สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ แ ละพัฒนาพลังแผนดนิ เชิงคุณธรรม สามารถจําแนกคุณธรรมอันดับหน่ึง และคุณธรรมอันดับสองจําแนกตามอาชีพได ดงั ตอไปน้ี 1) อาชีพกรรมกร/ลูกจาง ไดแก อดทน และขยันหม่ันเพียร 2) อาชีพครูอาจารย ไดแก รับผิดชอบ และสติสัมปชัญญะ 3) อาชีพทนาย/ผูพิพากษา ไดแก ยุติธรรม และ ซื่อสัตยสุจริต 4) อาชีพนักการเมือง ไดแก ซ่ือสัตยสุจริต และรับผิดชอบ 5) อาชีพทหาร/ ตํารวจ ไดแก วินัย และอดทน 6) อาชีพนักธุรกิจ/พอคา แมคา ไดแก ขยันหมั่นเพียร และ ซ่ือสัตยสุจริต 7) อาชีพนักบัญชี ไดแก ซ่ือสัตยสุจริต และรับผิดชอบ 8) อาชีพนักเรียน/ นกั ศึกษา ไดแ ก ขยันหมัน่ เพียรและกตญั กู ตเวที 9) อาชพี พระสงฆ/ผูนําศาสนา ไดแก วินัย และเปนกัลยาณมิตร 10) อาชีพนักวิจัย ไดแก มุงผลสัมฤทธ์ิฯ และวินัย 11) อาชีพ สื่อมวลชน ไดแกมุงผลสัมฤทธิ์ฯ และรับผิดชอบ 12) อาชีพแพทย/พยาบาล ไดแก สติสัมปชัญญะ และรับผิดชอบ 13) อาชีพวิศวกร/สถาปนิก ไดแก มุงผลสัมฤทธ์ิฯ และ รบั ผิดชอบ สว นนงลักษณ วริ ชั ชยั และรุงนภา ตั้งจิตรเจริญกุล (2550) ทําการศึกษาวิจัยเร่ือง การวิเคราะหการเปลี่ยนแปลงคุณธรรมจริยธรรมของคนไทย มีวัตถุประสงคเพ่ือ 1) ศึกษา ระดับคุณธรรมจริยธรรมของคนไทยรายไตรมาสตามตัวบงชี้คุณธรรมจริยธรรม 2) ศึกษา พัฒนาการและแนวโนมการเปล่ียนแปลงระยะยาวของระดับคุณธรรมจริยธรรมของคนไทย ตามตัวบงชี้คุณธรรมจริยธรรม 3) ศึกษาบทบาทในการพัฒนาดานคุณธรรมจริยธรรมของคน ไทย การวิจัยคร้ังนี้กําหนดขอบเขตของตัวบงชี้คุณธรรมจริยธรรมที่ควรเฝาระวัง 7 ตัวบงชี้ ไดแก ความซื่อสัตยสุจริต ความมีสติสัมปชัญญะ ความรับผิดชอบ ความยุติธรรม ความ ขยันหมัน่ เพยี ร ความมีวนิ ัย และความอดทน การวิจัยในครั้งน้ี ศึกษาตัวบงชี้คุณธรรม จริยธรรมท่ีคัดสรรเฉพาะบางตัวบงชี้ท่ี สําคัญและแนวทางในการดําเนินการวัดตัวบงช้ีคุณธรรม จริยธรรมรายไตรมาสสําหรับ การศึกษา ติดตามพัฒนาการและแนวโนมคุณธรรม จริยธรรม โดยพิจารณาจากผลการ วิเคราะหตัวบงช้ีคุณธรรม จริยธรรมที่มีความสําคัญในสังคมไทยจําแนกตามกลุมวิชาชีพ/ อาชีพ พบวาตัวบงช้ีคูณธรรมจริยธรรม 5 อันดับแรกท่ีควรมีในทุกกลุมวิชาชีพ/อาชีพ ประกอบดวย 1) ความซ่ือสัตย 2) ความรับผิดชอบ 3) ความมีสติสัมปชัญญะ 4) ความ ขยันหมั่นเพียร 5) ความมีวินัย ดังน้ันตัวบงชี้คุณธรรมจริยธรรมทั้ง 5 ตัวนี้จึงเปนตัวบงช้ี คุณธรรมจริยธรรมท่ีจําเปนเรงดวนสําหรับการเฝาระวังระดับคุณธรรมจริยธรรมเพ่ิมอีกสอง ตัว คือ 1) ความยุติธรรม และ 2) ความอดทน โดยตัวแปรตนท่ีสําคัญในการศึกษาวิจัยใน ครั้งนี้ และตัวแปรบทบาทในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ไดแกระดับการศึกษา อายุ เพศ และสถานภาพ ดงั นั้นโมเดลในการวจิ ยั แสดงไดดังภาพ 2.1 91
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสริมและพฒั นาพลังแผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม ชว งเวลา 5 ครัง้ ตัวแปรบทบาทในการพฒั นา ตัวบงช้ีคุณธรรม ความซ่อื สตั ยสุจรติ คุณธรรมจรยิ ธรรม จริยธรรมทค่ี วรเฝา ระวงั ความขยันหมั่นเพียร ระดบั ความมีสตสิ ัมปชญั ญะ อายุ เพศ ความรับผิดชอบ สถานภาพ ความยตุ ิธรรม ความมวี ินัย ความอดทน ภาพ 2.2 โมเดลตัวบง ช้ีคณุ ธรรม จริยธรรมทีค่ วรเฝา ระวงั ในสังคมไทย ผลการศกึ ษาพบวา ระดับการศึกษาสง ผลตอตัวบงช้ีคุณธรรมจริยธรรมท่ีควรเฝาระวัง ใหสังคมไทย โดยกลุมเส่ียงท่ีควรเรงรัดพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมท่ีควรเฝาระวัง ไดแกกลุม นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา กลุมกรรมกร/ผูใชแรงงาน/ลูกจาง กลุมเกษตรกร และกลุมคน วางงาน และบทบาทในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมระดับบุคคลไดแก การอบรมส่ังสอนจาก พอแม การอบรมสั่งสอนจากโรงเรียน การเลียนแบบบุคคลสําคัญที่มีคุณธรรม ระดับ ครอบครัว ไดแกการชักชวนใหสมาชิกในครอบครัวทําความดีเพิ่มขึ้น การเอาใจใสดูแลการ กระทําของสมาชิกในครอบครัว และการตักเตือนสมาชิกในครอบครัวทําในส่ิงที่ถูกตอง ระดับ สังคม ไดแกการจัดประชุมสมาชิกชมรมในดานคุณธรรมจริยธรรม การเปนกรรมการ/ผู ดําเนนิ งานจัดกจิ กรรมคุณธรรม จรยิ ธรรม และการจัดรายการคุณธรรมจริยธรรมทางโทรทัศน ดังน้ันทางรัฐบาลจึงควรสนับสนุนการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมท้ังในระดับบุคคล ระดับ ครอบครัว และระดับสังคมผา นบทบาทดังกลา ว 92
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสริม แ ละพฒั นาพลงั แผน ดินเชิงคุณธรรม 2.8 แผนพฒั นาความซอื่ ตรงแหง ชาตมิ าเลเซีย (Malaysia National Integrity Plan) 2.8.1 ความเปนมาของ National Integrity Plan หรือ NIP เกิดจากความตองการพัฒนาประเทศมาเลเซียเปนประเทศท่ีพัฒนาอยาง สมบูรณในป ค.ศ.2020 ใหเปนประเทศที่มีศักยภาพเขมแข็ง และมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งไม สามารถทําไดแตเพียงการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความกาวหนาทางเทคโนโลยีเทานั้น แต จําเปนตองพัฒนาดานสังคม วัฒนธรรม ภูมิปญญาและจิตวิญญาณดวย เพ่ือบรรลุเปาหมาย น้ี จําตองยกระดับคุณธรรมและความซ่ือตรง (ethics and integrity) เพราะเปนสวนหนึ่งท่ี มีความสําคญั ของสงั คม เปน คณุ คา และแบบแผน (values and norms)ท่ีจะสรางความยั่งยืน และเสรมิ สรา งคณุ ภาพชีวติ ของประชาชน The Prime Minister’s Directive No.1 of 1998 ซึ่งมีเปาหมายในการ สงเสริม “ความซื่อตรง” (Integrity) ในการบริหารงานของรัฐบาล (Government Administration) มีการตั้ง ”คณะกรรมาธิการวาดวยความซ่ือตรง” (The Integrity Management Committee) ในทุกกระทรวง ทุกหนวยงานของรัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลกลาง แตขาดกลไกดึงภาคสวนอ่ืนๆ เขารวม ดังนั้น รัฐบาลจึงกําหนด “แผนพัฒนาความซื่อตรง แหงชาติ” (The National Integrity Plan/NIP) เพ่ือเปนแผนแมบท (Master Plan) ใหทุก ภาคสวน ท้ังภาคเอกชน พรรคการเมือง องคกรพฒั นาเอกชน กลมุ ศาสนา ส่อื มวลชน ผูหญิง เยาวชนและนกั เรียน ไดเ ขา มารวมในการสรา งความซื่อตรง NIP กําหนดข้ึนโดยยึดเจตนารมณของรัฐธรรมนูญแหงสหพันธ ปรัชญาและ หลักการของ Rukun Negara เปนเหมือน The Aspirations of Vision 2020 โดยมี วัตถุประสงค เพื่อกอต้ังคุณธรรมและจริยธรรมของสังคม โดยพลเมืองตองเครงครัดในหลัก ศาสนาและคุณคาทางจติ ใจ และกระตุน ใหเ กดิ มาตรฐานจรยิ ธรรมที่สูงขน้ึ NIP พัฒนาข้ึนจากความปรารถนาของประชาชนและของชาติ เกิดเปนรูปแบบ ของมาเลเซียเอง (own mould) ประกอบไปดวยคนทุกเช้ือชาติ ทุกศาสนา เปนผูมีสวนไดเสีย แผนงานน้ี ไดเปดใหเสนอมุมมองและขอเสนอแนะในการสัมมนาตางๆ รวมไปถึงผูแทนจาก ภาคสวนตางๆของสังคม ดังน้ัน NIP จึงสะทอนความหวังและความปรารถนาท้ังของผูนํา ประเทศและประชาชนท่วั ไป 93
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่อื เสริมสรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสงเสรมิ และพัฒนาพลงั แผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของ NIP ตองแยกแยะกลุมเปาหมายและความ เรงดวน โดยกําหนดเปน Target 2008 เปนเปาหมายเรงดวน 5 ประการ ในชวง 5 ปแรก (ค.ศ.2004-2008) คอื ราชการ 1) ลดคอรัปชน่ั การกระทําผดิ และการใชอ ํานาจหนาท่ีโดยมิชอบ 2) เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพระบบการบริการสาธารณะและการปฏิบตั งิ านในระบบ 3) สง เสริมธรรมาภิบาลและจริยธรรมของภาคธุรกจิ เอกชน 4) สรางความเขม แขง็ สถาบนั ครอบครัว 5) พัฒนาคุณภาพชีวติ และความเปน อยทู ่ีดขี องประชาชน กลยุทธ คือ ดึงทุกภาคสวนของสังคมเขามาสนับสนุนและรวมในเจตนารมณ ของ NIP โดยการประสานงานและใหความรว มมอื กนั ในการดําเนนิ โครงการตางๆ ดว ย ในการนี้ ไดกําหนดใหมีการตรวจสอบประจําปและการประเมินผลซ่ึง เหมาะสมกับสังคมมาเลเซีย และสอดคลองกับมาตรฐานของนานาชาติ มี 2 วิธีการสําหรับ ประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตรและโครงการตางๆ ดังนี้ (1) วิธีการแรก การ ประเมินจากผูมีสวนเกี่ยวของ มี 3 วิธี ไดแก การจัดทํารายงานของผูมีสวนเกี่ยวของเสนอใน Convention of Integrity ระดับภาคและประเทศ ผลประเมินจากแบบสอบถาม และผลสํารวจ เก่ียวกบั คุณธรรมและความซ่อื ตรงจากทกุ ภาคสวน และทกุ ระดับของประเทศ การพัฒนาสงเสริมความซ่ือตรงตองเปดใหมีสวนรวมต้ังแตระดับรากหญาขึ้น ไปถึงระดับสูงของสังคม ประกอบดวยภาคสวนตางๆ ทั้งครอบครัว ชุมชน ภาคประชาสังคม (รวมไปถึงองคกรพัฒนาเอกชน) กลุมศาสนา กลุมวัฒนธรรมทางสังคม (การศึกษา สุขภาพ การกีฬาและนันทนาการ สื่อมวลชน ศิลปะ วรรณกรรมและมรดกชาติ) เศรษฐกิจ การเมือง และการบริหาร) มีการจัดตั้ง The Integrity Institute of Malaysia (IIM) เพื่อทําหนาท่ีในการ สงเสริมและประสานงานในการบงั คับใช NIP ของทกุ ภาคสวนของสงั คม ความมุงม่ัน (Commitment) ของรัฐบาลแสดงออกโดยการกําหนดนโยบาย พฒั นาประเทศ อันเปนนโยบายของชาตทิ ป่ี ระกอบดวยฝายการเมอื ง ฝายปกครอง/ขาราชการ ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม ซึ่งจะบรรลุผลสําเร็จได ตองไดรับการสนับสนุนอยางแข็งขัน จากภาคเอกชนและภาคสว นอื่นๆ ของสงั คม 94
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอ่ื เสริมสรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยสง เสรมิ แ ละพัฒนาพลังแผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม มีการประกาศใช Three Long Term Perspective Plans คือ The New Economic Policy (1971-1990) The National Development Policy (1991-2000) และ The Vision Development Policy (2001-2010) ซึ่งท้ังหมดมีหลักการตามรัฐธรรมนูญ, Rukun Negara และ Vision 2020 2.8.2 การสงเสริมคณุ ธรรมและความซื่อตรงในภาครฐั เริ่มดําเนินการในภาครัฐ เพราะเปนเคร่ืองมือที่สําคัญในการบริหารจัดการ การปกครอง การใหบริการและการพัฒนาประเทศ ซ่ึงการมีคุณธรรมและความซ่ือตรงจะ สงผลกระทบตอภาคสวนอ่ืนๆ การผนึกกําลัง การพัฒนาปรับปรุงภายในและการใหคุณคาแก คุณธรรม การไมมีคอรัปช่ัน และการใชอํานาจโดยมิชอบสามารถทําไดอยางเขมแข็งและ ตอ เนอ่ื ง รัฐบาลกําหนดโครงการจํานวนมากเพ่ือสงเสริมการใหคุณคาแกคุณธรรม และความซ่ือตรงในการใหบริการสาธารณะ ต้ังแตศตวรรษ 1980 มุงเนนหลักการ “Clean, Efficient and Trustworthy” “Integrity of Islamic Values” “Excellent Work Culture” “Code of Work Ethics” “Client’s Charter” และ “ISO 9000” รัฐบาลออกกฎหมาย (ผานรัฐสภา) ไดแก พระราชบัญญัติปองกันการ คอรัปชั่น ค.ศ.1961(โดยยกเลิกพระราชกฤษฎีกาวาดวยการปองกันการคอรัปชั่น ค.ศ. 1950) จัดตั้ง The Anti-Corruption Agency ในป ค.ศ.1967 ซึ่งมีการแกไขเพิ่มเติม กฎหมาย เมื่อป ค.ศ.1971 และไดประกาศใชกฎหมายใหม คือ พระราชบัญญัติวาดวยการ ปองกันคอรัปชั่น ค.ศ.1997 ซึ่ง The Anti-Corruption Agency ไดทําหนาท่ีสําคัญในการ ปราบปรามคอรัปช่ัน รักษาความซ่ือตรงในการบริหารราชการแผนดิน และเสริมสรางความ ตระหนกั ในปญหาคอรปั ช่ันและการใชอ ํานาจโดยมชิ อบ รัฐบาลจัดต้ัง The Public Complaints Bureau (PCB) เพ่ือรับเร่ืองรองเรียน รองทกุ ขเ กยี่ วกบั การทุจริตและการใชอํานาจโดยมชิ อบในการใหบ ริการสาธารณะ จัดต้ัง The Auditor General’s Department เพื่อทําหนาท่ีตรวจสอบ งบประมาณและการใชจ า ยภาครัฐ จัดตั้ง The Malaysian Administrative, Modernisation and Management Planning Units (MAMPU) เพ่ือเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงการบริหารงานภาครัฐ ใหทนั สมัย มศี กั ยภาพและประสิทธิภาพในการบรกิ ารสาธารณะ 95
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซอื่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม จัดตั้ง The Special Cabinet on Government Management Integrity เพ่ือ รับผิดชอบในการบริหารจัดการเก่ียวกับความซื่อตรงของรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเปน ประธาน จัดตั้ง The Integrity Management Committee ในสวนกลาง มลรัฐ และระดับ ตําบล มคี วามจําเปน ตอ งสรางความซ่อื ตรงในทกุ ระดับชั้น โดยกลไกภาครัฐ จากระดับบนลงสู ระดับลางคือรากหญา โดยทําหนาที่ในการเสนอรายงานเพ่ือสรางความเขมแข็งในการสงเสริม ความซอื่ ตรงในระบบบรหิ ารงานภาครัฐ รัฐบาลกําหนด Core Values เพื่อเปนแนวทางการปฏิบัติของเจาหนาท่ีและ หนวยงานภาครัฐ คือ honesty, trustworthiness, wisdom, fairness, transparency, and gratitude นอกจากน้ี มี Secondary Values เชน การพัฒนาจากขางลางซ่ึงทําใหเกิดความ เหมาะสมและเกยี่ วของกบั หนวยงานปฏิบัติโดยตรง รับผิดชอบ Core Values และ Secondary Values โดย The Integrity Management Committee ภายใตขอบเขต 8 ประการ ไดแก Legislations, System and Work Procedure, Noble Values and Ethics, Recognition, Internal Control, investigative, Punitive Action and Rehabilitation Code of Ethics for Judges (1994) และ Code of Ethics for Members of the Administration (1997) 2.8.3 การสง เสรมิ คณุ ธรรมและความซอื่ ตรงในภาคเอกชน การใหของขวัญ และเจาหนาท่ีรัฐรับของขวัญตาม The Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) Anti-Bribery Convention ซึ่งมี 35 ประเทศใหสัตยาบัน ในค.ศ.1999 เพ่ือควบคุมและปองกันการใหสินบนของบริษัทขามชาติ และสง เสรมิ ความซอ่ื ตรง ทาํ ใหใหก ารใหส นิ บนเปน การกระทาํ ผดิ กฎหมาย จัดต้ัง The Malaysian Companies Commission and the Securities Commission เพอ่ื สงเสรมิ ความซ่ือตรงและเจริญยง่ั ยนื ของเศรษฐกจิ จัดตัง้ A High Level Finance Committee ค.ศ.1998 มี Code on Corporate governance “The Malaysian Code on Corporate Governance (MCCG) ค.ศ.2000 96
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสรมิ สรา งความซ่ือตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ แ ละพัฒนาพลงั แผนดนิ เชงิ คุณธรรม มี The Malaysian Securities Exchange Berhad (MSEB) ในภาคธุรกิจการเงิน มี Central Bank of Malaysia ออก A Master Plan for A Secure Future รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคาภายในและการบริโภค ประกาศใช Rukuniaga Malaysia–A Set of business ethics ป ค.ศ.2000 มีหลัก 6 ประการในการทําธุรกิจ คือ ความซอื่ สัตย ความรบั ผิดชอบตอ ลูกคา ความรับผิดชอบตอสังคมและสิ่งแวดลอม การเคารพ ความเปนมนุษย ความเปนธรรมตอลูกคา และการทบทวนตรวจสอบความสําเร็จในการทํา ธุรกิจ 2.8.4 การสง เสริมคุณธรรมและความซ่อื ตรงในภาคสว นอ่นื ๆ องคก รวชิ าชพี และองคกรพัฒนาเอกชนตางๆ มีประมวลจริยธรรมวิชาชีพเพ่ือ สงเสริมคณุ ธรรมและความซอื่ ตรงในหนาทแ่ี ละความรับผิดชอบของตน กลาวโดยสรุป ทุกภาคสวนของสังคมมาเลเซียตางมีกฎเกณฑ กลไก มาตรการ สงเสริมคุณธรรมและความซ่ือตรง แตยังขาดแนวทางเพ่ือทําใหทุกภาคสวนเดินไปสูจุดหมาย รวมกัน ดังน้ัน จําเปนตองจัดต้ังกลไกการสรางความเขาใจทุกภาคสวน และเพื่อการ ประสานงานในการขับเคล่ือนสงเสริมความซ่ือตรง จึงมีการจัดทํา The National Integrity Plan (NIP) และไดจัดต้ัง The Integrity Institute of Malaysia (IIM) เพื่อใหเปนกลไก การสง เสรมิ และประสานการบังคบั ใช NIP NIP และ IIM ทําใหจินตนาการของชาวมาเลเซียแจมชัดข้ึน และทําใหเกิดผล สําเร็จตามเปาหมาย เพราะนับวาเปนตัวเรงใหเกิดการเสริมสรางความซ่ือตรง และทําให มาเลเซียเปนชาติที่พัฒนาในแบบของตนเอง เปนประเทศท่ีเปนเลิศ เจริญรุงโรจนและโดด เดนเปนพิเศษ จากการศึกษา พบวาปจจัยสําคัญที่มีผลตอการพัฒนาความซื่อตรงในสังคม มาเลเซีย คือ ผูนําประเทศตองมีความมุงมั่นและมีภาวะผูนําอยางสูง เพ่ือทําใหเจตจํานงทาง การเมอื งเกิดสัมฤทธิผ์ ลข้นึ ไดในทางปฏิบัติ และตองทําใหทุกภาคสวนในสังคมตระหนักรูและ เขา รวมในกระบวนการเสรมิ สรางและพัฒนาความซ่อื ตรง ทั้งน้ี โดยมีองคความรูที่ไดจากการศึกษาวิเคราะหสภาพปญหา สาเหตุ และ แนวทางการแกไขตามหลักวิชาการ ดวยกระบวนการมีสวนรวมจากทุกภาคสวน ซ่ึงพบวา 97
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสริมสรา งความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพัฒนาพลังแผนดนิ เชงิ คุณธรรม ปจ จยั ท่มี ผี ลตอ ความบกพรองในความซื่อตรง มี 5 ประการ คอื ปจเจกบุคคล ภาวะความเปน ผนู าํ ระบบและกระบวนการ โครงสรางและสถาบนั และวัฒนธรรม ดังภาพ 2.3 นอกจากมีแผนพัฒนาความซ่ือตรงแหงชาติอันเปนแผนระดับชาติแลว ยังมีกล ยุทธและแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ และกิจกรรม ที่กําหนดขึ้นตามความเหมาะสม และสอดคลอ งกับกลุมเปาหมายแตละกลมุ พรอมมตี ัวชีว้ ดั การบรรลผุ ลไวอ ยางชัดเจน กระบวนการปลูกฝงและกลอมเกลาทางสังคม ผานสถาบันหลักอันไดแก สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา ส่ือมวลชน และหนวยงานภาครัฐ นับเปน สวนสําคัญทม่ี ผี ลตอ การเสรมิ สรางและพฒั นาความซ่อื ตรงของสังคมมาเลเซยี ปจเจกบุคคล ผูน าํ ระบบและกระบวนการ ผูนําไมม ีความมงุ ม่นั ทจี่ ะเปนแบบอยางท่ีดี ระดบั ความโปรง ใสตาํ่ จดุ ออ นของปจเจกบคุ คล คาํ สัง่ ขัดกบั ขนั้ ตอนและกฎระเบยี บ ขาดระบบและ - ดอ ยการศกึ ษา ดอ ยคา ไมท าํ ตามสัญญาที่ใหไ ว - คุณธรรมในการทํางานต่ํา กระบวนการทด่ี ี - โลภ ปจ จัยทมี่ ผี ลตอการเสอ่ื มลง ขาดการบงั คับใชระบบ - ไมย อมรับจดุ ออนของตนเอง ของระดบั ความซ่อื ตรง ความตองการของชีวิต และกระบวนการ โครงสรา งและสถาบัน มีเลือกปฏบิ ัตใิ นการ วฒั นธรรม โครงสรา ง วฒั นธรรมทีไ่ มใ หความสาํ คัญกบั - โครงสรา งไมเ หมาะสมและไมไ ดร บั ความ บังคบั ใชร ะบบและ กระบวนการ ประเด็นความซือ่ ตรง สนใจ - ขาดการรายงานในประเดน็ - เปา หมายไมชัดเจนและไมส มเหตสุ มผล ขาดการเฝา ระวงั ความซ่อื ตรง - โครงสรา งลาหลงั ไมทนั สมัยไมต อบรับ ติดตามผล - ขาดความตระหนกั และทศั นคติ ดา นความซอ่ื ตรง กบั ความตองการและความทา ทายใหมๆ ที่ ทรพั ยากรถกู จํากดั / - หวาดกลวั กบั ผลลพั ธ เกิดขึ้น ทรพั ยากรท่มี ีอยูอ ยางจํากัด - ทศั นคตทิ แี่ ตกตา งกัน - ปฏิเสธการทําหนาที่ตรวจสอบ สถาบัน กฎหมายมีความลา หลงั - ทศั นคติท่วี า “อะไรก็ได” และ - มีความซับซอนท้ังดานขอบเขต หนาที่ และมีความขดั แยงกันเองใน และความรบั ผดิ ชอบ ตวั บทกฎหมาย การไมก ลาโตแยง ประจบสอพลอ - ขาดการตดิ ตอประสานงานท่ดี ี - มวี ตั ถุประสงคทข่ี ัดแยง กันระหวาง ภาพ 2.3 ปจจัยทีผ่ ลตอการเส่อื มลงของระดบั ความซื่อตรงของประเทศมาเลเซีย 98
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่ือเสรมิ สรางความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดินเชงิ คณุ ธรรม 2.9 คานิยมหลัก (Core Value) ของมาตรฐาน จริยธรรม สําหรับผูดํารงตําแหนง ทางการเมอื ง (สาํ นักงานผตู รวจการแผน ดิน, 2553) สํานักงานผูตรวจการแผนดินไดกําหนดคานิยมหลัก (Core Value) ของมาตรฐาน จรยิ ธรรมสาํ หรบั ผูด าํ รงตําแหนง ทางการเมอื งและเจา หนา ทีข่ องรฐั ไว 9 ขอ ประกอบดว ย 2.9.1 การยดึ มัน่ ในคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 2.9.2 การมจี ิตสํานึกท่ดี ี ซ่อื สัตย สจุ รติ และรบั ผดิ ชอบ 2.9.3 การยึดถือประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนและไมมี ผลประโยชนทับซอ น 2.9.4 การยืนหยัดทาํ ในส่งิ ทถ่ี กู ตอง เปนธรรม และถกู กฎหมาย 2.9.5 การใหบ รกิ ารแกประชาชนดว ยความรวดเรว็ มีอัธยาศัย และไมเ ลอื กปฏิบตั ิ 2.9.6 การใหขอมูลขาวสารแกประชาชนอยางครบถวน ถูกตอง และไมบิดเบือน ขอเทจ็ จรงิ 2.9.7 การมุงผลสัมฤทธ์ิของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปรงใส และตรวจสอบ ได 2.9.8 การยดึ มน่ั ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท รงเปน ประมุข 2.9.9 การยดึ มนั่ ในหลกั จรรยาวชิ าชพี ขององคกร 2.10 ระบบการควบคุมดแู ลและสง เสริมคณุ ธรรมจริยธรรมของขาราชการสหรัฐอเมริกา (Office of Government Ethics (OGE) – USA.) เปนหนวยงานในฝายบริหารที่จัดตั้งข้ึนตาม The Ethics in Government Act of 1978 ซึ่งชวงแรกนั้นเปนสวนหนึ่งของสํานักบริหารงานบุคคล และไดแยกออกมาต้ังเปน หนวยงาน เมื่อวันท่ี 1 ตุลาคม ค.ศ.1989 ตาม The Office of Government Ethics Reauthorization Act of 1988 ซง่ึ มีวัตถุประสงคในการปอ งกันและแกไขปญ หาผลประโยชน ทบั ซอนในเจาหนาท่ีของรัฐ โดย OGE มีหนาที่ในการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมแกเจาหนาท่ี ของรัฐ และสรางความเช่ือม่ันตอสาธารณะในการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีของรัฐดวย ความเปนกลางและมคี วามซื่อตรง (impartiality and integrity) ผูบริหารสูงสุดของ OGE คือ ผูอํานายการ ซ่ึงไดรับการแตงต้ังจากประธานาธิบดี มวี าระดํารงตําแหนง 5 ป และมีการแบง สวนงานออกเปน 5 สว น 99
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสรมิ สรางความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพฒั นาพลังแผนดินเชงิ คณุ ธรรม เจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติงานในหนาท่ีบนความเชื่อม่ันของสาธารณะ ซ่ึงชาวอเมริกัน มีสิทธิคาดหวังวาเจาหนาท่ีของรัฐทุกคนจะเคารพรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎเกณฑ และหลัก จริยธรรม (ethical principles) ซ่ึงสูงย่ิงกวาเกณฑของประชาชนทั่วไป ดังน้ัน เจาหนาท่ีของ รัฐตองทําใหเกิดความเชื่อม่ันโดยการยึดม่ันตอหลักการท่ัวไปของประมวลจริยธรรม (general principles of ethical conduct) และหลักการพิเศษเฉพาะของจริยธรรม (specific ethical standards) นอกจากนี้ มีการออกคําส่ังฝายบริหาร เลขที่ 12674 ค.ศ.1989 และมีการแกไข เพ่มิ เตมิ โดย คาํ สั่งฝายบรหิ าร เลขที่ 12731 กาํ หนดหลักการท่ัวไป 14 ขอ เปนพันธะผูกพัน แกเจาหนาที่ของรัฐวาตอง ไมใชตําแหนงหนาท่ีการงาน (public office) ไปเพ่ือประโยชน สวนตนหรือเอกชน (private gain) และตองปฏิบัติงานดวยความเปนกลาง (impartial) และ ตอ งไมชว ยเหลอื หรอื ใหสิทธพิ เิ ศษแกองคก รเอกชนหรือ บคุ คลใดเปนการเฉพาะ มีการออก STANDARDS OF ETHICAL CONDUCT FOR EMPLOYEES OF THE EXECUTIVE BRANCH เปนมาตรฐานกลางดานจริยธรรมเพื่อใหเจาหนาท่ีของรัฐ ยึดถือและปฏิบตั ิตาม OGE เกิดจากแนวคิดในการสงเสริมใหเจาหนาท่ีของรัฐมีจริยธรรม มีความโปรงใส ริเร่ิมในสมัยของประธานาธิบดี Jonh F. Kennedy ที่ตองการยกระดับมาตรฐานทาง จริยธรรมของเจาหนาท่ีของรัฐใหสูงขึ้น โดยเนนในเร่ืองการรับของขวัญ และการทํา กจิ กรรมนอกงานราชการ ซง่ึ เปน การปอ งกนั การประพฤติผิดในหนาท่ีการงาน สมัยประธานาธิบดี Johnson ไดวางหลักการพื้นฐาน 6 ขอ เพ่ือใหขาราชการของ สหรัฐปฏิบัติตาม โดยใหอํานาจกระทรวง ทบวง กรม พิจารณาจัดทําประมวลความประพฤติ ใหสอดคลองกับหลักการพ้ืนฐานและใหบังคับใชไดจริง ทําใหแตละหนวยงานมีประมวล ความประพฤตขิ องตนเอง แตย ังขาดองคกลางรับผิดชอบในการกํากับดูแล ทําใหเกิดปญหา ในการตีความกฎเกณฑตางๆ ที่มีความแตกตางและขาดมาตรฐานเดียวกัน ประกอบกับเกิด วกิ ฤตศรัทธาและความเชื่อถือตอขาราชการและนกั การเมอื งอยางมาก จากคดี Water Gate ในปลายปค.ศ. 1970 สภาคองเกรสไดจัดต้ังหนวยงาน ทางดานจริยธรรมสําหรับฝายบริหารเพื่อสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมเจาหนาท่ีของรัฐ ควบคู ไปกับการปอ งกนั เรอื่ งผลประโยชนข ัดกนั (Conflict of Interest) ในชวงเร่ิมแรก OGE มีเจาหนาท่ีประจําเพียง 12 คนเทาน้ัน ในขณะท่ีภาระท่ีมีอยู ตองรับผิดชอบตอเจาหนาที่ของรัฐที่มีมากถึง 3.5 ลานคน จึงมีการกําหนดใหแตละ 100
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสรมิ สรา งความซ่อื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพฒั นาพลังแผนดนิ เชิงคณุ ธรรม กระทรวง ทบวง กรม จํานวน 140 แหง เลือกขาราชการ 1 คนเปนหัวหนาฝายจริยธรรม (Chief Ethics Officer) โดยที่ OGE ทําหนาท่ีอํานวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ หัวหนาฝา ยจริยธรรม ภายใตก ารใชท รพั ยากรตางๆ อยา งคุม คา มากท่สี ดุ OGE มีบทบาทอํานาจหนาที่ในการกําหนดมาตรฐานทางดานจริยธรรม ซ่ึงสวน หนึ่งเปนมาตรฐานท่ีเกี่ยวของกับความผิดตามกฎหมายอาญา เชน การใหสินบน การใช อํานาจในทางมิชอบ และเร่ืองของผลประโยชนขัดกัน อีกสวนหน่ึงเปนการจัดทําประมวล จริยธรรม (Code of Conduct) เพ่ือใชบังคับกับเจาหนาที่ของรัฐ เรียกวา Standards of Ethical Conduct of Employees of the Executive Branch กําหนดพฤติกรรมท่ีอาจสุมเส่ียง ตอการมุงแสวงหาประโยชนสวนตน เชน การรับของขวัญ การทํางานหรือกิจกรรมอื่นที่ไมใช งานราชการ การใชทรัพยากรของรัฐ ภายใตหลักการพื้นฐานท่ีสําคัญที่สุดคือ การที่เจาหนาท่ี ของรัฐ จะไมใ ชอ าํ นาจหนาที่ของตนเพอ่ื แสวงหาผลประโยชนส ว นตัว บทบาทที่สําคัญอีกอยางหนึ่งของ OGE คือการใหคําปรึกษา การศึกษาและการ ฝกอบรม (Education Training and Counseling) โดยการฝกอบรมเจาหนาท่ีจริยธรรม (Ethics Officer) ซึ่งประจําอยูตามสวนราชการตางๆ เพ่ือใหคําแนะนํา ขอมูล คําปรึกษาแก ขาราชการอื่นท่ีอยูในสวนราชการนั้นๆ ดวย การฝกอบรมจะทําใหเจาหนาท่ีเหลานี้ได รับทราบถึงขอจํากัด หรือขอบเขตอํานาจที่ขาราชการท่ีสามารถกระทําได รวมถึงไดเรียนรู กรณีศึกษาใหมๆท่ีเกิดข้ึน เพราะเจาหนาท่ีเหลาน้ีจะเปนกําลังสําคัญในการ “ปองกัน” ปญ หาเรือ่ งผลประโยชนข ัดกันท่ีอาจเกิดขึ้นในอนาคต บทบาทในการกําหนดมาตรฐานการเปดเผยขอมูลทางการเงิน (Financial Disclosure) โดยเจาหนาที่จริยธรรม และเจาหนาที่ของ OGE มีบทบาทหนาที่ใหคําปรึกษา แนะนําในการยื่นบัญชีทรัพยสินหน้ีสิน และตรวจสอบเรื่องผลประโยชนขัดกันที่อาจจะเกิดข้ึน ในอนาคต ซ่ึงกอนท่ีประธานาธิบดีจะเสนอชื่อบุคคลที่เขามาดํารงตําแหนงระดับสูง บุคคลที่ จะไดรับการเสนอช่ือตองกรอกแบบฟอรมเพื่อเปดเผยขอมูลทางการเงิน และ OGE มีหนาที่ ตรวจสอบวาเมื่อเขามาดํารงตําแหนงแลวผูยื่นบัญชีน้ันจะมีผลประโยชนสวนตัวขัดกับ ผลประโยชนของรัฐหรือไม หากพบวาในอนาคตหากบุคคลนี้เขามาดํารงตําแหนงอาจกอให เกิดปญหาผลประโยชนขัดกัน บุคคลน้ันอาจตองดําเนินการอยางหน่ึงอยางใดเพื่อปองกัน ปญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เชน ขายทรัพยสินซึ่งคาดวาอาจจะกอใหเกิดปญหา หรือลาออกจาก ตําแหนงอ่ืนในภาคเอกชน เพราะบุคคลดังกลาวไมควรที่จะใชตําแหนงหนาที่ราชการของตน เอือ้ ประโยชนใ หแกต นเอง สามหี รือภรรยาของตน หรือบุตรของตนเอง 101
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่อื เสรมิ สรา งความซ่อื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสง เสริมและพัฒนาพลงั แผน ดินเชิงคณุ ธรรม ภายหลังการตรวจสอบและใหคําแนะนํา OGE จะแจงใหประธานาธิบดีทราบ เพ่ือ การเสนอชื่อแตงต้ังบุคคลดังกลาว ใหสภาคองเกรสรับรอง และจะมีการติดตามตรวจสอบวา บุคคลน้นั ไดด ําเนินการ ตามคาํ แนะนําไวหรือไม กระบวนการนี้ถือวาประสบความสําเร็จมากในการปองกันปญหาเร่ืองผลประโยชน ขดั กัน (Conflict of Interest) รวมทัง้ สง เสริมความซอ่ื สัตยและจริยธรรมในภาครัฐ นอจากนี้ OGE มีบทบาทในการบังคับใชกฎหมาย (Law Enforcement) แมวาจะ ไมใชหนวยงานบังคับใชกฎหมายโดยตรง แตก็มีสวนในการบังคับใชกฎหมายรวมท้ัง กฎเกณฑท่ีออกโดยฝายบริหาร เพ่ือทําใหการควบคุมดูแลดานจริยธรรมของเจาหนาที่ของรัฐ ที่มีมากมายหลากหลายประเภท ทั้งขาราชการการเมือง ขาราชการประจําท่ีอยูในตําแหนง ระดับสูงและระดบั ปฏบิ ัตกิ ารทวั่ ไปนน้ั อยูภายเปนไปตาม หลกั การและมาตรฐานเดยี วกนั 102
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยสง เสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม บทที่ 3 ระเบยี บวิธวี จิ ยั ในบทนี้จะกลาวถึงระเบียบวิธีวิจัย ซ่ึงประกอบดวย วิธีการวิจัย ขอบเขตการศึกษา กลุมเปา หมาย พนื้ ที่การศกึ ษา การเก็บรวบรวมขอ มูล และกระบวนการศึกษาวจิ ัย 3.1 วธิ ีการวิจยั งานวิจัยชน้ิ น้ีเปน การวิจัยเชงิ คุณภาพ โดยใชหลายเทคนิควธิ รี วมกนั ประกอบดว ย 3.1.1 การศกึ ษาเอกสาร ประกอบดว ย 1) การศึกษา “หลักราชการ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รชั กาลท่ี 6 2) พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาล ท่ี 9 ที่เก่ยี วขอ งกบั “ความซื่อตรง ซ่อื สัตย” 3) การศึกษาขอมูลของ Malaysian Institute of Integrity (IIM) ซ่ึงเปนหนวยงาน ตน แบบสําหรบั งานวิจัยชิน้ นี้ 4) การสาํ รวจวรรณกรรมและงานวิจัยทีเ่ ก่ียวของ (Literature Review) 3.1.2 การระดมความคิดเห็น โดยใชการสานเสวนาแบบมีสวนรวม รวมกับการใช เทคนิคกระดาษสี (การดเทคนิค) เพอ่ื ระดมความเห็นในประเดน็ ตอ ไปน้ี 1) ความหมายของความซอ่ื ตรง 2) บุคคลตนแบบดานความซอ่ื ตรง 3) สภาวะดานความซื่อตรงในปจจบุ นั และขอ บกพรอง 4) ทางออกของปญ หา 3.1.3 การใชแ บบสอบถาม เพอื่ รวบรวมความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ ไปน้ี 1) ความหมายของความซอ่ื ตรง 2) สภาวะดานความซ่อื ตรงในปจ จบุ นั และขอบกพรอ ง 3) ทางออกของปญหา 3.1.4 การวิเคราะห สังเคราะหข อมลู และสรุปผล 103
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรางความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม 3.2 ขอบเขตการวจิ ยั 3.2.1 ขอบเขตดา นเนื้อหา ศึกษาเฉพาะประเดน็ ความซื่อตรงเทา นน้ั 3.2.2 ขอบเขตดานกลุมเปาหมาย ศึกษาเฉพาะกลุมเปาหมาย 3 กลุม ซ่ึงไดมาจาก การเลือกแบบเจาะจง ประกอบดว ย 1) กลมุ สื่อมวลชน 2) กลมุ ขา ราชการ 3) กลุม นักการเมืองและอดตี นักการเมอื ง 3.3 กลมุ เปา หมายและพื้นทีศ่ ึกษา 3.3.1 กลุมเปาหมาย กลุมเปาหมายในการศึกษาคร้ังนี้ แบงเปน 3 กลุม คือ 1)กลุม ส่อื มวลชน 2)กลุมขาราชการ และ 3)กลุมนักการเมืองและอดีตนักการเมือง ดังรายละเอียด ในตาราง 3.1 1) กลมุ ผทู รงคณุ วุฒใิ นกรงุ เทพฯ แบงเปน 1.1) สอื่ มวลชน 5 ทาน 1.2) ขา ราชการ 5 ทาน 1.3) นักการเมอื ง 5 ทา น 2) ตัวแทนจาก 3 กลุมเปาหมาย ใน 4 ภมู ิภาค แบง เปน 2.1) ภาคเหนอื 2.1.1) ส่ือมวลชน 10 ทาน 2.1.2) ขาราชการ 10 ทา น 2.1.3) นักการเมือง 10 ทาน 2.2) ภาคกลาง 2.2.1) ส่อื มวลชน 10 ทาน 2.2.2) ขา ราชการ 10 ทา น 2.2.3) นกั การเมอื ง 10 ทาน 104
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสริมสรางความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยสง เสริมและพฒั นาพลังแผนดนิ เชิงคุณธรรม 2.3) ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื 2.3.1) สื่อมวลชน 10 ทาน 2.3.2) ขา ราชการ 10 ทา น 2.3.3) นักการเมอื ง 10 ทาน 2.4) ภาคใต 2.4.1) สอ่ื มวลชน 10 ทาน 2.4.2) ขาราชการ 10 ทา น 2.4.3) นักการเมอื ง 10 ทา น ตาราง 3.1 จาํ นวนกลมุ เปาหมายทีใ่ ชใ นการศกึ ษา กลุมเปาหมาย กลุมสื่อมวลชน กลุมขาราชการ กลุมนักการเมืองและ ภูมิภาค รวม (คน) (คน) อดีตนักการเมือง(คน) 1. กรุงเทพฯ 55 5 15 2. ภาคเหนือ 10 10 10 30 3. ภาคกลาง 10 10 10 30 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 10 10 30 5. ภาคใต 10 10 10 30 รวม 45 45 45 135 3.3.2 พืน้ ทศ่ี ึกษา ผูวิจัยกําหนดพ้ืนที่ศึกษาใน 5 ภูมิภาค คือ สวนกลาง ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค ตะวนั ออก เฉียงเหนือ และภาคใต 1) กรงุ เทพฯ จัดท่ีสถาบนั พระปกเกลา กรงุ เทพมหานคร 2) ภาคเหนือ จัดทศ่ี ูนยบ ริการวชิ าการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม จ.เชียงใหม 3) ภาคกลาง จัดทโ่ี รงแรมชยั นาทธานี จ.ชยั นาท 4) ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จดั ทโ่ี รงแรมเทพนคร จ.บรุ ีรมั ย 5) ภาคใต จัดท่ีโรงแรมเมืองลกิ อร จ.นครศรธี รรมราช 105
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยสงเสรมิ และพัฒนาพลังแผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม 3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ มลู 3.4.1 การเก็บรวบรวมขอ มลู โดยการศกึ ษาเอกสาร ผูวิจัยทําการสํารวจวรรณกรรม และงานวิจัยท่ีเกี่ยวของ ท้ังท่ีเปนเอกสาร ผลงานวิจัย ตลอดจนขอมูลจากเว็ปไซตที่เก่ียวของ นอกจากนี้ ยังไดศึกษา พระราชนิพนธเรื่อง “หลักราชการ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ- เกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 6 และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทีเ่ กยี่ วของกบั “ความซื่อตรง ซื่อสตั ย” ซ่ึงประกอบขึ้นเปนกรอบ แนวคิดหลักของโครงการ รวมถึงไดเดินทางไปศึกษาขอมูลของสถาบันพัฒนาความซ่ือตรง แหงชาติมาเลเซีย Malaysian Institute of Integrity (IIM) ซ่ึงเปนหนวยงานตนแบบสําหรับ งานวิจัยชิ้นนี้ และเปนหนวยงานที่รับผิดชอบจัดทําแผนพัฒนาความซื่อตรงแหงชาติมาเลเซีย และ Malaysia Administrative Modernization and Management Planning Unit (MAMPU) หนว ยงานตน แบบท่ีปฏบิ ัตงิ านภายใตแผนความซือ่ ตรงแหงชาตมิ าเลเซีย 3.4.2 การเก็บรวบรวมขอมูลโดยวิธีการสนทนาแบบมีสวนรวม(Focus Conversation Technique)ผูวิจัยจัดทําทะเบียนรายชื่อกลุมเปาหมายแตละภูมิภาคและเชิญเขารวมการระดม ความคิดเห็น ในการประชุมจะใชเทคนิคการสานเสวนาแบบมีสวนรวม และใชโครงสราง คําถามท่ีเช่ือมโยงตอเน่ืองกัน 3 คําถาม ซึ่งจะชวยใหการสื่อสารภายในกลุมมีประสิทธิภาพ ย่งิ ข้นึ ภายในเวลาท่จี าํ กดั นอกจากน้ียังชวยใหสมาชิกในกลุมไดมีสวนรวมเสนอความคิดเห็น อยางท่ัวถึง ผูเขารวมสามารถแสดงมุมมองที่หลากหลาย โดยมีนักวิจัยทําหนาท่ีเปน ผอู ํานวยการประชุม(Facilitators) นอกจากนี้ ยังใชเทคนิคการประชุมปฏิบัติการแบบมีสวนรวม (Participatory Workshop) มาชวยในการรวบรวมความคิดเห็นของผูเขารวมประชุมแตละคน ดวย 3.4.3 การเกบ็ รวบรวมขอมูลโดยใชวิธีการประชุมแบบสภากาแฟ (World Cafe) คณะผวู ิจัยเลือกใชร ปู แบบการประชมุ แบบ “สภากาแฟ” (เครยตัน, 2551: 160) ซ่ึงเปนการ ประชุมเชิงปฏิบัติการ และใชเปนเคร่ืองมือประกอบการจัดการสานเสวนาโดยนํามาปรับใช รวมกับการประชุมเชิงปฏิบัติการดวยวิธีการสานเสวนาแบบมีสวนรวม เน่ืองจากเปนวิธีการ ทงี่ ายท่สี ุดในการจดั การใหม ีการสานเสวนาที่มผี เู ขา รวมจํานวนมาก เนนการสรางเครือขายการ สานเสวนาที่มีชีวิตชีวา และมีโครงสรางอยูบนพ้ืนฐานของคําถามท่ีสําคัญ ภายใตบรรยากาศ แบบรานกาแฟ 106
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่ือเสรมิ สรางความซ่ือตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชงิ คณุ ธรรม โดยขั้นตอนการเตรียมการและการอํานวยการประชุมแบบ “สภากาแฟ” ในการศึกษา วจิ ัยครั้งนี้ มขี ้ันตอนตา งๆ ดังตอไปน้ี 1) คณะผูวิจัยไดแบงผูเขารวมออกเปน 3 กลุม เพ่ือทําการเสวนาตาม กลมุ เปา หมายทใี่ ชใ นการศกึ ษา ไดแก กลมุ สือ่ มวลชน กลมุ ขา ราชการ กลุมนักการเมืองและ อดตี นกั การเมอื ง 2) ผูเขารวม รวมกันอภิปรายถึงคําถามหรือประเด็นในกลุมเล็กๆ ทั้ง 3 กลุม ในรูปแบบการนั่งลอมโตะกาแฟ โดยแตละกลุมจะแบงกันอภิปรายในประเด็นคําถาม ท้ัง 3 ประเดน็ ดงั นี้ ประเด็นที่ 1 ความหมายของความซือ่ ตรง ประเดน็ ที่ 2 สถานการณความบกพรองดา นความซื่อตรงในสงั คมไทย ประเด็นท่ี 3 แนวทางการเสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย 3) แตละประเด็นคําถาม จะมีผูอํานวยการประชุม 1 ทาน และผูชวย ผูอํานวยการประชุม 1 ทาน ทําหนาที่ชวยบันทึกการประชุม รับผิดชอบในแตละประเด็น สบั เปลีย่ นหมนุ เวียน จนครบท้ัง 3 กลุม ท้ังน้ี ประเด็นคําถามแตละประเด็น สภากาแฟแตละรอบจะใชเวลาประมาณ 30- 40 นาที หลังจากนั้นผูอํานวยการประชุมประจําแตละประเด็นคําถามจะทําการสรุปประเด็น และเนื้อหาสาระท่ีไดจากสภากาแฟแตละกลุม กอนท่ีจะเปลี่ยนไปยังโตะตอไป ในขณะที่ ผเู ขา รวมหรือแขก จะยงั คงน่งั อยทู โี่ ตะเดิม เราจะทํารูปแบบนี้สามรอบเพ่ือใหสภากาแฟแตละ กลมุ ไดส านเสวนารวมกันครบทงั้ 3 ประเด็นคาํ ถาม 4) ผูอํานวยการประชุมทําหนาท่ีแนะนําใหผูเขารวมรูจัก “สภากาแฟ” โดยอธิบายหัวขอหลักของการประชุมสภากาแฟคร้ังนี้ ผานการนําเสนอดวยภาพ เพื่อใหเห็น ภาพชัดเจน โดยผูอํานวยการประชุมจะแนะนําประเด็นคําถามที่ตนรับผิดชอบดวยการเขียน ประเด็นคําถามไวบนกระดาษฟลปิ ชารต 5) ใชเวลาในการสานเสวนาดวยวิธีสภากาแฟ ประเด็นละ 30-40 นาที โดยประสานวิธีการเพ่ือระดมความคิดเห็นของผูเ ขา รวมดวย 2 วธิ ีการ คอื 5.1) ระดมความคิดเห็นผานเทคนิคกระดาษสี (การดเทคนิค) โดยจําแนก สีของการดเทคนิคออกตามกลุมสาขาอาชีพของผูเขารวม ซึ่งกลุมขาราชการใชการดเทคนิค สฟี า กลุม นกั การเมืองใชการดเทคนคิ สีเขยี ว กลมุ สื่อมวลชนใชการดเทคนคิ สีเหลือง 107
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพ่อื เสรมิ สรางความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยส งเสรมิ และพฒั นาพลงั แผนดนิ เชิงคณุ ธรรม 5.2) ระดมความคิดเหน็ ดว ยการประชุมกลุม (Focus Group) และบนั ทึกการ คนพบหลักๆ ทงั้ หมดลงในกระดาษฟลปิ ชารต 6) ผูอํานวยการประชุมจะสนับสนุนใหผูเขารวมทุกคนยึดกติการวมกัน เชน ผูพูด ควรที่จะถายทอดความคิดเหน็ ของตนใหช ัดเจนทีส่ ดุ เทาท่ีจะทําได สวนคนอ่ืนๆในโตะควรจะ ฟงอยางตั้งใจ ทุกคนควรยอมรับมุมมองของผูพูดแมวาจะแตกตางจากมุมมองของตนมาก ก็ตาม ผูอํานวยการประชุมควรสนับสนุนใหผูเขารวมทุกคนฟงอยางมีเจตนาเพ่ือทําความ เขาใจ เรยี นรู แบง ปน ตามแนวปฏิบตั ิ “สภากาแฟ” ดังนี้ 6.1) เนนเรือ่ งที่สําคัญ 6.2) แบงปน ความคิดของคุณ 6.3) พดู สง่ิ ทีค่ ณุ คิดและพูดจากใจของคณุ 6.4) ฟงเพอื่ ทจี่ ะเขาใจ 6.5) เช่อื มโยงความคดิ ตางๆ เขาดวยกัน 6.6) ฟงรว มกันเพือ่ ความเขาใจท่ลี กึ ซึง้ 6.7) สนกุ กบั การสานเสวนา หลังจากที่แตละรอบคําถามจบลง โดยผูอํานวยการประชุมยายไปยังโตะใหม ผูอํานวยการประชุมตองแนะนําใหมีการเพิ่มเติมประเด็น จากนั้นจึงเริ่มสานเสวนาประเด็น คําถามเดิมที่ตนรับผิดชอบกับผูเขารวมโตะใหม โดยกระตุนใหผูเขารวมใชการดเทคนิค และรวมแสดงความคดิ เหน็ และทําการบนั ทกึ ประเด็นสําคัญที่ไดลงกระดาษฟลปิ ชารต 7) ชวงทายของวิธีการ “สภากาแฟ” ผูอํานวยการประชุมหลักจะขอให “สภา กาแฟ” ชวยกันทบทวน และสรุปส่ิงท่ีเกิดขึ้น หรือสิ่งที่ไดเรียนรูจากการสานเสวนา ดวยคําถามท่มี พี ลังอยางย่งิ ในการปดประชมุ ถาวันนี้เราตองพูดเปนเสียงเดียวกัน เราจะสรุปวาความหมายของความซื่อตรงคือ อะไร ขอบกพรองดานความซื่อตรงในสังคมไทยเปนอยางไร และเหตุใดจึงเปนเชนน้ัน และ แนวทางแกไ ขปญหาความซื่อตรงในสังคมไทยจะตองทําอะไร และทาํ อยา งไรบาง 108
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพฒั นาพลังแผน ดินเชิงคุณธรรม 3.4.4 การเก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแบบสอบถามความคิดเห็น สําหรับการ เก็บรวบรวมขอ มูลโดยใชแ บบสอบถามความคิดเห็นนั้น ผูวิจัยไดสงแบบสอบถามไปพรอมกับ จดหมายเชิญเพ่ือใหผูเขารวมประชุมไดไตรตรองและกรอกแบบสอบถามมาลวงหนา ประกอบดวย 3 คาํ ถามหลัก ไดแก 1) ความหมายของ “ความซ่ือตรง” ในความคิดเห็นของผูต อบ 2) สถานการณความซ่ือตรงในสังคมไทยปจจุบันเปนอยางไร และเหตุใดจึงเปน เชนนน้ั 3) ถาจะสราง “ความซ่ือตรง” ตามความหมายหรือความคาดหวังของทาน จะตองทาํ อะไรและทําอยางไรบาง 3.4.5 การเก็บรวบรวมขอมูลโดยผานเว็ปไซต นักวิจัยไดทําการสํารวจความ คิดเห็นของประชาชนผานเว็ปไซตของสถาบันพระปกเกลา www.kpi.ac.th และมีผูสนใจ รวมแสดงความคิดเห็นจํานวนหนง่ึ 3.4.6 การวิเคราะหข อมลู การวิเคราะหขอ มลู ครั้งนใี้ ชการวเิ คราะหเ น้ือหาเปน หลัก 3.5 กระบวนการศึกษาวิจยั 3.5.1 กระบวนการศึกษาวิจัย ประกอบดวย 11 ข้ันตอน ตามภาพ 3.1 กระบวนการ และแนวทางการดาํ เนินโครงการ 109
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรางความซื่อตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยส งเสริมและพฒั นาพลังแผน ดนิ เชิงคณุ ธรรม เตรยี มการ พรอมกาํ หนดแนวทางการดาํ เนินโครงการ แตงต้งั ทปี่ รึกษาและคณะผวู ิจัย เพ่อื ดาํ เนนิ โครงการ ศึกษาเพ่อื เสริมสรา งความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย ปรึกษาหารอื ศกึ ษาเบื้องตน และสํารวจวรรณกรรมทเี่ กี่ยวขอ ง สัมมนาระดมความคดิ เหน็ ผูทรงคณุ วฒุ ิ 1. กรุงเทพมหานคร และกลุมเปาหมาย ตามภมู ภิ าคท่วั ประเทศ 2. เชยี งใหม 3. นครศรธี รรมราช สัมมนาระดมความคดิ เหน็ ผทู รงคุณวฒุ ิ 4. บรุ รี ัมย และกลุมเปาหมาย ตามภูมภิ าคทัว่ ประเทศ 5. ชัยนาท สรปุ วิเคราะหผ ลจากการสมั มนาระดมความคดิ เหน็ ผทู รงคณุ วุฒิและกลุมเปา หมาย สัมมนาระดมความคดิ เห็นเพอ่ื รวมจดั ทาํ แผน ยุทธศาสตรค วามซื่อตรงแหง ชาติและทดสอบตวั ชว้ี ัด สัมมนานาํ เสนอผลการวิจัย ปรบั ปรุงเพิ่มเตมิ แกไ ขรายงานการวิจัยฉบบั สมบูรณ จดั ทํารายงานการวจิ ัยฉบับสมบรู ณ สรุปปดโครงการ ภาพ 3.1 กระบวนการและแนวทางการดาํ เนนิ โครงการ 110
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสริมสรา งความซื่อตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสง เสริมและพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชงิ คุณธรรม 3.6 การจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูทรงคุณวุฒิและผูแทนจากกลุมเปาหมายตาม ภมู ิภาคตา งๆ ทว่ั ประเทศ สถาบันพระปกเกลารวมกับศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม และคณะกรรมาธิการศึกษาระบบการเสริมสรางธรรมาภิบาลและตรวจสอบการทุจริตใน รัฐวิสาหกิจและองคกรปกครองสวนทองถ่ิน (วุฒิสภา) จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อ เสริมสรางความซื่อตรงในสังคมไทย โดยเชิญผูทรงคุณวุฒิและผูแทนจากกลุมเปาหมาย ตามภูมิภาคตางๆ ทั่วประเทศ จํานวน 5 คร้ัง แบงเปนผูแทนจากกลุมเปาหมายท้ัง 3 กลุม ไดแ ก กลุมสื่อมวลชน กลุมขาราชการ กลุมนักการเมืองและอดีตนักการเมือง 3.6.1 จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูทรงคุณวุฒิในกรุงเทพมหานคร ผูวิจัย ไดจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูทรงคุณวุฒิในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกรท่ี 6 สิงหาคม 2553 ณ หองประชุมรําไพพรรณี สถาบันพระปกเกลา โดยในวันดังกลาวมีผูทรงคุณวุฒิ เขารวมสัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อเสริมสรางความซื่อตรงในสังคมไทย จํานวน 14 ทาน นอกจากน้ี ยังมีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสัมภาษณเชิงลึก 1 ทาน และเก็บรวบรวม ขอมูลดวยแบบสอบถาม 1 ทาน รวมท้ังส้ิน 16 ทาน (ดูรายชื่อผูทรงคุณวุฒิไดในภาคผนวก ก.1) 3.6.2 จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูแทนจากกลุมเปาหมายในพ้ืนที่ภาคเหนือ สําหรับภาคเหนือ ไดจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2553 ณ หองประชุมลีลาวดี สํานักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม จังหวัดเชียงใหม โดยมีผูเขารวมสัมมนาระดมความคิดเห็นเพ่ือเสริมสรางความซื่อตรงในสังคมไทย จํานวน 40 ทาน (ดรู ายช่ือผูเ ขา รว มไดในภาคผนวก ก.2) 3.6.3 จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูแทนจากกลุมเปาหมายในพื้นที่ภาคใต การสัมมนาระดมความเห็นของภาคใตจัดขึ้นในวันพุธท่ี 6 ตุลาคม 2553 ณ หองชมพูพล แกรนด โรงแรมเมืองลิกอร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผูเขารวมสัมมนาระดมความ คิดเห็นเพื่อเสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทย จํานวน 54 ทาน (ดูรายชื่อผูเขารวมไดใน ภาคผนวก ก.3) 111
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสริมสรา งความซอื่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส งเสรมิ และพัฒนาพลังแผน ดินเชงิ คุณธรรม 3.6.4 จัดสมั มนาระดมความคดิ เหน็ ผแู ทนจากกลุมเปาหมายในพ้ืนท่ีภาคตะวันออก เฉียงเหนือ การสัมมนาจัดข้ึนในวันศุกรท่ี 19 พฤศจิกายน 2553 ณ หองนาโพธ์ิ โรงแรมเทพนคร จังหวัดบุรีรัมย โดยมีผูเขารวมสัมมนาระดมความคิดเห็นเพ่ือเสริมสราง ความซื่อตรงในสงั คมไทย จํานวน 59 ทาน (ดูรายช่อื ผเู ขา รว มไดในภาคผนวก ก.4) 3.6.5 จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นผูแทนจากกลุมเปาหมายในพื้นที่ภาคกลาง ในวันอังคารท่ี 30 พฤศจิกายน 2553 ณ หองโบตั๋น โรงแรมชัยนาทธานี จังหวัดชัยนาท โดยมีผูเขารว มสัมมนาระดมความคิดเห็นเพ่ือเสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทย จํานวน 46 ทา น (ดูรายชือ่ ผเู ขา รว มไดในภาคผนวก ก.5) จากการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นใน 5 ภูมิภาค มีผูสนใจเขารวมระดมความ คิดเหน็ ท้ังสน้ิ 215 คน 3.7 จดั สมั มนาเพ่ือจดั ทาํ ยุทธศาสตรค วามซื่อตรงและทดสอบตวั ชว้ี ดั สถาบันพระปกเกลารวมกับศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม และ คณะกรรมาธิการศึกษาระบบการเสริมสรางธรรมาภิบาลและตรวจสอบการทุจริตใน รัฐวิสาหกิจและองคกรปกครองสวนทองถ่ิน (วุฒิสภา) จัดสัมมนาเพ่ือจัดทํายุทธศาสตร ความซื่อตรงและทดสอบตัวชี้วัด ในวันอาคารที่ 21 ธันวาคม 2553 ณ หองวีนัส โรงแรม มิราเคิล แกรนด คอนเวนช่ัน กรุงเทพมหานคร โดยเชิญผูทรงคุณวุฒิจากหนวยงานท่ี เขารวมโครงการองคกรตนแบบดานความซื่อตรงซึ่งเปนโครงการที่รวมมือกันระหวาง ศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม สํานักงานผูตรวจการแผนดิน และ คณะกรรมาธิการศึกษาระบบการเสริมสรางธรรมาภิบาลและตรวจสอบการทุจริตใน รัฐวิสาหกิจและองคกรปกครองสวนทองถิ่น (วุฒิสภา) และผูแทนจากจังหวัดพื้นท่ี กลุมเปาหมาย รวม 60 ทาน ดังมีรายชื่อในภาคผนวก ก.6 112
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยสง เสรมิ และพัฒนาพลังแผน ดินเชิงคุณธรรม บทที่ 4 ผลการศกึ ษา ในบทท่ี 4 จะนําเสนอถึงผลการศึกษา โดยแบงออกเปน 2 สวน ประกอบดวย สวนที่ 1 สรุปผลการศึกษาวรรณกรรม และสวนท่ี 2 สรุปผลการศึกษาขอมูลภาคสนาม ซึง่ มีรายละเอียดดังนี้ 4.1 สรปุ ผลการศึกษาวรรณกรรม ผลการศึกษาเปนการสรุปสังเคราะหผลจาการศึกษาขอมูลโดยการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งวรรณกรรมสวนใหญเปนงานศึกษาวิจัยของศูนยคุณธรรมใหการสนับสนุนคณะนักวิจัย ดําเนินการศึกษา โดยเฉพาะอยางยิ่งงานชุดโครงการศึกษาวิจัยคุณลักษณะและกระบวนการ ปลูกฝงคุณธรรมและจริยธรรมของประเทศตางๆ ซ่ึงมีการสังเคราะหสรุปรวมงานศึกษาวิจัย ในชุดโครงการน้ีเรียบรอยแลว รวมทั้งงานวิจัยจากคณะผูวิจัยอื่น บทความ หรืองานวิชาการ อนื่ ๆ ดวย 4.1.1 นิยามของความซ่ือตรง จากการศึกษาวรรณกรรม ไดประมวลสรุปนิยามของคําวา “ความซ่ือตรง” หมายถึงประพฤติตรง ไมเอนเอียง, ไรเลหเหล่ียม ไมคดโกง, การกระทําที่ซ่ือสัตยสุจริต ตรงไปตรงมา ประพฤติปฏิบัติตนสมํ่าเสมอท้ังตอหนาและลับหลัง, การยึดมั่นในสิ่งท่ี ถกู ตองชอบธรรม ซึ่งตรงกับทศพิธราชธรรมสองขอ ไดแก “อาชวะ” (อาชฺชวํ) คือ ซ่ือตรง ทรง สัตย ไรม ารยา ปฏบิ ัติภารกิจโดยสุจริต มคี วามจริงใจ ไมหลอกลวง และ “อวิโรธนะ” (อวิโร ทนo) คอื ความไมค ลาดธรรม ยดึ มัน่ ในสง่ิ ทถ่ี กู ตองชอบธรรม ไมเอนเอยี งหว่ันไหว “ความซ่ือตรง” หรือ “Integrity” มีรากฐานมาจากภาษาละติน คือ “integritās” = “Integer” แปลวา Wholeness หรอื ความครบถวนสมบรู ณ ความเปน จาํ นวนเตม็ 4.1.2 ประเภทของความซ่ือตรง สําหรบั ประเภทของความซอ่ื ตรง จัดแบงกลุมได 3 กลุม ไดแก 1) ความซื่อตรงของบุคคล เชน ซื่อตรงตอตนเอง ซื่อตรงตอหนาที่ ซ่ือตรงตอ จรรยาบรรณวชิ าชีพ ซ่อื ตรงตอ ผอู น่ื ซือ่ ตรงตอ ชมุ ชน สงั คม ประเทศชาติ 113
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสริมสรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ และพฒั นาพลงั แผนดนิ เชงิ คุณธรรม 2) ความซื่อตรงของหนวยงานหรือองคกร เชน ความซื่อตรงของหนวยงาน ภาครัฐ หนว ยงานสาธารณะ ธุรกิจเอกชน องคก รวิชาชพี 3) ความซือ่ ตรงตอ สถาบันหลกั ไดแ ก ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ 4.1.3 สถานภาพความซือ่ ตรงในสังคมไทย จากการศึกษาสถานภาพความซ่ือตรงในสังคมไทย พบวา มีความบกพรองในเร่ือง ตางๆ ดงั ตอ ไปนี้ ในสวนสถาบันหลักของสังคม ท้ังสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบัน ศาสนา ยังขาดผูนําหรือแบบอยางท่ีดีในสถาบันหลักของสังคม อีกท้ังสถาบันหลักท้ัง 3 นี้ ยงั มิไดแสดงบทบาทใหเกิดผลในทางปฏบิ ัติในการกลอมเกลาหรือปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะอยางย่ิง “ความซ่ือตรง” ดวยมีสาเหตุจากการขาดกระบวนการหลอหลอม กลอมเกลาที่ดี และขาดการเชื่อมโยง ประสานงานระหวางครอบครัว สถาบันการศึกษา และ สถาบันศาสนา โดยที่การอบรมส่ังสอนในครอบครัวและสถาบันการศึกษายังแยกสวน มิไดดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน และท้ังสองสถาบันยังขาดการนําหลักธรรมทางศาสนามาใช ในการอบรมส่ังสอน หรือเปนเครื่องมือในการหลอหลอมกลอมเกลาสมาชิกของสังคมอยาง แทจรงิ ผูนําประเทศและหนวยงานภาครัฐ ยังขาดแบบอยางหรือตนแบบท่ีดี การทุจริต และประพฤติมิชอบ ความไมซื่อสัตยซื่อตรงเกิดจากการที่มีอํานาจผูกขาด รวมท้ังมีอํานาจ ดุลพินิจอยางมาก โดยปราศจากการตรวจสอบและความรับผิดชอบ ดังสูตรของการทุจริต คอรปั ชั่น คอื C = M + D-A เม่ือบุคคลเขาเปนสมาชิกในหนวยงานหรือองคกร พบวา การหลอหลอม กลอมเกลากอนเขาทํางาน โดยครอบครัว สถาบันการศึกษานั้นมีสวนสําคัญอันมีผลตอการ ประพฤติปฏิบตั ทิ ่ีดีและซือ่ สัตยซ อื่ ตรง จากนั้นเม่ือเขาทํางานในหนวยงานแลวการหลอหลอม ภายในหนวยงานก็มีผลตอความซ่ือสัตยซื่อตรงอีกเชนกัน กลาวคือ บางคร้ังอยูในครอบครัว หรือในโรงเรียนก็ประพฤติตนไดซ่ือสัตยซ่ือตรง แตเม่ือเร่ิมเขาสูการทํางาน การหลอหลอม หรือพฤติกรรมของผูบังคับบัญชา เพื่อนรวมงาน หรือแมแตประชาชนผูมาติดตอราชการหรือ ตดิ ตอ งานก็มีผลทําใหเกิดการเบี่ยงเบนในพฤตกิ รรมได ระบบและกระบวนการ ขาดการบูรณาการระบบและกระบวนการ โดยเฉพาะ อยางย่ิงกลไกและเคร่ืองมือตางๆ แตละหนวยงานตางก็ทําภารกิจไป โดยขาดการประสาน 114
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสริมสรางความซือ่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยสง เสริมและพฒั นาพลงั แผน ดินเชิงคณุ ธรรม เชื่อมโยงกันอยางเปนระบบ รูปแบบและวิธีการอบรมส่ังสอน หรือกลอมเกลายังไมเหมาะสม เชน การอบรมสั่งสอนในครอบครัวอาจทําเพียงการอบรมส่ังสอนดวยวาจา ไมมีแบบอยาง หรือตัวอยา งใหเห็นในทางปฏบิ ตั ิ ขาดบคุ ลากรที่มีศกั ยภาพในการถายทอดหรอื อบรมส่ังสอน กลอมเกลาทางสังคม โดยเฉพาะครู ยังไมไดรับความเชื่อม่ันวาเปนผูท่ีมีความซ่ือสัตยซื่อตรง อยางแทจริง ทําใหกระบวนการเรียนรูหรือกลอมเกลายังเปนไปโดยขาดประสิทธิภาพ ประสทิ ธผิ ลอยางท่คี วรจะเปน นอกจากน้ี มีประเด็นสําคัญอีกประเด็น คือ การที่สังคมไมไดใหคุณคากับ “ความซ่ือตรง” คือ คนท่ีซื่อสัตยซ่ือตรงไมไดรับการยกยองเชิดชู อาจถูกมองวาเปนคนที่ ซื่อบ้ือหรือไมฉลาด ซึ่งเปนสวนท่ีมีผลตอความบกพรองในความซ่ือตรงของสังคมไทย อยางมาก เพราะการทําดีแลวไมมีใครเห็นคุณคาจึงเกิดความทอแท คนทั่วไปไมอยาก ทําความดี เพราะทําดีแลวนอกจากไมไดรับการยกยองยังถูกมองในแงไมดีอีกดวย โดยรวม แลว การใหคณุ คา กบั ความซอื่ ตรงของคนในสังคมยังไมม ีนั่นเอง สังคมไทยยังขาด “ระบบและกระบวนการยกยองเชิดชูดูแล” ยังไมเปนรูปธรรม มีเพียงการพูด โดยที่ไมมีการยกยองเชิดชูดูแลคนท่ีทําความดีอยางจริงจัง ยังไมทําใหปรากฏ วาคนท่ีทําดีแลวไดรับผลตอบแทนในทางที่ดี สุภาษิตคําพังเพยท่ีดีก็ถูกแปลงไปในทางไมดี ที่เห็นชัดเจน เชน ทําดีไดดีมีท่ีไหน ทําช่ัวไดดีมีถมไป ซึ่งนับเปนสวนที่สะทอนภาพของ สงั คมไดเ ปนอยางดี ภาคธุรกิจเอกชน ไมไดเขามารวมในการเสริมสรางความซ่ือตรงของสังคมไทย มุงแตการแสวงหาผลประโยชนทางธุรกิจเปนหลัก ซ่ึงจากการศึกษา พบวา มีภาคธุรกิจ เอกชนบางสวนยินดีเขารวมในการเสริมสรางสังคม เชน บางบริษัทใหความสําคัญกับการ คัดเลือกบุคลากร โดยท่ีนอกจากวัดความรูความสามารถแลว ยังมีการทดสอบหรือวัดในเชิง คุณธรรมจริยธรรมดวย และมีการสนับสนุนโครงการหรือกิจกรรมท่ีสงเสริมสนับสนุนในการ ยกยองคนดี เชน โครงการประกวดพนักงานขับรถที่ดีมีมารยาทของ ขสมก. ภายใตการ สนับสนุนของบริษัทเอกชน อันเปนการแสดงใหเห็นไดวาภาครัฐควรเปดโอกาสหรือสราง เงอ่ื นไขใหภาคธุรกจิ เอกชนไดเขา มามีสว นรว มในการเสริมสรางสงั คมแหง ความซ่อื ตรงได ส่ือมวลชน จากการศึกษาพบวามีขอบกพรองคอนขางมาก มุงนําเสนอแตเร่ือง ที่เปนที่สนใจของสังคม ขาดการนําเสนอขอมูลเพ่ือเสริมสรางความซ่ือตรง มุงสรางรายได หรือตอบสนองตอฝายการเมืองเปนสําคัญ มีส่ือที่นําเสนอคนดีและคุณคาของความดี คอนขา งนอ ย ทั้งน้ี ดวยมขี อ จาํ กัดมากมายหลากหลายประการ 115
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่อื เสรมิ สรางความซือ่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ยังขาดความเขมแข็งในการควบคุมกํากับดูแลสมาชิกใน แตละสาขาวิชาชีพ ในบางกรณีอาจชวยเหลือกันเองในกลุมวิชาชีพอีกดวย เมื่อมีการกระทํา ผิดหรอื ฝา ฝน ตอจรรยาบรรณวิชาชพี อาทเิ ชน กลุมแพทย วิศวกร อาจมกี ารปกปองกันเอง แทนทจ่ี ะชวยกํากับหรือทาํ ใหสมาชกิ ในองคกรวิชาชีพนั้นๆ ดําเนินไปตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ของตนเอง ทั้งน้ี ความบกพรองของสังคมไทยเรื่องความซื่อตรงที่ไดจากการศึกษาวรรณกรรม แสดงไดด ังภาพ 4.1 ระบบและกระบวนการ - ขาดการบูรณาการระบบ กระบวนการ กลไกและเคร่อื งมือ กฎหมาย จารีต ประเพณี หลกั ธรรมทางศาสนา จรรยาบรรณ ฯลฯ - ขาดบคุ ลากรทมี่ ีศกั ยภาพในการถา ยทอดหรอื อบรมขัดเกลา - สังคมไมใ หค ณุ คา กับ “ความซ่อื ตรง” - ขาด “ระบบและกระบวนการยกยองเชิดชูดแู ล” และการลงโทษอยางจริงจงั ผนู าํ ความบกพรอง วชิ าชีพ - ขาดแบบอยา งหรอื ตนแบบทดี่ ี ของสังคมไทย จรรยาบรรณวชิ าชพี ขาด - การผูกขาดอํานาจ และมอี ํานาจ ในเรอ่ื งความซ่ือตรง ความเขมแข็งในการ ดุลพนิ จิ โดยปราศจากการ ควบคุมกํากบั ดแู ลสมาชกิ ตรวจสอบและความรับผดิ ชอบ (C = M+D-A) ภาคธรุ กจิ เอกชน - การหลอ หลอมกอ นและหลัง ไมไ ดเ ขา รวมการเสรมิ สรา ง เขา ทาํ งานมีผลตอ ความซอ่ื ตรง ความซื่อตรงในสงั คม โครงสรา ง/สถาบัน สถาบันครอบครวั สือ่ มวลชน - ขาดแบบอยางท่ดี ี - ขาดการกลอมเกลาทด่ี ี - ไมมีบทบาทในการใหข อ มูล สถาบนั การศึกษา เพอ่ื เสริมสรางความซอื่ ตรง - ขาดแบบอยางท่ดี ี - ไมเ นน การยกยอ งคนดี - รปู แบบวิธกี ารอบรมสงั่ สอนขดั เกลาหรอื ปลูกฝง ศาสนาและวฒั นธรรม ไมเหมาะสม - ขาดการเชอื่ มโยงหลักธรรมทาง - ขาดการมุงพฒั นาความรคู คู ุณธรรมหรอื การ ศาสนากบั สถาบนั การ ศึกษาและ พัฒนาจิตใจควบคกู ับวิชาการ ครอบครัวเพื่อใหย ึดถือปฏิบัติใน ชีวติ ประจาํ วนั ภาพ 4.1 ความบกพรอ งของสังคมไทยเรอ่ื งความซื่อตรงทไ่ี ดจากการศึกษาวรรณกรรม 116
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ และพฒั นาพลงั แผนดินเชงิ คุณธรรม 4.1.4 แนวทางการเสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทย จากการศึกษาไดจัดกลุม ใหสอดคลองกับสภาพความบกพรองในความซื่อตรงดังที่ไดกลาวมาแลวขางตน ดังมี รายละเอยี ดตอ ไปน้ี ตนแบบหรือผูนําท่ีดี ในทุกๆ ภาคสวน ทุกๆ สถาบัน โดยเฉพาะอยางย่ิงผูนํา ประเทศหรือฝายการเมืองถูกเรียกรองใหเปน “ตนแบบที่ดีดานความซื่อตรง” จัดทํานโยบาย หรือบริหารประเทศโดยใหความสําคัญกับการพัฒนาเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรม ความ ซื่อสัตยซ่ือตรง ใหมากกวาการพัฒนาทางดานเศรษฐกิจและสังคมในดานอ่ืน อีกทั้ง รัฐบาล ควรเปนเจาภาพหลักในการเสริมสรางความซ่ือตรงโดยเร่ิมดําเนินการภายในภาครัฐกอน เร่ิม จากผูนํารัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหนวยงานภาครัฐตองเริ่มกอน และขยาย ผลสูภาคสวนอ่ืนๆ ท้ังภาคประชาสังคม สื่อมวลชน หรือแมแตสถาบันครอบครัว สถาบัน การศกึ ษา และสถาบันศาสนาตอ งทาํ ใหเขามาสกู ระบวนการเดยี วกัน องคกรวิชาชีพตองมีความเขมแข็งในการควบคุมดูแลสมาชิกใหประพฤติปฏิบัติ โดยสอดคลองกับจริยธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพ ส่ือมวลชนทุกประเภททุกระดับ ควรเพิ่มบทบาทในการเปนส่ือสรางสรรค สื่อ คุณธรรม เนน การเผยแพรยกยอ งเชดิ ชูคนดี นอกจากนี้ เสาหลัก 8 ประการ อันประกอบดวย เจตจํานงทางการเมือง การ ปฏิรูปการบริหาร หนวยงานควบคุมดูแล รัฐสภา ฝายตุลาการ ประชาสังคม สื่อมวลชน และ ภาคเอกชน ตองรวมมือกันในการชวยคํ้าจุนระบบความซ่ือสัตยสุจริตแหงชาติ ตาม ภาระหนาท่ีความรับผิดชอบของแตละภาคสวน เพราะหากปลอยใหเสาใดเสาหนึ่งหรือ สถาบันใดสถาบันหน่ึงรับผิดชอบในดานสงเสริมความซื่อตรงโดยลําพังแลว ก็คงไมสามารถ เสริมสรา งความซื่อสัตยซ่ือตรงในสังคมไทยไดอยา งแนนอน จากการศึกษาพบวามีขอเสนอใหยึดถือและปฏิบัติตามหลักความพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทั้งในการดําเนินชีวิตสวนตัวและการปฏิบัติตนตามภาระหนาท่ี การงานก็ตาม ซึ่งหลักความพอเพียงน้ีนับเปนคุณธรรมประการแรกที่จะชวยใหเกิดคุณธรรม ดานอนื่ ๆ ตามมา กระบวนการปลูกฝงความซื่อตรงนั้น จะตองเริ่มจาการสอนดวยวาจา สอนให เรียนรูดวยตนเอง มีการปฏิบัติใหเห็นเปนแบบอยางที่ดีหรือมีแบบอยางคนดีใหสัมผัสไดจริง มีกิจกรรมประกอบการสอน มีการใหรางวัลและการลงโทษ มีการนําเสนอตอสาธารณะ รวมท้งั มีการกระตุนใหคิดหาเหตผุ ล และใหมกี ารปฏบิ ัตใิ นสถานการณจ ริงดวย 117
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรา งความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคณุ ธรรม สรุปแนวทางการเสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทยไดด ังภาพ 4.2 ผนู าํ ประเทศและหนวยงานภาครฐั ระบบและกระบวนการ - ผนู ําเปน แบบอยา งหรอื ตน แบบท่ดี ี - แนวทางการพฒั นาประเทศทใ่ี หค วามสําคัญกบั การพฒั นา - ระบบการตรวจสอบผนู าํ ดว ยกฎ คณุ ธรรมจริยธรรม ความซื่อตรง เปา หมายคอื ความสุขของ ทางสงั คม ควบคูกับกฎหมายจารตี สมาชกิ ในสงั คม ประเพณีและศลี ธรรมจรรยา - สรางภมู คิ มุ กนั เพอื่ ดํารงตนเปน คนดี - รฐั บาลเปน เจา ภาพการปลกู ฝง - แบบอยา งทด่ี ีถา ยทอดสอู นชุ นทงั้ ในการดํารงชีวิตและการ คุณธรรมจรยิ ธรรม ความซ่ือตรง ปฏิบัตงิ าน โดยผา นนโยบายสาธารณะ - สรา งระบบ กระบวนการปลกู ฝง ความซอื่ ตรงโดยทกุ ภาคสวน มีสวนรวม องคก รวิชาชพี - ระบบและกระบวนการยกยองเชดิ ชูคนดที ีซ่ ่อื ตรงและการลงโทษ - ระบบควบคมุ ดแู ลองคก รวชิ าชพี ดว ยจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ แนวทางเสรมิ สราง สอ่ื มวลชน วชิ าชพี ความซื่อตรง - สรา งส่ือคณุ ธรรม ในสังคมไทย ทุกประเภท ทุกระดับ - เนน เผยแพรรณรงค ความซ่ือตรง - เนนยกยอ งเชิดชูคนดี ท่ีซื่อตรง ยดึ เสาหลัก 8 ประการ สถาบันหลกั ของสงั คม ยดึ ถือและปฏิบัตติ ามหลักความพอเพยี ง ปลูกฝงโดยใชกระบวนการดงั ตอไปนี้ - สถาบันหลักทม่ี อี ิทธพิ ลในการขัดเกลาหลอ หลอม - สอนดว ยวาจา - การสรา งครอบครวั เขม แข็งและครอบครวั อบอนุ - สอนใหเรยี นรดู วยตนเอง - แบบอยา งทด่ี ีจากทกุ สถาบันหลกั ของสังคม - ปฏิบตั ิเปนแบบอยาง (แบบอยา งคนด)ี - เพม่ิ บทบาทสถาบันศาสนาในการพฒั นาจิตใจ - มกี ิจกรรมประกอบการสอน - เนนการพัฒนาคุณภาพคน “ความรคู ูคณุ ธรรม” - ใหรางวลั และลงโทษ - ปฏริ ูปการศกึ ษาเพื่อเนน พัฒนาดา นคณุ ธรรม - นําเสนอผา นมวลชน ความซือ่ ตรง - กระตุนใหห าเหตผุ ล - ยกระดับกระบวนการเรยี นรโู ดยการศกึ ษา - ปฏบิ ัตใิ นสถานการณจรงิ ทงั้ ในและนอกระบบ ภาพ 4.2 แนวทางการเสรมิ สรางความซอื่ ตรงในสงั คมไทย ทีไ่ ดจากการศกึ ษาวรรณกรรม 118
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซ่อื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยสงเสรมิ และพัฒนาพลังแผน ดินเชงิ คุณธรรม 4.2 สรปุ ผลการศกึ ษาขอ มลู ภาคสนาม ในการศกึ ษาภาคสนามน้นั คณะผศู ึกษาไดดาํ เนนิ การตามระเบียบวิธีวิจัย โดยมีคําถาม หลัก 3 คําถาม และใชเทคนิควิธีการระดมความคิดเห็น ดังที่ไดนําเสนอรายละเอียดไวใน บทที่ 3 ซง่ึ แบง การนาํ เสนอออกเปน 5 สวน คือ 4.2.1 ประเภทของความซื่อตรง จากการศึกษา สรุปประมวลผลขอมูลไดวาแบง ประเภทของความซ่ือตรงไดเ ปน 4 ประเภท ไดแก 1) ความซือ่ ตรงตอ ตนเอง 2) ความซ่ือตรงตอผูอ่ืนหรือความซื่อตรงตอสถาบัน ไดแก ความซ่ือตรงตอ ครอบครัว ความซ่ือตรงตอชุมชน สังคม หนวยงาน รวมไปถึงความซื่อตรงตอชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย 3) ความซื่อตรงตอ หนา ท่ี 4) ความซอื่ ตรงตอ วิชาชพี 4.2.2 ความหมายและคุณลักษณะของความซื่อตรง เม่ือถามถึงความหมายและ คุณลักษณะของความซ่ือตรง กลุมตัวอยางไดสะทอนมุมมอง ซ่ึงสามารถสรุปภาพรวมเปน 2 สวน คือ ความซอื่ ตรงในเชิงการกระทาํ หรือการปฏิบตั ิ และความซ่ือตรงในเชงิ จติ ใจ ดงั นี้ ตาราง 4.1 คุณลกั ษณะของความซื่อตรง ความซอ่ื ตรงในเชิงการกระทําหรอื การปฏิบตั ิ ความซอื่ ตรงในเชิงจิตใจ ประพฤตปิ ฏบิ ัติดว ยความซ่ือสตั ย สุจริต มโนสจุ ริต มีจิตใจที่สุจริต สํานกึ ดี มคี วามซื่อสตั ยสุจริต ประพฤติปฏบิ ตั ิตามหนาที่ดว ยความรบั ผิดชอบ ความรับผิดชอบ ประพฤติตรงไปตรงมาท้งั ตอหนาลับหลัง สัจจะ ตรงไปตรงมา ไมม ลี บั ลมคมใน ไมป ลน้ิ ปลอ น ยดึ ม่ันในความถูกตองและชอบธรรม จริยธรรม ความถกู ตองชอบธรรม ความยุติธรรม เทย่ี งธรรม ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย กฎเกณฑกติกาสงั คม หนาท่ี พลเมอื ง จรงิ ใจ ไมค ดไมงอ มสี จั จะ พดู จริงทําจรงิ จรงิ ใจ คดิ พดู และทาํ ตรงกนั กายตรง วาจาตรง ใจตรง วนิ ัย มวี ินยั 119
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสรมิ สรา งความซ่ือตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ และพัฒนาพลังแผนดนิ เชงิ คุณธรรม ความซื่อตรงในเชงิ การกระทําหรอื การปฏบิ ัติ ความซือ่ ตรงในเชงิ จติ ใจ มุง มั่น ไมหวัน่ ไหว ไมเอนเอียง ความเสมอภาคเทาเทียม ตรงไปตรงมา ไมเ อน เอียง ยึดมน่ั ในความดี ความถูกตองชอบธรรม ตรวจสอบได ไมเ บยี่ งเบนจากความจริง โปรง ใส โปรง ใส รับผดิ ชอบ สาํ นกึ รับผิดชอบ ปฏิบัตติ ามหลกั ธรรมาภิบาล ไมใชอาํ นาจโดยขาดคุณธรรม ตรงตอ เวลา รักษาศลี 5 ดาํ เนนิ ชวี ิตตามหลักศาสนา ทศพิธราชธรรม อาชวะ อวิโรธนะ ศลี ธรรม จรรยา หลกั ธรรมทางศาสนา เชน ศีลหา หริ ิ โอตัปปะ คือละอาย เกรงกลวั ตอ บาป คุณธรรมจริยธรรม คณุ ธรรม 8 ประการ คอื ขยัน ประหยัด ซ่ือสัตย มีวนิ ยั สะอาด สามารถ สามัคคี มีน้ําใจ ไมเ บยี ดเบียนซ่ึงกันและกนั เอาเปรยี บซงึ่ กนั และกนั ไมฉอฉลหลอกลวง ไมคดโกง ไมโ ลภ ไมอยากได ความพอเพยี ง ของท่ีไมใชของเรา ไมพูดเสียดสี คําหยาบ พูดเท็จเพอื่ ใหไ ดส งิ่ ที่ ตองการ ไมโ กหก ไมป ระจบสอพลอ ไมย ุงเกย่ี วกับอบายมุข มีจติ สาธารณะ เสียสละ เคารพตนเองและผูอน่ื ความบริสุทธ์ิ จรรยาบรรณ 4.2.3 ตนแบบความซื่อตรง กลุมตัวอยางเห็นวาเปนบุคคลท่ีมีความซื่อตรงเปน ท่ปี ระจักษแ ละสามารถเปน แบบอยางทด่ี ีในการประพฤติปฏบิ ตั ิตามได อันดับแรก คือ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช นับเปน มติมหาชนทใ่ี หการยกยองเทดิ ทูลพระองคท า นใหทรงเปน ตน แบบความซอ่ื ตรงของสงั คมไทย 120
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสรมิ สรา งความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพฒั นาพลังแผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม ในสวนของนักการเมืองไทย ก็มีท้ังนักการเมืองปจจุบันและอดีตนักการเมือง ท่ีกลุมตัวอยางเห็นวามีความซ่ือตรงเปนที่ประจักษ เชน พลเอกเปรม ติณสูลานนท, นายปรีดี พนมยงค, นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ, นายชวน หลีกภัย, รอยตํารวจเอกปุระชัย เปย มสมบรู ณ และนายอานันท ปนยารชุน สวนนักการเมืองตางประเทศ เชน เหมาเจอตุง , โฮจิมินท, มหาตมะคานธี, นางอินทิราคานธี , ดร.มหาธีร มูฮัมหมัด และ นายเนลสัน แมนเดลา ขาราชการและขาราชการเกษียณ เชน พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร, นายสืบ นาคะเสถียร, ศ.ดร.สัญญา ธรรมศักดิ์, ศ.นพ.ประเวศ วะสี, ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยธุ ยา, ดร.สุเมธ ตนั ติเวชกลุ นักบวช ท่ีมีความซื่อตรงเปนท่ีประจักษ เชน ทานพุทธทาสภิกขุ, พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธ)ี , พระพยอม กัลยาโน และหลวงพอ คูณ ปรสิ ทุ โธ บคุ คลในประวตั ิศาสตร เชน พันทา ยนรสงิ ห และเปาบุนจิ้น กลุมศาสดาและเทพเจา เชน พระพทุ ธเจา , พระอรหันต และเทพเจากวนอู นอกจากน้ี มีบางสวนไดสะทอนทัศนะท่ีนาสนใจ กลาวคือ เห็นวาบุคคลท่ีมีความ ซื่อตรงคือ บิดามารดา และครูอาจารย (ท่ีทําดี) ซ่ึงอาจตีความไดสองนัยยะ คือ บิดา มารดา หรือครูอาจารยของผูสะทอนทัศนะดังกลาว หรือผูท่ีเปนบิดามารดาหรือครูอาจารย โดยทั่วๆ ไปก็ได บางสวนเห็นวาตนเอง เปนบุคคลที่มีความซื่อตรง ซึ่งนับไดวาเปนบุคคลที่มีความ กลา หาญ และเช่อื มนั่ ในตนเองและเปน การประเมนิ ตนเองนั่นเอง 4.2.4 ประมวลสรุปภาพรวมเก่ียวกับความบกพรองในความซ่ือตรงของสังคมไทย ซ่ึงโดยรวมไมแตกตางไปจากการศึกษาขอมูลเอกสาร กลาวคือ สถาบันหลักของสังคม ท้ังครอบครัวและสถาบันการศึกษา ยังขาดแบบอยางท่ีดี ขาดการหลอหลอมกลอมเกลาที่ดี รวมทั้งระบบการเรียนการสอนที่มุงเนนการพัฒนาในเชิงความรูทางวิชาการ โดยละเลยและ ไมใหความสําคญั ตอการเสรมิ สรางหรอื พัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรม ความซอ่ื ตรง ศาสนาและวัฒนธรรม ยังไมสามารถแสดงบทบาทในการหลอหลอมกลอมเกลา ใหเปนสังคมแหงคุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตยซื่อตรงไดอยางแทจริง หลักธรรมทาง 121
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสริมสรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพฒั นาพลังแผนดนิ เชิงคุณธรรม ศาสนามิไดถูกนํามาใชเปนแนวทางปฏิบัติในวิถีชีวิตประจําวัน รวมถึงการท่ียังมีวัฒนธรรม บางประการทีเ่ ปนอุปสรรคหรอื เง่ือนไขในการเสรมิ สรา งความซ่อื ตรง ระบบและกระบวนการ ทั้งระบบการศึกษา ระบบและกระบวนการพัฒนาปลูกฝง ความซ่ือตรง ยังไมเอื้อใหเกิดการพัฒนาและเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรม ความซ่ือสัตย ซื่อตรงไดอยางแทจริง เน่ืองจากไมมีการนําบทเรียนที่มีมาปรับใชเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ ประสิทธิผลได โครงสรางระบบราชการท่ีไมเหมาะสม ระบบการปองกันและปราบปรามการ ทุจริตที่ขาดความเขมแข็งและไมสามารถลงโทษผูกระทําผิดไดจริง ระบบการเมืองการ ปกครองทีข่ าดความซือ่ ตรง รวมไปถงึ ระบบอุปถัมภ ระบบพวกพองที่มีอยูอยางแพรหลายใน ทกุ แวดวงของสังคมไทย ปจเจกบุคคล กลุมตัวอยางสวนใหญสะทอนความบกพรองในแงของปจเจก บคุ คลวา การทปี่ ระพฤติปฏิบัติตนโดยบกพรองในความซื่อตรงน้ัน มีสาเหตุพื้นฐานมาจากการ ที่ไมรูจักบทบาทหนาท่ี และขาดความรับผิดชอบ ขาดวินัย อยางไรก็ตาม มีบางสวนที่เห็นวา ความบกพรองในความซื่อตรงน้ันเพราะยังขาดความรูความเขาใจ วาส่ิงใดคือความดี ความ ถกู ตอง ความซือ่ ตรง ทาํ ใหเ กิดการกระทําผดิ ไปโดยไมไดต ั้งใจ ผูนํา ขาดตนแบบหรือแบบอยางที่ดีจากผูนําในทุกระดับ การบริหารงานที่ ไมถูกตองและไมซื่อตรงแลวไมถูกลงโทษ ทําใหเกิดการเลียนแบบ เพราะไมมีความเกรงกลัว ตอกฎหมายและกฎทางศลี ธรรม สงั คมไมเ ชอ่ื ม่ันตอระบบการลงโทษท่ีมีอยู นอกจากน้ี ผูนํา ยงั ขาดความตระหนักและยืนหยดั ในสง่ิ ที่ถูกตอ งชอบธรรม และขาดการยกยอ งเชดิ ชูคนดี ในระดบั หนวยงานของรัฐยงั ขาดแบบอยางที่ดี และมีจุดออนในดานการตรวจสอบ และลงโทษผูท่ีไมซื่อตรง รวมไปถึงการบังคับใชกฎหมายท่ียังไมเสมอภาค ขาดความเปน ธรรม นาํ ไปสคู วามไมเ ช่ือมั่นและความไมศ กั ด์ิสทิ ธข์ิ องกฎหมาย สื่อมวลชน นับเปนอีกสวนที่ผลการศึกษาพบวามีความบกพรองซ่ึงสอดคลองกับ ผลการศึกษาจากวรรณกรรม คือ ไมใหการยกยองเชิดชูคนดี การนําเสนอขาวสารมุง ตอบสนองตอระบบทุนและอํานาจรัฐมากกวาการยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณสื่อ ขาด ความเปนอิสระและเปนกลาง ยังไมไดแสดงบทบาทในการเสริมสรางสังคมแหงความซ่ือตรง เทาท่คี วร ทัศนคตแิ ละความเชื่อทไ่ี มสอดคลองกับความซื่อตรง ดังเชนที่สะทอนออกมาวา ยอมรับการทจุ ริตไดหากมีการพฒั นาประเทศชาตบิ า ง ซึ่งเปนทัศนคติท่ีเบ่ียงเบนไปจากความ 122
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสรมิ สรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสงเสรมิ และพัฒนาพลงั แผน ดนิ เชิงคุณธรรม ถูกตองชอบธรรม รวมถึงการไมเคารพกฎ กติกา มารยาทของสังคม โดยไมรูสึกวาเปนการ กระทําที่ควรละเวน แตกลับรูสึกดีหากทําเชนน้ันไดก็แสดงใหเห็นไดวาตนเปนบุคคลท่ีมี ความสําคญั หรือพเิ ศษมากกวาคนอ่นื ๆ ประมวลสรุปความบกพรองของสังคมไทยเร่ืองความซ่ือตรงท่ีไดจากการระดม ความคดิ เหน็ แสดงไดดังภาพ 4.3 ระบบและกระบวนการ - ระบบการศกึ ษาไมเ อ้ืออํานวยในการพฒั นาความรูค คู ณุ ธรรม - ขาดระบบและกระบวนการปลกู ฝง คุณธรรมความซอื่ ตรงทม่ี ีประสิทธภิ าพ - ขาดการถอดบทเรียนคนตน แบบหรือองคกรตนแบบเพื่อขยายผลในวงกวาง - โครงสรางของระบบราชการทไ่ี มเออื้ อาํ นวย และขาดการบูรณาการ - ระบบปอ งกนั และปราบปรามทจุ ริตไมเ ขม็ แข็ง - ระบบการเมืองทข่ี าดความซื่อตรง ผนู าํ ความบกพรอง ปจ เจกบุคคล - ขาดตน แบบท่ดี ี ของสังคมไทย - ไมร จู กั บทบาทหนา ที่ - ขาดวนิ ยั - บรหิ ารงานไมซื่อตรง ในเรอื่ งความซ่ือตรง - ขาดความรบั ผดิ ชอบ - ขาดความรู - ขาดความตระหนกั และ - ขาดการปลกู ฝง กลอ มเกลาทางจติ ใจ ยืนหยดั ในสงิ่ ท่ีถกู ตอง - ทศั นคตไิ มส อดคลอ งกับการสรา ง - ขาดการยกยอ งคนดี ความซือ่ ตรง - ไมเคารพกตกิ าสังคม โครงสรา ง/สถาบัน สถาบันครอบครัว หนวยงานของรัฐ - ขาดแบบอยา งท่ดี ี - ขาดตน แบบ - ขาดการกลอมเกลาที่ดี - ขาดการตรวจสอบ สถาบันการศกึ ษา - กฎหมายไมมปี ระสิทธผิ ล - ขาดแบบอยางท่ดี ี สื่อมวลชน - ระบบการสอนทไี่ มเนนการสรา งความซ่ือตรง - ไมไดย กยอ งคนดี ศาสนาและวฒั นธรรม - ขาดการสอ่ื สารกับสงั คมเพ่อื ให - ไมทําหนาทขี่ ัดเกลาสังคม การเรยี นรูในคุณธรรม ความซื่อตรง - วัฒนธรรมไมเ อื้อ เชน ระบบอุปถัมภ - ขาดผสู อนทดี่ งี ามเปน แบบอยา ง ภาพ 4.3 ความบกพรองของสังคมไทยเรอ่ื งความซอื่ ตรง ท่ีไดจ ากการระดมความคิดเห็น 123
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสงเสริมและพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชิงคุณธรรม 4.2.5 แนวทางการเสรมิ สรางความซอื่ ตรงของสังคมไทย แสดงไวดังภาพ 4.4 ปจ เจกบคุ คล : ระบบและกระบวนการ : - เรม่ิ แกไ ขท่ตี นเอง ขยายสูคนรอบขา งใน - ทกุ หนวยงานรว มมอื กัน ทุกภาคสว นมกี จิ กรรมทเ่ี นน ปลกู ฝง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ ความซ่อื ตรง - สรา งจติ สาํ นกึ โดยใชห ลักธรรมทางศาสนา - สรา งระบบการเรยี นรแู ละสื่อสารเพ่ือพัฒนาความซ่อื ตรง เปน เครอื่ งยึดเหน่ียวจติ ใจ - ระบบยกยองเชดิ ชดู ูแลคนซอื่ ตรงและการลงโทษผูทไ่ี มซ ่อื ตรง - ปฏบิ ัติตามหลกั ความพอเพยี งและ - แผนพฒั นาความซอ่ื ตรงและศนู ยส ง เสรมิ ความซอื่ ตรง แนวพระราชดําริ ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย - กระบวนการปลูกฝงกลอ มเกลาในและนอกระบบ กฎระเบียบ กติกาสงั คม - เครือขายหรอื กลุมคณุ ธรรมความซอื่ ตรง - ดึงพลงั ทางบวกมาใช , สรา งภูมคิ ุม กัน - พัฒนาปรบั ปรงุ ระบบกฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรมและ เพือ่ ดํารงตนเปน คนดี บงั คบั ใชกฎหมายจริงจงั ศาสนาและวฒั นธรรม : แนวทางเสริมสราง ผนู ํา : ผนู าํ ที่ดคี วรเปน แบบอยา ง - ใชห ลกั ธรรมทางศาสนาเพ่อื ความซ่อื ตรง แกส งั คมในทกุ ระดับ ตอ งดาํ เนนิ ปลกู ฝงกลอ มเกลา เนน พฒั นา ในสงั คมไทย ชีวติ ใหเ ปน แบบอยา งทดี่ ี ตองให จิตใจใหเขา ถึง และปฏิบัตติ าม กําลงั ใจวา ทกุ คนมคี วามดอี ยใู น ในชวี ติ ประจําวนั ตัวเอง ใหเ กยี รตผิ ูใตบงั คับบัญชา - สง เสริมการเรียนรแู ละนาํ เสยี สละ รหู นา ทตี่ นเอง กรอบวฒั นธรรมอนั ดีมาใช โครงสราง/สถาบนั หนวยงานของรัฐ : ครอบครัว : - ผลกั ดนั ใหเปน วาระแหง ชาตแิ ละประชาชน รณรงคส ง เสรมิ - ผนู ําเปน แบบอยา งท่ีดี อบรมสัง่ สอนขัดเกลา พรอ ม ความซ่ือตรงในทกุ ภาคสว น เรม่ิ โดยหนวยงานของรฐั และ ยกตัวอยาง ขยายผลสอู งคก รปกครองสว นทองถ่นิ ภาคเอกชน - ปลกู ฝงระเบียบวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ ความซ่อื สตั ยซือ่ ตรง ประชาสงั คม และส่อื มวลชน โดยใชหลกั ธรรมทางศาสนา - คนหาองคก รตน แบบและบคุ คลตน แบบ สถาบนั การศกึ ษา : - บูรณาการและพัฒนาศกั ยภาพองคกรตรวจสอบ - ปฏิรูประบบการศกึ ษาและระบบการเรียนรูเพอื่ พฒั นา “ความรคู คู ณุ ธรรม” โดยใชห ลกั ธรรมทางศาสนาเปน หลัก ส่ือมวลชน : - สรางครูตน แบบ - สรางหลักสตู รการศกึ ษาและการเรียนรทู ้งั ในและนอกระบบ - ปฏริ ปู สือ่ ใหเ ปนสอ่ื สรา งสรรคท ําหนา ท่สี อ่ื สารกบั สาธารณะ และกจิ กรรมเสรมิ สรางความซอ่ื ตรง ระเบยี บวนิ ยั เพ่อื การสรางสงั คมคณุ ธรรมความซ่อื ตรง ความรบั ผิดชอบตอหนา ทแี่ ละยดึ ประโยชนส าธารณะ - มุงเนน นําเสนอขอมูลความรู และยกยอ งเชิดชคู นดที ซ่ี อื่ ตรง - รณรงคป ลกู ฝงจติ สาํ นกึ ความซ่อื ตรงอยา งตอเนื่องโดยสอ่ื ทกุ ประเภททุกระดับ ภาพ 4.4 แนวทางการเสริมสรางความซื่อตรงในสงั คมไทย ท่ีไดจากการระดมความคดิ เห็น 124
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่อื เสรมิ สรา งความซื่อตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสริมและพัฒนาพลงั แผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม แนวทางการเสริมสรางความซื่อตรงในสังคมไทย ซ่ึงกลุมตัวอยางไดเสนอแนวทาง รวมทั้งวิธีการไวอยางหลากหลาย โดยสรุปรวมแลวสอดคลองกับผลการศึกษาวรรณกรรม กลาวคือ ในเบ้ืองตนสถาบันหลักสถาบันแรกของสังคม อันไดแก ครอบครัวตองเริ่มการ ปลูกฝงกลอมเกลาสมาชกิ ภายในครอบครวั โดยเฉพาะอยางย่ิงเยาวชน พอแมหรือผูปกครอง ตองเปนแบบอยางท่ีดีและจะตองปฏิบัติใหเห็นเปนแบบอยางที่ดี ควบคูไปกับการอบรม สัง่ สอนดวยวาจาและมกี จิ กรรมการปฏิบัตจิ ริงดว ย เม่ือเริ่มเขาสูระบบการศึกษา ตองมีการเช่ือมโยงการทํางานกับครอบครัว และ สถาบันศาสนา โดยท่ีสถาบันการศึกษาควรนําหลักธรรมทางศาสนา ทั้งพุทธ คริสต อิสลาม พราหมณฮินดู ฯลฯ มาใชในการอบรมส่ังสอน กลอมเกลาใหเยาวชนของชาติมี “ความรู คูคุณธรรม” ใหความสําคัญและมุงเนนพัฒนาจิตใจควบคูไปกับการพัฒนาความรูในเชิง วิชาการ ผูนําตองปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดีของหนวยงานและสังคม ดําเนินชีวิตและ ปฏิบัติงานในอํานาจหนาที่ดวยความซื่อสัตยซื่อตรง และแสดงใหเห็นโดยชัดแจงถึงความ รบั ผดิ ชอบของผนู ํา ตอ งใหเกียรติ ใหกําลังใจ เปนแรงจูงใจและคอยแนะนําตักเตือน หรือให คําปรึกษาแกผูใตบังคับบัญชาหรือสมาชิกในองคกร เพื่อสรางความซื่อตรงในองคกรและ สังคมโดยรวม หนวยงานภาครัฐตองจัดเรื่องคุณธรรมความซ่ือตรงใหเปนวาระแหงชาติและ ประชาชน เร่ิมปฏิบัติภายในหนวยงานภาครัฐ เพื่อเปนแบบอยางที่ดี ในขณะเดียวกันตอง ทําการรณรงคสงเสริมความซ่ือตรงในภาคสวนอื่นๆ ดวย ทั้งในครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนและ องคกรวิชาชีพตางๆ ซ่ึงตองดําเนินการอยางเปนระบบมีกระบวนการที่ชัดเจนทุกภาคสวน ปฏิบัติไดจริงตามบทบาทหนาท่ีความรับผิดชอบของตน โดยมีผูนําเปนแบบอยางและ แกนหลกั จุดเนนสําคัญของกระบวนการเสริมสรางหรือกลอมเกลาทางสังคมนี้ นอกจาก ตองมีเจาภาพหลักคือผูนําประเทศและหนวยงานภาครัฐ ยังตองมีการระดมทุกภาคสวน ใหเขามามีสวนรวมและปฏิบัติ ดวยการเช่ือมโยงประสานงานกันอยางเปนระบบ โดยที่การ ยกยองเชิดชูตองมีการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม ควบคูไปกับระบบการลงโทษท่ีตองเสมอภาค และเปนธรรม 125
สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่ือเสริมสรา งความซ่ือตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสงเสริมและพัฒนาพลงั แผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม แนวทางที่นาสนใจอยางยิ่งและมีความสําคัญอันจะทําใหกระบวนการเสริมสราง หรือกลอมเกลาทางสังคมบรรลุผลสําคัญได คือตองเร่ิมลงมือปฏิบัติดวยตัวเราเองกอน เริ่มสรางความซ่ือตรงในสังคมท่ีเราเปนสมาชิกอยูดวยการสรางจิตสํานึกและใชหลักธรรมทาง ศาสนาเปนเครื่องยึดเหนี่ยว ปฏิบัติตนตามหลักความพอเพียง กฎหมาย กฎเกณฑ และกติกา ของสงั คม การที่กลุมตัวอยางมีทัศนะวาตองเร่ิมปฏิบัติท่ีตัวเราเอง นับเปนจุดเริ่มตนท่ีดีท่ีจะ ทําใหบรรลุผลสําเร็จในการเสริมสรางหรือกลอมเกลาทางสังคม ยิ่งไปกวานั้น ตองมิใชการ มอบหมายภาระและความรับผิดชอบไปท่ี “เด็กและเยาวชน” ดวยเหตุผลท่ีวาผูใหญคงยาก ตอการเปล่ียนแปลงและพัฒนาเสียแลว เนื่องจากเด็กและเยาวชนคงไมสามารถเปนคน ซื่อสัตยซ่ือตรงไดเลย หากอยูในสังคมที่เต็มไปดวยผูใหญท่ีทุจริตคดโกง ไรซึ่งความซ่ือสัตย ซือ่ ตรง กระบวนการอบรมส่ังสอน การกลอมเกลาทางสังคมคงลมเหลวและไมสามารถเกิดขึ้น ไดจรงิ อยางแนนอน สือ่ มวลชนทกุ ประเภท ทุกระดับตองมีการปฏิรูปใหเปน “สื่อสรางสรรค” นําเสนอ ขอมูลความรูและการยกยองเชิดชูคนดีที่ซ่ือสัตยซ่ือตรง รวมทั้งกลาตีแผความไมดี และคนท่ี ไมซื่อสัตยซื่อตรง รณรงคปลูกฝงจิตสํานึกความซ่ือตรงอยางเปนระบบและตอเน่ือง เพราะส่ือ เปนกลไกหลักท่ีมีความสําคัญตอการชี้แนะช้ีนําสังคม หากส่ือไมแสดงบทบาทดังกลาวแลว การอบรมกลอ มเกลาในครอบครวั และในสถาบันการศกึ ษาคงจะบรรลุผลสาํ เรจ็ ไดย าก กลาวโดยสรุปไดวา จากการศึกษาพบวาแนวทางที่จะทําใหสังคมไทยมีการพัฒนา ในดานความซ่ือตรงไดน้ัน คือการใชกระบวนการเสริมสรางและกลอมเกลาทางสังคม (Socialization) ท่ีสถาบันหลักของสังคม อันไดแก สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และ สถาบันศาสนา ซ่ึงเรียกโดยรวมวา “บวร” ตองรวมแรงรวมใจกันในการปลูกฝง เสริมสราง และกลอ มเกลาสมาชิกในสงั คม โดยเฉพาะอยา งยิง่ เดก็ และเยาวชนของชาติ โดยใชหลักธรรม ทางศาสนา แนวพระราชดํารัสหรือพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว หลักความ พอเพยี ง และหลกั ราชการในดานความซ่ือตรงของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจาอยูหัว นอกจากนี้ ตองมี “ตนแบบที่ดี” จากผูนําประเทศและผูนําในสถาบันตางๆ ท้ังผูนํา ครอบครัว ผูนําชุมชน ผูนําสังคม หรือผูนําองคกร อีกท้ังตองสรางระบบและกระบวนการ ยกยองเชดิ ชดู แู ลคนดที ซ่ี อ่ื ตรงอยางเปนรูปธรรม ภาคสวนที่ควรเขามาเปนฝายสนับสนุนใหกระบวนการพัฒนาและเสริมสรางความ ซ่ือตรงใหบรรลุผลสําเร็จได ประกอบดวย ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน และการสราง 126
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสรมิ สรางความซ่ือตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส งเสรมิ และพฒั นาพลงั แผน ดินเชงิ คุณธรรม ภาคีเครือขายความซื่อตรงซึ่งนอกจากเปนการรวมกลุมของสมาชิกที่มีความซื่อตรงแลว ยังชวยเปนการรณรงคขยายผลออกไปในวงกวาง และชวยติดตามสอดสองดูแลและใหการ ปรึกษาหารือในดานความซื่อตรงอีกดวย ในขณะเดียวกันสื่อมวลชนตองปฏิรูปเปน ส่ือสรางสรรคสังคมสูความซื่อตรง โดยการทําหนาท่ีสื่อมวลชนตามหลักจรรยาบรรณสื่อ อยา งเครง ครัด 127
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอ่ื เสริมสรางความซอื่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม บทที่ 5 ตวั ชีว้ ดั ความซ่อื ตรงสาํ หรับสังคมไทย 5.1 แนวทางการจัดทาํ ตวั ชว้ี ัด ในการจัดทําตัวชว้ี ัดความซื่อตรงน้ัน นักวิจัยไดใชขอมูลจากการศึกษาวรรณกรรมและ การประชุมเสวนากลุมตางๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และไดทําการประมวลความ คิดเห็น ตลอดจนทําการวิเคราะหเน้ือหา ทั้งนี้ ผลการศึกษาโดยการตั้งคําถามที่วา “เมื่อ คิดถึงความซือ่ ตรง ทานคิดถึงอะไรบาง?” อันหมายความถึงสิ่งที่ประชาชนทุกภาคสวนไมวา เยาวชน สื่อมวลชน นักการเมือง ผูนําชุมชน ผูแทนภาคเอกชน เปนตน ใหคําจํากัดความ ของ “ความซื่อตรง” และมองวา ถามีประเด็นเหลานี้แสดงวา มีความซื่อตรง ในท่ีนี้ สามารถจดั แบงออกไดเปนมติ ติ างๆ ดงั นี้ 5.1.1 ตัวชี้วัดพ้ืนฐาน (Fundamental Indicators) ซ่ึงทุกคนจําเปนตองมีเพื่อแสดง ถึงการมี “ความซอื่ ตรง” 5.1.2 ตัวช้ีวัดสําหรับผูเปนสมาชิกขององคกร/หนวยงานตางๆ ซ่ึงตองมีมากกวา คุณสมบัติที่สอดคลองกับคุณลักษณะพื้นฐาน เพราะส่ิงท่ีตองมีเพ่ิมข้ึนในฐานะ ท่ีมีความรับผิดชอบมากข้ึนและตองทําภารกิจใหหนวยงาน องคกร สถาบันที่ตนสังกัดอยู ใหบรรลุเปาหมายขององคกร/หนวยงานหรือสถาบันน้ัน ซึ่งตัวอยางในสวนนี้ เชน คุณลักษณะที่พึงมีของผูทํางานในภาครัฐ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น องคกร พฒั นาเอกชน และในสถาบันตางๆ 5.1.3 ตัวช้ีวัดสําหรับกลุมวิชาชีพ ท้ังนี้เพราะผูปฏิบัติหนาที่ในกลุมวิชาชีพเฉพาะ จําตองมีคุณลักษณะท่ีแตกตางไปจากผูอื่นที่มิไดทําหนาที่น้ี เพราะตองรับผิดชอบตอ งานเฉพาะ เชน นักการเมือง แพทย พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี นักกฎหมาย ผูพิพากษา และครู อาจารย เปนตน บุคคลกลุมนี้มีสวนทําใหการตัดสินใจหรือการทํางาน ของเขามีผลกระทบตอผูอื่น ทั้งบวกและลบและบางกรณีอาจถึงชีวิต ฉะนั้น คุณลักษณะ เบ้ืองตนและคุณลักษณะในฐานะสมาชิกองคกร ควรเปนคุณลักษณะของกลุมนี้ดวย พรอม กับตองมีคณุ ลักษณะทเี่ พิ่มในฐานะผปู ฏบิ ตั ิวิชาชีพเฉพาะนัน้ ๆ 129
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสง เสริมและพฒั นาพลังแผน ดนิ เชิงคณุ ธรรม ความซอื่ ตรง • รัฐสภา • ผูกําหนดนโยบาย • หนว ยราชการ สังคม สมาชิก ผูนํา ประชาชน • องคกรปกครอง ทอ งถ่นิ เพอื่ นบาน ผูบังคับ สว นทองถิ่น บัญชา ผูตาม ผสู ูงอายุ • ภาคเอกชน อาจารย • ส่ือมวลชน สถานทท่ี าํ งาน พอ ผใู ตบังคับ (องคก ร) เพอื่ นรว มงาน วัยทํางาน • สถาบนั สง เสริมและ สถานศึกษา บญั ชา กลอ มเกลา ลูกศิษย บคุ ลากร วัยเรียน อื่นๆ สถาบันครอบครวั แม ลกู แรกเกิด องคประกอบของความซ่ือตรงพน้ื ฐานท่ีทุกคนตอ งมี ตัวชว้ี ัดกลมุ ที่ องคประกอบของความซอ่ื ตรงสาํ หรบั ผปู ฏิบัติงานในองคกร 1 องคประกอบของความซือ่ ตรงสําหรับผูปฏบิ ัตงิ านวิชาชีพ ตวั ชี้วดั กลุมที่ 1, 2 ตัวชว้ี ดั กลมุ ที่ 1, 2, 3 ภาพ 5.1 ภาพการเรียนรูเพือ่ เสริมสรา งความซือ่ ตรง ดังนั้น ตัวช้ีวัดความซ่ือตรงสําหรับบุคคลท้ัง 3 กลุม จึงมีความเก่ียวของกันเพราะ ผูอยใู นกลุม วิชาชีพ จะใชตัวชีว้ ดั ความซ่ือตรงทีร่ วมของกลมุ 1 และ 2 ดวย ดงั ภาพตอไปน้ี 130
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซื่อตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยสงเสริมและพัฒนาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม ผปู ระกอบวิชาชพี สมาชิกองคกร พ้ืนฐาน ภาพ 5.2 กลุม ตัวชว้ี ัด กลุมตวั ชวี้ ดั กลุม เปา หมาย ผูรบั ผิดชอบในการ พ้นื ฐาน • ส่อื มวลชน เสรมิ สรา งความซ่ือตรง • สถาบันศาสนา จํานวน ูผเ ่ีกยว ของ • ประชาสังคม • รัฐบาล • ชมุ ชน • ส่อื มวลชน • สถานศกึ ษา • องคก รปกครอง • ครอบครัว สวนทอ งถิ่น • ภาคเอกชน • ประชาสังคม • สถาบนั ศาสนา สมาชกิ องคก ร • รัฐบาล ขา ราชการ • สถาบันการศึกษา • ครอบครวั กลุมวชิ าชีพ • องคก รวิชาชีพ • องคกรพฒั นาเอกชน • สถาบนั การเมอื ง • ภาคเอกชน - ระดับชาติ • รฐั บาล - ระดับทอ งถ่นิ • หนว ยงานของรฐั / ทองถน่ิ • องคกรวิชาชพี • รัฐสภา /รฐั บาล • พรรคการเมือง • องคก รปกครอง สว นทองถ่ิน จํานวนคุณสมบัติ “ความซ่ือตรง” ที่ตองมี และจํานวนตัวชี้วัด ภาพ 5.3 ตวั ชีว้ ดั ความซ่ือตรงกบั กลมุ เปา หมาย และผรู ับผิดชอบในการเสรมิ สรางความซื่อตรง 131
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสริมสรางความซ่อื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยส งเสริมและพฒั นาพลังแผน ดินเชิงคุณธรรม ตาราง 5.1 ตัวชีว้ ดั ความซื่อตรงบนพืน้ ฐานของลักษณะ/บทบาทในสงั คม 3 กลุม บทบาท ประเภท ตวั ชี้วัด ในสงั คม ตัวช้ีวดั 1) ประชาชน พนื้ ฐาน 1. มคี วามซอ่ื สตั ย สจุ รติ (มีความจริงใจ ไมหลอกลวง) ทั่วไป 2. มีปทสั ถาน (มีคุณธรรม ศีลธรรม จรยิ ธรรม ซ่งึ เปน แบบแผน สาํ หรบั ยดึ ถือปฏบิ ตั ิในสงั คม) 3. ไมค ดโกง 4. ปฏิบัติตามกฎหมาย 5. มวี ินยั (ยึดม่นั ในกฎระเบยี บ ขอ บังคับ หรอื แนวปฏบิ ัติ) 6. มคี วามรับผดิ ชอบ (ยอมรบั ผลท้ังบวกและลบ) 7. รูจกั บทบาทและหนาทข่ี องตนเอง (สิง่ ทตี่ องทาํ ตามหนา ที่ที่กําหนด) 8. ตรงไปตรงมาทัง้ ตอหนาและลบั หลัง 9. มคี วามวริ ิยะอตุ สาหะ (มคี วามขยันหมัน่ เพยี ร) 10. อดทน อดกลน้ั 11. มวี าจาสตั ย รักษาคําพดู 12. ไมโ กหก 2) ขา ราชการ สมาชกิ 1. มีความซอื่ สตั ย สจุ ริต (มคี วามจริงใจ ไมห ลอกลวง) /ผูปฏิบัติงาน องคกร 2. มปี ทสั ถาน (มคี ณุ ธรรม ศีลธรรม จรยิ ธรรม ซง่ึ เปนแบบแผน ในภาคเอกชน สําหรบั ยึดถอื ปฏิบัตใิ นสังคม) 3. ไมคดโกง 4. ปฏิบัติตามกฎหมาย 5. มีวนิ ยั (ยดึ ม่นั ในกฎระเบยี บ ขอ บังคบั หรอื แนวปฏิบัต)ิ 6. มีความรับผดิ ชอบ (ยอมรบั ผลทั้งบวกและลบ) 7. รจู กั บทบาทและหนาทขี่ องตนเอง (ส่ิงทต่ี องทําตามหนา ทท่ี ่กี าํ หนด) 8. ตรงไปตรงมาท้งั ตอหนา และลับหลงั 9. มีความวิรยิ ะอุตสาหะ (มีความขยนั หม่นั เพยี ร) 10. อดทน อดกลั้น 11. มีวาจาสตั ย รกั ษาคาํ พดู 12. ไมโ กหก 13. โปรง ใส ตรวจสอบได 14. ตรงตอเวลา 15. มีความยตุ ธิ รรม (ไมเ อนเอยี งเขา ขา ง ชอบดว ยเหตผุ ล เที่ยงธรรม) 132
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพ่อื เสริมสรางความซื่อตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสงเสริมและพัฒนาพลงั แผนดินเชิงคุณธรรม บทบาท ประเภท ตัวชว้ี ัด ในสงั คม ตัวชว้ี ดั 2) ขา ราชการ สมาชกิ 16. ทํางานใหส าํ เร็จ /ผปู ฏบิ ตั งิ าน องคก ร 17. เปนท่ีนาเชือ่ ถือและศรัทธาจากคนทั่วไป (ไดร ับความไววางใจ ในภาคเอกชน เลอื่ มใสและไดร บั การยอมรับจากบุคคลท่ัวไป) 18. แนะแนวทางทถี่ กู ทค่ี วรแกผ อู ื่นโดยเฉพาะผูใตบงั คับบัญชา 19. หา มมใิ หผอู นื่ กระทําผดิ 3) ผูมีวชิ าชพี วชิ าชพี 1. มีความซอ่ื สตั ย สุจรติ (มีความจรงิ ใจ ไมห ลอกลวง) เฉพาะตางๆ 2. มปี ทสั ถาน (มีคณุ ธรรม ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ซง่ึ เปน แบบแผน เชน แพทย สาํ หรบั ยึดถอื ปฏิบตั ิในสงั คม) พยาบาล 3. ไมคดโกง ครู อาจารย 4. ปฏิบตั ิตามกฎหมาย ผูพิพากษา 5. มวี ินยั (ยึดม่ันในกฎระเบยี บ ขอ บงั คบั หรือแนวปฏิบัติ) ทนายความ 6. มคี วามรบั ผดิ ชอบ (ยอมรบั ผลทั้งบวกและลบ) สถาปนิก 7. รูจักบทบาทและหนาท่ีของตนเอง (สง่ิ ทต่ี อ งทาํ ตามหนา ท่ที ี่กําหนด) วศิ วกร 8. ตรงไปตรงมาทั้งตอ หนา และลบั หลงั นกั การเมอื ง 9. มีความวริ ยิ ะอุตสาหะ (มีความขยันหมั่นเพียร) ระดับชาติ 10. อดทน อดกล้นั นกั การเมอื ง 11. มีวาจาสตั ย รักษาคําพดู ระดบั ทอ งถิน่ 12. ไมโ กหก ฯลฯ 13. โปรงใส ตรวจสอบได 14. ตรงตอ เวลา 15. มีความยุติธรรม (ไมเ อนเอยี งเขา ขา ง ชอบดว ยเหตุผล เทย่ี งธรรม) 16. ทํางานใหส ําเร็จ 17. เปน ทนี่ าเชือ่ ถือและศรทั ธาจากคนทั่วไป (ไดร ับความไววางใจ เลอ่ื มใสและไดร ับการยอมรับจากบุคคลท่วั ไป) 18. แนะแนวทางทีถ่ กู ที่ควรแกผ อู ื่นโดยเฉพาะผูใ ตบงั คับบัญชา 19. หามมิใหผ อู น่ื กระทาํ ผดิ 20. จรรยาบรรณวชิ าชีพ 133
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรา งความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสริมและพัฒนาพลงั แผนดินเชงิ คุณธรรม 5.2 การแปลงตัวชวี้ ดั เปน เครื่องมอื วัด จากตารางขางตน นักวิจัยไดจัดทําเครื่องมือสําหรับนําไปวัดระดับความซื่อตรงของบุคคลใน บทบาทตางๆ และสะทอนความเปนจริงในสังคม โดยประมวลจากการทบทวนวรรณกรรม การ สัมภาษณแ ละการประชุมเสวนา ตาราง 5.2 ตวั ชว้ี ัดพน้ื ฐาน ประเภทตัวช้ีวัด ตวั ชี้วดั มาตรวัด 1) พ้ืนฐาน 1. มคี วามซ่อื สัตย สุจริต ไมม เี ลย มมี ากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 2. มีปทัสถาน ไมมเี ลย มีมากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 3. ไมค ดโกง ไมมเี ลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 4. ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ไมมีเลย มีมากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 5. มวี ินยั ไมมเี ลย มีมากทีส่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 6. มีความรับผิดชอบ ไมมเี ลย มมี ากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 7. รจู ักบทบาทและหนาทข่ี องตนเอง ไมม ีเลย มีมากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 8. ตรงไปตรงมาทั้งตอ หนาและลบั หลงั ไมมีเลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 9. มคี วามวริ ยิ ะอตุ สาหะ ไมม เี ลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 10. มคี วามอดทน อดกลัน้ ไมมีเลย มมี ากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11. มวี าจาสัตย รักษาคําพูด ไมมเี ลย มีมากทสี่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12. ไมโ กหก ไมม ีเลย มมี ากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 134
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซอ่ื ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ และพฒั นาพลังแผน ดนิ เชิงคุณธรรม ตาราง 5.3 : ตัวชี้วัดสําหรบั สมาชกิ องคก ร ประเภทตัวชีว้ ัด ตวั ช้ีวัด มาตรวัด 2) สมาชกิ 1. มคี วามซ่อื สัตย สุจริต ไมมเี ลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 องคกร 2. มปี ทัสถาน ไมม ีเลย มมี ากท่สี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 3. ไมคดโกง ไมม เี ลย มมี ากท่สี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 4. ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ไมม เี ลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 5. มวี ินยั ไมมีเลย มีมากทสี่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 6. มคี วามรับผิดชอบ ไมมีเลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 7. รูจักบทบาทและหนา ทข่ี องตนเอง ไมมเี ลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 8. ตรงไปตรงมาทั้งตอ หนาและลบั หลงั ไมมเี ลย มมี ากท่ีสดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 9. มคี วามวริ ิยะอุตสาหะ ไมม ีเลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 10. มคี วามอดทน อดกลน้ั ไมม ีเลย มมี ากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11. มีวาจาสตั ย รักษาคําพูด ไมมีเลย มมี ากท่ีสดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12. ไมโ กหก ไมมีเลย มมี ากทส่ี ุด 13. โปรง ใส ตรวจสอบได 14. ตรงตอเวลา 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 15. มีความยุติธรรม 16. ทํางานใหสําเร็จ ไมม ีเลย มีมากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมีเลย มีมากทีส่ ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมีเลย มีมากทสี่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม ีเลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 17. เปนทนี่ า เชอ่ื ถือและศรัทธาจากคนทวั่ ไป ไมม เี ลย มีมากที่สดุ 18. แนะแนวทางท่ถี กู ที่ควรแกผูอน่ื 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 โดยเฉพาะผใู ตบังคับบัญชา ไมม เี ลย มีมากที่สุด 19. หา มมใิ หผูอื่นกระทําผดิ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมเี ลย มีมากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 135
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่อื เสรมิ สรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพฒั นาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม ตาราง 5.4 ตัวช้ีวัดกลมุ วชิ าชีพ ประเภทตวั ช้วี ดั ตัวชวี้ ัด มาตรวดั 3) วิชาชีพ 1. มคี วามซ่อื สัตย สุจรติ ไมม ีเลย มีมากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 2. มีปทสั ถาน ไมม เี ลย มีมากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 3. ไมคดโกง ไมม ีเลย มมี ากทสี่ ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 4. ปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ไมมเี ลย มมี ากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 5. มวี นิ ยั ไมมีเลย มีมากทีส่ ดุ 6. มีความรับผิดชอบ 7. รูจ ักบทบาทและหนา ทขี่ องตนเอง 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 8. ตรงไปตรงมาทัง้ ตอหนาและลบั หลัง 9. มคี วามวริ ิยะอุตสาหะ ไมม ีเลย มีมากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม ีเลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม ีเลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมีเลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 10. มีความอดทน อดกล้ัน ไมม ีเลย มมี ากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11. มีวาจาสตั ย รกั ษาคาํ พูด ไมม เี ลย มมี ากทีส่ ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12. ไมโกหก ไมม เี ลย มีมากทส่ี ุด 13. โปรงใส ตรวจสอบได 14. ตรงตอ เวลา 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มีมากทีส่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มีมากท่ีสุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 15. มคี วามยุติธรรม ไมม เี ลย มีมากที่สดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 16. ทาํ งานใหส าํ เร็จ ไมม เี ลย มมี ากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 17. เปน ทนี่ าเชือ่ ถือและศรทั ธาจากคนท่วั ไป ไมม เี ลย มีมากทส่ี ดุ 18. แนะแนวทางท่ถี กู ทีค่ วรแกผ ูอน่ื 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 โดยเฉพาะผูใตบังคับบัญชา ไมมีเลย มมี ากที่สดุ 19. หา มมิใหผูอ่ืนกระทําผิด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 20. จรรยาบรรณวชิ าชีพ ไมม เี ลย มีมากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม ีเลย มีมากท่ีสุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 136
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสริมสรางความซอื่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยส งเสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดินเชิงคณุ ธรรม หลังจากนั้นจึงจัดทําเปนแบบสํารวจเพ่ือทําการสํารวจตนเองไดหรือสามารถนําไป สอบถามประชาชนกลุมตางๆ เพ่ือหาคาเฉล่ียของคะแนนความซ่ือตรงในภาพรวมก็ได สวนการแปลผลจะนําเสนอในสวนตอไป ตาราง 5.5 แบบวัดระดบั ความซอ่ื ตรงของตนเอง คุณสมบัติ วงกลมระดบั คะแนนท่ีตรงกบั ตวั คุณมากทีส่ ุด สรปุ คะแนน 1. มคี วามซ่อื สัตย สุจริต (มคี วามจรงิ ใจ ไมห ลอกลวง) ไมม ีเลย มมี ากท่ีสดุ 2. มปี ทสั ถาน (มีคุณธรรม ศลี ธรรม จริยธรรม ซึ่งเปน 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 แบบแผนสําหรับยดึ ถือปฏบิ ัตใิ นสังคม) 3. ไมค ดโกง ไมม เี ลย มมี ากท่สี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม ีเลย มีมากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 4. ปฏิบตั ิตามกฎหมาย ไมม เี ลย มีมากทสี่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 5. มีวินยั (ยึดมั่นในกฎระเบียบ ขอบงั คบั ไมม เี ลย มีมากท่สี ุด หรอื แนวปฏิบัติ) 6. มีความรับผิดชอบ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 (ยอมรบั ผลท้ังบวกและลบ) 7. รจู ักบทบาทและหนา ทข่ี องตนเอง ไมม ีเลย มีมากท่ีสดุ (ส่งิ ท่ตี อ งทําตามหนา ท่ีท่ีกําหนด) 8. ตรงไปตรงมาทั้งตอหนาและลับหลัง 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 9. มีความวริ ยิ ะอุตสาหะ (มีความขยนั ไมมีเลย มมี ากทีส่ ดุ หม่ันเพียร) 10. มีความอดทน อดกลั้น 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมเี ลย มีมากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มีมากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มีมากทสี่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11. มีวาจาสัตย รักษาคําพดู ไมมีเลย มมี ากทส่ี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12. ไมโ กหก ไมมีเลย มีมากที่สุด 13. โปรง ใส ตรวจสอบได 14. ตรงตอเวลา 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มมี ากทสี่ ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมมเี ลย มมี ากท่สี ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 137
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอ่ื เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยสงเสริมและพฒั นาพลังแผน ดนิ เชิงคุณธรรม คณุ สมบตั ิ วงกลมระดับคะแนนท่ีตรงกับตัวคุณมากทส่ี ุด สรปุ คะแนน 15. มคี วามยตุ ิธรรม (ไมเ อนเอียงเขาขาง ชอบดว ยเหตผุ ล เท่ียงธรรม) ไมมีเลย มมี ากท่ีสดุ 16. ทาํ งานใหสําเร็จ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมม เี ลย มมี ากทีส่ ุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 17. เปนท่นี า เชอื่ ถือและศรัทธาจากคนทั่วไป ไมมีเลย มมี ากทส่ี ดุ (ไดร ับความไวว างใจ เลือ่ มใสและไดร ับการ ยอมรับจากบุคคลทัว่ ไป) 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 18. แนะแนวทางทถ่ี กู ที่ควรแกผ ูอน่ื ไมมีเลย มมี ากทส่ี ุด โดยเฉพาะผใู ตบงั คับบัญชา 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 19. หามมใิ หผ ูอนื่ กระทําผดิ ไมม เี ลย มมี ากทส่ี ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 20. จรรยาบรรณวิชาชีพ ไมม ีเลย มมี ากทีส่ ดุ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 การแปลผล นอ ยกวา 100 คะแนน ทานตอ งปรบั ปรงุ ตวั อยา งมาก เพราะทา นเปนคนท่ไี มนา ไววางใจ 101-120 คะแนน ทา นคอนขางมคี วามซอื่ ตรง แตก็ยงั ไมซอ่ื ตรงตลอดเวลา บางครั้งก็ไมซ ่ือตรง แตยงั ปรบั ปรงุ ได ซ่ึงทานกเ็ ปน สามญั ชน คนธรรมดา ยอมมีดบี าง ไมด บี างปนกนั ไป 121-150 คะแนน ทา นเปน คนทีไ่ วใ จได มคี วามซอื่ ตรงคอนขางมาก แมบ างครั้ง อาจบดู เบ้ียวบาง แตจ ิตใจทานทราบดีอยูวา ท่ีทําน้ันไมซ อื่ ตรง ซง่ึ อาจเปน เพราะปจ จยั แวดลอม หรือไขวเ ขวไปนิดหนอย แตทานก็เหมาะกับการเปนสมาชกิ ขององคก รตา งๆ เพราะ อยา งนอ ยกม็ คี ณุ สมบตั ิเรอื่ งความซือ่ ตรงอยูมาก 151-180 คะแนน ทา นเปน คนนาสรรเสริญ เพราะทานมีความซ่อื ตรงในทกุ ๆ ท่ี ทุกเวลา เหมาะกับการทาํ งานในองคก ร และทํางานวชิ าชพี กไ็ ดดอี ีกดวย ท่สี ําคัญทานคอ นขา ง “ตรงไปตรงมา” ทีเดยี ว ถงึ แมบ างครงั้ จะมเี ร่ืองทจ่ี ําเปนทาํ ใหไมซ ื่อตรง แตทา นก็รูตวั อยเู สมอ 138
สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพือ่ เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส งเสริมและพัฒนาพลังแผนดนิ เชิงคณุ ธรรม มากกวา 180 คะแนน ทานเปนคนซ่อื ตรงสุดยอด เหมาะกบั การทํางานสาขาวชิ าชีพ เพราะมีความซือ่ ตรงอยา งมาก เหมาะกับการเปน หวั หนางาน และทาํ งานในสาขาวิชาชีพไดด ที สี่ ุด เปนคนสมบรู ณแ บบ หากเปน ตุลาการทานจะเทียบไดก บั “เปาบุนจิ้น” หมายเหตุ โดยปกตกิ ารประเมินตนเองมักมอี คติ ผปู ระเมนิ มกั ใหค ะแนนตนเองสงู กวา ความเปนจริง แตอยา งไรก็ดี การประเมินนีจ้ ะทําใหผ ูตอบแบบสาํ รวจเขา ใจและตระหนกั เร่ืองความซอ่ื ตรง รวู า ตนเองมีความบกพรอ งในเรอ่ื งใด เปนการทบทวนพฤตกิ รรมของ ตนเองในท่ีสุด 5.3 การจดั ทํา Integrity Scorecard ในท่ีนี้ใชแนวคิดของ The Global Integrity Index (http://report.global integrity.org /globalIndex.cfm) ซ่ึงเปนสถาบันที่ประเมินการมีอยูของกลไกการตอตานการทุจริตในนานา ประเทศมาปรบั ใช โดยมีหลักการสาํ คัญคือ 5.3.1 การมีอยูของกลไกในการเสริมสรางความซื่อตรง (existence) การมีกลไกความ ซื่อตรงของสาธารณชน ที่รวมกฎหมาย และสถาบันที่สงเสริมสํานึกรับผิดชอบของสาธารณชน และการลดการทจุ รติ 5.3.2 ประสทิ ธผิ ลของกลไกตา งๆ ในขอ 1 (effectiveness) 5.3.3 ชอ งทางการเขาถึงกลไกตา งๆของประชาชน (access) การมีกลไก (Existence) ความซ่อื ตรง (Integrity) การเขาถึง ประสิทธิผล กลไกได ของกลไก (Access) (Effectiveness) ภาพ 5.4 การวดั ความซ่ือตรงในระดับประเทศ 139
สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสริมสรางความซอื่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพฒั นาพลงั แผน ดินเชงิ คุณธรรม นัน่ คือประเมนิ ความซอื่ ตรงในระดบั ชาตจิ ึงพิจารณาจาก 1. การมอี ยขู องกลไกเสรมิ สรา งความซ่ือตรง ประกอบดวย - การมีกฎหมาย ระเบยี บที่เสริมสรางความซ่ือตรง ปอ งกนั การทุจรติ - การมีสถาบันทท่ี ําหนา ท่ีในการบงั คับใชก ฎหมาย - มกี ระบวนการทํางานอยา งชดั เจน เชน การตอ ตา นการทุจริต 2. ประสิทธิผลของกลไกเสริมสรางความซอ่ื ตรง ประกอบดว ย - การปอ งกันการแทรกแซงจากฝา ยการเมือง - การเปน อิสระขององคกรตา งๆ ในการแตงต้งั โยกยา ย ใหค ุณใหโทษ - การทํางานแบบมืออาชีพของผูเก่ียวของ มีความรูความสามารถตรงกับงานที่ทํา เพอื่ ทํางานไดจ ริง - การมที รัพยากรที่พอเพยี งและเหมาะสม เชน การมีเจาหนาที่ประจํา และการมี งบประมาณเพื่อการนัน้ - การมีการสืบสวนและการกําหนดโทษ ในกรณีผูประพฤติขาดความซื่อตรงและ กอ ผลเสียตอผูอนื่ และสงั คม 3. การเขาถงึ ไดข องสาธารณชน ประกอบดวย - การจดั ทํารายงานและเสนอตอสาธารณชน - การใหขอมูลขาวสารท่ีถูกตองแกสาธารณชน โดยเฉพาะผูมีสวนไดเสีย ภายใน เวลาที่เหมาะสม และคาใชจายทเี่ หมาะสม - ความงายในการเขาถึงขอ มลู ขาวสารของสาธารณชน ทั้งนี้การใหคะแนนในแตละขอจะตองมาจากการประเมินโดยคณะผูประเมินที่ ทาํ การศกึ ษาในเร่ืองนั้นๆ เพ่ือไดขอมูลมาประกอบการพิจารณาใหคะแนน ท่ีมีคะแนนเต็มขอ ละ 100 คะแนน ทั้งน้ีการพิจาณาคะแนน หากเปนเรื่องการมีกฎหมาย มีกลไก จะเปนการตอบคําถาม วา มี หรือไมมี หากมีจะได 100 คะแนน และไมม ี เปน 0 140
สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพือ่ เสริมสรา งความซือ่ ตรงในสังคมไทย เสนอ : ศูนยส ง เสรมิ และพฒั นาพลงั แผนดนิ เชงิ คุณธรรม กรณเี ปน เร่อื งการปฏบิ ตั ิ คะแนนจะมีต้ังแต 0, 25, 50, 75 และ 100 คะแนน ในการใหคะแนนผปู ระเมินจะตองใหเ หตผุ ลในการประเมิน และมีขอมูลอางอิงได เมื่อ มีการประเมินเรียบรอยแลว ตองมีคณะกรรมการปริทัศนเพื่อมาพิจารณาความถูกตอง เหมาะสมของคะแนนทใี่ ห พรอ มพิจารณาจากหลักฐานหรือขอ มูลประกอบการใหค ะแนน ตวั อยางการพจิ ารณาคะแนน การเขา ถงึ ขอมูลขาวสาร ในทางปฏิบัติมีชองทางที่ประชาชนสามารถเขาถึงขอมูลขาวสารไดงายและในเวลา ทีเ่ หมาะสมเพยี งใด 100 75 50 25 0 100 คะแนน มีขอ มลู ทาง internet และประชาชนสามารถขอขอ มลู ไดแ ละไดรบั ใน เวลา 2 สัปดาห ไมมคี วามลาชา ในการดําเนินงาน และไดขอมลู ครบถว น 75 คะแนน มขี อ มูลแตต อ งใชเวลา 1-2 เดอื นในการไดร บั และบางคร้งั ใชเวลา มากกวานัน้ ขอ มลู บางอยางปกปด โดยไมมีเหตผุ ลเพยี งพอ 50 คะแนน มีขอมูล แตต องใชเ วลา กวา 2 เดือน -3 เดอื น และขอมูลสว นใหญ ปกปด โดยไมม ีเหตุผล 25 คะแนน ใชเวลาในการขอขอมลู มากกวา 4 เดอื น บางคร้ังลา ชา และขอมลู บางอยางมีการปกปด เพราะเหตุผลทางการเมือง และบางครง้ั ไม เปดเผยเพราะการใชดลุ พินิจท่ีเปน ไปเพื่อประโยชนทางการเมือง หรอื เพ่อื ประโยชนเ ฉพาะกลมุ 0 คะแนน ไมมีชอ งทางใหป ระชาชนเขา ถึงขอมูลไดเลย 141
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219