คาํ อธิบายรายวชิ า รายวชิ า ชีววทิ ยา3 รหสั วิชา ว32203 กลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ คําอธิบายรายวิชา ศึกษาเกย่ี วกบั ชนิดและลักษณะของเนือ้ เยอื่ พชื โครงสรางภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเล้ียง คูจากการตัดตามขวาง โครงสรางภายในของลําตนพืชใบเล้ียงเด่ียวและลําตนพืชใบเล้ียงคูจากการตัดตามขวาง โครงสรางภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง การแลกเปลี่ยนแกสและการคายน้ําของพืช กลไกการลําเลียงนํ้าและ ธาตุอาหารของพืช ความสําคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอยางธาตุอาหารที่สําคัญท่ีมีผลตอการเจริญเติบโตของพืช กลไกการลําเลียงอาหารในพืช การทดลองของนักวิทยาศาสตรในอดีตเก่ียวกับกระบวนการสังเคราะหดวยแสง กระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืช C3 กลไกการตรึงคารบอนไดออกไซดในพืช C3 พืช C4 และพืช CAM ปจจัย ความเขม ของแสง ความเขมขนของคารบอนไดออกไซด และอณุ หภมู ิ ที่มีผลตอการสังเคราะหดวยแสงของพืช วัฏจักร ชวี ติ แบบสลับของพืชดอก กระบวนการสรา งเซลลส ืบพันธุเพศผแู ละเพศเมยี ของพชื ดอกและอธิบายการปฏิสนธิของพืช ดอก การเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสรางของเมล็ดและผล และยกตัวอยางการใชประโยชนจาก โครงสรา งตางๆของเมล็ดและผล ปจจยั ตา งๆทม่ี ผี ลตอการงอกของเมลด็ สภาพพักตวั ของเมลด็ และบอกแนวทางในการ แกสภาพพักตัวของเมล็ด หนาท่ีของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบไซซิกและอภิปราย เก่ียวกับการนาํ ไปใชประโยชนทางการเกษตร สิ่งเราภายนอกที่มีผลตอการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งนําความรูไปใช ประโยชน โดยใชก ารสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการเรียนรู ในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอ มลู และการอภิปราย เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคา นิยมทีเ่ หมาะสม ผลการเรยี นรู 1. อธิบายวฏั จักรชวี ิตแบบสลับของพชื ดอก (หนวยที่8 แผนท่ี 1 และ2) 2. อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสรางเซลลส บื พนั ธุเพศผู และเพศเมยี ของพชื ดอก และอธบิ ายการ ปฏิสนธขิ องพชื ดอก(หนวยที่8 แผนท่ี 3) 3. อธบิ ายการเกิดผลและการเกิดเมลด็ ของพชื ดอก โครงสรางของเมลด็ และผล และยกตวั อยางการใช ประโยชนจากโครงสรา งตาง ๆ ของเมล็ดและผล (หนวยท8่ี แผนที่ 4) 4. อธบิ ายเก่ยี วกบั ชนิดและลักษณะของเนอื้ เยื่อพชื และเขียนแผนผงั เพ่ือสรปุ ชนิดของเนอ้ื เย่ือพชื (หนวยท่ี9 แผนท่ี1) 5. สงั เกต อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสรางภายในของรากพืชใบเลีย้ งเดยี่ ว และรากพชื ใบเลีย้ งคจู ากการตัด ตามขวาง (หนวยท่ี9 แผนที่2) 6. สงั เกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสราง ภายในของลาํ ตนพืชใบเลี้ยงเดยี่ วและลาํ ตน พืช ใบเล้ยี งคูจาก
การตัดตามขวาง(หนวยท9ี่ แผนท่ี3) 7. สังเกต และอธบิ ายโครงสรางภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง(หนวยท9ี่ แผนท่4ี ) 8. สืบคนขอมูลและอธบิ ายกลไกการลําเลยี งน้ํา และธาตุอาหารของพืช(หนว ยท่ี10 แผนท1ี่ ) 9. สบื คนขอมูล สงั เกต และอธบิ ายการแลกเปลย่ี น แกส และการคายนํา้ ของพืช(หนว ยที่10 แผนท2ี่ ) 10. สืบคนขอมูล อธิบายความสําคัญของธาตุอาหาร และยกตวั อยา งธาตุอาหารทส่ี ําคญั ทมี่ ีผลตอ การเจริญเตบิ โตของพชื (หนวยที่10 แผนที3่ ) 11. อธบิ ายกลไกการลาํ เลยี งอาหารในพืช(หนวยท่ี10 แผนท4ี่ ) 12. สบื คนขอมูล และสรปุ การศกึ ษาทไี่ ดจากการทดลองของนกั วิทยาศาสตรใ นอดีตเก่ียวกบั กระบวนการสงั เคราะหดวยแสง(หนว ยท1่ี 1 แผนที่1) 13. อธิบายขัน้ ตอนท่เี กิดข้นึ ในกระบวนการสงั เคราะหด ว ยแสงของพชื C3 (หนว ยท่1ี 1 แผนท2ี่ ) 14. เปรยี บเทยี บกลไกการตรึงคารบ อนไดออกไซด ในพืช C3 พืช C4 และพชื CAM (หนว ยท1ี่ 1 แผนที่3-4) 15. สืบคนขอมูล อภิปราย และสรปุ ปจจัยความเขม ของแสง ความเขม ขนของคารบ อนไดออกไซด และอุณหภมู ิท่ีมผี ลตอ การสังเคราะหดว ยแสงของพชื (หนว ยที่11 แผนท5่ี ) 16. สบื คนขอมูล อธบิ ายบท บาทและหนา ท่ีของ ออกซนิ ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลนิ เอทลิ ีนและกรดแอบไซซิก และอภิปรายเกีย่ วกบั การนาํ ไปใชป ระโยชนทางการเกษตร(หนว ยท1ี่ 2 แผนที่1) 17. ทดลอง และอธิบายเก่ยี วกบั ปจ จยั ตา งๆ ทมี่ ีผลตอการงอกของเมล็ดสภาพพกั ตวั ของเมล็ด และบอก แนวทางในการแกสภาพพกั ตัวของเมลด็ (หนว ยท1ี่ 2 แผนท2่ี ) 18. สบื คน ขอ มูล ทดลอง และอภปิ ราย เกี่ยวกับสิง่ เราภายนอกทมี่ ีผลตอ การเจริญเติบโตของพืช(หนว ยที่12 แผนท่ี3-4) รวมทัง้ หมด 18 ผลการเรยี นรู
ผงั มโนทัศน รายวิชา ชีววทิ ยา3 รหสั วชิ า ว32203 ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา 2564 ช่ือหนวยท่ี 8 การสืบพันธขุ องพชื ดอก ชอ่ื หนว ยที่ 9 โครงสรางและการเจรญิ เตบิ โต จาํ นวน 12 ช่ัวโมง : 20 คะแนน ของพชื ดอก จํานวน 12 ชั่วโมง : 20 คะแนน รายวชิ า ชวี วทิ ยา3 ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 5 จํานวน 60 ชั่วโมง ชอ่ื หนว ยท่ี 10 การลาํ เลยี งของพชื ชอื่ หนวยท่ี 11 การสังเคราะหดว ยแสง จาํ นวน 12 ชัว่ โมง : 20 คะแนน จํานวน 15 ชัว่ โมง : 30 คะแนน ชือ่ หนว ยท่ี 12 การควบคุมการเจรญิ เตบิ โต และการตอบสนอง จํานวน 9 ช่ัวโมง : 10 คะแนน
โครงสราง รายวชิ า ชีววทิ ยา3 รหสั วชิ า ว32203 ช่ือห ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเ ท่ี ชอ่ื หนวย ผลการเรยี นรู 8 การสืบพนั ธุของ 1. อธิบายวัฏจกั รชวี ิตแบบสลับของพชื ดอก ดอ พชื ดอก เล้ียง ชั้น 2. อธิบาย และเปรยี บเทยี บกระบวนการสราง อาจจําแ เซลลส ืบพันธเุ พศผู และเพศเมยี ของพืชดอก และ สวนประ อธบิ ายการปฏสิ นธิของพืชดอก ดอกท่อี ย กับการส 3. อธบิ ายการเกิดผลและการเกิดเมลด็ ของพชื เพศเมีย ดอก โครงสรางของเมลด็ และผล และยกตัวอยาง ชนดิ ตา ง การใชประโยชนจ ากโครงสรา งตา ง ๆ ของเมล็ด พืช และผล สปอโรไ ท่ีสรา งส ในดอกเ มาเทอร จากนน้ั ไ ไปเปนแ เพศผู สว ซิส ไดเม ไมโทซิส ทําหนาท กันของเ
งรายวชิ า หนว ยการเรยี นรูท ่ี 8 การสบื พันธขุ องพชื ดอก เรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา 2564 สาระสําคญั เวลา คะแนน A (ชม.) รวม KP 5 อกโดยทั่วไปมีสวนประกอบ 4 ช้ัน คือชั้นกลีบ 12 20 5 10 นกลบี ดอก ช้นั เกสรเพศผู และชน้ั เกสรเพศเมีย แนกประเภทของดอกไดโดยใชเกณฑที่เปน ะกอบของดอก ตําแหนงของรังไข หรือจํานวน ยบู นกานดอก สวนประกอบของดอกท่ีเก่ียวของ สืบพันธุโดยตรง คือช้ันเกสรเพศผู และช้ันเกสร ย ซ่ึงจํานวนรังไขเกี่ยวของกับการเจริญเปนผล งๆ ชดอกมีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ ประกอบดวย ไฟตและแกมีโทไฟต ซ่ึงสปอโรไฟตเปนระยะ สปอร คอื ไมโครสปอรแ ละเมกะสปอร ท่ีอาจสราง เดียวกันหรือตางดอก หรือตางตน ไมโครสปอร รเซลลแบงเซลลแบบไมโอซิสไดไมโครสปอร ไมโครสปอรจะแบง เซลลแ บบไมโทซิสและพัฒนา แกมีโทไฟตเพศผูซึ่งทําหนาท่ีสรางเซลลสืบพันธุ วนเมกะสปอรมาเทอรเซลลแบงเซลลแบบไมโอ มกะสปอร จากน้ันเมกะสปอรจะแบงเซลลแบบ ส แ ล ะ พั ฒ น า ไ ป เ ป น แ ก มี โ ท ไ ฟ ต เ พ ศ เ มี ย ซ่ึ ง ท่ี สรางเซลลสืบพันธุเพศเมีย เมื่อมีการปฏิสนธิ เซลลสืบพันธุเพศผูและเซลลสืบพันธุเพศเมียจะ
ไดไซโกต ตน สปอโ การ เปนการ ไซโกต ซ รวมกันข เอนโดสเ สเปร ม ภาย เปนผล โครงสร โครงสรา และเอน็ มีประโย ประโยช
ต และพัฒนาเปนเอ็มบริโอแลวเจริญเติบโตเปน โรไฟตต อไป รปฏสิ นธขิ องพืชดอกเปนการปฏสิ นธคิ ู โดยคูหน่ึง รรวมกันของสเปรมเซลลหนึ่งกับเซลลไข ไดเปน ซึ่งจะพัฒนาไปเปนเอ็มบริโอ อีกคูหน่ึงเปนการ ของสเปรมอีกเซลลกับโพลารนิวคลีไอไดเปน เปร มนวิ เคลียสซงึ่ เจริญและพัฒนาไปเปนเอนโด ยหลังการปฏิสนธิรังไขจะมีการเจริญและพัฒนา และออวุลจะมีการเจริญและพัฒนาเปนเมล็ด รางของผลประกอบดวยผนังผลและเมล็ด สวน างของเมล็ดประกอบดวยเปลือกเมล็ด เอ็มบริโอ นโดสเปร ม โครงสรา งแตล ะสวนของผลและเมล็ด ยชนตอพืช และตอส่ิงมีชีวิตอ่ืน ซึ่ง มนุษยใช ชนจ ากโครงสรางของผลและเมล็ดในดา นตาง ๆ
โครงสราง รายวชิ า ชวี วิทยา3 รหัสวิชา ว32203 ช่ือหนว ยการเ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที่5 ภาคเร ท่ี ชือ่ หนวย ผลการเรียนรู 9 โครงสรางและ 4. อธบิ ายเกี่ยวกับชนดิ และ พืชดอกมีเนื้อเย่ือประกอบด การ ลักษณะของเน้ือเยอื่ พชื ประกอบดวยกลุมเซลลที่ สามาร เจริญเตบิ โต และเขียนแผนผงั เพื่อสรุป ขนาด และเปลี่ยนแปลงเพ่ือไปทํ ของพืชดอก ชนดิ ของเนอื้ เย่ือพชื เปลย่ี นแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญ เนื้อเย่ือพื้น ระบบเน้ือเยื่อทอลํา 5. สงั เกต อธิบาย และ เนอ้ื เยอ่ื ถาวรจะมลี กั ษณะ และ หน เปรยี บเทยี บโครงสราง ราก คือสว นแกนของพืชท่ีท่ัว ภายในของรากพชื ใบเลี้ยง ใหพืชเจรญิ เติบโตอยูก บั ทไี่ ด แล เดยี่ ว และรากพืชใบเลย้ี งคู ดิน เพ่อื สงไปยังสวนตาง ๆ ของพื จากการตัดตามขวาง ภูมิ เม่ือตัดตามขวางจะเห็นโครงส เอพิเดอรมิส คอรเทกซ และสตลี ใ 6. สงั เกต อธบิ าย และ จะถูกแทนท่ีดวยเพริเดิรม ลักษณ เปรียบเทยี บโครงสรา ง เน้ือเยื่อทอลาํ เลียงเพม่ิ ข้นึ ภายในของลาํ ตนพืชใบ ลําตน คอื สวนแกนของพ เลยี้ งเด่ยี วและลําตนพชื ใบ จากราก ทําหนา ที่สรา งใบ และชูใบ เลีย้ งคูจากการตัดตามขวาง สงไปยงั สวนตางๆ โครงสรา งภายใน ขวางจะเห็นโครงสรางแบง เปน 3 ช 7. สงั เกต และอธบิ าย เทกซ และสตีล ลําตนในระยะการ โครงสรางภายในของใบพืช โครงสรา งแตกตางจากเดมิ เนอื่ งจา จากการตัดตามขวาง ลาํ เลยี งเพิม่ ข้ึน
งรายวิชา เรียนรูที่ 9 โครงสรางและการเจริญเติบโตของพชื ดอก รียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564 สาระสาํ คญั เวลา คะแนน (ชม.) รวม K P A ดวยเนื้อเยื่อเจริญและเน้ือเย่ือถาวร เน้ือเยื่อเจริญ 12 20 5 10 5 รถแบงเซลลแบบไมโทซิส มีการเจริญเติบโตขยาย าหนาท่ีเฉพาะสวน เน้ือเยื่อถาวรเปนกลุมเซลลที่ แบงไดเปน 3 ระบบ คือ ระบบเน้ือเยื่อผิว ระบบ าเลียง ซึ่งทําหนาที่ตางกัน ท้ังเน้ือเย่ือเจริญและ นาที่เฉพาะของเนื้อเยอ่ื แตละชนิด วไปเจริญอยูใตระดับผิวดิน ทําหนาที่ยึดหรือค้ําจุน ละยังมีหนาที่สําคัญในการดูดน้ําและธาตุอาหารใน ช โครงสรางภายใน ของรากระยะการเติบโตปฐม สรางแบงเปน 3 ช้ัน เรียงจากดานนอกเขาไป คือ ในระยะการเตบิ โตทตุ ยิ ภูมิของรากเอพิเดอรมิสอาจ ณะมัดทอลําเลียงจะเปล่ียนไปเนื่องจากมีการสราง พชื ที่โดยท่วั ไปเจริญอยเู หนอื ระดบั ผวิ ดนิ ถดั ขน้ึ มา บ ลาํ เลยี งน้าํ ธาตอุ าหาร และอาหารทพ่ี ชื สรา งข้ึน นของลาํ ตน ระยะ การเตบิ โตปฐมภูมิ เม่ือตัดตาม ชน้ั เรียงจากดา นนอกเขา ไป คอื เอพเิ ดอรม ิส คอร รเติบโตทุตยิ ภมู ิ จะมีเสนรอบวงเพ่มิ ขนึ้ และมี ากมกี ารสรา งเพรเิ ดริ ม และเนอ้ื เย่อื ทอ
โครงสราง รายวชิ า ชีววิทยา3 รหัสวิชา ว32203 ชอ่ื ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเร ท่ี ชือ่ หนวย ผลการเรียนรู 10 การลําเลียง 8. สืบคนขอมูลและอธบิ ายกลไกการลําเลียงนํา้ การ ของพืช และธาตอุ าหารของพืช ของชลศ ดินทางเ 9. สบื คน ขอมูล สงั เกต และอธิบายการแลกเปลย่ี น ไซเล็มใน แกสและการคายนํ้าของพืช และลาํ เล ในภาวะ 10. สบื คนขอมูล อธบิ ายความสําคญั ของธาตุ แรงดึงจ อาหาร และยกตัวอยางธาตอุ าหารท่ีสําคัญทม่ี ีผล แตใ นภา ตอการเจริญเติบโตของพืช สามารถ ดินมากเ 11. อธิบายกลไกการลําเลียงอาหารในพืช ซ่ึงอาจท พืช ปากใบเ เมอ่ื ควา สัมพัทธภ ปากใบ เ การคาย ปริมาณน พืช และปริม
งรายวชิ า อหนวยการเรยี นรูท่ี 10 การลาํ เลียงของพชื รียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 สาระสาํ คญั เวลา คะแนน A (ชม.) รวม KP 5 รเคลอื่ นทขี่ องนํ้าในพืชเปน ไปตามความแตกตาง 12 20 5 10 ศักย พืชจะลําเลียงนํ้าและธาตุอาหารตางๆ จาก เซลลขนรากแลวลาเลียงผานช้ันคอรเทกซเขาสู นชั้นสตีล ซ่ึงเปนการลําเลียงนําในแนวระนาบ ลยี งไปยงั สว นตา งๆ ของพืชในแนวดิ่งทางไซเล็ม ะปกติการลําเลียงนาํ้ จากรากสูยอดของพืช อาศัย จากการคายนํ้ารวมกับแรงโคฮีชัน แรงแอดฮีชัน าวะทบี่ รรยากาศมีความช่ืนสัมพัทธสูงมาก จนไม ถเกิดการคายน้ําไดตามปกติและมีปริมาณนํ้าใน เพียงพอ การลําเลียงนํ้าจะอาศัยความดัน ราก ทาํ ใหเกดิ ปรากฏการณกตั เตชนั ชมีการแลกเปลี่ยนแกสและการคายนํ้าผานทาง เปนสวนใหญ ปากใบพบไดที่ใบและลําตนออน ามชื่นสัมพัทธในอากาศภายนอกตํ่ากวาความช่ืน ภายในใบ ทาํ ใหไ อน้ําภายในใบแพรออกมาทางรู เรียกวา การคายนํ้า โดยมีหลายปจจัยที่มีผลตอ ยน้ําของพืช เชน ความช่ืนสัมพัทธ ลม อุณหภูมิ น้ําในดนิ ความเขมแสง เปน ตน ชแตละชนิดตองการธาตุอาหารท่ีตางกันท้ังชนิด มาณ พืชไดรับธาตุอาหารจากดินผานทางราก
แลวเคล ลําเลียง อาหารท นํามาใช อาหาร อา จากแห ลําเลียง อาหารใน ใน ซีฟ แหลง รับ
ลื่อนที่ไปยังสวนตางๆ ของพืชพรอมกับการ งน้ําในไซเล็ม ความรูเกี่ยวกับสมบัติของธาตุ ที่มี ผลตอการเจริญเติบโตของพืชสามารถ ชประโยชนในการปลูกพืชในสารละลายธาตุ าหารที่ไดจากกระบวนการสังเคราะหดวยแสง หลงสราง จะถูกเปลี่ยนแปลงเปนซูโครสและ งผานทางโฟลเอ็มโดยอาศัยกลไกการลําเลียง นพชื ซึ่งเก่ียวของกับความแตกตางของความดัน ฟทิวบเมมเบอรระหวางบริเวณแหลงสรางและ บ
โครงสราง รายวิชา ชีววิทยา3 รหัสวชิ า ว32203 ชอ่ื ห ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเ ท่ี ชอ่ื หนวย ผลการเรยี นรู 11 การสงั เคราะห 12. สบื คน ขอ มูล และสรุปการศึกษาท่ีไดจ ากการ การ ดวยแสง ทดลองของนกั วิทยาศาสตรในอดตี เกยี่ วกบั ไดความ กระบวนการสงั เคราะหด วยแสง เปนลําด 13. อธบิ ายขัน้ ตอนท่ีเกิดขึน้ ในกระบวนการ นาํ้ เปนว สงั เคราะหดว ยแสงของพืช C3 และผลผ 14. เปรียบเทยี บกลไกการตรึงคารบอนไดออกไซด ในพชื C3 พชื C4 และพืช CAM กระ 15. สืบคน ขอ มูล อภปิ ราย และสรุปปจจยั ความ ปฏกิ ริ ยิ า เขม ของแสง ความเขม ขนของคารบ อนไดออกไซด และอุณหภมู ทิ ีม่ ีผลตอการสังเคราะหด วยแสงของ ปฏิก พชื พ ลั ง ง า ไทลาคอ อิเล็กตร ในสโตร ออกไซด รูบิสโกไ PGA โด ไปรีดิวซ น้ําตาลท จะถกู นํา จะมกี าร อยา งเดีย
งรายวชิ า หนวยการเรียนรทู ่ี 11 การสงั เคราะหด วยแสง เรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2564 สาระสาํ คัญ เวลา คะแนน A (ชม.) รวม K P 5 รศึกษาคนควาของนักวิทยาศาสตรในอดีต ทําให 15 30 10 15 มรูเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะหดวยแสงมา ดับข้ันจนไดขอสรุปวา คารบอนไดออกไซดและ วตั ถุดบิ ที่พืชใชในกระบวนการสงั เคราะหด วยแสง ผลติ ที่ได คอื นํา้ ตาลกลโู คล และออกซเิ จน ะบวนการสังเคราะหดวยแสงมี 2 ข้ันตอน คือ าแสง และการตรงึ คารบอนไดออกไซด กิริยาแสงเปนปฏิกิริยาท่ีเปลี่ยนพลังงานแสงเปน านเคมีโดยแสงอ อกซิไดซโมเลกุลสารสี ที่ อยดของคลอโรพลาสตทําใหเกิดการถายทอด รอน ไดผลิตภัณฑเปน ATP และ NADPH+H+ รมาของคลอโรพลาสต การตรึงคารบอน ได ด เกิดในสโตรมา โดยใช RuBP และเอนไซม ไดสารท่ีประกอบดวย คารบอน 3 อะตอม คือ ดยใช ATP และ NADPH ท่ีไดจากปฏิกิริยาแสง ซ สารประกอบคารบอน 3 อะตอม ไดเปน ที่มีคารบอน 3 อะตอม คือ PGALซึ่งสวนหน่ึง าไปสราง RuBP กลับคืนเปนวัฏจักร โดยพืช C3 รตรึงคารบอนไดออกไซดดวยวัฏจักรคัลวินเพียง ยว
พืช C ขึน้ ที่เซล ซิเลส ได ซง่ึ จะมกี คารบอน จนถึงเซ คลอโรพ มีกลไกใ แตมีกา เดียวกัน ในเวลาก ใชใ น วัฏ ปจจ เขมของ อุณหภูม
C4 ตรึงคารบอนอนินทรีย 2 คร้ัง คร้ังแรกเกิด ลลมโี ซฟล ล โดย PEP และเอนไซมเพบคารบอก ดสารประกอบทม่ี ีคารบ อน 4 อะตอม คือ OAA การเปลย่ี นแปลงทางเคมไี ดส ารประกอบทมี่ ี น 4 อะตอม คือ กรดมาลิก ซ่ึงจะถูกลําเลียงไป ซลลบนั เดลิ ชที และปลอยคารบอนไดออกไซด ใน พลาสตเพ่ือใช ในวัฏจักรคัลวินตอไปพืช CAM ในการตรึงคารบอน ไดออกไซด คลายพืช C4 ารตรึงคารบอนอนินทรีย ทั้ง 2 ครั้งในเซลล น โดยเซลลมีการตรึงคารบอนอนินทรียครั้งแรก กลางคนื และปลอยออกมาในเวลากลางวันเพ่ือ ฏจักรคลั วินตอ ไป จัยท่ีมีผลตอการสังเคราะหดวยแสง เชน ความ งแสง ความเขมขนของคารบอนไดออกไซด มิ ปรมิ าณนาํ้ ในดิน ธาตุอาหาร อายุใบ
โครงสราง รายวชิ า ชีววทิ ยา3 รหัสวิชา ว32203 ชื่อหนวยการเรยี นรทู ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเ ท่ี ชื่อหนว ย รหสั มฐ.ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู 12 การควบคุมการ 16. สืบคนขอมูล อธบิ ายบท บาทและหนาที่ของ เมลด็ เจริญเติบโตและ ออกซิน ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลิน เอทิลีนและ มีผลตอ การตอบสนอง กรดแอบไซซิก และอภปิ รายเก่ียวกบั การนาํ ไปใช ออกซิเจ ของพชื ประโยชนท างการเกษตร งอกไดท เพราะอ 17. ทดลอง และอธบิ ายเกยี่ วกับปจ จยั ตา งๆ ที่มีผล เนื่องจา ตอการงอกของเมลด็ สภาพพักตัวของเมลด็ และ เมล็ดซึ่ง บอกแนวทางในการแกสภาพพกั ตัวของเมล็ด ตามปจจ พืชส 18. สบื คน ขอ มูล ทดลอง และอภปิ ราย เกี่ยวกบั สวนตาง สิ่งเราภายนอกที่มผี ลตอการเจรญิ เติบโตของพชื เจรญิ เตบิ จิบเบอเร แสงสวา เรา ภายน กลางภาค (การสบื พนั ธุของพืชดอก โครงสรา งและการเจรญิ เติบโตของพ ปลายภาค (การสังเคราะหด ว ยแสง และการควบคมุ การเจรญิ เตบิ รวมทั้งส้ิน
งรายวชิ า ท่ี 12 การควบคุมการเจริญเตบิ โตและการตอบสนองของพชื เรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา 2564 สาระสําคญั เวลา คะแนน A (ชม.) รวม KP 2 ลดที่เจริญเต็มทีจ่ ะมีการงอกโดยมปี จ จัยตาง ๆ ที่ 9 10 35 22 อการงอกของเมล็ด เชน นํ้าหรือความช้ืน 28 50 จน อุณหภูมิ และแสง เมล็ดบางชนิดสามารถ ทันที แตเมล็ดบางชนิดไมสามารถ งอกไดทันที อยูในสภาพพักตัว เมล็ดบางชนิดมีสภาพพักตัว ากมีปจจัยบางประการที่มีผลยับย้ังการงอกของ งสภาพพักตัวของเมล็ดสามารถแกไขไดหลายวิธี จยั ทยี่ ับยงั้ สรางสารควบคุมการเจริญเติบโตหลายชนิดที่ ง ๆ ซ่ึงสารน้ีเปนสิ่งเราภายในท่ีมีผลตอการ บโตของพชื เชน ออกซิน ไซโทไคนนิ รลลิน เอทลิ ีน และกรด แอบไซซิก าง แรงโนม ถวงของโลก สารเคมีและน้ํา เปนส่ิง นอกที่มีผลตอ การเจริญเติบโตของพชื พืชดอก และการลําเลียงของพืช) 20 บโตและการตอบสนอง) 20 60 100
การวเิ คราะหมาต รายวชิ า ชีววิทยา3 รหสั วชิ า ว32203 ช่อื ห ชั้น มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเ ผลการเรียนรู รอู ะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. อธิบายวฏั จักร รูอะไร ชน้ิ งานที่ 1 ชีวิตแบบสลับ ดอกโดยทั่วไปมสี วนประกอบ 4 แบบทดสอบกอ น ของพชื ดอก ช้นั คอื ชน้ั กลบี เลย้ี ง ชน้ั กลีบดอก เรียน หนว ยการเรียนรทู ่ี 8 ชัน้ เกสรเพศผู และชัน้ เกสรเพศเมยี เรื่อง การสบื พันธุ อาจจาํ แนกประเภทของดอกไดโดยใช ของพชื ดอก เกณฑทีเ่ ปน สว นประกอบของดอก ตาํ แหนง ของรงั ไข หรอื จาํ นวนดอก ช้นิ งานที่ 2 ทอี่ ยูบนกานดอก สวนประกอบของ ใบกิจกรรม เรื่อง ดอกท่ีเก่ียวของกบั การสืบพันธโุ ดยตรง โครงสรา งของดอกและชนดิ คอื ชนั้ เกสรเพศผู และชั้นเกสรเพศเมีย ของผล ซง่ึ จํานวนรงั ไขเกี่ยวของกับการเจรญิ ชิ้นงานท่ี 3 เปนผลชนิดตาง ๆ ใบกิจกรรม เรอื่ ง ทาํ อะไร รูปรางลักษณะของเรณูและ - อภิปราย และอธิบายเกยี่ วกบั การงอกของหลอดเรณู สวนประกอบของดอกทเ่ี ก่ียวขอ งกับ การสืบพนั ธโุ ดยตรง คือชน้ั เกสรเพศ ผูและเกสรเพศเมีย - อภิปราย จาํ นวนรงั ไขท ่ีเกยี่ วของ กับการเจรญิ เปน ผลชนดิ ตางๆ
ตรฐานและตัวช้ีวัด หนวยการเรยี นรูท ี่ 8 การสบื พนั ธขุ องพืชดอก เรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2564 สมรรถนะสําคัญ คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ 1. ความสามารถในการคดิ ของวชิ า อนั พงึ ประสงค 2. ความสามารถในการ 1. ความรอบคอบ 1. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน แกป ญ หา 2. กระบวนการกลมุ ด ะ
ผลการเรยี นรู รูอะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ช้ินงาน 2. อธบิ าย และ รูอ ะไร ช้นิ งานที่ 4 เปรียบเทยี บ ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง กระบวนการ กระบวนการสรา งเซลลส บื พนั ธุ ผลิตภัณฑจากดอก ผล สรา งเซลล เพศผแู ละเพศเมยี ในพืชดอก การ และเมลด็ สืบพนั ธเุ พศผู ปฏสิ นธคิ ูของพชื ดอก การเกดิ ผลและ และเพศเมียของ การเกดิ เมลด็ ของพืชดอก โครงสรา ง ชิน้ งานที่ 5 พืชดอก และ ของเมลด็ และผล แบบทดสอบหลงั อธบิ ายการ ทําอะไร เรยี น หนว ยการเรียนรทู ่ี 8 ปฏสิ นธิของพืช 1. อธิบายและเปรียบเทียบ เรื่อง การสืบพันธุ ดอก กระบวนการสรา งเซลลสืบพนั ธเุ พศผู ของพืชดอก และเพศเมียของพืชดอก 3. อธิบายการ 2. อธิบายการปฏสิ นธขิ องพชื ดอก เกดิ ผลและการ 3. อธิบายการเกิดผลและการเกิดเมลด็ เกิดเมล็ดของพชื ของพชื ดอก ดอก โครงสรา ง 4. อธบิ ายโครงสรา งของเมลด็ และผล ของเมลด็ และผล 5. ยกตัวอยางการใชประโยชนจ าก และยกตวั อยา ง โครงสรา งตา ง ๆ ของเมล็ดและผล การใชประโยชน จากโครงสรา ง ตาง ๆ ของเมล็ด และผล
สมรรถนะสําคัญ คุณลกั ษณะ คุณลักษณะ 1. ความสามารถในการคดิ ของวิชา อนั พึงประสงค 2. ความสามารถในการ 1. ความรอบคอบ 1. มงุ มนั่ ในการทํางาน 2. กระบวนการกลุม แกปญ หา
เปา หมายการเรียนรู การวัดและประเม รายวิชา ชวี วิทยา3 รหัสวชิ า ว32203 ชื่อห ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเ ภาระงาน/ชนิ้ งาน สาระสําคญั ชิ้นงานท่ี 1 1. ตรวจ ดอกโดยทั่วไปมีสวนประกอบ 4 ชั้น คือ แบบทดสอบกอน เรียน หน ชั้นกลีบเลี้ยง ช้ันกลีบดอก ชั้นเกสรเพศผู เรียน หนว ยการเรยี นรูท่ี 8 เร่ือง กา และชน้ั เกสรเพศเมีย อาจจาํ แนกประเภทของ เรอ่ื ง การสืบพันธุ ของพชื ด ดอกไดโดยใชเกณฑที่เปนสวนประกอบของ ของพืชดอก ดอก ตําแหนง ของรังไข หรือจํานวนดอกท่ีอยู ชน้ิ งานท่ี 2 2. ตรวจ บนกานดอก สวน ประก อบขอ งดอก ท่ี ใบกจิ กรรม เร่ือง โครงสราง โครงสรา เกย่ี วขอ งกับการสืบพันธุโดยตรง คือช้ันเกสร ของดอกและชนดิ ของผล ของผล เพศผู และชั้นเกสรเพศเมีย ซึ่งจํานวนรังไข ชิ้นงานที่ 3 3. ตรวจ เกี่ยวของกับการเจริญเปนผลชนิดตาง ๆ ใบกจิ กรรม เรือ่ ง รูปรา งล ภายหลังการปฏิสนธิรังไขจะมีการเจริญและ รูปรางลักษณะของเรณแู ละกา การงอก พัฒนาเปนผล และออวุลจะมีการเจริญและ รงอกของหลอดเรณู พั ฒ น า เ ป น เ ม ล็ ด โ ค ร ง ส ร า ง ข อ ง ผ ล ช้ินงานที่ 4 4. ตรวจ ปร ะ ก อ บด ว ย ผนั ง ผล แล ะ เ มล็ ด สว น ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง ผลิตภณั ฑ ผลติ ภัณ โครงสรา งของเมล็ดประกอบดวยเปลือกเมล็ด จากดอก ผล และเมลด็ และเมล เอ็มบรโิ อ และเอ็นโดสเปรม โครงสรางแตละ ช้ินงานท่ี 5 5. ตรวจ สว นของผลและเมล็ดมีประโยชนตอพืช และ แบบทดสอบหลังเรยี น เรยี น หน ตอส่ิงมีชีวิตอ่ืน ซึ่ง มนุษยใชประโยชนจาก หนวยการเรียนรูที่ 8 เร่อื ง เรอื่ ง กา โครงสรา งของผลและเมล็ดในดานตา ง ๆ การสืบพันธุข องพืชดอก ดอก
มนิ ผลการเรียนรู หนว ยการเรียนรทู ่ี 8 การสบื พนั ธุข องพืชดอก เรยี นท่ี 1 ปการศกึ ษา 2564 วิธวี ดั เครอ่ื งมือวดั ประเด็น/เกณฑการ คะแนน ใหคะแนน จแบบทดสอบกอน 1. แบบทดสอบกอน รอ ยละ 70 ของ 20 นวยการเรยี นรทู ี่ 8 เรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 8 คะแนนทีไ่ ดโ ดยดู ารสบื พันธุ เรอื่ ง การสืบพันธุ ความถูกตองของ ดอก ของพชื ดอก เนอ้ื หาท่ีผเู รียน บนั ทกึ และความตัง้ ใจ จใบกิจกรรม เรื่อง 2. แบบบนั ทึก กจิ กรรม เร่อื ง ในการทาํ กจิ กรรม าง ของดอกและชนดิ โครงสรา ง ของดอกและชนิด ของผล จใบกิจกรรม เร่ือง 3. แบบบันทกึ กจิ กรรม เรื่อง ลกั ษณะของเรณูและ รปู รางลักษณะของเรณแู ละ กของหลอดเรณู การงอกของหลอดเรณู 4. แบบบนั ทกึ กิจกรรม เรื่อง จใบกิจกรรม เรือ่ ง ผลติ ภัณฑ จากดอก ผล และ ณฑ จากดอก ผล เมลด็ ลด็ 5. แบบทดสอบหลังเรยี น จแบบทดสอบหลัง หนวยการเรยี นรูท่ี 8 เร่อื ง นวยการเรียนรูท่ี 8 การสบื พันธุของพืชดอก ารสบื พนั ธขุ องพชื
การวิเคราะหม าต รายวชิ า ชีววิทยา3 รหัสวชิ า ว32203 ช่ือหนว ยการเ ชั้น มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเ ผลการเรยี นรู รูอะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ช้ินงาน 4. อธบิ าย รอู ะไร ชิ้นงานท่ี 1 เกี่ยวกับชนิด พืชดอกมีเน้ือเยื่อประกอบดวย แบบทดสอบกอ นเรยี นหนว และลกั ษณะ เนื้อเย่ือเจริญและเน้ือเย่ือถาวร เน้ือเย่ือ ยการเรียนรูที่ 9 เร่อื ง ของเนื้อเยอื่ พืช เจริญประกอบดวยกลุมเซลลที่ สามารถ โครงสรา งและการเจรญิ เติบ และเขยี น แ บ ง เ ซ ล ล แ บ บ ไ ม โ ท ซิ ส มี ก า ร โตของพืชดอก แผนผังเพ่ือสรุป เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข ย า ย ข น า ด แ ล ะ ชนดิ ของ เปลีย่ นแปลงเพ่ือไปทําหนาที่เฉพาะสวน ช้ินงานที่ 2 เน้อื เยื่อพืช เ น้ื อ เ ยื่ อ ถ า ว ร เ ป น ก ลุ ม เ ซ ล ล ที่ ใบงาน เร่อื ง การวเิ คราะห เปลี่ยนแปลงมาจากเน้ือเย่ือเจริญ แบง รปู ลกั ษณของพืช ไดเปน 3 ระบบ คือ ระบบเนื้อเยื่อผิว ชิ้นงานท่ี 3 ระบบ เน้ือเยื่อพื้น ระบบเน้ือเย่ือทอ ใบงาน เร่อื ง ดานรูปลกั ษณ ลําเลียง ซ่ึงทําหนาท่ีตางกัน ทั้งเน้ือเย่ือ เจริญและเนื้อเย่ือถาวรจะมีลักษณะ และ หนา ทเี่ ฉพาะของเน้ือเย่ือแตละชนดิ ช้ินงานท่ี 4 ทาํ อะไร ใบงาน เร่ือง ดา นคุณสมบตั อธบิ ายลกั ษณะและหนา ที่และระบุ บริเวณทีพ่ บเนื้อเยือ่ เจริญและเนื้อเยอ่ื ถาวรของพชื ดอก เขยี นแผนผงั เพื่อสรปุ ชนดิ ของ เนื้อเย่อื พืชดอก
ตรฐานและตัวช้ีวัด เรียนรทู ่ี 9 โครงสรา งและการเจรญิ เติบโตของพืชดอก เรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 สมรรถนะสําคญั คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะ 1. ความสามารถในการคดิ ของวชิ า อนั พงึ ประสงค ว 2. ความสามารถในการ 1. ความรอบคอบ 1. มุง ม่นั ในการทํางาน แกปญ หา 2. กระบวนการกลุม บ ณ ติ
ผลการเรยี นรู รูอะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ชนิ้ งาน 5. สังเกต รูอ ะไร ชิ้นงานที่ 5 อธิบาย และ หนาท่ีของรากพืชดอก โครงสราง แบบบันทึกกิจกรรม เรอ่ื ง เปรยี บเทยี บ ของปลายรากตัดตามยาว และการ โครงสรางภายนอกและการ โครงสรา ง เปรียบเทียบโครงสรางภายในของราก จริญเติบโตของราก ภายในของราก พืชใบเลี้ยงคู และรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว พชื ใบเลีย้ งเดยี่ ว จากการตัดตามขวางจากการเรียน และ ชน้ิ งานท่ี 6 และรากพชื ใบ การทํากิจกรรม แบบบนั ทึกกจิ กรรม เรอื่ ง เลีย้ งคูจากการ ทําอะไร โครงสรา งปลายรากตัดตาม ตัดตามขวาง ยาว - บนั ทึกกิจกรรม เรอื่ ง โครงสรา ง ภายนอกและการเจริญเติบโตของราก - บันทกึ กิจกรรม เรอ่ื ง โครงสราง ชนิ้ งานท่ี 7 แบบบันทกึ กิจกรรม เรื่อง ปลายรากตัดตามยาว โครงสรางภายในของรากตัด - บนั ทึกกจิ กรรม เร่ือง โครงสรา ง ตามขวาง ภายในของรากตดั ตามขวาง
สมรรถนะสาํ คญั คุณลักษณะ คุณลกั ษณะ 1. ความสามารถในการคิด ของวิชา อนั พึงประสงค 2. ความสามารถในการ 1. ความรอบคอบ 1. มงุ ม่นั ในการทํางาน รเ แกปญหา 2. กระบวนการกลมุ ม ด
ผลการเรยี นรู รูอะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ชิ้นง 6. สงั เกต อธิบาย และเปรยี บเทยี บ รูอะไร ชิ้นงานท่ี 8 โครงสราง ภายในของ ลําต น คือ สว น แ ก น ข อง พื ช ท่ี บันทกึ กิจกรรม เรื่อง ลําตนพืชใบเล้ยี งเดยี่ ว โดยทั่วไปเจริญอยูเหนือระดับผิวดินถัด โครงสรา งภายใน และลําตนพืช ใบเลี้ยง ขึ้นมาจากราก ทําหนาที่สรางใบ และชู ปลายยอดตดั ตามยา คูจากการตัดตามขวาง ใบ ลาํ เลียงนํ้า ธาตุอาหาร และอาหารท่ี พชื สรา งขนึ้ สงไปยังสว นตา งๆ โครงสราง ชิ้นงานที่ 9 ภายในของลําตนระยะ การเติบโตปฐม บันทึกกิจกรรม เร่ือ ภูมิ เม่ือตัดตามขวางจะเห็นโครงสราง โครงสรา งภายในของ แบง เปน 3 ช้ัน เรียงจากดานนอกเขาไป ดตามขวาง คอื เอพิเดอรม สิ คอรเทกซ และสตีล ลํา ตนในระยะการเติบโตทุติยภูมิ จะมีเสน รอบวงเพ่ิมขึ้นและมีโครงสรางแตกตาง จากเดิม เน่ืองจากมีการสรางเพริเดิรม และเนื้อเย่ือทอ ลาํ เลียงเพมิ่ ขึน้ ทําอะไร - บนั ทึกกจิ กรรม เรือ่ ง โครงสราง ภายในปลายยอดตดั ตามยาว - บันทกึ กจิ กรรม เรื่อง โครงสราง ภายในของลําตนตดั ตามขวาง
งาน สมรรถนะสาํ คญั คุณลักษณะ คณุ ลกั ษณะ ของวิชา อันพงึ ประสงค 1. ความสามารถในการคิด 1. ความรอบคอบ 1. มุงมัน่ ในการทาํ งาน ง 2. ความสามารถในการ 2. กระบวนการกลุม แกปญหา าว อง งลําตนตั
ผลการเรยี นรู รูอ ะไร ทําอะไร ภาระงาน/ชน้ิ ง 7. สังเกต และอธบิ าย รอู ะไร ชิ้นงานที่ 10 โครงสรางภายในของ ใบ มีหนาที่สังเคราะหดวยแสง แบบบันทกึ กิจกรรมต ใบพืช จากการตัดตาม แลกเปล่ียนแกสและคายน้ํา ใบของพืช เร่อื ง โครงสรางภายน ขวาง ดอกประกอบดวย กานใบ แผน ใบ เสน ของใบพชื ใบเลย้ี งคู กลางใบ และเสนใบ พืชบางชนิดอาจไม และใบพชื ใบเลี้ยงเด่ยี มีกานใบ ทโี่ คนกา นใบอาจพบหรือไมพบ ชิน้ งานท่ี 11 หูใบ โครงสรางภายใน ของใบตัดตาม แบบบันทึกกิจกรรมต ขวาง ประกอบดวย 3 สวน ไดแก เอพิ เรอ่ื ง โครงสรางภายใ เดอรมิส มีโซฟลล และวาสคิวลาร ของใบพืชใบเลี้ยงคู บันเดิล และใบพืชใบเลย้ี งเดี่ย ทาํ อะไร อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสรา ง ภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง
งาน สมรรถนะสําคญั คุณลกั ษณะ คุณลกั ษณะ ของวิชา อนั พึงประสงค 1. ความสามารถในการคดิ 1. ความรอบคอบ 1. มงุ ม่ันในการทาํ งาน ตอนที่ 1 2. ความสามารถในการ 2. กระบวนการกลมุ นอก แกปญหา ยว ตอนท่ี 2 ใน ยว
การวัดและประเม รายวิชา ชีววทิ ยา3 รหสั วิชา ว32203 ชื่อหนว ยการเ ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเ เปา หมายการเรียนรู ภาระงาน/ชิ้นงาน สาระสําคัญ ชน้ิ งานท่ี 1 1. ตรวจแ พืชดอกมีเนื้อเย่ือประกอบดวยเน้ือเย่ือ แบบทดสอบกอนเรียนหนวยกา เรยี นหนว เจริญและเน้ือเยื่อถาวร เนื้อเยื่อเจริญ รเรียนรูที่ 9 เรื่อง เรื่อง โครง ประกอบดวยกลุมเซลลที่ สามารถแบง โครงสรา งและการเจรญิ เตบิ โตข เจริญเติบโ เซลลแบบไมโทซิส มีการเจริญเติบโต องพืชดอก ขยายขนาด และเปล่ียนแปลงเพื่อไปทํา ชน้ิ งานที่ 2 2. ตรวจใบ หนาที่เฉพาะสวน เน้ือเย่ือถาวรเปนกลุม ใบงาน เร่อื ง การวิเคราะห การวิเครา ของพืช เซลลท่ีเปล่ียนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญ รปู ลกั ษณของพชื 3. ตรวจใบ แบงไดเปน 3 ระบบ คือ ระบบเน้ือเย่ือผิว ชิน้ งานที่ 3 รปู ลักษณ ระบบ เนื้อเย่ือพื้น ระบบเนื้อเย่ือทอ ใบงาน เร่อื ง ดา นรูปลักษณ 4. ตรวจใบ ลําเลียง ซ่ึงทําหนาท่ีตางกัน ทั้งเนื้อเยื่อ ชน้ิ งานท่ี 4 คุณสมบัต เจริญและเนื้อเย่ือถาวรจะมีลักษณะ และ ใบงาน เร่อื ง ดานคุณสมบัติ 5. ตรวจแ หนา ทเ่ี ฉพาะของเนอ้ื เยอ่ื แตล ะชนิด ชนิ้ งานท่ี 5 กจิ กรรม เ ราก คือสวนแกนของพืชท่ีท่ัวไป แบบบนั ทกึ กิจกรรม เรอ่ื ง เจริญอยูใตระดับผิวดิน ทําหนาที่ยึดหรือ โครงสรางภายนอก ภายนอกแ คา้ํ จุนใหพ ืชเจริญเติบโตอยูก บั ที่ได และ และการเจริญเติบโตของราก เตบิ โตของ ยังมีหนาท่ีสําคัญในการดูดนํ้าและธาตุ ชนิ้ งานท่ี 6 6. ตรวจแ อาหารในดนิ เพื่อสง ไปยังสวนตาง ๆ ของ แบบบนั ทึกกจิ กรรม เรอ่ื ง กจิ กรรม เ พืช โครงสรางภายใน ของรากระยะการ โครงสรา งปลายรากตดั ตามยาว ปลายราก เติบโตปฐมภูมิ เมื่อตัดตามขวางจะเห็น โครงสรางแบงเปน 3 ช้ัน เรียงจากดาน
มินผลการเรียนรู เรยี นรทู ่ี 9 โครงสรางและการเจรญิ เตบิ โตของพชื ดอก เรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2563 วธิ วี ัด เครอ่ื งมือวัด ประเด็น/เกณฑก ารให คะแนน แบบทดสอบกอ น 1. แบบทดสอบกอนเรียน คะแนน 20 วยการเรยี นรูท่ี 9 หนวยการเรยี นรูที่ 9 เรอื่ ง งสรา งและการ โครงสรา งและการ รอยละ 70 ของคะแนน โตของพชื ดอก เจริญเติบโตของพชื ดอก ท่ไี ดโ ดยดคู วามถกู ตอ ง บงาน เร่ือง 2. ใบงาน เร่ือง ของเน้ือหาที่ผเู รยี น าะห รปู ลักษณ การวิเคราะห รปู ลักษณ บนั ทกึ และความต้ังใจใน การทํากิจกรรม ของพืช บงาน เร่ือง ดา น 3. ใบงาน เร่ือง ดาน รปู ลกั ษณ บงาน เร่อื ง ดา น 4. ใบงาน เร่อื ง ดาน ติ คณุ สมบตั ิ แบบบนั ทึก 5. แบบบันทึกกจิ กรรม เรื่อง โครงสรา ง เรอ่ื ง โครงสรางภายนอก และการเจรญิ และการเจริญ งราก เตบิ โตของราก แบบบันทกึ 6. แบบบันทึกกจิ กรรม เร่อื ง โครงสรา ง เรอื่ ง โครงสรา งปลายราก กตดั ตามยาว ตดั ตามยาว
นอกเขาไป คือ เอพิเดอรมิส คอรเทกซ ชิน้ งานที่ 7 7. ตรวจแ และสตีล ในระยะการเติบโตทุติยภูมิของ แบบบันทึกกจิ กรรม เรื่อง กิจกรรม เ รากเอพิเดอรมิสอาจจะถูกแทนที่ดวยเพริ โครงสรางภายในของรากตดั ภายในขอ เดิรม ลักษณะมัดทอลําเลียงจะเปล่ียนไป ตามขวาง ตามขวาง เน่ืองจากมีการสรางเนื้อเยื่อทอลําเลียง ชิ้นงานที่ 8 8. ตรวจบ เพ่ิมขึ้น บนั ทึกกจิ กรรม เรอื่ ง เรือ่ ง โครง ลําตน คือ สวนแกนของพืชที่ โครงสรา งภายในปลายยอด ปลายยอด โดยทวั่ ไปเจริญอยเู หนือระดับผิวดินถัด ตัด ตามยาว 9. ตรวจบ ข้ึนมาจากราก ทําหนา ท่สี รางใบ และชใู บ ช้ินงานท่ี 9 เรือ่ ง โครง ลาํ เลยี งน้าํ ธาตอุ าหาร และอาหารท่พี ืช บันทึกกิจกรรม เร่อื ง โครง ของลาํ ตน สรา งข้ึนสงไปยังสวนตา งๆ โครงสราง สรางภายในของลาํ ตนตดั ตาม 10. ตรวจ ภายในของลําตนระยะ การเตบิ โตปฐมภูมิ ขวาง กิจกรรม เ เมอ่ื ตดั ตามขวางจะเห็นโครงสรางแบง เปน ช้ินงานท่ี 10 ภายนอกข 3 ช้นั เรยี งจากดานนอกเขาไป คือ แบบบันทกึ กิจกรรม เรื่อง เลยี้ งคู แล เอพิเดอรม สิ คอรเทกซ และสตลี ลาํ ตน ใน โครงสรา งภายนอก เดย่ี ว ระยะการเตบิ โตทตุ ยิ ภมู ิ จะมีเสน รอบวง ของใบพืชใบเลยี้ งคู 11. ตรวจ เพม่ิ ขน้ึ และมโี ครงสรา งแตกตา งจากเดมิ และใบพชื ใบเลย้ี งเด่ียว กจิ กรรม เ เน่ืองจากมีการสรางเพรเิ ดริ ม และ ช้นิ งานท่ี 11 ภายในขอ เน้อื เย่อื ทอลําเลยี งเพ่มิ ขึ้น แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เร่ือง และใบพชื โครงสรางภายใน ของใบพืชใบเล้ยี งคู และใบพืชใบเลย้ี งเดี่ยว
แบบบนั ทึก 7. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เรอื่ ง โครงสรา ง เรือ่ ง โครงสรางภายในของ องรากตดั รากตัด บนั ทึกกจิ กรรม ตามขวาง งสรางภายใน 8. บนั ทกึ กิจกรรม เร่อื ง ดตดั ตามยาว โครงสรา งภายในปลายยอด ตัดตามยาว บนั ทึกกจิ กรรม 9. บันทึกกิจกรรม เร่อื ง งสรา งภายใน โครงสรา งภายใน นตดั ตามขวาง ของลาํ ตนตัดตามขวาง จแบบบนั ทกึ 10. แบบบันทึกกิจกรรม เร่อื ง โครงสรา ง เรือ่ ง โครงสรา งภายนอก ของใบพืชใบ ของใบพืชใบเลย้ี งคู และใบ ละใบพืชใบเลี้ยง พชื ใบเลยี้ งเด่ียว จแบบบันทกึ 11. แบบบันทกึ กจิ กรรม เรื่อง โครงสรา ง เรอ่ื ง โครงสรางภายในของ องใบพืชใบเลี้ยงคู ใบพชื ใบเล้ียงคู และใบพชื ชใบเล้ยี งเดย่ี ว ใบเลี้ยงเดีย่ ว
การวิเคราะหม าต รายวชิ า ชีววิทยา3 รหสั วิชา ว32203 ช่ือ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเ ผลการเรยี นรู รูอะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ช 8. สบื คน ขอมูลและ รูอะไร ช้นิ งานที่ 1 อธบิ ายกลไกการ กลไกการลําเลียงนํ้าจากดินเขาสูราก แบบทดสอบกอ นเร ลาํ เลียงน้าํ และธาตุ และการลาเลียงไปยังสวนตาง ๆ ของพืช การลําเลียงของพชื อาหารของพืช จากการอธิบาย อภิปรายการตอบคําถาม 9. สบื คนขอมูล สังเกต ตรว จสอบความเขาใจ และ การทํ า ช้นิ งานที่ 2 และอธิบายการ แบบฝกหดั ใบกิจกรรม เรือ่ ง ป แลกเปลย่ี น แกส และ ทําอะไร พืชกับการคายนํา้ การคายนา้ํ ของพชื - ก าร สัง เก ต การ อ ธิ บาย ก าร อภิปราย จากการทาแบบฝก หดั
ตรฐานและตวั ช้วี ัด อหนวยการเรียนรทู ่ี 10 การลําเลียงของพืช เรียนที่ 1 ปการศกึ ษา 2564 ช้นิ งาน สมรรถนะสําคัญ คุณลกั ษณะ คุณลกั ษณะ รยี น เรือ่ ง 1. ความสามารถในการ ของวิชา อันพงึ ประสงค ช คิด 1. ความกระตอื รือรน 1. มุงมน่ั ในการทํางาน ปากใบของ 2. ความสามารถในการ 2. ความรอบคอบ สื่อสาร 3. กระบวนการกลุม 3. ความสามารถในการ แกป ญหา
การวัดและประเม รายวชิ า ชวี วทิ ยา3 รหัสวชิ า ว32203 ชือ่ ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเ เปาหมายการเรยี นรู ภาระงาน/ชิน้ งาน ว สาระสาํ คัญ ชน้ิ งานที่ 1 1. ตรวจแบ พืชมีการแลกเปลย่ี นแกสและการคาย แบบทดสอบกอนเรียนหนว ย เรียนหนว ยก นํ้าผานทางปากใบเปนสวนใหญ ปากใบ การเรียนรูท่ี 10 เรือ่ ง เร่อื ง การลาํ พบไดท่ีใบและลําตน ออ น เมื่ อคว ามช้ื น การลาํ เลียงของพชื 2. ตรวจแบ สัมพัทธในอากาศ ภายนอกต่ํากว า กจิ กรรมการ ความช้ืนสัมพัทธภายในใบพืชทําใหนํ้า ช้ินงานที่ 2 ปากใบของพ ภายในใบพืชระเหยเปนไอออกมาทางรู กจิ กรรมการทดลอง เรื่อง นํา้ ปากใบ เรยี กวา การคายนํ้า ปากใบของพืชกับการคายน้ํา ความช้ืนในอากาศ ลม อุณหภูมิ สภาพน้ําในดิน ความเขมของแสงเปน ปจ จยั ท่ีมผี ลตอการคายนํา้ ของพืช
มนิ ผลการเรียนรู อหนวยการเรียนรทู ี่ 10 การลําเลยี งของพชื เรยี นท่ี 1 ปการศึกษา 2564 วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วดั ประเด็น/เกณฑการให คะแนน คะแนน 5 บบทดสอบกอ น 1. แบบทดสอบกอ น การเรยี นรูท่ี 10 เรียนหนว ยการเรียนรู รอ ยละ 70 ของคะแนนท่ไี ด าเลียงของพชื ที่ 10 เรอื่ ง การ โดยดูความถูกตองของ ลาํ เลียงของพืช เนอ้ื หาท่ีผูเรียนบนั ทึกและ ความตัง้ ใจในการทํา บบบนั ทกึ 2. แบบตรวจแบบ กิจกรรม รทดลอง เรื่อง บันทึกกจิ กรรมการ พืชกับการคาย ทดลอง เร่ือง ปากใบ ของพืชกบั การคายนํา้
การวิเคราะหม าต รายวชิ า ชีววิทยา3 รหสั วชิ า ว32203 ช่ือ ชั้น มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเ ผลการเรยี นรู รูอ ะไร ทําอะไร ภาระงาน/ช้นิ 10. สืบคนขอมูล รูอะไร ชนิ้ งานท่ี 1 อธบิ ายความสําคญั พืชแตละชนิดตองการธาตุอาหารท่ี ใบกจิ กรรม เร่อื ง ของธาตอุ าหาร และ ธาตอุ าหารที่จาํ เปน ยกตวั อยา งธาตอุ าหาร ตางกันทั้งชนิดและปริมาณ พืชไดรับธาตุ เจรญิ เตบิ โตของพชื ทส่ี าํ คัญทมี่ ีผลตอการ อาหารจากดินผา นทางรากแลว เคลื่อนท่ีไป เจริญเตบิ โตของพืช ยงั สว นตางๆ ของพืชพรอมกับการลําเลียง น้ําในไซเลม็ ความรเู กย่ี วกับสมบตั ขิ องธาตุ อาหารที่มีผลตอการเจริญเติบโตของพืช สามารถนํามาใชประโยชนในการปลูกพืช ในสารละลายธาตอุ าหาร ทําอะไร - อธิบายและการอภิปรายการกลไก การลาํ เลยี งธาตุอาหารของพืช
ตรฐานและตวั ช้ีวัด อหนวยการเรยี นรทู ี่ 10 การลําเลียงของพืช เรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 นงาน สมรรถนะสาํ คญั คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ นตอ การ ของวชิ า อนั พึงประสงค ช 1. ความสามารถในการคดิ 1. ความกระตอื รือรน 1. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน 2. ความสามารถในการ 2. ความรอบคอบ สื่อสาร 3. กระบวนการกลมุ 3. ความสามารถในการ แกปญ หา
การวัดและประเม รายวิชา ชีววทิ ยา3 รหัสวชิ า ว32203 ชอื่ ชั้น มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเ เปา หมายการเรยี นรู ภาระงาน/ชนิ้ งาน ว สาระสําคญั ชิน้ งานที่ 1 1. ตรวจแบ พืชแตละชนิดตองการธาตุอาหารท่ี ใบกิจกรรม เรือ่ ง กจิ กรรมการ ตางกันท้ังชนิดและปริมาณ พืชไดรับธาตุ ธาตุอาหารท่ีจําเปนตอ การ ธาตอุ าหารท อาหารจากดินผานทางราก เจริญเตบิ โตของพืช เจรญิ เตบิ โต แลวเคลื่อนท่ีไปยังสวนตางๆ ของพืช พรอมกับการลําเลียงนํ้าในไซเล็ม ความรู เก่ยี วกบั สมบัติของธาตอุ าหารที่มี ผลตอการเจริญเติบโตของพืชสามารถนา ม า ใ ช ป ร ะ โ ย ช น ใ น ก า ร ป ลู ก พื ช ใ น สารละลายธาตอุ าหาร
มนิ ผลการเรียนรู อหนวยการเรียนรทู ่ี 10 การลาํ เลยี งของพชื เรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2564 วธิ วี ัด เครอ่ื งมือวัด ประเดน็ /เกณฑก ารให คะแนน บบบันทกึ 1. แบบตรวจแบบ คะแนน 5 รทดลอง เรอ่ื ง บนั ทึกกจิ กรรมการ ที่จําเปน ตอการ ทดลอง เร่ือง ธาตุ รอยละ 70 ของคะแนนท่ีได ตของพชื อาหารทจี่ ําเปน ตอการ โดยดูความถูกตองของ เจรญิ เตบิ โตของพชื เนอ้ื หาท่ีผูเ รยี นบันทึกและ ความตง้ั ใจในการทํา กิจกรรม
การวิเคราะหมาต รายวิชา ชวี วทิ ยา3 รหัสวิชา ว32203 ช่ือ ชั้น มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเ ผลการเรยี นรู รอู ะไร ทาํ อะไร ภาระงาน/ช้นิ 11. อธบิ ายกลไกการ ลําเลยี งอาหารในพืช รอู ะไร ชิ้นงานที่ 1 อ า ห า ร ที่ ไ ด จ า ก ก ร ะ บ ว น ก า ร แบบทดสอบหลงั เร สังเคราะหดวยแสงจากแหลงสราง จะถูก การลําเลยี งของพชื เปล่ียนแปลงเปนซูโครสและลําเลียงผาน ทางโฟลเอ็มโดยอาศัยกลไกการลําเลียง อาหารในพืชซง่ึ เก่ียวขอ งกับความแตกตาง ของความดันในซีฟทิวบเมมเบอรระหวาง บริเวณแหลงสรา งและแหลง รับ ทาํ อะไร - อธิบายและการอภิปรายการสังเกต และการลงความเห็นจากขอ มลู
ตรฐานและตวั ชี้วัด อหนวยการเรียนรูท ่ี 10 การลาํ เลียงของพืช เรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564 นงาน สมรรถนะสาํ คัญ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะ รยี น เร่ือง ของวชิ า อันพงึ ประสงค ช 1. ความสามารถในการคิด 1. ความกระตอื รอื รน 1. มุงม่ันในการทาํ งาน 2. ความสามารถในการ 2. ความรอบคอบ ส่อื สาร 3. กระบวนการกลมุ 3. ความสามารถในการ แกป ญหา
การวดั และประเม รายวิชา ชวี วทิ ยา3 รหัสวชิ า ว32203 ช่อื ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเ เปาหมายการเรยี นรู ภาระงาน/ช้นิ งาน ว สาระสําคญั ชน้ิ งานท่ี 1 1. ตรวจแบ อาหารทไี่ ดจากกระบวนการสังเคราะห แบบทดสอบหลงั เรยี น เรือ่ ง เรียน เร่ือง ด ว ย แ ส ง จ า ก แ ห ล ง ส ร า ง จ ะ ถู ก การลาํ เลยี งของพชื พืช เปล่ียนแปลงเปนซูโครสและลําเลียงผาน ทางโฟลเอ็มโดยอาศัยกลไกการลําเลียง อาหารในพชื ซ่งึ เก่ียวของกับความแตกตาง ของความดันในซีฟทิวบเมมเบอรระหวาง บริเวณแหลงสรางและแหลงรับ
มินผลการเรยี นรู อหนว ยการเรยี นรูท ี่ 10 การลาํ เลยี งของพืช เรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2564 วิธีวดั เครือ่ งมอื วดั ประเดน็ /เกณฑการให คะแนน คะแนน 10 บบทดสอบหลงั 1. แบบทดสอบหลงั รอ ยละ 70 ของคะแนนที่ได การลําเลยี งของ เรยี น เร่ือง การลาํ เลียง โดยดคู วามถกู ตอ งของ ของพืช เนอ้ื หาท่ผี เู รยี นบันทึกและ ความต้ังใจในการทํา กจิ กรรม
Search