Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรทุจริต ป.5

หลักสูตรทุจริต ป.5

Published by charunwarin.321, 2023-06-04 00:52:10

Description: หลักสูตรทุจริต ป.5

Search

Read the Text Version

45 ๘. ภาคผนวก ใบงาน เรอ่ื ง วินมอเตอร์ไซคเ์ จ้าถิ่น ชื่อ.............................................................................................ชั้น. .................เลขท่ี.................. คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนอา่ นขา่ ว แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ นกั ศกึ ษาจุฬา เรียกใช้บริการผ่านแอพพลเิ คชน่ั หรอื grab bike เน่อื งจากหนำ้ หอพกั ขณะนั้นไม่มวี ินมอเตอร์ไซคร์ ับจ้าง และเมื่อ grab bike มาถงึ กลบั ถูกวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างประจา ซอยขบั ไล่และดึงกุญแจรถออกจนทะเลาะววิ าทกนั เรียบเรยี ง PPTV ข่าว ๑) นักเรยี นคิดว่าการกระทำของวนิ มอเตอร์ไซค์รับจ้างประจาซอยเป็นการกระทำท่ีเหมาะสมหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ......................................................................................... .................................................................... ............................................................................................................................. ................................ .................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................ ๒) ถ้านกั เรยี นเป็น นักศึกษาดังกล่าว นกั เรยี นจะแกไ้ ขปัญหาท่ีเกดิ ขนึ้ อยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................ .................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................. ................................

46 แบบสงั เกตพฤติกรรม เรอ่ื ง ซ่ือสตั ย์ สุจรติ คำชแ้ี จง การบันทึกให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องทต่ี รงกับพฤติกรรมท่เี กดิ ข้นึ จริง ที่ ช่ือสกุล รายการ สรปุ ผลการ ประเมนิ พดู ไมล่ ัก ตรงไป ทำตัว ร้จู ักแยกแยะ ผ่าน ไมผ่ า่ น ความ ขโมย ตรงมา นา่ เชื่อถอื ประโยชน์ จรงิ สว่ นตนกบั ประโยชน์ ส่วนรวม เกณฑ์การประเมนิ ผ่านตง้ั แต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผา่ น ๑-๒ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

47 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๑ ช่อื หน่วย การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สวนตนกับผลประโยชนส์ วนรวม ชนั ประถมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๗ เรือ่ ง ผลประโยชนท์ บั ซ้อนเวลา ๒ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการต่อตา้ นและปอ้ งกนั การทจุ รติ ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของผลประโยชนท์ บั ซ้อนได้ ๒.๒ นักเรยี นสามารถยกตัวอย่างผลประโยชนท์ ับซ้อนได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ผลประโยชน์ทับซอ้ น คือ ผลประโยชนส์ ่วนตวั ของเจ้าหนา้ ทีร่ ฐั ไปขัดแยง้ กับผลประโยชน์ ส่วนรวมแลว้ ตอ้ งเลือกเอาอย่างใดอย่างหนงึ่ ซึ่งทำใหต้ ดั สินใจได้ยากในอนั ทจี่ ะปฏิบัตหิ น้าท่ีให้ เกิด ความเป็นธรรมและปราศจากอคติการท่ีเจ้าหนา้ ทีข่ องรัฐกระทำการใด ตามอำนาจหน้าที่เพือ่ ประโยชน์ส่วนรวม แตก่ ลบั เขา้ ไปมีสว่ นได้เสียกบั กจิ กรรม หรอื การดำเนนิ การทเี่ อ้ือผลประโยชนใ์ ห้กบั ตนเองหรอื พวกพอ้ ง ทำให้การใช้อำนาจหน้าทเี่ ป็นไปโดย ไม่สุจรติ ก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อภาครัฐ สาเหตุการเกิด ผลประโยชนท์ ับซอ้ น เกดิ จากเจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั มีบทบาทที่ขดั แย้งกนั ๒ บทบาท ได้แก่ บทบาทที่ ๑ คอื บทบาทท่ีตัดสนิ ใจตามหน้าที่ความรบั ผดิ ชอบ บทบาทท่ี ๒ คอื บทบาทท่ีตดั สนิ ใจตามผลประโยชน์สว่ นตวั ซง่ึ อาจจะไม่ผดิ กฎหมาย แต่ เมอื่ ตดั สินใจไปแล้วจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจตามหนา้ ท่ีทำใหเ้ กดิ ปญั หาหรือความผิดได้ ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ๑) ความสำมารถในการสื่อสาร ๒) ความสามารถในการคดิ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ ๑) ซือ่ สัตย์สุจริต ๒) มีจติ สาธารณะ ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้ ๑) ชวั่ โมงท่ี ๑ ๑. ใหน้ กั เรียนดูวดี ิทศั น์ เรื่อง นิมนตย์ ้ิมเดล่ี คนดีไม่คอรร์ ัปชนั ตอน แยง่ ที่ ซึง่ เป็นเรือ่ ง เกี่ยวกับการแย่งที่จอดเรือโดยมีคนติดสินบนเจา้ หนา้ ที่ ซ่ึงเจ้าหนา้ ที่ผ้นู น้ั ไม่ยอมรบั สนิ บน และจบั ตัว คนทจ่ี ะให้สินบนไปลงโทษ

48 ๒. ใหน้ ักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องท่ีเกิดข้นึ จากการดูวิดิทัศน์ ตามประเด็นตอ่ ไปน้ี ๒.๑ เกิดเหตุการณ์อะไรขนึ้ (เกดิ การแยง่ ทจี่ อดเรอื ระหวา่ งกลุม่ คนขับเรือ) ๒.๒ คนขบั เรอื ทำอย่างไรเพื่อให้มีทีจ่ อดเรือ (จ่ายเงนิ สนิ บนใหเ้ จ้าหน้าท่ที ีด่ ูแลควบคุมการจอดเรือ) ๒.๓ เจา้ หน้าที่ทำอย่างไร (ไม่ยอมรบั เงินสินบน) ๒.๔ ผลสรุปของเหตกุ ารณเ์ ป็นอยา่ งไร (คนขับเรือท่ีพยายามให้สินบนเจา้ หนา้ ทถ่ี ูกจับ) ๒.๕ นกั เรียนคดิ วา่ เจา้ หน้าทที่ ำถกู หรือไม่ เพราะเหตุใด (ทำถูกต้อง เพราะ สามารถแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชนส์ วนรวมได)้ ่ ๒.๖ ถ้านกั เรียนเปน็ เจา้ หน้าท่ีนักเรยี นจะทำอย่างไร (ไม่รับเงินสินบนและจบั คนขบั เรือไปดำเนินคดี เพราะการรับเงนิ สนิ บนเปน็ เรือ่ งที่ ผิดและทำให้ผู้อน่ื เกดิ ความเดือดร้อน) ๒.๗ ผลสรปุ การกระทำของเจา้ หน้าทเ่ี ป็นอย่างไร (เจา้ หนา้ ทเี่ ลง็ เหน็ ผลประโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชนส์ ่วนตัว และสามารถ แยกแยะสิ่งสองส่งิ นี้ออกจากกันได้อยา่ งชดั เจน ทำให้การปฏบิ ตั ิหน้าทีเ่ ป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม) ๓. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาใบความรู้ เร่ือง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น ๔. ครู อธิบายความหมายของผลประโยชน์ ทับซ้อนวา่ เกดิ จากการเจ้าหนา้ ท่ีของรัฐมี บทบาทท่ีขดั แยง้ กัน ๒ บทบาท ได้แก่ บทบาทท่ี ๑ คือบทบาททีต่ ดั สนิ ใจตามหน้าทค่ี วามรับผดิ ชอบ บทบาทที่ ๒ คือบทบาททตี่ ดั สินใจตามผลประโยชนส์ ว่ นตวั ซึง่ อาจจะไม่ผดิ กฎหมาย แต่ เมอ่ื ตดั สนิ ใจไปแล้วจะมผี ลกระทบต่อการตัดสินใจตามหน้าทีท่ ำใหเ้ กิดปญั หาหรือความผิดได้ ๕. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั มโนทัศน์ เรื่อง ผลประโยชน์ทบั ซ้อน ๒) ชว่ั โมงที่ ๒ ๑. ครยู กตวั อยา่ งความขัดแย้งกนั ของบทบาทหนา้ ท่ขี องเจ้าหน้าทขี่ องรฐั เชน่ ครูสั่ง ใหน้ กั เรยี นไปซ้ือของสำหรับทำงานประดิษฐใ์ นวชิ าของตนเองโดยของชิ้นน้นั หาซอ้ื ไดท้ รี่ ้านคา้ ของ ตนเองเท่านัน้ บทบาทท่ี ๑ คือ ส่ังงานตามหน้าทีข่ องครู บทบาทท่ี ๒ คอื ต้องการหารายได้เขา้ กจิ การของตัวเอง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น คอื ครูได้รบั ผลประโยชนจ์ ากการส่ังใหน้ ักเรยี นซ้ือของท่ีร้านค้าของ ตนเอง ๒. ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาเหตกุ ารณท์ ที่ ำให้เกิดผลประโยชน์ทบั ซอ้ นจากข่าวใน หนังสอื พิมพห์ รืออินเทอร์เน็ต แล้วเขียนเหตกุ ารณ์นัน้ ลงในใบงาน เร่ือง บทบาทท่ีขดั แย้ง ๓. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ผลประโยชน์ทบั ซอ้ นร่วมกัน แลว้ นำผลงานไปตดิ ปา้ ย นิเทศ

49 ๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑) วีดทิ ศั น์ เร่ือง นิมนต์ย้มิ เดล่ี คนดีไม่คอรร์ ปั ชัน ตอน แยง่ ท่ี จากเวบ็ ไซต์ https://m.youtube.com>wach ๒) ใบความรู้ เรอ่ื ง ผลประโยชนท์ ับซอ้ น ๓) ใบงาน เร่ือง บทบาทท่ีขัดแย้ง ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธกี ารประเมิน ๑) ตรวจผลงานการทำผังมโนทศั น์ เร่ือง ผลประโยชนท์ บั ซ้อน ๒) ตรวจผลงานการทำใบงาน เรื่อง บทบาทที่ขัดแย้ง ๕.๒ เครอื่ งมือที่ใช้ในการประเมนิ ๑) แบบประเมินผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง ผลประโยชนท์ ับซ้อน ๒) แบบตรวจใบงาน เร่อื ง บทบาททข่ี ัดแย้ง ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน ๑) นกั เรียนผา่ นการประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป 6. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงช่อื ........................................ครผู ้สู อน (..................................................) 7. ความคิดเหน็ ผบู้ รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ลงชอ่ื .....................................ผ้บู ริหาร (นายจรญั วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน

50 8. ภาคผนวก ใบความรู้ เร่ือง ผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชนท์ ับซอ้ น คอื ผลประโยชนส์ ว่ นตัวของเจ้าหนา้ ทร่ี ฐั ไปขัดแยง้ กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมแลว้ ตอ้ ง เลอื กเอาอย่างใดอย่างหนึง่ ซง่ึ ทำให้ตดั สนิ ใจไดย้ ากในอนั ทจ่ี ะปฏิบตั หิ น้าทใ่ี หเ้ กิดความเป็นธรรมและ ปราศจากอคติการทเี่ จา้ หน้าท่ีของรัฐกระทำการใด ตามอำนาจหน้าทเี่ พ่ือประโยชนส์ ่วนรวม แตก่ ลับ เขา้ ไปมีสว่ นได้เสยี กับกจิ กรรมหรอื การดำเนินการที่เอ้ือผลประโยชนใ์ ห้กับตนเองหรอื พวกพ้อง ทำ ใหก้ ารใช้อำนาจหนา้ ทีเ่ ป็นไปโดยไม่สุจรติ ก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อภาครัฐ สาเหตกุ ารเกดิ ผลประโยชนท์ ับซอ้ น เกดิ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีบทบาททข่ี ัดแย้งกนั ๒ บทบาท ไดแ้ ก่ บทบาทที่ ๑ คอื บทบาทท่ีตดั สินใจตามหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบ บทบาทที่ ๒ คือ บทบาทที่ตดั สนิ ใจตามผลประโยชน์ สว่ นตวั ซง่ึ อาจจะไมผ่ ดิ กฎหมาย แตเ่ มือ่ ตัดสนิ ใจไปแลว้ จะมผี ลกระทบต่อการตัดสนิ ใจตามหนา้ ทีท่ ำใหเ้ กดิ ปญั หาหรือความผดิ ได้ ครูสงั่ ให้นกั เรียนไปซือ้ ของสำหรับทำงานประดิษฐใ์ นวชิ าของตนเอง โดยของช้นิ นั้นหาซื้อได้ทร่ี า้ นค้าของตนเองเทา่ นนั้ บทบาทที่ ๑ คือ ส่ังงานตามหน้าที่ของครู บทบาทที่ ๒ คือ ตอ้ งการหารายได้เข้ากจิ การของตวั เอง ผลประโยชน์ทบั ซ้อน คือ ครไู ดร้ ับผลประโยชนจ์ ากการสั่งให้นกั เรยี นซ้ือของท่ีรา้ นค้าของตนเอง ปลดั อำเภอจัด งานเล้ยี งตอ้ นรับนายอำเภอที่มารบั หนา้ ท่ใี หม่ โดยวา่ จา้ งนอ้ งชายของภรรยาเป็นผ้จู ดั การ บทบาทท่ี ๑ คอื จัดงานตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย บทบาทท่ี ๒ คอื จัดหางานว่าจา้ งให้กจิ การภายในครอบครัว ผลประโยชน์ทับซอ้ นคือ อนมุ ตั ิโครงการทีม่ ปี ระโยชนต์ อ่ ธุรกิจของตนเองโดยทโ่ี ครงการนน้ั อาจไม่ ก่อให้เกิดประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม

51 ใบงาน เรอื่ ง บทบาทท่ีขดั แยง้ ชื่อ...............................................สกลุ ............................................ .เลขท่.ี .............ชั้น................ ให้นกั เรยี นระบบุ ทบาทท่ี ๑ และสมมตบิ ทบาทที่ ๒ ท่มี ีโอกาสเกดิ ขึ้นในแต่ละอาชพี ที่กำหนดให้ บทบาทที่ ๑ (การทำตามหนา้ ที่) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนมีหน้าที่พิจารณารับนักเรยี นเขา้ ศกึ ษาตอ่ ............................................................................................................................ ................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................... ................................................................ บทบาทท่ี ๒ (การทำตามผลประโยชนส์ ว่ นตน) เชน่ ผ้อู ำนวยการรับเงินจากผูป้ กครองเพอื่ แลกเปลี่ยนกับการเข้า เรียนของนักเรยี น ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. .............................................................. ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ..................................

52 คำช้แี จง การบันทึกให้ลงคะแนนในช่องทต่ี รงกบั พฤติกรรมที่เกิดข้นึ จริง แบบประเมินผงั มโนทศั น์ ท่ี ชื่อสกลุ เลอื กใ ความ รายละ สาระ การ องคป์ ระ การ ขอ้ รว สรุปผล ช้ผงั สวย เอียด ถูก สะกด กอบ นำ มูลท่ี ม การ มโน งาม เหมาะ ตอ้ ง คำ ของผงั เสนอ นำ ประเมิน ทัศน์ ประ สม เครอื่ ง มโน ข้อมูล เสนอ ผา่ ไม่ เหมาะ ณตี หมาย ทัศน์ ดงู า่ ย ชัด น ผา่ สม ของผัง การใช้ ครบถว้ น่าสน เจน น มโน ภาษา นตามที่ ใจ ถูก ทศั น์ ถูกต้อง กำหนด ต้อง

ที่ ช่อื สกุล แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน 53 จำนวนขอ้ ท่ีถูกต้อง คะแนน ผลการประเมิน ผา่ น ไมผ่ า่ น

54 หน่วยท่ี ๒ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ

55 แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ ๒ ชือ่ หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง การทำการบ้าน ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรคู้ วามเขา้ ใจ เกย่ี วกบั ความไมท่ นและความละอายต่อการทุจรติ ๑.๒ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผูไ้ มท่ นและละอายต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๒.๑ นักเรยี นสามารถเรียนรแู้ ละมคี วามเข้าใจเกย่ี วกับความไม่ทนและความละอายต่อการทุจริต ๒.๒ นักเรยี นสามารถปฏิบัตติ นเป็นผ้ไู ม่ทนและละอายต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การทำการบ้านถือวา่ เป็นการฝกึ ฝนและการทบทวนบทเรียนท่ไี ดเ้ รยี นมา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำข้อตกลงร่วมกันในชั้นเรยี น แตถ่ า้ หากลอกการบ้านถือว่าเป็นการกระทำท่ไี ม่ถูกตอ้ งเป็นการ กระทำท่ที ุจรติ ที่ก่อให้เกิดผลเสยี ตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑) ความสามารถในการคดิ ๒) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต ๓) ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๓ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มงุ่ ม่ันในการทำงาน ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขนั้ การเรียนรู้ ๑) ครูใหน้ กั เรยี นดูวีดทิ ัศน์ เรือ่ ง สนิม เก่ยี วกับการลอกการบ้านเพ่ือน ๒) ให้นกั เรียนคดิ วิเคราะห์ตามหัวข้อดงั ต่อไปน้ี ๑. พฤตกิ รรมของนักเรียนหญิงในการชว่ ยเพ่ือนในแตล่ ะครั้งถกู ต้องหรือไม่ ๒. ถา้ นกั เรยี นเป็นโจกับปอรน์ จะแก้ปัญหาการไม่ส่งการบา้ นได้อย่างไร ๓) ครใู ห้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอการวิเคราะหข์ องตนเองหนา้ ชน้ั เรียน ๔) ครใู ห้นกั เรียนทำข้อตกลงร่วมกนั ในการส่งการบ้านแตล่ ะวิชา แลว้ นำขอ้ ตกลงไปติดตามมุม ต่าง ของห้องเรียน ๕) ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุป “การลอกการบ้านเป็นจดุ เริ่มตน้ ของการทจุ ริตซ่ึงเปน็ การ กระทำท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง ๔.๒ สือ่ การเรยี นรู้ ๑) วีดิทัศน์ เร่ือง สนมิ เกยี่ วกับการลอกการบ้านเพ่อื น จากเว็บไซต์ https://youtube/g_mRPxeVhk๘ ๒) ข้อตกลงรว่ มกันในการส่งการบ้านแตล่ ะวชิ า

56 ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน สังเกตการพฤติกรรม ๕.๒ เคร่อื งมือในการประเมิน แบบสังเกตพฤติกรรม ๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ ๑) เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมรายบุคคล ๑. การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน ๒. การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ กำหนดเกณฑไ์ ด้ตามความ เหมาะสมหรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี ๙–๑๐ คะแนน = ๔ (ดมี าก) ๗–๘ คะแนน = ๓ (ด)ี ๕–๖ คะแนน = ๒ (พอใช)้ ๐–๔ คะแนน = ๑ (ควรปรบั ปรุง) ๒) นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดบั ดี ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่าน 6. บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................. ............................... .......................................................................................... .................................................................. ลงชือ่ ........................................ครผู สู้ อน (..................................................) 7. ความคดิ เห็นผบู้ รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชอื่ .....................................ผู้บริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน

57 8. ภาคผนวก แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทำงานเปน็ รายบุคคล ผลงาน/กิจกรรมท่ี ........ เรือ่ ง ............................................................................................ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ................................................. คำชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการปฏิบตั กิ ิจกรรมของนกั เรยี น แลว้ เขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่อง รายการพฤติกรรมทีน่ ักเรยี นปฏิบตั ิ เล ชื่อสกุล สนใจ ตอบ เสนอ รับฟงั ให้ มุ่งมั่ ประ เคารพ ทำ พอใจ รวม ระดบั คณุ ภาพ ข ใน คำ ความ ความ ความ นทำ เมนิ ขอ้ ตก ตาม กับ คะ ๔ ๓ ๒ ๑ ท่ี การ ถาม คิด คดิ เห็ ช่วยเห งา่ น และ ลง หน้า ความ แนน ทำ ตรง เหน็ นของ ลอื ให้ ปรับ ของ ที่ท่ี สำเร็จ งาน ประ ผ้อู ืน่ ผ้อู ืน่ สำ ปรงุ กลมุ่ ได้ ของ เดน็ เร็จ งาน รับ งาน ดว้ ย มอบ ความ หมา เตม็ ใจ ย เกณฑ์การประเมนิ ๑. การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน ๒. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คณุ ภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ กำหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ เหมาะสมหรอื อาจใชเ้ กณฑด์ ังนี้ ๙–๑๐ คะแนน = ๔ (ดมี าก) ๗–๘ คะแนน = ๓ (ด)ี ๕–๖ คะแนน = ๒ (พอใช)้ ๐–๔ คะแนน = ๑ (ควรปรบั ปรุง)

58 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี ๒ ชอื่ หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒เรื่อง การทำเวร ชนั้ ประถมศึกษาปี ๕ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจ เกีย่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ นกั เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจ เก่ยี วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ๒.๒ นักเรยี นสำมารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การอยรู่ ่วมกันในสังคม จำเป็นอย่างย่ิงทเี่ ราต้องรจู้ กั มีความรับผิด ชอบรู้หน้าท่ขี องตนเอง แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกบั สว่ นรวม มีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม รกั ษาสมบัติสว่ นตน และส่วนรวม ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น ๑. ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๒. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ๓.๓ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มวี ินัย ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้ ๑) ให้นกั เรยี นดูวดี ิทัศน์ เรอ่ื ง นกั เรียนไม่ยอมทำเวร คณุ ครูเลยจัดให้ซะ ๒) ครใู หน้ ักเรยี นจับคู่ แลว้ รว่ มกันวิเคราะห์ประเดน็ ดังตอ่ ไปนี้ บันทกึ ลงในใบงาน เรื่องคุณครทู ี่ รกั ๑. ถ้านักเรียนเป็นคุณครทู า่ นนั้น นักเรียนจะแก้ปัญหาจากการทีน่ ักเรียนไม่ทำเวรอย่างไร ๒. ถ้าไมต่ ้องการให้ห้องเรียนสกปรก นกั เรียนจะมีวิธกี ารชว่ ยกันอยา่ งไร ๓) ครใู ห้นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง คุณครูที่รัก แลว้ นำเสนอหน้าชัน้ เรียน ๔) ครใู หน้ กั เรียนแบ่งหน้าที่รบั ผดิ ชอบการทำเวรท้ังในหอ้ งเรยี น และนอกห้องเรียน ๕) ครใู ห้นกั เรยี นสรา้ งกติกาการใช้หอ้ งเรยี นรว่ มกนั โดยการเขยี นแผนภูมิแล้วนำไปติดป้าย นเิ ทศ ๖) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ “การอยู่รว่ มกนั ในสงั คมจำเปน็ จะต้องร้หู นา้ ท่ีของตนเองและ การพึ่งพาอาศยั ซึ่งกนั และกัน” เชน่ การอยใู่ นห้องเรยี น นักเรยี นจำเป็นจะต้องดูแลรักษา จัดแบง่ เวร กันเพ่ือใหห้ อ้ งเรยี นนา่ เรยี น

59 ๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ ๑) วีดีทศั น์ เรอ่ื ง นักเรยี นไมย่ อมทำเวร คุณครูเลยจัดใหซ้ ะ ๒) ใบงานเรื่อง คุณครทู ี่รกั ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมนิ ๑) สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๒) ตรวจใบงานเรอ่ื ง คุณครทู ่ีรัก ๕.๒ เคร่ืองมือในการประเมนิ ๑) แบบประเมินผลงานนกั เรียน ๒) แบบตรวจใบงาน เรื่อง คุณครทู ีร่ ัก ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี ถือว่า ผา่ น 6. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ........................................ครูผ้สู อน (..................................................) 7. ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชื่อ.....................................ผบู้ รหิ าร (นายจรัญ วารินทร์ ) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านบัวถนน

60 8. ภาคผนวก แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทำงานเปน็ รายบุคคล ผลงาน/กจิ กรรมท่ี ........ เรือ่ ง ............................................................................................ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี .................................................................. คำชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมในการปฏิบตั ิกจิ กรรมของนักเรียน แล้วเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในช่อง รายการ พฤติกรรมที่นกั เรยี นปฏิบัติ เล ชอ่ื สกุล สนใจ ตอบ เสนอ รับฟัง ให้ มุง่ มั่ ประ เคารพ ทำ พอใจ รวม ระดบั คณุ ภาพ ข ใน คำ ความ ความ ความ นทำ เมิน ข้อตก ตาม กับ คะ ๔ ๓ ๒ ๑ ที่ การ ถาม คิด คดิ เห็ ชว่ ยเห งา่ น และ ลง หน้า ความ แนน ทำ ตรง เห็น นของ ลอื ให้ ปรบั ของ ที่ท่ี สำเร็จ งาน ประ ผูอ้ ื่น ผอู้ นื่ สำ ปรงุ กลมุ่ ได้ ของ เด็น เร็จ งาน รับ งาน ด้วย มอบ ความ หมา เต็มใจ ย เกณฑก์ ารประเมนิ ๑. การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน ๒. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คณุ ภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ กำหนดเกณฑไ์ ดต้ ามความ เหมาะสมหรอื อาจใช้เกณฑ์ดังนี้ ๙–๑๐ คะแนน = ๔ (ดีมาก) ๗–๘ คะแนน = ๓ (ดี) ๕–๖ คะแนน = ๒ (พอใช)้ ๐–๔ คะแนน = ๑ (ควรปรบั ปรงุ )

61 ใบงาน เรื่อง คุณครทู รี่ ัก คำชี้แจง : ให้นกั เรียนวเิ คราะหใ์ นประเดน็ ต่อไปน้ี ๑. ถา้ หากนักเรยี นเปน็ คุณครใู นเรอื่ งนี้ นกั เรยี นจะแก้ปัญหาจากการทนี่ ักเรียนไม่ทำเวรอย่างไร ............................................................................................................................. .................... ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................... ............................................................................................................................. .................. ..................................................................................................... .......................................... ๒. ถ้าหากไมต่ ้องการใหห้ ้องเรียนสกปรก นกั เรียนมวี ธิ ีการช่วยกันอย่างไร ............................................................................................................................. .................... .............................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ..................

62 แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง การสอบ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๒ ช่วั โมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต ๑.๒ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทกุ รปู แบบ ๑.๓ ตระหนกั และเห็นความสำคัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกกฎระเบียบในการสอบได้ ๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกการกระทำที่ไม่เหมาะสมในขณะทำการสอบได้ ๒.๓ นักเรยี นสามารถบอกผลเสยี ของการทุจริตในการสอบได้ ๓. สำระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - กฎระเบยี บในการสอบ ผเู้ ข้าสอบต้องปฏบิ ตั ดิ ังต่อไปน้ี ๑) การแตง่ กาย ถา้ เป็นนักเรียนหรือนักศึกษาต้องแตง่ เครื่องแบบนักเรียนหรือนกั ศกึ ษา แล้วแต่กรณี ถา้ เปน็ ผูส้ มคั รสอบต้องแต่งกายให้สุภาพเรยี บร้อยตามประเพณีนยิ ม ๒) ไปถึงสถานทส่ี อบก่อนเวลาเร่ิมสอบตามสมควร ผใู้ ดไปไม่ทนั เวลา ลงมอื สอบวชิ าใด ไม่ มีสิทธเิ ข้าสอบวิชาน้ัน แตส่ ำหรบั การสอบวิชาแรกในตอนเช้าของ แต่ละวัน ผู้ใดเข้าห้องสอบ หลงั จากเวลาลงมอื สอบแล้ว ๑๕ นาที จะไม่ไดร้ ับอนญุ าตให้สอบวชิ านั้น เว้นแตม่ ีเหตคุ วามจำเป็น ใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของประธานดำเนนิ การสอบพิจารณาอนุญาต ๓) ไม่เขา้ ห้องสอบกอ่ นได้รับอนุญาต ๔) ไม่นำเอกสาร เครือ่ งอิเล็กทรอนกิ สห์ รอื เคร่อื งสอื่ สารใด เข้าไป ในหอ้ งสอบ ๕) นั่งตามทกี่ ำหนดให้ จะเปลยี่ นที่นง่ั กอ่ นไดร้ บั อนญุ าตไม่ได้ ๖) ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บเกี่ยวกบั การสอบ และคำสั่งของผู้กำกับการสอบ โดยไม่ทุจรติ ใน การสอบ ๗) มิใหผ้ ู้เขา้ สอบคนอ่นื คดั ลอกคำตอบของตน รวมทงั้ ไม่พูดคยุ กับผูใ้ ดในเวลาสอบ เมื่อมี ข้อสงสัยหรอื มีเหตจุ ำเป็นใหแ้ จง้ ตอ่ ผกู้ ำกับการสอบ ๘) ประพฤตติ นเปน็ สุภาพชน ๙) ผใู้ ดสอบเสรจ็ ก่อน ผู้นัน้ ตอ้ งออกไปห่างจากห้องสอบ และไมก่ ระทำการใด อันเป็นการ รบกวนแก่ผู้ที่ยงั สอบอยู่ แตท่ ั้งนผี้ ู้เขา้ สอบทุกคนจะออกจากห้องสอบก่อนเวลา ๒๐ นำที หลังจาก เรมิ่ สอบวชิ านน้ั ไม่ได้ ๑๐) ไมน่ ำกระดาษสำหรับเขียนคำตอบท่ผี กู้ ำกบั การสอบแจกใหอ้ อกไปจากห้องสอบ ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑) ความสามารถในการสอื่ สาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

63 ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ ซื่อสตั ยส์ จุ ริต ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้ ๑) ชวั่ โมงท่ี๑ ๑. ครสู นทนาเกี่ยวกับการเรยี นการสอบของนักเรยี น เชน่ ในการเรยี นจะต้องมีการ ทดสอบเพอื่ ใหน้ ักเรยี นไดร้ คู้ วามสามารถของตนเอง การสอบมีหลายคร้งั ได้แก่ การสอบทา้ ย บทเรยี น การสอบกลางภาคเรียนเปน็ ตน้ ๒. ครแู นะนำเรื่อง การทดสอบประเภทตา่ ง เชน่ ๒.๑ การสอบภายในโรงเรยี น ๒.๒ การสอบแข่งขนั ประเภทต่าง ๒.๓ การสอบเข้าทางาน ๓. ครูแนะนำเรื่องกฎระเบยี บกตกิ าในการเข้าห้องสอบ ไดแ้ ก่ ไม่นำหนงั สอื เขา้ ห้องสอบ ไมส่ ง่ เสียงดังเป็นตน้ ๔. ครูใหน้ ักเรยี นชมวดี ิทัศน์ เรื่อง ลอกข้อสอบ ๕. ครูให้นกั เรียนวพิ ากษ์วิจารณ์เกยี่ วกบั เรอื่ งลอกขอ้ สอบ ตามประเด็นดังตอ่ ไปนี้ - ทำไมนกั เรยี นชายจึงลอกข้อสอบ - ผลสดุ ทา้ ยของเรื่องลอกขอ้ สอบเปน็ อยา่ งไร ๖. ครใู ห้นักเรยี นช่วยกันบอกพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมในขณะทำการสอบ เช่น เคาะโต๊ะ คยุ กนั เปน็ ตน้ ๗. ครใู ห้นักเรียนช่วยกันบอกผลเสียของการทุจริตในการสอบ เช่น พักการเรยี น เป็นต้น ๘. ใหน้ ักเรียนทำใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การสอบ ตามประเด็นดงั ต่อไปนี้ ๘.๑ กฎระเบยี บในการสอบ ๘.๒ การกระทำท่ีไม่เหมาะสมในการสอบ ๒) ชั่วโมงท่ี ๒ ๑. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ เป็น ๕ กลุ่ม โดยใหศ้ ึกษาคน้ คว้าจากห้องสมุดและอินเทอรเ์ นต็ เกี่ยวกบั เร่อื งการทจุ รติ ในการสอบประเภทตา่ ง ๒. ครใู หน้ กั เรียนนำเสนอขา่ ว/เหตุการณจ์ ากการศกึ ษาค้นควา้ หนา้ ชน้ั เรยี น แลว้ นำไปจดั ปา้ ยนเิ ทศภายในบรเิ วณโรงเรียน ๓. ครใู หน้ กั เรยี นร้องเพลง “ความซ่ือสตั ย์” และสรุปใจความสำคญั ของเนื้อเพลง ๔. ให้นกั เรียนบอกผลเสยี ของการทุจรติ โดยเขียนลงในใบงานท่ี ๒ แลว้ นำเสนอหนา้ ช้ัน เรยี น ๕. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเกย่ี วกับผลเสียของการทุจริตในการสอบ ๔.๒ ส่อื การเรียนรู้ ๑) เพลง ความซ่ือสัตย์ ๒) วีดที ัศน์ เรื่อง ลอกข้อสอบ ๓) ใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง การสอบ ๔) ใบงานท่ี ๒ เรื่อง ผลเสยี ของการทจุ รติ ในการสอบ

64 ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมนิ ๑) ตรวจผลงานใบงานที่ ๑ และใบงานที่ ๒ ๒) สังเกตพฤติกรรม ซ่ือสัตยส์ จุ รติ ๕.๒ เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการประเมนิ ๑) เกณฑก์ ารประเมินผลงานใบงานที่ ๑ และใบงานที่ ๒ ๒) แบบสังเกตพฤติกรรม ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ในการทำขอ้ สอบ ๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน ๑) นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป ๒) นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ระดบั ดี ขึ้นไป ถอื ว่า ผา่ น

65 ๔.๒ ส่อื การเรียนรู้ ๑) เพลง ความซ่ือสตั ย์ ๒) วดี ที ศั น์ เรอ่ื ง ลอกข้อสอบ ๓) ใบงานที่ ๑ เร่อื ง การสอบ ๔) ใบงานที่ ๒ เรื่อง ผลเสยี ของการทุจรติ ในการสอบ ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน ๑) ตรวจผลงานใบงานที่ ๑ และใบงานที่ ๒ ๒) สงั เกตพฤตกิ รรม ซ่ือสัตยส์ จุ ริต ๕.๒ เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการประเมนิ ๑) เกณฑก์ ารประเมินผลงานใบงานท่ี ๑ และใบงานที่ ๒ ๒) แบบสังเกตพฤติกรรม ซื่อสตั ย์สจุ ริตในการทำข้อสอบ ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ ๑) นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒) นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ระดบั ดี ข้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน 6. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชอ่ื ........................................ครูผู้สอน (..................................................) 7. ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ าร ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ... ลงชอ่ื .....................................ผู้บริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน

66 ๘. ภาคผนวก เพลง ความซอื่ สัตย์ ความซอ่ื สตั ยเ์ ปน็ สมบตั ิของผู้ดี หากว่าใครไม่มีชาตนิ เี้ อาดไี ม่ได้ มคี วามรทู้ ่วมหวั เอาตวั ไม่รอดถมไป คดโกงแล้วใครจะรบั ไว้ใหร้ ว่ มงานเอย จะรบั ไว้ให้รว่ มงานเอย ความซ่ือสตั ยเ์ ป็นสมบตั ิของผู้ดี หากว่าใครไมม่ ชี าตินี้เอาดีไม่ได้ มีความร้ทู ว่ มหวั เอาตัวไมร่ อดถมไป คดโกงแลว้ ใครจะรับไวใ้ หร้ ว่ มงานเอย จะรบั ไว้ใหร้ ่วมงานเอย

67 ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง กฎระเบียบในการสอบ ชื่อ...............................................ชั้น.....................เลขที่.................. คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ ๑. กฎระเบียบในการสอบมีอะไรบ้าง (ตอบอยา่ งน้อย ๕ ขอ้ ) ............................................................................................................................. ......................... ......................................................................................................... ............................................... ............................................................................................................................. ............................. ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................... .................................................................................................................................. ........................ ๒. การกระทำทไ่ี ม่เหมาะสมในการสอบมีอะไรบ้าง (ตอบอยา่ งนอ้ ย ๕ ขอ้ ) ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................... ............................................................................................................................. ............................. .............................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ........................... ..........................................................................................................................................................

68 ใบงาน ท่ี ๒ เรื่อง ผลเสยี ของการทจุ ริตในการสอบ ช่อื ...........................................................................ชั้น..........................เลขท.่ี ................. คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนบอกผลเสียของการทจุ รติ ในการสอบ อย่างน้อย ๕ ขอ้

69 แบบสังเกตพฤติกรรม เรอ่ื ง ซื่อสตั ยส์ ุจริต ในการทำข้อสอบ คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนเขยี นเครื่องหมาย ลงในช่องท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กิดขน้ึ จริง เลขที่ ชอ่ื สกุล ไม่ลอก ไมจ่ ด ไมน่ ำ ไม่ยมื ทำ สรปุ ผลการ ขอ้ สอบ คำตอบ เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ ข้อสอบ ประเมนิ ผอู้ ืน่ เขา้ เขา้ หอ้ ง สอื่ สารเขา้ ผูอ้ ่ืน เสรจ็ ผ่าน ไม่ผา่ น หอ้ ง สอบ หอ้ งสอบ ภายใน สอบ เวลาท่ี กำหนด เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นตงั้ แต่ ๓ รายการ ถือว่า ผา่ น ผ่าน ๑-๒ รายการ ถือว่า ไมผ่ ่าน ลงชอ่ื .........................................ผปู้ ระเมิน (...................................................)

70 ประเด็นทีป่ ระเมิน คะแนน ๑. ผลงานตรงกับ ๔ ๓๒ ๑ จุดประสงคท์ ่ีกำหนด ผลงาน ผลงาน ผลงาน ผลงานไม่ สอดคลอ้ ง จดุ ประสงค์ทุก สอดคล้อง สอดคลอ้ ง สอดคลอ้ ง ประเดน็ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์บาง จุดประสงค์ เป็นสว่ นใหญ่ ประเด็น ๒. ผลงานมคี วามถกู ต้อง เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระ เน้ือหาสาระ เน้อื หาสาระ สมบูรณ์ ผลงานถูกต้อง ของ ของ ของ ครบถว้ น ผลงานถูกต้อง ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเด็น ถกู ต้อง ๓. ผลงานมคี วามคดิ ผลงาน ผลงาน ผลงานมคี วาม ผลงานไมแ่ สดง สร้างสรรค์ แสดงออก แสดงออก น่าสนใจแตย่ งั แนวคิดใหม่ ถึงความคิด ถึงความคดิ ไม่มีแนวคิด สรา้ งสรรค์แปลก สร้างสรรค์ แปลก ใหม่และเป็น แปลก ระบบ ใหมแ่ ต่ยังไม่ เป็นระบบ ๔. ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความ ผลงานสว่ น ผลงานมีความ ผลงานสว่ นใหญ่ ระเบยี บ เป็นระเบยี บ ใหญม่ คี วาม เป็นระเบียบแต่ ไม่เป็นระเบยี บ แสดงออกถึง เปน็ ระเบยี บ ยังมีข้อบกพร่อง ความประณตี แต่ยงั มี และมี ข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อง บางสว่ น เกณฑ์การประเมนิ คะแนน ๑๔-๑๖ = ดีมาก คะแนน ๑๑-๑๓ = ดี คะแนน ๘-๑๐ = พอใช้ คะแนน ๑-๗ = ควรปรับปรุง

71 แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ ๒ ช่อื หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔ เร่ือง การแต่งกาย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๒ ช่ัวโมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไมท่ นต่อการทุจริตทกุ รปู แบบ ๑.๓ ตระหนกั และเห็นความสำคัญของการต่อตา้ นและป้องกนั การทุจรติ ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของการแต่งกายท่ีเหมาะสมถูกต้องตามกาลเทศะได้ ๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะของการแต่งกายท่ีถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษาได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ - การแต่งกายตามกาลเทศะ การแตง่ กายเป็นมารยาททั่ว ไปซ่ึงทกุ คนตอ้ งปฏบิ ตั ิเหมือนกันตามแต่โอกาสทเี่ หมาะสม เชน่ แตง่ กายไปทางาน, ไปวัด, ทำบุญ, ไปเลน่ กฬี า และงานพธิ ตี า่ ง หรือการแต่งกายทีอ่ ยใู่ นเครอ่ื งแบบของ นักเรยี น นกั ศึกษา ทหาร ตำรวจ บรษิ ทั หา้ งรา้ นท่ีกำหนดใหพ้ นกั งานแต่งกาย เป็นต้น หากบคุ คลใด สามารถปฏบิ ัตไิ ด้ตามกฎระเบียบทกี่ ำหนดถือว่าเป็นผู้มีมารยาทในการแต่งกายทด่ี ี การแตง่ กายตามระเบยี บของสถานศกึ ษา ๓.๒ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ๑) ความสามารถในการส่ือสาร ๒) ความสามารถในการคดิ ๓) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ ความมีวินยั ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขนั้ ตอนการเรียนรู้ ๑) ชว่ั โมงที่ ๑ ๑. ครู และนักเรยี นสนทนาเกี่ยวกบั การแตง่ กายของคนในสังคม เช่น การแต่งกายไป ทำงาน การแต่งกายไปรว่ มกจิ กรรมทางสังคม เปน็ ตน้ ๒. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาใบความรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง การแตง่ กายทเี่ หมาะสม ๓. ใหน้ ักเรยี นดรู ูปภาพการแต่งกายทีเ่ หมาะสมในทส่ี าธารณะและสถานที่ราชการแล้ว ชว่ ยกันบอก ลกั ษณะของการแต่งกายท่ีเหมาะสมถูกตอ้ งตามกาลเทศะ เช่น แตง่ กายไปทำบุญควรใส่ สีขาวหรือ สอี ่อน ผ้หู ญงิ ส่วนมากจะนุ่งผ้าไทย เป็นตน้ ๔. ครใู หน้ ักเรียนดขู ่าว เรอ่ื ง “ปา้ อยากดัง” เกยี่ วกบั การแตง่ กายไมเ่ หมาะสม ๕. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ ๕ กลมุ่ แลว้ ให้นกั เรียนเขียนวิพากษ์วิจารณพ์ ร้อมทง้ั นำเสนอหนา้ ช้ันเรยี นตามประเดน็ ต่อไปนี้

72 ๕.๑ การแต่งกาย ๕.๒ สถานที่ ๕.๓ ความเหมาะสม ๖. ครู ถามนัก เรียนว่าถา้ นกั เรยี นเป็นปา้ ในขา่ วนกั เรียนจะรู้สกึ อย่างไร และจะทำอยา่ งปา้ ในข่าวหรือไม่ เพราะเหตุใด ๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เกี่ยวกบั การแตง่ กายเหมาะสมในท่สี าธารณะ เช่น การแตง่ กายไปสถานท่รี าชการ ผหู้ ญงิ ต้องแต่งกายด้วยกระโปรง ไม่สวมรองเท้าแตะ เปน็ ตน้ ๒) ชั่วโมงท่ี ๒ ๑. ครู ให้นกั เรียนศึกษาใบความรู้ท่ี ๒ และให้ นักเรียนท่ีแต่งกายเรียบรอ้ ยถูกต้องตาม ระเบียบของโรงเรียน (เคร่ืองแบบนกั เรยี น/เคร่ืองแบบลกู เสือ -เนตรนำร)ี ออกมายนื ทหี่ น้าช้นั เรยี น แลว้ แนะนำการแตง่ กายทีถ่ ูกตอ้ งว่ามีอะไรบา้ ง ๒. ครูใหน้ กั เรียนท่แี ตง่ กายเครื่องแบบไม่ครบออกมายืนทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น แล้วให้นักเรียนคน อนื่ ชว่ ยกนั บอกวา่ ขาดเครื่องหมายอะไรบ้าง ๓. ครชู แ้ี นะให้นักเรียนเห็นถงึ ความสำคญั ของการแตง่ กายท่ถี ูกต้องตามระเบยี บของโรงเรยี น วา่ นกั เรียนชายแตง่ กายอยา่ งไร และนกั เรียนหญิงแต่งกายอยา่ งไร ๔. ครูสัมภาษณ์นักเรยี นท่ีแตง่ กายดว้ ยเครื่องแบบท่ถี กู ต้องว่ามีความร้สู กึ อย่างไรและมีผลดี อยา่ งไรต่อตนเองและสว่ นรวม ๕. ครสู ัมภาษณ์นักเรยี นที่แตง่ กายด้วยเคร่ืองแบบทีไ่ ม่ถูกต้องวา่ มีความรู้สึกอย่างไรและมี ผลเสยี อยา่ งไรต่อตนเองและส่วนรวม ๖. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปเรอ่ื งการแต่งกายท่ีถูกระเบียบของโรงเรยี น ๔.๒ สือ่ การเรยี นรู้ ๑) ใบความรทู้ ี่ ๑ เรือ่ ง การแตง่ กายที่เหมาะสม ๒) ใบความรทู้ ่ี ๒ เรื่อง การแต่งกายที่ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน ๓) รปู ภาพการแต่งกายของบุคคลต่าง ๔) ข่าว “ปา้ อยากดัง” ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑) ทดสอบ ๒) สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ๕.๒ เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการประเมนิ ๑) แบบทดสอบ ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม ความมวี ินัย ๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป 6. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................. ............... ................................................................................................................... ......................................... ลงชือ่ ........................................ครูผสู้ อน (..................................................)

73 7. ความคดิ เหน็ ผ้บู รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชื่อ.....................................ผ้บู รหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน

74 ๘. ภาคผนวก ใบความร้ทู ่ี ๑ เรอ่ื ง การแต่งกายท่ีเหมาะสม การแต่งกายเปน็ มารยาทท่วั ไปซ่งึ ทกุ คนต้องปฏิบัตเิ หมอื นกนั ตามแต่โอกาสท่ีเหมาะสม เช่น แต่งกายไปทำงาน, ไปวดั ทำบุญ,ไปเล่นกีฬา และงานพิธตี ่าง หรอื การแตง่ กายท่ีอยู่ในเครื่องแบบ ของนักเรยี น นักศึกษาทหาร ตำรวจ บริษทั ห้างรา้ นที่กำหนดใหพ้ นกั งานแตง่ กาย เปน็ ตน้ หากบคุ คล ใดสามารถปฏบิ ตั ิได้ตามกฎระเบยี บที่กำหนดถือวา่ เป็นผ้มู ีมารยาทในการแตง่ กายทด่ี ี การแตง่ กายไปวัด ๑. เสื้อผ้า ควรใชส้ ีขาวหรือสีอ่อน ๒. เน้ือผ้า ไม่โปร่งบางเกนิ ไป ไมห่ รหู ราแพงเกนิ ไป ๓. เส้ือผ้าไมร่ ัดรดั รูปแต่หลวมพอสมควร สำหรบั ผู้หญิงไม่ควรนุง่ กระโปรงสัน้ แต่ควรนุง่ กระโปรงยาวพอสมควร ๔. ทรงผม ผชู้ าย ตัดใหส้ ้ัน ถา้ ไว้ยาวก็หวีใหเ้ รียบ ผหู้ ญิง อยา่ แต่งผมเกินงาม ผ้พู บเหน็ จะได้ไม่ เกดิ ความคดิ ฟุ้งซ่าน ๕. นำ้ มนั ใส่ผม หรอื นำ้ หอม ควรเปน็ ชนิดกลน่ิ อ่อนที่สุด จะได้ไมร่ บกวนผู้อน่ื ๖. การแตง่ หน้า เขยี นค้ิว ทำปาก ทำเลบ็ ฯลฯ จนเกินงามไม่ควรกระทำ ๗. เครอื่ งประดบั ราคำแพง เชน่ แหวนเพชร นาฬกิ าเรือนทอง หรอื สรอ้ ยทองคำเส้นโต ฯลฯ ควรเวน้ เด็ดขาด การแต่งกายไปงานแตง่ งาน การแต่งกายไปงานแต่งงานเปน็ การแสดงถึงการให้ความยินดีกบั เจ้าภาพจึงเปน็ การแต่งกายใน ชดุ ท่ีดสู วยงาม และการแต่งกายไปงานเราควรคำนงึ ถึงการใหเ้ กยี รติเจา้ ภาพดว้ ย เชน่ เจา้ ภาพอาจจะ กำหนดการแต่งกายมาเราก็ควรปฏบิ ตั ติ ามเพอื่ เป็นการให้เกียรติและเพอื่ แสดงความยินดี เช่น แต่ง กายในชดุ สีขาว สชี มพูหรอื เสื้อผ้าสีอ่อน ดูสวยงาม เป็นตน้ การแตง่ กายไปงานอวมงคล งานอวมงคล คอื การทำบญุ เลยี้ งพระทเ่ี กีย่ วกับเร่ืองการตาย นยิ มทำกนั อยู่ ๒ อยา่ งคือทำบุญ หน้าเรียกวา่ ทำบุญ ๗ วัน ๕๐ วัน หรอื ๑๐๐ วัน และทำบุญอัฐิในวนั คล้ายวันตายของผู้ลว่ งลับ - ถ้าเปน็ งานศพควรเป็นสขี าวหรอื สดี ำ - ถ้าเป็นวันทำบญุ อฐั ควรแตง่ กายเรยี บร้อย สเี รยี บ ไม่มีลวดลายหรอื ฉดู ฉาด จนเกินควร เหมาะสมกบั งานไม่ใส่เครอ่ื งประดบั หรูหราฟุ่มเฟือยจนเกนิ พอดี มารยาทการแต่งกายท่ีพงึ ประสงค์ เปน็ การแตง่ กายทีจ่ ะต้องคำนึงถงึ ความสุภาพ เรยี บรอ้ ย สะอาดต้ังแต่ศีรษะจรดปลายเทา้ เม่ือมผี ้พู บเหน็ จะรสู้ ึกทนั ทีว่าผู้ที่แตง่ กายดีถูกต้องตาม กาลเทศะ คือ คนท่ีควรได้รับการชมเชยจากสงั คมและผู้ปฏิสมั พันธด์ ้วย ในมมุ กลบั กันหากแตง่ กายไม่ สภุ าพเรียบร้อย กจ็ ะเกดิ คำตำหนิ ตเิ ตยี นจากผทู้ ่ีพบเหน็ ทำให้เสือ่ มเสียทั้งตนเอง สถานบนั ครอบครวั และสถานศึกษา

75 ใบความรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง การแต่งกายท่ถี ูกต้องตามระเบียบของโรงเรยี น ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยเคร่ืองแบบนักเรียน นักเรยี นหรอื นกั ศึกษาต้องประพฤติตนอยู่ในระเบียบวนิ ยั ของโรงเรียนหรือสถานศึกษาท่ีตน สังกัดอยู่และแต่งกายหรือแต่งเครื่องแบบตามระเบยี บข้อบังคับของโรงเรยี น รวมทัง้ ต้องไม่แต่งกาย หรือประพฤตติ นไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรยี นหรอื นักศึกษาตามท่ีกำหนดในกระทรวง เครื่องแบบนักเรียนระดบั ประถมศึกษา นักเรียนชาย เสื้อ ผ้าสขี าว แบบคอเชต้ิ หรือคอปกกลม แขนสนั้ เครือ่ งหมาย ใช้ช่ืออักษรย่อของสถานศกึ ษาปักที่อกเส้ือเบื้องขวา บนเนื้อผา้ ดว้ ยด้านหรอื ไหม โดยสถานศกึ ษารัฐใช้สนี ำ้ เงิน สถานศึกษาเอกชนใชส้ ีแดง กางเกง ผา้ สีดำ สีน้ำเงิน สกี รมท่า หรือสแี ดง ขาสัน้ รองเทา้ หนงั หรือผา้ ใบสีดำ แบบหุ้มส้นปลายเทา้ ชนิดผูกหรอื มีสายรดั หลังเทา้ ถุงเท้าสั้น สขี าว นักเรียนหญงิ เส้อื ผ้าสีขาว แบบคอเชิ้ต คอบวั หรอื คอปกกลาสีผกู ด้วยฟ้าผกู คอชายสามเหลี่ยมเงื่อนกลาสี สดี ำ หรือสกี รมท่า แขนสนั้ เครอ่ื งหมาย ชือ่ อักษรย่อของสถานศึกษาปกั ทอี่ กเสอื้ เบ้ืองขวา บนเนื้อผา้ ดว้ ยดา้ ยหรือไหม โดย สถานศึกษารฐั บาลใชส้ ีนำ้ เงิน สถานศกึ ษาเอกชนใช้สีแดง กระโปรง ผา้ ดำ สีนำ้ เงนิ สกี รมทา่ หรือสแี ดง แบบจีบรดู รอบตัว หรือยาวเพยี งใตเ้ ขา่ แบบจบี ทบรอบ เอวหรอื พับเปน็ จบี ขา้ งละสามจบี ทัง้ ด้านหน้าและด้านหลัง เมอ่ื สวมแลว้ ชายกระโปรงคลุมเข่า รองเท้า หนังหรือผ้าใบสดี ำ แบบหมุ้ สน้ ห้มุ ปลายเท้า ชนิดผูกหรอื มีสายรัดหลงั เทา้ ถงุ เทา้ สน้ั สีขาว

76 ข่าว เร่อื ง “ปา้ อยากดงั ” ผ้หู ญงิ คนหน่ึงซ่ึงเปน็ คนไทย เดินทางมาร่วมงานถวายอำลยั ทส่ี ถานที่จดั งานแหง่ หนึ่งคาดวา่ เปน็ วัด ไทยทน่ี อรธ์ ฮอลลวี ูด แคลิฟอร์เนยี สหรฐั อเมริกา แตก่ ลับสวมชดุ เดรสสั้นสีดำ มี แถบลายดอกไมส้ แี ดง ปรากฏวา่ ถกู เจ้าหนา้ ท่ีหา้ มไม่ใหเ้ ขา้ ไปในบริเวณพิธี หญิงสาวราย นี้ยกมอื ถือขึน้ มาถา่ ยแล้วถามเจ้าหน้าที่คนไทยวา่ “คณุ เปน็ ตำรวจหรอื เปล่า ” ซ่งึ เจา้ หน้าทีบ่ อกวา่ ผมเปน็ หวั รกั ษาความปลอดภัย ผมมีสทิ ธ์เิ ชิญคุณออกได้ ผู้หญงิ คนดังกลา่ วกแ็ ยง้ ว่า “ฉนั ไมไ่ ดท้ ำผิด” เจ้าหนา้ ที่พยายามชแ้ี จงวา่ วนั นี้ ขอใหท้ ุกคนแตง่ กายชดุ สดี ำ ผู้หญงิ คนดงั กลา่ วก็ถามวา่ เสื้อผ้ามีสีสนั ไม่ได้ ผิดกฎหมายเหรอ เจ้าหน้าทก่ี แ็ จง้ ว่า ไมผ่ ิดกฎหมาย แต่คนไทย ทกุ คนควรทำให้เหมอื นกัน แต่ผหู้ ญิงรายนก้ี ลับยนื ยันวา่ ทกุ คนมีสทิ ธิ์ ประชาชน กเ็ ข้าไปช้แี จงวา่ ทุกถงึ ความ เหมาะสมของการแต่งกายจนสุดทา้ ยโดนประชาชนตะโกนขับไล่ออกไปจาก บริเวณดงั กลา่ ว คำช้แี จง ให้นกั เรียนเขียนวิพากษ์วิจารณเ์ กี่ยวกับข่าว .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................

77 แบบสังเกตพฤติกรรม เรอ่ื ง ความมวี ินัย คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนเขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั พฤตกิ รรมทีเ่ กิดขนึ้ จรงิ เลขท่ี ชื่อสกุล แต่งกาย แต่งกาย ปฏิบตั ติ าม สรุปผลการ ถูกต้องตาม เหมาะสม ขอ้ ตกลงของ ประเมิน ระเบียบของ ตาม สถานศึกษา ผา่ น ไมผ่ ่าน โรงเรียน กาลเทศะ เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นตัง้ แต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น ผ่าน ๑-๒ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน ลงชื่อ.........................................ผ้ปู ระเมิน (...................................................)

78 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕เรอื่ ง กจิ กรรมนักเรยี น ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๒ ชวั่ โมง ๑. ผลการเรียนรู้ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับความละอาย และความไมท่ นตอ่ การทุจรติ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ บอกความสำคัญของกิจกรรมนักเรยี นได้ ๒.๒ บอกประโยชน์ของกิจกรรมนักเรียนได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความสำคญั ของกจิ กรรมนกั เรียนนนั้ เปน็ การเสรมิ ให้การจดั การเรียนการสอนบรรลตุ าม จดุ มงุ่ หมายของการศึกษา โดยจะชว่ ยเสริมในด้านการเรยี นรู้ทางด้านทัศนคติ ค่านยิ ม ความสนใจ ความซาบซึ้งและเกิดทักษะประสบการณ์และสามารถไปอยูใ่ นสังคมอย่างเป็นสขุ ถา้ ปฏบิ ัตติ าม กฎระเบียบ การจัดกจิ กรรมนกั เรยี นนับวา่ เปน็ งานสำคัญอย่างหนง่ึ กิจกรรมนักเรยี นเป็นกิจกรรมที่ ทางโรงเรยี น จดั ข้ึนเพ่ือเสรมิ ทกั ษะประสบการณ์ของนักเรียนให้กว้างขวางและสมบรู ณ์ ช่วยเสริมใน ด้านการเรยี นรทู้ างดา้ นทัศนคติ ค่านิยม ความสนใจ ตลอดจนใหด้ ำรงชีวติ อยูใ่ นสงั คมอย่างมี ความสขุ ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคิด ๓.๓ คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ / ค่านิยม ๓.๑ มวี นิ ัย ๓.๒ ม่งุ มั่นในการทำงาน ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้ ๑) ชวั่ โมงที่ ๑ ๑. ครสู นทนาและซักถามนกั เรยี นเก่ียวกับกิจกรรมนักเรยี นวา่ มอี ะไรบ้าง เชน่ กิจกรรมเข้า ค่ายกิจกรรมชมรม เปน็ ตน้ ๒. ครอู ธิบายความสำคัญของกจิ กรรมนักเรยี นวา่ เปน็ การเสริมใหก้ ารจดั การเรยี นการสอน บรรลุตามจดุ มงุ่ หมายของการศกึ ษา โดยจะช่วยเสริมในด้านการเรียนรทู้ างดา้ นทศั นคติ ค่านิยม ความสนใจ ความซาบซึง้ ความไม่ทนและความละอายต่อการทจุ รติ ตอ่ กจิ กรรมนนั้ ตลอดจนทกั ษะ ในการเคล่ือนไหวและการใช้อวยั วะตา่ ง ของร่างกาย ๓. ครูให้นกั เรียนทำ ใบงานท่เี ร่ือง ชอบหรือไม่ชอบ แลว้ สรุปวา่ ชอบหรือไม่ เพราะเหตุใด ๔. ครูอธบิ ายเร่อื งกิจกรรมนักเรียน ปจั จุบนั กจิ กรรมนกั เรียนอาจจะแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ใหญ่ ๕.๑ กิจกรรมการเรียนการสอน หมายถงึ กิจกรรมทีค่ รผู ู้สอนและผู้ทเี่ ก่ียวข้องจัดข้ึนเพ่ือ สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นร้แู ละเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนวิชาตา่ ง ใหด้ ยี ่ิงขนึ้ กิจกรรมลักษณะน้ี อาจจะจดั ข้นึ ในห้องเรยี นหรอื นอกห้องเรยี นก็ได้

79 ๕.๒ กจิ กรรมนักเรียน หมายถงึ กิจกรรมทจ่ี ดั ขึน้ นอกเวลาเรยี นปกตหิ รือนอกเหนือจาก ตารางสอนวชิ าตา่ ง เพื่อสนองความสนใจความสามารถและความถนัดของนักเรยี นอันเป็นการ สง่ เสริมให้นักเรียนมโี อกาสแสวงหาความรใู้ หแ้ ตกฉานยิง่ ขึ้น ๕.๓ กจิ กรรมอ่ืน เช่น กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมโฮมรมู ซ่งึ เป็นกจิ กรรมทีม่ ีจุดมุ่งหมาย เฉพาะเกยี่ วกบั การแนะหรอื การปกครองนักเรยี นซึ่งโดยปกติครจู ะมีบทบาทในการดำเนินงานเสียเอง ๕. ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรียนประมาณ ๔-๖ คน แลว้ ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำใบงานที่ ๒ เรื่องปฏิบัติ ตน อยา่ งไรกจิ กรรมจะสำเรจ็ แล้วเตรียมนำเสนอตอ่ ไป ๒) ชว่ั โมงท่ี ๒ ๑. ครูอธิบายดังนี้ “กิจกรรมนกั เรยี นทกุ กิจกรรมซงึ่ มีประโยชน์ กิจกรรมจะสรา้ งให้นกั เรียนอยรู่ ว่ มกัน ในสังคมอย่างมีความสขุ ถ้าหากนักเรียนทำตามกฎระเบยี บในแตล่ ะกิจกรรมตง้ั ไว้ และฝกึ ให้นักเรยี น มีทกั ษะต่าง ในแตล่ ะกจิ กรรมทีป่ ฏิบัตอิ กี อย่างท่สี ำคัญ ถ้านักเรียนอย่ใู นสังคมที่กว้างขึน้ ถ้านกั เรียน ไม่ทจุ รติ แล้วทำตามกฎระเบียบในสังคมนักเรยี นกจ็ ะอยใู่ นสังคมอยา่ งมีความสขุ ” ๒. ครู ให้นกั เรียนทำใบงานที่ ๒ เรื่องประโยชนข์ องกิจกรรม และรว่ มกนั สรุปประโยชน์ ของ กจิ กรรมนกั เรียนทีไ่ ด้ ๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑) ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื งชอบหรือไม่ชอบ ๒) ใบงานท่ี ๒ เรอ่ื งประโยชน์ของกจิ กรรม ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑) ตรวจใบงานที่ ๑ เรอ่ื งชอบหรือไมช่ อบ ๒) ตรวจใบงานท่ี ๒ เร่อื งปฏิบตั ิตนอย่างไรกิจกรรมจะสำเร็จ ๕.๒ เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมิน ๑) ใบงานท่ี ๑ เร่ืองชอบหรือไมช่ อบ ๒) ใบงานท่ี ๒ เรื่องปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรกิจกรรมจะสำเร็จ ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ถือว่า ผา่ น

80 6. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื ........................................ครูผู้สอน (..................................................) 7. ความคิดเหน็ ผ้บู รหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ...................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ.....................................ผู้บริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน

81 ใบงานท่ี ๑ คำช้ีแจง ให้นักเรียนบอก “ชอบ” หรอื “ไมช่ อบ” เก่ยี วกับกิจกรรมท่ีกำหนดให้ พรอ้ มทงั้ อธบิ ายเหตผุ ล ลำดบั ที่ กิจกรรม ชอบหรือไมช่ อบเพราะเหตใุ ด ๑ กจิ กรรมลกู เสือ ๒ กิจกรรมทัศนศึกษา ๓ กิจกรรมสหกรณ์ร้านคา้ ในโรงเรยี น ๔ กิจกรรมกีฬาสใี นโรงเรียน ๕ กิจกรรมส่งเสรมิ วัฒนธรรมไทย ๖ กจิ กรรมทางด้านศาสนา ๗ กิจกรรมใชบ้ ริการห้องสมุด ๘ กิจกรรมส่งเสริมวิชาการต่างๆใน หลักสตู ร เกณฑ์การประเมิน ผา่ นต้งั แต่ ๓ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑-๒ รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น ลงช่ือ.........................................ผ้ปู ระเมนิ (...................................................)

82 ใบงานท่ี ๒ คำชแ้ี จง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขยี นประโยชนข์ องกิจกรรมต่อไปน้ี กิจกรรม ประโยชน์ ๑. กจิ กรรมชมรม ๒. กจิ กรรมทัศนศึกษา ๓.กจิ กรรมเข้าคา่ ยลูกเสอื แผนการจัดการเรยี นรู้

83 หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรอื่ ง การเข้าแถว ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๒ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๒ นักเรียนสามารถบอกความหมายคำวา่ มารยาทในสังคมได้ ๒.๓ นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ีม่ มี ารยาทดงี ามในสังคมได้ ๓. สำระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ มารยาท หมายถึง กรยิ าวาจาท่เี รียบร้อย เทียบกับคำภาษาองั กฤษไดว้ ่า Ettiquette ซง่ึ หมายรวมถงึ การแสดงออกทางกาย วาจาและใจ ถ้าไปในทางที่สภุ าพเรียบร้อย กถ็ ือว่ามีมารยาทดี การมมี ารยาทดเี ปรียบเสมือนมีอาภรณป์ ระดับ กายทีง่ ดงาม เปน็ ทช่ี น่ื ชนและยอมรบั ของบคุ คลรอบ ขา้ ง ผู้ ท่มี มี ารยาทดีมัก ประสบความสำเร็จในชวี ติ และหน้าที่การงาน เนื่องจากไดร้ บั การยอมรับ และเชอ่ื ถือทางสังคมการมีมารยาทดจี ึงเปรียบเสมือนในเบิกทางไปสู่ความสำเร็จ บุคคลทวั่ ไปจงึ ควร เรยี นรูค้ วามมีมารยาทเพ่ือให้สำมารถดำรงชีวิตในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ ๓.๒ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น - ความสำมารถในการคดิ ๓.๓ คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ - มีวนิ ยั ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขนั้ ตอนการเรียนรู้ ๑) ชว่ั โมงท่ี ๑ ๑. ครูให้นกั เรียนดวู ีดทิ ศั น์ เร่ืองการเขา้ แถวรับบรกิ าร แล้วซกั ถามนกั เรียน ดงั นี้ ๑.๑ ทำไมผชู้ ายในเรอื่ งถงึ ไมต่ ่อแถว ๑.๒ ผลสุดท้ายผ้ชู ายในเรอื่ งเปน็ อย่างไร ๒. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปดงั นี้ ๒.๒ มารยาท หมายถึง กริยาวาจาท่ีเรยี บร้อย เทียบกับคำภาษาอังกฤษไดว้ ่า Ettiquette ซงึ ่ หมายรวมถงึ การแสดงออกทางกาย วาจาและใจ ถา้ ไปในทางทส่ี ภุ าพเรียบร้อยก็ถือ ว่า มีมารยาทดี การมี มารยาทดีเปรียบเสมือนมีอาภรณ์ประดบั กายทีง่ ดงาม เปน็ ท่ีชนื่ ชนและ ยอมรบั ของบุคคลรอบขา้ ง ผู้ทม่ี ี มารยาทดีมักประสบความสำเร็จในชวี ติ และหน้าที่การงาน เน่อื งจากได้รบั การยอมรับและเชอ่ื ถือทางสงั คม การมมี ารยาทดีจงึ เปรียบเสมือนในเบิกทางไปสูค่ วามสำเร็จบุคคลท่ัวไปจึงควรเรยี นร้คู วามมีมารยาท เพ่อื ให้ สามารถดำรงชวี ิตในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ๓. ครยู กตวั อยา่ งสถานทส่ี ำธารณะท่ีคนไปใช้บรกิ ารแล้วซักถามเกี่ยวกับการใชบ้ ริการ นั้น เช่น ๓.๑ สถานที่โรงพยาบาล ๓.๒ ไปเพอื่ ทำอะไร (ไปพบแพทย์) ๓.๓ จะพบแพทยไ์ ด้เลยหรือไม่ (ยังไมไ่ ด้)

84 ๓.๔ เพราะอะไร (ต้องต่อแถวจับบตั รคิว) ๓.๕ จับบัตรควิ แลว้ ตอ้ งทำอยา่ งไรต่อ(ไปต่อแถวเพอ่ื ชัง่ น้ำหนักหรอื ไปต่อแถวเพอื่ วดั ส่วนสงู เปน็ ตน้ ๔. ครสู รปุ วา่ ทุกสถานทที่ เี่ ราจะไปใชบ้ รกิ ารจะตอ้ งเข้าแถวเพ่ือให้เกิดความเรยี บร้อย ไม่ ว่นุ วายและขณะเขา้ แถวต้องมีมารยาทดว้ ย เช่น ไมส่ ง่ เสยี งดัง ไม่เร่งคนอ่ืนให้ทำเรว็ เปน็ ต้น ๕. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มเปน็ ๕ กลุ่ม โดยใหน้ ักเรยี นศึกษาภาพการกระทำในรูปภาพว่า เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตใุ ด แล้วนำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน ๖. ให้นกั เรียนทำใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การเข้าแถว ๒) ช่วั โมงท่ี ๒ ๑. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็น ๕ กลุ่ม ให้แสดงบทบาทสมมติ ดังนี้ กลุม่ ท่ี ๑ การเขา้ แถวรับของแจกจากผูแ้ จกสิง่ ของ กล่มุ ที่ ๒ การเข้าแถวซื้อของในโรงอำหาร กลมุ่ ที่ ๓ การเขา้ แถวขน้ึ รถมอเตอร์ไซค์ กลุ่มท่ี ๔ การเข้าแถวซ้ือบัตรเข้าชมสวนสตั ว์ กลมุ่ ท่ี ๕ การเขา้ แถวข้นึ เครือ่ งเล่น ๒. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ๒.๑ การเข้าแถวไมว่ า่ จะทำกจิ กรรมท่โี รงเรียนหรือสถานท่สี าธารณะถา้ นักเรียนปฏบิ ัตจิ น เกดิ เป็นนิสยั กจ็ ะเปน็ ผลดตี อ่ ตัวนกั เรยี นเองสามารถทำให้นักเรียนอยรู่ ่วมกบั ผูอ้ นื่ ในสังคมอย่างมี ความสขุ ได้ ๔.๒ สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑) https://www.youtube.com/watch?v=CQm๐h๙-b๙p๔ ๒) ใบความรู้เรื่องมารยาท ๓) บัตรภาพ ๔) ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง การเขา้ แถว ๕ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ตรวจใบงานท่ี ๑ ๕.๒ เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมนิ แบบทดสอบ ใบงานท่ี ๑ ๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถือว่า ผ่าน 6. บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงช่อื ........................................ครผู สู้ อน (..................................................) 7. ความคิดเหน็ ผู้บริหาร

85 ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ.....................................ผบู้ รหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบัวถนน

86 8.ภาคผนวก ใบความรู้ บุคลกิ ภาพของบุคคลนอกจากจะแสดงออกทางการแตง่ กายแลว้ ยงั สามารถเหน็ ไดโ้ ดยท่วงทีกรยิ ามารยาทอีกดว้ ย บคุ คลทีม่ กี ริยามารยาทดจี ะมีโอกาสไดร้ ับ ความนิยมชมชอบและชื่นชมจากบุคคลรอบขา้ ง คำว่ามารยาทหมายถึงกรยิ าวาจาทีเ่ รยี บรอ้ ย เทยี บกับคำภาษาองั กฤษไดว้ า่ Ettiquette ซึ่งหมายรวมถึงการแสดงออกทางกาย วาจาและใจ ถ้าไปในทางที่สุภาพ เรียบร้อย กถ็ ือว่ามมี ารยาทดี การมีมารยาทดเี ปรยี บเสมือนมอี าภรณ์ประดบั กายทีง่ ดงาม เป็นที่ช่ืนชนและ ยอมรับของบุคคลรอบขา้ ง ผู้ท่มี ีมารยาทดีมักประสบความสำเรจ็ ในชีวติ และหนา้ ทกี่ ารงาน เนื่องจากไดร้ ับการยอมรับและเชื่อถอื ทางสังคม การมมี ารยาทดี จงึ เปรยี บเสมือนในเบกิ ทางไปสคู่ วามสำเร็จ บคุ คลทั่วไปจงึ ควรเรียนรกู้ ารมีมารยาท เพอื่ ใหส้ ามารถดำรงชวี ติ ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข

87 ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง การเขา้ แถว คำช้ีแจง ให้นักเรียนอธบิ ายชอบหรือไม่ชอบเพราะอะไร ๑. โดนแซงคิวทำไงดี ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ....................................................................................................................................... ........................ ........................................................................................................... .................................................... ๒. ไม่แซงคิวหรอื จองท่ีให้เพอ่ื น ............................................................................................................................. .................................. ......................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................ ................................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. .................................. ...............................................................................................................................................................

88 บัตรภาพ

89 หนว่ ยที่ ๓ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ

90 แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี ๓ ช่ือหน่วย STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ตา้ นการทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่อื ง ความพอเพยี ง ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจริต ๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทจุ รติ ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นสำมารถ ๒.๑ นักเรยี นบอกพฤติกรรมการประยุกตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งระดับ บุคคล ชมุ ชน และสังคมได้ ๒.๒ นักเรยี นยกตวั อยา่ งกิจกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิในชีวิตประจำวนั ท่ีประยุกต์มาจากหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ การเสริมสรา้ งใหม้ ีการเรยี นรู้วิชาการ และทกั ษะตา่ ง ทจี่ ำเป็นเพื่อจะได้มีความเกรงกลวั และละอายต่อการประพฤติมิชอบ ไม่ตระหนี่ เปน็ ผใู้ ห้ เกือ้ กูลแบ่งปนั มสี ติยัง้ คิดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจหรือกระทำการใด จนกระท่งั เกิดเปน็ ภมู ิค้มุ กันท่ีดใี นการดำรงชีวิต ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กิด ) ๑) นกั เรยี นมีทักษะการคดิ วิเคราะห์ ๒) นักเรยี นมีทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์ ๓) นกั เรยี นมีทักษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ ๔) นกั เรียนมคี วามสามารถในการใช้ทักษะชีวิตในกระบวนการทำงานกลุ่ม ๕) นักเรยี นมีทักษะกระบวนการในการปฏบิ ตั งิ าน ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / คา่ นยิ ม ๑) ใฝ่เรยี นรู้ ๒) อยู่อยา่ งพอเพียง ๓) มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ๔) มีวนิ ยั ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ / การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้ / ขัน้ ตอนการจดั ประสบการณ์ ๑) ชัว่ โมงที่ ๑ ๑. นกั เรยี นฟงั เพลง เศรษฐกิจพอเพยี ง ของนอ้ งเดียร์ ทพิ ากร แป้นประจนุ ๒. นักเรยี นและครูร่วมกนั สนทนาสิ่งที่ไดเ้ รียนรู้จากเพลง ๓. นักเรยี นศกึ ษาแนวพระราชดำริของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั รัชกาลที่ ๙ ทาง สายกลางของความพอดี ๕ ประการ จากใบความรู้ ครูอธบิ ายเพม่ิ เติม ๔. นักเรียนแบง่ กลุ่ม ๓ กลมุ่ กลุ่มละเทา่ กนั รว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็น คดิ วเิ คราะหส์ บื คน้ ข้อมลู ตามหัวข้อที่มอบหมาย บนั ทกึ ขอ้ มูลลงในกระดาษปรู๊ฟ

91 กลุ่มท่ี ๑ พฤติกรรมการประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดบั บคุ คล / ครอบครวั กลมุ่ ที่ ๒ พฤติกรรมการประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดับชมุ ชน กล่มุ ที่ ๓ พฤตกิ รรมการประยุกต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ระดบั สงั คม ๕. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน ๖. นกั เรยี นยกตัว อยา่ งกจิ กรรมทป่ี ฏบิ ตั ิในชวี ติ ประจาวนั ท่ปี ระยุกต์มาจากหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ลงในแบบใบงาน แลว้ นำไปจดั ปา้ ยนิเทศ ๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑) เพลงเศรษฐกจิ พอเพยี งของน้องเดยี ร์ ทิพากร แปน้ ประจนุ ๒) ใบความรู้เรอ่ื ง ทางสายกลางของความดี ๕ ประการ ๓) กระดาษปรฟู๊ ๔) ปากกาเคมี ๕) แบบใบงานเรือ่ ง กิจกรรมที่ข้าพเจ้าปฏิบตั ใิ นชวี ติ ประจาวัน ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑) สงั เกตพฤติกรรม ๒) ประเมนิ ผลงาน ๕.๒ เครื่องมือท่ีใชใ้ นการประเมนิ ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรม ๒) แบบบันทกึ การประเมินผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน ๑) การสังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๘๐ ถือว่าผา่ น ๒)นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับดี ข้ึนไป ถอื ว่า ผ่าน

92 6. บันทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชอื่ ........................................ครผู ู้สอน (..................................................) 7. ความคดิ เหน็ ผู้บรหิ าร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชอ่ื .....................................ผบู้ ริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน

93 ๘.ภาคผนวก ใบความรู้ เรือ่ ง ทางสายกลางของความดี ๕ ประการ ๑. ความพอดดี า้ นจติ ใจ : เข้มแข็งพึง่ ตนเองได้ เออ้ื อาทร ประนปี ระนอม คำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ ส่วนรวม ๒. ความพอดดี า้ นสงั คม : มีการชว่ ยเหลือเก้ือกลู กัน สร้างความเขม้ แข็งให้แกช่ มุ ชน รู้จกั ผนกึ กำลงั และ ท่ีสำคญั มีกระบวนการเรียนรทู้ เี่ กดิ จากฐานรากท่ีม่นั คงและแขง็ แรง ๓. ความพอดีดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : รจู้ กั ใชแ้ ละจดั การอย่างฉลาด และ รอบคอบ เพอื่ ให้เกดิ ความย่งั ยืน สูงสดุ ใช้ทรัพยากรท่มี ีอยูใ่ นประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศ ให้ มั่นคงเปน็ ขนั้ ตอนตอ่ ไปที่ ๔. ความพอดดี ้านเทคโนโลยี ; รูจ้ ักใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการ และควร พัฒนาเทคโนโลยจี ากภมู ิปัญญาชาวบา้ นของเราเองและสอดคลอ้ งเป็นประโยชน์ ต่อสภาพแวดลอ้ ม ของเราเอง ๕. ความพอดดี า้ นเศรษฐกิจ : เพ่ิมรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอยา่ งพอสมควร พออยู่ พอ กินตามอัตภาพและฐานะของตนเอง

94 แบบใบงาน เรอื่ ง กิจกรรมท่ขี ้าพเจ้าปฏิบัตใิ นชีวติ ประจำวัน ชอ่ื ................................................................................. เลขท่ี ....................... ชั้น....................... คำชี้แจง ให้นกั เรียนยกตวั อย่างกจิ กรรมทีป่ ฏบิ ตั ใิ นชีวติ ประจำวนั ซึ่งประยุกตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ( ข้อละ ๑ คะแนน ) หลกั ปฏิบตั ดิ า้ นเศรษฐกิจ กิจกรรมที่ปฏบิ ัติ ๑ ดา้ นเศรษฐกจิ ๑.......................................................................... ๒.......................................................................... ๒ ด้านจติ ใจ ๑.......................................................................... ๒.......................................................................... ๓ ด้านสงั คม ๑.......................................................................... ๒.......................................................................... ๔ ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ๑.......................................................................... ๒.......................................................................... ๕ ด้านเทคโนโลยี ๑.......................................................................... ๒.......................................................................... เกณฑ์การประเมินถูกต้อง ๙ – ๑๐ ข้อ ระดับ ดมี าก ๗ – ๘ ข้อ ระดับ ดี ๕ – ๖ ข้อ ระดบั ปานกลาง ตำ่ กว่า ๕ ขอ้ ระดับ ปรบั ปรุง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook