เสียงในภาษา หมายถงึ เสยี งท่มี นุษย์เปล่งออกมาเพ่ือ ส่อื ความหมายระหว่างมนุษย์ด้วยกนั เพ่ือสนอง ความต้องการต่าง ๆ เช่น เพ่ือขอความ ช่วยเหลือ เพ่ือขอความรู้ เพ่ือแสดงความรู้สกึ พอใจหรือไม่พอใจ
กาเนิดเสยี งในภาษา อวยั วะ ท่ที าให้เกดิ เสยี งในภาษา ได้แก่ ปอด หลอดลม กล่องเสยี ง ซ่งึ อยู่ในลาคอตรง ลูกกระเดอื ก ต่อมากม็ ลี ้ินไก่และสว่ นต่าง ๆ ใน ช่องปาก ได้แก่ เพดานล้ินป่ ุมเหงอื ก และริมฝีปา
เสยี งสระ
ชนดิ และลักษณะของเสยี งสระ ในภาษาไทย เสยี งในภาษามอี ยู่ 3 ชนิด ได้แก่ เสยี งสระ เสยี งพยัญชนะ เสยี งวรรณยุกต์
เสยี งสระ
เสยี งสระ เสยี งสระในภาษาไทยมี ๓๒ เสยี ง แบ่งเป็น ๑. สระเด่ยี ว ๑๘ เสยี ง ๒. ๒. สระประสม ๖ เสยี ง (เหลอื ๓ เสยี ง) ๓. ๓. สระเกนิ ๘ เสยี ง (ไม่ใช้แล้ว)
เสียงสระ ๑. สระเด่ยี ว (สระแท้) มี ๑๘ เสยี ง แบ่งเป็น เสยี งส้นั -เสยี งยาวได้ ๙ คู่ (เป็นสระคู่กนั )
เสยี งสระ
เสียงสระ สระประสม มี ๓ เสยี ง คอื เอยี เออื อวั
เสียงสระ สระเกนิ มี ๘ เสยี ง อ า ไอ ใอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ
เสยี งพยญั ชนะ
เสียงพยัญชนะ พยญั ชนะ มี ๔๔ รูป ๒๑ เสยี ง แต่ รูปพยญั ชนะ ๔๔ รูป ไม่ไดแ้ ทนพยญั ชนะ ๔๔ เสียง เสียงพยญั ชนะไทย มีแค่ ๒๑ เสียง เพราะวา่ พยญั ชนะหลายรูปมีเสียงซ้ากนั
เสยี งพยัญชนะ ญย รูป ๑ รูป ๒ ออกเสียงไมต่ า่ งกนั
เสยี งพยัญชนะ เราใช้เคร่ืองหมาย /-/ เป็นเคร่ืองหมายแสดง เสยี ง
เสียงพยัญชนะ เสียงพยญั ชนะไทย ๒๑ เสียง รูปพยญั ชนะไทย ๔๔ รูป
เสียงพยัญชนะ เสียงพยญั ชนะไทย ๒๑ เสียง รูปพยญั ชนะไทย ๔๔ รูป
เสยี งพยัญชนะ เสียงพยญั ชนะไทย ๒๑ เสียง รูปพยญั ชนะไทย ๔๔ รูป
เสยี งพยัญชนะ เสียงพยญั ชนะไทย ๒๑ เสียง รูปพยญั ชนะไทย ๔๔ รูป
พยัญชนะตน้ เด่ยี ว ๑. เสยี งพยัญชนะต้นเด่ยี ว เช่น กนั ขาน คดิ ฉาน ชอบ /ก/ /ข/ /ค/ /ช/ เป็น เสยี งพยัญชนะต้น
พยญั ชนะประสม (ควบกล้า) ๒. เสยี งพยญั ชนะควบกล้ า หมายถงึ พยัญชนะ ๒ เสยี ง ท่อี อกเสยี งพร้อมกนั และยงั มีพยญั ชนะควบกลา้ ซ่ึงอยู่ในต้นพยางค์ในคา ท่เี รารับมา จากภาษาอ่นื เช่น อนิ ทรา/ทร/ ฟรี /ฟร/ฟลุก/ฟล/ เป็นต้น
พยัญชนะท้ายพยางค์ เสยี งพยญั ชนะท้งั ๒๑ เสยี ง ใช้เป็นเสยี ง พยญั ชนะท้ายพยางคไ์ ม่ได้ท้งั หมด เรามีเสยี ง พยญั ชนะ ท้ายพยางค์ เพียง ๘ มาตรา เทา่ น้ัน ส่วนพยางค์ท่ไี ม่มี เสยี งพยัญชนะท้ายพยางค์จัด อยู่ใน มาตราแม่ ก กา เช่น จะ มา ตี ครู เหาะ พอ แกะ เตะ
พยัญชนะท้ายพยางค์ ท้ายพยางค์ มี ๘ มาตรา หรือ ๘ แม่ ในแต่ละ มาตราอาจใช้พยญั ชนะตวั เดียว พยญั ชนะควบ กลา้ หรือพยัญชนะท่มี ีสระกากบั กไ็ ด้ดังน้ี
มาตราตัวสะกด ๑. แม่ กก มเี สยี ง /ก/ ใช้รปู พยญั ชนะท้าย เช่น ก กร ข ค คร ฆ ออกเสยี งเหมือน ก สะกด เช่น ลูก จกั ร เลข นาค สมคั ร เมฆ
มาตราตัวสะกด ๒. แม่ กด มีเสยี ง /ต/ เป็นเสยี งพยญั ชนะท้าย พยางค์ เช่น จ ช ชร ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ตร ถ ท ทร ธ ส ศ ษ ออกเสยี งเหมือน ด สะกด เช่น กดั นิจ ราช เพชร กา๊ ซ กฎ ปรากฏ รัฐ ครุฑ พัฒนา รัตน์ ฉัตร รถ พุทธ ภทั ร โกรธ รส อากาศ
มาตราตวั สะกด ๓.แม่ กบ มเี สยี ง /บ/ เป็นเสยี งพยญั ชนะท้าย พยางค์ เช่น บ ป พ ฟ ภ ออกเสยี งเหมือน บ สะกด เช่น บาป ภาพ กราฟ ลาภ
มาตราตัวสะกด ๔.แม่ กง มีเสยี ง /ง/ เป็นตัวสะกดหรือ พยัญชนะท้ายพยางค์ ใช้ ง เป็นตวั สะกด เช่น จง ยิง สงู สงั ข์ สงฆ์
มาตราตวั สะกด ๕.แม่ กน มีเสยี ง /น/ เป็นเสยี งพยญั ชนะ ท้าย พยางค์ เช่น น ญ ณ ร ล ฬ ออก เสยี งเหมอื น น สะกด เช่น เงิน เขญ็ คุณ พร กล
มาตราตวั สะกด ๖.แม่ กม มีเสยี ง /ม/ เป็นเสยี งพยัญชนะท้าย พยางค์ ใช้ ม เป็นตวั สะกด เช่น ผม เคม็
มาตราตัวสะกด ๗.แม่ เกย มีเสยี ง /ย/ เป็นเสยี งพยญั ชนะ ท้าย พยางค์ ใช้ ย เป็นตวั สะกด เช่น คุย พาย สวย โอย
มาตราตัวสะกด ๘. แม่ เกอว มเี สยี ง /ว/ เป็นเสยี งพยญั ชนะ ท้าย พยางค์ ใช้ ว เป็นตวั สะกด เช่น สาว ฉิว เรว็ เปลว แล้ว นอกจากน้นั ยงั มีค าท่ปี ระสม สระเสยี งส้นั หรือเสยี งยาว แต่ไม่มี ตวั สะกด เรียกว่า แม่ ก กา เช่น กา จะตี ดุ เสอื หน
มาตราตวั สะกด นอกจากน้นั ยงั มคี าท่ปี ระสมสระเสยี งส้นั หรือ เสยี งยาว แต่ไม่มี ตัวสะกดเรียกว่า แม่ ก กา เช่น กา จะตี ดุ เสอื หนี
เสยี งวรรณยกุ ต์
เสียงวรรณยุกต์ หมายถงึ เสยี งท่มี ีระดับสงู -ต่า และเราจะได้ ยิน ไปพร้อมกบั เสยี งสระ บางทเี ป็นเสยี งสงู บางทกี เ็ ป็นเสยี งต่า เสยี งวรรณยุกต์ คอื เสยี ง สงู ต่า เป็นเสมือนโน้ตของแต่ละพยางค์
เสียงวรรณยุกต์ เสยี งวรรณยุกต์ ในภาษาไทยนับว่ามี ความสาคญั เพราะทา่ ให้ความหมายของคาเปล่ียนแปลง ไปได้ เช่น เสือ มคี วามหมายอย่างหน่ึง เส้ ือ มี ความหมายอย่างหน่ึง แต่เสยี งที มรี ะดับสงู ต่าใน บางภาษาไม่ได้ท่าให้ความหมายของคาเปล่ียนไป
เสียงวรรณยกุ ต์ วรรณยุกตใ์ นภาษาไทย มี ๔รูป ๕เสยี ง
เสียงวรรณยุกต์ วรรณยุกต์ในภาษาไทย มี ๔ รปู มี ๕ เสยี ง ดงั น้ี
รปู วรรณยกุ ต์ เสียงวรรณยกุ ต์
เสียงวรรณยุกต์ หมายถงึ เสยี งท่มี รี ะดับสงู -ต่า และเราจะได้ ยิน ไปพร้อมกบั เสยี งสระ บางทเี ป็นเสยี งสงู บางทกี เ็ ป็นเสยี งต่า เสยี งวรรณยุกต์ คอื เสยี ง สงู ต่า เป็นเสมือนโน้ตของแต่ละพยางค์
การสรา้ งคา 42
วลี คามลู คาประสม คาซอ้ น คาซา้ คาพอ้ ง 43
“คา” หน่วยทเ่ี ลก็ ทส่ี ุดในภาษา ทมี่ คี วามหมายและใช้ตามลาพงั ได้ เม่ือนาคาหลายคามาประกอบกนั เป็ นหน่วยภาษาใหญ่ขนึ้ เรียกว่า วลี เมื่อนาวลมี าประกอบกนั จะเป็ น ประโยค ประโยค คา วลี ประโยค
วลี อาจเป็ นคาเดียว หรือหลายคาก็ได้ ที่ สาคญั คาเดียวหรือหลายคานนั้ จะตอ้ งเป็ นส่วน หนึ่งของประโยค
คามูล เป็นคาด้งั เดิมที่มีใชใ้ นภาษาไทย มีความหมาย สมบูรณ์ชดั เจน ในตวั เอง อาจเป็นคาไทยแทห้ รือคายมื จากภาษาต่างประเทศกไ็ ด้ มี ๒ ชนิด ๑. คามูลพยางคเ์ ดียว ๒. คามูลหลายพยางค์ 46
คามูล ๑. คามูลพยางค์เดียว ๒. คามูลหลายพยางค์ เป็ นคาพยางค์เดียวท่ีมี คาที่มีสองพยางคข์ ้ึนไป มี ความหมาย เช่น กิน นอน ร้อน เย็น ความหมายในตัวไม่สามารถแยก เกม กรรม แชร์ เทป เก๊ียว ก๋ง โตะ๊ เมตร พยางคใ์ นคาออกได้ เพราะจะทาให้ ไม่ไดค้ วามหมาย เช่น มะลิ โหระพา บะหมี่ นมสั การ เฉาก๊วย วจิ ารณ์ สติกเกอร์ 47
ในภาษาไทยมีการสร้างคาใหม่ข้ึนใช้ ๓ แบบ คือ การซอ้ นคา เรียก คาซอ้ น การซ้าคา เรียก คาซ้า การประสมคา เรียก คาประสม
คาประสม *เป็นคาท่ีสร้างข้ึนใหม่ โดยการนาคามูลต้งั แตส่ องคาข้ึนไป มารวมกนั เกิดเป็นคา ใหม่ ความหมายใหม่ข้ึน – คาไทย+คาไทย คาที่มีความหมายใหม่ - มีเคา้ ความหมายเดิม หรือ – คาไทย+ภาษาต่างประเทศ ได้ - ความหมายเปล่ียนแปลง – คาต่างประเทศ+คา ไปจากเดิม ต่างประเทศ
คาประสม การประสมคา คามูล คาประสม คาไทย+คาไทย หางเสือ คาไทย+ภาษาต่างประเทศ หาง เสือ ยกเมฆ คาต่างประเทศ+คาต่างประเทศ ยก เมฆ บตั รเชิญ (คาไทย) (คาบาลี สนั สกฤต) บตั ร เชิญ (คาบาลี (คาเขมร) สนั สกฤต)
Search