จ.ปทุมธานี สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 จานวน 1 หอ้ ง มีนกั เรียน 21 คน เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวจิ ยั การศึกษาวจิ ยั ในคร้ังน้ีผวู้ จิ ยั ไดใ้ ชเ้ ครื่องมือในการวจิ ยั ดงั น้ี 1. แผนการจดั การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 เรื่องการ คูณ เนื่องจากเน้ือหาท่ีใชใ้ นการทดลองคร้ังน้ีมุ่งที่จะพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ จานวน 4 แผน 2. แบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษา ปี ท่ี 3 จานวน 1 เล่ม 4 แบบฝึก 3. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 จานวน 1 ฉบบั เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ จานวน 10 ขอ้ 4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ แบ่งเป็น 2 ตอน ดงั น้ี ตอนท่ี 1 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ที่มีต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ จานวน 1 ฉบบั 10 ขอ้ ความ มีลกั ษณะเป็ นแบบวดั มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั มี เกณฑด์ งั น้ี ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากที่สุด ใหค้ ะแนน 5 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ใหค้ ะแนน 4 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ใหค้ ะแนน 3 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ใหค้ ะแนน 2 คะแนน
ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปรับปรุง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน ค่าเฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ค่าเฉล่ีย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ค่าเฉล่ีย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปรับปรุง ตอนที่ 2 เป็นขอ้ คาถามใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใหน้ กั เรียนตอบ แบบสอบถามหลงั สิ้นสุดการเรียน โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ การสร้างเครื่องมือทใ่ี ช้ในการวจิ ัย การศึกษาวิจัยในคร้ังน้ีผูว้ ิจัยได้สร้างเคร่ืองมือในการวิจัย ตามข้นั ตอน ดงั ต่อไปน้ี 1. สร้างแผนการจดั การเรียนรู้ เรื่องการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ มีข้นั ตอนในการสร้างดงั น้ี 1.1 ศึกษาขอบข่ายเน้ือหาของการสร้างแผนการจดั การเรียนรู้เรื่องการ คูณ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 เอกสารการสอนคณิตศาสตร์และงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ งเพื่อเป็น แนวทางจดั ทาขอบข่ายเน้ือหาและวธิ ีการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในแผนการจดั การเรียนรู้ เรื่องการคูณ 1.2 วเิ คราะห์ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 เพื่อกาหนดขอบข่ายผลการเรียนรู้และกาหนด โครงสร้างของแผนการจดั การเรียนรู้ 6 ชว่ั โมง ภายในระยะ 2 สัปดาห์
1.3 จัดทาแผนการจดั การเรียนรู้เรื่องการคูณช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 จานวน 4 แผนโดยแต่ละแผนมีองคป์ ระกอบคือ สาระสาคญั มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือและแหล่งเรียนรู้การวดั และประเมินผล โดยมีแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีจะทามีขอบข่ายดงั น้ี 1.3.1 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทบทวนการคูณจานวนที่มี หน่ึงหลักกับ 100 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ืองการคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับ 200,300,...,900 1.3.2 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เร่ืองการคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลกั กบั 1,000 1.3.3 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 การคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลักกบั 200,300,...,900 1.4 นาแผนการจดั การเรียนรู้ เร่ืองการคูณ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 ท่ี สร้างข้ึนไปให้ผเู้ ชี่ยวชาญซ่ึงเป็ นครูผูส้ อนจานวน 3 คน เพื่อตรวจสอบความเท่ียงตรง เชิงโครงสร้างและเน้ือหา ประเมินความเหมาะสม และความสอดคลอ้ งของประเดน็ ต่าง ๆ ของแผนการจดั การเรียนรู้ ไดแ้ ก่สาระสาคญั มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั จุดประสงค์ การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือการเรียนรู้ และการวดั และประเมินผล โดยกาหนดเกณฑก์ ารประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ดงั น้ี (บุญชม ศรีสะอาด,2553, หนา้ 124-126) 5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง ปรับปรุง 1 หมายถึง ใชไ้ ม่ได้
กาหนดเกณฑใ์ นการแปลผลของการประเมินผลการจดั การเรียนรู้ เร่ือง ทกั ษะการคูณ โดยผเู้ ชี่ยวชาญดงั น้ี ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 อยใู่ นระดบั ดีมาก ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 อยใู่ นระดบั ดี ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 อยใู่ นระดบั ปานกลาง ค่าเฉล่ีย 2.5 1 - 2.50 อยใู่ นระดบั ปรับปรุง ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 ควรจดั ทาใหม่ 1.4.1 ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เท่ากบั 0.96 แสดงว่าแบบฝึ กทกั ษะมีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกับกลุ่ม ตวั อยา่ งได้ 1.4.2 ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เท่ากับ 0.87 แสดงว่าแบบฝึ กทักษะมีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกับกลุ่ม ตวั อยา่ งได้ 1.4.3 ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 วิชา คณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เท่ากับ 0.87 แสดงว่าแบบฝึ กทกั ษะมีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกับกลุ่ม ตวั อยา่ งได้ 1.4.4 ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 วิชา คณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เท่ากบั 0.91 แสดงว่าแบบฝึ กทักษะมีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกับกลุ่ม ตวั อยา่ งได้
1.5 ปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ตามคาแนะนาของผเู้ ชี่ยวชาญ 1.6 นาแผนการจดั การเรียนรู้ไปทดลองกบั นกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง 2. การสร้างแบบฝึ กทักษะ เร่ืองการคูณ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 ผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนินการดงั น้ี 2.1 ศึกษาขอ้ มูลพ้ืนฐานและวิเคราะห์หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 และหลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้โรงเรียนวดั พืช นิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) 2.2 ศึกษาหลกั การ ทฤษฎี เทคนิควิธีการที่เกี่ยวขอ้ ง เช่น แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และการจดั ทาแบบฝึ กทกั ษะ 2.3 ศึกษาเอกสาร งานวจิ ยั และตาราต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การสร้างแบบ ฝึกทกั ษะ 2.4 วิเคราะห์มาตรฐานการเรี ยนรู้ และตัวช้ีวัดสาระการเรี ยนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 เพ่ือออกแบบโครงสร้าง และหน่วยการเรียนรู้ 2.5 นาแบบฝึ กทักษะเสนออาจารยท์ ่ีปรึกษาตรวจพิจารณาเพ่ือรับ ขอ้ เสนอแนะและปรับปรุง 2.6 ปรับปรุงแกไ้ ขแบบฝึกทกั ษะตามคาแนะนาของอาจารยท์ ี่ปรึกษา 2.7 นาแบบฝึ กทกั ษะที่สร้างใหผ้ เู้ ช่ียวชาญจานวน 3 ท่าน ไดต้ รวจสอบ ความถูกตอ้ ง ซ่ึงเป็นครูผสู้ อนคณิตศาสตร์ ตรวจสอบความเท่ียงตรงเพื่อประเมินค่าดชั นี ความสอดคลอ้ งของแบบฝึ กทกั ษะ ซ่ึงมีค่าความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.90 แสดงว่าแบบฝึ ก ทกั ษะมีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั กลุ่มตวั อยา่ งได้ 2.8 นาแบบฝึกทกั ษะมาปรับปรุงตามคาแนะนาและขอ้ เสนอแนะของ
ผูเ้ ชี่ยวชาญ โดปรับแบบฝึ กทกั ษะบางขอ้ ให้มีความเหมาะสมกบั ความสามารถของ นกั เรียนไม่ยากไม่ง่ายเกินไป รวมท้งั ปรับขนาดของอกั ษรและภาษาท่ีใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 2.9 หลงั จากปรับปรุงแบบฝึ กทกั ษะ เร่ืองการคูณแลว้ นาไปทดลองกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ตามข้นั ตอนดงั น้ี 2.9.1 ข้ันหาประสิทธิภาพแบบรายบุคคลทดลองกับนักเรียน ทดลองแบบหน่ึงต่อหน่ึง (1:1) นาแบบฝึ กทกั ษะเร่ือง การคูณ ไปทดลองกบั นกั เรียน 3 คน ท่ีกาลงั ศึกษาอยใู่ นช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ปี การศึกษา 2562 ซ่ึงเป็นนกั เรียนท่ีเรียนดี 1 คน ปานกลาง 1 คน และเรียนอ่อน 1 คน ของโรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์ บารุง) อาเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทุมธานี เพื่อประเมินผลระหวา่ งใชแ้ ละประเมินหลงั ใช้ และตรวจสอบ ความเหมาะสม ดา้ นอื่น ๆ เช่น การสื่อความหมายของภาษา และ ศึกษาพฤติกรรมของนกั เรียนที่ตอบสนองต่อการเรียนในดา้ นการใชเ้ วลา สานวนภาษาท่ี ใชค้ วามยากง่ายของเน้ือหา ลาดบั ข้นั ตอนกิจกรรม ความชดั เจนของคาสั่ง และความ น่าสนใจของแบบฝึ กทกั ษะ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากบั 81.90/86.67 ซ่ึงค่าประสิทธิภาพที่ ไดต้ ่ากว่าเกณฑท์ ี่กาหนด และพบขอ้ บกพร่องดงั น้ีคือ บางกิจกรรมครูตอ้ งอธิบายคาส่ัง เพิ่มเติม บางกิจกรรม พิมพค์ าตกหล่น พิมพส์ ัญลกั ษณ์ผิด จานวนขอ้ ของแบบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ในบางเล่มมีมากเกินไป นกั เรียนทาไม่เสร็จในเวลาท่ีกาหนด ขอ้ บกพร่อง ต่าง ๆ ผศู้ กึ ษาไดป้ รับปรุงแกไ้ ข เพือ่ นาไปทดลองหาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเลก็ ต่อไป 2.9.2 ข้นั หาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเล็กหลงั จากนาแบบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ มาปรับปรุ งแก้ไขแล้ว ได้นาไปทดลองกับนักเรี ยนจานวน 10 คน นอกเหนือจาก 3 คนขา้ งตน้ โดย 10 คน น้นั เป็นนกั เรียนท่ีเรียนดี 3 คน ปานกลาง 4 คน และเรียนอ่อน 3 คน ที่กาลงั ศึกษาอยู่ในช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) อาเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทุมธานี ปี การศึกษา 2562 เพื่อหา
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และความบกพร่องของแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ตามแผนการจดั การเรียนรู้โดยมีการประเมินระหว่างใชแ้ บบฝึ กคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ แลว้ ทดสอบหลงั การใชแ้ บบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์เร่ืองการคูณ ในแต่ละ แบบฝึ ก รวมท้งั หมด 4 แบบฝึ กทกั ษะ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.43/81.00 ซ่ึงค่า ประสิทธิภาพท่ีไดต้ ่ากว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดจึงทาใหต้ อ้ งปรับปรุงแกไ้ ข แลว้ นาไปทดลอง กบั นกั เรียนกลุ่มภาคสนามต่อไป 2.9.3 ข้ันหาประสิทธิภาพแบบภาคสนามทดลองกับนักเรี ยน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 30 คน น้นั เป็นนกั เรียนที่เรียนดี 10 คน ปานกลาง 12 คน และเรียนอ่อน 8 คน ท่ีกาลงั ศึกษาอยใู่ นช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) อาเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทุมธานี ปี การศึกษา 2562 โดยก่อนหาประสิทธิภาพภาคสนามมีการปรับปรุง ตามคาแนะนาในข้นั ตอนหาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเล็ก จึงทาให้มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากบั 82.19/84.33 ซ่ึงค่าประสิทธิภาพที่ได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนดแสดงว่าแบบฝึ ก ทกั ษะมีความเหมาะสม สามารถนาไปทดลองกบั กลุ่มตวั อยา่ งได้ 2.10 นาแบบฝึ กทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 นาไปทดลองกบั นกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง 3. การสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ผู้วิจัยได้สร้าง แบบทดสอบจานวน 1 ชุด มีข้นั ตอนในการสร้างดงั น้ี 3.1 ศึกษาเอกสารหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 คู่มือ การวดั และประเมินผล กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3.2 ศึกษาทฤษฎีและหลักการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทาง การศกึ ษา
3.3 วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ผลการเรียนรู้สาระการเรียนรู้และ กาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เพื่อสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ 3.4 สร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 แบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลือก กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนโดยขอ้ ที่ถูกใหค้ ะแนนขอ้ ละ 1 คะแนน ขอ้ ที่ผดิ หรือไม่ตอบ ให้คะแนนขอ้ ละ 0 คะแนน ใหค้ รอบคลุมสาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั 3.5 นาแบบทดสอบท้งั หมดที่สร้างข้ึนเสนอต่อผเู้ ช่ียวชาญเพ่อื ตรวจสอบ ความถูกตอ้ ง และนาขอ้ เสนอแนะมาปรับปรุงแกไ้ ขในบางขอ้ ท่ีคาตอบไม่เหมาะสม ซ่ึงมี ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้แบบฝึ ก ทกั ษะ อยรู่ ะหวา่ ง 0.63-1.00 แสดงวา่ แบบทดสอบสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ 3.6 ปรับปรุงแบบทดสอบ แลว้ นาแบบทดสอบเสนอต่อผูเ้ ช่ียวชาญ ชุด เดียวกบั ท่ีใช้ประเมินแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ เพื่อประเมินตรวจสอบ ความถูกตอ้ งตรงตามสาระการเรียนรู้และความสอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั โดยใชแ้ บบประเมิน IOC และการกาหนดคะแนน ความคิดเห็นเป็นดงั น้ี คะแนน +1 สาหรับขอ้ สอบ ขอ้ ท่ีมีความสอดคลอ้ ง คะแนน 0 สาหรับขอ้ สอบ ขอ้ ที่ไม่แน่ใจวา่ มีความสอดคลอ้ ง คะแนน -1 สาหรับขอ้ สอบ ขอ้ ท่ีไม่มีความสอดคลอ้ ง 3.7 นาแบบทดสอบที่ปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ ตามความเห็นของผูเ้ ช่ียวชาญ ไปหาคุณภาพกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์ บารุง) จงั หวดั ปทุมธานี จานวน 20 คน แลว้ นามาวิเคราะห์รายขอ้ เพื่อหาค่าอานาจ
จาแนก (r) และค่าความยากง่าย (p) ของแบบทดสอบ คดั เลือกขอ้ สอบท่ีมีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.20 – 0.80 และมีค่าอานาจจาแนก (r) ต้งั แต่ 0.20 ข้ึนไป โดยคดั เลือกไว้ จานวน 10 ขอ้ และนาไปหาความเช่ือมน่ั ของแบบทดสอบท้งั ฉบบั โดยใชส้ ูตร KR-20 ของคูเดอร์ –ริชาร์ดสัน (Kuder – Richardson) มีค่าดงั น้ี 3.7.1 หาค่าความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (B) จานวน 10 ขอ้ ผวู้ จิ ยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ สอบท่ีมีค่าความยากง่ายอยใู่ นระดบั 0.29 – 0.71 และมีค่าอานาจ จาแนกอยใู่ นระหวา่ ง 0.35 – 0.68 จานวน 10 ขอ้ ท่ีเป็นไปตามเกณฑท์ ่ีกาหนดเพื่อนาไป ทดลองกบั กลุ่มตวั อยา่ ง 3.7.2 ค่าความเชื่อมน่ั (Reliability) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ท่ีเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ที่คดั เลือกไวจ้ านวน 10 ขอ้ มีค่าเท่ากบั 0.71 3.8 นาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ไปทดลองกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) จานวน 20 คน 3.9 จดั พมิ พแ์ บบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน และหลงั เรียนวชิ า คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 ท่ีเรียนโดยใช้แบบฝึ ก ทกั ษะเพอ่ื นาไปทดสอบกบั นกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง 4. การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ มีข้นั ตอนในการสร้าง ดงั น้ี
4.1 ศึกษาทฤษฎี หลกั การ แนวคิด และเอกสาร งานวิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ วธิ ีการสร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการเรียน โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ 4.2 วเิ คราะหเ์ น้ือหาท่ีวดั เลือกรูปแบบเครื่องมือที่วดั 4.3 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ แบ่งเป็น 2 ตอนดงั น้ี ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ซ่ึงเป็ นวิธีของลิ เคิร์ท (Likert) โดยใชร้ ูปแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั จานวน ท้งั หมด 10 ขอ้ มีเกณฑด์ งั น้ี ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากที่สุด ใหค้ ะแนน 5 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก ใหค้ ะแนน 4 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ใหค้ ะแนน 3 คะแนน ความพงึ พอใจในระดบั พอใช้ ใหค้ ะแนน 2 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ตอ้ งปรับปรุง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน ค่าเฉล่ีย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากที่สุด ค่าเฉล่ีย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก ค่าเฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปรับปรุง โดยมีรายการประเมินจานวน 10 ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี 1) วธิ ีการจดั การเรียนรู้ท่ีเร่ิมตน้ ดว้ ยการทบทวนความรู้คาบเรียนท่ีผา่ น มา
2) แบบฝึ กทกั ษะช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา เร่ือง การคูณ มากข้ึน 3) การทาแบบฝึ กทกั ษะประกอบการจดั การเรียนรู้ทาใหน้ กั เรียนแก้ ปัญหา เรื่อง การคูณ ได้ 4) ในช้นั เรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ 5) ครูสนบั สนุนและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดอ้ ภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้กบั เพื่อน 6) นกั เรียนพอใจต่อการวดั และประเมินผล ดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลาย 7) มีการวดั และประเมินผลเพื่อตรวจสอบความกา้ วหนา้ สม่าเสมอ 8) นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและการแกป้ ัญหา เรื่อง การคูณ ไดถ้ ูกตอ้ ง 9) วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ 10) นกั เรียนเขา้ ใจวชิ าคณิตศาสตร์มากข้ึนจากการทาแบบฝึ กทกั ษะ ตอนที่ 2 เป็นขอ้ คาถามใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยให้ นกั เรียนตอบแบบสอบถามหลงั สิ้นสุดการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ 4.3 นาแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ไปให้ผูเ้ ช่ียวชาญ พิจารณาความเหมาะสมของขอ้ ความและตรวจความเท่ียงตรงเพื่อตรวจสอบหาค่าดชั นี ความสอดคลอ้ ง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของแบบประเมิน แลว้ เลือกขอ้ คาถาม ที่มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งต้งั แต่ 0.50 ข้ึนไป (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินผลดงั น้ี +1 หมายถึง แน่ใจวา่ แบบประเมินตรงตามประเดน็ การถามขอ้ น้นั 0 หมายถึง ไม่แน่ใจวา่ แบบประเมินตรงตามประเดน็ การถามขอ้ น้นั หรือไม่ -1 หมายถึง แน่ใจวา่ แบบประเมินไม่ตรงตามประเดน็ การถามขอ้ น้นั ซ่ึงมีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
4.4 จดั พมิ พแ์ บบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียน โดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ 4.5 นาแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 ต่อ การเรียนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ให้นักเรียนตอบ แบบสอบถามหลงั สิ้นสุดการเรียน การเกบ็ รวบรวมข้อมูล การศึกษาวจิ ยั ในคร้ังน้ีเป็นการศึกษาวจิ ยั เชิงก่ึงทดลอง กลุ่มตวั อยา่ งเป็นนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2562 จานวน 1 ห้องมีจานวนนักเรียน 21 คน ซ่ึงไดม้ าจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random sampling) ผวู้ จิ ยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มูลดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ผูว้ ิจยั ไดส้ ร้างแบบฝึ กทกั ษะจานวน 1 เล่ม เร่ือง การคูณ แลว้ นาไปใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง จากน้นั จึงนาแบบ ฝึกทกั ษะไปหาประสิทธิภาพ 3 ข้นั ตอนดงั น้ี 1.1 หาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (individual Tryout) การทดลองกับ นกั เรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 3 คนท่ีไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง แบ่งเป็น เก่ง 1 คน ปานกลาง 1 คน และ อ่อน 1 คน เพื่อดูความ เหมาะสมของเน้ือหา และความยากง่ายของแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 แลว้ นาผลมาคานวณหาค่าประสิทธิภาพของแบบ ฝึกทกั ษะ
1.2 หาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเลก็ (Small Group Tryout) ทดลองกบั นกั เรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 จานวน 10 คน ท่ี ไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง เก่ง 3 คน ปานกลาง 4 คน และเรียนอ่อน 3 คน เพ่ือดูความเหมาะสม ของเน้ือหาและความยากง่ายของแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ ท่ีไดป้ รับปรุงแลว้ นาผลมา คานวณหาค่าประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ 1.3 หาประสิทธิภาพแบบภาคสนาม (Field Tryout) ทดลองกบั นกั เรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 30 คน ที่ ไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง เก่ง 10 คน ปานกลาง 12 คน และเรียนอ่อน 8 คน เพ่อื ดูความเหมาะสม ของเน้ือหา และความยากง่ายของแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ท่ีปรับปรุงแลว้ จากแบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ สาหรับนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 3 ท่ีผวู้ จิ ยั ไดส้ ร้างข้ึนจานวน 1 เล่ม และหาค่าประสิทธิภาพแลว้ นาไปใช้ ทดลองกบั นกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ งตามแผนการจดั การเรียนรู้ต่อไป 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ การศึกษาวจิ ยั ในคร้ังน้ีผวู้ จิ ยั ใชแ้ บบ แผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) การศึกษาวิจัยในคร้ังน้ี ผูว้ ิจัยได้ดาเนินการวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ ดาเนินการตามข้นั ตอนดงั น้ี 2.1 ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการ คูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ท่ีเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ที่สร้างข้ึนจานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที
2.2 จดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ จานวน 4 แผน 6 ชวั่ โมง 2 สปั ดาห์ 2.3 ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การ คูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ที่สร้างข้ึนจานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที 3. การศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนต่อแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการ คูณ หลงั จากเสร็จสิ้นการจดั การเรียนรู้ เรื่องการคูณ เรียบร้อยแลว้ ผูว้ ิจยั ให้นกั เรียนทา แบบวดั ความพึงพอใจต่อการใชแ้ บบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ จานวน 10 ขอ้ และนามาหาค่าเฉล่ีย ( X ) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D) เพือ่ เปรียบเทียบกบั เกณฑท์ ่ี กาหนด การวเิ คราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีผูว้ ิจยั ไดเ้ ก็บรวบรวมคะแนนของนักเรียนที่ไดจ้ ากการ เรี ยนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่ อง การคูณ สาหรับนักเรี ยนช้ัน ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 มาวเิ คราะหข์ อ้ มูล ดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 ผวู้ จิ ยั ไดร้ วบรวมคะแนนของนกั เรียนท่ีไดจ้ ากการ ทาแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน (E1) ของนกั เรียนกลุ่มตวั อย่างมาวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้ สถิติร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1 /E2 ) 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ผวู้ ิจยั ไดร้ วบรวมคะแนนของนกั เรียนที่ได้ จากการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนกบั หลงั เรียน (E2) ของ
นักเรียนกลุ่มตวั อย่างมาทดสอบสมมติฐานของการศึกษาวิจยั โดยใช้สถิติ Dependent Samples t- test 3. การศกึ ษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการเรียนโดยใช้ แบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ผูว้ ิจยั ได้นาคะแนนของนักเรียนกลุ่ม ตวั อย่างจากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจโดยให้นักเรียนตอบแบบสอบถาม ความพึงพอใจหลงั สิ้นสุดการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ สาหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มาวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถิติ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถติ ทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล 1. สถิติพืน้ ฐาน ได้แก่ 1.1 ร้อยละ (Percentage) โดยใชส้ ูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 104) p = f 100 N เม่ือ P หมายถึง ร้อยละ f หมายถึง ความถ่ีท่ีตอ้ งการแปลงใหเ้ ป็นร้อยละ N หมายถึง จานวนความถ่ีท้งั หมด 1.2 คา่ เฉล่ีย ( X ) จากสูตร X X i เมื่อ N Xi แทนขอ้ มูลแต่ละตวั N แทนจานวนของขอ้ มูล
1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ูตร (บุญชม ศรี สะอาด,2545, หนา้ 106) n fX2 ( fX)2 S.D. = n(n 1) เมื่อ S.D. หมายถึง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x2 หมายถึง ผลรวมคะแนนของแต่ละคนยกกาลงั สอง x2 หมายถึง ผลรวมคะแนนของแต่ละคนท้งั หมดยก กาลงั สอง n หมายถึง จานวนนกั เรียนท้งั หมดในกลุ่มทดลอง 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ความตรงเชิงเน้ือหาโดยผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อหาค่า ความตรงเชิงเน้ือหา (IOC) จากสูตรต่อไปน้ี (นพพร ธนะชยั ขนั ธ์. 2550, หนา้ 13) IOC R N เม่ือ IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ ง R แทน ผลรวมของคะแนนท่ีผเู้ ชี่ยวชาญแต่ละคนให้ N แทน จานวนผเู้ ช่ียวชาญ 3. การหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน โดยใชส้ ูตรของเบรนแนน (Brennan) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 90 ) เม่ือ B B U L n1 n2 หมายถึง ค่าอานาจจาแนก
U หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลุ่มเก่งตอบถูก L หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลุ่มอ่อนตอบถูก n1 หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลุ่มเก่ง n2 หมายถึง จานวนนกั เรียนในกลุ่มอ่อน 4. การหาค่าระดบั ความยาก (P) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชส้ ูตรของเบรนแนน (Brennan) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 84) ดงั น้ี P = R N เม่ือ P หมายถึง ระดบั ความยาก R หมายถึง จานวนผตู้ อบถูกท้งั หมด N หมายถึง จานวนนกั เรียนสอบท้งั หมด 5. สถิติที่ใชใ้ นการหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชส้ ูตรของ Kidder-Richardson สูตรท่ี 20 หรือ KR - 20 (นพพร ธนะชยั ขนั ธ์. 2550, หนา้ 16) ดงั น้ี rtt k 1 1 pq k s2 เมื่อ rtt แทน ค่าความเที่ยงของแบบทดสอบ k แทน จานวนขอ้ ของแบบทดสอบ p q แทน สัดส่วนของผตู้ อบถูกในแต่ละขอ้ แทน สดั ส่วนของผตู้ อบผดิ ในแต่ละขอ้
s2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมของผเู้ ขา้ สอบแต่ละคน s2 n( X2 ) ( X)2 n(n 1) 6. สถิติที่ใช้ในการหาค่าความเที่ยงของแบบสอบถามโดยใช้วิธีหาค่า สัมประสิทธ์ิอลั ฟ่ า (Alpha Coefficient Method อา้ งใน (นพพร ธนะชยั ขนั ธ์. 2550, หนา้ 19) ดงั น้ี k k11 s 2 i s2 เม่ือ แทน ค่าความเที่ยงของแบบสอบถาม k แทน จานวนขอ้ ของแบบสอบถาม s 2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนแต่ละขอ้ ของแบบสอบถาม i s2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมของผตู้ อบต่อละคน s2 n( X2 ) ( X)2 n(n 1) 7. สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์หาประสิทธิภาพของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน 7.1 การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะ จากสูตร (นพพร ธนะชยั ขนั ธ์. 2550, หนา้ 2) X E1 N 100 A
Y E2 N 100 B เม่ือ E1 คือ ประสิทธิภาพของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิก่อนเรียน E2 คือ ประสิทธิภาพของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิหลงั เรียน X คือ ผลรวมของคะแนนก่อนเรียนของนกั เรียนทุกคน Y คือ ผลรวมของคะแนนหลงั เรียนของนกั เรียนทุกคน N คือ จานวนนกั เรียนท้งั หมด A คือ คะแนนเตม็ ก่อนเรียนท้งั หมด B คือ คะแนนเตม็ จากการทดสอบหลงั เรียน 8. ทดสอบความแตกต่างระหวา่ งคะแนนเฉล่ียโดยใชส้ ถิติ Dependent Samples t-test t D ; df = n-1 N D2 D2 N 1 เม่ือ t หมายถึง ค่าสถิติที่ใชใ้ นการพจิ ารณาใน t – distribution D หมายถึง ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่ N หมายถึง จานวนกลุ่มตวั อยา่ งหรือจานวนคะแนนแต่ละคู่ D หมายถึง ผลรวมท้งั หมดของผลต่างของคะแนนก่อนเรียน และหลงั เรียน D2 หมายถึง ผลรวมของกาลงั สองของผลต่างของคะแนนก่อน เรียนและหลงั เรียน
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจยั เรื่อง “พฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3” มีวตั ถุประสงค์ ของการวิจยั เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3ให้มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ 80/80 เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 และเพื่อศึกษาความพึง พอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ ผูว้ ิจยั ได้ กาหนดสญั ลกั ษณ์และนาเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลตามลาดบั ต่อไปน้ี สัญลกั ษณ์ท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ขอ้ มูลท่ีได้จากการทดลอง และแปลความหมายของผลการ วิเคราะห์ขอ้ มูลเพ่ือใหเ้ ขา้ ใจความหมายที่ตรงกนั ผูว้ ิจยั จึงไดก้ าหนดสัญลกั ษณ์ที่ใชใ้ น การวเิ คราะหข์ อ้ มูลดงั ต่อไปน้ี X หมายถึง ค่าเฉลี่ยของแบบทดสอบและแบบสอบถาม S.D. หมายถึง ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบทดสอบและแบบสอบถาม N หมายถึง จานวนนกั เรียนในกลุ่มตวั อยา่ ง t หมายถึง ค่าสถิติในการแจกแจงขอ้ มูล P หมายถึง ระดบั นยั สาคญั ของการทดสอบทางสถิติ E1 หมายถึง คะแนนเฉลี่ยร้อยละของคะแนนที่นกั เรียนท้งั หมดที่ทา แบบทดสอบแบบฝึ กทกั ษะระหวา่ งเรียนของนกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง ไดร้ ้อยละ 80 E2 หมายถึง คะแนนเฉลี่ยร้อยละของคะแนนที่นกั เรียนท้งั หมดที่ทา แบบทดสอบแบบฝึ กทกั ษะหลงั เรียนของนกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง ไดร้ ้อยละ 80
Sig หมายถึง ความน่าจะเป็นท่ีคานวณไดจ้ ากค่าสถิติที่ใชใ้ นการทดสอบ สมมติฐาน การวเิ คราะห์ผลข้อมูลและแปลความหมาย การวเิ คราะห์ผลข้อมูลและแปลความหมาย แบ่งออกเป็ น 3 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ผลการพฒั นาแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตอนท่ี 2 ผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยการใช้แบบฝึ กทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน ตอนท่ี 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการ ใชแ้ บบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการพฒั นาแบบฝึ กทักษะ เร่ืองการคณู ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี ที่ 3 ให้มปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตาราง 1 การหาประสิ ทธิภาพแบบฝึ กทักษะคณิ ตศาสตร์ เรื่ องการคูณ ของนักเรี ยนชั้น ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ข้นั ทดลองหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 รายบุคคล ( 3 ) กลุ่มเลก็ ( 10 ) ภาคสนาม ( 30 ) E1/E2 E1/E2 E1/E2 81.90/86.67 81.43/81.00 82.19/84.33
จากตาราง 1 พบวา่ การหาประสิทธิภาพแบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ในการทดลองรายบุคคล เท่ากบั 81.90/86.67 และ กลุ่มเล็ก เท่ากับ 81.43/81.00 ซ่ึงต่ากว่าเกณฑ์ที่กาหนด 80/80 ส่วนการทดลองแบบ ภาคสนาม เท่ากบั 82.19/84.33 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑท์ ่ีกาหนด 80/80 ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยการใช้ แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 3 หลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตาราง 2 คะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยการใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 การทดสอบ จานวนคน S.D. t Sig ทดสอบก่อนเรียน 21 2.71 1.27 -18.584 .000 ทดสอบหลงั เรียน 21 8.43 0.68 *p < .05 จากตาราง 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะก่อนเรียนและหลงั เรียน จานวน 21 คน วิเคราะห์ t – test แบบ Dependent พบว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อน เรียนมีค่าเฉล่ีย เท่ากบั 2.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 1.27 ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน หลงั เรียนมีค่าเฉล่ีย เท่ากบั 8.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.68 เมื่อเปรียบเทียบ คะแนนเฉล่ียก่อนเรียนและหลงั เรียน พบว่าค่าเฉล่ียหลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานของการวิจยั คือ ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ท่ีเรียน โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน แสดงวา่ นกั เรียนมีความรู้เพิม่ มากข้ึน
ตอนที่ 3 ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการ ใชแ้ บบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ตาราง 3 ค่าเฉลยี่ และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มผี ลต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ เร่ืองการคูณ ขอ้ ความ S.D. แปลความหมาย 1. วธิ ีการจดั การเรียนรู้ท่ีเริ่มตน้ ดว้ ยการทบทวนความรู้คาบ 3.68 0.77 มาก เรียนที่ผา่ นมา 2. แบบฝึกทกั ษะช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา เรื่อง การคูณ มากข้ึน 3.82 0.72 มาก 3. การทาแบบฝึกทกั ษะประกอบการจดั การเรียนรู้ทาให้ นกั เรียนแกป้ ัญหา เร่ือง การคูณ ได้ 3.75 0.80 มาก 4. ในช้นั เรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ 3.75 0.80 5. ครูสนบั สนุนและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดอ้ ภิปรายเพ่ือ 3.64 0.62 มาก แลกเปล่ียนความรู้กบั เพ่อื น มาก 6. นกั เรียนพอใจต่อการวดั และประเมินผล ดว้ ยวธิ ีการท่ี 3.71 0.81 มาก หลากหลาย 7. มีการวดั และประเมินผลเพ่อื ตรวจสอบความกา้ วหนา้ 3.89 0.69 มาก สม่าเสมอ 8. นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและการแกป้ ัญหา เรื่อง การคูณ ได้ 3.89 0.69 มาก ถูกตอ้ ง 9. วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ 4.00 0.54 มาก 10. นกั เรียนเขา้ ใจวชิ าคณิตศาสตร์มากข้ึนจากการทาแบบฝึ ก 3.89 0.69 มาก ทกั ษะ รวม 3.80 0.70 มาก
จากตาราง 3 พบว่า ผลการศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เรื่องการคูณ โดยภาพรวมนกั เรียนมีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากโดยไดค้ ะแนนเฉลี่ยเท่ากบั 3.80 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.70 เมื่อพิจารณา เป็นรายขอ้ พบว่านกั เรียนมึความพึงพอใจเกี่ยวกบั วิชาคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ช้ ในชีวติ ประจาวนั ได้ อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด โดยใหค้ ะแนนเฉล่ียเท่ากบั 4.00 ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐานเท่ากบั 0.54 รองลงมา คือ มีการวดั และประเมินผลเพ่ือตรวจสอบความกา้ วหนา้ สม่าเสมอ นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและการแกป้ ัญหา เร่ือง การคูณ ไดถ้ ูกตอ้ ง และนกั เรียน เขา้ ใจวิชาคณิตศาสตร์มากข้ึนจากการทาแบบฝึ กทกั ษะอยใู่ นระดบั มาก โดยไดค้ ะแนน เฉลี่ยเท่ากบั 3.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.69,0.69 และ 0.63 ตามลาดบั และครู สนบั สนุนและเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนไดอ้ ภิปรายเพ่ือแลกเปล่ียนความรู้กบั เพ่ือน อยใู่ น ระดบั ปานกลาง โดยไดค้ ะแนนเฉลี่ยต่าสุดเท่ากบั 3.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.62
บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยในคร้ังน้ี ศึกษาเร่ือง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยมี วตั ถุประสงค์ของการวิจยั ดังน้ี (1) เพ่ือสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน โดยการใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 3 หลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียน (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียน ต่อการใช้แบบฝึ กทักษะ เรื่องการคูณ ผูว้ ิจัยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) กลุ่มตวั อย่างที่ใชใ้ น การวิจัยคร้ังน้ีเป็ นนักเรียน ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3/2 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิ ราษฎร์บารุง) ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2562 จานวน 1 หอ้ งเรียน 21 คน ซ่ึงไดม้ าจาก การสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยั ได้แก่ แผนการ จดั การเรียนรู้ แบบฝึ กทกั ษะ แบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และแบบสอบถาม ความพึงพอใจ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ สาหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 ท่ี ผ่านการตรวจสอบจากผูเ้ ช่ียวชาญเพื่อหาค่าความสอดคลอ้ งของ แผนการจดั การเรียนรู้ แบบฝึกทกั ษะ แบบทดสอบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน และแบบสอบถามความพงึ พอใจ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ผวู้ จิ ยั ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลดว้ ยตนเองดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 มี 3 ข้นั ตอน โดยทดลองกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3/1 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) คือ (1)หาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (2) หาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเลก็ (3) หาประสิทธิภาพแบบภาคสนาม
2. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ผูว้ ิจยั ใชแ้ บบแผนการทดลอง แบบกลุ่มเดียว ทดลองก่อนและหลัง (The One Group Pre-test Post-test Design) โดย ดาเนินการตามข้นั ตอน ดังน้ี (1) ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนวิชา คณิตศาสตร์ (2) จดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้วชิ าคณิตศาสตร์เร่ืองการคูณ โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ จานวน 4 แผน 6 ชว่ั โมง 2 สัปดาห์ (3)ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิการ เรียนหลงั เรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ 3. การศกึ ษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ เรื่องการคูณ โดยใหน้ กั เรียนตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการเรียน หลงั จากเรียน โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เร่ืองการคูณ การวเิ คราะห์ขอ้ มูลผวู้ จิ ยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มูลดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ โดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1/ E2) 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย ส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน Dependent Sample t - test 3. การศกึ ษาความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 ต่อการเรียนโดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ โดยใชส้ ถิติค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สรุปผลการศึกษาวจิ ัย จากการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ี ผวู้ จิ ยั พบวา่ 1. แบบฝึ กทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 มีประสิทธิภาพ (E1/ E2) เท่ากบั 83.07/82.05 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนดไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนักเรียนช้ัน ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกว่าก่อน เรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 3. ความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ ก ทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ มีความพึงพอใจอยใู่ น ระดบั มาก อภปิ รายผล การศึกษา เรื่องการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ผวู้ จิ ยั ไดน้ าผลการศึกษา มาอภิปรายไดด้ งั น้ี 1. แบบฝึ กทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3/2 จานวน 21 คน มีประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) เท่ากับ 83.07/82.05 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ที่ กาหนด 80/80 เป็ นไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว้ ซ่ึงการสร้างแบบฝึ กทักษะได้ผ่าน กระบวนการข้นั ตอน และการหลกั การสร้างอย่างเป็ นระบบ คือ กาหนดจุดมุ่งหมาย ศึกษาหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั เขียนวตั ถุประสงค์ ใหส้ อดคลอ้ งตามหลกั จิตวิทยาการเรียนรู้และเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียน เรียงลาดบั จาก ง่ายไปหายาก มีภาพประกอบที่สวยงามดึงดูดความสนใจของผเู้ รียน และจดั การเรียนการ สอนให้ผูเ้ รียนเรียนอย่างมีความสุข ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวการสร้างแบบฝึ กทกั ษะของ ลกั ขณา ภูวิลยั (2552, หนา้ 45) กล่าวว่า การสอนคณิตศาสตร์น้ันจะตอ้ งมีการเตรียม ความพร้อมใหก้ บั ผูเ้ รียน จดั เน้ือหาใหต้ ่อเน่ือง เรียงลาดบั จากง่ายไปหายาก ตามความ ตอ้ งการและความสนใจของผูเ้ รียน มีเทคนิคในการสอน ใช้ส่ือการเรียนการสอนที่มี คุณภาพ เนน้ ใหผ้ เู้ รียนมีความเขา้ ใจ จนสามารถนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง มีความสุข จิรเดช เหมือนสมาน (2551, หนา้ 8) ไดใ้ หแ้ นวทางในการดาเนินการสร้าง แบบฝึ กทกั ษะไวด้ งั น้ี กาหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนในการดาเนินการสร้างแบบฝึ ก
ทกั ษะ วเิ คราะห์ทกั ษะ และเน้ือหาวชิ าท่ีตอ้ ง การสร้างชุดฝึ กทกั ษะเป็นทกั ษะยอ่ ย ๆ และ เขียนจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมตามทกั ษะและเน้ือหาย่อย ๆ น้นั เขียนชุดฝึ กทกั ษะตาม เน้ือหาและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กาหนดไวใ้ ห้สอดคลอ้ งกบั หลกั จิตวิทยาการ เรียนรู้ และจิตวิทยาพฒั นาการตามวยั ของผูเ้ รียน กาหนดรูปแบบของแบบฝึ กทกั ษะ อีก ท้งั ผลการศึกษาวิจยั ยงั สอดคลอ้ งกบั ปราณี จิณฤทธ์ิ (2552, บทคดั ย่อ) ทาการวิจยั เร่ือง ผลการใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ ท่ีมีต่อผลสัมฤทธ์ิ และเจตคติทางการเรี ยน คณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนเคหะประชาสามคั คี จงั หวดั นครราชสีมา ผลการวิจัยพบว่า (1) แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์สาหรับนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี6 มีประสิทธิภาพ 81.21/82.99 (2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 หลงั การใชแ้ บบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01 (3) เจตคติของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 หลงั เรียนสูง กวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 และอยใู่ นระดบั มาก 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนวิชาคณิ ตศาสตร์ เรื่ องการคูณ ของเรี ยนช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ จานวน 21 คน มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ต้งั ไว้ แสดงใหเ้ ห็นวา่ การจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะที่ผวู้ จิ ยั ไดส้ ร้างข้ึนมีการเรียงลาดบั จากเน้ือหาจากง่ายไปหายาก เน้นกระบวนการปฏิบตั ิจริงมีข้นั ตอนในการแกป้ ัญหา กระตุน้ ใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกทาแบบฝึกทกั ษะดว้ ยตนเอง กระตุน้ ใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกปฏิบตั ิจริง และการจดั การเรียนรู้ท่ีเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนมีอิสระในการเรียนรู้โดยให้ผูเ้ รียนที่เก่ง กวา่ ช่วยแนะนาเพื่อนท่ีอ่อนกว่า พร้อมกบั การใหค้ าปรึกษาของครู การศึกษาวจิ ยั ในคร้ัง น้ีสามารถพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนใหส้ ูงข้ึนได้ เพราะมีการตรวจสอบ แบบฝึ กทกั ษะจากผูเ้ ชี่ยวชาญก่อนที่จะนาแบบฝึ กทกั ษะไปทดลอง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผล การศึกษาวจิ ยั ของ ไข่มุก มณีศรี (2554, หนา้ 57) ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ ผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียน หมายถึง ความสาเร็จในดา้ นความรู้ ทกั ษะ และสมรรถภาพดา้ นต่าง ๆ ของสมอง หรือประสบการณ์ที่ไดจ้ ากการเรียนรู้อนั เป็นผลมาจากการเรียนการสอน การฝึ กฝนหรือ ประสบการณ์ต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลสามารถวดั ไดโ้ ดยการทดสอบดว้ ยวิธีต่าง ๆ อีกท้งั ผลการศึกษาวิจยั ยงั สอดคลอ้ งกบั จิรเดช เหมือนสมาน (2552, บทคดั ย่อ) ทาการวิจยั เรื่องผลการใช้แบบฝึ กคณิตศาสตร์เรื่องการคูณท่ีมีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวดั ราษฎร์นิยมธรรมสังกดั กองการศึกษา เทศบาลเมืองศรีราชา ผลการวิจยั ปรากฏว่า นักเรียนที่ไดร้ ับการสอนโดยใช้แบบฝึ ก คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ไดร้ ับการสอน ตามปกติอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p < .05) ������̅3. ความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ ก ทกั ษะวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ อยใู่ นระดบั มาก ( = 3.80 , S.D. = 0.70 ) เนื่องจาก นักเรียนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกนั และกัน มีการแบ่งปันและช่วยเหลือ ทรัพยากรการเรียนรู้ มีการใหก้ าลงั ใจซ่ึงกนั และกนั และคนเก่งช่วยเหลือคนท่ีอ่อนกว่า นอกจากน้ียงั สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ กนกพร พวั่ พนั ธ์ศรี (2555, บทคดั ยอ่ ) ทาการ วิจยั เร่ืองผลการใช้แบบฝึ กทกั ษะการแกโ้ จทยป์ ัญหาเรื่องเศษส่วนท่ีมีต่อผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โรงเรียนบา้ นคาสร้อย จงั หวดั มุกดาหาร ผลการวจิ ยั พบวา่ (1) แบบฝึ กทกั ษะการแกโ้ จทยป์ ัญหาเร่ืองเศษส่วน มี ประสิทธิภาพเท่ากบั 83.95/82.67 (2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั การจดั กิจกรรมการ เรียนคณิตศาสตร์โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะการแกโ้ จทยป์ ัญหาเร่ืองเศษส่วน สูงกวา่ ก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (3) ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีเรี ยน คณิตศาสตร์โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะการแกโ้ จทยป์ ัญหาเรื่องเศษส่วนมีความพึงพอใจอยใู่ น ระดบั มาก
ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนําไปใช้ 1. ครูผูส้ อนควรใหค้ วามสาคญั กบั การวางแผนพฒั นาอยา่ งมีระบบ เนื่องจากการ เรียนคณิตศาสตร์เรียนแลว้ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ 2. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ครูควรให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบตั ิ กิจกรรม เพื่อใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นากระบวนการคิดไดอ้ ยา่ งอิสระ 3. ครูผสู้ อนจะตอ้ งศึกษาข้นั ตอนในการใชแ้ บบฝึ กทกั ษะใหล้ ะเอียดใหเ้ ขา้ ใจใน การดาเนินกิจกรรมแต่ละข้นั ตอนเพื่อสร้างความมน่ั ใจในการสอนและมีความถูกตอ้ งใน การปฏิบตั ิ 4. ใหน้ กั เรียนฝึกฝนตนเองในการทาแบบฝึกทกั ษะบ่อย ๆ 5. ครูผสู้ อนควรประกาศผลการสอบทุกคร้ัง เพอื่ ใหน้ กั เรียนทราบถึงขอ้ บกพร่อง ของตวั เอง 6. ครูผสู้ อนควรมีการสร้างแรงจูงใจใหก้ บั นกั เรียน เพ่ือกระตุน้ ใหน้ กั เรียนสนใน ในกิจกรรมการเรียนการสอน 7. ครูผสู้ อนควรกระตุน้ ใหน้ กั เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการคิดในการจดั การเรียน การสอน ข้อเสนอแนะในการศึกษาคร้ังต่อไป 1. ครูผูส้ อนควรใหค้ วามสาคญั กบั การศึกษาขอ้ มูลในการทาแบบฝึ กทกั ษะอยา่ ง เป็นระบบและละเอียดถ่ีถว้ น 2. การทาวิจยั ในคร้ังต่อไปควรนาไปประยุกตใ์ ช้กบั เน้ือหาอื่น ๆ ของรายวิชา คณิตศาสตร์ ในทุกช้นั เรียน 3. ครูผสู้ อนควรเนน้ การวิจยั ทางคณิตศาสตร์ ท่ีสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาได้
ภาคผนวก ก รายนามผ้เู ช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางสาวโยษิตา มุขแกว้ วฒุ ิการศกึ ษา คบ.คณิตศาสตร์ 2. นางสาวพรไพรินทร์ งาคชสาร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดิตถ์ ตาแหน่ง ครู 3. นางสาวแพรวรุ่ง ศรีประภา (คณิตศาสตร์) วทิ ยฐานะ - สถานที่โรงเรียนวดั หวา่ นบุญ วฒุ ิการศกึ ษา กศ.บ.คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ตาแหน่ง ครู (คณิตศาสตร์) วทิ ยฐานะ - สถานท่ีโรงเรียนชุมชนวดั หตั ถสารเกษตร วฒุ ิการศกึ ษา คบ.คณิตศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนครศรีอยธุ ยา วฒุ ิการศึกษา ศษ.ม.คณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยรามคาแหง ตาแหน่ง ครู (คณิตศาสตร์) วทิ ยฐานะ – สถานที่โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวัสด์ิ ราษฎร์บารุง)
ภาคผนวก ข เครื่องมือทใี่ ช้ในการวจิ ยั - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองทบทวนการคูณจานวนท่ีมีหน่ึง หลกั กบั 100 ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณจานวนท่ีมีหน่ึงหลกั กบั 200, 300,..., 900 ของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 1,000 ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 2,000, 3,000..., 9,000 ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แบบฝึ กทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลงั เรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3ต่อการเรียนโดย ใชแ้ บบฝึกทกั ษะ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 รู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เวลา 2 ชั่วโมง หน่วยการเรียนท่ี 8 การคูณ เรื่อง ทบทวนการคูณจานวนที่มหี นึ่งหลกั กบั 100 สาระสาคัญ การคูณจานวนใดกบั 100 จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 1 แลว้ เติม 0 ในหลกั สิบ และหลกั หน่วย สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลท่ีเกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหว่าง การดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา ตัวชี้วดั มฐ ค 1.2 ป.3/1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไม่เกินหน่ึง แสน และศูนย์ พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ เม่ือกาหนดโจทยก์ ารครูในแนวต้งั หรือแนวนอนระหวา่ งจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั จานวนท่ี ไมเ่ กินสี่หลกั ใหส้ ามารถหาผลคูณได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. ใชว้ ธิ ีการที่หลากหลายแกป้ ัญหา 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาใน สถานการณ์ ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทางานเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ และมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง สาระการเรียนรู้ 1. การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100 2. การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 200, 300, ……,900 กระบวนการจดั การเรียนรู้ ชั่วโมงท1่ี 1. ครูสนทนาเก่ียวกบั ความหมายของการคูณ เพื่อทบทวนการคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั จานวนที่มีหลกั เดียว 2. ครูนาบตั รโจทยก์ ารคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100 ติดบนกระดานแมเ่ หล็ก เช่น 2 x 100 = ใหน้ กั เรียนอ่านโจทยพ์ ร้อมกนั แลว้ ใหช้ ่วยกนั หาคาตอบโดยใหบ้ อกในรูปของการบวก ดงั น้ี 2 x 100 = 100 + 100 = 200 3. ครูติดบตั รโจทยก์ ารคูณเพ่ิมเติม ใหน้ กั เรียนฝึ กการหาผลคูณ โดยใชก้ ิจกรรมทานองเดียวกนั จากน้นั แนะใหน้ กั เรียนสงั เกตวา่ “ตวั เลขในหลกั สิบและหลกั หน่วยของผลคูณ เป็ น 0 ตวั เลขในหลกั ร้อยเป็ น 2 ดงั น้นั ใน การคิดวิธีลดั ของ 2 X 100 จึงทาไดโ้ ดยนา 2 คูณ กบั 1 ในหลกั ร้อยแลว้ เติม 0 ในหลกั สิบและหลกั หน่วย” ยกตวั อยา่ ง การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100 เพ่ิมเติมอีก 3 ตวั อยา่ ง โดยชูบตั รโจทยก์ ารคูณ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาผลคูณแลว้ ร่วมกนั สรุปวา่ “ การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100 ทาไดโ้ ดยนาจานวนท่ีมีหลกั เดียว คูณกบั 1 แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ย อีกสองตวั ” 4.ครูนาบตั รโจทย์การคูณจานวนท่ีมีหลักเดียวกับ 100 ติดบนกระดานแม่เหล็ก เช่น 3 x 100 = 4 x 100 = 5. ครู ร่วมกนั สรุปบทเรียนเกี่ยวกบั การคูณ แลว้ สร้างโจทยเ์ พอ่ื ทบทวน ชั่วโมงท2่ี 1. ครูหาอาสาสมคั ร 2 คน ออกมาเขียนโจทยก์ ารคูณในรูปการบวกพร้อมท้งั หาคาตอบ บนกระดานดา
5 x 100 = 100 + 100 +100 + 100+ 100 = 500 2. ครูร่วมกนั อภิปรายวธิ ีหาคาตอบโดยวธิ ีลดั เช่น 5 x 100 หาคาตอบโดยการนา 5 คูณ 1 ได้ 5 แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ยอีกสองตวั เป็ น 500 แลว้ สรุปวา่ “จานวนใดคูณกบั 100 จะหาคาตอบไดจ้ าก การนาจานวนน้นั คูณดว้ ย 1 แลว้ เติม 0 ตอ่ ทา้ ยอีกสองตวั ” 3. ครูแบง่ นกั เรียนเป็น 5 กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มช่วยกนั หาคาตอบจากบตั รโจทยก์ ารคูณที่ ติดบนกระดานแม่เหล็ก นกั เรียนและครูร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ชมเชยกลุ่มท่ีเสร็จก่อนและ ทาไดถ้ ูกตอ้ ง 4.ครู ร่วมกนั สรุปบทเรียนเกี่ยวกบั การคูณจานวนใดกบั 100 จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 1 ในหลกั ร้อยแลว้ เติม 0 ในหลกั สิบและหลกั หน่วย” 5. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน 2. บตั รโจทยก์ ารคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 100 3. แบบฝึกเสริมทกั ษะ วดั ผลประเมนิ ผล การวดั ผล 1. สังเกตจากความสนใจ ต้งั ใจในการเรียน ความรับผิดชอบในการทาแบบฝึ กเสริม ทกั ษะ และแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ตรวจแบบฝึกเสริมทกั ษะ 3. ตรวจแบบทอสอบก่อนเรียน การประเมนิ ผล 1. สงั เกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. ประเมินจากชิ้นงานรายกลุ่มและรายบุคคล 3. ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรียนท่ี 8 การคณู เร่ือง การคูณจานวนท่ีมีหนึ่งหลกั กับ 200, 300,..., 900 สาระสาคญั การคูณจานวนใดกบั 100, 200, 300,..., 900 จะไดผ้ ลคูณเทา่ กบั จานวนน้นั คูณกบั 1, 2,3,...,9 (ตามลาดบั ) แลว้ คูณกบั 100 สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง การดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา ตัวชี้วดั มฐ ค 1.2 ป.3/1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของ จานวนนบั ไมเ่ กินหน่ึงแสน และศูนย์ พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผล ของคาตอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. เมื่อกาหนดโจทยก์ ารคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100 ใหส้ ามารถหาผลคูณได้ 2. เมื่อกาหนดโจทยก์ ารคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 200, 300,..., 900 ให้ สามารถหาผลคูณ ได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแกป้ ัญหา 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาใน สถานการณ์ ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทางานเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ และมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง สาระการเรียนรู้ 1. การคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 100 2. การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 100, 200, 300,..., 900 กระบวนการจดั การเรียนรู้ 1. ครูกาหนดโจทยก์ ารคูณ เช่น 2 × 100 = 3 × 100 = 4 × 100 = 2. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาคาตอบเพ่อื ทบทวนการคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 100 3. ครูนาบตั รโจทยก์ ารคูณติดบนกระดานแม่เหลก็ เช่น 2 × 200 = 4. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นพร้อมกนั แลว้ บอกความหมายของการคูณในรูปของการบวก 5. หาอาสาสมคั ร คนท่ี 1 หาผลบวกแนวนอนบนกระดานดา 2 × 200 = 200 + 200 = 400 6. ครูพร้อมท้งั อธิบายวา่ “ตวั เลขในหลกั สิบและหลกั หน่วย เป็ น 0 ตวั เลขในร้อย เป็ น 2 ดงั น้นั ในการคิดวิธีลดั ของ 2 × 200 จึงทาไดโ้ ดยนา 2 คูณ 2 ในหลกั ร้อย แลว้ เติม 0 ในหลกั สิบและ หลกั หน่วย” ยกตวั อยา่ งเพ่มิ เติมอีก 3 ตวั อยา่ ง ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ จากน้นั สังเกตวา่ 2 x 300 = 6 00 3 x 200 = 6 00 2 x 400 = 8 00 “การคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 100 ทาไดโ้ ดยนาจานวนท่ีมีหลกั เดียวคูณกบั 1 แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ยอีก 2 ตวั ” 7. ครูนาตารางหน่ึงร้อยให้นกั เรียนนบั โดยให้เพิ่มทีละ 1 สิบ จนถึง 1 ร้อย แลว้ ถามวา่ 1 ร้อยคือจานวนอะไร จากน้นั ใหน้ กั เรียนตอบวา่ 2 ร้อย, 3 ร้อย,..., 9 ร้อย คือ จานวนอะไร
8. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปบทเรียนเกี่ยวกบั การคูณจานวนใดกบั “100, 200, 300,..., 900 จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 1, 2, 3,..., 9” (ตามลาดบั ) แลว้ คูณดว้ ย 100 หรือเติมศูนย์ ต่อทา้ ยอีก 2 ตวั 9. นกั เรียนทาแบบฝึกเสริมทกั ษะ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.แบบฝึกเสริมทกั ษะ 2.บตั รโจทย์ วดั ผลประเมินผล การวดั ผล 1. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจในการเรียน ความรับผดิ ชอบในการทาแบบฝึกเสริม ทกั ษะ 2. ตรวจแบบฝึกเสริมทกั ษะ การประเมินผล 1. ถือเกสงั เกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. ประเมินจากชิ้นงานรายกลุ่มและรายบุคคล 3. ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 4. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 ช้นั ประถมปี ศึกษาที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 8 การคณู เรื่อง การคูณจานวนท่ีมหี นึ่งหลกั กับ 1,000 สาระสาคญั การคูณจานวนใดกบั 1,000, จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 1, 2 , 3 ,...,9 (ตามลาดบั ) แลว้ เติมศูนยอ์ ีก สาม ตวั หรือการคูณจานวนใดกบั 1,000, จะไดผ้ ลคูณเทา่ กบั จานวนน้นั คูณกบั 1, 2 , 3 ,..., 9 (ตามลาดบั ) แลว้ คูณกบั 1,000 สาระท่ี 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหว่าง การดาเนินการตา่ ง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา ตวั ชี้วดั มฐ ค 1.2 ป.3/1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไม่ เกินหน่ึงแสน และศูนย์ พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ เม่ือกาหนดโจทยก์ ารคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 1,000 ใหส้ ามารถหาผลคูณได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแกป้ ัญหา 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาใน สถานการณ์ ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทางานเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง
สาระการเรียนรู้ การคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 1,000 กระบวนการจดั การเรียนรู้ 1. ครูกาหนดโจทยก์ ารคูณ เช่น 2 × 1,000 = 3 × 1,000 = 2. ครูนาบตั รโจทยก์ ารคูณติดบนกระดานแม่เหลก็ เช่น 2 × 1,000 = ให้นักเรียนอ่านพร้อมกันแล้วบอกความหมายของการคูณในรู ปของการบวกหา อาสาสมคั รคนท่ี 1 หาผลบวกแนวนอนบนกระดานดา 2 × 1,000 = 1,000 + 1,000 = 2,000 3. ครูพร้อมท้งั อธิบายวา่ “ตวั เลขในหลกั สิบและหลกั หน่วย เป็ น 0 ตวั เลขในหลกั พนั เป็ น 2 ดงั น้นั ในการคิดวิธีลดั ของ 2 × 1,000 จึงทาไดโ้ ดยนา 2 คูณ 1 ในหลกั พนั แลว้ เติม 0 ในหลกั รอย หลกั สิบและหลกั หน่วย” ยกตวั อยา่ งเพ่ิมเติมอีก 3 ตวั อยา่ ง ให้นกั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ จากน้ัน สงั เกตวา่ “การคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 1,000 ทาไดโ้ ดยนาจานวนที่มีหลกั เดียวคูณกบั 1 แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ยอีก 3 ตวั ” 4. ครูนาตารางหน่ึงพนั ใหน้ กั เรียนนบั โดยใหเ้ พมิ่ ทีละ 1 ร้อย จนถึง 1 พนั แลว้ ถามวา่ 1 พนั คือจานวนอะไร จากน้นั ใหน้ กั เรียนตอบวา่ 2 พนั , 3 พนั , ..., 9 พนั คือ จานวนอะไร 5. ครูให้นักเรียนดูตวั อย่างข้นั ตอนการคูณแล้วติดบตั รโจทย์การคูณจานวนท่ีมีหลัก เดียวกบั 1,000 นกั เรียนอ่านโจทยพ์ ร้อมกนั และ ออกมาเขียนความหมายของการคูณในรูปของการ บวก พร้อมท้งั หาผลบวกบนกระดานดา 6. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปบทเรียนเกี่ยวกบั การคูณจานวนใดกบั 1,000 จะไดผ้ ลคูณ เท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 1 แลว้ คูณดว้ ย 1,000 หรือเติมศูนยต์ ่อทา้ ยอีก 3 ตวั 7. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกเสริมทกั ษะ ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ 1. ตารางหน่ึงพนั 2. แบบฝึกเสริมทกั ษะ 3.บตั รโจทย์
วดั ผลประเมินผล การวดั ผล 1. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจในการเรียน ความรับผดิ ชอบในการทาแบบฝึกเสริม ทกั ษะ 2. ตรวจแบบฝึกเสริมทกั ษะ การประเมนิ ผล 1. สงั เกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. ประเมินจากชิ้นงานรายกลุ่มและรายบุคคล 3. ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 หน่วยการเรียนท่ี 8 การคณู เร่ือง การคูณจานวนท่ีมหี นึ่งหลกั กับ 2,000, 3,000..., 9,000 เวลา 2 ช่ัวโมง สาระสาคญั การคูณจานวนใดกบั 2,000 , 3,000 , ..., 9,000 จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 2 , 3 , ....,9 (ตามลาดบั ) แลว้ เติม 0 อีกสามตวั สาระท่ี 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง การดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา ตัวชี้วดั มฐ ค 1.2 ป.3/1. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไม่ เกินหน่ึงแสน และศูนย์ พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ เมื่อกาหนดโจทยก์ ารคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 2,000 , 3,000, .....9,000 ให้ สามารถหาผล คูณได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแกป้ ัญหา 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาใน สถานการณ์ ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ทางานเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ และมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง
สาระการเรียนรู้ การคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 2,000 , 3,000,..., 9,000 กระบวนการจดั การเรียนรู้ ช่ัวโมงที่ 1 1. ครูกาหนดโจทยก์ ารคูณ เช่น 1,000 4,000 9,000 3 5 2 2. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาคาตอบเพ่อื ทบทวนการคูณจานวนท่ีมีหลกั เดียวกบั 1,000 3. ครูนาบตั รโจทยก์ ารคูณติดบนกระดานแม่เหล็ก เช่น 2 × 2,000 = 4. ให้นักเรียนอ่านพร้อมกันแล้วบอกความหมายของการคูณในรูปของการบวกหา อาสาสมคั รคน ท่ี 1 หาผลบวกแนวนอนบนกระดานดา 2 × 2,000 = 2,000 + 2,000 = 2,000 5. ครูอธิบายวา่ “ตวั เลขในหลกั ร้อย หลกั สิบและหลกั หน่วย เป็น 0 ตวั เลขในหลกั พนั เป็ น 2 ดงั น้นั ในการคิดวธิ ีลดั ของ 2 × 2,000 จึงทาไดโ้ ดยนา 2 คูณ 2 ในหลกั พนั แลว้ เติม 0 ในหลกั ร้อย หลกั สิบและหลกั หน่วย” ยกตวั อย่างเพ่ิมเติมอีก 3 ตวั อยา่ ง ให้นกั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ จากน้ัน สังเกตวา่ “การคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 2,000, 3,000,..., 9,000 ทาไดโ้ ดยนาจานวนท่ีมีหลกั เดียว คูณกบั 2, 3,...,9 แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ยอีก 3 ตวั ” 6. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกเสริมทกั ษะ ช่ัวโมงท่ี 2 1. ครูนาตารางหน่ึงพนั ให้นกั เรียนนบั โดยให้เพ่ิมทีละ 1 พนั จนถึง 10 พนั แลว้ ถามวา่ 10 พนั คือ จานวนอะไร จากน้นั ใหน้ กั เรียนตอบวา่ 20 พนั , 30 พนั ,..., 90 พนั คือ จานวนก่ีหมื่น 2. ครูติดบตั รโจทยก์ ารคูณจานวนที่มีหลกั เดียวกบั 2,000 , 3,000 ,..., 9,000 3. นกั เรียนอา่ นโจทยพ์ ร้อมกนั และออกมาเขียนความหมายของการคูณในรูปของการบวก พร้อมท้งั พาผลบวกบนกระดานดา ดงั น้ี
3 × 4,000 = 4,000 + 4,000 + 4,000 = 12,000 4,000+ 4,000× 4,000 3 4,000 12,000 12,000 4. ครูพร้อมท้งั อธิบายวา่ “ตวั เลขในหลกั ร้อย หลกั สิบและหลกั หน่วย เป็น 0 ตวั เลขในหลกั พนั เป็น2 ดงั น้นั ในการคิดวธิ ีลดั ของ 3 × 4,000 จึงทาไดโ้ ดยนา 3 × 4 ได้ 12 แลว้ คูณกบั 1,000 หรือ 3 × 4 ได้ 12 แลว้ เติม 0 ในหลกั ร้อย หลกั สิบและหลกั หน่วย” 5. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปบทเรียนเก่ียวกบั การคูณจานวนใดกบั 2,000, 3,000 , …, 9,000 จะไดผ้ ลคูณเท่ากบั จานวนน้นั คูณกบั 2, 3, …, 9” (ตามลาดบั ) แลว้ เติมศูนยต์ อ่ ทา้ ยอีก 3 ตวั 6. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกเสริมทกั ษะ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.แบบฝึกเสริมทกั ษะ 2.ตารางหน่ึงพนั 3.บตั รโจทย์ วดั ผลประเมินผล การวดั ผล 1. สังเกตจากความสนใจ ต้งั ใจในการเรียน ความรับผดิ ชอบในการทาแบบฝึกเสริม ทกั ษะ 2. ตรวจแบบฝึกเสริมทกั ษะ การประเมินผล 1. สังเกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. ประเมินจากชิ้นงานรายกลุ่มและรายบุคคล 3. ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ - ค่าดัชนีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ทบทวนการคูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 100 ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการ คูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 200, 300,..., 900 ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการ คูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 1,000 ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3โดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการ คูณจานวนที่มีหน่ึงหลกั กบั 2,000, 3,000..., 9,000 ของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ของ นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและ หลงั เรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ือง การคูณ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดย ใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าความยากง่าย ค่าอานาจจาแนก และค่าความเชื่อมน่ั ของแบบทดสอบวดั ผล สัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ ของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ
ภาคผนวก ค (ต่อ) ผลการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ - ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน ประถมศกึ ษาปี ที่ 3
ตาราง 4 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองทบทวนการ คูณจานวนท่ีมหี นึ่งหลกั กบั 100 ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผู้เช่ียวชาญ แปล (คน) ∑ ������ IOC ความหมาย 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลกั สูตร 123 ใชไ้ ด้ + 1 +1 0 2.00 0.67 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากง่ายเหมาะสม + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึ กชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็ นแบบฝึ กทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ 13 กิจกรรมเป็นกลมุ่ และรายบุคคลมคี วามเหมาะสม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉลย่ี
ตาราง 5 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ จานวนท่ีมหี นึ่งหลกั กบั 200, 300,..., 900 ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยใช้แบบ ฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลกั สูตร 12 3 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ +1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ เหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉลยี่
ตาราง 6 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณ จานวนท่ีมหี น่ึงหลกั กบั 1,000 ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 123 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากง่ายเหมาะสม +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึ กชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 12 เป็ นแบบฝึ กทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืนๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ ค่าเฉลยี่ 2.60 0.87
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128