Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละคร

วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละคร

Published by Mame Ploy, 2023-08-22 05:10:06

Description: วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละคร

Search

Read the Text Version

ววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของ ไทย 267

นกั เรยี นคิดวา่ การแสดงละครของไทย เกดิ ขนึ้ ครงั้ แรกในสมยั ใด สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา

ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมัยนา่ นเจา้ ววิ ัฒนาการของ สมัยสโุ ขทยั นาฏศลิ ปแ์ ละการ สมัยกรงุ ศรอี ยธุ ยา ละครของไทยตงั้ แต่ อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั กรงุ ธนบรุ ี สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั นา่ นเจา้ • ในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 11 นาฏศลิ ปแ์ ละการละครไมป่ รากฏ หลักฐานทแี่ นช่ ดั • มนี ิยายเรอื่ ง “นามาโนราห์ (นางมโนราห)์ แตไ่ มม่ ี หลักฐานวา่ นามาเลน่ เปน็ ละครบา้ ง หรอื ไม่ • มีปรากฏการแสดงประเภทระบา คือ - ระบานกยูง - ระบาหมวก

วิวัฒนาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั สุโขทยั • ศลิ าจารกึ กลา่ ววา่ มี “ระบา รา เตน้ เลน่ ทุก ฉันท์” แสดงวา่ มกี ารแสดงประเภทระบา ส่วนคาวา่ “รา” กบั “เตน้ ” อาจหมายถงึ ราละคร เตน้ โขน • การแสดงละครนา่ จะมี แต่ยังไมป่ รากฏ คาเรยี ก • วฒั นธรรมอนิ เดยี เขา้ มาแพรห่ ลาย ศิลปะการฟอ้ นราและพธิ กี รรม ต่าง ๆ มีอิทธพิ ลตอ่ ระบาและ ละครดว้ ย

วิวัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมัยกรงุ ศรีอยุธยา • นาฏศลิ ปแ์ ละการละครในสมยั นเ้ี ปน็ การแสดงที่ มเี รือ่ งราว ซง่ึ แสดงในงานพระราชพธิ ที สี่ าคญั • มกี ารจดั ประเภทของนาฏศลิ ป์ เชน่ - ละครชาตรี - ละครนอก - ละครใน - โขน - หนงั ใหญ่ เปน็ ตน้ 272

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั 273 สมยั กรงุ ธนบรุ ี • เป็นช่วงหลงั จากทเี่ สยี กรุงศรอี ยธุ ยาใหแ้ กพ่ มา่ ทาให้ วรรณคดีตา่ ง ๆ กระจัดกระจายและสญู หาย • สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงฟน้ื ฟกู ารแสดงละคร ขน้ึ มาใหม่ ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทละครเรอ่ื งรามเกยี รตไ์ิ ว้ 5 ตอน คอื - ตอนหนมุ านเก้ยี วนางวานรนิ - ตอนทา้ วมาลวี ราชวา่ ความ - ตอนทศกณั ฐต์ ง้ั พธิ ที รายกรด - ตอนพระลกั ษมณถ์ กู หอกกบลิ พทั - ตอนปลอ่ ยมา้ อปุ การ • ทรงรวบรวมศลิ ปนิ และบทละครทก่ี ระจดั กระจาย ใหม้ ารวมกนั ไวอ้ กี ด้วย

ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ นาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยในสมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากพระมหากษตั รยิ ์ อย่างตอ่ เนอ่ื ง ดงั นี้ สมัยรัชกาลท่ี 1 สมยั รชั กาลท่ี 4 สมัยรชั กาลท่ี 7 สมัยรัชกาลที่ 2 สมยั รชั กาลท่ี 5 สมยั รัชกาลท่ี 8 สมยั รชั กาลท่ี 3 สมยั รชั กาลท่ี 6 สมยั รัชกาลที่ 9 274

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมยั รชั กาลท่ี 1 • มีการรวบรวมตาราฟอ้ นรา ซ่ึงถอื วา่ เปน็ หลกั ฐานสาคญั ในประวัตกิ ารละครของไทย • มีบทละครทง้ั หมด 4 เรอื่ ง คอื - อณุ รทุ - รามเกยี รติ์ - ดาหลงั - อิเหนา • เร่ืองรามเกยี รตใ์ิ นสมยั รชั กาลน้ี ถือว่าเปน็ ฉบบั ทส่ี มบรู ณม์ ากทส่ี ดุ 275

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมยั รชั กาลที่ 2 • วรรณคดรี งุ่ เรอื งมากและเปน็ ยคุ ทองของศลิ ปะการละคร • มกี วที ี่มคี วามสาคญั 3 ทา่ น คือ - กรมหมนื่ เจษฎาบดนิ ทร์ - กรมหลวงพทิ กั ษม์ นตรี - สนุ ทรภู่ • บทละครเรอ่ื ง อิเหนา ไดร้ บั การยกย่องจากวรรณคดสี โมสรว่าเปน็ ยอดแหง่ บทละครรา • บทละครนอก ไดแ้ ก่ ไกรทอง คาวี ไชยเชษฐ์ สงั ขท์ อง สังขศ์ ลิ ปช์ ยั และ มณีพชิ ยั 276

ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน เร่อื งนา่ รู้ เกรินบนั ไดนาค สมเด็จพระสมั พนั ธวงศ์ เจา้ ฟา้ กรม หลวงพทิ กั ษม์ นตรี หรือเจา้ ฟา้ จยุ้ พระองคท์ รง เชีย่ วชาญดา้ นงานชา่ งและนาฏศลิ ป์ และยงั ทรง เปน็ กวี พระองคท์ รงเปน็ ผปู้ ระดิษฐ์ เกรินบนั ไดนาคทใี่ ชใ้ นงานพระราชพธิ ี พระบรมศพ สาหรบั เชิญพระโกศพระบรมศพ ขึน้ หรือลงราชรถและพระเมรมุ าศ ท่ีมา: http://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=nontree&month=02- 277 2013&data=27&group+19&gblong=68

วิวัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั รชั กาลที่ 3 • พระองคท์ รงมพี ระปรชี าสามารถในการพระราชนพิ นธ์ แต่เมอ่ื ขน้ึ ครองราชยก์ ลบั ทรงยกเลกิ ละครผหู้ ญงิ ของหลวง โขน และละครของพระองคท์ มี่ มี าแตก่ ่อน ทาให้ละครหลวงในสมยั นซ้ี บ เซา ครูละครหลวงจงึ ไปเปน็ ครฝู กึ หดั ตามวังเจา้ นาย ขุนนาง และบา้ นคหบดี • เกดิ การแสดงแบบใหมท่ เ่ี รียกว่า “ละครกลาย” เปน็ การนาบทพระราชนพิ นธม์ าขบั ร้องกบั ดนตรีเปน็ เรอ่ื งราวเหมอื นละคร แต่ไมม่ ตี วั ละคร คล้ายกบั การแสดงปพี่ าทยค์ อนเสริ ต์ • เกิดการแสดง “แอ่วลาว” ทีไ่ ดม้ าจากชาวลาวทอี่ พยพเขา้ มา การแสดง “โนรา” ทีไ่ ดม้ าจาก ชาวพทั ลงุ และการแสดง “ยี่เก” ท่ไี ดม้ าจากแขกไทรบรุ ี ซ่ึงการแสดงทง้ั 3 ชนิดนตี้ อ่ มาได้ แพรห่ ลายและเปน็ ปจั จยั ทท่ี าใหเ้ กดิ การแสดงนาฏศลิ ปใ์ หม่ ๆ ขนึ้ 278

ววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั รชั กาลท่ี 4 • โปรดเกล้าฯ ให้ฟ้นื ฟลู ะครหลวงข้ึนใหม่ มีประกาศอนญุ าตให้ คนทั่วไปมคี ณะละครผูห้ ญงิ ได้ • ประกาศกฎหมายภาษมี หรสพ เรยี กวา่ “ภาษโี ขนละคร” เก็บภาษีตามประเภท การแสดงและเรอื่ งที่แสดง • เกิดธรุ กจิ การตงั้ โรงละครและเกบ็ คา่ ชมจากผู้ชม 279

ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั รชั กาลที่ 5 • การละครในสมยั นมี้ กี ารพัฒนาขน้ึ อยา่ งมาก • มีการรบั เอาวฒั นธรรมของตะวนั ตกเขา้ มาผสมผสานกบั นาฏศลิ ปแ์ ละการละคร ของไทย • เกิดละครชนดิ ใหมข่ นึ้ เช่น - ละครพนั ทาง - ละครดกึ ดาบรรพ์ - ละครรอ้ ง - ละครพดู เป็นต้น • ทรงยกเลิกการเกบ็ ภาษีโขนละคร 280

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมัยรชั กาลท่ี 6 • ในสมัยนกี้ ารแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการละครมคี วามรงุ่ เรอื งมาก • โปรดเกลา้ ฯ ให้ตัง้ กรมมหรสพขึ้นเพอ่ื เปน็ การทานบุ ารงุ ศลิ ปะการแสดง นาฏศลิ ป์ การละคร และการดนตรี • มกี ารตั้งโรงเรยี นพรานหลวงฝกึ หดั นาฏศิลปเ์ ปน็ ครงั้ แรก 281

ววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน เรอ่ื งนา่ รู้ โรงเรยี นพรานหลวง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ให้สร้างขนึ้ เพอื่ สอนวชิ าสามัญและ วิชาศิลปะควบคกู่ นั เหมอื นกบั วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป ในปจั จบุ ัน นกั เรยี นของโรงเรียนพรานหลวง เช่น • นายมนตรี ตราโมท (สาขาดนตรไี ทย) • นายเออ้ื สุนทรสนาน (สาขาดนตรฝี รงั่ ) • หม่อมราชวงศค์ กึ ฤทธิ์ ปราโมช ต่อมาในสมยั รัชกาลท่ี 7 พระองคท์ รงมี ความจาเปน็ ตอ้ งตดั ทอนรายจา่ ยตา่ ง ๆ จงึ มพี ระบรม- ราชโองการใหย้ บุ เลกิ กรมมหรสพและโรงเรยี น พรานหลวง เมื่อวนั ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2469 282

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สมยั รัชกาลที่ 7 • ในตอนต้นของรชั กาลเกิดปัญหาทางดา้ นเศรษฐกจิ จงึ ยกเลกิ กรมมหรสพ และไดร้ วมกรมมหาดเลก็ กบั กรมมหรสพเขา้ อยู่ในกระทรวงวงั • เมื่อเศรษฐกจิ ดขี น้ึ จงึ โปรดเกล้าฯ ใหจ้ ดั ตั้งกรมมหรสพขึ้นอกี ครง้ั ตอ่ มาได้ โอนไปสงั กดั อยกู่ รมศลิ ปากร • เกดิ ละครแบบใหมข่ ้นึ คอื “ละครเพลง” หรอื ทรี่ จู้ กั กนั ในชอื่ ของ “ละครจันท โรภาส” และ “ละครหลวงวิจติ รวาทการ” 283

วิวัฒนาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมัยรัชกาลที่ 8 • ทรงทาการฟนื้ ฟนู าฏศลิ ปไ์ ทย เชน่ - ทา่ ราเพลงราแม่บทใหญ่ • การมหรสพตา่ ง ๆ มกี ารจดั แสดงไปตามความนิยมสบื เนอื่ งมาแตส่ มยั รชั กาลท่ี 7 • เกิดมหรสพใหม่ ๆ เชน่ - ภาพยนตรไ์ ทยทม่ี กี ารพากยเ์ สยี ง - ละครวทิ ยุ เปน็ ต้น 284

วิวฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน สมยั รัชกาลที่ 9 • ทรงสนบั สนนุ การแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยและการละครเปน็ อยา่ งมาก • ทรงสนบั สนนุ ใหพ้ ระเจา้ ลกู เธอทกุ พระองคศ์ กึ ษานาฏศลิ ปไ์ ทย • ทรงพระราชนพิ นธเ์ พลงไว้จานวนมาก เชน่ เพลงพระราชนพิ นธใ์ กลร้ งุ่ เพลงพระราช-นพิ นธ์แสง เทยี น เป็นตน้ • ทรงพระราชนพิ นธ์เพลงทใี่ ชแ้ สดงบลั เลตเ์ รื่อง มโนราห์ และพระราชทานนามเพลงน้วี า่ “กินรีสวที ” จดั แสดง ณ พระราชวงั ดสุ ิต • ทรงเปน็ ผพู้ ระราชทานการครอบครเู พอื่ ใหม้ กี ารสบื ทอดการไหวค้ รูโขน–ละคร • ทรงเปน็ องคร์ าชปู ถมั ภกและอคั รศลิ ปนิ ทเี่ ปย่ี มลน้ ไปด้วยพระมหากรณุ าธคิ ณุ ตอ่ วงการ ศลิ ปะการแสดงของไทย • ละครไทยทกุ ประเภทมกี ารสบื ทอดโดยปรมาจารยด์ า้ นนาฏศลิ ป์ โขน-ละคร และจดั การแสดงในโอกาส ตา่ ง ๆ ทั้งงานรัฐพธิ แี ละงานพระราชพธิ ี 285

ววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทยตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั 286 นักเรยี นคิดวา่ การแสดงนาฏศลิ ป์และการละครของไทยในสมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทรร์ ชั กาลใดทร่ี งุ่ เรอื งมากทสี่ ดุ เพราะเหตุใด • สมยั รัชกาลท่ี 2 เพราะเหตผุ ลตอ่ ไปน้ี - เปน็ ยคุ ทวี่ รรณคดรี งุ่ เรืองมาก - เป็นยคุ ทองของศลิ ปะการละคร - มีกวีทม่ี คี วามความสาคญั ถงึ 3 ทา่ น คือ * กรมหมน่ื เจษฎาบดินทร์ * กรมหลวงพทิ กั ษม์ นตรี * สุนทรภู่ - มีบทละครทไ่ี ดร้ ับยกยอ่ งจาก วรรณคดีสโมสรว่าเปน็ สดุ ยอดของ บทละครรา คอื เร่ืองอเิ หนา

ววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ป์และการละครของไทยตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน ใหน้ กั เรยี นเขยี นเครือ่ งหมายหนา้ คาตอบทถี่ กู และเขยี นเครอื่ งหมาย  หน้าคาตอบทผ่ี ดิ  ระบานกเขามะราปเี กดิ ขน้ึ ในสมยั นา่ นเจา้  สมัยกรุงศรีอยธุ ยามกี ารจดั ประเภทของการแสดงนาฏศลิ ป์ เช่น ละครชาตรี ละครนอก ละครใน โขน หนังใหญ่ เป็นตน้  สมัยรชั กาลท่ี 2 เปน็ สมยั ทวี่ รรณคดมี คี วามรงุ่ เรอื งมากและเปน็ ยคุ ทองของ วรรณคดี  ภาษีโขนละครเกดิ ขน้ึ คร้ังแรกในสมยั รชั กาลท่ี 3  ละครเพลงเกิดขนึ้ ครง้ั แรกในสมยั รัชกาลท่ี 7 287

สรปุ สมัยกรงุ ศรีอยธุ ยา เกดิ ละครชาตรี ละครนอก ละครใน โขน หนงั ใหญ่ เป็นตน้ วิวัฒนาการของนาฏศลิ ป์ สมยั กรงุ ธนบุรี ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทละครเรอื่ งรามเกยี รตไ์ิ ว้ 5 ตอน คือ และการละครของไทยต้ังแต่ - ตอนหนมุ านเกย้ี วนางวานรนิ อดีตจนถงึ ปัจจบุ ัน - ตอนทา้ วมาลวี ราชวา่ ความ สมยั น่านเจา้ สมยั กรุงรัตนโกสนิ ทร์ - ตอนทศกัณฐต์ ง้ั พธิ ที รายกรด - ตอนพระลกั ษมณถ์ กู หอกกบลิ พัท • นยิ ายเรอื่ ง “นามาโนราห์” (นางมโนราห)์ รชั กาลที่ 1 - ตอนปลอ่ ยมา้ อปุ การ รชั กาลท่ี 6 • มบี ทละคร 4 เร่อื ง คือ อุณรทุ รามเกยี รติ์ ดาหลงั • การแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการละครรงุ่ เรอื งมาก • ระบานกยงู และระบาหมวก • โปรดเกลา้ ฯ ให้ตง้ั กรมมหรสพ ตง้ั โรงเรยี นพรานหลวงฝกึ หดั และอเิ หนา นาฏศลิ ปเ์ ปน็ ครง้ั แรก สมยั สุโขทยั รัชกาลที่ 2 รชั กาลที่ 7 • ศิลาจารกึ กลา่ ววา่ มี “ระบา รา เต้น • เกิดละครเพลง หรอื “ละครจันทโรภาส” และ “ละครหลวงวจิ ิตร เล่นทกุ ฉันท์” แสดงว่ามกี ารแสดง • วรรณคดมี คี วามรงุ่ เรอื งมาก เปน็ ยคุ ทองของ วาทการ” ประเภทระบา ส่วนคาวา่ “รา” กับ “เตน้ ” อาจหมายถงึ ราละคร เต้น ศิลปะการละคร รชั กาลท่ี 3 รชั กาลที่ 8 โขน การแสดงละครนา่ จะมแี ตย่ งั ไม่ ปรากฏคาเรยี ก • พระองคไ์ มโ่ ปรดการละคร ละครหลวงจงึ คอ่ ย ๆ • ทรงฟนื้ ฟนู าฏศลิ ปไ์ ทย เช่น ทา่ ราเพลงราแมบ่ ทใหญ่ หมดไป เกิดคณะละครตา่ ง ๆ การละครจงึ ดขี นึ้ • การมหรสพตา่ ง ๆ มีการจดั แสดงสบื เนอ่ื งมาจากสมยั รชั กาลท่ี 7 • วฒั นธรรมอนิ เดยี เขา้ มาแพรห่ ลาย ศิลปะดา้ นการฟ้อนราและแบบแผน รชั กาลที่ 4 เชน่ ละครเพลง พธิ กี รรมตา่ ง ๆ มอี ิทธพิ ลตอ่ ระบา • เกดิ มหรสพประเภทภาพยนตรไ์ ทยทม่ี กี ารพากยเ์ สยี ง ละครวิทยุ และละครไทย • มีคณะละครผหู้ ญงิ • มกี ฎหมายภาษมี หรสพ เรียกวา่ “ภาษีโขนละคร” เปน็ ตน้ รชั กาลท่ี 9 • เกิดธรุ กจิ การตงั้ โรงละครและเกบ็ คา่ ชมจากผชู้ ม • ทรงเปน็ องคร์ าชปู ถมั ภกและอคั รศลิ ปนิ ทเ่ี ปยี่ มลน้ ไปดว้ ยพระมหา รัชกาลที่ 5 • รับวฒั นธรรมตะวันตกเขา้ มาผสมผสาน กับนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของไทย กรุณาธคิ ณุ ต่อวงการศลิ ปะการแสดงของไทยเปน็ อยา่ งยง่ิ • เกดิ ละครพนั ทาง ละครดกึ ดาบรรพ์ ละครรอ้ ง ละครพดู ลเิ ก เปน็ ตน้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook