Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาสังคม

ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาสังคม

Published by supasit.kon, 2022-08-04 06:47:46

Description: ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาสังคม

Search

Read the Text Version

๔๓ ๖. โครงการสาธิตทฤษฎีใหมH อำเภอปfกธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพทU ๐๔๔-๓๒๕- ๐๔๘ สรุปทาN ยบท เกษตรทฤษฎีใหมHเปAนแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูHหัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชที่สะท(อนพระอัจฉริยภาพผHานปรัชญาการพัฒนา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปสูHการ ปฏิบัติด(วยมิติทางความคิดที่ยิ่งใหญHที่เปAนทฤษฎีใหมHมีหลักการ วิธีการ ๙ ประการ ซึ่งเรียกวHา นพ ลักษณU เกิดการจัดการเกี่ยวกับการเกษตรเปAนเกษตรทฤษฎีใหมH สำหรับการพัฒนาชีวิตและอาชีพของ ประชาชนในชนบทพระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูHหัวได(พระราชทานแนวทางอันสำคัญนี้เมื่อปe พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งในเวลาตHอมา เหลHาอาณาประชาราษฎรUได(รู(จักกันอยHางดีในนามการเกษตรทฤษฎีใหมH (อำ พล เสนาณรงคU. ๒๕๔๒ : ๔๙–๕๐) ซึ่งมีหลักการและวิธีการดังนี้ คือ การใหNเกษตรจัดการใชN ประโยชนCจากที่ดินอย1างผสมผสาน ซึ่งถือครอบครองใหNไดNประโยชนCสูงสุด โดยมีนำไวNใชNไดNตลอด ปVโดยแบ1งทดี่ นิ ทำประโยชนเC ปMนสดั สว1 น ได(สรุปวธิ ีการของเกษตรทฤษฎใี หมHไว( ๓ ขน้ั ตอน ดังน้ี ๑. เกษตรปฏิบัติให(มีความพอเพียงโดยเลี้ยงตัวเองได(ในระดับชีวิตที่ประหยัดและมีความ สามัคคีของกลHุมเกษตรกรในทอ( งถนิ่ ๒. เกษตรกรรวมพลังจัดตั้งกลุHมในรูปของกลุHมหรือสหกรณUเพื่อรHวมกันคิดเกี่ยวกับการผลิต การตลาด ความเปนA อยHู สวัสดกิ าร ๓. เกษตรกร ติดตHอประสานงานรHวมมือ แหลHงเงินทุน พลังงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตให(เกิด ความสัมพันธUเปAนองคUรวม โดยอาศัยเงื่อนไขสูHความสำเร็จด(วย การสร(างความตระหนักแกHเกษตรกร สร(างความสนใจแกHประชาชนโดยรวม ให(เวลาในการประเมินคHาหรือประเมินผลตรวจสอบทบทวน วจิ ัยกHอใหเ( กิดความแนใH จและการยอมรับ ฉะนั้นหากจะวิเคราะหUการจัดการเกษตรทฤษฎีใหมHจะพบวHาเกิดมาจากพื้นฐานของปรัชญา การพัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง นนั่ เอง คำถามทาN ยบท ๑. จงอธบิ ายความหมายและความสำคญั ของเกษตรทฤษฎใี หมH ๒. นิสตบอกประโยชนขU องเกษตรทฤษฎใี หมH ๓. ยกตวั อยHางสถานทีศ่ กึ ษาดงู านเกีย่ วกบั เกษตรทฤษฎีใหมH ๔. วาดแผนภาพของเกษตรทฤษฎใี หมHพร(อมอธบิ ายประกอบ

๔๔ เอกสารอNางอิงประจำบท ชัยวัฒนU วิบูลยUสวัสด์ิ. (๒๕๓๐). “ข(อคิดเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินของ ประเทศ” เอกสารภายใน. ชัยอนันตU สมุทวณิช. (๒๕๔๑). “ทฤษฎีใหมH : มิติที่ยิ่งใหญHทางความคิด” ในเอกสารประกอบการ สัมมนาโครงการปราชญCเพื่อแผ1นดิน : ทฤษฎีใหม1ตามแนวพระราชดำริ. สถาบันพัฒนา ขา( ราชการพลเรอื น จ.นนทบุรี ในวนั ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑. สถาบันนโยบายการศึกษา, ชูชีพ พุทธประเสริฐ. (๒๕๔๓). การพัฒนาองคCการ เทคนิคการบริหารการศึกษา. คณะศึกษาศาสตรU มหาวิทยาเชยี งใหมH. ญาณภัทร ยอดแก(ว. ๒๕๕๒. พุทธศาสนากับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง. บทความ, คณะ มนษุ ยศาสตรแU ละสงั คมศาสตรU มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครปฐม. ณัฐพงศU ทองภักดีและคณะ. (๒๕๔๒). “การปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ดNานการคNา ระหวา1 งประเทศ” ใน เอกสารประกอบการสัมมนาวชิ าการ TDRI ประจำปe ๒๕๔๒. ดนยั เทยี นพฒุ . (๒๕๔๐). กลยทุ ธCการพฒั นาคนสำหรบั นักฝmกอบรมมอื อาชีพ.กรุงเทพมหานคร : บœคุ แบงกU เดือนเดHน นิคมบริรักษU. (๒๕๔๒). “บรรษัทภิบาลกับเศรษฐกิจพอเพียง” ใน เอกสารประกอบการ สมั มนาวชิ าการ TDRI ประจำปV ๒๕๔๒. นายกรัฐมนตรี, สำนัก. รายงานผลการเสวนา บทบาทที่พึงประสงคCของวัดและพระสงฆCกับการ พัฒนา สังคมไทย. พิมพUครั้งที่ ๒ ; กรุงเทพฯ : โรงพิมพUแหHงจุฬาลงกรณUมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๔. สอ่ื ออนไลนC http://www.gotoknow.org/blog/strategist/175721 http://www.mcu.ac.th/site/thesiscontent_desc.php?ct=1&t_id=200 www.chainat.ac.th/plan/doc/mon3.pp http://www.eschool.su.ac.th/admin/articleadm.php?no=40&code=y http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=376 http://www.kroobannok.com/blog/11696 http://www.yonok.ac.th/santi/ppedu.php http://web.nkc.kku.ac.th/manit/document/962368.htm http://seco.agt.snru.ac.th/components/contents/view.php?id=4 http://gotoknow.org/blog/praearticle/385229

บทท่ี ๔ ความสมั พนั ธ0เศรษฐกจิ พอเพยี งกับทฤษฎใี หม@ตามแนวพระราชดำริ วัตถุประสงคป0 ระจำบท เมือ่ ไดศ) กึ ษาเนอ้ื หาบทนแี้ ล)ว ผ)ศู ึกษาสามารถ ๑. อธิบายความสมั พนั ธเE ศรษฐกิจพอเพยี งกบั ทฤษฎใี หมL ได)อยLางถกู ต)อง ๒. บอกวธิ กี ารประยุกตEใช)ทฤษฎีใหมLตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงได)อยLางถกู ต)อง ๓. บรรยายเกย่ี วกบั แนวทางการพัฒนาเพอ่ื ความย่ังยืนของชมุ ชนไดอ) ยLางถกู ต)อง ๔. อธิบายการวิเคราะหEโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไดอ) ยLางถกู ตอ) ง ขอบข@ายเน้ือหา ๔.๑ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี งกบั ทฤษฎใี หมL ๔.๒ การประยุกตEใชท) ฤษฎีใหมLตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ๔.๓ แนวทางการพัฒนาเพอื่ ความย่ังยนื ของชมุ ชน ๔.๔ วิเคราะหโE ครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรติ ามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔.๑ บทนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปZน ปรัชญาที่พระราชทานให)คนไทยใช)เปZนหลักคิดและหลัก ปฏิบัติในการดำเนินชีวิต เพื่อให)เกิดสมดุลในชีวิต ในครอบครัว ในโรงเรียน ในประเทศ โดยต้ัง สมมุติฐาน ที่วLาทุกสิ่งอนิจจัง ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง ทั้งป\\จจัยที่เปลี่ยนแปลงมาจากนอกประเทศ กับใน ประเทศ นอกโรงเรยี นกบั ในโรงเรยี น นอกครอบครวั กับในครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัว ทรงชี้วLาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบ ๔ ด)านด)วยกัน คือ ด)านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล)อม และทางวัฒนธรรม ผลกระทบทางวัตถุ อาจจะหมายถึงทางเศรษฐกิจ ทางการเงินก็ได) สLวนผลกระทบ ทางสังคม ให)นึกถึงความเข)มแข็งของโรงเรียนของทLาน ที่ไมLมีเด็กติด ยาเสพติด เลย หมายถึงโรงเรียนที่มีคุณภาพ สังคมของโรงเรียนเข)มแข็ง หรือพูดถึงครอบ ครัวครูที่ไมL มีหนี้เลย ก็หมายถึงวLาสังคมครอบครัวเข)มแข็ง สLวนผลกระทบทางสิ่ง แวดล)อมที่ชัดเจนคือเรื่องความ สะอาด ความมีวินัย เชLน การรักษาต)นไม) การปลูก ต)นไม)ให)เด็กได)รLมในโรงเรียน ห)องส)วมสะอาด ขณะที่ผลกระทบทางวัฒนธรรม คือ วัฒนธรรมจากนอกประเทศที่จะเข)ามาทำลายวัฒนธรรมไทย จึง ต)องรกั ษา วัฒนธรรมของเราให)เข)มแขง็

๔๖ สิ่งสำคัญก็คือทฤษฎีใหมLตามแนวพระราชดำรินั้น ทรงเน)นให)ความสำคัญภูมิคุ)มกันด)านสังคม ครอบครัวเข)มแข็ง โรงเรียนเข)มแข็ง ชุมชนเข)มแข็ง หมายความวLาภูมิคุ)มกันเราดี ใครจะเอายาเสพติด มาขาย หน)า โรงเรียน นักเรียนเราก็ไมLรับ เพราะวLาเราสร)างภูมิคุ)มกันสังคมตรงนี้ไว)ดีมาก เรา สร)าง สำนึกไว)ดีมากให)แกLนักเรียนทุกคนตลอดเวลา อันนี้คือภูมิคุ)มกัน ตLออบายมุขทั้งหลาย ภูมิคุ)มกันตLอ เหตุร)ายทั้งหลาย ไมLตกเปZนเหยื่อของอบายมุข มีความรักสามัคคีกันในโรงเรียน เกื้อกูลกัน ภูมิคุ)มกัน ด)านสิ่งแวดล)อมก็เหมือนกัน คือ มีความรู)วิชาการด)านสิ่งแวดล)อม โรงเรียนสตรีภูเก็ต เปZนตัวอยLางของ การนำ เอาพฤกษศาสตรEเข)าไปในการพัฒนาการเรียนรู)ของนักเรียน ซึ่งเปZนการสร)างภูมิ คุ)มกัน หรือ ความเขม) แขง็ ทางดา) นสิง่ แวดลอ) ม แล)วนำมาถLายทอดใหป) ระชาชนในชุมชนได) ๔.๒ ความสมั พนั ธ0เศรษฐกิจพอเพยี งกบั ทฤษฎใี หม@ เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหมL เปZนแนวทางการพัฒนาที่นำไปสูL ความสามารถในการพึ่งตนเองในระดับตLาง ๆ อยLางเปZนขั้นตอน โดยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผัน แปรของธรรมชาติหรือการเปลี่ยนแปลงจากป\\จจัยตLาง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมี เหตุผล การสร)างภูมิคุ)มกันที่ดี มีความรู) ความเพียรและความอดทน สติและป\\ญญา การชLวยเหลือซ่ึง กันและกัน และความสามัคคี เศรษฐกิจพอเพียงนี้มีความหมายกว)างกวLาทฤษฎีใหมL โดยที่เศรษฐกิจ พอเพียงเปZนกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการ และแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหมLในขณะที่แนว พระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหมLเปZนแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอยLางเปZนขั้นตอน เปZนตัวอยLางการ ใช)หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ทเ่ี ปZนรปู ธรรมเฉพาะในพ้ืนท่ที เี่ หมาะสม ทฤษฎีใหมLตามแนวพระราชดำริเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยูL ๒ แบบ คือ แบบพื้นฐานกบั แบบก)าวหน)า๑ ไดด) ง้ั น้ี ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบ พื้นฐานเทียบได)กับทฤษฎีใหมLขั้นที่ ๑ ที่มุLงแก)ป\\ญหาของเกษตรกรที่อยูLหLางไกลแหลLงน้ำ ต)องพึ่งน้ำฝน และประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไมLพอเพียง แม)กระทั่งสำหรับการปลูกข)าวเพื่อบริโภค และมีข)อ สมมติวLา มีที่ดินพอเพียงในการขุดบLอเพื่อแก)ป\\ญหาในเรื่องดังกลLาวจากการแก)ป\\ญหาความเสี่ยงเรื่อง น้ำ จะทำให)เกษตรกรสามารถมีข)าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได) และใช)ที่ดินสLวนอื่น ๆ สนอง ความต)องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในสLวนที่เหลือเพื่อมีรายได)ที่จะใช)เปZนคLาใช)จLายอื่น ๆ ทไี่ มสL ามารถผลติ เองได) ท้ังหมดน้ีเปZนการสรา) งภูมคิ ุม) กนั ในตัวใหเ) กิดข้นึ ในระดับครอบครวั อยLางไรก็ตามแม)กระทั่งในทฤษฎีใหมLขั้นที่ ๑ เกษตรกรจำเปZนต)องได)รับความชLวยเหลือจาก ชุมชน ราชการ มลู นิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม ๑ http://www.oknation.net/blog/chawsaun/2007/05/22/entry-1

๔๗ ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองคEกรเปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบก)าวหน)า ซ่ึง ครอบคลุมทฤษฎีใหมLขั้นที่ ๒ เปZนเรื่องของการสนับสนุนให)เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุLมหรือ สหกรณE หรือการที่ธุรกิจตLาง ๆ รวมตัวกันในลกั ษณะเครือขาL ยวิสาหกิจ กลLาวคือ เมื่อสมาชิกในแตLละครอบครัวหรือองคEกรตLาง ๆ มีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเปZน เบื้องต)นแล)วก็จะรวมกลุLมกัน เพื่อรLวมมือกันสร)างประโยชนEให)แกLกลุLมและสLวนรวม บนพื้นฐานของ การไมLเบียดเบียนกัน การแบLงป\\นชLวยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตนซึ่งจะ สามารถทำให) ชมุ ชนโดยรวมหรอื เครอื ขLายวสิ าหกจิ น้นั ๆ เกดิ ความพอเพียงในวิถีปฏบิ ัติอยาL งแท)จรงิ ความพอเพียงในระดับประเทศ เปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบก)าวหน)า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหมL ขั้นที่ ๓ ซึ่งสLงเสริมให)ชุมชนหรือเครือขLายวิสาหกิจสร)างความรLวมมือกับองคEกรอื่น ๆ ในประเทศ เชLน บรษิ ัทขนาดใหญL ธนาคาร สถาบันวิจยั เปZนตน) จากความสัมพันธEระหวLางเศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหมLในลักษณะเชLนนี้จะเปZนประโยชนE ในการสืบทอดภูมิป\\ญญา แลกเปลี่ยนความรู) เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือรLวมมือกัน พัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให)ประเทศอันเปZนสังคมใหญLอันประกอบด)วยชุมชน องคEกร และธุรกิจตLาง ๆ ที่ดำเนินชีวิตอยLางพอเพียงกลายเปZนเครือขLายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด)วยหลัก ไมเL บยี ดเบยี น แบLงป\\น และชLวยเหลือซงึ่ กัน และกันได)ในทีส่ ดุ ๔.๓ การประยกุ ต0ใชทQ ฤษฎีใหม@ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง เมื่อมีการกลLาวถึง เศรษฐกิจพอเพียง ในฐานะแนวความคิดหรือปรัชญา ในการดำรงชีวิต “ทฤษฎีใหมL” ก็มักจะได)รับการกลLาวอ)างถึงควบคูLกันเสมอในฐานะตัวอยLางหรือแนวทางในการนำ หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติเพราะทฤษฎีใหมL คือการเลี้ยงตัวเองได)ในระดับชีวิตที่ประหยัด มีการ ผลิตที่พึ่งตนเองได)ด)วยวิธีงLาย ๆ คLอยเปZนคLอยไปตามกำลัง ให)พอมีพอกินไมLอดอยาก มีการผลิต ข)าว บรโิ ภคพอเพยี งประจำปh หลักการของเกษตรทฤษฎีใหมL คือ การทำไรLนาสวนผสมและการเกษตรผสมผสาน มีการ ปลูกพืชผักสวนครัว การทำปุiยหมักปุiยคอกและใช)วัสดุเหลือใช)มาเปZนป\\จจัยการผลิตปุiย เพื่อลดคLา ใช) จLาย และบำรุงดิน เชLน การเพาะเห็ดฟางจากวัสดุเหลือใช)ในไรLนา การปลูกไม)ผลสวนหลังบ)าน และไม) ใช)สอยในครัวเรือน การปลูกพืชสมุนไพร ชLวยสLงเสริมสุขภาพอนามัย การเลี้ยงปลาในรLอง สวน ในนา ข)าวและแหลLงน้ำ เพื่อเปZนอาหารโปรตีนและรายได)เสริม การเลี้ยงไกLพื้นเมือง และไกLไขL ประมาณ ๑๐-๑๕ ตวั ตLอครัวเรอื น เพอื่ เปZนอาหารในครวั เรอื น โดยใชเ) ศษอาหาร รำ และปลายขา) ว จากผลผลิต การทำนา ข)าวโพดเลี้ยงสัตวEจากการปลูกพืชไรL และการทำกnาซชีวภาพจากมูลสัตวE ที่เลี้ยงไว) รวมท้ัง การประกอบอาชพี เสริม เชLน การจักสาน ถัก ทอ แปรรปู อาหาร เปZนต)น

๔๘ การทำการเกษตรทฤษฎีใหมLนั้น กิจกรรมทุกอยLางจะพึ่ง กันและกัน เชLน การเลี้ยงปลาในนา ข)าว ผลผลติ จากข)าวเปนZ อาหารปลา ในขณะท่ีปลาจะกนิ แมลงศัตรูขา) ว และมูลปลาเปนZ ปยุi ตน) ข)าว การปลกู ผักกบั การเลย้ี งไกL ไกกL นิ เศษพืชผกั มลู ไกLเปZนปiยุ สำหรบั ผกั การใช)ทรัพยากรในไรLนา มูลสัตวEทำเปZนปุiยคอก เศษหญ)า ใบไม)ทำปุiยหมัก เศษพืชผักเปZน อาหารปลา ฟางขา) ว ใชเ) พาะเหด็ การใช)แรงงานในครอบครัว เพ่ือลดคLาใช)จLายและชวL ยเสรมิ รายได) เชLน การแปรรูป และถนอม อาหาร เชLน พริกแห)ง มะนาวดอง กล)วยตาก ไขLเค็ม กระเทียมดอง ผักดอง น้ำพริกเครื่องแกง การจัก สาน หัตถกรรม สิ่งประดิษฐE เครื่องใช) เชLน ดอกไม) ใบยาง เครื่องใช) และเครื่องจักสานจากผักตบชวา ไมไ) ผL กล)วย แม)วLาระดับความพอเพียงของแตLละคนจะไมLเทLาเทียมกันแตL ทุกคนก็สามารถดำเนินชีวิตตาม หลกั การเศรษฐกิจพอเพยี งไดด) )วยการ ยดึ มน่ั ในหลักการ ๓ ประการ เหมอื นกัน คือ การใช)ชีวิตบนพื้นฐานของการรู)จักตนเอง รู)จักพัฒนาตนเอง ด)วยการพยายามทำจิตใจให)ผLอง ใส รวมทัง้ มีความเจริญและมีความเยน็ ในจิตใจอยเูL ปZนประจำอยLางตLอเนอ่ื ง การคิดพึ่งพาตนเอง และพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในการดำเนิน กิจกรรมตLาง ๆ คือ เมื่อป\\ญหา จากการดำเนินชีวิต ก็ให)ใช)สติป\\ญญา ไตรLตรองหาสาเหตุของป\\ญหาและแก)ไขไปตามเหตุ และป\\จจัย ด)วยความสามารถและศักยภาพที่ตนเองมีอยูL กLอนที่จะคิดพึ่งผู)อื่น และมี การปรึกษาหารือถ)อยทีถ)อย อาศยั ชLวยเหลอื ซึง่ กนั และกนั ในชุมชน การใช)ชีวิตอยLางพอเพียง รู)จักลดกิเลสและลดความต)องการ ของตนเองลง เพื่อให)เหลือแรง และเวลาในการพฒั นาคุณภาพชีวิต ตลอดจนทำประโยชนEให)แกสL วL นรวมได)มากขึ้น เมื่อคนในสังคมหรือชุมชน สร)างครอบครัวพอเพียงได)แล)ว สิ่งที่จะตามมา คือ การเกิดข้ึน ของชุมชนพอเพียง ที่สมาชิกชุมชนนั้น จะรวมกลุLมกันทำประโยชนEเพื่อสLวนรวมมีการแบLงป\\น ชLวยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตน บริหารจัดการป\\จจัยตLาง ๆ เชLน ทรัพยากร ภูมิป\\ญญาท)องถิ่น ให)สามารถนำไปใช)ดำเนินชีวิตได)อยLางถูกต)องและสมดุล และเมื่อ หลาย ๆ ชุมชน พอเพียงมารวมกลุLมกันแลกเปลี่ยนความรู) สืบทอดภูมิป\\ญญาและรLวมกันพัฒนา ตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง ก็จะกลายเปZนสังคมแหLงความพอเพียงได)ในที่สุด จึงสรุปแนวทางไว)เปZนกรอบแนว ทางการนำไปใช)ดังแผนภาพที่ ๕.๑

๔๙ แผนภาพที่ ๔.๑ การใช)เศรษฐกจิ พอเพียงเปZนกรอบแนวคิดและแนวปฏบิ ตั ิของทฤษฎใี หมL ที่มา http://www.rta.mi.th/21610u/Data/Data_pro/Popeaing/1.htm การที่พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัว พระราชทานแนวคิดทฤษฎีใหมL และเศรษฐกิจพอเพียง ให)กับสังคมไทยในภาวะวิกฤต ถ)าทำได)เพียงสLวนหนึ่ง สังคมไทยจะสามารถพ)นภาวะวิกฤตนี้ไปได) ซ่ึง อาจอาศัยเวลาและกระบวนการเรียนรู)อยLางตLอเนื่อง บนพื้นฐานคุณคLาและความจริงที่เรามีอยLู สูLการ แก)ป\\ญหาและการพึ่งตนเองต)องเปZนการเรียนรู)เพื่อการประยุกตEและจัดความสัมพันธEของชีวิต และ รายได)ในแบบใหมLขึ้นมา โดยมีเกษตรกรรมยั่งยืนเปZนฐานของความพออยูLพอกินในระดับครอบครัว ขยายสูLความพอเพียงในระดับชุมชน เรียนรู)คุณคLาของสิ่งที่มีอยูLของชุมชน จัดการความสัมพันธEอยLาง เหมาะสมกับความรู)และเทคโนโลยีใหมL โดยมีอุตสาหกรรมชุมชนและธุรกิจชุมชนเปZนเครื่องมือในการ เรียนรู)ซึ่งสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธEระหวLางแนวคิดทฤษฎีใหมLและเศรษฐกิจพอเพียง ดังแสดง ตามตารางที่ ๔.๑ ตาราง ๔.๑ แสดงเปรียบเทียบหลักการปรัชญาการพัฒนา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการหรือวิธีการทฤษฎีใหมLและเกษตรทฤษฎีใหมLตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ)าอยูหL ัวภูมิพล อดลุ ยเดชมหาราช มีความสัมพนั ธเE ช่อื มโยงซ่งึ กนั และกัน

๕๐ แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจาQ อยหู@ วั ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช หลักการปรชั ญาการ หลักการปรชั ญาเศรษฐกิจ หลกั การทฤษฎใี หมL (นพ หลักการทฤษฎี พฒั นา ธำรงคE อุดม พอเพยี ง สเุ มธ ตันตเิ วชกลุ ลักษณ)E ชยั อนันตE สมุท ใหมL ไพจิตรกุล (๒๕๔๔) (๒๕๔๘) วณชิ (๒๕๔๑) ทศิ นา แขมมณี (๒๕๔๒) เปนZ กระบวนการ ดำเนนิ ชวี ิตด)วยความอดทน รLวมนำบนั ดาลใจ พง่ึ ตนเอง ตLอเนอื่ ง กำหนดขน้ั ตอน มีลำดบั ข้ันปฏบิ ัติ คดิ -ทำ การบรหิ ารการ จดั การ เชื่อมโยงกับบรบิ ท สรา) งระบบภมู คิ ม)ุ กนั ในตัว ผสานทุกสวL น มีสวL นรLวม เข)าใจสภาพพืน้ ที่ มคี วามรอบร)ู รอบคอบ องครE วมรอบดา) น ความเปนZ อสิ รภาพ ไมยL ึดติดตำรา เสริมสรา) งคณุ ธรรม เรียนงLาย ไมLใฝอ‰ ดุ มการณ-E ทำงานและ จรยิ ธรรม สากล แสวงหาความรู) ปรับเปล่ียนตาม สร)างความสมดลุ และความ มคี วามหลากหลายควรแกL พัฒนาตนเอง ความเหมาะสม พร)อมตLอการเปลี่ยนแปลง สถานการณE ประยุกตใE ช) ทฤษฎี พระอจั ฉริยภาพผาL นปรัชญาการพัฒนา ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง หลักการเกษตรทฤษฎใี หมLแนวพระราชดำรพิ ระบาทสมเดจ็ พระ เง่ือนไขความสำเร็จ เจา) อยLหู ัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ธำรง อุดมไพจติ รกุล (๒๕๔๔) ๑. เกษตรกรปฏิบัติให)มีความพอเพียงเลี้ยงตัวเองได)มีชีวิตที่ ๑. สร)างความตระหนกั ประหยดั มคี วามสามคั ครี วL มกนั ในท)องถิน่ ๒. สร)างความสนใจ ๒. เกษตรกรรวมพลังตั้งกลุLมรLวมกันคิด ทำ ประสาน เชื่อมโยง ๓. ให)เวลาในการประเมินคLา ชLวยเหลอื กนั หรือประเมนิ ผล ๓. เกษตรกรติดตLอประสานงานรLวมมือกับภายนอกให)เกิด ๔. ตรวจสอบทบทวนวจิ ัย ความสัมพนั ธEเปZนองคEรวม ๕. ยอมรบั จากตารางที่ ๕.๑ จะเห็นได)วLาแนวพระราชดำริที่เปZนปฐมภูมิทางความคิด คือ ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงเปZนปรัชญาสำหรับสังคมที่จะนำไปประยุกตEใช)ได)ในทุกระดับและทุกระบบ ทั้งสLวน บุคคลและกลุLมชน ไมLวLาจะเปZนภาครัฐหรือเอกชนที่รู)จักคำวLา “พอ” ไมLเบียดเบียนพยายามพัฒนา ตนเอง สร)างความเข็มแข็งยึดเส)นทางสายกลางเปZนแนวพระราชดำริไปสูLการปฏิบัติโดยอาศัยหลัก

๕๑ ทฤษฎีในการปฏิบัติ คือ “ทฤษฎี” มีหลักหรือวิธีการตามทฤษฎีใหมLที่เปZนพระราชดำริที่ยิ่งใหญLทาง ความคิดในการปฏิบัติภารกิจตLาง ๆ เพื่อให)มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลนั้นควรได)น)อมนำแนว พระราชดำริความยิ่งใหญLทางความคิด มาเปZนกรอบแนวทางหนึ่งของการปฏิบัติเพื่อการพัฒนาตนเอง ตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหมLทางด)านการศึกษามุLงสูLปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและปรัชญาการ พฒั นาของพระบาทสมเดจ็ พระเจ)าอยหLู ัวนน่ั เอง ๔.๔ แนวทางการพฒั นาเพอ่ื ความยัง่ ยืนของชุมชน ทฤษฎีใหมLที่จะนำไปสูLการพออยูLพอกิน และพึ่งตนเองได)ของเกษตรกรไทยจึงไมLตายตัวเปZน แบบเดียวทั้งหมด แตLจำเปZนต)องสร)างกระบวนการสำคัญคือ “การเรียนร)ู” ให)เกิดกับคน ครอบครัว ชุมชน และสังคมให)ได) เพื่อให)มี “ป\\ญญา” ที่เพียงพอที่จะรู)วLาอะไรคือ “ความจริง” หรือ “ของจริง” ที่เรามีอยูLอะไรคือ “ความไมLพอ” ที่ทำให)เกิดทุกขE อะไรคือสาเหตุ และเราจะแก)ไขได)อยLางไร เชLน ป\\ญหา คือ เราต)องกินทุกวัน วันละอยLางน)อยสามมื้อ แตLเรามีไมLพอกิน ต)องยืมเขากินกLอน พืชที่ปลูก นั้นกินไมLได)ทั้งนั้นเลย ปhหนึ่งเก็บเกี่ยวขายได)ครั้งเดียว ขายให)ได)เงินแล)วจึงนำเงินนั้นไปซื้อกินอีกตLอ หนึ่ง เชLนนี้แล)วทำไมเราไมLทำการเกษตรที่ทำให)มีกินเปZนพื้นฐานกLอน จัดการที่ดินที่มีอยูLให)ใช) ประโยชนEอยLางเต็มที่ กิจกรรมที่เลือกทำขึ้นอยูLกับแรงงานในครอบครัว ทำให)เรามีกินอยLาง พอเพียง ทั้งในด)านคุณประโยชนEตLอรLางกาย และคุณคLาตLอชีวิต เชLน ขนุน เปZนไม)มงคลอยLางหนึ่งที่ ควรปลูกไว)ในบริเวณบ)านสามารถนำมาประกอบอาหารได)หลากหลาย ทั้งขนุนอLอน ขนุนสุก ไม)ขนุน เปZนไม)มีคLา เครื่องดนตรีไทยบางชนิดต)องทำจากไม)ขนุนเทLานั้น จึงจะสวยงาม และมีเสียงที่ ไพเราะ หากเรามีขนุนในบ)านหลายต)นกินไมLทันก็สามารถที่จะขายเปZนขนุนอLอนต)มได) หรือ ถ)าสุกก็ทำ เปZนขนนุ กวน อรLอยไมเL บาทเี ดยี ว การปลกู ขนุนไวห) ลงั บา) นจงึ เชอื่ วาL จะมีคนเก้ือกูลสนบั สนนุ ค้ำจุน เมื่อได)มาซึ่งสิ่งที่เราไมLมีและมีไมLพอมาแล)ว ยังมีความจำเปZนอยLางยิ่งที่เราต)องเรียนรู)และ สร)าง “ความรู)จักพอ” ให)เกิดขึ้นด)วย เพราะหากไมLรู)จักพอป\\ญหาความไมLพอก็จะเกิดขึ้น เชLนเดิม กระบวนการ สำคัญที่จะเสริมความพอเพียงให)กับชีวิต ครอบครัว ชุมชน และสังคม คือระบบ เศรษฐกิจพื้นฐานที่มีอุตสาหกรรมชุมชน และธุรกิจชุมชนเปZนเคร่ืองมือ เพราะนอกจากการเกษตรที่ ทำให)มีกินเปZนพื้นฐานแล)ว เราต)องยอมรับวLาในเงื่อนไขที่เปZนจริงเราผลิตทุกสิ่งทุกอยLาง ที่เปZนความ จำเปZนของชีวิตเราได)ไมLทั้งหมด เราจึงต)องสร)างเครื่องมือขึ้นมาจัดการให)เกิดการแลกเปลี่ยนสLวนเกินที่ เรามี กบั สวL นขาดที่เราไมLมี หรือมีไมLพอให)กบั ครอบครวั ชมุ ชน และสังคม เกิดพอเพียงและยง่ั ยืน จากการศึกษาเรื่องแนวทางการพัฒนาเกษตรรายยLอยในพื้นที่ชนบทของคณะกรรมาธิการ เกษตรและสหกรณE วุฒิสภาได)ข)อสรุปของกระบวนการเรียนร)ู มีอยLู ๑๐ ระบบที่เกี่ยวข)องสัมพันธEกัน อยLางเปZนกระบวนการ เรียกวLา “แนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของชุมชน” หรือ “ชุมชน ยงั่ ยืน” (Sustainable Community) ดงั นี้

๕๒ ๑. ระบบคุณคLา เปZนนามธรรมที่คอยกำกับกิจกรรมหรือการดำเนินกิจกรรมของระบบ อื่น ๆ โดยมี \"คน\" และ \"การอยูLรLวมกันเปZนชุมชน\" เปZนเป‘าหมายสำคัญ ระบบคุณคLาจะเน)นการจัด ความสัมพันธEระหวLางคนกับคน (สังคมหรือชุมชน) ความสัมพันธEระหวLางคนกับธรรมชาติ (การผลิต การจัดการทรัพยากรและการเลือกใช)เทคโนโลยี) และคนกับคุณธรรม (กายและจิต) ระบบคุณคLาจึง ปรากฏอยูLในกฎระเบียบตLาง ๆ ของสังคม ในการดำเนินกิจกรรมตLาง ๆ และกระบวนการถLายทอด เรยี นรข)ู องชมุ ชน ๒. ระบบการเรียนร)ู เปZนแกนกลางของกิจกรรมทุกระบบ เปZนการเรียนรู)ที่ตLอเชื่อมความรู)ภูมิ ป\\ญญาของชุมชนเข)ากับความรู)ทางสากล พัฒนาองคEความรู)ใหมLที่สอดคล)องและรับใช)ชีวิตและชุมชน ในป\\จจุบัน กิจกรรมหรือระบบอื่น ๆ จึงต)องมีการเรียนรู)เฉพาะระบบหรือเฉพาะด)าน โดยมี \"ภูมิ ป\\ญญา\" เปZนแกนกลาง เชื่อมร)อยความรู)ทุกสLวนเข)าด)วยกันเปZนองคEความรู)ใหมLของชุมชนไทย ๓. ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน คือการเกษตรที่คำนึงถึงวงจรความอุดมสมบูรณEโดย ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงเทคนิคหรือวิธีการทางการเกษตรที่สLงผลกระทบตLอวิถีธรรมชาติ เกษตรกรรม ยั่งยืนในทางรูปธรรม จึงหมายรวมถึงเกษตรผสมผสาน วนเกษตร สวนสมรม (ภาคใต)) ไรLนาสวน ผสม เกษตรธรรมชาติ พุทธเกษตรกรรม ฯลฯ ที่มีเป‘าหมายเพื่อการบริโภค และมีสLวนเกินเพื่อการ แบLงป\\นและแลกเปลี่ยนทั้งผLานระบบการแลกเปลี่ยนแบบวัฒนธรรมชุมชนและแบบใหมL ๔. ระบบทุนชุมชน ความคิดกLอตัวขึ้นจากป\\ญหาหนี้สินและการพึ่งพาสถาบันทุนของระบบ ใหมL คือ การพึ่งตนเองด)านทุน หรือนัยหนึ่งคือระบบการสะสมทุนของชุมชน ที่มีรูปแบบและวิธีการ ทางวัฒนธรรมเข)ามามีบทบาท ทั้งในด)านการระดม การบริหารจัดการ หลักเกณฑE และกฎระเบียบ ตLาง ๆ รากฐานความคิดจึงแตกตLางจากการสะสมทุนของระบบทุนนิยม และมีเป‘าหมายเพ่ือ ตอบสนองป\\จจยั พ้นื ฐานของสมาชกิ ในชุมชน ๕. ระบบธุรกิจชุมชน หรือการตลาดที่ชุมชนต)องการ ซึ่งประกอบด)วย การจัดการด)าน การตลาดเพื่อเพิ่มมูลคLาของผลผลิตของตนเอง การจัดการด)านการตลาดเพื่อลดต)นทุนสินค)าอุปโภค บริโภคที่ชุมชนผลิตเองไมLได) ต)องนำเข)ามาจากภายนอกชุมชน และสุดท)ายคือการจัดการด)านระบบ การแลกเปล่ยี น ผลผลิตระหวLางชมุ ชนตอL ชุมชน และระหวาL งผผ)ู ลิตกบั ผบ)ู รโิ ภค ๖. ระบบอุตสาหกรรมชุมชน เปZนระบบคูLกับระบบธุรกิจ แตLมีรากฐานมาจากระบบการ พึ่งตนเอง เดิมท่ีครอบครัวเปZนผู)แปรรูป เก็บถนอมผลผลิตของตนเองไว)บรริโภคในระยะยาว และ เทคนิควิทยาการแปรรูปตLาง ๆ เชLน เครื่องสีมือ การผลิตเครื่องมือเครื่องใช)พื้นบ)านตLาง ๆ เปZนต)น ท่ี ไมLได)รับโอกาสในการพัฒนาโดยชุมชนและเปZนชุมชนเอง อุตสาหกรรมชุมชนจึง มี ๓ แบบ คือ อุตสาหกรรมชุมชนแปรรูปผลผลิต อุตสาหกรรมชุมชนผลิตผลิตภัณฑEจากทรัพยากรใน ท)องถิ่น และอุตสาหกรรมชุมชนที่นำวัตถุดิบจากภายนอกมาผลิต เพื่อตอบสนองการบริโภคและใช) สอยในชมุ ชน

๕๓ ๗. ระบบสิ่งแวดล)อม นอกเหนือจากการเกษตรและอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงผลกระทบตLอ สิ่งแวดล)อมแล)ว ระบบสิ่งแวดล)อมของชุมชนยังครอบคลุมถึงสภาพแวดล)อมที่เอื้อตLอวิถีชีวิต ระบบ สิ่งแวดล)อมจึงหมายรวมถึง ดิน น้ำ ป‰า อากาศ การจัดการทางกายภาพของชุมชน เชLน ถนน หนทาง แหลLงศนู ยEกลางชมุ ชน เปZนตน) และสภาพแวดล)อมทางสงั คมที่เอื้อตLอการเจริญชวี ติ ด)วย ๘. ระบบสวัสดิการชุมชน การคิดในครั้งแรกของชุมชน คือ ชาวบ)านต)องมีสวัสดิการเหมือน ข)าราชการ เมื่อรัฐให)ไมLได) ชุมชนต)องต)องดำเนินการเอง จึงมีกองทุนที่เกิดจากการนำผลกำไรของ กองทุนชุมชนตLาง ๆ มาจัดสรรเปZนคLารักษาพยาบาล คLาทำศพ บำนาญ ฯลฯ เมื่อสำเร็จแล)ว พบวLา เป‘าหมายที่สำคัญของระบบสวัสดิการชุมชน คือ การสร)างหลักประกันความมั่นคงในชีวิต รLวมกันหลักประกันที่วLานี้อาจหมายรวมเอาถึง การชLวยเหลือให)ผู)ไมLมีที่ดินทำกินมีที่ดินทำกินของ ตนเองได)ดว) ย ๙. ระบบการรักษาสุขภาพของชุมชน ตั้งอยูLบนฐานของความรู)ด)านการแพทยEที่เรียก รวม ๆ วLาแผนไทย ซึ่งไมLได)เน)นที่การรักษา แตLเน)นการดูแลสุขภาพ ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแตL ภาวะรLางกาย ของตน (ธาตุ) ฤดูกาล อาหารและยาสมุนไพร เกี่ยวข)องโดยตรงกับการจัดการการผลิตในระบบ เกษตรกรรมยง่ั ยนื และระบบการรกั ษา สิง่ แวดลอ) มของชุมชน ๑๐. ระบบการจัดการของชุมชน นอกเหนือจากการที่ทุกระบบมีการจัดการของตนเอง แล)ว ทั้งชุมชนจะต)องมีการจัดการรLวมเพื่อให)อยูLในทิศทางเดียวกัน ระบบการจัดการชุมชนนี้อาจ หมายถึงระบบแมLของทั้ง ๙ ระบบที่ทำให)องคEกรชุมชน (ใหมL) ที่เกิดขึ้นพัฒนาภาวะความเปZนสถาบัน ทางสังคมที่สมาชิกในชุมชนพึ่งพาได)ทดแทนบทบาทของสถาบันหมูLบ)าน (เดิม) ที่อLอนตัวลง ดังกรณี ของกลมุL ออมทรัพยตE ำบลคลองเปhยะ หรือกลมLุ เกษตรกรทำนานาโสL เปZนตน) จากระบบการเรียนรเู) พ่ือพัฒนาขมุ ชนอยLางยั่งยืนสามารถแสดงตามแผนภาพที่ ๕.๒ ดังนี้ ทมี่ า http://www.tungsong.com/Read/Prayuk/Index.asp ๔.๕ การวเิ คราะหโ0 ครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๕๔ พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัวฯ ที่ทรงชี้แนะและมอบแนวทางในการดำรงชีวิตในทางสาย กลางที่สมดุล คือ มีความพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ)มกันภายใต)เงื่อนไข ของความรู)และคุณธรรม ที่เรียกวLา เศรษฐกิจพอเพียง ชีวิตความเปZนอยูLของคนเกี่ยวข)องทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการ ปกครอง และอื่น ๆ โดยเฉพาะด)านเศรษฐกิจ ซึ่งเปZนความจำเปZนพื้น ฐานที่แตLละคนมีระดับความ ต)องการไมLเทLากัน เพราะแตLละคนยLอมมีโอกาสของการพัฒนาการที่แตกตLางออกไป เชLน ความรู) ความสามารถ ประสบการณE การสร)างรายได) การใช)ประโยชนEจาก ทรัพยากร เปZนต)น ดังนั้น การ วิเคราะหEโครงการทฤษฎีใหมLตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถดำเนินการได)ตามตารางท่ี ๕.๓ ดงั น้ี ตารางที่ ๕.๓ วิเคราะหEโครงการเกษตรทฤษฎีใหมLอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง โครงการเกษตรทฤษฎใี หมอ@ นั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ความพอประมาณ ความมเี หตุมีผล การมภี ูมคิ Qุมกนั ที่ดี โครงการอนั เน่อื งมาจาก พน้ื ท่ี ๑๒๒ ไรL แบงL เปนZ - พืน้ ท่มี ีปญ\\ หาดนิ - รปู แบบและ พระราชดำริเกีย่ วกบั การพัฒนา - แปลงที่ ๑ ยดึ เปรย้ี วไมสL ามารถทำ เทคโนโลยี วธิ กี าร ดา) นทรัพยากรดนิ และที่ดิน โครงการทฤษฎีใหมL การเพาะปลูกได) ปรับปรุงดนิ และนำ้ ท่ี ๑. โครงการศึกษาทดลองการ เปนZ หลกั โดยใชว) ธิ ีทาง - ทดลองหาวิธีการ เหมาะสมท่จี ะนำมาใช) แก)ไขปญ\\ หาดนิ เปรย้ี ว อัน ธรรมชาติใชน) ้ำฝนชะ ทางธรรมชาติในการ ในการเกษตรในพื้น เน่อื งมาจากพระราชดำริในที่ดิน ลา) งความเปรีย้ วของดนิ แก)ไขดนิ เปรี้ยวและ ที่ดนิ เปรีย้ ว มูลนิธิชยั พฒั นา อำเภอบ)านนา - แปลงท่ี ๒ ดดั แปลง น้ำเปรย้ี วดว) ยการใช) - การใช)วัสดุท่เี หมาะสม จังหวดั นครนายก ตามความเหมาะสม นำ้ ฝนชะลา) งดนิ และ กับการปรับปรงุ ดิน เพ่ือใชเ) ปรียบเทียบกับ น้ำ เปร้ียวและนำ้ สามารถ แปลงที่ ๑ - หาแนวทางในการ รักษาความสมดลุ ของ - ดำเนนิ การเปZนศูนยE จดั การดินและนำ้ ท่ี ทรัพยากร ธรรมชาติ ฝšกอาชีพ และนำน้ำที่ เหมาะสม สำหรบั และสิง่ แวดล)อม ไดร) บั การบำบัดจาก การปลูกพืชในพนื้ - เสริมสรา) งรายได)ใหแ) กL แปลงท่ี ๒ มาใช) ท่ีดินเปร้ียวจดั โดย เกษตรกร และเปนZ ศูนยE ประโยชนEในพนื้ ท่ี ใชร) ูปแบบการปลกู ถLายทอดเทคโนโลยีการ พชื และสดั สวL นการ จดั การดินเปรีย้ ว ใชท) ีด่ ินแตกตLางกนั ตารางที่ ๕.๓ วิเคราะหEโครงการเกษตรทฤษฎีใหมLอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (ตอL )

๕๕ โครงการเกษตรทฤษฏี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใหมอ@ ันเนอ่ื งมาจาก ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การมภี มู คิ Qมุ กนั ทดี่ ี พระราชดำริ ๒. โครงการอนุรักษEดนิ - ปรับปรุงดนิ ทเ่ี สือ่ มโทรม - ดนิ เปนZ ดนิ ทรายจดั เกดิ - เกษตรกรได)รับ และนำ้ พื้นที่ วัดญาณสงั ว ดว) ยการใชป) ุiยหมกั และปยiุ ปญ\\ หาการชะลา) ง ความรค)ู วามเข)าใจ ราราม อันเนือ่ งมาจาก พืชสด พงั ทลายของดินไดง) าL ย ความสามารถในดา) น พระราชดำริ จังหวดั ชลบุรี - สLงเสรมิ การใชท) ่ดี นิ ท่ี มคี วามอดุ มสมบูรณตE ่ำ การใช)ทดี่ นิ และ เหมาะสมและมีการจดั การ โครง สรา) งดนิ ไมดL ี เปZน พัฒนาการเกษตร ท่ถี ูกต)อง ขอ) จำกัดในการ เพือ่ ทจ่ี ะไดน) ำความร)ู - อบรมเผยแพรกL ารพฒั นา เพาะปลูกพชื นนั้ ไปเผยแพรตL อL เพ่อื ทด่ี นิ แกเL กษตรกร - จดั ทำระบบอนรุ ักษEดิน เกษตรกรทว่ั ไปได) - ระบบอนุรกั ษดE นิ และนำ้ และนำ้ ทีเ่ หมาะสมเพือ่ ประกอบด)วย คันดนิ ก้นั น้ำ ป‘องกนั การชะลา) ง แนวแถบหญา) แฝก บอL ดกั พังทลายของดิน ตะกอน และทางลำเลียงใน - ปรบั ปรงุ ดินทเ่ี สอ่ื ม ไรLนา โทรมใหด) ขี นึ้ - ปรับปรงุ พัฒนาทดี่ นิ ที่ เสอ่ื มโทรมให) สามารถ ใช) ประโยชนEได)อยาL งมี ประสิทธิภาพสูง ๓. โครงการพฒั นาทด่ี ิน - การดำเนินอยLางบูรณา - ลดการบกุ รกุ - เสรมิ สร)างจิตสำนกึ อันเนื่องมาจาก การขององคEกรภายใน ทำลายปา‰ จากการ แกLเกษตรกร และมี พระราชดำริ จังหวัด สำนกั งานพฒั นาทดี่ ินเขต ๖ ทำไรเL ลอื่ นลอย และสงวน ความร)คู วามเข)าใจใน แมLฮอL งสอน - สLงเสริมให)เกษตร ปา‰ ไม) ไวเ) ปZนแหลงL การพฒั นาท่ดี ินบน กรปลูกพืชเศรษฐกิจโดยลด ตน) น้ำ ลำธาร พื้นทรี่ าบและพืน้ ทส่ี งู ต)นทุนการผลิตลงร)อยละ - พฒั นาท่ีดินท่ีทำกนิ ให)มี และได)เรียนร)ูการ ๑๐ ผลผลิตเพ่ิมข้ึนร)อยละ ความอดุ มสมบูรณE มี ทำงานแบบมีสLวนรLวม ๑๐ ลดการใช)สารเคมีลง แหลLงน้ำและกาดำรงชวี ติ และทำงานเปนZ ทมี และสาธารณูปโภครวมถึง ฟœน• ฟูอนรุ กั ษEดินใหม) ี ตารางท่ี ๕.๓ วเิ คราะหEโครงการเกษตรทฤษฎใี หมLอนั เนื่องมาจากพระราชดำริตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง (ตLอ)

๕๖ โครงการเกษตรทฤษฏี หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ใหมอ@ นั เนือ่ งมาจาก ความพอประมาณ ความมเี หตุมผี ล การมภี ูมคิ มQุ กันทดี่ ี พระราชดำริ ร)อยละ ๓๐ เปZนศนู ยกE ลาง การจดั สรรทที่ ำกนิ และ ความอดุ มสมบรู ณEเพิ่ม การถาL ยทอด และ ที่อยูอL าศัยของราษฎร มาก ข้นึ มนี ำ้ เพียงพอ ฝšกอบรมดา) นการพฒั นาใน - ศึกษา ทดสอบ สาธิต ตLอการเพาะปลกู รปู แบบตLาง ๆ ด)านการพฒั นาทดี่ นิ สามารถปอ‘ งกันการชะ และนำผลที่ไดข) ยายผลสLู ล)างพังทลายของดินได) พ้นื ทเ่ี กษตรกร และ สLงผลให)สามารถใช) พัฒนาเปZนแบบอยLาง ประโยชนทE ่ดี นิ ไดอ) ยาL ง มีประสทิ ธิภาพและ ยง่ั ยนื ตลอดไป ๔. โครงการพฒั นาท่ีดินลมLุ - จดั พื้นท่ที ำแปลงสาธติ - สภาพพน้ื ท่สี งู ชนั มี - เกษตรกรสามารถใช) น้ำเขก็ อนั เนือ่ งมาจาก การอนรุ ักษดE นิ และนำ้ การ การชะลา) งพงั ทลายของ พื้นที่ดินไดอ) ยLาง พระราชดำริ จงั หวัด ปรับปรงุ ดินและสLงเสรมิ ดนิ สูง การบุกรกุ ทำลาย เหมาะสมและมี เพชรบรู ณE การใช)ปiุยธรรมชาติ ให) ปา‰ ทำให)ดินไมมL สี งิ่ ปก ประสิทธภิ าพอยLาง เกษตรกรในพ้นื ท่ีและพ้ืนท่ี คลมุ และยังเปนZ แหลงL ต)น ยั่งยืน ใกลเ) คยี งศกึ ษาดงู านและ นำ้ ของแมนL ำ้ สำคญั - ฟน•œ ฟทู รัพยากร นำไปปฏบิ ัติในพนื้ ท่ีของ หลายสาย ธรรมชาติ ให)คงอยูL ตนเอง - จัดสรรท่ีทำกนิ และ และมีความอุดม พัฒนาพืน้ ที่การเกษตร สมบูรณใE ชป) ระโยชนE รวมทัง้ การจัดหาแหลLง ได)อยLางยั่งยืน น้ำเพ่อื การเกษตรเพอื่ ให) - เปนZ จดุ เรยี นรแ)ู ละ ราษฎรดำรงชพี อยูไL ด) จุดปฏบิ ัตงิ านของ เกษตรกรในเขตพ้นื ที่ โครงการและพื้นท่ี ใกล)เคียงไดอ) ยาL งมรี ะ สทิ ธิภาพ จากตารางที่ ๕.๓ วิเคราะหEโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สามารถกระทำได)สาหรับบุคคลทั่วไป เศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชนEตLอประชาชนทุกคนไมLใชLเฉพาะแตL

๕๗ เกษตรกรเทLานั้น แตLประชาชนโดยทั่วไปไมLวLานิสิต นักศึกษา นักเรียน ข)าราชการ พนักงานบริษัทก็ สามารถนาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตEใช)ในการเรียน การทำงาน ตลอดจนการดำเนิน ชีวิตประจำวันได) ซึ่งสามารถกระทำได)ดังนี้ ควรยึดหลักความประหยัด ตัดทอนคLาใช)จLายในทุกด)าน และสละความฟุ‰มเฟœอยในการดารงชีพอยLางจริงจัง ควรประกอบอาชีพด)วยความสุจริตและถูกต)อง แม) จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนในการดารงชีพก็ตาม ควรลดละการแกLงแยLงผลประโยชนE และการแขLงบัน ทางการค)าขาย ตลอดจนการประกอบอาชีพที่มีการตLอสู)อยLางรุนแรง ควรขวนขวายใฝ‰หาความรู)ให)มี รายได)เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงในการดำรงชีวิตเปZนเป‘าหมายสำคัญ เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับ เกษตรกร แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชนEตLอเกษตรกรเปZนอยLางมาก พระบาทสมเด็จพระ เจ)าอยูLหัวได)พระราชทานแนวคิดที่ เรียกวLา “การเกษตรทฤษฎีใหมL” เพื่อสLงเสริมและสนับสนุน เกษตรกรให)มีความรู)ความเข)าใจ ตลอดจนสามารถนาไปประยุกตE ใช)ในการประกอบอาชพี โดยจะต)อง ตั้งอยูLบนพื้นฐานหลักการทฤษฎีใหมL สาหรับเกษตรกรนั้น แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบ พอเพียงตาม แนวพระราชดาริจะตั้งอยูLบนพื้นฐานหลักการ “ทฤษฎีใหมL” ๓ ขึ้นคือ ขั้นที่หนึ่ง มีความพอเพียงเลี้ยง ตัวเองได)บน พื้นฐานของความประหยัด ขจัดการใช)จLาย ขั้นที่สอง รวมพลังกันในรูปกลุLม เพื่อทำการ ผลิต การตลาด การจัดการ รวมทั้งด)าน สวัสดิการ การศึกษา และการพัฒนาสังคมขั้นที่สาม สร)าง เครือขLายกลุLมอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให)หลากหลาย โดย ประสานความรLวมมือกับภาค ธุรกิจ ภาคองคEกรพัฒนา ภาคเอกชน และภาครัฐ ในด)านเงินทุน การตลาด การผลิต การจัดการและ ขาL วสารขอ) มูล สรปุ ทาQ ยบท เศรษฐกิจพอเพียงและแนวปฏิบัติของทฤษฎีใหมL เปZนแนวทางการพัฒนาที่นำไปสLู ความสามารถในการพึ่งตนเองในระดับตLาง ๆ อยLางเปZนขั้นเปZนตอน ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผัน แปรของธรรมชาติ อาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล สร)างภูมิคุ)มกันที่ดี มีความรู) ความเพียร และความอดทน สติ และปญ\\ ญา การชวL ยเหลอื ซ่งึ กนั และกัน และความสามัคคี เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว)างกวLาทฤษฎีใหมL โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเปZนกรอบ แนวคิดที่ชี้บอกหลักการ และแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหมL ในขณะที่แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎี ใหมLหรือเกษตรทฤษฎีใหมL เปZนแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอยLางเปZนขั้นตอน เปZนตัวอยLางการใช) หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัตทิ ี่เปZนรปู ธรรมเฉพาะในพน้ื ที่ที่เหมาะสม

๕๘ เศรษฐกจิ พอเพยี ง มี ๒ รูปแบบ คอื ๑.เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน สามารถพึ่งตนเองได)โดยไมLโลภมาก และไมเL บียดเบียนคนอน่ื ๒.เศรษฐกิจพอเพียงแบบก)าวหน)า คือ การแลกเปล่ียนรLวมมือชLวยเหลือกัน เพื่อทำให)สLวน รLวมไดร) บั ประโยชนE และนำไปสกLู ารพัฒนาชุมชนและสงั คมใหเ) จรญิ อยาL งยั่งยนื เกษตรทฤษฎีใหมL เปZนตัวอยLางที่เปZนรูปแบบของการใช)ปรัชญาเศรษฐกิจด)านการเกษตร แบLง ออกเปนZ ๓ ข้ันตอน คือ ทฤษฎีใหม@ขั้นที่ ๑ เปZนการทำการเกษตรที่มีระบบการผลิตที่สามารถเลี้ยงตนเองในระดับที่ ประหยัด และสามารถชLวยเหลือตนเองได)โดยเริ่มจากการแบLงพื้นที่ออกเปZน 4 สLวน คือ สLวนที่ 1 เปZน พื้นที่สระน้ำเพื่อเก็บกักน้ำฝนไว)ใช)ในไรLนาเพื่อปลูกพืชและเลี้ยงสัตวE สLวนที่ 2 เปZนพื้นที่ปลูกข)าว เพ่ือ ใช)สำหรับการบริโภคในครัวเรือนให)เพียงพอตลอดปh สLวนที่ 3 เปZนพื้นที่ปลูกไม)ผล ไม)ยืนต)น พืชไรL และอืน่ ๆ เพื่อเปนZ อาหารและยาสำหรบั บรโิ ภคในครวั เรอื น เหลอื จงึ จำหนาL ยเปZนรายได) สLวนที่ 4 เปZน พนื้ ที่อยLอู าศยั เลี้ยงสตั วE ถนนหนทาง และโรงเรอื น ทฤษฎีใหม@ขั้นที่ ๒ เปZนการรวมพลังของเกษตรกรในรูปกลุLมหรือสหกรณEรLวมกันดำเนินการ ในการผลิต การตลาด การเปZนอยูL สวัสดิการ การศึกษา สังคม และศาสนา โดยได)รับความรLวมมือจาก ภาครัฐ และเอกชน ทฤษฎีใหม@ขั้นที่ ๓ เปZนการประสานเพื่อจัดหาทุนและแหลLงเงินมาชLวยในการลงทุนและ พัฒนาคุณภาพชวี ิต โดยได)รับประโยชนรE วL มกัน ดังนั้น การที่จะเลือกใช)ทฤษฎีใหมLทั้งทฤษฎีใหมLขั้นต)น และทฤษฎีใหมLขั้นก)าวหน)าในการ สLงเสริมเกษตรกรให)เปZนรูปธรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได)อยLางถูกต)องและเหมาะสมกับ เกษตรกรแตLละกลุLมหรือแตLละชุมชน จะต)องมีความเข)าใจและยึดหลักการในการบริหารจัดการที่ดิน และนำ้ เพื่อการเกษตรใหเ) กดิ ประโยชนสE ูงสุด เปรยี บเทียบเศรษฐกิจพอเพียงกบั ทฤษฎใี หมL ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกร เปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบ พ้ืนฐาน เทยี บไดก) ับทฤษฎีใหมLขนั้ ท่ี ๑ ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองคEกร เปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบก)าวหน)า ซ่ึง ครอบคลุมทฤษฎใี หมLขน้ั ที่ ๒ ความพอเพียงในระดับประเทศ เปZนเศรษฐกิจพอเพียงแบบก)าวหน)า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหมL ขน้ั ท่ี ๓ ดังนั้นจากการประยุกตEเศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหมL เพื่อให)สามารถในการพึ่งตนเองเปZน หลัก ที่เน)นความสมดุลทั้ง ๓ คุณลักษณะ คือ พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ)มกัน มา

๕๙ ประกอบการตัดสินใจในเรื่องตLาง ๆ เปZนขั้นเปZนตอน รอบคอบ ระมัดระวัง พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะ พอควร และพร)อมรับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นการพิจารณาความรู)คูLคุณธรรม มี การศึกษาเรียนรู)และพัฒนาตนเองอยLางตLอเนื่อง (ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง) ในวิชาการตLาง ๆ ที่เกี่ยวข)องกับการดำรงชีวิต ใช)สติป\\ญญาในการตัดสินใจตLาง ๆ อยLางรอบรู) รอบคอบ และมีเหตุผลที่ จะนำความรู)ตLาง ๆ เหลLานั้นมาปรับใช)อยLางมีขั้นตอนและระมัดระวังในการปฏิบัติ มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตยEสุจริต มีความเพียรความอดทน และใช)สติป\\ญญาอยLางชาญฉลาดในการ ดำเนินชีวติ ในทางสายกลาง คำถามทาQ ยบท ๑. ใหน) สิ ติ อธบิ ายความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียงกับทฤษฎีใหมL มีความแตกตาL งกันอยLางไร ๒. ให)นิสิตบอกวิธีการประยกุ ตEใช)ทฤษฎีใหมตL ามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๓. บอกแนวทางการพฒั นาเพือ่ ความยัง่ ยนื ของชุมชน ๔. จงวิเคราะหโE ครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เอกสารอQางอิงประจำบท คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ สงั คมแหงL ชาต.ิ ประมวลคำในพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจาQ อย@หู ัวภมู ิพล อดุลยเดช ตั้งแต@พุทธศักราช ๒๔๙๓ – ๒๕๔๖ ที่เกี่ยวข)องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร,๒๕๔๘. การประยุกตใ0 ชปQ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร,๒๕๔๗. นานาคำถามเกยี่ วกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร,๒๕๔๗. เศรษฐกิจพอเพียงคอื อะไร. กรงุ เทพมหานคร,๒๕๔๗. ชนิกา เจริญวงษE. “บทความสำรวจความคิดคามเขQาใจการปฏิบัติตามแนวทฤษฎีใหม@” ใน เอกสาร ประกอบการประชุมวิชาการของสถาบันวิจัยพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแกLน. มกราคม, ๒๕๔๒. ชลิตภากร วีรผลิน. “การนำทฤษฎีใหม@ไปสู@การปฏิบัติจากมุมมองของนักผังภาคและผังเมือง” ใน เอกสารประอบการสัมมนาโครงการปราชญEเพื่อแผLนดิน : ทฤษฎีใหมLตามแนวพระราชดำริ สถาบนั พัฒนาขา) ราชการพลเรือน จ.นนทบุรี ในวนั ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑. สถาบนั นโยบาย การศึกษา, ๒๕๔๑. ส่อื ออนไลน0 http://www.oknation.net/blog/chawsaun/2007/05/22/entry-1

๖๐ http://www.slideshare.net/sudza/ss-5216639 http://www.rta.mi.th/21610u/Data/Data_pro/Popeaing/1.htm http://www.tungsong.com/Read/Prayuk/Index.asp

บทที่ ๕ การดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัตถปุ ระสงคEประจำบท เม่ือได)ศึกษาเน้อื หาบทนี้แลว) ผ)ูศกึ ษาสามารถ ๑. บอกความสำคัญของการดำเนนิ ชีวติ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงได)อยาL งถกู ต)อง ๒. บอกการจดั ทำบัญชคี รัวเรือนได)อยLางถูกต)อง ๓. บอกถึงการพัฒนาและแก)ปRญหาชีวติ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ) ยLางถูกตอ) ง ๔. บอกบุคคลตัวอยLางที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได) อยLางถูกตอ) ง ขอบขFายเนือ้ หา ๕.๑ ความสำคัญของการดำเนินชีวติ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๕.๒ การจดั ทำบญั ชีครวั เรือนได) ๕.๓ การพฒั นาและแกป) ญR หาชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ๕.ถ บุคคลตัวอยาL งที่ประสบผลสำเรจ็ ในชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๕.๑ บทนำ การพัฒนาประเทศที่อยูLทLามกลางกระแสโลกาภิวัฒนZที่แขLงขันกันรุนแรง ชิงไหวชิงพริบซึ่งกัน และกัน รวมทั้งความไมLสงบเรียบร)อยของสังคมโลกที่กำลังเกิดขึ้น ทำให)เห็นถึงความไมLแนLนอน และ ความสับสนวุLนวายที่อาจจะเกิดขึ้นได) การพัฒนาทุกด)านให)มีคุณภาพ สอดคล)องสนับสนุนเชื่อมโยงกัน และกัน การตัดสินใจในการบริหารให)คำนึงถึงการพัฒนาที่สมดุล การพัฒนาในเชิงคุณภาพเป]นหลัก สำคัญ แม)แตLระดับภูมิภาค หากคิดจะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตZใช)ให)เกิดภูมิคุ)มกัน ที่ดีในกลุLมประเทศของภูมิภาคก็นLาจะทำได)ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไมLใชLเรื่องใหมL แตLเป]นเรื่องที่ ต)องตอกย้ำและปลูกฝRงแนวคิดนี้ อยูLในจิตสำนึกตลอดเวลา คิดพิจารณาทบทวนเรื่องที่ดำเนินการอยูL ใหอ) ยูLในหลักของปรชั ญานี้ สLวนการพัฒนาคนเป]นเรื่องที่สำคัญที่สุดให)คนมีคุณภาพประสิทธิภาพมีคุณธรรมมีความ พร)อมรองรับการเปลี่ยนแปลงได)อยLางอื่นก็จะพัฒนาไปได)งLายขึ้นการพัฒนาคนต)องทำอยLางตLอเนื่อง ตลอดเวลาหากคนมีความคิด ความเข)าใจ และปลูกฝRงตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป]น สLวนใหญLแล)วประเทศไทยก็จะมีภูมิคุ)มกันที่ดีลดผลกระทบและรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ได)

๖๒ การดำเนินตามชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทำได)ทุกระดับ ในระดับบุคคล ต)องดูแลตัวเองให)อยูLในความพอดี พัฒนาตนเองให)มีความรู)ความสามารถประกอบอาชีพให)เกิดความ พอมีพอกินได) มีสำนึกเรื่องการออมและนำเงินออมไปสร)างรายได)เพิ่ม พัฒนาตนเองให)เป]นคนดี มี คุณธรรม มีความเพียร เอื้ออาทรกับคนในสังคม ในระดับชุมชนประยุกตZใช)แนวคิดความพอเพียงให) นำไปสูLชุมชนที่เข)มแข็ง และขยายสร)างเครือขLายให)กว)างขวางขึ้นเป]นการพึ่งพาซึ่งกันและกัน หาก หลายชุมชนเข)มแข็ง นำไปสูLจังหวัดเข)มแข็ง ภูมิภาคเข)มแข็งและประเทศไทยโดยรวมเข)มแข็งด)วยใน ระดับประเทศ ประยุกตZใช)แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการที่จะสร)างภูมิคุ)มกันในประเทศ ไมLกLอหนี้สินมากจนเกิดไป สLงเสริมการออมในประเทศ หาทางบริหารทรัพยZสินที่มีอยูLให)มี ประสิทธิภาพ สร)างโอกาสในด)านตLาง ๆ ให)คนเข)าถึงอยLางเป]นธรรม สร)างสภาพแวดล)อม และ บรรยากาศที่ดีตอL การกระจายการลงทุนในประเทศเป]นอยาL งดี ๕.๒ การดำเนินชวี ิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประเทศไทยเรานั้น เป]นประเทศที่อุดมสมบูรณZด)วยทรัพยากรธรรมชาติ คือ มี ทะเล มีภูเขา มีปbา มีพืช มีสัตวZนานาชนิด พูดรวม ๆ วLา ในน้ำมีปลา ในนามีข)าว เราจึงไมLเดือดร)อนในการแสวงหา ปRจจัย ๔ มาบำรุงชีวิตของเราเลยอยากกินปลาก็หากินได) ใกล) ๆ บ)าน อยากกินผักกินพืชก็มีให)กิน เจ็บปbวยเราก็มียาสมุนไพร ยามไข)ใจเราก็มี พระคอยชLวยเหลือ คอยให)ทั้งสติและปRญญา สอนให)เรามี ศีลมีธรรม ไมLเป]นคนประมาทขาดสติแตLมาบัดนี้ วันนี้ สิ่งที่วLาข)างต)นนั้นได)สูญหายไป เกือบจะหมดสิ้น จะเหลือก็เฉพาะความทรงจำของคนสูงอายุ อนุชนคนรุLนหลังของเราไมLมีโอกาสได)สัมผัสบรรยากาศ ดังกลLาวอีกตLอไป มีการสอนให)เข)าใจวLานี้คือความเจริญ คือ มีถนนหนทาง เต็มไปหมด มีรถวิ่งจนคน ไมLมีที่เดิน มีร)านขายของ ๒๔ ชั่วโมง มีอะไรตLออะไรเต็มไปหมด แตLที่เราขาด คือ ความอยูLดีมีสุข เรา ต)องอยูLรอ) น นอนทุกขกZ ับเรื่องตLาง ๆ มากมาย ด)วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัว ทรงเห็นภัยคุกคามที่วLานี้ จึงได) ทรงคิดค)นหาวิธีการแก)ไข และในที่สุดก็ทรงค)นพบและบอกให)ประชาชนคนไทยได)เรียนรู)และปฏิบัติ ตาม เพื่อกู)และแก)ไขปRญหาตLาง ๆ ที่เกิดขึ้น ในสังคมของประเทศไทย ข)อค)นพบที่วLานั้น เมอ่ื นำมาสรุป รวมแล)ว เรียกวLา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” คือ วิธีรู) วิธีคิด และวิธีปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนของทุกคน ทุกอาชีพ ทุกชุมชน เพื่อความอยูLดีมีสุขรLวมกันของทุกคน เรียกคืนความดีงามที่เราเคยมีอยูLกลับมา และค)นหาทางเดินที่ถูกต)องกันใหมL โดยการศึกษาให)มีความรู)จริงในสิ่งที่มี สิ่งที่ทำ ให)มีคุณธรรม คือ ความขยัน อดทน ซื่อสัตยZ สุจริต มีความรู) ความคิด และการกระทำที่พอประมาน พอดี มีเหตุมีผล มี การระวังตน ไมLประมาท รู)จักระวังภัยในชีวิต การรู) การคิด และการกระทำลักษณะนี้แหละเรียกวLา การปฏบิ ัติตามปรชั ญาความคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๖๓ พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัว ทรงเข)าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมื่อได)พระราชทานแนว พระราชดำริ หรือพระบรมราโชวาทในด)านตLาง ๆ จะทรงคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชน ด)วย เพือ่ ไมLให)เกดิ ความขัดแยง) ทางความคดิ ท่ีอาจนำไปสLูความขดั แย)งในทางปฏิบัตไิ ด) ดังน้ี แนวพระราชดำริในการดำเนินชวี ติ แบบพอเพียง ๑. ยดึ ความประหยัด ตัดทอนคาL ใช)จLายในทุกด)าน ลดละความฟbุมเฟอh ยในการใชช) ีวติ ๒. ยึดถอื การประกอบอาชีพดว) ยความถกู ตอ) ง ซอ่ื สตั ยสZ ุจริต ๓. ละเลิกการแกLงแยLงผลประโยชนZและแขงL ขนั กันในทางการค)าแบบตอL สกู) ันอยLางรุนแรง ๔. ไมLหยุดนิ่งที่จะหาทางให)ชีวิตหลุดพ)นจากความทุกขZยาก ด)วยการขวนขวายใฝbหาความรู)ให) มรี ายได)เพิม่ พนู ขนึ้ จนถึงขนั้ พอเพียงเปน] เปาi หมายสำคัญ ๕. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนาหลักการเร่ืองการออม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ดังจะเห็นได)วาL การดำเนินชวี ิตตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเด็จ เจ)าอยูLหัวนั้นทรงเน)นการดำเนินชีวิตของประชาชนให)สามารถยืนอยูLได)ด)วยตนเอง ซึ่งการประหยัดอด ออมเปน] แนวทางหน่งึ ทจี่ ะทำให)ชวี ิตมีความม่นั คง ดังเสนอในหัวข)อตLอไป ๕.๓ การออม การออมเป]นแนวทางหนึ่งที่จะทำให)การดำเนินชีวิตมีฐานะมั่นคง ให)ความสำคัญในการใช) ทรพั ยากรทมี่ ีอยูอL ยLางคม)ุ คLาดงั จะนำเสนอแนวทางของการออมดังนี้ ความหมาย การออม คำศัพทZ ในพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ให) นิยามไว)วLา ออม ก. ประหยัด เก็บหอมรอบริบ, เชLน ออมทรัพยZ; ถนอม, สงวน, เชLน ออมแรง จาก ความหมายนี้ แสดงวLา การออม คือ การประหยัด การเก็บหอมรอบริบ การถนอม และการสงวน สิ่งที่ จะประหยัด หรอื เกบ็ หอมรอบรบิ ได)แกL ทรพั ยZสินเงินทอง ฉะนั้น การออม จึงมีความหมายกว)าง คือหมายถึง การใช)สิ่งมีคLามีคุณทั้งหลายอยLาง ระมัดระวัง อยLางไมLประมาท อยLางมีเหตุมีผล ทั้งในตนและนอกตน คือ ตนเอง ชีวิตของตนเองซึ่ง แตL ละคนจะต)องถือวLา มีความหมายสูงสุด สำคัญสูงสุด จึงต)องรู)จักตระหนักถึงคุณคLาของชีวิต ไมLปลLอย ปละละเลยให) ตกต่ำให)ไร)คLา พยายามรักษาและพัฒนาให)เจริญให)ได) ในขณะเดียวกัน ทรัพยZสินเงิน ทอง ข)าวของตLาง ๆ ที่เป]นปRจจัยในการดำรงชีพ ก็ต)องให)ความสำคัญ ต)องรู)จักเก็บรู)จักใช) ไมLปลLอย ปละละเลย ไมLตำน้ำพริกละลายแมLน้ำ ไมโL คLนปาb เพ่ือหานก เป]นตน) จะเห็นได)วLา การออมมิได)มุLงที่ออมเงินอยLางเดียว แตLหมายถึง การออมชีวิตตนเอง และปRจจัย ในการดำรงชีพทกุ อยาL ง

๖๔ การออม ในเบื้องต)น เป]นเรื่องของคน คือ จุดเริ่มต)นจะเกิดที่คน การออมจะเกิดได)ก็เพราะ คนได)รับการศึกษาเรียนรู) มีครู คือ พLอแมL เป]นต)น เป]นผู)แนะนำสั่งสอน ให)ความสำคัญ ความจำเป]น และผลหรือคุณประโยชนZที่เกิดจากการออม เมื่อโตขึ้นก็คิดได)เอง ทำได)เอง และสอนผู)อื่นตLอไป การ ออมจงึ เป]นเรอ่ื งของการศึกษา การพัฒนาชวี ิตของคนลกั ษณะหนึ่ง คอื การฝกn ให)ร)ู ใหค) ดิ และให)ทำใน สง่ิ ดมี ีประโยชนZ การออมชีวิต ออมเงิน ออมทรัพยากรธรรมชาติมีปbาไม) แหลLงน้ำ แหลLงดนิ ก็ต)องเริ่มต)นที่การ เรียนร)ู การคิดและการปฏบิ ัติเชLนเดียวกนั ๕.๓.๑ คณุ ประโยชนEการออม กลLาวโดยรวมการออมให)ประโยชนZตLอการดำรงชีวิตและการพัฒนาชีวิตของเรา ไมLวLาจะเป]น การ ออมเงนิ และออมทรพั ยากรอ่ืน รวมทงั้ การออมชีวติ หากจะแยกให)เห็นเป]นเร่ือง ๆ กแ็ ยกไดด) ังนี้ ๑) ด)านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ แปลวLา กิจที่ประเสริฐ คือ เป]นกิจที่ชLวยให)ชีวิตดำรงอยูLและเปpด โอกาสให)คนได)พัฒนาชีวิตคนให)เจริญ ให)สูงขึ้นได) การประกอบอาชีพ เชLน การปลูกพืชผัก เพื่อบริโภค เพื่อแจกจLายแกLเพื่อนบ)าน หรือเพื่อจำหนLายให)ได)เงินมา เพื่อนำไปแลกกับปRจจัยด)านอื่น เชLน ยารักษา โรค ที่อยูLอาศัย เครื่องนุLงหLม ยานพาหนะ เป]นต)น เรียกกันวLา เป]นเรื่องกิจกรรมด)านเศรษฐกิจ คือ เรื่องการผลิต การแจกจLาย และการบริโภค เงินเป]นตัวกลางของการแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายปRจจัย ทั้งหลาย จึงมีความสำคัญตLอการดำรงชีพสูงมาก โดยเฉพาะปRจจุบัน การจะมีเงินได)ก็เป]นเรื่องยาก ดังนน้ั เมือ่ ได)มาก็ตอ) งรจู) กั ประหยัดรจู) ักออม เพื่อแลกเปลย่ี นสิ่งของปRจจัยในการดำรงชพี ตLอไป ๒) ด)านสังคม ในกระบวนการออม ถ)ารวมกลุLมการออมตั้งแตLระดับครอบครัว ชุมชน หมูLบ)าน ตำบล ถึงจังหวัด ที่ปฏิบัติกันอยูLขณะนี้ เห็นได)ชัดวLา มีผลดีด)านสังคม คือ เป]นกิจกรรมสLงเสริม ความสัมพันธZที่ดีระหวLางกัน ให)คนคิดถึงกัน เอื้ออาทรตLอกัน หรือรักกันมากขึ้น อยLางกรณีการออม สัจจะลดรายจLายวันละ ๑ บาท เป]นเครื่องมือให)คนที่เป]นสมาชิกคิด เอื้ออาทรตLอเพื่อนสมาชิก ตLอ ผู)ด)อยโอกาส ผู)พิการชLวยตัวเองไมLได) และได)มีสLวนชLวยเพื่อนตั้งแตLวันลืมตามาดูโลกจนถึงวันตาย ถ)า ไดป) ฏิบัติกันอยLางจรงิ จงั ก็จะชวL ยเสรมิ สรา) งความเข)มแข็งให)กับครอบครัว และชมุ ชนไดท) างหนง่ึ ๓) ด)านวัฒนธรรม กิจกรรมที่คนสLวนใหญLถือปฏิบัติกันอยLางแพรLหลาย มีสาระทั้งที่เป]น ความรู) ความคิด การปฏิบัติที่มีแบบแผนแนLนอน และทำอยLางตLอเนื่อง และให)ผลเป]นความดีแกLผ)ู ปฏิบัติ เราจัดวLาเป]นวัฒนธรรม พฤติกรรมการออม กิจกรรมการออม ผลการออมมีลักษณะเชLนวLาน้ี จึงจัดวLาเป]นวัฒนธรรมสำคัญของชุมชนได)อยLางหนึ่ง ถ)าได)ปฏิบัติกันอยLางจริงจังตลอดไป เพราะเนื้อ ในของการออม นั้นมีองคZประกอบของความเป]นวัฒนธรรมครบถ)วน คือ มีทั้งองคZความรู) วิธีปฏิบัติ และผลการปฏิบัติที่ชัดเจน ให)ประโยชนZแกLผู)ปฏิบัติดีได)ทั้ง ๔ ด)าน คือ ด)านกาย ด)านสังคม ด)านใจ และดา) นจติ วิญญาณ

๖๕ ๔) ด)านการศึกษา ภาพรวมทางกระบวนการการออมเป]นเรื่องของการเรียนรู) การฝnกตนเอง ผู)ทำการออม หรือเป]นสมาชิกกลุLมเพื่อออมเพราะต)องรู)หลักคิด หลักการและหลักปฏิบัติ ตลอดถึง ผลลัพธZที่พึงได)พึงมี การที่ทุกคนเดินเข)าสูLกระบวนการนี้ได)ชื่อวLา เดินเข)าสูLกระบวนการทางการศึกษา เพ่ือพัฒนาตนเอง ดังได)กลLาวแล)วในตอนต)น ผู)เข)ารLวมกิจกรรมนี้ อยLางตั้งใจจะเรียนรู)ก็จะได)รับ ประโยชนZสLวนนี้อยLางครบถ)วน โดยไมLรู)ตัว และจะพบวLาตนเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งด)าน การร)ู การคดิ การพูด และการทำ ๕) ด)านทรัพยากรธรรมชาติแวดล)อม ดิน น้ำ ปbา เขา สัตวZ พืชที่เราได)เห็น อยูLรอบ ๆ ตัวเรา บ)านเรา ชุมชนเรา คือ ชีวิตเรา เพราะวLา เราต)องอาศัยดิน น้ำ ปbา เขา พืช สัตวZเหลLานั้น จึงมีชีวิตอยูL ได) ดินหด น้ำแห)ง ฝนแล)ง ปbาถูกเผา ภูเขาพัง สัตวZล)มตายด)วยโรคบางชนิด ภาวะเชLนนี้ คือ สัญญาณ เตือนภัยอันใหญLหลวง ได)เกิดขึ้นแกLมนุษยZแล)ว เพราะเราเป]น อยูLได) พัฒนาได) ก็โดยอาศัยสิ่งเหลLาน้ี การพูดถึงการออมทรัพยZสินหรือทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป]นเรื่องใหญLยิ่งเทLากับออมชีวิต เงินทองจะมี ความหมายก็เมื่อมีสิ่งนี้ เมื่อไมLมีสิ่งนี้ เงินทองก็หมดความหมาย กลายเป]นเศษกระดาษ เศษโลหะที่กิน ไมLได) ชLวยชีวิตมนุษยZไมLได)เลย การใช)เงินเพื่อจัดการทรัพยากรให)คงอยูLในภาวะปกติ จึงเป]นเรื่องต)อง คดิ ตอ) งทำ ๖) ด)านการพัฒนาชีวิต การออมเป]นเรื่องการรู) การคิด และ การทำ การออมที่เริ่มด)วยการ เรียนรู)เรื่องสัจจะ คือ ความจริงที่รู) ที่คิด ที่พูด ท่ีทำ ของตนเอง วLาจะต)องพูดจริง ทำจริง คิดจริง และ รู)จริงนั้น นับเป]นการเรียนรู)เพื่อรู)จักตนเอง รู)จักความสัมพันธZระหวLางคนกับผู)คนในครอบครัว ใน ชุมชน เป]นต)น โดยเฉพาะคนในครอบครัว มีภรรยา หรือสามี และลูก ๆ รวมปูbยาตายาย ถ)าคนใน ครอบครัวรู)จักสัจจะ คือ ความซื่อสัตยZ ซื่อตรง จริงใจ จริงวาจา จริงการทำตLอกัน รู)จักขLมใจในบาง โอกาสบางกรณี รู)จักอดทนอดกลั้น รู)จักสละสิ่งของให)แกLกัน และรู)จักสลัดอารมณZมัวหมอง เป]นตน ก็ มีคุณตLอชีวิตของคนในครอบครัว อยLางมากมายแล)ว ยิ่งไปกวLานั้น ถ)าได)ศึกษาให)ลึกลงไปในสัจจะของ ชีวิตทั้งที่ตนเอง ผู)อื่น สิ่งอื่น รอบ ๆ ตัวอีกด)วยแล)ว ก็จะยังเพิ่มคุณประโยชนZให)อีกมากมาย จนถึงข้ัน เข)าใจสัจธรรม ท้ังที่ตนเองผ)อู น่ื และสิง่ อืน่ กถ็ อื วาL ถึงข้นั สดุ ยอด ของการพัฒนาชีวิตแลว) ๕.๓.๒ วธิ ีการทำบญั ชีครวั เรือน การทำบัญชี คือ การจดบันทึก ข)อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขปRจจัยในการดำรงชีวิตของเรา ใน ครอบครัวของเรา ชุมชนของเรา และประเทศของเรา เนื่องจากการทำบัญชีเป]นเรียนรู)อยLางหนึ่ง การ ทำบัญชี จึงเป]นสLวนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู) การศึกษา การฝnกตน เพื่อให)เกิดการปฏิบัติพัฒนา ความรู) ความคิด และการปฏิบัติที่ถูกต)อง กLอความเจริญทั้งในด)านอาชีพหรือเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม เป]นต)นได) ข)อมูลที่ได)จากการบันทึกจะเป]นตัวบLงชี้อดีตปRจจุบันและอนาคตของชีวิตเรา เรา สามารถนำข)อมูลอดีตมาบอกปRจจุบันและอนาคตของเราได) ข)อมูลที่ได)ที่บันทึกไว) จะเป]นประโยชนZตLอ การวางแผนชีวิตและกิจกรรมตLาง ๆ ในชวี ติ ในครอบครัว ในชมุ ชน ในประเทศได)

๖๖ บัญชีครัวเรือน มิได)หมายถึง การทำบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจLายประจำวันเทLานั้น แตLอาจ หมายถึงการบันทึกข)อมูลด)านอื่น ๆ ในชีวิต ในครอบครัว เป]นต)น ของเราได)ด)วย เชLน บัญชีทรัพยZสิน พันธุZพืช พันธุZไม) ในบ)านเราในชุมชนเรา บัญชีความรู)ความคิดของเรา บัญชีผู)ทรงคุณ ผู)รู)ในชุมชนเรา บัญชีเด็กและเยาชนของเรา บัญชีภูมิปRญญาด)านตLาง ๆ ของเรา เป]นต)น หมายความวLา สิ่งหรือ เรื่องราวตLาง ๆ ในชีวิตของเรา เราจดบันทึกได)ทุกเรื่อง ทLานลองคิดดูทีวLา ถ)าเราทำได) ผลดีจะเกิด ขึ้นกับตัวเรา ครอบครัวเรา ชุมชนเรา ประเทศเราได)มากแคLไหน ตัวเรา ครอบครัวเรา ชุมชนเรา ประเทศเรา ก็จะเป]นคนเรียนรู) ครอบครัวเรียนรู) ชุมชนเรียนรู) และประเทศเรียนรู) การเรียนรู)เป]นที่มา ของปญR ญา ปญR ญาเป]นทม่ี าของความเจรญิ ทง้ั กาย สังคม ใจ และจิตวญิ ญาณของมนษุ ยZ จะเห็นวLา การทำบัญชี หรือการจดบันทึกนี้สำคัญยิ่งใหญLขนาดไหน บุคคลสำคัญ เชLน ทLาน พุทธทาส ในหลวง สมเด็จพระเทพ เป]นต)น ล)วนเป]นนักบันทึกทั้งสิ้น การบันทึก คือ การเขียน เมื่อมี การเขียนก็มีการคิด เมื่อมีการคิดก็กLอปRญญา เมื่อเกิดปRญญา เราก็มองเห็นเหตุเห็นผล เมื่อเห็นเหตุ เห็นผลเราก็จะคิดจะทำให)ถูกตามเหตุตามผล เมื่อทำ พูด คิด ได)ถูกเหตุถูกผล นั่นคือ ทางเจริญของ เรา การทำบัญชีครัวเรือนในด)านเศรษฐกิจ๑ หรือการบันทึกรายรับรายจLายที่ทางราชการพยายาม สLงเสริมให)เราได)ทำกัน นั่น เป]นเรื่องการบันทึกรายรับรายจLายประจำวันประจำเดือนวLา เรามีรายรับ จากอะไรบ)าง จำนวนเทLาใด มีรายจLายอะไรบ)าง จำนวนเทLาใด ในแตLละวัน สัปดาหZ เดือน และ ปq เพื่อ จะได)เห็นภาพรวมวLา เรารับเทLาใด จLายเทLาใด เหลือเทLาใด หรือเกิน คือ จLายเกินรับเทLาใด รายการใด จLายน)อยจLายมาก จำเป]นน)อยจำเป]นมาก จำเป]นน)อย อาจลดลง จLายเฉพาะที่จำเป]นมาก เชLน ซื้อ กับข)าว ซื้อยา ซื้อเสื้อผ)า ซLอมแซมบ)าน การศึกษา เป]นต)น เทLาใด ซื้อบุหรี่ ซื้อเหล)า เข)าบารZ บ)าหวย เป]นต)น จำนวนเทLาใด เมื่อนำมาบวกลบคุณหารกันแล)วขาดดุลเกินดุลไปเทLาใด เมื่อเห็นตัวเลข เราก็ อาจคิดได)วLาไอ)สิ่งไมLจำเป]นนั้นมันก็จLายเยอะ ลดมันได)ไหม เลิกมันได)ไหม ถ)าไมLลดไมLเลิกมันจะเกิด อะไร กับเรากับครอบครัวเรา กับประเทศเรา ถ)าคิดได) ก็เทLากับวLา รู)จักความเป]นคนได)พัฒนาตนเอง ให)เป]นคนมีเหตุมีผล เป]นคนรู)จักพอประมาณ เป]นคนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชน และรัก ประเทศชาติมากขึ้นจึงเห็นได)วLา การทำบัญชีครัวเรือน ในเรื่องรายรับรายจLายก็ดี เรื่องอื่น ๆ ก็ดี ก็คือ วถิ ีแหงL การเรียนร)ูเพ่อื พัฒนาชวี ิต ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง นน่ั เอง๒ ๑ คอลมั น์ บทความจากเพอ2ื น เรอ2ื ง การศกึ ษา คอื การพฒั นาชวี ติ : กรณีการออม เศรษฐกจิ พอเพยี ง และการทาํ บญั ชคี รวั เรอื นโดย : สภุ าคย์ อนิ ทองคง เมอ2ื : ๑๙/๐๔/๒๐๐๗ ๒ สืบค&นจาก http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=๓๗๖ เมอื่ วนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔

๖๗ ๕.๔ การพัฒนาและการแกTปUญหาชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพียงเป]นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยูLและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแตLระดับครอบครัวระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให)ดำเนินไปใน “ทางสายกลาง” โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให)ก)าวทันตLอโลกยุคโลกาภิวัตนZ “ความพอเพียง” หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป]นที่จะต)องมีระบบภูมิคุ)มกันในตัวที่ดี พอสมควร ตLอการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต)อง อาศัยความรอบรู) ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยLางยิ่งในการนำวิชาการตLาง ๆ มาใช)ในการ วางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต)องเสริมสร)างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ)าหน)าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให)มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตยZ สุจริต และให)มีความรอบรู)ท่ีเหมาะสม ดำเนินชีวิตด)วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปRญญา และ ความรอบคอบ เพื่อให)สมดุลและพร)อมตLอการรองรับการเปลี่ยนแปลงอยLางรวดเร็วและกว)างขวางทั้ง ด)านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล)อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได)เป]นอยLางดี เศรษฐกิจที่ผLานมาเป]น เศรษฐกิจเพื่อประโยชนZของคนสLวนน)อย โดยทำลายคนสLวนใหญL และทำลายฐานทรัพยากรทั้งหมดทำ ให)ไมLยั่งยืนและวิกฤติ เป]นเศรษฐกิจฉกฉวยและเศรษฐกิจเทียม ที่สร)างปRญหาให)สังคมไทยนานัป ประการ ควรจะใช)ยุทธศาสตรZเศรษฐกิจแก)เพื่อปวงชน เป]นเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให)ทุกคนมีพออยูLพอ กนิ ๕.๔.๑ หลกั การดำเนินชีวติ ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยสรุปมีดังนี้ ๑. ให)ทุกคน ทุกชุมชนดำเนินชีวิตไปในทางสายกลาง ซึ่งเป]นแนวทางที่ปราชญZทั้งปลาย เขา สอนกันมานาน เชLน พระพุทธเจ)าก็สอนเรื่องนี้ที่เรียกวLา มัชฌิมาปฏิปทาหรือ มัชเฌนธรรม คือ มรรค มีองคZ ๘ มีสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นถกู เห็นชอบ เป]นตน) ๒. หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอประมาณ พอดี ความมีเหตุผล ความ มภี มู คิ )ุมกัน ผลกระทบทง้ั จากภายนอกและภายใน ๓. เปiาประสงคZ คือ ให)เกิดความสมดุล และพร)อมตLอการรองรับการเปลี่ยนแปลงอยLาง รวดเร็ว และกว)างขวาง ทั้งด)านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล)อม และวัฒนธรรมจากภายนอกได)เป]นอยLางดี ๔. เงื่อนไข โดย ๑) จะต)องเสริมสร)างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ)าหน)าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจให)มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตยZสุจริต และให)มีความรอบรู)ที่เหมาะสม ๒) ดำเนินชีวิตด)วยความอดทนมีความเพียร มีสติ และความรอบคอบ ๓) จะต)องอาศัยความรู) ความ รอบคอบ และความระมัดระวังอยLางยิ่งในการนำวิชาการตLาง ๆ มาใช)ในการวางแผน และดำเนินการ ทุกขั้นตอน มดี ังตอL ไปนี้

๖๘ ๕.๔.๒ หลักพจิ ารณาการใชชT วี ิตตามกรอบแนวปรัชญาของเศรษฐกิจ ๑. กรอบแนวคิดเป]นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางในการดำรงชีวิตอยLู และปฏิบัติตนในทางที่ควร จะเป]น โดยมีพื้นฐานมาจากชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกตZใช)ได)ตลอดเวลา และเป]น การมองโลกในเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยูLตลอดเวลา มุLงเน)นการรอดพ)นจากภัย และวิกฤต เพ่ือ ความม่นั คง และความยัง่ ยืน ของการพฒั นา ๒. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกตZใช)กับการปฏิบัติตนได)ในทุก ระดับ โดยเนน) การปฏิบตั ิ บนทางสายกลาง และการพฒั นาอยาL งเป]นขน้ั ตอน ๓. คำนิยาม ความพอเพียงจะต)องประกอบด)วย ๓ คุณลักษณะ พรอ) มๆกนั ดงั นี้ ก. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไมLน)อยเกินไป และไมLมากเกินไปโดยไมL เบียดเบยี นตัวเองและผอู) ่นื เชนL การผลติ และบรโิ ภคท่อี ยใูL นระดับพอประมาณ ข. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจในระดับของความพอเพียงนั้น จะต)องเป]นไปอยLางมี เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุและปRจจัยที่เกี่ยวข)อง ตลอดจนคำนึงถึง ผลที่คาดวLาจะเกิดขึ้น จากการ กระทำน้นั ๆ อยาL งรอบคอบ ค. การมีภูมิคุ)มกันในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให)พร)อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลง ด)านตLางๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป]นไปได)ของสถานการณZตLาง ๆ ที่คาดวLาจะเกิดขึ้นในอนาคต ท้งั ใกลแ) ละไกล ๔. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมตLาง ๆ ให)อยูLในระดับพอเพียงนั้น ต)องอาศัย ทงั้ ความร)ู และคณุ ธรรมพนื้ ฐาน กลาL วคอื ก. เงื่อนไขความรู) ประกอบด)วย ความรอบรู) เกี่ยวกับวิชาการตLาง ๆ ที่เกี่ยวข)อง อยLางรอบ ด)าน ความรอบคอบ ทีจ่ ะนำความรู)เหลาL นั้นมาพิจารณาให)เชอ่ื มโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผน และ ระมดั ระวังในขัน้ ปฏบิ ัติ ข. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต)องเสริมสร)าง ประกอบด)วย มีความตระหนักในคุณธรรม ความ ซ่ือสัตยZ สจุ ริต และมคี วามอดทน มีความเพยี ร ใช)สติปRญญาในการดำเนินชีวิต ๕. แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดวLาจะได)รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกตZใช) คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร)อมรับตLอการเปลี่ยนแปลงในทุกด)าน ทั้งด)าน เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดลอ) ม และเทคโนโลยี๓ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป]นแนวทางในการดำเนินชีวิต แนวทางสำหรับการตัดสินตั้งแตL เรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันของแตLละคน ไปจนถึงเรื่องใหญLระดับชาติ การที่จะทำให)แนวทางของ เศรษฐกิจพอเพียงกลายเป]นวัฒนธรรมหลักในการใช)ชีวิตของคนในสังคม จำเป]นต)องมีกระบวนการ หลLอหลอมให)ทุกคนมีความเชื่อมั่นและสามารถนำหลักการนี้ไปประยุกตZใช)ได)อยLางอัตโนมัติเหมือน ๆ

๖๙ กับการคิดเลขหรือขี่จักรยานในชีวิตประจำวัน และการศึกษาเป]นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให)เกิด กระบวนการดงั กลาL ว๔ ตามแผนภาพที่ ๔.๑ แผนภาพที่ ๔.๑ การดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ทีม่ า : สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหLงชาติ แผนพฒั นาฉบบั ๑๐๕ เมื่อนำมาสรุปรวมแล)ว เรียกวLา \"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง\" คือ วิธีรู) วิธีคิด และวิธีปฏิบัติเพื่อ พัฒนาตนของทุกคน ทุกอาชีพ ทุกชุมชน เพื่อความอยูLดีมีสุขรLวมกันของทุกคน เรียกคืนความดีงามท่ี เราเคยมีอยูLกลับมาและค)นหาทางเดินที่ถูกต)องกันใหมL โดยการศึกษาให)มีความรู)จริงในสิ่งที่มี สิ่งที่ทำ ให)มีคุณธรรม คือ ความขยัน อดทน ซื่อสัตยZ สุจริต มีความรู) ความคิด และการกระทำที่พอประมาน พอดี มีเหตุมีผล มีการระวังตน ไมLประมาท รู)จักระวังภัยในชีวิต การรู) การคิด และการกระทำลักษณะ นแ้ี หละเรยี กวLา การปฏบิ ัตติ ามปรชั ญาความคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี ง นี้คือปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามตำรา หรือทฤษฎี ท่นี ี้พวกเราซ่งึ เปน] ชาวบา) น ชาวเมอื ง จะ เรียนร)ใู ห)เข)าใจ เข)าถงึ และนำมาปฏิบัตพิ ัฒนาตน พัฒนาครอบครวั พัฒนาชมุ ชนนน่ั เอง ๕.๔.๓ แนวทางการดำรงชีวติ เศรษฐกจิ แบบพอเพียง การดำรงชีพแบบ “เศรษฐกิจแบบพอเพียง” เป]นการเข)าสูLมาตรฐาน “พออยูL พอกิน” ตาม พระราชดำริ อาจปฏิบตั ติ นดังน้ี ๑. ประหยัด ตดั ทอนคาL ใชจ) Lายในทุกดา) น ลดละความฟbมุ เฟอh ย ดังพระราชดำรสั วาL “ความเปน] อยLทู ีต่ อ) งไมLฟbมุ เฟhอย ตอ) งประหยดั ไปในทางทถี่ กู ต)อง” ๒. ประกอบอาชีพด)วยความสุจริต ดังพระราชดำรัสที่วLา “ความเจริญของคนทั้งหลายยLอม เกดิ มาจากการประพฤติชอบและการหาเลย้ี งชพี ชอบเป]นสำคัญ” ๕ สำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง[ ชาติ แผนพฒั นาฉบบั ๑๐ , ๒๕๕๐ : หน&า ๓๔

๗๐ ๓. ละเลิกการแกLงแยLงผลประโยชนZและแขLงขันกันในทางการค)าขายกันอยLางรุนแรงดังอดีตดัง พระราชดำรัสวLา “ความสุขความเจริญอันแท)จริงนั้น หมายถึงความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามา ได)ด)วยความเป]นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำที่ไมLใชLได)มาด)วยความบังเอิญ หรือด)วยการแกLงแยLง เบียดบังมาจากผอ)ู ่ืน” ๔. ไมLหยุดนิ่งที่จะหาทางให)ชีวิตหลุดพ)นจากความทุกขZยาก ขวนขวายใฝbหาความรู)ให)เกิดมี รายได)จนถึงขั้นพอเพียง ดังพระราชดำริวLา “การที่ต)องการให)ทุกคนพยายามที่จะหาความรู)และสร)าง ตนเองให)ม่ันคงนี้เพื่อตนเอง เพื่อที่จะให)ตัวเองมีความเป]นอยูLที่ก)าวหน)า ที่มีความสุขพอมีพอกินเป]น ขน้ั หนงึ่ และขน้ั ตอL ไป ก็คือ ให)เกียรตวิ าL ยนื ได)ด)วยตนเอง” ๕. ลดละสิ่งชั่วให)หมดสิ้นไป ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ)าอยูLหัวได)พระราชทานพระบรม ราโชวาทวLา “พยายามไมLกLอความช่ัวให)เป]นเครื่องทำลายตัวทำลายผู)อื่น พยายามลด พยายามละ ความชั่วที่ตนเองมีอยูL พยายามกLอความดีให)แกLตัวอยูLเสมอ พยายามรักษาและเพิ่มพูนความดีที่มีอยูL น้ันใหง) อกงามสมบรู ณZยิง่ ขึน้ ” ๕.๕ บคุ คลตวั อยาF งท่ีประสบผลสำเรจ็ ในชีวิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สุวรรณ กันภัย๖หLางจากอำเภอสนมมีหมูLบ)านไมL ไกลนัก ทLามกลางท)องนาที่วLางเปลLา หากใครมา พบเห็นจะต)องสะดุดตากับความเขียวขจี บน พื้นที่ประมาณ ๙ ไรL ของลุงสุวรรณ กันภัย เกษตรกรผู)ทรหด ที่ถือเป]นตำนานที่ยังคงมีชีวิต อยLู แม)อากาศโดยทั่วไปในยามนี้จะร)อนปานใด หากแตLยLางเข)าไปในบริเวณ \"ไรLนา-สวนผสม\" ของลุงสุวรรณแล)วเราจะรู)สึกถึงความแตกตLางแม) จะไมLมากนัก แตLก็สัมผัสได) เย็นกาย เย็นตา และ เย็นใจ ทางเดินขนาดสองคนเดินเคียงกันได) จาก ปากทางเข)าสูLบ)านของลุง ดูสะอาดตา ตลอดสองข)างทางดาษดาไปด)วยพรรณไม)หลากชนิด ทั้งไม)ผล และผักสวนครัว ในสLวนที่จัดแบLงไว)ทำนา ข)าวในนาสูงราวศอก ขณะที่ผLานมานั้น เกือบ ๙๙ เปอรZเซ็นตZยังไมLทำอะไรกับผืนนา คงเป]นเวลาเดียวกันกับข)าวในนาของลุงสุวรรณและครอบครัวต้ัง ทอ) ง โดยทชี่ าวนาสวL นใหญกL ำลงั ลงกลา) กนั ๖ สบื ค&นจาก www.kradandum.com/people/people_01.htm เมื่อวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔

๗๑ ลุงเลLาให)ฟRงวLา เพิ่งมีนักเรียนจาก โรงเรียนวิวัฒนZพลเมือง มาเยี่ยมเยียนดูงาน เร็ว ๆ น้เี อง ตั้งหลายรนLุ แลว) ลุงสุวรรณมีความรู)ทางการศึกษาใน ระบบแคLป.๔ และเคยผLานงานกุลีในเหมือง แรLที่ปRกษZใต)กวLา ๖ ปq กLอนจะมาทำงานใน โรงงานยLานสมุทรปราการและในเมืองหลวง อกี หลายปq ในวยั หนมุL กระทั่งตัดสินใจใช)ชีวิตคูLกับปiาคำตันเมื่อ ๓๐ ปqที่แล)ว และนำคูLชีวิตไปทำงานที่กรุงเทพฯ ด)วยความ มุงานและเป]นคนจริงของลุงสุวรรณทำให)เป]นที่ชื่นชอบของนายจ)าง ทำให)ลุงทำงานหนักขึ้นไปอีก เพ่ือ สLงเงินมายังบ)าน สุดท)ายก็รู)ตัววLาสุขภาพย่ำแยL จึงตัดสินใจลาออกเพื่อมุLงหน)าสูLอาชีพของบรรพบุรุษ กับทุน รอนไมLกี่พันบาทผนวกกับที่นาที่พLอตายกให)สLวนหนึ่ง แรก ๆ ลุงก็ทำนาเหมือนกับชาวนาทั่ว ๆ ไป ทำ ไปทำมาก็มีแตLหนสี้ ิน เลยเปล่ยี นวิถีใหมLหนั มาทำแบบผสมผสานแตไL มมL ีทฤษฎี เรยี กวLา “ทำหา” วาL ง้นั เถอะ เป]นใครก็ต)องอ)าปากค)างหรือหาวLาลุงเสียสติ เมื่อรู)วLาสระน้ำ บLอน้ำ ที่ในผืนนาทั้งหมดนั้น ลุงขุด ดว) ยมอื ของลงุ เองท้ังสิน้ ด)วยหวังจะใชน) ำในบอL เพ่อื รดพืช ผักท่ีปลูกไว) ภาพไรนL าสวนผสมลุงสวุ รรณ ในไรLนา-สวนผสมของลุงสุวรรณ แบLงเป]นเนื้อที่ปลูกข)าว ๒ ไรL มีสระน้ำขนาดใหญL ๓-๔ บLอ มี ต)นมะนาวที่ให)ผลผลิตทั้งปqกวLา ๑๐๐ ต)น ชมพูLกวLา ๑๐๐ ต)น พืช ผักสวนครัว อาทิ หอม ยี่หรLา สาระ

๗๒ แหนL กะเพรา โหระพา ฯลฯ สารพัดชนิดรวมถึงปลาในสระ ทั้งหมดนี้กินได)ไมLรู)จบ ผมประทับประโยค หนงึ่ ทล่ี ุงตอบคำถามวาL \"ลงุ ใช)อะไรเลย้ี งปลาในสระ\" ลงุ ตอบวLา\"ลุงไมLได)เลี้ยงปลา ปลาเลยี้ งลุง\" ภาพบอL ปลา ในแบบ “เศรษฐกจิ พอเพียง” จากนาเชงิ เดี่ยวในปq ๒๕๑๖ อกี และกวาL ๕ ปqทม่ี ุ “ทำหา” (ทำไปเรอื่ ยเปh~อย) กระทง่ั ทุกวันนี้ สิ่งที่ลุงสุวรรณกับปiาคำตัน \"ทำหา\" นั้นกลับกลายเป]นทรัพยZสินที่เก็บกินไมLรู)หมด ลูกหญิง-ชาย ที่ไป ทำงานในเมืองหลวงกLอนก็ถูกเรียกกลับมาชLวย “ทำหา” ลุงสุวรรณสร)างบ)านหลังงามให)ลูกบนผืนนา นั้นเอง ทุกวันนี้ นอกจากจะทำในสิ่งที่ลุงรักแล)วและอาศัยอยูLในกระทLอมหลังน)อยที่ปราศจาก เครื่องใช)ไฟฟiาทุกชนิด ซึ่งในครัวปiาคำตันยังคงใช)ฟhนที่เก็บจากไรLนานั่นเองในการหุงหาอาหาร แม)จะ มีความรู)แคL ป.๔ ลุงสุวรรณ แตLลุงยังทำหน)าที่เป]นวิทยากรในด)านการทำเกษตรแบบพอเพียง ให)กับ หนวL ยงานราชการ, เกษตรกรทงั้ ไทย และตาL งประเทศรวมถงึ ผท)ู ส่ี นใจในอาชีพนีอ้ กี ดว) ย ด)วยการศึกษาเพียง ป.๔ ลุงสุวรรณยืนหยัดตLอสู)กับอุปสรรคทั้งหลายกระทั่งประสบผลสำเร็จ ในชีวิตทำให)ผมทึ่งและน)อมรับ ยอมรับในความสามารถ หากเทียบกับคนที่มีการศึกษาสูงแล)ว ลุง สุวรรณสมควรท่จี ะไดร) บั การยกยLองใหเ) ป]นครูของแผLนดิน แนLนอนที่สุด ใบประกาศเกียรติคุณและเกียรติยศที่คนจบป.๔ อยLางลุงสุวรรณได)รับทั้งใน ระดับท)องถนิ่ และในระดบั ประเทศยLอมแสดงใหเ) ห็นวาL คณุ คาL ของคนนน้ั ไมไL ด)อยทLู ีก่ ารศึกษาเสมอไป ลุงสุวรรณ ปiาคำตัน สระน้ำและต)นไม)ในสวนของลุงสอนผมหลาย ๆ อยLาง รวมทั้งหลักธรรม ในการดำเนินชีวิต การพึ่งพาอาศัยกันของสิ่งมีชีวิต ที่อยูLกันอยLางสมดุลและเอื้อตLอกัน เกียรติ ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ ท้ังหลายเป]นเพยี งส่งิ สมมุตเิ ทาL นน้ั

๗๓ สรุปทTายบท การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช)นั้น ขั้นแรก ต)องยึดหลัก “พึ่งตนเอง” คือ พยายามพึ่งตนเองให)ได)กLอน ในแตLละครอบครัวมีการบริหารจัดการอยLางพอดี ประหยัดไมLฟุbมเฟhอย สมาชิกในครอบครัวแตLละคนต)องรู)จักตนเอง เชLน ข)อมูล รายรับ-รายจLาย ในครอบครัวของตนเอง สามารถรักษาระดับการใช)จLายของตน ไมLให)เป]นหน้ี และรู)จักดึงศักยภาพในตัวเองในเรื่องของปRจจัยสี่ ให)ได)ในระดับหนึ่ง การใช)ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น จะต)องมีความพอดี ๔ ประการ คือ๗ - ความพอดีด)านสงั คม - ความพอดีดา) นทรพั ยากรและส่ิงแวดลอ) ม - ความพอดดี า) นเทคโนโลยี - ความพอดดี )านเศรษฐกจิ ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาตนเองให)สามารถ “อยูLได)อยLางพอเพียง” คือ ดำเนินชีวิตโดยยึด หลักทาง สายกลางให)อยูLได)อยLางสมดุล คือ มีความสุขที่แท) ไมLให)รู)สึกขาดแคลน จนต)องเบียดเบียนตนเอง หรือ ดำเนนิ ชวี ติ อยาL งเกนิ พอดี จนต)องเบียดเบียนผ)ูอน่ื หรือเบยี ดเบียนส่ิงแวดล)อม โดย - ยดึ หลัก พออยูL พอกนิ พอใช) - ยดึ ความประหยัด ตดั ทอนคLาใช)จLาย ลดความฟbมุ เฟอh ยในการดำรงชพี - ยึดถือการประกอบอาชพี ดว) ยความถกู ตอ) งและสุจรติ - ละเลิกการแกLงแยLงผลประโยชนZและแขLงขันในการค)าขาย ประกอบอาชีพ แบบตLอสู)กัน อยาL งรุนแรง - มุLงเนน) หาขา) วหาปลา กLอนมงุL เน)นหาเงนิ หาทอง - ทำมาหากินกLอนทำมาคา) ขาย - ภูมปิ ญR ญาชาวบ)านและที่ดนิ ทำกิน คือ ทุนทางสังคม - ตั้งสติทีม่ ั่นคง ราL งกายท่ีแข็งแรง ปญR ญาทีเ่ ฉยี บแหลม ๗ สืบค&นจาก http://www.rta.mi.th/21610u/Data/Data_pro/Popeaing/1.htm เมอื่ วันท่ี ๗ เมษายน ๒๕๕๔

๗๔ - นำความรู) ความเขา) ใจอยาL งลึกซ้งึ เพื่อปรบั วิถีชวี ติ สกูL ารพฒั นาที่ยงั่ ยืน แนวทางปฏบิ ตั ิ มีดงั ตอL ไปน้ี ๑) ทำตามสิง่ ดงี ามทง้ั หลายท่มี ีอยูLแลว) ในชุมชนของเรา ๒) แสวงหาส่งิ ดี ๆ ทไ่ี มLมีในชุมชนเราเข)ามาเสรมิ ๓) สวL นไหนที่เห็นวLา สามารถผสมผสานกันไดก) ผ็ สมผสานกันใหเ) กดิ พลังมากข้ึน ๔) ขยันพูด ขยันคุยกันให)มากขึ้นในเรื่องการแก)ปRญหาและพัฒนาชีวิต ครอบครัว ชุมชนของ เรา ๕) ชวนพรรคชวนพวกไปพบปะดูกิจกรรมตLาง ๆ ในชุมชนอื่นที่เขาทำอะไรดี ๆ เพื่อนำมาคิด มาทำในชมุ ชนของเรา ๖) ฝnกทำ ฝกn พูด ฝกn คดิ และฝnกร)อู ยLเู สมอ ๗) เรอื่ งใดทยี่ ังไมLรู) ไมLเข)าใจ กห็ าใครมาพูดมาอธิบายให)ฟงR หากทำได)ทั้ง ๗ เรื่องนี้ นั่นแหละคือการเดินทางสูLดินแดนแหLงความพอเพียง หรือได)เริ่ม นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช)แล)ว จึงเห็นได)วLา แท)จริงแล)วปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็คือ ปรัชญาชีวิตที่พอเพียง เพราะปรัชญา เป]นความรักความรู)ที่จะนำสูLการพัฒนาชีวิตให)ดีขึ้น เจริญขึ้น นัน่ เอง คำถามทTายบท ๑. จงอธบิ ายความหมายและความสำคัญของการดำเนินชวี ิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. นิสตบอกประโยชนขZ องการจัดทำบัญชีครัวเรอื น ๓. ยกตังอยาL งการพฒั นาและแกป) ญR หาชีวติ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง ๔. ยกตัวอยาL งผูท) ีป่ ระสบผลสำเร็จที่ดำเนินชวี ติ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เอกสารอTางองิ ประจำบท คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหLงชาติ. ประมวลคำในพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจTาอยูFหัวภูมิพลอดุลย เดช ตั้งแตFพุทธศักราช ๒๔๙๓–๒๕๔๖ ที่เกี่ยวข)องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. กรงุ เทพมหานคร,๒๕๔๘. การประยกุ ตEใชปT รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง. กรุงเทพมหานคร,๒๕๔๗. นานาคำถามเก่ยี วกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร,๒๕๔๗. เศรษฐกจิ พอเพียงคอื อะไร. กรุงเทพมหานคร,๒๕๔๗.

๗๕ ชนิกา เจริญวงษZ. “บทความสำรวจความคิดคามเขTาใจการปฏิบัติตามแนวทฤษฎีใหมF” ใน เอกสาร ประกอบการประชุมวิชาการของสถาบันวิจัยพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแกLน. มกราคม, ๒๕๔๒. ชลิตภากร วีรผลิน. “การนำทฤษฎีใหมFไปสูFการปฏิบัติจากมุมมองของนักผังภาคและผังเมือง” ใน เอกสารประอบการสัมมนาโครงการปราชญZเพื่อแผLนดิน : ทฤษฎีใหมLตามแนวพระราชดำริ สถาบันพัฒนาข)าราชการพลเรือน จ.นนทบุรี ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑. สถาบัน นโยบายการศึกษา, ๒๕๔๑. สื่อออนไลนE http://www.rta.mi.th/21610u/Data/Data_pro/Popeaing/1.htm www.kradandum.com/people/people_01.htm http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=๓๗๖



บทที่ ๖ กรณีตัวอยา/ งตัวอย/างเศรษฐกจิ พอเพยี งและเกษตรทฤษฎใี หม/ วตั ถุประสงคปF ระจำบท เมอ่ื ไดศ( ึกษาเนื้อหาบทน้แี ลว( ผศู( ึกษาสามารถ ๑. บอกความสำคญั ของการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงได(อยาL งถกู ตอ( ง ๒. บอกการจดั ทำบญั ชีครัวเรอื นไดอ( ยLางถูกต(อง ๓. บอกถึงการพัฒนาและแกป( Rญหาชวี ิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงได(อยLางถกู ต(อง ๔. บอกบุคคลตัวอยLางที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได( อยาL งถูกต(อง ขอบข/ายเนื้อหา ๖.๑ ลกั ษณะและความสำคญั ของหลกั ธรรมพระพุทธศาสนา ๖.๒ การนำหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช(ประโยชนใ[ นปจR จบุ ัน ๖.๑ บทนำ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูLหัวที่พระราชทาน เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ทำให(นักเศรษฐศาสตร[ และนักปกครอง ต(องชLวยกันนั่งคิดใหมL เพราะเรา เสพปRญญาจากภายนอก โดยไมLไตรLตรองมานาน เสียเงินเสียทองไปร่ำเรียนกันมาแล(ว ก็ต(องเอามาใช( ใหไ( ด( อาจไมมL ีเวลาท่ีจะน่ังครนุL คิดในการปรับใช(เทาL ที่ควร๑ เศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงแนะความหมายวLา “อุ(มชูตัวเองได( ให(มีพอเพียงกับตัวเอง” ถือวLา ทรงมองในมุมเดียวกับพุทธธรรม คือทำให(พอเพียงด(วยการควบคุมความอยาก ให(พอเพียงกับฐานะ นอกจากนี้ พระราชดำรัสยังทำให(เกิดพลวัต (Dynamism) ของการแก(สมการ Scarcity (แปลจาก พจนานุกรมวLา “ความขาดแคลน” หมายถึง “เปnนสภาวะที่ความต(องการของมนุษย[ มีเกินกวLา ทรัพยากรที่มีอยLู” พูดงLาย ๆ ก็คือ \"ความอยาก (wants) โต กวLาความมี) เพราะไมLทรงกะเกณฑ[ ตายตัววLา จำนวนเทLาไรจึงจะเรียกวLาพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูLหัวทรงแนะให(พอเหมาะ กบั สภาวะของตนเอง ๑ สืบคน% จาก www.gotoknow.org/blog/vatin-history/148620 เมอื่ วนั ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๔

๗๘ นอกจากนี้ ทรงแนะตLออีกวLา “ความพอเพียงนี้ไมLได( หมายความวLา ทุกครอบครัว จะต(อง ผลิตอาหารของตัว จะต(องทอผ(าใสLเอง อยLางนั้น มันเกินไป” ทางนี้ถือวLาเปnน “มัชฌิมา ปฏิปทา” โดย แท( คือการปฏิบัติในทางสายกลาง ไมLตึงไป ไมLหยLอนไป อันเปnนแกLนธรรมสำคัญอีกประการหนึ่ง ท่ี เก่ียวข(องกบั ทง้ั เศรษฐกิจพอเพยี ง เพราะเปนn เรอ่ื งของความพอประมาณ และมเี หตมุ ผี ลด(วย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ(า ทรงแก(ปRญหาสมการ Scarcity ด(วยการแก(ที่ความอยาก ทรง ตรัสเรียกความอยากน้ี วLา “กิเลส” ถือเปnนการแก(ปRญหาทางด(านอุปสงค[ (Demand side) เพราะทรง ไตรLตรองแล(วเห็นวLาเปnนเหตุแหLงเพลิง๒...พุทธธรรมทั้งหลาย ล(วนแตLมุLงไปที่การฝ{กเพื่อควบคุมความ อยาก และทรงเห็นแล(ววLาปุถุชนสามารถควบคุมความอยากได(ในระดับที่แตกตLางกัน เหมือนบัวสี่เหลLา ใครฝ{กไดม( าก กค็ วบคมุ ได(มาก ใครฝ{กไดน( (อยก็ควบคุมไดน( (อย ใครไมฝL ก{ ก็ควบคมุ ไมไL ด(เลย เศรษฐกิจพอเพียง จึงเปnนเรื่องของการ “ควบคุมการขยายตัวของความอยาก ให(พอเหมาะ พอดี” เปnนสำคัญ เมื่อทำได(จนความมีโต กวLาความอยากแล(ว เอาความมีที่เหลือไปขายตLอได( แตLอยLาง ทุรนทุรายจนเกิดเปnนการแขLงขันที่รุนแรง จนทำให(ต(นทุนการผลิตสูงขึ้นไปอีก และต(องเอารัดเอา เปรียบทั้งผู(อื่น ธรรมชาติ และสังขารของตนเอง ดังนั้นการศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงมี ความจำเปnนอยLางยิ่งเพื่อให(พระสงฆ[สามารถนำไปเผยแพรLคำสอนให(แกLประชาชนเพื่อให(นำไปใช(ใน ชวี ติ ประจำวันได(และตรงกับพระราชประสงค[อยาL งแท(จริง ๖.๑ ลกั ษณะและความสำคญั ของหลักธรรมพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเปnนศาสนาแหLงการปฏิบัติหรือเปnนศาสนาแหLงความเพียรพยายาม๓ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ(าจึงมุLงเน(นที่การปฏิบัติเปnนสำคัญ การอ(อนวอนหรือการหวังผลดล บันดาลจากสิ่งเหนือธรรมชาติเพื่อให(ตนประสบความสุขหรือความสำเร็จในชีวิตนั้นไมLใชLแนวทางของ พระพุทธศาสนา ด(วยเหตุนี้ หลักธรรมของพระพุทธศาสนาจึงมีลักษณะเปnนวิทยาศาสตร[ที่สามารถ พิสูจน[ได( และเปnนเรื่องใกล(ตัวมนุษย[ซึ่งสามารถสัมผัสรับรู(ได(ตลอดเวลา เพราะใจความสำคัญของ หลักธรรมทางพุทธศาสนานั้น ไมLมีสิ่งใดเกินเลยไปจากเรื่องปRญหาชีวิตและวิธีการแก(ปRญหาชีวิตหรือท่ี เรียกวLา “ทุกข[และความดับทุกข[” นั่นเอง ดังที่พระพุทธเจ(าทรงเน(นย้ำวLา “ภิกษุทั้งหลาย ทั้งในกาล กอL นและในบัดนี้ เราสอนแตLเรอื่ งทกุ ขแ[ ละความดับทกุ ข[เทาL นั้น” ๔ แม(ผลแหLงการแสวงหาทางพ(นทุกข[ของพระพุทธเจ(า จะเปnนการบรรลุธรรมขั้นสูง คือ ความ หมดกิเลสทั้งปวง ซึ่งถือเปnนเป}าหมายขั้นโลกุตตระและอาจจะดูเหมือนไมLเกี่ยวข(องกับการดำเนินชีวิต ๒ ผศ.ดร.ภูเบศรU สมทุ รจักร ,กรงุ เทพธุรกจิ (ฉบบั วนั ศกุ รUที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙,บทความหนา% ตcาง ความคิด), หน%า ๑๒. ๓ อง.ฺ ตกิ .(ไทย) ๒๐/๕๗๗/๓๖๙ ๔ ม.ม.ู (ไทย) ๑๒/๒๘๖/๒๗๖

๗๙ ของปุถุชนหรือฆราวาสทั่วไปที่ยังต(องดำเนินชีวิตในวงจรของความอยาก ความต(องการ ความ สะดวกสบาย การมีบ(าน มีรถ มีตำแหนLงหน(าที่การงานที่ดี มีเครื่องอำนวยความสะดวก และอีก สารพัดส่ิงนLาใครLนLาพอใจ แตLกระน้ัน หากได(ศึกษาพระพุทธศาสนาอยLางถLองแท(จะพบวLา พระพุทธศาสนาไมLได(ละเลยที่จะให(ความสนใจเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของปุถุชนหรือฆราวาสเลย ท้ัง ยังมีหลักธรรมที่สนับสนุนสLงเสริมให(การดำเนินชีวิตเปnนไปในครรลองที่ดีอยูLมากมาย หรือแม(แตL หลักธรรมขั้นสูงก็ยังสามารถนำแนวคิดมาประยุกต[ใช(ในการดำเนินชีวิตอยLางสามัญได( หลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาจึงมีความครอบคลุมทั้งในสLวนการปฏิบัติขั้นที่ยังเกี่ยวข(องกับกิเลสหรือขั้นสำหรับ ปุถุชน เรียกวLา “โลกิยะธรรม” และขั้นที่บริสุทธิ์จากกิเลสหรือขั้นสำหรับพระอริยบุคคล เรียกวLา “โลกุตรธรรม”๕ ลักษณะของหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาทั้ง ๒ ระดับนั้นอาจจำแนกได( ๒ ลักษณะ กวา( ง ๆ ดงั น้ี ๑. หลักความจริงสายกลาง ที่เรียกวLา “มัชเฌนธรรม” หมายถึง ความจริงตามแนวของ เหตุผลบริสุทธต์ิ ามกระบวนการของธรรมชาติ ๒. ขQอปฏิบัติสายกลาง ที่เรียกวLา “มัชฌิมาปฏิปทา” หมายถึง หลักการครองชีวิตของผู( ฝ{กอบรมตน ผู(รู(เทLาทันชีวิต ไมLหลงงมงาย มุLงผลสำเร็จ คือ ความสุข ความสะอาด สวLาง สงบ เปnน อิสระท่ีสามารถมองเหน็ ไดใ( นชวี ติ น๖ี้ ทั้งน้ี หากจะสรุปลักษณะทั้ง ๒ นี้ด(วยคำสั้น ๆ ก็คือ หลักความจริงและหลักความดี นั่นเอง ประเด็นสำคัญของหลักธรรมตามนัยทั้ง ๒ นี้ ทำให(เห็นได(ชัดวLาพระพุทธศาสนาเปnนศาสนาแหLงการ ปฏิบัติดังกลLาวแล(ว เพราะหลีกไมLพ(นไปจากเรื่องของการปฏิบัติ กลLาวคือ หลักความจริงก็เปnนจริงตาม ธรรมชาติอยูLอยLางนั้น แตLเมื่อมาเกี่ยวข(องกับชีวิตของคนเรา ก็จำเปnนต(องวางทLาทีกับความจริงให( ถูกต(อง ดังเชLน เรื่องชีวิตที่เปnนองค[รวมของขันธ[ ๕ ซึ่งต(องมีการเกิดขึ้น ตั้งอยูLและดับไปตามสามัญ ลักษณะหรือไตรลักษณ[และเปnนไปตามกฎแหLงกรรม เปnนความจริงที่บริสุทธิ์ตามกระบวนการ ธรรมชาติ ไมLอาจปฏิเสธได( หากพยายามปฏิเสธหรือวางทLาทีไมLถูกต(อง เข(าใจผิด ปฏิบัติผิด ผลก็คือ ความทุกข[ แตLหากร(ู เข(าใจและยอมรับตามความเปnนจริง ไมLยึดมั่นถือมั่น อยLางนี้เรียกวLาปฏิบัติถูก เมื่อปฏิบัติถูกก็เปnนหลักความดี ผลของการปฏิบัติถูก ก็คือ ความดับทุกข[หรือความสุข ความสำคัญอัน เปnนบทสรุปหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงอยูLที่เปnนสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขและความดีงามนั่นเอง ดัง พระพุทธพจน[ที่วLา “ธรรมนั่นแหล/ะย/อมรักษาผูQประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแลQว ย/อม ๕ พระธรรมปnฏก (ปอ.ปยตุ ฺโต) ,พทุ ธธรรม.(กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พUมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,๒๕๔๒),หนา% ๒๘๑ ๖ วิ.มหา.(ไทย) ๔/๑๓/๑๘

๘๐ นำสุขมาใหQ ขQอนี้เปWนประโยชนF ในเมื่อประพฤติธรรมดีแลQว ผูQประพฤติธรรมย/อมไม/ตกไปสู/ที่ต่ำ ทราม๗” จะเห็นได(วLา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงมีลักษณะเปnนหลักปฏิบัติเพื่อให(บรรลุความสุข โดยอยูLบนฐานของการรู(เทLาทันความจริง เมื่อเปnนเชLนนี้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนายLอมเข(ากันได( กับทุกแนวคิดในโลกที่เปnนไปเพื่อความสุขและอยูLบนฐานของความจริง หรือมุLงหมายที่จะแก(ปRญหา ชีวิตให(มวลมนุษย[ด(วยวิถีทางที่ไมLกLอปRญหาให(เกิดขึ้นอีก จากการศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ทำ ให(ทราบชัดวLา เปnนแนวคิดที่เกิดขึ้นเพื่อแก(ปRญหาและนำไปสูLความสุขที่ยั่งยืนเหมือนกัน ดังนี้จึงกลLาว ได(วLา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมีเป}าหมายและวิธีการที่สอดคล(อง กัน แตLหากจะหามุมมองที่ตLางกันก็มีตรงที่พระพุทธศาสนามีหลักปฏิบัติขั้นสูงที่ไมLเกี่ยวข(องกับกิเลส ด(วย ซึ่งอาจจะเปnนแนวทางปฏิบัติของบรรพชิตที่มีลักษณะพิเศษ คือ มุLงสูLความหลุดพ(นจากทุกข[เปnน สำคัญ ในขณะที่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไมLได(มุLงหวังถึงขั้นนั้น เพียงความต(องการให(ผู(ปฏิบัติได(รับ ประโยชนใ[ นปRจจบุ นั ซ่ึงผเ(ู ขยี นจะนำเสนอดังตอL ไปน้ี ๖.๑.๑ หลักธรรมพระพทุ ธศาสนาจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูLหัว ทรงมีพระราชดำริและพระราชทานไว(ให( เปnนแนวทางในการพัฒนาประเทศแกLคนไทยนั้น หากวิเคราะห[โดยละเอียดก็จะพบวLา ทรงประยุกต[มา จากหลักธรรมในพระพุทธศาสนานั่นเอง จากพระราชดำรัสอธิบายขยายความหมายของระบบ เศรษฐกิจแบบพอเพียงที่กลLาวมาข(างต(นนั้นทำให(เราพบวLามีหลักธรรมตLอไปนี้ปรากฏเปnนรากฐานอยLู ในปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังน้ี ๑. หลกั ธรรมเรอ่ื งการพึง่ ตนเอง (อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ) ๒. หลักธรรมเร่ืองความสนั โดษ (สนตฺ ‚ุ ƒฐี ปรมํ ธน)ํ ๓. หลกั ธรรมเรอ่ื งความรู(จกั ประมาณตน (มตตฺ ……ฺ ตุ า) ๔. หลักธรรมเรอ่ื งความเปนn คนทีร่ (ูจักใช(เหตผุ ลในการดำเนนิ ชีวติ (ธมฺม…ฺ…ุตา,อตฺถ……ฺ ุตา) ๕. หลักธรรมเรอ่ื งทางสายกลาง (มชฺฌมิ าปฏปิ ทา) นอกจากนั้น แพรภัทร ยอดแก(ว๘ ยังให(ความเห็นวLา การแก(ปRญหาวิกฤติเศรษฐกิจของ ประเทศไทยให(เจริญก(าวหน(าอยLางเปnนธรรมและยั่งยืนได(นั้น หัวใจสำคัญที่สุด คือ การใช( เศรษฐศาสตรFแนวพุทธและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเสนอว/าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เปnนสLวนหนึ่งของพระพุทธศาสนา และมีประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการ ๗ ขุ.เถร. (ไทย) ๒๖/๓๓๒/๓๑๔ ๘ แพรภทั ร ยอดแกว% ,บทความวิจยั เร่ือง \"การใช/พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียงในการแกป/ ญ= หา วิกฤติทางเศรษฐกจิ \" (ตีพิมพใU นวารสาร สยามวชิ าการ ป{ที่ ๑๐ ฉบบั ท่ี ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๒ - กมุ ภาพันธU ๒๕๕๓) , หนา% ๖๗.

๘๑ ดำเนินชีวิตได(เปnนอยLางดี คือ เปลี่ยนตัวระบบเศรษฐกิจเสียใหมL ให(เปnนระบบเศรษฐกิจแบบผสม ระหวLางทุนนิยมที่มีการแขLงขันที่เปnนธรรมของผู(ผลิตขนาดกลางและขนาดยLอม กับระบบสังคมนิยม ประชาธิปไตย มีระบบสหกรณ[ รัฐสวัสดิการ ชุมชนสวัสดิการ ที่เน(นการกระจายทรัพย[สิน รายได( ความรู(และฐานะทางสังคมอยLางเปnนธรรม เน(นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนสLวนใหญLอยLางยั่งยืน ทำให( การใช(แรงงาน ทรัพยากร และเทคโนโลยีการผลิต เปnนไปอยLางมีประสิทธิภาพ ปฏิรูปการจัดเก็บภาษี และการจัดสรรงบประมาณให(เปnนธรรมขึ้นด(วย ดังนั้น การจะแก(ไขปRญหาวิกฤติทางการเศรษฐกิจ และหาทางออกสร(างเศรษฐกิจใหมLให(สังคมไทยเจริญก(าวหน(าอยLางเปnนธรรมและยั่งยืนได( เรื่องที่ สำคัญที่สุด คือ การใช(เศรษฐศาสตรFแนวพุทธและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้ง เกษตร ผสมผสาน พุทธเกษตร เศรษฐศาสตร[เชิงพุทธ ตลอดจนการเกิดขึ้นของชุมชนใหมLในเชิงอุดมการณ[ ศาสนา เพื่อแสวงหาทางรอดจากการรุกอยLางรวดเร็วของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบผูกขาด ซึ่ง แนวคิดนี้มีฐานมาจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ที่สอนในเรื่องการพึ่งตน “อตฺตา หิ อตฺตโน นา โถ” ตนแลเปnนที่พึ่งของตน เพราะสภาพปRญหาวิกฤติเศรษฐกิจในปRจจุบัน เกิดขึ้นจากการไมLรู(จัก พอเพียง โดยเศรษฐกิจพอเพียงสอนเร่ืองการพง่ึ ตนเอง ไดแ( กL - ร(ูจกั พ่งึ ตนเอง คอื ไมLไปกูเ( งินตLางประเทศมาลงทนุ ใช(จาL ยมากเกินไป - รจ(ู กั คำวLาพอใจ คอื พอใจตามมี ยนิ ดีตามได( ตามหลกั สนั โดษ ของพระพุทธศาสนา - รู(จกั คำวLาพอเพียง คือ ความรูส( ึกพึงพอใจ เทาL ทีม่ ี เทาL ทเี่ ปnน - รู(จักคำวLาพอดี คือ มัตตัญ…ุตา หรือทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา ถูกต(องเหมาะสม สอดคล(องกับความเปnนจริงของชีวิตและธรรมชาติ โดยให(มีความสุขกาย และสุขใจไปด(วยกัน หลักธรรมดังกลLาวนี้มีอยูLในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปnนหน(าที่ชาวพุทธที่ต(องชLวย ขยายแนวพระราชดำรินี้ไปทั่วโลก ให(เปnนภูมิปRญญาของโลก สามารถสLงออกทางความคิด เปnน ทรัพย[สินทางปRญญาไปชLวยชาวโลกได( โดยพระบาทสมเด็จพระเจ(าอยูLหัว ทรงตักเตือน เน(นย้ำให(พสก นิกรชาวไทยทั่วไปพยายามพึ่งตนเองเปnนสำคัญ ให(มีความขยันหมั่นเพียรในการทำมาหากินหาเลี้ยง ชีพให(รู(จักประหยัดอดออม ใช(จLายแตLในสิ่งที่จำเปnนจริงๆ ให(มีความนิยมไทย ซื้อของไทย ใช(ของที่ผลิต ไดใ( นประเทศไทย ทอL งเทย่ี วเมอื งไทย เพื่อไมLต(องเสียดุลการค(าตLางประเทศ นับเปนn แกไ( ขปRญหาวิกฤติ เศรษฐกิจไดอ( ยLางยงั่ ยืนนน่ั เอง ๖.๑.๒ หลักธรรมพระพทุ ธศาสนาทสี่ /งเสรมิ แนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ในพุทธศาสนามีแนวคิดและหลักธรรมที่เกี่ยวกับความพอเพียงหลายประการ ทั้งโดยตรง และโดยอ(อม ในที่นี้จะได(สรุปในลักษณะแนวคิดเชิงประยุกต[ใช(มานำเสนอไว(เพียงบางประการที่เปnน หลักสำคญั และมีสวL นสนบั สนนุ แนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงโดยตรง ดงั น้ี แนวคิดเรื่องทางสายกลาง คำวLา “ทางสายกลาง” น้ี ตรงกับภาษาบาลีวLา“มัชฌิมาปฏิปทา” เปnนแนวทางการปฏิบัติที่พระพุทธเจ(าได(ตรัสแสดงไว(ตั้งแตLการแสดงธรรมครั้งแรก คือ “ธัมมจัก

๘๒ กัปปวัตตนสูตร” มีใจความวLาด(วยอริยมรรคมีองค[ ๘ ซึ่งพระพุทธเจ(าทรงชี้แนะวLา เปnนทางดำเนินชีวิต ที่ไมLข(องแวะที่สุดสองอยLาง ได(แกL การหมกมุLนในกามสุขและการทรมานตนเอง เปnนทางที่นำมาซึ่ง ความร(ู ความเข(าใจอยLางแจLมแจ(งในสรรพสิ่ง มุLงสูLความสงบและความรู(ยิ่ง จนถึงขั้นตรัสรู(และบรรลุ นิพพาน ทางสายกลางที่วLานั้น คือ มัชฌิมาปฏิปทา(ทางสายกลาง) อริยมรรคอันประกอบด(วยองค[ ๘ ประการซึ่งเปnนหลักธรรมที่สำคัญในพระพุทธศาสนา ได(แกL สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะสัมมาวาจา สมั มากัมมันตะ สมั มาอาชวี ะ สัมมาวายามะ สมั มาสติ สมั มาสมาธิ จากแนวคิดน้ี อาจจะสรุปลักษณะของทางสายกลางในเชิงประยุกต[ใช(สำหรับชีวิตฆราวาส ทั่วไปได(วLา เปnนหนทางที่มุLงตรงสูLจุดหมายที่ดีงาม โดยไมLข(องแวะในทางสุดโตLง ๒ อยLาง ดังที่ผู(เขียน เสนอเปnนแผนภาพท่ี ๑.๑ แผนภาพท่ี ๑.๑ การดำเนินชวี ิตตามแนวทางสายกลาง ๖.๑.๓ วเิ คราะหFความสมั พนั ธF มรรค ๘ กับแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มรรค อันมอี งค[ ๘ หรือหนทาง หรือขอ( ปฏบิ ัตใิ ห(ถึงความดบั ทกุ ขใ[ นทางพระพทุ ธศาสนาน้นั มอี งค[ประกอบ ๘ ประการ มีสวL นเก่ยี วข(องสมั พันธก[ บั แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ดังตLอไปนี้

๘๓ ๑) สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ หมายถึง บุคคลใดใด ยLอมต(องมีความคิดถึงหรือนึกถึง ความรู(ในหลักวิชาการ ประสบการณ[ ในด(านตLาง ๆ สามารถใช(เปnนเหตุผลในการตัดสินใจของระดับ ความพอดี โดยต(องพิจารณาจากสภาพหรือสถานการณ[ตามความเปnนจริงที่เกี่ยวข(อง ตลอดจนต(อง คิดถึงผลที่คาดวLาจะเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรม หรือการกระทำนั้น ๆ อยLางรอบคอบ อีกทั้งยังเปnน เงื่อนไขทางด(านความรู(อยLางหนึ่งที่จักต(องระลึกนึกถึงให(สัมพันธ[เชื่อมโยงกัน หรือใช(รLวมกันได( อันจะ ทำให(เกิดมีจิตตั้งมั่นชอบ สัมมาทิฐิ หรือความเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ก็เกิดขึ้น เพราะ สัมมาทิฐิ หมายถึง ความเห็นชอบ ตามทำนองคลองธรรม เห็นชอบตามหลักธรรมชาติ เห็นชอบตาม ความเปnนจริงในสังคม ในครอบครัว ในชุมชน จนไปถึงระดับรัฐ เห็นชอบในการผลิตหรือบริโภค อัน ตLอเนื่องมาจากดำริชอบหรือความคิด เชLนเมื่อบุคคลมีความคิดดีแล(ววLาจะดำเนินการ หรือกระทำตาม แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ก็ยLอมเกิดความเห็นชอบในคุณลักษณะรวมกัน ๓ ประการของแนวคิดฯ คือ ความพอดี ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ(มกันที่ดีในตัว อันเปnนความเชื่อมโยง ไปสูLการระลึกชอบ หรือ สัมมาสติ ๒) สัมมาสังกัปปะ หรือ ดำริชอบ เปnน ความคิดออกจากกาม ความคิดในอันไมLพยาบาท ความคิดในอันไมLเบียดเบียน ตนเองและผู(อื่น คำวLา กาม นั้นหมายถึง “ความใครL หรือ ความอยาก, ความปรารถนา, สิ่งที่นLาปรารถนา นLาใครL, กามมี ๒ คือ ๑.กิเลสกาม กิเลสที่ทำให(ใครL ๒.วัตถุกาม วัตถุอันนLาใคร”L ๙ ดังนั้น ความคิดของบุคคล ยLอมต(องประกอบไปด(วยความรู( ความเข(าใจวLา อะไรเปnน ความใครL หรือความอยาก อะไรคือสิ่งที่ต(องการ อะไรคือสิ่งที่มLุงหมาย หรือยากได( สิ่งเหลLานั้น ยLอม เปnนสิ่งที่ในทางสังคมทั่วๆไปเรียกวLา ปRจจัยสี่ อันได(แกL เครื่องนุLงหLม,ที่อยูLอาศัย,อาหาร,และยารักษา โรค เปnนพื้นฐานอันดับแรก และยังมีเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเปnนวัตถุที่อยากได(หรือ ต(องการจะมี ตามยุคกระแสโลกาภิวัตน[ การที่บุคคลจะมี ปRจจัยสี่ได(อยLางครบถ(วน ก็ยังต(องอาศัย ปRจจัยทางสังคม เชLนการมีงานทำ การประกอบการ ประกอบอาชีพ ฯ เพื่อให(ได(มาซึ่งทรัพย[เพื่อใช(จLาย ในการซื้อหา ปRจจัยสี่และเครื่องอำนวยความสะดวก ความคิดที่จะต(องการในปRจจัยสี่และอื่น ๆ ยLอม เปnนไปตามคLานิยมของสังคมนั้น ๆ แตLถ(าหากความคิดความต(องการเหลLานั้น เปnนความคิดความ ต(องการตามหลักปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง อันอยูLในข(อความพอประมาณ คือพอดี ไมLมาก เกินไป หรือน(อยเกินไป โดยไมLเบียดเบียนตนเองและผ(ูอื่น ก็ยLอมเปnนความคิด ที่เปรียบเปnนเหมือนกับ ๙ พระพรหมคณาภรณU (ปอ.ปยุตโฺ ต),พจนานุกรมฉบับประมวลศัพท,F พมิ พคU รั้งที่ ๑๑(กรุงเทพฯ : บริษทั เอส.อาร.U พริน้ ติง้ แมสโปรดักสUจำกดั ๒๕๕๑),หน%า ๓๑๑

๘๔ ดำริชอบ คือ ความคิดที่จะออกจากกาม ความคิดในอันไมLพยาบาท ความคิดในอันไมLเบียดเบียน ตนเองและผู(อื่น เมื่อความคิดเกิดขึ้นแล(ววLาควรใช(แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เปnนเครื่องมือในการ ดำรงชีวติ ๓) สัมมาวาจา หรือเจรจาชอบ หมายถึง เว(นจากการประพฤติชั่วด(วยวาจา, ประพฤติชั่วทาง วาจามี ๔ อยาL งคือ ๑. มสุ าวาท พดู เท็จ ๒. ปŠสุณาวาจา พดู สLอเสยี ด ๓. ผรุสวาจา พูดคำหยาบ ๔. สัมผัปปลาป คือ พูดเพ(อเจ(อ, พูดเหลวไหล, พูดไมLเปnนประโยชน[ ไมLมีเหตุผลไร(สาระ ไมLถูกกาลถูก เวลา๑๐เปnนปRจจัยที่จำเปnนอยLางหนึ่งในการดำเนินกิจกรรม ในการประกอบการ ในการทำงาน เปnน เงื่อนไขคุณธรรมด(านหนึ่งในการดำเนินการตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อบุคคล มีความคิด มี ความเห็น มีการระลึกนึกถึง มีจิตตั้งมั่น และมีการติดตLอสื่อสาร ที่ดีแล(ว ก็ยLอมต(องมีการกระทำ ตาม ความคิด ความเห็น การระลึกนึกถึง ด(วยจิตตั้งมั่นและมีการติดตLอสื่อสารซึ่งกันและกัน อันเรียกตาม หลกั พุทธศาสนาวLา สมั มาวาจา ๔) สัมมากัมมันตะ คือ ทำการชอบ หรือการงานชอบ หมายถึง การกระทำที่เปnนไปด(วย ความสุจริต ไมLประพฤติชั่ว เชLน ฆLาสัตว[ ลักทรัพย[ ประพฤติผิดในกาม อันเปnนเงื่อนไขคุณธรรมซึ่งยLอม เปnนปRจจัยในการดำเนินกิจกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพราะการประพฤติชั่วทางกายที่ได( กลLาวไปแล(วนั้น จะเปnนสิ่งที่ทำให(เกิดความล(มเหลวในการดำเนินกิจกรรม หรือเปnนตัวถLวงไมLให(ถึงซ่ึง ความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมตLางๆให(อยูLในระดับพอเพียง การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรม ตาL งๆใหอ( ยใูL นระดบั พอเพยี งนั้น จักทำให(บคุ คลกระทำในสิง่ ทีเ่ รียกวาL สมั มากัมมันตะ ๕) สัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีวิตชอบ หมายถึง เว(นจากเลี้ยงชีวิตโดยทางที่ผิด เชLน โกงเขา หลอกลวง สอพลอ บีบบังคับขูLเข็ญ ค(าคน ค(ายาเสพติด ค(ายาพิษ เปnนต(น นั่นก็ยLอมหมายความวLา บุคคล หรือกลุLม หรือชุมชน หรือรัฐ หากได(ตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมตLางๆให(อยูLในระดับพอเพียง แล(ว ยLอมเปnนการดำเนินกิจกรรมที่สรรค[สร(างความดีงามให(กับจิตใจ สรรค[สร(างความพออยูLพอกิน พอใช( ให(กับบุคคลนั้น ๆ กลุLมนั้น ๆ ชุมชนนั้น หรือรัฐนั้น ๆ อีกทั้งยังสรรค[สร(าง ความเปnนพลเมืองที่ดี ไมLกระทำผิดกฎหมาย ไมLสร(างปRญหาให(กับสังคมหรือชุมชน ไมLกระทำผิดศีลธรรมอันดี โดยอัตโนมัติ เพราะการดำเนินกิจกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงนั้น กLอให(เกิดศีล และธรรมะในจิตใจของแตL ละบุคคล อีกทั้งยังสรรค[สร(างความสมัครสามัคคีให(เกิดขึ้นตั้งแตLระดับรากฐานจนถึงระดับรัฐ แตLการ ดำเนินกิจกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จะสำเร็จหรือบรรลุผลตามความมุLงหมายหรือไมL ก็ ยLอมขึ้นอยูLกับปRจจัยหลายประการ ปRจจัยอันสำคัญประการหนึ่งของความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรม ฯ ก็คือ สมั มาอาชีวะ ๑๐ พระพรหมคณาภรณ,U พจนานุกรมฉบับประมวลศัพทU,พิมพUครง้ั ที่ ๑๑(กรงุ เทพฯ : บริษัท เอส.อารU.พริ้นต้งิ แมสโปรดักสUจำกดั ๒๕๕๑),หน%า ๔๓๕

๘๕ ๖) สัมมาวายามะ หรือ ความเพียรชอบ หมายถึง ความเพียรที่ชอบเปnนสัมมาวายามะ มี ๔ อยLาง คือ ๑.สังวรปธาน เพียรระวังบาปอกุศลที่ยังไมLเกิด มิให(เกิดข้ึน ๒.ปหานปธาน เพียรละบาป อกุศลที่เกิดขึ้นแล(ว ๓.ภาวนาปธาน เพียรเจริญทำกุศลธรรมที่ยังไมLเกิดให(เกิดขึ้น ๔.อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล(ว ไมLให(เสื่อมไปและให(เพิ่มไพบูลย[๑๑ หากพิจารณาในแงLของการ ดำเนินกิจกรรมแล(ว บุคคลล(วนต(องระวังสิ่งที่จะทำให(เกิดความล(มเหลว คือต(องมีภูมิคุ(มกันที่ดีในตัว อันต(องประกอบด(วยหลายปRจจัย ไมLวLาจะเปnนด(านความรู(ตLาง ๆ ด(านวัสดุอุปกรณ[ ด(านทุนทรัพย[ทุน สำรอง หรืออื่น ๆ เพราะสิ่งที่จะทำให(เกิดความล(มเหลวในการดำเนินกิจกรรมนั้น ยLอมเกิดจากตัว บุคคลเปnนอันดับแรก และปRจจัยอื่นเปnนอันดับรองลงไป หากบุคคลไมLมีความคิดที่ดี ไมLมีความระลึกได( ถึงความรู(ในหลักวิชาการ ประสบการณ[ หรือไมLรู(จักเชื่อมโยงวิชาการด(านตLาง ๆ เข(าด(วยกัน ไมLมีจิตต้ัง มั่น ไมLรู(จักพูด ไมLรู(จักทำการไปด(วยความสุจริต หรือ หลอกลวงไมLซื่อตรง ความล(มเหลวในการดำเนิน กิจกรรมยLอมจะเกิดขึ้น ไมLเปnนไปตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นจึงต(องมีความเพียร คือมีจิตต้ัง มั่นในการดำเนินกิจกรรม ตามคุณลักษณะและเงื่อนไข อีกทั้งยังต(องขจัดปRญหาหรือบังคับควบคุม ตัวเองมิให(กระทำการอันจักเปnนอุปสรรคในการดำเนินกิจกรรม คือต(องควบคุมตัวเองมิให(กระทำไป ตามความเคยชินที่ไมLถูกต(องตามคลองธรรม มีความขยันหมั่นเพียรในการดำเนินกิจกรรมให(ได(ผลตาม ต(องการ และควรได(รักษาระดับการดำเนินกิจกรรมอันนั้นไว( หรือทำให(การดำเนินกิจกรรมนั้นมีความ เจริญก(าวหนา( ๗) สัมมาสติ หรือ ระลึกชอบ หมายถึง การนึกถึงหรือคิดถึงหรือพิจารณาสิ่งทั้งหลายให(รู(เทLา ทันในความเปnนจริง กำกับดูสิ่งตLาง ๆ และความเปnนไปทั้งหลาย โดยรู(เทLาทันตามสภาวะของมัน ไมLถูก ครอบงำด(วยความยินดียินร(าย ที่ทำให(มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส อันเปnนสิ่งที่เกิดตLอเนื่องจาก ความเหน็ ชอบ หรอื สมั มาทฎิ ฐิ ๘) สัมมาสมาธิ คือ จิตตั้งมั่นชอบ ความหมายในทางพระพุทธศาสานาวLา มีสมาธิ ตามแนว ฌาน ๔ ได(แกL วิตก วิจาร ป‹ติ สุข เอกัคคตา นั่นหมายความวLา บุคคลใดใด เมื่อมีความคิด ความเห็น ความระลึกนึกถึง ก็ยLอมต(องเกิดมี การไตรLตรอง พิจารณา สอบสวน, ตรวจตรา, คิดการ, กะการ, จัดเตรียม, จัดแจง, ดูแล, จัดดำเนินการ แล(วก็เกิดความสำราญ หรือสบายใจ แล(วจึงมีความแนวแนL อยูLในอารมณ[เดียว คือสมาธิ๑๒ จิตตั้งมั่นในอันที่จะกระทำ ไมLฟุ}งซLาน จิตตั้งมั่นในอันที่จะแก(ปRญหา จิตตั้งมั่นในอันที่จะพิจารณาความรู(ในด(านตLางๆให(เกิดความเข(าใจ ในการที่จะดำเนินกิจกรรมใดใด ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ตามคุณลักษณะทั้ง ๓ ประการได(อยLางสำเร็จครบถ(วน แตLในการ ดำเนินกิจกรรม ในการกระทำ ในการประกอบการ ในการประกอบอาชีพ ล(วนต(องมีการติดตLอสื่อสาร ๑๑ เร่อื งเดียวกนั ,หน%า ๔๓๖ ๑๒ พระพรหมคณาภรณ,U พจนานกุ รมฉบับประมวลศัพทU,พิมพคU รงั้ ที่ ๑๑(กรุงเทพฯ : บริษทั เอส.อารU.พรน้ิ ต้งิ แมสโปรดักสจU ำกดั ๒๕๕๑),หนา% ๔๓๖

๘๖ หรือการเจรจาติดตLอซึ่งกัน และกัน เมื่อบุคคลเกิดมีจิตตั้งมั่นชอบแล(ว การเจรจาติดตLอซึ่งกันและกัน ในทางที่ชอบก็เกิดขึ้น เพราะเมื่อเกิดมี การไตรLตรอง พิจารณา สอบสวน, ตรวจตรา .คิดการ, กะการ, จัดเตรียม, จัดแจง, ดูแล, จัดดำเนินการ ตามหลักจิตตั้งมั่นชอบแล(ว การผลิต การบริโภค การ ประกอบการ การดำเนินกิจกรรม ล(วนต(องอาศัยการเจรจาเพื่อติดตLอสื่อสารในการดำเนินตLางๆ ไมLวLา จะเปนn การปรึกษา หารือ ระดมสมอง วางแผน ที่ได(กลLาวในเรื่องของ มรรค ๘ แยกเปnนหัวข(อเพื่องLายและสะดวกตLอการทำความเข(าใจ แตL ในทางที่เปnนจริง ทุกข(อล(วนเชื่อมโยงสัมพันธ[กันเกิดขึ้นในเวลาที่เกือบจะพร(อมกันและหมุนวนกันไป เปnนวัฏจักร กลLาวคือเมื่อเกิด ความคิด ยLอมเกิดความเห็น แล(วความระลึกนึกถึงก็จะตามมา ขณะที่ เกิดการระลึกนึกถึงนั้น ยLอมมีจิตตั้งมั่น คือมีเพียงอารมณ[เดียวที่เรียกวLาสมาธิ ซึ่งเปnนปRจจัยหรือเปnนสิ่ง ที่ทำให(เกิดการเจรจาชอบ หรือการติดตLอสื่อสาร เปnนสิ่งหรือเปnนปRจจัยที่ทำให(เกิดการกระทำ เปnน ปRจจัยหรือเปnนสิ่งที่ทำให(เกิดหรือการเลี้ยงชีพหรือประกอบอาชีพ และยLอมกLอให(เกิดความเพียร ไป พร(อมกัน อยLางหลีกเลี่ยงไมLได(หากทLานทั้งหลายพิจารณาในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยLาง ละเอียดถี่ถ(วนแล(ว จะเห็นได(วLา มีความเกี่ยวข(องสัมพันธ[กับหลักพระพุทธศาสนาอยLางเห็นได(อยLาง ชัดเจน เพราะแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงนั้น นอกเหนือจากคุณลักษณะที่ประกอบกันเข(าทั้ง ๓ คุณลักษณะ อันได(แกL ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ(มกันในตัวที่ดี เมื่อบุคคล หรือกลLุม หรือชุมชน หรือระดับรัฐบาลนั้น การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมตLาง ๆ ให(อยูLในระดับพอเพียง นั้น จำต(องมีหรืออาศัยความรู( และคุณธรรม พื้นฐาน(ความดีงามหรือสภาพที่เกื้อกูล) เปnนเงื่อนไข หรือข(อบังคับ กลLาวคือเงื่อนไขด(านความรู( ก็คือการศึกษาหาความรู(ในหลักวิชาการด(านตLาง ๆ อัน เกี่ยวข(องกับการประกอบอาชีพ หรือเกี่ยวข(องกับการทำงาน เกี่ยวข(องกับการดำเนินชีวิต อยLางรอบ ด(านโดยละเอียด อีกทั้งยังต(องมีความรอบคอบในการที่จะนำความรู(ในวิชาการด(านตLาง ๆ อัน เกี่ยวข(องกับการประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิต ทั้งหลายเหลLานั้น มาพิจารณาเชื่อมโยง ประสานกัน หรือใช(รLวมกัน เพื่อใช(ในการวางแผนการปฏิบัติ และต(องมีความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ ให(เปnนไปตามแผนที่ได(วางไว( และเปnนไปตามความรู(ที่เกี่ยวข(องเงื่อนไขคุณธรรม อันยLอมหมายถึง ความดีงามทั้งทาง กาย วาจา และใจ ที่จะต(องเสริมสร(าง ให(มีขึ้นหรือเกิดขึ้น ในจิตใจของแตLละ บุคคล ซึ่งในทางพระพุทธศาสนาแล(วหลักธรรมทั้งหลายที่มีอยูLล(วนเปnนคุณธรรมทั้งสิ้น ล(วนเปnนสภาพ สภาวะจิตใจในรูปแบบตLางๆ เพราะในการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมตLาง ๆ ให(อยูLในระดับ พอเพียงนั้น จะต(องมีความซื่อสัตย[สุจริต มีความขยันหมั่นเพียร มีความอดทน อดกลั้น มีความเพียร พยายามในอนั ทีจ่ ะใช(ความรใู( นวิชาการดา( นตLาง ๆ เพอ่ื ดำเนนิ ชีวิต เพื่อการทำงาน เพื่อประกอบอาชีพ ให(บรรลุถึงความพอเพียงตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในทางศัพท[ภาษาทางพระพุทธศาสนาใน ข(อธรรมะอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ได(กลLาวไปแล(วในตอนกLอน ๆ แล(ว เงื่อนไขคุณธรรม ยLอม ประกอบด(วย วิริยะ (ความเพียร ความบากบั่น), อุตสาหะ(ความขยัน ความหมั่นเพียร), ขันติ (ความ

๘๗ อดทน คือ ทนลำบาก ทนตรากตรำ หนักเอาเบาสู(), ซื่อสัตย[ ,สุจริต (ประพฤติดี ประพฤติชอบทั้งทาง กาย วาจา และใจ),หิริ (ความละอายตLอความชั่ว) ,โอตตัปปะ(ความกลัวบาป หรือ เกรงกลัวความชั่ว) ซึ่งใช(เปnนปRจจัยประกอบในการที่จะนำความรู(ความเข(าใจในหลักวิชาการด(านตLาง ๆ ที่เกี่ยวข(องกับ การประกอบอาชีพ เกี่ยวข(องกับการทำงานเกี่ยวข(องกับการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงได(อยLางมีประสิทธิภาพ กลLาวโดยสรุป คือ การดำเนินชีวิตอยLางพอดี โดยมีความรู(ความเข(าใจ เปnนแกนนำ สร(างสรรค[พฤติกรรมและจิตใจให(ดีงาม ไมLเบียดเบียนผู(อื่นและตนเองนั่นเอง สามารถ สLงเสริมและสนับสนุนแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงได(เปnนอยLางดี เพราะมีความสอดคล(องกัน กับแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและองค[ประกอบของทาง สายกลางในพระพุทธศาสนา คุณธรรมทั้ง ๘ ประการนั้นเปnนองค[รวมแหLงธรรมที่สามารถสร(างความ เข(มแข็งให(กับบุคคล พร(อมทั้งพัฒนาศักยภาพของบุคคลทั้งด(านความรู( ความคิด พฤติกรรมและจิต วิญญาณ ให(สามารถพึ่งตนเองได( มีความเข(มแข็ง ยอมรับกับสภาพความเปnนจริงหรือความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สามารถสร(างสรรค[ให(เกิดดุลยภาพทางสังคมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล(อม และ วัฒนธรรมตามความมุLงหมายของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได(เปnนอยLางดี เพราะหัวใจสำคัญขององค[ คุณธรรมทั้ง ๘ ประการนั้นอยูLที่ ความพอดี ความถูกตQอง ความเหมาะสม (สัมมา) ซึ่งแสดงโดยสรุป ตามแผนภาพที่ ๑.๒ และแผนภาพที่ ๑.๓ แผนภาพท่ี ๑.๒ อริยมรรค

๘๘ แผนภาพที่ ๑.๓ การนำหลักอรยิ มรรคไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวนั นอกจากหลักอริยมรรคแล(วแนวคิดเรื่องความสันโดษ จัดเปnนหลักธรรมพื้นฐานที่สำคัญของ ชีวิตที่พอเพียง และเปnนเสมือนธรรมฝ•ายรับ คือ เปnนคุณธรรมที่มีไว(สำหรับรับกับสถานการณ[ตLาง ๆ ในชวี ิต เพ่ือใหช( ีวติ ดำรงอยLไู ด(ด(วยภาวะจิตทเ่ี ปnนสุข ดังน้ี ความสันโดษ หลายคนยังไมLเข(าใจถึงความหมายที่แท(จริงเทLาที่ควร นั่นคือมีไมLน(อยคนท่ี เข(าใจวLาความสันโดษ คือ ความขี้เกียจ การไมLขวนขวายดิ้นรน ไมLปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนา ซึ่งเปnน เหตุให(ชีวิตตกต่ำ สังคมและประเทศชาติก็ไมLได(รับการพัฒนา เพราะเข(าใจวLาหลักคำสอนเรื่องสันโดษ ทำให(คนงอมืองอเท(า เปnนคนเกียจคร(าน ไมLมีความกระตือรือร(นในการทำงานหรือการประกอบอาชีพ เปnนต(น ถือวLาเปnนความเข(าใจผิดจากหลักคำสอนของพระพุทธเจ(าอยLางมาก เพราะฉะนั้น จึงมีความ จำเปnนอยLางยิ่งที่เราควรจะทำความเข(าใจให(กระจLางเรื่องความสันโดษ อันนับได(วLาเปnนรากฐานสำคัญ

๘๙ ของชีวิตที่พอเพียง คำวLา “สันโดษ”ตรงกับภาษาบาลีวLา “สนฺตุ‚ƒฐิ”มีความหมาย ๓ นัย๑๓ ดังน้ี ๑) สันโดษ แปลวLา ยินดีสิ่งที่เปWนของตน กลLาวคือ ความพอใจของซึ่งเปnนสLวนของตน ไมL แสดงอาการรังเกียจหรือดูถูกปRจจัยสิ่งของตLาง ๆ ที่ตนเองหามาได(จากการทำหน(าที่การงานตLาง ๆ โดยชอบธรรม ทั้งในเวลารับ ทั้งในเวลาใช(สอย ไมLวLาสิ่งที่ตนได(มาเปnนของตนนั้น จะเปnนสิ่งที่ดี ประณีตสวยงามหรือไมLก็ตาม ก็ยินดีด(วยสิ่งนั้น ด(วยความรู(สึกที่วLา เราได(มันมาเปnนสมบัติของเราโดย ถูกตอ( ง ไมผL ดิ ศีลธรรม กฎหมายบา( นเมอื งและจารีตประเพณีตาL ง ๆ ๒) สันโดษ แปลวLา ยินดีในสิ่งที่มีอย/ู กลLาวคือ มีความพอใจยินดีในปRจจัยสิ่งของทรัพย[สินเงิน ทองที่เราได(มาแล(ว โดยปราศจากความรู(สึกมักมาก เสียใจ มีอยูLเทLาใด ก็พอใจเทLานั้น ไมLทะยานอยาก ได(ในสิ่งที่มีไมLได(และไมLได(มี ไมLปรารถนามากเกินกำลังความสามารถของตน และไมLมีความทะยาน อยากไดข( องผ(อู ่นื มาเปnนของตน ซึ่งหมายถึง รูจ( กั พอประมาณนนั่ เอง ๓) สันโดษ แปลวLา ยินดีดQวยใจที่เสมอ กลLาวคือ การละจากความรู(สึกยินดียินร(ายในสิ่งที่นLา ชอบใจนLาปรารถนา และในสิ่งที่ไมLนLาชอบใจไมLนLาปรารถนาซึ่งในทางพระพุทธศาสนาเรียกวLา อิฏฐารมณ[และอนิฏฐารมณ[ ความสันโดษตามความหมายนัยน้ี มุLงถึงการวางใจเปnนกลาง ไมLเอนเอียง ไมLหวั่นไหวไปตามอารมณ[ตLาง ๆ ที่มากระทบ อันเปnนเรื่องของโลกธรรม ทั้ง ๘ ประการ คือ ได(ลาภ เสื่อมลาภ ได(ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข และทุกข[ ความไมLเอนเอียงในจิตใจนี้ เกิดจากการ พิจารณาด(วยปRญญาเพื่อให(เข(าใจทุกสิ่งตามความเปnนจริงตามกฎเกณฑ[ของธรรมชาติ เชLนที่วLา “ทุกส่ิง ทุกอยLางที่เกิดจากปRจจัยปรุงแตLงล(วนไมLแนLนอน (อนิจจัง) มีความเกิดขึ้น (อุปปาทะ) ในเบื้องต(น มี ความตั้งอยูL (ฐิติ) ในทLามกลางและมีความดับสลายไป (ภังคะ) ในที่สุด ทุกสิ่งทุกอยLางที่เกิดจากปRจจัย ปรุงแตLง ไมLมีสิ่งใดคงทนอยูLในสภาพเดิมได( (ทุกขัง) และทุกสิ่งทุกอยLาง ไมLใชLตัวตนที่แท(จริง ไมLใชLสัตว[ บุคคล ไมLใชLตัวตนเราเขา เราไมLสามารถบังคับให(เปnนไปดังใจเราปรารถนาได(ทุกอยLางไป (อนัตตา) ฉะนั้นเมื่อเรามีความเข(าใจอยLางนี้แล(ว ก็จะทำให(มีจิตใจที่สม่ำเสมอในทุกอารมณ[ที่มากระทบจิต มี ทัศนคติเห็นภาพรวมของสรรพสิ่งเสมอกัน ไมLเดือดร(อนใจกับสิ่งที่ไมLพึงปรารถนา ไมLลิงโลดใจกับสิ่งที่ นLาปรารถนา ลักษณะนเ้ี รยี กวาL ผูส( ันโดษด(วยใจทเ่ี สมอ จากความหมายของ “สันโดษ” ทั้ง ๓ นัย พอสรุปได(วLา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจ ยินดใี นสง่ิ ทตี่ นมี ตนได( ด(วยจิตใจม่ันคง ความสันโดษในทางพระพุทธศาสนาจึงเปนn เรือ่ งของการวางใจ ไมLให(เปnนทุกข[ ยอมรับสภาพความเปnนจริงเกี่ยวกับการมีการได(นั่นเอง หากทำได(อยLางนี้ก็ถือวLา มีจิตท่ี ดีงามและถือวLามีทรัพย[ภายในอันสำคัญทีเดียว ดังพระพุทธพจน[ที่วLา “ทรัพย[มีความสันโดษเปnนอยLาง ยิง่ ๑๔” ๑๓สืบคน% จาก http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2008/03/Y6403690.html เมอ่ื วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ๑๔ ข.ุ ธ.(ไทย) ๒๕/๒๕/๒๙

๙๐ ในยุคปRจจุบันน้ี มีปRญหาทางสังคมมากมายที่เกิดขึ้นเพราะขาดความสันโดษ แตLกลับมีธรรมที่ เปnนฝ•ายตรงข(ามกับสันโดษเข(าแทนที่ คือ ตัณหา ซึ่งเปnนอุปสรรคสำคัญของการดำเนินชีวิตตามแนว ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพยายามทำความเข(าใจเรื่องสันโดษในสังคมไทย ให(เห็นวLา ความ สันโดษเปnนเรื่องของสภาพจิตใจที่ยอมรับความเปnนจริงอยLางมีเหตุผล ไมLใชLการงอมืองอเท(า เกียจ คร(านอยLางที่เข(าใจกันโดยมากนั้น เปnนเรื่องที่มีความจำเปnน และที่สำคัญต(องตระหนักเสมอวLา ความ สันโดษมิใชLเปnนหลักธรรมที่จะปฏิบัติเพียงอยLางเดียวแล(วจะบรรลุคุณความดีได( เพราะเวลาท่ี พระพุทธเจ(าตรัสถึงเรื่องสันโดษ พระองค[จะตรัสย้ำวLาให(มีความสันโดษในวัตถุที่เกินความจำเปnนแตL ไมLให(สันโดษในธรรมและให(มีความเพียรพยายามกำกับในการดำเนินกิจกรรมตLาง ๆ เสมอ๑๕ หลัก สนั โดษจึงเปnนอีกแนวคิดหนง่ึ ซ่งึ สามารถสLงเสริมแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งไดเ( ปnนอยLางดี ๖.๒ การนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใชปQ ระโยชนFในปdจจุบัน หลักธรรมฝ•ายรุกอีกประการหนึ่ง ซึ่งเปnนหลักที่จะอำนวยสุขในชีวิตปRจจุบัน กลLาวคือ หลักทิฏฐธัมมกิ ตั ถะ ๔ (ประโยชน[ในภพปจR จุบัน) พระพุทธองคไ[ ดต( รสั สอนแกอL ุชชยั พราหมณ[ ในขณะที่เข(าไปเฝ}า เพื่อกราบทูลขอให(พระองค[แสดงธรรมที่เปnนไปเพื่อประโยชน[สุขใน ปRจจุบันและธรรมที่เปnนไปเพื่อประโยชน[สุขภายหน(าให(ฟRง เนื่องจากตนจะย(ายไปอยูLในตLางถิ่น พระ พุทธองค[จงึ ตรัสสอน ดังความปรากฏในพระไตรปฎŠ กตอนหนง่ึ วาL ดูกLอนพราหมณ[ ธรรม ๔ ประการน้ี เปnนไปเพื่อประโยชน[ เพื่อความสุขในปRจจุบันกลLาวคือ อุฏฐานสัมปทา อารักขสมั ปทา กัลยาณมติ ตตา และสมชวี ติ า ซ่งึ จะอธบิ ายพอสงั เขป ดังนี้ ๑. อุฏฐานสัมปทา คือ การหาเลี้ยงชีพดQวยความขยันในการงาน เปnนผู(ขยันชำนิชำนาญ ไมL เกียจคร(านในงานนั้น ประกอบด(วยปRญญาเครื่องสอบสวน ตรวจตรา รู(จักวิธีปฏิบัติในเรื่อง น้นั ๆ สามารถทำ สามารถจดั การ นเ้ี รียกวาL อฏุ ฐานสัมปทา ๒. อารักขสัมปทา คือ ถึงพร(อมด(วยการรักษาทรัพย[ ที่หามาได(ด(วยความขยันหมั่นเพียรแล(ว สามารถจัดการคุ(มครองโภคทรัพย[เหลLานั้นไว(โดยพิจารณาวLาทำอยLางไร ไมLทำให(โภคทรัพย[เหลLาน้ัน เสยี หาย เชLน ปลอดภัยจากโจร ไฟไหม( นำ้ ทวL ม เปnนต(น นเี้ รยี กวาL อารักขสัมปทา ๓. กัลยาณมิตตตา คือ คบคนดีเปnนมิตร จะไปอาศัยหรือทำงานที่ไหนก็ตาม มีการเขQาไป สนิทสนมสนทนาปราศัยปรึกษา กับทLานที่เปnนผู(รู(มีความสามารถ ไมLวLาจะผู(นั้นจะเปnนคนหนุLม คน สูงอายุกต็ าม ขอเพียงเปnนผ(ปู ระกอบดว( ยศรัทธา ศลี จาคะและปRญญา ควรศกึ ษาประพฤติตามอยาL ง ความเพียบพรอ( มดว( ยศรัทธา ศีล จาคะ และปRญญาของทาL นเหลาL น้ัน อยLางนเี้ รียกวLา กัลปย• าณมติ ตตา ๑๕ ท.ี ม.(ไทย) ๑๒/๒๕/๒๕๔

๙๑ ๔. สมชีวิตา คือ มีความเปWนอยู/เหมาะสม ไม/ใหQฟุgมเฟhอยเกินไป ไม/ใหQฝhดเคืองเกินไป โดยรูQ เขQาใจทางเพิ่มพูนและทางเสื่อมถอยแห/งโภคทรัพยF วLาทำอยLางนี้รายได(ของเราจึงจะเกินรายจLาย และรายจLายของเราจึงไมLเกินรายได( เปรียบเหมือนคนชั่งหรือลูกมือคนชั่ง ยกตราชั่งขึ้นแล(วยLอมรู(วLา หยLอนไปเทLานน้ั หรือเกนิ ไปเทาL นี้ แตดL (วยเหตทุ ค่ี วามเปnนอยเLู หมาะสม จึงเรียกวLา สมชีวิตา ตLอจากนั้น พระองค[ก็ได(ตรัสประโยชน[ท่ีควรบำเพ็ญเพื่อผลในภพหน(าที่เรียกวLา สัมปรายิกัต ถะ ๔ ประการ คือ สัทธาสัมปทา (ความถึงพร(อมด(วยศรัทธา) สีลสัมปทา (ความถึงพร(อมด(วย ศีล) จาคะสัมปทา (ความถงึ พรอ( มดว( ยความเสยี สละ) และปRญญาสมั ปทา (ความถงึ พรอ( มด(วยปRญญา) จากพระพุทธพจน[ดังกลLาวนี้ ก็พอที่จะทำให(เราเข(าใจแจLมแจ(งในเรื่องประโยชน[สุขในปRจจุบัน วLา การจะดำเนินชีวิตให(เกิดประโยชน[สุข มีฐานะมั่นคง สมบูรณ[ได(นั้น จำเปnนจะต(องมีธรรม ๔ ประการ ซึ่งโบราณทLานเรียกวLา หัวใจเศรษฐี (อุ อา กะ สะ) กลLาวโดยสรุปคือ ขยันสรรหา รักษาดี มกี ัลยาณมติ ร เลีย้ งชีวติ พอเพยี ง ซงึ่ แสดงในแผนภาพท่ี ๑.๔ แผนภาพท่ี ๑.๔ หลักธรรมการดำเนนิ ชวี ติ ใหเ( กิดประโยชนส[ ขุ ในปRจจบุ ัน นอกจากการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมดังเสนอข(างต(นแล(ว การที่จะให(ฐานะชีวิตมีความ มั่นคง และมีชีวิตที่เปnนสุขได(นั้น ก็ต(องเลี่ยงอบายมุขให(ได( ดังที่พระพุทธองค[ทรงสอนไว( เพราะ

๙๒ อบายมุขนั้น ล(วนเปnนสLวนเกินของชีวิตและนำพาชีวิตให(มัวเมา จนต(องเสียหาย เสียศูนย[และสูญเสีย ในที่สุด ด(วยวLา การเปnนนักเลงเที่ยวผู(หญิงก็ดี เปnนนักเลงดื่มสุราก็ดี เปnนนักเลงเลLนการพนันก็ดี คบ คนชั่วเปnนมิตรก็ดี ล(วนเกินมาจากตัณหา ซึ่งมีอวิชชาเปnนมูลรากและมีความทุกข[เปnนดอกผล ทุกทLานผ(ู หวังความเจริญจึงควรหลีกเว(นให(ไกล ดุจหลีกหนีอสรพิษที่มีพิษร(าย ไมLควรเข(าใกล( ไมLควรส(องเสพ โดยเดด็ ขาด เราจึงควรหันมาทำความศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค[ให(ชัดเจน เพื่อหาทาง แก(ปRญหาและนำไปประพฤติปฏิบัติให(บรรลุวัตถุประสงค[ โดยเฉพาะในยุคปRจจุบันที่เราได(ยินคำวLา “เศรษฐกิจพอเพียง” หรือ “ชีวิตพอเพียง” กันอยูLน้ี ถือเปnนชLวงโอกาสสำคัญ ที่เราจะได(เลือกดำเนิน ชีวิตให(ถูกต(องเพื่อวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมจะได(ลดลง ที่สำคัญหากทุกคนจับประเด็นสำคัญของ การดำเนินชีวิตทั้งในแงLเป}าหมาย และวิธีการได( คือ มีความสันติสุขเปnนเป}าหมาย มีหลักการดำเนิน ชีวิตที่พอเพียงตามแนวพระพุทธศาสนา เปnนวิธีการที่อาศัยสันโดษเปnนพื้นฐาน หลักเศรษฐกิจพอเพียง ความมีเหตุผล ความประมาณในการบริโภค ความมีภูมิคุ(มกัน ตั้งอยูLบนพื้นฐานของความรอบรู( ความ รอบคอบ และความมีคุณธรรม ได(แสดงถึงรากฐานแกLนแท(จากหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่สำคัญ อีกประการ คอื หลกั ปรุ สิ ธรรม ๗ เปนn กระบวนการและอาศยั การเว(นจากอบายมุขทุกชนิดเปnนกำแพง กั้นความเสื่อม เชื่อแนLวLา ความสันติสุขของบุคคลและสังคมอยูLจะเปnนจริงได(อยLางยั่งยืน ซึ่งผู(เขียนได( ศกึ ษาจากนกั วชิ าการหลายทLานพอประมวลและสรปุ เปนn ตารางวเิ คราะหท[ ่ี ๑.๕ ตารางที่ ๑.๕ วเิ คราะหหF ลกั ปรุ ิสธรรม ๗ กบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ความมีเหตุผล ความพอประมาณ ความมีภมู คิ มุQ กัน ๑. ธมั มญั jตุ า (ความรQู ๓. อตั ตญั jตุ า (ความรQูจัก ๕. กาลัญjุตา (ความรจูQ ักกาล) จกั เหต)ุ ตน) - รก(ู าลเวลาอันเหมาะสม และ - รห(ู ลักความจรงิ - รู(วาL เราน้นั วLาโดยฐานะ ระยะเวลาที่ควรหรือจะตอ( งใช(ใน - รู(หลักการ รู(หลักเกณฑ[ การประกอบกจิ ทำหนา( ที่การงาน - รก(ู ฎแหงL ธรรมดา ภาวะ เพศ กำลัง ความรู( เชLน ใหต( รงเวลา ให(เปnนเวลา ให( - รก(ู ฎเกณฑ[แหLงเหตุผล ความสามารถ ความถนดั ทันเวลา ให(พอเวลา - รป(ู จR จยั ทเ่ี กย่ี วขอ( ง เชLน และคุณธรรม เปนn ตน( บัดน้ี - รเ(ู ทLาทันและเตรยี มพรอ( มเพ่อื กฎหมาย/ความเชอื่ / เทาL ไร อยาL งไร แลว( การรองรับการเปลย่ี นแปลง ประเพณี เปนn ตน( ประพฤติให(เหมาะสมและร(ู - รู(หลกั การท่ีจะทำให( ท่จี ะแกไ( ขปรับปรงุ ตLอไป เกิดผล


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook