Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Agri-Map จังหวัดชลบุรี

Agri-Map จังหวัดชลบุรี

Description: 1_จังหวัดชลบุรี

Search

Read the Text Version

กกาารรววิเเิคครราาะะหหด ด า านนเเศศรรษษฐฐกกจิ ิจสสินินคคาา เเกกษษตตรร เเพพ�อ�อเเปปนนททาางงเเลลอื อื กกปปรรบั บั เเปปลลีย่ ยี่ นนกกิจจิ กกรรรรมมกกาารรผผลลติ ติ ใในนพพ้นื ื้นทท่ีไี่ไมมเ เหหมมาาะะสสมม ตตาามมแแผผนนทท่ี ี่ AAggrrii--MMaapp จจังังหหววัดดั ชชลลบบรุ รุ ี ี W N E S ¹¤Ã¹Ò¡ »ÃÒ¨Õ¹ºØÃÕ ÊÃÐá¡ŒÇ ÊÁØ·»ÃÒ¡Òà ©Ðàª§Ô à·ÃÒ ¨Ñ§ËÇ´Ñ ªÅºÃØ Õ ¾Ò¹·Í§ ¾¹ÊÑ ¹Ô¤Á ªÅºØÃÕ ¨Ñ¹·ºØÃÕ µÃÒ´ à¡ÒШѹ·Ã º‹Í·Í§ º‹Í·Í§ ÃÐÂͧ ºŒÒ¹ºÖ§ ÈÃÕÃÒªÒ Ë¹Í§ãËÞ‹ ºÒ§ÅÐÁا ÃÐÂͧ ÊѵËÕº สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 REGIONAL OFFICE OF AGRICULTURAL ECONOMICS 6 สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร OFFICE OF AGRICULTURAL ECONOMICHS กระทรวงเกษตรและสหกรณ MINISTRY OF AGRICULTURE AND COOPERATIVES กันยายน 2562 SEPTEMBER 2019



การวิเคราะห์ดา้ นเศรษฐกิจสินค้าเกษตร เพ่อื เปน็ ทางเลือก ปรบั เปลี่ยนกจิ กรรมการผลติ ในพ้ืนท่ไี ม่เหมาะสม ตามแผนท่ี Agri-Map จังหวัดชลบุรี โดย สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร

ข บทสรปุ ผูบ้ รหิ าร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดขับเคลื่อนการบริหารจัดการพื้นท่ี เกษตรกรรมเชิงรุก (Zoning by Agri–Map) ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ในฐานะผู้เกี่ยวข้องได้ทำ การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตร เพื่อเป็นทางเลือกปรับเปลี่ยนกจิ กรรมการผลิตในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม ตามแผนที่ Agri-Map จังหวัดชลบุรี โดยวิเคราะห์สินค้า TOP4 ที่มีมูลค่าสูงจังหวัดชลบุรี ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลงั โรงงาน และสินค้าทางเลือกที่มีแนวโน้มที่ดี เพ่อื เป็นทางเลือก ปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตสินค้าในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามแผนที่ Agri-Map จังหวัดชลบุรี และเพื่อใช้เป็นแนว ทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในพื้นที่ ซึ่งจากการศึกษาครั้งนี้เลือกสินค้ายางพาราเป็นสินค้าเป้าหมาย และเปน็ สนิ คา้ ตามนโยบายเพอ่ื การปรบั เปลีย่ นผลการวเิ คราะห์ดังน้ี ยางพาราจงั หวัดชลบรุ ี มีผลผลิตต่อไร่ของพื้นท่เี หมาะสม (S1และS2) ไร่ละ 220.74 กโิ ลกรมั และใน พื้นที่ไม่เหมาะสม (S3และN) ไร่ละ 203.29 กิโลกรัม ซึ่งพื้นที่เหมาะสมมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไร่ละ 17.45 กิโลกรัม ด้านต้นทุนการผลิตต่อไร่ในพื้นที่เหมาะสม 11,598.86 บาท และในพื้นที่ไม่เหมาะสม 11,875.10 บาท ซง่ึ พ้ืนท่เี หมาะสมมีตน้ ทุนต่อไร่ที่ตำ่ กวา่ 276.24 บาท ด้านผลตอบแทนตอ่ ไร่ในพน้ื ทีเ่ หมาะสม 13,074.43 บาท และในพื้นท่ีไมเ่ หมาะสม 12,040.87 บาท ซึ่งพื้นท่ีเหมาะสมให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงกว่า 1,033.56 บาท ดังนั้นเกษตรกรทีป่ ลูกยางพาราในพื้นท่ีเหมาะสมจะได้ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่หรอื กำไรต่อไร่เท่ากับ 1,475.57 บาท คิดเป็นรอ้ ยละ 12.72 ของต้นทุนการผลิต ส่วนการปลูกยางพาราในพ้ืนท่ีไมเ่ หมาะสมจะได้ผลตอบแทน สุทธิต่อไร่เท่ากบั 165.87 บาท คิดเปน็ ร้อยละ 1.40 ของต้นทุนการผลติ จะเห็นไดว้ า่ เกษตรกรที่ปลกู ยางพารา ในพื้นที่เหมาะสมจะมีผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ที่สูงกว่าการปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม สำหรับผลการ วิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในจังหวัดชลบุรี พบว่า ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน และพืชเสริมรายได้อื่น ๆ ได้แก่ พืชผัก(พริกชี้ฟ้า ข่า) ไม้ผล(กล้วยน้ำว้า) และไม้ยืนต้น (ไผก่ ิมซงุ ) ซึ่งมผี ลตอบแทนทดี่ ีกว่าการปลกู ยางพาราในพน้ื ทไ่ี มเ่ หมาะสม สามารถเปน็ ทางเลือกในการลดพื้นท่ี ปลูกยางพาราในพื้นทไี่ ม่เหมาะสม หรอื เสรมิ รายไดใ้ นครัวเรือนเพ่ือลดความเสี่ยงในการปลูกพืชเชงิ เด่ยี ว จากการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกจิ สินค้าเกษตรระดับจังหวัดชลบุรี มีแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตาม แผนท่ีเกษตรเพอ่ื การบรหิ ารจดั การเชิงรกุ (Agri-Map) ดังน้ี แนวทางการพัฒนาพืน้ ทีเ่ หมาะสม (S1,S2) ยางพารา 1) เพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลิต/เพิ่มผลผลิตต่อไร่/ลดต้นทุนการผลติ /ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่ มาตรฐาน 2) ส่งเสริมการรวมกลมุ่ เพื่อสร้างความเขม้ แขง็ ของเกษตรกร เชน่ รวมกลมุ่ เพอ่ื แปรรูปยางดิบ และนำ้ ยางสดผา่ นสถาบนั เกษตรกร แนวทางการพฒั นาพืน้ ทไี่ ม่เหมาะสม (S3,N) ยางพารา 1) ภาครัฐควรให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต/สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างแรงจูงใจในการ ปรับเปลีย่ นการผลิต

ค 2) ถา่ ยทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี/นวัตกรรม ผ่าน ศพก. พรอ้ งท้ังใหม้ กี ารศึกษาดงู านเกษตร ตน้ แบบทปี่ ระสบความสำเรจ็ ทไ่ี ดป้ รบั เปลี่ยนการผลติ เพื่อสร้างแรงจงู ใจ 3) สง่ เสรมิ การถา่ ยทอดความรู้การแปรรปู ผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง โดยตงั้ ศนู ย์บม่ เพาะการแปร รปู ยางพาราระดบั ชมุ ชน 4) สนับสนุนใหม้ กี ารพฒั นาและปรบั ปรุงโครงสรา้ งพื้นฐาน เช่น แหลง่ น้ำชุมชน หรอื แหล่งน้ำ ตามธรรมชาติใหส้ ามารถนำมาใช้ประโยชน์ไดด้ ี 5) ประชาสัมพนั ธ์ใหเ้ กษตรกรเข้าใจนโยบาย Zoning by Agri-Map เพ่ือสรา้ งแรงจูงใจในการ ปรับเปลี่ยน และเขา้ รว่ มโครงการตา่ ง ๆ ทภี่ าครฐั ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ชาวสวนยาง 6) ส่งเสริมให้เกษตรกรเริ่มปรบั เปลีย่ นในพืน้ ที่บางสว่ นก่อนโดยทำเกษตรทฤษฎีใหม่/เกษตร ผสมผสาน แทนการปลูกยางพาราเพียงอย่างเดียว ให้มีรายได้สม่ำเสมอและเป็นกิจกรรมที่ใช้น้ำน้อย เช่น ไผ่ กล้วยน้ำว้า พริกและขา่ 7) ภาครัฐ ภาคเอกชนต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการวางแผนการตลาด การผลิต โดย จัดหาแหล่งจำหนา่ ยเพ่ือสรา้ งความเชื่อมั่นการตัดสนิ ใจปรับเปลีย่ นการเพาะปลกู โดยมีการเชื่อมโยงแหลง่ รบั ซื้อผผู้ ลติ 8) ภาครัฐควรมีโครงการพัฒนาจัดรูปที่ดินให้เหมาะสมตาม Zoning by Agri-Map แบบท่ี สว่ นรว่ ม (รัฐจา่ ย 70 : เกษตรจา่ ย 30) เพอื่ ปรับพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมให้สามารถผลิตสินค้าที่มีการบริหารจัดการ สนิ คา้ อยา่ งย่ังยนื อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมเชิงรุก (Zoning by Agri–Map) เป็นภาคสมัครใจของเกษตรกรที่จะร่วมปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมเสริมรายได้ จึงทำให้การขับเคลื่อนบรรลุ เป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชลบุรี และคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาภาคเ กษตรระดับจังหวัดชลบุรี (Chief of Operation) และเกษตรกรที่ผลิตยางพาราในพน้ื ท่ีไมเ่ หมาะสมควรกำหนดเป้าหมายพื้นที่นำร่องใน การปรับเปลี่ยน เพื่อดำเนินการอย่างมีส่วนร่วมกับเกษตรกรในพื้นท่ีไม่เหมาะสมจึงจะเกิดผลสัมฤทธิ์ยกระดับ รายไดใ้ หเ้ กษตรกรในพน้ื ทไ่ี ม่เหมาะสมได้



ง คำนำ ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยมีฐานสำคัญมาจากภาคเกษตร ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมอื ง และสิ่งแวดลอ้ ม ทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แตล่ ะประเทศต้องปรับตัวเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพือ่ ใหส้ อดรับกบั สถานการณ์ที่ปรบั เปล่ียนโดยมงุ่ เน้นการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ ดา้ นการตลาด อปุ สงค์ และอปุ ทาน และใหเ้ หมาะสมกับศกั ยภาพของพื้นท่ีเพ่ือใหเ้ กิดประสิทธภิ าพสูงสดุ โครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสินคา้ เกษตรจึงเป็นหน่ึงในโครงการสำคัญของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ได้ทำการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตร เพื่อเป็นทางเลือกปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตยางพารา ในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามแผนที่ Agri-Map จังหวัดชลบุรี เพอ่ื ใชเ้ ป็นแนวทางการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในพื้นที่ ตามแนวทางของการบริหารจดั การพน้ื ที่เกษตรกรรม เชิงรุก (Zoning by Agri - Map) ซึ่งได้มีการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ทั้งด้านกายภาพและด้านเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดเป็นเขตบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่เหมาะสมในพ้ืนที่นั้น ๆ และสรุปเป็นแนวทางในการบริหาร จัดการดังกลา่ ว สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ขอขอบคุณความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 สถานีพัฒนาที่ดินชลบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชลบุรี รวมท้ัง เกษตรกรจังหวัดชลบุรีที่อำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูลในการศึกษาครั้งน้ีเป็นอย่างดี และข้อคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์จากคณะทำงานขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ภาคตะวันออก) คณะอนกุ รรมการพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชลบุรี และคณะกรรมการอำนวยการ ขบั เคล่อื นงานนโยบายสำคัญและแกไ้ ขปญั หาภาคเกษตรระดับจังหวัดชลบุรี(Chief of Operation) สุดท้ายน้ี สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 หวงั วา่ การศึกษาการวิเคราะห์ดา้ นเศรษฐกิจสินค้าเกษตรระดับจงั หวัดชลบุรี ที่ได้จัดทำข้นึ ในครั้งนีจ้ ะเปน็ ประโยชนก์ ับผู้ทเี่ กย่ี วขอ้ งจะได้นำไปใช้ประโยชน์ตอ่ ไป ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 กันยายน 2562



จ สารบญั หนา้ บทสรปุ ผบู้ รหิ าร ข คำนำ ง สารบญั จ สารบญั ตาราง ฉ สารบัญภาพ ช บทท่ี 1 บทนำ 1 1.1 หลกั การและเหตุผล 2 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตการศกึ ษา 2 1.4 วิธีการศกึ ษา/กรอบแนวคิด 5 1.5 ประโยชนท์ ี่คาดจะได้รับ บทท่ี 2 สภาพทว่ั ไป 7 2.1 สภาพทว่ั ไปของจังหวดั 15 17 2.2 การใชท้ ี่ดินทางการเกษตรตามแผนที่ Agri - Map 2.3 สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสงู ของจงั หวัดชลบรุ ี (Top 4) บทท่ี 3 ผลการศกึ ษาวิเคราะห์ 25 3.1 ตน้ ทุนและผลตอบแทนตามระดับความเหมาะสมของพ้นื ที่สนิ คา้ เกษตรท่ีสำคญั 44 (Top 4) 61 3.2 การบรหิ ารจดั การสนิ ค้าเกษตรที่สำคญั จงั หวัดชลบุรี 65 3.3 การวเิ คราะหเ์ พอื่ หาพืชทางเลอื กทางเศรษฐกิจ 68 3.4 การวเิ คราะห์เพ่อื หาพืชทางเลือกอื่น/พชื เสริมรายได้ 3.5 การปลกู พชื ทดแทนในพ้นื ที่ไม่เหมาะสม บทท่ี 4 สรปุ และข้อเสนอแนะ 71 4.1 สรุป 74 4.2 ขอ้ เสนอแนะ บรรณานกุ รม 77

ฉ สารบญั ตาราง ตารางท่ี หนา้ 2.1 ขอ้ มูลจำนวนโรงงานเงนิ ลงทุน คนงาน ปี 2559-2561 ของจงั หวัดชลบรุ ี 11 2.2 พนื้ ทีเ่ พาะปลกู พืชเศรษฐกิจจงั หวัดชลบรุ ี 16 2.3 ยางพารา พ้นื ท่ีระดบั ความเหมาะสม (Suitability) และพน้ื ทปี่ ลกู ยางพารา (Existing) ตำบล/อำเภอตา่ ง ๆ จงั หวัดชลบรุ ี 19 3.1 ต้นทนุ การผลติ ยางพาราปี 2560 จงั หวดั ชลบรุ ี ในการผลิตในพน้ื ท่ีเหมาะสม 27 3.2 ต้นทนุ การผลิตยางพาราปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลิตในพนื้ ทไี่ มเ่ หมาะสม 29 3.3 ตน้ ทนุ การผลิตสับปะรดโรงงาน ปี 2560 จังหวดั ชลบรุ ี ในการผลิตในพน้ื ทีเ่ หมาะสม 31 3.4 ตน้ ทุนการผลติ สับปะรดโรงงาน ปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลติ ในพืน้ ทีไ่ ม่เหมาะสม 33 3.5 ตน้ ทนุ การผลิตปาลม์ น้ำมนั ปี 2560 จังหวัดชลบุรี ในการผลิตในพืน้ ที่เหมาะสม 35 3.6 ต้นทุนการผลิตปาลม์ น้ำมัน ปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลิตในพื้นทไี่ ม่เหมาะสม 37 3.7 ตน้ ทนุ การผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลิตในพ้นื ทเี่ หมาะสม 39 3.8 ตน้ ทนุ การผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปี 2560 จังหวดั ชลบรุ ี ในการผลิตพน้ื ที่ไมเ่ หมาะสม 41 3.9 เปรียบเทียบต้นทนุ การผลติ ผลตอบแทน สินค้าท่ีสำคญั (สนิ ค้า TOP 4)จังหวดั ชลบุรี 43 3.10 บัญชสี มดลุ ยางพาราจงั หวัดชลบุรี ปี 2560 46 3.11 บัญชีสมดลุ สบั ปะรดจังหวัดชลบรุ ี ปี 2560 49 3.12 บญั ชีสมดุลปาล์มน้ำมันจงั หวัดชลบุรี ปี 2560 54 3.13 บญั ชีสมดุลมันสำปะหลังจงั หวดั ชลบุรี ปี 2560 59 3.14 การเปรียบเทยี บตน้ ทุนการผลิตการปลกู ยางพาราในพนื้ ทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) กบั การปลกู สับปะรดโรงงาน 62 3.15 การเปรยี บเทียบตน้ ทุนการผลิตการปลกู ยางพาราในพ้นื ทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) กับ การปลูกปาลม์ น้ำมนั 63 3.16 การเปรยี บเทียบต้นทนุ การผลิตการปลกู ยางพาราในพื้นท่ไี ม่เหมาะสม (N) กบั การปลกู มนั สำปะหลังโรงงาน 64 3.17 ต้นทนุ การผลิตและผลตอบแทนสทุ ธิการปลกู กลว้ ยนำ้ วา้ จังหวัดชลบุรี 65 3.18 ตน้ ทนุ การผลติ และผลตอบแทนสทุ ธิการปลูกพริกชีฟ้ า้ จังหวดั ชลบุรี 66 3.19 ตน้ ทุนการผลิตและผลตอบแทนสทุ ธกิ ารปลกู ขา่ จังหวัดชลบุรี 67 3.20 ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนสทุ ธกิ ารปลกู ไผก่ มิ ซงุ จงั หวัดชลบุรี 68

ช สารบญั ภาพ ภาพท่ี หน้า 2.1 แผนทีเ่ ขตการปกครองจังหวดั ชลบุรี 9 2.2 ผลติ ภัณฑ์มวลรวมจงั หวัดชลบรุ ี ปี 2560 10 2.3 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด-ภาคเกษตร-รายได้ตอ่ หัว จังหวดั ชลบรุ ี ปี 2551 – 2560 11 2.4 แผนท่ีการใช้ที่ดินจังหวัดชลบรุ ี ปี 2560 – 2561 15 2.5 แผนทีก่ ารปลกู พชื เศรษฐกจิ จังหวดั ชลบุรี 16 2.6 ยางพารา เน้ือกรดี ได้ ผลผลติ รวม ผลผลิตต่อไร่ จังหวดั ชลบรุ ี 17 2.7 สับปะรด เนอ้ื เกบ็ เกย่ี ว ผลผลิตรวม ผลผลติ ต่อไร่ จังหวัดชลบรุ ี 21 2.8 ปาลม์ น้ำมัน เนือ้ ท่ใี หผ้ ล ผลผลิตรวม ผลผลติ ต่อไร่ จงั หวดั ชลบุรี 22 2.9 มนั สำปะหลงั เนอื้ ท่ีเก็บเกีย่ ว ผลผลติ รวม ผลผลิตตอ่ ไร่ จงั หวัดชลบุรี 23 3.1 วิถีตลาดสนิ คา้ ยางพาราในจงั หวดั ชลบุรี 44 3.2 วิถตี ลาดสนิ ค้าสับปะรดในหวดั ชลบรุ ี ปี 2560 48 3.3 วถิ ีตลาดสนิ ค้าปาล์มนำ้ มันในจงั หวดั ชลบุรี ปี 2560 52 3.4 วิถีตลาดมันสำปะหลังของจงั หวัดชลบุรี ปี 2560 57 4.1 แผนทแี่ สดงข้อมลู พ้นื ทคี่ วามเหมาะสมของยางพาราจังหวัดชลบรุ ี 76 4.2 แผนทแี่ สดงขอ้ มลู พน้ื ท่คี วามเหมาะสมของยางพารา กบั พ้นื ท่ีปลูกยางพาราจรงิ 76 จังหวดั ชลบรุ ี



บทท่ี 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตผุ ล การผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดของประเทศไทยยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เน่ืองจากเกษตรกร สว่ นหนึ่งนำพนื้ ท่ีท่ีมคี วามเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสมมาใช้เพ่ือปลูกพืช ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตโดย เฉลย่ี อยใู่ นเกณฑ์ต่ำ มีต้นทุนการผลติ สูง และในหลายสินค้าผลผลิตสนิ ค้าเกษตรมากเกินความตอ้ งการประสบ สภาวะราคาตกต่ำเกิดภาระด้านงบประมาณให้กับภาครัฐที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือแทรกแซงราคา การบริหาร จัดการพื้นทเี่ กษตรกรรมเป็นแนวคิดท่ีดำเนินการภายใต้นโยบายของรฐั บาลในการจัดการและใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน ของประเทศเพือ่ ประโยชน์สูงสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเขตเหมาะสมสำหรับการผลิตแล้ว ได้แก่ ด้านพืช ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลำไย และสับปะรด โรงงาน ซ่งึ รวมถึง เงาะ ทเุ รยี น มังคุด กาแฟ มะพร้าว ด้านปศุสตั ว์ ประกอบดว้ ย โคนม โคเนื้อ สกุ ร ไกเ่ นื้อ ไก่ ไข่ และด้านประมง ประกอบด้วย กุ้ง ปลานิล ปลาน้ำจืด โดยในการประกาศเขตเหมาะสมการผลิต คำนึงถึง ปัจจัยธรรมชาติที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศ แสงแดด ความช้ืนสัมพัทธ์ (Land Suitability) และระดับ ความต้องการของพืช (Crop Requirement) การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบัน (Existing Land Use) หรือ เงื่อนไขสำหรับการผลิตอ่ืน ๆ เช่น กำหนดเขตเป็นพ้ืนท่ีปลอดโรค เป็นต้น ซ่ึงในการบริหารจัดการพ้ืนที่ เกษตรกรรม นอกจากคำนึงถึงเขตการผลิตที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องพิจารณาประเด็นท่ีเก่ียวข้อง คือ การปรับ รูปแบบการผลิตในเขตเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม เพ่ือสร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและการตลาด การเพิ่มประสิทธภิ าพการผลติ การเพิม่ มูลค่าดว้ ยการพฒั นามาตรฐานสินคา้ และลดตน้ ทนุ ด้วยการจัดการระบบ ขนส่งสินคา้ (Logistic) เป็นต้น เม่ือมีการประกาศเขตเหมาะสมสำหรับการผลิตแล้ว ต้องถือว่าพ้ืนที่น้ันคือยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาการผลิต ซ่ึงระดับพื้นท่ี/จังหวัดต้องพิจารณาใช้พื้นท่ีท่ีมีความเหมาะสมเป็นยุทธศาสตร์การผลิตด้าน การเกษตร โดยวางระบบการจัดการทัง้ หมดเข้าไปในพื้นที่ การสนบั สนุนด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ (1) พื้นท่ี (2) ชนิดสินค้า พืช ปศุสัตว์ ประมงที่เหมาะสมกับพ้ืนที่ (Commodities)และ (3) บุคคล ได้แก่ เกษตรกรผูป้ ระกอบการ เจ้าหน้าทีข่ องรัฐ (Human Resource) โดยใชก้ ารตลาดเป็นตัวชี้นำในการส่งเสรมิ การ ผลิต ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าผลิตออกมาแล้วต้องขายได้ในราคาท่ีเกษตรกรอยู่ได้ และมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นผูใ้ หค้ ำแนะนำ และประสานงานกับทกุ ภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องภายในพ้นื ท่ีท้ังภาครัฐและ เอกชน เพื่อใหเ้ กดิ ผลเป็นรูปธรรม โดยมีศูนยเ์ รียนร้กู ารเพิ่มประสิทธิภาพการผลติ สินค้าเกษตร ซ่ึงเป็นศูนย์ ระดับชุมชนที่จัดต้ังข้ึนโดยใช้หลักการของโซนน่ิงร่วมกับความต้องการของเกษตรกร เป็นแหล่งศึกษาและ เรียนร้ขู องเกษตรกรและประชาชนท่ีสนใจในดา้ นการเกษตรจากสถานทจ่ี ริง เรียนร้จู ากเกษตรกรตน้ แบบที่ทำ อาชีพการเกษตรและประสบความสำเร็จ เน้นการผลิตที่เหมาะสมกับศักยภาพของพ้ืนท่ี ลดต้นทุนการผลิต

2 พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สาเหตุหลักของผลผลิตขาด คุณภาพและไม่ตรงความต้องการของตลาดส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนจากการผลิต คือ เกษตรกรทำการผลิต สนิ คา้ เกษตรในพน้ื ที่ไม่เหมาะสมกับศักยภาพของพน้ื ท่ี ดังนั้น เพ่ือเสนอแนะข้อเสนอเชิงนโยบายในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรใน พ้ืนที่ไม่เหมาะสมตามแผนที่ Agri-Map เป็นสินค้าทางเลือกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี จึงได้จัดทำการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตรระดับจังหวัดในจังหวัดชลบุรี สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อนั ดับ(Top 4) เพ่ือให้มีการผลิตท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพผลผลิต และ สรา้ งความสมดลุ ระหว่างอปุ สงค์-อุปทาน 1.2 วัตถปุ ระสงค์ 1.2.1 เพ่ือศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนสินค้าเกษตรท่ีมีมลู คา่ สูง 4 อนั ดับ (Top 4) ในจังหวดั ชลบรุ ี 1.2.2 เพ่ือศึกษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์-อุปทาน (Demand &Supply) สินค้าเกษตรที่มีมูลค่า สงู 4 อันดบั (Top 4) และสินคา้ ทางเลอื กในจงั หวัดชลบรุ ี 1.2.3 เพ่ือเสนอแนะมาตรการในการปรับเปล่ียนการผลิตสินค้าในพ้ืนที่ไม่เหมาะสมเป็นสินค้า ทางเลอื กในระดบั พน้ื ท่ีของจงั หวัดชลบุรี 1.3 ขอบเขตการศกึ ษา ศึกษาสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อันดับ (Top 4) ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลงั โรงงานและสินค้าทางเลือกครอบคลุมในพนื้ ท่ีจงั หวัดชลบรุ ี 1.4 วธิ ีการศึกษา/กรอบแนวคดิ 1.4.1 การวิเคราะหค์ วามเหมาะสมและศักยภาพของพืน้ ที่ โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ Agri-map โดยการประเมินคุณภาพท่ีดิน (Qualitative Land Evaluations) ซ่ึงเป็นการพิจารณาศักยภาพของหน่วยทรัพยากรที่ดินตอ่ การใช้ประโยชน์ ท่ีดินประเภทต่าง ๆ นอกจากการประเมินทางด้านคุณภาพหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการประเมินเชิง กายภาพ การประเมินทางด้านปริมาณหรอื ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะให้ค่าตอบแทนในรูปผลผลิตท่ีได้รับ ตัวเงินใน การลงทุน และตัวเงินจากผลตอบแทนท่ีได้รับเป็นสิ่งบ่งช้ีท่ีถึงความเหมาะสม หรือการจัดการเขตเกษตร เศรษฐกิจอย่างแท้จริง ตามแผนที่ความเหมาะสม 4 ระดับ คือ(1) ระดับขั้นที่มีความเหมาะสมสูง (Highly suitable : S1) (2) ระดับชนั้ ทีม่ ีความเหมาะสมปานกลาง (Moderately suitable : S2) (3) ระดบั ชนั้ ที่มีความ เหมาะสมน้อย(Marginally suitable : S3) และ (4) ระดับชั้นที่ไมเ่ หมาะสม (N) ว่ามีจำนวนพนื้ ที่เทา่ ใดและอยู่ ในพื้นท่ีบริเวณใดบ้าง และนำข้อมูลมาจัดชั้นพ้ืนท่ีเป็น 2 ระดับ คือ (1) พ้ืนที่ที่มีความเหมาะสมการปลูก (Suitability : S) คือพื้นที่ท่ีมีความเหมาะสมมาก (S1)รวมกับพ้ืนท่ีชั้นท่ีมีความเหมาะสมปานกลาง (S2)และ (2) พื้นที่ไม่เหมาะสม (Not suitability : N) คือพื้นที่ท่ีมีความเหมาะสมน้อย (S3)และพ้ืนที่ที่ไม่มีความ เหมาะสม (N) ของสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง 4 อันดับ(top 4) ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน

3 มันสำปะหลังโรงงานและสินค้าทางเลอื กในจังหวัดชลบุรี และลงพ้ืนท่เี พื่อตรวจสอบข้อเทจ็ จริงในว่าปัจจุบันมี ปลูกอยู่มากน้อยเท่าไร และปลูกอยู่ในแต่ละพ้ืนท่ีระดับความเหมาะสมจำนวนเทา่ ไรของการปลูกพืชเศรษฐกิจ แตล่ ะชนิดสนิ ค้าในพื้นท่ีจงั หวดั ชลบรุ ี และสำรวจพนื้ ท่เี พ่ือยนื ยันข้อมูลตามแผนที่ความเหมาะสม 1.4.2 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 1) การรวบรวมขอ้ มูล รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์จากแบบสอบถามแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ปีเพาะปลูก 2559 รวมทั้งการสำรวจขอ้ มูลภาคสนามเพื่อรับทราบสถานการณ์การผลิต การตลาด และแนวคดิ ความคดิ เห็นจากส่วนราชการท่ีเกยี่ วขอ้ ง 2) แหล่งขอ้ มลู 2.1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เป็นการสำรวจข้อมูลภาคสนามเพือ่ รับทราบสถานการณ์การ ผลติ และการตลาด ณ ช่วงเวลาน้นั ๆ โดยขอ้ มลู ท่ีไดร้ บั มาจากเกษตรกร และหนว่ ยงานราชการที่เกย่ี วขอ้ ง 2.2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) รวบรวมข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การจัดทำเขตเกษตรเศรษฐกิจ เอกสารทางวิชาการจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องท้ังภาครัฐและเอกชน รวมถงึ สือ่ สิ่งพมิ พ์อิเลคทรอนกิ ส์ท่เี กย่ี วขอ้ ง 1.4.3 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 1) การวิเคราะหเ์ ชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เชน่ การวเิ คราะห์เนอ้ื หา 2) การวิเคราะหเ์ ชงิ ปริมาณ(Quantitative Analysis) 2.1) การวิเคราะห์โดยใช้วิธกี ารทางสถติ ิ โดยสถติ ิพรรณนา (Descriptive Statistics) เช่น ร้อยละ และคา่ เฉล่ยี 2.2) การวเิ คราะหโ์ ดยใชว้ ธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ เชน่ การวิเคราะห์ตน้ ทุนผลตอบแทน 2.3) การวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ Agri-Map และสำรวจพื้นทเ่ี พอ่ื ยนื ยนั ข้อมูลตามแผนท่ี 1.4.4 กรอบแนวคิดตน้ ทุนและผลตอบแทน 1) ทฤษฎีต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน การวเิ คราะห์ต้นทุนจะพิจารณาทง้ั ต้นทุนท่ีเป็นเงิน สด (Explicit Cost) และต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด (Implicit Cost) โดยสภาพการผลิตท่ีเป็นจริงของเกษตรกร ตน้ ทุนที่เป็นเงนิ สด คือ ต้นทุนท่ีเกษตรกรจ่ายออกไปจริงเป็นเงินสด ส่วนต้นทุนท่ีไม่เป็นเงนิ สด คือ ต้นทุนที่ เกษตรกรไม่ได้เสยี ค่าใช้จ่าย แต่ได้ประเมินให้สำหรบั ค่าปัจจัยการผลิตและแรงงานท่ีเป็นของเกษตรกรเอง ซึ่ง องค์ประกอบของต้นทุนการผลิต แบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ 1.1) ต้นทุนคงท่ี (Fixed Cost) เป็นค่าใช้จ่ายท่ีไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต หรือไม่เปลี่ยนแปลงแม้ไม่ทำการผลิตเลย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้ปัจจัยคงท่ีในการผลิต ประกอบด้วยต้นทุนคงที่ท่ีเป็นเงินสด ได้แก่ ค่าเช่าท่ีดิน ค่าภาษีที่ดิน เป็นต้นต้นทุนคงท่ีท่ีไม่เป็นเงินสด เป็น ค่าใช้จ่ายที่ผู้ผลิตไม่ได้จ่ายออกไปจริง เช่น ค่าใช้ท่ีดินและค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ซ่ึงมีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปี เป็นตน้

4 สำหรับการคำนวณค่าเส่ือมราคาใช้วิธีคิดแบบเส้นตรง (The Straight – Line Method) การ คำนวณโดยวิธนี จ้ี ะไดค้ ่าเสือ่ มราคาทรัพยส์ ินตอ่ ปคี งทเ่ี ท่ากัน ซ่ึงมีวิธกี าร คอื ค่าสกึ หรอหรือค่าเสอื่ มราคาต่อปี = (ราคาทรพั ย์สินที่ซื้อมา – มลู คา่ ซาก) อายกุ ารใช้งาน(ปี) 1.2) ต้นทุนผนั แปร (Variable Cost) เป็นค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปตามปรมิ าณผลผลิตท่ี ได้รบั ซึ่งประกอบด้วยต้นทุนผันแปรท่ีเปน็ เงินสด เป็นค่าใชจ้ ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิตตา่ ง ๆ ค่าจ้างแรงงาน คา่ ปุ๋ย เป็นต้นและต้นทุนผันแปรที่ไม่เป็นเงินสด เป็นค่าใช้จ่ายเกย่ี วกับปัจจยั การผลติ ที่เป็นของตนเอง และได้ ประเมนิ ค่าออกมาเป็นเงินสด เชน่ คา่ แรงงานในครวั เรอื นจะประเมินคา่ เปน็ เงินสด ตามอัตราค่าจา้ งแรงงานใน ท้องถิน่ นัน้ เปน็ ต้น สำหรบั การวิเคราะห์ต้นทุนและรายได้ จะทำให้ทราบถึงกำไรที่เกษตรกรจะไดร้ ับเพอื่ ใชเ้ ป็นข้อมูลใน การพิจารณาความสำเร็จหรือล้มเหลวในการผลิต โดยมวี ิธีการคำนวณ ดังน้ี ตน้ ทุนทั้งหมด = ต้นทนุ คงท่ี + ตน้ ทนุ ผนั แปร ตน้ ทนุ คงที่ = ค่าใช้ทีด่ ินหรือค่าเช่าทดี่ ิน + ค่าเสอื่ มราคาอปุ กรณก์ ารเกษตร ตน้ ทุนผันแปร = คา่ แรงงาน + ค่าวัสดุอปุ กรณ์การเกษตร รายไดท้ ง้ั หมด = ผลผลติ ท้ังหมด x ราคาท่ีเกษตรกรได้รับ รายได้สุทธิ = รายได้ท้งั หมด - ตน้ ทนุ ผนั แปร กำไร = รายได้ท้งั หมด - ต้นทุนทง้ั หมด 2) กรอบแนวคดิ Demand และ Supply แนวคิดการทำบญั ชสี มดุลสินคา้ เกษตรมคี วามใกลเ้ คียงกบั การทำบญั ชสี มดุลทางการเงินทว่ั ไป ท่ีเรารู้จักกัน ในขณะท่ีบัญชีสมดุลทางการเงินเป็นการทำข้อมูลเก่ียวกับ “รายรับและผลประโยชน์” เท่ากับ “รายจ่ายและการเสียผลประโยชน์” หรือ “กำไร” เท่ากับ “ขาดทุน”ซึ่งเป็นการลงข้อมูลเป็นมูลค่าของเงนิ ที่ เกิดข้ึน บัญชีสมดุลสินค้าเกษตรเป็นการบันทึกปริมาณของสินค้าเกษตร และสามารถจัดทำได้ท้ังใน ระดับประเทศและระดบั จงั หวัด ดา้ นการบนั ทกึ ข้อมูลสามารถจดั ทำเป็นได้ทัง้ รายปีและรายเดือน บัญชีสมดุลสินค้าเกษตรนั้นมีองค์ประกอบ 2 ด้าน คือ ด้านอุปทาน (Supply) และด้านการ นำไปใชป้ ระโยชน์ (Utilization) และตอ้ งทำให้ตวั เลขทง้ั 2 ด้านนใี้ หส้ มดุลหรือเทา่ กนั

5 (1) อุปทาน (Supply) = (2) การนำไปใชป้ ระโยชน์ (Utilization) โดยที่ ดา้ นอุปทาน เป็นผลรวมของ(1) สต็อกตน้ ปีหรือสต็อกที่ยกมาจากสต็อกปลายปีของปที ี่แลว้ (2) การผลิต สินค้าเกษตรในช่วงระยะเวลา 12 เดือน หรือ 1 ปีการตลาดและ(3) การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในช่วง ระยะเวลา 12 เดอื น หรือ 1 ปกี ารตลาดดังสมการตอ่ ไปน้ี (1) อุปทาน= สต็อกตน้ ปี + ปรมิ าณการผลติ + การนำเข้าสินคา้ และ ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ เป็นผลรวมของ(1)การใช้ภายในประเทศ เช่น การบริโภค ช่วงระยะเวลา 12 เดือน หรือ 1 ปีการตลาด(2) การส่งออกสนิ ค้าจากต่างประเทศในช่วงระยะเวลา 12 เดือน หรือ 1 ปีการตลาด และ (3)ปรมิ าณสต็อกสินค้าเกษตรทยี่ งั เหลืออยู่ ณ ชว่ งเดอื นสดุ ท้ายของปีการตลาด อาจเรียกว่า สตอ็ กปลายปี หรือปลายงวด และจะถูกยกยอดไปเป็นสตอ็ กตน้ ปขี องปีตอ่ ไปสามารถเขียนสมการไดด้ งั น้ี (2) การนำไปใช้ประโยชน์ = การใชภ้ ายในประเทศ + การสง่ ออกสนิ คา้ +สตอ็ กปลายปี โครงสร้างบญั ชสี มดุลสินคา้ เกษตรน้ันมีองคป์ ระกอบหลายอยา่ ง แมจ้ ะมอี งค์ประกอบหลักเหมือนกัน แต่องค์ประกอบย่อยนั้นอาจมีความแตกต่างกันไปตามสินค้าเกษตรแต่ละชนิด ซึ่งข้ึนอยู่กับโครงสร้างห่วงโซ่ อุปทานของสินคา้ เกษตรนั้น ๆ อยา่ งไรก็ตามจะต้องมี 1 องคป์ ระกอบท่ที ำหน้าที่เปน็ ตัวเศษเหลือ (Residual) และตัวแปรท่ีมักมีการใช้เป็น Residual ในการทำบัญชีสมดุลสินค้าเกษตร คือ สต็อกปลายปีหรือสต็อกปลาย งวด เนือ่ งจาก โดยปกตแิ ล้วจะเป็นองค์ประกอบทีไ่ ม่มีข้อมลู ตัวเลขทด่ี ี ถกู ตอ้ ง หรอื นา่ เชอ่ื ถือในการนำมาใช้ อปุ ทาน= สต็อกต้นปี + ปรมิ าณการผลิต + การนำเข้าสินคา้ การนำไปใชป้ ระโยชน์ = การใช้ภายในประเทศ + การสง่ ออกสนิ คา้ + สตอ็ กปลายปี สต็อกตน้ ปี + ปริมาณการผลิต+ การนำเข้าสนิ ค้า= การใช้ภายในประเทศ+ การสง่ ออกสินค้า+สตอ็ กปลายปี ดังนน้ั สตอ็ กปลายปี = (สตอ็ กต้นปี + ปรมิ าณการผลิต + การนำเขา้ สินค้า) – (การใช้ภายในประเทศ + การส่งออกสินค้า) แตว่ ธิ กี ารดังกลา่ วนี้ ควรมีขอ้ มูลหรอื การประมาณการสตอ็ กตน้ ปที ่ีดี มีหลักการและมีความน่าเชอ่ื ถือ สำหรับข้อมูลในอดีต ถ้าหากไม่มีตัวเลขดังกล่าวผู้จัดทำสามารถประมาณการการเปล่ียนแปลงทางสต็อก (Stock changes) ได้ดงั สมการตอ่ ไปนี้ สตอ็ กตน้ ปี +ปรมิ าณการผลิต+การนำเขา้ สนิ คา้ =การใชภ้ ายในประเทศ+การส่งออกสนิ คา้ +สต็อกปลายปี (สตอ็ กปลายปี – สต็อกตน้ ป)ี = (ปริมาณการผลิต+ การนำเข้าสินค้า) – (การใช้ภายในประเทศ+ การสง่ ออกสนิ ค้า) ปรมิ าณสตอ็ กทีเ่ ปลยี่ นแปลงไป=(ปริมาณการผลติ +การนำเขา้ สนิ ค้า)–(การใช้ภายในประเทศ+การส่งออกสินค้า) 1.5 ประโยชน์ทคี่ าดจะได้รับ การจัดทำแนวทางพัฒนาการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตร จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่ม บุคคลต่าง ๆ ดงั นี้ 1.5.1 เกษตรกร 1) สามารถทราบถงึ ศกั ยภาพของพื้นทีใ่ นการผลติ ของตัวเองให้ชดั เจน 2) เปน็ เครือ่ งมอื ชว่ ยในการตดั สินใจเลอื กผลิตสนิ ค้าเกษตรต่าง ๆ ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 3) สามารถลดตน้ ทุนการผลิต มีรายได้เพมิ่ ขึ้น ลดความเสย่ี งในเรือ่ งการตลาด

6 4) สามารถขอความสนับสนุนได้ตรงกบั ความตอ้ งการ 1.5.2 ผปู้ ระกอบการ มีความมั่งคงในธรุ กิจต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องกับการเกษตร เนื่องจากมีความม่ันใจถึง ปริมาณของผลิตท่ีสม่ำเสมอ ทำให้สามารถตดั สินใจในเร่ืองการลงทนุ และการวางแผนด้านการตลาดได้ชัดเจน ขึ้น 1.5.3 ผู้บริโภค ไดร้ ับประโยชน์จาการผลผลิตด้านการเกษตรที่มีคุณภาพข้ึน มีความแน่นอนในเรื่อง ของราคา ปริมาณ และระยะเวลาของสินคา้ เกษตรที่ออกส่ตู ลาด 1.5.4 ภาครัฐ สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบในการวางแผนการผลิต ให้เกิดดุลยภาพทั้ง อปุ สงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply)เพ่มิ ขีดความสามารถของรัฐในการสนับสนุน สง่ เสริมในเรื่องต่าง ๆ เนอื่ งจากมเี ปา้ หมายท่ชี ดั เจนและแน่นอน สง่ ผลใหร้ ะบบการผลิตมเี สถยี รภาพ และสามารถแข่งขนั ได้

บทที่ 2 สภาพท่วั ไป 2.1 ขอ้ มูลสภาพทว่ั ไปของจงั หวัดชลบุรี 2.1.1 สภาพทัว่ ไปของจงั หวัดชลบุรี ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดชลบุรีมีการผสมผสานกันมากถึง 5 แบบ ทั้งที่ราบลูกคลื่น และเนินเขาท่ีราบชายฝ่ังทะเลท่ีราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง พ้ืนท่ีสูงชันและภูเขารวมถึงเกาะน้อยใหญ่มากมายที่ ราบลูกคลื่นและเนินเขาของชลบุรี พบได้ทางด้านตะวันออกของจังหวัดในเขตอำเภอบ้านบึง พนัสนิคม หนองใหญ่ ศรีราชา บางละมงุ สตั หบี และบ่อทอง พ้นื ทีน่ ้มี ีลกั ษณะสูง ๆ ตำ่ ๆ คลา้ ยลูกระนาด ปัจจุบันพ้ืนท่ีน้ี สว่ นใหญ่ถกู ใช้ไปในการปลกู มันสำปะหลัง สำหรบั ทร่ี าบชายฝั่งทะเลน้ันพบตง้ั แตป่ ากแม่นำ้ บางปะกงถงึ อำเภอ สัตหบี เป็นท่ีราบแคบ ๆ ชายฝ่งั ทะเลมภี เู ขาลกู เลก็ ๆ สลับเปน็ บางตอนถัดมา คือ พน้ื ทร่ี าบลมุ่ แมน่ ้ำบางปะกง มีลำน้ำคลองหลวงยาว 130 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ที่อำเภอบ่อทองและอำเภอบา้ นบึง ผ่านอำเภอพนัสนิคมไป บรรจบเปน็ คลองพานทองไหลลงสแู่ ม่น้ำบางปะกง โดยดนิ ตะกอนอนั อดุ มสมบรู ณ์จากการพดั พาของแมน่ ้ำบาง ปะกงนีเ้ อง ได้กอ่ ใหเ้ กดิ ทรี่ าบล่มุ เหมาะสมตอ่ การเกษตรกรรม สว่ นพื้นท่ีสงู ชนั และภูเขา อย่ตู อนกลางและด้าน ตะวนั ออกของจังหวัด ตง้ั แต่อำเภอเมือง ฯ บา้ นบึง ศรรี าชา หนองใหญ่และบอ่ ทอง สว่ นอำเภอศรรี าชา เป็นต้น นำ้ ของอ่างเกบ็ น้ำบางพระซ่ึงเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักแห่งหนง่ึ ของชลบุรี 2.1.2 ที่ตั้งและอาณาเขตจงั หวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีตั้งอยู่ในภาคตะวันออก อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 200 เมตร มีเนื้อท่ี ประมาณ 4,363 ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ 2,726,875 ไร่ ห่างจากกรงุ เทพมหานครไปทางทิศตะวันออก ตามถนนเสน้ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรอื Motorway (กรุงเทพฯ - ชลบุร)ี 79 กโิ ลเมตร มอี าณาเขตตดิ ต่อ กบั จงั หวัดใกลเ้ คยี ง ดงั นี้ ทศิ เหนอื ติดกับจงั หวดั ฉะเชิงเทรา ทศิ ใต้ ติดกับจังหวดั ระยอง ทศิ ตะวันออก ติดกบั จังหวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวดั จนั ทบุรี และจงั หวัดระยอง ทิศตะวนั ตก ติดกับชายฝ่ังทะเลตะวนั ออกของอา่ วไทย 2.1.3 ลักษณะภมู ปิ ระเทศจังหวดั ชลบุรี ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดชลบรุ มี ีทั้งพื้นทีท่ ี่เป็นภูเขา พื้นที่ราบลุ่มและที่ราบติดชายฝ่งั ทะเล รวมท้ังเกาะน้อยใหญอ่ กี มากมายลักษณะภมู ิประเทศแบ่งออกได้ ดงั นี้ 1) พื้นที่ภูเขาจะอยู่บริเวณกึ่งกลางของจังหวัดเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยงั ตะวันออกเฉียงใต้ โดยเขตที่มคี วามสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป จะอยู่ด้านตะวันออกของจงั หวัด ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบ่อทองและอำเภอหนองใหญ่ในดา้ นท่ีตดิ กบั จังหวัดฉะเชงิ เทราและจันทบรุ ี

8 2) พื้นที่ราบลุ่ม จะอยู่ตอนบนของจังหวัดในเขตอำเภอพานทองอำเภอพนัสนิคมและแนว ก่ึงกลางของดา้ นตะวนั ตก 3) พื้นที่ตดิ กบั ทะเล อยู่ทางด้านทิศตะวันตกตั้งแต่อำเภอเมอื งจนถึงอำเภอสัตหบี ซึ่งมีความ ยาวประมาณ 160 กิโลเมตร ประกอบด้วยทรี่ าบตามชายฝงั่ ทะเลทมี่ ีภูเขาเล็ก ๆ สลับอยบู่ างตอน ชายฝั่งทะเลบาง แห่งมีลักษณะเว้าแหว่งและเป็นที่ลุ่มต่ำน้ำทะเลท่วมถึง มีป่าชายเลนหรือโกงกางขึ้นตั้งแต่ในเขตอำเภอเมือง ชลบุรี ถัดลงไปเป็นอำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ มีหาดทรายสวยงามหลายแห่งซึ่งถูก พัฒนาเปน็ แหล่งทอ่ งเทีย่ วทสี่ ำคัญของจังหวัด 4) ส่วนที่เป็นเกาะ อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ที่ เปน็ เกาะขนาดเล็กและใหญ่ประมาณ 46 เกาะ โดยเกาะทส่ี ำคญั ที่สดุ คือเกาะสีชังและมีฐานะเปน็ อำเภอ นอกจากน้ยี ัง มเี กาะแสมสาร เกาะล้าน เกาะครก เกาะสาก และเกาะไผ่ เป็นทเ่ี หมาะแก่การท่องเทย่ี วและพักผอ่ น 2.1.4 ลกั ษณะภมู ิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของจังหวดั ชลบรุ ี โดยทั่วไปฤดรู ้อนจะไมร่ ้อนจัด ฤดูหนาวอากาศจะไม่แห้ง แลง้ มาก มีฝนตกชกุ สลับกบั แห้งแลง้ และบรเิ วณใกล้ภูเขามีฝนตกมากกว่าบริเวณใกลช้ ายทะเล สำหรับลกั ษณะ ภูมิอากาศเป็นแบบมรสมุ เมอื งรอ้ นแบง่ ออกเปน็ 3 ฤดู คอื 1) ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ในช่วงอิทธิพลของลมมรสุม ตะวนั ออกเฉียงเหนอื มอี ากาศแหง้ แล้ง และหนาวเยน็ 2) ฤดรู ้อน เร่ิมต้งั แตเ่ ดือนมนี าคมถึงเดอื นพฤษภาคม เป็นฤดูเปลยี่ นมรสมุ คร้งั แรกจะมอี ากาศ ร้อนจัดในเดอื นเมษายน 3) ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม อยู่ในช่วงอิทธิพลของลมมรสุม ตะวันตก เฉยี งใต้มฝี นตกหนักในเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนรวมในช่วงระหว่าง ปี 2551 - 2561 เฉลี่ยอยู่ในช่วง 1,046.0 - 1,755.9 มลิ ลเิ มตรมีปริมาณนำ้ ฝนรวมเฉลีย่ 1,394.43 มลิ ลเิ มตร/ปี ปี 2556 มีฝนตกมากที่สดุ วดั ได้ 1,755.9 มลิ ลิเมตร และมีจำนวนวันที่มีฝนตกเท่ากับ 122 วัน และปี 2561 มีอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 37.5 องศาเซลเซียส และ อณุ หภมู ติ ่ำสดุ วดั ได้ 18.5 องศาเซลเซียส 2.1.5 ขอ้ มูลด้านการปกครองและประชากร 1) เขตการปกครอง จังหวัดชลบุรี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 92 ตำบล 687 หมู่บ้านโดยมี อำเภอตา่ ง ๆ ดังนี้ อำเภอเมืองชลบุรี บ้านบึง บางละมงุ พานทอง พนัสนคิ ม ศรรี าชา สตั หบี หนองใหญ่ บ่อทอง เกาะสีชัง และเกาะจันทร์ ในส่วนการปกครองท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล นคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 35 แหง่ และองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล 50 แหง่ และรปู แบบ การปกครองพิเศษ 1 แหง่ (เมืองพทั ยา) (ท่มี า : แผนพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์ของจงั หวัดชลบุรี พ.ศ.2561- 2565 ฉบบั ทบทวน ปงี บประมาณ พ.ศ.2562)

9 ภาพท่ี 2.1 แผนทเ่ี ขตการปกครองจังหวัดชลบุรี 2) ประชากร ตามประกาศสำนักทะเบยี นกลาง กรมการปกครอง เรื่องจำนวนราษฎรทัว่ ราชอาณาจกั ร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2561 จงั หวัดชลบุรีจำนวนราษฎร รวม 1,535,445 คน แยกเปน็ ชาย 751,779 คน หญงิ 783,666 คน ความหนาแน่น ของประชากร/ตารางกิโลเมตร เฉลี่ย 351.92 คน/ตารางกิโลเมตร (ที่มา : แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ของจังหวัดชลบุรี พ.ศ.2561-2565 ฉบบั ทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ.2562) 2.1.6 ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจังหวัด โครงสรา้ งทางเศรษฐกจิ ของจังหวดั ชลบุรี ปี 2560 ข้ึนอยู่กับภาคนอกเกษตร ถึงรอ้ ยละ 98.17 โดยพึ่งพาสาขาอุตสาหกรรม ขายสง่ ขายปลกี ฯ และไฟฟ้า แกส๊ การขนส่งและสถานทีเ่ ก็บสินค้า ท่ีพักแรมและ บริการด้านอาหาร ส่วนภาคการเกษตร/ป่าไม้/การประมงมมี ูลค่าร้อยละ 1.83 (ที่มา : แผนพัฒนาการเกษตร และสหกรณข์ องจังหวัดชลบุรี พ.ศ.2561-2565 ฉบบั ทบทวน ปงี บประมาณ พ.ศ.2562)

10 ภภาพาพที่ ท2ี่.22.2ผลผติ ลภติณั ภฑัณม์ วฑล์มรววมลจรงั วหมวดัจชังลหบวรุ ัดี ปชีล2บ5ุร6ี0 ปี 2560 จังหวัดชลบุรี มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ (Gross Provincial Product Chain Volume Measures) จำนวน 597,323 ลา้ นบาท เพมิ่ ขึน้ จากปี 2559 ซ่งึ มีจำนวน 573,598 ล้านบาท โดยเพม่ิ ขนึ้ จำนวน 23,725 ล้านบาท หรอื เพิม่ ข้นึ รอ้ ยละ 4.14 และเพิม่ ขึ้นจากปี 2551 ซ่งึ มีจำนวน 491,319 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.58 โดยในปี 2560 จังหวัดชลบุรีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร จำนวน 10,772 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ จากปี 2559 ซึง่ มีจำนวน 10,504 ล้านบาทหรอื เพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ 2.55 และลดลงจากปี 2551 ซงึ่ มีจำนวน 11,812 ลา้ นบาทหรอื ลดลงร้อยละ 8.80 สำหรับรายได้ต่อหัว(GDP per capita) ปี 2560 ณ ราคาประจำปี จังหวัดชลบุรีมีรายได้ต่อคน 581,475 บาท/คน/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 546,284 บาท/คน/ปี โดยเพิ่มจำนวน 35,191 บาท/ คน/ปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.44 และเพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 156,072 บาท/คน/ปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.69 (ทม่ี า: สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาต)ิ

11 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจงั หวดั -ภาคเกษตร-รายได้ต่อหัว จงั หวัดชลบรุ ี ปี 2551 - 2560 1,200,000 700,000 1,000,000 600,000 800,000 500,000 600,000 400,000 400,000 300,000 200,000 200,000 100,000 00 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ผลติ ภณั ฑ์ มวลรวมจังหวดั (ล้านบาท) มูลคา่ GPP ภาคเกษตร (ลา้ นบาท) รายได้ ตอ่ คน (บาท/คน) ภาพท่ี 2.3 ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั -ภาคเกษตร-รายได้ต่อหัว จงั หวดั ชลบุรี ปี 2551 – 2560 2.1.7 ขอ้ มูลดา้ นอุตสาหกรรม จงั หวัดชลบุรใี นปี 2561 มีโรงงานอตุ สาหกรรม จำนวน 5,111 แหง่ เงนิ ลงทนุ 854,973 ล้าน บาท มีแรงงานจำนวน 287,357 คน โดยต้ังแต่ปี 2559–2561 ทิศทางทเี่ พ่ิมขนึ้ อยา่ งต่อเน่ืองทงั้ จำนวนโรงงาน เงนิ ลงทนุ และคนงาน ดงั นี้ ตารางที่ 2.1 ข้อมูลจำนวนโรงงานเงนิ ลงทนุ คนงาน ปี 2559-2561 ของจังหวดั ชลบุรี จำนวน (โรงงาน) เงนิ ลงทนุ (ลา้ นบาท) คนงาน 2559 2560 2561 2559 2560 2561 2559 2560 2561 4,514 4,839 5,111 805,891 837,330 854,973 267,709 280,292 287,357 ท่มี า : แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณข์ องจงั หวดั ชลบุรี พ.ศ.2561-2565 ฉบบั ทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จงั หวดั ชลบุรีมนี ิคมอุตสาหกรรม มจี ำนวน 12 แห่ง และมีเขตประกอบการจำนวน 2 แหง่ ซึ่งเป็นผลจาก การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกไปสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาตั้งแต่อดีต ได้แก่ นิคม อุตสาหกรรมอมตะนคร นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (แหลมฉบงั ) นิคมอตุ สาหกรรมป่ินทอง(โครงการ 3) นิคมอตุ สาหกรรมปน่ิ ทอง(โครงการ 5) นคิ มอุตสาหกรรม เหมราชชลบุรี(บ่อวิน) นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบรุ (ี แหง่ ที่ 2) นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซบี อรด์ (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซี บอรด์ แหง่ ที่ 2 และเขตประกอบการอุตสาหกรรมสวนหนองบอน และเขตประกอบการอุตสาหกรรมพานทอง

12 2.1.8 ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในจงั หวดั ชลบรุ ี 1) ปา่ ไม้ ปี 2559 จังหวัดชลบุรีมีเนื้อที่ป่าไม้ 545.58 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12.10% ของเน้ือที่ท้ังหมดของจังหวัด และมีการใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินป่าไม้ในปี 2556 โดยเป็นปา่ บกจำนวน 541.50 ตาราง กิโลเมตร ปา่ ชายเลนจำนวน 7.28 ตารางกโิ ลเมตร มปี ่าสงวนแห่งชาติ 9 แหง่ ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางละมุง อยู่ในเขตอำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ มีพื้นที่ประมาณ 103,000 ไร่ อยู่ในเขตตำบลตะเคียนเต้ยี ตำบลเขาไม้แกว้ ตำบลโป่ง และตำบลหว้ ยใหญ่ อำเภอบางละมงุ และ ในเขตตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ ปัจจุบันไม่มีสภาพป่าเหลืออยู่ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2522 ก่อนหน้าน้ไี ด้ประกาศเปน็ ป่าคมุ้ ครองเมื่อปี 2495 ป่าสงวนแหง่ ชาติ ปา่ เขาเขยี ว อย่ใู นเขตอำเภอศรรี าชา อำเภอบา้ นบงึ และอำเภอเมืองชลบรุ ี มี พื้นที่ประมาณ 56,000 ไร่ ในเขตตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา ตำบลหนองซ้ำซาก ตำบลบึง ตำบลคลองกวิ่ อำเภอบา้ นบงึ และตำบลหนองรี ตำบลหนองขา้ งคอก อำเภอเมืองชลบุรี มสี ภาพป่าสมบรู ณ์เกือบทั้งหมด ได้ ประกาศเป็นป่าสงวนแหง่ ชาติ เม่ือปี 2508 ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าบุญมี-บ่อทอง อยู่ในเขตอำเภอพนัสนิคม และอำเภอบ่อทอง มีพื้นที่ ประมาณ 171,000 ไร่ อย่ใู นเขตตำบลท่าบุญมี ตำบลสระสี่เหลยี่ ม ตำบลหนองปรือ ตำบลหนองเหียง และตำบลหัว ถนน อำเภอพนัสนิคม และตำบลเกษตรสุวรรณ อำเภอบ่อทอง มสี ภาพป่าที่เสื่อมโทรม เหลือพื้นท่ีภูเขาบางส่วนที่ ยงั มสี ภาพป่าเหลอื อยู่ ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เม่ือปี 2508 ป่าสงวนแหง่ ชาติ ป่าคลองตะเคียน อยใู่ นเขตอำเภอบ่อทอง มพี ้นื ท่ีประมาณ 379,000 ไร่ อย่ใู นเขต ตำบลบ่อทอง ตำบลพลวงทอง ตำบลเกษตรสุวรรณ ตำบลธาตุทอง และตำบลกวางทอง สภาพป่าเหลืออยูแ่ ต่ พื้นทบี่ นภูเขา ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแหง่ ชาติ เมอ่ื ปี 2511 ป่าสงวนแหง่ ชาติ ป่าแดง - ชุมชนกลาง อยใู่ นเขตอำเภอหนองใหญ่ และอำเภอบา้ นบงึ มีพ้นื ท่ี ประมาณ 161,000 ไร่ อยู่ในเขตตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง และตำบลคลองพลู ตำบลห้างสูง ตำบลหนองเสอื ชา้ ง ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ ได้ประกาศเปน็ ป่าสงวนแห่งชาติ เมือ่ ปี 2516 ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาชมพู่ อยู่ในเขตอำเภอบ้านบึง และอำเภอศรีราชา มีพื้นที่ประมาณ 29,000 ไร่ อยู่ในเขตตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง และตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ได้ประกาศเป็น ป่าสงวน แหง่ ชาติ เมื่อปี 2516 ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาพุ อยู่ในเขตอำเภอเมืองชลบุรี และอำเภอศรรี าชา มีพื้นทีป่ ระมาณ 5,500 ไร่ อยู่ในเขตตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบรุ ี และตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา มีสภาพป่าท่ีค่อนขา้ ง อดุ มสมบรู ณ์ ได้ประกาศเปน็ ป่าสงวนแหง่ ชาติ เม่อื ปี 2516 ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาหินดาด-เขาไผ่ อยู่ในเขตตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง มีพืน้ ที่ 2,125 ไร่ สภาพป่าเหลอื เพียงพ้นื ที่บนภูเขาไดป้ ระกาศเป็นป่าสงวนแหง่ ชาติ เม่ือปี 2516

13 ปา่ สงวนแห่งชาติ ป่าเรือแตก อยูใ่ นเขตอำเภอบ้านบึงและอำเภอศรรี าชา พืน้ ท่ี 1,500 ไร่ สภาพป่า เหลือเพยี งพืน้ ทีบ่ นภเู ขา ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมอ่ื ปี 2523 รัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในเขตป่าเศรษฐกิจเสื่อมสภาพ จำนวน 5 แห่ง เนื้อที่รวม 593,017.36 ไร่ เพ่ือใหป้ ระชาชนได้เข้าครอบครองและประกอบอาชพี ดังน้ี 1. ปา่ บางละมุง อำเภอบางละมุง อำเภอสตั หบี เน้ือท่ี 21,922.86 ไร่ 2. ปา่ คลองตะเคียน อำเภอบอ่ ทอง อำเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 288,706.25 ไร่ 3. ป่าท่าบญุ มี-บ่อทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอพนัสนคิ ม เน้ือที่ 152,750 ไร่ 4. ป่าแดง-ชุมนมุ กลาง อำเภอหนองใหญ่ เน้อื ที่ 127,856.25 ไร่ 5. ปา่ เขาพุ อำเภอเมอื งชลบรุ ี เนอ้ื ที่ 1,782.00 ไร่ นอกจากนยี้ งั กำหนดเขตอนุรักษพ์ ันธ์สุ ตั ว์ปา่ ได้แก่ เขตรกั ษาพนั ธสุ์ ัตวป์ ่า มจี ำนวน 2 แหง่ คือ - เขตรกั ษาพันธส์ุ ัตวป์ ่าเขาเขียว - เขาชมพู่ อยู่ทีต่ ำบลหนองรี ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมอื งชลบุรี และตำบลบางพระ ตำบลหนองขาม อำเภอศรรี าชา และตำบลหนองซำ้ ซาก ตำบลคลองก่วิ อำเภอบ้านบงึ เนอ้ื ท่ี 90,440 ไร่ - เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีเนื้อที่ประมาณ 674,352 ไร่ อยู่ในพื้นที่รอยต่อของ 5 จงั หวดั คอื ฉะเชิงเทรา สระแกว้ ระยอง จนั ทบุรี และชลบุรี โดยมีพ้นื ท่ใี นเขตจงั หวัดชลบรุ ี 38,375 ไร่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มอี ยู่ 2 แหง่ คือ - เขตห้ามลา่ สัตวป์ ่าอ่างเก็บน้ำบางพระ อยใู่ นพน้ื ท่ตี ำบลบางพระ อำเภอศรรี าชา พ้ืนท่ี 11,600 ไร่ - เขตห้ามสัตว์ป่าเขาชีโอน ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง และตำบลหนองจับเต่า อำเภอสัตหีบ เนือ้ ท่ี 2,299 ไร่ วนอุทยาน มีจำนวน 1 แห่ง คือ วนอุทยานน้ำตกเขาเจ้าบ่อทอง อยู่ในพื้นที่ตำบลธาตุทอง ตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบอ่ ทอง ตำบลห้างสูง ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ เนอ้ื ท่ี 19,473 ไร่ สวนรุกขชาติ มีจำนวน 1 แห่ง คือ สวนรุกขชาติหนองตาอยู่ อยู่ในพื้นที่ตำบลสุรศักด์ิ อำเภอศรีราชาเนอื้ ที่ 483 ไร่ พื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดชลบุรีมีพ้ืนที่ป่าชายเลนตามแผนที่เขตจำแนกการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ในพ้นื ท่ี ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 รวม 41,313 ไร่ ปัจจบุ ันอยใู่ นความดแู ลของกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอยู่ ในเขตพ้นื ทอ่ี ำเภอเมอื งชลบุรแี ละอำเภอพานทอง 2) แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ ลำห้วย ลำธาร ลำคลอง 412 สาย ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 368 สาย มี หนองบงึ 94 แหง่ ใช้ไดใ้ นฤดูแล้ง 48 แหง่ มีน้ำพนุ ำ้ ซบั 1 แหง่ ใชไ้ ด้ในฤดแู ลง้ นอกจากน้ียังมีแหล่งน้ำอ่นื อีก 94 แห่ง ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 88 แห่ง

14 3) กลมุ่ ชุดดิน ลกั ษณะดินส่วนใหญ่ของจังหวัดชลบรุ ี เปน็ ดนิ รว่ นปนทรายถงึ ดนิ ทราย มีเนอ้ื ที่ 1,388,624 ไร่ หรือร้อยละ 50.92 ของเนื้อที่จังหวัด พบบริเวณด้านทิศใต้ ด้านทิศตะวันตก และบริเวณค่อนไปทางทิศเหนอื ส่วนดินลูกรงั และดนิ ตน้ื มเี น้อื ที่ 311,875 ไร่ หรอื ร้อยละ 11.44 ของเน้ือท่จี งั หวดั พบบริเวณดา้ นทศิ ตะวันออก เป็นส่วนใหญพ่ ้นื ทรี่ าบล่มุ เป็นดินเหนียวมีเนอ้ื ท่ี 210,194 ไร่ หรือรอ้ ยละ 7.71 ของเนอื้ ท่ีจงั หวัด พบบริเวณทิศ ตะวนั ตกตอนบนและบริเวณตอนกลางพืน้ ที่ถัดจากด้านทิศตะวันตก ลักษณะดนิ จะเปน็ ดินรว่ นปนทรายถึงเป็น ทราย มีเนื้อที่ 401,867 ไร่ หรือร้อยละ 14.74 ของเนื้อที่จังหวัด เป็นดินปนทราย ยกเว้นบางส่วนของอำเภอ พนัสนคิ ม และสว่ นใหญข่ องอำเภอพานทอง เป็นดินเหนยี วดินตะกอน กลุม่ ชดุ ดนิ ในจงั หวัดชลบรุ ี 2.1.9 พนื้ ท่ีชลประทานจังหวดั ชลบรุ ี ปี 2561 จังหวัดชลบุรี มีพืน้ ท่ีชลประทานจำนวน 71,600 ไร่ และเป็นพ้นื ท่ีรับประโยชน์จาก ชลประทานจำนวน 70,572 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 98.56 และแหลง่ นำ้ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี - แหล่งน้ำท่ีสร้างข้ึน เน่ืองจากจังหวัดชลบุรีไม่มีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน จึงต้องมีการสร้าง แหล่งเก็บน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำในปี 2558 มี 13 อ่างเก็บน้ำ เก็บน้ำได้ประมาณ 294.98 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ทสี่ ุดคืออา่ งเก็บน้ำบางพระอำเภอศรรี าชา เก็บน้ำได้ 117 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากน้ยี งั มี โครงการชลประทานขนาดเล็กอีกประมาณ 49 แห่ง คลองที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ คลองบางพระ คลองบางละมุง คลองบางเสร่ คลองใหญ่ คลองหลวง และคลองพานทอง อา่ งท่สี ำคญั ของจังหวดั ไดแ้ ก่ 1. อา่ งเก็บน้ำบางพระ ความจทุ ี่ 117.00 ล้านลบ.ม. 2. อ่างเก็บน้ำคลองหลวง ความจุท่ี 98.00 ล้านลบ.ม. 3. อ่างเกบ็ น้ำหนองคอ้ ความจุท่ี 21.40 ล้านลบ.ม. 4. อา่ งเก็บนำ้ มาบประชนั ความจุที่ 16.60 ล้านลบ.ม. 5. อา่ งเก็บน้ำหว้ ยสะพาน ความจทุ ี่ 3.840 ลา้ นลบ.ม. 6. อา่ งเกบ็ น้ำหนองกลางดง ความจุท่ี 7.650 ล้านลบ.ม. 7. อ่างเก็บน้ำหว้ ยขนุ่ จิต ความจุที่ 4.80 ลา้ นลบ.ม. 8. อา่ งเกบ็ นำ้ ซากนอก ความจุท่ี 7.030 ลา้ นลบ.ม. 9. อ่างเกบ็ นำ้ บ้านบงึ ความจทุ ี่ 7.00 ล้านลบ.ม. 10. อา่ งเกบ็ นำ้ หว้ ยตู้ 1 ความจุที่ 1.50 ลา้ นลบ.ม. 11. อ่างเกบ็ น้ำห้วยตู้ 2 ความจุท่ี 3.10 ล้านลบ.ม. 12. อา่ งเก็บนำ้ มาบฟกั ทอง 1 ความจุท่ี 1.230 ล้านลบ.ม. 13. อ่างเก็บน้ำมาบฟักทอง 2 ความจุท่ี 1.980 ล้านลบ.ม.

15 2.2 การใชท้ ี่ดนิ ทางการเกษตรตามแผนที่ Agri-Map จ า ก ข ้ อ ม ู ล Agri- Map- online ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์ http: / / agri- map- online.moac.go.th/ (ข้อมูลการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน) ปี 2560-2561 จังหวัดชลบุรี พบว่ามีพื้นที่รวม 2,815,625 ไร่ แบง่ เป็นพ้ืนท่ีไม้ยืนต้นมากที่สุดมเี นือ้ ที่ 647,032 ไร่(22.98%) ของพืน้ ทที่ ัง้ หมด รองลงมาพ้ืนท่ี พืชไร่มีเนื้อที่ 610,366 ไร่(21.67%) พื้นท่ีชุมชนมีเนื้อที่ 577,262 ไร่(20.50%) พื้นที่ป่าไม้ 313,782 ไร่ (11.14%) พชื เบด็ เตลด็ มีเน้ือท่ี 158,844 ไร(่ 5.64%) พนื้ ทนี่ ามเี น้อื ท่ี 154,520 ไร่(5.48%) พ้ืนที่ไม้ผลมีเน้ือที่ 128,603 ไร่(4.56%) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีเนื้อที่ 83,682 ไร่ (3.04%) พื้นที่น้ำมีเนื้อที่ 69,388 ไร่ (2.46%) ทุ่งหญ้าและโรงเรือนเลี้ยงสัตว์มีเนื้อที่ 51,179 ไร่ (1.81%) พื้นที่ลุ่มมีเนื้อที่ 14,881 ไร่(0.52%) พื้นที่สวนมีเนือ้ ที่ 3,911 ไร่(0.13%) เกษตรผสมผสาน/ไรน่ าผสมผสานมีเนื้อที่ 177 ไร่ (0.00%) และพืชน้ำมี เนอ้ื ท่ี 51 ไร่(0.00) (ภาพที่ 2.4) ภาพที่ 2.4 แผนทก่ี ารใชท้ ีด่ ินจงั หวัดชลบรุ ี ปี 2560 - 2561 ทม่ี า : http://agri-map-online.moac.go.th; 2560 - 2561 จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่เพาะปลกู พืชเศรษฐกิจรวมพื้นที่ 1,216,588 ไร่ โดยพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและ ปลูกมากทส่ี ดุ ในจังหวัดชลบรุ ี ได้แก่ ยางพารา ซึง่ มีพ้ืนทปี่ ลกู 311,469 ไร่ หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 25.6 ของพื้นท่ี เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งหมด รองลงมาได้แก่ มันสำปะหลัง พื้นที่ปลกู 270,860 ไร่ (22.26%) อ้อยโรงงาน พ้นื ทีป่ ลูก 202,821 ไร่ (16.67%) ขา้ ว พน้ื ที่ปลกู 132,502 ไร่ (10.89%) ปาล์มนำ้ มนั พ้ืนทปี่ ลกู 126,062 ไร่

16 (10.36%) สับปะรด พื้นที่ปลูก 86,921 ไร่ (7.14%) มะพร้าว พื้นที่ปลูก 80,186 ไร่ (6.59%) ทุเรียน เงาะ มังคุด พื้นที่ปลูก 4,384 ไร่ (0.36%) ข้าวโพด พื้นที่ปลูก 845 ไร่ (0.06%) ลำไย พื้นที่ปลูก 538 ไร่ (0.04%) (ตารางที่ 2.2 และภาพท่ี 2.4) ตารางท่ี 2.2 พ้ืนที่เพาะปลกู พืชเศรษฐกิจจังหวัดชลบรุ ี ประเภท เน้อื ท่ี (ไร)่ รอ้ ยละ 25.60 ยางพารา 311,469 22.26 16.67 มนั สำปะหลงั 270,860 10.89 10.36 ออ้ ยโรงงาน 202,821 7.14 6.59 ข้าว 132,502 0.36 0.06 ปาลม์ น้ำมัน 126,062 0.04 สบั ปะรด 86,921 มะพร้าว 80,186 ทุเรยี น เงาะ มังคดุ 4,384 ข้าวโพด 845 ลำไย 538 ทมี่ า : http://agri-map-online.moac.go.th; 2557 ภาพที่ 2.5 แผนท่ีการปลูกพืชเศรษฐกิจจงั หวัดชลบรุ ี ท่ีมา : http://agri-map-online.moac.go.th; 2557

17 2.3 สินคา้ เกษตรท่ีมีมูลค่าสูงของจงั หวดั ชลบุรี (Top 4) 2.3.1 ยางพารา สถานการณ์การผลิต ยางพาราเปน็ พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เป็นอนั ดบั ที่ 1 ของจังหวดั ชลบุรี โดยยางพารามีมูลค่าในปี 2558 จำนวน 2,607 ล้านบาท คดิ เปน็ ร้อยละ 11.45 ของมลู ค่าผลติ ภัณฑ์มวลรวมใน ภาคการเกษตร โดยพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งสามารถสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจการเกษตรในจังหวัดจากการแปรรูป การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตด้าน การเกษตรกบั ภาคอตุ สาหกรรมการแปรรปู นั้นถอื เปน็ การรองรับผลผลติ จากเกษตรกร และเปน็ การสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกร โดยพื้นที่ปลูกยางที่สำคัญจังหวัดชลบุรีส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่และ อำเภอบา้ นบงึ ด้านการผลิตยางพาราในจังหวัดชลบุรีในช่วงปี 2556 - 2561 เนื้อที่กรีดได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.15 ตอ่ ปี โดยเพ่มิ ขน้ึ จาก 194,549 ไรใ่ นปี 2556 เป็น 200,669 ไรใ่ นปี 2561 แตผ่ ลผลติ ลดลงร้อยละ 10.12 ต่อปี โดยลดลงจาก 46,214 ตันในปี 2556 เป็น 41,538 ตันในปี 2561 เพราะผลผลิตตอ่ ไรล่ ดลงร้อยละ 13.03 ต่อปี โดยลดลงจาก 238 กิโลกรัมตอ่ ไร่ในปี 2556 เป็น 207 กิโลกรัมตอ่ ไรใ่ นปี 2561 เนื่องจากมีฝนตกชกุ ทำ ให้จำนวนวนั กรดี ได้ลดลง (ภาพที่ 2.6) ยางพารา เนื้อท่กี รดี ได้ ผลผลติ รวม ผลผลิตต่อไร่ จังหวัดชลบุรี ปี 2556-2561 250,000 243 215 233 300 200,000 238 177 207 250 150,000 200 ไ ่ร , ตัน100,000 150 กิโลก ัรม./ไ ่ร50,000100 203,807 200,669 50 0 194,549 49,607 182,975 185,261 188,237 41,538 0 46,214 39,407 32,787 43,859 2556 2557 2558 2559 2560 2561 เนอ้ื ท่กี รีดได้ ผลผลิตรวม ผลผลิตตอ่ ไร่ ภาพท่ี 2.6 ยางพารา เนอื้ กรดี ได้ ผลผลิตรวม ผลผลิตตอ่ ไร่ จังหวดั ชลบรุ ี

18 พื้นที่ปลูกยางพาราตามความเหมาะสมทางกายภาพของจังหวัดชลบุรี จากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดิน (2558) htpp://agri-map-online.moac.go.th จะเห็นได้ว่าอำเภอที่มีการปลูกยางพารามากที่สุด ได้แก่ 1.อำเภอบ่อทอง มพี น้ื ทป่ี ลกู ยางพารา 157,865 ไรห่ รือคิดเป็นร้อยละ 50.68 แบ่งเปน็ พ้ืนทเ่ี หมาะสม 80,826 ไรแ่ ละพ้ืนทีไ่ มเ่ หมาะสม 77,003 ไร่ รองลงมาไดแ้ ก่ 2.อำเภอหนองใหญ่พื้นทปี่ ลกู ยางพารา 91,079 ไร่หรอื คิด เปน็ ร้อยละ 29.24 แบ่งเป็นพืน้ ท่เี หมาะสม 79,598 ไร่ และพืน้ ท่ไี ม่เหมาะสม 11,481 ไร่ 3.อำเภอเกาะจันทร์ พื้นที่ปลูกยางพารา 20,585 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 6.61 แบ่งเป็นพื้นที่เหมาะสม 11,650 ไร่ และพื้นที่ไม่ เหมาะสม 8,935 ไร่ 4.อำเภอบางละมงุ พืน้ ทปี่ ลูกยางพารา 14,488 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 4.65 แบ่งเป็นพื้นท่ี เหมาะสม 12,448 ไร่ และพืน้ ท่ีไมเ่ หมาะสม 2,040 ไร่ 5.อำเภอบ้านบึงพนื้ ทีป่ ลูกยางพารา 13,553 ไรห่ รือคิด เป็นร้อยละ 4.35 แบ่งเป็นพื้นที่ 10,400 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม 3,153 ไร่ 6.อำเภอศรีราชาพื้นที่ปลูก ยางพารา 10,467 ไร่หรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 3.36 เปน็ พ้ืนที่เหมาะสม 9,089 ไร่ และพ้ืนที่ไมเ่ หมาะสม 1,378 ไร่ 7.อำเภอพนัสนิคมพื้นที่ปลูกยางพารา 2,181 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 0.70 แบ่งเป็นพื้นที่เหมาะสม 1,496 ไร่ และพ้นื ที่ไมเ่ หมาะสม 689 ไร่ 8.อำเภอสตั หีบพื้นทีป่ ลกู ยางพารา 1,209 ไร่ หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.39 แบง่ เปน็ พื้นที่เหมาะสม 217 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม 992 ไร่ 9.อำเภอเมืองพ้ืนท่ีปลูกยางพารา 38 ไร่หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 0.01 แบ่งเป็นพื้นท่ีเหมาะสม 14 ไร่ และพื้นท่ไี มเ่ หมาะสม 24 ไร่ 10.อำเภอพานทองไมม่ ีข้อมลู พ้นื ท่ี ความเหมาะสม และพ้ืนไม่ไมเ่ หมาะสม สรุปภาพรวมของจังหวัดชลบุรี พบว่าจากข้อมูลกรมพัฒนาที่ดิน(2558) htpp://agri-map- online.moac.go.th มีพื้นที่ปลูกยางพาราจริง(Existing) ในชั้นความเหมาะสมต่าง ๆ ทั้งหมด 311,469 ไร่ แบ่งเปน็ พืน้ ท่ีปลูกในชั้นความเหมาะสมปานกลาง(S2) จำนวน 205,744 ไร่หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 20.15 ของพื้นท่ี ทั้งหมด พื้นที่ปลูกในชั้นความเหมาะสมน้อย(S3) จำนวน 101,748 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 32.67 ของพื้นที่ ทั้งหมด และพื้นที่ปลูกในชั้นความไม่เหมาะสม(N3) จำนวน 3,947 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 1.27 ของพื้นท่ี ทงั้ หมด อย่างไรกต็ ามพบวา่ จงั หวดั ชลบรุ มี ีพนื้ ที่ชั้นความเหมาะสมทด่ี ินสำหรับยางพารา(S2) รวม 1,021,041 ไร่ แต่มีพ้นื ที่ปลกู จรงิ ในช้นั ความเหมาะสมของทดี่ นิ สำหรับยางพารา(S2) จำนวน 205,774 ไรห่ รอื คิดเป็นร้อย ละ 20.15 ของพ้นื ท่ที ้ังหมด และมพี น้ื ที่คงเหลือ รวม 815,267 ไรห่ รอื คิดเป็นรอ้ ยละ 79.85 ของพื้นที่ท้ังหมด (ตารางที่ 2.3)

ตารางที่ 2.3 ยางพารา พน้ื ท่รี ะดับความเหมาะสม (Suitability) และพน้ื ทปี่ ลูกยางพารา (Existing) ตำบล/อำเภอตา่ ง ๆ จงั หวดั ชลบุรี ระดบั พน้ื ที่ความเหมาะสม รวม ร้อยละ พท.ปลูก อำเภอ รายการ S2 พท. รอ้ ยละ S3 N พท. ร้อยละ 6.61 S1 เหมาะสม ไม่เหมาะสม 20,585 50.68 77,730 100.00 8,835 2.87 157,865 4.65 เกาะจนั ทร์ Suitability - 11,650 77,730 14.99 73,892 24.72 14,488 4.35 66,080 11,650 85.01 1,941 0.65 13,553 0.70 Existing - 260,411 66,080 100.00 3,128 100 8,935 1.01 80,862 260,411 31.05 0.22 2,185 พน้ื ทคี่ งเหลือ - 179,549 80,862 68.93 689 107,936 179,549 100.00 บอ่ ทอง Suitability - 12,448 107,936 8.58 19 95,488 12,448 91.42 Existing - 121,224 95,488 100.00 3,111 77,003 19 10,400 121,224 8.56 พนื้ ทค่ี งเหลือ - 110,824 10,400 91.42 68,652 110,824 100.00 บางละมงุ Suitability - 1,496 68,652 2.18 67,156 1,496 97.82 Existing - 67,156 99 2,040 พืน้ ที่คงเหลอื - บา้ นบงึ Suitability - Existing - 25 3,153 พื้นทค่ี งเหลอื - พนัสนิคม Suitability - Existing - 0 689 พน้ื ที่คงเหลอื - ทมี่ า : http://agri-map-online.moac.go.th; 2558

ตารางท่ี 2.3 ยางพารา พ้ืนท่รี ะดบั ความเหมาะสม(Suitability) และพนื้ ท่ีปลูกยางพารา(Existing) ตำบล/อำเภอตา่ ง ๆ จังหวัดชลบุรี(ตอ่ ) ระดบั พ้ืนท่ีความเหมาะสม รวม ร้อยละ พท.ปลูก อำเภอ รายการ S2 พท. ร้อยละ S3 N พท. ร้อยละ 1.61 S1 เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม 5,016 5,016 100.00 24 0.01 0.01 พานทอง Suitability - - 5,016 - 1,222 0.44 38 3.36 - 0.32 10,467 0.39 Existing - 5,016 100.00 907 3.69 1,209 29.24 17,094 5,016 100.00 11,110 33.93 91,079 100.00 พน้ื ที่คงเหลือ - 17,094 101,748 311,469 14 0.08 เมืองชลบรุ ี Suitability - 17,080 14 99.92 130,831 17,080 100.00 Existing - 9,089 130,831 6.95 0 24 121,742 9,089 93.05 156 1,378 พนื้ ท่ีคงเหลือ - 30,308 121,742 100.00 85 992 20 30,308 0.72 371 11,481 ศรีราชา Suitability - 217 99.28 3,947 105,695 20 30,091 217 100.00 Existing - 201,839 30,091 39.44 79,598 60.56 พน้ื ทีค่ งเหลอื - 122,241 201,839 100.00 1,021,041 79,598 20.15 สตั หีบ Suitability - 205,774 122,241 79.85 815,267 1,021,041 Existing - 205,774 815,267 พื้นทค่ี งเหลือ - หนองใหญ่ Suitability - Existing - พื้นทค่ี งเหลือ - Suitability - รวม Existing - พืน้ ท่คี งเหลอื - ที่มา : http://agri-map-online.moac.go.th; 2558

21 2.3.2 สบั ปะรด สถานการณ์การผลติ จังหวดั ชลบรุ ีเป็นพืน้ ทีห่ นึง่ ที่สำคญั ในการผลติ สับปะรดและมีการขยายอุตสาหกรรมการแปร รูปเพิ่มขึ้น โดยอุตสาหกรรมสับปะรดมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างรายได้ใหภ้ าคการเกษตร มีความเชื่อมโยง ระหว่างภาคเกษตรกรรมกับภาคอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม รวมถึงเป็นแหล่งรองรับผลผลิตของเกษตรกร ตลาดส่งออกสินค้าแปรรปู สับปะรดจงั หวัดชลบุรีที่สำคัญคือ ประเทศรสั เซีย ตะวันออกกลาง ยโุ รป และอเมริกา ซ่ึงแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความสำคญั ของการผลติ สับปะรดในจงั หวดั ด้านการผลิตสับปะรดในจังหวัดชลบุรีในช่วงปี 2556 - 2561 เนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลงร้อยละ 12.75 ต่อปี โดยลดลงจาก 24,438 ไรใ่ นปี 2556 เปน็ 21,322 ไร่ในปี 2561 ผลผลิตลดลงรอ้ ยละ 16.86 ต่อปี โดยลดลงจาก 159,414 ตันในปี 2556 เป็น 132,534 ตนั ในปี 2561 และผลผลติ ตอ่ ไรล่ ดลงร้อยละ 4.71 ต่อปี โดยลดลงจาก 6,523 กิโลกรัมตอ่ ไร่ในปี 2556 เปน็ 6,216 กโิ ลกรมั ตอ่ ไรใ่ นปี 2561 (ภาพท่ี 2.7) สบั ปะรด เนือ้ ที่เก็บเก่ียว ผลผลิตรวม ผลผลิตตอ่ ไร่ จังหวดั ชลบรุ ี ปี 2556 - 2561 180,000 6,523 6,476 6,600 160,000 140,000 6,500 120,000 100,000 159,414 132,534 6,400 80,000 6,216 6,300 60,000 128,699 124,593 128,418 6,200 40,000 6,048 6,085 20,000ไ ่ร , ตัน กิโลกนัม./ไ ่ร 0 115,530 6,100 6,015 6,000 24,438 19,872 19,207 20,600 21,104 21,322 5,900 5,800 2556 2557 2558 2559 5,700 เนอ้ื ทีเ่ กบ็ เกย่ี ว ผลผลิตรวม 2560 2561 ผลผลติ ตอ่ ไร่ ภาพท่ี 2.7 สับปะรด เนอื้ เก็บเกยี่ ว ผลผลติ รวม ผลผลิตตอ่ ไร่ จงั หวัดชลบรุ ี ที่มา : ศนู ยส์ ารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

22 2.3.3 ปาลม์ น้ำมัน สถานการณ์การผลิต จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งผลติ ปาล์มนำ้ มัน โดยในช่วงปี 2556 - 2561 เน้ือทใี่ ห้ผลเพิม่ ขึ้นอย่าง ตอ่ เน่อื ง เนอื่ งจากเป็นพชื เศรษฐกจิ ท่ใี ห้ผลตอบแทนตลอดทงั้ ปี และเป็นท่ตี ้องการของตลาดอุตสาหกรรมหลาย ประเภท ทำให้เนื้อทีใ่ ห้ผลปาล์มน้ำมนั เพิม่ ขน้ึ กวา่ ร้อยละ 13 ในรอบ 5 ปีทผี่ า่ นมา โดยในปี 2556 มเี นอ้ื ท่ีให้ผล 91,801 ไร่ ผลผลติ 268,381 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 2,924 กโิ ลกรัม เทียบกับปี 2561 มเี นอื้ ท่ีใหผ้ ล 108,040 ไร่ ผลผลิต 308,655 ตัน และผลผลิตตอ่ ไร่ 2,857 กโิ ลกรมั พบวา่ เน้ือท่ีให้ผลและผลผลิตเพ่ิมขึ้นร้อยละ 17.69 และร้อยละ 15.01 ตามลำดบั แตผ่ ลผลติ ต่อไร่ลดลงร้อยละ 2.29 เน่ืองจากผลกระทบจากฝนทิ้งช่วงในปี 2559 (ภาพท่ี 2.8) ปาลม์ น้ามัน เนือ้ ท่ีให้ผล ผลผลติ รวม ผลผลติ ตอ่ ไร่ จงั หวัดชลบรุ ี ปี 2556 - 2561 350,000 2,973 3,500 300,000 2,849 2,857 250,000 2,924 2,732 3,000 200,000 150,000 2,474 2,500 100,000 50,000ไ ่ร , ตัน 2,000 กิโลกนัม./ไ ่ร1,500 0 268,381 279,113 292,842 255,628 283,646 308,655 1,000 91,801 93,890 102,794 103,322 103,840 108,040 500 2556 2557 2558 2559 0 เน้อื ท่ใี หผ้ ล ผลผลติ รวม 2560 2561 ผลผลติ ตอ่ ไร่ ภาพที่ 2.8 ปาลม์ นำ้ มนั เน้ือท่ใี หผ้ ล ผลผลติ รวม ผลผลิตต่อไร่ จังหวดั ชลบรุ ี ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2.3.4 มนั สำปะหลัง สถานการณ์การผลติ มันสำปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยสามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนได้อย่างดี และเป็นพืชที่สามารถทนแล้งที่ ปลูกไดใ้ นดนิ ท่มี ีความอดุ มสมบรู ณต์ ่ำ ทำให้เกษตรกรกรนยิ มปลกู ทวั่ ประเทศ จังหวัดชลบุรีมี 10 อำเภอที่ปลูกมันสำปะหลัง โดยแหล่งผลิตใหญ่ที่สำคัญอยู่ท่ีอำเภอบางละมุง อำเภอบ้านบึง และอำเภอศรรี าชา ซึ่งมีเน้ือที่ปลูกมนั สำปะหลังกว่าร้อยละ 56 ของเนื้อที่ปลกู มันสำปะหลังทง้ั จงั หวัด และผลผลติ มันสำปะหลังกว่าร้อยละ 57 ของผลผลิตมันสำปะหลงั ทงั้ จังหวดั

23 พันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในจังหวัดชลบุรี ได้แก่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 72 และห้วยบง ซึ่งเหมาะกบั ลักษณะดินของจังหวัดชลบุรีคอื ดินร่วนปนทราย ซึ่งกรม วิชาการเกษตรได้แนะนำเปน็ พันธุ์ที่เหมาะสมเฉพาะพนื้ ที่ โดยเกษตรกรจะปลกู มนั สำปะหลังในชว่ งปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน-ตุลาคม) หรือฤดูแล้ง (เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) และเกษตรกรส่วนใหญ่จะทำการเก็บเกี่ยวมัน สำปะหลงั เม่ือมีอายุ 9 - 12 เดอื น จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลัง โดยในช่วงปี 2556 - 2561 เนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลง อย่างมาก เนื่องจากราคามันสำปะหลังในช่วงปี 2 - 3 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับต่ำและมีพืชเศรษฐกิจอื่นที่ให้ ผลตอบแทนดี เช่น อ้อยโรงงานและสับปะรดรวมท้ังเปลี่ยนพื้นที่เป็นพนื้ ทน่ี ิคมอุตสาหกรรมและท่ีอยู่อาศัย ทำให้ เนื้อที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังลดลงกว่าร้อยละ 45 ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2556 มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 281,858 ไร่ ผลผลิต 1,189,641 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 4,221 กิโลกรัม เทียบกับปี 2561 มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 146,147 ไร่ ผลผลิต 597,502 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 4,088 กิโลกรัม พบว่าเนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิตรวม และ ผลติ ต่อไร่ ลดลงรอ้ ยละ 48.15 , 49.77 และร้อยละ 3.15 ตามลำดบั (ภาพท่ี 2.9) มนั สา้ ปะหลัง เน้ือทีเ่ กบ็ เกีย่ ว ผลผลิตรวม ผลผลติ ตอ่ ไร่ จังหวัดชลบุรี ปี 2556 - 2561 1,400,000 4,221 4,226 4,263 4,300 1,200,000 4,250 1,000,000 1,189,641 1,158,402 1,140,283 4,200 800,000 4,150 600,000 4,100 4,088 4,100 ไ ่ร , ตัน400,000 982,910 4,050 กิโลกนัม./ไ ่ร200,0004,000 4,005 3,950 0 635,481 597,502 3,900 146,147 3,850 281,858 274,122 267,510 245,404 155,000 2556 2557 2558 2559 2560 2561 เนอ้ื ที่เก็บเก่ียว ผลผลติ รวม ผลผลติ ตอ่ ไร่ ภาพที่ 2.9 มนั สำปะหลัง เนอื้ ทเ่ี กบ็ เกีย่ ว ผลผลติ รวม ผลผลิตตอ่ ไร่ จังหวัดชลบุรี ที่มา : ศนู ย์สารสนเทศการเกษตร สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร



25 บทที่ 3 ผลการศกึ ษาวิเคราะห์ แนวทางการบริหารจัดการพ้ืนที่เกษตรเศรษฐกิจเชิงพ้ืนที่(Zoning) สินค้ายางพาราในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพ่ือการศึกษาการปลูกยางพาราในพ้ืนที่ทแ่ี บ่งตามพน้ื ท่เี ขตความเหมาะสม โดยแยกเป็น พื้นที่เหมาะสมมากรวมกับพื้นท่ีเหมาะสมปานกลาง(S1,S2) และพ้ืนท่ีเหมาะสมน้อยรวมกบั พื้นที่ไม่เหมาะสม (S3,N) ซ่ึงจังหวัดชลบุรีมีพืชเศรษฐกิจในอันดับต้น ๆ ท่ีมีความสำคัญ ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลังโรงงาน เป็นต้น เม่ือพิจารณาข้อมูลด้านการผลิตจากความเหมาะสมทาง กายภาพ โดยใชแ้ ผนท่ีความเหมาะสมทางกายภาพของกรมพัฒนาที่ดิน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรสินค้า เกษตรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมทั้งข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 ที่ได้จากการ สำรวจด้วยตัวอย่างของต้นทุนการผลิตยางพารา การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนพืชทางเลือกอื่น ๆ รวมทั้ง ศึกษาศักยภาพของพ้ืนที่โครงสร้างการตลาดการค้าการกระจายผลผลิตและข้อมูลทางสังคมรวมถึงมาตรการ และนโยบายของรัฐบาลและการส่งเสริมในพ้ืนท่ี และกำหนดแนวทางการพัฒนาสินค้ายางพาราของจังหวัด ชลบุรี โดยมีผลการศึกษาดังนี้ 3.1 ต้นทุนและผลตอบแทนตามระดบั ความเหมาะสมของพน้ื ทสี่ ินคา้ เกษตรที่สำคญั (TOP4) การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนตามระดับความเหมาะสมทางด้านกายภาพของสินค้า เกษตรที่สำคญั ทม่ี มี ลู ค่าผลติ ภัณฑม์ วลรวมในสาขาเกษตรของจงั หวัดชลบุรีใน 4 อันดับ สนิ คา้ เกษตรที่สำคญั ใน ดา้ นการเพาะปลูกของจังหวัดชลบุรี ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และมันสำปะหลังโรงงาน ซึ่งการศึกษาครั้งน้ีได้สุ่มตัวอย่างสอบถามเกษตรกรตามระดับความเหมาะสมของพ้ืนท่ี โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ 1 พื้นที่ท่ีเหมาะสม Suitability : S คือพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูง S1 (Highly Suitable) และพ้ืนที่ ที่มีความเหมาะสมปานกลาง S2 (Moderately Suitable) และพื้นท่ีไม่เหมาะสม(Not Suitable : N) คอื พื้นที่ มีความเหมาะสมน้อย (Marginally Suitable : S3) และพ้ืนที่ที่ไม่มีความเหมาะสม (Not Suitable : N) โดย กระจายตัวอย่างไปตามแหล่งเพาะปลูกหรือแหล่งผลิตที่สำคัญในอำเภอ และตำบลต่าง ๆ ของจังหวัดชลบุรี จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุน รายได้และผลตอบแทนจำแนกตามพ้ืนที่เพาะปลูก และระดับความ เหมาะสมทางกายภาพของที่ดินซึ่งแตกต่างกัน ทำให้ผลผลิตที่ได้รับแตกต่างกัน รวมถึงคุณภาพราคาผลผลิต จากน้ันนำผลท่ีได้มาพิจารณาประกอบกับความต้องการของตลาด วิเคราะห์แนวทางการตลาด วิเคราะห์ อุปสงค์และอุปทาน (Demand and Supply) และวางแผนการผลิตและการปลูกพืชทดแทนในพ้ืนที่ไม่ เหมาะสม เพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาสินคา้ ต่าง ๆ ต่อไป 3.1.1 ยางพารา 1) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตยางพาราในพ้ืนท่ีเหมาะสม (S) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตยางพาราในจังหวัดชลบรุ ี ในพ้ืนที่ เหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตยางพาราเฉลี่ย (Total cost : TC) จำนวน 11,598.86

26 บาท/ไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC) จำนวน 7,777.74 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 67.06 และต้นทนุ คงที่ (Total Fixed Cost : TFC) จำนวน 3,821.12 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 32.94 ของ ต้นทนุ ทง้ั หมด ตามลำดับ เม่อื พจิ ารณาในรายละเอียดพบว่าต้นทุนท่ีเป็นเงนิ สด 6,620.50 บาท/ไร่หรือคดิ เป็น ร้อยละ 57.08 และต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด 4,978.36 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 42.92 โดยต้นทุนผันแปรที่ เป็นเงินสดส่วนใหญ่เป็นค่าจา้ งแรงงาน ได้แก่ คา่ เก็บเกย่ี ว คา่ ดแู ลรักษา รองลงมาเปน็ ค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ไดแ้ ก่ คา่ ปุ๋ย และค่ายาปราบศตั รพู ชื และวัชพชื ส่วนต้นทุนไม่เปน็ เงินสดน้ันสว่ นใหญ่ค่าแรงงานในการเกบ็ เก่ียว การดูแลรักษา สำหรบั ตน้ ทุนคงที่ทเ่ี ป็นต้นทุนไม่เป็นเงินสด ส่วนใหญ่เป็นคา่ เช่าที่ดิน/ค่าใช้ท่ีดิน รองลงมาเป็น เฉลยี่ ต้นทนุ กอ่ นให้ผลผลิต ผลการวิเคราะห์เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับในการผลิตยางพารา ในพื้นที่ ความเหมาะสม (S) ผลผลติ เฉลี่ย 220.74 กิโลกรมั /ไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลยี่ 59.23 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 13,074.43 บาท/ไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนสุทธิ/ ไร่เท่ากับ 1,475.57 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตยางพาราปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 195.83 กโิ ลกรมั /ไร่ และสัดสว่ นผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ตอ่ ตน้ ทุนตอ่ ไร่ 0.13 บาทหรอื ลงทุน 100 บาท ได้กำไร 13 บาท (อัตราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทนุ )

27 ตารางที่ 3.1 ต้นทนุ การผลิตยางพาราปี 2560 จังหวดั ชลบรุ ี ในการผลติ ในพ้ืนท่ีเหมาะสม รายการ ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตในพื้นท่ีเหมาะสม (S) (บาท/ไร่) เงนิ สด รอ้ ยละ ประเมนิ รอ้ ยละ รวม ร้อยละ 1.ตน้ ทุนผันแปร 6,620.50 (57.08) 1,157.24 (9.98) 7,777.74 (67.06) 1.1 คา่ แรงงาน 4,754. 85 (40.99) 648.42 (5.59) 5,403.27 (46.58) ดูแลรักษา 141.69 (1.22) 12.84 (0.11) 154.53 (1.33) เกบ็ เกย่ี ว 4,613.16 (39.77) 635.58 (5.48) 5,248.74 (45.25) 1.2 คา่ วสั ดุ 1,865.65 (16.08) 0.00 (0.00) 1,865.65 (16.08) คา่ ปยุ๋ 1,646.44 (14.19) 0.00 (0.00) 1,646.44 (14.19) ค่ายาปราบศตั รูพืชและวัชพชื 33.02 (0.28) 0.00 (0.00) 33.02 (0.28) คา่ สารอ่ืนๆ และวสั ดุปรับปรุงดนิ 173.88 (1.50) 0.00 (0.00) 173.88 (1.50) คา่ นำ้ มันเช้ือเพลิงและหล่อลื่น 3.54 (0.03) 0.00 (0.00) 3.54 (0.03) คา่ วสั ดุการเกษตรและวัสดสุ ิน้ เปลือง 7.46 (0.06) 0.00 (0.00) 7.46 (0.06) ค่าซ่อมแซมอปุ กรณก์ ารเกษตร 1.31 (0.01) 0.00 (0.00) 1.31 (0.01) 1.3 คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทุน 0.00 (0.00) 508.82 (4.39) 508.82 (4.39) 2. ตน้ ทนุ คงที่ 0.00 (0.00) 3,821.12 (32.94) 3,821.12 (32.94) คา่ เชา่ ทด่ี ิน/คา่ ใชท้ ี่ดิน 0.00 (0.00) 1,989.01 (17.15) 1,989.01 (17.15) ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 308.51 (2.66) 308.51 (2.66) ค่าเสียโอกาสเงนิ ลงทนุ อปุ กรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 38.37 (0.33) 38.37 (0.33) เฉล่ียต้นทุนกอ่ นให้ผลผลิต 0.00 (0.00) 1,485.23 (12.80) 1,485.23 (12.80) 3. ต้นทนุ รวม บาท/ไร่ 6,620.50 (57.08) 4,978.36 (42.92) 11,598.86 (100.00) 4. ต้นทุน/กโิ ลกรมั -- - - 52.55 - 5. ผลผลิต/ไร่ (กโิ ลกรมั ) -- - - 220.74 - 6. ราคาเฉลยี่ ทเี่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 59.23 - 7. มูลคา่ ผลผลติ /รายไดท้ ้งั หมด (บาท/ไร่) (5*6) -- - - 13,074.43 - 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) -- - - 1,475.57 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 6.68 - 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คมุ้ ทนุ (กก./ไร่) (3/6) -- - - 195.83 - 11. สัดสว่ นผลตอบแทนสุทธิต่อไร/่ ตน้ ทุนตอ่ ไร่ (8/3) -- - - 0.13 - ที่มา : จากการสำรวจข้อมลู สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 ปี 2560

28 2) ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ยางพาราในพ้ืนท่ีไมเ่ หมาะสม (N) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตยางพาราในจังหวัดชลบุรี ในพ้ืนที่ ไม่เหมาะสมเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตยางพาราเฉลี่ยจำนวน 11,875.10 บาท/ไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร จำนวน 7,915.63 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 66.66 และต้นทุนคงที่จำนวน 3,959.47 บาท/ไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 33.34 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าตน้ ทุนที่เป็นเงินสด 6,222.58 บาท/ไร่หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 54.40 และต้นทนุ ที่ไม่เป็นเงินสด 5,652.62 บาท/ไร่หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 47.60 โดย ต้นทุนผนั แปรที่เป็นเงินสดสว่ นใหญ่เป็นคา่ วัสดไุ ด้แก่ คา่ ปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพชื และวัชพืช รองลงมาเป็นค่าจา้ ง แรงงานได้แก่ การเก็บเกี่ยว ส่วนต้นทุนไม่เป็นเงินสดน้ันส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงาน ในการดูแลรักษา รองลงมา เป็นค่าเก็บเก่ียว สำหรับต้นทุนคงที่ท่ีเป็นต้นทุนไม่เป็นเงินสดส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าที่ดิน/ค่าใช้ที่ดิน รองลงมา เฉลยี่ ต้นทนุ กอ่ นใหผ้ ลผลิต ผลการวิเคราะห์เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนท่ีเกษตรกรได้รับในการผลิตยางพารา ในเขต พนื้ ท่ีไม่เหมาะสม (N) ผลผลิตเฉล่ีย 203.29 กโิ ลกรัม/ไร่ เมื่อพจิ ารณาถึงผลตอบแทนจากราคาทเี่ กษตรกร ขาย ไดเ้ ฉลี่ย 59.23 บาท/กโิ ลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 12,040.87 บาท/ไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนสุทธิ ต่อไร่เท่ากับ 165.87 บาท/ไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนในการผลิตยางพารา ปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 200.49 กิโลกรัม/ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ไรต่ ่อตน้ ทุนตอ่ ไร่ 0.01 บาท หรือลงทนุ 100 บาท ไดก้ ำไรเพียง 1 บาท (อตั ราผลตอบแทนทางกำไรตอ่ การลงทุน) ซง่ึ ต่ำมาก

29 ตารางท่ี 3.2 ต้นทนุ การผลิตยางพาราปี 2560 จงั หวดั ชลบรุ ี ในการผลติ ในพนื้ ทไ่ี ม่เหมาะสม รายการ ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตในพืน้ ทีไ่ ม่เหมาะสม (N) (บาท/ไร่) 1.ต้นทุนผนั แปร เงินสด ร้อยละ ประเมิน ร้อยละ รวม ร้อยละ 1.1 ค่าแรงงาน ดแู ลรกั ษา 6,222.48 (52.40) 1,693.15 (14.26) 7,915.63 (67.06) เก็บเกยี่ ว 1.2 ค่าวัสดุ 4,132.97 (34.80) 1,142.88 (9.62) 5,275.85 (46.58) ค่าปยุ๋ ค่ายาปราบศัตรพู ชื และวัชพืช 513.93 (4.33) 50.55 (0.43) 564.49 (1.33) 3,619.04 (30.48) 1,092.32 (9.20) 4,711.36 (45.25) 2,089.51 (17.60) 32.34 (0.27) 2,121.85 (16.08) 1,755.17 (14.78) 32.34 (0.27) 1,787.51 (14.19) 123.75 (1.04) 0.00 (0.00) 123.75 (0.28) คา่ สารอื่น ๆ และวสั ดุปรบั ปรุงดนิ 108.98 (0.92) 0.00 (0.00) 108.98 (1.50) ค่านำ้ มนั เชือ้ เพลงิ และหลอ่ ลืน่ 81.73 (0.69) 0.00 (0.00) 81.73 (0.03) คา่ วสั ดุการเกษตรและวสั ดสุ ิ้นเปลือง 18.78 (0.16) 0.00 (0.00) 18.78 (0.06) คา่ ซ่อมแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1.10 (0.01) 0.00 (0.00) 1.10 (0.01) 1.3 คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทนุ 0.00 (0.00) 321.58 (2.71) 321.58 (2.71) 2. ต้นทุนคงท่ี 0.00 (0.00) 3,959.47 (33.34) 3,959.47 (32.94) คา่ เช่าทด่ี นิ /ค่าใช้ที่ดนิ 0.00 (0.00) 1,922.57 (16.19) 1,922.57 (17.15) ค่าเสอื่ มอปุ กรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 373.59 (3.15) 373.59 (3.15) คา่ เสยี โอกาสเงินลงทุนอุปกรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 39.47 (0.33) 39.47 (0.33) เฉลยี่ ต้นทุนก่อนให้ผลผลิต 0.00 (0.00) 1,623.84 (13.67) 1,623.84 (13.67) 3. ต้นทุนรวม บาท/ไร่ 6,222.48 (52.40) 4. ต้นทุน/กิโลกรัม 5,652.62 (47.60) 11,875.10 (100.00) -- - - 58.41 - 5. ผลผลิต/ไร่ (กโิ ลกรัม) -- - - 203.29 - 6. ราคาเฉลี่ยทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 59.23 - 7. มลู ค่าผลผลติ /รายได้ทง้ั หมด (บาท/ไร)่ (5*6) -- - - 12,040.87 - 8. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร)่ (7-3) -- - - 165.87 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ อ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 0.82 - 10. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ คมุ้ ทนุ (กก./ไร)่ (3/6) -- - - 200.49 - 11. สดั สว่ นผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ไร่/ต้นทุนตอ่ ไร่ (8/3) -- - - 0.01 - ที่มา : จากการสำรวจขอ้ มูล สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 ปี 2560

30 3.1.2 สบั ปะรดโรงงาน 1) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตสับปะรดโรงงานในพ้ืนท่เี หมาะสม (S) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตสับปะรดโรงงานในจังหวัดชลบุรี ในพ้ืนท่ีเหมาะสม เกษตรกรมีต้นทนุ การผลิตสับปะรดโรงงานเฉลยี่ จำนวน 23,629.32 บาท/ไร่ โดยเปน็ ตน้ ทุน ผันแปรจำนวน 23,629.32 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 95.19 และต้นทุนคงที่จำนวน 1,135.68 บาท/ไร่หรือ คิดเป็นร้อยละ 4.81 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 15,862.23 บาท/ไร่หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 67.13 และตน้ ทุนที่ไมเ่ ป็นเงินสด 7,767.09 บาท/ไร่หรอื คิดเป็นร้อยละ 32.87 โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสดส่วนใหญ่เป็นค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่าพันธ์ุ และค่ายา ปราบศัตรูพืชและวัชพืช รองลงมาเป็น ค่าจ้างแรงงาน ได้แก่ ค่าดูแลรักษา ค่าเก็บเกี่ยว ค่าจ้างปลูก ส่วน ตน้ ทุนไม่เป็นเงินสดนั้นส่วนใหญ่เปน็ ค่าพันธ์ุ สำหรับต้นทุนคงที่ทเี่ ปน็ ต้นทุนไม่เปน็ เงินสดส่วนใหญ่เป็นค่าเช่า ทดี่ ิน/ค่าใชท้ ่ดี นิ รองลงมาเปน็ ค่าเสอ่ื มอุปกรณก์ ารเกษตร ผลการวิเคราะห์เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรไดร้ ับในการผลิตสับปะรดโรงงาน ใน พน้ื ที่ความเหมาะสม (S) ผลผลิตเฉล่ีย 5,262.19 กโิ ลกรัม/ไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกร ขายได้เฉล่ีย 11.21 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 58,989.15 บาท/ไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมี ผลตอบแทนสุทธิ/ไร่ เทา่ กับ 35,359.83 บาท/ไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนในการผลติ สับปะรดโรงงาน ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 2,107.88 กิโลกรัม/ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 1.50 บาท หรือลงทุน 100 บาท ไดก้ ำไร 150 บาท(อัตราผลตอบแทนทางกำไรตอ่ การลงทนุ )

31 ตารางท่ี 3.3 ต้นทุนการผลติ สบั ปะรดโรงงาน ปี 2560 จังหวดั ชลบุรี ในการผลติ ในพนื้ ท่เี หมาะสม รายการ ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตในพืน้ ท่เี หมาะสม (S) (บาท/ไร่) เงินสด ร้อยละ ประเมนิ รอ้ ยละ รวม รอ้ ยละ 1.ตน้ ทนุ ผนั แปร 15,862.23 (67.13) 6,631.41 (28.06) 22,493.64 (95.19) 1.1 คา่ แรงงาน 6,717.92 (28.43) 747.04 (3.16) 7,464.96 (31.59) เตรยี มดิน 645.76 (4.00) 633.47 (2.68) 1,579.23 (6.68) ปลกู 1,160.25 (4.91) 0.00 (0.00) 1,160.25 (4.91) ดูแลรกั ษา 2,628.42 (11.12) 113.57 (0.48) 2,741.99 (11.60) เกบ็ เกย่ี ว 1,983.49 (8.39) 0.00 (0.00) 1,983.49 (8.39) 1.2 คา่ วสั ดุ 9,144.31 (38.70) 4,412.82 (18.68) 13,557.13 (57.37) คา่ พันธุ์ 1,611.31 (6.82) 4,412.82 (18.68) 6,024.13 (25.49) คา่ ปุย๋ 5,476.21 (23.18) 0.00 (0.00) 5,476.21 (23.18) คา่ ยาปอ้ งกนั กำจดั ศตั รูพืชและวชั พืช 1,186.12 (5.02) 0.00 (0.00) 1,186.12 (5.02) ค่าสารอื่น ๆ และวัสดปุ รับปรงุ ดิน 643.19 (2.72) 0.00 (0.00) 643.19 (2.72) คา่ นำ้ มนั เชื้อเพลิงและหล่อลืน่ 84.15 (0.36) 0.00 (0.19) 84.51 (0.36) ค่าวัสดกุ ารเกษตรและวัสดุสิ้นเปลอื ง 135.23 (0.57) 0.00 (0.00) 135.23 (0.57) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตร 7.74 (0.03) 0.00 (0.00) 7.74 (0.03) 1.3ค่าเสยี โอกาสเงินลงทุน 0.00 (0.00) 1,471.55 (6.23) 1,471.55 (6.23) 2. ต้นทุนคงท่ี 0.00 (0.00) 1,135.68 (4.81) 1,135.68 (4.81) ค่าเช่าท่ดี ิน/ค่าใชท้ ด่ี นิ 0.00 (0.00) 1,047.38 (4.43) 1,047.38 (4.43) คา่ เสอ่ื มอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 75.11 (0.32) 75.11 (0.32) ค่าเสยี โอกาสเงินลงทนุ อปุ กรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 13.19 (0.06) 43.19 (0.06) 3. ต้นทนุ รวม (บาท/ไร)่ 15,862.23 (67.13) 7,767.09 (32.87) 23,629.32 (100.00) 4. ต้นทนุ /กโิ ลกรมั (บาท/กก.) - - - - 4.49 - 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) -- - - 5,262.19 - 6. ราคาเฉล่ียทเี่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 11.21 - 7. มลู ค่าผลผลติ /รายได้ทงั้ หมด (บาท/ไร่) (5*6) -- - - 58,989.15 - 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) -- - - 35,359.83 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) - - - - 6.72 - 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดคุ้มทนุ (กก./ไร่) (3/6) -- - - 2,107.88 - 11. สัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธติ ่อไรต่ อ่ ต้นทนุ ตอ่ ไร่ (8/3) - - - - 1.50 - ท่มี า : จากการสำรวจข้อมลู สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 ปี 2560

32 2) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ สับปะรดโรงงานในพ้นื ท่ีไมเ่ หมาะสม (N) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตสับปะรดโรงงานในจังหวัดชลบุรี ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสับปะรดโรงงานเฉล่ียจำนวน 26,862.24 บาท/ไร่ โดยเป็น ต้นทุนผันแปร จำนวน 25,788.67 บาท/ไร่หรือคดิ เป็นร้อยละ 96.00 และต้นทุนคงที่จำนวน 1,073.57 บาท/ ไร่หรือคดิ เป็นรอ้ ยละ 4.00 ของต้นทนุ ทั้งหมด ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบวา่ ต้นทนุ ท่ีเปน็ เงนิ สด จำนวน 18,850.24 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 70.17 และต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด 8,012.00 บาท/ไร่หรือคิด เป็นร้อยละ 29.83 โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงนิ สดสว่ นใหญ่เป็นค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ คา่ ปุ๋ย ค่าพันธุ์ และค่ายาปราบศตั รูพืชและวัชพืช รองลงมาเป็น ค่าจ้างแรงงาน ได้แก่ ค่าดูแลรกั ษา ค่าจ้างปลูก ค่าเก็บเก่ียว สว่ นตน้ ทุนไมเ่ ป็นเงินสดนั้นสว่ นใหญ่เปน็ ค่าพันธ์ุ สำหรับตน้ ทนุ คงที่ทีเ่ ป็นต้นทุนไม่เปน็ เงนิ สดสว่ นใหญ่เป็นค่า เชา่ ท่ีดิน/คา่ ใชท้ ดี่ นิ รองลงมาเปน็ คา่ เสอื่ มอปุ กรณ์การเกษตร ผลการวิเคราะห์เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับในการผลิตสับปะรดโรงงาน ใน เขตพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) ผลผลิตเฉล่ีย 5,442.15 กิโลกรัม/ไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ี เกษตรกรขายได้เฉล่ีย 11.21 บาทตอ่ กิโลกรัม เกษตรกรจะมรี ายได้ 61,006.50 บาท/ไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะมี ผลตอบแทนสุทธิ/ไร่(Economic Profit)เท่ากับ 34,144.26 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตสับปะรด โรงงาน(Break Even Point) ปริมาณผลผลิต ณ จดุ คมุ้ ทุน 2,396.27 กิโลกรัม/ไร่ และสดั ส่วนผลตอบแทนสทุ ธิ ต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 1.27 บาท หรือลงทุน 100 บาท ได้กำไร 127 บาท(อัตราผลตอบแทนทางกำไรต่อการ ลงทนุ )

33 ตารางที่ 3.4 ตน้ ทุนการผลิตสบั ปะรดโรงงาน ปี 2560 จังหวดั ชลบุรี ในการผลติ ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม รายการ ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพื้นทีไ่ มเ่ หมาะสม (N) (บาท/ไร่) เงินสด รอ้ ยละ ประเมนิ ร้อยละ รวม ร้อยละ 1.ต้นทุนผนั แปร 18,850.24 (70.17) 6,938.43 (25.83) 25,788.67 (96.00) 1.1 ค่าแรงงาน 8,194.12 (30.50) 452.48 (1.68) 8,646.60 (32.19) เตรียมดิน 747.52 (2.78) 334.71 (1.25) 1,082.23 (4.03) ปลกู 1,569.92 (5.84) 12.40 (0.05) 1,582.32 (5.89) ดูแลรักษา 4,371.10 (16.27) 105.37 (0.39) 4,476.47 (16.66) เกบ็ เกย่ี ว 1,505.58 (5.60) 0.00 (0.00) 1,505.58 (5.60) 1.2 ค่าวัสดุ 10,656.12 (39.67) 4,798.84 (17.86) 15,454.96 (57.53) ค่าพนั ธ์ุ 2,879.34 (10.72) 4,754.38 (17.70) 7,633.72 (28.42) ค่าปยุ๋ 5,192.00 (19.33) 0.00 (0.00) 5,192.00 (19.33) ค่ายาป้องกนั กำจัดศตั รูพืชและวัชพืช 1,444.75 (5.38) 0.00 (0.00) 1,444.75 (5.38) ค่าสารอื่น ๆ และวัสดปุ รบั ปรงุ ดนิ 563.29 (2.10) 0.00 (0.00) 563.29 (2.10) คา่ น้ำมนั เชือ้ เพลิงและหลอ่ ลนื่ 135.14 (0.50) 0.00 (0.00) 135.14 (0.50) ค่าวสั ดกุ ารเกษตรและวสั ดุส้นิ เปลือง 380.58 (1.42) 42.81 (0.16) 423.39 (1.58) ค่าซอ่ มแซมอุปกรณ์การเกษตร 61.02 (0.23) 1.65 (0.01) 62.67 (0.23) 1.3 ค่าเสียโอกาสเงนิ ลงทุน 0.00 (0.00) 1,687.11 (6.28) 1,687.11 (6.28) 2. ต้นทุนคงท่ี 0.00 (0.00) 1,073.57 (4.00) 1,073.57 (4.00) คา่ เช่าทดี่ ิน/คา่ ใช้ที่ดิน 0.00 (0.00) 933.89 (3.48) 933.89 (3.48) คา่ เส่ือมอุปกรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 104.25 (0.39) 104.25 (0.39) คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทนุ อปุ กรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 35.43 (0.13) 35.43 (0.13) 3. ต้นทนุ รวม (บาท/ไร่) 18,850.24 (70.17) 8,012.00 (29.83) 26,862.24 (100.00) 4. ตน้ ทนุ /กิโลกรัม (บาท/กก.) -- - - 4.94 - 5. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กโิ ลกรัม) -- - - 5,442.15 - 6. ราคาเฉลี่ยทเ่ี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 11.21 - 7. มูลค่าผลผลติ /รายได้ท้งั หมด (บาท/ไร)่ (5*6) -- - - 61,006.50 - 8. ผลตอบแทนสุทธิตอ่ ไร่ (บาท/ไร่) (7-3) -- - - 34,144.26 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธติ ่อผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 6.72 - 10. ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดคมุ้ ทุน (กก./ไร)่ (3/6) -- - - 2,396.27 - 11. สัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทนุ ตอ่ ไร่ (8/3) - - 1.27 ทม่ี า : จากการสำรวจขอ้ มลู สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 ปี 2560

34 3.1.3 ปาลม์ น้ำมัน 1) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตปาลม์ น้ำมันในพนื้ ท่ีเหมาะสม (S) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิต ในพ้ืนท่ีเหมาะสมเกษตรกรมี ตน้ ทุนการผลิตปาล์มนำ้ มันเฉลี่ยจำนวน 7,361.29 บาท/ไร่ โดยเป็นตน้ ทนุ ผันแปรจำนวน 5,548.05 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 75.37 และต้นทุนคงท่ีจำนวน 1,813.24 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 24.63 ของต้นทุน ทัง้ หมด ตามลำดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าต้นทุนที่เป็นเงินสด 4,814.04 บาท/ไร่ หรือคิดเป็นร้อย ละ 65.40 และตน้ ทุนที่ไมเ่ ป็นเงนิ สด 2,547.25 บาท/ไร่หรอื คดิ เป็นร้อยละ 34.60 โดยตน้ ทุนผันแปรทเ่ี ป็นเงิน สดส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างแรงงาน ได้แก่ จา้ งแรงงานเก็บเกี่ยวและดแู ลรักษาตามลำดบั สว่ นต้นทุนไม่เป็นเงินสด น้นั ส่วนใหญ่เปน็ ค่าดูแลรักษา สำหรบั ต้นทุนคงที่ทเ่ี ป็นตน้ ทุนไม่เป็นเงินสด ส่วนใหญ่เปน็ ค่าเชา่ ท่ีดนิ /คา่ ใช้ท่ดี ิน รองลงมาเปน็ ค่าเฉลี่ยต้นทนุ กอ่ นให้ผลผลิต ผลการวิเคราะหเ์ ม่ือพจิ ารณาถงึ ผลตอบแทนที่เกษตรกรไดร้ บั ในการผลิตปาล์มน้ำมนั ในพ้ืนท่ี ความเหมาะสม (S) ผลผลิตเฉล่ีย 2,993.24 กโิ ลกรมั /ไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ีเกษตรกรขาย ได้เฉล่ีย 4.94 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 14,786.61 บาท/ไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะมีผลตอบแทน สุทธิ/ไร่เท่ากับ 7,425.32 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตปาล์มน้ำมัน ปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 1,490.14 กิโลกรัม/ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 1.01 บาท หรือลงทุน 100 บาท ได้ กำไร 101 บาท(อัตราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทุน)

35 ตารางท่ี 3.5 ต้นทุนการผลติ ปาล์มน้ำมัน ปี 2560 จังหวัดชลบรุ ี ในการผลิตในพื้นท่ีเหมาะสม รายการ ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ในพน้ื ที่เหมาะสม (S) (บาท/ไร่) เงินสด ร้อยละ ประเมิน รอ้ ยละ รวม รอ้ ยละ 1.ต้นทุนผันแปร 4,814.04 (65.40) 734.01 (9.97) 5,548.05 (75.37) 1.1 ค่าแรงงาน 2,504.90 (34.03) 367.66 (4.99) 2,872.57 (39.02) ดแู ลรักษา 683.84 (9.29) 325.41 (4.42) 1,009.25 (13.71) เกบ็ เกี่ยว 1,821.07 (24.74) 42.25 (0.57) 1,863.32 (25.31) 1.2 ค่าวัสดุ 2,309.14 (31.37) 3.52 (0.05) 2,312.65 (31.42) ค่าปุ๋ย 2,150.08 (28.60) 0.00 (0.00) 2,105.08 (28.60) ค่ายาปราบศตั รูพชื และวชั พืช 142.18 (1.93) 0.00 (0.00) 142.18 (1.93) คา่ น้ำมันเชอื้ เพลงิ และหล่อลนื่ 55.69 (0.76) 0.00 (0.00) 55.69 (0.76) คา่ วัสดุการเกษตรและวสั ดุสิน้ เปลือง 2.67 (0.04) 0.00 (0.00) 2.67 (0.04) ค่าซอ่ มแซมอุปกรณ์การเกษตร 3.52 (0.05) 3.52 (0.05) 7.04 (0.10) 1.3 คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 0.00 (0.00) 362.83 (4.93) 362.83 (4.93) 2. ตน้ ทุนคงท่ี 0.00 (0.00) 1,813.24 (24.63) 1,813.24 (24.63) ค่าเชา่ ท่ดี นิ /คา่ ใช้ท่ีดิน 0.00 (0.00) 1,000.00 (13.58) 1,000.00 (13.58) คา่ เสอ่ื มอปุ กรณก์ ารเกษตร 0.00 (0.00) 60.20 (0.82) 60.20 (0.82) คา่ เสียโอกาสเงินลงทนุ อุปกรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 16.31 (0.22) 16.31 (0.22) ค่าเฉลย่ี ตน้ ทนุ ก่อนให้ผลผลิต 0.00 (0.00) 736.73 (10.01) 736.73 (10.01) 3.ต้นทุนรวมต่อไร่ 4,814.04 (65.40) 2,547.25 (34.60) 7,361.29 (100.00) 4. ต้นทนุ ต่อกิโลกรมั -- - - 2.46 - 5.ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) -- - - 2,993.24 - 6. ราคาเฉล่ยี ทเ่ี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 4.94 - 7. มูลคา่ ผลผลติ /รายได้ทง้ั หมด (บาท/ไร่) (5*6) -- - - 14,786.61 - 8. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อไร่ (บาท/ไร)่ (7-3) -- - - 7,425.32 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธิตอ่ ผลผลติ (บาท/กก.) (6-4) -- - - 2.48 - 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จดุ คุ้มทุน (กก./ไร่) (3/6) -- - - 1,490.14 - 11. สดั ส่วนผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่/ตน้ ทุนตอ่ ไร่ (8/3) -- - - 1.01 - ที่มา : จากการสำรวจข้อมูล สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 ปี 2560

36 2) ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ปาลม์ นำ้ มนั ในพืน้ ท่ไี ม่เหมาะสม (N) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตปาล์มน้ำมันในจังหวัดชลบุรี ใน พ้ืนท่ีไม่เหมาะสม เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันเฉลี่ยจำนวน 7,753.37 บาท/ไร่ โดยเป็นต้นทุนผัน แปรจำนวน 5,622.18 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 72.51 และต้นทุนคงที่จำนวน 2,131.19 บาท/ไร่หรือคิด เป็นร้อยละ 27.49 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 5,190.96 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 66.95 และต้นทุนที่ไม่เปน็ เงินสด 2,562.41 บาท/ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 33.05 โดยตน้ ทุนผันแปรท่ีเป็นเงินสดสว่ นใหญ่เปน็ ค่าจ้างแรงงาน ไดแ้ ก่ การเก็บเก่ยี ว รองลงมาเป็นดูแลรกั ษา สว่ นต้นทนุ ไม่เป็นเงินสดนั้นส่วนใหญ่เป็นค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน สำหรับต้นทุนคงที่ท่ีเปน็ ต้นทุนไม่เป็นเงินสด สว่ นใหญ่เป็นค่าเชา่ ทด่ี นิ /คา่ ใช้ที่ดนิ รองลงมา เฉล่ียตน้ ทนุ ก่อนให้ผลผลิต ผลการวิเคราะห์เมอื่ พิจารณาถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับในการผลิตปาล์มน้ำมัน ในเขต พื้นที่ไม่เหมาะสม (N) ผลผลิตเฉลี่ย 2,369.81 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ีเกษตรกร ขายได้เฉล่ีย 4.94 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 11,706.86 บาท/ไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทน สุทธิต่อไร่เท่ากับ 3,953.49 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตปาล์มน้ำมัน ปริมาณผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 1,569.51 กิโลกรัม/ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ต่อต้นทุนต่อไร่ 0.51 บาท หรือลงทุน 100 บาท ได้ กำไร 51 บาท(อตั ราผลตอบแทนทางกำไรต่อการลงทุน)

37 ตารางท่ี 3.6 ตน้ ทนุ การผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2560 จงั หวดั ชลบุรี ในการผลิตในพื้นทไ่ี ม่เหมาะสม รายการ ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลิตในพน้ื ท่ีไม่เหมาะสม (N) (บาท/ไร่) เงินสด ร้อยละ ประเมนิ รอ้ ยละ รวม รอ้ ยละ 1.ตน้ ทนุ ผันแปร 5,190.95 (66.95) 431.22 (5.56) 5,622.18 (72.51) 1.1 ค่าแรงงาน 2,660.82 (34.32) 63.55 (0.82) 2,724.38 (35.14) ดแู ลรกั ษา 655.39 (8.45) 63.55 (0.82) 718.94 (9.27) เก็บเกยี่ ว 2,005.43 (25.87) 0.00 (0.00) 2,005.43 (25.87) 1.2 ค่าวสั ดุ 2,530.13 (32.63) 0.00 (0.00) 2,530.14 (32.63) ค่าปุ๋ย 2,001.94 (25.82) 0.00 (0.00) 2,001.94 (25.82) ค่ายาปราบศตั รูพชื และวัชพืช 520.92 (6.72) 0.00 (0.00) 520.92 (6.72) คา่ นำ้ มันเช้อื เพลงิ และหล่อลน่ื 5.53 (0.07) 0.00 (0.00) 5.53 (0.07) คา่ วัสดกุ ารเกษตรและวสั ดสุ ิ้นเปลือง 0.00 (0.00) 0.00 (0.00) 0.00 (0.00) คา่ ซ่อมแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1.74 (0.02) 0.00 (0.00) 1.74 (0.02) 1.3 ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 0.00 (0.00) 367.67 (4.74) 367.67 (4.74) 2. ตน้ ทุนคงที่ 0.00 (0.00) 2,131.19 (27.49) 2,131.19 (27.49) คา่ เช่าทีด่ นิ /คา่ ใชท้ ด่ี ิน 0.00 (0.00) 1,293.28 (16.68) 1,293.28 (16.68) คา่ เสือ่ มอุปกรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 50.59 (0.65) 50.29 (0.65) คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทนุ อุปกรณ์การเกษตร 0.00 (0.00) 9.00 (0.12) 9.00 (0.12) ค่าเฉล่ยี ต้นทุนก่อนใหผ้ ลผลิต 0.00 (0.00) 778.32 (10.04) 778.32 (10.04) 3.ตน้ ทุนรวมตอ่ ไร่ 5,190.95 (66.95) 2,562.41 (33.05) 7,753.37 (100.00) 4. ต้นทุนต่อกิโลกรมั -- - - 3.27 - 5.ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) -- - - 2,369.81 - 6. ราคาเฉลีย่ ทเ่ี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) -- - - 4.94 - 7. มูลคา่ ผลผลติ /รายได้ท้ังหมด (บาท/ไร)่ (5*6) -- - - 11,706.86 - 8. ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ (บาท/ไร)่ (7-3) -- - - 3,953.49 - 9. ผลตอบแทนสทุ ธิต่อผลผลิต (บาท/กก.) (6-4) -- - - 1.67 - 10. ปรมิ าณผลผลติ ณ จุดคุม้ ทนุ (กก./ไร่) (3/6) -- - - 1,569.51 - 11. สดั ส่วนผลตอบแทนสุทธติ อ่ ไร่/ต้นทุนต่อไร่ (8/3) -- - - 0.51 - ทมี่ า : จากการสำรวจข้อมลู สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ปี 2560

38 3.1.4 มนั สำปะหลงั โรงงาน 1) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตมนั สำปะหลังโรงงานในพนื้ ทีเ่ หมาะสม (S) ผลจากการสำรวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตมันสำปะหลังโรงงานในจังหวัด ชลบรุ ี ในพื้นท่ีเหมาะสม เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังโรงงานเฉลี่ย จำนวน 7,015.49 บาท/ไร่ โดย เปน็ ต้นทนุ ผันแปร จำนวน 6,062.09 บาท/ไรห่ รือคิดเป็นร้อยละ 86.41 และต้นทุนคงท่ี จำนวน 953.40 บาท/ ไร่หรอื คิดเป็นรอ้ ยละ 13.59 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลำดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอยี ดพบว่าต้นทุนที่เปน็ เงิน สด 5,089.26 บาท/ไร่หรือคดิ เปน็ ร้อยละ 72.54 และตน้ ทุนท่ีไมเ่ ป็นเงินสด 1,926.23 บาท/ไร่หรือคิดเปน็ ร้อย ละ 27.46 โดยต้นทุนผนั แปรที่เป็นเงินสดส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างแรงงาน ไดแ้ ก่ คา่ เกบ็ เกี่ยว ค่าเตรียมดิน คา่ ดูแล รกั ษา รองลงมาเป็นค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืชและวัชพืช ค่าพันธ์ุ ส่วนต้นทุน ไมเ่ ป็นเงินสดนัน้ ส่วนใหญ่เปน็ คา่ พันธ์ุ สำหรับต้นทุนคงท่ที ่ีเปน็ ตน้ ทนุ ไมเ่ ป็นเงินสดสว่ นใหญ่เป็นค่าเชา่ ท่ดี ิน/ค่า ใช้ที่ดิน รองลงมาเป็นคา่ เสื่อมอปุ กรณก์ ารเกษตร ผลการวิเคราะหเ์ มอื่ พิจารณาถงึ ผลตอบแทนที่เกษตรกรไดร้ ับในการผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ในพื้นท่ีความเหมาะสม(S) ผลผลิตเฉล่ีย 4,206.17 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาท่ี เกษตรกรขายได้เฉลี่ย 1.82 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 7,655.23 บาท/ไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมี ผลตอบแทนสุทธิ/ไร่ เท่ากับ 7,015.49 บาท/ไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปริมาณ ผลผลิต ณ จุดคุ้มทุน 3,854.66 กโิ ลกรมั /ไร่ และสัดส่วนผลตอบแทนสทุ ธิต่อไรต่ อ่ ต้นทนุ ต่อไร่ 0.09 บาท หรือ ลงทนุ 100 บาท ไดก้ ำไร 9 บาท(อัตราผลตอบแทนทางกำไรตอ่ การลงทุน)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook