46 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 21. เพราะเหตุใดจงึ ตองใชธุรกิจเชิงรุกในการพฒั นาอาชีพ ก. การวางงาน ข. การเคลอ่ื นยายแรงงาน ค. การแขงขันที่ไรพรมแดน ง. การไมเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 22. ขอใดเปน การพัฒนาอาชีพในสถานประกอบการ ก. บรษิ ทั A พัฒนาสง่ิ แวดลอมภายในและภายนอกใหดดู นี าอยู ข. บรษิ ัท B ลดความเสยี่ งในการดาํ เนนิ ธุรกจิ โดยไมขยายสินคา ค. บริษัท C ลดอตั รากําลงั การผลิตสนิ คา ลงเนอื่ งจากเศรษฐกิจตกตํา่ ง. บริษทั D พฒั นาสนิ คา ตรงกับความตองการของลูกคา อยูต ลอดเวลา 23. ขอใดเปน ความสาํ คัญและความจําเปนของการพัฒนาอาชพี ใหม ีความม่ันคง ก. มกี ารประชาสมั พนั ธนอ ยลง เพราะสนิ คาทกุ ตวั ตดิ ตลาดแลว ข. มีการปรบั ราคาสินคา ขน้ึ เน่ืองจากประสบปญหาทางดานเศรษฐกจิ ค. มีการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีเขา มาใชในกระบวนการผลติ ใหสนิ คามีคุณภาพขึน้ ง. มกี ารลดสว นแบงการตลาดนอยลง เพราะตอ งคํานึงถงึ คุณคาของสนิ คา และราคาไมส งู เกินไป 24. ในการวางแผนปลกู ขา วโพดเปน อาชพี ควรจะวเิ คราะหศักยภาพในดา นใด ก. ทรัพยากรธรรมชาติ ภมู ิประเทศ ประเพณีและวถิ ชี ีวติ ข. ทรพั ยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศ ศลิ ปะ วฒั นธรรม ค. ทรพั ยากรธรรมชาติ ภมู ิอากาศ ศิลปะ วัฒนธรรม ง. ทรพั ยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ 25. จังหวดั สกลนครมกี ารประกอบอาชพี ทําผา ยอ มคราม เปนเพราะมศี กั ยภาพในดา นใด ก. ภมู ปิ ระเทศ ข. ทรพั ยากรมนษุ ย ค. ศลิ ปะ วัฒนธรรม ง. ทรพั ยากรธรรมชาติ 26. บุคคลใดสามารถกาํ หนดกลยุทธสเู ปาหมายการขยายตลาดไดเ หมาะสมมากท่สี ดุ ก. นนั ทน รินทร เชา พนื้ ทเ่ี ปดรานกาแฟในราคาแพงเพื่อดงึ ดูดลกู คา ทม่ี รี สนิยม ข. นาถลดิ า เพม่ิ คอรส สอนภาษาจีนในโรงเรียนสอนภาษาของตนเอง ค. นันทกานต ใชส ารฟอกขาวเพ่ือใหห นอไมด องมสี ีขาวขายไดราคาดี ง. บงกชเพชร ใชสารเรงการเจริญเตบิ โตเพ่อื ใหไ กใ นฟารม โตเรว็ 27. ขอ ใดไมใชกระบวนการขนั้ ดําเนินการในการวางแผนพฒั นาการตลาดสูการปฏิบตั ิ ก. การกาํ หนดเปาหมายในการขาย ข. การโฆษณา ประชาสัมพันธ ค. การจดั ทําฐานขอมูลลูกคา ง. การประชาสมั พนั ธ
คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 47 28. เหตใุ ดจึงตอ งมีการวิเคราะหความเปนไปไดของแผนพฒั นาธรุ กจิ เชิงรุก ก. เพื่อใหดาํ เนินงานบรรลตุ ามวตั ถุประสงค ข. บคุ ลากรสามารถปฏิบตั ิไดเต็มความสามารถ ค. เตรียมรบั สถานการณท ่ีอาจเกิดขึ้นไดในอนาคต ง. ตรวจสอบความเปนไปไดกอนที่จะเขียนเปน โครงการ 29. ขอ ใดคอื ประโยชนของการเขียนโครงการพฒั นาอาชีพใหมีความมนั่ คง ก. เพ่ือใหแผนการพฒั นาอาชีพใหมคี วามมัน่ คงของตน มจี ดุ หมายปลายทางทช่ี ัดเจน ข. เพือ่ ใหมเี งินหมุนเวียนดีข้นึ หรือมีคา ใชจายตาง ๆ ลดลง โดยไมจ าํ เปนตองทาํ บัญชี ค. เพ่อื ใหส ามารถสรางยอดขายเพิ่มได และจะมีลกู คา เพิ่มขึ้นโดยไมตองลงทุนเพิ่ม ง. ไมมีขอ ใดถกู 30. ในการเขียนโครงการพฒั นาอาชพี ควรกลาวถงึ ความสําคัญของโครงการหรือแนวคิดสาํ คัญที่ตอ งการให เกิดการพัฒนาอาชพี ไวในขน้ั ตอนใด ก. ชื่อโครงการ ข. วัตถปุ ระสงค ค. วธิ ดี ําเนนิ งาน ง. หลกั การและเหตุผล
48 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย สาระทักษะการดาํ เนินชีวติ ¾ รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง ทช31001 ¾ รายวิชาสขุ ศึกษา พลศึกษา ทช31002 ¾ รายวิชาศลิ ปศกึ ษา ทช31003
คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 49 รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ทช31001 ขอบขายเน้ือหา 1. ความพอเพียง 2. ชมุ ชนพอเพยี ง 3. การแกป ญหาชมุ ชน 4. สถานการณของประเทศไทยและสถานการณโ ลกกบั ความพอเพียง 5. การประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสรางรายไดอยางม่ันคง มั่งคั่ง และยงั่ ยนื สาระสาํ คญั เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลท่ี9) ทรงพระราชดํารัสชี้แนะแนวทางการดํารงอยูและการปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับใหดําเนินชีวิต ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกจิ เพอื่ ใหก า วทนั ตอ โลกยคุ โลกาภิวตั น ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควร ตอ ผลกระทบใด ๆ อันเกดิ จากการเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอกและภายใน ทั้งน้ีจะตองอาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยางยิ่ง ในการนําวิชาการตาง ๆ มาใชในการวางแผนและดําเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติใหมีสํานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริตและใหมี ความรอบรูที่เหมาะสมดําเนินชีวิตดวยความอดทน ความเพียร มีสติปญญาและความรอบคอบ เพื่อใหสมดุล และพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วและกวางขวางทั้งดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอมและ วัฒนธรรมจากโลกภายนอกได พรอมท้ังสามารถนําแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช ในการประกอบอาชพี ไดอยางเหมาะสม ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง 1. อธิบายแนวคิด หลักการ ความหมาย ความสําคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได 2. บอกแนวทางในการนาํ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกตใ ชในการดาํ เนนิ ชีวิต 3. เห็นคุณคา และปฏบิ ตั ติ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. ปฏิบัติตนเปนแบบอยา งในการดาํ เนินชีวติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน 5. เผยแพรหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งใหชุมชนเหน็ คุณคา แลวนําไปปฏบิ ัติในการดําเนินชีวติ 6. มีสวนรวมในชมุ ชนในการปฏิบัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 7. สามารถนําแนวคดิ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชประกอบอาชีพได
50 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แบบทดสอบเศรษฐกิจพอเพียง ทช31001 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ชุดท่ี 1 คําส่ัง : จงทําเครื่องหมาย ลอมรอบคําตอบทถี่ ูกตองท่ีสุด 1. ขอ ใดสอดคลองกับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ก. การดําเนนิ ชีวติ บนทางสายกลาง ข. การดําเนนิ ชีวิตโดยพง่ึ พาความรสู มัยใหม ค. การดําเนินตามเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม ง. การดําเนินชวี ิตตามการเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี 2. ขอ ใดมีความหมายตรงกับ “การมภี ูมิคุมกันในตวั ทดี่ ี” ก. กลา ไดกลาเสยี ข. การขับถูกกฎ ลดอุบัตเิ หตุ ค. อานหนังสือวนั ละนิดจติ แจมใส ง. ความรอู ยูกบั ตวั กลัวอะไร ชีวิตไมปลงลงคงไดด ี 3. ขอ ใดหมายถึงการบรหิ ารการจดั การชุมชนทีด่ ี ก. คนในชุมชนพงึ่ ตนเองได ข. คนในชุมชนตอ งใชผลผลติ จากชมุ ชนอืน่ ค. คนในชุมชนมอี ิสระ ตางคนตางอยู ง. คนในชมุ ชนมคี วามอดทนตอความแตกแยกในชุมชน 4. การบรหิ ารจดั การชุมชนท่ดี ีมีความสาํ คัญตอใครมากที่สดุ ก. ผูนาํ ชุมชน ข. อาสาสมคั รในชมุ ชน ค. ประชาชนในชุมชน ง. คณะกรรมการชุมชน 5. ชมุ ชนในขอ ใดมกี ารบริหารจดั การชุมชนตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ก. ชุมชนมีความกาวหนา ทางเศรษฐกจิ ข. ชมุ ชนท่ีใชท ุนในชุมชนมากทีส่ ุด ค. ชุมชนมกี ารประกอบธุรกจิ ท่ีมั่งค่งั กวาชมุ ชนอนื่ ง. ชุมชนมกี ารทํากจิ กรรมจนนาํ ไปสูการพฒั นาท่สี มดุล 6. การทําธรุ กิจแบบใดสอดคลองกบั การบริหารจดั การตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง ก. ธรุ กิจท่ีมีเจา ของธุรกจิ เปน ผนู ําชุมชน ข. ธรุ กจิ ที่มผี รู วมลงทุนเปน คนไทยเทา น้นั ค. ธรุ กิจท่ีมกี ารแขง ขันแบบเสรีและเปนธรรม ง. ธรุ กจิ ทีม่ กี ารประกอบกจิ การเพยี งเจา เดยี วในตลาด
คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 51 7. กระบวนการที่สําคญั ของการบรหิ ารจัดการชุมชนตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง คือขอใด ก. คนในชมุ ชนรว มกนั เลือกผูนําชุมชนที่มคี วามสามารถ ข. คนในชุมชนรวมวางแผน รว มปฏิบตั ิและรวมประเมินผล ค. คนในชุมชนรวมระดมเงนิ เพื่อจา งนักวิชาการมาดําเนนิ งาน ง. คนในชุมชนรวมพฒั นาระบบขนสง สาธารณะที่มปี ระสิทธภิ าพ 8. ใครมบี ทบาทในการแกปญ หาชุมชนเปน ลาํ ดับแรก ก. ขา ราชการ ข. คนในชมุ ชน ค. ผแู ทนองคก รเอกชน ง. คนจากชมุ ชนใกลเ คียง 9. ในการพัฒนาชุมชนจะตองทําสิ่งใดเปน ลําดับแรก ก. ขอความรวมมอื จากองคกรเอกชน ข. ทําความเขาใจกบั คนในชุมชนใกลเคียง ค. ขอความสนบั สนนุ งบประมาณจากรัฐบาล ง. ทําประชาคมเพ่ือทราบและวเิ คราะหปญ หา 10. กนกนวลบน วา “เศรษฐกิจไมดีเลย เมื่อกอน เงนิ 100 บาท ซอ้ื น้าํ มนั ได 5 ลติ ร เดีย๋ วนซี้ ื้อไดเ พียง 2 ลิตร” เศรษฐกิจเชนนอี้ ยูในสภาวะใด ก. ภาวะเงนิ ฝด ข. ภาวะเงนิ เฟอ ค. ภาวะเงนิ ตงึ ตัว ง. ภาวะเงินลนตลาด 11. คุณธรรมขอใดใชเปน หลักในการดําเนินชวี ิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งภายใตภาวะคา ครองชพี สูง ก. ความมีวินยั ข. ความกตัญู ค. ความซอ่ื สัตย ง. ความประหยัด 12. ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา กนกนภาควรทาํ กจิ กรรมใดท่ีชว ยวางแผนการใชจาย และมคี วามประหยดั ก. ซือ้ สนิ คาลดราคามาใช ข. บันทกึ รายรับ-รายจา ย ค. กาํ หนดรายการอาหารลวงหนา ง. นาํ สิง่ ท่ใี ชแลวมาจําหนา ย 13. สาเหตสุ าํ คญั ที่ทําใหเกิดภาวะโลกรอ น คอื ขอ ใด ก. ภยั ธรรมชาติ ข. ยานพาหนะ ค. โรงงานอสุ าหกรรม ง. การกระทาํ ของมนุษย
52 คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 14. การใชอนิ เทอรเน็ตและโทรศัพทมือถือใหเกดิ ประโยชนส งู สดุ และคุมคามากท่ีสดุ ควรยดึ หลักใด ก. ความมวี นิ ยั ข. ความมเี หตุผล ค. ความรอบคอบ ง. ความพอประมาณ 15. หลกั การสําคัญในการพฒั นาประเทศตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใตกระแสโลกาภวิ ฒั นค อื ขอใด ก. การคาํ นึงถึงผลกระทบตอฐานะทางเศรษฐกจิ ข. การใหค วามชวยเหลือคนยากจนเปน พิเศษ ค. การเลอื กใชเทคโนโลยีสมยั ใหม ง. การปฏบิ ตั ิทเ่ี ปน สายกลาง 16. การปฏิบัตติ นทเ่ี หมาะสมกบั ยุคปจจุบันโดยยึดหลักหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ควรดาํ เนนิ ชีวติ ตามขอใด ก. ดาํ เนนิ ชีวิตตามปกติ ข. ดําเนนิ ชีวติ อยา งสมดุล ค. ดาํ เนนิ ชวี ิตในชนบทเทานั้น ง. ดาํ เนนิ ชีวติ อยางสะดวกสบาย 17. ถากนกทิพยตอ งการประกอบอาชพี โฮมสเตย กนกทพิ ยควรมคี วามรูดานใดมากทส่ี ุด ก. การกอสรา ง ข. การทอ งเทย่ี ว ค. การประกอบอาหาร ง. การปลกู ไมด อกไมประดบั 18. ขอ ใดเปน การพฒั นาอาชพี ก. กชพรรณ ทําผักดองจากผักท่เี หลือจากการจําหนายแลววางขาย ข. กชมน แบง ขนมที่เหลือจากการจําหนายใหเพ่ือนบา น ค. กชนุช ปลูกพืชเพมิ่ เติมตามคาํ แนะนําของเพ่ือน ง. กชพร นาํ มูลโคมาใสเ ปน ปุยพืชสดในไรน า 19. ขอ ใดไมใชหลกั การวางแผนแมบทชุมชนโดยยดึ หลกั ความพอประมาณ ก. มคี วามเหมาะสมกับชุมชน ข. ไดผลตอบแทนท่ีคุมคา ใหก บั ชุมชน ค. ชมุ ชนตองไมทาํ งานท่ีใหญห รือเล็กเกนิ ไป ง. ชมุ ชนจะพฒั นาใหเ ร็วหรือชา ตองดคู วามเหมาะสม 20. ถา ขตั ติยาตองการขยายกจิ การการจําหนายผักปลอดสารพิษ ขตั ตยิ าตองมีความรใู นขอใดมากที่สุด ก. การวจิ ยั ข. การตลาด ค. การแปรรูป ง. การโภชนาการ
คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 53 21. กชนิภา ประกอบอาชีพการออกแบบเครือ่ งประดับจากกะลามะพราว อาชีพของกชนิภาจัดเปน กลุม อาชพี ในขอใด ก. เกษตรกรรม ข. อตุ สาหกรรม ค. พาณิชยกรรม ง. ความคดิ สรางสรรค 22. ขอใดเปนความสาํ คัญลําดบั แรกของการบรหิ ารจัดการชุมชน ก. การทาํ งานตามแนวทางที่กําหนดตามแผนเพื่อแกไขปญ หาของชมุ ชน ข. การสังเกตการณและวเิ คราะหผลงาน จัดทํารายงานใหผูเ กี่ยวขอ งทราบ ค. การกําหนดแผนงาน วางแผนแกไขปญหาและจดั ลาํ ดับความสาํ คัญของปญหา ง. การศกึ ษาวเิ คราะหปญหา แยกแยะปญหาแนวทางแกไข และรวมกันตัดสินใจ 23. “การปลูกผกั สวนครวั รั้วกนิ ได” อยูในการพัฒนาขอใด ก. การสงเสริมวิสาหกจิ ชุมชน ข. การเสริมสรา งรายไดล ดรายจา ยในครวั เรอื น ค. การเสรมิ สรางสุขภาพและสุขอนามยั ในชมุ ชน ง. การเสรมิ สรางความเขม แข็งและการสรางภมู คิ ุมกันชมุ ชน 24. การรวมมอื กนั เพอื่ สงเสรมิ เผยแพร ขยายผลงาน การปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของบุคคล ชมุ ชน ในขอ ใด จงึ เหมาะสมและทําใหช มุ ชนยง่ั ยนื ก. จัดต้ังรานคาสะดวกซ้ือ ข. จัดตงั้ สหกรณใ นชมุ ชน ค. ลงทนุ รบั ซอื้ สนิ คาในชมุ ชนแลวนําไปสงออก ง. ติดตอ พอคาคนกลางเขามารบั ซื้อสินคาในชุมชน 25. นกั ศกึ ษาคิดวา การนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชกบั การประมงในปจจบุ นั อยา งไร ก. ใชอวนตาถจ่ี บั สตั วน ํ้าใหไดม าก ๆ ข. ใชเ รอื ลาํ เลก็ ออกหาปลา ใชอ วนตากวางตามท่ีกาํ หนด ค. จับสัตวน้ําทกุ ขนาดใหพ อเต็มลาํ เรือ แลวคอยกลับเขาฝง ง. ใชเ รอื ทม่ี ีเทคโนโลยสี ูง ๆ เพือ่ หาแหลง หาปลาไดค ราวละมาก ๆ 26. ขอใด ไมใ ช แนวทางของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการทาํ ธุรกิจใหไ ดระยะยาวและมีความมัน่ คง ก. รกั ษากําไรที่ไดอยา งสมาํ่ เสมอทุกป ข. รักษาคุณภาพของสินคาและชื่อเสยี งของธุรกิจมากกวากําไร ค. รักษาระดบั อตั ราหน้สี นิ ตอทนุ ใหเหมาะสมเพ่ือชาํ ระหนี้คนื ได ง. มีความพอประมาณในการผลิตและรบั คําสั่งซอ้ื เทา ทมี่ ีกาํ ลงั ความสามารถทําได 27. “การพฒั นาท่ีย่ังยืน” มคี วามหมายตรงกับขอ ใดมากทสี่ ดุ ก. พัฒนา กา วหนาตามเทคโนโลยี ข. พัฒนา และพึ่งประเทศอน่ื ค. พัฒนาภาคการเกษตรเพียงอยางเดยี ว เพ่อื กาวสคู วามพอเพยี ง ง. พัฒนาพาครอบครวั อบอนุ สงั คมเขมแขง็ มีสันตสิ ขุ ส่ิงแวดลอมยั่งยืน
54 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 28. ถา นักศึกษาเรียนรูปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และปฏบิ ัตติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จะทาํ ใหเกิดผลดีดา นใด ก. ไมเครียด ข. มคี วามสุข ค. ไมท ําใหเปนหนีส้ ิน ง. เกิดผลดีตอ ตนเองในทกุ ดาน 29. การพ่งึ ตนเองตามระบบเศรษฐกิจพอเพียงมงุ เนน ดา นใดมากทส่ี ดุ ก. ดานทรพั ยากรธรรมชาติ ข. ดา นเทคโนโลยี ค. ดานเศรษฐกิจ ง. ดานสังคม 30. หนว ยงานใดเปนผปู ระมวลความคิดการพฒั นาเศรษฐกิจชุมชนพง่ึ ตนเอง ก. กระทรวงพาณชิ ย ข. กระทรวงมหาดไทย ค. กระทรวงเกษตรและสหกรณ ง. ทั้งสามกระทรวงรว มมือกนั
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 55 แบบทดสอบเศรษฐกจิ พอเพียง ทช31001 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ชดุ ท่ี 2 คาํ สงั่ : จงทาํ เครอ่ื งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ถี กู ตองท่ีสดุ 1. หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอพียงเปน หลกั ในการดาํ รงชีวิตแบบใด ก. ประหยดั ข. เพยี งพอ ค. ทางสายกลาง ง. หากนิ ตามธรรมชาติ 2. แนวคิดตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเนน ในเรื่องใด ก. การพัฒนาชมุ ชนสังคมโดยใชระบบเศรษฐกิจเปนฐาน ข. การพัฒนาดานการเงิน การจัดการและการตลาด ค. การดาํ เนนิ ชวี ิตท่มี งุ เนน พฒั นาตนเองใหเ ปน ผูน ําการเปลีย่ นแปลง ง. การดําเนนิ ชวี ติ และปฏิบตั ใิ หสามารถอยูในสังคมไดอยา งมีความสุข 3. ขอ ใดเปนการจดั การความรเู กี่ยวกบั การ สรางภูมิคมุ กนั ในตัวทด่ี ี ก. ชุมชนรวมกนั จดั กิจกรรมปลูกปา เฉลิมพระเกียรติ ข. กกต.ทาํ การสํารวจขอมูลผูม สี ิทธิเลอื กตง้ั ในชุมชน ค. ผูนําชมุ ชนจดั โครงการตรวจสุขภาพใหก ับคนในชุมชน ง. การจดั กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการกําจดั ขยะในครอบครัวและชมุ ชน 4. การบริหารจดั การชุมชน ขอใดเนนเร่อื งการพัฒนาชมุ ชนใหอยูไดอยา งพอเพยี ง ก. สงเสรมิ ใหคนในชุมชนเก็บออมใหมากทสี่ ุด ข. สงเสริมใหค นในชมุ ชนกูเงินจากกองทุนตาง ๆ ค. จดั โครงการสินคาราคาประหยัดเพอื่ กระตุนการซ้ือใหกับตนในชุมชน ง. สงเสริมใหชมุ ชนปลูกผกั สวนครวั ร้วั กนิ ไดเ พ่ือประหยัดคา ใชจ า ยในครวั เรอื น 5. ขอ ใดเปนการวิเคราะหปญ หาดา นวัฒนธรรมของชมุ ชน ก. คนในชุมชนไมสนใจการเขารวมกิจกรรมในชุมชน ข. คนในชุมชนสวนใหญประกอบอาชีพทางการเกษตรเปน หลัก ค. คนในชุมชนไมเหน็ ความสาํ คัญของการทาํ บัญชรี ายรับ -รายจาย ง. คนในชมุ ชนบางคนไมเ หน็ ความสาํ คญั ของประเพณีวันสงกรานตข องชุมชน 6. ขอ ใดเปน แนวทางการพัฒนาชมุ ชนตามแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง ก. ตอ งสรางความพอมี พอกิน พอใชข องประชาชนสวนใหญ ข. สรางความเจริญกาวหนาดานวชิ าความรูใหกับประชาชนทุกคน ค. ตองสรา งถาวรวัตถุเพื่อใหบุคคลไดเขาใชประโยชน และมีการบรู ณะ ง. ตอ งสง เสริมใหเกิดการแลกเปลีย่ นเรียนรู เพ่ือการพัฒนาอยางตอเน่ือง
56 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 7. สิ่งท่ไี ดจากการทําบญั ชีรายรับ-รายจา ย ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงตรงกับขอใดมากท่สี ดุ ก. รรู ายรบั -รายจายของตนเอง ข. มขี อ มูลในการสง เสรมิ การประกอบอาชีพ ค. มีขอ มูลประกอบการตดั สินใจในการใชจา ยตอไป ง. มขี อมลู ในการตัดสินใจใชจ ายใหสมดุลกบั รายรับและการเก็บออม 8. “จากการทําบัญชีรายรับ-รายจายของไขแสง ทําใหเธอทราบวามีคาใชจายจากการด่ืมกาแฟสด 2 แกวตอวัน คิดเปนเงิน 90 บาท เธอจึงลดการด่ืมกาแฟสดเหลือวันละ 1 แกว ทําใหเธอมีเงินออมตอเดือนเหลือ เพิม่ ข้นึ ” ขอ ความขา งตนแสดงใหเห็นวาไขแสงนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งขอใดมาใช ก. ความพอประมาณ เหตผุ ล ความรู/ คุณธรรม ข. ความพอประมาณ การออม เงือ่ นไขความรู ค. ความพอเพียง ความพอประมาณ เหตผุ ล ง. ความพอประมาณ ภูมคิ ุมกันทด่ี ี เหตุผล 9. สํานักงาน กศน. ไดจัดกิจกรรมใดเพ่ือสงเสริมและเผยแพรงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดครอบคลมุ ทกุ พนื้ ท่ี ก. การจดั การเรียนการสอนวิชาเศรษฐกิจพอเพียงในหลกั สูตร กศน.ขน้ั พืน้ ฐาน ข. จดั ต้งั ศนู ยการเรียนรูเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อเปนแหลงเรียนรูใน กศน.ตาํ บล ค. จดั การเรียนการสอนทกั ษะอาชพี ในศนู ยฝ ก อาชีพชุมชน ง. จดั การอบรมการทําบญั ชชี าวบา นใหก ับผูนาํ ชมุ ชน 10. แนวทางการพัฒนาประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งควรเรม่ิ ตนจากขอใด ก. พัฒนาคนใหสามารถพง่ึ พาตนเองได ข. พัฒนาความรูดานเทคโนโลยใี หมากท่สี ดุ ค. สงเสริมใหช ุมชนมสี วนรว มในการแกปญหาบานเมือง ง. รัฐกาํ หนดนโยบายเรงดว นในการพฒั นาประเทศอยา งยัง่ ยืน 11. การกาํ หนดแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อประเทศไทยประสบเหตกุ ารณใ ด ก. ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่ําชวงหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 1 ข. การเกดิ วกิ ฤตเศรษฐกิจและการเงนิ อยางหนักในป พ.ศ. 2540 ค. ตนแบบโครงการทฤษฎีใหมเ ปน ตวั อยางที่ประสบความสาํ เรจ็ อยางสงู ง. พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ประทานแกน ิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร เมื่อป พ.ศ. 2517 12. ขอ ใดคอื การลงทนุ ทางออ ม ก. นาํ เงนิ ไปซ้ือกจิ การ ข. การตงั้ สหกรณรานคา ค. การนําเงินฝากธนาคาร ง. การซื้อแฟรนไชสร านสะดวกซื้อ
คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 57 13. “มภี ูมิคุม กัน หมายถึง การมีความรู มีคุณธรรม สามารถพัฒนาตนเอง เปนผูมีสติปญญา รูเทาทันปญหา” ขอความขา งตน สอดคลอ งกบั ขอ ใด ก. ดาวกิ าเปน คนใฝรู แสวงหาความรูและพฒั นาตนเองอยางตอเนอื่ ง ข. ญาญา เปนคนสบาย ๆ ไมต องด้ินรนศึกษาเพ่ิมเติมเพราะพอแมม ีเงนิ มากอยูแลว ค. พมิ พช นกชอบเสีย่ งโชคซ้ือหวยบนดนิ ทกุ งวด เพราะมีความหวังจะถกู รางวัลแจ็คพอต ง. นชิ าชอบซ้อื ขนมแจกเพ่ือน ๆ เพราะหวงั วาเวลาตนเองลําบากเพ่ือนจะไดชวยเหลือ 14. พฒั นาการของระบบเศรษฐกิจยุคใดทท่ี ําใหท รัพยากรทางธรรมชาติลดลงอยา งรวดเร็วมากทสี่ ุด ก. ยคุ ปจจบุ นั ข. ยคุ เกษตรกรรม ค. ยุคหาของปา ลา สัตว ง. ยุคปฏิวตั ิอตุ สาหกรรม 15. ขอ ใดไมใชการปฏิบตั ติ ามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ก. ยึดหลักพออยู พอกนิ พอใช ข. ทาํ มาคา ขาย กอนทํามาหากนิ ค. ยดึ ความประหยัด ตัดทอนคา ใชจา ย ง. ภูมปิ ญญาชาวบา น ท่ดี ินทาํ กิน คือทุนทางสังคม 16. ถาขวัญอนงคต องการขยายกิจการการจําหนายผักปลอดสารพษิ ขวัญอนงคตองมีความรูในขอใดมากทส่ี ุด ก. การวจิ ยั ข. การตลาด ค. การแปรรปู ง. การโภชนาการ 17. การนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใหไดผลควรเร่ิมตน อยางไร ก. เร่ิมตน ทตี่ ัวเอง ทําความเขา ใจ ยอมรบั และนาํ มาปฏิบตั ใิ นชีวติ ประจําวัน ข. เร่ิมตนท่รี ฐั บาลจะตองใหความสําคญั โดยกําหนดนโยบายท่ีชดั เจน มีการประเมินผลตดิ ตามผล ค. เร่มิ ตนทส่ี ถาบนั ครอบครัวเพราะการบรหิ ารและจดั การทดี่ ีจะทําใหป ระเทศชาติมคี วามมั่นคง ง. เริ่มตน ทผี่ ูนําทองถิ่นโดยเฉพาะองคก ารบริหารสว นทองถน่ิ เพราะมีความใกลชิดกบั ประชาชน 18. หลักสาํ คัญทจ่ี ะทําใหป ระเทศชาตมิ กี ารพัฒนาไดอยางตอเน่ืองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง คือขอใด ก. ความรักถนิ่ ฐานบานเกิด ข. ความสามัคคขี องคนในชาติ ค. ความมุงมนั่ ในการผลติ สินคาใหท ันสมยั ง. การรจู กั ประมาณตน รอบคอบ ระมัดระวงั
58 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 19. การนําเขา สนิ คา เชน นา้ํ มันดิบ เครือ่ งจักรกลจากตางประเทศเขา มามาก กอใหเ กิดปญหาใด ก. ปญ หาการขาดดลุ การคา ข. ปญ หาการกระจายรายได ค. ปญ หาความยากจน ง. ปญ หาการวา งงาน 20. หลกั การขอใดท่ีมีลักษณะตรงกนั ขา มกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ก. หลกั สนั โดษ ข. หลักความพอดี ค. หลกั การพ่ึงตนเอง ง. หลักการบรโิ ภคนิยม 21. กระบวนการเขาสอู าชีพโดยการวิเคราะหต นเอง วิเคราะหส ภาพแวดลอม และวเิ คราะหความรูทางวิชาการ คอื กระบวนการใด ก. กระบวนการ “คดิ เปน ” ข. กระบวนการ “PDCA” ค. กระบวนการ “ทางสงั คม” ง. กระบวนการ “วิเคราะหเชิงระบบ” 22. “ชุมชนบานปาไผ” เปนชุมชนท่ีมีความเขมแข็งและคนในชุมชนมีการประกอบอาชีพตาง ๆ เชน การเล้ียงไก ขยายพันธพุ ืช สานตะกราหวาย ทอผามัดหม่ี รานขายของชํา ทํานา ผลิตเคร่ืองประดับจากกะลามะพราว ปลูกพืชสมุนไพรและเพาะเห็ดฟาง” จากขอความดังกลาว อาชีพใดอยูในกลุมอาชีพอุตสาหกรรม ในครวั เรือน ก. รานขายของชาํ ขยายพนั ธุพชื เพาะเห็ดฟาง ข. ทาํ นา เลยี้ งไก ปลูกพืชสมุนไพร เพาะเหด็ ฟาง ค. ทอผา มัดหมี่ รา นขายของชาํ ผลติ เคร่อื งประดบั จากกะลามะพราว ง. ทอผามัดหม่ี สานตะกรา หวาย ผลิตเครอ่ื งประดบั จากกะลามะพรา ว 23. “รานเสริมสวยแหงหน่ึง มีการอบรมพนักงานใหมีความตั้งใจ มีความชื่อสัตย สุจริต ใหเกียรติลูกคา ตอ นรบั และบรกิ ารลกู คา ดวยกิริยาทา ทางท่ีสุภาพเรียบรอ ย” การอบรมพนักงานดังกลาวเนนการประกอบ อาชีพดานใด ก. ดานการบรหิ ารเปน เลศิ ข. ดา นการพัฒนาสถานประกอบการสูอาชพี ค. ดานคุณธรรม จริยธรรมของผูประกอบการ ง. ดา นความรู และความรอบคอบของการประกอบการ 24. ขอ ใดเปน แนวคดิ “หนึ่งตําบล หนง่ึ ผลิตภัณฑ” ก. เพ่ือใหโ รงงานสามารถขยายฐานการผลติ ไปยงั ตําบล ข. ประชาชนจากหลายทอ งท่ีมารว มกนั สรา งผลิตภัณฑ ค. ลดปญ หาการอพยพยายถิน่ ง. ถูกทุกขอทก่ี ลาวมา
คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 59 25. ขอใดคอื ลกั ษณะขอเสนอแนะสําหรบั เกษตรกรในการสรา งเครอื ขา ยกลุมอาชีพ ก. ประสานความรวมมือกับภาคธรุ กิจ ภาครฐั และเอกชนในดานเงนิ ทนุ การตลาด และขอมูลขาวสาร ข. รวมพลงั เฉพาะกลุมอาชพี เดยี วกนั จัดสวัสดิการและการศกึ ษาใหแ กส มาชกิ ค. เนน ความประหยัดขจดั การใชจา ยฟุมเฟอ ย ง. รวมพลังเพ่ือการพัฒนาสงั คม 26. การสรางเครือขายเปนประโยชนส ืบทอดแลกเปลีย่ นโดยวิธใี ด ก. ความรู ข. บทเรียน ค. เทคโนโลยี ง. ความสามารถ 27. จุดหมายเบอ้ื งตนของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแกปญหาในระดับใด ก. ระดบั บุคคล ข. ระดบั ชมุ ชน ค. ระดบั สังคม ง. ระดับภมู ภิ าค 28. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง ชาติฉบบั ที่ 10 ใชหลกั ปรัชญาใดในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศ ก. ประเทศเปน ศูนยกลางในการพฒั นา ข. ประชาชนเปนศนู ยก ลางในการพัฒนา ค. เศรษฐกิจพอเพียง ง. ความพอเพียง 29. การแกปญหาวกิ ฤติของไทยตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สง เสรมิ ใหป ระชาชนหันมาประกอบอาชีพใด ก. รับจาง ข. การทําการเกษตร ค. การทาํ ธุรกจิ สวนตัว ง. ลกู จา งบริษัทเอกชน 30. การทีจ่ ะทําใหชีวิตหลุดพน จากความทุกขย าก ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงควรปฏบิ ตั ิอยา งไร ก. การขวนขวายหาความรูเพ่ิมเตมิ อยเู สมอ ข. การประกอบอาชพี ที่แปลกใหมจากผอู ื่น ค. การขยนั หมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ ง. การประกอบอาชีพหลายอยา งในคราวเดียวกนั
60 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย รายวชิ าสุขศกึ ษา พลศึกษา ทช31002 ขอบขายเนือ้ หา 1. การทาํ งานของระบบในรา งกาย 2. ปญหาเพศศึกษา 3. อาหารและโภชนาการ 4. การเสริมสรางสุขภาพ 5. โรคท่ถี ายทอดทางพันธุกรรม 6. ความปลอดภัยจากการใชยา 7. ผลกระทบจากสารเสพตดิ 8. ทักษะชีวิตเพื่อสุขภาพจติ 9. อาชีพจาํ หนายอาหารสาํ เร็จรูปตามสขุ าภิบาล สาระสาํ คัญ ศึกษา ฝกปฏิบัติ และประยุกตใชเก่ียวกับสุขศึกษา พลศึกษา เรื่องเกี่ยวกับระบบตาง ๆ ของรางกาย เปาหมายชีวิต ปญหาเกี่ยวกับเพศศึกษา อาหารและโภชนาการ เสริมสรางสุขภาพ โรคที่ถายทอดทาง พนั ธุกรรม ปลอดภัยจากการใชยา ผลกระทบจากสารเสพติด อันตรายรอบตัว และทักษะชีวิต เพ่ือสุขภาพจิต เพ่ือใชประโยชนในการวางแผนพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัว นําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ในการดาํ เนินชวี ติ ของตนเอง และครอบครัวไดอยา งเหมาะสม ปลอดภยั ผลการเรียนรทู ีค่ าดหวงั 1. อธบิ ายการทาํ งานของระบบตาง ๆ ในรางกายไดถูกตอง 2. วางแผนเปา หมายชวี ิต ตลอดจนเรอ่ื งปญ หาเก่ยี วกบั เพศศึกษาได 3. เรียนรูเ รือ่ งการวางแผนในการสรางเสรมิ สุขภาพเก่ยี วกับอาหาร 4. อธบิ ายถงึ โรคที่ถายทอดทางพันธกุ รรมได 5. วางแผนปอ งกนั เกย่ี วกับอุบตั เิ หตุ อุบตั ิภยั ไดอยางถูกตอง 6. มีความรใู นการพฒั นาทกั ษะชีวิตใหด ีได
คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 61 แบบทดสอบสุขศกึ ษา พลศึกษา ทช31002 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชุดท่ี 1 คาํ สงั่ : จงทาํ เครื่องหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถ่ี กู ตองท่ีสดุ 1. ผปู ว ยทมี่ ีปญ หาเกยี่ วกับการทํางานของไต ควรหลกี เลีย่ งอาหารในขอใด ก. ไขด าวกบั แกงเขียวหวานปลากราย ข. น้าํ พรกิ ปลาทูกบั ผกั กวางตงุ ลวกสกุ ค. ผัดพริกหนอไมสดกบั ยาํ ใบชะพลสู ด ง. ตม ซุปกระดกู ออนกับลาบหมูอีสานใสเครื่องในหมู 2. ขอ ใดเปน ข้นั ตอนการสื่อสารขั้นแรก เมอ่ื เกดิ ปญหาการลวงละเมดิ ทางเพศ ก. บอกพอ แม ญาติคนใกลชิด ข. ตัง้ สตหิ าชองทางเอาตวั รอดจากสถานการณน ้นั ๆ ค. แจง ความหรอื แจง มลู นธิ ิปวีณา เพ่ือขอความเปน ธรรม ง. รอ งไหขอความเมตตา เพื่อใหรอดพนจากการถกู ลวงละเมดิ 3. พฤติกรรมในขอใดแสดงวา เปนผูที่มีสขุ ภาพจติ ดีท่ีสดุ ก. มีความกระตือรือรนในการทาํ งานมีความเช่ือม่นั ในตนเองสูง ข. ชอบใสบาตรเปน ประจํา แตมักมอี าการเหมอลอย ค. ชอบเปลีย่ นงานบอย ๆ ทํางานทไ่ี หนแลว ไมทน ง. หวาดระแวงและตําหนลิ ูกนองเปนประจาํ 4. การปฏบิ ตั ใิ นขอใดปลอดภัยจากโรคติดตอทางผวิ หนงั มากท่ีสุด ก. อาบนา้ํ ชาํ ระรางกายวันละสองครง้ั ข. ไมอ ยูในที่อับชื้น อยใู นที่ลมโกรกอยางทัว่ ถงึ ค. ใชผ ลิตภณั ฑท าํ ความสะอาดเสื้อผาท่คี นนิยม ง. ใชผ า เช็ดหนา รวมกับเพ่ือนสนทิ หลงั ออกกําลงั กาย 5. ยาเสพตดิ ในขอใดจัดเปน ยาเสพติดประเภทท่ี 2 หากผฝู าฝนมไี วใ นครอบครองเกินจํานวนทีจ่ าํ เปนสําหรบั การใชย าตอ งระวางโทษจําคุกไมเกนิ 5 ป ถึงตลอดชีวติ ก. ฝน ข. โคเคน ค. ยาบา ง. เฮโรอนี 6. ขวญั สดุ า มคี วามเครียด วิตกกังวล เพราะโดนเจานายตําหนติ อวา ทาํ งานไมเ ปน ขวญั สุดาควรทําอยา งไร ก. ลาออก เปล่ียนงานใหมไปเร่อื ย ๆ ข. ตอ วา เจา นายวาไมใหค วามยตุ ิธรรมกบั เขา ค. ศกึ ษาหาความรู และฝกฝนทํางานอยางตงั้ ใจ ง. ฟองกระทรวงแรงงาน ขอความเปน ธรรม
62 คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 7. ขอใดกลาวถงึ การวางสินคาถูกตอ งตามหลกั สขุ าภบิ าล ก. จรสั พงศ ใชแสงธรรมชาตจิ ดั รา น เพอื่ ประหยัดพลังงาน ข. จนั ทกานต นําสนิ คาที่หมดอายแุ ละชํารุดมาลดราคาแกผูซ้ือ ค. จรณั ธร จัดหมวดหมูสินคา ในราน ตามสีสันเพ่ือความสวยงาม ง. จันทนา ติดปายบอกประเภทและราคาของสนิ คา เพื่อสะดวกแกผูซอ้ื 8. หนวยงานใดทีใ่ หความชวยเหลอื เก่ียวกับปญ หาทางเพศ ก. คลนิ กิ บรกิ ารปรึกษาปญหาสุขภาพ (คลนิ ิกนริ นาม) ข. หนว ยงานพทิ กั ษส ทิ ธิแรงงาน ค. กรมคมุ ครองสิทธิและเสรภี าพ ง. กรมประชาสัมพันธ 9. พฤติกรรมในขอใดเสยี่ งตอสายตามากท่สี ุด ก. สวมแวน ตาดาํ ในหองทํางาน ข. ยนื ในที่สวา งจา นาน ๆ โดยใชแ วนกนั แดดมืดดํา ค. ลางตาบอยครั้งหลังจากใชชอลกเขียนกระดาน ง. ใชง านโทรศัพทมอื ถอื และดโู ทรทศั นในที่มดื สนิท 10. ขอ ใดคือความหมายของยาปฏชิ ีวนะ ก. ยาพาราเซตามอล ลดไข แกปวด ข. ยาฆาเชือ้ โรค ลดการอักเสบในรางกาย ค. ยาแกไอทลี่ งทา ยชอื่ ยาดวยคําวา มยั ซิน ง. ยาท่สี กัดจากพชื ผกั สวนครัวแกอักเสบ 11. ถุงน้าํ ดเี ปน อวัยวะท่ีเหมาะตอการยอ ยอาหารประเภทใด ก. คารโบไฮเดรต ข. โปรตีน ค. นํา้ ตาล ง. ไขมัน 12. ขอ ใดคอื การดูแลระบบขับถายปสสาวะทถี่ ูกตอง ก. หลกี เลีย่ งการทานผักแพว ชะพลู และหนอไม ข. ดม่ื นา้ํ ใหน อ ยกวา 6 แกว ตอวัน ค. รบั ประทานอาหารรสเค็มจดั ง. กล้นั ปส สาวะเปนเวลานาน ๆ 13. ขอ ใดคอื หนา ท่ขี องตบั ออน ก. ผลติ นา้ํ ยอ ย ฮอรโมนอนิ ซูลิน ข. ขับของเสียออกจากรางกาย ค. เปน แหลง สะสมธาตุเหล็ก ง. ควบคมุ คอเลสเตอรอล
คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 63 14. สมองและไขสันหลังเปน สว นท่ีอยูในระบบประสาทสวนใด ก. ระบบประสาทสว นหนา ข. ระบบประสาทสวนกลาง ค. ระบบประสาทสว นปลาย ง. ระบบประสาทตอนตน 15. อวยั วะใดไมจัดอยูในโครงสรา งของระบบยอยอาหาร ก. กระเพาะอาหาร ข. หลอดอาหาร ค. หลอดลม ง. ลําไสเลก็ 16. การจดั การกบั อารมณและความตอ งการทางเพศท่ีถูกตอง ก. ขมใจ ควบคุมจติ ใจ จนเขา สูภาวะปกติ ข. หลีกเล่ียงจากสิง่ เรา เชน สอ่ื ลามกอนาจาร ค. เบี่ยงเบนอารมณโดยการออกกาํ ลังกาย ง. ถกู ทุกขอ 17. ปญ หาความรนุ แรงทางเพศ ขาวอาชญากรรมเปนผลมาจากปจ จัยใด ก. สภาพแวดลอม ข. ลัทธิความเชือ่ ค. สภาพการเมือง ง. อทิ ธิพลของส่ือตาง ๆ 18. การมเี พศสมั พนั ธในขอใดท่ีถงึ แมม ีความยินยอมแตม โี ทษและมีความผดิ ก. หญิงนั้นอายุไมเกิน 20 ป ข. หญิงน้นั อายุไมเกิน 13 ป ค. หญิงนน้ั อายุ 15 ปข ้ึนไป ง. ภรรยาทจี่ ดทะเบยี นสมรส 19. สาเหตุจากการขาดสารอาหารใดทท่ี าํ ใหเปน โรคปากนกกระจอก ก. วติ ามินบี 2 ข. วติ ามินบี 1 ค. ธาตเุ หล็ก ง. วิตามินดี 20. โรคตาฟางเกิดจากการท่ีรางกายขาดสารอาหารใด ก. วิตามนิ เอ ข. แคลเซียม ค. วติ ามินซี ง. ไอโอดี
64 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 21. ผหู ญงิ วัยมีประจาํ เดือนควรไดรบั สารอาหารใดในการทดแทนการสูญเสยี เลอื ด ก. ธาตุเหลก็ ข. ฟอสฟอรสั ค. วติ ามินดี ง. วติ ามนิ บี 1 22. ขอใดกลา วถึงการออกกําลงั กายกบั การรบั ประทานอาหารทไ่ี มถูกตอง ก. กอนออกกําลังกายตองรับประทานอาหารใหม าก ข. ควรรับประทานอาหารกอน 3-4 ช่ัวโมง ค. ควรดมื่ น้าํ หรือเกลอื แรทดแทน ง. งดของหมกั ดองและมรี สจดั 23. ขอใดคอื วิธกี ารออกกําลังกายทีง่ ายและสะดวกทสี่ ุด ก. วา ยน้ํา ข. การเดิน ค. ยกนํ้าหนัก ง. ว่ิงมาราธอน 24. ขอใดไมใชป ระโยชนข องการออกกําลังกาย ก. กลามเน้อื สามารถทนความเจ็บปวดไดดี ข. หลอดเลอื ดมีความเหนยี วและยืดหยุนดี ค. ชวยทาํ ใหอ ยากทานอาหารเพิ่มมากข้นึ ง. ปอดมีขนาดใหญและจุไดมากข้ึน 25. ขอใดไมจ ดั วา เปน โรคที่สามารถถายทอดทางพนั ธกุ รรม ก. โรคภมู ิแพ ข. โรคเบาหวาน ค. โรคธาลัสซเี มีย ง. โรคเลปโตสไปโรซิส 26. ยาเสพตดิ ใหโ ทษ แบง ออกเปนกป่ี ระเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 27. สาเหตขุ องการตดิ สารเสพติดในดานตัวบคุ คลแกไ ขไดด วยวิธีใด ก. มแี ฟนหรือคนรัก ข. ทํางานสุจริตมีอาชีพเสริม ค. เปนคนจิตใจดี มองโลกในแงด ี ง. หาความรูเ กี่ยวกบั ยาเสพติดและคบเพอ่ื นดี
คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 65 28. ผูท ผ่ี ลติ หรอื จาํ หนา ยยาเสพติดชนิดรายแรง เชน ฝน เฮโรอนี มโี ทษอยางไร ก. ตอ งระวางโทษ 1 ป ถึงประหารชีวิต ข. ตอ งระวางโทษจําคุกไมเ กิน 10 ป ค. ตองระวางโทษจําคุกไมเ กิน 5 ป ง. โทษจาํ คุกตลอดชีวติ 29. หากตอ งเขาทํางานในสถานท่ีทํางานวันแรกควรใชทักษะดานใด ก. ทกั ษะการตัดสินใจ ข. ทกั ษะการแกป ญหา ค. ทักษะการคดิ สรางสรรค ง. ทกั ษะการสรา งสัมพันธภาพระหวางบคุ คล 30. ทักษะดา นใดที่จะชวยแกไขปญหาคนที่มีอารมณคิดสั้นอยากฆาตัวตาย ก. ทกั ษะการจดั การกับความเครียด ข. ทกั ษะการเขา ใจและเห็นใจผูอื่น ค. ทักษะการคดิ สรางสรรค ง. ทกั ษะการตัดสินใจ
66 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แบบทดสอบสุขศกึ ษา พลศกึ ษา ทช31002 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ชุดที่ 2 คาํ ส่งั : จงทาํ เคร่ืองหมาย ลอมรอบคาํ ตอบท่ีถกู ตองที่สุด 1. ขอใดเปน การจดั วางสนิ คาเพ่ือใหถูกหลกั สขุ าภบิ าล ก. แยกประเภทสนิ คา จดั รา นสะอาดปลอดโปรง ข. วางสนิ คารวม ๆ กนั ทุกประเภท แตติดปายราคา ค. จัดวางสนิ คา รวมกันครบวงจรเพื่อใหผ ูซ้ือมองเหน็ ไดช ัดเจน ง. คดั แยกสนิ คาตามคณุ ภาพและราคาเพ่ือสะดวกในการเลือกซื้อ 2. ระบบผิวหนงั มหี นาทใ่ี นการควบคมุ เรื่องใด ก. การใชนา้ํ ตาลของรางกาย ข. การเจรญิ เติบโตของรา งกาย ค. อณุ หภมู ขิ องรา งกายใหคงที่ ง. อตั ราการเปลย่ี นอาหารเปน ความรอ นและพลงั งาน 3. กระบวนการนําออกซิเจนในอากาศเขาสูป อดคอื การทํางานของระบบใดในรา งกาย ก. ระบบหายใจ ข. ระบบขบั ถาย ค. ระบบประสาท ง. ระบบไหลเวียนโลหติ 4. ขอใดคอื การดูแลอวยั วะสืบพันธุท ถี่ ูกตอง ก. สวนลา งภายในเพอื่ ทาํ ความสะอาด ข. ถา ยอจุ จาระใหเปนเวลาสม่ําเสมอ ค. ไมสวมช้ันในทีร่ ดั แนน อึดอัด ง. อยใู นท่ีอากาศโปรง โลงสบาย 5. อนิ ซลู ินมหี นา ที่รักษาระดับน้ําตาลในเลอื ดใหป กติ มีความสมั พันธกบั โรคใด ก. โรคความดนั โลหิตสงู ข. โรคความดนั โลหิตตา่ํ ค. โรคตับออ นอักเสบ ง. โรคเบาหวาน 6. ขอ ใดกลา วถูกตองเกีย่ วกบั การใชยาปฏิชวี นะ ก. ใชเ ฉพาะเม่ือมีอาการเจบ็ ปว ยและตรงสาเหตเุ ทานั้น ข. เปน ยาลดอาการอักเสบอวยั วะไดทุกสวน ค. เปนยาฆาเชือ้ โรค และเช้อื รา ง. ใชรกั ษาอาการรมู าตอยดได
คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 67 7. วธิ ีของการใชย าสมนุ ไพรทีด่ ีควรเปน อยา งไร ก. อา นฉลากยาใหละเอยี ดกอนใชท ุกคร้ัง ข. ไมควรใชสมนุ ไพรท่ีมีอายุเกิน 5 ป ค. ปรบั ขนาดยาเองตามความตองการ ง. ยาบางตวั อาจไมมีฉลากและวธิ ใี ช 8. ขอใดบงบอกวา ผใู ชย า ควรหยดุ ใชย าทันที ก. คลืน่ ไสอ าเจียน ตาบวม หนา บวม ข. มผี ืน่ ขึ้น มีอาการแนนหนาอก ค. หายใจไมออก ตาพรา ง. ถกู ทุกขอ 9. ขอใดคอื ฮอรโ มนทส่ี าํ คญั ของเพศหญงิ ก. ฮอรโมนไทรอกซนิ และฮอรโมนแคลซโิ ทนิน ข. เอสโตเจนและโปรเจสเตอโรน ค. กลคู ากอนและไกลโคเจน ง. เทสโตสเตอโรน 10. ขอใดคอื อวยั วะท่ีมอี ยู 2 ขา ง รูปรางคลายเมลด็ ถ่ัวแดง ทาํ หนาทีก่ รองของเสีย ก. กระเพาะปส สาวะ ข. ทอปสสาวะ ค. กรวยไต ง. ไต 11. ขอใดอธิบายการเลือกซ้อื อาหารสดไมถูกตอง ก. ผักผลไมเ ลอื กสภาพดี สดใหม ข. เนอื้ สัตวส ีสด ไมคล้ํา ไมม ีกลน่ิ ค. ปลาเหงือกสแี ดงสด ตาใสวาว ง. กุงหวั และหางขาด มีสีชมพู 12. ขอใดหมายถงึ โรคที่ทําใหเมด็ เลอื ดแดงผิดปกตแิ ละแตกงาย ก. โรคหลอดเลอื ดสมอง ข. โรคธาลสั ซีเมีย ค. โรคไวรัสซกิ า ง. โรคมะเร็ง 13. ขอ ใดไมใชล กั ษณะอาการของโรคเบาหวาน ก. ปสสาวะบอย ตาพรามัว นาํ้ หนักลด ข. การวนิ จิ ฉยั โรคทําไดโดยตรวจปส สาวะ ค. ฮอรโมนอินซูลนิ ขาดหรือทํางานลดลง ง. ขาชา เกดิ แผลไดงา ย เสน ประสาทเสื่อม
68 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 14. การบริโภคอาหารทะเลเปนประจาํ สัปดาหล ะ 1-2 ครงั้ เปนการปองกันโรคใด ก. กาฬโรค ข. โรคคอตบี ค. โรคทองรว ง ง. โรคขาดสารไอโอดีน 15. ยาชงสมนุ ไพรชนิดใดทใ่ี ชเ ปน ยาระบาย หากใชต อเน่ืองทําใหไ มสามารถขบั ถายไดป กติ ก. มะขามแขก ข. มะเขือเทศ ค. มะขามเทศ ง. หวั บกุ 16. Critical Thinking คือความสามารถในการคิดวิเคราะหข อมลู ตาง ๆ มผี ลตอการดาํ เนินชวี ิต จัดวา เปน ทักษะดานใด ก. ทกั ษะการส่ือสารอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ข. ทกั ษะการคดิ อยางมีวิจารณญาณ ค. ทักษะการคดิ วเิ คราะห ง. ทกั ษะการแกป ญ หา 17. ขอใดอธิบายความหมายของ Self-Awareness ทักษะการตระหนกั รูในตนไดถูกตอง ก. เขา ใจความเหมือนและแตกตางระหวา งบคุ คล ข. สามารถตดั สินใจสิ่งตา ง ๆ ในชีวติ ไดอ ยา งมีระบบ ค. รับรูอ ารมณตนเองและหาวธิ ีจดั การอยางเหมาะสม ง. ความสามารถรูจ ักและเขาใจตนเอง เชน รูขอ ดี ขอเสยี 18. ขอ ใดไมใชว ิธีการท่ีถกู ตองในการจัดการอารมณ ก. ฟง เพลง ข. เลน การพนนั ค. ออกกําลงั กาย ง. รูจกั ไตรตรอง แยกแยะ 19. ขอใดไมใชสาเหตุของความเครยี ด ก. จากสภาพแวดลอ มทวั่ ไป ข. จากสภาพรสนิยมความชอบ ค. จากสภาพแวดลอมทางสงั คม ง. จากสภาพการเงิน เศรษฐกิจ
คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 69 20. นํา้ ลาย น้าํ ตา และเหง่ือ จดั เปนระบบอวัยวะใด ก. ตอมไทรอยด ค. ตอ มไรท อ ข. ตอมใตส มอง ง. ตอมมีทอ 21. ขอใดกลาวถึงเรื่องพฒั นาการทางเพศไดถกู ตองทสี่ ดุ ก. พฒั นาการทางเพศของวยั รุนหญงิ และชายข้ึนอยกู ับคานิยม ข. วยั รุนหญงิ จะมีพัฒนาการทางเพศเรว็ กวาวัยรนุ ชาย ค. วัยรุนหญงิ จะมพี ัฒนาการทางเพศชากวาวยั รุน ชาย ง. วัยรุนชายจะมีความตองการทางเพศเร็วกวาวัยรนุ หญิง 22. ควรจะแกไขอยา งไรจงึ จะถูกตองเม่ือมีปญ หาทางเพศเกิดข้นึ ก. ออกเทยี่ วกลางคนื เพ่ือคลายความกังวล ข. ปรกึ ษาพอ แม หรอื ครูอาจารย ค. เก็บตัวอยูเงียบ ๆ คนเดยี ว ง. ปลอยไปตามธรรมชาติ 23. ขอ ใดเปนขอควรปฏิบัตขิ องวัยรนุ ในการคบเพื่อนตา งเพศ ก. ทําตามท่ีผูใ หญแนะนาํ ข. ทาํ เหมอื นเพศเดียวกันไมแบง แยก ค. ทําตนใหเ หมาะสมกบั ประเพณแี ละวฒั นธรรม ง. ทาํ ตนใหเปน อสิ ระและข้นึ อยูกบั ความพอใจทง้ั สองฝาย 24. บคุ คลใดปฏบิ ตั ิตนตอเพศตรงขามไดเหมาะสมมากทส่ี ุด ก. ชนนิกานต ออกไปเท่ยี วกบั เพื่อนเพศตรงขามสองตอสอง ข. ชนวทิ ย ไมคบกับใครเลยเก็บตัวอยูล ําพังคนเดียว ค. ชนาพร ทําตวั ตามปกติสํารวมกริ ิยามารยาท ง. ชนากานต คบแตเพื่อนสนิทเทา น้นั 25. ความตระหนักในตนเอง (Self-Awareness) ถอื เปนทักษะในดานใดของมนุษย ก. การรักษาและดํารงไวซ ึง่ สมั พันธภาพระหวางบคุ คล ข. การเขา ใจในจดุ เดน จดุ ดอยของตนเอง ค. การแกป ญญาเฉพาะหนา ของบคุ คล ง. การตัดสนิ ใจอยางมีประสิทธิภาพ 26. อะฟลาทอกซนิ ที่เปนสาเหตุของมะเรง็ ตบั มีอยูในอาหารประเภทใด ก. อาหารแหง ปลาเค็ม และถั่วตา ง ๆ ข. ผกั และผลไมส ด ตามฤดูกาล ค. เคร่อื งดื่มแอลกอฮอล ง. เน้ือสตั วส ด ดิบ ๆ
70 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 27. ขอ ใดคอื อาหารสาํ เร็จรูป ก. นมสด ข. นา้ํ พริกแกง ค. ขงิ ผง กาแฟผง ง. น้าํ ผลไมเ ขม ขน 28. ขอ ใดคือผลติ ภัณฑที่ไดจ ากการถนอมอาหารโดยใชความรอนสูง ก. ซีอิ๊ว นาํ้ สม สายชู ข. น้าํ ตาล ครีมเทียม ค. เนื้อสัตวแ ชแ ข็ง ง. อาหารกระปอง 29. การขาดธาตุไอโอดนี ทาํ ใหเกิดโรคชนดิ ใด ก. โรคไขเ ลือดออก ข. โรคโลหิตจาง ค. โรคคอพอก ง. โรคตาฟาง 30. ขอใดคือโรคติดตอทางพนั ธกุ รรม ก. โรคไขเ ลือดออก ข. โรคธาลสั ซเี มยี ค. โรคไขหวดั ใหญ ง. โรคตาแดง
คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 71 รายวชิ าศลิ ปศกึ ษา ทช31003 ขอบขา ยเน้ือหา 1. ทัศนศิลป 2. ดนตรี 3. นาฏศลิ ป 4. การออกแบบกบั แนวทางการประกอบอาชีพ สาระสาํ คญั 1. ศึกษาเรียนรู เขาใจ เห็นคุณคาความงาม ของทัศนศิลป และสามารถวิพากษ วิจารณไดอยาง เหมาะสม 2. ความหมาย ความสําคัญ ความเปนมา วิวัฒนาการรูปแบบเทคนิค วิธีการของดนตรีประเภทตาง ๆ คณุ คา ความงาม ความไพเราะของดนตรสี ากล 3. เขาใจและเห็นคุณคาทางนาฏศิลป สามารถวิเคราะห วิพากษวิจารณ ถายทอดความรูสึก ความคิดอยางอสิ ระ ชน่ื ชมและประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ประจําวนั 4. การออกแบบทางศิลปะสามารถนําไปประยุกตใชในการประกอบอาชีพไดหลายสาขา ดังนี้ งานมัณฑนากร หรือนักออกแบบตกแตง (Interior-Decorator) นักออกแบบเครื่องเฟอรนิเจอร นักออกแบบ เครอื่ งเรอื น (Furniture Designer) และนกั ออกแบบเส้ือผาแฟช่ัน (Fashion-Designer) เปนตน ผลการเรียนรทู ีค่ าดหวัง 1. อธบิ ายความหมาย ความสําคัญ ความเปนมา ของทัศนศิลปสากล เขาใจถึงตนกําเนิด ภูมิปญญา และการอนรุ ักษ 2. อธิบายความหมาย ความสําคัญ ความเปนมา ของดนตรีสากล เขาใจถึงตนกําเนิด ภูมิปญญา และการถายทอดสืบตอ กนั มา 3. อธิบายความหมาย ความสําคัญ ความเปนมาของนาฎยนิยาม สุนทรียะทางนาฎศิลป เขาใจถึง ประเภทของนาฎศลิ ปแขนงตา ง ๆ ภูมปิ ญญา 4. อธิบายถึงการออกแบบทางศิลปะสามารถนําไปประยุกตใชในการประกอบอาชีพไดหลายสาขา เชน งานมัณฑนากร หรือนักออกแบบตกแตง (Interior-Decorator) นักออกแบบเคร่ืองเฟอรนิเจอร นักออกแบบเคร่ืองเรอื น (Furniture Designer) และนักออกแบบเสื้อผา แฟชน่ั (Fashion-Designer) เปนตน
72 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แบบทดสอบศิลปศึกษา ทช31003 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชุดท่ี 1 คาํ ส่งั : จงทาํ เคร่อื งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบที่ถกู ตองที่สดุ 1. ภาพจิตรกรรมในขอใดที่ศิลปนใชจ นิ ตนาการเกินจริง ก. ภาพทวิ ทศั น ข. ภาพหนุ น่ิง ค. ภาพในวรรณคดี ง. ภาพในประวตั ศิ าสตร 2. การวจิ ารณผลงานศลิ ปะโดยท่ัวไปนิยมแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั การแสดงออก ขอ ใดเปน อันดับแรก ก. ความรูสึก ข. ทัศนธาตุ ค. คณุ คาของผลงาน ง. ความคิดสรา งสรรค 3. การถายทอดความงามทางธรรมชาติ ศิลปน สากลสามารถถายทอดออกมาเปน ผลงานศิลปะแบบใด ก. แบบเหมอื นจริง และแบบตัดทอน ข. แบบธรรมชาติ และแบบเรขาคณติ ค. แบบธรรมชาติ และแบบตดั ทอน ง. แบบธรรมชาติ แบบเรขาคณิต และแบบนามธรรม 4. การประเมินคณุ คางานศิลปะ ควรพจิ ารณาจากขอใดเปน สาํ คญั ก. ความงาม สาระ อารมณ ข. ศิลปน รูปแบบ เทคนิค ค. อารมณ รูปแบบ เทคนิค ง. วสั ดุ เทคนคิ ขนาด 5. การออกแบบรางกายใหส วยงามเหมาะสมโดยใชห ลักการทางศิลปะ ควรทาํ ขอใดเปนอนั ดับแรก ก. การคัดเลือกเสอ้ื ผา เครื่องแตงกาย ข. การออกกําลังกายใหมีหุนดสี วยงาม ค. การลดน้าํ หนกั โดยการควบคุมอาหาร ง. การออกแบบทรงผมใหเหมาะกบั ตนเอง 6. ทศั นศิลปห มายถึงอะไร ก. ภาพท่ีมองเหน็ ข. แนวความคดิ เหน็ ค. การเรยี นรูเ รอ่ื งศลิ ปะ ง. การมองเห็น การแสดงออกใหเห็นถงึ อารมณน ั้น ๆ
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 73 7. องคประกอบทางทศั นศิลปใ นขอ ใดเปนสวนท่ีเลก็ ที่สุด ซ่ึงเปน สวนเริ่มตนไปสูสว นอืน่ ก. พื้นผิว ข. เสน ค. จุด ง. สี 8. องคป ระกอบทางทัศนศิลปใ นขอ ใดคอื จดุ หลาย ๆ จดุ ที่เคล่ือนทต่ี อเนอื่ งไปในทวี่ า งเปลา จากทศิ ทาง การเคล่ือนทต่ี า ง ๆ กนั ก. พ้นื ผิว ข. เสน ค. จุด ง. สี 9. ภาพตอ ไปน้ีใหค วามรูสึกใด ก. หมุนเวียน มนึ งง ข. ขาดหาย ลึกลบั ไมส มบูรณ ค. ขดั แยง นากลวั ตนื่ เตน แปลกตา ง. เคลอื่ นไหว ไหลเล่ือน รา เริง ตอ เนอ่ื ง 10. เสน ในขอ ใดใหค วามรสู ึกออนโยนนุมนวล ก. ข. ค. ง. 11. ขอใดเปนพฤตกิ รรมดา นความคดิ สรา งสรรคใ นการสรางงานศิลปะสากลของศิลปน ก. การคดิ พจิ ารณาคัดเลือก ดดั แปลงสิง่ ท่ีเหน็ มาสรางงานศลิ ปะ ข. การแสดงฝม ือท่เี นน ความสวยงามเหนอื ความจริง ค. การถายทอดสง่ิ ท่ีมองเหน็ ใหม ีรายละเอียดมากทีส่ ดุ ง. การใชฝม ือวาดภาพจนเหมอื นของจรงิ ทีส่ ดุ 12. ขอใดเปน รูปลักษณเ ดน ดา นความงามทส่ี ะดดุ ตาแกผพู บเห็นของรูปปนเดวดิ ก. รูปโปเ ปลอื ย ข. ความงามของกายวิภาค ค. ความใหญโ ตของการสรางงาน ง. แสดงออกตามความเชื่อเรื่องเทพเจา
74 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 13. ขอ ใดคือสีใหมท ีเ่ กิดจากสแี ดงผสมกบั สีนํ้าเงิน ก. สีสม ข. สีมวง ค. สีเขยี ว ง. สีชมพู 14. ขอใดจดั เปน งานทัศนศิลปแขนงจติ รกรรม ก. บทละคร ข. ภาพทวิ ทัศน ค. บา นทรงไทย ง. เคร่ืองปนดินเผา 15. ภาพจติ รกรรมท่ีเกา แกทีส่ ดุ อยูใ นประเทศใด ก. ประเทศจนี ข. ประเทศไทย ค. ประเทศรสั เซีย ง. ประเทศฝร่ังเศส 16. วงดนตรใี นขอใดทใี่ ชเครือ่ งดนตรที เี่ หมาะสมกับการแสดงกลางแจง ก. วงแจส (Jazz Band) ข. วงบราสแบนด (Brass Band) ค. วงคอมโบ (Combo Band) ง. วงซิมโฟน่ีออรเครสตรา (Symphony) 17. ขอใดเปนลักษณะของดนตรที ี่ใชภูมปิ ญ ญาสรา งสรรคในยุคกอ นประวัติศาสตร ก. ใหจังหวะดว ยการตี ข. ใหจ ังหวะดวยการเคาะ ค. ใหจังหวะดวยการเปา ง. ใหจงั หวะดวยการดดี 18. นักดนตรีเอกของโลกในยุค Baroque Period ( ค.ศ. 1650-1750 ) คือขอใด ก. แฮนเดล ข. โมสารท ค. เบโทเฟน ง. เจ.เอส.บาค 19. ดนตรีตะวันตกไดร บั อทิ ธพิ ลมาจากชนชาตใิ ด ก. อาหรับ ข. อารยนั ค. กรกี -โรมนั ง. ลาตินอเมรกิ า
คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 75 20. บดิ าของดนตรสี ากลคือใคร ก. แฮนเดล ค. เบโทเฟน ข. โมสารท ง. เจ.เอส.บาค 21. ดนตรชี ว ยบําบัดในดา นใด ก. ชวยเสรมิ กระดูกใหแขง็ แรง ข. ชว ยพัฒนาอารมณ และจิตใจ ค. ชวยกระตนุ การทํางานของกระเพาะอาหาร ง. ชวยพฒั นาหัวใจและอวัยวะภายในใหแ ขง็ แรง 22. ขอ ใดเปนการอนุรกั ษละครบรอดเวย ก. สงเสรมิ ใหม ีการชมละคร ข. พฒั นารปู แบบการจดั ละคร ค. พัฒนาการแสดงโดยใหสมจริง ง. พัฒนารปู แบบละครใหสะทอ นสงั คมในชวงนัน้ 23. ขอ ใดเปน ความหมายของ “ลิเก” ตามราชบัณฑติ ยสถาน ก. นาฏเสที ข. นาฏกรรม ค. นาฏดนตรี ง. นาฏยศาลา 24. ผลงานทางศลิ ปะที่แสดงออกดวยรปู ทรง 3 มิติ มปี ริมาตร มีนาํ้ หนกั และกินเนื้อทีใ่ นอากาศ ไมเนน ประโยชนใ ชสอยคอื ทัศนศิลป ก. ภาพพิมพ ข. จติ รกรรม ค. ประติมากรรม ง. สถาปตยกรรม 25. งานทศั นศลิ ป ท่ีถายทอดความงามจากธรรมชาติออกมาอยางสมจรงิ ท้งั รูปรา งและสสี นั จดั เปนลักษณะ ของทฤษฎสี รางงานศลิ ปะแบบใด ก. แสดงอารมณ ข. การเลียนแบบ ค. แสดงจินตนาการ ง. สรา งรูปทรงสวยงาม 26. งานทัศนศลิ ป ท่ีมีเรือ่ งราวบอกเลา ทาํ ใหผูชมคลอยตามในดานความรูสึกจดั วาไดใชอ งคป ระกอบทางศิลปะ ในดา นใด ก. สุนทรยี ศาสตร ข. รปู แบบ ค. เทคนคิ ง. เนอื้ หา
76 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 27. ขอใดหมายถึงผูท่สี รา งสรรคงานศลิ ปะภาพวาด ก. วศิ วกร ข. จติ รกร ค. มัณฑนากร ง. ประติมากร 28. ขอ ใดเปนดนตรีแบบสายประเภทเครอ่ื งดีด ก. ไวโอลิน วโิ อลา ข. กตี าร แบนโจ ค. ธีออรโบ ลูต ง. ฮารป ฟลตุ 29. ขอ ใดเปนเคร่ืองดนตรีท่ีมีลมิ่ น้ิว ก. ฉาบ ข. บองโก ค. ออรแกน ง. คลารเิ นต 30. แซกโซโฟนทําใหเ กดิ เสยี งไดดวยวธิ ใี ด ก. เปาลมผา นลิน้ ของเครอื่ งดนตรี ข. ตกี ระทบระหวางโลหะและไม ค. สคี ันชักลงบนสายของเครื่องดนตรี ง. กดนว้ิ ลงบนลม่ิ น้ิวของเครอ่ื งดนตรี
คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 77 แบบทดสอบศลิ ปศึกษา ทช31003 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ชุดที่ 2 คาํ ส่งั : จงทาํ เครอื่ งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ีถูกตองที่สุด 1. เครอื่ งดนตรสี ากลแบงออกเปนกี่ประเภท ก 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 2. เปย โน ไดถ กู สรางข้นึ มาในยุคใด ก. สมัยกลาง ข. สมยั บารอค ค. สมัยคลาสสกิ ง. สมัยเรเนอซองส 3. วงดนตรีในขอใดใชป ระกอบการแสดงละครโอเปรา ก. วงโยธวาทิต ข. วงแชมเบอร ค. วงออรเคสตรา ง. วงซิมโฟนคิ แบนด 4. ขอ ใดหมายถึงสาเหตุสาํ คญั ท่ีทาํ ใหเ กิดนาฏศลิ ปสากล ก. การเลียนแบบการเคลอื่ นไหวของส่งิ มชี ีวิต ข. การรอ งและเตนของคนปาบางเผา ค. ความเชอ่ื ถือในสิง่ ศักด์สิ ทิ ธิ์ ง. ถกู ทุกขอ 5. “ศิลปะในการฟอนรําที่มนุษยประดิษฐข้ึนจากธรรมชาติและจากความคํานึงดวยความประณีตงดงาม มีความวิจติ รบรรจง” ขอ ความนสี้ อดคลอ งกบั ขอ ใด ก. สุนทรียะ ข. นาฏศิลป ค. สุนทรียะทางดนตรี ง. สนุ ทรยี ะทางนาฏศลิ ป 6. ตุก ตาเรชนิ จัดเปน งานประตมิ ากรรมประเภทใด ก. การประกอบขนึ้ รปู ข. การแกะสลกั ค. การหลอ ง. การปน
78 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 7. ลักษณะเสน ในขอใดใหความรูสึกขาดหาย ลึกลับ ไมส มบูรณ แสดงสวนท่มี องไมเหน็ ก. ข. ค. ง. 8. การปน การแกะสลัก และการประกอบขนึ้ รปู เปน การสรางสรรคผ ลงานของทศั นศลิ ปแขนงใด ก. สถาปต ยกรรม ข. ประตมิ ากรรม ค. จิตรกรรม ง. ภาพพิมพ 9. “การออกแบบผลงานทางทัศนศิลปท่ีเปน การกอ สรางสิ่งตา ง ๆ รวมถึงท่ีอยูอาศัย” ขอความนี้สอดคลอง กับขอใด ก. สถาปตยกรรม ข. ประตมิ ากรรม ค. จติ รกรรม ง. ภาพพมิ พ 10. “การออกแบบสัดสว นและองคประกอบ การจัดวางทว่ี า ง สี วัสดแุ ละพนื้ ผวิ ” ขอความนี้สอดคลองกับขอใด ก. ความคุมคา ข. ความงาม ค. ประโยชนใชส อย ง. ความมนั่ คงแขง็ แรง 11. ขอใดคือความหมายของโสตทัศนศิลป (Audiovisual Art) ก. งานศลิ ปะทร่ี บั สมั ผสั ความงามไดดวยการรับรูด วยใจ ข. งานศิลปะท่รี บั สมั ผสั ความงามไดด วยหจู ากการฟงเสียง ค. งานศลิ ปะท่รี ับสัมผสั ความงามไดด ว ยสายตาจากการมองเหน็ ง. งานศิลปะทร่ี ับสมั ผัสความงามไดท ้ังจากการมองเหน็ และจากการฟง
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 79 12. ขอใดคอื การใชส ีตัดกนั ไดอยางถูกตอง ก. สสี ม ตรงขามกับ สแี ดง ข. สีสม ตรงขามกบั สีน้าํ เงิน ค. สแี ดง ตรงขามกบั สเี หลอื ง ง. สแี ดง ตรงขา มกับ สมี วงเขม 13. ขอใดคอื สวี รรณะรอ น (Warm Color) ก. สสี ม สแี ดง สมี วง ข. สสี ม สีแดง สนี า้ํ เงนิ ค. สีเหลือง สีเขยี ว สแี ดง ง. สีเหลือง สเี ขียว สีนํ้าเงนิ 14. ขอใดแบงประเภทของงานทัศนศิลปไดอยา งถูกตอง ก. ภาพเขยี น ภาพวาด งานปนนูนตาํ่ งานปนลอยตวั ข. จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปต ยกรรม ภาพพิมพ ค. ดนตรพี ื้นบา น ดนตรีไทย ดนตรีสากล ง. จิตรกรรม ปฏิมากรรม ภาพเขยี นสีน้ํามนั 15. ขอใดคอื ความหมายของจิตรกรรม ก. ศลิ ปะที่สรางขึน้ ดวยกระบวนการพมิ พ ข. งานศิลปะทีแ่ สดงออกดว ยการวาด ระบายสี ค. การออกแบบผลงานทางทัศนศิลปท เ่ี ปน การกอ สรา งสงิ่ ตาง ๆ ง. ศลิ ปะทแี่ สดงออกดวยการสรางรูปทรง 3 มติ ิ ทม่ี ปี รมิ าตร มีนํา้ หนกั 16. อนุสาวรยี ทาวสรุ นารีเปนงานทัศนศิลปใ นแขนงใด ก. ภาพพิมพ ข. ประตมิ ากรรม ค. รูปเคารพ ง. สถาปต ยกรรม 17. ในงานประติมากรรมแบงลักษณะงานออกไดตามขอใด ก. ประติมากรรมนูนตา่ํ นนู สงู ข. ประติมากรรมนนู สูง ลอยตัว ค. ประตมิ ากรรมนนู สูง นูนตา่ํ ลอยตัว ง. ประติมากรรมนูนสงู นนู กลาง ลอยตัว 18. ขอใดคอื ความหมายของสถาปตยกรรม ก. ศิลปะทส่ี รางขึ้นดวยกระบวนการพิมพ ข. งานศิลปะทีแ่ สดงออกดวยการวาด ระบายสี ค. การออกแบบผลงานทางทัศนศลิ ปท ีเ่ ปนการกอ สรางสิ่งตาง ๆ ง. ศลิ ปะทแี่ สดงออกดวยการสรา งรปู ทรง 3 มติ ิ ทมี่ ีปรมิ าตร มนี าํ้ หนัก
80 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 19. ขอ ใดคือความหมายของงานมัณฑนากร ก. ผอู อกแบบการตกแตงภายในสถานท่ีอยูอาศยั หรือสถานท่ที ํางาน ข. ผอู อกแบบผลิตภัณฑโดยใชก ราฟกคอมพิวเตอรเ ขาชว ยในการออกแบบ ค. ผูวาดภาพเลยี นแบบธรรมชาติโดยใชค อมพิวเตอรช ว ยในการวาดและลงสี ง. ผอู อกแบบเสือ้ ผา เลือกลายผา และเนอ้ื วสั ดุ เพื่อตัดเยบ็ ใหไดต ามแบบที่ตองการ 21. การฟงดนตรจี ดั เปนการรับรูความงามทางศิลปะรูปแบบใด ก. โสตทศั นศลิ ป (Audiovisual Art) ข. ทัศนศิลป (Visual Art) ค. โสตศลิ ป (Audio Art) ง. ถกู ทุกขอ 22. “เพลงที่ใชประกอบการแสดงละครทม่ี ีการรองโตตอบกันตลอดเร่ือง โดยใชวงดนตรวี งใหญบ รรเลง ประกอบ” ขอความน้ีสอดคลองกบั ขอใด ก. แชมเบอรม ิวสิค ( Chamber Music ) ข. โอราทอรโิ อ (Oratorio) ค. คอมโบ ( Combo) ง. โอเปรา (Opera) 23. ขอ ใดเปนเพลงสาํ หรับศาสนาใชร องในโบสถ ก. แชมเบอรมิวสิค ( Chamber Music ) ข. โอราทอรโิ อ (Oratorio) ค. คอมโบ ( Combo) ง. โอเปรา (Opera) 24. การแสดงละครเพลงเวทีทีก่ ําเนดิ ขึน้ ในโรงละครและโรงภาพยนตร ไดแ กขอใด ก. บลั เลต ข. โอเปรา ค. ละครบรอดเวย ง. ละครกรีกโบราณ 25. ขอ ใดไมใชจ ังหวะการเตนลลี าศแบบบอลรูม (Ballroom) ก. วอลซ (Waltz) ข. แทงโก (Tango) ค. ควิกสเตป็ (Quick Step) ง. ชา ชา ชา (Cha Cha Cha)
คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 81 26. แซกโซโฟน เปนเคร่ืองดนตรีประเภทใด ก. เครอื่ งสาย ข. เครือ่ งลมไม ค. เครื่องล่ิมนวิ้ ง. เครื่องตีกระทบ 27. ทรัมเปต เปนเครื่องดนตรชี นิดใด ก. เครอื่ งสาย ข. เคร่ืองล่ิมนว้ิ ค. เครอ่ื งตีกระทบ ง. เคร่อื งทองเหลือง 28. ขอ ใดหมายถงึ ลลี านาฏศิลปส ากล ก. ศิลปะการแสดงทาทาง ข. การเตน รําออกมาเปนเรื่องราว ค. ดนตรีและบทเพลงสือ่ อารมณ ง. การแสดงภาพวาดเสมือนจรงิ 29. ขอ ใดคือความหมายของคําวา “สนุ ทรียะ” ก. การแสดงดนตรีและการถา ยทอดบทเพลงส่ืออารมณของศลิ ปน ข. ความรสู กึ ของบุคคลทีม่ ีความซาบซึง้ และเหน็ คุณคาในสง่ิ ดีงาม ค. ความวิจติ รงดงามของการแสดงนาฏศลิ ปส ากล ซ่ึงประกอบไปดวยระบาํ ราํ ฟอน ละคร ง. ศิลปะในการฟอนรําที่มนุษยประดิษฐขึน้ จากธรรมชาตแิ ละคํานึงถงึ ความประณีตงดงาม 30. ขอ ใดคอื ความหมายของคําวา “สนุ ทรยี ะทางนาฏศิลป” ก. การแสดงดนตรีและการถายทอดบทเพลงสอื่ อารมณของศลิ ปน ข. ความรูสกึ ของบคุ คลท่ีมีความซาบซ้ึงและเห็นคณุ คา ในส่งิ ดงี าม ค. ศลิ ปะในการฟอนราํ ท่ีมนษุ ยป ระดิษฐขึ้นจากธรรมชาตแิ ละคํานึงถงึ ความประณีตงดงาม ง. ความวจิ ติ รงดงามของการแสดงนาฏศิลปสากล ซงึ่ ประกอบไปดว ยระบํา รํา ฟอน ละคร
82 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย สาระความรพู น้ื ฐาน ¾ รายวชิ าภาษาไทย พท31001 ¾ รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจําวนั พต31001 ¾ รายวชิ าคณิตศาสตร พค31001 ¾ รายวิชาวทิ ยาศาสตร พว31001
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 83 รายวชิ าภาษาไทย พท31001 ขอบขายเน้ือหา 1. การฟง การดู 2. การพดู 3. การอา น 4. การเขยี น 5. หลักการใชภ าษา 6. วรรณคดีและวรรณกรรม 7. ภาษาไทยกับชองทางการประกอบอาชพี สาระสําคัญ 1. การอานเปนทักษะทางภาษาทสี่ ําคญั เพราะชวยใหสามารถรบั รขู า วสารและเหตุการณตาง ๆ ของ สงั คม ทาํ ใหป รบั ตัวไดก บั ความเจริญกาวหนา ทางวิทยาการตาง ๆ สามารถวิเคราะห วิจารณ และนําความรูไป ใชใ นชีวิตประจําวนั 2. การเขียนเปนการสื่อสารท่ีจัดระบบความคิด การเลือกประเด็น การเลือกสรรถอยคํา เพื่อถา ยทอดเปนตวั อกั ษรในการสอื่ ความรู ความคดิ ประสบการณ อารมณ ความรูสึก จากผเู ขียนไปยงั ผูอา น 3. การฟง การดู และการพูด เปนทักษะที่สําคัญของการสื่อสารในการดําเนินชีวิตประจําวัน จึงจําเปน ตองเขา ใจหลกั การเบื้องตน และตองคํานงึ ถึงมารยาทในการฟง การดูและการพูดดว ย 4. การใชภาษาไทยใหถูกตองตามหลักภาษา ทําใหเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปญญาของคนไทย จึงตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของภาษาและตองอนุรักษภ าษาไทยไวเปนสมบัติของชาติสืบตอไป 5. การใชท ักษะทางภาษาไทยในการแสวงหาความรู การเขาใจระดับของภาษาสามารถใชคําพูดและ เขียนไดดี ทําใหเกดิ ประโยชนต อตนเองและสวนรวม 6. วรรณคดไี ทยเปนมรดกของภาษาและวฒั นธรรมท่ีมีคุณคา เปนมรดกทางปญญาของคนไทยแสดง ถึงความรุง เรืองของวฒั นธรรมทางภาษา เปน การเชิดชคู วามเปนอารยะของชาติ ผลการเรียนรทู ่ีคาดหวงั 1. จับใจความสําคัญ และเลาเรื่องได ตีความได อานในใจและอานออกเสียง วิเคราะห วิจารณ ประเมินคาได เลอื กหนงั สือและสารสนเทศไดและมมี ารยาทในการอานและมีนิสัยรักการอาน 2. อธิบายการเขยี นเบ้ืองตนได เขียนเรียงความ ยอความ เขียนจดหมาย เขียนโตแยง เขียนรายงาน เขียนคําขวัญ เขียนประกาศ เขียนเชิญชวน กรอกแบบรายการ แตงคําประพันธ บอกคุณคาของถอยคําภาษา และสามารถเลือกใชถอ ยคาํ ในการประพันธ เขียนอา งองิ เขียนเลขไทยไดถ ูกตอ งสวยงาม 3. บอกหลักเบ้ืองตนและจุดมุงหมายของการฟง การดแู ละการพูดได และสามารถพูดในโอกาสตาง ๆ ได
84 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 4. บอกลักษณะสําคัญของภาษาและการใชภาษาในการส่ือการ ใชพจนานุกรมและสารานุกรม ในชวี ติ ประจําวนั ได 5. บอกชนดิ และหนาท่ขี องคาํ ประโยค และนําไปใชไดถ กู ตอ ง 6. ใชเครอ่ื งหมายวรรคตอน อกั ษรยอ คําราชาศัพท หลักการประชุม การอภปิ ราย การโตว าที 7. บอกความหมายของวรรณคดีและวรรณกรรม องคป ระกอบและรูปแบบลักษณะเดนของวรรณคดีได 8. บอกความหมายของวรรณกรรมมุขปาฐะ และวรรณกรรมลายลกั ษณได 9. บอกความหมายและลักษณะเดนของวรรณกรรมทองถิ่น ประเภทรูปแบบของวรรณกรรมไทย ปจจบุ ันได 10. อา นวรรณคดแี ละวรรณกรรม บอกแนวความคิด คา นยิ ม คุณคาหรือแสดงความคดิ เหน็ ได 11. บอกลักษณะสําคัญและคุณคาของเพลงพ้ืนบาน และบทกลอมเด็กพรอมท้ังรองเพลงพ้ืนบานและ บทกลอ มเด็กได
คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 85 แบบทดสอบภาษาไทย พท31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชดุ ท่ี 1 คาํ สัง่ : จงทาํ เครื่องหมาย ลอมรอบคําตอบทถี่ กู ตองท่ีสดุ 1. ขอ ใดเปนคุณคา ของวรรณคดีไทย ก. อา นยามวา ง ข. อานเม่ือนกึ ถึงอดตี ค. ไดท ราบเหตุการณในอดีต ง. ไดค วามจรรโลงใจและขอคิด 2. การฟงขอใดที่ผฟู งตอ งฟง โดยใชว ิจารณญาณ ก. ขา ว ข. เพลง ค. นิทาน ง. นยิ าย 3. ขอ ใดทผ่ี ฟู งตองฟงอยางต้ังใจ ก. เรือ่ ง ข. ประกาศ ค. เรอื่ งขําขนั ง. เรอื่ งในอดีต 4. ขอ ใดเปน วรรณคดที ี่ดีเดนและมีคุณคา ทแี่ ตง ดวยกลอนสุภาพ ก. อเิ หนา ข. สามกก ค. ขนุ ชา งขุนแผน ง. รามเกยี รต์ิ 5. ขอใดเปนคณุ คา ของวรรณกรรมทอ งถ่ิน ก. ทําใหนกึ ถึงชนบท ข. ทําใหนกึ ถึงวัยเด็ก ค. ไดท ราบพัฒนาการของทองถิ่น ง. ไดท ราบวิถชี วี ติ ความเชือ่ ของทอ งถนิ่ 6. ขอใดเปน วรรณกรรมไทยท่ีแสดงถึงสงั คมไทยในปจ จุบัน ก. พระรว ง ข. อนิรทุ ธ ค. ไกลบาน ง. มรสุมสวาท
86 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 7. ขอ ใดเปน คุณคาของวรรณคดีไทยที่ใหขอ คิดดา นความรบั ผิดชอบตอการทํางาน ก. ระวงั ตวั กลัวครเู อย ข. ความรูดูยิ่งลา้ํ ทรัพย ค. มาประจําไมโอเ อในหนา ที่ ง. ยามสบายปลอ ยชายเปน ทหาร 8. ขอใดเปน วรรณคดีไทยท่ีไดร บั ยกยองใหเ ดน ดา นบทละครรอง ก. สาวเครือฟา ข. สาวติ รี ค. ภารตะ ง. กากี 9. ขอใดเปน การนําความรภู าษาไทยดานการพดู ไปใชในการประกอบอาชีพ ก. นักขาว ข. นักแสดง ค. ผูประกาศ ง. ผกู ํากบั รายการ 10. ขอใดเปน การนาํ ความรภู าษาไทยดานการเขยี นไปใชในการประกอบอาชีพ ก. พธิ ีกร ข. ชา งภาพ ค. เลขานุการ ง. ผูดแู ลเวบ็ ไซต 11. การใชวจิ ารณญาณในการฟงและการดูขา ว มีความสําคัญตรงกบั ขอใดมากทสี่ ุด ก. ทาํ ใหเหน็ กลวธิ กี ารเขียนขาว ข. ทําใหไดร ับขอ เท็จจรงิ ท่ีถกู ตอง ค. ทาํ ใหเหน็ การใชภาษาในเน้อื ขาว ง. ทาํ ใหเ ห็นแนวทางการหาประโยชนจ ากเนื้อขาว 12. ขอใดกลา วไมถูกตองเกี่ยวกบั ขัน้ ตอนการฟง และการดูอยางมีวิจารณญาณ ก. ฟงและดูใหเ ขา ใจเรอื่ ง ข. วเิ คราะหเ รื่องวา จดั อยใู นสารประเภทใด ค. พจิ ารณาวาเรื่องท่ีฟงเปนขอเทจ็ จรงิ หรือขอคดิ เหน็ ง. พิจารณาวาสารนน้ั มาจากบคุ คลท่ีเราชืน่ ชอบหรือไมจ งึ จะเชื่อถือได 13. ขอ ใดไมใชก ารฟง การดูอยา งมีวิจารณญาณ ก. บอกใจความสาํ คัญของสารได ข. นาํ สาระสาํ คญั ไปปรับใชในชวี ิตประจําวนั ค. บอกประเภทของสารไดท ้ังสารคดี และบันเทิงคดี ง. เขาใจกลวธิ ีการเขียนเพื่อนําไปสรา งงานเขยี นของตนเองได
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 87 14. การเกดิ ความรคู วามเขาใจท่ีถูกตอ งจะนําไปสูข ัน้ ตอนใด ก. ตีความ ข. การวิเคราะห ค. การประเมนิ คา ง. ถกู ทุกขอ 15. ขอ ใดหมายถงึ การพดู สรปุ แนวคดิ จากเรอื่ งทฟี่ งและดูไดดีที่สดุ ก. การพดู หรือสรุปสาระทั้งหมดของสารที่ไดฟงหรือดู ข. การพดู เพ่ือสรุปความคดิ สําคัญของเร่ืองที่ไดฟง หรือดู ค. การพดู เพ่ือสรปุ รายละเอยี ดท้ังหมดของสารที่ไดฟ งหรอื ดู ง. การพูดเพื่อสรุปขอ คิดเหน็ ของเรอื่ งที่ไดฟงหรือดูโทรทศั น 16. ขอใดไมใชวธิ ีการเขยี นบทพดู ท่ีดี ก. ใชภ าษาทถ่ี กู ตอ งตามระดบั ภาษา ข. ใชภาษาที่เขาใจงาย สื่อความชดั เจน ค. ใชภ าษาทเ่ี หมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ ง. ใชภ าษาสูงเพ่ือแสดงถึงความอลงั การทางภาษา 17. การพูดคยุ กันระหวา งผูทีย่ ังไมคนุ เคยสนทิ สนมกนั มากนัก ควรใชก ารพูดในลักษณะใด ก. การพดู แบบไมเปน ทางการ ข. การพดู แบบเปน ทางการ ค. การพดู แบบกึง่ ทางการ ง. ถกู ทุกขอ 18. ในการประชุม ผเู ขารว มการประชมุ ทีด่ ีนน้ั ไมค วรกระทาํ สงิ่ ใด ก. ตรงเวลาและรักษาเวลาในการพูดตามทปี่ ระธานกาํ หนดให ข. แสดงความคดิ โดยการพูดใหไ ดใ จความกระชับไมค วรพดู วกวน ค. แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเพ่ือแสดงความรอบรโู ดยไมคํานงึ ถงึ ความคิดผอู นื่ ง. พดู แสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายอยางมเี หตุผล พดู ดว ยใจเปน กลางไมใชอ ารมณ 19. คําพดู ในขอใดเหมาะทีจ่ ะใชใ นการประชุม ก. ดิฉนั ขอใหท ีป่ ระชมุ พิจารณาทบทวนเรอื่ งนี้อกี สักครั้ง ข. ขอโทษนะ คุณวชิ าพูดดัง ๆ หนอ ย จะไดไดยนิ กนั ทุกคน ค. คุณนดั ดานั่งเงียบอยูนานแลว กรุณาแสดงความคดิ เหน็ ดวย ง. เร่อื งชกั จะไปกันใหญแลว ขอใหพ ดู ใหตรงประเดน็ หนอยเถอะ 20. ขอ ใดกลา วถงึ ญัตติทีใ่ ชในการโตว าทีไมถูกตอ ง ก. ญัตติเปนเร่ืองทค่ี นสวนใหญใหความสนใจ ข. ญัตตใิ นการโตวาทีควรเปน ญัตติทท่ี ้งั สองฝายมคี วามเห็นตรงกนั ค. เปน เรือ่ งใหความรู มีคุณคาในการสงเสริมความรู ความคดิ และสง เสรมิ เศรษฐกจิ ง. เปนเร่ืองสง เสริมศิลปะวัฒนธรรม และไมขัดตอศลี ธรรมอันดงี าม ไมเปนภยั ตอสงั คม
88 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 21. อา นคาํ ประพันธตอไปน้แี ลวตอบคาํ ถาม “ไมมใี ครไมเ คยไมผดิ พลาด ไมมใี ครไมเ คยขลาดมาแตต น เมอ่ื มเี มฆยอมมีความมดื มน หลังพายุผา นพน จึงสรางซา” จากคําประพันธข างตน “เม่ือมีเมฆยอมมีความมืดมน” มีความหมายวาอยา งไร ก. เมอื่ มีความผิดพลาดยอมมคี วามสมหวัง ข. เมือ่ มีชวี ติ ยอมพบกบั อปุ สรรค ค. เมื่อมีความผดิ หวงั ยอ มพบกับความเสยี ใจ ง. เมือ่ มีอปุ สรรคก็ยอ มพบกับความผิดหวงั 22. สาระสําคญั ของโคลงบทนีค้ ืออะไร ฝงู ชนกาํ เนดิ คลา ย คลึงกนั ใหญยอมเพศผิวพรรณ แผกบา ง ความรูอ าจเรียนทัน กนั หมด ยกแตช่ัวดีกระดาง ออ นแกฤาไหว ก. ทกุ คนเกิดมาเทา เทยี มกนั ข. จติ สํานกึ และความประพฤตยิ ากท่จี ะแก ค. การศึกษามีความสําคัญตอ การดาํ เนนิ ชวี ิต ง. แมจะมีชาติกาํ เนิดตางกัน แตการศึกษาชวยใหคนเทา เทยี มกันได 23. คําประพนั ธตอไปนใ้ี หค วามสาํ คัญในเรื่องใดมากทีส่ ุด แมมตี วั ใหญเพยี้ ง ภผู า สูงเจด็ ลาํ ตาลสา- มารถแท พงศพันธเุ ผา จันทรา สุริเยศ กด็ ี ครน้ั วา ไรทรพั ยแลว ทัว่ หลาฤาเห็น ก. ความสามารถ ค. รูปลักษณ ข. ชาตติ ระกลู ง. ฐานะ 24. คาํ ฉนั ทใ นขอ ใดมีพยางค และครุ ลหุ ตางจากฉนั ทขออื่น ก. สาหรายกช็ ูชอ ดุจจะลออรณุ เชียว ข. ถาหากจะแลเหลยี ว กม็ พิ บยุพาพาน ค. ยุงขา วเขยี วขจี สีสดชนื่ ระรื่นลมไหว ง. ปปู ลาจะคลาไคล แวะและเล็มตะไครเขียว
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 89 25. ขอใดผิดฉนั ทลกั ษณของโคลงสี่สภุ าพบาทท่ี 1 ก. จากมามาล่วิ ลํา้ ลําบาง ข. คนตอ งดจี ริงดว ย ในตน ค. โคควายวายชีพได เขาหนัง ง. แกงไกมสั มนั่ เน้ือ นพคณุ พเี่ อย 26. ขอ ใดเปนผูม มี ารยาทในการฟง ก. อิงอร ฟง การสอนของครอู ยา งเงยี บ ๆ ข. องิ ดาว ฟง เรื่องที่คนอื่นสนทนากนั ค. อิงเดือน ฟงเพลงในหองสมดุ และรองตาม ง. องิ สมร ฟงประธานในทป่ี ระชุมและเลน ไลนดว ย 27. ขอ ใดทผี่ พู ดู ตองใชศิลปะในการพูดอยางมาก ก. การพูดแนะนําผูอื่น ข. การพดู แนะนาํ ตนเอง ค. การกลา วอวยพรคแู ตงงาน ง. การกลา วรายงานผลการเรยี น 28. นกั ศึกษาจะคน ควาหาความรูไ ดอ ยางรวดเร็วจากแหลงใด ก. สารานกุ รม ข. พจนานุกรม ค. อินเทอรเ น็ต ง. หนังสอื พมิ พ 29. โวหารในขอใดเหมาะสมกบั การเขียนอธบิ ายเร่ืองราวท่ีไดพ บเหน็ ก. สาธกโวหาร ข. เทศนาโวหาร ค. บรรยายโวหาร ง. พรรณนาโวหาร 30. ขอ ใดเปน ความหมายสาํ คญั ของแผนภาพความคิด ก. สรปุ ยอ ข. รูปภาพ ค. ใจความสาํ คัญ ง. สว นประกอบทั้งหมดของสาระสาํ คญั
90 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย แบบทดสอบภาษาไทย พท31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ชุดที่ 2 คาํ สงั่ : จงทาํ เคร่ืองหมาย ลอมรอบคําตอบทีถ่ ูกตองที่สดุ 1. ขอ ใดไมถ ูกตอง ก. ภาษาเปนมรดกทางสังคม ข. ภาษาเปนเครื่องจรรโลงวัฒนธรรม ค. ภาษาเปน เอกลักษณทแ่ี สดงความเปน ชาติ ง. ทุกชาติยอ มมภี าษาพูดและภาษาเขยี นของตน 2. “สําเนยี งสอภาษา กริ ยิ าสอ สกลุ ” แสดงใหเห็นถงึ ประโยชนข องภาษาในแงใ ด ก. ภาษาชว ยธํารงสังคม ข. ภาษาชว ยพัฒนามนุษย ค. ภาษาชว ยกาํ หนดอนาคต ง. ภาษาชวยแสดงความเปน ปจเจกบุคคล 3. เหตุใดมนุษยจงึ ตกอยูใตอ ิทธพิ ลของภาษา ก. เพราะมนษุ ยเช่อื ในเรือ่ งไสยศาสตร ข. เพราะภาษามคี วามศกั ดิ์สทิ ธิอ์ ยใู นตัว ค. เพราะภาษามคี วามสัมพนั ธกบั สิ่งตา ง ๆ ในธรรมชาติ ง. เพราะมนุษยมไิ ดคํานงึ วาภาษาเปน เพยี งสัญลกั ษณใ ชแ ทนสิง่ ตา ง ๆ เทา น้ัน 4. สาํ นวนในขอ ใดนํามาเตมิ ลงในชองวางไดเ หมาะสมที่สดุ “รายงานฉบับน้ีสมรักษท ําแบบ……………………………………………..พอใหมสี งอาจารย เพราะยัง มีรายงานอกี หลายฉบบั ทยี่ ังไมไดท าํ ทง้ิ ไวจ นเขาตาํ รา……………………………………………..” ก. สุกเอาเผากนิ , ดนิ พอกหางหมู ข. ผักชีโรยหนา , ยงุ เหมอื นยงุ ตีกนั ค. ขา วสารกรอกหมอ , กองเปน ภูเขาเหลา กา ง. จับแพะชนแกะ, หวั ไมไ ดไดว าง หางไมไ ดเ วน 5. ขอ ใดเปนสํานวนท่ีสรางจากความเช่อื ของคนไทย ก. วันโกนไมล ะ วันพระไมเวน ข. ตักนํา้ ใสก ะโหลก ชะโงกดเู งา ค. นํา้ รอ นปลาเปน น้ําเย็นปลาตาย ง. ซื้อควายหนา นา ซือ้ ผาหนา หนาว
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 91 6. ขอใดไมใชป ระโยคความรวม ก. พอฝนจะตก เราก็รีบกลบั บานทันที ข. คนไทยรกั สงบ แตยามรบก็ไมข ลาด ค. ทางการประกาศวา แถวสลี มอากาศเปนพิษ ง. ประชาชนไมใ ชสะพานลอย ตาํ รวจจึงตอ งตกั เตือน 7. ขอใดไมใ ชประโยคความซอ น ก. สะพานแหง ใหมทเ่ี พง่ิ จะเปดใชช วยใหก ารจราจรคลอ งตัวมากย่งิ ขึน้ ข. สงิ่ ทเี่ ขาตัง้ ใจกระทาํ ใหพอแมค ือการตัง้ ใจเรียนและการเปนคนดี ค. ตกึ แถวริมถนนใหญท ีห่ นาบานฉันถูกทุบทิ้งไปแลว ง. เขาขายรถยนตค นั ท่ีถูกรางวลั กาชาดไปเมือ่ วานนี้ 8. ขอ ใดใชประโยคแสดงเจตนาแตกตา งจากขอ อ่นื ก. คุณปด โทรทศั นเ ดย๋ี วน้ี ข. คณุ ควรปดโทรทศั นน ะ ค. คุณชว ยปดโทรทัศนดวย ง. คุณปดโทรทศั นหนอ ยไดไหม 9. สาระสําคัญของคําประพนั ธตอ ไปนค้ี ืออะไร “ฟงอะไรฟงใหช ดั ฤนัดหู ฟงใหร ใู หเปน เฟน ความหมาย ฟง ใหถ ูกฟงกอนตอบโดยแยบคาย ฟง ดวยกายใจถงึ กนั น้นั ฟง ดี ฟงอะไรใครค รวญคดิ ดวยจติ วาง ฟงทุกอยา งฟง ทกุ คนจนถว นถี่ ฟงแลวทวงติชมเพือ่ เก้อื วจี ฟง เชน นล้ี ว นเลอเลศิ เกิดปญ ญา” ก. วธิ ีฟง ที่เปนประโยชน ข. การฟง มีหลายรปู แบบ ค. การฟงกอ ใหเกดิ ปญญา ง. การใชค วามคิดในขณะที่ฟง 10. คาํ ประพันธบทนเ้ี นนวาทศิลปขอ ใดมากทสี่ ดุ “เปน มนษุ ยส ุดนิยมเพียงลมปาก จะไดยากโหยหิวเพราะชิวหา แมน พดู ดีมคี นเขาเมตตา จะพดู จาจงพเิ คราะหใ หเ หมาะความ” ก. การวิเคราะหค สู นทนา ข. การพูดใหถ กู กาลเทศะ ค. การเลือกใชถอ ยคําไพเราะ ง. การคํานึงถงึ มารยาทในการพดู 11. ขอ ใดหมายถงึ การพดู สรปุ แนวคดิ จากเรื่องทฟ่ี งและดไู ดดีท่ีสุด ก. การพูดหรือสรุปสาระท้ังหมดของสารที่ไดฟงหรอื ดู ข. การพูดเพ่ือสรุปความคดิ สําคัญของเรื่องทไี่ ดฟง หรือดู ค. การพดู เพ่ือสรุปรายละเอยี ดท้ังหมดของสารท่ีไดฟงหรือดู ง. การพดู เพื่อสรปุ ขอ คดิ เห็นของเรอื่ งท่ีไดฟง หรอื ดโู ทรทัศน
92 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 12. ขอใดกลา วไมถกู ตองเกย่ี วกับข้ันตอนการฟง และการดูอยางมวี จิ ารณญาณ ก. ฟง และดใู หเขา ใจเร่ือง ข. วเิ คราะหเรือ่ งวา จัดอยูในสารประเภทใด ค. พจิ ารณาวาเรื่องที่ฟง เปนขอเท็จจรงิ หรอื ขอคดิ เห็น ง. พจิ ารณาวาสารนนั้ มาจากบคุ คลท่ีเราช่นื ชอบหรือไม จึงจะเช่ือถอื ได 13. การพูดโดยผา นสอ่ื มวลชนท่ีมีผูฟ งหรือผูชมท่ัวประเทศ ผูดําเนินรายการที่ดีจะตองคํานึงถึงวิธีการพูดเสมอ ยกเวนการพดู ขอใด ก. วิธกี ารพดู ทน่ี า สนใจ เราใจ สนกุ สนาน ข. ใหเกยี รตแิ กผ ูท ก่ี ําลังพูดดว ยหรอื ผทู ี่กาํ ลงั กลาวถึง ค. ภาษาที่ใชตองสภุ าพเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคลกระชบั เขาใจงาย ง. การพูดกา วรา วประชดประชนั หรอื เสียดสบี างเล็กนอย เพื่อใหรสู กึ วาสนิทสนมกัน 14. ขอใดไมใชห ลกั การอา นตีความ ก. การอานตีความไมจ ําเปน ตองอานเรอื่ งใหล ะเอยี ด ข. การถอดคาํ ประพันธในบทรอ ยกรองคอื การอา นตคี วาม ค. คดิ หาเหตุผลอยางรอบคอบกอนนํามาประมวลเขา กับความคดิ ของตน ง. วิพากษว ิจารณแสดงความคดิ เห็นตอ เรอื่ งทอี่ านตามความรูสึกและความคดิ ของตน 15. ขอ ใดใชเปนสว นสรปุ ของเรยี งความเรอ่ื ง “การออกกําลังกายเพื่อสขุ ภาพ” ไดเหมาะสมท่ีสดุ ก. การออกกาํ ลงั กายมคี ุณคา ตอชวี ิตของบุคคลทกุ เพศทุกวัย ข. วิธกี ารออกกําลงั กายเพื่อสุขภาพมีหลายวิธี แตท ี่เหมาะสมสําหรบั ผูสงู อายมุ ากทส่ี ุดคือ การเดิน ค. การออกกาํ ลงั กายที่เหมาะสมกบั เพศ วัย และเวลา จะชว ยเสริมสรา งสขุ ภาพใหส มบูรณและแขง็ แรง ง. การออกกําลงั กายมีหลายวิธดี งั กลาวขางตน ทัง้ นผ้ี อู อกกําลงั กายจะตองเลือกใหเหมาะสมกบั โอกาส และสถานที่ 16. ขอใดเปนการเขียนแบบบรรยาย ก. ก็ถึงเวลาผืนปา ทัง้ นัน้ ทุกผนื ต่ืนจากการหลับใหล ข. เมื่อถึงเวลา ผเี ส้ือหลายตวั เรม่ิ ขยับปก ทวั่ พรอมกนั ค. งามสะพรง่ั ดัง่ ปา หิมพานต ซง่ึ มิเพยี งจินตนาการจะเขา ถงึ ง. ทุงดอกไมเริ่มบานลอกับสายฝนพราํ ช่ืนฉํา่ กวางไกลสุดตา 17. บทสนทนาขอใดเหมาะสมท่สี ดุ ก. ถา อาจารยเ ช่ือหนู อาจารยจะเจริญ ข. คุณเปน มะเร็งนะ ผมคิดวานา จะอยูไดไมเ กิน 6 เดือน ค. ชอ่ื อะไรพูดดงั ๆ หนอ ย บอกดว ยวาอาการเปน อยา งไร ง. วันน้ีคุณยา ดแู ข็งแรงขน้ึ ไมออกไปเดินเลนเหรอคะ วันนอี้ ากาศดีจรงิ ๆ
คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 93 18. วธิ กี ารจดบันทึกสงิ่ ที่ไดฟ งใหถูกวธิ ีนัน้ ควรทําอยางไร ข. ผูรับมาก ก. ตอ งจดบันทึกทุกถอยคาํ ง. ผูอานมาก ข. ใชถ อ ยคําสํานวนตามทผี่ พู ูดใช ค. จบั ความหมายของผูพูดกอนแลวจงึ บันทึกลงไป ง. จดขอความใหเ ตม็ ไมใ ชเ คร่ืองหมายแทน 19. คําวา “พหูสูต” มีความหมายตามรปู ศัพทตรงกับขอใด ก. ผฟู ง มาก ค. ผูพูดมาก 20. ในบางคร้ังผูฟง แตละคนตีความไมตรงกนั เพราะเหตุใด ก. เพราะผูพูดใชส ่ือตางกนั ข. เพราะผูฟงมเี พศและวัยตา งกัน ค. เพราะการรบั ฟงเรอ่ื งไมพรอมกัน ง. เพราะผูฟงมีอุปนสิ ัย ความรู และประสบการณตา งกนั 21. สํานวน “ชา ชาไดพราเลม งาม” มีความหมายตรงกับขอ ใด ก. คอ ย ๆ คิด คอ ย ๆ ทํา แลว งานจะสําเรจ็ ลลุ ว งไปดวยดี ข. ตงั้ ใจทาํ งานเสร็จโดยไมห วงั ผลตอบแทน ค. ทาํ อะไรชามากทําใหต ามผูอ่นื ไมทนั ง. ทํางานอยางพิถีพิถนั ทุกข้นั ตอน 22. ในการฟงสาํ นวน คาํ พงั เพย ผูเรียนตอ งมปี ระสิทธิภาพในการฟงตรงตามขอใดมากท่ีสุด ก. ตีความได ข. วิเคราะหได ค. สังเคราะหได ง. ประเมนิ คาได 23. ความแตกตา งระหวา งการไดยินกบั การฟง คือขอใด ก. การไดย นิ เปนความสามารถที่จะรบั รูส ิง่ ที่ไดฟง ตีความและจับใจความสิ่งทีร่ บั รนู นั้ ข. การไดยินเปน ความสามารถทางรา งกาย การฟงเปน ความสามารถทางสติปญญา ค. การฟงเปนความสามารถทางรา งกาย การไดย นิ เปนความสามารถทางสตปิ ญญา ง. การไดยินเปน ทกั ษะการรบั สาร แตก ารฟงเปนทกั ษะการสงสาร 24. ใครทําตามขน้ั ตอนการพูดสรุปแนวคดิ ไดดีทส่ี ดุ ก. สุชาดา คุยโทรศพั ทพรอมกับฟง เพลงไปดวย ข. ชาลิสา ฟง เพลงโดยหาขอมูลที่มาของเพลงกอน ค. จารณิ ี ตั้งใจฟงเพลงอยางมสี มาธิ พรอมจดสาระสาํ คัญ ง. วรี ภาพ ดูภาพยนตรพรอมกบั สงขอความหาเพื่อนทางโทรศัพท
94 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 25. การพดู อธิบายเร่อื งราวตา ง ๆ โดยใชเทคโนโลยที ่ที นั สมัยตรงกับขอใด ก. การพดู อธิบายตามลาํ ดับขน้ั ตอน ข. การพดู อธิบายดวยการยกตวั อยา ง ค. การพดู อธิบายดว ยการเปรียบเทยี บ ง. การพูดอธิบายดว ยการใชส ่ืออุปกรณ 26. “ชักแมน ้าํ ทงั้ หา ” แปลความไดว าอยางไร ก. พดู จาหวานลอ มเพื่อขอส่งิ ทป่ี ระสงค ข. อยูดไี มวาดี ไปหาเร่ืองเดือดรอนใสต ัว ค. ทาํ อะไรเกนิ กาํ ลังความสามารถของตวั ง. ทําอะไรกบั ใครไว ยอ มไดรับผลกรรมนัน้ 27. “กบในกะลาครอบ” แปลความไดวา อยางไร ก. ไมย อมเสยี เปรียบ ข. ดอี กดีใจจนเกินงาม ค. ยนื กรานไมยอมรบั ผดิ ง. มีความรนู อยมักนึกวาตัวรมู าก 28. ขอใดไมเปนประโยค ก. เขาอานนวนยิ ายที่เขาชอบ ข. หนงั สอื การตูนของเขาไมก เ่ี ลมน้ัน ค. รูปภาพทีแ่ ขวนขา งฝารปู นน้ั เปนทวิ ทศั นท ่ีสวยงาม ง. คณุ ยา ของเขาทําอาหารไดทกุ ชนิดและอรอยดว ย 29. ขอใดไมใชค ําราชาศัพทท่ีใชกับพระมหากษัตรยิ ก. ทรงพระดาํ เนนิ - เดนิ ข. ทรงพระบรรทม - นอน ค. ทรงพระสําราญ - สบาย ง. ทรงพระนิพนธ - แตงหนงั สอื 30. ขอใดใชคําราชาศัพทไดถ ูกตอ งในกรณหี มอ มเจา ถงึ แกก รรม ก. สิ้นพระชนม ข. ส้นิ ชีพิตักษยั ค. ถงึ แกพริ าไลย ง. ถึงแกอสัญกรรม
คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 95 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสงั คม พต31001 ขอบขา ยเนือ้ หา 1. Everyday English 2. What should you do? 3. Hello, could you tell me……? 4. Cultural Difference 5. News & News Headline 6. Self-Sufficiency Economy 7. Have you exercised today? 8. Shall we save the energy? 9. What have I done? 10. What is your e-mail address? 11. Natural Disaster 12. Let’s Travel 13. Will it rain tomorrow? 14. Global Warming 15. Urgently Wanted สาระสาํ คัญ ภาษาอังกฤษเพ่ือชีวิตและสังคม มีสาระสําคัญท่ีจะเนนใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ มีทักษะ และ เจตคติเก่ียวกับภาษาทาทาง การฟง การพูด การอาน การเขียนภาษาตางประเทศ ดวยประโยคท่ีซับซอนมากข้ึน ในชีวิตประจาํ วนั และงานอาชพี ของตนไดถูกตองตามหลักภาษา และวฒั นธรรม และกาลเทศะของเจา ของภาษา ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั 1. เขาใจเก่ียวกับภาษาทาทาง การฟง พูด อาน เขียน ดวยประโยคท่ีซับซอนมากข้ึนในชีวิตประจําวัน และงานอาชพี 2. ปฏบิ ัติตนไดถูกตอ งตามมารยาทและวฒั นธรรมของเจาของภาษา 3. มที กั ษะที่ถูกตอ งตามหลกั ภาษาวฒั นธรรมและกาลเทศะของเจาของภาษา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186