Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม N-NET ระดับ ม.ต้น

เล่ม N-NET ระดับ ม.ต้น

Published by รมิตา ชนสูงเนิน, 2023-04-18 08:25:09

Description: รวมเล่ม N-NET ม.ต้น

Search

Read the Text Version

46 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 19. เหตุใดจงึ ตองมีการวิเคราะหความเปนไปไดข องแผนพฒั นาธุรกิจเชิงรุก ก. ดาํ เนนิ งานใหบ รรลตุ ามวัตถุประสงค ข. บคุ ลากรสามารถปฏิบตั ิไดเต็มความสามารถ ค. เตรยี มรับสถานการณที่อาจเกิดข้ึนไดใ นอนาคต ง. ตรวจสอบความเปน ไปไดกอ นที่จะเขียนเปนโครงการ 20. ขอ ใดกลาวถงึ การวางแผน ไดอยางถูกตอง ก. เปน เครอ่ื งค้ําประกันวาเปาหมายในการทํางานมโี อกาสบรรลเุ ปา หมายตามที่กาํ หนดไว ข. การใชค วามคิดมองจินตนาการ เตรียมวิธีการตาง ๆ เพ่ือคัดเลือกทางทดี่ ีท่สี ดุ ทางหนง่ึ ค. เปนเครอื่ งมือในการควบคุมงาน เพือ่ การตดิ ตามผลและตรวจสอบการปฏิบัตงิ าน ง. การเขยี นใหเหน็ ถงึ ประเด็นปญหาและนําไปสวู ัตถุประสงคของการปฏิบัตงิ าน 21. สกลรัตนเปนเจาของรานดอกไมสด ในการวิเคราะหศักยภาพธุรกิจ ขอใดตอไปนี้ไมถ ือเปนจดุ แข็งของสกลรัตน ก. ในทองถิ่นมผี ูป ระกอบกจิ การรา นดอกไมสด เชนเดยี วกัน 10 ราย ข. มีใจรกั ดานงานจดั ดอกไม ชอบงานบริการและการขาย ค. มีความรดู า นดอกไมเปนอยา งดี ง. ทาํ เลท่ตี ง้ั รานมีความเหมาะสม 22. การสาํ รวจความอุดมสมบูรณข องดินในบริเวณท่ตี อ งการทาํ ไรข า วสาลี คือการวเิ คราะหศักยภาพในดา นใด ก. ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษย ข. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ค. ศกั ยภาพของภูมิประเทศ และทําเลที่ต้ัง ง. ศกั ยภาพของศลิ ปวฒั นธรรมประเพณีและวถิ ีชีวติ 23. “หมูบานคลองสามวามีพื้นที่เปนที่ราบสูงใกลแหลงน้ํา เหมาะแกการปลูกผักคะนา” เปนการวิเคราะห ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในดานใด ก. ศกั ยภาพของพืน้ ที่ตามลกั ษณะภูมิอากาศ ข. ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษยในแตละพ้นื ท่ี ค. ศกั ยภาพของภมู ิประเทศและทาํ เลทีต่ งั้ ของแตละพืน้ ที่ ง. ศกั ยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชวี ติ ของแตล ะพนื้ ท่ี 24. ผูประกอบการตองทําส่ิงใด จึงจะไดผ ลผลิตหรือการบรกิ ารตามตองการ ก. การกาํ หนดทางเลอื กในการผลิตหรือการบรกิ าร ข. การวิเคราะหทุนปจจยั การผลิตหรือการบริการ ค. การกาํ หนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรอื การบรกิ าร ง. การวิเคราะหส ภาพแวดลอ มในการผลิตหรอื การบริการ

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 47 25. ขอ ใดคอื ความหมายของธรุ กจิ เชงิ รกุ ก. กระบวนการพัฒนาตลาดของสินคาหรอื บรกิ ารใหยอดขายคงอยหู รือมากข้นึ กวา เดมิ ข. สินคา /บรกิ ารที่ตอบสนองความตอ งการผบู ริโภค โดยผานกระบวนการการตลาดจากผผู ลิตไปยงั ผูใช ค. การวิเคราะหป จจัยการผลิตหรอื การบริการ เพ่ือใหทราบวาตองใชป จ จยั การผลิตใดที่มีความเหมาะสม ง. การทําธรุ กิจท่ีมุงใหเกิดการพัฒนาไมหยดุ อยูกับท่ี พัฒนาสินคาใหต รงตามความตองการของลูกคา ให มากทีส่ ดุ 26. ขอ ใดคอื กลยทุ ธการโฆษณาและสงเสรมิ การขาย ก. การแจกตัวอยา งสินคา ข. การจดั ทําบรรจภุ ัณฑทีส่ วยงาม ค. ต้ังราคาท่ีใกลเคยี งกบั ราคาคูแขง ขัน ง. วางขายสนิ คา ในรานคาแบบทันสมยั 27. การคดิ หาวธิ กี ารสง สนิ คาใหถึงมือลูกคา โดยเร็วทีส่ ดุ เปน กลยทุ ธการตลาดในดานใด ก. ราคาสนิ คา (Price) ข. สถานท่ีขายสนิ คา (Place) ค. สนิ คาหรือบริการ (Product) ง. การสงเสรมิ การขาย (Promotion) 28. ขอ ใดคอื ประโยชนของการเขียนโครงการพัฒนาอาชพี ใหม ีความเขมแข็ง ก. เพอื่ ใหแผนการพัฒนาอาชีพใหม คี วามเขมแขง็ ของตนมีจุดหมายปลายทาง ข. เพื่อใหม ีเงนิ หมุนเวยี นดีข้นึ หรือมคี าใชจายตา ง ๆ ลดลง โดยไมจาํ เปนตองทาํ บญั ชี ค. เพอ่ื ใหส ามารถสรางยอดขายเพ่ิมได และจะมลี ูกคาเพิ่มขึ้นโดยไมตองลงทนุ เพ่มิ ง. เพอ่ื ใหผ ผู ลิตไดทําตามความตองการของตนเองโดยไมต องสนใจตลาด 29. ขอ ใดไมใชพฤติกรรมที่ผูประกอบธรุ กิจพงึ ปฏิบตั ิ ก. นภาลยั ละเวนการประกอบธุรกิจท่ีผดิ ศลี ธรรมและทาํ ใหส ังคมเสอ่ื ม ข. หทัยรัตน ใหความเอาใจใสและบรกิ ารลกู คาทุกคนเทา เทยี มกนั ค. นิศารตั น โฆษณาสรรพคณุ ของสินคา เกินความเปนจรงิ ง. นวนิ ดา ทําบญั ชีรายรบั รายจา ยเงนิ อยา งรอบคอบ 30. “แผนงานยอ ยทปี่ ระกอบดวยกจิ กรรมหลายกิจกรรม หรือหลายงานที่ระบุรายละเอียดชัดเจน” ตรงกับ ความหมายของขอใด ก. แผน ข. กลยุทธ ค. โครงการ ง. กระบวนการ

48 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน สาระทกั ษะการดาํ เนินชีวิต ¾ รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ทช21001 ¾ รายวิชาสุขศกึ ษา พลศกึ ษา ทช211002 ¾ รายวิชาศลิ ปศกึ ษา ทช21003

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 49 รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง ทช21001 ขอบขา ยเน้อื หา 1. ความพอเพียง 2. การประกอบอาชีพอยา งพอเพียง 3. การวางแผนประกอบอาชีพแบบพอเพยี ง 4. เครือขายดําเนนิ ชวี ติ แบบพอเพียง สาระสําคญั เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลท่ี 9) ทรงพระราชดํารัสช้ีแนะแนวทางการดํารงอยูและการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับใหดําเนินชีวิต ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพ่ือใหก า วทันตอโลกยุคโลกาภิวัตน ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล รวมถงึ ความจําเปนทจี่ ะตองมรี ะบบภูมิคุมกันในตัวท่ีดพี อสมควรตอผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอกและภายใน ท้ังนี้จะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบและ ความระมัดระวังอยา งย่ิง ในการนําวิชาการตาง ๆ มาใชในการวางแผนและดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติใหมีสํานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริตและใหมีความรอบรู ที่เหมาะสมดําเนินชีวิตดวยความอดทน ความเพียร มีสติปญญาและความรอบคอบ เพื่อใหสมดุลและพรอม ตอการรองรับการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและกวางขวาง ท้ังดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรม จากโลกภายนอกไดเ ปนอยางดี ผลการเรียนรูท่คี าดหวงั 1. อธบิ ายแนวคดิ หลักการ ความหมาย ความสําคัญของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได 2. บอกแนวทางในการนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตใชในการประกอบอาชพี 3. เหน็ คณุ คา และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. แนะนาํ สงเสรมิ ใหสมาชิกในครอบครัวและชุมชนใหเหน็ คณุ คา และนําไปปฏิบัตใิ นการดําเนินชวี ติ

50 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน แบบทดสอบเศรษฐกจิ พอเพียง ทช21001 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ชุดที่ 1 คําสง่ั : จงทําเครอื่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถ่ี ูกตองท่ีสดุ 1. แนวคดิ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ที่สาํ คญั คือขอใด ก. ความอดทนอยางยิง่ ข. การปฏิบตั ทิ ยี่ ดึ ทางสายกลาง ค. ความประหยัดมธั ยัสถใ หม าก ง. การตดิ ตามเหตุการณใหม ๆ ตลอดเวลา 2. หลกั 3 หว ง 2 เง่อื นไข ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีองคประกอบใดบาง ก. พอกนิ พออยู พอใช มเี งนิ ออม มีความรู ข. ประมาณงาน ใชความคดิ รจู กั ปอ งกันตนเอง มีวินัย ค. พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู คิ ุมกนั ในตวั ทด่ี ี โดยใชความรูคูคณุ ธรรม ง. ลดรายจาย ประหยดั ใชของคุมคา มหี ลกั ประกนั และความเพยี ร 3. หากตองการกําจดั แมลงศตั รูพืชในแปลงผัก ควรทําอยางไร ก. ซือ้ ยาฆา แมลงมากาํ จัด ข. ถามจากรา นขายยาฆา แมลง ค. ทาํ ตามคําบอกเลาของผูใหญทีเ่ คยทํามา ง. ถามผูรู เชน เกษตรตําบลหรืออานหนังสือ 4. ขอ ใดเปนการจัดการทรัพยากรทมี่ อี ยูของชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ก. ชมุ ชนรว มมือกนั ผลติ พืชผลเพื่อการคา ข. ปลกู พชื เลย้ี งสัตวช นิดเดยี วกนั ทกุ ครวั เรือน ค. จา งแรงงานภายในชมุ ชน เพ่ือใหค นในชมุ ชนมีรายได ง. ปลูกพชื เล้ยี งสตั วต างชนดิ กันตางคนตา งขาย 5. ขอใดเปนการนาํ หลกั ความพอประมาณไปใชใ นการประกอบอาชพี ก. กีรติ มเี งิน 10,000 บาท แลวนาํ เงนิ ไปลงทนุ ขายอาหาร 5,000 บาท ข. ธาดา ตองการเปดรานขายอาหารอสี านในหมบู าน จงึ ขายท่ีดินแลวนาํ เงินมาลงทนุ 20,000 บาท ค. ปกรณ เปด รานขายเส้อื ผา โดยไปยมื เงินจากญาติพี่นองมา จํานวน 10,000 บาท ง. ภรณั ยู มีเงินทุน 20,000 บาท และไปกเู งินธนาคารอีก 10,000 บาท มาลงทุนเปดรานขายอะไหล รถยนต 6. หลักการลงทนุ ในขอ ใดทสี่ อดคลองกับแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง ก. มีเงนิ เทา ใดกล็ งทนุ เทาน้ัน ข. ไมล งทุนเกินความสามารถ ค. ยอมกูเงินจนเปน หน้ีเพ่ือขยายกิจการ ง. กเู งินใหม าก เพราะธุรกจิ ยอมมคี วามเสี่ยงตลอดเวลา

คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 51 7. ขอ ใดกลาวถึงการนําหลกั “ความมเี หตผุ ล” ไปใชใ นการประกอบอาชีพไดถกู ตอง ก. ประกอบอาชีพที่เหมาะกับความสามารถของตนเอง ข. ประกอบอาชีพทเี่ หมาะสมกบั ปญหาของครอบครัว ค. ประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพของภูมิอากาศ ง. ประกอบอาชีพที่เหมาะกับปญหาของชุมชน 8. การประกอบอาชีพโดยมีการเตรยี มการรองรับเหตุการณท ี่อาจเกดิ ข้ึนโดยไมค าดคดิ เปน การนําหลักการใด มาใช ก. มีภมู คิ ุมกันในตวั ทดี่ ี ข. พอประมาณ ค. ประหยดั ง. มเี หตผุ ล 9. การประกอบอาชพี ทม่ี กี ารศกึ ษาคนควาขอ มลู เกีย่ วกบั อาชีพนั้นเสมอ เปนการนําเง่ือนไขขอ ใดมาใช ก. ความรู ข. คุณธรรม ค. ความมีเหตผุ ล ง. ความมภี ูมิคุมกนั ในตัวทด่ี ี 10. การประกอบอาชพี โดยยึดหลักมีภมู ิคุมกันท่ดี ีตรงกับขอใด ก. รูเ หตุ รูผ ล ข. รูเ ขา รูเรา ค. รจู ักประมาณตน ง. เรียนรูอดตี ปรับใชป จ จบุ นั คาดการณอนาคต 11. ปญหาเศรษฐกิจแบบฟองสบูของไทย มีสาเหตุมาจากปจ จัยใดมากทสี่ ุด ก. การขยายตัวทางดา นเกษตรกรรม ข. การขยายตวั ทางดานอุตสาหกรรม ค. การขยายตัวของการลงทุนจากนกั ลงทนุ ตางชาติ ง. การขยายตวั ทางดา นการลงทุนดา นอสงั หาริมทรพั ย 12. การสรางความสมดลุ ของแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเนนใหเ กิดกบั ส่ิงใดมากท่ีสดุ ก. ความสมดลุ ระหวางมนุษยก บั ส่ิงแวดลอ ม ข. ความสมดุลระหวางสินคาตา งประเทศกับสนิ คา ไทย ค. ความสมดุลระหวา งอุตสาหกรรมกบั เกษตรกรรม ง. ความสมดุลของความเจริญทางเทคโนโลยีกบั ภมู ปิ ญ ญาไทย 13. ทฤษฎีใหมกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงตองการพัฒนาความเปนอยูของประชาชนในระดับใด มากที่สุด ก. ประชาชนที่มีฐานะยากจน ข. ประชาชนทีม่ ฐี านะคอนขางรํ่ารวย ค. ประชาชนทีม่ ฐี านะคอ นขางยากจน ง. ประชาชนทีม่ ฐี านะระดับปานกลาง

52 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 14. ความพอเพยี งในจิตใจ หมายความวา อยา งไร ก. การพออยู พอมี พอกนิ ข. มีความประพฤติทดี่ งี าม ค. ปฏบิ ัตงิ านดวยความซื่อสัตยส ุจรติ ง. สามารถเผชิญกับความยากลําบากอยา งเขมแขง็ 15. “ภรณั ยู ทํานาและปลกู ไมผ ลเพือ่ ใหเพยี งพอตอการบริโภคตลอดทง้ั ป” จากขอความนี้ภรัณยูดําเนนิ ชีวิต ตามแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงดา นใด ก. ความมเี หตุผล ข. ความพอประมาณ ค. การประหยัดอดออม ง. การมีภูมคิ ุมกันในตวั ท่ดี ี 16. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งนีไ้ ดรับการเชิดชูสูงสดุ จากองคก รใด ก. องคการสหประชาชาติ (UN) ข. องคการสันนบิ าตโลก ค. องคการการคาโลก ง. องคการยเู นสโก 17. เง่อื นไขคุณธรรมในขอใดทีไ่ มควรมตี ามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ก. ความซ่อื สัตยส ุจรติ ข. ความตระหนี่ ค. ความเพียร ง. ความขยนั 18. ขอใดจัดไดว า เปน สมดุลแหงชีวิต ก. นายขาวไปทํางานในโรงงาน สง เงินมาหาเลยี้ งครอบครัว ข. นายดาํ จา งคนทําสวนเก็บผลผลติ ไวกิน เหลอื กนิ ก็สงขาย ค. นายเขยี วเปนคนรักครอบครัว ทาํ งานหาเงินเล้ียงดูครอบครัว ง. นายแดงปลกู ผกั ไวกิน เหลือกินก็ขายขางบาน สรา งรายไดอีกทาง 19. ขอใดคือผลสําคัญทีส่ ุดจากการที่เกษตรกรหนั มาใชเกษตรทฤษฎใี หม ก. ทําใหเกษตรกรสามารถใชประโยชนสงู สดุ จากที่ดนิ ของตนเอง ข. ทาํ ใหเ กษตรกรรจู กั การเพาะปลูกแบบใหมทนี่ าสนใจ ค. ทําใหเกษตรกรไดผ ลผลิตที่มากและหลากหลาย ง. ทําใหเ กษตรกรมรี ายไดเลยี้ งตนเองไดตลอดป 20. การทาํ เกษตรตามแนวทฤษฎีใหมมีการจัดสรรพ้นื ทใ่ี นอัตราสวนเทาใด ก. 30 : 30 : 20 : 20 ข. 40 : 20 : 20 : 20 ค. 30 : 30 : 30 : 10 ง. 40 : 30 : 20 : 10

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 53 21. “ทางสายกลาง” ตามหลักคาํ สอนของพระพุทธศาสนาคือขอใด ก. อริยสจั 4 ข. โอวาท 3 ค. หิรโิ อตตปั ปะ ง. มัชฌมิ าปฏปิ ทา 22. โลกมกี ารพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยตู ลอดเวลา เราควรปฏิบัติตัวอยางไร ก. จดั หาเทคโนโลยีทีท่ นั สมยั ข. ศึกษาหาความรูอยูส ม่ําเสมอ ค. พฒั นาเทคโนโลยีขึ้นมาใชเ อง ง. จา งผเู ชีย่ วชาญมาสอนเทคนิคใหม ๆ 23. ความพอเพยี งระดบั ชมุ ชน ควรเนน ย้าํ เร่ืองใด ก. การรวมกลุมเปน สมาคม ข. การดแู ลธุรกิจครัวเรือนใหม ั่งคง่ั ค. การขยายเครอื ขายอาชีพตาง ๆ ของชุมชน ง. การรวมกลุมกันทาํ ประโยชนเพอื่ สว นรวม 24. เง่อื นไขการตัดสินใจและดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ใหอยใู นระดับพอเพียงตองอาศยั ส่ิงใด ก. ความรู และคุณธรรม ข. ความรู และความมเี หตุผล ค. ความมเี หตุผล และความพอประมาณ ง. คุณธรรม และการมภี มู คิ ุมกนั ในตวั ท่ดี ี 25. การมภี ูมิคุมกันในตัวที่ดหี มายถงึ อะไร ก. ความรูเกี่ยวกับวิชาการตาง ๆ ท่เี ก่ียวของอยา งรอบดาน ข. การตัดสนิ ใจดาํ เนินการเรือ่ งตาง ๆ อยางมีเหตุผลตามหลักวิชา ค. ความพอดตี อความจําเปนและเหมาะสมของตนเอง สังคม และสิ่งแวดลอ ม ง. การเตรียมตวั และเตรียมใจใหพรอ มรบั กับการเปล่ียนแปลงและผลกระทบในทุก ๆ ดาน 26. การดาํ เนินชีวติ ประจําวนั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทเ่ี รียกวา พออยู พอกนิ หมายถงึ ขอใด ก. กินอยตู ามมตี ามเกดิ ไมพึ่งใคร ข. กินอยจู ากส่ิงที่หาไดภายในบา นเทา นน้ั ค. กนิ อยูตามกําลงั ฐานะ ไมเปนหนเ้ี ปนสนิ ง. กินอยจู ากทรัพยสนิ ที่บรรพบุรุษหาไวให 27. “เงอ่ื นไขคุณธรรม” ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งคอื ขอใด ก. ซอื่ สัตย เมตตา กรุณา อดทน ขยนั ข. ซือ่ สัตย สุจริต เมตตา กรุณา อดทน ค. ขยนั อดทน แบงปน เมตตา กรณุ า มั่นคง ง. ซอ่ื สัตย สจุ ริต สติปญ ญา ขยัน อดทน แบงปน

54 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 28. ขอใดคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เนน เร่อื งการต้ังอยใู นความไมป ระมาท ก. ทางสายกลาง ข. การเสรมิ สรา งคุณภาพคน ค. ความสมดลุ และความยั่งยนื ง. ความพอประมาณอยา งมเี หตุผล 29. โครงการใดตอไปน้ีไมใชโครงการพฒั นาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ก. โครงการสง เสรมิ ประเพณี วฒั นธรรม ข. โครงการอนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ ค. โครงการอนุรักษภมู ปิ ญ ญาทองถิน่ ง. โครงการสง เสรมิ สนิ คา OTOP 30. เพราะเหตุใดการทําบญั ชีครัวเรอื นจึงเรยี กวาเปนการนอมนําเอาปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช ก. เพราะทาํ ใหส ามารถวางแผนการเงนิ ได ข. เพราะบัญชีชาวบา นทําใหคนรจู กั พอเพยี ง ค. เพราะเปนการสงเสรมิ ใหร จู ักพอประมาณ ง. เพราะเปนการปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมการใชเ งิน

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 55 แบบทดสอบเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช21001 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ชุดท่ี 2 คาํ สั่ง : จงทําเคร่ืองหมาย ลอมรอบคําตอบที่ถูกตองที่สดุ 1. คํานยิ าม “ความพอเพียง” ประกอบดว ยคุณลักษณะขอใดบาง ก. ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล และการมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ข. ความขยนั ความซื่อสัตย ความอดทนตอ ส่ิงเรา รอบตวั ค. ความรัก ความเอ้ืออาทร และความเสียสละ ง. ความเมตตา และมีคณุ ธรรมประจําใจ 2. “ความรอบคอบในความคิด พจิ ารณาตดั สินใจโดยใชสติปญญาอยา งเฉลยี วฉลาดในทางทีถ่ ูกที่ควร” ตรงกบั ความหมายของขอใด ก. ความพอเพียง ข. ความมีเหตุผล ค. ความพอประมาณ ง. ความขยันหม่นั เพยี ร 3. “การท่จี ะทาํ อะไรอยา งไมเสยี่ งเกินไป” ตรงกับความหมายของขอ ใด ก. ความพอเพียง ข. ความมเี หตุผล ค. ความพอประมาณ ง. การมีภมู คิ ุมกนั ในตวั ทด่ี ี 4. ขอ ใดคือการรูจกั ใชแ ละจัดการทรัพยากรทีม่ ีอยูอยางชาญฉลาดและรอบคอบมากท่ีสดุ ก. นาํ นา้ํ ท่ผี านการใชแลว ในครัวเรือนเทลงในแมนาํ้ ลาํ คลอง ข. ซื้อพืชผกั สวนครวั ในซุปเปอรมารเ กต็ เพอ่ื ความสะอาด ปลอดภยั ค. เก็บออมเงนิ สว นท่เี หลือจากการบริโภคไวเ สยี่ งโชคกับสลากกินแบงรัฐบาล ง. นาํ พืชผักสวนครัวที่เพาะปลกู ไดมาบริโภค แบงปนเพ่ือนบา น บางสว นนําไปขาย 5. บคุ คลใดใชทรัพยากรอยางมีประสทิ ธภิ าพและไมสง ผลกระทบตอสง่ิ แวดลอม ก. จริ ายุ ทําผลไมแชอ ่ิมขายโดยใสสผี สมอาหารใหดูนากิน ข. โยธิน จา งแรงงานชาวตางดาวมาชว ยทํางานในไร ค. ภูริช เพาะเหด็ ฟางจากวสั ดเุ หลอื ใชในไรน า ง. วิชญะ เลี้ยงไกช น และนําไปชนในบอ นชนไก 6. หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมีความสาํ คญั อยา งไร ก. ทาํ ใหประชาชนมีความสามคั คี รักใครป รองดองกัน ข. ทําใหป ระชาชนมสี ภาพความเปนอยูท่ีไมแตกตางกัน พออยูพอกิน ค. เปนแนวทางใหป ระชาชนสามารถดํารงชีวติ แบบพออยพู อกิน และสามารถพึง่ พาตนเองได ง. มผี ลดีตอ การสง เสริมอาชีพใหกับประชาชนชาวไทยทุกคน โดยไมเลือกวยั และฐานะความเปนอยู

56 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 7. ปญ หาสําคญั ท่สี ุดของภาคการเกษตรคือขอใด ก. การขาดแคลนแรงงาน ข. การขาดแคลนทนุ ทรัพย ค. ความไมมน่ั คงทางการเมือง ง. ความไมแนน อนของดนิ ฟา อากาศ 8. การสรางความพอเพียงดานจิตใจของประชาชน หนวยทางสังคมใดท่ีมีบทบาทสําคัญที่สุดในการสราง ความพอเพียง ก. ศาสนา ข. การปกครอง ค. การศกึ ษา ง. ครอบครวั 9. การปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ขอใดที่นกั ศึกษาควรยึดเปนแนวทางในการดาํ เนินชวี ิต ก. ประกอบอาชีพดว ยความสุจริต ข. นาํ ทรัพยากรมาใชอยา งรูคุณคา ค. ใชความรใู นการพัฒนาภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ง. มีความประหยัด ลดความฟุมเฟอ ยในการดาํ รงชวี ิต 10. ความพอประมาณ หมายถึงขอใด ก. ความพอดที ี่ไมนอยเกนิ ไปและไมมากเกินไป โดยไมเ บยี ดเบียนตนเองและผอู ืน่ ข. ความพอดีที่ไมน อยเกินไป ตนเองสามารถอยูไดอยา งสุขสบาย ค. ความพอดที ี่ไมมากเกนิ ไปและไมเ บยี ดเบยี นตนเอง ง. ความพอดที ่ีไมนอยเกินไป เสียสละใหแกผูอ่ืน 11. “การคาํ นึงถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดข้ึนจากการกระทําน้นั ๆ อยางรอบคอบ” ขอ ความนีห้ มายถึงขอใด ก. ความรู ข. คุณธรรม ค. ความมเี หตุผล ง. การมีภูมคิ ุมกันในตวั ท่ดี ี 12. ขอ ใดกลา วถงึ “หลกั การของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” ไดถูกตอ งที่สดุ ก. แนวทางการแกไขปญหาเศรษฐกจิ ของชาวนา ข. เนนเฉพาะการแกไขปญหาดานการคาและการลงทุน ค. แนวปฏิบตั ิท่ที กุ คนสามารถนําไปประยุกตใชในชีวติ ประจําวนั ได ง. นาํ มาใชแกปญหาขาดแคลนวตั ถดุ บิ เพ่ือปอนโรงงานอุตสาหกรรม

คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 57 13. ขอ ใดเปนความพอเพยี งระดบั ชุมชนท่ีเขมแข็ง ก. สหกรณหมบู า นเปน สหกรณท่ีมคี วามม่งั คั่งรํ่ารวย ข. ลัดดาวัลยช วนเพอ่ื น ๆ ออมเงิน แลวนาํ ไปฝากธนาคาร ค. ทรงวฒุ ิเปน ผจู ัดการบริษัทสง ออกกลวยไมไปตางประเทศ ง. กํานนั นําชาวบานผลิตสนิ คา หนง่ึ ตาํ บลหน่ึงผลิตภณั ฑ 14. “หลัก 4 พ” การดํารงชีวิตสวนตัวและชีวิตการงาน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสําหรับขาราชการ คอื อะไร ก. พ่งึ ตนเอง พอดี พอเพยี ง พอใจ ข. พอทน พง่ึ ตนเอง พอดี พอเพียง ค. พรอมเพรียง พอดี พอเพียง พอใจ ง. พอประมาณ พอดี พอเพยี ง พอใจ 15. ปญหาเศรษฐกิจแบบฟองสบูของไทย มสี าเหตุมาจากปจ จัยใดมากทส่ี ุด ก. การขยายตวั ทางดา นเกษตรกรรม ข. การขยายตัวทางดา นอุตสาหกรรม ค. การขยายตัวของการลงทุนจากนกั ลงทุนตางชาติ ง. การขยายตวั ทางดานการลงทุนดานอสังหารมิ ทรัพย 16. ถา นักศึกษาเปนมนุษยเ งนิ เดอื น มีรายไดเ พียงเดือนละ 1 ครั้ง จะแบง เงนิ ใชจ า ยบริโภคอยางไรจงึ จะย่ังยืน ก. ใชคนเดยี วรอยละ 80 ใหค รอบครวั รอ ยละ 20 ข. เมอื่ ไดรบั เงนิ เดือนก็จะซื้อส่งิ ทอี่ ยากไดท้ังหมด ค. แบง คร่งึ หนง่ึ ไวใชจ าย และอกี ครงึ่ หนงึ่ ไวเก็บออม ง. แบง เงนิ เปน สวน ๆ คอื แบง ใชจา ยสว นตวั และครอบครวั รอยละ 70 ทําบุญทําการกุศลรอยละ 5 เกบ็ ออมรอยละ 10 ชวยเหลอื /ซ้อื ส่งิ ของ ดูหนงั ฟงเพลงรอ ยละ 15 17. “ความเปน อยพู อสมควรตามอัตภาพ” สอดคลองกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรือ่ งใด ก. การพ่งึ ตนเอง ข. การมคี ุณธรรมในจิตใจ ค. การพัฒนาตนเองอยูเสมอ ง. การพัฒนาความพรอมของคน 18. หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งถูกนํามาใชใ นประเทศไทยสืบเนื่องมาจากปญ หาใด ก. ปญ หายาเสพติด ข. ปญหาการวางงาน ค. ปญหาขาดแคลนท่ีดนิ ทํากิน ง. ปญหาวิกฤตการณทางเศรษฐกิจ

58 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 19. การพง่ึ พาอาศยั กนั ทางเศรษฐกจิ ในประเทศมีสาเหตุมาจากอะไร ก. ความแตกตา งในปจจยั ภมู ิศาสตร ข. ความสามารถในการผลิตที่แตกตา งกนั ค. เปน ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ง. ถกู ทุกขอ 20. แนวคดิ ทฤษฎใี หมใหความสําคัญกบั การจัดการทรพั ยากรใดมากทส่ี ดุ ก. มนุษย ข. ทรัพยากรน้ํา ค. ทรัพยากรดนิ ง. ทรพั ยากรปาไม 21. ขอ ใดไมใชวิธกี ารเลอื กใชท รัพยากรทม่ี ีอยูใหเกิดความยั่งยืนสูงสดุ ก. การทาํ ไรนาสวนผสมและการเกษตรผสมผสาน ข. การเลี้ยงปลาในรอ งสวน ในนาขา วและแหลง นา้ํ ค. การเผาตอซังขา วเพื่อเตรียมดินสาํ หรับปลกู ขา วรอบใหม ง. การทําปุยหมักปยุ คอกและใชวสั ดเุ หลอื ใชเปน ปจ จัยการผลติ ปุย 22. “การทาํ มาหากินของมนุษยและการแบงหนาท่ีการทํางานของคนในสังคม ทําใหสามารถดํารงชีวิตในสังคมได” ตรงกบั ความหมายของขอ ใด ก. หลักการดาํ เนนิ ชีวิต ข. การประกอบอาชีพ ค. การจัดระเบยี บทางสังคม ง. การปฏิบัติตามแบบแผนของสังคม 23. บุคคลใดเปน ผปู ระกอบอาชีพอิสระดานการผลติ ก. รจุ กิ ร เปด รา นซกั อบรดี ค. ลาภวัต เปดรานอาหารตามสั่ง ข. วโรดม เปน พนกั งานบรษิ ัท ง. เดโชชัย รับจา งทําความสะอาด 24. บคุ คลใดประกอบอาชีพรับจา ง ก. ฐิติกา ขายอาหารตามสง่ั ข. ณฐั นิชา เลี้ยงกบในบอ ซีเมนต ค. ณัฐวภิ า เปน พนักงานธนาคาร ง. ณชิ กานต เปน แมคา ขายผักในตลาดสด 25. ขอใดสอดคลองกับหลกั การ “ทฤษฎใี หม” ก. มีความรู มที ักษะอาชพี และมีความรับผิดชอบตอทรพั ยากรในชุมชน ข. มีความพอเพียง รวมพลงั กนั ในรูปกลุม และสรา งเครือขาย ค. มที กั ษะอาชีพ และมีทักษะการดาํ เนนิ ชวี ติ ง. มคี วามรู มคี วามสามารถ มีคุณธรรม

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 59 26. การเกษตรทฤษฎใี หมขัน้ ท่ี 1 เนน เรือ่ งใด ก. การผลติ ข. การบรโิ ภค ค. การรวมกลุม ง. การดาํ เนินธรุ กิจ 27. การเกษตรทฤษฎีใหมข้นั ท่ี 2 เนนเรอ่ื งใด ก. การผลติ ข. การบริโภค ค. การรวมกลุม ง. การดําเนินธุรกจิ 28. การเกษตรทฤษฎีใหมข ัน้ ท่ี 3 เนน เรือ่ งใด ก. การผลติ ข. การบรโิ ภค ค. การรวมกลมุ ง. การดาํ เนนิ ธุรกิจ 29. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ขอใดท่ีเจาะจงดําเนินการพัฒนาและบํารุงรักษาตนน้ําลําธาร ในบริเวณปาเขาในภาคเหนอื ก. โครงการหลวง ข. โครงการตามพระราชดาํ ริ ค. โครงการตามพระราชประสงค ง. โครงการในพระบรมราชานเุ คราะห 30. ภูมคิ มุ กนั และรูเทาทนั โลก หมายถึงอะไร ก. มคี วามรอบคอบ ข. รเู ทา ทันการเปล่ยี นแปลงจากส่ิงแวดลอมภายนอก ค. ความซอื่ สตั ยส จุ ริต ง. ลดผลกระทบอันเกิดจากความผันผวนของโลกภายนอก

60 คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน รายวชิ าสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ทช21002 ขอบขา ยเน้ือหา 1. การพัฒนาการของรา งกาย 2. สุขภาพทางเพศ 3. สารอาหาร 4. สขุ ภาพทางกาย 5. โรคระบาด 6. ยาแผนโบราณและยาสมุนไพร 7. การปอ งกันสารเสพติด 8. อนั ตรายจากการประกอบอาชีพ 9. ทักษะชวี ติ เพื่อการสื่อสาร 10. อาชพี แปรรูปสมนุ ไพร สาระสําคญั เปนความรูเจตคติท่ีดีการปฏิบัติเก่ียวกับการดูแลสงเสริมสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในการ ดําเนินชวี ติ ผลการเรยี นรูที่คาดหวงั 1. อธิบายธรรมชาติการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย 2. บอกหลักการดูแลและการสรา งพฤติกรรมสขุ ภาพที่ดีของตนเองและครอบครวั 3. ปฏบิ ัติตนในการดูแล และสรา งเสริมพฤตกิ รรมสุขภาพทีด่ ีจนเปน กิจนสิ ัย 4. ปอ งกนั และหลกี เล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงตอ สขุ ภาพและความปลอดภัยดวยกระบวนการทักษะชีวิต 5. แนะนาํ การปฏบิ ัตติ นเกย่ี วกบั การดูแลสุขภาพและการหลีกเลยี่ ง 6. ปฏิบัตติ นดูแลสุขอนามยั และสง่ิ แวดลอ มในชมุ ชน

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 61 แบบทดสอบสุขศกึ ษา พลศกึ ษา ทช21002 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ชุดท่ี 1 คําสั่ง : จงทําเครือ่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทีถ่ ูกตองท่ีสุด 1. ขอใดเปนอวัยวะท่ีทาํ หนาที่ขับถายของเสยี ทั้งหมด ก. ตับ ลําไสเ ล็ก กระเพาะอาหาร ข. ตบั ลาํ ไสเล็ก ลาํ ไสใ หญ ค. ผิวหนงั ปอด ลาํ ไสเล็ก ง. ผิวหนัง ปอด ไต 2. การกระทาํ ขอใดของพอแมที่สง ผลตอ การเจรญิ เติบโตทางดา นอารมณที่เหมาะสมของเด็กมากที่สุด ก. สหฤทัย ใหเวลาเอาใจใสดูแลลูก ข. สจั จพร ใหลกู เรยี นพิเศษทุกวนั ค. หทัยภทั ร ซ้อื ของเลนราคาแพงใหลูกเลน ง. พรจรสั หาโรงเรียนที่ดที ส่ี ดุ ใหลกู เรียน 3. ขอ ใดเปน การปฏบิ ัตใิ นการรักษาสุขอนามยั ทางเพศท่ีถูกตอง ก. ปนสุดา ลงวายนํา้ ทะเลขณะมีประจาํ เดือน ข. แพรวโพยม ออกกําลังกายตอนแสงแดดจา เพื่อรับวิตามินดี ค. สธุ าสินี คดิ วา สวิ เปนเรื่องธรรมชาติไมจําเปนตองรักษา ง. ลลิตา เปลี่ยนผาอนามัยบอ ยครั้งขณะมีประจําเดอื น 4. ขอ ใดเปนการคุมกาํ เนดิ แบบถาวร ก. ศศิวิมล ฉดี ยาเพ่ือไมใหต้ังครรภ ข. ศรุดา ใหห มอผาตัดเพ่ือทาํ หมัน ค. สาธิตา กนิ ยาคุมตามทหี่ มอกําหนด ง. หฤทยั ใชถ ุงยางอนามัยทกุ คร้ังทม่ี ีเพศสมั พันธ 5. ขอใดเปนประโยชนของการรับประทานอาหารตามหลกั โภชนาการ ก. ทําใหรา งกายเจริญเติบโตตามวัย ข. ทําใหสามารถเลือกซื้ออาหารในราคาถูก ค. ทาํ ใหเปลี่ยนแปลงรายการตามความตองการ ง. สามารถเลอื กรับประทานอาหารตามความชอบ 6. กลามเนื้อชนิดใดท่ีมีลักษณะแตกก่ิงกานและสานกัน สามารถสงกระแสไฟฟาผานจากเซลลหนึ่งไปยัง เซลลอ น่ื ๆ ได ก. กลา มเนอ้ื ลาย ข. กลา มเนอื้ เรียบ ค. กลามเนื้อนอง ง. กลา มเน้ือหวั ใจ

62 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 7. ระบบไหลเวียนโลหติ เปรียบเสมือนระบบใด ก. ระบบการขนสง ค. ระบบจัดการ ข. ระบบชีวภาพ ง. ระบบนิเวศ 8. ขอ ใดตอ ไปน้ีไมใชการดูแลสขุ ภาพตามหลัก 5 อ. ก. กนิ อาหารท่มี ีประโยชนและเหมาะสม ข. อารมณแปรปรวน โมโห หงดุ หงิดงาย ค. ออกกาํ ลังกายใหร างกายแข็งแรง ง. สดู อากาศบรสิ ุทธ์ิ 9. สารท่หี ล่งั ออกมาในขณะที่ออกกําลังกายมชี อ่ื เรียกวาอะไร ก. โพรเจสเทอโรน ข. เอสโทรเจน ค. เอน็ ดอรฟน ง. มอลโทส 10. สาเหตุการบาดเจ็บจากการออกกําลังกายคอื ขอใด ก. เลนอยางประมาทโลดโผน ค. ขาดความรเู ร่ืองกฎ กตกิ า ข. สภาพอากาศไมเ อือ้ อํานวย ง. อปุ กรณทไี่ มท ันสมยั 11. ขอ ใดเปน วธิ ีการปองกนั โรคติดตอในชมุ ชนไดอยา งย่ังยนื ก. ระดมคนในชมุ ชนรวมกนั ทําความสะอาดชุมชน ข. นําหนวยแพทยม ารักษาประชาชนในชมุ ชนทกุ 3 เดอื น ค. ใหค วามรแู ละสรา งความตระหนักแกคนในชมุ ชน ง. ประชาสมั พนั ธเสยี งตามสายเมื่อมโี รคระบาดในชุมชน 12. ขอ ใดเปน แนวทางการปอ งกนั การติดสารเสพติดของวัยรุนท่ีดีทสี่ ุด ก. การออกกฎกตกิ าบงั คับ ข. การควบคุมความประพฤติ ค. กาํ หนดใหท าํ กจิ กรรมในเวลาวา ง ง. ใหความมน่ั ใจและนบั ถือในตนเอง 13. ขอ ใดเปน ความหมายของทักษะชีวิตที่ถูกตอง ก. ความสามารถในการทําใหบุคคลอ่ืนมีความสขุ ไดแ ละเชื่อถือตนเองได ข. ความสามารถในการทําใหผอู ื่นเชื่อถือในสิ่งทตี่ นเองพดู ไดและมีความสขุ ไดดว ยตนเอง ค. ความสามารถในการแกไขปญหาท่ีเกิดขึ้นในชีวติ ประจาํ วนั และอยูรวมกับผูอื่นอยา งมีความสขุ ง. ความสามารถในการอยูใ นสังคมไดตามความตองการของตนเองและใหบุคคลอ่ืนยอมรบั นับถือ

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 63 14. ภากร บรรยายใหผรู บั ฟง เขาใจเหมอื นเขาไปอยใู นสถานการณด วยตนเอง ภากร มีทักษะในขอใด ก. การแกปญหา ข. การเขาใจผูอ่ืน ค. การตระหนักรใู นตน ง. การสื่อสารอยางมปี ระสิทธภิ าพ 15. ขอใดคือหนาท่ีของระบบผวิ หนงั ก. รกั ษาอณุ หภูมขิ องรา งกายใหคงท่ี ข. พยุงโครงสรา งของรางกาย ค. รักษาความชุมช้ืนของรางกาย ง. สังเคราะหว ติ ามนิ ดีจากแสงแดด 16. การคุมกําเนิดวิธใี ดทป่ี องกนั การต้ังครรภและการตดิ เชือ้ HIV ก. การรับประทานยาคุมกาํ เนดิ ข. การหล่ังอสจุ ิภายนอก ค. การนบั ระยะปลอดภยั ง. การใชถงุ ยางอนามยั 17. ขอ ใดหมายถงึ ภาวะทพุ โภชนาการ ก. ความบกพรอ งทางพันธุกรรม ข. ทําใหเ ปนโรคหัวใจและหลอดเลอื ด ค. การเลือกกนิ ตามความชอบและไมชอบ ง. ไดรับสารอาหารนอย บกพรอ งทางการกนิ 18. ขอใดคอื สาเหตุการตายทส่ี ําคัญที่สดุ ของคนไทยในปจจุบัน ก. โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด ข. โรคจากพันธกุ รรม ค. โรคตับ ง. โรคไต 19. เพราะเหตุใดจงึ ตองมีการกาํ หนดรายการอาหารใหเ หมาะสมกบั วยั ก. เพราะแตล ะวยั เลือกบริโภคไมถูกตอง ข. เพราะแตละวัยขาดสารอาหารบางประเภท ค. เพราะแตละวยั เลอื กบรโิ ภคอาหารไมเ หมือนกนั ง. เพราะแตล ะวัยมีความตองการสารอาหารทแี่ ตกตา งกนั 20. ขอ ใดเปนปจจัยสําคญั อันดบั แรกทีเ่ ปนสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลอื ดหัวใจ ก. กรรมพันธุ ข. ขาดการออกกําลังกาย ค. ทานอาหารทีม่ ไี ขมันสงู ง. ไมค วบคุมน้าํ หนกั ของตนเอง

64 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 21. โรคที่ตดิ เชื้อจากไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) คือสาเหตุของโรคใด ก. โรคไขเ ลอื ดออก ข. โรคมาลาเรีย ค. โรคไขห วดั ง. โรคซารส 22. ภาวะช็อกปอ งกันไดโดยวธิ ีใด ก. ด่มื สารละลายเกลือแรโ ออารเ อส ข. ใหเ กล็ดเลือด ค. ใหไอโอดนี ง. ด่ืมนา้ํ ตมสุก 23. ขอใดคือวิธีการปฏิบัติตนเพื่อปองกนั โรคโควดิ -19 ไดดีท่สี ุด ก. หลกี เล่ยี งการไปทองเที่ยวสถานทม่ี ีอากาศหนาวเย็น ข. ไมร ับประทานอาหารดิบ ค. รับประทานอาหารทปี่ รุงสุกใหม ๆ ง. ลางมือและใสห นา กากอนามยั 24. ยาสมนุ ไพรตามพระราชบญั ญัติยามีความหมายตรงกับขอใด ก. ยาท่ไี ดจ ากพชื สตั วห รอื แรธาตุ ไมไดปรงุ หรอื แปรสภาพ ข. ยาทีอ่ าศยั ความรจู ากการจาํ ตาํ รา เรียนรสู ืบตอ กนั มา ค. ยาทีไ่ มใชก ารศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร ง. ยาที่กระทรวงสาธารณสขุ ประกาศรบั ข้นึ ทะเบียน 25. ขอใดกลาวไมถกู ตองเกยี่ วกับอนั ตรายจากการใชยาสมุนไพร ก. ดอก ใบ ราก ผล ของพชื สมนุ ไพรมีฤทธิบ์ าํ บัดโรคไดเหมือนกัน ข. ผใู ชต อ งมคี วามรู ความแนใ จในการใชพชื ชนดิ น้นั ๆ ค. สงั เกตอาการแพหรอื ส่งิ ผิดปกตหิ ลงั การใช ง. ตอ งใชใหถูกขนาด ถกู วิธี และถกู โรค 26. ขอ ใดคือการสังเกตอาการขาดยาของผูท่ีตดิ สารเสพติด ก. กระสบั กระสาย ควบคุมตนเองไมได ข. ชอบสวมแวน ตากนั แดดตามแฟช่ัน ค. ปวยเปน โรคความดันโลหิตตํ่า ง. เกยี จครา นไมช อบทาํ งานบาน 27. ขอใดคืออันตรายรา ยแรงของแอมเฟตามีนหรือยาบา ก. หลอดเลอื ดในสมองแตก หวั ใจวาย ข. ต่นื เตน พูดมาก หัวใจเตน เร็ว ค. เวียนศีรษะ นอนไมหลับ ง. ปวดทอง ชกั หมดสติ

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 65 28. ขอใดเปนวธิ ีทด่ี ีท่ีสดุ ในการปองกันไมใหล กู หลานตกเปน ทาสยาเสพตดิ ก. ปองกนั หนวยงานราชการ ข. ปองกันเพื่อนบา น ค. ปอ งกันบุคคลอนื่ ง. ปอ งกนั ครอบครัว 29. ขอ ใดไมจ ดั วา เปน สาเหตุของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ ก. การปฏิบัตติ ามคําเตือน ขอบังคับตา ง ๆ ข. ใชเ ครื่องมือทชี่ าํ รดุ หรือผิดประเภท ค. ประมาท รเู ทาไมถ ึงการณ ง. ไมส วมอปุ กรณป องกนั 30. สถานทปี่ ฏิบตั งิ านทีป่ ลอดภัยควรมีลกั ษณะอยางไร ก. เครือ่ งจักรสมบรู ณแ ข็งแรง ข. แสงสวา งไมเ พยี งพอ ค. ระบายอากาศไมดี ง. มีสภาพรกรงุ รัง

66 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบทดสอบสุขศึกษา พลศึกษา ทช21002 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ชุดที่ 2 คําส่ัง : จงทาํ เครือ่ งหมาย ลอมรอบคําตอบทถ่ี กู ตองท่ีสดุ 1. ในรา งกายของคนเรามีกลา มเนือ้ อยูทงั้ หมดก่ีมัด ก. 475 มดั ข. 564 มดั ค. 656 มดั ง. 885 มัด 2. กลามเนื้อแบง ตามลกั ษณะรปู รางและการทํางานไดก ี่ชนิด อะไรบา ง ก. 2 ชนิด คอื กลามเนื้อออน และกลา มเน้ือแข็ง ข. 2 ชนดิ คอื กลา มเนื้อแข็ง และกลามเน้ือเรียบ ค. 3 ชนดิ คอื กลา มเนื้อออ น กลามเนอื้ ลาย และกลา มเน้ือเรียบ ง. 3 ชนิด คือ กลามเนื้อลาย กลามเนื้อเรยี บ และกลา มเนอ้ื หัวใจ 3. ขอ ใดไมใชหนา ที่การทํางานของระบบโครงกระดูก ก. ประกอบเปนโครงรา ง ค. เปน ทีย่ ดึ เกาะของกลามเนื้อ ข. ลาํ เลียงอาหารเขาสูร างกาย ง. เปน ท่ีสรางเมด็ เลือด 4. ระบบใดในรางกายทาํ หนา ท่ลี ําเลียงอาหารทย่ี อยสลายแลว ไปเลยี้ งเซลลต าง ๆ ของรา งกาย ก. ระบบไหลเวยี นเลอื ด ข. ระบบขบั ถา ยปสสาวะ ค. ระบบประสาท ง. ระบบตอมไรทอ 5. ขอใดคอื หนาท่ีของหลอดเลอื ดดาํ ก. นาํ เลือดแดงจากหวั ใจไปเล้ยี งเซลลต าง ๆ ของรา งกาย ข. เปนตวั กลางแลกเปลย่ี นสารตาง ๆ ระหวางเซลลและหลอดเลอื ดฝอย ค. นาํ เลือดทใี่ ชแลว จากสว นตาง ๆ ของรางกายกลบั สูห ัวใจ แลว สง ไปฟอกทปี่ อด ง. เปนท่แี ลกเปลีย่ นอาหาร กาซ และของเสียตาง ๆ ระหวางเลอื ดกบั เซลลของรา งกาย 6. ขอใดคอื การปองกันตนเองจากภาวะโภชนาการเกินที่ถูกตอง ก. ลดอาหารทีท่ ําจากไขมันสัตวและกะทิ ข. เล่ียงอาหารรสเค็มจดั และหวานจดั ค. ออกกําลังกายอยา งสมํ่าเสมอ ง. ถูกทุกขอ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 67 7. โรคอว นมีความสมั พันธกบั ขอใดมากท่สี ุด ก. อายุ ข. นาํ้ หนกั ค. สวนสงู ง. สารอาหาร 8. ขอ ใดคือโรคที่เกดิ จากยงุ กนปลอ งท่มี ีการระบาดทางภาคใต หากข้ึนสมองทําใหเ สียชวี ิต ก. โรคมาลาเรยี หรือไขจบั สน่ั ข. โรคไขหวัดใหญ ค. อหวิ าตกโรค ง. โรคซารส 9. การปอ งกันตนเองจากสารเสพตดิ ทําไดโ ดยวธิ ีใด ก. ไมทดลองใชย าเสพตดิ ทุกชนิด ข. เมอื่ มปี ญหาชวี ติ ปรึกษาผูใ หญ ค. เลือกคบเพ่ือนท่ดี ี ง. ถูกทุกขอ 10. สารเสพตดิ ชนิดใดท่ีทาํ ใหเ ด็กทเ่ี กดิ มามีความพิการ สมองถูกทําลาย เปนโรคสมองเสื่อม ก. สารระเหย ข. เฮโรอีน ค. กัญชา ง. ยาอี 11. ขอ ใดตอ ไปนก้ี ลา วไดถูกตองเก่ียวกบั กระบวนการหายใจ ก. ตรวจสภาพปอดดวยการเอก็ ซเรย อยา งนอ ยปล ะ 1 ครัง้ ข. เปน การกําจดั กา ซคารบอนไดออกไซดออกจากรางกาย ค. ปกตคิ นเราจะหายใจประมาณ 16-20 ครงั้ ตอ นาที ง. เปนแหลงเกิดพลังงานของรา งกาย 12. ขอ ใดเปนแนวทางการปองกันการตดิ สารเสพตดิ ของวยั รนุ ที่ดีทสี่ ดุ ก. การออกกฎกติกาบงั คบั ข. การควบคุมความประพฤติ ค. กําหนดใหท าํ กจิ กรรมในเวลาวาง ง. ใหค วามมนั่ ใจและนับถือในตนเอง 13. ขอใดกลาวถงึ หลกั โภชนาการในวัยเด็กไดถูกตอง ก. ควบคมุ จาํ กดั ปริมาณอาหารจาํ พวกโปรตีน ข. ใหน ํา้ หวานอัดลมและลูกกวาดสีสวย ๆ ค. เสริมวติ ามินดว ยการทานวันละ 1 ครัง้ ง. ใหนมสด ขาวไขเ จยี ว และผลไมสด

68 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 14. ขอใดกลา วไมถกู ตองเกยี่ วกับการดแู ลโภชนาการของวยั ชรา ก. ลดกลมุ คารโบโฮเดรตและนาํ้ ตาล ข. เพม่ิ กากใยอาหารดวยผักและผลไม ค. ควรลดโปรตีนจากเนอ้ื สัตวใหนอยลง ง. ด่มื นาํ้ วนั ละ 2 ลิตรและเสรมิ ดว ยชา กาแฟ 15. ขอ ใดเปน วิธกี ารปองกันโรคติดตอ ในชมุ ชนไดอยา งยั่งยนื ก. ระดมคนในชมุ ชนรวมกันทาํ ความสะอาดชุมชน ข. นาํ หนว ยแพทยมารักษาประชาชนในชุมชนทุก 3 เดือน ค. ใหความรแู ละสรา งความตระหนกั แกคนในชุมชน ง. ประชาสมั พันธเ สียงตามสายเมื่อมโี รคระบาดในชมุ ชน 16. ขอใดไมจัดอยูในหลกั การปรงุ อาหารท่ีถูกสขุ ลกั ษณะ ก. สุกเสมอ ข. สงวนคณุ คา สะอาดปลอดภยั ค. สะดวกสบาย ง. 17. ขอ ใดคือหลักการใชย าแผนโบราณทถ่ี ูกตอ ง ก. ซ้อื ยาแผนโบราณจากรถเรขายตามบาน ข. เปนยาท่ีกระทรวงสาธารณสขุ ประกาศขึ้นทะเบียน ค. ใชรกั ษาตามอาการวถิ โี รคศลิ ปแผนโบราณ ง. ซ้ือจากรานขายยาท่ีมใี บอนุญาตและเลขทะเบยี น 18. ขอ ใดกลาวไมถกู ตองเกย่ี วกบั อนั ตรายของสารสเตยี รอยดท ่ีผสมอยูในยาแผนโบราณ ก. ทําใหเกดิ แผลในกระเพาะอาหาร ข. กระดูกผกุ รอนและเปราะงา ย ค. สรางภมู ิคมุ กนั ใหร า งกาย ง. ทําใหความดันโลหติ สูง 19. หากเกิดบาดแผลหรือลมพษิ วธิ ีการใชย าสมุนไพรทีเ่ หมาะสมคือขอใด ก. ดมื่ ยาสมุนไพรตม ข. ชงหญา หนวดแมวดื่ม ค. ดืม่ ยาสมุนไพรใสเ หลาขาว ง. ใชวานหางจระเขท าปด แผล 20. ยาเสพตดิ ใหโทษประเภทใดมีจาํ หนา ยทร่ี า นขายยา มีประโยชนท างการแพทยแ ละมโี ทษนอ ย ก. ประเภทที่ 1 เฮโรอีน ยาอี ข. ประเภทที่ 5 กัญชา กระทอ ม ค. ประเภทท่ี 2 มอรฟ น เพทิดีน ง. ประเภทท่ี 3 ยาแกไอ ยาโคเดอีน

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 69 21. ขอควรปฏิบัตติ วั ในการเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดอทุ กภยั คือขอใด ก. ใชสิ่งของปองกันตัวและรองขอความชวยเหลือ ข. โทรศพั ทขอคาํ ปรกึ ษาจากหนวยงานรัฐ ค. รบี หาสถานท่สี งู ภูเขาหรอื อาคารสูง ง. สวมเส้ือชูชพี เตรียมไว 22. หากสารเคมเี ขาตา ควรทําอยางไรเปน ขัน้ ตอนแรก ก. ใชผาปด แผลปดตาหลวม ๆ ข. รีบนาํ ผบู าดเจบ็ ไปพบแพทย ค. จับใหน่ังหรือนอนในทา ท่สี บาย ง. รีบลา งตาโดยใหน้ําสะอาดไหลผานลูกตา 23. ขอใดคือการปรุงสมนุ ไพรโดยการสกดั ตัวยาดว ยนาํ้ รอนและเปนวธิ ีท่นี ิยมใชมากท่สี ุด ก. การใชน ้ํามนั ข. การดองเหลา ค. การตม ง. การชง 24. การออกกําลงั กายมีประโยชนดา นใดชดั เจนทีส่ ดุ ก. ทางดานสขุ ภาพ ข. เพื่อใหตัวเองดูดี ค. เพอ่ื สรางแรงจูงใจ ง. เพอื่ การยอมรับในสังคม 25. ขอใดคอื อาการท่ีเดนชดั ของโรคอหวิ าตกโรค ก. อาการทอ งรว ง อาเจยี น ข. ไอ ปวดศรี ษะ หายใจลาํ บาก ค. วิงเวยี นศรี ษะ ออนเพลยี มีไขสูง ง. ตวั รอ น หนาวสัน่ ปวดเมอื่ ยกลา มเนื้อ 26. ขอใดคอื วธิ กี ารปองกันการลว งละเมดิ ทางเพศ ก. สนใจเร่ืองเพศมาก ข. กลับบานไมตรงเวลา ค. แตง กายมิดชิดเหมาะสม ง. เที่ยวในสถานบนั เทงิ บอยครั้ง 27. สารสเตียรอยดท ่ีผสมอยูในยาชนดิ ตาง ๆ กอใหเ กดิ อันตรายตอ รา งกายไดมากมาย ยกเวน ขอ ใด ก. ทําใหภ มู ิคมุ กันรา งกายต่าํ ข. ทาํ ใหสุขภาพจติ แจมใสข้นึ ค. ทําใหเ กิดแผลในกระเพาะอาหาร ง. ทาํ ใหกระดกู ผุกรอ นและเปราะงาย

70 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 28. ประเภทของสารเสพติดแบง ไดเปน กป่ี ระเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 7 ประเภท 29. ปจ จยั ใดทีส่ ง ผลตอ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษยนอ ยทีส่ ุด ก. พันธกุ รรม ข. ส่ิงแวดลอม ค. โภชนาการ ง. การศกึ ษา 30. ขอใดคือลักษณะท่ีไมส ามารถถายทอดทางพันธุกรรมได ก. สีผิว ข. อารมณ ค. ทศั นคติ ง. โรคจติ เภท

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 71 รายวชิ าศิลปศึกษา ทช21003 ขอบขา ยเนอ้ื หา 1. ทัศนศิลปไทย 2. ดนตรีไทย 3. นาฏศิลปไ ทย 4. นาฏศลิ ปไทยกับการประกอบอาชพี สาระสําคัญ มีความรูความเขาใจ มีคุณธรรม จริยธรรม ช่ืนชม เห็นคุณคาความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ ม ทางทัศนศลิ ปไทย ดนตรไี ทย นาฏศิลปไ ทย และวเิ คราะหไดอยางเหมาะสม ผลการเรียนรูท ค่ี าดหวงั 1. อธิบายความหมายของธรรมชาติ ความงาม ความไพเราะของทัศนศิลปไทย ดนตรีไทยและ นาฏศิลปไ ทย 2. อธิบายความรูพ น้ื ฐานของ ทศั นศิลปไ ทย ดนตรไี ทย และนาฏศลิ ปไทย 3. สรางสรรคผ ลงานโดยใชความรูพน้ื ฐาน ดา น ทัศนศลิ ปไ ทย ดนตรไี ทย และนาฏศลิ ปไทย 4. ช่ืนชม เหน็ คุณคา ของ ทศั นศลิ ปไ ทย ดนตรไี ทย และนาฏศลิ ปไทย 5. วเิ คราะห วิพากย วิจารณ งานดา นทัศนศิลปไ ทย ดนตรีไทย และนาฏศิลปไทย 6. อนรุ กั ษส ืบทอดภูมปิ ญ ญาดานทศั นศลิ ปไ ทย ดนตรไี ทย และนาฏศลิ ปไ ทย

72 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบทดสอบศลิ ปศกึ ษา ทช21003 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ชดุ ที่ 1 คาํ ส่ัง : จงทาํ เคร่อื งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ถี ูกตองท่ีสุด 1. “วงปพาทยนางหงส” นยิ มใชบรรเลงในงานใด ก. งานพระราชพิธี ข. งานมงคล ค. งานศพ ง. งานรื่นเริง 2. “ระนาดเอกเหล็ก” เปนเครื่องดนตรีท่ปี ระดิษฐข้นึ ในรชั กาลใด แหง กรุงรัตนโกสนิ ทร ก. รชั กาลท่ี 5 ข. รัชกาลท่ี 6 ค. รัชกาลที่ 4 ง. รชั กาลที่ 3 3. “อังกะลงุ ” เปนเครื่องดนตรีของประเทศใดกอนที่จะเขา มาในประเทศไทย ก. ลาว ข. เขมร ค. พมา ง. อนิ โดนเี ซยี 4. ขอ ใดเปนวงดนตรพี ื้นบา นภาคอีสาน ก. วงปพ าทยชาตรี ข. วงปพาทยน างหงส ค. วงรองเง็ง ง. วงกันตรมึ 5. ขอ ใดเปน นาฏศลิ ปไ ทยของภาคเหนือ ก. โปงลาง ข. ฟอ นเลบ็ ค. ราํ มโนราห ง. รํากลองยาว 6. ดนตรีไทยไมมกี ารบนั ทกึ เปน ตัวโนต ในการบรรเลง แตมกี ารถายทอดภูมปิ ญ ญาทางดนตรีโดยใชอะไร ก. ใชก ารปฏิบตั กิ ารทางดนตรใี หเรียนรู ข. ใชการบอกตอ กนั มา ค. ใชบรรทัด 5 เสน ง. ใชค ีย

คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 73 7. “กรรเจยี กจอน” หมายถึงขอใด ก. จอนหู ข. ผานุง ค. ชายแครง ง. กาํ ไลแผง 8. ราํ วงมาตรฐาน มีววิ ฒั นาการมาจากการแสดงขอใด ก. รํากรับ ข. ราํ กลอน ค. รํากลอง ง. ราํ โทน 9. ขอใดเปน ววิ ัฒนาการจาก “รําวง” เปน “รําวงมาตรฐาน” ก. บง บอกความสนกุ สนาน ข. ใชเ ครือ่ งดนตรีฉ่ิง กรับ ค. รําตามกนั เปนวงกลม ง. ทารําวงเปน แบบฉบับ 10. ราํ วงมาตรฐาน “ทา แขกเตาเขารัง” ใชกับเพลงใด ก. งามแสงเดือน ข. ดวงจนั ทรขวัญฟา ค. ดวงจนั ทรว ันเพ็ญ ง. คนื เดือนหงาย 11. องคป ระกอบทางทัศนศิลปในขอใดเปนสว นทเ่ี ล็กทส่ี ุด ซง่ึ เปนสว นเร่มิ ตน ไปสสู วนอื่น ๆ ก. พ้นื ผิว ข. เสน ค. จุด ง. สี 12. ขอใดคือลักษณะของเสน ทีใ่ หความรูส กึ แข็งแรง สงู เดน สงางาม นาเกรงขาม ก. เสน ตัดกัน ข. เสนตรงแนวตัง้ ค. เสนตรงแนวเฉียง ง. เสนตรงแนวนอน 13. ขอใดคอื ลักษณะของเสนที่ใหความรูส ึกออนโยนนุมนวล ก. เสน ขด ข. เสน ประ ค. เสนคด ง. เสน โคง

74 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 14. ขอใดคอื แมส วี ัตถธุ าตุ ก. สีเขยี ว สีแดง และสีเหลอื ง ข. สีแดง สเี หลือง และสนี ้าํ เงนิ ง. สแี ดง สเี หลือง สเี ขียว และสีนํา้ เงิน ค. สแี ดง สีเหลอื ง สเี ขยี ว และสีมว ง 15. ในวชิ าศลิ ปศึกษา คาํ วา “ทศั นศิลป” มคี วามหมายตรงกับขอ ใด ก. ศลิ ปะการรับรูดว ยการดู ข. ศิลปะการรบั รูดว ยการฟง ค. ศลิ ปะการรบั รูดว ยการแสดง ง. ศลิ ปะการรับรดู ว ยการมองเห็น 16. การวาดภาพสีนาํ้ ควรเลือกใชวัสดุในขอ ใดมากที่สดุ ก. ผาใบ ข. ผนังปูน ค. กระดาษ ง. กระดาน 17. การปน การแกะ และการหลอ เปนการสรา งสรรคผ ลงานของทัศนศิลปแ ขนงใด ก. สถาปตยกรรม ข. ประตมิ ากรรม ค. จติ รกรรม ง. ภาพพมิ พ 18. ในการแกะสลักท่วั ไป ชา งนยิ มแกะบนวัสดุใด ก. ไมสัก ค. ดินเหนยี ว ข. พลาสติก ง. ทองเหลือง 19. ทศั นศิลปแ ขนงสถาปต ยกรรม ตรงกับขอใด ก. ภาพตน ไม ข. ภาพเหรียญตาง ๆ ค. รูปปน หลวงพอ โต ง. องคพระปฐมเจดีย 20. ทัศนศิลปแ ขนงประตมิ ากรรม ตรงกบั ขอใด ก. ภาพเจดีย ข. ภาพทิวทัศน ค. พระพทุ ธรูป ง. บานไทยโบราณ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 75 21. ศิลปะไทยแบบทวาราวดีมศี นู ยกลางอยูท่ใี ด ก. นครปฐม ข. ลพบรุ ี ค. ธนบรุ ี ง. ไชยา 22. พระโพธสิ ัตวอ วโลกเิ ตศวรเปนศลิ ปะไทยแบบใด ก. แบบโคโลเนียล ข. แบบทวาราวดี ค. แบบศรีวิชยั ง. แบบลพบุรี 23. ดนตรไี ทยไดแ บบอยา งมาจากชาติใด ก. ฟลปิ ปน ส ข. อนิ โดนีเซีย ค. อนิ เดีย ง. จีน 24. ขอใดเปนการฟงอยางเขาใจ ก. เกวลี ฟง เพลงไทยแลว สามารถรอ งตามได ข. ปาจรีย ฟง เพลงไทยแลว สามารถจําเนือ้ รองได ค. ภัทรสดุ า ฟงเพลงไทยแลวสามารถบอกคุณคา และความไพเราะได ง. ภสั สร ฟง เพลงไทยแลว สามารถบอกองคประกอบของดนตรีได 25. ขอใดไมใชค ุณคาของดนตรีที่เปนภูมปิ ญ ญาทองถิ่น ภูมปิ ญญาไทย ก. เปน เอกลักษณประจําชาติ ข. เปน มรดกทางวฒั นธรรม ค. เปน เครอ่ื งบงบอกความมอี ารยธรรม ง. เปนสอื่ กลางในการพฒั นาทักษะทางภาษา 26. ทศั นศิลปแ ขนงจติ รกรรม ตรงกับขอใด ก. บทละคร ข. บา นทรงไทย ค. ภาพทิวทศั น ง. เครือ่ งปน ดนิ เผา 27. กรมศลิ ปากรประดิษฐท ารําการเลียนแบบทา สตั วเพ่ือใชป ระกอบการแสดง ยกเวน ขอใด ก. การแสดงโขน ข. การแสดงละคร ค. การแสดงระบําชดุ เอกเทศ ง. การแสดงประกอบการฟอน

76 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 28. ขอ ใดกลา วถกู ตองเก่ียวกบั “ภาษาทา ” ของนาฎศลิ ปไทย ก. ภาษาทา เปน ภาษาตายตัวเปลย่ี นแปลงไมได ข. ภาษาทา เปนการแสดงออกโดยใชท าราํ เพยี งอยางเดียว ค. ภาษาทา เปนทา รําทีด่ ัดแปลงมาจากทา ทางโดยธรรมชาตขิ องมนุษย ง. ภาษาทาเปน ภาษาสากลท่ที ุกชาตทิ กุ ภาษาใชภ าษาทา ในการแสดงเหมือนกัน 29. ละครในมักนําบทละครเร่ืองใดมาเลน ก. อเิ หนา ข. สังขทอง ค. รามเกียรติ์ ง. ขุนชา งขุนแผน 30. ลกั ษณะการเดนิ ของนาฏศลิ ปไทยคือขอใด ก. ลลี าการใชท า ราํ ข. ทา ราํ ประกอบดนตรี ค. เร่อื งราวทน่ี าํ มาแสดง ง. ละครอิงประวัตศิ าสตร

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 77 แบบทดสอบศลิ ปศกึ ษา ทช21003 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน ชดุ ที่ 2 คําส่ัง : จงทาํ เคร่อื งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถี่ กู ตองที่สุด 1. ขอใดคอื รูปแบบการแสดงนาฏศิลป ภาคใต ก. เพลงเก่ียวขา ว ข. เพลงบอก ค. เซิ้งกระหยัง ง. ฟอ นเทยี น 2. ขอ ใดเปนการอนุรักษนาฏศิลปไทยไดดีที่สดุ ก. เพญ็ พสิ ุทธ์ิ วาดรูปนางรําไทยเพ่ือสง ประกวด ข. ภาคนิ ี นําหลกั สูตรรําวงมาตรฐานมาอา นเพ่อื สอน ค. ภานุมาศ ผลิตเพลงพื้นบานเพ่ือขาย ง. มุขสดุ า พิมพเ น้ือเพลงงามแสงเดือนเพอ่ื แจก 3. เครอ่ื งกํากับจังหวะในการแสดงหนังตะลุง คือขอใด ก. โหมง ข. ฉงิ่ ค. กลอง ง. ทบั 4. รําวงมาตรฐานมที ้ังหมดกเี่ พลง ก. 9 เพลง ข. 10 เพลง ค. 7 เพลง ง. 8 เพลง 5. “งานจิตรกรรมไทย” มีลักษณะเปน แบบใด ก. คตนิ ิยม ข. ธรรมคติ ค. คติพจน ง. อุดมคติ 6. ขอใดคือประติมากรรมไทยท่เี กดิ ข้ึนจากความเช่ือ ความศรทั ธา ก. ตกุ ตาดินปน ข. หนุ กระบอก ค. พระพทุ ธรูป ง. หวั โขน

78 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 7. ขอใดคือประตมิ ากรรมไทยพวกเครื่องประดบั ตกแตง ก. กระถางตนไม ข. พระพทุ ธรปู ปางตา ง ๆ ค. ลวดลายของฐานเจดยี  ง. วัสดุจากเปลือกหอย 8. สถาปตยกรรมที่เกยี่ วของกับศาสนาคือขอใด ก. เรือนเคร่ืองสับ ข. เรอื นเคร่ืองผูก ค. พระราชวงั ง. หอไตร 9. ศลิ ปะไทยทีเ่ กิดขน้ึ ในราว พ.ศ. 500-1200 คอื ศิลปะไทยแบบใด ก. แบบลพบุรี ข. แบบศรีวชิ ยั ค. แบบอยธุ ยา ง. แบบทวาราวดี 10. ขอใดคือศลิ ปะแบบลพบรุ ี ก. พระปรางคสามยอด ข. พระบรมธาตุไซยา ค. สถปู วัดมหาธาตุ ง. พระปฐมเจดยี  11. บคุ คลในขอใดเปนผกู อ ต้ังวงปพาทยดึกดําบรรพ ก. พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยหู วั ข. สมเดจ็ กรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ ค. พระยาประสานดุริยศัพท ง. หลวงประดิษฐไ พเราะ 12. ขอ ใดคอื เพลงทีห่ ลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) ไดประพันธข ้ึน ก. โหมโรงคลน่ื กระทบฝง ข. วิวาหพระสมุทร ค. ลาวเสีย่ งเทยี น ง. เขมรไทรโยค 13. บคุ คลใดเปนผปู ระดิษฐเ ครื่องดนตรี “องั กะลุง” ก. ศร ศิลปะบรรเลง ข. ชิ้น ศลิ ปบรรเลง ค. มนตรี ตราโมท ง. บญุ ยงค เกตุคง

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 79 14. ในงานศพ มกั นิยมใชวงปพาทยชนิดใด ก. วงปพาทยช าตรี ข. วงปพ าทยไมนวม ค. วงปพ าทยนางหงส ง. วงปพ าทยดึกดาํ บรรพ 15. ในวงดนตรีไทยจดั ใหเพลงใดเปนเพลงหนาพาทยชั้นสูงสุด ก. เพลงตระเชิญ ข. เพลงสาธกุ าร ค. เพลงองคพ ระพริ าพ ง. เพลงตระเทวาประสิทธ์ิ 16. นาฏศิลปเ ปน ศลิ ปะตามคัมภีรนาฏะ ประกอบไปดวยศลิ ปะ 3 ประการ ไดแกขอใด ก. การฟอนรํา การดนตรี การขับรอ ง ข. การฟอนราํ การดนตรี การละคร ค. การดนตรี การละคร การขบั รอง ง. การละคร การขบั รอง การฟอ นราํ 17. ความหมายในขอ ใดทตี่ รงกับการรําตามบทรอง บทเจรจา และบทพากย ก. นาฏยศัพท ข. การราํ ตีบท ค. การราํ ภาษาทา ง. การรําแสดงอารมณ 18. ผทู ่แี ตง บทรองเพลงงามแสงเดือน ชาวไทย ราํ มาซิมารําและเพลงคนื เดือนหงาย ไดแกข อใด ก. กรมศลิ ปากร ข. ครูเอ้ือ สุนทรสนาน ค. จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ง. ทานผหู ญิงละเอยี ด พบิ ลู สงคราม 19. เพลงรําวงมาตรฐานที่ใชท าราํ พรหมส่หี นา คอื ขอใด ก. บูชานกั รบ ข. หญงิ ไทยใจงาม ค. ดอกไมข องชาติ ง. ยอดชายใจหาญ

80 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 20. เพลงรําวงมาตรฐานท่ีใชทารําชางประสานงา คือขอใด ก. ดอกไมของชาติ ข. หญิงไทยใจงาม ค. ยอดชายใจหาญ ง. ดวงจนั ทรขวญั ฟา 21. ปช วา เปน เคร่ืองดนตรที ่ีมตี น กําเนดิ มาจากชาตใิ ด ก. มาเลเซยี ข. อนิ โดนเี ซยี ค. ฟลิปปนส ง. บรูไน 22. กลองมลาย เปน เครือ่ งดนตรีท่มี ตี นกําเนิดมาจากชาตใิ ด ก. มาเลเซีย ข. อินโดนีเซีย ค. ฟลิปปนส ง. บรูไน 23. ขิม เปน เคร่ืองดนตรที ี่มีตน กําเนดิ มาจากชาติใด ก. มาเลเซีย ข. เมียนมา ค. ลาว ง. จีน 24. ขอใดคอื เครอื่ งดนตรีในวงปพาทย ก. ระนาดเอก ข. กลองโนรา ค. สะลอ ง. โหวด 25. ขอ ใดไมใชเ ครอ่ื งดนตรใี นวงมโหรี ก. ซอสามสาย ข. กระจับป ค. รํามะนา ง. ฉาบ 26. วรรณคดีไทยรุงเรืองที่สุดในยุคใด ก. รชั กาลท่ี 2 ข. รัชกาลท่ี 4 ค. รชั กาลท่ี 5 ง. รชั กาลที่ 6

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 81 27. ในการแสดงโขน นิยมแสดงในเรือ่ งใด ก. อิเหนา ข. รามเกยี รต์ิ ค. นางสบิ สอง ง. โสนนอ ยเรือนงาม 28. เพลงรํามาซิมาราํ ใชท าราํ ใดในการรําประกอบเพลง ก. รําสาย ข. แขกเตา เขา รัง ค. ชกั แปง ผดั หนา ง. สอดสรอ ยมาลา 29. บคุ คลใดประกอบอาชพี การละเลน พืน้ เมืองของภาคกลาง ก. ศภุ นดิ า มอี าชีพเปนหมอลาํ ข. สริ ธี ร มีอาชพี เปน นางเอกลเิ ก ค. เหมสดุ า มอี าชีพเปน นักพากยหนังตะลงุ ง. วราภรณ มอี าชีพเปน นางไหในวงโปงลาง 30. ขอ ใดไมใชค ณุ ลกั ษณะของผูป ระกอบอาชีพการแสดง ก. มีรูปรา งหนาตาดี มฐี านะมั่นคงร่ํารวย ค. มีความถนัดทางศลิ ปะการแสดง ข. มจี ินตนาการสงู มีความคดิ สรางสรรค ง. มอี ารมณออนไหว

82 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน สาระความรพู ้ืนฐาน ¾ รายวชิ าภาษาไทย พท21001 ¾ รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาํ วัน พต21001 ¾ รายวิชาคณิตศาสตร พค21001 ¾ รายวิชาวทิ ยาศาสตร พว21001

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 83 รายวิชาภาษาไทย พท21001 ขอบขา ยเนือ้ หา 1. การฟง การดู 2. การพดู 3. การอา น 4. การเขยี น 5. หลักการใชภาษา 6. วรรณคดี และวรรณกรรม 7. ภาษาไทยกบั การประกอบอาชพี สาระสาํ คัญ 1. การอานเปนทักษะทางภาษาท่ีสําคัญเพราะชวยใหสามารถรับรูขาวสารและเหตุการณตาง ๆ ของสงั คม ทาํ ใหปรับตัวไดก บั ความเจริญกา วหนา ทางวิทยาการตาง ๆ สามารถวิเคราะห วิจารณและนําความรู ไปใชในชีวิตประจาํ วนั ได 2. การเขียนเปนการส่อื สารทจี่ ัดระบบความคิด การเลือกประเด็น การเลือกสรรถอยคําเพื่อถายทอด เปนตวั อักษรในการสือ่ ความรู ความคิด ประสบการณ อารมณ ความรูสึก จากผเู ขียนไปยงั ผูอา น 3. การฟง การดู และการพูด เปนทักษะที่สําคัญของการสื่อสารในการดําเนินชีวิตประจําวัน จงึ จําเปน ตอ งเขาใจหลักการเบ้อื งตน และตอ งคํานึงถงึ มารยาทในการฟง การดูและการพูดดวย 4. การใชภาษาไทยใหถูกตองตามหลักภาษา ทําใหเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปญญาของคนไทย จงึ ตองตระหนักถึงความสาํ คญั ของภาษาและตองอนรุ ักษภาษาไทยไวเปน สมบัติของชาติสบื ตอไป 5. การใชทักษะทางภาษาไทยในการแสวงหาความรู การเขาใจระดับของภาษาสามารถใชคําพูด และเขยี นไดด ี ทําใหเกิดประโยชนตอ ตนเองและสวนรวม 6. วรรณคดีไทยเปนมรดกของภาษาและวัฒนธรรมที่มีคุณคา เปนมรดกทางปญญาของคนไทย แสดงถงึ ความรุงเรืองของวัฒนธรรมทางภาษา เปนการเชิดชูความเปน อารยะของชาติ ผลการเรยี นรูท ค่ี าดหวงั 1. จับใจความสําคัญ และเลาเรื่องได ตีความได อานในใจและอานออกเสียง วิเคราะห วิจารณ ประเมินคาได เลือกหนงั สอื และสารสนเทศได มมี ารยาทในการอา นและมนี สิ ยั รักการอา น 2. อธิบายการเขียนเบื้องตนได เขียนเรียงความ ยอความ เขียนจดหมาย เขียนโตแยง เขียนรายงาน เขียนคําขวัญ เขียนประกาศ เขียนเชิญชวน กรอกแบบรายการ แตงคําประพันธ บอกคุณคาของถอยคําภาษา และสามารถเลอื กใชถ อยคาํ ในการประพันธ เขยี นอา งองิ เขยี นเลขไทยไดถ ูกตองสวยงาม 3. บอกหลักเบือ้ งตน และจุดมุงหมายของการฟง การดูและการพดู ได และสามารถพูดในโอกาสตาง ๆ ได

84 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 4. บอกลักษณะสําคัญของภาษาและการใชภาษาในการส่ือการ ใชพจนานุกรมและสารานุกรม ในชวี ติ ประจาํ วันได 5. บอกชนิดและหนา ทขี่ องคาํ ประโยค และนําไปใชไ ดถูกตอง 6. ใชเ คร่อื งหมายวรรคตอน อกั ษรยอ คําราชาศพั ท หลักการประชมุ การอภิปราย การโตวาที 7. บอกความหมายของวรรณคดีและวรรณกรรม องคประกอบและรูปแบบลักษณะเดนของวรรณคดีได 8. บอกความหมายของวรรณกรรมมุขปาฐะ และวรรณกรรมลายลักษณไ ด 9. บอกความหมายและลักษณะเดนของวรรณกรรมทองถิ่น ประเภทรูปแบบของวรรณกรรมไทย ปจจุบนั ได 10. อา นวรรณคดแี ละวรรณกรรม บอกแนวความคิด คานิยม คณุ คา หรอื แสดงความคิดเหน็ ได 11. บอกลักษณะสําคัญและคุณคาของเพลงพ้ืนบาน และบทกลอมเด็กพรอมท้ังรองเพลงพื้นบาน และบทกลอมเดก็ ได

คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 85 แบบทดสอบภาษาไทย พท21001 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน ชุดท่ี 1 คําสั่ง : จงทําเครือ่ งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ีถูกตองท่ีสดุ 1. ขอ ใดเปนเครื่องมือสําคญั ในการโฆษณา ก. เครือ่ งใชสํานักงาน ข. เครื่องมอื ส่ือสาร ค. การขนสง ง. ตัวสนิ คา 2. ขอใดแสดงถึงการมีมารยาทในการฟง ก. อลงกรณ สนใจเร่ืองที่พดู มาก จึงซกั ถามผูพูดอยางละเอียด ยืดยาว ข. วทิ วัส ถึงทีป่ ระชมุ กอนจงึ เลือกนัง่ แถวหนา ค. วิศรตุ ซอ้ื อาหารเขา ไปรบั ประทานในท่ปี ระชมุ เพ่ือไมใหเ สยี เวลาในการฟง ง. วรี ภทั ร ฟงไมรเู ร่ืองจงึ เอาหนงั สอื มาอานเลน 3. สํานวนใดตอ ไปนี้ท่ีไมเ ก่ยี วของกบั การพูด ก. น้ําลดตอผุด ข. น้ําไหลไฟดับ ค. นํ้าทว มปาก ง. น้ําทวมทงุ ผกั บงุ โหรงเหรง 4. ขอ ใดเปนความจําเปนอันดับแรกสาํ หรบั นักพดู ทด่ี ี ก. รักษาเวลาในการพูด ข. เตรียมตวั กอนการพูด ค. แตงกายสภุ าพ สวยงาม ทนั สมยั ง. ใบหนา ย้มิ แยมแจม ใส เปน กันเอง 5. ขอใดเรยี งลาํ ดับขั้นตอนของวิจารณญาณในการอานไดถกู ตอง ก. อา นใหเ ขาใจ ประเมินคา วิเคราะห นาํ เรอื่ งท่ีอานไปใช ข. อา นใหเ ขาใจ วิเคราะห ประเมนิ คา นําเรอื่ งที่อา นไปใช ค. อานใหเ ขาใจ นาํ เรอื่ งท่ีอานไปใช วิเคราะห ประเมนิ คา ง. วเิ คราะห ประเมนิ คา นําเรื่องท่ีอานไปใช อานใหเขา ใจ 6. ขอใดคือสื่อสารสนเทศประเภทสื่อส่งิ พิมพทัง้ หมด ก. เอกสาร โทรทศั น อินเทอรเน็ต ข. วารสาร นิตยสาร ซีดี ค. พจนานกุ รม สารานุกรม วีดทิ ัศน ง. หนงั สอื เรยี น ใบงาน ตาํ รา

86 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 7. เวลา “14.45 น.” อา นอยางไร จงึ จะถูกตอง ก. สบิ ส่นี าฬกิ าสส่ี บิ หา นาที ข. สิบสน่ี าฬกิ าจดุ สี่สิบหานาที ค. หนึ่งสีจ่ ดุ ส่สี ิบหานาฬิกา ง. หนึ่งสีจ่ ุดสีห่ า นาฬกิ า 8. สว นใดของบทความที่ผเู ขยี นนิยมแทรกดว ย คําคม คําขวัญ สุภาษติ และบทกวีที่ไพเราะ ก. สว นนํา ข. บทคดั ยอ ค. สวนสรุป ง. สว นเนอื้ เรอื่ ง 9. ขอ ใดไมใชลักษณะของการโนมนาวใจ ก. การใชค วามพยายามที่จะเปล่ียนพฤติกรรมของผอู ่ืน ข. การใชค วามพยายามบังคับใหผอู ื่นเปลยี่ นพฤติกรรมใหเ ปน ไปตามท่ีตนตองการ ค. การใชค วามพยายามทีจ่ ะเปลี่ยนความเช่ือ ง. การใชความพยายามที่จะใหผูอ่นื ยอมรบั ส่ิงท่ีตนเสนอ 10. “คร้ังแรกท่ีรูวาตองเรียนกับครูและครูเปนอาจารยที่ปรึกษา หนูกลัวมาก แตเมื่อหนูอยูในหองเรียน พวกหนูคิดวา ครเู หมือนแม เหมือนญาตผิ ูใหญ ครูคะหนอู ยากบอกครูวา หนูรักครูคะ” ขอความน้ีแสดงถึง การเขียนแบบใด ก. การเขียนแสดงความรสู กึ ข. การเขียนคําอวยพร ค. การเขียนบนั ทึก ง. การเขยี นแสดงความคิดเห็น 11. ขอ ใดกลาวถงึ ความหมายของรอยกรอง ไดถกู ตองที่สดุ ก. การเรยี บเรยี งถอยคําที่มขี อบังคบั คํา วรรค สัมผัส ข. มีวรรคตอนสมั ผสั และมเี กณฑเฉพาะ ค. มกี ารจาํ กัดคาํ ง. ถกู ทุกขอ 12. สวนใดของเรียงความท่ีกระตุนใหผ ูอ านเกิดความสนใจตอเนอ่ื งของเร่ืองนั้น ๆ ก. คาํ นาํ หรือความนํา ข. สรุป ค. เนือ้ เรือ่ ง ง. ถกู ทุกขอ 13. เร่อื งใดไดร ับการยกยองใหเปนยอดแหงกลอนสุภาพ ก. พระอภัยมณี ข. อเิ หนา ค. รามเกียรติ์ ง. ขนุ ชา งขนุ แผน

คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 87 14. โครงสุภาพหนงึ่ บทมีกี่บาท บาทหนง่ึ มกี ่วี รรค ก. 4 บาท บาทหนง่ึ มี 4 วรรค ข. 6 บาท บาทหนึ่งมี 2 วรรค ค. 4 บาท บาทหน่ึงมี 2 วรรค ง. 3 บาทหาสิบ บาทหนง่ึ มี 2 วรรค 15. ขอใดกลาวถงึ มารยาทในการสนทนา ไดถ ูกตองทีส่ ุด ก. ฐติ ิพรรณ พดู จาถากถางกระทบกระเทือนเปรยี บเทียบคูสนทนา ข. ลลติ สริ ี พูดน้ําเสียงแบบมะนาวไมมนี าํ้ พูดจาโผงผาง ค. เกยี รตกิ มล พูดดวยความจรงิ ใจและบริสทุ ธ์ใิ จ ง. รฐั ธีร โตแยงคูส นทนาแบบไมมมี ารยาท 16. บคุ คลในขอใดมมี ารยาทในการฟง และการดู มากท่สี ดุ ก. ปรยี วรา ดลู ะครเวทแี ลว รองไหเ สียงดังทกุ ครั้ง ข. พรรณพนิต ดวู ซี ีดตี ลกแลวหัวเราะเสียงดงั ล่นั บา น ค. กณั ฐมณี เลือกดูสารคดีทุกเย็นวันศุกรเงียบ ๆ กบั ครอบครัว ง. ดนัยกฤต ดลู ะครหลังขา ว พรอม ๆ กับวิพากษวิจารณต ัวละครใหเพอ่ื นฟง 17. การดแู ลวสามารถเลา เร่ืองได แสดงใหเห็นวาผดู ปู ฏบิ ตั ใิ นขอใด ก. ดดู วยความซาบซ้ึง ข. ดูอยางผอ นคลาย ค. ดตู ลอดเร่อื งอยา งมีสมาธิ ง. ดูดวยความสนกุ สนานเพลิดเพลิน 18. หากผฟู งและผดู ทู ี่มีอคติตอ ผูสง สาร จะเกิดผลเสียอยางไร ก. ตริตรองขอมลู ใหลึกซึง้ มากยิ่งข้ึน ข. ไมยอมรบั ขอมูล หรอื ไมม ีความเชอื่ ถือ ค. จับประเดน็ สาํ คญั ของเร่ืองไดดีกวา ปกติ ง. มสี มาธิในการฟง หรือรบั รูขอ มลู ไดม ากขน้ึ 19. การฟงบรรยายในหวั ขอ ใชชีวิตอยา งไรใหม ีความสุข มีจุดมุงหมายในการฟงอยางไร ก. ฟงเพื่อใหไดขอคดิ ข. ฟงเพื่อแสวงหาความรู ค. ฟงเพ่ือใหเ กิดความเพลดิ เพลิน ง. ฟง เพ่ือใหเ กิดความรอบรูและความซาบซง้ึ 20. การตั้งจุดมงุ หมายในการฟงที่มปี ระโยชนเ ดนชัดทส่ี ุด คือขอ ใด ก. ประหยัดเวลา ข. ไดเนอ้ื หาสาระมากกวา ค. ทาํ ใหเ กิดการตงั้ ใจฟง มากข้นึ ง. ไดเ นือ้ หาสาระตรงตามวตั ถปุ ระสงค

88 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 21. สารทีผ่ ูสง มีเจตนาจะกอใหเกิดความเปลยี่ นแปลงขึน้ ในตัวผรู ับ เรยี กวา สารประเภทใด ก. การแสดงเหตผุ ล ข. การแสดงทรรศนะ ค. การโนมนาวใจ ง. การโตแยง 22. การโฆษณาสินคาท่เี ราพบเห็นในชวี ติ ประจาํ วัน จดั เปน การพดู เพื่อจดุ มุงหมายใด ก. การพูดเพ่ือจรรโลงใจ ข. การพูดเพื่อโนม นา วใจ ค. การพดู เพ่ือคน หาคําตอบ ง. การพดู ใหความรูและขอเทจ็ จริง 23. การอานใหเกดิ จินตภาพ ควรปฏิบตั ิอยา งไร ก. อานเนน คําทีส่ าํ คญั และคําท่ีตอ งการใหเกดิ จนิ ตภาพ ข. อา นออกเสยี งใหด งั กงั วาน จนผฟู ง เกิดจนิ ตภาพ ค. อา นจากพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน ง. อานใหถ ูกตองตามอักขรวิธใี นภาษาไทย 24. ขอ ใดเปนลกั ษณะเดน ของการอานแบบพรรณนา ก. การอานทเี่ นน น้าํ หนักของเสียง ข. การอานท่ลี ากเสยี งชา ๆ และไวหางเสียง ค. การอา นทท่ี ําใหผ ูฟงเกิดอารมณค ลอยตาม ง. การอา นทท่ี าํ ใหเ กดิ เสยี งโศกเศรา แลวกลับเปน เสียงปกติ 25. คําประพันธต อไปนใ้ี ชโ วหารแบบใด ณ รม ไมส าละพนาสัณฑ นามลุมพินีวันมหาสถาน พระนางเร่มิ เจ็บครรภม ิทันนาน ประสูติกาลพระโอรสแสนงดงาม วสิ าขะวันเพ็ญเพลาเลิศ พระกุมารผปู ระเสริฐแหง โลกสาม บวั บูชารองพระบาทยาตราตาม บุญญายามจิตพรอมนอมประณต ก. บรรยายโวหาร ข. พรรณนาโวหาร ค. เทศนาโวหาร ง. สาธกโวหาร 26. ขอใดเปน ประโยคความซอน ก. นันทนารี ไมตง้ั ใจเรยี นจึงสอบตก ข. คนไทยรักสงบ แตย ามรบก็ไมขลาด ค. นักเรยี นทน่ี ัง่ อยูห ลงั หอ งไมส ง การบาน ง. ประชาชนไมใ ชสะพานลอย ตํารวจจงึ ตอ งตักเตอื น

คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 89 27. ขอใดไมใชประโยคความรวม ก. พอฝนจะตก เราก็รีบกลับบานทนั ที ข. ปลาตะเพยี นกนิ ไขแ ละลกู ของตนเอง ค. ใคร ๆ กร็ ูวา แถวสีลมอากาศเปนพษิ ง. เธอเหนอ่ื ยก็พักผอนหรอื ไมก็ดม่ื น้าํ สกั แกว 28. ขอ ใดใชค าํ ราชาศัพท ไมถ ูกตอง ก. พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร พระราชทาน แนวคิดในการสรางพลงั งานทดแทนน้ํามัน ข. สมเด็จพระนางเจา สิริกิติ์ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพนั ปห ลวง ทรงหว งใย ประชาราษฎร ทุกจังหวัดท่ีประสบภยั หนาว ค. สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงพระราชทาน พระราชวโรกาสใหบุคคลที่เก่ียวขอ งเขาเฝา ง. สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทาน เคร่ืองมือแพทยใหโรงพยาบาลสนามทกุ แหง ทัว่ ประเทศ 29. คําประพันธน ้ี สรุปไดต รงกับขอใดมากท่สี ุด “อีกหน่ึงไขเชอ่ื ถอย คาํ คน ลือแฮ บอกเลาขาวเหตุผล เรื่องราย สืบสอบประกอบจน แจมเทจ็ จรงิ นา ยงั บดวนยกั ยา ย ตื่นเตน กอ นกาล” ก. จงฟงหไู วห ู ข. อยา ทําเปน เจกตนื่ ไฟ ค. อยา ทําเปน กระตา ยตืน่ ตมู ง. อยาไวใ จทาง อยา วางใจคน 30. “นพพลโชคดีทไ่ี ดร บั จดหมายเรยี กตัวเขา ทาํ งานท้ังสองแหงพรอ ม ๆ กนั จงึ ตดั สนิ ใจไมไดวา จะเลอื กทําที่ ไหนดี” ขอความนี้ตรงกบั สาํ นวนใด ก. จับปลาสองมือ ข. สองฝก สองฝาย ค. รกั พ่เี สยี ดายนอง ง. เหยยี บเรือสองแคม

90 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบทดสอบภาษาไทย พท21001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ชุดที่ 2 คาํ สัง่ : จงทําเคร่ืองหมาย ลอมรอบคําตอบท่ีถูกตองที่สุด 1. มขุ ปาฐะ หมายถงึ อะไร ก. เรือ่ งของชาวบา น ข. เรอื่ งทเี่ ลาสืบตอกันมา ค. เรือ่ งทเ่ี กี่ยวของกับตาํ นาน ง. เร่อื งท่ีเกย่ี วของกับสถานที่ 2. ขอ ใดใชค าํ เปรยี บเทียบ ไมถูกตอ ง ก. ดใี จจนเนือ้ เตน ข. อม่ิ จนทองจะแตก ค. ไกลจนสุดขอบฟา ง. เหน่ือยจนนํา้ ตาเปน สายเลือด 3. ขอ ใดแสดงใหเ ห็นถงึ ความพรอ มของผฟู ง หรือผูดู ก. กุลรัศมี มีอาการปวดศรี ษะ ข. บวรลักษณ รสู กึ วิตกกังวลเรอ่ื งสอบ ค. เกณิกา รูสกึ เครยี ดและเวียนศีรษะ ง. ศุภณฐั รสู กึ ปลอดโปรง และสดชื่น 4. สิ่งสาํ คัญทีส่ ุดของการพูดในโอกาสตา ง ๆ ทต่ี อ งคาํ นงึ ถงึ คืออะไร ก. มารยาทในการพูด ข. เนอื้ หาทจี่ ะพูด ค. โอกาสที่จะพดู ง. ผฟู ง 5. การกลาวแสดงความยินดีจะขาดลักษณะใดไมได ก. พูดใหคดิ ข. พูดชมเชย ค. พูดเสนอแนะ ง. พูดใหกําลงั ใจ 6. ขอใดบอกความหมายของการอภิปรายไดถูกตองรดั กุมที่สุด ก. การหาขอยตุ ใิ นเรื่องทโี่ ตแ ยงในเรอ่ื งท่ีถกเถียงกนั ข. การพูดแลกเปล่ียนความรูความเขาใจระหวางกัน ค. การพูดแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เรือ่ งใดเรื่องหนง่ึ รว มกนั เพื่อแกไ ขปญ หา ง. การพูดกนั ในกลุมเพ่ือคนหาความจริง โดยใชพยานหลักฐานยืนยันหาคนพูดเทจ็

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 91 7. ขอ ใดไมใ ชแนวปฏิบัตใิ นการอานในใจ ก. ไมท าํ ปากขมบุ ขมบิ ในการอา น ข. อา นใหเร็วท่ีสดุ เทาที่จะทําได โดยไมต อ งจดจําเรือ่ งราว ค. กวาดสายตาของตัวอักษรใหไดช วงประมาณ 5-6 คํา เปนอยา งนอย ง. ทดสอบความเขา ใจหลงั จากอานจบ โดยใชว ธิ ตี ้ังคําถามสรุปเร่อื งราวทีอ่ าน 8. ขอใดอานตามหลกั คําสมาส ก. จิตนยิ ม อานวา จิด-ตะ-นิ-ยม ข. ชาตนิ ยิ ม อานวา ชาด-นิ-ยม ค. รอมรอ อานวา รอม-มะ-รอ ง. ชกุ ชี อานวา ชกุ -กะ-ชี 9. ขอ ใดอา นออกเสยี งตา งจากรูปเขยี นทกุ คํา ก. ทราย ฉะเชิงเทรา ประปราย ข. ไมโครโฟน คอรัปชัน โคมา ค. ไนลอน ปกนิก ออกซิเจน ง. ทรัพย ทรวดทรง พทุ รา 10. “เราตองฝกเด็กของเราใหรูจักมีนํ้าอดนํ้าทนตอความยากลําบากเสียบาง มิฉะน้ันเด็กจะกลายเปน คน……………..ไป” ควรเตมิ คําใดลงในชองวา ง ก. ชบุ มือเปบ ข. สุกเอาเผากนิ ค. หนา เนือ้ ใจเสอื ง. ขงิ กร็ าขาก็แรง 11. ขอ มูลในประกาศรบั สมัครงานขอ ใดจาํ เปน นอยที่สดุ ก. ตําแหนง และงานท่ีประสงคจ ะใหผูสมคั รงานทาํ ข. เงินเดอื นทผี่ สู มัครจะไดร บั หรือใหผสู มัครกําหนดเงินเดือนเอง ค. คณุ สมบตั ิท่ีตองการ เชน เพศ อายุ การศึกษา ประสบการณ ฯลฯ ง. สถานทต่ี ดิ ตอและเอกสารสาํ คัญ เชน หลักฐานการศกึ ษา บัตรประชาชน ฯลฯ 12. พาดหัวขา วหนังสือพิมพขอใดรายงานเฉพาะขอเทจ็ จรงิ ก. ไทยหงออเมริกาในการเจรจาการคา ข. ไฟไหมใ นกรุงสยดสยองคลอก 4 ศพ ค. งมงายเลขเดด็ ยกยอ งสาว 19 เปนผูว ิเศษ ง. จอ หัวยิงคนไฟฟาดับคาวัด ไมพอใจมเิ ตอรส ูง 13. ขอใดใชคําสนั ธานไมถกู ตอง ก. งวงก็นอนเสยี หรือไมกล็ กุ ขนึ้ ลางหนา ข. เพราะเขาขบั รถประมาทจึงเกิดอุบตั ิเหตุ ค. พอฝนตกฉันกเ็ ขานอนและหลับไปโดยไมร สู ึกตัว ง. ทมี ฟตุ บอลโรงเรียนของเราชนะเลิศ แตไดร บั คําชมเชยเปนอันมาก

92 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 14. “ประธานองคมนตรเี ขาหารือ......นายกรัฐมนตรที ีท่ ําเนียบรัฐบาล” คาํ ในขอใดเหมาะสมทจ่ี ะเติมใน ชองวาง ก. แก ข. แด ค. กับ ง. ตอ 15. ขอ ใดใชเ คร่อื งหมายวรรคตอนไมถ ูกตอ ง ก. พระยาศรสี นุ ทรโวหาร (ภ)ู ข. ตายจรงิ ! ฉนั ไมร ูวา เธอยืนอยูตรงน้ี ค. นางสาวปวีณาพูดวา “คุณลุงจะมาวันพรงุ นี้” ง. โปรดขับรถยนตความเรว็ ไมเ กิน 80 กิโลเมตร – ช่ัวโมง 16. ขอใดใชระดับภาษาไมเ ปนทางการ ก. ธนาคารสง จดหมายนัดใหชูชาตไิ ปสอบสมั ภาษณ ข. ลกู สาวของเขาทัง้ สองคนหนา ตาพอไปวดั ไปวาได ค. เจาหนาที่ตรวจเอกสารวาถูกตองแลวจึงประทับตรารับรอง ง. ผอู าํ นวยการไดร บั เชิญใหกลาวคาํ อวยพรในงานมงคลสมรส 17. ขอใดใชภ าษาตา งระดบั ก. แท็กซี่ใจเด็ดชว ยหญงิ ทองแกคลอดลูกในรถยนตไดสําเรจ็ ข. นายกรฐั มนตรตี ดั สินใจประกาศลอยตัวราคานํ้ามนั ทุกชนิดแลว ค. พอแมห ลายคนยงั วิตกกังวลเร่ืองการเตรยี มตวั สอบเขามหาวิทยาลัยของบตุ รธดิ า ง. การทองบทอาขยานเปน เร่อื งทนี่ กั เรียนสมัยน้ีไมช อบ อาจเปน เพราะไมร สู กึ ซาบซ้งึ ในอรรถรสก็ได 18. “คุณประวิตร งานชิ้นนี้ผมลงทุนไปหลายลานนะครับ คุณจะทําแบบ…………………...อยางที่ผานมาไมไดนะ” สาํ นวนในขอใดเติมลงในชองวา งไดเหมาะสม ก. หมายนํา้ บอ หนา ข. เหยยี บขไ้ี กไมฝอ ค. หัวลา นไดห วี ง. สุกเอาเผากนิ 19. ขอ ใดสื่อภาพและเสียงไดเดน ชดั ท่ีสดุ ก. ยามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลกั พริกพลิกแพลงตะแคงหงาย ข. กบู กระโดกโยกอยางทุกยางเดิน เขยอื้ นเยินยอบยวบยะยวบกาย ค. ทัง้ จากที่จากคลองเปน สองขอ ยังจากกอนัน้ ก็ขึ้นในคลองขวาง ง. เงือ้ มตลิ่งงิว้ งามตระหงา นยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 93 20. ขอ ใดเปน การใชภาษาเชิงขอรอง ก. พวกเราคนไทยควรชวยกนั สงเสริมศิลปกรรมไทยใหร ุงเรือง ข. บานเมอื งจะเขมแข็งไดถาคนไทยรวมพลังกันปกปองประเทศชาติ ค. ผทู อี่ ยใู นวยั เรียนควรมีความรับผดิ ชอบในการเรียนใหป ระสบความสําเรจ็ ง. คนไทยโปรดชวยกนั สงแรงใจใหนกั กีฬาไทยควา ชยั กฬี าโอลมิ ปกเพอื่ ช่ือเสยี งของประเทศ 21. ขอใดมีจาํ นวนพยางคน อยทส่ี ุด ก. กระทรวงแรงงานและสวสั ดิการสงั คม ข. ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ค. จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย ง. คณบดคี ณะอกั ษรศาสตร 22. การเขยี นเรยี งความจากจนิ ตนาการมปี ระโยชนอ ยา งไร ก. ฝก ใหมคี วามคิดสรา งสรรค ข. ฝก ใหมองโลกในแงดี ค. ฝก ใหรจู ักคนควา ง. ฝกใหมเี หตุผล 23. เรอื่ งใดควรเขียนจากจนิ ตนาการ ก. ตะวันข้ึนที่อาวพงั งา ข. สมเด็จพระนเรศวร ค. พพิ ิธภัณฑเจาพระยาบดินทรเดชา ง. ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาตเิ ชื้อไทย 24. ขอ ใดเปนคําศัพทที่ใชก ับพระภกิ ษุ ไมถกู ตอง ก. จดหมาย – ลิขิต ข. นอน - ทําวตั ร ค. ปวย – อาพาธ ง. ทีน่ ่งั - อาสนะ 25. ขอ ใดใชร าชาศพั ทผ ิด ก. ขอ – ขอพระราชทาน ข. ตอนรับ - ถวายการตอนรบั ค. เขาพบ - เฝาทูลละอองธุลีพระบาท ง. ขออนุญาต - ขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าต 26. อษุ าอานการตนู ขายหวั เราะ ขอใดคือสารที่อุษาไดร ับ ก. ความรู ข. โนมนา วใจ ค. ความจรรโลงใจ ง. ความเพลดิ เพลนิ

94 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 27. ขอ ใดเปน สารประเภทขอ คดิ เห็น ก. สถานวี ทิ ยุน้ีดที ีส่ ดุ ในประเทศไทย ข. ไฟเกิดไดเพราะออกซิเจน ค. เตวิทยเปนหัวหนานกั เรยี น ง. ขณะนีเ้ วลา 10 นาฬิกา 28. การโฆษณาขอ ใดใชภาษา ไมถกู ตอง ก. คุมเกินคาด สะอาดเกินรอย ข. หวานเกนิ รอย แคลอร่นี อยกวาครึง่ ค. ของดจี ากไร ทําไมไมซ้อื ไปรับประทาน ง. ผักสดปลอดสารพิษ เพ่ือชีวิตท่ีปลอดภยั 29. ขอ ใดใชอ กั ษรยอผดิ ก. ปณ. - ไปรษณียโทรเลข ข. ส.ย.ช. - สํานักงานเยาวชนแหง ชาติ ค. ทท.ท. - การทองเทย่ี วแหงประเทศไทย ง. ร.ส.พ. - องคการรับสงสินคาและพัสดภุ ณั ฑ 30. คําซา้ํ ในขอใดมีความหมายเปนพหพู จน ก. เสือ้ สีแดง ๆ ตัวนน้ั สวยดีนะ ค. เด็ก ๆ กาํ ลังเลน กันอยา งสนุกสนาน ข. พรุงนต้ี น่ื เชา ๆ จะไดร บี ไปตลาด ง. ฉนั จะไปเดินเลน แถว ๆ สวนสาธารณะ

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 95 รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาํ วนั พต21001 ขอบขา ยเน้ือหา 1. การใชภาษาในการสอ่ื ความหมายในชวี ติ ประจาํ วัน (Language in Daily Life) 2. คุณรูส กึ อยางไร (How do you feel?) 3. การแสดงความรสู ึกตาง ๆ (Expression of feeling) 4. รปู แบบประโยคในภาษาอังกฤษ (Types of English Sentence) 5. ประโยคความรวม (Compound Sentence) 6. อดตี กาล (Past Tense) 7. อาชพี พนักงานขบั รถรบั จาง 8. ภาษาองั กฤษสําหรับพนักงานบริการในสถานทีต่ า ง ๆ สาระสําคญั สังคมโลกทุกวันนี้มีการติดตอส่ือสารกันอยางกวางขวาง ไมวาจะเปนการติดตอดวยตนเองหรือติดตอ ทางโทรศัพท ทางอินเทอรเน็ต ภาษาอังกฤษเปนภาษาสากลท่ีสําคัญ ซ่ึงคนสวนใหญในโลกใชในการ ติดตอสื่อสารรองลงมาจากภาษาจีน อยางไรก็ตามแมวาภาษาอังกฤษจะเปนภาษาที่จําเปนในยุคปจจุบัน แตก็มิไดหมายความวาทุกคนจะรูและเขาใจภาษาอังกฤษไดท้ังหมด การสนทนาโดยใชภาษาทาทางประกอบ จงึ เปนเร่ืองจําเปนอกี อยา งหนง่ึ ทจี่ ะชว ยใหค สู นทนา เขา ใจและสือ่ ความหมายในชีวิตประจําวนั ได การติดตอสนทนาสอ่ื สารระหวางบุคคลในสถานการณต า ง ๆ จะมีหลากหลายอารมณ เชน ดีใจ เสียใจ เขา ใจ พอใจ ไมพ อใจ การใหกาํ ลงั ใจ ความสนใจ และไมสนใจ เปน ตน ในชีวิตประจําวันของมนุษย การพูดแสดงความคิดเห็นในรูปแบบตาง ๆ เชน การแสดงความคิดเห็น ความตองการ ตลอดจนการเสนอขอความชวยเหลือและบริการผูอ่ืนเปนส่ิงจําเปนและไมสามารถหลีกเล่ียงได ดังน้ัน จึงมีความจําเปนท่ีผูพูดจะตองศึกษาคําศัพท สํานวนและมารยาททางสังคมในการสนทนากับผูอื่น เพอ่ื ใหค ูสนทนารบั รแู ละเขาใจไดต รงกันและเกิดมติ รภาพทดี่ ีตอกัน การสื่อสารภาษาอังกฤษจะเนนทักษะทั้งดานการฟง การพูด การอานและการเขียน การฟง การพูด การอานและการเขียนท่ีดีจะเก่ียวของโดยตรงกับการใชแบบแผนทางไวยากรณท่ีถูกตอง เชน การใช Tense (กาล) Adverb of Time (วิเศษณบอกเวลา) เปนตน จะชวยใหสามารถส่ือสารเร่ืองราวตาง ๆ ไดอยางมี ประสิทธภิ าพ รูปแบบประโยคในภาษาอังกฤษ (Type of English Sentence) ที่ใชในการฟง พูด อาน เขียน สามารถแบงตามวตั ถุประสงคข องการใชไ ด 5 ชนดิ และแบงตามหลักไวยากรณได 4 ประเภท การใชภาษาอังกฤษสาํ หรับการส่อื สารเรือ่ งราวทผี่ า นมาแลวในอดีต จะตองใชอดีตกาล (Past Tense) เพือ่ ใหสามารถใชภาษาองั กฤษสําหรบั การฟง พดู อา น เขียน เร่อื งราวในอดตี ไดต รงตามความตอ งการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook