Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนเสริมสร้างความปลอดภัยและเผชิญเหตุในสถานการณ์รุนแรงเร่งด่วนในสถานศึกษา โรงเรียนวัดนาวง

แผนเสริมสร้างความปลอดภัยและเผชิญเหตุในสถานการณ์รุนแรงเร่งด่วนในสถานศึกษา โรงเรียนวัดนาวง

Published by สุปราณี รอดศรี, 2023-08-21 15:52:56

Description: แผนเสริมสร้างความปลอดภัยและเผชิญเหตุในสถานการณ์รุนแรงเร่งด่วนในสถานศึกษา โรงเรียนวัดนาวง

Search

Read the Text Version

แผนเสรมิ สรา้ งความปลอดภยั และเผชิญเหตุ ในสถานการณร์ นุ แรงเรง่ ดว่ นในสถานศกึ ษา โรงเรยี นวัดนาวง สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ประกาศ โรงเรยี นวัดนาวง เรื่อง นโยบายความปลอดภัยในสถานศกึ ษา ........................................................ ดว้ ยโรงเรียนวัดนาวง มีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรและ นกั เรียน จงึ กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในสถานศกึ ษา ไว้ดังนี้ ข้อ 1. สนับสนุนให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานให้เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ พัฒนาส่ิง อำนวยความสะดวกและโครงสรา้ งพืน้ ฐานท่ีเกี่ยวขอ้ งกับความปลอดภัย ข้อ 2. เน่ืองจากบุคลากรและนักเรียน เป็นทรัพยากรที่มีค่าย่ิง โรงเรียนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บุคลากร และนกั เรยี นมีความปลอดภยั ข้อ 3. มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ที่จะพัฒนาด้านความปลอดภัยโดยกำหนดวิธีป้องกันระงับเหตุอย่าง รวดเรว็ เมอื่ เกดิ เหตุฉกุ เฉิน เชน่ อคั คภี ยั เพื่อไม่ให้เกิดการสญู เสียในชีวติ และทรพั ยส์ นิ ขอ้ 4. จดั ให้มีอุปกรณค์ มุ้ ครองความปลอดภยั ใหแ้ กบ่ ุคลากรอย่างครบถว้ นและเพียงพอ ข้อ 5. บุคลากรและนักเรียนทุกคน มีหน้าที่และต้องให้ความร่วมมือในการป้องกันอุบัติภัยท่ีจะเกิดข้ึนแก่ ตวั เอง ตลอดเวลาท่ีมีการปฏบิ ัติงาน ข้อ 6. จัดให้มีการอบรม รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ จูงใจบุคลากร ให้ปฏิบัติงานตามกฎหมายด้านความ ปลอดภยั ในการทำงานอยู่เสมอ ขอ้ 7. จดั ให้มีการตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิตามนโยบายดังกลา่ ว เพอื่ ใหเ้ กิดผลในการปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง ขอ้ 8. ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและบุคลากรทางการศกึ ษา มีหนา้ ทด่ี ูแลรับผดิ ชอบให้นักเรียนทุกคน ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและแนวปฏบิ ตั ิด้านความปลอดภัย ข้อ 9. ผู้บริหารของโรงเรียน ต้องรับผิดชอบและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวปฏิบตั ดิ ้านความปลอดภยั ในการทำงาน ข้อ 10. ผู้บริหารของโรงเรียน ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานใกล้เคียง เพ่ือ เสริมสรา้ งสขุ อนามัยและความปลอดภัย จึงประกาศมาเพอื่ ทราบและถือปฏบิ ัตโิ ดยทั่วกนั ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 จริ ัตน์ อยยู่ ืน ผ้อู ำนวยการโรงเรียนวดั นาวง

คำนำ เอกสารมาตรการรักษาความปลอดภัย การดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรียน โรงเรียนวัดนาวง สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 เล่มน้ี จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลความ ปลอดภัย นักเรียนทุกคนในโรงเรียน ด้านการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุจากอาคารเรียน อาคาร ประกอบ อุบัติเหตุจากบริเวณสถานศึกษา สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา เครอื่ งมือ เคร่ืองใช้ อุปกรณ์ต่างๆ การ เดนิ ทางไป – กลับ การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานศึกษา การร่วมกิจกรรมสำคัญ อุบัติภัย เช่น อัคคภี ัย วาตภัย อุทกภัย ธรณี พิบัติภัย และปัญหาทางสังคม เช่น การล่วงละเมิดทางร่างกาย และจิตใจ สารเสพติด การทะเลาะ ววิ าท การถูกล่อลวงการลักพา สอื่ ลามกอนาจาร อบายมุข ดา้ นสขุ ภาพอนามัยนักเรียน การดำเนินงาน อาศัยนโยบายตามคู่มอื แนวทางปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัย การดำเนินงาน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และคุ้มครองนักเรียนของสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบพระคุณ คณะผู้บริหาร คณะกรรมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน คณะกรรมการ ส่งเสริมความประพฤตินกั เรียน นักเรียน ผ้ปู กครอง ชมุ ชน และผู้ทม่ี สี ว่ นเกย่ี วข้องทีท่ ำใหก้ ารจดั ทำมาตรการรกั ษา ความปลอดภัยในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดนาวง สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 สำเร็จลลุ ว่ งไปไดด้ ว้ ยดี จิรัตน์ อยยู่ ืน ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดนาวง

สารบัญ หน้า เรอ่ื ง คำนำ รายช่อื ผู้ทสี่ ามารถให้ ดแู ลช่วยเหลือ และผู้ประสานงาน กรณเี กดิ เหตุ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย หลักการและเหตผุ ล วัตถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั สว่ นที่ 1 ข้อมลู พ้ืนฐานของโรงเรยี น 1.ข้อมลู ท่ัวไป 2. ข้อมลู ผูบ้ ริหาร ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 3. ข้อมูลนักเรียน 4. ข้อมูลสภาพชมุ ชนโดยรวม สว่ นที่ 2 แผนเสรมิ สร้างความปลอดภัย และเผชญิ เหตใุ นสถานการณร์ นุ แรงเร่งดว่ น ในสถานศกึ ษาประจำปีการศึกษา 2566 แผนปฏิบตั ิการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉนิ กรณเี กดิ เหตุ “แผนเหตุกราดยิง (Active Shooter)”ภายในพื้นที่โรงเรยี นวัดนาวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาปทุมธานีเขต 1 ภาคผนวก คำส่ัง แบบบันทึกเหตุการณ์ แบบนเิ ทศติดตาม

รายชื่อผู้ที่สามารถให้ การดแู ลชว่ ยเหลอื และผู้ประสานงาน กรณเี กดิ เหตุตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย การดแู ลชว่ ยเหลอื และค้มุ ครองนักเรียน โรงเรียนวัดนาวง สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ที่ ชือ่ -สกุล ตำแหน่ง เบอร์โทร หมายเหตุ 1 วา่ ที่ร้อยตรีจิรัตน์ อยูย่ นื ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น 081-808-2321 นางสาวชอ่ ชบา บญุ ญาธิการ รองผู้อำนวยการโรงเรยี น 086-341-6815 นายชัยณรงค์ มหาแสน รองผอู้ ำนวยการโรงเรียน 087-568-3184 นางสาวพมิ พ์ทพิ ย์ ปญั ญาบุญ รองผู้อำนวยการโรงเรยี น 081-539-7290 นายบวร ศรปี ระเสรฐิ ผชู้ ว่ ยรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน 098-227-3159 นางสาวพิมพจ์ นั ทร์ คนขยนั หวั หน้ากลุ่มงานวิชาการ 084-543-9056 นางสุปราณี รอดศรี หัวหน้ากลมุ่ งานบรหิ ารทั่วไป 089-5009599 นางภัทรนรนิ ทร์ ขุนทรง หวั หนา้ กลุ่มงานกิจการนักเรยี น 089-016-3238 นางสาวชนิกา พันเพิ่มสิน หัวหนา้ กลุ่มงานบคุ คล 086-416-9640 นางสาวอาภากร ปกั ษี หวั หนา้ กลุ่มงานการเงินและพัสดุ 094-904-613 นางสาวศศิวมิ ล บรรจงศิลป์ หัวหน้าสายชนั้ อนุบาล 089-688-3938 นางระววี รรณ นระสิงห์ หัวหน้าสายชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1-3 095-486-6259 นางสาวนิ่มนวล จีนคำพะเนา หวั หน้าสายช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4-6 083-300-4689 นางสาวสธุ ิดา เฉลิมจริ ารัตน์ หัวหน้าสายช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-6 089-919-6684

แผนเสรมิ สร้างความปลอดภยั และเผชญิ เหตใุ นสถานการณร์ นุ แรงเรง่ ดว่ นในสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั นาวง หลักการและเหตผุ ล การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในปัจจุบันที่มีความรวดเร็วและไม่แน่นอนอันเนื่องมาจาก การพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคที่เข้ามามีสวนสำคัญของการดำรงชีวิตของมนุษย์ การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคมในทุกมิติ ทั้งด้าน ความมั่นคง เศรษฐกิจ สาธรณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษาในช่วงเวลา 1 – 2 ปีท่ีผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาการ เรียนการสอนให้เข้ากับสภาพปัญหาในปัจจุบันและต้องมีสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมต่อการเรียนรู้ ซ่ึงเป็นปัจจัยที่ สำคญั ในการพัฒนา ส่งเสริม การเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความท้าทายของครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ี จะต้องมีความพร้อมท้ังในเร่ืององค์ความรู้ และ ความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ท่ีมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วในปัจจุบันและปัญหาของนักเรียน ในปัจจุบันที่มแี นวโน้มรุนแรงสูงขน้ึ และมีความเส่ียงทจี่ ะพบปญั หา พฤติกรรมเบี่ยงเบนที่ไม่เหมาะสม เช่น ปัญหาทางสุขภาพจิต ภัยคุกคาม อาชญากรรมไซเบอร ฯ ซ่ึงเป็นปัญหาท่ี เก่ียวข้องต่อความปลอดภัยของนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างย่ิงท่ีข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา ต้องคอยระมดั ระวังปอ้ งกนั และสนบั สนุนใหน้ กั เรยี นมีความปลอดภยั สูงสุด โรงเรียนวัดนาวง มีหน้าที่กำกับดูแลครู และบุคลากร ทางการศึกษา ในการจัดการเรียนการสอนตาม หลักสูตรการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน ควบคู่กับการดูแลและรักษาความปลอดภัยให้กับนักเรียนเป็นเยาวชนท่ีดีใน อนาคต และได้กำหนดการดำเนินงานความปลอดภัย ในสถานศึกษาภายใต้มาตรการความปลอดภัย (MOE Safety Center) ในสถานศึกษาเพ่ือป้องกันและดูแลความปลอดภัยให้กับ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร ทางการศึกษา และนักเรียนจากภัยคุกคามทเ่ี ปน็ อันตราย ทุกรูปแบบ เพอ่ื ให้ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ มีความรู้ ความสามารถในการจัดการและรับมือเหตุท่ีไม่ปลอดภัย เพื่อการ สรา้ งการเรยี นรู้ที่เหมาะสมและมปี ระสิทธิภาพ ในขณะทีน่ กั เรียนสามารถพัฒนาตนเอง และเรียนรู้ได้ตามศักยภาพ รวมถึงมภี ูมิคุม้ กันในตนเอง มีสุขภาวะ ทางกายและใจท่ีเหมาะสม ได้รับโอกาสทางการศึกษาท่ีมีความเท่าเทียมกัน มีความรู้ ความเข้าใจ รู้เท่าทัน สาเหตุ ปัญหา ผลกระทบ และรูปแบบของภัยคุกคามทุกประเภท ตลอดจนเคารพ สิทธิของตนเองและผู้อ่ืน ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเป็นพลเมืองทดี่ ตี ่อสังคมในอนาคต วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อขบั เคล่อื นการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา 2. แก้ไขปัญหานกั เรียนทีไ่ ด้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความปลอดภัยเฉพาะหนา้ 3. เพอ่ื ตดิ ตามช่วยเหลือ นกั เรียนที่ไดร้ ับผลกระทบจากสถานการณ์ความปลอดภัย 4. เพอ่ื รายงานการดำเนนิ การด้านความปลอดภยั ต่อผู้เกย่ี วข้องได้อย่างฉบั ไวและทันท่วงที 5. เพอื่ พัฒนา ครู บุคลากรทางการศึกษา ในการดำเนนิ งานความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา เป้าหมาย 1. เพ่ือให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในสถานศึกษาของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาใน สงั กัดไดร้ ับความปลอดภยั 2. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้มีส่วนเก่ียวข้อง มีแนวทางการป้องกันและดูแล ความปลอดภยั ของนกั เรยี น 3. เพื่อการดำเนนิ งานกับเครือข่าย ภาครฐั และเอกชน มสี ว่ นร่วมในการดำเนนิ งานความปลอดภัย

4.เพ่ือพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ในเร่ืองความปลอดภัยและภัยคุกคามทุกรูปแบบตลอดจนสร้าง ภมู คิ ุม้ กนั ทางสังคมใหก้ บั นักเรียน ครู ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา และบคุ ลากรท่ีเก่ยี วขอ้ ง ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 1. โรงเรียนมีความปลอดภัยและสามารถปกป้องนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาจากภัยคุกคามได้ทุก รปู แบบ 2. โรงเรียนมีการพฒั นา ปรบั ปรงุ แก้ไข การดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศกึ ษาอย่างรอบด้าน 3. นักเรยี นในสังกัดมีความเท่าเทยี มกันในการได้รับโอกาสทางการศึกษา ปราศจากภัยคุกคามที่ก่อให้เกิด อนั ตรายในทุกรูปแบบ และเป็นพลเมืองท่ีดีในอนาคต 4. โรงเรียนวัดนาวงและภาคีเครอื ข่ายทกุ ภาคสว่ นสามารถร่วมกันสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาและ ชุมชนไดใ้ นทุกมิติ ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน มาตรการความปลอดภัย (MOE Safety Center) ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ความปลอดภัยในสถานศกึ ษา” มาตารการ 3 ป. ประกอบด้วย 3 มาตรการ ไดแ้ ก่

สว่ นที่ 1 ข้อมลู ท่ัวไปของสถานศกึ ษา 1. ข้อมลู พน้ื ฐาน โรงเรียนวัดนาวง รหัสสถานศึกษา 1310270022 ท่ีต้ังเลขท่ี 177 หมู่ 1 ตำบลหลักหก อำเภอเมือง ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 โทร 02-5655566 โทรสาร 02-5655566 e-mail: [email protected] เว็บไซต์ www.watnawong.ac.th เปิด สอนระดับช้ันอนุบาลปีท่ี 2 ถึงระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 เน้ือที่ 19 ไร่ 3 ตารางวา พื้นท่ีบรกิ าร หมู่ 1 – 7 ตำบล หลักหก อำเภอเมอื งปทุมธานี จงั หวดั ปทุมธานี 2. ประวตั ิโรงเรยี น แผนท่ที ี่ตั้งโรงเรยี น โรงเรียนวัดนาวงเปิดทำการสอน ต้ังแต่วันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 เริ่มสอนคร้ังแรกตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1-4 โดยอาศัยศาลาการเปรียญวัดนาวงเป็นที่ทำการสอน ถึงปีการศึกษา 2502 จึงได้สรา้ งอาคารเป็นเอกเทศ มาจนถึงปัจจุบัน ในปี 2535 ได้เปิดโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ปัจจุบันทำการ สอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีท่ี 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยมีปรัชญาว่า “กิจกรรมก้าวหน้า วิชาการก้าวไกล ใฝใ่ จพัฒนา รักษาสงิ่ แวดล้อม เพียบพร้อมคุณธรรม เลิศล้ำความเป็นไทย” วตั ถปุ ระสงค์เพ่ือให้นักเรียนเปน็ คน ดี คนเก่ง และอยู่รว่ มกนั ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข

วสิ ัยทัศน์ (VISION) นักเรียนมผี ลลัพธก์ ารเรยี นรู้ตามมาตรฐานการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มีคณุ ธรรมจริยธรรม มีความสามารถด้าน การส่ือสารภาษาอังกฤษ ดำเนินชวี ิตตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งอยา่ งมีความสุข ปรัชญา กจิ กรรมกา้ วหนา้ วิชาการก้าวไกล ใฝใ่ จพฒั นา รักษาส่งิ แวดล้อม เพียบพร้อมคุณธรรม เลิศลำ้ ความเปน็ ไทย พนั ธกจิ (MISSION) 1. สง่ เสรมิ และพัฒนาผู้เรียนใหม้ คี ณุ ลักษณะตามมาตรฐานการศกึ ษา 2. ส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ ค่คู ุณธรรม โดยเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนมีสขุ ภาพดี มีสุนทรยี ภาพและลักษณะนสิ ยั ดา้ นศิลปะ ดนตรี และกีฬา พัฒนาทักษะ อาชีพ ห่างไกลสงิ่ เสพติด 4. ส่งเสริมและพฒั นาบุคลากรใหม้ คี ุณภาพตามมาตรฐานวิชาชพี และมาตรฐานตำแหน่ง 5. ส่งเสรมิ และพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัลเพือ่ การศึกษา พัฒนาแหลง่ เรียนรู้ สภาพแวดล้อมท่เี อ้อื ต่อ การจดั การเรียนรู้ ตามนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย 6. สง่ เสริมและพฒั นาประสิทธภิ าพการบรหิ ารจัดการระบบคุณภาพ

7. พัฒนานักเรยี นให้มีความรู้ ความสามารถในการส่ือสารภาษาองั กฤษตามกรอบ CEFR ประถมศึกษา ระดบั A1-A2 มัธยมศึกษาตอนต้น ระดับ A2-B1 มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับ B1 เป้าประสงค์(GOAL) 1. ผเู้ รียนมคี วามรู้ ทักษะ ตามมาตรฐานการศึกษา 2. ผเู้ รยี นมีความรู้ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3. ผเู้ รียนมโี อกาสพฒั นาตนเองด้านศลิ ปะ ดนตรี กีฬา นาฏศลิ ป์ การงานอาชพี เพื่อให้ห่างไกลสงิ่ เสพตดิ 4. ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาไดร้ บั การพฒั นาให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานวิชาชพี และตำแหนง่ 5. มีระบบเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ท่ีทนั สมยั มคี ณุ ภาพเพ่ือให้ผู้เรียนใช้เป็นเคร่ืองมอื ทีส่ ำคญั ในการเรยี นรู้ 6. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครอ่ื งมอื สำคัญในการบริหารการจดั ระบบคณุ ภาพ 7. ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR 4. ขอ้ มูลบคุ ลากรของสถานศึกษา 1) ผู้อำนวยการโรงเรยี น ชือ่ -สกุล วา่ ท่ีร้อยตรี จริ ัตน์ อยู่ยืน โทรศัพท์ 081-808-2321 e-mail [email protected] วุฒกิ ารศกึ ษาสงู สุด ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลัยนอร์ทกรงุ เทพ วิชาเอก การบรหิ ารการศกึ ษา ดำรงตำแหน่งท่ีโรงเรยี นนี้ตั้งแต่ วนั ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 จนถึงปจั จบุ ัน

2) รองผู้อำนวยการโรงเรยี น 3 คน 2.1 ชื่อ-สกุล นางสาวชอ่ ชบา บญุ ญาธิการ วุฒกิ ารศึกษาสูงสดุ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การบรหิ ารการศึกษา โทรศัพท์ 086-341-6815 e-mail [email protected] 2.2 ช่อื -สกลุ นางสาวพมิ พ์ทิพย์ ปญั ญาบุญ วฒุ ิการศึกษาสูงสดุ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การบรหิ ารการศกึ ษา โทรศพั ท์ 087-568-3184 e-mail [email protected] 2.3 ช่ือ-สกุล นายชัยณรงค์ มหาแสน วฒุ ิการศึกษาสงู สดุ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศกึ ษา โทรศัพท์ 081-539-7290 e-mail [email protected] จำนวนบคุ ลากร บุคลากรทัง้ หมด ผู้บริหาร ครผู ู้สอน ครอู ัตราจ้าง เจา้ หนา้ ท่อี ่ืนๆ (คน) (คน) (คน) (คน) (คน) 68 4 55 7 2

5. ขอ้ มลู นักเรยี น จำนวนนกั เรียน ปกี ารศึกษา 2565 รวม 1,232 คน (ข้อมูล 10 พฤศจกิ ายน 2565) ระดบั ช้ัน จำนวนห้อง จำนวนนกั เรียน รวมทั้งหมด เฉลีย่ จำนวน ชาย หญงิ (คน) นร.ต่อห้อง อนบุ าลปีท่ี 1 - -- - อนุบาลปีที่ 2 3 45 32 77 - อนุบาลปที ่ี 3 3 26 30 56 26 6 71 62 133 19 รวม 4 51 51 102 23 ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 4 48 52 100 26 ประถมศกึ ษาปีที่ 2 3 61 52 113 25 ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 3 52 41 93 38 ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 3 51 54 105 31 ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 3 53 37 90 35 ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 20 316 287 603 30 3 55 68 123 31 รวม 3 58 61 119 41 มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 3 61 50 111 40 มัธยมศึกษาปีที่ 2 9 174 179 353 37 มัธยมศึกษาปีท่ี 3 2 29 23 52 40 1 26 18 44 26 รวม 1 30 17 47 44 มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 4 85 58 143 47 มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 38 646 586 1,232 36 มธั ยมศึกษาปีที่ 6 33 รวม รวมทัง้ หมด 6. ขอ้ มลู สภาพชมุ ชนโดยรวม

แนวทางการเสรมิ สร้างความปลอดภัยสถานศึกษา สถานศกึ ษาตอ้ งมีการเตรียมความพรอ้ มในการเสริมสรา้ งความปลอดภัยใหเ้ กิดข้ึนในสถานศึกษา โดยมี แนวทางการดำเนนิ การ ดังน้ี ขน้ั ตอนการดำเนนิ การความปลอดภยั สถานศึกษา 1. แต่งตง้ั คณะกรรมการความปลอดภัยสถานศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษา มี บทบาทหน้าท่ี กำหนดแนวทางการดำเนินการความปลอดภยั สถานศึกษา ส่งเสรมิ สนับสนนุ กำกับ ตดิ ตาม ดูแล แกไ้ ขปญั หา การดำเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษาให้เป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ สัดส่วนของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามบริบททีเ่ หมาะสม ของสถานศึกษานน้ั ๆ ประกอบดว้ ย 1) ผู้บริหารสถานศกึ ษา 2) เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้ปกครอง 3) คณะกรรมการสถานศึกษา 4) รองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา/ผู้ท่ไี ดร้ ับการมอบหมาย 5) คณะทำงานระดับสถานศึกษา (ครูประจำช้นั /ครทู ี่ปรึกษา , ครูแนะแนว ,ครฝู ่ายปกครอง, สภา นักเรียน 2. การประเมนิ สภาพความเสี่ยงดา้ นความปลอดภยั และจัดลำดับความเสยี่ ง คณะกรรมการความ ปลอดภยั สถานศึกษา ประเมินความเสีย่ งสถานศึกษาโดยใช้เครอ่ื งมือ ตามแบบประเมิน วเิ คราะห์ถงึ ความเส่ยี งที่ เกิดข้ึนว่ามีความรนุ แรง หรอื มีความสำคญั ทสี่ ง่ ผลกระทบกับความไม่ปลอดภยั ต่อผเู้ กยี่ วขอ้ งในสถานศึกษา และ

จดั ลำดบั ความเสยี่ ง โดยเรียง ลำดบั ความเส่ียงท่ีส่งผลกระทบมากไปหาน้อยเพ่ือท่จี ะได้ดำเนนิ การแก้ไขให้เปน็ ไป ตามวาระ ความเร่งดว่ นตามเหตุทเ่ี กิดข้นึ 3. การจัดทำแผนเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษา โรงเรียนดำเนินการจัดทำแผนเสริมสร้างความ ปลอดภัยสถานศึกษาตามบริบทของสถานศึกษา ท่ีได้จากการประเมนิ ความเสี่ยง การวิเคราะห์ และจดั ลำดับความ เส่ียงของสถานศึกษา แผนเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษาครอบคลุม มาตรการ 3ป ได้แก่ การป้องกัน การ ปลกู ฝงั และการปราบปราม เป็นมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ให้หน่วยงาน ในสังกัดนำไปเป็นแนวปฏิบัติ และขอบข่าย ความปลอดภัย 4 กลุ่มภัย 1) ภัยท่ีเกิดจากการใช้ความรุนแรงของ มนุษย์ (Violence) 2) ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Accident) 3) ภัยท่ีเกดิ จากการถูกละเมิดมสิ ิทธิ์ (Right) 4) ภัยท่ีเกิด จากผลกระทบทางสุขภาวะ ทางกายและจิตใจ (Unhealthiness) แผนงานท่ีกำหนดข้ึน บ่งบอกรายละเอียดท่ี ชัดเจนในการปฏบิ ตั ิ ผลสำเรจ็ ที่จะเกดิ ขน้ึ ในการดำเนนิ การ ดงั นี้ 1) กรอบความคดิ แผนดำเนินการในแต่ละภารกิจ 2) เป้าหมาย 3) ปญั หา 4) แนวทางขบั เคลอ่ื นการแก้ปัญหา (กำหนดระยะเวลาในการปฏบิ ตั )ิ 5) เสรจ็ ตามเป้าหมาย (ระยะเวลาในการสน้ิ สดุ ) 6) ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 4. การดำเนินการเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษา สถานศึกษาต้องวางแผนสู่การปฏิบัติในการ เสรมิ สร้างความปลอดภัยสถานศึกษา ให้ผู้เก่ยี วข้องนำไปขับเคลอื่ นภารกิจใหส้ ำเร็จเป็นรปู ธรรมน้ัน การดำเนนิ การ นนั้ ต้องมีความชดั เจน ในการกำหนด บทบาท อำนาจหน้าท่ี ผู้รับผดิ ชอบ คณะทำงาน ในแต่ละแผนงานหรือแตล่ ะ กิจกรรมท่ีชัดเจน โดยมุ่งเน้นให้เกิดความปลอดภัยต่อนักเรยี น ครู และบุคลากร ทางการศึกษาอย่างยั่งยืน เมื่อดำ เนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รายงานคณะทำงานทราบ เพ่ือเสนอข้อมูล ผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการ ความปลอดภยั สถานศึกษาตอ่ ไป 5. การกำกับ ติดตามและประเมินผลสถานศึกษาต้องวางแผนในการกำกับ ติดตาม และประเมินผล การดำเนนิ งาน เสรมิ สร้างความปลอดภัยสถานศึกษา ตามหว้ งเวลาท่ีได้ดำเนินการ เพ่ือให้เกิดความต่อเน่ือง ตั้งแต่ เร่ิมต้น ขณะดำเนินการ และเมื่อสิ้นสุดการดำเนินการ รวมท้ังการประเมินผลการดำเนิน งานท้ังหมดทุกข้ันตอน ว่าผลการดำเนินงาน บรรลุเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด เพ่ือสรุปข้อมูลรายงานผล การดำเนินงานต่อหน่วยงานต้นสังกัด ตลอดจนการรายงานผ่านระบบ MOE SAFETY CENTER (กรณีมีเหตุที่จำ เป็นต้องรายงานเขา้ ระบบ) แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการ 3 ป มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา ใช้หลัก 3 ป ได้แก่ มาตรการป้องกัน มาตรการปลูกฝัง มาตรการปราบปราม โดยมีรายละเอยี ด แนวทางปฏบิ ตั ิและตัวช้ีวดั ดงั น้ี มาตรการที่ 1 การปอ้ งกัน หมายถึง การดำเนินการเพ่ือไม่ให้เกิดปัญหา อุปสรรค หรือความไม่ปลอดภัย ต่อนักเรียน ครู และ บุคลากรทางการศึกษา โดยการสร้างมาตรการปอ้ งกันจากปัจจัยเสีย่ งท่อี าจเกิดขนึ้ ทัง้ ใน และนอกสถานศึกษา

1.1 กำหนดพน้ื ท่ีความปลอดภยั กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1. ประชุมชี้แจง วางแผน การดำเนินงานด้านความปลอดภัยสถานศึกษาร่วมกับ บุคลากร ภาคี เครือข่ายและ หนว่ ยงานองค์กร ผู้มีส่วนเกีย่ วขอ้ ง 2. กำหนดพ้ืนที่ควบคุมความปลอดภัย รวมถึงการทำสัญลักษณ์ และอุปกรณ์ควบคุม ความ ปลอดภัยสว่ นบุคคล 3. จัดทำป้ายสัญลักษณ์แสดงความเสี่ยงในพื้นที่ที่มีความเส่ียง หรือ จัดให้มีบุคลากรเฝ้าระวัง ความปลอดภัย 4. จดั ทำระบบขอ้ มูลสารสนเทศด้านความปลอดภยั ในสถานศึกษา 1.2 จดั ทำแผนความปลอดภยั ของสถานศึกษา กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1. แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยสถานศกึ ษา โดยการมีสวนร่วมจากภาคีเครือข่าย และ ผู้มสี ่วนเกยี่ วข้อง 2. เสนอแผนความปลอดภัยของสถานศกึ ษาตอ่ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 3. กำหนดระยะเวลาการดำเนนิ งานและผู้รับผิดชอบงาน 4. กำหนดนโยบายความปลอดภัยของสถานศึกษา 5. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ 1.3 การจัดสภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของสถานศึกษา กระบวนการและแนวทางดำเนินงาน 1.จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ภูมิทัศน์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องน้ำ ห้องพิเศษ ลาน กิจกรรม สนามกีฬา และสถานทท่ี ่ีมีความจำเปน็ ต้องใชง้ านใหม้ คี วามปลอดภยั 2.จัดทำแหล่งการเรียนร้เู พื่อเสรมิ สร้างความปลอดภยั ในสถานศึกษาทหี่ ลากหลาย 1.4 การจดั โครงสร้างบริหารจดั การความปลอดภัยสถานศกึ ษา กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1.) สำรวจประเมนิ และจำแนกสภาพความเสยี่ งดา้ นความปลอดภยั ในสถานศึกษา 2.) สถานศึกษาจดั ทำโครงสร้างบริหาร จัดการความปลอดภยั สถานศกึ ษา 3.) กำหนดบทบาทหน้าท่ี ภาระงานของคณะกรรมการ 4.) จดั ทำปฏิทนิ การปฏิบัตงิ านของคณะกรรมการความปลอดภยั สถานศึกษา 5.) ประสานความรว่ มมือของคณะกรรมการ ภาคเี ครือขา่ ยและหน่วยงานตน้ สังกดั 1.5 การจดั ทำข้อมลู สารสนเทศความปลอดภยั สถานศึกษา กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1.แตง่ ตง้ั คณะทำงานเพอ่ื จดั ทำระบบข้อมลู สารสนเทศความปลอดภัยของสถานศึกษา 2.เก็บรวบรวมขอ้ มูลอย่างครบถ้วนรอบดา้ น 3.วิเคราะห์ขอ้ มูล จดั ระบบหมวดหมสู่ ารสนเทศ 4.จัดทำรายงานระบบขอ้ มูลสารสนเทศและจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ 1.6 การสรา้ งการมีสวนร่วมของสถานศึกษาและภาคีเครือขา่ ย กระบวนการและแนวทางดำเนินงาน 1.ประสานความรว่ มมือในการสรา้ งเครอื ข่ายการมสี วนร่วมในพน้ื ท่ีและภาคสว่ นตา่ งๆ 2.มีการประชุมวางแผนเพื่อเสรมิ สร้างความปลอดภยั สถานศึกษาร่วมกัน 3.มีกิจกรรมการดำเนินงานในการเสรมิ สร้างความปลอดภัยในสถานศกึ ษา 4.มกี ารประเมินผลร่วมกัน

5.มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ความรว่ มมือ 6.มกี ารยกย่องชมเชยเครอื ข่ายภาคคี วามรว่ มมอื 1.7 การจัดระบบชองทางการสอ่ื สารดา้ นความปลอดภัย กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1.แต่งต้งั คณะทำงานดา้ นการส่ือสารประชาสัมพนั ธ์องคก์ ร 2.กำหนดรปู แบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทคี่ รอบคลุมทั้ง 3 ชอ่ งทาง ประกอบดว้ ย 1) On Ground ได้แก่ การจัดนิทรรศการ จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรม รณรงคใ์ นวันสำคญั ต่างๆ 2) On Line ได้แก่ การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ทางส่ือสังคมออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ เช่น Facebook, Line เป็นต้น 3) On Air ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านระบบเสียงตามสาย การเดินขบวนพาเหรด ท้ังใน สถานศกึ ษาและชมุ ชน 3.ปรับรูปแบบระบบช่องทางการสื่อสารด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาให้สอดคลองกับ บรบิ ทและสภาพการณ์ของสถานศกึ ษา 1.8 การจดั ระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1.แต่งตั้งคณะกรรมการระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นระดบั สถานศกึ ษา 2.คดั กรองนกั เรียนเป็น 3 กลุ่ม ไดช้ ัดเจน ประกอบด้วย กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและกลมุ่ มีปัญหา 3.เก็บขอ้ มูลนักเรียนรายบคุ คลด้วยเคร่ืองมือและวิธีการท่ีเหมาะสม เช่น การเยี่ยมบ้านนักเรยี น การสอบถาม การสัมภาษณ์ เปน็ ต้น 4.จดั กจิ กรรมสำหรับเดก็ กล่มุ ต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ดังนี้ - กล่มุ ปกติ จัดกจิ กรรมส่งเสริมความสามารถตามความสนใจ - กลุม่ เสี่ยง จัดกิจกรรมปอ้ งกันปัญหา - กลุ่มมปี ัญหา จัดกิจกรรมแก้ปญั หาและระบบสง่ ตอ่ 5. สรปุ รายงานผลการดำเนินงานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน 1.9 การประเมินนักเรียน รายบุคคล ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สติปัญญา และความต้องการ กระบวนการและแนวทางการดำเนินงาน 1.มอบหมายใหค้ รปู ระจำช้นั /ครูทป่ี รึกษา มีหน้าทใ่ี นการประเมนิ นกั เรยี นรายบคุ คล 2.จดั ทำ/หาเครือ่ งมอื วดั และประเมินนกั เรียนรายบุคคลท่ีครอบคลุมทุกด้าน 3.ครปู ระจำช้ัน/ครูท่ีปรึกษาดำเนนิ การ ประเมนิ นักเรียนรายบุคคล 4.จดั ทำระบบข้อมลู สารสนเทศรายงานผลการประเมินนักเรียนรายบคุ คล มาตรการที่ 2 การปลูกฝงั หมายถึง การดำเนินการเก่ียวกับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก และ เจตคติที่ดี และ การสร้างเสรมิ ประสบการณ์ เพื่อใหเ้ กิดทกั ษะในการป้องกันภัยให้แกน่ ักเรยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 2.1 การสร้างจิตสำนึกความตระหนักการรับรู้และความเข้าใจด้านความปลอดภัยให้แก่ตนเอง ผู้อนื่ และสงั คม กระบวนการและแนวทางดำเนินงาน 1. สำรวจข้อมลู ความปลอดภัยสถานศึกษา 2. จัดลำดับความรนุ แรง เรง่ ด่วนของความปลอดภัยสถานศกึ ษา

3. ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโดยเพ่ิมเนื้อหาด้านความปลอดภัยสถานศึกษาท่ี สอดคล้องกบั ความรุนแรงเร่งด่วน 4. จดั ทำคมู่ อื /แนวทางว่าด้วยความปลอดภยั ในสถานศึกษา 5. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการดานความปลอดภัยของสถานศึกษา ให้แก่ ครู บุคลากร ทาง การศกึ ษา และนักเรียน 6. จดั ทำศนู ย์บรกิ ารสอื่ ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อการศึกษาค้นควา้ เพิ่มเติม 2.2 การจัดกจิ กรรมสรา้ งความรูความเขาใจพฒั นาองคความรูเก่ียวกบั ความปลอดภัยใหแก นกั เรยี น ครู บคุ ลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง กระบวนการและแนวทางดำเนนิ งาน 1 ประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษาเพ่ือช้ีแจงแนวทางเก่ียวกับความปลอดภัยใน สถานศกึ ษา 2. จดั กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรโดยบูรณาการเน้ือหาความปลอดภยั สถานศึกษาในรายวิชาต่าง ๆ 3. การจดั ทำส่ือประชาสมั พนั ธ์รูปแบบตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหค้ วามร้แู กผ่ ู้ปกครองและชมุ ชน 4. จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยสถานศึกษา ผ่านกิจกรรม Classroom meeting ระหวา่ งสถานศึกษากับ ผ้ปู กครอง 2.3 การจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะ ประสบการณแ์ ละสมรรถนะดา้ นความปลอดภัยให้แกน่ ักเรยี น กระบวนการและแนวการดำเนินงาน 1. จัดกิจกรรมเสริมทักษะประสบการณ์ท่ีเน้นการลงมือปฏิบัติที่เช่ือมโยงกับการดำเนิน ชวี ติ ประจำวัน เชน่ การปฐมพยาบาลเบื้องตน 2. จดั กิจกรรมสอดแทรกดา้ นความปลอดภยั สถานศึกษาในกจิ กรรมวันสำคัญต่าง ๆ 3. สรรหาต้นแบบ ผ้จู ัดกจิ กรรม และการจดั กิจกรรมเสริมทกั ษะทเ่ี ป็นเลศิ มาตรการท่ี 3 การปราบปราม หมายถึง การดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และ ดำเนินการตาม ขนั้ ตอนของกฎหมาย 3.1 การจัดการแก้ไขปญั หากรณีเกิดความไมป่ ลอดภัยในสถานศึกษา กระบวนการและแนวการดำเนินงาน 1. กำหนดแนวทางปฏิบัติการจัดการหรือการระงับเหตุ การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุใน สถานศึกษา และสร้างการรับรรู ว่ มกันทุกภาคส่วน 2. จัดต้ังคณะทำงานเคล่ือนที่เร็ว (Roving Team) ท่ีสามารถเขาระงับเหตุได้อย่างทัน เหตกุ ารณ์ 3. เตรยี มบุคลากร และเครือ่ งมอื วสั ดุ อุปกรณ์ ทพี่ รอ้ มรับสถานการณ์ 4. ตดิ ตง้ั ระบบเตือนภัย เช่น กลอ้ งวงจรปิด สามารถตรวจสอบข้อเท็จจรงิ ได้ 5. ซ้อมระงับเหตุอยา่ งต่อเน่อื ง เชน การดบั เพลงิ ซอ้ มหนไี ฟ การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน 6. ประสานงานเครอื ขา่ ยการมสี วนร่วมเพอ่ื ใหค้ วามช่วยเหลอื ไดท้ ันเหตกุ ารณ์ 7. สง่ ต่อผู้ประสบเหตุเพื่อใหไ้ ดร้ บั การช่วยเหลือทม่ี ปี ระสิทธิภาพ 8. กำกบั ตดิ ตามผล ประเมนิ ผลและรายงาน

3.2 การช่วยเหลอื เยยี วยา ฟนฟจู ติ ใจบุคคลผู้ประสบเหตคุ วามไมป่ ลอดภัย กระบวนการและแนวทางการดำเนินงาน 1. จัดทำข้อมูลบุคคลและหน่วยงานในพ้ืนท่ีตั้งของสถานศึกษาที่สามารถติดต่อ ประสานงาน และให้การช่วยเหลือเยียวยา ฟนื้ ฟู จติ ใจได้อยา่ งรวดเร็ว ทันท่วงที 2. จัดต้งั ศนู ยช์ ่วยเหลือเยียวยา ฟ้ืนฟูและใหค้ ำปรกึ ษา โดยการมสี ว่ นร่วมของเครือข่ายตา่ ง ๆ 3. กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารช่วยเหลอื ท่เี หมาะสม 4. ประสานเครอื ข่ายการมสี ่วนรว่ ม หนว่ ยงาน องค์กร เพอ่ื ใหก้ ารชว่ ยเหลือเยยี วยาฟน้ื ฟู 5. จดั ระบบประกันภัยรายบุคคลหรือรายกลุ่มทส่ี ามารถใหก้ ารค้มุ ครองสำหรับ ครูและบคุ ลากร ทางการศกึ ษาและนักเรียน 6.สร้างขวัญกำลังใจ โดยการติดตามเยีย่ มเยือนอย่างสมำ่ เสมอ 3.3 ดำเนนิ การตามขน้ั ตอนของกฎหมาย กระบวนการและแนวทางการดำเนนิ งาน 1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการด้านกฎหมาย ใหผู้ประสบเหตุได้รับความคุ้มครองตามที่ กฎหมายกำหนด 2. รายงานเหตุการณต์ อ่ ผู้บงั คบั บญั ชาหน่วยงานตนสงั กัด 3. ดำเนินคดี จำแนกประเภทของเหตุท่ีเกิด ติดต่อประสานงานผู้ปกครองเพ่ือดำเนินการหรือ ดำเนนิ การแทนผู้ปกครอง 4. ใหก้ ารคุม้ ครองนกั เรียนให้อยู่ในความปลอดภยั

มาตรการรกั ษาความปลอดภัย การดแู ลช่วยเหลือและค้มุ ครองนกั เรียน โรงเรียนวดั นาวง สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 1 ******************* 1. นโยบายและการวางแผนการรักษาความปลอดภัย การดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองนักเรยี น ของโรงเรยี น วัดนาวง สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาปทุมธานี เขต 1 นักเรียน คือ หัวใจของการจัดการศึกษา โรงเรียนวัดนาวง มีความตระหนักในความสำคัญ และ เล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนท่ีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะต้องร่วมกันหาแนวทางท่ีเป็นรูปธรรม ในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนให้ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นไปตามหลักสูตร มีทักษะชีวิตที่จะดูแลตนเองให้ปลอดภัย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม อุบัติเหตุ และอุบัติภัย ท่ีจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักเรียน ดังนั้นโรงเรียน วัดนาวง สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ซ่ึงมีภารกิจและความรับผิดชอบในการจัด การศึกษา ตอ้ งดำเนนิ การอยา่ งท่ัวถึง มีคณุ ภาพ 1) เป้าประสงค์ (1) เพื่อให้มีรูปแบบแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ด้านอุบัติเหตุ ด้านอุบัติภัย และด้านปัญหาทางสังคม ได้แก่ การละเมิดสิทธิ์ ความรุนแรง สุขภาพกายและจิต เป็นต้น โดยอาศัยแนวคิดเชิง สรา้ งสรรคภ์ ายใต้หลักการกระจายอำนาจ การมีสว่ นรว่ ม และยดึ ประโยชนส์ ูงสดุ ของนักเรียนเปน็ สำคญั (2) เพ่อื สร้างความเขม้ แข็งระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ให้มีความพรอ้ ม สามารถ ป้องกนั และแกไ้ ขสถานการณป์ ัญหาของนักเรยี น ทงั้ ด้านอบุ ัตเิ หตุ อบุ ัตภิ ัย และปัญหาทางสงั คม ได้แก่ การละเมิด สิทธ์ิ ความรนุ แรง สุขภาพกายและจติ เป็นต้น ทจ่ี ะเกิดข้ึนกบั นักเรยี นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ (3) เพ่ือให้นักเรียนทุกคนได้รับการปกป้อง การดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองความปลอดภัย ทั้ง ดา้ นร่างกาย และจิตใจ โดยนักเรียนจะไดร้ ับการดูแลอย่างใกลช้ ิด และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัยและมี ความสุข (4) เพ่ือสร้างความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน โดยการให้ความรู้ ความ เขา้ ใจ แก่ผู้ท่รี บั ผดิ ชอบ และผู้ท่ีมสี ว่ นเก่ียวขอ้ งกับการรกั ษาความปลอดภยั ในโรงเรียน 2) เปา้ หมาย (1) นักเรียนทกุ คนในโรงเรียนวดั นาวง สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 1 ได้รบั การคุม้ ครองดูแลความปลอดภยั (2) ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน และผู้มี ส่วนเกยี่ วขอ้ งมีแนวทางในการป้องกันและรกั ษาความปลอดภัยนักเรยี น (3) เครือขา่ ยหน่วยงานภาครฐั และเอกชน มสี ว่ นร่วมในการดแู ลความปลอดภยั ให้แกน่ กั เรยี น

3) ยุทธศาสตร์ (1) โรงเรียนจัดระบบการรักษาความปลอดภัยของนักเรยี น โดยการมีส่วนรว่ มของ ครู ผูป้ กครอง ผู้มีส่วนเกย่ี วขอ้ ง และเครือขา่ ยท้ังภาครฐั และเอกชนอย่างมีประสิทธภิ าพ (2) กำหนดมาตรการรกั ษาความปลอดภยั ของนกั เรยี น (3) มีการกำกบั ติดตาม ประเมินผลและรายงาน ยทุ ธศาสตร์การดาํ เนนิ งาน โรงเรยี นวดั นาวง มแี นวทางการดำเนนิ การ ดังน้ี มาตรการที่ 1 แนวทางการป้องกันภัย 1.1 มีแผนปฏิบตั ิการดา้ นความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาอย่างเป็นระบบ 1. ตงั้ คณะกรรมการจัดทำแผนปฏบิ ตั กิ าร “สถานศึกษาปลอดภยั ” 2. กำหนดแผนงาน โครงการท่เี ก่ียวข้องกับการขบั เคลอ่ื นความปลอดภัยในสถานศึกษา 3. กำหนดแผนการจดั กิจกรรมพัฒนาบุคลากรและผ้มู ีสว่ นเกี่ยวขอ้ ง 4. มรี ะบบเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ ทเ่ี กยี่ วข้องกับความปลอดภัยในสถานศึกษาได้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 1.2 พัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู บคุ ลากรในการดูแลช่วยเหลือผู้เรยี นและผูไ้ ดร้ บั ผลกระทบ 1. กาํ หนดใหม้ กี ารเพิ่มความรู้ ทัศนคติ ทักษะ ดงั น้ี 1) เพ่มิ เตมิ ความรู้ความเข้าใจในหลกั สทิ ธเิ สรภี าพของเดก็ และบทบาทหนา้ ทีข่ องครู 2) ทักษะการคดั กรองกลุ่มเส่ียงและทักษะการคุ้มครองดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน 3) ทกั ษะการจัดการความขดั แยง้ ความคดิ เห็นท่แี ตกตา่ ง 4) ทักษะการจัดการเหตใุ นภาวะฉุกเฉิน 2. บูรณาการการจดั การเรยี นรู้ท้งั ในและนอกห้องเรยี น 3. จดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งศักยภาพผู้เรียนใหม้ ีทักษะชวี ิต 4 องคป์ ระกอบ คือ การตระหนักรรู้ ัก และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อน่ื การคดิ วเิ คราะห์ ตดั สินใจและแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์ การจัดการกับอารมณ์ และความเครยี ด การสร้างสัมพันธภาพท่ีดีกบั ผู้อื่น 4. เปิดชอ่ งทางให้นักเรียนได้แสดงความคดิ เห็นเสนอแนวทางความต้องการเก่ยี วกับความปลอดภยั ในสถานศึกษาโดยผ่านกลไกของสภานักเรยี นหรือกล่องรบั ฟังความคดิ เห็นของสถานศึกษา 5. ดำเนนิ การช่วยเหลอื ผ้ทู ่ีได้รบั ผลกระทบตามโอกาส และความเหมาะสม 1.3 การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศในสถานศกึ ษา 1. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพของสถานศึกษาให้มคี วามปลอดภัย 2. มมี าตรการความปลอดภยั ทหี่ ลากหลายทสี่ อดคลอ้ งและเหมาะสมกบั สภาพปัญหา 3. มีแหลง่ เรียนรู้เพื่อเสรมิ สร้างความรู้และสร้างความตระหนักเกีย่ วกับความปลอดภยั ใน สถานศึกษา 1.4 สง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มของสถานศึกษา ผปู้ กครอง ชุมชนและภาคเี ครือขา่ ย คณะกรรมการ ประกอบดว้ ยผอู้ าํ นวยการเป็นประธาน รองผ้อู ํานวยการ/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมายเปน็ รองประธาน ผ้แู ทนครู ผแู้ ทน

สำนักงานเขต ผู้แทนกรรมการสถานศกึ ษา ผู้แทนผปู้ กครอง ผูแ้ ทนนกั เรยี น รองกลุม่ บริหารงานบุคคล/กิจการ นักเรียน หรือผู้รบั ผิดชอบเปน็ กรรมการและเลขานุการ มหี นา้ ที่ 1) ให้ความเหน็ ชอบแผนปฏบิ ตั กิ ารสถานศึกษาปลอดภยั 2) กำหนดมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ปญั หาความปลอดภยั ในสถานศึกษาตามความเหมาะสม 3) วิเคราะห์และประเมนิ สถานการณ์ ระดบั ความรุนแรงของเหตุทีเ่ กดิ ขึ้น 4) ดำเนนิ การแก้ปญั หาตามแนวทางที่กำหนด 5) ดูแลช่วยเหลอื เยยี วยาผู้ท่ไี ดร้ ับผลกระทบใหเ้ กดิ ความพึงพอใจตามความเหมาะสม 6) กำกับตดิ ตามและประเมนิ ผลรวมท้ังให้ขอ้ เสนอแนะ มาตรการที่ 2 แนวทางการช่วยเหลอื เม่ือเผชญิ เหตแุ ละการแกป้ ญั หา 2.1 จัดการและแก้ไขให้ความชว่ ยเหลอื หากเกิดเหตุการณ์ 1. สถานศกึ ษามแี นวปฏิบัติการจดั การหรือการระงับเหตกุ ารชว่ ยเหลือเม่อื เกดิ เหตใุ นสถานศึกษา 2. สร้างความตระหนักประชาสัมพันธ์และสรา้ งการรับรู้แนวปฏบิ ตั กิ ารจดั การและการช่วยเหลือ ท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา 3. เตรียมบุคลากรและเครื่องมือให้พร้อมรบั สถานการณ์ เชน่ การซอ้ มดับเพลงิ การซ้อมหนีไฟ การปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น เป็นต้น 2.2 คัดกรองและช่วยเหลือเบื้องต้นในสถานศึกษา 1. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องตน้ ประเมินสถานการณ์และคดั กรองให้การช่วยเหลือผ้เู รียนและผไู้ ดร้ บั ผลกระทบในสถานศึกษา 2. ให้การชว่ ยเหลอื เบือ้ งต้นกับผเู้ รียนและผู้ได้รับผลกระทบในสถานศึกษา เพอื่ ให้ผปู้ ระสบเหตุมี ความปลอดภัยหรอื ลดระดบั ความรุนแรงของเหตุการณ์ 3. กาหนดขัน้ ตอนและวธิ กี ารแจ้งเหตหุ รอื ระงับเหตุ สามารถชว่ ยเหลือด้านรา่ งกายและจิตใจ พร้อมประเมนิ สถานการณ์เบ้ืองตน้ ได้ทนั ที 4. ผูท้ ไี่ ด้รับแจ้งเหตุดำเนินการชว่ ยเหลอื ด้านรา่ งกายและจติ ใจพรอ้ มประเมินสถานการณ์เบอ้ื งตน้ โดยทนั ที 2.3 จัดการและประสานความรว่ มมอื กับหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้อง 1. กำหนดชอ่ งทางประสานพเิ ศษเพื่อขอการสนบั สนุนช่วยเหลอื จากหน่วยงานต่าง ๆ เมอ่ื มีภาวะ วกิ ฤตเกดิ ขึ้น เช่น ฝ่ายปกครอง โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สาธารณสุข เปน็ ต้น 2. สถานศึกษาระบเุ หตชุ ่วยเหลือเมอื่ เกดิ เหตุในสถานศึกษา เช่น การเกบ็ ข้อมูล การรบั ฟงั การ เจรจาตอ่ รอง การประสานความรว่ มมอื เป็นตน้ 2.4 ส่งต่อผ้เู รียนและผู้ไดร้ ับผลกระทบท่ซี ดั เจน (กรณีทีส่ ง่ ต่อ) มีขนั้ ตอนสง่ ต่อท่ชี ดั เจนเป็นการ เฉพาะกบั สถานการณ์เพื่อใหผ้ ู้ประสบเหตไุ ด้รับการบำบัดรักษาทั้งดา้ นรา่ งกายและจติ ใจจากผูเ้ ช่ยี วชาญเฉพาะทาง 2.5 ตดิ ตามและประสานงานในการประเมนิ สภาพจิตใจของนกั เรียนมกี ารประสานงาน ติดตาม และ ประเมนิ สถานการณ์หลงั ได้รับการดูแลช่วยเหลือ

มาตรการท่ี 3 การเยีย่ วยาและการบาํ รงุ ขวญั 3.1 มาตรการชว่ ยเหลอื เยยี วยา พ้ืนฟูจิตใจ ผู้ท่ีได้รบั ผลกระทบ 1. ดา้ นการจ่ายเงินชว่ ยเหลอื ผู้เสียชวี ติ และผบู้ าดเจ็บตามสิทธิประโยชนท์ างกฎหมาย 2. จัดกิจกรรมพฒั นาความฉลาดทางอารมณ์และสังคม เพื่อสรา้ งความภาคภูใจ 3. จัดสง่ นักจติ วทิ ยาลงพืน้ ที่ เพอื่ ชว่ ยเหลือเยยี วยาพ้ืนฟจู ิตใจ (การใหค้ ําปรึกษา) 3.2 ประสานทำความเข้าใจตามสถานการณแ์ ละความเหมาะสมให้ผู้ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งทราบ 1. สถานศกึ ษากำหนดแนวทางในการช่วยเหลอื ผู้เรียนและผู้ได้รบั กระทบท่สี ามารถตรวจสอบได้ เช่น การจดั ตง้ั กองทนุ ชว่ ยเหลือเดก็ นักเรยี นหรอื ผู้ประสบภัยในสถานศึกษาการขอรับบรจิ าค ฯลฯ 2. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการช่วยเหลือตามความเหมาะสมแก่เหตทุ เ่ี กิดข้ึนกับผู้เรียน และผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบ 3. ประสานองค์กรหรือหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้องเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นและผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบได้รับสทิ ธิ ประโยชน์อันพึงมี เชน่ เงินกองทนุ ชว่ ยเหลอื เดก็ จาก พมจ. เงินกองทนุ เพ่อื ความเสมอภาคทางการศกึ ษา (กสศ.) เงนิ ประกันสงั คมประกนั ชีวิต เปน็ ต้น มาตรการที่ 4 การรายงานเหตุ 4.1 รายงานระหว่างประสบเหตุ 4.1.1 กรณฉี กุ เฉนิ 1. กรณฉี กุ เฉนิ (ประสบเหตุซ่ึงหนา้ หรือกรณีเปน็ ข่าว) - รายงานตน้ สงั กดั ทราบทนั ที - ตดิ ตามผลจากเหตทุ เ่ี กดิ ข้ึนอยา่ งใกล้ชิดและรายงานเป็นระยะ 4.1.2 กรณไี ม่ฉุกเฉิน 2. กรณีไม่ฉกุ เฉิน - รายงานผู้บังคบั บญั ชาตามลำต้น - บันทกึ ข้อมูลในแบบรายงานที่สถานศึกษากำหนด 4.2 รายงานหลังประสบเหตุ - รายงานผลการดำเนินการ - รายงานผลการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอ่นื ทเี่ กี่ยวขอ้ ง 4.3. การติดตามและประเมินผลมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา รายงานการติดตามและ ประเมนิ ผลมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาพร้อมทงั้ จดั เก็บข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ 2. การวางแผนรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน แนวทางการวางแผนการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้มีส่วนเก่ียวข้อง และเครือข่าย โดยร่วมกันวางแผนป้องกัน แก้ไข ควบคุม กำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการและกิจกรรมเพ่ือให้รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติ คมุ้ ครองเดก็ พ.ศ.2546 พรอ้ มท้งั นโยบายของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระบวนการ/แนวทางการดําเนินงานมาตรการป้องกนั ภัย 1. มาตรการป้องกันภัย กระบวนการ/แนวทางการดําเนนิ งาน มาตรการป้องกัน 1. มีแผนปฏบิ ตั ิการรกั ษา 1. ต้งั คณะกรรมการจดั ทำแผนปฏบิ ัตกิ าร “สถานศึกษาปลอดภัย” ความปลอดภัยใน 2. กำหนดแผนงาน โครงการทเี่ กีย่ วข้องกบั การขบั เคล่อื นความปลอดภัยใน สถานศกึ ษาอย่างเปน็ ระบบ สถานศึกษา 3. กำหนดแผนการจดั กจิ กรรมพฒั นาบคุ ลากรและผู้มสี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง 4. มีระบบเผยแพร่ขอ้ มูล ข่าวสาร สารสนเทศ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับความปลอดภยั ใน สถานศึกษาได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 2. พฒั นาศักยภาพผ้บู รหิ าร 1. กาํ หนดให้มีการเพม่ิ ความรู้ ทัศนคติ ทักษะ ใน 3 ด้าน ดังนี้ ครู บุคลากรในการดแู ล 1) เพิ่มเติมความรคู้ วามเข้าใจในหลกั สทิ ธิเสรีภาพของเด็กและบทบาทหนา้ ที่ ช่วยเหลือผู้เรียนและ ของครู ผ้ไู ดร้ ับผลกระทบ 2) ทกั ษะการคดั กรองกลมุ่ เสี่ยงและทักษะการคมุ้ ครองดูแลช่วยเหลือนักเรยี น 3) ทักษะการจัดการความขัดแยง้ ความคิดเห็นท่ีแตกตา่ ง 4) ทกั ษะการจัดการเหตุในภาวะฉุกเฉิน 2. บูรณาการการจัดการเรยี นรูท้ งั้ ในและนอกห้องเรยี น 3. จดั กจิ กรรมเสริมสร้างศักยภาพผเู้ รยี นให้มีทักษะชีวติ 4 องค์ประกอบ คือ การ ตระหนักรรู้ ักและเห็นคณุ คา่ ในตนเองและผู้อื่น การคดิ วเิ คราะห์ ตดั สินใจและ แกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ การจดั การกับอารมณแ์ ละความเครียด การสรา้ ง สัมพันธภาพที่ดีกับผูอ้ น่ื 4. เปิดช่องทางใหน้ ักเรียนได้แสดงความคิดเหน็ เสนอแนวทางความต้องการ เกย่ี วกบั ความปลอดภยั ในสถานศึกษาโดยผ่านกลไกของสภานกั เรียนหรือกลอ่ งรับ ฟังความคดิ เหน็ ของสถานศกึ ษา 5. ดำเนนิ การชว่ ยเหลือผู้ทไี่ ด้รบั ผลกระทบตามโอกาสและความเหมาะสม 3. การพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ ม 1. จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของสถานศึกษาให้มีความปลอดภัย และบรรยากาศใน 2. มมี าตรการความปลอดภัยที่หลากหลายทส่ี อดคลอ้ งและเหมาะสมกับสภาพ สถานศึกษา ปญั หา 3. มีแหลง่ เรียนรู้เพ่ือเสริมสรา้ งความรู้และสรา้ งความตระหนักเกีย่ วกับความ ปลอดภัยในสถานศึกษา

มาตรการป้องกนั กระบวนการ/แนวทางการดําเนนิ งาน 4. ส่งเสริมการมีส่วนรว่ ม 1. แต่งต้ังคณะกรรมการประกอบดว้ ย ผู้อํานวยการ เปน็ ประธานรองผอู้ ํานวยการ/ ของสถานศกึ ษา ผูป้ กครอง ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย เป็นรองประธาน ผ้แู ทนครู ผ้แู ทนสำนักงานเขต ผแู้ ทน ชมุ ชนและภาคเี ครือข่าย กรรมการสถานศกึ ษา ผู้แทนผ้ปู กครอง ผูแ้ ทนนักเรียนหวั หน้ากล่มุ งานบรหิ าร ทวั่ ไป/บรหิ ารงานบคุ คล/กิจการนักเรยี น หรอื ผรู้ ับผดิ ชอบ เป็นกรรมการและ เลขานกุ าร มีหนา้ ที่ 1) ให้ความเหน็ ชอบแผนปฏิบัติการสถานศึกษาปลอดภัย 2) กำหนดมาตรการป้องกนั และแนวทางแก้ปัญหาความปลอดภัยใน สถานศกึ ษาตามความเหมาะสม 3) วิเคราะหแ์ ละประเมนิ สถานการณ์ ระดับความรุนแรงของเหตทุ เ่ี กดิ ข้นึ 4) ดำเนินการแก้ปญั หาตามแนวทางท่ีกำหนด 5) ดแู ลชว่ ยเหลือเยียวยาผ้ทู ีไ่ ด้รบั ผลกระทบให้เกิดความพึงพอใจตาม ความเหมาะสม 6) การกำกับติดตามและประเมนิ ผลรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ 2. มาตรการแนวทางการช่วยเหลอื เมอ่ื เผชิญเหตแุ ละการแก้ปัญหา มาตรการระหวา่ ง กระบวนการ/แนวทางการดําเนินงาน เผชิญเหตุ และการแก้ปัญหา 1. จัดการและแกไ้ ขให้ 1. สถานศกึ ษามีแนวปฏบิ ัตกิ ารจดั การหรือการระงับเหตุการณช์ ว่ ยเหลือเมอ่ื เกดิ ความชว่ ยเหลือหากเกิด เหตใุ นสถานศึกษา เหตกุ ารณ์ 2. สร้างความตระหนักประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แนวปฏบิ ัติการจัดการและ การชว่ ยเหลือท้งั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา 3. เตรียมบุคลากรและเครื่องมอื ให้พรอ้ มรับสถานการณ์ เชน่ การซอ้ มดับเพลิง การซอ้ มหนไี ฟ การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ เป็นตน้ 2. คัดกรองและชว่ ยเหลือ 1. ตรวจสอบขอ้ มูลเบื้องต้นประเมนิ สถานการณ์และคดั กรองให้การช่วยเหลือ เบ้ืองต้น ผเู้ รยี นและผูไ้ ดร้ ับผลกระทบในสถานศกึ ษา ในสถานศกึ ษา 2. ใหก้ ารชว่ ยเหลือเบ้ืองตน้ กับผูเ้ รียนและผไู้ ด้รบั ผลกระทบในสถานศึกษาเพอื่ ให้ผู้ ประสบเหตมุ ีความปลอดภัยหรอื ลดระดับความรนุ แรงของเหตกุ ารณ์ 3. กำหนดขัน้ ตอนและวธิ กี ารแจ้งเหตหุ รือระงบั เหตุสามารถช่วยเหลือด้านรา่ งกาย และจิตใจพรอ้ มประเมินสถานการณเ์ บ้ืองต้นได้ทนั ที 4. ผู้ท่ีไดร้ บั แจ้งเหตุดำเนินการชว่ ยเหลอื ดา้ นร่างกายและจติ ใจพร้อมประเมิน สถานการณ์เบ้ืองต้นโดยทันที

มาตรการระหว่าง กระบวนการ/แนวทางการดําเนนิ งาน เผชิญเหตุ และการแกป้ ัญหา 3. จัดการและประสาน 1. กำหนดช่องทางประสานพเิ ศษเพื่อขอการสนบั สนุนช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ความรว่ มมอื กบั ๆ เมอื่ มภี าวะวิกฤตเกิดขนึ้ เช่น ฝ่ายปกครอง โรงพยาบาล สถานีตำรวจ หน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้อง สาธารณสุข เป็นต้น 2. สถานศึกษาระบุเหตชุ ว่ ยเหลอื เม่ือเกดิ เหตใุ นสถานศึกษา เชน่ การเกบ็ ข้อมูล การรับฟงั การเจรจาตอ่ รองการประสานความรว่ มมือ เป็นต้น 4. สง่ ตอ่ ผู้เรียนและผู้ไดร้ ับ มีขน้ั ตอนส่งต่อที่ชดั เจนเป็นการเฉพาะกับสถานการณ์เพ่ือให้ผู้ประสบเหตุได้รับการ ผลกระทบท่ี บำบดั รักษาท้ังดา้ นร่างกายและจิตใจจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซัดเจน (กรณีที่ส่งตอ่ ) 5. ตดิ ตามและประสานงาน มีการประสานงาน ตดิ ตาม และประเมินสถานการณ์หลังได้รบั การดูแลชว่ ยเหลือ ในการประเมนิ สภาพจติ ใจ ของนักเรียน 3. มาตรการ การเยียวยาและการบํารงุ ขวัญ มาตรการเยยี วยาและการ กระบวนการ/แนวทางการดําเนนิ งาน บาํ รงุ ขวัญ 1. มาตรการชว่ ยเหลือ 1. ดา้ นการจ่ายเงินชว่ ยเหลือผู้เสยี ชวี ิตและผ้บู าดเจ็บตามสทิ ธปิ ระโยชน์ทาง เยยี วยาพืน้ ฟจู ิตใจผู้ท่ีไดร้ ับ กฎหมาย ผลกระทบ 2. จัดกจิ กรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และสังคมเพ่ือสรา้ ง ความภาคภูมิใจ 3. จดั ส่งนกั จิตวทิ ยาลงพนื้ ที่เพ่ือช่วยเหลือเยียวยาพื้นฟูจิตใจ(การให้คำปรึกษา) 2. ประสานทำความเขา้ ใจ 1. สถานศกึ ษากำหนดแนวทางในการช่วยเหลือผูเ้ รียนและผู้ได้รับกระทบทีส่ ามารถ ตามสถานการณ์และความ ตรวจสอบได้ อาทิ การจดั ตงั้ กองทนุ ชว่ ยเหลอื เด็กนกั เรียนหรือผปู้ ระสบภัยใน เหมาะสมใหผ้ ู้ทเี่ กีย่ วข้อง สถานศกึ ษา การขอรับบริจาค ทราบ 2. กำหนดหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารในการช่วยเหลอื ตามความเหมาะสมแกเ่ หตุท่เี กิด ขึน้ กับผูเ้ รยี นและผู้ได้รบั ผลกระทบ 3. ประสานองค์กรหรือหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นและผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบ ได้รบั สทิ ธปิ ระโยชน์อันพึงมี เช่น เงนิ กองทนุ ชว่ ยเหลือเด็กจากพมจ. เงนิ กองทนุ เพอ่ื ความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)เงนิ ประกนั สังคม ประกันชีวติ เป็นต้น

4. มาตรการการรายงานเหตุ กระบวนการ/แนวทางการดําเนินงาน มาตรการรายงานเหตุ 1. รายงานระหวา่ งประสบ 1. กรณฉี กุ เฉิน เหตุ กรณีฉุกเฉิน (ประสบเหตซุ ึง่ หน้าหรอื กรณเี ป็นขา่ ว) - รายงานตน้ สงั กัดทราบทนั ที 2. รายงานหลังประสบเหตุ - ติดตามผลจากเหตุทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา่ งใกลช้ ิดและรายงานเปน็ ระยะ 2. กรณไี ม่ฉกุ เฉิน - รายงานผู้บังคบั บัญชาตามลำดบั - บันทึกขอ้ มลู ในแบบรายงานที่สถานศึกษากำหนด - รายงานผลการดำเนนิ การ - รายงานผลการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทเ่ี ก่ียวข้อง 3. การตดิ ตามและ รายงานการติดตามและประเมนิ ผลมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาพรอ้ ม ประเมินผลมาตรการ ทงั้ จดั เกบ็ ข้อมูลอยา่ งเปน็ ระบบ ความปลอดภัยใน สถานศกึ ษา

มาตรการรกั ษาความปลอดภยั การดูแลชว่ ยเหลอื และคุ้มครองนักเรยี น โรงเรยี นวดั นาวง สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต 1 สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคม ทำให้คนไทยในยคุ ปัจจุบันเผชิญกบั ภาวะความเสี่ยงกับ ภัยต่าง ๆรอบตัว จึงเกิดการต่ืนตัวและสนใจในการค้นหาข้อมูลข่าวสาร เพื่อพัฒนาตนเองและคนรอบข้าง การ นำเสนอ ข่าวเด็กและเยาวชน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาท่ีประสบภัยและได้รับผลกระทบ จึงได้รับความ สนใจจากสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงการนำเสนอข่าวท่ีมีความรุนแรง บิดเบือนข้อเท็จจริงของสื่อ ส่งผลต่อ ความปลอดภัยของนักเรยี นในโรงเรยี น ซึ่งเป็นเร่ืองที่สำคัญอย่างย่ิงท่ีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาต้อง คอยระมดั ระวัง ปอ้ งกนั เฝ้าระวังการให้ขอ้ มลู ขา่ วสารทถ่ี กู ต้อง เพอ่ื ให้นกั เรยี นมคี วามปลอดภยั สงู สุด โรงเรียนวัดนาวง ตระหนักในการสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญ เพ่ือให้นักเรียนมี ความสุขและมีชีวิตที่ปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของ สังคม และสภาพแวดล้อม รู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน รู้จกั หลีกเล่ียง พฤตกิ รรม ไม่พงึ ประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่ รู้จกั ปอ้ งกันตนเองในสภาวะคบั ขัน และจัดการกับชีวิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการเฝ้าระวังภัยในสถานศึกษา ด้วย 4 มาตรการคือ มาตรการการปอ้ งกันและเฝา้ ระวงั มาตรการการเผชิญเหตแุ ละลดความรนุ แรงของขา่ ว มาตรการการช่วยเหลือ เยยี วยาบำรงุ ขวัญ มาตรการการรายงานการเกิดเหตุ ท้ังน้ี เพื่อให้โรงเรียนสามารถขับเคล่ือนงาน ติดตามเฝ้าระวังภัย และการให้ข้อมูลข่าวสารนักเรียนทุกคน ได้รับการปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยนักเรียนจะได้รับการดูแลอย่างท่ัวถึง และ สามารถอย่ใู นสงั คมอย่างปลอดภัยและมคี วามสุข 1) เป้าประสงค์ (1) เพอ่ื ใหม้ ีรูปแบบแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนด้านอุบตั ิเหตุ ด้านอบุ ตั ิภัย และดา้ น ปัญหาทางสังคม โดยอาศัยแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ภายใต้หลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม และยึดประโยชน์ สูงสดุ ของนักเรียนเป็นสำคัญ (2) เพ่ือสร้างความเข้มแข็งระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ให้มีความพร้อม สามารถ ป้องกัน และ แก้ไขสถานการณ์ปัญหาของนักเรียน ท้ังด้านอุบัติเหตุ อุบัติภัย และปัญหาทางสังคมที่จะเกิดขึ้นกับ นักเรยี นอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ (3) เพ่ือให้นักเรียนทุกคนได้รับการปกป้อง และคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โดย นักเรียนจะไดร้ ับการดูแลอย่างใกล้ชดิ และสามารถอยู่ในสังคมได้อยา่ งปลอดภัยและมีความสุข (4) เพ่ือสร้างความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ผู้ที่รบั ผิดชอบ และผ้ทู ีม่ สี ว่ นเกีย่ วข้องกบั การรกั ษาความปลอดภยั ในโรงเรยี น 2) เปา้ หมาย (1) นกั เรียนทกุ คนในโรงเรียนไดร้ ับการคุม้ ครองดูแลความปลอดภยั (2) ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ผู้ปกครองนักเรยี นมแี นวทางในการ ปอ้ งกนั และรกั ษาความปลอดภัยนกั เรยี น (3) เครือข่ายหน่วยงานภาครฐั และเอกชน มีสว่ นรว่ มในการดูแลความปลอดภยั ใหแ้ ก่นักเรยี น 3) ยุทธศาสตร์

(1) โรงเรยี นจัดระบบการรกั ษาความปลอดภยั ของนักเรยี น โดยการมีสว่ นรว่ มของ ครู ผู้ปกครอง และ เครอื ขา่ ยทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างมีประสทิ ธิภาพ (2) มาตรการรักษาความปลอดภัยของนักเรียน การเฝ้าระวังภัยในสถานศึกษา และการให้ข้อมูล ข่าวสาร มาตรการที่ 1 การเฝา้ ระวังภัยปอ้ งกนั การเกดิ เหตใุ นสถานศึกษา มาตรการท่ี 2 การเผชิญเหตุ และการลดความรนุ แรงของข่าว มาตรการท่ี 3 การช่วยเหลอื เยยี วยา และฟนื้ ฟผู ทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ มาตรการที่ 4 การรายงานเหตุ (3) มีการกำกบั ติดตาม ประเมนิ ผลและรายงาน มาตรการการเฝา้ ระวงั ภยั ปอ้ งกนั การเกดิ เหตุ การรายงานขอ้ มลู ขา่ วสารและแกไ้ ขชว่ ยเหลอื เมอ่ื เกดิ เหตุความไมป่ ลอดภยั ในสถานศึกษา มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันภัยในสถานศึกษา เป็นโรงเรียนปลอดภัย (Safety School) ดำเนินการ ขับเคล่ือนการเฝ้าระวังภัยในสถานศึกษา ด้วย 4 มาตรการคือ มาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดเหตุใน สถานศึกษา มาตรการการเผชิญเหตุและลดความรุนแรงของข่าว มาตรการการช่วยเหลือ เยียวยาบำรุงขวัญ และ มาตรการการรายงานการเกิดเหตุน้ัน การติดตามสถานการณ์จากส่ือมวลชนทุกแขนง โดยเฉพาะการเกิดเหตุ รุนแรง เหตุฉุกเฉิน เร่งด่วนท่ีสำคัญ หรือน่าสนใจเป็นพิเศษ พร้อมท้ังรวบรวมข่าวสารของโรงเรียนในเขตพื้นท่ี ที่กระทบต่อความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจของนักเรียนมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพ่ือกลั่นกรองข้อมูลท่ี เปน็ ข้อเทจ็ จรงิ และสามารถจัดการนำเสนอและให้ขา่ วผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ใหเ้ ข้าถึงกลุม่ เปา้ หมายทั้งหน่วยงานตน้ สังกัด และประชาชน รวมทง้ั ประสาน และเสนอแนะการปฏบิ ัติงานด้านข่าว กับหน่วยงานดา้ นความม่ันคงและหนว่ ยงาน ท่ีเกี่ยวข้องในเรื่องของการป้องกัน และการนำเสนอข่าวเชิงบวก รวมท้ังกระบวนการช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ ผู้เรียนได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยท้ังด้านร่างกายและจิตใจ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถ อยใู่ นสังคมอย่างปลอดภยั และมคี วามสุข แนวทางการวางแผนการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียนของโรงเรียนวัดนาวง เน้นการมีส่วนร่วม ระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่าย โดยร่วมกันวางแผนป้องกัน แก้ไข ควบคุม กำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการและกิจกรรมเพื่อให้รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติ ค้มุ ครองเด็ก พ.ศ.2546 พรอ้ มทงั้ นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ดังน้ี ข้นั ตอน ภารกิจ 1. ศกึ ษาสภาพทัว่ ไป ศกึ ษาสภาพทัว่ ไปของโรงเรยี น ชุมชน ความเข้มแข็งของเครอื ขา่ ยเพื่อวิเคราะห์ 2. กำหนดมาตรการหลกั ความเสย่ี งจากการเกดิ อุบตั เิ หตุ อุบตั ภิ ัย และภัยจากสภาพแวดลอ้ ม 3. กำหนดมาตรการเสริม กำหนดมาตรการหลกั เพือ่ ป้องกัน และ/หรือ แก้ไข กำหนดมาตรการเสรมิ ใหเ้ หมาะสมกับความเชอื่ วัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่น และสภาพความเส่ยี งของท้องถ่ิน

ข้ันตอน ภารกิจ 4. กำหนดกิจกรรม กำหนดกจิ กรรมสนบั สนุนมาตรการหลักและมาตรการเสริม 5. กำหนดเวลาและ กำหนดเวลาและผ้รู ับผิดชอบอยา่ งชดั เจน และสามารถปฏิบัตไิ ด้ ผูร้ ับผดิ ชอบ การขบั เคลอื่ นงานเฝา้ ระวงั ภยั ปอ้ งกนั การเกดิ เหตุ การรายงานขอ้ มลู ขา่ วสาร และแกไ้ ขชว่ ยเหลอื เมอ่ื เกดิ เหตุความไมป่ ลอดภยั ในสถานศึกษา การติดตามเฝ้าระวังภัยในสถานศึกษา หมายถึง การกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุ ภัยบุคคล และสาธารณภัย รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสาร เพ่ือไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของภัยที่คุกคามเป็นอันตราย กอ่ ให้เกิดความไมป่ ลอดภยั ต่อชวี ิตของนักเรียน และครูบุคลากรทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง การให้ข้อมูลข่าวสาร หมายถึง การให้โอกาสในการรับรู้ส่ิงท่ีสื่อความหมายให้รู้เร่ืองราวข้อเท็จจรงิ ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อ ความหมายน้ัน จะทำโดยสภาพของสิ่งน้ันเอง หรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้ จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนท่ี ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือ เสยี ง การบนั ทึกโดยเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ หรอื วธิ อี ่นื ใดท่ีทำใหส้ ง่ิ บันทกึ ไวป้ รากฏได้ 1. มีแผนการเฝา้ ระวงั ภยั ปอ้ งกนั การเกดิ เหตใุ นสถานศกึ ษาอยา่ งเปน็ ระบบ แนวทางการดำเนนิ งาน 1) แตง่ ตั้งคณะกรรมการเฝา้ ระวงั ภยั และการให้ข้อมูลข่าวสาร 2) พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศกลาง เพ่ือการบริหารจัดการเฝ้าระวังภัยและการรายงาน ข่าวสาร ให้ ถูกต้องรวดเร็ว ฉับไวและทันสมัย พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศกลาง เพื่อการบรหิ ารจัดการเฝ้าระวังภัยและ การรายงานข่าวสารใหถ้ กู ต้องรวดเรว็ ฉบั ไวและทันสมัย “ศนู ยเ์ ฝา้ ระวงั ภัยและการให้ข้อมลู ข่าวสารโรงเรยี น” 3) จัดทำแผนการเฝ้าระวังภัย ป้องกันการเกิดเหตุ การรายงานข้อมูลข่าวสาร แผนการเตรียมความพร้อม แกไ้ ขชว่ ยเหลอื เมือ่ เกิดเหตุความไม่ปลอดภยั ในสถานศึกษา 4) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ท่ีเก่ียวข้องกับการเฝ้าระวังภัยในสถานศึกษาอย่างมี ประสิทธภิ าพ 2. พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในการเฝ้าระวังภัยป้องกันการเกิดเหตุ ในสถานศึกษาและการ รายงานขา่ วสาร แนวทางการดำเนนิ งาน 1) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้านการเฝ้าระวังภัย การแจ้งรายงานข้อมูล ข่าวสาร ที่เป็น จริงให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้ประสานงาน และสามารถส่อื สารสร้างความเข้าใจให้กับสาธารชน และ สอ่ื มวลชนไดอ้ ยา่ งถูกต้อง แม่นยำ 2) พัฒนาครู และบุคลากรด้านการศึกษาในการเฝ้าระวังภัย ป้องกันการเกิดเหตุ และการรายงานข่าวสาร รวมท้ังวางแผนปฏิบัติการจัดกิจกรรมลดความเส่ียง และการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนโดย ปฏบิ ตั ิงานร่วมกับภาคส่วนทเี่ กี่ยวชอ้ ง 3) สรา้ งเครือข่ายในการเฝา้ ระวงั และแจ้งเหตุ 4) สง่ เสริมสนับสนุนให้มีการจัดทำแผนการเฝา้ ระวังข้อมูลข่าวสาร

3. การปอ้ งกนั การเกิดเหตุสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา แนวทางการดำเนนิ งาน 1) ประเมินการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภยั ในสถานศึกษา 1.1) ศกึ ษาแนวทางการป้องกนั การเกดิ เหตใุ นสถานศึกษา 1.2) แต่งต้ังคณะกรรมการประเมนิ ความเสี่ยงการประสบภยั ด้านอบุ ัตเิ หตุ ภยั บคุ คล และ สาธารณภยั 1.3) การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงาน ระดับความเสี่ยง ความเป็นไปได้ในการเกิดความ ไม่ปลอดภัยใน สถานศกึ ษา และผลกระทบของภัยแตล่ ะประเภท 1.4) จดั ทำมาตรการการปอ้ งกนั เหตุตามผลการประเมินความเส่ียง 1.5) จัดทำแผนงาน/โครงการเพอ่ื ดำเนนิ การลดความเสย่ี งการเกิดเหตใุ นแต่ละมาตรการ 4. การมีสว่ นรว่ มและประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งสถานศกึ ษา ผปู้ กครอง ชมุ ชนและภาคีเครือข่าย แนวทางการดำเนินงาน 1) จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัย ป้องกันการเกิดเหตุ และการรายงานข้อมูลข่าวสารโรงเรียน เตรียมพร้อมป้องกัน และสามารถป้องกัน แก้ไขสถานการณ์ปัญหาของนักเรียน ทั้งด้านอุบัติเหตุ ภัยบุคคล และสาธารณภัย ท่ีจะเกิด ขนึ้ กับนักเรียน 2) แต่งต้ังคณะกรรมการดำเนนิ งานประจำศูนย์ฯ ประกอบด้วย ผ้อู ำนวยการสถานศึกษาเป็นประธาน ผทู้ ่ีได้รับ มอบหมาย เป็นรองประธาน ผู้แทนครู ผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ผูแ้ ทนผู้ปกครอง ผแู้ ทน ชุมชน และครูทป่ี รึกษาที่รบั ผิดชอบงานระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนโรงเรียนเปน็ เลขานุการ มีหนา้ ที่ 2.1). ให้ความเห็นชอบแผนการเฝ้าระวังภัย ปอ้ งกันการเกิดเหตแุ ละการให้ข้อมลู ขา่ วสารในสถานศึกษา 2.2) กำหนดมาตรการการติดตามเฝ้าระวังป้องกันภัยและการให้ข้อมูลข่าวสารในสถานศึกษาตามความ เหมาะสม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ ระดับความรนุ แรงของเหตทุ ่ีเกดิ ข้ึน 2.3) ดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางท่ีกำหนด 2.4) กำหนดแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการในการชว่ ยเหลือ เยยี วยาผู้ได้รบั ผลกระทบตามความเหมาะสม 3) แต่งต้ังเครือข่ายเฝ้าระวังปัจจัยเส่ียงในสถานศึกษา เช่น เครือข่ายนักเรียนแกนนำ เครือข่าย ผู้ปกครอง เครือขา่ ยผ้นู ำชมุ ชน เป็นตน้ เพอ่ื ขบั เคลื่อนการเฝา้ ระวังภัยตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศกึ ษา 4) กำกับ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลและรายงานผล รายงานการดำเนนิ การตามมาตรการที่ 1 การเฝา้ ระวงั ภยั ปอ้ งกนั การเกดิ เหตใุ นสถานศกึ ษา สำรวจ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขอบุ ตั เิ หตุ อบุ ตั ภิ ยั และปญั หาทางสงั คม รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 1. ภยั อุบัติเหตุ ดา้ นสง่ิ แวดล้อมทางกายภาพโรงเรียน 1. ผู้บริหารโรงเรยี น 2. ครปู ระจำช้ัน 1.๑ อบุ ัติเหตุจาก ๑. ตรวจสอบระบบไฟฟา้ สายไฟโครงสรา้ งและ 3. นกั การภารโรง 4. ผปู้ กครอง อาคารเรยี นอาคาร สว่ นประกอบอาคารเดอื นละ ๑ คร้ัง/ตามความ 5. ชุมชน ประกอบ จําเปน็ ๒. แต่งต้ังผู้รับผิดชอบดแู ลในการดูแลรักษาอาคาร สถานที่ ๓. ปฐมนเิ ทศนกั เรียนใหมเ่ กยี่ วกับอาคารสถานท่ี ๔. ชแี้ จงให้ความรู้การดูแลรกั ษาเฝา้ ระวังความ

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 1.๒ อุบัตเิ หตจุ าก ปลอดภยั ของอาคารเรยี นอาคารประกอบ บริเวณภายใน สถานศึกษา ๕. จัดทำปา้ ยและแผนผังข้อควรระวังด้านความ 1.๓ อุบตั ิเหตจุ าก ปลอดภัยในจดุ อนั ตรายทุกชน้ั เรยี นและแผนผัง สภาพแวดล้อม ภายนอกของ ๖. จัดให้มแี ผนซกั ซ้อมการป้องกนั และซักซ้อมการ สถานศึกษา เคลื่อนย้าย กรณเี กดิ เหตุฉกุ เฉินอยา่ งน้อยภาคเรยี น ละ ๑ ครง้ั ๗. แตง่ ตั้งเวรยามรักษาความปลอดภยั ใน สถานศึกษา ๑. มีนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นลาย ๑. ผูบ้ รหิ ารโรงเรียน ลกั ษณ์อกั ษร และมีประกาศนโยบายให้เห็นไดช้ ัดเจน ๒. ครูเวรประจำวนั ๒. มแี ผนงานและงบประมาณดำเนนิ การดา้ นความ ๓. ครอู นามัยโรงเรียน ปลอดภัยในสถานศึกษาทช่ี ดั เจน ๔. นักการภารโรง ๓. อบรมหรอื สาธิตหรอื จดั กิจกรรมให้ความรู้ ๕. เจ้าหนา้ ที่ เกีย่ วกับการปฐมพยาบาลเบื้องตน้ แกบ่ ุคลากร โรงพยาบาลส่งเสรมิ ๔. แต่งตงั้ ครูเวรประจำวันคอยควบคุม กำกบั สุขภาพ ติดตามดแู ลการรักษา ๖. นกั เรยี น ความปลอดภัยตลอดท้ังวัน ๗. ผู้ปกครอง ๕. จัดใหม้ ผี รู้ ับผดิ ชอบปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ และ นาํ ส่งสถานพยาบาล ๖. กำหนดควบคุมดแู ลการจัดกจิ กรรมท่ีเกย่ี วข้องกบั การปนี ป่ายในทส่ี งู /บ่อนำ้ /อย่างเขม้ งวด ๗. ดูแลตัดแต่งก่ิงไม้ให้อยูใ่ นสภาพทป่ี ลอดภยั และ บํารุงดูแลรกั ษาความสะอาดโดยรอบสถานศึกษา สมำ่ เสมอ ๘. จัดให้ปา้ ยคาํ เตือนเพอื่ หลีกเลย่ี งการเกิดอบุ ัตเิ หตุ ๙. ให้ความรแู้ ละแนวทางปฏิบตั ิแกน่ กั เรยี นในกรณที ี่ พบวัตถุสงิ่ แปลกปลอมซึง่ อาจเปน็ วตั ถรุ ะเบิดหรือ วัตถุอันตราย ๑๐. ติดต้งั ไฟฟ้าส่องสว่างรอบบริเวณสถานศกึ ษา และจุดเสย่ี ง ๑๑. จดั ให้มรี ะบบการขออนุญาตออกนอก สถานศกึ ษา ๑๒. จดั ให้มีถังขยะแยกประเภทเพือ่ สะดวกในการ จดั เก็บและทำลาย ๑. สาํ รวจสภาพปัญหาด้านส่ิงแวดลอ้ ม มลภาวะใน ๑. ผู้บริหารโรงเรียน สถานศึกษาและชุมชนเพ่อื หาแนวทางแก้ไข ๒. ครู ๒. แตง่ ตง้ั คณะกรรมการโดยใชช้ ุมชนและองค์กร ๓. นกั เรยี น ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมสี ่วนรว่ มในการหาแนวทาง

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข ผรู้ บั ผดิ ชอบ ๔. ผปู้ กครอง 1.๔ อุบตั ิเหตุจากเคร่ืองมือ ป้องกันและแกไ่ ข ๕. ชุมชน เครือ่ งใช้ เคร่ืองเล่นสนาม ๓. ประสานงานกับหนว่ ยงานอ่ืน อุปกรณ์ตา่ งๆ เช่น เครื่องทำน้ำ ๔. จัดกิจกรรมสร้างจติ สํานกึ และความตระหนกั ต่อ ๑. ผบู้ ริหารโรงเรียน เย็น พดั ลม โทรทศั นฯ์ ลฯ ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มให้กับนกั เรียนบคุ ลากรใน ๒. ครู สถานศกึ ษาและชมุ ชน ๓. นักการภารโรง 1.๕ อุบัตเิ หตุจากการเดินทาง ๔. นกั เรยี น ไป-กลบั ระหว่างบ้านและ ๑. ตรวจสอบทดสอบเครอ่ื งมือ เคร่ืองใชเ้ คร่ืองเลน่ ๕. ผู้ปกครอง สถานศึกษา สนามและอปุ กรณ์ตา่ ง ๆให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่ ๖. ชุมชน เสมอ ๒. หา้ มใชเ้ ครอ่ื งมือ เครื่องใช้ เครอ่ื งเลน่ สนามและ ๑. ผูบ้ ริหารโรงเรียน อุปกรณ์ต่างๆท่ีชาํ รดุ ๒. ครู ๓. แนะนํา สาธติ และควบคุมการใชอ้ ย่างถูกวธิ ีตาม ๓. นักการภารโรง ประเภทของอุปกรณเ์ ครือ่ งมือ เครือ่ งใช้ เครอ่ื งเลน่ ๔. นกั เรยี น สนาม ๕. ผู้ปกครอง ๔. จัดเก็บเคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ อปุ กรณ์ทกุ ครง้ั หลังใช้ ๖. ชมุ ชน ๕. กำกบั ดแู ลนกั เรยี นในการใชเ้ ครอ่ื งมือ เครื่องใช้ เครอื่ งเล่นสนาม อุปกรณ์ได้อยา่ งปลอดภัย ๑. สถานศกึ ษา ผู้ปกครอง และชมุ ชน รว่ มมือกนั กำหนด มาตรการรับ-สง่ นกั เรียนตอนเช้าและเลิก เรียน ๒. กำกับดูแลนักเรียนท่ีใชจ้ ักรยาน จกั รยานยนต์ให้ ชิดทางซ้าย และเป็นแถวให้ปฏบิ ตั ิตามกฎจราจร อย่างเคร่งครดั ๓. จัดครูเวรประจำวนั ตรวจเชค็ นักเรียนท่ีมี ผปู้ กครองมารบั ๔. แนะนาํ การเดินแถวกลบั บ้านและให้พ่ดี แู ลน้อง ๕. ทำกิจกรรมเกีย่ วกบั การฝกึ ปฏบิ ัติตามกฎจราจร ๖. จัดครูเวรและนกั เรียนคอยรบั -ส่งนักเรียนท่ปี ระตู เขา้ ออก 1.๖ อบุ ัตเิ หตจุ ากการพา ๑. ศึกษาและปฏบิ ัตติ ามระเบียกระทรวงศึกษาธกิ าร ๑. ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น นักเรยี นไปนอกสถานศึกษา วา่ ด้วยการพานักเรยี นไปศึกษานอกสถานศึกษาโดย ๒. ครปู ระจำชั้น และการนํานักเรียนร่วม เครง่ ครดั ๓. นักการภารโรง กิจกรรมสำคัญ ๒. เตรียมการและวางแผนการดำเนินการอย่าง ๔. ผ้ปู กครอง ชดั เจน ๕. ชุมชน ๓. จัดทำประวตั ินกั เรียนท่ีรว่ มเดนิ ทาง ๖. นักเรยี น ๔. จัดครูคอยควบคุมดูแลให้อย่ใู นระเบยี บวินัย ๕. จัดใหม้ ปี า้ ยชื่อแสดงรายละเอียดนักเรียน/ป้าย บอกชื่อขบวนรถ ๖. จดั ใหม้ เี วชภัณฑท์ จี่ ําเป็นในการปฐมพยาบาล

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 2. ดา้ นสาธารภยั เบ้อื งตน้ 2.1 อัคคภี ยั ๗. ควบคุมดแู ลการซื้ออาหารรับประทาน ๘. หากมกี ารใชพ้ าหนะรถยนต์ตอ้ งแต่งตง้ั เจ้าหนา้ ที่ 2.2 วาตภัย ตรวจสภาพรถยนต์และตรวจประวัติคนขับเพื่อความ ปลอดภยั ๙. หลีกเล่ยี งกิจกรรมที่มีความเส่ียงตอ่ การเกิด อันตราย ๑๐. จดั ระบบดูแลความปลอดภยั อยา่ งใกล้ชดิ ๑๑. ใหค้ วามรนู้ กั เรยี นในการร่วมกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยทกุ คร้ัง ๑๒. ตรวจดูความเหมาะสมของสถานที่เพื่อความ ปลอดภยั ๑๓. ประสานงานเจ้าหนา้ ทด่ี ้านการรักษาความ ปลอดภัยทางถนน 1. แตง่ ตัง้ กรรมการรับผิดชอบตรวจสอบอปุ กรณ์ ๑. ผู้บริหารโรงเรยี น อยา่ งสม่ำเสมอ ๒. ครูประจำชนั้ 2. จดั การเรียนการสอนบรู ณาการเนอื้ หา “เม่ือเกิด ๓. นกั การภารโรง เหตอุ ัคคีภยั ในโรงเรยี น” ในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๔. ผู้ปกครอง และสงั คมศกึ ษา ๔. ชุมชน 3. จัดให้มีเจา้ หนา้ ทีอ่ ยเู่ วรรกั ษาสถานท่ีราชการ ๖. เจา้ หนา้ ทต่ี ำรวจ อยา่ งเคร่งครดั ๗. นกั เรยี น 4. วางแผนรบั สถานการณ์ไว้ลว่ งหน้า 5. จัดแหลง่ ข้อมลู ทสี่ ามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ ไว้ล่วงหน้า 6. ขจัดสง่ิ รกรงุ รงั ในบรเิ วณสถานศึกษา อาคารและ ห้องตา่ งๆ 7. จัดทำแผนซ้อมหนภี ัยฉกุ เฉิน และฝึกซ้อมแผนหนี ไฟไหม้ อย่างนอ้ ยปีละ 1 ครัง้ จากวิทยากรภายนอก 8. รายงานตน้ สังกัดทนั ที 1. จัดทำแผนอบรมสร้างความรู้ ครู บุคลากรและ 1. ผบู้ รหิ ารโรงเรียน นักเรียนในกรณีเกิดเหตุการณ์วาตภัยรุนแรง การ 2. ครปู ระจำชนั้ ปฏิบัติตนให้พ้นจากอันตราย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 3. นกั การภารโรง โดยวิทยากรภายนอก 4. ผ้ปู กครอง 2. จัดการเรียนการสอนบูรณาการเนื้อหา “เม่ือเกิด 5. ชมุ ชน เห ตุ การณ์ วาตภั ยใน โรงเรียน ” ใน รายวิช า 6. นักเรียน วิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา 3. จดั ใหม้ ีการอยู่เวรรักษาสถานทร่ี าชการ

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 2.3 อุทกภยั 4. ตรวจสอบสภาพอาคารต่างๆอยา่ งสม่ำเสมอ 2.4 ธรณีพบิ ัติภัย 5. ตัดแตง่ กง่ิ ไม้ทอี่ ยู่ใกล้อาคาร 6. ตดิ ตามข่าวพยากรณ์อากาศสม่ำเสมอ 7. จัดให้มีเวชภัณฑ์ท่ีจำเป็นในการปฐมพยาบาล เบอ้ื งต้น 8. จัดให้มีเครือข่ายองค์กรภาครัฐเอกชนเพ่ือ สามารถตดิ ตอ่ ขอความชว่ ยเหลือทันที 1. ใหค้ วามรใู้ นการปฏิบัติตนแก่นกั เรียนให้พ้นจาก 1. ผู้บรหิ ารโรงเรียน อนั ตราย 2. ครปู ระจำชั้น 2.จัดใหม้ ีการอยู่เวรรกั ษาสถานท่ีราชการ 3. นักการภารโรง 3.ตรวจสอบสภาพอาคารตา่ งๆอย่างสม่ำเสมอ 4. ผปู้ กครอง 4. ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศสม่ำเสมอ 5. ชมุ ชน 5.จัดให้มีเวชภณั ฑ์ที่จำเปน็ ในการปฐมพยาบาล 6. นกั เรียน เบอื้ งตน้ 6. จดั ใหม้ ีเครือขา่ ยองคก์ รภาครัฐ/เอกชน และจัดทำ ฐานข้อมลู เบอรโ์ ทรศพั ท์ เพ่ือสามารถติดต่อขอ ความชว่ ยเหลือทันที 7. จัดใหม้ รี ะบบปอ้ งกนั ความเสี่ยงจากระบบ เทคโนโลยี สารสนเทศ (Server) เชน่ เครื่องสำรอง ไฟเพ่ือการใช้งานท้ังโรงเรียน 1.จดั อบรมความร้กู รณีเหตุการณแ์ ผ่นดินไหว/ การ 1. ผู้บริหารโรงเรยี น ปฏิบัตติ นให้พ้นจากอันตรายแก่ครู บุคลากร และ 2. ครูประจำชั้น นกั เรียน อย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง 3. นกั การภารโรง 2. จัดให้มกี ารอยเู่ วรรักษาสถานท่ีราชการ 4. ผู้ปกครอง 3. ตรวจสอบสภาพอาคารตา่ งๆอย่างสม่ำเสมอ 5. ชมุ ชน 4. ตดั แต่งกง่ิ ไม้ที่อยใู่ กล้อาคาร 6. นกั เรยี น 5. ติดตามขา่ วพยากรณ์อากาศสมำ่ เสมอ 6. จัดใหม้ ีเวชภณั ฑท์ จ่ี ำเป็นในการปฐมพยาบาล เบ้อื งตน้ 7. จดั ให้มีเครือขา่ ยองคก์ รภาครฐั /เอกชน และจัดทำ ฐานขอ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ เพ่ือสามารถติดตอ่ ขอ ความชว่ ยเหลอื ทันที 8. จดั ให้มีระบบปอ้ งกนั ความเสีย่ งจากระบบ เทคโนโลยี สารสนเทศ (Server) เชน่ เครือ่ งสำรอง ไฟเพอื่ การใชง้ านท้ังโรงเรียน 9. จดั ทำแผนซอ้ มแผน่ ดนิ ไหว อย่างน้อยปลี ะ 1 ครง้ั โดยวิทยากรภายนอก

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 1. ผูบ้ ริหารโรงเรยี น 2.5 ดา้ นสัตว์มพี ิษ 1. จดั สภาพแวดลอ้ มใหส้ ะอาดรม่ รืน่ ตัดแตง่ กิ่งไม้ 2. ครปู ระจำช้ัน 3. นักการภารโรง กำจดั แหลง่ ท่ีอยอู่ าศัยของสตั วม์ พี ษิ เพ่อื ใหม้ คี วาม 4. ผู้ปกครอง 5. ชมุ ชน ปลอดภัยแกน่ กั เรยี น 6. นักเรยี น 2. ให้ความร้แู กค่ รบู ุคลากร และนกั เรยี นเกี่ยวกบั ๑. ผ้บู รหิ ารโรงเรียน ๒. ครูประจำชนั้ สตั วม์ ีพษิ ตลอดจน วิธีการป้องกนั และปฐมพยาบาล ๓. นกั เรียน ๔. ผู้ปกครอง เบือ้ งตน้ กรณไี ด้รับพิษ 3. จดั ทำปา้ ยเตือนภยั จากสตั วม์ ีพษิ ในบรเิ วณทเ่ี ปน็ จุดเสยี่ ง เชน่ บริเวณ รวั้ สถานศกึ ษา ต้นไมใ้ หญ่ ซ่ึง มักจะเป็นท่ีอยู่อาศยั ของสตั วม์ พี ิษ เบื้องตน้ 4. ประสานความรว่ มมอื กบั หน่วยงานที่เกีย่ วข้องใน การกำจดั แหล่งเพาะพนั ธ์สุ ตั ว์ เช่น กำจัดแหลง่ เพาะพันธุ์ยงุ 5. จดั เตรียมอุปกรณ์และเวชภณั ฑ์ในการปฐม พยาบาล กรณีทีไ่ ดร้ ับพษิ จากสตั ว์มีพิษ 6. จัดทำแผนฉกุ เฉนิ และการฝึกซอ้ ม โดยความ ร่วมมือกับหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้อง 3. ภยั บคุ คล ดา้ นการดำเนนิ ชวี ติ 3.1 ครกู บั นักเรยี น 1. โรงเรยี นกำหนด กฎ ระเบยี บ ทีม่ าจาก ขอ้ เสนอแนะและการมสี ว่ นร่วมของนักเรียน เพ่ือให้ นักเรยี นถือปฏบิ ัตไิ ดโ้ ดยไม่ขดั ต่อหลักสิทธเิ สรีภาพ ของบุคคลโดยจัดพิมพ์เผยแพร่ประขาสมั พนั ธ์ เพือ่ ใหค้ รแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาผปู้ กครองได้ ทราบ ๒. จดั ใหม้ กี ารประชมุ ผู้ปกครองนักเรียนปีการศึกษา ละ ๒ ครง้ั (ภาคเรยี นละ๑ ครั้ง) เพ่ือทำความเขา้ ใจ และหารือขอ้ ตกลงรว่ มกันเกีย่ วกับการคุ้มครองดแู ล ชว่ ยเหลอื นกั เรียนและแจง้ ระเบียบ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการลงโทษนักเรียน ๓. ผู้บรหิ ารสถานศึกษากำกบั ติดตามไม่ให้ ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาลงโทษ นกั เรียนด้วยวิธีความรุนแรงหรอื แบบกลั่นแกลง้ ความโกรธหรือความพยาบาท โดยคำนึงถึงอายขุ อง นกั เรยี นและความรา้ ยแรงของพฤติการณ์ ประกอบการลงโทษด้วยเพื่อท่จี ะแกน้ ิสัยความ ประพฤติที่ไม่ดขี องนักเรียน ในกรณีที่ขา้ ราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ลงโทษนักเรยี นท่ี ประพฤตผิ ดิ กฎ ระเบียบ กฎหมายตอ้ งทำหนงั สือ แจ้งผู้บงั คับบญั ชาทราบพร้อมระบเุ หตุและการ

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 3.๒. ครูกับบคุ คลอ่นื ลงโทษการกระทำความผดิ โดยให้ถอื ปฏบิ ตั ิตาม ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วย การลงโทษ นกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ซ่งึ มีการลงโทษ ผู้กระทำความผดิ ๔ สถาน ดังนี้ (๑) วา่ กลา่ วตกั เตือน : ใช้ในกรณีท่ีนักเรยี นทำ ความผิดไมร่ า้ ยแรง (๒) การทำทัณฑบ์ น : ใชใ้ นกรณีทนี่ ักเรยี น ประพฤตติ นไม่เหมาะสมกับสภาพนกั เรียนตาม กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยความประพฤติ นกั เรยี น นักศกึ ษา ในกรณที ำใหเ้ สยี ชื่อเสียงและเกยี รติศกั ด์ิ ของสถานศกึ ษาหรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือไดร้ ับโทษวา่ กล่าวตักเตือนแล้วแต่ยังไม่เข็ด หลาบ การทำทัณฑบ์ นเปน็ หนังสอื และเชิญบดิ า มารดาหรอื ผปู้ กครองมารับทราบความผดิ และ รบั รองการทำทัณฑบ์ นไวด้ ้วย (๓) การตดั คะแนนความประพฤติ : ให้เปน็ ไป ตามระเบียบวา่ ดว้ ย การตัดคะแนนความประพฤติ นักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบนั ทึกเปน็ ข้อมลู หลกั ฐาน (๔) ทำกจิ กรรมเพ่ือให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ใช้ ในกรณที ี่ นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดท่ีสม ความปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรมการจดั กิจกรรมให้เปน็ ไป ตามแนวทางกระทรวงกำหนด ๑. จัดให้มกี ารประชมุ ผปู้ กครองนักเรยี นปีการศึกษา ๑. ผ้บู ริหารโรงเรียน ละ ๒ ครงั้ (ภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั ) โดยใหผ้ บู้ ริหาร ๒. ครปู ระจำชั้น และครูท่ปี รึกษาได้พบกับผู้ปกครองเพ่อื แจ้ง ๓. นักเรียน พฤติกรรมของนกั เรยี นให้ผู้ปกครองรบั ทราบ ๔. ผู้ปกครอง แลกเปล่ียนความคิดเห็นและทำความเข้าใจรวมทงั้ หารือแนวทางแก้ไขปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมของ นักเรยี น ๒. จัดใหค้ รทู ่ปี รึกษาไดม้ ีการเยี่ยมบา้ นนกั เรียนอย่าง นอ้ ยปีละ ๑ คร้งั ๓. เมอ่ื ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ ลงโทษ นักเรยี นท่ีประพฤติผดิ กฎระเบียบ กฎหมาย ต้องแจ้งใหผ้ ้ปู กครองรับทราบพร้อมระบุเหตแุ ละการ ลงโทษการกระทำความผิด โดยใหถ้ อื ปฏบิ ัติตาม ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวา่ ด้วยการลงโทษ นกั เรียนและนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ซง่ึ มกี ารลงโทษ

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 3.๓. ครูกบั ครู ผู้กระทำความผดิ ๔ สถาน ดังนี้ 3.4 สารเสพติด (1) ว่ากล่าวตกั เดือน : ใช้ในกรณีท่ีนักเรียนทำ ความผิดไม่ร้ายแรง (๒) การทำทณั ฑ์ ใชใ้ นกรณีทน่ี ักเรียนประพฤติ ตนไม่เหมาะสมกับสภาพนกั เรียนตามกฎกระทรวงวา่ ด้วยความประพฤตินักเรยี น นักศกึ ษาในกรณีทำให้ เสียช่ือเสยี งและเกยี รติศักดิข์ องสถานศึกษาหรอื ฝา่ ฝนื ระเบยี บของสถานศกึ ษาหรอื ไดร้ บั โทษว่ากลา่ ว ตักเตือนแลว้ แต่ยงั ไมเ่ ขด็ หลาบ การทำทัณฑ์บนเปน็ หนงั สือและเชญิ บิดา มารดาหรอื ผู้ปกครองมา รบั ทราบ ความผดิ และรบั รองการทำทัณฑ์บนไว้ดว้ ย (๓) การตดั คะแนนความประพฤติ : ใหเ้ ปน็ ไป ตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤติ นกั เรยี นและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบนั ทกึ เป็นข้อมลู หลักฐาน (๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ใช้ ในกรณี ที่ นักเรียน กระท ำความผิดท่ี สามารถ ปรับเปล่ียนพฤติกรรมการจัดกิจกรรมให้เป็นไปตาม แนวทางท่ีกระทรวงกำหนด ๑. ส่งเสริมใหค้ รเู ขา้ รับการอบรมมีความเข้าใจใน 1. ผู้บริหารโรงเรยี น ระเบยี บกฎหมายของขา้ ราชการ วธิ ีปฏิบัตริ าชการใน 2. ครูหัวหน้าสายชัน้ สถานศึกษา ๒. ประเมนิ สภาวะทางอารมณ์ใหก้ ับขา้ ราชการครู อย่างน้อยปีละ ๑ คร้งั ๓. จัดกิจกรรมส่งเสริมสร้างความสัมพนั ธ์อันดี ระหว่างเพื่อนครู 1. จดั กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะชวี ิต เพ่อื สร้างความ 1. ผู้บรหิ ารโรงเรยี น ตระหนักและให้นกั เรียนเหน็ คุณคา่ แหง่ ตน 2. ครปู ระจำชัน้ 2. จดั ทำระบบเครือข่ายระหว่างผู้ปกครอง ชมุ ชน 3. ผปู้ กครอง สถานศกึ ษา เพื่อการส่ือสารและสานสัมพันธ์ ร่วมมอื 4. เจ้าหน้าทต่ี ำรวจ ป้องกนั แก้ไขปัญหาเกี่ยว เกยี่ วกับพฤติกรรมนักเรยี น 5. ชุมชน 3. จัดกจิ กรรมทใี่ ห้นักเรียนแสดงออกตาม ความสามารถทถี่ ูกตอ้ ง เช่น ศิลปะ ดนตรี กฬี า เป็นตน้ 4. จดั กลุ่มเฝ้าระวงั โดยอาศยั เครอื ขา่ ยท้งั ภายในและ ภายนอกสถานศึกษา 5. จดั การอบรมเสริมสร้างคุณธรรม จรยิ ธรรมใหแ้ ก่ นกั เรยี น

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 3.5 กลัน่ แกล้งรงั แกกนั 3.6 สอื่ ลามกอนาจาร 6. ใหค้ วามรแู้ ก่นักเรียนในการเลอื กชมสื่อในด้าน ต่างๆ อย่างเหมาะสม 7. จดั บรรยากาศส่ิงแวดล้อมในสถานศกึ ษาให้ สะอาด ร่มรื่น สวยงาม เอือ้ ต่อการจัดการเรยี นรู้ 8. ใช้มาตรการระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น อย่างต่อเน่ือง และสมำ่ เสมอ 9. แต่งตงั้ ผรู้ บั ผิดชอบแก้ไขปัญหายาเสพติดใน สถานศึกษา 10. คัดกรองและตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเป็นประจำ 1. แตง่ ตง้ั คณะกรรมการเฝา้ ระวังปอ้ งปรามนักเรยี น 1. ผู้บรหิ ารโรงเรียน ทม่ี พี ฤตกิ รรมท่ีไมพ่ ึงประสงค์และสถานทจ่ี ุดเส่ยี ง 2. ครปู ระจำชน้ั 2. จัดบริการให้คำปรกึ ษาแก่นักเรยี น 3. ผ้ปู กครอง 3. ใช้ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนอย่างจรงิ จังและ 4. เจา้ หนา้ ทต่ี ำรวจ ต่อเนอ่ื ง 5. ชุมชน 5. ครทู ่ีปรกึ ษาสอดสอ่ งดูแลใกลช้ ดิ และรายงาน ตามลำดับขั้น 6. จัดกิจกรรมผูกสัมพนั ธ์ สร้างการรับรูแ้ ละความ เข้าใจการอย่รู ว่ มกันในสังคม สมาธิสร้างปัญญา โครงงานคุณธรรม จติ ตปัญญา 7. ประสานงาน ครู ผปู้ กครองเพอ่ื ให้การดูแล ชว่ ยเหลอื 1. ควบคมุ ดแู ลการนำข้อมูลข่าวสารและส่ือบันเทิง 1. ผู้บริหารโรงเรยี น ต่าง ๆ ทเี่ กยี่ วข้องกับเรอ่ื งเพศ ไม่ใหเ้ ข้ามาเผยแพร่ 2. ครูประจำชั้น ในสถานศกึ ษา 3. ผู้ปกครอง 2. จัดทำหลักสูตรบรู ณาการการสอนในเรื่อง 4. เจา้ หน้าทตี่ ำรวจ เพศศึกษา ศลี ธรรม คณุ ธรรม จริยธรรมทดี่ ี และ 5. ชมุ ชน เหมาะสมในทางสังคมให้กับนักเรียน 3. จดั กจิ กรรมและเสริมสรา้ งคา่ นยิ ม ปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรมท่ดี ีงามให้กับนกั เรียนเพ่ือการ ปรบั เปลีย่ น พฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสม 4. ประสานความร่วมมือกับเจา้ หนา้ ทแ่ี ละผูท้ ี่ เกี่ยวขอ้ งในการ ตรวจตรา ควบคุมดูแล ตามแหล่ง จำหน่ายและเผยแพร่ 5. ดำเนนิ การตรวจค้นยึดส่งิ ของและลงโทษ หากพบ นักเรียนนำสอื่ ลามกอนาจารเข้ามาสถานศึกษา ติดต่อประสานงาน ผปู้ กครอง เพ่ือหาแนวทางแก้ไข ปรับเปลย่ี นพฤติกรรม 6. มอบครปู ระจำชน้ั ติดตามและเฝ้าระวงั ภายหลงั

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 3.7 อบายมขุ ดำเนินการแก้ไขแล้ว เพ่ือเป็นการแก้ไขปัญหาใน 3.8 อินเทอรเ์ นต็ และ เกม ระยะตอ่ ไปมใิ ห้เกิดขน้ึ 1. กำหนดใหส้ ถานศึกษาโรงเรียนเปน็ เขตปลอด 1. ผบู้ ริหารโรงเรยี น อบายมุข ทกุ ประเภท 2. ครูประจำช้นั 2. จดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งความรู้และความตระหนัก 3. ผู้ปกครอง โทษภัยและปัญหาอบายมุขที่มีผลกระทบต่อการ 4. เจ้าหน้าทต่ี ำรวจ เรยี นและความเป็นอย่ขู องนักเรียน 5. ชมุ ชน 3. มอบหมายครูทป่ี รึกษา ติดตามสอดส่องดแู ล พฤติกรรมของนกั เรียนในกลุ่มทีม่ ีปัญหาและกล่มุ เส่ียง ต้องรีบ ดำเนินการปรับเปล่ียน พฤติกรรมใน เบื้องต้น 4. สำรวจแหลง่ อบายมุขหรือแหล่งมัว่ สุม โดยจดั ทำ เป็นขอ้ มลู แผนที่ต้งั เพ่ือการประสานกับครู ผรู้ ับผิดชอบ ผูป้ กครองและ เจา้ หนา้ ทตี่ ำรวจ 5. สำรวจแหลง่ อบายมขุ หรือแหลง่ มั่วสมุ โดยจดั ทำ เป็นข้อมลู แผนทีต่ ้ัง เพ่ือการประสานกับครู ผู้รบั ผิดชอบ ผ้ปู กครองและ เจา้ หน้าทตี่ ำรวจ 6. ขอความรว่ มมือจากผู้ปกครองชว่ ยกวดขันดูแล บตุ รหลาน อยา่ งใกลช้ ดิ ทงั้ การเรยี น ค่าใช้จา่ ยเงิน การใช้ โทรศพั ท์ การออกเท่ียวเตร่ หรือการทำ กิจกรรม นอกบ้าน รวมทง้ั การ ใชส้ ่อื เทคโนโลยีใน ครอบครวั ไปในทางที่ไม่เหมาะสม 7. จัดตงั้ กลุ่มเครือขา่ ยความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผปู้ กครอง ชมุ ชน ในการให้ข้อมลู ข่าวสารและ ติดตามสอดส่องดูแลป้องกัน ไมใ่ หน้ กั เรยี นไปม่วั สุม ในแหล่งอบายมุขตา่ ง ๆ 8. จดั ทำทะเบียนข้อมูลนักเรียนท่อี ยใู่ นกลุม่ เสย่ี ง 9. เชิญผู้ปกครองประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และให้ความชว่ ยเหลอื อยา่ งจริงจังร่วมกนั 10. จดั เจ้าหน้าท่ีผูร้ บั ผดิ ชอบในการออกตรวจตรา ตามแหลง่ อบายมขุ ตา่ ง ๆ โดยการประสานความ รว่ มมือกับเจ้าหนา้ ที่และหน่วยงาน ทร่ี ับผดิ ชอบ หรอื ระหวา่ งสถานศึกษาด้วยกัน 1. ให้ความรู้นกั เรียนในการเลือกบรโิ ภคข้อมูล 1. ผู้บริหารโรงเรียน ขา่ วสาร ภยั จากสื่ออนิ เทอร์เน็ต 2. ครปู ระจำชน้ั 2. จดั กิจกรรมเสริมสร้างความสนใจหรือสร้าง 3. ผู้ปกครอง แรงจูงใจ ในการใช้คอมพวิ เตอร์ อินเทอรเ์ นต็ อยา่ ง 4. เจ้าหน้าทต่ี ำรวจ สรา้ งสรรค์ 5. ชุมชน

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 3.9 พฤติกรรมชู้สาว 3. ประสานความร่วมมือ ผูป้ กครอง เครอื ข่าย 3.10 การลว่ งละเมิดทาง ผูป้ กครอง เจา้ หน้าทีท่ ่ีเกย่ี วข้องในการปอ้ งกนั ร่างกายและจิตใจ 3.11 การทำร้ายรา่ งกาย และ กวดขนั ดูแลตาม แหลง่ สถานบนั เทงิ ร้าน ฆา่ ตวั ตาย 3.12 การถกู ลอ่ ลวงและ การ อนิ เทอรเ์ นต็ รา้ นเกม เป็นตน้ ลักพา 4. ครฝู ่ายกจิ การนกั เรียนและครูท่ปี รกึ ษากำกบั ตดิ ตาม การมาเรยี น ของนักเรียนและประสานกบั ผปู้ กครองในการเดินทาง ไป – กลบั ระหวา่ งบ้าน และโรงเรียน 5. จดั ให้บรกิ ารอินเทอร์เน็ตกับนกั เรียนในชว่ งเวลาท่ี เหมาะสมตามบรบิ ทของโรงเรียน และให้ครู ควบคมุ ดูแลอยา่ งใกล้ชิด 6. ดำเนินการนำกลุ่มนักเรียนทีม่ ีพฤตกิ รรมเสยี่ งมา อบรม ใหค้ วามรู้ในเรื่องการใชอ้ นิ เทอร์เน็ต 7. จดั อาสาสมคั รนกั เรียนคอยตรวจสอบการใช้ อนิ เตอร์เน็ต/ เว็บไซตต์ า่ งๆ 8. ประสานกบั เจ้าหนา้ ทีต่ ำรวจหรอื หนว่ ยงานที่ รบั ผดิ ชอบ เพื่อติดตาม ตรวจสอบร้านอนิ เทอร์เน็ต ร้านเกมที่ใหบ้ รกิ ารนักเรียน ชว่ งเวลาเรยี น 1. จดั ทำหลักสตู รบูรณาการการสอนในเรอื่ ง 1. ผู้บรหิ ารโรงเรียน เพศศึกษา ศีลธรรม คณุ ธรรม จริยธรรมที่ดี และ 2. ครูประจำชน้ั เหมาะสมในทางสังคมให้กับนักเรียน 3. ผ้ปู กครอง 2. จัดกจิ กรรมและเสรมิ สรา้ งค่านยิ ม ปลกู ฝัง 4. เจ้าหน้าทตี่ ำรวจ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ท่ีดงี ามใหก้ ับนกั เรยี นเพอ่ื การ 5. ชมุ ชน ปรับเปลย่ี นพฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสม 3. มอบครทู ปี่ รึกษา ตดิ ตามและเฝา้ ระวัง ภายหลัง ดำเนนิ การ แก้ไขแลว้ เพื่อเป็นการแก้ไขปญั หาใน ระยะต่อไปมิให้เกิดขึน้ 1. แต่งต้งั คณะกรรมการเฝ้าระวงั ปอ้ งปรามนกั เรยี น 1. ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ท่ีมพี ฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และสถานทจี่ ดุ เส่ยี ง 2. ครูประจำชัน้ โดยเฉพาะห้องเรียน ห้องน้ำ 3. ผ้ปู กครอง 2. ให้ความรูแ้ ก่ครู นักเรียน ผ้ปู กครอง และชมุ ชน 4. เจา้ หนา้ ทต่ี ำรวจ 3. จดั บริการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน 5. ชุมชน 4. ใชร้ ะบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี นอย่างจริงจงั และ ต่อเนือ่ ง 5. ใหม้ ีผู้รบั ผิดชอบรายงานตามลำดบั ข้นั 6. นำนักเรยี นเข้าสู่การช่วยเหลือ โดยมคี รูดแู ล ตดิ ตามอย่างใกล้ชิดและต่อเน่ือง 7. ประสานงานผู้ปกครองเพื่อให้ความดูแลชว่ ยเหลอื

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ ๓.13 การทะเลาะ วิวาท 8. ประสานงานหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น บ้านพัก 3.14 ความ เด็ก และครอบครัว สถานีตำรวจ เป็นตน้ หลากหลายและ ความเทา่ เทียมทาง ๑. ดำเนนิ การตามระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น ๑. ผ้บู ริหารโรงเรยี น เพศ (LGBTQ) ใช้หน่วยงานท่มี ีบนั ทึกข้อตกลงความรว่ มมือ MOU ๒. ครปู ระจำชน้ั 3.15 การแสดงออก ทางการเมอื ง เครือข่ายค้มุ ครองเดก็ จังหวดั ให้เกดิ ประสทิ ธิภาพ ๓. ผ้ปู กครอง ตามระบอบ ประชาธิปไตย สงู สดุ ๔. ชมุ ชน ๒. จดั ทำระบบเครือขา่ ยระหวา่ งผปู้ กครอง ชุมชน สถานศกึ ษา เพื่อการส่ือสารและสานสมั พันธ์รว่ มมือ ป้องกนั แก้ไขปัญหาเกยี่ วกับพฤติกรรมนักเรียน ๓. จดั ให้มกี ารหน่วยเคล่อื นท่ีเรว็ เพอื่ เข้าระงบั เหตุ กรณที ม่ี ีเหตทุ ะเลาะวิวาทโดยประสานงานกับ เจา้ หนา้ ที่ตำรวจ ๔. ประสานแจง้ ผู้ปกครองนกั เรียนผกู้ อ่ เหตุ ผู้ได้รบั บาดเจบ็ ให้ผ้ปู กครองนักเรียนทราบและจัด เจ้าหนา้ ท่ดี แู ลโดยรายงานให้ผู้บงั คับบญั ชารับทราบ ตามลำดบั 5. ประสานความร่วมมอื กบั เจ้าหนา้ ท่ีตำรวจ อปพร. หรอื องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ สถานพินิจ 1. ทำความเข้าใจความหลากหลายทางเพศ ๑. ผู้บริหารโรงเรยี น อตั ลกั ษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศ เพศสรรี ะ การ ๒. ครูประจำช้ัน แสดงออกทางเพศภาวะให้กบั นักเรียนและบุคลากร ๓. ผู้ปกครอง ในสถานศกึ ษา ๔. ชุมชน ๒. การสร้างสภาพแวดลอ้ มที่แสดงออกถึงการเคารพ 5. นกั เรยี น ในความหลากหลายทางเพศรวมไปถึงการปฏิบตั ติ ่อ ผอู้ ื่นอยา่ งเคารพและเทา่ เทยี ม ๓. สร้างช่องทางในการแจ้งปัญหาและขอความ ชว่ ยเหลืออย่างเหมาะสม ๔. มคี รูนกั จิตวทิ ยาหรอื ครแู นะแนวคอยให้ คำปรึกษา ๑. สถานศึกษาเปิดพ้นื ที่ให้นักเรียนสามารถดำเนิน ๑. ผบู้ ริหารโรงเรียน กจิ กรรมการแสดงทางความคิดเห็นภายใต้หลกั สทิ ธิ ๒. ครู เสรีภาพในระบอบประชาธปิ ไตยและเง่ือนไขที่ 3. นกั เรียน กฎหมายกำหนด ๒. ผู้บริหารโรงเรยี นต้องคำนึงถงึ การใชส้ ทิ ธเิ สรภี าพ ในการแสดงออกและความปลอดภัยของนกั เรียนโดย ไมใ่ หม้ บี ุคคลภายนอกเข้าร่วมการชมุ นุม ๓. สถานศกึ ษาจะต้องละเว้นจากการแทรกแซงหรอื จํากัดการใช้สทิ ธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยปราศจาก

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมและไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั ความจําเปน็ และหลักความได้สดั สว่ นในบรบิ ทของ สงั คมประชาธปิ ไตย ๔. สถานศึกษามหี น้าท่ีอํานวยความสะดวกและ ปกปอ้ งคุ้มครองผูช้ มุ นุมจากอันตรายหรอื ความ รุนแรงทีอ่ าจจะเกิดขน้ึ 5. สถานศึกษาควรเปน็ พื้นที่ปลอดภัยในการใช้สทิ ธิ เสรีภาพในการชมุ นุมของนักเรียน ๖. สถานศกึ ษาควรเป็นพื้นท่ีที่นักเรียนสามารถลอง ผดิ ลองถูกในการใชส้ ิทธิเสรภี าพของพวกเขาใน ระบอบประชาธิปไตยในกรณีทมี่ ขี ้อผดิ พลาดเกิดขน้ึ ครู อาจารย์ และผู้บรหิ ารสถาบนั ก็ควรทีจ่ ะใช้ความ เมตตากำกับดูแล แนะนําและสง่ เสรมิ ให้ลูกศษิ ย์ ทัง้ หลายใช้สิทธเิ สรภี าพในการชมุ นุมได้สอดคลอ้ งกับ หลักสทิ ธิมนุษยชนภายใตบ้ ริบทสังคมประชาธปิ ไตย ดงั น้ันหากเขา้ ใจตรงกนั ว่าหน้าทข่ี องครูคือการสรา้ ง คนให้มีความรู้ความสามารถ มีคณุ ธรรมเพ่ือท่ีในวัน ข้างหน้าพวกเขาจะเปน็ กาํ ลังสำคัญท่ีขับเคล่ือน ประเทศชาติ การสอนลกู ศษิ ย์ใหเ้ ปน็ พลเมืองดีใน สงั คมประชาธิปไตยกค็ วรจะเปน็ เป้าหมายทีค่ รู อาจารย์ และผู้บรหิ ารสถานศึกษาจะต้องให้ ความสำคัญไม่น้อยไปกวา่ วชิ าการในห้องเรียน 3.16 ขา่ วปลอม ๑. สถานศกึ ษาสรา้ งความตระหนักร้ถู ึงผลกระทบต่อ ๑. ผบู้ ริหารโรงเรียน (Fake News) ขา่ วปลอมแกผ่ เู้ รยี นบคุ ลากรชุมชนในพ้นื ทีด่ ว้ ย ๒. ครูประจำช้ัน ช่องทางทห่ี ลากหลายโดยเฉพาะสอื่ ออนไลน์๒. 3. นกั เรียน สถานศกึ ษาจัดอบรมสอนเสริมเพ่มิ ทกั ษะหลักสูตร การรูเ้ ท่าทันสื่อใหก้ ับนักเรยี นทกุ ระดับ 4. ดา้ นสุขภาพอนามยั นกั เรียน 4.1 สุขภาพอนามยั ๑. สร้างองค์ความรู้ให้แก่ครูและบุคลากรในเรอ่ื งแนว ๑. ผ้บู รหิ ารโรงเรียน วัยเรยี น ทางการส่งเสริมสุขภาพนกั เรียน การป้องกนั มลภาวะ ๒. ครปู ระจำชั้น จากสิง่ แวดล้อม การป้องกันไม่ใหเ้ กิดโรคติดตอ่ และ ๓. นกั การ โรคระบาดตา่ ง ๆ ภารโรง ๒. จัดทำมาตรการบริหารจัดการคณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ป็น มติ รกบั ส่งิ แวดล้อมและมาตรการเกี่ยวกบั การจดั การ ขยะในสถานศกึ ษา ๓. แตง่ ต้งั คณะกรรมการรับผิดชอบงานใหช้ ัดเจน ๔. ตรวจสุขภาพนักเรียนอย่างน้อยปลี ะคร้ัง

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 4.๒ การอปุ โภคบริโภค ประสานงานกบั โรงพยาบาลเพ่อื ดูแลนักเรยี นท่ีมี 4.๓ สถานการณฝ์ ่นุ รา่ งกายอ่อนแออย่างใกล้ชดิ ละอองขนาดเลก็ PM 2.๕ ๕. ปดิ สถานศกึ ษาเมือ่ มีโรคระบาด ๖. แจง้ ผู้บังคบั บัญชาตามลำดับช้นั ในกรณมี ี โรคตดิ ต่อเกิดขนึ้ ในโรงเรียน ๗. จัดน้ำดม่ื นำ้ ใช้ให้ปลอดภัยรว่ มท้งั ระบบกักเกบ็ น้ำ และระบบการจ่ายน้ำให้ถูกสขุ อนามัย ๘. มสี ้วมที่ถกู สุขอนามัย ๙. มีอปุ กรณ์และสถานท่ีสำหรบั ลา้ งมอื และให้ ความรูใ้ นการ ล้างมอื ของนักเรียนอยา่ งถูกวธิ ี ๑๐. ควบคมุ ความสะอาดในการปรุงและจาํ หน่าย อาหารใหถ้ ูกสุขลักษณะ ๑๑. จัดสถานท่ีและดูแลลักษณะทางกายภาพของ สถานศกึ ษาให้ถูกสุขลกั ษณะ ๑. จดั ใหม้ ีชมรมคุ้มครองผู้บริโภคในสถานศึกษา ๑. ผ้บู รหิ ารโรงเรยี น (อย.นอ้ ย) เพื่อตรวจสอบคุณภาพและสารปนเปื้อน ๒. ครปู ระจำชนั้ ในอาหารและประชาสัมพนั ธ์ข้อมูลข่าวสาร ๓. ผู้ปกครอง ๒. จดั ทำปา้ ยนเิ ทศและกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้ ๔. ชมุ ชน เกยี่ วกบั การใช้เครอ่ื งอปุ โภคบริโภคอยา่ งถูก 5. นกั เรียน สุขอนามัย ๓. จัดให้มเี จา้ หนา้ ท่ีทำความสะอาดรักษาความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยภายในโรงอาหารของโรงเรียน ๔. จดั ใหม้ รี ะบบกาํ จดั ขยะการบําบัดน้ำเสียและ จดั สร้างบ่อดกั ไขมัน ๕. ในกรณเี กิดอุบตั เิ หตจุ ากการอุปโภคบรโิ ภคของ นกั เรียนใหด้ ำเนินการปฐมพยาบาลเบือ้ งต้นก่อนส่ง ต่อโรงพยาบาล ๖. ประสานแจง้ ผู้ปกครองนักเรียนรับทราบเมื่อเกิด เหตุ ๗. จัดครูอนามัยอํานวยความสะดวกในการดูแล รกั ษาพยาบาล ร่วมกับผู้ปกครองเพื่อรบั ทราบข้อมูล นักเรยี น ๘. รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับข้ัน ๑. ให้ความรกู้ บั นกั เรียนและรณรงค์ใหน้ ักเรยี นใส่ ๑ .ผู้บริหารโรงเรียน หนา้ กากอนามัยเมอื่ ต้องอยู่กลางแจ้งหรือบนท้อง ๒. ครปู ระจำชัน้ ถนน ๓. ผ้ปู กครอง ๒. สถานศกึ ษาลดหรอื เลยี่ งการจดั กจิ กรรมกลางแจ้ง ๔. ชุมชน

รายการ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผดิ ชอบ 4.๔ การป้องกนั ๓. จัดกจิ กรรมทำความสะอาดหอ้ งเรียนอาคารเรียน ๕. นักการภารโรง การแพร่ระบาดโรค ในสถานศกึ ษา อย่างสม่ำเสมอ (COVID-๑๙) 4. การจัดประชมุ ชแ้ี จงสรา้ งความเขา้ ใจในการ ปอ้ งกนั ตนเองจากปญั หาฝนุ่ PM๒.๕ พร้อมขอความ ร่วมมือผูป้ กครองและชุมชนร่วมกันช่วยลดสาเหตุ การเกดิ ฝุ่น PM 2.๕ 5. สถานศกึ ษาส่งเสริมการสรา้ งเครอื ข่ายนกั เรียน นักศกึ ษา ลกู เสอื -เนตรนารี นักศึกษาวชิ าทหาร จติ อาสา เพ่ือรว่ มรณรงคก์ ารป้องกนั เฝา้ ระวงั แกไ้ ข ปัญหาฝนุ่ ละอองในสถานศกึ ษาตามความเหมาะสม 6. สถานศกึ ษาจัดทำคูม่ ือการเรยี นการสอนวา่ ด้วย การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศและข้อควรปฏิบตั ิ ในการร่วมกนั ลดโลกร้อนรวมทัง้ จัดทำหน่วยการ เรยี นรู้เก่ียวกบั ฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ PM ๒.๕ ในทุก ระดับชั้น 7. สถานศึกษาจัดการเรยี นการสอนในเรื่องที่ เกยี่ วกับการบริหารจัดการสงิ่ แวดล้อมการ เปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศรวมถึงสาเหตุและ ผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ จิตสาํ นกึ ทดี่ ีและมสี ่วนรว่ มในการควบคมุ ป้องกนั แกไ้ ขและลดปัญหานําไปสู่การใช้ชวี ติ อย่างมคี วามสขุ และคุณภาพชีวติ ท่ีดอี ย่างย่งั ยืน 8. ประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดองค์ความรู้รวมถึงการ ป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ และการดแู ลสขุ ภาพ ๑. มีมาตรการคดั กรองวัดไข้และอาการเส่ยี งก่อนเข้า ๑. ผูบ้ ริหาร สถานศึกษา โรงเรียน ๒. สวมหนา้ กากผ้าหรือหน้ากากอนามยั ตลอดเวลา ๒. ครูประจำชั้น ๓. จัดจุดลา้ งมือหรอื เจลแอลกอฮอล์อยา่ งเพียงพอ ๓. ผปู้ กครอง ๔. จัดระยะหา่ งระหว่างบุคคลอยา่ งนอ้ ย ๑-๒ เมตร ๔. ชุมชน ๕. ทำความสะอาดหอ้ งเรยี น/พื้นผวิ สมั ผสั รว่ ม เปิด ๕. นักการ หน้าต่างประตรู ะบายอากาศ ภารโรง ๖. ไม่จดั กจิ กรรมรวมกลุม่ คนจำนวนมาก เหลอื่ ม ๖. เจ้าหนา้ ที่ เวลา ลดเวลาทำกจิ กรรม สาธารณสุข

รายการดำเนินการตามมาตรการที่ 2 การเผชญิ เหตุและลดความรนุ แรงของขา่ ว 1. การบริหารจัดการและแกไ้ ขให้ความช่วยเหลอื หากเกิดเหตุ แนวทางการดำเนนิ งาน 1) จดั ทำแผน/มาตรการเผชญิ เหตุ และลดความรุนแรงของข่าว 2) ประชุมชี้แจง สร้างความตระหนักในการช่วยเหลือเม่ือเกิดเหตุแกบุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง และ ชมุ ชน 3) จัดทำส่อื เอกสาร คมู่ ือ ใหค้ วามร้แู ก่บุคลากรในโรงเรียน 4) จัดการระงับเหตุ การช่วยเหลือเมอ่ื เกดิ เหตใุ นโรงเรยี น 5) จัดเตรยี มอุปกรณแ์ ละเครือ่ งมอื สำหรบั การเผชิญเหตุและแกไ้ ขปัญหาเบอ้ื งต้น 6) ซ้อมแผนเผชญิ เหตุต่าง ๆ เช่น การซอ้ มดบั เพลิง การเตรยี มปฐมพยาบาล ฯลฯ 2. กำรประเมินสถานการณ์และกำรช่วยเหลือเบ้อื งตน้ แนวทางการดำเนินงาน 1) ตรวจสอบข้อมูลเบ้ืองต้น ประเมินสถานการณ์ และคัดกรอง ให้การช่วยเหลือผู้เรียนและผู้ได้รับ ผลกระทบในสถานศึกษา 2) ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้เรียนและผู้ได้รับผลกระทบในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ประสบเหตุ มีความ ปลอดภยั หรอื ลดอัตราความรนุ แรงของเหตกุ ารณ์ลง 3) กำหนดขั้นตอนและวิธีการแจ้งเหตุหรือระงับเหตุ สามารถช่วยเหลือด้านร่างกายและจิตใจ พร้อม ประเมินสถานการณ์เบอ้ื งตน้ ไดท้ ันที 4) ผู้ที่ได้รับแจ้งเหตุ ดำเนินการช่วยเหลือด้านร่างกายและจิตใจพร้อมประเมินสถานการณ์ เบ้ืองต้นโดย ทนั ที 3. การจดั การลดความรนุ แรงของขา่ วและประประสานรว่ มมอื กับหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง แนวทางกดำเนินงาน 1) กำหนดตวั บคุ คลผู้ให้ข่าว เพื่อสรา้ งความเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน 2) ลดความรนุ แรงของขา่ วและประสานความร่วมมอื กับหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วของ 3) ระงบั เหตุ ช่วยเหลือเมอ่ื เกดิ เหตุในสถานศึกษา เชน่ การรับฟงั การเจรจาตอ่ รอง การเก็บข้อมูล 4) จดั ทำทะเบยี น/ชอ่ งทางประสานพิเศษ เพื่อขอการสนบั สนุนช่วยเหลือ จากหน่วยงานตา่ ง ๆ เมือ่ มีภาวะ วิกฤตเกิดขน้ึ เช่น สถานพยาบาล สถานตี ำรวจ สถาบันจติ วทิ ยา เป็นตน้ 4 สง่ ตอ่ ผูเ้ รยี นและผไู้ ด้รบั ผลกระทบที่ชัดเจน (กรณีท่สี ง่ ต่อ) แนวทางดำเนนิ งาน 1) กำหนดข้ันตอนการส่งต่อที่ชัดเจน เป็นการเฉพาะกับสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับการ บำบดั รกั ษา ทัง้ ด้านรา่ งกายและจติ ใจ จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น บา้ นพักเด็กและครอบครวั 2) ประสาน ตดิ ตาม และประเมินสถานการณแ์ ละสภาพจติ ใจของนักเรยี นหลังไดร้ ับการดแู ลชว่ ยเหลอื

รายการดำเนนิ การตามมาตรการท่ี 3 การเยยี วยาและบำรงุ ขวญั 1. การช่วยเหลือเร่งดว่ น แนวทางการดำเนนิ งาน 1) คณะกรรมการทไ่ี ดร้ ับแต่งตงั้ ลงพ้ืนที่ใหก้ ารชว่ ยเหลือ และสรา้ งขวญั กำลังใจใหก้ ับผ้ไู ดร้ ับผลกระทบ 2) ตรวจสอบสภาพปัญหาทเี่ กิดขึ้นตามความเปน็ จรงิ 3) ประสานองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เรียนและผู้ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิประโยชน์พึงมี เชน่ เงนิ ประกนั สงั คม ประกนั ชีวติ เป็นต้น 2. การเยียวยา ฟน้ื ฟู หลังจากสถานการณ์เขา้ สู่สภาวะปกติ แนวทางการดำเนนิ งาน 1) คณะกรรมการที่ได้รบั แตง่ ตงั้ ลงพื้นท่ีเพื่อกำกบั ติดตาม เย่ยี มผู้ที่ได้รบั ผลกระทบ 2) สรุปรวบรวมข้อเท็จจรงิ ผู้ท่ีได้รับผลกระทบจากการเกดิ เหตุ 3) เฝ้าระวังและปอ้ งกัน เพ่อื ไม่ใหเ้ กิดเหตุซ้ำ 4) กำหนดแนวทางในการช่วยเหลือ ผู้เรียนและผู้ได้รับผลกระทบ ท่ีสามารถตรวจสอบได้ อาทิ การจัดตั้ง กองทนุ เพื่อชว่ ยเหลือผ้ปู ระสบภัย การขอรบั บริจาค 5) กำหนดหลักเกณฑ์และวธิ ีการในการช่วยเหลือตามความเหมาะสมแก่เหตทุ ่ีเกิดข้ึนกับผู้เรียน และผู้ได้รับ ผลกระทบ ดา้ นการจา่ ยเงินชว่ ยเหลือผู้เสยี ชวี ติ และผู้บาดเจบ็ ตามสทิ ธปิ ระโยชนท์ างกฎหมาย 6) จัดกจิ กรรมพฒั นาความฉลาดทางอารมณแ์ ละสังคม เพือ่ สร้างความภาคภมู ใิ จและร้สู กึ มคี ุณคา่ ในตนเอง 7) จัดตง้ั ศนู ย์ช่วยเหลือเยยี วยาฟืน้ ฟจู ิตใจ (การใหค้ ำปรึกษา)

รายการดำเนนิ การตามมาตรการที่ 4 การรายงานเหตุ 1 รายงานระหวา่ งการประสบเหตุ 1.1 กรณฉี กุ เฉิน (ประสบเหตซุ ่ึงหนา้ หรอื กรณเี ปน็ ข่าว) แนวทางดำเนนิ งาน - รายงานตน้ สงั กัดทราบทันที - ติดตามผลจากเหตทุ เี่ กิดขนึ้ อย่างใกลช้ ิดและรายงานเปน็ ระยะ กรณีการประสบภัยฉุกเฉินท่สี ามารถเปดิ เผยรายละเอยี ดโดยไม่สง่ ผลเสยี หายตอนักเรยี นผู้ประสบ เหตุ ใหร้ ายงานเหตทุ างชองทาง “LP Report” 1.2 กรณีไมฉ่ กุ เฉนิ แนวทางดำเนนิ งาน - รายงานผบู้ งั คบั บัญชาตามลำดบั - บันทึกขอ้ มลู ในแบบรายงานทีส่ ถานศึกษากำหนด 2. รายงานหลงั ประสบเหตุ แนวทางดำเนนิ งาน - รายงานผลการดำเนนิ การ - รายงานผลการประสานความร่วมมือกับหนว่ ยงานอน่ื ท่ีเกี่ยวข้อง 3. การตดิ ตามและประเมนิ ผลตามมาตรการ แนวทางดำเนนิ งาน รายงานการประเมินผลตามมาตรการการขับเคล่ือนการเฝา้ ระวังเพื่อป้องกนั ภยั ในสถานศึกษา พร้อมทง้ั จัดเกบ็ ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การคุม้ ครองและชว่ ยเหลอื นกั เรยี น สถานศึกษาเป็นสถานท่ีท่ีนักเรียนมีความใกล้ชิดมากที่สุด รองลงมาจากครอบครัว ผู้ปกครองให้การ ยอมรับ และคาดหวังว่าจะได้รับความรู้ การอบรมสั่งสอน การดูแลด้วยการเอาใจใส่ สถานศึกษาจะต้องคำนึงถึง ผลประโยชน์ สูงสุดของนักเรียนเป็นหลัก ให้นักเรียนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมทางการศกึ ษาท่ีมีความปลอดภัย การ จัดการเรียน การสอนต้องครอบคลุม ทั้งด้านความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมท้ัง สอนทักษะชีวิต ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตท่ีปลอดภัยและมีคุณภาพ ตรงตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) คือ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มคี วามรู้ ค่คู ุณธรรม มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ นัน่ คือ นักเรียนได้รบั การพัฒนาให้เปน็ “คนดี เก่ง และมีความสขุ ” นอกจากนี้ ครตู ้องบรู ณาการเนือ้ หาความรู้ และพัฒนาคณุ ภาพนักเรียนให้มคี วามพรอ้ มอยา่ งเปน็ องค์รวม โดยการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตนักเรียน และแก้วิกฤติทางสังคม สถานศึกษาต้องจัดระบบงาน กิจกรรม ที่ส่งเสริม ความประพฤติให้เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยให้กับนักเรียน นำระบบการดูแล ชว่ ยเหลือ นกั เรียนพัฒนาคุณภาพชีวติ ของนักเรียน โดยการนำกระบวนการของระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 5 ข้นั ตอน ได้แก่ การรู้จกั นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล การคัดกรองนกั เรยี น การส่งเสริมนกั เรียน การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา การสง่ ตอ่ ไปใชใ้ นช้นั เรียนไดอ้ ย่างเหมาะสม นักเรียนจะต้องได้รับการพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครอง และดูแล โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต การสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน เป็น บทบาท หน้าท่ีท่ีสำคัญที่สุดที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการ โดยต้องจัดให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครูเป็นผู้มีความสำคัญที่สุดในการขับเคล่ือนเพื่อคุ้มครองดูแลนักเรียน สถานศึกษาเป็น สถานที่ท่ีมีความใกล้ชิดกับนักเรียน ดังนั้นในการสรา้ งความปลอดภัยให้กับนักเรียนจะต้องอาศัยความร่วมมือจาก หลาย ๆ ฝ่าย เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยกับนักเรียน อย่างแท้จริงสถานศึกษาต้องส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียน เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการสร้างความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน รวมท้ังการปกป้อง คุ้มครอง และ ช่วยเหลือนักเรียนจากอันตรายต่าง ๆ ท้ังทางด้านร่างกายและ จิตใจ การสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนย่อม สง่ ผลต่อคุณภาพการเรียนของนักเรียน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างเป็นสุข ซึ่งจะนำไปสกู่ ารพัฒนาชีวิต ทด่ี ี และเป็นกำลังสำคญั ในการพัฒนาประเทศต่อไป กระบวนการและบทบาทการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน การคุ้มครองและช่วยเหลอื นักเรียน สถานศึกษา และ ครูต้องมีความตระหนักและเห็นความสำคัญในการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน เพื่อนักเรียนจะ ได้รับการส่งเสรมิ และพัฒนาให้นักเรียนเติบโตอย่างมีศักยภาพ ท้ังทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์สงั คม และสติปญั ญา สามารถ ดำรงชีวติ อยู่ได้อย่างมีความสุข ดังนัน้ ครูและสถานศึกษา จะต้องมีกระบวนการดำเนินงานคมุ้ ครอง และ ช่วยเหลอื นักเรียน ดงั น้ี

การดำเนนิ การคุ้มครองและชว่ ยเหลอื นักเรยี น การดำเนินการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการที่มีข้ันตอน วิธีการปฏิบัติงานและเครื่องมือ โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา ครูเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินงาน และบุคลากรทุกฝ่ายที่เก่ียวข้องทั้งในและนอก สถานศึกษา ได้แก่ ผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน ซงึ่ มีกระบวนการ ดังตอ่ ไปนี้ 1. ผอู้ ำนวยการหรือครูท่ีไดร้ ับแจง้ เหตหุ รือประสบเหตุ 2. บันทึกข้อมูลตามแบบรายงานเหตุการณ์ และแจ้งไปยังศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน ตามช่องทาง ท่ีกำหนดในมาตรการกรณีฉุกเฉิน หากกรณีต้องการพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้แจ้ง ตามสภาพปัญหาที่ ตอ้ งการช่วยเหลือ เช่น ผู้มีหน้าที่คมุ้ ครองสวัสดิภาพนักเรียนตามพระราชบัญญตั ิคมุ้ ครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 24 ตำรวจ พนกั งาน ฝา่ ยปกครอง โรงพยาบาล เป็นต้น 3. ผู้ที่ได้รับแจ้งเหตุดำเนินการช่วยเหลือด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมประเมินสถานการณ์เบ้ืองต้นโดย ทันที 4. ให้การค้มุ ครองและช่วยเหลอื นกั เรียนโดยคำนึงถงึ ความปลอดภัยของนักเรียน 5. กรณีนักเรียนมีความเสี่ยงต้องได้รับการคุ้มครอง ให้จัดเจ้าหน้าท่ีให้ความคุ้มครองขั้นต้นกับนักเรียน ผู้ประสบเหตุ ซ่ึงจะต้องคำนึงถึงผลความปลอดภัยของนักเรียน พร้อมดำเนินการหาข้อมูล ข้อเท็จจริง และกรณี เร่งดว่ นใหร้ ายงาน หน่วยงานต้นสงั กัดทนั ที 6. กรณีนักเรียนพึงได้รบั การสงเคราะหใ์ หเ้ จ้าหนา้ ทส่ี ่งตอ่ ไปรับบริการสงเคราะห์ 7. ประสานข้อมูล จัดทำ/จัดเก็บข้อมูลสถานศึกษา และรายงานไปยัง สพป.ปทุมธานี เขต 1 และ ผู้เก่ยี วข้องทราบ 8. รายงานและประสานความรว่ มมอื เพ่อื ส่งตอ่ ความรบั ผิดชอบดา้ นขอ้ มลู แกผ่ เู้ กีย่ วข้อง 9. ติดตามสถานการณ์ทบทวนการดำเนินงาน และรายงานสถานการณ์ต่อศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและ ช่วยเหลือนกั เรยี น กรณีเรง่ ดว่ นของการรายงาน 1. กรณีเป็นข่าว ส่ือมวลชนเข้าติดตามสถานการณ์ให้สถานศึกษา ประมวลสถานการณ์แล้วรายงาน ตอ่ ตน้ สงั กดั ทันที และกำหนดผูใ้ ห้ขา่ วเป็นไปในทิศทางเดียวกนั 2. กรณีฉุกเฉิน/รุนแรงให้รายงานต่อต้นสังกัดทราบทันที หรือภายใน 24 ช่ัวโมง โดยติดตามผล พร้อมรายงานเป็น ระยะ 3. กรณีเร่ืองยุติแล้ว ให้รายงานการดำเนินงานตามแบบสรุปผลการดำเนินงานคุ้มครองและ ช่วยเหลือนักเรียน ตามลำดับขั้น เพื่อให้การรายงานมีประสิทธิภาพ สถานศึกษาควรติดตาม ตรวจสอบผลการ รายงานอีกคร้ัง พร้อมท้ังจดั เก็บขอ้ มูลอยา่ งเป็นระบบ เพือ่ ใช้ในการดำเนนิ งานต่อไป บทบาทการคุ้มครองช่วยเหลือนกั เรยี น 1. ให้การศึกษาแก่นกั เรียน โดยม่งุ พฒั นาผู้เรียนให้เปน็ คนดี มีปัญญา และมีความรู้ 2. จดั ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น 5 ข้นั ตอน และใหค้ ำปรึกษากับนกั เรียน 3. จดั สง่ิ แวดล้อมและเฝา้ ระวังปจั จัย/พน้ื ที่เส่ียงด้านสังคมรอบๆ ตวั นกั เรยี น 4. จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ สนบั สนุนทง้ั ในและนอกชน้ั เรยี น 5. ดูแลสขุ ภาพนกั เรยี นขณะอยใู่ นสถานศึกษา 6. ส่งเสริมให้พอ่ แม่ และผปู้ กครองมีส่วนร่วมในการดำเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ ของสถานศกึ ษา 7. ครูและผู้ปกครองมสี ่วนร่วมในการดูแลนกั เรยี น