42 2. สอื่ การเรยี นการสอน power point 3. คน้ คว้าข้อมูลจากสือ่ ออนไลน์ ลำดบั ข้ันตอนการปฏิบัตงิ าน 1. ใหน้ ักเรียนจบั กล่มุ กัน 3 คน สมมติตนเองเป็นนักลงทนุ ท่ีจะลงทุนประกอบธรุ กจิ การคา้ ใน ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น นกั เรยี นจะเลือกลงทุนในประเทศใด และเพราะหตุใด 2. ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรยี น ภาพประกอบ ข้อควรระวัง นกั เรียนช่วยกนั หาขอ้ มลู มาประกอบเหตุผลการเลอื กลงทนุ ในประเทศเขตประชาคมอาเซยี น ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) - การประเมนิ ผล (ตอ้ งระบุเกณฑก์ ารประเมินให้ชัดเจน) เกณฑก์ ารวัดผล 1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ านรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรงุ 2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรกู้ อ่ นเรียนไม่มีเกณฑผ์ า่ น เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบกับคะแนนที่ได้ จากการทดสอบหลงั เรียน 3. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับ การประเมินตามสภาพจรงิ เอกสารอา้ งอิง สายชล วิสุทธส์ิ มุทรและคณะ, การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพนั ธ์: 2562
43 ใบมอบหมายงานท่ี 1 หน่วยที่ 1 รหสั วชิ า20202-2111 ชือ่ วิชา การค้ากล่มุ สอนครั้งท่ี 1-4 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชื่อหน่วยสภาพเศรษฐกิจพน้ื ฐานของประเทศใน จำนวนรวม 12 ช่วั โมง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชื่องาน สภาพเศรษฐกิจพนื้ ฐานของประเทศในประชาคมเศรษฐกิจ จำนวน 3 ชั่วโมง อาเซยี น จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ท่ัวไป 1.เพ่ือใหม้ คี วามรเู้ ก่ียวกบั หลกั การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลติ ภณั ฑแ์ ละการจัดจำหน่าย ภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.เพื่อการวเิ คราะห์แนวโน้มการค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและสถานการณ์ 3.เพอื่ เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรับการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.เพ่อื ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ำเร็จการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเร่อื ง 1.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 1.8 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั 1.2 ความมีวินัย 1.9 ความรักสามคั คี 1.3 ความรับผิดชอบ 1.10 ความกตัญญกู ตเวที 1.4 ความซอื่ สัตย์สจุ รติ 1.5 ความเช่ือม่นั ในตนเอง 1.6 การประหยดั 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.แสดงความรู้เก่ียวกับหลักการรวมกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่ายภายใน กลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ข้อตกลงทำการคา้ แนวโนม้ การค้าในกลุ่ม ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.วเิ คราะห์แนวโน้มการค้าในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เตรียมความพร้อมของตนเองสำหรบั การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น แนวทางการปฏิบตั งิ าน แบ่งกลมุ่ เพ่ือค้นคว้าหาข้อมูลและนำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น โดยแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลมุ่ ๆ
44 แหล่งค้นควา้ 1. หอ้ งสมดุ 2. ส่อื ออนไลน/์ Internet 3. นติ ยสาร/วารสาร คำถาม/ปัญหา เมื่อนักเรยี นค้นควา้ แล้วมีปัญหาหรอื ไมเ่ สามารถหาเนอ้ื หาที่จะศึกษาหาข้อมลู ไดจ้ ะทำอย่างไร คำตอบ สามารถปรึกษาจาก ครผู ู้สอน หรอื ครทู ี่มีความรใู้ นรายวชิ า กำหนดเวลาส่งงาน นำเสนอหน้าช้ันเรียนในคาบเรยี นถดั ไป เอกสารอา้ งอิง สอ่ื ออนไลน/์ Internet หนังสอื ตำราเรยี น วชิ า การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
45 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี............................................................................................................................. ชอื่ กลุ่ม.........................................................................ช้ัน................................................................ รายชื่อสมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 บคุ ลกิ การแตง่ กาย 2 มารยาทในการพดู 3 การใช้ภาษา 4 วธิ ีการนำเสนอ 5 เนอ้ื หาทน่ี ำเสนอ รวม ผ้ปู ระเมนิ .............................................. วนั ท.ี่ .............เดือน...............................พ.ศ...................
46 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน สอ่ื ความหมายชัดเจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอื่ ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กนั ทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลมุ และชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชัดเจน
47 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายชอ่ื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 เนือ้ หาถูกตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 2 ความสามัคคี ร่วมมอื กนั ทำงาน 3 ความคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ 4 สาระประโยชน์ 5 การนำเสนอทน่ี า่ สนใจ รวม ผปู้ ระเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ...................
48 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน สอื่ ความหมายชดั เจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอื่ ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กนั ทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลมุ และชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน
49 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรูท้ ี่............................................................................................................................. ช่ือกลมุ่ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายช่อื สมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 การเตรยี มความพรอ้ ม 2 เน้อื หาสาระ 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผู้ฟัง รวม ผู้ประเมิน.............................................. วนั ท่.ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................
50 เกณฑ์การประเมนิ 1. การเตรยี มความพรอ้ ม 3 คะแนน = มีการจดั เตรยี มสถานที่ สือ่ /อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพรอ้ มเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ่อื /อปุ กรณพ์ รอ้ ม ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 1 คะแนน = สื่อ/อปุ กรณไ์ ม่เพยี งพอ ขาดการจัดเตรยี มสถานที่ 2. เน้อื หาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ไมต่ รงตามจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบการนำเสนอทเ่ี หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และ ใช้เทคโนโลยปี ระกอบการนำเสนอ นำวัสดุในท้องถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ช้ อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มสี ื่อและใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ ขาดการประยกุ ต์ใชว้ สั ดใุ นท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ 4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กจิ กรรมเร็วกวา่ เวลาทีก่ ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชา้ กวา่ เวลาทีก่ ำหนด 6. ความสนใจของผฟู้ ัง 3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 80 สนใจ และให้ความรว่ มมือ 2 คะแนน = ผ้ฟู ังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ความรว่ มมอื 1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่า ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมือ
51 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 2 จำนวน 3 ชั่วโมง สัปดาห์ท่ี 5-7 ชอ่ื วิชา การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหน่วย ความรูเ้ บือ้ งตน้ เกีย่ วกับการค้าระหวา่ งประเทศ ช่ือเร่ือง ความรเู้ บอื้ งตน้ เกี่ยวกบั การคา้ ระหวา่ งประเทศ 1. สาระสำคัญ ดว้ ยแตล่ ะประเทศมีทรัพยากรธรรมชาตแิ ละความสามารถในการผลิตท่ีแตกต่างกนั ทำใหเ้ กดิ การคา้ ระหว่างประเทศขน้ึ ซึง่ การค้าเสรีจะสะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกจิ และกอ่ ใหเ้ กดิ การใชท้ รพั ยากร ท่ีคมุ้ คา่ ท่สี ุด แตร่ ัฐจำเปน็ ตอ้ งคมุ้ ครองผู้ผลิตภายในประเทศของตนดว้ ย จึงก่อให้เกดิ รูปแบบการคมุ้ กันทางการค้าข้ึน 2. สมรรถนะประจำหนว่ ย 1.อธบิ ายลกั ษณะของการคา้ ระหว่างประเทศความหมายของการค้าระหว่างประเทศเหตปุ ัจจยั ท่ีนำไปสู่ การค้าระหวา่ งประเทศผลกระทบของการคา้ ระหวา่ งประเทศได้ 2.อธบิ ายนโยบายการค้าระหวา่ งประเทศ นโยบายการคา้ แบบเสรี นโยบายการค้าแบบค้มุ กันได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพ่ือใหเ้ ข้าใจลักษณะของการคา้ ระหวา่ งประเทศ ●ความหมายของการค้าระหว่างประเทศ ●เหตปุ ัจจัยท่นี ำไปสกู่ ารคา้ ระหว่างประเท ●ผลกระทบของการคา้ ระหว่างประเทศ 4. สาระการเรยี นรู้ 1.ลกั ษณะของการคา้ ระหวา่ งประเทศ ●ความหมายของการค้าระหว่างประเทศ ●เหตปุ ัจจยั ท่ีนำไปสู่การคา้ ระหว่างประเท ●ผลกระทบของการคา้ ระหว่างประเทศ
52 5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ่ี 5-7) ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น 1.ครูผสู้ อนช้ีแจงใหผ้ เู้ รยี นทุกคนเหน็ ว่าการซอื้ ขายสนิ ค้าและบริการระหว่างประเทศ ในลกั ษณะของ “ประเทศค่คู ้า” ซง่ึ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คอื ฝ่ายท่ีมกี ารซอื้ สินคา้ / บริการ (imports) เรียกว่าประเทศผู้นำเขา้ และ ฝา่ ยท่ีสง่ ออกสนิ ค้า/บริการ (eports) เรยี กวา่ ประเทศผ้สู ง่ ออก เช่น ประเทศไทย ส่งออกขา้ วไปยงั ประเทศ ญปี่ ุ่น และประเทศญี่ปุ่นสง่ ออกรถยนต์มายังประเทศไทย กรณนี ้เี รยี กประเทศไทย และประเทศญ่ปี ุ่นวา่ ประเทศคู่ค้า หากพิจารณาในสว่ นของประเทศไทยเปน็ “ประเทศผู้สง่ ออกขา้ ว” และเป็น “ประเทศนำเขา้ รถยนต์” ในทางกลับกนั ประเทศญปี่ ุน่ เปน็ “ประเทศสง่ ออกรถยนต์” และเปน็ “ประเทศผู้นำเขา้ ขา้ ว” เปน็ ต้น 2.ครูเล่าเร่ืองผู้ท่ีประสบความสำเรจ็ ในการส่งสนิ ค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ โดยผ่านทางหนว่ ยงาน ของรฐั หรอื ผ่านหน่วยงานเอกชน 3.ครูแสดงตวั อย่างเป็นคู่ค้าระหวา่ งกนั ขั้นสอน
53 4.ครูและผเู้ รียนใชเ้ ทคนคิ วธิ ีการจดั การเรียนรูแ้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คือกระบวนการ ทีผ่ ู้สอนมุง่ ให้ผู้เรยี นมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นหรอื ระดมความคิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียน เขา้ ใจเนอ้ื หาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเรอ่ื งลกั ษณะของการค้าระหวา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ ●ความหมายของการคา้ ระหวา่ งประเทศ ●เหตปุ ัจจัยท่นี ำไปสู่การค้าระหวา่ งประเท ●ผลกระทบของการคา้ ระหวา่ งประเทศ 5.ครใู ช้เทคนคิ วธิ กี ารจัดการเรยี นรู้แบบอภปิ ราย (Discussion Method) คือกระบวนการท่ผี ้สู อนมงุ่ ให้ ผู้เรียนมโี อกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ หรอื ระดมความคิด โดยมีจุดมุง่ หมายเพอื่ ให้ผูเ้ รยี นเข้าใจเนือ้ หา ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ โดยมีวิธีการคือให้ผู้เรียนช่วยกนั อภิปรายเรื่องเหตปุ ัจจยั ที่นำไปส่กู ารคา้ ระหวา่ ง ประเทศ 6.ครูและผู้เรยี นใช้เทคนคิ วธิ สี อนแบบสาธิต (Demonstration Method) เปน็ วธิ ีสอนท่คี รูแสดงให้ ผเู้ รียนดแู ละให้ความรแู้ ก่ผเู้ รียนโดยใช้สื่อการเรยี นรทู้ เ่ี ปน็ รูปธรรม และผเู้ รยี นไดป้ ระสบการณต์ รง ซึ่งครูเป็นผู้ สาธิต และใหผ้ ู้เรยี นฝึกทกั ษะปฏิบตั ิตามเพื่อเรยี นรูผ้ ลกระทบของการคา้ ระหว่างประเทศ 7.ผเู้ รียนสบื ค้นสนิ ค้าสง่ ออกของประเทศในอาเซียนที่เป็นคคู่ า้ ระหว่างกนั จากนน้ั อธิบายเก่ียวกับ เหตผุ ลเกี่ยวกับการนำเขา้ /สง่ ออกสินคา้ ของประเทศขา้ งต้น 8.ผ้เู รยี นทำกิจกรรมระหว่างเรียน 9.ผ้เู รยี นอา่ นและแปลคำศัพท์ 10.ครูเน้นผเู้ รยี นใหม้ ีความละเอยี ดรอบคอบ มคี วามอดทน มคี วาเขม้ แขง็ มีความเพียรพยายาม ในการฝึกทกั ษะการจดั การในกลุ่มได้ นอกจากนน้ั ยงั ให้ระมัดระวังในการใช้คำพดู ซ่ึงอาจผิดพลาดเกดิ ขน้ึ ไดโ้ ดย ไม่ไดต้ ้งั ใจ ดังน้ันผู้เรียนต้องฝกึ ทกั ษะความชำนาญเหล่าน้ีให้มีประสิทธภิ าพ และพรอ้ มรบั ผลกระทบและความ เปล่ยี นแปลงที่จะเกิดขนึ้ ในอนาคต คอื ทำให้เข้มแขง็ ก็จะเปน็ การสรา้ งภูมิคมุ้ กนั ที่ดใี นตวั เอง รวมทง้ั มีความ อดทน มีความเพยี รพยายามในการทำมาหาเล้ียงชพี ในชีวิตประจำวันไดใ้ นอนาคตต่อไปเป็นอยา่ งดี ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์ 11.สรุปลักษณะของการคา้ ระหวา่ งประเทศความหมายของการค้าระหว่างประเทศเหตปุ ัจจัยทน่ี ำไปสู่ การค้าระหว่างประเทศผลกระทบของการค้าระหวา่ งประเทศ โดยการถามตอบเป็นกลุ่ม หรือรายบุคคล 12.ผเู้ รียนรว่ มกนั ประเมนิ โดยพจิ ารณาจากข้อมูลความรู้ การใหเ้ หตผุ ล และความพร้อมในการอภปิ ราย ชอื่ ผเู้ รียน ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรียนรู้ วธิ ีการเรียนรู้ ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน 1.
54 2. 3. 4. 6. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้ 1.หนังสือเรยี น วชิ ากลมุ่ การคา้ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.รปู ภาพ 3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน 4.VDO 5.สือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส,์ PowerPoint 7. หลักฐาน 1.บันทกึ การสอน 2.ใบเช็ครายช่ือ 3.แผนจดั การเรียนรู้ 4.การตรวจประเมินผลงาน 8. การวดั ผลและการประเมนิ ผล วิธวี ดั ผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม 3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 4. ตรวจใบงาน 5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ 6. การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 9. เครื่องมอื วดั ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
55 5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกันประเมิน 10. เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรุง 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป) 3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50% 5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑผ์ า่ น 50% 6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยูก่ บั การประเมินตามสภาพจรงิ 11. กจิ กรรมเสนอแนะ ครูแนะนำใหฝ้ กึ ปฏิบตั ทิ ำกจิ กรรมใบงาน และอา่ นพร้อมทง้ั แปลคำศัพท์ท้ายหนว่ ย 12. เอกสารอ้างอิง สายชล วิสุทธ์สิ มุทรและคณะ, การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562
56 ใบความรู้ที่ 1 หนว่ ยท่ี 2 รหสั วิชา 20202-2111 ชอื่ วิชา การคา้ กลมุ่ ประชาคม ภาคเรยี นท่ี1/2564 เศรษฐกจิ อาเซียน ชอ่ื หน่วย ความร้เู บอื้ งต้นเกย่ี วกบั การคา้ ระหวา่ งประเทศ เวลารวม 9 ชั่วโมง ช่ือเรื่อง ความรูเ้ บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั การค้าระหว่างประเทศ เวลา 3 ชั่วโมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1.เพื่อใหม้ คี วามรู้เก่ยี วกบั หลักการรวมกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภัณฑ์และการจดั จำหน่ายภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.เพอ่ื การวิเคราะห์แนวโน้มการคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลักการและ สถานการณ์ 3.เพื่อเตรียมความพร้อมของตนเองสำหรบั การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.เพอื่ ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารการค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผสู้ ำเรจ็ การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเร่อื ง 1.1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ 1.8 การละเว้นสิง่ เสพตดิ และการพนัน 1.2 ความมวี นิ ัย 1.9 ความรักสามัคคี 1.3 ความรับผดิ ชอบ 1.10 ความกตญั ญกู ตเวที 1.4 ความซ่อื สัตย์สจุ รติ 1.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง 1.6 การประหยดั 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหนว่ ย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัด จำหน่ายภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ขอ้ ตกลงทำการค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2.วเิ คราะหแ์ นวโน้มการคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เตรียมความพร้อมของตนเองสำหรบั การคา้ กลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 4.ประยุกต์ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
57 ลักษณะการค้าระหว่างประเทศ ความหมายของการค้าระหว่างประเทศ การคา้ ระหวา่ งประเทศ (international trade) หมายถงึ การซอื้ ขายสินคา้ และบริการระหวา่ ง ประเทศในลกั ษณะของ “ประเทศคู่ค้า” ซงึ่ แบ่งออกเป็น 2 ฝา่ ย คอื ฝ่ายที่มกี ารซ้อื สินค้า/บริการ (imports) เรยี กว่าประเทศผ้นู ำเข้า และฝ่ายท่ีสง่ ออกสินค้า/บริการ (exports) เรยี กวา่ ประเทศผู้สง่ ออก เชน่ ประเทศไทยสง่ ออกข้าวไปยังประเทศญ่ปี ่นุ และประเทศญี่ปุ่นสง่ ออกรถยนต์มายงั ประเทศไทย กรณนี ี้ เรียกประเทศไทยและประเทศญี่ปุน่ วา่ ประเทศคู่ค้า ลกั ษณะของการค้าระหวา่ งประเทศ หากพจิ ารณาในสว่ นของประเทศไทยเป็น “ประเทศผู้สง่ ออกข้าว”และเป็น “ประเทศนำเขา้ รถยนต์” ในทางกลับกนั ประเทศญ่ีปุน่ เปน็ “ประเทศส่งออกรถยนต์” และเปน็ “ประเทศผู้นำเขา้ ข้าว” เปน็ ตน้ เหตปุ ัจจยั ทีน่ ำไปสู่การค้าระหว่างประเทศ การคา้ ระหวา่ งประเทศเปน็ รูปแบบการค้าที่มธี รรมเนยี มปฏบิ ัตกิ นั มาอยา่ งชา้ นานด้วยเหตทุ ี่ ประเทศแต่ละประเทศมีความแตกตา่ งทางด้านสภาพภูมศิ าสตร์ นำมาซึง่ ความแตกต่างดา้ น ทรัพยากรธรรมชาติอันเปน็ วัตถดุ บิ ตงั้ ต้นทางด้านการผลิตโดยเฉพาะการผลิตสินค้า เชน่ บางประเทศเป็น พ้นื ทีร่ าบลมุ่ แม่นํ้าสินค้าท่ีผลิตได้จงึ อยู่ในรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร บางประเทศเป็นเกาะถกู ล้อมรอบดว้ ย ทะเล สนิ ค้าจงึ อยูใ่ นรปู ของอาหารทะเลหรือผลิตภัณฑ์ท่แี ปรรปู จากอาหารทะเล บางประเทศมนี าํ้ มันและ แร่ปิโตรเลียมก็เป็นผู้สง่ ออกนาํ้ มนั หรือกา๊ ซธรรมชาติ เป็นตน้ ผลกระทบของการคา้ ระหว่างประเทศ การคา้ ระหวา่ งประเทศก่อให้เกดิ ผลกระทบดา้ นบวกและด้านลบ ดงั น้ี 1. การเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ จากการขยายตลาดการบรโิ ภคจากวงจำกดั แค่การบริโภค 2. ผบู้ รโิ ภคจะได้รบั ประโยชน์จากการที่ผู้ผลติ สินค้า/บริการของประเทศต่าง ๆ 3. กอ่ ใหเ้ กิดการแขง่ ขันกันพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานของสนิ คา้ และบรกิ ารในระหว่างประเทศ 4. สภาพเศรษฐกจิ จะถกู กำหนดด้วยปัจจยั ภายนอกทค่ี วบคุม
58 5. ผลกระทบของค่าเงินสกุลต่าง ๆ 6. ผลกระทบตอ่ ความมัน่ คงภายในจากการรวมตัวกันตอ่ การซ้ือขายสินค้า รปู แบบการค้าระหวา่ งประเทศ การค้าระหวา่ งประเทศเป็นการตกลงแลกเปลี่ยนสินคา้ หรือบริการกับเงนิ ตราระหวา่ งกนั รปู แบบ ของการคา้ ระหวา่ งประเทศ จึงแบ่งออกได้เปน็ 2 อยา่ งคือการค้าสนิ ค้าระหว่างประเทศกับการค้าบรกิ าร ระหว่างประเทศ การค้าบรกิ ารระหว่างประเทศ หมายถงึ การค้าในรปู แบบของการให้บรกิ ารท่ีผใู้ ห้บริการ และผรู้ บั บริการมีองค์ประกอบระหวา่ งประเทศในดา้ นสญั ชาตแิ ละดินแดน เชน่ บรกิ ารทางการเงิน (Financial Services) บรกิ ารสขุ ภาพ (Health Care) บริการทอ่ งเทย่ี ว (Tourism Services) เปน็ ตน้ ซึง่ มี รูปแบบการคา้ บริการระหว่างประเทศ 4 รปู แบบ ดงั นี้ รปู แบบท่ี 1 การใหบ้ ริการข้ามพรมแดน รปู แบบที่ 2 การออกไปใชบ้ ริการในตา่ งประเทศ รูปแบบท่ี 3 การเขา้ ไปจัดตง้ั นิติบคุ คลในประเทศผ้ใู ชบ้ ริการ รูปแบบที่ 4 การเข้ามาทำงานหรือใหบ้ ริการของคนตา่ งชาติ นโยบายการคา้ ระหว่างประเทศ นโยบายการคา้ แบบเสรี เขตการคา้ เสรี หมายถึง การรวมกลมุ่ เศรษฐกิจโดยลักษณะของการทำขอ้ ตกลงเพอ่ื ลด อปุ สรรคทางการค้าระหวา่ งกันทัง้ รปู แบบภาษีศุลกากรทเ่ี รยี กวา่ “กำแพงภาษี” และอปุ สรรคที่ไม่ใชภ่ าษี เพือ่ สะท้อนแนวคิดทางเศรษฐศาสตรจ์ ากการบรโิ ภคสนิ ค้า/บริการในราคาท่ีสอดคล้องกบั ต้นทนุ มากที่สดุ ซง่ึ
59 ในปัจจบุ ันรูปแบบการดำเนนิ นโยบายการคา้ เสรีจะอยู่ใน 2 รปู แบบคอื การเข้าเปน็ สมาชิกและผูกพนั ตนใน ระบบองค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) และการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจใน ลกั ษณะการทำความตกลงทวิภาคีหรอื พหภุ าคี ในสาขาทร่ี ว่ มมือกัน เพ่ือให้สูงกว่าในเวทขี ององคก์ าร การค้าโลก นโยบายการคา้ แบบคมุ้ กนั เปน็ นโยบายท่มี ุ่งค้มุ ครองการผลติ ของผปู้ ระกอบการในประเทศ มหี ลักการตรงกนั ข้ามกับ นโยบายการคา้ โดยเสรี คือรฐั บาลจะใชเ้ คร่ืองมอื ตา่ ง ๆ เพ่อื ลดการนำเข้าและสง่ เสริมการส่งออก ได้แก่ มาตรการดังต่อไปน้ี การต้งั กำแพงภาษี (Tariff Wall) คือ การกำหนดอัตราภาษศี ลุ กากรจากสินค้านำเข้าใหม้ ีอัตราสูงเพอ่ื กีด กนั สินค้าจากต่างประเทศ เนอื่ งจากทำใหส้ นิ ค้านำเขา้ ท่ีวางจำหนา่ ยในอีกประเทศมรี าคาแพงเน่ืองจากต้อง บวกตน้ ทนุ จากภาษศี ุลกากรไปด้วย โดยท่วั ไปการกำหนดกำแพงภาษีจะกำหนดได้ 2 ลกั ษณะคอื 1) พกิ ัดอตั ราเด่ยี ว เปน็ การต้งั ภาษศี ุลกากรอตั ราเดยี วกนั ทุกประเทศ ไม่วา่ สินค้าชนดิ น้นั จะนำเขา้ มาจาก ประเทศใด 2) พกิ ดั อัตราซ้อน เป็นการตงั้ ภาษีศุลกากร โดยแต่ละประเทศจะมคี วามแตกตา่ งกนั ตามข้อตกลงท่ีมใี หแ้ ก่ กัน การกำหนดจำนวน (Quota) เป็นการควบคุมปริมาณการสง่ ออกสินคา้ และควบคุมปรมิ าณการนำเขา้ สนิ คา้ บางชนิดเพอ่ื ให้ปรมิ าณสนิ ค้าที่นำเขา้ หรือส่งออกบดิ เบอื นไปจากความเป็นจริง อนั กระทบต่อราคา ขายสินคา้ นัน้ เช่น หากรฐั จำกัดการนำเข้ารถยนต์จากตา่ งประเทศ ปรมิ าณรถยนต์นั้น ๆ จะมนี ้อย ทำให้มี ราคาสงู เป็นตน้ องคก์ ารการคา้ โลก (World Trade Organization : WTO)เป็นเวทสี ำหรับการเจรจา ตอ่ รองตกลงและขจดั ขอ้ ขดั แยง้ ในเงือ่ นไขและกฎเกณฑ์ทางการคา้ และการบริการระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อให้เกิดการแขง่ ขันทีเ่ สรแี ละเป็นธรรมเสรมิ สาระองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เป็นองค์การนานาชาติสังกดั องคก์ ารสหประชาชาติ (UN) ทำหนา้ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ข้อตกลงทางด้าน การค้าระหวา่ งชาติ เป็นเวทีสำหรบั การเจรจาต่อรอง ตกลงและขจัดข้อขัดแย้งในเง่ือนไขและกฎเกณฑ์ ทางการคา้ และการบรกิ ารระหวา่ งประเทศสมาชิก องค์การการค้าโลกจัดต้งั ข้นึ แทนความตกลงทว่ั ไปวา่ ดว้ ย การคา้ และภาษีศลุ กากร(GATT) เม่ือวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2538 สำนักงานใหญต่ ง้ั อยูท่ ี่นครเจนวี า ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์37 การใหก้ ารอุดหนนุ (Subsidies) คอื การทีร่ ัฐให้ความช่วยเหลอื ท้ังทางตรงและทางอ้อมตอ่ ภาคเอกชน เพื่อเพิม่ ปริมาณการสง่ ออกสินคา้ ไปต่างประเทศ หรอื ลดปริมาณการนำเข้าสนิ ค้าจาก
60 ต่างประเทศ ซง่ึ อาจอยู่ในรปู ของการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางการเงนิ จากภาครัฐหรือหนว่ ยงานของรัฐบาล การให้การสนบั สนนุ ทางการเงิน การให้บรกิ ารเกินกวา่ สาธารณูปโภคขน้ั พนื้ ฐาน การใหก้ ารสนับสนนุ ด้าน รายได้หรอื ด้านราคา เชน่ การลดหย่อนอากรนำเขา้ วัตถดุ ิบหรอื เคร่อื งจกั ร การยกเว้นภาษีมลู ค่าเพม่ิ การ ลดหยอ่ นภาษีเงนิ ได้นติ บิ คุ คล การกูเ้ งินในอัตราดอกเบี้ยตาํ่ กว่าอตั ราดอกเบ้ยี ปกตใิ นตลาด การให้สินเช่อื เพอื่ การสง่ ออก เป็นตน้ การทุม่ ตลาด (Dumping) คือ กรณีที่ผู้ผลิตสินค้าในตา่ งประเทศขายสินค้าใหผ้ ูซ้ ื้อในราคาตาํ่ กวา่ ที่ขายใน ประเทศตนเอง เช่น ผู้ผลิตในต่างประเทศขายสนิ ค้าให้ไทยในราคาท่ีตา่ํ กวา่ ต้นทุนการผลิตของประเทศนัน้ หรือขายสินค้าให้ไทยในราคาท่ตี ่ํากว่าส่งไปขายยังประเทศท่ีสาม การทำข้อตกลงทางการค้า เปน็ การทำความตกลงของประเทศสองประเทศขน้ึ ไปเพื่อใหส้ ิทธหิ รือฐานะทาง การค้าเป็นพิเศษแกป่ ระเทศคู่สัญญา ฉะนั้นประเทศใดท่ไี มไ่ ดเ้ ปน็ คู่เจรจากจ็ ะเสยี เปรียบประเทศที่ทำ ขอ้ ตกลงทางการคา้ ซง่ึ กนั และกนั การควบคุมเงินตราต่างประเทศ (Exchange Control) เป็นกรณีท่ธี นาคารกลางควบคมุ อตั รา แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมท้งั อุปสงคแ์ ละอุปทานของเงนิ ทำให้เงนิ มีความแขง็ คา่ หรอื ออ่ นค่าซ่งึ จะมีผลตอ่ การนำเข้าและส่งออกสินค้า
61 แบบฝึกหดั /เฉลย 1. ข้อใดคอื ความหมายของการคา้ ระหวา่ งประเทศ ก. การซ้อื ขายสินคา้ ข. การบรกิ ารระหว่างประเทศ ค. การขายสนิ คา้ และบรกิ ารระหว่างประเทศ ง. การซอื้ ขายสนิ คา้ และบรกิ ารระหวา่ งประเทศ จ. การขายสินค้าและบรกิ ารภายในประเทศ 2. ประเทศคู่ค้าแบง่ ออกเปน็ ก่ฝี ่าย ก. 2 ฝา่ ย ข. 3 ฝา่ ย ค. 4 ฝา่ ย ง. 5 ฝา่ ย จ. 6 ฝ่าย 3. ขอ้ ใดคอื บดิ าแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ ก. วิลเฮล์ม แมกซ์ วู้นท์ ข. อดัม สมิธ ค. ลกู า ปาซโิ อลิ ง. ฟิลิป คอตเลอร์ จ. พระราชวรวงศ์เธอ กรมหม่นื พทิ ยาลงกรณ์ 4. การคา้ สนิ คา้ โดยการนำเขา้ และสง่ ออกสนิ ค้ามีกก่ี ระบวนการ ก. 5 กระบวนการ ข. 6 กระบวนการ ค. 7 กระบวนการ ง. 8 กระบวนการ จ. 9 กระบวนการ 5. ข้อใดไม่ใชร่ ูปแบบการค้าบริการระหว่างประเทศ ก. การใหบ้ รกิ ารขา้ มพรมแดน ข. การออกไปใชบ้ รกิ ารในตา่ งประเทศ ค. การขายสนิ ค้าใหไ้ ทยในราคาทตี่ ำ่ กวา่ ส่งไปขายยังประเทศที่สาม ง. การเข้ามาทำงานหรอื ให้บรกิ ารของคนตา่ งชาติ จ. การเขา้ ไปจัดตั้งนติ ิบคุ ลในประเทศผใู้ ช้บริการ 6. นิดหน่อยเรยี นภาษาจีนผา่ นคอร์สเรียนออนไลน์ที่ประเทศจีนจัดขึ้น จากสถาการณ์ที่เกิดขึน้ คือรูปแบบ การคา้ ระหว่างประเทศข้อใด ก. การออกไปใช้บริการในตา่ งประเทศ
62 ข. การเข้าไปจัดตั้งนติ ิบคุ คลในประเทศผู้ใช้บรกิ าร ค. การเข้ามาทำงานหรือให้บริการคนตา่ งชาติ ง. การให้บรกิ ารขา้ มพรมแดน จ. การเรยี นออนไลนข์ ้ามประเทศ 7. การรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยลักษณะของการทำข้อตกลงเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันเรียกว่า อะไร ก. กำแพงภาษี ข. กำหนดจำนวน ค. การใหก้ ารอุดหนุน ง. การทมุ่ ตลาด จ. การทำข้อตกลงทางการค้า 8. World Trade Organization WTO มคี วามหมายตรงกับข้อใด ก. การค้าระหวา่ งประเทศ ข. องคก์ ารอนามยั โลก ค. องค์การการควบคุมเงนิ ตราตา่ งประเทศ ง. การใหบ้ รกิ ารข้ามพรมแดน จ. องค์การการคา้ โลก 9. ประเทศสิงคโปร์เคยเปน็ อาณานคิ มของประเทศใด ก. อังกฤษ ข. ฝรั่งเศส ค. สเปน ง. ญป่ี ุ่น จ. อเมรกิ ัน 10. ประเทศสิงคโปร์ มอี ตุ สาหกรรมทีส่ ำคญั แตข่ ้อจำกดั ทางด้านพื้นทท่ี ำให้สิงคโปร์ประสบปญั หาเรอื่ งใด ก. ชุมชนแออดั ข. ประชากรว่างงาน ค. ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ง. ขาดทอี่ ยูอ่ าศัย จ. ขาดการศึกษา
63 เอกสารอา้ งองิ สายชล วสิ ุทธ์สิ มุทรและคณะ, การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562 ภาคผนวก (ถ้าม)ี -
64 ใบงานท่ี 1 หนว่ ยท่ี 2 รหัสวชิ า 20202-2111 ช่อื วชิ า การคา้ กลมุ่ ประชาคม สอนครง้ั ท่ี 5-7 เศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหน่วย ความรู้เบ้อื งตน้ เกีย่ วกบั การค้าระหว่างประเทศ เวลารวม 9 ช่ัวโมง ช่อื งาน ความรเู้ บ้อื งตน้ เก่ียวกับการค้าระหว่างประเทศ จำนวน 3 ชว่ั โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงคท์ ั่วไป 1.เพอ่ื ใหม้ คี วามรูเ้ ก่ยี วกบั หลกั การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภัณฑแ์ ละการจดั จำหน่ายภายในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.เพอื่ การวิเคราะหแ์ นวโน้มการคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและ สถานการณ์ 3.เพือ่ เตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรับการคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.เพื่อประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอ่ื ง 1.1 ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ 1.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั 1.2 ความมีวินัย 1.9 ความรักสามคั คี 1.3 ความรบั ผิดชอบ 1.10 ความกตญั ญูกตเวที 1.4 ความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ 1.5 ความเชอื่ มน่ั ในตนเอง 1.6 การประหยัด 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัด จำหน่ายภายในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขอ้ ตกลงทำการค้า แนวโน้มการค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2.วิเคราะห์แนวโน้มการค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพร้อมของตนเองสำหรับการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เคร่อื งมอื วัสดุ – อุปกรณ์ 1.หนงั สอื แบบเรียน 2. สือ่ การเรยี นการสอน power point
65 3. คน้ คว้าข้อมลู จากสื่อออนไลน์ ลำดบั ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน 1. ใหน้ ักเรียนสืบค้นข้อมูลสนิ ค้าสง่ ออกของประทศในอาเซียนทเี่ ป็นค่คู ้าระหว่างกัน จากน้ันอธิบาย เกยี่ วกับเหตุผลเกย่ี วกับการนำเข้า/สง่ ออกของประเทศท่ีหาข้อมูลจากการสืบคน้ 2. ออกมานำเสนอหน้าชนั้ เรียน ภาพประกอบ ข้อควรระวัง - ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี) - การประเมินผล (ตอ้ งระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ชัดเจน) เกณฑก์ ารวัดผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ านรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้กู ่อนเรยี นไม่มเี กณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนท่ไี ด้ จากการทดสอบหลงั เรยี น 3. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจริง เอกสารอา้ งองิ สายชล วิสุทธิ์สมุทรและคณะ, การคา้ กลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพนั ธ์: 2562
66 ใบมอบหมายงานท่ี 1 หน่วยท่ี 2 รหสั วิชา20202-2111 ชื่อวชิ า การคา้ กลมุ่ สอนคร้ังที่ 5-7 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชอื่ หน่วย ความรู้เบ้อื งต้นเกย่ี วกับการคา้ ระหว่าง จำนวนรวม 9 ช่ัวโมง ประเทศ ชอื่ งาน ความรเู้ บ้ืองตน้ เก่ียวกับการคา้ ระหวา่ งประเทศ จำนวน 3 ชวั่ โมง จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป 1.เพ่ือใหม้ คี วามรูเ้ กี่ยวกบั หลักการรวมกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภัณฑ์และการจดั จำหน่าย ภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ข้อตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การค้า ในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.เพื่อการวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เพอื่ เตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรับการค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.เพอ่ื ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1.มีการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สำเรจ็ การศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรือ่ ง 1.1 ความมีมนุษยสัมพันธ์ 1.8 การละเว้นส่ิงเสพตดิ และการพนนั 1.2 ความมวี ินัย 1.9 ความรกั สามคั คี 1.3 ความรบั ผิดชอบ 1.10 ความกตัญญกู ตเวที 1.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ 1.5 ความเช่ือมน่ั ในตนเอง 1.6 การประหยดั 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัดจำหนา่ ยภายใน กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้ากล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขอ้ ตกลงทำการค้า แนวโนม้ การค้าในกลุ่ม ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2.วิเคราะห์แนวโนม้ การค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรับการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
67 แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน ใหน้ ักเรยี นไปศกึ ษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูลแลว้ นำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น แหล่งคน้ คว้า 1. ห้องสมุด 2. ส่ือออนไลน์/Internet 3. นติ ยสาร/วารสาร คำถาม/ปญั หา เมอ่ื นักเรยี นคน้ ควา้ แล้วมปี ญั หาหรอื ไม่เสามารถหาเนอื้ หาท่ีจะศกึ ษาหาขอ้ มลู ไดจ้ ะทำอย่างไร คำตอบ สามารถปรึกษาจาก ครูผู้สอน หรอื ครูทีม่ ีความรใู้ นรายวิชา กำหนดเวลาสง่ งาน นำเสนอหนา้ ชั้นเรียนในคาบเรยี นถัดไป เอกสารอา้ งอิง สื่อออนไลน/์ Internet หนงั สอื ตำราเรียน วิชา การคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
68 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี............................................................................................................................. ชอื่ กลุ่ม.........................................................................ช้ัน................................................................ รายชื่อสมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 บคุ ลกิ การแตง่ กาย 2 มารยาทในการพดู 3 การใช้ภาษา 4 วธิ ีการนำเสนอ 5 เนอ้ื หาทน่ี ำเสนอ รวม ผ้ปู ระเมนิ .............................................. วนั ท.ี่ .............เดือน...............................พ.ศ...................
69 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน สอ่ื ความหมายชัดเจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอื่ ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กันทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลมุ และชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชัดเจน
70 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรยี นรู้ที่............................................................................................................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายชอ่ื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 เนือ้ หาถูกตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 2 ความสามัคคี ร่วมมอื กนั ทำงาน 3 ความคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ 4 สาระประโยชน์ 5 การนำเสนอทน่ี า่ สนใจ รวม ผปู้ ระเมนิ .............................................. วันที.่ .............เดอื น...............................พ.ศ...................
71 เกณฑ์การประเมนิ 1.เนอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ นสมบูรณ์ 3 คะแนน = มีเน้อื หาสาระสำคัญครบถ้วน สอื่ ความหมายชดั เจนและมรี ูปภาพประกอบ 2 คะแนน = มีเนอื้ หาสาระสำคัญครบถว้ น สอื่ ความหมายและมีรปู ภาพไมต่ รงเนื้อหา 1 คะแนน = มเี นื้อหาสาระสำคญั ไม่ชัดเจน และไม่ครบถว้ น 2. ความสามัคคี รว่ มมอื กันทำงาน 3 คะแนน = มีความสามัคครี ่วมมือกนั ทำงานทกุ คน 2 คะแนน = ร่วมมือกันทำงานเปน็ บางคน 1 คะแนน =ไม่ค่อยร่วมมอื กนั ทำงาน 3. ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิน่ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ มกี ารประยุกตใ์ ช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในท้องถ่นิ แตไ่ ม่ประหยดั 1 คะแนน = รปู แบบการนำเสนอไมแ่ ปลกใหม่ ไม่นา่ สนใจ 4. สาระประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกบั องค์ประกอบ ไมค่ รอบคลุมแต่ชดั เจน 1 คะแนน = ให้ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั องค์ประกอบ ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน 5. การนำเสนอน่าสนใจ 3 คะแนน = การนำเสนอน่าสนใจ ครอบคลมุ และชัดเจน 2 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจปานกลาง ชัดเจน 1 คะแนน = การนำเสนอนา่ สนใจน้อยไม่ค่อยชดั เจน
72 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน หน่วยการเรียนรูท้ ี่............................................................................................................................. ช่ือกลมุ่ .........................................................................ชนั้ ................................................................ รายช่อื สมาชกิ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 การเตรยี มความพรอ้ ม 2 เน้อื หาสาระ 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผู้ฟัง รวม ผู้ประเมิน.............................................. วนั ท่.ี .............เดอื น...............................พ.ศ...................
73 เกณฑ์การประเมิน 1. การเตรยี มความพร้อม 3 คะแนน = มีการจดั เตรยี มสถานที่ สือ่ /อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ่อื /อปุ กรณพ์ รอ้ ม ขาดการจัดเตรียมสถานที่ 1 คะแนน = สื่อ/อปุ กรณไ์ ม่เพยี งพอ ขาดการจัดเตรยี มสถานที่ 2. เน้อื หาสาระ 3 คะแนน = สาระสำคัญครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบ ไมต่ รงตามจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนำเสนอ 3 คะแนน = มรี ปู แบบการนำเสนอทเ่ี หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและ ใช้เทคโนโลยปี ระกอบการนำเสนอ นำวัสดุในท้องถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ช้ อย่างคุ้มค่าและประหยัด 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มสี ือ่ และใช้เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ ขาดการประยกุ ต์ใชว้ สั ดใุ นท้องถิ่น 1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ 4. การมสี ่วนรว่ มของสมาชิก 3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กจิ กรรมเร็วกวา่ เวลาทีก่ ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชา้ กวา่ เวลาทีก่ ำหนด 6. ความสนใจของผฟู้ ัง 3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 80 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมือ 2 คะแนน = ผ้ฟู ังร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลให้ความรว่ มมอื 1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่า ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมือ
74 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 3 จำนวน 3 ชวั่ โมง สัปดาห์ที่ 8-11 ชอื่ วชิ า การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหน่วย การรวมกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและข้อตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ชื่อเรอ่ื ง การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนและข้อตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1. สาระสำคญั การรวมตวั เปน็ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนเปน็ การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ในรูปแบบหนง่ึ ซ่งึ อาเซยี น ไดม้ พี ัฒนาการเรือ่ ยมา โดยอาศัยแผนงานจดั ต้งั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 20152 และ แผนงานจดั ตง้ั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2015 เปน็ ทศิ ทางในการดำเนนิ การ และมีข้อตกลงทางการค้า ระหวา่ งกันใน อาเซียนเป็นเครือ่ งมอื สำคัญในการทำให้อาเซยี นบรรลุเปา้ หมายในการเปน็ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2. สมรรถนะประจำหนว่ ย 1.บอกการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ 2.บอกลกั ษณะความร่วมมือทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในอาเซยี นได้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพ่ือให้นักเรียนเขา้ ใจการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2. เพอ่ื ให้นกั เรียนบอกลกั ษณะของความรว่ มมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอาเซียน 4. สาระการเรียนรู้ 1.การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ 2.ลกั ษณะความรว่ มมอื ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศในอาเซียน
75 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ที่ 8-11) ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน 1.ครูสนทนาว่าข้อริเริ่มในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน เกิดขึ้นจากการประชุมสุดยอด อาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 4 พ.ศ.2535 ที่ประเทศสิงคโปร์ นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยในขณะน้ัน ได้เสนอการจัดต้ังเขตการค้าเสรอี าเซยี น (AFTA) เพอ่ื สง่ เสริมการค้าของอาเซียน โดยลดต้นทุนการผลิตของสินค้าใหม้ ีราคาตํา่ ลง และดึงเงินลงทนุ จากนอกภูมิภาค เขตการค้า เสรีอาเซียนจึง นบั เปน็ การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ทเ่ี ปน็ ทางการและเป็นรูปธรรมครัง้ แรกของอาเซียน 2.ครูนำรปู ภาพการรวมกลมุ่ เศรษฐกจิ ดังนี้ ข้ันสอน 3.ครผู ูส้ อนการบรรยาย (Lecture) เพอ่ื ชว่ ยให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นร้ตู ามวัตถุประสงคท์ ีก่ ำหนด โดย การพูด บอก เล่า อธิบาย ในส่ิงที่ต้องการสอนแก่ผเู้ รียน ใหผ้ ู้เรยี นซกั ถามแล้วประเมินการเรียนรู้ของผ้เู รยี น ด้วยวธิ ใี ดวธิ ีหนึ่ง ซึ่งมอี งคป์ ระกอบสำคญั ที่ขาดไม่ไดข้ องวิธีสอน และครผู สู้ อนใชเ้ ทคนิคการอธิบายพร้อมการ สาธติ และฝึกปฏบิ ตั ิ เพ่ือศึกษาในเร่ืองการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
76 4.ครูและผู้เรยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Small Group Discussion การจดั การเรียนรโู้ ดยใชก้ ารอภิปรายกลุ่ม ย่อย คอื กระบวนการเรียนรู้ทผี่ สู้ อนจดั กลุ่มผู้เรยี นออกเปน็ กลุ่มย่อยประมาณ 4 – 8 คน ให้ผู้เรียนในกลมุ่ มี โอกาสสนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลความคดิ เห็น ประสบการณ์ในเร่อื งประเภทของผลิตภณั ฑ์ และสรุปผลการ อภิปรายออกมาเปน็ ข้อสรปุ ของกลุ่ม โดยการแบ่งไดด้ งั นี้ กล่มุ ที่ ① การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ กลมุ่ ที่ ② ลักษณะความรว่ มมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอาเซยี น กลุ่มที่ ③ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นตามแผนงานจดั ตง้ั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2015 (ASEAN economic community blueprint 2015) กลมุ่ ท่ี ④ ทศิ ทางของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามแผนงานจดั ต้งั ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซยี น 2025 (ASEAN economic community blueprint 2025) กล่มุ ที่ ⑤ ข้อตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นที่สำคญั 5.ครูใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็นวธิ ี สอนทีน่ ำอปุ กรณโ์ สตทัศน์วัสดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Pointเพื่อแสดงใหผ้ ู้เรียนได้เรียนรู้ลักษณะความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในอาเซียน 6.ผูเ้ รยี นดู VDO เกย่ี วกบั การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ และลกั ษณะความรว่ มมอื ทาง เศรษฐกิจระหว่างประเทศในอาเซียน 7.ผเู้ รยี นทำกิจกรรมท่ีได้รบั มอบหมาย
77 8.ผ้เู รียนอ่านและแปลคำศัพท์ 9.ครแู นะนำให้ผู้เรยี นมีการใช้จา่ ยของครอบครัวว่ามรี ายจ่ายสมดลุ กบั รายรับ และใช้จา่ ยอย่างมีเหตุผล ตามความจำเป็น พอเหมาะกับสภาพครอบครวั หรือไม่ หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพื่อลด รายจ่ายทไี่ มจ่ ำเปน็ เกินตนได้ จะช่วยให้มเี งินเกบ็ ออมเพื่อเปน็ รากฐานสร้างภูมคิ มุ้ กันทดี ใี นชวี ติ ได้ ขนั้ สรุปและการประยุกต์ 10.ครูถามคำถามหรอื กำหนดปัญหาโดยใหผ้ ู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาคำตอบแล้วอธิบายคำตอบ ใหเ้ พือ่ นทกุ คนในกลมุ่ ของตนเองเข้าใจ 11.ครใู ชว้ ิธสี มุ่ นักเรียนทกุ กลุ่มตอบคำถามและอธบิ ายให้เพือ่ นฟงั ทง้ั ชั้นเรยี น 12.ผเู้ รียนทำกิจกรรมใบงาน 13.ผ้เู รยี นทำแบบประเมนิ ผล 6. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสอื เรียน วิชากล่มุ การคา้ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.รปู ภาพ 3.กิจกรรมการเรยี นการสอน 4.VDO 5.สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์, PowerPoint 7. หลักฐาน 1.บันทกึ การสอน 2.ใบเช็ครายชอ่ื 3.แผนจัดการเรียนรู้ 4.การตรวจประเมินผลงาน 8. การวดั ผลและการประเมินผล วธิ วี ดั ผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม 3. สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 4. ตรวจใบงาน
78 5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 9. เครอ่ื งมอื วดั ผล 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยครู) 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น) 4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน 5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน ร่วมกนั ประเมนิ 10. เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรุง 2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป) 3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป) 4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50% 5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50% 6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง 11. กจิ กรรมเสนอแนะ ครูแนะนำให้ฝกึ ปฏิบตั ิทำกจิ กรรมใบงาน และอา่ นพร้อมท้งั แปลคำศัพท์ทา้ ยหนว่ ย 12. เอกสารอ้างอิง สายชล วิสุทธส์ิ มุทรและคณะ, การค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพนั ธ์: 2562
79 ใบความรูท้ ่ี 1 หน่วยท่ี 3 รหัสวชิ า 20202-2111 ช่ือวชิ า การคา้ กล่มุ ประชาคม ภาคเรียนท่ี1/2564 เศรษฐกจิ อาเซยี น ชื่อหน่วย การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและ เวลารวม 12 ชว่ั โมง ข้อตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชื่อเรอื่ ง การรวมกลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นและข้อตกลงทางการ เวลา 3 ชว่ั โมง ค้าของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป 1.เพือ่ ให้มคี วามรู้เกย่ี วกับหลักการรวมกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลิตภณั ฑแ์ ละการจัด จำหนา่ ยภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ขอ้ ตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การค้าในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2.เพอ่ื การวิเคราะหแ์ นวโน้มการค้าในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามหลกั การและ สถานการณ์ 3.เพื่อเตรียมความพรอ้ มของตนเองสำหรับการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 4.เพือ่ ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการค้ากลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเรจ็ การศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทคี่ รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง 1.1 ความมีมนษุ ยสมั พนั ธ์ 1.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั 1.2 ความมวี ินัย 1.9 ความรักสามัคคี 1.3 ความรับผิดชอบ 1.10 ความกตญั ญูกตเวที 1.4 ความซอื่ สัตย์สจุ ริต 1.5 ความเชอ่ื มั่นในตนเอง 1.6 การประหยัด 1.7 ความสนใจใฝร่ ู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัด จำหนา่ ยภายในกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ข้อตกลงทำการค้า แนวโน้มการคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2.วเิ คราะหแ์ นวโน้มการค้าในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นตามหลักการและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรับการคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
80 4.ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารการค้ากลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น เนอื้ หา 1. การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ การรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจ (Economic Integration) หมายถึง การรวมตวั กันของประเทศต่างๆ เพ่ือเสริมสรา้ งและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจรว่ มกันอย่างเป็นทางการ เป็นการพยายามหาช่องทาง ขยายการค้าระหว่างกนั และยกเลิกอุปสรรคทางการคา้ ระหวา่ งกัน ตลอดจนเพอื่ เพมิ่ อำนาจในการต่อรอง ทางการค้ากบั กล่มุ การค้าอน่ื และเพอื่ ลดความแตกตา่ งระหว่างประเทศสมาชิก โดยรูปแบบการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจไล่ระดบั จากการรวมกลมุ่ ในระดบั หลวมๆ มาสู่การรวมกล่มุ ในระดบั กระชับแน่นแฟ้นได้ ดงั นี้ 1. เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) 2. สหภาพศุลกากร (Customs Union) 3. ตลาดร่วม (Common Union) 4. สหภาพเศรษฐกจิ (Economic Union) 5. สหภาพเหนอื ชาติ (Political Union) ลักษณะความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศในอาเซยี น
81 นบั แต่การก่อตั้งอาเซียนข้ึน ในปี พ.ศ. 2516 อาเซียนไดต้ ระหนักถงึ ปัญหาของภูมภิ าคที่ยังตอ้ ง พึง่ พาสินคา้ นำเข้าจากประเทศนอกกลมุ่ ซึง่ มีราคาสงู และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและความเปน็ อยู่ของ ประชาชน จงึ ไดม้ ีความพยายามในการพัฒนาเศรษฐกิจภายในภูมภิ าค แต่อย่างไรก็ดกี ารดำเนนิ การดา้ น เศรษฐกิจยงั ไมค่ บื หนา้ เทา่ ท่ีควร เนอื่ งจากความม่ันคงและการเมืองในภูมิภาคยังไมม่ เี สถียรภาพนัก จนกระทงั่ ในการประชุมสดุ ยอดอาเซยี นครัง้ แรก (The Bali Summit) ในปี พ.ศ. 2519 กับประเด็นการ เจรจาทางดา้ นเศรษฐกิจจนนำไปสู่สนธสิ ญั ญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต(้ the Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia : TAC) และปฏญิ ญาความร่วมมืออาเซยี น (Declaration of ASEAN Concord) หรอื ปฏญิ ญาบาหลี (Bali Concord I) ทำให้เห็นว่าประเทศสมาชิก ตงั้ ใจที่จะส่งเสรมิ การพัฒนาและการเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศผา่ นความร่วมมือระหวา่ ง ประเทศสมาชิกบนพืน้ ฐานของผลประโยชนร์ ว่ มกันและความเสมอภาคแห่งอำนาจอธิปไตย แนวทางการพัฒนาทางดา้ นเศรษฐกิจของอาเซียนปรากฏเป็นรูปธรรม จากการประชมุ สดุ ยอด อาเซียน คร้งั ที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2519 ได้มกี ารทำความตกลงทางด้านเศรษฐกิจ คอื การให้สทิ ธพิ ิเศษทาง การคา้ อาเซยี น (The ASEAN Preferential Trading Arrangements: PTA) จนในปี พ.ศ. 2535 อาเซียน จึงได้จดั ต้งั เขตการค้าเสรอี าเซยี น (ASEAN Free Trade Area: AFTA) และลงนามในความตกลงแม่บทวา่ ด้วยการขยายความรว่ มมือทางเศรษฐกิจของอาเซียน (Framework Agreement on Enhancing ASEAN Economic Cooperation) ทใ่ี ชเ้ ปน็ กรอบการดำเนนิ ความร่วมมอื ทางเศรษฐกิจดา้ นต่างๆ และในปี พ.ศ. 2538 อาเซยี นจึงได้ทำกรอบความตกลงวา่ ดว้ ยการคา้ บริการของอาเซียน (ASEAN Frame work Agreement on Service: AFAS) สำหรับการคา้ บรกิ ารระหวา่ งกนั
82 ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 อันเป็นปที ค่ี รบระยะเวลาการดำเนินการต้ังประชาคมอาเซียนทัง้ 3 เสาตาม พิมพ์เขยี วอาเซียน ผนู้ ำอาเซียนไดล้ งนามในปฏิญญากรงุ กัวลาลัมเปอร์วา่ ด้วยอาเซียน 2015 : มุ่งหนา้ ... อาเซียน 2025 (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2025: Forging Ahead Together เพื่อรับเอา ASEAN Community Vision 2025) อันเปน็ การกระชับความรว่ มมือของอาเซยี นใหแ้ น่นแฟ้นมากยิ่งข้ึน ใน ด้านการเปน็ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนน้นั ในแผนงานจดั ต้ังประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2025 (ASEAN Economic Community Blueprint 2025) ยังคงมเี ป้าหมายในการตอ่ ยอดการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ เป็นประชาคมเศรษฐกิจ ต่อจากแนวทางการดำเนนิ งานในแผนงานจัดต้งั ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน 2015 (ASEAN Economic Community Blueprint 2015) ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นตามแผนงานจัดตง้ั ประชาคมอาเซยี น 2015 (ASEAN Economic Community Blueprint 2015) เมอื่ พจิ ารณาพิมพเ์ ขยี วจัดตง้ั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2015 (ASEAN Economic Community Blueprint 2015) จะพบว่าการเป็นประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น คอื การเปน็ เป้าหมายสดุ ท้าย
83 ของการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ตามทรี่ ะบุไว้ในวิสัยทัศนอ์ าเซยี น 20201 โดยประกอบด้วยคณุ ลกั ษณะสำคญั ดังนี้ 1. การเปน็ ตลาดและฐานการผลิตเดยี ว (Single Market and Production Base) 2. การเปน็ ภูมภิ าคท่ีมกี ารพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทยี มกนั (Equitable Economic Development) 3. การเปน็ ภมู ภิ าคที่มีการบรู ณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก (Integration into the Global Economy) ทศิ ทางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามแผนงานจดั ต้ังประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2025 (ASEAN Economic Community Blueprint 2025) หลงั จากการดำเนนิ การตามแผนงานการจดั ต้งั ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2015 ไดป้ ระสบผล สำเรจ็ เปน็ อยา่ งมาก อาเซยี นตระหนกั ถึงการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดบั ภมู ิภาคว่าเปน็ กระบวนการ ท่ตี อ้ งการความต่อเนอ่ื งและกระชับความแนน่ แฟ้นใหม้ ากยิ่งขึน้ เน่ืองจากเศรษฐกจิ และสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกมกี ารเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงได้จัดทำแผนงานประชาคมเศรษฐกิจ 2025 (ASEAN economic community blueprint 2015) โดยมาตรการต่างๆ มงุ่ พาอาเซียนที่ไปสูก่ ารเช่ือมโยง ที่มากขึน้ และมคี วามสามารถในการแข่งขันทเ่ี พ่ิมมากข้นึ โดยประกอบดว้ ยคุณลกั ษณะสำคัญดงั นี้ 1. การรวมตวั และเชื่อมโยงในระดับสงู 2. การมคี วามสามารถในการแขง่ ขัน มนี วตั กรรม และมพี ลวัต 3. สง่ เสริมการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกจิ และการรวมตัวรายสาขา 4. ความสามารถในการปรับตวั ครอบคลมุ ทุกภาคส่วน และมีประชาชนเป็นศูนยก์ ลาง 5. การเป็นสว่ นสำคัญของประชาคมโลก ข้อตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนทีส่ ำคัญ ข้อตกลงทางด้านการค้าสินคา้ ความตกลงการค้าสินคา้ ของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA) มีเปา้ หมายเพ่อื ให้เกิดการเคลื่อนย้ายสนิ ค้าทเ่ี สรี โดยมสี าระสำคัญ คือ การบรู ณาการข้อบทในความตกลง ว่าด้วยอตั ราภาษพี เิ ศษทเ่ี ท่ากันสำหรับเขตการคา้ เสรอี าเซียน (The Common Effective Preferential Tariff Scheme for the ASEAN Free Trade Area: CEPT-AFTA) ใหช้ ัดเจนและรดั กมุ มากขึน้ การแสดง ตารางการลดภาษขี องสมาชกิ อาเซยี นแต่ละประเทศโดยแจกแจงรายละเอียดอัตราภาษีในเงื่อนเวลาที่ ชัดเจนเพ่อื ให้ภาคธุรกจิ สามารถใช้คาดการณก์ จิ กรรมทางเศรษฐกจิ ท่ีจะเกิดขึ้นได้ ตลอดจนการสร้าง มาตรการไปสู่การเคลื่อนยา้ ยสินค้าทีเ่ สรี ไดแ้ ก่ การลดหรือยกเลิกภาษี การยกเลกิ อปุ สรรคทางการคา้ ทมี่ ใิ ช่ ภาษีกฎว่าด้วยถิน่ กำเนิดสนิ คา้ 2 การอำนวยความสะดวกทางการค้า การสร้างระบบศุลกากรทเ่ี ป็น
84 มาตรฐานและสอดคล้องกนั มาตรการด้านสุขอนามยั และสขุ อนามยั พืช มาตรการด้านอำนวยความสะดวก ทางการค้าเปน็ ตน้ ความตกลงทเ่ี กี่ยวกบั การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินคา้ ไดแ้ ก่ กรอบความตกลงอาเซียนวา่ ดว้ ยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินคา้ ผ่านแดน (ASEAN Framework Agreement on the Facilitation of Goods in Transit ) กรอบความตกลงอาเซยี นว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่ง สินคา้ ขา้ มแดน (ASEAN Framework Agreement for the Facilitation of Inter-state Transport) และกรอบความตกลงอาเซียนวา่ ด้วยการขนส่งต่อเน่อื งหลายรปู แบบ (ASEAN Framework Agreement on Multimodal Transport) เพือ่ อำนวยความสะดวกในการขนสง่ สนิ คา้ ข้ามพรมแดน (cross border transport) โดยสรา้ งกลไกเพอื่ ขจัดความล่าช้าจากการตรวจ กรอบความตกลงว่าดว้ ยการค้าบรกิ ารของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services : AFAS) เป็นข้อตกลงเพอ่ื ส่งเสรมิ ความร่วมมอื ดา้ นการค้าบรกิ ารระหวา่ งสมาชิก อาเซยี นโดยเปน็ การขยายขอบเขตของการเปดิ เสรีด้านการค้าบรกิ ารทีน่ อกเหนอื จากที่ผูกพันไวภ้ ายใต้ความ ตกลงการค้าบรกิ ารขององค์การการค้าโลก เพอ่ื ปรับปรุงประสิทธภิ าพและความสามารถในการแขง่ ขนั ของ การค้าบริการของอาเซยี น และกระจายศักยภาพด้านการผลิตและการให้บรกิ ารในอาเซียน ตลอดจนขจดั
85 อปุ สรรคต่อการค้าบริการ โดยประเทศสมาชกิ อาเซยี นไดเ้ ข้าร่วมการเจรจาเปดิ เสรีการค้าบรกิ ารเป็นรอบ ๆ โดยจะมงุ่ เน้นลดหรือยกเลกิ ขอ้ กำหนดหรอื กฎระเบยี บท่เี ป็นอุปสรรคตอ่ การเข้าถึงตลาด (market access) และการแขง่ ขนั ดา้ นราคาระหวา่ งผ้ใู หบ้ ริการในประเทศและผู้ใหบ้ ริการต่างชาติ ขอ้ ตกลงยอมรบั รว่ มในเร่อื งคณุ สมบัติของนักวชิ าชีพอาเซยี น (ASEAN Mutual Recognition Arrangements: MRAs) เป็นข้อตกลงเก่ยี วกบั การสรา้ งมาตรฐานคุณสมบัติของผ้ทู ำงานดา้ นบรกิ ารท่ี ยอมรบั ร่วมกนั ของกลมุ่ ประเทศสมาชกิ อาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มวชิ าชีพ ไดแ้ ก่ วศิ วกรพยาบาล สถาปนิก การสำรวจ แพทย์ ทนั ตแพทย์ นักบญั ชี เพอื่ การอำนวยความสะดวกในการเคลอื่ นยา้ ยบุคลากรวชิ าชีพใน ประเทศสมาชิกอาเซยี นใหเ้ ข้าไปทำงานในประเทศต่าง ๆ ของอาเซยี นได้สะดวกมากขึ้นโดยสามารถยืน่ คำ ขอใบอนุญาตและไม่ตอ้ งตรวจสอบคุณสมบัติซ้ํา
86 แบบฝกึ หดั /เฉลย 1. นิดหน่อยเรียนภาษาจีนผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ท่ีประเทศจนี จดั ขึน้ จากสถาการณ์ที่เกิดขึ้นคือรูปแบบ การค้าระหว่างประเทศขอ้ ใด ก. การออกไปใชบ้ ริการในต่างประเทศ ข. การเข้าไปจดั ตงั้ นติ ิบคุ คลในประเทศผู้ใชบ้ ริการ ค. การเขา้ มาทำงานหรอื ใหบ้ ริการคนตา่ งชาติ ง. การให้บรกิ ารข้ามพรมแดน จ. การเรียนออนไลนข์ า้ มประเทศ 2. การรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยลักษณะของการทำข้อตกลงเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันเรียกว่า อะไร ก. กำแพงภาษี ข. กำหนดจำนวน ค. การใหก้ ารอดุ หนนุ ง. การทุ่มตลาด จ. การทำข้อตกลงทางการค้า 3. World Trade Organization WTO มคี วามหมายตรงกบั ข้อใด ก. การค้าระหว่างประเทศ ข. องคก์ ารอนามยั โลก ค. องค์การการควบคุมเงินตราต่างประเทศ ง. การใหบ้ รกิ ารขา้ มพรมแดน จ. องค์การการคา้ โลก 4. ขอ้ ใดหมายถงึ ICT ก. เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร ข. เทคโนโลยีเพอ่ื การส่ือสาร ค. การส่ือสารในระบบสารสนเทศ ง. การส่ือสารโดยใช้เทคโนโลยี จ. การพฒั นาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. ICT ย่อมาจากข้อใด ก. Information Communication Tape ข. Internet Computer type ค. Information and Computer Technology ง. Information and Communication Technology จ. Internet and Communication Technology 6. ข้อใดกลา่ วถงึ ICT ได้ถูกตอ้ ง
87 ก. การนำเอาความรทู้ างดา้ นคณิตศาสตรม์ าประยกุ ต์ใช้ ข. การทำงานของระบบสารสนเทศทเ่ี ก่ยี วกบั การสอ่ื สาร ค. การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยกุ ต์ใช้เพอื่ สร้างหรือจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบและ รวดเรว็ ง. การประยุกต์ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ในระบบสารสนเทศ จ. การใช้อินเทอร์เน็ตในการศึกษาหาขอ้ มลู อยา่ งเปน็ ระบบ 7. ข้อใดไม่ใชข่ อ้ ได้เปรียบของเทคโนโลยสี ารสนเทศเมอ่ื เทียบกบั การสอื่ สารแบบอืน่ ๆ ก. ทำงานรวดเรว็ ถกู ต้องและแมน่ ยำ ข. ลดประสิทธภิ าพการทำงานของมนษุ ย์ ค. ช่วยให้การบริการกวา้ งขวางครอบคลมุ ทั่วประเทศจนถึงทว่ั โลก ง. ชว่ ยใหก้ ารดำเนินการในหน่วยงานมีประสิทธภิ าพมากข้ึน จ. มีความแมน่ ยำในระบบจัดการขอ้ มลู เพ่ือการดำเนนิ การและการตดั สนิ ใจ 8. ในอดตี กอ่ นมรี ะบบการค้า มนุษยใ์ ชว้ ธิ ีการในการซอ้ื สนิ ค้า ก. เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้ากนั มากกวา่ ซ้ือ ข. ใชเ้ หรียญกอ่ นการใช้ธนบัตร ค. มธี นบตั รใชเ้ หมือนในปัจจบุ นั ง. ไมม่ ีการซื้อขายใด ๆ จ. สัง่ ซอื้ สนิ คา้ ผ่านทางจดหมาย 9. ขอ้ ใดคอื สาระสำคญั ของการมตี ลาด ก. ต้องการขายสินค้าได้ในปรมิ าณมาก ๆ ข. ตอ้ งการมรี ายได้ ค. ต้องการเหน็ หรอื จับต้องสินคา้ นนั้ ๆ ได้ ง. ต้องการใหค้ นในสมยั กอ่ นไมเ่ กียจครา้ นในการทำมาหากนิ จ. ต้องการให้ประชาชนมีที่พักผอ่ นหย่อนใจ 10. การซือ้ สนิ ค้าโดยผ่านช่องทางต่าง ๆ เชน่ จดหมาย โทรศพั ท์ อินเทอรเ์ น็ต เปน็ ลกั ษณะของการซื้อขาย แบบใด ก. การซ้อื ขายในยุคใหม่ ข. การซอ้ื ขายตามคำพรรณนา ค. การซื้อขายแบบคาดเดา ง. การซ้ือขายแหง่ อนาคต จ. การซอื้ ขายในตลาดออนไลน์
88 เอกสารอา้ งองิ สายชล วสิ ุทธ์สิ มุทรและคณะ, การคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562 ภาคผนวก (ถ้าม)ี -
89 ใบงานที่ 1 หนว่ ยท่ี 3 รหัสวิชา 20202-2111 ชอ่ื วิชา การค้ากลมุ่ ประชาคม สอนคร้งั ท่ี 8-11 เศรษฐกจิ อาเซียน ช่ือหนว่ ย การรวมกล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นและ เวลารวม 12 ช่วั โมง ขอ้ ตกลงทางการคา้ ของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ช่ืองาน การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนและข้อตกลงทางการค้าของ จำนวน 3 ช่ัวโมง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป 1.เพ่ือใหม้ คี วามรูเ้ กีย่ วกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ผลติ ภัณฑแ์ ละการจัด จำหนา่ ยภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น การค้ากลุม่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ข้อตกลงทำกาค้า แนวโนม้ การคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น 2.เพอื่ การวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลักการและ สถานการณ์ 3.เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรับการคา้ กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 4.เพอ่ื ประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารการค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1.มีการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผสู้ ำเรจ็ การศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรือ่ ง 1.1 ความมมี นุษยสมั พันธ์ 1.8 การละเว้นสงิ่ เสพติดและการพนนั 1.2 ความมีวินัย 1.9 ความรักสามคั คี 1.3 ความรับผิดชอบ 1.10 ความกตญั ญูกตเวที 1.4 ความซื่อสตั ย์สุจรติ 1.5 ความเช่ือมนั่ ในตนเอง 1.6 การประหยัด 1.7 ความสนใจใฝ่รู้ สมรรถนะรายหน่วย 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลิตภัณฑ์และการจัด จำหนา่ ยภายในกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ขอ้ ตกลงทำการค้า แนวโน้มการคา้ ในกลุม่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2.วเิ คราะห์แนวโนม้ การคา้ ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นตามหลกั การและสถานการณ์ 3.เตรยี มความพรอ้ มของตนเองสำหรบั การค้ากลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารการคา้ กล่มุ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เครอ่ื งมือ วสั ดุ – อปุ กรณ์ 1.หนังสอื แบบเรียน
90 2. สือ่ การเรยี นการสอน power point 3. ค้นคว้าขอ้ มูลจากสือ่ ออนไลน์ ลำดบั ขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน จัดกลุม่ ผู้เรียนออกเปน็ กล่มุ ย่อยประมาณ 4 – 8 คน ให้ผู้เรียนในกลมุ่ มีโอกาสสนทนาแลกเปล่ยี น ขอ้ มูลความคิดเหน็ ประสบการณใ์ นเรอ่ื งประเภทของผลิตภณั ฑ์ และสรุปผลการอภปิ รายออกมาเป็น ขอ้ สรุปของกลุม่ โดยการแบ่งไดด้ งั นี้ กลุม่ ที่ ① การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่มุ ท่ี ② ลกั ษณะความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในอาเซียน กลมุ่ ที่ ③ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามแผนงานจัดต้งั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น 2015 (ASEAN economic community blueprint 2015) กลุ่มท่ี ④ ทิศทางของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนตามแผนงานจดั ตง้ั ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน 2025 (ASEAN economic community blueprint 2025) กลุ่มท่ี ⑤ ขอ้ ตกลงทางการค้าของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นท่ีสำคญั ภาพประกอบ ขอ้ ควรระวัง - ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี - การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ชัดเจน) เกณฑก์ ารวัดผล 1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรุง 2. แบบประเมินผลการเรียนรกู้ ่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรยี บเทียบกบั คะแนนทไ่ี ด้ จากการทดสอบหลังเรยี น 3. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับ การประเมินตามสภาพจรงิ
91 เอกสารอ้างองิ สายชล วสิ ุทธส์ิ มุทรและคณะ, การคา้ กลมุ่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น, เอมพันธ์: 2562
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189