Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2563-2565

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2563-2565

Published by กลุ่ม นโยบายและแผน, 2023-06-29 07:03:43

Description: แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2563-2565

Search

Read the Text Version

แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ๑ แผนพฒั นาการศึกษา สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาพงั งา ภูเกต็ ระนอง พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ กลมุ่ นโยบายและแผน สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษาพังงา ภูเกต็ ระนอง

แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ๒ คานา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ได้จัดทาแผนพัฒนา การศึกษา พ.ศ.2563 – 2565 เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการดาเนินงานของสานักงานพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา พังงา ภูเก็ต ระนอง และสถานศึกษาในสังกัด เพื่อให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ ตามท่ีกาหนดไว้ ในแผน และสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษาของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนใช้เป็นกรอบในการติดตามและประเมินผลการดาเนินของ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อการ พัฒนาการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา พังงา ภูเก็ต ระนอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนา การศึกษา พ.ศ.2563 – 2565 จะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา ของโรงเรียนในสงั กัดและเปน็ กรอบในการดาเนนิ งานและขบั เคล่ือนให้เป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์และบรรลุ เปาู หมาย ขอขอบพระคุณผ้มู ีส่วนเกีย่ วขอ้ งทุกทา่ น ที่ได้ให้ขอ้ มลู และมสี ่วนร่วมในการดาเนินงานการจัดทา แผนพัฒนาการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2563 – 2565 ของสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา พังงา ภเู ก็ต ระนอง สาเร็จลุลว่ งด้วยดี สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา พงั งา ภูเก็ต ระนอง กมุ ภาพนั ธ์ 2564

แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๓ สารบัญ คานา หน้า สารบัญ ส่วนท่ี 1 บทนา 3 เหตุผลความจาเป็น 5 อานาจหน้าที่ของสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา สภาพทั่วไป 8 โครงสรา้ งการบรหิ ารภายในสานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา พงั งา ภูเก็ต ระนอง 9 7 12 ขอ้ มูลพ้นื ฐาน 15 ผลการดาเนนิ งาน 22 ดา้ นโอกาสทางการศกึ ษา 23 สว่ นที่ 2 สรปุ นโยบายการจดั การศกึ ษา ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประจาปีงบประมาณ 2564 24 แผนผังความเชื่อมโยงสาระสาคัญของแผนพฒั นาการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน การวเิ คราะหจ์ ดุ แขง็ จุดอ่อน 28 กรอบแนวคิด แสดงวิสยั ทัศน์และแนวทางการพัฒนา วสิ ยั ทัศน์ พนั ธกิจ 29 คา่ นิยม เปาู ประสงค์ กลยุทธ์ 30 จดุ เนน้ สว่ นท่ี 3 ทศิ ทางการพัฒนาการศึกษาข้ันพน้ื ฐานในปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2565 นโยบายรฐั บาลดา้ นการศกึ ษา นโยบายรฐั บาล 11 ด้าน นโยบายการศกึ ษาและการเรียนรู้ การทะนุบารุงศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม ยุทธศาสตรช์ าติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศกึ ษา แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้านที่เกีย่ วกบั กระทรวงศกึ ษาธิการ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564) นโยบายจดุ เนน้ การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ปงี บประมาณ พ.ศ.2563 นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แผนผังความเชอื่ มโยงแผน 3 ระดบั ของประเทศ แผนผังความเชื่อมโยงสาระสาคญั ของแผนพัฒนาการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ของสานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา พงั งา ภูเก็ต ระนอง

แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๔ สว่ นท่ี 4 แผนงานโครงการ ค่าเปา้ หมาย หนา้ กรอบแผนงาน/โครงการ 44 45 ส่วนท่ี 5 การนาแผนไปสู่การปฏิบตั ิ 50 แผนภมู ิ การนาแผนกลยุทธส์ ู่การปฏบิ ัติ 51 การนาแผนไปสูก่ ารปฎิบัติ การจัดทาแผนปฎบิ ัติการ 52 การกากับ ติดตาม ประเมนิ ผลและรายงาน 53 รายละเอยี ดโครงการ/กิจกรรม/แผนงานพ้นื ฐาน แผนพัฒนาการศึกษาสานักงานเขต พน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา พังงา ภูเกต็ ระนอง สรุปโครงการและงบประมาณ ภาคผนวก 55 คาสง่ั สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา พังงา ภูเก็ต ระนอง ที่ 192/2562

แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๕ ส่วนท่ี ๑ บทนา เหตผุ ลและความจาเปน็ ตามที่ได้มีการแก้ไขเพ่ืมเติม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี 3 ) พ.ศ.2553 และ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2553กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ กาหนดเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาและที่ตั้งของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา จานวน 42 เขต เมื่อ วนั ท่ี 17 สงิ หาคม 2553 สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง เป็นหน่วยงาน สังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่บริหารจัดกาศึกษาข้ันพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาให้ มีคุณภาพและได้มาตรฐาน จึงได้จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) โดยวิเคราะห์ ความสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการนโยบายสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพื้นฐาน และเกย่ี วกับแผนพฒั นาการศึกษาอนื่ ๆ เพ่อื เป็นกรอบทศิ ทางในการดาเนินงานให้สามารถบรรลุ วตั ถปุ ระสงค์ และเปาู หมายท่ีกาหนดไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ และเกิดประสทิ ธิผลสูงสดุ อานาจหนา้ ท่ีของสานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา พังงา ภูเก็ต ระนอง เป็นหน่วยงานที่ได้รับการกาหนดให้ มีขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การกาหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประกาศ ณ วันท่ี 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยอยู่ภายใต้การกากับดูแลของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีอานาจหน้าท่ี ตามทีก่ ฎหมาย กาหนดดังน้ี 1. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 และ ท่ีแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 37 กาหนดให้สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามีอานาจหนา้ ท่เี กี่ยวกบั การศึกษา ตามที่กาหนดไว้ในพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บ บรกิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 หรือกฎหมายอนื่ และมีอานาจหน้าทด่ี ังนี้ (1) อานาจหน้าท่ีในการบริหารและการจัดการศึกษา และพัฒนาสาระของหลกั สตู รการศึกษาให้ สอดคล้องกบั หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน (2) อานาจหน้าทีใ่ นการพัฒนางานดา้ นวชิ าการและจัดใหม้ ีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา รว่ มกับสถานศึกษา (3) รับผิดชอบในการพิจารณาแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษาของสถานศึกษา และสานักงาน เขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา (4) ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีอืน่ ตามทีก่ ฎหมายกาหนด

แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๖ 2. ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรอื่ ง การแบ่งส่วนราชการภายในสานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา มัธยมศึกษา พ.ศ.2560 ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ข้อ5 ให้สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามีอานาจหน้าท่ี ดาเนินการให้เป็นไปตามอานาจหน้าที่ของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธกิ าร และมีอานาจหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปนี้ (1) จดั ทานโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกบั นโยบาย มาตรฐานการศกึ ษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานและความต้องการของท้องถน่ิ (2) วเิ คราะห์การจดั ตั้งงบประมาณเงนิ อดุ หนนุ ทว่ั ไปของสถานศึกษา และหนว่ ยงานในเขตพ้นื ที่ การศึกษาและแจง้ การจดั สรรงบประมาณที่ไดร้ บั ใหห้ น่วยงานขา้ งต้นรบั ทราบ รวมทง้ั กากบั ตรวจสอบ ตดิ ตามการ ใชจ้ ่ายงบประมาณของหน่วยงานดังกลา่ ว (3) ประสาน สง่ เสรมิ สนบั สนุน และพฒั นาหลักสูตรร่วมกบั สถานศึกษาในเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา (4) กากบั ดูแล ตดิ ตาม และประเมนิ ผลสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานและในเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา (5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจยั และรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศด้านการศกึ ษา ในเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา (6) ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดและพัฒนา การศึกษาในเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา (7) จดั ระบบประกันคุณภาพการศึกษา และประเมนิ ผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (8) ประสาน สง่ เสริม สนบั สนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองสว่ น ท้องถิ่นรวมทงั้ บุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบนั ศาสนา สถาน-ประกอบการและสถาบนั อ่นื ทีจ่ ดั การศึกษา รปู แบบทห่ี ลากหลายในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (9) ดาเนินการและประสาน สง่ เสรมิ สนบั สนุนการวิจัยและพฒั นาการศึกษาในเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา (10) ประสาน ส่งเสริม การดาเนินการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทางานด้าน การศกึ ษา (11) ประสานการปฏบิ ัตริ าชการทวั่ ไปกับองค์กรหรือหนว่ ยงานต่าง ๆ ทั้งภาครฐั เอกชนและองคก์ ร ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ (12)ปฏบิ ัติงานรว่ มกับหรอื สนับสนุนการปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานอ่ืนทีเ่ กย่ี วข้องหรือท่ีไดร้ ับ มอบหมาย

แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๗ สภาพทัว่ ไป พังงา (PHANGNGA)เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นปุาเขา มีพื้นท่ี 4,170.895 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร ช่ือของ จังหวัดพังงานั้นเดิมน่าจะเรียกว่า “เมืองภูงา” ตามชื่อเขางา หรือเขาพังงา ซึ่งอยู่ในตัว เมืองพงั งาในปัจจบุ ัน เมื่อต้ังเมืองข้นึ จึงเรียกกันว่า “เมืองภูงา” เมืองภูงานี้อาจจะตั้งช่ือ ให้คล้องจองเป็นคู่กับเมืองภูเก็ตมาแต่เดิมก็ได้ แต่เหตุท่ีเมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงา น้ัน สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเมืองภูงา เป็นเมืองท่ีมีแร่อุดมสมบูรณ์จึงมีฝร่ังมาติดต่อ ซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และฝร่ังเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง “พังงา” เพราะแต่เดิมฝรง่ั เขียนเมืองภูงาว่าPHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภูงาหรือจะอ่าน วา่ พงั งาหรือพังกาก็ได้ ภูเก็ต(PHUKET)เป็นจังหวัดที่ได้ข้ึนชื่อว่า “ไข่มุกอันดามัน”เป็นชื่อเรียกอีก อย่างหน่ึงซ่งึ เป็นแหลง่ ท่องเทีย่ วที่มีช่ือเสียงระดับโลก ถ้าใครเคยไปเท่ียว จะรู้เลยว่าเสน่ห์ของภูเก็ตที่ทาให้นักท่องเที่ยวประทับใจ ไม่ได้มีเพียง แค่ วิวสวยๆของทะเลอันดามันเท่าน้ัน ยังมีกิจกรรมการท่องเท่ียว สนุกๆ ให้เลือกมากมาย รวมถึงบรรยากาศของเมืองท่องเท่ียวที่คึกคัก แ ล ะ มี ชีวิตชีวาเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการหลีกหนีควา มวุ่นวายใน ชีวิตประจาวัน ไปพักผ่อนเจอผู้คนท่ียิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร ชิมอาหารพ้ืนเมือง อร่อยๆ และ โรงแรมทีพ่ กั ซง่ึ มใี หเ้ ลือกหลายราคาและบรรยากาศสภาพภูมปิ ระเทศของภูเก็ตเป็นเกาะ ข น า ด ใ ห ญ่ ตงั้ อยู่บนภาคใตฝ้ งั่ ทะเลอันดามัน มีพื้นทปี่ ระมาณ 543ตารางกิโลเมตร ซ่ึงถือเป็นเกาะท่ีใหญ่ ท่ี สุ ด ใ น ประเทศไทย เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ท่ีจังหวัดพังงา ผ่านทางสะพานสารสิน และทางหลวง หมายเลข 402 อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร เกือบๆ 900 กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 3 แสนกว่าคน และ เนอื่ งจากเปน็ ทีต่ ง้ั ของสนามบินนานาชาติ ทาให้ภเู ก็ตเป็นจดุ ตง้ั ตน้ ในการเดนิ ทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวและเกาะแก่ง ในจังหวัดรอบๆ อย่างเกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งอยู่ในจังหวัดพังงาและกระบ่ี แหล่งท่องเที่ยวที่มีช่ือเสียงของภูเก็ตมีมากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะหาดทราย ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ นบั ต้ังแตท่ างเหนือลงไปกจ็ ะเป็นหาดไม้ขาว หาดในยาง หาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดกมลา หาดปุาตอง หาดกะรน หาดกะตะ หาดในหาน และท่สี ดุ ปลายเกาะคือแหลมพรหมเทพ

แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๘ “ระนอง” (RANONG)ภูมิประเทศประกอบด้วย ทิวเขา หุบเขาสลับซับซ้อน ทางทิศตะวันออกของจังหวัด พื้นที่ ลาดเอียงลงสทู่ ะเลอันดามันทางทิศตะวันตก ภูเขาสูงสุด คือ ภูเขาพ่อตาโชงโดง สูง 1,700 ฟุต นอกจากน้ี ยังมีท่ีราบ แคบ ๆ ระหว่างแนวภูเขากับชายฝ่ังทะเล ก่อให้เกิดลาน้าสายสั้น ๆ หลายสาย แม่น้าที่สาคญั ไดแ้ ก่ แม่นา้ กระบุรี เปน็ แมน่ า้ สายสาคัญท่ีก้ันพรมแดนไทย – พม่า ต้นน้าเกิดจากเขาน้าตุ่นและเขาจอมแห ทางทิศเหนือ ไหลลงทะเลอันดามันยาว ประมาณ 95 กิโลเมตรคลองลาเลียง ต้นน้าเกิดจากเขาบางใหญ่และเขาแดนทาง ทศิ เหนือไหลลงสแู่ มน่ า้ กระบรุ ี ทีบ่ า้ นนานอ้ ย ยาวประมาณ 30 กโิ ลเมตร คลองวัน ต้นนา้ เกดิ จากเขาหินลุ ทางทิศเหนือของจังหวัดไหลลงสู่แม่น้ากระบุรี ท่ี บ้านทับหลี ยาวประมาณ 20 กิโลเมตรคลองกระบุรี ต้นน้าเกิดจากเขาผักแว่น เขตชมุ พร – ระนอง แม่น้ากระบุรี ผ่านอาเภอกระบุรี ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร คลองละอุ่น ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาห้วยเสียด และเขาหินด่านทางทิศตะวันออก ไหลลงสู่แมน่ า้ กระบรุ ีทีบ่ า้ นเขาฝาชี ยาวทง้ั หมดประมาณ 35 กโิ ลเมตร คลองหาด ส้มแปูน ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาจอมแหลม และเขานมสาวไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ที่บ้านเกาะกลาง ยาวท้ังหมด ประมาณ 19 กิโลเมตรคลองกะเปอร์ ตน้ น้าเกดิ จากเขายายหม่อน ไหลลงสู่ทะเลอันดามันท่ีบ้านบางลาพู ยาวท้ังหมด ประมาณ 32 กิโลเมตรคลองกาพวน ต้นน้าเกิดจากเขาพระหมี ไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่บ้านกาพวน ยาวทั้งหมด ประมาณ 19 กโิ ลเมตร ระนองเป็นจังหวัดภาคใต้ตอนบน ด้านทิศตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน และ ประเทศพม่า โดยมี ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ผา่ นทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 568 กิโลเมตร มีเนื้อท่ี ประมาณ 3,298.045 ตารางกิโลเมตร ( 2,061,278 ไร่ ) เป็นจังหวัดท่ีมีพ้ืนท่ีมากเป็นอันดับท่ี 60 ของประเทศไทย เป็นพ้ืนท่ีราบ14% และภูเขา 86% มีเกาะใหญ่น้อยในทะเล อันดามัน จานวน 62 เกาะ และมีอาณาเขตติดต่อกับ จงั หวดั ใกลเ้ คียง ดังนี้ ทิศเหนือ : ติดตอ่ กับ อาเภอทา่ แซะ จังหวดั ชุมพร ทิศตะวนั ออก : ติดต่อกบั อาเภอเมือง,อาเภอสวี,อาเภอพะโต๊ะ จังหวัดชมุ พร และอาเภอไชยา อาเภอท่าฉาง , อาเภอบา้ นตาขนุ และก่ิงอาเภอวิภาวดี จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี ทศิ ใต้ : ติดต่อกบั อาเภอครุ ะบรุ ี จังหวัดพังงา และอาเภอคีรีรฐั นคิ ม จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี ทศิ ตะวนั ตก : ติดตอ่ กบั ติดต่อกบั ประเทศพม่า และทะเลอนั ดามนั

แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ๙ โครงสรา้ งการบรหิ ารภายในสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา พงั งา ภูเก็ต ระนอง ผูอ้ านวยการเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา พังงา ภูเก็ต ระนอง นายสมชาย รองเหลือ หน่วยตรวจสอบภายใน คณะกรรมการตดิ ตามตรวจสอบ ประเมินผลและนเิ ทศการศกึ ษา (ก.ต.ป.น.) รองผ้อู านวยการสานกั งานเขตพนื้ ที่ รองผู้อานวยการสานกั งานเขตพน้ื ที่ รองผู้อานวยการสานกั งานเขตพนื้ ท่ี การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา พังงา ภูเกต็ ระนอง การศึกษามธั ยมศึกษา พงั งา ภูเกต็ ระนอง การศึกษามธั ยมศึกษา พงั งา ภูเก็ต ระนอง (นางวมิ พว์ ิภา รักสม) (นางสาวสุวภิ า ต้ังกอ่ สกลุ ) (นายนรินธรณ์ เซง่ ล้า) กลมุ่ บรหิ ารการเงิน กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล กลมุ่ อานวยการ และสินทรพั ย์ กลุ่มนโยบายและแผน กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และ กล่มุ สง่ เสรมิ การจดั การศกึ ษา ประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา กลุ่มพฒั นาครแู ละบคุ ลากร ทางการศกึ ษา กลุ่มกฎหมายและคดี

๑๐แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ขอ้ มูลพ้ืนฐาน ข้อมูลพน้ื ฐานของสานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา พงั งา ภเู กต็ ระนอง รายการ จานวน/หน่วย 8 กลุม่ 1.กลมุ่ ในสานกั งาน 1 หน่วย 27 แห่ง 2. หนว่ ยตรวจสอบภายใน ในสานักงาน 11 โรงเรียน 3. สถานศกึ ษา ในสังกัด 8 โรงเรยี น 6 โรงเรียน 4. ขนาดของสถานศึกษา ในสงั กดั (ขอ้ มลู ณ 10 กรกฎาคม2563) 2 โรงเรยี น - โรงเรียน ขนาดเล็ก (นกั เรียน 1 - 500 คน) 850 ห้องเรียน - โรงเรียน ขนาดกลาง (นักเรียน 500 -1,500 คน) 26,950 คน - โรงเรียน ขนาดใหญ่ (นักเรียน 1,500 - 2,500 คน) -โรงเรียน ขนาดใหญ่พเิ ศษ (นักเรยี น 2,501 คนขึน้ ไป) 218 คน 3,261 คน 5. หอ้ งเรยี น 1,441 คน 6. นักเรยี น 15,768 คน 58 คน - มัธยมศึกษาตอนต้น 11,158 คน 24 คน - มธั ยมศึกษาตอนปลาย 38 คน - ปวช. 24 คน 7. นักเรียนพกิ ารเรียนร่วมกบั เดก็ ปกติ * 8. นกั เรียนดอ้ ยโอกาสเรียนร่วมกับเดก็ ปกติ * 9. ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา - ผูบ้ ริหาร 70 คน (ผอ.ร.ร. 23 คน/รอง ผอ.ร.ร. 47 คน) - ครผู สู้ อน 1,338 คน - ศกึ ษานิเทศก์ 6 คน - บคุ ลากรทางการศึกษา 27 คน 10. พนกั งานราชการ 11. ลูกจ้างประจา 12. ครอู ัตราจ้าง ขอ้ มูล ณ วันท่ี 20 กรกฎาคม 2563

๑๑แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ผลการดาเนินงาน สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ตระหนักถึงความจาเป็นใน การม่งุ พัฒนานักเรยี นทุกคนในทุกมติ อิ ย่างตอ่ เนอ่ื ง เพ่ือใหน้ กั เรียนบรรลถุ งึ ศกั ยภาพสงู สุดของตน มีความรู้และทักษะ การอ่านเขียนและคิดคานวณที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐานสาคัญในการเรียนรู้และการดารงชีวิตในอนาคต ซึ่งสานักงานเขต พื้นทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา พงั งา ภูเกต็ ระนอง มผี ลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังน้ี ดา้ นคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา 1. ด้านคุณภาพการจัดการศึกษา 1) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพ้นื ฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2562 ทง้ั 5 กลุ่มสาระ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น ระดับชัน้ มัธยมศึกษา ปที ี่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปรากฏผลคือ สถานศึกษาใน สังกดั มคี า่ คะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละรายวชิ า สงู กวา่ ระดบั ประเทศดังน้ี  ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศกึ ษา 2562 กล่มุ สาระวชิ าภาษาไทย อันดับ โรงเรียน รายโรง ค่าคะแนนเฉลย่ี เฉลยี่ รวมระดับเขต ท่ี ระดับประเทศ ระดับสพฐ. 60.63 1 ภูเก็ตวทิ ยาลยั 74.43 2 สตรีภูเกต็ 68.10 55.14 55.19 เฉลย่ี รวมระดับเขต 3 พชิ ัยรัตนาคาร 64.72 38.41 4 เฉลิมพระเกยี รติฯ 63.67 คา่ คะแนนเฉลย่ี 5 ดบี ุกพงั งาวทิ ยายน 62.67 ระดบั ประเทศ ระดับสพฐ. กลมุ่ สาระวชิ าภาษาอังกฤษ 33.25 32.98 อนั ดบั โรงเรยี น รายโรง ที่ 61.80 1 ภเู กต็ วิทยาลัย 51.47 2 สตรภี ูเก็ต 43.58 3 เฉลมิ พระเกียรติฯ 42.07 4 พชิ ยั รัตนาคาร 37.79 5 ตะก่วั ปาุ ”เสนานุกลู ”

๑๒แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) กล่มุ สาระวิชาคณิตศาสตร์ อันดบั โรงเรียน คา่ คะแนนเฉลย่ี ท่ี รายโรง ระดับประเทศ ระดบั สพฐ. เฉล่ยี รวมระดับเขต 1 ภูเกต็ วิทยาลัย 58.64 26.73 26.98 32.10 2 สตรีภูเก็ต 38.36 3 พิชัยรัตนาคาร 41.12 4 เฉลมิ พระเกียรติฯ 33.70 5 ตะก่ัวปุา”เสนานุกลู ” 32.71 กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ อันดบั โรงเรียน คา่ คะแนนเฉล่ีย ที่ รายโรง ระดับประเทศ ระดับสพฐ. เฉลี่ยรวมระดับเขต 1 ภเู ก็ตวิทยาลยั 42.69 2 สตรีภเู กต็ 32.29 30.22 39.92 30.07 31.74 3 พชิ ัยรตั นาคาร 4 ดีบกุ พังงาวิทยายน 32.48 5 สขุ สาราญราษฎรร์ ังสรรค์ 32.15  ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ปกี ารศกึ ษา 2562 กลมุ่ สาระวชิ าภาษาไทย อันดับ โรงเรยี น ค่าคะแนนเฉลีย่ เฉลย่ี รวมระดบั เขต ท่ี รายโรง ระดบั ประเทศ ระดบั สพฐ. 46.00 1 ภเู กต็ วทิ ยาลยั 57.08 เฉลย่ี รวมระดับเขต 32.53 2 สตรีภูเก็ต 51.29 42.21 43.02 3 พชิ ยั รัตนาคาร 50.29 4 ดีบกุ พงั งาวิทยายน 48.05 5 เฉลมิ พระเกยี รติฯ 46.37 กลุ่มสาระวชิ าภาษาอังกฤษ อนั ดับ โรงเรยี น ค่าคะแนนเฉลี่ย ที่ รายโรง ระดับประเทศ ระดับสพฐ. ภเู ก็ตวิทยาลัย 47.11 28.97 2 สตรีภเู กต็ 43.45 29.20 3 พชิ ยั รตั นาคาร 34.29 4 เฉลมิ พระเกยี รตฯิ 30.53 5 ดบี ุกพังงาวทิ ยา 30.22

๑๓แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) กลุ่มสาระวิชาคณติ ศาสตร์ อันดบั โรงเรียน คา่ คะแนนเฉล่ีย ที่ รายโรง ระดบั ประเทศ ระดบั สพฐ. เฉลีย่ รวมระดบั เขต 1 ภเู กต็ วทิ ยาลัย 45.59 25.62 28.57 2 สตรีภเู กต็ 32.50 25.41 3 พิชัยรัตนาคาร 32.44 4 ดบี กุ พังงาวทิ ยายน 28.92 5 ทับปุดวิทยา 28.48 กลุม่ สาระวชิ าวิทยาศาสตร์ อันดับ โรงเรียน คา่ คะแนนเฉลยี่ ที่ รายโรง ระดับประเทศ ระดับสพฐ. เฉลีย่ รวมระดบั เขต 1 ภูเก็ตวิทยาลัย 38.22 2 สตรภี เู ก็ต 32.49 3 พชิ ยั รตั นาคาร 31.27 29.20 29.40 30.32 4 ดีบกุ พงั งาวทิ ยายน 30.36 5 สขุ สาราญราษฎรร์ งั สรรค์ 30.28 กลมุ่ สาระวิชาสงั คมศกึ ษา อนั ดับ โรงเรยี น ค่าคะแนนเฉลีย่ ท่ี รายโรง ระดบั ประเทศ ระดบั สพฐ. เฉลี่ยรวมระดับเขต 1 ภูเก็ตวิทยาลัย 43.42 2 สตรีภูเก็ต 39.84 3 พิชัยรัตนาคาร 38.91 4 ดีบกุ พงั งาวทิ ยายน 38.21 5 เฉลมิ พระเกยี รติฯ 37.07

๑๔แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ด้านโอกาสทางการศกึ ษา 2. ด้านโอกาสทางการศกึ ษา 1) ตารางแสดงขอ้ มูลนักเรียน จาแนกตามสัญชาติ ปีการศึกษา 2563 ตารางแสดงข้อมูลนกั เรียนจาแนกตามสญั ชาติ ปกี ารศกึ ษา 2563 จากตารางแสดงจานวนสญั ชาตนิ กั เรยี น แยกตามสญั ชาติ ปกี ารศึกษา 2563 พบวา่ นักเรยี นในสงั กดั มสี ญั ชาตไิ ทย สญั ชาติ รวม ม.ต้น รวม ม.ปลาย รวมทั้งหมด รอ้ ยละ ไทย 15,621 11,069 26,690 99.12 พม่า 93 35 128 0.47 เกาหลีใต้ 1 6 7 0.03 จนี 6 4 10 0.04 ญป่ี ุ่น 3 3 6 0.02 เนปาล 0 2 2 0.01 กัมพชู า 1 1 2 0.01 ฟิลิปปนิ 5 6 11 0.04 มาเลเซีย 0 2 2 0.01 ลาว 4 1 5 0.02 ศรีลังกา 0 1 1 0.00 อนิ เดยี 1 2 3 0.01 ไมป่ รากฏสญั ชาติ 6 2 8 0.03 อ่ืนๆ 27 24 51 0.19 นกั เรียนท้ังหมด 15,768 11,158 26,926 100.00 สัญชาตนิ ักเรียน แยกตามสญั ชาติ ปกี ารศึกษา 2563 นกั เรยี นในสงั กดั สัญชาตไิ ทย จานวน 26,690 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 99.12 ของจานวนนักเรียนทั้งหมด รองลงมาคือสัญชาติพม่า จานวน 128 คน คิดเป็นร้อยละ 0.48 และสัญชาติ ฟิลปิ ปินส์ จานวน 11 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 0.04 ตามลาดบั

๑๕แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) 2) จานวนนกั เรียนทจ่ี บการศึกษาชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศกึ ษา 2562 จานวนนักเรยี นที่จบการศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ปกี ารศึกษา 2562 รายการ จานวน (คน) รอ้ ยละ นกั เรยี นจบทัง้ หมด 4561 100.00 ศกึ ษาตอ่ ม.4 โรงเรยี นเดิม 3299 72.33 ศกึ ษาตอ่ สถาบนั อ่นื ๆ 557 12.22 สถาบนั อาชวี ศึกษาของรัฐบาล 498 10.92 ศึกษาต่อ ม.4 โรงเรยี นอ่นื ในจังหวดั เดิม 148 3.24 ศกึ ษาต่อ ม.4 โรงเรียนอื่น ในต่างจังหวัด 28 0.61 สถาบนั อาชีวศกึ ษาของเอกชน 11 0.24 ไม่ศึกษาตอ่ ทางานอ่ืนๆ 8 0.18 ศกึ ษาตอ่ ม.4 โรงเรียนอนื่ ใน กทม. 6 0.13 ไม่ศึกษาตอ่ ทางานรับจา้ งทั่วไป 4 0.09 ไมศ่ ึกษาตอ่ ทางานภาคเกษตร 1 0.02 ไมป่ ระกอบอาชีพและไมศ่ ึกษาตอ่ 1 0.02 จานวนนักเรยี นท่จี บการศกึ ษามธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2562 พบวา่ นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ส่วนใหญ่จบการศึกษาแล้วศึกษาต่อโรงเรียนเดมิ คิดเป็นรอ้ ยละ 72.33 รองลงมาศกึ ษาต่อในสถาบนั อ่นื ๆ คิดเปน็ ร้อยละ 12.22 และสถาบันอาชวี ศึกษาของรัฐบาล คดิ เปน็ ร้อยละ 10.92 ตามลาดับ

๑๖แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) 3) จานวนนักเรียนทีจ่ บการศึกษาช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ปกี ารศึกษา 2562 จานวนนักเรียนท่ีจบการศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2562 รายการ จานวน (คน) ร้อยละ นักเรียนจบท้ังหมด 3,299 100.00 มหาวิทยาลัยของรัฐ 2,596 78.69 มหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ 304 9.22 สถาบนั อ่นื ๆ 159 4.82 มหาวิทยาลัยของเอกชน 128 3.88 รับจ้างทว่ั ไป 28 0.85 สถาบนั อาชวี ศึกษาของรฐั บาล 24 0.73 ไม่ประกอบอาชีพและไม่ศึกษาตอ่ 18 0.55 สถาบันพยาบาล 14 0.42 ค้าขาย ธรุ กิจ 10 0.3 งานบริการ 6 0.18 สถาบันอาชีวศกึ ษาของเอกชน 4 0.12 ภาคการเกษตร 3 0.09 สถาบันทหาร 3 0.09 รบั ราชการ 1 0.03 การประมง 1 0.03 นกั เรียนทจี่ บการศกึ ษาระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที 6 ปีการศึกษา 2562 พบว่า นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ส่วนใหญ่ จบการศึกษาแล้วศึกษาต่อมหาวิทยาลัยของรัฐ คิดเป็นร้อยละ 78.69 รองลงมามหาวิทยาลัยเปิดของรัฐบาล คิดเป็นร้อยละ 9.21 และศกึ ษาตอ่ สถาบันอ่นื ๆ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.82 ตามลาดับ

๑๗แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ส่วนท่ี 2 ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน  สรปุ นโยบายการจัดการศึกษา ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ประจาปีงบประมาณ2564

๑๘แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

๑๙แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

๒๐แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

๒๑แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

๒๒แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

๒๓แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565)

แผนผงั ความเชื่อมโยงแผน ๓ ระดับของประเทศ ๒๔แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) \" ภายในปี2564 มุ่งพัฒนาให้นกั เรยี นเปน็ คนดี คนเก่ง มคี ุณภาพ พรอ้ มสาหรบั วถิ ีชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 บนพื้นฐานหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง \" แผนผังความเชือ่ มโยงสาระสาคญั ของแผนพัฒนาการศึกษาข้นั พื้นฐานของสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา พังงา ภูเกต็ ระนอง วสิ ัยทัศน์ ๑.สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การปลูกฝังให้ 2. พัฒนาผู้เรียนให้มี 3. พัฒนาศักยภาพและ 4. พั ฒ น า 5. ส่งเสริม พัฒนา 6. พัฒนาประสิทธิภาพ ผู้เรียนเป็นคนดี มีคุณลักษณะตาม ความสามารถ ความ ศกั ยภาพครูและ ผู้ เ รี ย น ใ ห้ มี คุ ณ ภ า พ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ใ ห้ พนั ธกจิ เป็นเลิศทางวิชาการ คุณภาพผ้เู รียนให้มีสมรรถนะ บคุ ลากรทางการ ชี วิ ต ที่ เ ป็ น มิ ต ร ต่ อ เป็นไปตามหลักธรรมาภิ ห ลั ก สู ต ร มี วิ นั ย ซ่ื อ สั ต ย์ จิ ต เ พ่ื อ ส ร้ า ง ขี ด ตามหลักสตู รและคณุ ลักษณะ สาธารณะ รักและยึดม่ันในสถาบัน ความสามารถในการ ในศตวรรษท่ี 21 ศึกษาทุกระดับ ส่ิงแวดล้อม ยึดหลัก บาลและส่งเสริมการมี หลักของชาติ การปกครองใน แขง่ ขัน (พหปุ ญั ญา) ปรัชญาของเศรษฐกิจ ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร จั ด ใหเ้ ปน็ มอื อาชีพ พอเพียง การศกึ ษา ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี 2. ผู้เรยี นมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ความสามารถ มคี วาม 3. ผู้เรียนมี 4. ผู้เรียนทกุ 5. ครแู ละ 6. ผู้เรียนมีคุณภาพ 7. สานักงานเขตพ้ืนท่ี การเป็นพลเมือง พลโลกท่ีดี และมี เปน็ เลศิ ทางวิชาการ สมรรถนะตาม กล่มุ เป้าหมาย บคุ ลากรทางการ ชี วิ ต ท่ี เ ป็ น มิ ต ร ต่ อ การศึกษา สหวิทยาเขต และมคี วามสามารถ ห ลักสูตร แล ะ ได้รบั บรกิ าร ศึกษาทุกระดบั ส่ิงแวดล้อม ยึดหลัก 1คว. ามผพู้เรอียเพนยีเปง็นคนดี มีคุณลักษณะ ในการแข่งขนั มกี าร คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ใ น เป็นครมู อื อาชีพ ปรัชญาของเศรษฐกิจ สถานศึกษา มีระบบการ ตามหลักสูตร มีวินัย ซ่ือสัตย์ จิต เรียนรู้แบบบรู การสู่ การศึกษาอย่าง บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ที่ มี พหุปญั ญา ศตวรรษที่ 21 ทั่วถงึ เทา่ เทยี ม ยคุ ใหม่ พอเพียง ประสิทธิภาพเป็นไปตาม สาธารณะ รักและยึดม่ันในสถาบัน และมคี ุณภาพ หลักของชาติ การปกครองใ น หลักธรรมาภบิ าลและทุก ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี ภ า ค ส่ ว น มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น การจัดการศึกษา พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเป็นพลเมือง พลโลกที่ดี และมี ความพอเพียง 1.การจดั การศึกษา 2.การจัดการศึกษา 3.กา รพัฒ นา แ ละ 4.การสร้างโอกาสใน 5.การจัดการศึกษา 6.พัฒ น า ร ะ บ บ เ พื่ อ ค ว า ม มั่น ค ง เ พื่ อ เ พิ่ ม เสริมสร้างศกั ยภาพ ก า ร เ ข้ า ถึ ง บ ริ ก า ร เพอ่ื พฒั นาคุณภาพท่ี การบริหารจดั การ ยุทธศ ของสงั คมประเทศ ความสามารถใน การศึกษาท่ีมีคุณภาพมี ตามหลักธรรมภิ าสตร์ 1ก.รา้ อรยแลข่ ะง ขขันอ ขง อ ง ผูเ้ รียน มาตราฐานและลดความ เ ป็ น มิ ต ร กั บ 1.ผบลาลก า ร ป ร ะ เ มิ น 1.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง โปรรงะเเรที ยศน ที่ เ ปิ ด ตัวชี้วั ผู้ เ รี ย น ที่ มี 1.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง 1. เหรล้่ืออมยลล้าทะาขงกอางรศึกษา 1. รส้อิ่งยแลวะดขลออ้งผมูเ้ รียน คุ ณ ธ ร ร ม แ ล ะ ค ว า ม ด คุ ณ ลัก ษ ณ ะ อั น ห้องเรี ยนพิเศษที่ โ ป ร่ ง ใ ส ใ น ก า ร พึงประสงค์ตาม ส่งเสริมความเป็ น ผู้ เ รี ย น ที่ มี ผู้ เ รี ย น ไ ด้ รั บ ที่ มี พ ฤ ติ ก ร ร ม ดาเนินงานของ สพท. ห ลัก สู ต ร ผ่า น เลิศทางวชิ าการ คุณลกั ษณะอนั พึง โอกาสและการ แสดงออกถึงความ อ อ น ไ ล น์ ( ITA เ ก ณ ฑ์ ก า ร 2.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ป ร ะ ส ง ค์ ต า ม พัฒนาอย่างเต็ม ต ร ะ ห นั ก ใ น Online) อยใู่ นระดบั B ป ร ะ เ มิ น ที่ โร ง เรี ย นที มี ผ ล ห ลั ก สู ต ร ผ่ า น ศักย ภาพและมี ความสาคญั ของการ 2. ผลการติดตามและ ส ถ า น ศึ ก ษ า การทดสอบ เกณฑก์ ารประเมิน คุ ณ ภ า พ ดาเนินชี วิตท่ีเป็ น ประเมินผลการบริหาร กาหนด ร ะ ดับ ช า ติ สู ง ก ว่ า ท่ี ส ถ า น ศึ ก ษ า ส อ ด ค ล้อ ง กับ มิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม และการจัดการศึกษา 2.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ค่ า เ ฉ ลี่ ย กาหนด บริบทของพ้นื ที่ 2. ร้อยละของผุเ้ รียน ของ สพท.อยใู่ นระดบั ผู้เรี ยนท่ีมีวินัย ระดบั ประเทศ 2.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง 2. ร้อยละของ มีความรู้ ความเขา้ ใจ ดีมาก ซื่ อสัตย์ จิตส า 3.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผูเ้ รียนที่มีผลการ 3. ร้อยละของความพึง ธรณะผา่ นเกณฑ์ ผู้เ รี ย น ท่ี ไ ด้ รั บ พอใจของผูม้ ีส่วนได้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น รางวลั จากเวทีการ ประเมินด้านการ ผู้เ รี ย น ใ น เ ข ต เกี่ยวกบั หลกั ปรัชญา ส่วนเสียอย่ใู นระดับดี ต า ม ท่ี แข่งขันระดับชาติ มาก ส ถ า น ศึ ก ษ า และนานาชาติ คิดวิเคราะห์และ พ้นื ที่บริการไดร้ ับ เศรษฐกิจพอเพียง 4.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง กาหนดในระดบั 4.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง การอ่านเขียน สถานศึกษาท่ีมีผลการ ดีข้นึ ไป โรง เรี ย นที่จัดกา ร 3. ร้อยละของ บ ริ ก า ร ด้ า น 3. ร้อยละของผูเ้ รียน ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ภ า พ 3. ร้อยละของ เรี ยนรู้ แบบบูรณา ผูเ้ รียนท่ีมีผลการ ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น สาม ารถน้อม นา ภายในระดบั ดีข้นึ ผูเ้ รียนที่มีความ การสู่พหุปัญญา เรี ย นใน ระดับท่ี ดี พ้ื น ฐ า น ท่ี มี แนวคิดปรัชญาเศษฐ 5.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง เ ป็ น ไ ท ย ผ่ า น 5.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผุ้ ข้นี ไป คุ ณ ภ า พ แ ล ะ กิจพ อเพีย งสู่ การ สถานศึกษาที่เขา้ ร่วม เ ก ณ ฑ์ ก า ร เ รี ย น ท่ี มี 4. ร้อยละของ เหมาะสมตรงตาม ปฎิบตั ิได้ โครง การ โรง เรี ย น ป ร ะ เ มิ น ต า ม ท่ี ความสามารถ ผู้ เ รี ย น ท่ี มี ความตอ้ งการและ สุจริต ส ถ า น ศึ ก ษ า ทางดา้ นพหุปัญญา คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ใ น สอดคคล้องกับ ฯลฯ กาหนดในระดับ ดีข้นึ ไป ฯลฯ ศตวรรษที่ 21 ผา่ น บริบทของพ้นื ท่ี การประเมินตามท่ี ส ถ า น ศึ ก ษ า ที่ กาหนด ฯลฯ

๒๕แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) การวเิ คราะหศ์ ักยภาพของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา พังงา ภเู กต็ ระนอง สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา พังงา ภูเก็ต ระนอง ได้ระดมความคิดเห็นถึงสภาพปัจจุบัน ปัญหา ข้อเสนอแนะ จากผู้บริหารการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้เก่ียวข้อง โดย ประชมุ ระดมความคดิ เหน็ และเก็บขอ้ มลู จากบทสรุปรายงานของสถานศึกษา และข้อเสนอแนะในการวิเคราะห์สภาพ ขององคก์ ร (SWOT) จากผู้มีสว่ นได้ส่วนเสยี และผ้มู ีสว่ นเก่ียวข้อง พบวา่ มีจุดแข็ง จุดออ่ น โอกาส และอุปสรรค ดงั น้ี SWOTanalysis การวเิ คราะห์จดุ แข็ง จดุ ออ่ น การวิเคราะห์โอกาส อุปสรรค จุดแขง็ (Strength) จุดอ่อน(Weakness) 1. ใชห้ ลกั ธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารจดั การ 1.วสั ดุ อุปกรณ์ขาดประสิทธิภาพและงบประมาณ 2.ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ท่ีมีความรู้ความสามารถ และ ไมเ่ พียงพอ ประสบการณส์ งู อยู่เป็นจานวนมาก 2. การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการ 3. มีหลักสตู รทส่ี นองความตอ้ งการของผู้เรยี น ชมุ ชน ท้องถ่ิน ปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาใน 4. มแี หลง่ เรียนรู้ นวัตกรรม และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ี สถานศึกษาขาดความต่อเนือ่ ง เอือ้ ต่อการปฏบิ ัติงาน 3.ครมู ภี าระงานนอกเหนือจากการจดั การเรยี นการ 5. ผู้เรียนมผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับดี สอนมาก และมคี ุณธรรม จริยธรรม รวมท้ังคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 4. กระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชา 6. มีอาคารสถานที่พร้อมในการจัดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษไม่มุ่งเน้นด้านการสื่อสารส่งผลให้ บรรยากาศและสภาพแวดล้อมเอ้ือต่อการจัดการเรียนรู้ ผู้ เ รี ย น ส่ ว น ม า ก สื่ อ ส า ร ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ไ ด้ ไ ม่ ดี โอ7ก.สาถสาน(ศOึกpษpาไoดrร้ tับuกnารitยyอ)มรบั เชอ่ื ถอื ศรทั ธา อปุ สรรค (Tเทh่าrทe่คี aวtร) 1. ประชาชนผู้เก่ียวข้องและองค์กรภายนอกให้ความสาคัญและ 1. การปฏริ ปู การศึกษาส่วนภูมิภาคทาให้ข้ันตอน ใหค้ วามรว่ มมอื ในการจัดการศึกษา เพ่ิมข้นึ มผี ลกระทบต่อการบริหารงานบคุ คล 2. มีแหล่งเรียน และ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน สามารถฝึก 2.ปัญหาทางสังคมสังคมส่งผลต่อการพัฒนา ประสบการณ์ดา้ นวชิ าชพี คณุ ธรรมจริยธรรม 3. นโยบายของรัฐท่ใี หค้ วามสาคัญดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม 3. ระยะทางระหว่างสานักงานเขตพื้นที่การ 4.ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกจิ ของจังหวัด ส่งเสริมอาชีพและ ศกึ ษากบั สถานศึกษาห่างไกล สร้างรายได้ใหก้ บั ชมุ ชนและท้องถ่ิน 5. ยุทธศาสตร์การท่องเท่ียว ของจังหวัด สนับสนุนการ พัฒนาการศักยภาพด้านภาษาองั กฤษ และภาษาที่ 2 6. นโยบายด้านการพัฒนาครูของ สพฐ. มีความ ชัดเจนและเปิดโอกาสใหค้ รูไดพ้ ฒั นาเตม็ ศกั ยภาพ

๒๖แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) กรอบแนวคดิ แสดงวสิ ยั ทศั นแ์ ละแนวทางการพฒั นา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา พังงา ภูเก็ต ระนองโดยความเห็นชอบคณะกรรมการบริหารจัด การศึกษาของภาคีเครือข่ายสหวิทยาเขต ทั้ง 4 สหวิทยาเขต และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ได้ศึกษา วิเคราะห์ นโยบายทางการศึกษา สภาพการจัดการศึกษาตามบริบทของเขตพื้นท่ีการศึกษา ร่วมกันกาหนดทิศทางการพัฒนา คุณภาพการศึกษา นโยบายเฉพาะ จุดเน้นการขับเคลื่อนนโยบายและบริบทของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มธั ยมศึกษา พงั งา ภเู กต็ ระนอง ดงั น้ี ” ภายในปี 2565 มุง่ พฒั นาใหน้ ักเรียนเปน็ คนดี คนเก่ง มคี ณุ ภาพ พร้อมสาหรบั วถิ ีชีวติ ในศตวรรษที่ 21 บนพ้ืนฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ” 1. สง่ เสริม สนบั สนนุ การปลกู ฝังใหผ้ ู้เรยี นเป็นคนดี มีคณุ ลกั ษณะตามหลักสูตร มวี นิ ยั ซอื่ สัตย์ จติ สาธารณะ รักและยึดม่นั ในสถาบันหลักของชาติ การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี พระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ การเป็นพลเมือง พลโลกที่ดี และมคี วามพอเพยี ง 2. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถ ความเป็นเลิศทางวิชาการ เพ่ือสร้างขีดความสามารถในการ แขง่ ขนั (พหุปัญญา) 3. พฒั นาศกั ยภาพและคณุ ภาพผเู้ รียนใหม้ ีสมรรถนะตามหลักสตู รและคุณลักษณะ ในศตวรรษ ที่ 21 4. พฒั นาศกั ยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับให้เป็นมืออาชีพ 5. ส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 6. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในการจดั การศกึ ษา

๒๗แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) \"องคก์ รมาตรฐาน ปฏบิ ตั ิงานโปร่งใส ดว้ ยใจบรกิ าร\" SESAO14 : S = Service Mind/จติ บริการ E = Excellence/ความเป็นเลิศ S = Synergy/ความรว่ มมือ A = Accountability/ความรับผิดชอบ O = Service Mind/องคก์ รมาตรฐาน 1 = Unity/ความเป็นหนึ่งเดียว 4 = 4 Network of co-operation/4 ภาคเี ครอื ข่าย 1. ผูเ้ รยี นเปน็ คนดี มคี ุณลักษณะตามหลักสตู ร มวี นิ ยั ซอ่ื สัตย์ จิตสาธารณะ รกั และยึดม่ันใน สถาบันหลกั ของชาติ การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น ประมขุ การเป็นพลเมือง พลโลกที่ดี และมีความพอเพยี ง 2. ผเู้ รียนมคี วามสามารถ มีความเป็นเลิศทางวชิ าการ และมคี วามสามารถในการแขง่ ขัน มีการ เรยี นรแู้ บบบรู การสพู่ หปุ ัญญา 3. ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะ ในศตวรรษท่ี 21 4. ผู้เรียนทกุ กล่มุ เปูาหมายได้รบั บรกิ ารการศึกษาอย่างทว่ั ถึงเทา่ เทียมและมีคณุ ภาพ 5. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทกุ ระดบั เป็นครมู ืออาชีพยุคใหม่ 6. ผู้เรยี นมีคุณภาพชวี ิตที่เป็นมติ รตอ่ ส่ิงแวดล้อม ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 7. สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา พงั งา ภเู กต็ ระนอง,สหวทิ ยาเขตทงั้ 4 สหวทิ ยาเขต, สถานศึกษามรี ะบบการบริหารจดั การท่มี ีประสิทธภิ าพเปน็ ไปตามหลักธรรมาภบิ าลและทุก ภาคส่วนมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศกึ ษา

๒๘แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) 1. การจัดการศึกษาเพ่อื ความม่นั คงของสังคมและประเทศ ตัวชวี้ ัด 1.1 ร้อยละ ของผู้เรยี นที่มีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลกั สูตรผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่ สถานศกึ ษากาหนด 1.2 รอ้ ยละ ของผู้เรียนที่มวี ินยั ซือ่ สัตย์ จิตสาธารณะผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามท่สี ถานศกึ ษา กาหนดในระดับดขี ึน้ ไป 1.3 ร้อยละ ของผู้เรียนท่ีมีความเปน็ ไทยผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามที่สถานศึกษากาหนดใน ระดบั ดขี ้ึนไป 1.4. รอ้ ยละ ของผเู้ รียนมพี ฤติกรรมท่ีแสดงออกถงึ ความรกั ในสถาบนั หลักของชาติท่ยี ึดมน่ั การ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ 1.5. จานวนสถานศกึ ษาที่จัดบรรยากาศส่ิงแวดล้อม และจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ให้ผ้เู รยี น แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติยึดมน่ั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข 1.6. รอ้ ยละของผเู้ รียนทมี่ ีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการเป็นพลเมือง พลโลกทีด่ ี 2. การจัดการศึกษาเพอ่ื เพ่มิ ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ ตัวชีว้ ัด 2.1 ร้อยละของโรงเรียนที่เปดิ หอ้ งเรยี นพิเศษที่สง่ เสรมิ ความเป็นเลศิ ทางวชิ าการ 2.2 รอ้ ยละของโรงเรยี นทม่ี ีผลการทดสอบระดับชาตสิ ูงกวา่ คา่ เฉลย่ี ระดบั ประเทศ 2.3 ร้อยละของผเู้ รียนทไ่ี ด้รับรางวลั จากเวทีการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ 2.4 รอ้ ยละของโรงเรียนทจี่ ดั การเรียนร้แู บบบูรณาการสูพ่ หปุ ัญญา 2.5 ร้อยละของผ้เู รียนทม่ี ีความสามารถทางดา้ นพหปุ ัญญา 3. การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพผู้เรยี น ตัวชี้วดั 3.1 ร้อยละของผู้เรียนทม่ี ีคุณลักษณะอันพึงประสงคต์ ามหลักสตู ร ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี สถานศกึ ษากาหนด 3.2 รอ้ ยละของผู้เรยี นทีม่ ผี ลการประเมินด้านการคิดวเิ คราะห์และการอ่านเขียน 3.3รอ้ ยละของผูเ้ รยี นท่มี ผี ลการเรยี นในระดบั ดีข้ึนไป 3.4 ร้อยละของผู้เรียนทีม่ คี ณุ ลักษณะในศตวรรษท่ี 21 ผา่ นการประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษา กาหนด 3.5 รอ้ ยละของผู้เรียนที่ผา่ นการประเมนิ ทางด้านทักษะ ภาษา การคิดและทักษะการใช้ เทคโนโลยี ตามท่สี ถานศึกษากาหนดในระดบั ดี 3.6 ร้อยละของครูทม่ี ีการเปลย่ี นบทบาทจาก”ครูผูส้ อน” เปน็ “Coach” ผูใ้ หค้ าปรึกษา ข้อเสนอแนะการเรยี นรูห้ รอื อานวยการเรยี นรู้

๒๙แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) 3.7 รอ้ ยละของครทู ม่ี คี วามรู้ความสามารถในการจดั การเรียนการสอน 3.8 รอ้ ยละของครทู สี่ ามารถเปน็ แบบอยา่ งดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม 3.9 ร้อยละของครทู ี่มีการพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ งไมน่ ้อยกวา่ 20 ชม./ปี 3.10ร้อยละของครทู ่ีมีการพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหนา้ ทางด้านวชิ าชพี 4. การสรา้ งโอกาสในการเขา้ ถึงบรกิ ารการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพมีมาตรฐานและลดความเหลื่อมล้า ทางการศกึ ษา ตัวชวี้ ัด 4.1 รอ้ ยละของผู้เรยี นไดร้ บั โอกาสและการพัฒนาอยา่ งเต็มศกั ยภาพและมีคุณภาพสอดคล้อง กบั บรบิ ทของพนื้ ท่ี 4.2 รอ้ ยละของผู้เรียนในเขตพ้นื ท่บี รกิ ารไดร้ บั บรกิ ารด้านการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานทีม่ ีคุณภาพและ เหมาะสมตรงตามความต้องการและสอดคลอ้ งกับบริบทของพืน้ ที่ 5. การจดั การศึกษาเพอ่ื พัฒนาคุณภาพชีวติ ท่ีเป็นมติ รกับส่ิงแวดล้อม ตัวชว้ี ัด 5.1รอ้ ยละของผู้เรยี นท่ีมพี ฤติกรรมแสดงออกถึงความตระหนักในความสาคัญของการดาเนนิ ชีวิตทีเ่ ป็นมิตรกับสง่ิ แวดลอ้ ม 5.2ร้อยละของผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั หลกั ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 5.3ร้อยละของผเู้ รยี นสามารถนอ้ มนาแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏบิ ัติได้ 6. พฒั นาระบบการบริหารจดั การตามหลกั ธรรมาภิบาล ตัวช้วี ัด 6.1ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของ สพท. ออนไลน์ (ITA Online) อยู่ในระดบั B 6.2ผลการติดตามและประเมินผลการบรหิ ารและการจัดการศึกษาของ สพท. อยใู่ น ระดับดมี าก 6.3 ร้อยละความพงึ พอใจของผทู้ ่มี สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี อยใู่ นระดับดีมาก 6.4ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประเมินคณุ ภาพภายในระดบั ดขี ึ้นไป 6.5ร้อยละของสถานศึกษาท่เี ข้าร่วมโครงการโรงเรียนสจุ ริต 6.6 ร้อยละของสถานศกึ ษาที่มีภาคเี ครือข่ายมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษาผ่านเกณฑ์ที่กาหนด

๓๐แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ด้านผเู้ รยี น 1.ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นO-NET เพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 3 2.ปลูกฝังวินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และอัตลักษณ์ของสถานศึกษาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.ส่งเสรมิ ทกั ษะ ความสามารถ ความถนัด เต็มตามศักยภาพ สคู่ วามเป็นเลศิ ดา้ นครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 1.พฒั นากระบวนการจดั การเรียนรู้ โดยใชร้ ูปแบบท่ีหลากหลาย PLC, TEPE ONLINE,ICT 2.สง่ เสริมความเขม้ แข็ง ศนู ย์พฒั นากลมุ่ สาระการเรียนรู้ 3.สง่ เสรมิ ความกา้ วหน้า และพัฒนาจรรยาบรรณวชิ าชีพ 4.ส่งเสรมิ ขวญั กาลงั ใจ และยกยอ่ ง เชดิ ชูเกยี รติ ด้านการบรหิ ารจดั การ 1.บรหิ ารจดั การเพ่ือยกระดบั คุณภาพการศึกษาโดยใช้สหวิทยาเขตและเครือขา่ ยสง่ เสรมิ ประสิทธภิ าพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวดั เป็นฐาน 2.ส่งเสริม พัฒนาระบบเทคโนโลยี และขอ้ มูลสารสนเทศ เพ่ือการบริหารการศึกษา 3.พฒั นาระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน 4.พัฒนามาตรฐานการศึกษา และระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา 5.สง่ เสริม พฒั นา การจดั สภาพแวดลอ้ มสถานศึกษา “นา่ ดู นา่ อยู่ น่าเรยี น” 6.ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสคู่ วามเป็นเลศิ SCQA, OBECQA, TQA

๓๑แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ส่วนท่ี ๓ ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษาขน้ั พื้นฐาน นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา ตามคาแถลงนโยบายของคณะรฐั มนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภา นติ ิบญั ญตั ิแหง่ ชาติ วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2557มีเน้ือหาโดยสรุปว่า การเข้าบริหารราชการแผ่นดินในคร้ังน้ี แม้จะ เป็นการใช้อานาจและทาหน้าที่ตามกฎหมายดังที่รัฐบาลก่อน ๆ เคบปฎิบัติมา แต่ก็มีเง่ือนไขและเงื่อนเวลาบาง ประการ อันทาให้รัฐบาลนี้แตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆ อยู่บ้าง ในด้านเง่ือนไข รัฐบาลนี้เข้ามาสืบทอดงานและสานต่อ ภารกิจจากการท่ีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เคยกาหนดแนวทางการแก้ปัญหาของประเทศไว้ก่อนแล้ว เป็น 3 ระยะ ต้ังแต่เมื่อเข้าควบคุมอานาจการปกครองประเทศ เมื่อวันท่ี 22 พฤษภาคม 2557โดยระยะแรก ได้ ม่งุ เน้นระงับยบั ยัง้ ความแตกแยก ยุติการใช้กาลังและอาวุธสงครามก่อความรุนแรง แก้ไขผลกระทบจากการท่ีรัฐบาล และรัฐสภากอ่ นหน้านั้อย่ใุ นสภาพทีไ่ ม่อาจปฏบิ ตั ิหน้าที่ได้ตามปกตินานกว่า 6 เดือนตลอดจนได้เร่งแก้ไขปัญหาความ เดอื ดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน และมุ่งนาความสงบสุข ความสงบ กลับคืนสู่ประเทศจากน้ันเพียง 2 เดือน ก็เข้า สู่ ระยะที่สอง ด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับช่ัวคราว การจัดต้ังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ หลังจากนั้น คสช. จะ ลดบทบาทและภารกิจเป็นที่ปรึกษาและทางานร่วมกับคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาหรือแก้ไขปัญหาเก่ียวกับความ สงบเรียบร้อยหรือความม่ันคงของชาติ ส่วนท่ีจะตามมาในเร็ววันคือ การจัดต้ังสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะธรรมธิ การยกร่างรฐั ธรรมนญู เพ่ือออกแบบวางรากฐานทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอนั ม่นั คงใหแ้ กป่ ระเทศ ก่อนท่ีจะส่งผ่านไปสู่ ระยะท่ีสาม คือ การกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร และการจัดการเลือกตั้ง ท่ัวไป เงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นพันธกิจที่รัฐบาลจะยังคงยึดมั่นและดาเนินการต่อไปโดยท่ีมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจบุ ัน ไดก้ าหนด หน้าท่ขี องรัฐบาลไว้ 3 ประการเปน็ ครัง้ แรก คือ 1)บริหารราชการแผ่นดิน 2) การดาเนินการ ให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ 3) การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ รัฐบาลจึงขอ กาหนดนโยบายใหส้ อดคลอ้ งกบั หน้าทท่ี ั้ง 3 ประการดงั กลา่ วด้วยในด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดิน รัฐบาลมีนโยบาย 11 ด้าน โดยได้นายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ว่าด้วยการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตามแนวพระราชดาริของ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว มาเปน็ หลกั สาคญั ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งทรงเน้นความพอดีพอสมควรแก่ ฐานะ ความมเี หตุผล และการมภี มู คิ ุ้มกนั มาเป็นแนวคิดใช้แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติฉบับท่ี 11 แนวทาง ของ คสช. และความต้องการของประชาชน เป็นแนวทางในการกาหนดนโยบาย ซึ่งนโยบายทุกด้านต้องการสร้าง ความเข้มแข็งแกอ่ งค์กร การปกครองทุกระดับ ต้ังแต่ท้องถ่ินถึงประเทศ ต้องการเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ย่ังยืนและ ตอ้ งการใหป้ ระชาชนเกิดความชดั เจน รู้ลว่ งหนา้ ว่าประเทศจะกา้ วทางไหน เพ่ือเตรียมตวั ไดถ้ ูกตอ้ ง

๓๒แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) นโยบายรัฐบาล ๑๑ด้าน 1) การปกปอู งเชดิ ชสู ภาบันพระมหากษัตรยิ ์ 2) การรกั ษาความมั่นคงของประเทศ 3) การลดความเหลื่อมล้าของสังคมและการสรา้ งโอกาสการเขา้ ถงึ บริการของรัฐ 4) การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบารุงศาสนา ศลิ ปะและวัฒนธรรม 5) การยกระดบั คุณภาพการบริการด้านสาธารณสขุ และสุขภาพของประชาชน 6) การเพม่ิ ศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ 7) การส่งเสริมบทบาทและใช้โอกาสในประชาคมอาเซยี น 8) การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวจิ ัยและพัฒนา และนวตั กรรม 9) การรักษาความั่นคงของฐานทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใชป้ ระโยชน์อย่างย่ังยืน 10) การส่งเสรมิ การบริหารราชการแผน่ ดนิ ทม่ี ีธรรมาภบิ าลและการปอู งกนั ปราบปรามการทจุ ริตและ ประพฤติมชิ อบในภาครฐั 11) ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยตุ ิธรรม นโยบายการศกึ ษาและเรียนรู้ การทะนุบารงุ ศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม รฐั บาลจะนาการศึกษา ศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรม ความภาคภมู ิใจในประวัติศาสตร์ และความเปน็ ไทย มาใชส้ ร้างสงั คมให้เขม้ แขง็ อย่างมีคณุ ภาพและคุณธรรมควบคกู่ นั ดังนี้ 1.จัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความสาคัญท้ังการศึกษาในระบบ และ การศึกษาทางเลือกไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพของคนไทยให้สมารถเรียนรู้ พัฒนาตนได้เต็มตามศักยภาพ ประกอบอาชีพและดารงชีวิตได้โดยมีความใฝุรู้และทักษะที่เหมาะสม เป็นคนดีมีคุณธรรม สร้างเสริมคุณภาพการ เรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้เพ่ือสร้างสัมมาชีพในพืนที่ ลดความเหลื่อมล้า และพัฒนากาลังคนให้เป็น ท่ีต้องการ เหมาะสมกบั พน้ื ท่ีท้ังในดา้ นการเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจบรกิ าร 2.ในระยะเฉพาะหน้า จะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษาให้สอดคล้องกับ ความจาเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นท่ีของสถานศึกษา และปรับปรง และบูรณาการระบบการกู้ยืมเงินเพื่อ การศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เพ่ือเพ่ิมโอกาสแก่ผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส จัดระบบการสนับสนุนให้เยาวชนและ ประชาชนทั่วไปมีสิทธิเลือกรับบริการการศึกษาท้ังในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยจะพิจารณาจัดให้มีคูปอง การศกึ ษาเป็นแนวทางหนง่ึ 3.ให้องค์กรภาคประชน ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปมีโอกาสร่วม จัดการศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึง และร่วมใสการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ กระจายอานาจการบริหารจัด

๓๓แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) การศึกษาสู่สถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามศักยภาพและความพร้อม โดยให้ สถานศึกษาสามารถเป็นนิตบิ ุคคลและบริหารจดั การได้อย่างอิสระและคล่องตวั ขนึ้ 4. พัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สามารถมีความรู้และทักษะใหม่ท่ีสามารถ ประกอบอาชพี ไดห้ ลากหลายตามแนวโนม้ การจ้างงานในอนาคต ปรับกระบวนการเรียนร้แู ละหลกั สูตรให้เชื่อมโยงกับ ภมู ิสังคม โดยบูรณาการความรู้และคุณธรรมเข้าด้วยกันเพ่ือให้เอ้ือต่อการพัฒนาผู้เรียนท้ังในด้านความรู้ ทักษะ การ ใฝุเรียนรู้ การแก้ปัญหา การรับฟังความเห็นผู้อ่ืน การมีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองดี โดยเน้นความ ร่วมมือระหวา่ งผู้เกย่ี วข้องทง้ั ในและนอกโรงเรียน 5.สง่ เสรมิ อาชีวศึกษาและการศกึ ษาระดับวิทยาลัยชมุ ชน เพ่ือสร้างแรงงานที่มีทักษะโดยเฉพาะในท้องถ่ินที่มี ความตอ้ งการแรงงาน และพัฒนาคณุ ภาพมาตรฐานการศึกษาใหเ้ ชอ่ื มโยงกับมาตรฐานวิชาชพี 6.พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู เน้นครูผู้สอนให้มีวุฒิ ตรงตามวิชาท่ีสอน นาเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือท่ีเหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเป็นเครื่องมือ ช่วยครูหรือเพ่ือการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น การเรียนทางไกล การเรียนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมทั้งปรับ ระบบการประเมนิ สมรรถนะท่ีสะท้อนประสิทธภิ าพการจดั การเรียนการสอนและการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นเป็นสาคญั 7.ทะนบุ ารุงและอปุ ถมั ภ์พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ สนับสนุนให้องค์กรทางศาสนามีบทบาทสาคัญใน การปลูกฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม ตลอดจนพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต สร้างสันตสิ ขุ และความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทย อย่างยงั่ ยืน และมสี ่วนรว่ มในการพฒั นาสงั คมตามความตอ้ งการ 8.อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภาษาไทยและภาษาถ่ิน ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความ หลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย เพ่ือการเรียนรู้ สร้งความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และความเป็นไทยนาไปสู่ การสร้างความสัมพนั ธ์อนั ดใี นระดับประชาชน ระดบั ชาติ ระดบั ภมู ิภาค และระดับนานาชาติ ตลอดจนเพ่ิมมูลค่าทาง เศรษฐกิจให้แก่ประเทศ 9. สนับสนุนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ วัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบ้านและวัฒนธรรมสากล และการ สร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรมท่ีเป็นสากล เพื่อเตรียมเข้าสู่เสาหลักวัฒนธรรมของประชาคมอาเซียนและเพื่อ การเปน็ ส่วนหนึง่ ของประชาคมโลก 10. ปลูกฝงั ค่านยิ มและจิตสานึกท่ดี ี รวมทัง้ สนบั สนนุ การผลิตสื่อคุณภาพ เพ่ือเปิดพ้ืนที่สาธารณะให้เยาวชน และประชาชนได้มโี อกาสแสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรค์ ทั้งน้ี เม่ือการแถลงนโยบายสิ้นสุดลงแล้ว รัฐบาลจะมอบหมายให้ทุกส่วนราชการจัดทาแผนปฏิบัติ ราชการดังกล่าว โดยจากัดกรอบเวลา 1 ปี ตามปีงบประมาณ และระยะเวลาของรัฐบาล โดยมีสานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี สานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเปน็ ผตู้ ดิ ตามและรายงานผลการดาเนินการต่อคณะรัฐมนตรแี ละ สนช. ตอ่ ไป

๓๔แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เพ่อื ให้บรรลวุ ิสัยทศั น์ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”นาไปสู่การพัมนาใหค้ นไทยมคี วามสุข และตอบสนองต่อการบรรลุซึ่งผลประโยชน์ แหง่ ชาติ ในการที่จะพฒั นาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ระดับสูง เป็นประเทศพัฒนาแล้ว และสร้างความสุขของคนไทย สงั คมมีความมัน่ คง เสมอภาคและเป็นธรรม ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจโดยมกี รอบดังนี้ 1.ยทุ ธศาสตรด์ ้านความม่นั คงประกอบดว้ ย 5 ประเด็น ไดแ้ ก่ 1) การรักษาความสงบภายในประเทศ 2) การปูองกันและแกไ้ ขปญั หาทีมผี ลกระทบต่อความม่นั คง 3) การพฒั นาศกั ยภาพของประเทศใหพ้ ร้อมเผชญิ ภัยคุกคามทีก่ ระทบต่อความม่ันคงของชาติ 4) การบูรณาการความรว่ มมือดา้ นความม่นั คงกบั อาเซียนและนานาชาติ 5) การพฒั นากลไกลการบรหิ ารจดั การความม่ันคงแบบองคร์ วม 2.ยทุ ธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 1) การเกษตรสรา้ งมลู คา่ 2) อตุ สาหกรรมและบริการแหง่ อนาคต 3)สร้างความหลากหลายดา้ นการท่องเที่ยว 4) โครงสรา้ งพื้นฐาน เช่อื มไทย เชือ่ มโลก 3. ยุทธศาสตรด์ ้านการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1) การปรับเปลี่ยนค่านยิ มและวฒั นธรรม 2) การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดชว่ งชีวิต 3) ปฎริ ปู กระบวนการเรยี นรทู้ ี่ตอบสนองตอ่ การเปลย่ี นแปลงในศตวรรษที่ 21 4) การตระหนกั ถึงพหุปญั ญาของมนษุ ย์ท่ีหลากหลาย 5) การเสรมิ สร้างให้คนไทยมีสขุ ภาวะที่ดี ครอบคลุมท้ังดา้ นกาย ใจ สติปัญญา และสังคม 6) การสร้างสภาพแวดลอ้ มท่เี ออื้ ต่อการพฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ 7) การเสริมสรา้ งศกั ยภาพการกีฬาในการสรา้ งคุณคา่ ทางสังคมและพฒั นาประเทศ 4. ยทุ ธศาสตร์ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 1) การลดความเหลื่อมล้า สร้างความเปน็ ธรรมในทกุ มิติ 2) การกระจายศูนย์กลางความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ สงั คมและเทคโนโลยี 3) การเสรมิ สรา้ งพลงั ทางสังคม 4) การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถ่ินในการพฒั นา การพงึ่ ตนเองและการจดั การตนเอง 5. ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตท่ีเป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม 1) สร้างการเติบโตอย่างยง่ั ยนื บนสงั คมเศรษฐกิจสเี ขยี ว 2) สรา้ งการเติบโตอยา่ งย่ังยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล 3) สรา้ งการเติบโตอย่างยงั่ ยนื บนสังคมทเี่ ปน็ มติ รตอ่ สภาพภูมิอากาศ 4) พัฒนาพ้ืนทเ่ี มือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศ ม่งุ เน้นความเป็นเมืองทีเ่ ติบโตอย่าง ต่อเน่ือง

๓๕แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) 5) พัฒนาความมั่นคงนา้ พลงั งาน และเกษตรทเี่ ป็นมิตรต่อส่งิ แวดลอ้ ม 6) ยกระดบั กระบวนทศั นเ์ พอ่ื กาหนดอนาคตประเทศ 6. ยุทธศาสตรด์ า้ นการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 1) ภาครฐั ทย่ี ดึ ประชาชนเปน็ ศูนยก์ ลาง ตอบสนองความตอ้ งการ และใหบ้ ริการอย่างสะดวกรวดเรว็ โปร่งใส 2) ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเปูาหมายและเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกจิ และทุกพืน้ ท่ี 3) ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศ 4) ภาครฐั มคี วามทันสมยั 5) บุคลากรภาครัฐเปน็ คนดีและเกง่ ยดึ หลกั คุณธรรม จริยธรรม มจี ิตสานกึ มีความสามารถสงู มงุ่ มน่ั และ เป็นมอื อาชีพ 6) ภาครัฐมคี วามโปรง่ ใส ปลอดทุจรติ และประพฤติมิชอบ 7) กฎหมายมีความสอดคล้องเหมาะสมกับบรบิ ทต่าง ๆ และมเี ท่าทจ่ี าเปน็ 8) กระบวนการยตุ ิธรรมเคารพสทิ ธิมนษุ ยชนและปฏบิ ตั ติ ่อประชาชนโดยเสมอภาค แผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ประเด็นสาคัญของการดาเนินงานไปสู่เปูาหมายในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงระยะเวลา 3 ปี แรก (พ.ศ.2563-2565) ของแผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 ดงั นี้ 1. การปรับเปลย่ี นคา่ นิยมและวฒั นธรรม การมีวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และความตระหนักถึงหน้าท่ีต่อ ประโยชน์ส่วนรวม รวมท้ัง การส่งเสริมให้ประชาชนยึดม่ันสถาบันหลักท่ีเป็นศูนย์รวมจิตใจให้เกิดความรัก ความ สามัคคี ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่มีอัตลักษณ์และความโดดเด่นจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ท้ังใน ด้านความมีน้าใจความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีไมตรีและความเป็นมิตร โดยมุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝัง ค่านิยมวัฒนธรรมท่ีพึงประสงค์ ซ่ึงบูรณาการร่วมระหว่างภาคีต่าง ๆ อาทิ ครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา ส่ือ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการหล่อหลอมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในลักษณะที่เป็น ‘วิถี’ การ ดาเนินชีวิต โดยวางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ เริ่มต้ังแต่การพัฒนาคนให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี บน พื้นฐานของการมีส่วนร่วมของสถาบันสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งทั้งครอบครัว ชุมชน ศาสนาการศึกษา ส่ือ และ ภาคเอกชน การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการเสริมสร้างจิตสาธารณะและการเป็นพลเมืองท่ีดี การ สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมท่ีพึงประสงค์จากภาคธุรกิจ การใช้สื่อและส่ือสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและ วัฒนธรรมของคนในสังคม แก่เด็กเยาวชนและประชาชน 2.การพฒั นาคนตลอดช่วงชีวติ การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตจาเป็นต้องมีการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ อยา่ งเป็นระบบโดยต้องม่งุ เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ สร้างความ อยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยซึ่งเป็นหน่วยท่ีย่อยท่ีสุดเพ่ือให้สามารถเป็นพลังในการขับเคล่ือนช่วยเหลือสังคม พัฒนา และยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคล่ือนการพัฒนา

๓๖แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ประเทศไปขา้ งหน้าไดอ้ ยา่ งเตม็ ศักยภาพซ่ึง “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญามีพัฒนาการ ท่ีดรี อบดา้ นและมีสุขภาวะที่ดใี นทกุ ช่วงวัย มจี ิตสาธารณะ รับผดิ ชอบตอ่ สังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดท่ีถูกต้องมีทักษะที่จาเป็นในโลกอนาคต สามารถใช้ ภาษาไทยได้ดี มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี ๓ และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทย ท่ีมีทักษะสูง เป็นนักพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงและนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง” แผนแม่บท ประเด็น ศกั ยภาพคนตลอดช่วงชวี ติ การสร้างสภาพแวดล้อมทเี่ ออื้ ตอ่ การพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็ก ตั้งแตช่ ว่ งการตงั้ ครรภจ์ นถงึ ปฐมวัย การพฒั นาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน การ สง่ เสรมิ ศกั ยภาพวยั ผ้สู งู อายุ 3. การพฒั นาการเรยี นรู้ การเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ท้ังการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ มีการ ออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการ พัฒนาระบบการเรียนรตู้ ลอดชีวติ เพ่อื พัฒนาผ้เู รยี นให้สามารถเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออก จากระบบการศึกษาแลว้ ควบคกู่ ับการสง่ เสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้าง เสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง การปฏิรูปกระบวนการ เรยี นร้ทู ่ีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี ๒๑ ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สาหรับศตวรรษที่ ๒๑ โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา ท่ีใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะ สหวทิ ยาการการตระหนกั ถึงพหปุ ญั ญาของมนุษยท์ ่หี ลากหลาย ด้วยการพฒั นาและสง่ เสริมพหุปัญญา ผ่านครอบครัว ระบบสถานศกึ ษา สภาพแวดลอ้ ม รวมทง้ั ส่อื โดยพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการ 4. ความเสมอภาคและหลกั ประกันทางสังคม ความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคมเป็นกลไกสาคัญของการกาจัดวงจรความเหลื่อมล้าและ ความยากจนท่ีจะถูกถ่ายทอดจากรุน่ สูร่ ่นุ ไดอ้ ย่างยง่ั ยนื โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางการคุ้มครองทาง สังคมข้ันพ้ืนฐานและหลักประกันทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ เน้นการขยายความคุ้มครองทางสังคมข้ันต่าให้ทุก ชีวิตให้สามารถดารงชีวิตได้อย่างสมกับความเป็นมนุษย์ โดยเป็นสวัสดิการท่ีทุกภาคส่วนร่วมกันรับผิดชอบ สร้าง ระบบคุ้มครองและปูองกันแบบถ้วนหน้า และพัฒนาระบบหลักประกันทางสังคมด้านสุขภาพและเศรษฐกิจให้มี ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มค่า ครอบคลุมอย่างท่ัวถึงและเป็นธรรมมาตรการแบบเจาะจงกลุ่มเปูาหมายเพ่ือแก้ปัญหา เฉพาะกลุ่ม เน้นการพัฒนามาตรการและพัฒนากลไกสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มเปราะบาง มีความเสี่ยงสูง และมคี วามสามารถในการปรบั ตวั ต่าเพอ่ื ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพในการใช้ทรพั ยากรของรฐั ในการแก้ปัญหาให้ตรงจุดและ ตรงกับกลุ่มทต่ี ้องการความชว่ ยเหลืออยา่ งแท้จริงและเหมาะสม 5. การวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจาเป็นต้องมีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เร่ืองการวิจัยและ พฒั นานวตั กรรมโดยกาหนดเปาู หมายใหป้ ระเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และด้านโครงสร้างพ้ืนฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศเพ่ิมสูงข้ึน และมีมูลค่าการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ือง รวมทั้ง กาหนดตัวชี้วัดผลการดาเนินงานที่สาคัญ อาทิ การจัด

๓๗แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) อันดับโดยสถาบนั การจดั การนานาชาติ และร้อยละของมูลค่าการลงทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวล รวมในประเทศ ท้ังนี้ เพื่อให้การดาเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทยสามารถตอบโจทย์ความ ต้องการของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศ ยกระดับภาคการผลิตและบริการ แก้ไขปัญหาของสังคมพัฒนาการ บริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้ง รกั ษาและฟน้ื ฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศตลอดจนมุ่งเน้นการบูร ณาการหนว่ ยงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการงานวิจัย และการสร้างองค์ความรู้พ้ืนฐานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมท่ีตอบ โจทยค์ วามต้องการของประเทศ ศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและบริการท่ีสามารถใช้ประโยชน์เชิง พาณิชย์ได้จริง โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทนา รวมท้ังการสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคการศึกษาทั้งใน ระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนการพัฒนามาตรฐาน คุณภาพ การวจิ ัยและพฒั นา นวัตกรรมด้านสังคม มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมที่เป็นเคร่ืองมือในการขับเคล่ือนสังคมไทย การยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ท้ังด้านสุขภาพ การศึกษา และการเข้าถึงบริการและสวัสดิการของรัฐ การวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านส่ิงแวดล้อม มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมท่ีเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ความอดุ มสมบูรณแ์ ละความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรทางบก ทางนน้าและทางทะเล รวมทั้งการจัดการ มลพิษท่ีมีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม และการจัดการก๊าซเรือนกระจก การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านองค์ความรู้ พ้ืนฐาน มุ่งเน้นการวิจัยที่สร้างองค์ความรู้พ้ืนฐานเพื่อการสะสมองค์ความรู้ การต่อยอดไปสู่การประยุกต์ใช้องค์ ความรู้ดา้ นปัจจยั สนบั สนนุ ในการวจิ ัยและพฒั นานวตั กรรม มุ่งเน้นการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน อาทิโครงสร้างพ้ืนฐาน และส่ิงอานวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ระบบบริหารจัดการงานวิจัยเพ่ือนาไ ปสู่การใช้ ประโยชนอ์ ย่างเป็นรูปธรรม แผนการปฎิรปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา การดาเนินการในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการในช่วง 3 ปี พ.ศ.2563 – 2565 มีความ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาท้ัง 4 ด้าน คือ 1) ยกระดับคุณภาพของการจัด การศึกษา 2) ลดความเหลอื่ มลา้ ทางการศกึ ษา 3) มุ่งหวังความเป็นเลิศ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ และ 4) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากร เพื่อความคล่องตัวในการรองรับ ความหลากหลายของการจัดการศกึ ษาและเสริมสรา้ งธรรมาภบิ าลจึงไดพ้ จิ ารณานาเปาู หมายของแผนงานเพื่อการปฎิ รปู การศึกษา นามาพจิ ารณากาหนดเปน็ เปูาหมายของการศกึ ษา 1. ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาครอบคลุมผลลัพธ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งด้าน ความรู้ ทักษะเจตคติที่ถูกต้อง และรู้จักดูแลสุขภาพ เพื่อการจัดการในเร่ืองการดารงชีวิตของตนเองและการใช้ชีวิต ร่วมกับผู้อ่ืนครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ที่ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญ ครูมีจิตวิญญาณของความ เป็นครูหลักสูตรและกระบวนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ และสถานศึกษาและระบบสนับสนุน ท่ีตอบสนองต่อ ความตอ้ งการของการจัดการศึกษา 2. ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา เป็นส่วนหน่ึงของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษาและเทคโนโลยีที่สนบั สนุนการเรียนรู้ โอกาสในการได้รับทางเลือกในการศึกษาและการ เรียนรู้พัฒนาท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน และโอกาสในการได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้และการพัฒนา ทกั ษะในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียนท้ังในและนอกระบบการศึกษา รวมถึง การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ อยา่ งมีคุณภาพ

๓๘แผนพัฒนาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) 3. มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หมายถึง การสร้าง สมรรถนะและคุณลักษณะของผู้เรียนที่มีศักยภาพสูง มีความเป็นผู้นา ริเร่ิมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และการผลิต นักวิจัยและนักเทคโนโลยีช้ันแนวหน้าให้สามารถต่อยอดงานวิจัยที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ การสร้าง ความร่วมมือและเช่ือมต่อกับสถาบันวิจัยอื่นๆ ทั่วโลก สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจสังคมและ ส่งิ แวดล้อมของประเทศ อีกทั้งสถาบันการศึกษาของไทยและระบบการศึกษาไทยต้องได้รับการยอมรับว่าเทียบเคียง ได้กบั ประเทศชั้นนาอื่นๆ 4. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพ่ิมความคล่องตัวในการรองรับ ความหลาก หลายของการจัดการศึกษา และสรา้ งเสริมธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมและสร้างสมดุลของความ คมุ้ ค่า ความโปร่งใสความรบั ผิดชอบ คุณธรรมและจริยธรรม แผนการปฎริ ูปประเทศ ๑๑ ดา้ น ท่เี กีย่ วกบั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร การดาเนินงานไปสู่เปูาหมายในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงระยะ 3 ปี จะมีความสอดคล้องกับ เปูาหมายของแผนการปฎิรปู ประเทศ 11 ดา้ น ดงั นี้ 1. ด้านการเมอื งประชาชนมีความรู ความเขาใจท่ถี ูกตองเก่ียวกบั การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ยอมรับความเห็นที่แตกตางกัน พรรคการเมืองดาเนินกิจกรรม โดยเปดเผยและตรวจสอบไดผูดารงตาแหนงทางการเมืองปฏิบัติหนาท่ีดวยความซ่ือสัตยสุจริตเกิดการแกไขปญหา ความขดั แยงทางการเมืองโดยสนั ตวิ ิธี ภายใตการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยการเสริมสรางวัฒนธรรมทางการเมือง และการมีสวนรวมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยสนับสนุนใหการเลือกต้ังเปนไปอยางสุจริตและเที่ยงธรรม โดยประเด็นที่เกี่ยวข้อง คือการสร้างจิตสานึกให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติท่ีถูกต้อง ต่อการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรย์ทรงเป็นประมุขและสามารถปฎิบัติตนได้ถูกต้องบนความแตกต่างที่ หลากหลายทางวัฒนธรรม 2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดินจดั องคกรภาครัฐใหเปดกวางและเช่ือมโยงขอมูลกัน มีโครงสร้าง องคกรกะทัดรัดแตแข็งแรง ทางานเพื่อประชาชนโดยยึดการทางานเชิงพ้ืนที่เปนหลักจัดระบบบริหารและบริการ ประชาชนใหเปนดิจิทัลจัดระบบบุคลากรภาครัฐบาลใหมีมาตรฐานกลาง เพ่ือสรรหาและรักษาไวซ่ึงกาลังคนท่ีมี คุณภาพสูง มีคุณธรรมสรางวัฒนธรรมตอตานการทุจริตในภาคราชการและภาคสังคมและจริยธรรมระบบขอมูล ภาครฐั มีมาตรฐาน ทันสมัยและเชือ่ มโยงกนั กาวสูรัฐบาลดิจทิ ลั ยกระดับโครงสรางพ้นื ฐานรฐั บาลดิจทิ ัลนาระบบดิจิทัล มาใชในการปฏิบัติงานและการบริหารราชการบูรณาการขอมูลของหนวยงานภาครัฐใหสามารถตอบสนองความตอง การและคาดหวังของประชาชนการโดยประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยประเด็นท่ีเกี่ยวข้อง คือ การปรับปรุงโครงสร้างของ กระทรวงศึกษาใหม้ ีประสทิ ธิภาพ โดยกระจายอานาจลงไปสู่ส่วนภูมิภาค ดาเนินการพัฒนาและขยายผลสถานศึกษา นาร่องในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา รวมท้ังมีการเช่ือมโยงระบบฐานข้อมูลกลาง ด้านการศึกษาของกระทรวงเข้ากับ ระบบฐานขอ้ มลู การพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์ของหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง 3. ด้านกฎหมายใหกฎหมายเปนกฎหมายท่ีดีและเปนธรรม สอดคลองกับหลักนิติธรรมเป็น เครื่องมือสงเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการจัดทาและเสนอรางกฎหมายอย างเหมาะสม และสามารถเขาถึงกฎหมายไดโดยง่ายบังคับใชกฎหมายมีความรูความเขาใจและมีการบังคับใชกฎหมา ยอยางถกู ตองและเปนธรรมโดยประเด็นที่เกี่ยวขอ้ ง คอื การปรับปรงุ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาการศึกษาแห่งชาติ

๓๙แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้ประชาชนรับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ และการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต 4. ดา้ นกระบวนการยุติธรรมการดาเนนิ งานในทุกข้นั ตอนมีการกาหนดระยะเวลาที่ชัดเจนมีกลไกช วยเหลอื ประชาชนโดยเสมอภาคกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ เอ้ือตอการแขงขันทางเศรษฐกิจของประเทศมี เวลาการทางานท่ีชัดเจนแน่นอนมีระบบตรวจสอบท่ีมีประสิทธิภาพกาหนดระยะเวลาการทางานทุ กขั้นตอนใน กระบวนการยตุ ิธรรมใหช้ ัดเจนแน่นอนมีระบบที่ประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม ได้ด้วยตัวเอง โดยมีประเด็นที่เก่ียวคือการบูรณการการร่วมมือกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนผูท้ ขี่ าดโอกาสให้เขา้ ถึงบรกิ ารทางด้านการศึกษา 5. ดา้ นเศรษฐกิจมีผลติ ภาพและความสามารถในการแขงขันในระดับประเทศสูงขึ้นลดความเหล่ือม ล้าทางเศรษฐกิจของประชาชนกลุมตางๆมุงเนนการใชระบบมาตรฐานและนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศปรบั ปรงุ กลไกการแกไ้ ขปญั หาความยากจนและความเหล่อื มล้าของไทยจัดตัง้ สานกั งานบรู ณาการ การแก้ไขปัญหาความยากจนและเหล่ือมล้า เพ่ือทาหน้าที่ในการวางกรอบแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่าง หน่วยงาน โดยผ่านกลไกระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน และระดับพ้ืนท่ีการแก้ไขปัญหาความยากจนและเหล่ือมล้า จะมีทิศทางท่ีเป็นเอกภาพชัดเจน ไม่ซ้าซ้อน โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ พัฒนามาตราฐานหลักสูตรและการจัดการ เรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ผู้เรียนและส่งเสริมโครงการทวิภาคีท้ังในส่วนของผู้เรียน ครู และ บุคลากรท่เี กี่ยวขอ้ งและทงั้ การสรา้ งนวัตกรรมและการนาไปใช้ประโยชน์ไดจ้ ริงในเชงิ พาณิชย์ 6. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมไดรับการรักษาฟ นฟูใหสมบรู ณและย่ังยนื เปนรากฐานในการพัฒนาประเทศสรางความสมดุลระหวางการอนุรักษและการใชประโยชน ทั้งทรัพยากรทางบกทรัพยากรน้า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝงการบริหารจัดการเชิงพ้ืนที่และขยายผลแบบอย่าง ความสาเร็จผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจัดทาแผนที่การใช้ประโยชน์ท่ีดิน ปุาไม้ เพ่ือการตัดสินใจบริหาร จัดการ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ สถาบันการศึกษา ผู้เรียน มีความรู้ทักษะการวิจัยและการพัฒนาประเด็นท่ี เก่ียวข้องกบั ทรัพยากรปุาไม้ สถานศึกษา ผู้เรยี น มสี ว่ นร่วมในการดาเนินโครงและการพฒั นาหลักสูตร 7. ด้านสาธารณสุขระบบบริการปฐมภูมิมีความครอบคลุมผูท่ีไมใชประชาชนไทยท่ีอาศัยอยูใน ประเทศไทยมีโอกาสเทาเทียมกันในการเขาถึงบริการสาธารณสุขท่ีจาเปนอยางมีคุณภาพมีขอมูลสารสนเทศที่ใช บริหารจัดการการเงินการคลัง การบริการในระบบสุขภาพและสาธารณสุขอย างมีประสิทธิภาพการปฏิรูประบบ บรกิ ารปฐมภูมิการปฏิรปู ระบบสารสนเทศสุขภาพจดั ตั้งคลินิกหมอครอบครัวในระดับตาบล ให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ีจัด ช่องทางให้เช่ือมโยงกับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพ่ือให้การดูแลมีความต่อเน่ืองและครบวงจรประเด็นท่ีเก่ียวข้องคือ การ พัฒนาการศึกษาที่จะช่วยยกระดับการรู้หนังสือและทักษะด้านสุขภาพนาไปปรับวิธีการสอนและหลักสูตรด้าน กระบวนการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพตั้งแต่ปฐมวัย ในการพัฒนาท้ังกาย จิต สังคม ที่พร้อมเข้าสู่วัยเรียนการ ยกระดับปฎสิ ัมพนั ธ์และการคดิ วเิ คราะหข์ องนักเรียนในระดับมธั ยมศึกษา 8. ดา้ นสอ่ื สารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศใหเกิดดุลยภาพระหวางเสรีภาพของการทาหนาท่ี ของสื่อบนความรับผิดชอบ กับการกากับที่มีความชอบธรรมสื่อเปนโรงเรียนของสังคมในการใหความรูแกประชาชน ปลูกฝงวฒั นธรรมของชาติและปลูกฝงทัศนคติที่ดกี ารใชพ้ืนที่ดิจิทัลเพื่อการส่ือสารอยางมีจรรยาบรรณการปฏิรูปการ รู้เท่าทันส่ือของประชาชนระยะ 1-2 ปี จัดรณรงค์ผ่านทางสื่อสารมวลชนและบนส่ือดิจิทัลระยะ 3-5 ปี การบรรจุ สาระเก่ียวกับ“การรู้เท่าทันสื่อ” ให้อยู่ในหลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเป็นวิชาพื้นฐาน ระดับอุดมศึกษาทาให้สื่อสารมวลชนเป็นเสมือนโรงเรียนของสังคมมีระบบการเรียนรู้สาหรับการแลกเปลี่ยน

๔๐แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ประสบการณ์รว่ มโดยประดน็ ทเ่ี กี่ยวข้องคอื ความสามารถในการเข้าถงึ เทคโนโลยีดิจิทัลทางการศึกษาของผู้เรียนและ ผูส้ อนในทุกระดบั ชน้ั และสามารถใช้สือ่ เทคโนโลยขี องผเู้ รียนได้อยา่ งถูกต้องและปลอดภยั 9. ด้านสังคมใหคนไทยมีหลักประกันทางรายไดในวัยเกษียณท่ีเพียงพอตอการดารงชีวิตอยางมี คุณภาพสงั คมไทยเปนสงั คมแหงโอกาสและไมแบงแยกชุมชนทองถิ่นมีความเขมแข็งโดยสามารถบริหารจัดการชุมชน ไดดวยตนเองการปฏิรูปการออม สวัสดิการสังคมและการลงทุนด้านสังคมกาหนดเปูาหมายลดความเหล่ือมล้าด้าน สวัสดิการสังคม และให้คนไทยมีรายได้หลังอายุการทางานและผู้สูงวัยไม่ต่ากว่าร้อยละ 30ของรายได้โดยประด็นท่ี เก่ียวข้องคือ ลดความ เหลื่อมล้าของผู้เรียนโดยผู้เรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพ่ือสร้างอาชีพและการมีงานทา ผู้เรียนมีจิตอาสา มีสานึกรักชุมชน บ้านเกดิ และสามารถนาความรู้มาพฒั นาชมุ ชนบา้ นเกดิ ผูเ้ รยี นมที ักษะในการดารงชีวติ มีกจิ กรรมทางสงั คม 10. ด้านพลังงานปรับปรุงโครงสรางการบริหารจัดการเพ่ือสรางความเชื่อมั่นและการยอมรับของ ประชาชน ใหการบริหารจัดการดานพลังงานอยางมีธรรมาภิบาลสงเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน ปรับปรุงกระบวนการจดั ทาแผนพฒั นาพลงั งานโดยสงเสริมดานเทคโนโลยแี ละสรางการมสี วนรวมของประชาชนตง้ั แตข้ันเร่ิมตนจัดทาแผนปฏิรูปการบริหารจัดการพลังงานของไทยเร่งปฏิรูปองค์กรด้านพลังงานเพ่ือให้มีองค์กรท่ี สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพกาหนดนโยบายพลังงานให้มีความชัดเจน อาทิ ระบุสัดส่วน เช้ือเพลิงท่ีสมดุล โดยประเด็นที่เก่ียวข้องคือ สร้างทัศนคติ ความรู้และปลูกฝังให้ผู้เรียนในสถานทุกระดับ ให้เห็น คุณคา่ ของการประหยดั การใชพ้ ลังงานและเหน็ ความสาคัญของการจัดหาพลงั งานทดแทนในรูปแบบเดมิ 11. ดา้ นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบมีมาตรการควบคุม กากับ ติดตามการบริหารจัดการของหนวยงานภาครัฐ และภาคเอกชนใหมีกลไกท่ีเหมาะสมในการประสานงาน ปองกัน และปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในระดับนโยบายยุทธศาสตร และการขับเคล่ือนนโยบายและยุทธศาสตร เพ่ือใหประเทศไทยปลอดทุจริตการปูองกันและเฝูาระวังสนับสนุนการรวมตัวของภาคประชาชน ให้มีการร่วม ตรวจสอบและเฝูาระวังมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐ โดยมีประเด็นท่ีเก่ียวข้องคือ สร้างทัศนคติ ความรู้และ ปลูกฝังให้ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกระดับ ให้เห็นโทษภัยของการทุจริตคอร์รัปชั้นท่ีสร้างความเสียหายให้กับประเทศ รวมท้ังหน่วยงานในสังกัดมีการดาเนินการตาม มาตรการการควบคุมปูองกันและลงโทษผู้กระทาการทุจริตอย่าง เครง่ ครดั แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙ เป็นแผนที่วางกรอบเปูาหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คน ไทยทุกคนสามารถเขา้ ถงึ โอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาท่ีมี ประสิทธิภาพพัฒนาคนให้มีสมรรถนะให้มีประสิทธิภาพในการทางานที่สอดคล้องกับการต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนประเทศ โดยมสี าระสาคัญดงั น้ี วิสยั ทศั น์ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษท่ี ๒๑”โดยมีวัตถุประสงค์ใน การจดั การศึกษา ๔ ประการ คือ ๑. เพอ่ื พัฒนาระบบและกระบวนการจดั การศึกษาท่ีมีคุณภาพและมปี ระสทิ ธิภาพ

๔๑แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) ๒. เพ่อื พัฒนาคนไทยให้เปน็ พลเมืองดีมีคณุ ลักษณะทักษะและสมรรถนะทสี่ อดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ ๓. เพ่อื พัฒนาสังคมไทยใหเ้ ป็นสังคมแห่งการเรยี นรแู้ ละคุณธรรม จริยธรรม รู้รกั สามัคคแี ละร่วมมือ ผนึกกาลังมุ่งสู่การพฒั นาประเทศอย่างยัง่ ยนื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔. เพื่อนาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง และความเหล่ือมล้า ภายในประเทศลดลง ยุทธศาตร์ ประกอบ 6 ยทุ ธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๑ : การจดั การศึกษาเพื่อความม่นั คงของสังคมและประเทศชาตมิ ีเปาู หมายดงั น้ี ๑.๑ คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดม่ันการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข ๑.๒ คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษาและเรยี นรอู้ ยา่ งมคี ณุ ภาพ ๑.๓ คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและปูองกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๒ : การผลติ และพฒั นากาลังคน การวจิ ัย และนวตั กรรรม เพ่อื สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ มเี ปาู หมาย ดังนี้ ๒.๑ กาลังคนมีทักษะท่ีสาคัญจาเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงานและการ พัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ ๒.๒ สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศ เฉพาะด้าน ๒.๓ การวิจัยและพัฒนาเพ่ือสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพ่ิมทาง เศรษฐกจิ ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ : การพัฒนาศักยภาพคนทกุ ช่วงวัย และการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้มีเปูาหมาย ดังน้ี ๓.๑ ผู้เรียนมที กั ษะและคุณลักษณะพน้ื ฐานของพลเมืองไทย และทักษะและคณุ ลกั ษณะทจ่ี าเปน็ ใน ศตวรรษที่ ๒๑ ๓.๒ คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐานวิชาชพี และพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตไดต้ ามศักยภาพ ๓.๓ สถานศกึ ษาทกุ ระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรตู้ ามหลักสตู รอยา่ งมี คณุ ภาพและมาตรฐาน ๓.๔ แหล่งเรียนรู้ สื่อตาราเรียน นวัตกรรม และส่ือการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จากดั เวลาและสถานที่ ๓.๕ ระบบและกลไกการวัด การติดตาม และประเมินผลมีประสิทธิภาพ ๓.๖ ระบบการผลติ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา ได้มาตรฐานระดับสากล ๓.๗ ครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา ไดร้ บั การพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน ยุทธศาสตรท์ ี่ ๔ : การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษามีเปูาหมาย ดงั น้ี ๔.๑ ผเู้ รยี นทุกคนไดร้ ับโอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถึงการศึกษาทมี่ ีคุณภาพ ๔.๒ การเพ่มิ โอกาสทางการศึกษาผา่ นเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพื่อการศึกษาสาหรับคนทุกช่วงวัย

๔๒แผนพฒั นาการศึกษา 3 ปี (2563 – 2565) ๔.๓ ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้องเป็นปัจจุบันเพื่อการ วางแผนการบริหารจดั การศกึ ษา การติดตามประเมนิ และรายงานผล ยุทธศาสตรท์ ี่ ๕: การจดั การศกึ ษาเพอื่ สรา้ งเสรมิ คุณภาพชีวติ ทเ่ี ปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อมมีเปูาหมาย ดังนี้ ๕.๑ คนทุกช่วงวัย มีจิตสานึกรักษ์ส่ิงแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนาแนวคิดตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏิบตั ิ ๕.๒ หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการน าแนวคิดตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสกู่ ารปฏิบตั ิ ๕.๓ การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ ส่งิ แวดลอ้ ม ยุทธศาสตร์ท่ี ๖: การพัฒนาประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารจดั การศกึ ษามีเปูาหมายดงั น้ี ๖.๑ โครงสรา้ ง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจนและสามารถ ตรวจสอบได้ ๖.๒ ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐาน การศกึ ษา ๖.๓ ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพน้ื ที่ ๖.๔ กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะท่ีแตกต่างกัน ของผู้เรยี น สถานศกึ ษา และความต้องการกาลงั แรงงานของประเทศ ๖.๕ ระบบบรหิ ารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษามีความเป็นธรรมสร้างขวัญ กาลังใจ และสง่ เสรมิ ให้ปฏิบัติงานไดอ้ ยา่ งเต็มตามศักยภาพ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ส่วนท่ี 3 วตั ถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนาในช่วงแผนพัฒนา ฯ ฉบบั ที่ 12 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 เป็นแผนพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 -2564) ซ่ึงแปลงยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) สู่การปฏิบัติอย่งเป็นรูปธรรม ดังนี้ ทิศ ทางการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 จึงมุ่งเตรียมความพร้อมและวางรากฐานในการยกระดับประเทศไทยให้ เป็นประเทศท่ีพัฒนาแล้ว มีความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามปรัชฐาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกรอบ วิสัยทัศน์และเปูาหมายอนาคตประเทศไทยปี 2580 ซ่ึงกาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นกรอบท่ี แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 มุง่ ตอบสนองวตั ถุประสงคแ์ ละเปูาหมายการพฒั นาทีก่ าหนดภายใต้ระยะเวลา 5 ปี ต่อจากนี้ ไปพิจารณาจากการประเมินสภาพแวดล้อมการพัฒนาท้ังจากภายนอกและภายในประเทศที่บ่งชี้ถึงจุดแข็งและ จดุ อ่อนของประเทศ และการสะทอ้ นถงึ โอกาสและความเสี่ยงในการท่ีจะผลักดันขับเคลอื่ นใหก้ ารพัฒนาในด้านต่าง ๆ บรรลุผลได้ในระยเวลา 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ระยะ20 ปี ทั้งน้ีโดยได้คานึงถึงการต่อยอดให้เกิดผลสั มฤทธิ์อย่าง ต่อเน่ืองภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับต่อๆ ไป ดังน้ัน การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 จึงกาหนด วัตถุประสงค์และเปูาหมายรวมของการพฒั นาได้ ดงั นี้

๔๓แผนพัฒนาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) 1.วัตถปุ ระสงค์ 1.1 เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคนท่ีสมบูรณ์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัยค่านิยมท่ีดี มีจิต สาธารณะและมีความสุข โดยมีสุขภายะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจนเป็นคนเก่งท่ีมีทักษะความรู้ ความสามารถและพฒั นาตนเองได้ตอ่ เน่ืองตลอดชวี ิต 1.2 เพ่ือให้คนไทยมคี วามมนั่ คงทางเศรษฐกจิ และสังคม ได้รบั ความเปน็ ธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและ บริการทางสงั คมท่ีมีคณุ ภาพ ผดู้ อ้ ยโอกาสได้รับการพฒั นาศักยภาพ รวมท้ังชมุ ชนมคี วามเขม้ แข็งพึ่งพาตนเองได้ 1.3 เพ่ือให้เศรษฐกิจเขม้ แข็ง แขง่ ขนั ได้ มเี สถยี รภาพ และมีความยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิต และบริหารเดิมและขยายฐานใหม่ดดยการใช้นวัตกรรมท่ีเข้มข้นมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และสรง้ ความม่ันคงทางพลังงาน อาหาร และนา้ 1.4 เพ่ือรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดล้อมให้สามารถสนับสนุนการเติบโตที่เป็น มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ มและการมคี ุณภาพชีวติ ท่ดี ีของประชาชน 1.5 เพ่ือให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ทันสมัย และมีการทางานเชิงบูรณาการของ ภาคกี ารพัฒนา 1.6 เพอื่ ให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคโดยการพัฒนาภาคและเมืองเพ่ือรองรับการพัฒนายกระดับ ฐานการผลติ และบรกิ ารเดิมและขยายฐานการผลติ และบรกิ ารใหม่ 1.7 เพ่ือผลักดันให้ประเทศไทยมีความเช่ือมโนง (Connectivity) กับประเทศต่าง ๆ ทั้งในระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาค และนานาชาติได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ รวมท้ังให้ประเทศไทยมีบทบาทนาและสร้งสรรค์ในด้าน การคา้ การบริการ และการลงทุนภายใต้กรอบความร่วมมือตา่ งๆ ทัง้ ในระดบั อนุภูมิภาค ภมู ิภาค และโลก 2. เปา้ หมายรวม เพอื่ ใหเ้ ปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ดงั กลา่ ว ไดก้ าหนดเปูาหมายรวมการพฒั นาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ประกอบด้วย 2.1 คนไทยมีคุณลักษณะเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ มีวินัย มีทัศนคติและพฤติกรรมตามบรรทัดฐานท่ีดี ของสังคม มีความเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรู้เท่าทันสถานการณ์ มีความนับผิดชอบ และทาประโยชน์ต่อส่วนรว่ ม มีสุขภาพภายและใจท่ีดี มีความเจริญงอกงามทางจิตวิญญาณ มีวิถึชีวิตที่พอเพียง และ มีความเปน็ ไทย 2.2 ความเหล่ือมล้าทางด้านรายได้และความยากจนลดลง เศรษฐกิจบานรากมีความเข้มแข็ง ประชาชนทุกคนมีโอกาสการเข้าถึงทรัพยกร การประกอบอาชีพ และบริการทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และ เป็นธรรม กลุ่มทีม่ รี ายไดต้ ่าสดุ ร้อยละ 40 มรี ายได้เพ่ิมขนึ้ อยา่ งน้อยร้อยละ 15 2.3 ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ โครงสร้างเศรษฐกิจปรับสู่เศรษฐกิจฐานบริการ และดิจิทัล มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่และเป็นสังคมผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่เข้มแข็ง สามารถใช้นวตั กรรมและเทคโนโลยดี ิจิทลั ในการสรา้ งสรรคค์ ุณคา่ สนิ ค้าและบริการมีระบบการผลติ และให้บริการจาก ฐานรายได้เดิมท่ีมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และมีการลงทุนในการผลิตและบริการ มีระบบการผลิตและให้บริการจากฐาน รายได้เดิมทีทมีมูลค่าเพิ่มสูงข้ึน และมีการลงทุนในการผลิตและบริการฐานความรู้ชั้นสูงใหม่ ๆ ท่ีเป็นมิตรกับ ส่ิงแวดล้อมและชุมชน รวมท้ังกระจายฐานการผลิตการให้บริการสู่ภูมิภาคเพื่อลดความเหล่ือมล้า โดยเศรษฐกิจ ไทยมีเสถียรภาพและมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี และมีปัจจัยสนับสนุน อาทิ ระบบโลจิสติกส์ พลังงาน และการลงทนุ วิจยั และพัฒนาที่เอ้ือต่อการขยายตวั ของภาคการผลิตและบริการ

๔๔แผนพฒั นาการศกึ ษา 3 ปี (2563 – 2565) 2.4 ทนุ ทางธรรมชาตแิ ละคุณภาพสงิ่ แวดล้อมสามารถสนบั สนนุ การเติบโตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความมัน่ คงทางอาหาร พลงั งาน และนา้ โดยเพิ่มพืน้ ทีป่ ุาไม้ให้ได้รอ้ ยละ 40 ของพื้นท่ีประเทศเพ่ือรักษาความสมดุล ของระบบนิเวศ ลดการปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจกในภาคพลังงานและขนส่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ภายในปี 2563 เทียบกับ การปล่อยในกรณีปกติ มีปริมาณหรือสัดส่วนของขยะมูลฝอยที่ได้รับการจัดการอย่างถูกหลักสุขาภิบาลเพิ่มขึ้น และ รักษาคณุ ภาพนา้ และคณุ ภาพอากาศในพ้นื ทีว่ กิ ฤตใิ ห้อยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน 2.5 มคี วามมน่ั คงในเอกราชและอธิปไตย สังคมปลอดภยั สามัคคี สร้างภาพลักษณ์ดี และเพิ่มความ เชอื่ ม่ันของนานาชาติตป่ิ ระเทศไทย ความขดั แย้งทางอุดมการณ์และความคิดในสังคมลดลงปัญหาอาชญากรรมลดลง ปริมาณความสูญเสียจากภัยโจรสลัดและการลักลอบขนส่งสินค้าและมนุษย์ลดลง มีความพร้อมที่ปกปูองประชาชน จากการกอ่ การรา้ ยและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการกาหนดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เกิด ความเชื่อมโยงการขนส่ง โลจิสติกส์ ห่วงโซ่มูลค่า เป็นหุ้นส่วนกการพัฒนาที่สาคัญในอนุภูมิภาค ภูมิภาค และโลก และอตั ราการเติบโตของมลู ค่าการลงทุนและการสง่ ออกของไทยในอนภุ มู ิภาค ภูมิภาคและอาเซียนสงู ขึน้ 2.6 มีระบบบริหารจัดากรภาครัฐท่ีมีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ กระจายอานาจ และมีสว่ นร่วมจากประชาชน บทบาทภาครฐั ในการให้บริการซึง่ ภาคเอกชนดาเนนิ การแทนได้ดีกว่า ลดลง เพิ่มการใช้ ระบบดจิ ิทัลในการให้บริการ ปัยหาคอรร์ ับชน่ั ลดลง และการบรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินมีอสิ ระ มากขึ้นโดบอนั ดับประสิทธิภาพภาครัฐที่จัดทาโดยสถาบันการจัดการนานาชาติและอันดับความยากง่ายในการดาเนิน ธุรกิจในประเทศดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐและระบบงบประมาณมีประสิธิภาพสูง ฐานภาษีกว้างข้ึน และดัชนีการรับรู้ การทุจริตดขี น้ึ รวมถงึ มีบคุ ลากรภาครฐั ทมี่ ีความรคู้ วามสามารถและปรบั ตวั ได้ทันกบั ยุคดิจทิ ัลเพิ่มขึ้น

แผนผังความเชอื่ มโยง แผนผงั ความเชื่อมโยงสาระสาคัญของแผนพฒั วสิ ัยทศั น์ \" ภายในปี ๒๕๖๕ มุง่ พัฒนาให้นกั เรียนเปน็ คนดี คนเกง่ มีคณุ พนั ธกจิ เป้าประสงค์ ๑.ส่งเสริม สนบั สนนุ การปลูกฝงั ใหผ้ ้เู รยี นเป็นคน 2. พัฒนาผู้เรียนให้มี 3. พัฒนาศ ยทุ ธศาสตร์ ดี มีคุณลักษณะตามหลักสูตร มีวินัย ซ่ือสัตย์ จิต ความสามารถ ความเป็น สมรรถนะตา สาธารณะ รักและยึดม่ันในสถาบันหลักของชาติ เลิศทางวิชาการ เพื่อสร้าง ตัวชี้วดั ก า ร ป ก ค ร อ ง ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี ขีดความสามารถในการ ศตวรรษท่ี 21 แขง่ ขนั (พหุปัญญา) พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข การเป็นพลเมือง พลโลกท่ดี ี และมีความพอเพยี ง 1. ผู้เรียนเป็นคนดี มีคุณลักษณะตาม 2. ผ้เู รยี นมคี วามสามารถ มี 3. ผู้เรียนมีสม หลักสูตร มีวินัย ซ่ือสัตย์ จิตสาธารณะ รัก และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การ แคลวาะมมเีคปว็นาเมลสิศแาทมผาางรนวถชิ ใพานกกาัฒารร นากาตครุาศณมึกหลัษลกักาษสตูณต ป ก ค ร อ ง ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเป็น แขง่ ขนั มกี ารเรยี นร้แู บบบูร ศตวรรษท่ี 21 พลเมือง พลโลกท่ดี ี และมีความพอเพยี ง การสูพ่ หุปญั ญา 1.ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า เ พื่ อ ค ว า ม 2.ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า เ พื่ อ เ พิ่ ม 3.ก า ร พัฒ น า แ ล มนั่ คงของสงั คมประเทศ ความสามารถในการแข่งขันของ ศกั ยภาพผเู้ รียน ประเทศ 1.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผู้เ รี ย น ที่ มี 1.ร้อยละของโรงเรี ยนที่เปิ ด 1.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผู้ เ รี ย คุ ณ ลัก ษ ณ ะ อัน พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ห้องเรี ย นพิเศษ ท่ีส่ งเส ริ มควา ม คุณลักษณะอันพึงประส ตา ม ห ลัก สู ตรผ่า นเ ก ณฑ์ก า ร เป็นเลิศทางวชิ าการ หลกั สูตร ผา่ นเกณฑก์ ารป ประเมินทสี่ ถานศกึ ษากาหนด 2.ร้อยละของโรงเรี ยนทีมีผลการ ทสี่ ถานศึกษากาหนด 2.ร้อยละของผูเ้ รียนท่ีมีวินัย ทดสอบระดบั ชาติสูงกวา่ ค่าเฉล่ีย 2.ร้อ ยละ ขอ งผู้เ รี ยนท่ีม ซื่ อสัตย์ จิตส า ธ รณะ ผ่า น ระดบั ประเทศ ป ร ะ เ มิ น ด้า น ก า ร คิ ด วิเ เกณฑ์กา รประเ มิ นตา ม ท่ี 3.ร้ อยล ะขอ งผู้เรี ยนที่ ไ ด้รั บ และการอ่านเขยี น สถานศึกษากาหนดในระดบั ดี ร า ง วัล จ า ก เ ว ที ก า ร แ ข่ ง ขัน 3. ร้อยละของผเู้ รียนที่ม ข้นึ ไป ระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ เรียนในระดบั ทด่ี ีข้นี ไป 3. ร้อยละของผเู้ รียนท่ีมีความ 4.ร้อ ยล ะของโรงเรี ยนที่จัดก า ร 4. ร้อยละของผู้เร เ ป็ น ไ ท ย ผ่ า น เ ก ณ ฑ์ ก า ร เรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ใ น ศ ต ว ร ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ที่ ส ถ า น ศึ ก ษ า 5.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผุ้ เ รี ย น ท่ี มี ผ่ า น ก า ร ป ร ะ เ มิ น กาหนดในระดบั ดีข้ึนไป ฯลฯ ความสามารถทางดา้ นพหุปัญญา สถานศึกษาที่กาหนด ฯล

งแผน ๓ ระดบั ของประเทศ ฒนาการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานของสานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา พังงา ภเู กต็ ระนอง ณภาพ พร้อมสาหรบั วิถชี ีวติ ในศตวรรษท่ี 21 บนพื้นฐานหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง \" ศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนให้มี 4. พัฒนาศักยภาพครู 5. ส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้ 6. พัฒนาประสิทธิภาพการ ามหลักสูตรและคุณลักษณะ ใน และบุคลากรทางการ มีคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ บรหิ ารจดั การให้เป็นไปตามหลัก ศึกษาทุกระดับให้เป็น สิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญา ธรรมาภิบาลและส่งเสริมการมี 1 มืออาชีพ ของเศรษฐกจิ พอเพียง ส่วนรว่ มในการจดั การศกึ ษา มรรถนะ 4. ผู้เรียนทุก 5. ครูและบุคลากร 6. ผู้เรียนมีคุณภาพชีวิตท่ี 7. สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า ทุ ก เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ยึด สหวิทยาเขต สถานศึกษา มี ตณตาระแมใลปนะระเดไกน็ ดลุ้่กมรั บเลปบย้ารหทุ ิ กมธาา์ยร ร ะ บ บ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ที่ มี ระดับเป็นครูมืออาชีพ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพเป็นไปตามหลัก 1 การศึกษาอย่าง ยคุ ใหม่ พอเพียง ธรรมาภิบาลและทุกภาคส่วนมี ทั่ ว ถึ ง เ ท่ า เ ที ย ม ส่วนรว่ มในการจัดการศึกษา และมคี ุณภาพ ะ เ ส ริ ม ส ร้ า ง 4.การสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริ การ 5.การ จัดก าร ศึ กษ าเ พื่อพัฒน า 6.พัฒ น า ร ะ บ บ ก า ร บ ริ ห า ร การศึกษาท่ีมีคุณภาพมีมาตราฐานและลด คุณภาพท่ีเป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม จดั การตามหลกั ธรรมภิบาล ความเหลื่อมล้าทางการศึกษา ย น ที่ มี 1. ร้อยละของผูเ้ รียนได้รับ 1. ร้อยละของผูเ้ รียนท่ีมีพฤติกรรม 1.ผลการประเมินคุณธรรมและความ สงค์ตาม โอกาสและการพฒั นาอย่างเต็ม แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า ม ต ร ะ ห นั ก ใ น โปร่งใสในการดาเนินงานของ สพท. ประเมิน ศั ก ย ภ า พ แ ล ะ มี คุ ณ ภ า พ ความสาคัญของการดาเนินชีวิตท่ี ออนไลน์ (ITA Online) อยใู่ นระดบั B สอดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนที่ เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม 2. ผลการติดตามและประเมินผลการ มีผลการ 2. ร้อยละของผูเ้ รียนในเขต 2. ร้อยละของผเุ้ รียนมีความรู้ ความ บริหารและการจดั การศึกษาของ สพ เคราะห์ พ้ืนที่บริ การได้รับบริ การด้าน เ ข้ า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ห ลัก ป รั ช ญ า ท.อยใู่ นระดบั ดีมาก ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น ท่ี มี เศรษฐกิจพอเพยี ง 3. ร้อยละของความพึงพอใจของผูม้ ี มีผลการ คุณภาพและเหมาะสมตรงตาม 3. ร้อยละของผูเ้ รียนสามารถนอ้ ม ส่วนไดส้ ่วนเสียอยใู่ นระดบั ดีมาก ความตอ้ งการและสอดคคลอ้ ง นาแนวคิดปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง 4.ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ส ถ า น ศึ ก ษ า ที่ มี ผ ล ก า ร รี ยนที่มี กบั บริบทของพ้ืนที่ สู่การปฎิบตั ิได้ ประเมินคุณภาพภายในระดบั ดีข้นึ รษท่ี 21 5.ร้อยละของสถานศึกษาที่เข้าร่ วม ต า ม ท่ี โครงการโรงเรียนสุจริต ลฯ ฯลฯ ๔๕

ส่วนที่ ๔ กรอบแผนงาน/โครงการ ตามกลยทุ ธ์ของสานกั งา กลยุทธท์ ี่ 1 การจัดการศึกษาเพอื่ ความม่นั คงของสงั คมประเทศ ที่ โครงการ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการดา้ นมาตรการ ปูองกนั และแกไ้ ขอุบตั ิเหตุ อุบตั ภิ ัย และปญั หาทางสงั คม 2 จิตอาสาเราทาความดดี ว้ ยหัวใจเทดิ ไท้องค์ราชนั 3 งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นครั้งที่ 70 4 เสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ และพฒั นาสภานกั เรยี นในสถานศึกษา 5 รณรงคป์ ูองกันและแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ในสถานศึกษา (TO BE NUMBER ONE) กลยทุ ธ์ท่ี 2 การจัดการศกึ ษาเพอื่ เพิม่ ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ ท่ี โครงการ 1 โครงการบูรณาการการนิเทศโดยใช้สหวิทยาเขตเปน็ ฐาน 2 แลกเปล่ยี นเรยี นรสู้ ่คู วามเป็นเลศิ ทางทางวชิ าการปี 2564 3 พฒั นาความสามารถทางวชิ าการผู้เรียนผา่ นกระบวนการแข่งขันทาง วชิ าการ ระดบั นานาชาตปิ ระจาปี 2564

๔ านเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา พงั งา ภเู กต็ ระนอง เงนิ งบประมาณ ค่าเปา้ หมายความสาเร็จตาม ปงี บ 2564 ปีงบ 2565 กลยทุ ธ์ 151,860 - ป2ี 564 ปี 2565 ผรู้ ับผดิ ชอบ กลุม่ สง่ เสริมฯ รอ้ ยละ 80 - 2,250 3,000 รอ้ ยละ 100 ร้อยละ 100 กลุม่ ส่งเสรมิ ฯ 418,000 400,000 ร้อยละ 90 ร้อยละ 95 กลมุ่ ส่งเสริมฯ 386,000 - ร้อยละ 80 กลุ่มสง่ เสริมฯ รอ้ ยละ 80 - กล่มุ ส่งเสรมิ ฯ 60000 60,000 รอ้ ยละ 85 เงินงบประมาณ คา่ เป้าหมายความสาเรจ็ ตาม ผู้รับผิดชอบ ปีงบ 2564 ปีงบ 2565 กลยุทธ์ กลุ่มนิเทศ ฯ 225,020 225,020 ป2ี 564 ปี 2565 กลมุ่ นิเทศ ฯ 399,400 400,000 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 กลมุ่ สง่ เสรมิ ฯ 30,000 30,000 รอ้ ยละ 90 ร้อยละ 95 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 ๔๖

กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพผ้เู รยี น เง ท่ี โครงการ ปีงบ 2 1 พฒั นาครสู ู่ความเปน็ มืออาชพี ”ในศตวรรษท่ี 21 2 การพฒั นาหลักสูตรการจัดการเรยี นรู้ 3 ประชมุ เชิงปฏิบตั ิการตรวจสอบและกลน่ั กรองขอ้ มลู ในการขอมี หรอื เลอื่ นวทิ ยฐานะ ตาม ว 21/2560 4 รักษ์ภาษาไทยเนื่องในสปั ดาห์วนั ภาษาไทยแห่งชาติ ประจาปี 5 ส่งเสรมิ และพฒั นาปูองกนั ปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน 6 การพัฒนาสง่ เสรมิ สือ่ นวตั กรรมและเทคโนโลยีเพ่อื พฒั นา คุณภาพการศึกษา 7 พฒั นาสมรรถนะครูภาษาอังกฤษและยกระดบั ความรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้ระดบั ทางด้านภาษาท่สี อดคลอ้ งตามกรอบ CEFR 8 แขง่ ขันทักษะภาษาองั กฤษนกั เรียนปกี ารศกึ ษา 2564-65 9 การพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ด้านทกั ษะชวี ติ และทกั ษะอาชพี ในศตวรรษที่ 21 10 สนบั สนนุ การจดั กระบวนการเรยี นรูค้ ณิตศาสตรว์ ทิ ยาศาสตรแ์ ละ คณิตศาสตรว์ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามแนวทางสะเตม็ ศกึ ษา 11 พฒั นาระบบการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้เพ่ือยกระดับ การเรียนร้เู พ่อื ยกระดบั คุณภาพการศกึ ษา 12 สง่ เสรมิ และพฒั นาการเรยี นการสอนภาษาไทยท่สี อดคลอ้ ง กับหลักสูตรและทกั ษะในศตวรรษที่ 21

งนิ งบประมาณ คา่ เปา้ หมายความสาเร็จตามกลยุทธ์ ผรู้ บั ผิดชอบ 2564 ปีงบ 2565 220,000 250,000 ป2ี 564 ปี 2565 กลมุ่ พัฒนาครแู ละบคุ ลากรฯ 141,300 160,000 ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 90 กลุม่ นเิ ทศฯ ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 85 กลมุ่ พัฒนาครแู ละบคุ ลากรฯ 64,080 80,000 รอ้ ยละ 80 รอ้ ยละ 85 95,150 100,000 ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 85 กล่มุ นิเทศฯ 190,200 200,000 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 กล่มุ ส่งเสรมิ ฯ 102,300 200,000 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 กลมุ่ นิเทศฯ 196,150 250,000 รอ้ ยละ 80 รอ้ ยละ 90 กลุม่ พัฒนาครูและบุคลากรฯ 68,350 80,000 ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 85 กลมุ่ นิเทศฯ 89,000 100,000 ร้อยละ 80 รอ้ ยละ 90 กลุม่ นเิ ทศฯ 45,900 60,000 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 กล่มุ นิเทศฯ 45,900 55,000 รอ้ ยละ 80 รอ้ ยละ 85 กลมุ่ นเิ ทศฯ 88,460 90,000 ร้อยละ 80 ร้อยละ 85 กลมุ่ นิเทศฯ ๔๗