Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Agri-Map จังหวัดตราด

Agri-Map จังหวัดตราด

Description: 1_จังหวัดตราด

Search

Read the Text Version

87 ตอ่ ไร่ พบว่า พนื้ ทีเ่ หมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ 10,761.91 บาท สว่ นพ้นื ที่ไมเ่ หมาะสม (N) ให้ผลตอบแทน ต่อไร่ 9,386.00 บาท พนื้ ทเี่ หมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่มากกว่า 1,375.91 บาท หรือคิดเปน็ ร้อยละ 12.78 ท้ังน้ีเนือ่ งจากผลผลติ ที่สงู กวา่ ไร่ละ 29.71 กิโลกรมั ต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรในพื้นที่เหมาะสม (S) เมื่อปลูกยางพารา 1 ไร่ แล้วจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือ กำไรต่อไร่ เท่ากับ 1,166.12 บาท คิดเป็นร้อยละ 12.15 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกยางพาราในพ้นื ท่ี ไม่เหมาะสม (N) เมือ่ เกษตรกรปลูกยางพารา 1 ไร่ แล้วเกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เทา่ กับ 194.86 บาท คิดเปน็ ร้อยละ 2.12 ของตน้ ทุนการผลิต ตารางที่ 45 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตการปลูกยางพาราในพื้นที่เหมาะสม (S) และในพื้นที่ ไม่เหมาะสม (N) หน่วย : บาท/ไร่ รายการ พืน้ ทีเ่ หมาะสม (Suitability : S) พนื้ ท่ีไมเ่ หมาะสม (Not Suitability : N) 1. ต้นทนุ ผันแปร เงินสด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 2,523.87 3,652.97 6,176.84 3,775.91 1,853.64 5,629.55 2. ต้นทนุ คงท่ี - 3,418.95 4,539.52 - 3,561.59 3,561.59 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 2,523.87 7,071.92 9,595.79 3,775.91 5,415.23 9,191.14 - 41.77 -- 45.96 4. ต้นทนุ ต่อกโิ ลกรมั - - 229.71 200.00 - 46.85 46.93 5. ผลผลติ ต่อไร่ (กโิ ลกรมั ) - - -- - 10,761.91 9,386.00 6. ราคาเฉล่ยี ทีเ่ กษตรกรขายได้(บาท/กก.) - - 1,166.12 -- 194.86 - 0.97 7. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) 10,761.91 5.08 9,386.00 - 195.85 204.82 - 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) 8,238.04 5,610.09 - - 9. ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ผลผลติ (บาท/กก.) - 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คมุ้ ทุน (กก./ไร่) - -- ท่มี า : จากการสำรวจข้อมูล สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ปลูกยางพาราไม่เหมาะสม (N) มีจำนวนทั้งสิ้น 57,944 ไร่ ที่ได้ผลตอบแทน น้อยกว่าพื้นที่เหมาะสม (S) ซึ่งตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เร่งให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นท่ี ไม่เหมาะสมในการปลูกยางพารามาปรับเปลี่ยนเป็นพืชอื่นแทน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้รับ นโยบายและทำการวิเคราะหข์ ้อมูลพืชของจงั หวัดตราดแล้ววิเคราะหต์ น้ ทุนผลตอบแทนเพือ่ ให้เกษตรกร และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูก ยางพารา (N) ปรบั เปลย่ี นมาเปน็ พืชอืน่ ๆ ดงั น้ี

88 3.4.1 การเปรียบเทยี บตน้ ทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพาราในพน้ื ทไี่ มเ่ หมาะสม (N) กับการปลกู ไม้ผล ไดแ้ ก่ เงาะในพ้ืนที่เหมาะสม (S) ต้นทนุ การปลูกยางพาราในพืน้ ทไี่ ม่เหมาะสม (N) มตี ้นทนุ รวมต่อไร่ เท่ากบั 9,191.14 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 5,629.55 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 61.25 ต้นทุนคงที่ 3,561.59 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.75 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 200.00 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 46.93 บาท ต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ เท่ากับ 9,386.00 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกยางพาราใน พื้นที่ไมเ่ หมาะสม (N) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของตน้ ทุนการผลิต ต้นทนุ การปลูกเงาะในพื้นท่ีเหมาะสม (S) มีตน้ ทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 15,946.40 บาท แบ่งเป็นต้นทุน ผันแปร 13,092.51 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 82.10 ต้นทุนคงที่ 2,853.89 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.90 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 1,196.49 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 29.85 บาทต่อกิโลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 35,715.23 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกเงาะ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทน สุทธติ ่อไร่ เท่ากบั 19,768.83 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 123.97 ของตน้ ทุนการผลติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เมื่อเทียบกับ การปลูกเงาะ จะเห็นได้ว่ายางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกเงาะ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ ตอ่ ไร่ เท่ากับ 19,768.83 บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 123.97 ของต้นทนุ การผลติ จะเหน็ ได้ว่าเมื่อเปรียบเทยี บต้นทุน และผลตอบแทนแลว้ เงาะให้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ท่ดี ีกวา่ ยางพาราในพน้ื ทไี่ ม่เหมาะสม (N)

89 ตารางที่ 46 การเปรียบเทยี บตน้ ทุนการผลติ การปลูกยางพาราในพ้นื ท่ไี ม่เหมาะสม (N) กบั การปลูกเงาะ ยางพารา (บาท/ไร)่ หน่วย : บาท/ไร่ เงาะ (บาท/ไร่) พนื้ ทไ่ี ม่เหมาะสม พ้ืนทเี่ หมาะสม รายการ (Not Suitability : N) (Suitability : S) เงนิ สด ประเมิน รวม เงินสด ประเมิน รวม 1. ต้นทนุ ผนั แปร 3,775.91 1,853.64 5,629.55 9,744.31 3,348.20 13,092.51 2. ต้นทุนคงท่ี - 3,561.59 3,561.59 - 2,853.89 2,853.89 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 3,775.91 5,415.23 9,191.14 9,744.31 6,202.09 15,946.40 4. ต้นทุนต่อกิโลกรมั - - 45.96 - - 13.33 5. ผลผลติ ต่อไร่ (กิโลกรัม) - - 200.00 - - 6. ราคาเฉล่ียทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 46.93 - - 1,196.49 7. ผลตอบแทนต่อไร่ (บาท/ไร)่ - - 29.85 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ 9,386.00 - 9,386.00 35,715.23 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อผลผลติ (บาท/กก.) 5,610.09 - 194.86 25,970.92 - 35,715.23 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คมุ้ ทนุ (กก./ไร)่ - 0.97 - 19,768.83 - 195.85 - - - 16.52 534.22 ทม่ี า : จากการสำรวจ สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 3.4.2 การเปรียบเทยี บต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพาราในพ้นื ที่ไม่เหมาะสม (N) กบั การปลูกไมผ้ ล ได้แก่ ทเุ รยี นในพ้นื ทเี่ หมาะสม (S) ต้นทนุ การปลกู ยางพาราในพน้ื ท่ีไมเ่ หมาะสม (N) มตี ้นทุนรวมตอ่ ไร่ เทา่ กบั 9,191.14 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 5,629.55 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 61.25 ต้นทุนคงที่ 3,561.59 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.75 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 200.00 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 46.93 บาท ต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ เท่ากับ 9,386.00 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกยางพาราใน พื้นที่ไม่เหมาะสม (N) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของต้นทนุ การผลติ ต้นทุนการปลูกทุเรียนในพื้นที่เหมาะสม (S) มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 21,304.63 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 16,101.27 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 75.58 ต้นทุนคงที่ 5,203.36 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.42 โดยที่ผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 1,004.21 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 69.28 บาท ตอ่ กโิ ลกรมั เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ 69,571.67 บาท ดงั นนั้ เมือ่ เกษตรกรปลกู ทเุ รียน เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไร่ เท่ากบั 48,267.04 บาท คิดเป็นร้อยละ 226.56 ของต้นทุนการผลิต

90 ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เมื่อเทียบกับ การปลูกทุเรียน จะเห็นได้ว่ายางพาราในพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกทุเรียน เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนสุทธิ ต่อไร่ เทา่ กับ 48,267.04 บาท คิดเป็นร้อยละ 226.56 ของตน้ ทุนการผลิต จะเห็นไดว้ ่าเมอ่ื เปรียบเทียบต้นทุน และผลตอบแทนแลว้ ทเุ รียนให้ผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ไร่ทดี่ กี ว่ายางพาราในพ้นื ทีไ่ มเ่ หมาะสม (N) ตารางที่ 47 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) กับการปลูก ทเุ รียน หนว่ ย : บาท/ไร่ รายการ ยางพารา (บาท/ไร)่ ทเุ รยี น (บาท/ไร่) พื้นที่ไมเ่ หมาะสม พืน้ ทีเ่ หมาะสม (Not Suitability : N) (Suitability : S) เงนิ สด ประเมนิ รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 1. ต้นทนุ ผนั แปร 3,775.91 1,853.64 5,629.55 13,087.23 3,014.04 16,101.27 2. ต้นทนุ คงท่ี - 3,561.59 3,561.59 - 5,203.36 5,203.36 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 3,775.91 5,415.23 9,191.14 13,087.23 8,217.40 21,304.63 4. ต้นทุนต่อกโิ ลกรัม - - 45.96 - - 21.22 5. ผลผลิตต่อไร่ (กโิ ลกรมั ) - - 200.00 - - 6. ราคาเฉลย่ี ท่ีเกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) - - 46.93 - - 1,004.21 7. ผลตอบแทนต่อไร่ (บาท/ไร่) - - 69.28 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) 9,386.00 - 9,386.00 69,571.67 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลิต (บาท/กก.) 5,610.09 - 194.86 56,484.44 - 69,571.67 10. ปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน (กก./ไร)่ - 0.97 - 48,267.04 - 195.85 - - - 48.06 307.52 ทม่ี า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 3.4.3 การเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนระหว่างการปลูกยางพาราในพนื้ ที่ไมเ่ หมาะสม (N) กับการปลกู กาแฟ (โรบสั ตา้ ) ต้นทนุ การปลกู ยางพาราในพ้ืนทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) มตี น้ ทุนรวมต่อไร่ เท่ากบั 9,191.14 บาท แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปร 5,629.55 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 61.25 ต้นทุนคงที่ 3,561.59 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.75 โดยท่ีผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 200.00 กิโลกรัมต่อไร่ ณ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 46.93 บาท ต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนต่อไร่ เท่ากับ 9,386.00 บาท ดังนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกยางพาราใน พื้นที่ไม่เหมาะสม (N) 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของต้นทนุ การผลิต

91 ต้นทุนการปลูกกาแฟ (โรบัสต้า) มีต้นทุนรวมต่อไร่ เท่ากับ 15,818.16 บาท แบ่งเป็นต้นทุนผันแปร 9,660.15 บาท หรือคดิ เปน็ ร้อยละ 61.07 ต้นทุนคงที่ 6,158.01 บาท หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 38.93 โดยท่ีผลผลิต ต่อไร่ เทา่ กับ 2,492.10 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ ณ ราคาเฉลี่ยท่ีเกษตรกรขายได้ 14.70 บาทต่อกโิ ลกรมั เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 36,633.87 บาท ดังน้นั เมอ่ื เกษตรกรปลกู กาแฟ (โรบสั ต้า) เกษตรกรจะไดผ้ ลตอบแทนสุทธิ ต่อไร่ เทา่ กับ 20,815.71 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 131.59 ของต้นทุนการผลิต ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เมื่อเทียบกับ การปลูกกาแฟ (โรบสั ตา้ ) จะเห็นไดว้ า่ ยางพาราในพ้นื ท่ีไม่เหมาะสม (N) เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 194.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 ของต้นทนุ การผลติ ส่วนการปลูกกาแฟ (โรบัสต้า) เกษตรกรจะได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ เท่ากับ 20,815.71 บาท คิดเป็นร้อยละ 131.59 ของต้นทุนการผลิต จะเห็นได้ว่า เม่ือเปรยี บเทียบตน้ ทนุ และผลตอบแทนแลว้ กาแฟ (โรบัสต้า) ให้ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไรท่ ่ดี ีกวา่ ยางพาราในพื้นที่ ไมเ่ หมาะสม (N) ตารางที่ 48 การเปรียบเทยี บตน้ ทุนการผลิตการปลูกยางพาราในพ้นื ท่ีไม่เหมาะสม (N) กับการปลูกกาแฟ รายการ ยางพารา (บาท/ไร)่ หนว่ ย : บาท/ไร่ พน้ื ทไ่ี ม่เหมาะสม กาแฟ (บาท/ไร่) (Not Suitability : N) ไม่แยกความเหมาะสมของดิน เงินสด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมนิ รวม 1. ต้นทนุ ผนั แปร 3,775.91 1,853.64 5,629.55 6,779.13 2,881.02 9,660.15 2. ต้นทุนคงที่ - 3,561.59 3,561.59 - 6,158.01 6,158.01 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 3,775.91 5,415.23 9,191.14 6,779.13 9,039.03 15,818.16 4. ต้นทุนต่อกโิ ลกรัม 6.35 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรัม) - - 45.96 6. ราคาเฉล่ยี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 2,492.10 7. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ - - 200.00 14.70 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลิต (บาท/กก.) - - 46.93 36,633.87 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จดุ คุม้ ทนุ (กก./ไร)่ 20,815.71 9,386.00 - 9,386.00 8.35 5,610.09 - 194.86 1,076.07 - - 0.97 - - 195.85 ท่มี า : จากการสำรวจ สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6

92 3.5 การปลูกพชื ทดแทนในพนื้ ทไ่ี ม่เหมาะสม แนวทางการปลกู พืชทดแทนในพน้ื ที่ไม่เหมาะสม (N) จะใช้เกณฑ์จากตน้ ทนุ การผลติ และผลตอบแทน ของสินค้าที่จัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตในสินค้าที่สำคัญ 4 ชนิด (Top 4) ในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) มาเปรียบเทียบกบั ต้นทุนและผลตอบแทนกับสนิ คา้ ท่ีจะปรบั เปลี่ยนในระดบั ความเหมาะสม (S) จากข้อมูล http://agri-map-online.moac.go.th พื้นทีป่ ลกู ขา้ วจังหวัดตราด ในปี 2558 มีจำนวน 62,726 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสมจำนวน 20,635 ไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.90 เป็นพื้นที่ ไม่เหมาะสม (N) ในการปลูกข้าว 20,635 ไร่ และการผลิตข้าวในเขตพืน้ ที่ไม่เหมาะสม (N) เกษตรกรมีต้นทนุ การผลิตข้าวไร่ละ 3,352.48 บาท เป็นต้นทนุ ผันแปร 2,845.99 บาทต่อไร่ ต้นทุนคงทีไ่ ร่ละ 506.49 บาท และ ไดผ้ ลผลติ ไรล่ ะ 442.29 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาทเ่ี กษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 8.68 บาทต่อกโิ ลกรัม ทำให้เกษตรได้ ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือกำไรสุทธติ ่อไร่เพียง 486.60 บาท ดังนน้ั จงึ จำเปน็ ตอ้ งหาแนวทางปรับเปล่ียนพืช ทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) เพื่อให้เกษตรกรมีผลกำไรในการปลูกพืชอย่างย่ังยืนต่อไป โดยการเปรียบเทียบตน้ ทนุ จากผลตอบแทนของต้นทนุ สินค้าทสี่ ำคญั 4 ชนิด (Top 4) เปน็ อนั ดบั แรก ตารางท่ี 49 สรปุ พนื้ ที่ปลกู ขา้ วในช้ันความเหมาะสมต่าง ๆ ในแตล่ ะอำเภอ จงั หวดั ตราด หน่วย : ไร่ อำเภอ พ้นื ท่ีปลูกข้าว จงั หวัดตราด เมือง S1 S2 S3 N Total เขาสมงิ 11,564 32,366 บอ่ ไร่ 1,277 2,576 13,682 4,544 2,113 คลองใหญ่ 1,410 แหลมงอบ 848 - 57 779 959 รวมจังหวดั ตราด - - 104 458 314 - 37,162 13,689 262 348 349 - - 314 2,838 14,191 6,444 แนวทางการปรับเปลี่ยนพื้นท่ีปลูกข้าวไม่เหมาะสม (N) จังหวัดตราด ซึ่งมีพื้นที่ 20,635 ไร่ หรือ คดิ เปน็ ร้อยละ 32.90 ของพน้ื ทก่ี ารปลูกขา้ วทัง้ หมด เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่เพยี ง 486.60 บาท หากเกษตรกรปลูกพืชทดแทนที่สำคัญ ๆ เช่น มะพร้าวน้ำหอม ฟักทอง แตงกวา มันเทศ และพริก เป็นต้น จะได้ผลตอบแทนท่ีสูงกว่า

93 บทท่ี 4 สรปุ และข้อเสนอแนะ 4.1 สรปุ การวเิ คราะห์แนวทางการบริหารจัดการพื้นทเี่ กษตรเศรษฐกิจเชิงพืน้ ที่ (Zoning) จงั หวัดตราดครั้งนี้ มี วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อันดับ (Top 4) ในจังหวัดตราด เพื่อศึกษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์ อุปทาน (Demand & Supply) สินค้าเกษตรท่ีมีมูลค่าสูง 4 อันดับ (Top 4) และสินค้าทางเลือกในจังหวัดตราด และเพ่ือเสนอแนะมาตรการในการปรับเปล่ียนการผลิตสินค้าใน พื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นสินค้าทางเลือกในระดับพ้ืนท่ีของจังหวัดตราด จากการพิจารณาข้อมูลด้านการผลิต ความเหมาะสมทางกายภาพ โดยใช้ขอ้ มูลจากระบบแผนท่ีเกษตรเพ่อื การบรหิ ารจดั การเชิงรุกออนไลน์ (Agri-Map-Online) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรท้ังด้าน ตน้ ทุนการผลติ ผลตอบแทนการผลิต การบริหารจดั การสนิ คา้ ด้านการตลาดของสำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร รวมท้ังศึกษาศักยภาพของพ้ืนที่ โครงสร้างการตลาด การค้า การกระจายผลผลิตและข้อมูลทางสังคม รวมถึง มาตรการและนโยบายของรฐั บาล และการส่งเสริมในพื้นท่ี โดยการวิเคราะห์ครั้งนี้กำหนดแนวทางการพัฒนา สนิ คา้ ขา้ วของจังหวดั ตราดซ่งึ เป็นสินคา้ เป้าหมายตามนโยบายเพอื่ ตอ้ งการลดพน้ื ที่ ผลการวิเคราะห์ทางด้านเกษตรของจังหวัดตราด พบว่าพ้ืนที่มีลักษณะทางกายภาพที่หลากหลาย สภาพพื้นที่เป็นที่ราบบริเวณลุ่มน้ำ ท่ีราบบริเวณภูเขา และท่ีราบต่ำฝ่ังทะเล ซึ่งลักษณะทางกายภาพดังกล่าว เหมาะสมต่อการผลิตด้านเกษตรกรรมท้ังด้านพืช และประมง มีพืชเศรษฐกิจท่ีมีมูลค่าสูง 4 อันดับแรกของ จังหวัดตราด (TOP 4) ได้แก่ ยางพารา กุ้งขาวแวนนาไม เงาะ และทุเรียน ซึ่งจังหวัดตราด มีพื้นท่ีเพาะปลูก พืชเศรษฐกิจ รวมพ้ืนที่ 764,911 ไร่ โดยพืชที่มีปญั หาราคาตกต่ำ ได้แก่ ขา้ ว ซึ่งมีพ้ืนท่ีปลูก 114,233 ไร่ หรือ คดิ เป็นรอ้ ยละ 14.93 ของพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจท้ังหมด การผลิตข้าวในพ้ืนท่ีระดับความเหมาะสมจาก ข้อมูลระบบแผนท่ีเกษตรเพ่อื การบรหิ ารจดั การเชงิ รุกออนไลน์ พบว่าจังหวัดตราด มีพ้ืนท่ีปลูกข้าว ในปี 2558 เป็นพ้ืนที่ความเหมาะสม (S) ในการปลูกข้าว รวมท้ังหมด 16,527 ไร่ แบ่งเป็น พ้ืนท่ีความเหมาะสมสูง (S1) จำนวน 13,689 ไร่ และพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) จำนวน 2,838 ไร่ และประมาณการว่าพนื้ ที่ ปลูกข้าวจังหวัดตราดมจี ำนวน 114,233 ไร่ พ้ืนที่ปลูกจริงในพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1) จำนวน 13,689 ไร่ พื้นท่ีความเหมาะสมปานกลาง (S2) จำนวน 2,838 ไร่ รวมพื้นท่ีปลูกในพื้นที่ความเหมาะสม (S) จำนวน 16,527 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 14.47 ของพื้นท่ีปลูก พ้ืนที่ปลูกในพ้ืนท่ีความเหมาะสมน้อย (S3) จำนวน 14,191 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 12.42 และพื้นท่ีปลูกไม่เหมาะสม (N) จำนวน 6,444 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.64 โดยพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวส่วนใหญ่อยู่ท่ีอำเภอเมือง 32,366 ไร่ คิดเป็น 87.09% รองลงมา อำเภอเขาสมิง 2,113 ไร่ คิดเปน็ 5.69% อำเภอบ่อไร่ 1,410 ไร่ คิดเป็น 3.79% อำเภอคลองใหญ่ 959 ไร่ คิด เปน็ 2.58% และอำเภอแหลมงอบ 314 ไร่ คิดเป็น 0.84% ผลผลิตต่อไร่ของข้าวในพื้นที่เหมาะสม 442.66 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม 422.29 กิโลกรัมต่อไร่ พื้นท่ีเหมาะสมให้ผลผลิตท่ีสูงกว่า 20.37 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 13.68

94 มีต้นทนุ การผลิตข้าวของพื้นท่ีเหมาะสม ไร่ละ 3,235.58 บาท ส่วนในพ้ืนทไ่ี มเ่ หมาะสม ไรล่ ะ 3,352.48 บาท พื้นทีไ่ ม่เหมาะสมมีตน้ ทุนต่อไร่ทส่ี ูงกวา่ ไร่ละ 116.9 บาท ซ่งี พืน้ ท่ีไม่เหมาะสมมตี น้ ทุนตอ่ ไร่สูงกวา่ ร้อยละ 3.49 ผลตอบแทนต่อไร่ พบว่า พื้นท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่ 3,842.30 บาท ส่วนพื้นที่ไม่เหมาะสมให้ ผลตอบแทนต่อไร่ 3,665.48 บาท พ้ืนท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่มากกว่า 176.82 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.60 ทั้งน้ีเนื่องจากผลผลิตท่ีสูงกว่าไร่ละ 20.37 กิโลกรัม ดังนั้นเกษตรกรในพ้ืนท่ีเหมาะสม เมื่อปลูกข้าว 1 ไร่ แล้วจะได้ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หรือกำไรต่อไร่เท่ากับ 606.72 บาท คิดเป็นร้อยละ 18.75 ของต้นทุน การผลิต ส่วนการปลูกข้าวในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม เมื่อเกษตรกรปลูกข้าว 1 ไร่ แล้วเกษตรกรจะได้ผลตอบแทน สุทธิต่อไร่ เทา่ กับ 312.99 บาท คดิ เป็นร้อยละ 9.34 ของตน้ ทนุ การผลติ จะเห็นได้ว่าพ้ืนที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสม มีจำนวนทั้งส้ิน 20,633 ไร่ ท่ีได้ผลตอบแทนน้อยกว่าพื้นที่ เหมาะสม ซึ่งตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เรง่ ให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูก ข้าวมาปรับเปล่ียนเป็นพืชอนื่ แทน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้รบั นโยบายและทำการวิเคราะห์ข้อมูล พืชของจังหวัดตราดแล้ว วิเคราะห์ต้นทุนผลตอบแทนเพื่อให้เกษตรกร และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสนับสนุนให้ เกษตรกรปรับเปล่ียนจากพ้ืนที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว ปรับเปลี่ยนมาเป็นพืชอ่ืน ๆ จึงจำเป็นต้องหา แนวทางเพ่ือให้เกษตรกรมผี ลกำไรในการปลูกพืชอย่างยัง่ ยนื ต่อไป โดยการเปรยี บเทียบต้นทนุ จากผลตอบแทน ของตน้ ทนุ สินค้าท่ีสำคัญ 4 ชนิด (Top 4) เป็นอันดบั แรก ซง่ึ พืชที่สามารถนำมาทดแทนในการปลูกข้าวในพ้ืนที่ ไม่เหมาะสม ไดแ้ ก่ มะพรา้ วนำ้ หอม ฟกั ทอง แตงกวา มนั เทศ และพรกิ เปน็ ต้น ผลการวิเคราะห์พบว่า พ้ืนที่ปลูกยางพาราไม่เหมาะสม มีจำนวนท้ังสิ้น 48,321 ไร่ ท่ีได้ผลตอบแทน นอ้ ยกว่าพ้ืนท่เี หมาะสม โดยการเปรียบเทียบตน้ ทุนจากผลตอบแทนของต้นทนุ สินค้าทส่ี ำคัญ ได้แก่ ไมผ้ ล คือ ทุเรียน มังคุด และเงาะ ซึ่งพชื ท่สี ามารถนำมาทดแทนในการปลูกยางพาราในพนื้ ทไี่ ม่เหมาะสม ได้แก่ ไมผ้ ล คือ ทุเรียน มังคุด และเงาะ หรือในกรณีท่ีเกษตรกรไม่ยอมปรับเปล่ียนการผลิต จะเป็นการส่งเสริมให้ทำกิจกรรม เสรมิ รายได้ในสวนยางพารา ได้แก่ กาแฟ (โรบัสตา้ ) เปน็ ต้น 4.2 ข้อเสนอแนะ 4.2.1 ข้อเสนอแนะด้านกลไกการขับเคลอ่ื นแนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร (Zoning) จากการวิเคราะห์ดา้ นเศรษฐกิจสินคา้ เกษตรระดับจงั หวดั เพ่ือให้เป็นขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย และมาตรการสนับสนุนในการปรับเปล่ียนการผลิตสินค้าเกษตรในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมตามแผนท่ี (Agri-Map) เปน็ สินค้าทางเลอื ก ซึง่ การขับเคลื่อนจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำแนวทางพัฒนาใหเ้ หมาะสมและสอดคล้องกับ ศักยภาพและผลตอบแทนพ้ืนที่ และการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Zoning) ซึ่งจากการวิเคราะห์ สถานการณ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน ประเมินศักยภาพของภาคเกษตรของจังหวัดตราด ควรมีกลไกการขับเคลื่อน และแนวทางการพัฒนาสนิ คา้ เกษตรของจงั หวดั ตราด ดังนี้

95 1) สร้างกลไกการขับเคล่ือนแนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร (Zoning) ของจังหวัดตราด ควรดำเนินการในรูปแบบการบูรณาการภารกิจ โดยมีหน่วยงานในกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยหลัก สำนักงานเกษตรจังหวัด สถานีพัฒนาท่ีดินจังหวัด สำนักงานเกษตรและ สหกรณ์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานชลประทานจังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ในกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นศูนย์กลางการบูรณาการทุกภาคส่วนเพ่ือขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยให้ทุก หน่วยงาน หรอื เจ้าภาพของแต่ละกจิ กรรม ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ท่ีกำหนดไว้ และต้องติดตามประเมนิ ผลการดำเนินงานดังกล่าวด้วย 2) ประสานผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร ได้ รว่ มกนั ทำโครงการบรหิ ารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรบั สินคา้ เกษตรท่ีสำคัญ (Zoning) ซ่งึ ทางภาครัฐได้ จัดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดตราด และร่วมกันวางแผนการ ปรับเปลี่ยนการผลิตตามแนวทางการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมแทนการปลูกข้าว ได้แก่ การ ปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกพืชท่ีมีผลตอบแทนในการลงทุนดีกว่า ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม และปาล์มน้ำมัน เปน็ ตน้ โดยสนบั สนุนงานโครงสรา้ ง ได้แก่ การยกรอ่ ง ปรบั รปู แปลงนา เปน็ ต้น 3) กำหนดพื้นที่เป้าหมายการบูรณาการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตร ร่วมกัน 3.1) พ้นื ท่ีเป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพื้นท่ไี ม่เหมาะสม (N) ในการปลูกขา้ วใหเ้ ป็น กจิ กรรมท่ใี หผ้ ลตอบแทนดีกว่า จังหวัดตราดมีเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการพื้นที่ท่ีไม่มีความเหมาะสม ในการปลูกข้าว โดยอำเภอ 3 อันดับแรกที่มีพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว กระจายไปอยู่อำเภอเมือง 18,280.78 ไร่ ซ่ึงตำบลที่มีพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมมากที่สุดคือ ตำบลท่าพริก 6,090.47 ไร่ และตำบลแหลมกลัด 3,098.10 ไร่ รองลงมาอำเภอคลองใหญ่ ซึ่งตำบลท่ีมีพื้นท่ีไม่เหมาะสมคือ ตำบลไม้รูด 699.46 ไร่ และอำเภอเขาสมิง ควร ดำเนินการท่ีตำบลสะตอ 208.32 ไร่ และตำบลแสนตงุ้ 191.10 ไร่

96 ภาพท่ี 17 แผนท่ีแสดงข้อมูลพนื้ ทีค่ วามเหมาะสมของข้าวจังหวดั ตราด ท่มี า : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 3.2) พ้ืนที่เป้าหมายการพัฒนาสนิ คา้ เกษตรในเขตพ้ืนทไ่ี ม่เหมาะสม (N) ในการปลกู ยางพาราให้ เป็นกจิ กรรมทใ่ี ห้ผลตอบแทนดีกวา่ เปา้ หมายที่ควรดำเนนิ การพฒั นาปรบั เปลยี่ นในพืน้ ท่ที ีไ่ ม่มีความเหมาะสม ในการปลูกยางพารา โดยพื้นท่ีปลูกไม่เหมาะสม จำนวน 48,321.21 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 15.77 ของพื้นที่ปลูกยางพาราท้ังหมด ซึง่ อำเภอ 3 อนั ดับแรกท่ีมีพ้ืนที่ไม่เหมาะสมในการปลูกยางพารา กระจายไปอยู่อำเภอแหลมงอบ 11,555.98 ไร่ แบ่งเป็น ส่วนใหญ่ในตำบลคลองใหญ่ 6,865.29 ไร่ และตำบลบางปิด 2,463.72 ไร่ อำเภอบ่อไร่ 11,260.70 ไร่ แบ่งเป็น ตำบลด่านชมุ พล 3,980.11 ไร่ ตำบลหนองบอน 2,933.18 และอำเภอเมอื ง 9,680.93 ไร่ ส่วนใหญ่ใน ตำบลห้วยแร้ง 6,119.90 ไร่ และตำบลหนองโสน 1,358.74 ไร่ ซง่ึ ภาครัฐมีโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายยอ่ ยเพ่ือความยั่งยนื ไร่ละ 10,000 บาท เพื่อ พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำสวนยาง เป้าหมายลดพื้นที่ปลูกยาง พาราท่ัวประเทศ สร้าง ทางเลือกในอาชีพเพ่ือเพิ่มรายได้ และสร้างความย่ังยืน โดยเกษตรกรในจังหวัดตราดปรับเปล่ียนไปปลูกไม้ผล เป็นส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 80-90 ได้แก่ ทุเรียน มังคุด และเงาะ เป็นต้น และมีบางส่วนที่ปลูกไม้ยืนต้น ชนดิ อ่ืน ได้แก่ ไผ่ หมาก และพืชไร่ ซึ่งทางภาครัฐได้มกี ารแนะนำถงึ ความเสี่ยงท่อี าจเกดิ ขึ้นในอนาคตหลังจาก การปรับเปล่ียนการปลูกพืช โดยเดิมการปลูกยางพาราเป็นพืชที่ไม่ได้ใช้น้ำ หรือใช้น้ำน้อยมาก แต่การ

