Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมเล่มความซื่อตรงในสังคมไทย ปี 54

รวมเล่มความซื่อตรงในสังคมไทย ปี 54

Description: รวมเล่มความซื่อตรงในสังคมไทย ปี 54

Search

Read the Text Version

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่ือเสริมสรา งความซ่ือตรงในสังคมไทย        เสนอ : ศูนยสง เสรมิ และพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม ท่มี าของขอ มลู เชน 1 สอื่ มวลชน 2 เอกสารวิชาการ 3 การศึกษาของหนวยงานของรฐั 4 การสมั ภาษณผ เู ก่ยี วของ 5 การสัมภาษณนักวชิ าการ 6 การสัมภาษณผูแทนภาคประชาสงั คม และองคก รพัฒนาเอกชน 7 การสัมภาษณผแู ทนส่อื มวลชน ทั้งนต้ี องใหรายละเอยี ดของแหลง ขอ มูลประกอบ โดยสรุปการจัดทําตัวช้ีวัดความซ่ือตรงในการศึกษาครั้งนี้ พัฒนามาจากวรรณกรรมและ การรับฟงความคิดเห็นประชาชนกลุมตางๆ แลวจัดทําเปนตัวชี้วัด ในระดับบุคคล และ ระดับชาติ อยางไรก็ดี เพื่อใหตัวช้ีวัดมีความสมบูรณมากข้ึน ควรมีการพัฒนาองคประกอบ ตา งๆ ใหเ หมาะสมมากขนึ้ จะทําใหส ามารถนาํ ไปวดั ระดบั ความซอ่ื ตรงไดจ ริงในทกุ ระดบั 142    

  สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซ่ือตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศูนยสงเสริม แ ละพัฒนาพลงั แผน ดนิ เชิงคุณธรรม     บทที่ 6 แผนยทุ ธศาสตรค วามซื่อตรงแหงชาติ ในบทน้ีจะนําเสนอถึงแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติ โดยแบงการนําเสนอ ออกเปน 7 สวน ประกอบดว ย 1) แนวคดิ พนื้ ฐานในการจัดทําแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรง แหงชาติ 2) วธิ กี ารจัดทาํ แผนยุทธศาสตรความซอื่ ตรงแหง ชาติ 3) สถานการณความซ่ือตรง ในแงการเปนทุนทางสังคมของไทย 4) วิสัยทัศนของแผนยุทธศาสตรความซื่อตรงแหงชาติ 5) พันธกิจของแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติ 6) แผนยุทธศาสตรความซ่ือตรง แหงชาติ และ 7) ปจจัยสําคัญในการขับเคล่ือนแผนยุทธศาสตรความซื่อตรงแหงชาติ สูความสาํ เรจ็ ดงั รายละเอยี ดตอ ไปนี้ 6.1 แนวคดิ พืน้ ฐานในการจัดทาํ แผนยทุ ธศาสตรความซื่อตรงแหงชาติ แนวคิดพ้ืนฐานในการจัดทําแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติ คือ การยึดหลัก ศาสนา พระราชนิพนธเร่ือง “หลักราชการ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 6 รวมถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ที่เกี่ยวของกับ “ความซื่อสัตย ซ่ือตรง” แนวทางความพอเพียง และแผนพัฒนา ความซ่ือตรงแหง ชาติของประเทศมาเลเซยี โดยคํานงึ ถึงประเด็นสาํ คัญดงั น้ี 1) การดําเนนิ การในทางสายกลางทอี่ ยบู นพื้นฐานของความพอดี 2) เนนแนวคิดการพัฒนาอยางเปนองครวม โดยใชทุนทางสังคมทั้งหลายท่ีมีอยู สูความสมดลุ และยง่ั ยนื 3) ความพอประมาณอยางมีเหตุผล เปนการใชชีวิต การผลิต และการบริโภค อยบู นความพอประมาณ มีเหตุผล 4) การมีภูมิคุมกันและเทาทันโลก เพ่ือเตรียมคนและสังคมใหสามารถรูเทาทัน การเปลี่ยนแปลงท้ังภายในและภายนอกประเทศ ลดผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้น มีความยืดหยุน ในการปรบั ตวั สามารถเลือกสิ่งทีด่ มี าประยกุ ตใชใหเ กดิ ประโยชนไ ด   143  

สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสริมสรางความซื่อตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศูนยสงเสรมิ และพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชิงคุณธรรม 6.2 วิธกี ารจัดทําแผนยุทธศาสตรค วามซอื่ ตรงแหงชาติ ผูวิจัยจัดทําแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติ โดยการเชิญผูที่เกี่ยวของจากทุก ภาคสวน ผูแทนจากจังหวัดพื้นที่กลุมเปาหมายท้ัง 5 ภูมิภาค รวมถึงผูทรงคุณวุฒิ จากหนวยงานที่เขารวมโครงการองคกรตนแบบดานความซื่อตรง ซึ่งเปนโครงการท่ี เกิดจากความรวมมือระหวางศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม สํานักงาน ผูตรวจการแผนดิน และคณะกรรมาธิการศึกษาระบบการเสริมสรางธรรมาภิบาลและ ตรวจสอบการทุจริตในรฐั วสิ าหกิจและองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ (วุฒิสภา) 6.3 สรปุ สถานการณค วามซ่ือตรงในแงการเปน ทุนทางสงั คมของไทย สถาบันหลักทางสังคมมีบทบาทนอยลงในการเปนทุนทางสังคมที่ดี อาทิเชน สถาบันครอบครัวขาดการบมเพาะและขัดเกลาเยาวชนใหเปนคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม สถาบันศาสนายึดเหน่ียวจิตใจของผูคนในสังคมไดนอยลง สถาบันการเมืองการปกครอง ยังมีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย โดยท่ีรัฐมีบทบาทนํา แมจะมีการกระจายอํานาจ แลวก็ตาม สถาบันการศึกษาหลอหลอมเด็กและเยาวชนไดไมเทาทันการเปล่ียนแปลง องคกรธุรกิจเอกชนมีแนวโนมมีสวนรวมในการใหความรวมมือมากข้ึน สื่อสารมวลชน มีบทบาทนอยในการกระตุนสังคมในทางสรางสรรค คนไทยมีภูมิคุมกันจากกระแสการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมคอนขางนอย อาทิเชน วัฒนธรรมที่ดีงามเริ่มจางหายไปและ ไมถูกถายทอดสูคนรุนใหม ระบบคุณคาเสื่อมถอย ความมีจิตสาธารณะ ความเอื้ออาทร การชวยเหลือกันและกัน และปฏิสัมพันธในครอบครัว ชุมชน สังคม ลดนอยลง อีกท้ังการ มีสวนรวมของประชาชนในการรวมกําหนดทิศทางนโยบายทางสังคมมีนอย ทั้งในระดับ ทองถิน่ และสวนกลาง จากสถานการณขางตน จึงนําไปสูการจัดทําแผนยุทธศาสตรความซื่อตรงแหงชาติ เพ่ือใหทุกภาคสวนในสงั คมรว มกนั สรา งความซอื่ ตรง และลดชอ งวางดงั กลา วลง 6.4 วสิ ัยทัศนข องแผนยทุ ธศาสตรค วามซือ่ ตรงแหงชาติ “เปนสังคมแหงการมีคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อตรง อยูในวิถีชีวิตของคนไทยใน ทุกภาคสวนของสังคม สามารถตรวจสอบได ประชาชนมีความเขมแข็ง มีจิตสํานึก คานิยม ที่มมี าตรฐานความซอ่ื ตรงสูง เปน ที่ยอมรบั ในภมู ภิ าคเอเชียและระดับโลก” 144    

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ  แ ละพฒั นาพลงั แผนดนิ เชงิ คณุ ธรรม       6.5 พันธกจิ ของแผนยุทธศาสตรค วามซ่อื ตรงแหง ชาติ 1) ใหแนวทางในการปฏิบัตเิ พ่อื เสรมิ สรางความซ่ือตรงใหเกิดขึ้นในทุกภาคสวน ในอัน ทจี่ ะทาํ งานรว มกนั อยางมปี ระสิทธิผล 2) สรางความตระหนัก พันธสัญญา และความรวมมือ ในทุกภาคสวน ใหมีความ พยายามรว มกันเสรมิ สรางความซอ่ื ตรงทจ่ี ะใหเ ปนวิถีชีวติ 3) ผลักดันสํานึกรับผิดชอบ ในระหวางสมาชิกของชุมชน และสงเสริมการพัฒนา ภาคประชาสังคม ทเี่ คารพกตกิ า ของความซือ่ ตรง 4) เสริมสราง หลักการพ้ืนฐานทางศีลธรรมของชุมชน และประเทศ ตลอดจนความ เปน อยูท ่ีดขี องประชาชน 5) ยกระดับการพัฒนาประเทศใหเขาสู มาตรฐานสากล และเปนที่ยอมรับในนานา ประเทศ 6.6 แผนยทุ ธศาสตรค วามซ่ือตรงแหง ชาติ แผนยทุ ธศาสตรค วามซอื่ ตรงแหง ชาติ ประกอบดวย 9 ยทุ ธศาสตร ดงั น้ี ยทุ ธศาสตรท่ี 1 การเพมิ่ คุณภาพและศกั ยภาพของคนในสังคม ยทุ ธศาสตรที่ 2 การเสรมิ สรางความซอื่ ตรงในสถาบนั การศกึ ษา ยุทธศาสตรท ่ี 3 การเสริมสรางความเขมแขง็ ของสถาบนั ครอบครัว ยุทธศาสตรท ี่ 4 การเสรมิ สรางความเขมแข็งของสถาบนั ศาสนา ยุทธศาสตรท่ี 5 การเสริมสรางความเขมแขง็ ของสถาบนั การเมอื งการปกครอง ยุทธศาสตรท่ี 6 การเสรมิ สรางความซอื่ ตรงในภาคธุรกจิ เอกชน ยทุ ธศาสตรท ่ี 7 การเสรมิ สรางจริยธรรมของสถาบนั ส่อื สารมวลชน ยุทธศาสตรที่ 8 การบริหารจัดการใหเกิดการเปล่ียนแปลง ยทุ ธศาสตรท ี่ 9 การเพมิ่ บทบาทภาคีเครือขายและพฒั นากลไกทางสังคม เพือ่ เสริมสรางความซื่อตรง   145  

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสรมิ สรางความซือ่ ตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศนู ยส งเสริมและพัฒนาพลังแผนดนิ เชงิ คุณธรรม แผนผังแสดงการดําเนินการตามแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติ ซึ่งตองนําไป เปนวาระแหงชาติ และมีมาตรการในการดําเนินงานในทุกภาคสวน โดยจัดทําเปนแผนปฏิบัติ การทเี่ หมาะสมกบั แตล ะยทุ ธศาสตร อันประกอบดวยการเพ่ิมคุณภาพและศักยภาพของคนใน สังคม การเสริมสรางความซื่อตรงในสถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว สถาบันการเมือง ภาคธุรกิจเอกชน สื่อสารมวลชน ตลอดจนมีการบริหารจัดการที่นํามาสูการเปลี่ยนแปลง และ การสรา งภาคเี ครือขาย แผนความซื่อตรงแหงชาต ิ วาระแหง ชาติ  มาตรการและแนวทางในการดาํ เนินการ  แผนปฏิบตั ิการ สังคม สถาบัน ธุรกิจ การบริหาร ครอบครวั เอกชน จดั การ สถาบัน สถาบนั สื่อมวลชน ภาคี การศกึ ษา การเมอื ง เครือขา ย ภาพ 6.1 แผนผงั การดาํ เนินการตามแผนยุทธศาสตรค วามซ่ือตรงแหงชาติ 146    

  สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสรมิ สรา งความซ่อื ตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ  แ ละพัฒนาพลังแผนดินเชงิ คณุ ธรรม ตาราง 6.1 แผนยทุ ธศาสตร ประเด็น วตั ถุประสงค กลยุทธ มาตรการ ยุทธศาสตร 1) พัฒนาจิตใจ 1) เพ่อื ใหมี ใหมีคุณธรรม 1.1) สง เสรมิ กิจกรรมสาธารณประโยชน เพื่อก 1. การเพิ่ม จติ สํานึกและ จรยิ ธรรม ใหค นทุกวยั มสี วนรว มในการประสานประโยชน คุณภาพและ คานยิ มแหงความ สวนรวม ศักยภาพ ซ่อื ตรง 2) สรางโอกาส 1.2) จดั การศกึ ษาทั้งในระบบและนอกระบบโ ของคน 2) เพื่อสราง การเรียนรู คูค ุณธรรม ในสงั คม ความตระหนักรู ตลอดชวี ิต 1.3) พฒั นากระบวนการเรียนการสอน ควบค มคี วามเขาใจและ ทุกชว งวยั ท่ี ครตู นแบบใหเ ปนตวั อยา งทด่ี ี เพื่อบมเพาะควา ยึดถือปฏิบตั ิใน สอดคลองกับ เยาวชน เรอื่ งความซื่อตรง วถิ ชี ีวิตของ อยูใ นตนเอง แตละทอ งถนิ่ 2.1) พฒั นาแหลง เรียนรูเ ชงิ วฒั นธรรมและภมู 3) รกั ษาและ ทอ งถ่นิ รวมทงั้ การแลกเปลย่ี นวฒั นธรรม ฟนฟคู านิยมและ 2.2) สง เสรมิ ใหผ ูรูแ ละปราชญทองถน่ิ ถายทอ วฒั นธรรมที่ดี ภมู ปิ ญ ญา คุณคาเดิมสูคนรุนใหม งามของไทย 2.3) พฒั นาคนใหเ หมาะสมตามวยั ทั้งสตปิ ญ และจติ ใจ 2.4) เพิ่มทกั ษะความรูความสามารถทั้งระดบั พ วิชาชพี เพ่ือสรางความม่ันคงในอาชีพและการม 2.5) รักษาและฟน ฟศู ิลปวฒั นธรรมท่ีดงี ามขอ 2.6) จัดทําหลักสูตรเพื่อพฒั นาทกั ษะของบิดา สําหรบั กลอมเกลาบตุ รหลานใหเปนคนซื่อตรง    

   รความซื่อตรงแหง ชาติ กระตนุ ตัวชว้ี ัดผลสาํ เร็จ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคกร นเ พื่อสังคม 1) ประชาชน ผูรับผดิ ชอบ 1) คนในสังคมมจี ิตสํานึกและ ทั่วไป โดยใชความรู ตระหนกั รูแ ละยึดถือปฏิบตั ิตาม 2) ภาคประชา 1) สถาบนั ครอบครวั แนวทางความซ่ือตรง สงั คม 2) สถาบนั การศกึ ษา คูกับการสราง 2) มีองคความรูเชงิ วัฒนธรรม 3) สถาบันศาสนา ามดงี ามแก และภูมปิ ญ ญาทองถ่นิ 1) ประชาชน 4) สถาบันการเมืองการ 3) มผี ูทาํ กจิ กรรมเพอ่ื สาธารณะ ทว่ั ไป ปกครอง มิปญญา ประโยชนม ากขึ้น 5) สถาบันสอ่ื สารมวลชน 6) องคกรธรุ กจิ เอกชน อดความรู 1) มฐี านขอมูลแหลง เรียนรูเชงิ 7) องคกรพฒั นาเอกชน วฒั นธรรมมากขึ้น ภาคประชาสงั คมและชมุ ชน ญญา อารมณ 2) ประชาชนมกี ารพฒั นาทาง 8) กระทรวงวัฒนธรรม อารมณใ นระดับดสี มวัย 9) สื่อมวลชน พื้นฐานและ 3) ประชาชนมีสัมมา มีงานทํา อาชีพถวนหนา 1) กระทรวงวัฒนธรรม องไทย 4) วฒั นธรรมที่ดงี ามไดร ับการ ามารดา ฟน ฟูและถายทอดสคู นรนุ ตอไป 2) สถาบัน การศึกษา ง 5) มหี ลักเกณฑในการพฒั นา ทกั ษะและมีผเู ขารบั การอบรม 3) ภาคประชาสังคม 6) เยาวชนไทยมีความซ่ือตรง 4) องคกรปกครองสวนทองถิน่ 5) กระทรวงพัฒนาสงั คมและ ความมน่ั คงของมนษุ ย 147

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรางความซ่ือตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศูนยส งเสรมิ และพัฒนาพลงั แผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม ประเดน็ วัตถปุ ระสงค กลยุทธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 3) สรา ง 1) เพื่อใหมี องคความรู 3.1) รวบรวมถอดบทเรียนคนดีทหี่ ลากหลายส 1. การเพ่ิม จติ สํานึกและ ในทกุ ระดบั ของสงั คม และจดั ทําเปน ฐานขอมลู คุณภาพและ คา นิยมแหงความ 4) เสริมสรา ง เผยแพรส สู าธารณะ ศักยภาพ ซือ่ ตรง ใหผนู ําใน 3.2) สง เสริมกระบวนการประชาธปิ ไตยแบบม ของคน 2) เพ่ือสราง สถาบันหลกั ทุกองคก รทีห่ ลากหลายสาขาอาชีพในทกุ ระดับ ในสังคม ความตระหนกั รู ของสังคม มีความเขา ใจและ สามารถเปน 4.1) ยกยอ ง เชิดชู ผูนําทุกระดับในสถาบันหล ยดึ ถือปฏิบตั ิใน แบบอยางดา น ทเ่ี ปนทย่ี อมรบั ของสมาชกิ ในสถาบันหลักนนั้ ๆ เรือ่ งความซื่อตรง ความซือ่ ตรง 4.2) ใชก ระบวนการทางสังคมกดดนั ผูน าํ ทป่ี ร อยใู นตนเอง มิชอบ ไมโปรง ใส ไมซ อ่ื สัตยซื่อตรง 3) รกั ษาและ ฟน ฟูคานิยม และวฒั นธรรม ทดี่ ีงามของไทย 148    

สาขาอาชพี ตัวชีว้ ดั ผลสําเร็จ กลมุ เปาหมาย หนวยงาน/องคก ร ลเพอ่ื 1) ประชาชน ผรู บั ผิดชอบ 1) มฐี านขอมูลคนดีทมี่ ีการ ทวั่ ไป มีสวนรว มใน เผยแพรสสู าธารณะ 1) รฐั บาล บของสังคม 2) ประชาชนมวี ฒั นธรรม 1) ประชาชน 2) กระทรวงวัฒนธรรม ประชาธปิ ไตยทั้งสาํ นึกและ ทว่ั ไป 3) ส่ือมวลชน พฤติกรรม 2) ภาคประชา 4) ภาคประชาสังคม สังคม 5) องคกรปกครองสวนทองถิ่น ลักของสังคม 1) มกี ารยกยองเชดิ ชคู นดีใน 3) หนว ยงาน ๆ หนวยงานตา งๆ รฐั 1) รฐั บาล 4) ภาคเอกชน 2) ภาคประชาสังคม ระพฤติ 2) มีชุมชนท่ีกําหนดมาตรการ 5) องคกร 3) องคกรพฒั นาเอกชน ทางสงั คมเพอ่ื ปองกนั การ ปกครองสวน 4) ภาคเอกชน ประพฤตมิ ชิ อบ ไมโ ปรงใส ทองถ่ิน 5) องคกรปกครองสวนทองถ่นิ และไมซ อ่ื สตั ย ซอ่ื ตรง

  สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่อื เสริมสรา งความซื่อตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศูนยสงเสริม แ ละพัฒนาพลังแผน ดินเชงิ คณุ ธรรม ประเด็น วตั ถุประสงค กลยุทธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 1) เพอ่ื ใหเด็กและ 1) จัดการศึกษา 1.1) กําหนดสาระเรื่องความซ่ือตรงไวเปน 2. การ เยาวชนมีความรู ในระบบและนอก หนงึ่ ของหลกั สตู รในทุกระดับการศกึ ษา เสริมสราง ความเขาใจและ ระบบรวมทัง้ 1.2) สรา งแรงจูงใจโดยการสนับสนุน ความซือ่ ตรง ตระหนกั ในคณุ คา การศึกษาตาม งบประมาณในการสรางนวตั กรรมดานคว ในสถาบัน และมีคานยิ ม อธั ยาศัยโดยใช ซอ่ื ตรงแกเดก็ และเยาวชน การศึกษา ความซ่ือตรงใน ความรูคูค ุณธรรม 1.3) สงเสริมการเรยี นรเู พอ่ื การรูเ ทา ทัน ตนเอง ตอ การเปลี่ยนแปลงของสงั คมทั้งภายในแ 2) จดั การความรู ภายนอกประเทศผานกิจกรรมการเรียนกา 2) เพ่อื ใหเด็กและ “ความซ่ือตรง” สอนหรือการเรียนรผู านกิจกรรมรว มกับช เยาวชน มีความ ของคนตน แบบ 1.4) สง เสริมใหมีเยาวชนคนตนแบบควบ ตระหนักและรูเ ทา เพื่อเผยแพร กับครูตน แบบ ทันการ สอื่ สาธารณะ 1.5) ถอดบทเรียนคนตน แบบและครูตน แ เปล่ยี นแปลง เพื่อใชเผยแพรสูสาธารณะและนําไปสกู าร ยกยองเชิดชู    

   นสว น ตัวชี้วัดผลสาํ เร็จ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคก ร ผรู บั ผิดชอบ วาม 1) มีสาระ “ความซอื่ ตรง” อยใู น 1) สถาบนั หลกั สตู รทุกระดับการศกึ ษา การศึกษาใน 1) กระทรวง และ 2) มกี ารสนบั สนนุ งบประมาณเพอื่ การ ระบบทุกระดับ ศกึ ษาธิการ าร ดําเนนิ กจิ กรรมดา นความซอ่ื ตรงในกลมุ 2) แหลง 2) องคกรชุมชน เยาวชนจากหนวยงานตางๆ และมี เรยี นร/ู สถาบัน 3) องคกรปกครอง ชมุ ชน นวตั กรรม “ความซอ่ื ตรง”ของเดก็ และ การศึกษาตาม สวนทอ งถนิ่ บคู เยาวชน อัธยาศยั แบบ 3) มีกิจกรรมการเรยี นการสอน เพ่อื 3) ชมุ ชน/ ร สงเสริมเร่อื งความซ่ือตรงรว มกับชุมชน ทอ งถ่นิ และเยาวชนมคี วามสามารถในการ ปรบั ตวั ตอ สถานการณป ญ หา 4) มีฐานขอมูลเยาวชนตนแบบและ ครูตน แบบเรือ่ งความซือ่ ตรง 5) มีชดุ ความรู “ความซื่อตรง” 149

สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซื่อตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศนู ยสง เสรมิ และพัฒนาพลังแผน ดินเชงิ คณุ ธรรม ประเดน็ วัตถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ ยุทธศาสตร 1) เพื่อใหส ถาบัน 1) เพื่อเสริมสราง 1.1) สงเสริมใหค รอบครวั ใชเ วลาทมี่ 3. การเสริม ครอบครัวมีบทบาท ปฏิสมั พันธข องคน รว มกนั เพ่ือปลูกฝง จิตสาํ นึกและคา นยิ สรางความ ในการบมเพาะ/ขัด ตางวัยในครอบครัว ความซือ่ ตรงกับสมาชิกในครอบครวั เขม แข็ง เกลาความประพฤติ เพ่ือเปน การกลอม ของสถาบัน อนั ดงี ามและความ เกลาจิตใจใหเ ปน 1.2) พฒั นากิจกรรมทีค่ รอบครัวในช ครอบครวั ซ่อื ตรงใหแกสมาชกิ คนมวี นิ ัย ซอื่ สัตย โอกาสเขา รวมและแลกเปลย่ี นประสบก ในครอบครวั กตัญู เอ้ืออาทร อยา งตอเนอ่ื ง 2) เพื่อใหส มาชิกใน และมีความ ครอบครวั มีการ รับผดิ ชอบตอ สังคม 1.3) ยกยอง เชิดชู ดูแลบุคคลและ ดํารงชีวิตบนพืน้ ฐาน ครอบครัวตัวอยางในชุมชน และเผยแ ของความพอเพียง สาธารณะ 2) สรา งภูมคิ ุมกัน 2.1) สรา งความรคู วามเขาใจในแนวท ในการดํารงชวี ิตบน เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พื้นฐานของความ พระเจาอยูหวั พอเหมาะพอควร รจู กั ประหยัด อด 2.2) สงเสริมใหจ ัดทําบัญชคี รัวเรอื น ออม และมีวนิ ัยใน (ใชจ า ยอยางมีสติ) การใชจา ย 2.3) สงเสรมิ การออม (ออมเงนิ ออ ออมคน ออมทรัพยากร ธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอ ม) 150    

มคี ุณคา ตวั ชว้ี ดั ผลสาํ เร็จ กลมุ เปา หมาย หนว ยงาน/องคกร ยมแหง 1) ครอบครวั ผูรับผดิ ชอบ ชุมชนมี 1) ครอบครวั มีความสขุ และลดปญหา 2) ชมุ ชน/ทองถนิ่ การณ ความขัดแยง ภายในครอบครัว 1) กระทรวงพัฒนาสงั คม 2) เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมท่ี 1) ครอบครัว และความม่นั คงของมนุษย แพรส ู เหมาะสม 2) กระทรวงวัฒนธรรม 3) มีทําเนียบบุคคลตวั อยางและ 3) องคกรปกครองสว น ทาง ครอบครัวตัวอยางในชุมชน ทองถนิ่ จ 4) กรมการพฒั นาชมุ ชน 1) สมาชิกในครอบครวั รูและเขา ใจ กระทรวงมหาดไทย อมใจ แนวทางเศรษฐกิจพอเพยี งและนาํ ไป 5) ภาคประชาสังคม ะ ปฏิบัติไดจ ริง 6) องคกรพัฒนาเอกชน 2) มีการทําบญั ชคี รวั เรอื นในชุมชน 7) สอ่ื สารมวลชน ตา งๆ 3) มีการออมในครอบครัว 1) กระทรวงพัฒนาสงั คม และความม่ันคงของมนุษย 2) องคกรปกครองสว น ทองถิ่น

  สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสริมสรา งความซื่อตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศูนยส ง เสริม แ ละพัฒนาพลงั แผน ดินเชงิ คุณธรรม ประเด็น วตั ถปุ ระสงค กลยุทธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 1) เพอ่ื ใหส ถาบัน 3) เสรมิ สรางความ 3.1) สงเสรมิ การเรยี นรรู ว มกันในครอ 3. การเสรมิ ครอบครัวมีบทบาท เขม แขง็ ในการดูแล โดยการพัฒนาทักษะการอยรู วมกนั ก สรา งความ ในการบมเพาะ/ สมาชกิ ใน ฟงความคดิ เห็นของสมาชิกในครอบค เขมแข็ง ขัดเกลาความ ครอบครัวและการ การเรียนรพู ัฒนาการตามวัย ของสถาบัน ประพฤติอนั ดงี าม จัดการปญหาตางๆ ครอบครวั และความซ่ือตรง รวมกัน 3.2) พัฒนาศักยภาพกลุม ใหแ กสมาชกิ ใน ผูประสบปญหา เชน มีศนู ยให ครอบครวั คาํ ปรกึ ษาหารือเก่ยี วกับปญ หาครอบค รปู แบบตางๆ ท้ังในระดบั ชุมชน ทองถ 2) เพ่อื ใหสมาชิกใน สวนกลาง ครอบครัวมีการ ดาํ รงชวี ติ บนพืน้ ฐาน ของความพอเพียง    

   ตัวชว้ี ดั ผลสาํ เรจ็ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคก ร 1) ครอบครัว ผูร บั ผดิ ชอบ อบครวั 1) มกี ิจกรรมการเรยี นรูรว มกนั ใน การรับ ชมุ ชน 1) ครอบครัว 1) กระทรวงพัฒนาสงั คม ครัว และความมั่นคงของมนษุ ย 2) องคกรปกครองสวน 1) มีผูร ูจักและมาใชบริการศูนย ทองถ่ิน ครวั ใน 1) กระทรวงพัฒนาสงั คม ถิน่ และ และความมน่ั คงของมนุษย 2) องคกรปกครองสว น ทองถิ่น 151

สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพือ่ เสรมิ สรา งความซื่อตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศูนยสงเสรมิ และพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชงิ คุณธรรม ประเดน็ วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ ยุทธศาสตร 1.1) สงเสรมิ การแลกเปลี่ยน 1) เพ่ือใหศาสนา 1) เพ่อื ใหเกดิ การ เรียนรแู กน แทข องแตล ะศาสนาท่ี 1) 4. การเสริม แตล ะศาสนา เรยี นรเู รอ่ื งความ หลากหลายในสงั คมนน้ั ๆ และ สรา งความ สามารถเปน ซอ่ื ตรงบนพ้ืนฐาน รบั ก เขมแข็ง เครื่องยึดเหน่ยี ว ของแกน แกนของ 1.2) สงเสริมการเชอื่ มโยง ของสถาบัน จิตใจและเปน แตละศาสนา และ กิจกรรมระหวา งสถาบันศาสนา 1) ศาสนา แนวทางของคน สามารถนํามา สถาบนั การศึกษา สถาบัน “บา ในสังคม ปฏิบตั ิไดจรงิ ใน ครอบครวั และชุมชน ชวี ติ ประจําวนั 1.3) สง เสริมการใชแ กนแทของ 1) ศาสนาในการเรียนรเู พ่อื การ ในก ปรบั ตัวเพอ่ื รับสภาพความ เปลยี่ นแปลง 152    

ตวั ชีว้ ดั ผลสําเรจ็ กลมุ เปาหมาย หนวยงาน/องคก รผูร ับผดิ ชอบ สมาชิกในสงั คมมีความสามารถ 1) สถาบนั และบุคลากร 1) กรมการศาสนา กระทรวง ะฉลาดทางอารมณในการปรับตัว ทางศาสนาทุกศาสนา วัฒนธรรม กับสถานการณปญหา 2) สถาบนั การศึกษา 2) องคกรปกครองสว นทองถิน่ 3) ชุมชน/ทองถ่ิน 3) สถาบันการศึกษา 4) ผูนาํ ศาสนา มีกิจกรรมรว มระหวางชุมชน 1) สถาบันและบุคลากร 5) สถาบนั ศาสนาตา งๆ าน วดั โรงเรียน” ทางศาสนาทุกศาสนา 2) สถาบันการศกึ ษา 1) กรมการศาสนา กระทรวง 3) ชมุ ชน/ทอ งถนิ่ วฒั นธรรม 2) องคกรปกครองสว นทอ งถ่ิน ประชาชนสามารถใชหลักศาสนา 1) สถาบนั และบุคลากร 3) สถาบนั การศกึ ษา การปฏิบตั ติ วั ใหมคี วามซ่ือตรงได ทางศาสนาทุกศาสนา 4) ผูนาํ ศาสนา 2) สถาบันการศึกษา 5) สถาบันศาสนาตา งๆ 3) ชมุ ชน/ทองถิ่น 1) กรมการศาสนา กระทรวง วัฒนธรรม 2) องคกรปกครองสวนทองถิน่ 3) สถาบนั การศึกษา 4) ผูนาํ ศาสนา 5) สถาบนั ศาสนาตา งๆ

  สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสริมสรา งความซื่อตรงในสงั คมไทย   เสนอ : ศูนยสงเสรมิ  แ ละพัฒนาพลังแผนดนิ เชิงคุณธรรม ประเดน็ วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยุทธศาสตร ล 1) เพอ่ื ให 1) สง เสริมใหเกดิ 1.1) สงเสรมิ การบริหารจดั การ 2 5. การเสรมิ สถาบันการเมือง ธรรมาภิบาลในการ บา นเมืองท่ีโปรง ใส ตรวจสอบได ต สรา งความ การปกครอง บรหิ ารจัดการ มปี ระสทิ ธิภาพ และประสิทธิผล เขม แขง็ ไดร บั ความ บา นเมืองทุกระดบั 1 ของสถาบัน เชอ่ื ถือจากสงั คม ก การเมอื ง 2) เพอ่ื ให การปกครอง สถาบนั การเมอื ง 1 การปกครอง ข มีบทบาทนาํ 1.2) สง เสริมการมีสวนรวมของ ป ในการเสริมสรา ง ประชาชนในการบรหิ ารกิจการ 2 ประชาธปิ ไตย บานเมืองทุกระดบั เ แบบมสี ว นรว ม 1 2) การพัฒนากลไก 2.1) สรา งเครือขา ยการเรียนรู ค ทางการเมืองทเ่ี ออ้ื ทางสังคมที่เนนการเรียนรทู าง เ ตอการเสรมิ สราง การเมอื งการปกครองในระบอบ ต ความซอ่ื ตรง ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ  ทรงเปน พระประมขุ 2.2) สงเสรมิ ใหมศี นู ยประสานงาน เครือขายความซ่ือตรงเพอ่ื ทาํ หนาที่ ตรวจสอบการทํางานของบานเมือง    

   ตวั ชี้วดั ผลสาํ เร็จ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคกร 1) ขอ รองเรยี นเร่ืองทุจรติ คอรัปชั่น ผูรับผิดชอบ ลดลง 1) นกั การเมืองทุกระดับ 2) ความพงึ พอใจของประชาชน 2) ชมุ ชน/ทองถ่ิน 1) ศูนยประสานงานเครอื ขาย ตอ การใหบริการของรฐั มีมากขึ้น 3) ภาคประชาสังคม ความซอื่ ตรง 4) องคกรธุรกจิ เอกชน 2) ส่อื สารมวลชน 1) ประชาชนมีสวนรวมในทาง 3) ภาคประชาสังคม การเมืองมากขน้ึ 1) นกั การเมืองทุกระดับ 4) องคกรธุรกิจเอกชน 2) ชุมชน/ทองถน่ิ 1) ประชาชนรับรูถงึ สิทธิและหนา ที่ 3) ภาคประชาสังคม 1) ศนู ยป ระสานงานเครอื ขาย ของตนและยึดมั่นในกระบวน 4) องคกรธุรกิจเอกชน ความซื่อตรง ประชาธปิ ไตย 2) สอ่ื สารมวลชน 2) เกิดความรว มมอื ในการ 1) นักการเมืองทุกระดับ 3) ภาคประชาสังคม เฝาระวังทางสงั คม 2) ชุมชน/ทอ งถ่ิน 4) องคกรธรุ กจิ เอกชน 3) ภาคประชาสังคม 1) มศี ูนยประสานงานเครอื ขา ย 4) องคกรธรุ กิจเอกชน 1) ศูนยป ระสานงานเครอื ขาย ความซื่อตรงและมกี ิจกรรมในการ ความซ่ือตรง เสริมสรา งความซือ่ ตรงตลอดจน 1) นักการเมืองทกุ ระดบั 2) ส่ือสารมวลชน ตรวจสอบนักการเมอื ง 2) ชมุ ชน/ทองถิน่ 3) ภาคประชาสังคม 3) ภาคประชาสังคม 4) องคกรธุรกิจเอกชน 4) องคกรธุรกิจเอกชน 1) ศูนยป ระสานงานเครือขาย ความซอื่ ตรง 2) ส่อื สารมวลชน 3) ภาคประชาสังคม 4) องคกรธรุ กิจเอกชน 153

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรา งความซือ่ ตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศูนยสงเสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดินเชงิ คุณธรรม ประเดน็ วตั ถุประสงค กลยุทธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร ใ 1) เพือ่ ให 2) การพัฒนากลไก 2.3) สงเสรมิ ใหประชาชนทกุ ภาค 5. การเสริม สถาบันการเมือง ทางการเมืองท่เี อ้อื สว นในสังคม รับรู เขาใจ ในสิทธแิ ละ สรางความ การปกครอง ตอการเสรมิ สราง หนา ทีข่ องตนเอง ตามระบอบ เขมแข็ง ไดร ับความ ความซอื่ ตรง ประชาธิปไตย ของสถาบัน เช่อื ถอื จากสังคม การเมือง 2) เพ่อื ให การปกครอง สถาบนั การเมือง การปกครอง มบี ทบาทนํา 2.4) ปรับปรุงระบบกฎหมายที่ 1 ในการเสรมิ สรา ง ลาสมยั ไมเอ้ือและไมสอดคลองตอ เ ประชาธปิ ไตย การเปล่ียนแปลง ใ แบบมีสว นรวม 2.5) พฒั นาระบบภาษี และจัดใหมี 1 3) เสริมสรา งความ กองทนุ สนับสนุน เพอ่ื สรางแรงจงู ใจ เ ซ่ือตรงในระบบ ใหทาํ ความดี เลอื กตง้ั 1 3.1) สรา งความเขมแข็งให อ คณะกรรมการการเลอื กตั้ง 2 เพอ่ื ใหสามารถทํางานตามหนาที่ 3 ไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพและ ก ประสิทธผิ ล 1 3.2) สรา งหลกั ประกันความอสิ ระใน เ การปฏิบัตหิ นา ที่ของคณะกรรมการ การเลือกตงั้ 154    

ตัวช้ีวดั ผลสําเร็จ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคก ร 1) ประชาชนมคี วามรู ความเขาใจ 1) นกั การเมืองทกุ ระดับ ผรู ับผิดชอบ ในสทิ ธแิ ละหนาทข่ี องตน 2) ชมุ ชน/ทองถิ่น 3) ภาคประชาสังคม 1) ศนู ยประสานงานเครอื ขาย 1) มีกฎหมายที่เหมาะสมตอการ 4) องคกรธรุ กจิ เอกชน ความซอื่ ตรง เสริมสรางความซอ่ื ตรงและบังคับ 2) สอ่ื สารมวลชน ใชไดจรงิ 1) ประชาชนทว่ั ไป 3) ภาคประชาสังคม 4) องคกรธุรกจิ เอกชน 1) มีระบบภาษี และกองสนบั สนุน 1) ประชาชนทว่ั ไป 5) สถาบนั พระปกเกลา เพ่ือสรางแรงจงู ใจใหทําความดี 1) คณะกรรมการปฏริ ูป กฎหมาย 2) รัฐบาล 3) สส. สว. 1) รัฐบาล 1) คณะกรรมการการเลอื กตง้ั ทํางาน 1) คณะกรรมการ 1) ผูบ รหิ ารของคณะกรรมการ อยา งมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล การเลือกต้งั ทุกระดับ การเลือกตัง้ 2) มขี อรอ งเรยี นนอ ยลง 3) ความเชือ่ มน่ั ตอคณะกรรมการ 1) ฝา ยบรหิ าร 1) ฝา ยบรหิ ารและ การเลือกต้ังมีมากขึน้ 2) พรรคการเมือง พรรคการเมือง 3) ประชาชน ผูมสี ิทธิ 1) คณะกรรมการการเลือกตัง้ เลอื กตั้ง เปน อิสระอยางแทจรงิ

  สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสริมสรางความซอื่ ตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยส ง เสริม แ ละพัฒนาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม ประเดน็ วัตถุประสงค กลยุทธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร ต 1) เพือ่ ให 3) เสริมสรางความ 3.3) สรางเครือขายภาคประชาชน ท 5. การเสรมิ สถาบันการเมอื ง ซ่อื ตรงในระบบ ทําหนาท่ใี นการตรวจสอบการ สรางความ การปกครอง เลอื กตัง้ เลอื กต้งั 1 เขมแข็ง ไดร ับความ ค ของสถาบนั เชอ่ื ถือจากสังคม 3.4) เสริมสรางพนั ธะสญั ญาของ 2 การเมอื ง คณะกรรมการการเลือกต้งั ในทุก ค การปกครอง 2) เพื่อให ระดับใหป ฏบิ ัติหนา ทอี่ ยางเปน อสิ ระ สถาบันการเมือง เปนกลาง เปน ธรรม และมี 1 การปกครอง ประสิทธิภาพ เ มบี ทบาทนาํ ในการเสริมสรา ง 3.5) ติดตามและสรางหลักประกัน ประชาธปิ ไตย วาผสู มัครเขา รับการเลือกตัง้ ทุกคน แบบมสี ว นรวม ดาํ เนนิ การตามมาตรฐานจริยธรรม ในการเลือกตง้ั 3.6) ใหจ ัดพมิ พแ ละเผยแพร 1 มาตรฐานจริยธรรมในการเลือกตั้ง ม สสู าธารณชนผานทางสอื่ มวลชน ทุกแขนง    

   ตวั ชีว้ ัดผลสําเร็จ กลมุ เปา หมาย หนวยงาน/องคก ร ผรู บั ผิดชอบ 1) มเี ครือขายภาคประชาชนในการ 1) ภาคประชาสังคม ตรวจสอบการเลือกตงั้ ท่ีครอบคลุม 2) องคกรพฒั นาเอกชน 1) คณะกรรมการการเลือกต้งั ทกุ จงั หวดั 3) ส่อื มวลชนทุกแขนง 2) สือ่ มวลชน 3) ภาคประชาสังคม 1) ความเชอื่ ม่ันของประชาชนตอ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมากขึน้ 1) ผบู รหิ ารและ 1) ผบู ริหารของ กกต. 2) ขอ เรียกรองในการทํางานของ เจา หนา ทขี่ อง กกต. คณะกรรมการการเลอื กตง้ั มลี ดลง 1) ผสู มคั รท่ถี ูกลงโทษจากการทุจริต 1) ผูสมคั รรบั เลือกต้งั 1) คณะกรรมการการเลอื กต้งั เลอื กตง้ั มลี ดลง 2) ตาํ รวจ 2) พรรคการเมือง 3) เครอื ขายประชาชนตดิ ตาม ทุกพรรค การเลือกตงั้ 1) สาธารณะชนมีความรูเรื่อง 1) สาธารณชน 1) คณะกรรมการการเลือกตัง้ มาตรฐานจริยธรรม ในการเลือกตง้ั 2) ส่อื มวลชน 2) สื่อมวลชน และ พรรคการเมอื ง 155

สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสริมสรางความซ่ือตรงในสงั คมไทย       เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ และพัฒนาพลงั แผนดินเชิงคณุ ธรรม ประเดน็ วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร 4.1) ดําเนนิ โครงการทีใ่ หการศึกษา ก 1) เพอื่ ให 4) เสรมิ สราง กบั ผูนํา นักการเมอื ง และ 5. การเสรมิ สถาบันการเมอื ง ภาพลักษณทาง สาธารณชนถงึ พิษภยั ของการทุจริต 1 สรางความ การปกครอง การเมอื ง โดยการ ในทางการเมือง ร เขมแข็ง ไดรับความ พฒั นาความซ่ือตรง 4.2) มคี ูมือใหความรูเ ร่ืองการทจุ ริต ของสถาบนั เช่อื ถอื จากสังคม ใหเกดิ ขน้ึ ใน ในทางการเมือง 1 การเมือง วัฒนธรรมทาง ต การปกครอง 2) เพอื่ ให การเมือง 4.3) สรา งกฎ ระเบียบภายในพรรค ด สถาบันการเมือง การเมืองเพ่ือปอ งกนั มใิ หส มาชิก การปกครอง พรรคเขาไปเก่ยี วขอ งกบั การทจุ ริต มีบทบาทนาํ ในการเสริมสราง ประชาธิปไตย แบบมสี ว นรวม 4.4) มั่นใจไดว าเกณฑใ นการ 1 คัดเลอื กคณุ สมบตั ิของผสู มัครรับ เลอื กต้ัง คอื คนท่ซี อ่ื สัตย สุจรติ มีประสิทธิภาพ และไวว างใจได 156    

ตวั ชว้ี ดั ผลสําเรจ็ กลุมเปา หมาย หนว ยงาน/องคกร 1) นักการเมืองทกุ คน ผูรบั ผิดชอบ 1) ความเชื่อมน่ั ตอสถาบนั การเมือง การปกครองดขี ึ้น 1) พรรคการเมือง 2) ประชาชน 1) ประชาชนมคี วามรูเ ร่ืองชนดิ และ 1) นักการเมืองทกุ คน 3) คณะกรรมการการเลือกตงั้ รปู แบบการทุจริตในทางการเมือง 1) คณะกรรมการการเลือกต้งั 1) ความเชอ่ื ม่ันของประชาชน 1) นักการเมืองทุกคน 2) คณะกรรมการวนิ ยั ของ ตอนักการเมืองและพรรคการเมือง พรรคการเมอื ง ดขี นึ้ 3) คณะกรรมาธกิ ารจริยธรรม ของรฐั สภา 1) ภาพลักษณข องนกั การเมืองดขี น้ึ 1) นักการเมืองทกุ คน 1) คณะกรรมการวนิ ัยของ พรรคการเมอื ง 1) ผูบ รหิ ารพรรคการเมอื ง

  สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสรมิ สรางความซ่ือตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยสงเสริม แ ละพัฒนาพลังแผนดนิ เชงิ คุณธรรม ประเด็น วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร ข 1) เพอ่ื ให 5) เสรมิ สราง 5.1) จดั ต้ังคณะกรรมการความ 5. การเสริม สถาบนั การเมือง ภาพลักษณและ ซ่อื ตรงของพรรคการเมืองทุกพรรค 1 สรางความ การปกครอง สํานึกรับผิดชอบ ม เขม แข็ง ไดร บั ความ ของพรรคการเมือง 5.2) ใหพรรคการเมืองทกุ พรรค เ ของสถาบนั เชื่อถอื จากสงั คม และนักการเมอื ง มีคา นิยมรว ม เชน ความโปรง ใส ย การเมือง ตรงไปตรงมา รับผิดชอบ ไววางใจ การปกครอง 2) เพือ่ ให ได พรอมใหบริการ และยดึ มั่นใน 1 สถาบนั การเมือง พนั ธะสญั ญา โดยใหเปนทย่ี อมรับ 2 การปกครอง ของสมาชิกพรรคทุกคน มบี ทบาทนาํ 1 ในการเสริมสรา ง 5.3) จดั ทําหลักสูตรอบรมเพื่อ ต ประชาธปิ ไตย เสรมิ สรา งความเขาใจใหกบั ผนู ํา แบบมสี ว นรวม พรรคการเมือง สมาชกิ และผสู มคั ร ถงึ ความสําคัญของการยดึ มัน่ เรื่อง ความซ่อื ตรง 5.4) กําหนดกฎระเบยี บและกลไก ทเ่ี หมาะสมสําหรับจัดการกับความ ชว ยเหลือหรอื การสนับสนนุ ที่มีตอ พรรคการเมือง    

   กลมุ เปา หมาย หนว ยงาน/องคกร ผูรับผดิ ชอบ ตัวชี้วัดผลสาํ เรจ็ 1) พรรคการเมือง 1) มีคณะกรรมการความซ่ือตรง 2) สมาชิกพรรค 1) พรรคการเมือง ของพรรค การเมือง 1) ผบู รหิ ารพรรคการเมอื ง 1) มหี ลักฐานวา พรรคการเมอื ง 1) พรรคการเมือง 2) นายทะเบยี นพรรค มกี ารกําหนดคา นิยมรวมและ 2) สมาชิกพรรค การเมอื ง เผยแพรใหสมาชกิ พรรครบั รแู ละ การเมอื ง ยดึ ถือเปนแนวปฏบิ ัตริ วมกนั 1) ผูบริหารพรรคการเมอื ง 2) นายทะเบียนพรรค 1) มีหลกั สูตรอบรม 1) พรรคการเมือง การเมอื ง 2) มีผเู ขารบั การอบรม 2) สมาชิกพรรค 3) คณะกรรมการการเลอื กตง้ั การเมือง 1) ผูบรหิ ารพรรคการเมอื ง 1) มีกฎ ระเบียบ และมีการติดตาม 1) พรรคการเมือง 2) นายทะเบยี นพรรค ตรวจสอบ การเมอื ง 3) คณะกรรมการการเลือกต้งั 157

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศูนยสงเสริมและพัฒนาพลังแผน ดินเชงิ คณุ ธรรม ประเด็น วัตถุประสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร บ 1) เพอื่ ให 6) สงเสริมและ 6.1) กําหนดมาตรการหรือปรับ ท 5. การเสรมิ สถาบันการเมือง คงไวซง่ึ โครงการท่ี ประมวลจริยธรรมของฝายบรหิ าร สรา งความ การปกครอง เก่ียวของกับความ และของสมาชิกรัฐสภา เขม แขง็ ไดรบั ความ เปนธรรมทางสงั คม ของสถาบัน เช่อื ถอื จากสังคม เพื่อชว ยเสริมสราง 6.2) เสนอการบรู ณาการประมวล 1 การเมอื ง พนั ธะภาระและ จริยธรรมของสมาชกิ รัฐสภาท่ีรวม จ การปกครอง 2) เพ่อื ให ความเขาใจของ ทัศนคตขิ องการบรกิ ารประชาชน ใ สถาบันการเมอื ง สมาชกิ รัฐสภา และ และการปฏิบตั ิใหเปน วถิ ีชวี ติ ท การปกครอง นกั การเมือง ตอ รวมทัง้ การหลีกเลย่ี งการทจุ ริต ต มีบทบาทนาํ เรอ่ื งความซ่ือตรง การประพฤติมิชอบและการใชอ ํานาจ ป ในการเสริมสราง ตามบทบาทและ มิชอบ ตลอดจนสรา งความมน่ั ใจ ประชาธปิ ไตย ความรับผิดชอบ ไดว า สาธารณชนและสือ่ มวลชน 1 แบบมีสว นรวม ไดใหค วามสนใจเรื่องนี้ แ จ 6.3) สรางความมัน่ ใจไดว าสมาชกิ รฐั สภาทุกคนปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ 1 ของรฐั สภาไมวาในการอภปิ ราย อ ในสภาฯ และพฤติกรรม รวมถึง ยดึ ม่นั กับประมวลจริยธรรม 6.4) จัดพมิ พป ระมวลจรยิ ธรรม ในรปู แบบทอ่ี านงา ย จดั เก็บงาย แจกจายงา ย 158    

ตัวชว้ี ดั ผลสําเรจ็ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคก ร ผรู บั ผดิ ชอบ 1) มีประมวลจริยธรรมของฝาย 1) ฝา ยบรหิ ารและ บรหิ ารและสมาชกิ รัฐสภา ขาราชการ (สมาชกิ 1) รฐั มนตรี ทีม่ คี วามทนั สมัย รฐั สภา,ฝา ยนิติบญั ญัติ) 2) นายกรฐั มนตรี 3) รฐั สภา 1) สาระสาํ คัญของประมวล 1) ฝา ยบรหิ ารและ 4) สาํ นกั นายกรัฐมนตรี จริยธรรมไดครอบคลุมประเดน็ การ ขา ราชการ (สมาชกิ ใหบรกิ ารที่ดีแกประชาชน การไม รฐั สภา,ฝา ยนติ ิบญั ญตั ิ) 1) ประธานสภาผแู ทนราษฎร ทุจริตและความซ่ือตรง เปนตน 2) ประชาชน ตลอดจน มกี ารเผยแพรส ูภ าค 3) วฒุ สิ ภา ประชาชน 4) ผนู าํ ของฝายนิตบิ ัญญตั ิ 1) จํานวนสมาชิกสภาผูแ ทนราษฎร 1) สมาชิกรัฐสภา 1) ประธานสภาผูแทนราษฎร และสมาชกิ วุฒิสภาที่ทําผิดมาตรฐาน ท้ังหมด 2) ประธานวุฒิสภา จรยิ ธรรมลดลง 3) กรรมาธิการความซ่อื ตรง ของสภา 1) มเี อกสารประมวลจรยิ ธรรมท่ี 1) สมาชิกรฐั สภา อา นงายและแจกจายอยางท่ัวถงึ 2) ภาคประชาชน 1) รัฐสภา

  สถาบนั พระปกเกลา : การศึกษาเพอื่ เสรมิ สรา งความซอ่ื ตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศูนยส งเสรมิ  แ ละพฒั นาพลงั แผน ดินเชิงคุณธรรม ประเดน็ วตั ถุประสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยุทธศาสตร จ 1) เพือ่ ให 6) สง เสรมิ และ 6.5) กําหนดหลักสูตรเร่อื งคุณธรรม ส 5. การเสริม สถาบันการเมอื ง คงไวซงึ่ โครงการที่ จริยธรรมและความซอ่ื ตรงสําหรับ สรางความ การปกครอง เกย่ี วขอ งกับความ สมาชกิ รัฐสภาและจดั การอบรมเปน 1 เขม แข็ง ไดรบั ความ เปน ธรรมทางสงั คม ระยะ ข ของสถาบนั เช่อื ถอื จากสังคม เพ่ือชวยเสริมสราง ก การเมอื ง พันธะภาระและ 6.6) ขยายชองทางทสี่ าธารณชนจะ 2 การปกครอง 2) เพอ่ื ให ความเขาใจของ เขาถงึ ประเดน็ เร่อื งความซ่ือตรง เ สถาบนั การเมอื ง สมาชกิ รัฐสภา และ ในทางการเมืองและการบริหารโดย การปกครอง นักการเมอื ง ตอ ผา นสอื่ ตางๆ เชน หนังสอื พมิ พ มบี ทบาทนํา เร่อื งความซ่ือตรง และเว็ปไซต เปนตน ในการเสริมสรา ง ตามบทบาทและ ประชาธิปไตย ความรับผิดชอบ แบบมีสวนรว ม 6.7) พฒั นาเวป็ ไซตในเร่อื งความ 1 ซื่อตรง ศลี ธรรม และจรยิ ธรรม ค ตลอดจนประเด็นการเมือง จ 6.8) สรา งความมั่นใจวาผูบรหิ าร 1 พรรคการเมืองในทกุ ระดบั เขารวม ก รบั การอบรมเรื่องคุณธรรม 2 จรยิ ธรรม และความซื่อตรง เ ค    

   กลุมเปาหมาย หนว ยงาน/องคก ร 1) สมาชิกรัฐสภา ผูรบั ผดิ ชอบ ตัวชีว้ ดั ผลสําเร็จ 1) มหี ลกั สตู รเรื่องคณุ ธรรม 1) ศนู ยประสานงานเครือขาย จริยธรรมและความซอื่ ตรงสําหรับ ความซื่อตรง (ศูนยค ุณธรรม สมาชิกรัฐสภา และผูตรวจการแผน ดนิ ) ดว ยความรว มมือของรัฐสภา 1) มชี อ งทางการใหขอมูลและรับ 1) นกั การเมือง 2) คณะกรรมการการเลอื กต้งั ขอมลู จากประชาชนอยางทว่ั ถึงและ 1) สาธารณชน 3) ผูบรหิ ารพรรคการเมอื ง กวางขวาง 1) องคกรทุกแหง 2) ประชาชนมคี วามตระหนักใน 1) ทุกภาคสว น เรือ่ งความซื่อตรงทางการเมือง 1) รฐั สภา 1) มีเวป็ ไซตท่ใี หความรูในเรื่อง 1) นกั การเมือง ความซือ่ ตรง ศีลธรรม และ 2) สาธารณชน 1) คณะกรรมการการเลือกตงั้ จริยธรรม 2) ผบู ริหารพรรคการเมอื ง 1) ผูบ ริหารพรรค 1) มีผูเ ขารับการอบรมจากภาค การเมอื งในทุกระดับ การเมอื งทุกระดับ 2) ผเู ขารับการอบรมมีความรูความ เขา ใจเรื่องคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ความซ่ือตรง 159

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพื่อเสรมิ สรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ และพัฒนาพลังแผนดินเชงิ คณุ ธรรม ประเดน็ วัตถปุ ระสงค กลยุทธ มาตรการ 1 ยุทธศาสตร ข 1) เพือ่ ให 6) สง เสรมิ และ 6.9) กาํ หนดใหผสู มัครรับเลอื กตั้ง ช 5. การเสริม สถาบันการเมอื ง คงไวซ ึง่ โครงการท่ี เขา รับการอบรมในหลักสูตรเรื่อง สรางความ การปกครอง เก่ียวของกับความ คุณธรรม จริยธรรม และความ 1 เขม แข็ง ไดรับความ เปน ธรรมทางสังคม ซ่อื ตรงทกุ คนโดยเปนคณุ สมบัติ ข ของสถาบัน เชอื่ ถอื จากสงั คม เพื่อชว ยเสรมิ สราง พื้นฐาน 2 การเมือง พันธะภาระและ ร การปกครอง 2) เพ่อื ให ความเขาใจของ 6.10) สรางดชั นวี ัดพฤติกรรมของ 3 สถาบนั การเมือง สมาชกิ รฐั สภา และ นกั การเมอื งท่ไี ดร ับเลือกตงั้ และมี การปกครอง นกั การเมือง ตอ การนําไปวัดระดบั ความซอื่ ตรงอยาง มบี ทบาทนาํ เร่อื งความซื่อตรง ตอ เนือ่ ง ในการเสรมิ สราง ตามบทบาทและ ประชาธิปไตย ความรับผดิ ชอบ แบบมีสว นรว ม 160    

ตวั ชว้ี ัดผลสําเร็จ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคกร ผรู ับผดิ ชอบ 1) มกี ารกาํ หนดคณุ สมบัติพื้นฐาน 1) ผบู ริหารพรรค ของผูส มคั รรบั เลือกตั้งไวอ ยา ง การเมืองในทุกระดบั 1) คณะกรรมการการเลือกต้งั ชัดเจน 2) ผูบ ริหารพรรคการเมอื ง 1) มีดัชนีวดั พฤติกรรมความซ่ือตรง 1) สมาชิกรฐั สภาทุกคน 1) รัฐสภา ของสมาชิกรัฐสภา 2) มกี ารประเมินพฤติกรรมเปน ระยะ 3) เผยแพรสูสาธารณชน

  สถาบันพระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรางความซื่อตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยส ง เสริม แ ละพฒั นาพลังแผนดินเชิงคณุ ธรรม ประเด็น วัตถปุ ระสงค กลยุทธ มาตรการ 1 ยุทธศาสตร ห 1) เพอ่ื ให 7) เสรมิ สรา ง 7.1) เสริมสรา งกระบวนการ ส 5. การเสรมิ สถาบันการเมือง ความโปรง ใส ของการเปด เผยบัญชีทรัพยสิน สรางความ การปกครอง ปด หนทาง และ หนส้ี นิ ของสมาชิกรฐั สภาและ 1 เขม แข็ง ไดรับความ โอกาสในการทุจริต ฝายบริหารใหมีประสิทธผิ ลยิง่ ข้ึน ร ของสถาบนั เช่อื ถือจากสงั คม ประพฤตมิ ชิ อบ ท การเมือง และใชอ าํ นาจ 7.2) กําหนดกฎ ระเบียบและ บ การปกครอง 2) เพ่ือให โดยมชิ อบ มีกลไกในการทําใหสมาชิกรัฐสภา สถาบนั การเมอื ง นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี 1 การปกครอง ถกู ตรวจสอบไดโดยสมาชิกรฐั สภา ค มีบทบาทนํา ทัง้ หมดไดอยางมปี ระสิทธิภาพ ไ ในการเสริมสราง ประชาธิปไตย 7.3) เสริมสรา งประมวลจริยธรรม 1 แบบมสี ว นรวม ของคณะรฐั มนตรีใหม ปี ระสทิ ธิภาพ เ 2 7.4) บงั คบั ใชมาตรการ หามฝาย ก บรหิ ารเขาไปเกี่ยวของกับธุรกิจ (ทงั้ ทางตรงและทางออม) ใหม ี ประสทิ ธผิ ล    

   ตวั ชี้วดั ผลสาํ เรจ็ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคกร 1) สมาชิกรฐั สภาทกุ คน ผรู ับผดิ ชอบ 1) มกี ารเปดเผยบญั ชีทรัพยสนิ หนส้ี ินอยา งตรงไปตรงมา โดยไมม ี 1) คณะรฐั มนตรี สถติ ขิ องการละเลยการปฏิบตั ิ 2) รฐั สภา 1) มกี ฎระเบียบท่เี อ้ือใหส มาชิก 1) สมาชิกรัฐสภา 1) รัฐสภา รัฐสภาสามารถตรวจสอบบัญชี 2) ฝายบริหาร 2) คณะ ทรัพยสนิ ของฝา ยบริหารและฝายนติ ิ รฐั มนตรี บญั ญัติได 1) มีประมวลจริยธรรมของ 1) ฝายบริหาร 1) รฐั สภา คณะรฐั มนตรีที่นําไปปฏบิ ตั ิ 2) สมาชิกรัฐสภา 2) คณะรัฐมนตรี ไดจริง 1) คณะรฐั มนตรี 1) มมี าตรการหามฝายบริหารเขาไป 1) ฝายบริหาร เก่ียวของกับธุรกจิ 2) ไมม นี ักการเมอื งเขา ไปเกี่ยวของ กบั ธรุ กิจ 161

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพอ่ื เสรมิ สรา งความซ่อื ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศูนยสง เสริมและพฒั นาพลังแผน ดนิ เชงิ คณุ ธรรม ประเด็น วัตถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยุทธศาสตร บ 1) เพื่อลดการ 1) สง เสรมิ ใหเ กิด 1.1) สง เสรมิ ใหองคก รภาคธุรกิจ 2 6. การ ทจุ รติ คอรัปชน่ั ธรรมาภิบาลในการ เอกชนดาํ เนนิ กิจการโดยยึดหลกั ส เสรมิ สรา ง ระหวางภาค บริหารจัดการ บรรษัทภิบาล ม ความซ่ือตรง ราชการกับภาค องคกรภาคธรุ กิจ 1 ในภาคธุรกิจ ธรุ กิจเอกชน เอกชน 2.1) สรา งมาตรการจูงใจดว ยการ เ เอกชน 2) เพ่ือเปด ยกยองเชิดชอู งคก รธุรกิจเอกชน โอกาสใหองคกร 2) สงเสริมให ตนแบบ 1 ภาคธุรกิจเอกชน องคกรภาคธุรกิจ ธ สามารถ เอกชนดําเนนิ ธุรกจิ 2.2) สรา งมาตรการที่เอื้อใหองคกร มีสว นรวมในการ ดว ยความซื่อตรง ภาคธรุ กจิ เอกชนสามารถดําเนนิ ทําประโยชนเ พ่ือ รับผดิ ชอบตอ กจิ การดวยความซอ่ื ตรง สงั คมสว นรวม ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ ม 2.3) จัดทําทําเนยี บองคกรภาคธุรกิจ 1 เอกชนตน แบบ 162    

ตัวชี้วัดผลสําเรจ็ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคก ร 1) องคกรธุรกจิ เอกชน ผรู ับผดิ ชอบ 1) มอี งคกรภาคธรุ กิจเอกชนท่ีเปน 2) หนว ยงานราชการ บรรษัทภิบาลเพ่ิมมากขน้ึ ท่เี กย่ี วของ 1) องคกรธุรกิจเอกชน 2) บริษทั เอกชนมกี จิ กรรม 2) หนวยงานราชการ สรางสรรคเพื่อประโยชนข องสังคม 1)องคกรธรุ กิจเอกชน ทเี่ กี่ยวของ มากขึ้น 1) องคกรธุรกจิ เอกชน 1) มีธุรกิจเอกชนทไี่ ดร ับการยกยอง 2) หนว ยราชการทเ่ี กยี่ วของ เรื่องความซ่ือตรง 1) มกี ลไกในการเอือ้ ตอการดาํ เนนิ 1)องคกรธรุ กิจเอกชน 1) องคกรธุรกจิ เอกชน ธุรกิจดวยความซ่ือตรง 2) รฐั บาล 3) องคกรพฒั นาเอกชน 1) มีฐานขอมลู ภาคธุรกิจตนแบบ 1)องคก รธุรกจิ เอกชน 1) องคกรธรุ กจิ เอกชน 2) รฐั บาล 3) องคกรพัฒนาเอกชน

  สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพื่อเสริมสรา งความซื่อตรงในสงั คมไทย   เสนอ : ศนู ยส ง เสรมิ  แ ละพฒั นาพลังแผนดนิ เชิงคุณธรรม ประเด็น วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ 1 ยทุ ธศาสตร เ 1) เพื่อลดการ 3) สง เสรมิ ใหเ กดิ 3.1) สง เสริมการรวมตัวเปน 6. การ ทจุ รติ คอรปั ชนั่ เครอื ขายภาคธรุ กิจ เครอื ขายองคกรภาคธุรกิจเอกชน 1 เสริมสรา ง ระหวา งภาค เอกชนตอ ตาน และจัดกิจกรรมการมสี ว นรว มของ เ ความซอ่ื ตรง ราชการกับภาค คอรัปช่ัน องคกรสมาชกิ และเครือขายทาง ในภาคธรุ กิจ ธรุ กิจเอกชน สงั คมอ่ืนๆ เอกชน 2) เพื่อเปด โอกาสใหองคกร 3.2) รว มจัดกิจกรรมสรางสรรค ภาคธรุ กิจเอกชน ที่เปนประโยชนต อ สังคมตามความ สามารถ ถนดั และความสนใจขององคกร มสี วนรว มในการ ทาํ ประโยชนเพ่ือ 3.3) สรา งมาตรการและแรงจงู ใจให 1 สงั คมสวนรวม ภาคธรุ กิจเอกชนเขา รวมตอ ตานและ ต ตรวจสอบการทุจริต คอรปั ชั่น ม    

   ตวั ชี้วดั ผลสาํ เร็จ กลุมเปาหมาย หนว ยงาน/องคกร 1)องคก รธรุ กจิ เอกชน ผูรบั ผิดชอบ 1) มีเครือขา ยภาคธรุ กิจทม่ี ีกิจกรรม เพ่อื เสริมสรางความซื่อตรง 1) องคกรธรุ กจิ เอกชน 2) รัฐบาล 3) องคกรพัฒนาเอกชน 1) ภาคธุรกิจมีกจิ กรรมสรางสรรค 1) องคกรธรุ กจิ เอกชน 1) องคกรธุรกจิ เอกชน เพ่อื สังคม 1) องคกรธุรกจิ เอกชน 2) รัฐบาล 3) องคกรพฒั นาเอกชน 1) มภี าคธรุ กิจเขารว มกิจกรรม ตอตานและตรวจสอบการทุจรติ 1) องคกรธุรกจิ เอกชน มากข้ึน 2) รฐั บาล 3) องคกรพัฒนาเอกชน 163

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพ่อื เสรมิ สรา งความซอื่ ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศูนยสง เสริมและพัฒนาพลงั แผน ดินเชิงคุณธรรม ประเดน็ วตั ถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 1) เพ่ือให 1) นาํ เสนอและ 1.1) สรางกระแสสังคมเพอ่ื ตรวจสอบ/ก 7. การ สถาบัน เผยแพรข อมูลขาวสาร บคุ คลและองคก รที่ประพฤติตน เสรมิ สรา ง สื่อสารมวลชน ตา งๆ เพ่ือเสรมิ สราง ไมซ ื่อตรง จริยธรรม เปน สถาบนั หนึ่ง จิตสํานึกและคา นิยม 1.2) สอ่ื สารมวลชนตองทําหนาทเี่ ปน องค ของสถาบนั ในการสราง เรื่องความซื่อตรง ระวงั และจดุ ประกายทางสังคมเพือ่ การติด สอื่ สาร คานยิ ม ตรวจสอบ มวลชน สรางกระแส 1.3) สรางเครือขา ยความรว มมือกับภาค และกระตนุ สงั คมและภาคธุรกจิ เอกชนในการเฝา ระว สงั คมเรอ่ื ง ตดิ ตาม ตรวจสอบ และตอตานบคุ คลแล ความซื่อตรง ท่ีประพฤตติ นไมซ อ่ื ตรง 2) สง เสริม 2.1) นาํ เสนอขอมลู ขาวสารโดยยึดหลัก จรรยาบรรณและ จรรยาบรรณวชิ าชีพส่ือสารมวลชนอยางเค จรยิ ธรรมวชิ าชีพ 2.2) สงเสริมและสนบั สนุน สอ่ื มวลชน สื่อสรางสรรคในสือ่ ทกุ ประเภท 3) สง เสริมและสรา ง 3.1) จดั ทํารายการท่ีมีเนอ้ื หาสาระสื่อถงึ ส ความรูความเขาใจตอ หนา ท่ี และสํานึกของพลเมือง สทิ ธิและหนา ที่อันพงึ มี พงึ ไดของประชาชน 164    

ตวั ชีว้ ัดผลสาํ เรจ็ กลมุ เปา หมาย หนวยงาน/องคกร ผูร บั ผดิ ชอบ กดดนั 1) ประชาชนมีการรับรูขอมลู ขาวสาร 1) สาธารณชน ในเรอื่ ง“ความซื่อตรง” มากข้ึน 2) ภาคประชาสังคม 1) สถาบนั คก รเฝา 3) ภาคธุรกิจเอกชน ส่อื สารมวลชน ดตาม 2) มเี ครือขายเฝา ระวงั ติดตาม 2) ภาคประชาสังคม ตรวจสอบการทุจรติ คอรัปชั่น 3) ภาคธุรกิจเอกชน คประชา 1) สถาบัน วงั สอ่ื สารมวลชน ละองคก ร 2) ภาคประชาสังคม 3) ภาคธุรกิจเอกชน ครง ครัด 1) สอ่ื สารมวลชนไดรบั ความเชือ่ มนั่ 1) สาธารณชน สิทธิ จากสงั คม 2) ภาคประชาสังคม 1) สถาบัน 2) มสี ือ่ ท่มี เี นอ้ื หาสาระเก่ียวกับ 3) ภาคธุรกิจเอกชน สอ่ื สารมวลชน คณุ ธรรม จริยธรรม และความซื่อตรง 2) ภาคประชาสังคม เพิม่ ข้ึน 1) สาธารณชน 3) ภาคธุรกิจเอกชน 2) ภาคประชาสังคม 1) ประชาชนมีความรูความเขาใจ 3) ภาคธุรกิจเอกชน ในสทิ ธิ หนา ที่ และความรับผดิ ชอบ ในฐานะพลเมอื ง

  สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพือ่ เสริมสรางความซ่ือตรงในสงั คมไทย   เสนอ : ศูนยสงเสรมิ  แ ละพัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรม ประเด็น วัตถปุ ระสงค กลยทุ ธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 1) เพ่อื ให 3) สง เสริมและสรา ง 3.2) สอ่ื ตองทาํ หนา ทีใ่ นการเผยแพร 7. การ สถาบนั ความรูความเขาใจตอ ประชาสัมพนั ธ ยกยองเชิดชูคนดี บคุ คลต เสรมิ สราง สือ่ สารมวลชน สทิ ธิและหนา ที่อันพงึ มี ดา นความซ่อื ตรง รวมทั้งพฤติกรรมการด จริยธรรม เปน สถาบันหน่งึ พึงไดของประชาชน บนพ้นื ฐานของความดงี าม และพอเพียง ของสถาบัน ในการสราง ส่ือสาร คานยิ ม 3.3) ส่อื ตองทําหนาทต่ี รวจสอบพฤติกรร มวลชน สรางกระแส ไมซ ื่อตรงของบุคคลและองคกรตา งๆ รว และกระตุน เผยแพรตอสาธารณะเพือ่ สรางการเรียนร สงั คมเร่ือง สังคม ความซ่ือตรง    

   ตัวช้วี ัดผลสาํ เร็จ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคก ร ผูรับผิดชอบ ตนแบบ 1) มีการเผยแพร ประชาสัมพนั ธ 1) สาธารณชน ดํารงชวี ติ ขาวสารท่ีมีเนอ้ื หาเกยี่ วกับการยกยอ ง 2) ภาคประชาสังคม 1) สถาบัน เชดิ ชูคนดีผานสอ่ื สารมวลชนประเภท 3) ภาคธุรกิจเอกชน ส่ือสารมวลชน ตา งๆ 2) ภาคประชาสังคม 3) ภาคธุรกิจเอกชน รมความ 1) มกี ารเผยแพรขา วสาร 1) สาธารณชน วมทั้ง ทเ่ี ปน ผลจากการตดิ ตาม ตรวจสอบ 2) ภาคประชาสังคม 1) สถาบัน รูตอ พฤติกรรมไมซือ่ ตรงทั้งในระดับ 3) ภาคธุรกิจเอกชน สอ่ื สารมวลชน บุคคลและองคกร 2) ภาคประชาสังคม 3) ภาคธุรกิจเอกชน 165

สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่ือเสรมิ สรา งความซอื่ ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศนู ยส งเสริมและพฒั นาพลงั แผนดินเชงิ คณุ ธรรม ประเด็น วตั ถุประสงค กลยุทธ มาตรการ ยุทธศาสตร 1) กําหนดใหความ 1) เพอื่ ใหเกิดการ ซื่อตรงเปน วาระ 1.1) รฐั บาลดําเนินการประกาศ 8. การบรหิ าร ขับเคลือ่ นยุทธศาสตร แหง ชาติและวาระ ยุทธศาสตรค วามซ่ือตรงเปนวาร จดั การให ความซื่อตรงใหเกิดผล ประชาชน แหงชาติ เกดิ การ ในทางปฏิบตั ิ 1.2) รฐั บาลตอ งจัดสรรทรัพยา เปลี่ยนแปลง 2) เพอื่ ใหมกี ฎหมายท่ี 2) บูรณาการ เพยี งพอและตอเนอ่ื งเพื่อการ ทันสมัย สอดคลองและ กฎหมาย กฎระเบียบ ขบั เคล่อื นยุทธศาสตรความซอื่ ต เหมาะสมกับความ 1.3) บรู ณาการหนวยงานทม่ี ี เปลี่ยนแปลงของสงั คม พนั ธกิจเก่ียวขอ งกบั ความซ่ือตร 3) เพอื่ ใหเกดิ ความ ดาํ เนินการใหเ กิดการขับเคลื่อน ยตุ ธิ รรมในการบังคับ ยทุ ธศาสตรความซ่อื ตรง ใชก ฎหมาย 2.1) ดาํ เนินการทบทวน ปรบั ป แกไ ขกฎหมาย กฎ ระเบียบให ทันสมัย สอดคลองและเหมาะส ความเปลย่ี นแปลงของสงั คม 2.2) รเิ ร่ิมใหม ีกฎหมาย กฎ ระ เกย่ี วกับความซอ่ื ตรงและบังคับ อยา งจรงิ จงั 2.3) บรู ณาการกฎหมาย กฎ ระเบียบ รวมทัง้ บทบาทหนา องคก รตรวจสอบเพื่อใหสามารถ ลงโทษผูก ระทําผิดไดอยางแทจร 166    

ศให ตวั ชว้ี ดั ผลสําเรจ็ กลุมเปาหมาย หนวยงาน/องคกร ระ 1) ทกุ ภาคสว น ผรู บั ผดิ ชอบ 1) มีการประกาศนโยบายเรือ่ ง ในสังคม ากรให ความซอื่ ตรงเปนวาระแหงชาติ 1) รัฐบาล 2) สถาบนั หนวยงาน องคกร 1) ทุกภาคสว น 2) องคกรธุรกิจภาคเอกชน ตรง ตางๆ ทีเ่ กย่ี วขอ งรบั นโยบาย ในสังคม 3) องคกรภาคเอกชน ไปปฏิบัตอิ ยางเปนรปู ธรรม 4) สถาบัน/องคกรอิสระ 5) สถาบนั ตลุ าการ รงเพ่ือ 6) ภาคประชาสังคม น 7) ศูนยป ระสานงานเครอื ขาย ปรุง 1) มีการประกาศนโยบายเรอ่ื ง ภาคประชาสงั คม ความซือ่ ตรงเปน วาระแหงชาติ 8) สส. สว. สมกบั 9) พรรคการเมือง 2) สถาบัน หนวยงาน องคกร ะเบยี บ ตางๆ ทีเ่ กย่ี วของรับนโยบาย 1) รัฐบาล บใช ไปปฏบิ ัติอยางเปนรปู ธรรม 2) องคกรธุรกิจภาคเอกชน 3) องคกรภาคเอกชน าท่ขี อง 4) สถาบนั /องคก รอิสระ ถ 5) สถาบนั ตลุ าการ ริง 6) ภาคประชาสังคม 7) ศนู ยประสานงานเครอื ขาย ภาคประชาสังคม 8) สส. สว. 9) พรรคการเมือง

  สถาบันพระปกเกลา : การศึกษาเพ่อื เสริมสรางความซ่อื ตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยสงเสริม แ ละพฒั นาพลงั แผน ดนิ เชงิ คุณธรรม ประเดน็ วตั ถุประสงค กลยุทธ มาตรการ ยุทธศาสตร 9. การเพ่ิม 1) เพอื่ ใหภาครัฐ 1) รวมกนั พฒั นา 1.1) ภาครฐั ปรับระบบและวธิ กี ารทํา บทบาทภาคี ภาคประชาชน สมาชกิ ในองคก ร/ โดยบูรณาการทั้งในแนวราบและแนว เครือขายและ ภาคธรุ กจิ เอกชน ชุมชนใหม ีคณุ ภาพ 1.2) สง เสริมใหมีความเขมแข็งในกา พฒั นากลไก ไดม สี วนรวมในการ และศักยภาพ ตรวจสอบภายในขององคกรภาครฐั ทางสงั คมเพ่ือ เสรมิ สรางความ ตามแนวทาง 1.3) สง เสรมิ ใหมคี วามเขมแข็งในกา เสรมิ สราง ซ่อื ตรง ความซอ่ื ตรง ตรวจสอบจากภายนอก โดยภาค ความซื่อตรง ประชาชน 1.4) ภาคประชาชนรวมตวั กนั พัฒนา คุณภาพสมาชิกในชมุ ชน 1.5) ภาคธุรกิจเอกชนดําเนินธรุ กจิ ด ความซอ่ื ตรงตามหลกั บรรษัทภิบาล โดยคาํ นงึ ถึงความ เปนมติ รตอทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอ ม    

   ตัวชว้ี ัดผลสาํ เรจ็ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคกร ผรู บั ผิดชอบ างาน 1) ภาครฐั และภาคีจะเปนองคกร 1) ภาครฐั วด่ิง ที่มีประสทิ ธิภาพในการใช 2) ภาคประชาชน 1) ศนู ยประสานงาน าร งบประมาณเพื่อตอบสนองความ 3) ภาคธุรกิจเอกชน เครอื ขา ยความซื่อตรง าร ตอ งการของประชาชนไดเพมิ่ 2) สํานักงานผูตรวจการ มากข้ึน แผน ดนิ า ดวย 2) จํานวนกจิ กรรมทดี่ ําเนนิ การ โดยเครอื ขาย 167

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพือ่ เสรมิ สรางความซอ่ื ตรงในสังคมไทย       เสนอ : ศนู ยส ง เสริมและพัฒนาพลงั แผนดนิ เชิงคุณธรรม ประเดน็ วตั ถุประสงค กลยทุ ธ มาตรการ ยทุ ธศาสตร 1) เพ่ือใหภาครัฐ 2) สงเสริมการ 2.1) สง เสรมิ ใหมีการดําเนนิ กิจ 9. การเพิ่ม ภาคประชาชน รวมตวั กันเปน สาธารณประโยชนรวมกัน บทบาทภาคี ภาคธุรกิจเอกชน เครือขายทางสังคม 2.2) สงเสรมิ ใหม กี ารแลกเปลี่ย เครอื ขายและ ไดมสี ว นรวมในการ เรียนรแู ละจดั การความรูรว มกนั พัฒนากลไก เสรมิ สรา งความซ่อื ตรง ระหวางองคกร ทางสังคมเพ่ือ 2.3) สงเสรมิ ใหมกี ารส่ือสารระ เสรมิ สราง กนั อยางตอ เนอ่ื ง ความซ่อื ตรง 2.4) สงเสรมิ ใหมีศนู ยป ระสาน เพือ่ การบริหารจัดการเครือขา ยค ซอื่ ตรงในทุกระดับ ทั้งทองถ่ิน ภูมิภาคและสว นกลาง 168    

จกรรม ตวั ชว้ี ัดผลสาํ เร็จ กลมุ เปาหมาย หนว ยงาน/องคก ร ผูร บั ผดิ ชอบ ยน 1) มกี ารดําเนินกิจกรรม 1) ภาคประชาสังคมและ น สาธารณประโยชนร วมกนั องคก รสาธารณะประโยชน 1) ศูนยป ระสานงาน 2) มชี ุดความรเู กี่ยวกับ 2) สื่อสารมวลชน เครือขา ยความซ่ือตรง ะหวา ง แนวทางการเสริมสรา งความ 3) องคกรพัฒนาเอกชน ซือ่ ตรงในสงั คม 4) องคกรภาคธุรกิจ นงาน 3) องคกรเครือขา ยมี เอกชน ความ ความสัมพันธท่ีดีตอกนั 5) ภาครัฐ 4) มศี นู ยป ระสานงานเพ่ือการ 6) องคกรปกครอง บรหิ ารจดั การเครอื ขายความ สว นทองถิน่ ซอ่ื ตรงในทกุ ระดับ ท้งั ทอ งถิน่ ภูมิภาคและสว นกลาง

สถาบนั พระปกเกลา : การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรางความซ่ือตรงในสังคมไทย   เสนอ : ศนู ยสงเสรมิ  แ ละพัฒนาพลงั แผนดินเชิงคณุ ธรรม       6.7 ปจจยั สาํ คัญในการขับเคล่ือนแผนยทุ ธศาสตรความซ่อื ตรงแหงชาติสคู วามสําเร็จ เพื่อใหแผนยุทธศาสตรความซ่ือตรงแหงชาติบรรลุผล จําเปนตองคํานึงถึงปจจัย สําคัญตางๆ ที่เอื้อตอกระบวนการนําแผนไปปฏิบัติใหเปนจริงอยางมีประสิทธิภาพและ ประสทิ ธิผล น่นั คอื 1) ผูนําท่ีมีจิตสํานึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีวิสัยทัศน และ เปาหมายชัดเจน ในการขับเคล่ือนเรื่องความซื่อตรง และยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ในการ ทํางาน ซึง่ ตอ งมกี ารกําหนดนโยบายที่เสริมสรางความซื่อตรง และนําไปสูการปฏิบัติท่ีเปนจริง โดยการสนบั สนนุ อยา งแรงกลา ใหเกดิ ขึน้ ใหไ ด 2) นโยบายที่ชดั เจน จะทาํ ใหท กุ ภาคสวนสามารถนาํ ไปปฏบิ ัติไดจ รงิ 3) การศึกษาอยางตอเน่ือง คือ การมีกระบวนการกลอมเกลาทางสังคมที่ให การศกึ ษากบั ทกุ คนในสงั คม 4) การสื่อสารสูสังคม เปนสิ่งสําคัญที่สรางความเขาใจ เร่ืองความซ่ือตรงกับ ประชาชนทุกภาคสว น อันจะนําไปสูการปฏิบตั ิที่เห็นผล 5) สภาพแวดลอม และวัฒนธรรมที่เอ้ือตอการเสริมสรางความซื่อตรง จะทําใหมี การจัดการกับพฤติกรรมที่ไมซ่ือตรงได และเกิดความกลัวท่ีจะกระทําผิด นอกจากน้ียังเปน การเสริมสรางคณุ ธรรม จรยิ ธรรมทด่ี งี าม ใหเกิดการกลอ มเกลา และฝง รากในสงั คมน้ันๆ 6) ความรวมมือของทุกภาคสวน เปนสิ่งจําเปน โดยเฉพาะระหวางฝายบริหาร และฝา ยการเมือง ท่จี ะทําใหแผนยทุ ธศาสตรความซื่อตรงแหงชาติมีประสทิ ธผิ ล ทงั้ น้ีเพราะจะ ทําใหเ กิดความม่นั ใจไดวา คา นิยมแหง ความซื่อตรงเปนทย่ี อมรับในทุกระดบั 7) กฎระเบียบท่ีชัดเจนและบังคับใชไดจริง กฎหมายและกติกาทางสังคม มีความสําคัญในการเสริมสรางความซ่ือตรง โดยเฉพาะการจัดการกับผูทุจริต คดโกง เพ่ือให เปน ตวั อยางแกผ ูอ น่ื และเปน กลไกในการเตอื นสติผูท่ีจะกระทาํ ไมด ีอีกดวย 8) ทรัพยากรที่เพียงพอ ทรัพยากรตางๆ ที่จําเปนในการเสริมสรางความซื่อตรง รวมถึงการมีการศึกษาอบรม มีบุคลากรที่พอเพียง มีการสื่อสารที่มีประสิทธิผล การมี งบประมาณในการดําเนินการ จะทําใหสรางความเขาใจ ความตระหนัก และความรูในเรื่องที่ เก่ียวขอ ง และสรา งคานยิ มทถ่ี กู ตอ งได   169