ระบบปฏิบตั ิการเบ้ืองตน้ 20204 - 2001
ประเภทของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ 1. ซอฟต์แวร์ระบบ 2. ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ 1.ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software หรือ Operating Software : OS) หมายถึงโปรแกรมทีท่ าหนา้ ที่ประสานการทางาน ติดต่อการทางาน ระหว่างฮาร์ดแวร์กบั ซอฟตแ์ วร์ ประยกุ ตเ์ พอ่ื ให้ผใู้ ชส้ ามารถใช้ Software ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และทาหนา้ ทใี่ นการจดั การ ระบบ ดูแลรักษาเคร่ือง การแปลภาษาระดบั ตา่ หรือระดบั สูงให้เป็นภาษาเคร่ืองเพอื่ ใหเ้ ครื่องอา่ นไดเ้ ขา้ ใจ ซอฟตแ์ วร์ระบบ แบ่งได้ 4 ชนิด ดงั น้ี 1.1ระบบปฏบิ ัติการ (Operating System) เป็นระบบซอฟตแ์ วร์ท่ที าหน้าทีจ่ ดั การอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และแหล่งซอฟต์แวร์และบริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการมีหนา้ ท่ีหลกั ๆ คือ การจัดสรรทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ประยุกต์ ใน เรื่องการรับส่งและจดั เก็บขอ้ มูลกบั ฮาร์ดแวร์ เช่น การส่งข้อมูลภาพไปแสดงผลที่จอภาพ การส่งข้อมูลไปเก็บหรืออ่านจาก ฮาร์ดดิสก์ การรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่าย การส่งสัญญานเสียงไปออกลาโพง หรือจัดสรรพื้นท่ีในหน่วยความจา ตามท่ี ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ร้องขอ รวมท้งั ทาหนา้ ทจี่ ดั สรรเวลาการใชห้ น่วยประมวลผลกลาง ในกรณีทอี่ นุญาตให้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หลาย ๆ ตวั ทางานพรอ้ ม ๆ กนั
1.2 ยูทิลิตี้ (Utility Program) เป็นโปรแกรมที่สาคญั กบั การทางานของระบบคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกนั ส่วนใหญ่จะมี ขนาดเล็กกว่าระบบปฏิบตั ิการ คุณสมบตั ิในการใช้งานน้ันค่อนขา้ งหลากหลายหรือใช้ งานไดแ้ บบอรรถประโยชน์ มกั นิยมเรียกส้นั ๆ ว่า ยทู ิลิต้ี ( Utility ) แบง่ ออกเป็น 2 ชนิด คือ ยูทิลิต้ีสาหรับระบบปฏิบตั ิการ ( OS Utility Programs ) เป็นยูทิลิต้ีที่มกั จะมีการติดต้ังมา พร้อมกบั ระบบปฏิบตั ิการอยู่แลว้ ซ่ึงช่วยอานวยความสะดวกสาหรับการทางานร่วมกบั คอมพิวเตอร์ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซ่ึงขอยกตวั อยา่ งของยทู ลิ ิต้ีที่ใชใ้ น Windows ทีค่ อ่ นขา้ งจะรู้จกั กนั ดี ยทู ิลติ ้อี น่ื ๆ ( Stand-Alone Utility Program )
1.3 ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver) คอื โปรแกรมท่ีทาหนา้ ท่ีติดต่อกบั คอมพิวเตอร์ในส่วนการรับเขา้ และการส่งออก ของแต่ ละอปุ กรณ์ เช่น เมื่อซ้ือกลอ้ งวดี ีโอมาใหมแ่ ละตอ้ งการนาเอาวีดีโอท่ถี ่ายเสร็จ นาไปตดั ต่อ ท่ีคอมพิวเตอร์ ก็ตอ้ งติดต้งั ไดเวอร์ หรือโปรแกรมท่ีติดมากบั กลอ้ ง ทาการติดต้งั ที่เคร่ือง คอมพิวเตอร์เพอื่ ให้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์รู้จกั และสามารถรับขอ้ มลู เขา้ และส่งขอ้ มลู ออกได้ โดยปกติโปรแกรม windows ที่เรามีอยใู่ นเคร่ืองคอมพิวเตอร์จะมีไดเวอร์ติดต้งั มา ใหแ้ ลว้ โดยเราไมต่ อ้ งทาการตดิ ต้งั ไดเวอร์เอง เช่น ไดเวอร์สาหรบั เมาส์ ,ไดเวอร์คยี บ์ อร์ด, ไดเวอร์สาหรับการใช้ USB Port , ไดเวอร์เคร่ืองพมิ พ์ แต่ถา้ อุปกรณ์ใดไมส่ ามารถใชง้ าน ร่วมกบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ไดก้ ็ตอ้ งหาไดเวอร์มาติดต้งั เพ่ือให้สามารถใช้งานได้ ซ่ึงตอ้ ง เป็นไดเวอร์ทพี่ ฒั นามาของแต่ละบริษทั ผผู้ ลิตอุปกรณ์
1.4 ตวั แปลภาษา (Language Translator) คอื โปรแกรมท่ีทาหนา้ ที่แปลภาษาระดบั ตา่ หรือระดบั สูงเพอ่ื ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เขา้ ใจว่าตอ้ งการ ให้ทาอะไร เช่น เมื่อโปรแกรมเมอร์ไดเ้ ขียนโปรแกรมเสร็จโดยเขียนในลกั ษณะภาษาระดบั ต่า (Assenbly) หรือภาษาระดับสูง (โปรแกรมภาษา C) เสร็จก็ต้องมีตัวแปลภาษาเพ่ือให้เครื่ อง คอมพิวเตอร์อ่านเขา้ ใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเขา้ ใจเฉพาะตัวเลข 0 กบั ตัวเลข 1 เท่าน้ัน • แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คอื 1. แอสเซมเบลอ (Assembler) เป็นตวั แปลภาษาระดบั ตา่ ให้เป็นภาษาเคร่ือง เช่นแปลจากภาษา Assembly เป็นภาษาเคร่ือง 2. อินเทอพรีเตอร์ (Interpreter) เป็ นตวั แปลภาษาระดบั สูงให้เป็ นภาษาเคร่ืองโดยแปลทีละ บรรทดั คาสงั่ เช่น โปรแกรมเมอร์ใชโ้ ปรแกรมภาษา Basic ในการพฒั นาโปรแกรมแลว้ แปล เป็นภาษาเครื่องทีละบรรทดั คาสง่ั 3. คอมไพเลอร์ (Compiler) เป็ นตัวแปลภาษาระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ องโดยแปลท้ัง โปรแกรมทเี ดียว เช่น โปรแกรมเมอร์ใชโ้ ปรแกรมภาษา C ในการพฒั นาโปรแกรมแลว้ แปล เป็นภาษา เคร่ืองโดยแปลท้งั โปรแกรมทีเดียว ซ่ึงจะเป็นทนี่ ิยมมากกวา่ ขอ้ 2
2. ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตเ์ ป็นโปรแกรมที่ใชส้ าหรับทางานต่าง ตามท่ีตอ้ งการ เช่น การทางาน เอกสาร งานกราฟิ ก งานนาเสนอ หรือเป็ น Software สาหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบยี น โปรแกรมการให้บริการเวบ็ โปรแกรมงานดา้ นธนาคาร ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตแ์ บ่งเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 2.1 ซอฟต์แวร์สาหรับงานเฉพาะด้าน เป็ น Software ท่ีใช้สาหรับงานเฉพาะดา้ น เช่น Software สาหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สาหรบั งานทะเบยี นนกั เรียน ซอฟตแ์ วร์คดิ ภาษี ซอฟตแ์ วร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ
2.2 ซอฟต์แวร์สาหรับงานท่วั ไป เป็นโปรแกรมประยกุ ต์ท่ีมีผูจ้ ดั ทาไว้ เพ่ือใชใ้ นการทางานประเภทต่างๆ ทวั่ ไป โดยผูใ้ ชค้ นอืน่ ๆ สามารถนาโปรแกรมน้ีไปประยุกตใ์ ชก้ บั ขอ้ มลู ของตนได้ แต่จะ ไม่สามารถทาการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้ ผูใ้ ช้ไม่จาเป็ นต้องเขียน โปรแกรมเอง ซ่ึงเป็ นการประหยดั เวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเขียน โปรแกรม นอกจากน้ี ยงั ไม่ต้องเวลามากในการฝึ กและปฏิบตั ิ ซ่ึงโปรแกรม สาเร็จรูปน้ี มกั จะมีการใชง้ านในหน่วยงานมราขาดบุคลากรท่ีมคี วามชานาญเป็น พิเศษในการเขียนโปรแกรม ดงั น้นั การใช้โปรแกรมสาเร็จรูปจึงเป็นสิ่งท่ีอานวย ความสะดวกและเป็ นประโยชน์อย่างยิ่ง ตวั อย่างโปรแกรมสาเร็จรูปท่ีนิยมใช้ ไดแ้ ก่ MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer และ เกมส์ ต่างๆ เป็นตน้
ยกตวั อย่างโปรแกรม 3 โปรแกรม 1. Microsoft Word 2. Powerpoint 3. Excel
จดั ทาโดย นางสาว สุพรรษา สุวรรณ์บุบผา 2 ชคธ1 037
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: