ALTERNATIVEOF LOCALFISHERMANVILLAGEARCH THESIS RMUTT 2017PHORNPASSANAN YIMPOUNG
หทมา่บู ง้าเนลชือาเวกกปาใะรแหะรมมตง่พวิทรยพาัสนนพิ นั นทธ์ ์ ย2มิ้ 5พ60วง
โครงการพัฒนาหมูบ่ ้านชาวประมงทางเลอื กใหม่ เกาะแรต พรพสั นนั ท์ ย้ิมพวงวทิ ยานพิ นธน์ เี้ ปน็ สว่ นหน่งึ ของการศกึ ษาตามหลักสูตรสถาปตั ยกรรมศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปตั ยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี 2560
ALTERNATIVE OF LOCAL FISHERMAN HOME PHORNPASSANAN YIMPOUNGA THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENT FOR THE BACHELOR DEGREE OF ARCHITECTURE DIVISION OF ARCHITECTURAL TECHNOLOGY, FACULTY OF ARCHITECTURE RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY THANYABURI 2017
CONTENT*INDEX หนา้ หน้า 2.1 ความหมายและคาจากัดความ 2-1บทคดั ยอ่ ก หน้า หนา้กิตติกรรมประกาศ ข 2.2 ประวตั คิ วามเปน็ มา 2-7สารบญั 2-8 3.1 ศึกษาและวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบเมอื ง 3-3สารบัญภาพ ค 1.1 ความสาคญั ของเร่ือง 1-1 2.3 นโยบายและแผนพฒั นาที่เกี่ยวข้อง 2-15 3.2 ศึกษาและวเิ คราะหท์ าเลท่ตี ั้งโครงการ 3-6สารบัญตาราง 3-16สารบญั แผนภมู ิ 1ง 1.2 วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา 1-4 2.4 แนวทางแก้ไขปัญหา 3-25 2 32.5 ทฤษฎีทีเ่ก่ียวขอ้ งและหลกั การออกแบบ 2-16 3.3 ศกึ ษาและวเิคราะห์ท่ตี งั้ โครงการ 3-26 จ 1.3 ขอบเขตของการศึกษา 1-4 2.6 การศึกษาโครงการตวั อย่าง 2-32 3.4 กฎหมายเก่ียวกบั ทต่ี ง้ั โครงการ ช 1.4 ข้ันตอนและวธิ ีการศกึ ษา 1-5 2-36 3.5 บริบทโดยรอบทีต่ ้ังโครงการ 2.7 กฎหมายที่เก่ียวข้อง 1.5 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ 1-7 PRINCIPLE SITE NTRODUCTION & THEORY ANALYSIS
4.1 ความเป็นมาของโครงการ หนา้ หน้า *APPENDIX หนา้ 4.2 วตั ถุประสงคข์ องโครงการ 4.3 การกาหนดโครงสร้างการบรหิ าร 4-1 5-x บรรณานุกรม 4.4 โครงสร้างการบริหารงาน 4-2 4.5 รายละเอยี ดผูใ้ ชโ้ ครงการ 4-3 5.1 แนวความคดิ 5-x ประวัตผิ ู้ศกึ ษา 4-4 5.2 การสร้างทางเลอื กในการออกแบบ 5-x ภาคผนวก44.6 การกาหนดรายละเอยี ดและกิจกรรมของโครงการ 4-7 5.3 สรปุ แบบทางเลอื ก 5-x 4.7 สรุปพื้นทใี่ ช้สอยโครงการ 4-13 5.4 การพฒั นาแบบรา่ งทางสถาปตั ยกรรม 4.8 การประมาณการงบประมาณก่อสรา้ ง 65-x หน้า 4.9 ระบบวิศวกรรมทเ่ี ก่ียวข้อง 54-14 5.5 ผลงานการออกแบบ 5-x 6.1 บทสรุป 6-x DETAIL 4-20 5.6 ห่นุ จาลอง 5-x 6.2 ขอ้ เสนอแนะ 6-x DETERMINATION 4-21 5.7 แบบนาเสนอ SUMMARY OF THE PROJECT CONCEPT & DESIGN
สารบญั รูปภาพ หนา้1.1 บ้านของชาวบ้าน 1-11.2 วิถชี วี ิตของชาวบ้าน 1-21.3 เรือประมงท่ใี ชใ้ นการหาปลา 1-41.4 ปญั หาของพน้ื ที่ 1-51.5 การแปรรูปปลา 1 -82.1 อาหารทะเล 2 -22.2 ผนังบ้าน 2 -32.3 บรรยากาศภายในตลาด 2 -52.4 สภาพแวดล้อมในชมุ ชน 2 -62.5 สภาพแวดล้อมในชุมชน 2 -72.6 นักท่องเท่ียว 2 -82.7 ขยะ 2 -102.8 นกั ท่องเท่ียว 2 -122.9 เรอื ประมงท่ใี ชใ้ นการหาปลา 2 -142.10 ขยะภายในชมุ ชน 2 -152.11 คนปลกู ตน้ ไม้ 2 -172.12 นักท่องเที่ยวปน่ั จกั รยาน 2 -182.13 การเกดิ น้าขนึ้ นา้ ลง 2 -192.14 การเกดิ น้าขน้ึ นา้ ลง 2 -202.15 บ้านปอ้ งกันพายุ 2 -212.16 บา้ นป้องกันพายุ 2 -222.17 แผงขายสนิ คา้ 2 -242.18 หอ้ งนา้ สาธารณะ 2 -252.19 พื้นที่ภายในตลาด 2 -26
สารบัญรูปภาพ หนา้2.19 พนื้ ทภี่ ายในตลาด 2 -262.20 หลักการออกแบบชมุ ชน 2 -282.21 หลกั การออกแบบชุมชน 2 -292.22 หลักการออกแบบชมุ ชน 2 -302.23 หลกั การออกแบบชมุ ชน 2 -312.24 เครือ่ งมอื ประกอบอาชพี 2 -322.25 case study 1 2-332.26 case study 2 2-332.27 case study 3 2 -342.28 case study 4 2 -342.29 ระยะร่นอาคาร 2 -392.30 วสั ดุทนไฟ 2 -402.31 พ้ืนที่ภายในอาคาร 2 -412.32 บันได 2 -422.33 บันไดหนไี ฟ 2 -432.34 ท่ีวา่ งภายนอกอาคาร 2 -443.1 ผงั เมอื งจ.สรุ าษฎธ์ านี 3-23.2 เรือทีใ่ ช้ในการประกอบอาชีพ 3 -53.3 ที่อยู่อาศยั ของนก 3 -73.4 ผังเมืองจ.สรุ าษฎธ์ านี 3-83.5 สถานทสี่ าคญั 3 -113.6 การคมนาคม 3 -133.7 image of the city 3 -14
สารบญั รูปภาพ หนา้3.8 ภาพโดยรวมของเกาะแรต 3-153.9 ผงั การใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน จ.สรุ าษฎ์ธานี 3-163.10 รายละเอยี ดพื้นทต่ี ้งั โครงการ 3-183.11พื้นท่ใี ชส้ อยสงู สดุ ของอาคาร 3-193.12 ลกั ษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดิน 3-203.13 วเิ คราะหท์ ตี่ ง้ั โครงการ 3-223.14 บริบทโดยรอบ 3-244.1 ผนังบ้านของชาวบา้ นในชุมชน 4-34.2 ผใู้ ชส้ อยโครงการ 4-74.3 แสดงเวลาของผูท้ ่เี ขา้ มาใช้โครงการ 4-104.4 ช่วงเวลาทม่ี ผี ลกับโครงการ 4-124.5 การกาหนดรายละเอียดและกจิ กรรมของโครงการ 4-134.6 สัดส่วนของพนื้ ทใี่ นโครงการ 4-194.7 โครงสร้างเหล็ก 4-214.8 SHEET PILE 4-224.9 Generator 4-234.10 หลอดไฟ 4-244.11 เครื่องกาเนิดไฟฟ้า 4-254.12 ลฟิ ต์ 4-264.13 ระบบdown feed 4-274.14 ถงั ดักไขมนั 4-284.15 วิธีการเลือกถังเกบ็ นา้ 4-294.16 ระบบปรบั อากาศ 4-304.17 ฟองคลนื่ 4-31
สารบญั ตาราง หนา้ 2.1 เปรยี บเทยี บอาคารตัวอย่าง 2-34 2.2 กฎหมาย 2 -36 2.2 กฎหมาย (ตอ่ ) 2 -37 2.2 กฎหมาย (ตอ่ ) 2 -38 2.2 กฎหมาย (ต่อ) 2 -39 2.2 กฎหมาย (ต่อ) 2 -40 2.2 กฎหมาย (ต่อ) 2 -41 2.2 กฎหมาย (ตอ่ ) 2 -42 2.2 กฎหมาย (ตอ่ ) 2 -43 2.2 กฎหมาย (ต่อ) 2 -44 3.1 อาเภอที่มปี ระชากรมากท่สี ดุ ของจังหวดั 3-4 3.2 อาเภอทม่ี ีประชากรหนาแน่นท่สี ุดของจงั หวัด 3-4 4.1 การกาหนดอตั ราเจ้าหน้าที่ 4-5 4.1 การกาหนดอัตราเจ้าหนา้ ท(่ี ตอ่ ) 4-6 4.2 ตารางแสดงรายละเอยี ดเกย่ี วกบั พืน้ ทใี่ ชส้ อยโครงการ 4-15 4.2 ตารางแสดงรายละเอยี ดเกย่ี วกบั พนื้ ท่ีใช้สอยโครงการ(ต่อ) 4-16 4.2 ตารางแสดงรายละเอยี ดเกยี่ วกับพ้นื ทใ่ี ชส้ อยโครงการ(ตอ่ ) 4-17 4-18สารบัญแผนภูมิ4.2 ตารางแสดงรายละเอียดเกยี่ วกบั พน้ื ที่ใช้สอยโครงการ(ตอ่ ) หน้า 1.1 ข้นั ตอนและวิธกี ารศกึ ษา 4.1 โครงสร้างการบรหิ ารงาน 1-7 4.2 สัดสว่ นของผูใ้ ชโ้ ครงการ 4-4 4.3 สัดส่วนของพน้ื ท่ีในโครงการ 4-8 4-19
1NTRODUCTIONบทที่ 1 บทนา 1.1 ความสาคญั ของโครงการภาพที่ 1.1 บ้านของชาวบา้ น จากการบนั ทึกภาพ บ้านเกาะเเรตหมู่บ้านหน่ึงของตาบลดอนสัก จังหวัด สุราษฏร์ธานี ต้ังอยู่บนเกาะแรตเกาะเล็กๆท่ีแทบจะหาไม่ เจอในเมอื่ วนั ที่ 25 สงิ หาคม 2560 แผนท่ีโดยห่างจากฝ่ังตรงบ้านแหลมลื่นประมาณ 500 เมตร ชุมชนชาวเกาะเเรตเป็นชุมชนชาวประมงท่ีส่วนใหญ่เป็นคนไทย เช้ือสายจีนท่ีมาต้ังบ้านเรือนอยู่รวมกันประมาณ 90 ครัว เรือนในพื้นท่ีท่ีจากัดแต่เสน่ห์ของชุมชนแห่งนี้ก็สามารถดึงดูด ผู้คนใหม้ าทอ่ งเที่ยวเเละชมวิถชี ีวิตของชาวประมงเก่าแก่ได้ (เกาะ แรต จ.สรุ าษฏ์ธานี,2550)1-1
ภาพที่ 1.2 วถิ ีชวี ติ ของชาวบา้ น1-2 จากการบนั ทกึ ภาพ เมอื่ วนั ที่ 25 สงิ หาคม 25601-1
ปัญหาสาคัญของการตั้งถ่ินฐานที่อยู่อาศัยของชุมชน ภาพที่ 1.3 เรอื ประมงทีใ่ ชใ้ นการหาปลาเกาะเเรต มักประสบพบเจอกับปัญหาบ้านเรือนพังเสียหาย จากการบนั ทกึ ภาพเนื่องจากคล่ืนสูงเเละลมแรง เม่ือวันที่8 ก.พ 2560 คล่ืนลมแรงได้พัดถล่มหมู่บ้านชาวประมงที่ชุมชนบ้านเเกาะเเรตเป็นเวลา เม่ือวันที่ 25 สงิ หาคม 25603 วันติดส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักบ้านเรือนเเละเคร่ืองมือทาการประมงของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เดิมชาวบ้านในชุมชนชาวประมงบนเกาะแรตได้ประกอบอาชีพชาวประมง และระยะหลงั ชุมชนเกาะแรตได้มีโฮมสเตย์เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวท่ีจะเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชาวประมงบนเกาะแรต นอกจากน้ีชาวบ้านยงั ต้องพบเจอกับอีกหลายปัญหา เชน่ เร่ืองวิธีการกาจัดขยะการขาดการบริหารจัดการส่ิงแวดล้อม เเละปัญหาขายอาหารทะเลไม่ได้ราคา เพราะโดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นทาให้ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจานวนมากหรือขาดโอกาสเน่อื งจากตอ้ งเผชญิ กับอุทกภัยและวาตะภัย เพราะขาดวิธีการรองรับในการจัดการ ส่งผลให้ชุมชนเกาะแรตขาดรายได้ 1-3
ภาพท่ี 1.4 ปญั หาของพื้นท่ี Parking ???? จากการวเิ คราะห์ 1-4
1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.3 ขอบเขตของการศกึ ษา1.2.1 เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ 1.3.1 ศึกษารูปแบบของสถาปัตยกรรมท่ีช่วยให้ชุมชนชมุ ชนชาวประมงบนเกาะแรต ชาวประมงบนเกาะแรต ให้สามารถดารงชีวิตอยู่ได้เม่ือเกิด1.2.2 เพื่อศึกษาวิถีชีวิตเเละความเป็นอยู่ของชาวบ้านใน อุทกภัยและวาตะภยั ทไ่ี ม่ร้ายแรงมากห มู่ บ้ า น ช า ว ป ร ะ ม ง บ น เ ก า ะ เ เ ร ต 1.3.2 ศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนชาวประมงบนเกาะ1.2.3 เพ่ือศกึ ษารูปแบบและวิธีการรองรับกับอุทกภัยท่ีเกิดขน้ึ แรต เพื่อนามาใชป้ ระกอบการออกแบบกิจกรรมในพื้นท่ีในพืน้ ที่ 1.3.3 ศึกษาเร่ืองปัญหาเเละอุปสรรคในการค้าปลาและอาหาร1.2.4 เพ่ือศึกษาองค์ประกอบและรายละเอียดของโครงการ ท ะ เ ล ข อ ง ช า ว ป ร ะ ม ง ใ น ชุ ม ช น ช า ว ป ร ะ ม ง เ ก า ะ แ ร ตพ้ืนที่ค้าขาย พ้ืนที่พักอาศัย วิถีชีวิตชาวประมง และ 1.3.4 ศึกษาเร่ืองลักษณะ รูปแบบความร้ายแรงของสภาพแวดล้อมภายในชุมชนประมงบนเกาะแรต อุทกภัยเเละความเสียหายท่ีเกิดข้ึนกับชุมชนชาวประมงบน1.2.5 เพื่อเสนอผลงาน การออกแบบทางสถาปัตยกรรม เกาะเเรตของโครงการพัฒนาหมบู่ า้ นชาวประมงทางเลือกใหม่ เกาะแรต 1.3.5 ศึกษาการออกแบบ สถาปัตยกรรมในรูปแบบของและหนุ่ จาลองทางสถาปัตยกรรมของโครงการ โครงการพฒั นาหมูบ่ า้ นชาวประมงทางเลือกใหม่ เกาะแรต 1-5
1.4 ขน้ั ตอนและวิธกี ารศึกษา1-6
แผนภูมิ 1.1 ขน้ั ตอนและวธิ กี ารศกึ ษา 1-7
ภาพที่ 1.6 การแปรรปู ปลา1-8 จากการบนั ทกึ ภาพ เมื่อวนั ที่ 25 สิงหาคม 2560
1.5 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ ับจากการศึกษา1.5.1 เข้าใจถึงปัญหาต่างๆท่ีเกิดขึ้นในหมบู่ ้านชาวประมงบนเกาะเเรต1.5.2 เขา้ ใจถงึ วถิ ชี ีวติ ความเป็นอยขู่ องชาวบา้ นทอ่ี าศัยอยู่ในหมบู่ ้านชาวประมงเกาะเเรตเพื่อท่จี ะนามาใช้ประกอบการออกแบบกจิ กรรมในโครงการ1.5.3 เข้าใจถึงรปู แบบการรับมือกับอุทกภัยเเละการปรับตัวใหม้ ีชวี ติ อยรู่ อดด้วยสถาปัตยกรรม1.5.4 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและรายละเอียดของโครงการพฒั นาหมูบ่ า้ นชาวประมงทางเลือกใหม่ เกาะแรต1.5.5 สามารถออกแบบ แบบสถาปัตยกรรมของโครงการพัฒนาหมูบ่ า้ นชาวประมงทางเลือกใหม่ เกาะแรต และห่นุ จาลองทางสถาปัตยกรรมของโครงการ 1-9
2.LITERATURE บทท่ี 2 ประมวลเอกสารทีเ่ กย่ี วข้อง REVIEW 2.1 ความหมายและคาจากัดความ 2.1.1 ความหมาย 2.1.1.1 ทางเลือก (Alternative) หมายถึง ช่องทาง, โอกาส,หนทาง,ลู่ทาง,วิธีเลือก,วิถีทาง (พจนานุกรม ราชบัณฑติ ยสถาน,2554) 2.1.1.2 ท้องถ่ิน (Local) หมายถึง เฉพาะถ่ิน, แห่ง ท้ อ ง ถิ่ น , ที่ มี อ ยู่ ใ น เ มื อ ง นั้ น ๆ ( พ จ น า นุ ก ร ม ราชบณั ฑติ ยสถาน,2554) 2.1.1.3 ชาวประมง (Fisherman) หมายถึง ชาวตังเก, ชาวเล,ชาวเรือ,คนหาปลา (พจนานุกรม ราชบณั ฑติ ยสถาน,2554) 2.1.1.4 บ้าน (Home) หมายถึง โรงเรือนหรือส่ิงปลูก สร้างสาหรับใช้เป็นท่ีอยู่อาศัย ซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง (พจนานกุ รมราชบัณฑิตยสถาน,2554) 2-1
2.1.2 คาจากดั ความ 2.1.2.3 ชาวประมง (fisherman) คือ อาชีพที่ เกย่ี วขอ้ งกับกบั สัตว์น้า ทั้งน้าจืด น้ากรอ่ ย และน้าเค็ม อาชพี 2.1.2.1 ทางเลือก (alternative ) คือ ช่องทาง, ชาวประมงเป็นอาชีพด่ังเดิมท่ีคนในยุคสมัยก่อนหากินตามโอกาส,หนทาง,ลู่ทาง,วิธีเลือก,วิถีทาง (พจนานุกรม แหล่งน้าธรรมชาติในการจับสัตว์น้า เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา มา บรโิ ภคและขาย ซ่ึงปัจจบุ ันอาชีพชาวประมงได้พัฒนาเป็นอาชีพราชบัณฑติ ยสถาน,2554.) ที่มีความมั่นคงมากข้ึน ด้วยการทาเกษตรประมงในเชิงธุรกิจ 2.1.2.2 ท้องถิ่น (local) คือ ท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง มากขึ้น เพาะพันธ์ุสัตว์น้าเพ่ือขายเป็นอาหารและเคร่ืองประดับโดยเฉพาะ ซ่งึ เน้นถึงลกั ษณะทางสภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตร์ เช่น การทานากุ้งหรือฟาร์มกุ้ง การทาฟาร์มปลาหรือการและทางธรรมชาติ ที่มีความเป็นขอบเขตเฉพาะพ้ืนท่ีนั้นๆ เป็น เล้ียงปลาในบ่อดิน การเลี้ยงปลาในกระชัง การทาฟาร์มหอยสาคัญและยังมีความหมายที่กาหนดขอบเขตของพื้นท่ีระดับ มุก การเพาะพันธ์ุสาหร่ายเป็นต้น นับวันอาชีพประมงจะมีการย่อยตามเขตการปกครอง หรือเป็นหน่วยงานระดับรองไป พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพและมีปริมาณมากข้ึน เพื่อจากหน่วยงานใหญ่ ได้แก่ หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ จังหวัด เป็น ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ อาชีพน้ีจึงต้องต้น (สารานกุ รมไทย,2550.) อ า ศั ย ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ เ ฉ พ า ะ ท า ง ม า ก ข้ึ น (สารานุกรมไทย,2556.) ภาพท่ี 2.1 อาหารทะเล ท่มี า : www.pinterest.com สบื คน้ เมือ่ : 11 ก.ย 2560 2-2
2.1.2.4 บ้าน (home) คือ ท่ีอยู่อาศัยท่ีให้ความ อบอุ่นใจแก่ผู้อยู่อาศัย คาว่าบ้านอาจมีความหมายถึงรวม อาคารหรือห้องพกั ท่ีใช้พกั อาศัยด้วย หรือ ท่ีอยู่, บริเวณที่ เ รื อ น ตั้ ง อ ยู่ ส่ ว น ต่ า ง ๆ ใ น บ้ า น บ้ า น เ ดี่ ย ว (อังกฤษ: detached house) หมายถึง บ้านที่มีอาณาเขต หรือพ้ืนท่ีบริเวณรอบ ซึ่งจะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ โดยสังเขป ดังนี้ ส่วนทางเข้า ท่ีจอดรถ ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้า-ส้วม ห้องเก็บ ของ หากเป็นบ้านหลังใหญ่ ซึ่งสร้างบ้านเป็นสามช้ัน อาจมี ห้องเพ่ิมจากทั่วไป ดังนี้ ห้องพักผ่อน ระเบียงบ้าน ห้อง พระ ห้องเก็บของ ห้องหนังสือ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้อง ออกกาลังกาย ห้องเก็บเสบียง ห้องเล้ียงเด็ก นอกจากนี้ หากบริเวณบ้านมีพื้นท่ีกว้างพอ อาจจัดแต่งพ้ืนที่เป็นสนาม หญ้า และจัดสวนหรือไม่ก็แบ่งพ้ืนท่ีบางส่วนทาสระว่ายน้า ( th.wikipedia.org/wiki/,2560.)ภาพที่ 2.2 ผนังบ้าน 2-3จากการบนั ทกึ ภาพเมอ่ื วนั ท่ี 25 สิงหาคม 2560
2.1.2.5 หมู่บ้านชาวประมง (fisherman village) เช่น ดงมะพร้าว ดงแสม และป่าโกงกาง เพ่ือทาหน้าท่ีเป็นแนว ความหมายของชาวประมง ต้านลม หมู่บ้านเหล่าน้ีมีทั้งชาวประมงน้าตื้น (จับสัตว์น้าตาม ผู้มีอาชีพประมงอาศัยการจับสัตว์น้า และการเพาะเลี้ยง ชายฝ่ัง) และประมงน้าลึก ส่วนมากเป็นประมงน้าตื้น เพราะ ประมงน้าลึก ต้องใช้ทุนในการประกอบอาชพี สูง ประมงน้าต้ืนสัตว์น้า จึงอาศัยอยู่ตามชายฝ่ังทะเล ปากแม่น้า และตามลาน้า นี้ จึงทาให้เกิดลักษณะเรือนชาวประมงิมทะเลขึ้นอีกแบบหน่ึงทั่วไป โดยจะต้ังหมู่บ้าน ตามสภาพภูมิประเทศ ท่ีเอ้ืออานวยต่อ เพื่อสนองประโยชน์ใช้สอยให้กับเครื่องมือจับสัตว์น้า คือ มีความสะดวก ในการดารงชวี ิต เช่น แถบปากแม่น้า ริมขอบทะเล การสร้างสะพานทางเดินให้ยาวทอดออกไปรมิ ทะเลสุดชายหาดอ่าวไทย ตามเกาะชายฝ่ังในมหาสมุทรอินเดีย แถบอ่าวภูเก็ต และตรงปลายสะพานจะมีเรือนพักสินค้าหลังใหญ่ใช้ร่วมกันและทะเลอันดามัน นอกจากนั้น สภาพลมฟ้าอากาศก็มีผลต่อ เรียกว่า \"โรงโป๊ะ\" เน่ืองจากใช้โป๊ะเป็นเครื่องมือจับปลา ส่วนการเกิด โยกย้าย และเปล่ียนแปลงของหมู่บ้านดังกล่าวด้วย ช่วงระหว่างสะพานทาเป็นที่จอดเรือขนส่งสินค้า ( สารานุกรม( สารานุกรมไทย,2550) ไทย,2550) ประเภทของหมบู่ า้ นชาวประมง 2.) หมู่บ้านริมแม่น้าลาคลอง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ กับ จากสภาพภูมิศาสตร์ และสภาพลมฟ้าอากาศนี้ ทาให้เกิด ทางออกสูท่ ะเล บริเวณปากแมน่ ้า หรอื ปากคลอง และขยายตัวหมู่บา้ นชาวประมงข้ึนได้ 2 ลักษณะ เป็นแถวลกึ เขา้ ไป เป็นทาเลทีเ่ หมาะในการต้งั บา้ นเรอื น เพราะหลบ 1.) หมู่บ้านริมทะเล เป็นหมู่บ้านท่ีเกิดข้ึน จากผลของ ลมมรสุมได้ดี เรือนพักอาศัยสามารถต่อเติมชายคายื่นยาวการประกอบอาชพี โดยตรง เพราะชาวประมงจะเลือกทาเลในการ ได้มาก แต่ต้องทาท่าน้าขนส่งสินค้าหลายระดับ เพ่ือความจับสัตว์น้าที่เหมาะสม แล้วจึงตั้งบ้านเรือนอยู่ตามริมทะเลน้ันๆ เหมาะสมในเวลานา้ ขึน้ และน้าลง ( สารานุกรมไทย,2550)เพ่ือสะดวกในการออกทะเลทุกวัน และสะดวกในการนาเรือเข้าออก เมอ่ื เวลาออกจับสัตว์น้า และนาขน้ึ ฝั่ง เพ่ือส่งไปจาหน่ายเป็นสินค้า หมู่บ้านจะขยายตัวไปตามความยาวของชายฝ่ังทะเลการเลือกที่ตงั้ หมู่บ้านเหล่าน้ี มักจะพยายามหลบลมมรสุม โดยหาทต่ี ั้งที่เปน็ อา่ ว มีภูเขากาบงั หรือมีหม่ตู น้ ไม้ใหญ่บงั ลม 2-4
2.1.2.6 ตลาด (market) หมายถึง สถานที่ท่ีเป็น ชุมชนหรือเป็นท่ีชุมนุมเพื่อซ้ือและขายสินค้า ท้ังในรูปของ วัตถดุ บิ และสินค้าสาเร็จรปู เปน็ ประจา เป็นครงั้ คราว หรอื ตาม วันที่กาหนด โดยที่ต้ังของตลาดอาจมีเพียงที่เดียว หรือ หลายที่ที่ต้ังอยู่ใกล้กันในบริเวณที่มีทาเลเหมาะสม เช่น เป็น ศูนย์กลางของชุมชน และเหมาะจะเป็นที่นัดพบ หรอื เป็นแหล่ง แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ งๆของคนในชมุ ชนนน้ั ๆ ตลาด เป็นการชุมนุมกันทางสังคม แลกเปลี่ยนสินค้า กัน และตลาดยังหมายรวมถึงสถานท่ีท่ีมนุษย์มาชุมนุมกัน เพ่ือค้าขาย ในทางเศรษฐศาสตร์ ตลาดหมายถึงการ แลกเปลี่ยนซื้อขาย โดยไม่มีความหมายของสถานที่ทาง กายภาพ ( สารานุกรมไทย,2550)ภาพท่ี 2.3 บรรยากาศภายในตลาด 2-5 ทม่ี า : www.pinterest.com สืบคน้ เมื่อ : 11 ก.ย 2560
2.1.2.6 โครงการพัฒนาหมู่บ้านชาวประมง ภาพท่ี 2.4 สภาพแวดลอ้ มในชุมชนทางเลือกใหม่ เกาะแรต (ALTERNATIVE OF LOCAL จากการบันทกึ ภาพFISHERMAN HOME) หมายถึง โครงการที่ว่าด้วยแผนพัฒนาจังหวัดสุราษฏ์ธานี ฉบับทบทวน เพื่อการ เมื่อวันท่ี 25 สงิ หาคม 2560พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวให้มีความพร้อมในการรับมือกับนักท่องเท่ียว โดยพัฒนาหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะแรตให้เป็นสถานท่ีท่ีรองรับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีการจัดการบริหารสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อรองรับนักท่องเท่ียวได้เป็นจานวนมาก มีตลาดกลางเพื่อค้าปลาและอาหารทะเล และสถาปัตยกรรมท่ีสามารถอยู่ร่วมกับอุทกภัยได้ เกิดเป็นต้นแบบหมู่บ้านชาวประมง เพ่ือส่งเสริมด้านการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัด และเพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงเก่าแกใ่ หย้ งั คงอยู่ 2-6
2.2 ประวตั คิ วามเปน็ มาของเรอื่ งทศ่ี ึกษา ภาพท่ี 2.5 สภาพแวดลอ้ มในชุมชน จากการบันทกึ ภาพ เกาะแรต อีกหน่ึงสถานท่ีท่องเท่ียว ท่ีตั้งอยู่ท่ีบ้านเกาะแรต หมู่ที่ 3 ตาบลดอนสัก อาเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ เมื่อวันท่ี 25 สงิ หาคม 2560ธานี ต้ังอยู่หา่ งจากแหลมลื่น และถนนสาย ดอนสัก – ขนอมประมาณ 500 เมตร อยู่ในเขตเทศบาลตาบลดอนสัก ห่างจากเมืองสุราษฎร์ธานี ประมาณ 60 กิโลเมตร เกาะแรต เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชาวบ้าน เน่ืองจากชุมชนเกาะแรต เป็นชุมชนของชาวไทยเชื่อสายจีน ท่ีมีอาชีพประมงท้ังหมู่บ้านสามารถท่องเท่ียวแบบโฮมสเตย์ ได้ ชมวิถี ชีวิตของชาวประมง การขาดการบริหารและจัดการส่ิงแวดล้อมท่ีดี ทาให้ขาดรายได้จากนักท่องเที่ยวท่ีจะเดินทางมาท่องเท่ียวยังหมู่บ้านชาวประมงแห่งน้ี รวมไปถึงปัญหาท่ีชาวบ้านต้องพบเจอ เช่นปัญหาคล่ืนสูงลมแรงทาให้บ้านและเคร่ืองมือที่ใช้ประกอบอาชพี เสียหายสง่ ผลใหข้ าดรายได้ รวมท้ังปัญหาโดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทาให้ขายปลาและอาหารทะเลไม่ได้ราคาเทา่ ทค่ี วร จึงทาให้เกิดเปน็ แนวคิดในการพัฒนาหมู่บ้านชาวประมงให้มีความพร้อมในการรับนักท่องเท่ียว ส่งผลให้เกาะแรตและจังหวดั สุราษฏ์ธานมี รี ายได้จากการท่องเทย่ี วเพม่ิ มากขน้ึ 2-7
2.3 นโยบายและแผนพฒั นาทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 2.3.1 การพัฒนาการทอ่ งเท่ยี ว การประชุมระดมความคิดเห็นเรือ่ งการพัฒนาด้านการ ท่องเท่ียว มุ่งเน้นการหาวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่หรือแนว ทางการแก้ไขปัญหาท่ีแตกต่างออกไปจากวิธีการเดิม เน่ืองจากโครงการต่างๆ ส่วนหนึ่งในช่วง ของแผนปฏิบัติ ราชการในปีที่ผ่านๆมา สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาด้วย วิธีคิดที่ยึดติดกับกรอบแบบระบบราชการจะทาให้การ แก้ปัญหาไม่บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้อยางแท้จริง ปัจจุบัน สถานการณ์ทางด้าน การท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ ธานียังมปี ัญหาทส่ี งั่ สมมาจากในอดีตส่วนหนึ่งและเป็นปัญหา ท่ีเกิดข้ึนใหม่ เช่น ปัญหาสภาพแวดล้อมบริเวณสถานท่ี ท่องเท่ียว การขาดแหล่งท่องเที่ยวใหม่โดยเฉพาะแหล่ง ทอ่ งเที่ยว ในตวั เมอื งสรุ าษฎร์ธานี เป็นต้น การเสนอจุดขายโดยนาสถานที่ท่องเท่ียวเหล่าน้ีมา รอ้ ยเรียงเป็นโปรแกรม (Program) การท่องเท่ียวในลักษณะ 1 วัน หรือเป็นแบบ one day trip เพิ่มทางเลือกและ ช่องทางการทองเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพ ใหก้ บั เมืองสุราษฎร์ธานี รวมไปถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้ ประชาชนมีอาชีพมีรายได้เพิ่มมากข้ึน (แผนพัฒนาจ.สุราษฎ์ ธานี,2557) ภาพที่ 2.6 นักทอ่ งเท่ียวทม่ี า : www.pinterest.comสืบค้นเม่ือ : 11 ก.ย 2560 2-8
2.3.2 สถานการณ์ของปญั หา 2.3.2.2 ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั ปัญหาท่ีพบ 2.3.2.1 ทรัพยากรน้า ปัจจุบันแนวโน้มคุณภาพน้า เจอในปัจจุบันคือ การบุกรุกพื้นท่ีทางทะเลเพ่ือเล้ียงหอย ซึ่ง ส่งผลกระทบต่อการทาประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพของของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคุณภาพลดต่าลง ค่าเฉล่ีย ชาวบ้านท่ีอยู่ในพื้นที่และมีการทาประมงมาชา้ นาน ซ่ึงการเลี้ยงออกซิเจนในน้า มีค่าเฉล่ียน้อยกว่า 6 ppm (อ้างอิงจากการ หอยตามข้อมูลได้มีการจัดสรรเนื้อท่ีให้กับแต่ละชุมชนแล้ววัดค่าออกซิเจนในคุณภาพน้า) ซ่ึงส่งผลต่อทรัพยากรในน้า ปัญหาส่วนหน่ึงมาจากความไม่ชัดเจนของกฎหมายในการให้ชนิดอ่ืนๆ และคุณภาพของน้าท่ีนามาใช้อุปโภคและบริโภคลด อานาจอนุญาตให้มีการขยายพื้นท่ีเลี้ยงหอย นอกจากนี้ยังมีต่าลงเช่นกัน ปัญหาจะมีความร้ายแรงโดยเฉพาะในชุมชนเมือง การบุกรุกป่าชายเลน ซ่ึงเป็นท่ีอนุบาลของสัตว์ทะเลและในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ คือ การปล่อยน้าเสียจาก หลากหลาย จึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทั้งระบบ นอกจากนี้ทรพั ยากรชายฝ่ังยังถูกกัดเซาะเพ่ิมมากขน้ึ ทุกปีท้ังครัวเรือนลงสู่แม่น้าลาคลอง แม้ว่าจะมีการณรงค์ให้มีการ จากภัยธรรมชาติและส่วนหน่ึงท่ีมาจากน้ามือของมนุษย์ ไม่ว่าติดตั้งถังดักไขมัน และการบาบัดน้าเสียก่อนปล่อยออกสู่ จะเป็นชายฝ่ังทะเล หรือชายฝั่งแม่น้า ปัจจุบันปัญหารุนแรงชุมชน ส่งผลให้น้ามีสารปนเป้ือนโดยเฉพาะพวกโลหะหนักซ่ึง เพิ่มมากข้ึนบริเวณชายฝ่ังแม่น้าตาปี-พุมดวง เนื่องจากการส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพน้า จากการทางานของ บุกรกุ พ้ืนที่เพ่ือทาการเกษตรโดยเฉพาะปลูกยางพาราและปาล์มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินได้เบ้ืองต้นสาเหตุของปัญหา น้ามัน ซ่ึงการบุกรุกลักษณะเช่นนี้ส่งผลเสียหายต่อทั้งส่วนใหญ่มาจากการไม่มีจิตสานึกของประชาชนเอง และส่วน คุณภาพน้าและการกัดเซาะริมตล่ิง เมื่อถึงฤดูน้าหลากน้าก็จะหน่ึงจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งท่ีไม่จรงิ จังกับการ ไหลเข้าท่วมได้ง่ายและความเร็วของกระแสน้าก็จะเพิ่มขึ้น (แผนแก้ปัญหาและไม่มศี ักยภาพในการแก้ไขปญั หา พฒั นาจ.สุราษฎ์ธานี,2557)ชนดิ2-9
2.3.2.3 ขยะมูลฝอย สถานการณ์ของขยะมีแนวโน้มท่ี ภาพท่ี 2.7 ขยะจะเพมิ่ มากข้นึ และการจดั เก็บก็กาลงั เป็นปัญหา เน่ืองจากมีขอ้ ทีม่ า : www.pinterest.comจากัดของการจัดเกบ็ ขยะท่ไี ม่ทันต่อปรมิ าณของขยะในแต่ละวัน สืบคน้ เมือ่ : 11 ก.ย 2560ตัวเลขปัจจุบนั ของขยะในเขตเทศบาลอยู่ที่ 140 ตันต่อวัน และมีแนวโน้มที่จานวนจะเพ่ิมมากข้ึน แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามท่ีจะหามาตรการต่างๆท่ีมาชว่ ยเหลือในการกาจัดขยะเช่น โครงการซาเล้งขยะ ทอดผ้าป่าขยะ เอาขยะมาแลกไข่เหล่านี้ล้วนต้องการจูงใจให้ประชาชนคัดแยกขยะก่อนนามาท้ิงและมีการนาบางส่วนกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้าได้ (Re use andRecycle) เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้นนอกจากน้ียังมีปัญหาเร่ืองของสถานท่ีกาจัดขยะ ซ่ึงมองว่าเป็นเร่ืองของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีหลายชุมชนท่ีไม่เห็นด้วยให้นาขยะเขา้ ไปท้ิงในพ้ืนที่ของตน แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้ฟังถึงวิธีการและการจัดการที่เป็นระบบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งประเด็นน้ียังคงเป็นปัญหาท่ีต้องมีการแก้ไขต่อไป ส่วนของพ้ืนที่เกาะ มีปัญหาเพิ่มมากข้ึนในเรื่องของการจัดเก็บ เนื่องจากมีขอ้ จากดั เรอ่ื งของเน้ือท่ี โดยเฉพาะเกาะสมุยปรมิ าณขยะอยู่ท่ี 170 ตนั ต่อวนั สามารถจดั เก็บได้ 140 ตันต่อวัน ยงั มีปริมาณขยะท่ีไม่สามารถจัดการได้สะสมต่อวันอยู่ที่ 30 ตัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการและเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ ในขณะน้ียังอยู่ระหว่างการดาเนินการ ปัจจุบันใช้วิธีการฝังกลบและส่วนหน่ึงส่งเสริมให้ชาวบ้านคัดแยกขยะกอ่ นทงิ้ ซ่ึงไมค่ ่อยบรรลุวตั ถปุ ระสงคต์ ามที่ตงั้ ไว้ 2-10
2.3.2 สรุปสภาพปัญหาและความต้องการในระดับพ้ืนท่ี 2.3.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 2 การเป็นผู้นาการ(อาเภอ) ทอ่ งเท่ียวทีย่ ัง่ ยนื 2.3.2.1 ด้านเศรษฐกิจ อาเภอที่มีสภาพปัญหาและ การท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีศักยภาพสูงการความต้องการทางด้านเศรษฐกิจมากท่ีสุด 5 อันดับโดย แข่งขัน ในระดับนานาชาติ เพราะมีทรัพยากร การท่องเที่ยวเรียงลาดับจากมากไปน้อย ได้แก่ อาเภอบ้านตาขุน อาเภอ ทั้งทางธรรมชาติและแหล่งท่องเท่ียวทางวัฒนธรรมมีเกาะสมุย อาเภอพุนพิน อาเภอดอนสัก และอาเภอชัยบุรี ชื่อเสียงระดับโลก ประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นเนื่องจากสาเหตุหลักคือราคาผลผลิตตกต่า ทาให้รายรับ และมีสวนโมกขพลารามเป็นแหล่งปฏิบัติธรรมระดับนานาชาติสวนทางกลับค่าครองชีพที่เพ่ิมสูงขึ้น โดยปราศจาก ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่ง ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลกได้มาตรการรองรับและช่วยเหลือประชาชน และมีสภาพความ และกระแสนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการท่องเท่ียวต้องการทางด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การเกษตร ทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนิเวศน์ และ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสอดรับกับศักยภาพการท่องเท่ียวการลงทนุ และพาณิชยกรรม นอกจากนี้คือการสนับสนุนและ ของ จังหวัด ดังน้ันจังหวัดสุราษฏรธ์ านีจึง ใช้ประโยชน์จากส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทรัพยากรทางการท่องเท่ียวระดับโลกของจังหวัดเพ่ิมเพ่ือให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และดาเนินชีวิตอย่างมั่นคงและ โอกาสในกระแสการท่องเท่ียวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรมยงั่ ยนื ได้ในชุมชน และเชิงสุขภาพ ในการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวและ กิจกรรม การท่องเท่ียวอันเป็นเอกลักษณ์จังหวัดให้ตอบรับกระแสการ ทอ่ งเทย่ี วโลก แต่อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากขาดการบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมท่ีดี ทั้งในเขตชุมชนและแหล่งท่องเท่ียวหลัก สาธารณูปโภคพื้นที่ของแหล่งท่องเท่ียวทางทะเลอาจไม่ สามารถรองรบั นักท่องเที่ยวได้จานวนมากและ กิจกรรมการ ท่องเท่ียวยังไม่หลากหลายดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างเป็น ระยะเวลาที่ยาวนานข้ึน นอกจากนี้(แผนพัฒนาจ.สุราษฎ์ ธานี,2557) 2-11
จังหวัดสุราษฎร์ธานียงั มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย 2 . 3 . 4 ป ร ะ เ ด็ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ท่ี 5 ส ร้ า ง ฐ า น ของนักท่องเที่ยว ทั้งความปลอดภัยจากการเดินทางและ ทรัพยากรธรรมชาติทม่ี ่นั คงและสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม กิจกรรมการท่องเท่ียว ดังนั้น จึงเน้นการพัฒนาและแก้ไข ปัญหาในแหล่งท่องเที่ยวหลักและเพิ่มความปลอดภัย ของ จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทรัพยากรธรรมชาติท่ีอุดม สมบูรณ์ สามารถเป็นฐานเพื่อการพัฒนาด้านอื่นๆ ได้เป็น นักท่องเที่ยว อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามพบว่า ถึงแม้พ้ืนท่ีป่าชายเลนของ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนแต่ ระดับความอุดม “การเป็นผู้นาการท่องเท่ียวที่ย่ังยืน มีจุดประสงค์หลักที่ สมบูรณ์กลับลดลงมาก ซ่ึงเกิดจากสาเหตุหลายประการ รว่ มกัน ท่ีสาคัญคือ การขยายตัวของ ประชากร ทาให้มีการ การ บริหาร จัดการศักยภาพทาง การท่องเที่ยวให้ พัฒนากิจกรรมต่างๆ มากมาย ที่สาคัญคือ การประมงและ ยั่งยืนสอดคล้องกระแสโลก” และมีกล การเพาะเล้ียงสัตว์น้า โดยเฉพาะการทานากุ้ง การทาเหมืองแร่ การเกษตรกรรม และกิจกรรมอ่ืน การเปลี่ยนแปลงพ้ืนท่ีป่า ยุทธแ์ ละจดุ ม่งุ เนน้ ในการพฒั นา ชายเลน ดังกล่าวทาให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน หลายประการ เช่น อุณหภูมิน้าสูงข้ึน ปริมาณธาตุอาหาร o พัฒนาแหล่งท่องเท่ียวและกิจกรรมการท่องเท่ียวอันเป็น ลดลง ความเค็มเพ่ิมขึ้น น้าข้นข้ึน มีปริมาณสารพิษ ในน้า เอกลักษณ์จังหวัดให้ตอบรับกระแส การท่องเที่ยวโลก เพื่อ เกิดการพังทลายของดิน มีการเปล่ียนแปลงชนิดปริมาณและ ลักษณะโครงสร้างของพืชและสัตว์น้า ที่สาคัญคือมี ดึงดูดนักท่องเทยี่ วใหม้ าเทย่ี วมากขึ้น ผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในป่าชายเลนและระบบ นิเวศอื่นในบริเวณชายฝั่งและ ใกล้เคียงป่าชายเลน(แผน o บริหารจัดการแหล่งท่องเท่ียวหลักให้นักท่องเที่ยวมีความ พึงพอใจ เกดิ การพกั ค้างยาวนานขึ้นและใชจ้ ับจ่ายใช้สอยมาก พฒั นาจ.สรุ าษฎ์ธานี,2557) ขึน้ ภาพที่ 2.8 นกั ทอ่ งเที่ยวที่มา : www.pinterest.comสบื ค้นเมอ่ื : 11 ก.ย 2560 2-12
ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงเศรษฐกิจและ ประชาชนและของประเทศโดยรวม และยากท่ีจะฟ้ืนฟูเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมได้ แม้จะตอ้ งใชเ้ งนิ ลงทนุ มหาศาล สถานการณส์ ิง่ แวดลอ้ ม โดยเฉพาะในเขตเมืองและแหล่งท่องเท่ียวที่ไม่สามารถก้าวทันการพัฒนา ทางเศรษฐกิจยกตัวอย่าง เช่น ในขณะท่ีปริมาณขยะและน้าเสียเพ่ิมข้ึนตามระดับการพัฒนาและจานวน ประชากรในเขตเมือง แต่เทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยยงั ไม่มีระบบการกาจัดขยะและน้าเสีย ที่เหมาะสม ประชาชนมักจะใชพ้ ื้นที่แหล่งน้า เชน่ ลาน้า เป็นสถานท่ที ้ิงขยะ ทาให้เกิดสภาพแวดล้อมเสียหาย ปัญหาเรม่ิ ทวีความรุนแรงมากข้ึน เพ่ือให้การแก้ไขปัญหาขยะ จึงมีความจาเป็นต้องก่อสร้างที่กาจัดขยะ ให้แก่ประชาชน หากไม่เร่งดาเนินการปัญหาการสะสมของขยะทาให้ทัศนียภาพและคุณภาพน้าเส่ือมโทรมลง และจาเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโดยบูรณาการกิจกรรมการดาเนินการของส่วนราชการ ภาคเอกชน เพื่อให้การดาเนินการสามารถแกไ้ ขปัญหาได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ รวมท้ังเป็นการส่งเสรมิ และสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว (แผนพัฒนาจ.สุราษฎ์ธานี,2557) 2-13
ดังน้ัน การวางเป้าประสงค์การพัฒนาจังหวัดด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจึงเป็น1) ชุมชนและเมือง ท่องเท่ียวหลักมีสภาพแวดล้อมท่ีดี 2) พื้นท่ีป่ามีความอุดม สมบูรณ์และมีสีเขียวเพ่ิมขึ้น (ป่าบก ป่าชายเลน) และ 3) ชุมชน เสย่ี งภัยมคี วามพรอ้ มในการจดั การภยั พิบตั แิ ละ สาธารณภยั กลยุทธ์การพัฒนามีจุดมุ่งเน้นหลัก ในการบริหาร จัดการเพื่อใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอ ยางคุ้มค่าสมดุล และลดพื้นท่ีทรัพยากรทางทะเลท่ีเสื่อมโทรม และย่ังยืนเฝ้าติดตามและแก้ไขสถานการณ์ส่ิงแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาศัยแนวร่วมจากองค์กรภาค ประชาชน เพื่อลดการทาลายทรัพยากรทางทะเลและเตรยี มการ ป้องกันภัยธรรมชาติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยการ ประสาน ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือ ป้องกันความเสียหาย โดยมีลักษณะของการทางานในเชิงรุก โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีท่ีมีความเส่ียงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ มี อาสาสมัครในการเตือนภัยและให้ความรู้เรื่อง ภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งการป้องกัน และการเตรียมรับมือ ให้แก่ชาวบ้านใน ทุกหมู่บ้าน และชุมชนต่างๆ โดยความร่วมมือของภาคีภาค ประชาชน (แผนพัฒนาจ.สุราษฎ์ธานี,2557)ภาพท่ี 2.9 เรือประมงท่ใี ช้ในการหาปลา 2-14 จากการบันทกึ ภาพ เมอื่ วันที่ 25 สิงหาคม 2560
ALTERNATIVE OF LOCAL FISHERMAN HOME ลอย (ทะ) เล2.4 แนวทางการแก้ไขปญั หา แนวทางการพัฒนา คือ บริหาร จัดการสิ่งแวดล้อมใหด้ กี วา่ ท่เี ป็นอยู่ รวมไปถึงปัญหาอุทกภัยที่ชาวบ้านต้องพบเจอ เพ่ือรองรับนักท่องเที่ยวท่ีจะเข้ามาเท่ียวในหมู่บ้านชาวประมงแห่งน้ี ทาให้ชาวบ้านเห็นถึงความสาคัญของการกาจัดขยะ กาจัดของเสีย ไม่ท้ิงขยะหรือปล่อยของเสียลงสู่ทะเล สรา้ งพื้นท่ีส่วนกลางในการค้าปลาและอาหารทะเล ทาให้ชาวบ้านค้าขายปลาและอาหารทะเลได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งผลให้ชาวบา้ นมรี ายไดเ้ พ่มิ มากขึน้ ภาพที่ 2.10 ขยะภายในชมุ ชน จากการบันทกึ ภาพ 2-15 เม่อื วันท่ี 25 สิงหาคม 2560
ALTERNATIVE OF LOCAL FISHERMAN HOME ลอย (ทะ) เล
2.5 ทฤษฎที เี่ กีย่ วขอ้ งและหลกั การออกแบบ ประเภทที่ 1 นักท่องเที่ยวแบบหัวกระทิ (hard-core nature tourists) เป็นนักท่องเที่ยวท่ีเน้นความสาคัญใน2.5.1 ทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง การศึกษาคน้ ควา้ ขณะ ที่เทย่ี วชมธรรมชาติ 2.5.1.1 องคป์ ระกอบของการทอ่ งเทีย่ วเชิงอนรุ กั ษ์ ประเภทที่ 2 นักท่องเท่ียวธรรมชาติแบบอุทิศตน 1 . ท รั พ ย า ก ร ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว (dedicated nature tourists) เป็นนักท่องเที่ยวท่ีเน้นเจาะจงไป เท่ียวสถานท่ี ธรรมชาติโดยเฉพาะ เพ่ือจะได้รู้ได้เข้าใจใน(natural resource tourism) การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธ ร ร ม ช า ติ ห รื อ ป ร ะ เ พ ณี ท้ อ ง ถ่ิ นเกี่ยวข้องกับธรรมชาติท่ียังดารงไว้ซ่ึงสภาพดังเดิมของระบบนิเวศ (first hand ecosystem) และวัฒนธรรมท้องถ่ิน ที่มี ประเภทท่ี 3 นักท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นหลักความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (mainstream nature tourists) เป็นนักท่องเที่ยวท่ีชอบไปส่วนใหญ่ จึงมักปรากฏอยใู่ นพื้นที่พ้ืนท่ีอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่า และอุทยานประวัติศาสตร์ สถานท่ีแปลกๆ ท่ีไม่เคยไปมาก่อน เช่น ไปเยือนลุ่มน้าอเมซอนเป็นต้น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (Amazon) อุทยานกอริลาในรวันดา (Rawanda Gorilla(2539) กล่าวถึงแหล่งท่องเท่ียวธรรมชาติ ว่าเป็นแหล่งที่มี Park) หรือจุดหมายปลายทางอื่นๆ ท่ีเป็นการริเร่ิมสาหรับจุดเด่นเป็นสิ่งท่ีดึงดูดใจนักท่องเที่ยว (nature attractions) โ ป ร แ ก ร ม ท่ อ ง เ ที่ ย ว พิ เ ศ ษและตัดขาดจากโลกภายนอก (solitude) ซ่ึงนักท่องเที่ยวจะไมไ่ ด้ สมั ผสั ทบ่ี ้าน นอกจากน้ี ประเภทท่ี 4 นักท่องเที่ยวธรรมชาติตามโอกาส (casual nature tourists) เป็นนักท่องเที่ยวท่ีบังเอิญต้องไป นกั ท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ สถาบันวิจัยเพอ่ื พัฒนาประเทศ ชมธรรมชาติ เพราะเปน็ ส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเท่ียวที่ตน ได้เลือกไป นอกจากน้ี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (2540) ระบุว่านกั ทอ่ งเท่ยี วเชิงอนุรกั ษ์สามารถจาแนกได้ แห่งประเทศไทย, 2539 ได้กล่าวถึงลักษณะของนักท่องเท่ียว เชงิ อนุรกั ษว์ ่าเป็น 4 ประเภท ภาพท่ี 2.11 คนปลูกตน้ ไม้ ที่มา : www.pinterest.com สบื คน้ เมอ่ื : 11 ก.ย 2560 2-16
จ ะ ต้ อ ง เ ป็ น นั ก ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ที่ มี พ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ เ ห ม า ะ ส ม กั บ วัตถุประสงค์ในการศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ เพื่อ เสรมิ สร้างจิตสานกึ ใน การอนุรกั ษ์ธรรมชาต 3 . ก า รต ล า ดนั บ เ ป็ น ส่ ว น ส า คั ญใ น ก าร ชั ก จู ง นักท่องเที่ยวให้ไปท่องเที่ยว โดยเป็นสื่อกลางระหว่าง นักท่องเท่ียว ผู้ประกอบการ และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในเชิง การตลาดจะต้องทาความเขา้ ใจให้ชดั เจนว่า การท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์ มีลักษณะอย่างไร โดยการให้ข้อมูลและส่ิงที่คาดหวัง จากการท่องเท่ียว ( expectation) อย่างถูก ต้องแก่ นักทอ่ งเท่ยี ว เพอ่ื เป็นการช่วยให้ นักท่องเท่ียวตัดสินใจว่า รูปแบบของการท่องเท่ียวใน ลักษณะเช่นน้ีเหมาะสม กับความสนใจ และตรงตามความ ต้องการของตนเองหรือไม่ และสามารถยอมรับกฏ หรือ กติกาของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้หรือไม่ ดังน้ัน จึงเห็น ได้ว่าการตลาดเป็นเคร่ืองมือท่ีสาคัญในการเลือกสรรประเภท และคุณภาพของนักท่องเที่ยว เพ่ือส่งเสริมสนับสนุน การ ท่องเท่ียวในเชิงคุณภาพ (qualitative tourism) มากกว่าการ ท่องเที่ยวในเชิงปริมาณ (quantitative tourism) อันจะเป็น หนทาง นาไปสู่การท่องเที่ยวอย่างย่ังยืน ซ่ึงส่วนใหญ่งาน ด้านการส่งเสริมการตลาดเป็นหน้าที่ของการท่องเท่ียวแห่ง ประเทศไทย (ทอ่ งเที่ยวเชงิ นเิ วศน์, 2539)ภาพท่ี 2.12 นักทอ่ งเท่ยี วปนั่ จกั รยาน ท่ีมา : www.pinterest.com สบื คน้ เมือ่ : 11 ก.ย 2560 2-17
2.5.1.2 น้าขึ้น น้าลง น้าขึ้นน้าลงเป็นปรากฏการณ์ ภาพที่ 2.13 การเกดิ น้าขน้ึ นา้ ลงทางธรรมชาติที่เกิดจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวง ทม่ี า : www.space.mict.go.thอาทิตย์ที่กระทาต่อโลกเรา แต่ผลที่เกิดจากดวงจันทร์น้ันมากกว่าดวงอาทิตย์ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์จะมีมวลมากกว่า สืบค้นเมอ่ื : 11 ก.ย 2560ดวงจนั ทร์ถึง 27 ลา้ นเท่า แต่ดวงอาทิตย์อยหู่ ่างไกลจากโลกถึง 93 ล้านไมล์ (ประมาณ 390 เท่าเม่ือเทียบกับระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์) ส่วนดวงจันทร์ที่เป็นบริวารของโลกน้ัน อยู่ห่างจากโลกเพียง 240,000 ไมล์ ดังนั้นแรงดึงดดู ของดวงจนั ทรจ์ ึงมผี ลต่อโลกมากกวา่ ดวงอาทิตย์ และน้าที่เกิดจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์จะสูงเพียงร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับระดับน้าท่ีสูงขึ้นเน่ืองจากแรงดึงดูดของดวงจันทรใ์ นขณะที่ดวงจันทรโ์ คจรรอบโลกนั้น น้าบนพ้ืนโลกซ่ึงเป็นของเหลว จะถูกแรงดึงดูดของดวงจันทรท์ าให้ระดับน้าสูงขนึ้ ทั้งในทิศทางทด่ี วงจันทร์ปรากฏขึน้ และในซีกโลกฝั่งตรงขา้ มน้าก็จะสูงข้ึนด้วยเพราะแรงดึงดูดของโลกกับดวงจันทรไ์ ปรวมในทิศทางน้ัน แรงดึงดูดของดวงจันทร์ท่ีกระทากับโลกบริเวณท่ีใกล้กับดวงจันทร์มากที่สุด จะเกิดแรงมากที่สุดด้วยดังนั้นน้าในมหาสมุทรจึงเคล่ือนเข้ามาในบริเวณน้ีมากกว่าบรเิ วณอนื่ ส่วนระดับน้าด้านข้างท้ังสองของโลกก็จะลดลงและเกิดเป็นปรากฏการณ์น้าลง ส่วนด้านตรงกันข้ามก็มีแรงกระทาเหมือนกัน แต่ว่าน้อยกว่าด้านท่ีใกล้กับดวงจันทร์ มันจึงดูดน้าจานวนมหาศาลให้ติดกับผิวโลก แต่เน่ืองจากไม่สามารถเคลอื่ นมาทางด้านหน้าได้จงึ เกิดการนูนขึ้นอีกด้านหน่ึง ซึ่งเป็นด้านตรงกันข้าม แต่ว่าการนูนน้อยกว่าด้านใกล้กับดวงจันทร์ (www.space.mict.go.th สืบค้นเมื่อ : 11 ก.ย2560) 2-18
โดยทว่ั ไปแล้วชว่ งเวลาระหว่างนา้ ขึน้ คร้ังที่หน่ึงถึงน้าขึ้น คร้ังที่สองจะใช้เวลาเท่ากับ 12 ช่ัวโมง 25 นาที ทั้งนี้ ปรากฏการณ์น้าขึ้นจะไม่เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรอยู่ตรง ศีรษะเรา โดยเราจะตอ้ งรอให้เวลาผา่ นไปอีก 6 ช่วั โมงจึงจะเห็น ปรากฏการณ์น้าขึ้นได้ ซึ่งมีเหตุผลมาจากแรงเสียดทานและ ความเฉ่ือยของน้า รวมไปถึงยังมีปัจจัยอื่น อาทิเช่น ความ ลึกที่แตกตา่ งกันของมหาสมทุ ร การที่จะเกิดน้าข้ึนมากเป็นพิเศษ หรือน้าลงมากเป็น พิเศษได้นน้ั ดวงจนั ทรแ์ ละดวงอาทติ ยจ์ ะตอ้ งโคจรมาอยู่ในแนว เดียวกัน ไม่ว่าดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์จะอยขู่ ้างเดียวหรือ คนละข้างกับโลก ระดับน้าจะสูงข้ึนกว่าปกติเรียกว่า น้าเกิด (spring tide) ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง คือใกล้วันขึ้น 15 ค่า และวันแรม 15 ค่า และเม่ือใดที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ อยู่ในแนวตั้งฉากซึ่งกันและกัน ระดับน้าจะไม่สูงข้ึนแต่จะอยู่ใน ระดับเดิม ไม่ข้ึนไม่ลง เรียกว่า น้าตาย (neap tide) จะเกิดขึ้น เดือนละ 2 คร้ัง เช่นเดียวกับน้าเกิด คือใกล้วันข้ึน 8 ค่า และ วันแรม 8 ค่านั้นเอง (www.space.mict.go.th, สืบค้นเม่ือ : 11 ก.ย 2560)ภาพท่ี 2.14 การเกิดน้าข้นึ น้าลง ที่มา : www.space.mict.go.th สืบคน้ เม่อื : 11 ก.ย 25602-19
2.5.2 หลักการออกแบบ 3.) หลังคาปั้นหยา (Hip) ป้องกันแรงปะทะได้ดีกว่า หลังคาแบบจ่ัว (Gable)ควรเพิ่มด้านมุมหลังคาให้ครอบคลุม 2.5.2.1 บา้ นปอ้ งกนั พายุ พ้ืนที่อาคาร เพ่ือรับแรงปะทะจากลมพายุรอบด้าน การ หลกั การออกแบบบา้ นป้องกนั พายุ ออกแบบชุดหลังคาให้มีหลายแผง หลายมุมจั่วจะช่วยต้านแรง 1.) หลีกเล่ียงการวางผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือ ปะทะไดด้ ียง่ิ ขึ้น (จากการศึกษาหลังคาเอียงทามุม 30 องศาตัว U เพราะเหล่ียมมุมของผังบ้านจะให้เกิดมุมดักลม เม่ือ ปอ้ งกนั ความรนุ แรงไดด้ ีทส่ี ดุ )กระแสลมไหลผ่านออกไปไม่ได้ ก็จะสะสมแรงปะทะอย่ทู ่ีหัวมุมน้ันจนเกดิ ความเสยี หายแก่อาคารทัง้ หลัง ดังนั้นเพือ่ ลดแรงปะทะที่ 4.) สร้างช่องระบายลมขนาดเล็กใต้หลังคา ให้ต่าลงมารุนแรง ควรออกแบบผังบ้านเป็นรูปเหลี่ยมครบมุมขนาด ประมาณ 1 เมตร หากต้องการสร้างช่องลมไว้ช่วยลดกระทัดรัด ท้ังส่ีเหล่ียม หกเหลี่ยม หรือรูปทรงหลายเหล่ียม อุณหภูมิในหน้าร้อน ก็ควรจะเลื่อนตาแหน่งลงมาประมาณ 1ส่วนสาคัญคือไม่ควรมีพ้ืนยืน่ เกินออกมาก เพราะจะกลายเป็น เมตร จากจุดสูงสุดของหน้าจั่ว เพ่ือลดความเสียหายจากจุดออ่ นใหล้ มเข้าปะทะสร้างความเสียหาย (รูปทรงทร่ี บั แรงปะทะ แรงลมที่จะพัดผ่านเข้าไปทาลายโครงสร้างหลังคาภายใน พัดได้ดที ่สี ดุ คือทรงโดมคร่งึ วงกลมและทรงกระบอก) ผืนหลงั คาหลดุ ลอยไปได้(บ้านกันพาย,ุ 2550.) 2.) ใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี เช่นโครงสร้างเหล็กและไม้ เพราะเหล็กมีคุณสมบัติรับแรงดึงได้ดีกว่าคอนกรีตท่ัวๆไป ทาให้สามารถดูดซับแรงกระทา รักษารูปทรงใหค้ งสภาพอยู่ได้ ไมแ่ ตกหักพังทลายในทันที แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นหลักประกันท่ีความคุ้มค่าต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตัวอย่างท่ีเห็นได้คือ ที่ประเทศญ่ีปุ่นเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง บ้านท่ีนั่นมักใช้โครงสร้างเหลก็ หรือไม้เชน่ กัน ภาพท่ี 2.15 บ้านป้องกนั พายุ ท่มี า : www.pinterest.com สบื คน้ เม่อื : 11 ก.ย 2560 2-20
5.) เชื่อมโครงสร้างหลังคากับเสาและผนังบ้านให้ยึด ติดกันแนบสนิท แข็งแรง เป็นการป้องกันลมพัดโครงหลังคา ปลิวออกจากตวั บา้ น เลือกใช้กระเบ้ืองมุงแบบแผ่นเล็ก หรอื มี ระยะยึดเกาะถี่ๆ เพื่อเพ่ิมจุดยึดเกาะท่ีหนาแน่นมากขึ้นบนผืน หลังคา ยอมเสียกระเบ้ืองแผ่นเล็กจานวนไม่มากดีกว่าเสีย กระเบื้องแผ่นยาวกินพ้ืนท่ี และการลดความเส่ียงโครงสร้าง หลังคาเสียหาย ด้วยการปูกระเบื้องชายคาออกไปไม่เกิน 50 เซนตเิ มตร ลดพน้ื ทีร่ บั แรงปะทะ 6.) เชิงชายและไม้ปิดลอนช่วยได้ องค์ประกอบง่ายๆ ของอาคาร ที่นอกจากจะใช้เก็บความเรียบร้อยของหลังคา และป้องกันนก หนู แมลงเข้าใต้ฝ้าแล้ว ยังมีส่วนช่วยลด ปรมิ าณลมทจ่ี ะพดั เขา้ ใต้หลงั คาได้อีกดว้ ย 7.) แยกโครงสร้างกันสาดจากโครงหลังคา หาก ต้องการมีชายคาย่ืนยาวเพ่ือป้องการแดดฝน ควรทาเป็น ชายคาแยกออกมาจากหลังคา เช่น ย่ืนมาจากคาน ระเบียง เป็นต้น เพ่ือลดความเสียหายหากทาหลังคาที่มีชายคายื่น ยาวๆ (บ้านกนั พายุ,2550)ภาพท่ี 2.16 บา้ นป้องกันพายุ ทีม่ า : www.pinterest.com สืบคน้ เมอ่ื : 11 ก.ย 2560 2-21
2.5.2.2 หลกั การออกแบบโฮมสเตย์ 5. บา้ นพัก สมาชิกในครอบครัวต้องเต็มใจต่อการรับผู้ 1. การออกแบบโฮมสเตย์ควรคานึงถึงบริบทโดยรอบ มาเยือน บ้านพักมีโครงสร้างที่ดี ชุมชนมีสภาพแวดล้อมท่ีดียึดอัตลักษณ์และเอกลักษณ์เดิมของชุมชนเพ่ือสร้างงาน ไม่ไกลจากเมืองหรือพ้ืนท่ี เทศกาล หรือสถานที่ท่องเท่ียวสถาปตั ยกรรมท่สี ่อื ถงึ คณุ คา่ แกก่ ารรกั ษา การจัดเตรียมที่พัก จะหมายรวมถึง การจัดเตรียมห้องพัก ห้องอาบน้า ห้องส้วม และห้องนั่งเล่นไว้สาหรับรองรับ 2. การนาอาวัสดุในพ้ืนที่มาใชใ้ นการทาหรือตกแต่งโฮมส นักท่องเท่ียว ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ เป็นบ้านที่มีอากาศเตย์ ย่อมสง่ ผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ชุมชนและเจ้าของ ถ่ายเทได้สะดวก ไม่มีกลิ่นอับ มีการจัดเตรยี มสถานที่พบปะกันโฮมสเตย์ เนื่องจากนอกจากได้ความสวยงามแล้วยังช่วยใน (สถานท่ีนังเล่น) เพื่อเป็นสถานที่นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้การประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างในทางตรง และประโยชน์ ระหว่างเจ้าของบ้านกับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างมิตรภาพทางอ้อมคือช่วยเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนระหว่าง และเรียนรซู้ ่ึงกนั และกันที่มกี ารสร้างหรือพฒั นางานทไี่ ดจ้ ากวัสดุในทอ้ งถ่นิ อกี ด้วย 6. ห้องพัก สาหรับนักท่องเท่ียวต้องมีความ เป็น 3. การปรับปรุงรูปแบบโอมสเตย์ควรมีการคานึงถึง ส่วนตัวและเรียบง่าย มีเคร่ืองนอน (ที่นอน/หมอน/ผ้าปู/ผลกระทบตอ่ ชุมชนจากงานสถาปัตยกรรมที่ได้มาการพัฒนา ผ้าห่ม/มุง) ที่สะอาด ทาความสะอาดเครื่องนอนทุกคร้ังที่หรอื สร้างขึน้ มาด้วย นักท่องเท่ียวออกจากที่พักและจัดปูใหม่อย่างเรียบร้อยเมื่อมี นักท่องเที่ยวรายใหม่เข้าพัก มีไฟฟ้า/ ตะเกียง ให้แสงสว่าง 4. ภูมิปัญญาของท้องถิ่นมีคุณค่าการนามาพัฒนาต่อ เพียงพออย่างเหมาะสม อาจจัดให้มีเครื่องเรือน เครื่องใช้ยอดแนวความคดิ ทางดา้ นสถาปัตยกรรมนอกจากจะส่งผลให้ อ่ืนๆ เพอ่ื เพ่ิมความสะดวก ให้แก่ผู้มาพักค้างแรม เชน่ ไม้แขวนงานสถาปัตยกรรมมีคุณค่า ย่อมเป็นการสร้างงานในชุมชน เสื้อ ราวพาดผ้าเช็ดตัว โต๊ะเล็กๆ สาหรับวางของ อ่านหรืออีกด้วยและควรมีการวางแผนที่ดีเนื่องจากหากไม่มีการ เขียนหนงั สือวางแผนท่ีดีต้ังแต่แรกเร่ิมย่อมส่งผลต่อการปรับปรุงแก้ไขในอนาคตและเสียค่าใช้จ่ายในการก่อสรา้ ง 7. ห้องน้าจะเป็นห้องที่ผู้มาเยือนจะมาร่วมใช้กับเจ้าของ บ้าน สิง่ สาคญั กค็ อื ความสะอาด จะต้องมีการทาความสะอาด อยู่เป็นประจาและ สม่าเสมอ ควรมีการจัดเตรียมเครื่องใช้ สาหรบั อาบน้าเพื่อบริการแก่ผู้มาพัก ค้างแรม เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า รวมทั้ง อุปกรณ์ในห้องน้า ควรอธิบายวีธีการใช้ อุปกรณ์ในห้องน้า การตักน้าอาบ เพื่อป้องกันการใช้ อุปกรณ์ไม่ถกู ตอ้ ง(www.slideshare.net, สืบคน้ เมื่อ : 20 ก.ย) 2-22
2.5.2.3 การออกแบบตลาดเพ่ือชมุ ชน เกณฑ์การออกแบบเป็นสิ่งที่จาเป็นเบื้องต้นก่อนการ ม่ันคงแข็งแรง เนื่องจากเป็นอาคารโล่ง หลังคาสร้างด้วย ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2542) ออกตาม ออกแบบทุกครั้ง เป็นกรอบที่ผู้ออกแบบจะต้องทาความเข้าใจ วัสดุทนไฟ โครงสร้างหลังคา อาคาร หลังเดียวกันให้ใชว้ ัสดุความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ. 2535 ได้ อย่างละเอียดถ่ีถ้วน เพื่อการออกแบบที่ถูกต้องตรงความ ชนิดเดียวกัน พื้นและฝาผนังตลาดทาด้วยวัสดุถาวร แข็งแรงจาแนกตลาดออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ต้องการ ไม่ขัดต่อกฎระเบียบของทางราชการตาม เรียบและทาความสะอาดง่าย ทั้งนี้ โครงสร้างต้องรับ พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และประกาศฉบับต่างๆ เป็น แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ในแนวเทือกเขาทางตะวันตก- ตลาดประเภทที่ 1 ได้แก่ ตลาดที่มโี ครงสรา้ งอาคารและดาเนิน เกณฑท์ ั่วไปสาหรบั การออกแบบตลาดสดเทศบาล ซ่ึงคานึงถึง หรือ เมอื่ มกี ารประกาศเขตควบคมุ กรณีดงั กล่าวกิจการเปน็ การประจาหรืออยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ 1 คร้ัง กฎระเบียบ และรวบรวมแนวคิดตามเกณฑ์มาตรฐานตลาดสด น่าซ้ือของกรมอนามัยเข้าไว้ด้วยเพ่ือเป็นกรอบแนวทางในการ 4) เป็นอาคารโปร่ง ภายในตัวอาคารมีแสงสว่าง การ- ตลาดประเภทท่ี 2 ได้แก่ ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคารและ ออกแบบแนวคดิ ตอ่ ไป ดังน้ี ระบายอากาศอย่างเพียงพอดาเนนิ กจิ การเปน็ การประจาหรอื อยา่ งนอ้ ยสัปดาหล์ ะ 1 ครง้ั 1) เป็นตลาดสด ประเภท 1 ตามกฎกระทรวงว่าด้วย 5) ทางเดินภายในอาคารตลาดมีความกว้างไม่น้อย- ตลาดประเภทท่ี 3 ได้แก่ ตลาดท่ีไม่มีโครงสร้างอาคารและ สุขลักษณะของตลาด พ.ศ. 2551 ออกตามความใน กว่า 2 เมตร ถนนรอบอาคารตลาดกว้างไม่น้อยกว่า 4ดาเนนิ กจิ การช่วั คราวหรอื เป็นครง้ั คราวหรือตามวันท่ีกาหนด พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2535 และออกแบบตาม เมตร (อยา่ งนอ้ ยหนึ่งทาง)และมีทางลาดสาหรับรถเข็นสินคา้ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวง ที่เก่ียวข้อง เช่น ระยะย่นท่ีจอดรถ จานวนห้องน้า การระบาย 6) แผงขายสินค้าเป็นแบบปิดทึบ ทาด้วยวัสดุถาวร เรียบ และ นา้ ฯลฯ ทาความสะดวกง่าย สูงจากพ้ืนทางเดินไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร มีที่ติดป้ายชื่อแผง มีช่องทางเก็บสินค้าใต้แผงค้า 2) ประกอบด้วยแผงค้า อาหารสด อาหารแปรรูป ช่องจัดเก็บมีประตูทาด้วยวัสดุถาวรปิดสนิทกันสัตว์ท่ีเป็น อาหารปรุงสาเร็จ และแผงค้าเบ็ดเตล็ดอย่างครบถ้วน และ พาหะนาโรค ความกว้างประตูไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีท่อระบาย จดั เปน็ หมวดหม่ไู ม่ปะปนกัน น้าพีวีซีขนาดไม่เล็กกว่า 2.50 เซนติเมตร ระบายน้าจากแผง ลงรางระบบน้าขา้ ง (การออกแบบ,2548) 3) โครงสร้างอาคารตลาดสดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียวหรือสองชั้นมีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เมตร โครงสรา้ งหลงั คาเปน็ เหลก็ หรืออาจเป็นไม้ ในกรณีชว่ งกว้าง (span) น้อยกวา่ 6 เมตร มีความ 2-23
ภาพท่ี 2.17 แผงขายสินคา้ 7) มีรางระบายน้าข้างทางเดินภายในตลาดท้ังสองทีม่ า : www.pinterest.com ด้าน ความกว้างรางไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ลึกไม่น้อย สบื ค้นเม่ือ : 11 ก.ย 2560 กว่า 10 เซนติเมตร เป็นชนิดรางเปิดและมีตะแกรงเหล็กปิด มี ระบบรวบรวมน้าที่ดี ไม่ใหน้ า้ ขงั 8) มีท่ีดักขยะมูลฝอยและบ่อดักไขมัน ก่อนระบายน้า เขา้ ส่ถู งั บาบดั นา้ เสยี รวม 9) มีระบบบาบัดน้าสียมาตรฐานที่เพียงพอต่อ ปรมิ าณน้าเสียของตลาดที่เกิดขึ้น อย่างน้อย 2 วัน หรือ มี ระบบบาบดั น้าเสยี เบอ้ื งตน้ ทีบ่ าบดั นา้ เสยี ไดม้ าตรฐานของกรม ควบคุมมลพิษ ก่อนส่งไปบาบัดในระบบน้าเสียรวมของ ทอ้ งถน่ิ 10) มีสาธารณูปโภค จุดเช่ือม และจุดให้บริการที่เพียงพอ ต่อการใชง้ าน และการบริการของตลาด ได้แก่ - ไฟฟา้ สาหรับอาคารตลาด และภายนอก - น้าประปา สาหรับการใช้งานตลาดท้ังหมด และดับเพลิง กรณีเกิดไฟไหม้ - ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือ เคร่ืองโทรศัพท์สาธารณะใน บรเิ วณตลาด โดยเทยี บสว่ นอย่างนอ้ ย 50 แผงคา้ ต่อ 1 ตู้ - มีน้าด่ืมและน้าสะอาดตามจุดต่างๆ ไว้บรกิ ารอย่างเพียงพอ และใช้งานได้ตลอดเวลา (การออกแบบ,2548)2-24
11) มีอาคาร หรือ บริเวณรวบรวมและแยกขยะมูล ภาพท่ี 2.18 ห้องนา้ สาธารณะฝอย และถังรับขยะสด ขยะแห้ง และขยะรไี ซเคิล เช่น (แก้ว โลหะ) ทม่ี า : www.pinterest.comรอบอาคาร หรือ บริเวณรับขยะมีรั้วท่ีแข็งแรงกันสัตว์เข้าไป สืบคน้ เมื่อ : 11 ก.ย 2560คุ้ยเขี่ย และจัดให้มีที่รองรับขยะประจาแผงท่ีไม่ขวางทางเดินในตลาด12) มีห้องส้วมหญิง และห้องส้วมชาย แยกกันภายในอาคารเดียวกัน หรือ เป็นอาคารแยกอาคารห้องน้า/ห้องส้วม แยกจากตัวอาคารตลาด และอยู่ในตาแหน่งท่ีเหมาะสม ตามหลักสถาปัตยกรรมที่ดี มีแสงสว่าง และมีการระบายอากาศภายในห้องส้วมและภายในอาคารที่ดี ภายในห้องน้า/ห้องส้วม มีอุปกรณ์สุขาภิบาลอย่างเพียงพอ และใช้งานได้ดีถูกต้องสุขลกั ษณะอนามยั 13) ใช้ระบบบ่อเกรอะ บ่อซึม สาหรับอาคารห้องน้า-ห้องส้วม หรือถังสาเร็จตามมาตรฐานของผู้ผลิตที่รับรองคณุ ภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม14) มีทางเข้าและทางออกของตลาดแยกกัน ความกว้างไม่น้อยกวา่ 5 เมตร กรณีทางเข้าทางออกร่วมต้องไม่น้อยกว่า8 เมตร มีป้ายจราจร และเคร่ืองหมายจราจรบนพ้ืนถนนอย่างครบถ้วนตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการ และผังเมืองเปน็ หลัก (การออกแบบ,2548) 2-25
ภาพที่ 2.19 พนื้ ทภี่ ายในตลาด หรือ ตามการออกแบบเพ่ือความสะดวกโดยเฉพาะ มี ทม่ี า : www.pinterest.com เครื่องก้ันทางเข้าออกยกขึ้นลงได้ (Lift Barrier) ท่ีม่ันคง สบื ค้นเม่อื : 11 ก.ย 2560 แข็งแรง สาหรับปิดก้ันเวลาไม่ใช้ตลาด และป้อม (Booth) สาหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย แบบยกเคลื่อนที่ได้ ขนาดไม่เล็กกวา่ 2 x 2 เมตร 15) มีหัวรับน้าดับเพลิง (Fire Hydrant) มาตรฐาน บนถนนในบรเิ วณ ตั้งสลบั กันโดยระยะสายถงึ กนั ไม่มากกว่าจุด ละ 30 เมตร 16) มีพื้นท่ีโดยเฉพาะจัดไว้สาหรับกิจกรรมท่ีใช้รวม ของตลาด ได้แก่ - พ้ืนที่ทาครัวปรุงอาหารรวม - พื้นที่ลา้ งชามรวม - พื้นท่ตี รวจสอบนา้ หนัก และสารปนเป้อื น - พนื้ ที่แนะนาการบริการ และการประชาสมั พนั ธ์ 17) มีหอ้ งเย็นสาหรบั แช่เน้ือสัตว์ หรอื เตรยี มพ้ืนที่ไว้ เพื่อการพัฒนาในอนาคตตามความเหมาะสมและขนาดของ ตลาด 18) มีรั้วถาวร หรือ กึ่งถาวร (รั้วลวดหนาม) ตาม ขนาดตลาด และความเจริญของพน้ื ทโ่ี ดยรอบ 19) มีไฟฟา้ แสงสวา่ งอย่างเพียงพอในบริเวณตลาด 20) จัดภูมิสถาปัตย์ภายในบริเวณตลาดอย่าง เรียบร้อยสวยงาม รม่ รืน่ ความเหมาะสม 21) มีป้ายชื่อตลาด หรือ สัญลักษณ์ของตลาด อย่างชัดเจน และไม่ถูกบดบังในระยะ อย่างน้อย 200 เมตร (การออกแบบ,2548) 2-26
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134