101 1.6 ในการจัดการเลือกต้ังมีการเปิดหีบเลือกต้ังและปิดหีบเลือกต้ังตรงตามเวลาที่กำ�หนดไว้ ตามกฎหมายหรอื ไม่ (08.00 – 17.00 น.) เขตเลอื กตงั้ ที่ 1 พบวา่ การเปดิ คหู าเลอื กตง้ั เปน็ ไปตามเวลาทก่ี �ำหนดเรม่ิ ตงั้ แตเ่ วลา 08.00 จนถงึ 17.00 น. เม่ือถึงเวลาปิดหีบก็มีเจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่าหมดเวลาเลือกตั้งแล้ว เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า มีการเปิด หีบเลือกตั้งตรงตามเวลา ไม่มีใครมาเลือกต้ังได้ในช่วงหลังการปิดหีบบัตรเลือกตั้งแล้ว เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า ตรงตามเวลาที่ก�ำหนดไว้ตามกฎหมาย เขตเลือกตั้งที่ 4 พบว่า เป็นไปตามเวลาท่ีก�ำหนดไว้ตามกฎหมาย เขตเลอื กตง้ั ท่ี 5 พบวา่ มกี ารเปดิ หบี 08.00 น. ตรงเวลา และมกี ารปดิ หบี 17.00 น. ตรงเวลา และไมม่ ปี ระชาชน ต่อแถวใช้สิทธิในช่วงเวลาก่อนหมดเขตการใช้สิทธิ เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่ามีการเปิดคูหาตรงเวลา แต่เวลาปิด มีความล่าช้าเพราะมผี มู้ าลงคะแนนที่รอคิวในเวลาด้วย 1.7 บรรยากาศการนบั คะแนนเปน็ อยา่ งไรบา้ ง มเี จา้ หนา้ ทรี่ ฐั หนว่ ยงานใดทำ�หนา้ ทน่ี บั มผี สู้ มคั ร รับเลือกตั้ง หรือตัวแทนของผู้สมัครรับเลือกตั้งมาสังเกตการณ์ และมีประชาชนเข้าร่วมชมการนับคะแนน มากนอ้ ยขนาดไหน เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าช่วงการนับคะแนนเลือกต้ังมีต�ำรวจมาช่วยสังเกตการณ์ แต่ไม่ได้เข้าไปช่วย ในการนับคะแนน บริเวณโดยรอบพ้ืนท่ีคูหาเลือกตั้งมีหัวคะแนนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ มาสังเกตการณ์ การนับคะแนนเสียงเลือกต้ังด้วยว่าพรรคการเมืองของตนมีคะแนนเป็นอย่างไรในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่นับคะแนน กันอยู่ แล้วคอยโทรรายงานและถามถึงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งอ่ืน ๆ ในเขตเดียวกัน ส่วนประชาชนท่ัวไป เข้ามามีส่วนร่วมในการนับคะแนนน้อยมาก เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า มีกรรมการการเลือกต้ังนับคะแนน มีหัวคะแนนมาน่ังดกู ารนับคะแนนอยา่ งใกลช้ ดิ และมปี ระชาชนมาชมการนับคะแนนนอ้ ยประมาณ 20-30 คน เทา่ นั้น เขตเลือกต้งั ท่ี 3 พบวา่ มกี รรมการการเลือกต้ังนับคะแนน และมีหัวคะแนนมาน่ังดกู ารนับคะแนนและ จดคะแนน มปี ระชาชนเขา้ รว่ มชมการนบั คะแนนนอ้ ย เขตเลอื กตงั้ ที่ 4 พบวา่ บรรยากาศการนบั คะแนนคอ่ นขา้ ง ติดขัด เน่ืองจากกรรมการผู้นับคะแนนมีอายุมาก มีสายตาท่ีไม่ค่อยดี มีการนับผิดพลาดและมีผู้ช่วยแก้ไข อีกทั้งไฟฟา้ ไมเ่ พียงพอต่อความตอ้ งการใช้ ต้องเปิดแสงไฟจากโทรศพั ท์ หน่วยงานทีท่ �ำหนา้ ท่ีนบั คือ กรรมการ เลอื กตงั้ ประจ�ำหนว่ ย ในบรเิ วณสถานทเ่ี ลอื กตง้ั มตี วั แทนผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ มาสงั เกตการณแ์ ละประชาชนจ�ำนวน หนึ่ง เขตเลือกตั้งท่ี 5 พบว่า มีการนับคะแนนเป็นไปโดยเรียบร้อย มีกรรมการการเลือกตั้งท�ำหน้าที่เป็นผู้นับ ไม่เห็นผู้สมัครรับเลือกต้ังมาสังเกตการณ์ มีประชาชนเข้าร่วมชมจ�ำนวนหนึ่ง เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่า มีการ นับคะแนนผิด ขานคะแนนจากบัตรเสียเป็นบัตรดี แต่ถูกทักท้วงจากตัวแทนของผู้สมัครรับเลือกตั้งท่ีมา สังเกตการณ์อยู่ดว้ ย
102 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1.8 ในการจัดการเลือกตั้งได้พบเห็นการเกิดปัญหา หรือเกิดมีการต้ังข้อร้องเรียนต่อผู้ท่ีเกี่ยวข้อง กับการจดั การเลอื กต้งั หรือไม่ ถ้ามเี ปน็ ข้อร้องเรียนเรอ่ื งอะไรบ้าง หรอื มกี ารรอ้ งเรยี นตอ่ การจดั การเลือกตั้ง ในชอ่ งทางสือ่ ออนไลน์ Social media บ้างหรือไม่ เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีบางส่วนท่ีแสดงความไม่พอใจต่อการค้นหารายชื่อตัวเอง ในหน่วยเลือกต้ัง เขตเลือกตั้งท่ี 2 ไม่พบว่ามีการร้องเรียนแต่อย่างใด เขตเลือกต้ังท่ี 3 ไม่พบเห็นปัญหาและ การร้องเรยี นใด ๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั การจดั การเลอื กตง้ั เขตเลือกตัง้ ท่ี 4 พบวา่ ไมพ่ บการรอ้ งเรยี นต่อผู้ท่ีเกย่ี วขอ้ ง กับการจัดเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 5 ไม่พบปัญหาการร้องเรียนแต่อย่างใด เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่ามีการทักท้วง ระหวา่ งการนับคะแนนแต่ไม่มีการรอ้ งเรียนอยา่ งเป็นทางการ และไม่พบการ้องเรยี นผา่ นระบบสื่อออนไลน์ 2. บรรยากาศการเคล่ือนไหวของผู้สมัครรับเลือกตั้ง กลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัคร และประชาชน ผู้มสี ทิ ธิเลือกต้งั 2.1 ในวันเลือกตั้งน้ีมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง กลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งเดินทางมาลงพื้นท่ี หนว่ ยเลือกต้งั หรือไม่ เขตเลือกต้ังท่ี 1 พบว่ามีผู้ลงสมัครรับเลือกต้ัง หรือกลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครเลือกต้ังลงมาบริเวณพ้ืนท่ี หน่วยเลือกตั้งน้อยมาก เขตเลือกตั้งท่ี 2 พบว่า ไม่มีผู้สมัครเข้ามา มีเพียงแต่หัวคะแนนมาตอนท่ีนับคะแนน แล้ว เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า มีผู้สมัครมา และมีหัวคะแนนมาน่ังดูตอนนับคะแนนด้วย เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่า ในวนั เลอื กตงั้ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ กลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เดนิ ทางมาลงพนื้ ทหี่ นว่ ยเลอื กตงั้ ดว้ ยตนเอง เขตเลอื กตัง้ ที่ 5 พบว่า มเี พยี งแค่ชาวบา้ นทม่ี าใชส้ ทิ ธเิ สรจ็ แลว้ กก็ ลบั เป็นไปโดยความรวดเรว็ ไม่พบเหน็ ผ้สู มคั ร หรอื กลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ มาลงพน้ื ทใี่ นหนว่ ยเลอื กตง้ั เขตเลอื กตง้ั ท่ี 6 พบวา่ ตวั แทนของผสู้ มคั รเขา้ มาเฝา้ สงั เกตการณ์ เลอื กต้งั จนนบั คะแนนแลว้ เสรจ็ 2.2 ในวันเลือกต้ังประชาชนมีการพูดถึงผู้สมัครรายใดเป็นพิเศษ หรือมีเหตุการณ์ใดที่แสดงถึง การสื่อให้ประชาชนผมู้ ีสิทธเิ ลอื กตั้งให้ความสนใจต่อผู้สมัครรบั เลอื กต้ังรายหนง่ึ รายใดเป็นพเิ ศษบา้ ง เขตเลอื กตง้ั ที่ 1 พบวา่ ประชาชนสว่ นใหญพ่ ดู ถงึ พรรคประชาธปิ ตั ยแ์ บบปากตอ่ ปากกนั คอ่ นขา้ งมาก แตไ่ มไ่ ดม้ กี ารแสดงออกถงึ การสนบั สนนุ กนั อยา่ งชดั เจน เชน่ การใสเ่ สอ้ื พรรคแตอ่ ยา่ งใด เขตเลอื กตง้ั ท่ี 2 พบวา่ ระหวา่ งการนบั คะแนนมเี สยี งขน้ึ มาวา่ “ของเราน�ำแลว้ ” จากการสงั เกตคอื เปน็ คะนนของพรรครวมพลงั ประชาชาติ ไทยท่ีก�ำลังมีคะแนนขึ้นน�ำ เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า มีการพูดถึงผู้สมัครเบอร์ ท่ีเป็นคนในหมู่บ้านมากเป็นพิเศษ แตส่ �ำหรบั พรรคการเมอื งทไี่ ดร้ บั การพดู ถงึ มากเปน็ พเิ ศษคอื พรรคประชาธปิ ตั ยเ์ นอ่ื งจากเปน็ พรรคการเมอื งเกา่ แก่ เขตเลือกตั้งที่ 4 พบว่า ในวันเลือกต้ังประชาชนมีการพูดถึงผู้สมัครเก่าแก่ในพื้นที่และมีการสวมเสื้อพรรคมา ที่หน่วยเลือกตั้งด้วย เขตเลือกต้ังท่ี 5 พบว่า ในส่วนของพ้ืนท่ีนอกคูหาเลือกตั้งมีการพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์
103 แตใ่ นพน้ื ทก่ี อ่ นเขา้ คหู าไมม่ กี ารพดู ถงึ วา่ จะเลอื กผสู้ มคั รรายใด พรรคการเมอื งไหน มเี พยี งการพจิ ารณาขอ้ มลู จาก ป้ายไวนิลที่มีรายละเอียดของผู้สมัครเท่านั้น พรรคการเมืองท่ีได้รับความสนใจมากที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลอื กตงั้ ท่ี 6 พบว่ามกี ารพูดถงึ พรรคประชาธิปัตย์ในทางที่ดกี ันมาก ขณะที่พูดถงึ พรรคอื่นในดา้ นลบ 2.3 ในวันเลือกต้ังนี้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางมาใช้สิทธิเลือกต้ังในช่วงเวลาต่าง ๆ แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร ช่วงเวลาใดท่ีมีคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด หรือน้อยท่ีสุด แบ่งเป็น ช่วงเช้า ชว่ งสาย ชว่ งเที่ยง ชว่ งบา่ ย และชว่ งเย็น เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่าช่วงเช้าคนจะมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจ�ำนวนมาก แล้วค่อย ๆ ลดจ�ำนวนลง ในชว่ งสายจนถงึ เทย่ี ง และผใู้ ชส้ ทิ ธจิ ะเพมิ่ จ�ำนวนขนึ้ ในชว่ งบา่ ย แตจ่ ะคอ่ ย ๆ นอ้ ยลงจนกระทงั่ ถงึ บา่ ยสามโมงเยน็ จะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยมาก เขตเลือกตั้งที่ 2 พบว่า มีการเข้ามาใช้สิทธิเลือกต้ัง ช่วงประมาณ 10.00 – 13.00 น. มากกว่าช่วงอื่น นอกจากน้ันก็ค่อย ๆ ทยอยกันมาเร่ือย ๆ ทีละคนสองคน เขตเลือกตั้งท่ี 3 พบว่า ช่วงเชา้ และชว่ งสายมคี นมาใชส้ ทิ ธิเลอื กตั้งมากท่สี ดุ มาแบบตลอดเวลาไมข่ าดสาย สว่ นชว่ งเทีย่ งและ ชว่ งบ่าย มีคนคอ่ ย ๆ ทยอยกันมาเรื่อย ๆ แบบปานกลาง สว่ นชว่ งเยน็ มีคนมาลงคะแนนเสยี งเลือกตั้งนอ้ ยที่สุด เขตเลือกตั้งท่ี 4 พบว่า ในวันเลือกตั้งประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิเลือกต้ังในช่วงเช้ามากเป็นพิเศษ และ ลดหลั่นกันมาตามช่วงเวลาของวัน ช่วงน้อยที่สุดคือช่วง 15.00 น. เน่ืองจากมีฝนตกลงมา เขตเลือกต้ังที่ 5 พบว่า ไม่ค่อยมีความแตกต่าง ประชาชนจะเฉลี่ยกันมาใช้สิทธิและเป็นไปโดยความรวดเร็วไม่มีการต่อแถว จนลน้ พนื้ ท่ี เขตเลอื กตง้ั ที่ 6 พบวา่ ผมู้ าใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั มารอกอ่ นเวลาจะเปดิ คหู า จากนน้ั คอ่ ย ๆ มากนั ประปราย และค่อย ๆ มากขน้ึ ในช่วงบ่ายจนถงึ ชว่ งก่อนปิดหีบเลอื กต้ัง 2.4 ในวนั เลอื กตง้ั นป้ี ระชาชนมกี ารพดู ถงึ เงอ่ื นไขทท่ี ำ�ใหเ้ กดิ การตดั สนิ ใจเลอื กผสู้ มคั รบา้ งหรอื ไม่ เชน่ การตัดสนิ ใจเลอื กตัง้ จากพรรคการเมอื งที่รัก หรือผสู้ มัครท่ใี ช่ หรือนโยบายทช่ี อบ เป็นต้น หรือเหตุผล ในการตัดสินใจอื่น ๆ ทีส่ ามารถสังเกตและรับรไู้ ด้ เขตเลอื กตง้ั ที่ 1 พบวา่ ประชาชนมกี ารพดู ถงึ นโยบายทชี่ อบ แตป่ ระชาชนไมไ่ ดพ้ ดู ถงึ พรรคการเมอื งใด เปน็ พเิ ศษ เขตเลือกตั้งท่ี 2 พบว่า มีการพูดกนั วา่ “ฝ่ายน้ีเขาเลือกพรรคสเุ ทพกนั ทัง้ นนั้ พรรคสุเทพได้อยู่แล้ว” เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า ประชาชนในรุ่นอายุประมาณ 60 ปีข้ึนไป คุณตาคุณยายพูดว่าสนับสนุนผู้ลงสมัคร รบั เลอื กตงั้ ทเี่ ปน็ คนรว่ มหมบู่ า้ นกนั สว่ นประชาชนในรนุ่ คนท�ำงานและวยั รนุ่ มกี ารพดู ถงึ พรรคประชาธปิ ตั ยแ์ ละ พรรคอนาคตใหม่มากท่ีสุด เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่า ในวันเลือกต้ังประชาชนมีการพูดถึงเงื่อนไขท่ีท�ำให้ตัดสินใจ เลือกผู้สมัคร คือ ตัดสินใจเลือกจากนโยบายท่ีชอบ เขตเลือกตั้งที่ 5 พบว่า มีการพูดถึงกันว่ามีพรรคการเมือง ท่ีรัก จะกี่ครั้งก็จะเลือกพรรคนี้ โดยไม่ได้สนใจในตัวของนโยบาย เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่า มีการพูดในลักษณะ ไวว้ างใจพรรคประชาธปิ ัตย์โดยไมไ่ ด้พูดถึงนโยบายกันมากนัก
104 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.5 ในวันเลือกต้ังน้ีสามารถพบเห็นบรรยากาศการหาเสียง การจูงใจ การแสดงสัญลักษณ์ของ พรรคการเมือง หรือหมายเลขของผู้สมัครรับเลือกตั้งแสดงอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่จัดให้มีการเลือกต้ัง หรือ ในพืน้ ทบ่ี ริเวณใกลเ้ คยี งสถานที่เลอื กต้งั หรือไม่ เขตเลือกตัง้ ท่ี 1 พบวา่ ไมม่ กี ารพดู ถงึ ในเรอ่ื งเหลา่ น้ี เขตเลอื กตงั้ ท่ี 2 พบว่า ไมม่ เี ลย เขตเลอื กตงั้ ที่ 3 ไม่พบว่ามีเหตุการณ์แบบน้ี เขตเลือกตั้งที่ 4 พบว่า มีการสวมเสื้อพรรคการมายังหน่วยเลือกต้ัง และมีผู้ให้ ค�ำแนะน�ำใหก้ ลบั ไปเปลย่ี นเนอ่ื งจากผดิ กฎ เขตเลอื กตงั้ ท่ี 5 ไมพ่ บเหน็ การหาเสยี ง การจงู ใจในบรเิ วณพน้ื ทท่ี จ่ี ดั ใหม้ ี การเลอื กตงั้ หรอื ในพน้ื ทบี่ รเิ วณใกลเ้ คยี งสถานทเี่ ลอื กตง้ั เขตเลอื กตง้ั ที่ 6 ไมพ่ บวา่ มกี ารหาเสยี ง จงู ใจ หรอื แสดง สญั ลกั ษณข์ องพรรคการเมอื ง หมายเลขผสู้ มคั ร แตบ่ รเิ วณรอบคหู ายงั มปี า้ ยหาเสยี งของผสู้ มคั รหลายพรรคตดิ อยู่ 2.6 ในวันเลือกต้ังนี้สามารถพบเห็นการจัดการขนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือการจ่ายเงินเพ่ือ ซอ้ื เสยี งการเลือกต้งั หรอื การกระทำ�ใด ๆ ท่อี าจสมุ่ เส่ยี งต่อการกระทำ�ท่ีผิดกฎหมายการเลอื กต้งั หรือไม่ เขตเลือกต้ังท่ี 1 ไม่พบเห็นพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการกระท�ำท่ีผิดกฎหมายการเลือกตั้ง เขตเลือกต้ังที่ 2 ไม่พบว่ามี ส่วนใหญ่ขับมอเตอร์ไซด์มาเอง เลือกตั้งเสร็จแล้วก็กลับ เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า ไมม่ ี สว่ นใหญข่ ร่ี ถมอเตอรไ์ ซดห์ รอื รถยนตม์ ากบั ครอบครวั บา้ งบางสว่ น เลอื กตงั้ เสรจ็ กก็ ลบั บา้ น เขตเลอื กตงั้ ท่ี 4 ไม่พบว่ามีการกระท�ำใด ๆ ท่ีอาจสุ่มเส่ียงต่อการกระท�ำผิดกฎหมาย เขตเลือกตั้งท่ี 5 ไม่พบว่ามีการจัดคน มาใช้สทิ ธิ สว่ นมากเป็นกลมุ่ คนทีเ่ ป็นคนในครอบครัวแต่กไ็ ม่ไดม้ าพร้อมกัน กระจาย ๆ กันมา เขตเลือกตง้ั ท่ี 6 พบวา่ มกี ารมาลงคะแนนพรอ้ ม ๆ กนั เปน็ กลมุ่ ราวสบิ คน เปน็ คนในชว่ งอายสุ ส่ี บิ ปขี นึ้ นอกนนั้ มาลงคะแนนเสยี ง เลอื กต้งั เอง หรอื ไมก่ ม็ ากันเป็นครอบครวั 2.7 ในวันเลือกต้ังน้ีมีผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งคนอื่น ๆ ท่ีมาทำ�หน้าที่สังเกตการณ์เลือกตั้งอยู่ใน พ้ืนท่ีด้วยหรือไม่ หรือมีตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใด หรือจากกลุ่มองค์กรใดมาสังเกตการณ์ตลอด การเลอื กตั้งด้วยหรือไม่ เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าสามารถสังเกตเห็นพรรคการเมืองพรรคต่าง ๆ ประมาณ 3-4 พรรคการเมือง ส่งคนลงมาดูการนับคะแนนของคณะกรรมการประจ�ำหน่วยเลือกตั้งด้วย เขตเลือกต้ังที่ 2 พบว่า มีแต่ต�ำรวจ แวะมาที่หน่วยเลือกต้ังเท่านั้น เขตเลือกตั้งท่ี 3 พบว่า มีต�ำรวจแวะมาที่หน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่า ในวนั เลอื กตง้ั มตี วั แทนผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ สวมเสอ้ื พรรคการเมอื งเขา้ มาบรเิ วณหนว่ ยเลอื กตงั้ ดว้ ย เขตเลอื กตงั้ ที่ 5 ไม่พบว่ามีผู้สังเกตการณ์เลือกต้ังคนอื่น ๆ ในพื้นที่เลือกต้ัง มีเพียงประชาชนท่ีมาใช้สิทธิ และกรรมการประจ�ำ หน่วยเลือกตั้งเท่านั้น เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่ามีตัวแทนของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมาเฝ้าสังเกตุการณ์เลือกต้ังอยู่ โดยตลอด
105 2.8 ในวันเลือกต้ังมีการเลือกต้ังของกลุ่มบุคคลใดท่ีมาพร้อมกันเพรียงเพื่อใช้สิทธิเลือกต้ังบ้าง หรือไม่ เช่น กลุ่มตำ�รวจ กลุ่มทหาร หรือกลมุ่ พนักงานบรษิ ัท หรือโรงงานที่มาใช้สิทธิพร้อมกัน ๆ กนั เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่า ไม่มีกลุ่มบุคคลใดท่ีดูเหมือนจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันมาเลือกต้ังพร้อม ๆ กัน เขตเลือกต้ังที่ 2 พบว่า ไม่มี มีเพียงชาวบ้านที่ค่อย ๆ ทยอยกันมา เขตเลือกต้ังที่ 3 พบว่า ไม่มี มีแต่ชาวบ้าน เขตเลือกตั้งท่ี 4 ไม่พบว่ามีความผิดปกติใด ๆ เขตเลือกต้ังท่ี 5 ไม่พบประชาชนท่ีมาเลือกต้ังพร้อม ๆ กัน ส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีมาพร้อมกันทั้งครอบครัว เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่ามีกลุ่มบุคคลอาศัยรถตู้มาลงคะแนนเสียง เลือกตั้งพรอ้ มกัน 2.9 ในวันเลือกตั้งน้ีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิกันส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงอายุใด มากที่สดุ ช่วงอายใุ ดน้อยท่สี ดุ ผใู้ ชส้ ิทธิสว่ นใหญม่ ีวธิ ีการเดินทางมาเลือกตัง้ ยังหน่วยเลือกตั้งอย่างไร เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่มีช่วงอายุปะปนกัน มีทุก ๆ ช่วงอายุต้ังแต่ 18-70 ปี และประชาชนส่วนใหญ่เลือกท่ีจะเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว เขตเลือกตั้งที่ 2 พบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีอายุประมาณ 40-60 ปี อายุน้อยท่ีสุดประมาณ 19 ปีมาเลือกตั้งโดย รถจกั รยายนตเ์ ปน็ สว่ นใหญ่ เขตเลอื กตงั้ ท่ี 3 พบวา่ สว่ นใหญเ่ ปน็ กลมุ่ คน ชว่ งอายุ 40-70 ปี อายนุ อ้ ยทสี่ ดุ 18 ปี และส่วนใหญ่เดนิ ทางมาโดยรถจกั รยานยนต์ เขตเลือกต้งั ที่ 4 พบว่า ในวนั เลือกตง้ั ผใู้ ชส้ ทิ ธิสว่ นใหญค่ อื กลุม่ คน ในช่วงอายุ 35-80 ปี มากท่ีสุด ช่วงอายุ 18-25 ปีน้อยที่สุด ผู้ใช้สิทธิส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ สว่ นตวั เขตเลอื กตงั้ ท่ี 5 พบวา่ มที กุ ชว่ งกลมุ่ อายุ สว่ นใหญผ่ สู้ งู อายทุ เ่ี ดนิ ทางมาเองล�ำบากจะมลี กู หลานท�ำหนา้ ท่ี ขบั รถพามาเลอื กตง้ั สว่ นวยั รนุ่ และวยั กลางคนกจ็ ะเดนิ ทางมาเอง เขตเลอื กตงั้ ที่ 6 พบวา่ สว่ นใหญเ่ ปน็ วยั กลางคน ขน้ึ ไปและเดินทางด้วยรถจกั รยานยนต์ 2.10 ในวันเลือกต้ังนี้ผู้ลงพ้ืนที่สังเกตแบบมีส่วนร่วมต่อการเลือกต้ังมีความประทับต่อเหตุการณ์ ใดเป็นพิเศษที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน หรือไม่เคยคาดคดิ มาก่อนวา่ จะมีเหตุการณแ์ บบนใ้ี นวันเลอื กต้ังบ้าง เขตเลือกตั้งท่ี 1 ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ใด ๆ เป็นที่น่าประทับใจ เขตเลือกต้ังที่ 2 ไม่พบว่าเหตุการณ์ ประทบั ใจ เขตเลือกตง้ั ที่ 3 พบวา่ เจอคุณยายอายุประมาณ 80 ปี นัง่ รถวีลแชร์ มาใช้สทิ ธเิ ลอื กต้งั เขตเลือกต้ัง ท่ี 4 พบว่า มีการช่วยเหลือผู้ป่วยกล้ามเน้ืออ่อนแรงและผู้สูงอายุ การดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนอื่นที่เข้ามา เก่ียวข้องกับการเลือกตั้งในพ้ืนที่เป็นอย่างดี และอ�ำนวยความสะดวกให้โดยมีท่าทีร�ำคาญ เขตเลือกต้ังท่ี 5 ไม่มีเหตุการณ์ใดประทับใจเป็นพิเศษ การจัดการเลือกตั้งมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดี เขตเลือกต้ังที่ 6 เรอื่ งประทบั ใจคอื เจา้ หนา้ ทปี่ ระจ�ำหนว่ ยเลอื กตงั้ มาชว่ ยกนั ใหก้ ารชว่ ยเหลอื คนชราทมี่ าลงคะแนนใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้
106 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 4.3 บทวิเคราะห์หลงั การเลอื กตง้ั เขตเลือกตงั้ ที่ 1 1 ปจั จัยทมี่ อี ทิ ธิพลต่อการลงคะแนนเสยี งเลือกต้งั ผู้ให้สัมภาษณ์ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ทุกคน แสดงทัศนะในทิศทางเดียวกันว่าหากมีผู้สมัครรับเลือกต้ัง จ่ายเงินเพ่ือจูงใจให้ไปลงคะแนนเสียงจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนของตนและจะไม่เลือกผู้สมัครคนนั้น อย่างแน่นอน (หากพิจารณาจากข้อมูลก่อนการเลือกตั้งที่ระบุว่าเขตเลือกตั้งท่ี 1 ไม่มีผู้สมัครหรือหัวคะแนน ใช้เงินในการจูงใจเพื่อให้ไปเลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่งก็ท�ำให้เข้าใจได้ว่าการใช้เงินเพื่อซ้ือเสียงในพ้ืนท่ีน้ีเป็นไป ไดย้ ากและตัวผสู้ มัครรบั เลือกต้ังเองก็นา่ จะทราบในประเด็นน)้ี ผ้ใู หส้ ัมภาษณ์ส่วนใหญใ่ ห้เหตผุ ลว่าการซอ้ื เสยี ง เป็นสิ่งท่ีไม่สุจริตและท�ำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน “เป็นการกระท�ำที่ไม่เหมาะสมและไม่ยุติธรรม ต่อพรรคการเมืองอ่ืน ๆ และเป็นการเอาเปรียบแสดงให้เห็นความไม่ซื่อสัตย์ในการท�ำงาน” ขณะท่ีบางคนให้ เหตผุ ลวา่ “เปน็ การสนบั สนนุ ในทางทผี่ ดิ ถา้ จะเลอื กตอ้ งเลอื กคนดี ๆ เขา้ ไปบรหิ ารมากกวา่ คนทใี่ ชเ้ งนิ ซอื้ อ�ำนาจ ไม่เป็นธรรมในการเอาเปรียบพรรคอื่นท่ีเขาต้ังใจหาเสียง” “ไม่ให้คะแนนเสียง เพราะไม่สุจริต ไม่เป็นกลาง แสดงถึงการใชอ้ �ำนาจในการเอาเปรยี บคนอน่ื ” จากค�ำตอบแสดงให้เห็นว่าผู้มสี ิทธเิ ลือกต้ังตอ้ งการการเลอื กต้งั ที่ปราศจากการทุจริต มีความเป็นธรรมในการแข่งขัน และยังมองว่าการทุจริตท่ีเกิดข้ึนในขั้นตอนของ การเลือกต้งั นัน้ มผี ลต่อการบรหิ ารงานในอนาคตหากคน ๆ น้นั ไดร้ บั เลือกตง้ั ส่วนการได้มาซ่ึงคะแนนเสียงโดยไม่ได้ให้เงินกับตัวผู้ลงคะแนนโดยตรง แต่เป็นการให้เงินในรูปของ การชว่ ยเหลอื ในงานส�ำคญั ตา่ ง ๆ เชน่ การเขา้ รว่ มงานและใหเ้ งนิ ชว่ ยเหลอื งานเปน็ จ�ำนวนมากนนั้ ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเช่นกัน โดยมองว่าการช่วยเงิน (ใส่ซอง) ในงานต่าง ๆ ไม่เก่ียวข้องและเป็นคนละเร่ืองกับการลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง “ไม่มีผล เพราะเราเลือกจาก ตัวนโยบาย ไม่สนใจเงินที่เขาจะใส่ซองมา เรามีจุดยืนในการเลือก” “ไม่มีผล เพราะอยู่ที่ความชอบส่วนตัว” “มองทน่ี โยบายมากกวา่ บญุ คณุ ทเ่ี ขามตี อ่ เรา” ขณะทมี่ ผี ใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นหนงึ่ (40 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกวา่ การน�ำเงนิ มาช่วยเหลืองานส�ำคัญ ๆ นั้น มีผลเพราะเป็นการช่วยเหลือที่มีน�้ำใจ จ�ำต้องตอบแทนบุญคุณของเขา “มผี ล เพราะเขาชว่ ยเราใสซ่ องในงานทเ่ี ราจดั ขน้ึ กแ็ สดงถงึ ความมนี ำ�้ ใจในการชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื มผี ลท�ำใหเ้ ราเลอื ก” “มผี ล เพราะรู้สึกเป็นบญุ คณุ ตอ้ งตอบแทน” “มีผล เพราะเงินที่เขาใหม้ าคอื ตอ้ งการจะชว่ ยเหลอื เราก็อาจจะ ต้องตอบแทน” สิ่งท่ีน่าสนใจคือการให้เงินกับผู้ลงคะแนนเสียงโดยตรงท�ำให้เกิดทัศนคติในแง่ลบต่อตัวผู้สมัคร คนนน้ั คอ่ นขา้ งมาก แตก่ ารทผี่ สู้ มคั รใหเ้ งนิ ไปใหก้ บั ผลู้ งคะแนนเสยี งผา่ นการใสซ่ องชว่ ยงานตา่ ง ๆ ไมไ่ ดท้ �ำใหเ้ กดิ ทศั นคตใิ นแงล่ บตอ่ ตัวผสู้ มคั รมากนกั และสามารถท�ำใหผ้ ูม้ สี ิทธเิ ลอื กตง้ั ส่วนหน่ึงลงคะแนนให้กับเขาได้เชน่ กนั ส�ำหรบั ค�ำถามทว่ี า่ การชว่ ยเหลอื หรอื ใหป้ ระโยชนอ์ น่ื ทไี่ มไ่ ดอ้ ยใู่ นรปู ตวั เงนิ เชน่ การชว่ ยคนในครอบครวั หรือ การช่วยผู้ลงคะแนนเอง ส่งผลต่อการลงคะแนนเลือกต้ังหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน (100 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าส่งผลอย่างมาก ตัวอย่างเช่น “มีผล เพราะถ้าช่วยครอบครัวของเรา เรารู้สึกถึงความเป็นบุญคุณ
107 เพราะฉะนนั้ ตอ้ งมกี ารตอบแทน” “มผี ล เพราะขนาดเราเปน็ คนธรรมดา เขายงั ใหค้ วามส�ำคญั ชว่ ยเหลอื ครอบครวั ซึ่งก็มองว่าคนดีแบบนี้ควรได้มาบริหารในสังคม” “มีผล เพราะครอบครัวส�ำคัญมาก ถ้าช่วยครอบครัว เราก็ ต้องทดแทนบุญคุณท่ีเข้ามาช่วยเหลือ” ส่วนการเข้ามาร่วมกิจกรรมกับคนในชุมชน เช่น เป็นประธานเปิดงาน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าไม่มีผลแต่อย่างใดและบางคนบอกว่า “ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เลอื ก เพราะมองวา่ การทเี่ ขาชว่ ยเหลอื เงนิ ท�ำบญุ ไมไ่ ดร้ บั ประกนั วา่ เขาจะบรหิ ารบา้ นเมอื งได”้ “ไมร่ สู้ กึ อะไรเลย” “ไม่มีผล เพราะไม่ได้รู้สึกว่าจะน�ำการช่วยเหลือตรงนี้มาเป็นเหตุผลในการตัดสินใจเลือก” อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนหน่ึง (40 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าการเข้าร่วมงานของชุมชนอาจมีผลหากผู้สมัครคนนั้นเข้าร่วม งานบ่อยครั้งหรือพบเห็นได้ตลอดหรือเป็นญาติพี่น้อง ประกอบกับการร่วมงานของชุมชนเป็นการท�ำเพื่อ สาธารณะแสดงถึงความใสใ่ จ เสยี สละ และใหค้ วามส�ำคญั กับชุมชน ดังนั้น ส�ำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังท่ี 1 การใช้เงินกับผู้ลงคะแนนเสียงโดยตรงไม่ได้เป็น ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ สว่ นการชว่ ยเหลอื หรอื ใหป้ ระโยชนอ์ น่ื ทไ่ี มไ่ ดอ้ ยใู่ นรปู ตวั เงนิ คอ่ นขา้ งจะมอี ทิ ธพิ ล เพราะรู้สึกว่าเป็นบุญคุณท่ีต้องทดแทน โดยเฉพาะหากมีการช่วยเหลือคนในครอบครัว และเมื่อได้สอบถาม ถึงปัจจัยเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวของผู้สมัครก็พบว่าปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ลงคะแนน เป็นอยา่ งมาก ได้แก่ ความเปน็ ญาติพ่ีน้องกนั ผ้ใู หส้ ัมภาษณท์ ุกคนยอมรบั วา่ ต้องสนบั สนนุ คนท่ีเป็นญาตพิ ่นี ้อง “มีผล เพราะเราต้องสนับสนุนตระกูลของเรา ถึงแม้ไม่ชอบพรรคนั้น” “ส่งผล เพราะเขาเป็นญาติเราก็ต้อง ให้การสนับสนุนญาติของเรา ถึงแม้ไม่ได้สนิทมาก” “มีผล เพราะเขาเป็นญาติเรา เราช่วยเหลือเขา เขาก็น่าจะ ต้องช่วยเหลือเรากลับและส่งผลให้วงศ์ตระกูลเรามีช่ือเสียงมากยิ่งขึ้น” เป็นต้น ในขณะท่ีความเป็นเพ่ือนนั้น ก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเช่นกัน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าความเป็นเพ่ือนมีผลต่อ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพราะเป็นคนที่เรารู้จักและเราจะต้องช่วยเหลือสนับสนุนเพ่ือน เช่นเดียวกับ การเคยเป็นข้าราชการในพ้ืนท่ีมาก่อน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่ามีผลต่อการตัดสินใจ เพราะการเป็นข้าราชการและเคยอยู่ในพื้นท่ีมาก่อนแสดงให้เห็นถึงการมีประสบการณ์การท�ำงานในพื้นที่ “มีผล เพราะเราดูการท�ำงาน ทัศนคติ ความคิดจากการท่ีเคยท�ำงานร่วมกัน ส่วนหน่ึงคือความเกรงใจในฐานะ ท่ีเคยร่วมงานกันมา” “มีผล เพราะเราสามารถดูจากประสบการณ์การท�ำงานของเขาได้ว่าท�ำงานอย่างไร ประสบความส�ำเร็จในอาชีพนั้นมากนอ้ ยแค่ไหน” นอกจากนี้ ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลไม่ต่างจากความเป็นญาติพ่ีน้อง ความเป็นเพื่อน การเคยรับราชการใน พน้ื ทม่ี ากอ่ น กค็ อื วฒุ กิ ารศกึ ษา อายุ และพรรคทผี่ สู้ มคั รสงั กดั กลา่ วคอื ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คน (100 เปอรเ์ ซน็ ต)์ เห็นว่าวุฒิการศึกษาเป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญมากเพราะเป็นส่ิงท่ีสามารถสะท้อนความรู้และความสามารถของ ผสู้ มคั รได้ “ถา้ เขามคี วามรสู้ งู มวี ฒุ สิ งู กส็ ามารถบรหิ ารบา้ นเมอื งได”้ “มองวา่ คนยงิ่ เรยี นสงู ขนึ้ ความคดิ ความรู้ ก็มีมากกว่าคนธรรมดา มีต้นทุนชีวิตที่ดีกว่า ยิ่งจบสูงย่ิงสามารถวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ มีความสามารถต่าง ๆ มากว่าคนที่เรียนจบน้อยกว่า” “เลือกคนท่ีมีความรู้ สามารถน�ำความรู้ไปพัฒนาประเทศได้ ยิ่งเรียนสูง ยิ่งมี ความคิดใหม่กว่า” ซึ่งส�ำหรับการเลือกต้ังครั้งนี้แม้จะไม่ได้มีการก�ำหนดวุฒิการศึกษาข้ันต�่ำไว้ด้วยเหตุผลที่จะ เปิดกว้างและให้โอกาสกับผู้ท่ีสนใจงานการเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่า
108 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชาชนยังคงพิจารณาวุฒิการศึกษาเป็นส�ำคัญ และอาจท�ำให้การเป็นตัวแทนทางการเมืองเป็นเร่ืองของ คนทม่ี ีวฒุ กิ ารศกึ ษาระดับสงู เท่าน้ัน ในเรื่องของอายุของผู้สมัคร ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าอายุของผู้สมัครมีผลต่อ การตัดสินใจเลือก โดยเป็นไปได้สองทาง ในทางหนึ่ง หากผู้สมัครอายุน้อยแสดงให้เห็นว่า “มีความทันสมัย สามารถทจ่ี ะพฒั นาไดม้ ากกวา่ มคี วามคดิ แนวทางใหม่ ๆ มากกวา่ คนอายเุ ยอะทค่ี วามคดิ ลา้ หลงั ” “ถา้ แกม่ ากไป จะเชื่องช้า การตัดสินใจท่ีล้าหลัง เข้ายุคไอทีแล้วก็ต้องหาอายุน้อย ๆ หัวสมัยใหม่เข้ามาบริหาร” ในอีกทาง หน่ึง หากผู้สมัครอายุมากจะแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ท่ีมีมากกว่า “มีผล ยิ่งอายุมากก็มีประสบการณ์มาก มีจุดยืนท่ีมั่นคง มีวุฒิสภาวะมากกว่าคนท่ีอายุน้อย ๆ” “ส่งผล ถ้าอายุยังน้อยมีความคิดหรือทัศนคติ ที่ใหม่ก็จริง แต่ยังด้อยต่อประสบการณ์ในการท�ำงานทางด้านการเมือง” ขณะที่ผู้ในสัมภาษณ์ส่วนน้อยเท่าน้ัน (30 เปอร์เซ็นต์) ที่เห็นว่าอายุไม่มีผลต่อการตัดสินใจ “ไม่เก่ียว อายุเป็นเพียงตัวเลข ดูว่าคนน้ันดีหรือไม่ดี” “ไม่มีผล อายุไม่สามารถการันตีประสบการณไ์ ด้” “ไม่ขึน้ กบั อายุ ขึน้ อยกู่ ับความรู้ความสามารถ” ไมต่ า่ งจากปจั จยั เรอื่ งพรรคการเมอื ง ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (60 เปอรเ์ ซน็ ต)์ เหน็ วา่ พรรคการเมอื งเปน็ ปจั จยั ส�ำคญั ที่ท�ำใหต้ ัดสนิ ใจในการเลอื กลงคะแนนเสียงใหผ้ ู้สมคั ร โดยให้ความเหน็ วา่ “ส่งผล เพราะดูนโยบาย พรรคว่ามีแนวคิดเป็นยังไง มองถึงแนวทางท่ีจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในอนาคต” “มีผล เพราะอุดมการณ์พรรค ที่มีไม่เหมือนกัน และนโยบายในแต่ละพรรคเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจหลักในการตัดสินใจเลือก” “มีผล คนในพรรคต้องเป็นคนดี มีอุดมการณ์ความคิดที่ดี ดูนโยบายของพรรคประกอบด้วย” เป็นต้น ซึ่งสอดคล้อง กับข้อมูลก่อนการเลือกตั้งท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ในเขตเลือกตั้งท่ี 1 ให้ความส�ำคัญกับ พรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลอย่างเห็นได้ชัด โดยให้เหตุผลว่าเน่ืองจาก “พรรคการเมืองเป็นที่ผลิตนโยบาย ในการหาเสียง” “พรรคการเมืองเป็นจุดก�ำเนิดของอุดมการณ์” “พรรคการเมืองด�ำเนินการทางการเมืองมา อยา่ งยาวนาน” และ “หวั หนา้ พรรคการเมืองมบี ทบาทอยา่ งมาก” เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการให้การยอมรับ เชอ่ื มัน่ และใหค้ วามส�ำคญั กับบทบาทของพรรคการเมอื งในระดบั หนึ่ง ส�ำหรบั อาชีพ ผใู้ หส้ ัมภาษณ์ (70 เปอรเ์ ซน็ ต์) ในเขตเลือกต้ังที่ 1 เหน็ ว่าอาชีพไมม่ ีผลตอ่ การตัดสนิ ใจ โดยมองวา่ “อาชพี อะไรไมส่ ง่ ผล เพราะมองทน่ี โยบายและทศั นคตขิ องผสู้ มคั ร” “ไมม่ ผี ล เพราะอยทู่ ค่ี นไมเ่ กยี่ วกบั อาชพี ไมใ่ ชเ่ ปน็ ขา้ ราชการแตข่ โ้ี กงกไ็ มเ่ ลอื ก ดทู กี่ ารใสใ่ จประชาชน” “ไมม่ ผี ล อาชพี ขา้ ราชการบางคนกส็ ามารถ ทุจริตได้เพราะฉะนั้นอาชีพไม่มีผล” ดังน้ัน จะเห็นว่าในสายตาของผู้ท่ีให้สัมภาษณ์ อาชีพไม่ได้แสดงให้เห็นว่า ผสู้ มคั รคนนน้ั จะเปน็ คนดหี รอื คนเกง่ เพราะแมอ้ าชพี ทดี่ แี ละไดร้ บั การยกยอ่ งจากประชาชนเชน่ อาชพี รบั ราชการ นน้ั กย็ งั ปรากฏใหเ้ หน็ บอ่ ยครง้ั วา่ มกี ารทจุ รติ อนงึ่ การไมใ่ ชก้ ลมุ่ อาชพี เปน็ เกณฑส์ �ำคญั ในการลงคะแนนสะทอ้ น ใหเ้ หน็ วา่ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตเลอื กตงั้ ที่ 1 ซงึ่ สว่ นใหญแ่ ลว้ มอี าชพี เกยี่ วกบั การคา้ และการบรกิ าร (เพราะอยใู่ น เขตเมอื ง) เปดิ โอกาสให้ผสู้ มคั รจากอาชีพท่ีหลากหลายเข้าไปท�ำหนา้ ทีใ่ นสภาผแู้ ทนราษฎรมากกว่า
109 2 ทัศนคตขิ องผู้เลอื กตงั้ ตอ่ พฤตกิ รรมการทุจรติ เลอื กตัง้ ต่อค�ำถามที่ว่า ถ้าในอนาคตท่านพบเห็นการทุจริตการเลือกต้ัง ท่านจะคิดและด�ำเนินการอย่างไร ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนระบุตรงกันว่าไม่ยอมรับการทุจริต โดยทั้งหมด (100 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าส่ิงที่ท�ำได้คือ ไมย่ อมรบั และจะไมล่ งคะแนนใหก้ บั ผสู้ มคั รทท่ี �ำการทจุ รติ เลอื กตง้ั แตจ่ ะไมไ่ ปแจง้ กบั คณะกรรมการการเลอื กตง้ั หรือเจ้าหน้าทขี่ องรัฐ เชน่ ต�ำรวจ ทหาร ก�ำนัน ผู้ใหญบ่ ้าน ไมน่ �ำเร่ืองทจุ รติ ไปแจง้ สื่อมวลชน ไมบ่ อกเลา่ เร่อื งน้ี ใหค้ นใกลช้ ดิ ฟงั และไมโ่ พสตเ์ รอ่ื งราวทตี่ นพบเจอ โดยใหแ้ หตผุ ลวา่ “เรากไ็ มส่ ามารถจดั การหรอื ด�ำเนนิ การอะไร ก็เปล่าประโยชน์ เราแค่ประชาชนธรรมดา เราไม่สามารถท�ำอะไรได้” “เพราะว่าต่อให้เราด�ำเนินการใด ๆ ไป สุดท้ายคนที่มีอ�ำนาจก็ใช้อ�ำนาจปิดบังความผิดอยู่ดี” “เน่ืองจากในระบอบการปกครองสังคมไทยปัจจุบัน ท�ำใหป้ ระชาชนไมก่ ลา้ ทจ่ี ะด�ำเนนิ การใด ๆ อยนู่ ง่ิ เฉย ๆ ดกี วา่ ” จากค�ำตอบของผใู้ หส้ มั ภาษณแ์ สดงวา่ ประชาชน ไม่ยอมรับการทุจริตการเลือกตั้ง แต่การจะให้ประชาชนช่วยจับตาหรือมีส่วนร่วมในการรายงานการทุจริต เลือกตั้งนั้นอาจจะไม่ประสบผลส�ำเร็จมากนัก เน่ืองจากประชาชนรู้สึกตัวเองว่ายังไม่อยู่ในสถานะที่จะท�ำ เรื่องน้ันได้และอาจสง่ ผลกระทบตอ่ ตวั เอง 3 ทศั นคติของผู้เลือกตั้งต่อผลการเลอื กตัง้ จากขอ้ มลู กอ่ นการเลอื กตง้ั ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนเชอ่ื มนั่ ในการท�ำหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตงั้ ทง้ั ในแงข่ องการวางตวั เปน็ กลาง การรณรงคใ์ หป้ ระชาชนออกไปใชส้ ทิ ธิ แตห่ ลงั จากเลอื กตงั้ แลว้ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ไม่มีความเช่ือมั่นในผลการนับคะแนน โดยแสดงความเห็นว่า “เพราะเม่ือเกิดปัญหาและเกิดการสงสัยในการด�ำเนินงานของ กกต.และไม่สามารถแสดงถึงความบริสุทธ์ิ ต่อประชาชนและสื่อมวลชนได้” “ไม่เช่ือ เพราะสามารถปรับเปล่ียนกระดาษท่ีลงคะแนนได้” “ไม่เช่ือมั่น เน่ืองจากการนับคะแนนในรอบน้ี กกต. ไม่ค่อยเป็นกลาง มีข่าวออกมาเกี่ยวกับ กกต.ท่ีนับคะแนนไม่สุจริต” “ไมเ่ ชอ่ื มนั่ เพราะมขี า่ วออกมาเกยี่ วกบั ความไมโ่ ปรง่ ใสของคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ” จากขอ้ มลู และค�ำตอบ ข้างต้นสะท้อนว่าประชาชนเช่ือมั่นในการท�ำงานของคณะกรรมการเลือกต้ังในระดับท้องถ่ิน แต่ไม่เช่ือมั่นใน ผลคะแนนที่ประกาศโดยคณะกรรมการการเลอื กตงั้ กลาง อย่างไรก็ตาม แม้ทุกคนจะไม่เช่ือม่ันในการนับคะแนน แต่ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนกลับแสดงทัศนะว่า ผู้สมัครและพรรคที่แพ้ควรยอมรับผลการเลือกต้ังโดยไม่ต่อต้าน ซ่ึงอาจมองได้ว่าประชาชนไม่ต้องการให้เกิด ความวุ่นวายในทางการเมืองและต้องการให้ทุกอย่างจบลงโดยการท่ีทุกฝ่ายยอมรับในผลการตัดสิน ท้ังนี้ เพราะประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งคร้ังนี้มีแนวโน้มสูงที่อาจจะไม่สามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ ผู้ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นว่า “(ความขัดแย้ง) ไม่ลดลง เพราะประชาชนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งคร้ังน้ี” “ไม่ลด เพราะส.ส.ด้วยกันยังไม่ยอมรับจึงส่งผลให้เกิดความขัดแย้งอยู่เร่ือย ๆ” “ไม่ลด เพราะการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นหนทางท่ีจะน�ำไปสู่การลดความขัดแย้งลง” (สอดคล้องกับทัศนะก่อนการเลือกตั้งท่ีสะท้อนว่า ประชาชนยงั ไมม่ คี วามเชอื่ มน่ั วา่ พรรคการเมอื งจะสามารถท�ำงานในระบบรฐั สภาไดอ้ ยา่ งราบรนื่ มปี ระสทิ ธภิ าพ) ดงั นนั้ ถา้ ปลอ่ ยใหแ้ ตล่ ะฝา่ ยสามารถคดั คา้ นหรอื ท�ำตามใจตนเองไดก้ อ็ าจกระทบกบั การท�ำงานของรฐั บาลและ กลับมาวุน่ วายเหมอื นกอ่ น
110 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส�ำหรับผลการเลือกตั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีท่ีพรรคประชาธิปัตย์สามารถกุมชัยชนะได้ใน ทกุ เขตเลอื กตงั้ และทส่ี �ำคญั คอื สามารถชนะพรรครวมพลงั ประชาชาตไิ ทยทม่ี ี คณุ สเุ ทพ เทอื กสบุ รรณ เปน็ แกนน�ำ ผู้ให้สัมภาษณ์ให้เหตุผลท่ีต่างกันออกไป เช่น “พ้ืนฐานคะแนนสียงดั้งเดิมของคนใต้คือพรรคประชาธิปัตย์” “ส่วนใหญ่ในสุราษฎร์ ลูกหลานพรรคประชาธิปัตย์” “ประชาธิปัตย์ยังครองใจคนใต้ พอเขาได้ไปเป็น เขาก็ท�ำ ประโยชน์ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้บ้าง” “เพราะนโยบายในช่วงท่ีประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นโยบายสนับสนุน ประชาชนส่วนใหญ่ในภาคใต้” แต่ส�ำหรับในภาพรวมของท้ังประเทศพรรคประชาธิปัตย์ได้จ�ำนวนสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรนอ้ ยลง ผใู้ หส้ มั ภาษณแ์ สดงความเหน็ วา่ เปน็ เพราะ “คนเขา้ ใจวา่ สเุ ทพยงั อยกู่ บั พรรคประชาธปิ ตั ย์ ซึ่งบางคนไม่ชอบสุเทพจึงท�ำให้ไม่เลือกพรรคไปด้วย บางกลุ่มก็อยากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารบ้าง” “เพราะคน ไม่ชอบสุเทพเยอะมาก” “ปัจจุบันมีพรรคหน้าใหม่เสนอเข้ามาเป็นจ�ำนวนมาก ท�ำให้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนใจ ไปเลือกนโยบายของพรรคอ่ืน” ส่วนนโยบายที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาลมากที่สุดคือค่าจ้างและราคา ผลิตผลการเกษตร โดยเฉพาะราคายางพาราและราคาปาล์มน้�ำมัน ปัญหาขยะในพื้นที่สุราษฎร์ธานี เส้นทาง การคมนาคม ซง่ี อาจจะมีความแตกตา่ งจากเขตเลอื กต้ังอน่ื เพราะเป็นพืน้ ที่เขตเมืองจึงมีปญั หาอยา่ งอื่นเพม่ิ เติม เขา้ มา เขตเลือกต้งั ท่ี 2 1 ปัจจัยท่มี ีอทิ ธพิ ลตอ่ การลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า ถ้าผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมีการใช้จ่ายเงินซื้อเสียงพวกเขาจะ ไม่เลือกผู้สมัครรายน้ัน แต่มีผู้ให้ข้อมูลบางส่วนให้ข้อมูลว่าหากตัวเองได้รับการซ้ือเสียงจะเลือกผู้สมัครรายน้ัน เพราะเหตวุ า่ เมอ่ื รบั เงนิ แลว้ กต็ อ้ งเลอื ก และเหน็ วา่ สมยั นผี้ ลู้ งสมคั รเลอื กตง้ั กซ็ อื้ เสยี งกนั ทง้ั นน้ั ในขณะทบ่ี างคน เห็นว่ายินดีรับเงินซ้ือเสียง แต่รับแล้วจะไม่เลือกผู้สมัครรายน้ัน ส่วนค�ำถามท่ีว่าหากผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมา รว่ มงานทผี่ ใู้ หข้ อ้ มลู จดั ขน้ึ แลว้ มกี ารใสซ่ องชว่ ยการจดั งานเปน็ เงนิ จ�ำนวนมากเปน็ พเิ ศษ จะมผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจ เลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ จะเลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั เพราะเกรงใจและรสู้ กึ เปน็ บญุ คณุ กนั ในขณะท่ีผู้ให้ข้อมูลบางคนบอกว่าเป็นคนละส่วนกัน ท�ำบุญช่วยงานก็เร่ืองหน่ึง ลงสมัครรับเลือกต้ังก็เป็นอีก เร่ืองหน่ึง และส่วนน้อยบอกว่าการให้เงินท�ำบุญช่วยงานแบบนี้ก็มีลักษณะเป็นการซ้ือเสียงได้ ส่วนค�ำถามท่ีว่า ในกรณีที่ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมาให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษในเร่ืองต่าง ๆ ทั้งต่อตัวเองหรือคนในครอบครัว จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่ามีผลมากที่สุด เพราะเกิดความรู้สึกว่าเป็นบุญคุณท่ีมาช่วยเหลือกันในยามยากล�ำบาก และเกิดความเกรงใจ ส่วนผู้ให้ข้อมูล ส่วนน้อยไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณอะไร และมองว่าการกระท�ำลักษณะน้ีเป็นการซ้ือเสียงทางอ้อมมากกว่า ส่วนค�ำถามที่ว่าหากมีผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมาร่วมท�ำบุญ เช่น ร่วมงานวัด ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน สร้างหรือ ท�ำนุบ�ำรุงวัด มัสยิด ตามประเพณีของชุมชน โดยใช้เงินร่วมท�ำบุญมากเป็นพิเศษ การกระท�ำแบบน้ีจะส่งผล ต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนน้ัน หรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าการกระท�ำแบบนี้
111 เป็นบุญคุณ คิดว่าการท�ำบุญของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งรายนั้นก็ได้ผลบุญตามที่เค้าท�ำเองเราไม่ได้บุญด้วย ส่วนน้อยเท่าน้ันที่เห็นว่าควรเลือกเพราะเกรงใจที่เค้าเอาเงินมาร่วมพัฒนาวัด ส่วนค�ำถามที่ว่าหากผู้ลงสมัคร รบั เลอื กตง้ั มารว่ มกจิ กรรมของคนในชมุ ชน เชน่ มาเปน็ ประธานการจดั การ มาเปน็ ประธานพธิ เี ปดิ ในการ ปใี หม่ สงกรานต์ งานบุญเดือนสิบ หรืองานอื่น ๆ ของคนในชุมชนและมาบ่อยครั้งจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือกเพราะรู้สึกว่าผู้สมัครคนนั้นเป็นคนดี เมื่อมา ท�ำดีกับชุมชนก็รู้สึกเป็นบุญคุณ เกิดความเกรงใจ แต่ผู้ให้ข้อมูลบางส่วนเห็นว่าไม่มีผลต่อการเลือกแต่อย่างใด เพราะไมไ่ ด้เปน็ เรอื่ งทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับตวั ผู้ใหข้ ้อมูลหรือครอบครวั ของผ้ใู ห้ข้อมลู โดยตรง ในค�ำถามทวี่ า่ หากผใู้ หข้ อ้ มลู กบั ผทู้ ลี่ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ เปน็ เครอื ญาติ หรอื มนี ามสกลุ เหมอื นกนั หรอื สามารถเชื่อมโยงสายตระกูลกันได้ จะสง่ ผลตอ่ การตดั สินใจเลือกผ้ลู งสมคั รรบั เลอื กตั้งคนนน้ั หรอื ไม่ ผู้ใหข้ อ้ มลู ส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือกเพราะความเป็นญาติพี่น้องส�ำคัญมาก “ไม่เลือกพ่ีน้องแล้วจะเลือกใคร” ขณะที่ ผใู้ หข้ อ้ มลู บางสว่ นเหน็ วา่ แมจ้ ะเปน็ เครอื ญาตกิ นั กต็ อ้ งพจิ ารณาจากตวั บคุ คลดว้ ยวา่ ควรเลอื กหรอื ไม่ ตอ่ ค�ำถาม ท่ีว่าหากผู้ท่ีลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นเพ่ือนกัน ท้ังเพ่ือนบ้าน เพ่ือนร่วมสถาบันการศึกษาท้ังระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา หรือวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนน้ัน หรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือกเพราะความที่รู้จักคุ้นเคยกันมานาน “เป็นเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน” ส่วนนอ้ ยเทา่ นนั้ ที่เห็นวา่ ไม่มีผลต่อการตัดสนิ ใจ ต่อค�ำถามทวี่ ่าหากผูท้ ่ีลงสมัครรบั เลือกต้ังทีเ่ คยเปน็ ขา้ ราชการ ท่ีเคยท�ำงานเกี่ยวข้องกับตัวผู้ให้ข้อมูล เช่น เป็นอดีตข้าราชการครู อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อดีตนายอ�ำเภอ อดีตก�ำนัน อดีตผู้ใหญ่บ้าน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด อดีตนายกเทศมนตรี อดีตข้าราชการในต�ำแหน่งทางราชการอื่น ๆ จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัคร รบั เลอื กตง้ั คนนน้ั หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ การเปน็ คนทม่ี ตี �ำแหนง่ เหลา่ นไ้ี มไ่ ดส้ ง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ เลือกเพราะไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันได้มากพอ เม่ือต้องพิจารณาเลือกต้ังก็ต้องพิจารณาคุณสมบัติ กันไปไม่ได้เอาเฉพาะต�ำแหน่งใด ๆ ในอดีตมาพิจารณาอย่างเดียวต้องดูถึงผลงานในต�ำแหน่งนั้นในอดีตด้วยว่า ท�ำงานอะไรมีผลงานอะไรมาบ้าง ส�ำหรับค�ำถามที่ว่าวุฒิการศึกษาของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ัง จะส่งผลต่อ การตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าการศึกษาเป็นส่ิงส�ำคัญ การเลอื กตวั แทนจะเลอื กคนทมี่ กี ารศกึ ษามากกวา่ กอ่ น ตอ่ ค�ำถามทวี่ า่ อายขุ องผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ จะสง่ ผลตอ่ การตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าจะเลือกคนที่มีอายุมากกว่า ก่อนเพราะคนอายุมากกว่าจะมีประสบการณ์ชีวิตและการท�ำงานมากกว่าคนอายุน้อย แต่ไม่ได้หมายถึงอายุ มากจนแก่ชราต้องอยู่ในช่วงวัยกลางคนเป็นต้นไป ส่วนน้อยเท่าน้ันที่เห็นว่าอายุมากน้อยไม่มีผลขอแค่ให้ได้ คนท่ีท�ำงานเป็นก็พอ ต่อค�ำถามท่ีว่าอาชีพของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ัน หรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าอาชีพของผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งท่ี มีอาชีพท่ีม่ันคงกว่าจะมีความได้เปรียบกว่าผู้ลงสมัครท่ีมีอาชีพไม่ม่ันคง ส่วนน้อยเท่านั้นท่ีไม่ได้ให้ความส�ำคัญ กับอาชีพ และค�ำถามที่ว่าพรรคการเมืองของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังแต่ละคนจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลท้ังหมดตอบว่าพรรคการเมืองท่ีผู้ลงสมัครรับการเลือกต้ังสังกัดมีผลต่อ การตดั สินใจอย่างมาก
112 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 ทัศนคตขิ องผ้เู ลือกตั้งตอ่ พฤติกรรมการทจุ ริตเลือกตั้ง ผวู้ จิ ัยต้งั ค�ำถามในการสัมภาษณว์ ่าหากในอนาคตพบเหน็ การทจุ ริตการเลอื กตั้ง ผถู้ กู สมั ภาษณ์จะคดิ และด�ำเนินการอย่างไร ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่า “ไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้คิดจะด�ำเนินการใด ๆ เพราะไม่รู้ จะท�ำอย่างไร หรือคิดว่าด�ำเนินการอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ เหน่ือยเปล่า” แจ้งไปก็เท่าน้ัน เราไม่มีความรู้ ความสามารถเราไม่มี ท�ำไปก็เท่านั้น จริง ๆ คิดจะท�ำแบบนี้ แต่คิดว่าเราท�ำอะไรไม่ได้ ขณะท่ีส่วนรองลงมา ตอบว่า “ไม่ยอมรับ แต่ท�ำได้แค่บอกตัวเองว่าจะไม่ลงคะแนนเสียงให้กับผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนที่ท�ำ การทจุ รติ เลอื กต้งั น้ัน” มีผู้ให้ขอ้ มูลเพียงส่วนน้อยเทา่ นน้ั ท่ี “ยอมรับต่อการทุจริตได้ เพราะใคร ๆ ก็ท�ำกัน” 3 ทัศนคติของผเู้ ลือกตั้งต่อผลการเลอื กตัง้ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่มีความเช่ือม่ันต่อผลการนับคะแนนเลือกต้ังที่ประกาศโดยคณะกรรมการ การเลือกตง้ั เพราะถือว่าเป็นคณะบคุ คลท่ีมีความรูค้ วามสามารถ มคี วามเปน็ กลาง น่าจะท�ำให้เกิดความโปร่งใส ความยุติธรรมในการเลือกต้ังได้ ต่อค�ำถามที่ว่าเพราะอะไรที่ท�ำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถชนะการเลอื กตง้ั ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านไี ดท้ กุ เขต ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ “เพราะประชาชน มคี วามมัน่ ใจ เช่ือมั่น รกั ชอบ และศรทั ธาในพรรค หวั หนา้ พรรคมีภาพลกั ษณค์ วามซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และไม่มเี รอื่ ง ท่ีพรรคต้องเสียหาย เส่ือมเสียท้ังพรรค และหัวหน้าพรรค รวมถึงพรรคนี้มีประสบการณ์เป็นรัฐบาลเคยแสดง ผลงานการบริหารให้เห็นกันมาแล้ว และท่ีน่ีก็เป็นฐานเสียงส�ำคัญของพรรคมานาน นักการเมืองผู้ลงสมัคร และหัวคะแนนลงพ้ืนที่พบปะประชาชนมาอย่างสม�่ำเสมอ ประชาชนให้การยอมรับอย่างมาก ต่อค�ำถามที่ว่า เพราะอะไรที่ท�ำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังจากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ น้อยลงกว่าการเลือกต้ังคร้ังที่ผ่านมา ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่าเพราะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคนรุ่นใหม่ ประชาชนยังไม่คนุ้ เคย และยังไมม่ ปี ระสบการณ์ในสนามการเมอื งมากพอ ขณะทีน่ กั การเมอื งของพรรคบางคน ในบางพื้นท่ีไม่มีความสามารถในการดูแลประชาชนในพ้ืนที่ของตัวเอง รวมถึงนักการเมืองเก่าของพรรคท�ำให้ ภาพลกั ษณข์ องพรรคเกดิ ความเสยี หาย หรอื มนี กั การเมอื งหนา้ เกา่ ของพรรคยา้ ยพรรคไป สว่ นของตวั พรรคเอง ก็อาจจะไม่แสดงนโยบายที่ชัดเจน อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการมีพรรคการเมืองใหม่ ๆ เกิดข้ึนมากท�ำให้คนหันไป ให้ความสนใจมากข้ึน ในขณะที่มุมมองต่อผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งน้ันผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ ใหข้ อ้ มลู วา่ นกั การเมอื งผนู้ นั้ ควรแสดงทา่ ทยี อมรบั ตอ่ ผลการเลอื กตงั้ ครงั้ นแี้ ละหนั มาพฒั นาตวั เองเพอ่ื ลงแขง่ ขนั ในการเลอื กตัง้ คราวต่อไป ผใู้ หข้ อ้ มลู ใหข้ อ้ มลู วา่ พรรคการเมอื งทไ่ี ดค้ ะแนนเสยี งล�ำดบั รองลงไปซง่ึ ไมไ่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตง้ั ควรแสดงทา่ ทยี อมรบั ตอ่ ผลการเลอื กตงั้ ในครง้ั น้ี หรอื หากไมส่ ามารถยอมรบั ไดก้ ค็ วรจะนง่ิ เฉยไป ตอ่ ค�ำถามทวี่ า่ ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั ทไี่ มไ่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ ครง้ั นคี้ วรลงสมคั รรบั เลอื กตงั้ ในระดบั ทอ้ งถน่ิ ตอ่ ไปหรอื ไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าควรลงสมัครรับการเลือกตั้งในระดับท้องถ่ินต่อไปเพราะคนเริ่มรู้จักแล้ว ขณะที่ อีกส่วนหน่ึงให้ข้อมูลว่า ไม่ควรจะลงสมัครรับเลือกต้ังระดับท้องถ่ินแล้ว เพราะการเลือกต้ังระดับชาติน่าจะ บอกได้ว่ามีคนสนับสนุนน้อย ส่วนค�ำถามท่ีให้คิดไปในอนาคตว่าภายหลังการเลือกตั้งของประเทศไทยในครั้งนี้
113 จะส่งผลให้เกิดการลดความขัดแย้งทางการเมืองลงได้บ้างหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าไม่น่าจะ ลดความขัดแย้งลงไปได้ มิหน�ำซ้�ำอาจจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้นกว่าเดิม และค�ำถามสุดท้ายคือรัฐบาลชุดใหม่ ควรด�ำเนนิ นโยบายเรือ่ งใดใหก้ ับประชาชนในพื้นทจี่ งั หวัดสุราษฎร์ธานี หรือพ้นื ทีภ่ าคใตด้ ้วยความเร่งดว่ นทส่ี ุด หรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่ารัฐบาลใหม่ควรให้ความส�ำคัญและด�ำเนินอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะการแก้ไข ปญั หาราคายางพารา ปาล์มน�ำ้ มนั ตกตำ่� เพราะเป็นพชื เศรษฐกิจส�ำคัญของภาคใต้ เขตเลอื กตง้ั ที่ 3 1 ปัจจัยท่ีมอี ิทธิพลต่อการลงคะแนนเสยี งเลอื กตั้ง ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ ถา้ ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั มกี ารใชจ้ า่ ยเงนิ ซอื้ เสยี งพวกเขาจะไมเ่ ลอื ก ผู้สมัครรายน้ัน พร้อมย�้ำว่าถ้ายอมรับการซ้ือเสียงได้ก็เท่ากับยอมรับการทุจริต คนท่ีซ้ือเสียงเข้ามาไม่ควร ไดร้ บั ต�ำแหนง่ แตม่ ผี ใู้ หข้ อ้ มลู บางสว่ นใหข้ อ้ มลู วา่ หากตวั เองไดร้ บั การซอ้ื เสยี งจะเลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั เพราะเหตวุ า่ เม่ือรับเงินแล้วก็ต้องเลือก ไม่เลือกก็รู้สึกผิดต่อคนซ้ือเสียงอีก ส่วนค�ำถามท่ีว่าหากผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมา รว่ มงานทผี่ ใู้ หข้ อ้ มลู จดั ขนึ้ แลว้ มกี ารใสซ่ องชว่ ยการจดั งานเปน็ เงนิ จ�ำนวนมากเปน็ พเิ ศษจะมผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจ เลอื กผสู้ มคั รรายนนั้ หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ จะเลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั เพราะเกรงใจและรสู้ กึ เปน็ บญุ คณุ กนั ในขณะท่ีผู้ให้ข้อมูลบางคนบอกว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจให้มองที่ส่วนรวมจะถูกต้องกว่า ส่วนค�ำถามที่ว่า ในกรณีท่ีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมาให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษในเรื่องต่าง ๆ ทั้งต่อตัวเองหรือคนในครอบครัว จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่ามีผลมากที่สุด เพราะเกิดความรู้สึกว่าเป็นบุญคุณท่ีมาช่วยเหลือกันท�ำให้เราต้องเกรงใจและต้องตอบแทนกัน ส่วนผู้ให้ข้อมูล ส่วนน้อยไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณอะไรให้มองผลท่ีจะเกิดกับส่วนรวมมากกว่า ส่วนค�ำถามท่ีว่าหากมีผู้ลงสมัคร รบั เลอื กตง้ั มารว่ มท�ำบญุ เชน่ รว่ มงานวดั ทอดผา้ ปา่ ทอดกฐนิ สรา้ งหรอื ท�ำนบุ �ำรงุ วดั มสั ยดิ ตามประเพณขี อง ชมุ ชน โดยใชเ้ งนิ รว่ มท�ำบญุ มากเปน็ พเิ ศษ การกระท�ำแบบนจ้ี ะสง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจเลอื กผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั คนนน้ั หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู กง่ึ หนงึ่ ไมร่ สู้ กึ วา่ การกระท�ำแบบนเี้ ปน็ บญุ คณุ อกี กง่ึ หนงึ่ เหน็ วา่ ควรเลอื กเพราะเกรงใจ ในบญุ คณุ ของเคา้ สว่ นค�ำถามทวี่ า่ หากผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั มารว่ มกจิ กรรมของคนในชมุ ชน เชน่ มาเปน็ ประธาน การจัดการ มาเป็นประธานพิธีเปิด ในการ ปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญเดือนสิบ หรืองานอื่น ๆ ของคนในชุมชน และมาบ่อยคร้ังจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือก เพราะรู้สกึ ว่าเปน็ บญุ คุณ แตผ่ ู้ให้ขอ้ มูลบางส่วนเห็นวา่ ไมม่ ีผลต่อการเลือกแตอ่ ยา่ งใด ในค�ำถามทวี่ า่ หากผใู้ หข้ อ้ มลู กบั ผทู้ ลี่ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั เปน็ เครอื ญาติ หรอื มนี ามสกลุ เหมอื นกนั หรอื สามารถเช่อื มโยงสายตระกลู กนั ได้ จะสง่ ผลตอ่ การตดั สินใจเลอื กผู้ลงสมคั รรับเลอื กต้งั คนนัน้ หรือไม่ ผใู้ ห้ข้อมลู สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ ตอ้ งเลอื กเพราะตอ้ งเลอื กญาตขิ องตวั เอง หากมปี ญั หาอะไรเขาไดช้ ว่ ยเหลอื เราได้ บางคนบอกวา่ เป็นญาติกันถ้าไม่เลือกกันก็ดูใจด�ำกันเกินไป บางคนบอกว่าอยากให้นามสกุลเป็นท่ีรู้จักและหากมีต�ำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะท�ำให้ดูเป็นตระกูลดังและมีอ�ำนาจ ขณะที่ผู้ให้ข้อมูลบางส่วนเห็นว่าความเป็น
114 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครอื ญาตกิ นั กไ็ มม่ ผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจเลอื กตงั้ ค�ำถามทวี่ า่ หากผทู้ ลี่ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ เปน็ เพอื่ นกนั ทงั้ เพอ่ื นบา้ น เพ่ือนร่วมสถาบันการศึกษาท้ังระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา หรือวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยจะส่งผล ต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือกเพราะเพื่อน ต้องเลือกเพ่ือน เพื่อนมีความผูกพัน ต้องช่วยเหลือกัน ส่วนน้อยเท่าน้ันที่เห็นว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ต่อค�ำถามท่ีว่าหากผู้ท่ีลงสมัครรับเลือกตั้งที่เคยเป็นข้าราชการที่เคยท�ำงานเก่ียวข้องกับตัวผู้ให้ข้อมูล เช่น เปน็ อดตี ข้าราชการครู อดตี ผวู้ ่าราชการจงั หวัด อดีตนายอ�ำเภอ อดตี ก�ำนัน อดีตผู้ใหญ่บ้าน อดีตนายกองคก์ าร บริหารส่วนต�ำบล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด อดีตนายกเทศมนตรี อดีตข้าราชการในต�ำแหน่งทาง ราชการอ่ืน ๆ จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า เรื่องน้ีไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก แต่บางส่วนบอกว่ามีผลเพราะแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครคนน้ันเคยมีผลงาน ในต�ำแหน่งน้ันในอดีต ส�ำหรับค�ำถามที่ว่าวุฒิการศึกษาของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนนั้นหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าการศึกษาส่งผลต่อการตัดสินใจ เพราะความรู้ เป็นส่ิงส�ำคัญวัดความแตกต่างของคนได้ บ้านเมืองควรได้คนเก่งคนฉลาดคนมีความรู้มาเป็นผู้น�ำเป็นสิ่งส�ำคัญ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นน้ั ทเี่ หน็ วา่ พจิ ารณาจากวฒุ กิ ารศกึ ษาอยา่ งเดยี วไมไ่ ดต้ อ้ งพจิ ารณาจากการกระท�ำดว้ ยวา่ ท�ำอะไร ได้บ้าง ต่อค�ำถามท่ีว่าอายุของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนน้ัน หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ อายไุ มใ่ ชส่ ง่ิ ส�ำคญั ขณะทบี่ างสว่ นจะเลอื กคนทมี่ อี ายมุ ากกวา่ กอ่ นเพราะ เช่ือว่าคนอายุมากกว่าจะมีประสบการณ์ชีวิตและการท�ำงานมากกว่าคนอายุน้อย แต่ไม่ได้หมายถึงอายุมาก จนแก่ชราเกินไป ต่อค�ำถามที่ว่าอาชีพของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนนั้นหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าอาชีพของผู้ลงสมัครรับการเลือกต้ังจะ บ่งบอกถงึ ความรู้ ความสามารถ สถานะทางเศรษฐกจิ และความน่าเชื่อถอื ทางสังคมได้ สว่ นน้อยเท่านน้ั ท่ีไมไ่ ด้ ใหค้ วามส�ำคญั กบั อาชพี และค�ำถามทว่ี า่ พรรคการเมอื งของผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั แตล่ ะคนจะสง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ เลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลท้ังหมดตอบว่าพรรคการเมืองท่ีผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งสังกัด มผี ลตอ่ การตัดสนิ ใจอย่างมาก 2 ทัศนคตขิ องผ้เู ลือกตงั้ ต่อพฤติกรรมการทจุ ริตเลือกตง้ั ผู้วิจัยตั้งค�ำถามในการสัมภาษณ์ว่าหากในอนาคตพบเห็นการทุจริตการเลือกตั้ง ผู้ถูกสัมภาษณ์ จะคิดและด�ำเนินการอย่างไร ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่า “ไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้คิดจะด�ำเนินการใด ๆ เพราะ ไม่รู้จะท�ำอย่างไร และคิดว่าเป็นเร่ืองยากท่ีจะแก้ไข เรื่องแบบนี้มีมานานแล้ว” ขณะท่ีค�ำตอบที่รองลงมา มาตอบว่า “ไม่ยอมรับ แต่ท�ำได้แค่บอกตัวเองว่าจะไม่ลงคะแนนเสียงให้กับผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนที่ท�ำ การทุจริตเลือกต้ังน้ัน” หรือ “ไม่ยอมรับ แล้วบอกคนที่ใกล้ชิดเพ่ือไม่ให้เลือกผู้ลงสมัครท่ีท�ำการทุจริต การเลือกต้ังคนนั้น” มีผู้ให้ข้อมูลเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันท่ี “ยอมรับต่อการทุจริตได้ เพราะใคร ๆ ก็ท�ำกัน” รู้ดวี า่ มันผดิ แต่เราไม่ไดร้ ับผลกระทบเสยี หายอะไร
115 3 ทศั นคติของผเู้ ลอื กตงั้ ตอ่ ผลการเลอื กตง้ั ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่มีความเช่ือม่ันต่อผลการนับคะแนนเลือกต้ังท่ีประกาศโดยคณะกรรมการ การเลือกตั้งเพราะติดตามข่าวการเลือกตั้งจากทางโทรทัศน์พบเห็นการกระท�ำที่สุ่มเส่ียงต่อการทุจริตและ ความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้ง ต่อค�ำถามที่ว่าเพราะอะไรท่ีท�ำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังจากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถชนะการเลอื กตง้ั ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านไี ดท้ กุ เขต ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ เพราะพรรคการเมอื งน้ี มีฐานเสียงและมีอิทธิพลในพื้นท่ีอยู่เดิมแล้ว ได้รับการเลือกต้ังในพ้ืนที่มายาวนาน เป็นท่ีรักและศรัทธาของ ประชาชนในพนื้ ที่ ตอ่ ค�ำถามทว่ี า่ เพราะอะไรทท่ี �ำใหผ้ ลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั จากพรรคประชาธปิ ตั ยถ์ งึ ไดร้ บั ชยั ชนะ การเลอื กตงั้ ในพนื้ ทภ่ี าคใตน้ อ้ ยลงกวา่ การเลอื กตง้ั ครง้ั ทผ่ี า่ นมา ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญต่ อบวา่ เพราะมพี รรคการเมอื ง อื่นมาลงสนามแข่งขันจ�ำนวนมาก รวมถึงการเคล่ือนไหวทางการเมืองที่เช่ือว่าพรรคน้ีมีส่วนร่วมในการสร้าง ความวนุ่ วายในทางการเมอื ง ท�ำใหเ้ กดิ ผลกระทบดา้ นลบกบั พรรคในทส่ี ดุ ในขณะทม่ี มุ มองตอ่ ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั ทไี่ มไ่ ดร้ บั การเลอื กตงั้ นนั้ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ นกั การเมอื งผนู้ นั้ อาจจะเสยี ใจหรอื ไมพ่ อใจ แตค่ วรแสดง ทา่ ทียอมรับตอ่ ผลการเลือกตงั้ คร้ังน้ี ผใู้ หข้ อ้ มลู ใหข้ อ้ มลู วา่ พรรคการเมอื งทไ่ี ดค้ ะแนนเสยี งล�ำดบั รองลงไปซงึ่ ไมไ่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ ควรแสดงท่าทียอมรับต่อผลการเลือกต้ังในคร้ังนี้แม้จะเสียใจหรือเสียดายที่พลาดไปก็ตาม ต่อค�ำถามที่ว่า ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ ทไี่ มไ่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตง้ั ครงั้ นคี้ วรลงสมคั รรบั เลอื กตง้ั ในระดบั ทอ้ งถน่ิ ตอ่ ไปหรอื ไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรลงสมัครรับการเลือกตั้งในระดับท้องถ่ินต่อไป เพราะการเลือกตั้งระดับชาติ คร้ังท่ีผ่านมาน่าจะบอกได้ว่ามีคนสนับสนุนน้อย ส่วนน้อยที่สนับสนุนให้ลงสมัครรับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ต่อไป ส่วนค�ำถามท่ีให้คิดไปในอนาคตว่าภายหลังการเลือกต้ังของประเทศไทยในคร้ังนี้จะส่งผลให้เกิด การลดความขัดแย้งทางการเมืองลงได้บ้างหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลตรงกันว่า ไม่น่าจะลด ความขัดแย้งลงไปได้ ส่วนน้อยเท่านั้นท่ีเชื่อว่าความขัดแย้งจะลดลงไปได้ และค�ำถามสุดท้ายคือรัฐบาลชุดใหม่ ควรด�ำเนนิ นโยบายเรื่องใดให้กับประชาชนในพืน้ ทจ่ี ังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี หรือพืน้ ที่ภาคใต้ดว้ ยความเร่งดว่ นท่ีสุด หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู ส่วนใหญ่ตอบวา่ รฐั บาลใหม่ควรใหค้ วามส�ำคญั และด�ำเนนิ อยา่ งเรง่ ดว่ นโดยเฉพาะเรอ่ื งรายได้ และการแก้ไขปญั หาราคายางพารา ปาลม์ นำ้� มนั ตกตำ่� เขตเลือกต้งั ที่ 4 1 ปจั จัยที่มีอทิ ธพิ ลต่อการลงคะแนนเสยี งเลือกต้งั ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าถ้าผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมีการใช้จ่ายเงินซื้อเสียงพวกเขาจะไม่ เลือกผู้สมัครรายนั้น เพราะเห็นว่าเป็นคนไม่ดีที่ท�ำการทุจริตเลือกตั้ง แสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและ ประเทศชาติ แตม่ ผี ใู้ หข้ อ้ มลู บางสว่ นใหข้ อ้ มลู วา่ หากตวั เองไดร้ บั การซอ้ื เสยี งจะเลอื กผสู้ มคั รรายนนั้ เพราะเหตวุ า่
116 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมอ่ื รบั เงนิ แลว้ กต็ อ้ งเลอื ก ค�ำถามทวี่ า่ หากผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั มารว่ มงานทผี่ ใู้ หข้ อ้ มลู จดั ขนึ้ แลว้ มกี ารใสซ่ องชว่ ย การจดั งานเปน็ เงนิ จ�ำนวนมากเปน็ พเิ ศษจะมผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจเลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญ่ เหน็ วา่ ไมม่ ผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจจะเลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั เหน็ วา่ เปน็ คนละเรอ่ื งทไี่ มค่ วรน�ำมาเกยี่ วขอ้ งกนั แตผ่ ใู้ หข้ อ้ มลู บางสว่ นเกดิ ความรสู้ กึ เกรงใจและรสู้ กึ เปน็ บญุ คณุ กนั กบั ผลู้ งสมคั รรายนนั้ และสว่ นนอ้ ยบอกวา่ การใหเ้ งนิ ท�ำบญุ ชว่ ยงานแบบนก้ี ม็ ลี กั ษณะเปน็ การซอ้ื เสยี งได้ สว่ นค�ำถามทวี่ า่ ในกรณที ผี่ ลู้ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ มาใหค้ วามชว่ ยเหลอื เป็นพิเศษในเร่ืองต่าง ๆ ทั้งต่อตัวเองหรือคนในครอบครัวจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรายนั้น แต่เกิดความรู้สึกว่าเป็นบุญคุณที่มาช่วยเหลือกันและต้องหาทางตอบแทนกันแต่ไม่ใช่การเลือกต้ัง ส่วนค�ำถาม ท่ีว่าหากมีผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมาร่วมท�ำบุญ เช่น ร่วมงานวัด ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน สร้างหรือท�ำนุบ�ำรุงวัด มัสยิด ตามประเพณีของชุมชน โดยใช้เงินร่วมท�ำบุญมากเป็นพิเศษ การกระท�ำแบบนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจ เลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนนั้นหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าการกระท�ำแบบนี้ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เลอื กผสู้ มคั รรายนน้ั สว่ นนอ้ ยเทา่ นนั้ ทเี่ หน็ วา่ ควรเลอื กเพราะเหน็ วา่ เปน็ การท�ำความดชี ว่ ยเหลอื สงั คม ชว่ ยเหลอื สาธารณะ ส่วนค�ำถามท่ีว่าหากผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังมาร่วมกิจกรรมของคนในชุมชน เช่น มาเป็นประธาน การจัดการ มาเป็นประธานพิธีเปิด ในงานปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญเดือนสิบ หรืองานอื่น ๆ ของคนในชุมชน และบ่อยคร้ังจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดเห็นว่าไม่ส่งผลต่อ การตดั สนิ ใจเลือกผู้สมัครรายน้นั เลย ในค�ำถามที่ว่าหากผู้ให้ข้อมูลกับผู้ท่ีลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเครือญาติ หรือมีนามสกุลเหมือนกัน หรือสามารถเช่ือมโยงสายตระกูลกันได้ จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนนั้นหรือไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ ตอ้ งเลอื กเพราะความเปน็ เครอื ญาตกิ นั ตอ้ งสนบั สนนุ เครอื ญาติ ตอ้ งชว่ ยเหลอื คนกนั เอง ต้องสนับสนุนญาติพ่ีน้อง เพราะถือเป็นคนในครอบครัวส�ำคัญมาก ขณะที่ผู้ให้ข้อมูลบางส่วนเห็นว่าแม้จะเป็น เครือญาติกันก็ต้องพิจารณาจากตัวบุคคลและพรรคการเมืองที่สังกัดด้วยว่าควรเลือกหรือไม่ ต่อค�ำถามที่ว่า หากผู้ทีล่ งสมัครรบั เลอื กตง้ั เปน็ เพ่อื นกัน ทง้ั เพ่อื นบ้าน เพื่อนรว่ มสถาบนั การศึกษาท้ังระดับประถมศึกษา หรือ มัธยมศึกษา หรือวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเลือกเพราะรู้จักนิสัยใจคอกันมา มีความสัมพันธ์ที่ดีสนิทสนม เลือกแล้ววันหน้า จะไดช้ ่วยเหลือกัน สว่ นนอ้ ยเท่าน้นั ทเ่ี ห็นว่าไม่มีผลต่อการตัดสนิ ใจ ต่อค�ำถามทวี่ ่าหากผูท้ ่ลี งสมัครรบั เลือกต้ังที่ เคยเป็นข้าราชการที่เคยท�ำงานเก่ียวข้องกับตัวผู้ให้ข้อมูล เช่น เป็นอดีตข้าราชการครู อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อดีตนายอ�ำเภอ อดีตก�ำนัน อดีตผู้ใหญ่บ้าน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล อดีตนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด อดีตนายกเทศมนตรี อดีตข้าราชการในต�ำแหน่งทางราชการอ่ืน ๆ จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัครรายนั้น แตบ่ างสว่ นเหน็ วา่ การเปน็ คนทมี่ ตี �ำแหนง่ เหลา่ นสี้ ง่ ผลตอ่ การแสดงใหเ้ หน็ ผลงานในอดตี และการมปี ระสบการณ์ ในการท�ำงาน ส�ำหรับค�ำถามท่ีว่าวุฒิการศึกษาของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก ผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าการศึกษาส่งผลต่อการตัดสินใจเพราะย่ิงเรียนสูง
117 ย่ิงแสดงว่าเป็นคนมีความรู้ ย่ิงเรียนสูงย่ิงน่าเลือก แสดงถึงความเป็นคนใฝ่รู้และมีความรับผิดชอบ ยิ่งเรียนมา ตรงกับสาขาวิชาท่ีท�ำงานย่ิงดี ส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ให้ความส�ำคัญกับเร่ืองน้ี ต่อค�ำถามที่ว่าอายุของผู้ลงสมัคร รับเลือกต้ังจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังคนน้ันหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า อายุไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีเห็นว่าจะเลือกคนที่มีอายุมากกว่าก่อนเพราะคนอายุมากกว่า จะมปี ระสบการณช์ วี ติ และการท�ำงานมากกวา่ คนอายนุ อ้ ย ตอ่ ค�ำถามทว่ี า่ อาชพี ของผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั แตล่ ะคน จะสง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจเลอื กผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั คนนน้ั หรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หค้ วามเหน็ วา่ อาชพี ไมม่ ผี ล ต่อการตัดสินเลือกผู้สมัคร ส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีเห็นว่าอาชีพของผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งที่มีอาชีพท่ีม่ันคงกว่า จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า และค�ำถามที่ว่าพรรคการเมืองของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนจะส่งผลต่อ การตัดสินใจเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่าพรรคการเมืองที่ผู้ลงสมัคร รบั เลือกตั้งสังกัดมีผลตอ่ การตัดสนิ ใจ แตต่ ้องพจิ ารณาจากนโยบายของพรรคการเมืองประกอบกนั ดว้ ย 2 ทัศนคตขิ องผ้เู ลอื กตง้ั ตอ่ พฤตกิ รรมการทุจริตเลือกตัง้ ผวู้ ิจัยตงั้ ค�ำถามในการสมั ภาษณ์วา่ หากในอนาคตพบเห็นการทุจรติ การเลือกตั้ง ผู้ถูกสัมภาษณ์จะคดิ และด�ำเนินการอย่างไร ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่า “ไม่ยอมรับ แล้วแจ้งข้อมูลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้รับทราบ” รองลงมาคือ “ไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้คิดจะด�ำเนินการใด ๆ เพราะไม่รู้จะท�ำอย่างไร หรือคิดว่า ด�ำเนินการอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ เหนื่อยเปล่า” แจ้งไปก็เท่าน้ัน สังคมยากท่ีจะเปลี่ยนแปลง ขณะที่ส่วน รองลงมาตอบวา่ “ไม่ยอมรบั แต่ท�ำไดแ้ คบ่ อกตัวเองวา่ จะไมล่ งคะแนนเสยี งให้กับผ้ลู งสมคั รรับเลอื กตัง้ คนทที่ �ำ การทุจริตเลือกต้ังน้ัน” มีผู้ให้ข้อมูลเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันที่ “ยอมรับต่อการทุจริตได้ เพราะใคร ๆ ก็ท�ำกัน” เพราะสังคมของเราเปน็ แบบนี้มานาน หาความซ่อื สตั ย์ซอื่ ตรงยาก 3 ทศั นคตขิ องผู้เลอื กตัง้ ตอ่ ผลการเลือกตั้ง ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่มีความเชื่อมั่นต่อการท�ำงานของคณะกรรมการการเลือกต้ัง เพราะพิจารณา จากการท�ำงานแล้วเห็นว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่เห็นถึงความโปร่งใสในการท�ำงาน ส่วนน้อยเท่านั้นท่ี ให้ความเช่ือถือ ต่อค�ำถามท่ีว่าเพราะอะไรที่ท�ำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์สามารถชนะ การเลือกต้ังในพ้ืนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทุกเขต ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าเพราะเป็นพรรคเก่าแก่ มชี อ่ื เสยี ง และความคุ้นเคยจนเปน็ ท่นี ยิ มของประชาชนและเคยมผี ลงานการเป็นรฐั บาลมาแลว้ และมกี ารท�ำให้ ราคายางพารามีราคาสูงในสมัยน้ันจนเอาชนะใจประชาชนได้ ต่อค�ำถามท่ีว่าเพราะอะไรท่ีท�ำให้ผู้ลงสมัคร รบั เลอื กตง้ั จากพรรคประชาธปิ ตั ย์ ถงึ ไดร้ บั ชยั ชนะการเลอื กตงั้ ในพน้ื ทภี่ าคใตน้ อ้ ยลงกวา่ การเลอื กตง้ั ครง้ั ทผ่ี า่ นมา ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตอบว่าเพราะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นใหม่มากข้ึน มีการเสนอนโยบาย ใหม่ ๆ มีคนรุ่นใหม่ท่ีชอบแนวคิดของพรรคการเมืองใหม่ ๆ เป็นที่ช่ืนชมของคนรุ่นใหม่ ในขณะที่มุมมองต่อ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งท่ีไม่ได้รับการเลือกตั้งนั้นผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่านักการเมืองผู้นั้นควรแสดงท่าที ยอมรบั และเคารพต่อผลการเลอื กตง้ั คร้ังนี้และเตรยี มตัวเพ่อื ลงแข่งขันในการเลือกตง้ั คราวตอ่ ไป
118 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงล�ำดับรองลงไปซ่ึงไม่ได้รับชัยชนะใน การเลือกตั้งควรแสดงท่าทียอมรับต่อผลการเลือกตั้งในคร้ังนี้ ต่อค�ำถามที่ว่าผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังท่ีไม่ได้รับ ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ควรลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นต่อไปหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่า ควรลงสมัครรับเลือกต้ังในระดับท้องถิ่นต่อไปเพราะจะได้หาประสบการณ์ในการท�ำงานในระดับพ้ืนที่ ส่วนค�ำถามที่ให้คิดไปในอนาคตว่า ภายหลังการเลือกต้ังของประเทศไทยในคร้ังนี้จะส่งผลให้เกิดการลด ความขดั แยง้ ทางการเมอื งลงไดบ้ า้ งหรอื ไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ ไมส่ ามารถจะลดความขดั แยง้ ลงไปได้ ในทางตรงกันข้ามอาจจะเกิดความขัดแย้งมากข้ึนกว่าเดิม และค�ำถามสุดท้ายคือรัฐบาลชุดใหม่ควรด�ำเนิน นโยบายเร่ืองใดให้กับประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือพื้นที่ภาคใต้ด้วยความเร่งด่วนท่ีสุดหรือไม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญต่ อบวา่ รฐั บาลใหมค่ วรใหค้ วามส�ำคญั และด�ำเนนิ อยา่ งเรง่ ดว่ นทางดา้ นเศรษฐกจิ โดยเฉพาะ เรื่องปากท้องของประชาชนการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้�ำมันตกต�่ำเพราะเป็นพืชเศรษฐกิจส�ำคัญ ของภาคใต้ การลดปัญหาการคอรัปชั่น การกระตุ้นการท่องเที่ยว การสร้างความสงบในพ้ืนที่ชายแดนภาคใต้ และการด�ำเนนิ รอยตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง เขตเลือกต้งั ที่ 5 1 ปัจจัยท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อการลงคะแนนเสยี งเลือกตงั้ ผู้ให้สัมภาษณ์ในเขตเลือกตั้งที่ 5 ทุกคนแสดงทัศนะว่าหากมีผู้สมัครจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้ไป ลงคะแนนเสียงนั้นจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจของตนและจะไม่เลือกผู้สมัครคนนั้น (หากพิจารณาจากข้อมูล ก่อนการเลือกต้ังท่ีระบุว่าเขตเลือกตั้งท่ี 5 ไม่มีผู้สมัครหรือหัวคะแนนใช้เงินในการจูงใจเพ่ือให้ไปเลือกผู้สมัคร คนใดคนหนึ่งก็ท�ำให้เข้าใจได้ว่าการใช้เงินเพื่อซื้อเสียงในพื้นท่ีน้ีเป็นไปได้ยาก และตัวผู้สมัครรับเลือกต้ังเอง ก็น่าจะทราบในประเด็นนี้) ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เน่ืองจากตนเองมีพรรคการเมืองและผู้สมัคร ที่ชอบอยู่แล้ว “ไม่รับเงิน และไม่เลือก เพราะจะเลือกคนที่ชอบและคนที่คิดไว้” ขณะท่ีบางคนให้เหตุผลว่า “โกงตงั้ แตเ่ รมิ่ เมอ่ื ไดเ้ ปน็ ส.ส.กค็ งโกงอกี ” “ไมย่ อมรบั การซอ้ื เสยี ง” “ไมช่ อบการทจุ รติ ” “จา่ ยเงนิ เพอื่ ซอื้ ไมไ่ ด”้ จากค�ำตอบแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกต้ังต้องการระบบการเมืองท่ีปราศจากการทุจริ ตและตนเองมีศักดิ์ศรี มากพอไม่สามารถใช้เงินซ้ือคะแนนของตนได้ อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ที่กล่าวว่า ตนมี พรรคการเมืองและผู้สมัครที่ชอบอยู่แล้วนั้น แสดงให้เห็นว่าผู้ลงคะแนนเสียงในเขตเลือกต้ังนี้มีความภักดีต่อ พรรคการเมอื งหรอื ผสู้ มคั รสงู ซง่ึ ความภกั ดจี ะเกดิ ขนึ้ ไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื ผลู้ งคะแนนเสยี งไดเ้ หน็ ถงึ พฤตกิ รรมของพรรค และผู้สมัครมาระยะเวลาหน่ึงและลงคะแนนเสียงให้พรรคหรือผู้สมัครซ�้ำ ๆ ขณะที่พรรคการเมืองใหม่หรือ ผู้สมัครหนา้ ใหมอ่ าจจะต้องใชเ้ วลาในการท�ำใหป้ ระชาชนเกดิ ความไวว้ างใจ ส่วนการได้มาซึ่งคะแนนเสียงโดยไม่ใช้ตัวเงินให้กับผู้ลงคะแนนโดยตรง แต่เป็นการให้เงินในรูป ของการช่วยเหลือในงานส�ำคัญต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมงานและให้เงินช่วยงาน (ใส่ซอง) เป็นจ�ำนวนมากน้ัน
