5เรอ่ื งที่ เมฆและฝน
ภาพเมฆบนทอ้ งฟา้
เขียนเคร่ืองหมาย หน้าข้อความท่ถี ูกต้อง ทบทวนความรู้ ขอ้ ใดบ้างตอ่ ไปนีท้ จี่ ดั เปน็ หยาดน้าฟ้า น้าคา้ ง เมฆ น้าคา้ งแขง็ หิมะ ฝน ลกู เหบ็ หมอก
เฉลยทบทวนความรู้ เขยี นเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความที่ถกู ตอ้ ง ขอ้ ใดบ้างต่อไปน้ีท่ีจดั เปน็ หยาดน้าฟา้ นา้ คา้ ง เมฆ นา้ ค้างแข็ง หิมะ ฝน ลกู เหบ็ หมอก
หยาดน้าฟ้าเปน็ ช่ือเรยี กรวมของ หยดนา้ และน้าแข็ง ท่ีเกดิ จาการควบแนน่ ของไอน้าแลว้ ตกลงมาสูพ่ ้ืน
เขียนเคร่ืองหมาย หนา้ ข้อความที่ถูกตอ้ ง ทบทวนความรู้ ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องบา้ ง เมฆเป็นไอน้า เมฆเปน็ กลุ่มของละอองน้า การควบแนน่ ของเมฆทา้ ให้เกิดฝน ละอองน้าทรี่ วมตัวกนั จนมีนา้ หนักมาก ทา้ ให้เกดิ ฝน
เฉลยทบทวนความรู้ เขยี นเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทถี่ ูกต้อง ขอ้ ความต่อไปนขี้ อ้ ใดถกู ต้องบา้ ง เมฆเปน็ ไอนา้ เมฆเป็นกลุ่มของละอองนา้ การควบแนน่ ของเมฆทา้ ให้เกดิ ฝน ละอองนา้ ทรี่ วมตัวกนั จนมีนา้ หนกั มาก ทา้ ให้เกิดฝน
เมฆ (Cloud) คือ ละอองน้าและเกล็ดนา้ แขง็ ท่ี รวมตัวกันเปน็ กลมุ่ กอ้ นลอยตัวอยู่ในชนั้ บรรยากาศ ท่ีเราสามารถมองเห็นได้ ไอน้าทีค่ วบแนน่ เปน็ ละอองน้า
กจิ กรรมท่ี 6.6 เมฆท่ีเหน็ เปน็ อย่างไร
จดุ ประสงค์ 1. สังเกต อธิบายลกั ษณะ และจาแนกประเภทของเมฆ 2. ตรวจวดั ปริมาณเมฆปกคลมุ ทอ้ งฟา้ วัสดอุ ปุ กรณ์ 1. แผนภาพเมฆ
เมฆทเ่ี ห็นเปน็ อยา่ งไร https://www.scimath.org/video- science/item/8094-2018-05-02-06-28-32
ผลการทดลอง เชา้ พบเมฆลกั ษณะ....................................... อยู่ในท้องฟา้ ประมาณ .....% กลางวนั ............................................................ ............................................................................ ............................................................................ เยน็ .................................................................... ............................................................................ ............................................................................
ตวั อยา่ งผลการทดลอง เชา้ พบเมฆลักษณะเป็นก้อน (คิวมลู สั ) อยู่ในท้องฟ้าประมาณ 20% กลางวัน พบเมฆลักษณะเปน็ ก้อนใหญ่ (คิวมูลัส) และมปี ริมาณมากขึ้น เมฆทพี่ บประมาณ 40 % เยน็ พบเมฆลักษณะเป็นกอ้ นใหญ่ (ควิ มลู สั ) และเมฆลกั ษณะเปน็ แผน่ บางๆ (สตราตสั ) เมฆปกคลุมทอ้ งฟ้าประมาณ 65%
สรปุ เมฆท่ีเห็นบนท้องฟ้ามหี ลายประเภท นักวทิ ยาศาสตร์ จาแนกเมฆโดยใชล้ กั ษณะและความสูง ลักษณะและปรมิ าณ เมฆจะเปลีย่ นแปลงไปตามเวลา
คา้ ถามทา้ ยกิจกรรม เมฆที่พบในแต่ละชว่ งเวลา เชา้ กลางวัน และเยน็ มีลกั ษณะและปริมาณแตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร และพบเมฆชนดิ ใดมากทส่ี ดุ
เฉลยคา้ ถามทา้ ยกจิ กรรม ลักษณะและปรมิ าณเมฆท่พี บในแต่ละช่วงเวลานั้น ต่างกัน ในช่วงเช้าจะพบเมฆน้อยมาก เมฆที่พบจะเปน็ กอ้ น เลก็ ๆ (ควิ มูลัส) ปกคลมุ พน้ื ท่เี พียงนดิ เดยี ว ชว่ งกลางวนั พบ เมฆมากขน้ึ ช่วงเย็นเมฆปกคลุมพนื้ ท่ี มากข้นึ มีลกั ษณะเป็นแผ่นๆ (สตราตสั ) พบเมฆคิวมลู สั เมฆริว้ ๆ (ซรี ์รสั ) เล็กน้อย โดยรวม เมฆที่พบบอ่ ยสดุ คือเมฆคิวมลู สั
การแบ่งเมฆ การแบ่งเมฆ ตามรปู รา่ ง ตามระดบั ความสงู เมฆก้อนหรอื ควิ มรู สั เมฆชั้นสงู (cumulus) ( มากกว่า 6000 เมตร) เมฆแผน่ หรอื สตราตสั เมฆช้ันกลาง (stratus) (2000 - 6000 เมตร) เมฆเปน็ รวิ้ หรอื เซอรัส เมฆช้ันต้า่ (cirrus) (ต่า้ กวา่ 2000 เมตร)
การแบง่ เมฆตามรปู ร่าง เมฆควิ มูลสั (Cumulus) เมฆสตราตัส (Stratus) เมฆเซอรัส (Cirrus)
การแบ่งเมฆตามระดับความสงู เมฆระดบั สงู เซอรโ์ รคิวมูรัส (Cirrocumulus:Cc) เซอรร์ ัส (Cirrus : Ci) 6000 ม. ข้นึ ไป เซอรโ์ รสตราตสั (Cumulonimbus:Cb) เมฆระดบั กลาง อัลโตสราตัส (Altostratus : As) อลั โตควิ มูลสั (Altocumulus : Ac) 2000-6000 ม. ข้ึนไป คิวมลู ัส (Cumulus : Cu) เมฆระดับต่า สตราตัส (Stratus : St) นมิ โบสตราตัส (Nimbostratus: Ns) ต่ากว่า 2000 ม. สตาโตคิวมลู ัส (Stratocumulus : Sc) คิวมูโลมิมบัส (Cumulonimbus : Cb)
เมฆระดับสูง เซอรโ์ รคิวมูรัส (Cirrocumulus) เซอร์รสั (Cirrus) เซอร์โรสตราตัส เมฆสขี าว เป็นผลึกน้าแขง็ มีลกั ษณะ เมฆรว้ิ สขี าว รูปร่างคลา้ ยขนนก (Cumulonimbus:Cb) เปน็ ผลกึ น้าแข็ง มกั เกิดข้นึ ในวนั ทม่ี ี เมฆแผน่ บาง สขี าว เป็นผลกึ น้าแข็ง เป็นร้ิวคล่นื เลก็ ๆ มกั เกดิ ข้นึ ปกคลุมท้องฟา้ เปน็ บริเวณกว้าง ปกคลมุ ทอ้ งฟา้ บริเวณกว้าง อากาศดี ท้องฟ้าเป็นสฟี ้าเข้ม โปร่งแสงตอ่ แสงอาทติ ย์
เมฆระดับกลาง เมฆอลั โตคิวมลู สั (Altocumulus) เมฆอลั โตสเตรตสั (Altostratus) เมฆกอ้ น สขี าว มลี ักษณะคลา้ ยฝูงแกะ เมฆแผ่นหนา สว่ นมากมกั มสี เี ทา ลอยเป็นแพ มีชอ่ งวา่ งระหว่างกอ้ น เนื่องจากบงั แสงดวงอาทติ ย์ เลก็ น้อย ไมใ่ ห้ลอดผา่ น และเกิดขน้ึ ปกคลุม ท้องฟ้าเปน็ บริเวณกวา้ งมาก หรอื ปกคลมุ ท้องฟ้าทงั้ หมด
เมฆระดับต้่า สตราโตควิ มลู สั (Stratocumulus) สตราตัส (Stratus) มลี กั ษณะคอ่ นขา้ งกลมมากกว่าแบน สีเทา เมฆทีอ่ ยู่ต่าสดุ และอยู่ในแนวนอนคล้ายหมอกหรอื เรียงตัวไม่เปน็ ระเบยี บ มกั อยชู่ ดิ ตดิ กนั จนเปน็ ลกู คลืน่ คลา้ ยแผ่นฟิลม์ บางๆ ทาใหท้ ้องฟา้ มีลักษณะเป็นฝ้า ทนทานต่อกระแสลมไม่ออ่ นไหวงา่ ย เมฆชนดิ นแ้ี สดงถึง เกิดจากหมอกทลี่ อยขน้ึ มาจากพน้ื ดิน มกั ปรากฏใน สภาวะอากาศท่ีอาจจะมฝี นตกในบริเวณนั้น ตอนเช้ามืดหรือสาย หรือหลงั ฝนตก แต่ถา้ เบาบางลงอากาศกแ็ จม่ ใส
เมฆระดบั ต่า้ นมิ โบสเตรตัส(Nimbostratus) คิวมลู ัส (Cumulus) คิวมูโลนิมบสั (Cumulonimbus) มลี กั ษณะเป็นแผ่นหนาสีเทาแก่ ลกั ษณะเป็นเมฆก้อนหนามยี อดมน ลักษณะเป็นเมฆก้อนใหญ่รปู ร่าง สมา่ เสมอ ทาใหท้ ้องฟ้ามืดคร้มึ แผ่ กลมคลา้ ยกะหลา่ ดอก เหน็ ขอบนอก คลา้ ยภเู ขาใหญ่ ฐานเมฆตา่ มีสดี า ได้ชัดเจน สว่ นฐานมีสีค่อนขา้ งดา มืด เป็นเมฆหนา มืดทบึ มีฟา้ แลบ กวา้ งออกไปไม่เป็นรูปรา่ ง ก่อตวั ในทางต้ังกระจัดกระจาย ซ่ึงเปน็ เมฆทีก่ ่อใหเ้ กดิ ฝนตก ฟา้ รอ้ ง เรยี กเมฆนวี้ า่ เหมือนสาลี “เมฆฟ้าคะนอง” ต่อเน่ืองคอื เมฆฝน
รากศพั ท์ภาษาละตินและความหมาย ความหมาย เก่ียวขอ้ งกับชอื่ เมฆ มดั ผม ริว้ รากศพั ทภ์ าษาละติน กลาง เซอรร์ ัส(cirrus) แผน่ อลั โต (alto) ปุย สตราตัส(stratus) ฝนรุนแรง ควิ มลู ัส(cumulus) ฝนรุนแรง นมิ โบ (nimbo ) นิมบสั (nimbus)
ชนิดของเมฆที่ชว่ ยพยากรณอ์ ากาศ เมฆเซอร์รสั เมฆนิมโบสตราตัส เมฆคิวมโู ลนิมบสั ท้องฟา้ แจม่ ใส แสดงว่า แสดงว่าอาจเกดิ ฝนตก เกิดฝนตกพรา้่ ๆ หนักในระยะเวลาอนั ใกล้
ปจั จยั ต่างๆท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั ปรมิ าณเมฆ ปริมาณไอนา้ อณุ หภมู ิอากาศ ฤดูกาล ลมและทศิ ทางลม
คา้ ถามชวนคิด ในวนั ท่ีมีลมแรง ปรมิ าณเมฆปกคลุม น่าจะเป็นอยา่ งไร?
ในวนั ที่มีลมแรง จะมปี รมิ าณเมฆ ปกคลมุ ไมค่ งท่ี เพราะเมฆจะถูกลม พดั พาไปตามกระแสลมหรอื ปรมิ าณเมฆปกคลมุ นอ้ ย
ปริมาณน้าฝน (rainfall amount) หมายถงึ ปริมาณน้าที่ตกในระยะเวลาและ พื้นทห่ี นง่ึ โดยมหี นว่ ยวัดเป็นมลิ ลิเมตร หรอื นว้ิ
เครื่องวัดฝน (rain gauge) ใชเ้ ทยี บได้วา่ ปริมาณฝนท่ีตกลงในกระบอกวัดฝน เทา่ กับท่ีตกบนพน้ื ดนิ ปริมาณฝนที่ตรวจวดั ได้สามารถใช้ แปลผลโดยใชเ้ กณฑป์ รมิ าณฝนรายวนั เพื่อแปลผลว่ามี ปรมิ าณฝนเท่าใด
เครื่องวดั ฝนแบบตา่ งๆ
กิจกรรมเสรมิ ปริมาณฝนวัดได้อยา่ งไร
ให้นักเรียนออกแบบและ สร้างเคร่ืองวดั ฝนอย่างงา่ ย เพ่อื ใช้วัดฝนบรเิ วณบา้ นหรอื โรงเรียนของนกั เรียน และ เปรยี บเทยี บกับเกณฑ์ ปรมิ าณฝนรายวัน
ค้าถามชวนคดิ ปจั จัยใดบา้ ง ทม่ี ผี ลต่อปรมิ าณฝน?
สภาพภูมิประเทศ และฤดูกาล
ค้าถามชวนคดิ พนื้ ทที่ ี่นกั เรียนอาศัยอยู่ มปี รมิ าณฝนมากที่สุด ในช่วงเดือนใด เหตุใด จึงเป็นเชน่ นั้น?
ตอบตามภูมิภาคท่นี ักเรยี นอาศยั อยู่ เช่น พน้ื ท่ที ่อี าศยั อยู่ คือ ภาคกลางของประเทศ มปี ริมาณฝน มากที่สดุ ในช่วงเดอื นมิถนุ ายน เพราะได้อทิ ธพิ ลจากมรสมุ
สรปุ ท้ายเรอ่ื ง การจัดประเภทเมฆ จัดโดยใช้ลักษณะและความสูงเป็น เกณฑ์ เมฆและฝนมีการเปลี่ยนแปลงข้ึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ปัจจัยท่ีทาให้เมฆมีการเปล่ียนแปลง ได้แก่ ปริมาณไอน้าใน อากาศและสภาพแวดลอ้ มของพื้นท่ีทีส่ ง่ ผลต่อปริมาณไอนา้ ในอากาศ อุณหภูมิอากาศ ฤดูและ ลมนอกจากน้ียังมีปัจจัยท่ี ทาให้ฝนมีการเปล่ียนแปลง เช่น ปริมาณเมฆ ฤดูกาล พื้นที่ หรอื ภมู ภิ าค และสภาพภูมปิ ระเทศ
จบ เรือ่ งท่ี 5 เมฆและฝน
Search
Read the Text Version
- 1 - 40
Pages: