37 ตารางที่ 11 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ มนั สาปะหลงั ในพ้ืนทไี่ มเ่ หมาะสม (N) รายการ S3/N รวม % เงนิ สด % ประเมนิ % (78.79) (37.52) 1. ต้นทุนผันแปร 3,093.79 (58.13) 1,099.70 (20.66) 4,193.49 (13.04) (4.00) 1.1 ค่าแรงงาน 1,710.57 (32.14) 286.29 (5.38) 1,996.86 (5.21) (15.26) เตรยี มดิน 469.04 (8.81) 225.10 (4.23) 694.14 (36.12) (19.61) ปลูก 200.30 (3.76) 12.68 (0.24) 212.98 (13.88) (1.86) ดแู ลรักษา 230.08 (4.32) 47.35 (0.89) 277.43 (0.06) (0.04) เกบ็ เกย่ี ว 811.15 (15.24) 1.16 (0.02) 812.31 (0.63) (0.04) 1.2 ค่าวสั ดุ 1,180.82 (22.19) 741.47 (13.93) 1,922.29 (5.15) (21.21) ค่าพนั ธ์ุ 303.19 (5.70) 740.48 (13.91) 1,043.67 (19.71) (0.91) ค่าปุย๋ 738.61 (13.88) - (0.00) 738.61 (0.59) (100.00) คา่ ยาปราบศตั รพู ืชและวัชพชื 98.88 (1.86) - (0.00) 98.88 คา่ สารอ่ืนๆ และวัสดุปรบั ปรงุ ดนิ 3.42 (0.06) - (0.00) 3.42 คา่ น้ามนั เชอื้ เพลิงและหลอ่ ล่นื 2.30 (0.04) - (0.00) 2.30 คา่ วัสดกุ ารเกษตรและวสั ดุส้ินเปลอื ง 33.33 (0.63) - (0.00) 33.33 คา่ ซอ่ มแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1.09 (0.02) 0.99 (0.02) 2.08 1.3 ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน 202.40 (3.80) 71.94 (1.35) 274.34 2. ต้นทุนคงที่ - (0.00) 1,129.07 (21.21) 1,129.07 ค่าเชา่ ที่ดิน - (0.00) 1,049.27 (19.71) 1,049.27 ค่าเสอ่ื มอปุ กรณ์การเกษตร - (0.00) 48.17 (0.91) 48.17 คา่ เสยี โอกาสเงินลงทุนอุปกรณก์ ารเกษตร - (0.00) 31.63 (0.59) 31.63 3. ตน้ ทุนรวมตอ่ ไร่ 3,093.79 (58.13) 2,228.77 (41.87) 5,322.56 4. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) 3,154.34 5. ราคาเฉลย่ี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 1.57 6. มูลคา่ ผลผลิต/รายได้ท้งั หมด (บาท/ไร่) 4,952.31 7. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ต้นทุนเงนิ สด (บาท/ไร)่ 1,858.52 8. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ต้นทนุ ผนั แปร (บาท/ไร)่ 758.82 9. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนอื ต้นทุนทง้ั หมด (บาท/ไร)่ -370.25 10. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ต้นทนุ ตอ่ กก.(บาท/กก.) -0.12 11. ต้นทุนการผลิตราคา ณ จุดคมุ้ ทุน (บาท/กก.) 1.69 12. ปรมิ าณผลผลติ ณ จุดคุม้ ทนุ (กก./ไร่) 3,390.17 . แหล่งข้อมูล : จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จงั หวัดชลบรุ ี
38 ตารางที่ 12 เปรยี บเทยี บตน้ ทุนการผลิตมันสาปะหลงั ในพน้ื ทเ่ี หมาะสม (S) และไมเ่ หมาะสม (N) ปี 2559/60 รายการ พ้นื ทเ่ี หมาะสม (Suitability : S) พนื้ ที่ไมเ่ หมาะสม (Not suitability : N) 1.ต้นทนุ ผันแปร (บาท/ไร)่ เงนิ สด ประเมนิ รวม เงินสด ประเมนิ รวม 2.ต้นทนุ คงท่ี (บาท/ไร)่ 3,339.41 1,190.54 4,530.02 3,093.79 1,099.70 4,193.49 3. ตน้ ทนุ ท้งั หมด (บาท/ไร)่ 4. ผลผลิตเฉล่ยี (กิโลกรัม/ไร)่ 0.00 1,273.81 1,273.81 0.00 1,129.27 1,129.27 5. ราคาเฉลย่ี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 6. มลู คา่ ผลผลติ /รายได้ท้ังหมด (บาท/ไร)่ 3,306.39 2,497.44 5,803.83 3,093.79 2,228.77 5,322.56 7.ผลตอบแทนสุทธเิ หนอื ตน้ ทนุ เงินสด (บาท/ไร)่ 8. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ตน้ ทนุ ผนั แปร (บาท/ไร)่ 3,317.29 3,154.34 9. ผลตอบแทนสุทธิเหนือต้นทนุ ทัง้ หมด (บาท/ไร)่ 1.57 1.57 10. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือผลผลิต (บาท/กก.) 11. ต้นทุนการผลิตราคา ณ จดุ ค้มุ ทุน (บาท/กก.) 5,208.15 4,952.31 12. ปริมาณผลผลติ ณ จุดคมุ้ ทุน (กก./ไร)่ 1,901.76 1,858.52 678.13 758.82 -595.68 -370.25 -0.18 -0.12 1.75 1.69 3,696.71 3,390.17 ทมี่ า : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 จงั หวดั ชลบรุ ี 3.1.2 ข้าวหอมมะลิ (1) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตขา้ วหอมมะลใิ นพ้ืนที่เหมาะสม (S) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตขา้ วหอมมะลิ จังหวัดสระแก้ว ในเขตพื้นท่ีเหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉล่ีย (Total Cost : TC) จานวน 3,683.11 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) จานวน 2,598.53 บาทตอ่ ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 70.55 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) จานวน 1,084.57 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 29.45 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เม่ือ พิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 2,079.95 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 56.47 ท่ีเหลือประมาณร้อยละ 43.53 เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็น เงินสดส่วนใหญ่จะเปน็ คา่ จ้างแรงงาน รองลงมาเปน็ ค่าปจั จัยการผลิตต่าง ๆ และค่าเกบ็ เก่ยี ว เป็นต้น ต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสดน้ันส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงานตนเองและแรงงานแลกเปล่ียน สาหรับ ต้นทุนคงทซี่ ง่ึ สว่ นใหญ่เป็นตน้ ทนุ ทไ่ี ม่เป็นเงนิ สดเกือบทัง้ หมดจะเป็นคา่ ใชท้ ่ีดนิ ผลตอบแทนการผลิตข้าวหอมมะลิ ในพื้นที่ความเหมาะสม (S) จังหวัดสระแก้ว เกษตรกรได้ผลผลิตเฉล่ีย 327.37 กิโลกรัมต่อไร่ เม่ือพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกร ขายได้ ณ ไร่นา 7.12 บาทตอ่ กิโลกรมั เกษตรกรจะมีรายได้ 2,330.87 บาทตอ่ ไร่ ดังน้ันเกษตรกร จะมีผลตอบแทนคือ ขาดทุนต่อต้นทุนผันแปร 267.66 บาทต่อไร่ แต่มีผลตอบแทนเหนือต้นทุน เงินสด 250.92 บาทต่อไร่ และผลตอบแทนจะขาดทุนต่อต้นทุนทั้งหมด (Economic Profit) 1,352.24 บาทต่อไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนในการผลิตข้าวหอมมะลิ ( Break Even Point ) ณ ปริมาณ ผลผลิตที่ 517.29 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่นาที่เกษตรกรต้องได้รับ คือ 11.25 บาทต่อ กโิ ลกรัม
39 ตารางท่ี 13 ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลติ ข้าวหอมมะลิในพ้ืนทเ่ี หมาะสม (S) รายการ ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพนื้ ทีเ่ หมาะสม (S) 1.ตน้ ทุนผนั แปร เงนิ สด ร้อยละ (%) ประเมนิ ร้อยละ (%) รวม รอ้ ยละ (%) 1.1 ค่าแรงงาน เตรยี มดนิ 2,052.14 (55.72) 546.39 (14.84) 2,598.53 (70.55) ปลูก ดูแลรกั ษา 1,238.20 (33.62) 353.25 (9.59) 1,591.45 (43.21) เก็บเก่ยี ว 1.2 คา่ วัสดุ 438.05 (11.89) 169.71 (4.61) 607.76 (16.50) คา่ พนั ธุ์ ค่าปยุ๋ 46.46 (1.26) 14.94 (0.41) 61.40 (1.67) คา่ ยาปราบศตั รพู ชื /วัชพืช ค่าสารอื่นๆ/วสั ดุปรับปรุงดิน 104.07 (2.83) 152.27 (4.13) 256.34 (6.96) คา่ นา้ มนั เชอ้ื เพลงิ /หล่อล่นื คา่ วสั ดุและวสั ดสุ ิ้นเปลือง 649.62 (17.64) 16.33 (0.44) 665.95 (18.08) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ ฯ 1.3 คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทนุ 743.60 (20.19) 175.60 (4.77) 919.20 (24.96) 2. ต้นทนุ คงท่ี ค่าเชา่ ทดี่ นิ 74.87 (2.03) 164.95 (4.48) 239.82 (6.51) คา่ เสอื่ มอปุ กรณ์การเกษตร ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน ฯ 504.07 (13.69) - (0.00) 504.07 (13.69) 3. ตน้ ทนุ รวมตอ่ ไร่ 4. ผลผลิตต่อไร่ (กโิ ลกรมั ) 40.83 (1.11) - (0.00) 40.83 (1.11) 5. ราคาเฉลย่ี ทเ่ี กษตรกรขายได้(บาท/กก.) 6. มูลค่าผลผลิต/รายได้ท้งั หมด (บาท/ไร่) 3.55 (0.10) 5.44 (0.15) 8.99 (0.24) 7. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนือตน้ ทนุ เงินสด (บาท/ไร)่ 63.15 (1.71) - (0.00) 63.15 (1.71) 8. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ต้นทนุ ผนั แปร (บาท/ไร)่ 50.66 (1.38) 0.47 (0.01) 51.13 (1.39) 9. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ต้นทุนท้ังหมด (บาท/ไร)่ 6.47 (0.18) 4.74 (0.13) 11.21 (0.30) 10. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ผลผลติ (บาท/กก.) 70.34 (1.91) 17.54 (0.48) 87.88 (2.39) 11. ต้นทุนการผลติ ราคา ณ จดุ คุ้มทนุ (บาท/กก.) - (0.00) 1,084.57 (29.45) 1,084.57 (29.45) 12. ปรมิ าณผลผลิต ณ จดุ คุ้มทนุ (กก./ไร)่ - (0.00) 866.94 (23.54) 866.94 (23.54) - (0.00) 170.32 (4.62) 170.32 (4.62) - (0.00) 47.31 (1.28) 47.31 (1.28) 2,079.95 (56.47) 1,603.16 (43.53) 3,683.11 (100.00) - - 327.37 7.12 2,330.87 250.92 -267.66 -1,352.24 -4.13 11.25 517.29 แหลง่ ข้อมูล : จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 จงั หวดั ชลบรุ ี
40 (2) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลติ ข้าวหอมมะลิในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) ผลจากการสารวจต้นทนุ การผลติ และผลตอบแทนการผลติ ขา้ วหอมมะลิ จังหวัด สระแก้ว ในเขตพ้ืนที่ไม่เหมาะสม (Not suitability : N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย (Total Cost : TC) จานวน 3,956.54 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) จานวน 2,762.42 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 69.82 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) จานวน 963.20 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 30.18 ของต้นทุนทั้งหมด ตามลาดับ เมื่อ พิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 1,963.77 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อย ละ 49.63 ท่ีเหลือประมาณร้อยละ 50.37 เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสด ส่วนใหญ่จะเป็นค่าจ้างแรงงาน รองลงมาเป็นค่าปัจจัยการผลิตต่าง ๆ และค่าเก็บเกี่ยว เป็นต้น ต้นทนุ ที่ไมเ่ ปน็ เงินสดนั้นส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงานตนเองและแรงงานแลกเปล่ียน สาหรับต้นทุนคงท่ี ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นตน้ ทนุ ทไ่ี ม่เปน็ เงินสดเกอื บทั้งหมดจะเป็นค่าใชท้ ด่ี ิน ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนการผลิตข้าวหอมมะลิ ในเขตพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) จังหวัดสระแก้ว เกษตรกรได้ผลผลิตเฉลี่ย 323.58 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทน จากราคาท่เี กษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 7.12 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 2,303.89 บาท ต่อไร่ ดังน้ันเกษตรกรจะมีผลตอบแทนคือ ขาดทุนต่อต้นทุนผันแปร 458.53 บาทต่อไร่ แต่มี ผลตอบแทนเหนือตน้ ทนุ เงนิ สด 340.12 บาทตอ่ ไร่ และผลตอบแทนจะขาดทุนต่อต้นทุนท้ังหมด (Economic Profit) 1,652.65 บาทต่อไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตข้าวหอมมะลิ ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 555.69 กิโลกรัมต่อไร่ และราคา ณ ไร่นาท่ีเกษตรกรต้องได้รับ คือ 12.23 บาทตอ่ กิโลกรัม ตารางท่ี 14 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลิตขา้ วหอมมะลิในพ้นื ทไี่ มเ่ หมาะสม (N) ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพืน้ ที่ไม่เหมาะสม (N) รายการ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ 1. ต้นทุนผันแปร เงนิ สด (%) ประเมิน (%) รวม (%) 1.1 ค่าแรงงาน เตรยี มดนิ 1,963.76 (49.63) 798.66 (20.19) 2,762.42 (69.82) ปลูก ดแู ลรกั ษา 1,135.72 (28.70) 554.37 (14.01) 1,690.09 (42.72) เกบ็ เก่ียว 1.2 ค่าวสั ดุ 375.72 (9.50) 280.98 (7.10) 656.70 (16.60) คา่ พนั ธุ์ ค่าป๋ยุ 106.34 (2.69) 5.53 (0.14) 111.87 (2.83) คา่ ยาปราบศตั รพู ชื /วัชพืช ค่าสารอนื่ ๆ/วสั ดุปรับปรุงดิน 92.39 (2.34) 135.33 (3.42) 227.72 (5.76) คา่ น้ามันเช้อื เพลงิ /หลอ่ ลน่ื ค่าวัสดุและวสั ดสุ ิ้นเปลอื ง 561.27 (14.19) 132.53 (3.35) 693.80 (17.54) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ ฯ 1.3 คา่ เสียโอกาสเงินลงทุน 761.63 (19.25) 217.28 (5.49) 978.91 (24.74) 81.94 (2.07) 146.71 (3.71) 228.65 (5.78) 487.95 (12.33) 69.35 (1.75) 557.30 (14.09) 20.19 (0.51) - (0.00) 20.19 (0.51) - (0.00) - (0.00) - (0.00) 115.24 (2.91) - (0.00) 115.24 (2.91) 40.06 (1.01) 0.19 (0.00) 40.25 (1.02) 16.25 (0.41) 1.03 (0.03) 17.28 (0.44) 66.41 (1.68) 27.01 (0.68) 93.42 (2.36)
41 ตารางท่ี 14 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ขา้ วหอมมะลิในพ้ืนทไี่ มเ่ หมาะสม (N) (ตอ่ ) รายการ ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพน้ื ที่ไม่เหมาะสม (N) ร้อยละ รอ้ ยละ 2. ต้นทุนคงท่ี ค่าเชา่ ทด่ี ิน เงินสด (%) ประเมิน ร้อยละ (%) รวม (%) คา่ เส่อื มอุปกรณก์ ารเกษตร - (0.00) 1,194.11 (30.18) 1,194.11 (30.18) คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุน ฯ - (0.00) 963.20 (24.34) 963.20 (24.34) - (0.00) 159.57 (4.03) 159.57 (4.03) 3. ตน้ ทุนรวมต่อไร่ - (0.00) 71.34 (1.80) 71.34 (1.80) 4. ผลผลิตต่อไร่ (กโิ ลกรมั ) 5. ราคาเฉลย่ี ทีเ่ กษตรกรขายได้(บาท/กก.) 1,963.77 (49.63) 1,992.77 (50.37) 3,956.54 (100.00) 6. มูลคา่ ผลผลติ /รายไดท้ ั้งหมด (บาท/ไร่) - - 323.58 7.12 7. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือต้นทนุ เงินสด (บาท/ไร)่ 2,303.89 8. ผลตอบแทนสุทธิเหนือตน้ ทุนผันแปร (บาท/ไร)่ 340.12 9. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือตน้ ทนุ ทงั้ หมด (บาท/ไร)่ (458.53) 10. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือผลผลิต (บาท/กก.) 11. ต้นทนุ การผลติ ราคา ณ จดุ คมุ้ ทนุ (บาท/กก.) -1,652.65 12. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ คุ้มทุน (กก./ไร่) -5.11 12.23 555.69 แหลง่ ข้อมูล : จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 จังหวดั ชลบรุ ี ตารางที่ 15 เปรยี บเทยี บต้นทุนการผลิตขา้ วหอมมะลใิ นพนื้ ทเ่ี หมาะสม(S) และไม่เหมาะสม (N) พน้ื ที่เหมาะสม (Suitability : พนื้ ทไี่ มเ่ หมาะสม (Not suitability : รายการ S) N) 1.ตน้ ทุนผนั แปร (บาท/ไร่) เงนิ สด ประเมิน รวม เงินสด ประเมิน รวม 2,052.14 546.39 2598.53 1,963.76 798.66 2,762.42 2.ต้นทนุ คงท่ี (บาท/ไร่) - 1,084.57 1,084.57 - 1,194.11 1,194.11 3. ตน้ ทุนทั้งหมด (บาท/ไร่) 2,079.95 1,603.16 3,683.11 1,963.77 1,992.77 3,956.54 4. ผลผลิตเฉลีย่ (กโิ ลกรมั /ไร่) 327.37 323.58 5. ราคาเฉลีย่ ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.12 7.12 6. มลู ค่าผลผลติ /รายได้ทงั้ หมด (บาท/ไร่) 7. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนือต้นทนุ เงนิ สด (บาท/ไร)่ 2,330.87 2,303.89 8. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือตน้ ทุนผนั แปร (บาท/ไร)่ 250.92 340.12 9. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ตน้ ทุนทัง้ หมด (บาท/ไร)่ -267.66 (458.53) 10. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ผลผลิต.(บาท/กก.) 11. ตน้ ทนุ การผลติ ราคา ณ จดุ คุ้มทุน (บาท/กก.) -1,352.24 -1,652.65 12. ปรมิ าณผลผลิต ณ จุดคมุ้ ทนุ (กก./ไร่) -4.13 -5.11 12.23 11.25 517.29 555.69 ที่มา : จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 จงั หวดั ชลบุรี
42 3.1.3 อ้อยโรงงาน (1) ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตออ้ ยโรงงานในพ้นื ท่เี หมาะสม (S) ผลจากการสารวจตน้ ทนุ การผลิตและผลตอบแทนการผลิตอ้อยโรงงาน ใน จังหวัดสระแก้ว ในเขตพื้นที่เหมาะสม (Suitability : S) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย (Total Cost :TC) จานวน 8,824.28 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) จานวน 7,313.51 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 82.88 และต้นทุนคงที่ (Total Fixed Cost : TFC ) จานวน 1,510.77 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 17.12 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนท่ีเป็นเงินสด 7,015.27 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 79.50 ท่ีเหลือประมาณร้อยละ 20.50 เป็นต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็น เงินสดสว่ นใหญจ่ ะเปน็ คา่ จา้ งแรงงาน รองลงมาเปน็ ค่าปัจจยั การผลติ ตา่ ง ๆ และค่าเก็บเก่ียวเป็นต้น ตน้ ทุนท่ีไมเ่ ป็นเงินสดนั้นส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงานตนเองและแรงงานแลกเปล่ียน สาหรับต้นทุนคงที่ ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นตน้ ทนุ ทไ่ี ม่เปน็ เงนิ สดเกอื บทัง้ หมดจะเป็นคา่ ใชท้ ี่ดนิ ผลตอบแทนการผลิตอ้อยโรงงาน ในพื้นที่ความเหมาะสม (S) จังหวัด สระแก้ว เกษตรกรได้ผลผลิตเฉลี่ย 11.64 ตันต่อไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคา ที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 793.10 บาทต่อตัน เกษตรกรจะมีรายได้ 9,233.20 บาทต่อไร่ ดังน้ัน เกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนอื ต้นทนุ ผนั แปร 1,919.69 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุน เงินสด 2,217.93 บาทต่อไร่ และจะได้รับผลตอบแทนเหนือต้นทุนท้ังหมด ( Economic Profit ) 408.92 บาทต่อไร่ โดยท่ีจุดคุ้มทุนในการผลิตข้าวหอมมะลิ (Break Even Point) ณ ปริมาณ ผลผลิตที่ 11.13 ตันตอ่ ไร่ และราคา ณ ไร่นาที่เกษตรกรต้องไดร้ ับ คือ 757.97 บาทต่อตนั ตารางท่ี 16 ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตอ้อยโรงงานในพื้นท่ีเหมาะสม (S) ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพนื้ ทเ่ี หมาะสม (S) รายการ ร้อยละ ร้อยละ ร้อยละ 1.ตน้ ทนุ ผันแปร เงนิ สด (%) ประเมนิ (%) รวม (%) 1.1 คา่ แรงงาน เตรยี มดนิ 7,015.27 (79.50) 298.24 (3.38) 7,313.51 (82.88) ปลกู ดูแลรักษา 4,546.39 (51.52) 174.43 (1.98) 4,720.82 (53.50) เก็บเกี่ยว 1.2 คา่ วัสดุ 310.82 (3.52) 126.63 (1.44) 437.45 (4.96) ค่าพนั ธุ์ คา่ ปุ๋ย 385.40 (4.37) - (0.00) 385.40 (4.37) คา่ ยาปราบศตั รูพืช/วัชพืช คา่ สารอน่ื ๆ/วสั ดปุ รับปรุงดิน 459.12 (5.20) 47.80 (0.54) 506.92 (5.74) คา่ น้ามนั เชื้อเพลงิ /หลอ่ ลืน่ ค่าวัสดุและวสั ดสุ น้ิ เปลอื ง 3,391.05 (38.43) - (0.00) 3,391.05 (38.43) คา่ ซอ่ มแซมอุปกรณ์ ฯ 1.3 คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทนุ 2,009.94 (22.78) 104.30 (1.18) 2,114.24 (23.96) 762.03 (8.64) 104.30 (1.18) 866.33 (9.82) 971.34 (11.01) - (0.00) 971.34 (11.01) 215.23 (2.44) - (0.00) 215.23 (2.44) 4.59 (0.05) - (0.00) 4.59 (0.05) 27.19 (0.31) - (0.00) 27.19 (0.31) 27.03 (0.31) - (0.00) 27.03 (0.31) 2.53 (0.03) - (0.00) 2.53 (0.03) 458.94 (5.20) 19.51 (0.22) 478.45 (5.42)
43 ตารางที่ 16 ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ ออ้ ยโรงงานในพน้ื ท่เี หมาะสม (S) (ตอ่ ) รายการ ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ในพ้ืนที่เหมาะสม (S) รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ 2. ตน้ ทุนคงท่ี คา่ เชา่ ทีด่ ิน เงินสด (%) ประเมิน (%) รวม (%) ค่าเส่ือมอุปกรณก์ ารเกษตร - (0.00) 1,510.77 (17.12) 1,510.77 (17.12) ค่าเสยี โอกาสเงนิ ลงทุน ฯ - (0.00) 1,467.36 (16.63) 1,467.36 (16.63) - (0.00) 30.70 (0.35) 30.70 (0.35) 3. ต้นทุนรวมตอ่ ไร่ - (0.00) 12.71 (0.14) 12.71 (0.14) 4. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (ตนั ) 5. ราคาเฉลย่ี ท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/ตนั .) 7,015.27 (79.50) 1,809.01 (20.50) 8,824.28 (100.00) 6. มลู คา่ ผลผลิต/รายได้ทงั้ หมด (บาท/ไร่) - - 11.64 793.10 7. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือต้นทุนเงินสด (บาท/ไร)่ 9,233.20 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือต้นทุนผนั แปร (บาท/ไร)่ 2,217.93 9. ผลตอบแทนสุทธิเหนือต้นทุนทง้ั หมด (บาท/ไร)่ 1,919.69 10. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ผลผลิต (บาท/ตนั .) 408.92 11. ต้นทนุ การผลิตราคา ณ จุดคุ้มทนุ (บาท/ตัน.) 35.12 757.97 12. ปริมาณผลผลติ ณ จุดค้มุ ทนุ (ตนั ./ไร่) 11.13 แหล่งขอ้ มลู : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จงั หวดั ชลบรุ ี (2) ต้นทนุ และผลตอบแทนในการผลติ อ้อยโรงงานในพื้นที่ไมเ่ หมาะสม (N) ผลจากการสารวจต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตอ้อยโรงงาน จังหวัดสระแก้ว ในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสม (Not suitability : N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย (Total Cost :TC) จานวน 8,411.63 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) จานวน 6,848.47 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 81.42 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) จานวน 1,563.16 บาทตอ่ ไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 18.58 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนที่เป็นเงินสด 6,068.95 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 72.15 ท่ีเหลือประมาณร้อยละ 27.85 เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุนผันแปรที่เป็น เงินสดส่วนใหญ่จะเป็นค่าจ้างแรงงาน รองลงมาเป็นค่าเก็บเกี่ยว เป็นต้น ต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสดนั้น สว่ นใหญ่เปน็ คา่ แรงงานตนเอง สาหรับตน้ ทุนคงที่ซ่งึ ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนท่ีไม่เป็นเงินสดเกือบทั้งหมด จะเปน็ คา่ ใชท้ ่ีดิน ผลตอบแทนการผลิตอ้อยโรงงาน ในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) จังหวัดสระแก้ว เกษตรกรได้ผลผลิตเฉล่ีย 11.28 ตนั ต่อไร่ เมื่อพจิ ารณาถงึ ผลตอบแทนจากเกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 793.10 บาทต่อตัน เกษตรกรจะมีรายได้ 8,942.71 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะมีผลตอบแทนเหนือ ต้นทุนผันแปร 2,094.24 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 2,873.76 บาทต่อไร่ และจะได้รับผลตอบแทนเหนือต้นทุนท้ังหมด ( Economic Profit ) 531.08 บาทต่อไร่ โดยท่ี จุดคุ้มทุนในการผลิตอ้อยโรงงาน (Break Even Point) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 10.61 ตันต่อไร่ และ ราคา ณ ไรน่ าทเ่ี กษตรกรต้องได้รบั คือ 746.00 บาทต่อตนั
44 ตารางท่ี 17 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ ออ้ ยโรงงานในพื้นทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลติ ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) รายการ ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ 1.ตน้ ทุนผนั แปร เงินสด (%) ประเมนิ (%) รวม (%) 1.1 ค่าแรงงาน เตรยี มดิน 6,068.95 (72.15) 779.52 (9.27) 6,848.47 (81.42) ปลกู ดูแลรักษา 3,791.87 (45.08) 103.61 (1.23) 3,895.48 (46.31) เก็บเก่ียว 1.2 ค่าวสั ดุ 460.08 (5.47) 53.85 (0.64) 513.93 (6.11) คา่ พันธุ์ คา่ ป๋ยุ 425.60 (5.06) - (0.00) 425.60 (5.06) ค่ายาปราบศัตรูพืช/วัชพชื คา่ สารอน่ื ๆ/วสั ดุปรับปรงุ ดิน 346.26 (4.12) 49.76 (0.59) 396.02 (4.71) ค่านา้ มนั เชือ้ เพลงิ /หล่อล่ืน คา่ วสั ดแุ ละวสั ดสุ น้ิ เปลอื ง 2,559.93 (30.43) - (0.00) 2,559.93 (30.43) คา่ ซอ่ มแซมอปุ กรณ์ ฯ 1.3 ค่าเสยี โอกาสเงินลงทุน 1,880.05 (22.35) 624.91 (7.43) 2,504.96 (29.78) 2. ตน้ ทุนคงที่ ค่าเชา่ ท่ีดิน 293.29 (3.49) 624.57 (7.43) 917.86 (10.91) คา่ เสื่อมอปุ กรณ์การเกษตร คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทุน ฯ 1,262.34 (15.01) - (0.00) 1,262.34 (15.01) 3. ตน้ ทนุ รวมตอ่ ไร่ 4. ผลผลติ ตอ่ ไร่ (ตัน) 259.49 (3.08) - (0.00) 259.49 (3.08) 5. ราคาเฉลยี่ ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/ตนั .) 6. มลู คา่ ผลผลติ /รายไดท้ ัง้ หมด (บาท/ไร่) 1.14 (0.01) - (0.00) 1.14 (0.01) 7. ผลตอบแทนสุทธิเหนือต้นทุนเงินสด (บาท/ไร)่ 10.71 (0.13) - (0.00) 10.71 (0.13) 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนอื ตน้ ทุนผันแปร (บาท/ไร)่ 52.90 (0.63) - (0.00) 52.90 (0.63) 9. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนอื ตน้ ทุนทั้งหมด (บาท/ไร)่ 0.18 (0.00) 0.34 (0.00) 0.52 (0.01) 10. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนอื ผลผลติ (บาท/ตนั .) 397.03 (4.72) 51.00 (0.61) 448.03 (5.33) 11. ตน้ ทนุ การผลิตราคา ณ จดุ ค้มุ ทุน (บาท/ตนั ) - (0.00) 1,563.16 (18.58) 1,563.16 (18.58) 12. ปริมาณผลผลติ ณ จดุ ค้มุ ทนุ (ตัน/ไร่) - (0.00) 1,501.14 (17.85) 1,501.14 (17.85) - (0.00) 41.35 (0.49) 41.35 (0.49) - (0.00) 20.67 (0.25) 20.67 (0.25) 6,068.95 (72.15) 2,342.68 (27.85) 8,411.63 (100.00) - - 11.28 793.10 8,942.71 2,873.76 2,094.24 531.08 47.10 746.00 10.61 แหล่งขอ้ มลู : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จงั หวดั ชลบรุ ี
45 ตารางท่ี 18 เปรียบเทียบตน้ ทุนการผลติ อ้อยโรงงานในเขตพ้ืนทีเ่ หมาะสม (S) และไมเ่ หมาะสม (N) รายการ พื้นทเี่ หมาะสม (Suitability : S) พน้ื ท่ไี ม่เหมาะสม (Not suitability : N) 1. ตน้ ทุนผันแปร (บาท/ไร)่ เงนิ สด ประเมิน รวม เงนิ สด ประเมิน รวม 7,015.27 298.24 7,313.51 6,068.95 779.52 6,848.47 2. ต้นทนุ คงท่ี (บาท/ไร)่ 0 1,510.77 1,510.77 0.00 1,563.16 1,563.16 7,015.27 1,809.01 8,824.28 6,068.95 2,342.68 8,411.63 3. ต้นทุนทง้ั หมด (บาท/ไร)่ 4. ผลผลิตเฉลี่ย (ตนั /ไร่) 11.64 11.28 793.10 793.10 5. ราคาเฉลีย่ ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/ตัน.) 6. มลู ค่าผลผลติ /รายไดท้ ้งั หมด (บาท/ไร่) 9,233.20 8,942.71 7.ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ตน้ ทนุ เงนิ สด (บาท/ไร)่ 2,217.93 2,873.76 8. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนือต้นทนุ ผนั แปร (บาท/ไร่) 1,919.69 2,094.24 9. ผลตอบแทนสทุ ธเิ หนือต้นทุนท้งั หมด (บาท/ไร่) 408.92 531.08 10. ผลตอบแทนสุทธิเหนือผลผลิต (บาท/ตัน) 35.12 47.10 11. ต้นทนุ การผลติ ราคา ณ จดุ คุ้มทุน (บาท/ตัน.) 757.97 746.00 12. ปริมาณผลผลิต ณ จุดคมุ้ ทนุ (ตนั /ไร่) 11.13 10.61 ทมี่ า : จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 จังหวดั ชลบุรี 3.1.4 มะมว่ งนา้ ดอกไม้ (1) ตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการผลติ มะมว่ งน้าดอกไม้ สาหรบั มะม่วงเปน็ พืชเศรษฐกิจท่ีสาคญั ของจงั หวัดสระแก้ว แต่กรมพัฒนา ที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ไดจ้ ัดพน้ื ที่ความเหมาะสมในการปลกู มะมว่ ง ดังนั้นการสารวจ ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตมะม่วงในจังหวัดสระแก้ว จึงไม่ได้จัดเก็บต้นทุนการผลิต ตามความเหมาะสม (Suitability : S) การผลิตมะม่วงในจังหวัดสระแก้วเกษตรกรมีต้นทุนการผลิต เฉลี่ย (Total Cost :TC) จานวน 18,890.86 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (Total Variable Cost : TVC ) จานวน 15,730.80 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 83.27 และต้นทุนคงท่ี (Total Fixed Cost : TFC ) จานวน 3,160.06 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 16.73 ของต้นทุนท้ังหมด ตามลาดับ เม่ือพิจารณาในรายละเอียดพบว่าเกษตรกรมีต้นทุนที่เป็นเงินสด 15,108.27 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 79.98 ท่ีเหลือประมาณร้อยละ 20.02 เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด โดยต้นทุน ผันแปรท่เี ป็นเงนิ สดส่วนใหญจ่ ะเป็นคา่ จา้ งแรงงานในการดแู ลรกั ษา เกบ็ เก่ยี ว รองลงมาเป็นค่าปัจจัย การผลิตต่าง ๆ เป็นต้น ต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสดน้ันส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงานตนเองและแรงงาน แลกเปลี่ยน สาหรับต้นทุนคงท่ีซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสดเกือบท้ังหมดจะเป็นค่าใช้ที่ดิน ผลตอบแทนการผลิตมะม่วง จังหวัดสระแก้ว เกษตรกรได้ผลผลิตมะม่วง เฉลี่ย 1,256.36 กิโลกรมั ไร่ เมือ่ พจิ ารณาถงึ ผลตอบแทนจากราคาท่เี กษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 42.71 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 53,659.14 บาทต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะมีผลตอบแทน เหนือต้นทนุ ผันแปร 46,069.49 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนเงินสด 38,550.87 บาท ต่อไร่ และเกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนเหนือต้นทุนท้ังหมด ( Economic Profit ) 34,768.28 บาทต่อไร่ โดยที่จุดคุ้มทุนในการผลิตมะม่วง ( Break Even Point ) ณ ปริมาณผลผลิตท่ี 442.31 กโิ ลกรมั ต่อไร่ และราคา ณ ไรน่ าทเี่ กษตรกรต้องได้รบั คอื 15.04 บาทต่อกิโลกรัม
46 ตารางท่ี 19 ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลติ มะม่วง รายการ ไม่แยกความเหมาะสมของดิน 1. ต้นทุนผนั แปร เงินสด ร้อยละ(%) ประเมิน รอ้ ยละ(%) รวม ร้อยละ(%) 1.1 ค่าแรงงาน เตรยี มดิน 15,108.27 (79.98) 622.53 (3.30) 15,730.80 (83.27) ปลกู ดูแลรกั ษา 7,111.09 (37.64) 478.56 (2.53) 7,589.65 (40.18) เกบ็ เกยี่ ว 1.2 คา่ วัสดุ - (0.00) - (0.00) - (0.00) คา่ พนั ธุ์ คา่ ป๋ยุ - (0.00) - (0.00) - (0.00) คา่ ยาปราบศัตรูพืชและวชั พืช ค่าสารอน่ื ๆ และวัสดุปรับปรุงดนิ 3,180.89 (16.84) 477.56 (2.53) 3,658.45 (19.37) คา่ นา้ มนั เชื้อเพลิงและหล่อลนื่ 3,930.20 (20.80) 1.00 (0.01) 3,931.20 (20.81) คา่ วสั ดกุ ารเกษตรและวัสดสุ ้นิ เปลือง 7,008.79 (37.10) 103.24 (0.55) 7,112.03 (37.65) ค่าซ่อมแซมอุปกรณก์ ารเกษตร 1.3 ค่าเสยี โอกาสเงินลงทนุ - (0.00) - (0.00) - (0.00) 2. ตน้ ทนุ คงท่ี ค่าเช่าที่ดิน 1,858.77 (9.84) - (0.00) 1,858.77 (9.84) คา่ เส่อื มอปุ กรณก์ ารเกษตร 1,960.05 (10.38) - (0.00) 1,960.05 (10.38) คา่ เสียโอกาสเงนิ ลงทนุ อุปกรณ์การเกษตร 420.72 (2.23) 10.71 (0.06) 431.43 (2.28) เฉล่ียต้นทุนก่อนใหผ้ ลผลติ 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 426.65 (2.26) - (0.00) 426.65 (2.26) 4. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กโิ ลกรมั ) 2,289.74 (12.12) 91.54 (0.48) 2,381.28 (12.61) 5. ราคาเฉล่ียท่เี กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 52.86 (0.28) 0.99 (0.01) 53.85 (0.29) 6. มูลค่าผลผลิต/รายได้ท้งั หมด (บาท/ไร)่ 988.39 (5.23) 40.73 (0.22) 1,029.12 (5.45) 7. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนอื ต้นทุนเงนิ สด (บ/ไร)่ - (0.00) 3,160.06 (16.73) 3,160.06 (16.73) 8. ผลตอบแทนสุทธเิ หนอื ตน้ ทนุ ผันแปร (บ/ไร)่ - (0.00) 1,787.47 (9.46) 1,787.47 (9.46) 9. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือต้นทุนทง้ั หมด (บ/ไร)่ - (0.00) 384.20 (2.03) 384.20 (2.03) 10. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือตน้ ทนุ ผลผลิต (บ/กก.) - (0.00) 2 03.94 (1.08) 203.94 (1.08) 11. ตน้ ทุนการผลติ ราคา ณ จดุ คมุ้ ทุน (บ/กก.) - (0.00) 784.45 (4.15) 784.45 (4.15) 12. ปรมิ าณผลผลติ ณ จดุ คุ้มทนุ (ตัน/ไร)่ 15,108.27 (79.98) 3,782.59 (20.02) 18,890.86 (100.00) - - ,256.36 42.71 53,659.14 38,550.87 46,069.49 34,768.28 27.67 15.04 442.31 แหล่งขอ้ มลู : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 จงั หวัดชลบุรี
ตารางที่ 20 เปรียบเทยี บ ตน้ ทนุ การผลิต ผลตอบแทน สนิ ค้าทีส่ าคัญ ( สินคา้ Top 4 ) จงั หวดั ส รายการ ตน้ ทุน : มันสาปะหลงั (S) (N) 1. ต้นทนุ ผนั แปร 4,530.02 4,193.49 2. ตน้ ทนุ คงท่ี 1,273.81 1,129.07 3. ตน้ ทนุ รวมตอ่ ไร่ 5,803.83 5,322.56 4. ผลผลิตตอ่ ไร่ (กิโลกรมั ) 3,317.29 3,154.34 5. ราคาเฉลยี่ ทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก./ตนั ) 1.57 1.57 6. มลู คา่ ผลผลติ /รายไดท้ ้งั หมด (บาท/ไร่) 5,208.15 4,952.31 7. ผลตอบแทนสุทธิเหนอื ตน้ ทุนเงนิ สด (บาท/ไร่) 1,901.76 1,858.52 8. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือตน้ ทุนผนั แปร (บาท/ไร่) 9. ผลตอบแทนสทุ ธิเหนือต้นทุนทง้ั หมด (บาท/ไร่) 678.13 758.82 10. ผลตอบแทนสุทธเิ หนือตน้ ทนุ ตอ่ ผลผลติ (บาท/กก./ตัน)) -595.68 -370.25 11. ตน้ ทนุ การผลติ ราคา ณ จุดคมุ้ ทุน (บาท/กก./ตนั ) 12. ปรมิ าณผลผลติ ณ จุดคมุ้ ทุน (กก./ไร่) -0.18 -0.12 1.75 1.69 3,696.71 3,390.17
47 สระแกว้ ตนั ทุน : ขา้ วหอมมะลิ ต้นทนุ : ออ้ ยโรงงาน ต้นทนุ : มะมว่ ง (S) (N) (S) (N) ไม่แยก 2,598.53 2,762.42 7,313.51 6,848.47 15,730.80 1,084.57 1,194.11 1,510.77 1,563.16 3,160.06 3,683.11 3,956.54 8,824.28 8,411.63 18,890.86 327.37 323.58 1,256.36 11.64 11.28 7.12 7.12 793.10 793.10 42.71 2,330.87 2,303.89 9,233.20 8,942.71 53,659.14 250.92 340.12 2,217.93 2,873.76 38,550.87 -267.66 -458.53 1,919.69 2,094.24 46,069.49 34,768.28 -1,352.24 -1,652.65 408.92 531.08 -4.13 -5.11 35.12 47.10 27.67 11.25 12.23 757.97 746.00 15.04 11.13 10.61 442.31 517.29 555.69
48 3.2 วิถีตลาดและบญั ชสี มดุลสินค้าเกษตรจงั หวดั สระแก้ว การบริหารจัดการสินค้าเกษตรท่ีสาคัญของจังหวัดสระแก้ว ซ่ึงมีสินค้าเกษตรท่ีสาคัญของ จังหวัดสระแก้ว 4 สินค้า คือ ข้าวหอมมะลิ มันสาปะหลัง อ้อยโรงงาน และมะม่วงน้าดอกไม้ ซึ่งการบริหาร จดั การสินคา้ เกษตรแตล่ ะชนิดมรี ายละเอียดดังนี้ 3.2.1. มันสาปะหลัง ปี 2560 ไทยมเี นอื้ ที่เก็บเก่ียว 8.64 ล้านไร่ ผลผลิต 31.19 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.61 ตัน เม่ือเทียบกับปี 2559 ท่ีมีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.92 ล้านไร่ ผลผลิต 30.56 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.43 ตัน พบวา่ พื้นท่ีเกบ็ เกี่ยวลดลงร้อยละ 3.16 เน่ืองจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น อ้อยโรงงาน ประกอบกับราคามันสาปะหลังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สาหรับผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ เพิ่มข้ึนร้อยละ 2.06 และร้อยละ 5.40 ตามลาดับ เน่ืองจากสภาพภูมิอากาศเอื้ออานวยทาให้ต้นมันสาปะหลังเจริญเติบโตดี จึงส่งผล ให้ผลผลิตโดยรวมเพ่ิมขึ้นด้วย ทั้งนี้ แหล่งเพาะปลูกมันสาปะหลังของไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาค ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื คิดเป็นร้อยละ 53.02 รองลงมาคือ ภาคกลาง ร้อยละ 25.13 และ ภาคเหนือ ร้อยละ 21.85 ตามลาดับ โดยจังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ปลูกมันสาปะหลังมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 16.17 รองลงมาคือ กาแพงเพชร ร้อยละ 7.13 ชัยภูมิ ร้อยละ 5.89 กาญจนบุรี ร้อยละ 5.78 และ อุบลราชธานี ร้อยละ 5.05 ตามลาดบั ผลผลิตมันสาปะหลังของไทยเข้าสู่กระบวนการแปรรูปท้ังหมด โดยแปรรูปเป็นมันเส้น มัน อัดเม็ด แป้งมันสาปะหลัง และเอทานอล เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเน่ือง เช่น อาหาร อาหารสัตว์ สาร ความหวานผงชูรส กระดาษ สิ่งทอ เป็นต้น โดยความต้องการใช้ภายในประเทศ ในแต่ละปีประมาณร้อยละ 20-25 ท่ีเหลอื ร้อยละ 75-80 เป็นการส่งออก 1) การผลติ มนั สาปะหลงั ของจงั หวดั สระแกว้ จังหวัดสระแก้ว เป็นแหล่งเพาะปลูกมันสาปะหลังอันดับ 6 ของประเทศ รองมาจากจังหวัด นครราชสีมา กาแพงเพชร ชัยภูมิ กาญจนบุรี และอุบลราชธานี ท้ังนี้แหล่งปลูกมันสาปะหลังที่สาคัญอยู่ใน อาเภอคลองหาด ร้อยละ 19.33 อาเภอวังสมบูรณ์ ร้อยละ 18.49 อาเภอวัฒนานคร ร้อยละ 14.21 อาเภอ ตาพระยา ร้อยละ 12.86 และอาเภอเมอื งสระแกว้ ร้อยละ 9.79 ตามลาดบั เกษตรกรผู้ปลูกมันสาปะหลังในจังหวัดสระแก้วมีประมาณ 16,600 ครัวเรือน โดยมีเนื้อท่ี เพาะปลกู มันสาปะหลังเฉล่ียครัวเรือนละประมาณ 26 ไร่ ปี 2556-2560 จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อท่ีเก็บเก่ียวและ ผลผลติ มันสาปะหลัง เพิม่ ขึน้ รอ้ ยละ 0.62 ร้อยละ 1.62 ตามลาดับ เน่ืองจากราคาพืชไร่แข่งขัน คือ อ้อยโรงงาน มรี าคาสงู จูงใจให้เกษตรกรหนั ไปปลูกอ้อยแทน มันสาปะหลัง ส่งผลให้คาดว่าปี 2560 เน้ือที่ผลิตมันสาปะหลัง ลดลง ส่วนผลผลิตต่อไร่เพ่ิมข้ึนเล็กน้อยร้อยละ 1.00 ต่อปี เน่ืองจากในปี 2559 เกิดภาวะภัยแล้งส่งผลให้ ผลผลิตต่อไร่ลดลงมาก สาหรับปี 2560 (พยากรณ์ ณ ธันวาคม 2559) คาดว่าจังหวัดสระแก้วมีเน้ือที่เก็บเก่ียว มันสาปะหลัง 0.377 ล้านไร่ ผลผลิต 1.397 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.701 ตัน เทียบกับเนื้อท่ีเก็บเกี่ยว 0.432 ล้านไร่ ผลผลิต 1.379 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.192 ตันในปี 2559 พบว่า เนื้อที่เก็บเกี่ยว ลดลง ร้อยละ 14.45 เน่ืองจากเกษตรกรปรับเปล่ียนไปปลูกพืชอ่ืน เช่น อ้อยโรงงาน ส่วนผลผลิตและผลผลิตต่อไร่ เพมิ่ ขน้ึ ร้อยละ 1.29 และ 13.75 ตามลาดบั เนอื่ งจากสภาพอากาศเอือ้ อานวยต่อการเจริญเติบโต ประกอบกับ เกษตรกรมีการบารุงดแู ลรกั ษาที่ดี
49 ตารางท่ี 21 เน้อื ทเ่ี ก็บเกย่ี ว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ มนั สาปะหลงั ของจงั หวัดสระแกว้ ปี 2556-2560 ปี เนือ้ ทีเ่ ก็บเกี่ยว ผลผลติ ผลผลิตตอ่ ไร่ (ไร่) (ตนั ) (กก.) 2556 397,215 1,362,393 3,430 2557 366,477 1,233,331 3,365 2558 437,586 1,555,773 3,555 2559 431,891 1,378,555 3,192 2560 377,358 1,396,602 3,701 อัตราเพมิ่ (รอ้ ยละ) 0.62 1.62 1.00 ทมี่ า : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร, ธันวาคม 2559 ตารางท่ี 22 เนื้อท่ีเก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ มันสาปะหลังของจังหวัดสระแก้ว รายอาเภอ ปี 2558 อาเภอ เนอ้ื ทีเ่ ก็บเกี่ยว ผลผลติ ผลผลติ ตอ่ ไร่ (ไร่) (ตนั ) (กก.) เมืองสระแกว้ 42,830 154,445 3,606 คลองหาด 84,601 314,547 3,718 ตาพระยา 56,259 187,961 3,341 วังน้าเย็น 37,533 131,741 3,510 วฒั นานคร 62,182 230,260 3,703 อรญั ประเทศ 25,186 86,539 3,436 เขาฉกรรจ์ 35,210 121,756 3,458 โคกสงู 12,855 41,303 3,213 วงั สมบรู ณ์ 80,930 287,221 3,549 รวม 437,586 1,555,773 3,555 ที่มา : สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
50 ตารางท่ี 23 การนาเขา้ มนั เส้นจากชายแดนกมั พูชา ปี ปรมิ าณ มูลคา่ (ตนั ) (ล้านบาท) 2555 494,636 1,925.16 2556 369,125 1,472.77 2557 460,388 1,840.28 2558 1,200,604 4,835.18 2559 1,524,806 6,782.32 ทมี่ า : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร 2) การตลาด (1) โครงสร้างการตลาดมันสาปะหลังของจังหวัดสระแก้ว ผู้ท่ีเก่ียวข้องในสินค้ามัน สาปะหลัง มีดังน้ี (1.1) เกษตรกรผู้ปลูกมันสาปะหลัง จังหวัดสระแก้วมีเกษตรกรผู้ปลูกมันสาปะหลังกว่า 16,600 ครวั เรือน แหลง่ ปลกู มนั สาปะหลงั ท่ีสาคัญอยู่ในอาเภอคลองหาด อาเภอวังสมบูรณ์ อาเภอวัฒนานคร อาเภอตาพระยา และอาเภอเมืองสระแก้ว ตามลาดบั เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือน กันยายนของปีถัดปี แต่เก็บเกี่ยวผลผลิตมากในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี ประมาณร้อยละ 68-80 เมื่อเก็บเก่ียวผลผลิตมันสาปะหลังจะนาผลผลิตมาขายให้แก่ ลานรวบรวม ลานมันเส้น และโรงงานแป้ง มันสาปะหลงั (1.2) ลานรวบรวม จังหวัดสระแก้วมีลานรวบรวมมันสาปะหลังสดกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่ง เพาะปลูกมนั สาปะหลงั จะทาหน้าที่รวบรวมหัวมันสาปะหลังสดจากเกษตรกรเพ่ือนามาจาหน่ายให้แก่โรงงาน แปง้ มนั สาปะหลัง โรงงานเอทานอลและลานมนั เส้นท่ีอยู่ในจงั หวัดสระแก้วและนอกจงั หวดั สระแกว้ (1.3) โรงงานแปรรูป แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ดังนี้ (1.3.1) ลานมันเส้น จงั หวัดสระแก้วมีลานมันเส้นเป็นจานวนมากกระจายอยู่ทุกอาเภอที่ เป็นแหล่งเพาะปลูกมันสาปะหลัง แต่ลานมันเส้นส่วนใหญ่หยุดการแปรรูป โดยหันไปทาหน้าท่ีรวบรวมและ ตากกากมันสาปะหลังแทนการตากมันเส้น และจาหน่ายกากมันสาปะหลังแห้งให้แก่ 1) ผู้ใช้ในประเทศ เช่น โรงงานอาหารสัตว์ 2) โรงงานมันอัดเม็ด 3) ผู้ส่งออกกากมันสาปะหลังแห้ง และ 3) ผู้ใช้ต่างประเทศ (เป็นผู้ส่งออกกากมันสาปะหลังแห้งเอง) โดยลานมันท่ีมีสถานท่ีต้ังใกล้เส้นทางด่านชายแดน จะปรับเปลี่ยนเป็น ผู้นาเข้า นาเข้ามันเส้นจากประเทศกัมพูชาเพ่ือส่งให้แก่ผู้ส่งออกและผู้ใช้ในประเทศ ได้แก่ โรงงานแป้งมัน สาปะหลังและลานมันเส้นอ่ืนที่มีหัวมันสาปะหลังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ลานมันเส้นส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน อ.คลองหาด อ.วังสมบูรณ์ อ.วัฒนานคร เนื่องจากพ้ืนที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเพาะปลูกมันสาปะหลังที่สาคัญ ของจงั หวัดสระแก้ว (1.3.2) โรงงานแปง้ มนั สาปะหลงั (โรงงานแป้งมันสาปะหลัง) จังหวัดสระแก้วมีโรงงานแป้ง มันสาปะหลัง 3 โรงงาน ต้ังอยู่ใน อ.เมืองสระแก้ว และ อ.วัฒนานคร โดยมีโรงงานแป้งมันสาปะหลัง 1 โรงงาน ผลิตเฉพาะแป้งหมาดเพื่อส่งเป็นวัตถุดิบให้แก่โรงงานเอทานอลในจังหวัดใกล้เคียง โรงงานแป้งทาหน้าท่ีรับซื้อ มันสาปะหลังจากเกษตรกร ลานมันรวบรวม และลานมันเส้น เพ่ือนามาผลิตเป็นแป้งมันสาปะหลัง ทั้งน้ีกาลัง
51 การผลิตแป้งมันสาปะหลังรวม 1,150 ตันแป้งมันสาปะหลังต่อวัน ทาให้มีความต้องการใช้หัวมันสาปะหลังสด เต็มกาลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสาปะหลังท้ัง 4 โรงงาน มีประมาณ 4,830- 5,060 ตันต่อวัน หรือประมาณ 1.55 – 1.62 ลา้ นตนั ตอ่ ปี (1.3.3) โรงงานเอทานอล จังหวัดสระแก้วมีโรงงานเอทานอล 1 โรงงาน จังหวัดสระแก้วมี โรงงานเอทานอล 1 โรงงาน ต้ังอยู่ใน อ.เมืองสระแก้ว มีกาลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน ทาให้มีความต้องการ ใช้หัวมันสาปะหลังสดเต็มกาลังการผลิตของโรงงานประมาณ 930 - 950 ตันต่อวัน หรือประมาณ 0.31 – 0.33 ล้านตันตอ่ ปี (4) วิถีตลาดมนั สาปะหลังของจงั หวัดสระแกว้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสาปะหลังจังหวัดสระแก้วเม่ือเก็บเกี่ยวมันสาปะหลัง จะจาหน่าย มันสาปะหลังให้แก่ลานมันเส้น มากท่ีสุดคือร้อยละ 66.55 เนื่องจากมีลานมันกระจายเกือบทุกท้องที่ในแหล่ง ผลติ มนั สาปะหลงั ทาใหเ้ กษตรกรบางส่วนขายให้แก่ลานมันเส้น/ลานรวบรวม ซ่ึงส่วนใหญ่รับซ้ือมันคละ และ โรงงานแปง้ มันสาปะหลงั ร้อยละ 33.45 เนื่องจากผลผลิตมันสาปะหลังในจังหวัดสระแก้วไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานจึงต้อง มีการนาเข้าผลผลิตจากจังหวัดอ่ืน แบ่งเป็น 1) เกษตรกรต่างจังหวัดจาหน่ายมันสาปะหลังให้แก่ลานมันเส้น/ลาน รวบรวมในจงั หวัดของตนเอง แล้วผู้ประกอบการดังกล่าวนามันสาปะหลังมาจาหน่ายในแก่โรงงานแปรรูปในจังหวัด สระแก้ว ร้อยละ 26.35 และ 2) นามันเส้นเข้ามาจากประเทศกัมพูชา เพ่ือจาหน่ายให้แก่โรงงานแปรรูปในจังหวัด สระแก้วโดยตรง รอ้ ยละ 11.32 ลานมันเส้น/ลานรวบรวม จะรับซื้อมันสาปะหลังทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เนื่องจาก ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับมันเส้นจากกัมพูชา ประกอบกับโรงงานแป้งมันสาปะหลังจะให้ความสาคัญ กับการรับซ้ือจากเกษตรกรมากกว่า ทาให้ลานมันทาการผลิตหรือรวบรวมได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะรับซื้อมัน สาปะหลังจากเกษตรกรในจังหวัดร้อยละ 90 โดยจะทาการแปรรูปเป็นมันเส้นร้อยละ 33.92 และนาไป จาหน่ายใหแ้ กโ่ รงงานแป้งมันสาปะหลังและโรงงานเอทานอลในจังหวัดร้อยละ 66.08 เมื่อแปรรูปเป็นมันเส้น แล้ว จะจาหน่ายมนั เส้นใหก้ บั ผสู้ ง่ ออก ร้อยละ 87.29 และโรงงานอาหารสัตว์ รอ้ ยละ 12.71 โรงงานแป้งมันสาปะหลังจะรับซื้อมันสาปะหลังท้ังในจังหวัดและต่างจังหวัด เนื่องจาก ในบางช่วงเวลาผลผลิตมันสาปะหลังในจังหวัดไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ เพ่ือนามาแปรรูปเป็นแป้งมัน สาปะหลงั แบ่งเป็น 1) รับซื้อมันสาปะหลังจากเกษตรกรในจังหวัดร้อยละ 36.34 และรับซ้ือมันสาปะหลังจาก ลานมนั เส้น/ลานรวบรวมในจังหวดั รอ้ ยละ 28.63 และ 2) รบั ซอ้ื มนั สาปะหลังจากลานต่างจังหวัด ร้อยละ 16.73 เม่ือทาการแปรรูปเป็นแป้งมันสาปะหลังแล้ว จะจาหน่ายในประเทศเพ่ือใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รอ้ ยละ 78.21 และจาหน่ายให้ผู้สง่ ออก รอ้ ยละ 16.90 ทเ่ี หลือจะจาหน่ายในประเทศในรูปแบบ จาหน่ายปลีก และ repacking โรงงานเอทานอล จะใช้หัวมันสด/มันเส้นทไ่ี ดจ้ ากลานรวบรวม และมันเส้นที่นาเข้ามาแปรรูป เป็นเอทานอล ต้ังแต่ปลายปี 2559 เกิดความขาดแคลนเอทานอล เน่ืองจากความต้องการใช้มากข้ึน ขณะท่ี กากน้าตาลมปี ริมาณน้อยและราคาแพง ทาให้ในปี 2560 โรงงานเอทานอลตา่ งผลิตเตม็ กาลงั การผลิต
มันสาปะหลงั สด 52 100 นาเขา้ 100% ลานมนั เสน้ / เอทานอล โรงงานแป้งมนั ดิบ/ รวบรวม 3.46% แปง้ แปรรปู 66.55% 56.34% อาหารสัตว์ ส่งออก ขายปลีก อุต.อาหาร สง่ ออก 5.11% 35.09% 2.76% สารความหวาน 9.52 % 44.06% ภาพท่ี 26 วิถกี ารตลาดมนั สาปะหลังจังหวดั สระแก้ว, 2560 ท่มี า : จากการสารวจ, 2560 3) การใช้มนั สาปะหลงั ของจังหวดั สระแก้ว ปี 2559/60 (1) ดา้ นผลผลิต (Supply) (ผลผลติ ในจังหวดั +นาเขา้ ) (1.1) ผลผลติ มนั สาปะหลังในจังหวัด จังหวดั สระแกว้ สามารถผลติ มันสาปะหลงั ไดป้ รมิ าณ 1,396,602 ตัน หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 67.26 ของความตอ้ งการใชม้ นั สาปะหลังทงั้ หมด ซึง่ ไมเ่ พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการใชข้ องโรงงานแปรรูปมนั สาปะหลงั ในจังหวดั (1.2) การนาเขา้ จากจังหวัดอืน่ มนั สาปะหลงั ทผี่ ลิตได้ในจงั หวัดสระแกว้ ไมเ่ พียงพอตอ่ ความตอ้ งการใช้ของโรงงานแปรรูปมัน สาปะหลังในจังหวัด รวมถึงมันสาปะหลังท่ีผลิตได้บางส่วนได้ส่งออกไปจาหน่ายยังต่างจังหวัด จึงต้องมีการ นาเข้ามันสาปะหลังจากจังหวัดอื่นปริมาณ 679,941 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 32.74 ของความต้องการใช้มัน สาปะหลังทั้งหมด ท้ังนี้ส่วนใหญ่นาเข้ามันสาปะหลังจากบุรีรัมย์ ปราจีนบุรี เป็นต้น นอกจากนี้ยังนาเข้าจาก ต่างประเทศในรปู มันเสน้ ร้อยละ 11.32 (2) ดา้ นความต้องการใช้ (Demand) (2.1) เข้าโรงงานแปรรูป โรงงานแปรรูปมันสาปะหลังในจังหวัดสระแก้วมี 3 ประเภท คือ โรงงานแป้งมันสาปะหลัง โรงงานเอทานอลและลานมันเส้น โดยโรงงานแป้งมันสาปะหลัง มีความต้องการใช้มันสาปะหลัง 1,001,816 ตัน คิดเป็นร้อยละ 48.24 ของความต้องการใช้หัวมันสาปะหลังในจังหวัดสระแก้ว โรงงานเอทานอล มีความ ต้องการใช้มันสาปะหลัง 283,500 ตัน คิดเป็นร้อยละ 13.65 ของความต้องการใช้ส่วนลานมันเส้น มีความ ต้องการใชม้ ันสาปะหลงั 227,400 ตนั คิดเป็นรอ้ ยละ 10.95 ท่ีเหลือร้อยละ 24.74 หรือปริมาณ 513,826 ตัน เป็นการสง่ ออกมันสาปะหลงั ไปตา่ งจังหวดั
53 (2.2) การสง่ ออกมนั สาปะหลงั ไปตา่ งจังหวดั เกษตรกรและลานมันเส้น/ลานรวบรวมบางส่วนในจังหวัดสระแก้ว จาหน่ายมันสาปะหลัง ให้แก่ลานมัน/โรงงานแปรรูปมันสาปะหลังในต่างจังหวัดปริมาณ 513,826 ตัน เน่ืองจากพ้ืนท่ีปลูกมันสาปะหลัง อยู่ใกล้กับโรงงานแปรรูปท่ีอยู่ต่างจังหวัด หรือโรงงานแปรรูปที่อยู่ต่างจังหวัดให้ราคาสูงกว่า ท้ังนี้ส่วนใหญ่ ส่งออกมันสาปะหลงั ไปจังหวัดระยองและนครราชสีมา
ตารางที่ 24 การบริหารจดั การมันสาปะหลังจงั หวัดสระแก้ว ปี 2559/60 รายการ ปี 2559 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. 1. ผลผลิต (Supply) 140,136 146,095 221,343 403,225 382,90 1.1 ผลผลติ หวั มันสดท่ผี ลิตในจังหวัด (ตันหวั มันสด) 43,920 55,009 161,706 376,108 352,06 1.2 การนาเข้า 96,216 91,086 59,637 27,116 30,83 1.2.1 นาเขา้ หัวมันสดจากจังหวัดอน่ื (ตันหวั มนั สด) 69,891 67,686 36,237 3,716 7,4 1.2.2 นาเขา้ จากต่างประเทศ (ตันหวั มนั สด) 26,325 23,400 23,400 23,400 23,4 2. ความต้องการใช้ (Demand) 140,136 146,095 221,343 403,225 382,90 2.1 เขา้ โรงงานแปรรปู 133,548 135,093 172,831 192,604 193,91 2.1.1 ลานมนั เส้น (ตันหัวมันสด) 11,000 21,600 40,500 45,660 45,66 2.1.3 โรงงานแป้งมนั สาปะหลัง 93,298 84,243 103,081 117,694 119,00 2.1.4 โรงงานเอทานอล (ตันหัวมนั สด) 29,250 29,250 29,250 29,250 29,25 2.2 สง่ ออกหวั มนั สดไปจังหวดั อ่นื (ตนั หวั มันสด) 6,588 11,002 48,512 210,621 188,99 3) ผลผลิตส่วนเกิน/ขาด (1-2) (ตนั หัวมนั สด) 0000 ทมี่ า : จากการสารวจ, 2560
54 หน่วย : ตนั หัวมันสด ปี 2560 รวม ร้อยละ . มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 00 249,102 101,334 59,843 68,611 97,294 101,397 105,262 2,076,542 100.00 62 216,784 81,160 36,832 22,223 15,886 19,828 15,083 1,396,602 67.26 38 32,318 20,174 23,011 46,388 81,408 81,568 90,179 679,941 32.74 438 8,918 5,774 8,611 31,988 65,208 65,368 73,979 444,816 21.42 400 23,400 14,400 14,400 14,400 16,200 16,200 16,200 235,125 11.32 00 249,102 101,334 59,843 68,611 97,294 101,397 105,262 2,076,542 100.00 10 191,410 69,160 56,160 67,500 96,500 101,000 103,000 1,512,716 72.85 60 41,160 15,160 5,160 1,500 0 0 0 227,400 10.95 00 121,000 36,000 33,000 48,000 78,500 83,000 85,000 1,001,816 48.24 50 29,250 18,000 18,000 18,000 18,000 18,000 18,000 283,500 13.65 90 57,692 32,174 3,683 1,111 794 397 2,262 563,826 27.15 0 0 0000 0 0 0
55 4) ปัญหาและอปุ สรรคสินค้ามนั สาปะหลัง ปี 2559/60 (1) ด้านการผลติ (1.1) เกษตรกรประสบภาวะภัยแล้ง ส่งผลใหผ้ ลผลิตต่อไร่ลดลง (1.2) เกษตรกรใช้พันธุ์มันสาปะหลังท่ีไม่เหมาะสมกับพ้ืนที่ และใช้พันธุ์ตามคา โฆษณาชวนเช่ือสง่ ผลให้ผลผลิตมันสาปะหลังเชอื้ แปง้ ต่า (1.3) เกษตรกรบางส่วนปลูกมันสาปะหลังหลังนา ทาให้ต้องรีบขุดหัวมัน สาปะหลัง สง่ ผลใหไ้ ด้ผลผลติ มนั สาปะหลังขนาดเลก็ ผลผลติ น้อยและเชอื้ แป้งตา่ (1.4) ปัญหาขาดแคลนนา้ สง่ ผลกระทบต่อเกษตรกรและโรงงานแปรรูป (2) ดา้ นการตลาด (2.1) ราคามันสาปะหลังตกต่า ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน ซ่ึงในปี 2559/60 ตน้ ทนุ การปลูกมนั สาปะหลังกิโลกรมั ละ 1.85 บาท แต่เกษตรกรขายมันสาปะหลงั สดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.19- 1.70 บาท (2.2) ราคามนั เสน้ ตกต่า เนอ่ื งจากประเทศคู่ค้าหลัก คือ จีน ลดการนาเข้ามันเส้น จากไทย (2.3) ผลผลิตมันสาปะหลังที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานแปร รูป ส่งผลให้ต้องนาเข้าหัวมันสาปะหลังสดจากต่างจังหวัด และในบางช่วงเวลาต้องส่งออกไปต่างจังหวัด เนอื่ งจากมกี ารแขง่ ขันด้านราคาหรอื มสี ่วนเกนิ ควรกระจาย หรือรวมกลุ่มการขาย เพื่อให้โรงงานสามารถจัด วางแผนได้ (2.4) มีการลกั ลอบนาเข้าหัวมนั สดและมันเส้นจากประเทศเพื่อนบ้านซ่ึงมีราคาต่า กวา่ ไทย สง่ ผลกระทบต่อราคาหัวมันสาปะหลังสดในประเทศ 5) ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ (1) ด้านการผลิต (1.1) ภาครัฐได้ดาเนินการส่งเสริมและสนับสนุนเร่ืองการเพ่ิมประสิทธิภาพการ ผลิตใหแ้ ก่เกษตรกรผู้ปลกู มนั สาปะหลงั เชน่ การประชาสมั พันธ์ให้ความรู้ในเรื่องพันธ์ุ การปรับปรุงบารุงดิน ระบบน้า เปน็ ตน้ (1.2) ภาครัฐได้สนับสนุนสินเช่ือให้แก่เกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การปลกู มนั สาปะหลังในระบบน้าหยด (2) ดา้ นการตลาด (2.1) สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรในการแปรรูปมันสาปะหลังเบื้องต้น เช่น การทามันเส้นสะอาด ทงั้ น้ภี าครฐั ได้สนับสนนุ สนิ เชือ่ ในการซอื้ เคร่ืองจักรเพ่ือแปรรูปมันสาปะหลัง (2.2) สนบั สนุนใหเ้ กษตรกรมีการรวมกลุ่ม เพ่ือสร้างอานาจในการต่อรองการขาย ผลผลิต และการซอ้ื ปัจจยั การผลิต เช่น ปุย๋ หรอื สารเคมี (2.3) ขยายตลาดมนั เส้น เพ่ือไม่ให้พ่ึงพาตลาดจนี ตลาดเดยี ว (2.4) ภาครัฐดูแลการนาเขา้ มนั สาปะหลังไมใ่ ห้นาเข้ามนั สด 3.2.2 ขา้ วหอมมะลิ 1) สถานการณ์การผลิต พ้ืนท่ีเพาะปลูก พื้นท่ีเก็บเก่ียว ผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ ข้าวนาปีในช่วงปีเพาะปลูก 2555/56 –2559/60 จังหวัดสระแก้วจานวน 733,300 ไร่ และมีพื้นที่เก็บเก่ียวข้าวจานวน 703,689 ไร่ เนื่องจากมีภัยแล้งทาให้พื้นท่ีเพาะปลูกบางแห่งเสียหายจานวน 29,611 ไร่ ให้ผลผลิต 228,447 ตัน ข้าวเปลือก ซ่ึงมีผลผลิตต่อไร่ 325 กิโลกรัม สาหรับอัตราการเจริญเติบโตในรอบ 5 ปี ท้ังพื้นท่ีเพาะปลูก
56 พ้นื ท่ีเก็บเก่ยี ว ผลผลิต ผลผลิตตอ่ ไร่ มีสัดส่วนที่ลดลงร้อยละ 9.06 3.34 5.00 และ 1.52 ตามลาดับ เพราะ สภาพภูมอิ ากาศทเ่ี ปลย่ี นแปลงปรมิ าณนา้ ฝนและปริมาณน้าในการทาเกษตรลดลง และราคาผลผลิตที่ลดลง ทาให้รายได้จากการทานาลดลงตามจึงทาให้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายครัวเรือน ดังน้ัน เกษตรกร ได้ปรบั เปลยี่ นจากพนื้ ท่นี าขา้ วเปน็ ออ้ ยโรงงานและปาล์มนา้ มัน รวมท้ังยคู าลปิ ตสั ในท่ีขาดแคลนนา้ ตารางท่ี 25 พืน้ ท่เี พาะปลูก พ้นื ทีเ่ ก็บเก่ยี ว ผลผลิต ผลผลติ ต่อไร่ ข้าวนาปใี นชว่ งปเี พาะปลกู 2555/56 – 2559/60 จังหวดั สระแก้ว ปเี พาะปลูก พ้ืนทเี่ พาะปลูก พนื้ ทเี่ ก็บเก่ียว ผลผลิต ผลผลิตตอ่ ไร่ (ไร่) (ไร่) (ตัน) (กก.) 2555/56 806,379 727,974 240,461 330 2556/57 794,898 770,105 252,139 327 2557/58 794,898 770,105 252,139 327 2558/59 736,165 528,592 171,129 324 2559/60* 733,300 703,689 228,447 325 อตั ราเพ่ิม (%) -9.06% -3.34% -5.00% -1.52% ท่มี า : สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร * ข้อมลู พยากรณ์ ณ 8 มีนาคม 2560 พ้ืนทเี่ พาะปลกู พืน้ ท่เี ก็บเกี่ยว ผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ ข้าวหอมมะลิปีเพาะปลูก 2559/60 รายอาเภอ ของจังหวัดสระแก้ว ทง้ั 7 อาเภอ พ้ืนท่ีเก็บเก่ียว 545,580 ไร่ มีผลผลิตข้าวหอมมะลิ จานวน 207,722 ตัน และผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 381 กิโลกรัม พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ อาเภอตาพระยามีพ้ืนที่เพาะปลูกสูงสุด จานวน 169,900 ไร่ รองลงมาอาเภออรัญประเทศ จานวน 111,700 ไร่ และอาเภอวัฒนานคร จานวน 95,200 ไร่ และอาเภอที่ให้ผลผลิตสูงสุดได้แก่ อาเภอตาพระยา จานวน 61,164 ตัน และอาเภอที่มีผลิตต่อ ไร่แต่ละอาเภอใกล้เคียงกันสูงสุดจานวน 400 กิโลกรัม ส่วนใหญ่ปลูกข้าวนาปีพันธ์ุหอมมะลิ 105 ซึ่งใช้ ระยะเวลาปลูกประมาณ 120 วัน และอาศัยน้าฝนเป็นหลัก แต่มีพื้นท่ีชลประทานช่วยเหลือบ้างจึงทาให้ ปลูกขา้ วได้ทกุ อาเภอ ตารางท่ี 26 พื้นทีเ่ พาะปลูก พ้นื ท่ีเก็บเกี่ยว ผลผลติ ผลผลิตตอ่ ไร่ ข้าวเจา้ หอมมะลิ ปีเพาะปลูก 2559/60 จังหวัดสระแกว้ อาเภอ พนื้ ทเี่ กบ็ เก่ียว (ไร่) ผลผลติ (ตัน) ผลผลติ ต่อไร่ (กก.) 400 1. เมืองสระแก้ว 32,200 12,880 400 360 2. คลองหาด 7,250 2,900 400 390 3. ตาพระยา 169,900 61,164 400 380 4. วงั นา้ เย็น 19,450 7,780 370 400 5. วฒั นานคร 95,200 37,128 381 6. อรัญประเทศ 111,700 44,680 7. เขาฉกรรจ์ 31,000 11,780 8. โคกสงู 75,000 27,750 9. วังสมบรู ณ์ 4,150 1,660 รวมทั้งจังหวดั 545,850 207,722 ทม่ี า: สานกั งานเกษตรจังหวัดสระแก้ว, 20 ม.ค.2560
57 2) การตลาด และโครงสร้างตลาด (1) เกษตรกร เกษตรกรรายย่อยท่ีปลูกส่วนมากเก็บข้าวหอมมะลิไว้เพ่ือบริโภคภายในครัวเรือนร้อยละ 34.52 เพราะราคาขา้ วเปลอื กมรี าคาถูกจงึ หนั มาเกบ็ ไว้บรโิ ภคมากขึ้น และเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธ์ุร้อยละ 8.36 สุดท้ายเก็บไว้จ่ายเป็นค่าเช่านาร้อยละ 2.87 รวมแล้วเกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ประมาณร้อยละ 45.75 ส่วนพฤติกรรมการขายข้าวหอมมะลิของเกษตรกรจะขายผลผลิตหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเป็นส่วนใหญ่และ มีบางสว่ นเข้าโครงการรับจานายงุ้ ฉาง และทยอยออกมาขายบ้าง ซึ่งเดอื นท่เี กษตรกรนาผลผลิตออกขายมาก ได้แก่ เดือนพฤศจิกายน ประมาณร้อยละ 52.33 ซ่ึงผลผลิตท่ีเก็บเก่ียวไม่ทันหรือออกช้ากว่าน้ีมักเจอฝนตก ชว่ งปลายปีและลมแรงทาให้ต้นข้าวล้มจมโคลนส่งผลใหค้ ุณภาพผลผลิตลดลงมีสิง่ เจอื ปนมาก สาหรับการขายผลผลิต เกษตรกรจะขายผลผลิตให้กับโรงสีข้าว สหกรณ์การเกษตร และ พ่อค้ารวบรวมท้องถิ่น (ลานรับซื้อข้าวเปลือก) จากการสารวจพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 29.99 ขายขา้ วเปลอื กหอมมะลใิ หก้ บั โรงสีในพื้นท่ีโดยตรงซ่ึงโรงสีข้าวจะมีมาตรฐานในการรับซ้ือข้าวเปลือก โดยมีการคัดคุณภาพข้าวก่อนรองลงมา คือ ขายให้ผู้รวบรวมท้องถิ่นประมาณร้อยละ 18.87 ด้วยเหตุผล ในเรื่องของความสะดวกสบายเพราะผู้รวบรวมท้องถ่ินสามารถรับซ้ือข้าวเปลือกทั้งหมด โดยไม่มีการคัด คุณภาพข้าวเปลือกมากเท่าโรงสี และขายผลผลิตให้กับสถาบันเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์การเกษตร คิดเป็นร้อยละ 5.39 เพราะมีโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพ่ิมโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2559/60 ซึ่งเหมาะสาหรับเกษตรกรท่ีเป็นสมาชิกของสหกรณ์การเกษตร และต้องการใช้หน้ีและ รับเงินปนั ผลจงึ ขายขา้ วใหก้ บั สหกรณก์ ารเกษตรทตี่ นเองเปน็ สมาชกิ (2) ผู้รวบรวมท้องถนิ่ /ลานรบั ซอ้ื ข้าว พ่อคา้ รวบรวมท้องถนิ่ ส่วนมากจะเป็นลานรับซ้ือข้าวเปลือกในแต่ละอาเภอ ซึ่งจะทาหน้าที่ รวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกรส่งต่อให้กับโรงสีข้าว ซ่ึงผู้รวบรวมท้องถ่ินจะมีลานรับซ้ือเป็นของตนเอง โดยรับซ้ือข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรง และมีการจ้างแรงงาน และรถบรรทุกขนข้าวเป็นของตนเอง ทัง้ นด้ี ้วยปจั จัยความผันผวนของราคาข้าวเปลอื กฤดกู าลนี้ทาให้ผู้รวบรวบชะลอการรับซื้อผลผลิตเพราะเกรง ว่าราคาปลายทางจะปรับลดลงหรือยังไม่รับซ้ือ จึงทาให้ปีน้ีปริมาณรับซ้ือข้าวของผู้รวบรวมลดลง โดยรวบรวมจากเกษตรกรรายย่อยโดยตรงร้อยละ 18.87 แล้วส่งต่อไปโรงสีในจังหวัดร้อยละ 6.87 และ สง่ ออกนอกจังหวดั ร้อยละ 12.00 ต่อไป (3) สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์การเกษตร/วสิ าหกจิ ชมุ ชน) โดยปกติสหกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่ทาหน้าท่ีการให้สินเชื่อเงินกู้ การจาหน่ายปัจจัยการ ผลิต หรือการจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิก และบางสหกรณ์มีการรับซื้อข้าวและมีโรงสีเอง แต่เมื่อมีโครงการ สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพ่ิมโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2559/60 จึงทาให้มีการรับซ้ือข้าวจาก เกษตรกรมากยิ่งขึ้นซึ่งเกษตรกรท่ีนิยมนาข้าวมาขายให้กับสหกรณ์การเกษตรจะเป็นสมาชิกของสหกรณ์ การเกษตร เน่ืองจากสมาชิกเหล่าน้ี จะได้รับประโยชน์จากสหกรณ์ในหลายด้าน รวมไปถึงความมั่นใจ ในกระบวนการชั่งน้าหนักและมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพข้าว ท้ังนี้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัด สระแกว้ ท่ีรวบรวมขา้ วเปลือกเข้าโครงการมี 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเมืองสระแก้ว จากัด สหกรณ์ การเกษตรเพ่ือการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สระแก้ว จากัด และสหกรณ์นิคมสระแก้ว จากัด ซึ่งสหกรณ์ การเกษตรจะรวบรวมแล้วทาสัญญาส่งข้าวเปลือกต่อไปยังโรงสีและผู้รวบรวมท้องถิ่นในจังหวัดและนอก จังหวัดที่ทาสัญญาตกลงกันไว้โดยไม่มีการเก็บสต็อกข้าวไว้ทั้งน้ีโครงการสินเช่ือเพ่ือรวบรวมข้าวฯส่งผลดี สนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรสามารถเกิดความคล่องตัวในการรับซ้ือผลผลิตจากเกษตรกรได้รวดเ ร็วและ ปริมาณที่มากข้ึน โดยสถาบันเกษตรกรสามารถรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือกเจ้านาปีได้ร้อยละ 5.39 แบ่งส่ง ขา้ วเปลอื กตอ่ ไปยงั โรงสีในจังหวัดสระแก้ว ร้อยละ 1.95 และส่งไปโรงสนี อกจงั หวดั ร้อยละ 3.44
58 (4) โรงสขี ้าว โรงสีข้าว เป็นหน่วยธุรกิจทางการตลาดที่มีหน้าท่ีรวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกร พ่อค้า รวบรวมท้องถิ่น สหกรณ์การเกษตร เพ่ือแปรรูปเป็นข้าวสาร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว และเก็งกาไรจาก ส่วนต่างของราคาส่งต่อให้กับพ่อค้าคนกลาง (พ่อค้าขายส่ง และพ่อค้าขายปลีก) โรงสีขายข้าวสารหน้าร้าน เอง หรือส่งออกให้กับผู้ส่งออกโดยตรง ในปัจจุบันการดาเนินงานของโรงสีจะแตกต่างกันตามศักยภาพ ของขนาดโรงสีซึ่งตามประกาศพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489 ได้มีประกาศปรับคานิยามประเภท สีขา้ ว ณ วันที่ 24 มถิ ุนายน 2558 ดงั น้ี - โรงสีขนาดเล็ก ที่ทาการสีข้าวเพ่ือการค้าหรือรับจ้างสีข้าวซ่ึงมีกาลังการผลิตไม่ต่ากว่า 5-60 ตนั ตอ่ 24 ชว่ั โมง - โรงสขี นาดกลาง ที่ทาการสีข้าวเพ่ือการค้าหรือรับจ้างสีข้าวซ่ึงมีกาลังการผลิตไม่เกินกว่า 60-300 ตันต่อ 24 ช่ัวโมง - โรงสีขนาดใหญ่ ท่ีทาการสีข้าวเพ่ือการค้าหรือรับจ้างสีข้าวซ่ึงมีกาลังการผลิตเกินกว่า 300 ตันตอ่ 24 ช่ัวโมง ซึ่งโรงสขี นาดเลก็ ของจงั หวัดสระแก้วส่วนใหญ่เป็นโรงสีท่ีตง้ั อยู่ในหมู่บ้าน ปัจจุบันแนวโน้ม ของผู้ประกอบการโรงสีข้าวในหมู่บ้านมีจานวนลดลง เน่ืองจากการขยายตัวของตลาดค้าปลีกข้าวสาร ที่มากข้ึน ทาให้เกษตรกรมาจ้างสีข้าวเปลือกน้อยลง แต่โรงสีขนาดเล็กก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งท่ีเกษตรกร ใช้ในการแปรรูปข้าวสารภายในท้องถิ่น ส่วนโรงสีขนาดกลางและขนาดใหญ่จะมีโรงอบและโกดังสาหรับ เก็บผลผลิตจะต้ังอยู่ใกล้แหล่งผลิตข้าวที่สาคัญ หรือในแหล่งชุมชนท่ีมีการขนส่งข้าวเปลือก โดยทาเลที่ตั้ง ของโรงสขี นาดกลาง และโรงสีขนาดใหญ่ จะกระจายตัวอยู่ในพ้ืนท่ีอาเภอท่ีเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สาคัญ และ ต้ังอยู่บนถนนสายหลักที่มีการคมนาคมขนส่งสะดวก ซึ่งนอกจากโรงสีขนาดดังกล่าวจะทาหน้าที่ในการ แปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารแล้ว ยังทาหน้าท่ีเก็บรักษาเพื่อเก็งกาไรในตลาดข้าวเปลือกและข้าวสาร โดยเกบ็ ขา้ วเปลือกในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่มีราคาต่าแล้วค่อยทยอยนาผลผลิตออกขายเม่ือผ่านพ้นฤดูเก็บเก่ียว ในระยะที่ราคาขา้ วเพ่มิ สูงขึน้ อย่างไรก็ตาม จานวนโรงสีท่ีรับซ้ือข้าวเปลือกมาแปรสภาพในจังหวัดสระแก้วมีจานวน ลดลง อาจรับซื้อแล้วขายเป็นข้าวเปลือกต่อเลยในบางช่วงสถานการณ์ท่ีราคาข้าวเปลือกผันผวน เพราะ ต้นทุนผปู้ ระกอบการโรงสสี ูงข้ึนจากอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร สาหรับผลผลิตข้าวหอมมะลิจังหวัดสระแก้ว เปน็ ข้าวหอมมะลิจงั หวัดทาใหก้ ารขายเปน็ ขา้ วสารจะได้ราคาท่ตี ่ากวา่ ข้าวหอมมะลิภาคอีสาน ท้ังนี้ ปริมาณ ผลผลิตข้าวเจ้านาปีของจังหวัดสระแก้วมีอัตราการเพิ่มขึ้นในทิศทางที่ลดลงจึงทาให้โรงสีมีความสามารถ ในการรองรบั ปริมาณข้าวเปลอื กหอมมะลิของจงั หวดั ไดอ้ ย่างเพยี งพอ (5) วถิ กี ารตลาดสนิ ค้า ปี 2559/60 จังหวัดสระแก้วมีปริมาณข้าวเปลือกหอมมะลิ 207,722 ตัน วัตถุประสงค์ หลักในการปลูกข้าวเจ้านาปีของเกษตรกรในจังหวัดสระแก้ว คือ ขายร้อยละ 54.25 และเก็บข้าวไว้ร้อยละ 45.75 ซงึ่ แบ่งเป็นเกบ็ ไว้บริโภคในครัวเรือนร้อยละ 34.52 และเก็บไว้ทาเมล็ดพันธุ์ร้อยละ 8.36 และเก็บไว้ จา่ ยแทนคา่ เช่านาดว้ ยผลผลติ ร้อยละ 2.87 สว่ นการขายผลผลติ 3 ช่องทาง อันดับแรกเกษตรกรจะขายให้โรงสีโดยตรงร้อยละ 29.99 รองลงมา และขายให้ผู้รวบรวมท้องถิ่นร้อยละ 18.87 ขายให้สถาบันเกษตรกรเพ่ิมข้ึนเพราะมีโครงการ ของรัฐมาส่งเสริมร้อยละ 5.39 จากนั้นผลผลิตข้าวจากสถาบันเกษตรกรรวบรวมได้แบ่งส่งผ่านไปยังโรงสี ร้อยละ 1.95 และส่งไปผ่านไปผู้รวบรวมท้องถ่ินหรือท่าข้าวในจังหวัดอื่นร้อยละ 3.44 จากน้ันผู้รวบรวม
59 ท้องถิ่นทาการตากปรับปรุงคุณภาพแล้วขายต่อไปโรงสีในจังหวัดร้อยละ 6.81 และส่งออกไปจังหวัดอื่น รอ้ ยละ 12.00 สว่ นโรงสใี นจังหวดั สระแกว้ รบั ซ้อื ขา้ วเปลือกหอมมะลขิ องจังหวัดร้อยละ 38.81 วีถตี ลาดข้าวเปลอื กหอมมะลิ จงั หวัดสระแกว้ ชาวนาผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ เกบ็ 45.75% บริโภคในครวั เรือน 71,706 ตัน : 34.52% น่าย เกบ็ ทาเมล็ดพันธุ์ 17,365 ตนั : 8.36% 207,722 ตนั : 100% เกบ็ ไว้จา่ ยค่าเช่านา 5,962 ตัน : 2.87% 74,771.90 ขาย 54.25% ตัน : น่าย 29.78%5.39% จงั หวัดอ่นื 18.87%74,771.90 โรงสี/ผรู้ วบรวมทอ้ งถนิ่ 3.44.% ผรู้ วบรวมท้องถนิ่ ตัน : 29.78%สถาบันเกษตรกร 32,080ตนั :15.44% 39,191 ตัน: 18.87% 11,206ตนั :5.39% วดั 12.00% 6.87% 1.95% 29.99% โรงสี 80,609ตัน: 38.81% ภาพท่ี 27 วถิ ีการตลาดสินค้าข้าวเปลือกหอมมะลิ ในจงั หวดั สระแก้ว สาหรับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิท่ีเกษตรกรขายได้ท่ีไร่นาเฉลี่ยรายเดือน ปี 2559-60 จังหวัด สระแก้ว หากพิจารณาที่ความช้ืน 15% พบว่า ราคาเฉล่ียตันละ 8,551 บาท โดยเฉพาะเดือนมกราคม 2560 ราคาต่าสุดอยทู่ ่ีตันละ 7,800 บาท เพราะคุณภาพผลผลิตด้อยคุณภาพแห้งกรอบ ตารางท่ี 27 ราคาขา้ วเปลือกหอมมะลทิ เี่ กษตรกรขายได้ท่ีไร่นาเฉลีย่ รายเดือน ปี 2559-60 จังหวัดสระแกว้ หน่วย: บาท/ตนั ชนิด ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. เฉลีย่ ขา้ วหอมมะลิจังหวดั 9,800 8,880 7,875 8,400 7,800 8,551 ทีม่ า: สานักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 6 3) การใช้ขา้ วหอมมะลขิ องจงั หวดั สระแกว้ ฤดกู าลผลิตปี 2559/60 จากการรวบรวมข้อมูลพบวา่ ผลผลิตข้าวเจ้านาปีที่ผลิตภายในจังหวัด มีปริมาณ 207,722 ตันข้าวเปลือก และไม่ได้นาเข้าข้าวเปลือกหอมมะลิจากต่างจังหวัดเพราะข้าวหอมมะลิจังหวัดสระแก้ว เป็นข้าวหอมมะลิจังหวัด โดยผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดต้ังแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน จนถึงเดือนมกราคม
60 ของทุกปี ในขณะท่ีความต้องการใช้ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิของจังหวัดสระแก้วมีปริมาณทั้งหมด 207,724 ตันข้าวเปลือกแบ่งเป็นเก็บไว้ทาพันธ์ุปริมาณ 17,365 ตันข้าวเปลือก เพื่อใช้ทาพันธุ์ในฤดูปลูกข้าวนาปี ในปีต่อไป ส่งเข้าโรงสีเพ่ือสีแปรสภาพปริมาณ 158,277 ตันข้าวเปลือก และส่งออกข้าวเปลือกหอมมะลิ ไปยังจังหวัดอ่ืนๆ ปริมาณ 32,082 ตันข้าวเปลือก ทาให้มีผลผลิตน้อยกว่าความต้องการใช้ในจังหวัด ปริมาณ 2 ตันข้าวเปลือก ทั้งน้ี จังหวัดสระแก้วเข้าร่วมโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพ่ือรวบรวมข้าวและ สร้างมูลค่าเพ่ิมโดยสถาบันเกษตรกรทาให้มีการช่วยรวบรวมและหาท่ีระบายข้าวหอมมะลิไปจังหวัดอื่นได้ และหากมีโครงการฯ ต่อไปอาจช่วยเพ่ิมความต้องการรับซ้ือให้คล่องตัวมากย่ิงขึ้นจะส่งผลให้ช่วยยกระดับ ราคาข้าวหอมมะลิได้มากข้ึน โดยเฉพาะเดือนที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากได้แก่เดือนพฤศจิกายน
ตารางที่ 28 การบริหารจดั การสนิ ค้าข้าวหอมมะลเิ ชงิ พื้นท่ีฤดกู ารผลิตปี 2559/60 รายการ ส.ค. ก.ย. ปี 2559 1. ผลผลติ (Supply) - 3,801 ต.ค. พ.ย. 1.1 ผลผลติ ในจงั หวัด - 3,801 48,576 108,691 (ตนั ข้าวเปลอื ก) (1.83) 1.2 นาเขา้ ของจังหวัด 48,576 108,691 (ตันขา้ วเปลอื ก) -- (23.39) (52.33) 2. ความตอ้ งการใช้ (Demand) - 7,578 -- 2.1 การใช้ขา้ วเปลอื กของจงั หวัด 7,578 38,916 95,045 1) เก็บไวใ้ ชท้ าเมล็ดพันธุ์ - 318 (ตนั ขา้ วเปลือก) 31,106 77,574 2) เข้าโรงสี เพือ่ สีแปรสภาพ - 7,260 4,061 9,086 (ตันข้าวเปลือก) -- 27,045 68,488 2.2 ส่งออกของจังหวดั (ตนั ข้าวเปลือก) - -3,777 7,810 17,471 3. ผลผลิตส่วนเกิน/สว่ นขาด 9,660 13,646 *(ตนั ข้าวเปลือก) หมายเหตุ : *ผลผลิตส่วนเกนิ /ขาด คานวณจาก 1 (ผลผลติ ) – 2 (ความตอ้ งการใช้) **ขา้ วนาปี 2559/60 ปลูกช่วงเดือน พ.ค.59 – ก.พ.60 เก็บเก่ยี วช่วงเดือน
61 จงั หวดั สระแก้ว ปี 2560 รวม(ตัน) ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. (ร้อยละ) 42,323 4,331 - - - - 207,722 42,323 4,331 - - - - 207,722 (20.37) (2.08) (100) - - - - -- 49,087 17,098 - - - - 207,724 42,286 17,098 175,642 3,538 362 - - - - 17,365 38,748 16,736 - - - - 158,277 6,801 - - - - - 32,082 -6,764 -12,767 -2 น ส.ค.59 – พ.ค.60
4) ปญั หาและอุปสรรค เกษตรกร - จานวนรถเก่ียวนวดข้าวไม่เพียงพอ ทาให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกาหนดจึงทาให้ข้าวแห้งกรอบกว่า ทกุ ปี - ปญั หาภยั แลง้ ทีท่ าให้ผลผลิตเสยี หาย - ขาดเงินลงทุนหรอื เงนิ หมนุ เวียนในดาเนินการ - ต้องการใหย้ กเลกิ ระเบยี บการเปน็ ข้าวหอมมะลจิ งั หวดั เพ่ือความเสมอภาค - ยุ้งฉางและลานตากข้าวไม่เพียงพอควรมีโครงการส่งเสริมการสร้างยุ้งฉางและลานตากให้ มากขนึ้ พ่อคา้ รวบรวมทอ้ งถ่นิ - ปริมาณผลผลิตข้าวท่ีรวบรวมได้ลดลงเพราะราคาข้าวผันผวนไม่กล้ารับซ้ือไว้มาก อีกทั้ง คุณภาพขา้ วค่อนขา้ งดอ้ ยคณุ ภาพ เนอ่ื งจากเกิดภาวะภยั แล้งและเกษตรกรไม่ค่อยลงทุนบารุงรักษาเพราะราคา ปจั จัยการผลติ สงู - ช่วงต้นและปลายปีฤดูเก็บเก่ียว จะระบายผลผลิตออกขายอย่างต่อเน่ือง แต่ขายในปริมาณ ท่ีไมม่ ากนัก ทาใหเ้ กดิ ปัญหาผลผลติ ไม่เพียงพอกับความตอ้ งการ - พ่อค้ารวบรวมท้องถ่ินมีความต้องการผลผลิต ทาให้เกิดการแข่งขันกับผู้รวบรวมและโรงสี จงึ ตอ้ งสรา้ งส่ิงจูงใจใหเ้ กษตรกรนาผลผลิตมาขาย ส่งผลให้ต้นทุนด้านการตลาดของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เช่น ค่าอาหารวา่ ง คา่ คนขบั รถบรรทกุ ขา้ ว หรือในท้องถนิ่ เรียกค่าเหยยี บเบรก เป็นต้น สหกรณก์ ารเกษตร - ปริมาณผลผลิตข้าวรวบรวมได้มากขึ้นเพราะมีโครงการสินเช่ือเพ่ือรวบรวมข้าวและสร้าง มลู คา่ เพมิ่ โดยสถาบนั เกษตรกร ปี 2559/60 มาสนับสนนุ ทาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้และอนาคตหากมีโรงสีเข้า ร่วมได้มากข้ึนจะสามารถรวบรวมได้มากข้ึนเพราะสมาชิกสนใจมากข้ึน แต่คุณภาพผลผลิตเข้ามาสหกรณ์มี ความหลากหลายคุณภาพทาใหเ้ ป็นปัญหาในการส่งต่อไปปลายทางปริมาณผลผลติ ข้าวนอ้ ย ตา่ กวา่ แผนท่ีวางไว้ - สหกรณฯ์ ไม่สามารถสตอ็ กขา้ วไว้ได้ ต้องส่งต่อผลผลิตไปท่ีท่าข้าวทันที เนื่องจากการสต็อก ข้าวจะทาใหข้ า้ วมีน้าหนกั ลดลง ประกอบกบั สหกรณ์ฯ ไม่มโี กดังสาหรับเกบ็ ผลผลิต โรงสี - โรงสีในจังหวัดสระแก้วเหลือจานวนน้อยที่รับซื้อข้าวเปลือกมาแปรสภาพเพราะส่วนใหญ่ เกษตรกรเกบ็ ไวบ้ รโิ ภค หากมีความจาเปน็ ใช้เงินจะทยอยออกมาขายบา้ ง - โรงสีมีความต้องการผลผลิต ทาให้เกิดการแข่งขันกับผู้รวบรวม และมีการสร้างสิ่งจูงใจให้ เกษตรกรนาผลผลิตมาขาย ส่งผลให้ต้นทุนด้านการตลาดของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เช่น ค่าอาหารว่าง ค่า คนขบั รถบรรทุกข้าว เปน็ ตน้ - โรงสใี นจังหวัดสระแกว้ หันมาประมูลข้าวสารแล้วมาบรรจุถุงขายลดการสูญเสียในการสีข้าว – โรงสีมีความต้องการข้าวเหนียวตลอดท้ังปี อยากให้หน่วยงานรัฐทาแปลงใหญ่ข้าวเหนียวหรือส่งเสริมปลูก ข้าวเหนยี วในจังหวัดสระแก้วให้มากข้นึ - ข้าวเปลือกหอมมะลิของจังหวัดสระแก้วเป็นข้าวหอมจังหวัดเพราะสีแล้วเมล็ดขุ่น ส้ันกว่า ขา้ วหอมมะลิภาคอสี าน และมีข้าวดีดขา้ วแดงมากขนึ้ และการกลายพนั ธุ์
63 3.2.3. สินค้าอ้อยโรงงาน 1) การผลติ ออ้ ยโรงงานจงั หวัดสระแก้ว จังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดที่มีการส่งเสริมพื้นที่ปลูกอ้อยมากท่ีสุดของภาคตะวันออก เนื่องจากมีการขยายโรงงานน้าตาล โดยมีเน้ือที่ปลูกอ้อยคิดเป็นร้อยละ 17 ของเน้ือท่ีทาการเกษตรทั้งหมด เกษตรกรส่วนใหญ่อาศัยน้าฝน ขุดสระ และใช้บ่อน้าบาดาลในการเพาะปลูก โดยในปี 2559 มีปริมาณน้าฝน สะสม 1,095.30 มิลลิเมตร ขณะที่ปริมาณความต้องการน้าฝนในการปลูกอ้อยของจังหวัดสระแก้วเฉลี่ยต่อปี ประมาณ 1,515.00 มิลลิเมตร จึงทาให้บางพื้นท่ีที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ามีปริมาณน้าฝนไม่เพียงพอในการ เพาะปลูกและการเจริญเติบโตของอ้อย พันธุ์ที่เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูก ได้แก่ พันธุ์ขอนแก่น 3 พันธุ์LK 9211 อู่ทอง 15 และกาแพงแสน 12 เป็นต้น ซึ่งแต่ละพันธุ์มีความแตกต่างกันตามลักษณะพ้ืนท่ีปลูก และการ ให้ความหวาน บางพันธ์ุเหมาะสมในพ้ืนที่ดอน เช่น พันธ์ุขอนแก่น และบางพันธุ์เหมาะสมในพ้ืนที่ลุ่ม เช่น พันธุ์ กาแพงแสน 12 แผนทแ่ี สดงพน้ื ทีป่ ลูกออ้ ย และโรงงานนา้ ตาลจังหวดั สระแก้วปีการผลติ 2558/59 ภาพที่ 28 แผนที่แสดงพ้ืนทปี่ ลูกอ้อย และโรงงานนา้ ตาลจังหวัดสระแกว้ ปกี ารผลติ 2558/59 ที่มา : สานักงานคณะกรรมการออ้ ยและนา้ ตาลทราย, 2559
64 จังหวัดสระแกว้ มพี นื้ ที่เพาะปลูกออ้ ยใน 9 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมือง อาเภอคลองหาด อาเภอ ตาพระยา อาเภอ วงั นา้ เยน็ อาเภอวฒั นานคร อาเภออรญั ประเทศ อาเภอเขาฉกรรจ์ อาเภอโคกสูง และอาเภอ วังสมบูรณ์ โดยปี 2558/59 แหล่งเพาะปลูกอ้อยท่ีสาคัญของจังหวัดสระแก้ว อันดับหน่ึงได้แก่ อาเภอคลองหาด 75,169 ไร่ รองลงมาอาเภออรัญประเทศ 72,969 ไร่ และกิ่งอาเภอวังสมบูรณ์ 58,873 ไร่ (สานักงาน คณะกรรมการออ้ ยและน้าตาลทราย, 2559) โดยในช่วง 5 ปี (ปี 2554/55 – 2558/59) จังหวัดสระแก้วมีเน้ือ ท่ีเก็บเก่ียวอ้อย และผลผลิตอ้อยเพิ่มข้ึนจาก 209,752 ไร่ และ 2,217,852 ตัน ในปี 2554/55 เป็น 359,074 ไร่ และ 3,371,704 ตนั ในปี 2558/59 หรอื เพ่ิมข้ึนร้อยละ 15.22 และร้อยละ 13.01 ต่อปี ขณะท่ีผลผลิตต่อไร่ ลดลงจาก 10,574 กิโลกรัม ในปี 2554/55 เหลือ 9,390 กิโลกรัม ในปี 2558/59 เนื่องจากภาวะแล้ง น้าไม่ เพียงพอ โดยคาดว่าในปี 2559/60 จะมเี นอื้ ทเี่ ก็บเกีย่ วออ้ ยสง่ โรงงาน 329,683 ไร่ ปริมาณผลผลิต 3,026,951 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 9,180 กิโลกรัม และมีปริมาณผลผลิตน้าตาลท่ีผลิตได้เพิ่มข้ึนจาก 232,054 ตัน ในปี 2554/55 เป็น 350,657 ตันในปี 2558/59 หรือเพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ 13.61 ตอ่ ปี ตารางที่ 29 เนอื้ ทเี่ ก็บเก่ียว ผลผลติ ผลผลิตต่อไร่ และผลผลิตน้าตาลของจงั หวัดสระแกว้ ปี 2554/55 - 2558/59 เนอื้ ทเี่ ก็บเกยี่ ว ผลผลติ ผลผลติ ต่อไร่ ผลผลิตนา้ ตาล ปี (ไร่) (ตนั ) (กก.) (ตัน) 2554/55 209,752 2,217,852 10,574 232,054 2555/56 214,323 2,294,289 10,705 229,980 2556/57 200,241 2,170,091 10,837 237,234 2557/58 301,652 3,372,473 11,180 360,888 2558/59 359,074 3,371,704 9,390 350,657 อตั ราเพม่ิ (ร้อยละ) 15.22 13.01 -1.92 13.61 ทมี่ า: ศนู ย์สารสนเทศการเกษตร สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร และขอ้ มลู ปี 2557/58–ปี 2558/59 2.2สากนักางราตนลคาณดะกรรมการออ้ ยและนา้ ตาลทราย ผลผลิตนา้ ตาลจากสานกั งานคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทราย 2) การตลาด (1) การรบั ซอ้ื ผลผลติ จากเกษตรกร จังหวัดสระแก้วมีโรงงานน้าตาลภายในจังหวัดอยู่ 1 แห่ง ได้แก่ โรงงานน้าตาลและอ้อย ตะวันออก มีลูกไร่ประมาณ 5,400 ราย และมีกาลังการผลิตสูงสุด 38,000 ตัน/วัน โดยคาดว่าในปี 2559/60 จะมีกาลังการผลิตประมาณ 32,000 ตัน/วัน โดยใช้วันหีบ 110 วัน ปัจจุบันโรงงานตั้งอยู่ที่ตาบลห้วยโจด อาเภอวัฒนานคร โดยโรงงานได้ส่งเสริมพื้นที่ปลูกอ้อยใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา บริษัทน้าตาลและอ้อยตะวันออกได้รับอนุมัติให้ขยายโรงงานน้าตาล เพิ่มเติมท่ี ตาบลวังใหม่ อาเภอวังสมบูรณ์ จ. สระแก้ว โดยคาดว่าจะมีกาลังการผลิต 12,500 ตัน/วัน และมี เป้าหมายการหีบในปี 2560/61 ปริมาณ 1.0 ล้านตัน พื้นที่ส่งเสริมอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตร ครอบคลุมอาเภอ เขาฉกรรจ์ อาเภอวังน้าเย็น อาเภอวงั สมบรู ณ์ อาเภอคลองหาด และอาเภออรัญประเทศ ปริมาณอ้อยท่ีโรงงาน รับซื้อจากเกษตรกรแบ่งเป็นอ้อยสดร้อยละ 30 และอ้อยไฟไหม้ประมาณร้อยละ 70 ซึ่งเกษตรกรนิยมตัดอ้อย ไฟไหม้ส่งโรงงาน เนื่องจากได้ปริมาณมากกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า และประหยัดแรงงาน นอกจากนี้โรงงานได้
65 ส่งเสริมการจัดกลุ่มผู้รับเหมาตัดอ้อยของเกษตรกร พร้อมทั้งสนับสนุนเคร่ืองมือในการรับจ้างตัดอ้อยแบบแบ่ง พื้นท่ีการตัด โดยส่วนใหญ่ใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งบางพื้นท่ีแรงงานตัดอ้อยมีไม่เพียงพอกับความต้องการใน ฤดูกาลเก็บเก่ียว สาหรับการจา่ ยโควตาผลผลติ ออ้ ยใหก้ บั เกษตรกร หรือการจัดควิ ของโรงงานให้กับลูกไร่แต่ละ รายจะแตกตา่ งกนั ตามปริมาณผลผลิตของเกษตรกร โดย 1 คิว เท่ากับอ้อย 2,200 ตัน หากเป็นรถพ่วงบรรทุก 4,400 ตัน เท่ากับ 2 คิว โดยใน 1 รอบการขนส่งอ้อยเข้าโรงงานมีจานวน 1,850 คิว ใช้เวลาประมาณ 36 ชั่วโมง หรือ 3 วันต่อรอบการขนส่งเข้าโรงงานของเกษตรกรครบทุกราย ขณะท่ีโรงงานใช้เวลาในการหีบอ้อย ประมาณ 1 วันครึ่งต่อรอบ ซ่ึงโรงงานใช้เวลาในการเดินเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง สาหรับกรณีท่ีเกษตรกร ตัดอ้อยสดส่งโรงงานสามารถขนส่งเข้าโรงงานได้ทันทีโดยไม่ต้องรับคิวหรือติดคิวหน้าโรงงาน ซึ่งเป็นนโยบาย ในการส่งเสริมใหเ้ กษตรกรตัดอ้อยสด และสะอาดส่งโรงงาน อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากจังหวัดสระแก้วมีโรงงานรับซื้ออ้อยเพียงโรงงานเดียวอาจจะเป็น ข้อจากัดสาหรับทางเลือกของเกษตรกรในด้านการบริหารจัดการ การจาหน่าย และการขนส่ง จากการสารวจ พบว่า เกษตรกรมีปัญหาการติดคิวหน้าโรงงาน เนื่องจาก 1 รอบการขนส่งใช้เวลาประมาณ 3 วัน แล้วจึงจะ เก็บเก่ียวและขนส่งในรอบต่อไปได้ ประกอบกับมีการจากัดปริมาณบรรทุกอ้อยทาให้จานวนเท่ียวหรือจานวน รอบการขนส่งมากขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง ขณะท่ีระยะเวลาการเก็บเก่ียวอ้อยส่งโรงงานเท่าเดิม หากตัด อ้อยส่งโรงงานไม่ทันจะทาให้ผลผลิตเสียหายท่ีไร่ และการสูญเสียอ้อยจากการจากัดปริมาณการบรรทุกเข้า โรงงานโดยมีคานควบคุมความสูงของรถบรรทุกอ้อยหน้าโรงงาน นอกจากนี้ยังมีคิวอื่นๆ ที่เข้ามาแทรกใน ระหว่างการขนส่งเข้าโรงงาน เช่น คิวอ้อยสด คิวอ้อยใช้หนี้ จึงส่งผลให้อ้อยของเกษตรกรท่ีติดคิวหน้าโรงงาน ได้รับความเสียหายท้ังคุณภาพและน้าหนัก และหากในกรณีท่ีโรงงานหีบอ้อยได้ช้าและมีปัญหาด้านเครื่องจักร ก็จะทาใหร้ ะยะเวลาการสง่ โรงงานขยายออกไปอกี (2) โครงสร้างตลาดออ้ ยโรงงานของจงั หวดั สระแก้ว ผู้ทีเ่ ก่ยี วข้องในโครงสรา้ งตลาดประกอบด้วย เกษตรกร และโรงงานน้าตาล โดยมีหน้าทดี่ ังนี้ (2.1) เกษตรกร แบ่งเป็นรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ทาหน้าท่ีรวบรวมผลผลิตของ ตนเองตามโควตาท่ีได้รับการจัดสรรจากโรงงาน เพื่อบรรทุกผลผลิตส่งโรงงานน้าตาลในจังหวัดสระแก้ว หรือ จังหวัดอ่ืนตามท่ีได้ทาสัญญากับโรงงานไว้ หรือเกษตรกรบางรายอาจจะรับเหมาและจ้างแรงงานในการตัดอ้อย ในพ้นื ที่ดว้ ย ปัจจัยการผลติ : เกษตรกร โรงงานน้าตาล เงนิ ทุน/ปุ๋ย/ยา/ ในพ้นื ท่ี สารเคมี โรงงานนา้ ตาล นอกพืน้ ท่ี ภาพท่ี 29 โครงสร้างการตลาดอ้อยโรงงานจงั หวดั สระแก้ว ที่มา : จากการสารวจ, 2560
66 (2.2) โรงงานน้าตาล เป็นผู้รับผลผลิตอ้อยมาจากเกษตรกรที่ได้ทาสัญญาตกลงกันไว้ หรือจากลูกไร่ ของตนเองท้ังในจังหวัดสระแก้ว และนอกจังหวัด เพ่ือนาอ้อยเข้าหีบแปรรูปเป็นน้าตาลต่อไป โดยโรงงานมี เงินทุนสนับสนุนการปลูกอ้อยให้กับเกษตรกรลูกไร่ของตนเอง ทั้งนี้เกษตรกรรายเล็กมีเง่ือนไขในการแบ่ง สัดส่วนเงินทุนเพ่ือซ้ือปุ๋ย/ยาจากโรงงานด้วย สาหรับเกษตรกรรายใหญ่และเกษตรกรท่ีกู้เงินจากธนาคารเพ่ือ การเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สามารถเลือกซ้ือปุ๋ย/ยาจากโรงงาน จาก ธ.ก.ส. หรอื จากทอ้ งตลาดท่ัวไปก็ได้ (3) วถิ ีการตลาดอ้อยโรงงานของจงั หวดั สระแก้ว วิถีการตลาดของอ้อยโรงงานจังหวัดสระแก้ว พบว่า จังหวัดสระแก้วมีโรงงานน้าตาล เพียง แห่งเดียวในการรับซ้ืออ้อยจากเกษตรกร โดยเกษตรกรแต่ละรายทาสัญญาซ้ือขายกับโรงงานน้าตาลโดยตรง ตามท่ีโรงงานแจกคิวในแต่ละรอบการผลิต เกษตรกรบางรายอาจจะรวบรวมผลผลิตจากเพ่ือนบ้านส่งโรงงาน ด้วย หากกรณผี ลผลิตของตัวเองมีไม่เพียงพอ โดยจังหวัดสระแก้วมีผลผลิตส่งเข้าโรงงานน้าตาลคิดเป็นร้อยละ 79 และร้อยละ 21 ส่งเข้าโรงงานในจังหวัดอ่ืน ได้แก่ จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ โรงงานน้าตาลในจังหวัด สระแก้วได้รวบรวมผลผลิตอ้อยจากจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดจันทบุรี และจังหวัด ฉะเชิงเทราเขา้ โรงงานด้วยประมาณรอ้ ยละ 18 ท้ังนี้ การนาอ้อยมาจากจังหวดั อนื่ เข้ามาเพื่อนาเข้าโรงงาน และ เพ่ือทาพนั ธดุ์ ้วย เกษตรกรชาวไรอ่ ้อย 79% โรงงานน้าตาลและ จ.สระแกว้ % ออ้ ยตะวนั ออก จ. สระแก้ว 21% โรงงานน้าตาล จ. ชลบุรี ภาพที่ 30 วิถกี ารตลาดออ้ ยโรงงานจังหวดั สระแก้ว, 2560 ทมี่ า : จากการสารวจ, 2560 3) การใชอ้ ้อยโรงงานของจังหวัดสระแก้ว (1) ผลผลิตอ้อยโรงงานของจังหวัดสระแก้ว (Supply) จากผลการสารวจ พบว่า ปริมาณ ผลผลิตอ้อยของจังหวัดสระแก้วมีปริมาณ 3,026,951 ตัน เมื่อรวมกับปริมาณผลผลิตที่นาเข้าจากจังหวัดอื่น 517,264 ตนั ทาใหม้ ีผลผลติ ออ้ ยภายในจังหวดั สระแก้วทั้งหมด 3,544,215 ตัน โดยแบ่งได้ดงั น้ี ปริมาณผลผลิตอ้อยของจังหวัดสระแก้ว ปี 2559/60 สานักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้าตาลทรายได้พยากรณ์ปริมาณผลผลิตอ้อยโรงงานจังหวัดสระแก้วประมาณ 3,026,951 ตัน โดยมีผลผลิต ออ้ ยโรงงานจากการเกบ็ เกี่ยวของจงั หวดั สระแกว้ เป็นรายเดอื น ต้ังแตเ่ ดือนธันวาคม 2559-เมษายน 2560 ดังนี้ เดือนธันวาคม 2559 ปริมาณ 431,139 ตัน เดือนมกราคม 2560 ปริมาณ 1,021,926 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปริมาณ 951,749 ตัน เดือนมีนาคม 2560 ปริมาณ 576,390 ตัน และเดือนเมษายน 2560 ปริมาณ 45,747 ตัน คิดเป็นร้อยละ 14 ร้อยละ 34 ร้อยละ 31 ร้อยละ 19 และร้อยละ 2 ของปริมาณผลผลิตอ้อย
67 ท้งั หมด ตามลาดับ ท้ังน้ี ปริมาณผลผลิตในแต่ละเดือนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเปิดหีบ และ ความพร้อมของโรงงานดา้ นเครื่องจกั ร และแรงงาน การนาเข้าอ้อยจากจังหวัดอื่น โรงงานน้าตาลในจังหวัดสระแก้วได้รวบรวมผลผลิตอ้อยจาก จังหวัดอ่ืนๆ เนื่องจากได้มีการส่งเสริมลูกไร่นอกเขตจังหวัด ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี 417,764 ตัน จังหวัด จนั ทบรุ ี 76,720 ตัน และจังหวัดฉะเชิงเทรา 20,780 ตัน รวม 517,264 ตัน โดยคาดว่ามีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ โรงงานน้าตาลในจงั หวดั สระแก้วดังน้ี เดือนธนั วาคม 2559 ปริมาณ 62,072 ตัน เดือนมกราคม 2560 ปริมาณ 186,215 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปริมาณ 155,179 ตัน เดือนมีนาคม 2560 ปริมาณ 103,453 ตัน และ เดอื นเมษายน 2560 ปรมิ าณ 10,345 ตนั คิดเปน็ รอ้ ยละ 12 ร้อยละ 36 ร้อยละ 30 ร้อยละ 20 และร้อยละ 2 ของปรมิ าณการนาเข้าออ้ ยท้ังหมด ตามลาดับ (2) ความต้องการใช้ (Demand) ผลผลิตอ้อยทเ่ี ขา้ โรงงานในจังหวดั สระแก้ว ซง่ึ มโี รงงานนา้ ตาล 1 แหง่ คือ โรงงานนา้ ตาลและ อ้อยตะวันออก ซึ่งสานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทรายได้กาหนดเป้าหมายการหีบอ้อยฤดูการผลิต ปี 2559/60 ของโรงงานน้าตาลและอ้อยตะวันออก ปริมาณ 2.90 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 96 ของปริมาณ ผลผลิตอ้อยทั้งหมด โดยเปิดหีบต้ังแต่วันท่ี 10 เดือนธันวาคม 2559 และคาดว่าจะปิดหีบวันท่ี 10 เมษายน 2560 โดยคาดว่ามีอ้อยเข้าหีบ ดังนี้ เดือนธันวาคม 2559 ปริมาณ 396,578 ตัน มกราคม 2560 ปริมาณ 995,550 ตัน กุมภาพันธ์ 2560 ปริมาณ 913,664 ตัน มีนาคม 2560 ปริมาณ 551,000 ตัน และเมษายน 2560 ปริมาณ 43,208 ตัน คิดเป็นร้อยละ 14 ร้อยละ 34 ร้อยละ 32 ร้อยละ 19 และร้อยละ 1 ของปริมาณ ผลผลิตออ้ ยท่ีเขา้ หบี ในจังหวดั สระแก้ว ตามลาดับ โดยในช่วงเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์มีปริมาณอ้อย เข้าหีบมาก เน่ืองจากเป็นช่วงที่โรงงานมีความพร้อมด้านแรงงาน และเคร่ืองจักร ในการรองรับผลผลิตเข้าสู่ โรงงาน เกษตรกรจึงทาการเก็บเกยี่ วผลผลติ ในชว่ งนม้ี าก ผลผลิตอ้อยโรงงานของจังหวัดสระแก้วท่ีส่งออกไปจังหวัดอ่ืน โดยอ้อยส่วนหน่ึงของจังหวัด สระแก้วส่งเข้าหีบที่โรงงานน้าตาลของจังหวัดชลบุรี คิดเป็นร้อยละ 21 ของปริมาณผลผลิตอ้อยทั้งหมด เน่ืองจากเกษตรกรบางรายเป็นลูกไร่และได้รับการส่งเสริมการปลูกอ้อยของโรงงานน้าตาลในจังหวัดชลบุรี และสนับสนุนเงินทุนส่งเสริมการปลูกอ้อย โดยไม่มีเง่ือนไขในการซื้อปุ๋ย/ยาจากโรงงาน เกษตรกรสามารถ ตัดสินใจเลือกซ้ือได้เอง จึงทาให้เกษตรกรบางรายส่งผลผลิตทั้งหมดไปขายท่ีโรงงานในจังหวัดชลบุรี ถึงแม้ว่า ระยะทางการขนส่งจะไกลกว่าโรงงานภายในจังหวัด โดยโรงงานน้าตาลในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ โรงงานน้าตาล นิวกว้างสุ้นหลี จากัด โรงงานสหการน้าตาลชลบุรี จากัด และโรงงานน้าตาลระยอง จากัด ซึ่งมีการหีบอ้อย ต้ังแต่เดือนธันวาคม 2559-เมษายน 2560 โดยคาดว่ามีปริมาณอ้อยท่ีส่งเข้าหีบโรงงานอื่นนอกจังหวัด ดังนี้ เดือนธันวาคม 2560 ปริมาณ 96,632 ตัน มกราคม 2560 ปริมาณ 212,591 ตัน กุมภาพันธ์ 2560 ปริมาณ 193,265 ตัน มีนาคม 2560 ปริมาณ 128,843 ตัน และเดือนเมษายน 2560 ปริมาณ 12,884 ตัน รวม 644,215 ตัน คิดเปน็ รอ้ ยละ 15 รอ้ ยละ 33 ร้อยละ 30 รอ้ ยละ 20 และร้อยละ 2 ตามลาดบั จะเห็นได้ว่าปริมาณผลผลิตอ้อยส่งเข้าหีบโรงงานน้าตาลในจังหวัดสระแก้วปริมาณ 2,900,000 ตัน และมีปรมิ าณผลผลติ ออ้ ยที่สง่ ไปเขา้ หบี ในโรงงานน้าตาลของจังหวดั อื่น 644,215 ตัน รวมความต้องการใช้ อ้อยโรงงานของจังหวัดสระแก้วท้ังส้ิน 3,544,215 ตัน ดังนั้น จึงสรุปผลการวิเคราะห์ผลผลิตอ้อยโรงงาน (Supply) ของจังหวัดสระแก้วมีความสมดลุ กบั ความตอ้ งการใช้อ้อยโรงงาน (Demand)
ตารางที่ 30 การบริหารจัดการสนิ คา้ ออ้ ยโรงงานเชิงพนื้ ท่ีรายเดอื น ฤดกู ารผลติ ปี 2 รายการ ม พ.ย.59 ธ.ค.59 1,2 1,0 1. ผลผลิต (Supply) 0 493,210 18 1.1 ผลผลิตอ้อยในจังหวัด (ตัน) 0 431,139 1,2 99 1.2 นาเขา้ อ้อยจากจงั หวดั อ่ืน (ตนั ) 0 62,072 21 1.3 นาเข้าจากต่างประเทศ (ถา้ มี) (ตัน) 00 21 2. ความต้องการใช้ (Demand) 0 493,210 2.1 เข้าโรงงานนา้ ตาลในจงั หวดั (ตัน) 0 396,578 2.2 เข้าโรงงานเอทานอล (เฉพาะจังหวัดตาก) (ตนั ) 0 0 2.3 สง่ อ้อยออกไปขายจังหวดั อ่ืน 0 96,632 - เขา้ โรงงานน้าตาลจงั หวัดอน่ื (ตนั ) 0 96,632 - เข้าโรงงานเอทานอล (ในจังหวัดตาก) (ตนั ) 0 0 3 ผลผลติ สมดุล* (ตัน) 0 0 หมายเหตุ: * ผลผลิตส่วนเกิน/ขาด/สมดลุ คานวณจาก (ผลผลติ ) - (ความตอ้ งการใช้) กรณีคา่ เป็น + หมายถงึ ผลผลติ มมี ากเกินความต้องการใช้ กรณีค่าเปน็ - หมายถงึ ผลผลิตมนี อ้ ยกวา่ ความตอ้ งการใช้ กรณีค่าเป็น 0 หมายถึง ผลผลติ เท่ากับความต้องการใช้ กรณี โรงงานเอทานอล อ้อยเขา้ โรงงานท้ังปี ที่มา : จากการสารวจ, 2560
68 2559/2560 จังหวัดสระแก้ว ม.ค.60 ปี 2560 เม.ย.60 พ.ค.60 รวม ก.พ.60 ม.ี ค.60 208,141 56,092 0 3,544,215 021,926 1,106,929 679,843 45,747 0 3,026,951 86,215 951,749 576,390 10,345 0 517,264 155,179 103,453 0 0 0 0 0 208,141 00 56,092 0 3,544,215 95,550 1,106,929 679,843 43,208 0 2,900,000 913,664 551,000 0 0 0 0 0 12,591 00 12,884 0 644,215 12,591 193,265 128,843 12,884 0 644,215 193,265 128,843 0 0 0 0 00 0 0 00
69 4) ปญั หาและอุปสรรค (1) ดา้ นการผลติ 1) ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากปัจจัยการผลิตมีราคาแพง เช่น ค่าปุ๋ย ยา และ คา่ แรงงาน 2) ขาดแคลนแรงงานในชว่ งฤดูกาลเกบ็ เกีย่ ว 3) ขาดแคลนน้าในการเพาะปลูก เน่ืองจากสภาพอากาศแห้งแล้งในช่วง 1-2 ปีท่ี ผ่านมาซึ่งเกษตรกรสว่ นใหญ่อาศัยน้าฝนในการเพาะปลูก ทาให้ปรมิ าณนา้ มีไมเ่ พยี งพอ (2) ดา้ นการขนส่ง 1) ปัญหาการตดิ คิวหน้าโรงงานภายในจังหวัด เกษตรกรใช้เวลาในการส่งอ้อยเข้า โรงงานต่อรอบประมาณ 3-5 วันต่อรอบการขนสง่ ทาใหเ้ สียเวลาและเพมิ่ ต้นทนุ ดา้ นขนสง่ และแรงงาน 2) ปัญหาด้านการขนส่งอ้อยไปยังจังหวัดอ่ืน เนื่องจากถนนไม่ดี เส่ียงต่อการเกิด อุบตั เิ หตุ และความลา่ ช้าในการขนส่งออ้ ยเข้าโรงงาน (3) ด้านการบรหิ ารจัดการ เกษตรกรขาดทางเลือกในการวางแผนการผลติ และการบริหารจัดการด้านต้นทุน และการ ขนส่ง เนื่องจากจังหวัดสระแก้วมีโรงงานน้าตาลเพียงแห่งเดียว ทาให้เกษตรกรมีข้อจากัดในการเลือกส่ง โรงงาน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย 5) ขอ้ เสนอแนะ (1) เกษตรกรตอ้ งการใหม้ ีโรงงานน้าตาลของผู้ประกอบการรายอื่นเพิ่มเติมจากที่มี อยู่ เพอื่ ให้เกดิ การแขง่ ขันทางการค้า รวมทั้งเพ่ิมโอกาสและทางเลือกให้กับเกษตรกรด้านราคา เงินทุน และ การบริหารจัดการ (2) ส่งเสริมการจัดหาแหล่งน้า และระบบการจัดการน้าท่ีเพียงพอ เน่ืองจาก เกษตรกรส่วนใหญ่อาศยั นา้ ฝนในการเพาะปลกู และบางแปลงอยู่ห่างไกลแหลง่ น้า (3) ส่งเสริมการทาปุ๋ยหมักชีวภาพให้กับเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิต และได้ ปุย๋ ที่มคี ุณภาพ 3.2.4 มะมว่ งน้าดอกไม้ มะม่วงน้าดอกไม้เป็นมะม่วงชนิดรับประทานสุก เจริญเติบโตเร็ว ใบใหญ่ ใบเป็นคลื่น ทรง พุ่มโปร่ง ดอกดกแต่ติดผลปานกลาง ลักษณะผลเรียวยาว เน้ือมาก เมล็ดลีบเล็ก ผิวบาง เม่ือดิบมีรสเปรี้ยว ผลสุกจะมีผิวเหลืองนวล กล่ินหอม เน้ือละเอียดเสี้ยนน้อย มีรสหวานและมีเบต้าแคโรทีนสูง ซ่ึงมะม่วง นา้ ดอกไม้ทีน่ ิยมปลูกมี 2 ชนิด คือมะม่วงน้าดอกไม้สีทอง ซ่ึงผลจะเหลืองโดยธรรมชาติแต่ลูกจะมีขนาดเล็ก กว่า มะม่วงน้าดอกไม้เบอร์ 4 ซ่ึงลูกใหญ่กว่ามีผิวเป็นสีเขียวอ่อนตามธรรมชาติจึงจาเป็นต้องห่อผลด้วยถุง คาร์บอนให้เปล่ียนสเี ปน็ สเี หลืองทอง จุดเด่นท่ีสาคัญมะม่วงน้าดอกไม้เป็นพันธุ์ท่ีออกดอกง่าย ผลิตนอกฤดู ได้ผลดีตอบสนองต่อสารกระตุ้นให้ออกดอก และเป็นพันธ์ุท่ีได้รับความนิยมบริโภคท้ังในและต่างประเทศ แต่การผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศต้องทาอย่างประณีต สีผิวต้องสม่าเสมอ บางประเทศต้องผ่านการอบ ไอน้ารอ้ นเพอื่ กาจดั แมลงวนั ผลไม้ก่อน 1) สถานการณก์ ารผลติ พื้นที่ปลูก พ้ืนท่ีให้ผล ผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ ของมะม่วงน้าดอกไม้ในปีการผลิต 2559 จังหวัดสระแก้ว มีพ้ืนท่ีปลูกจานวน 14,952 ไร่ และมีพ้ืนที่ให้ผลจานวน 12,643 ไร่ ให้ผลผลิตจานวน 9,103 ตนั ซึง่ มีผลผลติ ต่อไร่ 720 กิโลกรมั สาหรบั ทิศทางการปลูกมะม่วงน้าดอกไม้ของจังหวัดสระแก้วอาจ
70 มีพื้นท่ีปลูกใหม่เร่ิมชะลอตัวลงเพราะการทาให้ออกนอกฤดูทาได้ยากขึ้น เพราะสภาพภูมิอากาศแปรปรวน แตส่ าหรบั ผทู้ ่ีมีประสบการณป์ ลูกมะม่วงน้าดอกไม้มานานจะมีการลงทุนเรื่องระบบน้ามากขึ้น และรวมกลุ่ม สมาชิกผู้ปลูกมะม่วงน้าดอกไม้เพ่ือถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปล่ียนประสบการณ์การผลิต และนาไปสู่ การรวบรวมผลผลติ เพือ่ เจรจาตอ่ รองกบั บริษทั ผรู้ บั ซ้ือและโรงงานแปรรูปได้มากข้ึน และสร้างราคานาตลาด ด้วยการทาสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายเดือนในเกรดคุณภาพสินค้าท่ีตกลงกัน จึงทาให้มะม่วงน้าดอกไม้ เป็นสินค้าเกษตรอกี ชนดิ หนง่ึ ท่ีสรา้ งผลตอบแทนดกี ว่าพืชไร่ และข้าว ตารางที่ 31 พนื้ ทเ่ี พาะปลูก พนื้ ทเ่ี ก็บเก่ียว ผลผลติ ผลผลิตต่อไร่ มะมว่ งน้าดอกไม้ในชว่ ง ปเี พาะปลูก 2559 จงั หวัดสระแก้ว ปกี ารผลติ พืน้ ทป่ี ลูก พ้นื ทใ่ี หผ้ ล ผลผลติ ผลผลติ ตอ่ ไร่ (ไร่) (ไร่) (ตนั ) (กก.) 2559 14,952 12,643 9,103 720 ทีม่ า : สานกั งานเกษตรจงั หวัดสระแกว้ พ้ืนท่ีปลกู มะมว่ งน้าดอกไม้ส่วนใหญอ่ ยทู่ อ่ี าเภอวังน้าเย็น รองลงมาอาเภอวัฒนานคร อาเภอ เขาฉกรรจ์ สว่ นใหญ่ผลผลติ จะออก 2 ช่วงคือ มะมว่ งนา้ ดอกไมก้ อ่ นฤดู และมะมว่ งน้าดอกไม้ในฤดู 2) โครงสร้างการตลาด (1) เกษตรกร เกษตรกรที่ปลูกมะม่วงน้าดอกไม้ ส่วนใหญ่ปลูกในที่ดินตนเองเพราะใช้ระยะเวลาหลายปี กว่าจะให้ผลผลิต และมีการเช่าสวนเพื่อผลิตมะม่วงน้าดอกไม้อีกด้วย เนื่องจากผลตอบแทนดีมีรายได้ ตลอดปี โดยสว่ นมากขายให้กบั พอ่ ค้ารวบรวมท่ีเป็นขาประจาร้อยละ 69.01 รองลงมาขายผ่านกลุ่ม/ชมรม/ สถาบันเกษตรกรซ่งึ เปน็ วิสาหกิจชุมชนร้อยละ 20.96 และขายพ่อค้าชายแดนที่ตลาดโรงเกลือร้อยละ 10.03 (2) พอ่ ค้ารวบรวมท้องถ่นิ พ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นมีสถานที่รับซ้ือท่ีแน่นอนและตั้งอยู่ในอาเภอที่เป็นแหล่งผลิตสาคัญ ซึ่งจะทาหนา้ ที่รวบรวมมะม่วงจากสวนเกษตรกรรายย่อยโดยตรง ซึ่งร้อยละ 69.03 ส่งต่อให้กับพ่อค้าตลาด กลาง กทม. เช่น ตลาดไท ตลาดไอยรา ตลาดส่ีมุมเมือง เป็นต้น ร้อยละ 55.21 ส่งต่อให้พ่อค้าขายส่งและ ขายปลีกในจังหวัด และร้อยละ 12.08 ส่งต่อให้พ่อค้าชายแดนท่ีตลาดโรงเกลือเพ่ือส่งออกต่างประเทศ ซง่ึ คณุ ภาพจะตกเกรดสง่ ออกแลว้ รอ้ ยละ 1.72 พ่อค้ารวบรวมรับซื้อมะม่วงน้าดอกไม้จากเกษตรกรโดยตรง ส่วนใหญ่จะต่อรองราคากับ เจ้าของสวนต้ังแต่เร่ิมราดสารถ้าเป็นรุ่นนอกฤดูกาล ส่วนรุ่นในฤดูกาลจะขอดูคุณภาพผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว เพ่ือเสนอราคา ซึ่งผู้รวบรวมท้องถิ่นจะมีโรงรับซ้ือเป็นของตนเอง และมีการจ้างแรงงาน และรถบรรทุก ขนมะม่วงเป็นของตนเอง ท้ังน้ี หากสวนมะม่วงใดไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ พ่อค้ารวบรวมมีแรงงานเก็บ ผลผลิตให้ด้วยคิดค่าจ้างเก็บประมาณกิโลกรัมละ 1-2 บาท ส่วนการกาหนดราคาส่วนใหญ่จะแปรผัน ตามราคาตลาดไท เพราะเป็นผรู้ บั ซอื้ ตอ่ รายใหญ่ (3) สถาบนั เกษตรกร (กลุ่ม/ชมรม/วสิ าหกจิ ชมุ ชน) สถาบันเกษตรกรส่วนใหญ่ทาหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทามะม่วงและมีการรวบรวม ผลผลิตเพ่ือเจรจาซื้อขายกับบริษัทส่งออกมะม่วงและโรงงานแปรรูปมะม่วง และมีการร่วมกันจัดซ้ือปัจจัย การผลิตเพื่อประหยัดต้นทุน และมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิก เป็นต้น โดยสถาบันเกษตรกรสามารถ รวบรวมผลผลิตมะม่วงน้าดอกไม้ร้อยละ 20.96 ส่งให้โรงงานแปรรูปในต่างจังหวัด เช่น จันทบุรี นครนายก เป็นต้น ร้อยละ 13.97 และรอ้ ยละ 6.99 สง่ ไปให้ผ้สู ่งออกไปตา่ งประเทศ
71 (4) พ่อคา้ ชายแดน พ่อค้าชายแดนจะเป็นพ่อค้าท่ีอยู่ที่ตลาดโรงเกลือเป็นชาวกัมพูชา ชาวเวียดนาม และ ชาวไทย มีหน้าทีร่ วบรวมมะมว่ งหลากหลายสายพันธ์ุของไทยไปประเทศกัมพูชาและเวียดนาม รวมท้ังเป็นผู้ นาเข้ามะม่วงมายังไทยด้วย ทั้งนี้ การตกลงราคาจะดูตามคุณภาพผลผลิตซ่ึงส่วนใหญ่มะม่วงน้าดอกไม้ จะได้รับความนิยมไม่มากในตลาดชายแดนเพราะเป็นมะม่วงกินสุก บอบช้าง่ายในการขนส่ง ซ่ึงส่วนใหญ่ ส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม เพราะประเทศกัมพูชานิยมมะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่น ส่วนประเทศเวียดนามนิยม มะม่วงพันธ์ุเขียวเสวย รองลงมาเป็นมะม่วงพันธ์ุน้าดอกไม้ โดยพ่อค้าชายแดนจะรวบรวมจากเกษตรกร โดยตรงร้อยละ 10.03 และจากพ่อค้ารวบรวมท้องถ่ินร้อยละ 1.72 ในช่วงท่ีตลาดกลาง กทม.มีผลผลิตมาก จากนัน้ พ่อค้าชายแดนจะส่งต่อไปตา่ งประเทศรอ้ ยละ 11.75 (5) พอ่ ค้าขายสง่ /ขายปลีกในจงั หวัด พ่อค้าขายส่ง/ขายปลีกในจังหวัดจะเป็นพ่อค้าที่อยู่ท่ีตลาดในจังหวัดท้ังในตลาดสดและ ตลาดขายของฝาก โดยรับผลผลิตมาจากพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นประมาณร้อยละ 12.08 เพื่อนามาบ่มแล้ว ขายต่อให้กับผ้บู รโิ ภคตอ่ ไป (6) ผูร้ วบรวม (ลง้ )/ผสู้ ง่ ออก ผ้รู วบรวม (ล้ง)/ผ้สู ง่ ออกส่วนใหญเ่ ป็นบริษัทท่ีรับซื้อมะม่วงโดยตรงซึ่งแต่ละบริษัทจะมีการ กาหนดขนาดผลผลิตแต่ละเบอร์ 0 1 2 และ 3 หรือเบอร์ S M และ L เช่น ตั้งแต่ 250-300 กรัมต่อผล 300-330 กรมั ตอ่ ผล และ 330 กรัมขึ้นไป ตามลาดับ รวมท้ังมีการกาหนดสีผิวต้องสวย ไม่มีรอยแผล ไม่ช้า เป็นต้น ซ่ึงเกษตรกรต้องประณีตในการดูแลและเก็บเกี่ยว คัดบรรจุ ซึ่งบริษัทส่งออกจะมาคัดผลผลิตท่ีจุด รวบรวมของสถาบันเกษตรกรตามท่ีกาหนดไว้ในแต่ละอาเภอ เพื่อป้องกันการบอบช้า และอานวยความ สะดวกของผู้ซื้อและผู้ขาย ส่วนราคาเป็นการเจรจาตกลงกันล่วงหน้า โดยสถาบันเกษตรกรจะแจ้งปริมาณ ผลผลติ ทค่ี าดวา่ จะเก็บในแตล่ ะเดือนแล้วบริษัทเสนอราคามาให้พิจารณาร่วมกัน โดยผู้ส่งออกรับซื้อผลผลิต รอ้ ยละ 6.99 จากสถาบันเกษตรกรโดยตรง แล้วส่งออกไปต่างประเทศต่อไป เช่น ประเทศญ่ีปุ่น เกาหลี จีน เป็นต้น (7) พอ่ คา้ ตลาดกลาง กทม. พ่อค้าตลาดกลาง กทม. มีสถานที่รับซ้ือท่ีแน่นอนและต้ังอยู่ในตลาดไท ตลาดไอยรา ตลาดสี่มุมเมือง เป็นต้น ซ่ึงจะทาหน้าที่รวบรวมมะม่วงจากพ่อค้ารวบรวมต่างจังหวัดท่ัวประเทศ และ กระจายผลผลิตไปทั่วประเทศเช่นกัน เพ่ือส่งถึงผู้บริโภคในประเทศต่อไปร้อยละ 55.21 ท้ังนี้ พ่อค้าตลาด กลาง กทม. อาจมีการรับบ่มตามคาส่ังซ้ือหรือขายยกรถ แล้วแต่ภาวะของราคาตลาด ซ่ึงพ่อค้าตลาดกลาง กทม. มีส่วนให้เงินทุนกับพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นไปรับซื้อมะม่วงน้าดอกไม้จากเกษตรกรโดยตรง เพื่อความแนน่ อนของผลผลิตทีจ่ ะได้รับมากระจายตอ่ ไป (8) โรงงานแปรรปู โรงงานแปรรูปส่วนใหญ่เป็นบริษัทท่ีรับแปรรูปผลไม้หลายชนิด ทั้งแช่แข็ง และอบแห้ง ซึ่งตั้งอยู่ในต่างจังหวัด เช่น จันทบุรี นครนายก เป็นต้น เพื่อรับซื้อมะม่วงน้าดอกไม้ในฤดูกาลเพราะราคา ค่อนข้างถูก และรับซ้ือในปริมาณที่มากพอต่อกาลังการผลิต โดยจะใช้ขนาดผล 250-280 กรัม ไม่คานึงผิว แต่อย่าเน่าเสีย ซึ่งรับซื้อจากสถาบันเกษตรกรโดยตรง ร้อยละ 13.97 และแปรรูปส่งขาย ไปยังตลาดตา่ งประเทศประมาณรอ้ ยละ 12.57 และตลาดในประเทศร้อยละ 1.40 (9) วิถีการตลาดสินคา้ ปี 2559/60 จังหวัดสระแก้วมีปริมาณผลผลิตมะม่วงน้าดอกไม้ 9,013 ตัน วัตถุประสงค์ หลักในการปลูกมะม่วงน้าดอกไม้ ของเกษตรกรในจังหวัดสระแก้ว คือ เพื่อขายร้อยละ 100 ซ่ึงแบ่งขาย
72 ให้กับพ่อค้ารวบรวมท้องถ่ินที่เป็นขาประจาร้อยละ 69.01 รองลงมาขายผ่านกลุ่ม/ชมรม/สถาบันเกษตรกร ซ่งึ เป็นวสิ าหกจิ ชุมชนร้อยละ 20.96 และขายพอ่ ค้าชายแดนทต่ี ลาดโรงเกลือรอ้ ยละ 10.03 ส่วนช่องทางการส่งต่อผลผลิตจากพ่อค้ารวบรวมท้องถิ่นร้อยละ 69.01 ส่งต่อให้กับพ่อค้า ตลาดกลาง กทม. เช่น ตลาดไท ตลาดไอยรา ตลาดสี่มมุ เมือง เปน็ ต้น ร้อยละ 55.21 และส่งต่อให้พ่อค้าขาย ส่งและขายปลีกในจังหวัดร้อยละ 12.08 สุดท้ายส่งต่อให้พ่อค้าชายแดนที่ตลาดโรงเกลือเพื่อส่งออก ต่างประเทศ ซึ่งคุณภาพจะตกเกรดส่งออกแล้วร้อยละ 1.72 ซึ่งจากพ่อค้าตลาดกลาง กทม. และพ่อค้า ขายส่งและขายปลีกในจังหวัดจะกระจายต่อไปยังผู้บริโภคในประเทศ ส่วนพ่อค้าชายแดนจะส่งต่อไปยัง ตา่ งประเทศรอ้ ยละ 11.75 สาหรับช่องทางการส่งต่อของสถาบันเกษตรกรการแบ่งส่งให้โรงงานแปรรูปในต่างจังหวัด เชน่ จนั ทบุรี นครนายก เป็นตน้ ร้อยละ 13.97 และสง่ ไปใหผ้ ้สู ่งออกไปต่างประเทศ ร้อยละ 6.99 โดยรวมผลผลิตมะม่วงน้าดอกไม้ของจังหวัดสระแก้วไปขายในประเทศประมาณร้อยละ 68.69 หรอื ประมาณ 6,253 ตัน และไปขายตลาดต่างประเทศรอ้ ยละ 31.31 หรอื ประมาณ 2,850 ตนั วีถตี ลาดมะม่วงน้าดอกไม้ จังหวัดสระแกว้ ต้นน้า กลางนา้ ปลายน้า ผูร้ วบรวม(ลง้ ), 6.99% ผ้บู รโิ ภคใน ผู้ส่งออก 6.99% ต่างประเทศ 12.57% 31.31% 6.99% สถาบนั เกษตรกร 13.97% โรงงานแปรรูป 1.40% จังหวดั อน่ื 20.96% 20.96% 13.97% เกษตรกร 10.03% 11.75% พอ่ ค้าตลาดกลาง 55.21% พอ่ คา้ ชายแดน กทม. 55.21.% 100% 11.75% ผู้บริโภคใน 55.21% ประเทศ 69.01% 1.72% 68.69% พอ่ ค้ารวบรวมทอ้ งถ่ิน 69.01.% 12.08% พ่อคา้ ขายส่ง/ปลีก 12.08% 12.08% ภาพท่ี 31 วิถีการตลาดสนิ ค้ามะม่วงน้าดอกไม้จังหวัดสระแก้ว
73 สาหรบั ราคามะม่วงนา้ ดอกไม้ที่เกษตรกรขายได้ท่ีไร่นาเฉล่ียรายเดือน ปี 2559-60 จังหวัด สระแก้ว พบว่า ราคาเฉลี่ยตันละ 52.91 บาท โดยรุ่นนอกฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือน กุมภาพันธ์ 2560 ราคาเฉล่ีย 61.10 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนรุ่นในฤดูต้ังแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมมีราคา เฉล่ยี 42.00 บาทตอ่ กโิ ลกรัม เน่ืองด้วยมะม่วงน้าดอกไม้จังหวัดสระแก้วมีราคาท่ีทาสัญญาซื้อขายกับบริษัท ผู้สง่ ออกทาให้รกั ษาระดบั ราคาในตลาดอยู่ในเกณฑด์ ี ตารางท่ี 32 ราคามะม่วงนา้ ดอกไมท้ ี่เกษตรกรขายได้ทไ่ี ร่นาเฉลี่ยรายเดือน ปี 2559-60 จังหวดั สระแก้ว หนว่ ย: บาท/กก. รายการ รุ่นนอกฤดู รุ่นในฤดู พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. เฉลย่ี มะมว่ งน้าดอกไม้ 53.78 54.35 69.56 66.70 50.00 42.31 33.69 52.91 ทม่ี า: สานักงานเกษตรจงั หวัดสระแก้ว 3) การใช้มะมว่ งน้าดอกไมข้ องจังหวดั สระแก้วฤดกู าลผลติ ปี 2559/60 จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ผลผลิตมะม่วงน้าดอกไม้ท่ีผลิตภายในจังหวัด มีปริมาณ 9,103 ตันมะม่วงผลสด และไม่ได้นาเข้ามะม่วงน้าดอกไม้จากต่างจังหวัด สาหรับผลผลิตการออกสู่ตลาด โดยรุ่นนอกฤดูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีผลผลิตประมาณ 4,637 ตัน คิด เป็นร้อยละ 50.94 ส่วนรุ่นในฤดูตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2560 มีผลผลิตประมาณ 4,466 ตัน คิด เป็นร้อยละ 49.06 ในขณะที่ความต้องการใช้ประโยชน์จากมะม่วงน้าดอกไม้ของจังหวัดสระแก้วมีปริมาณ ทง้ั หมด 10,247 ตนั แบ่งเปน็ การใชป้ ระโยชน์ในจังหวัด 1,100 ตัน ซ่ึงเป็นการบริโภคภายในจังหวัดทั้งหมด เพราะไม่มีโรงงานแปรรูปมะม่วงน้าดอกไม้ในจังหวัด และเป็นการส่งออกโดยแบ่งเป็นการส่งออกไปจังหวัด อื่น 5,026 ตัน ส่งออกไปแปรรูปจังหวัดอ่ืน 1,271 ตัน และส่งออกไปต่างประเทศ 2,850 ตัน ดังน้ัน เกิด ความต้องการส่วนเกินของตลาดจานวน 1,144 ตัน เพราะเป็นจังหวัดท่ีอยู่ติดชายแดนประเทศกัมพูชา สามารถส่งออกไปเวียดนามต่อได้จึงมีท่ีระบายผลผลิตในช่วงผลผลิตเกินความต้องการภายในประเทศ ท้ังน้ี จังหวัดสระแก้วยังสามารถส่งเสริมการปลูกมะม่วงน้าดอกไม้ได้เพ่ิมเติมโดยเฉพาะในการปรับเปลี่ยนพื้ นที่ ตามความเหมาะสมของพืช เพือ่ สร้างรายไดเ้ ข้าสจู่ งั หวดั สระแกว้ ได้มากขึ้น
ตารางที่ 33 การบรหิ ารจดั การสินค้ามะมว่ งน้าดอกไมเ้ ชงิ พ้ืนท่ฤี ดูการผลิตปี รายการ ปี 2559 ม.ค 1. ผลผลติ (Supply) พ.ย. ธ.ค. 3,6 1.1 ผลผลติ ในจังหวัด (ตนั ) 14 14 3,6 (รอ้ ยละ) (40.5 14 14 1.2 นาเข้าของจงั หวดั (ตนั ) 2,5 (0.15) (0.16) 2. การใชป้ ระโยชน์ (Utilization) 15 -- 1 2.1 การใช้ในจงั หวัด 324 561 1) บริโภคในจังหวดั (ตนั ) 2,4 2) แปรรูปในจงั หวัด (ตนั ) 88 154 2,0 2.2 ส่งออก 88 154 1) สง่ ออกไปจังหวัดอ่นื (ตนั ) -- 236 407 88 2) สง่ แปรรปู ไปจังหวดั (ตนั ) -- 3) ส่งออกต่างประเทศ (ตนั ) 228 399 3 3. ผลผลิตส่วนเกินหรือขาด (ตนั ) -310 -547 1,09 หมายเหตุ : *ผลผลติ สว่ นเกิน/ขาด คานวณจาก 1 (ผลผลิต) – 2 (การใชป้ ระโยชน์)
74 2559/60 จงั หวัดสระแก้ว พ.ค. รวม(ตัน) (รอ้ ยละ) ปี 2560 1,039 9,103 ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. 1,039 (11.42) 9,103 689 920 47 3,380 (100) - 689 920 47 3,380 0 52) (10.10) (0.51) (37.13) 811 10,247 ---- 66 590 666 1,182 4,114 66 1,100 1,100 54 44 198 396 - 154 44 198 396 0 745 ---- 574 9,147 5,026 436 622 984 3,718 - 037 508 26 1,866 1,271 171 - - 445 826 2,850 228 399 114 513 1,026 -1,144 99 254 -1,135 -734
75 4) ปญั หาและอปุ สรรค เกษตรกร - สภาพอากาศแปรปรวนทาให้เกิดปญั หาในการบังคบั ให้ออกผลผลติ ของมะม่วงยากขึน้ - ปัญหาภัยแล้งทาให้บางพื้นท่ีขาดแคลนน้าเพราะสวนมะม่วงส่วนใหญ่ยังไม่มีการวางระบบ ใหน้ า้ ทางท่อ อาศัยนา้ ฝนเปน็ สว่ นใหญ่ - เกษตรกรท่ีลงทุนแล้วไมส่ ามารถบงั คบั ให้มะมว่ งออกได้เกิดการขาดทุนทาให้ต้องมีการกู้เงิน มาลงทนุ - เกษตรกรยังมีความรู้ในการดูแลรักษาไม่ท่ัวถึงกันควรมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติม อย่างตอ่ เนื่อง - เกษตรกรบางสว่ นยังไม่รวมกลมุ่ กันผลิตจงึ ทาใหไ้ ม่มีอานาจในการต่อรอง - เกษตรกรบางรายสูงอายุหรือสุขภาพไม่ดีไม่สามารถทาการผลิตต่อได้และไม่มีคนมาเช่าสวน จึงท้ิงสวนไม่ไดด้ ูแลทาใหเ้ ปน็ แหล่งเพาะพนั ธุ์แมลงและโรคตา่ ง ๆ ในมะม่วง พอ่ ค้ารวบรวมท้องถน่ิ - ปริมาณผลผลิตบางช่วงคุณภาพไม่ดอี ย่างท่ตี กลงไวจ้ งึ ตอ้ งเจรจาต่อรองลดราคารับซ้ือก็อาจ เกิดขอ้ พพิ าทกับชาวสวน - ปริมาณน้าหนักบรรทุกที่ว่ิงกระจายสินค้ามักเจอด่านตารวจเรียกค่าปรับทั้งถูกต้องและไม่ ถกู ตอ้ งเปน็ ประจาจึงเป็นตน้ ทนุ ทีเ่ กดิ ขึ้นโดยไม่จาเปน็ อย่างตอ่ เนื่อง สถาบันเกษตรกร - สมาชิกต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสถาบันมากยิ่งข้ึนเพื่อพัฒนาความ เขม้ แข็งของสถาบันเกษตรกร และต้องการสมาชกิ ท่ตี ้ังใจมุ่งมั่นการผลผลิตให้มคี ณุ ภาพมากยิ่งขึ้น 3.3 การวิเคราะห์เพอ่ื หาพชื ทางเลอื กทางเศรษฐกจิ 3.3.1 แนวทางการปลูกพืชทดแทนในพ้นื ที่ไม่เหมาะสม แนวทางการปลูกพืชทดแทนในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) จะใช้เกณฑ์จากต้นทุนการผลิตและ ผลตอบแทนของสินค้าที่จัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตในสินค้าที่สาคัญ 4 ชนิด (Top 4) ในพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) มาเปรยี บเทียบกับต้นทุนและผลตอบแทนกับสินค้าที่จะปรับเปลี่ยนในระดับความเหมาะสม (S) โดยจะ เลอื กปรบั เปลี่ยนในสินค้าหลักที่เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน ได้แก่ ข้าว และมันสาปะหลัง มาทดแทนด้วย สนิ คา้ ทที่ ดแทนดว้ ยสนิ คา้ ทีผ่ ลิตแลว้ มกี าไร เชน่ อ้อยโรงงาน มะม่วง รวมท้ังสินค้าตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ หญา้ เนเปียร์ และโคเนื้อ แพะ ตามโครงการโคบาลบรู พา (1) สนิ ค้าทสี่ ามารถปรับเปลยี่ นในพื้นทไี่ ม่เหมาะสม (N) ปลกู ขา้ ว จากข้อมูล http://agri-map-online.moac.go.th พ้ืนทป่ี ลูกขา้ วจงั หวัดสระแก้ว ในเขต พ้ืนท่ีไม่เหมาะสมมี 258,972 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 30.32 ของพ้ืนท่ีปลูกข้าวท้ังหมด และการผลิตข้าวใน เขตพ้ืนที่ไม่เหมาะสม(N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉล่ีย (TC) 3,956.54 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนผันแปร (TVC ) 2,762.42 บาทต่อไร่ และตน้ ทุนคงท่ี (TFC ) 1,194.11 บาทต่อไร่ ผลผลิตเฉล่ีย 323.59 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนจากราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 7.12 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้ 2,303.89 บาทต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรจะขาดทุน 1,652.65 บาทต่อไร่ ดังนั้นจึงจาเป็นต้องหาแนวทาง ปรับเปล่ียนพืชทดแทนการปลูกข้าวในพื้นท่ีไม่เหมาะสม (N) เพ่ือให้เกษตรกรมีผลกาไรในการดาเนินกิจการ
76 อย่างยั่งยืนต่อไป โดยการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากต้นทุนสินค้าท่ีสาคัญ 4 ชนิด (Top 4) เป็นอันดับแรก ซงึ่ พืชทส่ี ามารถนามาทดแทนในการปลูกข้าวในพนื้ ท่ไี มเ่ หมาะสม (N) ไดแ้ ก่ อ้อยโรงงาน มะม่วง และลาไย ตารางท่ี 34 สรปุ สนิ ค้าต่างๆ ทสี่ ามารถปรบั เปล่ียนพ้นื ที่นาไม่เหมาะสม(N) ในอาเภอตา่ งๆ จังหวดั สระแก้ว หน่วย : ไร่ อาเภอ พ้ืนทีป่ ลูกข้าว : จังหวดั สระแกว้ พชื ทดแทนในพ้นื ทีป่ ลูกข้าว (N) S1 S2 S3 N Total ออ้ ย มะม่วง ลาไย อ.วังนา้ เยน็ 3,140 8,003 - 31,644 42,787 17,268 13,957 19,906 อ.อรัญประเทศ 242 154,022 2,176 35,956 192,396 16,559 11,007 18,405 อ.เขาฉกรรจ์ 4,757 12,435 8,675 40,453 66,320 19,646 3,893 25,763 อ.คลองหาด 811 2,241 11,807 14,859 2,830 2,267 5,887 อ.วังสมบรู ณ์ 988 1,060 - 5,349 7,397 1,961 1,464 1,966 อ.วัฒนานคร 4,935 106,767 - 59,437 172,457 29,099 1,244 41,988 อ.เมือง 1,182 60,937 1,318 53,701 142,210 26,066 241 31,335 อ.ตาพระยา 37,952 143,571 26,390 16,208 197,731 12,903 11,266 อ.โคกสูง 12,842 - 4,417 17,836 1,091 - 1,147 577 - จ.สระแก้ว 54,007 501,878 39,136 258,972 853,993 127,423 34,073 157,664 แหลง่ ขอ้ มูล : http://agri-map-online.moac.go.th ภาพที่ 32 แสดงพื้นท่ีขา้ วไม่เหมาะสม (N) ปรับเปลี่ยนเปน็ อ้อยโรงงาน จงั หวัดสระแก้ว ตาพระยา เมอื ง วฒั นานคร โคกสงู อรญั ประเทศ เขาฉกรรจ์ วงั น้าเย็น คลองหาด วงั สมบรู ณ์
77 ภาพที่ 33 แสดงพ้ืนท่ีข้าวไม่เหมาะสม (N) ปรบั เปลยี่ นเปน็ มะมว่ ง (ไม้ผล) จังหวัดสระแก้ว ตาพระยา โคกสูง เมอื ง วฒั นานคร อรญั ประเทศ เขาฉกรรจ์ คลองหาด วังน้าเย็น วงั สมบูรณ์ ภาพที่ 34 แสดงพ้นื ท่ีข้าวไม่เหมาะสม (N) ปรับเปล่ยี นเปน็ ลาไย จงั หวัดสระแก้ว ตาพระยา เมอื ง วฒั นานคร โคกสงู อรัญประเทศ เขาฉกรรจ์ คลองหาด วงั นา้ เย็น วังสมบูรณ์ แหลง่ ขอ้ มูล : http://agri-map-online.moac.go.th
78 แนวทางการปรับเปลีย่ นพืน้ ท่นี าไมเ่ หมาะสม (N) จงั หวดั สระแก้ว ซึง่ มีพื้นท่ี 258,972 ไร่ หรอื คดิ เป็นร้อยละ 30.32 ของพ้ืนทีก่ ารปลูกขา้ วทัง้ หมด และจากการผลิตเกษตรกรขาดทนุ ไรล่ ะ 1,379 บาท ตอ่ ไร่ หากเกษตรกรปลูกพชื ทดแทนทส่ี าคญั ๆ เชน่ อ้อย มะมว่ ง และลาไย เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทน ดังน้ี (1.1) อ้อยโรงงาน จากพื้นที่นาไมเ่ หมาะสมจานวน 258,972 ไร่ สามารถปรับเปลี่ยนเพ่ือ ปลูกอ้อยโรงงาน ซ่ึงเป็นในพื้นที่เหมาะสม (S1 และ S2) จานวน 127,423 ไร่ หรือร้อยละ 49.20 และ กระจายไปได้ในทุกอาเภอ โดยอาเภอที่เหมาะสมมากที่สุด คือ อาเภอวัฒนานคร สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่นา ไม่เหมาะสม (N) เป็นพื้นท่ีปลูกอ้อยท่ีเหมาะสม (S) ได้จานวน 29,099 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 22.84 ของ พ้นื ท่ที ่ีสามารถปรบั เปล่ยี นได้ รองลงมาคือ อาเภอเมือง (20.46%) เขาฉกรรจ์ (15.42%) วังน้าเย็น (13.55%) อรัญประเทศ (13.00%) ตาพระยา (10.13%) คลองหาด (2.22%) วังสมบูรณ์ (1.54%) และโคกสูง (0.86%) ของพนื้ ท่นี าท่ไี มเ่ หมาะสม(N) ท่สี ามารถปรบั เปลย่ี นเป็นพ้ืนที่ปลกู ออ้ ยในพ้ืนทเ่ี หมาะสม (S) การปลูกออ้ ยทดแทนพ้ืนท่ีนาไม่เหมาะสม (N) จะมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 7,639.63 บาทต่อ ไร่ ซ่งึ เกษตรกรมีรายไดไ้ ร่ละ 9,231.68 บาท หรือกาไรไร่ละ 1,592.50 บาท มากกว่าการปลูกข้าวที่เกษตรกร ขาดทุนไร่ละ 1,379.21 บาท ตารางที่ 35 เปรียบเทียบ ตน้ ทุนการผลติ ผลตอบแทน ขา้ วไม่เหมาะสม (N) เป็นอ้อยโรงงาน รายการ ขา้ ว ออ้ ยโรงงาน ส่วนตา่ ง หมายเหตุ (N) (S1&S2) ตน้ ทุนผันแปร (บาท/ไร)่ 2,598.53 5,360.95 2,762.42 ตน้ ทุนคงท่ี (บาท/ไร)่ 1,084.57 2,278.68 1,194.11 ต้นทุน (บาท/ไร)่ 3,683.10 7,639.63 3,956.53 ผลผลติ (กก./ไร)่ 323.58 11,640.00 ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.12 0.79 รายได้ (บาท/ไร)่ 2,303.89 9,231.68 6,927.79 กาไรสทุ ธิ (บาท/ไร)่ -1,379.21 1,592.05 2,971.26 ท่ีมา : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 6 (1.2) มะม่วง จากพืน้ ทนี่ าไมเ่ หมาะสมจานวน 258,972 ไร่ สามารถปรับเปลย่ี น เพ่ือปลูกมะม่วง (ใช้เกณฑ์พื้นที่เหมาะสมปลูกไม้ผล เนื่องจากไม่มีพื้นท่ีเหมาะสมเฉพาะมะม่วง) และเป็นใน พื้นที่เหมาะสม (S1 และ S2) จานวน 34,073 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 13.16 โดยกระจายไปใน 7 อาเภอ โดยอาเภอที่เหมาะสมมากท่สี ุด คือ อาเภอวังนา้ เย็น 13,957 ไร่ หรอื คิดเป็นร้อยละ 40.96 ของพ้ืนที่ท่ีสามารถ ปรับเปล่ียนได้ รองลงมาคือ อรัญประเทศ (32.30%) เขาฉกรรจ์ (11.43%) คลองหาด (6.65%) วังสมบูรณ์ (4.30%) วัฒนานคร (3.65%) เมอื ง (0.71%) ของพ้ืนที่นาท่ีไม่เหมาะสม(N) ท่สี ามารถปรับเปลีย่ นได้ การปลูกมะม่วงทดแทนพืน้ ทน่ี าไมเ่ หมาะสม (N) จะมีตน้ ทนุ การผลิตไรล่ ะ 18,890.86 บาท ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้ไร่ละ 53,659.14 บาทต่อไร่ หรือกาไรไร่ละ 34,757.70 บาท มากกว่าการปลูก ขา้ วท่เี กษตรกรขาดทนุ ไร่ละ 1,379.21 บาท
79 ตารางท่ี 36 เปรยี บเทยี บ ต้นทนุ การผลติ ผลตอบแทน ขา้ วไมเ่ หมาะสม (N) เป็นมะม่วง ขา้ ว มะม่วง รายการ (N) (S1&S2) ส่วนต่าง หมายเหตุ ตน้ ทุนผนั แปร (บาท/ไร)่ 2,598.53 15,730.80 13,132.27 1,084.57 3,160.06 2,075.49 ตน้ ทุนคงที่ (บาท/ไร)่ 3,683.10 18,890.86 15,207.76 ตน้ ทนุ (บาท/ไร)่ 323.58 1,256.36 ผลผลติ (กก./ไร)่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.12 42.71 2,303.89 53,659.14 51,355.25 รายได้ (บาท/ไร)่ กาไรสุทธิ (บาท/ไร)่ -1,379.21 34,768.28 36,147.49 ท่ีมา : จากการสารวจ สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6 (1.3) ลาไย จากพืน้ ทน่ี าไม่เหมาะสมจานวน 258,972 ไร่ สามารถปรับเปล่ียนเพ่ือ ปลูกลาไย และเป็นในพื้นที่เหมาะสม (S1 และ S2) จานวน 34,073 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 13.16 โดย กระจายไปใน 7 อาเภอ โดยอาเภอท่ีเหมาะสมมากท่ีสุด คือ อาเภอวัฒนานคร 41,988 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 26.63 ของพื้นท่ีท่ีสามารถปรับเปลี่ยนได้ รองลงมาคืออาเภอเมือง (19.87%) เขาฉกรรจ์ (16.34%) วังน้าเย็น (12.63%) อรัญประเทศ (11.67%) ตาพระยา (7.15%) วังสมบูรณ์ (1.25%) และโคกสูง (0.73%) ของพื้นท่นี าทีไ่ ม่เหมาะสม(N) ที่สามารถปรบั เปล่ยี นเพอื่ ปลกู ลาไยได้ โดยท่ีการปลกู ลาไยทดแทนพ้นื ท่นี าไมเ่ หมาะสม (N) เกษตรกรจะมีต้นทุนการผลติ ไร่ละ 18,890.86 บาท ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้ไร่ละ 53,659.11 บาทต่อไร่ หรือกาไรไร่ละ 34,768.28 บาท มากกว่าการปลูกขา้ วทีเ่ กษตรกรขาดทุนไร่ละ 1,379.21 บาท ตารางท่ี 37 เปรยี บเทยี บ ต้นทุนการผลติ ผลตอบแทน ขา้ วไมเ่ หมาะสม (N) เป็นลาไย รายการ ขา้ ว ลาไย สว่ นตา่ ง หมายเหตุ (N) (S1&S2) ตน้ ทนุ ผนั แปร (บาท/ไร)่ 2,598.53 15,730.80 13,132.27 ตน้ ทนุ คงที่ (บาท/ไร)่ 1,084.57 3,160.06 2,075.49 ตน้ ทุน (บาท/ไร)่ 3,683.10 18,890.86 15,207.76 ผลผลติ (กก./ไร)่ 323.58 1,256.36 ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.12 42.71 รายได้ (บาท/ไร)่ 2,303.89 53,659.14 51,355.25 กาไรสุทธิ (บาท/ไร่) -1,379.21 34,768.28 36,147.49 ทีม่ า : ตน้ ทุนการผลิตข้าวจากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ต้นทนุ การผลติ ลาไย ใช้ตน้ ทุนการผลิตระดบั ประเทศ ปี 2559 (1.4 ) การปลูกหญ้าเนเปียร์ ทดแทนพื้นที่นาไม่เหมาะสม (N) จะมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 20,763.45บาท ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้ไร่ละ 70,571.33 บาทต่อไร่ หรือกาไรไร่ละ 49,807.88 บาท มากกว่าการ ปลกู ขา้ วท่เี กษตรกรขาดทนุ ไร่ละ 1,379.21 บาท
80 ตารางท่ี 38 เปรียบเทยี บ ตน้ ทนุ การผลติ ผลตอบแทน ขา้ วไมเ่ หมาะสม (N) เป็นหญ้าเนเปยี ร์ รายการ ข้าว (N) หญ้าเนเปยี ร์ (S1&S2) ส่วนต่าง หมายเหตุ ตน้ ทนุ ผันแปร (บาท/ไร)่ 2,598.53 15,645.92 13,047.39 ตน้ ทนุ คงที่ (บาท/ไร)่ 1,084.57 5,117.53 4,032.96 ต้นทุน (บาท/ไร)่ 3,683.10 20,763.45 17,080.35 ผลผลติ (กก./ไร)่ 323.58 43,326.30 68,267.44 ราคาทีเ่ กษตรกรขายได้ (บาท/กก.) 7.12 1.63 51,187.09 รายได้ (บาท/ไร)่ 2,303.89 70,571.33 กาไรสทุ ธิ (บาท/ไร่) -1,379.21 49,807.88 ทม่ี า : ข้าว จากการสารวจ สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 6, หญา้ เนเปียร์ สานกั วิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2559 (2) สนิ ค้าทีส่ ามารถปรับเปลย่ี นในพนื้ ทไ่ี มเ่ หมาะสม (N) ปลกู มันสาปะหลัง จากข้อมูล http://agri-map-online.moac.go.th พ้ืนที่ปลูกมันสาปะหลังจังหวัด สระแก้ว ในปี 2558 มจี านวน 635,281 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกในเขตพ้ืนที่ไม่เหมาะสมจานวน 27,276 ไร่ หรือคิด เป็นร้อยละ 4.29 และการผลิตมันสาปะหลังในเขตพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม(N) เกษตรกรมีต้นทุนการผลิต ไร่ละ 5,322.56 บาท เป็นต้นทุนผันแปร 4,193.49 บาทต่อไร่ ต้นทุนคงที่ไร่ละ 1,129.07 และได้ผลผลิตไร่ละ 3,154.34 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาท่ีเกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา 1.57 บาทต่อกิโลกรัม ทาให้เกษตรประสบภาวะ ขาดทุน 369.93 บาทต่อไร่ ดังนั้นจึงจาเป็นต้องหาแนวทางปรับเปลี่ยนพืชทดแทนการปลูกมันสาปะหลัง ในพ้นื ทไ่ี ม่เหมาะสม (N) เพือ่ ใหเ้ กษตรกรมผี ลกาไรในการดาเนนิ กจิ การอย่างย่ังยืนต่อไป โดยการเปรียบเทียบ ผลตอบแทนจากต้นทุนสินค้าท่ีสาคัญ 4 ชนิด (Top 4) เป็นอันดับแรก ซึ่งพืชท่ีสามารถนามาทดแทนในการ ปลูกมันสาปะหลังในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (N) ได้แก่ อ้อยโรงงาน มะม่วง และพืชท่ีน่าสนใจท่ีเกษตรกรได้มีการ นามาปลกู เพือ่ ปรับเปลยี่ นในพื้นทแี่ ล้วมผี ลตอบแทนท่ีดกี วา่ เช่น ลาไย ตารางที่ 39 สรปุ สนิ คา้ ตา่ งๆ ทสี่ ามารถปรบั เปล่ยี นพน้ื ท่ีมันสาปะหลงั ไม่เหมาะสม (N) ในจงั หวัดสระแกว้ หนว่ ย : ไร่ อาเภอ พนื้ ท่ปี ลกู มนั สาปะหลัง : จังหวดั สระแกว้ พชื ทดแทนในพ้ืนที่ปลูกมนั สาปะหลัง (N) S1 S2 S3 N Total อ้อย มะมว่ ง ลาไย อ.เมือง 6,179 101,777 23,061 12,870 143,887 11,568 - 12,865 อ.ตาพระยา - 80,338 5,573 4,593 90,504 4,565 - 4,565 อ.วฒั นานคร 7,032 66,494 20,782 7,015 101,323 4,223 - 6,966 อ.วงั สมบูรณ์ 54,350 - 38,994 386 93,730 230 230 230 อ.วังน้าเยน็ - 34,160 17,610 1,102 52,872 228 228 1,005 อ.อรญั ประเทศ 3,001 19,551 5,291 36 27,879 36 - 36 อ.เขาฉกรรจ์ 1,099 35,820 8,785 1,127 46,831 5 8 1,084 อ.คลองหาด 69 65,486 12,553 147 78,255 - - 129 อ.โคกสงู 1,893 6,879 5,968 - 14,740 - - - รวม 71,730 403,626 132,649 27,276 635,281 20,856 465 26,881 แหล่งขอ้ มูล : http://agri-map-online.moac.go.th
81 ภาพท่ี 35 แสดงพ้นื ท่ีมนั สาปะหลงั ไม่เหมาะสม (N) ปรับเปล่ียนเปน็ อ้อยโรงงาน จงั หวัดสระแกว้ ตาพระยา เมือง โคกสงู วัฒนานคร อรัญประเทศ เขาฉกรรจ์ วังน้าเย็น คลองหาด วังสมบูรณ์ ภาพท่ี 36 แสดงพนื้ ท่ีมันสาปะหลังไม่เหมาะสม (N) ปรับเปลยี่ นเป็นมะมว่ ง (ไม้ผล) จังหวดั สระแก้ว ตาพระยา เมือง วัฒนานคร โคกสูง อรัญประเทศ เขาฉกรรจ์ วังน้าเยน็ คลองหาด วังสมบูรณ์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115