Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

Published by รณพร ศรีพุมระ, 2020-04-07 23:47:43

Description: รายงานการฝึกโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ-รณพร 14-

Search

Read the Text Version

รายงานการฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ ชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบ้านควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จังหวดั นครศรีธรรมราช นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ รหัสประจาตัวนักศึกษา 611250014 รายงานฉบบั นีเ้ ป็ นส่วนหน่งึ ของวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูงสาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉินการแพทย์ ช้ันปี ที่ 2 รุ่นท่ี 15 วทิ ยาลยั การสาธารณสุขสิรินธร จงั หวดั ยะลา

คานา รายงานฉบับน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวิชาโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ของนักศึกษาหลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง สาขาปฏิบตั ิการฉุกเฉินการแพทย์ วิทยาลยั การสาธารณสุขสิรินธร จงั หวดั ยะลา โดยการฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพคร้ังน้ี นกั ศึกษา ไดฝ้ ึ กประสบการณ์ในพ้ืนท่ี ชุมชนหมู่บา้ นทุ่งลาน หมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ซ่ึงเป็นการศึกษาชุมชนในดา้ นต่างๆ มีการ เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากชุมชน โดยการสัมภาษณ์ สังเกต และจากขอ้ มูลทุติยภูมิเพื่อให้ทราบ และเขา้ ใจถึงวิถี ของคนในชุมชน และมองเห็นถึงสภาพปัญหาต่างๆท่ีเกิดข้ึนภายในชุมชน โดยเฉพาะปัญหาทางดา้ นฉุกเฉิน การแพทยแ์ ละนาไปสู่การวางแผนพฒั นา แกไ้ ขปัญหาชุมชนไดอ้ ยา่ งตรงจุด และสอดคลอ้ งกบั วิถีชุมชน โดย การมีส่วนร่วมของชุมชน อนั นาไปสู่การมีสุขภาพท่ีดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในชุมชน ซ่ึงทาให้เกิดการ พฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื เพอื่ เตรียมความพร้อมสู่การฝึกประสบการณ์จริง และเป็นบุคลากรทางดา้ นสาธารณสุขต่อไป ผูจ้ ดั ทาหวงั เป็ นอย่างยิ่งว่า ขอ้ มูลต่างๆ ในเล่มรายงานฉบบั น้ีจะสามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิด ประโยชน์ และเป็นแนวทางในการพฒั นา แกป้ ัญหาในดา้ นต่างๆ ของชุมชน และเพ่ือเป็นแนวทางในการศึกษา ต่อไป ผู้จดั ทา นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ รหสั นกั ศึกษา 611250014

กติ ตกิ รรมประกาศ การฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพในคร้ังน้ี นกั ศึกษาหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง สาขา ปฏิบตั ิการฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นที่ 15 ช้นั ปี ที่ 2 วทิ ยาลยั การสาธารณสุขสิรินธร จงั หวดั ยะลา ไดท้ าการศึกษาใน พ้ืนที่ของตนเอง โดยการฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพคร้ังน้ีนกั ศึกษาไดฝ้ ึ กประสบการณ์ในพ้ืนที่ชุมชน หมู่บา้ นทุ่งลาน หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ไดส้ าเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี โดยไดร้ ับความกรุณาคุณจากบุคคลหลายท่าน ทางดา้ นนักศึกษารู้สึกซาบซ้ึงในความกรุณาที่มีให้ จึงใคร่ ขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูงไว้ ณ โอกาสน้ี ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.ภคั ณัฐ วีรขจร ท่ีไดใ้ ห้คาแนะนา ท่ีไดป้ ระสิทธ์ิประสาทวิชา ก่อให้เกิด ความรู้ในการฝึกปฏิบตั ิงาน จนสามารถปฏิบตั ิงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี ขอขอบคุณเจา้ หนา้ ท่ีอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ นทุ่งลาน หมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอ จุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ที่คอยใหค้ าปรึกษา แนะนา และคอยช่วยเหลือตลอดการฝึ กโครงการพฒั นา ทกั ษะวชิ าชีพและใหค้ วามช่วยเหลือ แนะนา ใหค้ าปรึกษา ตลอดการฝึกปฏิบตั ิงานในคร้ังน้ี ขอขอบพระคุณชาวบ้านหมู่บ้านทุ่งลาน หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช ท่ีคอยช่วยเหลือและให้ขอ้ มูลในการศึกษาในคร้ังน้ี และเขา้ มามีส่วนร่วมในการดาเนิน โครงการ ในทุกกิจกรรมที่ศึกษาจดั ข้ึนและสาเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดี สุดทา้ ยน้ี นักศึกษาขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนเก่ียวขอ้ ง ทาให้การฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะ วิชาชีพในคร้ังน้ี ประสบความสาเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี

สารบญั หน้า ก เรื่อง ข คานา ค กิตติกรรมประกาศ 1 สารบญั 1 บทท่ี 1 บทนา 2 2 1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของการฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 3 1.2 วตั ถุประสงคข์ องวิจยั 3 1.3 กระบวนการเตรียมฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ 4 บทท่ี 2 บริบทชุมชน 6 2.1 แผนที่เดินดิน 11 2.2 ผงั เครือญาติ 12 2.3 โครงสร้างองคก์ รชุมชน 13 2.4 ระบบสุขภาพชุมชน 14 2.5 ปฏิทินชุมชน 17 2.6 ประวตั ิศาสตร์ชุมชน 17 2.7 ประวตั ิบุคคลสาคญั 18 บทที่ 3 การวินิจฉยั ชุมชน 18 3.1 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 18 3.2 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 29 3.3 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล 30 3.4 การวเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหา 30 3.5 ปัญหาและการจดั ลาดบั ของปัญหา 39 บทที่ 4 แผนงาน/โครงการ 44 4.1 แผนงาน/โครงการ 4.2 ระดบั ความพงึ พอใจต่อโครงการ 4.3 สรุปผลการดาเนินโครงการ

สารบญั (ต่อ) หน้า 47 เรื่อง 47 บทที่ 5 สรุปผลการฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ อภิปรายและขอ้ เสนอแนะ 48 48 5.1 สรุปผลการฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 51 5.2 อภิปราย 52 5.3 ขอ้ เสนอแนะการฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 54 ภาคผนวก 61 ภาคผนวก ก ภาพกิจกรรมโครงการอบรมใหค้ วามรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) 63 ภาคผนวก ข แบบสอบถามขอ้ มูลสภาพปัญหาของประชาชนในชุมชน ภาคผนวก ค แบบทดสอบความรู้เร่ืองไขห้ วดั ใหญ่ 64 ภาคผนวก ง แบบประเมินความพึงพอใจการเขา้ ร่วมโครงการอบรมใหค้ วามรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) 65 ภาคผนวก จ แบบลงทะเบียนเขา้ ร่วมโครงการอบรมใหค้ วามรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) บรรณานุกรม

บทท่ี 1 ส่วนนาโครงการ 1.1 ความเป็ นมาและความสาคญั ของการฝึ กโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ ปัจจุบนั การแพร่ระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ธุ์ใหม่ กาลงั ขยายตวั ไปทว่ั โลกโดยประเทศไทย มีความเสี่ยงอย่างมากท่ีจะเกิดการระบาดอย่างต่อเน่ืองภายในประเทศเช่นเดียวกบั ประเทศอ่ืนๆแมว้ ่าการ ระบาดของโรคจนถึงปัจจุบนั พบว่าผปู้ ่ วยติดเช้ือไวรัสที่มีความรุนแรงนอ้ ยและอตั ราป่ วยตายต่าโดยใกลเ้ คียง กบั ความรุนแรงของไขห้ วดั ใหญ่ตามฤดูกาลอยา่ งไรก็ตามเช้ือไวรัสอาจมีการเปลี่ยนแปลงมีความรุนแรงมาก ข้ึนจึงตอ้ งประเมินสถานการณ์และปรับการป้องกนั ควบคุมโรคเป็ นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ติดต่อของ เช้ือไขห้ วดั ใหญ่และให้เกิดกระแสตื่นตวั ของประชาชนในการเฝ้าระวงั และป้องกนั ตนเองจึงมีความจาเป็ น อยา่ งย่งิ ท่ีตอ้ งจดั ใหม้ ีการรณรงคเ์ พื่อเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสาร สถานการณ์และแนวทางการปฏิบตั ิใหแ้ ก่ ชุมชน สานกั ระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ณ วนั ที่ 17 ต.ค. 60 พบวา่ ผูป้ ่ วยท่ีตรวจยนื ยนั (Confirmed cases) วา่ เป็นไขห้ วดั ใหญ่ สะสมจานวน 28,057 รายเสียชีวิต 176 ราย จากสถานการณ์และความสาคญั ดังกล่าวนางสาวรณพร ศรีพุมระ นักศึกษาช้ันปี ที่2 หลกั สูตร ฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นท่ี 15 เล็งเห็นว่าประชาชนหมู่ท่ี 1 ตาบลบ้านควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช มีความเส่ียงท่ีจะเป็ นโรคไขห้ วดั ใหญ่ จึงเห็นความสาคญั ในสุขภาพอนามยั ของประชาชน และเพ่ือให้ทนั สถานการณ์ในปัจจุบนั เพ่ือเป็ นการป้องกนั ควบคุม แกไ้ ขปัญหาการแพร่ระบาดของโรค ไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ใหม่ 2009 ชนิด (A/H1N1) จึงไดจ้ ดั ทาโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจ ลลา้ งมือ) ข้ึน พร้อมมอบ เจลลา้ งมือให้กบั ประชาชนในพ้ืนที่ จานวน 1 ขวดต่อครัวเรือน เพ่ือใช้ทาความ สะอาดมือเป็นการป้องกนั ตนเองจากเช้ือโรคในระดบั หน่ึง

1.2 วตั ถุประสงค์ 1.2.1 เพือ่ ใชท้ าความสะอาดมือป้องกนั เช้ือโรคเขา้ สู่ร่างกาย 1.2.2 เพื่อเป็นการป้องกนั เฝ้าระวงั และควบคุมการระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.2.3 เพื่อลดความเส่ียง ในการแพร่กระจายของโรคไขห้ วดั ใหญใ่ นชุมชน 1.2.4 เพือ่ ส่งเสริมใหส้ ถาบนั ครอบครัวมีความเขม้ แขง็ ลดปัญหาการแพร่กระจายของโรค ไขห้ วดั ใหญ่ 1.3 กระบวนการเตรียมฝึ กโครงการพฒั นาทักษะวิชาชีพ 1.3.1 กรอบแนวคิดการฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ การฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ ปัญหาดา้ นสุขภาพในชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอ จุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ภาพท่ี 1.1 กรอบแนวคิดการเตรียมฝึกโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ

บทที่ 2 บริบทชุมชน เคร่ืองมือ 7 ชิ้น เคร่ืองมือ 7 ชิ้น เป็นเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเขา้ ถึงพ้ืนที่ของชุมชน และบ่งบอกถึงความสาคญั ของกลุม่ ผคู้ นวา่ มีความผกู พนั ธุ์ในวงศส์ กลุ เดียวกนั สามารถช่วยแนะนาปัญหาบางอยา่ งของครอบครัวท่ีสามารถเกิดข้ึน ไดแ้ ละยงั ทาใหร้ ู้จกั กลุ่มงานต่างๆ ในชุมชน สามารถเขา้ หาชุมชนไดง้ ่ายข้ึน ไดเ้ รียนรู้การรักษาตนเองของคน ในชุมชน เขา้ ใจวิถีชีวิตของคนในชุมชนและที่สาคญั เป็นเครื่องมือที่ใชเ้ ป็นใบเบิกทางเพื่อการกลมกลืนเขา้ หา กบั ชุมชนน้นั 1. แผนม่ีเดินดิน

2. ผงั เครือญาติ ผงั เครือญาติ คือ การถอดความสัมพนั ธ์ในเชิงเครือญาติ หรือเชิงสานเลือดในชุมชน มีความสาคญั ต่อ การทาความเขา้ ใจชุมชนและสังคม ไม่วา่ จะเป็นสังคมเมืองหรือสังคมชนบท เพราะเครือญาติเป็นความสาคญั ที่เป็ นรากฐานท่ีสุดของชีวิตครอบครัว การทาผงั เครือญาติจึงมีส่วนสาคัญในการทาความเข้าใจระบบ ความสาคญั ในครอบครัวและชุมชน เป้าหมายสาคญั ของผงั เครือญาติ 1.เขา้ ใจโครงสร้างความสัมพนั ธ์เชิงเครือญาติซ่ึงเป็นรากฐานของครอบครัวและชุมชน 2.รู้จกั ตวั บคุ คลและความสมั พนั ธท์ างสงั คมของท่านน้นั ไดใ้ นระยะเวลาส้นั 3.ช่วยสร้างความสัมพนั ธ์และความสนิทสนมคุน้ เคยระหว่างเจา้ หน้าท่ีกบั ชาวบา้ นไดอ้ ย่างรวดเร็วและเกิด ความไวใ้ จซ่ึงกนั และกนั 4.ทาใหท้ ราบเกี่ยวกบั สุขภาพหรือโรคติดต่อของคนในครอบครัว เพ่อื ป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาสุขภาพน้นั ๆได้ สัญลกั ษณ์แทนบุคคลในผงั เครือญาติ สญั ลกั ษณ์แทนบุคคลที่เสียชีวิตแลว้ สญั ลกั ษณ์แทนผชู้ าย สัญลกั ษณ์แทนผหู้ ญิง สญั ลกั ษณ์แทนการแต่งงาน

นายสวสั ดิ์ สงดว้ ง นายผสั ศรพี มุ ระ แผนผงั เค นางละออง สงดว้ ง นางพร ศรพี มุ ระ นายผอ่ ง-นางแป นางวิจิตร สงดว้ ง นายประมลู เมือ นางหลบั เมืองป นายวิทยา เมือง นายโชติ ศรีพมุ ระ นางทศั นี ศรพี มุ ระ นางสาวกชกร ศรพี มุ ระ นางสาวพชั รนิ ศรพี มุ ระ นางสขุ มุ าล ศรีพมุ ระ

ครือญาติ ป้น ศรีพมุ ระ นายอภศิ กั ดิ์ ศรพี มุ ระ นายเชียร แสงจนั ทร์ นางชะออ้ ย ศรีพมุ ระ นางเอยี ด แสงจนั ทร์ องประทบั ประทบั งประทบั นางสาวรณพร ศรพี มุ ระ นายปิยวชั ศรพี มุ ระ เด็กชายภานพุ งศ์ แสงจนั ทร์ นางเสาวลกั ษณ์ แสงจนั ทร์ นายประวิทย์ แสงจนั ทร์

3.โครงสร้างองค์กรชุมชน รายชื่อประธานและอาสาสมัครชุมชน นายไพบูลย์ ศรีสุวรรณ ประธาน นายประเสริฐ ชูแกว้ นางปิ ยมาศ ศรีสุวรรณ รองประธาน สมาชิกอาสาสมคั รสาธารณสุข

กล่มุ สตรี นางอชั ราภรณ์ มนั่ คง หัวหน้ากล่มุ สตรี คณะกรรมการพฒั นาสตรีเป็นกลุ่มเป้าหมายในการดาเนินการขบั เคลื่อนการดาเนินงานจดั ประชุมสตรี ในหมู่บา้ นเพื่อแนะนาการจดั ทาครอบครัวพฒั นาตามคุณลกั ษณะที่กาหนดร่วมกบั ครอบครัวเป้าหมายท่ีเขา้ ร่วมโครงการวางแผนการพฒั นาประสานองคก์ รหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งเพื่อ ร่วมส่งเสริมและพฒั นาครอบครัว กล่มุ ผู้สูงอายุ นางพร เพง็ เมือง หัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุ ชมรมผสู้ ูงอายเุ ป็นการรวมกลุม่ ของผสู้ ูงอายทุ ี่มีอายเุ กิน ๖๐ ปี ข้ึนไปอยา่ งนอ้ ย ๒๐ คนและอาจมีคนวยั อ่ืน ท้งั วยั ทางาน เด็ก เยาวชน เขา้ ร่วมเป็นสมาชิกสมทบ แต่ไม่ควรเกิน ๑ ใน 4 ของสมาชิกท่ีเป็นวยั สูงอายโุ ดย มีวตั ถุประสงคต์ รงกนั ในการดาเนินกิจกรรมที่เป็ นประโยชน์ท้งั ต่อตนเองครอบครัว ชุมชนสังคมและ มีการ กาหนดระเบียบขอ้ บงั คบั ในการบริหารชมรม ท้งั น้ี ชมรมผูส้ ูงอายอุ าจอยภู่ ายใตส้ ังกดั หน่วยงานองคก์ รหรือ อาจเป็นชมรมอิสระที่ไม่สงั กดั หน่วยงานใดกไ็ ด้

4.ระบบสุขภาพ ร้านขา คลนี ิค ร้านข คลินิก ระบบสุขภาพชุมชน หมอปัญจวฒั น์ สุวรรณโน อ.จุฬาภรณ์ จ สถานพยาบาล รพ.สต.บา้ นควนมุด ถ

ายยาเพื่อนยา เภสัช วดั บา้ นชะอวด ขายยา ศาสนา น หมู่ท่ี 1 ต.บ้านควนมุด วดั ควนวดั ใหม่ จ.นครศรีธรรมราช สถานทอี่ อกกาลงั กาย ถนนลาดยาง หมู่บา้ นทุ่งลาน สนามเล่นตะกร้อ

5. ปฏิทนิ ชุมชน มกราคม กมุ ภาพนั ธ์ มนี าคม เมษายน กรกฎาคม -กิจกรรมวนั สงกรานต์ -วนั ข้ึนปี ใหม่ มิถุนายน - กิจกรรมวนั เดก็ -รดน้าดาหวั ผใู้ หญ่ แห่งชาติ -แข่งกีฬาประจาตาบล สิงหาคม พฤษภาคม ธันยาคม กนั ยายน ตุลาคม พฤศจิกายน -วนั สิ้นปี -ลอยกระทง -บุญสารทเดือนสิบ -ประเพณีชกั พระ กจิ กรรมภายในแต่ละเดือน เดือน กจิ กรรม มกราคม -กิจกรรมวนั ข้ึนปี ใหม่ - กิจกรรมวนั เดก็ แห่งชาติ เมษายน -วนั สงกรานต์ -รดน้าดาหวั ผใู้ หญ่ มถิ ุนายน -แข่งกีฬาประจาตาบล กนั ยายน -บุญสารทเดือนสิบ ตุลาคม -ประเพณีชกั พระ พฤศจกิ ายน -ลอยกระทง ธันวาคม -วนั สิ้นปี

6. ประวตั ศิ าสตร์ชุมชน ประวตั คิ วามเป็ นมา ตาบลบา้ นควนมุดก่อต้งั ข้ึนเม่ือ พ.ศ.2537 โดยแยกจาก ตาบลควนหนองหงส์ อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช มาข้ึนการปกครองกบั อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ซ่ึงแยกจากอาเภอร่อนพิบูลย์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช พืน้ ที่ - เน้ือที่ องคก์ ารบริหารส่วนตาบลบา้ นควนมุดมีเน้ือท่ี ท้งั หมด 19.36 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,100 ไร่ ห่างจากท่ีวา่ การอาเภอจุฬาภรณ์ ประมาณ 13 กิโลเมตร -ลกั ษณะภูมิประเทศ สภาพทว่ั ไปเป็นที่ราบ เขตพืน้ ที่ ทิศเหนือ ติด ตาบลนาหมอบุญ ตาบลบา้ นชะอวด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ทิศใต้ ติด ตาบลควนหนองหงษ์ อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช ทิศตะวนั ออก ติด ตาบลบา้ นตูล อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช ทิศตะวนั ตก ติด ตาบลนาหมอบุญ อาเภอจุฬาภรณ์ และตาบลควนหนองหงส์ อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช อาชีพ อาชีพหลกั ประกอบอาชีพทานาและทาสวน อาชีพเสริม คา้ ขาย การเดนิ ทาง เสน้ ทางคมนาคมในตาบลบา้ นควนมดุ คือ 1. มีถนนเป็นลูกรังส่วนมากในบางฤดู การสญั จรไปมาไม่ได้ 2. มีถนนคอนกรีต 1 สาย 3. มีทางหลวงตดั ผา่ น (สายเอเชีย)

7.ประวตั ิบุคคลสาคญั 1. ประวตั ิชีวิต นายไพบูลย์ ศรีสุวรรณ (ประธานชุมชนหมู่ที่ 1 ณ ปัจจุบนั ) ข้อมูลทว่ั ไป ชื่อ นายไพบลู ย์ ศรีสุวรรณ (ประธานชุมชนหมู่ที่ 1 ณ ปัจจุบนั ) เกิดเม่ือวนั ท่ี 10 มีนาคม พ.ศ. 2519 ปัจจุบนั อายุ 44 ปี สัญชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ ที่อยอู่ าศยั บา้ นเลขที่ 102 หมู่ที่ 1 ตาบาลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีพ่ีนอ้ งท้งั หมด 3 คน ตนเป็นบุตรคนที่ 1 ไม่มีโรคประจาตวั ประวัตดิ ้านการศึกษา - จบช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 จากโรงเรียนบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช -จบช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 โรงเรียนชะอวด -ปริญญาตรีราชภฏั นครศรีธรรมราช ประวตั ดิ ้านการทางาน “ ดารงตาแหน่งประธานชุมชนหมู่ท่ี 1 ต้งั แต่ปี พ. ศ. 2555” เป็นตน้ ไป

2. ประวตั ิชีวิต นางปิ ยมาศ ศรีสุวรรณ (สมาชิกอาสาสมคั รสาธารณสุข) ข้อมูลทว่ั ไป ช่ือ นางปิ ยมาศ ศรีสุวรรณ (สมาชิกอาสาสมคั รสาธารณสุข) เกิดเม่ือวนั ท่ี 27 มีนาคม พ.ศ. 2521 ปัจจุบนั อายุ 42 ปี สัญชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ ท่ีอยอู่ าศยั บา้ นเลขท่ี 103 หมู่ท่ี 1 ตาบาลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีพ่นี อ้ งท้งั หมด 3 คน ตนเป็นบุตรคนที่ 2 ไม่มีโรคประจาตวั ประวัตดิ ้านการศึกษา - จบช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 จากโรงเรียนบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช -จบช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนชะอวด ประวตั ดิ ้านการทางาน สมาชิกอาสาสมคั รสาธารณสุข

บทที่ 3 การวนิ ิจฉัยชุมชน การศึกษาชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ในคร้ังน้ีเป็นการศึกษา ในรูปแบบ การสารวจ สงั เกต การสมั ภาษณ์ ซ่ึงมีข้นั ตอนในการวินิจฉยั ชุมชนมีดงั น้ี 3.1 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 3.2 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 3.3 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล 3.4 ปัญหาและการจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหา 3.5 การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 3.1 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 3.1.1 การรวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ เป็นการเกบ็ ขอ้ มูลเพมิ่ เติมจากแหล่งทุติยภูมิ ซ่ึงขอ้ มผลุ ดงั กลา่ วมี ความสาคญั มาก เพราะช่วยใหม้ องเห็นสภาพปัญหาในชุมชนชดั เจนข้ึน และขอ้ มูลท่ีไดเ้ ป็นขอ้ มูลปัจจุบนั มาก ท่ีสุด วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิประกอบดว้ ย 3.1.1.1 การสงั เกต เป็นการสงั เกตสภาพทว่ั ไปของชุมชนและพฤติกรรมต่างๆ ของประชาชนใน ชุมชน โดยท่ีผถู้ ูกสงั เกตไม่รู้ตวั เพอ่ื นาขอ้ มูลมาสนบั สนุนในการวิเคราะห์ปัญหา 3.1.1.2 การสมั ภาษณ์ เป็นการสมั ภาษณ์จากแบบสอบถามที่เตรียมคาถามต่างๆ ไวพ้ ร้อมแลว้ และ จดั พิมพไ์ วเ้ ป็นแบบฟอร์มเดียวกนั สาหรับใชก้ บั ผถู้ ูกสอบถามทุกคน โดยคาถามจะเป็นท้งั คาถามแบบปลาย ปิ ดและแบบปลายเปิ ด เพ่ือเปิ ดโอกาสใหผ้ ถู้ ูกสมั ภาษณ์แสดงความคิดเห็น 3.1.2 การรวบรวมขอ้ มูลทุติยภูมิ เป็นการรวบรวมขอ้ มูลทุติยภูมิ หรือขอ้ มูลที่รวบรวมไวเ้ ป็นองคก์ รใน หมู่บา้ น ซ่ึงขอ้ มูลดงั กล่าวน้นั ทาใหท้ ราบวา่ ควรหาขอ้ มลู ดา้ นใดเพ่มิ เติม เพื่อนามาใชใ้ นการสนบั สนุนใน กระบวนการคดิ วิเคราะหป์ ัญหา การเกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบ่งออกเป็ น 5 ข้นั ตอน ดงั นี้ ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไป ตอนท่ี 2 ขอ้ มูลความรู้เกี่ยวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ ตอนที่ 3 ขอ้ มูลดา้ นสุขภาพในชุมชน ตอนที่ 4 ขอ้ มูลความรู้เกี่ยวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ ตอนท่ี 5 ขอ้ มูลความรู้เก่ียวกบั การดูแลสุขภาพเบ้ืองตน้

3.2 การวเิ คราะห์ข้อมูล ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการรวบรวมน้นั จะนามาวเิ คราะห์ตามข้นั ตอนการวิเคราะห์ขอ้ มูล ดงั น้ี 3.2.1 บรรณาธิการขอ้ มูลดิบเป็นการตรวจสอบความถูกตอ้ งและความสมบูรณ์ของขอ้ มูล 3.2.2 การแจกแจงความถี่ โดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป แลว้ นามาวิเคราะห์ขอ้ มูลในรูปแบบ ร้อยละ และ นาเสนอในรูปแบบก่ึงบทความ ก่ึงตารางเพื่อความสะดวก การเปรียบเทียบขอ้ มูลสาหรับขอ้ มูลเชิงปริมาณ 3.2.3 การสรุปขอ้ มูลเชิงปริมาณคุณภาพ นาเสนอในรูปแบบบทความ เพ่ือความเขา้ ใจ 3.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล จากการศึกษาชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช จานวน ครัวเรือนโดยประมาณ 10 หลงั คาเรือน ไดร้ วบรวมขอ้ มูลจากรายงานต่างๆ จากสานกั งานกระทรวง สาธารณสุข จงั หวดั นครศรีธรรมราชและอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ นในชุมชน ซ่ึงจะนาเสนอ ตามลาดบั ดงั ต่อไปน้ี 3.3.1 ขอ้ มูลทวั่ ไป จากการสารวจแบสอบถามประชาชนในชุมชน หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬา ภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ทาใหท้ ราบถึงบริบทของชุมชน และปัญหาดา้ นสุขภาพ ตางรางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละของสถานภาพทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านเพศ N=10 เพศ จานวน ร้อยละ ชาย 3 30 หญิง 7 70 รวม 10 100 จากตางรางท่ี 1 พบวา่ สถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงร้อยละ 70 ผตู้ อบ แบบสอบถามเพศชายร้อยละ 30 สรุปไดว้ า่ คนในชุมชน สวนใหญเ่ ป็นเพศหญิงมากกวา่ เพศชาย

ตางรางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของสถานภาพทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านอายุ N=10 อายุ จานวน ร้อยละ ต่ากวา่ 30 ปี 3 30 30 ปี ข้ึนไป 7 70 10 100 รวม จากตารางที่ 2 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามในดา้ นอายสุ ่วนใหญอ่ ยใู่ นช่วงอายตุ ่ากวา่ 30 ปี ร้อยละ 30 ช่วงอายุ 30ปี ข้นึ ไป ร้อยละ 70 สรุปไดว้ า่ ประชากรในชุมชนท่ีทาแบบสอบถามอยใู่ นช่วงอายุ 30 ปี ข้ึนไป ตางรางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละของสถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถามในดา้ นสถานภาพ N=10 สถานภาพ จานวน ร้อยละ โสด 1 10 สมรส 9 90 หยา่ 0 0 หมา้ ยเนื่องจากคูส่ มรสเสียชีวิต 0 0 แยกกนั อยู่ 0 0 รวม 10 100 จากตารางท่ี 3 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามดา้ นสถานภาพโสด ร้อยละ 10 สถานภาพสมรส ร้อยละ 90 สรุปไดว้ า่ ประชากรในชุมชนส่วนใหญท่ ่ีทาแบบสอบถามมีสถานภาพสมรสเป็นส่วนใหญ่

ตารางท่ี 4 แสดงค่าร้อยละของสถานภาพท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านระดบั การศึกษาสูงสุด N=10 ระดบั การศึกษาสูงสุด จานวน ร้อยละ ไม่ไดเ้ รียนหนงั สือ 0 0 ประถมศึกษา(ป.1-ป.6) 3 30 มธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) 4 40 มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) 2 20 ประกาศนียบตั รวิชาชีพ(ปวช.) 0 0 ปริญญาตรี 1 10 ปริญญาโท 0 0 ปริญญาเอก 0 0 10 100 รวม จากตารางที่ 4 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามในดา้ นการศึกษามธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) ร้อยละ 40 รองลงมาระดบั ประถมศึกษา(ป.1-ป.6) ร้อยละ 30 และระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) ร้อยละ 20 ตามลาดบั สรุปไดว้ ่าประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ท่ีทาแบบสอบถามมีระดบั การศึกษามธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) มากท่ีสุด

ตารางท่ี 5 แสดงค่าร้อยละของสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านอาชีพหลกั ของครอบครัว N=10 อาชีพหลกั ของครอบครัว จานวน ร้อยละ รับจา้ งทวั่ ไป 1 10 เกษตรกร 7 70 ขา้ ราชการ/ลูกจา้ ง 0 0 เจา้ หนา้ ที่องคก์ รปกครองส่วน 0 0 ทอ้ งถิ่น 1 10 คา้ ขาย/ธุรกิจส่วนตวั พนกั งาน/ลูกจา้ งเอกชน 1 10 วา่ งงาน/ไม่มีงานทา 0 0 อ่ืนๆ 0 0 รวม 10 100 จากตารางที่ 5 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามในดา้ นอาชีพหลกั ของครอบครัวทาอาชีพเกษตรกรมาก ที่สุด ร้อยละ 70 รองลงมาคือ อาชีพรับจา้ งทวั่ ไป ร้อยละ 10, อาชีพคา้ ขาย/ธุรกิจส่วนตวั ร้อยละ 10, อาชีพ พนกั งาน/ลกู จา้ งเอกชน ร้อยละ 10 สรุปไดว้ า่ ประชากรส่วนในชุมชนส่วนใหญท่ ่ีทาแบบสอบถามอาชีพหลกั ของครอบครัวคือ อาชีพเกษตรกร

ตารางท่ี 6 แสดงค่าร้อยละของสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านโรคประจาตัว N=10 โรคประจาตวั จานวน ร้อยละ ไม่มีโรคประจาตวั 9 90 มีโรคประจาตวั 1 10 รวม 10 100 จากตารางที่ 6 พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามในดา้ นโรคประจาตวั เป็ นผูท้ ่ีไม่มีโรคประจาตวั ร้อยละ 90 รองลงมาเป็นผทู้ ี่มีโรคประจาตวั ร้อยละ 10 สรุปไดว้ า่ ประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ที่ทาแบบสอบถามไม่มีโรค ประจาตวั ตางรางท่ี 7 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนด้านเศรษฐกจิ ระดับปัญหา ปัญหาด้านเศรษฐกจิ มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยทส่ี ุด ราคายางพาราตกต่าลง (5) (4) (3) (2) (1) 73 0 0 0 ประชาชนไมม่ ีงานประจาท่ีแน่นอนทา 35 2 0 0 สินคา้ เคร่ืองอปุ โภค บริโภคเพ่มิ ราคาข้ึน 54 1 0 0 เกิดการวา่ งงานเพิ่มข้ึนในชุมชน 36 1 0 0 ประชาชนส่วนใหญไ่ ม่มีที่ดินทากินเป็นของตนเอง 23 4 0 1 ขาดแคลนที่ดินทากิน เงินทุน และเครื่องมืออปุ กรณ์ 1 4 3 1 1 ช่วงภยั แลง้ ประชาชนไม่สามารถทาการผลิตได้ 24 3 1 0 ขาดรายไดเ้ สริม 45 1 0 0 ขาดการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ 35 2 0 0 ขาดความรู้ในการทาเกษตรกรพอเพียง 07 3 0 0 จากตารางที่ 7 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามขอ้ มูลสภาพปัญหาของปาะชาชนดา้ นเศรษฐกิจ สรุปไดว้ า่ ปัญหาทางดา้ นเศรษฐกิจ มีคา่ เฉล่ียเลขคณิตสูงท่ีสุด คือ 2.00 และมีคา่ เบี่ยงเบนเลขมาตรฐานอยทู่ ่ี 0.59

ตารางที่ 8 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนด้านสังคม ระดับปัญหา ปัญหาด้านสังคม มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด เกิดการทจุ ริต ฉอ้ โกงสินคา้ ภายในหมู่บา้ น (5) (4) (3) (2) (1) 15 2 2 0 คนในชุมชนขาดความสามคั คี ความเขา้ ใจ ก่อใหเ้ กิด 0 6 2 1 1 เหตุทะเลาะววิ าทข้ึน การแพร่ระบาด ของยาเสพติดในหมู่บา้ น 33 2 0 2 คนในหมูบ่ า้ นไม่ใหค้ วามร่วมมือ ในการพฒั นา 23 4 0 1 หมู่บา้ น เกิดการแบ่งแยกฐานะกนั ภายในชุมชน ระหวา่ งคน 06 0 2 2 จนกบั คนรวย เยาวชนไม่มีการคุมกาเนิด ทาใหท้ อ้ งก่อนวยั อนั ควร 1 3 2 0 4 คนในหม่บู า้ น เกิดการเจบ็ ป่ วยเพม่ิ ข้ึนจากการกินไม่ 0 5 1 0 4 ถูกสุขลกั ษณะ เกิดการยมื เงินกนั ภายในหม่บู า้ น 24 3 1 0 ยงั ขาดคนกลางท่ีช่วยในการแกป้ ัญหา ความขดั แยง้ 0 5 3 1 1 ของคนในหม่บู า้ น ความเช่ือและประเพณีของหมู่บา้ นทาใหข้ ดั แยง้ ทาง 1 2 5 1 1 สังคม จากตารางที่ 8 พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามขอ้ มูลสภาพปัญหาของปาะชาชนดา้ นสังคม สรุปไดว้ ่า ปัญหาทางดา้ นสังคม มีคา่ เฉล่ียเลขคณิตสูงท่ีสุด คือ 2.00 และมีค่าเบ่ียงเบนเลขมาตรฐานอยทู่ ่ี 0.41

ตารางที่ 9 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมและการท่องเทยี่ ว ระดบั ปัญหา ปัญหาด้านการจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยทีส่ ุด ส่ิงแวดล้อมและการท่องเทยี่ ว (5) (4) (3) (2) (1) เส้นทางการเดินทางในหมู่บา้ นไม่สะดวก 15 1 1 2 ระบบไฟฟ้า น้าประปา เกิดความขดั ขอ้ งบ่อยๆ 06 0 2 2 ป่ าเสื่อมโทรมและมีการทาลายทรัพยากรของชุมชน 0 5 2 1 2 เพ่ิมข้ึน เกิดการบกุ รุกที่ดินทากินของคนในหมู่บา้ น 14 2 0 3 ประชาชนขาดความรู้ในการบริหารจดั การ 23 3 2 0 ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งพอเพยี ง ประชาชนขาดจิตสานึกในการอนุรักษ์ พลงั งาน และ 2 2 4 1 1 ทรัพยากรธรรมชาติ ขาดแหลง่ สนบั สนุน ในการจดั แหล่งท่องเที่ยวภายใน 2 4 4 0 0 ชุมชน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มภายในหมู่บา้ น ไม่ 15 2 2 0 เอ้ืออานวยต่อการท่องเท่ียว ไม่มีการจดั เวรทาความสะอาดภายในหมู่บา้ น เช่น 34 2 0 1 กวาดขยะในพ้นื ที่สาธารณะ ขาดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆจากประชาชนใน 2 5 1 1 1 หมู่บา้ น จากตารางที่ 9 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามขอ้ มูลสภาพ ปัญหาดา้ นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอ้ มและการท่องเท่ียว สรุปไดว้ า่ ปัญหาดา้ นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มและการ ท่องเท่ียว มีคา่ เฉลี่ยเลขคณิตสูงที่สุด คือ 2.00 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.36

ตารางท่ี 10 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนด้านอื่นๆ ระดับปัญหา ปัญหาด้านอื่นๆ มากท่สี ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยทส่ี ุด เกิดการระบาดของโรคภายในชุมชน (5) (4) (3) (2) (1) 05 0 1 3 มีการกเู้ งินนอกระบบเพิ่มข้นึ 14 4 0 1 ประชาชนในชุมชนขดั แยง้ กนั เรื่องผลประโยชน์ 15 0 3 1 ขาดแคลนแหลง่ เงินทุนพฒั นาอาชีพ 04 4 2 0 การคมนาคมสญั จรไม่สะดวก 05 1 2 2 ขาดการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ 15 2 1 0 ขาดแหลง่ น้า เพอื่ การเกษตรและการประกอบอาชีพ 0 5 2 0 0 ขาดการสืบทอดส่ือสารทางวฒั นธรรม และภูมิปัญญา 0 8 0 1 1 ทอ้ งถิ่น เยาวชนขาดจิตสานึกในการพฒั นาตนเอง 06 2 1 0 วยั รุ่นในชุมชนเกิดการทอ้ งก่อนวยั อนั ควร 15 1 1 2 จากตารางที่ 10 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามขอ้ มูลสภาพปัญหาดา้ นอ่ืนๆ สรุปไดว้ า่ ปัญหาดา้ นอ่ืนๆ มี คา่ เฉลี่ยเลขคณิตสูงท่ีสุด คือ 1.88 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.48

ตารางที่ 11 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนด้านสุขภาพ ระดับปัญหา ปัญหาด้านสุขภาพ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด (1) (5) (4) (3) (2) 1 สามารถเตือนผอู้ ่ืนที่มีพฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ เช่น 5 2 3 0 2 ลดการดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ในพ้ืนท่ีสาธารณะ 1 สามารถไปพบแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ 17 0 0 2 หรือผใู้ หบ้ ริการสุขภาพไดท้ กุ เมื่อ ตามที่ตอ้ งการ 0 ติดตามอา่ นคาแนะนาท่ีเกี่ยวกบั การป้องกนั ดูแล 07 1 1 สุขภาพท้งั ในเอกสาร ความรู้ คู่มือสุขภาพ หรือ ขอ้ ความขา่ วสารผา่ นออนไลนไ์ ด้ จดั ใหม้ ีการจดั โครงการอบรมดา้ นสุขภาพใหก้ บั คน 0 6 2 0 ในชุมชนอยเู่ ป็นประจา ประชาชนสามารถควบคุมกากบั สุขภาพตนเอง เช่นมี 1 4 3 2 การตรวจสุขภาพประจาปี ออกกาลงั กายอยา่ ง สม่าเสมอ ในรอบ 1 ปี สมาชิกในครอบครัวมอี าการเจบ็ ป่ วยด้วยอาการ/โรค เจบ็ ป่ วยเลก็ นอ้ ย เช่น ปวดหวั ปวดกลา้ มเน้ือ ไขห้ วดั 1 6 2 0 1 โรคติดต่อ เช่น วณั โรค ไขเ้ ลือดออก ฯลฯ 03 3 0 4 โรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดนั โลหิตสูง 13 3 0 3 โรคหวั ใจ ปัญหาดา้ นสุขภาพจิต เช่น เครียด วติ กกงั วล ติดสุรา 1 5 0 0 4 เร้ือรัง อ่ืนๆ เช่น โรคเก่ียวกบั ขอ้ และกระดูก 16 1 1 2

ตารางที่ 11.1 แบบสอบถามข้อมูลสภาพปัญหาของประชาชนวธิ ีการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว ( สมาชิกในครอบครัวมกี ารเจ็บป่ วยเลก็ น้อย ) วธิ ีการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว ระดบั ปัญหา น้อยท่ีสุด (สมาชิกในครอบครัวมกี ารเจ็บป่ วยเลก็ น้อย) (1) มากทสี่ ุด มาก ปานกลาง น้อย (5) (4) (3) (2) 1 0 ดูแลสุขภาพดว้ ยตนเอง เช่น ซ้ือยากินเอง เช็ดตวั ลด 35 1 0 0 ไข้ 14 3 2 ปรึกษา/ขอคาแนะจาก อสม. 0 0 ใชบ้ ริการสุขภาพจากสถานพยาบาล เช่น รพสต. / 45 1 0 0 คลินิก / โรงพยาบาล 0 5 1 วธิ ีการดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว 0 1 (สมาชิกในครอบครัวมีการเจ็บป่ วยรุนแรง/หมดสติ) ดูแลสุขภาพดว้ ยตนเอง เช่น ซ้ือยากินเอง เชด็ ตวั ลด 44 2 ไข้ มีความรู้พ้ืนฐานดา้ นการแพทยฉ์ ุกเฉิน สามารถปฐม 2 4 3 พยาบาลเบ้ืองตน้ ได้ เช่น การช่วยฟ้ื นชีวิตข้นั พ้ืนฐาน (CPR) ใชบ้ ริการสุขภาพที่สถานพยาบาล เช่น รพ.สต. / 55 1 คลินิก /โรงพยาบาล โทรสายด่วน 1669 44 0 จากตารางที่ 11 และ 11.1 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามขอ้ มูลสภาพปัญหาดา้ นสุขภาพ สรุปไดว้ า่ ปัญหา ดา้ นสุขภาพ มีคา่ เฉลี่ยเลขคณิตสูงท่ีสุด คือ 2.08 และมีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.44

ตารางที่ 12 แสดงค่าเฉลย่ี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัญหาในชุมชน ปัญหา ֿx S.D. ปัญหาดา้ นเศรษฐกิจ 2.00 0.59 ปัญหาดา้ นสงั คม 2.00 0.41 ปัญหาดา้ นการจดั การ 2.00 0.36 ทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอ้ มและการท่องเท่ียว 1.88 0.48 ปัญหาดา้ นอ่ืนๆ 2.08 0.44 ปัญหาดา้ นสุขภาพ 1.99gr 0.09 ค่าเฉลย่ี รวม จากตารางท่ี 12 สรุปไดว้ า่ ปัญหาปัญหาดา้ นเศรษฐกิจ มีคา่ เฉลี่ยเลขคณิตสูงที่สุดคือ 2.08 และมีค่า เบ่ียงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.44 รองลงมาคือมีดา้ นปัญหาสุขภาพ มีค่าเฉลี่ยเลขคณิตสูงที่สุดคือ 2.00 และมีค่า เบ่ียงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.48 สรุปการทาประชาคม ชุมชนหมู่ท่ี 1 ตาบลบ้านควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช วนั พธุ ท่ี 10 เมษายน 2563 เวลา 14.00-16.00 น. ที่ศาลาประชุมประจาหมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอ จุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ผตู้ อบแบบสอบถาม 10 ชุด สรุปปัญหาของชุมชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควน มุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ไดด้ งั น้ี 1. ปัญหาดา้ นเศรษฐกิจ มีคา่ เฉลี่ย 2.00 มีคา่ ระดบั ความพงึ พอใจ อยใู่ นเกณฑป์ านกลาง 2. ปัญหาดา้ นสงั คม มีคา่ เฉลี่ย 2.00 มีค่าระดบั ความพงึ พอใจ อยใู่ นเกณฑป์ านกลาง 3. ปัญหาดา้ นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มและการท่องเท่ียว มีคา่ เฉลี่ย 2.00 มี คา่ ระดบั ความพึงพอใจ อยใู่ นเกณฑป์ านกลาง 4. ปัญหาดา้ นอ่ืนๆ มีค่าเฉลี่ย 1.88 มีคา่ ระดบั ความพึงพอใจ อยใู่ นเกณฑป์ านกลาง 5. ปัญหาดา้ นสุขภาพ มีคา่ เฉลี่ย 2.08 มีคา่ ระดบั ความพงึ พอใจ อยใู่ นเกณฑน์ อ้ ย นกั ศึกษาไดเ้ ลง็ เห็นวา่ ปัญหาดา้ นสุขภาพ ท่ีมีคา่ ระดบั ความพึงพอใจ อยใู่ นเกณฑน์ อ้ ย ท่ีควรไดร้ ับการแกไ้ ข ทางนกั ศึกษาจึงไดม้ าทาประชาคมในวนั และเวลาดงั กล่าว

การคดิ คะแนนจัดลาดบั ความสาคญั ของปัญหาด้านสุขภาพ เกณฑ์การจดั ความสาคญั ของปัญหาของ John J. Hanlon A = ขนาดของปัญหาใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-10 B = ความรุนแรงของปัญหา ใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-20 C = ประสิทธิภาพของการปฏิบตั ิงาน ใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-10 D = ขอ้ จากดั ใหค้ ะแนน 0-1 สูตร Basic priority rating (B.P.R) = ( A+B ) x C x D 3 คะแนนขององค์ประกอบ คะแนนรวม ปัญหา ขนาดของ ความ ความยาก ความ วธิ ีบวก วธิ ีคูณ ปัญหา รุนแรง ง่าย สนใจ 1.ไขห้ วดั ใหญ่ 7 14 3 1 25 294 2.ไขเ้ ลือดออก 3 64 1 17 72 3.โรคเบาหวาน 4 85 1 18 160 4.ติดสุราเร้ือรัง 5 10 5 1 21 250 5.โรคเก่ียวกบั ขอ้ และกระดูก 4 86 1 18 192 จากตาราง พบวา่ ปัญหาชุมชนอนั ดบั ที่ 1 คือ ไขห้ วดั ใหญ่ อนั ดบั ท่ี 2 คือ สุราเร้ือรัง อนั ดบั ที่ 3 คือ โรคเกี่ยวกบั ขอ้ และกระดูก อนั ดบั ที่ 4 คือ โรคเบาหวาน และลาดบั ท่ี 5 คือ ไขเ้ ลือดออก ตามลาดบั ทมี่ า : ภาควชิ าเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ( รศ.ดร.เพญ็ ประภา ศิวโิ รจน์ ) [email protected]

บทท่ี 4 แผนงานโครงการ จากการสารวจชุมชนหมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราชไดล้ ง สารวจพ้ืนที่ โดยใชแ้ บบสอบถามขอ้ มูลวิเคราะห์เพอ่ื จดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหา เพื่อหาวิธีการแกป้ ัญหา ใหก้ บั ชุมชน จากการศึกษาพบวา่ ชุมชนมีปัญหาดา้ นสุขภาพของคนในชุมชน เป็นอนั ดบั แรก ดงั น้นั จึงนาปัญหาดา้ นสุขภาพ โรคไขห้ วดั ใหญ่ มาจดั โครงการเพือ่ ใหค้ วามรู้กบั คนในชุมชน เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ในการควบคุมป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญท่ ่ีถูกวธิ ีและเหมาะสม 4.1 แผนงาน / โครงการ จากปัญหาท่ีพบ พบวา่ เป็นปัญหาที่ทางชุมชนมีความตอ้ งการใหด้ าเนินการ จากปัญหาดงั กล่าว จึงได้ จดั ทาโครงการเพอื่ แกป้ ัญหาสุขภาพของชุมชน 1 โครงการโดยมีรายละเอียดดงั น้ี ช่ือกจิ กรรม/โครงการ : อบรมใหค้ วามรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) ช่ือ-สกลุ ผู้สนอกจกิ รรม/โครงการ : นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ สังกดั : หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูงสาขาปฏิบตั ิการฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นที่ 15 ช้นั ปี ที่2

1.หลกั การและเหตุผล/ท่มี า/ปัญหา 1.1 หลกั การและเหตุผล ปัจจุบนั การแพร่ระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ธุ์ใหม่ กาลงั ขยายตวั ไปทวั่ โลกโดยประเทศไทย มีความเส่ียงอย่างมากท่ีจะเกิดการระบาดอย่างต่อเนื่องภายในประเทศเช่นเดียวกบั ประเทศอ่ืนๆแมว้ ่าการ ระบาดของโรคจนถึงปัจจุบนั พบวา่ ผูป้ ่ วยติดเช้ือไวรัสท่ีมีความรุนแรงนอ้ ยและอตั ราป่ วยตายต่าโดยใกลเ้ คียง กบั ความรุนแรงของไขห้ วดั ใหญ่ตามฤดูกาลอยา่ งไรก็ตามเช้ือไวรัสอาจมีการเปล่ียนแปลงมีความรุนแรงมาก ข้ึนจึงตอ้ งประเมินสถานการณ์และปรับการป้องกนั ควบคุมโรคเป็ นระยะๆ เพื่อไม่ใหเ้ กิดการแพร่ติดต่อของ เช้ือไขห้ วดั ใหญ่และให้เกิดกระแสตื่นตวั ของประชาชนในการเฝ้าระวงั และป้องกนั ตนเองจึงมีความจาเป็ น อยา่ งยง่ิ ที่ตอ้ งจดั ใหม้ ีการรณรงคเ์ พื่อเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสาร สถานการณ์และแนวทางการปฏิบตั ิให้แก่ ชุมชน สานกั ระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ณ วนั ท่ี 17 ต.ค. 60 พบว่าผปู้ ่ วยท่ีตรวจยืนยนั (Confirmed cases) วา่ เป็นไขห้ วดั ใหญ่ สะสมจานวน 28,057 รายเสียชีวติ 176 ราย จากสถานการณ์และความสาคญั ดงั กล่าวนางสาวรณพร ศรีพุมระ นกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี2 หลกั สูตรฉุกเฉิน การแพทย์ รุ่นที่ 15 เลง็ เห็นวา่ ประชาชนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มี ความเส่ียงท่ีจะเป็ นโรคไข้หวดั ใหญ่ จึงเห็นความสาคญั ในสุขภาพอนามยั ของประชาชนและเพื่อให้ทนั สถานการณ์ในปัจจุบนั เพื่อเป็นการป้องกนั ควบคุม แกไ้ ขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่สายพนั ใหม่ 2009 ชนิด (A/H1N1) จึงไดจ้ ดั ทาโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) ข้ึน พร้อม มอบ เจลลา้ งมือใหก้ บั ประชาชนในพ้ืนที่ จานวน 1 ขวดต่อครัวเรือน เพ่ือใชท้ าความสะอาดมือเป็นการป้องกนั ตนเองจากเช้ือโรคในระดบั หน่ึง 1.2 วตั ถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อใชท้ าความสะอาดมือป้องกนั เช้ือโรคเขา้ สู่ร่างกาย 1.2.2 เพอ่ื เป็นการป้องกนั เฝ้าระวงั และควบคุมการระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.2.3 เพอื่ ลดความเส่ียง ในการแพร่กระจายของโรคไขห้ วดั ใหญใ่ นชุมชน 1.2.4 เพอ่ื ส่งเสริมใหส้ ถาบนั ครอบครัวมีความเขม้ แขง็ ลดปัญหาการแพร่กระจายของโรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.3 กล่มุ เป้าหมาย อสม. และตวั แทนครัวเรือนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช จานวน 120 คน

1.4 เป้าหมาย 1.4.1 เป้าหมายเชิงคณุ ภาพ - ประชาชนมีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการดูแลและป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.4.2 เป้าหมายเชิงปริมาณ - อสม. และตวั แทนครัวเรือนหมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช เขา้ ร่วมโครงการร้อยละ 60 1.5 ระยะเวลาดาเนินการ ต้งั แต่วนั ที่ 8 เมษายน – 11 เมษายน 2563 1.6 ดชั นีตัวชี้วดั ความสาเร็จ 1.6.1 ประชาชนเกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ในการควบคุมป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.6.2 การแพร่ระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญภ่ ายในชุมชน ปี 2563 ลดลง 1.6.3 ไดร้ ับความร่วมมือจากประชาชนทุกครัวเรือนในการดูแลและป้องกนั ตนเองเป็นอยา่ งดี 1.7 ผู้รับผดิ ชอบโครงการ นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นที่ 15 ช้นั ปี ที่ 2 1.8 สถานท่ีดาเนินโครงการ ศาลาประจาหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช 1.9 ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ 1.9.1 ประชาชนมีการต่ืนตวั ในการป้องกนั ตนเองใหห้ ่างไกลจากไขห้ วดั ใหญ่ 1.9.2 ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเช้ือของโรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.9.3 เกิดความเขม้ แขง็ ข้ึนภายในครอบครัว ชุมชน และลดปัญหาการแพร่กระจาย ของโรคไขห้ วดั ใหญ่

2.แผนการดาเนินงาน 2.1 วธิ ีการดาเนินงาน กระบวนการ กจิ กรรม เวลาดาเนินการ ผู้รับผดิ ชอบ การวางแผน 1. ประชุมวางแผน กาหนดวตั ถุประสงค์ 8 เมษายน 2563 น.ส.รณพร ศรีพมุ ระ งบประมาณ ดัชนีช้ีวดั ความสาเร็จ พฒั นา นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ โครงการฉบบั สมบูรณ์เพ่อื ขออนุมตั ิ รุ่นท่ี 15 ช้นั ปี ที่ 2 2. เ มื่ อโครง ก า รไ ด้รั บ อนุ มัติ แ ล้ว จึ ง มอบหมายหน้าท่ีรับผิดชอบภายในกลุ่ม พร้อมท้งั ประสานผูท้ ี่เก่ียวขอ้ ง ประสานงาน ชุมชน จดั เตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ท่ีตอ้ งใช้ การปฏิบตั ิ 1.จัดโครงการตามกาหนดการ 9 เมษายน 2563 น.ส.รณพร ศรีพมุ ระ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ 1.1 วนั จดั กจิ กรรม รุ่นท่ี 15 ช้นั ปี ท่ี 2 1.1.1 ทาแบบทดสอบก่อนใหค้ วามรู้ 1.1.2 การบรรยายใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั โรค ไขห้ วดั ใหญแ่ ละวธิ ีการป้องกนั โรค ไขเ้ ลือดออก 1.1.3 กิจกรรมตอบคาถามเกี่ยวกบั ความรู้ โรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.1.4 กิจกรรมลา้ งมือสะอาดดว้ ยเจลลา้ งมือ 1.1.5 จดั กิจกรรมกลุม่ ระดมสมองภายใน กลุม่ 1.1.6 ทาแบบทดสอบหลงั ใหค้ วามรู้ 1.1.7 ทาแบบประเมินความพึงพอใจ 1.2 วนั เดนิ รณรงค์ 1.2.1 ใหค้ วามรู้เร่ืองไขห้ วดั ใหญ่ 1.2.2 เดินรณรงคป์ ้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ 1.2.3 แจกแผน่ พบั และเจลลา้ งมือ

กระบวนการ กจิ กรรม เวลาดาเนินการ ผู้รับผดิ ชอบ ประเมินผล ประเมินผลตามวตั ถุประสงคด์ ว้ ย 9 เมษายน 2563 น.ส.รณพร ศรีพมุ ระ การปรับปรุง หรือนาผลการ 1.แบบลงทะเบียนเขา้ ร่วมโครงการ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ ประเมินไปใช้ ประโยชน์ 2.ประเมินความรู้ก่อน-หลงั ใหค้ วามรู้ รุ่นท่ี 15 ช้นั ปี ท่ี 2 3.สังเกตการมีส่วนร่ วมของผู้เข้าร่ วม โครงการ 1. ประชุมผูจ้ ัดทาโครงการเพ่ือสรุปผล 10 เมษายน น.ส.รณพร ศรีพมุ ระ การดาเนินงานและเสนอแนะแนวทาง 2563 นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ เพ่อื ปรับปรุงพฒั นา รุ่นท่ี 15 ช้นั ปี ท่ี 2 2.2 ผลการดาเนินงาน 2.2.1 การดาเนนิ งานในข้นั ตอนการวางแผน - ประสานงานกบั แกนนา อสม.หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ จดั ประชุมกนั กบั แกนนาอสม.หมู่ที่ 1 เพ่ือสอบถามปัญหาต่างๆท่ีเกิดข้ึนในชุมชน และไดม้ ีการประชุมกนั ภายในกลุม่ เพือ่ วางแผนการดาเนินงาน กาหนดวตั ถุประสงค์ วางแผนการใชง้ บประมาณ หนา้ ที่รับผิดชอบ เพื่อใหก้ ารดาเนินงานโครงการเป็นไป อยา่ งมีประสิทธิภาพ - ติดต่อประสานงานกบั ผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งในชุมชน นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ ไดต้ ิดตอ่ จดั การขอสถานที่ในการทา กิจกรรมเพ่ือใหก้ ารดาเนินงานโครงการเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ - ติดต่อขอใชส้ ถานที่ 2.2.2 การดาเนินงานในข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ - เสนอร่างโครงการและปรับแกไ้ ขโครงการรณรงคป์ ้องกนั และควบคมุ โรคไขห้ วดั ใหญ่ หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช - จดั เตรียมเอกสารในการทาโครงการ

- จดั เตรียมสถานที่ในการจดั ทาโครงการรณรงคป์ ้องกนั และควบคุมโรคไขห้ วดั ใหญ่ หมู่ท่ี 1 ตาบล บา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช - ดาเนินงานกิจกรรมโครงการรณรงคป์ ้องกนั และควบคุมโรคไขห้ วดั ใหญ่ หมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช ดว้ ยการบรรยายใหค้ วามรู้เก่ียวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ นางสาวรณพร ศรีพมุ ระ นกั ศึกษาหลกั สูตรฉุกเฉินการแพทย์ ไดเ้ ขา้ รับการอบรมใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั การดูแลตวั เองการรักษาอาการและการป้องกนั เกี่ยวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ - รณรงคใ์ หค้ วามรู้เร่ืองโรคไขห้ วดั ใหญ่ 2.3 จานวนผู้เข้าร่วมโครงการ อสม. และตวั แทนครัวเรือนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช จานวน 80 คน 2.4 สถานทด่ี าเนินการ ศาลาประจาหมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช 2.5 งบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจาปี 2562 เงินแบ่งผลจากการขายขา้ วสารประจาชุมชนตามโครงการ เศรษฐกิจพอเพยี ง (สนบั สนุนจากอสม. หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมดุ อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช) จานวนเงิน 9,500 บาท (เกา้ พนั หา้ ร้อยบาทถว้ น) โดยนาไปใชจ้ ่ายดงั น้ี 1. ค่าอาหารวา่ งและน้าเปลา่ จานวน100 คนๆละ 1 ม้ือๆละ 20 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท 2. ค่าอาหารกลางวนั จานวน100 คนๆละ 1 ม้ือๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท 3. ค่าวิทยากร จานวน 2 ชว่ั โมงๆละ 100 บาท เป็นเงิน 200 บาท 4. คา่ จดั ทาป้ายประชาสมั พนั ธ์ เป็นเงิน 200 บาท 5. ค่าผลิตภณั ฑเ์ จลลา้ งมือ 90 ชุดๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท รวมเป็ นเงนิ 9,400 บาท (เก้าพนั ส่ีร้อยบาทถ้วน)

3. เครื่องมือและวิธีการในการประเมินผล หลงั จากที่ไดด้ าเนินงานตามแผนของโครงการแลว้ น้นั ซ่ึงในข้นั ตอนสุดทา้ ยจะเป็นกิจกรรมในการ ประเมินผลโครงการ หากพจิ ารณาถึงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการวางแผนกบั การประเมินผลโครงการ พบวา่ กิจกรรมท้งั สองมีความสมั พนั ธท์ ่ีตอ้ งดาเนินการควบคูก่ นั โดยการวางแผนโครงการเป็นกิจกรรมของการ กาหนดแนวทางการนาไปปฏิบตั ิเพื่อการบรรลุวตั ถุประสงค์ ส่วนการประเมินผลโครงการเป็นกิจกรรมสุดทา้ ย ในการพจิ ารณาผลการดาเนินงานเป็นไปตามแผนที่กาหนดหรือไม่ 3. 1 เครื่องมือที่ใช้ในการเกบ็ ข้อมูล 3. 1. 1 แบบทดสอบความรู้ทศั นคติและพฤติกรรมก่อน-หลงั ใหค้ วามรู้ เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เพือ่ การประเมินในคร้ังน้ีเป็นแบบสอบถามท่ีผรู้ ับผิดชอบโครงการ ไดส้ ร้างข้ึนใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคแ์ ละตวั ช้ีวดั ของโครงการซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลพ้นื ฐานส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ เพศอายรุ ะดบั การศึกษาอาชีพ ส่วนท่ี 2 ความรู้เร่ืองไขห้ วดั ใหญแ่ บบสอบถามเป็นแบบเลือกคาตอบเพยี งคาตอบเดียวคือถูกหรือผิด จานวน 10 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั น้ี ตอบถูกไดค้ ะแนนเท่ากบั 1 คะแนน ตอบผดิ ไดค้ ะแนนเท่ากบั 0 คะแนน ส่วนที่ 3 ทศั นคติต่อการป้องกนั และควบคุมโรคไขห้ วดั ใหญแ่ บบสอบถามเป็นแบบเลือกคาตอบ เพียงคาตอบเดียว คือ เห็นดว้ ยอยา่ งยงิ่ เห็นดว้ ย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นดว้ ย ไม่เห็นดว้ ยอยา่ งยง่ิ ขอ้ คาถามมีท้งั ดา้ น บวกและดา้ นลบจานวน 10 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดงั น้ี คาถามเชิงบวก คาถามเชิงลบ เห็นดว้ ยอยา่ งยง่ิ ได้ 5 คะแนน ได้ 1 คะแนน เห็นดว้ ย ได้ 4 คะแนน ได้ 2 คะแนน ไม่แน่ใจ ได้ 3 คะแนน ได้ 3 คะแนน ไม่เห็นดว้ ย ได้ 2 คะแนน ได้ 4 คะแนน ไม่เห็นดว้ ยอยา่ งยง่ิ ได้ 1 คะแนน ได้ 5 คะแนน

ส่วนท่ี 4 พฤติกรรมการปฏิบตั ิตวั ป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่แบบสอบถามเป็นแบบเลือกตอบเพยี ง คาตอบเดียว คอื ปฏิบตั ิเป็นประจา 7 วนั /สปั ดาห์ ปฏิบตั ิบ่อยคร้ัง 5-6 วนั /สปั ดาห์ ปฏิบตั ินานๆ คร้ัง 3-4 วนั / สปั ดาห์ ปฏิบตั ิบางคร้ัง 1-2 วนั /สปั ดาห์ ไม่ไดป้ ฏิบตั ิเลย ขอ้ คาถามเชิงบวก จานวน 10 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ าร ใหค้ ะแนน ดงั น้ี ปฏิบตั ิเป็นประจา (7 วนั / สปั ดาห์) ได้ 5 คะแนน ปฏิบตั ิบ่อยคร้ัง (5-6 วนั / สปั ดาห)์ ได้ 4 คะแนน ปฏิบตั ินานๆคร้ัง (3-4 วนั / สปั ดาห)์ ได้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิบางคร้ัง (1-2 วนั / สัปดาห)์ ได้ 2 คะแนน ไม่ไดป้ ฏิบตั ิเลย ได้ 1 คะแนน 3.1.2 แบบประเมินความพงึ พอใจการเขา้ ร่วมโครงการ โดยเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนความพงึ พอใจ ดงั น้ี ระดบั ความพงึ พอใจมากที่สุด 5 คะแนน ระดบั ความพงึ พอใจมาก 4 คะแนน ระดบั ความพงึ พอใจปานกลาง 3 คะแนน ระดบั ความพึงพอใจนอ้ ย 2 คะแนน ระดบั ความพึงพอใจนอ้ ยท่ีสุด 1 คะแนน 3.2 วธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล 3.2.1 นาสมุดบนั ทึกการสารวจและแบบฟอร์มบนั ทึกใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมโครงการบนั ทึก ณ วนั ทาโครงการ 3.2.2 ใหท้ าแบบทดสอบหลงั ใหค้ วามรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรม จดั เกบ็ สมุดบนั ทึกการสารวจคืนจาก ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ นามาประเมินผล 3.2.3 หลงั จากจดั ทาโครงการ 1 สัปดาห์ ทางผจู้ ดั ทาโครงการลงพ้นื ท่ีที่จดั ทาโครงการอีกคร้ังโดยทา แบบบนั ทึกการสารวจการแพร่ระบาดของเช้ือโรค ผลการสารวจคร้ังท่ี 1 จากการสารวจของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ กบั คร้ังที่ 2 จากการลงสารวจเองของทางผจู้ ดั ทาโครงการนามาเปรียบเทียบและประเมินผล 3.2.4 สรุปผลจากแบบทดสอบก่อนและหลงั ใหค้ วามรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรม จากแบบบนั ทึกการ สารวจการแพร่ระบาดของเช้ือโรค คร้ังที่ 1 และคร้ังที่ 2

3. 3 การวเิ คราะห์ข้อมูล การวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั รายละเอียดต่อไปน้ี 1. การวิเคราะห์ขอ้ มูลส่วนบคุ คลใชส้ ถิติการแจกแจงความถี่ (Frequency) และร้อยละ Percentage) 2. การประเมินความพงึ พอใจการประเมินความรู้ใชส้ ถิติค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S. D.) 3. 4 เกณฑ์ทีใ่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล 3.4.1 แบบทดสอบความรู้ทศั นคติและพฤติกรรมก่อน-หลงั ใหค้ วามรู้ 3.4.1.1 การแปลผลคะแนน สาหรับเกณฑก์ ารประเมินระดบั ความรู้เก่ียวกบั เร่ืองไขห้ วดั ใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 ระดบั โดยใชว้ ิธีการกาหนดเกณฑต์ ามช่วงคะแนนตามหลกั วิธีคิดของบลูม Bloorn ซ่ึงมีระดบั คะแนนดงั น้ี ระดบั ความรู้ ร้อยละ (ของคะแนนเตม็ ) ระดบั ดี 80. 00 ข้ึนไป (8-10ขอ้ ) ระดบั ปานกลาง 50. 00-79. 99 (5-7ขอ้ ) ระดบั ควรปรับปรุง 1. 00-49. 99 (0-5ขอ้ ) 3.4.1.2 การแปลผลคะแนนสาหรับเกณฑก์ ารประเมินทศั นคติเกี่ยวกบั การป้องกนั และควบคุม โรคไขเ้ ลือดออกโดยใชว้ ธิ ีการกาหนดเกณฑต์ ามช่วงคะแนนตามหลกั วธิ ีคิดของเบสท์ ดงั น้ี ระดบั ทศั นคติ คา่ ระคบั คะแนนเฉลี่ย ระดบั สูง 3. 67 - 5. 00 ระดบั ปานกลาง 2. 34 - 3. 66 ระดบั ต่า 1. 00 - 2. 3 3.4.1.3 การแปลผลคะแนนสาหรับเกณฑบ์ ่งช้ีพฤติกรรมการออกกาลงั กายโดยใชว้ ิธีการกาหนด เกณฑต์ ามช่วงคะแนนตามหลกั วิธีคิดของเบสท์ ดงั น้ี ระดบั พฤติกรรม คา่ ระดบั คะแนนเฉล่ีย ระดบั สูง 3.67 - 5.00 ระดบั ปานกลาง 2.34 - 3.66 ระดบั ต่า 1.00 - 2.33

3.4.2 แบบประเมินความพึงพอใจการเขา้ ร่วมโครงการโดยเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนความพงึ พอใจ ดงั น้ี คะแนนเฉลี่ยสูงกวา่ 4. 50 มีความพึงพอใจในระดบั มากท่ีสุด คะแนนเฉล่ียระหวา่ ง 3. 50-4. 49 มีความพงึ พอใจในระดบั มาก คะแนนเฉลี่ยระหวา่ ง 2. 50-3. 49 มีความพึงพอใจในระดบั ปานกลาง คะแนนเฉล่ียระหวา่ ง 1. 50-2. 49 มีความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ย คะแนนเฉล่ียต่ากวา่ 1. 50 มีความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ยที่สุด 4. ผลการประเมนิ การดาเนินโครงการ 4.1 ข้อมูลทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบประเมนิ ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมี 80 คนจากจานวนท้งั หมด 120 คนคิดเป็นร้อยละ 66.66 ซ่ึงขอ้ มูลทวั่ ไปในเร่ือง เพศ อายุ ระดบั การศึกษา อาชีพ สถานภาพ มีขอ้ มูลดงั ตารางต่อไปน้ี ตารางท่ี 4.1.1 เพศของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ เพศ จานวน ร้อยละ ชาย 70 87.50 หญิง 10 12.50 รวม 80 100 จากตารางแสดงขอ้ มูลเพศของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการพบวา่ เพศหญิงมีจานวน 70 คนคิดเป็นร้อยละ 87.50 และเพศชายมีจานวน 10 คนคิดเป็นร้อยละ 12.50 ตารางที่ 4.1.2 อายขุ องผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ อายุ จานวน ร้อยละ ต่ากวา่ 20 ปี 8 10.00 20-40 25 31.25 41-50 30 37.50 50 ปี ข้ึนไป 7 8.75 รวม 80 100 จากตารางแสดงขอ้ มูลอายขุ องผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ พบวา่ อายุ 50 ปี ข้ึนไปมีจานวน 7 คนคิดเป็นร้อยละ 8.75 อายุ 41-50 ปี มีจานวน 30 คนคิดเป็นร้อยละ 37.50 อายุ 20-40 ปี มีจานวน 25 คนคิดเป็นร้อยละ 31.25 อายุ ต่ากวา่ 20 ปี มีจานวน 8 คนคดิ เป็นร้อยละ 10.00 ตามลาดบั

ตารางที่ 4.1.3 ระดบั การศึกษาของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ ระดบั การศึกษา จานวน ร้อยละ ประถมศึกษา(ป.1-ป.6) 43 53.75 มธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) 18 22.50 มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) 7 8.75 ประกาศนียบตั รวิชาชีพ(ปวช.) 7 8.75 ปริญญาตรี 5 6.25 รวม 80 100 จากตารางแสดงขอ้ มูลระดบั การศึกษาของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ พบวา่ ระดบั ประถมศึกษา(ป.1-ป.6) มี จานวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 53.75 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) มี 18 คน คิดเป็นร้อยละ 22.50 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) มี 7 คน คิดเป็นร้อยละ 8.75 ประกาศนียบตั รวิชาชีพ(ปวช.) มี 7 คน คิดเป็น ร้อยละ 8.75 และระดบั ปริญญาตรี มี 5 คน คิดเป็นร้อยละ 6.25 ตามลาดบั ตารางท่ี 4.1.4 อาชีพของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ อาชีพหลกั ของครอบครัว จานวน ร้อยละ นกั เรียน/นกั ศึกษา 8 10.00 ขา้ ราชการ 5 6.25 เกษตรกรรม 50 62.50 คา้ ขาย/ธุรกิจ 10 12.50 4 5.00 รับจา้ งทวั่ ไป/ลูกจา้ ง 3 3.75 วา่ งงาน/ไม่มีงานทา อื่นๆ 0 0 รวม 80 100 จากตารางแสดงขอ้ มูลอาชีพของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ พบวา่ อาชีพเกษตรกรรม มีจานวน 50 คน คิดเป็น ร้อยละ 62.50 อาชีพคา้ ขาย/ธุรกิจ มีจานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 อาชีพนกั เรียน/นกั ศึกษา มีจานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 10 อาชีพขา้ ราชการ มีจานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 6.25 อาชีพรับจา้ งทวั่ ไป/ลูกจา้ ง มี จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 5 วา่ งงาน/ไมม่ ีงานทา มีจานวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 3.75 และอาชีพอ่ืนๆ มี จานวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ตามลาดบั

4.2 ผลการทดสอบความรู้จากการเข้าร่วมโครงการ ตางรางท่ี 4.2.1 ผลการทดสอบความรู้จากการเข้าร่วมโครงการ รายการ สูงสุด ตา่ สุด เฉลย่ี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ ก่อนเขา้ อบรม 6 2 0.04 - - - - ผลการทดสอบ - - - 45 50.56 44 49.44 หลงั เขา้ อบรม 10 8 0.02 - - - - ผลการทดสอบ - - - 73 82.02 16 17.98 จากตารางที่ 4.2.1 พบวา่ แกนนาอสม. ท่ีเขา้ ร่วมโครงการมีคะแนนทดสอบความรู้ก่อนเขา้ รับการ บรรยายเก่ียวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ไดค้ ะแนนสูงสุด 6 คะแนนคะแนนต่าสุด 2 คะแนนและมีคะแนนเฉลี่ย 0. 04 คะแนนมีจานวนผผู้ า่ นเกณฑจ์ านวน 45 คนคิดเป็นร้อยละ 50. 56 มีจานวนผไู้ ม่ผา่ นเกณฑจ์ านวน 44 คนคิด เป็นร้อยละ 49. 44 และหลงั จากการเขา้ รับการบรรยายเกี่ยวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ มีผทู้ ดสอบความรู้ไดค้ ะแนน สูงสุด 10 คะแนนคะแนนต่าสุด 8 คะแนนและมีคะแนนเฉลี่ย 0. 02 คะแนน มีจานวนผผู้ า่ นเกณฑจ์ านวน 73 คนคิดเป็นร้อยละ 82. 02 ซ่ึงผา่ นตามตวั ช้ีวดั ในหวั ขอ้ จุดประสงคม์ ีผเู้ ขา้ ร่วมโครงการร้อยละ 80 มีความรู้ เกี่ยวกบั การควบคุมป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญใ่ นระดบั ดี ตารางท่ี 4.2.2 คะแนนการทดสอบประเมินความรู้ก่อนเข้าร่วมโครงการอย่างละเอยี ด คะแนน จานวน(คน) ร้อยละ 2 14 17.50 3 12 15.00 4 24 30.00 5 20 25.00 6 10 12.50 รวม 80 100 จากตารางท่ี 4.2.2 พบวา่ คะแนนทดสอบการประเมินความรู้ก่อนเขา้ ร่วมโครงการ มีคะแนนสูงสุด 6 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 12.50 และต่าสุด 2 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 17.50

ตารางท่ี 4.2.3 คะแนนการทดสอบประเมินความรู้หลงั เข้าร่วมโครงการอย่างละเอยี ด คะแนน จานวน(คน) ร้อยละ 8 25 31.25 9 38 47.50 10 17 21.25 รวม 80 100 จากตารางท่ี 4.2.3 พบวา่ คะแนนทดสอบการประเมินความรู้หลงั เขา้ ร่วมโครงการ มีคะแนนสูงสุด 10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 21.25 และคะแนนต่าสุด 8 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 31.25 4.3 ผลการทาแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ตารางท่ี 4.3.1 ค่าเฉลยี่ ของความพงึ พอใจต่อโครงการภาพรวม ลาดบั ที่ ประเด็น ระดบั ความพงึ พอใจ xֿ S.D. แปลผล 1. ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการ ข้นั ตอนการจดั 4.673 0.193 มากที่สุด กิจกรรม 4.786 0.173 มากที่สุด 2. ความพงึ พอใจดา้ นวทิ ยากร 4.678 0.219 มากท่ีสุด 3. ความพงึ พอใจดา้ นส่ิงอานวยความสะดวก 4.743 0.183 มากที่สุด 4. ความพงึ พอใจดา้ นคุณภาพการจดั กิจกรรม จากตารางท่ี 4.3.1 คา่ เฉล่ียของความพึงพอใจต่อโครงการภาพรวม พบวา่ มีความพงึ พอใจดา้ นคุณภาพ การใหบ้ ริการมากที่สุด (xֿ = 4. 833) รองลงมาความพึงพอใจดา้ นเจา้ หนา้ ท่ีผใู้ หบ้ ริการ (xֿ =4, 786) และความ พึงพอใจดา้ นกระบวนการ/ข้นั ตอนการดาเนินโครงการ (xֿ = 4. 673) นอ้ ยท่ีสุด

ตารางที่ 4.3.2 ค่าเฉลยี่ ของผลประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ รายละเอยี ด ระดบั ความพงึ พอใจ xֿ S.D. แปลผล 1. ความพงึ พอใจด้านกระบวนการข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม 1.1 รูปแบบกิจกรรมการจดั กิจกรรม 4.55 0.52 สูง 1.2 ลาดบั ข้นั ตอนในการจดั กิจกรรม 2.23 1.22 สูง 1.3 ระยะเวลาที่ใชใ้ นการจดั กิจกรรม 4.41 0.57 สูง 1.4 เอกสารและส่ือประกอบในการจดั กิจกรรม 2.23 1.22 ต่า 1.5 ความเหมาะสมของการจดั กิจกรรม 4.50 0.55 สูง 2. ความพงึ พอใจด้านวทิ ยากร 2.1 การถ่ายทอดความรู้ของวทิ ยากรมีความชดั เจน 4.56 0.59 สูง 2.2 การตอบขอ้ ซกั ถามในการจดั กิจกรรม 4.45 0.54 สูง 3. ความพงึ พอใจด้านสิ่งอานวยความสะดวก 3.1 สถานท่ีจดั กิจกรรม 4.43 0.61 สูง 3.2 มีการใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม 2.11 1.09 ต่า 4. ความพงึ พอใจด้านคุณภาพการจดั กจิ กรรม 4.1 ท่านไดร้ ับประโยชน์จากการเขา้ ร่วมกิจกรรมอยา่ ง 4.29 0.72 สูง คุม้ ค่า 4.29 0.65 สูง 4.2 ท่านสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น 3.84 0.34 สูง ชีวิตประจาวนั ผลรวม

4.4 สรุปผลการดาเนินงานโครงการ โครงการอบรมใหค้ วามรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอ จุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ป้องกนั เฝ้าระวงั และควบคุมการระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่ ส่งเสริมให้สถาบนั ครอบครัวมีความเขม้ แขง็ ลดปัญหาการแพร่กระจายของโรคไขห้ วดั ใหญ่ เป้าหมาย เชิงคุณภาพ คือ ประชาชนมีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการดูแลและป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ และเป้าหมายเชิง ปริมาณ คือ อสม. และตวั แทนครัวเรือนหมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช เข้าร่วมโครงการร้อยละ 60 ผูร้ ับผิดชอบโครงการ นางสาวรณพร ศรีพุมระ นักศึกษาหลักสูตรฉุกเฉิน การแพทย์ รุ่นที่ 15 ช้นั ปี ท่ี 2 โครงการน้ีได้ดาเนินโครงการที่หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช ต้งั แต่วนั ที่ 8 เมษายน-11 เมษายน 2563 ข้นั ตอนการดาเนินงานท่ีสาคญั คือ วนั จดั กิจกรรม ให้ ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการทาแบบทดสอบก่อนและหลงั ให้ความรู้ มีการบรรยายให้ความรู้เก่ียวกบั โรคไขห้ วดั ใหญ่ และวิธีการป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคไขห้ วดั ใหญ่รวมท้งั ทากิจกรรมกลุ่ม (Focus Group) เพ่ือระดม สมอง และทาแบบประเมินความพึงพอใจส่วนวนั เดินรณรงคม์ ีให้ความรู้เร่ืองการป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ พร้อมท้งั แจกแผน่ พบั และเจลลา้ งมือแก่ประชาชน สรุปจากการทาโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกนั ไขห้ วดั ใหญ่(เจลลา้ งมือ) ในคร้ังน้ีพบว่า หลงั จากท่ีกลุ่มเป้าหมายท่ีเขา้ ร่วมรับฟังการใหค้ วามรู้เร่ืองการป้องกนั โรคไขห้ วดั ใหญ่ กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเขา้ ใจและรู้จกั เลือกใชว้ ิธีการป้องกนั ตนเองและครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคไขเ้ ลือดออก โดยอาศยั หลกั การลา้ งมือใหส้ ะอาดดว้ ยเจลลา้ งมือ และวธิ ีการป้องกนั ตนเองแบบอ่ืนร่วมดว้ ยทาใหอ้ ตั ราป่ วยและค่าการ แพร่ระบาดของเช้ือในหมู่บา้ นลดลง 4.5 ประโยชน์จากการทากจิ กรรม - ทาให้เกิดการพฒั นาความคิดและไดฝ้ ึ กทกั ษะการวางแผนอยา่ งเป็นระบบและการกาหนด รูปแบบ ต่างๆใหส้ อดคลอ้ งกนั - ทาให้ไดเ้ รียนรู้เก่ียวกบั การทางานประสานงานและติดต่อกบั หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมท้งั มีการวาง แผนการทางานอยา่ งมีระบบ - ไดฝ้ ึกทกั ษะการทางานร่วมกบั คนในชุมชน เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางแก่การทางานในอนาคต - การรู้จกั รับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่ืนรวมไปถึงการประสานงานหรือการติดต่อกบั หน่วยงานต่างๆ - ทาใหร้ ู้จกั การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ เม่ือเจอเหตุการณ์ท่ีไม่ไดเ้ ป็นไปตามแผนที่กาหนดไว้

4. 6 ปัญหาและอปุ สรรค - การดาเนินโครงการไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กาหนด - ผสู้ ูงอายมุ ีเวลาจากดั ทาใหต้ อ้ งเร่งการจดั กิจกรรม - นกั ศึกษาผบู้ รรยายใหค้ วามรู้มีความต่ืนเตน้ พดู เร็วจึงทาใหผ้ สู้ ูงอายฟุ ังไม่ทนั - เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีจานวนมากนกั ศึกษาผบู้ รรยายจึงไม่สามารถตอบขอ้ ซกั ถามไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง 4.7 ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีความพร้อมในการดาเนินโครงการมากกวา่ น้ี 2. การทากิจกรรมควรใชร้ ะยะเวลาใหส้ ้นั กระชบั 3. ควรใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมโครงการมีส่วนร่วมมากข้ึนเช่นการถาม-ตอบเป็นตน้ 4. ส่ือที่ใชค้ วรเนน้ ที่รูปภาพมากกวา่ ตวั หนงั สือรวมถึงควรใชต้ วั อกั ษรที่เห็นชดั เจน 5. ปรับการพดู ใหช้ า้ ลง

5. แนวทางการพฒั นางาน 5. 1 แนวทางการพฒั นางาน จากการจดั ประชุมกลุ่มเพื่อพิจารณาหาขอ้ ผดิ พลาคปัญหาและอุปสรรคของการทางานร่วมไป ถึงขอ้ เสนอแนะจากผูด้ ูแลโครงการ ซ่ึงนามาสะทอ้ นถึงขอ้ ผิดพลาด และสาเหตุที่เกิดข้ึน และนามา พฒั นาในการจดั โครงการหรือกิจกรรมอ่ืน ๆ ร่วมกบั ชุมชนต่อไป ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข การดาเนินโครงการที่ไม่ เวลาในการประสานงานรวม การดาเนินงานคร้ังต่อไปจะตอ้ ง เป็ นไปตามระยะเวลาที่กาหนด ไปถึงการบรรยายปรับแก้ล่าช้า มีการวางแผนและจัดสรรเวลาใน และประชาสมั พนั ธ์ยงั ไม่ทวั่ ถึง และการไม่รู้กาหนดการทาให้ การดาเนินงานให้เป็ นระบบไม่ยืด ระยะเวลาดาเนินงานไม่สัมพนั ธ์ ย้ื อ เ กิ น ไ ป เ พ่ื อ ใ ห้ ร ะ ย ะ เ ว ล า กับระยะเวลาที่กาหนดและการ เหมาะสมตามท่ีกาหนด ประชาสมั พนั ธ์ไม่ทว่ั ถึง ก า รพูด ต้อ ง มี ค ว า ม มั่น ใ จ เน่ืองจากขาดประสบการณ์จึง การดาเนินงานในคร้ังต่อไปจะมี ใบหนา้ ยมิ้ และการใชน้ ้าเสียง ตอ้ ง ทาให้การพูดติดขัดและสถานที่ การวางแผน การเตรียมความพร้อม สม่าเสมอ เป็ นลานกวา้ งจึงทาให้เวลาพูดจะ ก่อนการเป็นกิจกรรม ไม่คอ่ ยไดย้ นิ นาเสนอวิชาการสื่อท่ีควร เนื่องจากขาดประสบการณ์ใน ในการวางแผนจัดทากิจกรรม เนน้ ที่รูปภาพมากกวา่ ตวั หนงั สือ การนาเสนองานในแหล่งชุมชน คร้ังต่อไปจะต้องมีการคานึงถึง จึงมีการเนน้ ไปท่ีวชิ าการ ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย แ ล ะ ร ะ ดับ ค ว า ม รู้ ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายท้งั น้ี สื่อจะตอ้ งมีเน้ือหาท่ีกระชบั และสื่อ ใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่าย

บทที่ 5 สรุปผลโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะการจดั โครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพคร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ให้ นกั ศึกษาสามารถปฏิบตั ิกระบวนการศึกษาชุมชนและแกไ้ ขปัญหาสุขภาพท่ีเก่ียวขอ้ งกบั งานดา้ นสุขภาพซ่ึง ประกอบดว้ ยการศึกษาชุมชนการเตรียมชุมชนและการวินิจฉัยชุมชนพร้อมท้งั การแกไ้ ขปัญหาและพฒั นา ชุมชนซ่ึงประกอบไปดว้ ยการวางแผนการดาเนินการตามแผนและการประเมินผลการดาเนินงานโดยมี รายละเอียดดงั น้ี 5.1 สรุปผลโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 5.2 อภิปรายผลโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 5.3 ขอ้ เสนอแนะโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ 5.4 สรุปผลโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ 5.1.1 ขอ้ มูลทว่ั ไปจากการศึกษาชุมชนหมู่ท่ี 1 ตาบลบา้ นควนมุด อาเภอจุฬาภรณ์ จงั หวดั นครศรีธรรมราช สารวจชุมชนโดยใชแ้ บบสอบถามพบวา่ ประชากรท่ีตอบแบบสอบถามมีช่วงอายตุ ่ากวา่ 20 ปี ร้อยละ 10 ช่วงอายุ 20 ปี ข้ึนไป ร้อยละ 90 สรุปไดว้ า่ ประชากรในชุมชนที่ทาแบบสอบถามอยใู่ นช่วงอายุ 20 ปี ข้ึนไป เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 10 เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 70 ประชากรส่วนใหญท่ ี่ตอบแบบสอบถาม มีการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ป.1-ป.6) ร้อยละ 50 รองลงมาระดบั การศึกษามธั ยมศึกษาตอนตน้ (ม. 1-ม. 3) ร้อยละ 20 ระดบั ปริญญาตรีร้อยละ 6 5.1.2 ขอ้ มูลดา้ นระบบสุขภาพจากการท่ีประชากรตอบแบบสอบถาม สรุปไดว้ า่ ปัญหาปัญหาดา้ นสุขภาพ มีคา่ เฉล่ียเลขคณิตสูงที่สุดคือ 2. 08 และมีคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานอยทู่ ่ี 0. 44 รองลงมา คือ มีดา้ นเศรษฐกิจ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตสูงท่ีสุดคือ 2.00 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.59