วชิ าการพัฒนาบุคลกิ ภาพนกั ขาย รหสั วิชา 20202-2008 (2-2-3) หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชพี พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวชิ าพาณชิ ยกรรม สาขาวชิ าธรุ กจิ ค้าปลีก
เรื่องท่ี 10 ทกั ษะพื้นฐานในการพูด เข้าสบู่ ทเรยี น
สาระการเรยี นรู้ 1 ความรูเ้ กี่ยวกบั การพดู 2 การพฒั นาความสามารถในการพดู 3 มารยาทในการพดู 4 ทกั ษะพืน้ ฐานในการพดู
Customer Satisfaction Evaluation ท่มี า : http://gg.gg/jw8hr
ความรเู้ กีย่ วกับการพดู การพูดเป็นการใช้ถอ้ ยคา้ น้าเสียง กิรยิ าอาการ เพอื่ ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรู้สกึ ความรู้ และประสบการณใ์ ห้ ผ้ฟู งั ได้รับร้แู ละเกิดการตอบสนองการพดู ทดี่ ตี อ้ งมกี ารใช้ถ้อยค้า นา้ เสียง กริ ิยาอาการท่ีมปี ระสิทธิภาพ ถกู ต้องตามจรรยา มารยาทและประเพณีนิยมของสังคม
ความรู้เกยี่ วกับการพูด การพูด ระหวา่ งบคุ คล การพูด การพดู เป็นกลมุ่ ในทีช่ ุมชน การพดู ทางส่ือมวลชน
1.การพดู ระหว่างบุคคล เป็นการพูดขั้นพื้นฐานในสงั คม เป็นการสนทนาท่วั ไป การ ทักทาย ความเป็นอยู่ การปรกึ ษาหารือ การถกเถยี ง ทั้งเร่ือง ส่วนตัวและเรอ่ื งงาน ซงึ่ บางอาชพี จะต้อง อาศยั การพดู ระหวา่ ง บคุ คลมากเปน็ พเิ ศษ โดยผพู้ ดู จะตอ้ งเอาใจใส่และปรับวธิ กี ารพูดให้เหมาะสมกบั ผู้ฟงั
1.การพูดระหว่างบคุ คล พนักงานตอ้ นรบั ท่ีมา : http://gg.gg/jw8vg
1.การพูดระหวา่ งบคุ คล พนักงานขายสินคา้ ทม่ี า : http://gg.gg/jw8xj
1.การพดู ระหว่างบคุ คล แพทย์ ทม่ี า : https://www.mkh.go.th/th/?p=9570
1.การพดู ระหวา่ งบุคคล ครู-อาจารย์ ทมี่ า : https://wow.in.th/Y16w9
1.การพูดระหวา่ งบุคคล นกั ประชาสมั พนั ธ์ ที่มา : https://wow.in.th/eGgqP
2.การพูดเป็นกลุ่ม เปน็ การพูดท่มี บี ุคคลเขา้ รว่ มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป อาจเป็น การปรึกษาหารือ หรือเพือ่ รว่ มกันแกป้ ัญหา หากความ คิดเหน็ ไม่ตรงกัน อาจมีการโต้เถยี งกนั บ้าง กรณีนี้อาจมคี น ใดคนหน่ึง เป็นประธาน เพือ่ เสนอประเดน็ ปญั หา และสรุปประเด็นเพือ่ ความชดั เจน
2.การพูดเป็นกลมุ่ การพดู เป็นกลมุ่ มักเกิดขึน้ ใน มหาวิทยาลยั หน่วยงาน องคก์ รตา่ ง ๆ ทม่ี ีการประชมุ เพื่อ ปรกึ ษางาน การแกป้ ญั หาและวางแผนร่วมกนั
2.การพดู เปน็ กล่มุ การวางแผน ทีม่ า : https://wow.in.th/bj27t
3.การพูดในที่ชมุ ชน เปน็ การพดู ต่อหนา้ ทปี่ ระชุม อาจพูดคนเดยี วหรอื เป็น หมู่คณะ ในการพูดอาจเปน็ การปาฐกถา การอภปิ ราย การโฆษณา การปราศรยั การกลา่ วต้อนรบั การบรรยายสรุป เป็นต้น การพดู ในลกั ษณะน้ี ผพู้ ูดจะตอ้ งมีการเตรียมเร่ืองที่จะพดู และ จดุ ม่งุ หมายในการพดู วา่ ต้องการพูดเพื่อวัตถุประสงค์ใด
3.การพดู ในทีช่ ุมชน เช่น เพื่อให้ความรู้ เพื่อโน้มน้าวใจให้คลอ้ ยตาม เป็นต้น การพดู ในท่ีชมุ ชน อาจเปิดโอกาสให้ผฟู้ ังไดซ้ กั ถามเพิม่ เตมิ ภายในชว่ งเวลาทกี่ า้ หนด
3. การพดู ในที่ชมุ ชน การพูดในทชี่ ุมชน/ในกลุ่ม ทม่ี า : https://wow.in.th/u0d8f
4.การพดู ทางสอื่ มวลชน เปน็ การพูดโดยผา่ นสอื่ เพ่ือสง่ สารไปยังคนหม่มู ากการพดู ทางสอื่ มวลชน ท่ใี ชม้ ากที่สุดคอื การพูดทาง วทิ ยกุ ระจายเสียง ผ้พู ดู ทางสอื่ มวลชนแบง่ ได้ 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่ พดู ในฐานะท่เี ปน็ ผูป้ ระกาศ ผดู้ า้ เนินรายการ และพดู ในฐานะที่เปน็ แขกรบั เชญิ มาพูดเป็นคร้ังคราว
4.การพดู ทางสอื่ มวลชน เนื้อหาของการพดู ทางส่ือมวลชน มักเปน็ การใหข้ ่าวสาร ความรู้ ข้อคิด ความบนั เทงิ โนม้ นา้ วใจ และโฆษณาสินค้า การพูดทางสือ่ มวลชนแตกต่างจากการพูดประเภทอื่น คือไม่ สามารถมองเหน็ ผู้ จึงไมส่ ามารถมองเห็นปฏกิ ริ ยิ าของผู้ฟังได้ ในทักษะพ้นื ฐานในการพูด
4. การพูดทางสอ่ื มวลชน ไทยรัฐออนไลน์ ทม่ี า : https://www.thairath.co.th/news/politic/1511201
การพฒั นาความสามารถในการพดู บคุ คลมีความสามารถในการพูดมากหรือน้อยแตกต่างกนั ผทู้ ม่ี ี ความสามารถในการพดู อยแู่ ล้ว ควรมีการพัฒนาใหด้ ยี ง่ิ ข้ึนไป สว่ นคนท่ียังไม่มีความสามารถมากนัก หากตอ้ งการเปน็ ผู้พดู ทมี่ ี ความสามารถสรา้ งความประทับใจแกผ่ ้ฟู ังหรือบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ ของการพดู ได้ ควรพฒั นาความสามารถในการพูด ดงั นี้
การพฒั นาความสามารถในการพูด 1.การสะสมความรแู้ ละประสบการณ์ 2.การฝกึ ทักษะการคิดและการพดู 3.ความมัน่ ใจในตนเอง
1.การสะสมความรู้และประสบการณ์ 1.การอ่าน 5.ทักษะ 6.ทักษะ 2.การฟงั การคิด การพูด 4.การกระท้า 3.การสังเกต
1.1 การอ่าน การอา่ น เปน็ ช่องทางทที่ า้ ใหเ้ กิดความรู้ ขอ้ มูล ข้อเทจ็ จรงิ ขอ้ คิด ขอ้ แนะน้าหรือคา้ สอนท่มี ีคุณคา่ สา้ หรบั น้ามาใชป้ ระโยชน์ต่าง ๆ การอา่ นมี 2 วธิ ี คอื การอ่านแบบผา่ น ๆ ทตี่ อ้ งการ พจิ ารณาวา่ เราสนใจหนังสอื เล่มใด และการอา่ นแบบพนิ ิจ เป็นการอ่านท่ี ตอ้ งการเก็บข้อมลู สา้ หรับนา้ ไปใชต้ อ้ งอ่านอยา่ งตั้งใจ มีการ บนั ทกึ ยอ่ หรอื จดข้อความที่น่าจดจ้าเพอ่ื เกบ็ ไวใ้ ชป้ ระโยชน์
1.2 การฟงั เปน็ การรับร้จู ากเสียงทีไ่ ด้ยนิ การฟังถอื เป็นการสะสมความรู้ เช่นเดียวกบั การอ่าน ลกั ษณะการฟังแบง่ เปน็ การฟงั แบบผ่านๆ และการฟงั แบบพินิจ การฟังแบบผา่ นๆ เช่น การฟังขา่ ว ฟัง โฆษณา ฟงั เพลงจากส่ือวิทยหุ รือโทรทศั นเ์ พื่อความเพลิดเพลิน
1.3 การสงั เกต เป็นการเก็บขอ้ มลู ทต่ี อ้ งใชท้ กั ษะมากกว่าการอ่านและการฟงั จะตอ้ งใช้ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู ล้ิน จมกู และการสัมผัส เพื่อใหส้ ามารถรบั รู้สิ่งที่เกิดขนึ้ ได้ ผู้สังเกตจงึ ตอ้ งมี ความพรอ้ ม ในการใช้ประสาทสมั ผัสทัง้ 5 เปดิ หูเปดิ ตา เพอื่ รบั ประสบการณ์ ภายนอก เชน่ การท่องเที่ยว การพบปะผู้คน เปน็ ตน้
1.4 การกระทา้ เป็นการลงมือปฏิบัติดว้ ยตนเอง เพื่อใหม้ ขี ้อมูลทีแ่ ทจ้ ริง เช่นผู้สาธิตการทา้ อาหาร ต้องลงมือกระท้าด้วยตนเอง กอ่ นทจ่ี ะน้าวิธกี ารไปบอกกลา่ วผู้อนื่ ได้ เป็นตน้
2.การฝกึ ทักษะการคิดและการพดู ทักษะเปน็ ความช้านาญ หรอื ความ คล่องแคลว่ ผทู้ ม่ี ีทกั ษะจะช่วยเสริมสร้าง ความสามารถให้สงู ขนึ้ ทักษะการคิด ทักษะการพูด
ัทกษะการ ิคด2.การฝกึ ทักษะการคิดและการพดู การคิดฝัน การคดิ ใครค่ รวญ การคิดสรา้ งสรรค์ การคดิ แก้ปญั หา
2.การฝกึ ทักษะการคดิ และการพดู ทักษะการพูด การฝึกตนเองให้มที ักษะในการพดู ตอ้ งเร่ิมจากการร้จู กั เรียบเรยี ง เน้ือหาใน การพดู ให้เป็นระบบมีระเบียบ รวมถึงการร้จู ักใช้ ถ้อยค้าทเ่ี ข้าใจงา่ ย ไม่ก้ากวม รวมถงึ การใช้ และการแสดง ทา่ ทางประกอบการพูดที่เหมาะสมด้วย
3.ความม่นั ใจในตนเอง เป็นส่งิ ส้าคัญสา้ หรับการพูด หากผูพ้ ูดขาดความมนั่ ใจในตนเอง จะมีอาการประหม่า ตื่นเต้น เสียงส่นั ขาส่ัน เหงื่อไหลซมึ อาจเป็น เพราะผู้พูดมีความวติ กกงั วลกบั จุดอ่อนของตนเอง หรอื เตรียมการ พดู มาอยา่ งดี เมอื่ พบผูฟ้ งั จา้ นวนมากเกดิ อาการเกร็ง ผูฟ้ งั จะเบือ่ หรือผ้ฟู ังจะจับผดิ ดงั น้นั ผูพ้ ดู ควรมคี วามมนั่ ใจในตนเอง
3.ความมัน่ ใจในตนเอง วธิ ีการลดความประหม่า ดว้ ยวิธีการดงั นี้ 1.ซักซอ้ มเรอ่ื งท่จี ะพดู ใหแ้ ม่นยา้ ทส่ี ดุ 2.กวาดสายตามองผฟู้ งั อย่างท่วั ถงึ 3.ให้ความสนใจกับเรอ่ื งทจี่ ะพูดให้มากกว่า การสนใจตัวเอง
3.ความมัน่ ใจในตนเอง 4.หาข้อมลู เกยี่ วกบั คนฟงั ใหม้ ากทส่ี ดุ เพอ่ื ดดั แปลงเรอื่ งราวอยา่ งเหมาะสม 5.ทรงตวั ให้ดขี ณะพดู จะกอ่ ใหเ้ กิดความมน่ั ใจ 6.ตั้งใจอยา่ งแน่วแนว่ า่ จะพยายามพดู ให้ผฟู้ ัง เขา้ ใจมากทีส่ ดุ เท่าที่จะทา้ ได้
มารยาทในการพดู 1.สภุ าพ เรยี บร้อย มารยาท 3.ความ ในการพูด 2.ความ รบั ผิดชอบ จรงิ ใจ
มารยาทในการพดู 1.สภุ าพเรียบร้อย ความสภุ าพเรยี บร้อยในการพดู นอกจากจะตอ้ งมมี ารยาททด่ี ี งามแลว้ แต่งกายของผู้พดู ดว้ ย ผ้พู ูดควรแตง่ กายให้เรียบรอ้ ย หากเปน็ การน่ังพูดตอ่ หนา้ ผใู้ หญ่ วางเท้าท้ังสองข้างให้ เรียบรอ้ ย ไมไ่ ขวห่ ้าง มือวางตัก ไม่ต้องประสานมือตลอดเวลา
1.สภุ าพเรียบรอ้ ย Sompol World ที่มา : http://sompolboonyasuwanno.blogspot.com/2014/08/blog-post.html
มารยาทในการพูด 2.ความจริงใจ การพูดหรอื การแสดงออกในการยกยอ่ งสรรเสรญิ บุคคลอ่นื หรือ แสดงความคิดเหน็ อย่างจรงิ ใจ หรอื ต่อหน้าพูดอยา่ งลับหลังพูด อกี อย่าง หากเกรงวา่ - ความจรงิ ใจน้ัน จะท้าให้ผฟู้ ังไม่สบายใจ หรือไมพ่ อใจ หรือจะสร้างปัญหาระหว่างตวั ผู้พูด ซึ่งก็ไม่ควรพูด หรอื มกี ารกลั่นกรองถ้อยค้าเสียกอ่ น
2.ความจริงใจ WisdomMex ท่ีมา : http://gg.gg/jw1pc
มารยาทในการพูด 3.ความรับผดิ ชอบ พูดควรมีความรับผิดชอบต่อคา้ พูดของตนเม่อื พดู แล้วต้องไม่ ลืมว่าได้พดู อย่างนน้ั จริง ๆ ไมป่ ฏิเสธค้าพูดของตนเมอ่ื เกิด ความเสียหายขนึ้ การแสดงออกถึงความรับผดิ ชอบตอ่ คา้ พดู
3.ความรับผดิ ชอบ จ๊อบสด์ ีบี ประเทศไทย ทีม่ า : http://gg.gg/jw25e
ทักษะพ้นื ฐานในการพดู การฝึก การ ภาษา แสดง ทา่ ทาง ท่าทาง ทกั ษะ พนื้ ฐานใน การพูด
การฝกึ ภาษาท่าทาง การฝกึ ภาษาและทา่ ทางของผู้พูดกระทา้ ได้หลายวธิ ี ได้แก่ การใชแ้ บบฝกึ ท่าทางทบ่ี นั ทกึ เปน็ วดิ โี อ ซดี ี นา้ มาเรยี นรดู้ ้วย ตนเอง จากน้ันน้ามาซอ้ มการแสดงออก อาจเริม่ จากการ แสดงคนเดยี วหนา้ กระจก หรอื แสดงใหเ้ พอ่ื นดู และชว่ ย เสนอแนะถงึ ทา่ ทางทคี่ วรปฏบิ ัตแิ ละท่าทางที่ไม่ควรปฏบิ ัติ แล้วนา้ ขอ้ มลู เหลา่ นั้นมาปรบั ใชอ้ ย่าง เหมาะสม
การแสดงทา่ ทาง 1 การใช้สายตา 6 การเคลอื่ นไหว 2 การวางท่าทาง 5 น้าเสียงการพูด 3 การใชท้ า่ ทางประกอบ 4 การใชท้ ่าทางประกอบ
1.การใช้สายตา การพูดท่ดี ตี ้องประสานสายตากบั ผู้ฟงั อย่างสม่า้ เสมอ ไมม่ องออกนอกหนา้ ต่างหรือก้มมองเอกสาร การสนทนา ระหวา่ งบุคคลโดยไมป่ ระสานสายตากบั ผฟู้ งั ถอื เปน็ การเสีย มารยาทและสร้างความอึดอัดแกผู้ฟงั ด้วย
1.การใชส้ ายตา Scholarship ท่มี า : http://gg.gg/jw2gn
2.การวางท่าทาง เปน็ การปรากฎกายต่อหนา้ ผฟู้ งั ทง้ั ท่าน่งั หรอื ทา่ ยนื ตอ้ งคงไว้ ด้วยท่าทที ี่สง่างามอยใู่ นการสมดลุ ไม่ฝนื ธรรมชาติ การทรงตวั ทด่ี ีท่สี ุดคอื การปลอ่ ยน้าหนักตัวไปท่ีขาทงั้ สองข้างลดลงที่ กลางเท้า วางปลายเท้าให้เหลอ่ื มกนั เลก็ นอ้ ย การวางทา่ ทาง ดงั กล่าว เปน็ การวางทา่ ทางทดี่ ูสง่างามและสา้ รวม
2.การวางท่าทาง POBPAD ทม่ี า : http://gg.gg/jw2ig
3.การใช้ท่าทางประกอบ ทา่ ทางประกอบการพดู ทีถ่ กู ต้องเหมาะสม สามารถเรยี กรอ้ งความ สนใจจากผูฟ้ งั ได้ดี ท่าทางประกอบประเภทท่ีสอ่ื ความหมาย โดยตรง เช่น การชนี้ ้วิ เพ่อื บอกทศิ ทาง ชอื่ เนน้ ความส้าคญั การ พยักหน้าหมายถึงการยอมรับ การส่นั ศีรษะ หมายถึงการปฏิเสธ การก้าหมดั หมายถึงการตอ่ สู้ การโบกมอื หมายถึง การหา้ ม นอกจากนี้ยังมกี ารแสดงทา่ ทางทีไ่ ม่ไดส้ อ่ื ความหมายโดยตรง
3.การใช้ทา่ ทางประกอบ จ๊อบส์ดีบี ประเทศไทย ทม่ี า : http://gg.gg/jw2jg
Search