Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรทุจริต ป.5

หลักสูตรทุจริต ป.5

Published by charunwarin.321, 2023-06-04 00:52:10

Description: หลักสูตรทุจริต ป.5

Search

Read the Text Version

95 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น กล่มุ ท่.ี ..................ช้ัน......................... ที่ พฤติ ความรว่ มมือ การแสดง การตอบ การยอมรบั ฟงั การมีสว่ นร่วม กรรม ความคิดเหน็ คำถาม ความคดิ เห็น ในการอภิปราย ชือ่ - ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ สกุล เกณฑ์การวดั ผล ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดังน้ี ไดค้ ะแนน ๑๖ คะแนน ข้นึ ไป = ผ่าน ไดค้ ะแนนตำ่ กวา่ ๑๖ คะแนน = ไมผ่ า่ น

96 แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี ๓ ชือ่ หนว่ ย STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง ความโปร่งใส ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทจุ ริต ๑.๒ ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจริต ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ ๒.๒ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความโปร่งใส คือ การกระทำการใด ท่ีสามารถมองเห็นได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ การมี ระบบงาน และข้นั ตอนการทำงานทชี่ ดั เจน ถกู ต้อง อย่างตรงไป ตรงมา ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น ๑) ความสามารถในการส่ือสาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ๑)ใฝเ่ รียนรู้ ๒) ซ่ือสัตย์สจุ ริต ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ / การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ / ขั้นตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. ครูนำเข้าส่บู ทเรยี นโดยใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ร้องเพลง โตไปไมโ่ กง พรอ้ มกัน และร่วมกนั สรปุ ความหมายของเพลง ๒. ใหน้ ักเรียนแบง่ ออกเปน็ กลุม่ ๔ กล่มุ โดยให้ นกั เรียนเข้าแถวเรียงตามลำดับ และนบั เลข ๑ –๔ นักเรียนทนี่ บั เลขเหมือนกันอยู่กลมุ่ เดยี วกนั ๓. ครูใหน้ ักเรียนอา่ นบัตรคำ “ โปร่งใส ” และให้แต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปรายถงึ ความหมายของคำวา่ “ โปรง่ ใส ” ๔. แตล่ ะกลุ่มนำเสนอความหมายของคำว่า “ โปรง่ ใส ”ที่ร่วมกันอภปิ รายโดยสง่ ตัวแทนนำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น ๕. ครแู ละนกั เรยี นสรปุ ความหมายร่วมกนั อีกครงั้ ๖. แตล่ ะกลุ่มคิดบทละครสน้ั หรือสรา้ งสถานการณส์ ้ัน ทีส่ ะท้อนถึงปญั หาทเี่ กดิ จากความไม่ “ โปรง่ ใส” ความยาวไมเ่ กนิ ๕ นาที

97 ๗. ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ซ้อมการแสดงเพ่ือนำเสนอ ๘. แต่ละกลุ่มนำเสนอกลุม่ ละ ๕ นาที ๙. รว่ มกันอภปิ รายถึงสถานการณ์ / เร่ืองท่ีนำเสนอว่า ตัวแสดงในเรอื่ งมีใครบ้าง แต่ละตวั แสดง มีนิสยั อย่างไร เหตุการณ์ใดที่แสดงถงึ ความไม่โปร่งใส และจะก่อให้เกิดปญั หาใดจากความไม่โปรง่ ใสที่ ส่งผลตอ่ ตนเอง ต่อสงั คม และประเทศชาติ ๑๐. รว่ มกนั อภิปรายขอ้ สรุปในการป้องกนั แกไ้ ขปญั หาความไม่โปร่งใส ๑๑. นกั เรยี น ร่วมกันรอ้ งเพลง โตไปไมโ่ กง เปน็ การจบบทเรียนแล้วสรปุ เน้อื หาจากเพลง ๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) เพลงโตไปไมโ่ กง ๒) บตั รคำ “ โปร่งใส ” ๓) บทละครส้ัน / สถานการณส์ ั้น ท่สี ะท้อนปัญหา ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ๕.๒ เครื่องมือที่ใชใ้ นการประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น ๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ถือว่า ผา่ น 6. บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................... ............................................. ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ลงช่ือ........................................ครผู ู้สอน (..................................................) 7. ความคิดเหน็ ผู้บริหาร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ.....................................ผู้บริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน

98 ๘. ภาคผนวก เพลงโตไปไมโ่ กง จิตสำนึกทเ่ี ราตอ้ งมี เพอื่ จะเปน็ คนดี เมอ่ื เปน็ ผูใ้ หญ่ ห้าขอ้ ห้าคำ แคท่ ำใหไ้ ด้ เปน็ เรือ่ งง่าย เท่านนั้ เอง *ข้อ ๑ ซอ่ื สตั ย์ ข้อ ๒ รับผดิ ชอบ ข้อ ๓ รักในความเป็นธรรม ขอ้ ๔ พอเพียง ข้อ ๕ ทำเพอื่ สว่ นรวม แคน่ ี้ทำงา่ ยไม่ยากเลย **เปน็ คนดี เราจะไมค่ ดโกง คนคดโกง เขาเปน็ คนไม่ดี เมื่อเปน็ ผู้ใหญ่จะไม่ลืมเร่อื งนี้ จะเป็นคนดี “ โตไปไมโ่ กง ” ( ซ้ำ * , **) *** ลา ล้า ลา โตไปไมโ่ กง ( ซ้ำ ๔ ครง้ั )

99 ใบความรสู้ ำหรบั ครู ความโปรง่ ใส (Transparency) หมายถึง การกระทำการใด ทผี่ อู้ น่ื สำมารถมองเห็น ได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ การมีระบบงานและขน้ั ตอนการทางานท่ชี ดั เจน (ซ่งึ จะดูได้จาก กฎระเบยี บ หรอื ประกาศ) การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา ความโปร่งใสจึง เป็นเครอื่ งมอื ท่ีสำคัญในการตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และช่วยปอ้ งกันไมใ่ ห้เกดิ การทุจริต รวมทง้ั นำไปสกู่ ารสรา้ งความไวว้ างใจซงึ่ กันและกัน

100 แบบประเมนิ ผลงาน เร่อื ง ............................................................................................. คำชี้แจง : ทำเคร่ืองหมาย ลงในช่องระดบั คะแนนพฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏิบตั ไิ ด้ตามเกณฑ์การ ประเมนิ ที่ พฤติ ความสนใจ การทำงานท่ี แสดงความ การตอบ การยอมรับฟงั หมาย กรรม ได้รบั คิดเห็น คำถาม ความคิดเห็น เหตุ ชือ่ มอบหมาย ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑ เกณฑ์การวดั ผล ให้คะแนนระดับคณุ ภาพของแต่ละกล่มุ ดังน้ี ได้คะแนน ๑๖ คะแนน ขนึ้ ไป = ผ่าน ไดค้ ะแนนตำ่ กวา่ ๑๖ คะแนน ขน้ึ ไป = ผา่ น ( ลงชอ่ื ).................................ผสู้ ังเกต ผ (.............................................) แผนการจัดการเรียนรู้

101 หนว่ ยท่ี ๓ ชอ่ื หน่วย STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจริต แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ เรือ่ ง ความตื่นรู้ / ความรู้ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ ริต ๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ที่ STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ ๑.๓ ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการต่อตา้ นและปอ้ งกนั การทุจริต ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของการทุจรติ ได้ ๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกลกั ษณะของบุคคลที่มคี วามตื่นรู้ในเรือ่ งการทจุ ริตได้ ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - ความตนื่ รู้ ความตื่นรู้ หมายถึง การจดั การความเปน็ ไปไดใ้ หมข่ องชวี ติ โดยท่ีมีสตอิ ยู่กับสิ่งท่ีเกิดขนึ้ รู้ความ จรงิ ของชีวิตที่เป็นสง่ิ ไมแ่ นน่ อน เท่าทนั เหตุการณ์ ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๓.๓ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้ ๑) ให้นกั เรียนชมวดี ิทัศน์ เร่ือง “คอรร์ ปั ชันไมใ่ ชเ่ ร่ืองไกลตัว ” เปน็ เรื่องเกย่ี วกับความหมาย ของการทจุ รติ ทุกรูปแบบ เช่น การรับสนิ บน การอุปถมั ภพ์ วกพ้องเพื่อใหเ้ ข้าทางาน เปน็ ต้น ๒) ครู และนักเรียนรว่ มกนั สรุป เรอื่ งที่ชมวดี ทิ ัศนว์ ่า การทุจรติ มีหลายรูปแบบ เชน่ การคด โกงการจดั ซ้ือจัดจ้าง การทจุ ริตต่อหน้าที่ เป็นต้น ๓) ครเู ลา่ ข่าวเร่อื ง “ผอ.สามเสนถกู สอบรบั แปะ๊ เจ๊ยี ะ” แลว้ ถามนักเรยี นวา่ ใครรขู้ า่ วเร่ืองนี้ บา้ งและใครไมร่ ู้ข่าวเร่อื งนีบ้ า้ ง ๔) ครสู รุปนักเรยี นท่ีรู้ขา่ วเรื่องนี้ แสดงวา่ นักเรียนเป็นผู้ตืน่ รู้ ๕) ครูอธบิ ายความหมายของคำว่าตื่นรู้ ๖) ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกลักษณะของบคุ คลทต่ี ่ืนรู้ ในเร่อื งการทุจริต เช่น กลุ่มชาวบา้ น ประท้วง เรอ่ื ง การทจุ รติ การรับจำนำขา้ วของรฐั บาล แสดงว่ากลุม่ ชาวบ้านกล่มุ นีเ้ ปน็ ผู้ตนื่ รู้ในเรื่อง การทจุ รติ ๗) ครูใหน้ กั เรยี นรวบรวมขา่ วทเี่ ก่ยี วกบั การทจุ รติ รปู แบบต่าง พร้อมวิเคราะห์แสดงความ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั ขา่ วการทจุ ริต ๘) ครูใหน้ กั เรยี นนำเสนอขา่ วหน้าชนั้ เรยี นแลว้ นำไปจดั ป้ายนเิ ทศบริเวณโรงเรยี น ๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู่้

102 ๑) ข่าวจากหนังสอื พิมพ์ ๒) วีดที ศั น์ เร่อื ง “คอร์รปั ชันไม่ใชเ่ รอ่ื งไกลตัว” ๓) ห้องสมดุ ๔) อินเทอรเ์ นต็ ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วิธกี ารประเมนิ ๑) ตรวจผลงานการวเิ คราะหข์ ่าว ๕.๒ เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน ๑) แบบให้คะแนนการตรวจผลงานการวเิ คราะห์ขา่ ว ๒) แบบสังเกตพฤติกรรม เรอื่ ง ซ่ือสัตยส์ ุจริต ๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ถือว่า ผา่ น 6. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื ........................................ครูผู้สอน (..................................................) 7. ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................................................ ลงชื่อ.....................................ผ้บู ริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน

103 ๘. ภาคผนวก แบบประเมนิ การเขียนวเิ คราะห์ข่าว เลข ชอ่ื สกลุ เขยี นได้ เขียน เขยี นมี การใช้ การลำดบั สรุปผล ที่ ตรง แยกแยะ เหตผุ ล ภาษาได้ ความคดิ การ ประเดน็ ประเด็นได้ ประกอบ เหมาะสม เหตุการณ์ ประเมนิ ชัดเจน อยา่ ง อย่าง ๑๒ ๑๒ ตอ่ เนื่อง ผา่ น ไม่ เหมาะสม ผ่าน ๑๒ ๑ ๒๑ ๒ เกณฑ์การประเมนิ นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไปถือวา่ ผา่ น ลงช่อื ........................................ผู้ประเมนิ (..................................................)

104 แบบสงั เกตพฤติกรรม เรื่อง ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนบนั ทึกเครื่องหมาย ลงในช่องทีต่ รงกับพฤติกรรมทเี่ กดิ ขนึ้ จริง เลข ชอ่ื สกุล พดู ไมล่ กั ตรงไปต ทำตัว รจู้ กั สรุปผลการ ท่ี ความ ขโมย รงมา นา่ เช่อื ถือ แยกแยะ ประเมิน จรงิ ประโยชน์ ส่วนตนกับ ประโยชน์ ส่วนรวม ผ่าน ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ผา่ นตงั้ แต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผา่ น ๑-๒ รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น ลงชื่อ.........................................ผูป้ ระเมิน (...................................................) แผนการจัดการเรียนรู้

105 หนว่ ยที่ ๓ ชอ่ื หน่วย STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจริต แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔ เรื่อง ตอ่ ต้านทุจรติ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑ ช่วั โมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ ๑.๓ ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการต่อต้านและป้องกนั การทุจรติ ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ นักเรยี นสามารถบอกผลเสยี ของการทุจริตได้ ๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกการกระทำท่ีเปน็ การตอ่ ต้านการทุจรติ ได้ ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - ความหมายของการต่อตา้ นการทุจรติ การต่อต้านการทุจรติ หมายถงึ การไม่สนบั สนนุ กิจการของกลุม่ หรือบุคคลทีก่ ระทำการโดยมิ ชอบในการแสวงหาผลประโยชน์ ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ๑) ความสามารถในการส่ือสาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓.๓ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ซอื่ สัตย์สุจริต ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ๑) ครูเล่าข่าวเกีย่ วกบั ปัญหาการทจุ รติ เร่ือง “กทม.ไลอ่ อก ๔ ขา้ ราชการ พัวพนั ทจุ ริตไฟ ประดบั ลานคนเมือง” แลว้ ถามนกั เรียน ดังน้ี ๑. ผลเสียของการทุจริตมีอะไรบา้ ง ๒. ถา้ นกั เรยี นเป็นขา้ ราชการ ๔ คนนี้ นักเรยี นจะทุจริตหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ๒) ครใู หน้ ักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง “รปู แบบการทจุ รติ ” แลว้ ทำแผนผังความคิด ๓) ครูอธิบายความหมายของการต่อต้านการทุจริตและยกตัวอย่างการกระทำที่แสดงถงึ การตอ่ ต้านการทจุ ริตทกุ รปู แบบ ๔) ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็น ๔ กลมุ่ ใหแ้ สดงบทบาทสมมติ เร่ือง การต่อตา้ นการทจุ รติ รูปแบบตา่ ง ดงั นี้ กลมุ่ ท่ี ๑ เนอ้ื หาเกยี่ วกบั การต่อตา้ นการทจุ ริตในการจัดซอื้ จัดจา้ ง กลมุ่ ที่ ๒ เนื้อหาเก่ียวกับการต่อต้านการทุจริตการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กลุ่มที่ ๓ เนอ้ื หาเกย่ี วกบั การต่อตา้ นการทุจริตโครงการตา่ งเช่นโครงการทำถนนหลวง เปน็ ตน้ กลมุ่ ท่ี ๔ เนอื้ หาเกยี่ วกบั การต่อต้านการทุจรติ การใชอ้ ำนาจหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์ เช่น เจา้ หนา้ ที่ตำรวจตง้ั ด่านรีดไถเงินจากประชาชน ๕) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ เก่ยี วกับลกั ษณะการกระทำที่แสดงออกใหเ้ ห็นถึงการต่อต้าน การทุจริตเช่น นกั เรียนเห็นเจ้าหนา้ ท่ตี ำรวจจราจรกำลงั รับเงินจากคนขับรถฝา่ ไฟแดง นักเรยี นโทร แจ้ง ๑๙๑ หรอื บอกผู้ปกครอง ผ้ใู หญ่ เปน็ ต้น

106 ๖) ครใู ห้นกั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง ผลเสียของการทุจริตและการกระทำท่ีเป็นการตอ่ ต้าน ทจุ ริต แล้ว นำไปจดั ปา้ ยนิเทศ ๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้ ขา่ ว “กทม. ไล่ออก ๔ ขา้ ราชการ พัวพันทจุ ริตไฟประดับลานคนเมอื ง” ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑) ตรวจใบงาน เรื่อง ผลเสียของการทจุ ริตและการกระทำทเ่ี ป็นการต่อต้านทจุ ริต ๒) สงั เกตการแสดงบทบาทสมมติ ๓) สงั เกตพฤติกรรมการซอื่ สตั ย์สุจริต ๕.๒ เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการประเมนิ ๑) แบบใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เร่อื ง ผลเสยี ของการทจุ รติ และการกระทำที่เปน็ การตอ่ ต้าน ทุจริต ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมซือ่ สตั ย์สจุ ริต ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น 6. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื ........................................ครผู ้สู อน (..................................................) 7. ความคดิ เห็นผู้บริหาร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ลงชอ่ื .....................................ผู้บรหิ าร (นายจรัญ วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน

107 ๘. ภาคผนวก ข่าว เรื่อง “ไล่ออก ๔ ขา้ ราชการ” เมื่อวันที่ ๒๓ พ.ย.นางวรรณวิไล พรหมลกั ขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชมุ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ซึ่งมีการ พิจารณามตขิ องคณะอนกุ รรมการวิสามญั เก่ยี วกบั วินัยและการออกจากราชการทั้งนี้ อ. ก.ก.วนิ ยั มมี ตเิ ปน็ เอกฉันทใ์ ห้ไล่ออกขา้ ราชการ กทม.ทั้ง ๔ ราย ประกอบด้วย ๑.น.ส.ปราณี สัตยประกอบ อดตี รองปลัด กทม.ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการสำนกั วัฒนธรรม กีฬา และการทอ่ งเทย่ี วในขณะนัน้ ๒. นายธวัชชัย จนั ทรง์ ามรอง ผอ.สำนกั วัฒนธรรม กฬี าและการท่องเที่ยว ตำแหนง่ ผอ.กองการท่องเที่ยวในขณะน้ัน ๓. นายมรกต ภมู พิ านิช และ ๔. นายสทิ ธิโชค อภบิ าล นักพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วปฏิบัตกิ าร ตำแหน่งในขณะนั้น ขณะทท่ี ่ปี ระชุมคณะกรรมการขา้ ราชการกรุงเทพมหานครได้รับรองมติดงั กลา่ ว และ มอบหมายให้กรรมการดำเนินการต่อส่งเรอ่ื งใหฝ้ า่ ยบริหาร ซ่ึงหากฝา่ ยบรหิ ารลงนามใน คำส่งั กจ็ ะมีผลทันที

108 ใบงาน เรอ่ื ง ผลเสยี ของการทุจริตและการกระทำทเี่ ปน็ การต่อตา้ นการทุจรติ ชื่อ................................................................ชน้ั ..........................เลขที.่ ................. คำช้ีแจง ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ ๑. จงบอกผลเสยี ของการทุจริตอยา่ งนอ้ ย ๕ ข้อ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ๒. จงบอกวิธกี ารหรือการกระทำทเ่ี ป็นการตอ่ ตา้ นการทุจริต อย่างนอ้ ย ๕ ข้อ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................

109 แบบสงั เกตพฤติกรรม เรือ่ ง ซื่อสตั ย์สุจริต คำช้ีแจง ให้นักเรียนเขยี นบนั ทึกเครื่องหมาย ลงในชอ่ งที่ตรงกับพฤติกรรมทเี่ กิดขนึ้ จริง เลข ช่อื สกุล พดู ความ ไม่ลกั ตรงไปตร ทำตัว รู้จกั สรุปผลการ ที่ จรงิ ขโมย งมา น่าเชื่อถื แยกแยะ ประเมิน อ ประโยชน์ ผา่ น ไมผ่ ่าน ส่วนตนกับ ประโยชน์ สว่ นรวม เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ ๓ รายการ ถอื ว่า ผา่ น ผ่าน ๑-๒ รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น ลงช่อื .........................................ผู้ประเมิน (...................................................)

110 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่ ๓ ชื่อหน่วย STRONG /จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง มงุ่ ไปข้างหน้า ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ ริต ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถยกตัวอยา่ งบุคคลท่ดี ำรงชีวิตอยู่อยา่ งพอเพียงได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถปฏิบัตติ นโดยดำรงชีวิตอยูอ่ ย่างพอเพยี ง ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - การม่งุ ไปข้างหน้าหมายถึง การพฒั นาต่อยอดเร่ืองการต่อตา้ นการทุจริต โดยใช้ชวี ติ อย่าง พอเพียง - การมองไปขา้ งหน้าเป็นสง่ิ ที่ทกุ คนทำ แต่การมองไปข้างหนา้ ของแต่ละคนมีมมุ มองตา่ งกนั ตรงท่ีความคิด สิ่งสำคัญของการมุ่งไปข้างหน้าต้องมีเป้าหมาย และเปา้ หมายทีจ่ ะไปต้องชัดเจน เพราะถ้าไมช่ ัดเจนกจ็ ะล้มเหลว ไมป่ ระสบความสำเรจ็ ดังทต่ี ั้งใจไว้ - ตัวอย่างบคุ คลท่เี สยี สละความสขุ สว่ นตัวเพ่ือประโยชน์สว่ นรวม ส่งิ ท่ีทำกจ็ ะทำอยา่ งดี และ สนุกกับสงิ่ ที่ได้ทำ แมจ้ ะเหน่ือยมาก แต่ไม่หยดุ ท่ีจะทำ แม้จะพบกบั อุปสรรคบ้างก็ไม่ละความ พยายาม ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน ๑) ความสามารถในการสอื่ สาร ๒) ความสามารถในการคดิ ๓.๓ คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้ ๑) ใหน้ ักเรยี นดภู าพยนตรส์ น้ั โรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. เรอ่ื ง เลอื ก ซึ่งเป็นเรอ่ื งเกีย่ วกับตาให้ เงิน กบั หลาน ๑๐๐ บาทเพื่อไปซือ้ ขา้ ว แต่เพื่อนของหลานนำกล่องดนิ สอมาอวดกนั ทำใหห้ ลาน อยากไดก้ ล่องดนิ สอจึงมีความคดิ ว่าจะนำเงินท่ไี ด้ไปซ้ือข้าวหรอื กลอ่ งดินสอ ในที่สดุ ก็เลือกส่ิงทีจ่ าเปน็ ต่อตนเอง คือ ซอ้ื ข้าว ๒) ครตู งั้ คำถามให้นักเรียนตอบ ดงั ต่อไปน้ี ๑. ภาพยนตร์ที่ดูเป็นเรอ่ื งเก่ยี วกับอะไร ( เป็นเรื่องเกยี่ วกับตำหลานคู่หนง่ึ โดยคุณตาไดใ้ หเ้ งนิ แก่หลานเพอ่ื ไปซื้อขา้ วแต่มีเพอ่ื น นำกลอ่ งดินสอมาอวดทำให้หลานอยากได้ ) ๒. หลานมคี วามคดิ อยา่ งไร ( คดิ วา่ จะนำเงินไปซ้อื ขา้ วหรือกลอ่ งดินสอดีกวา่ กัน ) ๓. สดุ ท้ายหลานตดั สินใจอยา่ งไร ( ตัดสนิ ใจนำเงินไปซ้ือข้าว )

111 ๔ ถ้านักเรียนเป็นหลาน นักเรยี นจะทำอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด ( นำเงินไปซ้อื ขา้ ว เพราะจดุ ม่งุ หมายท่ีตาให้เงินมาคือ ให้นำไปซื้อข้าว ) ๓) นกั เรยี นร่วมกนั สรุปพฤติกรรมของตวั ละครในภาพยนตรส์ ้ันที่ได้ชมเมอ่ื สักครู่ ๔) ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า การท่หี ลานนำเงนิ ที่ได้รับจากตาไปซอ้ื ข้าว แสดงให้เห็นว่า หลานมี ความมงุ่ มั่นท่ี จะทำงานตามท่ไี ด้รับมอบหมายให้สำเร็จ ในขณะท่ีหลานสามารถยบั ย้ังช่งั ใจจาก สงิ่ ของท่ีหลานอยากได้ แสดงให้เหน็ วา่ หลานมีความพอเพียง รวู้ า่ สิ่งใดมคี วามจำเป็นมากกวา่ กนั ระหวา่ งข้าวกบั กล่องดนิ สอ ๕) มอบหมายให้นักเรียนทำใบงาน ๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้ ๑) ภาพยนตร์สั้นโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เร่อื ง เลือก ๒) ใบงาน เรื่อง ม่งุ ไปขา้ งหน้า ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธกี ารประเมนิ ๑) สงั เกตจาก - การตอบคำถาม - ใบงาน - การปฏบิ ัติตนเป็นผทู้ มี่ ุ่งไปข้างหนา้ ที่ดี อยู่อยา่ งพอเพยี ง ๒) ตรวจผลงาน ๕.๒ เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมความพอเพยี ง ๒) แบบใหค้ ะแนนการทำใบงาน ๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ถือว่า ผ่าน ๖. บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงช่อื ........................................ครผู ูส้ อน (..................................................) ๗. ความคิดเหน็ ผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ลงชื่อ.....................................ผู้บรหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบัวถนน

112 ๘. ภาคผนวก ๘.๑ ภาพยนตรส์ ้ันโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ. เร่อื ง เลือก ๘.๒ https://www.youtube.com/watch?v=uiszoeKyLjE ๘.๓ ใบงาน เรือ่ ง มุง่ ไปข้างหนา้ ๘.๔ แบบสังเกตพฤติกรรมความพอเพยี ง

113 ใบงาน เรอื่ ง มุง่ ไปข้างหน้า คำสั่ง ให้นกั เรียนพิจารณาการกระทำของบุคคลดงั ตอ่ ไปน้ี แล้วเขียนอธิบายถงึ การ กระทำ ความมุ่งม่นั และความพอเพียงของบุคคลน้นั พี่ตนู บอดแี้ สลม จัดต้งั โครงการกา้ วคนละกา้ ว โดยจัดกจิ กรรมว่ิงมาราธอน จากใต้สดุ ไปเหนอื สดุ ของประเทศ เพ่อื รบั บริจาคเงินไปช่วยเหลือโรงพยาบาลจำนวน ๑๑ แหง่ ทว่ั ประเทศ ซง่ึ มีความมงุ่ หวงั วา่ จะไดร้ บั เงนิ จำนวนนอ้ ยจากบุคคลจำนวนมาก ไมใ่ ช่ได้ เงนิ จำนวนมากจากบุคคลจำนวนนอ้ ย ความโดดเด่นด้านความมงุ่ มน่ั ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................ ความโดดเด่นด้านความพอเพียง ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................

114 แบบสังเกตพฤติกรรมความพอเพียง คำช้แี จง ให้นกั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย ลงในช่องทีต่ รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ข้นึ จริง ที่ พฤติกรรม ระดบั การปฏิบัติ สรุป ประจำ บางคร้งั บอ่ ยครั้ง ไม่ทำเลย ผา่ น ไม่ (๓) (๒) (๑) (๐) ผ่าน ๑ ใช้ทรัพย์สินต่างๆ ของตนเอง เช่น เงิน สิง่ ของ เคร่ืองใช้ อยา่ ง ประหยดั คุ้มค่าและเก็บรักษา ดแู ลอยา่ งดี ๒ ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอย่าง ประหยัด คมุ้ ค่าและเก็บรกั ษา อยา่ งดี ๓ ไมใ่ ชส้ งิ่ ของเกินฐานะและความ จำเป็น ๔ แบ่งปันสง่ิ ของใหเ้ พอ่ื นท่ีขาด แคลน ๕ ไม่อยากไดข้ องผอู้ น่ื มาเป็นของ ตน ๖ รู้จักเกบ็ ออม ๗ ไมเ่ อาเปรียบผ้อู น่ื และไม่ทำให้ ผ้อู ื่นเดอื ดร้อน ๘ วางแผนการเรยี น การทำง่าน และการใชช้ ีวติ ประจำวันบน พ้นื ฐานของความพอเพียง ๙ รู้เทา่ ทนั การเปล่ียนแปลงของ สงั คมและสภาพแวดลอ้ มยอมรับ และปรบั ตัวเพ่ืออยูร่ ว่ มกบั ผอู้ ื่นได้ อยา่ งมีความสขุ ๑ เห็นประโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ ๐ ประโยชน์ส่วนตน เกณฑ์การประเมนิ ได้คะแนนตง้ั แต่ ๒๔ คะแนนขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น ได้คะแนนตำ่ กว่า ๒๔ คะแนน ถือวา่ ไมผ่ า่ น ลงชอื่ .........................................ผูป้ ระเมิน (...................................................)

115 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ ๓ ช่ือหนว่ ย STRONG /จติ พอเพยี งตอ่ ตา้ นการทุจริต แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๖ เรื่อง ความเออื้ อาทร ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. ผลการเรียนรู้ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจรติ ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ นักเรยี นสำมารถบอกความหมายของความเออื้ อาทรได้ ๒.๒ นกั เรียนสำมารถยกตัวอยา่ งของความเอื้ออาทรได้ ๒.๓ นักเรยี นสำมารถปฏิบัตติ นเป็นผู้มที ค่ี วามเอื้ออาทรต่อบุคคลอ่ืนได้ ๓. สำระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความเอ้อื อาทร หมายถึง ความเอ้ือเฟื้อ ความเอ้ืออารี ความมีนำ้ ใจ และการปฏิบตั ิตน เปน็ ผู้มีความเอ้ืออาทร ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กดิ ) ๑) ความสำมารถในการสอ่ื สาร ๒) ความสำมารถในการคดิ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / คา่ นิยม มีจติ สาธารณะ ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้ ๑) ใหน้ กั เรยี นดภู าพอวัยวะภายนอกของคนวา่ การทางานมีอะไรบ้างเชน่ ตา หู มอื เป็นต้น ๒) สนทนาซกั ถามถงึ หนา้ ที่ของอวัยวะต่าง และความสัมพันธก์ นั อยา่ งไร เชน่ ตาใชด้ ทู ำให้ ขาเดนิ ได้ตามทิศทางท่ใี จต้องการไป ๓) ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมติ เช่นปดิ ตาหยิบสงิ่ ของ ผกู ขาตดิ กันแลว้ ใหเ้ ดิน เป็นตน้ ๔) สนทนาซกั ถามปัญหาขณะปฏิบตั กิ ิจกรรมและสรุปว่าอวัยวะต่าง ต้องพ่ึงพากนั เพื่อทำ กิจกรรมตา่ ง ไดส้ ำเร็จ ๕) ครใู หน้ กั เรียนอ่านนทิ านเร่อื ง ท้องกับอวัยวะอืน่ ๆ ๖) ใหน้ กั เรียนระดมความคิดทไ่ี ดจ้ ากเรื่องท่ีอา่ น ตามประเด็นต่อไปนี้ เช่น ถา้ อวัยวะสว่ นใด ส่วนหนึง่ ไม่ทำตามหนา้ ท่ี จะมีปัญหาอะไรตามมา ๗) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ถงึ ข้อคิดทีไ่ ด้จากการอา่ นนิทาน เชน่ การอยรู่ ่วมกบั คนอื่น ด้วย ความเอือ้ อาทรมีความสำคญั อย่างหน่ึงท่มี นุษย์ธรรมดำคนหน่งึ พึงต้องมี ถ้าเราร่วมมอื ร่วมใจ เอือ้ เฟื้อเผอ่ื แผ่ ชว่ ยเหลอื กนั งานที่ยากกจ็ ะสำเรจ็ ได้ดว้ ยงา่ ย แต่ถา้ ทุกคนเอาเปรียบเห็นแก่ประโยชน์ สว่ นตวั ปัญหาต่าง ก็จะตามมาทำใหส้ งั คมไม่สงบสุข ๘) ครูยกตัวอย่างบุคคลท่ีแสดงความเอือ้ อาทรต่อผู้อ่นื และการต่อต้านการทจุ รติ - คุณหมอ มักจะใหค้ วามเอ้อื อาทรต่อคนไข้ทเี่ ป็นเด็กเล็ก เป็นพิเศษ โดยเฉพาะหนู น้อยที่ป่วยหนกั - คณุ ครใู หค้ วามช่วยเหลอื นักเรยี นคนโปรด โดยใหค้ ะแนนพเิ ศษกว่านกั เรยี นคนอน่ื ๙) ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ระดมความคดิ หาตวั อยา่ งท่ีแสดงลกั ษณะความเอ้ืออาทรลงในใบงาน

116 ๑๐) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ถึงความตระหนักในการปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้ มคี วามเอื้ออาทร ในชีวติ ประจำวัน เช่น ในสงั คมทมี่ กี ารช่วยเหลือเกอื้ กูลกันเปน็ ส่ิงทดี่ ี แตถ่ ้าชว่ ยเหลอื ในเรือ่ งท่ีผิดหรือ เรอื่ งท่ีไดร้ ับผลประโยชนจ์ ากการช่วยเหลอื น้นั เป็นเร่อื งท่ีผิด สงั คมจะไมย่ อมรบั และจะเกิดปัญหา ตามมาภายหลัง ๑๑) ครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ความเอ้ืออาทร และนำเสนอหน้าชั้นเรยี นพรอ้ ม ท้งั นำผลงานไปจดั ป้ายนเิ ทศ ๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้ ๑) ภาพอวยั วะภายนอกของคน ๒) ใบความรู้ นทิ านเรอ่ื ง ทอ้ งกบั อวยั วะอน่ื ๆ ๓) ใบงานท่ี เร่ือง ความเอ้อื อาทร ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรม ๒) ตรวจผลงาน ๕.๒ เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตการปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู คี วามเอ้อื อาทร ๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือว่า ผา่ น ๖. บันทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงชือ่ ........................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ าร .................................................................................................................................................... ........... ........................................................................................................................ ................................. ลงช่ือ.....................................ผบู้ รหิ าร (นายจรัญ วารินทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านบัวถนน

117 นทิ านเรอื่ ง ท้องกบั อวัยวะอื่นๆ วันหนึง่ บรรดาอวัยวะต่าง ของร่างกายอนั ได้แก่ มือ ขา ปาก และฟันเปน็ ตน้ เหน็ วา่ พวกตนทำงานกันด้วยความเหนด็ เหนือ่ ย แต่ทอ้ งน้นั อยเู่ ฉย กไ็ ด้รบั อาหารโดย ไม่ตอ้ งออกแรงอะไรเป็นการเอาเปรียบผอู้ นื่ อวยั วะท้ังหลายจึงพากนั ประท้วง โดยขาไม่ ยอมเดินไปหาอาหาร มอื ไมย่ อมหยบิ อาหาร ปากไม่ยอมอ้าและฟนั ไมย่ อมเคย้ี วอาหารด้วย เหตนุ ้ี ในเวลาไม่นานนัก ท้องจงึ รู้สึกหวิ โหย แตเ่ มอื่ ไม่มอี าหารจงึ ไม่อาจย่อยและส่งไปเล้ียง อวยั วะอนื่ ได้ มอื ขา ปากและฟัน ต่างกร็ สู้ กึ ออ่ นเพลยี ไม่มเี รยี่ วแรง และเร่มิ เขา้ ใจวา่ แท้ที่ จริงทอ้ งนั้นกท็ ำหน้าท่ขี องตนเช่นกนั ไม่ได้อยู่เฉย อย่างที่พวกตนคดิ แตแ่ รก หลังจากที่ อวยั วะทกุ ส่วนของรา่ งกายร่วมแรงรว่ มใจกนั ทำงานอีกครัง้ ร่างกายกก็ ลบั แข็งแรงสมบรู ณ์ เหมอื น นิทานเรือ่ งนี้สอนให้ร้วู ่า : ทกุ คนตอ้ งทำงานไปตามหน้าท่ีของตนเพ่ือ ประโยชนส์ ุขของสว่ นรวมซ่ึงต่างก็มีบทบาทและความสำคญั เชน่ เดียวกัน ไม่มีใครเคยบอก ว่า one man show คอื การทำงานทด่ี ที ไ่ี ด้ผลดีท่ีสดุ การอยู่รว่ มกับคนอนื่ ดว้ ยความเออ้ื อาทรเป็นเสนห่ ์อย่างหน่ึงที่มนษุ ย์ธรรมดาคน หนง่ึ พงึ ตอ้ งมี คณุ ไมร่ หู้ รอกวา่ คณุ ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื จากใคร เมอ่ื ใด จำไว้วา่ คณุ ไมใ่ ช่ ผู้วเิ ศษมาจากไหน งานบางอย่างตอ้ งการพลังสร้างสรรค์ ถา้ พวกเขาไม่ร่วมมือกบั คณุ บ้าง จรงิ คุณอาจทำงานได้อยากกว่าน้ี

118 แบบสังเกตความเอื้ออาทรผู้ประเมนิ คำชแ้ี จง โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงในแตล่ ะข้อรายการตอ่ ไปนที้ ่ีตรงกบั ระดับความคิดเห็นของผู้ ประเมนิ เลขที่ ชือ่ สกุล นกั เรียนมี นกั เรยี น นกั เรียนมี สรุปผลการ พฤติกรรมที่ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ความเอ้ือเฟื้อ ประเมนิ แสดงถึงการมี นกั เรยี นท่ดี ี เผื่อแผ่บำเพ็ญ ผา่ น ไมผ่ า่ น นำ้ ใจใหค้ วาม ประโยชนต์ อ่ ชว่ ยเหลอื สังคม ผูอ้ ื่น เกณฑ์การประเมิน ผ่านตัง้ แต่ ๒ รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน ๑ รายการ ถือวา่ ไมผ่ า่ น ลงช่ือ.........................................ผู้ประเมิน (...................................................)

119 ใบงานเร่อื ง ความเอื้ออาทร คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย √ หน้าขอ้ การกระทำของบคุ คลท่แี สดงถงึ ความเออื้ อาทร และเขียนเครือ่ งหมาย x หน้าข้อการกระทำของบุคคลที่แสดงถึงความไมเ่ อื้ออาทร ________ ๑. เดก็ ชายก้องพาคณุ ยายขา้ มถนนตรงทางมา้ ลาย ________ ๒. เดก็ หญิงพลอยว่ิงแซงหน้าเด็กหญงิ ขวัญเพอื่ ไปตอ่ แถวซือ้ ของกอ่ น ________ ๓. ตาแกว้ ใหเ้ พือ่ นบา้ นมาใช้น้ำบาดาลของบ้านตนเอง ________ ๔. นายพจนแ์ กล้งนอนหลับขณะทนี่ ่ังบนรถโดยสารประจำทางเพราะมี สภุ าพสตรีท้องแก่มายนื ข้างๆ ________ ๕. เดก็ หญงิ แพรวเก็บหมวกของคนอื่นไดแ้ ลว้ สง่ คนื เจา้ ของ ________ ๖. พมิ พ์พรไล่ขอทานท่มี านั่งบนสะพานลอย ________ ๗. ชาวบ้านรับของแจกจากผ้สู มัครเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาตำบล ________ ๘. พต่ี ูนวงิ่ รบั บรจิ าคเงินเพ่ือชว่ ยเหลอื โรงพยาบาล

120 หน่วยที่ ๔ พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อสังคม

121 แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ ๔ ชือ่ หนว่ ย พลเมอื งกับความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรอื่ ง การเคารพสทิ ธิหน้าทตี่ อ่ ตนเองและผู้อ่นื ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๒ ชัว่ โมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับ เกีย่ วกับพลเมืองและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม ๑.๒ ปฏิบตั ติ นตามหนา้ ที่และมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นสำมารถ ๒.๑ นักเรียนบอกแนวปฏบิ ัติตนในการเคารพสิทธิหน้าทีต่ อ่ ตนเองและผอู้ ่นื ท่ีมีต่อชมุ ชนและ สังคมได้ ๒.๒ นกั เรยี นอธบิ ายผลทีไ่ ด้รบั จากการเคารพสิทธหิ นา้ ทตี่ อ่ ตนเองและผ้อู ้นื ท่ีมีต่อชุมชนและ สังคมได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ สมาชกิ ทุกคนในสงั คมมสี ิทธิเทา่ เทยี มกนั ในการดำเนนิ ชีวิตในสงั คม โดยสทิ ธิดังกล่าวจะตอ้ งไม่ ละเมิดสทิ ธิ ของสมาชกิ คนอื่นในสงั คม ดังนี้ เสรภี าพในเคหสถาน เสรภี าพในการเดนิ ทางและ ติดตอ่ ส่ือสาร เสรีภาพ ในการนับถือศาสนา เสรภี าพในทางวิชาการ เสรภี าพในการชมุ นุมอย่างสงบ โดยปราศจากอาวธุ สิทธิเสรภี าพในการอนรุ ักษแ์ ละฟนื้ ฟูจารีตประเพณี ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน และ เสรภี าพในการประกอบอาชีพ ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กดิ ) ๓.๒.๑ นกั เรียนมีทกั ษะการสื่อสาร ๓.๒.๒ นักเรียนมีทักษะการคดิ ๓.๒,๓ นกั เรยี นมที กั ษะการแก้ปัญหา ๓.๒.๔ นักเรียนมคี วามสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ๓.๓ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ / คา่ นิยม ๓.๓.๑ มวี ินยั ๓.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓.๓ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ / การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้ / ขัน้ ตอนการจดั ประสบการณ์ ชวั่ โมงที่ ๑ ๑. นักเรียนดู YouTube เร่อื ง การเคารพสทิ ธเิ สรีภาพ และกฎกติกาของสงั คมทเ่ี ปน็ ธรรม จาก civics tartar .wixsite.com ๒. นกั เรียนรว่ มตอบคำถามต่อไปนี้ - เหตกุ ารณ์ท่เี กิดขึ้นในร้านขายข้าวแกงร้านท่ี ๑ และร้านท่ี ๒ เปน็ อย่างไร - เกิดความแตกตา่ งกนั อยา่ งไรบ้าง - นกั เรยี นชอบไปซ้ือร้านที่ ๑ หรือร้านท่ี ๒ ๓. นักเรยี นอา่ นใบความรู้ เร่ืองการเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผูอ้ ื่นท่ีมีตอ่ ชุมชนและสังคมครู อธบิ ายเพ่ิมเติมแล้วสมุ่ ถามนกั เรียน

122 ๔. นกั เรยี นแบง่ เปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน อภปิ ราย แสดงความคิดเหน็ สบื คน้ ข้อมูลตาม หัวข้อต่อไปนี้ ขอ้ ๑ แนวทางการปฏบิ ัติตนในการเคารพสทิ ธหิ น้าที่ต่อตนเองและผู้อืน่ ท่ีมีต่อ ชมุ ชนและสังคม ข้อ ๒ ผลทีไ่ ดร้ ับจากการเคารพสทิ ธิหน้าท่ขี องตนเองและผู้อ่ืนท่มี ีต่อชุมชน สงั คม ชว่ั โมงที่ ๒ ๑.ประธานกลุ่มจับสลากลำดับการนำเสนอผลงาน ๒. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอหนา้ ชั้นเรียนตามลาดบั ๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหส้ มบูรณ์ ๔. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปบทเรียนและให้การเสรมิ แรง ๔.๒ สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) YouTube เรื่อง การเคารพสทิ ธิ เสรีภาพ และกฎกตกิ าของสงั คมทเี่ ป็นธรรม จาก civics tartar .wixsite.com ๒) ใบความร้เู ร่อื ง การเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อื่นทีม่ ตี ่อชุมชนและสังคม ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน สังเกตพฤติกรรมการทำงาน ๕.๒ เครอื่ งมือทใี่ ช้ในการประเมิน แบบสังเกตพฤติกรรม ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน ๖. บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชือ่ ........................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร ............................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. .............................. ............................................................................................................................................................ ลงชื่อ.....................................ผู้บริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบัวถนน

123 ๘. ภาคผนวก ๘.๑ youtube เร่อื งการเคารพสิทธิเสรภี าพ และกฎกติกาของสงั คมทีเ่ ป็นธรรม จาก civics tartar .wixsite.com ๘.๒ ใบความรู้เรอื่ ง การเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อ่นื ทม่ี ีต่อชมุ ชนและสงั คม ๘.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม

124 ใบความรู้ เรื่อง การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อนื่ ที่มตี ่อชมุ ชนและสงั คม สมาชิกทกุ คนในสังคมมีสทิ ธิเท่าเทียมกนั ในการดำเนินชีวิตในสังคม โดยสิทธดิ ังกล่าว จะตอ้ งไม่ละเมดิ สทิ ธิของสมาชิกคนอ่ืนในสังคม ในทน่ี ี่ขอยกตวั อยา่ งสิทธขิ องตนเองท่ีมีต่อชุมชน และสงั คมทส่ี ำคญั บางประการ ดงั นี้ ๑. เสรภี าพในเคหสถานชาวไทยทุกคนย่อมมเี สรีภาพในเคหสถานทจ่ี ะสามารถอาศัยและ ครอบครองเคหสถานของตนโดยปกติสุข ไม่วา่ จะเกดิ จากการเช่า หรอื เป็นเจา้ ของกรรมสิทธิ์ ซ่งึ บคุ คลอื่นจะต้องใหค้ วามเคารพในสิทธนิ ้ี แมแ้ ตเ่ จ้าหนา้ ท่ขี องรัฐหากจะเข้าไปดำเนนิ การตาม กฎหมายใด เช่น การตรวจคน้ เคหสถานของประชาชนกจ็ ะกระทำมไิ ด้ เวน้ แต่จะมีหมายคน้ ท่อี อก โดยศาลเท่านน้ั ๒. เสรภี าพในการเดินทางและติดต่อส่ือสาร ชาวไทยทุกคนมีเสรีภาพทีจ่ ะเดนิ ทางไปในท่ตี ่างบน ผนื แผ่นดนิ ไทย ได้ทุกพน้ื ที่ของประเทศไทยและสำมารถเลือกถ่ินท่ีอย่อู าศยั ณ ท่ีใดก็ได้ ภายในประเทศไทยรวมทงั้ ชาวไทยทกุ คนสามารถท่ีจะติดต่อสือ่ สารกบั บุคคลอ่ืน ไมว่ า่ จะเปน็ ทาง จดหมายโทรศัพทห์ รืออนิ เทอร์เนต็ ๓. เสรภี าพในการนับถือศาสนา สมาชิกทกุ คนในสังคมมีสิทธิ เสรภี าพ ท่ีจะนบั ถือศาสนาแตกต่าง กนั ได้ ซึ่งบุคคลอืน่ ในสงั คมรวมทง้ั รฐั จะต้องให้ความเคารพสทิ ธเิ สรีภาพในเรอ่ื งนี้ดว้ ย ๔. เสรภี าพในทางวชิ าการ เยาวชนไทยทุกคนจะต้องไดร้ ับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี โดยไมเ่ สียคา่ ใชจ้ ่าย นอกจากนีค้ นไทยทุกคนยังมีสิทธิในการท่จี ะศึกษาคน้ ควา้ หรือทำวิจัยตามที่ ต้องการ โดยไมข่ ัดต่อกฎหมาย ๕. เสรภี าพในการชมุ นุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ หมายถงึ ประชาชนทุกคนมีสทิ ธเิ สรีภาพใน การชุมนม แต่ต้องเปน็ ไปโดยสงบปราศจากอาวุธ และจะต้องไมร่ บกวนสิทธิของผู้อืน่ การปราศจาก อาวธุ นนั้ หมายรวมถงึ ห้ามทุกคนท่ีมารว่ มชุมนุม พกพาอาวุธเขา้ มาในทช่ี ุมนมุ โดยเด็ดขาด บุคคล นั้นจะไม่ไดร้ ับความคุ้มครองตามรฐั ธรรมนูญในกรณีทีไ่ ด้กล่าวมาข้างตน้ ๖. สทิ ธเิ สรภี าพในการอนุรักษแ์ ละฟืน้ ฟูจารตี ประเพณี ภูมิปญั ญาท้องถ่ิน ทกุ คนย่อมมีส่วนรม่ ใน การอนุรักษ์และรว่ มสบื สานศิลปะหรือวัฒนธรรมอนั ดงี ามของท้องถน่ิ และของประเทศชาติเพ่อื ให้ ดำรงอย่ตู ่อไปกับอนชุ นรุน่ หลงั ๗. เสรภี าพในการประกอบอาชีพ โดยเสรีภาพในการประกอบอาชพี จะตอ้ งไม่เอารดั เอาเปรียบ ผอู้ ่ืนเชน่ ผปู้ ระกอบการจะต้องเคารพและซื่อสัตยต์ ่อผู้บรโิ ภค และไม่เอาเปรียบผู้บรโิ ภค เป็นตน้

125 แบบสังเกตพฤติกรรม กล่มุ ที่ ......................................... ชน้ั ................................. ท่ี พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ กระบวนการ ความรบั ผิดชอบ เสร็จทนั เวลา รวม ชือ่ ทีก่ ำหนด กลมุ่ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖ เกณฑ์การประเมนิ ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี ไดค้ ะแนน ๑๓ คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน ไดค้ ะแนนตำ่ กว่า ๑๓ คะแนนถือวา่ ไม่ผ่าน ลงชอ่ื .........................................ผ้ปู ระเมิน (...................................................)

126 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๔ ชอื่ หน่วย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อการทจุ ริต แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เรอื่ ง ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๒ ชัว่ โมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบตอ่ สังคม ๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของ ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย ขององค์กรหรือ หนว่ ยงาน ตา่ ง ได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถแสวงหาขอ้ มูลเก่ยี วกบั ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย ขององค์กรหรือ หนว่ ยงาน ต่าง ได้ ๓. สำระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ กฎ คอื ขอ้ บังคับ ท่ีอยู่ในความเป็นจริง เพื่อไมใ่ ห้เกิดความเสยี หายต่อทรัพยส์ นิ และชีวิต ระเบยี บวนิ ยั นน้ั เปน็ สงิ่ ซ่ึงมีความสำคญั ย่ิง โดยเฉพาะกบั นักเรยี นหรือเยาวชน อันจะเปน็ กำลงั อยา่ ง มากในการพฒั นาประเทศ ระเบียบวินยั คือ คณุ สมบัติท่ีสำคญั ในการดำเนนิ ชีวิต ความสำมารถของบคุ คลในการควบคมุ อารมณ์ และพฤติกรรมของตนเอง ให้เป็นไปตามท่ีมุ่งหวัง โดยเกิดจากการสำนกึ ซึ่งต้องไมก่ ระทำการ ใด อนั เป็นผลทำให้เกดิ ความยุ่งยากแกต่ นเองในอนาคต หากแตต่ ้องเปน็ สิ่งท่ีก่อให้เกิดความ เจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและผูอ้ ื่นโดย กติกา คอื กฎเกณฑ์ ข้อตกลง หรือข้อกำหนด ทีบ่ คุ คลต้ังแต่ ๒ ฝ่ายข้นึ ไปใชเ้ ปน็ หลักปฏบิ ตั ิ เพอื่ ให้เกิดความเปน็ ธรรมแก่ทุกฝา่ ย กฎหมาย คือ กฎท่สี ถาบัน หรือผู้มอี ำนาจสงู สดุ ในรัฐตราขึน้ หรอื ทเ่ี กดิ ข้ึนจากจารีตประเพณี อนั เป็นที่ยอมรับนับถือ เพอื่ ใช้ในการบริหารประเทศ เพ่ือใชบ้ งั คับบคุ คลให้ปฏิบตั ติ าม ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน ๑) ความสามารถในการสอื่ สาร ๒) ความสามารถในการคดิ ๓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๓.๓ คณุ ลักษณะท่พี ึง ประสงค์ ซื่อสตั ย์สุจริต ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้ ชว่ั โมงท่ี ๑ ๑) ครแู บ่งนักเรยี นเป็น ๔ กลมุ่ ให้นักเรยี นศึกษาใบความรู้ และสรุปความรูเ้ ปน็ แผนผงั ความคดิ ดังนี้

127 กลมุ่ ที่ ๑ เรอ่ื ง ระเบยี บ กลมุ่ ท่ี ๒ เรื่อง กฎ กลมุ่ ที่ ๓ เรอื่ ง กติกา กลมุ่ ท่ี ๔ เรือ่ ง กฎหมาย ๒) ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุม่ นำเสนอผลงานแผนผังความคิดหน้าช้ันเรียน ๓) ครตู ดิ แผนภูมกิ ติกาในห้องเรยี นแล้วให้นกั เรียนชว่ ยกันบอกว่ามีขอ้ ตกลง กติกา อะไรบ้าง ๔) ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ ค้นควา้ เก่ยี วกับระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมายขององคก์ รหรือ หนว่ ยงานต่าง แล้วสรปุ เพื่อนำเสนอหนา้ ช้นั เรียนในชั่วโมงต่อไป ดงั นี้ กลมุ่ ท่ี ๑ เรอื่ ง กฎ / ระเบียบการใช้ห้องสมุด กลมุ่ ท่ี ๒ เรือ่ ง กฎ / ระเบียบการใช้สนามเด็กเล่น กลุ่มท่ี ๓ เร่อื ง กฎ / ระเบียบของสถานทีร่ าชการ กลุ่มที่ ๔ เรือ่ ง กฎ / ระเบียบการใช้พืน้ ทส่ี วนสาธารณะ ช่วั โมงที่ ๒ ๕) ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานท่ีไปค้นคว้าหน้าชั้นเรยี น พร้อมทัง้ บอกผลดีของการ ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย และบอกผลเสียของการไม่ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย ๖) ครแู บ่งนักเรียนเปน็ ๒ กลุ่ม ดงั น้ี กลุ่มท่ี ๑ ให้ บอกผลดีของการปฏิบัตติ ามกฎ ระเบยี บ กติกา กฎหมาย แลว้ จัดทำเปน็ แผนภูมิ กลุ่มที่ ๒ ใหบ้ อกผลเสียของการไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎ ระเบียบ กติกา กฎหมาย แล้วจดั ทำเปน็ แผนภูมิ ๗) ให้นักเรียนนำเสนอผลงาน ๘) ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ว่า การปฏิบตั ิตนตามระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ของสงั คม จะทำให้คนเปน็ คนดี มรี ะเบยี บ สงั คมก็จะสงบสุข และประเทศชาติจะสามารถพัฒนาได้รวดเร็ว กา้ ว ทนั อารยประเทศ ๙) ครใู หน้ ักเรียนนำแผนภมู ิไปติดป้ายนเิ ทศภายในบรเิ วณโรงเรียน ๔.๒ ส่ือการเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้ ๑) ใบความรู้ เร่ือง ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมายขององค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๒) แผนภูมิกตกิ าของห้องเรียน ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วิธกี ารประเมิน ๑) ตรวจผลงานการทำแผนภูมเิ ก่ียวกบั ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมายขององค์กรหรือ หน่วยงานต่าง ๕.๒ เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมิน ๑) แบบให้คะแนนการตรวจผลงานการทำแผนภูมิเกยี่ วกบั ระเบียบ กฎ กตกิ า กฎหมาย ของ องค์กรหรอื หนว่ ยงานต่าง ๒) แบบสังเกตพฤติกรรม เรอ่ื ง ซ่ือสตั ย์สุจริต ๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน

128 ๖. บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชอ่ื ........................................ครผู ู้สอน (..................................................) ๗. ความคดิ เหน็ ผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................................................ ลงช่อื .....................................ผบู้ ริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๘.๑ ใบความรู้ เร่อื ง ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมายขององค์กรหรอื หน่วยงานต่าง ๘.๒ แผนภูมกิ ตกิ าของห้องเรยี น ๘.๓ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เรอื่ ง ซื่อสตั ย์ สจุ ริต

129 ข้อตกลงในห้องเรยี น ๑.การแต่งกายถูกต้องตามระเบียบ ๒.ขออนุญาตครกู อ่ นออกจากหอ้ งเรียน ๓.ไมน่ ำอาหารมารบั ประทานในหอ้ งเรยี น ๔.ไมว่ ง่ิ หยอกลอ้ กันในหอ้ งเรยี น ๕.ไม่ขีดเขยี นตามโต๊ะและฝาผนงั ๖.ไม่ลกั ขโมยส่ิงของของผู้อื่น ๗.ไม่ตะโกนส่งเสียงดงั ในห้องเรียน ๘.ทกุ คนต้องช่วยกันทำความสะอาด

130 ใบความรู้ เรือ่ ง ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย ระเบียบวนิ ยั คือ คุณสมบตั ทิ ่สี ำคญั ในการดำเนนิ ชวี ิต ความสำมารถของบคุ คล ในการควบคุมอารมณ์ และพฤตกิ รรมของตนเอง ใหเ้ ปน็ ไปตามทมี่ ุ่งหวงั โดยเกิดจากการ สำนึก ซ่ึงตอ้ งไมก่ ระทำการใด อันเปน็ ผลทำใหเ้ กิดความยุ่งยากแก่ตนเองในอนาคต หากแตต่ ้องเป็นส่งิ ทก่ี อ่ ใหเ้ กิดความเจริญรุ่งเรอื งแก่ตนเองและผ้อู น่ื โดย กฎ คอื ขอ้ บงั คับ ทอ่ี ย่ใู นความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกดิ ความเสยี หายตอ่ ทรพั ยส์ ิน และ ชีวติ ระเบยี บวินยั น้ันเปน็ ส่ิงซง่ึ มคี วามสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะกับนักเรยี นหรือเยาวชน อันจะเปน็ กำลงั อย่างมากในการพัฒนาประเทศ กติกา คอื กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลง หรอื ข้อกำหนด ท่บี ุคคลต้ังแต่ ๒ ฝา่ ยไปใชเ้ ปน็ หลกั ปฏบิ ตั เิ พื่อให้เกดิ ความเปน็ ธรรมแก่ทกุ ฝา่ ย กฎหมาย คือ กฎที่สถาบัน หรือผูม้ ีอำนาจสงู สุดในรฐั ตราขึ้น หรือทเี่ กิดข้นึ จาก จารตี ประเพณีอนั เป็นทย่ี อมรบั นับถอื เพ่ือใช้ในการบรหิ ารประเทศ เพอื่ ใช้บังคับบุคคลให้ ปฏบิ ัตติ าม

131 แบบสงั เกตพฤติกรรม เรื่อง ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ คำช้ีแจง บนั ทกึ ใหท้ ำเครื่องหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมทีเ่ กิดข้นึ จรงิ เลข ชือ่ -สกุล พูด ไมล่ กั ตรงไป ทำตวั ร้จู กั แยกแยะ สรุปผลการ ท่ี ความ ขโมย ตรงมา นา่ เช่อื ถือ ประโยชน์ส่วน ประเมนิ จรงิ ตนกบั ผ่าน ไมผ่ า่ น ประโยชน์ ส่วนรวม เกณฑ์การประเมิน ผ่านต้งั แต่ ๔ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผา่ นต่ำกว่า ๒ รายการ ถอื ว่า ไม่ผา่ น ลงชื่อ.........................................ผ้ปู ระเมิน (...................................................)

132 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ ๔ ชอ่ื หนว่ ย พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ เร่อื ง ความรบั ผิดชอบ ช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๓ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ๑.๒ ปฏบิ ัติตนตามหน้าท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถยกตวั อย่างการปฏบิ ตั ิตนที่แสดงถึงความรบั ผดิ ชอบได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - การปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ คี วามรบั ผิดชอบ หมายถงึ การปฏบิ ัตหิ นา้ ทท่ี ่ตี นไดร้ บั มอบหมายใน ฐานะนกั เรียน และการเปน็ บตุ รในครอบครัวด้วยความต้งั ใจได้เปน็ อยา่ งดี เชน่ - การตงั้ ใจเรยี นหนังสอื - ดูแลตนเองในกิจวัตรประจาวัน - เช่ือฟงั คำสัง่ สอนของพ่อแม่ - มาโรงเรยี นให้ทันเวลา - ชว่ ยพอ่ แม่ทำงานบ้าน ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ซอื่ สัตย์ สุจริต ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้ ชั่วโมงท่ี ๑ - ครูให้นักเรยี นชมวดี ิทศั น์ เรอ่ื งรจู้ ักหนา้ ท่ี นักเรยี นช่วยกนั วเิ คราะห์วา่ ตัวละครในเร่ือง ดังกลา่ วมีการกระทำใดท่แี สดงออกถึงการมีความรับผดิ ชอบหรือไม่ แลว้ ส่งผลกระทบต่อสิง่ ใดบา้ ง - ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ ๕ ถงึ ๗ คน ออกไปสำรวจบริเวณภายในโรงเรยี นและวาดแผนท่ี โรงเรยี น เชน่ ( อาคารเรยี น โรงอาหาร ห้องสมดุ หอ้ งสหกรณ์ หอ้ งดนตรี ห้องพยาบาล หอ้ งน้ำ สนามฟตุ บอล พ้ืนที่ทีใ่ ชร้ ่วมกันของโรงเรียน เปน็ ต้น ) ลงในกระดาษทแ่ี จกให้ โดยสงั เกตว่าสถานท่ี ใดบา้ งที่มีขยะมากดูไม่เปน็ ระเบียบเรียบร้อย สง่ กลน่ิ เหม็น และสร้างความรำคาญแกน่ กั เรยี น ให้ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ให้คะแนนสีสถานทท่ี ่สี นใจดังน้ี สแี ดง หมายถงึ พ้ืนท่เี ส่ยี ง มีขยะมากดูแลว้ ไม่เรยี บร้อย สสี ม้ หมายถึง พนื้ ทีเ่ ร่ิมจะมีความเสย่ี ง ตอ้ งงช่วยกันดูแลรักษา สีเขยี ว หมายถึง พ้นื ท่ีปลอดขยะ สะอาดสดใส และเป็นแบบอย่างได้ นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานเพ่ือแลกเปลย่ี นความคิดเห็น ดงั นี้ ก. สถานทส่ี ำรวจเปน็ อย่างไรบ้าง ข. นักเรยี นเคยใช้สถานทนี่ ้นั หรือไม่และเคยดูแลรกั ษาสถานทเ่ี หลา่ น้นั หรอื ไม่ ค. ถา้ โรงเรียนมีแตส่ ถานทีส่ แี ดง นักเรยี นคิดวา่ จะอยดู่ ้วยกันไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด

133 ง. ให้นกั เรียนชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ ว่าจะทำอย่างไรจงึ จะเปลย่ี นสถานทีส่ ีแดงใหเ้ ปน็ สี เขยี ว - ครู และนักเรยี นร่วมกนั สรุปกิจกรรมท่สี ำรวจ ทำให้นกั เรยี นทราบถึงสถานการณ์พื้นท่ี ในโรงเรยี นว่า มสี ภาพอยา่ งไรเพอ่ื ทจ่ี ะไดช้ ว่ ยกนั คดิ ปรบั ปรุง ซึง่ การดูแลสถานทตี่ า่ ง ในโรงเรยี น นน้ั เปน็ การทำเพอื่ สว่ นรวม และเปน็ “หน้าที่ความรับผดิ ชอบอยา่ งหนง่ึ ของนกั เรียนที่มีต่อโรงเรียน รวมทัง้ การท่ีนักเรียนปฏิบัติตนเปน็ ตวั อย่างในการทำความดี ผลท่ีเกดิ ข้นึ กจ็ ะชว่ ยให้โรงเรยี นเปน็ สถานทีน่ า่ อยู่น่าดนู า่ เรียน ดูไมม่ ีกลน่ิ นักเรยี นกจ็ ะมีสมาธใิ นการเรยี น” ช่วั โมงท่ี ๒ - นกั เรยี นจบั กลุม่ ๕ – ๗ คน เขียนแผนภาพความคิดเร่ือง ความรบั ผดิ ชอบตอ่ โรงเรยี น และ ตอ่ สังคม - นักเรียนยกตัวอย่างการปฏบิ ัติตนให้เปน็ ผมู้ คี วามรับผดิ ชอบต่อโรงเรยี น และต่อสังคมวา่ ตอ้ งปฏบิ ตั ิอย่างไรบ้างโดยให้นักเรียนไปค้นควา้ จากแหลง่ เรียนร้ตู า่ ง - นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรยี น โดยครูชว่ ยแนะนำเพ่ิมเติมในแนวทาง การปฏบิ ตั ิตนให้เป็นผทู้ ี่มีความรับผดิ ชอบ - ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ การปฏิบัตติ นใหเ้ ปน็ ผูม้ ีความรับผดิ ชอบต่อโรงเรยี นและตอ่ สงั คม ช่วั โมงที่ ๓ - ครใู หน้ ักเรยี นวาดภาพระบายสี “ความรับผิดชอบของฉัน” - ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ หนา้ ทแ่ี ละความรับผิดชอบ “การปฏิบตั ิตนตามความรบั ผิดชอบ เปน็ การปฏบิ ตั ิหนา้ ทที่ ี่ตนไดร้ ับมอบหมายในฐานะนักเรยี น และการเปน็ บุตรในครอบครัวดว้ ยความ ตั้งใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี เช่น - การตัง้ ใจเรียนหนังสือ - ดแู ลตนเองในกจิ วตั รประจาวัน - เชอ่ื ฟังคำส่ังสอนของพอ่ แม่ - มาโรงเรยี นให้ตรงเวลา - ชว่ ยพอ่ แม่ทำงานบ้าน ๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑) วดี ีทศั น์ เร่ือง รู้จักหน้าที่ https://www.youtube.com/watch?v=GATjrfppBBA ๒) แผนภาพความคดิ เรื่อง ความรับผิดชอบตอ่ โรงเรยี น และต่อสงั คม ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑) ตรวจแผนภาพความคิดเรอื่ ง ความรับผดิ ชอบตอ่ โรงเรียน และต่อสังคม ๒) ตรวจแบบสังเกตพฤติกรรม ซื่อสตั ย์ สจุ ริต ๕.๒ เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการประเมิน ๑) แผนภาพความคิดเรือ่ ง ความรับผดิ ชอบต่อโรงเรียน และต่อสังคม ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ ๑) นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถือว่า ผ่าน

134 ๖. บนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ ................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงชอื่ ........................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ความคิดเห็นผูบ้ ริหาร ........................................................................................................................................................ .... ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชือ่ .....................................ผบู้ รหิ าร (นายจรัญ วารินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๘.๑ แผนภาพความคิดเร่ือง ความรบั ผิดชอบต่อโรงเรยี น และตอ่ สังคม ๘.๒ วีดที ศั น์ เรอ่ื ง รู้จักหนา้ ที่ https://www.youtube.com/watch?v=GATjrfppBBA ๘.๓ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ซอื่ สตั ย์ สุจริต

135 แผนภาพความคดิ ความรับผดิ ชอบตอ่ โรงเรียน และต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อโรงเรียนและต่อสังคม

136 แบบบันทกึ การสำรวจพน้ื ที่บริเวณโรงเรยี น คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นสำรวจบริเวณภายในโรงเรียนและวาดแผนทโ่ี รงเรยี น ( มอี าคาร โรงอาหาร ห้องสมดุ หอ้ งสหกรณ์ หอ้ งดนตรี ห้องพยาบาล ห้องนำ้ สนามฟุตบอล พ้นื ที่ที่ ใช้ร่วมกนั ของโรงเรียน แล้วบันทกึ ผลลงแบบบนั ทกึ สีแดง หมายถงึ พ้ืนท่ีเสี่ยง มีขยะมากดูแลว้ ไม่เรียบร้อย สสี ้ม หมายถงึ พื้นทีเ่ รม่ิ จะมีความเสย่ี ง ต้องชว่ ยกนั ดูแลรักษา สีเขียว หมายถึง พืน้ ที่ปลอดขยะ สะอาดสดใส และเปน็ แบบอยา่ งได้ บรเิ วณท่ีสำรวจ ............................................................................................................................. ................................ ................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................ . สิ่งท่พี บเหน็ ...................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ................................. ............................................................................................................................. ................................ คะแนนสที ่ีได้ ............................................................................................................................. ................................ ................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................

137 แบบสงั เกตพฤติกรรม เรื่อง ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต คำช้ีแจง บนั ทกึ ใหท้ ำเครื่องหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมทีเ่ กิดข้นึ จรงิ เลข ชือ่ -สกุล พูด ไมล่ กั ตรงไป ทำตวั ร้จู กั แยกแยะ สรุปผลการ ท่ี ความ ขโมย ตรงมา นา่ เช่อื ถือ ประโยชน์ส่วน ประเมนิ จรงิ ตนกบั ผ่าน ไมผ่ า่ น ประโยชน์ ส่วนรวม เกณฑ์การประเมิน ผ่านต้งั แต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผา่ นต่ำกว่า ๒ รายการ ถอื ว่า ไม่ผา่ น ลงชื่อ.........................................ผ้ปู ระเมิน (...................................................)

138 แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ ๔ ช่อื หนว่ ย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔ เร่ือง ความเปน็ พลเมือง ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๓ ชวั่ โมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม ๑.๒ ปฏิบัตติ นตามหนา้ ท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของการเปน็ พลเมืองดีได้ ๒.๒ นักเรยี นสามารถยกตัวอยา่ งการปฏบิ ตั ิตนให้เป็นพลเมืองท่ีดี ๒.๓ นกั เรยี นสามารถบอกผลเสยี ทเี่ กดิ จากการไม่ปฏบิ ัติตนตามหน้าที่ของพลเมืองท่ีดีได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความหมายของพลเมืองทด่ี ี พลเมืองดี หมายถึง ผทู้ ี่ปฏบิ ตั ิหน้าทพี่ ลเมืองได้ครบถ้วน ทั้งกิจที่ ตอ้ งทำ และกจิ ทค่ี วรทำหนา้ ท่ี หมายถึง กจิ ท่ีตอ้ งทำ หรอื ควรทำ เป็นสง่ิ ทก่ี ำหนดใหท้ ำ หรอื ห้ามมิ ใหก้ ระทำ ถา้ ทำก็จะก่อให้เกิดผลดี เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเอง ครอบครวั หรือสงั คมสว่ นรวมแลว้ แต่ กรณีถา้ ไม่ทำหรือไม่ละเว้นการกระทำตามท่ีกำหนดจะได้รับผลเสยี โดยตรง คอื ไดร้ บั โทษ หรอื ถูก บังคบั เช่น ปรบั จำคกุ หรือประหารชีวิต เป็นต้น โดยทวั่ ไปส่ิงทีร่ ะบกุ ิจทีต่ ้องทำ ไดแ้ ก่ กฎหมาย เป็นตน้ ๓.๒ สมรรถนะท่ีสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการสอ่ื สาร ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ คำนึงถึงผลประโยชน์การมีวนิ ัย และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้ ช่วั โมงท่ี ๑ ๑. นกั เรยี นดวู ีดทิ ัศน์ เร่ือง คนไทยไม่คอรร์ ปั ชนั นักเรียนชว่ ยกนั วเิ คราะห์ว่า ตัวละครในเร่อื ง ดังกล่าวมีการกระทำใดท่ีแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดี การกระทำใดท่แี สดงว่าเปน็ พลเมอื งไม่ดี และการเป็นพลเมืองไม่ดี มีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร ๒. นกั เรยี นดภู าพกิจกรรมต่าง ท่แี สดงถึงการมสี ่วนรว่ มในสังคม เชน่ ๑) ภาพการปลกู ป่า ๒) ภาพการเลอื กต้ัง ๓) ภาพการตดั ไม้ ๓. ให้นกั เรยี นเขยี นแสดงความคิดเหน็ ตามประเดน็ ท่กี ำหนดในใบงานท่๑ี เร่ือง เขาทำอะไร ๔. ครแู ละนักเรยี นสรปุ ความหมายของพลเมอื งทีด่ ี หมายถึง “ ผ้ทู ป่ี ฏบิ ัติหน้าที่พลเมืองได้ ครบถว้ น ทัง้ กิจที่ตอ้ งทำ และกิจท่ีควรทำหนา้ ที่ หมายถงึ กิจท่ตี ้องทำ หรอื ควรทำ เป็นสิง่ ท่ี กำหนดให้ทำ หรือ ห้ามมใิ ห้ กระทำ ถา้ ทำกจ็ ะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดี เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง ครอบครวั หรือสังคมส่วนรวมแลว้ แตก่ รณี ถา้ ไมท่ ำหรือไมล่ ะเวน้ การกระทำตามท่ีกำหนดจะไดร้ บั ผลเสีย โดยตรง คอื ไดร้ ับโทษ หรือถูกบงั คับ เช่น ปรบั จำคุก หรือประหารชวี ติ เปน็ ตน้ โดยทว่ั ไปส่งิ ที่

139 ระบุกจิ ทีต่ ้องทำ ได้แก่ กฎหมาย เป็นต้น” ช่ัวโมงที่ ๒ ๕. นกั เรียนจบั กล่มุ ๕ – ๗ คน ทำใบงานท๒ี เรื่อง บทบาทหน้าที่พลเมืองทด่ี ี่ ๖. นักเรยี นยกตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ป็นพลเมอื งท่ีดี วา่ ต้องปฏบิ ตั ิอยา่ งไรบ้างโดยให้ นักเรยี นไปค้นคว้าจากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๗. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลงานหน้าในชนั้ เรยี นโดยครชู ่วยแนะนำเพ่มิ เตมิ ในแนวทางการ ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน้าท่ผี ลเมอื งทด่ี ี ๘. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ การปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ป็นพลเมืองดี เชน่ การช่วยคนตาบอดข้ามถนน บนทางมา้ ลาย ชั่วโมงท่ี ๓ ๙ .ครใู ห้นักเรียนกลมุ่ เดิมช่วยกันคดิ เร่อื ง การปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ขี องพลเมืองดแี ละ ผลเสยี จากการไม่ปฏิบตั ิตามหน้าทกี่ ารเปน็ พลเมืองดใี นประเดน็ ดังนี้ - เคารพสิทธแิ ละเสรีภาพของตนเองและผ้อู ืน่ - ทำประโยชนต์ ่อสงั คมและประเทศชาติ ๑๐. ให้นกั เรียนนำเสนอผลงาน ๑๑. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทำใบงานท่ี ๓ เร่ือง ปฏิบตั ติ นพลเมอื งดีและผลเสียทเ่ี กดิ จากการไม่ ปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองดี แล้วนำไปจัดปา้ ยนิเทศ ๑๒. ครู และนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความเปน็ พลเมืองดีว่า “บคุ คลจะเป็นพลเมอื งดีของสงั คมนน้ั ต้องตระหนกั ถึงบทบาทหน้าท่ี ทจ่ี ะต้องปฏบิ ตั ิ และมุ่งมนั่ เพื่อให้บรรลุเปา้ หมาย ด้วยความ รบั ผดิ ชอบอย่างเต็มท่ีสอดคล้องกบั หลักธรรม วัฒนธรรมประเพณี และรัฐธรรมนญู ท่ีกำหนดไว้ รวมทงั้ บทบาททางสงั คมท่ตี นดำรงอยู่ เพื่อให้เกิดประสิทธภิ าพสูงสดุ และไดป้ ระสิทธผิ ลทง้ั ในส่วน ตนและสงั คม เมื่อสำมารถปฏิบัติหน้าท่ไี ด้อย่างถกู ต้องสมบูรณ์ยอ่ มเกดิ ความภาคภมู ใิ จและเกิดผลดี ทงั้ ต่อตนเองและสงั คม ด้วยการเปน็ พลเมืองดีท่ีเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิเสรภี าพของผ้อู ่นื มีความ กระตือรอื รน้ ที่จะเข้ามามีสว่ นรว่ มในการแก้ปัญหาของชมุ ชนและสังคม มคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมเป็น หลกั ในการดำเนินชวี ติ อย่างผาสขุ ” ๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) วดี ิทัศนเ์ ร่อื ง คนไทยไม่คอรปั ชน่ั https://www.youtube.com/watch?v=ihrlY๖zniZw ๒) ใบงานท๑่ี เรอ่ื ง เขาทำอะไร ? ๓) ใบงานที๒่ เรื่อง บทบาทหนา้ ทพี่ ลเมอื งดี ๔) ใบงานที่ ๓ เรอ่ื ง ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดี ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑ เรื่อง เขาทำอะไร ? ๒) ตรวจใบงานที่ ๒ เรื่อง บทบาทหนา้ ท่ีพลเมอื งดี ๓) ตรวจใบงานที่ ๓ เรือ่ ง ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดี ๕.๒ เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการประเมิน ๑) ใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง เขาทำอะไร ? ๒) ใบงานท่ี ๒ เรือ่ ง บทบาทหนา้ ท่ีพลเมืองดี

140 ๓) ใบงานท่ี ๓ เรื่อง ปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองดี ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน ๑) นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ๘๐ ขน้ึ ไป ถอื ว่า ผา่ น ๖. บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื ........................................ครผู สู้ อน (..................................................) ๗. ความคดิ เห็นผู้บรหิ าร ............................................................................................................................. ................................ ................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื .....................................ผูบ้ รหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๘.๑ ใบงานท๑ี เรอื่ งเขาทำอะไร ?่ ๘.๒ ใบงานที๒เร่อื ง บทบาทหน้าท่ีพลเมอื งดี่ ๘.๓ แบบบนั ทกึ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี

141 ใบงานที่ ๑ เรื่อง เขาทำอะไร ? คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นแสดงความรสู้ ึกใต้ภาพและเขยี นบรรยายผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ ตอ่ สงั คม อยา่ งไร ภาพท่ี ๑ กจิ กรรมในภาพเปน็ การกระทำใด. ................................................................. บุคลในภาพเป็นคนอย่างไร…………………………… การกระทำดังกล่าวสง่ ผลต่อสังคมและประเทศชาติอย่างไร ................................................................................. ............................................................................ .................................................................................. .......................................................................... . ภาพที่ ๒ กจิ กรรมในภาพเป็นการกระทำใด........................ บุคลในภาพเปน็ คนอยา่ งไร………………………………… การกระทำดงั กลา่ วส่งผลตอ่ สังคมและประเทศชาติอยา่ งไร ................................................................................. .......................................................................................................................... .................................. ........................................................................................................................................................... .. ภาพที่ ๓ กจิ กรรมในภาพเป็นการกระทำใด.............................................................. บคุ ลในภาพเปน็ คนอย่างไร……………………………… การกระทำดงั กลา่ วสง่ ผลตอ่ สังคมและประเทศชาติอย่างไร ................................................................................. .............................................................................................................................

142 ใบงานท่ี ๒ เร่ือง บทบาทหน้าท่ีพลเมืองดี คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนผงั มโนทัศนแ์ สดงถึงบทบาทหน้าที่ผลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ บทบาทหน้าท่ีพลเมืองดตี ่อสงั คมและประเทศชาติ

143 ใบงานท่ี ๓ ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมอื งดี คำช้แี จง ให้นักเรียนบนั ทกึ ปฏิบัตติ นเปน็ เยาวชนท่ีดี โดยครอบคลุมในเร่อื ง การทำ ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ พฤติกรรม ผลดจี ากการปฏบิ ัติ ผลเสยี จากการไม่ปฏบิ ตั ิ ตวั อย่าง สภาพแวดล้อมดี สภาพแวดล้อมเส่ือมโทรม การปลกู ต้นไม้บรเิ วณ มผี ลตอ่ สุขภาพสว่ นรวมดี สภาพอากาศไม่ดีต่อสุขภาพ หมูบ่ ้าน/ในชุมชน

144


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook