Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอน วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

แผนการสอน วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

Published by Sarida Bunprakhong, 2021-11-09 14:45:00

Description: แผนการสอน วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

Search

Read the Text Version

92 ใบมอบหมายงานท่ี 1 หนว่ ยท่ี 3 รหสั วิชา20202-2111 ชือ่ วิชา การค้ากลุ่ม สอนคร้ังที่ 8-11 ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหนว่ ย การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และข้อตกลงทางการคา้ ของประชาคมเศรษฐกิจ จำนวนรวม 9 ชั่วโมง อาเซียน ชอ่ื งาน การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นและข้อตกลงทางการ จำนวน 3 ชวั่ โมง ค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น จุดประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1.เพื่อให้มคี วามรู้เกีย่ วกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภณั ฑ์และการจัดจำหน่าย ภายในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโน้มการคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.เพือ่ การวเิ คราะหแ์ นวโน้มการค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เพ่ือเตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรบั การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 4.เพอื่ ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรอื่ ง 1.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 1.8 การละเว้นส่ิงเสพติดและการพนนั 1.2 ความมวี นิ ยั 1.9 ความรักสามคั คี 1.3 ความรบั ผิดชอบ 1.10 ความกตัญญูกตเวที 1.4 ความซ่ือสัตย์สจุ รติ 1.5 ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง 1.6 การประหยัด 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.แสดงความรู้เก่ียวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่ายภายใน กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ข้อตกลงทำการคา้ แนวโนม้ การค้าในกลุ่ม ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.วเิ คราะหแ์ นวโน้มการคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรับการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.ประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน ให้นกั เรยี นไปศึกษาค้นคว้าหาขอ้ มูลแลว้ นำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น

93 แหล่งค้นควา้ 1. หอ้ งสมดุ 2. ส่อื ออนไลน/์ Internet 3. นติ ยสาร/วารสาร คำถาม/ปัญหา เมื่อนักเรยี นค้นควา้ แล้วมีปัญหาหรอื ไมเ่ สามารถหาเนอ้ื หาที่จะศึกษาหาข้อมลู ไดจ้ ะทำอย่างไร คำตอบ สามารถปรึกษาจาก ครผู ู้สอน หรอื ครทู ี่มีความรใู้ นรายวชิ า กำหนดเวลาส่งงาน นำเสนอหน้าช้ันเรียนในคาบเรยี นถดั ไป เอกสารอา้ งอิง สอ่ื ออนไลน/์ Internet หนังสอื ตำราเรยี น วชิ า การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

94 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี............................................................................................................................. ชอื่ กลุ่ม.........................................................................ช้ัน................................................................ รายชื่อสมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 บคุ ลกิ การแตง่ กาย 2 มารยาทในการพดู 3 การใช้ภาษา 4 วธิ ีการนำเสนอ 5 เนอ้ื หาทน่ี ำเสนอ รวม ผ้ปู ระเมนิ .............................................. วนั ท.ี่ .............เดือน...............................พ.ศ...................

95 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน ส่ือความหมายชัดเจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอ่ื ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กนั ทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองค์ประกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องคป์ ระกอบ ไมค่ รอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน

96 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................ชน้ั ................................................................ รายชอ่ื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 เนือ้ หาถูกตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 2 ความสามัคคี ร่วมมอื กนั ทำงาน 3 ความคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ 4 สาระประโยชน์ 5 การนำเสนอทน่ี า่ สนใจ รวม ผปู้ ระเมิน.............................................. วันท่.ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................

97 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน สอื่ ความหมายชดั เจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอื่ ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กนั ทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลมุ และชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน

98 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรูท้ ี่............................................................................................................................. ช่ือกลมุ่ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายช่อื สมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 การเตรยี มความพรอ้ ม 2 เน้อื หาสาระ 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผู้ฟัง รวม ผู้ประเมิน.............................................. วนั ท่.ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................

99 เกณฑ์การประเมนิ 1. การเตรยี มความพรอ้ ม 3 คะแนน = มีการจดั เตรยี มสถานที่ สือ่ /อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพรอ้ มเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ่อื /อปุ กรณพ์ รอ้ ม ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 1 คะแนน = สื่อ/อปุ กรณไ์ ม่เพยี งพอ ขาดการจัดเตรยี มสถานที่ 2. เน้อื หาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ไมต่ รงตามจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบการนำเสนอทเ่ี หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และ ใช้เทคโนโลยปี ระกอบการนำเสนอ นำวัสดุในท้องถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ช้ อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มสี ื่อและใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ ขาดการประยกุ ต์ใชว้ สั ดใุ นท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ 4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กจิ กรรมเร็วกวา่ เวลาทีก่ ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชา้ กวา่ เวลาทีก่ ำหนด 6. ความสนใจของผฟู้ ัง 3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 80 สนใจ และให้ความรว่ มมือ 2 คะแนน = ผ้ฟู ังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ความรว่ มมอื 1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่า ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมือ

100 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 4 จำนวน 3 ชวั่ โมง สัปดาห์ท่ี 12-14 ชอื่ วชิ า การค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ช่อื หนว่ ย สภาวการณ์และแนวโนม้ การคา้ ของกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ชอื่ เรอ่ื ง สภาวการณแ์ ละแนวโน้มการค้าของกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 1. สาระสำคัญ ภาพรวมของการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นการพงึ่ พาซงึ่ กันและกันกับการพงึ่ พาประเทศ นอกกลมุ่ โดยมที ศิ ทางเปดิ เสรีทางการค้าสินคา้ และการคา้ บรกิ ารระหว่างกนั มากข้นึ อันจะเปน็ โอกาสในการลด ชอ่ งวา่ งและการพัฒนาทางการค้าของประเทศตา่ ง ๆ ในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2. สมรรถนะประจำหน่วย 1.บอกผลิตภัณฑแ์ ละการจดั จำหน่ายของกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปจั จุบนั ได้ 2. อธบิ ายเกี่ยวกบั คู่เจรจาทางการค้านอกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ 3. วิเคราะห์จดุ แข็งและจดุ อ่อนทางการคา้ ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นได้ 4. วิเคราะหแ์ นวโน้มการคา้ ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นได้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นอธิบายผลติ ภัณฑ์และการจัดจำหนา่ ยของกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปจั จุบนั ได้ 2. เพ่อื ให้นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์จุดแข็ง-จุดออ่ นทางการคา้ ของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4. สาระการเรยี นรู้ 1.ผลิตภัณฑแ์ ละการจัดจำหนา่ ยของกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นในปัจจุบนั 2.คู่เจรจาทางการค้านอกประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 3. จุดแขง็ และจุดออ่ นทางการคา้ ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4. แนวโนม้ การค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น

101 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (สปั ดาหท์ ่ี 12-14) ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน ขนั้ นำเขำ้ สู่บทเรียน 1.ครแู ละผู้เรยี นสนทนาทบทวนเกีย่ วกับผลิตภัณฑ์และการจดั จำหน่ายของกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนในปจั จบุ นั ได้แก่ ไทย บรไู น กัมพชู า อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซยี เมียนมา ฟลิ ปิ ปนิ ส์ สงิ คโปร์ เวียดนาม 2.ผ้เู รียนยกตวั อย่างผลิตภัณฑแ์ ตล่ ะประเทศ ข้ันสอน 3.ครอู ธิบายและสาธติ การใช้ยุทธวธิ ีในการปิดการขาย โดยเปิดส่ือ VDO และส่อื PowerPoint ให้ ผู้เรียนไดศ้ ึกษาคเู่ จรจาทางการค้านอกประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน อาเซยี น-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 4.ครูและใชเ้ ทคนคิ วิธกี ารจดั การเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คือกระบวนการท่ผี ู้สอน มงุ่ ให้ ผู้เรยี นมีโอกาสสนทนาแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นหรือระดมความคิด โดยมีจดุ มุ่งหมายเพือ่ ให้ผเู้ รียนเข้าใจเนือ้ หา ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ โดยอภปิ รายเนือ้ หาเรอ่ื งเจรจาทางการค้านอกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ความสมั พันธ์ระหว่างอาเซียน-ญ่ปี ่นุ 5.ครูใช้เทคนคิ การสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรู้แบบสาธิต คือ กระบวนการที่ ผู้สอน หรอื บุคคลใดบุคคลหน่ึงใชใ้ นการชว่ ยให้ผ้เู รยี นไดเ้ กดิ การเรยี นรู้ตามวัตถุประสงค์ โดยการแสดงหรือ กระทำให้ดเู ปน็ ตัวอยา่ งพรอ้ ม ๆ กับการบอก อธิบาย ให้ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรเู้ จรจาทางการคา้ นอกประชาคม เศรษฐกจิ อาเซียน  ความสมั พนั ธอ์ าเซียน-จีน  สาธารณรัฐเกาหลีเร่ิมมีความสัมพันธก์ บั อาเซียน  อาเซยี นกบั อนิ เดีย  ความสมั พันธ์ระหว่างอาเซียนและแคนาดา  อาเซยี นกับสหรฐั อเมรกิ า  อาเซียน-รสั เซยี 6.ผู้เรียนทำกิจกรรมใบงาน 7.ผู้เรียนทำแบบประเมนิ ผล 8.ครูแนะนำใหผ้ ู้เรยี นรู้จกั การนำเอาความพอเพยี งไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ซึง่ เป็นความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเปน็ ที่ตอ้ งมรี ะบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อผลกระทบใดๆ อนั เกิดจากการ

102 เปลีย่ นแปลงทั้งภายนอกและภายใน การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมตา่ งๆให้อยูใ่ นระดับพอเพียงนัน้ ต้อง อาศยั ทง้ั ความรูแ้ ละคณุ ธรรมเป็นพื้นฐาน ข้ันสรุปและการประยกุ ต์ 9.ครูและผู้เรียนสรปุ เจรจาทางการคา้ นอกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการถามตอบ 10.ผูเ้ รียนทำใบงาน และกิจกรรมการเรียน 11.ทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทั้งกจิ กรรมการจัด ประสบการณ์การเรยี นรู้ 12.ประเมนิ ผ้เู รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้ ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณพ์ ื้นฐานการเรียนรู้ วิธกี ารเรียนรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. 4. 5. 6. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ 1.หนงั สือเรียน วิชากลุ่มการค้าประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.รูปภาพ 3.กิจกรรมการเรียนการสอน 4.VDO 5.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส,์ PowerPoint 7. หลกั ฐาน 1.บนั ทึกการสอน 2.ใบเช็ครายชอ่ื 3.แผนจดั การเรยี นรู้ 4.การตรวจประเมนิ ผลงาน 8. การวดั ผลและการประเมนิ ผล วิธวี ดั ผล

103 1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึง ประสงค์ 9. เคร่ืองมือวัดผล 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผ้เู รียน) 4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น ร่วมกนั ประเมนิ 10. เกณฑก์ ารประเมินผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรยี นรูม้ ีเกณฑผ์ า่ น 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง 11. กิจกรรมเสนอแนะ ครูแนะนำให้ฝกึ ปฏิบตั ทิ ำกจิ กรรมใบงาน และอ่านพร้อมทั้งแปลคำศัพท์ท้ายหนว่ ย 12. เอกสารอา้ งองิ สายชล วิสุทธ์สิ มุทรและคณะ, การคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562

104 ใบความรทู้ ี่ 1 หนว่ ยที่ 4 รหสั วิชา 20202-2111 ชอื่ วิชา การค้ากล่มุ ประชาคม ภาคเรียนที่ 1/2564 เศรษฐกิจอาเซียน ชอ่ื หนว่ ย สภาวการณแ์ ละแนวโนม้ การคา้ ของกล่มุ เวลารวม 9 ช่ัวโมง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชือ่ เรือ่ ง สภาวการณแ์ ละแนวโนม้ การค้าของกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ เวลา 3 ชวั่ โมง อาเซยี น จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ท่ัวไป 1.เพอ่ื ให้มคี วามรู้เกย่ี วกับหลกั การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลิตภณั ฑ์และการจัดจำหนา่ ย ภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโน้ม การค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2.เพื่อการวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและสถานการณ์ 3.เพอ่ื เตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรับการคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.เพ่ือประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารการค้ากลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผู้สำเรจ็ การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่ีครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรื่อง 1.1 ความมีมนุษยสัมพนั ธ์ 1.8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนัน 1.2 ความมวี นิ ัย 1.9 ความรักสามัคคี 1.3 ความรับผิดชอบ 1.10 ความกตญั ญกู ตเวที 1.4 ความซ่ือสัตย์สจุ รติ 1.5 ความเชื่อมน่ั ในตนเอง 1.6 การประหยดั 1.7 ความสนใจใฝร่ ู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่าย ภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ข้อตกลงทำการค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.วเิ คราะห์แนวโนม้ การค้าในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรบั การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น

105 เนอ้ื หา 1. ความหมายและลกั ษณะการผลติ การผลิต (Production) การผลิต หมายถงึ กระบวนการเปล่ียนแปลงหรือแปรรูปปัจจยั การผลติ (Input) ให้เป็นผลผลิต (Output) ซ่ึงไดแ้ ก่ สินคา้ และบริการต่างๆ จงึ อาจกลา่ วไดว้ า่ การผลิตเปน็ สิ่งท่ีสำคญั ท่ีก่อใหเ้ กิดการใชป้ ัจจัย การผลิตและก่อใหเ้ กิดสินค้าและบริการตา่ งๆ ข้ึนในระบบเศรษฐกจิ หนว่ ยเศรษฐกิจที่ทำหน้าที่ในการผลิตกค็ อื ผู้ผลิตหรือหน่วยธรุ กิจ (Firm) ซ่ึงมีอยหู่ ลายประเภท ไดแ้ ก่ ผู้ผลิตทีเ่ ป็นเจา้ ของคนเดยี ว เช่น เกษตรกร แมค่ า้ หาบเร่ ฯลฯ ห้างหุ้นส่วน และบริษทั ผู้ผลิตเหล่าน้ีจะพยายามหาวิธกี ารผลติ ทที่ ำให้เกดิ ผลผลิตมากท่สี ดุ (Maximize Output) เท่าทีจ่ ะทำได้ หรือพยายามทำการผลิตให้เสียต้นทุนต่ําทส่ี ุด (Minimize Cost) เพือ่ จะได้ กำไรมากทส่ี ดุ (Maximize Profit) ฟังก์ชันการผลติ (Production Functon) ในการศกึ ษาทฤษฎีการผลิต (Theory of Production) จงึ เกยี่ วข้องกับฟังกช์ นั การผลติ อยา่ งมาก เนือ่ งจากจะต้องศึกษาวา่ ทำอยา่ งไรผู้ผลิตจึงจะผลติ ใหไ้ ด้ผลผลิตมากที่สุด เสียต้นทุนตํ่าท่ีสดุ และได้รบั กำไร มากท่ีสุด ฟังกช์ นั การผลติ คอื การแสดงความสมั พันธ์ระหวา่ งปจั จัยการผลติ ต่างๆ (Input) และจำนวนผลผลิต (Output) ท่เี กดิ จากปจั จยั การผลิตนัน้ ๆ ซงึ่ เขียนเปน็ สญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ดงั น้ี หมายความว่า ผลผลิต Y ท่ีผลติ ได้จะมจี ำนวนมากน้อยเท่าใดขนึ้ อยกู่ ับจำนวนปัจจัยการผลิต X1, X2, X3…Xn ที่ใช้ผลิต ถา้ สมมตวิ า่ Y คอื ผลไมก้ ระปอ๋ ง จำนวนผลไม้กระปอ๋ งท่ผี ลิตได้ในปีหน่ึงๆ จะมากนอ้ ยแค่ไหนขน้ึ อยูก่ ับ จำนวนวัตถดุ ิบ คือ ผลไม้ จำนวนแรงงาน เคร่อื งมอื เครือ่ งจกั รที่ใช้ในโรงงานและอ่นื ๆ ฯลฯ ผู้ผลิตสามารถเพม่ิ หรือลดจำนวนผลผลติ ได้ดว้ ยการเพิ่มหรือลดจำนวนของปจั จยั การผลิตชนิดใดชนดิ หนงึ่ หรอื หลายชนดิ ทใี่ ช้อยู่ ขณะน้นั และจากฟงั กช์ ันการผลติ ข้างต้นจะพบวา่ ผลผลติ นั้นขึ้นอยกู่ บั ปัจจัยการผลิต X1 ถงึ Xn แต่ถ้าเราจะ ศกึ ษาปจั จัยการผลิตเพยี งปจั จัยเดียวโดยให้ปจั จัยอนื่ คงท่ี เราก็เขียนฟงั ก์ชนั การผลติ ใหมว่ ่า จากฟงั กช์ นั การผลิตใหม่นีเ้ ราจะศึกษาวา่ วัตถุดิบ (ผลไม)้ หรือ X1 จะมบี ทบาทอย่างไรกับปรมิ าณการ ผลิตผลไมก้ ระปอ๋ ง โดยกำหนดให้จำนวนแรงงาน และเครอื่ งมอื เครือ่ งจกั รคงท่ี การตอบสนองทีม่ ตี ่อ ปรมิ าณการผลติ ผลไมก้ ระป๋องเปน็ เทา่ ไร จะทราบจากความสัมพนั ธท์ างคณิตศาสตร์ ซง่ึ อาจเขียนเป็น รปู สมการไดด้ ังนี้ หมายความว่า ปรมิ าณการผลติ ผลไมก้ ระปอ๋ งจะเปล่ียนแปลงตามปรมิ าณวัตถุดบิ ที่ใช้ ความหมายของการผลติ ในระยะสั้นและระยะยาว

106 โดยทวั่ ไปเมอื่ หนว่ ยผลติ พบวา่ สนิ ค้าของตนขายได้มากขึน้ (หรือน้อยลง) หน่วยผลิตยอ่ มจะ พยายามปรบั จำนวนการผลิตใหม้ ากขึน้ (หรอื น้อยลง) ตามไปด้วย ซ่งึ เกยี่ วโยงไปถงึ การเพ่ิม (หรอื ลด) จำนวน ปจั จยั การผลติ อย่างไรก็ตาม หนว่ ยผลิตมักจะพบว่าในขณะทต่ี นสามารถเปลยี่ นแปลงปรมิ าณ ปัจจัยการผลติ หลายอยา่ งได้ทันที แตก่ ็มปี จั จัยการผลิตบางอย่างทีต่ อ้ งใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเพม่ิ หรอื ลดจำนวนลงได้ ฉะน้นั เราจงึ แบง่ การวิเคราะหก์ ารผลติ ออกเป็น 2 กรณี คอื 1. การผลิตในระยะส้นั หมายถงึ ช่วงเวลาของการผลติ ท่ีหน่วยผลิตไมส่ ามารถเปลี่ยนแปลง ปรมิ าณปจั จัยการผลิตบางอยา่ งได้ เราเรียกปจั จยั ทย่ี งั ไมส่ ามารถเปลย่ี นแปลงจำนวนไดว้ ่า “ปจั จยั คงท”่ี (Fixed Factor) เช่น ท่ดี ิน อาคารโรงงาน เคร่ืองจักรขนาดใหญ่ เปน็ ต้น สว่ นปจั จัยการผลิตใดท่สี ามารถ เปลี่ยนแปลงจำนวนไดเ้ ม่อื ต้องการ เราเรียกปัจจยั การผลติ ชนิดนั้นว่า “ปัจจัยแปรผนั ” (Variable Factor) ฉะนนั้ การผลติ ในระยะสน้ั จึงหมายถึงช่วงเวลาที่มที ั้งปัจจยั แปรผันทำงานร่วมกับปัจจัยคงที่อยา่ งน้อย 1 ชนิด 2. การผลติ ในระยะยาว หมายถงึ ช่วงเวลาการผลติ ทีผ่ ู้ผลิตสามารถเปลย่ี นแปลงปจั จัยการผลติ ทุกอย่างให้มจี ำนวนตามตอ้ งการได้ ดังน้นั การผลิตในระยะยาวจึงมีแตป่ ัจจัยแปรผนั เพยี งอย่างเดียว ไมม่ ีปจั จัยคงท่อี ยู่เลย ปัจจัยคงทจ่ี ะกลายสภาพเป็นปัจจัยแปรผนั ไปทนั ทเี มอื่ มกี ารเปลีย่ นแปลงจำนวนหรือ ขนาดของปจั จยั การผลิตจะเหน็ ได้วา่ การแบง่ เปน็ ระยะสนั้ และระยะยาวน้ี พจิ ารณาจากความสามารถในการ เปลยี่ นแปลงปัจจัยคงท่ีใหเ้ ป็นปจั จยั แปรผนั นั่นเอง ซง่ึ แตล่ ะหนว่ ยผลติ และอุตสาหกรรมแต่ละประเภทยอ่ มใช้ เวลามากน้อยแตกตา่ งกัน และโดยท่วั ไปฟงั กช์ ันการผลิตแบ่งได้เปน็ 2 แบบ ตามสัดส่วนของปัจจัยการผลิต คือ 1. การผลิตที่ใช้ปัจจยั ในสดั ส่วนไมค่ งที่ (Variable Proportion Production) จะเกิดข้ึนในการ ผลิตระยะสน้ั ซ่ึงไมไ่ ด้แสดงสดั ส่วนการผสมปัจจัย 2. การผลติ ท่ีใช้ปัจจัยในสดั สว่ นคงท่ี (Fixed Proportion Production) จะเกดิ ข้นึ ในการผลติ ระยะยาว ซง่ึ แสดงสดั สว่ นการผสมปจั จยั เพอ่ื ผู้ผลิตจะเสยี ตน้ ทนุ นอ้ ยทส่ี ุด ปัจจัยการผลติ ปัจจยั การผลติ (Factor of Production) หมายถงึ องค์ประกอบทีใ่ ชผ้ ลิตสนิ ค้าและบรกิ าร โดยผ่านกระบวนการผลติ การผลติ สินคา้ และบริการทุกชนิดจะต้องอาศยั ปัจจยั การผลิตทั้งสิน้ ซงึ่ ในทางเศรษฐศาสตร์ แบง่ ปัจจยั การผลติ เปน็ 4 ประเภท คอื 1. ทีด่ นิ (Land) ในทางเศรษฐศาสตร์ ท่ีดิน หมายถึง พน้ื ดนิ และทรัพยากรธรรมชาตติ า่ งๆ ท่ีอยู่ ในดนิ บนดนิ และเหนือพื้นดิน เช่น น้าํ แรธ่ าตุ ป่าไม้ อากาศ ปรมิ าณของทรพั ยากรเหล่านจ้ี ะแตกตา่ งกนั

107 ตามลักษณะของดิน หากประเทศใดมีทรัพยากรธรรมชาติอดุ มสมบูรณจ์ ะมีโอกาสพัฒนาใหป้ ระเทศมีความมั่งค่งั ได้อยา่ งรวดเร็ว เพราะดินเป็นปัจจัยการผลติ ทุกประเภท เชน่ เปน็ ที่ตง้ั โรงงาน สถานที่ประกอบธรุ กจิ ถนน ที่อยู่ อาศัย แต่ปญั หาเกยี่ วกับท่ดี ิน คอื ที่ดินมีจำกัดและขาดแคลน เนอื่ งจากการทำลายทรพั ยากร ธรรมชาตขิ องประชาชน และการมปี ระชากรเพ่มิ ขึ้นอย่างรวดเร็วทำใหค้ วามต้องการใช้ทดี่ นิ มเี พ่ิมขึ้น ซึง่ ผลตอบแทนของท่ีดนิ คอื ค่าเชา่ (Rent) 2. ทนุ (Capital) หมายถึง ส่ิงทจ่ี ะนำไปใชใ้ นการผลิตสินคา้ และบรกิ าร เชน่ เคร่ืองจกั ร เครอื่ งมือ ถนน ยานพาหนะ ทางรถไฟ โรงงาน ซงึ่ สิ่งตา่ งๆ เหลา่ น้ีถือเป็นสนิ ค้าประเภททนุ ในทางเศรษฐศาสตร์ เรยี กว่า “ทนุ ท่ีแทจ้ รงิ ” (Real Capital) เพราะเป็นสง่ิ ทน่ี ำมาใชเ้ พอ่ื การผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารได้โดยตรง ส่วนเงินในทางเศรษฐศาสตรจ์ ดั เป็นเพียงส่วนหนง่ึ ของทุนที่แทจ้ ริงเทา่ น้ัน เพราะเงินมไี วเ้ พอ่ื ใช้ในการจดั ซอ้ื หรือสรา้ งเศรษฐทรพั ยแ์ ละทรพั ยส์ ินประเภททนุ อกี ทหี นึ่ง เราจงึ เรยี กวา่ “เงนิ ทนุ ” (Financial Capital or Monetary Capital) ซึง่ ได้แก่ เงินตรา หนุ้ บริษทั พันธบตั ร บญั ชีเงนิ ฝาก เงนิ ทนุ ทนี่ ำมาใช้ในการลงทุนน้สี ว่ น ใหญ่ไดม้ าจากการก้ยู ืมจากสถาบันการเงินต่างๆ ซง่ึ เกิดจากการออมของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งผลตอบแทนของทุน คอื ดอกเบยี้ (Interest) 3. แรงงาน (Labor) หมายถงึ การใชพ้ ลังงานของมนุษย์เพื่อให้เกิดการผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร ท้ังในดา้ นกำลังกายและกำลังความคิด เพอื่ แสวงหารายไดม้ าดำรงชีพ แต่ถ้าใช้แรงงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต หรือเศรษฐทรพั ยข์ ึน้ มา ไม่ถอื วา่ เป็นแรงงานในทางเศรษฐกิจ เช่น การเลน่ ฟุตบอลหลงั เลิกเรยี น เพ่ือออกกำลังกาย การวาดรปู เพอ่ื การพกั ผ่อน หรือการเลน่ การพนนั เปน็ ตน้ ดงั นน้ั ในทางเศรษฐศาสตร์ จงึ แบง่ แรงงานออกเปน็ 2 ประเภท คอื 3.1 แรงงานทม่ี ีฝีมอื (Skilled Labor) คอื แรงงานทมี่ คี วามรูค้ วามสามารถ มีทกั ษะและ ประสบการณ์ มีความสามารถเฉพาะดา้ น หรอื แรงงานทีใ่ ชก้ ำลงั ความคิดในการสรา้ งสรรค์ จัดการหรอื บริหารงาน 3.2 แรงงานทีไ่ ร้ฝีมอื (Unskilled Labor) คอื แรงงานทขี่ าดทกั ษะและความรู้ ส่วนใหญ่ จะเป็นแรงงานทใี่ ช้กำลงั แรงกาย การผลติ ทุกประเภทต้องการแรงงานที่มฝี มี อื เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพของผลผลติ ใหส้ ูงขนึ้ เนอื่ งจากประเทศ ไทยต้องแขง่ ขนั กบั ประเทศต่างๆ ในการส่งสินค้าสู่ตลาดโลก แรงงานฝีมือของไทยยงั มีไมเ่ พียงพอกบั ความ ต้องการ ควรไดร้ ับการพฒั นาให้มากขึน้ ซงึ่ ผลตอบแทนของแรงงาน คือ ค่าจา้ ง 4. ผปู้ ระกอบการ (Entrepreneur) หมายถงึ ผจู้ ัดตงั้ องคก์ รผลิต โดยนำเอาปจั จัยการผลิต คือ ทดี่ ิน ทุน แรงงาน มาดำเนินการผลิต โดยใช้เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพ่อื ผลติ สินคา้ และบรกิ ารใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพการผลิตมากที่สุด ผู้ทที่ ำหน้าท่ดี ำเนนิ การผลิตน้ี เราเรียกว่า ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) ซงึ่ เป็นผูท้ ีม่ ีหน้าทสี่ ำคญั คอื 4.1 จัดองค์กรการผลติ เพื่อทำการผลิตสินคา้ และบรกิ ารโดยการนำเอาปัจจยั การผลิตท่ี กลา่ วมานั้น มาใช้ดำเนินการเพอ่ื ให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ

108 4.2 ตัดสนิ ใจเก่ยี วกับการดำเนนิ ธรุ กิจ ผู้ประกอบการจะต้องเปน็ ผ้ตู ดั สนิ ใจว่า จะผลิต อะไร อยา่ งไร และเพอื่ ใคร ดงั น้นั จงึ ควรมีการวางแผน กำหนดนโยบาย วางแนวทางดำเนินธรุ กิจต่างๆ ไวอ้ ย่าง รอบคอบและดแู ลใหเ้ กิดประสทิ ธภิ าพ 4.3 รับผิดชอบในเรือ่ งความเสีย่ ง ตอ้ งยอมรับวา่ การตัดสินใจดำเนนิ การทางธรุ กจิ นน้ั อาจ เกดิ ข้อผิดพลาดได้ ผู้ประกอบการต้องรบั ผิดชอบต่อปญั หาที่เกิดและต้องแก้ไขปัญหาน้นั ให้ดีข้นึ และ ใช้เปน็ ประสบการณ์ของการดำเนนิ การในครง้ั ตอ่ ไป 4.4 พฒั นาหรือคิดคน้ นวตั กรรมใหม่ๆ จากการเปลีย่ นแปลงของสังคมอย่างรวดเรว็ และ ธุรกจิ มีการแข่งขนั กนั มากขึน้ ผ้ปู ระกอบการจะตอ้ งคดิ คน้ วธิ ีการใหมๆ่ หรือผลิตสนิ คา้ ใหม่ๆ ใหท้ นั สมัย และทนั ตอ่ ความต้องการของผู้บริโภคอยตู่ ลอดเวลา ร้จู กั ท่จี ะนำเทคนิคใหมๆ่ มาใชใ้ นกระบวนการผลิต เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพสนิ ค้าให้ดขี ึ้นอยเู่ สมอ ประเทศใดก็ตามมีผปู้ ระกอบการท่มี คี วามคิดริเร่ิมหรอื มีความ สามารถสงู จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศนนั้ ๆ เจรญิ กา้ วหน้ารวดเร็วและมน่ั คงข้ึน ซง่ึ มีผลตอ่ ความก้าวหน้า ของเศรษฐกิจของโลกด้วย ผลตอบแทนของผู้ประกอบการ คอื กำไร (Profit) ทฤษฎกี ารผลิตระยะส้ัน การศกึ ษาความสัมพนั ธร์ ะหว่างผลผลิตกับปัจจัยการผลติ ในระยะส้ัน จะพบปรากฏการณ์หนึ่ง เรยี กว่า “กฎวา่ ด้วยการใชป้ ัจจัยการผลิตท่ีมีสัดส่วนไมค่ งท่”ี (Law of Variable Proportion) กฎนีอ้ ธิบายการ เปล่ยี นแปลงของปรมิ าณผลผลิตรวมท่ไี ด้จากการเพิ่มปจั จัยแปรผันชนดิ หน่งึ ทีละหนว่ ย เพื่อทำงานร่วมกบั ปจั จัย คงท่ี โดยมีข้อสมมตวิ ่าปัจจยั การผลติ อ่นื ๆ ไม่เปล่ียนแปลงตลอดระยะเวลาในการผลิต กล่าวคือ “เมอ่ื เพิม่ ปจั จยั แปรผันใดๆ ทีละหน่วยเขา้ กบั ปัจจยั คงที่ซง่ึ มีอยจู่ ำนวนจำกัดแล้ว ในระยะแรกผลผลิตเพิ่ม (Marginal Product) ซ่งึ ได้จากการเพ่มิ ปจั จัยแปรผนั เขา้ ไปน้ันจะเพม่ิ ขึ้นในอตั ราทเ่ี พิม่ (ช่วงที่ 1) แตเ่ มอื่ เพมิ่ ปัจจยั แปรผันเข้าไปมาก หน่วยขึ้นจนถงึ ระดับหนง่ึ แลว้ ผลผลิตเพ่มิ จะเพม่ิ ขึ้นในอัตราทีล่ ดลงและจะลดนอ้ ยถอยลงเรือ่ ยๆ (ชว่ งที่ 2) จน เป็นศนู ย์และตดิ ลบ (ชว่ งที่ 3) ซึ่งเปน็ ไปตามกฎวา่ ดว้ ยผลตอบแทนลดลง (Law of Diminishing Return)” พจิ ารณาได้ดังตารางที่ 3.1

109 จากตารางที่ 3.1 เป็นตวั อย่างฟงั ก์ชนั การผลติ ผลไมก้ ระปอ๋ งในระยะส้ันของหน่วยผลิตหนว่ ยหนง่ึ โดยกำหนดใหว้ ตั ถุดิบคอื ผลไมเ้ ปน็ ปัจจยั แปรผนั ซ่งึ เพ่มิ ข้นึ ครงั้ ละ 1 ตนั และเครอ่ื งจักรเปน็ ปัจจัยคงทีเ่ ทา่ กับ 1 เครอ่ื ง ทำงานรว่ มกนั เพือ่ ผลติ ผลไม้กระปอ๋ ง โดยผลผลติ ทีไ่ ด้รบั เป็นไปดงั ตาราง สามารถ นำข้อมลู เหล่านแี้ สดงผลผลิตประเภทต่างๆ และช่วงการผลติ ไดด้ งั ภาพ ลักษณะและความสมั พันธ์ของผลผลิตแบบตา่ งๆ จากภาพ สรุปลักษณะและความสัมพันธร์ ะหวา่ งผลผลิตแบบต่างๆ และระหวา่ งผลผลติ กับปัจจัย การผลิตได้ดงั นี้ 1. ผลผลิตรวม (Total Product : TP) หมายถึง ผลผลิตทไี่ ดร้ ับจากการเปลย่ี นสภาพ ของปัจจัยการผลิต คำนวณได้จากยอดรวมของผลผลติ เพิ่ม (Marginal Product) ตงั้ แต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัด สุดท้ายในช่องท่ี 5 เส้นผลผลิตรวมจะมีลักษณะคล้ายรปู ระฆังควํา่ ทเี่ ป็นเช่นนีเ้ พราะการเพิม่ ปจั จยั แปรผนั หนว่ ย แรกๆ เพอ่ื ทำงานร่วมกบั ปัจจยั คงทีน่ น้ั มสี ัดสว่ นพอเหมาะ ผลผลิตเพ่ิมจึงเพิ่มขนึ้ ตามลำดับ ยังผลให้ผลผลติ รวม เพมิ่ ข้นึ อยา่ งรวดเรว็ แต่เม่อื ไดเ้ พิม่ ปจั จยั แปรผันมาถงึ จดุ หนึ่งแล้ว การเพ่ิมปัจจยั แปรผนั ต่อไปดูจะไม่ได้ผล นั่น คือ ผลผลิตเพิ่มลดลงเรอ่ื ยๆ จนถึงศูนย์เม่อื ถึงตอนน้แี ลว้ ถ้ายงั เพมิ่ ปจั จัยแปรผนั ต่อไปอีก ผลผลติ เพ่มิ จะตดิ ลบ และผลผลติ รวมจะเร่ิมลดลงตามลำดบั นัน่ คอื 2. ผลผลิตเฉลย่ี (Average Product : AP) หมายถงึ ผลผลิตท่ีไดร้ ับตอ่ หนึ่งหนว่ ยของ ปัจจัยแปรผนั ซึ่งหาไดโ้ ดยนำจำนวนผลผลิตรวมหารด้วยจำนวนปัจจยั แปรผัน นัน่ คอื ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตเฉลย่ี และผลผลิตรวมเป็นดงั นี้ ตราบใดทีอ่ ัตราการเพม่ิ ของผลผลิต รวมมากกวา่ อตั ราการเพิม่ ของปัจจัยแปรผนั ผลผลติ เฉลี่ยจะเพม่ิ ข้นึ เร่อื ยๆ 3. ผลผลติ เพม่ิ (Marginal Product : MP) หมายถึง จำนวนผลผลิตท่ีเพิม่ ข้นึ เมื่อเพ่มิ ปจั จยั แปรผนั จำนวน 1 หนว่ ย นั่นคือ

110 การเปลีย่ นแปลงของผลผลิตเพิม่ จะเปน็ ดงั น้ี การเพม่ิ ปจั จัยแปรผนั ในตอนแรกๆ จะทำให้ ผลผลติ เพมิ่ สามารถเพมิ่ ข้นึ ได้มาก แต่เม่อื ได้เพิม่ ปัจจัยแปรผนั จนถึงระดับหนง่ึ แล้วผลผลติ เพ่มิ จะเพ่ิมข้นึ ในอตั รา ทีล่ ดลงและจะค่อยๆ ลดลงจนถงึ ศนู ย์และติดลบในที่สุด ซึง่ เป็นไปตามกฎวา่ ดว้ ยการลดน้อยถอยลง ของผลผลิตเพ่ิม (Law of Diminishing Marginal Product) 4. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผลผลิตเฉลยี่ และผลผลติ เพม่ิ 4.1 ผลผลิตเฉลี่ยจะสงู ข้นึ ตราบเท่าท่ผี ลผลิตเพม่ิ มคี ่ามากกวา่ ผลผลิตเฉลย่ี 4.2 ผลผลิตเฉลย่ี จะเร่มิ ลดลงเมื่อผลผลติ เพ่มิ มีคา่ นอ้ ยกวา่ ผลผลติ เฉล่ีย 4.3 ผลผลิตเฉลี่ยจะมคี ่าสงู สุดเม่อื ผลผลติ เฉล่ยี มีคา่ เท่ากับผลผลิตเพม่ิ 5. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งผลผลิตรวมและผลผลิตเพิ่ม 5.1 ผลผลติ เพ่ิมสูงขน้ึ ทำให้ผลผลิตรวมสูงข้ึน 5.2 ผลผลติ เพิ่มเรม่ิ ลดลงแตย่ งั ไมถ่ ึงศนู ย์ ผลผลิตรวมยังคงเพมิ่ 5.3 ผลผลิตเพ่ิมเปน็ ศูนย์ ผลผลิตรวมสงู สดุ 5.4 ผลผลติ เพิ่มติดลบ ผลผลติ รวมลดลง 6. ความสัมพันธร์ ะหว่างผลผลิตรวมและผลผลิตเฉล่ยี 6.1 ผลผลติ เฉล่ียเพ่มิ ทำใหผ้ ลผลิตรวมเพ่ิมด้วย (ช่วงท่ี 1) 6.2 ผลผลิตเฉลีย่ เริม่ ลดลง ทำให้ผลผลิตรวมเพม่ิ ในอตั ราทล่ี ดลง (ช่วงที่ 2) 6.3 ผลผลติ เฉลยี่ ลดลง ทำให้ผลผลิตรวมลดลง (ในช่วงที่ 3) เป็นที่น่าสงั เกตว่าการลดลงของจำนวนผลผลิตแบบตา่ งๆ เกิดขนึ้ ไม่พรอ้ มกัน กล่าวคือ ผลผลิตเพิ่มจะลดกอ่ น แลว้ จึงตามด้วยผลผลิตเฉลี่ย ส่วนผลผลิตรวมจะลดเปน็ อันดบั สุดท้าย ทฤษฎกี ารผลติ ระยะสนั้ การแบง่ ช่วงการผลิต จากความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผลผลิตรวม ผลผลิตเฉล่ีย และผลผลิตเพ่มิ ดังกล่าวข้างตน้ สามารถนำมาใช้ เปน็ หลักในการแบ่งชว่ งการผลิต (Stages of Production) โดยแบ่งไดเ้ ปน็ 3 ช่วง คือ

111 ทฤษฎกี ารผลติ ระยะยาว ทฤษฎกี ารผลติ ในระยะยาว เป็นการวเิ คราะหก์ ารผลิตท่ใี ช้ปัจจยั การผลิตตง้ั แต่ 2 ชนิดขึ้นไปในสดั ส่วน คงท่ี และปัจจัยการผลติ ท่ีใชจ้ ะเป็นปัจจยั แปรผนั เพียงอยา่ งเดียว ซึ่งในการวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมของผู้ผลิตนี้จะ อาศยั หลกั การของเส้นผลผลิตเท่ากนั (Isoquant Curve) และเส้นต้นทุนเทา่ กนั (Iso cost Curve) มาอธิบายเพ่อื ให้ทราบถงึ ส่วนผสมของปัจจยั การผลติ ท่ีเสยี ตน้ ทุนตํ่าท่ีสุด 1. เสน้ ผลผลิตเทา่ กนั (Isoquant Curve) คือ เส้นท่ีแสดงการเลือกใชป้ ัจจยั การผลติ 2 ชนิด ใน ส่วนผสมระดบั ต่างๆ เพอ่ื จะผลติ สนิ คา้ และบริการเทา่ กนั จำนวนหนึ่งหรอื ให้ได้ผลผลิตเท่ากัน จำนวนหน่ึง พจิ ารณาได้จากตารางที่ 3.2

112 จากตารางท่ี 3.2 แสดงส่วนผสมของปจั จยั การผลิต 2 ชนดิ คอื K และ L ซง่ึ ใชร้ ่วมกนั เพ่อื ผลิตสนิ ค้า Y เปน็ จำนวน 100 หนว่ ย จะเหน็ ไดว้ ่า ไมว่ า่ จะเลือกแผนการใชป้ ัจจยั การผลิตแบบใดกต็ าม จำนวนผลผลิต Y ก็ ยังคงเท่ากับ 100 หนว่ ย เมอ่ื นำตัวเลขตา่ งๆ มาเขียนเป็นรูปก็จะได้เส้นผลผลติ เท่ากัน (Isoquant Curve) ท่มี ี ลกั ษณะเป็นเส้นทอดลงจากซ้ายไปขวา โดยเส้นจะเวา้ เข้าหา จดุ กำเนดิ ดังภาพ ซึง่ จดุ ต่างๆ บนเสน้ น้จี ะแสดง แผนการใช้ปัจจัยการผลติ ในส่วนผสมตา่ งๆ ท่ใี ห้ผลผลิตจำนวนเท่ากนั เช่น ณ จุด a จะใชป้ ัจจยั L จำนวน 15 หนว่ ย โดยไม่ใช้ปจั จัย K เลย หรือ ณ จดุ b ใชป้ จั จัย K จำนวน 1 หน่วย และปัจจยั L จำนวน10 หน่วย หรอื ณ จดุ c ใช้ปจั จยั K จำนวน 2 หน่วย และปัจจยั L จำนวน 6 หนว่ ย เปน็ ต้น คุณสมบตั โิ ดยทั่วไปของเสน้ ผลผลิตเท่ากัน มีดงั นี้ 1. เสน้ ผลผลิตเท่ากนั เส้นเดยี วกัน แสดงผลผลติ เทา่ กันตลอดเส้น 2. เส้นผลผลิตเท่ากันจะไมต่ ัดกนั 3. มคี วามชัน (Slope) เปน็ ลบ อนั แสดงถงึ อตั ราการทดแทนกนั ของปัจจัยการผลิต 4. เส้นผลผลิตเทา่ กนั มไี ด้หลายเส้น เรยี กว่า แผนผงั เสน้ ผลผลิตเทา่ กนั (Isoquant Map) โดยแต่ ละเส้นแสดงจำนวนผลผลิตแตกต่างกนั เสน้ ท่ีอยเู่ หนอื กว่าแสดงจำนวนผลผลติ ท่มี ากกวา่ ดังภาพ เส้นผลผลิต เทา่ กันท่อี ยูต่ าํ่ สุด (IQ1) แทนจำนวนผลผลิต 100 หนว่ ย เสน้ ที่อย่ถู ดั ขึ้นไปจากเส้นตํา่ สดุ (IQ2) แทนจำนวน ผลผลิต 200 หนว่ ย และเส้นทอ่ี ยู่สูงสดุ (IQ3) แทนจำนวนผลผลิต 300 หนว่ ย

113 อัตราการใช้ปัจจัยการผลิตทดแทนกนั (Marginal Rate of Technical Substitution : MRTS) หมายถงึ การทีห่ นว่ ยผลติ ตอ้ งการรกั ษาสถานการณ์เพ่อื ให้ไดผ้ ลผลติ จำนวนเท่าเดิม จงึ ต้องลดจำนวนปัจจยั การผลติ ชนดิ หน่งึ ลง และเพมิ่ ปัจจยั การผลติ อกี ชนิดหนึง่ จำนวน 1 หน่วย พิจารณาได้ดงั ภาพ จากภาพ แสดงเสน้ ผลผลิตเท่ากนั จำนวน 100 หนว่ ย ถ้าผผู้ ลติ เปลยี่ นสว่ นผสมของปจั จยั การผลิต K และ L จากจุด A มาเปน็ B ผู้ผลติ จำเปน็ ต้องลดปจั จยั การผลิต L = - L และเพมิ่ ปัจจยั การผลติ K = +K ซึ่งอตั ราการใช้ปัจจยั การผลิต K แทนปัจจัยการผลิต L นี้ก็คือ คา่ ความชันของเส้นนนั่ เอง อาจเขียนเป็นสญั ลักษณ์ดงั ขา้ งล่าง และพิจารณาได้ดังตารางที่ 3.3 จากตารางท่ี 3.3 จะเหน็ ไดว้ ่า ค่าของ MRTS ลดลงเร่ือยๆ เมื่อใช้ปัจจัยการผลิตชนิดหนงึ่ แทนปจั จัยการ ผลิตอีกชนดิ หน่ึงมากขน้ึ ตามลำดบั ดังนน้ั เราจงึ เรยี กลกั ษณะดงั กลา่ วนี้ว่า “การลดน้อยถอยลง ของอัตราการใช้ปัจจยั การผลิตทดแทนกัน (Diminishing Marginal Rate of Technical Substitution)” 2. เสน้ ตน้ ทนุ เทา่ กัน (Isocost Curve) หมายถึง เส้นทแ่ี สดงการเลือกซอ้ื ปัจจัยการผลิต 2 ชนดิ ในอัตราสว่ นต่างๆ ซง่ึ ใชต้ น้ ทนุ จำนวนเท่ากันโดยกำหนดใหร้ าคาของปัจจัยการผลติ คงท่ี เสน้ ตน้ ทุนเทา่ กัน จงึ เปน็ เสน้ ทีบ่ อกให้ทราบวา่ ณ จดุ ท่ปี ัจจัยการผลติ ถูกนำเขา้ มาในกระบวนการผลิต ผ้ผู ลิตจะเสียตน้ ทุนเท่าไร สำหรับค่าใช้จา่ ยในการซ้อื ปจั จยั การผลิตน้ัน สมมตใิ หม้ ปี จั จัยการผลิต 2 ชนิด คอื K และ L ดังน้นั สมการ ต้นทุนคือ กำหนดให้ TC = ตน้ ทนุ (Total Cost) Pk = ราคาตอ่ หนว่ ยของปจั จัย K

114 PI = ราคาตอ่ หนว่ ยของปัจจยั L เส้นต้นทุนเท่ากัน มีวิธีการหาดงั ภาพ จากภาพ สมมตวิ า่ ผู้ผลิตกำหนดต้นทนุ การผลติ ไว้ 100 บาท สำหรบั ซ้ือปัจจัยการผลิต 2 ชนดิ คือ K และ L ปัจจยั K ราคาหนว่ ยละ 25 บาท ปัจจัย L ราคาหน่วยละ 10 บาท ถา้ ผู้ผลิตไมซ่ ื้อปจั จัย K ซ้ือแตป่ ัจจัย L อย่างเดยี ว เขาจะซ้ือปัจจัย L ได้ 10 หนว่ ย (ณ จุด A) แต่ถ้าไม่ซื้อปัจจยั L ซ้อื แต่ปัจจยั K อยา่ งเดียว เขาจะซอ้ื ปัจจัย K ได้ 4 หน่วย (ณ จดุ C) ถ้าผู้ผลติ ซอ้ื ปจั จยั การผลิตท้งั 2 ชนิด (ณ จุด B) เขาจะซ้ือปัจจัย K ได้ 2 หน่วย และปจั จัย L ได้ 5 หน่วย ซง่ึ ใช้เงินซ้ือปจั จัยการผลิตเปน็ เงนิ 100 บาทเท่ากนั กลา่ วคือ ลักษณะของเส้นตน้ ทนุ เทา่ กนั มีดังนี้ 1. เป็นเสน้ ตรง (Linear) ทอดลงจากซ้ายไปขวา 2. มสี ่วนตดั แกนตัง้ และแกนนอนเท่ากับต้นทนุ หารดว้ ยราคาของปัจจัยการผลิตในแกนต้งั และ แกนนอน ตามลำดับ 3. ความชัน (Slope) ของเส้นตน้ ทนุ เท่ากัน มีค่าเท่ากับราคาของปัจจัยการผลิตในแกนนอนหาร ด้วยราคาของปจั จยั การผลิตในแกนต้ัง น่นั คือ ดุลภาพการผลติ ผู้ผลิตยอ่ มตัดสินใจเลือกจุดผลิตทีเ่ สยี ต้นทนุ ตาํ่ ท่ีสุด ซงึ่ เราทราบแลว้ ว่าจุดต่างๆ บนเส้นผลผลิต เท่ากนั เส้นเดยี วกันจะให้ผลผลติ เท่ากัน แต่ผู้ผลิตจะเลอื กผลิตตรงจุดไหนของเสน้ ผลผลิตเท่ากนั ข้ึนอย่กู ับต้นทนุ ท่ใี ช้ในการผลิต ณ ระดับการผลติ หนึ่งๆ และโดยท่วั ไปการใชส้ ว่ นผสมของปจั จยั การผลติ ทเี่ สยี ตน้ ทุนตา่ํ ที่สดุ จะ อยู่ ณ จุดทีเ่ ส้นผลผลิตเทา่ กนั สัมผัสกับเสน้ ต้นทุนเทา่ กัน ซึ่ง ณ จุดสมั ผัสดังกลา่ ว ค่าความชนั ของเสน้ ผลผลิตเท่ากนั จะเท่ากับความชันของเสน้ ตน้ ทนุ เท่ากัน นน่ั คอื

115 การใชส้ ่วนผสมของปจั จยั การผลิตท่ีเสยี ตน้ ทุนต่าํ ทส่ี ดุ พิจารณาได้ดงั ภาพ จากภาพ สมมติว่า ผู้ผลิตกำหนดตน้ ทุนการผลติ ไว้ 100 บาท สำหรับซ้อื ปัจจยั การผลติ 2 ชนิด คอื K และ L ปัจจัย K ราคาหน่วยละ 25 บาท ปัจจยั L ราคาหน่วยละ 10 บาท สำหรับผลิตสนิ ค้าจำนวน 100 หน่วย เส้น IQ และ DE เปน็ เส้นผลผลิตเทา่ กัน และเส้นต้นทุนเท่ากันตามลำดับ ผู้ผลิตจะเลอื กทำ การผลิต ณ จดุ A ซงึ่ เป็นจดุ ท่ีเสน้ ผลผลติ เทา่ กนั สัมผัสกบั เสน้ ต้นทนุ เทา่ กัน ทำใหเ้ ขาเสียตน้ ทนุ ตํ่าท่ีสดุ ในการผลิตสนิ ค้าจำนวน 100 หนว่ ย โดยใช้ปัจจัยการผลติ K จำนวน 2 หน่วย และปัจจยั การผลติ L จำนวน 5 หน่วย รวมต้นทุนในการซื้อปจั จยั การผลิตดงั กลา่ วเป็นเงิน 100 บาท ตามที่ผผู้ ลิตกำหนดไว้ สำหรบั การผลติ ณ จุด B และ C แม้จะทำให้ผู้ผลิตได้รับผลผลติ จำนวน 100 หน่วยเทา่ กนั กต็ าม แต่ทัง้ จดุ B และ C อย่สู งู กว่าเสน้ ตน้ ทนุ เทา่ กัน (DE) แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้ผลติ จะตอ้ งใชต้ ้นทุนมากกวา่ 100 บาท แบบฝกึ หัด/เฉลย 1. ปจั จบุ ันไดม้ ีการพยายามปรบั สังคมอาเซยี นใหค้ วามเปน็ ไปไดใ้ นด้านใด ก. ด้านบุคลากร ข. ดา้ นการสร้างนวัตกรรม ค. ดา้ นความคิดสรา้ งสรรค์ ง. ด้านสังคมดิจทิ ลั จ. ด้านความยง่ั ยนื 2. แผนแม่บทดิจิทัลอาเซยี นในฉบับแรกเปน็ ปี พ.ศ. ใด ก. 2564 ช. 2565 ค. 2566 ง. 2567 จ. 2568 3. การลดอปุ สรรคด้านมาตรการด้านการเก็บภาษี เปน็ คุณลกั ษณะในดา้ นใด ก. การเปน็ ตลาดและฐานการผลิตเดยี ว ข. การเป็นภมู ภิ าคท่ีมคี วามสามารถในการแขง่ ขัน ค. การเป็นเจ้าของปจั จัยการผลิตภายในประเทศอาเซยี นท้ังหมด ง. การเป็นภูมิภาคทมี่ ีการพฒั นาทางเศรษฐกิจท่ีเทา่ เทยี มกัน

116 จ. การเปน็ ภมู ิภาคที่มกี ารบูรณาการเข้ากบั เศรษฐกจิ โลก 4. เพราะเหตุใดจึงต้องมีการพัฒนาทางเศรษฐกจิ ทีเ่ ท่าเทยี มกนั ก. เพ่ือพัฒนาอาเซยี นใหม้ คี วามสามารถในการแขง่ ขนั สูง ข. เพื่อพัฒนากลมุ่ ประเทศอาเซยี นให้แข้งแกรง่ ค. เพื่อการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจทม่ี ีประสิทธภิ าพ ง. เพ่อื ลดช่องว่างการพฒั นาของประเทศระหวา่ งอาเซยี นเดิมและอาเซียนใหม่ จ. เพ่อื การประชมุ หารือสรา้ งความแตกตา่ งระหวา่ งประเทศ 5. หากต้องการเป็นสว่ นหน่ึงของผผู้ ลติ ในระดับโลก อาเซยี นต้องมคี ุณลกั ษณะสำคญั ใด ก. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดยี ว ข. การเป็นภูมภิ าคทม่ี ีความสามารถในการแข่งขนั ค. การเป็นเจา้ ของปัจจยั การผลิตภายในประเทศอาเซียนท้ังหมด ง. การเป็นภูมภิ าคที่มกี ารพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เทา่ เทียมกนั จ. การเปน็ ภูมิภาคท่มี ีการบรู ณาการเขา้ กับเศรษฐกจิ โลก 6. เพราะเหตุใดจงึ ได้มีการจัดทำแผนงานประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2025 ก. เพราะเศรษฐกจิ และสภาพแวดลอ้ มท้งั ภายในและภายนอกมกี ารเปล่ียนแปลงอยตู่ ลอดเวลา ข. เพราะตอ้ งการสร้างความแตกต่างระหวา่ งประเทศในอาเซยี นและประเทศนอกอาเซียน ค. เพราะตอ้ งการสรา้ งสภาพการแข่งขันทางเศรษฐกจิ ท่เี ป็นกลาง ง. เพราะการประชมุ ในแตล่ ะครัง้ ตอ้ งนำปญั หาของแตล่ ะประเทศมาวิเคราะหแ์ นวทางอย่างละเอยี ด จ. เพราะสภาพแวดล้อมของประเทศในอาเซียนไม่เหมาะทีจ่ ะพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ 7. ขอ้ ใดไม่ใชค่ ณุ ลกั ษณะสำคัญของแผนงานประชาคมเศรษฐกจิ 2025 ก. การรวมตวั และเช่อื มโยงในระดับสงู ข. การมคี วามสามารถในการแขง่ ขนั มนี วตั กรรม และมพี ลวตั ค. การเป็นหนง่ึ ในผนู้ ำของประเทศนอกอาเซยี น ง. ส่งเสริมการเชอ่ื มโยงด้านเศรษฐกจิ และการรวมตวั รายสาขา จ. ความสามารถในการปรับตัว ครอบคลุมทกุ ภาคส่วนและมปี ระชาชนเป็นศูนย์กลาง 8. การดำเนนิ การผ่านการอำนวยความสะดวกทางการคา้ เปน็ คณุ ลักษณะสำคญั ทางด้านใด ก. การรวมตวั และเช่อื มโยงในระดับสูง ข. การมีความสามารถในการแขง่ ขนั มีนวตั กรรม และมีพลวัต ค. สง่ เสริมการเช่ือมโยงด้านเศรษฐกจิ และการรวมตวั รายสาขา ง. ความสามารถในการปรบั ตัว ครอบคลมุ ทุกภาคสว่ นและมปี ระชาชนเป็นศนู ยก์ ลาง จ. การเป็นสว่ นสำคัญของประชาคมโลก 9. การสง่ เสริมการเช่อื มโยงดา้ นเศรษฐกิจและการรวมตัวรายสาขา ดำเนินการโดยผ่านขอ้ ใด ก. การอำนวยความสะดวกทางการค้า ข. นโยบายการแขง่ ขนั

117 ค. การขนสง่ ในภูมภิ าค ง. ตลาดในประเทศอาเซยี น จ. ภาษีของประชาชน 10. หากตอ้ งการใหป้ ระชาชนเป็นศูนย์กลางควรทำอย่างไร ก. เพ่มิ การแข่งขนั ข. ใหป้ ระชาชนมีส่วนรว่ มในการประชุม ค. จัดการแขง่ ขันโดยเน้นประชาชนให้เข้าร่วมเป็นหลัก ง. เพิม่ บทบาทและการมีสว่ นรว่ มของภาคเอกชน จ. เปดิ เสรีด้านการค้าขายระหว่างประเทศ 11. แนวทางในการจัดต้ังประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นต้องอาศยั ขอ้ มลู ในดา้ นใด ก. การแขง่ ขนั ในตลาด ข. การเข้ารว่ มการประชุมของแต่ละประเทศ ค. ข้อตกลงระหว่างประเทศ ง. นวตั กรรมทางเศรษฐกิจ จ. หนุ้ สว่ นทางเศรษฐกจิ กับประเทศคเู่ จรจา 12. ATLGA คือข้อใด ก. กรอบแนวคดิ ทางเศรษฐกจิ ของอาเซียน ข. ความตกลงการค้าสนิ ค้าของอาเซียน ค. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ง. เขตการคา้ เสรีในอาเซยี น จ. การสง่ เสรมิ เศรษฐกิจและการเมือง 13. การแสดงตารางการลดภาษขี องสมาชกิ อาเซยี นแต่ละประเทศ กระทำไดอ้ ย่างไร ก. ประกาศใหท้ ราบทั่วกนั ทง้ั ประเทศในอาเซียนและประเทศนอกอาเซียน ข. แจกแจงรายละเอยี ดอตั ราภาษใี นเง่อื นเวลาท่ีชัดเจน ค. ใหร้ ายละเอียดเกย่ี วกบั ภาษที ง้ั หมดรวมถึงกอ่ นการเข้ารว่ มประเทศอาเซียนด้วย ง. ใหค้ วามรว่ มมือในการขอดูเอกสารทุกกรณขี องกรมการตรวจสอบ จ. อำนวยความสะดวกในการเสียภาษีของรัฐบาลแตล่ ะประเทศ ข. การขยายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ 14. ข้อใดคอื จุดแขง็ ของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ก. มคี วามอุดมสมบรู ณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติ ข. สภาพท่ีต้ังอยูท่ า่ มกลางยกั ษ์ใหญ่ ค. ลกั ษณะภมู ิประเทศกระจายตัว ง. สนิ ค้าส่งออกมหี ลากหลายทำให้ตน้ ทนุ สูง จ. ถูกทงั้ ก และ ข

118 15. แนวโนม้ การค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสว่ นใหญ่จะใชร้ ะยะเวลาในการคาดการณก์ ี่เดือน ก. 1 เดอื น ข. 2 เดอื น ค. 3 เดอื น ง. 4 เดือน จ. 5 เดอื น เอกสารอ้างองิ สายชล วสิ ุทธิ์สมุทรและคณะ, การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562 ภาคผนวก (ถ้าม)ี -

119 ใบงานท่ี 1 หนว่ ยที่ 4 รหัสวิชา 20202-2111 ชื่อวชิ า การคา้ กลุ่มประชาคม สอนคร้งั ที่ 12-14 เศรษฐกจิ อาเซียน เวลารวม 9 ชั่วโมง ชือ่ หน่วย สภาวการณแ์ ละแนวโน้มการคา้ ของกลุ่ม ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ช่อื งาน สภาวการณ์และแนวโน้มการค้าของกลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น จำนวน 3 ช่ัวโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป 1.เพือ่ ให้มคี วามร้เู ก่ยี วกับหลักการรวมกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภัณฑ์และการจดั จำหนา่ ยภายในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ข้อตกลงทำกาค้า แนวโน้มการค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2.เพ่ือการวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การค้าในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลักการและ สถานการณ์ 3.เพอ่ื เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรบั การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.เพอ่ื ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผสู้ ำเรจ็ การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทีค่ รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรื่อง 1.1 ความมมี นุษยสมั พันธ์ 1.8 การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนัน 1.2 ความมวี ินัย 1.9 ความรกั สามัคคี 1.3 ความรบั ผดิ ชอบ 1.10 ความกตัญญูกตเวที 1.4 ความซอื่ สัตย์สจุ รติ 1.5 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง 1.6 การประหยัด 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัด จำหนา่ ยภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขอ้ ตกลงทำการค้า แนวโน้มการค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.วเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรบั การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารการคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น เครื่องมอื วัสดุ – อุปกรณ์ 1.หนังสือแบบเรยี น

120 2. ส่ือการเรยี นการสอน power point 3. คน้ คว้าข้อมลู จากสอ่ื ออนไลน์ ลำดบั ขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ าน ใหน้ กั เรยี นจับกลุ่มกนั 3 คนสืบคน้ ขอ้ มูลแหล่งท่องเท่ียวในประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นมา 3 สถานที่ ใน 3 ประเทศ จากนั้นสมมติกลุ่มนักเรียนเป็นบริษัทนำเที่ยวให้สร้างแพคเกจทัวร์สำหรับการ ท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 สถานที่ โดยให้คำพรรณนาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พัก การรับประทาน อาหาร การซ้อื ของท่รี ะลกึ หรอื กจิ กรรมอืน่ ใดทน่ี ่าสนใจเพ่ือเพ่มิ รายไดเ้ ข้าประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ภาพประกอบ ขอ้ ควรระวัง - ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) - การประเมินผล (ตอ้ งระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ใหช้ ัดเจน) เกณฑ์การวัดผล 1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านรายบุคคล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรงุ 2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ก่อนเรยี นไม่มเี กณฑผ์ า่ น เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั คะแนนท่ีได้ จากการทดสอบหลังเรียน 3. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ ับ การประเมนิ ตามสภาพจริง เอกสารอ้างองิ สายชล วิสุทธ์สิ มุทรและคณะ, การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562

121 ใบมอบหมายงานที่ 1 หน่วยท่ี 4 รหัสวชิ า20202-2111 ชื่อวชิ า การคา้ กลมุ่ สอนครั้งที่ 12-14 ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ชอื่ หนว่ ย สภาวการณแ์ ละแนวโนม้ การค้าของกลุ่ม จำนวนรวม 9 ชั่วโมง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ชื่องาน สภาวการณ์และแนวโน้มการคา้ ของกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจ จำนวน 3 ช่วั โมง อาเซยี น จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ท่ัวไป 1.เพื่อใหม้ คี วามรู้เก่ียวกับหลักการรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลิตภัณฑ์และการจดั จำหน่าย ภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโน้มการค้า ในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.เพอื่ การวเิ คราะห์แนวโน้มการค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลักการและสถานการณ์ 3.เพื่อเตรียมความพร้อมของตนเองสำหรับการคา้ กลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.เพอ่ื ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1.มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผ้สู ำเร็จการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง 1.1 ความมีมนุษยสมั พันธ์ 1.8 การละเวน้ ส่ิงเสพติดและการพนัน 1.2 ความมีวินยั 1.9 ความรักสามัคคี 1.3 ความรบั ผิดชอบ 1.10 ความกตัญญูกตเวที 1.4 ความซ่อื สตั ย์สุจรติ 1.5 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง 1.6 การประหยัด สมรรถนะรายหนว่ ย 1.แสดงความรู้เกีย่ วกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่ายภายใน กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขอ้ ตกลงทำการคา้ แนวโนม้ การค้าในกลุ่ม ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2.วิเคราะหแ์ นวโน้มการค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรบั การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารการคา้ กลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน ใหน้ กั เรยี นจบั กล่มุ กัน 3 คนสบื ค้นข้อมูลแหล่งท่องเทยี่ วในประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนมา 3

122 สถานที่ ใน 3 ประเทศ จากนั้นสมมติกลุ่มนักเรียนเป็นบริษัทนำเที่ยวให้สร้างแพคเกจทัวร์สำหรับการท่องเที่ยว เชื่อมโยง 3 สถานที่ โดยให้คำพรรณนาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเท่ียว สถานที่พัก การรับประทานอาหาร การซื้อของที่ ระลกึ หรือกิจกรรมอนื่ ใดทน่ี า่ สนใจเพ่อื เพ่ิมรายได้เข้าประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น แหล่งค้นควา้ 1. หอ้ งสมุด 2. สอื่ ออนไลน์/Internet 3. นติ ยสาร/วารสาร คำถาม/ปญั หา เมอื่ นักเรยี นค้นคว้าแลว้ มีปัญหาหรอื ไม่เสามารถหาเนือ้ หาที่จะศึกษาหาขอ้ มลู ไดจ้ ะทำอย่างไร คำตอบ สามารถปรึกษาจาก ครผู ู้สอน หรอื ครูทม่ี ีความรู้ในรายวิชา กำหนดเวลาส่งงาน นำเสนอหน้าชั้นเรียนในคาบเรียนถดั ไป เอกสารอ้างอิง ส่อื ออนไลน/์ Internet หนังสอื ตำราเรยี น วชิ า การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

123 แบบประเมนิ ผลงาน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่............................................................................................................................. ช่อื กลมุ่ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายช่อื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 บุคลกิ การแตง่ กาย 2 มารยาทในการพูด 3 การใชภ้ าษา 4 วธิ ีการนำเสนอ 5 เนื้อหาท่นี ำเสนอ รวม ผ้ปู ระเมิน.............................................. วนั ท่.ี .............เดือน...............................พ.ศ...................

124 เกณฑ์การประเมนิ 1.เน้ือหาถูกตอ้ งครบถ้วนสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเนอ้ื หาสาระสำคญั ครบถ้วน สอื่ ความหมายชัดเจนและมีรปู ภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคญั ครบถว้ น สื่อความหมายและมรี ูปภาพไมต่ รงเน้อื หา 1 คะแนน = มเี นือ้ หาสาระสำคัญไม่ชดั เจน และไม่ครบถ้วน 2. ความสามัคคี รว่ มมือกันทำงาน 3 คะแนน = มคี วามสามัคครี ่วมมอื กนั ทำงานทุกคน 2 คะแนน = รว่ มมือกันทำงานเป็นบางคน 1 คะแนน =ไม่คอ่ ยรว่ มมอื กันทำงาน 3. ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกต์ใชว้ สั ดุอุปกรณ์ในท้องถนิ่ และประหยัด 2 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยกุ ตใ์ ช้วัสดุอปุ กรณใ์ นท้องถิน่ แตไ่ มป่ ระหยัด 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ใหค้ วามคดิ รวบยอดเก่ียวกับองคป์ ระกอบ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบ ไม่ครอบคลมุ และไมช่ ัดเจน 5. การนำเสนอนา่ สนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลุมและชดั เจน 2 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจปานกลาง ชดั เจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน

125 แบบประเมินผลงาน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี............................................................................................................................. ชือ่ กลุม่ .........................................................................ชั้น................................................................ รายช่ือสมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 เนอื้ หาถูกตอ้ งครบถ้วนสมบูรณ์ 2 ความสามัคคี ร่วมมอื กันทำงาน 3 ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 4 สาระประโยชน์ 5 การนำเสนอทีน่ า่ สนใจ รวม ผู้ประเมนิ .............................................. วันที.่ .............เดือน...............................พ.ศ...................

126 เกณฑ์การประเมิน 1.เน้ือหาถูกตอ้ งครบถ้วนสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเนอ้ื หาสาระสำคญั ครบถ้วน สอื่ ความหมายชดั เจนและมีรปู ภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคญั ครบถว้ น สื่อความหมายและมรี ูปภาพไมต่ รงเน้อื หา 1 คะแนน = มเี นือ้ หาสาระสำคัญไม่ชดั เจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมือกันทำงาน 3 คะแนน = มคี วามสามัคครี ่วมมอื กนั ทำงานทุกคน 2 คะแนน = รว่ มมือกันทำงานเป็นบางคน 1 คะแนน =ไม่คอ่ ยรว่ มมอื กันทำงาน 3. ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยกุ ต์ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ในท้องถนิ่ และประหยัด 2 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอแปลกใหม่ มีการประยุกตใ์ ช้วัสดุอปุ กรณใ์ นท้องถิน่ แตไ่ มป่ ระหยัด 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่น่าสนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ใหค้ วามคดิ รวบยอดเก่ียวกับองคป์ ระกอบ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลมุ แต่ชดั เจน 1 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบ ไม่ครอบคลมุ และไมช่ ัดเจน 5. การนำเสนอนา่ สนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลุมและชดั เจน 2 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจปานกลาง ชดั เจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน

127 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรู้ที่............................................................................................................................. ช่อื กลมุ่ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายชื่อสมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 การเตรียมความพรอ้ ม 2 เนอ้ื หาสาระ 3 รปู แบบการนำเสนอ 4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่ 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ ัง รวม ผปู้ ระเมิน.............................................. วนั ท.่ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................

128 เกณฑก์ ารประเมิน 1. การเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = มกี ารจดั เตรียมสถานที่ สื่อ/อปุ กรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ือ่ /อปุ กรณพ์ ร้อม ขาดการจัดเตรียมสถานท่ี 1 คะแนน = สอ่ื /อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ ขาดการจดั เตรียมสถานที่ 2. เนื้อหาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคัญไมค่ รบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคัญไมค่ รบ ไมต่ รงตามจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มีรปู แบบการนำเสนอที่เหมาะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และ ใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ นำวสั ดุในท้องถิ่นมาประยกุ ต์ใช้ อยา่ งคุ้มค่าและประหยดั 2 คะแนน = ใช้เทคนคิ แปลกใหม่ มีสื่อและใช้เทคโนโลยปี ระกอบการนำเสนอ ขาดการประยุกตใ์ ช้วสั ดุในทอ้ งถ่ิน 1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม ไม่น่าสนใจ 4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมไดต้ ามเวลาทก่ี ำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมเรว็ กวา่ เวลาทก่ี ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชา้ กว่าเวลาทกี่ ำหนด 6. ความสนใจของผู้ฟงั 3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ รอ้ ยละ 80 สนใจ และให้ความรว่ มมือ 2 คะแนน = ผูฟ้ งั ร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลใหค้ วามร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่า รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื

129 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่ 5 จำนวน 3 ชวั่ โมง สัปดาห์ท่ี 15-17 ชื่อวชิ า การค้ากลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหนว่ ย เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารการคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือเรอ่ื ง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 1. สาระสำคญั เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเปน็ สิ่งที่ชว่ ยสนบั สนนุ การค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ ยงั มขี ้อจำกดั การใชร้ ะบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการคา้ ของกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนจึงไดท้ ำความตกลงรว่ มกันเพื่อเปน็ แนวทางหนึ่ง ในการพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2. สมรรถนะประจำหนว่ ย 1.อธิบายลักษณะของการใชเ้ ทคโนโลยีสาสนเทศและการสอ่ื สารเพ่อื อำนวยความสะดวกทางการคา้ ได้ 2.บอกสภาการณ์การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารเพอื่ การค้ากลมุ่ ประชาคม เศรษฐกจิ อาเซียนได้ 3.บอกแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ได้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพอื่ ใหน้ กั เรียนอธิบายลกั ษณะของการใชเ้ ทคโนโลยสี าสนเทศและการสื่อสารเพอ่ื อำนวยความ สะดวกทางการคา้ 2. เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพอ่ื การคา้ กลุม่ ประชาคม เศรษฐกจิ อาเซียนได้ 4. สาระการเรยี นรู้ 1.เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารการคา้ ลกั ษณะของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเพอ่ื การคา้

130 5. กจิ กรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ที่ 15-17) ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น 1.ครูกลา่ วถงึ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพ่ือการค้า จึงช่วยเพิ่มชอ่ งทางการจำหนา่ ย สนิ ค้าจากการขายหน้าร้านค้าเปน็ การขายผ่านเว็บไซต์ ทกี่ ารประชาสัมพนั ธ์สนิ ค้าและบริการเปน็ ไปได้ท่วั โลก ช่วยลดต้นทุนด้านทำเลที่ต้ังอาคารประกอบการ โกดังเก็บสนิ คา้ หอ้ งแสดงสนิ คา้ รวมถงึ พนกั งาน ไม่มขี ้อจำกดั ดา้ นเวลา การเสนอขาย และสามารถให้บริการหลงั การขายผ่านระบบหรือให้ขอ้ เสนอแนะ ในการแกไ้ ขปัญหา สินคา้ หรือบริการไดอ้ ย่างรวดเรว็ 2.ครกู ล่าวถึงการพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ ยังมขี อ้ จำกดั บางประการ 3.ครูและผเู้ รียนชว่ ยกันยกตวั อย่าง เชน่ ความไมป่ ลอดภัยของข้อมลู การประกันความเสี่ยงจากการชำ ระเงินทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ การขาดความรู้ทางเทคโนโลยี ขาดวฒั นธรรม การใช้พาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ปัญหา ดา้ นการเก็บภาษีศลุ กากรของรฐั การละเมิดทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ท่ที ำไดโ้ ดยงา่ ย เป็นตน้ ขนั้ สอน 4.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทน่ี ำอปุ กรณ์โสตทศั นว์ สั ดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทัศน์วสั ดุดังกล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพือ่ อธิบายเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารการค้า ลักษณะของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร 5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ ผเู้ รียนดแู ละให้ความร้แู ก่ผู้เรียนโดยใช้สอื่ การเรียนรทู้ ่ีเปน็ รปู ธรรม และผู้เรียนไดป้ ระสบการณ์ตรง ซง่ึ ครูเป็นผู้ สาธติ และใหผ้ เู้ รยี นฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อเรยี นร้เู พื่ออธบิ ายเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารการค้า การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเพื่อการคา้

131 6.ครใู ช้เทคนคิ วิธีการจดั การเรียนรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คือกระบวนการท่ผี ูส้ อนมงุ่ ให้ ผูเ้ รียนมีโอกาสสนทนาแลกเปล่ียนความคิดเหน็ หรือระดมความคดิ โดยมีจดุ มุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรยี นเข้าใจเน้อื หา ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดยอภปิ รายเรอื่ งลักษณะของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร 7.ครูและผ้เู รียนใช้เทคนคิ วธิ ีการจดั การเรียนรู้แบบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการ ที่ผู้สอนมงุ่ ให้ผู้เรยี นมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรอื ระดมความคิด โดยมจี ุดม่งุ หมายเพือ่ ให้ผู้เรียน เขา้ ใจเน้ือหาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยอภปิ รายเรอื่ งการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารเพ่ือการคา้ 8.ผู้เรียนทำกจิ กรรมใบงาน 9.ผเู้ รียนทำแบบประเมนิ ผล 10.ครเู สนอแนะและเป็นทป่ี รกึ ษาในการนำเอาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในกระบวนการ ทำงานทุกประเภทนนั้ จะตอ้ งเนน้ สจั จะซง่ึ เปน็ ตัวคุณธรรม จริยธรรม เนน้ ความซ่อื สตั ย์สุจริต เนน้ ใหช้ ่วยกัน คิด ชว่ ยกันทำ เน้นให้รจู้ ักความพอดี พอประมาณ มเี หตผุ ล ท้งั หมดนค้ี อื หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้กับการดำเนินชวี ิตของทุกคนได้ ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์ 11.ครูสรปุ บทเรยี น โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภปิ รายซกั ถามขอ้ สงสัย 12.ครแู ละผู้เรยี นสรปุ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารการคา้ ได้แก่ ลกั ษณะของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารเพอ่ื การค้า 13.ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคำถามจากบทความในกิจกรรมใบงาน และทำประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งครผู สู้ อนพิจารณาตามความเหมาะสม 14.ประเมินผเู้ รียนตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี

132 แบบประเมินประสบการณพ์ ื้นฐานการเรยี นรู้ ช่ือผูเ้ รียน ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรยี นรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1. 2. 3. 4. 5. 6. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 1.หนงั สอื เรยี น วชิ าการคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.รูปภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.VDO 5.สอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์, PowerPoint 7. หลกั ฐาน 1.บันทึกการสอน 2.ใบเช็ครายช่อื 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.การตรวจประเมินผลงาน 8. การวัดผลและการประเมนิ ผล วธิ วี ดั ผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ 3. สังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้

133 6. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึง ประสงค์ 9. เครอ่ื งมอื วัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู) 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รียน) 4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน 5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียน รว่ มกนั ประเมนิ 10. เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป) 3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คือ 50% 5. แบบประเมินผลการเรยี นรมู้ ีเกณฑผ์ า่ น 50% 6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยกู่ บั การประเมินตามสภาพจริง 11. กิจกรรมเสนอแนะ ครูแนะนำใหฝ้ ึกปฏิบัติทำกิจกรรมใบงาน และอ่านพร้อมท้ังแปลคำศัพท์ท้ายหนว่ ย 12. เอกสารอา้ งองิ สายชล วสิ ุทธส์ิ มุทรและคณะ, การคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, เอมพนั ธ์: 2562

134 ใบความรทู้ ี่ 1 หนว่ ยท่ี 5 รหสั วิชา 20202-2111 ชื่อวิชา การค้ากลุม่ ประชาคม ภาคเรียนท่ี 1/2564 เศรษฐกิจอาเซยี น ชือ่ หน่วย เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารการค้า เวลารวม 9 ชั่วโมง กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ช่ือเรื่อง เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารการคา้ กลุ่มประชาคม เวลา 3 ช่วั โมง เศรษฐกจิ อาเซยี น จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงคท์ ่ัวไป 1.เพื่อใหม้ คี วามรเู้ ก่ยี วกบั หลกั การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่าย ภายในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ข้อตกลงทำกาคา้ แนวโนม้ การค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.เพ่อื การวเิ คราะหแ์ นวโน้มการคา้ ในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เพื่อเตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรบั การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 4.เพอ่ื ประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผสู้ ำเร็จการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง 1.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 1.8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนัน 1.2 ความมวี ินัย 1.9 ความรกั สามัคคี 1.3 ความรบั ผิดชอบ 1.10 ความกตญั ญกู ตเวที 1.4 ความซ่ือสัตย์สุจรติ 1.5 ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง 1.6 การประหยดั 1.7 ความสนใจใฝร่ ู้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่าย ภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ข้อตกลงทำการค้า แนวโนม้ การค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.วเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรบั การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น

135 เนอ้ื หา

136

137

138

139 แบบฝกึ หัด/เฉลย 1. ปัจจุบันการพฒั นาเทคโนโลยสี ารเทศและการสื่อสารเพอ่ื การค้าเรียกว่าอะไร ก. การพัฒนาระบบสารสนเทศขัน้ สงู ข. การพาณิชย์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ค. การสื่อสารผ่านระบบอนิ เทอรเ์ น็ต ง. การพฒั นาระบบอนิ เทอรเ์ นต็ เพ่อื การซือ้ ขาย จ. การติดต่อสอื่ สารโดยการใช้ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. ข้อใดไมใ่ ชค่ วามหมายของคำวา่ การพาณิชย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ก. การทำธรุ กรรมผา่ นส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ ข. การเสนอขายผ่านทางอนิ เทอรเ์ นต็ ค. การซอ้ื ขายสินค้าผา่ นช่องทางตา่ ง ๆ เช่น จดหมาย โทรทัศนแ์ ละวิทยุ ง. การทำการซ้ือขายผา่ นทางอินเทอร์เน็ตเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ จ. การชำระเงนิ ผ่านทางแอพพลิเคช่ันในโทรศพั ทม์ อื ถือ 3. ขอ้ ใดคอื ประโยชนข์ องพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ ก. ช่วยลดค่าใชจ้ า่ ยและเพมิ่ ประสิทธภิ าพทางการค้า ข. ช่วยให้พนักงานขายมรี ายได้เพม่ิ ข้นึ ค. กจิ การขายสนิ ค้าหน้ารา้ นได้นอ้ ยลง ง. ชว่ ยประหยดั คา่ ใช้จา่ ยในการโฆษณา จ. ทำใหผ้ ู้ซือ้ มคี วามจงรกั ภักดตี ่อตราสนิ คา้ มากข้นึ 4. พาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์มีกปี่ ระเภท

140 ก. 4 ประเภท ข. 5 ประเภท ค. 6 ประเภท ง. 7 ประเภท จ. 8 ประเภท 5. ข้อใดไมใ่ ช่ประเภทของพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ก. ธรุ กจิ กับผู้ซ้ือปลีก ข. ธรุ กิจกับธรุ กจิ ค. รัฐบาลกับรฐั บาล ง. ผู้บรโิ ภคกับผูบ้ ริโภค จ. รฐั บาลกับผู้บรโิ ภค 6. B to C หมายถงึ ข้อใด ก. ธรุ กิจกบั ผูซ้ ื้อปลกี ข. ธุรกิจกับธรุ กิจ ค. รฐั บาลกบั รัฐบาล ง. ผู้บรโิ ภคกับผบู้ ริโภค จ. ธรุ กจิ กบั รัฐบาล 7. การท่ีผู้บรโิ ภคสง่ั ซอ้ื สินคา้ ในเวบ็ ไซตข์ องกจิ การ เปน็ พาณชิ ยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ประเภทใด ก. Business to consumer ข. Business to Business Business to Government Government to Government Consumer to Consumer 8. B to G คือข้อใด ก. ธรุ กิจกับผซู้ อ้ื ปลกี ข. ธุรกจิ กบั ธุรกิจ ค. รฐั บาลกับรัฐบาล ง. ผบู้ ริโภคกับผบู้ ริโภค จ. ธรุ กจิ กบั รัฐบาล 9. ข้อใดเป็นการซ้ือขายระหวา่ งธุรกิจกบั ธรุ กิจ ก. ธรุ กิจสงิ คโปร์ยื่นเรอื่ งขอจดทะเบียนการค้าผา่ นระบบอนิ เทอร์เน็ตกับเจ้าหน้าทไ่ี ทย ข. ผ้บู รโิ ภคชาวไทยสัง่ ซ้ือคอมพิวเตอร์ผา่ นเว็บไซตข์ องกิจการโดยตรง ค. ธรุ กจิ คา้ รา้ นแว่นตาส่ังแว่นตาจากโรงงานแว่นตาในเวยี ดนาม ง. รัฐบาลสงิ คโปรส์ งั่ ซ้อื สนิ คา้ กับรัฐบาลไทยผา่ นอนิ เทอร์เนต็

141 จ. การซ้อื ขายสินค้ามือสองของผู้บรโิ ภค 10. . ทศิ ทางามร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและกรส่อื ของอาเซยี นถกู กำหนดโดยขอ้ ใด ก. การพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ ข. กรอบความตกลงดา้ นอเิ ล็กทรอนิกสข์ องอาเซยี น ค. กรอบแนวคดิ การพัฒนาเศรษฐกจิ ประชาคมอาเซียน ง. แผนแมบ่ ทเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารของอาเซียน จ. ตัวระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เอกสารอา้ งองิ สายชล วิสุทธสิ์ มุทรและคณะ, การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพนั ธ์: 2562 ภาคผนวก (ถา้ ม)ี -