Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือภูมิปัญญาท้องถิ่น ธนบุรี

หนังสือภูมิปัญญาท้องถิ่น ธนบุรี

Description: หนังสือภูมิปัญญาท้องถิ่น ธนบุรี

Search

Read the Text Version

คำ�นำ� (ผศ.ดร. สุรพงษ์ ชูเดช) ประธานสายวิชาสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์

วดั กลั ยาณนมิ ิตรวรมหาวหิ าร

คณะทำ�งาน จัดทำ�โดย หน่วยจดั การข้อมลู ชมุ ชน (Community Data Management Unit : CDMU) สายวชิ าสังคมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์ คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบุรี คณะผู้จัดทำ� ผศ.ดร.สรุ พงษ์ ชเู ดช นายขจรศักดิ์ กั้นใช้ นายสมประสงค์ สีลาดเลา ร่วมกับ ชุมชนธนบุรี

วดั ประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร

คำ�นิยม “ “ (ผศ.ดร.ศศิธร สุวรรณเทพ) คณบดีคณะศิลปศาสตร์

สารบญั : เขตธนบุรี 1 ชุมชนกุฎีจีน 5 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร 9 วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร 13 วัดซางตาครู๊ส 21 มัสยิดบางหลวง 25 ศาลเจ้าเกียนอันเกง 27 ขนมฝรั่ง 31 หมูกระดาษออมสินบ้านหมูกระดาษ 37 ผ้าย้อมคราม ชุมชนโรงคราม 41 มวยคาดเชือก โรงเรียนวัดราชคฤห์ 45 ตระกูลดนตรีเก่า : ตระกูลพาทยโกศล 51 ตระกูลดนตรีเก่า : ตระกูลสุนทรวาทิน 53 ตระกูลดนตรีเก่า : ตระกูลคงลายทอง 55

สารบญั : ชุมชนบางไส้ไก่บ้านสมเด็จ (หมู่บ้านลาว) 57 ขลุ่ยบ้านลาว 61 ชุมชนตลาดพลู 65 ร้านอาหารเก่า : ร้านหมี่กรอบจีนหลี (เต็กเฮง) 67 ร้านอาหารเก่า : ร้านเตี้ย เย็นตาโฟ 69 ร้านอาหารเก่า : ร้านบะหมี่ตงเล้ง 71 ร้านอาหารเก่า : ร้านสุณีข้าวหมูแดงตลาดพลู 73 (สุณีข้าวหมูแดง) 75 ร้านอาหารเก่า : ร้านเกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู 77 ต.จันทร์เพ็ญ ร้านอาหารเก่า : ร้านขนมหวานตลาดพลู ร้านอาหารเก่า : ร้านสรินทร์ทิพย์ 79 ร้านอาหารเก่า : ร้านกิมเอ็ง กล้วยเชื่อมตลาดพลู 81 ร้านอาหารเก่า : ร้านนิวเหลียงสุน 83

THE BEST THING OF LOCAL WISDOM IN THONBURI พระบรมราชานุสรณ์ สมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบรุ ี

ธนบรุ ี การสถาปนากรงุ ธนบรุ ี หลงั จากสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชกอบกเู้ อกราชส�ำ เรจ็ ในปี พทุ ธศกั ราช 2310 ทรงมพี ระราชด�ำ รวิ า่ กรงุ ศรอี ยธุ ยามสี ภาพทรดุ โทรมมาก ไมส่ ามารถซอ่ มแซมฟนื้ ฟใู หก้ ลบั คนื สภาพเดมิ ได้ จงึ ทรงตดั สินพระทยั สรา้ ง ราชธานใี หม่ขน้ึ ทเ่ี มอื งธนบุรี เนอื่ งจากเมอื งธนบรุ ีมชี ัยภมู ทิ ่ีดี เป็นเมืองหน้าดา่ น ชายทะเล ควบคมุ เสน้ ทางเดนิ เรอื เขา้ ออก ประกอบกบั เปน็ เมอื งทม่ี ปี อ้ มปราการ และวดั วาอารามอยเู่ ปน็ จ�ำ นวน มาก ไมจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งเสยี เวลากอ่ สรา้ งขน้ึ มาใหม่ เปน็ เมอื งขนาดยอ่ มซงึ่ พอเหมาะกบั ก�ำ ลงั ทจ่ี ะรกั ษาไวไ้ ด้ และอยู่ ปากแม่น้ำ� หากเพลย่ี งพล้ำ�ไม่สามารถรักษาเมอื งไว้ได้จรงิ ๆ กส็ ามารถหลบหลกี ศตั รอู อกสทู่ ะเล กลับไปตง้ั ม่นั ทจ่ี นั ทบรุ ไี ดโ้ ดยสะดวก อกี ทงั้ ตง้ั อยบู่ รเิ วณทม่ี ลี �ำ น�้ำ ลกึ ใกลท้ ะเล ถา้ ขา้ ศกึ ไมม่ ที พั เรอื ทเ่ี ขม้ แขง็ แลว้ กย็ ากทจี่ ะตี เมอื งธนบรุ ไี ด้ การสถาปนากรงุ ธนบรุ เี ปน็ ราชธานจี �ำ เปน็ ตอ้ งขยายพนื้ ที่ เพอ่ื รองรบั ประชาชนทหี่ นภี ยั สงครามมา และปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมทางยทุ ธศาสตรม์ ากขนึ้ ดงั นน้ั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชจงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ยาย เมอื งไปทางทศิ เหนอื จนจรดคลองบางกอกน้อย พรอ้ มกบั สร้างก�ำ แพงเมืองตามแนวคลองขุดใหม่ ส่วนทางทศิ ตะวนั ออกขยายไปจรดคลองคเู มอื งทข่ี ดุ ขน้ึ ใหม่ ท�ำ ใหแ้ มน่ �ำ้ เจา้ พระยาไหลผา่ นกลางเมอื งแลว้ สรา้ งก�ำ แพงเมอื ง ข้นึ ตามแนวคลองคู เมอื ง กรงุ ธนบุรีเปน็ ราชธานีเพยี ง 15 ปี หลงั จากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สวรรคต พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ทรงปราบดาภเิ ษก ขนึ้ เปน็ ปฐมบรมกษตั รยิ แ์ หง่ ราชวงศจ์ กั รี และทรงยา้ ยราชธานจี ากฝง่ั ตะวนั ตก มายงั ฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ �ำ้ เจา้ พระยา ท�ำ ใหพ้ ระราชวงั กรงุ ธนบรุ วี า่ งลง กรุงธนบุรจี ึงถกู ลดความส�ำ คญั และกลายเปน็ ส่วนหน่ึงของกรงุ รัตนโกสินทร์ เขตธนบุรี เป็นหนึ่งในหา้ สิบเขตของกรุงเทพมหานคร ถือเปน็ เขตอนุรักษเ์ มอื งเก่า แหล่งท่องเทีย่ ว เชงิ ประวัตศิ าสตร์และศิลปะ วัฒนธรรมทางฝง่ั ธนบรุ ี ต้งั อยทู่ างตะวันตกของแม่นำ้�เจ้าพระยา เขตธนบรุ ีเดมิ มี ฐานะเปน็ อ�ำ เภอชนั้ ในขนึ้ กบั กรมนครบาล ตง้ั ทวี่ า่ การอ�ำ เภอในพนื้ ทข่ี องวดั ราชคฤห์ จงึ เรยี กอ�ำ เภอนวี้ า่ อ�ำ เภอ ราชคฤห์ ตอ่ มาเมือ่ วนั ท่ี 11 กรกฎาคม พุทธศักราช 2459 ไดม้ ีพระบรมราชโองการเปลย่ี นช่อื อำ�เภอราชคฤห์ เปน็ อ�ำ เภอบางยเี่ รือ จังหวดั ธนบุรี ในวนั ท่ี 17 เมษายน พุทธศักราช 2482 สมยั จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปน็ ป้ายบอกชอ่ื วัดบริเวณทางเขา้ วัดบางไส้ไก่ 1

โครงสร้างอาคารของวัดซางตาคร้สู เป็นแบบโบราณ คอื ใช้ผนังอาคารทง้ั สองด้านรับน้�ำหนกั ของหลังคา และใชเ้ สาลอยรับน�ำ้ หนักของฝ้าเพดาน นายกรัฐมนตรี ได้มีการยุบจังหวัดธนบุรีรวมกับจังหวัดพระนครให้มีฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ดังน้ัน เพื่อรักษาคำ�ว่า ธนบุรี ซ่ึงเคยเป็นเมืองหลวงและเพื่อเฉลิมพระเกียรติของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือสมเด็จ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาเปล่ียนชอ่ื อ�ำ เภอบางย่ีเรือเปน็ อำ�เภอธนบรุ ี ขึ้นกับนครหลวง กรงุ เทพธนบุรี และได้รับการเปล่ยี นแปลงฐานะเป็น เขตธนบุรี ขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ปัจจบุ นั พ้ืนทีเ่ ขตธนบรุ ีถือเปน็ พ้นื ทปี่ ระวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรมท่ีหลากหลาย มหี ลายชุมชนทย่ี ังคง อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของตนเองไว้ ประวัติศาสตร์หลายแขนงถูกเชิดชู สูญหาย และเกิดความหลากหลาย มากขนึ้ ท้ังการท่องเท่ียวเชงิ ประวัตศิ าสตร์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และอาหารการกนิ ถูกยกระดบั และ เปลี่ยนแปลงใหเ้ ปน็ เอกลกั ษณข์ องพนื้ ท่ีเขตธนบุรี แผนท่กี รงุ ธนบุรี วาดโดยสายลับพมา่ 2

พระบรมธาตมุ หาเจดยี ์ วดั ประยูรวงศาวาสวรวิหาร 3

ขนมฝร่งั กฎุ ีจนี เป็นหนึ่งในขนมโปรตเุ กส ปัจจบุ ันเป็นผลิตภณั ฑห์ ลักของชุมชนกฎุ ีจีน 4

ชมุ ชนกุฎีจีน ยา่ นกฎุ จี นี หรอื กะดจี นี เปน็ ยา่ นประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี คี วามเกา่ แกแ่ หง่ หนงึ่ ของกรงุ เทพมหานคร ในบรเิ วณรมิ แมน่ ำ้� เจา้ พระยา ประกอบด้วย ชุมชนเลก็ ๆ 6 ชมุ ชน คือ ชมุ ชนวัดกลั ยาณ์ ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวดั ประยูรวงศ์ ชุมชน บุปผาราม ชุมชนกฎุ ีขาว และชุมชนโรงคราม มคี วามหลากหลายทางมรดกวฒั นธรรมของ 3 ศาสนา 4 ความ เชอื่ อนั ประกอบดว้ ย พทุ ธเถรวาท พทุ ธมหายาน ครสิ ต์ และมสุ ลมิ คาวา่ กะดี มกี ารพดู หรอื เขยี นหลายรปู แบบ ไมว่ า่ จะ กะดี หรอื กฎุ ี ซ่งึ ให้ความหมายหลากหลายแตกตา่ ง ตรอกซอยในชมุ ชนกุฎีจนี 5

ชมุ ชนแหง่ นนี้ บั เปน็ แหลง่ วัฒนธรรม แหลง่ เรยี นรู้ และแหลง่ รายไดท้ มี่ คี วามส�ำคญั แหง่ หนงึ่ เพราะชมุ ชนแหง่ น้ี และบรเิ วณใกลเ้ คยี ง เปน็ ชมุ ชนทป่ี ระกอบดว้ ยชนหลายชาตหิ ลายภาษาเขา้ มาตง้ั รกราก เชน่ ชมุ ชนชาวจนี ฝรง่ั เชื้อชาติโปรตุเกส มุสลิม ลาว และมอญ เป็นต้น นอกจากนี้ยังปรากฏว่าพ้ืนที่แห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของบ้าน ขนุ นางเกา่ สายสกลุ บญุ นาค และยงั มแี หลง่ วฒั นธรรมทนี่ า่ สนใจอกี มากมาย ซงึ่ มกี ารสบื ทอดและถา่ ยทอดความ รู้ทางวัฒนธรรมจากอดีตจนถึงปัจจุบันพื้นท่ีบริเวณย่านกุฎีจีนเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ทัง้ ทางด้านกลุ่มชาตพิ นั ธ์ ได้แก่ ไทย โปรตเุ กส จนี วถิ ชี ีวติ ความเชือ่ และประเพณี เปน็ สถานท่ีทีม่ ีการกลม กลนื ของผูค้ นหลายเช้ือชาติหลายศาสนามาอยู่รวมกนั เป็นชมุ ชนขนาดใหญ่ พระอโุ บสถที่เป็นศิลปแ์ บบนอกอยา่ งภายใน วดั ประยุรวงศาวาสวรวิหาร 6

ชาวบา้ นในชุมชนมีการชว่ ยเหลือกันเกอื้ กลู กันตลอดแมแ้ ต่เร่ืองการเมอื งกไ็ มม่ กี ารแบง่ แยก ชาวชมุ ชนจะเคารพ ในสทิ ธสิ ่วนบุคคลในการนบั ถือศาสนา และการด�ำเนนิ ชีวิตตามวิถศี าสนาของแต่ละคน และไมใ่ ห้ความแตกต่าง เรื่องศาสนาหรือเชื้อชาติเป็นตัวท�ำลายมิตรภาพ เพราะการอยู่ร่วมกันหลายศาสนาไม่ใช่ปัญหาของชุมชนนี้ ทุก คนเป็นเพอ่ื นกนั เปน็ ครอบครัวเดยี วกนั และมองว่าความแตกตา่ งทางศาสนาไม่ใชค่ วามแตกแยก ชุมชนมีสถาน ทสี่ �ำคญั ทางศาสนาตัง้ อยู่ในบริเวณเดียวกัน คอื มวี ดั โบสถ์ มัสยดิ และศาลเจ้าอยู่ร่วมกันมาประสานกลมกลืน เป็นสังคมที่พึ่งพาอาศัยกันและท�ำกิจกรรมร่วมกันท�ำ และมีการจัดกิจกรรมของแต่ละศาสนา รวมท้ังสามารถ ด�ำเนินงานรว่ มกันไดอ้ ย่างลงตัว อาทิ การจดั งานลอยกระทง วนั ครสิ ตมาส งานอิสลาม วันตรษุ จนี พระอุโบสถที่เปน็ ศิลป์แบบนอกอยา่ งภายใน วัดกลั ยาณมิตรวรมหาวหิ าร 7

พระพทุ ธไตรรัตนนายก หรอื หลวงพ่อโต บางคนอาจเรยี กวา่ ซ�ำปอฮุดกง หรอื ซำ� ปอกง ในภาษาจนี เฉกเชน่ เดียวกับ วดั พนัญเชิง จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา 8

ววรัดมกหลั ายวาิหณามร ิตร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหารฝ่ายมหานิกาย ต้ังอยู่ปากคลอง บางกอกใหญฝ่ ง่ั ใต้ แขวงวดั กลั ยาณ์ เขตธนบรุ ี สรา้ งขน้ึ เมอ่ื ปรี ะกา พทุ ธศกั ราช 2368 โดยเจา้ พระยานกิ รบดนิ ทร์ มหนิ ทรมหากลั ยาณมติ ร นามเดมิ วา่ โต เปน็ บตุ รพระพชิ ยั วารี (มนั แซอ่ ง๋ึ ) ถวายตวั เปน็ ขา้ หลวงเดมิ ในพระบาท สมเดจ็ พระนั่งเกลา้ เจา้ อยู่หวั แตค่ รั้งยงั ด�ำรงพระอิสริยยศเปน็ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่นื เจษฎาบดินทร์ ตลอด เวลาทไี่ ดร้ บั ราชการสนองพระเดชพระคณุ นน้ั เจา้ พระยานกิ รบดนิ ทรไ์ ดเ้ ปน็ ก�ำลงั ส�ำคญั ในการคา้ ส�ำเภาไปเมอื ง จีน จนการค้าเจริญรุ่งเรือง เป็นท่ีไว้วางพระราชหฤทัย จึงโปรดพระราชทานเล่ือนบรรดาศักดิ์ให้เจ้าสัวโตจาก พระยาราชสุภาวดี พระราชทานนามบรรดาศักดิ์ใหม่ให้มีความหมายตามพระราชปรารถว่า เจ้าพระยานิกร- บดินทร์ มหนิ ทรมหากลั ยาณมติ ร 9

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ เป็นผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่เม่ือครั้งยังด�ำรงต�ำแหน่งเป็นพระยาราช สุภาวดี เจ้ากรมสุรสั วดีกลาง ได้อุทิศทบี่ า้ นเดมิ ของทา่ น แลว้ ซอื้ ท่ีบ้านขา้ ราชการและบ้านเจส๊ วั เจ้าภาษี นาย อากรอนื่ อกี หลายบา้ น ซง่ึ เดมิ เรยี กวา่ หมบู่ า้ นกฎุ จี นี และสรา้ งวดั ขนึ้ ตามพระราชนยิ ม เมอื่ ส�ำเรจ็ แลว้ ถวายเปน็ พระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า-เจ้าอยู่หัวจึงโปรดพระราชทานนามให้มีความหมายเก่ียวข้อง ระหว่างพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ผู้สร้างวัด และเพื่อเป็นอนุสรณ์ยืนยันถึงน�้ำพระทัยของ พระองคท์ ท่ี รงมตี อ่ เจา้ พระยานกิ รบดนิ ทรซ์ งึ่ ทรงถอื วา่ เปน็ มติ รทดี่ คี นหนง่ึ ของพระองคว์ า่ “วดั กลั ยาณมติ ร” โดยเสด็จพระราชด�ำเนนิ เพ่อื กอ่ พระฤกษพ์ ระโตวดั กลั ยาณมติ ร ณ วดั พฤหัสบดีเดอื น 6 ขึ้น ๑๔ ค�่ำ ตรงกับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๓๘๐ พระราชทานเป็นพระประธานในพระวหิ ารหลวง ต่อมาพระบาท สมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั โปรดพระราชทานนามวา่ พระพทุ ธไตรรัตนนายก พระประธานในวหิ ารน้อย เปน็ พระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ัย มนี าม ว่า พระพุทธดิลกโลกเชษฐ์ บน ผนงั รอบวหิ ารนอ้ ย เขยี น จิตรกรรมภาพพระอดีตพุทธเจา้ หอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกยี รติ หอพระไตรปฎิ กที่ ลน้ เกลา้ ฯ รัชกาลท่ี 4 โปรเดเกลา้ ฯใหส้ ร้าง 10

หน้าบันของวหิ ารหลวง ท�ำด้วยไม้ แกะสลักลายดอกพุดตาน ปดิ ทอง ประดบั กระจกสี วหิ ารน้อยมลี ักษณะแบบพระราชนิยมในรัชกาลท่ี 3 คอื ผสมผสานศิลปกรรมไทย-จีน หลังคาไม่มีชอ่ ฟา้ ใบระกา หางหงส์ เสาเฉลียงเรียบเกล้ียงไม่มีบวั หวั เสา 11

เสาแกนกลาง หรอื เสาครู ขององคพ์ ระบรมมหาธาตุเจดีย์ 12

ว-ัดวปาสระวยรรูววิหงาศร า- สมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาประยรู วงศ์ วัดประยูรวงศาวาสเป็นพระอารมหลวงชั้นโทชนิดวรวิหารตั้งอยู่ใกล้เชิง หรอื สมเด็จเจา้ พระยาองค์ใหญ่ สะพานปฐมบรมราชานสุ รณ์ วดั ประยรู วงศวาสเปน็ วดั ทเี่ กา่ แกว่ ดั หนงึ่ ใน ผู้ส�ำเร็จราชการแผ่นดนิ ในรัชกาล สมัยรัตนโกสินทร์สร้างโดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ( ดิศ บุญนาค ) เมื่อท่านด�ำรงต�ำแหน่งพระยาคลังว่าท่ีพระคลังและว่าที่สหุ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว กาลาโหมท่านได้อุทิศสวนกาแฟสร้างเป็นวัดข้ึนในปีชวด พุทธศักราช 2371 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงเมื่อพุทธศักราช 2375 ในสมัย รชั กาลท่ี 3 พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชทานนามวา่ วดั ประยรู วงศาวาส วดั ประยรู วงศาวาสวรวหิ ารไดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นโบราณ สถานโดยศิลปากรเม่ือวนั ที่ 22 พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช 2492 วัดประยูรวงศาวาสชาวบ้านมักเรียกว่า วัดรั้วเหล็ก ก็เพราะมีรั้วเหล็กสี 13

แดงแวดลอ้ มเปน็ ก�ำแพงอยใู่ นชน้ั ในและชน้ั นอกรว้ั เหลก็ สว่ นหนง่ึ ทอดยาวจากประตวู ดั จนถงึ พระบรมธาตมุ หา เจดยี ์ รัว้ เหล็กนนั้ สงู ประมาณ 3 ศอกเศษท�ำเปน็ รปู อาวุธโบราณ คอื หอก ดาบ และขวาน จ�ำนวน หอก ดาบ และขวาน ทีน่ �ำมาประดับรัว้ เหล็กจะมีจ�ำนวนเท่าใดมไิ ด้มปี ระวตั เิ ขียนไว้แต่ชาวบา้ นมักท่องจ�ำกนั ตอ่ ๆ มาว่า วดั รัว้ เหล็กมีขวาน 3 หมน่ื ปนื 3 กระบอก หอก 3 แสน มเี ร่ืองเล่าว่ารวั้ เหลก็ เดิมสมเด็จพระยาบรมประยรู วงศส์ ง่ั เขา้ มาจากประเทศองั กฤษเพอ่ื ทลู เกลา้ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เพอื่ ใชล้ อ้ มเปน็ ก�ำแพง ในพระบรมมหาราชวงั แตพ่ ระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไมโ่ ปรดจงึ ขอรบั พระราชทานใชล้ อ้ มเปน็ ก�ำแพง ในวดั โดยแลกเปล่ยี นกับน�้ำตาลทรายท�ำสญั ญากันหนักต่อหนกั คอื เหลก็ หนักเทา่ ใดนำ้� ตาลหนกั เท่านน้ั พระบรมธาตมุ หาเจดยี ห์ รอื ทเ่ี รยี กโดยทว่ั ไปวา่ เจดยี ข์ าว เปน็ และเจดยี ท์ รงระฆงั มคี วามสงู 60.525 เมตร ฐาน พระพทุ ธธรรมวเิ ชษฐศาสดา เปน็ พระประธาน ภายในพระอุโบสถ มีลักษณะเปน็ พระพุทธรปู ปางมารวิชัยท่ีมีพุทธลกั ษณะทีง่ ดงาม ขนาด หนา้ ตกั 2 เมตร ไหล่กว้าง 25 เมตร สูง 1.625 เมตร ในปีพุทธศกั ราช 2471 พระบรมธาตุมหาเจดีย์ มีลักษณะเป็นเจดยี ส์ ขี าวทรงกลมขนาดใหญ่ สณั ฐานรูปทรงระฆงั คว�่ำหรือโอคว่ำ� ฐานล่างส่วนนอกวัดโดยรอบได้ 162 เมตร มเี สน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 50 เมตร สูง 60.525 เมตร ถอื ว่าเปน็ เจดีย์ท่สี ูงทีส่ ุดในกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ ส่วนล่างวดั โดยรอบ 162 เมตร เส้นผ่านศูนยก์ ลาง 50 เมตร นบั ไดว้ า่ เป็นเจดยี ์องคใ์ หญแ่ ละสงู ทีส่ ดุ ในกรุง รัตนโกสินทร์ ช้ันนอกรอมรอบด้วยระเบียงทรงคดรูปวงกลมท�ำเป็นคูหา 54 คูหา ด้านบนของระเบียงคดมี เจดยี บ์ รวิ าร 18 องค์ ถดั มาชน้ั ในทฐ่ี านของพระเจดยี ท์ �ำเปน็ ชอ่ งคหู าโดยรอบจ�ำนวน 32 คหู า สมเดจ็ เจา้ พระยา บรมมหาบรมมหาประยรู วงศเ์ รม่ิ สรา้ งพระบรมธาตมุ หาธาตมุ หาเจดยี อ์ งคน์ ข้ี น้ึ แตพ่ ระเจดยี ย์ งั ไมท่ นั แลว้ เสรจ็ ผู้สร้างก็ถึงพิราลัยไปก่อนสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุญนาค) ได้สร้างพระบรมมหาธาตุมหา เจดยี ต์ ่อจนเสร็จสมบูรณใ์ หส้ มยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 4 ในปี พุทธศักราช 2553 สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชปู ถัมภ์ โดยคณะกรรมาธกิ ารอนรุ กั ษ์ศลิ ปสถาปัตยกรรม พิจารณาคัด เลอื ก พระบรมธาตมุ หาเจดยี ์ วดั ประยรุ วงศาวาสวรวหิ าร ไดร้ บั รางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ ประจ�ำ ปี 2553 ประเภท “ปูชนียสถานและวดั วาอาราม” ดา้ นการอนุรกั ษ์งานมรดกศลิ ปสถาปตั ยกรรม และในปี พทุ ธศกั ราช 2556 ไดร้ บั รางวลั ยอดเยย่ี ม อนั ดบั 1 (Award of Excellence) ดา้ นการอนรุ กั ษท์ างวฒั นธรรม ในภมู ภิ าคเอเชยี แปซฟิ กิ ขององคก์ ารการศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาตหิ รอื ยเู นสโก ภูเขานเี้ ขาขึน้ โดยมีเค้าโครงรปู แบบมาจากหยดเทยี นขี้ผง้ึ ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกลา้ เจ้าอย่หู วั รชั กาลที่ 3 ได้พระราชทานแกส่ มเดจ็ เจา้ พระยาหยดเทียนขผี้ ้ึงน้ีเกดิ จากนำ้� ตาเทียนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยู่ 14

15

16

พระอโุ บสถ ตงั้ อยู่ทางทิศใต้ของ รวั้ เหล็ก เปน็ อาคารก่ออฐิ ถอื ปูน มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทย กว้างประมาณ 18 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร หนา้ บันเป็นลายดอกพดุ ตาน หลงั คาลดสองชัน้ มุงด้วยกระเบอื้ ง เคลอื บ ประดบั ช่อฟา้ ใบระกา และหางหงส์ ประตูทางเข้า อทุ ยานเขามอ หรอื เขาเต่า ตงั้ อย่ดู า้ นหน้าวดั หัวทรงจดุ ทับถมกันเป็นเวลาหลายปีจนก่อรูปเหมือนภเู ขาสมเด็จเจ้าพระยาน�ำเอารปู แบบของหยดเทยี นขีผ้ ึ้ง นีม้ าสรา้ งเป็นภเู ขาจ�ำลอง เขามอ ต้งั อยภู่ ายในวัดประยงุ วงศาวาส เปน็ ภูเขาจ�ำลองก่อด้วยศิลา ตง้ั อยูก่ ลาง สระน้�ำ แวดล้อมไปดว้ ยพระสถูปเจดยี ์ วหิ าร ศาลารายน้อยใหญ่ และพรรณไม้หายากนานาชนิด เป็นรมณีย สถานอันสงบและรน่ื รมย์ทต่ี ้งั ตระหง่านอยู่คพู่ ระอารามแหง่ น้ีมากวา่ 180 ปี ค�ำวา่ เขามอ มาจากค�ำวา่ ถมอ ในภาษาเขมร แปลว่า กอ้ นหิน หมายถงึ ภูเขาจ�ำลองทกี่ อ่ ขึน้ จากหนิ จนมรี ปู ทรงคล้ายคลงึ กบั ภเู ขา อาจแบ่ง ไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คอื เขามอขนาดเลก็ ทป่ี ระดบั อยใู่ นกระถาง ซงึ่ เปน็ ศลิ ปะการจดั สวนแบบหนงึ่ คกู่ บั การเลน่ ไมด้ ดั และเขามอขนาดใหญ่ ส�ำหรบั กอ่ ลงบนพนื้ ดนิ หรอื กลางสระนำ้� จดั ใหม้ ยี อดเขาสงู ลดหลน่ั ตามล�ำดบั เปน็ ซุ้มคูหา ใช้ประดับตกแต่งพระอารามและพระราชอุทยาน เป็นที่นิยมมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏใน บันทึกการเดินทางของนิโคลาส์ แซร์แวส นักเดินทางชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาพร้อมกับคณะราชทูตของพระเจ้า หลุยส์ที่ 14 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้พรรณนาถึงความงดงามของพระราชอุทยานและภูเขา จ�ำลองภายในพระท่ีนั่งสุทธาสวรรย์ ในบริเวณภูเขาจ�ำลอง มีอนุสาวรีย์เป็นปืนใหญ่ปักคว่�ำอยู่สามกระบอก อนสุ าวรยี น์ เ้ี จา้ พระยาภาสกรวงศไ์ ดส้ รา้ งขน้ึ เพอื่ เปน็ อนสุ รณถ์ งึ เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ เมอื่ พทุ ธศกั ราช 2379 เนอื่ ง ในงานฉลองวดั ประยูรวงศาวาสซ่งึ นายแพทย์ ดี บี บรดั เลบนั ทักไว้ว่าในงานฉลองวดั ประยรู วงศาวาสน้นั ไดม้ ี การท�ำไฟพะเนยี งดว้ ยปนื ใหญโ่ ดยฝงั โคนกระบอกปนื ใหญล่ งในพนื้ ดนิ เมอื่ จดุ ชนวนขน้ึ ปนื ใหญเ่ กดิ ระเบดิ แตก ออกเปน็ ชนิ้ เลก็ ชน้ิ นอ้ ยท�ำใหม้ ผี บู้ าดเจบ็ หลายคนพระรปู หนงึ่ กระดกู แขนแตกนายแพทยบ์ รดั เลจ�ำตอ้ งท�ำการ ผ่าตัดแขนของพระรปู น้ันการผ่าตัดประสบความส�ำเร็จและถือว่าเป็นการผา่ ตัดครงั้ แรกในประเทศไทย 17

พระพทุ ธนาคนอ้ ย เป็นพระประธานในพระวหิ าร มี พระเจดยี ์ทา่ นขรัวแก้ว เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิ ลักษณะเปน็ พระพทุ ธรูปโบราณปางมารวชิ ยั มีขนาด บดี (ทว้ ม บุนนาค) สร้างข้ึนเม่ือปี พทุ ธศกั ราช 2439 หน้าตกั กว้าง 25 เมตร ไหล่กว้าง 2.8 เมตร สูง 5.7 ตั้งอยูด่ ้านหลังพระอุโบสถ สูง 6 เมตร มกี ำ� แพงล้อมรอบ เมตร ซงึ่ อญั เชญิ มาจากจงั หวัดสโุ ขทยั เมือ่ ปี พุทธศกั ราช โดยสร้างกุฏิไวด้ า้ นหน้าแล้วหลอ่ รปู หลวงพ่อแก้วหรือ 2374 ส่วนมากมกั นยิ มเรียกกนั ว่า หลวงพอ่ พระพทุ ธ ท่านขรวั แก้วประดิษฐานไวใ้ นพระเจดีย์ นาค หรอื หลวงพ่อนาค หอภาวนาสิทธโิ ชค สรา้ งขึน้ เมื่อปี พุทธศกั ราช 2534 มี ลักษณะเป็น สถาปัตยกรรมแบบไทย มีขนาดกว้าง 6.43 เมตร ยาว 10.75 เมตร หลังคาลด 2 ชน้ั หนา้ บันเปน็ รปู เทพนม 18

อทุ ยานเขามอ (เขาเต่า) ตง้ั อยดู่ า้ นหน้าวดั เปน็ ภูเขาหินจำ� ลองขนาดใหญ่ทอี่ ยู่กลางสระน�้ำ ซ่งึ ภูเขาท่ีวา่ นมี้ ลี กั ษณะ ยอดเขาทีล่ ดหลั่นกันไปตามล�ำดับ โดยมีชะง่อนผาท่ีคลา้ ยคลงึ กับหยดน�้ำตาเทยี น หรอื หยดเทยี นขี้ผ้ึง และมถี ้�ำที่ ประดิษฐานพระนอนอย่ทู เ่ี ชงิ เขา และบนยอดเขาเป็นที่ประดษิ ฐานของโบสถแ์ ละเจดยี ์ขนาดเล็กอย่บู นสดุ พพิ ิธภณั ฑพ์ ระประยรู ภัณฑาคาร หรอื พรินทรปรยิ ตั ธิ รรมศาลา ต้งั อยู่ บรเิ วณทางขนึ้ พระบรมธาตุมหา เจดีย์ เป็นอาคารปนู ชน้ั เดียวที่มี ลักษณะสถาปตั ยกรรมทรงยโุ รป เหนอื ขอบประตูหนา้ ต่างประดบั กระจกสีสวยงาม จดั แสดงโบราณ วตั ถตุ ่างๆ โดยเฉพาะพระพทุ ธรูป และพระเคร่ืองตา่ งๆ ที่ค้นพบจาก กรบุ นพระบรมธาตุมหาเจดยี ์ 19

ซ้มุ พระแทน่ บชู าทีผ่ นงั ด้านหลงั สุดของวดั ตรงกลางซุม้ ประดษิ ฐานรปู พระเยซูเจ้า ทรงถูกตึงกางเขน รูปแบบของซมุ้ จะทำ� เลียน แบบจวั่ อาคารแบบกรีก คอื ทำ� เสาตดิ ผนัง 2 ต้น หัวเสาประดบั ลวดลายปูนปั้นปิดทอง รองรบั หน้าจัว่ จ�ำลอง ภายในหน้าจวั่ ประดบั ลาดลายปูนปน้ั รปู ลกู แกะของพระผเู้ ปน็ เจา้ นอกอยู่ภายในพงหญา้ ลอ้ มรอบไปดว้ ยเถาองนุ่ และรวงข้าวสาลี สว่ นคำ้� ยัน ใต้จ่ัวแต่ละอนั ค้ันดว้ ยลายปูนปั้นรูปดอกไม้ และทผี่ นังช่วงลา่ งปัน้ ปูนเปน็ ลายใบปาล์ม ภายในซมุ้ แท่นบูชาผนังด้านหลงั และฝา้ เพดานทำ� เป็นชอ่ งโคง้ รูปครง่ึ วงกลมรองรับซุ้ม 2 ขา้ ง ภายในโคง้ แบ่งเป็น 3 ช่วง คอื ชว่ งบนลงรักปิดทองเปน็ สัญลักษณ์ของ ทอ้ งฟ้า ตรงกลางเป็นเคร่ืองหมายพระเยซไู ถ่มนษุ ยชาติ ล้อมรอบด้วยมงกฎุ หนามและรศั มี สว่ นล่างเขยี นเปน็ รปู ทอ้ งฟา้ และมีด วงดาวประดับ ช่วงกลางเขยี นสีฝุ่นลวดลายคลา้ ยผา้ ม่าน ช่วงบนปั้นปนู ลายพวงมาลัยปืดทอง ถดั ลงมาเปน็ ตวั ผา้ ม่าน พมิ พล์ าย ดอกไม้สลบั กับผมไมค้ ลา้ ยผลทับทิม มกี ารปดิ ทองตกแตง่ ภาพเขียนเปน็ ชว่ งๆ ภายในซุ้มทำ� เสากลม หัวเสาแบบคอรนิ เธียน จำ� นวน 6 ตน้ คนั่ ผ้าม่านเป็นช่วงๆ และช่วงลา่ งทำ� เป็นฐานบัวเรยี บจนถงึ พทน้ ล่างตรงกลางของซมุ้ ประดษิ ฐานรูปพระเยซูเจ้า ทรงถกู ตรึงบนไมก้ างเขน 20

วดั ซางตาครู๊ส คณุ พ่อยอแซฟ สมศักดิ์ ธิราศกั ดิ์ ใน ครสิ ต์ศักราช 1835 สมัยคณุ พอ่ กเู ลียลโม กนิ๊ ดาคร้สู เปน็ เจ้าอาวาส เจา้ อาวาสวดั ซางตาครู้ส กฎุ ีจนี วดั ซางตาครสู้ เหน็ วา่ โบสถห์ ลงั ที่ 2 ของวดั อยใู่ นสภาพทคี่ บั แคบและช�ำรดุ ทรุดโทรมเกินกว่าที่จะท�ำการบูรณะซ่อมแซมได้ คุณพ่อกูเลียลโมจึงได้ องคป์ ัจจบุ นั สร้างโบสถ์หลังปัจจุบันโดยใช้เวลาถึงประมาณ 2 ปี 3 เดือน มีกางเขน ศักดิ์สิทธิ์งามสง่าบนยอดโดม โบสถ์แห่งวัดซางตาครู้สหลังท่ี 3 น้ีได้รับ อทิ ธพิ ลสถาปตั ยกรรมแบบเรเนสซองส์ แบบนโี อ-คลาสสคิ และเปน็ อาคาร ก่ออิฐฉาบปูน มีผังเป็นรูปเล่ียมผืนผ้าวางตัวในแนวขวางหันหน้าไปทาง ทิศเหนือออกสู่แม่น้�ำเจ้าพระยาด้วยความงามสง่าทางสถาปัตยกรรมท่ี รงั สรรคอ์ ยา่ งบรรจง และมกี ารประดบั ตกแตง่ ลวดลายปนู ปน้ั ประดบั เปน็ ศาสนสถานที่ส�ำคัญท่ีอยู่คู่กับชุมชนกุฎีจีนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้�ำเจ้าพระยา รปู รา่ งดา้ นบนโดดเดน่ ดว้ ยหลงั คาทรงโดมควำ�่ สสี ม้ มกี างเขนประดบั ดา้ น บนสดุ ของโดม ลกั ษณะดงั กลา่ วมลี กั ษณะคลา้ ยคลงึ โบสถท์ เ่ี มอื งฟลอเรนส์ อติ าลี 21

22

23

มสั ยดิ เป็นอาคารสขี าวชัน้ เดียว ซึ่งเป็นที่มาของชือ่ กฎุ ขี าว หลงั คาจ่วั มุงกระเบ้ือง หน้าบันประดับลายปูน ป้นั ดอกโบตัน๋ หรอื ดอกพุดตาน ดอกไมท้ ่ีนิยมประดบั หนา้ บนั วัดในสมยั รชั กาลที่ 3 มี พาไลทางเดนิ โดยรอบ 24

มัสยิดบางหลวง มัสยิดบางหลวง บา้ งเรียก กฎุ โี ต๊ะหยหี รือกุฎขี าว เป็นมัสยดิ ทรงไทย ต้ังอยู่บริเวณชุมชนริมคลอง บางหลวง สร้างข้ึนในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช คาดว่าราวปี พทุ ธศกั ราช 2328 โดยโตะ๊ หยี พอ่ คา้ แขกทเี่ ดนิ ทางมายงั ประเทศไทย ตวั มสั ยดิ มคี วามโดดเดน่ กวา่ มสั ยิดท่ัว ๆ ไป ดว้ ยการกอ่ อิฐถือปนู ขาวทง้ั หลัง แลว้ ทาสีไมด้ ว้ ยสเี ขยี ว แทนท่กี ารออกแบบอาคาร เป็นโดมตามหลกั สากล รวมไปถงึ การตกแต่งภายในด้วยศลิ ปะ 3 ชาติ คือ แบบไทย จีน และยโุ รป ซึ่งถือเป็นมสั ยิดทรงไทยแหง่ เดยี วในโลกอีกดว้ ย หน้าบันประดับลาย ปู น ป ั ้ น ด อ ก โ บ ตั๋ น หรือดอกพุดตาน 25

บริเวณดา้ นหน้ามัสยดิ บางหลวง เป็นสุสาน เย่ืองมาทางดา้ นขวาเมอื่ มองหันหนา้ เข้าสู่มัสยิด เป็นศาลา ทรงไทย ทใ่ี นอดตี โตะ๊ พมิ พเ์ สน ไดข้ อซอ้ื พระต�ำหนกั วงั เกา่ มาท�ำเปน็ ศาลา ใชเ้ ปน็ ศาลาเลยี้ งและเกบ็ วสั ดุ ตา่ ง ๆ ของมสั ยดิ ตะเกยี งโบราณ มีความสำ� คัญ เพราะเปน็ ตะเกยี งทพี่ ระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู ัว พระราชทานเปน็ ทีร่ ะลกึ เน่ืองใน งานพระราชพิธถี วายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู วั หรอื เปน็ เครือ่ งสงั เค็ดในงานพระเมรมุ าศ กโุ บร์ หรอื ภายในโถงละหมาดจะเปน็ หอ้ ง สสุ านของชาวมสุ ลมิ โล่ง ผนงั มีการตกแตง่ ด้วยชาม และกรอบภาพทีน่ �ำเข้าจาก ประเทศมสุ ลิม ด้านในสดุ เปน็ ท่ี ตง้ั ของมหิ ์รอบ (ออกเสียงว่า เม๊ี ยะหรอบ) และมิมบรั มหิ ์รอบ เปน็ ส่งิ ท่ใี ช้ระบทุ ิศกิบละฮฺ หรอื ทิศทมี่ สุ ลมิ ท่วั โลกจะหันไป เวลาละหมาด นั่นก็คือหินด�ำ หรอื กะอ์บะฮ์ ปจั จบุ นั มสั ยดิ แหง่ นไี้ ดจ้ ดั เปน็ อนั ซนี กรงุ เทพ แหง่ หนงึ่ เนอ่ื งจากไมม่ ถี นนใหญต่ ดั เขา้ ไปดา้ นใน การเดนิ ทางจงึ ตอ้ งเดินเท้าผ่านทางซอยแคบรมิ คลองของชุมชน 26

27

พระโพธิสัตว์กวนอิน หรือเจา้ แมก่ วนอมิ ประดษิ ฐานเปน็ ประธานของศาลเจา้ องคเ์ จ้าแม่เป็นปางสมาธิ แกะสลักจาก ไม้ ปดิ ทอง โดยอัญเชิญมาจากศาลเจ้าแชฮุนเต็ง ประเทศจีน พร้อมระฆงั 1 ใบ เมื่อปี พุทธศักราช 2391 28

ศาลเจา้ เกยี นอันเกง พีด่ ว้ ง บุณยนธิ ย์ สิมะเสถียร ศาลเจา้ เกยี นอนั เกง หรอื ศาลเจา้ แมก่ วนอมิ นเ้ี คยเปน็ ศาลเจา้ เกา่ แกข่ อง ผูด้ ูแลสืบทอดศาลเจ้าเกียนอันเกงรนุ่ ที่ 4 ชุมชนชาวจีนต้งั แต่สมยั กรุงธนบรุ ี ซ่ึงในสมยั น้ันมีอย่สู องศาล ศาลหนึ่ง ประดษิ ฐานเจา้ พอ่ โจวซอื กง สว่ นอกี ศาลประดษิ ฐานเจา้ พอ่ กวนอู เมอ่ื คน จีนย้ายไปอยู่ท่ีฝั่งพระนครในสมัยรัชกาลท่ี 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ง สองศาลก็ถูกทอดทง้ิ ให้ทรดุ โทรมลง ตอ่ เมื่อเจ้าพระยานกิ รบดนิ ทร หรือ เจา้ สวั โต ตน้ สกลุ กลั ยาณมติ ร ไดส้ รา้ งวดั กลั ยาณมติ รขน้ึ เมอ่ื พทุ ธศกั ราช 2368 ในรัชกาลท่ี 3 ชาวจีนจากมณฑลฮกเก้ียน ประเทศจีน ซ่ึงเป็น บรรพบรุ ษุ ของ สกลุ ตนั ตเิ วชกลุ และ สกลุ สมิ ะเสถยี ร ไดเ้ ดนิ ทางมากราบ ไหวท้ ี่ศาลเจ้าทั้งสองน้ี เม่ือเห็ฯมสี ภาพทรดุ โทรมจงึ รว่ มกันรอ้ื ศาลเจา้ ทง้ั สองแล้วสร้างศาลเจ้าใหม่ในที่เดิมเป็นศาลเดียว และได้เปลี่ยนองค์พระ ประธานเปน็ เจา้ แมก่ วนอมิ และชอ่ื ศาลเจา้ แหง่ นี้ เปน็ ชอ่ื ทใ่ี ชต้ ดิ ตอ่ สบื มา จนปัจจบุ ันวา่ ศาลเจ้าเกียนอันเกง 29

ศาลเจา้ เกียนอันเกงตัง้ อยูบ่ รเิ วณริมฝงั่ แม่นำ�้ เจ้าพระยา ฝ่งั ตรงข้ามกบั ปากคลองตลาด ระหว่างวดั กลั ยาณมิตร วรวหิ ารและวดั ซางตาครสู้ ศาลเจา้ เกยี นอนั เกง นบั เปน็ ศาลเจา้ ทเ่ี กา่ แกท่ ส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ ในฝง่ั ธนบรุ ี มอี ายมุ ากกวา่ รอ้ ยปี ภายในศาลเจ้าประกอบด้วยสิง่ ของลำ้� ค่าท่ไี ดร้ ับการอนุรักษ์ท้ัง ไมเ้ ครือ่ งแกะสลักทม่ี ีความประณตี และ สมบรู ณท์ สี่ ดุ แหง่ หนงึ่ ภาพจติ รกรรมฝาผนงั และภายนอกศาลเจา้ ทมี่ งุ ดว้ ยกระเบอื้ งโคง้ ตามแบบจนี แทจนในปี พทุ ธศกั ราช 2551 ศาลเจา้ กไ็ ดร้ บั รางวลั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปสถาปตั ยกรรมดเี ดน่ จากสมาคมสถาปนกิ สยามในพระบรม ราชูปถมั ภ์ ผนังก�ำแพงดา้ นใน มีกระเบื้องแกะสละ เรอ่ื ง สามกก๊ ฉบบั เจา้ พระยาพระ คลัง(หน) ท่ขี นึ้ ชือ่ วา่ สมบูรณท์ สี่ ุด ปจั จบุ นั ศาลเจ้าอยู่ในความดูแลของตระกลู สิมะเสถียร หรอื แซ่ซิ้ม เดมิ และ ตนั ตเิ วชกลุ หรือ แซ่ตงั้ เดมิ ซ่งึ เป็นตระกลู ท่ีเขา้ มากอ่ สร้างปรบั ปรงุ ให้กับศาลเจา้ ตง้ั แตค่ รนั้ รชั กาลที่ 3 30

พระพุทธรปู องคย์ ืนองคก์ ลางทรงปางห้ามพระแกน่ จันทน์ องค์ยนื ขนาบทัง้ 2 องคท์ รง ปางหา้ มสมุทร องคน์ งั่ 2 องค์ ถัดลงมาทรงปางพระราชนิยม ทัง้ 5 องคเ์ ปน็ พระพุทธรปู ใน รัชกาลท่ี 3 สังเกตได้จากลวดลายบนจวี รลงลายดอกพกิ ลุ องคห์ น้าสุดคือ พระสงั กัจจายน์ 31

32

33

ขนมฝร่งั หลงั จากอบดว้ ยเตาถา่ น ตามแบบดั้งเดมิ 34

ขนมฝรัง่ ขนมฝร่ังกุฎีจีน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นเอกลักษ์ของชุมชนกุฎีจีน ที่เป็นมรดกตกทอดมาจาก บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์คู่กับ ชาวไทยเชื้อสาย โปรตุเกส เป็นขนมที่สร้างช่ือเสียงและเป็น ผลิตภัณฑ์ท่ีสะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชุมชน เอกลักษณ์ท่ีเป็นภูมิปัญญาของขนมฝร่ังกุฎีจีน ได้แก่ ส่วนประกอบ เคร่อื งมือ และกระบวนการ ท่ียงั คงรกั ษาอตั ลกั ษณ์ ดั้งเดิมต้ังแต่โบราณเอาไว้ ไดแ้ ก่ ภูมิปัญญาด้านเคร่ืองมือและกระบวนการในการท�ำขนมฝรั่งกฎีจีน ท่ียังคงใช้เคร่ืองมือและทักษะ ของคนในชุมชนเป็นหลกั พมิ พ์สำ� หรับขนมฝร่งั ท�ำจากเหล็กดว้ ยมอื จาก ชาวบ้านในชมุ ชนเอง 35

ในปัจจุบันมีชาวบา้ นท่ีสืบทอดภูมิปญั ญาการท�ำขนมฝรง่ั กุฎีจีนหลักๆ 3 ราย ได้แก่ ร้านหลานแม่เป้า เป็นร้านขนมฝรั่งกุฎีจีนร้านดังของชุมชน โดยย่าเป้าเป็นชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสท่ี สบื สานการท�ำขนมฝรง่ั กฎุ จี นี ดว้ ยวธิ กี ารอบในแบบดง้ั เดมิ ไดน้ �ำรปู มมุ มองดา้ นบนของขนมฝรงั่ รา้ นหลาน 1. ย่าเปา้ ทีม่ รี อยหยักของพิมพ์ขนมคมชัดเปน็ เอกลักษณข์ องรา้ นมาออกแบบเป็นตราสญั ลักษณ์ 2. รา้ นป้าอ�ำพรรณ ร้านขนมฝร่งั กฎุ ีจีนเจา้ ดงั อีกเจา้ ของชุมชน โดยป้าอ�ำพรรณ นิ่มเชยี ง เจ้าของบา้ นแหล่ง รวมขนมหลากหลายชนิดท่ีเปน็ อัตลักษณใ์ นวฒั นธรรมโปรตุเกสของชาวกุฎจี นี โดยเฉพาะอย่างย่ิง 3. รา้ นธนูสิงห์ รา้ นขนมฝรงั่ กฎุ จี ีนชือ่ ดังของชุมชน ร้านธนสู ิงห์ผลิตขนมฝรงั่ กฎุ จี นี โดยปรบั ใช้กระบวนการ สมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิต ได้ใช้รูปทรงของขนมฝรั่งกุฎีจีนตามรูปแบบของร้านธนูสิงห์มาเป็นตรา สัญลักษณ์ 36

ส่วนผสมหลกั ๆ ใน ขนมฝร่ัง 1 แป้งมันสมั ปะหลัง 2 ไข่เป็ดสด 3 น้�ำตาลทราย 4 ลกู เกด หรือ ส่วน ผสมท่ีมีรสเปรีว้ อื่นๆ ดว้ ยการทขี่ นมฝรง่ั กฎุ จี นี มกี ารสบื ทอดมาตงั้ แตส่ มยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอนกลาง โดยมจี ดุ เรม่ิ ตน้ มาจากทา้ วทอง กีบมา้ หรือมารี กีมาร์ เธอไดฝ้ ากสูตรขนมหวานจากประเทศต้นก�ำเนิด...ประเทศโปรตุเกส สตู รลบั เฉพาะที่มี การสืบทอดมาอย่างรุ่นสู่รุ่น การใช้เตาโบราณในการจัดท�ำขนมฝร่ังข้ึนมา การสืบทอดประเพณีการท�ำสูตร ดงั้ เดิมมาตัง้ แตอ่ ดตี จวบจนปัจจบุ ันกวา่ 2 ศตวรรษ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในปจั จบุ นั ร้านท�ำขนมฝรัง่ ออกมามี จ�ำนวนนอ้ ยลงอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั นน่ั ท�ำใหข้ นมชนดิ นกี้ ลายเปน็ สง่ิ ทรงคณุ คา่ มากยงิ่ ขนึ้ ไปอกี นอกเสยี จากจะได้ สตู รด้ังเดิม เรายงั ไดท้ านขนมประวัตศิ าสตร์ในรัชสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชอีกดว้ ย 37

ถงุ กระดาษของรา้ นบ้านหมูกระดาษ ซึ่งจะวาดรปู หมู กระดาษดว้ ยหมกึ ดำ� ด้วยมือทุกถุง 38

หบม้ากู นรหะมดกู าษระอดอามษสิน หมูกระดาษออมสิน “กระปุกออมสินทามือ ตัวแทนของการประหยัด อดออม เสริมความม่ังค่ัง” กระปุกรูปหมูสีแดง ซึ่งหมูกระดาษนี้ มีอายุ เกินกว่าร้อยปี ประวัติแรกเริ่มของหมูกระดาษเกิดข้ึนจากการท�ำเป็นที่ ระลึกถึงหมูที่เคยมีอยู่มากในวัดประยูรฯ โดยมีคุณพ่อของป้าน้อย ผู้ท่ี เติบโตมาในชุมชนวัดประยรู ฯ ได้น�ำความสามารถทางด้านศิลปะบวกกับ ความสรา้ งสรรคม์ าประดษิ ฐห์ มกู ระดาษตวั แรกขน้ึ มา เพอื่ เปน็ สญั ลกั ษณ์ ของหมวู ดั ประยรู ฯ ทเ่ี คยอยใู่ นพน้ื ทน่ี ี้ ในวนั หนง่ึ คนจนี ไดส้ ะดดุ ตาเจา้ หมู กระดาษสีแดง เนอ่ื งจากหมูถือเป็นของน�ำโชคของชาวจนี บวกกบั สแี ดง ท่ีเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งโรจน์ หลังจากน้ัน หมูกระดาษสแี ดงก็กลายเปน็ ท่ีต้องการของตลาดอยา่ งมาก ปา้ น้อย มชี อื่ ว่า ธนธรณ์ ธงนอ้ ย ทายาทรุน่ ท่ี 2 ของบ้านหมกู ระดาษ ได้ ป้าน้อย ธนธรณ์ ธงนอ้ ย 39 ช่างท�ำและเจ้าของร้านหมูกระดาษ สืบทอดจากบดิ า

ถ่ายทอดการท�ำหมูกระดาษด้วยวิธีการเรียนจากการลงมือท�ำและฝึกการเป็นคนช่างสังเกต โดยในยุคแรก หมกู ระดาษจะมลี กั ษณะคล้าย หมูตัวจรงิ คือ จมูกยาว ตวั ผอม ตาเล็กเรียว ตอ่ มาเหมอื นป้าน้อยไดห้ ยิบมา ดดั แปลงเรอ่ื งรปู ทรงและลวดลายใหเ้ ขา้ กบั ยคุ สมยั โดยเพมิ่ สดั สว่ นใหห้ มดู สู มบรู ณอ์ ว้ นทว้ นขนึ้ เพม่ิ ลวดลาย ให้มคี วามสดใส น่าสนใจ ลกั ษณะเด่นของ “หมกู ระดาษจะเป็นหมแู บบปดิ คอื มแี คร่ ูหยอดเงนิ แต่ไมม่ ีรูเอา เงนิ ออก เพราะตอ้ งการท�ำใหร้ วู้ า่ เปน็ หมทู เี่ กบ็ เงนิ ได้ ถา้ จะเอาเงนิ ออกตอ้ งผา่ ในสมยั กอ่ นกระปกุ หมมู รี าคา แพง ดงั นัน้ คนท่ีซือ้ ไปจะเสียดาย ส่วนใหญ่กจ็ ะเก็บเงนิ ใหเ้ ต็มกระปกุ กอ่ นแลว้ ค่อยผ่าออก การปน้ั หมู 1 ตวั จะตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการท�ำประมาณ 5 วนั กวา่ จะเสรจ็ สนิ้ ขน้ั ตอนสดุ ทา้ ย ซงึ่ ในแตล่ ะขน้ั ร้านหมกู ระดาษไม่ไดท้ ำ� แคห่ มู ทำ� สตั วอ์ ย่างอื่น ดว้ ย เช่น ยรี าฟ วัว แกะ เป็นตน้ อีกทงั้ ยงั ท�ำหลายขนาด ท้งั เล็ก ใหญ่ จนไปถงึ ขนาดยกั ษ์ 40


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook