Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม 1 ชุดฝึกอบรม (ล่าสุด 29 มี.ค 65)

เล่ม 1 ชุดฝึกอบรม (ล่าสุด 29 มี.ค 65)

Published by ton_323, 2022-07-31 06:15:01

Description: เล่ม 1 ชุดฝึกอบรม (ล่าสุด 29 มี.ค 65)

Search

Read the Text Version

0 ชดุ ฝึกอบรม ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษตามมาตรฐานและ ตัวช้ีวัดต้องรู้และควรรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) กลุม่ นิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษา สานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎร์ธานี เขต 1 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

1ก คานา คู่มือครู : การใช้ชุดฝึกอบรมการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบออนไลน์ด้วย Liveworksheets สาหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จัดทาขึ้นเพื่อให้ครูได้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึกทักษะ ภาษาองั กฤษ ผู้จัดทากลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 ได้จัดทาชุดฝึกอบรมการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบออนไลน์ด้วย Liveworksheets สาหรบั ครผู สู้ อนภาษาอังกฤษ ประกอบดว้ ย เอกสารชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง จานวน 4 เลม่ ดังน้ี คู่มือครู : การใช้ชุดฝึกอบรมการพฒั นาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบออนไลน์ดว้ ย Liveworksheets สาหรับครผู ู้สอนภาษาอังกฤษ เลม่ ท่ี 1 : ความรู้พนื้ ฐานเกย่ี วกับแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษตามมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั ตอ้ งรู้และควรรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) เล่มท่ี 2 : การจัดทาแบบฝึกทักษะภาษาองั กฤษในการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลนด์ ้วย liveworksheets สาหรับครูผูส้ อนภาษาอังกฤษ เล่มที่ 3 : ตัวอย่างแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษและเครื่องมือประเมินผลชุดฝึกอบรม ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดฝึกอบรมการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบออนไลน์ ด้วย Liveworksheets สาหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จะสามารถช่วยให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ หรือผู้สนใจ มี ความรู้ ในการจัดทาแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ รวมท้งั จะเปน็ ประโยชนแ์ ก่ผสู้ นใจและผเู้ ก่ียวข้องทุกฝ่าย อรัญญา มสู ีสทุ ธ์ิ ศกึ ษานเิ ทศก์ สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี เขต 1 ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

สารบัญ 2ข คานา หน้า สารบัญ คาชแ้ี จง. ก เง่ือนไขความสาเรจ็ ข แบบทดสอบก่อน-หลังศึกษาเอกสาร 1 เอกสารความรู้ที่ 1 ความหมายและความสาคญั ของแบบฝึกทักษะ 2 3 กิจกรรมท่ี 1 4 เอกสารความรทู้ ี่ 2 ลักษณะของแบบฝึกทักษะท่ดี ี 7 8 กจิ กรรมท่ี 2 10 เอกสารความรู้ท่ี 3 ส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะ 11 14 กิจกรรมที่ 3 15 เอกสารความรู้ที่ 4 หลักการสร้างแบบฝึกทักษะ 19 20 กิจกรรมท่ี 4 23 เอกสารความรทู้ ี่ 5 ประโยชน์ของแบบฝกึ ทักษะ 24 64 กจิ กรรมท่ี 5 65 เอกสารความรทู้ ่ี 6 ตัวช้ีวดั ต้องรู้และควรรู้ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ 66 67 กิจกรรมที่ 6 กรอบแนวคิด ตรวจสอบผลการเรยี นรู้ บรรณานุกรม ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏรธ์ านี เขต 1

1 คาช้ีแจง ชุ ด ฝึ ก อ บ ร ม ก า ร พั ฒ น า ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ รู ป แ บ บ อ อ น ไ ล น์ ด้ ว ย Liveworksheets สาหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษ เล่ม 1 เร่ือง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแบบฝึกภาษาอังกฤษตาม มาตรฐานตัวช้ีวัดต้องรู้และควรรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีเนื้อหาเก่ียวกับการจัดทาแบบฝึกภาษาอังกฤษ โดยผู้รับการฝึกอบรม ตอ้ งศึกษาเอกสาร ทาความเข้าใจ และปฏบิ ัติกิจกรรมตามท่ีกาหนด วัตถุประสงค์ : เม่อื ศกึ ษาชุดฝึกอบรมเล่มน้ีแลว้ ผู้รบั การฝกึ อบรมสามารถ 1. บอกความหมายและความสาคัญของแบบฝึกได้ 2. บอกลกั ษณะของแบบฝึกที่ดีได้ 3. อธิบายสว่ นประกอบของแบบฝึกได้ 4. อธบิ ายหลกั การสร้างแบบฝึกได้ 5. อธบิ ายถึงประโยชน์ของแบบฝึกได้ 6. ระบตุ ัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ทตี่ ้องรู้ รายวชิ าภาษาอังกฤษ ทีต่ นรับผดิ ชอบได้ 7. สรุปสาระสาคัญโดยการเขียนกรอบแนวคิดของแบบฝึกภาษาอังกฤษได้ เนอ้ื หา : 1. ความหมายและความสาคัญของแบบฝึก 2. ลักษณะของแบบฝึกท่ดี ี 3. ส่วนประกอบของแบบฝึก 4. หลกั การสรา้ งแบบฝึก 5. ประโยชนข์ องแบบฝึก 6. ตวั ช้วี ัดต้องรแู้ ละควรรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 การวัดและประเมินผล : ผู้รับการอบรมทาแบบทดสอบก่อนการศึกษาเอกสาร กิจกรรมที่ 1 - 6 สรุปสาระสาคัญ โดยการเขียน กรอบแนวคิดความรู้เก่ียวกับแบบฝึกภาษาอังกฤษ และทาแบบทดสอบหลังการศึกษาเอกสาร (เกณฑ์การผ่านการ ประเมนิ รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป) ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

2 เงือ่ นไขความสาเร็จ เอกสารเล่มนี้ เป็นเอกสารเล่มที่ 1 เร่ือง ความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัดต้องรู้และควรรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีส่วนท่ีเป็นเนื้อหาและนาเสนอ ประกอบด้วยเอกสารความรู้ ตัวอย่าง และ กจิ กรรมปฏบิ ตั ิ ผรู้ บั การฝึกอบรม จะประสบผลสาเร็จได้ต้องปฏบิ ัติตามข้ันตอน ดังน้ี ศกึ ษาวตั ถปุ ระสงค์และขอบข่าย ประเมินตนเองก่อนการศึกษาเอกสาร ศกึ ษาเอกสารความรู้ ดูตวั อยา่ ง ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม สรปุ สาระสาคัญและเขียน กรอบแนวคิด ประเมินตนเองหลังศึกษาเอกสาร ไม่ผ่าน ผา่ น ศึกษาเอกสารเล่มที่ 2 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

3 แบบทดสอบกอ่ น – หลังศกึ ษำเอกสำร คาช้แี จง : ทาเครือ่ งหมาย  หนา้ ขอ้ ท่ถี กู และทาเคร่ืองหมาย  หนา้ ข้อที่ผดิ ............ 1. แบบฝึกทักษะ คือส่ือการเรียนประเภทหน่ึงที่ครูสร้างข้ึน เป็นตัวอย่างปัญหา หรือคาส่ังที่ให้ผู้เรียน กระทา เพอ่ื ให้ผู้เรยี นเกิดความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะต่าง ๆ แกผ่ ู้เรยี น ............ 2. แบบฝึกทักษะที่ดี ควรมีหลายรูปแบบ เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ ............ 3. แบบฝึกทักษะ เป็นแบบฝึกท่ีลดภาระของครูผู้สอน นั่นคือ ครูไม่จาเป็นต้องให้คาแนะนาหรือติดตาม การใชแ้ บบฝึกของเด็ก เพราะมีคาแนะนาการใชแ้ บบฝึกอยู่แลว้ ............ 4. ส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะ ควรมีคาแนะนาการใช้แบบฝึกทักษะสาหรับผู้เรียน แต่คาแนะนา การใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาหรับครูไม่จาเป็นต้องมี ............ 5. การเรียงลาดับความยากง่ายของเน้ือหาในแบบฝึกทักษะควรสลับความยากง่ายของเน้ือหา เพ่ือให้ ผู้เรยี นได้มกี ารพัฒนาทักษะด้านตา่ ง ๆ อย่างเตม็ ท่ี ............ 6. ฮาเรส กล่าวถึง หลักการสร้างแบบฝึกทักษะว่า จะต้องใช้ภาษาให้เหมาะสมกับผู้เรียน และควรสร้าง โดยอาศัยหลักจิตวิทยาในการแก้ปัญหาและการตอบสนอง เช่น สร้างแบบฝึกหลาย ๆ ชนิด เพื่อเร้า ใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ ความสนใจ ............ 7. แบบฝึกทักษะมีประโยชน์สาหรับครูผู้สอนที่สาคัญ เป็นเครื่องมือหน่ึงในการวัดผลการเรียน ทาให้ครู ทราบจุดเด่น จดุ ดอ้ ย ปัญหา และข้อบกพร่องของนักเรียนได้ชัดเจน เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุง การเรยี นการสอนต่อไป ............ 8. แบบฝึกทักษะ เป็นความรับผิดชอบของตัวผู้เรียน การทาแบบฝึกทักษะตามลาพังเป็นการเสริมสร้าง ประสบการณ์ในการทางานให้เกิดแก่ผเู้ รียน ............ 9. การสร้างแบบฝึกทักษะ ผู้สร้างต้องคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ต้องมีหลายๆ รูปแบบ ห้าม ผดิ พลาดในแบบฝึกทักษะทีส่ ร้าง มีการสอดแทรกทักษะวชิ าอื่นเขา้ ไปด้วย ............ 10. ตัวช้ีวัดต้องรู้และควรรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับประถมศึกษา ชว่ งชนั้ ที่ 2 มตี วั ช้ีวัดทต่ี อ้ งนามาพจิ ารณาในการสรา้ งแบบฝึกชั้นละ 20 ตัวชีว้ ัด ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

4 เอกสารความรู้ที่ 1 ความหมายและความสาคัญของแบบฝกึ ทักษะ ภาษาเป็นเรื่องทักษะ ซึ่งจาแนกได้เป็น 2 ทาง คือ ทักษะการรับเข้า ได้แก่ การอ่านและการฟัง และ ทักษะการแสดงออก ได้แก่ การพูดและเขียน ทักษะทางภาษา ซึ่งจาเป็นต้องฝึกฝนอยู่เสมอ การฝึกทักษะเป็น กิจกรรมที่มีประโยชน์ในการเรียนการสอน ดังน้ัน การฝึกโดยใช้แบบฝึกทักษะเป็นการจัดสภาพการณ์เพ่ือให้ผู้ฝึก เปลียนพฤติกรรม จนสามารถปฏิบัติงานท่ีได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นได้ว่า แบบฝึกทักษะ นับว่าเป็นส่ิงที่จาเป็นอย่างหนึ่งสาหรับการเรียนภาษาจากการศึกษาความหมายและความสาคัญของแบบฝึกทักษะ ไดม้ ผี ้รู ู้และผูเ้ ชีย่ วชาญทางภาษา ให้ความหมายและความสาคญั ของแบบฝึกทักษะไว้ ดงั น้ี ความหมายของแบบฝึกทักษะ Petty (1963) ได้กล่าวถึงความสาคัญของแบบฝึกทักษะไว้อย่างชัดเจนว่า แบบฝึกทักษะเป็นส่วน เพ่ิมเติมหรือเสริมหนังสือเรียนในการเรียนทักษะ เป็นอุปกรณ์การสอนท่ีช่วยลดภาระของครูได้มาก ช่วย ส่งเสริมให้ทักษะทางภาษาคงทน ช่วยในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล เพราะการให้นักเรียนทาแบบฝึก เสริมทักษะท่ีเหมาะสมกับความสามารถของตนเอง จะทาให้ประสบผลสาเร็จทางด้านจิตใจมาก ทั้งยังช่วยให้ นกั เรยี นสามารถทบทวนสิง่ ทีเ่ รียนไดด้ ว้ ยตนเองและใชเ้ ป็นเครอ่ื งมือวดั ผลการเรยี นไดอ้ ีกดว้ ย Good (1973) ให้ความหมายแบบฝึกทักษะว่า หมายถึง งานหรือการบ้านที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทา เพอื่ ทบทวนความรทู้ ี่ได้เรียนมาแล้ว และเป็นการฝึกทกั ษะการใช้กฎใชส้ ูตรต่าง ๆ ท่ีเรียนไป พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2554) หมายถึง แบบตัวอย่างปัญหาหรือคาสั่งที่ต้ังข้ึนเพื่อให้ นักเรยี นฝึกตอบ เป็นตน้ ณัฐชา อักษรเดช (2554) กล่าวว่า แบบฝึกทักษะ หมายถึง สื่ออการเรียนรู้ท่ีสร้างขึ้นอย่างมีจุดหมายท่ี แน่นอน เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการกระทาจริง เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เรียนทาให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ของส่ิงที่เรียน สามารถเรียนรู้และจดจาสิ่งท่ีเรียนได้ดี และนาการเรียนรู้และความรู้ท่ีได้ไปใช้ในสถานการณ์อื่นที่มี ลกั ษณะคล้ายกนั ได้ คณิศร ศรีประไพ (2555) ได้ให้ความหมายของแบบฝึกทักษะไว้ว่า แบบฝึกหรือชุดการฝึก เป็นคาท่ีมี ความหมายคล้ายคลึงกนั คืองานหรอื กิจกรรม ที่ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนกระทา เพ่ือฝึกทักษะและทบทวนความรู้ ที่ได้เรยี นไปแล้ว ให้เกดิ ความชานาญถูกต้องคล่องแคล่ว จนสามารถนาความรู้ไปแก้ปัญหาได้โดยอัตโนมตั ิ บุญนา เกษี (2556) ได้ให้ความหมายของแบบฝึกทักษะไว้ว่า แบบฝึกทักษะเป็นสื่อการเรียนการสอนท่ี สร้างขึ้น เพ่ือให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดความรู้ความเข้าใจเพ่ิมขึ้น โดยกิจกรรมท่ีได้ปฏิบัติในแบบ ฝึกทักษะนั้นจะครอบคลุมเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว ทาให้นักเรียนมีความรู้และทักษะมากขึ้น และทาให้ผู้เรียนมองเห็น ความก้าวหน้าจากผลการเรียนรู้ของตนเองได้ กมลวรรณ โคตรทอง (2557) แบบฝึกทักษะ เป็นเครื่องมือทางการเรียนการสอนรูปแบบหน่ึง เพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน อันประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เพ่ือให้นักเรียนฝึกฝนปฏิบัติเพื่อพัฒนา ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

5 ศักยภาพของผู้เรียน เพิ่มทักษะในการเรียนรู้และทาให้เกิดความชานาญ ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้วยการทบทวน เนอื้ หาความร้ตู ่าง ๆ ท่ีไดเ้ รยี นมาแลว้ อย่างมที ิศทาง สุธัญญา รัตนบรรพต (2558) แบบฝึกทักษะ หมายถึง แบบฝึกทักษะหรือชุดการสอนที่เป็นแบบฝึกทักษะ ทใี่ ช้เปน็ ตัวอย่างปัญหา หรือคาสงั่ ที่ตง้ั ข้ึน เพื่อใหผ้ เู้ รียนตอบ แบบฝึกทักษะหรือแบบฝึกหัดหรือแบบฝึกเสริมทักษะ หรือส่ือการเรียนประเภทหนึ่ง ท่ีเป็นส่วนเพ่ิมเติมหรือเสริม สาหรับให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดความรู้ความ เข้าใจและทักษะเพ่ิมข้ึน ส่วนใหญ่หนังสือเรียนจะมีแบบฝึกทักษะอยู่ท้ายบทเรียนบางวิชา และแบบฝึกทักษะจะมี ลกั ษณะเป็นแบบปฏิบตั ิ วฌิ า วโรตมวิชญ์ (2559) กลา่ วถึงความหมายของแบบฝึกทักษะว่า วิธีการสอนที่สนุกอีกวิธีหนึ่ง คือการให้ ผู้เรียนได้ทาแบบฝึกทักษะมาก ๆ ส่ิงท่ีจะช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางการเรียนในเนื้อหาวิชาได้ดีขึ้น คือแบบฝึก ทกั ษะ เพราะผูเ้ รียนมีโอกาสไดน้ าความรู้ทเ่ี รียนมาแลว้ มาฝกึ ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจกว้างมากข้ึน วัฒนา หิรัญโญภาส (2560) แบบฝึกทักษะ คืองานหรือแบบฝึกทักษะท่ีครูสร้างข้ึน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ฝึกใหน้ ักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเน้ือหาบทเรียนได้ดีย่ิงขึ้น ช่วยฝึกทักษะต่าง ๆ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง แทจ้ ริง อาจให้นกั เรยี นทาแบบฝึกขณะเรียนหรือหลงั จากจบบทเรียนไปแล้วก็ได้ จาเนียร แซ่เล่า (2561) แบบฝึกทักษะ หมายถึง สื่อการเรียนประเภทหน่ึง ท่ีเป็นส่วนเพ่ิมเติม หรือเสริม สาหรับให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและทักษะเพ่ิมข้ึน เป็นเครื่องมือสาคัญท่ีครูทุกคนใช้ใน การตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาทักษะของผู้เรียน จากคากล่าวข้างต้นจึงสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะ คือสื่อการเรียนประเภทหน่ึงท่ีครูสร้างข้ึน เพื่อให้ผู้เรียน เกดิ การเรยี นรู้ เขา้ ใจและเกิดการพฒั นาทักษะด้านต่าง ๆ ความสาคญั ของแบบฝกึ ทักษะ ความสาคัญของแบบฝึกทักษะ นักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความคิดเห็นเก่ียวกับความสาคัญของ แบบฝึกทักษะไว้ ดังน้ี นิภา ชวนนะพาณิชย์ (2558) ได้กล่าวว่า ส่ิงที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีข้ึนนั้นคือ แบบ ฝกึ ทกั ษะ เพราะผู้เรยี นจะมีโอกาสนาความรูท้ ีไ่ ดเ้ รียนมาแลว้ มาฝกึ ใหเ้ กิดความเข้าใจกว้างขวางมากขึ้น นิตยา ฤทธ์โิ ยธี (2559) ไดก้ กล่าวถงึ ลักษณะท่ีดขี องแบบฝึกทกั ษะไว้ ดงั นี้ 1. จะตอ้ งเกยี่ วข้องกบั บทเรยี นท่ีเรียนมาแลว้ 2. เหมาะสมกับวยั หรอื ความสามารถ 3. มีคาชีแ้ จงสน้ั ๆ ท่ีทาใหเ้ ด็กเข้าใจวิธีทางา่ ยย่งิ ขน้ึ 4. ใช้เวลาได้เหมาะสมเป็นสิง่ ทนี่ ่าสนใจและท้าทายให้แสดงความสามารถ ศวิ กานท์ ปทมุ สตู ิ (2559) ได้ให้ความเห็นเกย่ี วกับความสาคัญของแบบฝึกทักษะว่าสิ่งหนึ่งท่ีจะช่วยให้ การสอนของครูประสบผลสาเร็จได้ คือแบบฝึกทักษะ เพราะเป็นการใช้แบบฝึกทักษะท่ีครอบคลุมเนื้อหา ท้ังหมด จะช่วยทุ่นเวลาในการสอนกฎเกณฑ์ การยกตัวอย่าง ทั้งยังเป็นการวัดผลการเรียนการสอนในแต่ละ ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

6 เรือ่ งด้วย ยุพดี พูลเวชประชากุล (2559) ได้ให้ความเห็นว่า การเรียนรู้จะมีประสิทธิภาพได้โดยเฉพาะทางด้าน การเรียนภาษา ครูจะต้องมีศิลปะในการจัดการเรียนรู้เตรียมบทเรียนพร้อมท้ังสร้างแบบฝึกทักษะเพิ่มเติม หลาย ๆ แบบ วฒั นา หริ ัญโญภาส (2560) แบบฝึกทกั ษะมคี วามสาคัญต่อผ้เู รียน เพราะนักเรียนสามารถทบทวนส่ิง ที่เรียนได้ด้วยตนเอง การฝึกทาแบบฝึกทักษะช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนในเน้ือหาวิชา เกิดการ เรียนร้แู ละเข้าใจเนอ้ื หาวชิ าได้ดีขนึ้ จากคากล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า แบบฝึกจึงเป็นเครื่องมือสาคัญ ที่จะช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนกั เรียนสูงขนึ้ แบบฝกึ ทักษะจึงนับว่ามีความสาคัญและจาเป็นต่อการเรียนวิชาที่ต้องการฝึกฝนเพื่อให้เกิด ความชานาญ เขา้ ใจเนอื้ หาในบทเรียนมากยง่ิ ขนึ้ ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

7 กิจกรรมที่ 1 ครูอธบิ ายความหมายและความสาคัญ ของแบบฝึกทักษะมาพอสังเขป ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ชุดฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

8 เอกสารความรู้ท่ี 2 ลกั ษณะของแบบฝกึ ทักษะทด่ี ี นักวิชาการหลายทา่ น ไดก้ ล่าวถึงลักษณะของแบบฝึกทักษะทีด่ ีไว้ ดังนี้ Billow (1962 : 87) กลา่ วถงึ ลกั ษณะของแบบฝกึ ทกั ษะท่ีดีน้นั จะต้องดึงดูดความสนใจและสมาธิของ ผู้เรียน เรียงลาดับจากง่ายไปหายาก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกเฉพาะอย่าง ใช้ภาษาเหมาะสมกับวัย วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิหลังทางภาษาของผู้เรียน แบบฝึกที่ดีควรจะเป็นแบบฝึกสาหรับผู้เรียนท่ีเรียนเก่ง และซ่อมเสริม สาหรับผเู้ รยี นที่เรยี นอ่อนในขณะเดยี วกัน นอกจากนแี้ ลว้ ควรใชห้ ลายลกั ษณะและมีความหมายต่อผู้ฝึกอีกด้วย Rivers (1968) กล่าวถงึ ลักษณะของแบบฝกึ ทักษะไว้ ดงั น้ี 1. บทเรียนทุกเรื่อง ควรให้ผู้เรยี นได้มีโอกาสฝึกมากพอ กอ่ นจะเรยี นเรื่องตอ่ ไป 2. แต่ละบทควรฝึก โดยใช้เพียงแบบฝกึ เดียว 3. ฝึกโครงสร้างใหม่กบั สิง่ ท่ีเรียนรแู้ ล้ว 4. ส่ิงท่ีฝึกแต่ละคร้งั ควรเป็นบทฝกึ สนั้ ๆ 5. ประโยคและคาศัพท์ควรเป็นแบบทใ่ี ชพ้ ูดกนั ในชีวติ ประจาวนั 6. แบบฝึกควรใหผ้ ู้เรยี นได้ใชค้ วามคดิ ไปด้วย 7. แบบฝกึ ควรมหี ลาย ๆ แบบ เพ่อื ไมใ่ หผ้ ูเ้ รียนเกดิ ความเบ่อื หน่าย 8. การฝกึ ควรฝกึ ใหผ้ ้เู รยี นนาส่งิ ที่เรียนแล้วสามารถใช้ในชีวติ ประจาวนั คณิศร ศรีประไพ (2555) ได้กล่าวว่า ลักษณะของแบบฝึกที่ดี ควรเป็นแบบฝึกส้ัน ๆ ฝึกหลาย ๆ ครั้ง มี รูปแบบการฝึก ฝึกเฉพาะเร่ืองเดียวและควรเป็นสิ่งท่ีผู้เรียนพบเห็นอยู่แล้ว คาช้ีแจงส้ัน ๆ ใช้เวลาเหมาะสม เป็น เรื่องที่ท้าทายให้แสดงความสามารถ เมื่อผู้เรียนได้ฝึกแล้วก็สามารถพัฒนาตนเองได้ดี จึงจะนับว่าเป็นแบบฝึกท่ีดี และมีประโยชน์ บุญนา เกษี (2556) ได้กล่าวว่า ลักษณะของแบบฝึกที่ดี ควรสร้างเพ่ือฝึกทักษะเฉพาะอย่างคานึงถึงความ เหมาะสมกับวัย ความสามารถและพัฒนาการของผู้เรียน โดยใช้ภาษาที่ง่ายชัดเจน มีกิจกรรมหลายรูปแบบ เพ่ือเร้า ความสนใจของผู้เรียน มีภาพประกอบ ฝึกตามขั้นเรียงจากง่ายไปหายากใช้เวลาฝึกพอสมควร และมีการประเมินผล ใชแ้ บบฝึก เพอ่ื ให้ผเู้ รียนได้ประเมนิ ความสามารถของตนเอง กมลวรรณ โคตรทอง (2557) แบบฝึกที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ การสร้างแบบฝึกต้องคานึงถึงตัว ผู้เรียนเป็นหลัก และในขณะเดียวกันก็ควรสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และควรจัดเนื้อหาให้สอดคล้อง กบั เน้ือหาบทเรยี นท่ีเรียนมาแล้วด้วย และให้เวลาที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน ในการทางานมีคาชี้แจงใด ๆ ควรให้มีความ สั้น ๆ กระชบั ไดใ้ จความ สว่ นการเรยี นเนอ้ื หาควรเรียนจากง่ายไปหายาก วัฒนา หิรัญโญภาส (2560) ลักษณะของแบบฝึกที่ดีน้ัน จะต้องสร้างขึ้นตามหลักจิตวิทยา มีการใช้ภาษา ที่ถูกต้อง ชัดเจน ง่ายต่อการทาความเข้าใจของผู้เรียน ในการบรรจุเน้ือหาในกิจกรรม จะต้องมีความเหมาะสมกับ วัยและระดับความสามารถของผู้เรียน นอกจากน้ี กิจกรรมการฝึกมีความเร้าใจย่ัวยุและท้าทายความสามารถของ ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

9 ผู้เรยี น มงุ่ เน้นให้ผู้เรยี นสามารถคิดเป็น ทาเป็น แก้ปญั หาเป็น และก่อใหเ้ กิดความคดิ สร้างสรรค์ จากคากล่าวข้างต้น จึงพอสรุปได้ว่า ลักษณะของแบบฝึกทักษะท่ีดีควรเป็นแบบฝึกสั้น ๆ ฝึกหลาย ๆ ครง้ั มีหลายรปู แบบ การฝึกควรฝึกเฉพาะเร่อื งเดียว และควรเปน็ สงิ่ ทนี่ กั เรยี นพบเหน็ อยูแ่ ลว้ คาชี้แจงส้ัน ๆ ใช้ เวลาเหมาะสม เป็นเรื่องท่ีทา้ ทาย ให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถ เม่ือผู้เรียนได้ฝึกแล้ว สามารถพัฒนาตนเอง ไดด้ ี จึงจะนบั ว่าเปน็ แบบฝกึ ทีด่ แี ละมปี ระโยชน์ ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

10 กิจกรรมที่ 2 ครูบอกลักษณะของแบบฝึกทักษะที่ดี ว่าควรมีลักษณะอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏรธ์ านี เขต 1

11 เอกสารความรู้ท่ี 3 ส่วนประกอบของแบบฝกึ ทกั ษะ ส่วนประกอบของแบบฝกึ ทกั ษะ มีนักวชิ าการหลายทา่ น ไดก้ ล่าวถึงส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะไว้ ดงั นี้ สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สุนทรประเสริฐ (2550 อ้างถึงใน วัฒนา หิรัญโญภาส, 2560 : 46) ได้ กาหนดส่วนประกอบของแบบฝกึ ทักษะไดด้ ังนี้ 1. คู่มือการใช้แบบฝึก เป็นเอกสารสาคัญประกอบการใช้แบบฝึกทักษะว่าใช้เพื่ออะไร และมีวิธีใช้ อย่างไร เชน่ ใชเ้ ป็นงานฝึกทา้ ยบทเรียน ใชเ้ ปน็ การบา้ น หรือใช้สอนซอ่ มเสริม ประกอบด้วย 1.1 ส่วนประกอบของแบบฝกึ ทักษะ จะระบวุ ่าในแบบฝึกชุดน้ีมีแบบฝึกทั้งหมดก่ีชุด อะไรบ้างและ มีส่วนประกอบอ่นื ๆ หรอื ไม่ เช่น แบบทดสอบหรือแบบบันทึกผลการประเมนิ 1.2 ส่ิงที่ครูหรือนักเรียนต้องเตรียม (ถ้ามี) จะเป็นการบอกให้ครูหรือนักเรียนเตรียมตัวให้พร้อม ล่วงหน้าก่อนเรียน 1.3 จุดประสงค์ในการใช้แบบฝกึ 1.4 ขั้นตอนในการใช้ บอกข้อตามลาดับการใช้ และอาจเขียนในรูปแบบของแนวการสอนหรือ แผนการสอนจะชดั เจนยงิ่ ขนึ้ 1.5 เฉลยแบบฝึกทักษะในแต่ละชุด 2 แบบฝึก เปน็ ส่อื ท่ีสรา้ งข้ึนเพื่อให้ผเู้ รียนฝึกทกั ษะ เพื่อใหเ้ กดิ การเรียนร้ทู ่ีถาวรมอี งค์ประกอบ ดงั นี้ 2.1 ชอื่ ชดุ ฝกึ ในแตล่ ะชุดย่อย 2.2 จุดประสงค์ 2.3 คาสัง่ 2.4 ตัวอยา่ งชุดฝกึ ทกั ษะ 2.5 ภาพประกอบชดุ ฝึกทักษะ 2.6 ขอ้ ทดสอบก่อนและหลงั เรียน 2.7 แบบประเมินบนั ทึกผลการใช้ 2.8 รปู แบบการสรา้ งแบบฝึกทกั ษะ อัมพา ปัญญาคา (2550 อ้างถึงใน ปิยฉัตร ศรีสุราช, 2561 : 20) กล่าวถึงส่วนประกอบของแบบฝึก ทักษะไว้ว่า ควรมีจุดประสงค์ปลายทางหรือผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง ในการทาแบบฝึกของนักเรียน แสดง จุดประสงค์ย่อยในแต่ละหน่วยหรือชุดของแบบฝึก ในส่วนของเน้ือหาควรเลือกเน้ือหาให้เหมาะสมกับ ระดับพื้นฐานความสามารถของนักเรียน โดยเรียงลาดับจากง่ายไปยาก ภาษาท่ีใช้เป็นภาษาท่ีเหมาะสมกับวัย และความสามารถในการอา่ นและการทาความเข้าใจของนักเรยี น เนอ้ื หาท่จี ัดควรเปน็ ไปตามขั้นตอนการเรียนรู้ ตามหลักวชิ า ง่ายตอ่ การทาความเข้าใจ และมีเฉลยไว้ท้ายแบบฝึก เพื่อให้นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องด้วย ตนเอง กชกร ธปิ ตั ดี (2551 อ้างถึงใน ปยิ ฉัตร ศรีสุราช, 2561 : 20) กล่าวว่า แบบฝึกทักษะมีองค์ประกอบที่ ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏรธ์ านี เขต 1

12 สาคญั ดังน้ี 1. มวี ตั ถุประสงค์ที่ชัดเจน 2. มกี ระบวนการเรยี นรทู้ เ่ี ร่มิ ต้นจากง่ายไปยาก คอื ทบทวนความรู้เดมิ ก่อนเรยี นรูส้ ง่ิ ใหม่ 3. เนน้ ให้ผเู้ รียนปฏิบัติจรงิ และจัดใหม้ สี ่วนร่วมในการเรียนรู้ 4. ใช้สอื่ อยา่ งหลากหลาย หรือสอื่ ประสม และใช้วิธีการเรยี นรหู้ ลากหลาย 5. จัดใหม้ กี ารอภปิ ราย โดยมุง่ เน้นใหเ้ กิดการนาความรู้ไปใชใ้ นเชิงการประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณใ์ หม่ๆ กติ ตยิ าพร เนือ้ อ่อน (2552 อ้างถึงใน ปยิ ฉตั ร ศรีสรุ าช, 2561 : 20) กลา่ ววา่ แบบฝกึ ทักษะที่ดีจะต้อง คานงึ ถงึ องค์ประกอบหลาย ๆ ดา้ น คือมจี ุดม่งุ หมายท่ีแน่นอนว่าจะฝึกด้านใด ตรงตามเน้ือหา เหมาะสมกับวัย เวลา ความสามารถ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล สภาพปัญหาของนักเรียน ใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่าย ส่งเสริมความคิด ยั่วยุจูงใจท้าทายผู้ฝึกให้ใช้ความสามารถ มีความพอใจในการเรียน และเกิดทักษะตรงตาม จุดประสงค์ สรปุ ได้วา่ ลกั ษณะแบบฝึกท่ีดีนนั้ ควรมีลักษณะส้ัน ๆ สถานการณท์ ตี่ ่างกันเข้าใจง่าย มีคาอธิบายท่ี ชดั เจน มคี วามเหมาะสมกับวยั ของผ้เู รยี น เป็นสง่ิ ท่ีน่าสนใจ ท้าทายความสามารถและเกดิ ประโยชน์แก่ผ้เู รียน สาลี รกั สทุ ธี (2553 อ้างถงึ ใน ปิยฉตั ร ศรสี รุ าช, 2561 : 21) กล่าวถึงส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะ วา่ มีสว่ นประกอบทสี่ าคญั ดงั นี้ 1. คาแนะนาการใชแ้ บบฝกึ ทักษะ 1.1 สาหรับครู เป็นคาแนะนาเพ่ือให้ครูทาความเข้าใจเก่ียวกับการใช้แบบฝึกนั้น ว่าครูจะต้องทา อย่างไร เตรยี มอะไรบา้ ง บทบาทของครูเปน็ อย่างไรบ้าง ขณะนักเรยี นปฏิบตั คิ รูควรมีบทบาทอยา่ งไร 1.2 สาหรบั ผู้เรียน เปน็ คาแนะนาเพื่อให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามที่แบบฝึกกาหนดไว้ให้ถูกต้อง เป็นไปตามข้นั ตอน ซึง่ จะมคี าชีแ้ จงคาอธบิ ายไวช้ ดั เจนในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม 2. แบบทดสอบก่อนเรยี น เป็นแบบทดสอบเพ่อื ประเมนิ ความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี นม 3. สาระสาคัญ เพื่อบอกใหร้ ถู้ งึ ความสาคัญใจความสาคญั สั้นๆของเรื่องน้นั 4. ตวั บง่ ช้ี เพือ่ บอกให้ทราบถึงตวั บง่ ชีท้ เี่ ปน็ ปญั หาทีต่ อ้ งใช้สอ่ื นวัตกรรมชดุ น้ี 5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เพอ่ื บอกให้ทราบว่าผเู้ รยี นตอ้ งรู้อะไรเป็นอย่างไร 6. เน้ือหาสาระ 7. กจิ กรรม 8. สรปุ 9. แบบทดสอบหลงั เรยี น จากคากล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะประกอบด้วย คาแนะนาในการฝึกทักษะ ซึ่งมีทั้ง คาแนะนาสาหรบั ครแู ละคาแนะนาสาหรับผู้เรียน จุดประสงค์ในการฝึกทักษะ เน้ือหาสาระ กิจกรรมในการฝึก ทักษะ แบบทดสอบหรือแบบประเมินผลการใช้แบบฝึกทักษะ และชุดฝึกในแต่ละชุดย่อย จุดประสงค์คาสั่ง ตัวอย่าง ชุดฝึก ภาพประกอบ ข้อทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบประเมินบันทึกผลการใช้ ซึ่งส่วนประกอบ เหลา่ น้ี จะทาให้นกั เรียนได้เรียนรแู้ ละฝกึ ปฏบิ ัติตามขน้ั ตอน เพอื่ ให้ผูเ้ รียนเกดิ ทกั ษะตามท่ีตัง้ ไว้ ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

13 กจิ กรรมที่ 3 ครูอธิบายถึงส่วนประกอบของแบบฝกึ ทักษะ วา่ มีส่วนประกอบสาคัญใดบ้างมาพอสงั เขป ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….…..…… …………………………………………………………..…………………………… ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….………..…………… ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

14 เอกสารความรู้ที่ 4 หลกั การสร้างแบบฝึกทักษะ การสร้างแบบฝึกทักษะให้มีประสิทธิภาพ สาหรับนาไปใช้กับนักเรียนน้ัน ต้องอาศัยหลักจิตวิทยาใน การเรียนรแู้ ละทฤษฎีทเ่ี กี่ยวข้อง เพื่อเปน็ แนวคดิ พื้นฐานของการสร้างแบบฝึกทักษะ Bock (1993) ได้เสนอหลกั ในการสรา้ งแบบฝึกทักษะ ดังน้ี 1. กอ่ นทจ่ี ะสร้างแบบฝกึ ทกั ษะจะต้องกาหนดโครงร่างคร่าวคร่าว ๆ ก่อนว่า จะเขียนแบบฝึกเก่ียวกับ เร่ืองอะไร มีจุดประสงค์อย่างไร 2. ศึกษาเอกสารที่เก่ียวข้องกับเรอื่ งที่จะใชส้ ร้างแบบฝึกทักษะ 3. เขยี นจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมและเนื้อหาใหส้ อดคล้องกัน 4. แบ่งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมออกเป็นกิจกรรมย่อย ๆ โดยคานึงถึงความเหมาะสมของผู้เรียนและ เรียงกจิ กรรมหรืองานท่นี กั เรียนต้องปฏบิ ัติ จากงา่ ยไปหายาก 5. กาหนดอุปกรณ์ทจี่ ะใช้ในแต่ละตอนใหเ้ หมาะสมกบั แบบฝึกทักษะ 6. กาหนดเวลาท่จี ะใช้ในแบบฝกึ ทกั ษะแตล่ ะตอนใหเ้ หมาะสม 7. ควรประเมนิ ผลก่อนและหลัง Seel & Glasgow (1990) ได้เสนอแนะไวว้ า่ ในการจัดสถานการณ์ทางการเรียนการสอนนั้น สามารถ กาหนดขอบเขตเนื้อหาจากหลักสูตร โดยกาหนดจากหน่วยการเรียนย่อย ๆ ไปสู่หน่วยการเรียนใหญ่ แต่ อย่างไรก็ตาม ในการออกแบบการสอนหรือการสรา้ งแบบฝึก ควรคานงึ ถงึ องคป์ ระกอบดังตอ่ ไปน้ี 1. เนื้อหาทีค่ ัดเลือกมาสร้างแบบฝึกตอ้ งอิงจุดประสงคร์ ายวชิ า 2. กลวิธีทใ่ี ชใ้ นการสอนตอ้ งองิ ทฤษฎแี ละผลการวจิ ัยทีม่ ผี ูท้ าไวแ้ ลว้ 3. การวดั ต้องอิงพฤติกรรมการเรยี นรู้ 4. ร้จู ักนาเทคโนโลยีมาใชป้ ระกอบเพื่อใหแ้ บบฝกึ มีประสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ พรรณี ช.เจนจิต (2557) ได้กล่าวถึงแนวคิดของกาเย่ ดังน้ี การเรียนรู้ มีลาดับขั้น ก่อนที่เด็กจะ แก้ปัญหาได้น้ัน เด็กจะต้องเรียนรู้ตามแนวคิดรวบยอดหรือกฎเกณฑ์มาก่อน โดยที่ความคิดรวบยอดและ กฎเกณฑ์ทไ่ี ดเ้ รยี นรูน้ ้ัน มาจากการสรปุ ของเดก็ เองไม่ใชค่ รเู ป็นผบู้ อก พรรณี ชทู ยั (2558) ได้กล่าวว่า การสร้างแบบฝึกทักษะที่ดี นอกจากจะคานึงถึงหลักในการสร้างและ หลกั ในการฝกึ แลว้ จะตอ้ งอาศยั หลักสาคัญตามทฤษฎีการเรียนรปู้ ระกอบดว้ ยดังต่อไปนี้ 1. ความใกล้ชิด คือการใช้สิ่งเร้าและการตอบสนองเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันจะสร้างความพอใจ ให้แก่ผูเ้ รียน 2. การฝึกหดั คือการให้ผเู้ รียนไดท้ าซ้า ๆ กัน เพื่อช่วยสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจทแ่ี มน่ ยา 3. กฎแห่งกรรม คือการที่ผู้เรียนได้ทราบผลการทางานของตนเองด้วยการเฉลยคาตอบให้ จะช่วยให้ ผูเ้ รยี นทราบข้อบกพร่องเพอ่ื ปรบั ปรงุ แก้ไขและเป็นการสรา้ งความพอใจให้แกผ่ เู้ รยี น 4. การจูงใจ คือการจัดเรียงลาดับแบบฝึกทักษะง่าย ๆ ส้ัน ๆ ไปสู่เรื่องท่ียากและยาวขึ้นควรมี ภาพประกอบและมหี ลายรสหลายรปู แบบ ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

15 อนิชวัง แก้วจานงค์ (2559) ได้กล่าวไว้ว่า ในการสร้างแบบฝึกทักษะแต่ละเรื่อง ผู้สร้างแบบฝึกทักษะ จะต้องศึกษาในเรื่องจิตวิทยาการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ ข้ึนอยู่กับปรากฏการณ์ของจิตและ พฤติกรรมท่ตี อบสนอง โดยอาศัยกระบวนการที่เหมาะสม การศึกษาทฤษฎีการเรียนรู้จากข้อมูลท่ีนักจิตวิทยา ไดค้ น้ พบและทดลองเกยี่ วกบั การสรา้ งแบบฝึกทักษะในส่วนที่มีความสัมพนั ธ์ ดังน้ี 1. ทฤษฎกี ารลองผิดลองถูก ของธอร์นไดค์ สรปุ เปน็ กฎการเรียนคือ 1.1 กฎความพรอ้ ม การเรยี นจะเกิดขึน้ เม่อื บคุ คลพรอ้ มท่จี ะทา 1.2 กฎผลทีร่ ับ การเรยี นจะเกดิ ข้ึนเพราะไดท้ าซ้า ๆ และยิ่งทามากความจาเกดิ ขน้ึ ได้งา่ ย 1.3 กฎแห่งความพอใจ การท่ีผู้เรียนได้ทราบผลการทางานของตนเอง โดยการเฉลยคาตอบให้ เปน็ การสรา้ งความพงึ พอใจใหแ้ ก่ผู้เรยี น 2. ทฤษฎพี ฤตกิ รรมนิยม ของสกินเนอร์ มีความเชื่อว่า สามารถควบคุมบุคคลให้ทาตามความประสงค์ หรือแนวทางท่ีกาหนด โดยไม่ต้องคานึงถึงความรู้สึกทางด้านจิตใจของผู้นั้นว่ารู้สึกนึกคิดอย่างไร เขาจึงได้ ทดลองและสรปุ ว่า บุคคลสามารถเรียนรไู้ ด้โดยการกระทา โดยมกี ารเสริมแรงเป็นตัวการ เมื่อบุคคลตอบสนอง สงิ่ เรา้ ควบคกู่ ันในช่วงเวลาท่เี หมาะสม การสรา้ งแบบฝกึ ทักษะจึงควรยึดทฤษฎขี องสกนิ เนอรด์ ว้ ย 3. วิธีการสอนของกาเย่ มีความเห็นว่า การเรียนรู้มีลาดับข้ันและผู้เรียนจะต้องเรียนรู้เนื้อหาท่ีง่ายไป หายาก 4. แนวคิดของบลูม กล่าวถึงธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนว่ามีความแตกต่างกัน ผู้เรียนจะสามารถ เรียนรู้เน้ือหาในหน่วยย่อยต่าง ๆ โดยใช้เวลาเรียนท่ีแตกต่างกัน ดังนั้นการสร้างแบบฝึกทักษะ จะต้องมีการ กาหนดเง่อื นไขที่จะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นทุกคนสามารถผ่านลาดับข้ันตอน ของทุกหน่วยการเรียนได้ ถ้าผู้เรียนได้เรียน ตามอตั ราการเรียนของตน จะทาใหผ้ ู้เรยี นประสบความสาเร็จมากขึน้ พงษ์พันธ์ พงษ์โสภา (2544 อ้างถึงใน นฤชล เสถียรวัฒน์กุล, 2560 : 25) กล่าวถึง ได้กล่าวถึงการฝึก ทักษะว่า การท่ีจะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเกิดทักษะในเร่ืองใดน้ัน ต้องให้ผู้เรียนลงมือปฎิบัติด้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนได้กระทาซ้า ๆ เพ่ือเป็นการฝึกทักษะ รวมท้ังให้แรงเสริมควบคู่ไปด้วยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วย ตนเอง หลักจิตวิทยาในการเรียนรแู้ ละทฤษฎีท่ีเกย่ี วขอ้ งขา้ งต้น เปน็ แนวคดิ พืน้ ฐานทีส่ าคัญของการสร้างแบบ ฝึกเสรมิ ทักษะ อย่างไรก็ตาม สงิ่ สาคัญทีค่ วรคานึงถงึ ในการสร้างแบบฝกึ อกี ประการหน่ึงคือข้ันตอนและหลักใน การสร้าง สุนันทา สุนทรประเสริฐ (2549 อ้างถึงใน วัฒนา หิรัญโญภาส, 2560 : 50) กล่าวถึงหลักในการสร้างแบบ ฝึกทักษะไว้ว่า การสร้างแบบฝึกทักษะเพ่ือใช้ประกอบการเรียนการสอน จะเน้นส่ือการสอนในลักษณะเอกสารแบบ ฝึก เป็นส่วนสาคัญการสร้างแบบฝึกทักษะ ควรให้มีความสมบูรณ์ท่ีสุด ทั้งในด้านเนื้อหา รูปแบบ และกลวิธีในการ นาไปใช้ เป็นเทคนคิ ของแต่ละคน ดังนี้ 1. ระลกึ เสมอว่าผ้เู รยี นต้องศึกษาเนื้อหาก่อนใช้แบบฝึก 2. ในแต่ละแบบฝกึ ทักษะอาจมีเนื้อหาสรุปย่อ หรอื หลักเกณฑใ์ ห้ผู้เรียนไดศ้ ึกษาทบทวนก่อน 3. ควรสร้างแบบฝึกทักษะให้ครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์ท่ีต้องการ ไมย่ ากและงา่ ยเกนิ ไป 4. คานึงหลักจติ วทิ ยาการเรียนรู้ของนักเรียน ใหเ้ หมาะสมกับวุฒิภาวะ และความแตกต่างของผ้เู รียน 5. ควรศึกษาแนวทางการสร้างแบบฝึกทักษะให้เข้าใจก่อนสร้างแบบฝึก อาจนาหลักการของผู้อ่ืน หรือ ทฤษฎกี ารเรียนรู้ของนักการศึกษา หรอื นกั จิตวทิ ยา มาประยกุ ต์ใชใ้ ห้เหมาะสมกับเน้ือหา 6. ครูควรมีคู่มือการใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อให้ผู้สอนคนอ่ืนนาไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง หากไม่มีคู่มือ ควรมี ชุดฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

16 คาชีแ้ จงข้นั ตอนการใชท้ ่ชี ดั เจนแนบในแบบฝึกทักษะด้วย 7. การสร้างแบบฝึกทักษะ ควรพิจารณารูปแบบท่ีเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละเน้ือหาวิชา รูปแบบ แตกต่างกนั ตามสถานการณ์ 8. การออกแบบแบบฝึกทักษะ ควรมีความหลากหลาย ไม่ซ้าซาก ไม่มีรูปแบบเดียว เพราะจะทาให้ผู้เรียน เบ่อื หนา่ ย ควรมแี บบฝึกหลายๆ แบบ เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนเกิดทักษะอย่างกวา้ งขวางและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ 9. การใช้ภาพประกอบเปน็ ส่ิงสาคัญ ช่วยให้แบบฝึกนา่ สนใจ และเปน็ การพักสายตาผู้เรียนไดอ้ ีกด้วย 10. การสร้างแบบฝึกทักษะ หากไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ควรสร้างในลักษณะของเอกสารประกอบการสอน 11. แบบฝกึ ตอ้ งมีความถูกต้อง อย่าให้มขี อ้ ผิดพลาด 12. คาสั่งในแบบฝึกทักษะเป็นส่ิงสาคัญที่จะทาความเข้าใจของผู้เรียนไปสู่ความสาเร็จ ชัดเจนและเข้าใจ ง่าย 13. การกาหนดเวลาในการใช้แบบฝึกทักษะในแต่ละชดุ ควรเหมาะสมกบั เน้ือหาและความสนใจของผู้เรียน 14. กระดาษที่ใชค้ วรมีคุณภาพเหมาะสม มคี วามเหนียวและทนทาน ไมเ่ ปราะบางหรือขาดง่ายเกินไป ถวัลย์ มาศจรสั และ คณะ (2550 อา้ งถึงใน วัฒนา หิรญั โญภาส, 2560 : 51) กล่าวว่า หลักการสร้าง แบบฝกึ ทกั ษะ มีดังน้ี 1. สร้างแบบฝึกทักษะให้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาและพัฒนาการของนักเรียนตามลาดับขั้นการ เรียนรู้ แบบฝกึ ทักษะต้องอาศัยรูปภาพจูงใจผู้เรียน และควรเรียงเน้ือหาตามลาดับจากง่ายไปหายาก เพ่ือช่วย ให้นกั เรียนมีกาลังใจที่จะทาแบบฝึกทกั ษะ 2. มีจดุ ประสงค์ทแี่ นน่ อน วา่ จะฝกึ ทักษะดา้ นใด แล้วจดั เน้อื หาใหต้ รงกบั จดุ ประสงค์ทกี่ าหนดไว้ 3. ต้องคานึงถึงความสามารถระหว่างบุคคลของนักเรียน ถ้าสามารถทาได้ ควรแบ่งนักเรียนออกเป็น กลมุ่ ยอ่ ยตามความสามารถ แลว้ จึงทาแบบฝกึ ทกั ษะ 4. แบบฝึกทักษะที่ดีต้องมีคาชี้แจงง่าย ๆ สั้น ๆ ท่ีนักเรียนอ่านเข้าใจ และทาแบบฝึกทักษะได้ด้วย ตวั เอง 5. แบบฝกึ ทกั ษะต้องมีความถูกต้อง ครูตอ้ งพิจารณาใหร้ อบคอบ ทดลองทาด้วยตนเอง ก่อน อย่าให้มี ขอ้ ผดิ พลาด 6. ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกทักษะแตล่ ะคร้ัง ตอ้ งเหมาะสมกับช่วงเวลาและชว่ งความสนใจ 7. แบบฝึกทักษะควรมีหลายรูปแบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ส่งเสริมความคิด สรา้ งสรรค์ คณิศร ศรีประไพ (2555) ไดก้ ล่าวไวว้ า่ หลักในการสร้างแบบฝึกทักษะควรสร้างให้ตรงกับจุดประสงค์ ที่ต้องการฝึก มีความเหมาะสมต่อพัฒนาการของผู้เรียน สนองความสนใจและคานึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล จัดทาให้จบเป็นเรือ่ ง ๆ การประเมนิ ผล แจ้งผลความกา้ วหนา้ ในการฝกึ ให้ผเู้ รียนทราบทันทีทกุ คร้งั บุญนา เกษี (2556) ได้กล่าวไว้ว่า การสร้างแบบฝึกทักษะต้องคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล แบบฝึกต้องมีหลาย ๆ รูปแบบ ควรมีเน้ือหาที่สรุปไว้มีลักษณะย่อ ๆ สร้างเริ่มจากง่ายไปหายาก และจะต้อง ถูกตอ้ ง คาสั่งในแบบฝึกต้องส้ัน กะทัดรดั และเขา้ ใจง่าย ควรมกี ารสอดแทรกทักษะด้านอื่น ๆ เข้าไปด้วย จากคากล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า การสร้างแบบฝึกทักษะ ควรคานึงถึงตัวผู้เรียนเป็นหลัก มี จุดมุ่งหมายที่แน่นอนว่าจะฝึกเรื่องใด ด้านใด เนื้อหามีความถูกต้อง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีคู่มือแนะนา การใช้แบบฝึกที่ส้ันกะทัดรัด เข้าใจง่าย เนื้อหาไม่ยากจนเกินไป มีรูปแบบและกิจกรรมท่ีน่าสนใจและมีความ ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

17 หลากหลาย มีลักษณะยั่วยุให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง อยากทาส่ิงใหม่ ๆ มีการกาหนด ระยะเวลาสั้น ๆ ในการฝึกแต่บ่อยคร้ัง ทั้งน้ีตัวนักเรียนจะต้องเห็นความสาคัญของการฝึกทักษะ ต้องทาแบบ ฝึกด้วยความเข้าใจ และความต้ังใจที่จะพัฒนาตนเอง ตามระดับความสามารถของตนเอง ท้ังผู้เรียนและ ครผู สู้ อนตอ้ งเขา้ ใจตรงกันวา่ แบบฝกึ ทักษะมคี วามจาเปน็ แสดงถึงความก้าวหน้าของผู้เรียน และเพ่ือครูผู้สอน จะไดใ้ ช้เป็นแนวทางในการชว่ ยเหลอื ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ชุดฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

18 กิจกรรมที่ 4 ครอู ธิบายถงึ หลักการสร้างแบบฝกึ ทักษะ ว่าใช้จติ วทิ ยาพื้นฐานใด และมหี ลกั การสาคัญอย่างไร มาพอสงั เขป ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….…..…… ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………… …………………………………………………………..…………… ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

19 เอกสารความรู้ที่ 5 ประโยชน์ของแบบฝกึ ทกั ษะ ประโยชน์ของแบบฝึกทกั ษะท่ีดีและมีประสิทธิภาพ จะช่วยทาให้นักเรียนประสบผลสาเร็จในการฝึกทักษะ ได้เป็นอย่างดี ทาให้ครูลดภาระการสอนลง และผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มท่ี เพิ่มความมั่นใจในการ เรียนได้เป็นอย่างดี หากได้มีการฝึกบ่อยคร้ังจนชานาญและยังช่วยผู้เรียนที่มีปัญหาในการเรียนรู้จาเป็นต้องมีการ สอนต่างจากกลุ่มปกติทั่วไป ด้วยการเสริมเพ่ิมเติมให้เป็นพิเศษ นักวิชาการและผู้รู้หลายท่านได้กล่าวถึงประโยชน์ ของแบบฝกึ ท่ีน่าสนใจไว้ ดังน้ี คณิศร ศรีประไพ (2555) กล่าวถึงประโยชน์ของแบบฝึกทักษะไว้ว่า แบบฝึกมีประโยชน์เป็นเคร่ืองมือช่วย ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ สามารถที่จะทบทวนได้ด้วยตนเอ งและเห็นความก้าวหน้าของตนเอง นอกจากน้ียังสามารถ ชว่ ยลดภาระของครผู สู้ อนอีกด้วย บุญนา เกษี (2556) กล่าวถึงประโยชน์ของแบบฝึกทักษะไว้ว่า แบบฝึกมีความสาคัญทาให้เกิดทักษะ ความชานาญ หากแต่ต้องการได้รับการฝึกหลาย ๆ คร้ัง หลายรูปแบบ เมื่อผู้เรียนได้รับการฝึกแล้วอย่างน้อย ผูเ้ รียนสามารถพัฒนาตนเองได้แน่นอน แบบฝึกมีประโยชน์ต่อครูผู้สอนในการแก้ปัญหาของนักเรียนท่ีมีปัญหา มากไดด้ ี กมลวรรณ โคตรทอง (2557) แบบฝึกทักษะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งต่อตัวผู้เรียนเองและผู้สอน คือ สามารถเหน็ ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมทง้ั เป็นการวัดความสามารถว่า อยู่ในระดับใด ส่วนตัวผู้สอนน้ันแบบ ฝึกสามารถช่วยลดภาระงาน อีกทั้งยังเห็นข้อบกพร่องในการเรียนการสอน ทาให้วางแผนการสอนเพ่ือพัฒนา ตวั ผเู้ รยี นไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพมากขึ้น สนั ติ ภสู งัด (2559) ไดก้ ลา่ วไว้วา่ แบบฝกึ ทักษะมีประโยชน์ตอ่ การเรียนวิชาทักษะมาก ดงั ต่อไปน้ี 1. เป็นส่วนเพม่ิ หรือเสรมิ หนังสือเรียนในการเรียนวิชาทักษะ เป็นอุปกรณ์การสอนที่ช่วยลดภาระของ ครผู ู้สอนไดม้ าก เพราะแบบฝึกทกั ษะเป็นส่งิ ท่จี ัดทาข้นึ อยา่ งเป็นระบบระเบยี บ 2. ชว่ ยเสริมทกั ษะการใชภ้ าษาแบบฝึกทักษะเปน็ เคร่ืองมือที่ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะการใช้ภาษาได้ดีขึ้น แต่จะตอ้ งอาศัยการส่งเสรมิ และความเอาใจใสจ่ ากผู้สอนดว้ ย 3. ชว่ ยในเร่ืองความแตกต่างระหว่างบคุ คล เนอ่ื งจากผูเ้ รียนมคี วามสามารถทางภาษาแตกต่างกัน การ ที่ให้ผู้เรียนทาแบบฝึกทักษะที่เหมาะสมกับความสามารถของเขา จะช่วยให้ผู้เรียนประสบกับความสาเร็จใน ด้านจิตใจมากขนึ้ 4. แบบฝกึ ทกั ษะใชเ้ ป็นเครื่องมอื วัดผลการเรียนหลงั จากจบบทเรียนในแต่ละครง้ั 5. แบบฝึกทักษะท่ีจัดทาข้ึนเป็นรูปเล่ม ผู้เรียนสามารถเก็บรักษาไว้ใช้เป็นแนวทางเพื่อทบทวนด้วย ตนเองไดต้ อ่ ไป 6. การใหผ้ ู้เรียนทาแบบฝึกทักษะ ช่วยให้ผู้สอนมองเหน็ จุดเด่นหรือปัญหาต่าง ๆ ของผู้เรียนได้ชัดเจน ชุดฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏรธ์ านี เขต 1

20 ซ่งึ จะชว่ ยให้ผู้สอนดาเนินการปรบั ปรงุ แกไ้ ขปัญหาน้ันได้ทนั ท่วงที 7. แบบฝกึ ทักษะท่จี ัดทาขนึ้ นอกเหนอื จากท่ีอยใู่ นหนงั สอื เรียน จะช่วยให้ผเู้ รียนได้ฝกึ ฝนอย่างเตม็ ที่ 8. แบบฝึกทักษะทพ่ี มิ พ์ไว้เรยี บรอ้ ยแลว้ จะช่วยให้ผู้สอนประหยัดทั้งแรงงานและเวลาในการที่จะต้อง เตรียมสร้างแบบฝึกทักษะอยู่เสมอ ในด้านผู้เรียนก็ไม่ต้องเสียเวลาลอกแบบฝึกทักษะจากตาราเรียน ทาให้มี โอกาสฝกึ ฝนทกั ษะต่าง ๆ มากข้ึน 9. แบบฝึกทักษะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการจัดพิมพ์ขึ้นเป็นรูปเล่มที่แน่นอนย่อมลงทุนต่ากว่า ที่จะพิมพใ์ นกระดาษไขทุกครง้ั และผูเ้ รียนสามารถบันทึกและมองเหน็ ความกา้ วหน้าของตนเองได้อย่างมีระบบ และเป็นระเบียบ วฒั นา หริ ัญโญภาส (2560) แบบฝึกทกั ษะช่วยใหน้ กั เรียนมีพฒั นาการท่ีดีข้ึนท้ังด้านความรู้ทักษะและ เจตคติในการเรยี น เพราะแบบฝึกทักษะม่งุ เน้นกระบวนการแก้ปญั หาและพัฒนาการเรยี นรู้ เน้นทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนส่ือความ ผู้เรียนสามารถทดสอบความรู้ของตนเองจากการทาแบบฝึกทักษะ แบบฝึกทักษะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักทางานตามลาพัง ส่งเสริมให้เกิดความม่ันใจในตนเอง รู้จักปรับปรุง แกไ้ ขตนเอง ทาใหน้ ักเรยี นประสบความสาเร็จในการเรียน Petty (1963) ได้กลา่ วประโยชน์ของแบบฝึกทักษะไว้ ดังนี้ 1. เป็นส่วนเพิ่มเติมหรือเสริมหนังสือเรียนในการเรียนทักษะ เป็นอุปกรณ์การสอนท่ีช่วยลดภาระครู ไดม้ าก เพราะแบบฝึกเปน็ สิ่งทีจ่ ัดทาข้ึนอย่างเปน็ ระบบและมรี ะเบียบ 2. ช่วยเสริมทักษะ แบบฝึกหัดเป็นเครื่องมือท่ีช่วยเด็กในการฝึกทักษะ แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยการ ส่งเสริมและความเอาใจใส่จากครูผ้สู อนดว้ ย 3. ช่วยเร่ืองความแตกต่างระหว่างบุคคล เน่ืองจากเด็กมีความสามารถทางภาษาแตกต่างกัน การให้ เด็กทาแบบฝึกหัดท่ีเหมาะสมกับความสามารถของเขาจะช่วยให้เด็กประสบผลสาเร็จในด้านจิตใจมากขึ้น ดังนนั้ แบบฝกึ หัด จงึ ไม่ใช่สมดุ ฝกึ ทีค่ รจู ะให้เดก็ ลงมอื ทาหนา้ ต่อหน้า แต่เป็นแหล่งประสบการณ์เฉพาะ สาหรับ เด็กท่ีต้องการความช่วยเหลือพิเศษและเป็นเครื่องมือช่วยท่ีมีค่าของครูท่ีสนองความต้องการเป็นรายบุคคลใน ชนั้ เรยี น 4. แบบฝึกทักษะให้คงทน ลักษณะการฝึกเพื่อช่วยให้เกิดผลดังกล่าวนั้น ได้แก่ ฝึกทันทีหลังจากท่ีเด็ก ได้เรยี นร้ใู นเรื่องน้นั ๆ ฝกึ ซา้ หลาย ๆ คร้งั เน้นเฉพาะในเรื่องทผ่ี ดิ 5. แบบฝึกทักษะทใ่ี ช้จะเปน็ เคร่ืองมอื วัดผลการเรยี นหลงั จากจบบทเรียนในแตล่ ะคร้ัง 6. แบบฝึกทักษะที่จัดทาขึ้นเป็นรูปเล่ม เด็กสามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นแนวทางเพื่อทบทวนด้วย ตนเองได้ตอ่ ไป 7. การให้เด็กทาแบบฝึกทักษะช่วยให้ครูมองเห็นจุดเด่น หรือปัญหาต่าง ๆ ของเด็กได้ชัดเจน ซ่ึงจะ ช่วยใหค้ รูดาเนนิ การปรับปรงุ แกไ้ ขปัญหานัน้ ๆ ไดท้ ันทว่ งที 8. แบบฝกึ ทักษะทจ่ี ดั ข้ึนนอกเหนอื จากที่มอี ยู่ในหนงั สือเรยี น จะช่วยใหเ้ ดก็ ไดฝ้ ึกฝนอย่างเต็มที่ 9. แบบฝึกทักษะที่จัดพิมพ์ไว้เรียบร้อยแล้ว จะช่วยทาให้ครูประหยัดท้ังแรงงานและเวลา ในการท่ี จะตอ้ งเตรียมสร้างแบบฝึกอยเู่ สมอ และดา้ นผ้เู รียนก็ไมต่ อ้ งเสยี เวลาในการลอกแบบฝึกหัดจากตาราเรียน หรือ กระดานดา ทาใหม้ ีเวลาและโอกาสไดฝ้ กึ ฝนทกั ษะตา่ งๆมากขนึ้ 10. แบบฝึกทักษะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการจัดพิมพ์ข้ึนเป็นรูปเล่มที่แน่นอน ย่อมลงทุนต่า กว่าการทีจ่ ะใช้วิธพี ิมพล์ งในกระดาษไขทกุ ครั้ง จากนี้ยังมีประโยชน์ในการที่ผู้เรียนสามารถบันทึกและมองเห็น ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏร์ธานี เขต 1

21 ความก้าวหน้าของตนเองได้อยา่ งมีระบบและเปน็ ระเบยี บ จากคากล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะนั้นมีประโยชน์ท้ังต่อครูผู้สอนและตัวนักเรียน ช่วยเสริมความรู้ให้กับนักเรียนหลังจากเรียนหนังสือเรียนปกติ ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้แสวงหา องค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดความสนุกกับเน้ือหา นักเรียนจะเกิดความชานาญและมีทักษะได้ดีนั้น จะต้องอาศัย การฝึกฝน อยา่ งสม่าเสมอ นอกจากจะเปน็ เคร่ืองมือสาคัญต่อการเรียนของนักเรียนแล้ว ยังมีประโยชน์สาหรับ ครูผู้สอน เป็นส่ือท่ีสามารถพัฒนานักเรียนช่วยลดภาระครูผู้สอน เป็นการประเมินผลนักเรียนไปในตัว ทาให้ ทราบพัฒนาการทางทักษะน้ัน ๆ ของนักเรียน ทราบข้อบกพร่องและสามารถส่งเสริมหรือปรับปรุงแก้ไขได้ ทันทว่ งที อนั จะส่งผลทาให้นักเรียนประสบผลสาเร็จในการเรยี นรูใ้ นสาระนัน้ ๆ ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

22 กจิ กรรมที่ 5 ครูบอกถึงประโยชน์ของ แบบฝึกทักษะ มาพอสังเขป ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….…..…… ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..…………… ชุดฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู ีสุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

23 เอกสารความรู้ท่ี 6 ตัวชี้วดั ต้องรู้และควรรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ภายใต้สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ชดุ ฝกึ อบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มสู สี ุทธิ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฏรธ์ านี เขต 1

24 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

25 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

26 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

27 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

28 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

29 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

30 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

31 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

32 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

33 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

34 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

35 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

36 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

37 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

38 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

39 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

40 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

41 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

42 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

43 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

44 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

45 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

46 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1

47 ชดุ ฝึกอบรม เล่ม 1 นางอรัญญา มูสสี ุทธ์ิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สรุ าษฏร์ธานี เขต 1


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook