Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 1

หน่วยที่ 1

Published by วาทยุทธ์ เอียดมิ่ง, 2023-06-13 08:22:35

Description: หน่วยที่ 1

Search

Read the Text Version

หน่วยที่ 1 วิชางานส่งกำลังรถยนต์ หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สำนัก งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายวาทยุทธ์ เอียดมิ่ง

แผนการจดั การเรยี นรู้หน่วยที่ 1 ระดับช้ัน ปวช. สาขาวิชา ชา่ งยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกิต รหัสวชิ า 20101-2004 ชอ่ื วิชางานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ ช่อื เร่อื ง ระบบสง่ กาลังรถยนต์ 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างและส่วนประกอบระบบส่งกาลงั รถยนต์ 1.2 หลกั การทางานระบบส่งกาลังรถยนต์ 1.3 ใช้เครื่องมือในการถอด -ประกอบระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 1.4 การถอด-ประกอบระบบส่งกาลังรถยนต์ 1.5 การตรวจสอบสภาพระบบส่งกาลงั รถยนต์ 1.6 การบารุงรกั ษาระบบส่งกาลังรถยนต์ 2. สาระสาคัญ ระบบส่งกาลัง (Power Train ) เป็นกลไกการส่งกาลังจากเครอื่ งยนต์ เพือ่ ขับลอ้ ของรถยนต์ใหเ้ คลื่อนท่ี โดยการถ่ายทอดแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านคลัตช์ กระปุกเกียร์ เพลากลาง เฟืองท้ายและเพลาขับล้อ ดว้ ยอตั ราทดของเฟอื ง โดยทว่ั ไปเกยี รธ์ รรมดา Manual Transmission (M/T) จะออกแบบอัตราทดเกยี ร์ เดินหน้า 5 หรือ 6 อัตราทด เกียร์ถอยหลงั 1 อัตราทด และตาแหน่งเกียร์ว่าง นอกเหนือจากที่กล่าวมาอาจมี การออกแบบอัตราทดเกยี ร์ในรูปแบบอ่ืน เพ่ือให้มีความเหมาะสมกบั ลกั ษณะการใช้งานของรถยนต์ 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจาหนว่ ย) 3.1 แสดงความร้เู กย่ี วกบั โครงสร้างและสว่ นประกอบระบบสง่ กาลังรถยนต์ 3.2 แสดงความรู้เก่ยี วกับหลกั การทางานระบบสง่ กาลังรถยนต์ 3.3 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั การใชเ้ คร่อื งมือในการถอด -ประกอบระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 3.4 แสดงความรู้เกย่ี วกบั การถอด-ประกอบระบบส่งกาลังรถยนต์ 3.5 แสดงความรเู้ กีย่ วกับการตรวจสอบสภาพระบบส่งกาลงั รถยนต์ 3.6 แสดงความรู้เกีย่ วกับการบารงุ รักษาระบบส่งกาลังรถยนต์ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนร)ู้ 4.1 สมรรถนะทวั่ ไป 4.1.1 รเู้ ก่ยี วกบั โครงสร้างและส่วนประกอบระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 4.1.2 เข้าใจเก่ียวกับหลกั การทางานระบบสง่ กาลังรถยนต์ 4.1.3 การใช้เคร่อื งมอื ในการถอด -ประกอบระบบสง่ กาลังรถยนต์ 4.1.4 การถอด-ประกอบระบบสง่ กาลังรถยนต์ 4.1.5 การตรวจสอบสภาพระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 4.1.6 การบารุงรกั ษาระบบส่งกาลังรถยนต์

4.2 สมรรถนะท่พี ึงประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมือ่ ผเู้ รยี นไดศ้ ึกษาเนื้อหาในบทนแี้ ล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเก่ยี วกบั โครงสร้างและส่วนประกอบของระบบส่งกาลงั รถยนตไ์ ด้ถกู ต้อง 4.2.2 อธบิ ายหลักการทางานระบบสง่ กาลังรถยนต์ได้ถกู ต้อง 4.3 สมรรถนะทพ่ี ึงประสงค์ (ปฏบิ ตั ิ) 4.3.1 มที กั ษะในการใชเ้ ครื่องมือในการถอด -ประกอบระบบส่งกาลังรถยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 4.3.2 มที ักษะในการถอด-ประกอบระบบสง่ กาลังรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง 4.3.3 มีทักษะในการตรวจสอบสภาพระบบส่งกาลังรถยนตไ์ ด้อย่างถูกตอ้ ง 4.3.4 มีทักษะในการบารุงรักษาระบบส่งกาลังรถยนตไ์ ด้อย่างถกู ต้อง 5. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (คาอธบิ ายเกย่ี วกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถา้ มี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานส่งกาลังรถยนต์ (20101-2004) ได้กาหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลกั การเรียนการสอนแบบ MIAPซ่ึงมุ่งพฒั นาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพ่ือเป็น การพัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนท่ีนาเสนอเนื้อหามีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพนั ธก์ บั ผสู้ อนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรียน (Motivation) เวลา 15 นาที ผูส้ อนช้แี จงรายละเอียดเกยี่ วกบั จุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคาอธิบายรายวชิ า การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และ การนาเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องระบบสง่ กาลังรถยนต์ 5.2 กจิ กรรมการเรยี นการสอนขั้นศึกษาข้อมลู (Information) เวลา 2 ช่ัวโมง 5.2.1 ผสู้ อนแจง้ จุดประสงค์การเรยี นประจาสปั ดาห์ 5.2.2 ผสู้ อนถา่ ยทอดความรู้ในหน่วยที่ 1 เรอ่ื งระบบส่งกาลงั รถยนต์ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตวั อย่างเก่ยี วกบั ระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 5.3 กจิ กรรมการเรยี นการสอนขัน้ ประเมินผล (Application) เวลา 1 ช่ัวโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานใหผ้ เู้ รียนนาความรคู้ วามเขา้ ใจท่ีเกดิ ขึ้นไปใช้ในการทาแบบฝึกหัด ประจาหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 5.3.2 ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนเขียนสรปุ สาระสาคัญของเร่ืองทเ่ี รียนประจาสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผูเ้ รียนโดยจัดทาใบงานประจาหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื งระบบสง่ กาลังรถยนต์ 5.3.4 ผ้สู อนวดั ประเมินผลการเรยี นรูข้ องผเู้ รียน 5.4 กจิ กรรมการเรยี นการสอนข้ันสรปุ ผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรยี นในหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่องระบบสง่ กาลังรถยนต์ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรอ่ื งระบบส่งกาลังรถยนต์

6. ส่อื การเรยี นรู้ 6.1. สอ่ื การเรยี นการสอนแบบ CAI เรือ่ งระบบส่งกาลังรถยนต์ 6.2 Power point เรอ่ื งระบบสง่ กาลงั รถยนต์ 6.3 สอ่ื การเรียนการสอนจากของจรงิ 7. งานท่ีมอบหมาย/กจิ กรรม 7.1. ใบงานเรือ่ งระบบสง่ กาลังรถยนต์ 7.2. แบบฝกึ หดั 8. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ วัดผล/ประเมนิ ผล - แบบทดสอบ - แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 20 - ถาม - ตอบ - แบบสอบถาม 8.1. สมรรถนะที่พึง - ถาม - ตอบ - ใบงาน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 60 ประสงค์ (ทฤษฎ)ี - แบบสอบถาม 8.2. สมรรถนะทพี่ ึง - สงั เกตุการณ์ - แบบประเมิน เกณฑร์ อ้ ยละ 20 ประสงค์ (ปฏบิ ตั ิ) ถ้ามี คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ 8.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

ใบความรหู้ น่วยที่ 1 ระดับชั้น ปวช. สาขาวชิ า ชา่ งยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกติ รหสั วชิ า 20101-2004 ช่อื วชิ างานส่งกาลงั รถยนต์ จานวน 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์ หนว่ ยที่ 1 ระบบสง่ กาลังของรถยนต์ โครงสร้างสว่ นประกอบของระบบส่งกาลังรถยนต์ หนา้ ทขี่ องระบบส่งกาลงั (Power train System) คือ การถา่ ยทอดการหมุนของเครือ่ งยนต์ ไปยงั ลอ้ เพื่อใหเ้ คล่อื นท่ไี ด้ ระหวา่ งทางการสง่ กาลังหมุนไปนี้ ก็จะผา่ นส่วนประกอบ หรืออุปกรณ์ หลายสว่ นคือ ชดุ คลัตช์ (Clutch), ชุดเกียร์ (Transmission), เพลาขบั (Drive shaft), ชุดเฟืองท้าย (Differential), เพลา (Axle), ลอ้ (Wheel) สาหรับรถยนต์ ทขี่ บั เคลือ่ นลอ้ หน้า จะมีเพลาขับต่อออกจาก ชุดเฟืองท้าย ไปหมุนลอ้ โดยตรง การพัฒนาระบบส่งกาลังของรถยนต์ แตล่ ะบริษัทผู้ผลติ ก็อาจแตกต่างกันไปบา้ ง แต่โดยหลกั แลว้ มีจุดประสงค์เดยี วกันคือ สง่ กาลังหมนุ จากเคร่ืองยนต์ไปทลี่ อ้ เคร่อื งยนต์ เพลาขบั เพลาดุมล้อ ชุดเกยี ร์ เพลากลาง ดุม ระบบส่งกาลัง เฟืองท้าย ยางและล้อ

ใบความรหู้ น่วยที่ 1 ระดับชนั้ ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกิต รหสั วชิ า 20101-2004 ชอ่ื วิชางานสง่ กาลงั รถยนต์ จานวน 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ หน่วยท่ี 1 ระบบส่งกาลังของรถยนต์ ระบบส่งกาลงั จะส่งผา่ นกาลงั จากเครือ่ งยนต์ไปยังลอ้ ซ่ึงแบง่ ประเภทออกได้กวา้ งๆ ทัว่ ไปดังน้ี รถยนต์เครอ่ื งอยู่หนา้ ขบั หน้า รถยนตข์ บั เคลอื่ นลอ้ หน้า และวางเครอื่ งยนต์ด้านหน้ารถ (FF = Front Engine Front Wheel Drive) จะมีเพลาซา้ ย - ขวา ตอ่ ออกจากชุดเฟืองทา้ ย ไปหมนุ ลอ้ (แบบนี้ไมต่ ้องมีเพลากลาง) รถยนตเ์ ครอ่ื งอยู่หลังขบั หลังรถยนต์ เครื่องอยหู่ ลังขับหลัง (RR = Rear Engine Rear Wheel Drive) สาหรบั รถยนต์ ขบั เคลอ่ื นลอ้ หลัง และวางเคร่ืองยนต์ช่วงหลังรถ ก็ไมจ่ าเปน็ ต้องมเี พลากลาง นยิ มใช้กันน้อยมาก

ใบความรหู้ น่วยท่ี 1 ระดับชั้น ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกติ รหัสวิชา 20101-2004 ช่อื วชิ างานส่งกาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ หน่วยท่ี 1 ระบบส่งกาลงั ของรถยนต์ รถยนตเ์ ครอื่ งอยหู่ นา้ ขบั หลงั รถยนตเ์ คร่อื งอยหู่ น้าขับหลงั (FR = Front Engine Rear Wheel Drive) รถยนต์ขบั เคล่อื นล้อหลัง และวางเคร่ืองยนต์ด้านหนา้ รถจะมีเพลากลาง ตอ่ ออกจากห้องเกียร์ ไปสู่ชดุ เฟืองทา้ ยทตี่ ดิ ตง้ั ไวด้ ้านหลงั รถ แล้วต่อเพลาขบั ซา้ ย-ขวา ออกจากชดุ เฟืองทา้ ย รถยนตเ์ ครื่องอยกู่ ลางขบั หลงั รถเครื่องกลางขบั หลัง (MR = Midship Engine Rear Wheel Drive) จดุ เด่น คอื การจัดให้ นา้ หนักส่วนใหญอ่ ย่รู ะหว่างล้อหน้าและลอ้ หลัง เพ่ือใหจ้ ุดศูนยถ์ ว่ งอยตู่ รงกลางรถ ขอ้ เสยี คอื มเี น้อื ทีใ่ ช้ ประโยชน์นอ้ ยและเสยี งรบกวนจากเครือ่ งยนต์มมี าก รถยนตข์ ับเคลอ่ื น 4 ล้อ รถยนต์ขับเคล่ือน 4 ล้อ (4 WD = Four Wheel Drive) มีแรงฉุดในการขับเคลือ่ นจะมี ประสิทธภิ าพสูงขึ้น ไมล่ ื่นไถลโดยเฉพาะการใช้งานบนถนนทไ่ี มเ่ รยี บ ขรขุ ระ เป็นหลุมเปน็ บ่อ ทางปีนปา่ ย หลม่ โคลนทางโค้งและถนนลื่น จะได้ประโยชน์จากการขบั เคลอ่ื น 4 ลอ้ ดที สี่ ุด

ใบความรูห้ นว่ ยที่ 1 ระดบั ชั้น ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ชอื่ วชิ างานส่งกาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่วั โมง/สัปดาห์ หน่วยท่ี 1 ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ คลัตช์ (Clutch) สว่ นประกอบคลตั ช์รถยนต์ 1. แป้นเหยียบคลตั ช์ 2. กา้ นดนั 3. แม่ปม๊ั คลัตชต์ ัวบน 4. ทอ่ ทางน้ามนั 5. ปัม๊ คลตั ชต์ ัวลา่ ง 6. ก้ามปูคลตั ช์ (ตีนผี) 7. ชุดกดคลัตช์ สว่ นประกอบของคลตั ช์รถยนต์ หนา้ ท่ีของคลัตช์ คลัตช์รถยนต์ทาหน้าที่เป็นอุปกรณเ์ ช่อื มตอ่ ระหวา่ งเครื่องยนต์กับชุดเฟืองเกยี ร์ ซ่ึงเปน็ ชุดเฟอื งทดกาลงั ทจ่ี ะ ใช้ในการขบั เคลอ่ื นรถยนต์ ในชุดเฟืองเกยี ร์ของรถยนต์ มแี ผ่นซึ่งเรียกกันทวั่ ไปว่า แผ่นคลัตช์อยู่ด้วยเม่ือผขู้ บั ขร่ี ถยนตเ์ หยยี บแปน้ เหยยี บคลัตช์เรยี กว่าการตัดกาลัง และเมื่อปล่อยคลตั ช์เรยี กว่าการต่อกาลงั เข้ากับชดุ เฟืองเกยี รท์ ไี่ ด้เลือกขน้ึ มาใช้ตามความต้องการของผขู้ บั ข่ี ประเภทของคลัตช์ คลัตชแ์ บบแหง้ (Dry Clutches) คลตั ชเ์ ปียก Clutches running oil

ใบความรูห้ น่วยท่ี 1 ระดบั ชั้น ปวช. สาขาวิชา ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2004 ชอ่ื วิชางานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ หนว่ ยที่ 1 ระบบส่งกาลังของรถยนต์ 1.1 คลัตชแ์ บบแห้ง (Dry Clutches) ประกอบด้วยแผน่ คลัตชซ์ ง่ึ มลี กั ษณะจานโลหะกลม และมีแผน่ ความฝดื ท่ีทาจากสารกันความร้อนและแรงเสียดทานสูง โดยมันจะยดึ ติดอยกู่ บั ผิวของแผ่นคลตั ช์ท้งั สองด้าน ดุมของแผ่นคลัตช์จะถกู ทาให้เป็นสไปลน์ไวส้ วมกับเพลารบั กาลงั ของเครอื่ งยนต์ เพื่อแผ่นคลัตชน์ ั้นสามารถ เล่อื นไปมาบนเพลาได้ 1.2 คลัตชเ์ ปียก (Clutches running oil) เป็นคลตั ชแ์ ผ่นความฝืดชนิดหลายแผน่ ท่ีประกอบด้วยจานกด คลัตช์และแผน่ คลัตช์ ซ่ึงทัง้ หมดจะทางานอยู่ภายในตวั เรือนที่แช่อยู่กบั น้ามันตลอดเวลา กระปุกเกยี ร์ (Transmission) สว่ นประกอบของเกยี ร์รถยนต์ หน้าท่ีของเกียร์ เกียรร์ ถยนต์ในระบบสง่ กาลังคือ เป็นอปุ กรณเ์ ปลี่ยนอตั ราทดประกอบไปด้วยชุดเฟอื งหลายๆ ชดุ ท่ี ตอ่ กนั เพื่อใหร้ ถยนต์สามารถส่งกาลงั ขับเคลือ่ นไดม้ ากข้ึน สามารถเคลื่อนทไ่ี ปด้านหน้าหรือถอยหลังกไ็ ด้ สามารถเพ่ิมและลดแรงบิดให้กบั เพลาเพอ่ื ใหร้ ถยนตม์ ีกาลังขบั เคล่ือนในระยะท่ีเร่มิ ต้นและในขณะทร่ี ถวง่ิ ดว้ ยความเร็วทมี่ ากขึน้

ใบความรหู้ นว่ ยที่ 1 ระดบั ชนั้ ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกิต รหสั วชิ า 20101-2004 ช่อื วชิ างานส่งกาลงั รถยนต์ จานวน 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ หนว่ ยที่ 1 ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ ขอ้ ตอ่ ต่าง ๆ ของเพลากลาง (Propeller Shaft And Universal joint) 1.ขอ้ ต่อเลอื่ น (Slip joint) ขอ้ ต่อออ่ น ร่องสไปลน์ แสดงส่วนประกอบขอ้ ต่ขออ้ เตลอ่ เ่ือล่ือนน เน่อื งจากรถยนต์ต้องวิง่ ไปตามพนื้ ถนนที่ไม่ราบเรยี บ ขรขุ ระ ดงั นั้นจึงทาใหก้ ารเต้นของเพลากลาง เปลีย่ นแปลงไป คอื เพลากลางจะตอ้ งหดเข้าหรือยืดออกตลอดเวลา เน่ืองจากการเต้นขน้ึ ลงตามสภาพของผิว ถนน จงึ จาเปน็ ตอ้ งใส่ขอ้ ต่อเล่อื นเข้าไปท่ีส่วนปลายของเพลากลางด้านท้ายกระปุกเกยี รเ์ พ่อื ป้องกนั ไม่ให้ เพลาขาด โดยการเซาะรอ่ งเพลา ให้เป็นร่องเรียกวา่ สไปลน์ (Spline) ทาใหส้ ามารถเลอ่ื นเขา้ ออกได้ 2.ขอ้ ต่ออ่อน (Universal joint) ขอ้ ต่ออ่อน กากบาท แสดงสว่ นประกอบข้อต่ออ่อน ขอ้ ต่ออ่อนมสี ่วนประกอบ คือกากบาทและชุดลูกปนื หรอื ท่ีเราเรยี กกันว่า \"ยอย\" เป็นข้อต่อสง่ กาลงั สาหรับ เพลาขบั ที่จะต้องหมุน ไปยงั ปลายทาง ที่ต่างระนาบกัน ตัวอยา่ งเช่น เคร่ืองยนตข์ บั เคลือ่ นลอ้ หลัง มี เคร่อื งยนต์ และชดุ เกียร์อยชู่ ่วงหน้ารถ แตจ่ ะต้องสง่ แรงขบั ไปที่เพลากลาง (Driveshaft) เพือ่ ให้ไปถงึ เฟือง ทา้ ย (Differential) ซง่ึ อย่ดู ้านท้ายรถยนต์ แต่ด้วยระบบกันสะเทอื น (Suspension system) ล้อหลงั ทาให้ การขบั เคลอ่ื นไปตามทอ้ งถนนมีการกระเด้งเตน้ ขึ้น-ลงไปตามสภาพถนนทีข่ รุขระด้วยเหตุนี้ การสง่ แรง ขับเคลอ่ื นไปตามเพลาขบั จากห้องเกยี ร์ถงึ เฟืองท้ายจึงไมเ่ ปน็ ไปตามระนาบเดยี วกัน (เพราะองศาของเฟือง ทา้ ยเปล่ยี นไปเร่ือย ๆ) ดังนน้ั จงึ ตอ้ งใช้ขอ้ ต่ออ่อน ติดตงั้ อย่บู ริเวณจุดมมุ ที่มกี ารเปลย่ี นองศาแนวระนาบ

ใบความรหู้ น่วยท่ี 1 ระดับช้ัน ปวช. สาขาวชิ า ชา่ งยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกติ รหสั วชิ า 20101-2004 ชอ่ื วิชางานส่งกาลงั รถยนต์ จานวน 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ หนว่ ยที่ 1 ระบบสง่ กาลังของรถยนต์ เพลากลาง (Propeller Shaft) เพลากลางรถยนตท์ าหนา้ ทถ่ี ่ายทอดกาลังจากกระปุกเกยี ร์ไปยงั เฟอื งทา้ ย สาหรบั เคร่อื งยนต์อยู่ หนา้ ขบั เคล่ือนล้อหลงั (FR) โดยมขี อ้ ต่อเลอื่ นและข้อตอ่ อ่อนจะถูกนามาใช้ในบรเิ วณท่ีเพลาต่อกันเพ่อื ให้ ถา่ ยทอดกาลงั ไดอ้ ย่างราบร่ืน แม้วา่ มุมของเพลากลางจะเปลย่ี นแปลงไป อนั เนอ่ื งมาจากการเคลือ่ นตวั ใน แนวต้งั ของเฟืองท้าย ขอ้ ตอ่ เล่ือน ต่อไปเฟื องทา้ ย ตอ่ ไปกระปุกเกยี ร์ เพลากลาง แสดงลกั ษณะโครงสร้างของเพลากลาง เฟอื งทา้ ย (Differential) แสดงส่วนประกอบของเฟืองทา้ ย เฟืองทา้ ย บางครั้งเรียกว่า Final gear คืออุปกรณ์สง่ ต่อแรงหมุนจากเพลาขบั (Axle) ไปยังดุมลอ้ (Hub) และในขณะเดยี วกัน เฟอื งทา้ ย จะมอี ัตราสว่ นการทดรอบด้วย แตจ่ ะไม่สามารถเปลี่ยนอัตราส่วนการ ทดรอบ เป็นหลายระดบั เหมอื นเกียร์

แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 1 ระดบั ชัน้ ปวช. สาขาวชิ า ชา่ งยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกิต รหัสวิชา 20101-2004 ชือ่ วิชางานสง่ กาลงั รถยนต์ จานวน 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์ หน่วยท่ี 1 ระบบสง่ กาลังของรถยนต์ คาส่ัง จงทาเครอื่ งหมายกากบาท (X) คาตอบท่ีถูกที่สดุ เพียงข้อเดียว (10 คะแนน ) 1. โครงสรา้ งและส่วนประกอบระบบสง่ กาลังของรถยนต์ข้อใดถูกต้อง ก. เครื่องยนต์ กระปุกเกียร์ ขอ้ ต่อออ่ น ข้อต่อเล่อื น คลตั ช์ เฟืองทา้ ย แหนบ เพลาขบั ล้อ ข. กระปกุ เกียร์ ข้อต่ออ่อน เครอื่ งยนต์ เพลาขบั ลอ้ เฟอื งทา้ ย โชค๊ อัพ เพลากลาง ค. เครือ่ งยนต์ คลัตช์ กระปกุ เกียร์ ขอ้ ต่อเลื่อน ขอ้ ต่ออ่อน เพลากลาง เฟอื งทา้ ย เพลาขับล้อ ง. กระปกุ เกยี ร์ ขอ้ ตอ่ ออ่ น ปกี นกล่าง คลตั ช์ เคร่อื งยนต์ เพลากลาง เฟอื งท้าย เพลาขบั ล้อ 2. การขบั เคลื่อนของรถยนต์แบบใดทีอ่ อกแบบให้กระปุกเกยี รแ์ ละเฟอื งท้ายรวมในชุดเดียวกัน ก. การขับเคล่อื นล้อหน้า( FF = Front Engine Front Wheel Drive ) ข. การขับเคลื่อนล้อหลัง( FR = Front EngineRear Wheel Drive ) ค. การขับเคลอ่ื น 2 ลอ้ หลงั ( 2 WD = Two Rear Wheel Drive ) ง. การขบั เคลือ่ น 4 ลอ้ ( 4 WD = Four Wheel Drive ) 3. คาตอบขอ้ ใดไมใ่ ช่คณุ สมบตั ิของรถยนตข์ ับเคล่ือนล้อหน้าซ่ึงตดิ ต้งั เคร่อื งยนต์อยูด่ า้ นหน้า ก. นา้ หนกั ของรถกดลงท่ีล้อหนา้ มากกวา่ ล้อหลัง ข. จาเป็นต้องใชเ้ พลากลางในการส่งกาลงั ค. การทรงตวั ดีในขณะเล้ียวโค้ง ง. มพี ้ืนทห่ี อ้ งโดยสารเพ่มิ ขน้ึ 4. สว่ นประกอบใดทาหนา้ ทีส่ ง่ กาลังรถยนต์ขับเคลื่อนลอ้ หนา้ ก. ขอ้ ตอ่ ออ่ นแบบกากบาท ข. ข้อตอ่ อ่อนแบบความเร็วคงที่ ค. เพลากลาง ง. เพลารอง 5. ระบบสง่ กาลงั สาหรบั รถยนต์น่งั และบรรทุก มีการออกแบบอัตราทดเกียรธ์ รรมดาอย่างไร ก. 5 เกยี ร์เดนิ หน้า , 1 เกียรถ์ อยหลัง , 1 เกียรว์ ่าง ข. 5 เกียร์เดินหนา้ , 1 เกียร์ถอยหลัง ค. 4 เกยี รเ์ ดินหนา้ , 1 เกยี รเ์ ดินหนา้ , 1 เกียร์ว่าง ง. 4 เกียรเ์ ดนิ หนา้ , 1 เกยี รถ์ อยหลงั

แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 1 ระดบั ช้ัน ปวช. สาขาวิชา ช่างยนต์ จานวน 2 หนว่ ยกิต รหสั วิชา 20101-2004 ชือ่ วิชางานส่งกาลังรถยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ หนว่ ยท่ี 1 ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ 6. ในยคุ ปัจจบุ นั การขับเคล่ือนรถยนตน์ ัง่ นิยมออกแบบอย่างไร ก. เคร่ืองยนตอ์ ย่ดู า้ นหน้า วางตามแนวขวางของตัวรถท่ีขับเคล่อื นลอ้ หลงั ข. เคร่ืองยนตอ์ ย่ดู ้านหน้า วางตามความยาวของตัวรถทขี่ บั เคลอ่ื นล้อหลัง ค. เครื่องยนต์อยูด่ ้านหลงั วางตามแนวขวางของตัวรถท่ขี ับเคลื่อนล้อหลัง ง. เคร่ืองยนตอ์ ยู่ดา้ นหน้า วางตามแนวขวางของตัวรถท่ีขับเคลื่อนลอ้ หน้า 7. คาตอบข้อใดเป็นข้อดีของการขับเคลอ่ื นล้อหลงั ก. มนี า้ หนกั กดท่ีล้อหนา้ มากกวา่ ล้อหลัง ข. การบารงุ รกั ษาสะดวก เพราะติดตัง้ เฟอื งท้ายและกระปุกเกยี รใ์ ห้แยกจากกัน ค. มีน้าหนักเบาเน่ืองจากไม่มีเพลากลาง ง. หอ้ งโดยสารมีพ้นื ท่เี พิ่มข้นึ 8. คาตอบข้อใดเปน็ ข้อเสียของการขับเคล่อื นลอ้ หนา้ ก. นา้ หนักรถเบา และประหยดั น้ามันเชอ้ื เพลงิ ข. เพมิ่ สมรรถนะในการขบั ข่ีดขี ณะเลี้ยวโคง้ ค. มพี ื้นท่ีห้องโดยสารเพิ่มขน้ึ เนื่องจากไมม่ ีเพลากลาง ง. กระปกุ เกียรแ์ ละชุดเฟืองทา้ ยถูกรวมเปน็ ชุดเดียวกัน ทาใหไ้ มส่ ะดวกในการบารงุ รกั ษา 9. หนา้ ทีส่ ่วนประกอบของการขบั เคลอื่ นขอ้ ใดถูกต้อง ก. ข้อต่อออ่ นแบบความเรว็ คงทท่ี าหน้าท่ีเปลยี่ นแปลงการหักเหเชิงมุมของเพลาคลัตช์ ข. ขอ้ ตอ่ อ่อนแบบกากบาททาหน้าทเี่ ปล่ยี นอัตราทด ค. คลตั ช์ทาหน้าทตี่ ัด-ต่อกาลังระหว่างเครือ่ งยนต์กับกระปกุ เกยี ร์ ง. ลกู ปนื รองรบั เพลากลางหรือตกุ๊ ตาเพลากลางทาหนา้ ท่ีรับนา้ หนกั ของรถยนต์ 10. คาตอบข้อใดเป็นลักษณะการใชง้ านของรถยนต์ที่ใชก้ ารขบั เคลื่อน 4 ลอ้ (4 WD) ก. ใชไ้ ด้กบั ภูมิประเทศท่ที รุ กนั ดาร ตดิ หลม่ เลือกการขับเคล่ือนในตาแหนง่ “ 4L” ข. ในสภาวะปกติถนนเปียกและลกู รงั เลอื กการขบั เคลื่อนในตาแหน่ง “ 2H ” ค. ใชไ้ ดก้ บั ภมู ิประเทศทที่ รุ กันดาร ติดหลม่ เลือกการขับเคลือ่ นในตาแหนง่ “ 2L” ง. ในสภาวะปกตถิ นนทางราบผวิ แห้งเลอื กการขบั เคล่อื นเฉพาะ 2 ลอ้ หลัง ในตาแหน่ง “ 4H ”

สื่อการสอน หนา้ ที่ 1 ชอื่ วชิ า : งานสง่ กาลังรถยนต์ สัปดาห์ที่ 1 เรือ่ ง : ระบบสง่ กาลังของรถยนต์ จานวน 4 ช่วั โมง อุปกรณ์ทีใ่ ชส้ อน : ส่อื การเรียนรู้ Power Point

ส่ือการสอน หนา้ ท่ี 2 ชอ่ื วิชา : งานส่งกาลงั รถยนต์ สปั ดาห์ที่ 1 เรือ่ ง : ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ จานวน 4 ช่วั โมง

สอื่ การสอน หนา้ ท่ี 3 ชื่อวชิ า : งานสง่ กาลังรถยนต์ สัปดาห์ที่ 1 เร่ือง : ระบบส่งกาลงั ของรถยนต์ จานวน 4 ช่วั โมง

ใบงานหนว่ ยท่ี 1 ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ช่ือวชิ างานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ หน่วยที่ 1

ใบงานหนว่ ยท่ี 1 ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ช่ือวชิ างานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ หน่วยที่ 1

ใบงานหนว่ ยท่ี 1 ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ช่ือวชิ างานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ หน่วยที่ 1

ใบงานหนว่ ยท่ี 1 ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ช่ือวชิ างานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ หน่วยที่ 1

ใบงานหนว่ ยท่ี 1 ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ช่างยนต์ จานวน 2 หน่วยกติ รหัสวชิ า 20101-2004 ช่ือวชิ างานสง่ กาลังรถยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระบบสง่ กาลงั ของรถยนต์ หน่วยที่ 1

ใบประเมนิ ผล เรื่อง/งาน ระบบสง่ กาลังของรถยนต์ ชื่อ – นามสกุล ……………………………………………… วันท่ี ....................... เลขประจาตัว …………………………………ช้ัน…………… ผู้ประเมิน.................. คาแนะนา ใหท้ าเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งคะแนนท่เี หมาะสม โดยพจิ ารณาจากเกณฑ์คะแนนท่ี ให้มา จดุ ประเมิน คะแนน คะแนนที่ 10 6 1 0 ได้ กระบวนการแก้ปัญหา 1. การเตรียมเครื่องมือ วสั ดุ อุปกรณ์ 2. ความถกู ต้องในการใชเ้ ครื่องมอื 3. ขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน 4. ความตง้ั ใจในการทางาน คณุ ภาพของ 1. ผลสาเร็จของงาน ผลงาน 2. วิธแี กป้ ัญหาเหมาะกบั สถานการณ์ 3. มกี ารรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน เจตคติ 1. การทางานรว่ มกับผู้อื่น 2. มมี ารยาทและสมั มาคาราวะ 3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ ซื่อสัตย์ และตรง ตอ่ เวลา รวมคะแนน เริ่มงานเวลา.................... เสร็จงานเวลา.................................. ใช้เวลา...........ชม.............นาที สรุปผลการประเมนิ ผา่ น ไม่ผ่าน เพราะ............................................................... เกณฑ์การให้คะแนน หมายถึง มีผลการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งครบถว้ น คะแนน 10 หมายถึง มผี ลการปฏิบตั งิ านบางส่วน แตไ่ ม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50 คะแนน 6 หมายถึง มผี ลการปฏบิ ัติงานบางส่วน แตน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 50 คะแนน 1 หมายถึง ไม่มีผลการปฏิบตั งิ าน คะแนน 0


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook