Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคคณิตศาสตร์ ป.3 บทที่4

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคคณิตศาสตร์ ป.3 บทที่4

Published by jira5725, 2021-05-06 09:22:07

Description: เรื่อง เวลา

Search

Read the Text Version

บนั ทกึ ข้อความ สว่ นราชการ โรงเรียนวดั พชื นิมติ (คำสวัสดิร์ าษฎร์บำรุง) ที…่ …………………วันที่ ………… เดือน …………………….. พ.ศ.2563 เร่อื ง ขออนุญาตใช้แผนการจดั การเรียนรู้ เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดพชื นิมิต (คำสวัสด์ิราษฎร์บำรงุ ) ด้วยข้าพเจ้า นางสาวจิระพันธุ์ ปากวิเศษ ตำแหน่ง ครู โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ราษฎร์ บำรุง) ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่การสอน รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค13101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563 บัดนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมการสอน และจัดทำแผนการสอนโดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรู้ ตามหลักการพฒั นาสมอง (Brain-Based learning: BBL) ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งแนบเอกสาร หน่วยการเรียนที่ 4 ชือ่ หน่วย เวลา เวลาเรียน 16 ช่ัวโมง มาพรอ้ มกบั เอกสารน้ี จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ ลงชอื่ (นางสาวจริ ะพันธุ์ ปากวิเศษ) ตำแหนง่ ครู ลงชอ่ื (นางสาวแพรวรุ่ง ศรปี ระภา) หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ความเหน็ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน อนุญาต ไมอ่ นญุ าต เพราะ .............................................................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................ .................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ( นางสาวกนั ยาภัทร ภัทรโสตถิ ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั พืชนิมิต (คำสวสั ดร์ิ าษฎร์บำรุง) ............./................../.............

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรอ่ื งเวลา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหสั ค13101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ครูผสู้ อน นางสาวจิระพันธ์ุ ปากวิเศษ โรงเรยี นวัดพืชนิมติ (คำสวสั ด์ิราษฎรบ์ ำรุง) สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาปทมุ ธานี เขต 1 สำนักานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ศึกษาการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าใน ประโยคสญั ลักษณ์แสดงการบวก การลบของจำนวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าใน ประโยคสญั ลกั ษณ์ แสดงการคูณของจำนวน ๑ หลกั กบั จำนวนไมเ่ กิน ๔ หลัก และจำนวน ๒ หลักกับจำนวน ๒ หลัก หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการหารที่ตัวตั้งไม่เกิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ ปัญหา ๒ ขั้นตอน ของจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐บอก อ่าน และเขียนเศษสว่ นแสดงปริมาณส่งิ ต่าง ๆ และแสดงสิง่ ต่าง ๆ ตามเศษส่วนที่กำหนด เปรียบเทียบเศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากันโดยท่ีที่ตัวเศษนอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั ตวั ส่วน หาผลบวกของเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นเทา่ กันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบของเศษส่วนท่ีมีตัว ส่วนเท่ากัน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน และผลบวกไม่เกิน๑ และ โจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากนั ระบุจำนวนทีห่ ายไปในแบบรูปของ จำนวนที่เพิ่มขึน้ หรือลดลงที ละเทา่ ๆ กัน เลือกใช้เคร่ืองมอื วดั ความยาวท่เี หมาะสม วดั และบอกความยาวของส่ิงตา่ ง ๆเปน็ เซนติเมตรและ มิลลิเมตร เมตร และเซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวระหว่าง เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้เครื่องชั่งท่ี เหมาะสม วัดและบอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและเป็น ขีด เปรียบเทียบน้ำหนักระหว่างกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันเป็นกิโลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ ระบุรูป เรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิ และใช้ข้อมูลจากแผนภูมริ ูปภาพใน การหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนตารางทางเดียวจากข้อมูลที่เป็นจำนวนนับ และใช้ข้อมูลจากตาราง ทางเดียวในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวเงิน ของโจทย์ปัญหา เกีย่ วกบั เวลา ระยะเวลา ความยาว ทีม่ ีหน่วยเปน็ เซนติเมตรและมิลลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและ เมตร และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับ กิโลกรมั โดยการจัดประสบการณ์หรือการสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฎิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะการคดิ คำนวณ และทกั ษะการแก้ปัญหา การใหเ้ หตุผล การสือ่ สารและ การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ความรู้ ความคิด ทกั ษะและกระบวนการท่ีได้ไปใช้ใน การเรียนรูส้ งิ่ ต่างๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่า และมีเจตคตทิ ีด่ ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์ และมีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง รหสั ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙ ป.๓/๑๐ ป.๓/๑๑ ค ๑.๒ ป.๓/๑ ค ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙ ป.๓/๑๐ ป.๓/๑๑ ป.๓/๑๒ ป.๓/๑๓ ค ๒.๒ ป.๓/๑ ค ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ รวมท้งั หมด ๒๘ ตัวชีว้ ัด

ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร/ออ รหสั ค13101 วชิ าคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถ ครผู สู้ อน นางสาวจิระพ หน่วยที่ มฐ ตัวชี้วัด จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 4 ค ป.3/2 :แสดงวิธีหาคำตอบของ 1.บอกเวลาเป็นนาฬิกาและ เวลา 2.1 โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เวลา และ นาทีได้ (K) 2.เขียนแสดงเข็มของนาฬิกา ระยะเวลา ตามเวลาที่กำหนดได้ (P) 3. ประดษิ ฐ์นาฬิกาจำลอง (P) 1. บ อ ก เ ว ล า ท ี ่ เ ข ี ย น โ ด ย ใ ช้ มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) ได้ (K) 2. เขียนบอกเว ลาโ ดยใช้ มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) ได้ (P) 3.อ่านเวลาจากนาฬิกาหรือ ภาคที่กำหนดให้ไดถ้ กู ต้อง (P) 1.บอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง และนาทีได้ (K) 2.เขียนแสดงระยะเวลาเป็น ชั่วโมงและนาทีตามที่กำหนด ไดถ้ กู ต้อง (P)

อกแบบหน่วยการเรยี นรู้ วัดผล/ เวลา ถมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศึกษา 2563 ประเมนิ เรียน พนั ธ์ุ ปากวิเศษ สาระการเรียนรู้ กระบวนการ ช้ินงาน ส่ือการสอน /ภาระงาน 1.การบอกเวลาเป็น อธบิ าย ประดิษฐ์ 1.นาฬิกาของ 1.ทดสอบ 3 นาฬกิ าและนาที นาฬกิ า จริงแบบมี (กอ่ นเรยี น) จำลอง เขม็ และแบบ 2.ตรวจ ตัวเลข แบบฝึกหัด 1.การอ่านและเขยี น - 1.นาฬิกา 1.ตรวจ 2 บอกเวลาทมี ีมหัพภาค จำลอง แบบฝกึ หัด (.) หรอื ทวิภาค (:) 1.การบอกระยะเวลา -- 1.ตรวจ 3 เป็นชวั่ โมงและนาที แบบฝึกหดั

หนว่ ยท่ี มฐ ตวั ชี้วดั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.เปรียบเทียบระยะเวลาได้ (K) 2.แสดงการเปรยี บเทียบ ระยะเวลาได้ (P) 1. แ ก ้ โ จ ท ย ์ ป ั ญ ห า ก า ร บ ว ก เกี่ยวกับเวลา และระยะเวลา ได้ (K) 2.แสดงวธิ ีหาคำตอบของ โจทยป์ ญั หาการบวกเกีย่ วกบั เวลา และระยะเวลาตามที่ กำหนดได้ (P) 1.บอกกิจกรรมที่ระบุเวลาได้ (K) 2.เขียนบันทึกกิจกรรมตามท่ี กำหนดให้ไดถ้ กู ตอ้ ง (P)

สาระการเรยี นรู้ กระบวนการ ช้นิ งาน สื่อการสอน วดั ผล/ เวลา /ภาระงาน ประเมนิ เรียน 2.การเปรยี บเทยี บ อธิบาย - 1. บ ั ต ร ภ า พ 1.ตรวจ 2 ระยะเวลา นาฬิกา แบบฝกึ หัด 2.บตั ร ข้อความ 1.โจทยป์ ญั หาการบวก -- 1.ตรวจ 4 เก่ยี วกบั เวลาและ แบบฝกึ หดั ระยะเวลา 1.การอ่านและเขียน 1.บนั ทกึ 1.ทดสอบ 3 บันทึกกิจกรรมที่ระบุ กจิ กรรม (หลังเรยี น) เวลา ประจำวนั 2.ตรวจ แบบฝกึ หดั

โรงเรียนวัดพชื นมิ ติ (คำสวัสด์ิราษฎร์บำรงุ ) โครงการสอนปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ รายวิชา คณติ ศาสตร์ รหสั ค๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลาเรียน ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ ครูผ้สู อน นางสาวจิระพันธุ์ ปากวเิ ศษ สปั ดาห์ คาบที่ หน่วยการเรียนรู/้ เรอ่ื ง มฐ/ตัวชี้วดั ๑-๔ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ จำนวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ ค๑.๑ ป.๓/๑ ๑-๒ การอา่ นและเขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดง ป.๓/๒ จำนวน ๓-๕ หลกั คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลัก และการเขียนตวั เลขแสดงจำนวนใน รปู กระจจาำยนวนเต็ม ๖-๘ การเปรยี บเทยี บจำนวน ๙-๑๐ การเรียงลำดับจำนวน ๑๑-๑๔ แบบรูปของจำนวนท่เี พ่ิมขึ้น ๑๕-๑๘ แบบรปู ของจำนวนท่ลี ดลง ๔-๗ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ การบวก และลบจำนวนทมี่ ีผลบวกไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ ค ๑.๑ ป.๓/๕ ๑-๒ การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวกไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ไม่มที ดและ มตี ัวทด ๓-๔ การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวกไม่เกนิ ๑๐,๐๐๐ไมม่ ีทดและ มีตัวทด ๕-๖ การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ไม่มีทดและมี ตวั ทด ๗-๘ การบวกจำนวนสามจำนวนท่ีมผี ลบวกไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ ๙-๑๐ การลบจำนวนสองจำนวนทีม่ ีตัวตัง้ ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ไม่มกี ารกระจายและ มีการกระจาย ๑๑-๑๒ การลบจำนวนสองจำนวนท่มี ีตัวตั้งไมเ่ กนิ ๑๐,๐๐๐ไม่มกี ารกระจาย และมีการกระจาย ๑๓-๑๔ การลบจำนวนสองจำนวนที่มีตวั ต้ังไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ไม่มีการกระจาย และมีการกระจาย ๑๕-๑๖ การลบจำนวนสามจำนวนท่ีมีตัวตง้ั ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ ๑๗-๑๘ การหาค่าของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการบวกและ การลบ ๘-๙ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ โจทยป์ ญั หาการบวก และลบจำนวนท่ีมีผลบวกไมเ่ กิน ค๑.๑ ป.๓/๙ ๑๐๐,๐๐๐ ๑-๒ วิเคราะห์และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หา ไมเ่ ๓กนิ ๑๐ก๐า,ร๐แ๐ส๐ดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการบวก ๔-๕ การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหาการลบและหาคำตอบ ๖ ห การแสดงวิธที ำโจทยป์ ญั หาการลบ

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ โจทยป์ ัญหาการบวก และลบจำนวนทมี่ ีผลบวกไมเ่ กนิ ค ๒.๑ ป.๓/๑ ๑๐๐,๐๐๐ ค ๒.๒ ป.๓/๑ ๗ การสรา้ งโจทยป์ ญั หาการบวกจากภาพ ๓/๕ ๘ การสรา้ งโจทยป์ ัญหาการลบจากภาพ ค ๓.๑ ป.๓/๑ ๙-๑๐ การสร้างโจทย์ปญั หาการบวกจากประโยคสญั ลักษณ์ ๑๐-๑๒ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ เวลา ป.๓/๒ ๑-๓ บอกเวลาบนหน้าปดั นาฬิกาช่วง ๔-๕ การอา่ นและเขียนบอกเวลาทีมมี หพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) ค ๑.๑ ป.๓/๓ ๖-๘ การบอกระยะเวลาเปน็ ชว่ั โมงและนาที ป.๓/๔ ๙-๑๐ การเปรียบเทียบระยะเวลา ป.๓/๑๐ ๑๑-๑๔ โจทยป์ ัญหาการบวกเก่ียวกับเวลาและระยะเวลา ป.๓/๑๑ ๑๕-๑๖ การอา่ นและเขยี นบนั ทกึ กิจกรรมทรี่ ะบเุ วลา ๑๓ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ รปู เรขาคณิต ค ๑.๑ ป.๓/๖ ๑-๒ รูปเรขาคณติ สองมิติทม่ี ีแกนสมมาตร ป.๓/๙ ๓-๕ การประยุกต์ใชร้ ปู ทมี่ ีแกนสมมาตร ๑๔-๑๕ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๖ แผนภมู ิรูปภาพและตารางทางเดียว ๑-๒ การเก็บรวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมูล ไม๓่เก-๔นิ ๑๐ก๐า,ร๐อ๐่า๐นแผนภูมิรูปภาพ ๕ การเขยี นแผนภูมิรูปภาพ ๖ การอา่ นตารางทางเดียว ๗ การเขียนตารางทางเดยี ว ๑๕-๑๗ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๗ เศษส่วน ๑-๒ การอ่านและการเขยี นเศษสว่ นท่ตี วั เศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวสว่ น ๓-๔ การเปรยี บเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนท่มี ีตัวสว่ นเท่ากนั ๕-๖ การเปรยี บเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนทม่ี ีตวั เศษเท่ากนั ๗-๘ การบวกเศษส่วนที่มตี วั ส่วนเท่ากนั ๙-๑๐ การลบเศษส่วนทีม่ ีตวั สว่ นเท่ากนั ๑๑-๑๓ โจทยป์ ัญหาการบวกเศษสว่ นที่มีตัวส่วนเท่ากนั ๑๔-๑๖ โจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนที่มตี ัวสว่ นเทา่ กัน ๑๘-๒๑ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๘ การคณู ไม่เ๑กนิ ๑๐ก๐า,ร๐ค๐ูณ๐จำนวนหนึง่ หลักกบั จำนวนสองหลัก ๒ การคณู จำนวนหนง่ึ หลกั กับ 100, 200, 300, ..., 900 ๓ การคณู จำนวนหนึ่งหลกั กับ 1,000, 2,000, 3,000, ..., 9,000 ๔ การคูณจำนวนท่ีมหี นึง่ หลกั กับจำนวนสามหลกั (ไม่มกี ารทด)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ การคณู ๑๑๑๑,ป.๓/๒ ๕-๖ การคูณจำนวนท่ีมหี นงึ่ หลกั กับจำนวนสามหลัก (มกี ารทด) ค ๑.๑ ป.๓/๗ ๗-๘ การคูณจำนวนท่ีมีหน่ึงหลกั กับจำนวนสีห่ ลกั ป.๓/๙ ๙-๑๐ การคูณจำนวนที่มสี องหลักกับจำนวนสองหลกั ๑๑-๑๒ การหาค่าของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณ ค 2.๑ ป.๓/๓ ๑๓-๑๔ การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหาการคูณและหาคำตอบ ป.๓/๔ ๑๕-๑๖ การแสดงวธิ ีทำโจทยป์ ญั หาการคูณ ป.๓/๕ ๑๗-๑๘ การสร้างโจทย์ปญั หาการคูณจากภาพและประโยคสัญลักษณ์ ป.๓/๖ ๒๑-๒๔ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๙ การหาร ๑-๒ การหารที่ตัวตง้ั สองหลัก ตัวหารหนึง่ หลักโดยการหารยาว ๓-๔ การหารที่ตวั ตั้งสามหลัก ตัวหารหน่งึ หลกั โดยการหารยาว ๕-๖ การหารทต่ี ัวตั้งสีห่ ลัก ตัวหารหนงึ่ หลักโดยการหารยาว ๗-๘ การหารทตี่ ัวตัง้ สองหลัก ตัวหารหน่งึ หลกั โดยการหารสั้น ๙-๑๐ การหารที่ตวั ต้ังสามหลัก ตวั หารหนึง่ หลักโดยการหารสัน้ ๑๑-๑๒ การหารทต่ี วั ตงั้ ส่ีหลัก ตวั หารหน่ึงหลกั โดยการหารสน้ั ๑๓-๑๔ การหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหาร ๑๕ การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาการหารและหาคำตอบ ๑๖ การแสดงวธิ ที ำโจทยป์ ัญหาการหาร ๑๗ การสร้างโจทยป์ ญั หาการหารจากภาพและประโยคสัญลักษณ์ ๒๕-๒๘ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๐ การวัดความยาว ๑ การวดั ความยาวเป็นเซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร ๒ การวัดความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร ๓ การวดั ความยาวเปน็ กโิ ลเมตรและเมตร ๔ การเลือกเครอ่ื งวัดความยาวท่ีเหมาะสม ๕-๖ การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร ๗ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหน่วยความยาว ๘ การเปรียบเทยี บความยาวโดยใช้ความสัมพนั ธร์ ะหว่างเซนติเมตรและ มิลลิเมตร ๙ การเปรยี บเทยี บความยาวโดยใชค้ วามสัมพนั ธ์ระหว่างเมตรและ เซนตเิ มตร ๑๐ การบวกและการลบเกี่ยวกบั ความยาวเป็นเซนตเิ มตรและมิลลิเมตร ๑๑ การบวกและการลบเกี่ยวกับความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร ๑๒ การบวกและการลบเกยี่ วกับความยาวเป็นกโิ ลเมตรและเมตร

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑๐ การวัดความยาว ค ๒.๑ ป.๓/๗ ๑๓-๑๔ การคูณและการหารเกย่ี วกับความยาวเป็นเซนตเิ มตรและมิลลิเมตร ป.๓/๘ ๑๕-๑๖ การคูณและการหารเกยี่ วกับความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร ป.๓/๙ ๑๗-๑๘ การคูณและการหารเกี่ยวกบั ความยาวเป็นกโิ ลเมตรและเมตร ป.๓/๑๐ ๑๙ โจทยป์ ัญหาการบวกเกย่ี วกับความยาว ๒๙-๓๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๑ การวัดนำ้ หนัก ค ๒.๑ ป.๓/๑๑ ๑-๒ การวดั นำ้ หนกั เป็นกิโลกรมั และขีด กโิ ลกรัมและกรมั ป.๓/๑๒ ป.๓/๑๓ ๓ การเลอื กเครอ่ื งชั่งที่เหมาะสม ๔ การคาดคะเนน้ำหนักเปน็ กิโลกรมั และขีด ค ๒.๑ ป.๓/๑ ๕ ความสมั พันธร์ ะหว่างหน่วยน้ำหนกั ๖-๗ การเปรยี บเทียบนำ้ หนัก ๘ การบวกเก่ียวกับน้ำหนกั ๙ การลบเก่ยี วกบั น้ำหนัก ๑๐ การคูณเก่ยี วกบั นำ้ หนัก ๑๑ การหารเกย่ี วกบั น้ำหนัก ๑๒-๑๓ โจทย์ปญั หาการบวกและลบเก่ียวกับนำ้ หนัก ๑๔-๑๕ โจทย์ปัญหาการคูณและหารเกีย่ วกบั น้ำหนกั ๓๒-๓๕ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑๒ การวดั ปรมิ าตร ๑-๒ การวัดปริมาตรและความจเุ ป็นลติ รและมิลลลิ ิตร ๓ การเลอื กเครือ่ งตวงที่เหมาะสม ๔-๕ การคาดคะเนปริมาตรเปน็ ลติ ร ๖ ความสมั พันธร์ ะหว่างหน่วยปริมาตร ๗-๘ การเปรยี บเทียบปริมาตรและความจุ ๙ การบวกเกีย่ วกบั ปรมิ าตรและความจุ ๑๐ การลบเกย่ี วกบั ปริมาตรและความจุ ๑๑ การคูณ เกย่ี วกบั ปรมิ าตรและความจุ ๑๒ การหาร เก่ียวกับปรมิ าตรและความจุ ๑๓ โจทยป์ ัญหาการบวกเกยี่ วกบั ปริมาตรและความจุ ๑๔ โจทย์ปัญหาการลบเกีย่ วกับปรมิ าตรและความจุ ๑๕ โจทยป์ ัญหาการคูณเกย่ี วกบั ปริมาตรและความจุ ๑๖ โจทย์ปัญหาการหารเกย่ี วกับปรมิ าตรและความจุ ๓๕-๓๗ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑๓ เงนิ และการบนั ทกึ รายรบั รายจ่าย ๑ การบอกจำนวนเงินและเขยี นแสดงจำนวนเงินแบบใชจ้ ุด ๒ การเปรียบเทียบจำนวนเงิน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑๓ เงินและการบนั ทกึ รายรับรายจ่าย ค ๑.๑ ป.๓/๘ ๓ การแลกเงนิ ป.๓/๙ ๔-๕ การบวกและการลบจำนวนเงิน ๖-๗ การคูณและการหารจำนวนเงิน ๘-๑๑ โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั เงิน ๑๒-๑๓ การอ่านและการเขยี นบันทึกรายรับ รายจ่าย ๓๘-๓๙ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๑๔ การบวกลบคูณหารระคน ๑-๓ การหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน ๔ สถานการณ์การบวกและการลบ 2 ข้ันตอน ๕ สถานการณ์การคูณและการหาร 2 ข้นั ตอน ๖ สถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ข้นั ตอน ๗-๘ โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ 2 ขน้ั ตอน ๙-๑๐ โจทยป์ ญั หาการคูณและการหาร 2 ข้นั ตอน ๑๑-๑๒ โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ขั้นตอน ๔๐ สอบปลายภาค ๑ ทบทวนบทเรียน ๒ ทบทวนบทเรยี น ๓ สอบปลายภาค ๔ สอบปลายภาค

เทคนิค /กระบวนการ/ วธิ ีการสอน การจดั การเรยี นรตู้ ามหลักการพฒั นาสมอง (Brain-Based learning: BBL) ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมความพร้อม เพื่อเป็นการกระตุ้นสมอง ตามหลักการทำงานของสมอง เมื่อมีการเคลื่อนไหว ร่างกายอย่างมีความสุข สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งสารนี้มีความสำคัญมาก ช่วยให้มีจิตใจที่ สงบและเกิดสมาธิ ซึ่งจะแตกต่างจาก เอนดอร์ฟิน (Endorphin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่จะช่วยให้มีความสุขและ สนุกสนาน ซึ่งขั้นตอนนี้นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ โดยทางโรงเรียนได้กำหนดไว้ว่า ทุกชั่วโมงที่ครูเข้าสอน ครูจ ะต้อง Warm Up กอ่ นเสมอ โดยใช้เวลาไม่เกนิ 5 นาที ขัน้ ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ ในขัน้ ตอนนีจ้ ะคำนึงถงึ หลักการทำงานของสมองท่ีวา่ “เรียนรจู้ ากง่ายไปหายาก เรียนรู้จาก ของจริง และจากการสัมผัส” จากการศึกษาทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า “มือ” เป็นอวัยวะที่มีประสาทสัมผัสที่ส่งผล ต่อการเรียนรู้ได้ดีที่สุด รองลงมาคือ “ปาก” นั่นก็หมายถึง ต้องให้เด็กพูด หรือสื่อสาร การสื่อสารจะช่วยให้เด็กสามารถ เชื่อมโยงเรื่องได้ ดังนั้น การออกแบบรูปแบบการสอน สื่อการสอน คุณครูต้องคำนึงถึงหลักการทำงานของสมองอย่างมาก การเรยี นการสอนจงึ จะประสบความสำเรจ็ ในข้ันตอนท่ี 2 นี้ มีขั้นตอนย่อยทีส่ ำคญั หน่งึ คอื “การสรปุ ในแตล่ ะชั่วโมง” ทาง โรงเรียนได้สนับสนุนให้มีการฝึกอบรม Graphic Organizer ให้แก่คุณครูทุกกลุ่มสาระ ตลอดจนหนังสือที่เกี่ยวข้องจาก ตา่ งประเทศ เพือ่ ให้คุณครูใช้เปน็ เครือ่ งมือในการสรุปท่ชี ่วยให้เด็กเกิดความสนกุ เกดิ การเรียนรู้ และจดจำได้ง่ายขนึ้ ขั้นตอนท่ี 3 : ขั้นการฝกึ ขนั้ นีจ้ ะสอดคล้องกบั หลักการทำงานของสมองท่ีวา่ “สมองจะจดจำได้ดีนำไปสู่ความจำ ระยะยาว (Long-term Memory) ต้องผ่านกระบวนการฝกึ ซำ้ ๆ” คำว่า “ซำ้ ๆ” ในทีน่ ้ีไมไ่ ด้หมายถึง การทำโจทย์เดิมซ้ำๆ แต่หมายถึงการใช้หลักการ เช่น หลักการบวก ก็นำไปใช้กับการบวกที่แตกต่างกันออกไปในโจทย์ คุณครูจึงจำเป็นต้อง ออกแบบใบงานทแี่ ตกตา่ งออกไป เพอ่ื ให้นักเรียนได้ฝึกฝนเรอ่ื ยๆ ขั้นตอนที่ 4 : ขั้นการสรุป ขั้นนี้เป็นการสรุปเมื่อจบบทเรียนหรือหน่วย ซึ่งแตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 ซึ่งเป็นการ สรุปในแต่ละชั่วโมง ในขั้นตอนนี้เป็นการเชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วย โดยใช้ Graphic Organizer ฝึกให้นักเรียนเชื่อมโยง ความรภู้ ายในบทเรยี น สอดคล้องกับหลักการทำงานของสมองทว่ี า่ “สมองเรยี นรเู้ ปน็ องคร์ วม” ซึง่ ขั้นตอนน้ีมีความสำคัญ ตอ่ เด็กมาก และเป็นข้ันตอนทีค่ อ่ นข้างยาก ครูเองกจ็ ำเปน็ ต้องฝึกฝนบ่อยๆ เชน่ กนั ขั้นตอนที่ 5 : ขั้นการประยุกต์ใช้ทันทีทันใด การที่เด็กเรียนแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นั้น ทำให้เกิดการ เรียนรูไ้ ด้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้น เมื่อจบบทเรยี น คุณครูต้องคิด ต้องออกแบบ เชื่อมโยงความรู้ท้ังหน่วย นำข้อสอบมาให้เด็ก ทดลองทำ การวดั และประเมินผล วธิ ีการเกบ็ คะแนน คะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค = 70 : 30 โดยแบ่งดังนี้ เรือ่ งทเ่ี กบ็ คะแนน คะแนน ประเภทเคร่ืองมือ 1.คะแนนเก็บกอ่ นกลางปี 25 1.1 ผลงานนกั เรยี น 15 สมดุ แบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์ สสวท. ชน้ิ งาน 1.2 ทดสอบหลงั เรยี น 10 แบบทดสอบหลงั เรยี น 2. สอบกลางปี 20 แบบทดสอบ 3.คะแนนหลงั กลางปี 25 3.1 ผลงานนักเรยี น 15 สมุด แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ชน้ิ งาน 3.2 ทดสอบหลังเรียน 10 แบบทดสอบหลังเรยี น 4.สอบปลายปี 30 รวม 100 สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ - สือ่ ประจำหนว่ ยการจัดการเรยี นรู้ - หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ และแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท

แผนผงั มโนทัศน์เป้าหมายการเรียนร/ู้ หลักฐานการเรยี นรู้ ความรู้ (Knowledge : K) ทักษะ/กระบวนการ(Process: P) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1.บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทีได้ 1.เขียนแสดงเข็มของนาฬิกาตาม (K) เวลาท่กี ำหนดได้ (P) 1. ซื่อสัตยส์ จุ รติ 2.บอกเวลาท่ีเขียนโดยใช้มหัพภาค (.) 2. มีวนิ ยั หรือทวิภาค (:) ได้ (K) 2. ประดิษฐน์ าฬกิ าจำลอง 3. ใฝ่เรยี นรู้ 3.บอกระยะเวลาเป็นชั่วโมงและนาที 4. มุ่งม่ันในการทำงาน ได้ (K) 3.เขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) 5. มีจิตสาธารณะ 4.อ่านเวลาจากนาฬิกาหรือภาคท่ี หรือทวิภาค (:) ได้ (P) กำหนดให้ได้ถูกต้อง (K) 4.เขียนแสดงระยะเวลาเป็นชั่วโมง 5.เปรยี บเทียบระยะเวลาได้ (K) และนาทีตามทีก่ ำหนดไดถ้ กู ตอ้ ง (P) 6.บอกกจิ กรรมท่รี ะบุเวลาได้ (K) 5. แ ส ด ง ว ิ ธี ห า ค ำ ต อ บ ข อ ง โ จ ท ย์ ปัญหาการบวกเกี่ยวกับเวลา และ ระยะเวลาตามทกี่ ำหนดได้ (P) 6.เขียนบันทึก กิจกรร มต าม ท่ี กำหนดให้ไดถ้ ูกต้อง (P) เป้าหมายการเรียน เรอ่ื งเวลา หลักฐานการเรยี นรู้ ประดษิ ฐ์นาฬิกาจำลอง

แผนผงั มโนทศั น์ข้นั ตอนการทำกิจกรรมประกอบการจดั การเรยี นร้ดู ้วย การสอนตามหลกั การพฒั นาสมอง (Brain-Based learning: BBL) ศกึ ษามาตรฐานการรเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั และจดุ ประสงคก์ าร เรยี นรู้ ทาแบบทดสอบก่อนเรียน ทากิจกรรมโดยใช้กระบวนการจดั การเรียนร้ตู ามหลกั การพฒั นาสมอง (Brain-Based learning: BBL) ขนั้ ที่ 1 เตรยี มความพรอ้ ม ขนั้ ท่ี 2 เรยี นรู้ ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ การฝึ ก ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ การสรปุ ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ การประยุกต์ใช้ทนั ทีทนั ใด ทดสอบหลงั เรยี น (ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60)

แผนท่ี 1 บอกเวลาบนหน้าปัดนาฬกิ า ผังมโนทัศน์ หนว่ ยการ แผนที่ 4 การเปรียบเทียบระยะเวลา หน่วยการเ เวล จำนวน 1 แผนที่ 2 การอา่ น และเขีย หรอื ทว แผนท่ี 5 โจทยป์ ญั หากา ระยะ การเรียนรูแ้ บ ภาษาไทย 1.ฟังแสดงความคดิ เหน็ 2.พูดแสดงความคดิ เห็น และตอบคำถามอา่ นและสะกดคำ ๓.การเขียนสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์

รเรียนรทู้ ่ี 4 เวลา แผนท่ี 3 การบอกระยะเวลาเปน็ ชวั่ โมงและนาที แผนท่ี 6 การอ่านและเขยี นบนั ทกึ กิจกรรมทีร่ ะบุเวลา เรียนรูท้ ี่ 4 ลา 16 ช่วั โมง ยนบอกเวลาท่ีมมี หัพภาค (.) วภิ าค (:) ารบวกเก่ียวกับเวลาและ ะเวลา บบบรู ณาการ ศิลปะ : ทศั นศลิ ป์ ๑. การออกตกแต่งป้ายนาฬิกาจำลอง

แผนบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ครู ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล การมีภมู ิคุ้มกนั ในตัวทด่ี ี 1. ออกแบบการจดั กิจกรรม ตรงตาม 1. ออกแบบการเรยี นรสู้ ง่ เสริมกระบวนการคดิ 1. ศกึ ษาแนวทางการจัดการเรยี นรลู้ ่วงหนา้ ตัวช้ีวัด 2. ใช้เทคนิคการจัดการเรียนร้ทู ่ีหลากหลาย 2. จดั เตรยี มการวดั ผลประเมินผล และแบบ 2. เลอื กสือ่ แหล่งเรียนรเู้ หมาะสม สงั เกตพฤตกิ รมนกั เรยี น 3. วัดผลประเมนิ ผลตรงตามเนอื้ หา เง่อื นไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. รู้จกั เทคนคิ การสอนท่สี ง่ เสริมกระบวนการคดิ และนกั เรยี น 1. มีความขยัน เสยี สละ และมงุ่ มน่ั ในการจดั หาส่ือมาพฒั นานักเรยี น สามารถเรียนรู้ได้อย่างมคี วามสขุ ใหบ้ รรลตุ ามจดุ ประสงค์ 2. มีความอดทนเพือ่ พัฒนานกั เรียนโดยใช้เทคนิคการสอนท่ี หลากหลาย นักเรียน ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมีภูมิคุ้มกนั ในตวั ที่ดี 1. การใช้เวลาในการทำกิจกรรม/ภาระงาน 1. ฝึกกระบวนการทำงานเป็นกลมุ่ 1. วางแผนการศึกษาคน้ ควา้ อสิ ระ ได้อยา่ งเหมาะสม ทันเวลา 2. ฝึกกระบวนการแสดงขน้ั ตอนการหาผลลัพธ์ 2. นำความรู้เร่ืองเวลา ไปใช้ใน 2. เลอื กสมาชิกกลมุ่ ได้เหมาะสมกบั เนอ้ื หาที่ ชวี ติ ประจำวันได้ เรียนและศักยภาพของตน เงอ่ื นไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. มีความรูเ้ ร่อื งเวลา ตลอดจนสามารถสรา้ งจัดทำช้นิ งาน ไดต้ าม 1. มีความรับผิดชอบ และปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงของกลุ่ม วตั ถุประสงค์ 2. มสี ติ มสี มาธิช่วยเหลือกนั ในการทำงานรว่ มกนั ส่งผลตอ่ การพัฒนา 4 มิติใหย้ ั่งยืนยอมรบั ต่อการเปลยี่ นแปลงในยคุ โลกาภวิ ฒั น์ วตั ถุ สังคม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม ความรู้ (K) มีความรูค้ วามเขา้ ใจเร่อื ง เวลา มคี วามรู้และเขา้ ใจ มคี วามรแู้ ละเข้าใจ มีความรูแ้ ละเข้าใจการ กระบวนการทำงาน เกย่ี วกับ ส่งิ แวดลอ้ ม ช่วยเหลอื แบ่งปนั กลมุ่ และส่ิงต่าง ๆรอบตัว ทกั ษะ (P) สร้างชน้ิ งานนาฬิกาจำลอง ทำงานได้สำเรจ็ ตาม ใชแ้ หล่งเรียนรโู้ ดยไม่ ชว่ ยเหลือ แบ่งปันซ่งึ เป้าหมาย ดว้ ย ทำลายสงิ่ แวดลอ้ ม กัน และกัน กระบวนการกลุ่ม ค่านยิ ม (A) เห็นประโยชน์ของเรยี นรู้ เกย่ี วกับเวลา เหน็ คณุ คา่ และ เห็นคณุ คา่ ของการใช้ ปลกู ฝงั นสิ ยั การ ภาคภมู ิใจในการ แหลง่ เรยี นรโู้ ดยไม่ ช่วยเหลอื แบ่งปนั ทำงานร่วมกันได้ ทำลายส่ิงแวดลอ้ ม สำเรจ็

กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 เรื่อง เวลา วิชาคณติ ศาสตร์ เวลา 16 ชว่ั โมง 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวดั มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 2.1 : เข้าใจพื้นฐานเก่ียวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิง่ ทต่ี ้องการวดั และนำไปใช้ ตวั ช้ีวัด ป.3/2 : แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับเวลา และระยะเวลา 2.สาระสำคญั นาฬกิ าเป็นเครอ่ื งมือท่ใี ช้บอกเวลาเราบอกเวลาเป็นนาฬิกา และนาที การเขียนบอกเวลานิยมเขียน มหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) คั่นระหวา่ งตัวเลขทบ่ี อกเวลาเปน็ ช่ัวโมงกบั นาที โดยตวั เลขหนา้ มหัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) บอกเวลาเป็นนาฬกิ า ตวั เลขหลังมหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) บอกเวลาเป็นนาที การบอกระยะเวลา เปน็ ช่วั โมงและนาทีเป็นการบอกเวลาท่ีกระทาต้ังแต่เริม่ ตน้ จนเสรจ็ ว่าใช้เวลาไปเท่าใด ชว่ั โมงกบั นาที มี ความสมั พนั ธ์กัน คือ 1 ช่วั โมง เทา่ กบั 60 นาที การเปรียบเทียบระยะเวลา ต้องเปล่ียนเวลาเปน็ หนว่ ยเดยี วกนั กอ่ น โดยใชค้ วามสัมพันธข์ องหนว่ ยเวลาแลว้ จึงนำมาเปรียบเทยี บกัน การแกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกับเวลา และ ระยะเวลา ต้องทราบสง่ิ ท่โี จทย์กำหนดให้ กบั ส่ิงทโ่ี จทยถ์ าม ซึง่ สามารถหาคำตอบไดโ้ ดยการวิเคราะหโ์ จทย์ วางแผนแก้โจทยป์ ญั หา การแกป้ ัญหา และการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ การบันทกึ กจิ กรรมลงใน ตารางท่ลี ะเอยี ด จะช่วยใหท้ ราบการกระทำในแต่ละวันไดช้ ัดเจนขน้ึ กิจกรรมท่ีบนั ทึกต้องระบเุ วลา สถานที่และ กิจกรรมท่ที ำ การเขยี นบันทกึ กจิ กรรม เปน็ การนำเสนอขอ้ มูลรูปแบบตาราง ประกอบด้วย 4 สว่ น คือ ช่ือเจ้าของ บันทึก วนั /เดือน/ปี เวลา และกจิ กรรมทก่ี ระทำในแต่ละวนั ซึ่งขอ้ มูลในตารางจะประกอบด้วยข้อความและตัวเลข แสดงเวลาตา่ ง ๆ 3. สาระการเรียนรู้ - การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที - การอา่ นและเขยี นบอกเวลาทีมมี หัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) - การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมงและนาที - การเปรยี บเทยี บระยะเวลา - โจทยป์ ัญหาการบวกเก่ยี วกับเวลาและระยะเวลา - การอ่านและเขยี นบันทึกกจิ กรรมท่รี ะบุเวลา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ 5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวนิ ัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. ประดิษฐน์ าฬิกาจำลอง แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรียน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 7. การวัดและประเมินผล หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 วธิ ีการ แบบฝกึ หัดหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระดับคุณภาพ 2 ตรวจแบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน ผา่ นเกณฑ์ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ชน้ิ งานหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระดบั คุณภาพ 2 ตรวจแบบฝึกหัดหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 ผ่านเกณฑ์ ตรวจชิ้นงานหน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ใน การทำงาน ผ่านเกณฑ์ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมที่ 1 การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที ชวั่ โมงที่ 1 1. ครูให้นกั เรียนทอ่ งสตู รคูณโดยใชแ้ กว้ และตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคณู หลงั จากนั้นให้ นักเรียนคิดเลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. ครทู บทวนความร้เู ดมิ โดยวธิ กี ารซกั ถามสนทนาเกย่ี วกบั การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าทเี่ รียนผา่ นมาแล้ว 3. ครนู ำนาฬิกาจำลองมาใหน้ กั เรยี นดูการเคล่อื นทข่ี องเวลา โดยใหน้ กั เรียนหัดอ่านเวลาเป็นนาฬกิ า 4. ครูนำนาฬกิ าจำลองชนดิ ท่มี ี 2 เขม็ (เขม็ สัน้ และเขม็ ยาว) และแบบมี 3 เข็ม (เข็มสน้ั เขม็ ยาว 2 เข็ม ซง่ึ ใชบ้ อกเวลาเป็นนาที และวนิ าท)ี ให้นกั เรยี นสังเกตวา่ มีอะไรทแ่ี ตกตา่ งกัน และใช้ประโยชน์อย่างไร 5. ครูนำนาฬกิ าของจรงิ แบบมีเขม็ และแบบตวั เลขมาใหน้ ักเรยี นดูแล้วอภปิ รายความแตกต่างของนาฬิกา แตล่ ะชนดิ 6. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายรายละเอียดบนหนา้ ปดั นาฬกิ า ดังนี้ “นาฬิกามีขีดแบ่งออกเปน็ ชอ่ ง ใหญ่ 12 ชอ่ งเท่า ๆ กนั มตี ัวเลข ต้งั แต่ 1 – 12 กำกบั อย่แู ตล่ ะขีดใน 1 ช่องใหญ่ แต่ละชอ่ งใหญ่แบง่ ออกเป็น 5 ชอ่ งเลก็ ๆ เท่า ๆ กัน บนหน้าปัดมเี ข็มสนั้ และเขม็ ยาว เข็มสั้นบอกเวลาเปน็ ช่วั โมง บอกเวลาตามตัวเลขที่เขม็ ส้ัน ไปถงึ และช้ีผา่ น เขม็ ยาวบอกเวลาเป็นนาที บอกเวลาตามจำนวนชอ่ งเลก็ ๆ ท่ีเข็มยาวเดนิ ผ่าน โดยเร่มิ นับหนึ่ง หลงั จากเข็มยาวเดนิ ผ่านเลข 12” 7. ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ วา่ การเดินของเขม็ นาฬิกาแตล่ ะชนิดเรมิ่ นบั เวลา เข็มยาวเดนิ ผา่ นเลข 12 และผ่าน ชอ่ งแรก ชีท้ ่ีขีดแรกหลังเลข 12 จะนบั หนึ่งนาที และเม่อื เดนิ 12 ช่องใหญ่ ซึ่งมชี อ่ งเลก็ 60 ช่องหรือ 1 รอบ นาฬกิ า เปน็ เวลา 60 นาที เข็มสนั้ จะเดิน 1 ช่องใหญ่ เปน็ เวลา 1 ชั่วโมง ฉะนั้น เขม็ ยาวเดนิ 12 ชอ่ งใหญ่หรอื 1 รอบนาฬิกา เขม็ สั้นจะเดินได้ 1 ชอ่ งใหญ่ เพราะฉะนัน้ 1 ชว่ั โมงเท่ากับ 60 นาที 8. ครูนำเสนอการบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาทีเวลาช่วงกลางวัน โดยใช้นาฬิกาจำลองประกอบ 9. ครใู ห้นกั เรียนบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาทีเวลาช่วงกลางวนั โดยใหน้ ักเรียนใชน้ าฬิกาจำลอง ประกอบการฝึก 10. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ สง่ิ ทีไ่ ด้เรยี นรรู้ ่วมกัน ดังน้ี นาฬกิ าเป็นเคร่ืองมือทใี่ ชบ้ อกเวลา เข็มสั้น บอกเวลาเปน็ ชั่วโมง เข็มยาวบอกเวลาเปน็ นาที 11. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ชัว่ โมงท่ี 2 1. ครูใหน้ ักเรยี นทอ่ งสูตรคณู โดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ชอ่ งประกอบการทอ่ งสูตรคูณ หลังจากนนั้ ให้ นักเรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ และทดสอบก่อนเรยี น 2. ครนู ำนาฬิกาหน้าปดั 2 ชนั้ มาใหน้ ักเรยี นดู แล้วถามนกั เรียนว่าเวลา 24 นาฬกิ า เป็นเวลากลางวนั หรอื กลางคนื เข็มสนั้ และเข็มยาว ช้ีท่เี ลขอะไร 3. ครหู มุนเข็มนาฬิกาตามทนี่ กั เรยี นบอก แลว้ ถามนกั เรียนว่า 1 วัน แบง่ เป็น 24 ช่วั โมง มีกลางวันกี่ ชว่ั โมง กลางคนื กี่ชัว่ โมง เวลาท่ีถือวา่ เปน็ วันใหม่คือหลังจากเวลาก่นี าฬิ 4. ครทู ดลองหมุนเข็มสั้นช้ีทเ่ี ลข 9 เข็มยาวช้ีเลข 5 และใหน้ ักเรยี นอา่ นเป็นเวลาในชว่ งกลางคืน (21 นาฬิกา 25 นาที) 5. ครูถามนกั เรียนว่า ถา้ เขม็ ยาวเดนิ มาคร่ึงวงกลม จะเป็นเวลากนี่ าที (30 นาท)ี 6. ครหู มุนเข็มนาฬกิ าของนาฬกิ าจำลองไปทีเ่ ลข 5, 10, 15, 20 และถามในทำนองเดยี วกันวา่ เวลาก่นี าที ใหน้ ักเรียนตอบแลว้ ย้ำว่าเขม็ ยาวเรียกว่า นาที 7. ครูหมุนเขม็ นาฬกิ าเข็มสนั้ ไปทเี่ ลข 2 เขม็ ยาวหมุนไปที่เลข 10 และให้นกั เรยี นอ่านเปน็ เวลาในช่วง กลางคนื (2 นาฬิกา 50 นาที) 8. ครหู มนุ เข็มชั่วโมงและเขม็ นาทีไปที่ตำแหน่งต่าง ๆ เพ่อื บอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที โดยกำหนดเวลา ช่วงกลางคืน แล้วให้นกั เรียนทง้ั ชน้ั ช่วยกันตอบหลาย ๆ ขอ้ จนนักเรยี นเข้าใจ 9. ครใู หน้ กั เรยี นบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทีในหนงั สอื เรียน เม่อื เสร็จแล้วให้นักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบ ความถูกต้อง จากน้ันครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลย 10. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปสิ่งทไ่ี ดเ้ รยี นร้รู ่วมกนั ดงั น้ี นาฬกิ าเปน็ เคร่อื งมือท่ีใชบ้ อกเวลา เขม็ ส้ัน บอกเวลาเปน็ ช่ัวโมง เขม็ ยาวบอกเวลาเปน็ นาที 11. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ชว่ั โมงที่ 3 1. ครูใหน้ กั เรยี นทอ่ งสูตรคณู โดยใช้แกว้ และตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสตู รคณู หลังจากน้นั ให้ นักเรยี นคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ข้อ และทดสอบก่อนเรยี น 2. ครูทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั เวลาวา่ ในชว่ งกลางวันแบ่งเป็น 12 ชั่วโมง กลางคนื 12 ชั่วโมง รวม 24 ชวั่ โมง 3. ครถู ามนักเรียนว่าใน 1 ช่วั โมงนนั้ เราแบ่งเป็นกน่ี าที (60 นาที) ใน 1 วนั มีกีช่ วั่ โมง (24 ชัว่ โมง) 4. ครทู ดลองหมุนเข็มสน้ั ชท้ี เี่ ลข 1 เข็มยาวชเ้ี ลข 4 และให้นักเรยี นอา่ นเวลาในชว่ งกลางวัน คอื 13 นาฬิกา 20 นาที เวลาในชว่ งกลางคืน คือ 1 นาฬิกา 20 นาที 5. ครแู จกภาพหนา้ ปัดนาฬกิ า และเวลากำกับไวใ้ ต้ภาพ แล้วใหน้ กั เรยี นแขง่ ขันกนั เติมเข็มนาฬกิ าลงบน หน้าปดั นาฬิกา 6. ครบู อกให้นักเรียนทกุ คนแสดงหนา้ ปดั นาฬิกาตามเวลาที่ครชู ูบัตรเวลาน้ัน ๆ เชน่ ครูชูบตั ร 15 นาฬกิ า 25 นาที ก็ให้นกั เรยี นหมุนเขม็ สั้นช้เี ลข 3 เขม็ ยาวชเี้ ลข 5 เปน็ ตน้ 7. ครใู ห้นกั เรียนบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาทีในหนังสือเรียน เมอื่ เสรจ็ แล้วใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบ ความถกู ต้อง จากน้ันครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกิจกรรม 8. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ส่ิงที่ได้เรยี นรู้รว่ มกัน ดงั นี้ นาฬิกาเปน็ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้บอกเวลา เขม็ ส้ันบอก เวลาเป็นชั่วโมง เขม็ ยาวบอกเวลาเปน็ นาที 9. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท.

กิจกรรมท่ี 2 การอา่ นและเขียนบอกเวลาทีมีมหัพภาค (.) หรือทวภิ าค (:) ชว่ั โมงที่ 1 1. ครูใหน้ ักเรียนท่องสตู รคูณโดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ชอ่ งประกอบการทอ่ งสตู รคณู หลังจากนั้นให้ นักเรียนคิดเลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. ครทู บทวนส่ิงท่ีไดเ้ รยี นรู้ในชัว่ โมงทผ่ี า่ นมา เรือ่ ง การบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที โดยครใู ห้ตวั แทน นกั เรียน 1 คน ออกมาหมนุ เข็มนาฬกิ าจาลองแสดงกิจวตั รประจาวนั เช่น เขม็ ยาวชเี้ ลข 6 เขม็ ส้นั ชเ้ี ลข 6 จากน้ัน ใหเ้ พ่ือนทเี่ หลือทายวา่ เวลาดังกลา่ วทตี่ ัวแทนนักเรียนหมนุ เขม็ นาฬิกานัน้ ทากิจวัตรอะไร เมื่อทายถูกตอ้ งแล้ว ให้ นกั เรียนรว่ มกนั อา่ นเวลาจากหนา้ ปัดนาฬกิ าพรอ้ มกัน เช่น 6 นาฬิกา 30 นาที ครูทาซำ้ เดมิ 2 – 3 ตวั อยา่ ง เพ่อื ใหน้ กั เรียนได้ทบทวนความร้เู ดมิ และกระตุ้นความสนใจของนักเรียน 3. ครูใหน้ ักเรยี นมองไปที่นาฬกิ าในห้องเรยี น จากนัน้ สุ่มเลอื กตัวแทนนกั เรยี นชาย และนกั เรียนหญิง อย่างละ 1 คน ออกมาอา่ นเวลา ณ ตอนน้ี 4. ครอู ธบิ ายเก่ียวกบั การเขียนบอกเวลาโดยใช้มหพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) ว่า ตัวเลขหน้ามหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) บอกเวลาเป็น “นาฬกิ า” ตัวเลขหลงั มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) บอกเวลาเปน็ “นาที” 5. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจวา่ การบอกเวลาเป็นนาฬกิ า เร่มิ ต้ังแต่ 0 นาฬิกา ถงึ 24 นาฬกิ า การบอกเวลาเป็นนาที เร่ิม 0 นาที ถงึ 59 นาที 6. ครแู นะนำนกั เรียนเร่ืองการเขียนบอกเวลาโดยใชม้ หพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) และการอ่าน โดยครจู ัด เขม็ นาฬิกาจำลองใหน้ ักเรียนบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที พรอ้ มทั้งครูเขยี นบอกเวลาแบบใชม้ หพั ภาค (.) หรือ ทวภิ าค (:) บนกระดานและแนะนำการอา่ น 7. ครูให้นักเรยี นอา่ นและเขียนบอกเวลาทมี มี หพั ภาค (.) หรือทวิภาค (:) ในหนังสอื เรียน เมอื่ เสรจ็ แลว้ ให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลย 8. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปสงิ่ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การเขียนบอกเวลาโดยใชม้ หัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ - ตัวเลขหนา้ มหพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) บอกเวลาเป็น “นาฬกิ า” การบอกเวลาเป็นนาฬกิ า เริ่ม ตัง้ แต่ 0 นาฬกิ า ถึง 24 นาฬิกา - ตัวเลขหลังมหัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) บอกเวลาเป็น “นาท”ี การบอกเวลาเปน็ นาที เร่ิมตั้งแต่ 0 นาที ถงึ 59 นาที 9. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์ สสวท. ชัว่ โมงท่ี 2 1. ครูให้นักเรยี นทอ่ งสูตรคณู โดยใช้แกว้ และตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสตู รคณู หลังจากน้ันให้ นักเรยี นคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ 2. ครทู บทวนการบอกเวลาโดยใชม้ หัพภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) โดยให้เขียนเวลาตอ่ ไปนีบ้ นกระดาน โดย สุ่มนกั เรียนออกมา 4 คน 3. ครูให้ตวั แทนนักเรยี นออกมาเขยี นเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) 4. ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นและเขียนบอกเวลาทมี ีมหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) ในหนงั สอื เรยี น เม่อื เสรจ็ แล้ว ใหน้ ักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกนั เฉลย

5. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ สิง่ ทไี่ ดเ้ รียนรูร้ ว่ มกนั ดงั น้ี การเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) แบ่งออกเปน็ 2 ส่วน คือ - ตวั เลขหนา้ มหัพภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) บอกเวลาเปน็ “นาฬกิ า” การบอกเวลาเป็นนาฬกิ า เรมิ่ ต้งั แต่ 0 นาฬกิ า ถึง 24 นาฬิกา - ตวั เลขหลงั มหพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) บอกเวลาเป็น “นาท”ี การบอกเวลาเป็นนาที เรม่ิ ตงั้ แต่ 0 นาที ถงึ 59 นาที 6. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ สสวท. กิจกรรมท่ี 3 การบอกระยะเวลาเปน็ ชวั่ โมงและนาที ชั่วโมงท่ี 1 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นักเรยี นคิดเลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. ครทู บทวนการอ่านเวลาชว่ งกลางวันและกลางคนื โดยครหู มุนเข็มช่วั โมงและเข็มนาทีไปทตี่ ำแหนง่ ตา่ ง ๆ เพือ่ บอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที โดยกำหนดเวลาทงั้ กลางวันและกลางคนื แลว้ ใหน้ ักเรยี นทัง้ ชนั้ ชว่ ยกนั ตอบ หลาย ๆ ขอ้ จนนักเรียนเข้าใจ 3. ครูใหน้ กั เรียนเลา่ กจิ วตั รประจำวันของตนวา่ วันหนง่ึ ๆ นกั เรียนปฏิบัตกิ ิจวตั รอะไรบ้าง 4. ครเู ขียนกจิ วัตรท่นี ักเรียนบอกบนกระดาน โดยเรียงลำดับตามลำดับเหตุการณ์พร้อมกับเขยี นเวลาท่ี นกั เรียนกระทำกจิ วตั รประจำวนั จะได้ 5. ครูตดิ ภาพแสดงเวลาในการทำกิจวัตร ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสงั เกตและตอบคำถาม 6. ครสู นทนากับนกั เรยี นว่า การบนั ทกึ กิจกรรมทปี่ ฏิบตั ิประจำ โดยดูเวลาจากนาฬกิ า จะทำใหป้ ฏบิ ัติ กิจกรรมต่าง ๆ ได้ตรงเวลา และชว่ ยเตอื นความจำได้ 7. ครใู ห้นักเรียนบอกระยะเวลาเปน็ ช่วั โมงและนาที เมือ่ เสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกัน ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนั้นครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในหนงั สอื เรียน 8. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ส่งิ ทไ่ี ด้เรยี นร้รู ่วมกนั ดังนี้ การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง นาที และวิธบี อก ระยะเวลาเปน็ ชั่วโมง นาทีโดยใชแ้ ผนภูมขิ อ้ มูลของเสน้ เวลา 9. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ชั่วโมงที่ 2 1. ครใู หน้ ักเรยี นท่องสูตรคณู โดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการทอ่ งสตู รคณู หลงั จากนน้ั ให้ นักเรยี นคิดเลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ 2. ครนู ำบตั รภาพนาฬิกาที่บอกเวลาตา่ ง ๆ ตดิ บนกระดาน (ทลี ะภาพ) แลว้ ถามวา่ เปน็ เวลาก่ีนาฬิกา ก่ี นาที (ให้นักเรียนอา่ นเวลาในชว่ งกลางวันและช่วงกลางคืน) 3. ครูนำนาฬิกาจำลองแสดงเวลา 9 นาฬกิ ามาใหน้ ักเรยี นดู และอธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ เข็มยาวเดนิ ต่อจาก 9 นาฬิกาไปอีก 10 นาที น่นั คือ 9 นาฬกิ า 10 นาที ครูให้นักเรยี นสงั เกตวา่ การอ่านเวลาเรม่ิ อา่ นเขม็ ทบี่ อกชว่ั โมง ก่อน แลว้ จงึ อ่านเขม็ ทบี่ อกนาที 4. ครูติดภาพแสดงเวลาในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ให้นักเรยี นรว่ มกนั สังเกตและตอบคำถาม 5. ครูสนทนากับนักเรยี นว่า การบนั ทึกกจิ กรรมท่ปี ฏบิ ตั ปิ ระจำ โดยดเู วลาจากนาฬกิ า จะทำใหป้ ฏิบตั ิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้ตรงเวลา และชว่ ยเตือนความจำได้ 6. ครูใหน้ ักเรียน การบอกระยะเวลาเป็นชว่ั โมงและนาที เม่อื เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในหนังสือเรยี น

7. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิง่ ที่ได้เรียนรู้รว่ มกัน ดังนี้ การบอกระยะเวลาเปน็ ชั่วโมง นาที และวธิ ีบอก ระยะเวลาเป็นช่ัวโมง นาทโี ดยใช้แผนภูมขิ ้อมลู ของเสน้ เวลา 8. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. ชวั่ โมงท่ี 3 1. ครใู ห้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แกว้ และตาราง ๙ ชอ่ งประกอบการทอ่ งสตู รคูณ หลงั จากน้ันให้ นกั เรยี นคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ 2. ครแู จกนาฬิกาจำลองให้นกั เรียนคนละ 1 เรอื น แล้วให้นักเรียนหมุนเวลาตามทีค่ รูบอกเปน็ นาฬิกาและ นาที 3. ครแู จกภาพหน้าปัดนาฬิกา และเวลากำกบั ไว้ใต้ภาพ แล้วให้นกั เรียนแขง่ ขนั กนั เติมเข็มนาฬกิ าลงบน หน้าปดั นาฬิกา 4. ครูติดภาพนาฬกิ าจำลองเพือ่ ใหน้ กั เรียนออกมาเตมิ เข็มนาฬิกาตามระยะเวลาท่คี รูกำหนด 5. ครใู ห้นกั เรยี นบอกระยะเวลาเปน็ ช่วั โมงและนาที เมอ่ื เสร็จแลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูก ตอ้ ง จากน้นั ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยกิจกรรมในหนงั สือเรยี น 6. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปสง่ิ ทไ่ี ด้เรียนร้รู ่วมกัน ดงั นี้ การบอกระยะเวลาเปน็ ชัว่ โมง นาที และวธิ บี อก ระยะเวลาเป็นช่วั โมง นาทีโดยใช้แผนภมู ิขอ้ มลู ของเส้นเวลา 7. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. กิจกรรมที่ 4 การเปรียบเทียบระยะเวลา ชวั่ โมงท่ี 1 1. ครใู หน้ กั เรียนทอ่ งสูตรคูณโดยใช้แกว้ และตาราง ๙ ชอ่ งประกอบการทอ่ งสูตรคณู หลังจากน้นั ให้ นกั เรยี นคิดเลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. ครทู บทวน เรือ่ ง การบอกเวลา โดยนำบตั รภาพนาฬกิ าที่แสดงเวลามาใหน้ กั เรียนดู จากนั้นเปดิ เพลง ให้นกั เรยี นส่งบตั รภาพนไ้ี ปเรื่อย ๆ เมอื่ เพลงหยดุ แลว้ บตั รภาพอยู่ท่ใี ครให้คนนั้นตอบคาถามว่า เป็นเวลาเทา่ ใด ประมาณ 2 – 3 ขอ้ 3. ครเู ขียนตัวเลข 5 นาที บนกระดาน แล้วให้นกั เรียนช่วยกันตอบคาถาม 4. ครทู บทวนการเปลีย่ นหนว่ ยเวลาจากหน่วยใหญ่เป็นหนว่ ยยอ่ ย และหนว่ ยยอ่ ยเปน็ หน่วยใหญ่ ให้ นักเรยี นชว่ ยกันหาคำตอบ 5. ครูแสดงบตั รข้อความท่ีบอกค่าเวลาตา่ งกนั 2 บตั ร ให้นกั เรียนเปรยี บเทียบว่าเวลาแตกตา่ งกันหรือไม่ บตั รใดเวลามากกว่า บัตรใดเวลานอ้ ยกวา่ หรือทง้ั สองบตั รเวลาเท่ากัน พร้อมทง้ั บอกเหตผุ ลทนี่ ักเรยี นใชต้ ัดสนิ ครู และนกั เรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ 6. ครใู หน้ กั เรียนเปรียบเทยี บระยะเวลา เมอ่ื เสรจ็ แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้น ครูและนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในหนงั สือเรียน 7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ สง่ิ ท่ีไดเ้ รียนรูร้ ่วมกนั ดงั นี้ วิธกี ารเปรยี บเทียบระยะเวลา อาจเปรียบเทยี บ ไดโ้ ดยทำหน่วยเวลาท่ตี อ้ งการเปรยี บเทยี บใหเ้ ปน็ หนว่ ยเดียวกนั กอ่ น แล้วจึงเปรยี บเทยี บ 8. ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ชัว่ โมงท่ี 2 1. ครใู หน้ ักเรยี นท่องสูตรคณู โดยใชแ้ กว้ และตาราง ๙ ช่องประกอบการทอ่ งสตู รคณู หลงั จากน้นั ให้ นกั เรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ 2. ครทู บทวนส่งิ ท่ไี ดเ้ รียนรู้ในช่วั โมงท่ีผา่ นมา เรอ่ื ง การเปรยี บเทยี บระยะเวลา โดยครแู สดงบัตรข้อความ

แสดงเวลา 1 ช่ัวโมง 20 นาที แล้วครถู ามนักเรยี นคิดเป็นกีน่ าที และมวี ธิ คี ดิ อย่างไร (80 นาที เทา่ กบั 60 + 20 นาที) 3. ครูนักเรยี นอา่ นโจทยแ์ ล้วตอบคำถาม 4. ครอู ธบิ ายความรวู้ ่าชวั่ โมงกบั นาที มีความสมั พันธ์กันดงั นี้ 1 ชั่วโมง เท่ากับ 60 นาที ดงั น้นั การเปรียบเทยี บเวลาตอ้ งเปล่ยี นเวลาเปน็ หนว่ ยเดยี วกันกอ่ น โดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ของหน่วยเวลา แลว้ จงึ นำมาเปรียบเทียบกัน 5. ครูให้นักเรียนเปรียบเทยี บระยะเวลาระหวา่ ง 150 นาที กับ 1 ชว่ั โมง โดยใช้คำวา่ “มากกว่า” หรอื “นอ้ ยกวา่ ” จะใช้อย่างไร (150 นาที มากกว่า 1 ชวั่ โมง หรอื 1 ชวั่ โมง มากกวา่ 150 นาท)ี 6. ครูยกตัวอยา่ งการเปรยี บเทยี บระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 2 – 3 ตวั อยา่ ง เพือ่ ใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเข้าใจ ยิง่ ข้ึน 7. ครูใหน้ ักเรียนทำใบงานท่ี 10 การเปรียบเทียบระยะเวลา เม่ือเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง จากนั้นครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 10 8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รยี นรูร้ ่วมกัน ดงั นี้ วธิ กี ารเปรยี บเทียบระยะเวลา อาจเปรยี บเทียบ ไดโ้ ดยทำหน่วยเวลาท่ีต้องการเปรยี บเทยี บใหเ้ ปน็ หน่วยเดยี วกนั กอ่ น แล้วจงึ เปรียบเทียบ 9. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. กจิ กรรมที่ 5 โจทย์ปัญหาการบวกเกยี่ วกบั เวลาและระยะเวลา ช่วั โมงท่ี 1 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นักเรียนคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. ครูทบทวนความรู้เก่ียวกบั เวลา โดยแสดงบตั รคำ 20 นาฬกิ า 19 นาที จากนั้นครูใหต้ วั แทนนักเรียน หญงิ ออกมา หมนุ เข็มนาฬิกาจำลองให้ตรงกบั เวลาท่กี ำหนด และครแู สดงบัตรคำ 6 นาฬกิ า 56 นาที ใหต้ วั แทน นักเรียนชายออกมาหมุนเขม็ นาฬิกาจำลองให้ตรงกบั เวลาท่ีกำหนด ครยู กตวั อยา่ งอีก 2-3 ตัวอยา่ ง เพื่อให้ นักเรยี นได้ทบทวนเรอ่ื ง การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที 3. ครูนำเสนอสถานการณ์โจทยป์ ญั หาการบวกเก่ียวกับเวลาและระยะเวลา พร้อมท้ังอ่านโจทย์ใหน้ ักเรยี น อา่ นตาม 4. ครใู ห้นกั เรียนฝกึ วิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หา โดยตอบคำถามดงั ต่อไปน้ี - สิง่ ที่โจทย์ถามคืออะไร (ปอทำการบ้านนานเทา่ ใด) - ส่ิงท่ีโจทยบ์ อกคอื อะไร (ปอทำการบา้ นคณติ ศาสตร์ใชเ้ วลา 2 ชวั่ โมง 18 นาที และทำการบา้ น ภาษาไทยใชเ้ วลา 1 ช่ัวโมง 24 นาท)ี - ใชว้ ธิ ใี ดหาคำตอบ (วธิ บี วก) 5. ครอู ธิบายวิธีการวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา และถามนกั เรียนว่าคำตอบท่ไี ด้คือเทา่ ใด (ปอทำการบ้าน นาน 3 ช่ัวโมง 42 นาท)ี ดงั นี้ ทำการบา้ นคณิตศาสตร์ 2 ช่วั โมง 18 นาที ทำการบา้ นภาษาไทย 1 ชั่วโมง 24 นาที ปอใชเ้ วลาในการทำการบา้ น

6. ครตู ิดโจทยป์ ัญหาการบวกเกยี่ วกบั เวลาและระยะเวลา ใหน้ กั เรยี นฝึกวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หา 7. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปสง่ิ ที่ไดเ้ รียนรรู้ ว่ มกัน ดังน้ี โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับเวลาและระยะเวลาจะ ประกอบไปดว้ ย 2 สว่ น คอื ส่ิงท่ีโจทย์กำหนดให้ กบั ส่งิ ที่โจทย์ถาม ซง่ึ สามารถหาคำตอบไดโ้ ดยการวิเคราะห์ โจทย์ วางแผนแก้โจทยป์ ญั หา การแกป้ ัญหา และการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ 8. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ชว่ั โมงที่ 2 1. ครใู ห้นกั เรยี นท่องสูตรคณู โดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสตู รคูณ หลังจากนน้ั ให้ นกั เรยี นคิดเลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ 2. ครูทบทวนความรูเ้ กีย่ วกับการบอกเวลา และระยะเวลาท่ีมหี น่วยเดยี วกัน โดยให้ตัวแทนนักเรียน 2 คนออกหมนุ เข็มยาวทีน่ าฬิกาจำลองใหช้ ้ีทีเ่ ลข 9 และเลข 5 จากนั้นครใู ห้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามว่า เวลาท้ัง สองรวมกนั เป็นเทา่ ไร (1 ช่วั โมง 10 นาที หรือ 70 นาที) 3. ครูต้ังคำถามนกั เรยี นวา่ จากกจิ กรรมดงั กลา่ ว นักเรียนสามารถหาคำตอบไดอ้ ย่างไร (นำเวลามารยมกนั ) 4. ครตู ดิ โจทย์ปัญหาการบวกเก่ยี วกบั เวลาบนกระดาน พร้อมท้ังอ่านโจทยใ์ ห้นักเรยี นอ่านตาม 5. ครูให้นกั เรยี นฝกึ วเิ คราะห์โจทย์ปัญหา โดยตอบคำถามดงั ตอ่ ไปนี้ - สง่ิ ทโี่ จทยถ์ ามคอื อะไร (แม่ใชเ้ วลาไปตลาดและทำขนมนานเทา่ ใด) - สงิ่ ท่ีโจทยบ์ อกคืออะไร (แม่ไปซ้อื ของท่ีตลาดใชเ้ วลา 1 ชัว่ โมง 35 นาที และกลับมาทำขนมใชเ้ วลา 1 ช่ัวโมง 43 นาที) - ใช้วิธใี ดหาคำตอบ (วิธีบวก) 6. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันแสดงแนวคิดในการหาคำตอบ ดงั นี้ วธิ คี ดิ ชว่ั โมง นาที แมไ่ ปซ้ือของทตี่ ลาดใชเ้ วลา 1 35 + และกลับมาทำขนมใช้เวลา 1 43 2 78 (เน่ืองจาก 60 นาที แมใ่ ชเ้ วลาไปตลาดและทำขนม 3 18 เทา่ กบั 1 ชัว่ โมง) ตอบ แมใ่ ชเ้ วลาไปตลาดและทำขนม ๓ ชว่ั โมง ๑๘ นาที 7. ครูอธบิ ายข้ันตอนวิธกี ารเขยี นแสดงวิธที ำ เช่น เขยี นหนว่ ยช่ัวโมง นาที ไว้ดา้ นบนกอ่ นจากนน้ั เขยี น ขอ้ ความและตวั เลขที่เปน็ ตวั ต้งั และตัวบวก ตามลำดับ 8. ครูยกตัวอย่างโจทยป์ ัญหาการบวกเก่ยี วกบั เวลา และระยะเวลา ในการหาคำตอบให้นักเรียนชว่ ยกนั วิเคราะห์โจทยแ์ ละแสดงวธิ ที ำอกี 2-3 ตัวอยา่ ง 9. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้ร่วมกนั ดงั น้ี การแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวกเก่ียวกับเวลาได้นน้ั ต้องศกึ ษาก่อนว่าโจทยต์ ้องการใหห้ าอะไร โจทย์กำหนดส่งิ ใดมาให้ พรอ้ มท้ังตรวจสอบหน่วยเวลาทีใ่ ห้วา่ เป็น หนว่ ยเดยี วกันหรือไม่ 10. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท.

ชว่ั โมงท่ี 3 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง ๙ ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นกั เรยี นคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ขอ้ 2. นกั เรียน 2 คน ออกมาหมุนเขม็ นาฬกิ าแสดงเวลาที่นักเรียนต่ืนนอนของตนเอง แลว้ ให้นักเรียนตอบ คำถาม เช่น นักเรียนคนท่ี 1 ตน่ื นอนเวลาใด (5 นาฬิกา 30 นาท)ี นกั เรียนคนท่ี 2 ตื่นนอนเวลาใด (6 นาฬกิ า 40 นาท)ี นักเรยี นท้งั สองคนตืน่ นอนตา่ งกนั เป็นเวลาเท่าใด (1 ชวั่ โมง 10 นาที) 3. ครนู ำเสนอสถานการณโ์ จทย์ปญั หาการลบเกย่ี วกบั เวลาและระยะเวลา พร้อมท้ังอ่านโจทยใ์ หน้ ักเรียน อ่านตาม 4. ครใู ห้นักเรียนฝกึ วิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา โดยตอบคำถามดงั ตอ่ ไปนี้ - สง่ิ ทโี่ จทยถ์ ามคอื อะไร (สายฝนใช้เวลาทำการบ้านนานกว่าสดุ ใจเทา่ ใด) - สิง่ ที่โจทยบ์ อกคืออะไร (สุดใจทำการบา้ น 1 ช่วั โมง 30 นาที สายฝนใช้เวลาทำการบา้ น 1 ชั่วโมง 45 นาที) - ใช้วิธใี ดหาคำตอบ (วธิ ีลบ) 5. ครูอธิบายวิธีการวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา และถามนักเรยี นวา่ คำตอบทีไ่ ดค้ อื เท่าใด (สายฝนใชเ้ วลาทำ การบา้ นนานกวา่ สดุ ใจ 15 นาที) ดังน้ี สดุ ทำทำการบ้าน 1 ช่ัวโมง 30 นาที สายฝนใชเ้ วลาทำการบ้านนานกว่าสุดใจ สายฝนใช้เวลาทำการบา้ น 1 ชั่วโมง 45 นาที 6. ครูติดโจทยป์ ัญหาการลบเก่ยี วกับเวลาและระยะเวลา ให้นกั เรียนฝกึ วิเคราะห์โจทยป์ ัญหา ดังน้ี มาลาอา่ นหนงั สือวนั ละ 3 ชัว่ โมง 30 นาที นอนวันละ 10 ชัว่ โมง มาลานอนมากกว่าอา่ นหนงั สอื กช่ี ว่ั โมง 7. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปสง่ิ ที่ได้เรยี นรรู้ ่วมกนั ดงั น้ี โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เวลาและระยะเวลาจะ ประกอบไปดว้ ย 2 สว่ น คอื สิง่ ท่โี จทยก์ ำหนดให้ กบั สงิ่ ทโ่ี จทยถ์ าม ซง่ึ สามารถหาคำตอบไดโ้ ดยการวเิ คราะห์โจทย์ วางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแกป้ ญั หา และการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 8. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ชว่ั โมงที่ 4 1. ครูให้นกั เรียนทอ่ งสูตรคูณโดยใชแ้ ก้วและตาราง ๙ ช่องประกอบการท่องสตู รคูณ หลงั จากน้นั ให้ นักเรียนคิดเลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ 2. นำโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั เวลาใหน้ กั เรียนฝึกวเิ คราะหแ์ ละหาคำตอบ เชน่ ขณะน้เี วลา 8 นาฬกิ า 15 นาที อกี ก่ีนาทีจะเปน็ เวลา 8 นาฬิกา 45 นาที (30 นาที) 3. ครตู ิดโจทย์ปัญหาการลบเกยี่ วกบั เวลาบนกระดาน พร้อมท้ังอ่านโจทยใ์ หน้ ักเรียนอา่ นตาม

4. ครใู หน้ กั เรยี นฝกึ วเิ คราะหโ์ จทยป์ ญั หา โดยตอบคำถามดังต่อไปน้ี - สิ่งทีโ่ จทย์ถามคอื อะไร (ทวที ำงานช้ากวา่ ประชาเปน็ เวลาเท่าใด) - ส่ิงทีโ่ จทย์บอกคืออะไร (ทวีทำงานเสรจ็ ในเวลา 3 ชว่ั โมง 15 นาที ประชาทำงานเสร็จในเวลา 1 ชว่ั โมง 10 นาที) - ใชว้ ธิ ใี ดหาคำตอบ (วิธีลบ) 5. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันแสดงแนวคิดในการหาคำตอบ 6. ครูอธิบายขัน้ ตอนวธิ ีการเขียนแสดงวธิ ีทำ เช่น เขียนหนว่ ยช่ัวโมง นาที ไว้ด้านบนก่อนจากนนั้ เขียน ขอ้ ความและตวั เลขท่ีเป็นตวั ตง้ั และตวั บวก ตามลำดบั 7. ครยู กตวั อย่างโจทย์ปญั หาการลบเกยี่ วกับเวลา และระยะเวลา ในการหาคำตอบใหน้ กั เรียนช่วยกนั วเิ คราะห์โจทย์และแสดงวธิ ีทำอกี 2-3 ตัวอยา่ ง 8. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปสง่ิ ท่ไี ดเ้ รียนรรู้ ว่ มกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปญั หาการบวกเกี่ยวกบั เวลาได้นน้ั ต้องศึกษากอ่ นวา่ โจทยต์ ้องการใหห้ าอะไร โจทยก์ ำหนดส่ิงใดมาให้ พร้อมท้ังตรวจสอบหน่วยเวลาที่ให้ว่าเปน็ หนว่ ยเดยี วกันหรือไม่ 9. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ สสวท. กิจกรรมท่ี 6 การอา่ นและเขียนบันทกึ กิจกรรมทีร่ ะบเุ วลา ช่ัวโมงท่ี ๑ 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง ๙ ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นักเรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ 2. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ เรอ่ื ง การเขียนบอกเวลาโดยใชม้ หพั ภาค (.) ทวิภาค (:) และการอ่าน โดยครูจะ วาดนาฬกิ าบนกระดานให้นักเรียนดู จากนั้นครจู ะสมุ่ ใหน้ กั เรยี นออกมาเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหพั ภาค (.) หรือ ทวภิ าค (:) ตามท่คี รูกำหนด เชน่ ครูวาดนาฬกิ าท่เี ขม็ สน้ั ช้ีเลข 9 และเขม็ ยาวช้ีเลข 12 เวลากลางวัน ใหน้ ักเรยี น เขียนคำตอบว่า 09.00 น. หรือ 09:00 น. จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั อา่ นเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที ในเวลา กลางวนั หรอื กลางคืน ครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบ 3. ครถู ามคำถามนักเรยี นเพอื่ กระตนุ้ ความสนใจวา่ จากประสบการณ์ท่ผี า่ นมานักเรียนพบเห็นการ นำเสนอข้อมูลเก่ยี วกับกจิ กรรมทกี่ ระทำในแต่ละวันดว้ ยวิธีการใดบ้าง 4. ครูนำบันทึกกจิ กรรมประจำวันของ ด.ญ.ปอ มาติดบนกระดาน บนั ทึกกิจกรรมของ ด.ญ. ปอ วันเสารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา กจิ กรรม 06.15 น. ตืน่ นอน ล้างหน้า แปรงฟนั 06.45 น. รบั ประทานอาหารเช้า 07.15 น. ออกเดินทางจากบา้ นไปสวน 08.30 น. เริ่มช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน 12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.35 น. เล่นน้ำในสวน 15.45 น. ออกเดินทางจากสวนกลับบ้าน 17.15 น. ทำการบา้ น 17.45 น. รับประทานอาหารเย็น 19.30 น. อ่านหนงั สือกอ่ นนอน 20.00 น. เข้านอน

5. ครอู ธบิ ายให้นักเรียนฟังวา่ การจดบนั ทกึ ทำได้หลายแบบ แบบท่แี สดงใหด้ ูน้ีเป็นบันทกึ แบบง่ายๆ เป็น การจดบันทึกประจำวนั คอื จดส่งิ ที่เกิดข้นึ ภายใน 1 วนั เริม่ ตน้ ดว้ ยการเขียนวัน เดือน ปี พ.ศ. ไว้สว่ นบนของ บันทึก ด้านซ้ายมอื บนั ทึกเวลา ดา้ นขวามอื ของเวลาบันทกึ กจิ กรรมทีป่ ฏิบัตเิ วลานั้นๆ ทั้งน้ขี นึ้ อย่กู บั ว่าผู้บนั ทกึ ต้องการบันทึกกิจกรรมใดบา้ ง จากน้ันฝึกให้นักเรยี นอ่านบนั ทึกโดยตอบคำถาม 6. ครูตดิ บันทกึ กจิ กรรมอกี 1-2 ตาราง บนกระดานใหน้ ักเรียนอา่ นและตอบคำถามทลี ะคน คนละหน่ึง บรรทดั จนนกั เรียนเขา้ ใจ 7. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปสง่ิ ท่ีไดเ้ รียนรู้ร่วมกนั ดังนี้ บนั ทึกกิจกรรมประจำวันเป็นเหตุการณ์หรือ กจิ กรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวนั โดยไดจ้ ดบนั ทึกไว้ ซึง่ อาจเรม่ิ ตน้ ดว้ ยการเขียน วัน เดือน พ.ศ. ไวส้ ่วนบนของบันทึก ด้านซา้ ยมือบนั ทึกเวลา ดา้ นขวามอื ของเวลาจะบันทกึ กิจกรรมทไี่ ดป้ ฏบิ ัติในเวลานนั้ 8. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. ช่วั โมงที่ 2 1. ครูใหน้ ักเรียนท่องสตู รคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการทอ่ งสตู รคูณ หลงั จากน้นั ให้ นกั เรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ 2. ครูทบทวนการอา่ นบันทกึ กิจกรรมหรือเหตกุ ารณ์ โดยนำบนั ทึกประจำวนั ของ ด.ช.สมชาย พากเพยี ร มาติดบนกระดาน และใช้คำถามให้นักเรียนช่วยกนั ตอบ ดงั น้ี บันทกึ กิจกรรมของ ด.ช.สมชาย พากเพียร วันอาทติ ย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2563 เวลา กจิ กรรม 08.00 น. ออกจากบา้ น 10.15 น. ถึงบา้ นคุณยาย 12.00 น. รบั ประทานอาหารกลางวัน 14.30 น. เลน่ กับญาติ 15.00 น. ออกจากบา้ นคณุ ยาย 17.20 น. กลบั ถงึ บา้ น 3. ครอู ธบิ ายว่า การจดบันทึกทำไดห้ ลายแบบ แบบที่แสดงใหด้ นู ้ีเป็นบนั ทกึ แบบง่ายๆ เปน็ การจดบนั ทึก ประจำวนั คอื จดสง่ิ ท่เี กดิ ขึน้ ภายใน 1 วนั เรม่ิ ต้นดว้ ยการเขียนวนั เดือน ปี พ.ศ. ไว้สว่ นบนของบันทกึ ด้าน ซา้ ยมอื บนั ทกึ เวลา ดา้ นขวามือของเวลาบันทกึ กจิ กรรมทป่ี ฏิบัตเิ วลานั้นๆ ทง้ั น้ขี น้ึ อยูก่ ับว่าผ้บู นั ทกึ ตอ้ งการบนั ทึก กิจกรรมใดบา้ ง จากนน้ั ให้นักเรียนตอบคำถาม 4. ครนู ำบตั รภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมาติดบนกระดาน 6 ใบ (ภาพการเลน่ ของเด็กใน สนามเดก็ เล่น ภาพเด็กกำลังรับประทานอาหารพรอ้ มครอบครวั ภาพเด็กเรยี นหนังสือภายในหอ้ งเรียน ภาพเด็ก เคารพธงชาติ ภาพเด็กอ่านหนงั สอื ในห้องสมดุ ภาพเด็กนอนหลับ) จากน้ันให้นักเรยี นลองลำดับเหตกุ ารณ์ที่ เกดิ ขึน้ แล้วบันทึกประจำวันจากบัตรภาพท่ีกำหนดให้ โดยใหน้ ักเรียนคาดคะเนเวลาท่ีแต่ละกจิ กรรมจะเกิดขึน้ ด้วย ตนเอง โดยใชต้ ารางท่ีกำหนดให้ต่อไปนี้

ตวั อย่างบตั รภาพกจิ กรรมประจำวัน บนั ทกึ ประจำวนั บันทกึ กจิ กรรมประจำวนั ของ....................................... วัน......................ท่ี ....... เดอื น............................. พ.ศ. ............. เวลา กจิ กรรม 5. ครูสุ่มให้นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานบนั ทึกกิจกรรมประจำวนั หน้าชั้น และให้เพือ่ นๆ ชว่ ยกันแสดง ความคดิ เห็นถึงความสมเหตุสมผลของบนั ทกึ กิจกรรมทีน่ ำเสนอ 6. ครูใหน้ ักเรียนเขยี นบนั ทกึ กจิ กรรมท่ีระบเุ วลา เม่ือเสรจ็ แล้วให้นักเรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันเฉลย 7. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปส่งิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรูร้ ่วมกนั ดังนี้ การเขยี นบันทึกกิจกรรมวา่ ประกอบดว้ ย 4 ส่วน คือ ช่ือเจ้าของบนั ทึก วนั /เดอื น/ปี เวลา และกจิ กรรมท่ีกระทำ ซึ่งขอ้ มูลในตารางจะประกอบด้วยข้อความ และตัวเลขแสดงเวลาตา่ ง ๆ 8. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น 9. สือ่ / แหล่งเรยี นรู้ 1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบหลงั เรียน 2. แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ สสวท. 3. นาฬกิ า 4. รปู กิจกรรมประจำวนั ตา่ ง ๆ

โรงเรียนวัดพืชนมิ ติ (คำสวัสดร์ิ าษฎรบ์ ำรงุ ) อำเภอคลองหลวง จงั หวัดปทมุ ธานี ข้อสอบบทท่ี 4 เวลา ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นทำเครื่องหมาย x ทบั อกั ษรหนา้ คำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว จำนวน 20 ข้อ ขอ้ 1. รปู ใดคือเวลา 22.05 น. ข้อ 5 . สมใจออกจากห้างสรรพสินค้าเวลา 14.00 น. ถึงบ้านเวลา 16.00 น. ก. ข. สมใจใชเ้ วลาเดนิ ทางกี่ชว่ั โมง ค. ง. ก. 1 ช่ัวโมง ข. 2 ช่วั โมง ข้อ 2 . ข้อใดอา่ นเวลาไดถ้ กู ต้อง ก. 16.36 น. อ่านวา่ ส่นี าฬกิ า สามสบิ หกนาที ค. 3 ชั่วโมง ง. 4 ชวั่ โมง ข. 12.00 อ่านวา่ หนง่ึ สองนาฬกิ า ค. 22.41 น. อ่านวา่ ย่ีสิบสองนาฬกิ า สีส่ บิ เอด็ นาที ข้อ 6. เพียวเร่ิมออกกำลังกายเวลา 13.28 น. ใช้ ง. 3.50 น. อ่านวา่ สามนาฬกิ า หา้ ศนู ยน์ าที เวลาออกกำลงั กาย 45 นาที เพียวจะออกกำลงั กาย ข้อ 3 . หากขณะนเี้ วลา 23.59 น. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ เสร็จเวลาใด ไม่ถกู ต้อง ก. อกี 1 นาที เปน็ เวลา 00.00 น. ก. 14.13 น. ข. 14.03 น. ข. อีก 2 นาที เป็นเวลา 00.02 น. ค. เมื่อ 60 นาทที ี่แล้ว เป็นเวลา 22.59 น. ค. 12.43 น. ง. 14.23 น. ง. เมอ่ื 9 นาทีที่แลว้ เปน็ เวลา 23.50 น. ข้อ 7. ข้อใดถูกต้อง ขอ้ 4 . หากตอนนีเ้ ปน็ ตอนเช้านาฬิกาเรอื นนี้จะ อ่านเวลาวา่ อย่างไร ก. เขม็ ยาวบอกเวลาเปน็ ช่ัวโมง เขม็ สนั้ บอกเวลา เป็นนาที ก. 6 นาฬกิ า 45 นาที ข. 17 นาฬกิ า 45 นาที ข. เข็มสนั้ และเขม็ ยาวช้ีเลข 12 ในเวลากลางคนื จะ ค. ห้านาฬิกา ส่ีสิบห้านาที ง. หา้ นาฬกิ า เก้านาที เป็นเวลา 00.00 น. ค. 600 นาที เท่ากบั 10 วินาที ง. 5 ชว่ั โมง เท่ากบั 250 นาที ข้อ 8. ขอ้ ใดมรี ะยะเวลามากทีส่ ดุ ก. 13.50 น. ถงึ 18.45 น. ข. 20.17 น. ถงึ 23.00 น. ค. 5.20 น. ถึง 9.40 น. ง. 14.35 น. ถึง 20.00 น. ข้อ 9. ถา้ แนนเรม่ิ เรยี นเวลา 8.45 น. ใน 1 วัน เรยี น6คาบ คาบละ 25นาที แนนจะเลิกเรียนเวลาใด ก. 10.45 น. ข. 11.00 น. ค. 11.15 น. ง. 11.35 น. ข้อ 10. เวลา 6 ชวั่ โมง 8 นาที คดิ เปน็ กี่นาที ก. 360 นาที ข. 68 นาที ค. 368 นาที ง. 1,448 นาที ผู้ตรวจขอ้ สอบ ลงช่อื .................................................ครูผสู้ อน (...............................................)

ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น ในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งวา่ ง ใหต้ รงกบั ระดับคะแนน และตามความเปน็ จริง โดยมีเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังนี้ 4 = พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ดั เจนมาก และบ่อยคร้งั สมำ่ เสมอ 3 = พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ 2 = พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและบ่อยคร้ัง 1 = พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางคร้ัง คุณลักษณะอัน ระดบั คะแนน พึงประสงค์ รายการประเมิน 4 321 ด้าน 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภมู ใิ จในความเป็นชาติ กษัตรยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบนั พระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ 2.1 ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน สจุ ริต 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจรงิ ตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเปน็ จริงต่อผู้อน่ื 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แตง่ กายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บของห้อง 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรยี นรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบนั ทึกความรู้อยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ด้อย่างมีเหตุผล 5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรู้คณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งม่ันในการ 6.1 มคี วามตัง้ ใจ และพยายามในการทำงานที่ได้รับ ทำงาน มอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค เพอ่ื ให้งาน สำเร็จ 7. รกั ความเปน็ 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย ไทย 7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจติ 8.1 รจู้ ักการให้เพ่ือส่วนรวม และเพ่ือผอู้ ืน่ สาธารณะ 8.2 แสดงออกถงึ การมีนำ้ ใจหรอื การให้ความชว่ ยเหลือผอู้ ่ืน 8.3 เข้าร่วมกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพอ่ื ส่วนรวมเมื่อมีโอกาส ชือ่ ......................................................................................................................ชนั้ .................เลขท่ี..................

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ผลการประเมนิ รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนวัดพชื นมิ ติ (คำสวัสดิ์ราษฎรบ์ ำรงุ ) ปกี ารศกึ ษา 2562 คำชแี้ จง : กรอกคะแนนลงในชอ่ งคะแนน และสรปุ ผลการประเมนิ คุณภาพ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เลขที่ ชื่อ-สกลุ การป ิฏสัมพันธ์กัน การสนทนาเ ื่รอง ่ีทกำหนด การ ิตด ่ตอ ื่สอสาร พฤ ิตกรรมการทำงานก ุ่ลม รวม ระดับ ุคณภาพ แปลผล 4 4 4 4 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ได้คะแนน 14-16 คะแนน = 4 (ดีมาก) ลงชือ่ .........................................ผปู้ ระเมิน ได้คะแนน 11-13 คะแนน =3 (ดี) (นางสาวจิระพันธ์ุ ปากวิเศษ) ไดค้ ะแนน 8-10 คะแนน =2 (พอใช้) วนั ....เดอื น...............ปี....... ไดค้ ะแนน 0-7 คะแนน =1 (ปรบั ปรุง) * เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ ต้องได้ 2 (พอใช)้ ขนึ้ ไป

แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทำแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนวัดพืชนมิ ิต (คำสวสั ดร์ิ าษฎรบ์ ำรงุ ) ปีการศกึ ษา 2562 คำช้ีแจง : กรอกคะแนนลงในช่องคะแนน และสรปุ ผลการประเมินคุณภาพ ผลการประเมนิ เลขท่ี ชอื่ -สกลุ คะแนน ระดับ ุคณภาพ แปลผล 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ได้คะแนน 14-16 คะแนน = 4 (ดมี าก) ลงชอ่ื .........................................ผปู้ ระเมิน ได้คะแนน 11-13 คะแนน = 3 (ดี) (นางสาวจิระพันธ์ุ ปากวเิ ศษ) ได้คะแนน 8-10 คะแนน = 2 (พอใช้) วัน....เดอื น...............ปี....... ไดค้ ะแนน 0-7 คะแนน = 1 (ปรบั ปรุง) * เกณฑ์ผา่ นการประเมินต้องได้ 2 (พอใช)้ ข้นึ ไป

แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมการทำแบบทดสอบ รายวิชาคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนวดั พืชนมิ ติ (คำสวัสดริ์ าษฎร์บำรงุ ) ปกี ารศกึ ษา 2562 คำชี้แจง : กรอกคะแนนลงในชอ่ งคะแนนทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน และประเมนิ ผล ผลการประเมนิ เลขที่ ชอ่ื -สกลุ คะแนนกอ่ นเรยี น(10) คะแนนหลังเรยี น(10) ้รอยละ ่ผาน/ไม่ ่ผาน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 * ( ผู้เรยี นตอ้ งมคี ะแนนสอบหลงั เรยี นผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๖๐ ) ลงช่อื .........................................ผปู้ ระเมนิ (นางสาวจิระพนั ธ์ุ ปากวิเศษ) วัน....เดอื น...............ปี.......

บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้ สรุปผลหลังการจดั การเรียนรู้ 1.นักเรียนจำนวน..................คน ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. 2. แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... .......................................................................................................................................... .................. 3.คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ไม่ผา่ น............ คน ผา่ น.............คน ด.ี .................คน ดีเยย่ี ม................คน ระดับดีขนึ้ ไป ร้อยละ..................... 4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ไม่ผ่าน............ คน ผ่าน.............คน ดี..................คน ดเี ย่ยี ม................คน ระดับดีข้ึนไป ร้อยละ..................... ผลการจัดการเรียนการสอน/ปัญหา/ อุปสรรค และแนวทางแก้ไข • แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 เรือ่ ง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ............................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... ......................................... • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ......................................................................................................... ...................................................................... ....................................................................................................................................................... ......................... • แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรือ่ ง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ................................................................................................................ ............................................................... ................................................................................................................................................................................ • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ....................................................................................................................... ........................................................ ....................................................................................... ......................................................................................... • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................. ..................................................................................

ผลการจดั การเรียนการสอน/ปัญหา/ อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 เร่อื ง......................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................... ลงช่อื .................................................. (นางสาวจริ ะพนั ธ์ุ ปากวเิ ศษ) ความคิดเห็นหวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู/้ ผ้ทู ี่ไดร้ ับมอบหมาย ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง ............................................................................................................................. .................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงช่ือ…………………………………………………… (นางสาวแพรวรงุ่ ศรีประภา ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ .................../......................./......................... ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง ............................................................................................................................. .................................................................... ............................................................................................................................. ................................................................... ....................................................................................................................................................... .......................................... ................................................................................................................................................................................................. ลงชือ่ …………………………………………………… (นางสาวกันยาภัทร ภทั รโสตถ)ิ โรงเรียนวัดพืชนมิ ติ (คำสวสั ดริ์ าษฎรบ์ ำรุง) ................../......................./.........................

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลา 16 ชัว่ โมง หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เวลา เวลา 2 ชั่วโมง เรอ่ื ง การบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที 1. สาระสำคญั นาฬิกาเปน็ เครือ่ งมือทใ่ี ช้บอกเวลาเราบอกเวลาเปน็ นาฬิกา และนาที 2. ตัวช้วี ัด ค 2.1 ป.3/2 : แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั เวลา และระยะเวลา 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. บอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาทไี ด้ (K) 2. เขยี นแสดงเขม็ ของนาฬิกาตามเวลาท่กี ำหนดได้ (P) 3. ประดิษฐ์นาฬิกาจำลอง 4. สาระการเรยี นรู้ 1. การบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที 5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 7. กจิ กรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขน้ั ตอนท่ี 1 : เตรียมความพรอ้ ม 1. ครูให้นักเรียนท่องสตู รคูณโดยใช้แกว้ และตาราง 9 ช่องประกอบการทอ่ งสูตรคูณ หลงั จากน้ันให้ นกั เรยี นคิดเลขเร็วจำนวน 3 ข้อ ข้ันตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ โดยวิธีการซกั ถามสนทนาเกยี่ วกับการบอกเวลาเปน็ นาฬิกาที่เรยี นผา่ นมาแลว้ 3. ครูนำนาฬกิ าจำลองมาใหน้ กั เรยี นดกู ารเคลือ่ นท่ขี องเวลา โดยใหน้ ักเรียนหัดอา่ นเวลาเป็นนาฬกิ า 4. ครูนำนาฬกิ าจำลองชนิดทม่ี ี 2 เขม็ (เขม็ สั้นและเข็มยาว) และแบบมี 3 เขม็ (เข็มสัน้ เข็มยาว 2 เขม็ ซง่ึ ใช้บอกเวลาเปน็ นาที และวนิ าท)ี ให้นักเรยี นสังเกตวา่ มอี ะไรทแ่ี ตกต่างกัน และใช้ประโยชนอ์ ย่างไร 5. ครนู ำนาฬกิ าของจริงแบบมีเขม็ และแบบตัวเลขมาใหน้ กั เรียนดแู ล้วอภปิ รายความแตกตา่ งของนาฬิกา แตล่ ะชนดิ 6. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายรายละเอยี ดบนหนา้ ปัดนาฬิกา ดังนี้ “นาฬกิ ามีขดี แบง่ ออกเป็นชอ่ ง ใหญ่ 12 ชอ่ งเท่า ๆ กนั มตี วั เลข ตัง้ แต่ 1 – 12 กำกบั อยูแ่ ตล่ ะขดี ใน 1 ชอ่ งใหญ่ แต่ละช่องใหญแ่ บ่งออกเป็น 5 ช่องเลก็ ๆ เท่า ๆ กัน บนหนา้ ปดั มีเข็มสัน้ และเขม็ ยาว เข็มสนั้ บอกเวลาเปน็ ช่ัวโมง บอกเวลาตามตัวเลขท่ีเขม็ สั้น

ไปถงึ และช้ีผา่ น เข็มยาวบอกเวลาเปน็ นาที บอกเวลาตามจำนวนช่องเลก็ ๆ ทเ่ี ขม็ ยาวเดินผา่ น โดยเร่ิมนบั หน่ึง หลงั จากเขม็ ยาวเดินผ่านเลข 12” 7. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ ว่า การเดนิ ของเขม็ นาฬิกาแตล่ ะชนิดเร่ิมนับเวลา เข็มยาวเดินผ่านเลข 12 และผา่ น ชอ่ งแรก ชท้ี ีข่ ีดแรกหลงั เลข 12 จะนบั หนึ่งนาที และเมอื่ เดิน 12 ชอ่ งใหญ่ ซึ่งมีชอ่ งเล็ก 60 ชอ่ งหรือ 1 รอบ นาฬกิ า เปน็ เวลา 60 นาที เขม็ สนั้ จะเดิน 1 ช่องใหญ่ เปน็ เวลา 1 ช่ัวโมง ฉะนนั้ เข็มยาวเดิน 12 ชอ่ งใหญ่หรือ 1 รอบนาฬกิ า เขม็ สัน้ จะเดนิ ได้ 1 ชอ่ งใหญ่ เพราะฉะน้ัน 1 ชว่ั โมงเทา่ กับ 60 นาที 8. ครูนำเสนอการบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทีเวลาชว่ งกลางวนั โดยใชน้ าฬิกาจำลองประกอบ เชน่ 6 นาฬกิ า 5 นาที 11 นาฬิกา 35 นาที ขน้ั ตอนที่ 3 : การฝกึ 9. ครใู หน้ กั เรียนบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาทีเวลาช่วงกลางวัน โดยใหน้ กั เรียนใชน้ าฬกิ าจำลอง ประกอบการฝึก ข้นั ตอนที่ 4 : การสรุป 10. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ส่ิงที่ได้เรยี นรู้รว่ มกัน ดังน้ี นาฬิกาเป็นเคร่ืองมือที่ใชบ้ อกเวลา เข็มสั้น บอกเวลาเปน็ ชว่ั โมง เขม็ ยาวบอกเวลาเปน็ นาที ขั้นตอนที่ 5 : การประยกุ ตใ์ ช้ทันที 11. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. ชัว่ โมงท่ี 2 ขน้ั ตอนที่ 1 : เตรียมความพร้อม 1. ครูให้นกั เรียนท่องสตู รคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลงั จากน้ันให้ นกั เรียนคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ข้อ และทดสอบก่อนเรยี น ขน้ั ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ครูนำนาฬกิ าหน้าปดั 2 ช้ัน มาใหน้ ักเรยี นดู แล้วถามนักเรียนว่าเวลา 24 นาฬกิ า เป็นเวลากลางวัน หรอื กลางคนื เขม็ ส้นั และเข็มยาว ชี้ท่เี ลขอะไร 3. ครูหมนุ เข็มนาฬกิ าตามทน่ี ักเรยี นบอก แลว้ ถามนักเรยี นว่า 1 วนั แบ่งเป็น 24 ชั่วโมง มกี ลางวนั ก่ี ช่วั โมง กลางคนื กีช่ ั่วโมง เวลาทถ่ี อื วา่ เป็นวนั ใหม่คือหลงั จากเวลากีน่ าฬิ 4. ครทู ดลองหมนุ เขม็ สัน้ ชี้ท่ีเลข 9 เข็มยาวชเี้ ลข 5 และให้นักเรยี นอา่ นเปน็ เวลาในชว่ งกลางคืน (21 นาฬิกา 25 นาท)ี

5. ครูถามนกั เรยี นวา่ ถ้าเขม็ ยาวเดนิ มาครึง่ วงกลม จะเปน็ เวลากนี่ าที (30 นาท)ี 6. ครหู มนุ เข็มนาฬกิ าของนาฬิกาจำลองไปท่เี ลข 5, 10, 15, 20 และถามในทำนองเดียวกันวา่ เวลากนี่ าที ให้นกั เรยี นตอบแลว้ ย้ำวา่ เขม็ ยาวเรียกว่า นาที 7. ครหู มุนเขม็ นาฬิกาเขม็ สน้ั ไปทีเ่ ลข 2 เข็มยาวหมนุ ไปทีเ่ ลข 10 และให้นกั เรียนอา่ นเปน็ เวลาในช่วง กลางคืน (2 นาฬิกา 50 นาท)ี 2 นาฬกิ า 50 นาที 8. ครหู มนุ เข็มชวั่ โมงและเขม็ นาทีไปทีต่ ำแหน่งต่าง ๆ เพื่อบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที โดยกำหนดเวลา ชว่ งกลางคนื แล้วให้นกั เรียนท้ังชนั้ ช่วยกนั ตอบหลาย ๆ ข้อ จนนกั เรยี นเข้าใจ ขน้ั ตอนท่ี 3 : การฝึก 9. ครูใหน้ ักเรยี นประดิษฐน์ าฬิกาจำลอง และนำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน ขั้นตอนท่ี 4 : การสรุป 10. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปส่งิ ทไี่ ดเ้ รียนรรู้ ว่ มกนั ดังนี้ นาฬกิ าเป็นเครอ่ื งมือท่ใี ช้บอกเวลา เขม็ ส้ัน บอกเวลาเปน็ ชั่วโมง เขม็ ยาวบอกเวลาเป็นนาที ขน้ั ตอนท่ี 5 : การประยกุ ต์ใช้ทันที 11. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. ช่ัวโมงท่ี 3 ขั้นตอนท่ี 1 : เตรยี มความพรอ้ ม 1. ครใู หน้ ักเรยี นทอ่ งสตู รคณู โดยใชแ้ กว้ และตาราง 9 ชอ่ งประกอบการทอ่ งสตู รคูณ หลงั จากนั้นให้ นักเรียนคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ข้อ และทดสอบก่อนเรยี น ข้ันตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ครูทบทวนความรเู้ กย่ี วกับเวลาว่าในชว่ งกลางวันแบง่ เป็น 12 ชว่ั โมง กลางคนื 12 ช่ัวโมง รวม 24 ชว่ั โมง 3. ครูถามนกั เรยี นว่าใน 1 ชั่วโมงนนั้ เราแบง่ เปน็ กน่ี าที (60 นาท)ี ใน 1 วัน มีก่ีชั่วโมง (24 ช่ัวโมง) 4. ครทู ดลองหมนุ เข็มสนั้ ชีท้ ่ีเลข 1 เขม็ ยาวชีเ้ ลข 4 และให้นกั เรียนอา่ นเวลาในช่วงกลางวนั คือ 13 นาฬกิ า 20 นาที เวลาในชว่ งกลางคนื คือ 1 นาฬิกา 20 นาที

5. ครแู จกภาพหนา้ ปัดนาฬิกา และเวลากำกับไว้ใต้ภาพ แลว้ ให้นกั เรียนแข่งขนั กนั เติมเข็มนาฬิกาลงบน หนา้ ปัดนาฬิกา ชว่ งเวลากลางวัน 12 นาฬกิ า 20 นาที 16 นาฬิกา 40 นาที 10 นาฬกิ า 30 นาที ชว่ งเวลากลางคนื 19 นาฬกิ า 10 นาที 3 นาฬิกา 30 นาที 23 นาฬิกา 55 นาที 6. ครบู อกใหน้ กั เรียนทกุ คนแสดงหนา้ ปดั นาฬกิ าตามเวลาท่ีครชู ูบตั รเวลาน้นั ๆ เช่น ครูชบู ตั ร 15 นาฬิกา 25 นาที กใ็ ห้นกั เรยี นหมุนเข็มสน้ั ชีเ้ ลข 3 เข็มยาวชีเ้ ลข 5 เปน็ ต้น ขน้ั ตอนท่ี 3 : การฝึก 7. ครใู หน้ ักเรียนบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทใี นหนังสอื เรียน เม่ือเสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบ ความถูกตอ้ ง จากนั้นครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 3 ขนั้ ตอนที่ 4 : การสรุป 8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ที่ไดเ้ รียนรรู้ ่วมกัน ดังนี้ นาฬกิ าเปน็ เคร่อื งมือทใ่ี ชบ้ อกเวลา เขม็ สนั้ บอก เวลาเป็นชั่วโมง เข็มยาวบอกเวลาเปน็ นาที ขัน้ ตอนที่ 5 : การประยกุ ตใ์ ชท้ นั ที 9. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ สสวท. 8. การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล 1. สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน 2. แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 3. สงั เกตการทำงาน 4. แบบทดสอบก่อนเรียน

การประเมินผล 1. ถอื เกณฑผ์ ่านจากการสังเกตพฤติกรรมสำหรบั ผู้ที่ได้ระดบั คุณภาพต้งั แต่ 2 ขึน้ ไป 2. ถอื เกณฑ์ผ่านสำหรบั ผู้ท่ที ำแบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ได้ระดบั คณุ ภาพตงั้ แต่ 2 ข้นึ ไป 3. ถือเกณฑผ์ า่ นสำหรับผทู้ ่ีทำงานได้ระดบั คุณภาพต้ังแต่ 2 ขน้ึ ไป 4. ถอื เกณฑ์ผา่ นสำหรับผูท้ ่ที ำงานทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นไดร้ อ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป 9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. นาฬกิ าจำลอง 2. ภาพหนา้ ปดั นาฬกิ า 3. แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. 4. แบบทดสอบก่อนเรยี น

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 16 ชวั่ โมง หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 เวลา เวลา 2 ชั่วโมง เร่อื งการอา่ นและเขยี นบอกเวลาทีมมี หพั ภาค (.) หรือทวิภาค (:) 1. สาระสำคญั การเขียนบอกเวลานยิ มเขยี นมหพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) ค่ันระหวา่ งตัวเลขที่บอกเวลาเปน็ ชัว่ โมงกบั นาที โดยตัวเลขหนา้ มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) บอกเวลาเปน็ นาฬกิ า ตวั เลขหลงั มหัพภาค (.) หรือทวภิ าค (:) บอก เวลาเปน็ นาที 2. ตวั ชี้วดั ค 2.1 ป.3/2 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกับเวลา และระยะเวลา 3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. บอกเวลาท่ีเขยี นโดยใช้มหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) ได้ (K) 2. เขียนบอกเวลาโดยใชม้ หัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) ได้ (P) 3. อา่ นเวลาจากนาฬกิ าหรือภาคท่ีกำหนดให้ไดถ้ ูกต้อง (P) 4. สาระการเรยี นรู้ 1.การอา่ นและเขียนบอกเวลาทมี ีมหพั ภาค (.) หรือทวิภาค (:) 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1.ความสามารถในการแก้ปญั หา 6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มุ่งม่นั ในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 ขน้ั ตอนท่ี 1 : เตรยี มความพรอ้ ม 1. ครูใหน้ กั เรยี นทอ่ งสตู รคูณโดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการทอ่ งสูตรคณู หลงั จากนน้ั ให้ นกั เรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ขอ้ ขั้นตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ครูทบทวนส่ิงท่ีไดเ้ รียนรูใ้ นชัว่ โมงท่ีผา่ นมา เร่อื ง การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที โดยครูใหต้ ัวแทน นกั เรยี น 1 คน ออกมาหมนุ เขม็ นาฬกิ าจาลองแสดงกิจวตั รประจาวนั เช่น เขม็ ยาวชเี้ ลข 6 เขม็ สนั้ ชเ้ี ลข 6 จากนัน้ ใหเ้ พ่อื นทเ่ี หลือทายวา่ เวลาดังกลา่ วท่ตี วั แทนนักเรียนหมนุ เขม็ นาฬิกานนั้ ทากิจวตั รอะไร เมือ่ ทายถกู ตอ้ งแลว้ ให้ นักเรยี นรว่ มกนั อ่านเวลาจากหน้าปัดนาฬกิ าพร้อมกนั เช่น 6 นาฬิกา 30 นาที ครทู าซ้ำเดิม 2 – 3 ตวั อย่าง เพ่ือให้นกั เรยี นไดท้ บทวนความรเู้ ดิมและกระตุ้นความสนใจของนักเรียน 3. ครใู หน้ ักเรียนมองไปทน่ี าฬิกาในห้องเรยี น จากนั้นส่มุ เลือกตวั แทนนกั เรยี นชาย และนักเรียนหญงิ อย่างละ 1 คน ออกมาอา่ นเวลา ณ ตอนน้ี

4. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกบั การเขยี นบอกเวลาโดยใชม้ หพั ภาค (.) หรือทวิภาค (:) วา่ ตัวเลขหน้ามหัพภาค (.) หรือทวภิ าค (:) บอกเวลาเป็น “นาฬิกา” ตวั เลขหลงั มหพั ภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) บอกเวลาเปน็ “นาที” 5. ครูอธิบายเพม่ิ เติมให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ การบอกเวลาเปน็ นาฬิกา เริม่ ต้ังแต่ 0 นาฬกิ า ถึง 24 นาฬิกา การบอกเวลาเปน็ นาที เริ่ม 0 นาที ถึง 59 นาที 6. ครูแนะนำนักเรยี นเรื่องการเขียนบอกเวลาโดยใชม้ หัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) และการอา่ น โดยครจู ดั เข็มนาฬกิ าจำลองให้นักเรียนบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที พร้อมท้งั ครเู ขียนบอกเวลาแบบใชม้ หัพภาค (.) หรือ ทวภิ าค (:) บนกระดานและแนะนำการอ่าน เช่น ครู : ในเวลากลางวนั นาฬิกาเรือนนแ้ี สดงเวลาใด นักเรยี น : 9 นาฬกิ า 10 นาที ครู : 9 นาฬิกา 10 นาที สามารถเขยี นบอกเวลา โดยใช้มหพั ภาค (.) ไดเ้ ป็น 09.10 น. อ่านว่า เก้านาฬิกาสบิ นาที ครู : ในเวลากลางคืน นาฬิกาเรือนน้แี สดงเวลาใด นักเรยี น : 21 นาฬกิ า 10 นาที ครู : 21 นาฬกิ า 10 นาที สามารถเขยี นบอกเวลา โดยใช้มหพั ภาค (.) ไดเ้ ป็น 21.10 น. อ่านว่า ยสี่ บิ เอด็ นาฬิกาสิบนาที ครู : ในเวลากลางวัน นาฬิกาเรือนนแ้ี สดงเวลาใด นกั เรยี น : 11 นาฬกิ า 30 นาที ครู : 11 นาฬกิ า 30 นาที สามารถเขยี นบอกเวลา โดยใช้ทวิภาค (:) ไดเ้ ปน็ 11:30 น. อา่ นวา่ สิบเอด็ นาฬิกาสามสิบนาที ครู : ในเวลากลางคนื นาฬิกาเรือนนี้แสดงเวลาใด นักเรียน : 23 นาฬกิ า 30 นาที ครู : 23 นาฬิกา 30 นาที สามารถเขียนบอกเวลา โดยใช้ทวภิ าค (:) ได้เป็น 23:30 น. อ่านวา่ ยี่สบิ สามนาฬิกาสามสบิ นาที ครู : ในเวลากลางวัน นาฬิกาเรือนน้ีแสดงเวลาใด นกั เรียน : 7 นาฬกิ า ครู : 7 นาฬกิ า สามารถเขียนบอกเวลาโดยใช้ มหัพภาค (.) ได้เปน็ 09.00 น. อ่านว่า เกา้ นาฬกิ า ครู : ในเวลากลางคนื นาฬิกาเรือนน้ีแสดงเวลาใด นกั เรยี น : 19 นาฬกิ า ครู : 19 นาฬิกา สามารถเขยี นบอกเวลาโดยใช้ ทวภิ าค (:) ได้เป็น 19:00 น. อา่ นวา่ สิบเกา้ นาฬิกา

ขัน้ ตอนที่ 3 : การฝึก 7. ครูให้นกั เรียนอ่านและเขยี นบอกเวลาทมี มี หพั ภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) ในหนงั สอื เรยี น เมอ่ื เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนัน้ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลย ข้นั ตอนที่ 4 : การสรุป 8. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปสิง่ ทีไ่ ด้เรียนรรู้ ว่ มกนั ดังนี้ การเขียนบอกเวลาโดยใช้มหพั ภาค (.) หรือ ทวภิ าค (:) แบง่ ออกเป็น 2 ส่วน คือ - ตัวเลขหน้ามหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) บอกเวลาเป็น “นาฬกิ า” การบอกเวลาเป็นนาฬิกา เรม่ิ ตง้ั แต่ 0 นาฬิกา ถึง 24 นาฬกิ า - ตัวเลขหลังมหพั ภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) บอกเวลาเป็น “นาท”ี การบอกเวลาเปน็ นาที เร่มิ ตง้ั แต่ 0 นาที ถึง 59 นาที ขั้นตอนท่ี 5 : การประยุกต์ใชท้ ันที 9. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ สสวท. ช่ัวโมงท่ี 2 ขน้ั ตอนที่ 1 : เตรียมความพร้อม 1. ครใู หน้ ักเรยี นทอ่ งสตู รคณู โดยใชแ้ กว้ และตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคณู หลงั จากนนั้ ให้ นกั เรยี นคดิ เลขเร็วจำนวน 3 ข้อ ข้นั ตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ครูทบทวนการบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือทวภิ าค (:) โดยใหเ้ ขียนเวลาตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน โดย สุ่มนักเรียนออกมา 4 คน ดงั น้ี 9 นาฬกิ า 35 นาที 09.30 น. หรือ 09:30 น. 22 นาฬิกา 5 นาที 22.05 น. หรือ 22:05 น. 12.00 น. หรือ 12:00 น. 12 นาฬกิ า 00.15 น. หรือ 00:15 น. 0 นาฬิกา 15 นาที 3. ครูใหต้ ัวแทนนักเรียนออกมาเขยี นเวลาโดยใชม้ หพั ภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) ให้นักเรียนทงั้ หอ้ งชว่ ยกนั อา่ นเวลาทีต่ วั แทน นักเรียนเขยี นบนกระดาน เชน่ นกั เรียนออกมาเขยี น 10.20 น. นักเรยี นทัง้ ห้องอา่ นว่า 10 นาฬิกา 20 นาที หลังจากนน้ั ครูนำนาฬกิ าจำลองมาหมุนเข็มส้ัน เขม็ ยาว แสดงเวลา 10.20 น. แล้วถามวา่ เข็มยาว อยู่ทต่ี วั เลขใด (4) เข็มส้ันอยูร่ ะหวา่ งตัวเลขใด (ระหว่างตัวเลข 10 กบั 11) ครใู หน้ กั เรียนสังเกตวา่ 10.20 น. ใกล้ 10.30 น. ดังนั้น เข็มส้ันจะอยูป่ ระมาณกงึ่ กลางของตวั เลข 10 กับ 11

ขน้ั ตอนท่ี 3 : การฝกึ 4. ครใู ห้นักเรียนอา่ นและเขยี นบอกเวลาทีมมี หัพภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) ในหนงั สอื เรยี น เมื่อเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลย ขนั้ ตอนที่ 4 : การสรุป 5. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปสิง่ ทีไ่ ด้เรยี นร้รู ว่ มกนั ดังนี้ การเขียนบอกเวลาโดยใช้มหพั ภาค (.) หรอื ทวภิ าค (:) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คอื - ตัวเลขหน้ามหัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) บอกเวลาเป็น “นาฬกิ า” การบอกเวลาเป็นนาฬกิ า เร่ิม ต้งั แต่ 0 นาฬิกา ถึง 24 นาฬิกา - ตวั เลขหลังมหพั ภาค (.) หรือทวภิ าค (:) บอกเวลาเปน็ “นาท”ี การบอกเวลาเปน็ นาที เร่มิ ตง้ั แต่ 0 นาที ถึง 59 นาที ขนั้ ตอนที่ 5 : การประยุกตใ์ ชท้ ันที 6. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ สสวท. 8. การวดั และประเมินผล การวัดผล 1. สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ ม่ันในการทำงาน 2. แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. 3. สังเกตการทำงาน การประเมนิ ผล 1. ถือเกณฑผ์ ่านจากการสังเกตพฤติกรรมสำหรับผู้ที่ได้ระดับคณุ ภาพต้ังแต่ 2 ขน้ึ ไป 2. ถือเกณฑผ์ า่ นสำหรบั ผทู้ ่ีทำแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. ได้ระดับคณุ ภาพตง้ั แต่ 2 ข้นึ ไป 3. ถือเกณฑ์ผา่ นสำหรบั ผู้ทที่ ำงานไดร้ ะดบั คุณภาพตง้ั แต่ 2 ขึ้นไป 9. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 1. แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ สสวท. 2. นาฬกิ าจำลอง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 16 ชว่ั โมง หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 เวลา เวลา 3 ชั่วโมง เรื่องการบอกระยะเวลาเป็นชวั่ โมงและนาที 1. สาระสำคญั การบอกระยะเวลาเปน็ ชว่ั โมงและนาทีเป็นการบอกเวลาท่ีกระทาต้งั แตเ่ ร่มิ ตน้ จนเสร็จว่าใช้เวลาไปเท่าใด 2. ตวั ช้วี ัด ค 2.1 ป.3/2 : แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเวลา และระยะเวลา 3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.บอกระยะเวลาเป็นชว่ั โมงและนาทไี ด้ (K) 2.เขียนแสดงระยะเวลาเปน็ ชั่วโมงและนาทตี ามที่กำหนดได้ถกู ต้อง (P) 4. สาระการเรียนรู้ 1.การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมงและนาที 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ชว่ั โมงที่ 1 ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมความพรอ้ ม 1. ครูให้นักเรียนท่องสูตรคูณโดยใช้แก้วและตาราง 9 ช่องประกอบการท่องสูตรคูณ หลังจากนั้นให้ นกั เรียนคิดเลขเร็วจำนวน 3 ข้อ ขนั้ ตอนท่ี 2 : เรียนรู้ 2. ครทู บทวนการอ่านเวลาช่วงกลางวันและกลางคนื โดยครูหมนุ เขม็ ชวั่ โมงและเข็มนาทีไปท่ตี ำแหนง่ ต่าง ๆ เพ่ือบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที โดยกำหนดเวลาทง้ั กลางวันและกลางคืน แล้วให้นกั เรยี นทั้งชัน้ ชว่ ยกันตอบ หลาย ๆ ขอ้ จนนักเรียนเขา้ ใจ 3. ครใู หน้ ักเรยี นเล่ากจิ วัตรประจำวันของตนว่า วันหน่งึ ๆ นกั เรยี นปฏิบัตกิ จิ วัตรอะไรบ้าง 4. ครเู ขยี นกิจวตั รทน่ี กั เรียนบอกบนกระดาน โดยเรยี งลำดับตามลำดบั เหตกุ ารณ์พรอ้ มกับเขยี นเวลาท่ี นกั เรียนกระทำกิจวัตรประจำวนั จะได้ ดงั นี้ ตนื่ นอน เวลา 6 นาฬกิ า พักกลางวัน เวลา 12 นาฬกิ า อา่ นหนงั สือ เวลา 18 นาฬกิ า เขา้ นอน เวลา 20 นาฬกิ า

5. ครตู ดิ ภาพแสดงเวลาในการทำกิจวัตร ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สงั เกตและตอบคำถาม ดงั นี้ ตน่ื นอน เวลา 6 นาฬกิ า พกั กลางวนั เวลา 12 นาฬิกา อ่านหนงั สือ เวลา 18 นาฬกิ า เข้านอน เวลา 20 นาฬิกา - จากเวลาที่นักเรียนต่ืนนอนตอนเชา้ ถงึ เวลาพักกลางวนั เปน็ ระยะเวลา 6 ชวั่ โมง - จากเวลาที่นักเรียนพกั กลางวนั ถงึ เวลาอ่านหนงั สอื เป็นระยะเวลา 6 ช่วั โมง - จากเวลาทน่ี กั เรียนอา่ นหนงั สอื ถงึ เวลาเข้านอน เปน็ ระยะเวลา 2 ชัว่ โมง - จากเวลาทนี่ กั เรยี นต่ืนนอนตอนเชา้ ถึงเวลาอา่ นหนังสอื เป็นระยะเวลา 12 ช่ัวโมง - จากเวลาทน่ี ักเรยี นพกั กลางวันถึงเวลาเขา้ นอน เป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง 6. ครสู นทนากับนกั เรียนว่า การบันทกึ กิจกรรมทปี่ ฏบิ ัติประจำ โดยดเู วลาจากนาฬกิ า จะทำใหป้ ฏิบัติ กจิ กรรมต่าง ๆ ไดต้ รงเวลา และช่วยเตอื นความจำได้ ขน้ั ตอนที่ 3 : การฝกึ 7. ครใู ห้นกั เรยี นบอกระยะเวลาเปน็ ชั่วโมงและนาที เม่อื เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในหนงั สือเรยี น ขัน้ ตอนท่ี 4 : การสรปุ 8. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สงิ่ ที่ได้เรยี นรรู้ ่วมกนั ดังน้ี การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวิธีบอก ระยะเวลาเป็นชั่วโมง นาทีโดยใชแ้ ผนภมู ขิ ้อมลู ของเสน้ เวลา ขัน้ ตอนท่ี 5 : การประยกุ ต์ใช้ทันที 9. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ สสวท. ชวั่ โมงที่ 2 ขัน้ ตอนที่ 1 : เตรยี มความพร้อม 1. ครูใหน้ ักเรียนท่องสตู รคณู โดยใชแ้ ก้วและตาราง 9 ชอ่ งประกอบการท่องสตู รคณู หลังจากนั้นให้ นักเรียนคดิ เลขเรว็ จำนวน 3 ข้อ

ข้ันตอนที่ 2 : เรียนรู้ 2. ครนู ำบัตรภาพนาฬิกาทีบ่ อกเวลาต่าง ๆ ติดบนกระดาน (ทลี ะภาพ) แลว้ ถามวา่ เปน็ เวลาก่ีนาฬิกา ก่ี นาที (ใหน้ กั เรียนอา่ นเวลาในช่วงกลางวนั และช่วงกลางคนื ) 3. ครูนำนาฬิกาจำลองแสดงเวลา 9 นาฬิกามาใหน้ กั เรยี นดู และอธบิ ายเพิม่ เติมวา่ เข็มยาวเดนิ ต่อจาก 9 นาฬกิ าไปอีก 10 นาที นั่นคือ 9 นาฬกิ า 10 นาที ครูให้นักเรยี นสงั เกตว่า การอ่านเวลาเริม่ อ่านเขม็ ทบี่ อกชั่วโมง กอ่ น แลว้ จึงอา่ นเขม็ ท่บี อกนาที 4. ครตู ดิ ภาพแสดงเวลาในการทำกจิ วัตรประจำวนั ตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสงั เกตและตอบคำถาม ดังน้ี พีอ่ าบน้ำเวลา 7 นาฬกิ า ถงึ เวลา 7 นาฬิกา 10 นาที แม่ทำอาหารเวลา 18 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 19 นาฬิกา - พี่ใชเ้ วลาอาบนำ้ เป็นระยะเวลา 10 นาที - แมใ่ ช้เวลาทำอาหาร เปน็ ระยะเวลา 30 นาที 5. ครูสนทนากับนักเรยี นว่า การบนั ทกึ กิจกรรมทปี่ ฏบิ ัตปิ ระจำ โดยดเู วลาจากนาฬกิ า จะทำใหป้ ฏิบตั ิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ไดต้ รงเวลา และชว่ ยเตอื นความจำได้ ขน้ั ตอนที่ 3 : การฝกึ 6. ครใู หน้ กั เรียน การบอกระยะเวลาเป็นช่วั โมงและนาที เมอื่ เสรจ็ แล้วใหน้ ักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบ ความถูกต้อง จากน้ันครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในหนงั สือเรียน ขนั้ ตอนท่ี 4 : การสรปุ 7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปสิ่งท่ไี ดเ้ รียนรูร้ ว่ มกนั ดังนี้ การบอกระยะเวลาเปน็ ชั่วโมง นาที และวิธบี อก ระยะเวลาเป็นชั่วโมง นาทโี ดยใชแ้ ผนภูมิขอ้ มลู ของเสน้ เวลา ขั้นตอนท่ี 5 : การประยกุ ต์ใชท้ นั ที 8. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ สสวท.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook