Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรปฐมวัย 64 รวมเล่มสมบูรณ์

หลักสูตรปฐมวัย 64 รวมเล่มสมบูรณ์

Published by สุปราณี รอดศรี, 2022-08-30 05:53:04

Description: หลักสูตรปฐมวัย 64 รวมเล่มสมบูรณ์

Search

Read the Text Version

๑๐๓ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ส่ือพฒั นาการเรยี นรู้ โรงเรียนวัดนาวงจัดให้มีสื่อเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ส่ือประกอบการจัดกิจกรรม เพอ่ื พฒั นาเด็กปฐมวัยท้ังทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา โดยจดั ให้มีส่อื ทง้ั ทเี่ ป็นประเภท ๒ มิติ และ ๓ มิติ ที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อท่ีอยู่ใกล้ตัวเด็ก ส่ือสะท้อนวัฒนธรรม สื่อท่ีปลอดภัยต่อ ตัวเด็ก ส่ือเพ่ือพัฒนาเด็กในด้านต่างๆให้ครบทุกด้าน ส่ือท่ีเอ้ือให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้า โดยการ จัดการใช้สื่อเร่ิมต้นจาก สื่อของจริง ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง และ สัญลักษณ์ ใช้ส่ือเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจและความต้องการของเด็กท่ีหลากหลาย โรงเรียนวัดนาวงมุ่งเน้นให้ เด็กๆได้เรียนรู้จากส่ือท่ีมีความหลากหลายและได้เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนและในชุมชน เพ่ือเน้นให้เด็ก สรา้ งองค์ความรู้ทเี่ กดิ จากการไดล้ งมอื ปฏิบัตจิ รงิ ทัง้ นี้ โรงเรยี นไดจ้ ดั สื่อสำหรบั เดก็ ปฐมวยั ดังน้ี ๑. ส่อื ทไ่ี ดจ้ ากการจดั ซื้อ จดั หา เชน่ หนงั สือนทิ าน เกมการศึกษา ของเลน่ เครื่องดนตรี เคร่ืองกีฬา ๒. ส่อื ประเภททคี่ รูผู้สอนจดั ทำ เช่น สื่อประจำหนว่ ยการเรียนรู้ ๓. ส่ือที่ได้รับการบริจาคจากผูป้ กครอง เช่นตุ๊กตา เครื่องมือ เครอ่ื งใช้ เส้ือผ้า ทเ่ี ปน็ ของจรงิ ๔. สอ่ื วสั ดธุ รรมชาติจากชุมชน ๕. ส่ือประเภทเทคโนโลยี อาทิ เครอื่ งเลน่ เทป วีดทิ ัศน์ คอมพวิ เตอร์ ๖. สอ่ื ทเ่ี ปน็ ภมู ิปัญญาท้องถนิ่ ในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเดก็ ปฐมวัย โรงเรียนวดั นาวงกำหนดให้มีการ ใช้สอ่ื ในกจิ กรรมและมมุ ประสบการณต์ ่างๆ ดังนี้ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ สื่อมีดงั น้ี ๑. เครอื่ งเคาะจังหวะ เชน่ ฉงิ่ เหลก็ สามเหล่ยี ม กรับ รำมะนา กลอง ฯลฯ ๒. อปุ กรณป์ ระกอบการเคลื่อนไหว เช่น หนงั สือพมิ พ์ รบิ บ้ิน ห่วง หวาย ถงุ ทราย ฯลฯ กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ /กิจกรรมในวงกลม ส่ือมีดังน้ี ๑. สอ่ื ของจริงท่ีอยใู่ กล้ตัวและส่ือจากธรรมชาติหรือวัสดทุ ้องถนิ่ เชน่ ต้นไม้ ใบไม้ เปลือกหอย เสื้อผ้า ฯลฯ ๒. สอ่ื ทจี่ ำ ลองขนึ้ เช่น ลูกโลก ตุก๊ ตาสัตว์ ฯลฯ ๓. สื่อประเภทภาพ เช่น ภาพพลิก ภาพโปสเตอร์ หนังสือภาพ ฯลฯ ๔. ส่อื เทคโนโลยี เช่น วทิ ยุ เคร่อื งบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง โทรศัพท์ ฯลฯ กิจกรรมสร้างสรรค์ มีวัสดุ อปุ กรณ์ ดังนี้ ๑. การวาดภาพและระบายสี - สเี ทยี นแท่งใหญ่ สีไม้ สชี อล์ก สีน้ํา - พ่กู นั ขนาดใหญ่ (ประมาณเบอร์ ๑๒) - กระดาษ - เส้ือคลมุ หรอื ผา้ กนั เป้ือน ๒. การเล่นกบั สี - การเปา่ สี มี กระดาษ หลอดกาแฟ สีนํา้ - การหยดสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ พกู่ นั สนี ํ้า - การพบั สี มี กระดาษ สีน้ํา พกู่ ัน