97 ปรบั เปลี่ยนไปปลกู ไมผ้ ลตอ้ งใช้น้ำเปน็ จำนวนมาก จงึ มกี ารใหค้ ำแนะนำในการแบง่ พื้นท่ีบางส่วนขุดสระน้ำ เพ่ือ เก็บกกั น้ำไวใ้ ช้ในไร่นาของตนเอง เปน็ การปอ้ งกนั ความเส่ยี งไดใ้ นระดับหนึ่ง ภาพที่ 18 แผนที่แสดงข้อมลู พ้นื ท่คี วามเหมาะสมของยางพาราซอ้ นทับขอ้ มลู การปลกู ยางพาราจรงิ จงั หวดั ตราด ทีม่ า : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 3.3) พ้นื ทเ่ี ป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพน้ื ที่ไม่เหมาะสม (N) ในการปลกู ยางพาราให้ เป็นกิจกรรมทีใ่ หผ้ ลตอบแทนดีกว่า ได้แก่ ไม้ผล เช่น เงาะ ทเุ รียน และมังคุด เป้าหมายที่ควรดำเนินการพัฒนาในพ้ืนท่ีที่ไม่มคี วามเหมาะสม ในการปลกู ยางพารา โดยพ้ืนท่ี ปลูกไม่เหมาะสม จำนวน 48,321.21 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 15.77 ของพ้ืนท่ีปลูกยางพาราท้ังหมด ซึง่ อำเภอ 3 อันดับแรกที่มพี ้ืนท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกยางพารา กระจายไปอยู่อำเภอแหลมงอบ 11,555.98 ไร่ แบ่งเป็น ส่วนใหญ่ในตำบลคลองใหญ่ 6,865.29 ไร่ และตำบลบางปิด 2,463.72 ไร่ อำเภอบ่อไร่ 11,260.70 ไร่ แบง่ เปน็ ตำบลด่านชมุ พล 3,980.11 ไร่ ตำบลหนองบอน 2,933.18 และอำเภอเมอื ง 9,680.93 ไร่ ส่วนใหญ่ใน ตำบลหว้ ยแร้ง 6,119.90 ไร่ และตำบลหนองโสน 1,358.74 ไร่ เน่ืองจากภาครัฐมีโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายยอ่ ยเพื่อความยั่งยืน ไร่ละ 10,000 บาท เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำสวนยาง เป้าหมายลดพ้ืนที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ สร้าง ทางเลือกในอาชพี เพือ่ เพมิ่ รายได้ และสรา้ งความยั่งยืนน้ัน เจา้ หนา้ ท่ีท่ีส่งเสริมนอกจากจะให้คำแนะนำเร่ืองการ เก็บกักน้ำแล้ว ต้องมีการศึกษาข้อมูลพื้นท่ีความเหมาะสมของไม้ผลด้วย โดยซ้อนทับพื้นที่ปลูกยางพารา

98 ปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกไม้ผล ไดแ้ ก่ ทเุ รยี น มังคุด และเงาะ ก่อนทเ่ี ขา้ ไปส่งเสรมิ วา่ พ้ืนท่ีส่งเสริมน้ัน ๆ อยูใ่ น พื้นที่ทีม่ ีความเหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการปลูกไม้ผล เป้าหมายที่ไมค่ วรส่งเสรมิ การปลูกไม้ผล ได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ในพ้ืนท่ไี ม่มีความ เหมาะสม จำนวน 39,266.52 ไร่ โดยพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกไม้ผล ซ่ึงอำเภอ 3 อันดับแรกที่มีพื้นท่ี ไม่เหมาะสมในการปลูกไม้ผล กระจายไปอยู่อำเภอเขาสมิง 13,267.36 ไร่ แบ่งเป็น ส่วนใหญ่ในตำบลแสนตุ้ง 4,183.26 ไร่ และตำบลสะตอ 2,199.74 ไร่ อำเภอบ่อไร่ 12,623.51 ส่วนใหญ่ในตำบลช้างทูน 5,807.63 ไร่ ตำบลด่านชมุ พล 2,862.48 ไร่ และอำเภอเมอื ง ส่วนใหญ่ในตำบลหว้ ยแร้ง 2,264.60 ไร่ และตำบลแหลมกลัด 1,070.46 ไร่ ภาพที่ 19 แผนทแ่ี สดงขอ้ มลู พืน้ ท่ีความเหมาะสมของไม้ผล ได้แก่ เงาะ ทเุ รียน มงั คุด ลองกอง จังหวดั ตราด ท่มี า : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 3.4) พ้ืนท่ีเป้าหมายการพัฒนาสินค้าเกษตรในเขตพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) และไม่เหมาะสม (N) ในการปลูกยางพารา ซง่ึ เกษตรกรไม่ยอมปรบั เปลี่ยนพ้นื ท่ี เป็นการสง่ เสริมให้ทำกจิ กรรมเสริมรายได้ เปา้ หมายท่ีควรดำเนินการพัฒนาในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม ในการปลูกยางพารา เป็นการส่งเสริมให้ ทำกิจกรรมเสริมรายได้ ได้แก่ กาแฟ (โรบัสต้า) จะเป็นอำเภอบ่อไร่ ในตำบลหนองบอน (จุดรับซื้อ) ตำบล ชา้ งทนู ตำบลบอ่ พลอย และตำบลนนทรีย์ (ตำบลใกล้เคยี ง) ระยะทางขนสง่ ผลผลติ ประมาณ 12.8, 20.3, 28.0 กิโลเมตร ตามลำดับ และอำเภอเขาสมิง ในตำบลสะตอ ตำบลเทพนิมิต ตำบลวังตะเคียน และตำบลประณีต

99 ระยะทางขนส่งผลผลิตประมาณ 22.4, 30.1, 32.6, 32.8 กิโลเมตร เนื่องจากในการสง่ เสริมให้เกษตรกรปลูก กาแฟ (โรบัสต้า) ต้องใช้หลัก “ตลาดนำการผลิต” เป็นตัวต้ัง คือ มีแหล่งรับซ้ือผลผลิตท่ีไม่ห่างไกลมากนัก เพราะจะมีต้นทุนค่าขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยในตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จะมีการจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจ ชมุ ชนขนำตนตน้ น้ำ” และจะรบั ซ้ือผลผลิตของเกษตรกรในราคาประกนั ของกลุม่ วิสาหกิจชุมชนฯ ซ่ึงจะสูงกว่า ราคาตลาดทวั่ ไป และเป็นการประกนั ความเส่ยี งเมือ่ สินค้าราคาตกตำ่ ด้วย แต่ผลผลติ ทเ่ี กษตรกรนำมาขายต้อง ได้คุณภาพตามที่กลมุ่ วิสาหกิจชมุ ชนฯ กำหนดไวเ้ ป็นเกณฑ์ 4) ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาสนิ ค้าเกษตรตามศักยภาพ การจดั ทำแนวทางการพฒั นาสนิ คา้ เกษตรสินคา้ ท่ีสำคญั ได้แก่ ข้าว และพืชทดแทนขา้ วในพนื้ ที่ ปลูกข้าวไม่เหมาะสม อีกทั้งสินค้ายางพารา และพืชทดแทนยางพาราในพื้นท่ีปลูกยางพาราไม่เหมาะสม และ สินค้ายางพารา กรณีไม่ยอมปรับเปลี่ยนพืช จะเป็นการปลูกพืชเสริมรายได้ทดแทน ซึ่งกระบวนการ การพัฒนาแบบมสี ่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยยดึ การผลิตสนิ ค้าเกษตรให้ตรงกับ ความเหมาะสม และปรบั เปล่ียนพ้นื ที่ปลกู ในเขตพ้ืนท่ีทีไ่ ม่เหมาะสม โดยมีต้นทุนการผลติ และผลตอบแทนท่ีได้ จัดเก็บข้อมูลในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้ผลผลิตสินค้าเกษตรของจังหวัดตราด มีคุณภาพและมาตรฐาน การจัดทำ แผนไปสู่การปฏบิ ัติเน้นการจัดทำโครงการ จัดสรรงบประมาณ และการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับศักยภาพ ของพื้นท่ี ตลอดจนให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจยั วิชาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่มาปรับใช้ เพ่ือพัฒนาศักยภาพสินค้าตามความเหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานไปสู่ความสำเร็จในการ ขบั เคล่อื นแนวทางพฒั นาดงั นี้ 4.1) แนวทางพฒั นาสนิ คา้ เกษตรในเขตพน้ื ท่คี วามเหมาะสม (S1 และ S2) ในการปลูกข้าว การส่งเสริมการเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในพื้นท่ีดังกล่าว ให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการจัดระบบบริหารจัดการการผลติ ที่สอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่นั้น ๆ โดยมกี ระบวนการพัฒนาระบบการผลติ ดังนี้ (1) เพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลติ เพิม่ ผลผลิตตอ่ ไร่ ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับคุณภาพสินค้า สู่มาตรฐาน สิ่งท่ีต้องดำเนินการ ได้แก่ การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ สารชีวภัณฑ์ สนับสนนุ การผสมปยุ๋ ใช้เองตามคา่ วิเคราะห์ดิน เพ่ือลดตน้ ทนุ การผลติ เป็นต้น (2) ส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวปลอดภัยตรงความต้องการของตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพ่ิม เร่ง ประชาสัมพันธ์สร้างแบรนดส์ นิ ค้าใหเ้ ป็นทย่ี อมรับ (3) ส่งเสรมิ การรวมกลมุ่ เพื่อสรา้ งความเขม้ แข็งของเกษตรกร (4) ส่งเสริมการผลิตตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และสนับสนุนเคร่ืองจักรกล ในพ้ืนท่ีเป้าหมายแปลงใหญ่ (5) สนบั สนุนการตรวจวิเคราะหด์ ินรายแปลง (6) การปรับรูปแบบแปลงนา ลักษณะที่ 2 ตามกรมพัฒนาที่ดิน เช่น การปรับรูปแบบคันนา การปรบั พนื้ ทีน่ า

100 (7) ภาครัฐต้องมีนโยบายส่งเสริมอย่างต่อเน่ือง เช่น ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แผนการผลิตข้าวครบวงจร เปน็ ตน้ (8) สง่ เสรมิ สนบั สนุนการปลูกพืชหมนุ เวียน ปุ๋ยพืชสด เพิม่ ความอุดมสมบรู ณข์ องดิน (9) การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโดยการส่งเสริมงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการผลิตข้าวใน พนื้ ที่เพื่อนำมาประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสมกับศักยภาพของพ้นื ท่ี (10) สง่ เสรมิ ให้มีสนิ ค้าเฉพาะ (Niche Market) (11) ส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวปลอดภัยตรงความต้องการของตลาด เพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิม เร่ง ประชาสัมพันธ์สรา้ งแบรนดส์ ินค้าใหเ้ ป็นท่ยี อมรับ (12) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยมี าใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทนุ และเพ่ิมประสทิ ธิภาพ การผลิต (13) ส่งเสริมการพัฒนาการผลิตในพื้นท่ีปลูกข้าวที่มีศักยภาพ โดยการปรับปรุงดิน และ การเชื่อมโยงระบบชลประทานในพ้ืนท่ีท่ีมคี วามเหมาะสมปานกลาง (S2) เพอ่ื เพ่ิมศกั ยภาพเป็นพ้ืนที่เหมาะสม มาก (S1) 4.2) แนวทางพฒั นาสินคา้ เกษตรในเขตพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) ในการปลกู ข้าว เป็นพชื อื่น (1) ภาครัฐควรมีโครงการพัฒนาจัดรูปที่ดินให้เหมาะสมแบบมีส่วนร่วม (รัฐจ่าย 70 : เกษตรกร จ่าย 30) เพ่ือการบริหารจดั การสนิ ค้าอยา่ งยงั่ ยืน (2) การสนบั สนนุ ปจั จยั การผลติ วสั ดุและอปุ กรณ์ตามความจำเป็น (3) การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในการปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ และลดภาระ ค่าใช้จ่าย เชน่ ค่าเมล็ดพนั ธุ์ ค่าตน้ พันธ์ุ และค่าใช้จา่ ยเบอื้ งตน้ ในการผลติ เปน็ ตน้ (4) การสนับสนุนการปรบั รูปแบบแปลงนา ลักษณะท่ี 2 ตามแบบของกรมพฒั นาท่ดี ิน (5) การสนับสนุนหลักประกันในการปรับเปลี่ยนตามความจำเป็น เช่น การประกันภัยพืชผล หรือเงนิ ชดเชย (6) การอบรมถ่ายทอดความรู้ในเรอื่ งเทคโนโลยี และนวตั กรรมใหม่ ๆ ใหเ้ กษตรกร (7) การสนบั สนุนการรวมกลุ่มเกษตรกร (8) การสนับสนนุ ตลาดเกษตรกร รวมท้งั ร่วมวางแผนการตลาดนำการผลิตให้แก่เกษตรกร (9) การสนับสนนุ สนิ เชอ่ื ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร 4.3) สนับสนุนการปรับเปล่ียนจากข้าวในพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) เป็นเกษตรผสมผสาน เกษตร ทฤษฎีใหม่ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง การสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปไดแ้ ละผลตอบแทนการลงทุนในการเปล่ียนจากข้าวในพืน้ ที่ ไม่เหมาะสม เป็นเกษตรผสมผสาน หรือสวนผสม เน่ืองจากเกษตรกรปลูกข้าวต้นทุนสูง ราคาข้าวตกต่ำ พ้ืนท่ี ทำนาไม่เหมาะสม ผลผลิตไดน้ ้อย ทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการปลูกข้าว โดยมีเกษตรกรบางส่วน หันมาทำ เกษตรผสมผสาน เพ่ือลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเด่ียว ช่วยลดต้นทุน ลดปัจจัยการผลิต เช่น ปยุ๋ อาหาร สตั ว์ โดยเกษตรกรหันมาปลูกพืชอ่ืน ๆ ท่ีให้ผลตอบแทนสูง ปรับเปล่ียนได้ (พื้นท่ีตนเอง) เช่น พืชผัก (มะเขือ

101 พวง กระเพรา ข่า ตะไคร้ เป็นต้น) พืชไร่ และไม้ผลหรือไม้ยืนต้น (มะพร้าว กล้วย มะนาว เป็นต้น) การผลิต ข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน ปลูกพืชหลังนาที่เหมาะสมกับพื้นท่ี และให้ผลตอบแทนสูง เพ่ือสร้างรายได้ เช่น ฟักทอง แตงกวา มันเทศ และพริก เป็นต้น และมีการเล้ียงสัตว์และทำประมง เช่น ไก่เนื้อ ปลานิล และปลาทบั ทิม เป็นต้น โดยทีเ่ กษตรกรแบง่ พื้นทเ่ี ป็นสว่ น ๆ เปน็ แหล่งน้ำ 30% ที่อย่อู าศยั 10% นาข้าว 30% สวน ไร่ และปศุสัตว์ 30% พร้อมท้ังยังปลูกพืชบำรุงดิน เช่น ปอเทือง และถ่ัว โดยที่เกษตรกรมีโรงสีเล็กเพ่ือ สีข้าวไว้บริโภคเองในครัวเรือน และยังสามารถนำรำขา้ ว มาเป็นอาหารสตั ว์ ส่วนแกลบก็สามารถนำมาทำเป็น ปยุ๋ ได้ • โดยมีการสนบั สนนุ ปัจจยั การผลติ เมล็ดพันธุ์ ตน้ พนั ธ์ุ วสั ดุและอปุ กรณต์ ามความจำเปน็ • สนับสนุนการปรบั ปรุงบำรุงดนิ • สนับสนุนการขุดสระนำ้ ในไร่นาใหแ้ กเ่ กษตรกร • มีการอบรมถา่ ยทอดความร้ใู ห้เกษตรกรทำเกษตรรปู แบบใหม่ • การสนบั สนุนสนิ เชอ่ื 4.4) สนบั สนุนการปรบั เปล่ียนจากยางพาราในพ้นื ที่ไมเ่ หมาะสม (N) เป็นไม้ผล ได้แก่ ทเุ รยี น มังคุด และเงาะ เน่ืองจากภาครัฐมีโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายยอ่ ยเพ่ือความย่ังยืน ไร่ละ 10,000 บาท เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำสวนยาง เป้าหมายลดพ้ืนที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ สร้าง ทางเลือกในอาชีพเพอื่ เพิ่มรายได้ และสร้างความยง่ั ยนื น้ัน เจ้าหนา้ ทท่ี ี่สง่ เสรมิ นอกจากจะให้คำแนะนำเรื่องการ เก็บกักน้ำแล้ว ต้องมีการศึกษาข้อมูลพ้ืนที่ความเหมาะสมของไม้ผลด้วย โดยซ้อนทับพื้นที่ปลูกยางพารา ปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกไม้ผล ได้แก่ เงาะ ทเุ รียน มงั คดุ กอ่ นท่เี ข้าไปสง่ เสรมิ วา่ พื้นที่สง่ เสริมน้ัน ๆ อย่ใู นพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการปลูกไม้ผล และภาครัฐต้องร่วมวางแผนป้องกันความเสี่ยงที่ อาจจะเกิดข้ึนในอนาคตในเรื่องผลผลิตราคาตกต่ำ เพราะไม้ผลเป็นพืชเศรษฐกิจท่ีราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ติดต่อกันหลายปี เกษตรกรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80-90 ปรับเปล่ียนมาปลูกโดยไม่ได้มีการวางแผน ล่วงหน้า ภาครัฐจึงต้องเป็นพ่ีเลี้ยงให้เกษตรกรในเร่ืองนี้ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดข้ึน หรือเกิดผล กระทบน้อยที่สดุ เช่น การรวมกลุ่มของเกษตรกร นำระบบส่งเสริมการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามาบริหาร ตง้ั แตต่ ้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง สร้างกลุ่มให้เข้มแข็งพ่ึงพาตนเองได้ ผลติ สินคา้ คุณภาพตามมาตรฐาน ทีต่ ลาดต้องการ โดยยดึ หลกั ตลาดนำการผลิต 4.5) แนวทางพัฒนาสินค้าเกษตรในพ้ืนท่ีปลูกยางพาราในพ้ืนที่เหมาะสม (S) และพื้นท่ี ไมเ่ หมาะสม (N) ทเ่ี กษตรกรไมย่ อมปรบั เปลยี่ นพื้นท่ี เปน็ การสง่ เสริมใหท้ ำกิจกรรมเสริมรายได้ (1) เน่ืองจากเกษตรกรปลูกยางพารามีต้นทุนการผลิตท่ีสูง สวนทางกับราคายางพาราท่ีตกต่ำ จึงจำเป็นต้องปลกู พืชเสรมิ รายได้ในสวนยางพารา ได้แก่ กาแฟ (โรบัสต้า) เพราะกาแฟเป็นพืชท่ีใช้น้ำน้อยและ ทนต่อสภาพแล้งเหมอื นกบั ยางพารา และระยะเวลาประมาณ 2 ปี ก็สามารถเกบ็ ผลผลิตได้ แต่การส่งเสริมการ

102 ปลกู กาแฟต้องศกึ ษาเรื่อง การตลาดนำการผลิต คือ ต้องมีแหล่งรับซ้ือผลผลิตกาแฟท่ีไม่ห่างไกลมากนัก ต้อง วิเคราะหต์ น้ ทนุ ค่าขนสง่ ผลผลติ (2) พัฒนาคณุ ภาพดนิ ให้มปี ระสิทธภิ าพในการผลิตมากข้ึน เชน่ ส่งเสรมิ ให้มกี ารตรวจวเิ คราะห์ ดินรายแปลงเพอ่ื ให้ทราบคุณสมบตั ิของดนิ และพัฒนา ปรับปรุงบำรงุ ดนิ ตามค่าวเิ คราะห์ดิน (3) ถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ เทคโนโลยี/นวตั กรรม ผ่าน ศพก. พร้อมทง้ั ให้มกี ารศึกษาดูงานเกษตร ต้นแบบทีป่ ระสบความสำเรจ็ ทไี่ ด้ปรบั เปล่ยี นการผลติ เพอื่ สร้างแรงจูใจ (4) ภาครัฐควรให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต/สินเชื่อดอกเบ้ียต่ำ เพ่ือสร้างแรงจูงใจในการ ปรับเปล่ียนการผลิต สรปุ พืน้ ท่ีเปา้ หมายการปรับเปลี่ยนสินคา้ เกษตรทส่ี ำคญั (Top 4) จังหวัดตราด สินค้าข้าว ในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) ปรบั เปลย่ี นเป็น มะพรา้ วนำ้ หอม พื้นท่เี ป้าหมาย - ตำบลแหลมกลดั ตะกาง ท่ากมุ่ หนองคันทรง และทา่ พรกิ อำเภอเมอื ง สินคา้ ขา้ ว ในพ้นื ทีไ่ ม่เหมาะสม (N) ปรับเปล่ียนเปน็ ฟกั ทอง พรกิ แตงกวา และมันเทศ พืน้ ทเ่ี ปา้ หมาย - ตำบลแหลมกลัด ตะกาง ทา่ กมุ่ หนองคนั ทรง และทา่ พริก อำเภอเมือง สนิ คา้ ยางพารา ในพน้ื ที่เหมาะสม (S) และพ้นื ทไี่ มเ่ หมาะสม (N) เปน็ การปลกู พืชเสริมรายได้ กาแฟ (โรบัสตา้ ) พ้นื ท่ีเป้าหมาย - ตำบลหนองบอน ชา้ งทนู บ่อพลอย อำเภอบอ่ ไร่ - ตำบลสะตอ เทพนิมิต วังตะเคียน และประณีต อำเภอเขาสมงิ

103 บรรณานุกรม กรมพัฒนาทด่ี ิน. 2562. ขอ้ มลู Agri-Map [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://agri-map- online.moac.go.th/login (วันทส่ี บื คน้ ข้อมูล กรกฎาคม 2562). สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2562. แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดตราด (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ตราด. สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตร. 2561. ขอ้ มูลสถิติการเกษตร. ศนู ยส์ ารสนเทศการเกษตร กรุงเทพมหานคร.

ภาคผนวก

ตารางผนวกท่ี 1 แบบรายงานทีต่ ้ังแปลงดาเนินงานการปรับเปลี่ยนการผลิต ในพน้ื ทไี่ ม่เหมาะสมแบบบูรณาการปี 2561 จังหวัดตราด (จากฐานขอ้ มูล Zoning by Agri Map) ลาดับ Zone พิกัดแปลง Y กิจกรรมการเปลี่ยนแปลง เกษตรกร ท่อี ยู่ปัจจุบัน หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ X สินค้าเดิม สินค้าใหม่ พนื้ ที่ (ไร่) กรมประมง 1 47N 898313.736178866 1344410.294988720 ข้าว ประมง 7 นายแฉลม้ อภบิ าลศรี 5 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมประมง กรมประมง 2 47N 898329.425831976 1344334.534223940 ข้าว ประมง 10 นายชัยรัตน์ อภบิ าลศรี 74 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมประมง กรมประมง 3 47N 898400.877784488 1344636.530466680 ข้าว ประมง 7 นายธ้ารงค์ อภิบาลศรี 73 ม.3แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมประมง กรมประมง 4 47N 899036.841077536 1344270.014425810 ข้าว ประมง 8 นายประนอม บุญช่วยแกว้ 16/1 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมประมง กรมประมง 5 47N 898978.918981870 1344762.434608030 ข้าว ประมง 9 นางวิไลวรรณ ประสทิ ธินาวา 105 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน 6 47N 899006.473690689 1344739.008236220 ข้าว ประมง 7 นางสมคิด อยู่เกษม 86/1 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน กรมพัฒนาท่ีดิน 7 47N 899559.817282423 1344531.897350640 ข้าว ประมง 8 นายสมบัติ ประสิทธินาวา 18/1 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน 8 47N 898945.770254532 1344721.647172380 ข้าว ประมง 8 นายณรงค์ ประสิทธินาวา 86/2 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 105 กรมพัฒนาท่ีดิน 9 47N 899055.218910024 1344299.460525680 ข้าว ประมง 6 นายอรุณ เหลก็ เพชร 55 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน 10 47N 898799.950481029 1344613.283898290 ข้าว ประมง 6 นายไพฑูรย์ ประสิทธินาวา 10 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 11 47N 884628.797461975 1349092.533663390 ข้าว มะพร้าว 3 นางทิพวัลย์ วิจิตรสมบัติ ม.3 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด 12 47N 895698.963719820 1355862.325866720 ข้าว ปาลม์ น้ามัน 5 นายไพวัล อนันต์ ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด 13 47N 898411.066021649 1344901.125874700 ข้าว มะพรา้ ว 10 นางสาวสมสุข อภบิ าลศรี ม.10 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 14 47N 897995.644949360 1344030.763173070 ข้าว มะพรา้ ว 5 นายสายชล เอบิ พบ 63 ม.10 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 15 47N 898853.038518658 1343613.043034820 ข้าว ปาล์มน้ามัน 3 นางบญุ เลียง ประสทิ ธินาวา 27/1 ม.10 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด 16 47N 900248.198234536 1343695.854436820 ข้าว มะพรา้ ว 5 นายบญุ เพ่ง ประสทิ ธินาวา 87 ม.7 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 17 47N 900091.984420535 1343695.417021050 ข้าว มะพร้าว 4 นางสาล่ี หนูจกั ร 77 ม.7 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด 18 47N 900229.404274738 1343821.620971750 ข้าว มะพรา้ ว 4 นางกาหลง เหล็กเพชร 107 ม.7 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด 19 47N 900125.609444178 1343896.444192150 ข้าว มะพรา้ ว 7 นางสาวอา้ พร เหลก็ เพชร ม.7 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด

ตารางผนวกที่ 1 แบบรายงานท่ีต้ังแปลงดาเนินงานการปรับเปล่ียนการผลิต ในพนื้ ทไ่ี ม่เหมาะสมแบบบูรณาการปี 2561 จังหวัดตราด (จากฐานข้อมูล Zoning by Agri Map) (ต่อ) ลาดับ Zone พกิ ัดแปลง Y กิจกรรมการเปลี่ยนแปลง เกษตรกร ทอี่ ยู่ปัจจุบัน หน่วยงานรบั ผิดชอบ X สินค้าเดิม สินค้าใหม่ พนื้ ที่ (ไร่) 20 47N 899950.949129260 1344096.887013540 ข้าว มะพร้าว 4 นายสกุ รี ภกั ดี ม.6 ท่ากุ่ม เมืองตราด จังหวัดตราด กรมพัฒนาที่ดิน 21 47N 899961.799005865 1343831.747405810 ข้าว มะพรา้ ว 4 นางสาวมานพ เอมพิทักษ์ ม.4 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 22 47N 899485.380084100 1344092.635087930 ข้าว มะพรา้ ว 7 นางนิธินันท์ ขาวคม 39ม.1 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 23 47N 897347.943366278 1344612.314625500 ข้าว มะพร้าว 6 นายสมาน ขาวคม 387ม.1 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 24 47N 897466.574303014 1344818.212119480 ข้าว ปาล์มน้ามัน 7 นางสาวสมใจ ประสทิ ธินาวา 40ม.1 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 25 47N 897331.259675760 1345052.556359250 ข้าว ปาลม์ นา้ มัน 7 นางยุพิน แก้วดนตรี ม.1 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 26 47N 898333.296724465 1344976.518978990 ข้าว ปาลม์ น้ามัน 7 นางสาวบุหงา ขาวคม ม.10 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 27 47N 899605.815032007 1344035.203897060 ข้าว ปาล์มนา้ มัน 7 นางทองดี เถ่ือนพนม 76 ม.7 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 28 47N 899744.901358216 13440404.271883000 ข้าว มะพร้าว 7 นายประเสริฐ สติดี 106 ม.1 เกาะช้าง เกาะช้าง ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 106 29 47N 899925.511263740 1344387.742149830 ข้าว มะพรา้ ว 8 นางสว่าง จนั ทร์สงั ข์ 20/3 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 30 47N 898675.735849597 1344297.104438510 ข้าว มะพร้าว 7 นางไพวงค์ โพธ์ิเจริญ 9 ม.3 แหลมกลัด เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 31 47N 898962.196552038 1344657.918898310 ข้าว มะพร้าว 2 นางสมคิด อยู่เกษม 86/1 ม.3 แหลมกลดั เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 32 47N 895028.913718906 1354651.813363340 ข้าว มะพรา้ ว 5 นายสมนึก อนันต์ 68 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 33 47N 894314.407689502 1354225.393795990 ข้าว มะพรา้ ว 5 นายวิติ ดีหลาย 64 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 34 47N 894903.070228114 1354501.819577650 ข้าว มะพร้าว 2 นายอ้านวย หลายโชค 10 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 35 47N 894926.045537692 1354504.332502960 ข้าว มะพรา้ ว 7 นางสาวมณี หลายโชค 59 ม.2 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 36 47N 885055.172782033 1348781.584670160 ข้าว เกษตรผสมผสาน 2 นายนิคม ปตุ ติสงั คะ 83/1 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 37 47N 894654.781145899 1358641.893339470 ข้าว มะพร้าว 5 นายสมศักด์ิ มีสังข์ 31/5 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 38 47N 884321.129519725 1347974.419289280 ข้าว มะพร้าว 7 นายเชาวลิต สขุ กสิ 45/5 ม.3 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 39 47N 884689.405515736 1348977.736953320 ข้าว มะพร้าว 10 นายสมมาตร สุกใส 61 ม.3 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน

ตารางผนวกที่ 1 แบบรายงานท่ตี ้ังแปลงดาเนินงานการปรับเปล่ียนการผลิต ในพนื้ ท่ีไม่เหมาะสมแบบบูรณาการปี 2561 จังหวัดตราด (จากฐานข้อมูล Zoning by Agri Map) (ต่อ) ลาดับ Zone พิกัดแปลง Y กิจกรรมการเปล่ียนแปลง เกษตรกร ทอ่ี ยู่ปัจจุบัน หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ X สินค้าเดิม สินค้าใหม่ พน้ื ที่ (ไร่) 40 47N 894643.260154433 1353981.356879570 ข้าว มะพรา้ ว 3 นายอทุ ิศ หงษ์สมุทร 45 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 41 47N 883470.358521370 1350000.994849330 ข้าว มะพร้าว 7 นายประทีป วิจิตรสมบตั ิ ม.3 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 42 47N 884148.066232288 1347696.271908700 ข้าว มะพร้าว 7 นายกอ้ งภพ สุเนตร ม.2 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 107 43 47N 884117.713923340 1347710.618779610 ข้าว มะพรา้ ว 2 นางบรรลุ สุเนตร 127/1 ม.2 หนองคันทรง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน 44 47N 895456.240830376 1355970.084289990 ข้าว ปาลม์ นา้ มัน 7 นางบุญล้อม อนันต์ 37 ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 45 47N 894587.059763930 1354122.300609190 ข้าว มะพรา้ ว 5 นายพลนรนิ ทร์ ฉิมมาแก้ว ม.3 ตะกาง เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาท่ีดิน 46 47N 892418.437524435 1357129.161204750 ข้าว มะพร้าว 28 นายจรญั อภบิ าลศรี 106/1 ม.4 ท่าพรกิ เมืองตราด ตราด กรมพัฒนาที่ดิน หมายเหตุ รวมพืนท่ีทังหมด 297 ไร่ แบ่งเปน็ มะพรา้ ว 178 ไร่ ปาล์มนา้ มัน 43 ไร่ และประมง (ขุดบอ่ จิ๋ว เลียงปลานา้ จืดไว้บรโิ ภคในครวั เรือน) 76 ไร่





พิมพท่ี : หจก.สามดเี วริ ค 97 หมู 7 ตำบลจนั ทนมิ ิต อำเภอเมืองจันทบุรี จงั หวดั จนั ทบรุ ี 22000 โทร. 08 0560 0126 e-mail : [email protected]

การวิเคราะหด า นเศรษฐกจิ สนิ คา เกษตรเพอ� เปนทางเลอื กปรบั เปล่ยี นกิจกรรมการผลติ ในพ้นื ที่ไมเ หมาะสมตามแผนท่ี Agri-Map จงั หวดั ตราด สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook