Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-5

แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-5

Published by krupoupee19, 2023-06-30 03:29:28

Description: แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ-เล่ม-5

Search

Read the Text Version

ก ๑ คำนำ การเขียนย่อความ เป็นการอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง แล้วนำใจความสำคัญของเรื่องมา เรยี บเรยี งใหม่ให้เป็นสำนวนภาษาของผู้ย่อเอง โดยเขยี นให้ถกู ตอ้ งตามรูปแบบของยอ่ ความ การย่อความท่ีดี ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้เข้าใจและจับใจความสำคัญให้ได้ แล้วนำใจความสำคัญมาเรียบเรียงใหม่ให้สั้นด้วย ถอ้ ยคำท่ีสละสลวย กระชับ เขา้ ใจง่าย ได้ใจความถกู ต้องตามเน้ือเร่อื งเดมิ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง ศกึ ษาขั้นพื้นฐานพทุ ธศกั ราชการ ๒๕๕๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ดังนัน้ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการเขียน ย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ จดั ทำข้นึ เพอื่ เปน็ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ทักษะการเขียนย่อความ และเพื่อใช้เป็นสื่อเสริมประสบการณ์ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา ภาษาไทย ให้กับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ชว่ ยให้นักเรยี นเกิดทักษะการ เขียนย่อความภายในเลม่ ประกอบดว้ ย ใบความรู้ ใบงาน แบบทดสอบท้ายเล่ม และเฉลยคำตอบ ผู้วิจัยมีความคาดหวังให้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ เสรมิ สร้างให้เกิดการกระตุ้น เพิม่ ความเรา้ ใจแกน่ ักเรียนให้มีความสนใจต่อการเรียนรู้ การฝกึ และมเี จตคตทิ ่ดี ีต่อการเรยี นภาษาไทยย่งิ ข้ึน ขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดกลาง และผู้มีส่วนร่วมทุกท่านที่ให้คำปรึกษา แนะนำ เอือ้ อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จนผลงานสำเร็จลุลว่ งด้วยดี ผ้วู จิ ยั หวงั เป็นอยา่ งยิ่งว่า แบบฝึก เสริมทักษะการเขียนย่อความ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ จะเป็นประโยชน์ต่อการ เรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สามารถนำไปบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้เป็น อย่างดยี ง่ิ นางสาวนฤมล ศริ ธิ ีรกลุ ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพิเศษ

ข ๒ สารบญั เรื่อง หน้า คำนำ ..................................................................................................................................... ก สารบญั ................................................................................................................................. ข คำชแี้ จงเกย่ี วกบั แบบฝกึ เสรมิ ทักษะ ..................................................................................... ค คำชีแ้ จงการใช้แบบฝกึ เสรมิ ทักษะสำหรับครู ........................................................................ ง คำชแ้ี จงการใชแ้ บบฝกึ เสริมทักษะสำหรบั นกั เรยี น ............................................................... จ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด ................................................................................................ ๑ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (Concept) .......................................................................... ๒ จุดประสงค์การเรยี นการสอน................................................................................................ ๒ ใบความรู้ที่ ๑ เร่ือง ส่วนประกอบของการเขยี นยอ่ ความ.................................................... ๓ ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง ส่วนประกอบของการเขยี นย่อความ........................................................ ๔ ใบความรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง การเขยี นยอ่ ความข่าว......................................................................... ๖ ใบงานที่ ๒ เรื่อง การเขียนยอ่ ความขา่ ว............................................................................. ๗ ใบความรทู้ ี่ ๓ เร่ือง การเขียนยอ่ ความบทความ ................................................................. ๑๐ ใบงานที่ ๓ เรื่อง การเขยี นยอ่ ความบทความ........................................................................ ๑๑ ใบความรทู้ ี่ ๔ เรื่อง การเขยี นย่อความสารคดี.................................................................... ๑๓ ใบงานที่ ๔ เร่ือง การเขยี นยอ่ ความสารคดี........................................................................ ๑๔ ใบความรูท้ ่ี ๕ เรอื่ ง การเขียนย่อความเรื่องส้ัน.................................................................. ๑๗ ใบงานท่ี ๕ เรื่อง การขยี นยอ่ ความเรื่องส้นั ........................................................................ ๑๘ ใบความรู้ที่ ๖ เรอ่ื ง ทบทวนการเขยี นยอ่ ความ .................................................................. ๒๒ ใบงานที่ ๖ เรื่อง ทบทวนการทีเ่ ขียนย่อความ....................................................................... ๒๓ แบบทดสอบหลังเรยี นแบบฝึกที่ ๕ เร่อื ง การเขยี นย่อความสอื่ ตา่ งๆ.................................... ๒๔ บรรณานุกรม......................................................................................................................... ๓๘ ภาคผนวก.............................................................................................................................. ๓๙ แนวคำตอบใบงาน .............................................................................................................. ๔๐ แนวคำตอบแบบทดสอบ ..................................................................................................... ๔๔ ประวตั ยิ ่อของผู้วิจัย ........................................................................................................... ๔๗

ค ๓ คำชี้แจงเก่ียวกับแบบฝึกเสริมทกั ษะ การเขียนย่อความเป็นการจับประเด็นสำคัญหรือสรุปใจความสำคัญของเรื่องต่างๆ แล้วนำมา เรยี บเรยี งขึน้ ใหม่เปน็ ข้อความที่กระชับรัดกมุ ดว้ ยสำนวนภาษาของผู้ยอ่ เอง โดยความหมายของเรื่องจะไม่ เปลี่ยนแปลงไปจากเดมิ และจะต้องย่อความไดถ้ กู ต้องตามรูปแบบของการยอ่ ความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ น้ี เป็นแบบฝึกที่ผู้จัดทำสร้างขึ้นเพื่อนนำไปให้ผู้เรียนใช้พัฒนาทักษะการเขียนย่อความให้มีประสิทธิภาพ เพราะการเขียนย่อความมีบทบาทและความสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งด้านพัฒนาทักษะการอ่าน การคิด และการเขียน โดยได้จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ จำนวน ๕ แบบฝกึ ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ ชดุ ท่ี ๑ การเขยี นแบบขน้ึ ต้นย่อความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นย่อความ ชดุ ที่ ๒ การสำรวจและตัง้ คำถามจากเร่ืองทีเ่ ขียนย่อความ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนยอ่ ความ ชุดที่ ๓ การอา่ นสง่ิ ทต่ี ัง้ คำถาม การทบทวนสิ่งที่อ่านในใจ และการอ่านทบทวนสิ่งที่สรปุ ไว้ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขยี นย่อความ ชุดท่ี ๔ การตั้งชือ่ เรอ่ื งท่เี ขียนย่อความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นยอ่ ความ ชดุ ที่ ๕ การเขยี นย่อความจากส่ือตา่ งๆ

ง ๔ คำชแ้ี จงในการใช้ แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนย่อความ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ สำหรับครู ๑. ครูควรศกึ ษาคำช้แี จงในการใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะการเขียนยอ่ ความ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๒. แบบฝึกเสริมทกั ษะการเขยี นยอ่ ความ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ จำนวน ๕ แบบฝกึ ประกอบดว้ ย แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นยอ่ ความ ชดุ ท่ี ๑ การเขยี นแบบข้นึ ตน้ ย่อความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นยอ่ ความ ชุดที่ ๒ การสำรวจและตัง้ คำถามจากเร่อื งท่เี ขียนย่อความ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ ชดุ ท่ี ๓ การอา่ นส่งิ ท่ีต้ังคำถาม การทบทวนส่ิงทอี่ า่ นในใจ และการอา่ นทบทวนส่งิ ที่สรปุ ไว้ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการเขียนยอ่ ความ ชดุ ท่ี ๔ การตั้งชอื่ เรอื่ งท่ีเขยี นย่อความ แบบฝกึ เสริมทกั ษะการเขียนยอ่ ความ ชดุ ที่ ๕ การเขียนย่อความจากสอ่ื ตา่ งๆ แบบฝึกแต่ละชุดประกอบดว้ ย ชื่อแบบฝึก จุดประสงค์ คำชแ้ี จง กิจกรรมการเรียนการสอน และแบบทดสอบย่อยของแต่ละชดุ ฝึก ๓. กอ่ นใชแ้ บบฝึกเสรมิ ทักษะการเขียนย่อความ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิก่อนเรยี น (pre-test) ๔. ครแู จกแบบฝกึ ให้นกั เรียนทำเฉพาะสว่ นท่ีระบุในแผนการจัดการเรียนรรู้ ายชัว่ โมงนนั้ ๆ ๕. นกั เรียนจะต้องทำแบบฝึกตามลำดับขัน้ จะข้ามข้นั ไม่ได้และฝกึ อยา่ งสม่ำเสมอจนนักเรียนสามารถ พัฒนาการเขียนยอ่ ความได้จริง ๖. ครูควรทำความเข้าใจกับนักเรยี นใหม้ ีวนิ ัยในตนเองในการทำแบบฝกึ โดยเน้นให้นกั เรยี นมี ความซอื่ สตั ย์ต่อตนเอง ๗. เมอื่ นักเรยี นทำแบบฝึกแตล่ ะชุดเรยี บร้อยแลว้ ครตู รวจแบบฝกึ ทุกคร้ัง คืนแบบฝึกให้นักเรยี น พร้อมอธบิ ายขอ้ ผดิ พลาด ๘. หลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นย่อความ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ครบทุกแบบฝึกแลว้ ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์หลงั เรียน (post-test)

จ ๕ คำชีแ้ จงในการใช้ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเขียนย่อความ สำหรบั นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ สำหรบั นกั เรยี น ๑. แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๕ แบบฝึก ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการเขยี นยอ่ ความ ชุดที่ ๑ การเขยี นแบบขน้ึ ตน้ ยอ่ ความ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นยอ่ ความ ชุดท่ี ๒ การสำรวจและต้งั คำถามจากเร่ืองทเ่ี ขยี นย่อความ แบบฝึกเสรมิ ทักษะการเขยี นย่อความ ชดุ ท่ี ๓ การอา่ นส่งิ ท่ตี ั้งคำถาม การทบทวนสิ่งท่ีอา่ นในใจ และการอ่านทบทวนสง่ิ ท่ีสรุปไว้ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการเขยี นย่อความ ชดุ ท่ี ๔ การตง้ั ชือ่ เรอ่ื งท่ีเขยี นย่อความ แบบฝกึ เสริมทักษะการเขียนยอ่ ความ ชุดท่ี ๕ การเขียนย่อความจากสอื่ ตา่ งๆ แบบฝึกแต่ละชุดประกอบด้วย ชื่อแบบฝึก จุดประสงค์ คำชี้แจง กิจกรรมการเรียนการสอน และ แบบทดสอบย่อยของแต่ละชุดฝึกโดยในแต่ละแบบฝึกประกอบด้วยงานเขียนประเภทข่าว สารคดี บทความ รอ้ ยกรอง และเร่อื งสน้ั ๒. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์กอ่ นเรียน (pre-test) ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย ๓. เม่ือนักเรยี นรบั แบบฝกึ แลว้ อา่ นคำสั่งใหเ้ ข้าใจ จากน้นั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมแต่ละข้นั ตอนอยา่ งเครง่ ครัด ๔. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกเปน็ รายบุคคล แลว้ เก็บรวบรวมคืนครูทุกคร้งั หลังจากปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้ ในแตล่ ะช่วั โมง ๕. นักเรียนควรทำแบบฝึกที่ครมู อบหมายตามลำดับด้วยความซื่อสัตย์เพ่ือให้เกิดความรู้และได้ประโยชน์ อยา่ งแทจ้ ริง ๖. เมื่อเรียนจบและทำแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนย่อความ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ครบทุกแบบฝึกแล้วใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิหลงั เรยี น (post-test)

๑ ๖ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด สาระและมาตรฐานการเรียนรรู้ ายปี ช่วงชัน้ ที่ ๔ (ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย) สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่อื งราว ในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ตวั ชีว้ ัด ม. ๔-๖/๓ เขียนย่อความจากสอ่ื ทีม่ ีรูปแบบ และเนอ้ื หาหลากหลาย ม. ๔-๖/๔ ผลิตงานเขยี นของตนเองในรปู แบบตา่ งๆ ม. ๔-๖/๕ ประเมนิ งานเขยี นของผอู้ นื่ แลว้ นำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง ม. ๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขยี น สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ม. ๔-๖/๓ การเขยี นยอ่ ความจากส่ือต่างๆ เช่น กวนี ิพนธ์ และวรรณคดี เรอ่ื งสน้ั สารคดี นวนยิ าย บทความทางวิชาการ และวรรณกรรมพน้ื บ้าน ม. ๔-๖/๔ การเขียนในรปู แบบต่างๆ เช่น สารคดี บนั เทิงคดี ม. ๔-๖/๕ การประเมนิ คุณค่างานเขยี นในดา้ นตา่ งๆ เช่น แนวคิดของผ้เู ขียน การใช้ถ้อยคำ การเรยี บเรยี ง สำนวนโวหาร กลวธิ ีในการเขียน ม. ๔-๖/๘ มารยาทในการเขยี น สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด (Concept) การเขยี นย่อความจากสือ่ ต่างๆ การเขียนยอ่ ความ หมายถงึ การเก็บใจความสำคัญของเร่อื งใดเรอื่ งหน่งึ จากการอ่าน แลว้ นำมาเขียนเรียบเรยี งใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง

๒ ๗ ประโยชน์ของการยอ่ ความ ๑. ช่วยให้การอา่ นและการฟังไดผ้ ลดียิง่ ข้ึน ชว่ ยให้เข้าใจและจดจำขอ้ ความสำคญั ทีไ่ ด้ จากการอา่ นการฟงั สะดวกและรวดเรว็ ๒. ชว่ ยในการจดบนั ทึก เม่ือได้ฟงั หรอื ศกึ ษาวิชาใดกต็ าม ร้จู กั จดข้อความท่ีสำคัญ ลงสมดุ ได้ ทนั เวลาและไดเ้ รือ่ งราว ๓. ชว่ ยในการเขียนตอบแบบฝกึ หัดหรอื ขอ้ สอบ กลา่ วคอื ผู้ตอบจะตอ้ งยอ่ ความรูท้ ้ังหมด ที่มอี ยู่ให้อยู่ ในรปู ของข้อเขียนสน้ั ๆ แตม่ ีใจความครบถ้วน ๔. ชว่ ยเตอื นความทรงจำ นักเรียนอา่ นหนงั สอื แล้วทำบทยอ่ เป็นตอนๆ หรอื เปน็ ระยะๆ ควรทำ ติดต่อกนั อย่างสมำ่ เสมอ จะชว่ ยให้ไมต่ ้องอา่ นหนังสอื ซำ้ ใหมต่ ลอดเลม่ ๕. ช่วยประหยดั เงนิ ในการเขียนข้อความในโทรเลข หรือการส่อื สารทางอเิ ลคโตรนคิ ได้ ถ้ารู้จกั ย่อ ความจะเขยี นขอ้ ความได้สนั้ ๆ เน้อื ความกะทดั รัดชัดเจน ผู้อา่ นเขา้ ใจเร่ืองราว จดุ ประสงค์การเรยี นการสอน ๑. นกั เรยี นสามารถบอกสว่ นประกอบของการเขียนยอ่ ความงานเขยี นประเภทข่าว บทความ สารคดี และเร่อื งสนั้ ได้ ๒. นักเรียนสามารถเขียนยอ่ ความงานเขยี นประเภทขา่ ว บทความ สารคดี และเร่อื งสน้ั ได้ อย่างถูกต้อง

๓ ๘ ใบความรูท้ ี่ ๑ เรอ่ื ง สว่ นประกอบของการเขียนย่อความ โดยทวั่ ไป ยอ่ ความประกอบดว้ ยสว่ นสำคัญ ๒ สว่ น ไดแ้ ก่ ส่วนนำ และส่วนใจความสำคญั ของเรื่อง ๑. สว่ นนำเปน็ แบบขึน้ ต้นย่อความเพื่อบอกทีม่ าของเรอื่ งใหผ้ ูอ้ า่ นทราบ ๒. ส่วนเน้ือเรือ่ ง เปน็ สว่ นเนอื้ หาที่เรยี บเรยี งแลว้ มียอ่ หน้าเดียว ในกรณที เ่ี ร่อื งทย่ี อ่ ความไม่มชี อื่ เรอ่ื ง ผ้เู ขยี นจำเป็นตอ้ งต้ังชื่อเรือ่ งเพือ่ ดึงดูดความสนใจของผู้อา่ น อย่างไรกต็ ามในส่วนเนื้อเรอ่ื ง ก่อนย่อความ ผู้เขยี นจำเปน็ ตอ้ งอ่านเรือ่ งให้เข้าใจเสียก่อน ในแบบฝึกชุดน้ี แนะนำใหใ้ ชก้ ารอา่ นแบบ SQ3R ในแบบฝึกเล่มน้ี จะเน้นการเขียนย่อความงานเขยี นประเภทร้อยแก้ว ไดแ้ ก่ ข่าว บทความ สารคดี และเรือ่ งส้ัน เพราะเปน็ งานเขยี นท่ใี ช้ในชีวิตประจำวนั มากทส่ี ดุ ดงั นน้ั ในการเขยี นแบบข้นึ ต้นย่อความตอ้ ง บอกประเภทของความเรียงรอ้ ยแก้ว ชอื่ เรอื่ ง ผแู้ ตง่ ชอ่ื หนงั สอื หนา้ ใด ดงั น้ี รปู แบบ ยอ่ .....(ขา่ ว บทความ สารคดี เร่อื งส้ัน).......เรอื่ ง......( ชื่อเร่อื ง).......ของ.......(ชอ่ื ผู้แต่ง)..... จาก.......(ชื่อหนังสือ)........หน้า.......(เลขหน้า)........ความว่า .................(ใจความ)................................................................................................................................ ................................................................................... ตัวอยา่ ง ย่อ บทความ เรือ่ ง กรุงเทพฯ เมืองสีเขียว ปลอดขยะ ของ สุนริ ินธน์ จิระตรยั ภพ จากเนชั่น สุดสัปดาห์ ปที ี่ ๑๗ ฉบับท่ี ๘๕๙ วนั ท่ี ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๑ หน้า ๑๕ ความว่า กรงุ เทพเปน็ เมอื งหลวงของประเทศไทย และเปน็ เมืองท่ีติดอนั ดบั นา่ ทอ่ งเทีย่ ว....................

๔ ๙ ใบงานที่ ๑ เร่อื ง ส่วนประกอบของการเขยี นยอ่ ความ คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความต่อไปนี้ แลว้ เขียนยอ่ ความตามสว่ นประกอบทีไ่ ด้เรยี นในใบความร้ทู ี่ ๑ ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ การเขียนยอ่ ความในภาคผนวก ผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ เอาจรงิ ลดมลพษิ ! นายกเล็กปารสี ถงึ ขน้ั เสนอหา้ มใช้รถดีเซล จาก https://www.thairath.co.th/news/foreign/467887?optimize=a นายกเทศมนตรีหญิงกรุงปารีส ‘จริงจัง’ ลดปัญหามลพิษในอากาศ ผลักดันแผน ห้ามใช้รถยนต์น้ำมัน ดีเซลในนครหลวงฝร่ังเศสท้ังหมด ในปี 2563 พร้อมกบั ขยายทางเดินเท้าและเพ่ิมเส้นทางขี่รถจกั รยาน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ว่า นางแอนน์ ฮีดัลโก นายกเทศมนตรีหญิงกรุงปารีส วัย 54 ปี เดินหน้าจริงจังในเร่ืองการลดมลพิษในอากาศกรุงปารีส ถึงขั้นเรียกร้องให้ห้ามใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมนั ดเี ซล ในกรุงปารสี เมืองหลวงฝรง่ั เศส ภายในปี 2563 หรอื อกี 6 ปขี า้ งหน้าเลยทีเดียว นางฮดี ัลโก จากพรรคสงั คมนิยม ซึง่ ชนะเลอื กต้ังได้เป็นนายกเทศมนตรีกรุงปารีสเมอื่ เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และยังเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของกรุงปารีสอีกด้วย ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว นสพ.Journal du Dimanche ในฝรั่งเศส ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เธอต้องการให้เลิกใช้รถยนต์น้ำมันดีเซลในกรงุ ปารีส ภายในปี 2563 เนื่องจากก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ จากการสูดดมควันพิษไอเสียรถยนต์ พร้อมกับชี้ว่า ทุกวันนี้ มีชาวกรุงปารสี ที่ไม่มีรถยนต์เปน็ ของตนเอง โดยหันไปใช้รถโดยสารสาธารณะ เพิ่มขึ้น เป็นถึง 60% แล้ว เมื่อเทียบกับ 13 ปีก่อน หรือปี 2544 ที่มีชาวปารีสไม่ได้เป็นเจ้าของรถเพียง แค่ 40% เท่านัน้ ซึง่ จะเห็นว่าเปน็ การเปลีย่ นแปลงทรี่ วดเร็วมาก นอกจากนั้นแผนการลดมลพิษในอากาศของกรุงปารีส ของนางฮีดัลโก ที่จะเสนอต่อสภากรุงปารีสวัน องั คารท่ี 9 ธ.ค.น้ี ยงั รวมถึง การจำกดั จำนวนรถบัสนักท่องเท่ียวบนท้องถนนในกรุงปารีส, หา้ มไม่ให้รถบรรทุก แล่นผ่านเมอื ง และเพ่มิ จำนวนรถยนตท์ ่ใี ช้พลงั งานไฟฟ้าใหม้ ากขน้ึ ขณะเดยี วกนั กจ็ ะเพมิ่ เลนสำหรับขี่จักรยาน ให้มากขน้ึ อกี เท่าตวั และขยายทางเดินเทา้ ให้มากข้ึนดว้ ย

๕ ๑๐ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๖ ๑๑ ใบความรู้ที่ ๒ เรือ่ ง การเขยี นยอ่ ความข่าว จุดประสงค์การเรยี นการสอน นกั เรยี นสามารถเขียนยอ่ ความข่าวได้ องคป์ ระกอบของข่าว การเขียนข่าวสารท่ีจะสอ่ื ออกไปยงั สื่อมวลชน มีสาระสำคญั หรอื องค์ประกอบ ทเี่ รียกวา่ “5 W 1 H” ดังต่อไปน้ี ๑. ใคร (Who) ใครคอื บคุ คลสำคญั ทีเ่ ก่ียวข้องกับขา่ ว ๒. ทำอะไร (What) เกดิ อะไรขึ้น การกระทำหรอื เหตุการณใ์ ดที่สำคัญ ๓. ที่ไหน (Where) การกระทำหรือเหตุการณน์ น้ั ๆ เกิดข้นึ ที่ไหน ๔. เม่ือไร (When) การกระทำหรอื เหตุการณ์นั้นๆ เกดิ ขน้ึ วนั เวลาใด ๕. ทำไมและอย่างไร ( Why and How) ทำไมเหตุการณ์นัน้ จึงเกิด และเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร ขอ้ มลู ประกอบอ่นื ๆ เชน่ ความเปน็ มา หลักสำคญั ในการอา่ นข่าว ๑. อ่านพาดหัวขา่ ว หรือ ช่ือข่าว ๒. อา่ นวรรคนำขา่ วและเนือ้ หาขา่ ว ซึง่ ประกอบด้วยสาระสำคญั ท่เี รยี กวา่ 5W1H ดงั นัน้ ในการเขียนย่อความข่าว จึงจำเปน็ ตอ้ งมีให้ครบองค์ประกอบดังท่ีกล่าวมาขา้ งต้น

๗ ๑๒ ใบงานท่ี ๒ เร่ือง การเขียนยอ่ ความข่าว คำชี้แจง ให้นกั เรียนอ่านข่าวต่อไปน้ี แล้วเขยี นยอ่ ความ ใช้เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนย่อความใน ภาคผนวก ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ประมวลขอ้ มูลวางแนวรบั เด็กปี 63 ท่มี า: ไทยรัฐออนไลน์ เผยแพรว่ ันท่ี 26 ม.ิ ย. 2562 https://www.thairath.co.th/news/local/1600331 เมื่อวันท่ี 25 มิ.ย.ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน (กพฐ.) เปิดเผยวา่ ตนได้ประชุมร่วมกับคณะทำงานรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ผู้แทน กพฐ. สมาคมอนุบาลแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เป็นต้น การ ประชุมดังกล่าวไดร้ บั ข้อเสนอและแนวทางหลกั การเพื่อเตรียมพร้อมในการยกร่างหลักเกณฑ์การรับนักเรียนปี 2563 เบื้องต้นการรับนักเรียนจะใช้หลักกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้พื้นที่ ให้คณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวดั (กศจ.) สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา และโรงเรยี น ยึดพนื้ ที่เปน็ ฐาน ยึดหลกั ความเสมอภาค โอกาสทางการศกึ ษา และคุณภาพของนักเรียน กระบวนการรบั นกั เรียนตอ้ งโปรง่ ใสเป็นธรรม ใหเ้ ป็นการมีส่วน ร่วมจากท้องถิ่น ชุมชน และผู้ปกครอง คำนึงถึงบริบทในพื้นที่ ให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่จัดทำ แผนระบบตดิ ตามตรวจสอบ แก้ไขปญั หาและชว่ ยเหลอื ดูแลผู้เรียนให้ครบทุกคน สว่ นกลางจะทำหน้าที่กำหนด นโยบายกว้างๆ และกำหนดปฏิทินการรับเทา่ นั้น ทั้งนี้ตนจะรวบรวมขอ้ เสนอท้ังหมดประมวลผลเปน็ แนวทาง เสนอ รมว.ศึกษาธกิ ารพจิ ารณาต่อไป ขณะเดียวกนั จะเสนอ รมว.ศึกษาธิการพจิ ารณาให้ ผอ.เขตพืน้ ทีฯ่ เข้าไป เป็นกรรมการ กศจ.โดยตำแหน่งด้วย เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาบาง กศจ.ให้ ผอ.เขตพื้นท่ีฯ รอรายงานอยู่หน้าห้องประชุมไม่มีโอกาสได้ร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอแนะต่อข้อถามว่า การกำหนดจำนวน นกั เรยี นต่อหอ้ งและการรับนักเรยี นเง่ือนไขพเิ ศษจะให้เขตพื้นท่ฯี และกศจ.เป็นผูก้ ำหนดเองใชห่ รอื ไม่ ดร.สุเทพ กล่าวว่า เมื่อเรากระจายอำนาจไปแล้วเขตพื้นที่ฯ และกศจ.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนจะกำหนด จำนวนนักเรียนต่อห้องเท่าไหรน่ ั้น สพฐ.ขอไปวิเคราะห์และวิจัยตัวเลขให้ชดั เจนก่อน จะขอดูข้อมูลจากหลาย ทางและการจัดการศึกษาของต่างประเทศด้วย ส่วนมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) เก่ียวกบั การรับนกั เรยี นนัน้ ขอ้ ไหนทเี่ ป็นประโยชน์กจ็ ะกำหนดให้พื้นท่ี นำไปปฏิบัติด้วย สำหรับการรับนกั เรียนอนุบาล 3 ขวบ รัฐบาลมีนโยบายชดั เจนที่ต้องการใหอ้ งค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการ แต่ยังพบปัญหาบางพื้นที่ไม่มี อปท.และเอกชนเข้าไปจัดการสอน ทีป่ ระชมุ ไดม้ ีการหารือว่าควรจะจัดหรือไม่ เพราะเปน็ เสียงเรียกร้องจากในพืน้ ที่ แต่กย็ งั ไมไ่ ดข้ ้อสรุป อย่างไรก็ ตามคาดวา่ จะประกาศหลกั เกณฑ์และแนวทางการรบั นักเรียนไดภ้ ายในเดือน ก.ย.นี้ ดร.สุเทพกลา่ ว.

๘ ๑๓ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๙ ๑๔ ใบความรทู้ ่ี ๓ เรอ่ื ง การเขยี นยอ่ ความบทความ จุดประสงค์การเรยี นการสอน นกั เรยี นสามารถเขยี นยอ่ ความข่าวได้ องค์ประกอบของบทความ บทความสว่ นใหญค่ อื มีองคป์ ระกอบ ๔ สว่ น คือ ๑. ชื่อเรื่อง เป็นส่วนแรกของบทความที่สร้างความสนใจแก่ผู้อ่าน บทความในหนังสือพิมพ์ หรอื นติ ยสาร อาจตพี ิมพ์ชอ่ื เรือ่ งด้วยตัวอกั ษรขนาดใหญเ่ พ่อื สรา้ งความสนใจ ๒.บทนำ คือ ส่วนทีอ่ ยู่ย่อหน้าแรกของบทความ มีลักษณะเปน็ การกล่าวนำเร่ือง โดยให้ความรู้ เบื้องต้น บอกเจตนาและผู้เขียนหรือตั้งคำถาม ซึ่งผู้เขียนจะใช้กลวิธีตา่ งๆ ในการเขียนให้ผูอ้ ่านสนใจ เนือ้ เร่อื ง ๓.เนื้อหา เป็นส่วนสำคัญที่สุดของบทความ เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมความรู้ สาระต่างๆและ ความคดิ เห็นของผูเ้ ขยี น ๔. บทสรุป คือ ส่วนสุดท้ายของบทความที่ผู้เขียนใช้สรุปเนื้อหา และสร้างความประทับใจแก่ ผู้อ่านโดยใชก้ ลวธิ หี ลายประการ เช่น การชักจงู ใจให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนง่ึ การให้ข้อคิดการหา แนวร่วม

๑๐ ๑๕ ใบงานที่ ๓ เร่ือง การเขยี นย่อความบทความ คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วเขียนย่อความ ใช้เกณฑ์การประเมินการเขียนย่อความ ในภาคผนวก ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ โรคความดนั โลหติ สูง ภยั เงียบต่อหลอดเลอื ดและหวั ใจ โรคความดันโลหติ สูงถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวต่อร่างกาย โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งต่อหวั ใจของเรา ทำให้เกิด โรคร้ายตามมา ไม่วา่ จะเป็น ภาวะหวั ใจวาย โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลอื ดหัวใจตบี ความน่ากลัวของ โรคความดันโลหิตสงู คือ เปน็ โรคที่มักไม่มีอาการ และจะเป็นโรคเร้ือรังทรี่ ุนแรงถา้ ไม่สามารถควบคมุ โรคได้ อาการความดนั โลหิตสงู เป็นอย่างไร? ผปู้ ่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญม่ ักจะไมแ่ สดงอาการแต่อย่างใด อาจมอี าการปวดมึนท้ายทอย ตึงท่ี ต้นคอ เวียนศีรษะ บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะตุบๆ เหมือนไมเกรน ในผู้ป่วยที่เป็นมานาน อาจมีอาการ อ่อนเพลยี เหน่อื ยง่าย ใจสนั่ นอนไมห่ ลับ และเมอ่ื มีอาการมากอาจโคมา และเสยี ชีวติ ได้ หากปล่อยไวน้ าน ไม่รักษา! อาจส่งผลเสยี ต่อรา่ งกายดังน้ี เลอื ดไปเลี้ยงไตไมพ่ อ ไตวายเรอ้ื รัง หลอดเลือดหัวใจ หนา หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หลอดเลือดตีบ โป่งพอง เลือดไปเลี้ยงอวัยวะได้น้อยลง มีผลต่อเส้นเลือดที่ไป เลี้ยงจอประสาทตา ทำใหจ้ อประสาทตาเส่อื ม และเป็นสาเหตขุ องอมั พฤกษ์ อมั พาต ระดับความดนั โลหติ เท่าไรเส่ียงเป็นความดันโลหิตสงู เราสามารถเช็คว่าเป็นความดนั โลหิตสูงได้หรือไม่ ด้วยวธิ ีการวดั ความดันโลหิต หากมีคา่ ความดันซิสโตลี (ค่าความดันตัวบน) มากกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท (mm/Hg) หรือ ค่าความดันไดแอสโตลี (ค่าความดันตัว ล่าง) มากกว่าหรือเทา่ กบั 90 (mm/Hg) โดยวัดในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะพัก นั่นหมายถึงคุณกำลังมีอาการ ของโรคความดนั โลหติ สงู ความดนั โลหิตสงู เพชฌฆาตเงียบทำลายหัวใจ 1. ภาวะแรงกดดนั ในหลอดเลือดแดงทม่ี ีค่าสูงเกินปกติ (140/90 มลิ ลิเมตรปรอท) 2. ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้ผนังหัวใจหนาตัวและถ้าไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง ผนังหัวใจจะ ยืดออกและเสยี หนา้ ท่ี ทำใหเ้ กดิ หัวใจโต และหัวใจวายได้ ทีม่ าของข้อมูล: บรษิ ัทศิครนิ ทร์ จำกดั (มหาชน) https://www.sikarin.com/health/โรคความดันโลหติ สูง

๑๑ ๑๖ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................

๑๒ ๑๗ ใบความรู้ท่ี ๔ เรอ่ื ง การเขียนย่อความสารคดี จุดประสงค์การเรยี นการสอน นักเรียนสามารถเขียนยอ่ ความสารคดีได้ โครงสรา้ งของสารคดี สารคดีเป็นงานเขียนประเภทหนึ่งที่มีรูปแบบและโครงสร้างเฉพาะการรู้จักโครงสร้างของ สารคดีจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เขียนสารคดีเพราะจะได้รู้ในโครงสร้างแต่ละส่วนจะมีวิธีการเขียน อย่างไร โดยปกตแิ ลว้ สารคดมี สี ว่ นประกอบ ๔ สว่ น คือ บทนำ ความเชื่อมหรือส่วนเชื่อมเนื้อเรื่อง และความจบ

๑๓ ๑๘ ใบงานที่ ๔ เรือ่ ง การเขยี นยอ่ ความสารคดี คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนอ่านสารคดีต่อไปน้ี แล้วเขยี นย่อความ ใชเ้ กณฑ์การประเมินการเขียนย่อความใน ภาคผนวก ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ “เสดจ็ เตย่ี ” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนท่ี ๒๓ – ร่วมเครอื นาวี จกั ยลปฐพไี พศาล 10 พฤศจิกายน 2021 ศรัณย์ ทองปาน : เร่ือง ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๔๕๐ กรมหม่นื ชุมพรฯ ทรงนำนักเรียนนายเรือและนักเรียนนาย ช่างกลประมาณ ๑๐๐ คน ออกฝึกภาคทางทะเลโดยเรือ “มกุฎราชกุมาร” ไปยังเกาะสิงคโปร์ แล้วเลยไปถึง เมืองปัตตาเวียบนเกาะชวา (ปจั จุบันคอื กรงุ จาการ์ตา เมอื งหลวงของอนิ โดนีเซยี ) เสด็จในกรมฯ ทรงเปน็ ผ้บู งั คบั การเรือ พร้อมนายทหารประจำเรือและนักเรียน ซึ่งเป็นคนไทยทั้งสิ้น นับเป็นการฝึกภาคในต่างประเทศครง้ั แรกของนกั เรยี นนายเรือสยาม ตามพระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) “มกฎุ ราชกุมาร” ตลอดจนเรือรบทุกลำของสยามขณะน้ัน ต้องชักธงเรือหลวง คือธงพื้นแดง กลางธงเปน็ รูปช้างเผือกทรงเครือ่ ง ยนื แทน่ หนั หน้าเขา้ เสา การทกี่ รมหมื่นชมุ พรฯ ทรงนำนักเรียนนายเรอื ไป “อวดธง” ครงั้ น้ี เป็นเสมอื นการประกาศให้นานาชาติ รับรู้ว่า จากเดิมที่เรือรบทุกลำของสยามต้องใช้ฝรั่งต่างชาติมาทำหน้าที่กัปตัน บัดนี้ คนไทยฝึกหัดกันเองจน สามารถเดนิ เรือออกทะเลลึกไดแ้ ลว้ ดังนั้น ภายในเวลา ๑๔ ปี หลังจาก “วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒” (๒๔๓๖) พระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลท่ี ๕ ในอันทจี่ ะให้ฝึกหัดนายทหารเรือไทยลงประจำเรอื รบ แทนทที่ หารเรอื ฝร่งั จึงบรรลผุ ลสำเรจ็ การฝึกภาคทางทะเลปี ๒๔๕๐ ยังเป็นการ “เปิดหูเปดิ ตา” ใหน้ ักเรียนนายเรอื ของสยามได้เห็นเมืองท่า ต่างประเทศ ผจญกับคลื่นยักษ์กลางทะเล ทำพิธีข้ามเส้นศนู ย์สูตร เยี่ยมชมเรือรบของชาตมิ หาอำนาจ รวมถงึ ลองล้มิ รสชาตเิ สบยี งกรงั อยา่ งฝร่ัง เสด็จในกรมฯ ทรงให้นักเรียนนายเรือสยามฝึกหดั กินอาหารตามแบบฉบับทหารเรอื อังกฤษ คือเนื้อม้า เคม็ บรรจถุ ังซ่งึ “เคม็ ขนาดกนิ เกลอื แต่เหนียวพอประมาณ มีมนั เป็นช้ันๆ เลีย่ นๆ” กับขนมปังแห้งทเี่ รียกกันว่า “ขนมปงั ทะเล” (sea biscuit) ซงึ่ นักเรียนนายเรือบ่นว่าแข็งจนกดั ไมเ่ ขา้ ถงึ กับเอาไปเล่าลือกันว่า “แขง็ ย่ิงกว่า เหลก็ !”

๑๔ ๑๙ ผลสืบเนื่องอีกประการหน่ึงจากการฝึกภาคทางทะเลครั้งแรกในปี ๒๔๕๐ ที่ยั่งยืนต่อมา คือแต่เดิม เรือ รบและเรือพระที่นั่งของสยาม ตัวเรือทาสีขาว ปล่องและเสากระโดงทาสีเหลือง แนวน้ำทาสีแดง แต่เมื่อ “มกฎุ ราชกุมาร” แวะจอดทอดสมอที่เกาะสงิ คโปร์ อนั เป็นเขตอาณานิคมอังกฤษ นกั เรยี นนายเรือสยามจึงเพ่ิง เคยเห็นว่าเรือรบชาติอื่นล้วนแต่ทาสีหมอก (สีเทา battleship gray) ตามหลักนิยมของเรือรบตะวันตกยคุ น้ัน ว่าสีหมอกหรือสีเทา แลดูกลมกลืนกับน้ำทะเลและภูมปิ ระเทศ ช่วยพรางตาจากข้าศึกได้ดใี นทุกสภาพอากาศ ทกุ คนจึงพรอ้ มใจชว่ ยกันทาสเี รือหลวง“มกุฎราชกมุ าร”เปลย่ี นใหเ้ ป็นสเี ทาอยา่ งเรอื รบฝร่ังเขาบา้ ง พระยาหาญกลางสมุทรซึง่ ร่วมฝึกภาคทางทะเลปนี ั้น ในฐานะนักเรยี นนายเรอื ช้ันสูงสดุ คือชั้น ๕ เพียง คนเดยี ว เลา่ วา่ “…เมื่อเรือถึงกรุงเทพฯ แล้ว ทอดทุ่นหน้าโรงเรียนนายเรือในตอนบ่าย ทำความตื่นเต้นประหลาดใจ ให้กับทหารเรือและเรือรบลำอื่นๆ เป็นอันมาก เพราะเรือรบไทยทุกลำทาสีขาวจอดกันอยู่ทั้งแม่น้ำ สว่ นเรอื มกุฎฯ ทาสหี มอกดดู ำมดื อยลู่ ำเดยี ว พวกในเรอื เรยี กเรือมกฎุ ฯ ว่า ‘เปด็ เทศ’ และรู้สึกภมู ิใจเป็นทย่ี ิ่ง…” ตอ่ มาไม่นาน เรือรบของสยามทุกลำจึงทาสหี มอกทัง้ หมด เว้นแตเ่ รือพระทน่ี ่งั “มหาจกั รี” ที่มา : สารคดเี รอ่ื ง“เสดจ็ เต่ีย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๒๓ – รว่ มเครอื นาวี จกั ยลปฐพไี พศาล ของศรณั ย์ ทองปาน จาก เวบไซต์ https://www.sarakadee.com /2021/11/10/นักเรยี นนายเรือสยาม/ บทความชดุ น้ีมีต้นทางจากหนงั สือพระประวัติกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิของผ้เู ขียน คอื “ให้โลกทง้ั หลาย เขาลอื ” เผยแพร่เม่ือ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๐๒๑

๑๕ ๒๐ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................

๑๖ ๒๑ ใบความรูท้ ่ี ๕ เรอ่ื ง การเขยี นย่อความเร่ืองสน้ั จดุ ประสงค์การเรียนการสอน นักเรียนสามารถเขียนย่อความเรอื่ งส้ันได้ องค์ประกอบของเรอ่ื งส้ัน เรอื่ งส้นั มอี งค์ประกอบเปน็ อย่างเดยี วกับนวนยิ าย คือ ประกอบไปด้วย โครงเรื่อง แกน่ เร่ือง ตัวละคร บทสนทนา ฉาก และบรรยากาศ เพียงแต่องค์ประกอบเหล่านี้ของเรอื่ งส้นั มีความกระชบั รัดกุมกวา่ นวนิยาย ทั้งน้ีเพราะเรื่องสั้นมีความยาวจำกดั จึงบังคบั การเขยี นไปในตัววา่ จะเขยี นเยิ่น เย้อ บรรยายความโดยละเอียดละออไม่ได้ โครงเรื่อง แนวคิด ฉาก ตัวละคร ฯลฯ ต้องแจ่มแจ้ง เพียงโครงเรื่องเดียว แนวคิดเดียว ฉากเดียว ตัวละครเด่นตัวเดียว หรือน้อยตัว ตัวละครเด่นที่ ผู้เขียนกล่าวถึง บางทีผู้อ่านอาจจะไม่ทราบภูมิหลัง หรือบางเรื่องไม่ทราบแม้กระทั่งชื่อของตัว ละคร องคป์ ระกอบทส่ี ำคัญที่สุดของเรื่องสนั้ คือ แกน่ เรอ่ื ง (theme) องค์ประกอบอื่นๆ เป็นส่วน รอง มเี ท่าทจี่ ะทำใหแ้ กน่ เรอ่ื งเด่นชดั ขึน้ เท่านัน้ และด้วยความจำกดั ในเรอ่ื งความยาวดังกล่าวนี้เอง ผแู้ ต่งจึงต้องพิถพี ิถันท่ีจะสร้างความชัดเจนแจ่มแจง้ และในขณะเดียวกันจะตอ้ งให้ความกลมกลืน สอดคล้องกันอยา่ งแนบเนียนในทุกๆ สว่ น ขององค์ประกอบเท่านนั้ ทม่ี าของข้อมลู : chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/ http://oservice.skru.ac.th/ebookft/227/chapter6.pdf เอกสารประกอบวิชาการเขยี น สารคดี มหาวิทยาลัยราชภฎั สงขลา

๑๗ ๒๒ ใบงานที่ ๕ เร่ือง การเขยี นยอ่ ความเรอื่ งส้นั คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นอ่านเรือ่ งส้ันตอ่ ไปน้ี แลว้ เขียนยอ่ ความ ใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ การเขียนย่อความใน ภาคผนวก ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ นิทานอาเซียน ประเทศสิงคโปร์ เรื่อง บาดงั ผทู้ รงพลัง ครั้งหนึ่งในอาณาจักรยะโฮร์ มีทาสชายคนหนึ่งชื่อ บาดัง ทุกวันบาดังต้องออกไปทำงานหนักที่ในป่า เพ่ือปรับพื้นดินให้แก่นาย โดยตัดโคน่ ตน้ ไม้ใหญๆ่ ขุดรากถอนโคนออก ยามวา่ งกว็ างไซดักปลาในแมน่ ้ำใกลๆ้ วนั หนึ่งบาดงั ผิดหวังเพราะไม่มปี ลาในไซเลย แตพ่ อเขาก้มลงดูใกล้ๆกเ็ ห็นเกล็ดปลาและก้างปลาอยู่ก้นไซ ตอ้ งมีปลาเขา้ แน่ๆแต่จะต้องมใี ครมากนิ มันหมด วนั แล้ววันเลา่ ที่บาดงั เฝา้ วางไซดักปลา แลว้ เหตอุ ยา่ งเดยี วกันก็ เกดิ ขึน้ ทุกที คือ ในไซไมม่ ีปลามีแต่เกล็ดและกา้ งทิ้งไว้ บาดังจึงเอย่ ขนึ้ “เหน็ ทีจะต้องคน้ หาใหร้ ู้วา่ ใครขโมยปลา ของเราไป” ดังนั้นวันหนึ่งเมื่อเขาวางไซแล้ว ก็ไปซ่อนตัวอยู่ในกอกกต้นสูงๆรมิ แม่น้ำ คอยทีอยู่ น้ำเย็นเยือก ย่ิงขึน้ แตบ่ าดงั ก็ยังทนยืนไม่ยอมเคลอื่ นที่ไปไหน เขาคอยอยู่เป็นเวลานาน เฝา้ มองดปู ลาซึ่งตดิ ไซพยายามแหวก วา่ ยน้ำหนี แล้วในที่สุดบาดังก็แลเห็นใครคนหน่ึงแอบย่องมาที่ไซของเขา ….มันเป็นอสุรกายนัยน์ตาแดงก่ำ ผมดก หนายุ่งเหยิง เครายาวลงมาถึงเอว พออสูรตนนั้นจะลงมือกินปลา บาดังก็กระโจนพรวดถึงตัวมัน “แกนั่นเอง ขโมยปลาของข้าไป” บางดงั รอ้ งตวาด ฉวยเคราไอ้เจ้าตัวนน่ั ไว้ มนั พยายามจะออกวิ่งหนี แตบ่ าดังก็ร้ังเครามัน เอาไว้แน่น มันร้องวิงวอน “อย่าฆ่าข้าเลย อย่าฆ่าเลย ถ้านายปล่อยให้ขา้ รอดขีวิต ข้าจะให้สิ่งที่นายปรารถนา ทรัพย์สิน อำนาจ กำลงั กาย ล่องหนหายตัว หรอื จะเอาอะไรกไ็ ด้ ขออย่างเดียวโปรดอยา่ ทำรา้ ยข้าเลย” บาดังคิดอย่างรวดเร็ว ถ้าเขาขอทรัพย์สิน นายของเขาต้องเอาไปหมด สิ่งที่เขาอยากได้คือ กำลังกาย ถ้าเขามีกำลังกายแขง็ แรงจะไดใ้ ชม้ ันถอนต้นไมฮ้ ่ึดเดยี วให้หลุดออกทั้งรากทั้งโคน แลว้ เขาจะได้ถากถางพ้ืนที่ได้ เสร็จในเวลาไม่นาน บาดังจงึ บอกแกม่ ันว่า “ขา้ อยากได้กำลังกายใหแ้ ขง็ แรง พอท่จี ะถอนต้นไม้ใหญ่ที่สุดได้ด้วย มือข้างเดียว” “ข้ายอมให้ตามความปรารถนาของนาย” อสูรกล่าว “ทีนี้ปล่อยข้าไปเถิด” แต่บาดังยังไม่ยอม ปล่อยให้มนั เป็นอสิ ระ จนกวา่ จะไดท้ ดลองกำลงั ของเขาดูแล้ว บาดังลากเอาเจา้ อสรู ไปด้วยมือข้างหนง่ึ เดินเข้า ไปในป่า เอามือฉวยต้นไม้ท่ใี หญท่ สี่ ดุ ในป่า ซงึ่ ปกตแิ ลว้ เขาตอ้ งใช้เวลาหลายวันกวา่ จะโคนมนั ลงแล้วขุดรากถอน โคนมันได้เสร็จ แต่มาบัดนี้ต้นไม้มหึมา นั้นหลุดพรวดพราดออกมาทั้งรากทั้งโคนง่ายเหมือนถอนต้นหญ้า เขาแข็งแรงจริงแล้ว! เขาจงึ ปลอ่ ยอสรู นั้นไป

๑๘ ๒๓ บาดังคงทำงานต่อไปในปา่ อีก แต่เดี๋ยวนี้เพราะกำลังมหาศาลของเขานั่นเอง เขาสามารถทำงานที่เคยใช้ เวลาแรมวันแรมเดือนเสร็จภายในสองสามนาที ตน้ ไม้ใหญ่ๆถกู ดงึ ถอนยกขึ้นลิว่ ๆ ไม่นานปา่ ทบึ ก็กลายเป็นพ้ืนที่ ราบโลง่ พร้อมจะลงมอื ไถคราดได้ เมอ่ื นายถามเขาวา่ ทำอย่างไรงานของเขาจงึ สำเร็จไดอ้ ย่างอศั จรรยใ์ จอย่างนั้น บาดงั กเ็ ล่าเรื่องทง้ั หมดใหน้ ายฟงั “เมอ่ื เจ้าอสูรมนั บอกแกข่ ้าพเจา้ ว่า มนั จะให้ส่งิ ใดก็ไดแ้ ลว้ แต่ข้าพเจ้าอยากจะ ได้ ข้าพเจ้าเลยเลือกเอากำลังกาย เพื่อจะได้รับใช้นายให้ดีกว่าทีแ่ ล้วๆมา” บาดังกล่าวในตอนท้าย นายฟังคำ ของบาดังแล้วก็ตื้นตันใจ จึงให้อิสรภาพแก่บาดังตั้งแต่นั้นมา ชื่อเสียงของบาดังเลื่องลือไปทั่วแคว้น ไม่ช้านัก รายาแห่งแคว้นสิงคปุระก็เชิญบาดังไปเป็นแม่ทัพ บาดังรับคำเชิญและได้ทำวีรกรรมทางพลังกายให้แก่รายา หลายคร้ัง ตอ่ มาราชาแห่งอาณาจักร กลงิ คะได้ทราบเรื่องของบาดงั ผ้ทู รงพลงั เข้า ก็สง่ คนทแ่ี ข็งแรงทส่ี ดุ ในแควน้ ของ พระองค์มาทา้ บาดงั การแขง่ ขันกระทำกนั ทพ่ี ระลานในวังของรายาสิงคปุระ ผ้คู นมาชุมนุมกันมากมายก่ายกอง องคร์ าชาเองกเ็ สดจ็ มาดูด้วย ไดต้ กลงกันไวว้ ่าคนของรายาฝ่ายใดแพก้ ต็ อ้ งยกเรอื ใหญเ่ จ็ดลำพร้อมด้วยทรัพย์สิน มคี ่าเตม็ ลำให้แก่ฝ่ายที่ชนะตรงหนา้ วงั มีกอ้ นหนิ ใหญม่ หึมาตง้ั อยู่ ผ้ทู รงพลังฝ่ายกลงิ คะรอ้ งท้าบาดังให้คอยดูว่า ใครจะเปน็ คนยกหนิ กอ้ นนนั้ ได้ คนฝ่ายกลิงคะใช้สองแขนยกก้อนหนิ ขึน้ อย่างสุดกำลัง หนิ ค่อยๆเคลื่อนข้ึนจาก พื้นทีละนิ้วๆ จนสูงขึ้นมาแค่เข่าของคนยก แต่ก็ยกสูงขึ้นกว่านั้นอีกไม่ไหว ต้องปล่อยหินตกตึงลงบนดินเสียง สะเทือนเลื่อนลั่น “เอา้ ทนี ีต้ าทา่ นบา้ งละ” คนฝา่ ยกลงิ คะร้องบอกบาดงั บาดังยืนยืดอกอยู่ข้างก้อนหนิ แล้วก้มตัวลงยกกอ้ นหนิ อย่างง่ายดายรวดเดียวก็สูงขึ้นเหนือศรษี ะเหมอื น ยกหินก้อนเล็กๆ บาดังเอามือยกหินแกวง่ ไปรอบๆ หลายครั้ง แล้วก็โยนขึ้นลอยละล่ิวสูงกว่าศีรษะคนดูเสยี อีก คนดูโห่ร้องเชียร์กันสนั่นหวั่นไหว แล้วบาดังก็เป็นฝ่ายชนะ ได้เรือเจ็ดลำพร้อมด้วยข้าวของเงินทองเต็มลำ แชมเปย้ี นฝา่ ยแพ้คอตกออกแลน่ เรอื กลับบ้านตน เรื่องราวการกระทำอันลือเลื่องด้วยพลังแกร่งกล้าของบาดังขจรขจายไปถึงอาณาจักรเปลัค รายาแห่ง แคว้นเปลัคเป็นอนชุ าของรายาแห่งแคว้นสิงคปุระ ตกลงพระทัยจะส่งผู้ทรงพลังของพระองค์ ชื่อว่า เบนเดรงั มาทา้ แชมเปยี้ นผูท้ รงพลงั ของพระเชษฐา พร้อมด้วยอคั รเสนาบดีถือสารมาถวายพระเชษฐาด้วย เมื่อคณะผู้ทรงพลังมาถึงเกาะสิงคปุระ ตัวอัครเสนาบดี เบนเดรังและคณะทั้งหมดก็จัดขบวนแห่งดงาม ด้วยสีสัน แห่แหนสารของรายาแห่งเปลัคมายังวัง เพื่อถวายแก่รายาแห่งสิงคปุระ ชั้นหัวหน้าก็นั่งหลังช้าง ชัน้ บริวารกเ็ ดินเท้าไปขา้ งๆ ชา้ งพาหนะ อคั รเสนาบดีโคง้ กายลงตำ่ เพ่ือเปน็ การเคารพ และส่งสารถวายรายาแห้งสงิ คปุระ แลว้ ทูลวา่ “พระอนุชา ทรงฝากความเคารพและระลึกถึงมาด้วย ทั้งทรงขอให้จัดการแข่งขันระหว่างผู้ทรงพลังของเปลัคและของ สงิ คปรุ ะ หากบาดัง คนของพระองค์ชนะ เจา้ นายของหม่อมฉนั จะยอมถวายคลงั มหาสมบตั แิ ดพ่ ระองค์” รายาแห่งแคว้นสงิ คปรุ ะทอดพระเนตรดูเบนเดรัง ซ่งึ ตัวใหญ่กวา่ บาดัง ท้งั ทา่ ทางก็ดูจะแขง็ แรงกว่าไมน่ อ้ ย “เราขอคิดดกู ่อน” รบั สง่ั ว่าอย่างนนั้ “แล้วตกลงวา่ อยา่ งไรจะบอกทา่ นพรุ่งน้”ี

๑๙ ๒๔ ครู่ต่อมาก็รังสั่งให้หาบาดงั มา แล้วตรัสถามบาดังว่า คิดว่าจะเอาชนะในการท้าแข่งครั้งนี้หรือไม่ บาดัง ทลู วา่ “พูดยาก” แล้วก็ทลู แนะขึ้นวา่ “ควรรับสง่ั ใหจ้ ัดงานเลย้ี งคืนนี้ เพื่อหมอ่ มฉันจะไดท้ ดลองกำลังของเบนเด รังดู ถา้ เขาแขง็ แกร่งกวา่ หมอ่ มฉัน พระองค์กท็ รงปฎเิ สธไม่แขง่ ดว้ ย และกจ็ ะไม่มฝี ่ายใดเสยี เกยี รติ” รายาเห็นว่าข้อเสนอของบาดังน่าฟัง คืนวันนั้นจึงจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้แก่แขกเมือง ทุกคนนั่งขัดสมาธิ บนพน้ื ขณะทก่ี ำลงั กนิ เลยี้ งกันอย่างสนกุ สนานอยนู่ น้ั บาดังกเ็ ขา้ ไปน่ังใกล้เบนเดรัง เบนเดรังเอาขาทับซ้อนลงบนขาของบาดัง แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงไปสุดแรงเกิด แต่บาดังก็ยกขาของเขา งัดขาของเบนเดรังได้อย่างง่ายดาย แล้วเอาขาของตนทบั ขาของเบนเดรังลงไปอย่างรวดเร็ว เบนเดรังพยายาม ยกขาขึ้นอย่างสุดแรงกไ็ มส่ ำเร็จ การประลองกำลังลบั ๆ ของแชมเปี้ยนทัง้ สองน้ีไมม่ ใี ครทันสงั เกต เมื่อแขกเมืองกลับไปยังเรือของตนแล้ว รายาก็ตรัสถามบาดังว่า เขาคิดจะเอาอย่างไร บาดังทูลตอบ “ขอให้หมอ่ มฉนั สู้กบั เบนเดรงั เถิด หมอ่ มฉันแนใ่ จว่าตอ้ งชนะเบนเดรังเดด็ ขาด” ในเวลาเดยี วกนั น้ีเอง เมือ่ กลับไปถึงเรือ เบนเดรงั กพ็ ูดกับอัครเสนาบดวี ่า “ช้าแตท่ ่านอคั รเสนาบดี บาดัง แข็งแรงมากเหลือเกิน ถ้าเป็นไปได้ก็โปรดล้มเลกิ การแข่งขันเสียเถิด ข้าพเจ้าเกรงว่าบาดังจะตอ้ งชนะข้าพเจา้ แนน่ อน” เชา้ วันรงุ่ ขนึ้ รายาเสดจ็ ออกขนุ นางในทอ้ งพระโรง อัครเสนาบดีของแคว้นเปลคั รอเฝ้าอยแู่ ลว้ รายากำลัง จะกล่าวประกาศให้มีการแข่งขัน ก็พอดีอัครเสนาบดีทูลขึ้นว่า “ข้าแต่รายา หม่อมฉันไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่า ไม่เหมาะเสียแล้วที่จะมีการประลองฝืมือกันระหวา่ งเบนเดรังกับบาดัง เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะมีชัยชนะก็ตาม ดูจะกลายเปน็ ว่าพระองค์กบั พระอนุชาทรงทา้ แข่งกนั เอง แลว้ ไมฝ่ า่ ยใดฝ่ายหน่งึ กต็ ้องเสียพระเกยี รติ” รายาทรงยิ้มเพราะทรงทราบว่า ที่จริงนั้นอัครเสนาบดียอมรับแล้วว่า บาดังเป็นฝ่ายทรงพลังยิ่งกว่า จึงตรัสวา่ “ดีแลว้ เมือ่ ท่านประสงคอ์ ยา่ งนนั้ ก็ตามน้นั เถดิ ” คณะแขกผู้มาเยอื นสิงคปรุ ะก็กลบั คืนแควน้ เปลคั รายาแหง่ แคว้นเปลัคก็มไิ ดต้ รัสประการใดถึงเรื่องท่ีการ แข่งขันไมเ่ กิดขน้ึ ท้งั นี้เพราะอัครเสนาบดไี ด้มอบสารอนั แสดงไมตรีอนั ดีย่งิ จากพระเชษฐาคอื รายาแห่งสิงคปุระ มาถวาย จากนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าท้าบาดังอีกเลย ประชาชนทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าในแดนใกล้หรือแดนไกลต่าง ยอมรับว่า ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนั้นไม่มีใครอื่นนอกจากบาดัง ชายที่เคยเป็นทาสจากเกาะเล็กๆ นามว่า สงิ คปรุ ะ

๒๐ ๒๕ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๒๑ ๒๖ ใบความรทู้ ่ี ๖ เร่อื ง ทบทวนการเขียนยอ่ ความ การยอ่ ความ การย่อความประกอบดว้ ยส่วนสำคัญ ๒ สว่ น ไดแ้ ก่ สว่ นนำ และสว่ นใจความสำคญั ของเร่ือง ๑. สว่ นนำเป็นแบบขึน้ ตน้ ยอ่ ความเพื่อบอกทีม่ าของเร่ืองให้ผ้อู า่ นทราบ ๒. สว่ นเนื้อเร่อื ง เปน็ ส่วนเนื้อหาท่ีเรยี บเรยี งแลว้ มียอ่ หน้าเดียว ในกรณที เี่ รื่องทีย่ ่อความไม่มีชือ่ เรือ่ ง ผเู้ ขียนจำเป็นต้องตั้งช่ือเรือ่ งเพ่ือดงึ ดดู ความสนใจของผอู้ า่ น รูปแบบการเขียนยอ่ ความ ย่อ.....(ข่าว บทความ สารคดี เร่อื งสัน้ ).......เรือ่ ง......( ชื่อเร่ือง).......ของ.......(ชอื่ ผู้แตง่ )..... จาก.......(ชื่อหนังสอื )........หน้า.......(เลขหนา้ )........ความว่า .................(ใจความ).................................................................................................................................... ............................................................................... องคป์ ระกอบของขา่ ว การเขียนข่าวสารมสี าระสำคญั หรือองคป์ ระกอบ ที่เรยี กวา่ “5 W 1 H” ดังต่อไปนี้ ใคร (Who) ทำอะไร (What) ท่ไี หน (Where) เมอื่ ไร (When) ทำไมและอย่างไร ( Why and How) องค์ประกอบของบทความ บทความส่วนใหญค่ อื มีองคป์ ระกอบ ๔ สว่ น คอื ชื่อเรอื่ ง บทนำ เน้อื หา บทสรปุ โครงสรา้ งของสารคดี สารคดมี ีสว่ นประกอบ ๔ ส่วน คือ บทนำ ความเช่ือมหรือสว่ นเชอื่ ม เนอื้ เรื่อง และความจบ องค์ประกอบของเร่อื งสั้น เรื่องสัน้ มีองค์ประกอบ คอื โครงเรอื่ ง แกน่ เร่ือง ตวั ละคร บทสนทนา ฉาก และบรรยากาศ องค์ประกอบทีส่ ำคญั ที่สุดของเรื่องสั้น คอื แกน่ เร่ือง (theme) องค์ประกอบอืน่ ๆ เป็นสว่ นรอง มเี ทา่ ทจ่ี ะทำให้ แกน่ เร่ืองเด่นชัดขน้ึ เทา่ น้นั

๒๒ ๒๗ ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื ง ทบทวนการเขยี นยอ่ ความ คำชี้แจง ให้นกั เรยี นอ่านและคดั ลอกใบความรูท้ ่ี ๖ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

๒๓ ๒๘ แบบทดสอบหลังเรียนแบบฝกึ ที่ ๕ เร่อื ง การเขยี นยอ่ ความจากสือ่ ตา่ งๆ คำชีแ้ จง ให้นักเรียนย่อความสื่อต่างๆ ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ให้ถูกต้องตามรูปแบบการเขียนย่อความ ข้อสอบมี ท้ังหมด ๔ เรอ่ื ง เรื่องละ ๑๕ คะแนน คะแนนเต็ม ๖๐ คะแนน โดยกำหนดเกณฑเ์ ปรยี บเทียบคะแนนที่ได้จาก เกณฑ์การประเมนิ การเขียนย่อความดงั นี้ เกณฑ์การให้คะแนนแบบรบู รคิ มีคะแนนเตม็ ๑๖ คะแนน ประกอบดว้ ยรายการประเมนิ คอื ๑. รูปแบบการเขยี นยอ่ ความ (๑-๔ คะแนน) ๒. ใจความสำคัญครบถว้ นถูกต้อง (๑-๔ คะแนน) ๓. การใชส้ ำนวนภาษาของตนเอง (๑-๔ คะแนน) ๔. การใชภ้ าษาไดถ้ กู ต้อง (๑-๔ คะแนน) เกณฑ์การผ่านการประเมนิ คอื รอ้ ยละ ๘๐ หรือ ๑๓ คะแนน ขน้ึ ไป เกณฑเ์ ปรยี บเทียบคะแนนทไ่ี ดร้ ายข้อ ดงั นี้ เกณฑ์การให้คะแนนแบบรบู ริค คะแนนที่ได้ 15-16 15 14 14 13 13 12 12 ... ... 1 1

๒๔ ๒๙ เรื่องที่ ๑ อดตี รกั ทำไมเขาไม่ลมื May 11, 2021 by Sirichaiwatt | Home » บทความความรกั » อดีตรัก ทำไมเขาไมล่ มื | ความรัก หนึ่งในปัญหาคู่รัก ที่ส่วนใหญ่จะ “ใหม่” คือเรื่องที่ค้างคาใจระหว่าง “เราในวันนี้ กับเขาใน อดตี กอ่ นนัน้ ” มนั ตอ้ งมีแอบคดิ รู้สึกขนึ้ มา แตจ่ ะมากจนขัน้ เปน็ ปญั หาหรือไม่น้นั กแ็ ตล่ ะคู่ไป แลว้ ผิดท่ใี ครดี?… คงมเี พียงคูร่ กั วัยใสเท่านนั้ กระมงั ทตี่ ่างฝ่ายก็ “ไมม่ ีอดีต” ด้วยไรป้ ระสบการณไ์ ม่เคยชอบไม่เคยรักใครมาก่อน ส่วนใหญ่เมื่อวัยพ้นขึ้นมา แม้ว่าจะโสดมานานเพียงใด ก็น่าจะต้องเคยคบหาใครมาบา้ ง อย่างน้อยก็แอบชอบ แอบรักใครมาบ้าง เชือ่ วา่ เราล้วนมอี ดีตภายในใจไม่มากกน็ อ้ ย คร้ันพอปัจจุบันได้ลงเอยกับใครคนหน่ึง ซง่ึ แต่ละคนยอ่ มมีอดีตมาไม่เทา่ กนั และมนั ยงั สง่ ผลตอ่ อีกฝ่ายไม่เท่ากัน ด้วย กล่าวคือ คนเรามีความรู้สึกต่ออดีตทัง้ ของตนเองและอีกฝ่ายไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในกรณีของอีกฝ่าย อาจส่งผลให้ น้อยใจ หึงหวง ข่นุ เคอื งกนั ไดไ้ ม่ยาก คนรกั คนสำคัญ คนปจั จบุ ัน เป็นปกตธิ รรมดาที่หากมีความรกั กับใครแล้ว เรายอ่ มอยากมีความสำคัญ แม้รูปแบบอาจแตกตา่ งกันแต่มันคงไม่มีใครอยากด้อยนอ้ ยคา่ กว่า “คนอืน่ ” และหลายคนก็ถือวา่ “อดตี นนั้ มัน ก็ควรเป็นคนอ่ืน ไปแลว้ ” …แต่กไ็ ม่ใชท่ ุกคนไงล่ะ หากตรองดูเรอ่ื งเหลา่ น้ีอาจมีจุดเริ่มต้นท่คี ำวา่ “สถานะ” มัน มาพรอ้ มความไม่แนใ่ จวา่ ใครอยใู่ นสถานะอะไร เช่น เราเป็นคนรกั เขาหรือยงั หรอื คนเก่ายงั เปน็ คนท่ี “เขารัก” อยไู่ หม ตกลงใครเปน็ ใคร เพราะหากอดีตไมม่ ีสถานะอะไรให้เห็นแลว้ ก็คงไม่มีใครรู้สกึ อะไรกับปจั จุบนั … ความรกั ไมใ่ ช่แค่ความผกู พนั แน่นอนว่ามันยอ่ มมาจากการแสดงออกและพฤตกิ รรมของแตล่ ะฝ่ายร่วม ดว้ ย แต่ถา้ เรายงั ไม่ไปมองตรงน้ัน หรอื พฤตกิ รรมไมไ่ ดถ้ งึ ขน้ั วา่ ไมน่ า่ ไวใ้ จ แต่ “รู้สึก” ไดว้ ่า เขาหรอื เธอยังไม่ลืม อดีตนั้น มันก็ต้องพึงเข้าใจในด้านหน่ึงว่า ความรักไม่เก่ียวกับความผูกพันเสมอไป แม้เราจะอยูใ่ น “สถานะคน รัก” บางทีมันก็เป็นเรื่องที่เราเข้าไป “อยู่ในใจ” แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าไปอยู่ “ในสมอง” และ จะกลายเป็นความทรงจำแทนที่ทันที ในความคิดแทนที่ใครได้ เพราะความผูกพันมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ความทรงจำ” จึงควรยอมรับประการหนงึ่ วา่ เราอาจเปน็ คนรัก คนสำคญั และเป็นคนปัจจุบัน ทีม่ นั กห็ มายถึง วันนี้และต่อไป ไม่เกี่ยวอะไรกบั ท่ีผา่ นมา ซึ่งใชว่ ่าคนเราจะลมื อะไรกันได้ง่าย ๆ เหมือนปิดสวิตช์ไฟ และในอกี ดา้ นตอ่ แตน่ ี้ไปตา่ งหากท่ีเรากบั เขาหรือเธอนนั้ จะสร้างความ “ผูกพนั ” กนั ข้ึนมา ทนี ีก้ ็ขนึ้ อยู่กับว่า จะทำให้มัน พังเปน็ ความทรงจำเลวรา้ ยไปเสียกอ่ นหรอื เปล่า…

๒๕ ๓๐ ไม่เหนื่อยใจ ในวันเริ่มต้น แต่ถ้ามันไม่ใช่แค่ไม่ลืม มันยังมีเรื่องของการแสดงออกและพฤติกรรมด้วย ที่ทำให้ “สถานะ” ดูสับสน ไม่ว่าจะเกิดจาก เรา เธอ หรือ เขา เช่น เขามักจะเป็นฝ่ายโทรมาหา ติดต่อมา แล้วเธอก็ยงั โต้ตอบ ไปจนกระท่งั อาจยังพบเจอกนั สว่ นหน่ึงมนั ข้ึนอยกู่ ับว่ามากน้อยแค่ไหน จำเป็นไหม แตม่ นั ก็ ไมม่ ีอะไรตดั สินชดั เจนไดเ้ พราะเป็นเร่อื งของ “มุมมอง” ท่ีคำนก้ี ็ช่างคลมุ เครอื เช่นกนั คงตอ้ งเร่ิมจากทบทวนให้ ดีตรงท่ี “สถานะ” เราอาจทำความเข้าใจไดม้ ากข้ึนว่า สถานะทเ่ี ปลี่ยนไปมนั กใ็ ชว่ ่าอะไรจะต้องเปล่ียนแปลงไป มากนัก เช่น จากอดีตคนรักกลายมาเปน็ เพื่อนกัน เพื่อนกันมันก็ย่อมคุยกันได้ พบเจอกันได้บา้ งเป็นธรรมดา.. กรณแี บบนสี้ ว่ นหน่ึงกอ็ าจเหน็ ไดว้ ่า เธอหรือเขา ไมใ่ ช่ “ไม่ลมื ” แตเ่ ขามองผ่านหรือกา้ วขา้ มกนั ไปในอกี ทางแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่า เราจะต้องก้าวข้ามไปได้ด้วยเสมอไป เพียงแต่มันจะดีกว่าหากเคลียใจตั้งแต่ในวันเริ่มต้นว่า ต้องการสถานะ เรา เขา เธอ ตอ้ งเป็นแบบใด “เพื่อนก็ไม่สบายใจ แค่ใหเ้ ปน็ คนรจู้ ักพอ” สมมตวิ า่ ตกลงกนั แบบ นี้แต่แรกก็น่าจะพอชว่ ยได้ แต่ที่สุดแลว้ เรื่องความสัมพันธ์มันบงั คับกันไม่ได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมรบั ดงึ ดันไปมันก็ เหนื่อยเปลา่ … ถึงวนั ที่ควรเปดิ ใจ เรื่องนอ้ี าจไมใ่ ชป่ ัญหาของทุกคู่ แตป่ ญั หาที่ค้างคาสว่ นใหญค่ อื แค่ “ไมย่ อมรบั ” ไม่วา่ จะเปน็ แงค่ วามคิด ความรสู้ ึก หรอื การกระทำ และไมใ่ ชว่ ่าเป็นทเ่ี ขา แต่อาจเป็นทเ่ี ราเองก็เปน็ ได้ คล้ายท่ีกล่าว ข้างต้น เรื่องนี้มักจะเกิดกบั คู่ที่ยังใหม่ หากผ่านช่วงนี้ไป นานไปเราอาจจะรู้สึกว่าไร้สาระ แล้ว เขาก็ลืมได้เอง ห่างกันไปเอง เป็นไปได้ทั้งสิ้น อีกกรณีก็คือที่ “ไปดามใจเขามา” คือ ไปรักคนท่ีเขาถูกท้ิงมามันยิ่งเปน็ ไปได้วา่ “ไม่มั่นใจ” ว่า “สถานะ” เราจริง แท้ ม่นั คง เพยี งใด และมนั เป็นไปได้ท่ีเราได้สร้างปมในใจต้ังแต่เริ่มต้นบนคำ ว่า “จะรักเรามากกว่าคนนั้นไหม?” ซึ่งคิดกันดี ๆ แล้วมันกว็ ัดกนั ไม่ได้ …และทั้งสิ้นบางทีก็เพียงแค่ “เปิดใจ” ยอมรบั สิ่งท่ีเปน็ จริง ไมว่ ่าจะไม่มใี ครลืมความทรงจำไปได้ง่าย หรือเปิดใจยอมรบั วา่ เขากับอดีตยังคงต้องมีเรื่อง พูดคุย พบเจอกัน หรือเปิดใจตัวเอง ยอมรับว่าเรายอมรับอะไรเช่นนี้ไม่ได้ ไปจนถึงเราเข้ามาผิดที่ ผิดเวลา เพราะสุดท้าย ไม่ว่า เขา เธอ หรือ เรา เมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะบอกอะไร ๆ ได้ดีขึ้นเอง แต่ถ้าตอนนี้ยังไม่ได้ กค็ วรรอใหม้ นั ผา่ นไปก่อน… บทความฉบบั ปรบั ปรุง เผยแพรค่ รัง้ แรก Facebook Sirichaiwatt เมอ่ื 05/04/2021

๒๖ ๓๑ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................

๒๗ ๓๒ เร่ืองท่ี ๒ โควิด-19 ระบาดท่ัวไทย 13 มกราคม 2563 ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายแรกจากการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ และนบั เป็นผปู้ ่วยโรคโควิด-19 รายแรกนอกประเทศจีนที่เป็น ตน้ ตอของการระบาด จากนัน้ ไทยพบผปู้ ว่ ยประปรายตลอดเดอื นมกราคม ซึ่งเปน็ ผ้ทู ่ีเดนิ ทางมาจากประเทศจีน แทบทั้งสิ้น กระทั่งวันที่ 31 มกราคม พบมีการแพร่เชื้อโควิด-19 ในประเทศรายแรก และเพิ่มจำนวนผู้ป่วย มากข้นึ ในกลางเดอื นมนี าคม จากการแพร่เช้ือเป็นกลุ่มกอ้ นในสนามมวยลมุ พินี และในผับแห่งหน่ึง ซ่ึงในที่สุด รัฐบาลไทย โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ออกมาตรการตา่ งๆ มากมาย ทงั้ การรณรงค์ให้สวมหน้ากากอนามยั หรอื หนา้ กากผา้ การเวน้ ระยะห่าง การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล คัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งท่าอากาศยาน ท่าเรือ และด่าน พรมแดน มีการสอบสวนโรคในทุกพื้นที่ที่พบผู้ป่วย/ติดเชื้อ จัดหาพื้นที่กักตัวผู้ที่เดินทางเข้าเมืองในรูปแบบ ตา่ งๆ ปลายเดือนมีนาคม กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีคำสั่งให้สถานที่สาธารณะและธุรกิจห้างร้านปิดบริการ และอีกหลายจังหวัดดำเนินการตาม ควบคู่กับวันที่ 26 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และมปี ระกาศห้ามออกนอกเคหสถานยามวกิ าล ตัง้ แต่คนื วันท่ี 3 เมษายน 2563 นอกจากนั้น ยงั สง่ั งดจำหนา่ ยสุราชวั่ คราว และใหป้ ระชาชนชะลอการเดนิ ทางข้ามจงั หวัด ตอ่ มาเดือนสิงหาคม มีการเพิ่งมาผอ่ นปรนการเรยี นในสถานศกึ ษา 3 กนั ยายน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่าประเทศไทยพบผูต้ ิดเชื้อรายแรกในประเทศ ในรอบ 100 วัน โดยเป็นผู้ต้องขังชายที่ต้องโทษในคดียาเสพติด และก่อนหน้านั้นทำงานเป็นดีเจ โดยมีการ ตรวจพบเชือ้ เมือ่ วนั ท่ี 2 กนั ยายน หลงั จากพบอาการมีเสมหะเมื่อวันท่ี 29 สิงหาคม ถัดมาพบว่ามีผู้ที่ลักลอบ เข้าเมืองบริเวณแนวพรมแดนไทย-เมียนมา ติดเชื้อโควิด-19 แถบ จ.เชียงราย จ.ตาก และพบว่ามีการ แพรก่ ระจายเชือ้ ไปยังกลมุ่ เพ่ือน กระทั่งเม่อื วันที่ 17 ธันวาคม ทพี่ บการแพรร่ ะบาดภายในประเทศรอบใหม่ท่ีมี ต้นเหตจุ ากตลาดกลางกุง้ จ.สมทุ รสาคร และล่าสุดกระจายไปยัง 45 จงั หวัดของประเทศไทย ทำใหห้ ลายพื้นท่ี ต้องประกาศคมุ โรคเข้มข้นอกี ครงั้ ทำให้ ณ วนั ที่ 29 ธันวาคม ไทยมีผูป้ ่วยรวมสะสม 6,440 ราย แบ่งเป็น การตดิ เชอ้ื ในประเทศ 4,447 ราย กลุ่มแรงงานต่างด้าว 1,381 ราย รักษาหายแล้ว 4,180 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล (รพ.) 2,195 ราย มีผู้เสียชวี ิตสะสม 61 ราย ขณะทีท่ ว่ั โลกพบผู้ปว่ ยติดเช้ือแลว้ 81 ลา้ นรายเศษ เสยี ชวี ิต 1.7 ลา้ นคนเศษ หวั ขอ้ : 12 ขา่ วเดน่ -ข่าวดัง รอบปี 2563 ของ มติชนออนไลน์ เผยแพร่ : วนั ที่ 30 ธันวาคม 2563 - 11:11 น https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_2506244

๒๘ ๓๓ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๒๙ ๓๔ เร่ืองที่ ๓ เรอื่ งเลา่ หลงั รถกระบะเม่ือฉันได้มาเยอื น ‘ทุ่งใหญ่ตก’ โดย จุฑาทิพย์ หล้ามูล เจา้ หน้าที่ฝ่ายระดมทุน มูลนธิ สิ บื นาคะเสถียร Categories: ในป่าใหญ่ Posted on14 มกราคม 2021 https://www.seub.or.th/bloging/into-the-wild/เร่ืองเลา่ หลงั รถกระบะ-เ/ เมื่อวันที่ 21-24 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุง่ ใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี การลงพื้นท่ีในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเข้าไปทำความเข้าใจกับ ชุมชนในพ้ืนทีเ่ ขตรกั ษาพันธ์ุสัตว์ป่า ในการเข้าไปเก็บขอ้ มูลพฤตกิ รรมมนุษย์ ท่ีส่งผลตอ่ การเข้าใช้พื้นที่ของสัตว์ ป่าในพื้นที่ชุมชน มีหลายพื้นที่ที่เราต้องเดินทางเข้าไปทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือกับชาวบ้านในการ ชว่ ยนำทาง เพอื่ เก็บข้อมลู ในบริเวณพนื้ ทีป่ า่ รอบ ๆ หมบู่ า้ น ในช่วงตน้ เดือนกมุ ภาพันธ์ 2564 อันจะนำไปสู่นำ ข้อมูลที่เก็บมาได้ไปวิเคราะห์ และวางแผนการจัดการสัตว์ป่ารอบพื้นที่ชุมชน เพื่อกำหนดกรอบกติกาการใช้ พนื้ ทข่ี องชมุ ชน และลดผลกระทบต่อสตั วป์ า่ อันเป็นปัจจยั สำคัญท่ที ำให้ชาวบ้านสามารถอย่รู ว่ มกบั ป่าและสัตว์ ปา่ ได้ ทัง้ ยังเปน็ การลดความขดั แยง้ ระหวา่ งชาวบา้ นกับเจ้าหน้าทร่ี ฐั อีกดว้ ย แต่เนื่องจากตอนที่เรากำลังบอกเล่าเรื่องราวอยู่ตอนนี้เกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อยู่ หากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโควิดไม่ดีขึ้น ก็อาจจะส่งผลให้การเดินทางไปเก็บข้อมูลในต้นเดือน กุมภาพันธ์นั้นต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน แต่วันนี้จะมาเล่าถึงความประทับจากการเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า เราได้เจอกับอะไรบ้างระหว่างเดินทาง ผู้เขียนขอบอกไว้ก่อนเลยว่า การลงพื้นที่ทำงานในแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่ เรื่องงา่ ย และไม่สามารถคาดการณ์ไดเ้ ลยว่าจะตอ้ งเจอกบั อะไรบา้ ง เราออกเดนิ ทางกนั ในคืนวันที่ 20 ธนั วาคม 2563 เวลา 20.30 น. พรอ้ มด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของ มูลนิธิฯ ทั้งหมด 4 คน (รวมผู้เขียนด้วย) โดยเดินทางจากสำนึกงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จังหวัดนนทบุรี มุ่งหนา้ สู่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบรุ ี ขณะท่ีรถเริ่มวง่ิ เข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ ภูมทิ ศั น์ก็เปลี่ยนเป็นภเู ขาและป่าไม้ อุณภูมิก็เริ่มเย็นลงจนเหลือ แค่หลักสิบ ในคืนนี้เราพักกันที่บ้านของพี่น้อย – มนตรี กุลชรมณี เจ้าหน้าที่ภาคสนามจังหวัดกาญจนบุรี เพ่ือเตรียมที่จะออกเดินทางในรุ่งเชา้ ของวนั ใหม่ ช่วงเชา้ ของวนั ที่ 21 ธันวาคม 63 เราออกเดินทางไปกนั ทห่ี มบู่ ้านกองม่องทะ หมู่บา้ นเล็ก ๆ ทีโ่ อบล้อม ดว้ ยภเู ขา ไปถงึ ก็พบปะกบั ชาวบ้านท่มี ารอพร้อมท่ีจะพบปะพดู คุย ภายหลังจากขอคำปรึกษาเรอื่ งเส้นทางท่ีจะ เดินสำรวจ ชาวบ้านก็ได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีการปรับเปล่ียนเส้นทางตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่จริง ซึ่งทางเรากพ็ รอ้ มปรับเปลยี่ นตามคำแนะนำ ทำให้การพบปะพดู คุยในครงั้ นส้ี ำเร็จลลุ ่วงไปดว้ ยดี

๓๐ ๓๕ วันต่อมา (วันที่ 22 ธันวาคม 2563) เราออกเดินทางไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง และได้ทำการ เปล่ยี นภาหนะท่ีใชเ้ ดนิ ทางที่หน่วยฯ โดยทางเราเลอื กใชร้ ถเช่าของคนในพน้ื ท่ีแทน เพราะได้ยินมาว่าหนทางที่ เราจะไปต่อนั้นค่อนข้างไกล และมีความยากลำบากในการเข้าถึง ดังนั้นการเช่ารถพร้อมคนขับในพื้นที่น่าจะ สะดวก และมคี วามปลอดภัยกว่า เรามาถงึ จุดนัดพบท่ีสะเนพ่ ่องกอ่ นเวลานัดหมาย จึงทำใหไ้ ม่พบชาวบ้านเลย สักคน ประจวบกบั ตอนนั้นมขี ่าวการแพรร่ ะบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เลยทำให้ชาวบ้าน เกิดไม่แน่ใจในการมาพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าท่ีของมูลนิธสิ ืบฯ แต่สุดท้ายชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือ มาพูดคุย และทำความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ทำให้การพบปะพูดคุยในครั้งนี้ ชาวบ้านมีความเข้าใจและพร้อมให้ ความร่วมมือกบั กบั ทางเรา เสรจ็ ส้ินภารกิจท่ีหมู่บ้านสะเนพ่ ่องแล้ว จดุ หมายต่อไปท่ีเราจะไปกนั ก็คอื หมบู่ ้านเกาะสะเดงิ่ ซึ่งการเดิน จากสะเนพ่ ่องไปยงั เกาะสะเด่งิ น้นั เริม่ เปน็ เสน้ ทางธรรมชาติ เรียกวา่ ธรรมชาตโิ ดยสมบูรณแ์ บบ มคี วามสวยงาม ของดอกหญ้าท่ีสงู ท่วมหัว ตดั กับววิ ภเู ขาท่ีล้อมรอบตวั เราเปน็ ภาพท่คี วรแก่การเก็บไว้ในความทรงจำ เพราะต่อ ให้ถ่ายภาพออกมากส็ วยเพียงใด กส็ ไู้ มไ่ ดเ้ มื่อเทยี บกบั ภาพทอ่ี ยูต่ รงหน้าเราในขณะนัน้ ได้ชมความงดงามของธรรมชาตกิ นั พอหอมปากหอมคอ จึงเริ่มพบกับหนทางที่เริ่มยากลำบากที่อ้าแขน ออกมาต้อนรับพวกเรา เสน้ ทางเร่มิ เปน็ ทางลูกรังโดยสมบรู ณ์แบบ มีดินหินน้อยใหญป่ ะปนกันไป รถกโ็ อนเอียง ไปมาราวกับนั่งเครื่องเล่น เท่านั้นยังไม่พอยังต้องขับข้ามธารน้ำอีก บางครั้งเราก็ไม่แนใ่ จว่ากำลังนั่งอยู่บนรถ หรอื ว่าเรอื กันแน่ เพราะมบี างจุดท่รี ถขา้ มผา่ นแมน่ ้ำ มองออกไปรอบขา้ งเรยี กไดว้ ่าเห็นแต่น้ำไมเ่ ห็นพนื้ ดิน ในท่สี ดุ เราก็มาถึงหน่วยพิทกั ษป์ ่าเกาะสะเดิง่ จุดน้เี ราไดแ้ วะพักรถกนั แป๊บหนึ่ง ขณะทีก่ ำลงั นงั่ พักอยู่ก็ได้ มีรถของชาวบ้านขึ้นมาทีห่ น่วยฯ พอดี ด้วยความที่รถเป็นสดี ำ และโคลนที่เปรอะเปือ้ นตัวรถเป็นสอี ่อน ทำให้ เห็นสภาพของการผ่านสมรภูมิดินโคลนที่ผ่านมาอย่างชัดเจน จนทำให้เราหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้ให้ได้ ชมกัน ภายหลังร่วมรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ได้เวลาออกไปทำงานพบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน ถึงเรื่อง การขอความรว่ มมือในการลงพื้นที่เพ่อื เก็บข้อมูล ทางทีมงานได้คุยท้ังกับชาวบ้านหมู่บ้านทิไลป้า และชาวบ้าน หมู่บา้ นจะแกที่เดินทางมาหาเราท่ีหมบู่ ้านทิไล่ป้า ชาวบ้านท้ังสองหมบู่ ้านต่างรับทราบและให้ความร่วมมือเป็น อย่างดี ทำให้การพบปะพูดคุยในครงั้ นสี้ ำเรจ็ ลลุ ว่ งไปด้วยดี จากนั่นเราก็ได้เดนิ ทางกลับไปพักผ่อนทีบ่ ้านพีน่ อ้ ยด่ังเช่นคืนแรก โดยกว่าจะเดินทางจากทิไล่ป้ามาถึง บา้ นพกั กเ็ ป็นเวลาเยน็ ก็ จึงได้รว่ มรับประทานม้อื ค่ำ และพกั ผอ่ นเพอื่ เตรียมร่างกายลุยงานต่อในวนั พร่งุ น้ี เช้าวันสุดท้าย (วันที่ 24 ธันวาคม) วันนี้เรามากันที่หมู่บ้านสาละวะ – ไล่โว่ หมู่บ้านสุดท้ายที่เราจะมา พบปะพูดคุย ซึ่งทีมงานไปในขณะที่หมู่บ้านนี้กำลังมีงานอยู่พอดี แต่ผู้ใหญ่บ้านก็สามารถสละเวลามาพบปะ พูดคุยกับพวกเรา และมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการสำรวจเล็กน้อยตามความเหมาะสม และแล้วการพูดคุย ก็ผ่านลุล่วงไปด้วยดี เสร็จส้ินภารกิจในครั้งนี้ เราทั้ง 4 คน ก็ถึงเวลาเดินทางกลับเข้าสู่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จงั หวัดนนทบุรี จดุ ตัง้ ตน้ ทเ่ี ราเดนิ ทางมา

๓๑ ๓๖ การลงพน้ื ท่ใี นครงั้ น้ีกเ็ รยี กได้ว่าเปน็ ประสบการณ์ครั้งแรกทีป่ ระทับใจมาก การไดเ้ ดนิ ทางไปยังเขตรักษา พนั ธุส์ ตั ว์ป่าท่งุ ใหญ่นเรศวร ฝัง่ ตะวันตก ทำให้ผเู้ ขยี นมีความรู้สึกเปน็ การเดินทางทม่ี ีความผจญภัยบุกป่าฝ่าดง ลงน้ำ ในความเหนื่อยจากการเดินทางก็มีความสนุก มีวิวสวย ๆ ให้ได้ชมปะปนกันไป ทำให้รู้ว่าการทำงานใน ฐานะเจ้าหน้าที่สบื นาคะเสถียรไมใ่ ช่เร่ืองง่าย ๆ ยังมีประสบการณ์ที่ท้าทายรออยูข่ ้างหน้า ที่เราจะต้องเรียนรู้ และพัฒนากนั ตอ่ ไปในฐานะเจา้ หนา้ ทใ่ี หมข่ องมลู นธิ สิ ืบนาคะเสถยี ร สุดท้ายนี้ทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังคงทำงานเพื่อธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ป่า อย่างต่อเนื่องเพื่อ สบื สานปณธิ านเราทำงานใหพ้ ี่สืบ ซงึ่ ทุกเมด็ เงินจากการสนับสนนุ ของทกุ ท่าน คือการสนบั สนุนการทำงานของ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติให้กับคนไทย ร่วมรักษาธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มไปกับเราได้ www.seub.or.th/ช่องทาบรจิ าค/

๓๒ ๓๗ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๓๓ ๓๘ เร่ืองที่ ๔ นทิ านอาเซยี น ประเทศอนิ โดนีเซีย เรือ่ งกระจงเจา้ ปญั ญา ที่มา: https://aec.kapook.com/view49547.html บ่ายวันหนึ่งอากาศร้อนอบอ้าวกระจงเจ้าปัญญาตัวหนึ่งกำลังกินน้ำใสในทะเลสาบกลางป่าอยู่ขณะ กำลัง กินน้ำเพลิน เสือโคร่งตัวหนึ่งเดินผ่านมาเมื่อเห็นกระจงเข้า เสือโคร่งก็หยุดแล้วหัวเราะด้วยสำเนียงท่ี สำแดงความชั่วร้ายคำรามออกมาว่า \"โอ้โฮ!้ เจา้ กระจงน้อยช่างเป็นอาหารโอชามื้อนี้ของข้าเสียนี่กระไรเร็วเข้า มาใหข้ ้ากนิ เสียดี ๆ ขา้ ยังไม่มอี ะไรใสท่ ้องมาเลยท้งั วัน\" \"นี่ท่านไม่มีอะไรจะกนิ มาทง้ั วันทเี ดียวร\"ึ กระจงถามแกล้งทำเปน็ เสยี ใจด้วยกับเสอื โครง่ แต่แท้ท่ีจริงตัว มันเองกำลงั ส่ันพั่บ ๆ ด้วยความเสียวสยองเม่ือแลเห็นขากรรไกรอันกว้างใหญ่ และฟันอันแหลมเปี๊ยบขาวราว กับงาช้างของเจ้าเสอื ตัวรา้ ย แต่อย่างไรกต็ าม กต็ ้องพยายามใหด้ ีท่ีสุดท่ีจะไม่แสดงให้เสือรู้ว่าตนกลวั ยงั คงพูดตอ่ ไปว่า\"โธ่เอ้ย! คุณ เสือนี่น่าสงสารจริง ๆ นะ ข้าพเจ้าอยากให้ท่านได้ลิ้มรสอาหารดๆี แต่ข้าพเจ้าไม่คิดว่าสัตว์กระจ้อยร่อยอย่าง ข้าพเจา้ นจ้ี ะเป็นอาหารทท่ี ่านจะกินได้อ่ิมใหส้ มกับท่ที นหิวมาไดห้ รอก\" \"แต่ข้ากำลงั หิวนะโวย้ \" เสือคำรามตวาดล่ัน อยา่ งอดทนไม่ไหว \"นกึ ออกแลว้ \" กระจงร้องออกมา ภายในใจกค็ ดิ วางแผน \"ไอ้ทจี่ ะทำให้ทา่ นหายหวิ นัน่ มนั ต้องเนือ้ คนถึงจะสมอยาก\" \"คนน่ะมันเปน็ ยังไง เจา้ กระจง\" \"น่ที ่านไม่รู้เอาเทียวหรือว่า คนน้นั คอื อะไร\" กระจงอทุ าน ทำเป็นแปลกใจ \"เออ ข้าไมค่ ิดวา่ ข้ารู้\" เสอื ตอบ ชกั จะสนใจอยากรูข้ น้ึ มา \"ไหนบอกข้าหน่อยซิ เจา้ กระจงวา่ คนน่ะคืออะไร\" \"กไ็ ด้\" กระจงวา่ ดีใจทเี่ จ้าเสือร้ายตกหลมุ พรางของตัว \"คนก็คือสตั วช์ นิดหนงึ่ มขี าสองขา แต่ทว่าเป็น สัตว์ที่มีอำนาจใหญย่ ิง่ ทส่ี ดุ ในโลก\" \"จรงิ รึ อำนาจมากยง่ิ กวา่ ข้าอีกรึ\" เสอื ถาม ชกั จะขดั ใจข้ึนมาแลว้ \"จริงแน่ แตถ่ ้าท่านไวพอ ท่านโดดเข้า ตะปบมนั ไว้ ท่านกก็ นิ มนั ได้สบาย\" \"เออดี แต่ถ้าขา้ หาคนกินไม่ได้ล่ะ เจา้ กต็ ้องเป็นอาหารของข้านา มาต่อรอง กันแบบน้ดี ีไหมล่ะ\" \"ตกลง\" กระจงรอ้ งตอบอย่างพอใจ \"แลว้ ข้าจะไปหาคนได้ที่ไหนล่ะ พามาให้ขา้ ดูเดี๋ยวนี้ซี เพราะว่าข้าหิวเต็มทนแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่รีบไปหา มาข้าจะต้องกินเจา้ เสียเดี๋ยวนี้ล่ะ\" \"ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน ท่านเสือโคร่งผู้ยิ่งใหญ่\" กระจงตอบ \"มา ไปด้วยกันที่ริม ถนนใหญ่ บางทเี ราจะได้เหน็ คนผ่านมาสกั คนหน่งึ \" แล้วกระจงก็พาเสือโคร่งไปริมถนนใหญ่ ซ่อนตัวอยใู่ นพุ่มไมค้ อยเวลาที่คนจะเดินผ่านมา ไมช่ ้าก็มี เดก็ ชายตัวน้อยคนหนง่ึ เดินกลับจากโรงเรียน เด็กคนน้ันมวั แต่พะวงอย่กู บั การบ้านเสยี จนไมท่ นั สังเกตว่ามีสัตว์ สองตวั กำลังแอบดูตนอยู่ \"นนี่ ่ะหรือคน\" เสอื โคร่งถาม \"โธ่เอย๋ ! แนเ่ สยี ยงิ่ กวา่ แน่ ขา้ ตอ้ งมีอำนาจมากกวา่ ไอ้ตวั นีแ้ น่ ๆ\" มนั พดู อย่างเยาะ ๆ

๓๔ ๓๙ \"บ๊ะ! ก็นั่นมันคนเสียเมื่อไหร่เล่า\" เจ้ากระจงตอบ \"นั่นมันเป็นแต่เพียงสิ่งที่กำลังจะเติบโตเป็นคน ข้ึนมาตา่ งหาก ยงั อกี หลายปีนัก อกี ตง้ั 20 ปหี รอื อาจจะมากกว่าน้ันอีก แต่กวา่ จะถงึ เวลานั้นท่านก็ตายไป ไหนๆแล้ว\" ต่อมามชี ายชราคนหนึ่งเดินกระย่องกระแย่งมาตามถนนแก่คร่ำเสยี เคราขาวโพลนเหมือนหิมะ ถือ ไมเ้ ทา้ ไว้ชว่ ยยันกายมาตลอดทาง \"ไอน้ ่ีกระมงั คอื คนอยา่ งที่เจ้าว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันผอมโทรม เพราะ อยู่มานมนานหลายปีเต็มที เจา้ จะเลน่ โกงข้าอีกละซิ\" เสอื ชกั โมโห \"ไม่ใช่! ไม่ใช่! นี่ก็ไมใ่ ช่คน มนั เป็นเดนคน ต่างหาก เสือดีดีอย่างท่าน คงไม่อยากกนิ เดนของใครแน่ ๆ หรอื วา่ อยากลอง\" \"ฮา้ ย! ไม่มวี นั เสยี ละ แต่ข้าก็ ไม่อยากคอยอีกต่อไปแลว้ นา\" \"จุ๊! จุ๊! นั่นไง คนจริงๆ มาแล้ว\" กระจงบอก เมื่อเห็นนายพรานอ้วนพล้ยุ คน หน่ึงแบกปืนก้าวฉบั ๆ มาตามถนน \"ดูซิรูปร่างอ้วน ๆ อย่างนัน้ แหละ เนื้อมากดีพิลึกเทยี ว แก้มสองข้างกแ็ ดงเร่ือแสดงวา่ มีเลือดฝาด ไม่ใช่น้อย ข้าพเจ้าคิดว่าถา้ ท่านได้ลิ้มรสคน ๆ นั้นแล้วล่ะก็คงไม่ต้องการกนิ ข้าพเจ้าอีกแน่เทียวหรือวา่ ไง\" \"เห็นจะเอาแน่! เจ้ากระจงเอ๋ย เอาแน่! คอยดูข้านะ\" ว่าแล้วเสือโคร่งก็กระโจนเข้าใส่พรานผู้นั้น แต่ นายพรานกลบั ไวทายาด เขาสอ่ งไรเฟิลยิงโป้งถูกเสือโคร่งตายคาท่ี ดังนัน้ เจ้ากระจงดใี จนักหนาทรี่ อดตัวมาได้แตก่ ็เหน็ดเหนือ่ ยจากการผจญภัยเหลอื กำลังจึงกลับไป ทะเลสาบเพื่อจะกินน้ำ กำลังกินเพลิน ๆ ฉับพลันก็รูส้ ึกว่าขาขา้ งหน่ึงของมันถกู งบั มันกำลังจะอ้าปากร้อง โอดโอย นัยน์ตาก็เหลือบเห็นไอ้ตัวที่งับขาของมันเข้า เจ้ากระจงรีบกล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้เริ่มใช้ ความคิดด่วนจ๋ี มันก็คือจระเข้ศัตรูใหญ่อกี ตัวหนึง่ ของเจ้ากระจง จระเขช้ ังน้ำหนา้ เจา้ กระจงนัก เพราะมันแสนกล สิ้นดี เจ้ากระจงก็แสนจะเกลียดเจ้าจระเข้ เพราะทำให้มันต้องขวัญหนีดีฝ่อทุกที ที่มันอยากกินน้ำใน ทะเลสาบ คราวนีม้ นั ยิง่ เคยี ดแค้นมากย่ิงกว่าทุกคราว แต่มันก็ซ่อนความรู้สกึ ไว้ได้ ทำเป็นส่งเสียงหัวเราะพูด ออกมาอย่างเย้ย ๆ ว่า \" พุทโธ่! พุทถังเอ๋ย! นายจระเข้ผู้น่าสมเพช เมื่อไหร่หนอท่านจะได้เรียนรู้ความ แตกตา่ งระหวา่ งขาของกระจงกับท่อนไม้เสยี ทนี ะ ก็ไอ้ทีท่ ่านคาบเอาไว้เสยี จนแน่นน่นั นะ่ มันท่อนไม้เก่า ๆ ธรรมดา ๆ แท้ ๆ ทเี ดียว\" แตจ่ ระเข้คุ้นกับเลห่ เ์ หล่ียมของเจา้ กระจงเสยี แล้ว จึงตอบวา่ \"อย่ามาหลอกตม้ ข้าอีกเลย ข้ารหู้ รอก น่าว่าข้ากำลงั คาบขาของเจ้าอยู่ ข้าไมม่ ีวันปล่อยหรอก จนกว่าจะกนิ เจา้ หมดทั้งตวั เสียกอ่ น\" \"แต่ข้าไม่ได้หลอกท่านนะ\" กระจงตอบ \" ถ้าท่านคิดวา่ ข้ากำลงั ใส่กลอยู่ล่ะก็ดซู ิว่า นี่มันอะไร\" ว่า แลว้ เจา้ กระจงกย็ กขาอกี ข้างหน่ึงของมันขึ้นกวัดแกว่งอยตู่ รงหนา้ จระเข้ เทา่ นั้นเองจระเข้หน้าโง่ก็หลงคำเจา้ กระจง รบี ปล่อยขาขา้ งที่กำลังคาบอยูม่ ันไลง่ บั ขาอีกข้างหนึ่งท่ี แกวง่ อยู่ไปมา แตเ่ จา้ กระจงรอโอกาสนี้อย่แู ลว้ มันโจนแผล็วออกไปทันที พอแน่ใจว่าจระเข้เอ้ือมไม่ถึงแล้ว มนั กห็ นั มาพูดกบั จระเขว้ ่า \"แกน่ะมันโง่เสียยิง่ กว่าลาอีก แม้แต่ขาของข้ากับท่อนไม้เก่า ๆ ต่างกันอย่างไรแกก็ยังไม่รูเ้ ลย โธ่ เอย้ ! แลว้ กระจงก็ว่ิงหนีล่ิว ๆ ไป ปลอ่ ยให้จระเข้มดุ นำ้ ทะเลสาบลงไปตามเดิมแคน้ เคืองเสยี นก้ี ระไรท่ีมาแพ้ เสียเชงิ เชาวเ์ จ้ากระจงได้

๓๕ ๔๐ ทันใด กระจงก็มาพบหอยทากเขา้ ตัวหนงึ่ มันดใี จนกั ท่ีไดพ้ บเพราะมนั ชอบคุยโมก้ บั หอยทาก คราว นก้ี ต็ ้ังใจจะมาโวดว้ ยอีกมนั ทา้ ว่งิ แขง่ กบั หอยทาก แตก่ ็ต้องแปลกใจทีห่ อยทากรับคำท้าและยงิ่ แปลกใจหนัก ขึ้นไปอีก ที่หอยทากบอกว่าต้องเป็นฝ่ายชนะเจ้ากระจงแน่ กระจงหัวร่อ ชะ! เจ้าหอยทากบังอาจฝันวา่ จะ เป็นผู้ชนะวิ่งแข่ง บังเอญิ หอยทากตวั น้กี ็เจา้ เล่ห์แสนกลไม่ใช่เลน่ มนั วางแผนไว้กับเพ่อื นหอยทากของมนั มาก่อนแล้ว วา่ จะต้องสมคบกันปราบเจ้ากระจงแสนกลตวั น้ีใหอ้ ย่มู ือเสียที \"เอาเถอะ! เจ้าคงจะได้เห็นกันล่ะว่า เจ้าจะวิ่งชนะข้าได้อย่างไร เจ้าหอยงุ่มง่ามเอ๋ย\" กระจงเอ่ย แล้วก็ออกว่ิงล่วิ เปน็ ลมพัดไป แต่พอถึงเส้นปลายทาง มันตกใจจนแทบชีวิตออกจากร่างเมื่อเห็นหอยทากไปคอยป๋ออยูล่ ่วงหนา้ แล้วที่นั่นแตก่ ระจงก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวแพ้ กลับท้าหอยทากให้ว่ิงแข่งกันอีกแต่ไม่ว่าจะทา้ กี่ครั้งก่ีหน หอย ทากก็เอาชยั ไปได้ทุกที จนบัดนี้ สงิ่ ทเี่ จ้ากระจงโง่งมอยูก่ ็คอื หอยทากตวั นร้ี จู้ ักใชส้ มองของมันตลอดเวลาที่ว่ิงแข่งกันแต่ละ คร้ังน้ัน หอยทากท่ยี นื ป๋ออยู่ปลายทางไม่ใช่ตัวเดียวกัน ครง้ั แรกกเ็ พอ่ื นของหอยทากตวั จริงครั้นต่อมาก็เจ้า หอยทากตวั จริงทท่ี ้ามนั หอยทากสองตวั นั้นรูปร่างเหมือนกนั มาก จนกระจงคดิ ว่าเป็นตวั เดียวกัน กระจงวง่ิ แข่งกลบั ไปกลบั มา จนในท่สี ุดกห็ มดแรงลงนอนหอบอยูก่ ลางดิน \"เฮอ่ ! คณุ ชนะแลว้ ขอรับ คณุ หอย\" มันอา้ ปากผะงาบ ๆ พดู \"ผมเลิกแข่งดว้ ยแล้ว\" ก็ด้วยประการฉะนี้เอง ที่กระจงตัวกระจ้อยซ่ึงคดิ ว่าตัวฉลาดล้นฟ้าต้องมาพ่ายแพย้ บั เยินในวันนั้น ไมใ่ ชเ่ สอื โครง่ ทมิฬหนิ ชาติ ไมใ่ ช่จระเข้ท่รี ้ายกาจไม่ใช่แพ้สัตว์ใหญ่โตอืน่ ใดในปา่ แต่ผู้พิชิตมันกลายเป็นเจ้า สัตวต์ ัวกระจริ ดิ คือ หอยทากท่ีตวั เป็นเมอื กลนื่ ๆ

๓๖ ๔๑ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ....................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

๓๗ ๔๒ บรรณานุกรม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๒). คูม่ ือการเรียนการสอนภาษาไทย คิดและเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์: เรยี งความ ยอ่ ความและสรปุ ความ ชว่ งชั้นท่ี ๒ - ๔. พมิ พค์ ร้ังที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ องค์การค้า. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. https://drive.google.com/file/d/1mKyU6tkVWlL5b6vfwHNEzqkcqVXf_H-m/view. นทิ านอาเซียน ประเทศอินโดนเี ซีย เรอ่ื งกระจงเจา้ ปญั ญา. https://aec.kapook.com/view49547.html

๔๓ ภาคผนวก แนะแนวการตอบและเฉลยแบบทดสอบ

แบบประเมนิ การเขยี นยอ่ ความ ๓๙ ๔๔ รายการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ๑. รูปแบบ ๔ คะแนน ๓ คะแนน ๒ คะแนน ๑ คะแนน การเขยี นยอ่ ขาดส่วนตน้ มีสว่ น ความ มีครบ ๒ สว่ น คอื มคี รบ ๒ ส่วน คอื ขาดสว่ นต้น มสี ว่ น เนอื้ เร่ืองมากกวา่ ๑ ยอ่ หน้า ๒. ใจความ ส่วนต้น ๑ ย่อหนา้ ส่วนต้น ๑ ยอ่ หน้า เนือ้ เรื่อง ๑ ย่อหนา้ สำคัญ ไม่มีใจความสำคัญ ครบถ้วน สว่ นเนอื้ เรอ่ื ง ๑ ส่วนเนือ้ เร่ือง ๑ ของเร่อื ง ถูกต้อง ยอ่ หน้า เขยี นสว่ นต้น ย่อหนา้ เขียนส่วนต้น ไม่ใชส้ ำนวนภาษา ๓. การใช้ ของตนเอง สำนวนภาษา ถูกตอ้ ง ไมถ่ ูกตอ้ ง ของตนเอง ใช้ถอ้ ยคำไมถ่ กู ตอ้ ง มใี จความสำคัญของ มใี จความสำคญั ของ มใี จความสำคญั ของ ไมก่ ะทดั รัด ไม่ ๔. การใช้ ชัดเจน และไม่ ภาษาได้ เรอื่ งครบถว้ นถูกต้อง เร่ืองครบถว้ นถกู ตอ้ ง เร่อื งไมค่ รบถ้วน สามารถสอ่ื ถกู ตอ้ ง ความหมายได้ มีใจความสนบั สนุนที่ ถูกตอ้ ง มใี จความ ไม่ค่อยสำคัญ สนับสนุนท่ีไม่คอ่ ย สำคัญ ใช้สำนวนภาษาของ ใช้สำนวนภาษาของ ใช้สำนวนภาษาของ ตนเองท้ังหมด ตนเองเปน็ ส่วนใหญ่ ตนเองเปน็ บางส่วน มกี ารตัดตอ่ ขอ้ ความ มีการตัดต่อขอ้ ความ ๑-๒ ประโยค ๓-๔ ประโยค ใชถ้ อ้ ยคำถูกตอ้ ง ใชถ้ อ้ ยคำกะทัดรัด ใช้ถ้อยคำได้ชดั เจน กะทัดรดั ชดั เจน สือ่ ชดั เจน สื่อ สอื่ ความหมายได้ ใช้ ความหมายได้ตรง ความหมายได้ ใช้คำ คำทไี่ มเ่ หมาะสม ๓- ตามความต้องการ ท่ีไม่เหมาะสม ๑-๒ ๔ แหง่ แห่ง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบรบู ริค มีคะแนนเตม็ ๑๖ คะแนน ประกอบดว้ ยรายการประเมินคอื ๑. รูปแบบการเขยี นยอ่ ความ (๑-๔ คะแนน) ๒. ใจความสำคญั ครบถว้ นถูกต้อง (๑-๔ คะแนน) ๓. การใช้สำนวนภาษาของตนเอง (๑-๔ คะแนน) ๔. การใชภ้ าษาได้ถูกตอ้ ง (๑-๔ คะแนน) เกณฑ์การผา่ นการประเมิน คอื รอ้ ยละ ๘๐ หรอื ๑๓ คะแนน ขน้ึ ไป

๔๐ ๔๕ แนะแนวคำตอบใบงานที่ ๑ เร่อื ง ส่วนประกอบของการเขยี นยอ่ ความ ย่อขา่ ว บทความเร่อื งเอาจริง ลดมลพษิ ! นายกเลก็ ปารสี ถงึ ข้ันเสนอหา้ มใช้รถดีเซล ของหนงั สือพมิ พ์ไทยรฐั ออนไลน์ จากเวบไซต์https://www.thairath.co.th/news/foreign/ 467887?optimize=a ความว่า นางแอนน์ ฮีดัลโก นายกเทศมนตรีหญิงกรุงปารีส วัย 54 ปี เดินหน้าจริงจังในเรื่องการลด มลพิษในอากาศกรุงปารีส เรียกร้องให้ห้ามใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดเี ซล จำกัดจำนวนรถบัสนักท่องเที่ยว บนทอ้ งถนนในกรงุ ปารีส, ห้ามไม่ใหร้ ถบรรทุกแล่นผ่านเมือง เพิ่มจำนวนรถยนต์ท่ีใชพ้ ลังงานไฟฟ้า และ เพิม่ เลนสำหรบั ขีจ่ ักรยานและขยายทางเดนิ เทา้ ในกรงุ ปารสี เมืองหลวงฝรงั่ เศส ภายในปี 2563 เนอ่ื งจากก่อใหเ้ กดิ ความเสี่ยงตอ่ ปัญหาสุขภาพ จากการสูดดมควันพษิ ไอเสยี รถยนต์ แนะแนวคำตอบใบงานท่ี ๒ เรื่อง การเขยี นยอ่ ความขา่ ว ย่อข่าว เรื่อง ประมวลข้อมูลวางแนวรับเด็กปี 63 ของไทยรัฐออนไลน์ เผยแพร่วันที่ 26 มิ.ย. 2562 จากเวบไซต์ https://www.thairath.co.th/news/local/1600331 ความวา่ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ประชุมร่วมกับคณะทำงานรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อเตรียมพร้อมในการยกร่างหลักเกณฑ์การรับนักเรียนปี 2563 ในการรับนักเรียนครั้งนี้ให้ใช้หลัก กระจายอำนาจและความรับผิดชอบ ยึดพื้นที่เป็นฐาน ยึดหลักความเสมอภาค โอกาสทางการศึกษา และคุณภาพของนกั เรยี น กระบวนการรับนกั เรียนต้องโปรง่ ใสเป็นธรรม มสี ว่ นร่วม การกำหนดจำนวน นักเรียนต่อห้องและการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจะให้เขตพื้นที่ฯ และกศจ.เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ใช้มาตรการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับ การรับนักเรียน ส่วนการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ รัฐบาลมีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะประกาศหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียนได้ ภายในเดอื น ก.ย.นี้

๔๑ ๔๖ แนะแนวคำตอบใบงานท่ี ๓ เร่อื ง การเขียนยอ่ ความบทความ ย่อบทความเรื่องโรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบต่อหลอดเลือดและหัวใจ ของ บริษัทศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) จาก เวบไซต์ https://www.sikarin.com/health/โรคความดันโลหิตสงู ความวา่ โรคความดันโลหิตสูงถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหัวใจของเรา เพราะภาวะแรงกดดันในหลอดเลอื ดแดงที่มคี ่าสูงเกินปกติ (140/90 มิลลเิ มตรปรอท) โดยวดั ในขณะท่ี ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะพัก จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ทำให้ผนังหัวใจหนาตัวและถ้าไม่ได้รักษาอย่าง ถูกตอ้ ง ผนงั หัวใจจะยดื ออกและเสียหน้าท่ี ทำใหเ้ กดิ หัวใจโต ทำใหเ้ กดิ ภาวะหัวใจวาย โรคหัวใจเต้นผิด จังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูงคือ เป็นโรคที่ไม่มีอาการ และ เรื้อรงั ท่รี ุนแรงถ้าไมส่ ามารถควบคุมโรคได้ แนะแนวคำตอบใบงานที่ ๔ เรอ่ื ง การเขียนย่อความสารคดี ย่อสารคดี เรอื่ ง“เสดจ็ เต่ีย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๒๓ – รว่ มเครอื นาวี จกั ยลปฐพไี พศาล ของศรัณย์ ทองปาน จาก เวบไซต์ https://www.sarakadee.com /2021/11/10/นักเรียนนาย เรือสยาม/ บทความชุดนี้มีตน้ ทางจากหนังสือพระประวัติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ของผู้เขียน คือ “ใหโ้ ลกทัง้ หลายเขาลอื ” เผยแพร่เม่อื ๑๐ พฤศจกิ ายน ๒๐๒๑ ความว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๔๕๐ กรมหมื่นชุมพรฯ ทรงนำนักเรียนนายเรือและ นกั เรียนนายช่างกลไทย ออกฝกึ ภาคทางทะเลโดยเรือ “มกุฎราชกุมาร” ไปยงั เกาะสงิ คโปร์ และเมือง ปัตตาเวียบนเกาะชวา เป็นการฝึกภาคในต่างประเทศครั้งแรกของนักเรียนนายเรือสยาม เรือรบทุกลำ ของสยามขณะน้ัน ต้องชักธงเรอื หลวง เป็นเสมอื นการประกาศให้นานาชาตริ บั ร้วู า่ บดั นี้ คนไทยฝึกหัด กันเองจนสามารถเดินเรือออกทะเลลกึ ได้แลว้ ซงึ่ เปน็ พระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ในอันท่ีจะ ให้ฝึกหัดนายทหารเรือไทยลงประจำเรือรบ แทนที่ทหารเรือฝรั่ง เป็นการ “เปิดหูเปิดตา” ให้นักเรียน นายเรือของสยาม แล้วทำให้ทุกคนพร้อมใจช่วยกันทาสีเรือหลวง“มกุฎราชกุมาร”เปลี่ยนให้เป็นสีเทา อย่างเรือรบฝรั่ง พระยาหาญกลางสมุทร เล่าว่า พวกในเรือเรียกเรือมกฎุ ฯ ว่า ‘เป็ดเทศ’ ต่อมาไม่นาน เรือรบของสยามทกุ ลำจึงทาสหี มอกทงั้ หมด เว้นแต่เรอื พระทนี่ ั่ง “มหาจกั ร”ี

๔๒ ๔๗ แนะแนวคำตอบใบงานที่ ๕ เรื่อง การเขียนย่อความเรอื่ งสน้ั ยอ่ เร่อื งสนั้ เร่ืองนทิ านอาเซยี น ประเทศสงิ คโปร์ เรอ่ื ง บาดงั ผูท้ รงพลัง ไมป่ รากฎผู้แตง่ จาก เวบไซต์ https://jirametyo.wordpress.com/2012/08/28/นทิ านอาเซยี น-ประเทศสงิ ค/ ความว่า ครั้งหนึ่งในอาณาจักรยะโฮร์ มีทาสชายคนหนึ่งชื่อ บาดัง ที่จับอสุรกายได้ แล้วมันร้องขอให้ไว้ ขวี ติ แลกกบั สิง่ ท่ีเขาต้องการ บาดังอยากได้กำลงั กายที่แขง็ แรง บาดังเล่าใหน้ ายฟัง และบอกว่า มันจะ ให้สิ่งที่บาดังอยากจะได้ แต่เขาเลือกเอากำลังกาย เพื่อจะได้รับใช้นายใหด้ ีกว่าท่ีแล้วๆ มา นายฟังคำ ของบาดงั แล้วก็ตืน้ ตนั ใจ จงึ ให้อสิ รภาพแกบ่ าดัง ตอ่ มาราชาแหง่ แควน้ สงิ คปุระเชญิ บาดังไปเป็นแม่ทัพ ราชาแห่งอาณาจกั รกลงิ คะกส็ ง่ คนทีแ่ ข็งแรงทส่ี ุดในแคว้นของพระองค์มาท้าบาดัง ได้ตกลงกันไว้ว่าคน ของรายาฝา่ ยใดแพก้ ็ตอ้ งยกเรือใหญเ่ จ็ดลำพรอ้ มดว้ ยทรพั ย์สนิ มคี ่าเตม็ ลำให้แก่ฝ่ายท่ีชนะตรงหน้าวังมี ก้อนหินใหญ่มหึมาต้ังอยู่ บาดังกเ็ ป็นฝ่ายชนะ ไดเ้ รือเจ็ดลำพร้อมด้วยขา้ วของเงินทองเต็มลำ ต่อมาราชา แห่งแควน้ เปลัคเปน็ อนุชาของรายาแห่งแคว้นสงิ คปรุ ะ ตกลงพระทยั จะส่งผทู้ รงพลงั ของพระองค์ ช่ือว่า เบนเดรัง มาท้าแชมเปี้ยนผู้ทรงพลังของพระเชษฐา หากบาดัง คนของพระองค์ชนะ ราชาแห่งแคว้น เปลัคจะยอมถวายคลังมหาสมบัติ รายาแห่งแคว้นสิงคปุระทอดพระเนตรดูเบนเดรังตัวใหญ่กว่าบาดงั เลยขอคิดดูก่อน เมื่อถามบาดัง บาดังก็ขอให้จัดงานเลี้ยงเพื่อทดสอบกำลังของเบนเดรัง ในงานเลี้ยง บาดังและเบนเดรังได้แอบทดสอบกำลังกัน บาดังม่ันใจว่าเอาชนะได้แน่นอน ส่วนเบนเดรังมั่นใจว่า ตัวเองต้องแพ้แน่นอนและขอให้ล้มเลิกการแข่งขัน เช้าวันรุง่ ขึ้น รายาเสด็จออกขุนนางในท้องพระโรง อัครเสนาบดีของแคว้นเปลคั ขอลม้ เลิกการแข่งขนั ด้วยเหตุผลว่า ไม่ต้องการให้ราชากับพระอนุชาตอ้ ง เสียพระเกียรติ จากนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าท้าบาดังอีกเลย ประชาชนทุกหนทุกแห่งต่างยอมรับว่า ผู้ที่ แข็งแกรง่ ท่ีสดุ ในโลก คอื บาดงั ชายท่ีเคยเป็นทาสจากเกาะเลก็ ๆ นามวา่ สงิ คปรุ ะ

๔๓ ๔๘ แนวคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนแบบฝึกที่ ๕ เรื่อง การเขียนยอ่ ความจากสอ่ื ต่างๆ เร่อื งท่ี ๑ ย่อบทความเรื่อง บทความรัก : อดีตรัก ทำไมเขาไม่ลืม ของ ศิริชัยวัฒน์ จาก https://sirichaiwatt.com/บทความรัก เผยแพร่ครั้งแรกที่ Facebook: Sirichaiwatt เมื่อ วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๐๒๑ ความว่า ความรัก หนึ่งในปัญหาคู่รัก คือเรื่องความรักในอดีตของคนรัก เมื่อแต่ละคนย่อมมีอดีตมาไม่ เท่ากนั ทำให้คนเรามีความรู้สกึ ต่ออดีตท้งั ของตนเองและอกี ฝ่ายไม่เหมือนกัน อาจสง่ ผลให้น้อยใจ หึง หวง ขุน่ เคอื งกันได้ไม่ยาก สถานะ คนรัก คนสำคัญ คนปัจจุบัน เรื่องเหล่าน้ีมันมาพร้อมความไมแ่ น่ใจ ความรัก ไมใ่ ช่แค่ความผกู พัน แตม่ กี ารแสดงออกและพฤติกรรมของแต่ละฝา่ ยรว่ มด้วยทีเ่ รากับเขาหรือ เธอนนั้ จะสร้างความ “ผกู พนั ” กันข้ึนมา ถ้าไม่ตอ้ งการเหนอื่ ยใจ ในวนั เริม่ ตน้ คงต้องเร่ิมจากทบทวนให้ ดีตรงที่ “สถานะ” เราอาจทำความเข้าใจได้มากขึ้นว่า สถานะที่เปลี่ยนไปมันก็ใช่ว่าอะไรจะต้อง เปลีย่ นแปลงไปมากนัก สุดท้ายก็ต้องถงึ วันท่ีควรเปดิ ใจ “เปิดใจ” ยอมรบั สง่ิ ทีเ่ ปน็ จรงิ เรือ่ งที่ ๒ ย่อข่าว เรื่อง 12 ข่าวเดน่ -ขา่ วดงั รอบปี 2563 : โควดิ -19 ระบาดท่ัวไทย ของ มติชนออนไลน์ จาก เวบไซต์ https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_ 2506244 เผยแพร่ : วันที่ 30 ธันวาคม 2563 ความว่า วันที่ 13 มกราคม 2563 ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโค วิด-19 รายแรก วันที่ 31 มกราคม พบมีการแพร่เชื้อโควิด-19 ในประเทศรายแรก และเพิ่มจำนวน ผู้ป่วยมากขึ้นในกลางเดือนมีนาคม วันที่ 3 กันยายน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศในรอบ 100 วัน และพบว่ามีการแพร่กระจายเชื้อไปยัง กลุ่มเพื่อน และล่าสุดกระจายไปยัง 45 จังหวัดของประเทศไทย ทำให้ ณ วันที่ 29 ธันวาคม ไทยมี ผู้ป่วยรวมสะสม 6,440 ราย แบ่งเป็น การติดเชื้อในประเทศ 4,447 ราย กลุ่มแรงงานต่างด้าว 1,381 ราย รักษาหายแล้ว 4,180 ราย ยังอยใู่ นโรงพยาบาล (รพ.) 2,195 ราย มผี ู้เสียชวี ิตสะสม 61 ราย ขณะทีท่ ่ัวโลกพบผู้ปว่ ยติดเชอื้ แลว้ 81 ลา้ นรายเศษ เสยี ชีวิต 1.7 ล้านคนเศษ เรื่องที่ ๓ ย่อสารคดี เรื่อง เรื่องเล่าหลังรถกระบะเมื่อฉันได้มาเยือน ‘ทุ่งใหญ่ตก’ของ จุฑาทิพย์ หล้ามูล เจ้าหนา้ ท่ีฝ่ายระดมทนุ มูลนธิ ิสบื นาคะเสถียร จาก เวบไซต์https://www.seub.or.th/bloging/ into- the-wild/เรื่องเล่าหลงั รถกระบะ-เ/ เผยแพร่เมอ่ื วนั ที่ 14 มกราคม 2021ความว่า เมอ่ื วนั ที่ 21-24 ธันวาคม 2563 ท่ผี ่านมา ผู้เขยี นและทมี งานเดนิ ทางไปยงั เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ ปา่ ทุง่ ใหญน่ เรศวร ฝ่ังตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเขา้ ไปทำความเขา้ ใจกบั ชมุ ชนในพ้ืนที่เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า ในการเข้าไปเก็บข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์ ที่ส่งผลต่อการเข้าใช้พื้นที่ของสัตว์ป่าในพื้นท่ี ชุมชน ผ้เู ขียนและทีมงานออกเดนิ ทางกนั ในคนื วันที่ 20 ธนั วาคม 2563 เวลา 20.30 น.

๔๔ ๔๙ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของมูลนิธิฯ ทั้งหมด 4 คน โดยเดินทางจากสำนึกงานมูลนิธิสืบนาคะ เสถยี ร จังหวดั นนทบุรี มุง่ หน้าสู่ อำเภอทองผาภมู ิ จังหวดั กาญจนบุรี ในคนื น้ี พวกเขาพักกันท่ีบ้านของ คณุ น้อย – มนตรี กลุ ชรมณี เจ้าหน้าทภี่ าคสนามจงั หวัดกาญจนบุรี ช่วงเชา้ ของวันที่ 21 ธนั วาคม 63 พวกเขาออกเดินทางไปกันที่หมู่บ้านกองม่องทะ พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี วัน ตอ่ มา (วันที่ 22 ธนั วาคม 2563) พวกเขาออกเดินทางไปยังหนว่ ยพทิ ักษ์ป่าสะเนพ่ อ่ ง ชาวบ้านมีความ เข้าใจและพรอ้ มให้ความรว่ มมอื จากนั้นไปต่อที่หมู่บา้ นเกาะสะเดิ่ง เป็นเส้นทางธรรมชาติ ถนนลูกรงั และข้ามธารน้ำ ทมี งานมาถงึ หน่วยพิทักษป์ า่ เกาะสะเดง่ิ ได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน ถงึ เรือ่ งการขอ ความร่วมมือในการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล ทั้งกับชาวบ้านหมู่บ้านทิไลป้า และชาวบ้านหมู่บ้านจะแก ชาวบ้านท้ังสองหมูบ่ ้านตา่ งรับทราบและให้ความรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดี เสรจ็ ภารกิจเดนิ ทางกลับไปพักผ่อน ที่บ้านคุณน้อย เช้าวันสุดท้าย (วันที่ 24 ธันวาคม) พวกเขาไปที่หมู่บ้านสาละวะ – ไล่โว่ เพื่อพบปะ พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจในครั้งนี้ พวกเขาเดินทางกลับเข้าสู่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จงั หวดั นนทบุรี ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจมาก ขอเชิญรว่ มสนบั สนุนการทำงานของมูลนิธิ สืบนาคะเสถียร ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติให้กับคนไทย ร่วม รักษาธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มไปกับมลู นิธไิ ดท้ ี่ www.seub.or.th/ชอ่ งทางบริจาค/ เร่อื งที่ ๔ ยอ่ เรื่องสนั้ เร่ืองนทิ านอาเซียน ประเทศอินโดนเี ซีย เรอื่ งกระจงเจา้ ปญั ญา ไม่ทราบชื่อผแู้ ตง่ จาก เวบไซต์ https://aec.kapook.com/view49547.html ความว่า กระจงเจ้าปัญญากำลังจะถูกเสือโคร่งกนิ มันกลัวเสอื โคร่งแตไ่ ม่แสดงให้เสอื รูว้ ่ากลัว ภายในใจก็ คิดวางแผน โดยแนะนำให้เสือโคร่งไปกินคนแทนเพราะอร่อยกว่า เจ้าเสือร้ายตกหลุมพรางของกระจง แล้วกระจงก็พาเสือโคร่งไปริมถนนใหญ่ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้คอยเวลาที่คนจะเดินผ่านมา คนแรกเป็น เด็กชายตัวนอ้ ยคนหน่ึงเดินกลับจากโรงเรยี น กระจงบอกเสอื โครง่ ว่า ไมใ่ ช่คนเป็นแต่เพียงสิ่งท่ีกำลังจะ เติบโตเป็นคน คนที่สองเป็นชายชราเดินกระย่องกระแย่งมาตามถนนแก่ แต่กระจงบอกว่าน่ีก็ไม่ใช่คน เปน็ เดนคนเสอื ดีดีอย่างเสือโครง่ ไม่กนิ เดนของใคร คนทส่ี ามเป็นนายพรานอ้วนพล้ยุ คนหน่ึงแบกปืนก้าว ฉบั ๆ มาตามถนน เสอื โครง่ มั่นใจว่าเป็นคนแนน่ อน ดังนนั้ จึงกระโจนเข้าใส่พราน และถูกนายพรานยิง ตายคาท่ี คราวเคราะห์ของกระจงหนเี สือปะจระเข้ โดนจระเข้งับขา แถมยงั รู้ทันเลห์เหลี่ยมของกระจง เจา้ กระจงกแ็ สนจะเกลียดเจ้าจระเข้ แตต่ ้องซ่อนความรู้สกึ ไว้ได้ หาทางเอาตัวรอด กระจงหลอกจระเข้ ว่ากำลังงับขอนไม้ไมใ่ ชข่ าตนเองไดส้ ำเหร็จ จระเข้อา้ ปาก กระจงหนรี อดไปได้ ตอ่ มากระจงกม็ าพบหอยทาก มันท้าว่ิงแข่งกับหอยทาก หอยทากรับคำท้า เพราะได้วางแผนไว้ กบั เพือ่ นหอยทากของมนั มาก่อนแล้วว่า จะตอ้ งรว่ มกนั ปราบเจ้ากระจงแสนกลตัวนีใ้ หอ้ ยมู่ ือเสียที โดย ใหเ้ พ่ือนหอยไปรออย่ทู ่ีเสน้ ชัย ว่ิงแข่งขันกค่ี รงั้ หอยทากกช็ นะ เพราะหอยทากสองตัวรูปร่างเหมือนกัน จนกระจงคดิ ว่าเป็นตัวเดยี วกนั สุดท้ายกระจงยอมแพ้ กระจงตวั กระจอ้ ยซ่งึ คดิ ว่าตัวฉลาดล้นฟ้าต้องมา พ่ายแพ้ยบั เยนิ ในวนั น้นั ไม่ใช่เสือโครง่ ทมิฬหินชาติ ไม่ใชจ่ ระเขท้ ่ีรา้ ยกาจไม่ใช่แพ้สตั ว์ใหญโ่ ตอนื่ ใดในป่า แต่ผพู้ ิชิตมนั กลายเป็นเจ้าสตั วต์ วั กระจริ ิด คอื หอยทากที่ตวั เปน็ เมอื กล่ืน ๆ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook