ใบงานท่ี 8 หนว่ ยท่ี 6 ช่ือวิชา โปรแกรมประมวลผลคำ (20204-2102) สอนครง้ั ที่ 9–10 ชอ่ื หน่วย กำรด์ จำนวน 6 ชว่ั โมง ชือ่ งำน กำร์ด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนรู้จักศึกษำค้นคว้ำหำควำมรู้เกย่ี วกับกำรสร้ำงกำร์ดอวยพร 2. เพื่อเสริมสร้ำงทกั ษะควำมสำมำรถทำงด้ำนกำรปฏิบตั ิ 3. เพอื่ แลกเปลี่ยนเรียนรูค้ วำมร้ซู ึ่งกนั และกนั 4. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนไดม้ ีบทบำทในกำรเรียน และสร้ำงสรรค์บรรยำกำศท่ีดีจำกกำรเรยี น 5. เพอ่ื ให้ผู้เรียนได้ปฏิบตั งิ ำนด้วยควำมรอบคอบ วสั ดุ/อุปกรณ์ 1. หนงั สือเรยี นวชิ ำโปรแกรมประมวลผลคำ (20204-2102) 2. ใบงำนท่ี 8 เรื่องกำรสร้ำงกำร์ดอวยพร 3. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์พรอ้ มอุปกรณต์ ่อพว่ ง 4. โปรแกรม Microsoft Word 2016 ลาดบั ขน้ั การปฏบิ ตั งิ าน ข้นั ที่ 1 รบั ใบงำนท่คี รูผ้สู อน ข้ันท่ี 2 ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ สำยไฟ ปลกั๊ ไฟ ให้เรียบรอ้ ยแลว้ ทำกำรเปิดเครื่อง คอมพวิ เตอร์ เขำ้ ส่โู ปรแกรม Microsoft Word 2016 ขน้ั ที่ 3 ปฏบิ ัติงำนตำมใบงำนท่ีได้รับมอบหมำย
ใบงาน วทิ ยาลัยเทคนิคนา้ พอง ใบงานที่ 8 วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) ระดับชน้ั ปวช. 1 สอนโดย : ครูแสงเดือน จงเจรญิ วิไล …………………………………………………………………………. คาสัง่ ใหน้ กั เรยี นสรำ้ งกำร์ดอวยพรเนอ่ื งในวนั พ่อ จัดรปู แบบและตกแต่งนำมบตั รให้สวยงำม แล้ว บนั ทึกเอกสำรไว้ท่ีไดร์ฟ D:\\งำนนักเรยี น\\ชอื่ -สกุลนกั เรียน\\ใบงำนที่ 8.Docxใช้คำสง่ั ในกำรจดั เอกสำร ดังตอ่ ไปนี้ 1. เปิดโปรแกรมประมวลผลคำ และสร้ำงเอกสำรใหม่ โดยเลือกเทมเพลตแบบ เอกสำรเปล่ำ 2. กำหนดขนำดกระดำษเปน็ A4 3. กำหนดกำรวำงแนวเปน็ แนวตั้ง 4. กำหนดระยะขอบเป็น แคบ 5. ให้สรำ้ งกำรด์ อวยพรวันพ่อ จำนวน 2ใบ 6. บันทึกเอกสำรชือ่ ใบงำนท่ี 8.Docx 7. พมิ พ์เอกสำรออกทำงเคร่ืองพมิ พ์
ตัวช้ีวัดที่ 1.2.2 ขอ้ 4 1.2.2 การจดั ทาแผนการเรยี นร/ู้ แผนการฝกึ อบรมอาชีพ/ แผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล(IP)/แผนการจดั ประสบการณ์ ขอ้ 4 มบี นั ทึกหลงั การสอนหรือหลงั การจัดกจิ กรรมการ เรียนรทู้ ส่ี อดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ และนาผลมา ปรบั ประยกุ ตแ์ ผนการจัดการเรียนร้ใู หม้ ีคุณภาพสูงขึน้ แผนกวชิ าคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง
11. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้ ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผลการเรยี นของผเู้ รยี น …………………………………………………………………………………………………………………………………............ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผลการสอนของครู …………………………………………………………………………………………………………………………………............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………......................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... . . ลงชอ่ื ครูผูส้ อน (นำงแสงเดอื น จงเจรญิ วิไล)
การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคตติ อ่ การเรียนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ของนักเรียนชน้ั ประกาศนียบตั ร วชิ าชีพปีท่ี 1 ทจ่ี ัดการเรยี นรู้แบบสือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ (AR) กบั การจัดการเรยี นรแู้ บบปกติ โดย นางแสงเดอื น จงเจรญิ วิไล แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ วิทยาลยั เทคนคิ นา้ พอง สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ปีการศึกษา 2562
บทท่ี 1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา กำรศกึ ษำมคี วำมสำคัญต่อกำรพฒั นำประเทศ กำรศกึ ษำจงึ หมำยถงึ กำรเจรญิ งอกงำม เพรำะกำรศกึ ษำเปน็ กระบวนกำรพฒั นำบุคคลใหม้ คี วำมเจรญิ งอกงำมทุกด้ำน คอื สติปัญญำ อำรมณ์และสงั คม กำรจัดกำรศึกษำท่ีดีจะตอ้ งคำนึงถงึ ควำมแตกต่ำง ระหวำ่ งบคุ คล ทัง้ น้ีเพรำะว่ำเด็กแตล่ ะคนจะมีควำมแตกตำ่ งกนั ทัง้ ดำ้ นควำมคดิ ควำมรู้สกึ บุคลกิ ภำพ ควำมสนใจ และควำมถนดั ดังนั้นกำรศึกษำมไิ ดข้ ึน้ อยกู่ ับ ควำมสำมำรถทำงด้ำนสติปญั ญำเพยี งอย่ำงเดยี ว แต่ยงั เกีย่ วขอ้ งกับควำมถนัดทำงกำร เรยี นของแตล่ ะบคุ คล รวมทง้ั องคป์ ระกอบท่ีไม่เกีย่ วข้องกับสติปัญญำด้วย เช่น สถำนภำพ ทำงสงั คม บุคลิกภำพ ควำมสนใจ และพฤติกรรมต่ำง ๆ ทแ่ี สดงออก อันเน่อื งมำจำก ควำมนึกคิดเกย่ี วกบั ตนเอง ซงึ่ จะส่งผลตอ่ เจตคติ ควำมคิด ควำมร้สู ึก ควำมเขำ้ ใจในส่ิง ตำ่ ง ๆ ตลอดจนกำรปรบั ตวั และผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรียน วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 1. เพอื่ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธทิ์ ำงกำรเรียนวิชำ กำรใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ สำหรับ นกั เรียนชนั้ ประกำศนียบตั รวิชำชพี ปที ี่ 1 สำขำงำนคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ โดยใช้สือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) และกำรเรยี นแบบปกติ 2. เพื่อเปรียบเทียบเจตคตติ อ่ กำรเรียนวชิ ำ กำรใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ สำหรบั นกั เรยี นช้ันประกำศนียบตั รวชิ ำชีพ ปที ่ี 1 สำขำงำนคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ โดยใช้ส่ือ เทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) และกำรเรยี นแบบปกติ ขอบเขตของการวิจยั ในกำรวจิ ัยครง้ั นี้ ผู้วิจยั ใช้วิชำโปรแกรมประมวลผลคำ ของนักเรยี นชน้ั ประกำศนียบัตรวิชำชพี ปีท่ี 1 สำขำงำนคอมพิวเตอร์ธุรกจิ หลกั สูตรประกำศนยี บัตร วิชำชีพ พุทธศักรำช 2562 ประเภทวชิ ำพำณิชยกรรม สำขำวชิ ำพณิชยกำร ซึ่งแบ่งเปน็ หัวข้อได้ดงั น้ี 1. เร่ือง แผน่ พับ นำมบัตร กำรด์ จำนวน 9 ชวั่ โมง
สมมติฐานการวจิ ัย 1. นักเรียนชั้นประกำศนียบตั รวชิ ำชีพ ปีที่ 1 สำขำงำนคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ ทไี่ ดร้ ับกำรสอน โดยใช้สอื่ เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (AR) และกำรเรียนแบบปกติ เรอื่ ง แผ่นพบั นำมบัตร กำรด์ มผี ลสัมฤทธห์ิ ลงั เรียนสูงกวำ่ ก่อนเรียน 2. นกั เรยี นชน้ั ประกำศนียบัตรวชิ ำชีพ ปีท่ี 1 สำขำงำนคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ ที่ได้รับกำรสอน โดยใช้สอ่ื เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (AR) เร่อื งแผ่นพบั นำมบตั ร กำรด์ มีผลสมั ฤทธิ์ทำงกำร เรียนสูงกว่ำนักเรียนที่สอนโดยวิธีปกติ 3. นกั เรียนช้นั ประกำศนียบตั รวชิ ำชีพ ปีท่ี 1 สำขำงำนคอมพิวเตอร์ธุรกจิ ทไี่ ด้รบั กำรสอน โดยใช้สือ่ เทคโนโลยเี สมือนจริง (AR) มีเจตคติตอ่ กำรเรียนเร่อื ง แผ่นพับ นำมบตั ร กำรด์ ดกี วำ่ นกั เรยี นท่สี อนโดยวิธีปกติ
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเี่ ก่ียวข้อง วรรณกรรมทีเ่ กยี่ วข้อง • เยำวลกั ษณ์ พรมศรี (2555) ได้วจิ ยั พัฒนำและทดสอบประสทิ ธภิ ำพของบทเรียน คอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนแบบมีส่วนรว่ มดว้ ยเทคนคิ กำรใช้ปญั หำเป็นฐำนร่วมกับ เทคนคิ จกิ ซอว์ เรื่อง อินเทอรเ์ น็ตเบอื้ งต้น • อุดมลักษณ์ รำชสมบัติ และชัยยำ นอ้ ยนำรถ (2554) ไดท้ ำกำรวจิ ัยเรือ่ ง พฤติกรรมกำรเรียนและเจตคติของนกั ศกึ ษำท่ีมีตอ่ ผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรยี น • ศศธิ ร อารยะพูนพงศ ์ [3] เสนอกำรออกแบบและกำรพฒั นำโปรแกรมประยุกตบ์ น แทบ็ เลต็ (J-Nitan) นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 1. นักเรียน หมำยถงึ นักเรียนระดับชัน้ ประกำศนียบัตรวชิ ำชพี ช้นั ปีที่ 1 สำขำงำน คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ วิทยำลยั เทคนิคน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแกน่ ภำคเรียนท่ี 1 ปีกำรศึกษำ 2562 2. โปรแกรมประมวลผลคำ หมำยถงึ โปรแกรม Microsoft Office Word 2016 3. วิธกี ำรเรียนแบบใช้สอ่ื เทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) หมำยถึง เปน็ เทคโนโลยใี หม่ท่ผี สำน โลกแหง่ ควำมจริง
บทที่ 3 วิธีการวจิ ัย ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง ประชำกรท่ีศกึ ษำเป็นนกั เรยี นระดบั ช้ัน ปวช. 1 สำขำงำนคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ วิทยำลยั เทคนิคน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแก่น ภำคเรยี นที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2562 จำนวน 29 คน เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการวิจยั • ส่อื เทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) • แผนกำรสอนที่ใช้จดั กำรเรียนกำรสอนตำมปกติ • แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียน จำนวน 90 ขอ้ • แผนกำรสอนวชิ ำคอมพิวเตอร์และสำรสนเทศเพอื่ งำนอำชีพ มอี งค์ประกอบ ดังน้ี • สำระสำคัญ • จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ • เนื้อหำสำระ • กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู รูปแบบการวจิ ยั กำรวิจยั ครั้งน้เี ปน็ กำรวิจยั ก่ึงทดลอง ซ่งึ ผวู้ ิจัยไดใ้ ชว้ ิธกี ำรศึกษำกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคุม โดยกำรวัดผลกอ่ นและหลังกำรทดลอง (Pretest-Posttest Design with Nonequivalent Group) โดยมีรูปแบบกำรวจิ ัยดังนี้ (กำญจนำ วธั นสุนทร, ปรีชำ เนำว์ เย็นผล, และ สุภำงค์ จันทวำนิช. 2552 : 10-71) กลุ่มทดลอง O1 O2 X กล่มุ ควบคมุ O3 O4
บทท่ี 4 การวิเคราะหผ์ ลการวิจยั การวเิ คราะหข์ ้อมลู กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ผู้วจิ ัยได้ดำเนนิ กำรวเิ ครำะหด์ งั น้ี 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนกอ่ นและหลงั กำรทดลองของกลุ่มทดลองโดยกำร ทดสอบคำ่ ทกี รณขี อ้ มูลไม่เป็นอิสระตอ่ กัน (t - test for dependent) 2. เปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ทิ ำงกำรเรียนก่อนและหลงั กำรทดลองของกล่มุ ควบคุมโดยกำร ทดสอบค่ำทีกรณีขอ้ มูลไมเ่ ปน็ อสิ ระตอ่ กัน (t - test for dependent) 3. เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรยี นหลังกำรทดลองของกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม โดยกำรทดสอบค่ำที กรณีขอ้ มลู เปน็ อิสระต่อกนั (t - test for Independent) 4. เปรยี บเทียบเจตคติตอ่ วิชำคอมพวิ เตอร์เพื่องำนอำชพี ของกลุม่ ทดลอง และกลมุ่ ควบคมุ โดยกำรทดสอบค่ำที กรณีขอ้ มูลเปน็ อิสระตอ่ กนั (t - test for Independent) (Real World) กบั โลกเสมอื น (Virtual World) บำงคนเรยี กวำ่ ระบบเสมือนจรงิ แนวทางการแกป้ ญั หา 1. เพื่อเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนวิชำกำรใช้โปรแกรมประมวลผลคำ เรื่อง แผน่ พบั นำมบตั ร กำร์ด สำหรับนกั เรยี นชนั้ ประกำศนยี บัตรวิชำชพี ปีที่ 1 สำขำงำน คอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (AR) และกำรเรียนแบบปกติ 2. เพ่ือเปรยี บเทยี บเจตคติตอ่ กำรเรียนวชิ ำกำรใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ เรอ่ื ง แผ่น พบั นำมบัตร กำร์ด สำหรับนกั เรียนชน้ั ประกำศนียบัตรวิชำชพี ปีท่ี 1 สำขำงำน คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ โดยใช้ส่ือเทคโนโลยีเสมือนจรงิ (AR) และกำรเรียนแบบปกติ
บทที่ 5 สรปุ ผลการวจิ ัยและขอ้ เสนอแนะ ผลการวจิ ัย 1. นกั เรียนทีไ่ ดร้ ับกำรสอนโดยใชว้ ธิ กี ำรจดั กำรเรยี นรู้แบบส่ือเทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) มีผลสัมฤทธหิ์ ลังเรียนสงู กวำ่ กอ่ นเรียน อยำ่ งมีนัยสำคญั ทำงสถติ ทิ ีร่ ะดบั .01 2. นกั เรยี นที่ไดร้ บั กำรจดั กำรเรียนกำรสอนแบบปกติ มีผลสมั ฤทธิ์หลงั เรียนสูงกวำ่ กอ่ นเรียน อยำ่ งมีนยั สำคัญทำงสถิตทิ ่รี ะดบั .01 3. นักเรียนที่ไดร้ ับกำรสอนโดยใช้วิธีกำรจัดกำรเรียนรู้แบบสื่อเทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) มผี ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนสงู กว่ำนกั เรียนท่ไี ด้รับกำรจดั กำรเรียนกำรสอน แบบปกติ อย่ำงมนี ยั สำคัญทำงสถิตทิ ่ีระดบั .01 4. นกั เรียนทไ่ี ด้รับกำรสอนโดยใช้วธิ กี ำรจัดกำรเรยี นรู้แบบสอ่ื เทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) มีเจตคตติ ่อกำรเรยี นวชิ ำโปรแกรมประมวลผลคำ สูงกว่ำนกั เรียนที่ได้รบั กำร จดั กำรเรยี นกำรสอนแบบปกติอย่ำงมีนัยสำคญั ทำงสถติ ิท่รี ะดบั .01 ข้อเสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะในกำรนำไปใช้ 1. ผู้สอนต้องวเิ ครำะห์เน้อื หำว่ำเหมำะสมท่จี ะแบง่ เปน็ หวั ขอ้ ยอ่ ย ๆ ทีค่ อ่ นขำ้ งเท่ำเทียม กันได้ 2. ผู้สอนต้องปฐมนิเทศ แนะนำชแ้ี จงใหน้ ักเรยี นเขำ้ ใจหลกั กำร ประโยชนแ์ ละเหน็ ควำมสำคัญของกำรเรียนแบบสื่อเทคโนโลยเี สมือนจริง (AR) พร้อมท้ังอธิบำยขั้นตอน ของกำรเรียนแบบ ให้นกั เรียนเขำ้ ใจ และสำมำรถปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ ง 3. ในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนแบบสอ่ื เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (AR) เนอ่ื งจำกนกั เรียนต้อง มบี ทบำทเปน็ ทงั้ ผู้เรียนและผู้สอนเพอ่ื น และควรคำนงึ ถงึ ควำมเหมำะสมของเวลำ เนือ้ หำ ภำษำควำมชดั เจน และควำมน่ำสนใจของสื่อต่ำงๆ เพ่อื ให้กำรเรียนแบบน้มี ี ประสทิ ธิภำพสูงขึน้
ข้อเสนอแนะสาหรับการศึกษาค้นควา้ ครงั้ ตอ่ ไป ควรมกี ำรศกึ ษำเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี น ระหวำ่ งผ้เู รยี นท่ีเรียนรู้ดว้ ย วิธกี จดั กำรเรียนร้แู บบร่วมมอื ด้วยเทคนคิ จกิ ซอว์ กับกำรเรียนรู้ดว้ ยวิธกี ำรจัดกำรเรียนรู้ แบบรว่ มมือแบบอน่ื ๆ
รายงานการวจิ ยั ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC) นำงแสงเดือน จงเจริญวไิ ล Model Teacher นำงสำววรรษษฐิ ำ พำคำ Buddy teacher นำงสำวฐำนิตำ บศู รี Buddy teacher นำยเชียวชำญ ทองคำ Buddy teacher นำงสำววรำพร พระนคร Buddy teacher นำงสำวประภสั สร ศริ แิ สงขนั ธ์Buddy teacher ครแู ผนกวิชำคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วิทยำลยั เทคนคิ นำ้ พอง ช่อื เรื่อง กำรพัฒนำรูปแบบกำรเรียนรู้ของนักเรยี น/นักศกึ ษำภำยใต้ชมุ ชนแห่งกำรเรียนรู้ (PLC) กรณีศกึ ษำ กำรพิมพส์ ัมผสั แปน้ เหย้ำ นกั เรยี นระดบั ช้ัน ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา ชมุ ชนกำรเรยี นรู้ทำงวิชำชพี ครู (Professional Learning Community) หรือ PLC มำจำก กำรพัฒนำควำมสำมำรถขององค์กรในกำรจัดกำรควำมรเู้ พ่ือกำรเรยี นรู้ กลยุทธร์ ะดบั องค์กรที่ ม่งุ เนน้ ให้องคก์ รมีกำรปรบั ตัวตอ่ กระแสกำรเปล่ียนแปลงของสงั คม ท่ีเกดิ ขนึ้ อย่ำงรวดเรว็ โดยเรม่ิ พัฒนำจำกแนวคิดองค์กรแหง่ กำร เรียนรแู้ ละปรับประยกุ ต์ให้มคี วำมสอดคลอ้ งกับบรบิ ทของโรงเรยี น และกำรเรยี นรรู้ ่วมกันในทำงวิชำชีพ ท่ีมหี นำ้ งำนสำคญั คอื ควำม รับผดิ ชอบกำรเรียนรู้ของผ้เู รยี น รว่ มกันเป็นสำคญั จำกกำรศึกษำ หลำยโรงเรยี นในประเทศสหรัฐอเมรกิ ำดำเนินกำรในรปู แบบ PLC พบวำ่ เกดิ ผลดที ำงวิชำชีพครู และผู้เรยี นทม่ี ุ่งพฒั นำกำรของผูเ้ รียน
PLC ถอื เปนกำรพัฒนำบุคลำกรโดยเร่มิ จำกลำงข้นึ บน (Bottom Up) อยำงแทจรงิ แทนท่ีจะ สง่ั กำรจำกสวนบนลงมำซึ่งสง่ิ สำคญั ทส่ี ุดของกำรอบรม PLC อยูท่กี ำรเรยี นรู (Learning) กลำวคอื ผูเข ำอบรมตองรูวำวนั นีไ้ ดเรียนรูและแบงปนควำมรูอะไรบำงและจะทำอยำงไรใหควำมรูจำกกำรอบรมส งผลถงึ คุณภำพกำรศกึ ษำของเด็ก “ชมุ ชนแหง่ กำรเรยี นร้ทู ำงวชิ ำชพี เปน็ กระบวนกำรรวมกลมุ่ โดยต้องอำศยั ควำมร่วมมือรว่ มใจเพ่ือ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ พูดคยุ สนทนำ วิพำกษ์ ใหข้ ้อเสนอแนะอยำ่ งมีกลยั ำณมิตร และสะท้อนคิดเพือ่ กำร พฒั นำตำมเป้ำหมำยทีมีรว่ มกันในวิชำชพี ครมู ่งุ สผู่ ลสมั ฤทธ์ิในกำรเรยี นรขู้ องผูเ้ รียนเปน็ สำคญั ”(อทุ ิศ บำรุงชีพ, 2558) กำรนำ PLC มำใชใ้ นโรงเรียนจะสำเร็จหรือไม่ข้ึนกบั เงื่อนไข 5 ประกำร ได้แก่ ควำมเป็นผู้นำท่ี สนบั สนุนและผู้แบ่งปนั กำรเรียนร้รู ่วมกันและกำรประยุกตใ์ ช้ ควำมรคู้ ่ำนิยมร่วมและวิสยั ทัศนร์ ว่ ม ของสมำชิก เงื่อนไขทชี่ ่วยผดุงควำมเป็นชมุ ชนแหง่ กำรเรยี นรู้ และกำรแบ่งปนั กำรปฏิบัติ ชุมชนกำรเรยี นรทู้ ำงวชิ ำชีพ คือ วิธีกำรทใี่ ชใ้ นกำรพฒั นำครูใหม้ ีควำมรู้ควำมสำมำรถใน กำร จัดกำรเรียนกำรสอน โดยกำรสรำ้ งบรรยำกำศให้ครไู ด้แลกเปล่ียนเรียนรซู้ ง่ึ กนั และกัน ชว่ ยให้ครไู ม่ โดดเดี่ยว และมีเครือข่ำยในกำรทำ งำน โดยสิง่ ทช่ี ว่ ยสง่ เสรมิ ใหช้ ุมชนกำรเรียนรทู้ ำงวิชำชพี ประสบ ควำมสำเร็จไดเ้ กิดจำก ครูมีจิตใจมุง่ มน่ั พัฒนำคุณภำพผเู้ รียน รจู้ ักเผือ่ แผ่แบง่ ปันควำมรู้และ ประสบกำรณ์ให้เพ่ือนครยู อมรับในควำมรู้ ควำมสำมำรถและจดุ ดีของคนอน่ื พร้อมทีจ่ ะเปลีย่ นแปลง ตนเองเม่ือพบส่ิงทีช่ ่วยพัฒนำผเู้ รยี นทีด่ กี วำ่ นอกจำกนย้ี งั ต้องจัดสภำพแวดล้อมทเ่ี อื้ออำนวยให้เกิด กำรเรยี นรทู้ ้งั ดำ้ นสถำนที่ เวลำกฎเกณฑ์ กตกิ ำและส่งิ อำนวยควำมสะดวก โดยทุกคนมีวิสยั ทัศน์ ค่ำนยิ ม และเป้ำหมำยรว่ มกัน และปจั จยั สำคัญอกี ประกำรหน่ึงคือกำรมผี ูบ้ รหิ ำรท่ีมภี ำวะ ชมุ ชนกำร เรยี นรู้ทำงวิชำชีพและแนวทำงกำรนำมำใชใ้ นสถำนศึกษำ วำรสำรศกึ ษำศำสตร์ มสธ. ปี ท่ี 10 ฉบบั ที่ 1 (ม.ค. – ม.ิ ย.) 2560 | 41 ผู้นำแบบสนบั สนนุ และแบง่ ปนั ไมผ่ ูกขำดควำมเป็นผ้นู ำไว้ท่ตี นเอง มีใจ กว้ำงและพร้อมท่จี ะเป็นผ้สู ง่ เสริม สนับสนุนกำรเรียนรู้ของครู และวจิ ำรณ์ พำนชิ , 2554 : กำรพัฒนำไปสู่วถิ ีกำรเรยี นร้แู ละพัฒนำ ขององค์กรแบบชมุ ชน กำรเรยี นรทู้ ่เี รียกวำ่ PLC มีหลำกหลำยในบริบทตำ่ ง ๆ ของแต่ละประเทศ ทีต่ ่นื ตัวเพ่ือเปลยี่ นผ่ำนให้ ทันต่อกำรเปล่ยี นแปลง ของในยคุ ศตวรรษท่ี 21 ทั้งกรณีศึกษำกลุ่มศึกษำ บทเรียน หรือ lesson study กำรจดั กำรศึกษำล้วนแล้วมงุ่ เน้นเพื่อกำรปฏิรูปกำรจดั กำรเรยี นรู้ ผ่ำนกระบวนกำรของ PLC ซง่ึ เป็นแบบร่วมแรงรว่ มใจกนั อยำ่ งจรงิ จงั บนฐำนงำนจริง สำหรับประเทศไทย ผวู้ จิ ยั พบว่ำ มโี รงเรียน สว่ นหน่ึงทีม่ ุง่ ใช้โรงเรียนเป็นฐำน กำรปฏริ ูปกำรจดั กำรเรยี นรู้ ตำมแนวทำงที่มีควำมสอดคล้องกันคอื กำรจดั กำรควำมรแู้ บบPLC ในกำรขับเคล่ือนกระบวนกำรจัดกำรกำรเรยี นรู้ และกำรพัฒนำวชิ ำชพี ครู รว่ มกนั เพ่ือกำรพฒั นำบนรำกฐำนกำรทำงำนในห้องเรียนจริง สำหรบั กำรปฏิรูปกำรจดั กำรเรียนรูใ้ น ศตวรรษท่ี 21 ภำยใตบ้ ริบทของ PLC ที่มีรำกฐำนวฒั นธรรม และเง่ือนไขทำงสงั คมท่เี ป็น ลกั ษณะเฉพำะของบริบทประเทศไทย
PLC จะเปน็ เคร่ืองมือในกำรพัฒนำครูได้อยำ่ งต่อเนื่อง และย่งั ยืนเพรำะสำมำรถทำไดท้ ันที เพรำะกำรพฒั นำวิชำชีพครูจะพัฒนำไปพร้อมกบั กำรพัฒนำผเู้ รยี น นอกจำกนนั้ แล้ว สำนกั พฒั นำ วิชำชพี ครไู ด้นำแนวพระรำชดำริ ของในหลวงรัชกำลที่ 9 เข้ำมำรว่ มเปน็ แนวปฏิบัตติ ำมหลกั คิด 9 ประกำร จากขอ้ มูลบันทกึ การสอนรายวชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี รหัสวิชา 20001-2001 ระดับชน้ั ปวช. 1 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลัยเทคนิคนา้ พอง ระหว่าง สปั ดาห์ท่ี 1-3 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562 พบว่านักเรยี นมปี ระเด็นปญั หาในการเรียน เรือ่ ง การพิมพส์ ัมผัส จึงได้มีการประชมุ ปรกึ ษาหารือร่วมกันกับครูในกลมุ่ PLC เพ่ือแก้พฤติกรรม การพิมพ์สัมผัสไม่ได้ ของนกั เรยี น ซงึ่ มีข้อเสนอแนะวธิ กี ำรแกป้ ญั หำคือ ในทุกรำยวชิ ำท่ีสอน คอมพวิ เตอร์ให้ครูได้สอนกำรพิมพ์สัมผสั ให้แก่นักเรยี นก่อนทกุ ครั้ง โดยคำดหวงั วำ่ จะแก้พฤติกรรม กำรพมิ พ์สมั ผัสของนักเรยี นได้ ดงั นัน้ ผวู้ ิจัยจึงได้นำเสนอรปู แบบกำรจดั กำรเรียนกำรสอนด้วยกระบวนกำรชมุ ชนทำง วชิ ำชพี PLC โดยกำหนดข้นั ตอนสกู่ ำรเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 บรบิ ทโรงเรียนในประเทศไทย เพ่ือเปน็ องค์ควำมรู้สำคญั ต่อควำมเขำ้ ใจในกำรปฏิรปู กำรเรียนรูส้ ู่กำรเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้โรงเรียน เป็นฐำน ดงั น้ี 1. ครูรว่ มกนั ระบุเป้ำหมำยในกำรพัฒนำผูเ้ รียน 2. ครูรว่ มกันวำงแผนกำรเรียนรู้และทดลองใช้ 3. ครูตรวจสอบแผนกำรเรียนรแู้ ละกระบวนกำรนำไปใช้ 4. ปรับปรงุ แก้ไขแผนกำรจัดกำรเรียนรู้บนพืน้ ฐำนของข้อมลู 5. ศกึ ษำแนวทำงวธิ กี ำรสอนและลองใช้วิธใี หม่ 6. สะทอ้ นผลกำรทำงำนและพิจำรณำแนวทำงท่เี หมำะสมกบั ผู้เรียนในบริทบของ วทิ ยำลัยเทคนคิ ฯ วตั ถุประสงคโ์ ครงการ 1. เพ่ือใหน้ ักเรยี น ชน้ั ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ วทิ ยำลยั เทคนคิ น้ำพอง ท่เี รียนรำยวิชำ คอมพวิ เตอร์และสำรสนเทศเพ่อื งำนอำชีพ รหสั วชิ ำ 2001-2001 ประจำภำคเรียนที่ 1/2562 มี พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้ำนกำรพิมพส์ มั ผสั ด้วยกระบวนกำรชมุ ชนกำรเรียนรู้ทำงวชิ ำชพี 2. เพ่อื นำเสนอรปู แบบกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ี่เกดิ จำกชมุ ชนกำรเรียนรู้ทำงวิชำชพี ครจู ำกกำรปฏิบัติจริง ในช้ันเรยี น
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะได้รบั 1. นกั เรยี น ช้นั ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ วิทยำลยั เทคนคิ น้ำพอง ที่เรียนรำยวชิ ำ คอมพิวเตอร์และสำรสนเทศเพื่องำนอำชีพ รหสั วชิ ำ 20001-2001 ประจำภำคเรยี นท่ี 1/2562 มี พฤติกรรมท่ีพึงประสงคด์ ำ้ นกำรพิมพส์ มั ผสั ด้วยกระบวนกำรชุมชนกำรเรียนรทู้ ำงวิชำชีพ 2. นำเสนอรปู แบบกำรจดั กำรเรียนรทู้ ่เี กิดจำกชุมชนกำรเรียนรู้ทำงวชิ ำชีพครูจำกกำรปฏบิ ัตจิ ริงใน ช้นั เรียน กลมุ่ เปา้ หมาย(สมาชิกเครือขา่ ย) 1. นักเรียนชนั้ ปวช. 1 สำขำวิชำคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ จำนวน 29 คน 2. ครูแผนกวิชำคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วทิ ยำลัยเทคนิคน้ำพอง ที่เข้ำร่วมกลุ่ม PLC จำนวน 5 คน เน้อื หา (นวัตกรรม) 1. กำรพัฒนำส่ือกำรเรียนกำรสอนด้วย PLC 2. แบบฝกึ พิมพ์สัมผสั กำรวำงแป้นเหยำ้ 3. กำรพฒั นำส่ือกำรเรียนกำรสอนด้วย e-Learning (ผลสัมฤทธ)์ิ 1.สอ่ื กำรเรียนกำรสอนดว้ ย PLC 2.นกั เรียนชั้น ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ พิมพส์ มั ผัสตำมแป้นเหย้ำได้ 2.สอ่ื กำรเรียนกำรสอนด้วย e-Learning ระยะเวลา 21 พ.ค.2562 - 20 ก.ย.2562 วธิ ดี าเนินการ PLC การเกบ็ รวบรวมข้อมลู กำรดำเนินกำรประกอบดว้ ย 3 วงรอบดงั นี้
กิจกรรม ช่วงระยะเวลาการ การดาเนนิ กจิ กรรม รอ่ งรอย ดาเนินการ กจิ กรรมที่ 1 ทาความเข้าใจ วันที่ 21 พ.ค. 2562 ประชุมเพื่อทำควำมเข้ำใจแนวคิด ใบลงชอ่ื กำรเข้ำ รว่ มกัน หลกั กำรกำรทำงำนตำม รว่ มกจิ กรรม ประชมุ เพ่ือพัฒนำแผนกำร วันท่ี 21 พ.ค.-19 ก.ค. กระบวนกำร PLC จัดกำรเรยี นรู้และทำควำม 1. แผนกำรจดั กำร เข้ำใจกำรทำงำนตำม 2562 วงรอบที่ 1 เรยี นรู้ พรอ้ ม กระบวนกำร PLC 1.กำหนดปัญหำ/เร่ืองท่ตี ้องกำรทำ บนั ทกึ หลงั สอน กิจกรรมท่ี 2 วงรอบที่ 1 รว่ มกัน 2. ภำพกำรพดู คยุ กจิ กรรมหรือกำรสอนเร่อื งท่ี 2. Model Teacher พฒั นำแผนกำร ปรึกษำกับ Buddy 1 เรอื่ ง จดั ประชมุ กลุ่มย่อย จดั กำรเรียนรเู้ รือ่ งที่ 1 เพ่ือให้ 3. ภำพกจิ กรรม เพอื่ กำหนดปญั หำและแนว เหมำะสมกบั บรบิ ทแตล่ ะสมำชิก นำ กำรสอน ทำงกำรจัดกำรเรียนกำรสอน แผนกำรจดั กำรเรียนร้ชู ุดที่ 1 4. แบบสงั เกตกำร ปรกึ ษำ Buddy Teacher (วันที่ 21 สอนของ Buddy พ.ค 2561 ถงึ วนั ท่ี 3 มิ.ย 2562) 3. Model Teacher นำแผนกำร Teacher จัดกำรเรียนรู้ 1 ที่ปรบั แล้ว ไปใช้ สอนในชนั้ เรยี น(วันท่ี 10 มิ.ย 2562 5. ภำพกำรนิเทศ ถงึ วันท่ี 12 ก.ค 2562) กำรสอน 4. Buddy Teacher (รวมถึงผบู้ รหิ ำร หรือผเู้ ชีย่ วชำญ หำกเปน็ ไปได)้ สงั เกตกำรสอนและสะท้อนผลกำร สอน (วนั เดยี วกนั หรอื ตำมนัด(วันท่ี 28 ม.ิ ย 2562 ถึงวนั ที่ 12 ก.ค 2562) 5. Model Teacher สรปุ ผลกำรสอน พร้อมขอ้ เสนอแนะของ Buddy Teacher ลงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ชุดที่ 1 (วันท่ี 19 ก.ค. 2562)
กิจกรรมท่ี 3 วงรอบที่ 2 วงรอบที่ 2 1. แผนกำรจัดกำร กิจกรรมหรือ กำรสอนเร่ืองที่ วนั ท่ี 25 ก.ค. - 23 1.กำหนดปญั หำ/เรอื่ งท่ตี ้องกำรทำ เรียนรู้ พรอ้ ม 2 เร่อื ง ตดิ ตำมแผนกำร บันทึกหลงั สอน จดั กำรเรียนกำรสอนพร้อม ส.ค. 2562 รว่ มกัน 2. ภำพกำรพดู คยุ ตดิ ตำมกำรทำ e-Learning 2. Model Teacher พฒั นำแผนกำร ปรกึ ษำกับ Buddy จัดกำรเรยี นร้เู รื่องท่ี 1 เพื่อให้ 3. ภำพกจิ กรรม กจิ กรรมที่ 4 วงรอบที่ 3 เหมำะสมกบั บริบทแต่ละสมำชกิ นำ กำรสอน กจิ กรรมหรือกำรสอนเรื่องท่ี แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดที่ 2 4. แบบสังเกตกำร 3 เร่อื ง ประเมินผลกำรทำ ปรกึ ษำ Buddy Teacher (วนั ที่ 25 สอนของ Buddy PLC และประเมินผลกำรใช้ ก.ค. ถึงวันท่ี 23 ส.ค. 2562) e-Learning 3. Model Teacher นำแผนกำร Teacher จดั กำรเรียนรู้ 2 ท่ปี รบั แลว้ ไปใช้ สอนในชั้นเรยี น(วนั ที่ 25 ก.ค. ถงึ 5. ภำพกำรนเิ ทศ วนั ที่ 23 ส.ค. 2562) กำรสอน 4. Buddy Teacher (รวมถงึ ผบู้ ริหำร หรือผ้เู ชี่ยวชำญ หำกเปน็ ไปได้) 1. แผนกำรจัดกำร สังเกตกำรสอนและสะท้อนผลกำร เรยี นรู้ พรอ้ ม สอน(วนั เดียวกนั หรอื ตำมนดั (วนั ที่ บันทกึ หลังสอน 25 ก.ค. ถึงวันท่ี 23 ส.ค. 2562) 2. ภำพกำรพดู คุย 5. Model Teacher สรปุ ผลกำรสอน ปรึกษำกับ Buddy พร้อมขอ้ เสนอแนะของ Buddy 3. ภำพกิจกรรม Teacher ลงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กำรสอน ชุดท่ี 2 (วันที่ 25 ก.ค. ถึงวันท่ี 23 4. แบบสงั เกตกำร ส.ค. 2562) สอนของ Buddy วงรอบท่ี 3 Teacher วนั ท่ี 30 ส.ค.-13 ก.ย. 1.กำหนดปัญหำ/เรอ่ื งท่ตี ้องกำรทำ 2562 ร่วมกนั 2. Model Teacher พัฒนำแผนกำร จัดกำรเรยี นร้เู ร่อื งที่ 3 เพอื่ ให้ เหมำะสมกับบริบทแตล่ ะสมำชกิ นำ แผนกำรจัดกำรเรยี นรชู้ ุดท่ี 3 ปรึกษำ Buddy Teacher (วันที่ 30 ส.ค.2562 ถึงวนั ท่ี 13 ก.ย. 2562) 3. Model Teacher นำแผนกำร
กจิ กรรมที่ 5 จัดกำรเรียนรู้ 3 ที่ปรับแลว้ ไปใช้ 5. ภำพกำรนเิ ทศ สรปุ รำยงำน สอนในชั้นเรียน(วนั ที่ 30 ส.ค.2562 กำรสอน ถงึ วนั ที่ 6 ก.ย.2562) 4. Buddy Teacher (รวมถึงผูบ้ รหิ ำร เลม่ รำยงำน หรือผู้เชีย่ วชำญ หำกเป็นไปได้) สงั เกตกำรสอนและสะท้อนผลกำร สอน(วนั ท่ี 30 ส.ค.2562 ถึงวันที่ 6 ก.ย.2562) 5. Model Teacher สรุปผลกำรสอน พร้อมขอ้ เสนอแนะของ Buddy Teacher ลงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ชุดที่ 3 (วนั ที่ 6 ก.ย.2562) วันที่ 9-20 ก.ย. 2562 ประชำสมั พนั ธ์กิจกรรม ผลสำเร็จ ของโครงกำรส่งรำยงำน ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล (เชิงปริมาณ) นักเรียนระดบั ชั้น ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ จำนวน 29 คน (เชิงคณุ ภำพ) นกั เรียนระดบั ชัน้ ปวช. 1 สำขำวชิ ำคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ จำนวน 29 คน พมิ พส์ มั ผสั แปน้ เหยำ้ ได้ สรปุ ผลการดาเนนิ การ PLC เสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................. (นำงแสงเดือน จงเจริญวไิ ล) ผู้วิจัย ........../.........../.......... ............................................................. ............................................................. (นำยรุ่งวจิ ักขณ์ หวงั มวนกลำง) (นำยศภุ กฤต แกมนริ ัตน์) รองผอู้ ำนวยกำรฝำ่ ยวชิ ำกำร ........../.........../.......... ผอู้ ำนวยวทิ ยำลัยเทคนคิ น้ำพอง ........../.........../..........
ตวั ชว้ี ดั ที่ 1.2.2 ขอ้ 5 1.2.2 การจดั ทาแผนการเรียนรู้/แผนการฝกึ อบรมอาชีพ/ แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล(IP)/แผนการจดั ประสบการณ์ ขอ้ 5 เปน็ แบบอย่างท่ีดี เป็นพเี่ ลี้ยงและหรือเป็นทีป่ รกึ ษา ดา้ นการจดั ทาแผนการเรียนรู้ แผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ วิทยาลยั เทคนิคนา้ พอง
ตัวชวี้ ดั ท่ี 1.2.3 ขอ้ 1 1.2.3 กลยุทธ์ในการจัดการเรยี นรู้ ข้อ 1 จัดการเรียนรู้โดยใชร้ ปู แบบ เทคนิคและวธิ ีการที่ เน้นวธิ ีการปฏบิ ตั ิมีความหลากหลาย ใชส้ อื่ นวตั กรรม เทคโนโลยี การจดั การเรียนรู้ การวดั ผลและประเมนิ ผล ตามแผนการจดั การเรยี นรู้หรือแผนการฝึกอาชีพท่ี สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้สมรรถนะประจา หน่วย หรอื สมรรถนะของหลกั สตู ร และสอดคล้องกับ ธรรมชาตขิ องผู้เรียน หรือผ้เู ขา้ รบั การฝึกอบรม และ เนอื้ หาสาระการเรียนรู้ แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ วทิ ยาลัยเทคนคิ นา้ พอง
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 7 ชือ่ วิชา โปรแกรมประมวลผลคำ (20204-2102) สอนครงั้ ที่ 11- 12 ชือ่ หน่วยกำรพิมพ์หนังสือรำชกำรและจดหมำยธรุ กิจ จานวน6 ช่วั โมง ช่ือเรื่อง การพิมพ์หนังสือราชการและจดหมายธรุ กิจ ช่วั โมงรวม 36 1. สาระสาคญั กำรติดต่อรำชกำรท้ังภำยในหน่วยงำนและภำยนอกหน่วยงำน จำเปน็ ตอ้ งคำนงึ ถึงรูปแบบ ของหนงั สือรำชกำรตำมระเบียบของงำนสำรบรรณ ข้อควำมในหนังสือดังกล่ำวถือเป็นหลักฐำนทำง รำชกำรส่วนกำรติดตอ่ ทำงด้ำนธรุ กิจ จะใช้จดหมำยธุรกิจ ในกำรตดิ ต่อระหว่ำงกนั ในวงกำรธรุ กิจ โดย มีจดุ ประสงค์อย่ำงใดอย่ำงหนึ่งในกำรดำเนนิ ธรุ กจิ โดยถือเปน็ กำรส่อื สำรทำงธรุ กจิ รูปแบบหน่งึ ทยี่ ังคง มีควำมสำคญั ต่อวงกำรธุรกิจ ท้ังในด้ำนกำรประหยัด ควำมสะดวกรวดเรว็ กำรใหร้ ำยละเอียดข้อมูล กำรใชเ้ ป็นหลกั ฐำน และเป็นส่อื สมั พนั ธท์ ดี่ ีในกำรติดต่อธรุ กิจ โปรแกรมประมวลผลคำเป็นอกี โปรแกรมหน่งึ ทีม่ ีควำมสำมำรถในดำ้ นกำรพมิ พ์หนังสือดงั กล่ำว 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกับกำรพมิ พ์หนังสือรำชกำร 2. เพื่อใหม้ ีเจตคติท่ดี ตี ่อกำรเตรยี มควำมพร้อมด้ำนกำรเรยี นรตู้ ำมหัวข้อท่ีกำหนด ควำม สนใจใฝร่ ู้ ควำมมีเหตุผล ควำมรอบรู้ ควำมรอบคอบ/ระมัดระวงั ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง และควำมเปน็ ประชำธิปไตย 2.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สร้ำงหนงั สอื รำชกำรได้ 2. สร้ำงจดหมำยธุรกจิ ได้ 3. ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรมทีพ่ งึ ประสงค์ คอื มมี นษุ ยสัมพันธ์ มวี นิ ยั มีควำมซอื่ สตั ย์ ควำม รับผิดชอบ เช่ือม่นั ในตนเอง ประหยัด มีควำมคิดริเรม่ิ สรำ้ งสรรค์ ควำมสนใจใฝร่ ู้ และพ่ึงตนเอง 4. ผู้เรียนมีควำมพร้อมด้ำนกำรเรียนรตู้ ำมทกี่ ำหนด มคี วำมสนใจใฝ่รู้ มีเหตผุ ล มีควำมรอบรู้ มี ควำมรอบคอบ/ระมัดระวงั ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง และมีควำมเป็นประชำธปิ ไตย 3. สมรรถนะ สำมำรถพิมพห์ นังสือรำชกำรและจดหมำยธรุ กจิ ได้อย่ำงถูกต้อง
4. สาระการเรยี นรู้ กำรพมิ พห์ นังสือรำชกำรและจดหมำยธรุ กิจ ศกึ ษำเกี่ยวกบั 1. หนังสือรำชกำร 2. จดหมำยธรุ กจิ 5. การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 5.1 ความพอประมาณ 1. มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในกำรใช้ พลังงำนไฟฟำ้ อย่ำงเหมำะสมและประหยัด เชน่ ปิดเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ปิดเคร่ืองปรบั อำกำศ ปิดไฟฟ้ำ ปิดพัดลมเม่ือเลิกกำรใช้งำน 2. จดั สรรเวลำในกำรปฏิบัติงำนตำมท่ีได้รับมอบหมำยอย่ำงเหมำะสม 5.2 ความมีเหตุผล 1. เหน็ คุณค่ำของปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี งในกำรนำไปพัฒนำชีวิต โดยใช้ พลังงำนไฟฟำ้ ที่มีอยใู่ ห้คมุ้ ค่ำและเกิดประโยชน์สูงสุด 2. สำมำรถพมิ พ์หนงั สือรำชกำร และจดหมำยธุรกจิ ได้อย่ำงถูกต้อง 5.3 การมภี ูมิคุ้มกันในตวั ทด่ี ี 1. มีควำมตระหนักและรู้จักประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งในกำรดำเนิน ชวี ิตได้อยำ่ งถูกต้อง 2. ฝึกฝนทกั ษะกำรพิมพ์หนังสือรำชกำร และจดหมำยธุรกิจได้อย่ำงถกู ต้อง 3. ฝึกฝนทกั ษะกำรสรุปสำระสำคญั ประจำหนว่ ยเรยี น 5.4 เงื่อนไขความรู้ 1. กำรพิมพ์และจัดรูปแบบหนังสอื รำชกำร 2. กำรพิมพ์จดหมำยธุรกจิ 5.5 เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. ควำมรับผิดชอบในกำรปฏิบัตงิ ำน 2. ควำมมีวนิ ัย 3. กำรพ่ึงตนเอง 4. มีควำมสนใจใฝ่รู้ 5. มีควำมซือ่ สัตย์สุจรติ 6. กำรประหยัด 7. มีควำมเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 8. มีควำมคดิ รเิ รม่ิ สรำ้ งสรรค์ 9. มีควำมรอบคอบ/ระมัดระวัง 10. มคี วำมเป็นประชำธปิ ไตยและควำมเป็นไทย
5.6 เช่ือมโยงสู่ 4 มิติ มีทักษะในกำรพิมพ์หนังสือรำชกำร และจดหมำยธรุ กิจ โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word 2016 ได้อย่ำงเหมำะสม ทำใหเ้ ป็นผู้มคี วำมสนใจใฝ่รู้ มคี วำมระมัดระวงั และเกิดควำมเช่ือมั่นในตนเอง 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนแบบบรรยาย อธิบายและสาธติ ) ขน้ั เตรยี ม 1. จดั เตรยี มเอกสำรประกอบกำรสอน สอื่ กำรเรียนกำรสอน วิธกี ำรเรียน กำรปฏิบตั งิ ำนท่ี ได้รบั มอบหมำย และวธิ ีวดั ผลประเมินผล กำรปฏิบัตติ ำมกฎระเบยี บของสถำนศึกษำ 2. ใหผ้ ู้เรยี นเปดิ ไฟฟ้ำดวงที่จำเป็นตอ้ งใช้ และเปิดเครื่องคอมพวิ เตอร์ตำมจำนวนผู้เรยี น ถำ้ มี เครือ่ งคอมพวิ เตอรท์ ่ไี ม่ได้ใชห้ รอื ใชไ้ ม่ได้ ห้ำมไมใ่ หเ้ ปิดหนำ้ จอทิ้งไว้ เพรำะส้ินเปลืองพลังงำน 3. แจง้ จุดประสงค์กำรเรยี นของหน่วยที่ 7 และกำรใหค้ วำมรว่ มมอื ของผู้เรียนในกำรทำกิจกรรม 4. สอบถำมผเู้ รยี นเรื่องกำรพิมพ์หนังสอื รำชกำร และจดหมำยธุรกจิ สำมำรถใช้โปรแกรม Microsoft Word 2016 พิมพ์ได้หรือไม่ โดยกำรสอบถำมเปน็ รำยบคุ คลและรำยกลมุ่ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นได้ แสดงควำมคดิ เหน็ อยำ่ งมีเหตุผล 5. ผู้สอนบอกแนวทำงในกำรเรียน และวิธีกำรปฏบิ ตั ิตำมภำระงำนที่มอบหมำย ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. ใชเ้ กมส์ ใน Kahoo.it เพอื่ กระตุ้นใหผ้ เู้ รียน กระตือรือรน้ 2. ให้ผู้เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 7 ในเวลำท่ีกำหนด (e-learning) 3. เมอ่ื ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเสร็จแล้ว ใหผ้ เู้ รียนผลัดกันตรวจแบบทดสอบกับเพื่อน ด้วยควำมซอ่ื สตั ย์สุจรติ โดยผสู้ อนเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 7 ข้นั สอน 1. ผู้สอนทำกำรสอนโดยให้ผ้เู รยี นเปิดหนังสือประกอบกำรเรยี นกำรสอน 2. ผสู้ อนให้ผู้เรียนเปิดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์และเขำ้ สู่โปรแกรม Microsoft Word 2016 3. ผู้สอนทำกำรอธิบำยเนื้อหำควำมรู้เกยี่ วกับกำรพิมพห์ นังสอื รำชกำร และจดหมำยธุรกิจ พร้อมทง้ั สำธติ เนอื้ หำกำรเรยี นรแู้ ต่ละเรือ่ งใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ รยี นรู้ไปพร้อมกนั 4. ผสู้ อนบอกวธิ ีกำรและแนวคิดในกำรปฏิบตั ทิ ่ีถูกต้องให้แก่ผู้เรยี น สังเกต บนั ทึกพฤติกรรม ผเู้ รียนขณะเรยี นและศึกษำบทเรียน คอยช่วยเหลอื และให้คำแนะนำเมื่อผเู้ รียนเกิดควำมสงสยั 5. ผู้สอนเปดิ โอกำสให้ผเู้ รียนซกั ถำมข้อสงสยั ขน้ั สรุป 1. ผู้สอนใหผ้ ้เู รยี นศึกษำจำกใบควำมรแู้ ละทำแบบฝกึ ปฏิบัตติ ำมใบงำน 2. สังเกต บันทกึ พฤติกรรมผู้เรียนขณะดำเนนิ งำนตำมใบงำน คอยช่วยเหลือใหค้ ำแนะนำเม่อื ผู้เรยี นเกิดควำมสงสัย
3. แบ่งกลุ่มผเู้ รียนเพื่อดำเนนิ งำนตำมใบงำน ผสู้ อนเดนิ สำรวจกำรศึกษำข้อมลู จำกใบควำมรู้ และฝกึ ปฏิบตั ิตำมใบงำนของผเู้ รยี น หำกพบวำ่ ผ้เู รียนไมเ่ ข้ำใจ ผูส้ อนทำกำรอธบิ ำยใหผ้ เู้ รยี นอกี ครั้ง 4. เมอ่ื ผู้เรียนทำงำนที่ได้รับมอบหมำยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตัวแทนกล่มุ หรือสมำชิกทั้งกลมุ่ ลุก ขน้ึ อธิบำยคำตอบพรอ้ มทง้ั วิธีกำรได้มำซง่ึ คำตอบ 5. ผสู้ อนทำกำรเฉลยรว่ มกับผ้เู รยี น พร้อมทัง้ อธิบำยข้อมูลเพม่ิ เตมิ หำกผู้เรียนเกิดควำมสงสยั และผเู้ รยี นคนใดยังทำงำนที่ได้รับมอบหมำยไมถ่ ูกต้องใหท้ ำกำรแก้ไขใหถ้ ูกต้องเรียบรอ้ ยและเกบ็ สะสม ช้นิ งำนทกุ งำนท่ีไดร้ บั มอบหมำยส่งตำมกำหนด 6. ผู้สอนร่วมกบั ผเู้ รียนชว่ ยกันสรปุ สำระกำรเรียนรู้ประจำหนว่ ยกำรเรียน เพื่อสง่ เสรมิ ควำม เปน็ ประชำธิปไตย 7. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดทำ้ ยหน่วยเรยี น 8. ผู้เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยท่ี 7 ในเวลำท่กี ำหนด 9. ผ้สู อนเฉลยแบบฝกึ หดั ท้ำยหน่วยเรยี น พร้อมกบั ให้ผูเ้ รยี นแลกเปล่ียนกระดำษคำตอบกัน โดยครผู สู้ อนเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 10. ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนท่ีไดร้ ับมอบหมำยเวรประจำวัน สำรวจควำมเรียบรอ้ ยของห้องเรียน พรอ้ มทง้ั ทำควำมสะอำดห้องเรยี น และให้ผู้เรยี นเตรียมตัวเรยี นในคำบต่อไป 7. ส่ือประกอบการจัดการเรยี นรู้ สื่อส่งิ พมิ พ์ 1. หนังสอื เรียนวชิ ำโปรแกรมประมวลผลคำ (Microsoft Word 2016) รหสั วชิ ำ 20204-2102 2. แบบทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรียน 3. ใบควำมรทู้ ่ี 7เรื่องหนงั สือรำชกำร และจดหมำยธรุ กิจ 4. ใบกจิ กรรม 5. แบบฝกึ หดั ท้ำยหน่วยเรียน 6. แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น และแบบฝึกหดั ทำ้ ยหน่วยเรยี น 7. แบบประเมนิ ผลกำรทำงำนตำมใบงำน 8. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ส่อื โสตทศั น์ 1. คอมพิวเตอร์พรอ้ มอปุ กรณ์ต่อพว่ ง 2. โปรแกรม Microsoft Word 2016 3. โปรเจคเตอร์ 4. บทเรยี นออนไลน์ วชิ ำโปรแกรมประมวลผลคำ 5. Kahoot.it (https://create.kahoot.it/kahoots/my-kahoots) 6. ไมโครโฟน เคร่ืองขยำยเสียงพรอ้ มลำโพง
ส่อื ของจริง - 8. แหล่งการเรียนรเู้ พม่ิ เติม ในสถานศกึ ษา 1. หอ้ งสมดุ วทิ ยำลยั ฯศึกษำข้อมลู จำกเอกสำร 2. ห้องปฏบิ ัติกำร Internet คน้ คว้ำข้อมูลทำง Internet 3. ครผู สู้ อนแผนกวชิ ำคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ http://202.29.230.210/moodle/my/ นอกสถานศกึ ษา 1. หอ้ งสมุดประชำชน / รำ้ นหนงั สือ 2. Internet / รำ้ นคอมพวิ เตอร์ที่ใหบ้ ริกำรทำงด้ำน Internet 3. บคุ ลำกรต่ำง ๆ ทม่ี ีควำมร้เู กยี่ วกับโปรแกรมประมวลผลคำ 9. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ ับวชิ าอนื่ 1. บรู ณำกำรกับกลุ่มวิชำภำษำไทย กำรฝกึ เขียนคำภำษำไทยทีถ่ ูกต้องกำรฝึกปฏิบตั เิ ขียนยอ่ ควำมกำรเขียนเรียงควำมเขยี นโครงกำรเขียนรำยงำนวิชำกำร กำรออกแบบเอกสำร กำรร่ำงเอกสำร กอ่ นพมิ พ์เอกสำรประเภทต่ำง ๆ ด้วยโปรแกรมประมวลผลคำ 2. บูรณำกำรร่วมกับกลุ่มวิชำภำษำต่ำงประเทศ เน่ืองจำกครูผู้สอนได้บูรณำกำรกำรสอนกับ สวนพฤกษศำสตร์โรงเรียน กำรนำโปรแกรมประมวลผลคำมำประยุกต์ใช้จำเป็นต้องมีส่วนเก่ียวข้องกับ รำยวชิ ำภำษำอังกฤษ โดยเฉพำะกำรพมิ พเ์ อกสำรท่ีเป็นภำษำอังกฤษใหถ้ ูกต้อง 3. บูรณำกำรร่วมกับกลุ่มวิชำคณิตศำสตร์ ด้ำนกำรใช้สูตรและฟังก์ช่ันในกำรคำนวณประยุกต์ กระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ในกำรวำงแผนกำรออกแบบประดิษฐค์ ดิ ค้นสิง่ ใหม่ ๆในงำนอำชีพ 10. การวดั ผลและประเมินผล ก่อนเรียน ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรยี น 1. ตรวจผลงำนตำมทีไ่ ดร้ ับมอบหมำย 2. สงั เกตกำรปฏบิ ตั ิงำน หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจงำนท่ไี ด้รับมอบหมำย 3. ตรวจแบบฝกึ หดั ทำ้ ยหนว่ ยเรยี น
1. สิง่ ทจ่ี ะวัด 1.1 ควำมรู้ควำมเข้ำใจจดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ 1.2 กำรประเมินผลงำน 1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมขณะเรียน 2. วธิ กี ารวดั 2.1 ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน 2.2 ตรวจงำนทม่ี อบหมำย 2.3 สงั เกตพฤติกรรมขณะเรียน 3. เครื่องมือวดั 3.1 แบบทดสอบ 3.2 กิจกรรมที่มอบหมำย 3.3 แบบสังเกตพฤติกรรม 4. เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล เกณฑ์การวัดผล 1. ให้ขอ้ ถูก ข้อละ 1 คะแนน ข้อผดิ 0 คะแนน 2. ใหค้ ะแนนพฤติกรรมกำรเรียน 5 หมำยถงึ ดมี ำก 4 หมำยถึง ดี 3 หมำยถงึ ปำนกลำง 2 และ 1 หมำยถงึ ตอ้ งปรบั ปรุง เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. ผเู้ รยี นได้คะแนนจำกกำรทำแบบทดสอบ ไม่ต่ำกว่ำร้อยละ 60 2. ผเู้ รยี นไดค้ ะแนนจำกกจิ กรรมกำรเรียน ไม่ต่ำกว่ำร้อยละ 80 3. ผเู้ รียนได้คะแนนพฤตกิ รรมกำรเรียน ไมต่ ่ำกวำ่ ร้อยละ 60 เกณฑก์ ารวดั แบบทดสอบ 10 คะแนน ระดับดี ตง้ั แตร่ อ้ ยละ 80 ข้ึนไป (8 คะแนน) ระดับปำนกลำง ตง้ั แต่รอ้ ยละ 60 - 70 ข้ึนไป (6 - 7 คะแนน) ระดับปรับปรุง ตั้งแตร่ ้อยละ 50 ลงมำ (5 คะแนนลงมำ) เกณฑก์ ารผ่าน ตงั้ แตร่ ะดับปำนกลำงขน้ึ ไป หรอื ต้ังแตร่ ้อยละ 60 ขึ้นไป
กิจกรรมเสนอแนะประจาหน่วย 1. ผู้เรียนตอ้ งให้ควำมสนใจในกำรศึกษำ เพื่อหำเทคนคิ วิธีกำร หรอื หลักกำรง่ำยเพ่ือให้หำ คำตอบได้อยำ่ งถูกต้อง และรวดเรว็ โดยกำร ต้งั ใจฟังหลกั กำร เทคนคิ วิธีกำรท่ีครูผู้สอนสรุปในขณะท่ี ทำกำรสอน และนำข้อสงสยั ซักถำมครใู นกำรเรียนทุกครงั้ ทเี่ กิดควำมสับสน และไมเ่ ขำ้ ใจ 2. ผู้เรยี นควรมีกำรทบทวนบทเรยี นตลอด เพื่อเสรมิ สรำ้ งควำมเข้ำใจอย่ำงแทจ้ ริง 3. ผเู้ รยี นหมน่ั ทำใบงำน แบบฝกึ หดั และแก้ไขข้อท่ีผดิ ใหถ้ ูกต้องเสมอ 4. ผเู้ รยี นตอ้ งสรำ้ งมโนภำพใหเ้ กดิ ควำมคดิ รวบยอดในสำระกำรเรยี นรแู้ ละเทคนิควิธีกำร พร้อมกับควำมจำเป็นในกำรนำไปประยุกตใ์ ช้ใหเ้ กิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพือ่ เกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจ อยำ่ งแท้จริงไม่ใชเ่ กิดจำกกำรทอ่ งจำ
ตัวช้วี ดั ที่ 1.2.3 ขอ้ 2 1.2.3 กลยุทธ์ในการจดั การเรียนรู้ ขอ้ 2 ประเมินผลในการใช้ กลยทุ ธ์ในการจัดการ เรียนร้แู ละนาผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงพัฒนาให้มี คุณภาพสงู ขึ้น แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ น้าพอง
แบบสรปุ การประเมินกลยุทธใ์ นการแก้ปญั หาและพัฒนาผู้เรยี น เรอื่ ง แผน่ พับ นามบัตร การด์ กิจกรรมที่มอบหมาย 1. ให้นักเรยี นแตล่ ะคน ทำตำมใบงำนที่มอบหมำย 1.1 ใบงำนที่ 6 กำรทำแผ่นพบั 1.2 ใบงำนท่ี 7 กำรทำนำมบัตร 1.3 ใบงำนที่ 8 กำรทำกำรด์ ผลการประเมินกลยุทธ์ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................... ลงชอื่ .............................................ผู้ประเมนิ (.........................................................) ........../.............../............
ตัวชี้วดั ท่ี 1.2.3 ข้อ 3 1.2.3 กลยทุ ธ์ในการจดั การเรยี นรู้ ข้อ 3 นิเทศการจัดการเรยี นรู้สถานศกึ ษา แผนกวชิ าคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลัยเทคนคิ นา้ พอง
นิเทศนกั ศกึ ษาก่อนเขา้ เรียน การประชมุ นิเทศ การจดั กจิ กรรมตรวจสอบรายวิชา
นเิ ทศติดตามนกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์
ตัวชีว้ ัดท่ี 1.2.3 ขอ้ 4 1.2.3 กลยุทธ์ในการจดั การเรียนรู้ ขอ้ 4 กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้สามารถนาไปใชไ้ ด้ใน สถานศึกษาทีม่ บี ริบทใกล้เคยี งกัน
แผนกวชิ าคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ วทิ ยาลัยเทคนคิ น้าพอง แบบประเมนิ ผลงานการปฏิบตั ิงาน วิชา โปรแกรมประมวลผลคา ผสู้ อน นางแสงเดอื น จงเจริญวิไล ช่อื …………………………….ชนั้ …….. วันท…ี่ ……………………… แบบประเมินผล ช่อื งำน…………………………………………… รายการประเมนิ ระดบั ระดบั คะแนน นา้ หนัก ความสาคญั 2 1 0 คะแนน 1. กำรเตรยี มกำร 20 1.1 เตรยี มเครอ่ื งและเกบ็ เข้ำท่ีเรียบร้อย 15 1.2 ตรงเวลำ 5 2. ข้ันกำรปฏิบัตกิ ำร 50 2.1 ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้องตำมหลกั วชิ ำกำร 30 2.2 ใบงำนและแบบฝึกปฏิบัติ 10 2.3 ปฏิบตั ิงำนด้วยควำมต้งั ใจ 10 30 3. ผลกำรปฏิบตั ิงำน 15 3.1 ปริมำณงำนท่ีได้ 10 3.2 คณุ ภำพของงำนเปน็ ท่ียอมรบั 5 3.3 เสร็จตำมเวลำท่กี ำหนด รวม 100 ระดบั คะแนนเฉล่ยี = นำ้ หนกั คะแนน / 2 ระดบั คะแนนทไ่ี ด้ (เกรด) ระดับคะแนนทไี่ ด้ 10% = นำ้ หนกั คะแนน / 20 ลงชอื่ …………………………………………………….ผปู้ ระเมนิ
แบบเกณฑ์การประเมินผลงานการปฏบิ ตั ิงาน (คาอธบิ ายเกณฑ์การประเมนิ ) รายการ เกณฑ์ ระดบั คะแนน 1. เตรยี มเครือ่ งและเกบ็ เขำ้ ที่ 1. เตรียมเครื่องและเก็บเขำ้ ท่ีเรยี บร้อย 2 เรียบร้อย (เกำ้ อี้ คียบ์ อร์ด) 2. เก็บเข้ำที่ไมเ่ รียบร้อย 1 3. ไมป่ ฏิบตั ิ 0 1. เข้ำช้ันเรียนตรงเวลำ 2 2. ตรงเวลำ 2. เข้ำช้นั เรยี นสำย 1 3. ไม่เข้ำชั้นเรียน 0 3. ปฏิบัตไิ ดถ้ กู ต้องตำมหลัก 1. ปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกต้องและครบทุกอย่ำง 2 วิชำกำร 2. ปฏบิ ัติผิดบำงสว่ นหรอื บกพรอ่ งบำงอย่ำง 1 3. ปฏบิ ตั ไิ ม่ได้เลยหรือไมป่ ฏิบตั ิงำน 0 1.ปฏิบตั ิไดถ้ ูกต้องตำมขนั้ ตอนและเรียบรอ้ ย 2 4. ใบงำนและแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 2. ปฏบิ ตั ิมขี ้อบกพร่องบำงอย่ำง 1 3. ไมป่ ฏบิ ตั ใิ บงำนและแบบฝึกปฏิบตั ิส่ง 0 1. ปฏิบัติงำนทไ่ี ดร้ ับมอบหมำยด้วยควำมต้งั ใจ 2 5. ปฏบิ ตั ิงำนดว้ ยควำมตง้ั ใจ 2. ปฏบิ ัติงำนที่ได้รับมอบหมำยแบบพอผำ่ น 1 3. ไม่ปฏิบัติงำนที่ได้รบั มอบหมำย 0 1. ทำครบตำมที่กำหนด 2 6. ปริมำณงำนท่ีได้ 2. ทำไม่ครบตำมท่ีกำหนด 1 3. ไมท่ ำเลย 0 7. คณุ ภำพของงำนเปน็ ท่ี 1. ผลงำนสะอำดเรียบร้อยดมี ีคุณภำพ 2 ยอมรับ 2. ผลงำนมีข้อบกพร่องบำงอยำ่ ง 1 3. ผลงำนไม่เรียบรอ้ ยเลย 0 1. สง่ งำนตรงเวลำทก่ี ำหนด 2 8. เสรจ็ ตำมเวลำทีก่ ำหนด 2. สง่ งำนไมต่ รงตำมเวลำทีก่ ำหนด 1 3. ไม่สง่ งำน 0 เกณฑ์กำรประเมนิ ช่วงคะแนน % ระดบั คะแนน ควำมหมำย ช่วงคะแนน % ระดบั คะแนน ควำมหมำย 80-100 4 ดเี ยี่ยม 60-64 2.0 พอใช้ 75-79 3.5 ดีมำก 55-59 1.5 อ่อน 70-74 3 ดี 50-54 1.0 อ่อนมำก 65-69 2.5 ดพี อใช้ 0-49 0 ไมผ่ ่ำน
ตวั ช้ีวัดท่ี 1.2.3 ขอ้ 5 1.2.3 กลยทุ ธใ์ นการจดั การเรียนรู้ ขอ้ 5 เปน็ แบบอยา่ งท่ีดี แผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วทิ ยาลยั เทคนคิ นา้ พอง
เปน็ แบบอยา่ งท่ีดี ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณ
เปน็ แบบอยา่ งท่ีดี เสยี สละเพื่อสว่ นรวม อทุ ิศเวลา
เปน็ แบบอย่างท่ีดี เสยี สละเพื่อสว่ นรวม
ตัวชี้วดั ท่ี 1.2.4 1.2.4 คุณภาพผ้เู รยี น จานวนผเู้ รียนหรือผ้เู ข้ารบั การฝึกอบรมไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 มผี ลการพฒั นาคุณภาพเป็นไปตามค่า เปา้ หมายท่สี ถานศกึ ษากาหนด แผนกวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง
ตัวอยา่ งโปรแกรมทีใ่ ช้ https://www.flippity.net/qs.asp?k=1SFLHKA2FBuduPsri4EVO_hhXu0BOHPiPeanUm4B rKhQ
ตัวชวี้ ัดท่ี 1.3 ข้อ 1 1.3 การสรา้ งและการพัฒนา สอ่ื นวัตกรรม เทคโนโลยที าง การศกึ ษา และแหลง่ เรยี นรู้ ข้อ 1 การสร้างและพฒั นา สอ่ื นวตั กรรมเทคโนโลยีทาง การศึกษาและแหลง่ เรยี นร้นู าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรยี นหรอื ผู้เขา้ รับการอบรม สอดคล้องกับ เนือ้ หาสาระรายวิชาและจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198