36 4. ช่วยชี้ให้เห็นความสาคัญของแต่ละโครงการ ตามลาดับก่อนหลัง โดยสามารถทราบได้ว่า โครงการใด มีความจาเปน็ เร่งด่วนกว่ากัน ทงั้ นี้เพือ่ ช่วยแกป้ ัญหาในการคัดเลือกโครงการ 5. ช่วยให้ได้ข้อมูลป้อนกลับจากผู้รับบริการ ข้อมูลประเภทนี้ทาให้ทราบถึงข้อจากัด และ ปัญหาต่างๆ ในการปฏิบัติงานเพ่ือนามาปรับปรุงโครงการตลอดจน เพ่ือก่อให้เกิดความสัมพันธ์ท่ีดี ระหวา่ งผใู้ หแ้ ละผู้รบั บริการ 6. ชว่ ยให้ทราบถึงผลผลิตของโครงการทัง้ ในด้านท่พี ึงประสงค์ และไม่พึงประสงคค์ วบค่กู นั ไป สมคิด พรมจ้ยุ (2552 : 30) ไดส้ รุปประโยชน์ของการประเมนิ โครงการไว้ ดังนี้ 1. ช่วยให้ข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ เพ่ือนาไปใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผน โครงการตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรต่างๆ ท่ีจาเป็นในการดาเนินโครงการตลอดจนตรวจสอบ ความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยในการจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรคของการดาเนินโครงการ 2. ช่วยให้ข้อมูลเก่ียวกับความสาเร็จ และความล้มเหลวของโครงการเพ่ือนาไปใช้ใน การตัดสินใจ และวินิจฉัยว่าจะดาเนินโครงการในช่วงต่อไปหรือไม่ จะยกเลิกหรือขยายการดาเนิน โครงการต่อไป 3. ช่วยให้ไดข้ ้อมูลทบ่ี ง่ บอกถึงประสทิ ธิภาพของการดาเนินโครงการวา่ เปน็ อย่างไร 4. เป็นแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติโครงการ เพราะการประเมินโครงการด้วยตนเอง จะทาให้ ผู้ปฏิบัติงานได้ทราบผลการดาเนินงาน จุดเด่น จุดด้อยและนาข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา โครงการใหม้ ีประสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ จากการศึกษาสรุปได้ว่า ประโยชน์ของการประเมินโครงการช่วยให้เป็นที่ยอมรับ และเป็น ท่ีน่าเช่ือถือจากบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการ เป็นสารสนเทศท่ีมีคุณค่า ช่วยให้ทราบถึงผลผลิตของ โครงการท้ังในด้านทพ่ี ึงประสงค์ และไม่พงึ ประสงค์เป็นแรงจูงใจให้ผ้ปู ฏิบัติโครงการ เพราะการประเมิน โครงการด้วยตนเอง จะทาให้ผ้ปู ฏิบัติงานไดท้ ราบผลการดาเนินงาน จดุ เดน่ จดุ ด้อย และนาข้อมูลไปใชใ้ นการปรบั ปรงุ และพฒั นาโครงการให้มีประสิทธิภาพยง่ิ ข้นึ 3.7ิรปู แบบการประเมนโครงการ นักการศึกษาได้แบ่งรูปแบบของการประเมินโครงการไว้ดังน้ีรูปแบบการประเมินมีอย่าง หลากหลาย เกือบท้ังหมดพัฒนามาจากต่างประเทศ ในประเทศได้มีผู้รวบรวมและจาแนกไว้หลายท่าน สาหรับการรวบรวมท่ีได้จานวนมากที่สุดเท่าท่ี มีการรวบรวมมา โดย คริ ิชยั กาญจนวาสี (2545 : 104 - 129 อ้างอิงใน พิสณุ ฟองศรี, 2549 : 31 - 40) สรุปว่ามีรูปแบบการประเมิน 28 รูปแบบ แบ่งเป็นกลุ่ม ได้ 4 กลุ่ม แตล่ ะรปู แบบในกล่มุ ต่าง ๆ มีดงั นี้ (พิสณุ ฟองศร,ี 2549 : 31- 40) 1. กลุ่มท่ีเน้นการตัดสินใจด้วยวิธีเชิงระบบ รูปแบบนี้เน้นการใช้วิธีเชิงระบบเพ่ือ การเสนอสารสนเทศทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ผเู้ กี่ยวข้อง สาหรบั การตัดสินใจในเชิงบริหาร มี 9 รูปแบบ ดงั น้ี 1.1 รูปแบบการวเิ คราะหร์ ะบบ (Sytem Analysis Model) 1.2 รูปแบบการวเิ คราะหค์ า่ ใช้จ่าย (Cost Related Analysis Model) 1.3 รูปแบบเพรท (Program Evaluation and Review Techniques Model : PERT)
37 1.4 รูป แ บ บ ข องรอ ส ซ่ี ฟ รีแ ม น แล ะไรซ์ (Rossi,Freeman and Wright Approach Model: RFWA) 1.5 รปู แบบทดลอง (Experimental Model) 1.6 รูปแบบยดึ จดุ มุง่ หมาย (Goal-Base Model) 1.7 รูปแบบการตรวจสอบความไม,สอดคลอ้ ง (Discrepancy Model) 1.8 รปู แบบซิปป์ (Context - Input - Process - Product Model: CIPP) 1.9 รูปแบบศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการประเมิน (Center for the study Evaluation Model: CSE) 2. กลุ่มท่ีเน้นการตัดสินใจด้วยวิธีเชิงธรรมชาติ รูปแบบการประเมินในกลุ่มน้ีเน้น การใช้วิธีธรรมชาติ เพ่ือการเสนอสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เก่ียวข้องสาหรับการตัดสินใจ ในเชงิ บรหิ ารมี 7 รูปแบบ ดังน้ี 2.1 รปู แบบการนาผลไปใช้ประโยชน์ (Utilization Focused Approach Model : UFA) 2.2 รูปแบบยึดผู้มีสว่ นไดเ้ สยี (Stakeholders Based Model) 2.3 รูปแบบสนองความตอ้ งการ (Responsive Model) 2.4 รปู แบบทเี่ นน้ การสรา้ งสรรค์ของนกั ประเมนิ (Creative Model) 2.5 รปู แบบทรานแซ็คช่นั แนล (Transactional Model) 2.6 รูปแบบอิลลูมเิ นทีฟ (Illuminative Model) 2.7 รูปแบบประชาธปิ ไตย (Democratic Model) 3. กลมุ่ ที่เน้นตดั สนิ คณุ ค่าด้วยวธิ เี ชิงระบบ รปู แบบการประเมินในกลมุ่ นี้ เนน้ การใช้วธิ เี ชิงระบบ เพื่อใหน้ ักประเมนิ ตดั สินคณุ ค่าของส่งิ ทมี่ ุ่งประเมิน มี 7 รปู แบบ ดังน้ี 3.1 รูปแบบท่เี นน้ ผู้บริโภค (Consumer - Oriented Model) 3.2 รปู แบบพพิ ากษา (Judicial Model) 3.3 รปู แบบรบั รองวทิ ยฐานะ (Accreditation Model) 3.4 รูปแบบอิสระจากจดุ มุ่งหมาย (Goal-Free Model) 3.5 รูปแบบประเมินประสิทธผิ ลการฝึกอบรม (Training Model) 3.6 รปู แบบทยี่ ึดทฤษฎี (Theory - Based Model) 3.7 รปู แบบมลู ค่าเพ่มิ (Value-Added Model) 4. กลุ่มที่เน้นตัดสินคุณค่าด้วยวิธีเชิงธรรมชาติ รูปแบบการประเมินในกลุ่มน้ีเน้น การใช้วิธีเชงิ ธรรมชาติ เพ่อื ใหน้ ักประเมนิ ตดั สนิ คณุ คา่ สงิ่ ท่ีประเมิน มี 5 รูปแบบ ดังนี้ 4.1 รปู แบบเอฟเฟคทฟี (Effective Model) 4.2 รูปแบบศิลปะวิจารณ์ (Criticism Model) 4.3 รูปแบบยดึ สภาพจริง (Authentic Model) 4.4 รูปแบบคอนสตรคั ดิรสิ ท์ (Constructivist Model) 4.5 รปู แบบเสริมพลังอานาจ (Empowerment Model)
38 ท่ีกล่าวมาข้างต้น เป็นรูปแบบทั่วไปท้ังหมด แต่การประเมินทางการศึกษาพบว่า รูปแบบการประเมินท่ีมีอิทธิพลและได้รับความนิยมกันมาก มี 4 รูปแบบ คือ (พิสณุ ฟองศรี, 2549 : 40) 1. รูปแบบการประเมนิ ทยี่ ึดจุดมุ่งหมายของไทเลอร์ (Tyler) 2. รูปแบบสนองความต้องการของสเตก (Stake) 3. รปู แบบท่ีช่วยในการตดั สนิ ใจแบบซิปป็ของสตฟั เฟลิ บมี (Stufflebeam) 4. รูปแบบการประเมนิ ประสทิ ธผิ ลการอบรมของเคริ ก์ แพ็ททริค (Kirk Patrick) สาหรับรูปแบบการประเมินท่ีนิยมใช้กันแพร่หลายมากท่ีสุด ได้แก่ การประเมินโดยใช้ รูปแบบ CIPP (พิสณุ ฟองศรี, 2549 : 45) โดยเฉพาะการประเมินโครงการต่าง ๆ ท้ังโครงการ ท่ัวไปและ โครงการทางการศึกษา รวมทง้ั หลักสตู รในระดบั ต่าง ๆ เพราะว่าการประเมินให้ สารสนเทศทีค่ รอบคลุม มกี ารพิจารณาถึงสภาพแวดลอ้ มต่าง ๆ มาประกอบด้วย ดังนั้นในการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนหนองฆ้องนาสีนวลคร้งั น้ี ผู้ประเมินจึงเลือกใช้ รปู แบบการประเมินแบบซิปป์ (Context Input Process Product Evaluation Model : CIPP) รูปแบบการประเมนโครงการ รูปแบบการประเมินเกิดข้ึนเน่ืองจากความพยายามของนักประเมินที่มุ่งนาเสนอแนวทาง ในการประเมินโครงการไว้หลากหลายรูปแบบ และมีผู้ให้ความหมายของรูปแบบการประเมินโครงการ ไว้ดงั น้ี _____ ความหมายของรปู แบบการประเมน พิสณุ ฟองศรี (2553 : 69) ได้กล่าวถึงรูปแบบ โดยสรุปว่า หมายถึง ส่ิงที่สร้างหรือพัฒนา ขึ้นจากแนวคิด ทฤษฎี ประสบการณ์ จินตนาการ เพ่ือถ่ายทอดออกมาแทนปรากฏการณ์ด้วย การนาเสนอให้เข้าใจง่าย กระชับ ถูกต้อง สามารถนาไปเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติได้โดยมีองค์ประกอบ สาคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ วัตถุประสงค์ ตัวแปรหรือสาระสาคัญ และความสัมพันธ์เช่ือมโยง ระหวา่ งตัวแปรอย่างเป็นระบบ สมคิด พรมจุ้ย (2552 : 49) ได้กล่าวถึงรูปแบบการประเมินว่า รปู แบบการประเมิน คือ กรอบ ความคิดหรอื แบบแผนที่แสดงให้เห็นถึงรายการท่ีควรประเมิน หรอื กระบวนการของการประเมิน ในการ ประเมินโครงการโครงการหน่ึงนัน้ เราควรพิจารณาประเมนิ ในเรอื่ งใดบา้ ง (What) ในขณะเดยี วกันบาง รูปแบบอาจมีการเสนอแนะด้วยว่า ในการประเมินแต่ละรายการแต่ละเร่ือง ควรพิจารณาหรือ ตรวจสอบอย่างไร ซ่ึงเป็นลักษณะการเสนอแนะวิธีการ (How) Robbins. (1986 : 25 ; 1993 : 44) ได้ กล่าวว่ารูปแบบหมายถึง ส่ิงท่ีเป็นนามธรรม ท่ีทาให้เข้าใจ ปรากฏการณ์ หรือความจริงได้ง่ายข้ึน ซึ่ง รูปแบบโดยท่ัวไปต้องมีส่วนประกอบท่ีสาคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ วัตถุประสงค์ ตัวแปร องค์ประกอบ หรือสาระเน้ือหา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร องค์ประกอบ หรือสาระเนื้อหา ดงั กล่าว
39 Nadler (1980:72 - 90) ได้กล่าวถึงรูปแบบ โดยสรุปว่า หมายถึง การนาทฤษฎีแนวทาง และ กรอบแนวคิดมาพัฒนา เพอ่ื ให้ง่ายต่อการแปลความหมายของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ไดจ้ ากการศึกษาสรุป ได้ว่า รูปแบบการประเมินโครงการ หมายถึง แบบหรือสัญลักษณ์ที่สร้างข้ึนมาจากแนวคิด ทฤษฎี ความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์จินตนาการ เพื่อถ่ายทอดออกมาแทนปรากฏการณ์ใด ๆ ให้เห็นเป็น รปู ธรรมสามารถนาไปเปน็ แนวทางในการพัฒนาหรอื ปฏบิ ัติได้ รปู แบบการประเมนโครงการ รูปแบบการประเมนิ โครงการไดม้ ีผู้เสนอ แนวคิดไว้ ดังน้ี ทวีศักด์ิ อริยวัฒน์วงศ์ (2551:16 - 17) ได้รวบรวมรูปแบบการประเมินโครงการไว้ดงั น้ี รูปแบบ การประเมินของครอนบาค ครอนบาค (CronbachL.1970)ได้เสนอแนวคิดและให้ความหมายเก่ียวกับการประเมินผล ไว้ว่าหมายถึง \"การเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อการตัด \"โครงการ\" ก็อาจเป็นได้ทั้งกิจกรรม ใดๆ ก็ได้ เช่น กิจกรรมการเรียนรู้ แนวทางหรือข้อเสนอแนะให้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตลอดจนการทดลองทาง การศึกษาอ่ืน ๆ ครอนบาค มีความเห็นแตกต่างจากไทเลอร์ในเร่ืองของการประเมินผลการเรียนการ สอน ตรงท่ีเขาไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการกาหนดจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมของผู้เรยี นอย่างเฉพาะเจาะจง หรืออย่างแคบ ท้ังนี้ครอนบาคเสนอแนะให้กาหนดไว้อย่างกว้างๆ หรือ ท่ัว ๆ ไป โดยเขาให้เหตุผลว่า การกาหนดจุดประสงค์เฉพาะเจาะจง จะทาให้ผู้เรียนและผู้สอนสนใจกับ พฤติกรรมการเรียนรู้ ตามที่ กาหนดไว้เทา่ นน้ั และจะละเลยไม่ให้ความสนใจเรยี นร้หู รือทาการสอนในเร่อื งอ่ืนๆ ท่ีมีความเกี่ยวขอ้ งกัน นอกจากนั้นเก่ียวกับการรวบรวมข้อมูลของผู้เรียน เพื่อนามา ประกอบในการประเมิน ครอนบาค กเ็ สนอแนะให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านมากกว่าที่จะเก็บขอ้ มลู เฉพาะเรื่องใดเร่อื งหนงึ่ เช่น ข้อมูลทางด้านความรู้ ทัศนคติ กระบวนการเรียนรู้เป็นต้นและในท้ายท่ีสุดในการเปรียบเทียบหรือการ ยึดเกณฑ์เพ่ือการประเมินผู้เรียนครอนบาค ก็สนับสนุนให้ใช้วิธีการศึกษาภาพรวมเฉพาะตัวผู้เรียนและ ไม่ใชว่ ธิ กี ารเปรียบเทียบระหวา่ งผู้เรียน รปู แบบการประเมนิ ของสเตก็ สเต็ก (Stake, R.E. 1976) ให้ความหมายของการประเมินว่า หมายถึง \"การบรรยาย และ ตัดสินคุณค่าโปรแกรมการศึกษา\" และได้เสนอแนวความคดิ เกี่ยวกับการประเมินไวว้ ่า ผู้รายงาน จะต้อง ทาการบรรยายให้เห็นภาพรวมท้ังหมดโครงการ ทั้งท่ีเป็นภาพท่ีคาดหวังของโครงการและภาพท่ีเป็นจริง ของโครงการ ซ่งึ ภาพรวมในส่วนนี้ สเตก็ เรยี กวา่ ส่วนการบรรยายหรือเมตริกซ์ การบรรยายของโครงการ หลังจากน้ันจึงทาการตัดสินให้คุณค่าของโครงการโดยนาเสนอทั้งท่ีเป็น เกณฑ์มาตรฐานหรือเมตริกซ์ การประเมินโครงการโครงการหน่ึงน้ัน เราควรพิจารณาประเมินในเรื่องใดบ้าง (What) ในขณะเดยี วกัน บางรูปแบบอาจมีการเสนอแนะด้วยว่า ในการประเมินแต่ละรายการแต่ละเร่ืองควรพิจารณาหรือ ตรวจสอบอย่างไร ซึ่งเป็นลักษณะการเสนอแนะวิธีการ (How) Robbins. (1986 : 25 ; 1993 : 44) ได้กล่าวว่ารูปแบบหมายถึง สิ่งท่ีเป็นนามธรรม ท่ีทาให้เข้าใจ ปรากฏการณ์หรือความจริงได้ง่ายขึ้น ซ่ึงรูปแบบโดยท่ัวไปต้องมีส่วนประกอบที่สาคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ วัตถุประสงค์ตัวแปร องค์ประกอบ หรือสาระเน้ือหา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร องค์ประกอบ หรือสาระเนื้อหา ดังกล่าว
40 Nadler (1980 : 72 - 90) ได้กล่าวถึงรูปแบบ โดยสรุปว่า หมายถงึ การนาทฤษฎีแนวทางและ กรอบแนวคดิ มาพฒั นา เพ่ือใหง้ า่ ยตอ่ การแปลความหมายของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ สรุปได้ว่า รูปแบบการประเมินโครงการ หมายถึง แบบหรือสัญลักษณ์ทสี่ รา้ งข้ึนมาจากแนวคิด ทฤษฎี ความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์จินตนาการ เพื่อถ่ายทอดออกมาแทนปรากฏการณ์ใด ๆ ให้ เห็นเปน็ รูปธรรม สามารถนาไปเป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปฏบิ ัติได้ รูปแบบการประเมินโครงการ รูปแบบการประเมนิ โครงการไดม้ ผี ู้เสนอ แนวคิดไวด้ งั นี้ ทวีศักด์ิ อริยวัฒน์วงศ์(2551 : 16 - 17) ได้รวบรวมรูปแบบการประเมินโครงการ ไว้ดังนี้ รูปแบบการประเมินของครอนบาค ครอนบาค (CronbachL. 1970) ได้เสนอแนวคิดและให้ความหมายเกี่ยวกับการประเมินผลผล ไว้ว่า หมายถึง \"การเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลเพ่ือการดัดสินใจเกี่ยวกับโครงการทางการศึกษา นอกจากนั้นในความคดิ เหน็ ของครอนบาค ส่ิงที่เรยี กว่า \"โครงการ\" กอ็ าจเปน็ ได้ท้งั กิจกรรมใดๆ กไ็ ดเ้ ช่น กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวทางหรอื ข้อเสนอแนะให้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตลอดจนการทดลอง ทางการศึกษา อ่ืน ๆ ครอนบาค มีความเห็นแตกต่างจากไทเลอร์ในเรื่องของการประเมินผลการเรียนการสอน ตรงที่ เขาไม่เห็นด้วยเก่ียวกับการกาหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของผู้เรียนอย่างเฉพาะเจาะจงหรืออย่าง แคบ ทั้งนี้ครอนบาคเสนอแนะให้กาหนดไว้อย่างกว้างๆ หรือ ทั่ว ๆ ไปโดย เขาให้เหตุผลว่า การ กาหนดจุดประสงค์เฉพาะเจาะจง จะทาให้ผู้เรียนและผู้สอนสนใจกับพฤติกรรม การเรียนรู้ ตามที่ กาหนดไวเ้ ท่าน้ันและจะละเลยไม่ให้ความสนใจเรียนรู้หรือทาการสอนในเรื่อง อื่นๆ ท่ีมีความเกี่ยวข้อง กัน นอกจากน้ันเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลของผู้เรียน เพ่ือนามาประกอบในการประเมิน ครอนบาค ก็เสนอแนะให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านมากกว่าท่ีจะเก็บ ข้อมูลเฉพาะเร่ืองใดเรื่องหน่ึง เช่น ข้อมูลทางด้านความรู้ ทัศนคติ กระบวนการเรียนรู้ เป็นต้น และในท้ายท่ีสุดในการเปรียบเทียบ หรือการยึดเกณฑ์เพ่ือการประเมินผู้เรียน ครอนบาคก็สนับสนุนให้ใช้วิธีการศึกษาภาพรวมเฉพาะตัว ผู้เรยี นและไมใ่ ชว่ ิธกี ารเปรียบเทียบระหว่างผูเ้ รียน รูปแบบการประเมนิ ของสเตก็ สเต็ก (Stake, R.E. 1976) ให้ความหมายของการประเมินว่า หมายถึง \"การบรรยาย และ ตัดสินคุณค่า โปรแกรมการศึกษา\" และได้เสนอแนวความคดิ เกย่ี วกับการประเมนิ ไว้ว่า ผู้รายงานจะต้อง ทาการบรรยายให้เห็นภาพรวมท้ังหมดโครงการ ทั้งท่ีเป็นภาพท่ีคาดหวังของโครงการและภาพ ที่เป็น จริงของโครงการ ซึ่งภาพรวมในส่วนน้ี สเต็กเรียกว่าส่วนการบรรยายหรือเมตริกซ์ การบรรยายของ โครงการ หลังจากนั้นจึงทาการตัดสินให้คณุ ค่าของโครงการ โดยนาเสนอท้ังทีเ่ ป็นเกณฑ์มาตรฐาน หรือ เมตริกซ์การตัดสินคุณค่าของโครงการ ทั้งเมตริกซ์การบรรยาย และเมตริกซ์การตัดสินคุณค่า ของ โครงการจะประกอบด้วยส่วนย่อย 3 ส่วนด้วยกันคือ สิ่งนา (Antecedence) ปฏิบัติการ (Transactions) และผลลัพธ(์ Outcomes) ของโครงการในการประเมินผลโครงการน้ัน จะพิจารณา ทั้ง ความสอดคล้องสมั พนั ธ์กนั ของส่วนต่างๆ ท้ังสามส่วนในด้านแนวต้งั ของเมตรกิ ซ์ทง้ั 2 ซึง่ เป็น
41 การประเมินท่ีเรียกว่า \"ประเมินความสอดคล้องสัมพันธ์เชิงเหตุผล (Logical Relations Evaluation)\" และการประเมินตามแนวนอนของเมตริกซ์ท้ังสอง ซึ่งเป็นการประเมินที่เรียกว่า ประเมินความ สอดคล้องสมั พันธเ์ ชิงประจกั ษ์ (Empirical Relation Evaluation) รูปแบบการประเมินของโพรวสั โพรวัส (Provus.1969) ได้ให้ความหมายของการประเมิน เป็นการเปรียบเทียบผลการปฏิบัติ กับมาตรฐาน เพื่อเป็นการค้นหาความไมส่ อดคล้องระหว่างความคาดหวังกบั ผลปฏิบตั ิงานของ แผนงาน เขาอธิบายว่ามีความไม่สอดคล้องกัน 5 ชนิด ที่สามารถศึกษาได้จากการใช้แผนงาน คือ ความไม่ สอดคลอ้ ง ท่ไี มส่ มั พนั ธก์ บั ขัน้ ตอนต่างๆ ดังน้ี ข้ันที่ 1 การออกแบบโครงการ คือ การกาหนดปัจจัยที่ทาให้เกิดการดาเนินงาน กาหนด กระบวนการ การดาเนินงาน และกาหนดผลท่ีคาดหวงั จะไดร้ ับจากการดาเนินงาน ขั้นท่ี 2 การเตรียมพรอ้ มเปน็ การนาปจั จยั ทีท่ าให้เกดิ การดาเนินงาน เขา้ สู่กระบวนการ ขน้ั ท่ี 3 การดาเนนิ การตามแผน ข้ันที่ 4 ผลผลติ ท่เี กดิ จากโครงการ ข้นั ท่ี 5 การวิเคราะห์ค่าใชจ้ า่ ยและกาไร สมคิด พรมจุ้ย (2552 : 49) ได้กล่าวถึงรูปแบบการประเมินว่า รูปแบบการประเมินส่วนใหญ่ เรมิ่ ต้น หรอื เกดิ ขั้นในชน้ั เรียน กล่าวคอื เสนอรูปแบบการประเมิน เพ่ือการประเมินการจดั การเรียนการ สอน ในห้องเรียนเปน็ สาคัญและตอ่ มามีการประยุกต์ใชก้ รอบแนวความคิดเหล่านั้นเพื่อการประเมินงาน โครงการ ในวงกวา้ งมากขึ้น รปู แบบการประเมินมีหลายประเภท สาหรับที่จะนาเสนอต่อไปน้ีเป็นรายละเอียด ของรูปแบบ การ ประเมนิ แบบต่างๆ ซ่ึงผเู้ ขยี นได้เลือกมานาเสนอทั้งหมด 9 รปู แบบคอื 1. รปู แบบการประเมนิ ของ ราฟทด์ ับบลิว ไทเลอร์ (Ralph พ. Tyler) 2. รปู แบบการประเมนิ ของ มาร์ริน ซี อัลคนิ (Marvin C.Alkin) 3. รูปแบบการประเมนิ ของ แมลคอล์ม เอม็ โพรวัส (Melcolm M.Provus) 4. รปู แบบการประเมนิ ของ ไมเคลิ สครฟิ เวน่ (Michael Scriven) 5. รูปแบบการประเมนิ ของ โรเบอรด์ อี สเตค (Robert E. Stake) 6. รปู แบบการประเมินของ แดฌยี ล แอล สสัฟเฟิลบมิ (Daneil L.Stuffebeam) 7. รปู แบบการประเมินของ เคริกแพตทรคิ (Kirkpatrick) 8. รูปแบบการประเมินของ เอมควิ แพตสัน (M.Q.Patton) 9. รูปแบบการประเมินของ เดวิด เฟทเธอร์เมน (David Fetterman)
42 2.8 การประเมินโครงการ (CIPP Model) นกั การศึกษาได้แบง่ รูปแบบของการประเมนิ โครงการไว้สงั นี้ Daniel Stufflebeam (2004 : 245 -249 อ้ างใน พิ ส ณุ ฟ อ งศ รี (2551 : 84- 85) ได้พฒั นารปู แบบการประเมนิ ที่ช่วยในการตัดสินใจ (CIPP Model) โดยใช้กระบวนการวเิ คราะห์สิ่งที่จะ ประเมินอย่างครอบคลุม เพ่ือให้ได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทางเลือกต่าง ๆ ด้วย วิธีการเชิงระบบ โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 4 ส่วน ตามลาดับพัฒนาการของการดาเนินงาน ตามโครงการ 3 ระยะ ดงั น้ี 1. การประเมินก่อนเริ่มดาเนินงาน การประเมินในช่วงนี้ จะเป็นเพื่อวางแผนอันเป็น การกาหนดวตั ถุประสงค์ และวิธีการดาเนินงาน จัดทาส่ิงต่าง ๆ อาจเป็นโครงการ กิจกรรมหลักสูตร ซ่ึง จะทาการประเมินใน 2 สว่ น คือ 1.1 การประเมินบริบท (Context Evaluation) การประเมินบริบท เป็นการประเมิน ความต้องการ ความจาเป็น เพ่ือกาหนดการดาเนินงาน โดยประเมินสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดข้ึน วิธีการประเมินจะใช้การบรรยาย และเปรียบเทียบ ปัจจัยนาเข้าท่ีได้รับจริงกับส่ิงท่ีคาดหวัง รวมท้ังวิเคราะห์สาเหตุของความไม่สอดคล้องระหว่าง ความ เปน็ จรงิ และส่ิงที่คาดหวังดังกลา่ ว 1.2 การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) เป็นการตรวจสอบความพร้อม ดา้ นทรัพยากร ท่ีจะใช้ในการดาเนินงานตามโครงการ ทั้งปริมาณ และคุณภาพ ตลอดจนระบบ บริหาร จัดการท่ีวางแผนไว้ เพื่อวิเคราะห์ และกาหนดทางเลือกท่ีเหมาะสมที่สุด ท่ีจะทาให้การ ดาเนินงาน บรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ วิธีการประเมินใช้การบรรยาย และวิเคราะห์ ทรัพยากรท่ีมี อยู่รวมถึงกลยุทธ์ และกระบวนการดาเนินงานท่ีเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพการประเมินในข้อ 1.1 และ 1.2 นาไปสู่การวางแผน ซ่ึงควรมีการวิเคราะห์ความเหมาะสมของส่ิงท่ีจะประเมิน โดยพิจารณา ความสอดคล้อง ความสมบูรณ์ ประสทิ ธิภาพ ความเหมาะสมของการบริหาร ผลกระทบ และความเป็น ธรรม ความเป็นไปได้ ท้งั ด้านแผนงาน แผนเงนิ และแผนกาลงั คน ฯลฯ 2. การประเมินระหว่างดาเนินงานตามโครงการ (Process Evaluation) เป็นการประเมิน กระบวนการ อันเป็นการศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ตลอดจนปัญหา และอุปสรรคของการดาเนินงาน ตามโครงการ สาเหตุที่ทาให้ไม่สามารถดาเนินงานโครงการตามแผนได้ เพื่อชัดหาสารสนเทศเพ่ือการ ปรับปรุงการดาเนินงานตามโครงการได้อย่างทันท้วงที การประเมินขั้นตอนนี้ จึงมีบทบาทสาคัญต่อ ความสาเร็จของโครงการ 3. การประเมินหลังส้ินสุดโครงการ (Product Evaluation) เป็นการประเมินผลผลิตของ โครงการ เพื่อจะตอบคาถามให้ได้ว่า การดาเนินงานตามโครงการประสบความสาเร็จตามแผน ทีว่ างไวห้ รือไม่ ผลผลิตเป็นไปตามวัตถุประสงคห์ รือไม่คุ้มคา่ หรอื ไม่การประเมนิ หลังสิ้นสุด โครงการ จะ พิจารณาผลลัพธ์ ผลกระทบของโครงการทุก ๆ ด้าน ซึ่งมีการใช้เทคนิคการติดตามผล หรือประเมินผล ด้วยการติดตามหลังโครงการเสร็จสิ้น หรือศึกษาย้อนรอย (Follow up Study หรือ Tracer Study) ผลการประเมินจะให้สารสนเทศ เพ่ือการตัดสินใจเก่ียวกับอนาคตของ โครงการว่าควรจะคงปรับขยาย หยุดโครงการ หรือควรยกฐานะเปน็ โครงการประจา เป็นตน้
43 สมพิศ สุขแสน (2544 : 3) ได้สรุปแนวคิดของ Daniel Stufflebeam กาหนดประเด็น การประเมินออกเปน็ 4 ประเภท ดังรายละเอยี ด ดังน้ี 1. การประเมินบริบท (Context Evaluation : C) เป็นการประเมินก่อนการดาเนินโครงการ เพ่ือพิจารณาหลักการและเหตุผลความจาเป็น ท่ีต้องดาเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และความ เหมาะสมของเป้าหมายโครงการ 2. การประเมินปจั จัยเบื้องต้น (Input Evaluation : I) เป็นการประเมิน เพื่อพิจารณาถึง ความ เป็นไปได้ของโครงการ ความเหมาะสม และความพอเพียงของทรัพยากรที่ใช้ในการดาเนิน โครงการ เช่น งบประมาณ บคุ ลากร วัสดุอุปกรณ์ เวลา ฯลฯ รวมท้ังเทคโนโลยี และแผนการ ดาเนนิ งาน 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) เป็นการประเมินหาข้อบกพร่อง ของ การดาเนินโครงการที่จะใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงให้การดาเนินงาน ช่วงต่อไป มีประสิทธิภาพมากข้ึน และเป็นการตรวจสอบกิจกรรม เวลา ทรัพยากรที่ใช้ในการ ดาเนินโครงการ ภาวะผนู้ า การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในโครงการ โดยมีการจดบันทึกไว้เป็น หลักฐาน ทุกข้ันตอนการ ประเมินกระบวนการนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการหาจุดเด่นหรือ จุดแข็ง (Strengths) และจุด ด้อย (Weakness) ของนโยบาย แผนงาน โครงการ ซึ่งมักจะไม่สามารถ ศึกษาได้ภายหลังสิ้นสุด โครงการแล้ว 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) เป็นการประเมิน เพื่อเปรียบเทยี บ ผลผลิต ที่เกิดข้ึนกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือมาตรฐานที่กาหนดไว้ รวมทั้งการพิจารณาใน ประเด็นการ ยุบ เลิก ขยาย ปรับเปลย่ี นโครงการ ดังนี้ 4.1 การตัดสินใจเพ่ือวางแผน (Planning Decisions) เป็นการตัดสินใจท่ีใช้ข้อมูล สภาพแวดล้อม ทไ่ี ดน้ าไปใชใ้ นการกาหนดจดุ ประสงค์ของโครงการ ให้สอดคลอ้ งกับแผนการดาเนินงาน 4.2 การตัดสินใจเพื่อกาหนดโครงสร้างของโครงการ (Structuring Decisions) เป็นการตัดสินใจ ที่ใช้ข้อมูลจากปัจจัยนาเข้า ท่ีได้นาไปใช้ในการกาหนดโครงสร้างของแผนงาน และ ขั้นตอนการดาเนนิ โครงการ 4.3 การตัดสินเพ่ือนาโครงการไปปฏิบัติ (Implementation Decisions) เป็นการ ตัดสินใจ ท่ีใช้ข้อมูลจากการประเมินกระบวนการ เพื่อพิจารณาควบคุมการดาเนินการให้เป็นไป ตามแผน และปรับปรงุ แกไ้ ขการดาเนินการให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากทีส่ ุด 4.4 การตัดสินใจเพื่อทบทวนโครงการ (Recycling Decisions) เช่น การตัดสินใจเพ่ือ ใชข้ ้อมูลจากการประเมินผลผลิต (Output) ที่เกิดข้ึน เพื่อพิจารณาการยุติ ลม้ เลิก หรือขยายโครงการท่ี นาไปใช้ในโอกาสต่อไป จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปความสัมพันธ์ระหว่างประเภท การ ประเมินกบั การตัดสนิ ใจดังแผนภาพต่อไปนี้
44 แผนภาพที่ 3 ความสัมพนั ธ์ของการตดั สนิ ใจ และประเภทของการประเมินแบบ CIPP Model การประเมนิ โครงการโรงเรยี นวิถพี ุทธ โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ใช้รปู แบบการ ประเมิน (CIPP Model) โดยทาการประเมนิ 4 ดา้ น คอื 1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) เป็นการประเมินก่อนการดาเนินโครงการเพ่ือ พิจารณาหลักการและเหตุผลความจาเป็น ที่ต้องดาเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และ ความสอดคล้อง ของวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายของโครงการโรงเรียนวิถีพทุ ธโรงเรยี นบ้านหนองฆ้องนาสีนวล 2. การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการโรงเรยี น วิถีพุทธ มีจานวน 4 รายการ ได้แก่ ด้านโครงสร้างบริหารงานและหลักสูตรสถานศึกษาด้านบุคลากร ดา้ น วสั ดุอุปกรณ์ อาคารสถานท่ี ด้านงบประมาณ 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ เพ่ือระบุจุดเด่น จุดด้อย ของแนวทางท่ีเลือกใช้ มี จานวน 5 รายการได้แก่ การวางแผนการดาเนินงาน การดาเนินการพัฒนาตามหลักไตรสิกขา การนิเทศ ติดตาม กากับ การดาเนนิ งานการปรับปรุง และพฒั นา การประเมินผลและการเผยแพร่การดาเนินงาน 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการโรงเรียน วถิ ีพุทธ มี จานวน 5 รายการ ได้แก่ ด้านกาย ด้านศีล ด้านจิต ด้านปัญญา ด้านบ้าน วัด โรงเรียน และ เก็บรวบรวมข้อมูลที่โรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมของผู้บริหาร ครู นักเรียน กับหน่วยงานต่างๆ ท่ีได้รับ การยกยอ่ งและได้รบั รางวลั ปกี ารศกึ ษา 2563
45 4. งานวจัยทเี่ ก่ยี วขอ้ ง งานวจิ ยั ในประเทศ จุไรรัตน์ ศรีสุข (2558) ได้ทาการศึกษาเรื่อง การรายงานการประเมินโครงการวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ในครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพ่ือประเมินผลการดาเนินงานโครงการวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงาน เขตพ้ื นที่ การศึกษ าป ระถมศึกษ ากระบี่ ด้าน บริบท (Context) ด้านปั จจัยน าเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) 2. เพื่อประเมินพฤติกรรมนักเรียนตามคุณลักษณะนักเรียนโรงเรียนวิถีพุทธใน 4 ด้าน คือ ด้านกาย จติ ศลี และปญั ญา ประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการคร้ังน้ี ประกอบด้วย ครู 7 คน นักเรียน 22 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 9 คน และผู้ปกครองในเขตบริการ 82 คน เคร่ืองมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยใช้รูปแบบ การประเมินโครงการ แบบซิปป์โมเดล (CIPP Model) ซึ่งมีความเช่ือมั่น0.98สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลคอื ค่ารอ้ ยละ (%) ค่าเฉล่ีย และคา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการประเมนพบวา่ 1. การดาเนิ นงาน โครงการวิถีพุ ท ธโรงเรียน ชุมช นวัดน าเหนื อ ใน แต่ละด้าน ด้านกระบวนการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ด้านบริบท ด้านปัจจัยนาเข้า และด้านผลผลิต ตามลาดับ เมอ่ื พิจารณาแตล่ ะดา้ น ดังนี้ 1.1 ด้านบริบท(Context)พบว่าโดยภาพรวมระดับความสอดคล้องอยู่ในระดับ มากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ ใน ก า ร ก า ห น ด เป้ า ห ม า ย ข อ ง โ ค ร ง ก า ร มี ค ว า ม ชั ด เจ น ส า ม า ร ถ น า ไป ป ฏิ บั ติ ไ ด้ แ ล ะ ก า ร ก า ห น ด เป้าหมายของโครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนและผู้ปกครองอย่างแท้จริง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คอื การกาหนดวัตถปุ ระสงค์ของโครงการสอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาและความต้องการ ของชมุ ชนอย่างชดั เจน และกาหนดหลกั การและเหตผุ ลของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ มีคา่ เฉลีย่ ตา่ ท่สี ุด 1.2 ด้านปจั จัยนาเขา้ (Input) พบว่า โดยภาพรวมระดับความสอดคลอ้ งอย่ใู น ระดับมากท่สี ุด เม่อื พจิ ารณารายข้อ พบว่า ครเู ปน็ ผมู้ คี ุณธรรมจริยธรรมปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ในการดาเนิน ชีวิตการใช้ชีวิตประจาวันที่เรียบง่าย และครูรู้ เข้าใจ หลักการของโรงเรียนวิถีพุทธ พัฒนาผู้เรียน ตามหลักไตรสิกขามีค่าเฉล่ียสูงสุด รองลงมาศึอมีการตรวจสอบประเมินผลโครงการ โดยเปิด โอกาสให้มกี ารเสนอแนะอย่างเปน็ กัลยาณมติ รเพ่ือการพฒั นาอย่างตอ่ เนื่อง และมบี คุ ลากร ดาเนินโครงการโรงเรียนวถิ พี ุทธอย่างเพยี งพอ มคี า่ เฉลยี่ ตา่ ท่สี ุด 1.3 ด้านกระบวนการ (Process) พบว่า โดยภาพรวมระดับความสอดคล้องอยู่ใน ระดับ มากท่สี ุด เม่อื พิจารณารายขอ้ พบว่า การดาเนนิ การโรงเรียนวิถพี ุทธโรงเรยี นชุมชนวดั นาเหนอื โรงเรียนมีการนิเทศติดตามกิจกรรมที่ระบุไว้ในแผนงานโครงการอย่าง ต่อเน่ือง มีค่าเฉล่ียสูงสุด รองลงมาคอื โครงการโรงเรยี นวถิ พี ทุ ธ มกี ารวางแผนการดาเนินงานท่ชี ัดเจน สง่ เสริมและสนบั สนนุ
46 ใหค้ ณะครู นักเรียนและบุคลากรไดเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมนอกสถานท่ี มคี า่ เฉลี่ยตา่ ทสี่ ุด 1.4 ด้านผลผลติ (Product) พบว่า โดยภาพรวมระดบั ความสอดคล้องอยูใ่ นระดับ มากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ ทาให้นกั เรยี น มีคณุ ภาพ มพี ฤติกรรมแสดงออกอย่างเหมาะสมตอ่ ผู้อน่ื มคี ่าเฉลยี่ สงู สุด รองลงมา คอื นกั เรยี น ครู ผู้ปกครอง มี ความพงึ พอใจในการดาเนินงานโครงการโรงเรยี นวถิ พี ุทธโรงเรยี น ชุมชนวัดนาเหนือ และโครงการโรงเรียนวิถีพุทธทาให้นักเรียนมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มที กั ษะในการใชช้ ีวติ มากขึ้น กนิ อยู่ ดู ฟังเป็น มคี า่ เฉลี่ยต่าทีส่ ุด 2. การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากระบ่ีคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนวิถีพุทธโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เม่อื พิจารณารายดา้ น พบว่า คณุ ลกั ษณะของนักเรียนโรงเรยี นวถิ พี ุทธ ดา้ นศีล และด้านกายมคี า่ เฉลีย่ สูงสดุ (4.52) รองลงมาคือ ด้านจติ และดา้ นปญั ญา ตามลาดับ 2.1 การประเมินคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากระบ่ี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่า นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประโยชน์ คุ้มค่าและ ประหยัด มีค่าเฉล่ียสูงสุด รองลงมา คือ นักเรียนรู้จักเลือกรับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ และ ในปริมาณท่ีเหมาะสม นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ส่ิงแวดล้อมตามโอกาส ส่วน นกั เรยี นแต่งกายสะอาดเรียบรอ้ ยเหมาะสมกบั โอกาสหรอื กิจกรรม มคี า่ เฉลยี่ ต่าท่ีสดุ 2.2 การประเมินคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษากระบี่ ดา้ นศีลโดยรวมอยใู่ นระดบั มากทส่ี ดุ เม่ือพจิ ารณา รายข้อ พบว่า นักเรยี นรักการทางานและมเี จตนาทีด่ ตี ่ออาชีพสจุ ริต มีคา่ เฉลย่ี สงู สดุ รองลงมาคือ นกั เรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและงานที่ได้รับมอบหมาย และนกั เรียนทางานโดยยึดหลัก ทาแต่ความดี ไมท่ าความชว่ั มีค่าเฉลยี่ ตา่ ทสี่ ุด 2.3 การประเมินคณุ ลกั ษณะของนักเรียนโรงเรียนวิถพี ทุ ธ โรงเรยี นชุมชนวัดนาเหนือ สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากระบ่ี ด้านจิต โดยรวมอยู่ในระดบั มาก เมือ่ พจิ ารณา รายขอ้ พบวา่ นกั เรียนมสี ตแิ ละสมาธใิ นการเรยี น การทางานและกิจกรรม มคี ่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือนักเรยี นเตม็ ใจช่วยเหลอื ผู้อื่นอย่างจริงใจโดยไม่หวังผลตอบแทน และนักเรียนมีคติ ธรรมอยใู่ นใจในด้านหริ ิโอตตัปปะมคี วามละอายและกลัวบาปและเป็นผู้ท่ีอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ และครูอาจารย์ มคี า่ เฉลยี่ ต่าทส่ี ดุ 2.4 การประเมินคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนชุมชนวัดนาเหนือ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากระบ่ี ด้านปัญญา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เม่ือ พิจารณารายข้อ พบว่า นักเรียนมีความเชื่อในเรื่องของผลการทาความดี มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือนักเรียน มีความเข้าใจถูกต้องในพระรัตนตรัย และนักเรียนมีความสนใจ ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาและมี ความม่งุ ม่ันทจี่ ะศึกษาเล่าเรียนให้สาเร็จโดยยดึ หลักอทิ ธบิ าท 4 มคี า่ เฉล่ียตา่ ท่สี ดุ อรไพลิน รังสรรค์ลิขิต (2557) ได้ทาการศึกษาเรื่อง รายงานการประเมินโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา ปีการศึกษา 2557 โดยใช้รูปแบบการประเมิน โครงการแบบซิป (CIPP Model) ของแดเนียล แอล สตฟั เฟลิ บมี (Stufflebeam D.L.) 4 ดา้ น ดังนี้
47 1. เพอ่ื ประเมนิ ด้านสภาพบรบิ ท 2. เพ่ือประเมินดา้ นปจั จยั นาเข้า 3. เพอ่ื ประเมินดา้ นกระบวนการ 4. เพอื่ ประเมินดา้ นผลผลิต 4.1 ความคดิ เห็นต่อองคป์ ระกอบด้านผลผลิต 4.2ความพึงพอใจต่อการดาเนินงานโครงการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จานวน 175 คน เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบสอบถามเพ่ือการประเมินโครงการโรงเรียนวิธีพุทธโรงเรียนสระยายโสมวิทยา ปีการศึกษา 2557 ผลการดาเนนิ การประเมนิ โครงการสรุปได้ ดังนี้ 1. ผลการประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) พบว่า องค์ประกอบด้านบริบท ในการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา ในภาพรวม 7 ข้ออยู่ ใน ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.5095, S.D. = 0.49316) ลาดับท่ีขององค์ประกอบที่มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียนและจุดหมายของหลักสูตร อันดับที่สอง ได้แก่ ความคาดหวังของสังคมและชุมชนว่าโครงการสามารถพัฒนานักเรียนให้มี คุณลักษณะตาม วัตถุประสงค์ของโครงการ อันดับที่สาม ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเดิม อันดับที่สี่ ได้แก่ โรงเรียนต้องการที่จะพัฒนา นกั เรียนให้มีคณุ ลักษณะตามทก่ี าหนด อนั ดบั ท่ีห้า ไดแ้ ก่ ชมุ ชนและ ผ้ปู กครองใหค้ วามร่วมมอื สนบั สนุน โครงการ อันดับท่ีหก ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการใช้ เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ตามสภาพจริง และอันดับสุดท้าย ได้แก่ วัตถุประสงค์ ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารและเหมาะสมกับสถานการณป์ ัจจุบัน 2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) พบว่า องค์ประกอบด้าน ปัจจยั นาเข้า ในการดาเนินงานตามโครงการโรงเรยี นวิถพี ทุ ธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา ในภาพรวม 10 ข้อ อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.5092, S.D. = 0.49967) ลาดับที่ขององค์ประกอบท่ีมีค่าเฉลี่ยมาก ที่สุด ได้แก่ การกาหนดเป้าหมายของโครงการมีความเหมาะสม อันดับท่สี อง ไดแ้ ก่ ผู้บริหาร ครู และ ผู้ ที่เก่ยี วข้องใหค้ วามสนใจตอ่ การดาเนนิ การ อันดับท่สี าม ได้แก่ จานวนบคุ ลากรในการดาเนิน กิจกรรมมี ความเหมาะสม อันดับที่ส่ีได้แก่ การให้ความร่วมมือของบุคลากรในการดาเนินงาน อันดับที่ห้า ได้แก่ สถานท่ีใช้ดาเนินกิจกรรมเหมาะสม อันดับที่หก ได้แก่ ผู้รับผิดชอบกิจกรรม มีการจัดกิจกรรมอย่าง หลากหลาย อันดับทเี่ จ็ด ได้แก่ ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม อันดบั ทแี่ ปด ไดแ้ ก่ บคุ ลากร มีความรู้ความสามารถเพียงพอ อันดับที่เก้า ได้แก่ สื่อเอกสารและ วัสดุอุปกรณ์มีเพียงพอ และอันดับ สดุ ทา้ ย ไดแ้ ก่ การสนบั สนุนด้านงบประมาณมเี พียงพอ 3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) พบว่า องค์ประกอบด้าน กระบวนการในการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา ในภาพรวม 12 ข้อ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.5942, S.D. = 0.50734) ลาดับที่ของ องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ย มากท่ีสุด ได้แก่ มีการประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง อันดับท่ีสอง ได้แก่ มีการสรุปและรายงาน ผลการชัดกิจกรรม อันดับท่ีสาม ได้แก่ มีการประเมินผลหลังการจัดกิจกรรม อันดับท่ี สี่ ได้แก่ ผู้เก่ียวข้องปฏิบัติหน้าท่ีได้อย่างเหมาะสม อันดับท่ีห้า ได้แก่ มีการกาหนด ผู้ปฏิบัติงาน อันดับที่หก
48 ได้แก่ มีการประเมินผลระหว่างดาเนินกิจกรรม อันดับที่เจ็ด ได้แก่ มี การประสานงานและขอความ ร่วมมือระหวา่ งผูร้ ับผดิ ชอบ อนั ดบั ที่แปด ไดแ้ ก่ มีการนาผลการ ประเมินไปปรับปรงุ พัฒนา อันดับทีเ่ ก้า ได้แก่ มีการกาหนดบทบาทหน้าที่ของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง อย่างเหมาะสม อันดับที่สิบ ได้แก่ กิจกรรมท่ีจัดมี ความเหมาะสมกับนักเรียน อันดับท่ีสิบเอ็ด ได้แก่ มีการประชุมคณะกรรมการเพ่ือวางแผนการ ดาเนนิ งาน และอันดับสุดท้าย ได้แก่ การปฏบิ ตั งิ านหรือกิจกรรมเปน็ ไปตามปฏิทนิ ปฏบิ ัติงาน 4. ผลการประเมนิ ดา้ นผลผลิต (Product Evaluation) 4.1 ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) พบว่าองค์ประกอบด้าน ผลผลิตในการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา ในภาพรวม 8 ข้อ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉล่ีย = 4.6066, S.D.= 0.46274) ลาดับท่ีขององค์ประกอบที่มีค่าเฉล่ีย มากที่สุดได้แก่ นักเรียนมีส่วนร่วมในการชัดกิจกรรม อันดับท่ีสอง ได้แก่ นักเรียนมีพฤติกรรม ด้านศีล อันดับที่สาม ได้แก่ กิจกรรมชัดได้เหมาะสมและสามารถปรับพฤติกรรมนักเรียนได้ อันดับท่ีสี่ ได้แก่ นักเรียนเข้าใจวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อันดับท่ีห้า ได้แก่ นักเรียนต้องการ พัฒนาตนเองให้มี คุณลกั ษณะตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อันดับที่หก ได้แก่ นกั เรยี นช่วย เผยแพร่กิจกรรมไปยังชุมชน ต่าง ๆ อันดับที่เจ็ด ได้แก่ นักเรียนมีพฤติกรรมด้านสมาธิ และอันดับ สุดท้าย ได้แก่ นักเรียน มี พฤติกรรมดา้ นปัญญา 4.2 ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีต่อดาเนินงานตามโครงการโรงเรียน วิถีพุทธ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา 9 กิจกรรม พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง ท้ังหมด อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย= 4.7196, S.D.= 0.45533) ลาดับท่ีท่ีมีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด ได้แก่ กิจกรรมชวนกันเข้าวัด อันดับที่สอง ได้แก่ กิจกรรมสืบสานธรรมนาพระพุทธศาสนา (การเรียน และ สอบธรรมสนามหลวง) อันดับที่สาม ได้แก่ กิจกรรมทาบุญวันสาคัญ อันดับท่ีส่ีได้แก่ กิจกรรมต้นไม้พูด ได้ อันดับที่ห้า ได้แก่ กิจกรรมบันทึกความดี อันดับที่หก ได้แก่ กิจกรรม บรรพชาสามเณร ศีลจาริณี ภาคฤดูร้อน อันดับท่ีเจด็ ได้แก่ กิจกรรมระเบียงธรรม ความรู้ อันดับท่ีแปด ได้แก่ คา่ ยพุทธบุตร อันดับ สดุ ท้าย ได้แก่ กิจกรรมยุวพทุ ธอาสา โกสินทร์ บุญมาก (2556) ได้ทาการศึกษาเร่ือง รายงานการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ของโรงเรียนพังทุยพัฒนศึกษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ปีการศึกษา 2555 โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบ (CIPP Model) เป็นแนวทางในการประเมินครั้งนี้ มีวัตถปุ ระสงค์เพือ่ 1. ประเมินดา้ นสภาวะแวดล้อม การดาเนินงานโครงการโรงเรียนวถิ พี ุทธ 2. ประเมินดา้ นปจั จัยนาเขา้ การดาเนินงานโครงการโรงเรียนวิถพี ทุ ธ 3. ประเมนิ ดา้ นกระบวนการการดาเนินงานโครงการโรงเรยี นวิถีพุทธ 4. ประเมนิ ด้านผลผลติ การดาเนนิ งานโครงการโรงเรยี นวถิ พี ทุ ธ โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง จานวน 188 คน ประกอบด้วย ครูในโรงเรียนจานวน 17 คน และ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จานวน 7 คน ที่ได้มาจากการลุ่มอย่างง่าย นักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1-6 จานวน 82 คน และผู้ปกครองนักเรยี น จานวน 82 คน ท่ีได้มาจากการ การสุ่ม แบบแบ่งช้ัน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเปน็ แบบสอบถามเพื่อประเมนิ โครงการทผ่ี ู้รายงาน สร้างขั้น จานวน 3 ฉบับ ฉบับท่ี 1 สาหรับครู ประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ปัจจัยนาเข้า และ
49 กระบวนการ ฉบับที่ 2 สาหรับนักเรียน ประเมินด้านกระบวนการและผลผลิต และฉบับท่ี 3 สาหรับ ผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ประเมินความพึงพอใจ ในด้านปัจจัย นาเขา้ ดา้ นกระบวนการ และดา้ นผลผลติ สถติ ทิ ่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมลู คือ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และสว่ น เบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการประเมนิ สรุปได้ ดงั น้ี 1. ด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการโดยภาพรวมตามความคิดเห็นของคณะครู มีความ เหมาะสมในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.64) ข้อท่ีมีความเหมาะสมมากที่สุด คือโครงการมีความ สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของโรงเรียน รองลงมา คือ โครงการสอดคล้องกับความมุ่งหมาย ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนข้อที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุด คือ โครงการเหมาะสมกับสภาพ ปัญหา ของโรงเรยี น 2. ด้านปัจจัยนาเข้าของโครงการโดยภาพรวมตามความคิดเห็นของคณะครู มีความเหมาะสม ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉล่ีย = 4.60) ด้านที่มีความเหมาะสมมากท่ีสุด คือ ด้านบุคลากรรองลงมา คือ ดา้ นสภาพแวดลอ้ ม สว่ นข้อทีม่ คี วามเหมาะสมนอ้ ยทสี่ ุด คือ ดา้ นบริหารจดั การ 3. ด้านกระบวนการของโครงการโดยภาพตามความคิดเหน็ ของครู มีความคดิ เหน็ การปฏิบตั ิอยู่ ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.45) ด้านที่มีการปฏิบัติมากที่สุด คือ ด้านบรรยากาศ และปฏิสัมพันธ์ รองลงมา คือ ด้านกิจกรรมพื้นฐานชีวิต และส่วนด้านท่ีมีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ การวัดและ ประเมินผล และนักเรียนมีความคิดเห็นโดยรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.46) ข้อท่ีมี การปฏิบัติมากท่ีสุด คือ โรงเรยี นจดั กิจกรรมสวดมนต์ไหวพ้ ระ และแผเ่ มตตา รองลงมา คอื โรงเรียนชัด กิจกรรมเข้าค่ายพุทธธรรม และข้อที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ นักเรียนมีส่วนร่วม ในการวัดและ ประเมินผลการดาเนินการโครงการโรงเรียนวิถพี ทุ ธ 4. ด้านผลผลิตของโครงการโดยภาพรวมตามความคิดเห็นของนักเรียน มีความคิดเห็นการ ปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.37) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบวา่ ด้านท่ีมีการปฏิบัติมากที่สุด คือ ด้านพัฒนากาย รองลงมา คือ ด้านพัฒนาศีล และด้านท่ีมีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ ด้าน พัฒนา ปัญญา และผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน มีคะแนนเฉล่ียรวมพุก ระดับชั้น เทา่ กบั 2.83 คิดเป็นร้อยละ 95.37 5. ความคิดเห็นความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรยี นโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับ มาก (ค่าเฉล่ีย = 4.38) และความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐาน มีความพึงพอใจ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลยี่ = 4.32) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านท่ีมีความพึงพอใจ มากทสี่ ุด คือ ดา้ นกระบวนการ รองลงมา คือ ด้านปัจจัยนาเขา้ และด้านท่ีมีความพึงพอใจนอ้ ยที่สดุ คือ ด้านผลผลติ จิรัฐพงศ์ สุมนะ (2555) ได้ทาการศึกษาเร่ือง รายงานการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนลองวิทยา จังหวัดแพร่ ครง้ั นี้ มีวัตถุประสงค์ คอื 1. เพ่ือประเมินความเหมาะสมด้านบริบทของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนลองวิทยา จังหวดั แพร่ 2. เพื่อประเมินความพร้อมด้านปัจจัยป้อนเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรยี นลองวิทยา จงั หวดั แพร่
50 3. เพ่ือประเมินความเหมาะสมด้านกระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรยี นลองวิทยา จงั หวดั แพร่ 4. เพือ่ ประเมนิ ผลผลิตโดยรวมของโครงการโรงเรยี นวถิ พี ทุ ธ โรงเรยี นลองวิทยา จังหวัดแพร่ 5. เพ่ือประเมินผลกระทบจากการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนลองวิทยา จังหวดั แพร่ ปกี ารศกึ ษา 2555 สงั กัดสานักงานเขตพน้ื การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 37 โดยใชร้ ปู แบบการประเมินแบบ CIPP Model มาประยุกต์ใช้เปน็ กรอบในการประเมินโครงการ กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา 91 คน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พื้นฐาน 15 คน นักเรยี น 471 คน และผปู้ กครอง 471 คน รวมท้งั หมด 1,048 คน เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการ เก็บรวบรวมข้อมูลในครงั้ นเ้ี ปน็ แบบสอบถาม 5 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับท่ี 1 แบบประเมินด้านบริบท เปน็ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจเก่ยี วกับความเหมาะสม และ ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับบริบทต่าง ๆ ของผู้บริหาร ครูและ บุคลากร ทางการศกึ ษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน ฉบับท่ี 2 แบบประเมินด้านปัจจัยป้อนเข้า เป็นแบบประเมินความพึงพอใจ เก่ียวกับความ เหมาะสม พอเพียงของบุคลากร ระบบบริหาร งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์และอาคารสถานท่ี ของ ผูบ้ รหิ าร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ฉบับท่ี 3 แบบประเมินด้านกระบวนการ ดาเนินงานเป็นแบบประเมินความพึงพอใจ เกี่ยวกับ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ การใช้ส่ือและแหล่งเรียนรู้ การวดั ผลและประเมินผล บรรยากาศปฏิสัมพันธ์ ท่ีส่งเสริมการจัดกิจกรรม และการจัดกิจกรรม ของผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา และ นกั เรียน ฉบับที่ 4 แบบประเมินด้านผลผลิต เป็นแบบประเมินความพึงพอใจเก่ียวกับผลสาเร็จตาม จุดมุ่งหมายของโครงการ ความพึงพอใจต่อโครงการ ของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน นักเรยี นและผ้ปู กครองนกั เรียน ฉบับท่ี 5 แบบประเมินด้านผลกระทบ เป็นแบบประเมินความพึงพอใจเก่ียวกับผลกระทบ ต่อ ผู้ปกครอง ชุมชน วัด และโรงเรียน ของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการ สถานศึกษา ข้ันพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนแล้วนาข้อมูลท่ีได้มาวิเคราะห์โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลยี่ และ ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน แล้วเสนอในรปู แบบตารางประกอบการบรรยาย ผลการประเมนิ พบว่า 1. การประเมินด้านบริบทของโครงการในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐานโรงเรียนลองวิทยา จังหวัดแพร่ พบว่า วัตถุประสงคข์ อง โครงการ มีความสอดคล้องกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน นโยบาย ของสานักงาน เขตพ้ืนการศึกษาพื้นท่ีการมัธยมศึกษาเขต 37 นโยบายของโรงเรียนลองวิทยา วิสัยทัศน์ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ความจาเป็นและความต้องการของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.39 , S.D. = 0.62 ) 2. การประเมินด้านปัจจัยป้อนเข้าของโครงการในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการ ศึกษาโรงเรียนลองวิทยา จังหวัดแพร่ พบว่า ความเหมาะสมพอเพียงของบุคลากร ระบบบริหาร งบประมาณ และวัสดอุ ปุ กรณแ์ ละอาคารสถานที่ อยู่ในระดบั มาก (ค่าเฉลีย่ = 3.99 , S.D. = 0.71)
51 3. การประเมนิ ด้านกระบวนการดาเนนิ งานของโครงการในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากร ทางการศึกษา และนกั เรียนโรงเรียนลองวทิ ยา จังหวัดแพร่ พบว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ และแหล่งเรียนรู้ การวดั ผลและประเมินผล บรรยากาศปฏิสมั พนั ธ์ท่สี ่งเสรมิ การจดั กจิ กรรม และการจัด กจิ กรรมของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธ อยูใ่ นระดบั มาก (ค่าเฉลยี่ = 4.09 , S.D. = 0.80) 4. การประเมินด้านผลผลิตของโครงการในภาพรวม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนลองวิทยา พบว่า ผลสาเร็จตามจุดมุ่งหมายของโครงการความพึงพอใจต่อโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ยี = 4.13, S.D. = 0.78) 5. การประเมินด้านผลกระทบของโครงการในภาพรวม ผบู้ รหิ าร ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนลองวิทยา พบว่า ผลกระทบต่อผปู้ กครอง ชมุ ชน วดั และโรงเรยี น อยู่ในระดบั มาก (ค่าเฉล่ีย = 4.18, S.D. = 0.77) เหมือนฝนั จนั ทรป์ ระสทิ ธิ์ (2559) ไดท้ าการศึกษาเรอื่ ง การประเมินโครงการโรงเรียน วิถีพุทธ โรงเรียนวัดลาดสนุ่น สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 การประเมิน โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนวัดลาดสนุ่น สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 2 ครั้งนี้ เพ่ือประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธประเมินตามรูปแบบจาลองซิปป์ (CIPP Model) 4 ด้าน ด้านบริบท (Context) ดา้ นปจั จัยนาเข้า (Input) ดา้ นกระบวนการ (Process) ดา้ นผลผลิต (Product) กลมุ่ ตวั อย่างทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ โครงการ ครู ผู้ปกครองนักเรยี น และนักเรยี นขน้ั มธั ยมศกึ ษา ปี ท่ี 1 ถึงขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการเปิดตารางการประมาณค่าขนาดของกลุ่มตัวอย่างใช้ตาราง Krejcie และ Morgan จานวน 426 คน เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครอื่ งมอื ที่ ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามซึ่งผ่านการตรวจสอบความเท่ียงตรงตามเน้ือหา ภาษา ผ่านการ ทดสอบโดยการหาค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีการของ ครอนบาช (Cronbach) ฉบับที่ 1 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .92 ด้านบริบทมีค่าความเชื่อม่ันเท่ากับ .89 ด้านปัจจัย นาเข้า มคี ่าความเชื่อมนั่ เทา่ กับ .83 ฉบับที่ 2 ด้านกระบวนการ มีค่าความเช่ือมั่น .96 ด้านกายภาพ มีค่าความเช่ือม่ัน .88 ด้านกิจกรรมพ้ืนฐานวิถีชีวิต มีค่าความเชื่อมั่น .76 ด้านการเรียนการสอน มีค่าความเชื่อม่ัน .90 ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ มีค่าความเช่ือม่ัน .80 ด้านการบริหารจัดการ มีค่าความเช่ือมั่น .82 ฉบับที่ 3 ด้านผลผลิต มีค่าความเชื่อมั่น .92 วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าเฉล่ียเลขคณิต ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน (S.D.) ผลการประเมินโครงการ พบวา่ 1. ผลการประเมินโครงการ ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนาเข้า (Input) โดยภาพรวม อยู่ ในระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านบริบท (Context) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ใน ระดับ มากทส่ี ุด รองลงมาด้านปัจจัยนาเข้า (Input) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สดุ จาแนกตามรายดา้ น พบว่า ด้านบริบท (Context) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉลี่ย สูงสุด คือ ข้อ 4 ผู้บริหารโรงเรียนให้ความสาคัญและสนับสนุนการจัดโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ อยู่ใน
52 ระดับมากทีส่ ุด รองลงมาคือ ข้อ 1 โครงการโรงเรยี นวิถพี ุทธได้กาหนดหลักการเหตุผล สอดคล้องกันกับ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉล่ียต่าสุดคือ ข้อ 5 โรงเรียนได้นา หลักไตรสิกขาเป็นฐานในการกาหนดหลักการ อยู่ในระดับมาก ด้านปัจจัย นาเขา้ (Input) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากท่ีสุด พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 11 การจัดกิจกรรม โครงการโรงเรียนวิถีพุทธเป็นไปตามแผนงานที่กาหนดไว้ อยู่ในระดับ มากท่ีสุด รองลงมา คือ ข้อ 9 โรงเรียนได้ช้ีแจงเป้าหมายในการจัดกิจกรรมของโครงการโรงเรียนพุทธ ให้คณะครูทราบ อยู่ในระดับ มากท่ีสุด และมีค่าเฉล่ียต่าสุดคือ ข้อ 4 โรงเรียนได้สนับสนุน งบประมาณในการดาเนินงานโครงการ โรงเรยี นวถิ ีพุทธอย่างเหมาะสมและเพยี งพอ อย่ใู นระดบั มาก 2. ผลการประเมินโครงการ ด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านกายภาพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อท่ีมคี ่าเฉล่ียสูงสุด คือ ขอ้ 2 สถานศกึ ษามีการประดิษฐานพระพทุ ธรูปประจาโรงเรยี น ได้อยา่ ง เหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ข้อ 8 สถานศึกษามีการตรวจตรานักเรียน ไม่ให้เก่ียวข้อง กับสิ่งเสพติดพุกชนิด อยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ ข้อ 9 สถานศึกษามีการปรับปรุง สถานที่เพ่ือเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ด้าน กิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด พจิ ารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อทม่ี ี ค่าเฉลี่ยสงู สุด คอื ข้อ 1 สถานศึกษาจัด ฝึกอบรมนักเรียน ชัดกิจกรรมนักเรียนเกิดพฤติกรรมใน ชีวิตประจาวันท่ีกินเป็น อยู่เป็น ดูเป็น ฟังเป็น หรอื การดารงชีวิตในประจาวันรูจ้ ักเลือกปฏิบัติใน สิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจาวัน อยู่ในระดับมาก ที่สุด รองลงมาคือ ข้อ 7 สถานศึกษาส่งเสริม ให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเห็นคุณค่าในการรักษาและสืบ ทอดพระพุทธศาสนา อย่ใู นระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือ ข้อ 8 สถานศึกษาติดตามพฤตกิ รรม ของนักเรียนอย่างสมาเสมอ อยู่ใน ระดับมากที่สุด ด้านการเรียนการสอน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉล่ียสูงสุดคือ ข้อ 5 ครูจัดกิจกรรมบริหารจิต กาหนดสติ ก่อนเรียน ก่อนการแข่งขันกีฬา และก่อนนอนอย่างสมาเสมอ เพ่ือประโยชน์ในชีวิตประจาวัน อยู่ใน ระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ข้อ 2 สถานศึกษาส่งเสริมให้มีการนาหลักธรรมมาเป็นฐานในการคิด วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน อยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือ ข้อ 4 ครูจัดบรรยากาศขณะเรียนรู้ ให้ทุกฝ่ายมีความสุขสร้างบรรยากาศการกระตือรือร้น จูงใจ ท้าทายให้ อยากรู้ สนุกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ โดย ภาพรวมอย่ใู นระดับมากท่สี ุด เมือ่ พิจารณาเป็นรายข้อ พบวา่ ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลยี่ สงู สดุ คอื ขอ้ 1 ผู้บรหิ ารมี วถิ ีชีวติ ที่สอดคล้องกับหลกั พทุ ธธรรม ลด ละ เลิกอบายมขุ ถือศีล 5 และปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ีดี มี พรหมวิหารธรรม 4 มีความเป็นกลั ยาณมติ ร มุ่งพัฒนาผูเ้ รียนใหเ้ กดิ ความเจริญงอกงามทางปัญญา และ เข้าใจการพฒั นา ผู้เรียนตามหลกั ไตรสิกขา อยูใ่ นระดับ มากท่ีสุด รองลงมาคือข้อ 7 นักเรียนมีศีล 5 ในการดารงชีวิตมีวินัย มีความรับผดชอบ ซ่ือสัตย์ ตรงต่อเวลา แต่งกายสะอาดและเรียบร้อย ดารงชีวิตที่เกื้อกูล ตอ่ สิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับมากท่ีสุด และ มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือ ข้อ 10 นักเรียนมีความศรัทธาเข้าใจ ในพระรัตนตรัยรู้เท่าทันและแก้ไขปัญหาชีวิต ทางานด้วยสติปัญญา รู้บาป-บุญ คุณ- โทษ ประโยชน์-มิใช่ประโยชน์ อยู่ในระดับมากท่ีสุด ด้านการ บริหารจัดการ โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับมากท่สี ุด พิจารณาเป็นรายข้อพบวา่ ข้อที่มีค่าเฉลยี่ สูงสุดคือ ข้อ 4 สถานศกึ ษารว่ มมือกบั ผู้ปกครอง วดั ชมุ ชน เพ่ือพัฒนาผู้เรียนและชุมชนอย่างตอ่ เนื่องอยู่ในระดับมาก
53 ท่ีสุด รองลงมาคือ ข้อ 1 สถานศึกษามีการวางแผน ในการวางวิสัยทัศน์ พันธกิจเป้าหมาย แผนพัฒนา สถานศึกษาที่มีจุดเน้นการพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธ อยู่ในระดับมากท่ีสุด และมีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือ ข้อ 5 สถานศึกษามีหลักสูตรสถานศึกษา หน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการพุทธธรรม ทกุ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ อยู่ในระดับมากทส่ี ุด 3. ผลการประเมินโครงการ ด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 14 ครูมีการนาหลักธรรมมาพัฒนา คุณธรรม จรยิ ธรรมของนกั เรียน อยใู่ นระดับมากท่ีสุด รองลงมาคือ ข้อ 19 มีการส่งเสริมให้ นักเรยี นนาหลักธรรม ไปปฏิบัติที่บ้าน และในชีวิตประจาวัน อยู่ในระดับมากท่ีสุด และมีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ ข้อ 24 ส่งเสริมให้ นักเรยี นไดเ้ รียนธรรมะกบั พระอยา่ งสม่าเสมอ อยูใ่ นระดบั มากทสี่ ดุ
54 บทที่ 3 วิธดี ำเนินกำรประเมินโครงกำร การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล อาเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2563 โดยประยกุ ต์ใช้รปู แบบการประเมินตามรูปแบบจาลองของซิปป์ CIPP Model ของ Daniel Stufflebeam (1983) และการวิเคราะห์ระบบประยุกต์มาใช้รูปแบบซิปป์ประยุกต์ CIPPI Evolution มีรายละเอียดในการดาเนินโครงการ ดังน้ี 1. ประชากร 2. รปู แบบการประเมิน 3. เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 4. การสร้างและการหาคุณภาพเครอื่ งมอื 5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 6. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู 7. สถิติทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู ประชำกร ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ท่ีเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ได้มาจากวิธีการเลือกแบบเจาะจง จานวน 77 คน ดังนี้ 1. ผู้บริหาร จานวน 1 คน 2. ครูผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ จานวน 1 คน 3. ครูประจาช้นั ป.1-6 จานวน 4 คน 4. นกั เรียนชนั้ ป.1-6 จานวน 35 คน 5. ผปู้ กครองนกั เรียน บุคคลในชมุ ชน จานวน 35 คน 6. พระวทิ ยากร จานวน 1 รูป รปู แบบกำรประเมนิ การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ผู้ประเมิน ได้ประยุกต์ใช้ รูปแบบการประเมินโครงการแบบ CIPP Model ของ Daniel Stufflebeam (1997 : 261 – 265) ซึ่งเป็นการรายงานการประเมินใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนาเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) ด้านผลผลิต (Product) และการวิเคราะห์ระบบประยุกต์มาใช้รูปแบบซิปป์ ประยุกต์ CIPPI Evolution โดยทาการประเมินโครงการรวม 5 ดา้ น ขอบเขตดา้ นเนื้อหาจึงประกอบด้วย
55 1. การประเมินบริบท (Context Evaluation) เป็นการประเมินก่อนการดาเนินโครงการเพื่อ พิจารณาหลักการและเหตุผลความจาเป็นที่ต้องดาเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และความสอดคล้องของ วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายของโครงการโรงเรยี นวิถพี ุทธโรงเรยี นบา้ นหนองฆอ้ งนาสนี วล 2. การประเมินปัจจัยนาเข้า (Input Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการโรงเรียน วิถีพุทธ มีจานวน 4 รายการ ได้แก่ ด้านโครงสร้างบริหารงานและหลักสูตรสถานศึกษา ด้านบุคลากร ด้านวสั ดุอปุ กรณ์ อาคารสถานที่ และดา้ นงบประมาณ 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ เพื่อระบุจุดเด่น จุดด้อย ของแนวทางที่เลือกใช้ มี จานวน 5 รายการได้แก่ การวางแผน การดาเนินงาน การดาเนินการพัฒนาตามหลักไตรสิกขา การนิเทศ ติดตาม กากับ การดาเนินงานการ ปรับปรุง และพัฒนา การประเมนิ ผลและการเผยแพร่การดาเนินงาน 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) เป็นการประเมินตามกรอบโครงการโรงเรียน วิถีพุทธ มี จานวน 4 รายการ ได้แก่ ด้านกาย ด้านศีล ด้านจิต ด้านปัญญา และเก็บรวบรวมข้อมูลท่ี โรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมของผู้บริหาร ครู นักเรียน กับหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับการยกย่องและได้รับ รางวัล ปกี ารศกึ ษา 2563 5. การประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation) ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ต่อผู้ปกครอง ชุมชน วัด และโรงเรียน ได้แก่ ประโยชน์และผลดีของการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธที่มีต่อ บา้ น วัด โรงเรยี น เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล เคร่ืองมอื ท่ใี ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูลในคร้งั น้ี เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จานวน 5 ฉบับ ดังนี้ ฉบับท่ี 1 แบบสอบถามเพ่ือประเมินบริบทระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายโรงเรียน ความต้องการและความจาเป็นของโรงเรียน หลักสูตรการจดั การเรยี นการสอน ฉบับท่ี 2 แบบสอบถามเพื่อประเมินปัจจัยนาเข้าด้านความเหมาะสมและพอเพียงเก่ียวกับ วิทยากร งบประมาณ ระยะเวลา สถานท่ี วัสดุอุปกรณ์ ความรู้ความสามารถของคณะทางาน การสนับสนุน ของฝ่ายบริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง และบคุ ลากรในชุมชนในเขตบรกิ ารของโรงเรยี นบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ฉบับท่ี 3 แบบสอบถามเพื่อประเมินกระบวนการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธกับ ความร่วมมือของคณะทางานและผู้เกี่ยวข้อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน บทบาทหน้าท่ี ขั้นตอน จุดเด่น จุดด้อย การนิเทศตดิ ตามผล และสง่ิ ท่ตี ้องแกไ้ ขในการดาเนินงาน ฉบับท่ี 4 แบบสอบถามเพ่ือประเมินผลผลิตของโครงการที่เก่ียวกับพฤติกรรมการมีคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียน ได้แก่ พฤติกรรมของนักเรียนตามหลักภาวนา 4 และในด้านความรับผิดชอบ ความซ่ือสตั ย์ ความมีเหตุผล ความกตญั ญกู ตเวที ความมีวินัย ความเสียสละ ความสามัคคี ความประหยัด การพึง่ ตนเอง ความขยันหมน่ั เพียรและความเมตตากรณุ า
56 ฉบับที่ 5 แบบสอบถามเพ่ือประเมินผลกระทบของการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ของโรงเรยี นบ้านหนองฆอ้ งนาสนี วล ที่มีต่อ บา้ น วดั โรงเรยี น วิธีสร้ำงเครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ผู้ประเมินได้ดาเนินการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรยี นบ้านหนองฆอ้ งนาสนี วล ดงั น้ี 1. แบบสอบถามดา้ นบริบทระหวา่ งวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการกับนโยบาย กระทรวงศึกษาธกิ าร นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน นโยบายโรงเรียน ความตอ้ งการและความจาเป็นของโรงเรยี น หลกั สูตรการจดั การเรยี นการสอน 1.1 กาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมิน เพ่ือประเมินความสอดคล้องระหว่าง วัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายโรงเรียน ความต้องการจาเป็นของโรงเรียน หลักสูตรการจัดการเรียน การสอน 1.2 กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จานวน 5 รายการ 1.3 เขยี นแบบสอบถามฉบับรา่ ง 1.4 นาแบบสอบถามให้ผทู้ รงคณุ วฒุ ิตรวจสอบ เสนอแนะ ปรับปรุงแก้ไข 1.5 ปรบั ปรงุ แก้ไขแบบสอบถามตามท่ีผ้ทู รงคุณวฒุ เิ สนอแนะ 2. แบบสอบถามการประเมินปัจจัยนาเข้าด้านความเหมาะสม เพียงพอของกิจกรรม และกิจกรรม พิเศษ 2.1 วิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ต้องการ โดยกาหนดเป็นข้อมูลด้านบุคลากร งบประมาณ วสั ดุอปุ กรณ์ อาคารสถานท่ี และการบริหารจดั การ 2.2 กาหนดรูปแบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั 2.3 เขียนแบบสอบถามฉบับรา่ ง 2.4 นาแบบสอบถามฉบับร่างให้ผทู้ รงคณุ วุฒติ รวจสอบ เสนอแนะ ปรบั ปรุง แก้ไข 2.5 ปรบั ปรงุ แกไ้ ขแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 3. แบบสอบถามการประเมนิ กระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถพี ุทธ 3.1 วิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลท่ีต้องการ โดยกาหนดเป็นข้อมูลด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ท่ีเป็นกัลยาณมิตร และ กิจกรรมพื้นฐานตามแนววิถีพุทธการดาเนินงาน การติดตามผลการดาเนนิ งาน 3.2 กาหนดรปู แบบของแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการทีป่ ฏบิ ตั ิ 3.3 เขียนแบบสอบถามฉบบั ร่าง 3.4 นาแบบสอบถามฉบับร่างใหผ้ ู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ เสนอแนะ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข
57 4. แบบประเมินผลผลิตของโครงการท่ีเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ตามหลักภาวนา 4 และในด้านความรับผิดชอบ ความซ่ือสัตย์ ความมีเหตุผล ความกตัญญูกตเวที ความมวี ินัย ความเสยี สละ ความสามัคคี ความประหยัด การพึ่งตนเอง ความขยนั หมั่นเพยี รและความ เมตตากรณุ า 4.1 วิเคราะห์ลักษณะของพฤติกรรมท่ีต้องการ ตามหลักภาวนา 4 โดยแยกเปน็ ด้านพฒั นา 4.2 กาหนดรปู แบบของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ 4.3 เขยี นแบบสอบถามฉบบั รา่ ง 4.4 นาแบบสอบถามฉบับรา่ งใหผ้ ทู้ รงคุณวุฒิตรวจสอบ เสนอแนะ ปรับปรุงแกไ้ ข 4.5 ปรับปรงุ แก้ไขแบบสอบถามตามขอ้ เสนอแนะของผู้ทรงคุณวฒุ ิ 5. แบบสอบถามการประเมินผลกระทบของการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ของโรงเรียนบ้านหนองฆอ้ งนาสนี วล ทมี่ ตี อ่ บา้ น วดั โรงเรียน 5.1 วิเคราะห์ผลกระทบทีม่ ีต่อบ้าน วัด โรงเรียน 5.2 กาหนดรปู แบบของแบบสอบถามเปน็ แบบมาตราส่วน ประมาณคา่ 5 ระดบั 5.3 เขียนแบบสอบถามฉบบั ร่าง 5.4 นาแบบสอบถามฉบับร่างใหผ้ ู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ เสนอแนะ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข 5.5 ปรบั ปรงุ แกไ้ ขแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ กำรสรำ้ งและกำรหำคณุ ภำพเครื่องมอื การสร้างและการหาคุณภาพเครือ่ งมอื มลี าดบั ข้นั ตอนดงั นี้ 1. ศึกษาเอกสารข้อมูลโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล อาเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2563 ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (2562 : 1) แนวทางการสรา้ งแบบสอบถามของบญุ ชม ศรสี ะอาด (2543 : 60) 2. กาหนดวัตถปุ ระสงค์ของการประเมิน เพอื่ ประเมินความสอดคลอ้ งระหว่างวตั ถปุ ระสงค์ ของโครงการกับนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน นโยบายสานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรยี น ความตอ้ งการจาเป็น ของโรงเรียน หลักสตู รการสอน ตลอดจนความพรอ้ มในการดาเนินงานโครงการดา้ นต่างๆ 3. สรา้ งแบบสอบถามใหค้ รอบคลมุ วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ ทงั้ 5 ดา้ น 4. นาแบบสอบถามเสนอผเู้ ชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงโครงสรา้ ง เชิงเนื้อหา การใช้ภาษา ตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องเหมาะสม และหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2543 : 61) ถา้ แน่ใจวา่ ขอ้ คาถามนนั้ วัดจุดประสงคท์ ีร่ ะบุไวจ้ ริง ให้คะแนน +1 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนั้นวัดจดุ ประสงคท์ ี่ระบไุ ว้ ให้คะแนน 0 ถา้ แนใ่ จวา่ ข้อคาถามนัน้ ไมว่ ัดจดุ ประสงคท์ ่รี ะบุไว้ ใหค้ ะแนน -1
58 สาหรบั ผเู้ ชยี่ วชาญ จานวน 5 ท่าน ประกอบดว้ ย 1. ดร. รัตนาภรณ์ คามลู ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต 4 2. นางสาวดารุณี อัคเทพ ผู้อานวยการชานาญการพิเศษโรงเรียนบ้านสร้างก่อ สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต 4 3. นายวิเชียร โทกุล ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งตาลเลียน สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 4. นายประภาส สีหบุตร ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านขอนยูง สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต 4 5. นายกรกฏ ชัยวินิตย์ ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองกุง หนองเจรญิ สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 5. นาแบบสอบถามทีผ่ เู้ ชี่ยวชาญตรวจพิจารณาความสอดคลอ้ งแล้วมาวิเคราะหเ์ พื่อสรุปผล การพิจารณา โดยพิจารณาและคัดเลือกแบบสอบถามท่ีมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ต้ังแต่ 0.50 ขึ้นไป พบว่า แบบสอบถามผลการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสี นวล มคี ่า IOC อยรู่ ะหวา่ ง 0.60 - 1.00 ทัง้ 5 ฉบบั 6. นาแบบสอบถามการประเมนิ โครงการโรงเรยี นวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ไปทดลองใชก้ ับ ครูและคณะกรรมการสถานศกึ ษา นักเรยี น และผู้ปกครองนกั เรียน โรงเรยี นบา้ นหนองกุง หนองเจริญและโรงเรียนชุมชนบ้านขอนยูง สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ทดี่ าเนินการจัดทาโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเช่นเดียวกันกับโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล กลุ่มละ 30 คน รวมทั้งสน้ิ 60 คน 7. นาแบบสอบถามวิเคราะห์หาค่าความเช่ือม่ันท้ังฉบับโดยใช้สัมประสิทธ์ิแอลฟา ( - Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) ได้ค่าความเช่ือม่ันของแบบสอบถามชุดท่ี 1 ฉบับที่ 1 ด้านบริบท มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 ฉบับท่ี 2 ด้านปัจจัย มีค่าความเช่ือม่ันเท่ากับ 0.92 ฉบับที่ 3 ด้านกระบวนการ มีค่าความเชือ่ ม่นั เท่ากับ 0.88 ฉบับที่ 4 ด้านผลผลิต มีค่าความเช่ือมั่นเท่ากับ 0.84 และ ฉบบั ท่ี 5 ด้านผลกระทบ มคี า่ ความเชื่อม่ันเทา่ กบั 0.93 8. จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ แล้วนาไปเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มประชากรต่อไป สาหรบั รายละเอียดของข้อมูลที่ไดจ้ ากการหาประสทิ ธิภาพของเครื่องมือแสดงไวใ้ นภาคผนวก
59 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ในครง้ั น้ี ผู้วิจยั ได้ดาเนนิ การดงั นี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพ่ือประเมินบริบทความสอดคล้องระหว่าง วัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน นโยบายสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรยี น ความต้องการและความจาเป็นของโรงเรียน หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน นาไปให้ผู้บริหาร ครู ผู้รบั ผดิ ชอบแตล่ ะกิจกรรม และครทู เ่ี กย่ี วขอ้ ง จานวน 6 คน ตอบแบบสอบถาม 2. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้า ในการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล นาไปให้ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบแต่ละกจิ กรรม และครูท่เี กี่ยวขอ้ ง จานวน 6 คน ตอบแบบสอบถาม 3. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม เพื่อประเมินกระบวนการดาเนินงานของโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ นาไปให้ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม และครูท่ีเกี่ยวข้อง จานวน 6 คน ตอบ แบบสอบถาม 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพ่ือประเมินพฤติกรรมการมีคุณธรรมจริยธรรม ของนักเรียนตามหลักภาวนา 4 และด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความมีเหตุผล ความกตัญญู กตเวที ความมีวินัย ความเสียสละ ความสามัคคี ความประหยดั การพึ่งตนเอง ความขยันหมั่นเพียร และความเมตตากรุณา นาไปให้นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ตาบลขอนยูง อาเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี โดยใช้กลุ่มผู้ให้ข้อมูล นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2563 ผู้บริหาร ครูอาจารย์ และนักเรียน ผู้ปกครอง หรือบุคคลในชุมชน รวม 77 คน ตอบแบบสอบถาม 5. การเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นผลกระทบของการดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรียนวิถพี ุทธทม่ี ีต่อ บ้าน วัด โรงเรียน โดยใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหาร ครูอาจารย์ และนักเรียน ผู้ปกครอง หรือบคุ คลในชมุ ชน รวม 77 คน การวเิ คราะห์ข้อมูล ผู้ประเมินได้นาข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาไปทาการวิเคราะห์ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สาเร็จรปู ตามรายละเอียด ดังน้ี 1. ข้อมูลที่ได้จากข้อคาถามท่ีเป็นแบบตรวจสอบรายการ วิเคราะห์เพื่อแจกแจงความถี่ และรอ้ ยละ 2. ข้อมูลท่ีได้จากข้อคาถามที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์เพ่ือหาค่าเฉลี่ย และคา่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน สาหรับเกณฑ์ท่ีใช้ในการตัดสินผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการดาเนินงาน โดยพจิ ารณาจากค่าเฉลยี่ ท่ีทาการวเิ คราะห์ ตามเกณฑ์ ดังนี้ (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2543 : 100)
60 1. แจกแจงความถข่ี องแตล่ ะระดับ และกาหนดค่านา้ หนักมาตราส่วนของ ข้อคาถาม ดังน้ี (บุญชม ศรสี ะอาด, 2543 : 100) 5 หมายความวา่ มากที่สดุ 4 หมายความวา่ มาก 3 หมายความว่า ปานกลาง 2 หมายความว่า น้อย 1 หมายความวา่ นอ้ ยที่สดุ 2. หาค่าเฉลย่ี ของแตล่ ะระดบั โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลย่ี ดงั น้ี ค่าเฉลย่ี ตั้งแต่ 4.50 ขึน้ ไป หมายความว่า มรี ะดับการปฏิบตั มิ ากทส่ี ุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายความว่า มีระดับการปฏิบัติมาก คา่ เฉลยี่ 2.50 – 3.49 หมายความวา่ มรี ะดับการปฏิบัติปานกลาง ค่าเฉลย่ี 1.50 – 2.49 หมายความวา่ มรี ะดับการปฏิบัตินอ้ ย คา่ เฉลย่ี ตา่ กว่า 1.50 หมายความว่า มีระดับการปฏิบตั นิ ้อยทสี่ ดุ สถติ ทิ ใี่ ช้ในกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล 1. สถติ ใิ นการหาคุณภาพเครือ่ งมือ 1.1 สถิตใิ นการหาคุณภาพเครื่องมอื เพ่ือดดู ัชนีความสอดคล้องโดยใชส้ ูตร ดงั น้ี (สมนึก ภทั ทิยธน.ี 2544 : 221) IOC R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหวา่ งข้อประเมนิ กบั จุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ชย่ี วชาญท้งั หมด N แทน จานวนผ้เู ชี่ยวชาญ 1.2 สถิติที่ใช้ในการหาค่าความเช่ือมั่นของแบบสอบถามแบบทั้งฉบับโดยใช้สูตร สัมประสทิ ธ์ิแอลฟา (- Coefficient) ตามวิธีครอนบาค(Cronbach)(บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2543 : 96) k 1 Si2 k 1 St2
61 เมอ่ื แทน ค่าสัมประสทิ ธิ์ความเชือ่ มน่ั k แทน จานวนขอ้ ของเครื่องมือวัด Si2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนของแตล่ ะขอ้ S 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม t 2. สถิตพิ นื้ ฐานโดยใช้สตู ร (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2543 : 101 -103) 2.1 รอ้ ยละ (Percentage) p f 100 N เมื่อ p แทน รอ้ ยละ F แทน ความถ่ีท่ตี ้องการแปลงให้เปน็ รอ้ ยละ N แทน จานวนความถี่ 2.2 คา่ เฉล่ยี (Arithmetic Mean) = N เมอ่ื แทน คา่ เฉล่ยี แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกลมุ่ N แทน จานวนคะแนนในกลุม่ 2.3 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) = (X X)2 N 1 เมอ่ื X แทน ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน แทน คะแนนแตล่ ะตัว แทน ค่าเฉลยี่ แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม N แทน ผลรวม
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล การประเมินโครงการคร้ังน้ี มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินโครงการโรงเรียนวิถี พุทธ โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล อาเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2563 ใช้รูปแบบการ ประเมินโครงการแบบ CIPP Model ของ Daniel Stufflebeam และการวิเคราะห์ระบบประยุกต์ มาใช้รูปแบบซิปป์ประยุกต์ CIPPI Evolution ผู้รายงานได้นาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็น 5 ตอน ดังนี้ ตอนท่ี 1 ผลการประเมินด้านบริบท ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้อง นาสีนวล อาเภอกุดจับ จังหวดั อุดรธานี ปีการศึกษา 2563 ตอนท่ี 2 ผลการประเมินปัจจัยนาเข้า ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้อง นาสีนวล อาเภอกุดจับ จงั หวดั อดุ รธานี ปีการศึกษา 2563 ตอนที่ 3 ผลการประเมินกระบวนการของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้อง นาสนี วล อาเภอกุดจบั จังหวดั อดุ รธานี ปกี ารศึกษา 2563 ตอนท่ี 4 ผลการประเมินผลผลิต ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้อง นาสนี วล อาเภอกุดจบั จงั หวดั อุดรธานี ปกี ารศกึ ษา 2563 ตอนท่ี 5 ผลการประเมินผลกระทบที่เกิดจากโครงการของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียน บ้านหนองฆอ้ งนาสนี วล อาเภอกดุ จับ จงั หวัดอดุ รธานี ปีการศกึ ษา 2563 สัญลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู การประเมินคร้งั น้ีไดก้ าหนดสญั ลักษณท์ ีใ่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล () แทน คา่ เฉลยี่ (Mean) () แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ผู้รายงานขอเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบา้ นหนองฆอ้ งนาสนี วล อาเภอกดุ จับ จงั หวัดอุดรธานี ปกี ารศกึ ษา 2563 รายละเอียด ดงั น้ี ตอนท่ี 1 ผลการประเมินบรบิ ทของโครงการ 1. การประเมินบริบทของโครงการ ผู้ประเมินได้ประเมินเก่ียวกับความสอดคล้องระหว่าง วัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นโยบายของสานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา อดุ รธานี เขต 4 นโยบายโรงเรียน หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน ความต้องการและความจาเป็น ของโรงเรยี น ผลการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการ โรงเรียน วิถีพุทธ กับ นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นโยบายของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรียน หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน ความต้องการและความจาเป็นของโรงเรียน ตามความคดิ เห็นของบคุ ลากรภายในโรงเรียน ดงั ตารางท่ี 4.1
63 ตารางท่ี 4.1 แสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของบุคลากรใน โรงเรียนท่ีมตี ่อความสอดคลอ้ งระหว่างวตั ถุประสงค์ของโครงการกบั นโยบายของรัฐบาล นโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน นโยบายของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรียน หลักสูตรการจัดการ เรียนการสอน ความต้องการและความจาเปน็ ของโรงเรยี นด้านบริบท ขอ้ ท่ี องค์ประกอบและข้อบ่งชีค้ ุณภาพ คา่ เฉล่ีย คา่ เบ่ียงเบน ระดับความ () มาตรฐาน สอดคล้อง 1 ความสอดคล้องของโครงการกบั นโยบาย 4.25 คณุ ธรรมนาความรู้ของรฐั บาล 4.31 มาก 4.44 0.93 มาก 2 ความสอดคล้องของโครงการกับวิสยั ทัศน์และ 4.50 0.95 มาก นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 0.73 มากทส่ี ดุ 4.44 0.73 3 ความสอดคล้องของโครงการกับนโยบายของ 4.31 มาก สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 4.31 0.73 มาก 4.06 0.79 มาก 4 ความสอดคล้องของโครงการกบั นโยบายของ 4.19 0.79 มาก สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษา 4.19 1.06 มาก อุดรธานีเขต4 0.83 มาก 0.66 5 ความสอดคล้องของโครงการกับนโยบายของ โรงเรียน 6 ความสอดคล้องของโครงการกบั หลักสูตรและ การจัดการเรยี นการสอน 7 โครงการมคี วามเหมาะสมกับบทบาทและ หน้าท่ีของโรงเรียน 8 โครงการมีความเหมาะสมกับสภาพความ ต้องการ ความสนใจของนักเรียน 9 โครงการมคี วามสอดคลอ้ งกบั สภาพความ ตอ้ งการของผูป้ กครอง ชมุ ชน 10 โครงการเหมาะสมกับศักยภาพและทรัพยากร ของโรงเรียนและชมุ ชน
64 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ยี งเบน ระดบั ความ () มาตรฐาน สอดคล้อง ขอ้ ที่ องคป์ ระกอบและขอ้ บ่งช้ีคุณภาพ 4.19 () 11 โครงการเหมาะสมกบั เวลาและสถานการณ์ของ 4.38 0.98 มาก สังคมในปจั จุบนั 4.13 4.25 0.806 มาก 12 โครงการเหมาะสมสอดคล้องกับแนวปฏิบัติและ 4.38 หลักธรรมทางพุทธศาสนา 4.29 0.957 มาก 13 โครงการมีความสอดคล้องกบั สภาพแวดลอ้ มและ 0.775 มาก วถิ ชี วี ิตในชมุ ชน 0.885 มาก 14 โครงการมคี วามสอดคลอ้ งกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณใี นท้องถ่ิน 0.76 มาก 15 การดาเนินงานตามโครงการโรงเรยี นวถิ พี ทุ ธเปน็ งานทีจ่ าเปน็ ของโรงเรียน เฉลีย่ รวม จากตารางท่ี 4.1 พบว่าบุคลากรภายในโรงเรียนมีความคิดเห็นว่าด้านบริบทของโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล โดยภาพรวมระดับความสอดคล้องอยู่ในระดับ มาก เมือ่ พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ข้อท่ีมคี ่าเฉล่ียมากท่สี ุด คือ ข้อท่ี 4 ความสอดคล้องของโครงการ กับนโยบายของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต4 มีค่า () = 4.50 อยู่ใน ระดับมาก รองลงมา คือ ข้อท่ี 3 ความสอดคล้องของโครงการกับนโยบายสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และข้อท่ี 5 ความสอดคล้องของโครงการกับนโยบายของโรงเรียน มีค่า ()= 4.44 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ีย น้อยท่ีสุด คือ ข้อที่ 8 โครงการมีความเหมาะสมกับ สภาพความตอ้ งการ ความสนใจของนักเรียน มคี า่ ()= 4.06 อยใู่ นระดับมาก ตอนท่ี 2 ผลการประเมนิ ปัจจยั นาเข้าของโครงการ การประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการ ผู้วิจัยได้ประเมินปัจจัยนาเข้าด้านความเหมาะสม เพียงพอของด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานท่ี และด้านการบริหาร จัดการของโครงการโรงเรียนวิถพี ทุ ธ โรงเรียนบา้ นหนองฆอ้ งนาสนี วล ในปกี ารศกึ ษา 2563 ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสม พอเพียงของปัจจัยนาเข้าด้านบุคลากรของโครงการ โรงเรียนวถิ ีพุทธ ในปีการศกึ ษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากรภายในโรงเรียน ดังตารางที่ 4.2
65 ตารางท่ี 4.2 แสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของบุคลากรใน โรงเรยี นที่มตี ่อปจั จยั เบ้อื งตน้ ของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธด้านบคุ ลากร ขอ้ ท่ี ข้อประเมิน คา่ เฉล่ีย ค่าเบย่ี งเบน ระดับ () มาตรฐาน ความ () สอดคลอ้ ง 1 ครูมคี วามรู้ เขา้ ใจ หลกั การพัฒนาผูเ้ รียนตามหลัก 3.88 0.81 มาก ไตรสิกขา 2 บคุ ลากรในโรงเรียนมจี านวนเพยี งพอสามารถแบง่ 3.75 0.86 มาก หน้าท่รี บั ผดิ ชอบโครงการได้ 3 บคุ ลากรในโรงเรียนมีความสนใจ มคี วามรู้ 3.94 0.99 มาก ความสามารถในการดาเนินการตามโครงการ 4 คณะกรรมการดาเนินโครงการเป็นผู้มคี วามสนใจ 4.06 0.68 มาก มีความรู้ ความสามารถเหมาะสม 5 วิทยากรทส่ี อนธรรมศกึ ษามคี วามประพฤติ ความรู้ 4.19 0.98 มาก และความสามารถเหมาะสม 6 พระวทิ ยากรท่ีสอนธรรมศึกษามีความสามารถในการ 4.00 0.73 มาก จัดการเรยี นรู้เหมาะสม 7 มีบคุ ลากรจากหน่วยงานตน้ สังกัดและหน่วยงานอืน่ ท่ี 3.69 0.79 มาก เกี่ยวข้องร่วมมือสนบั สนนุ 8 ผู้บรหิ าร ครู นกั เรียนมอี ุดมการณท์ ่จี ะพัฒนาตนเอง 4.44 1.16 มาก และดาเนนิ ชวี ติ ท่ดี งี าม เฉลย่ี รวม 4.0 0.68 มาก จากตาราง 4.2 พบว่าความเหมาะสม พอเพียงของปัจจัยนาเข้าด้านบุคลากรของโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากร ภายในโรงเรียน ในภาพรวมมีความความเหมาะสมพอเพียงอยู่ในระดับมาก ( ) = 4.0 เม่ือ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อท่ีค่าเฉล่ียสูงสุด คือ ข้อท่ี 8 ผู้บริหาร ครู นักเรียนมีอุดมการณ์ท่ีจะ พัฒนาตนเองและดาเนินชีวิตท่ีดีงาม ( ) = 4.44 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือข้อที่ 7 มีบุคลากรจากหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องร่วมมือสนับสนุน ( ) = 3.69 อยู่ในระดบั มาก
66 ผลการวิเคราะห์ปัจจยั นาเข้าด้านวัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ ของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธ ของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวลในปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากรภายใน โรงเรยี น ดังตารางที่ 4.3 ตารางท่ี 4.3 แสดงค่าเฉลยี่ () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของบุคลากรใน โรงเรียนทมี่ ตี ่อปจั จยั นาเขา้ ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านวสั ดุอปุ กรณ์ อาคารสถานที่ ข้อที่ ข้อประเมิน ค่าเฉลยี่ ค่าเบีย่ งเบน ระดับความ () มาตรฐาน เหมาะสม () พอเพียง 1 ส่ือ วัสดอุ ปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้มเี พียงพอ 3.50 0.73 มาก และมีคุณภาพ 2 สถานทด่ี าเนินโครงการเพียงพอและเหมาะสม 3.50 0.97 มาก 3 หนังสอื ตาราเรยี นธรรมศกึ ษามจี านวนเพียงพอ 3.63 0.89 มาก เนอ้ื หาสาระมคี วามเหมาะสม 4 มีป้ายนิเทศ ป้ายคตธิ รรม หรอื คาขวญั คุณธรรม 3.81 0.54 มาก จริยธรรม 5 จัดประดิษฐานพระพทุ ธรปู ประจาโรงเรยี นและ 3.81 0.75 มาก ประจาห้องเรยี นเหมาะสม 6 สภาพโรงเรียนสะอาด เรยี บร้อย ปลอดภยั สงบ 3.69 0.95 มาก ร่มรน่ื ใกล้ชดิ ธรรมชาติเอือ้ ต่อการดาเนินงานตาม โครงการ 7 บริเวณโรงเรยี นปราศจากส่งิ เสพตดิ อบายมุข 3.81 0.83 มาก สง่ิ มอมเมาทุกชนดิ 8 โรงเรียนมีแหลง่ เรียนรู้ท่ีเอ้ือต่อการดาเนนิ การ 3.81 0.91 มาก โครงการโรงเรียนวิถพี ุทธ ผลรวม 3.70 0.66 มาก จากตาราง 4.3 พบว่าปัจจัยนาเข้าด้านวัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานท่ีของโครงการโรงเรียน วิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากร ภายในโรงเรียน ในภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสมพอเพียงในระดับมาก () = 3.70 เม่ือ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่ค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ข้อท่ี 4 มีป้ายนิเทศ ป้ายคติธรรม หรือคา ขวัญคุณธรรม จริยธรรม ข้อที่ 5 จัดประดิษฐานพระพุทธรูปประจาโรงเรียน และประจาห้องเรียน เหมาะสม ขอ้ ท่ี 7 บริเวณโรงเรียนปราศจากส่ิงเสพติด อบายมุข สิง่ มอมเมาทุกชนิด ข้อท่ี 8 โรงเรียน มีแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการดาเนินการโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ( ) = 3.81 อยู่ในระดับมาก ส่วน ข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ข้อที่ 1 สื่อ วัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้มีเพียงพอและมีคุณภาพ และ ขอ้ ท่ี 2 สถานท่ดี าเนินโครงการเพียงพอและเหมาะสม ( ) = 3.50 อยู่ในระดบั มาก
67 ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมพอเพียงของปัจจัยนาเข้าด้านงบประมาณตามโครงการ โรงเรียนวิถพี ุทธในปีการศึกษา 2563 ตามความคดิ เหน็ ของบคุ ลากรภายในโรงเรยี น ดังตารางที่ 4.4 ตารางท่ี 4.4 แสดงแสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็น ของบคุ ลากรในโรงเรยี นทีม่ ีตอ่ ปัจจยั นาเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธดา้ นงบประมาณ ข้อที่ ข้อประเมนิ คา่ เฉลยี่ คา่ เบ่ยี งเบน ระดบั () มาตรฐาน ความ เหมาะสม () พอเพียง 1 งบประมาณดาเนินกจิ กรรมเสรมิ เนอ้ื หาสาระตาม 3.75 0.78 มาก หลักสูตร กิจกรรมประจาวันและประจาสัปดาหเ์ พียงพอ และเหมาะสม 2 งบประมาณการจดั กิจกรรมเน่อื งในโอกาสวันสาคัญทาง 3.88 0.72 มาก ศาสนาเพียงพอและเหมาะสม 3 งบประมาณในการจดั กจิ กรรมพเิ ศษเพียงพอและ 3.81 0.83 มาก เหมาะสม 4 งบประมาณการดาเนนิ จัดกิจกรรมร่วมกบั วดั และชมุ ชน 3.81 0.66 มาก เพียงพอและเหมาะสม 5 งบประมาณการจัดกจิ กรรมเข้าคา่ ยธรรมะเพยี งพอและ 3.94 0.77 มาก เหมาะสม 6 ผู้ปกครอง และชมุ ชนมีสว่ นร่วมสนบั สนุนงบประมาณใน 3.44 0.73 ปานกลาง การจดั กิจกรรมของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธ 7 องค์การปกครองส่วนท้องถนิ่ ใหก้ ารสนับสนนุ 3.13 0.89 ปานกลาง งบประมาณในการจดั กิจกรรม 8 หนว่ ยงานราชการต้นสังกัดให้การสนบั สนุนงบประมาณ 3.63 0.89 มาก ในการจดั กจิ กรรม ผลรวม 3.68 0.66 มาก จากตาราง 4.4 พบว่า ความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียน บ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านงบประมาณตามความคิดเห็นของบุคลากรภายใน โรงเรียน ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.68 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อท่ีมคี า่ เฉลี่ยมากที่สดุ คอื ข้อท่ี 5 งบประมาณการจัดกิจกรรมเข้าค่ายธรรมะเพียงพอและเหมาะสม () = 3.94 อย่ใู นระดบั มาก ส่วนขอ้ ที่มคี ่าเฉล่ียนอ้ ยทส่ี ุด คือ ข้อที่ 7 องคก์ ารปกครองส่วนท้องถิ่น ใหก้ ารสนับสนนุ งบประมาณในการจดั กจิ กรรม ( ) =3.13 อยใู่ นระดบั ปานกลาง
68 ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าดา้ นการบริหารจดั การตามโครงการโรงเรยี น วิถพี ุทธในปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเหน็ ของบุคลากรภายในโรงเรยี น ดงั ตารางที่ 4.5 ตารางท่ี 4.5 แสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียนทมี่ ีตอ่ ปจั จยั นาเข้าของโครงการโรงเรยี นวถิ ีพุทธดา้ นการบรหิ ารจัดการ ขอ้ ท่ี ขอ้ ประเมนิ คา่ เฉลย่ี ค่าเบีย่ งเบน ระดับความ () มาตรฐาน เหมาะสม () 1. โรงเรียนมวี ิสัยทัศนห์ รือปรัชญา พนั ธกจิ เปา้ หมาย 3.94 1.00 มาก ธรรมนูญ หรือแผนกลยุทธ์ทมี่ ีจุดเน้นในการพัฒนา คณุ ธรรมนักเรียนตามแนวทางโรงเรยี นวิถีพทุ ธ 2. มกี ารวางแผนการดาเนินโครงการ กิจกรรมรว่ มกนั 3.75 0.58 มาก ระหวา่ งผบู้ ริหาร ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน 3. มีระบบการบริหารภายในโรงเรยี นเป็นระบบ 3.88 0.80 มาก เอื้ออานวยต่อการดาเนินกจิ กรรมตามแนวทาง โรงเรียนวิถพี ทุ ธ 4. มกี ารแต่งตัง้ คณะกรรมการที่ปรึกษา หรือ 3.81 0.66 มาก คณะกรรมการดาเนนิ งานโรงเรียนวิถีพทุ ธทมี่ ีความรู้ ความสามารถและจานวนเหมาะสม 5. มีการปลูกฝงั ศรัทธาสรา้ งเสริมปญั ญาใน 3.94 0.85 มาก พระพุทธศาสนาใหเ้ กิดขน้ึ กบั บุคลากรในโรงเรียน และ ผู้เกยี่ วข้อง 6. มกี ารร่วมมือกบั ผ้ปู กครอง วัด และชุมชน ผูน้ าชมุ ชน 3.88 0.89 มาก องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและ บุคลากรตามระบบไตรสกิ ขาอย่างต่อเน่ือง 7. มีหลกั สตู รสถานศึกษา หนว่ ยการเรยี นรแู้ ละ 3.75 0.93 มาก แผนการจดั การเรยี นรู้ทบ่ี รู ณาการ หลกั ธรรมในทุก กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ และกิจกรรมหรือสถานการณ์ นอกห้องเรยี น 8. มีการนิเทศ กากับ ติดตามการดาเนินงานโรงเรียน 4.00 0.73 มาก วถิ พี ุทธอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
69 ขอ้ ท่ี ข้อประเมิน คา่ เฉลี่ย ค่าเบยี่ งเบน ระดับความ () มาตรฐาน เหมาะสม () 9 โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ 3.75 0.58 มาก ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจหลักการและ วิธีการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธและ เผยแพรผ่ ลการดาเนนิ งานอย่างทวั่ ถงึ และต่อเนอื่ ง 10 จัดระบบตรวจสอบประเมินผล และเปิดโอกาสให้มี 3.69 0.95 มาก การเสนอแนะอย่างเป็นกัลยาณมิตร เพื่อการพัฒนา อยา่ งต่อเน่ือง ผลรวม 4.21 0.76 มาก จากตาราง 4.5 พบว่า ความเหมาะสมของปัจจัยนาเข้าด้านการบริหารจัดการตามโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบา้ นหนองฆ้องนาสีนวล ปกี ารศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากร ภายในโรงเรียน ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( ) = 4.21 เม่ือพิจารณาเปน็ รายข้อ พบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ข้อท่ี 8 มีการนิเทศ กากับ ติดตามการดาเนินงานโรงเรียน วิถีพุทธอย่างต่อเนื่อง ( )= 4.00 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ข้อท่ี 10 จัดระบบตรวจสอบประเมินผล และเปิดโอกาสให้มีการเสนอแนะอย่างเป็นกัลยาณมิตร เพ่ือการ พัฒนาอยา่ งต่อเน่อื ง ( ) = 3.69 อยูใ่ นระดบั มาก ตอนท่ี 3 ผลการประเมินกระบวนการดาเนนิ งานของโครงการ การประเมินค่าเฉลี่ยของกระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ผู้ประเมินได้ ประเมินเกี่ยวกับความเหมาะสมของกระบวนการดาเนินงานกับวัตถุประสงค์ของโครงการในด้านการ จัดการเรียนรู้ ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ท่ีเป็นกัลยาณมิตร และกิจกรรมพื้นฐานตามแนววิถี พุทธโดยเก็บข้อมูลจากความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ ครูผู้รับผิดชอบและครูท่ี เกี่ยวขอ้ งแตล่ ะกจิ กรรม พระวทิ ยากร และครูประจาชน้ั ผลการวิเคราะห์กระบวนการดาเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ด้านการจัดการเรียนรู้ ตามความคิดเห็นของบุคลากรภายในโรงเรยี น ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ พระวิทยากร และครปู ระจาชน้ั ดังตารางท่ี 4.6
70 ตารางท่ี 4.6 แสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของบุคลากรใน โรงเรยี นที่มีตอ่ กระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธด้านการจัดการเรียนรู้ ข้อที่ ข้อประเมิน ค่าเฉลย่ี ค่าเบย่ี งเบน ระดับ () มาตรฐาน ความ เหมาะสม () 1 โรงเรยี นจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนรอบดา้ นอย่าง 4.00 0.52 มาก สมดลุ สมบรู ณท์ ง้ั กาย ความประพฤติ จติ ใจและ ปัญญา 2 จดั การเรยี นรู้โดยบรู ณาการพุทธธรรมหลัก 3.88 0.96 มาก ไตรสิกขาในทุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กิจกรรม พฒั นาผูเ้ รียนและเชื่อมโยงกับการนาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวนั 3 จดั โอกาสส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รียนรแู้ ละปฏบิ ตั ิ 3.94 0.77 มาก ธรรมอย่างสอดคลอ้ งกับวถิ ชี ีวิต ( กนิ อยู่ ดู ฟงั ) 4 เนน้ ใหเ้ กิดการเรยี นรดู้ ว้ ยการคดิ แบบมเี หตผุ ล 3.81 0.54 มาก อย่างถูกวธิ ี เขา้ ใจและรู้คณุ ค่าแทข้ องสรรพส่ิง (โยนิโสมนสิการ ) 5 จดั การเรียนรูท้ ี่สง่ เสรมิ การให้ผเู้ รียน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน 3.94 0.77 มาก ใฝส่ รา้ งสรรค์ โดยยึดหลักคุณธรรมนาความรู้ 6 ส่งเสริมบรรยากาศแบบกัลยาณมติ ร อ่อนน้อมถ่อม 3.94 0.77 มาก ตน เคารพ ให้เกียรติซ่ึงกนั และกนั ยิ้มแยม้ มี เมตตาต่อกนั ท้งั ครูตอ่ นักเรยี น ครูตอ่ ครู นกั เรยี นต่อนักเรียน นกั เรียนตอ่ ผู้ปกครอง และ ครตู ่อผ้ปู กครอง ชมุ ชน 7 สง่ เสรมิ ยกย่อง เชิดชู ผทู้ าดี เปน็ ประจา 4.00 0.63 มาก 8 จัดการเรียนรูท้ ีส่ ง่ เสรมิ การแสวงหาความรู้ และ 3.63 0.96 มาก สรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยตนเองโดยอาศยั หลกั ธรรม เชน่ อรยิ สัจ 4 9 จดั กิจกรรมบริหารจิตเจรญิ ปัญญาสอดแทรกในการ 3.75 0.68 มาก เรยี นร้ใู นและนอกห้องเรียน 10 สง่ เสรมิ ให้มีการนาหลักธรรมมาเปน็ หลกั ในการคดิ 3.69 .704 มาก วิเคราะห์และแกป้ ญั หา 11 จัดการเรียนรู้ใหน้ กั เรียนได้เรียนรตู้ ามความสนใจ 3.69 0.87 มาก และมคี วามสขุ ในการเรียน
71 ตารางที่ 4.6 (ตอ่ ) ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบน ระดบั ความ ข้อท่ี ขอ้ ประเมิน () มาตรฐาน เหมาะสม () 12 นมิ นต์พระสงฆห์ รือเชิญวิทยากรมาสอนพทุ ธ 4.31 0.70 มาก ศาสนานักเรียนสม่าเสมอ 13 ใช้ส่ือการเรยี นรู้ทส่ี ่งเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรมแก่ 3.63 0.72 มาก นกั เรียนอยเู่ สมอ 14 จดั กิจกรรมพานกั เรยี นไปเรียนรู้ทแ่ี หลง่ เรยี นรู้ 3.88 0.81 มาก เชน่ วัด หรือศาสนสถานเปน็ ประจาและ ต่อเน่อื ง 15 มกี ารวดั ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ด้วยวธิ ีการ 3.94 0.57 มาก และเครื่องทีห่ ลากหลาย ครอบคลมุ ผลการ พัฒนาตามหลักภาวนา 4 (กาย ศีล จิต ปญั ญา) ผลรวม 3.87 .648 มาก จากตาราง 4.6 พบว่า กระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบ้าน หนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ตามความเห็นของบุคลากรภายในโรงเรียนในภาพรวมมี ความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ( ) = 3.87 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยมาก ท่ีสุด คือ ข้อท่ี 12 นิมนต์พระสงฆ์หรือเชิญวิทยากรมาสอนพุทธศาสนานักเรียนสม่าเสมอ ( ) = 4.31 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ข้อท่ี 8 จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการ แสวงหาความรู้ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยหลักธรรม เช่น อริยสัจ 4 และ ข้อท่ี 13 ใช้สือ่ การเรียนรทู้ ่ีส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแกน่ กั เรยี นอยู่เสมอ ( ) = 3.63 อยใู่ นระดับมาก ผลการวิเคราะห์กระบวนการดาเนินงานตามโครงการวิถพี ุทธดา้ นบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ ที่เป็นกัลยาณ มิตรในปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากรภายในโรงเรียน ดงั ตารางท่ี 4.7
72 ตารางท่ี 4.7 แสดงแสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็น ของบุคลากรในโรงเรียนที่มีต่อกระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ด้านบรรยากาศ และปฏิสมั พนั ธท์ ีเ่ ป็นกัลยาณมิตร ข้อท่ี ข้อประเมิน คา่ เฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน ระดับความ () มาตรฐาน เหมาะสม () 1 โรงเรยี นจดั ตกแต่งอาคารสถานท่ภี ูมทิ ัศน์เป็น 4.00 0.63 มาก ธรรมชาตริ ่มร่นื สวยงาม สะอาด เปน็ ระเบยี บ ปลอดภัย ให้ความร้สู ึกผอ่ นคลาย สบายกาย สบายใจ 2 สง่ เสริมใหค้ รูและนักเรยี นปฏิบัตติ นเปน็ ตัวอย่าง 4.19 0.91 มาก ที่ดีแกผ่ ู้อื่น 3 โรงเรยี นร่วมกับผปู้ กครอง ชุมชน องค์กร 3.81 0.98 มาก ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในการจัดกจิ กรรมสร้าง ความตระหนักและศรัทธาในพระรตั นตรยั เปน็ ประจา และในโอกาสสาคัญอยา่ งตอ่ เน่ือง เป็น วิถีชีวิต 4 โรงเรยี นมกี ารประสานงานและประชาสัมพนั ธ์ 3.69 1.01 มาก เชญิ ชวน ขอความรว่ มมือกบั ผปู้ กครอง ชมุ ชน องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ และหนว่ ยงานต้น สงั กัดในการจดั กจิ กรรมตามแนววถิ พี ทุ ธ 5 สง่ เสริมปฏบิ ตั กิ ิจกรรมพระพุทธศาสนาอย่างเห็น 3.88 0.96 มาก คุณคา่ รู้เขา้ ใจเหตผุ ล 6 สง่ เสรมิ ใหท้ กุ คนมีส่วนร่วมและเห็นคณุ ค่าในการ 4.06 0.85 มาก รักษาและสืบต่อพุทธศาสนาให้คงอยู่ค่ชู ุมชน ตลอดไป ผลรวม 3.94 0.83 มาก จากตาราง 4.7 พบว่า กระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบ้าน หนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากรภายในโรงเรยี น ในภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ( ) = 3.94 เม่อื พิจารณาเป็นรายขอ้ พบว่า ข้อที่มคี า่ เฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ขอ้ ที่ 2 ส่งเสริม ให้ครูและนักเรียนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างท่ีดีแก่ผู้อื่น ( ) = 4.19 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มี ค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ ข้อท่ี 4 โรงเรียนมีการประสานงานและประชาสัมพันธ์ เชิญชวนขอความ รว่ มมือกับผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงานต้นสังกัดในการจัดกิจกรรม ตามแนววถิ พี ุทธ ( ) = 3.63 อยู่ในระดับมาก
73 ผลการวิเคราะห์กระบวนการดาเนินงานตามโครงการวิถีพุทธในปีการศึกษา 2563 ดา้ นกจิ กรรมพน้ื ฐานตามแนววถิ พี ทุ ธตามความคดิ เห็นของบคุ ลากรภายในโรงเรียน ดังตารางที่ 4.8 ตารางท่ี 4.8 แสดงแสดงค่าเฉลีย่ () และ ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียนท่ีมีตอ่ ค่าเฉล่ยี ของกระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธดา้ น กิจกรรมพื้นฐานตามแนววถิ ีพุทธ ข้อที่ ขอ้ ประเมนิ คา่ เฉลย่ี คา่ เบ่ียงเบน ระดับความ () มาตรฐาน เหมาะสม () 1 จดั กิจกรรมเสรมิ เน้ือหาสาระตามหลักสตู ร 3.81 0.40 มาก ตอ่ เนื่องสมา่ เสมอ 2 จัดกิจกรรมสง่ เสริมพฒั นานกั เรยี นให้ปฏบิ ัติ 4.00 0.89 มาก กจิ กรรมประจาวนั และประจาสัปดาหต์ าม โครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธอย่างต่อเนื่องเหมาะสม 3 สง่ เสริมใหค้ รแู ละนักเรียนได้เข้ารว่ มกิจกรรมใน 4.00 0.89 มาก วนั สาคญั ทางศาสนารว่ มกบั วัด ผปู้ กครองและ ชุมชน 4 จดั กจิ กรรมอบรมคุณธรรมนักเรยี นเปน็ ประจา 3.94 0.77 มาก และตอ่ เน่ือง 5 จดั กจิ กรรมเขา้ คา่ ยธรรมมะและบรรพชา 3.94 0.68 มาก สามเณร 6 สง่ เสริมใหท้ กุ คนมีส่วนร่วมและเห็นคุณคา่ ในการ 4.06 0.57 มาก รักษาและสบื ตอ่ พระพทุ ธศาสนา 7 สง่ เสริมปฏิบัติกจิ กรรมพระพุทธศาสนาอย่างเห็น 3.94 0.85 มาก คณุ ค่า รูเ้ ข้าใจเหตผุ ล 8 จดั กิจกรรมพิเศษเพ่ือส่งเสริมการดาเนนิ งาน 3.94 0.68 มาก โครงการโรงเรยี นวถิ ีพุทธ ในโอกาสสาคัญเป็น ประจาและต่อเน่ือง ผลรวม 3.95 0.61 มาก จากตารางท่ี 4.8 พบว่ากระบวนการดาเนินงานของโครงการโรงเรยี นวถิ ีพุทธ โรงเรียนบ้าน หนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านกิจกรรมพ้ืนฐานตามแนววิถีพุทธ ตามความคิดเห็นของ บุคลากรภายในโรงเรยี น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( )= 3.95 เมื่อพิจารณาแยกเปน็ รายข้อพบว่า ข้อที่มีคา่ เฉลี่ยมากท่ีสดุ คอื ข้อที่ 6 ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมและเห็นคุณค่าในการรักษาและสืบต่อ พระพทุ ธศาสนา ( ) = 4.06 อย่ใู นระดบั มาก ส่วนขอ้ ที่มีค่าเฉลี่ยนอ้ ยท่ีสดุ คือ ข้อท่ี1 จัดกิจกรรม เสริมเนอ้ื หาสาระตามหลกั สตู รต่อเนือ่ งสมา่ เสมอ ( ) = 3.81 อยู่ในระดับมาก
74 ตอนท่ี 4 รายงานการประเมินผลการดาเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านผลผลิต ( Product) ผลการวเิ คราะห์ผลผลติ จากการดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรียนวถิ ีพทุ ธในปีการศึกษา 2563 เก่ียวกับพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมท่ีเกิดกับนักเรียนจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในด้าน พฒั นาการทางกาย ตามความคิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียน ดงั ตารางที่ 4.9 ตารางท่ี 4.9 แสดงแสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรยี นและผทู้ ่ีเกี่ยวข้อง ตอ่ ผลผลติ ของโครงการโรงเรยี นวถิ ีพุทธด้านพฒั นาการทางกาย ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน ระดบั การ ข้อท่ี ขอ้ ประเมนิ () มาตรฐาน ปฏิบัติ () 1 นักเรยี นบริโภคใช้สอยปัจจยั 4 โดยยดึ หลัก 3.77 0.70 มาก เศรษฐกิจพอเพยี ง ( ทางสายกลาง พอประมาณ มีภูมคิ มุ้ กนั มเี หตมุ ผี ล)ให้ได้ คณุ ค่าอยา่ งแทจ้ ริง 2 นกั เรยี นมพี ฤติกรรมมุง่ เปน็ ผู้ผลติ มากกวา่ 3.41 0.61 ปานกลาง ผบู้ ริโภค 3 นักเรยี นแตง่ กายสะอาด เรยี บร้อย ถูกต้อง 4.24 0.90 มาก ตามกาลเทศะ 4 นักเรียนดารงชวี ติ ท่เี ป็นมติ รกับสงิ่ แวดล้อมใน 4.12 0.80 มาก ธรรมชาตแิ ละไม่ทาลายส่งิ แวดล้อม 5 นักเรียนดแู ลร่างกายและปฏิบตั ิตนใหม้ สี ขุ ภาพ 4.18 0.72 มาก ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ผลรวม 3.95 0.54 มาก จากตารางที่ 4.9 พบวา่ ผลการวเิ คราะห์ผลผลิตของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนบ้าน หนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านพัฒนาการทางกาย ตามความคิดเห็นของบุคลากร ภายในโรงเรียน และผู้ที่เกีย่ วข้องในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.95 เมอื่ พจิ ารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อที่ 3 นักเรียนแต่งกายสะอาด เรียบร้อย ถูกต้องตามกาลเทศะ ( ) = 4.24 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ข้อที่ 2 นักเรียนมีพฤติกรรมมุ่งเป็น ผผู้ ลติ มากกวา่ ผูบ้ รโิ ภคมคี ่าเฉลย่ี ต่าสุด ( )= 3.41 อยู่ในระดับปานกลาง ผลการวิเคราะห์ผลผลิตจากการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเกี่ยวกับพฤติกรรม คณุ ธรรมจริยธรรมท่ีเกิดกับนักเรียนจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในด้านพัฒนาการด้านสังคมใน ปีการศึกษา 2563 ตามความคิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตอบแบบสอบถาม ดังตารางท่ี 4.10
75 ตารางที่ 4.10 แสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียนและผู้ท่ีเก่ียวข้อง ท่ีมีต่อผลผลิตจากการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ด้านพัฒนาการทางสังคม ข้อท่ี ขอ้ ประเมิน ค่าเฉลี่ย คา่ เบีย่ งเบน ระดับการ () มาตรฐาน ปฏบิ ัติ () 1 นกั เรียนมีหิริ – โอตตปั ปะในการปฏิบัติตน 4.00 0.77 มาก ( ความละอายและเกรงกลัวบาป) 2 นักเรียนมศี ีล 5 เป็นพน้ื ฐานในการดารงชวี ติ 3.94 0.76 มาก 3 นกั เรยี นมวี นิ ยั มคี วามรับผดิ ชอบ ซ่อื สตั ย์ 3.91 0.70 มาก ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติงาน ประกอบ วิชาชีพ 4 นกั เรียนปฏิบตั ิตามหลักไตรสิกขาในการ 3.76 0.70 มาก ดาเนนิ ชีวิตประจาวนั 5 นกั เรยี นยึดหลักอิทธิบาท 4 ในการ 3.86 0.70 มาก ปฏิบัติงานให้สาเรจ็ อย่างมีค่าเฉล่ีย 6 นกั เรยี นปฏบิ ตั ิตนในการอยรู่ ่วมกนั และ 3.91 0.70 มาก ทางานรว่ มกนั ได้อยา่ งมคี วามสุข ตามหลักสงั คหวตั ถุ 4 ( ทาน ปิยวาจา อตั ถ จริยา สมานัตตตา ) 7 นกั เรยี นปฏิบตั ติ นเปน็ พุทธมามากะทดี่ แี ละ 3.77 0.86 มาก ปฏิบตั ิตนตามศาสนพิธีได้ถูกต้อง ผลรวม 3.88 0.54 มาก จากตารางที่ 4.10 พบว่าผลการวิเคราะห์ผลผลิตของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียน บ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านพัฒนาการด้านสังคม ตามความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียน และผู้ท่ีเกี่ยวข้องในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.88 เม่ือพิจารณาเป็น รายข้อแล้วพบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ข้อท่ี 1 นักเรียนมีหิริโอตตัปปะในการปฏิบัติตน ( ความละอายและเกรงกลัวบาป) ( ) = 4.00 อยู่ในระดบั มาก สว่ นขอ้ ทม่ี ีค่าเฉลย่ี น้อยท่ีสดุ คอื ข้อ ที่ 4 นักเรียนปฏบิ ัติตามหลกั ไตรสกิ ขาในการดาเนนิ ชีวติ ประจาวนั ( )= 3.76 อย่ใู นระดับมาก ผลการวเิ คราะห์ผลผลิตจากการดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรยี นวิถีพุทธในปีการศกึ ษา 2563 เก่ียวกับพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมท่ีเกิดกับนักเรียนจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในด้าน พัฒนาการด้านจิตใจ ตามความคิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียน และผู้ที่เก่ียวข้องตอบแบบสอบถาม ดงั ตารางท่ี 4.11
76 ตารางท่ี 4.11 แสดงแสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียนและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ที่มีต่อผลผลิตจากการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ด้านพฒั นาการทางจิต ค่าเฉลี่ย ค่าเบีย่ งเบน ระดับการ ข้อที่ ขอ้ ประเมนิ () มาตรฐาน ปฏบิ ัติ () 1 นักเรยี นมสี ติและสมาธเิ ปน็ พื้นฐานใน 3.91 0.63 มาก การศกึ ษาเล่าเรยี นและในการทางาน 2 นกั เรียนมีสุขภาพจิตทด่ี ี แจ่มใส รา่ เริง 4.32 0.75 มาก เบิกบาน มคี วามสุขในการเรียน 3 นกั เรียนมจี ติ ใจ เมตตา กรุณา (เออ้ื เฟือ้ 4.05 0.73 มาก เผื่อแผ่ แบ่งปนั ) ต่อกนั 4 นักเรียนทางานและเรียนรู้อย่างต้งั ใจ อดทน 3.88 0.76 มาก ขยันหมั่นเพยี ร 5 นกั เรียนปฏิบตั ติ นตอ่ พ่อแม่ ครู ญาติผใู้ หญ่ 4.24 0.73 มาก ด้วยความเคารพ มีความกตัญญรู คู้ ณุ ตอบ แทนคณุ (กตญั ญูกตเวที) ผลรวม 4.08 0.54 มาก จากตารางที่ 4.11 พบวา่ ผลการวิเคราะหผ์ ลผลิตของโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธ โรงเรยี นบา้ น หนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านพัฒนาการด้านจิตใจ ตามความคิดเห็นของบุคลากรใน โรงเรียน และผทู้ ีเ่ กย่ี วขอ้ งในภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก ( ) = 4.08 เมื่อพจิ ารณาเป็นรายข้อพบวา่ ข้อ ท่ีมีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อท่ี 2 นักเรียนมีสุขภาพจิตที่ดี แจ่มใส ร่าเริง เบิกบาน มีความสุขในการ ( ) = 4.32 ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยที่สดุ คอื ข้อท่ี 4 นักเรียนทางานและเรยี นรูอ้ ย่างต้ังใจ อดทน ขยนั หมน่ั เพยี ร ( ) = 3.88 อยใู่ นระดบั มาก ผลการวิเคราะห์ผลผลิตจากการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ปีการศึกษา 2563 เก่ียวกับพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่เกิดกับนักเรียนจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในด้าน พัฒนาการดา้ นปัญญา ตามความคดิ เหน็ ของบุคลากรในโรงเรยี นและผู้ทีเ่ กีย่ วข้อง ดังตารางที่ 4.12
77 ตารางที่ 4.12 แสดงแสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียน และผู้ท่เี กีย่ วข้องที่มผี ลผลิตจากการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถพี ุทธด้าน พฒั นาการด้านปัญญา คา่ เฉลีย่ ค่าเบี่ยงเบน ระดับ ขอ้ ท่ี ข้อประเมนิ () มาตรฐาน การ () ปฏบิ ตั ิ 1 นักเรียนศรัทธาและมีความเข้าใจทถ่ี ูกต้องใน 3.80 0.71 มาก พระรตั นตรัย 2 นักเรียนเป็นคนใฝ่รู้ ใฝศ่ ึกษาแสวงหาความจรงิ 3.94 0.70 มาก และ สนใจศกึ ษาหาความรูต้ ลอดชวี ิต 3 นกั เรียนมที ักษะในการคิดดว้ ยอย่างมีเหตุผล 3.77 0.78 มาก ด้วยวิธกี ารท่ถี กู ต้อง เขา้ ใจและรคู้ ุณค่าแท้ของ สรรพส่ิง(โยนิโสมนสกิ าร) 4 นักเรียนสามารถใชค้ วามคดิ ในการพจิ ารณา 3.77 0.76 มาก ไตร่ตรอง เพอ่ื สร้างสรรคพ์ ฒั นางานอยูเ่ สมอ 5 นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้หลกั ธรรมแสวงหา 3.85 0.71 มาก ความรคู้ วามจริง เพ่ือนามาวเิ คราะห์ และสรา้ ง องค์ความรไู้ ดด้ ว้ ยตนเองและกระบวนการกลุม่ 6 นักเรยี นตระหนักในบาป-บญุ คุณ-โทษ เข้าใจ 3.92 0.69 มาก ถึง ผลดีและผลเสยี จากการปฏบิ ัตแิ ละไมป่ ฏบิ ตั ิ ตามหลักธรรม 7 นกั เรยี นรูเ้ ทา่ ทนั แก้ไขปัญหาชีวิตและการ 3.88 0.71 มาก ทางานได้ดว้ ยสติปญั ญา 8 นักเรียนมคี วามรู้ เข้าใจหลักธรรมสามารถ 3.68 0.71 มาก เผยแพรแ่ ละนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้ เหมาะสม ผลรวม 3.83 0.51 มาก จากตารางที่ 4.12 พบว่าผลการวิเคราะห์ผลผลิตของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียน บ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านพัฒนาการด้านปัญญา ตามความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียน และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.83 เมื่อพิจารณาเป็น รายข้อ พบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียมากที่สุด คือ ข้อที่ 2 นักเรียนเป็นคนใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาแสวงหาความจริง และ สนใจศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิต ( ) = 3.94 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ข้อที่ 8 นักเรียนมีความรู้ เข้าใจหลักธรรมสามารถเผยแพร่และนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ เหมาะสม ( ) = 3.68 อยู่ในระดบั มาก
78 ตอนที่ 5 รายงานการประเมินผลโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านผลกระทบ (Impact) ด้านผลกระทบตอ่ ผ้ปู กครองชมุ ชน( บ้าน ) วดั โรงเรียน ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธในปีการศึกษา 2563 ตามความ คิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียน และผู้ที่เก่ียวข้อง ดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.13 แสดงแสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็น ของบุคลากรในโรงเรียน และผู้ที่เก่ียวข้องท่ีมีต่อผลกระทบจากการดาเนินงานโครงการโรงเรียน วถิ ีพุทธ ตอ่ ผู้ปกครอง ชุมชน ( บา้ น ) ข้อท่ี ข้อประเมนิ ค่าเฉลีย่ คา่ เบ่ยี งเบน ระดับการ () มาตรฐาน ปฏิบัติ () 1 บ้านและชมุ ชนมสี มาชิกทเี่ ปน็ คนดี ลด ละ 3.76 0.75 มาก เลิก ไม่ยุ่งเก่ยี วกบั อบายมุข 2 สมาชิกในครอบครัว ชมุ ชนมีความรัก 4.15 0.83 มาก ห่วงใยเอาใจใสบ่ ตุ รหลานมากขึน้ 3 ผู้ปกครอง สมาชกิ ในชมุ ชน ผูน้ าชุมชนมี 3.83 0.76 มาก การพฒั นาตนเองเปน็ แบบอย่างท่ดี แี ก่ ครอบครัวและคนอ่ืน 4 ชมุ ชนมคี วามสงบสขุ เป็นสังคมคุณภาพ 3.74 0.75 มาก เอือ้ อาทรและสมานฉนั ท์ สามคั คใี นการ พฒั นาชุมชนใหเ้ จริญ ผลรวม 3.87 0.55 มาก จากตารางที่ 4.13 พบวา่ ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการโรงเรียนวถิ พี ทุ ธ โรงเรยี น บ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านผลกระทบต่อผู้ปกครอง ชุมชน (บ้าน) ตามความ คิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียน และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.87 เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบวา่ ขอ้ ที่มคี า่ เฉลี่ยมากทส่ี ุด คือ ข้อที่ 2 สมาชกิ ในครอบครวั ชุมชนมีความ รัก ห่วงใยเอาใจใส่บตุ รหลานมากข้ึน ( ) = 4.15 อย่ใู นระดบั มาก ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยทส่ี ุด คือ ขอ้ ที่ 4 ชุมชนมีความสงบสุขเป็นสังคมคุณภาพ เอือ้ อาทรและสมานฉนั ท์ สามัคคีในการพัฒนาชุมชน ใหเ้ จริญ ( )= 3.74 อยใู่ นระดบั มาก ผลการวเิ คราะห์ผลกระทบจากการดาเนินงานโครงการโรงเรียนวถิ ีพุทธในปีการศึกษา 2563 ตอ่ วัดตามความคดิ เหน็ ของบุคลากรในโรงเรยี น และผู้ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ดังตารางที่ 4.14
79 ตารางท่ี 4.14 แสดงแสดงค่าเฉลี่ย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียนและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ท่ีมีต่อผลกระทบจากการดาเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ตอ่ วัด ข้อท่ี ข้อประเมิน คา่ เฉลยี่ ค่าเบีย่ งเบน ระดบั การ () มาตรฐาน ปฏิบัติ () 1 วัดได้ศาสนทายาทและกาลังช่วยงานสง่ เสรมิ 3.85 0.81 มาก พระพุทธศาสนามากขึ้น 2 วดั มสี ่วนร่วมในการส่งเสรมิ สนับสนนุ จัด 4.15 .79 มาก การศึกษาใหแ้ กน่ ักเรยี น 3 มีการรว่ มมือจดั กิจกรรมระหว่างวัด ชุมชน 4.02 0.79 มาก และโรงเรยี นมากขึน้ 4 วัดไดร้ บั ความเช่ือถือศรทั ธาจากชมุ ชนมาก 4.23 0.76 มาก ข้ึน ผลรวม 4.06 0.62 มาก จากตารางท่ี 4.14 พบว่าผลการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียน บา้ นหนองฆ้องนาสนี วล ปกี ารศกึ ษา 2563 ด้านผลกระทบต่อ วัด ตามความคดิ เห็นของบุคลากรใน โรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 4.06 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ข้อที่ 4 วัดได้รับความเช่ือถือศรัทธาจากชุมชนมากขึ้น ( ) = 4.23 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ ข้อท่ี 1 วัดได้ศาสนทายาทและกาลังช่วยงาน ส่งเสรมิ พระพทุ ธศาสนามากขน้ึ ( ) = 3.85 อยใู่ นระดบั มาก ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธในปีการศึกษา 2563 ตามความ คิดเหน็ ของตามความคดิ เห็นของบคุ ลากรในโรงเรยี น และผู้ที่เก่ียวข้อง ดงั ตารางท่ี 4.15 ตารางที่ 4.15 แสดงแสดงค่าเฉล่ีย () และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน () ของความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรยี นและผ้ทู ่เี ก่ียวข้อง ที่มตี ่อผลสัมฤทธ์ขิ องโครงการโรงเรียนวิถีพทุ ธดา้ นผลกระทบต่อ โรงเรยี น ขอ้ ท่ี ขอ้ ประเมนิ ค่าเฉลยี่ คา่ เบย่ี งเบน ระดับการ () มาตรฐาน ปฏบิ ัติ () 1 คณุ ภาพทางการศึกษาของนักเรยี นสงู ข้ึน 3.91 0.82 มาก 2 นักเรียนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับ 3.89 0.81 มาก ตา่ งๆ และการยกยอ่ งชมเชยมากขึ้น 3 นักเรียนมีพัฒนาการทางสติปัญญาและการ 3.80 0.68 มาก คดิ วเิ คราะหม์ ากข้ึน
80 ข้อท่ี ข้อประเมิน คา่ เฉลี่ย ค่าเบยี่ งเบน ระดบั การ () มาตรฐาน ปฏิบัติ 4 นกั เรยี นมีการพัฒนาตนเองเป็นแบบอย่างที่ 3.73 ดีแกเ่ พือ่ นๆและคนในครอบครวั 3.85 () มาก 4.15 0.81 5 มีการจดั กิจกรรมพานกั เรียนไปเรียนยัง 4.08 แหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย 4.11 0.92 มาก 6 ครปู รับปรงุ พัฒนาการสอนสแู่ นวการสอน 4.00 0.64 มาก แบบบูรณาการ 3.98 4.03 0.85 มาก 7 ครมู กี ารจดั หา ผลิต ปรับปรุงพฒั นาสอ่ื ใช้ สื่อและนวตั กรรมการเรียนดีขึ้น 4.06 0.70 มาก 3.98 8 โรงเรยี นได้รบั ความไวว้ างใจ เช่ือม่ันศรัทธา 0.77 มาก และได้รับความรว่ มมือจากผมู้ ีส่วนเกย่ี ว 0.89 มาก ข้องในการจัดการศึกษามากข้ึน 0.80 มาก 9 บคุ ลากรในโรงเรียนมีความสามคั คใี นการ 0.82 มาก ปฏิบตั ิงานมากขน้ึ 0.59 มาก 10 ผบู้ ริหาร และครู มกี ารพัฒนาตนเองเปน็ แบบอย่างทด่ี แี กน่ ักเรียนและชมุ ชน 11 โรงเรยี นมกี ารปรบั ปรุงตกแต่งอาคารสถานที่ และภูมทิ ศั น์ ในโรงเรียน ให้สะอาด เปน็ ระเบียบเรยี บร้อย สวยงามมากขนึ้ 12 โรงเรียน วดั ผู้ปกครองและชมุ ชนมี ความสมั พันธ์อันดตี อ่ กันมากขึน้ เฉลี่ยรวม จากตารางท่ี 4.15 พบวา่ ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการโรงเรียนวถิ พี ทุ ธ โรงเรียน บ้านหนองฆ้องนาสีนวล ปีการศึกษา 2563 ด้านผลกระทบต่อโรงเรียน ตามความคิดเห็นของ บุคลากรในโรงเรียน และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ) = 3.98 เม่ือพิจารณาเป็น รายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อที่ 6 ครูปรับปรุงพัฒนาการสอนสู่แนวการสอนแบบ บูรณาการ ( ) = 4.15 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อที่มีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ ข้อท่ี 4 นักเรียนมีการ พัฒนาตนเองเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่ือนๆและคนในครอบครัว ( ) = 3.73 อยู่ในระดับมาก
81 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ การประเมินครั้งนี้ เป็นการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล อาเภอกดุ จบั จังหวัดอุดรธานี ปกี ารศึกษา 2563 ซง่ึ มสี าระสาคัญ ดงั น้ี 1. วัตถปุ ระสงค์ของการประเมิน การประเมนิ โครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรยี นบา้ นหนองฆ้องนาสีนวล มีวัตถปุ ระสงค์ ดังนี้ 1. เพือ่ ประเมนิ บริบทของโครงการเกยี่ วกับความสอดคลอ้ งระหว่างวัตถุประสงคข์ องโครงการ กับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นโยบายของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรียน และ ความต้องการจาเป็นของโรงเรียน 2. เพ่ือประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการเก่ียวกับความเหมาะสม เพียงพอของกิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม เก่ียวกับ บุคลากร วิทยากร งบประมาณ การบริหารจัดการ ระยะเวลา สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์ ความรู้ความสามารถของคณะทางาน การสนับสนุนของฝ่ายบริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรในชุมชน 3. เพ่ือประเมินกระบวนการดาเนินงานตามโครงการเกี่ยวกับความร่วมมือ ของคณะทางานและ ผู้เกี่ยวข้อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน บทบาทหน้าท่ี ขั้นตอน จุดเด่น จุดด้อย การนิเทศติดตามผลและ ส่ิงทตี่ ้องแก้ไขในการดาเนนิ งาน 4. เพ่ือประเมินผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่เกิดกับผู้เรียน จากการพัฒนาตามหลกั ภาวนา 4 5. เพื่อประเมินผลกระทบของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธท่ีมีต่อ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งได้แก่ ประโยชนแ์ ละผลดขี องการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวถิ พี ทุ ธทมี่ ีต่อ บ้าน วัด โรงเรียน 2. ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ท่ีเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ได้มาจากวิธีการเลือกแบบ เฉพาะเจาะจง จานวน 77 คน ดังน้ี 2.1 ผบู้ ริหาร จานวน 1 คน 2.2 ครผู ูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ จานวน 1 คน 2.3 ครูประจาช้ัน ป.1-6 จานวน 4 คน 2.4 นกั เรยี นช้นั ป.1-6 จานวน 35 คน 2.5 ผูป้ กครองนกั เรยี น บุคคลในชุมชน จานวน 35 คน 2.6 พระวทิ ยากร จานวน 1 รปู
82 3. รปู แบบการประเมิน การศึกษาผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ในคร้ังนี้ ผู้วิจัยได้กาหนดแนวทางการประเมินโดยใช้การประเมินรูปแบบซิปป์ (CIPP MODEL) ของ แดเนียลแอล สตัพเฟิลบีม (Stufflebeam) และการวิเคราะห์ระบบประยุกต์มาใช้ โดยใช้ รปู แบบซิปปป์ ระยกุ ต์ CIPPI Evolution โดยทาการประเมินโครงการรวม 5 ด้าน 3.1.วธิ ีการประเมนิ โครงการ ผู้วิจัยได้ประเมินผลหลังการดาเนินการโดยใช้เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบดว้ ย 1. แบบสอบถามความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของ รัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นโยบายสางานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายโรงเรยี น ความต้องการและ ความจาเปน็ ของโรงเรียน หลกั สตู รการจดั การเรียนการสอน 2. แบบสอบถามเก่ียวกบั ปจั จยั นาเขา้ ของโครงการเกยี่ วกับความเหมาะสม เพียงพอของ ปัจจัยนาเข้าในกิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม ในด้านบุคลากร งบประมาณ สถานที่วัสดุอุปกรณ์ และ การบริหารจดั การ 3. แบบสอบถามเก่ียวกับประสิทธิภาพของกระบวนการดาเนินงานตามโครงการด้านการ จัดการเรียนรู้ดา้ นบรรยากาศและปฏิสัมพนั ธ์ท่เี ปน็ กัลยาณมิตร และ กจิ กรรมพื้นฐานตามแนววถิ ีพทุ ธ 4. แบบประเมินผลผลิตของโครงการที่เกิดกับผู้เรียนจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในพัฒนาการ 4 ด้าน คือ พัฒนาการทางกาย ด้านพัฒนาการทางสังคม พัฒนาการทางจิตและ พฒั นาการด้านปญั ญา 5. แบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการต่อผู้ปกครอง ชุมชน วัด และ โรงเรียน ได้แก่ ประโยชน์และผลดีของการดาเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธที่มีต่อ บ้าน วัด โรงเรยี น การหาคุณภาพของเคร่ืองมือโดยการให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความถูกต้อง ความชัดเจน ของการใช้ภาษาและรูปแบบของเครื่องมือนาแบบสอบถามท่ีผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องโดยใช้เทคนิค IOC (Index of Item Objection Congrurence) นามาปรับปรุงแก้ไข จัดพิมพ์เป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ และนาแบบสอบถามไปเก็บรวบรวม ขอ้ มลู จากประชากร 3.2.การวิเคราะหผ์ ลการประเมนิ โครงการ วเิ คราะหก์ ารประเมนิ โครงการโดยใช้ คา่ เฉล่ีย () และ คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน ()
83 3.3.เก็บรวบรวมข้อมลู ดงั น้ี 1.การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบ สอบ ถามความส อดคล้ องร ะหว่างวัตถุประส งค์ของ โครงการกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นโยบายของโรงเรียน ความต้องการและความจาเป็นของ โรงเรียน และหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน นาไปให้พระวิทยากร ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบ โครงการ และครูประจาช้นั จานวน 7 คน ตอบแบบสอบถาม 2. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพ่ือประเมินความเหมาะสมของ ปัจจัยเบื้องต้นในการดาเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล นาไปให้พระวิทยากร ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และครูประจาช้ัน จานวน 7 คน ตอบแบบสอบถาม 3. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม เพื่อประเมินกระบวนการดาเนินงานของ โครงการโรงเรยี นวิถีพุทธ นาไปให้พระวิทยากร ผูบ้ ริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และครูประจาชั้น จานวน 7 คน ตอบแบบสอบถาม 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพ่ือประเมินผลผลิตของโครงการเก่ียวกับ พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนท่ีเกิดจากการพัฒนาตามหลักภาวนา 4 ในพัฒนาการ 4 ด้าน คือ พัฒนาการทางกาย ด้านพัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านจิตใจและพัฒนาการด้าน ปญั ญา นาไปใหก้ ลุ่มผใู้ ห้ขอ้ มูล คือพระวทิ ยากร ผบู้ ริหาร ครผู ู้รับผิดชอบโครงการ และครปู ระจาช้ัน จานวน 4 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 35 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ปกี ารศึกษา 2563 จานวน 35 คน รวม 77 คน ตอบแบบสอบถาม 5. การเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นผลกระทบของการดาเนินงานตามโครงการโรงเรียน วิถีพุทธที่มีต่อบ้าน วัด โรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเพ่ือบันทึกรวบรวมข้อมูล โดยใช้กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ พระวิทยากร ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และครูประจาชั้น จานวน 4 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 35 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึง ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 35 คน รวม 77 คน ตอบแบบสอบถาม 3.4. การวิเคราะหข์ ้อมูล วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยการหาคา่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน สรุปผลการประเมิน 1. ผลการประเมินบริบทของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองฆ้องนาสีนวล ตามความคิดเห็นของ พระวิทยากร ผู้บริหาร ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และครูประจาชั้น พบว่า วัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวง นโยบายของสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน นโยบายของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 นโยบายของโรงเรียน หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน ความต้องการและความจาเป็น ของโรงเรยี น มคี วามสอดคลอ้ งอยู่ในระดับมาก
84 2. ผลการประเมินปัจจัยนาเข้าด้านความเหมาะสมและพอเพียงเก่ียวกับบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และสถานท่ี และการบริหารจัดการตามความคิดเห็นของ พระวิทยากร ผบู้ ริหาร ครูผู้รับผดิ ชอบโครงการ และครปู ระจาชน้ั พบวา่ 2.1 ปัจจัยนาเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านบุคลากร ในภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสม พอเพียงอยู่ในระดับมากทุกข้อ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และเม่ือพิจารณาเป็นราย ข้อแล้วพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ข้อที่ 8 ผู้บริหาร ครู นักเรียนมีอุดมการณ์ที่จะพัฒนา ตนเองและดาเนินชีวติ ท่ีดงี าม มรี ะดับของความเหมาะสมอยใู่ นระดับมาก 2.2 ปัจจัยนาเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านวัสดุอุปกรณ์ อาคาร ในภาพรวมมีความเหมาะสมพอ เพียงอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่า ข้อที่มี ความเหมาะสม พอเพยี งในระดบั มากสุด คือ ข้อท่ี 4 มีปา้ ยนิเทศ ป้ายคติธรรม หรือคาขวัญคุณธรรม จริยธรรมข้อท่ี 5 จัดประดิษฐานพระพุทธรูปประจาโรงเรียนและประจาห้องเรียนเหมาะสม ขอ้ ที่ 7 บริเวณโรงเรียนปราศจากส่ิงเสพติด อบายมุข สิ่งมอมเมาทุกชนิด ข้อที่ 8 โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ท่ี เออื้ ต่อการดาเนินการโครงการโรงเรียนวิถพี ุทธความเหมาะสมพอเพยี งในระดับมาก 2.3 ปัจจัยนาเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ด้านงบประมาณในภาพรวมมีความ เหมาะสม พอเพยี งอยู่ในระดับมากทกุ ขอ้ เมื่อพจิ ารณาเป็นรายขอ้ แล้วพบว่า ขอ้ ทม่ี ีความเหมาะสม พอเพียงอยู่ในระดับมากท่ีสุด คือ งบประมาณการจัดกิจกรรมเข้าค่ายธรรมะ รองลงมา คือ งบประมาณการจัดกิจกรรมเน่ืองในโอกาสวนั สาคัญทางศาสนา 2.4 ปัจจัยนาเข้าของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านการบริหารจัดการ ในภาพรวม มีความเหมาะสม พอเพียงอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่า ขอ้ ท่มี ีความเหมาะสม พอเพียง อยู่ในระดับมากที่สุด คือข้อท่ี 8 มีการนิเทศ กากับ ติดตามการดาเนินงานโรงเรียนวิถี พุทธอย่างต่อเน่ือง และรองลงมา คือ มีการปลูกฝังศรัทธาสร้างเสริมปัญญาในพระพุทธศาสนาให้ เกิดข้ึนกับบุคลากรในโรงเรียนและผู้เก่ียวข้อง และโรงเรียนมีวิสัยทัศน์หรือปรัชญา พันธกิจ เป้าหมาย ธรรมนูญ หรือแผนกลยุทธท์ ่ีมีจุดเน้นในการพัฒนาคุณธรรมนักเรียนตามแนวทางโรงเรียน วิถีพุทธ 3. ผลการประเมินกระบวนการดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรยี นวิถีพุทธตามความคดิ เห็นบคุ ลากร ภายในโรงเรียน ในด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ท่ีเป็นกัลยาณมิตร และด้านกิจกรรมพ้นื ฐานตามแนววถิ พี ทุ ธ พบว่า 3.1 กระบวนการดาเนินงานด้านการจัดการเรยี นรู้สรปุ ไดด้ งั นี้ 3.1.1 กระบวนการดาเนินตามโครงการด้านการจัดการเรียนรู้ ในภาพรวมมีความ เหมาะสมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีความเหมาะสมมากท่ีสุด คือ นิมนต์พระสงฆ์หรือเชิญวิทยากรมาสอนพุทธศาสนานักเรียนสม่าเสมอรองลงมา คือ โรงเรียนจัด กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรอบด้านอย่างสมดุล สมบูรณ์ท้ังกาย ความประพฤติ จิตใจและปัญญา และ สง่ เสรมิ ยกย่อง เชิดชู ผทู้ าดี เปน็ ประจา
85 3.1.2 จดุ เด่น จุดด้อย และส่ิงท่ีต้องปรับปรงุ แก้ไขของกระบวนการดาเนินงานตาม โครงการวิถีพุทธด้านการจัดการเรียนรู้ มีจุดเด่น คือ โรงเรียนนิมนต์พระสงฆ์หรือเชิญวิทยากร มาสอนพุทธศาสนานักเรียนสม่าเสมอ โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรอบด้านอย่างสมดุล สมบูรณ์ท้ังกาย ความประพฤติ จิตใจและปัญญา และมีการส่งเสริม ยกย่อง เชิดชู ผู้ทาดี เป็น ประจา จุดด้อยของโครงการพบว่า การจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการแสวงหาความรู้ และสร้างองค์ ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยหลักธรรม และการใช้สื่อการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ นักเรียนอยู่เสมอยังไม่เหมาะสม และไม่ต่อเนื่อง ซ่ึงควรดาเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยการฝึกให้ นกั เรยี นแสวงหาความรู้ และสรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยตนเองโดยอาศัยหลกั ธรรม และผลิต จดั หา และใช้ สื่อการเรียนรู้ ท่ีหลากหลายตลอดจนส่ือเทคโนโลยีในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียน เพอ่ื ให้นักเรยี นสนใจการเรียนละ ไดเ้ รยี นอยา่ งมคี วามสุขอยู่เสมอ 3.2 กระบวนการดาเนินงานด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ท่ีเป็นกัลยาณมิตร สรุปได้ ดงั นี้ 3.2.1 กระบวนการดาเนินงานด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตร ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่า ข้อที่มีความ เหมาะสมมากที่สุด คือ ส่งเสริมให้ครูและนักเรียนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างท่ีดีแก่ผู้อื่น รองลงมา คือ โรงเรียนจัดตกแต่งอาคารสถานที่ภูมิทัศน์เป็นธรรมชาติร่มรื่น สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย ให้ความรสู้ กึ ผอ่ นคลาย สบายกาย สบายใจ 3.2.2 จุดเดน่ จดุ ด้อย และสง่ิ ทีต่ อ้ งปรับปรุงแกไ้ ขของกระบวนการดาเนินงานด้าน บรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ท่ีเป็นกัลยาณมิตร จุดเด่น คือ โรงเรียนส่งเสริมให้ครูและนักเรียนปฏิบัติ ตนเป็นตัวอย่างท่ีดีแก่ผู้อื่น เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของครูและนักเรียน ที่ช่วยส่งเสริมให้ครูและนักเรียนเป็นคนดีมี เกิดความภาคภูมิใจในการทาความดี ส่งผลดีต่อการ ปฏิบัติงานและการเรียนรู้ของผู้เรียน จุดด้อยของโครงการ คือ โรงเรียนมีการประสานงานและ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวน ขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และ หน่วยงานต้นสังกดั ในการจัดกิจกรรมตามแนววิถีพุทธยังไม่ตอ่ เนื่องและทั่วถึง ปรับปรุงแก้ไขโดยการ วางแผน ปรับปรุงระบบประชาสัมพันธ์ และดาเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวน ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงานต้นสังกัดเพ่ือประสานความร่วมมือในการจัดกิจกรรมตาม แนววถิ พี ุทธอยา่ งทวั่ ถงึ 3.3 กระบวนการดาเนินงานตามโครงการด้านกจิ กรรมพ้นื ฐานตามแนววถิ ีพุทธสรุปได้ดังน้ี 3.3.1 กระบวนการดาเนินงานตามโครงการด้านกิจกรรมพนื้ ฐานตามแนววิถพี ทุ ธใน ภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่า ข้อที่มีความ เหมาะสมมากที่สุด คือ ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมและเห็นคุณค่าในการรักษาและสืบต่อ พระพุทธศาสนา รองลงมา คือ จัดกิจกรรมสง่ เสรมิ พัฒนานักเรียนให้ปฏิบัติกิจกรรมประจาวันและ ประจาสัปดาห์ตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธอย่างต่อเน่ืองเหมาะสมและส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้ เขา้ ร่วมกิจกรรมในวนั สาคญั ทางศาสนารว่ มกับวัด ผู้ปกครองและชมุ ชนอย่เู สมอ 3.3.2 จุดเด่น จุดด้อย และส่ิงท่ีต้องปรับปรุงแก้ไขของโครงการด้านกิจกรรม พืน้ ฐานตามแนววิถีพทุ ธ มีจุดเดน่ คือ ส่งเสรมิ ใหท้ กุ คนมีส่วนรว่ มและเหน็ คุณค่าในการรักษาและสืบ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172