๑๐๔ - การเทสี มี กระดาษ สีน้ํา - การละเลงสี มี กระดาษ สีนาํ้ แป้งเปียก ๓. การพิมพ์ภาพ - แมพ่ มิ พ์ตา่ ง ๆ จากของจริง เชน่ นว้ิ มือ ใบไม้ ก้านกลว้ ย ฯลฯ - แมพ่ มิ พ์จากวสั ดอุ ่นื ๆ เช่น เชอื ก เสน้ ด้าย ตรายาง ฯลฯ - กระดาษ ผ้าเช็ดมือ สโี ปสเตอร์ (สนี ํา้ สีฝุ่น ฯลฯ) ๔. การป้นั เช่น ดินนาํ้ มัน ดนิ เหนยี ว แปง้ โดว์ แผ่นรองปนั้ แม่พิมพ์รปู ตา่ ง ๆ ไม้นวดแป้ง ๕. การพับ ฉกี ตัดปะ เชน่ กระดาษ หรือวัสดุอน่ื ๆทจ่ี ะใช้พับ ฉีก ตดั ปะ กรรไกรขนาดเล็ก ปลายมน กาวนํ้าหรือแป้งเปียก ผา้ เช็ดมือ ๖. การประดษิ ฐเ์ ศษวสั ดุ เชน่ เศษวสั ดุต่าง ๆ มีกล่องกระดาษ แกนกระดาษ เศษผ้า เศษไหม กาว กรรไกร สี ผา้ เชด็ มือ ๗. การรอ้ ย เชน่ ลูกปัด หลอดกาแฟ หลอดดา้ ย ฯลฯ ๘. การสาน เชน่ กระดาษ ใบตอง ใบมะพรา้ ว ฯลฯ ๙. การเลน่ พลาสตกิ สร้างสรรค์ พลาสติกช้ินเล็ก ๆ รปู ทรงตา่ ง ๆ สามารถนำมาต่อเปน็ รปู แบบต่าง ๆ ตามความต้องการ ๑๐. การสร้างรปู เชน่ จากกระดานปักหมดุ จากแป้นตะปูท่ีใช้หนงั ยางหรือเชือกผกู ดงึ ให้เปน็ รูปรา่ งต่าง ๆ กจิ กรรมกลางแจ้ง ส่อื มีดงั น้ี ๑. เคร่ืองเลน่ สนาม เชน่ เคร่อื งเล่นสำหรับปีนป่าย เครื่องเล่นประเภทล้อเลอื่ น ฯลฯ ๒. ทเี่ ลน่ ทราย มที รายละเอียด เครือ่ งเล่นทราย เครือ่ งตวง ฯลฯ ๓. ที่เลน่ นํ้า มีภาชนะใสน่ ํา้ หรอื อา่ งนา้ํ วางบนขาต้ังท่ีม่ันคง ความสงู พอท่เี ด็กจะยืนได้พอดี เส้ือคลุมหรอื ผ้ากนั เป้ือนพลาสติก อุปกรณเ์ ล่นนาํ้ เชน่ ถ้วยตวง ขวดต่างๆสายยาง กรวยกรอกนํ้า ต๊กุ ตายาง เกมการศึกษา สือ่ ประเภทเกมการศึกษามีดงั นี้ ๑. เกมจบั คู่ - จับคู่รปู ร่างทเี่ หมือนกัน - จบั คู่ภาพเงา - จับคู่ภาพทซ่ี อ่ นอยู่ในภาพหลกั - จบั คสู่ ่ิงที่มีความสัมพันธ์กนั ส่ิงที่ใช้คู่กนั - จบั คภู่ าพส่วนเต็มกับส่วนย่อย - จบั คภู่ าพกบั โครงรา่ ง - จับคู่ภาพชน้ิ ส่วนทหี่ ายไป - จับคภู าพท่ีเป็นประเภทเดยี วกัน - จบั คูภ่ าพทีซ่ ่อนกัน - จบั คูภ่ าพสัมพันธแ์ บบตรงกันขา้ ม - จบั คภู่ าพท่ีสมมาตรกนั - จบั คู่แบบอุปมาอปุ ไมย - จับคู่แบบอนกุ รม ๒. เกมภาพตดั ต่อ - ภาพตัดต่อทีส่ มั พันธก์ บั หนว่ ยการเรยี นตา่ ง ๆ เช่น ผลไม้ ผกั ฯลฯ ๓. เกมจดั หมวดหมู่ - ภาพส่ิงต่าง ๆ ทนี่ ำมาจัดเปน็ พวก ๆ - ภาพเกยี่ วกับประเภทของใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน - ภาพจัดหมวดหมตู่ ามรปู รา่ ง สี ขนาด รูปทรงเรขาคณิต ๔. เกมวางภาพตอ่ ปลาย (โดมิโน) - โดมิโนภาพเหมอื น

๑๐๕ - โดมโิ นภาพสัมพันธ์ ๕. เกมเรยี งลำดับ - เรยี งลำดับภาพเหตุการณต์ ่อเนอื่ ง - เรียงลำดับขนาด ๖. เกมศกึ ษารายละเอยี ดของภาพ (ลอตโต) ๗. เกมจับคู่แบบตารางสัมพันธ์ (เมตรกิ เกม) ๘. เกมพื้นฐานการบวก กจิ กรรมเสรี /การเลน่ ตามมุม มสี ่ือประกอบการเรยี นรู้ในมุมประสบการณ์ ประกอบด้วย ๑. มุมบทบาทสมมติ จดั เป็นมุมเลน่ ดังน้ี ๑.๑ มุมบ้าน - ของเลน่ เคร่ืองใช้ในครวั ขนาดเลก็ หรือของจำลอง เช่น เตา กะทะ ครก กานา้ํ เขียง มีดพลาสตกิ หม้อ จาน ชอ้ น ถว้ ยชาม กะละมัง ฯลฯ - เครื่องเล่นตุ๊กตา เสอ้ื ผ้าตุ๊กตา เตียง เปลเดก็ ต๊กุ ตา - เครอ่ื งแตง่ บ้านจำลอง เช่น ชุดรับแขก โตะ๊ เครอื่ งแปง้ หมอนอิง กระจกขนาด เห็นเต็มตวั หวี ตลบั แปง้ ฯลฯ - เครื่องแต่งกายบุคคลอาชีพต่าง ๆ ทใ่ี ชแ้ ลว้ เช่น ชุดเครือ่ งแบบทหาร ตำรวจ ชดุ เส้อื ผา้ ผู้ใหญช่ ายและหญงิ รองเท้า กระเป๋าถอื ท่ีไม่ใช้แล้ว ฯลฯ - โทรศพั ท์ เตารดี จำลอง ทีร่ ีดผา้ จำลอง - ภาพถา่ ยและรายการอาหาร ๑.๒ มมุ หมอ - เคร่ืองเล่นจำลองแบบเครื่องมอื แพทย์และอุปกรณ์การรักษาผ้ปู ว่ ย เช่น หูฟงั เสอื้ คลุมหมอ ฯลฯ - อปุ กรณส์ ำหรบั เลยี นแบบการบันทึกข้อมูลผูป้ ว่ ย เช่น กระดาษ ดินสอ ฯลฯ ๑.๓ มุมร้านคา้ - กล่องและขวดผลิตภัณฑ์ต่างๆท่ีใช้แล้ว - อุปกรณป์ ระกอบการเล่น เช่น เคร่ืองคิดเลข ลูกคิด ธนบัตรจำลอง ฯลฯ ๒. มุมบลอ็ ก - ไมบ้ ลอ็ กหรือแทง่ ไมท้ ี่มขี นาดและรปู ทรงตา่ งๆกัน จำนวนต้ังแต่ ๕๐ ช้ินขน้ึ ไป - ของเลน่ จำลอง เช่น รถยนต์ เครอ่ื งบิน รถไฟ คน สตั ว์ ต้นไม้ ฯลฯ - ภาพถ่ายต่างๆ - ทจี่ ดั เก็บไมบ้ ล็อกหรือแท่งไม้อาจเปน็ ชัน้ ลงั ไม้หรือพลาสตกิ แยกตามรูปทรง ขนาด ๓. มมุ หนังสอื - หนงั สอื ภาพนิทาน สมุดภาพ หนงั สือภาพทม่ี ีคำ และประโยคส้ัน ๆพร้อมภาพ - ช้ัน/ทีว่ างหนงั สอื - อุปกรณต์ า่ ง ๆ ทใ่ี ช้ในการสรา้ งบรรยากาศการอ่าน เช่น เสอื่ พรม หมอน ฯลฯ - สมุดเซน็ ยืมหนังสือกลบั บ้าน - อปุ กรณ์สำหรบั การเขยี น - อปุ กรณเ์ สรมิ เชน่ เครือ่ งเล่นเทป ตลับเทปนิทานพร้อมหนังสือนิทาน หูฟัง ฯลฯ

๑๐๖ ๔. มมุ วิทยาศาสตร์ หรอื มุมธรรมชาตศิ กึ ษา - วสั ดตุ า่ ง ๆ จากธรรมชาติ เชน่ เมลด็ พชื ต่าง ๆ เปลือกหอย ดิน หนิ แร่ ฯลฯ - เครอ่ื งมือเครอื่ งใชใ้ นการสำรวจ สังเกต ทดลอง เช่น แวน่ ขยาย แมเ่ หล็ก เข็มทศิ เครือ่ งชั่ง ฯลฯ แหลง่ เรยี นรู้สำหรบั เด็กปฐมวยั โรงเรียนวดั นาวงจดั แหล่งเรยี นรู้เพ่อื ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย แบ่งเป็นแหลง่ เรียนรภู้ ายใน โรงเรยี น และแหล่งเรยี นรภู้ ายนอกโรงเรียน ซง่ึ ประกอบดว้ ยบุคคลและสถานท่ี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหลง่ เรียนรู้ ในชุมชนและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ โดยโรงเรยี นมวี ตั ถุประสงคใ์ นการใชแ้ หล่งเรยี นรูส้ ำหรับเดก็ ปฐมวยั ดงั น้ี ๑. เพื่อขยายความคดิ ในการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรใู้ หก้ วา้ งขวางขน้ึ ๒. เพ่อื สนับสนุนใหจ้ ัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ให้สอดคล้องกบั หลกั สตู รและเป็นการจัดการ เรียนรู้ตามแนวปฏิรปู การเรยี นรู้ 3. เพอ่ื สนับสนนุ การใชแ้ หล่งเรยี นรูท้ ่มี อี ยู่แลว้ ใหเ้ กิดคุณคา่ ต่อการเรียนรู้ของผ้เู รยี นอยา่ งแท้จรงิ ๔. เพ่อื กระต้นุ และพฒั นาการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ทส่ี อดคลอ้ งกับท้องถน่ิ และเป็น ระบบมากข้นึ ๕. เพอื่ สง่ เสริมความสัมพนั ธ์ท่ดี รี ะหวา่ งโรงเรยี นและชุมชน แหล่งเรียนรสู้ ำคัญทีโ่ รงเรยี นใชจ้ ัดประสบการณ์การเรยี นรูส้ ำหรับเด็กปฐมวยั มดี งั น้ี แหลง่ เรียนรภู้ ายในโรงเรยี น ๑. วดั นาวง ๒. ร้านคา้ สหกรณ์ 3. ห้องวิทยาศาสตร์ ๔. ห้อง ICT ๕. หอ้ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์ ๑ ๖. ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ ๒ ๗. ห้องปฏิบตั กิ ารทางภาษา ๘. หอ้ งดนตรี ๙. ห้องนาฎศลิ ป์ ๑๐. ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรยี น 1. ตลาดน้ำนครรงั สติ 2. พพิ ิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกยี รติฯ นวนคร จ.ปทมุ ธานี 3. เมอื งทองธานี 4. มหาวทิ ยาลัยรงั สติ 5. สวนสนกุ ดรีมเวลิ ด์ 6. เกาะรัตนโกสนิ ทร์ 7. สวนสัตว์ดุสิต จ.กรุงเทพมหานคร 8. ซาฟารีเวิลล์ 9. พพิ ิธภัณฑ์กองทัพอากาศ

๑๐๗ 10. อนสุ รณส์ ถานแหง่ ชาติ 11. ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศกึ ษา ทอ้ งฟ้าจำลองรงั สิต 12. พิพธิ ภัณฑธ์ รณวี ิทยา การประเมนิ พัฒนาการ โรงเรียนวัดนาวงถือว่าการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเป็นส่วนหน่ึง ของกิจกรรมปกติตามตารางกิจกรรมประจำวันและครอบคลุมพัฒนาการของเด็กทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปญั ญา เพื่อนำผลมาใช้ในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณพ์ ัฒนาเด็กให้เต็มตาม ศักยภาพของแต่ละคน โดยยึดหลักการและขั้นตอนการประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ซ่งึ มรี ายละเอยี ด ดังนี้ หลกั การประเมินพัฒนาการ ๑. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกดา้ นและนำผลมาพัฒนาเด็ก ๒. ประเมินเป็นรายบคุ คลอย่างสม่ําเสมอต่อเน่ืองตลอดปี ๓. สภาพการประเมนิ ควรมีลักษณะเช่นเดียวกบั การปฏบิ ตั ิกิจกรรมประจำวัน ๔. ประเมนิ อยา่ งเปน็ ระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เคร่ืองมือและจดบันทกึ ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน ๕. ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ด้วยวิธกี ารหลากหลายเหมาะกบั เดก็ รวมท้ังใช้แหลง่ ข้อมลู หลายๆ ดา้ น ไมใ่ ชก่ ารทดสอบ ข้ันตอนการประเมินพัฒนาการ การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวัย มขี ั้นตอนต่างๆ ดงั ต่อไปนี้ ๑. ศึกษาและทำความเข้าใจพัฒนาการของเดก็ ในแตล่ ะช่วงอายุทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และ สตปิ ัญญา ๒. วางแผนเลือกใช้วิธกี ารและเคร่ืองมือที่เหมาะสมสำหรบั ใช้บันทึกและประเมนิ พัฒนาการ ๓. ดำเนินการประเมินและบันทกึ พัฒนาการ ๔. ประเมินและสรปุ ๕. รายงานผล ๖. ใหผ้ ู้ปกครองมีสว่ นร่วมในการประเมนิ วธิ ีการประเมนิ จดั ให้มีการประเมนิ พัฒนาการเด็กทุกดา้ นโดยใช้วิธีการประเมนิ ที่หลากหลาย เนน้ การ ประเมินตามสภาพจรงิ โดยมีวิธีการประเมนิ พฒั นาการดังน้ี ๑. การสังเกตและบนั ทึกพฤติกรรมของเด็ก ๒. การสมั ภาษณ์ สนทนา ซักถามเด็ก ๓. การสัมภาษณ์ สนทนา ซกั ถามผู้ปกครอง ๔. การตรวจผลงาน ประเมินช้นิ งานอย่างต่อเนื่อง ๕. การรวบรวมผลงานทแี่ สดงความกา้ วหน้าของเด็กรายบคุ คล (portfolio) ๖. การประเมินการเจริญเติบโต

๑๐๘ เครื่องมือทใ่ี ช้ในการประเมิน ๑. แบบสำรวจรายการพฤติกรรมของเดก็ ๒. แบบบันทกึ การเลือกเล่นตามมุม ๓. การบนั ทึกสุขภาพ ๔. แบบสมั ภาษณ์ ๕. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ๖. แบบบนั ทกึ คำพดู เกณฑก์ ารประเมิน ใช้เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ ๓ ระดบั ดังนี้ ระดบั ๓ หมายถงึ ปฏบิ ัตไิ ดด้ ี ระดับ ๒ หมายถึง ปฏบิ ัตไิ ด้เป็นครงั้ คราว ระดบั ๑ หมายถึง ควรสง่ เสรมิ ระยะเวลาประเมิน โรงเรยี นวัดนาวงกำหนดการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัยไว้ดงั นี้ ๑.การประเมินระหวา่ งการเรียนรู้ ให้ครูผสู้ อนประเมินพัฒนาการตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ของแต่ละหน่วยการเรยี นรู้ ๒. การประเมินรายภาคเรียน ใหค้ รูผู้สอนประเมนิ พัฒนาการตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึง ประสงค์ของหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย ปกี ารศึกษาละ ๒ คร้ัง และสรุปผล ๓. การประเมินเมื่อจบหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั เอกสาร/หลักฐานแสดงผลการประเมนิ พัฒนาการ ๑. บัญชีเรียกชอ่ื นกั เรียนระดับปฐมวัย (อบ.๑) ๒. สมุดบนั ทกึ พฒั นาการนักเรียนระดับชน้ั ปฐมวัยปที ี่ ๑ (อบ.๒/๑) ๓. สมุดบนั ทึกพัฒนาการนกั เรยี นระดบั ชั้นปฐมวัยปที ี่ ๒ (อบ.๒/๒) ๔. สมุดบนั ทึกพฒั นาการนกั เรียนระดับชั้นปฐมวัยปีท่ี ๓ (อบ.๒/๓) ๕. สมุดประจำตัวนักเรียน (อบ.๓) การบริหารจัดการหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั โรงเรียนวัดนาวงกำหนดภารกิจการบรหิ ารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย ไว้ดงั นี้ ๑. การเตรยี มความพร้อมของสถานศกึ ษา การเตรียมความพร้อมของสถานศกึ ษาในการ บริหารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ๑.๑ สร้างความตระหนักให้แก่บุคคล ซ่ึงประกอบด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา ผบู้ ริหาร ครูผู้สอน ผปู้ กครอง ชุมชน นักเรียน ทง้ั นเี้ พ่ือใหเ้ หน็ ความสำคัญ ความจำเปน็ ท่ตี อ้ งรว่ มมือกันบรหิ าร จัดการหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา โดยมีข้อมูลที่แสดงความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการจัดทำ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของบุคลากรที่เก่ียวข้อง มีเอกสารและหลักฐานเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย และบุคลากรที่เก่ียวข้องมีความสนใจ และกระตือรือร้นที่จะหาความรู้เกี่ยวกับหลักสูตร การศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐

๑๐๙ ๑.๒ พฒั นาบคุ ลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกบั การพัฒนาหลกั สูตร สถานศึกษา โดยมีคณะทำงานท่ีรับผิดชอบเอกสารหลักสูตร มีข้อมูลเก่ียวกับความต้องการพัฒนาความรู้ เกยี่ วกบั การศกึ ษาปฐมวัยของบุคลากรในสถานศึกษา และมีบญั ชรี ายชื่อสถานศึกษาและแหลง่ เรียนรู้ ๑.๓ ดำเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการของสถานศึกษา ซ่ึงประกอบด้วย คณะกรรมการ บริหารหลักสูตรและงานวิชาการการศึกษาปฐมวัย และคณะกรรมการอ่ืน ๆ ตามความจำเป็น และช้ีแจงให้ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเข้าใจบทบาทหน้าทขี่ องตนเองสอดคล้องกบั นโยบายของสถานศึกษา ๑.๔ จัดทำระบบสารสนเทศของสถานศึกษา มีการจัดทำข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนชุมชน และข้อมูลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และมีข้อมูลเก่ียวกับการจัดทำหลักสูตรทั้งในอดีต ปัจจุบันและ อนาคต และจะต้องเป็นข้อมูลสารสนเทศท่ีมีคุณภาพทั้งในด้านความถูกต้อง เชื่อถือได้มีความเป็นปัจจุบัน สามารถตอบสนองผู้ใชไ้ ด้ทนั เหตุการณ์ ๑.๕ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย โดยนำข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา ชุมชน มาใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาท่ีมีความสอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาปรับปรุงการจัดการศึกษาของสถานศึกษาท้ังระบบทั่วท้ังองค์กร กำหนดเป็น แผนพัฒนาอย่างต่อเน่ือง โดยทุกกิจกรรมท่ีเป็นองค์ประกอบหลักของระบบการจัดการศึกษา ได้แก่ หลักสูตร การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การเรียนเสรมิ ภาษาองั กฤษโดยครูต่างชาติในระดบั ชน้ั ปฐมวยั ปีที่ ๓ การเรยี น เสริมดนตรีในระดับช้ันปฐมวัยปีที่ 2 การประเมินพัฒนาการ การบริหารจัดการ การปกครอง การพัฒนา วิชาชีพ บุคลากร การบริหารงบประมาณ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน จัดทำเป็นเอกสารใหท้ ุกคน รบั ทราบและดำเนนิ การตามแผนพัฒนาท่กี ำหนดขึน้ ๑.๖ เผยแพร่ประชาสมั พันธห์ ลักสูตรให้กับผ้ปู กครอง นกั เรียน หน่วยงาน องคก์ รในชุมชน ทุกฝ่ายได้รับทราบด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย และขอความร่วมมือ โดยมีการประชาสัมพันธ์หลักสูตร ความเคลื่อนไหวของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยให้กับบุคลากรในสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนทราบ และ บุคลากรทกุ ฝา่ ยอาสาทจ่ี ะชว่ ยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๒. การจัดทำหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย ๒.๑ ศึกษาวิเคราะหข์ ้อมูลท่ีเกยี่ วข้อง ๒.๒ กำหนดวสิ ยั ทศั น์ ภารกจิ เป้าหมายของการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในระดับ ปฐมวยั ๒.๓ กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ๒.๔ กำหนดโครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สาระการเรยี นรู้รายปี ๒.๕ กำหนดการจัดประสบการณ์ ๒.๖ กำหนดการสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้ ๒.๗ กำหนดการประเมินพฒั นาการ ๒.๘ กำหนดสอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ ๒.๙ กำหนดการบรหิ ารจัดการหลักสูตร การนำหลกั สตู รไปใช้ การจดั งบประมาณ อาคารสถานที่ วสั ดุอปุ กรณ์ และบคุ ลากรใหส้ อดคล้องกับหลกั สูตรสถานศึกษา

๑๑๐ ๓. การวางแผนดำเนินการใช้หลกั สูตร ๓.๑ สรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ บรรยากาศและส่ิงแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน เช่น สะอาด ปลอดภยั สะดวกสบาย และส่งเสรมิ การใฝร่ ู้ สนองความสนใจทจ่ี ะเรยี นรู้ คน้ คว้า ทดลอง และสัมผัสของเด็ก จัดเตรียมส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสมกับความต้องการของเด็ก รวมถึงสอดคล้องกับสภาพและความต้องการ ของหลักสูตร เพื่อส่งผลใหบ้ รรลุจุดหมายในการพฒั นาเด็ก ๓.๒ จดั หา เลือกใช้ ทำและพัฒนาส่ือ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ และหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง พัฒนาเด็กปฐมวัยท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปัญญา ใชส้ ื่ออย่างเหมาะสมกับวัย วุฒภิ าวะ ความแตกต่างระหว่างบคุ คล ความสนใจและ ความต้องการของเดก็ ทห่ี ลากหลาย โดยมีแนวทางดงั น้ี ๓.๒.๑ จดั ทำและจัดหาสอื่ ที่มอี ย่ใู นท้องถนิ่ มาประยกุ ตใ์ ช้เปน็ สอ่ื การเรียนรู้ ๓.๒.๒ ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเพ่ือพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการ เรียนรู้ของผเู้ รียน ๓.๒.๓ จัดทำและจัดหาสื่อ สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน และสำหรับเสริม ความร้ขู องผูส้ อน ๓.๒.๔ ศึกษาวิธีการเลือกและการใช้สื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม หลากหลายและสอดคล้องกบั วิธีการเรียนรู้ ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล ๓.๒.๕ ศึกษาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพมาตรฐานสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขน้ึ เองและ ทเี่ ลอื กนำมาใช้ประกอบการเรยี นรู้ ๓.๒.๖ จัดหาและจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ท่ีประสิทธิภาพใน สถานศกึ ษาและในชุมชน เพื่อศกึ ษาค้นคว้า แลกเปล่ยี นประสบการณ์การเรยี นรู้ ๓.๒.๗ จัดให้มีเครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนการเรียนรู้ระหว่าง สถานศกึ ษา ทอ้ งถน่ิ ชมุ ชนและสังคมอื่น ๓.๒.๘ จัดให้มีการกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานเก่ียวกับส่ือ และการใช้ สอ่ื การเรยี นร้เู ป็นระยะ ๆ ๓.๓ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของ เด็ก ใช้หลักการบูรณาการ โดยจัดประสบการณ์ผ่านการเล่น พัฒนาเด็กโดยองค์รวม จัดเนื้อหาสาระและ กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและ บริบทที่เด็กอาศัยอยู่ ให้เด็กได้เรียนรู้ท้ังกระบวนการและผลผลิตผ่านส่ือและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยจัดการประเมินพัฒนาการเป็นกระบวนการอย่างต่อเน่ือง และให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการ พัฒนาเด็ก ๔. การดำเนนิ การบรหิ ารหลกั สูตร (การใช้หลักสตู ร) การดำเนินการบริหารหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย คอื การใชห้ ลักสตู รตามทศิ ทางที่ สถานศึกษากำหนดให้บรรลุผลสำเร็จ จัดการเรียนการสอนและดำเนินกิจกรรมต่างๆตามแผนปฏิบัติการของ สถานศกึ ษา การดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นวธิ ีการทด่ี สี ามารถใช้บริหารจัดการหลกั สตู ร ได้ประสบผลสำเร็จ

๑๑๑ ๕. การกำกับ ตดิ ตาม ประเมินผลและรายงาน ๕.๑ การนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการหลักสูตรและงาน วชิ าการภายในสถานศกึ ษา โดยจัดระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานคุณภาพการจัดการศึกษา ท่ีมีประสิทธิภาพ ให้ทุกฝ่ายท่ีมีส่วนร่วมรับผิดชอบมองเห็นภาพความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการให้ ความร่วมมือ ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนการวางแผนการดำเนินงานจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพอย่าง แท้จริงดี บทบาทผู้เก่ียวขอ้ งกบั การบริหารจัดการหลกั สูตร ๑. บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนมีเป้าหมายจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยในสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดจึง กำหนดบทบาทของผู้บรหิ ารสถานศึกษา ดงั น้ี ๑.๑ ศึกษา ทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสัยทัศน์ด้านการจัด การศกึ ษาปฐมวยั ๑.๒ คัดเลือกบคุ ลากรทท่ี ำงานกับเดก็ เช่น ผสู้ อน พี่เล้ียง อยา่ งเหมาะสม ๑.๓ ส่งเสริมการจัดบริการทางการศกึ ษาใหเ้ ดก็ ได้เข้าเรยี นอย่างทั่วถึงและเสมอภาคและ ปฏิบตั ิการรบั เด็กตามเกณฑท์ ี่กำหนด ๑.๔ สง่ เสรมิ ใหค้ รผู สู้ อนและผปู้ ฏบิ ัติงานกับเด็กพัฒนาตนเองมคี วามรู้ก้าวหนา้ อย่เู สมอ ๑.๕ เป็นผู้นำในการจดั ทำหลักสตู รสถานศกึ ษาโดยร่วมใหค้ วามเห็นชอบกำหนดวิสัยทัศน์ และคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ของเดก็ ทุกชว่ งอายุ ๑.๖ สรา้ งความร่วมมอื และประสานกบั บคุ ลากรทุกฝา่ ยในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ๑.๗ จัดให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก งานวิชาการหลักสูตรอย่างเป็นระบบและ มกี ารประชาสัมพันธ์หลักสูตรสถานศึกษา ๑.๘ สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ท่ีเอื้ออำนวยต่อ การเรียนรู้ ๑.๙ นิเทศ กำกบั ตดิ ตามการใชห้ ลักสูตร โดยจดั ใหม้ ีการนเิ ทศภายในอยา่ งมีระบบ ๑.๑๐ กำกับ ติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและนำผลจาก การประเมินไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพเด็ก ๑.๑๑ กำกับ ติดตาม ให้มีการประเมินการนำหลักสูตรไปใช้ เพื่อนำผลจากการประเมิน มาปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บริบทสังคมและ มคี วามทันสมัย ๒. บทบาทผู้สอนระดบั ปฐมวัย การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถือว่าเด็กมีความสำคญั ที่สดุ กระบวนการจัดการศึกษาต้องสง่ เสริม ให้เด็กสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มศักยภาพ ดังนั้น ผู้สอนจึงมีบทบาท สำคัญย่งิ ท่จี ะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรูด้ ังกล่าวบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรยี นวัดนาวงจึงกำหนด บทบาทและหนา้ ที่ของครูผู้สอนระดับปฐมวัย ดงั น้ี ๒.๑ บทบาทในฐานะผ้เู สริมสร้างการเรียนรู้ ๒.๑.๑ จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กท่ีเด็กกำหนดข้ึนด้วยตัวเด็กเองและ ผสู้ อนกำหนดรว่ มกับเดก็ โดยเสริมสร้างพฒั นาการให้ครบทุกด้าน

๑๑๒ ๒.๑.๒ ส่งเสริมให้เด็กใช้ข้อมูลแวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการ ในการผลติ กระทำ หรอื หาคำตอบในสิ่งที่เด็กเรยี นรอู้ ยา่ งมเี หตุผล ๒.๑.๓ กระตุ้นให้เด็กร่วมคิด แก้ปัญหา ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ด้วยวิธีการ ศึกษาทีน่ ำไปสู่การใฝ่รู้ และพฒั นาตนเอง ๒.๑.๔ จดั สภาพแวดล้อมและสรา้ งบรรยากาศการเรยี นท่ีสร่างเสรมิ ให้เดก็ ทำกิจกรรม ได้เตม็ ตามศักยภาพและความแตกตา่ งของเด็กแต่ละบุคคล ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและคา่ นิยมที่พึงประสงค์ในการเรียนรู้และ กิจกรรมต่างๆ อย่างสมำ่ เสมอ ๒.๑.๖ ใช้กจิ กรรมการเลน่ เป็นสือ่ การเรียนรู้สำหรับเดก็ ให้เปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๒.๑.๗ ใช้ปฏิสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างผู้สอนและเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการ สอนอยา่ งสม่ำเสมอ ๒.๑.๘ จัดการประเมินผลการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับสภาพจริงและนำผลการประเมิน มาปรบั ปรุงพฒั นาคณุ ภาพเด็กเต็มตามศักยภาพ ๒.๒ บทบาทในฐานะผู้ดูแลเดก็ ๒.๒.๑ สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านท้ังทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒.๒.๒ ฝึกให้เด็กช่วยเหลอื ตนเองในชีวิตประจำวัน ๒.๒.๓ ฝกึ ให้เดก็ มีความเชือ่ ม่นั มคี วามภมู ใิ จในตนเองและกล้าแสดงออก ๒.๒.๔ ฝึกการเรียนรู้หนา้ ที่ ความมวี นิ ยั และการมนี ิสัยทีด่ ี ๒.๒.๕ จำแนกพฤติกรรมเด็กและสร้างเสริมลักษณะนิสยั และแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพ่ือให้เด็กได้ พฒั นาเต็มศกั ยภาพและมมี าตรฐานคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ ๒.๓ บทบาทในฐานะนกั พัฒนาเทคโนโลยีการสอน ๒.๓.๑ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพ บริบทสงั คม ชุมชน และท้องถน่ิ ๒.๓.๒ ใช้เทคโนโลยแี ละแหล่งเรียนรใู้ นชมุ ชนในการเสริมสร้างการเรียนรูใ้ ห้แกเ่ ดก็ ๒.๓.๓ จัดทำวิจัยในช้ันเรียน เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาส่ือการเรียนรู้ ๒.๓.๔ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้ มีวิสัยทัศน์ และทนั สมยั ทนั เหตุการณ์ในยคุ ของข้อมลู ข่าวสาร ๒.๔ บทบาทในฐานะผบู้ ริหารหลักสตู ร ๒.๔.๑ ทำหน้าท่วี างแผนกำหนดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๒.๔.๒ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมีอิสระใน การเรียนรู้ทั้งกายและใจ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กเล่น/ทำงานและเรียนรู้ทง้ั รายบุคคลและเป็นกลุม่ ๒.๔.๓ ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพือ่ นำผลการประเมินมาปรับปรุง พัฒนาหลักสูตร ให้ทันสมยั สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถน่ิ

๑๑๓ ๓. บทบาทของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองเดก็ ปฐมวยั การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กท่ีผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้อง สื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อความเข้าใจตรงกันและพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้กับเด็ก ดังนั้น โรงเรียนวดั นาวงจึงกำหนดบทบาทหน้าท่ีของพอ่ แมห่ รือผู้ปกครอง ดังนี้ ๓.๑ มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบกำหนดแผน การเรยี นรขู้ องเด็กรว่ มกับผู้สอน ๓.๒ ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาเด็ก ตามศกั ยภาพ ๓.๓ เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ จัดบรรยากาศภายในบา้ นใหเ้ อื้อต่อการเรยี นรู้ ๓.๔ สนับสนุนทรพั ยากรเพื่อการศึกษาตามความเหมาะสมและจำเปน็ ๓.๕ อบรมเล้ียงดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการ ด้านต่างๆ ของเด็ก ๓.๖ ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตลอดจนส่งเสริมคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ โดยประสานความร่วมมอื กับผสู้ อนและผ้เู กย่ี วขอ้ ง ๓.๗ เป็นแบบอย่างที่ดีท้ังในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมีคุณธรรม นำไปสู่การพฒั นาใหเ้ ป็นสถานบันแหง่ การเรยี นรู้ ๓.๘ มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ๔. บทบาทของชมุ ชน การปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้ชุมชนมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อ รว่ มกนั พฒั นาผูเ้ รยี นตามศกั ยภาพ ดังน้ัน ชมุ ชนจงึ มบี ทบาทในการจดั การศกึ ษาปฐมวยั ดงั นี้ ๔.๑ มีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคมชมรมผู้ปกครอง ๔.๒ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ ของสถานศกึ ษา ๔.๓ เป็นศูนย์การเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ จากสถานการณจ์ รงิ ๔.๔ ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ขู องสถานศกึ ษา ๔.๕ ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิทยากรภายนอกและภูมิ ปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมท้ังสืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ของท้องถ่นิ และของชาติ ๔.๖ ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการ ของชุมชน และมสี ว่ นในการพัฒนาชุมชนและท้องถิน่ ๔.๗ มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทำหน้าทเี่ สนอแนะในการพัฒนาการจดั การศึกษาของสถานศึกษา

๑๑๔ การเชอื่ มต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปที ่ี ๑ การเช่ือมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ตอ่ การจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับธรรมชาติการเรยี นรแู้ ละพัฒนาการของเด็กแต่ละคน เพื่อให้เด็กทุก คนสามารถพัฒนาและเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมตามวัย โรงเรียนวัดนาวงมีนโยบายให้บุคลากรทุกฝ่าย ที่เก่ียวข้องในการจัดการศึกษาท้ังสองระดับ คือ ระดับการศึกษาปฐมวัย และ ระดับประถมศึกษา ประชุมเพ่ือ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการท่ีเป็นการเชื่อมต่อ ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ตัวเด็ก ผู้สอน ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาอ่ืนๆท้ังระบบ โดยกำหนดให้ผู้สอนระดับปฐมวัย กับผู้สอน ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ซ่ึงผู้บริหารสถานศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชนและ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นผู้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือที่เหมาะสม เพ่ือให้เด็กสามารถปรับตัวรับความ เปลี่ยนแปลงในช่วงรอยเช่ือมต่อได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาการเรียนรไู้ ด้อย่างราบรื่นและ ประสบผลสำเร็จ ตามเป้าหมายหลกั สูตรทีก่ ำหนดไว้ โ ร ง เรี ย น วั ด น า ว ง มี แ น ว ท า ง ใน ก า ร ส ร้ า ง ก า ร เช่ื อ ม ต่ อ ข อ ง ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ ป ฐ ม วั ย กั บ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ดงั นี้ ๑. ผ้บู ริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเช่ือมต่อโดยเฉพาะระหว่าง หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ - ๕ ปีกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานในชั้นประถมศึกษา ปีท่ี ๑ โดยต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการท่ีจะเอื้อ ตอ่ การเชอ่ื มโยงการศกึ ษาโดยการจัดกจิ กรรมเพื่อเชื่อมต่อการศึกษา ดังตัวอยา่ งกจิ กรรมตอ่ ไปน้ี ๑.๑ จัดประชุมครูระดับปฐมวัยและครูระดับประถมศึกษาร่วมกันสร้างรอยเชื่อมต่อของ หลักสูตรทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเพื่อครูทั้งสองระดับจะได้เตรียมการสอนให้สอดคล้อง กบั เดก็ วัยน้ี ๑.๒ จัดหาเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของท้ังสองระดับมาไว้ให้ครูและ บคุ ลากรอน่ื ๆ ได้ศึกษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมให้ครูท้ังสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ท่ีได้รับจาก การอบรม ดูงาน ซึ่งไมค่ วรจัดให้เฉพาะครใู นระดบั เดียวกันเท่าน้ัน ๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ระหว่างสถานศึกษา พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และ บุคลากรทางการศกึ ษาอยา่ งสม่ำเสมอ ๑.๕ จัดให้มีการพบปะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับ พ่อแม่ ผู้ปกครอง อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องในระหว่างที่เด็กอยู่ในระดับปฐมวัย เพื่อพ่อแม่ ผู้ปกครองจะได้สร้างความเข้าใจและสนับสนุน การเรียนการสอนของบุตรหลานตนได้อย่างถกู ต้อง ๑.๖ จัดกิจกรรมให้ครูท้ังสองระดับได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับพ่อแม่ ผู้ปกครองและเด็ก ในบางโอกาส ๑.๗ จัดกิจกรรมปฐมนิเทศพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างน้อย ๒ คร้ัง คือ ก่อนเด็กเข้าเรียน ระดับปฐมวัยและก่อนเด็กจะเลื่อนข้ึนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาท้ังสอง ระดับและใหค้ วามรว่ มมอื ในการชว่ ยเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไดด้ ี

๑๑๕ ๒. ครูระดับปฐมวัย ครูระดับปฐมวัย นอกจากจะต้องศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และจัด กิจกรรมพัฒนาเด็กของตนแล้ว ควรศึกษาหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอน ในชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ และสรา้ งความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็ก ในการปรบั ตวั กอ่ นเลอ่ื นข้ึนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ โดยครูอาจจดั กจิ กรรมดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับตัวเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อครูชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ซ่งึ จะทำให้ครรู ะดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมลู นัน้ ชว่ ยเหลือเด็กในการปรับตวั เข้ากบั การเรยี นรใู้ หม่ต่อไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถงึ ประสบการณ์ท่ีดี ๆ เก่ียวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศกึ ษา ปที ี่ ๑ เพื่อให้เดก็ เกิดเจตคตทิ ่ีดีต่อการเรยี นรู้ ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทาความรู้จักกับครูตลอดจนสภาพแวดล้อม บรรยากาศของ ห้องเรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑ ท้ังท่อี ยู่ในสถานศกึ ษาเดยี วกนั หรือสถานศึกษาอ่ืน ๓. ครูระดับประถมศึกษา ครูระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัยและมีเจตคติที่ดีต่อ การจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในระดับ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ของตนใหต้ อ่ เน่ืองกับการพฒั นาเดก็ ในระดับปฐมวยั ดังตวั อย่าง ต่อไปนี้ ๓.๑ จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับครูและ ห้องเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ กอ่ นเปิดภาคเรียน ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์ ภายในห้องเพ่ือให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ เช่น มุมหนังสือ มุมของเล่นมุมเกมการศึกษา เพอื่ ช่วยให้เดก็ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ไดป้ รับตวั และเรียนรู้จากการปฏิบตั จิ ริง ๓.๓ จัดกิจกรรมรว่ มกันกบั เดก็ ในการสร้างขอ้ ตกลงเก่ียวกบั การปฏิบตั ิตน ๓.๔ เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีกับเดก็ พ่อแม่ ผู้ปกครองและ ชมุ ชน ๔. พอ่ แม่ ผู้ปกครองและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสอง ระดับ และเข้าใจว่าถึงแม้เด็กจะอยู่ในระดับประถมศึกษาแล้ว แต่เด็กยังต้องการความรัก ความเอาใจใส่ การดูแลและการปฏิสัมพนั ธ์ เข้าใจพัฒนาการการเรยี นรู้และพฤตกิ รรมของเด็กในวัยนี้ และให้ความร่วมมือกับ ครู บุคลากรในสถานศึกษา เพ่ือช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถปรับตัวเข้าเรียนในระดับชั้น ประถมศกึ ษา

๑๑๖ ภาคผนวก





โรงเรยี นวัดนาวง ตาบลหลกั หก อาเภอเมืองปทมุ ธานี จังหวดั ปทมุ ธานี สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปทมุ ธานี เขต ๑ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook