1 บทที่ ๑ บทนาํ ทมี่ าและความสาํ คัญของโครงงาน ปญหาผิวพรรณ ถอื เปนปญหาทวี่ ัยหนมุ สาวหรอื ผูรักสวยรกั งามใหความสาํ คญั มาก เน่อื งจากผิวพรรณของรา งกายเปน ส่งิ สะทอ นถึงความสวยงาม และการมีบคุ ลิกภาพทดี่ ตี อ คนรอบขาง แตผวิ พรรณของแตละคนจะมีปญ หาทแ่ี ตกตา งกันขึ้นอยูกับปจจยั หลายประการ ทั้งน ี้ปญ หาผิวพรรณท่ีพบไดบ อย คอื สวิ เปน ปญหาของผวิ พรรณทเ่ี กิดบรเิ วณใบหนาท่ที ําใหเกิดความราํ คาญ ความไมสวยงาม นา ละอาย เสยี บคุ ลกิ ภาพ มกั พบในวยั รนุ มากท่สี ุดอนั มาจากสาเหตทุ ีส่ ําคญั คือ การตอบสนองของผวิ ตอฮอรโมนทีห่ ลั่งออกมาทําใหมกี ารกระตุน การสรา งตอมไขมัน Sebum บริเวณใตผวิ หนงั ซงึ่ จะขับไขมันออกมาผานรขู ุมขน แตใ นวัยนี้มกั พบการอดุ ตนั ของรูขมุ ขนทาํ ใหเกดิ การติดเชื้อ และอักเสบเปน สิว นอกจากน้ัน ยงั พบสิวที่สามารถเกดิ ไดใ นวยั ผใู หญอนั มาจากสาเหตหุ ลายประการทไี่ มเ กยี่ วของกบั ฮอรโมน เชน พนั ธกุ รรม ฝนุ และสารพษิ เปน ตน และอกี ปญ หาหนง่ึ คือ ผ นื่ ภมู แิ พเ ปนอาการทางผวิ หนังทเี่ กิดจากภูมไิ วเกนิ ของรา งกายท่มี ตี อสารกอภมู แิ พ อาท ิสารกอ ภมู ิแพจากเกสรพชื จากสตั ว จากยา จากสารเคม ี และส่ิงแวดลอม อาการท่ีเกดิ ขึน้ จะมีลักษณะจาํ เพาะตามชนิดของสารกอ ภูมแิ พ แตโ ดยสว นมากจะพบอาการทางผวิ หนังทสี่ ําคญั คือ การเปน ผน่ื แดง และมีอาการคัน ซึง่ มกั เกิดบริเวณแขน ขา ลําตัว และบนใบหนา ประกอบกับในปจ จุบนั พบวามผี ลติ ภัณฑเกีย่ วกบั การชวยดูแลผวิ พรรณใหเราเลือกใชมากมาย ท้งั ทีม่ ีสว นผสมจากธรรมชาตแิ ละการสงั เคราะห ราคาไมแพง ซ่งึ เราสามารถที่จะเลอื กใชได สมาชกิ ในกลมุ ไดเหน็ เพอ่ื นท่ีอยใู นหองเรยี นเดยี วกนั เปนสิวทีห่ นา เน่ืองจากเร่ิมเขาสวู ยั รนุ และครูประจําชนั้ ไดแนะนาํ ใหใ ชวธิ ีการพอกหนารักษาสิวดว ยดินสอพอง จากการสงั เกตพบวาใบหนาของเพ่อื นดีขึ้น จึงมคี วามสนใจทจี่ ะศกึ ษาเกยี่ วกบั สรรพคุณของดินสอพอง สูตรรกั ษาสวิ ดว ยดินสอพอง
2 และเพอ่ื ใหผ คู นท่สี นใจเขา มาศกึ ษาความรูแ ละความเขา ใจเกีย่ วกบั ประโยชนแ ละคุณคาของดนิสอพองมากข้นึ และสามารถนาํ ความรทู ่ไี ดไ ปประยุกตใชใ นชวี ิตประจําวนั ความสาํ คัญของปญหา 1. การเปลี่ยนแปลงดานรา งกายของนักเรียนสงผลใหฮ อรโ มนมกี ารเปลยี่ นแปลงกอใหเ กดิ สิวบนใบหนา 2. นักเรยี นยังขาดความรเู ร่อื งคณุ คาของดนิ สอพองในการดแู ลผิว จุดมุงหมายของการศึกษาคน ควา ในการทาํ โครงงานวิทยาศาสตร เรอ่ื ง “ดนิ สอพองมหศั จรรย สารพนั ประโยชน” จัดทาํ ข้ึนเพอ่ื สาํ รวจและรวบรวมขอมลู เกยี่ วกบั วธิ กี ารพอกหนารักษาสวิ ดวยดินสอพอง เทาท่จี ะสาํ รวจไดมาใชในการรักษาสวิ และเพื่อใหท ุกคนเห็นคณุ คาของส่ิงที่มีอยใู นจงั หวัดของตนเอง สมมตฐิ านของการศกึ ษาคนควา ดินสอพอง เปน ดินสารพันประโยชนท ่ีสามารถนาํ มาใชใ นการรักษาสวิ ได นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ 1. รา นคา คือ รานทม่ี ที ี่ตั้งอยใู กลผ บู รโิ ภค ไดแก รา น OTOP , รา นคา ในชมุ ชน 2. ดนิ สอพอง ค อื หนิ ปูนเนอ้ื มารล (marly limestone) เปน ดินท่เี นือ้ เปนสารประกอบแคลเซยี มคารบ อเนตเปนสวนใหญ เมอื่ เอามะนาวบีบใส นํ้ามะนาวมีกรดซ่งึ เมือ่ ทําปฏิกิริยากับแคลเซย่ี มคารบ อเนตเกดิ เปน แกสคารบ อนไดออกไซดเ ปน ฟองฟูขึน้ ดเู ผนิ ๆก็เห็นวาดินนน้ั พองตวั จึงเรยี กกันวา ดินสอพอง 3. สรรพคณุ คอื คณุ สมบัตขิ องส่งิ ของนั้นๆ ขอบเขตของการศกึ ษา สํารวจและศึกษาคนควาวิธกี ารพอกหนา รกั ษาสิวดวยดนิ สอพอง ตามอนิ เตอรเนต็ รานคา OTOP และรานคาในชุมชนของเขตอาํ เภอเมืองลพบุร ี
3 ตัวแปรตน วธิ กี ารพอกหนา รกั ษาสิวดวยดินสอพอง ตวั แปรตาม ผิวหนา ดปี ราศจากสวิ ตวั แปรควบคุม ปรมิ าณของดนิ สอพอง , นํ้าผึง้ , มะนาว , ขม้นิ ชัน , โยเกิรต , ระยะเวลา ผลท่คี าดวา จะไดรบั ๑. ไดท ราบขอ มูลวธิ กี ารพอกหนารักษาสวิ ดว ยดินสอพอง ๒. เปน ประโยชนท างการศึกษาคนควา ของคณะผจู ดั ทาํ และผูทสี่ นใจเกี่ยวกบั วิธีการพอก หนา รักษาสวิ ดวยดนิ สอพอง ๓. ทําใหท ราบวาหลงั จากการสาํ รวจมวี ิธกี ารพอกหนา รักษาสิวดวยดนิ สอพอง อะไรบา ง 4. สามารถรกั ษาสวิ และทําใหผ ิวหนา ดีขึ้น
4 บทท่ี ๒ เอกสาร เอกสารที่ใชในการศึกษาคนควา เรื่อง ดินสอพองมหศั จรรย สารพนั ประโยชน มีหัวขอ และรายละเอียด ดังน ้ี 1. ประวัตคิ วามเปนมาของดินสอพอง 2. สูตรพอกหนา ลดสวิ ดวยดินสอพอง 3. ประโยชนของดินสอพองในการดูแลผิว 1. ประวัตคิ วามเปนมาของดินสอพอง ดนิ สอพอง หรอื มารล หรือ มารลสโตน มอี งคประกอบทางเคมีเปนแคลเซยี มคารบอเนต หรือโคลนหรอื หินโคลนทีอ่ ดุ มไปดวยเน้อื ปนู ทีม่ ีองคป ระกอบทีแ่ ปรผันของแรเคลยแ ละอาราโกไนต มารล เปนคําโบราณทถ่ี ูกนํามาใชเ รียกวตั ถุท่หี ลากหลายโดยสวนใหญเ ปน วตั ถุเนอ้ื หลวมๆของดินท่มี อี งคประกอบหลกั ของเนือ้ ผสมระหวางดินเคลยแ ละแคลเซยี่ มคารบอเนตเกิดขึ้นภายใตส ภาพแวดแวดลอมทเ่ี ปน น้ําจดื เปนวัตถุเนือ้ ดินประกอบดวยแรเ คลยร อ ยละ 65 และคารบอเนตรอยละ 65-35 [1] คาํ เรยี กที่ใชใ นปจ จบุ ันหมายถึงตะกอนท่ีตกสะสมตัวในทะเลและในทะเลสาบทีแ่ ข็งตวัซง่ึ เพอื่ ใหถกู ตอ งแลวตองเรียกวา มารล สโตน มารล สโตนเปนหนิ ทแี่ ขง็ ตวั มีองคป ระกอบเดยี วกันกับมารลทอ่ี าจเรียกวา หินปูนเน้อื ดิน มารล มกี ารแตกแบบกึง่ กน หอยและมีแนวแตกถ่ีไดนอ ยกวา หนิ ดนิ ดาน คําวา “มารล” เปนศพั ทภาษาองั กฤษท่ใี ชเรยี กกนั อยา งกวา งขวางในทางธรณวี ิทยา ขณะทคี่ ําวา “เมอรเ จิล” และ “ซเี กรด” (ภาษาเยอรมนั เรียกวา “ซชี อลค ”) ถกู ใชเ รยี กกันในยุโรป ทางดานลางของช้ันชอลค ไวตคลิฟออฟโดเวอรป ระกอบไปดวยชัน้ มารล เนอื้ กลอโคไนตตามดวยการแทรกสลับของชน้ั หนิ ปูนและชั้นมารล
5 การลําดับช้นั หนิ ยคุ ครีเทเชียสตอนบนในเยอรมนีเปรียบเทียบไดก ับแรงขบั อนั เกดิ จากความแปรผนั เปนวฏั จักรของวงโคจรโลกแบบมิลานโกวติ ช (Milankovitch orbital forcing) มารลเกิดในทะเลสาบพบไดท ่ัวไปในตะกอบทะเลสาบปลายยคุ น้าํ แขง็ โดยปรกติแลวจะพบวางตวั อยใู ตช ้ันพตี มารล มปี ระโยชนเ ปน ตัวปรบั สภาพดนิ และเปน ตัวการปรบั สภาพดนิ ท่ีเปน กรดใหม สี ภาพเปน กลาง มลี ักษณะออ น รวนซยุ และเปน วัตถเุ นื้อดินที่มอี งคป ระกอบทแี่ ปรผนั ของแคลเซ่ียมคารบ อเนต เคลย และตะกอนขนาดทรายแปงและพบเปนปฐมภมู ิภายใตส ภาพแวดลอ มแบบน้าํ จืด (Hubbard and Herman, 1 990) ดนิ สอพองในประเทศไทย พจนานุกรมศัพทธ รณวี ิทยา ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2544 ไดใ หนิยามดินสอพองวาเปน หนิ ปูนเนอ้ื มารล (marly limestone) ท่เี ปนดนิ ทเี่ นือ้ เปน สารประกอบแคลเซยี มคารบ อเนตเปนสวนใหญ เม่ือเอามะนาวบีบใส น้ํามะนาวมกี รดซ่งึ เมือ่ ทําปฏกิ ิรยิ ากับแคลเซีย่ มคารบอเนตเกิดเปน แกสคารบอนไดออกไซดเ ปนฟองฟขู นึ้ ดเู ผนิ ๆกเ็ หน็ วาดนิ นนั้ พองตวั จึงเรียกกันวา ดินสอพอง โบราณใชท าํ แปงประรางกายเพือ่ ใหเย็นสบาย เมื่อผสมนา้ํ หอมเขา ไปดว ยกลายเปน แปงกระแจะ ใชทาํ ยาสฟี น ปจจุบันนใี้ ชมากในการแกดนิ เปรย้ี ว ผสมทาํ ธูป ทาํ ปูนซีเมนต เพราะเสียคาขดุ และคา บดตํา่ กวาใชห ินปนู ซึ่งมเี นอ้ื เปน สารประกอบชนิดเดียวกัน แหลงใหญในประเทศไทยมใี นทอ งท่อี ําเภอบานหมอ จงั หวัดสระบรุ ี อาํ เภอตาคล ีจังหวัดนครสวรรค และอําเภอเมอื ง จงั หวดั ลพบุร ีสมัยโบราณใชเปนเครอื่ งประทินผวิ ทาตัวเด็กแกผนื่ คนั ใชท าพื้นที่ลงรกั ใหเ ห็นลายชดั เจน ดินสอพองทใ่ี ชทาํ ยาจะนําไปสะต ุ โดยอบในหมอ ดินจนแหง ดินสอพองสะตใุ ชท ํายารักษาแผลกามโรค แผลเรอ้ื รัง คาํ วา สอในดินสอพองนั้นมาจากภาษาเขมรแปลวา ขาว ดนิ สอพองจึงหมายถึงดินสีขาวทไี่ มแ ขง็ ตัว 2. สตู รพอกหนา ลดสิวดวยดินสอพอง ● สตู รพอกหนาดินสอพอง + มะนาว + นา้ํ ผง้ึ ➢ดินสอพองสะตุ 10 เม็ด
6 ➢มะนาว 1 ชอ นชา ➢นํา้ ผง้ึ 1 ชอนชา ➢น้ําอุน 1 ชอ นโตะ ผสมสวนผสมทั้ง 3 อยา งใหเขา กนั จะไดเน้อื ครีมสีเหลืองๆขน ๆหนอย จากน้ันกน็ ําครีมดนิ สอพองที่ไดมาพอกใหท วั่ หนา ทงิ้ ไวป ระมาณ 15-20 นาท ีหรอื แลวแตค วามพึงพอใจ จากนน้ั ก็ลางออกดวยโฟมลางหนา ท่ใี ชตามปกต ิที่สําคัญตองลางออกใหส ะอาดอยา ใหค รมี ดนิ สอพองตกคา ง(ลางออกยากหนอย) หรอื ใครจะพอกหนา แลวเขา นอนเลยตน่ื มาคอ ยลางออกกไ็ ด แตว ธิ ีหลงั ตอ งระวังวา จะทาํ ใหหนาแหง ตึงมากเกนิ ไปเพราะดินสอพองจะดดู ความมันบนหนาไปเยอะอาจทาํ ใหผ ิวแหงได ซึง่ หากใครผิวแหง ก็แนะนาํ ใหพอกหนา สกั 10 นาทแี ลว ลา งออกก็ไดห นาจะไดไ มแหงตงึ มากนกั หลงั จากพอกหนา ดว ย ดนิ สอพอง + มะนาว + น้ําผง้ึ แลวจะชวยใหส วิ บนหนาแหงไปเอง โดยเฉพาะสวิ ทเ่ี ปนหนองน่ใี ชไ ดผ ลดีมากๆ เวลาทาท้ิงไวเ หมือนวาเนอ้ื ครีมดินสอพองมันจะไปชว ยดดู หนองออกมาบางทที าทิ้งไว 1 คืนสิวหนองยุบลงไปอยา งไมนา เชอ่ื ลองเอาไปใชก ันดูครับผมวา work มากๆเลยละ ● สตู รพอกหนา ดินสอพอง + ขมิ้นชนั สูตรนจี้ ะเนน ไปท่กี ารชวยกาํ จดั สวิ เสี้ยนเปน การชวยสครับผิวโดยใชผ งขม้นิ ชันเขาชวยโดยมีสวนผสมดังน ้ี ➢ดินสอพองสะตุ 10 เมด็ ➢ผงขมนิ้ ชนั (หาซ้อื ตามตลาดสด หรอื จะใชท ่เี ปน ซองๆขายตามรา นเคร่อื งสําอางคทวั่ ไป) 1 ชอ นชา ➢นา้ํ อนุ 2 ชอนโตะ
7 วธิ ีทาํ ก็เหมือนเดมิ ผสมสว นผสมทกุ อยา งใหเ ขา กนั คนใหเ ปน เน้ือเดยี วกัน จากนั้นก็เอามาทาบรเิ วณท่ีเปน สวิ เสยี้ นใชน ว้ิ วนๆสครับท่ีหนาเบาๆเพ่ือใหผงขม้ินชนั ชวยขัดผวิบรเิ วณทเี่ ปนสิวเสี้ยนใหห ลดุ ออกไดง าย สครับผิวใหท ่ัวทุกจดุ ทเี่ ปนสิวเสย้ี น จากน้ันท้งิ ไวประมาณ 15-20 นาทีหนาจะแหงๆหนอยกล็ างออกดว ยโฟมลา งหนาตามปกต ิสิวเส้ียนก็จะหลุดลอกออกมาไดอ ยางงา ยดายโดยเฉพาะสวิ เส้ียนบรเิ วณจมกู จะใชไดผลดที ีส่ ดุ พอกหนาดว ยครีมดินสอพองสตู รนสี้ ัปดาหล ะ 1 ครง้ั ก็พออยาทําบอ ยเดยี๋ วจะเปน การไปรบกวนหนามากเกนิ ไปจะทาํ ใหส ิวขนึ้ เพิ่มเปลาๆ ● สตู รพอกหนา ดินสอพอง + โยเกิรต สตู รนเี้ ปนสตู รพอกหนา ทีช่ ว ยลดการเกดิ สวิ อุดตันไดดแี ละชว ยใหหนา ไมแ หงตึงมากเกินไป เปน สูตรพอกหนา ท่เี หมาะกับคนผวิ แหงแตเปนสิว สว นผสมก็ม ี ➢ดินสอพองสะตุ 10 เม็ด ➢โยเกริ ตรสธรรมดาเพียวๆ 1 ถว ย วธิ ีทาํ กง็ า ยๆมากๆเอาดนิ สอพองผสมกบั โยเกิรต ไปเลย คนๆใหเขากนั จากนน้ั กเ็ อามาพอกหนาไดเลย สตู รน้ีสามารถพอกแลวเขานอนไดเลยโดยจะไมทําใหหนา แหงตงึ มากนกั แตถ าใครกลวั ก็สามารถพอกทง้ิ ไวแลว ลา งออกไดไ มว า กัน โยเกิรตจะชวยขจัดเชือ้ แบคทเี รยี บนหนาไดเปนอยา งด ีและชว ยขจดั สง่ิ สกปรกที่อดุ ตนั ท่รี ขู ุมขนได ชวยลดสวิ อดุ ตันไดเปน อยางด ี สปั ดาหห น่ึงพอกสัก 2-3 วันกาํ ลังด ีนอกจากจะชว ยกําจดั สิวอุดตันแลว ยงั ชวยเพม่ิ ความชมุ ช้นื ใหผวิ หนาไดเ ปนอยางด ีคนหนาแหง ตองลองดูแลวจะติดใจ สูตรนา้ํ มะนาว : สตู รนผี้ ูทม่ี ีปญ หาผวิ มัน รูขมุ ขนกวาง และมีสวิ เสย้ี น สว นผสม
8 ดินสอพองสะตุ 3 - 4 เม็ดใหญ น้ํามะนาว 2 ชอนชา วิธที าํ นาํ ดินสอพองสะตุมาบดละเอียดดวยภาชนะท่ีสะอาด ผสมน้าํ มะนาวลงไป คนใหเขากัน ดนิ สอพองจะพองตัวขน้ึ และมีฟองอากาศ น่ันเพราะดินสอพองกําลังทําปฏกิ ริ ิยากับกรดในนา้ํ มะนาวนั่นเอง จากนั้นทาครีมดนิ สอพองจนท่ัวใบหนา ยกเวนรอบดวงตา ทง้ิ ไว 15 - 20 นาท ีหรือจะทากอ นนอนทิ้งไวจ นเชา ก็ได วธิ ลี า ง ใหล างดว ยนา้ํ อุน แลว ใชผ าเชด็ เบาๆ บริเวณท่มี ีสวิ เสี้ยน จากนนั้ ลางอีกครั้งดว ยน้ําเย็นเพื่อกระชบั รขู ุมขน ทําเปนประจําสัปดาหล ะ 1 - 2 คร้งั ผวิ หนา จะเนยี นนมุ ขึน้ รูขุมขนกระชับ และความมันลดลง สูตรน้ีสามารถเปล่ียนจากนาํ้ มะนาวมาเปนน้ํามะขามเปย กกไ็ ดค ะ สูตรนํา้ ผง้ึ : สําหรบั คนผิวแหง แพงาย มะนาวอาจจะทาํ ใหเกิดความระคายเคืองและแหงมากข้ึน สูตรนีจ้ ึงใชน ํ้าผง้ึ ทีม่ ีคณุ สมบัติสมานผิวเขา มาแทนท่ี และยังเพมิ่ ความชุมช้นื ดว ยนา้ํ มันงา สวนผสม ดินสอพองสะตุ 3 - 4 เมด็ ใหญ น้าํ ผง้ึ 2 ชอ นชา น้ําเปลา 1/2 ชอ นชา นํ้ามนั งา 1/2 ชอนชา วิธที าํ นําดินสอพองสะตุมาบดละเอยี ด ผสมนาํ้ ผึง้ และนํ้ามันงา(หรือนาํ้ มนั มะกอกก็ได)
9 คนใหเขา กนั น้าํ มาพอกใหท ่ัวใบหนา ยกเวนรอบดวงตา ท้ิงไว 15 - 20 นาท ีแลวลา งออกดว ยนา้ํ สะอาด หลังลางหนา จะมีความมันของนํา้ มนั งาหลงเหลืออยบู าง หากไมชอบใหลางดวยน้ําอนุ แลวตามดว ยน้าํ เยน็ สูตรนา้ํ นมขม้นิ : นา้ํ นมมคี ุณสมบตั ิชวยใหผวิ เนียนนุม ชุมชนื่ บวกกับขม้ินท่ีชว ยยับย้ังการเจริญเตบิ โตของเชือ้ แบคทเี รยี แกผ ดผน่ื คนั และบาํ รุงผวิ ใหเ ปลง ปล่งั ดวย สตู รนเ้ี หมาะกบั ทุกสภาพผวิ สว นผสม ดนิ สอพองสะตุ 4 - 5 เมด็ ใหญ นมสด 2 ชอนชา นา้ํ ขมนิ้ 1 ชอนชา วิธีทํานํา้ ขม้ิน นาํ หวั ขม้นิ มาลา งนาํ้ ใหสะอาด หัน่ เปน แวน แลว ตาํ จนแหลก ผสมนํา้ เลก็ นอย กรองเอาน้ําดวยผาขาวบาง วธิ ที ํา บดดนิ สอพองสะตุจนละเอยี ด แลว คนสว นผสมทุกอยางใหเ ขากนั พอกหนา ท้งิ ไว 15 - 20 นาที จากน้นั ลางออกดวยนาํ้ สะอาด 3. ประโยชนของดินสอพองในการดูแลผิว 1. ดนิ สอพองถอื เปน สมนุ ไพรรสยาเยน็ ใชแ กพ ษิ รอนกบั รางกาย ถอนพษิ อกั เสบ แกผด ผนื่ และคนั และที่พิเศษคือเปนยาหา มเหงอื่ นอกจากไมท าํ ใหร า งกายเหนยี วเหนอะจากอากาศรอ นแลว ยังทาํ ใหร างกาย เยน็ สบาย 2. การใชด ินสอพองประหนา สามารถปองกันแดด ดว ยมฤี ทธ์ิคลา ยยากนั แดดชนิดกายภาพ และนักวิจยั เพิ่งพบวาเปน ยากันแดดไดด ี 3. มสี รรพคุณชว ยขจัดสวิ เสีย้ น ลดอาการปวดบวมจากการอกั เสบเขยี วชํา้ ชวยปรบั สภาพผวิ ใหดีขึ้น เมอ่ื นาํ มาผสมกบั สมุนไพรแลวนาํ มาขัดผวิ ขดั ตัว พอกหนา จะไดผลดยี ง่ิ ขึ้น เหมาะกับผิวมนั เพราะหากใชกับผิวแหง จะทําใหผ วิ ยิ่งแหง ไปกวา เดมิ
10 4. ใชข ดั ผวิ คอื ดินสอพองผสมขมิ้นและมะขามเปยก ขดั หนา ขัดผิว ชวยใหผ ิวพรรณสดใสสวยงาม หรือใชดนิ สอพองผสมขมิน้ ลนิ้ ทะเล และพมิ เสน ใชล อกฝา เปนตน 5. นําดินสอพองมาผสมกับใบทองพนั ชัง่ ก็มีสรรพคณุ ช้นั เย่ียม ในการรักษากลากเกลื้อนไดเ ชนกนั 6. ใชด ินสองพอง ขมิ้นชนั ไพล เหงือกปลาหมอ ผสมรวมกนั ถาใชเ ตม็ สูตรนอกจากไดสอี อกเหลอื งๆ แลว เมื่อนาํ ไปทาตัวไปจะเปนเหมือนการขัดผิวนั่นเอง 7. ใชท าแกผ วิ หนงั แพ ลมพษิ และผ่นื คัน ใหผ สมดินสอพองกบั ใบเสลดพงั พอนตัวเมีย (พญายอ) สูตรนเ้ี ปน แปง นา้ํ ไทยหรือเรียกวา คาลาไมนสมุนไพร (จะมสี ีเขียว) ถาจะเปลี่ยนเปนสีสนั ฉดู ตาขน้ึ บาง เหยาะนํ้ายาอุทัยใสดนิ สอพอง ละลายนาํ้ กจ็ ะไดแปงนาํ้ สีสวยๆ อกี ขนานหนง่ึ หรอื อยากไดส ีสมแสด กเ็ อาชาดอกคําฝอยมาชงนํ้ารอน ใชน าํ้ มาผสมดินสอพอง หรอื ตองการสีนา้ํ เงนิ มวงเด็ดดอกอัญชนั มาขย้ีละลายนํ้าถาตองการสแี ดง ไปถากเอาเปลอื กตน สะเดาใสน้าํ ตมใหเดือดหรอื ทห่ี างายๆกใ็ ชด อกกระเจย๊ี บแดง ตม นํา้ ก็ไดส แี ดง 8. ชว ยดบั พิษรอ น ถอนพิษเผด็ ทโี่ ดนพรกิ ใชด ินสอพองผสมน้าํ ทาบรเิ วณที่รอ น 9. ผสมนาํ้ มะกรดู หรือนา้ํ มะนาว ทาแกห ัวโน มะนาว
11 มะนาว ช่อื สามัญ Lime มะนาว ช่ือวิทยาศาสตร Citrus aurantiifolia (Christm.) S wingle จ ดั อยใู นวงศส ม (RUTACEAE) ประโยชนข องมะนาว 1. มะนาวชวยบํารงุ ผวิ พรรณใหเปลง ปลัง่ สดใส 2. ชวยบํารุงตาของคณุ ใหส ดใสอยูเสมอ 3. มะนาวประกอบดวยวิตามนิ และแรธ าตุหลายชนิดทม่ี ปี ระโยชนตอรา งกาย เชน วติ ามินเอ วิตามนิ ซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส กรดซติ ริก กรดมาลิก 4. ในผลมะนาว 1 ลกู จะมนี าํ้ มันหอมระเหยอยมู ากถงึ 7% ซ่ึงนาํ มาใชประโยชนในการผสมเปนนํา้ ยาทําความสะอาดตาง ๆ เชน นํ้ายาลางจาน เปน ตน 5. มะนาวมนี ํา้ มนั หอมระเหยทใี่ หก ลนิ่ หอมสดช่นื (Aromatherapy) 6. มะนาวมฤี ทธ์ทิ ่ีชว ยในการกัดดวย ซง่ึ ถือวาเปน กรดผลไมอยา งหน่ึง (AHA) ทเี่ ปน ทย่ี อมรับในการชวยเรงการผลัดเซลลผวิ ท่เี ส่อื มสภาพออกไป 7. นา้ํ มะนาวจะเปนที่นยิ มใชกันมากในบา นเราในการนาํ มาปรุงรสชาตอิ าหาร 8. เพือ่ ใชแตงรสชาตใิ หเ ครอื่ งด่มื แอลกอฮอลบางชนดิ โดยจะนยิ มฝานมะนาวออกเปนชน้ิ บาง ๆ เสยี บไวกับขอบแกวนั่นเอง 9. สาํ หรับประโยชนของเปลือกมะนาวนัน้ เมือ่ บบี น้าํ ออกหมดแลว ใหนาํ มาทาบรเิ วณคาง เขา ขอศอก สนเทา กจ็ ะชว ยใหผวิ บริเวณเหลาน้ีมคี วามนมุ นวลเพ่มิ มากขนึ้ และนอกจากน้ยี งั ใชเ ปลือกผลแหงนํามาตม เอานาํ้ ดมื่ เปน ยาแกจกุ เสียดแนนทอ ง ขับเสมหะ บํารงุ กระเพาะไดอกี ดวย 10. ประโยชนข องมะนาวสาํ หรับผูที่เปนสิวฝา มะนาวจะชว ยรกั ษาสิวของคุณใหล ดนอยลงได เพราะมะนาวมีฤทธเ์ิ ปนกรดออ น ๆ จะทําใหล ดการอุดตันรขู ุมขนจากสวิ และยังชวยในการขจัดความมันและเชือ้ โรคบนใบห นา ไดด วย โดยคณุ สามารถนาํ ดินสอพองกับมะนาวมาผสมกนั แลว ทาบริเวณสวิ กอ นนอนทกุ วัน สวิ จะคอ ย ๆ ยบุ ลงไปเอง 11. แกป ญหาผิวแตกดวยใชน ้าํ มะนาวมาทาบริเวณดงั กลา ว
12 12. แกป ญหาขาลาย สผี ิวไมส มาํ่ เสมอ ดว ยการนําดินสอพองกับมะนาวมาผสมกันแลว ทาทิง้ ไวกอนนอน แลว จึงลางออกในตอนเชา 13. แกป ญ หาสน เทา แตก ดวยการนาํ นาํ้ มะนาวมาทาบริเวณสน เทา วนั ละ 3 เวลา 14. การแปรรปู มะนาว มะนาวแปรรปู เปน อะไรไดบา ง ? เชน น้าํ มะนาวปรุงอาหาร มะนาวแชอ ่ิมตากแหง นา้ํ มะนาวเขม ขน มะนาว ผง เครือ่ งดม่ื ผสมนํา้ มะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลอื กมะนาว แยมนะนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กมิ จอ มะนาว เปลือกมะนาวสามรส เปลอื กมะนาวเสน ปรุงรส เปลือกมะนาวเชอ่ื ม เปลือกมะนาวแชอ ิม่ มารม าเลดมะนาว เปน ตน
13 น ํา้ ผงึ้ ใน น้ําผงึ้ ประกอบดว ย น้าํ ตาลกลโู คส ฟรคุ โตส ขผี้ ึง้ อัลบูมนิ อยด ละอองเกสรดอกไม และฮอรโ มนเอสโตรเจน จํานวนเลก็ นอย นํ้าผึ้ง ใชเ ปนสว นประกอบของเครอื่ งสําอาง ใชพ อกหนาทําใหผิวหนา ชมุ ชืน้ เปลงปลั่งมีน้ํามีนวลขนึ้ นํา้ ผ้งึ ยงั มีคณุ สมบตั ิชวยสมานผิว นํ้าผึ้ง เปน เครอื่ งสาํ อางจากธรรมชาติทใ่ี หประโยชนส งู และหางา ย นอกจากนยี้ งั สามารถใช น้ําผงึ้ บํารุงผม ซึง่ จะชวยบํารงุ หนงั ศีรษะ และกระตุนการงอกของเสน ผม คณุ ประโยชนของ นาํ้ ผ้งึ นั้นพบวา ใน นา้ํ ผงึ้ มีสารแอนติออกซิเดนท (Antioxidant) หรอื สารตานอนุมลู อิสระ เชนเดยี วกับทีม่ ีในผกั ใบเขียว และยงั มวี ิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซยี ม เกลือแร และกรดอะมิโน ซงึ่ มปี ระโยชนต อ สขุ ภาพ และชวยชะลอความเสือ่ มของเซลล แรธาตทุ ีก่ ลา วมาลวนมคี วามจําเปนตอ รา งกายทจ่ี ะเขาไปซอมแซมสว นท่สี ึกหรอ บํารุงโลหิต ชวยชะลอความเสือ่ มของเซลล ซึ่งทําให นํา้ ผึง้ กลายเปนยาวเิ ศษ อายวุ ฒั นะ และอดุ มไปดว ยวิตามนิ นานาชนดิ ที่เกบ็ ไวนานโดยไมเส่อื มสลายงาย นํ้าผ้งึ มปี ระสิทธิภาพในการเปน สารตานอนุมูลอสิ ระธรรมชาติ จึงสามารถปกปอ งผวิ จากการถูกทําลายจากรังสยี วู ี ที่เปน สาเหตุใหผวิ แกกอ นวัยและมะเร็งผวิ หนงั ชวยยืดอายกุ ารชราของผิว คงความออนเยาวใหก บั ผวิ และชวยฟน ฟูผิว ปจ จบุ นั นาํ้ ผึง้ จึงถูกนํามาใชก นั มาก ในอตุ สหกรรมเพือ่ ความงาม เพราะ นาํ้ ผงึ้ น้นั เปนแหลงขมุ ทรพั ยเพื่อผิวพรรณท่ีสวยงามอยา งแทจรงิ สารเคมบี างชนดิ ในผลิตภัณฑปอ งกนั แสงแดดอาจทาํ ใหผิวคันได จึงมกี ารใช น้าํ ผ้งึ เปน สวนผสมของผลิตภัณฑป องกันและบาํ รุงผวิ จากแสงแดด นอกจากน้ัน นา้ํ ผึง้ ยังมีสรรพคุณในการเปน ตวั กักเก็บน้ําทใี่ หค วามชมุ ชน้ื ไวก บั ผิว ซ่ึงเปนตัวตา นความระคายเคือง จงึ เหมาะมากสาํ หรบั คนทีม่ ีผวิ ที่แพงาย ดงั นั้น นา้ํ ผง้ึ จึงเปนสว นสําคญั ของเคร่ืองสําอางหลากหลายที่ใหค วามชุมช้ืนกับผิว ผวิ มสี วนประกอบสาํ คญั คือ นา้ํ ซึง่ จะทําใหผวิ มีความนมุ ชุมชื้นมคี วามยดื หยนุ อยูเสมอ แตผิวหนัง จะเริ่มแปรเปล่ียนไปตามอายุขยั ของคนเรา รวมทง้ั สภาพแวดลอมและการไดร บั สารเคมีตา ง ๆ จงึ ทาํ ใหผ ิว สญู เสยี การเกบ็ กักนา้ํ ไป
14 ทําใหผ ิวแหง และเกดิ รว้ิ รอย นํา้ ผึ้ง จงึ เปน ตวั เลือกที่ดีในการดแู ลผิว เพราะสามารถคืนความชมุ ชืน้ ใหก บั ผิวได และรักษาสมดุลของผวิ ใหไมแ หง หรอื มันจนเกนิ ไป นํ้าผ้งึ เปน ผลติ ภณั ฑจากธรรมชาตทิ ถี่ ูกใชเ พือ่ ความงามมาต้งั แตส มยั โบราณ และยงั คงใชมาจนถงึ ปจจุบนั ในการผลติ ผลติ ภัณฑด แู ลผิวพรรณ และเสนผม เน่ืองจากคณุ สมบตั ติ ามธรรมชาตทิ ม่ี ีอยูใ น น้ําผึ้ง ดังน ้ี – นาํ้ ผ้งึ เปน สารใหความชุมชนื้ ตามธรรมชาติ คอื สามารถดงึ และเก็บความชน้ื ไวได ทาํ ใหผิวหนังมคี วามออนนมุ และยดื หยุน จงึ เหมาะที่จะเปนสวนผสมในผลติ ภัณฑทใ่ี หค วามชุมช้ืนตาง ๆ ไดแ ก คลีนซ่งิ ครมี แชมพ ูและคอนดชิ นั เนอร และเนือ่ งจาก น้ําผง้ึ มาจากธรรมชาติ และไมระคายเคืองผิวหนัง จงึ เหมาะอยา งมากกับผลติ ภณั ฑสาํ หรับผวิ บอบบาง และผิวสําหรับเดก็ – นาํ้ ผงึ้ มีคุณสมบัติเปนสารแอนตอิ อกซิแดนทหรอื สารตานอนมุ ูลอิสระ สารแอนตอิ อกซิแดนทมบี ทบาทในการปกปองผวิ หนังจากการทาํ ลายของแสงยูว ีและชว ยในการเสริมสรา งเซลลผวิ หนงั ใหม – นํา้ ผงึ้ มีคุณสมบัติเปนสารตอตา นจุลินทรยี และยับย้ังการเจริญเตบิ โตของแบคทีเรีย เนอ่ื งจาก นํ้าผ้งึ มีปรมิ าณน้าํ ตาลสูงเปนการจาํ กัดปริมาณน้าํ ท่แี บคทเี รยี จะสามารถเติบโตได มคี วามเปน กรดสงู และปรมิ าณโปรตีนต่าํ ซ่ึงทําใหแบคทเี รยี ไมไดร บั ไนโตรเจนที่จําเปนสาํ หรบั การเจรญิ เตบิ โต มีโฮโดรเจนเปอรออกไซดแ ละแอนติออกซิแดนทอ ยูใน นํ้าผึ้ง ชว ยยบั ย้ังการเจริญเตบิ โตของแบคทีเรีย คณุ สมบตั ิทโี่ ดดเดนของ นํา้ ผึ้ง อยทู ี่ความสามารถในการตอตา นแบคทเี รีย โดนสารทชี่ ื่อวา “ไฮโดรเจรเปอรอ อกไซด” ซ่ึงเปน สารตอ ตา นแบคทีเรยี ทีด่ เี ยีย่ ม และท่ีพิเศษกวานนั้ กค็ อื สารชนดิ นีก้ าํ จัดเชื้อโรคไดโ ดยไมทาํ ลายเนือ้ เยี่อ เปนเหตุผลสาํ คญั ทีท่ ําให นํา้ ผึง้ ถกู นําไปใชป ระโยชนใ นการรักษาโรคผิวหนัง รวมถึงเรื่องความสวยความงามดวย
15 ขมน้ิ ขม้นิ หรอื ขมิน้ ชนั ชอ่ื สามัญ Turmeric ขมิน้ ชอื่ วทิ ยาศาสตร Curcuma longa L. จัดอยูในวงศขิง (ZINGIBERACEAE) ขมนิ้ เปน พืชลม ลุกที่จดั อยใู นตระกูลขิง มีเหงาอยูใตดิน เนอื้ ในของเหงาจะเปนสีเหลอื ง มีกลนิ่ หอมเฉพาะตัว มีตง้ั แตส ีเหลืองเขม จนถงึ สแี สดจัด โดยถ่ินกาํ เนิดอยใู นแถบเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต และมีชื่ออืน่ ๆ อกี เชน ขมน้ิ ชัน ขม้ินแกง ขมิ้นหยอก ขมน้ิ หัว ขมี้ ้ิน หมน้ิ ท้ังนขี้ ้ึนอยกู ับแตละภาคและจงั หวดั นัน้ ๆ นยิ มนาํ ไปใชใ นการประกอบอาหาร แตง สี แตงกลิน่ อาหาร เชน แกงไตปลา แกงกะหรี่ เปน ตน ผงขมนิ้ ใชสําหรับบาํ รงุ ผวิ : ผงขม้ินผสมกบั น้าํ นม สามารถชว ยบํารงุ ผิวพรรณ และยงั เปน ยาฆา เช้อื ตามธรรมชาติ สามารถชวยลา งพิษแผลเปอยและรกั ษาโรคสะเกด็ เงนิ ทที่ าง สธ กําลงั เตือนประชาชนอยไู ดด ว ย ขม้ินครมี พอกหนาสตู รธรรมชาติ: เพ่อื ผลดั ผิวหนา ใหกระจา งใส การนําผงขมนิ้ มาผสมกบั ขาวเปลอื กท่บี ดละเอยี ด ผสมกบั น้ํานมหรอื โยเกิรต พอกหนาทิ้งไว 10-15 นาที หลงั จากนน้ั จงึ ลา งออกดว ยน้ําอนุ สมารถชว ยฟน ฟูผวิ หนา ได ขม้นิ ลดรว้ิ รอยบนใบหนา : ผงขมนิ้ ผสมกับถั่วเขยี วบดเปน แปง ละเอยี ดผสมกบั นม ใชพอกหนาทิ้งไว 10-15 นาที สามารถชวยลดริ้วรอยบนใบหนา ได หากทําเปน ประจํา 1-2 เดอื น ขมิน้ ครมี สําหรับเวลากลางคืน: สามารถใชขม้ิน + นม + โยเกริ ต พอกหนาในขณะเวลานอนหลบั ตอนกลางคืนได และสามารถลา งออกในตอนเชา ดว ยนํา้ อนุ ขมน้ิ รกั ษาสวิ : ขมน้ิ มคี ุณสมบตั เิ ปน ยาฆาเช้ือตามธรรมชาตอิ ยูแลว
16 สามารถตอตา นเชอ้ื แบคทเี รียทีท่ าํ ใหเกิดสวิ ได ชว ยลดการแดงและอักเสบของสวิ การดม่ื ชาขม้ินก็สามารถเปนยาปองกนั การระบาดของสวิ ได การผสมขมิ้นกับน้ํามะนาว ,นา้ํ มนั งาหรอื นํา้ แตงกวา (ใชน ํา้ มะพราวก็ได แตคนไทยคงจะถือกันเร่อื งการเอานา้ํ มะพรา วมาลา งหนา ^^\" ) ใชแ ตม สวิ มิ้งไว 10-15 นาทีและลา งออกดวยนํา้ อุน สามารถชว ยรกั ษาสวิ ได ขมิ้นใชมารค หนา สําหรับคนหนา มนั : ขมิ้นชวยควบคุมความมนั บนใบหนา ได การใชผงขมนิ้ ผสมกบั นา้ํ สม ผสมกบั ผงจากไมจันทน ผสมกบั นา้ํ ผึ้ง นํามาพอกหนา 10-15 นาท ีเปน ประจาํ สามารถชวยลดปญ หาหนามันได. .. โยเกิรต โยเกิรต ผลิตภณั ฑจากนมที่มปี ระโยชนตอ รางกายและผิวอยา งมาก เพราะในโยเกริ ตอุดมไปดวยวิตามินและสารอาหารท่ดี หี ลายอยา ง สาว ๆ คนไหนที่อยากบาํ รุงผิวหรอื อยากแกปญ หาผิว ผม และฟนท่ปี ระสบอย ูกอ็ ยากใหล องหันมาเลอื กโยเกิรต ท่หี างายและมรี าคาถกู ไปใชด ูรับรองวา จะตองตดิ ใจในผลลัพธแน ๆ เลยเชยี ว วันนกี้ ระปุกดอทคอมจงึ ขอนาํ 6 คณุ ประโยชนใ นดานความงามจากโยเกริ ตมาบอกตอ กันคะ ชวยใหฟนขาวขึ้น ในโยเกริ ต อดุ มไปดว ยแคลเซียมและฟอสฟอรสั ทีจ่ ะชวยสารเคลือบฟน มคี วามขาวข้ึน เน่ืองจากโยเกริ ต จะชวยเพม่ิ ช้ันปกปอ งผิวฟน จากความเหลือง
17 อีกท้ังยงั ชวยปอ งกนั การมกี ลนิ่ ปากดว ย ลองนาํ โยเกริ ตมาถฟู น บอ ย ๆ รับรองวา ปญหาฟน เหลอื งจะหายไปแนนอน ชวยขจัดรังแค ปญ หารงั แคทน่ี าราํ คาญใจ ท่ีแกย ังไงก็ไมหายขาดไปเสยี ท ีลองแกด วยการใชโ ยเกริ ต มาทาใหท่ัวหนังศีรษะ แลว ท้งิ ไว 20 นาทีกอนจะลา งออก เพียงเทานี้อาการคนั หนังศีรษะท่ีเกดิ จากรังแคและรังแคที่อยบู นหนงั ศรี ษะกจ็ ะหายไปไมม ากวนใจอกี อยาลมื ทําบอ ย ๆ 1-2 คร้ังตอ สัปดาหเพ่ือผลลพั ธท ดี่ ียงิ่ ข้นึ ชว ยขจัดเซลลผวิ ทต่ี ายแลว นําโยเกิรต มาผสมกับวอลนัททปี่ น ละเอียด จากน้ันนํามาทาบนใบหนาแลวนวด ๆ ใหท ัว่ หนา วอลนัทจะชว ยขจดั สิง่ สกปรกที่ตกคา งในรขู มุ ขน ในขณะท่โี ยเกิรต จะชวยเติมสารอาหารทด่ี ีและชว ยเติมความชุมช้นื สผู ิว อีกท้งั ยังชว ยใหเซลลผ ิวท่ีตายแลว หลุดลอกออกไปไดด วย ชวยรกั ษาอาการผวิ ไหมจ ากแดด รูไ หมวา อาการผวิ ไหมแ ละคนั คะเยอจากการโดนแดดเผา สามารถบรรเทาอาการนนั้ ไดง าย ๆ ดว ยการใชโยเกริ ต เพราะในโยเกริ ตอดุ มไปดวยซงิ ค (Zinc) ท่จี ะชว ยปลอบประโลมผวิ ทไี่ หมและแสบ ใหห ายไดเ ปนปลดิ ทงิ้ เรว็ ย่งิ ขึน้ หากตอ งการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ ใหล องหยดน้าํ มนั คาโมมายลผสมลงไปดว ย จากนน้ั นาํ มาทาทิ้งไวบ นผิวหนัง 20 นาทแี ลวลางออก เพียงเทาน้ผี ิวของคุณก็จะดีขน้ึ ไมแสบไมคนั อีกแลว ช วยชะลอวยั หากอยากหนาเด็กหรือไมตอ งการใหร ิว้ รอยตา ง ๆ ขึน้ มากอ นวัยอันควร ใหบํารงุ ผวิ ดวยการใชโยเกริ ตผสมกับแตงกวา นาํ มามาสกห นา 1 คร้ังตอสัปดาห เพราะแตงกวามฤี ทธิ์เย็นชวยใหรูสึกรีแลกซแ ละชว ยกระชับรขู ุมขน ในขณะเดยี วกันโยเกิรตกท็ ําใหผ ิวกระชบั และแข็งแรงมากย่ิงข้นึ ฉะนัน้ จงึ ไมแ ปลกใจเลยวา การรวมตัวกันของสว นผสมทง้ั 2 อยา งจะมีประโยชนตอ ผวิ สดุ ๆ ชวยขจดั สวิ หัวดํา สิวหัวดําทีแ่ ขง กนั ผุดขน้ึ บนใบหนา เปน อีกสาเหตหุ นึ่งท่ีทําใหใบหนา ของสาว ๆ หมดสวย ฉะน้นั มากาํ จัดดว ยการใชแปง ขาวเจา ผสมกับโยเกิรต จากน้ันก็นาํ มาทาบนใบหนา แลว นวด ๆ ใหเปนวงกลม เพ่อื ใหส วิ หวั ดาํ และสิวหวั ขาวหลดุ ออกไป นอกจากนีค้ ณุ ยังสามารถใสขมิน้ เพ่อื เพิ่มประสทิ ธภิ าพใหดขี ้ึนไดดวย
18 บทท่ี ๓ อุปกรณแ ละวธิ กี ารศกึ ษา ในการศกึ ษาคนควาโครงงานเรอ่ื ง “ดนิ สอพองมหศั จรรย สารพันประโยชน” ของนกั เรยี นโรงเรียนเทศบาลเมืองเขาสามยอด ๑ กาํ หนดรายละเอียดและขัน้ ตอนการศกึ ษา ดงั น ้ีประชากร ประชากรในการศึกษาคร้งั นี้จะศึกษาจากนักเรยี นโรงเรียนเทศบาลเมอื งเขาสามยอด๑ จาํ นวน ๑๕ คน กลุม ตัวอยา ง ผจู ัดทาํ ไดท ําการสุมตัวอยา งแบบ Purposeive Sampling จากประชากรในการศึกษาครั้งนีจ้ ะทาํ การศกึ ษาจากนักเรียนโรงเรยี นเทศบาลเมอื งเขาสามยอด ๑ จาํ นวน ๑๕ คน วธิ กี ารศึกษา โครงงาน เร่อื ง “ดนิ สอพองมหศั จรรย สารพนั ประโยชน” ในการดําเนนิ งานคร้ังน้ีไดแ บงการทาํ งานออกเปน ๒ สวน ดังน ้ี สว นท ่ี 1 การศึกษาขอมูลเบือ้ งตนโดยทําการศกึ ษาจากเอกสาร หนงั สอื เวบ็ ไซดตา งๆ และสอบถามผรู ูจงึ ประยกุ ตว ธิ ีการทาํ ดนิ สอพองพอกหนา รักษาสวิ ● สูตรพอกหนาดนิ สอพอง + มะนาว + นํ้าผงึ้
19 ➢ดินสอพองสะต ุ 10 เมด็ ➢มะนาว 1 ชอ นชา ➢น้าํ ผึง้ 1 ชอ นชา ➢นา้ํ อนุ 1 ชอ นโตะ ● สตู รพอกหนา ดินสอพอง + ขมน้ิ ชัน สตู รนจี้ ะเนนไปทก่ี ารชวยกําจดั สิวเส้ียนเปน การชวยสครบั ผิวโดยใชผ งขม้ินชนั เขาชวยโดยมีสวนผสมดังน ้ี➢ดินสอพองสะต ุ 10 เมด็ ➢ผงขม้นิ ชนั (หาซ้อื ตามตลาดสด หรือจะใชท ีเ่ ปนซองๆขายตามรานเครอ่ื งสาํ อางคท ่ัวไป) 1 ชอนชา ➢นํ้าอุน 2 ชอนโตะ ● สตู รพอกหนาดินสอพอง + โยเกิรต สูตรน้ีเปน สตู รพอกหนา ท่ชี ว ยลดการเกิดสิวอดุ ตนั ไดด แี ละชวยใหห นาไมแหงตึงมากเกินไป เปนสตู รพอกหนาที่เหมาะกับคนผวิ แหงแตเปน สวิ สว นผสมกม็ ี➢ดนิ สอพองสะต ุ 10 เมด็ ➢โยเกิรต รสธรรมดาเพยี วๆ 1 ถวย สวนที่ 2 ขัน้ ตอนการทดลอง ทดลองพอกหนา ในระยะเวลา ๑๕ – ๒๐ นาท ีการวเิ คราะหข อ มูล 1. สตู รวธิ กี ารพอกหนารักษาสวิ ดวยดนิ สอพองที่สําเร็จแลวนาํ ไปทดลองกับกลุมตัว อยาง 2. สอบถามและบันทกึ ผลแบบประเมนิ เพือ่ สรปุ ผลการทดลอง 3. ตรวจสอบความเรียบรอยของขอ มูล 4. เสนอและสรปุ ผลการทดลอง
20 บทท่ี ๔ ผลการศึกษา ผลการศึกษา การนําเสนอผลการวิเคราะหขอ มลู สําหรบั การโครงงานครง้ั น ี้ผูจดั ทาํ จาํ แนกรายละเอียดของการนาํ เสนอผลการวเิ คราะหออกเปน 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 การศกึ ษาขอมูลวธิ กี ารทาํ ดินสอพองพอกหนา รกั ษาสวิ ตอนที่ 2 ขั้นตอนการทดลอง ทดลองพอกหนา ในระยะเวลา ๑๕ – ๒๐ นาท ีตารางท่ี 4-1 แบบบนั ทกึ ผลการพอกหนา รกั ษาสวิ จากดินสอพอง ผลการพอกกนา รกั ษาสิวจากดนิ สอพอง ท ่ี ชอ่ื - สกุล มากทส่ี ุ มาก ปานก นอ ย นอยท่ี ด ลาง สุด 1 เด็กหญงิ กชกร มะเหศกั ด ์ิ p 2 เด็กหญิงปรยี าพร แกวแดง p
21 3 เด็กหญงิ ภทั รพร เรอื นงาม p 4 เด็กหญงิ ชลธชิ า ปอมไผข วาง p 5 เดก็ หญิงกชกร พนั ธง าม p 6 เดก็ หญิงพชั รพร แจง เอี่ยม p 7 เดก็ หญิงอาทิตยา มกิ รณ p 8 เด็กหญงิ จริ นนั ท อูทรัพย p 9 เด็กหญงิ เตชินี ทานมัย p 10 เดก็ หญิงปวณี า อาสินรัมย p ผลการพอกกนา รกั ษาสิวจากดนิ สอพอง ท ่ี ชอ่ื - สกลุ มากที่สุ มาก ปานก นอย นอยท่ี ด ลาง สุด 12 เดก็ หญิงกฤตยา สวสั ด ี p 13 เดก็ หญงิ ชนากานต แฝงธาน ี p 14 เด็กหญงิ ทัศนา บุญทอง p 15 เด็กหญิงพรชิตา เมรมดั p ที่มา: การสังเคราะหขอ มลู จากการทดลอง มากทีส่ ุด หายจากการเปนสวิ และหนาใสข้นึ
22 มาก หายจากการเปนสวิ ปานกลาง หายจากการเปน สิวแตยังมีรอยทีเ่ กิดจากสวิ นอย สิวยุบ แตยังมีรอยทเี่ กดิ จากสวิ นอ ยทีส่ ดุ ไมหายจากการเปน สิว บทที่ ๕ สรปุ ผลการศกึ ษา สรุปผลการศกึ ษา จากการสํารวจและรวบรวมขอมลู วธิ กี ารพอกหนา รักษาสวิ ดว ยดนิ สอพองและเมอ่ื ทดลองใชไดผล ดังน ้ี ผลการพอกกนา รกั ษาสวิ จากดินสอพอง ท ่ี ช่อื - สกลุ มากท่สี ุ มาก ปานก นอย นอยที่ ด ลาง สดุ 1 เด็กหญงิ กชกร มะเหศักด ิ์ p 2 เดก็ หญงิ ปรียาพร แกว แดง p 3 เด็กหญิงภัทรพร เรอื นงาม p 4 เด็กหญิงชลธิชา ปอ มไผขวาง p 5 เด็กหญิงกชกร พันธงาม p
23 6 เดก็ หญงิ พัชรพร แจงเอ่ยี ม p 7 เดก็ หญงิ อาทติ ยา มกิ รณ p 8 เดก็ หญงิ จริ นนั ท อทู รพั ย p 9 เด็กหญิงเตชินี ทานมยั p 10 เดก็ หญงิ ปวีณา อาสินรมั ย p 12 เด็กหญงิ กฤตยา สวสั ด ี p 13 เดก็ หญงิ ชนากานต แฝงธาน ี p 14 เดก็ หญงิ ทศั นา บุญทอง p 15 เด็กหญงิ พรชิตา เมรมัด p ที่มา: การสงั เคราะหขอมูลจากการทดลอง มากทสี่ ุด หายจากการเปน สวิ และหนา ใสขึน้ มาก หายจากการเปน สิว ปานกลาง หายจากการเปนสวิ แตย งั มีรอยทีเ่ กดิ จากสิว นอย สิวยบุ แตย ังมีรอยทเ่ี กิดจากสิว นอยทีส่ ุด ไมห ายจากการเปน สิว ประโยชนทีไ่ ดจากโครงงาน ๑. ไดท ราบขอ มลู ของวิธกี ารพอกหนา รักษาสวิ ดวยดินสอพอง ๒. เปนประโยชนทางการศกึ ษาคน ควา ของคณะผูจ ัดทาํ และผูท ส่ี นใจเก่ยี วกบั วธิ กี ารพอกหนา รกั ษาสิวดวยดินสอพอง
24 ๓. ทําใหทราบวาหลงั จากการสาํ รวจมีวธิ ีการพอกหนารักษาสวิ ดวยดินสอพองอะไรบา ง 4. สามารถรกั ษาสิวและทําใหผ ิวหนาดีขนึ้ ขอ เสนอแนะ ๑. วิธกี ารพอกหนา รักษาสวิ ดวยดนิ สอพองมอี ีกมากมายหลายชนิด จงึ ควรทีจ่ ะมีการสํารวจและรวบรวมขอมลู ทีย่ ังไมสามารถทาํ การสํารวจ และรวบรวมขอมูลมาได ๒. ผทู ี่สนใจควรจะทําการสํารวจและรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับวธิ ีการพอกหนารกั ษาสิวดว ยดนิ สอพอง เพือ่ ใหทราบวา มวี ิธกี ารพอกหนา รักษาสิวดวยดินสอพองแบบอืน่ ๆ เพ่ิมหรือลดไปบา ง ๓. ผูสนใจอาจทาํ การสาํ รวจและรวบรวมขอมูลวธิ ีการพอกหนา รกั ษาสวิ ดวยดินสอพองชนดิ อน่ืๆ ท่ีนาสนใจ เอกสารอา งองิ นันทวัน บณุ ยะประภศั ร. 2542. สมุนไพร..ไมพ้ืนบาน (3) พิมพค รงั้ แรก บริษัทประชาชนจาํ กดั กรุงเทพมหานคร หนา 740-745. มาโนช วามานนท และเพญ็ นภา ทรพั ยเ จริญ. 2537. ยาสมนุ ไพรสําหรบั งานสาธารณสขุ มูลฐาน พิมพค ร้งั ที่ 1 โรงพิมพอ งคการสงเคราะหท หารผานศึก กรุงเทพมหานคร หนา 53. วุฒิ วฒุ ิธรรมเวช. 2540. เภสัชกรรมไทย รวมสมนุ ไพร พิมพครั้งท่ี 2 โอ.เอส.พรน้ิ ติ้ง เฮาส กรุงเทพมหานคร หนา 361-362. www.health.kapook.com www.sukkay.com
25 www.pharmacy.psu.ac.th https://th-th.facebook.com
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: