Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม N-NET ระดับ ม.ต้น

เล่ม N-NET ระดับ ม.ต้น

Published by รมิตา ชนสูงเนิน, 2023-04-18 08:25:09

Description: รวมเล่ม N-NET ม.ต้น

Search

Read the Text Version

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน เรยี บเรียงโดย ฝา ยวิชาการ พมิ พครั้งท่ี 1/2564 จาํ นวนทพ่ี ิมพ 5,000 เลม ราคา 160 บาท จัดพมิ พโดย บรษิ ัท ปยมติ ร มลั ตมิ เี ดีย จาํ กัด เลขท่ี 8/5 หมทู ี่ 3 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทร. 02 490 4473, 02 490 4476 แฟก ซ. 02 490 4473, 02 490 4476 ตอ 16 E-mail : [email protected]

คํานํา คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน เลมนี้ ประกอบไปดวยเน้ือหาสาระที่เกี่ยวของ กับการฝกทักษะเพ่ือเตรียมความพรอมสําหรับการเขารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ดานการศึกษา นอกระบบโรงเรียน (Non-Formal National Education Test : N-NET) ในระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนตน โดยประกอบไปดวยแบบทดสอบครอบคลุมเนื้อหา 5 กลุมสาระการเรียนรู ไดแก สาระทักษะการเรียนรู สาระความรพู ื้นฐาน สาระการประกอบอาชพี สาระทกั ษะการดาํ เนนิ ชวี ติ และสาระการพัฒนาสังคม ผูเรียบเรียงหวังเปนอยางย่ิงวา คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตนเลมนี้ จะเปนประโยชน สําหรบั ผเู รยี นและผสู นใจศึกษาคนควา เพื่อใชเสริมความรูส ําหรบั การเตรยี มความพรอมในการสอบไดเ ปนอยางดี ดว ยความปรารถนาดี คณะผูจ ดั ทาํ ฝายวชิ าการ

สารบญั หนา เรอ่ื ง 1 4 สาระทักษะการเรียนรู แบบทดสอบทกั ษะการเรียนรู ทร21001 14 16 สาระการประกอบอาชีพ 27 แบบทดสอบชองทางการพัฒนาอาชพี อช21001 38 แบบทดสอบทกั ษะการพฒั นาอาชพี อช21002 แบบทดสอบพัฒนาอาชพี ใหมีความเขม แขง็ อช21003 48 50 สาระทกั ษะการดําเนินชวี ิต 61 แบบทดสอบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทช21001 72 แบบทดสอบสุขศึกษา พลศกึ ษา ทช21002 แบบทดสอบศิลปศึกษา ทช21003 82 85 สาระความรพู ้ืนฐาน 97 แบบทดสอบภาษาไทย พท21001 111 แบบทดสอบภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน พต21001 125 แบบทดสอบคณิตศาสตร พค21001 แบบทดสอบวทิ ยาศาสตร พว21001 135 137 สาระการพฒั นาสงั คม 149 แบบทดสอบสงั คมศกึ ษา สค21001 160 แบบทดสอบศาสนาและหนาท่ีพลเมือง สค21002 แบบทดสอบการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สค21003 170 171 เฉลยแบบทดสอบทกั ษะการเรียนรู ทร21001 172 เฉลยแบบทดสอบชอ งทางการพฒั นาอาชีพ อช21001 173 เฉลยแบบทดสอบทกั ษะการพัฒนาอาชีพ อช21002 174 เฉลยแบบทดสอบพัฒนาอาชีพใหม ีความเขมแขง็ อช21003 175 เฉลยแบบทดสอบเศรษฐกิจพอเพียง ทช21001 176 เฉลยแบบทดสอบสขุ ศึกษา พลศึกษา ทช21002 เฉลยแบบทดสอบศลิ ปศึกษา ทช21003

เร่ือง หนา เฉลยแบบทดสอบภาษาไทย พท21001 177 เฉลยแบบทดสอบภาษาอังกฤษในชีวิตประจาํ วนั พต21001 178 เฉลยแบบทดสอบคณติ ศาสตร พค21001 179 เฉลยแบบทดสอบวิทยาศาสตร พว21001 180 เฉลยแบบทดสอบสงั คมศึกษา สค21001 181 เฉลยแบบทดสอบศาสนาและหนาทพี่ ลเมือง สค21002 182 เฉลยแบบทดสอบการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สค21003 183

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 1 สาระทักษะการเรยี นรู ¾ รายวชิ าทักษะการเรยี นรู ทร21001

2 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน รายวิชาทักษะการเรยี นรู ทร21001 ขอบขา ยเนอ้ื หา 1. การเรียนรดู วยตนเอง 2. การใชแหลงเรียนรู 3. การจดั การความรู 4. การคิดเปน 5. การวิจัยอยางงาย 6. ทกั ษะการเรยี นรแู ละศักยภาพหลักของพน้ื ทใ่ี นการพัฒนาอาชีพ สาระสําคัญ รายวิชาทักษะการเรยี นรู มเี น้ือหาเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรูของนักเรียนในดาน การเรียนรู ดว ยตนเอง การใชแหลง เรียนรู การจัดการความรู การคิดเปนและการวิจัยอยางงาย โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือให ผูเรียนสามารถกําหนดเปาหมาย วางแผนการเรียนรูดวยตนเอง เขาถึงและเลือกใชแหลงเรียนรูจัดการความรู กระบวนการแกปญหาและตัดสินใจอยางมีเหตุผล ที่จะสามารถใชเปนเครื่องมือช้ีนําในการเรียนรู และ การประกอบอาชพี ใหสอดคลองกับหลักการพื้นฐานและการพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ ใน 5 กลุมอาชีพใหม คอื เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคดิ สรางสรรค การบริหารจัดการและการบริการ ตามยุทธศาสตร พ.ศ. 2555 กระทรวงศึกษาธกิ าร ไดอยางตอ เนื่องตลอดชีวติ ผลการเรียนรูท ค่ี าดหวัง 1. สามารถวิเคราะหความรจู ากการอา น การฟง การสงั เกต และสรุปไดถ ูกตอง 2. สามารถจัดระบบการแสวงหาความรใู หกบั ตนเอง 3. ปฏิบัติตามขั้นตอนในการแสวงหาความรูเกี่ยวกับทักษะการอาน ทักษะการฟง และทักษะ การจดบันทกึ 4. สามารถนําความรู ความเขาใจในเรื่อง 5 ศักยภาพของพื้นท่ี และหลักการพ้ืนฐาน ตามยุทธศาสตร พ.ศ. 2555 กระทรวงศึกษาธิการ ไปเพ่ิมขีดความสามารถการประกอบอาชีพโดยเนนที่กลุมอาชีพใหม ใหแขงขันได ในระดบั ทอ งถนิ่ 5. จําแนกความแตกตา งของแหลงเรยี นรู และตัดสินใจเลอื กใชแหลง เรียนรู 6. เรยี งลาํ ดบั ความสาํ คญั ของแหลงเรียนรู และจัดทาํ ระบบการใชแหลง เรยี นรขู องตนเอง 7. สามารถปฏิบตั ิการใชแหลง เรยี นรูตามขน้ั ตอนไดถกู ตอง 8. สามารถใชแหลงเรียนรูดานเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสรางสรรค การบรหิ ารจดั การและการบรกิ าร เกี่ยวกับอาชพี ของพน้ื ท่ีทีต่ นอาศัยอยูไ ดต ามความตอ งการ 9. วเิ คราะหผลที่เกิดขึ้นของขอบขายความรู ตัดสินคณุ คา กําหนดแนวทางพัฒนา

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 3 10. เห็นความสัมพันธข องกระบวนการจัดการความรู กับการนาํ ไปใชการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ 11. ปฏิบตั ติ ามกระบวนการจัดการความรูไดอ ยา งเปน ระบบ 12. สามารถนํากระบวนการจัดการความรูของชุมชน จําแนกอาชีพในดานตาง ๆ ของชุมชน คือ เกษตรกรรม อตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม ความคิดสรางสรรค การบรหิ ารจดั การและการบริการ ไดอ ยา งถูกตอ ง 13. อธิบายหรือทบทวนปรัชญาคิดเปน และลักษณะของขอมูลดานวิชาการ ตนเอง สังคม ส่ิงแวดลอม ท่ีจะนาํ มาวเิ คราะหแ ละสงั เคราะหเพือ่ ประกอบการคิดและตดั สินใจแกปญหา 14. จําแนก เปรียบเทียบ ตรวจสอบขอมูลดานวิชาการ ตนเอง สังคม สิ่งแวดลอม ท่ีจัดเก็บ และทักษะ ในการวิเคราะห สังเคราะหข อมูลทั้งสามดา น เพื่อประกอบการตดั สนิ ใจแกปญหา 15. ปฏิบัตกิ ารตามเทคนิคกระบวนการคดิ เปน ประกอบการตดั สินใจไดอยา งเปนระบบ 16. สามารถนําความรู ความเขา ใจในเรอื่ ง 5 ศกั ยภาพของพ้ืนที่ และหลักการพื้นฐานตามยุทธศาสตร 2555 กระทรวงศึกษาธิการ ไปเพ่ิมขีดความสามารถการประกอบอาชีพโดยเนนที่กลุมอาชีพใหมใหแขงขันได ในระดับชาติ 17. ระบุปญหา ความจําเปน วัตถุประสงค และประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากการวิจัยและสืบคน ขอ มลู เพอ่ื หาความกระจางในปญหาการวจิ ัย รวมทง้ั กาํ หนดวธิ กี ารหาความรูค วามจรงิ 18. เห็นความสัมพนั ธข องกระบวนการวจิ ัยกบั การนําไปใชใ นชีวิต 19. ปฏิบัติการศึกษา ทดลอง รวบรวม วิเคราะหขอมูล และสรุปความรูความจริงตามขั้นตอนได อยางถูกตอ ง ชัดเจน เชน การวเิ คราะหอ าชีพ 20. บอกความหมาย ตระหนักและเหน็ ความสําคัญของทักษะการเรียนรูและศักยภาพหลักของพนื้ ท่ี 21. สามารถบอกอาชีพในกลุมอาชีพใหม 5 ดา น 22. ยกตวั อยา งอาชพี ทสี่ อดคลองกบั ศกั ยภาพหลกั ของพ้นื ท่ี

4 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน แบบทดสอบทักษะการเรียนรู ทร21001 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ชดุ ที่ 1 คําสง่ั : จงทําเครอื่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบท่ีถกู ตองที่สุด 1. ขอใดไมใชค วามสําคัญของการเรยี นรดู ว ยตนเอง ก. มีระเบียบวินยั ในตนเองสงู ข. มีเหตผุ ลและทํางานรว มกบั ผูอ่นื ได ค. ทาํ ใหเ ปน คนมีความคิดริเริม่ สรางสรรค ง. ทาํ ใหผ ูเ รียนมคี วามต้ังใจและมแี รงใจสูง 2. อันดับแรกสุดของการเรยี นรดู วยตนเอง คือขอ ใด ก. การออกแบบแผนการเรียน ข. การแสวงหาแหลง วิทยาการ ค. การกําหนดจดุ มงุ หมายในการเรียน ง. การวเิ คราะหความตองการในการเรียน 3. “นวตั กรรมใหมของการผลิตหลอดไฟฟา LED นอกจากจะใหความสวางเทียบเทากับหลอดไฟแบบนีออนแลว ยังกินกระแสไฟฟาต่ํากวาเดิม 20 เปอรเซ็นต อีกท้ังราคาจําหนายยังถูกกวาดวย” จากขอความขางตน นกั ศกึ ษาจะนาํ ไปประยุกตใ ชก ับชวี ิตประจาํ วันไดอยางไร ก. เปลย่ี นมาใชหลอดไฟฟา LED แทนหลอดนอี อน ข. รณรงคใ หท ุกคนใชห ลอดไฟฟา LED ค. ขอเปน ตัวแทนจาํ หนายหลอดไฟฟา LED ง. วิจัยหาคาํ ตอบวาหลอดไฟฟา LED ลดกระแสไฟฟาไดจ รงิ หรอื ไม 4. “นายอนุกูล อาศัยในชุมชนแหง หนง่ึ ซงึ่ ชุมชนแหงนมี้ ปี ญหายาเสพติด” ถา นกั ศกึ ษาเปนนายอนุกลู มีวธิ กี ารแกไ ขปญหาอยา งไรเหมาะสม ก. แจง เบาะแสทางการ ข. ตางคนตางอยู ไมย งุ เก่ียว ค. ยา ยทีอ่ ยูอาศัยเพ่ือความปลอดภยั ง. ใหค วามรวมมือกับชมุ ชนในการใหค วามรูแ ละหาแนวทางปองกนั ปญหา 5. ปจจยั ภายนอกในขอ ใดท่ชี ว ยใหเด็ก ๆ ทีอ่ าศัยอยบู านรมิ คลองวา ยนาํ้ เปน ก. พอ แมบังคับ ข. เลนน้ําตามอยา งเด็กโต ค. ตองเดินทางไปโรงเรียนทกุ วัน ง. เปน ขอบงั คับของผูอาศัยบานรมิ คลอง 6. ถา หากวา แดง ตองการเรียนรูเร่ืองดนิ แดงจะเรมิ่ วางแผนเรียนรดู วยตนเองอยา งไร ก. กําหนดจดุ มงุ หมาย ข. เลือกแหลง เรยี นรู ค. วเิ คราะหเน้ือหา ง. กาํ หนดบทบาทตวั ผูชว ย

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 5 7. การประเมินผลการเรียนรดู วยตนเองหลงั สิ้นสดุ การเรียนรู มีวัตถปุ ระสงคใ ด ก. เพื่อแกไขปญหาการเรียน ข. เพ่ือทราบความกา วหนา ของการเรียน ค. เพือ่ จัดทําผลการเรยี นรสู งใหครไู ดท ันตามกําหนด ง. เพ่ือใหท ราบวาการเรียนรูบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห รือไม 8. นักศึกษาอานคูมือการเรียนทางไกล แลวไมเขาใจ จึงโทรสอบถามครูผูสอน ซึ่งไดแนะนําความรู โดยให อา นทบทวนอีก 2 รอบ แลวจดบนั ทกึ ไว เปน การจัดทําแผนการเรียนรูดวยตนเอง ดวยเทคนิคใด โดยเรียง ตามลําดบั ก. อา น-พูด-ฟง -เขียน ข. อาน-ฟง -พดู -เขยี น ค. อา น-เขียน-พดู -ฟง ง. อาน-พดู -เขียน-ฟง 9. บคุ คลใดเรียนรูดว ยตนเองจนประสบความสําเรจ็ ในการประกอบอาชีพ ก. กรกช ศกึ ษาการทําขนมไทยจากยูทปู แลวนํามาผลติ สินคา ขายทางออนไลน ข. กรวรรณ ศึกษาการทําขนมเคกจากรานขายขนม แลว ฝกปฏบิ ัตอิ ยา งคลองแคลว ค. กมลทิพย ศึกษาการทาํ ขนมไขจากยทู ปู แลว นําไปเสนอหนาชัน้ เรียน ง. กมลกานต ศึกษาการทําขนมครกจากคณุ ยายขา งบา น 10. ส่ิงหนึ่งทีน่ าํ ไปใชใ นการประเมินผลการเรียนแบบการเรยี นรูดวยตนเอง คือขอใด ก. การสงั เกต ข. การมสี วนรว ม ค. แฟม สะสมงาน ง. พฤติกรรมกลุม 11. หอ งสมดุ ประชาชนมคี วามสําคัญกบั นักศึกษาในขอ ใดมากท่ีสดุ ก. การศึกษาตามอธั ยาศยั ข. สรา งเสริมประสบการณภ าคปฏบิ ตั ิ ค. แหลง สงเสริมความรู ความคิด วทิ ยาการ ง. แหลงปลูกฝงรักการอาน การศึกษาคนควา แสวงหาความรูดว ยตนเอง 12. หลังจากศึกษาเลาเรยี นแลว ถาตองการเขาถงึ สารสนเทศของหองสมดุ ประชาชนเพ่ือคนควา ควรใชวธิ ีใด ก. ถามเพอื่ น ข. ศึกษาจากผูปกครอง ค. ยมื หนงั สือจากเพื่อนคนอ่ืนมาอาน ง. ศกึ ษาจากแหลงเรยี นรู ทางอินเทอรเน็ต 13. ขอ ใดเรียงขนั้ ตอนโปรแกรมคนหา ไดถ กู ตอง ก. เปดโปรแกรม-พมิ พช ่ือเว็บไซต-เปด หนาตา งเว็บไซต-พิมพส ่ิงท่ีตองการคนหา ข. เปด โปรแกรม-เปด หนาตา งเว็บไซต-พิมพช ื่อเว็บไซต-พิมพส่งิ ท่ีตอ งการคน หา ค. เปด โปรแกรม-พมิ พชื่อเว็บไซต-พมิ พส่งิ ทต่ี องการคน หา-เปดหนา ตางเว็บไซต ง. เปดโปรแกรม-พิมพส ่ิงทีต่ อ งการคนหา-พิมพช อ่ื เว็บไซต-เปด หนาตางเว็บไซต

6 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 14. ขอใดเปนแหลง เรยี นรทู จี่ ดั อยูในประเภทเดียวกัน ก. พิพิธภณั ฑสถานแหงชาติ ศูนยก ารเรียนรเู ศรษฐกิจพอเพียง ข. อทุ ยานการศึกษา กลุม ออมทรัพย ค. วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร ง. แพทยแ ผนไทย หอศลิ ป 15. ขอใดคอื การแสวงหาความรูดวยตนเองจากแหลงเรียนรูในทอ งถิ่น ก. นิศาชล ไปอานหนังสือคมู ือฟสกิ สท ่ศี ูนยวิชาวิทยาศาสตร ข. ธนั ยา ไปเรียนทําขนมไทยจากกลมุ แมบา นวัดนวลจันทร ค. กมลและเพื่อน ไปหองคอมพิวเตอร เพ่ือสบื คนขอมลู มาทาํ รายงาน ง. กมลา ไปศึกษาคน ควา เรื่องประโยชนข องพชื สมนุ ไพรท่สี วนสมุนไพรของโรงเรยี น 16. หองสมุดประเภทใดที่ใหความรคู น ควาวจิ ัยมากที่สดุ ก. หองสมดุ เฉพาะ ข. หอ งสมุดโรงเรยี น ค. หอ งสมดุ ประชาชน ง. หอ งสมุดมหาวทิ ยาลัย 17. บคุ คลใดใชบ รกิ ารแหลง เรียนรไู ดถ กู ตอ งที่สุด ก. เอวา ใชแหลงเรยี นรเู ปน สถานท่ฝี กงานของตนโดยตรง ข. พวิ า รบั ขอมลู ขา วสาร ความรูท ่ีตนเองตองการโดยตรงจากผรู ู ค. พกิ ลุ ใชอนิ เทอรเนต็ เปน แหลงเรียนรทู ่ีใกลตวั คนควา หางา ย รวดเรว็ ง. พิมพา ศกึ ษาหาความรูจากหองสมดุ ประชาชนเพ่ือใหเ กดิ ประสบการณจรงิ 18. ขอ ใดคอื การวเิ คราะหศ ักยภาพพนื้ ท่ีในกลมุ อาชีพเกษตรกรรมดา นการวเิ คราะหทรัพยากรธรรมชาติ ก. ฤดกู าล ภูมิอากาศเหมาะสมตอการเพาะปลูก ข. ความอุดมสมบรู ณของดนิ มีแหลงนาํ้ ค. ประชาชนสนใจวิถีธรรมชาติ ง. มีภมู ิปญญา 19. หากตอ งการลงทะเบยี นของ E-mail ฟรีและ Hotmail ใหคลิกไปทใ่ี ด ก. Login ข. Sign Up ค. สงจดหมาย ง. สมัครสมาชกิ 20. ชองทางใด ท่สี ามารถเชื่อมโยงไปแหลงขอมลู อ่ืนไดในเวบ็ ไซต ก. Link ข. Restore ค. Connect ง. Download

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 7 21. บุคคลในขอใดนํากระบวนการจัดการความรูไปใชในชมุ ชนได ก. สชุ าติรว มขายผกั ในตลาดของชุมชน ข. สมพรทาํ บัญชีเงนิ กขู องลูกหนี้ในชุมชน ค. สุมลทาํ เอกสารเผยแพรเ ร่ืองของกองทุนหมูบ า น ง. สุดารตั นร ว มทําเวทชี าวบาน การสรางประปาประจําหมูบาน 22. ขอใดคอื ความหมายของการจัดการความรู ก. กระบวนการถายทอดความรู ข. กระบวนการเขาถึงความรแู ละนํามาปฏบิ ตั ิ ค. การเชอื่ มโยงความรูแ ละบรู ณาการความคดิ ง. กระบวนการจดั การความรูและประสบการณ แลวนาํ มาแบงปนใหเกิดประโยชน 23. ความหมาย ของชมุ ชนนักปฏิบัติ คืออะไร ก. การจัดการความรู ข. เปาหมายของการจัดการความรู ค. วิธีการหนงึ่ ของการจัดการความรู ง. แนวปฏิบตั ิของการจดั การความรู 24. รปู แบบการจัดการความรูตามโมเดลปลาทู สว น “หวั ปลา” หมายถึงอะไร ก. การกําหนดเปา หมาย ข. การแลกเปล่ียนเรียนรู ค. การจดั เก็บเปนคลังความรู ง. ความรทู ช่ี ดั เจน 25. ขอ ใด คือความหมายของคาํ วา “สารสนเทศ” ก. ขอมูลดิบที่เปน ขอเท็จจริง หรือเหตกุ ารณ ข. ขอมูลทีผ่ า นกระบวนการประมวลผลแลว ค. ขอมลู ทสี่ ามารถวดั คาได ง. ขอมูลที่บอกลกั ษณะของตัวแปร 26. ขอใดเปน ความหมายของการวจิ ัยอยา งงาย ก. ทาํ งานอยางเขาใจ ข. การวางแผนงานอยางเปน ระบบ ค. การคาดเดาคาํ ตอบอยางมรี ะบบ ง. การศึกษาคนควา เรอ่ื งท่สี นใจทไ่ี มซับซอ นมากนัก 27. ขอ ใดเปนประโยชนของการวิจยั ตอตวั ผูว จิ ัยเอง ก. ฝกการทาํ งานอยา งมีระบบ ข. เกิดการทํางานและนวัตกรรม ค. เกิดนวตั กรรมสง่ิ ประดิษฐใหม ๆ ง. ชว ยวางแผนและตดั สนิ ใจ

8 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 28. ขอใดเรยี งลาํ ดบั ข้นั ตอนการทําวจิ ยั ไดถ ูกตอง ก. กําหนดปญหา, แกไขโครงการ, เขียนรายงาน ข. เขียนโครงการ, เขยี นรายงาน, กาํ หนดปญหา, เผยแพร ค. กาํ หนดปญหา, เขียนโครงการ, ดําเนนิ ตามแผน, เขยี นรายงาน, เผยแพร ง. เขยี นโครงการ, เขียนรายงาน 29. ขอ มลู ทางสถติ ิมีประโยชนต อ งานวจิ ยั อยางไร ก. เพือ่ ใหทราบความถี่ รอยละ และคาเฉลีย่ ของขอมูลท่ีตองการทําวิจัย ข. เพื่องายตอ การเก็บรวบรวมขอมลู ทตี่ องการสรุปเชิงเปรยี บเทยี บทางสถติ ิ ค. เพือ่ แจกแจงขอมลู ทตี่ องทําวิจัยใหไ ดข อเท็จจริง ง. ถกู ทุกขอ 30. ขอใดคือลักษณะของการเขียนความเปน มาและความสาํ คัญของการวจิ ยั ก. เปนการเขยี นแผนดําเนินการวิจัยทีเ่ ขียนขน้ึ กอนการทําวจิ ัยจรงิ ข. เปนการเขยี นระบวุ า การดาํ เนินการวิจยั คร้ังนจี้ ะใชเวลานานเทา ใด ค. เปน การเขยี นใหเห็นถึงประเด็นปญหาและนาํ ไปสวู ตั ถปุ ระสงคของการวิจยั ง. เปน การเขียนระบุใหท ราบวา งานวจิ ัยนีต้ องการศึกษาอะไร กับใคร และจะเกดิ ผลอยางไร

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 9 แบบทดสอบทักษะการเรียนรู ทร21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ชดุ ที่ 2 คาํ ส่งั : จงทาํ เครอื่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถี่ กู ตองที่สดุ 1. การจัดการศกึ ษาดานอาชพี ในปจจุบันมคี วามสําคญั อยา งไร ก. เปนการพฒั นาประชากรใหมีความรแู ละมีทกั ษะประกอบอาชีพ ข. สง เสริมความเขม แขง็ ใหแกเศรษฐกจิ ชมุ ชน ค. แกป ญหาการวางงาน ง. ถกู ทุกขอ 2. กลุม อาชีพใดจัดอยูในกลุมอาชีพใหม 5 กลมุ อาชีพ ก. กลมุ อาชีพดานเกษตรกรรม ข. กลุมอาชีพดานจักสาน ค. กลมุ อาชีพดานเศรษฐกิจพอเพียง ง. กลมุ อาชีพดา นการศึกษา 3. ขอ มลู แหลงทองเที่ยวจดั เปน การวเิ คราะห 5 ศกั ยภาพของพ้ืนท่ี ในกลุม อาชพี ใหมดา นใด ก. ดานเกษตรกรรม ข. ดานอุตสาหกรรม ค. ดา นพาณิชยกรรม ง. ถูกทง้ั ขอ ข และ ค 4. พน้ื ที่ของภาคกลางเปนท่รี าบลุม ถาพิจารณาจากศักยภาพของพื้นทีใ่ นการพัฒนาอาชีพ ควรประกอบอาชีพใด ก. การทํานา ข. การทําสวน ค. การปลูกปาลม น้ํามนั ง. การปลกู ยางพารา 5. การขายสินคาทางอนิ เทอรเ น็ต (e-commerce) จดั เปนกลุมอาชพี ใหมดา นใด ก. ดา นเศรษฐกจิ พอเพยี ง ข. ดา นพาณิชยกรรม ค. ดา นพฒั นาผลติ ภณั ฑ ง. ดา นอุตสาหกรรม 6. ขอ ใดกลาวไมถูกตองเกีย่ วกบั ความสําคญั ของการเรียนรูดว ยตนเอง ก. ทําใหคนมีการพัฒนาทางปญญา ข. ทําใหป ระสบความสาํ เร็จในการปฏิบตั ิงาน ค. ทาํ ใหค นสามารถดาํ รงชีวิตอยูในสังคมไดอ ยางมีศักยภาพ ง. ทาํ ใหทราบวาสังคมคือการแขงขันไมจ ําเปนตองเอ้ือเฟอ แบงปน กัน

10 คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 7. ขอ ใดกลา วถึงการเรยี นรูโดยกลมุ ไดอ ยางถูกตอง ก. การเรยี นรูเ กิดขนึ้ โดยบงั เอญิ มิไดเกดิ จากความต้ังใจ ข. ผเู รยี นรวมกลมุ กันแลว เชิญผทู รงคณุ วุฒิมาบรรยายใหความรู ค. การเรียนแบบเปนทางการ มีหลักสตู ร มีระเบยี บการเขาศึกษาทช่ี ดั เจน ง. ผูเรียนหาวิธีการเรยี นดว ยวิธกี ารตา ง ๆ และประเมินผลการเรียนรูดวยตนเอง 8. ขอ ใดกลา วถึงการเรยี นรูโดยบังเอญิ ไดอ ยางถูกตอ ง ก. การเรียนรูเกดิ ข้นึ โดยบังเอญิ มไิ ดเกิดจากความต้งั ใจ ข. ผูเ รยี นรวมกลุมกนั แลว เชิญผทู รงคุณวุฒมิ าบรรยายใหความรู ค. การเรยี นแบบเปนทางการ มีหลักสตู ร มีระเบยี บการเขาศึกษาทีช่ ัดเจน ง. ผูเรียนหาวิธีการเรยี นดวยวธิ ีการตาง ๆ และประเมนิ ผลการเรยี นรูดว ยตนเอง 9. “แหลงเรียนรูท ี่สาํ คญั ทีส่ ุดแหงหนึ่งในประเทศ เปนแหลงรวบรวมหนังสอื สิง่ พิมพ และส่ือความรทู ุกอยาง ทผ่ี ลติ ขึ้นในประเทศ” ขอความขา งตน สอดคลองกับขอใดมากท่ีสุด ก. พิพิธภัณฑ ข. หอสมุดแหงชาติ ค. หอ งสมุดโรงเรยี น ง. หอสมุดมหาวทิ ยาลัย 10. ขอ ใดเปนการใชแหลง เรียนรูโดยการเขา ไปหาความรูจากแหลงกาํ เนดิ ของความรู ก. การดภู าพยนตร วีดทิ ัศน ข. การสํารวจโบราณสถาน โบราณวตั ถุ ค. การประดิษฐค ิดคน สง่ิ ตา ง ๆ ขน้ึ มาใหม ง. การตระหนักและเห็นคณุ คา ของแหลง เรยี นรู 11. ขอใดไมใชแหลง เรียนรทู ีส่ ามารถเรยี นรไู ดดวยตนเอง ก. ขอมูลสารสนเทศ ข. ภมู ิปญ ญาชาวบา น ค. หนงั สอื พมิ พ ง. ไมม ีขอใดถกู 12. “แหลง เรยี นรทู ี่รวบรวม ศึกษา คน ควา วิจัยและจัดแสดงหลักฐานวัตถสุ ิ่งของทสี่ มั พนั ธกับมนุษยแ ละ สิง่ แวดลอ ม” ขอความขา งตนสอดคลอ งกบั ขอใดมากทสี่ ดุ ก. พพิ ธิ ภัณฑ ข. หอสมุดแหงชาติ ค. หองสมดุ โรงเรียน ง. หอสมดุ มหาวิทยาลัย 13. “การอานทําความเขาใจสาระสาํ คัญ โดยตองสังเกตคาํ หรือประโยคสาํ คัญ และยอ สรุปบันทกึ ประโยค สาํ คญั ไว” ขอความขางตนตรงกับความหมายของขอใด ก. การอานผาน ข. การอานสํารวจ ค. การอานจบั ประเด็น ง. การอานวเิ คราะหค วามหมายขอความ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 11 14. “การถา ยทอดความรูสึกนึกคดิ และความตอ งการของบุคคลออกมาเปน สญั ลักษณค ือตวั อักษรเพ่ือส่ือความหมาย ใหผ อู ื่นเขา ใจ” ขอความขางตนสอดคลอ งกบั ขอใดมากทส่ี ุด ก. การฟง ข. การพูด ค. การอา น ง. การเขียน 15. “ความสามารถในการจดั การกับปญหาท่ีเกิดขึน้ ในชีวิตไดอ ยางมรี ะบบ ไมเกดิ ความเครยี ดทางกาย และจิตใจ” จากขอความขา งตนเปนการใชทักษะในดา นใด ก. ทักษะการคดิ ข. ทกั ษะการแกป ญหา ค. ทักษะการสังเกตและการจาํ ง. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห แยกแยะ 16. ขอ ใดกลา วถงึ ความสาํ คญั ของอนิ เทอรเน็ตไดอยางถกู ตอง ก. การส่ือสารบนอินเทอรเน็ตไมจาํ กดั ระบบปฏิบตั ิการของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร ข. อนิ เทอรเ น็ตไมม ีขอจํากดั ในเร่ืองระยะทาง ค. อนิ เทอรเ น็ตไมจ าํ กดั รปู แบบของขอมูล ง. ถูกทุกขอ 17. ขอใดคอื หัวใจสาํ คญั ของการจัดการความรู ก. การจัดการความรูที่อยใู นตวั บุคคล ข. การจดั การความรอู ยา งเปน ระบบ ค. การกําหนดเปาหมายที่ชดั เจน ง. การแลกเปล่ยี นเรยี นรู 18. การยกระดับความรูส งผลตอเปาหมายของการทํางานอยางไร ก. งานดอ ยประสิทธิภาพ ข. ไมม ีการพัฒนาบุคลากร ค. องคกรไดร ับการพัฒนา ง. พนักงานขาดขวัญและกาํ ลังใจ 19. ในการจัดการความรูดว ยวธิ กี ารรวมกลมุ ปฏบิ ตั ิการเพอ่ื ตอยอดความรู บคุ คลใดเปนผูน ําการพฒั นาวิธีการ ทาํ งานของบุคลากรในองคกร ก. คณุ เอ้ือเปน ผูน ําระดับสูงสดุ ขององคกร ข. คุณลขิ ติ ทําหนา ท่ีบันทึกและจัดเกบ็ ความรู ค. คุณอํานวยเปน ผูกระตนุ ใหเกิดการแลกเปลย่ี นเรียนรู ง. คณุ กจิ เปนผูกาํ หนดเปา หมาย แลกเปล่ยี นเรียนรภู ายในกลุม

12 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 20. ในการจัดการความรดู ว ยวธิ กี ารรวมกลมุ ปฏบิ ัตกิ ารเพ่ือตอยอดความรู บคุ คลใดเปน ผูอํานวยความสะดวก ในการจัดการความรู ก. คุณเอื้อเปน ผูนาํ ระดบั สงู สุดขององคกร ข. คุณลขิ ิตทําหนา ทบ่ี นั ทึกและจัดเกบ็ ความรู ค. คณุ อํานวยเปนผกู ระตุน ใหเกิดการแลกเปล่ียนเรยี นรู ง. คณุ กจิ เปน ผูกําหนดเปาหมาย แลกเปลย่ี นเรียนรูภายในกลุม 21. “ณเดชชอบเขารว มการสัมมนา การศกึ ษาดูงาน และแลกเปลยี่ นความรูกับเพื่อน ๆ ผานทางอินเทอรเ น็ต” ณเดชกําลังอยูในขนั้ ตอนใดของการจัดการความรดู ว ยตนเอง ก. ขั้นการบง ช้คี วามรู ข. ขัน้ การเขาถึงความรู ค. ขนั้ การแบงปนแลกเปลยี่ นเรียนรู ง. ข้นั การจัดการความรูใหเ ปน ระบบ 22. “อรุ ชั ญาวเิ คราะหตนเองเพ่ือกาํ หนดเปาหมายในชีวติ และหาแนวทจ่ี ะพัฒนาตนเอง” อุรัชญากาํ ลังอยูใน ขน้ั ตอนใดของการจดั การความรูดวยตนเอง ก. ขั้นการบง ชี้ความรู ข. ขน้ั การเขาถงึ ความรู ค. ขั้นการแบงปนแลกเปลีย่ นเรียนรู ง. ขน้ั การจดั การความรใู หเ ปน ระบบ 23. “บุคคลท่ีคิดเปน จะสามารถเผชิญปญ หาในชวี ติ ประจาํ วันไดอยางมีระบบ” เปน คํากลาวของบุคคลใด ก. ประเวศ วะสี ข. ดร. โกวิท วรพพิ ัฒน ค. พระธรรมโกศาจารย ง. ดร. เกรยี งศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์ 24. ขอมูลที่ดตี องมีคุณสมบัติอยางไร ก. มีความรวดเร็วและเปนปจจุบัน ข. มีความสมบูรณ ค. มคี วามถูกตอ ง ง. ถกู ทุกขอ 25. “การศึกษา คนควา เพื่อหาคําตอบของคําถามท่ีสงสัย หรือหาคําตอบเพื่อการแกปญหาโดยกระบวนการ ตาง ๆ อยา งเปน ระบบ เพ่ือใหไดค าํ ตอบท่นี าเช่อื ถือ” ขอความขา งตน สอดคลองกับขอใด ก. การวจิ ัยอยางงาย ข. การทําการทดลอง ค. การคิดเปนแกปญหาเปน ง. การใชท ักษะการแกป ญ หา

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 13 26. การเขยี นวตั ถุประสงคของการวจิ ัยอยใู นขั้นตอนใดของการทาํ วิจัยอยางงา ย ก. ข้ันตอนการดําเนนิ การวจิ ัย ข. ข้ันตอนการเขยี นโครงการวิจยั ค. ขน้ั ตอนการระบปุ ญหาการวิจัย ง. ข้ันตอนการสรุปผลการวจิ ยั และขอเสนอแนะ 27. “ศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติ ลกั ษณะภูมิอากาศ ภมู ิประเทศ ทําเลที่ต้ัง วัฒนธรรม ภมู ปิ ญญา วิถีชีวติ หรือทรพั ยากรมนุษยข องพ้นื ทน่ี ้ัน ๆ” ขอความขางตนสอดคลอ งกับขอใด ก. ศกั ยภาพของบุคคล ข. สภาพแวดลอ มของพ้ืนท่ี ค. คุณสมบตั ิแฝงของพ้ืนท่ี ง. ศักยภาพหลักของพนื้ ที่ 28. การสํารวจดนิ น้ํา ปาไม แรธาตุ และแหลง พลงั งานในพนื้ ที่กอนทําการเกษตรเปน การวิเคราะหศ ักยภาพ ของพ้นื ทใ่ี นดา นใด ก. ศกั ยภาพของพืน้ ที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ข. ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยในแตละพนื้ ที่ ค. ศกั ยภาพหลักของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแตล ะพน้ื ท่ี ง. ศกั ยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีตง้ั ของแตละพื้นท่ี 29. การวิจัยแบบใดท่ผี วู ิจัยและผใู หข อมลู มสี วนรวมเรยี นรูดวยกัน ก. การวิจยั เชิงสาํ รวจ ข. การวิจัยเชิงคุณภาพ ค. การวิจัยเชิงประวัตศิ าสตร ง. การวจิ ยั ปฏิบตั ิการแบบมีสวนรวม 30. ขอใดตอไปน้ีเปนขน้ั ตอนการนาํ เสนอผลการวจิ ยั ก. การนาํ เสนอการสรุปผลการวิจยั ข. การนําเสนอขอเสนอแนะการวจิ ยั ค. การนําเสนอผลการวเิ คราะหขอมูล ง. การเขียนบทความวิจัยเสนอตอผูสนใจ ผูมสี ว นเกย่ี วขอ ง

14 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน สาระการประกอบอาชีพ ¾ รายวิชาชองทางการพัฒนาอาชีพ อช21001 ¾ รายวิชาทักษะการพัฒนาอาชพี อช21002 ¾ รายวชิ าพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขม แข็ง อช21003

คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 15 รายวชิ าชองทางการพฒั นาอาชีพ อช21001 ขอบขา ยเน้ือหา 1. การงานอาชพี 2. ชอ งทางการพัฒนาอาชพี 3. การตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพ สาระสําคัญ เปนองคความรูเก่ียวกับการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งประกอบดวยการสํารวจวิเคราะหอาชีพในชุมชน ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา เพื่อนําไปสูการพัฒนา ระบุสิ่งท่ีตองการพัฒนาอาชีพ เหตุผลความจําเปนท่ีตองการพัฒนาอาชีพดานตาง ๆ แสวงหาความรูและเทคนิคการพัฒนาอาชีพวิเคราะหความรู และเทคนิคท่ีไดมา เพ่ือนําไปสูการพัฒนาอาชีพ การตัดสินใจเลือกวิธีการเพ่ือพัฒนาอาชีพ และการตรวจสอบความเปนไปไดในการพัฒนาอาชีพ ใหผูเรียน สามารถเลือกแนวทางการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมตอตนเองและชุมชนได ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั 1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวปี ไดแก ทวีปเอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟริกา ที่จะนําไปสู การพฒั นาอาชพี ท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของตน และสอดคลอ งกบั ชุมชน สังคม 2. อธบิ ายเหตุผล ปจจัยความจาํ เปน ในการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกบั ศักยภาพของตนเองได 3. จัดระบบความสาํ คญั ในการตัดสินใจพฒั นาอาชพี ได 4. ปฏิบัติการวิเคราะหเพอ่ื การพัฒนาอาชพี ได

16 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน แบบทดสอบชอ งทางการพัฒนาอาชพี อช21001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ชดุ ท่ี 1 คาํ ส่งั : จงทําเครอ่ื งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ถี กู ตองที่สดุ 1. ขอใดหมายถึงการพัฒนาอาชีพ ก. สมศรี ขายแตงโมผานสหกรณ ข. มชี ัย ไปรบั สินคามาบรรจุภัณฑใ หม ค. ใจดี นาํ ผลไมท ี่ปลูกไปขายทีต่ ลาด ง. มโี ชค ปลูกพชื ปลอดสารพิษตามความตองการของตลาด 2. ขอใดกลาวถูกตองทสี่ ดุ ก. การพัฒนาอาชีพเปนการพฒั นาคน ข. การพฒั นาอาชีพเปนการสรางรายได ค. การพัฒนาอาชพี มคี วามสําคัญตอเศรษฐกจิ ของประเทศ ง. การพัฒนาอาชพี เปน ฟนเฟอ งในการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของคน ชมุ ชน สงั คม และประเทศ 3. ประเทศใดเปนผูผลิตขาวสง ออกมากทส่ี ุดในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต ก. พมา -ลาว ข. มาเลเซีย-ลาว ค. ไทย-เวียดนาม ง. เวียดนาม-กัมพูชา 4. อาชีพใดที่สรา งรายไดหลกั ใหกบั ประชากรสว นใหญของภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออก ก. อุตสาหกรรม ข. พาณชิ ยกรรม ค. เกษตรกรรม ง. เฉพาะทาง 5. ขอ ใดเปน อาชีพท่เี กิดจากงานดานความคิดสรางสรรค ก. การออกแบบแฟชน่ั เคร่อื งแตงกาย ข. การบริการทองเทยี่ ว ค. การบริการสปาปลา ง. ธรุ กิจโลจิสติกส 6. ขอ ใดตอ ไปน้คี ือประเภทของงานประดษิ ฐ ก. ของเลน ของใช งานตกแตง เครือ่ งใชในพิธีการ ข. ของกิน ของเลน งานตกแตง เครอ่ื งใชในพธิ ีการ ค. ของเลน ของใช งานดัดแปลง เคร่ืองใชในพธิ กี าร ง. ของกนิ ของใช งานดัดแปลง เครอื่ งใชใ นพิธีการ

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 17 7. เพราะเหตุใดการพฒั นาอาชีพจึงมีความสาํ คัญตอวถิ ีชีวติ และการดาํ รงชีพในปจ จบุ ัน ก. การพัฒนาอาชีพเปน การพัฒนาคุณภาพชีวติ ของคน ข. การพัฒนาอาชพี เปน การพฒั นาคณุ ภาพดานเศรษฐกจิ ของประเทศชาติ ค. การพฒั นาอาชพี เปนการพัฒนาคุณภาพดานเศรษฐกิจของประเทศชาติและชมุ ชน ง. การพฒั นาอาชีพเปน การพฒั นาคุณภาพดานเศรษฐกจิ ของประเทศชาติ ชมุ ชน สง ผลถึง ความเจรญิ กา วหนา ของประเทศชาติ 8. การตดั สนิ ใจเลอื กพฒั นาอาชีพท่เี หมาะสมกับตนเองตองวเิ คราะหความพรอมดา นตาง ๆ ยกเวน ขอใด ก. สถานศึกษา ข. เทคนคิ ความรู ค. ความพรอมของตนเอง ง. ความตอ งการของตลาด 9. ขอ ใดไมใชห ลักในการแบงหนาทคี่ วามรับผิดชอบของสมาชิกในครอบครัว ก. ใหสมาชิกทกุ คนรว มกันทํางานบาน ข. วเิ คราะหแ ละวางแผนรวมกันวา มงี านอะไรท่ีตองทําบาง ค. กําหนดหนา ท่ีรับผิดชอบงานของแตละคนใหชัดเจน ง. มอบหมายงานใหสมาชกิ ทาํ ตามความสามารถ ความถนัด และเหมาะสมกับวัย 10. เพราะเหตุใดครอบครัวจึงเปน สถาบนั ท่ีสําคัญ ก. เพราะเปน สถาบนั ที่ใหทนุ การศึกษาแกลูกหลาน ข. เพราะเปน สถาบันที่สรา งรายไดใหกับคนในครอบครัว ค. เพราะเปนสถาบันที่ปลูกฝงคุณลักษณะอนั พึงประสงคใหเกิดแกส มาชกิ ของครอบครัว ง. เพราะเปนสถาบันท่ปี ลูกฝง ทกั ษะอาชีพ และมอบทรัพยสนิ เปน มรดกตกทอดใหกับสมาชกิ ในครอบครวั 11. ขอใดเปนส่ิงสาํ คญั อนั ดบั แรกในการพจิ ารณาเพื่อเพ่ิมผลผลติ ในการพฒั นาอาชีพ ก. กระบวนการ ข. เครื่องจักร ค. แรงงาน ง. ทุน 12. ขอใดเปน อาชีพใหมดา นพาณิชยกรรม ก. การขายของในรา นสะดวกซ้ือ ข. การขายผา นทางสหกรณ ค. การขายของทางเวบ็ ไซต ง. การขายทางไปรษณยี  13. พชื ชนดิ ใดเหมาะสมท่จี ะปลูกในพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ก. กาแฟ ข. ยางพารา ค. ขาวหอมมะลิ ง. มนั สําปะหลงั

18 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 14. ขอใดเปนปจจัยสําคัญในการจัดการงานอาชพี ในชมุ ชน ก. คน เงนิ ทุน ทรพั ยากร ตลาด ข. คน เงินทนุ การจดั การ ตลาด ค. คน เงนิ ทนุ สิง่ แวดลอ ม ตลาด ง. คน เงินทุน วัสดุอุปกรณ การจดั การ 15. ขอใดคอื แผนทสี่ อดคลองกบั การวางแผนระยะยาวมากท่ีสดุ ก. แผนพัฒนาอาชีพ ข. แผนอบรมวชิ าชพี ค. แผนปอ งกนั ศตั รูพชื ง. แผนปฏบิ ตั กิ ารประจาํ ป 16. ขอ ใดคือจดุ มุงหมายของธรุ กจิ ก. ไดผ ลกําไร ข. เพื่อใหบ รกิ ารแกผูบรโิ ภค ค. เพอ่ื ความอยูรอดและเจรญิ เติบโต ง. ถกู ทุกขอทีก่ ลาวมา 17. ขอใดตอ ไปนี้ไมใชธ รุ กิจที่เกย่ี วของในชวี ิตประจําวัน ก. ธุรกจิ การบรกิ าร ข. ธุรกิจผลติ สนิ คา ค. ธรุ กิจจําหนายสนิ คา ง. ธุรกิจการแลกเปลยี่ นสินคา 18. ขอ ใดอธบิ ายความหมายของคําวา “อาหาร” ไดถูกตอ งที่สดุ ก. สิ่งที่กนิ เขาไปในรา งกายแลวทําใหร า งกายเจรญิ เติบโต ข. ส่ิงทก่ี นิ เขาไปในรางกายแลวไปซอ มแซมสวนทส่ี ึกหรอของรางกาย ค. สง่ิ ท่กี นิ เขา ในรา งกายแลว สรา งความเจรญิ เติบโตตอรา งกาย และซอ มแซมสวนที่สึกหรอ ง. สิง่ ทกี่ ินเขาในรา งกายแลวไมมีโทษตอรางกาย แตนาํ ไปใชป ระโยชนได โดยสรา งความเจริญเติบโต และซอ มแซมสวนทสี่ กึ หรอ 19. การรักษาอาหารใหคงรูปเดิม ควรเลอื กใชวิธถี นอมอาหารแบบใด ก. การตากแหง ข. การแชอาหารในอุณหภูมิต่าํ ค. การทําลายเชอ้ื จุลนิ ทรียบางตัว ง. การทาํ ลายเช้อื จลุ ินทรียทง้ั หมด 20. “พริก มะเขอื ถ่วั ฝก ยาว ถั่วแขก ถั่วพู” จัดเปนพืชผักสวนครวั ประเภทใด ก. ผักกินดอก ข. ผักกนิ ใบกนิ ตน ค. ผกั กนิ ฝก กินผล ง. ผกั กินหวั กนิ ราก

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 19 21. การบรกิ ารหลงั การขายจดั เปนคุณธรรมของผปู ระกอบการดา นใด ก. ความรับผิดชอบ ข. ความประณตี ค. ความซ่อื สตั ย ง. ความขยัน 22. คุณธรรมท่ีสาํ คัญอนั ดับแรกของผูพฒั นาอาชีพเกษตรกรคือขอ ใด ก. ความประหยัด ข. ความซอื่ สัตย ค. ความประณีต ง. ความอดทน 23. ทรพั ยากรธรรมชาติในขอใดท่ีใชแ ลว ทดแทนได ก. ปาไม ข. แรธาตุ ค. ถา นหนิ ง. สภาพแวดลอ ม 24. ขอ ใดเปนสง่ิ ที่ใชผ ลติ กระแสไฟฟา แทนการใชน้าํ มนั ก. หิน ข. ดนิ ค. นํา้ ง. ทราย 25. ขอใดจดั เปนการอนุรกั ษทรพั ยากรสิง่ แวดลอ มในการประกอบอาชีพ ก. การใชร ถพว งในการขนสงผลผลติ ข. การตดั หญาและเผาตอซังขาว ค. การใชก งั หันวิดน้ําเขา นา ง. การปลอยขี้หมลู งแมน้าํ 26. ขอใดตอ ไปนไ้ี มใ ชประเภทของการขนสง ก. การขนสงทางนาํ้ ข. การขนสง ทางบุคคล ค. การขนสงทางอากาศ ง. การขนสง ทางรถยนต 27. ขอใดไมใชล ักษณะของการขายทีด่ ี ก. การขายโดยการหวงั ผลกาํ ไร ข. การขายมลี ักษณะการใหค วามรู ค. การขายมีลักษณะการติดตอสอ่ื สาร ง. ใหความรว มมือกับพนกั งานทุกฝายของบรษิ ทั

20 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 28. หนาท่ีของพนักงานขาย ขอ ใดกลา วผิด ก. มคี วามรอบรูอยางดี ข. ปฏบิ ตั ิหนาท่ีดว ยความตง้ั ใจ ค. ชวยบรษิ ัทบริหารจดั การไดในทกุ เรื่อง ง. การขายมีลักษณะของการจูงใจไมใชก ารบังคบั 29. ขอใดคือความสําคัญของการวางแผน ก. เพือ่ ใหท าํ งานไดสะดวก ข. เพื่อใหทาํ งานไดร วดเรว็ ค. เพือ่ ใหประหยัดงบประมาณ ง. เพอื่ ใหเ ห็นความชัดเจนที่จะดําเนินไปสูความสาํ เร็จ 30. แผนทมี่ ีระยะเวลา 3-5 ป คือแผนประเภทใด ก. แผนระยะสัน้ ข. แผนชว่ั คราว ค. แผนระยะยาว ง. แผนระยะปานกลาง

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 21 แบบทดสอบชอ งทางการพฒั นาอาชีพ อช21001 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ชดุ ที่ 2 คาํ สง่ั : จงทําเครือ่ งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ีถกู ตองที่สดุ 1. ขอใดเปนปจจัยท่เี กี่ยวของกับการตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชีพ ก. ทักษะในอาชพี ความสนใจ ทุน ความตอ งการของตลาด ข. ความพรอมของตนเอง ความตองการของตลาด เงนิ ทนุ ทักษะในอาชีพ ค. ทกั ษะในอาชีพ ความรบั ผิดชอบตอสังคม สง่ิ แวดลอ ม ความพรอมของตนเอง ง. ความพรอมของตนเอง ความรูทักษะในอาชพี ความตอ งการตลาด ความรบั ผดิ ชอบตอสังคม 2. ขอ ใดเปนความสําคัญของการมองเหน็ ชองทางการพัฒนาอาชพี ก. การเขา ถงึ แหลงทนุ ในชุมชน ข. การเลือกอาชพี ตามความนยิ มของชมุ ชน ค. การรูจักวางแผนการพฒั นาอาชีพท่เี หมาะสมกับตนเอง ง. การนําวสั ดธุ รรมชาตใิ นทองถ่ินมาใชพ ัฒนาผลิตภณั ฑ 3. ขอ ใดหมายถึงการแปรรูปในการพัฒนาอาชีพ ก. การนําสนิ คา ไปเก็บเพื่อจัดจาํ หนา ย ข. การนาํ ผลผลติ มาแปรสภาพโดยกรรมวธิ ีตาง ๆ ค. การเกบ็ เกี่ยวผลผลิตกอนฤดูกาลเพื่อบมจาํ หนาย ง. การเกบ็ ผลผลติ การเกษตรไวจ ําหนายนอกฤดูกาล 4. ขอ ใดเปน ปจ จยั นาํ เขาในกระบวนการจดั การแปรรปู ผลผลติ ก. การวางแผน การจัดองคกร การจัดคนเขางานและการควบคมุ ข. คน วธิ ีการ ทนุ การวางแผนและการควบคุม ค. ทรพั ยากร การจัดการ สนิ คาและบริการ ง. คน เงิน วัสดุอปุ กรณและวธิ ีการ 5. ขอ ใดเปน สาเหตุใหม ีการใชเคร่ืองจกั รอตั โนมัตใิ นการขายสินคามากขน้ึ ก. ตอบสนองความตองการของกลุมเปาหมาย ข. ลดตน ทุนการขายและเพิม่ ความสะดวก ค. ตอ งการเพิ่มยอดขาย ง. ตามกระแสนิยม 6. สทุ ัศน เปนคนชนบทมีพื้นที่ทํากนิ 30 ไร อยูใกลแหลงนาํ้ แตมีเงินทุนไมมาก อาชพี ทเี่ หมาะสมและเปน ไปได คือขอใด ก. ประกอบอาชีพเกษตร ข. ใหเ ชาทท่ี าํ ตลาดนัด ค. ใหเ ชา ทําท่ีจอดรถ ง. รับซือ้ ของเกา

22 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 7. ขอ ใดคอื ปจจัยในการตดั สนิ ใจเลือกพฒั นาอาชีพ ก. ขอมูลดานตนเอง สังคมและส่ิงแวดลอม และวชิ าการ ข. ขอ มูลดา นตนเอง สังคม และวชิ าการ ค. ขอ มลู ดานชมุ ชน สงั คม และวิชาการ ง. ขอ มูลดา นตนเอง ชมุ ชน และสงั คม 8. ขอ ใดควรคํานงึ ถึงเปน อนั ดบั แรกในการตดั สนิ ใจเลือกพัฒนาอาชพี ก. แรงงานในชมุ ชน ข. อาชีพเดิมของบรรพบรุ ุษ ค. ความนิยมของคนในชุมชน ง. ความรคู วามสามารถของตน 9. บคุ คลในขอใดมีการพฒั นาอาชพี ท่เี หมาะสมทส่ี ุด ก. ปรีดา ดาํ เนินอาชีพตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ข. ปรีดี ยดึ หลกั ศกั ยภาพของทรัพยากรชาตใิ นพื้นท่ี ค. ปราณี พจิ ารณาจากทรัพยากรธรรมชาติ ลกั ษณะภมู ิอากาศ ทําเลทต่ี ั้งและประเพณีวฒั นธรรม ง. ปติ พจิ ารณาจากทรัพยากรธรรมชาติ ลักษณะภมู ิอากาศ ทําเลที่ตง้ั ประเพณวี ฒั นธรรมและ ทรพั ยากรในพืน้ ที่ 10. ชาคริต มอี าชีพทาํ สวนมังคุดเขาควรตัดสินใจพฒั นาอาชีพดวยวธิ กี ารใด ก. แปรรปู ข. การทําแฟรนไชส ค. จดั บริการทองเทีย่ วพักผอ น ง. จดั บรกิ ารทองเทีย่ วชิมผลไม 11. ประเทศใดปลูกกาแฟมากท่ีสุดในโลก ก. ประเทศไทย ข. ประเทศบราซิล ค. ประเทศโคลัมเบีย ง. ประเทศเอกวาดอร 12. ธนาคารจดั เปนธุรกจิ ประเภทใด ก. ธรุ กิจขายตรง ข. ธุรกิจผลติ สินคา ค. ธุรกจิ การบริการ ง. ธุรกิจจาํ หนายสินคา 13. ขอ ใดตอ ไปนีค้ ือสง่ิ ทผี่ ูป ระกอบธุรกจิ พงึ ปฏิบัตติ อสังคมและสภาวะแวดลอ ม ก. ละเวนจากการทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาติ ข. ใหความรว มมือกบั ทุกฝายชวยสรางสรรคส ังคม ค. ใชท รัพยากรธรรมชาติอยางมีประสทิ ธภิ าพทีส่ ดุ ง. ถูกทุกขอ

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 23 14. ขอ ใดเปน ทรพั ยากรท่สี ําคญั ในการประกอบอาชีพ ก. ทรพั ยากรธรรมชาติ และทรัพยากรน้ํา ข. ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษยสรา งขน้ึ ค. ทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรในการประกอบการ ง. ทรพั ยากรสิง่ แวดลอม และทรัพยากรในการประกอบการ 15. ความแตกตางของ “การขาย” และ “การตลาด” ขอใดกลาวถูกตอ ง ก. การขายเนนความสาํ คัญของผลติ ภณั ฑ แตก ารตลาดเนนความตองการของผูบ รโิ ภค ข. การขายเปนแผนระยะยาว แตก ารตลาดเปนแผนระยะส้นั ค. การขายมุงเนนที่กําไร แตการตลาดมุงเนน ท่ียอดขาย ง. ไมมีขอ ใดกลา วถูก 16. ขอใดไมใชป ระโยชนของการทําบนั ทึกรายรับ-รายจาย ก. ชว ยใหใ ชจา ยเงินไดม ากข้ึน ข. ทาํ ใหมหี ลกั ฐานในการรับและจา ยเงนิ ค. ทาํ ใหม แี ผนการจดั การรายรบั -รายจา ย ง. ชวยลดปญ หาการใชจ ายเงินมากกวา รายรบั 17. ธุรกิจการทองเทยี่ วในปจ จบุ ันประสบปญ หาสง ผลกระทบตออาชีพใดมากท่ีสุด ก. เกษตรกร ข. ขายตรง ค. คา ขาย ง. บรกิ าร 18. ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต นยิ มเล้ียงสตั วป ระเภทใดควบคูกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก. โค กระบือ ข. แพะ อูฐ ค. หมี ลา ง. สนุ ัข แกะ 19. ขอใดกลา วถงึ อตุ สาหกรรมในครวั เรือนไดอยา งถูกตอง ก. ใชแรงงานคนและวัตถดุ บิ ทมี่ ีอยใู นทองถนิ่ ผลผลิตสว นใหญใ ชบ ริโภคในครอบครัวหรือสง ขาย ในทองถิน่ ข. ใชท้ังแรงงานคนและเครื่องจกั รทที่ นั สมยั ผสมผสานภูมปิ ญ ญาของคนในทอ งถิ่น มงุ สง ออกสนิ คา ค. สวนใหญใชแรงงานคนเปนหลัก มีการนําเครือ่ งจักรและเคร่ืองทนุ แรงขนาดเล็กเขามาใช ง. แรงงานทใี่ ชจ ะเปนชางฝม อื ที่มคี วามเช่ยี วชาญ มีเครอื่ งจักรกลอตั โนมตั ิมาใชใ นการผลติ 20. ขอ ใดคอื ผลผลิตของอุตสาหกรรมในครวั เรอื น ก. หนังสอื พมิ พ ข. ผา ทอพื้นเมือง ค. ปลากระปอง ง. อุปกรณไฟฟา

24 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 21. การทํางานรวมกนั ในองคกร คณุ ธรรมขอใดสาํ คัญที่สดุ ก. ความมนี าํ้ ใจ ข. ความสามัคคี ค. ความมรี ะเบยี บวินัย ง. ความขยนั หมนั่ เพียร 22. ขอใดเปนการประยุกตใชทรพั ยากรธรรมชาตทิ ม่ี ีอยูใ หเ กิดประโยชน ก. สานเสอ่ื ดวยหลอดพลาสติก ข. ประดษิ ฐดอกไมจากธนบตั ร ค. การทาํ เฟอรนิเจอรจากไฟเบอร ง. การนําดนิ ขาวมาทําเปน ดินสอพอง 23. ประเทศใดมีการเลีย้ งแกะมากทส่ี ดุ ในโลก ก. ญปี่ ุน ข. ออสเตรเลยี ค. ออสเตรีย ง. ฟล ปิ ปนส 24. นาฟตา (NAFTA) เปน การจัดต้ังเปน เขตการคา เสรีของกลุมประเทศในภูมภิ าคใด ก. เอเชยี ใต ข. เอเชยี ตะวันออก ค. อเมรกิ าเหนอื ง. แอฟริกาใต 25. กลมุ อาชีพใหมด านความคิดสรางสรรคตงั้ อยบู นพน้ื ฐานในขอใดตอไปนี้ ก. การศกึ ษา (Education) ข. การใชองคค วามรู (Knowledge) ค. การสรา งสรรคงาน (Creativity) ง. ถูกทุกขอ 26. บุคคลใดเปนผูม ีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี ก. หญงิ นอยใจและทอแทเม่ือถกู หวั หนา ตาํ หนเิ ร่ืองงานที่ผิดพลาด ข. นอ ยหนาประพฤติตรงและจริงใจ ไมค ดโกงและไมห ลอกลวง ค. วิสาบา ยเบ่ียงทกุ คร้ังทล่ี กู คาโทรตามสินคา ที่สงั่ ไว ง. น้าํ หวานทํางานเกง แตมาทํางานสายเปน ประจํา 27. พฤติกรรมใดของผูป ระกอบธุรกจิ ที่ไมพึงปฏบิ ัตติ อคูแขงขันในเชิงธุรกิจ ก. ไมกลน่ั แกลง คูแขง ขัน ข. ใชท ุกวิถที างคน หาความลบั ของคแู ขงขัน ค. ชวยกนั สรา งสรรคสงิ่ ทีด่ ีงามใหเ กิดแกส ังคม ง. หลีกเล่ียงการกระทาํ ใด ๆ ทีจ่ ะบ่นั ทอนชือ่ เสยี งของคแู ขง ขัน

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 25 28. บคุ คลทมี่ ีความพรอมการตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพจะตอ งมีคุณสมบัติในขอใด ก. แรงจงู ใจในการประกอบอาชีพ ข. ประสบการณเ ดมิ ค. เงนิ ทนุ จาํ นวนมาก ง. ถูกทงั้ ขอ ก และ ข 29. ขอใดคอื การทดสอบตลาด ก. การสาํ รวจความคดิ เห็นจากกลมุ ตาง ๆ เชน ผูบ รหิ าร พนักงานขาย และลูกคา เกย่ี วกบั รูปลักษณ สนิ คา ข. นาํ ผลติ ภัณฑจ าํ นวนนอย ๆ ไปจาํ หนา ยในตลาดเล็ก ๆ เพอ่ื ศึกษาปฏิกิริยาการตอบรบั ของลูกคา ค. การโฆษณา ประชาสมั พันธสินคา ผา นชอ งทางตา ง ๆ เพ่ือใหลูกคา เกดิ ความตองการ ง. การลดราคาสนิ คาลงอยางนอย 50% เพ่อื กระตนุ ยอดขายสินคา 30. ขอใดคือลักษณะของแรงงาน ก. แรงงานคน และแรงงานสัตว ข. แรงงานคน และแรงงานเคร่ืองจกั รกล ค. แรงงานคน แรงงานสัตว และแรงงานเครื่องจกั รกล ง. แรงงานคน แรงงานสัตว แรงงานเคร่ืองจกั รกล และแรงงานอวกาศ

26 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน รายวชิ าทักษะการพัฒนาอาชีพ อช21002 ขอบขา ยเน้อื หา 1. ทักษะในการพฒั นาอาชพี 2. การทาํ แผนธรุ กิจเพ่ือการพัฒนาอาชพี 3. การจดั การความเส่ียง 4. การจัดการผลผลติ การบริการ 5. การจดั การการตลาด 6. การขับเคล่ือนเพือ่ พฒั นาธรุ กิจ 7. โครงการพัฒนาอาชีพ สาระสาํ คัญ การประกอบอาชพี จาํ เปนตองพัฒนาอยางตอเน่ืองเพ่ือใหทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยศึกษาวิเคราะห ทักษะในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดในอาชีพท่ีประกอบการอยูในขณะนั้น วามีจุดออนจุดแข็ง อยางไร เพ่อื ปรบั ปรุงแกไ ขใหท นั กับการเปล่ยี นแปลงน้ัน ผลการเรียนรทู ีค่ าดหวงั 1. อธิบายทักษะที่เกี่ยวของในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใชนวัตกรรมเทคโนโลยีในการ พัฒนาอาชีพท่ีตดั สนิ ใจเลือกได 2. เห็นความสมั พนั ธข องการจัดระบบเตรยี มความพรอมกบั การพฒั นาอาชีพ 3. ปฏิบตั ิการวเิ คราะหท กั ษะในการพัฒนาอาชีพ 4. อธิบายความหมายความสาํ คัญของการจัดการอาชพี เพื่อพฒั นาอาชีพได 5. ดําเนินการปรับปรุงแผนธุรกิจดานการจัดการการผลิตหรือการบริการ และดานการจัดการ การตลาดตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได 6. อธิบายความสัมพนั ธร ะหวางระบบการพัฒนาธุรกจิ กบั การขบั เคลอ่ื นธุรกิจอยา งมีคณุ ธรรม 7. ปฏิบัติการจดั ทาํ แผนและโครงการพัฒนาอาชพี ได

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 27 แบบทดสอบทกั ษะการพฒั นาอาชพี อช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ชดุ ที่ 1 คาํ ส่ัง : จงทาํ เคร่ืองหมาย ลอมรอบคาํ ตอบที่ถกู ตองที่สุด 1. ความจําเปนในการพฒั นาอาชีพคือขอใด ก. ลดการวา งงานของคนในชุมชน ข. ทาํ ใหไดเ งนิ เพ่ือการผลติ มากขึ้น ค. เปน การกระจายรายไดของคนในชมุ ชน ง. ชว ยใหการดําเนนิ การของการประกอบอาชีพกาวหนาขึ้น 2. ปจจัยพ้นื ฐานขอ ใดมีความจาํ เปนในกระบวนการผลิตสนิ คา ก. เงนิ ทนุ เครอ่ื งจกั ร สินคา ข. การจดั การ สถานท่ี ทด่ี ิน ค. ทุน แรงงาน สถานที่ การจดั การ ง. ที่ดิน ทนุ แรงงาน ผูประกอบการ 3. ในการนําทักษะอาชพี ที่มีอยูไปใชใ นการประกอบอาชีพ ขอ ใดไดกลาวถกู ตองที่สุด ก. สมชาย มที ักษะในการซอมเครื่องยนตจงึ เปดอซู อมรถยนต ข. รนิ รดา มที กั ษะในการทาํ บัญชี จึงประกอบอาชีพบริการรา นเสริมสวย ค. อรปรียา มีทักษะในการทําอาหารจึงประกอบอาชพี ธรุ กจิ ทองเทีย่ ว ง. คมกฤช มที กั ษะในการขยายพนั ธพุ ชื จึงประกอบอาชีพรานอาหารสาํ เรจ็ รูป 4. บคุ คลในขอใดนํานวัตกรรมเทคโนโลยีมาใชไ ดถ กู ตอ ง ก. นติ ยา นําวัสดเุ หลือใชส งรา นรบั ซื้อของเกา ข. มาลา นําความรเู รอื่ งการนํากลับมาใชใหมมาใชในสํานักงาน ค. ดวงกมล แยกถุงพลาสติกกบั กระดาษเพ่ือทงิ้ ใหถูกตอ งกับถังขยะคดั แยก ง. นิชาภทั ร นาํ ความรูเรอื่ งเตาแกสชวี มวลมาติดต้งั ใชภายในครวั เรอื นและรานอาหาร 5. ขอ ใดเปนการจัดการควบคุมคุณภาพไดดที ส่ี ุด ก. วตั ถดุ บิ ทมี่ ีคุณภาพ ข. ไดผ ลผลิตท่มี ีคุณภาพ ค. มีกระบวนการผลติ ท่ีมีคุณภาพ ง. มกี ารประชาสมั พันธที่มีคุณภาพ 6. องคป ระกอบที่สําคัญของการจัดการอาชีพใหประสบความสาํ เร็จ ก. การใชแรงงานตางดา ว ข. การใชทรัพยสินอยา งคุมคา ค. การประกอบอาชพี ท่กี าํ ลังเปนทนี่ ิยม ง. การเลือกใชวสั ดุในการผลติ จากตางประเทศ

28 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 7. บคุ คลในขอใดศึกษาขอมูลจากแหลง เรยี นรูแลวนํามาประยุกตใชใ นการพัฒนาอาชีพไดเหมาะสมท่ีสุด ก. ธนภมู ิ อา นหนงั สอื วารสารเกษตร แลว นําความรมู าใชใ นการเลี้ยงปลาของตนเอง ข. ธนดล ศกึ ษาการประกอบอาชีพเล้ียงไกจากโทรทัศน ค. ธนเดช ศึกษาการปลูกขา วโดยวธิ ีการโยนกลา จากวีดิทัศน แลว นาํ ความรูมาใชปลูกขา วในพ้ืนท่ีนา 10 ไร ง. ธนทรัพย ไปศึกษาและเรยี นรูเร่ืองการเพาะเหด็ จากบานแมน แลวนํามาทาํ ฟารมเห็ดท่บี า นของตนเอง 8. บุคคลในขอใดเลือกอาชพี ไดเหมาะสมกบั ตนเองมากทีส่ ุด ก. กนกพร เลอื กอาชีพครู เพราะเพอ่ื นชกั จูง ข. จนั ทรรัตน เลือกอาชพี พยาบาล เพราะตามใจแม ค. ปภัสสร เลือกอาชพี นักรอง เพราะมรี ายไดส งู ง. ปญจพล เลอื กอาชีพชางไฟฟา เพราะมคี วามรู ความชํานาญดานนี้ 9. “มจี ติ นาการ มีความคิดริเรมิ่ สรา งสรรค และรักงานศลิ ปะ” เปนคุณสมบตั ิของผูประกอบอาชพี ใด ก. นกั เขยี นนวนิยายการต ูน ข. นกั ออกแบบสินคา ค. นักวิทยาศาสตร ง. เกษตรกร 10. แหลง เรียนรูในขอใดทสี่ ามารถสืบคนขอมลู เพ่อื การพัฒนาอาชีพไดมากทส่ี ุด ก. แหลง เรียนรใู นชุมชน ข. หอ งสมุดอเิ ล็กทรอนิกส ค. สถาบนั การศึกษาตาง ๆ ง. สถานประกอบการเกยี่ วกับอาชีพตาง ๆ 11. “กระบวนการวางแผนการจัดองคก ร การตดั สนิ ใจ การส่งั การ การควบคุม การติดตามผลเพื่อใหไดผลผลิต หรือบริการทเี่ ปน ทต่ี อ งการของลกู คา และไดรบั การยอมรบั จากสงั คม” ขอความขา งตนสอดคลองกับขอใด ก. อาชีพ ข. การจดั การ ค. การจดั การอาชีพ ง. การพฒั นาบุคลากร 12. ขอ ใดคอื ความหมายของแหลงเงนิ ทุน ก. แหลงทมี่ ที ้ังผูซ ื้อและผูขายสินคาตา ง ๆ จากผูผลิตไปสผู บู รโิ ภค ข. แหลง ทม่ี ขี อมลู ขาวสาร ความรูเพอ่ื การประกอบอาชีพ ค. แหลง ทีส่ ามารถใหก ูยมื เงินเพ่ือการประกอบอาชีพ ง. แหลงขายวสั ดุอุปกรณเพ่ือการประกอบอาชีพ 13. “การฝกทักษะอาชีพใดอาชีพหนึ่งจนเกิดความชัดเจนและชํานาญจนสามารถถายทอดค วามรูและ ประสบการณนนั้ ๆ ใหกับผอู ่ืนได” ขอความขา งตนสอดคลองกับขอใด ก. ทกั ษะ ข. ความชํานาญ ค. การวางแผน ง. การฝก ทักษะอาชีพ

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 29 14. “สถานการณภายในชุมชนที่เปนเชิงบวก ซึ่งสามารถนํามาใชประโยชนในการทํางานเพื่อใหงานบรรลุ วัตถปุ ระสงค “ ขอ ความขางตน สอดคลองกับขอใด ก. T (Treat) อุปสรรค ข. S (Strength) จุดแขง็ ค. O (Opportunity) โอกาส ง. W (Weakness) จุดออน 15. “สถานการณภายในชุมชนที่เปน เชงิ ลบ ซง่ึ ไมสามารถนํามาใชเปนประโยชนในการทํางานเพื่อใหงานบรรลุ วัตถุประสงคไ ด” ขอ ความขางตน สอดคลองกับขอ ใด ก. T (Treat) อปุ สรรค ข. S (Strength) จดุ แข็ง ค. O (Opportunity) โอกาส ง. W (Weakness) จุดออ น 16. ขอ ใดเปนการเลือกประกอบอาชพี โดยวิเคราะหจากศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีตั้งของแตละพื้นที่ ไดอ ยางถูกตอ ง ก. กรี ติ ทําไรองุนทีจ่ ังหวัดนราธวิ าส ข. ฐากรู ทํานาขนั้ บันไดที่จงั หวดั สิงหบ ุรี ค. ณรงคฤ ทธิ์ ออกเรอื หาปลาหมึกทจ่ี ังหวดั สุรนิ ทร ง. ธาดา ทาํ ฟารม หอยนางรมท่ีจังหวดั สรุ าษฎรธ านี 17. ขอใดคอื ความหมายของความพอประมาณ ก. การเตรยี มตวั ใหพรอ มรับผลกระทบ และการเปลยี่ นแปลงดานตาง ๆ ท่จี ะเกดิ ขน้ึ ข. ตระหนกั ในคุณธรรม มีความอดทน มีความเพยี ร ใชส ติปญ ญาในการดําเนินชวี ติ ค. ความพอดีที่ไมนอยเกินไปและไมมากเกนิ ไป โดยไมเ บียดเบียนตนเองและผอู ่ืน ง. คาํ นงึ ถึงผลท่ีคาดวาจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทํานั้น ๆ อยา งรอบคอบ 18. ขอใดคือความหมายของการมีภูมิคุมกันทด่ี ใี นตวั ก. การเตรียมตัวใหพรอ มรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา นตาง ๆ ทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ ข. ตระหนักในคุณธรรม มีความอดทน มีความเพยี ร ใชสติปญ ญาในการดําเนินชีวติ ค. ความพอดีที่ไมน อยเกนิ ไปและไมมากเกินไป โดยไมเ บยี ดเบียนตนเองและผูอนื่ ง. คาํ นึงถงึ ผลที่คาดวา จะเกิดข้ึนจากการกระทํานั้น ๆ อยา งรอบคอบ 19. ขอใดคือความหมายของความมีเหตผุ ล ก. การเตรียมตัวใหพรอมรบั ผลกระทบ และการเปล่ียนแปลงดานตาง ๆ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ข. ตระหนกั ในคุณธรรม มีความอดทน มีความเพียร ใชส ตปิ ญญาในการดําเนินชวี ติ ค. ความพอดีท่ีไมนอยเกินไปและไมมากเกินไป โดยไมเ บียดเบียนตนเองและผอู ่ืน ง. คํานึงถึงผลที่คาดวา จะเกิดขึ้นจากการกระทําน้ัน ๆ อยางรอบคอบ

30 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 20. ขอ ใดไมเกย่ี วขอ งกบั หลกั การบรหิ ารความเสย่ี ง ก. การวางแผนกลยุทธ ข. การแบกรบั ความเส่ยี ง ค. การควบคมุ ความเส่ยี ง ง. การวเิ คราะหความเสีย่ ง 21. “การจัดกิจกรรมตาง ๆ เพ่ือใหผลิตภัณฑต อบสนองความตองการและสรางความพงึ พอใจใหกบั ลกู คา” ขอความขา งตน สอดคลองกับขอใด ก. การควบคมุ คุณภาพ ข. การบริการ ค. การจัดการ ง. การผลติ 22. ขอ ใดไมใชห ลกั การเลอื กนวัตกรรมเทคโนโลยใี นการผลิต ก. ตองใชว สั ดุทท่ี ันสมัย ราคาแพงเพ่ือคุณภาพที่ดีทส่ี ดุ ข. ไมเ ปนอันตรายตอผใู ชแ ละธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ ม ค. ราคาถกู และมีประสิทธิภาพ ง. มคี วามสะดวกในการใชงาน 23. ขอใดคอื ประโยชนข องนวตั กรรมเทคโนโลยีในการผลติ ก. ทําใหสตั วหยุดผลิตโปรตีนที่มีคณุ คา ข. ยดื ระยะเวลาการสกุ ของพชื ผักและผลไม ค. ปศสุ ตั วทใ่ี หเ น้อื มที ั้งโปรตนี และสารเคมปี ะปนอยู ง. แมลงศัตรูพชื มีความตานทานยาฆาแมลงมากยิง่ ขนึ้ 24. ขอ ใดคอื ความหมายของ A (Action) ในวงจร PDCA Deming Cycle ก. การวางแผนงาน ข. การตรวจสอบผลการดาํ เนนิ งาน ค. การปรับปรงุ แกไขสว นที่มปี ญ หา ง. การปฏิบตั ิตามข้ันตอนในแผนงาน 25. ขอใดคอื ความหมายของ C (Check) ในวงจร PDCA Deming Cycle ก. การวางแผนงาน ข. การตรวจสอบผลการดําเนนิ งาน ค. การปรบั ปรุงแกไขสว นท่ีมปี ญหา ง. การปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนงาน 26. ข้ันตอนใดของ PDCA Deming Cycle ท่ีมีการออกแบบกิจกรรมหรือวิธีการในการบริหารการผลิตหรือ การบริการ ก. D (Do) ข. C (Check) ค. A (Action) ง. P (Planning)

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 31 27. “งานท่ีกําหนดจะทําในระยะหน่งึ เพือ่ แกป ญ หาหรือตอบสนองความตองการทเี่ กดิ ข้นึ เมื่อปญหาหรือ ความตอ งการนน้ั ไดรบั การตอบสนองจะถอื วาการทํางานน้ันส้ินสุด” ขอ ความขา งตนสอดคลอ งกบั ขอใด ก. โครงการ ข. แผนการ ค. แผนปฏบิ ัตกิ าร ง. การดําเนินการกิจกรรม 28. ขอใดไมใชล ักษณะของโครงการที่ดี ก. สามารถนาํ ไปปฏบิ ตั ิงานไดจ ริง ข. เปน โครงการที่จัดทาํ ข้ึนตามคําสั่ง ค. กาํ หนดวัตถปุ ระสงคใหชัดเจนและเขา ใจงาย ง. สอดคลองกับสภาพความเปน จริงของชมุ ชน สงั คม 29. ขอ ใดคอื วัตถุประสงคของการตรวจสอบโครงการในระหวา งการดาํ เนินการ ก. เพ่อื ปรับปรุงการบริหารโครงการในอนาคต ข. เพอ่ื เปล่ียนแปลงผลการดาํ เนินงานของโครงการ ค. เพ่อื นํากจิ กรรมตาง ๆ ในโครงการมาเขียนสาํ หรบั นาํ เขา สูการปฏบิ ตั ิ ง. เพื่อปรับปรุง แกไขในกรณที ี่ปจจยั ตาง ๆ เปลีย่ นแปลงระหวางดาํ เนินการ 30. ขอใดคือวตั ถปุ ระสงคของการตรวจสอบโครงการหลังการดําเนนิ การ ก. เพือ่ ปรบั ปรุงการบริหารโครงการในอนาคต ข. เพือ่ เปลีย่ นแปลงผลการดําเนินงานของโครงการ ค. เพอ่ื นํากิจกรรมตาง ๆ ในโครงการมาเขียนสําหรับนําเขา สูการปฏิบตั ิ ง. เพื่อปรับปรุง แกไขในกรณีที่ปจจัยตา ง ๆ เปลยี่ นแปลงระหวางดําเนนิ การ

32 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบทดสอบทักษะการพัฒนาอาชพี อช21002 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน ชุดที่ 2 คําส่งั : จงทําเครือ่ งหมาย ลอมรอบคําตอบที่ถูกตองท่ีสดุ 1. การศึกษาคนควา แนวทางและวิธกี ารในการฝกทกั ษะอาชีพจากแหลง เรยี นรูต าง ๆ เปนทักษะการทํางาน ขอ ใด ก. ทกั ษะการแกป ญหา ข. ทกั ษะการจดั การงาน ค. ทกั ษะการแสวงหาความรู ง. ทักษะการทาํ งานรวมกัน 2. การทาํ แผนประกอบอาชีพมีประโยชนอ ยางไร ก. หางายทําไดงา ยไมเสยี เวลา ข. มอี าชพี หลากหลายใหเ ลือก ค. คาํ นวณผลประโยชน กาํ ไร-ขาดทนุ จากกการประกอบอาชีพ ง. มีความรูความสามารถและเลือกประกอบอาชพี ตามที่ตนถนัดได 3. ขอ ใดเปน ประโยชนของการทําแผนการประกอบอาชีพในการทํางาน ก. ลดความเสี่ยงในการลงทุน ข. จุดเริม่ ตนท่นี าํ ไปสูความสําเร็จในการทํางาน ค. กําหนดกจิ กรรมทีช่ ดั เจนวา จะทาํ อะไร ท่ีไหน เมื่อไร ง. สามารถกาํ หนดการลงทนุ ไดอยางชดั เจนและคิดตน ทนุ -กาํ ไร ไดถ กู ตอง 4. ขอ ใดเปนคุณสมบัตขิ องผูป ระกอบการที่ดี ก. สรา งอิทธิพลเหนือคนอื่นโดยไมยดึ เหตผุ ล ข. วิเคราะหแ ละตดั สินใจไดอยา งรวดเรว็ และถูกตอง ค. มคี วามรู ความสามารถ มีความชาํ นาญเฉพาะดา นเทา นน้ั ง. ยึดเอาประสบการณของตวั เอง เพราะถอื วา มีความรูความสามารถ 5. การประกอบอาชีพที่เหมือนกันหรือคลา ยกนั ของคนในชุมชนเกดิ จากเหตุผลขอใด ก. ความตอ งการของตลาด ข. ความตอ งการของคนในชุมชน ค. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของพื้นท่ีท่ีอยูอาศยั ง. ลกั ษณะคานยิ มของคนในชมุ ชนและแรงกระตนุ จากภายนอก 6. ขอ ใดเปน การตรวจสอบการควบคมุ การผลติ ที่ไดร บั ความนิยมมากทีส่ ดุ ก. สุมตัวอยาง ข. ตรวจท้งั หมด ค. ไมต รวจท้ังหมด ง. ตรวจเม่อื พบปญหา

คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 33 7. ขอใดเปนเทคโนโลยีท่ที ันสมัยและมบี ทบาทมากในปจจุบัน ก. วิทยุ ข. วิดีโอ ค. โทรทัศน ง. คอมพวิ เตอร 8. การจดั ทําแผนการจดั การผลิต ควรเนน ปจจยั ในขอใดเปน องคประกอบทส่ี าํ คัญ ก. ผลติ เพอ่ื แยง ตลาดคูแขง ข. ผลิตเพราะวตั ถดุ ิบราคาถกู ค. ผลิตเพราะทรัพยากรมีมาก ง. ผลติ ตามความตองการของตลาด 9. “ผบู รโิ ภคจะเลอื กตรายหี่ อ ท่ีตนชอบมากที่สดุ ” ขอความดังกลาวอยูในกระบวนการตัดสินใจในการซื้อของ ผบู ริโภคขน้ั ใด ก. ขัน้ ตัดสินใจซ้ือ ข. ขน้ั แสวงหาขอ มลู ค. ขัน้ ประเมินทางเลือก ง. ข้นั ความรสู ึกหลงั การซ้อื 10. ขัน้ ตอนสดุ ทายของการจัดการความรขู ับเคล่ือนแผนปฏิบตั ิการสูความสาํ เร็จคืออะไร ก. แสวงหาความรใู นชุมชน ข. ประยุกตความรเู ขาโครงการ ค. ตรวจสอบคุณภาพการทํางาน ง. การประเมินคณุ ภาพการทํางาน 11. ขอ ใดคือความหมายของกระบวนการผลติ ก. การกระจายสินคา ใหไปถงึ ผูบริโภคอยา งปลอดภยั ข. ปจ จยั ทีเ่ ปนเงินทนุ วสั ดุ อปุ กรณ วตั ถุดบิ เคร่ืองมือ เคร่ืองจักร ค. การบริหารจดั การดานทุน แรงงาน ท่ดี นิ หรอื สถานที่ใหเ กดิ ผลผลติ ง. การนําทุน แรงงาน และท่ีดนิ หรอื สถานที่ไปบรหิ ารจดั การใหเ กิดผลผลิต 12. ขอใดคอื ความหมายของการจัดการ ก. การกระจายสนิ คาใหไปถงึ ผบู ริโภคอยางปลอดภัย ข. ปจ จยั ที่เปน เงนิ ทุน วสั ดุ อปุ กรณ วตั ถดุ บิ เครอ่ื งมือ เคร่ืองจกั ร ค. การบรหิ ารจัดการดา นทุน แรงงาน ท่ีดินหรอื สถานท่ใี หเกดิ ผลผลติ ง. การนาํ ทุน แรงงาน และท่ีดินหรอื สถานที่ไปบรหิ ารจดั การใหเ กดิ ผลผลติ 13. “ความสามารถ ทักษะและเทคนิคอันเกิดจากพื้นความรูที่ผานกระบวนการสืบทอด ปรับปรุง พัฒนา ประสบการณท ี่สะสมมาเปนเวลานาน สอดคลองกบั ยคุ สมัย” ขอ ความขา งตน สอดคลอ งกับขอใด ก. คุณธรรม ข. ภมู ิปญ ญา ค. วัฒนธรรม ง. การประยุกตใช

34 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน 14. “กระบวนการในการบริหารงานโดยการอาศัยบุคคลอื่นทํางานเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคที่ตั้งไวอยางมี ประสทิ ธภิ าพ” ขอความขา งตนสอดคลอ งกับขอใด ก. อาชีพ ข. การจดั การ ค. การจัดการอาชพี ง. การพฒั นาบุคลากร 15. “กระบวนการวางแผนการจดั องคกร การตัดสินใจ การส่ังการ การควบคุม การตดิ ตามผลเพื่อใหไดผลผลิต หรอื บริการทเ่ี ปน ที่ตองการของลกู คาและไดรับการยอมรับจากสังคม” ขอ ความขา งตน สอดคลองกับขอใด ก. อาชีพ ข. การจดั การ ค. การจดั การอาชีพ ง. การพัฒนาบุคลากร 16. สงิ่ ทมี่ ตี วั ตนและสรา งความพึงพอใจใหก ับผูบริโภคมีความหมายตรงกับขอใด ก. สนิ คา ข. ลูกคา ค. การบริโภค ง. การอุปโภค 17. ขอใดคือสนิ คา ทซี่ ้ือมาเพ่ือนํามาใชผลติ เปนสนิ คาอืน่ ตอไป ก. สินคา พเิ ศษ ข. สินคา สะดวกซื้อ ค. สนิ คาอตุ สาหกรรม ง. สนิ คา จบั จา ยหรือสนิ คาเลือกซือ้ 18. ขอ ใดคอื ความหมายของสว นครองการตลาด ก. ผลตอบแทนที่กิจการไดร ับ ข. สนิ คา ทซี่ ้อื มาเพือ่ นํามาใชผลิตเปนสนิ คาอืน่ ค. อัตรายอดขายสนิ คา ตอ ยอดขายของคูแขงขัน ง. สิง่ ที่มีตัวตนและสรางความพึงพอใจใหก ับผบู ริโภค 19. “ความรู ทักษะ และคุณลักษณะที่จําเปนของบุคคลในการทํางานบริหารธุรกิจใหประสบความสําเร็จ มีผลงานไดต ามเกณฑหรือมาตรฐานท่กี ําหนดหรอื สูงกวา ” ขอความขางตนสอดคลองกบั ขอ ใด ก. วงจรความเสีย่ ง ข. สมรรถนะธรุ กิจ ค. สว นครองการตลาด ง. สมรรถนะของผูจ ดั การ

คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 35 20. “กระบวนการในการวเิ คราะห ประเมิน และควบคมุ ความเสี่ยงทสี่ ัมพันธก ับกระบวนการทํางานเพื่อใหงาน ลดความเสียหายจากความเสี่ยงมากที่สุด” ขอ ความขา งตน สอดคลอ งกับขอใด ก. การจดั การความเสย่ี ง ข. การจดั การการตลาด ค. การจดั การคูแขง ขัน ง. การจัดการธุรกิจ 21. “การจัดทํา การประกอบหรือสรางสินคา หรือผลิตภัณฑ โดยผานกระบวนการแปรสภาพจากวัตถุดิบ” ขอความขางตนสอดคลอ งกบั ขอ ใด ก. การควบคุมคณุ ภาพ ข. การบริการ ค. การจดั การ ง. การผลติ 22. ขอใดไมใชขัน้ ตอนการควบคุมคุณภาพการผลิต ก. ขน้ั ตอนการกาํ หนดนโยบาย ข. ขั้นตอนการออกแบบผลิตภณั ฑ ค. ขั้นตอนการควบคุมราคากลาง ง. ข้นั ตอนการควบคุมคณุ ภาพของการผลิต 23. “การสรางการรับรูระหวางผูขายกับผูซ้ือเพื่อกระตุนใหลูกคาเกิดความตองการสินคาและตัดสินใจซื้อ” ขอความขา งตน สอดคลอ งกับขอ ใด ก. การดําเนนิ ธรุ กิจ ข. การจดั การการตลาด ค. การสรา งตลาดนัดชมุ ชน ง. การโฆษณาประชาสัมพันธ 24. “สื่อหรือเครื่องมือที่ใชสําหรับคนหาขอมูลที่เก่ียวของกับการตัดสินใจทางการตลาด” ขอความขางตน สอดคลองกับขอใด ก. การวิจัยการตลาด ข. การสง เสริมการขาย ค. การจดั การการตลาด ง. การโฆษณาประชาสัมพนั ธ 25. ขอ ใดไมเกี่ยวของกับการวเิ คราะหความเปน ไปไดข องแผนปฏบิ ตั กิ ารของชมุ ชน ก. การเหน็ ดวยของประชาชนในชุมชน ข. ความพรอมของทรพั ยากรทีม่ ีอยูในชุมชน ค. ความจาํ เปนท่ีจะตองนําเขาทรัพยากรจากภายนอกชุมชน ง. ความพรอมในการสงออกทรัพยากรภายในชุมชนไปยงั ชุมชนอ่นื

36 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 26. ขอ ใดคือการนาํ เทคโนโลยเี ขา มาใชในดานสิ่งแวดลอ ม ก. การเรียนการสอนทางไกลผา นอนิ เทอรเนต็ ข. การโฆษณาประชาสมั พนั ธส ินคาผานอนิ เทอรเน็ต ค. การผลติ ไฟฟา พลงั งานแสงอาทิตย ง. การขายสินคาออนไลน 27. ขอ ใดไมเ กี่ยวขอ งกับการวางแผนพัฒนาธรุ กจิ ของชมุ ชน ก. ชวยลดความเสย่ี ง ข. ใชเ ทคนิควธิ ีการเดิม ๆ ของชุมชน ค. ชวยประหยดั เวลาในการดาํ เนินงาน ง. ทําใหเกดิ การประสานงานทดี่ ีในสถานประกอบการ 28. สินคาแบง ออกเปนกป่ี ระเภท อะไรบาง ก. 2 ประเภท ไดแก สนิ คา อุปโภคบรโิ ภค และสนิ คาอุตสาหกรรม ข. 2 ประเภท ไดแก สนิ คา ราคาประหยดั และสินคาคณุ ภาพสูง ค. 3 ประเภท ไดแก สนิ คา โอทอป สินคา ทวั่ ไป และสนิ คา สง ออก ง. 3 ประเภท ไดแก สินคา พืน้ เมือง สินคาโอทอป และสินคา ท่ัวไป 29. ลักษณะของโครงการท่ดี คี ือขอใด ก. สอดคลอ งกบั สภาพความเปนจริงทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกจิ ข. ตองกําหนดวัตถปุ ระสงคใหช ัดเจนและเขา ใจงา ย ค. สามารถนําไปปฏิบตั งิ านไดจริง ง. ทกุ ขอท่ีกลาวมา 30. เมื่อตัดสินใจเลือกอาชพี แลว จะตอ งพิจารณาความพรอ มดานตา ง ๆ ของอาชีพนัน้ ยกเวนขอใด ก. ความรคู วามสามารถเกีย่ วกับอาชพี ข. สถานทีป่ ระกอบอาชีพ ค. ยูนฟิ อรม ง. ผรู ว มงาน

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 37 รายวชิ าพฒั นาอาชพี ใหมคี วามเขมแข็ง อช21003 ขอบขายเน้อื หา 1. ศกั ยภาพธรุ กจิ 2. การจดั ทําแผนพฒั นาการตลาด 3. การจัดทําแผนพัฒนาการผลติ หรอื การบรกิ าร 4. การพฒั นาธุรกจิ เชิงรุก 5. โครงการพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขมแข็ง สาระสาํ คัญ การพัฒนาอาชีพใหมีความเขมแข็ง จําเปนตองศึกษา วิเคราะหศักยภาพของธุรกิจแลวจัดทํา แผนพฒั นาการตลาด แผนพัฒนาการผลติ หรอื การบรกิ าร กาํ กบั ดแู ล เพื่อใหอาชีพสูความเขม แข็ง ผลการเรียนรทู ี่คาดหวงั 1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ ความจําเปนในการพัฒนาอาชีพใหมีผลิตภัณฑหรืองานบริการ สรา งรายไดพอเพยี งตอการดํารงชีวิต และเหลอื เงนิ ออมตามศักยภาพ 2. วเิ คราะหศ ักยภาพธุรกิจ การตลาด การผลิตหรือการบริการ แผนธุรกิจ เพ่ือสรางธุรกิจใหมีความ เขมแข็ง 3. อธิบายวธิ ีการจดั ระบบการพัฒนาอาชพี สคู วามเขม แข็ง 4. ปฏิบัตกิ ารจดั ทาํ แผนโครงการพฒั นาอาชีพใหม ีความเขมแข็ง

38 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบทดสอบพัฒนาอาชีพใหม ีความเขมแข็ง อช21003 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ชดุ ที่ 1 คาํ สั่ง : จงทําเครือ่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทีถ่ ูกตองท่ีสุด 1. ขอใดเปนความจําเปนในการพฒั นาอาชีพใหม ีความเขมแข็ง ก. ตอ งการสรางอาชีพใหม ข. ตอ งการใหมีการกระตนุ เศรษฐกิจ ค. ตองการใหเกดิ การแขงขันทางธรุ กิจ ง. ตอ งการสรา งภาพลกั ษณท ี่ดีกับตนเองและกิจการ 2. การพฒั นาอาชีพมีความสาํ คัญอยางไร ก. สาํ คัญตอ สงั คม ข. สาํ คญั ตอ ลูกหลาน ค. สาํ คญั ตอ ส่ิงแวดลอ ม ง. สาํ คญั ตอวิถชี ีวิต การดาํ รงชวี ิตและเศรษฐกจิ ของประเทศ 3. ขอ ใดมคี วามจําเปนตอ การวิเคราะหศักยภาพธุรกจิ มากท่สี ุด ก. เพ่ือใหม ผี ลติ ภณั ฑใ หม ๆ ข. เพอื่ กําหนดพนั ธกจิ ขององคกร ค. เพื่อสะดวกตอการบริหารจัดการ ง. เพอ่ื จะไดเหน็ ทศิ ทางเชงิ กลยุทธข องธุรกจิ 4. บุคคลใดมีความเหมาะสมในการประกอบอาชพี ประชาสมั พันธ ก. กมลเนตร ไมคอยย้ิม แตม ีความซ่ือสัตย ข. กุลธิดา พดู นอย แตม ีความรบั ผิดชอบ ค. กานตธีรา พูดเกง แตไมมีความรับผิดชอบ ง. ณฐั นรี พดู จาไพเราะ ความรรู อบดาน 5. ระยะใดในตําแหนงธรุ กิจเปนชว งท่เี รมิ่ มสี ินคา หรือการทดแทน ก. ระยะตกต่ํา ข. ระยะเร่มิ ตน ค. ระยะทรงตัว ง. ระยะสรางตัว 6. ขอ ใดไมใชป จจัยท่ีเก่ียวของกับการวิเคราะหศักยภาพธรุ กิจ ก. ผลประโยชนเปนกรอบกําหนดสิ่งที่ตองทาํ ใหสําเร็จ ข. สว นแบงการตลาด สนิ คาของเราเทียบไดกี่เปอรเซ็นต ค. สนิ คา หรอื บริการของตนเองคืออะไร ตอบสนองลกู คาระดบั ใด ง. คณุ คา ของสนิ คา/อาชีพใหประโยชนด านใดและมปี รมิ าณเทาไร

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 39 7. ขอ ใดคือทุนในการดาํ เนินธรุ กิจ ก. ทด่ี นิ ข. บคุ ลากร ค. การจดั การ ง. อปุ กรณและเครือ่ งมือ 8. ปจ จัยที่สําคญั ท่สี ุดในการพัฒนาอาชีพคือขอ ใด ก. วตั ถุดบิ ข. บคุ ลากร ค. การจดั การ ง. วัสดุอุปกรณ 9. ขอใดคือความหมายของตําแหนงธรุ กิจ ก. การสรา งความม่ันใจในการประกอบธุรกิจใหองคกรจัดสรรเงินทนุ เพื่อการกยู มื ข. ธุรกจิ ที่บคุ คลมีความสามารถพฒั นาสนิ คา น้นั ๆ ใหส ามารถอยูในตลาดได ค. ระยะเวลาในชวงการประกอบอาชีพของผปู ระกอบการแตละระดบั ง. การเปลยี่ นแปลงตําแหนงอยางมีกระบวนการโดยมจี ุดมุงหมาย 10. ขอใดคือขน้ั ตอนของการดําเนินกจิ การ ก. ระยะเร่มิ ตน ระยะสรา งตัว ระยะตกตาํ่ ข. ระยะสรา งตวั ระยะทรงตวั ระยะทาํ ใจ ค. ระยะเร่ิมตน ระยะสรางตัว ระยะทรงตัว ระยะสูงขึน้ ง. ระยะเร่ิมตน ระยะสรา งตวั ระยะทรงตวั ระยะตกต่าํ หรือสูงข้ึน 11. คาเสอ่ื มของเครื่องจกั ร คา เสอื่ มของอาคาร สถานท่เี ปนตน ทุนการผลิตประเภทใด ก. ทนุ คงท่ี ข. ทุนถาวร ค. ทนุ ผันแปร ง. ทุนหมนุ เวยี น 12. การขายสินคาในขอใดท่ีเปน การแทรกความนยิ มเขาสูความตอ งการของลกู คาไดด ีทส่ี ดุ ก. สง สนิ คาถงึ ผูซื้ออยางรวดเรว็ ข. ลดราคาสินคาใหต ่ํากวา คแู ขง ทกุ ราย ค. เพ่มิ งประมาณในการโฆษณาใหมาก ง. กําหนดราคาใหส งู กวา คูแขง เลก็ นอ ยเพ่อื เลือกกลุม ลูกคาชั้นดี 13. การออกแบบบรรจภุ ณั ฑใ หมีรูปแบบและสีสนั สวยงามตรงกบั ขอใด ก. สรา งผลงานใหน ักออกแบบ ข. สรา งภาพลกั ษณท ่ดี ีใหกบั สนิ คา ค. เปน การแทรกความนิยมใหล กู คา ง. สรา งความสนใจ และดงึ ดดู ความสนใจของลูกคา

40 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน 14. ขอ ใดสอดคลองกับการวเิ คราะหศักยภาพของพืน้ ทต่ี ามลักษณะภมู ิอากาศ ก. ความชาํ นาญของคนในทองถิ่นในการทําการเกษตร ข. การวางแผนบรหิ ารจัดการน้ําในการปลกู ผัก ค. การจดั เตรยี มพนั ธุผ กั ใหเ หมาะสมกับฤดูกาล ง. การปรบั ปรุงบาํ รุงดินและการใสป ยุ 15. การศึกษาวถิ ีชวี ิต ความเปน อยู และการบริโภคท่แี ตกตา งกันของคนในชุมชนกอนการเลือกประกอบอาชพี สอดคลองกับการวเิ คราะหศักยภาพในดา นใด ก. ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษย ข. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติ ค. ศกั ยภาพของภูมิประเทศ และทําเลทตี่ ้ัง ง. ศักยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชวี ิต 16. การกาํ หนดเปาหมายการตลาด ผูป ระกอบการควรคํานงึ ถึงส่ิงใด ก. กระบวนการผลิต ข. พฤติกรรมผูบริโภค ค. การสงเสรมิ การขาย ง. สถานที่จาํ หนา ยสินคา 17. กลยทุ ธโดยท่วั ไปทีใ่ ชในการสงเสริมการตลาดสว นใหญใ ชว ิธใี ด ก. ทําการวิจยั ตลาด ข. ใชพ นักงานเดินตลาด ค. การโฆษณาประชาสัมพนั ธ ง. สํารวจความตอ งการของผบู ริโภค 18. ขอใดไมเกีย่ วของกบั การสงเสรมิ การตลาด ก. การลดราคา 30% ข. การแจกสินคาตวั อยาง ค. ขายสนิ คาข้นั ตํ่า 6 ช้นิ ขน้ึ ไป ง. ซื้อสินคา 2 ช้ิน แถมฟรี 1 ชนิ้ 19. ขอใดคือกลยทุ ธการตลาด 4P ก. Product Price Place Promotion ข. Price Plan Popular Promotion ค. Product Price Plan Popular ง. Power Price Point Popular 20. กลยุทธการตลาด 4P ในขอใดเปนการสงเสรมิ การขาย ก. ตง้ั ราคาทเี่ หมาะสมกับสินคาและกาํ ลังซ้ือของลูกคา ข. กําหนดสนิ คา ใหตรงกับความตอ งการของลกู คา ค. ทาํ กจิ กรรมตาง ๆ เพ่ือใหลูกคารจู ักสินคา ง. เลือกทําเลขายใหเหมาะสมกับลูกคา

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 41 21. การวเิ คราะห SWOT Analysis ของผูประกอบการจะตองวิเคราะหขอมูลใดบาง ก. จุดแขง็ จดุ ออน โอกาส อปุ สรรค ข. คณุ ภาพ กลยุทธ การผลติ การจัดการ ค. จดุ แข็ง จุดออน กลยุทธ ความเปนไปได ง. โอกาส อุปสรรค กลยุทธ ความเปนไปได 22. ขอ มลู ใดบงบอกวา เปน จุดแข็ง (Strengths) ในการวิเคราะห SWOT Analysis ของผปู ระกอบการ ก. เปนงานทีเ่ ราไมสบายใจทจ่ี ะทํา ข. มสี วนแบงของตลาดทเี่ รามองเหน็ ค. เปน งานที่เราถนัด ทาํ แลว มีความสขุ ง. ถา สภาพแวดลอ มเปลย่ี นจะทําใหแผนโครงการเรามปี ญหา 23. ขอมลู ใดแสดงถึงอปุ สรรค (Threats) ในการวิเคราะห SWOT Analysis ของผูประกอบการ ก. เปนงานท่เี ราไมส บายใจทจ่ี ะทาํ ข. มีสวนแบงของตลาดท่เี รามองเหน็ ค. เปนงานท่ีเราถนัด ทําแลว มคี วามสุข ง. ถา สภาพแวดลอ มเปลีย่ นจะทําใหแ ผนโครงการเรามปี ญ หา 24. ขอ ใดไมจ ัดเปน ทนุ คงท่ี ก. วตั ถุดบิ ในการผลติ ข. ดอกเบ้ยี เงินกู ค. เคร่ืองจักร ง. อาคาร 25. ขอ ใดคอื ทนุ หมุนเวยี น ก. คาเส่ือมราคาของเครื่องจักร ข. ดอกเบ้ียเงนิ กู ค. คาซือ้ ที่ดนิ ง. คา แรงงาน 26. การศึกษาพฤติกรรมของผูบริโภคนําไปใชป ระโยชนในขอใด ก. สาํ รวจตลาด ข. วางแผนการตลาด ค. แบงสวนการตลาด ง. กําหนดขนาดตลาด 27. ขอ ใดเปน เหตผุ ลสาํ คญั ท่ีสุดในการพฒั นาระบบการผลิต ก. การมวี ิธกี ารผลิตทีเ่ ลยี นแบบไดยาก ข. การสรางแรงกดดนั ใหกับคูแขง ค. การเพ่ิมคณุ ภาพของผลติ ภัณฑ ง. การเผยแพรขอมูลผลติ ภณั ฑ

42 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 28. ขอ ใดสอดคลองกับการสรางรูปลกั ษณคณุ ภาพสนิ คา ก. หากสินคามีคุณภาพดจี ริง รปู ลักษณภ ายนอกน้ันไมม ีความสําคัญ ข. เนนการใชบรรจภุ ัณฑทป่ี ระหยัดตน ทนุ การผลิตมากท่สี ดุ ค. พฒั นาสนิ คา ใหต รงกับความตองการของผบู ริโภค ง. รูปลักษณส ินคา ไมมผี ลตอ การตัดสินใจซอ้ื 29. แนวคิดสาํ คญั ท่ีตอ งการใหเกิดการพัฒนาอาชพี ควรอยูในขั้นตอนใดของโครงการพฒั นาอาชพี ก. ชอื่ โครงการ ข. วัตถปุ ระสงค ค. วธิ ีดําเนนิ งาน ง. หลกั การและเหตผุ ล 30. แผนปฏิบตั ิการ มคี วามหมายตรงกับขอใด ก. การใชความคิดมองจินตนาการ เตรียมวธิ ีการตาง ๆ เพ่ือคัดเลือกทางทดี่ ที ีส่ ุดทางหนึ่ง ข. เปนเคร่อื งค้าํ ประกันวา เปาหมายในการทาํ งานมีโอกาสบรรลุเปา หมายตามท่ีกําหนดไว ค. การเขยี นใหเหน็ ถงึ ประเด็นปญหาและนาํ ไปสูว ตั ถปุ ระสงคของการปฏบิ ตั งิ าน ง. เปน เคร่ืองมอื ในการควบคุมงานเพอื่ การตดิ ตามผลและตรวจสอบการปฏบิ ัติงาน

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 43 แบบทดสอบพัฒนาอาชพี ใหม คี วามเขม แข็ง อช21003 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ชดุ ที่ 2 คําส่ัง : จงทาํ เครื่องหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถ่ี กู ตองที่สดุ 1. ขอ ใดคอื ความหมายของการพัฒนาอาชพี ก. การพัฒนาทักษะอาชีพดา นตาง ๆ ใหตรงกบั ความตอ งการของผูบริโภคและทันตอการเปลย่ี นแปลง ของตลาด ข. การประกอบอาชีพท่มี ีการพัฒนาสินคาใหตรงกบั ความตองการของผผู ลติ อยตู ลอดเวลา ค. ธรุ กจิ ทบี่ ุคคลมีความสามารถพัฒนาสินคานน้ั ๆ ใหส ามารถอยูในตลาดได ง. การเปลีย่ นแปลงอยางมีกระบวนการโดยมีจดุ มุงหมาย 2. ขอ ใดไมมีความสอดคลองกบั ความจําเปนในการพัฒนาอาชีพใหม ีความเขมแขง็ ก. คนในชมุ ชนขาดความเขา ใจในเทคโนโลยี จงึ ไมจ าํ เปนตองพัฒนา ข. ทําใหอาชีพมีความเจริญกาวหนา เขมแข็ง พึ่งตนเองได ค. ชว ยสรา งภาพลักษณทดี่ ีใหกบั ตนเองและกจิ การ ง. ผูประกอบอาชีพไดพฒั นาตนเอง ไมล า สมัย 3. ขอ ใดคือความหมายของการดําเนินธรุ กิจระยะเริ่มตน ก. จําเปน ตอ งขยายขอบขาย มีความตอ งการนาํ นวัตกรรมเทคโนโลยีเขามาใชงาน ข. ธรุ กจิ กา วหนา มีผูค นเขา มาเรียนรูทําตาม เกิดสวนแบงทางการตลาด ค. ธุรกิจอยใู นชวงพฒั นาขยายตัว มคี แู ขงจบั ตามองและพรอมทําตาม ง. ระยะท่ีอาชีพหรือธรุ กจิ อยใู นระยะฟก ตัวของการเขา สูอาชีพ 4. “อําเภอแมแจม มีอุณหภมู เิ ฉลยี่ ทั้งป 25.8 องศาเซลเซยี ส ซึ่งหมาะแกการปลูกผลไมเ มืองหนาว” เปนการ วิเคราะหศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นดา นใด ก. ศักยภาพของพื้นที่ตามลกั ษณะภูมิอากาศ ข. ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตล ะพนื้ ท่ี ค. ศกั ยภาพของภูมิประเทศและทาํ เลทตี่ ้งั ของแตละพ้ืนที่ ง. ศกั ยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ีชีวติ ของแตละพนื้ ที่ 5. “อําเภอแมแตง มปี ราชญช าวบานท่ีมีความรูเร่ืองสมุนไพร” ถือเปนศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นดานใด ก. ศักยภาพของพน้ื ท่ีตามลักษณะภมู อิ ากาศ ข. ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพืน้ ท่ี ค. ศักยภาพของภมู ิประเทศและทาํ เลที่ตัง้ ของแตละพ้ืนท่ี ง. ศกั ยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชวี ิตของแตล ะพน้ื ที่

44 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 6. “ศกั ยภาพธุรกิจ” มีความหมายตรงกบั ขอใด ก. การเปลย่ี นแปลงอยางมีกระบวนการโดยมีจดุ มงุ หมาย ข. กระบวนการเลือกประกอบอาชพี ตามความสนใจและความถนัด ค. ความสามารถหรือความพรอ มท่มี ีอยูภายในธรุ กิจนั้น ๆ ปรับปรงุ เพ่ือจะทําใหธุรกจิ ประสบความสําเร็จ ง. การประกอบอาชพี ท่ีมีการพัฒนาสินคาหรือผลิตภณั ฑใ หตรงกับความตองการของลกู คาอยตู ลอดเวลา 7. บคุ คลใดตอไปน้เี ปน ผมู ีศักยภาพในการประกอบธรุ กจิ มากทสี่ ดุ ก. มณีจันทรมฝี มือในการทํากวยเตยี๋ วตม ยํา มบี า นอยูในยา นการคา มเี งนิ ทนุ สํารองเพยี งพอ ข. ชดิ ชนกมีความซ่ือสัตยตอ การคา ไมเ อาเปรยี บลูกคา เลอื กวสั ดเุ หมาะสมกบั ราคา ค. พนิดามีฝม ือในการจดั ดอกไม เย็บใบตอง แตไมชอบคา ขายและไมม เี งนิ ทุน ง. กรกชมีมนุษยส ัมพันธด ี ยม้ิ แยมแจม ใส มีใจรักงานบริการ 8. ปจจัยทสี่ าํ คัญท่ีสุดในการพัฒนาอาชีพคอื ขอใด ก. วตั ถดุ ิบ ข. บุคลากร ค. การจดั การ ง. วัสดอุ ุปกรณ 9. ขอ ใดคอื ความหมายของตําแหนง ธรุ กจิ ก. การสรา งความม่ันใจในการประกอบธุรกิจใหองคกรจัดสรรเงินทุนเพ่ือการกูยืม ข. ธุรกิจทีบ่ คุ คลมีความสามารถพฒั นาสินคา นั้น ๆ ใหส ามารถอยูใ นตลาดได ค. ระยะเวลาในชวงการประกอบอาชพี ของผูประกอบการแตละระดับ ง. การเปลี่ยนแปลงตาํ แหนงอยางมีกระบวนการโดยมจี ดุ มุงหมาย 10. ขอใดไมใชอ งคประกอบสําคัญของการกาํ หนดทศิ ทางการตลาด ก. ผูผ ลติ ข. สนิ คา หรือการบริการ ค. ผูบรโิ ภคหรอื ผูรับบริการ ง. บรรยากาศสภาพแวดลอ มตลาด 11. การกาํ หนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาดชวยในการทาํ ธุรกิจอยางไร ก. สามารถกําหนดเปา หมายตลาด และแบง กลมุ ลูกคาได ข. ชวยใหสามารถดําเนนิ ธุรกจิ ไดคลอ งตวั ยงิ่ ขึ้น ค. สนิ คา จะไดรับความสนใจ ง. รจู ักกลุมลกู คา มาก 12. “บรษิ ทั เจริญงอกงามไอเดีย จํากัด มีนโยบายการเพิ่มสินคาสูตลาดอีก 25%” ขอความขางตนสอดคลอง กับขอ ใด ก. การกาํ หนดเปาหมายการตลาด ข. การวิเคราะหศักยภาพการตลาด ค. การกําหนดทิศทางการพัฒนาการตลาด ง. การวางยุทธศาสตรเพื่อการผลิตและการตลาด

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน 45 13. การวางแผนกลยุทธม ปี ระโยชนตอการพัฒนาตลาดอยา งไร ก. ชวยใหบุคคลสามารถพฒั นาฝมือแรงงานจนอยูในตลาดได ข. สามารถนําไปจัดทาํ แผนเพอ่ื ใหก ารขายเปนไปตามเปา หมายทไี่ ดก ําหนดไว ค. ชว ยกําหนดระยะเวลาในชว งการประกอบอาชพี ของผูประกอบการแตละระดับ ง. มีการนําเทคโนโลยีและนวตั กรรมดานตาง ๆ เขามาชวยในการทําการเกษตร 14. การกาํ หนดกลยทุ ธ ควรคํานงึ ถึงสิ่งใดเปนสาํ คัญ ก. การลงทุนผลิตสนิ คา จาํ นวนมากในครั้งแรกมักจะมีกาํ ไรมากเสมอ ข. การผลติ สินคา ควรเนน สนิ คา ที่ไดร บั ความนยิ มในเวลานนั้ ค. ทําในสง่ิ ทีท่ ําไดด ี ซ่ึงมคี วามเปนไปไดในการผลติ ง. ยิง่ ลงทนุ สงู กจ็ ะไดสนิ คา คุณภาพดเี ยย่ี มออกขาย 15. ความเปนไปไดท างเทคโนโลยีมคี วามสอดคลอ งกับกลยุทธใ ด ก. ลงทุนตํา่ ท่ีสดุ ข. นําเครอ่ื งจักรมาใชในการทํางาน ค. เปนธุรกิจทีส่ ามารถทําไดในระยะยาว ง. ทาํ จํานวนนอ ย แลวคอ ย ๆ เพ่ิมไปสจู ํานวนมาก 16. ขอ ใดคอื ความหมายของการผลติ ก. การหมนุ เวียนทางเศรษฐกิจท้ังในระดบั ตนเอง ครอบครวั ชุมชน และประเทศชาติ ข. การบริการที่ตอบสนองความตอ งการและสามารถสรางความพึงพอใจใหแกล กู คา ค. การสรา งสรรคหรอื การแปรสภาพสง่ิ หนึ่งสิ่งใดใหเ ปน สินคา ออกมาเพ่ือจําหนาย ง. การดํารงชวี ติ ของมนษุ ยทมี่ ีความสขุ ตอ งดําเนนิ ไปใหสอดคลองกับธรรมชาติ 17. การกาํ หนดทิศทางและเปาหมายการตลาดชว ยในการทาํ ธุรกิจอยา งไร ก. รจู ักพฤติกรรมของลูกคา ข. สินคาจะไดร บั ความสนใจ ค. ชวยใหสามารถดาํ เนนิ ธุรกิจไดคลอ งตัวยงิ่ ขน้ึ ง. ผลิตสนิ คา ไดเพยี งพอและทนั ตอความตองการของลูกคา 18. การพบขอ ผิดพลาดนําไปแกไขปรบั ปรุงได ตรงกับขน้ั ตอนการกําหนดแผนกจิ กรรมในขอใด ก. การทบทวนและปรบั แผน ข. การสํารวจสภาพแวดลอ ม ค. การกาํ หนดแนวทางการปฏบิ ัติ ง. การตัดสินใจจากประสบการณ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook