Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-3

แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-3

Published by krupoupee19, 2023-06-30 03:28:07

Description: แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-3

Search

Read the Text Version

ก ๑ คำนำ การเขียนย่อความ เป็นการอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง แล้วนำใจความสำคัญของเรื่องมา เรียบเรียงใหม่ให้เป็นสำนวนภาษาของผู้ย่อเอง โดยเขียนให้ถกู ต้องตามรูปแบบของย่อความ การย่อความที่ดี ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้เข้าใจและจับใจความสำคัญให้ได้ แล้วนำใจความสำคัญมาเรี ยบเรียงใหม่ให้สั้นด้วย ถ้อยคำทสี่ ละสลวย กระชับ เข้าใจงา่ ย ได้ใจความถูกต้องตามเนื้อเรอื่ งเดิม ซง่ึ สอดคล้องกับหลักสตู รแกนกลาง ศึกษาขนั้ พ้ืนฐานพุทธศักราชการ ๒๕๕๑ กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ดังนนั้ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียน ย่อความ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จัดทำขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ทักษะการเขียนย่อความ และเพื่อใช้เป็นสื่อเสริมประสบการณ์ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา ภาษาไทย ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะการ เขยี นยอ่ ความภายในเล่มประกอบด้วย ใบความรู้ ใบงาน แบบทดสอบท้ายเล่ม และเฉลยคำตอบ ผู้วิจัยมีความคาดหวังให้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เสริมสร้างให้เกิดการกระตุ้น เพิ่มความเร้าใจแก่นักเรียนให้มีความสนใจต่อการเรยี นรู้ การฝึกและมเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรียนภาษาไทยย่ิงข้ึน ขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดกลาง และผู้มีส่วนร่วมทุกท่านที่ให้คำปรึกษา แนะนำ เอื้ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จนผลงานสำเรจ็ ลลุ ่วงด้วยดี ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิง่ วา่ แบบฝึก เสรมิ ทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ จะเป็นประโยชน์ต่อการ เรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สามารถนำไปบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้เป็น อย่างดียิง่ นางสาวนฤมล ศริ ธิ รี กลุ ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ

ข ๒ สารบญั เรอ่ื ง หนา้ คำนำ ...................................................................................................................................... ก สารบัญ .................................................................................................................................. ข คำชี้แจงเกยี่ วกับแบบฝกึ เสริมทกั ษะ ..................................................................................... ค คำชี้แจงการใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะสำหรับครู ........................................................................ ง คำชี้แจงการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสำหรบั นักเรียน ................................................................ จ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด ................................................................................................. ๑ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (Concept) .......................................................................... ๑ จุดประสงค์การเรยี นการสอน................................................................................................. ๒ ใบความรทู้ ี่ ๑ เรื่อง การอ่านทเ่ี นน้ ส่ิงที่ตง้ั คำถาม................................................................ ๓ ใบงานท่ี ๑ เรื่อง การอ่านท่เี นน้ สงิ่ ท่ตี ัง้ คำถาม....................................................................... ๔ ใบความรูท้ ี่ ๒ เร่ือง การทบทวนสง่ิ ที่อ่านในใจ.................................................................... ๘ ใบงานท่ี ๒ เร่อื ง การทบทวนส่งิ ทอี่ า่ นในใจ........................................................................... ๙ ใบความรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง การอ่านทบทวนสิง่ ที่สรปุ ไว้.................................................................... ๑๐ ใบงานท่ี ๓ เรื่อง การอ่านทบทวนสิง่ ทีส่ รปุ ไว้........................................................................ ๑๑ แบบทดสอบหลงั เรียนแบบฝึกท่ี ๓ เรือ่ ง การอา่ นสิ่งทต่ี ้ังคำถาม การทบทวนสง่ิ ที่อ่านในใจ และการอ่านทบทวนสงิ่ ที่สรุปไว้............................................................................................. ๑๒ บรรณานุกรม........................................................................................................................... ๑๔ ภาคผนวก.............................................................................................................................. ๑๕ แนวคำตอบใบงาน ............................................................................................................. ๑๖ แนวคำตอบแบบทดสอบ ..................................................................................................... ๑๙ ประวัติยอ่ ของผู้วิจัย ........................................................................................................... ๒๐

ค ๓ คำช้ีแจงเกย่ี วกับแบบฝกึ เสรมิ ทักษะ การเขียนย่อความเป็นการจับประเด็นสำคัญหรือสรุปใจความสำคัญของเรื่องต่างๆ แล้วนำมา เรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นข้อความที่กระชบั รัดกุม ด้วยสำนวนภาษาของผู้ย่อเอง โดยความหมายของเร่ืองจะไม่ เปล่ยี นแปลงไปจากเดมิ และจะต้องย่อความได้ถูกต้องตามรูปแบบของการย่อความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ นี้ เป็นแบบฝึกที่ผู้จัดทำสร้างขึ้นเพื่อนนำไปให้ผู้เรียนใช้พัฒนาทักษะการเขียนย่อความให้มีประสิทธิภาพ เพราะการเขียนย่อความมีบทบาทและความสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งด้านพัฒนาทักษะการอ่าน การคิด และการเขียน โดยได้จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ จำนวน ๕ แบบฝึก ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชุดท่ี ๑ การเขียนแบบขึน้ ต้นยอ่ ความ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชดุ ที่ ๒ การสำรวจและตั้งคำถามจากเรอื่ งทเ่ี ขียนยอ่ ความ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนย่อความ ชดุ ท่ี ๓ การอา่ นสิง่ ทีต่ งั้ คำถาม การทบทวนสิ่งท่ีอ่านในใจ และการอ่านทบทวนสง่ิ ท่ีสรปุ ไว้ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขยี นยอ่ ความ ชุดที่ ๔ การตง้ั ช่ือเร่ืองทเ่ี ขยี นยอ่ ความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นย่อความ ชุดท่ี ๕ การเขยี นย่อความจากส่อื ตา่ งๆ

ง ๔ คำชี้แจงในการใช้ แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นยอ่ ความ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ สำหรบั ครู ๑. ครคู วรศึกษาคำช้ีแจงในการใชแ้ บบฝึกเสรมิ ทักษะการเขียนยอ่ ความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๒. แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขียนยอ่ ความ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๕ แบบฝึก ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ ชดุ ที่ ๑ การเขยี นแบบขึน้ ต้นยอ่ ความ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขยี นย่อความ ชุดที่ ๒ การสำรวจและต้งั คำถามจากเรื่องทเ่ี ขยี นย่อความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นย่อความ ชุดท่ี ๓ การอ่านสิง่ ท่ีตั้งคำถาม การทบทวนสงิ่ ที่อา่ นในใจ และการอ่านทบทวนสิ่งท่สี รปุ ไว้ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชุดที่ ๔ การต้งั ช่ือเรื่องที่เขยี นย่อความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชุดที่ ๕ การเขยี นย่อความจากส่อื ต่างๆ แบบฝึกแตล่ ะชดุ ประกอบดว้ ย ชอ่ื แบบฝึก จุดประสงค์ คำชแ้ี จง กิจกรรมการเรียนการสอน และแบบทดสอบย่อยของแต่ละชุดฝึก ๓. กอ่ นใช้แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์กิ อ่ นเรียน (pre-test) ๔. ครูแจกแบบฝกึ ใหน้ ักเรยี นทำเฉพาะส่วนท่ีระบุในแผนการจัดการเรยี นรู้รายช่วั โมงน้นั ๆ ๕. นักเรยี นจะต้องทำแบบฝกึ ตามลำดบั ขน้ั จะข้ามขน้ั ไมไ่ ด้และฝกึ อยา่ งสมำ่ เสมอจนนกั เรียนสามารถ พฒั นาการเขยี นยอ่ ความได้จรงิ ๖. ครูควรทำความเขา้ ใจกบั นักเรียนใหม้ วี นิ ยั ในตนเองในการทำแบบฝกึ โดยเน้นให้นกั เรียนมี ความซอื่ สตั ย์ต่อตนเอง ๗. เมือ่ นักเรียนทำแบบฝกึ แต่ละชดุ เรียบรอ้ ยแล้ว ครตู รวจแบบฝกึ ทุกครงั้ คนื แบบฝึกให้นักเรียน พร้อมอธิบายข้อผดิ พลาด ๘. หลงั ใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นย่อความ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ครบทุกแบบฝกึ แลว้ ให้นักเรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์หิ ลังเรียน (post-test)

จ ๕ คำชแ้ี จงในการใช้ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ สำหรับนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ สำหรบั นักเรียน ๑. แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๕ แบบฝึก ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นย่อความ ชุดท่ี ๑ การเขียนแบบขึน้ ตน้ ย่อความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นยอ่ ความ ชดุ ท่ี ๒ การสำรวจและตั้งคำถามจากเรื่องท่ีเขียนยอ่ ความ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชดุ ท่ี ๓ การอา่ นส่งิ ท่ตี ้งั คำถาม การทบทวนสิง่ ทอ่ี า่ นในใจ และการอ่านทบทวนส่ิงทส่ี รุปไว้ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขียนย่อความ ชดุ ที่ ๔ การตั้งช่ือเรอ่ื งทเี่ ขียนยอ่ ความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นย่อความ ชุดที่ ๕ การเขียนย่อความจากสอ่ื ต่างๆ แบบฝึกแต่ละชุดประกอบด้วย ชื่อแบบฝึก จุดประสงค์ คำชี้แจง กิจกรรมการเรียนการสอน และ แบบทดสอบย่อยของแต่ละชุดฝึกโดยในแต่ละแบบฝึกประกอบด้วยงานเขียนประเภทข่าว สารคดี บทความ ร้อยกรอง และเรือ่ งส้ัน ๒. ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธก์ิ ่อนเรยี น (pre-test) ตามท่ีได้รบั มอบหมาย ๓. เม่ือนกั เรยี นรับแบบฝึกแล้ว อ่านคำส่งั ใหเ้ ขา้ ใจ จากนนั้ ปฏิบตั ิกิจกรรมแต่ละขัน้ ตอนอยา่ งเครง่ ครดั ๔. ให้นักเรียนทำแบบฝึกเป็นรายบุคคล แล้วเก็บรวบรวมคืนครูทุกครั้งหลังจากปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ในแต่ละชั่วโมง ๕. นักเรียนควรทำแบบฝึกที่ครูมอบหมายตามลำดับด้วยความซื่อสัตย์เพื่อให้เกิดความรู้และได้ประโยชน์ อย่างแท้จริง ๖. เมื่อเรียนจบและทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ครบทุกแบบฝกึ แล้วใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธห์ิ ลังเรียน (post-test)

๑ ๖ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั สาระและมาตรฐานการเรียนรรู้ ายปี ชว่ งชัน้ ท่ี ๔ (ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย) สาระท่ี ๒ การเขยี น มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราว ในรปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ตวั ช้ีวัด ม. ๔-๖/๓ เขียนยอ่ ความจากสอื่ ท่ีมีรูปแบบ และเนื้อหาหลากหลาย ม. ๔-๖/๔ ผลติ งานเขยี นของตนเองในรปู แบบต่างๆ ม. ๔-๖/๕ ประเมินงานเขียนของผู้อนื่ แล้วนำมาพฒั นางานเขยี นของตนเอง ม. ๔-๖/๘ มมี ารยาทในการเขียน สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม. ๔-๖/๓ การเขียนย่อความจากสอื่ ตา่ งๆ เช่น กวนี ิพนธ์ และวรรณคดี เร่ืองสน้ั สารคดี นวนยิ าย บทความทางวชิ าการ และวรรณกรรมพืน้ บ้าน ม. ๔-๖/๔ การเขยี นในรปู แบบต่างๆ เชน่ สารคดี บันเทงิ คดี ม. ๔-๖/๕ การประเมินคุณค่างานเขียนในดา้ นตา่ งๆ เชน่ แนวคดิ ของผู้เขียน การใชถ้ ้อยคำ การเรยี บเรยี ง สำนวนโวหาร กลวธิ ีในการเขียน ม. ๔-๖/๘ มารยาทในการเขียน สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด (Concept) การอ่านส่ิงทตี่ ้งั คำถาม การทบทวนสงิ่ ท่ีอา่ นในใจ และการอา่ นทบทวนสิ่งทส่ี รุปไว้ การย่อความที่ดี ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องใหเ้ ข้าใจและจับใจความสำคัญให้ได้ แล้วนำใจความสำคัญ มาเรียบเรียงใหม่ใหส้ นั้ ด้วยถอ้ ยคำทสี่ ละสลวย กระชับ เข้าใจงา่ ย ได้ใจความถกู ตอ้ งตามเน้อื เรือ่ งเดิม วิธีการอ่านอะไรก็เข้าใจและจำได้มากขึ้นด้วยเทคนิค SQ๓R เทคนิคนี้ถูกคิดขึ้นตั้งแต่ปี ๑๙๔๖ โดย Francis P. Robinson เป็นระบบในการอ่านหนังสือให้เราเข้าใจข้อมูลได้มากขึ้น สำหรับเล่มนี้จะเน้นท่ี ๓R คือ Read, Recall และ Review

๒ ๗ ๑. การอา่ นที่เน้นสิ่งท่ตี ้งั คำถาม (Read) การมีคำถามในใจเวลาอ่าน จะทำให้คุณโฟกัส จับใจความที่สำคัญได้ดีขึ้นอ่านตามปกติไปทีละ ยอ่ หน้าแลว้ จดบนั ทกึ ใจความสำคญั และความคิดเห็นของคณุ ออกมาการเช่ือมโยงส่ิงท่ีคุณอ่านอยู่กับสิ่งท่ี คณุ รู้อยู่แลว้ จะทำให้คณุ เข้าใจมากขน้ึ ด้วย ๒. การทบทวนส่ิงท่ีอ่านในใจ (Recall) นกึ ในใจวา่ ได้อา่ นอะไรไปแลว้ บ้าง วธิ นี เ้ี รียกว่าการ “สรุปในใจ” คอื ผู้อ่านสรปุ เนื้อหาที่อ่านมา ทั้งหมดในใจแล้ว จะรู้เลยว่าส่วนไหนที่ผ่านมา ตนเองเข้าใจหรือไม่เขา้ ใจเพื่อท่ีจะกลับไปอา่ นใหม่อีกรอบ ขั้นตอนนี้ควรทำจนกว่าจะพอใจกับผลลัพธ์ คือสรุปในใจได้ครบถ้วนตอบคำถามที่ตั้งไว้จากขั้นตอนที่ ๒ ไดท้ ั้งหมด ๓. การอ่านทบทวนสง่ิ ทส่ี รปุ ไว้ (Review) ทบทวนส่ิงทีไ่ ด้อ่านไปแลว้ โดยการอา่ นสรุปที่จดไว้ หรอื อ่านใหม่ท้งั หมดการทบทวนช่วยในการ เอาสงิ่ ท่คี ุณอา่ นไปไวใ้ นความจำระยะยาว ในเล่มนี้จะจดั การเรียนการสอน ๓ ขั้นตอน คือ การอ่านสิ่งที่ตั้งคำถาม การทบทวนสิ่งที่อ่านในใจ และ การอ่านทบทวนสงิ่ ทส่ี รุปไว้ จุดประสงคก์ ารเรยี นการสอน ๑. นกั เรียนสามารถกำหนดเปา้ หมายการอา่ นจากสิง่ ทตี่ ัง้ คำถาม (Read) ได้ ๒. นักเรยี นสามารถทบทวนสงิ่ ท่อี า่ นในใจ (Recall) ไดค้ รบถว้ นตอบคำถามท่ตี ั้งไวไ้ ด้ทงั้ หมด ๓. นักเรยี นสามารถอ่านทบทวนสง่ิ ที่เขยี นสรุปไว้ (Review) อยา่ งเขา้ ใจได้

๓ ๘ ใบความรทู้ ่ี ๑ เร่อื ง การอ่านที่เนน้ สงิ่ ทต่ี ้ังคำถาม (Read) ความหมาย การมคี ำถามในใจเวลาอา่ น จะทำให้ผู้อ่านมีเป้าหมายในการอา่ น จับใจความท่ีสำคัญไดด้ ีขนึ้ อ่าน ตามปกติไปทลี ะย่อหนา้ แล้วจดบนั ทกึ ใจความสำคัญ และความคิดเหน็ ของตนเองออกมา การเชือ่ มโยงส่งิ ที่กำลงั อา่ นกบั สง่ิ ที่รู้แล้วจะทำใหผ้ ู้อ่านเขา้ ใจมากขน้ึ ด้วย วิธีอ่านท่เี น้นสงิ่ ทีต่ ง้ั คำถาม ๑. อ่านแบบสำรวจ ๒. ต้งั คำถามแล้วคน้ หาคำตอบ ๓. ปิดสง่ิ ทอ่ี ่านและตอบคำถามทส่ี รา้ งข้ึนด้วยคำพดู ของตนเอง ๔. ถ้าตอบคำถามไมไ่ ด้ ให้อา่ นหัวขอ้ น้ีซ้ำจนกวา่ จะตอบได้ ๕. หากลองสองสามคร้ังแลว้ ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ ให้ไปท่สี ว่ นถดั ไปและดวู ่าสง่ิ ตา่ งๆ ชัดเจนขึ้นหรอื ไม่ ๖. ถ้าไมไ่ ด้ผล ผู้อา่ นอาจต้องเปลยี่ นคำถาม ลองทำให้กวา้ งขนึ้ หรือแคบลง ๗. ถา้ การเปลี่ยนคำถามไมไ่ ด้ผล ใหข้ อความชว่ ยเหลือ ผู้สอนหรอื ผู้ชว่ ยสอนเป็นจุดเริ่มตน้ ท่ดี ี ๘. ตอบคำถามทต่ี ้งั ไว้ในกิจกรรม ๒

๔ ๙ ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง การอา่ นท่ีเน้นส่ิงทต่ี งั้ คำถาม (Read) คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนอา่ นบทความต่อไปน้ี แล้วตั้งคำถามและตอบคำถามท่นี ักเรยี นต้ังไว้ ส่ือสารอยา่ งไรให้คนไทยเชื่อมัน่ และฉีดวคั ซีน การกลับมาระบาดอีกครั้งของโควิด-๑๙ ระลอกที่ ๓ ส่งผลกระทบในด้านลบอย่างมากต่อ เศรษฐกิจของประเทศไทยและวิถชี วี ิตของคนไทย ภารกิจใหญ่ในตอนนี้ของรัฐบาล คือ การระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศเพื่อให้เกิด ภูมิคุ้มกันหมู่ หากรัฐบาลต้องการเปิดประเทศและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ก็ควรตั้งเป้าหมาย ประชาชนให้ได้รบั วัคซนี ทีร่ ้อยละ ๙๘ ของประชากรไทย และรฐั บาลต้องบริหารจดั การการฉีดวคั ซนี อย่างมี ประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบนั ทั้งการจัดหาวัคซีนให้ได้ทันตอ่ ความต้องการ การกระจายวัคซีนไปใน แตล่ ะจงั หวดั อยา่ งทว่ั ถึง อีกสิ่งสำคัญอย่างมากคอื การสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่ชัดเจน เป็นไปในทิศทางเดยี วกนั เพราะการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวและสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งรัฐบาลและการรับวัคซีนของ ประชาชน ซ่ึงขณะนี้ยังมีอกี จำนวนไม่น้อยยังมคี วามลงั เล ไม่เชอื่ ม่นั รวมท้งั ไม่ตอ้ งการฉดี วคั ซนี จากผลสำรวจของ YouGov เมื่อ ต้นเดอื น พ.ค.๒๕๖๔ พบวา่ มีประชาชนไทยอีกร้อยละ ๔๐ ท่ียัง ลังเลหรือไม่ต้องการฉีดวคั ซนี โดยมีปริมาณที่เพิ่มขน้ึ จากเดือน ม.ค.๒๕๖๔ ถ้ากลมุ่ คนเหลา่ น้ีไม่เข้ารับวัคซีน การจะทำให้เกดิ ภมู ิคุม้ กนั หมูเ่ พื่อใหป้ ระเทศกลบั มาดำเนนิ กจิ กรรมไดต้ ามปกตนิ น้ั คงเปน็ ไปไดย้ าก ดังนั้นโจทย์ของรัฐบาลที่นอกจากต้องจัดการวัคซีนให้มีเพียงพอสำหรับให้ประชาชนฉีดแล้ว ยัง ต้องเร่งแก้ไขเรื่องการสื่อสารให้มีประสทิ ธภิ าพ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเช่ือมั่น ลดความลังเล และพร้อม รับวคั ซีน หนึ่งในบทเรียนตัวอย่างด้านการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ อย่างรวดเร็วคือสหรัฐอเมริกา ทั้งท่ีในสหรฐั มีกลุม่ ที่ต่อตา้ นการเขา้ รบั วัคซนี และมีประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวโยง แตก่ ็ยังสามารถระดมฉีด วคั ซีนไปได้แลว้ ประมาณร้อยละ ๕๐ ของจำนวนประชากร ภายในเวลา ๖ เดือน (ธ.ค.๒๕๖๓ - พ.ค.๒๕๖๔) และประชาชนก็มีความต้องการฉีดวัคซีนมากขึ้นร้อยละ ๒๐ เมื่อเทียบระหว่างเดือน ธ.ค.๒๕๖๓ กับ พ.ค. ๒๕๖๔

๕ ๑๐ หลกั ในการสอ่ื สารของรัฐบาลสหรฐั ฯ ท่ที ำได้เช่นน้ี รฐั บาลสหรัฐมีหลกั สำคัญในการสอื่ สาร คือ (๑) ประธานาธิบดีสหรัฐกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการฉีดวัคซีน ภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสม กับสถานการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ดำเนินการและประชาชน ด้วยการสนับสนุนและอำนวย ความสะดวกสิ่งต่างๆ เช่น การสรรหาวัคซีนให้พอต่อความต้องการ การออกนโยบายเพื่อทำใช้ชุดอุปกรณ์ ปอ้ งกนั โรคเพยี งพอต่อความต้องการ เพอ่ื ใหส้ ำเร็จไดต้ ามเปา้ หมาย (๒) ในระหว่างการดำเนนิ งาน ประธานาธิบดีสหรัฐได้ส่ือสารแผนงานอย่างชัดเจนและให้ข้อมูลผล ความสำเร็จอยา่ งต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกช่องทางท่ีประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ทำให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเกิดความเช่ือม่ัน และสามารถวางแผนงานหรอื บริหารจดั การตนเองตอ่ ไปได้ นอกจากการสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจแล้วอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการจูงใจให้ประชาชนอเมริกัน ออกมาฉีดวัคซีน โดย (๑) รัฐบาลสหรัฐอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ด้วยการกระจายจุดฉีดวัคซีนให้ ทั่วถึงและเข้าถึงง่าย เช่น ร้านขายยาใกล้ผู้ฉีด โชว์รูมรถยนต์ หรือโบสถ์ และในบางรัฐประชาชนสามารถ ค้นหาสถานที่ฉีดวัคซีนใกล้บ้านไดด้ ว้ ยการกรอกรหัสไปรษณียผ์ ่านเวบ็ ไซต์ (๒) สร้างแรงจูงใจมากกว่าบังคับ แนวทางนี้เป็นการกระตุ้นคนทีย่ ังลงั เลในการเขา้ รับวคั ซีนดว้ ยการใหร้ างวลั ตอบแทน ไม่ว่าจะเปน็ โดนัทเดือน ละ ๑ ชิ้นตลอดทั้งปี การลดราคาค่าเข้าชมสถานที่สำคัญต่างๆ การให้ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วรถไฟฟ้าสำหรับ เดนิ ทาง หรอื แมก้ ระท้ังการให้เงิน โดยรางวัลเหล่าน้กี ็จะแตกต่างกันไปในแตล่ ะรัฐ ตามความเหมาะสมและ ความตอ้ งการของประชาชนแตล่ ะพน้ื ท่ี นอกจากนี้แล้วในส่วนของข้อความที่ใช้สื่อสารเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนมากขึ้นก็สำคัญ เชน่ กัน จากงานวิจัยของหน่วยพฤตกิ รรมศาสตร์ของประเทศอังกฤษ พบวา่ ขอ้ ความที่ใชส้ อื่ สารน้นั มีผลทำให้ ประชาชนมีความรูส้ กึ อยากฉีดวคั ซีนมากข้ึนได้ โดยมรี ปู แบบทแ่ี นะนำ ๔ รูปแบบคือ ๑.ข้อความท่ีบอกว่าฉีด เพื่อคนรอบตัวและคนที่คุณรัก ๒.ข้อความแนะนำให้ฉีดวัคซีนโดยแพทย์ที่น่าเชื่อถือ ๓.ข้อความที่บอกว่า วัคซีนจะทำใหค้ ุณไดใ้ ชช้ วี ิตปกตอิ กี ครั้ง และ ๔.ข้อความที่บอกวา่ คนจำนวนมากได้รบั วัคซีนแลว้ โดยข้อความรูปแบบที่หน่ึงมีผลกับประชาชนอังกฤษมากที่สุด ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็ควรลองใช้ข้อความ ทแ่ี ตกตา่ งหลากหลายมากขึน้ ในการส่ือสารเพื่อหารปู แบบทเ่ี หมาะสมในการสื่อสารกบั ประชาชนแตล่ ะกลุ่ม ๔ สง่ิ รฐั บาลควรเร่งปรบั เปลี่ยน แล้วภาครัฐไทยควรสื่อสารอย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้คนไทยพร้อมรับวัคซีนมากขึ้น ๔ สิ่งรัฐบาลควรเร่งปรบั เปล่ียน คอื ๑. ออกแบบการสื่อสารโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เริม่ จากการรบั ฟังประชาชน อย่างคำนึงถึง ความรู้สึกและความต้องการของประชาชน เพื่อเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง จากนั้นจึง ออกแบบการส่ือสารข้อมลู วา่ ประชาชนควรได้รับข้อมูลน้นั อย่างไร ดว้ ยความรู้สกึ แบบใด และมุ่งให้เกิดการ กระทำอะไร https://tdri.or.th/๒๐๒๑/๐๖/vaccine-communication/ เผยแพร่ครงั้ แรกใน กรุงเทพธรุ กจิ เมือ่ ๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔

๖ ๑๑ ๒. รัฐบาลต้องสื่อสารให้ชัดเจนเข้าใจง่าย เข้าถึงได้จากหลายช่องทางและไป ในทิศทางเดียวกัน โดยมีการสือ่ สารซำ้ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะในช่วงวิกฤติเชน่ นีจ้ ะมขี ้อมูลเกิดขึ้นจำนวนมากซึ่งมีทัง้ ที่เชื่อถือ ไดแ้ ละขอ้ มลู เทจ็ ๓. รัฐบาลควรทำให้การดำเนินงานในด้านต่างๆ โปร่งใส เข้าถึงได้ มีแผนงานที่ชัดเจน และให้ ข้อมูลตามจริงทั้งในเรื่องของจำนวนผู้ติดเชื้อ ข้อมูลของวัคซีน ปริมาณวัคซีนที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือ เรอื่ งร้ายเพ่ือสร้างความไวว้ างใจจากประชาชน ๔. รัฐต้องเลือกจังหวะที่เหมาะสมในการสื่อสารแต่ละประเด็น เช่น ช่วงแก้ไขสถานการณ์คับขัน ช่วงเสริมสร้างความมั่นใจ หรือช่วงที่ให้ความหวังในอนาคต เพื่อเลือกใช้วิธีการสื่อสารและข้อมูลที่ให้ได้ อยา่ งเหมาะสม ประสิทธิภาพการสื่อสารในภาวะวิกฤติเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนประสิทธิภาพของรัฐบาล หากรัฐไม่เร่ง แก้ไขนอกจากจะกระทบความมั่นใจของประชาชนต่อการฉีดวัคซีนแล้ว อาจรวมไปถึงความเชื่อมั่นใน ความสามารถของรฐั บาลด้วย เขียนโดย อรรถสิทธ์ิ ขจรรุ่งศิลป์ https://tdri.or.th/๒๐๒๑/๐๖/vaccine-communication/ เผยแพรค่ รงั้ แรกใน กรุงเทพธรุ กจิ เม่อื ๑๗ มถิ ุนายน ๒๕๖๔

๗ ๑๒ คำถามท่ี ๑ > ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... ...................................................................... ............. คำตอบ >> ............................................................................................................................. ....................... ......................................................................................................................................................................... ................................................................................................... ...................................................................... คำถามท่ี ๒ > ................................................................................................................................................. .............................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ............................................ คำตอบ >> ............................................................................................................................................. ....... ......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................... .............................................................. คำถามท่ี ๓ > ................................................................................................................................................. .............................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ............................................ คำตอบ >> ............................................................................................................................................. ....... ......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................... .............................................................. คำถามที่ ๔ > ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... ...................................................................... ............. คำตอบ >> ............................................................................................................................. ....................... ......................................................................................................................................................................... ................................................................................................... ...................................................................... คำถามท่ี ๕ > ................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................ ............................. ............................................................................................................................. ............................................ คำตอบ >> .................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................... ..............................................................

๘ ๑๓ ใบความรทู้ ี่ ๒ เรอื่ ง การทบทวนส่งิ ท่อี ่านในใจ (recall) จดุ ประสงค์การเรียนการสอน นกั เรียนสามารถทบทวนสิ่งท่ีอา่ นในใจ (Recall) ไดค้ รบถว้ นตอบคำถามท่ตี ั้งไว้ได้ทั้งหมด การทบทวนส่ิงที่อา่ นในใจ (recall) เปน็ การนกึ ในใจว่าไดอ้ ่านอะไรไปแลว้ บ้าง วธิ ีนเ้ี รียกว่าการ “สรปุ ในใจ” คือ ผู้อา่ นสรุปเน้อื หา ที่อ่านมาทั้งหมดในใจแล้ว จะรู้เลยว่าส่วนไหนที่ผ่านมา ตนเองเข้าใจหรือไม่เข้าใจเพื่อที่จะกลับไปอ่าน ใหม่อีกรอบขั้นตอนนี้ควรทำจนกว่าจะพอใจกับผลลัพธ์ คือสรุปในใจได้ครบถ้วนตอบคำถามที่ตั้งไว้จาก ข้นั ตอนท่ี ๒ ไดท้ ง้ั หมด วธิ ีการทบทวนส่งิ ทอ่ี ่านในใจ (recall) ๑. เมื่อผู้อา่ นเขา้ ใจเนื้อหาและสามารถสรุปดว้ ยคำพูดของตนเองแล้วให้บันทึกเนื้อหานนั้ ๒. ใชว้ ธิ ีการทัว่ ไป คอื การเน้นและ/หรอื ทำเคร่ืองหมายขอ้ ความ จดบันทกึ หรือใช้ทัง้ สองอย่าง ร่วมกัน ๓. ไมว่ ่าผู้อา่ นจะเลือกวธิ ใี ด สิ่งสำคญั คือตอ้ งอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาก่อน แล้วจงึ ย้อน กลบั มาบันทึก ข้อสังเกต : บนั ทึกย่อของผ้อู ่านทำหน้าทสี่ รุปหรือสังเคราะห์แนวคิดหลักเป็นหลัก เป็นจดุ เร่ิมต้นสำหรับ การอ้างอิงและการไตร่ตรองในอนาคต และเป็นทางกลับไปสู่การอ่านสำหรบั คำพูดหรือแนวคดิ หลัก อย่า ลืมระบุแหล่งทมี่ า รวมถึงหมายเลขหน้าของแนวคิดหรือคำพูด

๙ ๑๔ ใบงานที่ ๒ เรอ่ื ง การทบทวนสง่ิ ทอี่ ่านในใจ (recall) คำชีแ้ จง : ให้นักเรยี นทบทวนส่ิงทอ่ี ่านในใบงานที่ ๑ ในใจ โดยดำเนนิ การดงั น้ี ๑. เมื่อเขา้ ใจเน้ือหาและสามารถสรุปด้วยคำพูดของตนเองแล้วให้บนั ทึกเน้ือหานน้ั ๒. ใช้วธิ ีการท่ัวไป คอื การเน้นและ/หรือทำเคร่ืองหมายขอ้ ความ จดบันทึก หรือใช้ ท้งั สองอยา่ งร่วมกัน ๓. อา่ นและทำความเขา้ ใจเน้ือหาแลว้ จงึ บันทกึ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................. ............................... .................................................................................. .......................................................................... ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................... ............. .................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................... ............................................................. ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................... ............................................................. ............................................................................................................................. ...............................

๑๐ ๑๕ ใบความรู้ที่ ๓ เรอื่ ง การอา่ นทบทวนสงิ่ ที่สรุปไว้ (Review) จุดประสงค์การเรียนการสอน นักเรยี นสามารถอ่านทบทวนสง่ิ ทเ่ี ขียนสรุปไว้ (Review) อยา่ งเข้าใจได้ การอ่านทบทวนส่งิ ท่ีสรุปไว้ (Review) ทบทวนสงิ่ ทไ่ี ด้อ่านไปแล้วโดยการอา่ นสรปุ ทจ่ี ดไว้ หรอื อา่ นใหม่ทงั้ หมดการทบทวนช่วยใน การเอาสิง่ ที่คณุ อา่ นไปไว้ในความจำระยะยาว วิธีการอ่านทบทวนส่ิงทส่ี รปุ ไว้ (Review) เป็นการตรวจสอบบันทึกย่อของผู้อ่าน ทบทวนคำถามและบันทึกทผี่ ู้อ่านทำไว้ เปรียบเทียบขอ้ มลู ในข้อความท่เี พง่ิ อ่านกบั ความรใู้ นหัวขอ้ จากการอา่ นอน่ื ๆ โดยการตอบคำถามต่อไปน้ี ๑. หลกั ฐานหรอื เหตผุ ลทหี่ ยบิ ยกมาสนบั สนุนคำกลา่ วอา้ งคืออะไร ? ๒. ขอ้ โตแ้ ย้งใดที่สามารถยกขึ้นต่อแนวคิดและข้อโตแ้ ย้งที่ผู้เขยี นนำเสนอได้? ผอู้ า่ นเหน็ ด้วย หรือไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั ข้อโตแ้ ยง้ เหล่าน้ี หรือมที างเลือกอ่ืนหรอื ไม่ ? ๓. ผูเ้ ขยี นตอ้ งการให้ผู้อา่ นคิดอยา่ งไร? มีอะไรเหลืออยู่ ?

๑๑ ๑๖ ใบงานท่ี ๓ เรื่อง การอ่านทบทวนสิ่งท่ีสรปุ ไว้ (Review) คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนตรวจสอบบนั ทึกย่อของผ้อู ่าน ทบทวนคำถามและบันทึกทผ่ี ู้อา่ นทำไว้ เปรยี บเทียบ ข้อมลู ในข้อความทีเ่ พ่งิ อา่ นกับความรใู้ นหัวข้อจากการอ่านอืน่ ๆ โดยการตอบคำถามต่อไปนี้ ๑. หลกั ฐานหรอื เหตุผลที่สนบั สนุนบทความน้ีคืออะไร? ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ๒. นกั เรียนมคี วามคิดเห็นอย่างไรกบั บทความน้ี เห็นดว้ ยหรอื ไม่เหน็ ดว้ ย หรอื มีทางเลอื กอ่นื หรอื ไม?่ ............................................................................................................................. ................................... ...................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ........................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ๓. ผู้เขียนต้องการใหผ้ ู้อ่านคิดอยา่ งไร ? ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................. ............................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................ .................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ...................................

๑๒ ๑๗ แบบทดสอบหลงั เรียนแบบฝกึ ท่ี ๓ เร่อื ง การอ่านทบทวนสง่ิ ท่ีสรุปไว้ (Review) คำช้แี จง ๑. ใหน้ ักเรยี นอ่านสิง่ ที่กำหนดให้ แล้วหาข้อความหลกั หรอื ขอ้ ความทีแ่ สดงภาพรวมของสง่ิ ทอี่ ่าน คะแนนเต็ม ๒ คะแนน ๒. ใหน้ ักเรยี นนำขอ้ ความหลักหรอื ข้อความท่ีแสดงภาพรวมมาตั้งคำถาม คะแนนเต็ม ๒ คะแนน ๓. ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามท่ตี ั้งไว้ แลว้ นำคำตอบมาเขียนใหม่ให้สละสลวย คะแนนเต็ม ๖ คะแนน ๔. คะแนนเตม็ รวมทั้งหมด ๑๐ คะแนน ……………………………………………………………………………….. เผย ๑๐ พฤตกิ รรมสุขภาพคนไทยปี ๖๓ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผย ผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพคนไทย ปี ๒๕๖๓ ว่า จากการสำรวจกระแสความสนใจของคนไทยผ่านส่ือ สังคมออนไลน์ ประกอบกับหลักวิชาการ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ๑๐ พฤติกรรมสุขภาพคนไทย ปี ๒๕๖๓ ไดแ้ ก่ ๑. ความเครียดหรือซึมเศร้า โดยปี ๒๕๖๒ พบว่า ทุก ๑ ชั่วโมง มีคนพยายามฆ่าตัวตาย ๖ ราย กลุ่มเด็กและเยาวชนฆ่าตัวตายสำเร็จปีละ ๓๐๐ ราย สาเหตุที่วัยรุ่นเครียดอันดับหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ โดยเฉพาะครอบครัว เพื่อน หน้าที่การงาน และช่วงเวลาทีว่ ัยรุ่นโพสต์ข้อความอยากฆ่าตวั ตายมากที่สุดใน สื่อทวิตเตอร์คือ วันอังคาร ๔ ทุ่ม และ วันศุกร์ ๑ ทุ่ม หากมีคนเข้าไปรับฟังอย่างตัง้ ใจจะช่วยลดอัตราการ คิดสั้นได้ ๕๐% ๒.ภัยคุกคามออนไลน์ โดยพบเยาวชนไทยใชเ้ วลากับอินเตอร์เน็ตเฉลี่ย ๑๐-๑๒ ชั่วโมงต่อ วัน ปี ๒๕๖๒ พบเด็ก ๓๑% เคยถูกกล่ันแกล้งทางออนไลน์ ๓.กลัวท้องมากกว่าติดโรค โดยพบอัตราการ คลอดของแมว่ ยั รุน่ ลดลง แต่อัตราการตดิ โรคทางเพศสมั พันธเ์ พ่ิมข้ึน ๓ เท่า ๔.E-Sport เป็น ๑ ใน ๕ อาชพี ในฝันของเดก็ ไทย ทั้งมปี จั จยั เสีย่ งต่อการติดเกมและพนันออนไลน์ ๕.ชวี ิตบนทอ้ งถนน พบคนไทยใช้หมวก นิรภัยไม่ถึง ๕๐% โดยเฉพาะเด็กเล็กไม่สวมหมวกนริ ภยั ๙๒% ดร.สุปรดี ากล่าวต่อว่า ๖.พฤติกรรมการกิน โดย ๓ อนั ดับการเสียชวี ิตของคนไทยมาจากโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง ได้แก่ หลอดเลือดสมอง เบาหวาน หัวใจขาดเลือด มีสาเหตุจากพฤติกรรมการกิน ๗.กัญชาเมื่อเป็น ยารักษาโรค ซึ่งได้รับอนุญาตใช้ทางการแพทย์ ๔ โรค ขณะที่โลกออนไลน์ระบุสรรพคุณการรักษาโรคของ กัญชาไปไกลมากกวา่ ที่รับรอง ๘.ข่าวปลอมดา้ นสุขภาพ หรือ Fake News ๙.ฝุ่น PM ๒.๕ ซึ่งเกิดขึ้นเดอื น ม.ค.-มี.ค. และ ๑๐.ขยะอาหารและอาหารสว่ นเกนิ พบคนไทยผลติ ขยะอาหารเฉลี่ยปีละ ๒๕๔ กิโลกรมั ทีม่ า : ไทยรฐั ออนไลน์ (https://www.thairath.co.th/news/local/๑๗๒๘๖๗๖) .......................................................

๑๓ ๑๘ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................. .............. .................................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... .................................................................

๑๔ ๑๙ บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๒). คู่มือการเรยี นการสอนภาษาไทย คิดและเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค:์ เรียงความ ย่อความและสรุปความ ช่วงช้ันท่ี ๒ - ๔. พมิ พ์ครงั้ ท่ี ๒. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ องค์การค้า. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. https://drive.google.com/file/d/๑mKyU๖tkVWlL๕b๖vfwHNEzqkcqVXf_H-m/view.

๒๐ ภาคผนวก แนะแนวการตอบ

๑๖ ๒๑ แนะแนวคำตอบใบงานที่ ๑ เรอื่ ง การอา่ นทเ่ี น้นสิง่ ท่ีต้ังคำถาม (Read) คำถามท่ี ๑ > การกลบั มาระบาดอีกครั้งของโควดิ -๑๙ ระลอกที่ ๓ ส่งผลกระทบอยา่ งไร คำตอบ >> ส่งผลในด้านลบอย่างมากตอ่ เศรษฐกิจของประเทศไทยและวิถชี วี ิตของคนไทย คำถามที่ ๒ > ภารกิจใหญใ่ นตอนนี้ของรัฐบาล คืออะไร คำตอบ >> การระดมฉดี วัคซนี ใหก้ บั ประชาชนท่ัวประเทศ และการส่ือสารเพอื่ ให้ขอ้ มูลสำคญั ตา่ งๆ ทชี่ ดั เจน เปน็ ไปในทิศทางเดียวกัน คำถามท่ี ๓ > สหรัฐอเมริการมีหลักในการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพมอี ะไรบ้าง คำตอบ >> (๑) ประธานาธิบดสี หรัฐกำหนดเปา้ หมายทช่ี ดั เจนในการฉดี วคั ซีน ภายใตก้ รอบเวลาท่ี เหมาะสมกบั สถานการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อม่ันให้กบั ผูด้ ำเนนิ การและประชาชน (๒) ประธานาธบิ ดีสหรัฐไดส้ อ่ื สารแผนงานอย่างชดั เจนและใหข้ อ้ มลู ผลความสำเร็จ อยา่ งตอ่ เน่ืองสม่ำเสมอทกุ ช่องทางท่ี คำถามที่ ๔ > การจงู ใจให้ประชาชนอเมรกิ ันออกมาฉีดวคั ซีน รฐั บาลสหรฐั ดำเนินการอยา่ งไร คำตอบ >> (๑) อำนวยความสะดวก (๒) สร้างแรงจูงใจมากกว่าบังคบั คำถามที่ ๕ > ข้อความที่ใชส้ ่อื สารเพ่ือเชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนมากข้ึนมีกีร่ ปู แบบ อะไรบา้ ง คำตอบ >> มีรูปแบบทแี่ นะนำ ๔ รปู แบบคือ ๑. ฉดี เพ่ือคนรอบตัวและคนท่คี ุณรกั ๒. ใหฉ้ ีดวคั ซนี โดย แพทย์ทน่ี ่าเชือ่ ถือ ๓.วั คซีนจะทำให้คณุ ไดใ้ ชช้ ีวติ ปกตอิ ีกคร้ัง และ ๔. คนจำนวนมากไดร้ บั วคั ซนี แล้ว คำถามที่ ๖ > สิ่งใดท่รี ฐั บาลไทยควรเร่งปรับเปลี่ยน คำตอบ >> ๑. ออกแบบการสือ่ สารโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ๒. รฐั บาลตอ้ งสือ่ สารใหช้ ัดเจนเข้าใจงา่ ย เขา้ ถึงไดจ้ ากหลายชอ่ งทางและไป ในทิศทาง เดียวกนั ๓. รฐั บาลควรทำให้การดำเนินงานในด้านตา่ งๆ โปรง่ ใส เข้าถงึ ได้ มแี ผนงานที่ชัดเจน และให้ขอ้ มูลตามจริง ๔. รัฐตอ้ งเลือกจังหวะทีเ่ หมาะสมในการสือ่ สารแต่ละประเดน็ คำถามที่ ๗ > บทความนี้ควรสรปุ ว่าอยา่ งไร คำตอบ >> ประสทิ ธภิ าพการสอ่ื สารในภาวะวิกฤติเช่นน้ีเปน็ สิง่ ท่ีสะท้อนประสิทธิภาพของรฐั บาล

๑๗ ๒๒ แนะแนวคำตอบใบงานที่ ๒ เร่ือง การทบทวนสิ่งท่อี ่านในใจ (recall) ๑. การกลับมาระบาดอีกครั้งของโควิด-๑๙ ระลอกที่ ๓ ส่งผลกระทบ ในด้านลบอย่างมากต่อ เศรษฐกจิ ของประเทศไทยและวิถชี วี ิตของคนไทย ๒. ภารกิจใหญ่ในตอนนี้ของรัฐบาล คือ การระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ และการ สอ่ื สารเพอื่ ใหข้ ้อมลู สำคญั ตา่ งๆ ที่ชัดเจน เปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน ๓. สหรัฐอเมริการมีหลักในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ คือ (๑) กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการ ฉีดวัคซีน ภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ดำเนินการและ ประชาชน และ (๒) สื่อสารแผนงานอย่างชัดเจนและให้ข้อมูลผลความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก ชอ่ งทางที่ ๔. การจูงใจให้ประชาชนอเมริกันออกมาฉีดวัคซีนของรัฐบาลสหรัฐ คือ อำนวยความสะดวก และ สร้างแรงจงู ใจมากกวา่ บังคบั ๕. ขอ้ ความทใ่ี ชส้ ่อื สารเพ่อื เชญิ ชวนให้ประชาชนฉดี วคั ซีนมากขึ้น มรี ูปแบบคอื ๑. ฉดี เพ่ือคนรอบตวั และคนทค่ี ณุ รกั ๒. ให้ฉดี วคั ซีนโดยแพทย์ทีน่ า่ เช่ือถอื ๓. วัคซีนจะทำใหค้ ุณได้ใชช้ ีวติ ปกติอีกครั้ง และ ๔. คนจำนวนมากไดร้ ับวคั ซีนแล้ว ๖. สิง่ ท่รี ฐั บาลไทยควรเร่งปรับเปลยี่ น ได้แก่ ๑. ออกแบบการสอ่ื สารโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ๒. ส่ือสารให้ชดั เจนเข้าใจง่าย เขา้ ถึงไดจ้ ากหลายช่องทางและไปในทิศทางเดยี วกนั ๓. ทำใหก้ ารดำเนนิ งานในด้านต่างๆ โปรง่ ใส เขา้ ถงึ ได้ มีแผนงานที่ชดั เจน และใหข้ ้อมลู ตามจรงิ ๔. เลอื กจังหวะท่เี หมาะสมในการสอื่ สารแต่ละประเด็น ๗. บทความน้ีควรสรปุ วา่ ประสิทธิภาพการสอ่ื สารในภาวะวิกฤตเิ ชน่ นเ้ี ป็นสิง่ ที่สะท้อนประสิทธิภาพ ของรฐั บาล

๑๘ ๒๓ แนะแนวคำตอบใบงานท่ี ๓ เรื่อง การอา่ นทบทวนสิ่งที่สรปุ ไว้ (Review) ๑. หลักฐานหรือเหตผุ ลทสี่ นับสนนุ บทความนค้ี อื อะไร ? คำตอบ เขียนโดย อรรถสิทธิ์ ขจรรุ่งศิลป์ เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ https://tdri.or.th/๒๐๒๑/๐๖/vaccine-communication/ ๒. นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ เห็นดว้ ยหรือไมเ่ หน็ ด้วย หรือมีทางเลือกอ่ืนหรือไม่ ? คำตอบ เป็นบทความที่เปรียบเทียบการดำเนินงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เห็นด้วยกับผเู้ ขยี นเกีย่ วกบั การดำเนินงานของรฐั บาลไทย แตไ่ ม่เห็นด้วยกับการนำสองประเทศที่มีศักยภาพ แตกตา่ งกนั มาเปรียบเทียบกัน ๓. ผู้เขียนตอ้ งการให้ผูอ้ า่ นคดิ อย่างไร ? คำตอบ ผเู้ ขียนตอ้ งการใหผ้ ู้อ่านคล้อยตามความเห็นทว่ี ่า รัฐบาลไทยบรหิ ารจดั การได้ไม่ดีเท่ารัฐบาล สหรฐั อเมริกา

๑๙ ๒๔ แนะแนวคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนแบบฝึกท่ี ๓ เรอ่ื ง การอา่ นทบทวนส่ิงท่สี รุปไว้ (Review) คำช้ีแจง ๑. ให้นักเรียนอ่านส่งิ ท่ีกำหนดให้ แล้วหาข้อความหลักหรอื ข้อความท่ีแสดงภาพรวมของสิง่ ทีอ่ า่ น ๒. ใหน้ ักเรียนนำข้อความหลกั หรือข้อความท่ีแสดงภาพรวมมาต้งั คำถาม .................................................................................................. ....... คำถาม > อะไรคือ ๑๐ พฤติกรรมสุขภาพคนไทยปี ๖๓ คำตอบ ๑. ความเครียดหรือซึมเศรา้ ๒. ภัยคุกคามออนไลน์ ๓. กลวั ทอ้ งมากกว่าตดิ โรค ๔. E-Sport เป็น ๑ ใน ๕ อาชีพในฝันของเด็กไทย ๖. พฤติกรรมการกิน ๗. กัญชาเมื่อเป็นยารกั ษาโรค ๘. ข่าวปลอมด้านสุขภาพ หรอื Fake News ๙. ฝนุ่ PM ๒.๕ ๑๐.ขยะอาหารและอาหารสว่ นเกนิ คำถาม > ใครเป็นคนใหข้ อ้ มลู น้ี คำตอบ ดร.สปุ รีดา อดุลยานนท์ ผู้จดั การสำนกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) คำถาม > ขอ้ มูลน้ีได้ถกู เผยแพร่ที่ไหน คำตอบ ไทยรฐั ออนไลน์ (https://www.thairath.co.th/news/local/๑๗๒๘๖๗๖) ................................................................................ คำชแ้ี จง ๓. ให้นักเรยี นตอบคำถามท่ีต้ังไว้ แลว้ นำคำตอบมาเขียนใหม่ให้สละสลวย ๑๐ พฤติกรรมสุขภาพของคนไทยในปี ๒๕๖๓ ได้แก่ ความเครียดหรือซึมเศร้า ภัยคุกคามออนไลน์ กลัวท้องมากกว่าติดโรค E-Sport เป็น ๑ ใน ๕ อาชีพในฝันของเด็กไทย พฤติกรรมการกิน การบริโภค กญั ชาเม่ือเป็นยารักษาโรค การแพร่กระจายของข่าวปลอมด้านสุขภาพ หรอื Fake News การแพ้ฝุน่ PM ๒.๕ สร้างขยะอาหารและอาหารส่วนเกินมากเกินไป ผู้ให้ข้อมูลนี้ คือ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซ่งึ ข้อมลู นี้ได้ถูกเผยแพร่ท่ีเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (https://www.thairath.co.th/news/local/๑๗๒๘๖๗๖)

๒๐ ๒๕ ประวตั ผิ วู้ ิจัย ชอ่ื นางสาวนฤมล ศริ ธิ ีรกุล วนั เดือน ปเี กิด 5 เมษายน 2522 สถานทอี่ ยู่ปัจจุบนั 222/46 ตำบลเมอื งเก่า อำเภอเมือง จงั หวัดขอนแก่น โทร. 081-5548687 ภูมิลำเนา 584/15 ถนนหน้าเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จงั หวัดขอนแกน่ ตำแหนง่ ปัจจบุ นั ครูชำนาญการพเิ ศษ สถานทท่ี ำงาน โรงเรียนเทศบาลวดั กลาง สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแกน่ จงั หวัดขอนแก่น ประวตั กิ ารศกึ ษา ประถมศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ พ.ศ. 2534 มธั ยมศกึ ษา โรงเรยี นกัลยาณวตั ร พ.ศ. 2540 ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบ์ ัณฑิต พ.ศ. 2545 ปริญญาโท ศึกษาศาสตรม์ หาบัณฑิต พ.ศ. 2555 ประวตั ิการทำงาน ครผู ู้ช่วยโรงเรยี นเทศบาลวดั กลาง พ.ศ. 2548 ครู (คศ.1) โรงเรียนเทศบาลวดั กลาง พ.ศ. 2553 ครูชำนาญการโรงเรยี นเทศบาลวดั กลาง พ.ศ. 2556 ครชู ำนาญการพิเศษโรงเรียนเทศบาลวดั กลาง พ.ศ. 2560

๒๖


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook