Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore SupakitRakkid

SupakitRakkid

Published by partword12, 2021-01-27 18:55:36

Description: SupakitRakkid

Keywords: SupakidTechlight

Search

Read the Text Version

ห น ้ า | 48 รางเดินสายโลหะ (Metal Wireway)

ห น ้ า | 49 รางเดินสายโลหะทาํ ดว้ ย Aluzinc sheet และ Galvanized sheet เคลือบ ผิวแบบพน่ ดว้ ยสีฝ่นุ Epoxy วางสายเมนขนาดเลก็ และสายสญั ญาณขนาดเลก็ ใชต้ ิดต้งั ภายในอาคารตอ้ งใชง้ านในที่เปิ ดโล่ง เทา่ น้นั ตอ้ งสามารถเขา้ ถึงไดห้ ลงั จากติดตงั แลว้ ถา้ เป็น ชนิดใชภ้ ายนอกอาคารตอ้ งกนั ฝนได้ และไม่ใช้ ในทีทีมีอนั ตรายทางกายภาพ การติดตงั ราง เดินสายตอ้ งมีการจบั ยดึ ทีมนั คงแขง็ แรงทกุ ระยะห่างกนั ไม่ เกิน 1.50 เมตร และไมอ่ นุญาต ใหต้ อ่ รางเดินสาย ณ จุดทีผา่ นผนงั หรือพ้ืนและไมอ่ นุญาตใหใ้ ชร้ าง เดินสายเป็นตวั นาํ สาํ หรับ ต่อลงดิน การเดินสายในรางเดินสายโลหะ (Metal wireway) รางเดินสายทีติดตงั ในสถานท่ีเปี ยก ตอ้ งเป็นแบบกนั ฝน และห้ามใชร้ างเดินสายโลหะใน สถานท่ีตอ่ ไปน้ี - ในท่ีซ่ึงอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ - ในทีมีไอท่ีทาํ ใหเ้ กิดการผกุ ร่อน - ในที่อนั ตราย 2. จาํ นวนสายไฟฟ้าท่ีมีกระแสไหลในรางเดินสาย ตอ้ งไม่เกิน 30 เส้น สายไฟฟ้าในวงจร สัญญาณหรือวงจรควบคุมระหวา่ งมอเตอร์กบั สตาร์ทเตอร์ที่ใช้ เฉพาะช่วงเวลาสตาร์ทมอเตอร์ ไมถ่ ือวา่ เป็นสายไฟฟ้าท่ีมีกระแสไหล 3. พ้นื ท่ีหนา้ ตดั ของตวั นาํ และฉนวนทกุ เสน้ ในรางเดินสายรวมกนั ไม่เกินร้อยละ 20 ของ พ้นื ท่ีหนา้ ตดั ภายในรางเดินสาย 4. ขนาดกระแสของสายในรางเดินสาย ใหเ้ ป็นไปตามตารางโดยไมต่ อ้ งใชต้ วั คูณลด เรือง จาํ นวนสาย 5. ในกรณีท่ีจาํ นวนสายไฟฟ้าทีมีกระแสไหลในรางเดินสายเกิน 30 เส้น ใหใ้ ชต้ วั คูณลด กระแส เร่ืองจาํ นวนสาย แต่ท้งั น้ีพ้ืนที่หนา้ ตดั ของตวั นาํ และฉนวนทกุ เสน้ ในรางเดินสายรวมกนั ตอ้ งไม่ เกินร้อย ละ 20 ของพ้ืนที่หนา้ ตดั ภายในรางเดินสาย ขอ้ กาํ หนดเกี่ยวกบั การติดต้งั รางเดินสายโลหะ 1. การต่อสายในรางเดินสายเฉพาะส่วนทีเขา้ ถึงได้ พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ของสายและฉนวน รวมท้งั หวั ต่อรวมกนั แลว้ ตอ้ งไม่เกินร้อยละ 75 ของพ้นื ท่ีหนา้ ตดั ภายในของรางเดินสาย บริเวณจุดต่อ

ห น ้ า | 50 2. หา้ มต่อรางเดินสายตรงจุดที่ทะลุผา่ นผนงั หรือพ้ืน . จุดปลายทางของรางเดินสายตอ้ งปิ ด 4. ในรางเดินสาย ตรงตาํ แหน่งท่ีตอ้ งมีการตดั งอสาย เช่นปลายทาง ตาํ แหน่งที่มีท่อสายเขา้ ออก รางเดินสายตอ้ งจดั ใหม้ ีท่ีวา่ งสาํ หรับตดั งอสายอยา่ งเพยี งพอ และมีการป้องกนั ไม่ใหม้ ี ส่วนคมที่อาจบาดสายได้ 5. หา้ มใชร้ างเดินสายเป็นตวั นาํ แทนสายดิน 6. รางเดินสายตอ้ งมีการจบั ยดึ ทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากปลายหรือจุดต่อ ไม่เกิน 1.50 เมตร สาํ หรับรางเดินสายในแนวดิงตอ้ งมีการจดั ยดึ ทกุ ระยะ 4.50 เมตร และ หา้ มมีจุดต่อเกิน 1 จุด ในแตล่ ะระยะจบั ยดึ การติดต้งั wire way จาํ เป็นตอ้ งใชข้ อ้ ต่อและอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมดงั น้ีคือ

ห น ้ า | 51 ตวั อยา่ งการติดต้งั รางเดินสายโลหะ (Metal Wireway)

ห น ้ า | 52 Busway Busway หมายถึง อุปกรณ์สาํ เร็จรูปทีมีลกั ษณะเป็นกลุ่มตวั นาํ ถูกห่อหุม้ อยภู่ ายใน โครงโลหะ เพื่อใชแ้ ทนการเดินสายไฟในราง เหมาะกบั บริเวณที่ตอ้ งการกระแสสูงๆ Busway ทาํ หนา้ ท่ีแทนสายไฟฟ้า ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าจาก หมอ้ แปลงมายงั MDB หรือ จ่าย กระแสไฟฟ้าจาก MDB ไปยงั โหลด เนื่องจากโครงสร้างผลิตจาก ตวั นาํ ไฟฟ้า (ทองแดงหรืออลูมิเนียม) หุ้มฉนวน (Mylar หรือ Epoxy) ติดต้งั ในโครงอลมู ิเนียม ซ่ึงทาํ หนา้ ที่เป็น Ground Bus หรือเรียกอีกชื่อวา่ Integral Ground Bus (IGB) เมื่อเปรียบเทียบกบั การเดินสายไฟใน Cable tray หรือ Ladder แลว้ จะ เห็นไดว้ า่ การเลือกใช้ Busway จะมีขนาดเลก็ กวา่ และยงั สามารถสาํ รองจุดเช่ือมต่อ (Plugin Feeder) สาํ หรับโหลดในอนาคตไดด้ ว้ ย โครงสร้างของ Busway โครงสร้างหลกั ๆ ของ busway ประกอบดว้ ยตวั นาํ (Bus bar) , ฉนวน (Insulator) , Housing และ Ground bus

ห น ้ า | 53 ตวั นาํ มีใหเ้ ลือก 2 แบบคือ ทองแดงและอลมู ิเนียม ถา้ เป็นทองแดงจะเคลือบผิวดว้ ยเงิน ขณะที่ อลมู ิเนียมจะเคลือบผิวดว้ ยดีบุกเพอื ป้องกนั การกดั กร่อน สาํ หรับตวั นาํ อลูมิเนียม จะมีนาํ หนกั เบาและ ราคาถกู กวา่ ทองแดงมากจึงไดร้ ับความนิยมมากกวา่ พกิ ดั การทนกระแสของตวั นาํ มี ดงั น้ีคอื 225, 400, 600, 800, 1000, 1200, 1350, 1600, 2000, 2500, 3000, 4000, 5000 A ฉนวน ฉนวน ท่ีใชห้ ่อหุม้ ตวั นาํ มี 2 แบบคอื Polyester film และ Epoxy coat ฉนวน ท้งั สองมีคณุ สมบตั ิ ใกลเ้ คยี งกนั นอกจากนี ยงั แบ่งฉนวน ตามความสามารถในการทนอณุ หภูมิ สูงสุด ของฉนวนดว้ ยคอื - class A (ทนอณุ หภูมิสูงสุด 105 องศาเซลเซียส) - class B (ทนอณุ หภูมิสูงสุด 130 องศาเซลเซียส) การเลือกใชฉ้ นวนจึงควรพจิ ารณาอุณหภูมิใชง้ านเป็นสาํ คญั Housing โครงท่ีห่อหุม้ ตวั นาํ ใชว้ สั ดุ 2 ชนิดคือ อลมู ิเนียมและ Epoxy paint steel Ground bus Ground bus เป็นระบบกราวดข์ อง busway ที่ถกู พฒั นาข้นึ เพ่ือใหร้ ะบบมี return path ทีดีเมื่อเกิด ฟอลตล์ งดิน การติดตงั บสั เวย์ (Busways) 1. บสั เวยต์ อ้ งติดต้งั ในท่ีเปิ ดเผย มองเห็นได้ และสามารถเขา้ ถึงไดเ้ พื่อการตรวจสอบ และ บาํ รุงรักษา ตลอดความยาวทงั หมด ขอ้ ยกเวน้ ที 1 ยอมใหบ้ สั เวยท์ ีติดตงั หลงั ทีกาํ บงั เช่น เหนือฝ้าเพดาน โดยจะตอ้ งมีทางเขา้ ถึง ได้ และตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาํ หนดต่อไปน้ีท้งั หมด ก. ไม่มีการติดตงั เคร่ืองป้องกนั กระแสเกินทีบสั เวย์ นอกจากเครืองป้องกนั กระแสเกินของ ดวงโคม หรือโหลดอ่ืน ๆ เฉพาะจุด

ห น ้ า | 54 ข. ช่องวา่ งดา้ นหลงั ทีกาํ บงั ที่จะเขา้ ถึงไดต้ อ้ งไมใ่ ชเ้ ป็นช่องลมของเคร่ืองปรับอากาศ ค. บสั เวยต์ อ้ งเป็นชนิดปิ ดมิดชิด ไมม่ ีการระบายอากาศ ง. จุดต่อระหวา่ งช่องและเครืองประกอบ ตอ้ งเขา้ ถึงไดเ้ พ่ือการบาํ รุงรักษา ขอ้ ยกเวน้ ที 2 ยอมใหบ้ สั เวยท์ ี่ติดตงั หลงั ทีกาํ บงั ท่ีสามารถเขา้ ถึงได้ และ ท่ีจดั ใหเ้ ป็นท่ี หมุนเวยี น อากาศดว้ ย ตอ้ งเป็นไปตามขอ้ กาํ หนดต่อไปน้ีท้งั หมด ก. บสั เวยต์ อ้ งเป็นชนิดปิ ดมิดชิด ไมม่ ีการระบายอากาศ ข. ใชบ้ สั บาร์ชนิดหุม้ ฉนวน ค. ไมม่ ีจุดต่อแยก ชนิด Plug-in 2. หา้ มใชบ้ สั เวยใ์ นสถานท่ีต่อไปน้ี ก. บริเวณทีอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอยา่ งรุนแรง หรือมีไอทีทาํ ใหเ้ กิดการผกุ ร่อน ข. ในปล่องลิฟทห์ รือปล่องขนของ ค.ในที่อนั ตราย ง. ภายนอกอาคาร ที่ช้ืนหรือเปี ยก นอกจากจะเป็นชนิดทีออกแบบไวส้ าํ หรับงานน้นั ๆ ขอ้ กาํ หนดเก่ียวกบั การติดตงั บสั เวย์ . บสั เวย์ ตอ้ งจบั ยดึ อยา่ งมนั คง ระยะห่างระหวา่ งจุดจบั ยดึ ตอ้ งไมเ่ กิน 1.50 เมตร หรือ ตามการ ออกแบบของผผู้ ลิต . จุดปลายทางของบสั เวยต์ อ้ งปิ ด . การต่อแยกบสั เวย์ ตอ้ งต่อดว้ ยเคร่ืองประกอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและตอ้ งติดต้งั เครื่องป้องกนั กระแสเกินทีจุดต่อแยก เพื่อใชป้ ้องกนั วงจรท่ีตอ่ แยก นอกจากจะระบไุ วเ้ ป็น อยา่ งอื่น . เครื่องป้องกนั กระแสเกินของบสั เวย์ ตอ้ งเป็นไปตามท่ีกาํ หนดในบทท่ี 4 . การลดขนาดของบสั เวย์ ตอ้ งติดตงั เครืองป้ องกนั กระแสเกิน ยก เวน้ ในโรงงานอุตสาหกรรม บสั เวยท์ ี่เลก็ ลง มีขนาดกระแสมากกวา่ หรือเทา่ กบั 1 ใน 3 และความ ยาวของบสั เวยท์ ี่มีขนาดเลก็ กวา่ ยาวไม่เกิน 15 เมตร ไม่ตอ้ งติดตงั เครื่องป้องกนั กระแสเกิน . บสั เวยต์ อ้ งไมต่ ิดต้งั ใหส้ มั ผสั กบั วสั ดุที่ติดไฟง่าย

ห น ้ า | 55 . เปลือกหุม้ ที่เป็นโลหะของบสั เวย์ ตอ้ งต่อลงดินและใชแ้ ทนสายดินได้ ถา้ บสั เวยไ์ ดอ้ อกแบบ ไว้ ตวั อยา่ งการติดตงั บสั เวย์ (Busways)

ห น ้ า | 56 แบบฝึกหดั บทที่ 4 การเดินสายในรางเดินสาย และรางเคเบิล จงตอบคาํ ถามต่อไปนีใหไ้ ดใ้ จความสมบรณ์ 1. ขอ้ ดีของการเดินสายดว้ ยรางเคเบิล และ รางเดนสายคืออะไร ........................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... 2. รางเคเบิล (Cable Tray) มีก่ีชนิดอะไรบา้ ง แต่ละชนิดมีความแตกต่างกนั อยา่ งไร ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... 3. ขอ้ กาํ หนดที่สาํ คญั ในการติดต้งั รางเคเบิลมีอะไรบา้ ง ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................

ห น ้ า | 57 4. สายและอปุ กรณ์ใดบา้ งที่อนุญาตใหต้ ิดต้งั บนรางเคเบิลได้ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... รางเดินสาย (Wire way) มีความแตกแตง่ กบั รางเคเบิล (cable tray) อยา่ งไร ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... . ขอ้ กาํ หนดสาํ หรับรางเดินสายมีอะไรบา้ ง อธิบายพอเขา้ ใจ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... . ส่วนประกอบที่สาํ คญั ของบสั เวยม์ ีอะไรบา้ ง อธิบายพอเขา้ ใจ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................

ห น ้ า | 58 . สถานที่ใดหา้ มทาํ การติดต้งั ดว้ ย บสั เวย์ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... . ขอ้ กาํ หนดเกี่ยวกบั การติดต้งั บสั เวยม์ ีอะไรบา้ ง ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .........................................................................................................................................

ห น ้ า | 59 บทที่ 5 อปุ กรณ์ป้องกนั ในระบบฟิ วส์(FUSE) เป็นอปุ กรณ์ทีใชส้ าํ หรับจาํ กดั จาํ นวนกระแสท่ีไหลในวงจรมีลกั ษณะเป็นตวั นาํ ไฟฟ้า ประกอบดว้ ย เสน้ ลวดทาํ มาจากโลหะชนิดออ่ น บรรจุอยูภ่ ายในอุปกรณ์ห่อหุม้ ซ่ึงสามารถที่จะ หลอมละลายและตดั วงจรไดเ้ มือใชง้ านไฟฟ้ามากเกินไปฟิ วส์แต่ละรุ่น จะมีการแจง้ อตั ราทน กระแสกาํ กบั ไว้ อตั ราทน กระแสหมายถึงปริมาณกระแสไฟฟ้าสูงสุดท่ียอมใหไ้ หลผา่ นฟิ วส์ได้ มีลกั ษณะดงั รูป

ห น ้ า | 60 การเลือกใชฟ้ ิ วส์ . พิกดั แรงดนั ไฟฟ้าของฟิ วส์ ควรจะมากกวา่ แรงดนั ไฟฟ้าของวงจรที่ใชอ้ ยู่ . พกิ ดั ของกระแสไฟฟ้าของฟิ วส์ ควรมากกวา่ กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ไหลในวงจรน้นั เลก็ นอ้ ยประมาณเท่าของกระแสสูงสุด การบาํ รุงรักษาและการใชฟ้ ิ วส์ . จะตอ้ งติดตงั ฟิ วส์ภายในกล่องท่ีเหมาะสมที่ปิ ดแน่นพอทีจะไมใ่ หฝ้ ่นุ ละออง และเศษผง ต่าง ๆ เขา้ ไปเกาะจบั เพราะจะทาํ ใหเ้ กิดไฟลกุ ข้ึนไดใ้ นเวลาที่วสั ดุหลอมละลาย . การต่อระหวา่ งขวั ตอ้ งแน่ใจวา่ ส่วนต่อทางไฟฟ้ามีความมนั คงถาวร เซฟต้ีสวิตช์ (Safety switch) เซฟต้ีสวติ ชห์ รือสวิตชน์ ิรภยั เป็นอุปกรณ์ทีใชค้ วบคมุ วงจรไฟฟ้าที่ปลอ่ ยใหก้ ระแสไฟฟ้า ไหลเขา้ วงจรและตดั กระแสไฟฟ้าไมใ่ หเ้ ขา้ วงจรไดต้ ามตอ้ งการ เซฟต้ีสวิตชจ์ ะมีท้งั มีฟิ วส์ และไมม่ ีฟิ วส์ในตวั เซฟต้ีสวิตช์ มีลกั ษณะดงั รูป

ห น ้ า | 61 เซฟต้ีสวติ ชช์ นิดในตวั มีฟิ วส์จะมีทียดึ ฟิ วส์ในขาท่ีไม่ต่อลงดิน และใชส้ าํ หรับปลดวงจร ป้องกนั กระแสเกิน รวมทงั กระแสลดั วงจรของสายป้อน ฟิ วส์ทีใชเ้ ป็นฟิ วส์กระบอก ต้งั แต่ 0.1 แอมป์ ข้นึ ไป เซฟต้ีสวิตชช์ นิดในตวั สวิตชไ์ มม่ ีฟิ วส์ ใชส้ าํ หรับปลดวงจร ควบคมุ สายป้อนวงจรยอ่ ย ซึงมีอปุ กรณ์ป้องกนั กระเกินอยแู่ ลว้ ชุดของสวิตชช์ นิดน้ี ส่วนที นาํ กระแสไฟฟ้าจะบรรจุอยใู่ นกลอ่ งท่ีมีฝาปิ ด เมือ ปิ ดฝาจะยกคนั โยกใหว้ งจรทาํ งานแลว้ จะล๊อก ไม่สามารถเปิ ดฝาได้ Circuit Breaker circuit breaker หมายถึง อุปกรณ์ที่ทาํ งาน เปิ ดและปิ ดวงจรไฟฟ้า แบบไม่ อตั โนมตั ิ แตส่ ามารถเปิ ด วงจรไดอ้ ตั โนมตั ิ ถา้ มีกระแสไหลผา่ น เกินกวา่ คา่ ทีกาํ หนด โดย ไมม่ ีความเสียหายเกิดข้นึ Circuit Breaker แรงดนั ต่าํ หมายถึง circuit breaker ที่ใชก้ บั แรงดนั นอ้ ยกวา่ 1000 volt แบ่ง ออกไดห้ ลายชนิด ไดแ้ ก่ 1. Molded case circuit breaker (MCCB) 2. AIR circuit breaker 3. Miniature circuit breaker Molded case circuit breaker (MCCB) หมายถึง circuit breaker ที่ถูกห่อหุม้ มิดชิดโดย mold 2 ส่วน มกั ทาํ ดว้ ย phenolic ซึงเป็นฉนวนไฟฟ้า สามารถทนแรงดนั ใชง้ านได้ circuit breaker แบบนี มีหนา้ ท่ีหลกั 2 ประการคือทาํ หนา้ ที่เป็นสวิทซ์เปิ ดปิ ดดว้ ยมือ และเปิ ดวงจรโดย

ห น ้ า | 62 อตั โนมตั ิ เม่ือมีกระแสไหลเกิน หรือเกิดลดั วงจร โดย breaker จะอยใู่ น ภาวะ trip ซึง อยกู่ ่ึงกลางระหวา่ งตาํ แหน่ง ON และ OFF เราสามารถ reset ใหมไ่ ดโ้ ดย กดคนั โยก ใหอ้ ยู่ ในตาํ แหน่ง OFF เสียก่อน แลว้ ค่อยโยกไปตาํ แหน่ง ON การทาํ งานแบบน้ี เรียกวา่ quick make , quick break ลกั ษณะของ circuit breaker แบบน้ีที่พบเห็นโดยทว่ั ไปคือ Thermal unit ใชส้ าํ หรับปลดวงจรเม่ือมีกระแสไหลเกินอนั เนื่องมาจากการใช้ โหลดมากเกินไป ลกั ษณะการทาํ งานดูไดจ้ ากรูป เม่ือมีกระแสเกินไหลผา่ นโลหะ bimetal (เป็นโลหะ 2 ชนิด ที่มีสมั ประสิทธิ ทางความร้อน ไม่เทา่ กนั ) จะทาํ ให้ bimetal โก่งตวั ไปปลดอุปกรณ์ทางกลและทาํ ให้ CB. ตดั วงจร เรียกวา่ เกิดการ trip การปลดวงจรแบบน้ี ตอ้ ง อาศยั เวลาพอสมควร ข้นึ อยกู่ บั กระแสขณะน้นั และ ความร้อนที่เกิดข้ึนจนทาํ ให้ bimetal โก่งตวั Magnetic unit ใชส้ าํ หรับปลดวงจรเม่ือเกิดกระแสลดั วงจรหรือมีกระแสสูงๆ ประมาณ 8-10 เท่าข้นึ ไปไหลผา่ น กระแสจาํ นวนมากจะทาํ ใหเ้ กิดสนามแมเ่ หลก็ ความเขม้ สูง ดึงให้ อุปกรณ์การปลดวงจรทาํ งานไดก้ ารตดั วงจรแบบน้ีเร็วกวา่ แบบแรกมาก โอกาสที circuit breaker จะชาํ รุดจากการตดั วงจรจึงมีนอ้ ย

ห น ้ า | 63 Solid state trip or Electronic trip molded case circuit breaker เป็น circuit breaker ชนิดหน่ึงทีมี อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ทาํ หนา้ ที่ วิเคราะหก์ ระแสเพ่ือสงั ปลดวงจร จาก diagram จะเห็นวา่ มี CT อยภู่ ายในตวั breaker ทาํ หนา้ ที่แปลงกระแส ใหต้ าํ ลง ตามอตั ราส่วนของ CT และมี microprocessor คอยวิเคราะห์กระแส หากมีคา่ เกินกวา่ ที่กาํ หนด จะสงั ให้ tripping coil ซ่ึง หมายถึง soliniod coil ดึงอปุ กรณ์ทาง กลให้ CB. ปลดวงจร โครงสร้างและส่วนประกอบของเบรกเกอร์ • name plate ปรากฏที่ดา้ นหนา้ หรือดา้ นขา้ งของเบรคเกอร์ โดยมกั กาํ หนด รายละเอียดเก่ียวกบั เบรกเกอร์น้นั ๆ เช่น จาํ นวนข้วั , แรงดนั , กระแส ในส่วนของ กระแสจะระบุ 3 จาํ นวน ประกอบดว้ ย ampere trip , ampere frame และ interrupting capacity

ห น ้ า | 64 • arcing chamber บางคร้ังเรียกวา่ arc chute มีลกั ษณะเป็นแผน่ โลหะวาง ซอ้ นกนั เป็ นชนั ๆ อยู่ เหนือหนา้ สมั ผสั (contact) ของเบรกเกอร์ ทาํ หนา้ ทีช่วยดบั อาร์ก • หนา้ สมั ผสั (contact) นิยมทาํ ดว้ ยทองแดงเคลือบผิวหนา้ ดว้ ยเงินเพือใหท้ นต่อเปลว อาร์กไดด้ ี ประกอบดว้ ย fixed contact และ movable contact • กลไกตดั วงจร สาํ หรับเบรกเกอร์ขนาดเลก็ ทวั่ ไปแบง่ เป็นอาศยั ความร้อนและอาศยั อาํ นาจ แมเ่ หลก็ แบบอาศยั ความร้อน ใชห้ ลกั การโก่งตวั ของโลหะ bimetal เพอื่ ปลดกลไก ส่วนแบบ อาศยั อาํ นาจแม่เหลก็ ใชแ้ รงดึงดูดของแมเ่ หล็กไฟฟ้าของขดลวด ที่กระทาํ ต่อ แผน่ โลหะเพ่ือปลดกลไก Air circuit breaker เป็น circuit breaker ที่ใชก้ บั แรงดนั <1000 volt มีขนาดใหญใ่ ชเ้ ป็น main CB. โดยทวั่ ไปมีพิกดั กระแสต้งั แต่ 225-6300 A. และมี interrupting capacity สูงตงั แต่ 35-150 KA. โครงสร้างทวั่ ไปทาํ ดว้ ย เหลก็ มีช่องดบั อาร์ก (Arcing chamber) ที่ใหญ่โตแขง็ แรงเพื่อใหส้ ามารถรับ กระแสลดั วงจรจาํ นวนมาก ได้ Air CB. ที่มีขายในทอ้ งตลาด มกั ใชอ้ ปุ กรณ์ อิเลก็ ทรอนิกส์ตรวจจบั และวิเคราะห์กระแสเพื่อปลดวงจร Air CB. มี 2 ชนิดคอื Fixed type และ Draw out type Air CB. แบบ Drawout type เป็น circuit breaker ชนิดชกั ออก ซ่ึงติดต้งั บนฐานรางเลือน สามารถถอดเปล่ียน/ ซ่อม ไดส้ ะดวก รวดเร็ว circuit breaker อีกชนิดหน่ึง คือ direct current breaker มีใชก้ บั ชนิด draw out เทา่ น้นั เพ่ือขยาย ความสามารถการทนกระแสของ เบรกเกอร์ มีลกั ษณะดงั รูป

ห น ้ า | 65 Air CB. แบบ Fixed type เป็น circuit breaker ชนิดยดึ ติดกบั ท่ีซ่ึงที่จริงแลว้ กค็ ือส่วนท่ีเคลือนท่ี ของ circuit breaker แบบ drawout โดยเพมิ ปี กโลหะ (fixing bracket) ประกบดา้ นขา้ งท้งั 2 ดา้ น มีลกั ษณะดงั รูป

ห น ้ า | 66 Miniature circuit breaker เป็น circuit breaker ขนาดเลก็ ใชต้ ิดต้งั เป็นอุปกรณ์ป้องกนั ร่วมกบั แผงจ่ายไฟฟ้า ยอ่ ย (Load center) หรือ แผงจ่ายไฟฟ้าประจาํ หอ้ งพกั อาศยั (consumer unit) circuit breaker ชนิดน้ีไมส่ ามารถปรับต้งั คา่ กระแสตดั วงจรได้ มีท้งั แบบ 1 pole , 2 pole และ 3 pole อาศยั กลไกการปลดวงจรท้งั แบบ thermal และ magnetic มีรูปร่างทวั่ ไปดงั รูป พิกดั แรงดนั ของเบรกเกอร์ชนิดน้ีจะอยทู่ ี่ 240/415 Vac. มี Ampere trip สูงสุด 100 A. และมี interrupting capacity ตงั แต่ 5 KA. ข้นึ ไป และ เนืองจากเป็นเบรกเกอร์ขนาดเลก็ จึงมกั ใชป้ ้องกนั วงจร ยอ่ ยเช่น วงจรแสงสวา่ ง วงจรเตา้ รับ หรือเครืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ ทวั่ ไป นอกจากนียงั มีรุ่นทีสามารถ ป้องกนั ไฟฟ้าดูดไดด้ ว้ ย เรียกวา่ Earth leakage circuit breaker (ELCB) พิกดั กระแสของ circuit breaker ที่ควรรู้จกั มี 3 ตวั คอื Ampere Trip (AT) เป็นพกิ ดั กระแส handle rating ซ่ึงบอกใหร้ ู้วา่ สามารถ ทนกระแสใชง้ านในภาวะ ปกติไดส้ ูงสุดเทา่ ใด มกั แสดงค่าไวท้ ี่ name plate หรือดา้ ม โยกของเบรกเกอร์ ซ่ึงมาตรฐานของ NEC 1990 paragraph240-6 กาํ หนด ดงั น้ี 15 , 60 , 70 , 80 , 90 , 100 , 110 , 125 , 150 , 175 , 200 , 225 , 250 , 300 , 350 , 400 , 450 , 600 , 700 , 800 , 1000 , 1200 , 1600 , 2000 , 2500 , 3000 , 4000 , 5000 , 6000 A. ในกรณีที่ขนาดอุปกรณ์ของผผู้ ลิตบางรายไม่มีคา่ ตรงกบั ค่าที่กาํ หนด ก็สามารถ เลือกใชค้ ่าที สูงข้นึ ไปแทนได้ สิงควรรู้เพิ่มเติมก็คือ พกิ ดั การทนกระแส ของเบรกเกอร์ถกู แบง่ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ - standard circuit breaker ในที่น้ีหมายถึงชนิด thermal magnetic ซึงถา้ นาํ เอาเบรกเกอร์ชนิดน้ีไปใชก้ บั โหลดตอ่ เน่ือง จะปลดวงจรที่ 80 % ของพกิ ดั กระแสเบรกเกอร์

ห น ้ า | 67 - 100% rated circuit breaker แบบนีถา้ นาํ ไปใชก้ บั โหลดต่อเนื่อง จะตดั วงจรที่พิกดั กระแสของเบรกเกอร์ แตจ่ ะมีเฉพาะสินคา้ ของอเมริกาเท่าน้นั Ampere Frame (AF) พิกดั กระแสโครง ซ่ึงหมายถึงพิกดั การทนกระแสสูงสุดของ เบรกเกอร์ในรุ่นน้นั ๆ Ampere Frame มีประโยชนค์ ือ สามารถเปลี่ยนพิกดั Ampere Trip ไดโ้ ดยทีขนาด (มิติ) ของเบรกเกอร์ ยงั คงเท่าเดิม คา่ AF ตามมาตรฐาน NEMA มีดงั น้ี 50 , 100 , 225 , 250 , 400 , 600 , 800 , 1000 , 1200 , 1600 , 2000 , 2500 , 4000 , 5000 AF Interrupting Capacity (IC) เป็นพิกดั การทนกระแสลดั วงจรสูงสุดโดย ปลอดภยั ของเบรกเกอร์น้นั ๆ โดยปกติกาํ หนดคา่ การทนกระแสเป็น KA. ค่า IC จะบอก ใหร้ ู้วา่ เบรกเกอร์ท่ีใชน้ นั มีความปลอดภยั มาก นอ้ ยเพียงใด การเลือกค่ากระแส IC จะตอ้ งรู้ ค่ากระแสลดั วงจร ณ. จุดน้นั ๆ เสียก่อน Load center Load center เหมาะสาํ หรับควบคมุ ระบบไฟฟ้าในอาคาร ขนาดกลางและ ใหญ่ หรือโรงงาน อุตสาหกรรม แบง่ ออกเป็น 2 ชนิดคือ Main Lugs และ Main Breaker Load center แบบ Main Lugs

ห น ้ า | 68 จะมี lug ต่อสายซ่ึงใชต้ อ่ กบั สายเมนทงั 3 เฟส และ terminal สาํ หรับต่อสายนิวทรอล โดยไม่มีตวั ควบคมุ หลกั (Main CB.) การจ่ายกระแสของ load center ชนิดน้ี จะจ่ายผา่ น busbar ไปยงั miniature circuit breaker ซ่ึงมากหรือนอ้ ย ข้นึ อยกู่ บั ความสามารถในการทนกระแสของ busbar เช่น 100A , 225A เป็นตน้ การเลือกใชง้ านใหพ้ ิจารณาจากจาํ นวนวงจรยอ่ ย ท่ีตอ้ งการ ไดแ้ ก่ 12,18,24,30,36 และ 42 วงจร ยอ่ ย ( 1 วงจรยอ่ ย สามารถ ใส่ miniature CB. แบบ 1 ขวั ได้ 1ตวั ) โดยกระแสใชง้ าน ท้งั หมดไม่ควร เกิน 80% ของพกิ ดั Load center เช่น เลือกพกิ ดั busbar 100 A กระแสใชง้ านโดยรวมไมค่ วรเกิน 80 A แต่เน่ืองจาก Load center ชนิดน้ีไม่มีตวั ควบคมุ หลกั การใชง้ าน จึงมกั ใชค้ วบคกู่ บั safety switch หรือใช้ ร่วมกบั อปุ กรณ์ควบคมุ หลกั อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงเสมอ Load center แบบ Main breaker คลา้ ยกบั แบบ Main lugs แตจ่ ะมี Main CB. แบบ 3 ข้วั ทาํ หนา้ ที่เป็นตวั ควบคุม หลกั ในการจ่าย กระแสผา่ น busbar ไปยงั miniature circuit breaker โดย พิกดั การทนกระแสสูงสุด ของ Main CB. ตอ้ งไม่เกินพิกดั การทนกระแสของ busbar เช่น รุ่นที่มีพกิ ดั busbar 100A สามารถเลือก Main CB. ได้ ต้งั แต่ 15,20,30,40,50,60,70,80,90 และ 100A เป็นตน้ การเลือกใช้ งานนอกจากจะพจิ ารณาจาํ นวนวงจรยอ่ ย ซ่ึงเหมือนกบั แบบ Main lugs แลว้ ตอ้ งเลือก ขนาด Main CB. ให้เหมาะสมดว้ ย โครงสร้างและการใชง้ าน

ห น ้ า | 69 ภายใน load center จะประกอบดว้ ยแท่งตวั นาํ (bus bar) เรียงจากซา้ ยไปขวาคือ เฟส A , B , C ตามลาํ ดบั และมีการเรียง ลาํ ดบั วงจรจากซา้ ยไปขวาและบนลงล่างดงั รูป การเลือก Load center มาใชง้ านน้นั จะมีวงจรย่อยไดไ้ ม่เกิน 42 วงจรยอ่ ย และควร จดั ใหม้ ีการจ่ายโหลดประเภทตา่ งๆ แยกกนั เช่น วงจรยอ่ ยแสงสวา่ ง, วงจรย่อยเตา้ รับ, วงจร ยอ่ ยเครืองใชไ้ ฟฟ้าวงจรยอ่ ยเฉพาะเป็นตน้ สาํ หรับวงจรยอ่ ย แสงสวา่ งและเตา้ รับทว่ั ไป โหลดในวงจรยอ่ ยน้นั ไม่ควรเกิน 60% ซ่ึงถือเป็นการ เผื่อโหลดในอนาคต แต่รวมแลว้ ไมเ่ กิน 80% ของ พิกดั วงจรยอ่ ย กรณีที่เป็น load center 3 เฟส การจดั วงจรยอ่ ยใหส้ มดุลย์ จะช่วยใหก้ ารใช้ ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ ดงั นนั จึงควรต่อโหลด เรียงกนั ดงั น้ีคอื ต่อเขา้ ที่วงจรหมายเลข 1 , 3 , 5 ตาม ดว้ ย 2 , 4 , 6 และ 7 , 9 , 11 ไป เรื่อย ๆ โดยแต่ละวงจรพยายามแบ่งโหลด ใหม้ ีค่าเทา่ กนั หรือ ใกลเ้ คียงกนั หลงั จากจดั วงจรยอ่ ยของโหลดตา่ งๆ ครบแลว้ ตอ้ งจดั ใหม้ ี วงจรยอ่ ยสาํ รองและวงจรย่อยวา่ ง โดย วงจร ยอ่ ยสาํ รองเป็นวงจร ทีมี miniature CB. ติดต้งั อยแู่ ตไ่ มม่ ีการจ่ายไฟและไมม่ ีสายไฟ ตอ่ อยกู่ บั CB. ส่วนวงจร ยอ่ ยวา่ งจะไมม่ ี CB. ติดตงั แตอ่ ยา่ งใด จะเห็นเป็ นช่องวา่ งเท่านัน ใน Load center ตวั หน่ึงๆ ควรมี วงจรยอ่ ย สาํ รองและวงจรยอ่ ยวา่ งประมาณ 20% จากน้นั ใหร้ วม โหลดในแตล่ ะเฟส ยกเวน้ วงจรยอ่ ยวา่ งและตรวจสอบ ดูวา่ มีคา่ ใกลเ้ คยี งกนั หรือไม่ ระบบ สมดุลท่ีดีน้นั แตล่ ะเฟสควรต่างกนั ไมเ่ กิน 20% ถา้ ตา่ งกนั มากกวา่ นีควร จดั สลบั วงจรเสียใหม่ ใหส้ มดุลย์ Consumer Unit

ห น ้ า | 70 เป็นแผงไฟฟ้าสาํ เร็จรูปนิยมใชใ้ นบา้ นหรือสาํ นกั งานขนาดเลก็ ที่ใชไ้ ฟฟ้าระบบ 1 เฟส 220 โวลท์ มี ลกั ษณะดงั รูป Consumer Unit ประกอบดว้ ยเมนเบรกเกอร์ (2 ขวั ) และเบรกเกอร์ยอ่ ย (1 ข้วั ) ที่เสียบต่ออยกู่ บั bus bar มีข้วั ตอ่ สายนิวทรอล และขวั ต่อสายกราวด์ ที่นิยมใชท้ วั่ ไปมีจาํ นวนวงจรยอ่ ยตงั แต่ 4-16 วงจร ยอ่ ย รูปดา้ นบนแสดงรายละเอียดภายในของ consumer unit

ห น ้ า | 71 • หมายเลข1 = เมนเบรกเกอร์ 2 ข้วั ใหเ้ ลือกขนาดตามมิเตอร์ของการไฟฟ้า (สูงสุดไมเ่ กิน 100 A) • หมายเลข2 = bus bar สาํ หรับวงจรขนาด 100 A • หมายเลข3 = Neutral Lug (N) • หมายเลข4 = Ground bar (G) • หมายเลข5 = miniature CB. แบบ 1 ข้วั สาํ หรับวงจรยอ่ ย • หมายเลข6 = Earth leakage miniature CB. แบบ 1 ข้วั (เป็นเบรกเกอร์ชนิดกนั ไฟดูด อาจใช้ หรือไม่กไ็ ด)้ การเลือก consumer unit มาใชง้ านใหพ้ ิจารณาจากจาํ นวนวงจรย่อยที่ตอ้ งการและ ควรเผือไว้ 1-2 วงจรสาํ หรับโหลดในอนาคต การซ้ือ consumer จะไดร้ ับเพียงตวั consumer และเมนเบรกเกอร์เทา่ น้นั ไมม่ ีเบรกเกอร์ยอ่ ยแต่อยา่ งใด โดยขนาดของเมน เบรกเกอร์สามารถ เลือกไดต้ ามตอ้ งการแต่ไม่เกิน 100 A ท้งั น้ีขนาดของเมนจะมีผลตอ่ ราคาของ consumer ดว้ ย การติดต้งั เบรกเกอร์ลงใน consumer unit ตอ้ งเปิ ดฝาครอบออกก่อนแลว้ จึงเสียบ เมนเบรกเกอร์ลงใน ช่องดา้ นซา้ ยมือสุด ซ่ึงสายมีไฟ (สาย line) จะต่ออยดู่ า้ นขวาของเบรก เกอร์ ส่วนสายนิวทรอลจะต่อดา้ น ซา้ ยมือของเบรกเกอร์ (ดูรูปประกอบ) หากต่อผิดจะทาํ ใหม้ ี ไฟฟ้า คา้ งในวงจร เพราะเบรกเกอร์จะตดั สายนิวทรอลแทน ซ่ึงมีอนั ตรายมาก อาจสงั เกตจุด ต่อสายงา่ ยๆ คอื จะมีตวั อกั ษร L และ N กาํ กบั ไว้ วงจรการทาํ งานของ ELCB แสดงดงั รูป

ห น ้ า | 72 แบบฝึกหดั บทท่ี 5 อุปกรณ์ป้องกนั ในระบบจ่ายไฟฟ้า ตอนท่ี 1 จงเติมคาํ ลงในช่องวา่ งใหไ้ ดใ้ จความสมบูรณ์ 1. เครื่องป้องกนั กระแสไหลเกินในระบบแรงต่าํ มี ............. ชนิด คอื ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... 2. ขอ้ เสียของฟิ วส์คือ ................................................................................................................ 3. ผงทรายควอทซ์ทีอยใู่ นฟิ วส์มีหนา้ ที่ ................................................................................... 4. H.R.C. ฟิ วส์มีขนาดพิกดั กระแสคือ ..................................................................................... 5. เซอร์กิต เบรกเกอร์ที่ใชง้ านแบง่ ออกเป็น .............. ประเภท คือ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... 6. Ampere Trip (AT) ของเซอร์กิต เบรกเกอร์เป็ นพกิ ดั กระแส Handle rating หมายถึง ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................

ห น ้ า | 73 7. Ampere Frame (AF) ของเซอร์กิต เบรกเกอร์หมายถึง ....................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... 8. Under Voltage Relay ใชต้ ิดตงั ร่วมกบั เซอร์กิต เบรกเกอร์ เพื่อ ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... หลกั การของเครืองตดั ไฟร่ัวคือ ....................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ตามมาตรฐานเคร่ืองตดั ไฟรั่วตอ้ งทาํ งานที่กระแสไมเ่ กิน..................................................... และเวลาในการตดั วงจรตอ้ งไม่เกิน.................................................................................... ตอนท่ี 2 จงตอบคาํ ถามต่อไปนีให้ไดข้ อ้ ความสมบรณ์ 1. จงอธิบายถึงความสาํ คญั ของเครื่องป้องกนั กระแสไหลเกิน ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 2. Safety Switch คอื อะไร ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ทาํ งานอยา่ งไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................

ห น ้ า | 74 3. Load center คืออะไร ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ทาํ งานอยา่ งไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................... 4. Consumer unit คอื อะไร ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ทาํ งานอยา่ งไร ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................

ห น ้ า | 75 บทที่ 6 อุปกรณ์ประกอบตูค้ วบคุมไฟฟ้า สวติ ซ์บอร์ด เป็นแผงจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ นิยมใชใ้ นอาคารขนาดกลาง-ใหญ่ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม ทีมีการใชไ้ ฟฟ้าจาํ นวนมาก โดยรับไฟจากการไฟฟ้าหรือดา้ นแรงต่าํ ของหมอ้ แปลงจาํ หน่าย แลว้ จ่าย โหลดไปยงั แผงยอ่ ยตามส่วนตา่ งๆ ของอาคาร สวติ ซบ์ อร์ดอาจเรียกอีกชือหนึงวา่ Main Distribution Board (MDB) ตู้ MDB ส่วนมากมีขนาดใหญ่จึงมกั วางบนพ้ืนมีหลายแบบใหเ้ ลือกใชข้ ้ึนอยกู่ บั บริษทั ผผู้ ลิต ท้งั น้ีควรพจิ ารณาจากระดบั แรงดนั , พกิ ดั กระแส และพกิ ดั กระแสลดั วงจรดว้ ย ส่วนประกอบหลกั ของสวิตซ์บอร์ด 1. โครงตู้ (Enclosure) 2. บสั บาร์

ห น ้ า | 76 3. เซอร์กิตเบรคเกอร์ 4. เครืองวดั ไฟฟ้า 5. อปุ กรณ์ประกอบ (Accessories) ทาํ มาจากแผน่ โลหะประกอบเป็นโครงตู้ ซ่ึงอาจเปิ ดไดเ้ ฉพาะดา้ นหนา้ หรือเปิ ดไดท้ กุ ดา้ นข้นึ อยกู่ บั การออกแบบโดยมีคณุ สมบตั ิท่ีสาํ คญั คือ 1. คณุ สมบตั ิทางกล คอื รับแรงทางกลจากภายนอกไดเ้ พียงพอตอ่ การใชง้ านทงั ภาวะปกติและไม่ปกติได้ 2. คุณสมบตั ิทางความร้อน คือทนความร้อนจากสภาพแวดลอ้ ม, ความผิดปกติในระบบ และอาร์กจากการลดั วงจรได้ 3. คณุ สมบตั ิต่อการกดั กร่อน คอื สามารถทนการกดั กร่อนจากความช้ืน และสารเคมีได้ นอกจากนีโครงตยู้ งั ทาํ หนา้ ที่ป้องกนั อนั ตรายตา่ งๆ ท่ีอาจเกิดข้ึนไดค้ ือ ก. ป้องกนั ไมใ่ หผ้ อู้ ยใู่ กลส้ วิตซ์บอร์ดสมั ผสั ถกู ส่วนทีมีไฟ ข. ป้องกนั อุปกรณ์ภายในตูจ้ ากสิงต่างๆ ภายนอกเช่น นาํ , วตั ถแุ ขง็ , สตั วเ์ ลื่อยคลาน เป็นตน้ ค. ป้องกนั อนั ตรายจากการอาร์กทีรุนแรงจนชินส่วนอุปกรณ์อาจหลดุ กระเด็นออกมา บสั บาร์ มีท้งั ชนิดท่ีตวั นาํ ทาํ ดว้ ยทองแดงและอลูมิเนียม รูปร่างของบสั บาร์ทีนิยมใชก้ นั ทว่ั ไปเป็นแบบ Flat คือมี พ้ืนท่ีหนา้ ตดั เป็นรูปสีเหลียมผนื ผา้ เนืองจากติดตงั ง่าย, ระบายความร้อนดี แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ บสั บาร์แบบเปลือย และ บสั บาร์แบบทาสี

ห น ้ า | 77 ขอ้ แนะนาํ ในการใชบ้ สั บาร์ 1. บสั บาร์ควรวางในแนวดิงจึงจะระบายความร้อนไดด้ ี 2. บสั บาร์แบบ Flat ควรขนานกนั ไม่เกิน 4 แทง่ ถา้ มากกวา่ นีจะมีปัญหาเร่ือง skin effect 3. บสั บาร์แบบทาสี สีทีใชท้ าเคลือบบสั บาร์ควรมีสมั ประสิทธิการระบายความร้อนสูงประมาณ 0.9 4. บสั บาร์แบบทาสีนาํ กระแสไดส้ ูงกวา่ บสั บาร์แบบเปลือย 5. กาํ หนดใหใ้ ชส้ ี แดง เหลือง นาํ เงิน สาํ หรับเฟส R , S , T ตามลาํ ดบั 6. การเรียงเฟสในสวติ ซ์บอร์ด (R,S,T) ใหเ้ รียงจากดา้ นหนา้ ไปยงั ดา้ นหลงั ตู้ , จากบนลงลา่ ง หรือ จากซา้ ยไปขวา 7. การเรียงเฟสลกั ษณะอื่น อนุญาตเฉพาะการเชื่อมตอ่ กบั ระบบทีมีอยแู่ ลว้ แต่ตอ้ งทาํ เครื่องหมายให้ เห็นชดั เจน เซอร์กิตเบรกเกอร์ สาํ หรับสวติ ซบ์ อร์ดแรงต่าํ เบรกเกอร์ทีใชท้ วั่ ไปมี 2 แบบคือ Air circuit breaker และ Molded case circuit breaker โดย Air CB. ใชเ้ ป็นเมนเบรกเกอร์ในวงจรทีใช้ กระแสสูง ส่วน molded case CB. (MCCB) ใชก้ บั วงจรยอ่ ย หรือใชเ้ ป็น เมนเบรกเกอร์ในตูส้ วิตซบ์ อร์ดขนาดเลก็ ท้งั น้ีการเลือกเบรกเกอร์ ควรพิจารณาขนาดความกวา้ ง, ยาว, สูง เพื่อใหต้ ิดต้งั ในตไู้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมสวยงาม, คา่ กระแส IC , รวมถึงการจดั Co-ordination ดว้ ย เครื่องวดั ไฟฟ้า เครืองวดั พ้นื ฐานทีใชใ้ นตูส้ วติ ซ์บอร์ดทว่ั ไปคือโวลตม์ ิเตอร์และแอมมิเตอร์ ซ่ึงตอ่ ใชง้ าน ร่วมกบั selector switch เพอื่ วดั แรงดนั หรือกระแสในแต่ละเฟส พกิ ดั แรงดนั ของโวลต์ มิเตอร์คือ 0-500 V. ส่วน พิกดั กระแสของแอมมิเตอร์จะข้ึนอยกู่ บั อตั ราส่วนของ current transformer เช่น 100/5 A เป็นตน้

ห น ้ า | 78 สาํ หรับตสู้ วิตซบ์ อร์ดขนาดใหญ่อาจมี P.F meter , watt meter หรือ Var meter เพิ่มเติมข้ึนอยกู่ บั การ ออกแบบตู้ บางตูก้ อ็ าจติดต้งั PF. controller เพอื่ ควบคมุ คา่ power factor ในวงจรดว้ ย อปุ กรณ์ประกอบ อุปกรณ์ประกอบในตสู้ วิตซบ์ อร์ดมีหลายตวั ไดแ้ ก่ 1. current transformer (CT) เป็นอปุ กรณ์ทีใชป้ ระกอบการวดั กระแสไฟฟ้าโดยต่อร่วมกบั แอมมิเตอร์ CT ท่ีมีใชใ้ นทอ้ งตลาดจะมี 2 กลมุ่ คือ อตั ราส่วนต่อ 1 และอตั ราส่วนต่อ 5 ท่ีใชใ้ น ตสู้ วิตซ์บอร์ดนิยมใชอ้ ตั ราส่วนต่อ 5 เช่น 50/5, 100/5 , 300/5A เป็นตน้ ปกติ จะเลือก CT ตามขนาดของเมนเบรกเกอร์ โดยเลือกไม่ต่าํ กวา่ พิกดั ของเมนเบรกเกอร์ เช่นเมนเบรกเกอร์มีขนาด 100A ก็จะเลือก CT ขนาด 100/5A ขอ้ ควร ระวงั ในการใช้ CT คือ หา้ มเปิ ดวงจรดา้ น secondary ของ CT เน่ืองจากจะเกิด แรงดนั สูงตกคร่อมขดลวดและทาํ ให้ CT ไหมไ้ ด้ หากไม่ใชง้ านตอ้ งลดั วงจร ข้วั ทงั สอง ของ CT เสมอ

ห น ้ า | 79 2. selector switch โดย Ammeter selector switch จะใชร้ ่วมกบั CT Panel ammeter เพือวดั กระแสในตสู้ วิตซ์ บอร์ด ส่วน Voltmeter selector switch จะใช้ ร่วมกบั Panel voltmeter เพื่อวดั แรงดนั ภายในตู้ การต่อวงจรใหด้ ูจาก ไดอะแกรมทีมาพร้อมกบั อุปกรณ์ เพราะแตล่ ะยหี ้อก็อาจมีวธิ ีการต่อที่แตกต่างกนั 3. Pilot lamp เป็นหลอดทีแสดงสถานะการทาํ งาน เพื่อบอกใหร้ ู้วา่ มี ไฟจ่ายเขา้ มายงั ตสู้ วติ ซบ์ อร์ดหรือไม่ Pilot lamp มี 2 แบบคือ - แบบมีหมอ้ แปลงแรงดนั - แบบไม่มีหมอ้ แปลงแรงดนั แบบมีหมอ้ แปลงแรงดนั จะลดแรงดนั ใหต้ าํ ลงเพ่ือให้ เหมาะสมกบั แรงดนั หลอด เช่น 220/6.3V เป็ นตน้

ห น ้ า | 80 4. ฟิ วส์ เป็นฟิ วส์หลอดแกว้ ใชป้ ้องกนั วงจรเคร่ืองวดั ไฟฟ้า และหลอด pilot lamp 5. ฉนวนรองบสั บาร์ เป็นฉนวนรองรับบสั บาร์โดยดา้ นหนึงยดึ ติดกบั โครงตสู้ วิตซบ์ อร์ด อีกดา้ นหนึงยดึ บสั บาร์ไว้ มีหลายชนิด ใหเ้ ลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั บสั บาร์แต่ละแบบ

ห น ้ า | 81 อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ไดแ้ ก่ CT,แอมมิเตอร์(A) ,โวลทม์ ิเตอร์ (V), เครืองวดั ความถี (Hz), ซีเลก็ เตอร์โวลท์ (S.V), ซีเลก็ เตอร์ แอมป์ (S.A), หลอดไฟสญั ญาณและฟิ วส์ป้ อง กนั สามารถนาํ มาต่อ รวมกนั เป็ นวงจร ดงั รูป การตอ่ เครืองวดั ความถีและหลอดไฟสญั ญาณ การต่อ CT ,S.V และ S.A

ห น ้ า | 82 บทที่ 6 อุปกรณ์ประกอบตูค้ วบคุมไฟฟ้า 1. ส่วนประกอบหลกั ในตสู้ วติ ชบ์ อร์ดมีอะไรบา้ ง ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 2. คาํ แนะนาํ ในการใชบ้ สั บาร์มีอะไรบา้ ง ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 3.Current Transformer (C.T.) คืออะไร มีหนา้ ทีอะไร อธิบายมาพอเขา้ ใจ ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 4. Selector switch คอื อะไร มีหนา้ ที่อะไร มีก่ีแบบ อะไรบา้ ง อธิบายมาพอเขา้ ใจ ..................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................

ห น ้ า | 83 5. คณุ สมบตั ิที่สาํ คญั ของโครงตสู้ วิตชบ์ อร์ดคืออะไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................

ห น ้ า | 84 บทท่ี 7 ขนาดสายไฟฟ้าที่ใชใ้ นงานติดตงั ไฟฟ้า การเลือกขนาดสายไฟฟ้า . ในการเดินสายเขา้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า ขนาดของสายไฟจะข้ึนอยกู่ บั ประเภทของอปุ กรณ์ไฟฟ้า , วิธีการ เดินสาย , อุณหภมู ิรอบดา้ น รวมไปถึงจาํ นวนสายท่ีเดินรวมกนั ดงั นนั ผทู้ ี่ทาํ หนา้ ท่ีเลือกใช้ ขนาด สายไฟฟ้าจึงควรรู้ขอ้ มูลเบืองตน้ คือ 1. ชนิดของสายไฟฟ้า 2. พิกดั การทนกระแสของสายไฟ 3. ตวั คูณลดพกิ ดั กระแสเกี่ยวกบั อุณหภมู ิ 4. ตวั คณู ลดพกิ ดั กระแสเก่ียวกบั จาํ นวนสาย 5. อุปกรณ์ไฟฟ้ าน้นั ๆ เป็นโหลดแบบต่อเนืองหรือไม่ หมายเหตุ โหลดแบบต่อเนืองหมายถึงโหลดที่มีโอกาสมีคา่ กระแสสูงสุดตอ่ เน่ืองตงั แต่ 3 ชวั่ โมงข้ึน ไป ตารางแสดงค่าตวั คูณลดขนาดกระแสไฟฟ้าสาํ หรับอุณหภูมิโดยรอบใน อากาศ

ห น ้ า | 85 การนบั จาํ นวนสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย สายไฟฟ้าที่เดินในทอ่ ร้อยสายจะมีความสามารถในการนาํ กระแสไดน้ อ้ ยกวา่ การเดินในอากาศ โดยทว่ั ไปพิกดั การทนกระแสที่แสดงใน ตารางสาย จะใชก้ บั จาํ นวนสายในทอ่ ไม่เกิน 3 เส้น เท่านนั ถา้ มากกวา่ นีความสามารถในการทนกระแสกย็ งิ ลดลง ซึงเป็นไปตาม ค่าตวั คูณลดพิกดั กระแส (Derating Factor) ดงั น้ี จาํ นวนสาย ตวั คูณ – . 7-9 0.72 10 - 20 0.56 21 - 0 0.48 31 - 40 0.44 เกิน 40 0.38 ขอ้ มลู สายไฟ VAF (Thai YAZAKI) จาํ นวนแกน พ้ืนที่หนา้ ตดั สายตดั นาํ จาํ นวนและขนาดตวั นาํ กระแสใชง้ าน A 2 1.0 1/1.13 11 2 1.5 1/1.38 15 2 2.5 1/1.78 20 2 4 1/2.25 27 2 6 7/1.04 35

ห น ้ า | 86 2 10 7/1.35 49 2 16 7/1.70 65 2 25 7/2.14 88 2 35 19/1.53 109 ตวั อกั ษรยอ่ ของการเดินสายติดต้งั ไฟฟ้า ก. หมายถึง สายแกนเดี่ยวหุม้ ฉนวนเดินในอากาศ ข. หมายถึง สายแบนหุม้ ฉนวนมีเปลือกเดินเกาะผนงั ค. หมายถึง สายแกนเด่ียวหุม้ ฉนวนไม่เกิน 3 เสน้ หรือสายหุม้ ฉนวนมีเปลือกไม่เกิน 3 แกน เดินในท่อในอากาศ ในทอ่ ฝังในผนงั ปูนฉาบ หรือในท่อในฝ้าเพดาน ง. หมายถึง สายแกนเดียวหุม้ ฉนวนไมเ่ กิน 3 เส้นหรือสายหุม้ ฉนวนมีเปลือกไมเ่ กิน 3 แกน เดินในทอ่ ฝังดิน จ. หมายถึง สายแกนเดียวหุม้ ฉนวนมีเปลือกไมเ่ กิน 3 เส้นหรือสายหุม้ ฉนวนมีเปลือก ไม่เกิน 3 แกน ฝังดินโดยตรง ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าทองแดงหุม้ ฉนวนพวี ซี ี ตาม มอก.11-2531 อุณหภูมิตวั นาํ 70 ขนาดแรงดนั 300 หรือ 750 โวลท์ อณุ หภูมิโดยรอบ 40 ขนาดกระแส ( แอมแปร์ ) ขนาด ก ข วธิ ีการเดินสาย ( หมายเหตุ 1 ) จ สาย คง (ตร.มม)

ห น ้ า | 87 ท่อโลหะ ท่ออโลหะ ท่อโลหะ ท่ออโลหะ 1 14 11 11 10 15 13 21 26 1.5 17 15 14 13 18 16 34 45 2.5 23 20 18 17 24 21 56 75 4 31 27 24 23 32 28 97 125 6 42 35 31 30 42 36 150 177 10 60 50 43 42 58 50 216 259 16 81 66 56 54 77 65 294 330 25 111 89 77 74 103 87 372 431 35 137 110 95 91 126 105 487 552 50 169 - 119 114 156 129 623 70 217 - 148 141 195 160 95 271 - 187 180 242 200 120 316 - 214 205 279 228 150 364 - 251 236 322 259 185 424 - 287 269 370 296 240 509 - 344 329 440 352 300 592 - 400 373 508 400 400 696 - 474 416 599 455 500 818 - 541 469 684 516 ขนาดสายเขา้ อปุ กรณ์ เป็นสายท่ีจ่ายกระแสใหว้ งจรยอ่ ยและสายท่ีเดินเขา้ อปุ กรณ์ไฟฟ้าทวั่ ไปเช่น หลอดไฟ , เคร่ืองทาํ น้าํ ร้อน , เตาไมโครเวฟ , มอเตอร์ เป็นตน้ ซ่ึงมีท้งั ระบบ 1 เฟส และ 3 เฟส

ห น ้ า | 88 ตวั อยา่ งที1 จงหาขนาดสายของเคร่ืองทาํ น้าํ ร้อนขนาด 6000 W , 220 V เมือใชง้ านเป็นโหลด ต่อเน่ือง 1. เมือใชส้ าย VAF เดินเกาะผนงั 2. เมือใชส้ าย THW เดินในท่อโลหะร้อยสายในอากาศ วิธีทาํ กระแสโหลด พกิ ดั กระแสของสายไฟฟ้ าสาํ หรับโหลดต่อเนืองตอ้ งไม่ต่าํ กวา่ 125% ของพิกดั กระแสโหลด น้นั คอื กระแสสาย (กรณีที่ 1) เลือกสาย VAF ขนาด 2 x 6 ตร.มม ทนกระแสได้ 35A (กรณีที่ 2) เลือกสาย THW ขนาด 10 ตร.มม ทนกระแสได้ 43 A ตวั อยา่ งที่ 2 จงหาขนาดสายวงจรยอ่ ยของเตาไมโครเวฟขนาด 2200 VA , 220 V เมือใช้ สาย THW เดิน ในท่อโลหะร้อยสายในอากาศ ( เตาไมโครเวฟไม่ใช่โหลดต่อเนื่อง ) วิธีทาํ กระแสโหลด พิกดั กระแสของสายไฟฟ้าสาํ หรับโหลดไม่ต่อเนืองตอ้ งไมต่ าํ กวา่ 100% ของพิกดั กระแสโหลด น้นั คือ กระแสสาย จากขอ้ มูลสาย THW ที่เดินสายแบบ ค. ขนาดสายท่ีทนกระแสไดไ้ ม่ต่าํ กวา่ 10 A คอื สาย 1 ตร.มม (11 A) แต่เนืองจาก ขอ้ กาํ หนดของการไฟฟ้าที่ใหใ้ ชส้ ายป้อนขนาดเลก็ ท่ีสุดไมต่ ่าํ กวา่ 2.5 ตร.มม จึงเลือกสาย THW ขนาด 2.5 ตร.มม ทนกระแสได้ 18 A

ห น ้ า | 89 ตวั อยา่ งที่ 3 จงหาขนาดสายของขดลวดทาํ ความร้อน (Heater) ขนาด 40 KW , 380 V 3 เฟส 3 สาย ตอ้ งการใชส้ าย THW เดินในท่อโลหะร้อยสายในอากาศผา่ น บริเวณท่ีมีอุณหภมู ิ 40 และ 50 องศา เซลเซียส เมือใชเ้ ป็นโหลดตอ่ เนื่อง วธิ ีทาํ กระแสโหลด กระแสสาย อณุ หภมู ิ 40 องศา เนื่องจากอุณหภมู ิ 40 องศา วธิ ีการเดินสายแบบ ค. ไม่ตอ้ งใชต้ วั คูณลด (ตวั คูณ = 1) ดงั นนั ขนาดกระแสสาย จึงเลือกสาย THW ขนาด 25 ตร.มม ทนกระแส 77 A อณุ หภมู ิ 50 องศา จากตาราง ใชต้ วั คูณลด = 0.82 วธิ ีการเดินสายแบบ ค. ใชส้ ายขนาด 35 ตร.มม ทนกระแส 95 A ตวั อยา่ งที่ 4 หมอ้ แปลงไฟฟ้าขนาด 500 KVA , 22KV / 400-230V ถา้ ใชส้ าย NYY แกนเดียว เดินในท่อ โลหะฝังดิน เป็นสายเมนดา้ นแรงตาํ จากหมอ้ แปลง จงหาขนาดสาย ดงั กล่าว วิธีทาํ กระแส full load ของหมอ้ แปลง ใชส้ ายควบ 3 เสน้ = 902 / 3 = 301 A

ห น ้ า | 90 เลือกใชส้ ายไฟฟ้า สายเฟส 3 x 150 ตร.มม ทนกระแสรวม = 3 x 322 = 966 A สายนิวทรัล 3 x 95 ตร.มม ทนกระแสรวม = 3 x 242 = 726 A หมายเหต โหลดของหมอ้ แปลงไฟฟ้ามีทงั แบบตอ่ เน่ืองและไมต่ ่อเนื่อง ส่วนมากประกอบดว้ ยโหลดหลายชนิด คือ 1. โหลด 3 เฟส สมดุล เช่น มอเตอร์ 3 เฟส 2. โหลดเฟสเดียวทีมี Harmonic เช่น หลอดปลอ่ ยประจุความดนั ไอสูง( HID ) 3. โหลดเฟสเดียวทีไม่มี Harmonic ในการกาํ หนดขนาดสายหมอ้ แปลง เพ่ือเป็นการเผือไวใ้ หถ้ ือวา่ โหลดเป็นแบบต่อเนื่อง ท้งั หมด และขนาดสายนิวทรัลน้นั โหลด 3 เฟสสมดุลไมต่ อ้ งนาํ มาคิด ใหค้ ิดเฉพาะโหลดเฟสเดียว ท้งั ทีมีและไม่ มี Harmonic เท่าน้นั โดยโหลดที่ไม่มี Harmonic สามารถใช้ demand factor = 0.7 กบั ส่วนท่ีเกิน 200 A ได้ นอกจากน้ีถา้ โหลด 3 เฟสสมดุล มีขนาดมากกวา่ 40% ของโหลดท้งั หมด อาจใชส้ ายนิวทรัลขนาด 50% ของสายเฟสได้ เนื่องจากสายขนาด 50% โดยทวั่ ไปสามารถนาํ กระแสไดถ้ ึง ประมาณ 60% ตวั อยา่ งท่ี 5 วงจรสายป้อน 3 เฟส 4 สาย วงจรหน่ึงประกอบดว้ ยโหลด ตอ่ เนื่องดงั น้ี - โหลด 3 เฟส รวมท้งั หมด 90 แอมแปร์ - โหลด 1 เฟส , เฟส A 200 แอมแปร์ เฟส B 220 แอมแปร์ เฟส C 240 แอมแปร์ จงหาขนาดสายเฟสและสายนิวทรัล เลือกใชส้ าย THW เดินในอากาศ วธิ ีทาํ พบวา่ เฟส C มีโหลดตอ่ อยมู่ ากท่ีสุด โดยรวมท้งั โหลด 3 เฟส และ 1 เฟส คือ (90 + 240) 1 = 330 A ดงั นนั กระแสของสายเฟสใหค้ ดิ ตามเฟสทีมีค่ากระแสสูงสุด = 330 A

ห น ้ า | 91 พกิ ดั กระแสสายเฟส (ไมต่ าํ กวา่ 125% ของพิกดั กระแสโหลด) = 1.25 x 330 = 412.5 A เลือกสายเฟส THW เดินในอากาศขนาด 185 ตร.มม ทนกระแส 424 A กระแสสายนิวทรัลใหค้ ิดจากโหลดเฟสเดียวท่ีมีค่าสูงสุดคือเฟส C = 240 A ขนาดกระแสสายนิวทรัล = 200 แอมแปร์ + 70% ของส่วนที่เกิน 200 แอมแปร์ = 200 + (0.7 x 40) = 228 A ดงั นนั ขนาดกระแสสายนิวทรัล (ไมต่ ่าํ กวา่ 125% ของพกิ ดั กระแสโหลด) = 1.25 x 228 = 285 A เลือกสายนิวทรัล THW เดินในอากาศขนาด 120 ตร.มม ทนกระแส 316 A การเลือกขนาดสายและ Circuit Breaker ในวงจรยอ่ ยมอเตอร์ เป็นวงจรทีจ่ายไฟใหแ้ ก่อปุ กรณ์ประเภทมอเตอร์ และเราสามารถแบ่งวงจรมอเตอร์ออกเป็นส่วนต่างๆ ได้ 6 ส่วนดว้ ยกนั คือ 1. สายไฟฟ้าวงจรยอ่ ยมอเตอร์ 2. การป้องกนั การลดั วงจรของวงจรยอ่ ยมอเตอร์ 3. การป้องกนั โหลดเกิน 4. เคร่ืองควบคุมมอเตอร์ 5. เคร่ืองปลดวงจรมอเตอร์ 6. วงจรควบคุมมอเตอร์ ขนาดสายไฟฟ้า สาํ หรับมอเตอร์ทวั่ ไปใหถ้ ือเป็นโหลดต่อเน่ือง ดงั น้นั ขนาดสายวงจรยอ่ ยตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 125% ของ กระแส พกิ ดั มอเตอร์

ห น ้ า | 92 ขนาดอุปกรณ์ป้องกนั ขณะมอเตอร์สตาร์ทจะมีกระแสสูง ดงั น้นั ในการออกแบบอุปกรณ์ป้องกนั จึงตอ้ งคาํ นึงถึงกระแสตอนเริ่ม สตาร์ทดว้ ย เพื่อไมใ่ ห้ breaker ตดั วงจรขณะสตาร์ทและยงั ตอ้ งทาํ งานเม่ือเกิดการลดั วงจรอีกดว้ ยตามกฏ การ เดินสาย อปุ กรณ์ป้องกนั ตอ้ งมีคา่ ไมเ่ กิน 250% ของกระแสพิกดั มอเตอร์ แตใ่ นการออกแบบ โดยทวั่ ไปจะใชค้ า่ ไม่ นอ้ ยกว่า 175% ของกระแสพิกดั มอเตอร์ ตวั อยา่ ง จงออกแบบวงจรยอ่ ยมอเตอร์ขนาด 7.5 KW 220 V. กระแสพกิ ดั 27 A. (ใชส้ าย THW เดินในท่อโลหะ) วิธีทาํ พกิ ดั กระแสสาย = 33.75 A. เลือกสาย THW ขนาด 10 ตร.มม. (43 A) พิกดั กระแส breaker = 47.25 A. เลือก circuit breaker ขนาด 50 A.

ห น ้ า | 93 แบบฝึกหดั บทท่ี 7 ขนาดสายไฟฟ้าท่ีใชใ้ นงานติดต้งั ไฟฟ้า . ตวั อกั ษรยอ่ ของการเดินสายติดตงั ไฟฟ้ามีอะไรบา้ ง มีความหมาย อยา่ งไร ................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. จงหาขนาดสายของเครืองทาํ น้าํ ร้อนขนาด 10 kW , 220 V เมือใชง้ านเป็นโหลด ตอ่ เน่ือง 1. เมื่อใชส้ าย VAF เดินเกาะผนงั 2. เมือใชส้ าย THW เดินในท่อโลหะร้อยสายในอากาศ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................

ห น ้ า | 94 จงหาขนาดสายวงจรยอ่ ยของเตาไมโครเวฟขนาด 1500 VA , 220 V เมื่อใชส้ าย THW เดิน ในทอ่ โลหะร้อยสายในอากาศ (เตาไมโครเวฟไม่ใช่โหลดตอ่ เนือง) ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... 3.จงหาขนาดสายของขดลวดทาํ ความร้อน (Heater) ขนาด 40 KW , 380 V 3 เฟส 3 สาย ตอ้ งการใชส้ าย THW เดินในท่อโลหะร้อยสายในอากาศผา่ นบริเวณที่มี อณุ หภมู ิ 40 และ 50 องศา เซลเซียส เม่ือใชเ้ ป็นโหลดต่อเนื่อง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ 5. หมอ้ แปลงไฟฟ้าขนาด 500 KVA , 22KV / 400-230V ถา้ ใชส้ าย NYY แกนเดียว เดินในท่อ โลหะฝังดิน เป็นสายเมนดา้ นแรงต่าํ จากหมอ้ แปลง จงหาขนาดสายดงั กลา่ ว ............................................................................................................................... ...............................................................................................................................

ห น ้ า | 95 ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... ............................................................................................................................... .................. 6.วงจรสายป้ อน 3 เฟส 4 สาย วงจรหนึงประกอบดว้ ยโหลดต่อเนื่องดงั น้ี - โหลด 3 เฟส รวมทงั หมด 90 แอมแปร์ - โหลด 1 เฟส , เฟส A 200 แอมแปร์ เฟส B 220 แอมแปร์ เฟส C 240 แอมแปร์ จงหาขนาดสายเฟสและสายนิวทรัล เลือกใชส้ าย THW เดินใน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ 7. จงออกแบบวงจรยอ่ ยมอเตอร์ขนาด 7.5 KW 220 V. กระแสพิกดั 27 A. (ใชส้ าย THW เดิน ในท่อโลหะ)

ห น ้ า | 96 บทที่ 8 การติดต้งั ระบบสายดิน การตอ่ ลงดิน การต่อลงดิน หมายถึงการต่อส่วนของระบบไฟฟ้า หรือส่วนทีเป็นโลหะเขา้ กบั ดิน เพ่ือใหส้ ่วน ท่ี ตอ่ นนั มีศกั ยไ์ ฟฟ้าเทา่ กบั ดิน ประโยชน์ของการต่อลงดิน 1. ป้องกนั อนั ตรายทีจะเกิดกบั บุคคลทีไปสัมผสั กบั ส่วนทีเป็นโลหะ ของอุปกรณ์ไฟฟ้าโดย บงั เอิญ ถา้ หากส่วนนนั มีแรงดนั ไฟฟ้า เนื่องจากมีกระแสรัวไหล หรือการเหนียวนาํ ทางไฟฟ้า 2. ป้องกนั อนั ตรายที่จะเกิดกบั อปุ กรณ์ หรือระบบไฟฟ้าเมือมีกระแสลดั วงจรลงดิน ประเภทของการต่อลงดิน 1. การต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (System grounding) 2. การต่อลงดินของอุปกรณ์ (Equipment grounding) ส่วนประกอบของดิน ในการจดั ทาํ ระบบการต่อลงดินใหม้ ีประสิทธิภาพ จะเก่ียวขอ้ งกบั ความตา้ นทานหลกั ดิน, ความ ตา้ นทานจาํ เพาะของดิน และคณุ สมบตั ิของหลกั ดินแบบต่างๆ ที่นาํ มาใช้ ซึงความตา้ นทานดินหรือ สภาพการนาํ ไฟฟ้าของดิน ข้ึนอยกู่ บั องคป์ ระกอบต่างๆ ดงั น้ี 1. ความช้ืน (Moisture) 2. ความแน่นของดิน (Compactness) 3. อุณหภมู ิ (Temperature) 4. ฤดูกาล (Weather Conditions) 5. ปริมาณเกลือแร่ทีละลายในดิน (Saline water) 6. องคป์ ระกอบของดิน (Compositions) 7. ขนาดของอนุภาคดิน (Size particles)

ห น ้ า | 97 เนืองจากผวิ โลกส่วนใหญ่ประกอบดว้ ย silica และ alumina ซ่ึงเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี และยงั มี ปริมาณเกลือแร่ ความช้ืน ทีมีความนาํ ไฟฟ้าท่ีดี จึงทาํ ใหค้ วามตา้ นทานจาํ เพาะของดินเปล่ียนแปลงได้ ระหวา่ ง 2 - 30,000 โอหม์ -เมตร ถา้ อณุ หภมู ิดินสูงข้ึนจะทาํ ใหค้ วามตา้ นทานจาํ เพาะของดิน ลดลง ความตา้ นทานดินบริเวณผิวดินจะมีคา่ สูง และความตา้ นทานจะลดลงเมือมีความลึกมากขึน ทงั นีฤดูกาล จะมีอิทธิพล ตอ่ สภาพการนาํ ไฟฟ้ า ของดินชนั บน (จากผิวดินถึงความลึก 1.50 เมตร) การฝัง หลกั ดิน จะไดผ้ ลมากข้ึน เม่ือกระทาํ ที่ระดบั ดิน ช้นั ล่าง ซ่ึงมีความช้ืนและการนาํ ไฟฟ้าดีกวา่ หลกั ดิน (Grounding Electrode) ทาํ หนา้ ท่ีต่อระหวา่ งวงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ากบั ดิน เพ่ือใหเ้ ป็นทางผา่ นของกระแสไฟฟ้าลง ดิน ความตา้ นทานระหวา่ ง หลกั ดินกบั ดินตอ้ งมีค่าตาํ ทีสุด เพื่อใหก้ ระแสไหลไดง้ ่ายและแรงดนั ของสาย นิวทรัลเขา้ ใกลศ้ นู ยม์ ากทีสุด โดยมาตรฐาน ไดก้ าํ หนดคา่ ความตา้ นทานการต่อลงดินไวไ้ มเ่ กิน 5 โอห์ม เม่ือมีกระแสไฟฟ้ารัวลงดิน จะมีแรงดนั ไฟฟ้าเกิดข้ึนในดินรอบๆ หลกั ดิน โดยเฉพาะ บริเวณผิว เนืองจากกระแสไฟฟ้ามีความหนาแน่นสูงสุด การทาํ ใหค้ วามตา้ นทานโดยรวมต่าํ ตอ้ งทาํ ให้ ความ หนาแน่นของกระแสใกลก้ บั หลกั ดินมีค่าตาํ ทีสุด โดยใชห้ ลกั ดินทีมีลกั ษณะยาวเป็นแทง่ หรือเป็ น เส้น ซ่ึงให้ ความตา้ นทานตาํ กวา่ หลกั ดินทีมีลกั ษณะเป็นแผน่ สีเหลียมแมจ้ ะมีพ้ืนที่เท่า กนั ถา้ ความ ตา้ นทาน การต่อลงดินสูงเกินไป สามารถลดความตา้ นทานไดโ้ ดยการเพิ่มจาํ นวนหลกั ดิน ท้งั น้ีข้นึ อยกู่ บั รูปร่าง ของหลกั ดินท่ีใช้ ประเภทของหลกั ดิน 1. แทง่ ดิน (Ground Rods) เป็นแบบท่ีนิยมกนั มากที่สุด เพราะราคาถูก ติดต้งั ง่าย ใชไ้ ดด้ ีกบั ดิน ทีมีชนั หินอยลู่ ึกเกิน 10 ฟุต โดยขนาดแท่งดิน ตอ้ งมีเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง ไมน่ อ้ ยกวา่ 5/8\" ยาวไมน่ อ้ ยกวา่ 8 ฟุต การใชแ้ ท่งดินทีมีเส้นผา่ ศูนยก์ ลางโตข้ึน จะลดความตา้ นทานดินไดไ้ ม่มากนกั แต่ จะมีผลดา้ น ความแขง็ แรงและทนการสึกกร่อนไดด้ ี การตอกแท่งดินที่มีความยาว ลึกลงไปในดิน จะใหผ้ ล ดีกวา่ การตอกแทง่ ดินส้ันๆ หลายแทง่ เพราะทีระดบั ลึกๆ ความตา้ นทานดินจะยงิ ลดลง แท่งดินท่ีทาํ ดว้ ย ทองแดง จะทนต่อการสึกกร่อนไดด้ ีที่สุด แต่อาจมีราคาแพงและอ่อนตวั อยา่ งไรก็ตามสามารถใช้ แทง่ ดิน ท่ีทาํ ดว้ ยเหลก็ หุม้ ทองแดง (Copper clad) แทนได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook