Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มรายงาน อพ.สธ.62 มทร.ธัญบรี

เล่มรายงาน อพ.สธ.62 มทร.ธัญบรี

Published by WebsiteRMUTT rmutt, 2021-10-25 07:35:14

Description: เล่มรายงาน อพ.สธ.62 มทร.ธัญบรี

Search

Read the Text Version

-96- ตำรำงท่ี 5 ขา้ ว 12 สายพันธุ์ทีใ่ ช้ในการศึกษา (ตอ่ ) สายพนั ธ์ุข้าว เมลด็ ข้าว ต้นข้าว ชยั นาท เหนียว กข 6 กข 49 นาปลงั พิษณุโลก

-97- ตำรำงท่ี 6 ปรมิ าณ DNA ในข้าว สำยพนั ธุข์ ำ้ ว วัด DNA วดั DNA ท่คี วำมยำวคลน่ื 260 nm. ท่ีควำมยำวคลนื่ 260 nm. ลำตน้ ลำต้น ลำต้น รำก กข 31 0.1083 0.1083 5.4150 12.5150 กข 41 0.2134 0.2134 10.6700 11.0750 กข 57 0.3255 0.3255 16.2750 17.4450 ไรท์เบอรร์ ี่ 0.1660 0.1660 8.3000 18.3500 หอมมะลิ 105 0.1307 0.1307 6.5335 5.1500 ปทุมธานี 0.1485 0.1485 7.4250 7.8650 เจ๊กเชย 0.2073 0.2073 10.3650 12.3600 หอมปทุม 0.2617 0.2617 13.0850 13.7050 ชยั นาท 0.1304 0.1304 6.5200 6.9650 เหนยี ว กข 6 0.1462 0.1462 7.3100 7.8600 กข 49 0.1524 0.1524 7.6200 8.4300 นาปลงั พิษณโุ ลก 0.1463 0.1463 7.3150 6.8400

-98- 6.4 งบประมำณท่ีไดจ้ ่ำยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถึง 30 กันยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 600,000 บำท 2. งบประมำณที่ใช้ไป 230,139.35 บำท บำท 2.1 งบบุคลำกร 170,139.35 บาท  ค่าตอบแทนนักวิจยั บาท  ค่าตอบแทนผ้ชู ว่ ยนกั วจิ ัย บำท บาท 2.2 งบดำเนินกำร บาท  คา่ ใช้จา่ ยในการเดนิ ทาง บาท  ค่าใชจ้ า่ ยในการฝึกอบรม บาท  คา่ ใช้สอย บาท  คา่ ไปรษณยี ์ โทรเลข คา่ โทรศัพท์ บาท  คา่ วสั ดอุ ุปกรณ์ บาท 2.3 งบลงทนุ (ถ้ามี) บาท  ค่าใชจ้ า่ ยในการจัดซ้อื ครุภณั ฑ์/สิ่งก่อสรา้ ง บำท 2.4 คา่ สาธารณปู โภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ 6.5 งำนท่จี ะทำตอ่ ไปและกำหนดเวลำดำเนินกำร การดาเนินงาน 2562 2563 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. เก็บตวั อย่างขา้ วเพม่ิ เตมิ 2. วิเคราะห์ปริมาณสารหอม หรอื ปรมิ าณสารโพรลีนในชว่ ง อายุต่างๆของข้าว 3. ใช้ชุดทดสอบตรวจสอบสาย พนั ธุ์ขา้ วในตวั อยา่ งจริง 4. สรปุ ผลการวิจยั เผยแพร่ งานวิจัย ผศ.ดร.เนตรนภสิ แก้วชว่ ย หัวหน้าโครงการ

-99- 17. ชื่อโครงกำรวจิ ัย : นวัตกรรมผนงั อำคำรอนรุ กั ษ์พลงั งำนและสงิ่ แวดล้อมโดยกำรใช้ประโยชนจ์ ำก พชื เศรษฐกิจอตั ลักษณ์ของ จ ปทุมธำนี : ข้ำวและบัว Energy-saving and Environmental-friendly Innovative Wall from Economically Notable Plants of Pathumthani : Rice and Lotus 1. ประเภทเงนิ อดุ หนุนโครงกำรวจิ ัย  โครงการวจิ ยั พน้ื ฐาน  โครงการวจิ ยั ประยกุ ต์  โครงการวิจยั และพฒั นา 2. ผลผลิตงำนวจิ ยั  ผลผลิตผลงานวิจัยเพ่ือสรา้ งองค์ความรู้  ผลผลิตผลงานวจิ ยั เพอื่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. รำยชอื่ ผ้วู ิจัย 3.1 ผศ.ดร.ฉนั ท์ทพิ สกุลเขมฤทัย หวั หน้าโครงการวจิ ัย 3.2 อาจารย์ประชุม คาพุฒิ ผรู้ ่วมวจิ ัย 3.3 ผศ.ภูรินทร์ อัครกุลธร ผ้รู ว่ มวิจัย 3.4 อาจารย์อโณทยั ผลสวุ รรณ ผรู้ ว่ มวจิ ยั 3.5 ผศ.ดร.สงิ ห์โต สกลุ เขมฤทัย ผู้ร่วมวจิ ยั 4. ได้รับจัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เปน็ เงนิ จานวน 400,000 บาท (ส่ีแสนบาทถ้วน) 5. เร่มิ ทำกำรวิจัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเกีย่ วกับผลงำนควำมก้ำวหน้ำของกำรวิจัย 6.1 วัตถุประสงค์ของโครงกำร 6.1.1 เพื่อสนองพระราชดารโิ ครงการอนรุ ักษ์พนั ธุกรรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 ศึกษากระบวนการผลิตและพัฒนาต้นแบบผลติ ภณั ฑ์“ผนงั ภายในอาคารและบ้านพกั อาศัยทมี่ ี คุณสมบัตใิ นการเปน็ ฉนวนป้องกันความร้อนที่ดีโดยทามาจากสว่ นประกอบของขา้ วและบัว” 6.1.3 เพือ่ ทดสอบสมบตั ิทางกายภาพและทางกล และสมบัตกิ ารเปน็ ฉนวนป้องกันความรอ้ นและ เสยี ง ของผลติ ภัณฑ์ผนงั ภายในอาคารเปน็ ผนงั ไม้แบบ 2 ชน้ั ประกบกนั และสอดไส้ด้วยแผน่ ฉนวนปอ้ งกนั ความรอ้ น และเสยี งโดยทามาจากสว่ นประกอบของขา้ วและบัว 6.2 กำรดำเนนิ งำนวิจยั ตำมที่เสนอไวใ้ นโครงกำรวจิ ยั กบั งำนวจิ ยั ที่ได้ดำเนินกำรไปแล้ว การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. แปรรปู และปรับปรงุ ฟาง ข้าว แกลบ ใบบัว และก้าน บัว เป็นแผ่นผนงั 2. ทดสอบสมบัตขิ องแผ่น ผนังที่เตรยี มได้

-100- การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 3. อัดขนึ้ รูปแผ่นฉนวน ปอ้ งกันความรอ้ นและเสยี ง จากฟางข้าว ใบบัว และ กา้ นบวั 4. ทดสอบสมบัติของแผน่ ฉนวนท่ีเตรยี มได้ 5. พฒั นาการยดึ ติดของ แผ่นผนงั กับแผน่ ฉนวน และทดสอบสมบตั ิต่างๆ 6. วเิ คราะหส์ รปุ ผลการ ทดลอง จดั ทารายงาน หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวิจัยทไ่ี ด้ดำเนินกำรไปแลว้ คิดเป็นร้อยละ...100…… ของโครงการ ไดแ้ ก่ 6.3.1 แปรรปู และปรับปรงุ ฟางขา้ ว แกลบ ใบบวั และก้านบวั เปน็ แผ่นผนัง 6.3.2 ทดสอบสมบตั ิของแผ่นผนังท่เี ตรยี มได้ 6.3.3 อัดขึ้นรปู แผ่นฉนวนปอ้ งกันความร้อนและเสยี งจากฟางข้าว ใบบวั และก้านบวั 6.3.4 ทดสอบสมบัตขิ องแผน่ ฉนวนที่เตรียมได้ 6.3.5 พฒั นาการยึดตดิ ของแผ่นผนงั กับแผน่ ฉนวน และทดสอบสมบัตติ ่างๆ 6.3.6 วิเคราะห์สรุปผลการทดลอง จดั ทารายงาน

-101- 6.6 งบประมำณทไ่ี ด้จ่ำยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจ่ำย (สารวจถึง 30 กนั ยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 400,000.00 บำท 2. งบประมำณท่ใี ช้ไป 395,379.71 บำท 0 บาท 2.1 งบบุคลากร 0 บาท  คา่ ตอบแทนนกั วจิ ยั 0 บาท  คา่ ตอบแทนผชู้ ่วยนักวิจยั 0 บาท 0 258,000.00 บาท 2.2 งบดาเนินการ 0 บาท  คา่ จา้ งเหมาบริการข้ึนรูปและทดสอบวัสดุ 0 บาท  ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม 0 บาท  ค่าจา้ งพิมพ์เอกสาร 0 137,379.17 บาท  ค่าไปรษณยี ์ โทรเลข คา่ โทรศัพท์ 0 บาท  คา่ วสั ดุอุปกรณ์ 0 บาท 0 บาท 2.3 งบลงทนุ (ถ้ามี) 4,620.29 บำท  คา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดซื้อครุภัณฑ/์ สิง่ ก่อสร้าง 2.4 ค่าสาธารณูปโภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ ผศ.ดร.ฉันทท์ พิ สกลุ เขมฤทยั หวั หนา้ โครงการ

-102- 18. ช่ือโครงกำรวจิ ยั : เคร่ืองผ่ำคร่งึ ลูกมะพร้ำวสำหรับทำกะทอิ ตั โนมตั ิแบบไม่แยกเปลือก Automatic coconut cutting machine 1. ประเภทเงินอดุ หนุนโครงกำรวิจัย  โครงการวจิ ยั พ้นื ฐาน  โครงการวจิ ยั ประยุกต์  โครงการวิจัยและพฒั นา 2. ผลผลิตงำนวิจยั  ผลผลิตผลงานวจิ ยั เพ่ือสร้างองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวิจยั เพอ่ื ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3. รำยช่อื ผ้วู จิ ัย 3.1 ดร.กุลชาติ จลุ เพญ็ หวั หนา้ โครงการวจิ ยั 4. ไดร้ บั จัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เป็นเงินจานวน 440,000 บาท (ส่ีแสนส่หี ม่ืนบาทถว้ น) 5. เร่ิมทำกำรวิจัยเมื่อ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเกยี่ วกับผลงำนควำมก้ำวหนำ้ ของกำรวจิ ัย 6.1 วัตถปุ ระสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพ่ือสนองพระราชดาริโครงการอนุรักษ์พนั ธกุ รรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 ออกแบบและสรา้ งเครื่องผา่ ครึ่งลูกมะพร้าวสาหรบั ทากะทิแบบอัตโนมตั โิ ดยไม่แยกเปลือก 6.1.3 ถา่ ยทอดเทคโนยกี ารใช้เครอ่ื งมอื มาพฒั นาศกั ยภาพการผลิตเพ่ือเสรมิ สรา้ งความสามารถใน การแข่งขนั 6.2 กำรดำเนินงำนวิจัยตำมทเ่ี สนอไว้ในโครงกำรวจิ ยั กบั งำนวจิ ยั ที่ไดด้ ำเนินกำรไปแลว้ การดาเนินงาน 2561 2562 1. วางแผนการดาเนินการ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (P_Plan) 2. การดาเนินการจดั โครงการ (D_Do) 3. ติดตามและประเมินผลการ ดาเนินงาน (C_Check)

-103- การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 4. ปรับปรงุ /พัฒนา/แก้ไขจากผล การติดตามและประเมินผล (A_Act) หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนนิ กำรวิจัยท่ีไดด้ ำเนินกำรไปแล้ว คิดเป็นรอ้ ยละ...80…… ของโครงการ ไดแ้ ก่ 6.3.1 ศึกษาระบบการวิธีการผ่ามะพร้าวแบบด้ังเดิมของชุมชน รวบรวมข้อมูลที่เก่ียวข้อง และ ศึกษาปัญหา เพอื่ นามาออกแบบเครื่องผา่ มะพร้าว. 6.3.2 ออกแบบชิ้นสว่ นเคร่ืองผ่ามะพรา้ ว 6.3.3 ดาเนินการผลิตเครื่องผ่ามะพรา้ ว 6.3.4 ทาการทดสอบการใชง้ านเครอื่ งผ่ามะพร้าว 6.3.5 บนั ทกึ ผลการทดลอง และปรับปรุงแก้ไขเครอื่ งผา่ มะพร้าว ภำพท่ี 1 ตัวอย่างมะพร้าวท่ีจะทาการทดสอบ ผลการทดลองผ่ามะพรา้ วจากการคดั เลือกมะพร้าวท่ีมขี นาดกลางไปจนถงึ ขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางความยาวรอบ เปลือกของลูกมะพรา้ ว 67-76 เซนติเมตร จะได้ผลดงั ต่อไปน้ี ความยาวรอบ ความยาวรอบ ความยาวรอบ 67 เซนตเิ มตร 69 เซนติเมตร 76 มิลลเิ มตร ภำพท่ี 2 ตวั อย่างขนาดมะพร้าว 67-76 เซนตเิ มตร

-104- ตำรำงท่ี 1 การทดสอบผา่ มะพรา้ ว ลกั ษณะการผ่า ความสมบูรณ์ ปญั หา - ลูกที่ รูป กึ่งกลางลูก สมบูรณ์ 1 2 กง่ึ กลางลูก สมบูรณ์ - 3 4 กง่ึ กลางลูก สมบรู ณ์ - 5 กง่ึ กลางลูก ไมส่ มบรู ณ์ ไมข่ าดจากกนั 6 7 กง่ึ กลางลูก สมบรู ณ์ - 8 9 กงึ่ กลางลูก สมบูรณ์ - กึ่งกลางลูก สมบรู ณ์ - กึ่งกลางลูก สมบูรณ์ - ก่งึ กลางลูก สมบรู ณ์ -

-105- ลูกที่ รปู ลกั ษณะการผ่า ความสมบูรณ์ ปญั หา 10 - 11 กึ่งกลางลูก สมบูรณ์ 12 13 กงึ่ กลางลูก สมบูรณ์ - 14 15 กง่ึ กลางลูก สมบรู ณ์ - 16 17 กงึ่ กลางลูก ไมส่ มบรู ณ์ ไมข่ าดจากกนั 18 กง่ึ กลางลูก สมบูรณ์ - ก่ึงกลางลูก สมบรู ณ์ - กง่ึ กลางลูก สมบรู ณ์ - กง่ึ กลางลูก สมบรู ณ์ - กึง่ กลางลูก สมบรู ณ์ -

-106- ลกู ท่ี รูป ลักษณะการผ่า ความสมบรู ณ์ ปัญหา 19 - ก่งึ กลางลูก สมบรู ณ์ 20 กง่ึ กลางลูก ไมส่ มบรู ณ์ ไม่ขาดจากกนั ก. ตัวอย่างมะพรา้ วก่อนผา่ ข. ตัวอยา่ งมะพรา้ วหลังผ่าแบบสมบูรณ์ รปู ท่ี 6 ตวั อยา่ งมะพรา้ วก่อนผ่าและหลังผา่ แบบสมบรู ณ์ ก. ตวั อยา่ งมะพร้าวก่อนผา่ ไม่ขาดจากกนั ข. ตัวอยา่ งมะพร้าวหลังผ่าแบบไมส่ มบูรณ์ ภำพที่ 7 ตัวอย่างมะพร้าวก่อนผ่าและตัวอยา่ งมะพร้าวหลงั ผา่ แบบไม่สมบูรณ์

-107- ภำพที่ 8 แสดงความสัมพันธ์ใบพาและใบเลื่อย ก. ระยะหา่ งใบพาและใบเล่ือย ข. มะพรา้ วลูกเลก็ ขณะทาการผา่ ภำพที่ 9 ระยะห่างใบพาและใบเลื่อยและมะพรา้ วลูกเลก็ ขณะทาการผา่ สรุปวา่ ในการเปรียบเทียบอตั ราป้อนมะพร้าวเข้าสู่ใบเล่ือยที่ความเร็วป้อนของใบพา 3 ลูกต่อนาที 5 ลูกต่อ นาที และ 7 ลูกตอ่ นาที สามารถผา่ มะพรา้ วให้ขาดจากกนั ในแบบครึง่ รปู อยา่ งสมบรู ณ์ทัง้ 3 ความเรว็ รอบ พบวา่ การผา่ มะพร้าวอยา่ งมีประสิทธิภาพน้ันในความเร็วป้อนของใบพา 3 ลูกต่อนาที สามารถผ่ามะพร้าวได้ ดีกว่าความเร็วป้อนของใบพา 5 ลูกต่อนาที และ 7 ลูกต่อนาที เนื่องจากในรอยผ่าจะเห็นได้ว่า ความเร็วป้อนของใบ พา 3 ลูกตอ่ นาที มคี วามเรียบเนยี น มีเส้นใยที่โผลอ่ อกมาในรอยผ่านอ้ ยที่สดุ เม่ือพิจารณาท้ัง 3 ความเร็วป้อนของใบพาแล้ว ในอัตราป้อนของใบพา 7 ลูกต่อนาที ให้ผลผลิตที่สูงท่ีสุด เนื่องจากความเร็วป้อนใบพา 3.5 รอบต่อนาที ผ่ามะพรา้ วแบบช่องเว้นชอ่ ง จงึ เหมาะท่ีจะเป็นอตั ราป้อนมะพร้าว จากผลการทดลองดงั กลา่ วเมื่อนาไปทดลองใช้ในชมุ ชนพบว่า ยังไม่ตอบสนองความตอ้ งการของชุมชน จึงต้อง นาเครอ่ื งมาปรบั ปรงุ และเปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งของเครื่องใหม่ ทาการแกไ้ ขปรับปรุงโครงสรา้ งของเครือ่ งใหม่

-108- 6.4 งบประมำณท่ไี ด้จ่ำยไปแล้ว แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถึง 30 กนั ยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 440,000 บำท 440,000 บำท 2. งบประมำณทใี่ ชไ้ ป บาท 0 บาท 2.1 งบบุคลากร 0 บาท บาท  คา่ ตอบแทนนักวิจยั 0 บาท บาท  คา่ ตอบแทนผ้ชู ว่ ยนกั วิจยั 0 บาท บาท 2.2 งบดาเนินการ 0 บาท บาท  คา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทาง 0 บาท บาท  ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม 0 บำท  ค่าจา้ งพิมพ์เอกสาร 0  คา่ ไปรษณยี ์ โทรเลข ค่าโทรศัพท์ 0  ค่าวสั ดอุ ปุ กรณ์ 440,000 2.3 งบลงทนุ (ถา้ มี) 0  คา่ ใชจ้ ่ายในการจัดซือ้ ครภุ ณั ฑ์/ส่ิงก่อสร้าง 0 2.4 คา่ สาธารณูปโภค 5% 0 3. งบประมำณคงเหลือ 6.7 งำนที่จะทำต่อไปและกำหนดเวลำดำเนนิ กำร กำรดำเนนิ งำน 2562 2563 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. ปรบั ปรุงแก้ไขเคร่ืองผา่ มะพรา้ ว 2. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการ ใชเ้ ครือ่ งผา่ ลกู มะพร้าวแก่ ชุมชน 6.6 คำช้แี จงเพิ่มเติม การออกแบบและสร้างเคร่ืองผ่ามะพร้าวผู้ดาเนินโครงการได้มีการทดสอบประสิทธิภาพในการทางานของเครื่อง ผ่ามะพรา้ วทอ่ี อกแบบ โดยจะนาลูกมะพร้าวที่เหมาะแก่การนาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชุมชน โดยจะนาผล มาทาการวิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง ดร.กลุ ชาติ จลุ เพ็ญ หัวหนา้ โครงการ

-109- 19. ชือ่ โครงกำรวจิ ยั : กำรทดลองเนื้อดนิ ปั้นบึงบำ อำเภอหนองเสือ จังหวดั ปทุมธำนี Am Experimental Study of Clay Bueng Ba From Nong Suea Pathum thanee for Ceramic Product Development 1. ประเภทเงนิ อดุ หนนุ โครงกำรวิจัย  โครงการวจิ ัยพนื้ ฐาน  โครงการวจิ ยั ประยุกต์  โครงการวิจยั และพัฒนา 2. ผลผลติ งำนวิจัย  ผลผลติ ผลงานวจิ ยั เพื่อสรา้ งองค์ความรู้  ผลผลิตผลงานวจิ ยั เพ่อื ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3. รำยช่อื ผูว้ จิ ัย 3.1 วา่ ทรี่ อ้ ยตรหี ญิงปัญจลักษณ์ หรีรกั ษ์ หวั หนา้ โครงการวจิ ัย 4. ได้รบั จัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจ่ายประจาปี 2562 เปน็ เงินจานวน 250,000 บาท (สองแสนหา้ หมื่นบาทถ้วน) 5. เริ่มทำกำรวิจัยเมื่อ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเกีย่ วกับผลงำนควำมกำ้ วหนำ้ ของกำรวิจัย 6.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพอ่ื สนองพระราชดารโิ ครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพืชอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพ่ือศึกษาวิจยั เชงิ ทดลองอัตราสว่ นผสมของเน้ือดนิ ปนั้ จากดนิ บึงบาเพื่อทาผลติ ภณั ฑ์ เคร่ืองป้นั ดนิ เผา 6.1.3 อบรมถ่ายทอดบริการวิชาการเนอ้ื ดินป้นั จากดินบงึ บาเพ่อื ทาผลิตภณั ฑ์เครอื่ งปั้นดินเผา 6.2 กำรดำเนินงำนวจิ ัยตำมทเ่ี สนอไวใ้ นโครงกำรวิจยั กับงำนวจิ ัยทไ่ี ดด้ ำเนินกำรไปแล้ว การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. ศกึ ษาเอกสาร ตาราและ งานวิจัยท่ีเก่ยี วขอ้ งและขอ้ มูล แหล่งดนิ บงึ บา 2. สรา้ งเคร่อื งมือแบบ สมั ภาษณแ์ ละแบบสอบถาม 3. เกบ็ รวบรวมกลมุ่ ตัวอย่างดนิ 4. ทดสอบลักษณะทางฟิสิกส์ ดินบงึ บา สาหรับงาน เครื่องปั้นดินเผา 5. วิเคราะหผ์ ลจากการทดลอง การหดตวั กอ่ นเผาหลงั เผา การ ดูดซมึ น้า สี และความทนไฟ 6. ทดลองหาอัตราส่วนผสม ระหวา่ ง ดนิ บงึ บา ดินขาวและ ทรายละเอียด ตามสตู ร ส่วนผสมของตารางสามเหลยี่ ม ด้านเทา่

-110- การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 7. ทดสอบการอุณหภมู ิ 800,1100,1200 องศา เซลเซยี ส 8. วิเคราะหผ์ ลจากการทดลอง การหดตัวก่อนเผาหลงั เผา การ ดดู ซมึ นา้ สี และความทนไฟ ความเหมาะสมของเนื้อดนิ ปั้น บงึ บากบั การการข้นึ รูป ผลติ ภณั ฑ์ 9. ออกแบบผลิตภณั ฑเ์ พ่อื สร้าง ตน้ แบ 10. ทดสอบการขน้ึ รปู ผลติ ภณั ฑ์ด้วยวธิ อี สิ ระ แผน่ และแป้นหมุน 11. เผาดิบ เผาเคลือบ ผลติ ภณั ฑ์ สรปุ ผลการทดลอง 12. ถา่ ยทอดองค์ความร้สู ู่ ชุมชน 13. สรุปผลการวจิ ัยและจดั ทา รายงานการวจิ ยั ฉบับสมบูรณ์ หมายเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวิจัยท่ไี ด้ดำเนนิ กำรไปแลว้ คิดเป็นรอ้ ยละ...100…… ของโครงการ ได้แก่ 6.3.1 ทดสอบดนิ บึงบาท่ใี ชใ้ นการทาเครื่องป้ันดินเผา ที่มีผสมระหว่างดินบึงบากับดินขาวและทราย ละเอียด 6.3.2 ทดสอบการข้ึนรปู ผลติ ภัณฑด์ ว้ ยวิธอี ิสระ แผน่ และแป้นหมุน และทาผลิตภัณฑ์ตน้ แบบ 6.3.3 ถา่ ยทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยีสชู่ ุมชนบงึ บา 1) การทดลองหาคุณสมบัติเนือ้ ดนิ ปนั้ สาหรับงานเครือ่ งปน้ั ดินเผา

-111- ภำพที่ 1 ผลการทดลองดินบึงบา หมู่ที่ 1 ภาพที่ 2 ผลการทดลองดนิ บงึ บา หมทู่ ี่ 2

-112- ภำพท่ี 3 ผลการทดลองดินบึงบา หมู่ที่ 3 2) ผลงานต้นแบบ ผลงานตน้ แบบ ชดุ เครือ่ งปรงุ มนษุ ยบ์ ัว ผลงานต้นแบบชุดเคร่อื งหอม ขา้ วหอม

-113- ผลงานตน้ แบบชดุ กระถางไม้น้า เรือ ผลงานตน้ แบบต๊กุ ตาประดับสวน ผลงานตน้ แบบตุก๊ ตาประดบั สวน เจา้ ทยุ

-114- ผลงานต้นแบบประดบั สวน ผลงานตน้ แบบกระถางแคสตัส

-115- 3) กจิ กรรมบรกิ ารวชิ าการ

-116-

-117- 7.3 งบประมำณที่ไดจ้ ่ำยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถงึ 30 กันยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 0 250,000 บำท 2. งบประมำณที่ใช้ไป 0 250,000 บำท 0 บาท 2.1 งบบคุ ลากร 0 0 บาท  ค่าตอบแทนนกั วิจยั บาท  คา่ ตอบแทนผชู้ ่วยนกั วจิ ยั 74,260 บาท 0 บาท 2.2 งบดาเนนิ การ 0 บาท  ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บาท  ค่าใชจ้ า่ ยในการฝึกอบรม 175,740 บาท  ค่าจา้ งพิมพเ์ อกสาร 0 บาท  คา่ ไปรษณีย์ โทรเลข ค่าโทรศัพท์ 0 บาท  คา่ วัสดุอุปกรณ์ บาท 0 2.3 งบลงทุน (ถ้ามี) บาท  ค่าใช้จา่ ยในการจัดซ้อื ครุภัณฑ์/ บำท สิ่งกอ่ สรา้ ง 2.4 ค่าสาธารณปู โภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ ว่าทร่ี ้อยตรหี ญิงปญั จลักษณ์ หรรี กั ษ์ หัวหน้าโครงการ

-118- 20. ช่ือโครงกำรวจิ ัย : กำรพัฒนำฟำงขำ้ วเป็นฉนวนปอ้ งกันควำมรอ้ น The development of insulation from rice straw 1. ประเภทเงินอดุ หนุนโครงกำรวิจยั  โครงการวจิ ัยพนื้ ฐาน  โครงการวจิ ัยประยกุ ต์  โครงการวิจยั และพัฒนา 2. ผลผลติ งำนวิจยั  ผลผลติ ผลงานวิจยั เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวจิ ัยเพ่ือถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. รำยช่อื ผวู้ ิจัย 3.1 นางสาวนฤมล แสนเสนา หัวหน้าโครงการวิจยั 32. นางสาวณภทั ร ศกุ รวรรณ ผูร้ ว่ มวจิ ัย 4. ได้รบั จัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เปน็ เงนิ จานวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถว้ น) 5. เริ่มทำกำรวิจัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเก่ยี วกับผลงำนควำมกำ้ วหน้ำของกำรวจิ ัย 6.1 วตั ถุประสงค์ของโครงกำร 6.1.1 เพ่อื สนองพระราชดารโิ ครงการอนุรกั ษ์พนั ธกุ รรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 ศึกษากระบวนการผลิตแผน่ ฉนวนกนั ความร้อนจากฟางข้าว 6.1.3 ศกึ ษาคณุ สมบัตเิ ชงิ ความร้อน เชงิ กายภาพ สมบตั ทิ างกล และคา่ การต้านทานความรอ้ นของ แผน่ ของฉนวนจากจากฟางข้าว 6.1.4 เพื่อสร้างฉนวนกันความรอ้ นทางเลือกใหมใ่ นงานก่อสรา้ งทางสถาปัตยกรรรม 6.2 กำรดำเนนิ งำนวจิ ัยตำมท่เี สนอไวใ้ นโครงกำรวจิ ยั กบั งำนวิจยั ทไี่ ดด้ ำเนินกำรไปแล้ว การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. ศึกษาแนวคดิ ทฤษฏี และ งานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 2. กาหนดกรอบการศกึ ษา และ แนวคิดในงานวิจัย 3. กาหนดขอบเขตพ้ืนที่ การศึกษา เกษตรกรผู้ปลกู ขา้ ว จังหวัดปทมุ ธานี การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 4. ออกแบบสว่ นผสมและสร้าง แผ่นฉนวนกนั ความรอ้ นจาก ฟางข้าว

-119- การดาเนนิ งาน 2561 2562 ก.ย. 5. ทดสอบสมบตั ิทางกายภาพ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ทางกล ทางความร้อน 6. วเิ คราะห์การใช้งาน ผล 7. สรุปผลการวจิ ยั และจัดทา รายงาน หมำยเหตุ : แผน 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวจิ ยั ทไี่ ดด้ ำเนินกำรไปแล้ว คิดเปน็ ร้อยละ...70…… ของโครงการ ได้แก่ 6.3.1 ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฏี และงานวจิ ัยที่เกี่ยวขอ้ ง 6.3.2 กาหนดกรอบการศกึ ษา และแนวคดิ ในงานวจิ ยั 63.3 กาหนดขอบเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา เกษตรกรผปู้ ลกู ข้าว จังหวัดปทุมธานี 6.3.4 ออกแบบส่วนผสมและสร้างแผน่ ฉนวนกันความรอ้ นจากฟางข้าว 6.3.5 ทดสอบสมบัตทิ างกายภาพ ทางกล ทางความร้อน 7.4 งบประมำณทไี่ ดจ้ ำ่ ยไปแล้ว แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถงึ 30 กันยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 300,000 บำท 2. งบประมำณท่ใี ช้ไป 158,493.02 บำท 2.1 งบบุคลากร 0 บาท  คา่ ตอบแทนนักวิจัย 0 บาท  คา่ ตอบแทนผชู้ ่วยนักวจิ ยั 0 บาท 2.2 งบดาเนนิ การ 0 บาท  คา่ จา้ งเหมาผลิตประกอบตน้ แบบแผ่น 65,000 115,000 บาท ฉนวนฟางขา้ ว  คา่ จา้ งเหมาบริการทาแบบพิมพ์เหล็ก 50,000  คา่ สารเคมี ALUMINUM PHOSPHATE 8,313.90 12,718.02 บาท MONOBASIC PURUM  ค่าสารเคมี ALUMINUM HYDROXIDE 4,404.12 GEL LAB  ค่าจ้างพิมพเ์ อกสาร 0 บาท  คา่ ไปรษณีย์ โทรเลข ค่าโทรศพั ท์ 0 บาท  คา่ วัสดอุ ปุ กรณ์ 13 รายการ 26,275 30,775 บาท  คา่ ฟางข้าว 4,500 2.3 งบลงทุน (ถ้ามี) 0 บาท  ค่าใช้จ่ายในการจดั ซ้ือครภุ ณั ฑ์/สงิ่ ก่อสร้าง 0 บาท 2.4 ค่าสาธารณูปโภค 5% 0 บาท 3. งบประมำณคงเหลือ 141,506.90 บำท

-120- 6.5 งำนทจ่ี ะทำต่อไปและกำหนดเวลำดำเนินกำร การดาเนนิ งาน 2562 2563 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. ทดสอบสมบัติทาง กายภาพ ทางกล ทางความ รอ้ น 2. วิเคราะห์การใช้งาน 3. สรุปผลการวิจัยและ จัดทารายงาน 6.6 คำชี้แจงเพ่ิมเติม การดาเนนิ งานอยรู่ ะหว่างการสง่ ทดสอบสมบตั ิทางกายภาพ ทางกล ทางความร้อน และวิเคราะหก์ ารใช้งานเพ่ือ นามาสรุปผล ท้งั น้กี ารดาเนินงานล่าช้าเน่อื งจากผู้วิจัยขาดความเข้าใจกระบวนการเบิกจ่ายผ่านระบบ ซงึ่ เกี่ยวเน่อื ง โดยตรงกับการใช้จา่ ยในขั้นตอนตา่ ง ๆ เชน่ ซอื้ สารเคมี วัสดอุ ุปกรณ์ การจา้ งเหมา จงึ ส่งผลกรทบต่อการทางานไม่เป็นไป ตามแผนทก่ี าหนดไว้ นางสาวนฤมล แสนเสนา หวั หนา้ โครงการ

-121- 21. ชื่อโครงกำรวิจัย : ฤทธิ์ทำงชีวภำพดำ้ นสรรพคุณทำงยำของสำยพนั ธ์บุ ัว (บัวผัน) Biological activities of medicinal properties of lotus species (Nymphaea spp.) 1. ประเภทเงินอดุ หนนุ โครงกำรวจิ ัย  โครงการวจิ ยั พืน้ ฐาน  โครงการวิจยั ประยุกต์  โครงการวิจัยและพฒั นา 2. ผลผลติ งำนวจิ ัย  ผลผลิตผลงานวิจยั เพ่ือสร้างองคค์ วามรู้  ผลผลิตผลงานวจิ ัยเพื่อถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3. รำยชอื่ ผู้วิจัย 3.1 ผศ. วรเชษฐ์ ขอบใจ หัวหนา้ โครงการวิจัย 4. ได้รบั จัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจ่ายประจาปี 2562 เปน็ เงินจานวน 480,000 บาท (สแี่ สนแปดหมน่ื บาทถ้วน) 5. เริ่มทำกำรวจิ ัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเก่ยี วกับผลงำนควำมก้ำวหนำ้ ของกำรวิจัย 6.1 วตั ถุประสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพ่อื สนองพระราชดาริโครงการอนุรกั ษ์พนั ธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 ศึกษาคณุ สมบัติทางพฤษเคมแี ละฤทธิ์ตา้ นออกซิเดชัน 6.1.3 ศกึ ษาฤทธติ์ า้ นเชอื้ แบคทีเรยี และเชื้อราของสารสกดั สายพันธ์บุ ัวผัน 6.1.4 ศึกษาฤทธ์ติ ่อการทางานของเอนไซม์โคลนี เอสเทอเรสของสารสกดั สายพนั ธุ์บวั ผนั 6.1.5 ศึกษาฤทธ์ิต่อการทางานของเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกดั สายพนั ธุ์บัวผนั 6.1.6 ศึกษาฤทธิ์ตา้ นการอักเสบและความเป็นพษิ ต่อเซลล์ของสารสกัดสายพันธบ์ุ วั ผัน 6.2 กำรดำเนนิ งำนวิจัยตำมทเี่ สนอไวใ้ นโครงกำรวจิ ัยกับงำนวจิ ยั ที่ได้ดำเนนิ กำรไปแล้ว การดาเนินงาน 2561 2562 ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. 1. ทดสอบปริมาณฟนี อลกิ รวม ของสารสกัดจากบัวผนั 2. ทดสอบการตา้ นอนมุ ูลอิสระ ของสารสกัดจากบัวผัน 3. ทดสอบกาลังการต้านอนุมูล อสิ ระของสารสกดั จากบัวผัน การดาเนนิ งาน ต.ค. 2561 2562 4. ทดสอบตอ่ สภาวะเครยี ด พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ออกซเิ ดชนั ของสารสกดั จากบัว ผนั 5. ทดสอบต่อการอกั เสบของ สารสกดั จากบวั ผนั

-122- การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 6. ทดสอบตอ่ เช้ือจุลชีพของ สารสกัดจากบัวผนั 7. ทดสอบตอ่ การทางาน เอนไซมโ์ คลีนเอสเทอเรสของ สารสกดั จากบวั ผนั 8. ทดสอบต่อการทางาน เอนไซมไ์ ทโรซเิ นสของสารสกดั จากบัวผนั 9. ทดสอบความปลอดภัยและ ความเปน็ พษิ ต่อเซลลผ์ วิ หนงั ของสารสกดั จากบวั ผนั 10. ทดสอบความปลอดภยั และ ความเปน็ พิษต่อเซลลป์ ระสาท ของสารสกัดจากบวั ผัน 11.จัดทารายงานฉบับสมบูรณ์ และสง่ รายงานฉบบั สมบูรณ์ หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวจิ ัยทไ่ี ดด้ ำเนินกำรไปแลว้ คิดเป็นรอ้ ยละ...100…… ของโครงการ ไดแ้ ก่ 6.3.1 ทดสอบคุณสมบัติทางพฤษเคมแี ละฤทธ์ติ ้านออกซิเดชนั 6.3.2 ทดสอบฤทธิ์ตา้ นเช้ือแบคทเี รยี และเชอื้ ราของสารสกดั สายพันธ์ุบัวผนั 6.3.3 ทดสอบฤทธิ์ต่อการทางานของเอนไซมโ์ คลีนเอสเทอเรสของสารสกัดสายพนั ธุ์บวั ผนั 6.3.4 ทดสอบฤทธ์ติ อ่ การทางานของเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดสายพนั ธุ์บวั ผนั 6.3.5 ทดสอบฤทธิ์ตา้ นการอักเสบและความเป็นพิษต่อเซลล์ของสารสกัดสายพันธุ์บัวผัน การสกดั สารสกัดหยาบบวั 4 ชนดิ บวั ฉลองขวญั บัวนางกวกั ชมพูใบลาย บัวขาบ และบัวจงกลนี จากใบ ก้านใบ ดอก และดอก ได้สารสกัดน้าด้วยวิธี MAE การทดสอบปริมาณโพลีฟินอลรวม (Total phenolic compound) ท่ีพบมากท่สี ดุ คือ สารสกดั ดอกของบวั นางกวกั ชมพูใบลาย การทดสอบฤทธ์ิการต้านอนุมูลอิสระดวยวิธี DPPH ของสารสกัดบัวมีค่าการยับย้ังอนุมูลอิสระมากกว่ารอย ละ 70 โดยสารสกัดกานดอกของบัวขาบมีฤทธิ์ตานออกซเิ ดชนั ไดมากที่สุด เมอ่ื เทยี บกับ ascorbic acid การทดสอบฤทธ์ิกาลังการต้านอนุมูลอิสระดวยวิธี FRAP สกัดก้านใบของบัวจงกลนีมีฤทธ์ิกาลังการต้าน อนมุ ูลอิสระได้มากทีส่ ุด การทดสอบฤทธิ์ต้านการสร้างมาลอนไดอัลดีไฮด์ ด้วยวิธี antiglycation สารสกัดก้านดอก ของบัวนางกวัก ชมพใู บลายมีต้านการสร้างมาลอนไดอลั ดีไฮด์ไดมากทสี่ ุด การทดสอบฤทธ์ิต้านการทางานเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส พบว่า ส่วนสารสกัดจากใบของบัวฉลอง ขวญั มีร้อยละของฤทธก์ิ ารทางานเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสมากท่ีสุด ซึ่งเป็นเอนไซม์ท่ีเก่ียวข้องกับโรคความจา เสื่อม (Alzheimer’s disease) สามารถนาไปใช้เป็นส่วนผสมในของตารบั ยาสมนุ ไพรและยาป้องกันเก่ียวโรคความจา เสอ่ื มและเวชภณั ฑ์รูปแบบต่างๆ

-123- การทดสอบฤทธ์ิต้านการทางานเอนไซม์ไทโรซิเนส พบว่าส่วนสารสกัดจากก้านใบของบัว ขาบมีค่าต้านการ ทางานเอนไซมไ์ ทโรซเิ นสดีทส่ี ุด ซง่ึ เป็นเอนไซมท์ ่ีทาใหเกดิ ร้วิ รอยหมองคล้า สามารถนาไปใช้เป็นส่วนผสมในเวชภัณฑ์ เครื่องสาอางทางดา้ นผวิ พรรณ ความงาม และควรศกึ ษาต่อ ในการนาไปใช้ประโยชนใ์ นรูปแบบต่างๆ สารสกัดจากดอกของบัวแต่ละชนิดมีความสามารถหลากหลายในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในความ เขม้ ขน้ ท่ีแตกตา่ งกัน การทดสอบฤทธคิ์ วามเปนพษิ ต่อเซลล์เพาะเล้ียง RAW264.7 พบว่า สารสกัดจากก้านดอก ของบัวฉลองขวัญ ไมม่ ีฤทธ์ิความเป็นพษิ ตอ่ เซลล์เพาะเลยี้ งแมคโครฟาจ ซึ่งมรี ้อยละการมีชีวติ รอดของเซลล์ดที ส่ี ุด การทดสอบฤทธ์ิความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง HEF พบวา L1FSH, L2LSH, L3LSH, L3FSH, L4FSH มีความ เป็นพิษตอเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ซ่ึงเซลล์เพาะเลี้ยงชนิดน้ีทาหน้าที่ช่วย ซ่อมแซมส่วนท่ีเสียหายในร่างกาย สารสกัดท่ีมี รอ้ ยละการรอดชีวิตของเซลล์เพาะเล้ยี งสามารถ นาไปใช้เป็นส่วนผสมของเวชภัณฑ์ เวชสาอางต่อไป การทดสอบฤทธค์ิ วามเป็นพษิ ตอ่ เซลล์เพาะเลีย้ ง SH-SY5Y พบว่า สารสกัดจากดอกของบัวจงกลนี L4FH มี ความเป็นพิษตอเซลล์ประสาทเพาะเล้ียงจากเนื้อเย้ือประสาทมนุษย์ (Human neuroblastoma from neural tissue cell line, SH-SY5Y) ซึ่งเซลล์เพาะเลี้ยงชนิดนี้เกี่ยวของกับ การสร้างปริมาณสารส่ือประสาททาให้ลดการเกิด โรคความจาเสอื่ มได้ สารสกดั ท่ีมีร้อยละการรอดชีวิตของเซลล์เพาะเลี้ยงสามารถนาไปใช้เป็นส่วนผสมประกอบกับผล การทดลองฤทธ์ติ ้านการทางานเอนซอ์ ะซิทลิ โคลีนเอสเทอเรสในของตารับยาสมุนไพรและยาป้องกันเก่ียวโรคความจา เสอื่ ม (Alzheimer’s disease) และเวชภัณฑ์รูปแบบต่างๆ จากการวิจัยสามารถนาข้อมูลเป็นส่วนประกอบทางยาสมุนไพรในรูปแบบการใช้แบบต่างๆ ท่ีเหมาะสมกับ คุณสมบตั ทิ างยาและเวชสาอางต่อไป 6.4 งบประมำณทไี่ ด้จำ่ ยไปแล้ว แยกตำมหมวดรำยจ่ำย (สารวจถงึ 30 กนั ยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 480,000 บำท 2. งบประมำณทีใ่ ชไ้ ป 477,000 บำท 0 บาท 2.1 งบบุคลากร 0 บาท  ค่าตอบแทนนกั วิจยั 0 บาท  ค่าตอบแทนผู้ช่วยนักวิจยั 0 บาท 0 บาท 2.2 งบดาเนนิ การ 0 บาท  คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดินทาง 0 บาท  คา่ ใช้จา่ ยในการฝึกอบรม 0 บาท  คา่ จา้ งพิมพ์เอกสาร 0 477,000 บาท  ค่าไปรษณยี ์ โทรเลข ค่าโทรศัพท์ 0 บาท  ค่าวสั ดุอุปกรณ์ 0 บาท 2.3 งบลงทุน (ถา้ มี) 0 บาท  คา่ ใช้จ่ายในการจดั ซ้ือครภุ ณั ฑ์/ 3,000 บำท สงิ่ กอ่ สร้าง 2.4 ค่าสาธารณปู โภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ ผศ. วรเชษฐ์ ขอบใจ หวั หน้าโครงการ

-124- 22. ชื่อโครงกำรวจิ ยั : กำรพัฒนำแปง้ จำกกระจับเพื่อใชใ้ นผลิตภณั ฑ์ยำและเครื่องสำอำง Development of Krajub starch for using in drug and cosmetic products 1. ประเภทเงินอดุ หนุนโครงกำรวจิ ยั  โครงการวจิ ัยพื้นฐาน  โครงการวิจัยประยุกต์  โครงการวิจัยและพัฒนา 2. ผลผลิตงำนวิจยั  ผลผลิตผลงานวิจัยเพ่อื สร้างองค์ความรู้  ผลผลติ ผลงานวจิ ยั เพอื่ ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3. รำยชอื่ ผูว้ ิจัย 3.1 นางสาวสรุ ัตวิ ดี ท่งั ม่ังมี หวั หน้าโครงการวจิ ัย 3.2 นางสาวณกันตว์ ลยั วศิ ฎิ ศรี ผู้ร่วมวจิ ัย 3.3 ผศ.วรเชษฐ์ ขอบใจ ผู้ร่วมวจิ ัย 3.4 นายสุรชัย เตชะเอ้ย ผู้รว่ มวจิ ัย 3.5 นางสาวเขมจริ า จามกม ผ้รู ว่ มวจิ ัย 4. ได้รบั จัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เปน็ เงนิ จานวน 400,000 บาท (สี่แสนบาทถว้ น) 5. เริ่มทำกำรวจิ ัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเก่ยี วกบั ผลงำนควำมกำ้ วหน้ำของกำรวิจัย 6.1 วตั ถุประสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพื่อสนองพระราชดารโิ ครงการอนุรกั ษ์พนั ธกุ รรมพืชอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพ่ือศึกษาลักษณะของเน้ือแปง้ จากวิธีการเตรยี มท่ีแตกตา่ งกนั 6.1.3 เพื่อศึกษาคุณสมบัตทิ างกายภาพและทางเคมีของแป้งกระจบั 6.2 กำรดำเนินงำนวจิ ัยตำมที่เสนอไวใ้ นโครงกำรวจิ ยั กับงำนวจิ ัยที่ได้ดำเนินกำรไปแลว้ การดาเนนิ งาน 2561 2562 ก.ย. 1. การทบทวนวรรณกรรม ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. 2. เก็บตัวอย่างกระจับ 3. การสกดั โดยวิธกี ารอบ และ สกัดโดยตวั ทาละลายเพ่อื ทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ 4. การสกัดโดยวิธี spray dry 5. การทดสอบปรมิ าณฟีนอลิ กรวม 6. การทดสอบการตา้ นอนุมลู อสิ ระ (DPPH) 7. การทดสอบการตา้ นอนมุ ลู อิสระ (ABTS) 8. การทดสอบกาลังการต้าน อนมุ ูลอสิ ระ (FRAP)

-125- การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 9. การทดสอบตอ่ สภาวะเครยี ด ออกซิเดชัน 10. การทดสอบต่อเช้ือจุลชีพ 11. การทดสอบความปลอดภยั และความเปน็ พษิ ตอ่ เซลลไ์ ฟโบ รบลาสต์และแมคโครฟาจ 12. การทดสอบต่อการอักเสบ (Nitric oxide) 13. การทดสอบคุณสมบตั ขิ อง แปง้ 14. การวเิ คราะหผ์ งแป้งดว้ ย กลอ้ งจุลทรรศน์อิเล็กตรอนฯ 15. การทดสอบการต้าน เอนไซมไ์ ทโรซเิ นส 16. การทดสอบความเปน็ พิษ เฉียบพลันทางผวิ หนังและทาง ปาก 17. รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ และสรปุ ผล หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนนิ กำรวจิ ัยท่ไี ดด้ ำเนนิ กำรไปแล้ว คิดเป็นร้อยละ...100…… ของโครงการ ไดแ้ ก่ 1) การเตรียมผงแปง้ กระจบั จากการเตรียมแป้งโดย 2 วิธี คือ วธิ ีอบและบด และ วธิ สี เปรย์ดราย โดยผงแป้งที่ได้จากวิธีการอบและบดมีสี นา้ ตาลครมี และ แปง้ ท่ีได้จากวิธีสเปรย์ดรายไดผ้ งแป้งทม่ี ีสีน้าตาลส้ม แสดงดงั ภาพท่ี 1 (ก) (ข) ภำพท่ี 1 ลกั ษณะของแปง้ กระจบั ที่ได้จาก (ก) วิธอี บและบด และ (ข) วิธีสเปรยด์ ราย

-126- 2) การสกดั แปง้ กระจบั จากการสกัดแป้งกระจับ โดยใช้ 70%Ethyl alcohol พบว่า สารสกดั ที่ได้มลี ักษณะข้นหนืด สารสกดั แป้ง กระจบั ด้วยวธิ อี บและบด มีสีน้าตาลออ่ น มีร้อยละของสารสกดั หยาบเทา่ กบั 12.30 ขณะที่สารสกัดแปง้ กระจบั วิธี สเปรย์ดราย มสี นี ้าตาลเขม้ มีร้อยละของสารสกดั หยาบเท่ากบั 9.65 3) การศึกษาคุณลักษณะทางกายภาพและทางเคมขี องแป้งกระจับ (ก) (ข) ภำพท่ี 2 ลกั ษณะอนภุ าคแป้งกระจบั ท่ีได้จากวธิ ีอบและบด (ก) กาลังขยาย 500 เทา่ (ข) กาลังขยาย 2,000 เทา่ (ข) (ก) (ข) ภำพที่ 3 ลกั ษณะอนุภาคแป้งกระจับที่ไดจ้ ากวิธีสเปรยด์ ราย (ก) กาลังขยาย 500 เทา่ (ข) กาลังขยาย 2,000 เท่า ผลการวเิ คราะหท์ างกายภาพและทางเคมีของผงแป้งกระจับท่ีได้จากวธิ อี บและบด และจากวธิ ีสเปรยด์ ราย แสดงได้ดงั ตารางที่ 1 ซ่ึงพบว่าลกั ษณะทางกายภาพและทางเคมีของแป้งกระจับมีความแตกตา่ งกนั ในทางสถติ ิ คือแป้ง กระจบั ที่ได้จากวิธีอบและบด มปี รมิ าณเถ้า ความชื้น ปริมาณเสน้ ใย ปริมาณแปง้ ปริมาณ อะไมโลส คา่ ความขาว และ ความหนดื มากกว่า แปง้ กระจับท่ไี ด้จากวิธีสเปรย์ดราย ในขณะท่ีแป้งกระจบั ท่ีได้จากวธิ สี เปรยด์ รายมีปริมาณโปรตนี ปริมาณไขมัน และคา่ ความเป็นกรดดา่ งมากกว่าผงแปง้ กระจับท่ไี ดจ้ ากวิธีอบและบด เมื่อเพ่ิมอุณหภูมิและระยะเวลาผ่านไป พบว่า แป้งกระจับที่ได้จากวิธีอบและบดมีความหนืดเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง (ภาพท่ี 4) และมคี ่ามากกว่าแปง้ กระจับที่ได้จากวิธีสเปรย์ดราย และเมื่อลดอุณหภูมิลง แป้งกระจับที่ได้จากวิธี

-127- อบและบดมีความหนืดคงท่ีระยะหนึ่งและเพ่ิมข้ึนเช่นเดียวกับแป้งกระจับที่ได้จากวิธีสเปรย์ดราย แต่ค่าความหนืดของ แป้งกระจบั ท่ีได้จากวธิ สี เปรยด์ รายมคี า่ นอ้ ยกวา่ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั เจน ตำรำงที่ 1 ผลการวเิ คราะหท์ างกายภาพและทางเคมีของผงแปง้ กระจบั กำรวเิ ครำะห์ ผลกำรวเิ ครำะห์ ผลกำรวิเครำะห์ (Calculated by dried basis) แปง้ กระจับทไี่ ดจ้ ำกวิธอี บ แปง้ กระจบั ที่ไดจ้ ำกวิธี ปริมาณโปรตีน (Protein Content, %) และบด สเปรยด์ รำย 12.38  0.02 12.05  0.02 0.45  0.01 ปรมิ าณไขมัน (Fat Content, %) 0.25  0.03 1.02  0.03 ปรมิ าณเส้นใย (Fiber Content, %) 2.20  0.02 18.48  0.05 ความขาวของแป้ง (Whiteness) 32.60  0.08 ตำรำงที่ 1 ผลการวิเคราะหท์ างกายภาพและทางเคมีของผงแปง้ กระจับ (ต่อ) กำรวเิ ครำะห์ ผลกำรวิเครำะห์ ผลกำรวเิ ครำะห์ (Calculated by dried basis) แป้งกระจบั ท่ไี ดจ้ ำกวธิ ีอบ แปง้ กระจับท่ีได้จำกวธิ ี ปริมาณความชนื้ (Moisture content) และบด สเปรยด์ รำย ปริมาณเถา้ (Ash) 3.79  0.02 1.94  0.09 ปริมาณแป้ง (Starch Content, %) คา่ ความเปน็ กรดดา่ ง (pH) 5.79  0.02 3.84  0.00 ความเหนยี ว ปริมาณอะมโิ ลส (Amylose content, %) 60.90  0.78 54.46  0.80 5.67  0.01 5.76  0.00 81.00  1.00 41.00  0.00 24.78  0.52 23.02  0.75

-128- ภำพท่ี 4 ผลของอณุ หภมู ิต่อความหนืดของแป้งกระจับ 4) ปริมาณฟนี อลกิ รวม ฤทธ์ิตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ และฤทธิ์การยับยัง้ เอนไซมไ์ ทโรซิเนส ของสารสกัดแป้งกระจับ สารสกัดกระจับท้ัง 2 ชนิดมีปริมาณฟีนอลิกรวม (Total phenolic content) ในปริมาณไม่แตกต่างกันทาง สถิติ ฤทธ์ิทางชีวภาพที่เก่ียวข้องการการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ การต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธี DPPH กาลังการต้าน อนมุ ลู อิสระ โดยวิธี FRAP การต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธี ABTS การต้านการอักเสบ โดยวิธี Nitric oxide scavenging assay และการทนตอ่ สภาวะเครยี ดออกซเิ ดชัน ของสารสกัดทั้งสองมีค่าไม่แตกต่างกัน ในขณะท่ีฤทธิ์การต้านเอนไซม์ ไทโรซิเนส KJOG ดกี วา่ KJSD 5) การทดสอบฤทธต์ิ า้ นเช้ือจุลนิ ทรีย์ จากการทดสอบฤทธิ์การตา้ นเชอ้ื จลุ ินทรียจ์ านวน 4 ชนดิ ไดแ้ ก่ S. aureus, S. mutans, B. subtilis และ E. coli พบวา่ ไมพ่ บวงใส (clear zone) บริเวณท่ที ดสอบด้วยสารสกัดแป้งกระจับ ดังน้ันจึงไม่สามารถหาค่าปริมาณ สารสกัดต่าสุดท่ีป้องกันไม่ให้เกิดการเจริญของแบคทีเรีย (Minimal Inhibitory Concentration; MIC) และค่า ปรมิ าณสารสกัดต่าสดุ ที่สามารถฆา่ แบคทเี รยี (Minimal bactericidal concentration; MBC) ได้ 6) การทดสอบการต้านการอักเสบ จากการทดสอบการต้านการอักเสบโดยการยับย้ังเซลล์แมคโครฟาจที่ถูกกระตุ้นของสารสกัดกระจับ พบว่า สารสกัดแป้งกระจับท่ีได้จากวิธีสเปรย์ดรายแสดงร้อยละการยับย้ังการสร้าง nitric oxide จากเซลล์แมคโครฟาจได้ น้อย ขณะทแ่ี ป้งกระจับทไ่ี ดจ้ ากวธิ อี บและบดไม่สามารถยบั ยง้ั การสร้าง nitric oxide ได้

-129- 7) การทดสอบความเปน็ พษิ ตอ่ เซลล์ จากการทดสอบความเปน็ พิษของสารสกัดกระจับต่อการมีชวี ิตรอดของเซลลแ์ มคโครฟาจ และไฟโบรบลาสต์ พบว่ารอ้ ยละการมชี ีวติ รอดของเซลล์มีค่ามากกว่า 100 เมื่อทดสอบด้วยสารสกัดท่คี วามเขม้ ขน้ 6.25-100 µg/ml ท้ัง สองชนดิ 8) การทดสอบความเป็นพิษในสัตวท์ ดลอง จากผลการทดสอบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของผิวหนังในหนูแรทของวัสดุทดสอบผงแป้งกระจับ พบว่า ภายหลังจากการให้วัสดุทดสอบในช่วง 48 ชั่วโมง แรกไม่พบความเป็นพิษรุนแรงและไม่พบการระคายเคืองและการ กดั กรอ่ นของผิวหนงั ในหนูแรท นอกจากน้ยี ังไม่พบความผิดปกตขิ องพฤติกรรมและอาการทางคลินิกของหนูแรทตลอด ช่วงระยะเวลา 14 วันของการสังเกตอาการ โดยพบว่าการทาผิวหนังหนูแรทด้วยวัสดุทดสอบผงแป้งกระจับ ความ เข้มข้นสูงสุดท่ี 2,000 มก./กก. น้าหนักตัวสัตว์ ไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของผิวหนังในหนูแรท และ เมื่อพิจารณาตาม Annex 2 ท่ีระบุไว้ใน Test Guideline 402 สามารถสรุปได้ว่าวัสดุทดสอบผงแป้งกระจับ มีเกณฑ์ จาแนกความปลอดภัยตามระบบการจัดกลุ่มสารเคมีและการติดฉลากของวัสดุทดสอบตามหลักเกณฑ์ของ GHS ท่ี ระดบั 5 หรือ Unclassified (United Nationals, 2017) คือวสั ดุทดสอบผงแปง้ กระจับไมก่ อ่ ให้เกิดความเป็นพิษแบบ เฉียบพลันของผิวหนังในหนแู รท 6.4 งบประมำณทีไ่ ด้จำ่ ยไปแล้ว แยกตำมหมวดรำยจ่ำย (สารวจถึง 30 กนั ยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 0 400,000 บำท 2. งบประมำณท่ีใช้ไป 0 400,000 บำท 0 บาท 2.1 งบบุคลากร 0 380,000 บาท  คา่ ตอบแทนนกั วจิ ยั 380,000 บาท  คา่ ตอบแทนผชู้ ่วยนกั วิจัย 0 20,000 บาท 0 0 บาท 2.2 งบดาเนินการ 0 บาท  ค่าใช้จา่ ยในการจ้างเหมาวเิ คราะห์ 0 บาท  ค่าใชจ้ า่ ยในการฝึกอบรม 0 บาท  คา่ จ้างพิมพ์เอกสาร 0 บาท  คา่ ไปรษณีย์ โทรเลข ค่าโทรศัพท์ 20,000 บาท  คา่ วสั ดอุ ปุ กรณ์ บาท บาท 2.3 งบลงทุน (ถ้ามี) บำท  ค่าใช้จา่ ยในการจัดซ้ือครภุ ัณฑ์/ส่งิ ก่อสร้าง 2.4 ค่าสาธารณูปโภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ นางสาวสรุ ัตวิ ดี ท่ังมง่ั มี หัวหนา้ โครงการ

-130- 23. ช่อื โครงกำรวิจัย : กำรศึกษำฤทธท์ิ ำงชีวภำพของสำรสกัดบัวสตั ตบรรณเพ่ือพัฒนำผลติ ภณั ฑ์ สขุ ภำพและควำมงำม Study of biological activities of Nymphaea rubra Roxb. ex Andrews extract for development of health and aesthetic products 1. ประเภทเงนิ อุดหนนุ โครงกำรวิจยั  โครงการวิจยั พื้นฐาน  โครงการวิจยั ประยุกต์  โครงการวจิ ัยและพัฒนา 2. ผลผลติ งำนวิจยั  ผลผลติ ผลงานวจิ ัยเพ่อื สร้างองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวิจัยเพอื่ ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3. รำยช่ือผ้วู จิ ัย 3.1 นางสาวณกันต์วลยั วศิ ิฎศรี หัวหน้าโครงการวิจัย 3.2 นางสาวสุรตั วิ ดี ทั่งมัง่ มี ผ้รู ่วมวิจัย 3.3 นางสาวมนสิชา ขวัญเอกพนั ธ์ุ ผ้รู ่วมวจิ ยั 4. ไดร้ ับจัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เปน็ เงินจานวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถว้ น) 5. เร่มิ ทำกำรวจิ ัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเก่ยี วกบั ผลงำนควำมกำ้ วหน้ำของกำรวิจัย 6.1 วตั ถุประสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพอื่ สนองพระราชดาริโครงการอนุรกั ษ์พันธุกรรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพ่ือศึกษาฤทธ์ิตา้ นอนมุ ูลอสิ ระของสารสกัดจากบวั สตั ตบรรณ 6.1.3 เพอื่ ศึกษาฤทธย์ิ ับยั้งการสร้างเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดจากบวั สตั ตบรรณ 6.1.4 เพ่ือศึกษาฤทธต์ิ ้านจลุ ชีพของสารสกัดจากบวั สตั ตบรรณ 6.1.5 เพ่ือศึกษาฤทธปิ์ รับเปล่ียนภมู ิคุ้มกันร่างกายของสารสกดั จากบัวสัตตบรรณ 6.1.6 เพอื่ ศึกษาความเปน็ พษิ ตอ่ เซลลข์ องสารสกดั จากบัวสัตตบรรณ 6.1.7 เพอ่ื พัฒนาผลิตภณั ฑส์ ุขภาพและความงามจากสารสกัดของบัวสตั ตบรรณ 6.2 กำรดำเนนิ งำนวิจัยตำมท่ีเสนอไว้ในโครงกำรวจิ ยั กับงำนวิจยั ทไี่ ดด้ ำเนินกำรไปแลว้ การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. เตรียมสารสกดั นา้ เอทานอล และเมทานอลของบวั สตั บรรณ 2. ทดสอบฤทธิต์ ้านอนมุ ลู อสิ ระ 3. ทดสอบฤทธ์ยิ ับยั้งเอนไซมไ์ ท โรซิเนส 4. ทดสอบฤทธต์ิ า้ นจุลชีพ 5. ทดสอบฤทธิ์ปรับเปลยี่ น ภูมคิ ุ้มกนั ร่างกาย

-131- การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 6. ทดสอบความเป็นพิษต่อ เซลล์แมคโครฟาจและไฟโบรบ ลาสต์ 7. วเิ คราะห์ข้อมูล 8. สรุปผลและเขียนรายงาน การวจิ ัย 9. ถา่ ยทอดผลงานวจิ ยั หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวจิ ัยทไ่ี ดด้ ำเนนิ กำรไปแลว้ คิดเป็นรอ้ ยละ...100…… ของโครงการ ได้แก่ 6.3.1 สารสกดั น้า เอทานอล และเมทานอลของบวั สตั บรรณ 6.3.2 ฤทธต์ิ า้ นอนมุ ลู อสิ ระ 6.3.3 ฤทธติ์ า้ นจุลชีพ 6.3.4 ฤทธ์ปิ รบั เปลี่ยนภูมิคมุ้ กันร่างกาย 6.3.5 ความเป็นพิษต่อเซลล์แมคโครฟาจและไฟโบรบลาสต์ 6.3.6 วิเคราะห์ข้อมูล 6.3.7 สรุปผลและเขียนรายงานการวจิ ัย สารสกดั บวั สตั ตบรรณ ภำพที่ 1 สารสกัดเอทานอลของบัวสัตตบรรณสวนราก กานใบ ใบ กานดอก และดอก

-132- ภำพท่ี 2 สารสกดั เมทานอลของบัวสตั ตบรรณสวนราก กานใบ ใบ กานดอก และดอก ตำรำงท่ี 1 รอยละผลผลติ ของสารสกัดบวั สัตตบรรณเม่ือใชตัวทาละลายชนิดตาง ๆ เอทำนอล สำรสกัด %yield เมทำนอล นำ้ ราก 2.46 กา้ นใบ 2.65 3.72 ใบ 2.15 กา้ นดอก 3.34 ดอก 0.95 1.38 ราก 1.56 กา้ นใบ 1.18 1.52 ใบ ก้านดอก 1.87 1.97 ดอก 3.25 1.96 ราก 3.11 กา้ นใบ ใบ ก้านดอก ดอก จากผลการทดลองพบวาสารสกดั เอทานอล เมทานอล และน้า สวนรากและลาตน กานใบ ใบ กานดอก และ ดอก ของบัวสัตตบรรณ สามารถตานอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS ไดดี รวมถึงมีความสามารถในการ เปน reducing agent เมอ่ื ทดสอบดวยวิธี FRAP ในขณะท่สี ารสกดั เอทานอล และเมทานอลสวนดอก และสารสกัดน้าสวน ใบ มฤี ทธิต์ านอนุมลู อิสระไนตริก ออกไซด ไดดที ส่ี ดุ

-133- ความสามารถในการยับยั้งเอนไซมไทโรซิเนสที่ดี โดยพบวาสารสกัดเอทานอลสวนใบสารสกัดเมทานอลส วนกานใบ และสารสกัดน้าสวนดอกของบัวสสัตตบรรณ มีฤทธิ์ยับย้ังเอนไซมไทโรซิเนส ซึ่งเปนเอนไซมท่ีทาใหเกิด ความหมองคล้าของผิวไดดีทีส่ ุด สารสกัดเอทานอล สวนใบของบัวสัตตบรรณ มีฤทธ์ิยับย้ังเช้ือ Methicilin Resistant Staphylococcus Aureus (MRSA) และ Staphylococcus Aureus ได ซ่งึ ฤทธติ์ านเช้ือจลุ ชพี มักพบในสารสกดั บวั หลวง การทดสอบฤทธิ์ปรบั เปลยี่ นภูมคิ ุมกันรางกายของสารสกดั บัวสัตตบรรณ พบวาสารสกดั เอทานอล สวนราก มี ฤทธใ์ิ นการกระตุนการทางานของเซลลแมคโครฟาจ ยังพบในรากของบัวหลวงที่สามารถกระตุนการทางานของ เซลล แมคโครฟาจได และสารสกัดเอทานอลสวนดอกมีฤทธ์ิในการยับย้ังการทางาน ของเซลลแมคโครฟาจท่ีถูกกระตุน ซึ่ง เก่ียวของกับการตานการอกั เสบ โดยเฉพาะอยางยิง่ ในการอักเสบเรอ้ื รงั 6.4 งบประมำณท่ไี ดจ้ ่ำยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถึง 30 กันยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 0 500,000 บำท 2. งบประมำณทใี่ ช้ไป 0 497,000 บำท 0 บาท 2.1 งบบคุ ลากร 500,000 50,000 บาท  คา่ ตอบแทนนักวจิ ยั 25,000 บาท  ค่าตอบแทนผูช้ ่วยนักวิจัย 3,000 25,000 บาท 0 25,000 2.2 งบดาเนนิ การ 0 25,000 บาท  คา่ จ้างสกดั ตวั อยา่ งบัวสัตตบรรณ 0 40,000 บาท  คา่ จา้ งทดสอบการต้านอนุมลู อสิ ระดว้ ย DPPH assay 35,000 บาท  คา่ จ้างทดสอบการต้านอนุมูลอิสระด้วย FRAP assay 100,000  ค่าจ้างทดสอบการต้านอนุมูลอิสระดว้ ย Nitric oxide 86,000 บาท 86,000 scavenging assay 0 บาท  คา่ จา้ งทดสอบการต้านอนุมูลอสิ ระดว้ ยวิธี Radical cation บาท 3,000 บาท (ABTS+) assay  คา่ จ้างทดสอบต่อเชอื้ จุลชพี บาท  ค่าจ้างทดสอบการยับยั้งการทางานของเอนไซม์ไทโรซิเนส  ค่าจา้ งทดสอบการกระตนุ้ และยับยัง้ การทางานของเซลล์ บาท แมคโครฟาจ บาท  คา่ จา้ งทดสอบความปลอดภยั และความเป็นพษิ ต่อเซลลแ์ มค บาท บาท โครฟาจ บาท  คา่ จ้างทดสอบความปลอดภยั และความเป็นพษิ ต่อเซลล์ไฟ บำท โบรบลาสต์  ค่าวัสดอุ ุปกรณ์ 2.3 งบลงทุน (ถ้ามี)  ค่าใชจ้ า่ ยในการจดั ซ้ือครุภณั ฑ์/สงิ่ ก่อสร้าง 2.4 ค่าสาธารณปู โภค 5% 3. งบประมำณคงเหลือ นางสาวณกนั ต์วลยั วิศิฎศรี หัวหนา้ โครงการ

-134- 24. ชอ่ื โครงกำรวจิ ัย : กำรพฒั นำผลติ ภณั ฑเ์ พ่อื สขุ ภำพ และควำมงำมจำกพืชสมนุ ไพรในทอ้ งถ่นิ ตำบลบ่อเงนิ อำเภอลำดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธำนี The development of Aesthetic and Health Products from Thai folk medical in Tumbon Bo Kaeo, Lardlumkaeow, Pathumthani 1. ประเภทเงนิ อุดหนุนโครงกำรวิจัย  โครงการวิจัยพืน้ ฐาน  โครงการวจิ ัยประยกุ ต์  โครงการวิจัยและพฒั นา 2. ผลผลติ งำนวิจัย  ผลผลติ ผลงานวิจัยเพ่อื สรา้ งองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวิจยั เพอ่ื ถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. รำยช่อื ผวู้ จิ ัย 3.1 นางสาวกัญญ์ธศยา อัครศริ ิฐรตั นา หวั หน้าโครงการวจิ ยั 3.2 นายไฉน น้อยแสง ผู้ร่วมวิจยั 3.3 นางสาวเอมอร ชัยประทีป ผรู้ ่วมวิจัย 3.4 นางสาวสิริภัทร ชมฒั พงษ์ ผู้ร่วมวจิ ัย 3.5 นางสาวนรินทรท์ ร พนั ธ์สวสั ด์ิ ผู้ร่วมวจิ ัย 4. ได้รับจัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจา่ ยประจาปี 2562 เป็นเงินจานวน 925,000 บาท (เก้าแสนสองหมนื่ ห้าพันบาทถว้ น) 5. เร่ิมทำกำรวจิ ัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเกยี่ วกับผลงำนควำมกำ้ วหน้ำของกำรวจิ ัย 6.1 วัตถุประสงค์ของโครงกำร 6.1.1 เพอ่ื สนองพระราชดารโิ ครงการอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพื่อจดั ทามาตรฐานวัตถุดบิ ของพชื สมนุ ไพร 6.1.3 เพื่อศึกษาฤทธ์ทิ างชวี ภาพของพืชสมุนไพร 6.2 กำรดำเนินงำนวจิ ยั ตำมทเี่ สนอไว้ในโครงกำรวจิ ยั กบั งำนวจิ ยั ทีไ่ ดด้ ำเนนิ กำรไปแลว้ การดาเนินงาน 2561 2562 1. การทบทวนวรรณกรรม ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 2. การเตรยี มวัตถุดบิ และสาร สกัด การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 3. การจัดทามาตรฐานของ วัตถดุ บิ สมุนไพร 5 ชนิด 4. การทดสอบฤทธท์ิ างชวี ภาพ ของพืชสมนุ ไพร

-135- การดาเนนิ งาน 2561 2562 5. วิเคราะหผ์ ลการวิจัย ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 6. จัดทารายงานฉบบั สมบรู ณ์ หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวจิ ยั ทีไ่ ดด้ ำเนนิ กำรไปแล้ว คิดเป็นร้อยละ...100…… ของโครงการ ได้แก่ 1. กำรตรวจสอบเอกลักษณ์พืชสมนุ ไพร 1.1 ลกั ษณะทำงกำยวภิ ำคศำสตร์ของแผ่นใบ จากการศึกษากายวภิ าคศาสตร์ของแผน่ ใบด้วยการศึกษาภาคตัดขวางของพืชสมุนไพร จานวน 5 ชนิด ได้แก่ ฟกั ข้าว แป๊ะตาปงึ พญาไร้ใบ พญายอ และบวั บก (ตารางท่ี 1) ตำรำงที่ 1 ลักษณะแสดงลักษณะทางจุลภาคด้วยการศกึ ษาภาคตัดขวางของสมนุ ไพรฟักข้าว แป๊ะตาปงึ พญาไรใ้ บ และบัวบก ฟกั ขำ้ ว แปะ๊ ตำปงึ พญำไร้ใบ พยำยอ บัวบก เน้ือเยือ่ ผวิ ผวิ ใบด้านบน Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell 1 ชนั้ 1 ชน้ั 1 ชั้น 1 ชนั้ 1 ช้ัน ชนดิ ปากใบ ปากใบแบบ ปากใบแบบ ปากใบแบบจม ปากใบแบบ ปากใบแบบยกสูง (sunken ธรรมดา (typical ธรรมดา (typical stomata) ธรรมดา (typical (raised stomata) stomata) stomata) stomata) ผลกึ สะสม - - - - - ขน - - - - - ผิวใบด้านล่าง Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell Epidermal cell 1 ชั้น 1 ชั้น 1 ชนั้ 1 ชน้ั 1 ช้ัน รูปร่าง เหลยี่ ม เหล่ยี ม เหลีย่ ม เหลยี่ ม เหลย่ี ม ชนิดปากใบ - - - - - ผลกึ สะสม - - - - - ขน - - - - - ฟกั ข้ำว แปะ๊ ตำปงึ พญำไร้ใบ พยำยอ บวั บก

-136- ฟักข้ำว แปะ๊ ตำปงึ พญำไร้ใบ พยำยอ บวั บก เนอื้ เยื่อชั้นรอง พารแิ ซดพาเรงคิ พารแิ ซดพาเรงคิ พาริแซดพาเรงคิ พารแิ ซดพาเรงคิ พารแิ ซดพาเรงคิ จากผวิ ใบด้านบน มา มา มา มา มา จานวนชน้ั 2 1 1 1 3 บรเิ วณที่พบ ใต้ upper ใต้ upper ใต้ upper ใต้ upper ใต้ upper epidermis epidermis epidermis epidermis epidermis ฟักขำ้ ว แปะ๊ ตำปงึ พญำไร้ใบ พยำยอ บวั บก เนื้อเยอื่ ช้ันรอง สปองจี สปองจี สปองจี สปองจี สปองจี จากผิวใบดา้ นล่าง จานวนชนั้ 1 1 1 1 1 บริเวณทีพ่ บ เหนอื lower เหนอื lower เหนือ lower เหนอื lower เหนอื lower epidermis epidermis epidermis epidermis epidermis เนอื้ เย่อื พืน้ พาเรงคมิ า พบ พบ พบ พบ พบ ชั้นมีโซฟลิ ล์ พบ พบ พบ พบ พบ 1. แพลิเซด พบ พบ พบ พบ พบ 1.1 รปู รา่ ง ทรงกระบอก ทรงกระบอก ทรงกระบอก ทรงกระบอก ทรงกระบอก 1.2 จานวนช้นั 2 1 1 1 3 2. สปองจี พบ พบ พบ พบ พบ 2.1 รูปรา่ ง กลมรี กลมรี กลมรี กลมรี กลมรี 2.2 จานวนช้นั กระจาย 1 ชนั้ กระจาย 1 ชน้ั กระจาย 1 ชัน้ กระจาย 1 ชนั้ กระจาย 1 ช้นั คอลเรงคิมา จานวนชนั้ 3-4 2 - 1-2 1-2 บรเิ วณทพี่ บ เหนือ lower เหนือ lower - เหนือ lower เหนอื lower epidermis epidermis epidermis epidermis

-137- 1.2 องค์ประกอบทำงพฤกษเคมเี บ้ืองตน้ (Phytochemical Screening) จากผลการทดลองการตรวจสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้น (Phytochemical Screening) โดยแบ่งการทดสอบสารทุติย ภูมิ (Secondary metabolites) ออกเป็น 9 กลุ่ม ได้แก่ แอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ แอนทราควิโนน คูมาริน ซาโป นิน แทนนิน เทอรป์ ีนอยด์ สเตยี รอยด์ และคาร์ดแิ อค ไกลโคไซด์ อาศัยปฏิกิรยิ าการเกิดสหี รอื ตะกอน พบว่าได้ผลการ ทดลอง (ตารางท่ี 2) ตำรำงที่ 2 ผลการตรวจสอบสารพฤกษเคมเี บอ้ื งต้นของสารสกัดฟักข้าว แป๊ะตาปงึ บัวบก พญายอ และพญาไร้ใบ กลมุ่ สำรพฤกษเคมี สำรสกดั สมนุ ไพร 7 123456 อัลคำลอยด์ + -Dragendorff’s reagent ++++++ + -Kraut’s reagent ++++++ + -Mayer’s reagent +- - - - - + -Tannic acid ++ - -++ + -Wagner’s reagent --+-- - แอนทรำควโิ นน - -Borntrager test ------ + คูมำรนิ + - -++ - คำร์ดแิ อกไกลโคไซด์ - -Unsaturated lactonering ------ - -Steroidal nucleus ------ - -Deoxy sugar ------ ฟลำโวนอยด์ - -Shinida test +++ - - - - -Pew test --+-- - - -การเกดิ ปฏิกริ ยิ ากับดา่ ง -+- - - - - ซำโปนนิ - - - -+- - สเตียรอยด์ ------ - เทอร์พีนอยด์ ------ แทนนนิ - - Gelatin Solution ------ - - Gelatin Salt Solution ------ - - 1% Ferric Chloride Solution ++++- - - - Bromine water ------ - - Formalin-HCl test ------ - - Vanillin-HCl test +++++ - + - Lime water - - - -++

-138- หมำยเหตุ - หมายถึง ตรวจสอบไม่พบกลุ่มสาร, + หมายถึง ตรวจสอบพบกลุ่มสาร, หมายเลข 1 คือ บัวบก, หมายเลข 2 คือ แป๊ะตาปึง, หมายเลข 3 คือ พญายอ, หมายเลข 4 คือ พญาไร้ใบ, หมายเลข 5 คือ เปลือกฟักข้าว, หมายเลข 6 คือ เน้อื ในฟักขา้ ว, หมายเลข 7 คอื เย้อื หุ้มเมล็ดฟกั ขา้ ว 1.3 องค์ประกอบทำงเคมีด้วยวธิ ีโครมำโทกรำฟแี บบชนั้ บำง (TLC) (1) สารสกัดบวั บก พบกลมุ่ สาร Phenolic acid, Flavonoid, -sitosterol (2) สารสกัดแปะ๊ ตาปงึ พบกลมุ่ สาร Phenolic acid, Alkaloid, Flavonoid, -sitosterol และLupeol (3) สารสกดั พญายอ พบกลุม่ สาร Phenolic acid, Alkaloid, Flavonoid, -sitosterol และ Lupeol (4) สารสกดั พญาไร้ใบ พบกลุม่ สาร Phenolic acid, Flavonoid, -sitosterol Lupeol (5) สารสกดั ฟกั ขา้ ว พบกลุ่มสาร Flavonoid 1.4 องคป์ ระกอบทำงเคมีดว้ ยวธิ ี High Performance Liquid Chromatography (HPLC) (1) จากการวิเคราะห์หาปริมาณสารสาคัญในกลุ่ม Phenolic acid ประกอบด้วย Gallic acid, Protocatechuic acid, Vanillic acid, Caffeic acid, Coumaric acid, Ferulic acid, Sinapic acid ในสารสกัดสมุนไพรด้วยเอทา นอลรอ้ ยละ 95 (ตารางที่ 3) ตำรำงที่ 3 แสดงปริมาณสารสาคัญในกลุ่ม Phenolic acid ในสารสกัดฟักข้าว แป๊ะตาปึง บัวบก พญายอ และ พญาไร้ใบ สมนุ ไพร Gallic acid Protocatechu Vanillic Caffeic Coumaric Ferulic acid Sinapic acid acid acid ic acid acid สารสกดั บวั บก ND ND ND 38.56± 41.36± 35.49±2.27 337.20±61.6 3.78 3.67 1 สารสกัดแปะ๊ ตาปึง 11.61±1.03 12.15±7.06 25.99±2.12 49.38± ND 33.64± 2.09 61.67±6.25 7.46 สารสกัดพญายอ 4.85.52±0.4 12.81±6.11 ND ND 119.97± 4,029.56±15. 4,510.65±94. 2 6.67 38 14 สารสกัดพญาไรใ้ บ 147.14±16.5 143.01±14.00 ND ND ND 54.43±5.36 ND 1 สารสกัดเย้ือหุ้ม ND ND ND ND ND ND ND เมล็ดฟกั ข้าว (สด) *ND; Non detected 1.4 ปรมิ ำณสง่ิ แปลกปลอม พบสิ่งแปลกปลอม ไมเ่ กิน 2% ในพชื สมนุ ไพรฟักข้าว แป๊ะตาปึง บวั บก พญายอ และพญาไร้ใบ 1.5 ปรมิ ำณเถำ้ (1) ปรมิ าณเถ้ารวม พบวา่ แป๊ะตาปงึ 19.88, เนือ้ ฟักข้าว 19.95, เยอ่ื หุม้ ฟกั ขา้ ว 3.44, เปลือกฟักขา้ ว 10.18, พญายอ 17.18, พญาไรใ้ บ 16.28 g/100g (2) ปริมาณเถา้ ที่ไม่ละลายในกรด พบวา่ แป๊ะตาปงึ 0.43, เนอ้ื ฟกั ขา้ ว 0.00, เยือ่ หมุ้ ฟักข้าว 0.08, เปลอื กฟกั ขา้ ว 0.00, พญายอ 0.38, พญาไรใ้ บ 0.36 g/100g

-139- 1.6 ปรมิ ำณควำมช้ืน พบปริมาณความช้ืน ไมเ่ กนิ 10% ในพืชสมุนไพรฟกั ข้าว แปะ๊ ตาปึง บัวบก พญายอ และพญาไร้ใบ 2. ฤทธท์ิ ำงเภสชั วทิ ยำ 2.1 ฤทธ์ติ ้ำนปฏิกิรยิ ำออกซเิ ดชันและฤทธยิ์ บั ย้ังเอน็ ไซม์ไทโรซเิ นส (ตำรำงที่ 4) ตำรำงท่ี 4 แสดงฤทธิต์ ้านอนุมูลอิสระ ปริมาณฟนี อลคิ ทั้งหมดและฤทธยิ์ ับย้ังเอ็นไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดสมุนไพร ท่สี กัดดว้ ยเอทานอล สำรสกดั สมนุ ไพร Antioxidant activity Total phenolic Antityrosinase (mgGEA/g crude สารสกัดใบบวั บก IC50 (µg/ml) IC50 (mg/ml) สารสกดั แปะ๊ ตาปงึ (n=2) extract) (n=3) สารสกัดพญายอ (n=3) สารสกัดพญาไร้ใบ 337.92±14.27 2.28±1.02 สารสกัดเปลือกฟกั ขา้ ว 363.93±49.52 29.42±8.82 1.14±0.44 สารสกดั เน้อื ฟักข้าว 670.52±21.02 43.72±4.02 3.42±1.54 สารสกดั เย้ือหุ้มเมลด็ ฟักขา้ ว 485.18±3.43 26.69±2.35 2.79±2.03 สารสกัดเปลือกฟักข้าว (สด) 796.76±124.54 27.34±17.76 5.31±0.69 สารสกัดเนือ้ ฟักขา้ ว (สด) 822.81±109.47 25.57±0.91 4.78±0.30 สารสกดั เยอื้ หมุ้ เมล็ดฟกั ข้าว (สด) 2313.98±412.09 22.05±5.57 7.35±0.19 Trolox (µg/ml) 1737.43±34.20 -1.94±3.15 7.30±2.99 Ascorbic acid (µg/ml) 4900.15±367.23 15.70±3.42 7.67±2.81 Kojic acid (µg/ml) 9073.18±3835.97 -0.77±1.71 5.94±1.26 1.82±1.31 9.48±1.82 - 11.93±2.01 - - - 19.00±7.58 - - 2.2 ฤทธ์ิตำ้ นจุลชีพ (1) ผลกำรยับย้งั กำรเจริญของแบคทเี รยี ของสำรสกดั ด้วยวธิ ี Disc diffusion techniques การทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดด้วยเอทานอต่อการยับย้ังของแบคทีเรียต่อเชื้อ Candida albicans Staphylococcus aureus, Propionibacterium acnes และ Staphylococcus epidermidis ผลการศึกษา พบว่า สารสกัดของฟัก ข้าวส่วนเน้ือ (สด) มีฤทธ์ิในการยับย้ังการเจริญของเช้ือ Propionibacterium acnes สูงท่ีสุด โดยมีเส้นผ่าน ศูนยก์ ลางของบริเวณยบั ยั้งเฉล่ียเทา่ กับ 4.0 มิลลิเมตร รองลงมาไดแ้ ก่ สารสกดั ของพญาไร้ใบ เทา่ กับ 3.67 มิลลิเมตร, สารสกัดของพญายอ เท่ากับ 1.67 มิลลิเมตร และสารสกดั ของบัวบก เท่ากับ 1.0 มิลลิเมตร ส่วนสารสกัดฟักข้าวส่วน เปลอื ก และเยอ่ื ห้มุ เมลด็ (สดและแหง้ ) แปะ๊ ตาปึง พบว่ามฤี ทธิ์ในการยับยั้งการเจริญต่อเชื้อ P. acnes และพบว่าสาร สกดั ทกุ ชนดิ ไมม่ ฤี ทธใ์ิ นการยบั ย้ังการเจริญตอ่ เชอื้ Candida albicans, S. aureus และ S. epidermidis (2) กำรทดสอบหำค่ำควำมเข้มข้นต่ำสุดในกำรยับย้ังกำรเจริญของแบคทีเรีย (Minimal Inhibitory Concentration, MIC)

-140- การทดสอบหาค่าความเข้มข้นต่าสุดในการยับย้ังการเจริญของแบคทีเรีย (Minimal Inhibitory Concentration, MIC) ของสารสกัดด้วยเอทานอล ต่อเช้ือ P. acnes ผลการศึกษา พบว่า สารสกัดพญายอ 12.5 mg/ml, สารสกัดฟัก ขา้ วส่วนเนอ้ื (สด) 12.5 mg/ml, สารสกัดบวั บก 6.25 mg/ml , และสารสกัดพญาไรใ้ บ 6.25 mg/ml (3) ค่าความเข้มข้นต่าสุดของสารสกัดที่สามารถฆ่าเช้ือแบคทีเรียทั้งหมด (Minimum Bactericidal Concentration, MBC) การทดสอบหาค่าความเข้มข้นต่าสุดของสารสกัดท่ีสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด (Minimum Bactericidal Concentration, MBC) ของสารสกัดด้วยเอทานอล ต่อเช้ือ P. acnes ผลการศึกษา พบว่า สารสกัดพญายอและฟัก ขา้ วสว่ นเนื้อ (สด) เทา่ กบั >100 mg/ml, สารสกัดบวั บกและพญาไร้ใบ เท่ากบั 50 mg/ml 2.3 ฤทธต์ิ ้ำนกำรอักเสบ การทดสอบฤทธต์ิ ้านการอักเสบโดยวิเคราะห์การยับย้ังการผลิตไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ผลการศึกษา พบว่า สารสกัดพญาไร้ใบมีฤทธิ์ต้านการอักเสบสูงที่สุด (99.16%) รองลงมาได้แก่ ฟักข้าวส่วนเน้ือ(แห้ง) (91.06%) ฟักข้าวส่วนเปลอื ก (แห้ง) (79.70%) พยายอ (77.25%) และบัวบก (75.33%) 2.4 กำรทดสอบควำมเปน็ พิษต่อเซลล์ ทาการทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดต่อเซลล์ WS-1, mc3T3-E1 และ Vero ซ่ึงอัตราการอยู่รอดที่มากกว่า 80% ถือว่าไมเ่ ปน็ พิษต่อเซลล์ที่ทดสอบ ผลการศึกษา พบว่า สารสกัดพญายอ ฟักข้าว บัวบัก และแป๊ะตาปึงมีอัตราการอยู่ รอดท่ีมากกว่า 80% ถือว่าไม่เป็นพิษต่อเซลล์ที่ทดสอบ ส่วนสารสกัดพญาไร้ใบพบว่า ในช่วงความเข้มข้น 1 และ 10 mg/mL พบวา่ มคี วามเปน็ พิษต่อเซลล์ 6.4 งบประมำณท่ีได้จำ่ ยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถึง 30 กันยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 0 925,000 บำท 2. งบประมำณทีใ่ ช้ไป 0 918,581.49 บำท 40,000 บาท 2.1 งบบคุ ลากร 261,960.10 6,418.51 บาท 2.2 งบดาเนินการ 218,869.89 บาท  คา่ วัตถดุ ิบพชื สมนุ ไพร 397,751.50 บาท  ค่าจา้ งวเิ คราะห์ 0 บาท  ค่าวสั ดุอปุ กรณ์วิทยาศาสตร์ 0 บาท  คา่ สารเคมี 0 บาท 2.3 งบลงทุน (ถา้ มี) บาท  คา่ ใช้จา่ ยในการจดั ซอ้ื ครภุ ณั ฑ์/สิ่งก่อสร้าง บาท 2.4 ค่าสาธารณปู โภค 5% บำท 3. งบประมำณคงเหลือ นางสาวกญั ญธ์ ศยา อัครศริ ฐิ รัตนา หวั หน้าโครงการ

-141- 25. ช่อื โครงกำรวจิ ัย : ขอ้ กำหนดมำตรฐำนสมุนไพร องค์ประกอบทำงเคมีและฤทธท์ิ ำงชวี ภำพของ พิกัดบวั ท้ัง 5 ตำมภูมิปัญญำไทย Phytochemical standardization of five lotus remedy throughout Thai Traditional Pharmacology 1. ประเภทเงนิ อดุ หนนุ โครงกำรวจิ ยั  โครงการวิจยั พื้นฐาน  โครงการวจิ ยั ประยุกต์  โครงการวิจยั และพัฒนา 2. ผลผลติ งำนวจิ ยั  ผลผลิตผลงานวิจัยเพอ่ื สร้างองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวจิ ยั เพอ่ื ถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. รำยชือ่ ผ้วู ิจัย 3.1 นางสาวสิริภัทร ชมฒั พงษ์ หัวหนา้ โครงการวจิ ัย 3.2 ผศ.ภรู นิ ทร์ อคั รกุลธร ผรู้ ่วมวจิ ัย 3.3 น.ส.กัญญ์ธศยา อัครศิรฐิ รัตนา ผู้ร่วมวจิ ยั 3.4 ดร.ศิรนิ นั ท์ ตรมี งคลทิพย์ ผรู้ ่วมวิจัย 3.5 น.ส.แสงนภา ทองสา ผู้รว่ มวิจยั 3.6 น.ส.อรทัย สารกลุ ผู้รว่ มวิจัย 4. ไดร้ ับจัดสรรงบประมำณ  งบประมาณรายจ่ายประจาปี 2562 เป็นเงนิ จานวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) 5. เรมิ่ ทำกำรวจิ ัยเม่ือ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเกย่ี วกบั ผลงำนควำมก้ำวหน้ำของกำรวจิ ัย 6.1 วตั ถุประสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพื่อสนองพระราชดาริโครงการอนุรกั ษ์พันธกุ รรมพชื อันเนื่องมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพื่อรวบรวมและขยายพันธพ์ุ ชื บวั ไทย “พิกัดบวั ท้ัง 5 สายพนั ธ์ุ” 6.1.3 เพอื่ จัดทาข้อกาหนดมาตรฐานของพกิ ดั บัวทั้ง 5 6.2 กำรดำเนนิ งำนวจิ ยั ตำมที่เสนอไว้ในโครงกำรวิจัยกบั งำนวิจัยที่ได้ดำเนนิ กำรไปแล้ว การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. เกบ็ รวบรวมสายพนั ธุบ์ วั ในพิกัดบัวทั้ง 5 จานวน 5 สายพันธ์ุ (บัวสัตตบุษย์ บัว สัตตบรรณ บัวลินจง บัวจงกลนี และ บวั นลิ ุบล) 2. ขยายสายพันธุ์บวั ในพิกดั บวั ทัง้ 5 3. ศึกษาสัณฐานวิทยา กายวิภาคศาสตร์ และอนกุ รมวิธานของบัวทัง้ 5 สายพันธุ์ 4. ศึกษาและสกัดสารพันธุกรรมของบัวทั้ง 5 สายพันธุ์

-142- การดาเนนิ งาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 5. ศึกษาลาดับนิวคลีโอไทด์ของยีน เปา้ หมาย ของบวั ทัง้ 5 สายพนั ธุ์ 6. การนาขอมูลลาดับนิวคลีโอไทด์ของบัว ท้ัง 5 สายพันธุ์เขาสูฐานขอมูลธนาคาร ยีน (GenBank) 7. ศกึ ษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของ ของบัวทั้ง 5 สายพันธุ์ จากการ เปรียบเทียบลาดับนิวคลีโอไทด์ของยีน เป้าหมาย 8. การจัดอบรม/สัมมนาการใช้ประโยชน์ และข้อกาหนดมาตรฐานสมุนไพรของ สายพันธ์ุบัวทั้ง 5 แก่ บุคคลทั่วไปท่ี สนใจ ในพ้นื ที่ จ.ปทมุ ธานี หมำยเหตุ : แผน ผล 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวิจยั ทไี่ ดด้ ำเนนิ กำรไปแลว้ คิดเปน็ ร้อยละ...100…… ของโครงการ ไดแ้ ก่ 6.3.1 เกบ็ รวบรวมสายพันธุ์บัวในพิกัดบัวทั้ง 5 จานวน 5 สายพันธุ์ (บัวสัตตบุษย์ บัวสัตตบรรณ บัว ลินจง บัวจงกลนี และ บัวนิลบุ ล) 6.3.2 ขยายสายพนั ธุบ์ วั ในพิกัดบวั ทง้ั 5 6.3.3 ศึกษาสณั ฐานวิทยา กายวภิ าคศาสตร์ และอนกุ รมวิธานของบัวท้งั 5 สายพนั ธุ์ 6.3.4 ศึกษาและสกัดสารพันธุกรรมของบวั ท้ัง 5 สายพันธุ์ 6.3.5 ศึกษาลาดบั นวิ คลโี อไทด์ของยีนเปา้ หมาย ของบัวทง้ั 5 สายพนั ธุ์ 6.3.6 การนาขอมลู ลาดบั นิวคลโี อไทด์ของบัวทง้ั 5 สายพันธเ์ุ ขาสูฐานขอมูลธนาคารยีน (GenBank) 6.3.7 ศึกษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของของบัวท้ัง 5 สายพันธ์ุ จากการเปรียบเทียบลาดับนิ วคลโี อไทด์ของยีนเปา้ หมาย 6.3.8 การจดั อบรม/สัมมนาการใช้ประโยชน์และข้อกาหนดมาตรฐานสมุนไพรของสายพันธ์ุบัวท้ัง 5 แก่ บคุ คลทัว่ ไปทสี่ นใจ ในพ้นื ที่ จ.ปทุมธานี

-143- 6.4 งบประมำณที่ได้จำ่ ยไปแลว้ แยกตำมหมวดรำยจำ่ ย (สารวจถงึ 30 กนั ยายน 2562) 1. งบประมำณรวมโครงกำร 500,000 บำท บำท 2. งบประมำณท่ใี ช้ไป 0 บาท บาท 2.1 งบบุคลากร 00 บาท บาท  ค่าตอบแทนนักวจิ ยั 00 บาท  คา่ ตอบแทนผู้ชว่ ยนักวจิ ยั 00 บาท 2.2 งบดาเนนิ การ 00 บาท  ค่าจ้างวิเคราะห์กายวิภาคศาสตร์ของ 10,000 10,000 บาท บาท บัวสายพนั ธ์ุตา่ ง ๆ บาท บาท  ค่าจ้างวิเคราะห์อนุกรมวิธานของบัว 10,000 10,000 บาท บาท สายพนั ธตุ์ ่าง ๆ บาท บาท  ค่าจ้างวิเคราะห์หาลาดับนิวคลีโอไทด์ 50,000 50,000 บาท (Nucleotide sequencing) บำท บำท  คา่ ตัวอยา่ งสายพนั ธุบ์ วั ในพิกดั บวั ท้ัง 5 35,000 35,000  ค่าใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม 37,790 22,119  ค่าวัสดุสารเคมี 223,000 222,908  ค่าวัสดุวทิ ยาศาสตร์ 79,000 78,928.55  คา่ วัสดุอปุ กรณ์การเกษตร 50,000 50,000  คา่ วสั ดสุ านกั งาน 5,210 5,210 2.3 งบลงทุน (ถา้ มี) 00  คา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดซือ้ ครุภณั ฑ์/ 00 สิ่งก่อสร้าง 2.4 ค่าสาธารณูปโภค 5% 00 รวม 500,000 484,166 3. งบประมำณคงเหลือ 15,834 นางสาวสริ ิภทั ร ชมฒั พงษ์ หัวหนา้ โครงการ

-144- 26. ชื่อโครงกำรวิจัย : กำรพฒั นำเทคโนโลยีกำรผลิตผลติ ภัณฑ์มลู ค่ำสงู สำรสธี รรมชำตดิ ้วยเช้ือ โมแนสคัสจำกขำ้ วพันธพุ์ ้ืนเมืองและเศษวสั ดุเหลือใชท้ ำงกำรเกษตร Development of new technology for high value added product of natural color from Monascus fungi with local rice 1. ประเภทเงินอุดหนนุ โครงกำรวจิ ยั  โครงการวจิ ยั พน้ื ฐาน  โครงการวิจัยประยกุ ต์  โครงการวจิ ัยและพฒั นา 2. ผลผลิตงำนวิจยั  ผลผลติ ผลงานวิจัยเพอื่ สร้างองคค์ วามรู้  ผลผลติ ผลงานวจิ ยั เพ่ือถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. รำยชอ่ื ผู้วจิ ัย 3.1 นายสุรชยั เตชะเอย้ หวั หนา้ โครงการวจิ ยั 3.2 ผศ.วรเชษฐ์ ขอบใจ ผรู้ ว่ มวจิ ยั 3.3 นางสาวเขมจริ า จามกม ผ้รู ว่ มวจิ ยั 4. ได้รับจดั สรรงบประมำณ  งบประมาณรายจ่ายประจาปี 2562  งบประมาณเงินรายไดป้ ระจาปี 2562 เปน็ เงินจานวน 600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน) 5. เร่ิมทำกำรวิจัยเมื่อ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562 รวมระยะเวลำโครงกำร 1 ปี 6. รำยละเอียดเก่ยี วกบั ผลงำนควำมกำ้ วหนำ้ ของกำรวิจัย 6.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงกำร 6.1.1 เพื่อสนองพระราชดารโิ ครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพืชอันเนือ่ งมาจากพระราชดารฯิ (อพ.สธ.) 6.1.2 เพื่อศึกษาพนั ธุ์ข้าวพื้นเมืองปทุมธานีทีส่ ามารถสร้างสารสีธรรมชาตดิ ว้ ยเช้ือราโมแนสคัส 6.1.3 เพ่ือศึกษาสภาวะทเี่ หมาะสมในการผลติ สารสธี รรมชาติจากเช้อื ราโมแนสคสั 6.2 กำรดำเนินงำนวจิ ยั ตำมที่เสนอไว้ในโครงกำรวิจัยกับงำนวิจัยทีไ่ ดด้ ำเนนิ กำรไปแลว้ การดาเนินงาน 2561 2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1. การหาสภาวะทีเ่ หมาะใน การผลติ สารสีธรรมชาติจากเชื้อ ราโมแนสคัสโดยใช้ข้าว ปทมุ ธานีเปน็ วตั ถุดิบ 2. การผลติ สารสธี รรมชาติ 3. การสกัดสารสีธรรมชาติ การดาเนนิ งาน 2561 2562 4. การศกึ ษาฤทธ์ทิ างชีวภาพ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ของสารสีธรรมชาติ 5. วเิ คราะห์ข้อมลู และทา ผล รายงาน หมำยเหตุ : แผน

-145- 6.3 ผลของกำรดำเนินกำรวิจัยท่ไี ด้ดำเนนิ กำรไปแล้ว คิดเปน็ ร้อยละ...100…… ของโครงการ ได้แก่ กระบวนกำรผลิตสำรสธี รรมชำติ กข ค ภำพท่ี 1 กระบวนกำรผลิตสำรสีธรรมชำติจำกเช้ือรำโมแนสคสั โดยกำรใช้ขำ้ วหอมปทมุ ธำนี 1 เปน็ แหล่งคำรบ์ อน ก. ขา้ วหอมปทุมธานี 1 ทีย่ ังไมไ่ ด้แกะเปลือก ข. ขา้ วหอมปทุมธานี 1 ท่แี กะเปลือก ค. การเพาะเลย้ี งเชือ้ ราโมแนสคัสให้ผลิตสารสีธรรมชาติโดยมขี ้าวหอมปทุมธานี 1 เปน็ แหล่งคารบ์ อน ลักษณะของผงสีแดงของข้ำวทีถ่ กู หมักด้วยเชื้อรำโมแนสคัสสำยพันธตุ์ ำ่ งๆ 3385 ภำพท่ี 2 ผงสีของเชื้อราโมแนสคสั สายพนั ธุต์ า่ งๆ ที่เกิดจากการะบวนการหมกั แบบ solid-state fermentation โดยใชข้ า้ วหอมปทมุ ธานี 1 เปน็ แหลง่ คารบ์ อน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook