถานพยาบาลรองรับโรคตดิ เชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) 7๔ 4.4.3 คาแนะนาการแยกสังเกตอาการที่บา้ น (Home Quarantine) ใน ๗๙ สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ๗๙ 8๒ 4.5 อนื่ ๆ 4.5.1 คาแนะนาการใช้หนา้ กากปอ้ งกนั โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 8๔ 4.5.2 คาแนะนาในการทาความสะอาด ทาลายและฆา่ เช้อื โรค ในสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 8๗ 4.5.3 คาแนะนาสาหรับการจัดการมลู ฝอยสาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ใน สถานการณก์ ารระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 4.5.4 แนวทางการทาความสะอาดและการฆา่ เช้ือในอาคาร สาหรับพนักงานทา ความสะอาด
ส่วนที่ 1 บทนำ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นไวรัสอุบัติใหม่ที่พบว่ามีการระบาดตั้งแตเ่ ดือนธันวาคม 2562 โดยรายงานครัง้ แรกท่ีมณฑลหเู ป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน เชื้อไวรัส COVID-19 สามารถแพร่กระจาย จากคนส่คู นผ่านทางการไอ จาม สัมผัสโดยตรงกบั สารคัดหล่งั เชน่ นำ้ มกู นำ้ ลายของคน ผ้ตู ดิ เชอื้ จะมอี าการหลาย แบบต้ังแตต่ ดิ เชือ้ ไม่มีอาการ อาการเล็กนอ้ ยคล้ายเป็นไข้หวดั ธรรมดา อาการปานกลางเป็นปอดอกั เสบ และอาการ รุนแรงมากจนอาจเสยี ชวี ิต การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 เกิดขึ้นอยา่ งกว้างขวางในหลายประเทศท่วั โลก องค์การ อนามัยโลกได้ประกาศใหโ้ รคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 เป็นภาวะฉกุ เฉินทางสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 และแนะนำทุกประเทศให้ เร่งรัดการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ขอ้ มูล ณ วนั ที่ 28 มนี าคม 2563 มีรายงานผปู้ ว่ ยใน 196 ประเทศ 2 เขตบรหิ ารพเิ ศษ 1 นครรฐั เรือสำราญ เป็นผปู้ ว่ ยที่ยืนยนั 597,458 ราย และเสยี ชีวติ 27,370 ราย สำหรับประเทศไทย ได้มีมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคตั้งแต่เริ่มพบการระบาดใน ประเทศจีน ตรวจพบผ้ปู ว่ ยรายแรกเป็นผู้เดนิ ทางจากประเทศจีนในวันที่ 8 มกราคม 2653 ได้รบั การตรวจยนื ยัน ผลและแถลงสถานการณ์ในวันท่ี 14 มกราคม 2563 ผปู้ ว่ ยชว่ งแรกเปน็ ผู้เดินทางจากพน้ื ท่ีเส่ยี ง การขยายพื้นที่ ระบาดในต่างประเทศเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ตดิ เชื้อจากการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดอาจมีอาการ เล็กน้อยทำให้ไม่มีการตรวจหาการติดเชื้อ การพบผู้ป่วยกลุ่มถัดมาคือผู้ประกอบอาชีพสัมผัสกับนักท่องเที่ยว จากนั้นพบการติดเชื้อในกลุ่มนักท่องเท่ียวไทยที่นิยมไปกินดื่ม การระบาดที่เป็นกลุ่มก้อนใหญ่คือการระบาดใน สนามมวยลมุ พินี สนามมวยราชดำเนนิ ซึ่งทำให้มผี ้ตู ดิ เชือ้ จำนวนเพม่ิ มากข้นึ อย่างรวดเรว็ จนตอ้ งมกี ารประกาศให้ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พระราชบัญญัตโิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เม่ือวนั ท่ี 26 กมุ ภาพันธ์ 2563 และตอ่ มาเมือ่ วนั ที่ 25 มนี าคม 2563 นายกรัฐมนตรีไดป้ ระกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉนิ พ.ศ. 2548 และวันที่ 26 มีนาคม 2563 ได้ประกาศข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการ บริหารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) โดยได้ออกขอ้ กำหนดและขอ้ ปฏิบตั ิแกส่ ว่ นราชการ ท่เี ก่ียวขอ้ ง เพื่อใหส้ ามารถแกไ้ ขสถานการณฉ์ กุ เฉินใหย้ ุตลิ งได้โดยเร็วและป้องกนั มใิ หเ้ กิดเหตกุ ารณ์ร้ายแรงมากข้ึน กระทรวงสาธารณสุขไดม้ คี ำแนะนำเพอ่ื การปฏบิ ตั ิตามข้อกำหนดดังกลา่ วทสี่ อดคล้องกบั มาตรการท่ีระบุ ไว้วา่ ให้ปฏบิ ัติตามมาตรการปอ้ งกันโรคตามทีร่ าชการกำหนดในเอกสารฉบับนี้ ๑
สว่ นที่ 2 กฎหมายเกี่ยวขอ้ ง ๒
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๔๘ ง หน้า ๑ ๒๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง ชือ่ และอาการสาคญั ของโรคติดต่ออนั ตราย (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่เป็นการสมควรให้มีการประกาศให้โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อประโยชนใ์ นการเฝ้าระวัง ป้องกนั และควบคุมโรคติดตอ่ อันตราย อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ (๑) แห่งพระราชบัญญตั โิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคาแนะนาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ช่ือและอาการสาคัญ ของโรคตดิ ต่ออันตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ ๒ ประกาศนใ้ี หใ้ ช้บงั คับตัง้ แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็น (๑๔) ของข้อ ๑ แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอื่ ง ชือ่ และอาการสาคัญของโรคติดตอ่ อันตราย พ.ศ. ๒๕๕๙ “(๑๔) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนือ่ ย หรอื มีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มอี าการรุนแรง จะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสยี ชวี ิต” ประกาศ ณ วนั ที่ 26 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖3 อนทุ ิน ชาญวรี กูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ ๓
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๕๒ ง หน้า ๑๓ ๕ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรือ่ ง ท้องท่นี อกราชอาณาจกั รที่เปน็ เขตติดโรคตดิ ต่ออนั ตราย กรณีโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื โรคโควดิ 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. 2563 ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศท่ัวโลก ซง่ึ มผี ้ตู ดิ เชื้อและเสียชีวติ เป็นจานวนมาก ประกอบกับเม่ือวนั ท่ี ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ องคก์ ารอนามัยโลก ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public health emergency of international concern (PHEIC)) รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคาแนะนาของคณะกรรมการโรคติดตอ่ แห่งชาตจิ งึ ได้ประกาศใหโ้ รคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติ โรคติดตอ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมีความเสี่ยงท่ีจะเกิดการติดต่อของโรค ดังกล่าวที่มากับผู้เดินทางจากนอกราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรค ท่ีอาจจะเข้ามาภายในราชอาณาจักร และเพ่ือให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าวเปน็ ไป อย่างมีประสิทธภิ าพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคาแนะนาของคณะกรรมการดา้ นวชิ าการ จึงเห็นสมควรประกาศกาหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรท่ีเกิดการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งหากสภาวการณ์ของโรคดังกล่าวสงบลงหรือมีเหตุอันสมควร จะได้มีการประกาศยกเลกิ เขตติดโรคติดต่ออนั ตรายต่อไป อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหน่ึง ประกอบกับมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคาแนะนาของคณะกรรมการ ด้านวิชาการ จงึ ออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ท้องที่นอกราชอาณาจักร ที่เป็นเขตตดิ โรคติดต่ออนั ตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. ๒๕๖๓” ข้อ ๒ ประกาศนใี้ หใ้ ช้บังคับตัง้ แตว่ ันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป ขอ้ ๓ ใหท้ ้องทนี่ อกราชอาณาจกั รดงั ตอ่ ไปน้ี เป็นเขตตดิ โรคตดิ ต่ออนั ตราย กรณโี รคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (๑) สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) (๒) สาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China) รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) ๔
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๕๒ ง หน้า ๑๔ ๕ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา (๓) สาธารณรฐั อิตาลี (Italian Republic) (๔) สาธารณรฐั อิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran) ประกาศ ณ วนั ท่ี 2 มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖3 อนทุ นิ ชาญวรี กลู รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ ๕
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๕๘ ง หน้า ๔ ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง แตง่ ตั้งเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ตามพระราชบัญญตั โิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. 2558 (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยท่ีเปน็ การสมควรปรบั ปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตงั้ เจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลงวันท่ี 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เพอื่ ประโยชน์ในการปฏบิ ัติการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกัน และควบคุมโรคตดิ ตอ่ หรือโรคระบาด อาศัยอานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนง่ึ แห่งพระราชบญั ญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ รฐั มนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ จงึ ออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ 1 ประกาศนเี้ รยี กว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรือ่ ง แต่งต้งั เจ้าพนกั งานควบคมุ โรคติดตอ่ ตามพระราชบัญญตั โิ รคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ 2 ประกาศนี้ให้ใชบ้ งั คบั ต้ังแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป ขอ้ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ข้อ ๔ ให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งดารงตาแหน่งต่อไปน้ี เป็นเจ้าพนักงาน ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ตามพระราชบัญญัตโิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ (๑) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๒) รองปลดั กระทรวงสาธารณสขุ (๓) ผูต้ รวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ (๔) สาธารณสขุ นิเทศก์ (๕) ขา้ ราชการสงั กดั กรมควบคุมโรค ซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปนี้ (๕.๑) อธบิ ดีกรมควบคุมโรค (๕.๒) รองอธบิ ดกี รมควบคมุ โรค (๕.๓) ผู้อานวยการกองควบคุมโรคและภยั สขุ ภาพในภาวะฉกุ เฉนิ (๕.๔) ผอู้ านวยการกองด่านควบคมุ โรคติดตอ่ ระหว่างประเทศ (๕.๕) ผอู้ านวยการกองระบาดวิทยา (๕.๖) ผอู้ านวยการกองโรคติดต่อทั่วไป (๕.๗) ผู้อานวยการกองโรคตดิ ตอ่ นาโดยแมลง (๕.๘) ผู้อานวยการกองวัณโรค (๕.๙) ผูอ้ านวยการกองโรคเอดส์และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ (๕.๑๐) ผู้อานวยการสถาบนั บาราศนราดรู (๕.๑๑) ผู้อานวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ๖
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๕ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา (๕.๑๒) ผู้อานวยการสถาบันราชประชาสมาสยั (๕.๑๓) ผู้อานวยการสานักงานปอ้ งกนั ควบคุมโรคท่ี ๑ - ๑๒ (๕.๑๔) ข้าราชการสังกัดกองระบาดวิทยาหรือข้าราชการที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการ หรือปฏิบัติราชการในกองระบาดวทิ ยา ซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปน้ี (๕.๑4.๑) นายแพทย์ ระดบั ชานาญการพิเศษขึน้ ไป (๕.๑4.๒) นายสตั วแพทย์ ระดับชานาญการพิเศษขนึ้ ไป (๕.๑4.๓) นกั วิชาการสาธารณสขุ ระดบั ชานาญการพเิ ศษขน้ึ ไป (๖) ข้าราชการสงั กดั กรมการแพทย์ ซง่ึ ดารงตาแหนง่ ตอ่ ไปนี้ (๖.๑) อธบิ ดกี รมการแพทย์ (๖.๒) รองอธิบดกี รมการแพทย์ (๖.๓) ผู้อานวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี (๖.๔) ผอู้ านวยการโรงพยาบาลราชวิถี (๖.๕) ผอู้ านวยการโรงพยาบาลเลิดสนิ (๖.๖) ผู้อานวยการโรงพยาบาลสงฆ์ (๖.๗) ผู้อานวยการสถาบันประสาทวิทยาแห่งชาติ (๖.๘) ผอู้ านวยการสถาบนั พยาธวิ ทิ ยา (๖.๙) ผู้อานวยการสถาบันมะเรง็ แหง่ ชาติ (๖.๑๐) ผู้อานวยการสถาบนั โรคผวิ หนงั (๖.๑๑) ผูอ้ านวยการสถาบนั สขุ ภาพเดก็ แห่งชาติมหาราชนิ ี ขอ้ ๕ ให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปน้ี เป็นเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ เฉพาะในเขตท้องท่ีที่ตนมีอานาจหน้าที่ ดแู ลและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ (๑) นายแพทย์สาธารณสขุ จงั หวัด (๒) นายแพทยเ์ ชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมปอ้ งกัน) (๓) ผูอ้ านวยการโรงพยาบาลศนู ย์ (๔) ผู้อานวยการโรงพยาบาลทั่วไป (๕) ผอู้ านวยการโรงพยาบาลชมุ ชน (๖) สาธารณสขุ อาเภอ (7) ผอู้ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบล (8) ข้าราชการที่ปฏิบัติราชการ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศซ่ึงดารงตาแหน่ง ต่อไปนี้ (8.๑) นายแพทย์ ระดับปฏิบตั กิ ารขนึ้ ไป ๗
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๖ ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา (8.๒) นายสตั วแพทย์ ระดบั ปฏบิ ตั ิการข้นึ ไป (8.๓) นกั วิชาการสาธารณสุข ระดบั ปฏิบตั กิ ารขึ้นไป (8.๔) พยาบาลวิชาชีพ ระดบั ปฏิบตั ิการขนึ้ ไป (8.๕) เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ระดับปฏิบัติงานขนึ้ ไป (8.๖) เจา้ พนักงานวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ระดับปฏิบตั ิงานขึ้นไป ข้อ ๖ ให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดารงตาแหน่งต่อไปนี้ เป็นเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เฉพาะในเขตท้องที่ท่ีตนมีอานาจหน้าที่ ดูแลและรบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตริ าชการ (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัด (๒) รองผ้วู า่ ราชการจังหวัด (๓) ปลัดจังหวัด (๔) นายอาเภอ (๕) ปลดั อาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจากิง่ อาเภอ (๖) ปลัดอาเภอ ขอ้ ๗ ให้ข้าราชการสังกัดราชการส่วนท้องถ่ินซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปนี้ เป็นเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เฉพาะในเขตท้องท่ีท่ีตนมีอานาจหน้าที่ ดแู ลและรับผดิ ชอบในการปฏิบัตริ าชการ (๑) ข้าราชการสังกดั กรุงเทพมหานคร ซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปนี้ (1.1) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (1.2) ปลัดกรงุ เทพมหานคร (1.3) ผู้อานวยการสานักการแพทย์ (1.4) รองผ้อู านวยการสานักการแพทย์ (1.5) ผู้อานวยการสานกั อนามัย (1.6) รองผูอ้ านวยการสานกั อนามัย (1.7) ผอู้ านวยการกองควบคมุ โรคติดตอ่ สงั กดั สานักอนามยั (1.8) หัวหนา้ กลุ่มงานระบาดวิทยา กองควบคมุ โรคตดิ ตอ่ สังกัดสานกั อนามัย (1.9) ผู้อานวยการกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สงั กดั สานักอนามัย (1.๑0) ผู้อานวยการกองสุขาภิบาล สังกัดสานกั อนามัย (1.๑1) ผู้อานวยการสานักงานสขุ าภิบาลสงิ่ แวดล้อม สงั กัดสานักอนามยั (1.๑2) ผ้อู านวยการสานกั งานสตั วแพทยส์ าธารณสขุ สังกัดสานักอนามัย (1.๑3) ผอู้ านวยการศูนยบ์ ริการสาธารณสุข สงั กดั สานกั อนามยั ๘
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๗ ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา (1.๑4) ผู้อานวยการโรงพยาบาลในสังกดั กรุงเทพมหานคร (1.๑๕) ผ้อู านวยการเขต (1.๑๖) หวั หน้าฝา่ ยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สงั กดั สานักงานเขต (2) ข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล ซึ่งดารงตาแหนง่ ต่อไปน้ี (2.1) ปลัดองค์การบริหารสว่ นจงั หวัด (2.2) ปลัดเทศบาล (2.3) ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล (2.4) ผ้อู านวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตาบล (2.5) นักบรหิ ารงานสาธารณสุขและสิ่งแวดลอ้ ม (3) ข้าราชการตาแหน่งนักบรหิ ารงานสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อมสงั กัดเมืองพทั ยา ข้อ ๘ ให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหมซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปน้ี เป็นเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ เฉพาะในเขตท้องที่ท่ีตนมีอานาจหน้าท่ี ดูแลและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการ (1) ผู้อานวยการโรงพยาบาลในสงั กดั กระทรวงกลาโหม (2) ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ซ่ึงปฏิบัติงานด้านระบาดวิทยา การเฝ้าระวัง การป้องกัน หรอื การควบคมุ โรคตดิ ต่อ ประกาศ ณ วนั ที่ 12 มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖3 อนุทนิ ชาญวรี กลู รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ ๙
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๘ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่อื ง แต่งตัง้ เจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ตามพระราชบญั ญตั ิโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2563 โดยทเี่ ป็นการสมควรให้มกี ารแตง่ ต้ังเจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ตามพระราชบัญญตั ิโรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 เพิ่มเติม เพอื่ ประโยชนใ์ นการปฏบิ ตั ิการเฝ้าระวัง ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคติดตอ่ หรอื โรคระบาด อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนง่ึ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงออกประกาศไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ขอ้ 1 ประกาศน้เี รยี กว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง แตง่ ต้ังเจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อตามพระราชบัญญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ 2 ประกาศน้ใี ห้ใชบ้ ังคับตั้งแตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ขอ้ 3 ให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งรับผิดชอบงานด้านระบาดวิทยา การเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุมโรคติดต่อ ในสานักงานสาธารณสุขจังหวัด สานักงานสาธารณสุขอาเภอ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลท่ัวไป โรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล เป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เฉพาะในเขตท้องท่ี ท่ีตนมอี านาจหนา้ ทดี่ แู ลและรบั ผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการ ข้อ 4 ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าท่ีสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดารงตาแหน่งต่อไปน้ี เป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เฉพาะในเขตท้องท่ี ทต่ี นมีอานาจหนา้ ท่ดี ูแลและรับผิดชอบในการปฏบิ ัตริ าชการ (1) เจ้าพนกั งานปกครอง เจ้าหนา้ ทป่ี กครอง ประจาศาลากลางจงั หวัด (2) เจา้ หนา้ ทป่ี กครอง ประจาทว่ี ่าการอาเภอ (3) กานนั ผใู้ หญ่บา้ น แพทย์ประจาตาบล สารวตั รกานนั ผชู้ ่วยผใู้ หญ่บา้ น ข้อ 5 ให้ข้าราชการสังกัดราชการส่วนท้องถิ่นซ่ึงดารงตาแหน่งต่อไปนี้ เป็นเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558 เฉพาะในเขตท้องท่ีท่ีตนมีอานาจหน้าที่ ดูแลและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการ (1) ขา้ ราชการสังกัดเมอื งพัทยา ซงึ่ ดารงตาแหนง่ ตอ่ ไปนี้ (1.1) นายกเมอื งพทั ยา (1.2) ปลดั เมอื งพัทยา (1.3) ผู้อานวยการสานักการสาธารณสขุ (1.4) ผู้อานวยการสานักส่งิ แวดล้อม (1.5) ขา้ ราชการสังกัดเมืองพทั ยาหรอื ขา้ ราชการท่ีได้รบั มอบหมายให้ไปชว่ ยราชการหรอื ปฏิบัติราชการในสังกัดเมืองพัทยา ซึ่งดารงตาแหน่งนายแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการ ๑๐
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๕๘ ง หน้า ๙ ๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานเุ บกษา สาธารณสุข นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักเทคนคิ การแพทย์ นายสัตวแพทย์ เจ้าพนักงานเภสัชกรรม พยาบาลเทคนิค เจา้ พนักงานสาธารณสุข เจา้ พนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสตั วแพทย์ (2) ข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล ซึง่ ดารงตาแหน่งตอ่ ไปนี้ (2.1) นายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั (2.2) นายกเทศมนตรี (2.3) นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล (2.4) ผู้อานวยการสานักการสาธารณสขุ และสง่ิ แวดลอ้ ม เทศบาล (2.5) ผู้อานวยการกองสาธารณสขุ และส่งิ แวดล้อม เทศบาล (2.6) หัวหนา้ กองหรอื หวั หน้าฝา่ ยสาธารณสขุ และส่งิ แวดลอ้ ม เทศบาล (2.7) ผู้อานวยการกองสาธารณสุขและสิง่ แวดลอ้ ม องค์การบรหิ ารส่วนตาบล (2.8) หัวหน้ากองหรือหัวหน้าฝ่ายสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตาบล หรือตาแหน่งทค่ี ล้ายคลงึ กนั (2.9) ข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล หรอื ขา้ ราชการทไ่ี ด้รบั มอบหมายใหไ้ ปชว่ ยราชการหรอื ปฏบิ ตั ิราชการในสังกัดองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล ซ่ึงดารงตาแหน่งนายแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสขุ นักวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ นักเทคนคิ การแพทย์ นายสัตวแพทย์ เจ้าพนักงาน เภสชั กรรม พยาบาลเทคนิค เจ้าพนกั งานสาธารณสุข เจา้ พนกั งานวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ หรอื สตั วแพทย์ ประกาศ ณ วนั ท่ี 12 มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖3 อนทุ นิ ชาญวรี กลู รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ๑๑
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๑ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอ่ื ง กาหนดห้องรกั ษาผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ ร้ายแรง พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อให้การปฏิบตั ิการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกาจัดมูลฝอยติดเช้อื พ.ศ. ๒๕๔๕ สามารถ ดาเนินการไปได้โดยถูกต้องเหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพ อาศัยอานาจตามความในบทนิยาม คาว่า “ห้องรักษาผู้ป่วยติดเชื้อร้ายแรง” ของข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยการกาจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. ๒๕๔๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จงึ ออกประกาศไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง กาหนดห้องรักษาผู้ป่วย ติดเชื้อรา้ ยแรง พ.ศ. ๒๕๖๓” ข้อ ๒ ประกาศนีใ้ ห้ใชบ้ ังคบั ต้ังแต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๓ ใหย้ กเลกิ (๑) ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง กาหนดลักษณะของห้องรักษาผู้ป่วยติดเชื้อร้ายแรง ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ (๒) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง เพมิ่ เตมิ บญั ชรี ายชอื่ โรคตดิ เชอื้ ร้ายแรง ลงวันท่ี ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๕๗ ข้อ ๔ ให้ห้องรกั ษาผปู้ ่วยซง่ึ เปน็ โรคดังตอ่ ไปน้ี เป็นห้องรักษาผู้ปว่ ยติดเชื้อร้ายแรง (๑) โรคทางเดนิ หายใจเฉียบพลันรนุ แรง (หรอื โรคซาร์ - Severve Acute Respiratory Syndrome) (๒) ไขห้ วัดใหญ่ (Influenza) ซ่ึงรวมถึงโรคไข้หวัดใหญท่ ่ีติดต่อมาจากสัตว์ (๓) เรมิ (Herpes Simplex) (ก) เริมทั้งตวั (Disseminated Herpes Simplex) (ข) เรมิ ในเดก็ แรกเกิด (Neonatal Herpes Simplex) (๔) ไขส้ ุกใส (Chickenpox หรือ Varicella) (๕) งสู วดั แพรก่ ระจาย (Disseminated Herpes Zoster) (๖) ไข้หดั (Measles) (๗) ไขห้ ัดเยอรมัน (German measles หรือ Rubella) (๘) ไข้กาฬหลังแอน่ (Meningococal meningitis) (๙) ไอกรน (Pertussis) (๑๐) คอตบี (Diphtheria) (๑๑) วณั โรคปอด ระยะตดิ ตอ่ (Pulmonary tuberculosis) (๑๒) หลอดลมฝอยอกั เสบ (Bronchiolitis) (๑๓) อุจจาระรว่ งเฉยี บพลันจากการติดเช้อื เชน่ อหิวาตกโรค (Cholera) ๑๒
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๕๘ ง หน้า ๒ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา (๑๔) โรคตบั อกั เสบ (Hepatitis) (๑๕) ไขส้ มองอกั เสบ (Encephalitis) (๑๖) เยื่อหมุ้ สมองอกั เสบ (Meningitis) (๑๗) โรคพิษสนุ ขั บ้า (Rabies) (๑๘) โรคตดิ เช้ือไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD) (๑๙) โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) (๒๐) โรคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยช่ือและอาการสาคัญของโรคติดต่ออันตราย ซ่ึงออกตามกฎหมายว่าดว้ ยโรคตดิ ตอ่ ข้อ ๕ ลักษณะและประเภทของห้องรักษาผู้ป่วยติดเช้ือร้ายแรง ตามข้อ ๔ ต้องเป็น ห้องแยกเฉพาะสาหรับรักษาผู้ป่วยด้วยโรคติดเช้ือร้ายแรงท่ีติดต่อง่าย โรคที่มีอัตราป่วยตายสูง หรือรกั ษายาก ประกาศ ณ วนั ที่ 6 มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖3 สาธติ ปิตเุ ตชะ รฐั มนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ ปฏบิ ัตริ าชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ ๑๓
สว่ นท่ี 3 การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉนิ ๑๔
เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๒๔ ก หน้า ๑ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา แถลงการณส์ านักนายกรฐั มนตรี เรื่อง การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉนิ ตามพระราชกาหนดการบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามที่นายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ และตามคาแนะนาของผู้บริหารและนักวิชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้อาศัยอานาจตามความใน มาตรา ๕ แห่งพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศ สถานการณฉ์ กุ เฉนิ ในทกุ เขตท้องที่ทวั่ ราชอาณาจกั ร ตั้งแตว่ นั ที่ ๒๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถงึ วนั ที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นนั้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายท่ีมีอยู่แล้วต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ อันเน่ืองจากขณะน้ีได้เกดิ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซ่ึงเปน็ โรคระบาดใหญ่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่แพร่ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน ในขณะนี้ ยงั ไม่มีวคั ซนี ป้องกนั และยารกั ษาที่ไดผ้ ล รัฐบาลไดใ้ ชม้ าตรการปอ้ งกัน สกดั ก้ัน ชะลอ และ สร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนมาเป็นลาดับและประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน ตามความ คืบหน้าของสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสาร และคาแนะนาทางการแพทย์ของบรรดาผู้เช่ียวชาญท้ังหลาย โดยคานึงถึงผลกระทบต่อประชาชนด้านสังคมความเป็นอยู่ เศรษฐกิจการครองชีพ ทรัพยากรของรัฐ ดา้ นการสาธารณสขุ และปอ้ งกันการต่ืนตระหนกเกนิ กว่าเหตุ บัดน้ี ทุกฝ่ายเห็นว่าสถานการณ์ควรยกระดับขึ้นสู่การบังคับใช้มาตรการขั้นสูงสุดได้แล้ว เพอ่ื ว่ารัฐจะสามารถนามาตรการอน่ื ๆ มาบงั คบั ใชเ้ พ่มิ ขึน้ จากเดิม สว่ นจะเลอื กใช้มาตรการใดกอ่ นหลัง จะมีการออกประกาศและข้อกาหนดแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ในเบื้องต้นจาเป็นต้องประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินเสียก่อน ซึ่งได้ประกาศแล้วในวันนี้ ผลจากการประกาศดังกล่าวคือรัฐบาลจะมีช่องทาง ตามกฎหมายเข้าควบคุมหรือบริหารสถานการณ์ได้ เช่น จะมีการโอนอานาจบางประการของรัฐมนตรี ตามกฎหมายบางฉบับมาเป็นของนายกรัฐมนตรีเท่าท่ีจาเป็นและเป็นการชั่วคราวเพ่ือความรวดเร็วและ บูรณาการ จะมีการออกข้อกาหนดคือ ข้อห้ามหรอื ขอ้ ปฏิบตั ิบางอย่าง เช่น ห้ามเขา้ ออกสถานที่บางแห่ง ห้ามหรือจากัดการเข้าออกราชอาณาจักรและการเคลื่อนย้ายประชาชนจานวนมากข้ามเข ตพ้ืนท่ี การควบคุมการใช้ยานพาหนะ เส้นทางจราจร การควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์ มาตรการเหล่านี้ แมเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการบรหิ ารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และแมว้ ่าสถานการณ์จากตวั เลข จานวนผู้ได้รับเชื้อและการเสียชีวิตในประเทศจนถึงปัจจุบันจะยังไม่สูงมากนักเม่ื อเทียบกับประเทศอื่น แต่หากยังคงมีการเคล่ือนย้ายหรือเดินทาง การรวมกลุ่มคนจานวนมากเพื่อทากิจกรรมร่วมกัน การติดตอ่ สัมผัสหรือใกลช้ ิด และการขาดความรู้ ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ ตลอดจนการไม่ปฏิบัติตน ให้ถูกต้องตามมาตรการป้องกันโรคตามหลักสากล ประกอบกับกาลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาเทศกาลและ การเปล่ียนฤดูกาลตามธรรมชาติ เชื้อโรคโควิด 19 ย่อมมีโอกาสแพร่ไปได้เร็วและเพ่ิมจานวนผู้ติดเช้อื ๑๕
เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๒๔ ก หน้า ๒ ๒๕ มนี าคม ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา มากขึ้นจนเป็นอันตรายอย่างย่ิงเพราะจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์และ กระทบต่อการใช้ทรัพยากรด้านการสาธารณสุขของประเทศ เช่น แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล ยา และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ จนอาจขาดแคลนเข้าวันหน่ึง อันจะนามาซงึ่ ความสญู เสียรุนแรงสุดจะประมาณได้ ดังที่ปรากฏในบางประเทศในขณะนี้ รัฐบาลจึงจาเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสียแต่บัดนี้ เพ่ือความไม่ประมาท อันจะเปน็ การสร้างความม่ันใจแก่เจ้าหน้าทีผ่ ู้ปฏิบัติและคลายความวิตกกังวลของ ประชาชน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นความจาเป็นเร่งด่วนเฉพาะช่วงเวลานี้ โดยรัฐบาล จะพจิ ารณาเลือกใชเ้ ฉพาะมาตรการเท่าทีจ่ าเป็นตามคาแนะนาทางการแพทย์และสาธารณสขุ เพ่ือป้องกัน และระงับยับย้ังการแพร่ระบาดของโรค โดยถือว่าการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยและชีวิตของประชาชน การจัดสรรทรัพยากร เวชภัณฑ์ และการใหบ้ รกิ ารทางการแพทย์ให้ท่ัวถึงเพียงพอแก่ประชาชนชาวไทย มีความสาคัญเร่งด่วนเป็นลาดับแรก ซ่ึงแน่นอนว่าความสะดวกสบายของประชาชนในระหว่างนี้ ย่อมลดน้อยลงกว่าเดิม เพราะทุกคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ ตามปกติโดยไม่เกิดภาวะขาดแคลน ส่วนมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้เดือดร้อนจะได้ทยอยดาเนินการ ต่อไปในยามน้ีเรากาลังต่อสู้กับมหันตภัยที่มองไม่เห็นตัวคือเช้ือโรคและอาจจู่โจมมาถึงเราทุกคน ในทุกพ้ืนท่ีได้ทุกเมอ่ื จึงจาเป็นต้องควบคุมสถานการณ์และบังคับใช้มาตรการข้นั สูงสุดเพื่อความอยรู่ อด ร่วมกัน ซ่ึงจะเป็นเช่นนี้ไประยะหนึ่งตามที่กฎหมายให้อานาจรัฐบาลประกาศได้เป็นคราว ๆ ไป คราวละไม่เกินสามเดอื น แตอ่ าจประกาศขยายเวลาตอ่ ได้อีกตามความจาเปน็ แห่งสถานการณ์ อนั ทจี่ ริง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้กระทามาหลายปีแล้วในขณะนี้ในบางพื้นท่ีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แตอ่ าศยั เหตแุ ห่งการประกาศใช้ท่แี ตกตา่ งไปจากในครัง้ น้ี รัฐบาลขอให้ประชาชนวางใจในระบบการสาธารณสขุ ของประเทศ และโปรดดแู ลรักษาสขุ ภาพ ตนเองเพราะความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้ ขณะเดียวกันโปรดให้ความร่วมมือกับทางการ ในการปฏิบัติตามมาตรการและคาแนะนาทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ตลอดจนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ท่ีเผยแพร่ทางช่องทางที่เป็นทางการ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ส่ือสิ่งพิมพ์ท่ีระบุแหล่งข่าวอ้างอิงเชื่อถือได้ มิใช่ข่าวลือหรือข่าวที่ไม่ปรากฏแหล่งท่ีมา หากมีข้อสงสัยให้สอบถามได้ที่กระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หมายเลขโทรศัพท์ 1111 ขณะนี้ การอยู่กับบ้านตามคากล่าวที่ว่า “อยู่บ้าน หยุดเช้ือ เพื่อชาติ” การไม่รวมกลุ่มกับผู้คนจานวนมาก การใช้มาตรการป้องกันโรคเพ่ือตนเองและแสดงความรับผิดชอบ ต่อสังคม เช่น การใช้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ การหมั่นล้างมือ การไม่สัมผัสหรือรับเช้ือท่ีมา กับฝอยละอองน้าลาย การเว้นระยะสัมผัสห่างจากผู้อื่น การไปพบแพทย์ในกรณีต้องสงสัย เป็นที่ยอมรับทั่วโลกแล้วว่าสามารถลดความเสี่ยงได้ดีท่ีสุดเท่าที่เราจะป้องกันตนเอง คนท่ีท่านรัก และ ประเทศชาตไิ ด้ เพ่อื ความเขา้ ใจทถ่ี ูกต้อง รัฐบาลจะได้แถลงให้ทราบเป็นระยะ ๆ ในโอกาสตอ่ ไป สานกั นายกรฐั มนตรี ๒๕ มนี าคม ๒๕๖๓ ๑๖
t\\.FI. Lodsnd LLauil:v:lllrjryry-O'anruil:vnolnr:tfioqtnrn ri.6. teddc( luvluufin1lLl1v\\u141un: ๑๗
๑๘
๑๙
d- vaut lJ0 6\", tl19l:fl 1:tFl:Utl5UdO1Un1:fU (, o\\) qtfyiryj?t1:11n1:n:{Lvlv!}.114.luFl:tLAvvrt ,J?'l:ltn1v:0.1vil?Aflnva.iivl?ntdU, uyr,olnlvnUnl: r:3ur::rtn'r:tuanlunr:nianrfruvrnfrfituutnfr'0.:fifinu:-u2-otou u1nfiflruyr'[fi':rurru 31 tl n : v yl :? {}.1 14't ft Lyl u (ro) 1fr'rariru{'rurJo{YAIf,il4ttvi.rrirvuprttauU:utldlvliudrzuurrili].Jrn:nr:rfio r u tun4 ous4ou::Lvtlria n:vvru ouiur^no0l n nr:fa{ u qy rm:nr:to{:-sriol:vtrtumuu#rfitta v lJ? n-u'Lril druroloufror:rur'Ldtu!:vurrurornuuorrfluo'urYuu:n 1un:flriJrorirrfrunr:trilri'rauouSo t o :-l n r : auh auqu4 a 1 n Yf, u r a (*) \"lfrI: lll u 1 u 1 a 6 n r u v! u'r u r a vi o u il r u r r ufi fi yrir fi * a v dr u r olu n r : fl o r riu uavpur!4tuainrgrri,-huvr'rnrn:-ttravrontu 6'nurur rrtfiruq{ rnr6o'rfiolunr:n:roI:nr rnr6ordru\"Lu n1:il1Ua[ntLau0r !n:itlA0u'l v.ia.lLudut Lelt4ytvd\\u{fl0rll}J}.J'tFl:iluuinSvyt:?.14101:ilqtn1ouuo14:o4 yv luuvilr vYtfi lri':rlfitnr:tmiurunarn:il'r.inr:rLv'rvdarnuua'rrix 1 tuaun']irniulanrufirinnlu anruvr'n3rUltidr tnnuio tfiur nfio:or:-urirjruvrora r?\\ttaru?uruln uron':uirrtfiorYn rrilaranrufi (a)'Lunr:n-nrium-'rtorlia-{!nmornr:nrlrirat'rra6orirrr,uvrirro,:16'rufirfivr6or{lu ulu's' !t n}Jrar nfiuvr'o'ru':-n 6utri'u6'rr,trirfir,liouri': ulfru-fr nr: n?uFtillrnfroriofir.i'ir zu Lauil'r{11}.J !d.Ji! 415't:ilaIUtUn::JUv<rtdudytany4ravoli4{ tLauuu?u'tluvLnu?t0{?\\01:ruluflt?u14:ozuouriunl}.]0'tu'tQvt}J0u ๒๐
{uri o u n r : 6'o n a n : : 1.r rra vhi'rir to'or u v r a rl o u u n ๒๑
riruun'Ludo oo ๒๒
io :]tn1: nlvuFl\"Lu{o oo nl}lvtvt't.l rado Tvru ry'LneJrflluraiot:-irJfrrjfrmr:rdo Tio t, do * do a do a uav do u \"v urvi.rrioriruuofl rlorfuTvrunrl.rrlrnir od uvi.iv!:u:1lJriruuoflr:uiurr:1tnr: I o fi n r r r fi rr fl r l.J tt r gl :'') dL, Ltvi.i v'r : v : r t riruUUcfifr T: n fr nr ri o V!.fl. bddd 4rvu^tvqYaYl do !114{1\\5u:'llJ!ilrUfl?'l0l1U:'lFl'lAUFl'lLLAuU:n1: V!.fl. bddle ttA?!Ln 14:0}J'ln:1 n:[u Fl?u \" YtYY 1J0 o,bbnn1r5:[tt,iUrir{dn'Uul0dnolrUirUraAunUuL*ulfiL'tl'iJluUln{n1Uuvvr?ii':r'f1lo11Jr0u'lri6l1'nQ::nrr:v:?r-:rJrfviul.fii1fiodv:vr,r'irr nr:U:unrfla0runr:nianrfiufifinrrrritu,o#ouriu-odr{Ju6'uhl riuuriovfidorirvuo ๒๓
๒๔
๒๕
ส่วนท่ี 4 มาตรการตามพระราชกำหนดการบรหิ าร ราชการในสถานการณฉ์ ุกเฉิน พ.ศ. 2548 และแนวทางปฏิบตั ทิ เี่ กยี่ วขอ้ งกับ ดา้ นสาธารณสขุ ๒๖
4.1 มาตรการและคำแนะนำในสถานท่ีท่ียังเปิดใหบ้ ริการและกิจกรรมบางประเภท คำแนะนำนี้ จัดทำภายใต้หลักการการป้องกันโรคสำหรับสถานที่ทีย่ งั เปิดให้บรกิ ารและกิจกรรมบาง ประเภท ประกอบดว้ ยมาตรการและคำแนะนำในสถานทีท่ ่ียงั เปดิ ใหบ้ ริการ ตามข้อกำหนด ออกตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับท่ี 1) คำแนะนำใน การป้องกันโรคสำหรับสถานที่ที่ยังเปิดให้บริการโดยทั่วไปและจำแนกรายสถานที่ และคำแนะนำการจัด กจิ กรรมหรือพิธกี ารทางสังคมตามประเพณีนิยม โดยคำแนะนำนีใ้ ห้ความสำคัญในการเว้นระยะห่างระหว่าง บุคคล และการควบคุมเกี่ยวกบั สขุ ลกั ษณะ โดยเป็นคำแนะนำแก่ผ้ดู ูแลหรอื เจ้าของสถานท่ี ผู้ปฏิบตั งิ าน และ ผู้ใช้บรกิ ารหรือผู้ร่วมกจิ กรรม โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้ 4.1.1 มาตรการและคำแนะนำในสถานท่ีทย่ี ังเปดิ ให้บรกิ าร ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 11 มาตรการป้องกันโรค ให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการ กำหนดเพ่ือใชป้ ฏบิ ตั เิ ปน็ การทัว่ ไป หรอื ใชใ้ นกรณีผ่อนผนั หรอื ยกเว้นการปฏิบตั ิตามข้อกำหนด ดงั น้ี 1) ใหท้ ำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพืน้ ผวิ สมั ผสั ของสถานทท่ี เ่ี กี่ยวข้อง กอ่ นการจัด กิจกรรม และใหก้ ำจัดขยะมูลฝอยทุกวนั 2) ใหเ้ จ้าหน้าที่ ผูป้ ระกอบการ ผู้ร่วมงาน ผ้รู ่วมกิจกรรม ลกู จ้าง ผใู้ ชบ้ รกิ ารสวมหน้ากากอนามยั หรอื หน้ากากผ้า 3) ใหบ้ ุคคลตาม (2) ล้างมอื ด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือนำ้ ยาฆ่าเชอ้ื โรค 4) ให้บุคคลตาม (2) เวน้ ระยะนงั่ หรอื ยนื หา่ งกันอยา่ งน้อยหน่ึงเมตร เพื่อป้องกนั การติดต่อสัมผัส หรอื แพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย 5) ใหค้ วบคุมจำนวนผู้รว่ มกิจกรรมมใิ ห้แออัด หรอื ลดเวลาในการทำกจิ กรรมให้สั้นลงเท่าทจ่ี ำเปน็ โดยถอื หลกั การหลกี เลย่ี งการตดิ ตอ่ สัมผัสระหวา่ งกนั ในการจัดทำคำแนะนำสำหรับสถานทีต่ ่างๆ นั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้ผนวกการปฏิบัติทั้ง 5 ข้อ เป็นพื้นฐานในทุกคำแนะนำแล้ว และได้มีคำแนะนำที่เป็นการเฉพาะของแต่ละสถานที่ไว้ด้วย เพื่อให้ผู้ท่ี เกย่ี วข้องสามารถนำไปใชใ้ นการป้องกนั ควบคุมโรค เพอื่ ลดผลกระทบในวงกวา้ ง 4.1.2 คำแนะนำทว่ั ไปในการป้องกนั โรค สำหรบั คำแนะนำทั่วไปในการป้องกันโรค สำหรับสถานทท่ี ีย่ งั เปิดให้บรกิ ารน้ี ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ความรับผิดชอบของผู้ดูแลหรือเจ้าของสถานที่ (ในการควบคุมเกี่ยวกับสุขลักษณะ การเว้นระยะห่าง การทำความสะอาดจุดเส่ียง พื้นที่ส่วนรวม การจัดการสว้ ม การจัดการขยะมูลฝอย การระบายอากาศ) การ ปฏิบัติตัวของผปู้ ฏบิ ตั ิงาน และคำแนะนำสำหรับผูใ้ ช้บรกิ าร โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี ๒๗
ก. คำแนะนำทั่วไปสำหรบั ผ้ดู แู ลหรอื เจา้ ของสถานท่ี 1. จัดใหม้ ีการคัดกรองผู้ปฏิบัตงิ าน และผ้มู ารบั บรกิ าร หากพบว่ามีอาการไข้ หรอื หายใจเหน่อื ยหอบ ให้หยุดปฏบิ ตั งิ านหรืองดใชบ้ รกิ าร และรีบไปพบแพทย์ ผทู้ ไ่ี ม่มอี าการดงั กลา่ ว ให้ทำสญั ลกั ษณ์ เชน่ ติดสติ๊กเกอร์ ตราปม๊ั หรอื อ่นื ๆ ตามความเหมาะสม 2. แนะนำใหผ้ ปู้ ฏิบัตงิ าน และผมู้ าใช้บรกิ ารสวมหน้ากากอนามยั หรอื หนา้ กากผ้า ล้างมือบ่อยๆด้วย สบแู่ ละนำ้ หรอื เจลแอลกอฮอล์ 3. ทำความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ที่มีการสัมผัสของผู้มาใช้บริการร่วมกนั ทีอ่ าจเป็นจุดเสีย่ ง ต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค ด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ที่จับประตู เก้าอี้ เคาน์เตอร์ โต๊ะใหบ้ รกิ าร เป็นต้น และอาจใชน้ ้ำยาฆ่าเชือ้ ดว้ ยกไ็ ด้ 4. จัดใหม้ เี จลแอลกอฮอล์ สำหรับผู้มาใช้บริการ 5. ควรจัดใหม้ ีการระบายอากาศท่ดี ี เปิดประตู หนา้ ต่าง หากมีเครือ่ งปรับอากาศให้ทำความสะอาด ระบบระบายอากาศอยา่ งสม่ำเสมอ 6. กำหนดจุดเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1-2 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรอื แพรเ่ ชอื้ โรค 7. ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกจิ กรรมหรอื ผใู้ ช้บรกิ ารมิใหแ้ ออดั หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมใหส้ ้นั ลง เท่าท่ีจำเป็น โดยถือหลกั การหลีกเล่ียงการตดิ ตอ่ สัมผัสระหวา่ งกัน 8. ใหก้ ำจัดขยะมูลฝอยทกุ วนั 9. จัดหาสื่อประชาสมั พันธ์ทจี่ ำเปน็ เพื่อป้องกันและการลดความเส่ียงตอ่ การแพรก่ ระจายเช้ือ COVID-19 ตามจดุ ตา่ ง ๆ ภายในหรอื บรเิ วณสถานทน่ี ้นั ๆ 10.หากพบว่ามีผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่นั้นเป็นจุดแพร่เชื้อ ให้เจ้าของสถานท่ี ดำเนนิ การตามคำส่ังของเจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดตอ่ เชน่ พจิ ารณาหยุดให้บริการเปน็ เวลา 3 วัน ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใต้การกำกับดูแลของพนักงานควบคมุ โรคติดต่อ ข. คำแนะนำทั่วไปสำหรบั ผู้ปฏิบตั ิงาน 1. สวมหน้ากากผา้ หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบตั งิ าน 2. ควรตรวจสอบอาการปว่ ยของตนเอง โดยเฉพาะอาการไขห้ รอื ทางเดนิ หายใจ หากสงสัยให้งด ปฏบิ ตั ิงาน 3. หากไม่จำเป็น ไมค่ วรออกจากบา้ น และหาวิธใี นการทำงานทบี่ า้ น (Work from home) และ หลีกเลยี่ งเขา้ ที่ชมุ ชน 4. เม่ือตอ้ งทำงานหรอื ไปอย่ใู นทช่ี ุมชน ควรเวน้ ระยะห่างระหวา่ งบุคคล อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 5. ล้างมือดว้ ยสบแู่ ละนำ้ หรอื เจลแอลกอฮอลบ์ อ่ ย ๆ หลงั ปฏบิ ตั งิ านทกุ ครง้ั และก่อนรบั ประทาน อาหาร และหลงั ใชส้ ว้ ม รวมทง้ั หลีกเลีย่ งการใชม้ ือสมั ผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมูก โดยไมจ่ ำเป็น ๒๘
ค. คําแนะนาํ ทั่วไปสาํ หรบั ผู้มารบั บรกิ าร/ผบู้ ริโภค 1. สวมหน้ากากผา้ หรอื หน้ากากอนามยั หากมีอาการปว่ ย ไม่ควรมาใชบ้ ริการ 2. ควรตรวจสอบอาการป่วยของตนเอง โดยเฉพาะอาการไข้หรือทางเดินหายใจ หากสงสัยให้ไปพบ แพทย์ 3. หากไมจ่ าํ เปน็ ไม่ควรออกจากบา้ น และหลกี เลีย่ งเข้าทช่ี ุมชน 4. เมื่อไปอยู่ในที่ชุมชน หรือไปใช้บริการในสถานท่ีต่างๆ ควรเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1-2 เมตร 5. ลา้ งมือดว้ ยสบู่และน้ํา หรือเจลแอลกอฮอลบ์ อ่ ย ๆ หลงั จากใชบ้ รกิ ารทกุ ครั้ง และกอ่ น รับประทานอาหาร และหลังใชส้ ว้ ม รวมท้งั หลีกเลยี่ งการใชม้ ือสัมผสั ใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไม่ จาํ เป็น 4.1.3 คําแนะนําในการป้องกนั โรคเฉพาะสถานทท่ี ยี่ งั เปดิ ใหบ้ ริการ สําหรับคําแนะนําในการป้องกันโรคในสถานที่ต่างๆ ท่ียังเปิดให้บริการน้ี ให้ความสําคัญกับการจัดการ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ซ่ึงในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) จําเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมีการจัดการดูแลสถานท่ีเหล่าน้ัน ได้แก่ ร้านจําหน่ายอาหาร ตลาดและ ตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อ บริการส่งสินค้าและอาหารตามส่ัง (Delivery Online) การให้บริการขนส่งผู้โดยสาร และขนส่งสินค้า ศาสนสถาน สถานท่ีราชการ สถานประกอบการ ธนาคาร ร้านขายยา รวมท้ังท่ีพักอาศัย โดย มรี ายละเอียด ดังนี้ 1) คําแนะนาํ สาํ หรบั รา้ นอาหาร ร้านอาหาร เป็นสถานที่ที่มีคนมาจากหลากหลายพื้นที่และมีความเสี่ยงการปนเปื้อนเชื้อโรค ท้ังจาก การใช้ภาชนะ อุปกรณ์ เช่น จาน ชาม ช้อน แก้วน้ําร่วมกัน หรือจากการปรุงประกอบอาหาร จึงมีคําแนะนํา การดูแลสุขลักษณะร้านอาหาร เพ่ือลดและปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค ดงั น้ี ก. คาํ แนะนาํ สําหรับเจ้าของ ผจู้ ัดการรา้ นอาหาร 1. หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีนํ้ามูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงานและไปพบ แพทยท์ นั ที 2. ดูแลสถานท่ีปรุงประกอบอาหาร บริเวณพ้ืน โต๊ะท่ีนั่ง บริเวณท่ีรับประทานอาหารให้สะอาดอย่าง สมาํ่ เสมอและบ่อยคร้ัง 3. ล้างภาชนะ อปุ กรณใ์ ห้สะอาดด้วยนาํ้ ยาลา้ งจาน 4. จัดใหม้ ีทลี่ ้างมือพรอ้ มสบสู่ ําหรับลา้ งมือ หรอื จดั ใหม้ ีเจลแอลกอฮอลส์ ําหรับทาํ ความสะอาดมอื 5. ทําความสะอาดห้องนํ้า ห้องส้วม โดยเน้นบริเวณจุดเส่ียง เช่น ที่จับสายฉีดชําระ ท่ีรองนั่ง โถส้วม ที่กดโถส้วม โถปัสสาวะ ก๊อกน้ําอ่างล้างมือ เป็นต้น รวมท้ัง ทําความสะอาดก๊อกน้ําท่ีใช้ภายใน สถานที่ปรุงประกอบอาหาร โดยใชน้ ้ํายาทาํ ความสะอาดและลา้ งด้วยนํ้าใหส้ ะอาด 29
6. ลดการใชเ้ ครอื่ งปรบั อากาศโดยไม่จำเป็น และจดั ใหม้ กี ารระบายอากาศท่เี หมาะสม 7. จดั ให้มบี รเิ วณรอในการสัง่ ซ้อื อาหาร และเวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร 8. ใหค้ วามรหู้ รือประชาสมั พนั ธ์ช่องทางให้ความรู้ต่าง ๆ แก่พนักงาน เชน่ การสวมหน้ากากท่ีถูกวิธี และขัน้ ตอนการล้างมือที่ถูกตอ้ ง เปน็ ต้น 9. หากพบว่ามีผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่นั้นเป็นจุดแพร่เชื้อ ให้เจ้าของร้านอาหาร ดำเนนิ การตามคำสัง่ ของเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคติดตอ่ เชน่ ทำความสะอาดฆา่ เชือ้ ทันที ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใตก้ ารกำกับดูแลของพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อ ข. คำแนะนำสำหรับผู้สัมผัสอาหาร ได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหารตั้งแต่กระบวนการเตรียม ประกอบ ปรุง จำหนา่ ยและเสริ ฟ์ อาหาร รวมถงึ การลา้ งและเกบ็ ภาชนะอุปกรณ์ 1. หากมอี าการเจบ็ ป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรือเหนอ่ื ยหอบ ให้หยุดปฏิบตั ิงาน แจ้งเจ้าของ ร้านหรือผูจ้ ดั การ และไปพบแพทย์ทันที 2. ไม่สมั ผัสอาหารสดประเภทเนอื้ สตั ว์ เครื่องในสตั ว์โดยตรง และล้างมือหลังการสมั ผสั เน้ือสัตว์หรือ ผลติ ภัณฑ์จากสัตว์ทกุ ครงั้ แยกภาชนะ อปุ กรณ์ปรงุ ประกอบอาหาร เช่น เขยี ง มีด ระหว่างอาหาร สุกและอาหารดิบ สำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ควรปรุงให้สุกด้วยความร้อนไม่น้อยกว่า 60 องศาเซลเซียส อยา่ งนอ้ ย 30 นาที 3. สำหรบั อาหารปรุงสำเรจ็ ให้มกี ารปกปดิ อาหาร และอุ่นอาหารทุก ๆ 2 ช่ัวโมง ใช้อุปกรณ์สำหรับ หยบิ จับ หรอื ตกั อาหาร เช่น ช้อน ทีค่ บี ฯลฯ ระมดั ระวงั ไมใ่ ห้สว่ นของดา้ มจบั ตก หล่นหรือสัมผสั กบั อาหาร เพราะอาจเกิดการปนเป้อื นของเชื้อโรคได้ 4. ผู้ปรุงประกอบอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์และที่เสิร์ฟอาหาร ให้สวมผ้ากันเ ปื้อน ถุงมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าระหว่างปฏิบัติงานตลอดเวลา เพื่อป้องกัน ตนเองและไอ จาม ปนเป้อื นอาหาร 5. ผู้ปรุงประกอบอาหาร ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบูแ่ ละนำ้ ตั้งแตเ่ ริม่ เข้าทำงาน ก่อนการเตรยี มอาหาร ระหว่างและหลงั ปรงุ อาหารเสรจ็ หลงั ทำความสะอาด ขยะหรือเศษอาหาร และหลงั เขา้ ส้วม 6. สำหรับผูป้ ฏบิ ตั งิ านอื่นๆ ที่ตอ้ งสัมผสั กับสงิ่ ทสี่ งสยั แปดเปือ้ นเชื้อ ควรล้างมือบ่อยๆ ดว้ ยสบู่และนำ้ หรอื เจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะหลงั จับเงิน หลังสบู บหุ รี่ ค. คำแนะนำสำหรับผ้บู รโิ ภค/ผู้ใชบ้ ริการ 1. หากมอี าการเจบ็ ป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรือเหนื่อยหอบ ให้งดใชบ้ ริการ 2. หลีกเล่ยี งการรบั ประทานอาหารประเภทเน้อื สตั ว์ เครื่องในสตั วท์ ี่ปรุงไม่สกุ 3. ลา้ งมืออยา่ งสมำ่ เสมอดว้ ยสบแู่ ละน้ำกอ่ นรบั ประทานอาหารและหลงั ออกจากหอ้ งส้วมทกุ ครั้ง 4. เว้นระยะหา่ งระหว่างบคุ คลอยา่ งน้อย 1-2 เมตร ในการซือ้ อาหาร 5. เลือกร้านท่ีผู้ปรุงประกอบอาหารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และปฏิบัตติ ามมาตรการ ปอ้ งกนั โรค เพือ่ เพิม่ ความม่นั ใจในการใชบ้ ริการ ๓๐
2) คาํ แนะนาํ สําหรับตลาดสด ตลาดสด เป็นแหล่งรวมตัวของพ่อค้า แม่ค้าและผู้ซ้อื เป็นแหล่งจําหน่ายสินค้า อาหารสด อาหารแห้ง ประเภทต่าง ๆ เช่น เน้ือสัตว์ดิบ ผักสด อาหารปรุงสุก เป็นต้น รวมท้ังเป็นพ้ืนที่สาธารณะที่มีคนมาจาก หลากหลายพื้นที่ และมีบริเวณใช้งานร่วมกัน ดังนั้น ตลาดจึงอาจเป็นแหล่งแพร่กระจายเช้ือโรคได้ ควรมีการ ดูแลเพ่อื ลดและปอ้ งกันการแพร่กระจายของเชอ้ื โรค ดงั น้ี ก. คาํ แนะนาํ สําหรับเจา้ ของตลาด 1. ดแู ลสถานทีใ่ หส้ ะอาด ถกู สุขลักษณะ ดงั นี้ 1) ทําความสะอาดบริเวณพ้ืน ทางเดิน แผงจําหน่ายสินค้าอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ด้วยนํ้ายา ทําความสะอาดหรอื น้ําผงซักฟอก และฆ่าเช้ือโรคด้วยคลอรีนทมี่ ีความเข้มข้น 100 ส่วนใน ล้านส่วน กรณีท่ีพบผู้ป่วยหรือมีความเส่ียง ให้เพิ่มความเข้มข้นของคลอรีนเป็น 1,000 สว่ นในลา้ นส่วน 2) จดั ให้มีทล่ี ้างมือ นํ้าและสบ่สู ําหรบั ล้างมอื หรอื เจลแอลกอฮอล์ 3) ทําความสะอาดห้องน้ํา ห้องส้วมที่ใช้ในตลาด โดยเน้นบริเวณจุดเส่ียง เช่น ท่ีจับสายฉีด ชําระ ท่ีรองน่ังโถส้วม ท่ีกดโถส้วม โถปัสสาวะ ท่ีเปิดก๊อก อ่างล้างมือ เป็นต้น รวมทั้ง ทําความสะอาดก๊อกน้ําท่ีใช้ภายในตลาด โดยใช้นํ้ายาทําความสะอาดและล้างด้วยนํ้าให้ สะอาด 4) จัดให้มีการระบายอากาศทเี่ หมาะสม 5) จดั ให้มีการเวน้ ระยะหา่ งระหว่างบุคคลในการเลือกซื้อสนิ คา้ อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 6) หากพบว่ามีผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่นั้นเป็นจุดแพร่เชื้อ ให้ดําเนินการตาม คําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เช่น ทําความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ภายใน 24 ช่วั โมง ภายใตก้ ารกํากับดูแลของพนักงานควบคุมโรคตดิ ตอ่ 2. กาํ กับ ดแู ลผู้จําหนา่ ยอาหารและสินค้า และผปู้ ฏิบัติงานในตลาด ดังนี้ 1) ผู้จาํ หนา่ ยอาหารและสินคา้ หากมอี าการไข้ ไอ จาม มนี ํา้ มกู หรอื เหน่ือยหอบ ใหห้ ยุดงาน 2) ผู้ปฏิบัติงานท่ีดูแลความสะอาดและผู้ปฏิบัติงานเก็บขยะ ให้ใช้หน้ากากผ้า สวมถุงมือยาง ผ้ายางกันเป้ือน รองเท้าพ้ืนยางหุ้มแข้ง และใช้ปากคีบด้ามยาวเก็บขยะ และใส่ถุงขยะปิด ปากถุงให้มิดชิด นําไปรวบรวมไว้ท่ีพักขยะ แล้วล้างมือให้สะอาดทุกครั้งภายหลังปฏิบัติงาน และเมอ่ื ปฏบิ ตั ิงานเสร็จในแตล่ ะวนั หากเปน็ ไปไดค้ วรอาบนาํ้ และเปล่ยี นเสือ้ ผ้าทนั ที 3. ให้ความรู้หรอื ประชาสัมพันธ์ช่องทางให้ความร้ตู ่าง ๆ เช่น การสวมหน้ากากท่ีถูกวิธี และข้ันตอน การลา้ งมือที่ถูกตอ้ ง เป็นตน้ 31
ข. คำแนะนำสำหรบั ผู้ปรงุ ประกอบ และจำหน่ายอาหาร 1. ต้องมีการป้องกันตนเองด้วยการล้างมอื อย่างสม่ำเสมอด้วยสบู่และน้ำ หลังออกจากห้องส้วม และหลังสัมผสั สิง่ สกปรก และสวมใสห่ น้ากากอนามัยหรอื หนา้ กากผ้าระหว่างปฏิบตั ิงาน 2. สำหรบั อาหารปรุงสำเร็จ ใหม้ ีการปกปดิ อาหาร และอ่นุ อาหารทกุ ๆ 2 ชั่วโมง ในกรณีมีการใช้ อปุ กรณ์สำหรับหยบิ จับ หรอื ตักอาหาร ระมดั ระวังไม่ใหส้ ่วนของด้ามจบั ตก หลน่ หรือสมั ผัสกับ อาหารเพราะอาจเกดิ การปนเปอ้ื นของเชอื้ โรคได้ 3. หากจำหน่ายอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ จัดให้มีคีมคีบเนือ้ สัตว์ เพื่อไม่ใหล้ ูกคา้ สมั ผัสเน้อื สตั ว์โดยตรง และลา้ งมอื หลังการสัมผัสเนื้อสตั ว์หรอื ผลิตภณั ฑ์จากสัตว์ทุกครงั้ 4. หาวธิ จี ำหนา่ ย โดยเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งผ้ซู ้ือและผขู้ าย อย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 5. หากมอี าการเจ็บป่วย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มนี ้ำมกู หรือเหน่ือยหอบ ให้หยดุ ขายและไปพบแพทย์ ทนั ที ค. คำแนะนำสำหรบั ผู้ส่ังซ้อื อาหาร/ผบู้ รโิ ภค 1. ล้างมอื ดว้ ยสบู่และน้ำ หรอื ใช้เจลแอลกอฮอลส์ ำหรบั ทำความสะอาดมือ ก่อนและหลังเข้ามาใช้ บรกิ ารตลาด 2. สวมหน้ากากผ้าหรอื หนา้ กากอนามัย หากมีอาการป่วย ไมค่ วรมาใช้บริการ 3. ในการเลือกซ้ือสนิ คา้ ให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร 3) คำแนะนำสำหรับร้านสะดวกซอื้ (ซุปเปอร์มาเกต็ /มินิมารท์ /รา้ นขายของชำ) ร้านสะดวกซื้อ เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต มินิมาร์ท ร้านขายของชำ เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค บรโิ ภคท่จี ำเปน็ ต่อชวี ติ ประจำวัน ภายในตวั รา้ นมกี ารจดั วางสินค้าหลากหลายชนิด มีผบู้ ริโภคเขา้ ไปใช้บริการ เป็นจำนวนมาก บางรา้ นเป็นห้องแอร์ และต้ังอยูใ่ นชมุ ชน จึงมคี วามเสีย่ งในการแพรก่ ระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ จงึ มคี ำแนะนำ ดงั นี้ ก. คำแนะนำสำหรบั เจา้ ของหรือผูด้ ูแลรา้ นสะดวกซ้ือ 1. จัดให้มีจุดคดั กรองพนักงาน และผู้บรโิ ภคทีเ่ ขา้ ไปใช้บริการ หากมอี าการป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มนี ้ำมกู หรือเหน่ือยหอบ ให้ไปพบแพทยท์ ันที 2. กำหนดระยะห่างระหวา่ งบุคคลระหวา่ งพนกั งานและผู้บริโภคอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 3. จัดวางสินค้า ให้เป็นระเบียบ แยกเป็นหมวดหมู่ตามประเภทของสินค้า ไม่ปะปนกัน เพอ่ื ความสะดวกรวดเร็วในการเลือกซ้อื สินคา้ ของผู้บรโิ ภค 4. เก็บอาหารที่ตอ้ งแชเ่ ยน็ หรอื แชแ่ ข็ง เปน็ สดั สว่ นตามประเภทของอาหารสด และปกปดิ อาหารเพอ่ื ปอ้ งกันการปนเปื้อน ในอณุ หภมู ิทีเ่ หมาะสม และทำความสะอาดสม่ำเสมอ ๓๒
5. ในกรณมี กี ารปรุงอาหาร/เคร่อื งดืม่ เพ่ือจำหนา่ ย 5.1 บริเวณทีม่ ีการปรุงประกอบอาหาร/เครื่องดื่ม ต้องสะอาด และทำความสะอาดด้วยนำ้ และ น้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ 5.2 ภาชนะบรรจอุ าหาร/เครอ่ื งดื่มตอ้ งสะอาด ปลอดภัย มกี ารปกปิดอาหาร 5.3 ล้างภาชนะ อุปกรณ์ที่ใช้ปรุงประกอบอาหาร/เครื่องดื่มให้สะอาด ด้วยน้ำยาล้างจานให้ สะอาด อบหรอื ผ่งึ ให้แห้งกอ่ นใช้ใสอ่ าหาร 6. บริเวณพื้นทําความสะอาดด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด และอาจฆ่าเชื้อโรคดว้ ย นำ้ ยาท่มี สี ่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ทมี่ ีความเข้มขน้ 1,000 สว่ นในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) เช่น หากใชน้ ้ำยาฟอกขาวทีม่ ีโซเดยี มไฮโปคลอไรท์ 6% ให้ผสมในอัตราสว่ น 1 ชอ้ นโต๊ะต่อนำ้ 1 ลิตร 7. บรเิ วณเคาน์เตอรช์ ำระเงนิ ควรทำความสะอาดเปน็ ประจำทกุ วนั อยา่ งน้อยวนั ละ 2 ครัง้ หรือทุก รอบทเ่ี ปล่ียนพนกั งาน และควรทำความสะอาดตะกรา้ และท่ีจับ/รถเข็นใส่สินคา้ ดว้ ยแอลกอฮอล์ 70 % 8. ภายในรา้ นสะดวกซ้อื ท่ีมีส้วม ให้ทำความสะอาดด้วยนำ้ ยาทำความสะอาดทั่วไปทกุ วนั และเน้น บรเิ วณทีม่ ีการใช้มาก เชน่ ทร่ี องนัง่ โถสว้ ม ทก่ี ดชักโครก ราวจับ ลกู บดิ หรือกลอนประตู ก๊อกน้ำ และอาจฆา่ เช้ือให้ทวั่ บรเิ วณดว้ ยผ้าแช่น้ำยาฟอกขาว สำหรับพื้นหอ้ งสว้ มให้ราดนำ้ ยาฟอกขาวทิง้ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 10 นาที 9. จดั บรกิ ารเจลแอลกอฮอลส์ ำหรบั ทำความสะอาดมือใหแ้ กผ่ ้บู รโิ ภคบรเิ วณทางเขา้ – ออกของรา้ น 10.จดั ให้มีภาชนะรองรบั มลู ฝอยท่สี ะอาด มีสภาพดี มีฝาปิด 11.หากพบว่ามีผู้ปว่ ยยืนยัน หรือมขี อ้ มูลบง่ ชี้ว่าสถานที่น้ันเป็นจดุ แพร่เชื้อ ให้ดำเนินการตามคำส่งั ของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เชน่ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใต้ การกำกับดูแลของพนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อ ข. คำแนะนำสำหรับผปู้ ฏบิ ตั งิ าน 1. พนักงานดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกัน ตนเอง และลดความเสี่ยงจากการได้รบั เชอ้ื โรคระหวา่ งปฏิบตั งิ าน หากปฏิบตั หิ นา้ ทป่ี รงุ ประกอบ อาหาร/เครื่องดื่ม ให้สวมผ้ากันเปื้อน ถุงมือ หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา เพ่อื ปอ้ งกันตนเองและไอ จาม ปนเปื้อนอาหาร และหากมอี าการปว่ ย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรอื เหนอื่ ยหอบ ให้หยดุ งานและไปพบแพทย์ทันที 2. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน หลังเข้าส้วม หลังจบั สิ่งสกปรก และจบั เงิน 3. ควรเว้นระยะห่างจากผูอ้ ่ืน อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร เพือ่ ลดความเสย่ี งจากการไดร้ บั เช้อื โรค ๓๓
ค. ผูบ้ ริโภค/ผู้ซ้ือสินค้า 1. ผู้บริโภคควรวางแผนในการซ้ือสินค้า หลีกเล่ียงการสัมผสั สนิ ค้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการซอ้ื สินคา้ จากต้แู ช่แข็ง เลอื กซ้ือสนิ คา้ อย่างรวดเร็ว และลดระยะเวลาทีอ่ ยู่ภายในรา้ นสะดวกซ้อื 2. สวมหน้ากากผ้าหรอื หนา้ กากอนามัยในระหวา่ งอยูใ่ นรา้ น 3. ควรเวน้ ระยะหา่ งจากผอู้ ่ืน อยา่ งน้อย 1-2 เมตร 4. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ บ่อย ๆ หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังการเลือกซื้ออาหาร ก่อน รับประทานอาหาร หลังเข้าส้วม หลังจับส่งิ สกปรก และจบั เงนิ 5. ตรวจสอบคุณภาพอาหารก่อนเลือกซื้อ เช่น กลิ่น ความสะอาด สภาพและความเหมาะสมของ อาหารและภาชนะบรรจกุ ารปกปิดมิดชิด ไมเ่ ลอะเทอะ ไม่ฉีกขาด เปน็ ต้น 4) คำแนะนำสำหรบั รถเรจ่ ำหน่ายอาหารและบรกิ ารอาหารรปู แบบเดลิเวอร่ี (Delivery Online) รถเรจ่ ำหน่ายอาหาร และการจัดบริการอาหารในรปู แบบเดลิเวอรี่ (Delivery) เปน็ บริการทม่ี ผี ู้ใชม้ าก ในภาวะการระบาดของโรค จงึ มคี ำแนะนำ ดังน้ี 4.1) คำแนะนำสำหรับรถเร่จำหนา่ ยอาหาร รถเร่จำหนา่ ยอาหาร หมายถงึ เป็นการเร่ขายอาหารแบบไม่ประจำท่ี ซง่ึ เป็นทางเลอื กของผู้บรโิ ภคใน การเขา้ ถงึ สินค้าได้อย่างสะดวก เพ่อื มาปรงุ ประกอบอาหารที่บ้าน จงึ มีคำแนะนำ ดงั นี้ ก. คำแนะนำสำหรับเจ้าของรถเรจ่ ำหน่ายอาหาร 1. ดูแลรถที่ใช้เร่ขายอาหาร ให้มีสภาพดี แข็งแรง มีโครงสร้างที่สามารถปกปิดหรือคลุมอาหารใน ระหว่างการเร่ขายอาหาร และทําความสะอาดด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด เป็น ประจำภายหลงั การขาย 2. วางแผนและกำหนดเส้นทางในการเรข่ ายอาหาร หลกี เลี่ยงพนื้ ที่พบผปู้ ว่ ยและมคี วามเส่ียงสูงต่อ การตดิ เช้ือ COVID-19 และจุดทอี่ นญุ าตให้จอดเพื่อจำหนา่ ยอาหาร โดยติดตามสถานการณ์และ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมบู่ ้าน (อสม.) หรือเจา้ หน้าที่ตามกฎหมายวา่ ด้วยการควบคุมโรคตดิ ตอ่ 3. มีอุปกรณ์หรือภาชนะที่เหมาะสมในการเก็บน้ำเสีย มีสภาพดี ไม่รั่วซึม และไม่ปล่อยทิ้งในที่ สาธารณะ และทาํ ความสะอาดเป็นประจำ 4. มีภาชนะรองรบั มลู ฝอย ท่ีมีฝาปดิ มิดชิด สะอาด ไม่รวั่ ซมึ และมขี นาดเพียงพอกบั ปริมาณขยะ 5. อาหารที่ใช้ในการเร่ขาย เลือกซื้อจากแหล่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการหรือแหล่งที่ สามารถระบทุ ม่ี าของอาหารได้ สะอาด ปลอดภัย ควรจำหนา่ ยใหห้ มดภายใน 1 วัน 6. จัดเก็บอาหารที่ใชเ้ รข่ าย บนชั้นวางหรือในภาชนะสำหรับใส่อาหารภายในรถเร่ ให้เป็นระเบยี บ แยกเปน็ สดั ส่วนตามประเภทของอาหาร ไม่ปะปนกัน มีการปกปดิ เช่น อาหารสด ควรจัดเกบ็ ที่ อุณหภมู ติ ำ่ กวา่ 5 องศาเซลเซียส ในการจำหนา่ ยตอ้ งใช้อปุ กรณ์ในการหยิบจบั อาหารทม่ี ีด้ามจับ ๓๔
7. ภาชนะ/อุปกรณ์สำหรับบรรจุอาหาร สะอาด เหมาะสมกับประเภทอาหาร ต้องแยกภาชนะ/ อุปกรณ์ เช่น เขียง มีด ภาชนะใส่อาหาร อุปกรณ์หยิบจับอาหาร ใช้แยกระหว่างอาหารสุก อาหารดิบ ผัก และผลไม้ เพ่ือป้องกนั การปนเป้อื น ข. คำแนะนำสำหรับผ้ขู ายของและผ้ชู ว่ ยขายของ 1. กรณมี ีอาการเจ็บป่วย เชน่ มไี ข้ ไอ จาม มนี ้ำมกู หรือเหน่ือยหอบ ให้หยุดขาย และไปพบแพทย์ ทนั ที 2. ดูแลรกั ษาความสะอาดของร่างกาย สวมเส้ือมีแขน สวมผ้ากันเปือ้ น สวมหน้ากากผา้ หรือหนา้ กาก อนามยั 3. ลา้ งมือบ่อย ๆ ดว้ ยสบู่และนำ้ หรือเจลแอลกอฮอล์ ตั้งแตเ่ ร่มิ ปฏิบัติงาน หลงั เขา้ ส้วม หลังจับส่ิง สกปรก และจับเงิน โดยเฉพาะหลังการสัมผัสเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และจัดเตรียมเจล แอลกอฮอล์สำหรับใหผ้ ้ซู ้อื ของทำความสะอาดมือก่อนการเลือกซอ้ื 4. ในระหว่างการจำหน่ายอาหาร ควรจัดใหม้ มี าตรการเว้นระยะหา่ งระหวา่ งบุคคลอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ค. คำแนะนำสำหรับผบู้ รโิ ภค 1. สวมหน้ากากผา้ หรือหนา้ กากอนามยั และไม่พูดคุย ไอ จาม ในระหว่างเลือกซ้ืออาหาร 2. ล้างมือดว้ ยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ กอ่ นและหลงั การเลอื กซอื้ อาหาร 3. ในการเลอื กซอ้ื สนิ ค้าใหเ้ ว้นระยะห่างระหวา่ งบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร 4. ตรวจสอบคุณภาพอาหารก่อนเลือกซื้อ เช่น กลิ่น ความสะอาด สภาพและความเหมาะสมของ อาหารและภาชนะบรรจุการปกปดิ มดิ ชิด ไมเ่ ลอะเทอะ ไม่ฉกี ขาด เปน็ ต้น 4.2) คำแนะนำสำหรับการจัดบรกิ ารอาหารในรูปแบบเดลิเวอร่ี (Delivery) การจัดบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ (Delivery) ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการของ ผ้บู รโิ ภคในการส่งั อาหารออนไลน์เปน็ จำนวนมาก ดงั น้ี ก. คำแนะนำสำหรบั ผู้ประกอบการทจ่ี ดั บรกิ ารอาหารในรปู แบบเดลิเวอร่ี (Delivery) 1. คัดเลือกร้านอาหารได้รับใบอนุญาตหรอื หนังสือรบั รองการแจ้งเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารจาก เจ้าพนักงานท้องถิน่ 2. ติดตามสถานการณ์และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันโรค COVID-19 และให้ความรู้หรือ ประชาสัมพนั ธ์คนขนสง่ อาหาร เช่น การสวมหน้ากากที่ถูกวิธี และขั้นตอนการลา้ งมือที่ถูกตอ้ ง เป็นต้น ผ่านชอ่ งทางต่าง ๆ ของบรษิ ัท 3. จัดบริการหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามยั และเจลแอลกอฮอลส์ ำหรบั ทำความสะอาดมือใหแ้ ก่ คนขนส่งอาหาร ๓๕
4. จดั ให้มกี ารคดั กรอง ตรวจวดั อุณหภูมคิ นขนส่งอาหาร หากพบมีอาการปว่ ย เชน่ มีไข้ ไอ จาม มี น้ำมูก หรอื เหนือ่ ยหอบ ใหห้ ยดุ ปฏบิ ัตงิ านและไปพบแพทย์ทันที 5. สนบั สนนุ ใหล้ กู คา้ จา่ ยเงนิ ทางอเิ ลคโทรนิกส์ ข. คำแนะนำสำหรับร้านอาหารใหบ้ รกิ ารอาหารในรปู แบบเดลิเวอร่ี (Delivery) 1. อาหารปรุงสำเร็จ ต้องปรุงสุกใหม่ สำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ปรุงให้สุกด้วยความร้อนไม่ นอ้ ยกว่า 70 องศาเซลเซยี ส หลกี เลี่ยงการจำหน่ายอาหารประเภทเนอื้ สตั วท์ ป่ี รงุ ไมส่ ุก 2. หากผู้สัมผัสอาหารมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุด ปฏิบตั ิงานและไปพบแพทย์ทนั ที 3. จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบสู่ ำหรบั ลา้ งมือ หรอื จดั ใหม้ ีเจลแอลกอฮอล์สำหรบั ทำความสะอาดมือ 4. จดั สถานท่ใี หเ้ พยี งพอกบั จำนวนคนขนสง่ อาหารทเี่ ข้ามาใช้บริการและจดั ระยะห่างอยา่ งนอ้ ย 1- 2 เมตร และมกี ารระบายอากาศที่เหมาะสม 5. จัดหาภาชนะบรรจอุ าหารท่เี หมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท แข็งแรง ปกปดิ มดิ ชิด เพอื่ ปอ้ งกัน การปนเป้ือนในระหวา่ งการขนสง่ ไมใ่ ช้โฟมในการบรรจุอาหาร 6. อาหารปรุงสำเรจ็ มีการตดิ ฉลากทร่ี ะบุรายละเอียดอยา่ งชัดเจน เชน่ ช่ือรา้ นอาหาร วัน/เดือน/ปี เวลาทผ่ี ลติ ระยะเวลา และอุณหภูมทิ ี่เหมาะสมในการเก็บรกั ษาอาหาร เปน็ ตน้ กรณีจดั ส่งอาหาร เสี่ยง เช่น อาหารที่ใช้มือสัมผัสมาก (ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ฯลฯ) อาหารที่มี ส่วนประกอบของ กะทิ นม ควรแนะนำให้ผู้บริโภคนำไปอ่นุ รอ้ นก่อนรับประทาน ค. คำแนะนำสำหรับคนขนสง่ อาหารเดลิเวอรี่ (Delivery) ไดแ้ ก่ บคุ คลท่เี กย่ี วขอ้ งกับอาหารต้ังแต่ กระบวนการสง่ั ซอื้ อาหาร การรบั อาหารจากร้านอาหาร และขนอาหารไปส่งผูบ้ รโิ ภค 1. สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตนเอง และไอ จามปนเปื้อนอาหาร และลด ความเส่ียงการได้รับเช้อื โรคระหว่างใหบ้ รกิ าร 2. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานขนส่งอาหาร ก่อนเข้า ร้านอาหาร หลงั การสง่ อาหารใหผ้ บู้ ริโภค หลงั เข้าส้วม หลังจบั สิ่งสกปรก และจับเงิน 3. หากมีอาการปว่ ยเช่น มีไข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรือเหน่ือยหอบ ให้หยุดงานและไปพบแพทยท์ นั ที 4. จัดหากล่องบรรจุอาหารท้ายยานพาหนะสำหรับขนส่งอาหาร ที่มีโครงสร้างที่แข็งแรง ปกปิด มดิ ชดิ ในลกั ษณะท่ีชว่ ยป้องกันการปนเปอื้ น และใชก้ ล่องบุฉนวนเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง อุณหภูมิที่เหมาะสม ต้องทำความสะอาดด้วยนำ้ และน้ำยาทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคด้วย แอลกอฮอล์ 70 % 5. ตรวจสอบคณุ ภาพอาหารทนั ทีหลงั ได้รบั จากรา้ นอาหาร เช่น ความสะอาด สภาพอาหารและไม่มี กล่นิ เนา่ เสยี บรรจอุ ยู่ในภาชนะท่มี สี ภาพดี ไมช่ ำรดุ การปกปิดอาหาร ฉลากอาหาร เป็นต้น 6. การส่งอาหารตอ้ งแยกเกบ็ อาหารเปน็ สดั สว่ น ระหว่างอาหารปรุงสำเรจ็ และเคร่อื งดื่ม และจัดส่ง ถงึ มือผบู้ รโิ ภคให้เรว็ ทส่ี ดุ ๓๖
7. ไม่ควรเปดิ กล่องบรรจอุ าหารท้ายยานพาหนะ จนกว่าจะพบผู้สัง่ ซื้ออาหาร โดยกอ่ นเปิดกล่องใส่ อาหารทุกครงั้ ควรทำความสะอาดมือดว้ ยเจลแอลกอฮอล์ จดั ส่งอาหารใหผ้ ู้สง่ั ซอื้ โดยตรงหรอื จดุ ที่ ผู้ส่งั ซอ้ื กำหนด ในการสง่ อาหารควรมีระยะอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ภายหลงั ส่งอาหารและหลงั การ จับเงนิ ใหท้ ำความสะอาดมอื ด้วยเจลแอลกอฮอล์ 8. ถอดถุงมือผ้าในระหว่างการหยิบจับกล่องอาหาร ให้ล้างมือด้วยสบูแ่ ละน้ำก่อนการสวมใส่ถงุ มอื ทกุ ครัง้ เปลย่ี นถงุ มือทุก 4 ชวั่ โมง ทำความสะอาดถงุ มือดว้ ยน้ำยาทําความสะอาดทุกวัน ง. คำแนะนำสำหรับผสู้ ั่งซื้ออาหาร/ผบู้ รโิ ภค 1. ล้างมือด้วยสบูแ่ ละน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอลส์ ำหรับทำความสะอาดมือ หลังการรับอาหารและ ก่อนรบั ประทานอาหาร 2. สวมหนา้ กากผา้ หรือหนา้ กากอนามยั หากมอี าการปว่ ย โดยเฉพาะเมอ่ื รับอาหาร 3. หลีกเลี่ยงสั่งซื้ออาหารกลุ่มเสี่ยง เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ที่ปรุงไม่สุก อาหารทีเ่ น่าเสียง่าย อาหารที่ปรุงด้วยนม กะทิ อาหารบางประเภท เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมแู ดง ข้าวหมกู รอบ อาหารทม่ี สี ว่ นประกอบของ กะทิ นม ควรนำไปอนุ่ รอ้ นกอ่ นรบั ประทาน 4. ตรวจสอบคุณภาพอาหาร เช่น ความสะอาด สภาพอาหารและไมม่ ีกลิ่นเน่าเสีย ความเหมาะสม ของภาชนะบรรจุ การปกปดิ อาหาร เปน็ ตน้ เมื่อได้รับอาหารจากคนขนส่งอาหาร 5. เลือกใชว้ ิธกี ารจ่ายเงนิ ทางอิเลคโทรนกิ ส์ 5) คำแนะนำสำหรับการให้บรกิ ารขนสง่ ผู้โดยสาร การให้บริการขนส่งผู้โดยสาร ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง รถทัวร์ รถตู้ รถไฟ เป็นต้น มีทั้ง ผู้ปฏิบัตงิ านในรถ (เช่น พนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร พนักงานบรกิ ารเสิร์ฟอาหารบนรถ เป็นต้น) ผู้ใชบ้ รกิ ารจำนวนมากใช้บริการในการเดินทางร่วมกนั จงึ มีคำแนะนำ ดังน้ี ก. คำแนะนำสำหรบั ผ้จู ดั การหรอื ผรู้ ับผิดชอบอาคารสถานขี นส่งผโู้ ดยสาร (หรอื ผ้ปู ระกอบการรถ โดยสารสาธารณะ) 1. จัดให้มีการคัดกรองผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงาน ด้วยการดูจากอาการ เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรอื หายใจเหนือ่ ยหอบ หรอื วัดอุณหภมู ริ ่างกายมากกวา่ หรือเท่ากบั 37.5 องศาเซลเซยี ส ให้งด ใชบ้ รกิ าร และควบคุมจำนวนผู้โดยสารไม่ใหแ้ ออัด 2. ทำความสะอาดโดยรอบบริเวณสถานีขนส่งเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะท่ีจำหน่ายตั๋วโดยสาร สถานที่จำหน่ายอาหาร เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดในบริเวณจุดหรืออุปกรณ์ที่มีผู้โดยสารใช้ ร่วมกนั เชน่ เคาน์เตอรจ์ ำหนา่ ยตวั๋ โดยสาร ปุ่มกดต้จู ำหนา่ ยต๋ัว ปุ่มกดตู้จำหน่ายเครอ่ื งด่ืม มือจับ ประตู ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง และให้ถี่มากขึ้นในช่วงเวลาที่มี ผโู้ ดยสารแออดั ๓๗
1. จัดให้มีถังขยะที่มีฝาปิด และให้มีการเก็บรวบรวมขยะรวมทั้งดูแลความสะอาดบริเวณโดยรอบเปน็ ประจําทกุ วนั 2. กําหนดจดุ ยืนรอซอื้ ตั๋วโดยสาร หรอื น่งั รอชบวนรถ ใหเ้ ว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร ในกรณที ่ี มีผู้โดยสารจํานวนมากอาจเพ่ิมช่องจําหน่ายตั๋วโดยสาร ควบคุมไม่ให้รับผู้โดยสารเกินจํานวนท่ีนั่ง อยา่ งเครง่ ครดั 3. กําหนดให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หรือมีจุดจําหน่ายหน้ากากท่ีอาคารสถานี ขนส่งหรือจุดจอดรถ 4. ในกรณีที่ผู้ประกอบการ ฯ สามารถจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ได้ ควรจัดเตรียมไว้สําหรับ ผ้ปู ฏิบัติงาน และสําหรับบรกิ ารแกผ่ ้โู ดยสารเพือ่ เปน็ การสรา้ งความมน่ั ใจในการใช้บริการ 5. หากพบว่ามีผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเป็นจุดแพร่เช้ือ ให้ดําเนินการตามคําสั่งของเจ้า พนักงานควบคุมโรคติดต่อ เช่น ทําความสะอาดฆ่าเช้ือทันที ภายใน 24 ช่ัวโมง ภายใต้การกํากับ ดแู ลของพนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อ ข. คําแนะนําสําหรบั ผ้ปู ฏบิ ัติงาน 1. ดูแลสุขอนามัย มีการป้องกันตนเอง โดยสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะ ปฏิบัติงาน ลา้ งมือดว้ ยสบู่และนํ้า หรอื เจลแอลกอฮอล์ รวมทง้ั หลกี เลย่ี งการใช้มือสมั ผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จาํ เป็น 2. ผปู้ ฏิบัติงาน ที่มอี าการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มนี ้าํ มกู หรือเหนือ่ ยหอบ ใหห้ ยุดปฏบิ ัตงิ าน แจง้ หัวหน้างาน และพบแพทยท์ ันที 3. พนักงานต้อนรับในรถ ให้ล้างมืออย่างสมา่ํ เสมอดว้ ยสบู่และน้ําหรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนการสมั ผัส อาหารและอุปกรณ์ต่างๆ และสวมถุงมือขณะเสริฟอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งดูแลความสะอาด ของรถเข็นหรือถาดใส่อาหาร ควรสวมหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันตนเอง และเว้นระยะห่างจากผู้อ่ืน อยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร 4. ผู้ปฏิบัติงานที่ดูแลความสะอาดและผู้ปฏิบัติงานเก็บขยะ ให้ใช้หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย สวมถุงมือยาง ผ้ายางกันเปื้อน รองเท้าพ้ืนยางหุ้มแข้ง และใช้ปากคีบด้ามยาวเก็บขยะ และใส่ถุง ขยะ ปิดปากถุงให้มิดชิด นําไปรวบรวมไว้ท่ีพักขยะ แล้วล้างมือให้สะอาดทุกครั้งภายหลัง ปฏิบัติงาน หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จําเป็น และเมื่อปฏิบัติงานเสร็จ ในแต่ละวัน หากเป็นไปไดค้ วรอาบนาํ้ และเปล่ียนเส้ือผา้ ทนั ที ค. คาํ แนะนาํ เก่ียวกบั ตวั ยานพาหนะ 1. ทําความสะอาดยานพาหนะทุกเที่ยวที่มีการให้บริการ เน้นการเช็ดทําความสะอาดพื้นผิวท่ี ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ท่ีจับบริเวณประตู ท่ีพักแขน พนักพิง ราวจับ เบาะนั่ง และให้ระบาย อากาศภายในรถ ถา้ เปน็ ไปได้ควรเกิดกระจกรถ 38
2. การจัดบริการอาหารในรถ ให้เลือกผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดา้ นสุขาภิบาลอาหาร และงดเสิร์ฟอาหารเส่ยี ง ไดแ้ ก่ อาหารทไี่ มผ่ า่ นความรอ้ น (เช่น แซนวซิ สลดั เปน็ ต้น) 3. ห้องส้วมในรถ ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกรอบที่ให้บริการ และหากเดิน ทางไกล ควรเพิ่มความถีใ่ นการทำความสะอาดและเน้นในจุดสำคัญที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย เช่น ที่จับประตู ที่กดชักโครก ก๊อกน้ำ เป็นต้น จัดให้มีสบู่สำหรับล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้ เพียงพอ 4. อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น ผ้าห่ม ปลอกหมอน เป็นต้น ต้องเปลี่ยนทุกรอบที่ ให้บริการ และนำไปซกั ให้สะอาด ง. คำแนะนำสำหรบั ผ้โู ดยสาร 1. หากมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ไม่ควรเดินทาง หรือหากมีโรค ประจําตวั ควรระมดั ระวงั เปน็ พิเศษ 2. จดั เตรยี มหนา้ กากผ้า และเจลแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ระหว่างการเดนิ ทาง 3. ระหว่างต่อแถวรอใช้บริการ หรือใช้บริการบนรถ ควรเว้นระยะห่างจากผู้อื่น อย่างน้อย 1-2 เมตร และปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างของผู้รับผิดชอบอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารและ ผปู้ ระกอบการรถโดยสารสาธารณะ 4. หากเป็นไปได้ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลังจากใช้บริการรถโดยสาร สาธารณะ ก่อนรับประทานอาหาร และหลังใช้ส้วม รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใชม้ อื สัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไมจ่ ำเป็น 5. เม่ือกลับถึงบ้านให้ลา้ งมอื ด้วยสบแู่ ละน้ำ แล้วอาบนำ้ เปลีย่ นเสื้อผา้ กอ่ นทำกจิ กรรมอ่นื ในบา้ น 6) คำแนะนำสำหรับศาสนสถาน (วัด โบสถ์ มัสยิด ศาลเจ้า และสถานที่ประกอบ พิธกี รรมทางศาสนาอื่นๆ) ศาสนสถาน ได้แก่ วัด โบสถ์ มัสยิด ศาลเจ้า และสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอื่น ๆ เป็น สถานทีท่ มี่ ศี าสนกิ ชน ผู้เขา้ ร่วมพิธีกรรมทางศาสนา รวมทง้ั มพี ระภกิ ษสุ งฆ์ สามเณร แม่ชี บาทหลวง อิหม่าม และผูป้ ระกอบพิธีกรรมทางศาสนา อยู่รวมกันจำนวนมาก ดังนั้น จึงควรมกี ารดูแลความสะอาด เพื่อปอ้ งกนั ตนเองและลดการแพร่กระจายของเช้อื โรค ดังน้ี ก. คำแนะนำสำหรบั ผ้รู บั ผิดชอบศาสนสถาน 1) หากมพี ระภกิ ษสุ งฆ์ สามเณร แม่ชี บาทหลวง อหิ ม่าม หรอื ผูป้ ระกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา รวมทั้ง ผู้ที่อาศัยอยูใ่ นศาสนสถาน มีอาการเจบ็ ปว่ ย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ หรือกลับจากพื้นท่ี เสี่ยงและอยูใ่ นชว่ งกกั กัน ใหง้ ดร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในศาสนสถานและไปพบแพทย์ 2) งดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นจะต้องจัดกิจกรรม ให้ผู้จัดเตรียม ความพรอ้ มในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมและมีมาตรการในการป้องกนั และควบคุมโรคทีเ่ ข้มงวด สำหรับ ๓๙
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใหส้ วมใส่หน้ากากผ้าทุกครั้งและปฏบิ ัติตามแนวทางปอ้ งกันการแพร่ระบาดอย่างเครง่ ครัด และหากพบวา่ มีศาสนกิ ชนหรือผูเ้ ข้ารว่ มพธิ กี รรมทางศาสนาป่วย หรอื มีอาการไข้ ไอ จาม มีนำ้ มกู หรอื เหนอ่ื ย หอบ ขอความร่วมมือไมเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรมและแนะนำให้ไปพบแพทยท์ ันที 3) จัดให้มกี ารดูแลอาคารสถานที่ ดังนี้ - สถานที่จัดพิธีกรรม ควรจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี เปิดประตู หน้าต่าง หากมี เคร่อื งปรับอากาศใหท้ ำความสะอาดระบบระบายอากาศอย่างสมำ่ เสมอ - ให้ทำความสะอาดห้องและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทุกวัน เช่น ห้องสำหรับประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา กฏุ วิ ดั ศาลาการเปรยี ญ ห้องนอน ไมต้ รี ะฆัง กระบอกเซยี มซี เป็นตน้ - ลดความแออัดของการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนิกชนและผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทาง ศาสนา เช่น กระจายมุมประกอบพิธกี รรม เปน็ ตน้ และจัดใหม้ มี าตรการเวน้ ระยะห่างระหว่างบคุ คลอยา่ งน้อย 1-2 เมตร 4) หากมีการปรุงประกอบอาหาร ให้มีการดูแล ดงั นี้ - หากผูส้ มั ผัสอาหารมีอาการเจ็บป่วย เชน่ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรอื เหนอื่ ยหอบ ใหห้ ยุดงานและ พบแพทยท์ นั ที - ในขณะปฏิบัติงาน ผู้สัมผัสอาหารต้องสวมหมวกคลุมผม ผ้ากันเปื้อน หน้ากากผ้า และถุงมือ และมีการปฏบิ ัติตนตามหลกั สุขาภิบาล - ลา้ งมือบอ่ ยๆ ด้วยสบู่และน้ำ ก่อนหยบิ หรือจบั อาหารและหลังการใช้สว้ ม ไม่ไอ จามรดอาหาร - ปกปิดอาหาร ใช้ถุงมือและที่คีบอาหาร ห้ามใช้มือหยิบจับอาหารที่พร้อมรับประทานโดยตรง และจดั ให้มชี ้อนกลางเมอ่ื เสริ ฟ์ อาหารที่ตอ้ งรบั ประทานร่วมกนั - ทำความสะอาดจุดเสย่ี ง เช่น หอ้ งครวั อุปกรณ์ปรงุ /ประกอบอาหาร โตะ๊ อาหาร เกา้ อ้ี ดว้ ยน้ำยา ทำความสะอาดทั่วไป รวมถงึ ลา้ งภาชนะอปุ กรณ์หรอื ส่ิงของเครอื่ งใชใ้ ห้สะอาดเปน็ ประจำทุกวัน 5) จดั ใหม้ กี ารดแู ลหอ้ งสว้ ม ดงั นี้ - ทำความสะอาดบริเวณทม่ี ีการสัมผัสบอ่ ยๆ อย่างนอ้ ยวันละ ๒ ครง้ั ได้แก่ โถสว้ ม ท่กี ดชกั โครก หรอื โถปัสสาวะ สายฉีดชำระ กลอนหรอื ลกู บิดประตู ก๊อกน้ำอ่างลา้ งมือ ด้วยนำ้ ยาทำความสะอาด - ซักผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาดและไมถ้ ูพืน้ ด้วยน้ำผสมผงซักฟอกหรือนำ้ ยาฆ่าเชือ้ แล้วซัก ดว้ ยนำ้ สะอาดอกี คร้งั และนำไปผ่งึ ตากแดดให้แห้ง 6) การควบคมุ ดแู ลผู้ปฏิบัติงาน ดงั น้ี - กรณีผู้ปฏิบัติงาน มีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุด ปฏิบัติงาน และให้พบแพทย์ทันที หากอยู่ในช่วงกักกัน ให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสขุ อย่างเครง่ ครัด - ผู้ปฏิบัติงานที่ดูแลความสะอาดหรือเก็บขยะ ให้สวมถุงมือยาง หน้ากากผ้า ผ้ายางกันเปื้อน รองเทา้ พืน้ ยางหุม้ แขง้ และใช้ปากคบี ด้ามยาวเก็บขยะ และใสถ่ งุ ขยะปดิ ปากถุงให้มิดชดิ นำไปรวบรวมไวท้ ีพ่ ัก ๔๐
ขยะ แล้วลา้ งมือใหส้ ะอาดทุกครั้งภายหลงั ปฏบิ ัติงาน และเมื่อปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ ในแต่ละวัน หากเป็นไปไดค้ วร อาบนำ้ และเปล่ยี นเส้อื ผา้ ทันที 7) หากพบวา่ มผี ู้ปว่ ยยืนยัน หรือมขี ้อมลู บง่ ช้วี า่ สถานทน่ี ้นั เป็นจดุ แพร่เช้ือ ใหด้ ำเนินการตามคำส่ัง ของเจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ เช่น ทำความสะอาดฆ่าเชอื้ ทันที ภายใน 24 ช่วั โมง ภายใต้การกำกับดูแล ของพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ข. คำแนะนำสำหรับพระภกิ ษสุ งฆ์ บาทหลวง อิหมา่ ม ผปู้ ระกอบพิธกี รรมทางศาสนา ในการดแู ล ตนเอง 1) หากมอี าการเจ็บปว่ ย เชน่ มีไข้ ไอ จาม มนี ้ำมูก หรือเหนอ่ื ยหอบ หรอื กลบั จากพ้นื ท่ีเส่ียงและอยู่ ในชว่ งกักกนั ให้งดร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในศาสนสถาน 2) ลดระยะเวลา หรือเลือกใช้สถานที่ทีม่ ีบริเวณกว้าง ไม่แออัด ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยเวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร 3) ลา้ งมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอลลท์ กุ ครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร และหลงั ใช้สว้ ม รวมท้ัง หลีกเล่ียงการใช้มือสัมผัสใบหนา้ ตา ปาก จมูก ค. คำแนะนำสำหรับผมู้ าเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ในการดูแลตนเอง 1) ถ้ามีอาการไอ จาม เป็นหวัด มีไข้ ให้งดไปศาสนสถาน และงดการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาใน ศาสนสถาน 2) ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอลล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหารและหลังใช้ส้วม รวมทงั้ หลกี เลี่ยงการใช้มือสมั ผัสใบหนา้ ตา ปาก จมูก 3) หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัดหรือสถานที่ที่มีการรวมกันของคนจำนวนมาก และเว้น ระยะห่างระหวา่ งบคุ คลอย่างน้อย 1-2 เมตร 7) คำแนะนำสำหรับสถานทร่ี าชการ สถานประกอบการ สถานที่ราชการ อาคารสาธารณะและสถานประกอบการ เป็นสถานท่ซี ่ึงมีคนจำนวนมากอยู่รวมกัน หรือมกี ารใชป้ ระโยชนร์ ่วมกนั สถานท่เี หลา่ นคี้ วรมกี ารดแู ลเพ่อื ป้องกนั และลดการแพรก่ ระจายของเช้ือโรคใน บรเิ วณตา่ งๆ ไดแ้ ก่ อาคาร อุปกรณ์ สิง่ ของ เครือ่ งใชท้ ม่ี ีการใชร้ ่วมกันในจุดต่างๆ ของผรู้ บั บรกิ าร ผปู้ ฏบิ ัตงิ าน และผ้อู ยู่อาศยั ในอาคาร และมหี ลกั การปฏบิ ัตเิ พือ่ ป้องกนั การแพร่ระบาดต่อไปยงั บคุ คลอื่นๆ ดังนี้ ก. คำแนะนำสำหรบั เจา้ ของหรือผคู้ รอบครองอาคารหรือผปู้ ระกอบการ 1. จดั ให้มีจุดคดั กรองผูร้ บั บริการ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ผอู้ ยู่อาศยั ในอาคาร อาจพิจารณาให้มเี คร่ืองตรวจวัด อุณหภูมิกายแบบใช้จ่อหน้าผากหรือจ่อหู จัดไว้ที่เคาน์เตอร์เจ้าหนา้ ที่ด้านล่างของที่พักอาศัย เพื่อตรวจวดั อุณหภมู ผิ ู้ท่ีเข้ามาในอาคาร 2. บริเวณทม่ี ีการทำกจิ กรรมทตี่ ้องใกล้ชิดกัน ตอ้ งจัดใหม้ ีมาตรการเว้นระยะหา่ งระหว่างบุคคลอย่าง นอ้ ย 1-2 เมตร ๔๑
3. ดูแลสุขลักษณะอาคาร อุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคด้วย การทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ อุปกรณ์ เครื่องใช้ และจุดที่มีการใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะบรเิ วณกลอนหรอื ลูกบิดประตู ราวจับหรือราวบันได จุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงิน สวิตช์ไฟ ปุ่มกดลิฟต์ ทั้งนี้ ควรทำความ สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาด และอาจฆา่ เชื้อดว้ ยโซเดยี มไฮโปคลอไรท์ความเขม้ ข้น 0.1% หรือเช็ดด้วย แอลกอฮอล์ 70% 4. จัดให้มรี ะบบการระบายอากาศภายในอาคารท่ีเหมาะสม และทำความสะอาดระบบระบายอากาศ อยา่ งสม่ำเสมอ 5. จัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง เช่น จดุ ประชาสัมพนั ธ์ หอ้ งอาหาร ห้องส้วม ประตทู างเขา้ ออก หรอื บริเวณลฟิ ต์ เปน็ ต้น 6. ดูแลบรเิ วณอ่างล้างมือและหอ้ งส้วมให้สะอาด และจดั ให้มสี บ่สู ำหรบั ลา้ งมอื อย่างเพียงพอ 7. กรณที เี่ ป็นร้านอาหารหรือมีการจำหนา่ ยอาหารหรือโรงอาหาร ต้องดำเนินการใหถ้ กู ตอ้ งตามหลัก สขุ าภบิ าล โดยเฉพาะจุดเสย่ี งหลกั ไดแ้ ก่ จุดปรุงประกอบอาหาร โตะ๊ เกา้ อ้ี พน้ื สขุ อนามยั ของผู้สมั ผัสอาหาร และผูใ้ ช้บรกิ าร และจัดให้มีระยะห่างระหว่างที่รอซื้ออาหาร อยา่ งน้อย 1 - 2 เมตร 8. ควรให้คำแนะนำ หรือจัดหาสอื่ ประชาสมั พันธ์การปอ้ งกันการแพร่กระจายเช้ือ COVID–19 ให้กับ ผ้ปู ฏิบัติงานและผรู้ ับบริการ เช่น วิธีการสงั เกตผูส้ งสยั ติดเชือ้ COVID–19 คำแนะนำการปฏิบตั ิตัว การล้างมือ ท่ถี กู วิธี การสวมหนา้ กากผ้า เป็นต้น 9. หากพบว่ามีผู้ป่วยยนื ยัน หรอื มขี อ้ มูลบ่งช้วี ่าสถานที่นั้นเปน็ จดุ แพร่เชื้อ ให้ดำเนนิ การตามคำสง่ั ของ เจา้ พนักงานควบคุมโรคติดตอ่ เชน่ ทำความสะอาดฆา่ เช้ือทนั ที ภายใน 24 ช่วั โมง ภายใตก้ ารกำกับดูแลของ พนักงานควบคุมโรคตดิ ตอ่ ข. คำแนะนำสำหรบั ผปู้ ฏิบัติงานในสถานที่น้นั 1. ผปู้ ฏบิ ตั งิ านที่มีความเสีย่ งตอ่ การได้รบั เชื้อโรค เชน่ พนกั งานต้อนรบั /ประชาสมั พนั ธ์ พนกั งานยก กระเป๋า ลกู คา้ สัมพนั ธ์ ต้องมีการป้องกันตนเองโดยการใช้หนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดมือ บอ่ ยๆ หลกี เล่ียงการใช้มอื สมั ผสั ใบหนา้ ตา ปาก จมกู โดยไมจ่ ำเป็น 2. ผูป้ ฏิบตั ิงานหรอื ผทู้ ีอ่ าศัยในสถานท่นี นั้ ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามมาตรการของเจ้าของหรอื ผคู้ รอบครองอาคาร โดยควรเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งบคุ คลอย่างน้อย 1-2 เมตร กรณผี ปู้ ฏบิ ัตงิ านมีอาการเจ็บปว่ ย เช่น มไี ข้ ไอ จาม มี น้ำมูก หรอื เหน่อื ยหอบ ใหห้ ยดุ ปฏบิ ตั งิ าน แจ้งหัวหน้างาน และพบแพทย์ทันที 3. ผูป้ ฏบิ ัตงิ านทดี่ ูแลความสะอาด ขณะปฏิบัติงานควรสวมหนา้ กากผ้าหรอื หนา้ กากอนามยั สวมถุง มอื ยาง ผา้ ยางกันเปือ้ น รองเทา้ พืน้ ยางหุ้มแข้ง หลกี เลยี่ งการใชม้ ือสมั ผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น หลงั จากเสร็จสน้ิ การปฏบิ ัติงานในแต่ละครั้ง ล้างมอื ให้สะอาดหลังจากเสร็จสน้ิ การปฏบิ ัติงานเสรจ็ ในแตล่ ะครง้ั และเมอื่ ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ ในแต่ละวนั ควรอาบนำ้ และเปลย่ี นเสื้อผ้าทันที 4. ผู้ปฏิบัติงานเก็บขนขยะ ให้ใช้หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย สวมถุงมือยาง และใช้อุปกรณ์ สำหรบั คบี ดา้ มยาวเกบ็ ขยะ และใส่ถงุ ขยะปิดปากถงุ ให้มิดชดิ นำไปรวบรวมไว้ท่ีพกั ขยะ แล้วลา้ งมอื ให้สะอาด ทกุ คร้งั ภายหลงั ปฏิบัติงาน และเมอื่ ปฏบิ ัตงิ านเสร็จในแต่ละวัน ควรอาบนำ้ และเปล่ียนเส้ือผา้ ทนั ที ๔๒
8) คำแนะนำสำหรบั ธนาคาร ธนาคาร เปน็ สถานทม่ี ีความจำเป็นในการทำธุรกรรมทางการเงิน แมจ้ ะเปิดใหบ้ ริการออนไลน์แล้วก็ ตาม แต่ยังมีลูกค้าบางส่วนที่มารับบริการ ณ สำนักงานสาขา ซึ่งกลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย เช่น ผู้สูงอายุ ชาวต่างชาติ รวมทั้งมีผู้ปฏบิ ัติงาน เช่น พนักงานธนาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมีแหลง่ ที่อาจ สะสมเชอื้ โรค เชน่ ธนบัตร เหรยี ญ จงึ มีคำแนะนำ ดงั นี้ ก. คำแนะนำสำหรบั ผู้จัดการสาขา 1. จัดให้มีการคดั กรองเบื้องตน้ โดยสังเกตผู้ที่มอี าการเจบ็ ปว่ ย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือหายใจ เหนื่อยหอบ ให้งดใช้บริการ แนะนำให้ลูกค้าสวมหน้ากากและรีบไปพบแพทย์ หากเป็นไปได้ควรจัดบริการให้ ผ้สู งู อายุกอ่ น 2. ทำความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ที่มีการสัมผัสของลกู ค้าร่วมกันภายในสำนกั งานธนาคาร อาจเป็นจุดเสยี่ งต่อการแพร่กระจายเช้อื โรค ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและนำ้ ยาฆา่ เช้ือ อยา่ งสมำ่ เสมอ เช่น ท่ี จับประตู เกา้ อี้ เคาน์เตอร์ โตะ๊ ให้บรกิ าร ปมุ่ เครื่องกดบตั รควิ ตเู้ อทีเอม็ เป็นต้น 3. จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ สำหรับลูกค้า บริเวณประตูทางเข้าออก และเคาน์เตอร์ให้บริการและ สำหรับพนักงานธนาคาร ในจุดทส่ี ะดวกใชแ้ ละแยกใชจ้ ากลูกค้า 4. กำหนดบริเวณสำหรับให้ลูกค้ากดบัตรคิวและรอคิว โดยจำกัดจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการใน สำนักงานแตล่ ะครงั้ เพ่อื ไมแ่ ออดั จนเกินไป และจัดแถวทรี่ อคอยไม่ใหล้ ูกค้ายืนหรอื นงั่ ชดิ กันเกนิ ไป โดยเว้น ระยะห่างอยา่ งนอ้ ย 1-2 เมตร 5. หากเป็นไปได้ ควรลดการให้บริการที่ต้องใช้เวลานาน เช่น การให้คำปรึกษา แนะนำการทำ ธุรกรรม การเปิดบัญชี การทำบัตร ATM การสมัครแอปพลเิ คช่ัน และแนะนำให้ลกู ค้าทำบริการดังกล่าวทาง ออนไลน์ 6. มปี ้ายขอความรว่ มมอื ลกู ค้า งดสัมผัสอุปกรณภ์ ายในธนาคาร เพื่อลดการปนเปอ้ื นและแพร่กระจาย เช้อื โรค 7. ผปู้ ฏิบัตงิ าน พนักงานธนาคาร เจา้ หนา้ ทร่ี กั ษาความปลอดภัย ต้องสวมหน้ากาก ขณะให้บรกิ ารทกุ ครั้ง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อน-หลังให้บริการ และอาจจัดให้มีฉากใสกั้นระหว่างลูกค้าและพนักงาน ธนาคารท่ีเคานเ์ ตอร์ให้บริการ 8. ควรจดั ใหม้ ีการระบายอากาศทเี่ พียงพอ และทำความสะอาดระบบปรับอากาศ สม่ำเสมอ 9. จัดหาสือ่ ประชาสัมพนั ธ์ท่ีจำเปน็ เพ่อื ปอ้ งกนั และการลดความเส่ียงต่อการแพร่กระจายเชอ้ื COVID- 19 ตามจดุ ตา่ ง ๆ ภายในสำนักงาน 10. มีระบบการรายงานติดตามสุขภาพพนักงานทุกวัน และแบ่งกลุ่มพนกั งานเพื่อสลับกันทำงานท่ี บา้ น (Work from Home) เพอื่ ลดความหนาแนน่ ในสำนกั งาน 1.11 หากพบว่ามีผู้ป่วยยนื ยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานที่น้ันเป็นจุดแพร่เชื้อ ให้ผู้จัดการธนาคาร ดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดตอ่ เช่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใต้การกำกบั ดูแลของพนกั งานควบคมุ โรคติดต่อ ๔๓
ข. คำแนะนำสำหรับลกู คา้ ท่มี าใชบ้ รกิ ารทส่ี ำนกั งานธนาคาร 1. สวมหน้ากาก และสัมผัสพื้นที่หรือวัสดุ อุปกรณ์ภายในธนาคารเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้มีการ ปนเป้อื นหรือแพรเ่ ช้อื โรค 2. ล้างมอื ด้วยสบแู่ ละน้ำ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์ภายหลงั ใชบ้ ริการ 3. ควรเวน้ ระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร กับผ้อู นื่ ในระหวา่ งการรอคิว 9) คำแนะนำสำหรบั ร้านขายยา ร้านขายยา เป็นสถานที่จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และสินค้าเพื่อสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งจะมีลูกค้า ที่เป็นทั้ง ประชาชนกล่มุ ทม่ี สี ุขภาพดี หรอื อาจมอี าการเจบ็ ป่วย หรือ อาจเป็นประชาชนกลุม่ เส่ยี ง ประกอบกับลกั ษณะร้าน ขายยาบางแหง่ มขี นาดเล็ก จงึ มคี วามใกล้ชดิ กนั ระหวา่ งผูข้ ายและลกู คา้ จงึ มคี ำแนะนำ ดังน้ี ก. คำแนะนำสำหรับเจา้ ของรา้ นขายยา 1. จัดให้มกี ารคัดกรองเบื้องตน้ โดยสังเกตผู้ทีม่ อี าการเจบ็ ปว่ ย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือหายใจ เหนื่อยหอบ แนะนำใหผ้ ้มู ารับบริการสวมหนา้ กากอนามัย และรบี ไปพบแพทย์ทนั ที 2. จำกดั จำนวนลูกค้าที่เข้าในรา้ นแตล่ ะครั้ง หรอื จดั ควิ การเข้ารา้ น โดยคำนงึ ถึงพื้นทใ่ี นร้านที่สามารถจดั ระยะหา่ งระหว่างบุคคลอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร หรอื จัดให้มพี ้ืนท่แี ละชอ่ งทางการแจ้งความประสงค์ซ้ือ และรับยา หรอื เวชภัณฑจ์ ากภายนอกร้าน 3. มปี า้ ยขอความร่วมมือลกู คา้ งดสัมผสั เวชภณั ฑห์ รือสนิ ค้าทกุ ชนิดภายในร้าน เพ่อื ลดการปนเปอื้ นและ แพร่กระจายเชือ้ โรค 4. จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ลูกค้า บริเวณประตูทางเข้าออก และจุดชำระเงินและสำหรับ พนักงานภายในร้านในจดุ ท่ีสะดวกใชแ้ ละแยกจากลกู คา้ 5. เภสัชกรและเจ้าหน้าที่ผู้ขายในร้าน และจุดชำระเงิน ต้องสวมหน้ากาก ขณะขายสินค้า หรือให้ คำปรกึ ษาแกล่ ูกคา้ ทุกครัง้ และทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อน-หลังให้บรกิ ารลกู ค้าแตล่ ะราย 6. ทำความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ที่มีการสัมผัสของผู้ใช้บริการร่วมกันภายในร้านที่อาจเปน็ จุดเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเช้ือโรค ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อ อย่างสม่ำเสมอ เช่น ลูกบิด หรือท่จี บั ประตู เกา้ อ้ี เคานเ์ ตอร์ ชัน้ วางยา และเวชภณั ฑ์ เปน็ ตน้ 7. หากมีระบบปรบั อากาศ ควรจดั ใหม้ กี ารระบายอากาศท่ีเพยี งพอ และทำความสะอาดสม่ำเสมอ 8. ให้คำแนะนำหรือจัดหาสื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้การป้องกันและการลดความเสี่ยงต่อการ แพรก่ ระจายเชอ้ื COVID-19 ตามจดุ ตา่ ง ๆ ภายในหรอื บรเิ วณร้านขายยา ข. คำแนะนำสำหรับผลู้ กู คา้ ท่ีมารบั บรกิ าร 1. สวมหนา้ กากและหลกี เลยี่ งการสัมผัสพื้นที่ หรือวัสดุ อปุ กรณ์ เวชภัณฑ์ หรอื สนิ ค้าทุกชนิดภายใน ร้าน เพ่ือไม่ใหม้ กี ารปนเปื้อนหรือแพร่เชือ้ โรค 2. ล้างมอื ด้วยสบู่และนำ้ หรอื เจลแอลกอฮอล์ภายหลงั ใช้บริการทุกครงั้ ๔๔
Search