119 ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก โดยมองว่าการช่วยเงินในงาน ต่าง ๆ ไม่เก่ียวข้องและเป็นคนละเรื่องกับการลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง “เราอาจนับถือคนนั้น มองเขาว่าใจบุญ เพราะเขาเองท่ีต้องการจะท�ำบุญ เราไม่เห็นต้องไปเกรงใจ” “ผู้สมัครต้องการท�ำบุญ ไม่ถึงกับต้องตอบแทน บุญคุณหรือต้องไปเกรงใจเขา” ขณะท่ีมีผู้ให้สัมภาษณ์เพียงหน่ึงคนแสดงทัศนะว่าการน�ำเงินมาช่วยเหลืองาน ส�ำคัญนั้นจะมีผลก็ต่อเมื่อคนที่ช่วยเหลือนั้น “เป็นคนท่ีคุ้นเคยกัน” ดังนั้น จึงพอจะกล่าวได้ว่าการช่วยเหลือ โดยการให้เงินในงานส�ำคัญต่าง ๆ แทบจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนแต่อย่างใด ส่ิงท่ีน่าสนใจคือ การให้เงินกับผู้ลงคะแนนเสียงโดยตรงท�ำให้เกิดทัศนคติในแง่ลบต่อตัวผู้สมัครคนนั้นค่อนข้างมาก แต่การที่ ผู้สมัครให้เงินไปให้กับผู้ลงคะแนนเสียงผ่านการใส่ซองช่วยงานต่าง ๆ ไม่ได้ท�ำให้เกิดทัศนคติในแง่ลบต่อ ตัวผสู้ มคั รมากนัก แตก่ ไ็ มไ่ ด้ท�ำใหผ้ มู้ ีสทิ ธิเลอื กต้ังลงคะแนนให้กบั เขาเชน่ กนั ส�ำหรบั ค�ำถามทว่ี า่ การชว่ ยเหลอื หรอื ใหป้ ระโยชนอ์ น่ื ทไี่ มไ่ ดอ้ ยใู่ นรปู ตวั เงนิ เชน่ การชว่ ยคนในครอบครวั ส่งผลต่อการลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่มีผล โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่คนท่ีชอบ อยกู่ อ่ นแลว้ แตถ่ า้ เปน็ คนทเ่ี ราชอบกอ็ าจจะมผี ลเพราะมคี วามตง้ั ใจจะเลอื กผสู้ มคั รทา่ นนนั้ อยแู่ ลว้ สว่ นการเขา้ มา รว่ มกจิ กรรมกบั คนในชมุ ชน เขน่ เปน็ ประธานเปดิ งาน กไ็ มม่ ผี ลแตอ่ ยา่ งใดและบางคนบอกวา่ “ไมไ่ ดร้ สู้ กึ อะไรเลย เพราะมันเป็นหน้าที่ หรือท่ีเขามาก็เพราะมีคนเชิญ” อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้สัมภาษณ์คร่ึงหนึ่ง (50 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าการเข้าร่วมงานของชุมชนอาจมีผลหากผู้สมัครคนน้ันเข้าร่วมงานบ่อยคร้ังหรือพบเห็นได้ตลอด ซึ่งจาก ข้อมลู ก่อนการเลอื กตงั้ กแ็ สดงใหเ้ ห็นชดั เจนอยแู่ ล้ววา่ ในเขตเลอื กตัง้ ท่ี 5 นไ้ี มป่ รากฏการใช้วธิ ีการจูงใจรูปแบบ ดังกลา่ วมากนกั โดยผใู้ ห้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ให้ขอ้ มลู ว่าไมพ่ บการใชอ้ ทิ ธิพลหรือผลประโยชน์ หรอื การกระท�ำอน่ื ใด (ที่ไมใ่ ชต่ วั เงนิ ) เพอื่ จงู ใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหนงึ่ ดังนั้น ส�ำหรับผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังที่ 5 การใช้เงินไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจึงไม่ได้เป็น ปจั จยั หลกั ทสี่ ง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ แตม่ แี นวโนม้ ทจ่ี ะเปน็ เรอ่ื งของความสนทิ สนม ความภกั ดี และการแสดงออก ซึ่งคุณธรรม มากกว่า และเมื่อได้สอบถามถึงปัจจัยเร่ืองคุณสมบัติส่วนตัวของผู้สมัครก็พบว่าเป็นปัจจัยท่ีมี อทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจมากกวา่ การใชเ้ งนิ โดยปจั จยั ทส่ี �ำคญั ไดแ้ ก่ ความเปน็ ญาตพิ นี่ อ้ งกนั ผใู้ หส้ มั ภาษณบ์ างคน กล่าวว่า “ต้องเลือกญาติอยู่แล้ว” “ถ้าญาติลงสมัครก็ตัดสินใจได้ง่าย” เป็นต้น ในขณะที่ความเป็นเพ่ือนนั้น ไม่ได้มีอิทธพิ ลเท่ากบั ความเป็นญาติ ผู้ใหส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกว่าความเปน็ เพอื่ นไมไ่ ดม้ ีผล ต่อการลงคะแนนเสียงเลือกต้ังแต่อย่างใด เช่นเดียวกับการเคยเป็นข้าราชการในพ้ืนท่ีมาก่อน หากผู้สมัคร คนน้ันไม่มีผลงานช่วยเหลือประชาชนหรือคลุกคลีกับประชาชน การเคยท�ำงานในพ้ืนท่ีก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้มีสิทธิ เลอื กตั้งออกเสยี งใหก้ ับผสู้ มัคร นอกจากความเป็นญาติพ่ีน้องแล้ว ปัจจัยอ่ืนท่ีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกก็คือวุฒิการศึกษา อาชพี และพรรคทผี่ สู้ มคั รสงั กดั กลา่ วคอื ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ เหน็ วา่ วฒุ กิ ารศกึ ษาเปน็ สง่ิ ที่ สามารถสะทอ้ นความรแู้ ละความสามารถของผสู้ มคั รได้ บางคนกลา่ ววา่ วฒุ กิ ารศกึ ษาแสดงถงึ “ความเปน็ ผนู้ �ำ” ซึง่ ส�ำหรับการเลอื กต้งั ครง้ั นีแ้ ม้ไม่ได้มกี ารก�ำหนดวฒุ กิ ารศึกษาขั้นต�่ำไว้ ด้วยเหตุผลท่จี ะเปิดกวา้ งและใหโ้ อกาส
120 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับผู้สนใจทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงพิจารณาวุฒิการศึกษา เป็นส�ำคญั และท�ำให้การเมืองเป็นเร่ืองของคนทม่ี คี วามรู้ ส�ำหรบั อาชพี ผใู้ หส้ มั ภาษณแ์ สดงความเหน็ วา่ เปน็ ปจั จยั ทส่ี รา้ งความเชอื่ มนั่ ในการเลอื ก ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าอาชีพบางอาชีพไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการเลือกคนที่ประกอบอาชีพ ท่ีไม่เกี่ยวกับการบริหารไปท�ำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรย่อมไม่เป็นผลดี “พวกรับจ้าง เกษตรกร ไม่เกี่ยวกับ การบรหิ ารเลย” “พวกท�ำสวนไมเ่ กย่ี วกบั เรอื่ งบรหิ าร ไมเ่ ชอื่ มนั่ ” การใชก้ ลมุ่ อาชพี เปน็ เกณฑส์ �ำคญั ในการลงคะแน นสะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตงั้ ที่ 5 ซง่ึ สว่ นใหญแ่ ลว้ ท�ำอาชพี เกษตรกร ไมไ่ ดเ้ ลอื กผทู้ เ่ี ปน็ ตวั แทน กลุ่มของตัวเองไปท�ำหน้าที่ในสภาผ้แู ทนราษฎร แตม่ ีแนวโนม้ จะเลอื กคนทเี่ ป็นผู้เชยี่ วชาญหรอื ผทู้ เี่ ก่ียวขอ้ งกับ เร่อื งการบริหารโดยตรงมากกวา่ เช่นเดียวกับพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าเป็นปัจจัยส�ำคัญท่ีท�ำให้ ตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลก่อนการเลือกตั้งท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญ กบั พรรคการเมอื งมากกวา่ ตวั บคุ คลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “พรรคการเมอื งมนี โยบายในการหาเสยี ง” “มีความม่ันใจในพรรคการเมือง” “พรรคการเมืองมีผลงาน” และ “หัวหน้าพรรคการเมืองมีบทบาทมาก” แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเช่ือม่ันและไวว้ างใจของประชาชนท่มี ตี ่อพรรคการเมอื งในระดบั หนง่ึ 2 ทศั นคติของผเู้ ลือกต้ังตอ่ พฤติกรรมการทจุ ริตเลือกต้ัง ต่อค�ำถามที่ว่า ถ้าในอนาคตท่านพบเห็นการทุจริตการเลือกต้ัง ท่านจะคิดและด�ำเนินการอย่างไร ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าส่ิงที่ท�ำได้คือไม่ยอมรับการทุจริตและจะไม่ลงคะแนนให้กับ ผู้ลงสมัครรับเลอื กต้ังท่ที �ำการทจุ ริตเลอื กตงั้ แตจ่ ะไมไ่ ปแจง้ กับคณะกรรมการการเลือกตง้ั หรือเจา้ หน้าท่ขี องรัฐ เช่น ต�ำรวจ ทหาร ก�ำนัน ผ้ใู หญบ่ ้าน ไมน่ �ำเรื่องทุจรติ ไปแจง้ สือ่ มวลชน ไม่บอกเลา่ เรอ่ื งนใี้ ห้คนใกลช้ ดิ ฟัง และ ไม่โพสต์เรื่องราวที่ตนพบเจอ โดยให้แหตุผลว่า “ไม่ยอมรับ แต่ไม่กล้าไปฟ้อง ไปโพสต์ เพราะอาจเป็นภัยเกิด ผลกระทบกบั ตวั เองได”้ “ไปบอกคนอนื่ กเ็ ทา่ นน้ั เราบงั คบั ใครไมไ่ ด”้ “เราเปน็ แคป่ ระชาชนทไ่ี มม่ อี �ำนาจมากพอ จงึ ท�ำไดแ้ คเ่ กบ็ ไวก้ บั ตนเอง” “เราไมม่ คี วามสามารถมากพอทจ่ี ะไปแจง้ ฝา่ ยไหนทเี่ กยี่ วขอ้ งเพราะเราไมร่ เู้ บอื้ งหลงั ว่าเป็นมายังไง” “เป็นเรื่องที่พูดได้ยากกับสมัยปัจจุบัน ถ้าเกิดท�ำอะไรที่โจ่งแจ้งไปก็อาจท�ำให้ตนเดือดร้อนได้” จากค�ำตอบทีย่ กมาแสดงให้เหน็ วา่ ประชาชนไมย่ อมรบั การทจุ รติ การเลอื กตัง้ แตก่ ารจะให้ประชาชนช่วยจบั ตา หรือมีส่วนร่วมในการรายงานการทุจริตอาจจะไม่ประสบผลส�ำเร็จมากนัก เน่ืองจากประชาชนรู้สึกตัวเองว่า ยังไมอ่ ยูใ่ นสถานะที่จะท�ำเรอ่ื งนนั้ ไดแ้ ละอาจส่งผลกระทบต่อตวั เอง 3 ทัศนคติของผู้เลือกตง้ั ต่อผลการเลือกต้งั จากขอ้ มลู กอ่ นการเลอื กตงั้ ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนเชอ่ื มนั่ ในการท�ำหนา้ ทขี่ องคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตงั้ ทง้ั ในแงข่ องการวางตวั เปน็ กลาง การรณรงคใ์ หป้ ระชาชนออกไปใชส้ ทิ ธิ แตห่ ลงั จากเลอื กตงั้ แลว้ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน ไม่มีความเชื่อม่ันในผลการนับคะแนน โดยแสดงความเห็นว่า “เพราะคะแนนไม่น่ิง
121 ขึ้นลงตลอดเวลา” “มีเรื่องบัตรเขย่ง” “เห็นข่าวหลังเลือกต้ัง ไม่เช่ือมั่น” “ไม่เช่ือมั่น เพราะมีการเคล่ือนไหว ตลอดเวลาและภาพรวมหลังการเลือกตั้งก็เป็นไปในทางลบ ไม่มีความน่าเช่ือถือ” “ไม่ เพราะ 1 ใน 50 คน เลือกพรรคท่ีได้คะแนนสูงสุด แล้วคะแนนท่ีมีมากมายนั้นมาจากที่ไหน” ซ่ึงสะท้อนว่าประชาชนเช่ือม่ันใน การท�ำงานของคณะกรรมการเลือกตั้งในระดับท้องถ่ิน แต่ไม่เชื่อม่ันในผลคะแนนที่ประกาศโดยคณะกรรมการ การเลือกต้ังกลาง อย่างไรก็ตาม แม้ทุกคนจะไม่เช่ือมั่นในการนับคะแนน แต่ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนกลับแสดงทัศนะว่า ผู้สมัครและพรรคที่แพ้ควรยอมรับผลการเลือกตั้งโดยไม่ต่อต้าน ซ่ึงอาจมองได้ว่าประชาชนไม่ต้องการให้เกิด ความวนุ่ วายในทางการเมืองและต้องการใหท้ ุกอยา่ งจบลงโดยการทท่ี ุกฝ่ายยอมรับในผลการตดั สนิ ท้งั น้เี พราะ ประชาชนคดิ วา่ การเลอื กตง้ั ครง้ั นมี้ แี นวโนม้ สงู ทอี่ าจจะไมส่ ามารถยตุ คิ วามขดั แยง้ ทางการเมอื งได้ ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ ทง้ั หมดแสดงความเหน็ ตรงกนั วา่ “เลอื กตง้ั ไปแลว้ ความขดั แยง้ กย็ งั อยู่ และจะเพมิ่ ขน้ึ อกี ” (สอดคลอ้ งกบั ทศั นะ ก่อนการเลือกต้ังท่ีสะท้อนว่าประชาชนยังไม่มีความเชื่อม่ันว่าพรรคการเมืองจะสามารถท�ำงานในระบบรัฐสภา ไดอ้ ยา่ งราบรน่ื มปี ระสทิ ธภิ าพ) ดงั นนั้ ถา้ ปลอ่ ยใหแ้ ตล่ ะฝา่ ยสามารถคดั คา้ นหรอื ท�ำตามใจตนเองไดก้ อ็ าจกระทบ กับการท�ำงานของรฐั บาลและกลับมาวุ่นวายเหมือนก่อน ส�ำหรับผลการเลือกตั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่พรรคประชาธิปัตย์สามารถกุมชัยชนะได้ในทุกเขต เลือกต้ัง และท่ีส�ำคัญคือสามารถชนะพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่มี คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนน�ำ ผู้ให้สัมภาษณ์ให้เหตุผลท่ีต่างกันออกไป เช่น “เพราะพรรคประชาธิปัตย์น่าเช่ือถือ” “คนใต้ชอบพรรคเก่าแก่” “คนใต้เป็นสมาชิกมายาวนาน” “ชื่นชอบคุณชวน” “ชอบคุณอภิสิทธิ์” แต่ส�ำหรับในภาพรวมของทั้งประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ได้จ�ำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน้อยลง ผู้ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นว่าเป็นเพราะ “คนอยากลองอะไรใหม่ ๆ” “เบ่ือการเมืองเดิม ๆ” “มีพรรคเพิ่มมากขึ้น” “เบื่อค�ำพูด” ส่วนนโยบายที่ ประชาชนตอ้ งการจากรฐั บาลมากทสี่ ดุ คอื คา่ จา้ งและราคาผลติ ผลการเกษตร โดยเฉพาะราคายางพาราและราคา ปาล์มนำ้� มนั เขตเลือกต้งั ท่ี 6 1 ปัจจัยทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ การลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ ผู้ให้สัมภาษณ์ในเขตเลือกตั้งที่ 6 ทุกคนแสดงทัศนะว่า หากมีผู้สมัครจ่ายเงินเพ่ือจูงใจให้ไป ลงคะแนนเสียงน้ันจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจของตนและจะไม่เลือกผู้สมัครคนนั้น ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ ใหเ้ หตผุ ลวา่ เนอื่ งจากตนเองมพี รรคการเมอื งและผสู้ มคั รทชี่ อบอยแู่ ลว้ “ไมร่ บั เงนิ เลอื กพรรคทไี่ วใ้ จ เลอื กพรรค ทช่ี อบ” ขณะทบี่ างคนใหเ้ หตผุ ลวา่ “ไมร่ บั เพราะไมใ่ ชส่ ง่ิ ทดี่ ที ปี่ ระชาชนควรท�ำ” “ไมเ่ พราะตวั เองเปน็ ขา้ ราชการ ต้องเป็นต้นแบบในการกระท�ำเรื่องท่ีถูกต้อง” “ไม่รับ ผิดกฎหมาย ทุจริต” “ไม่รับ การเริ่มต้นโดยการทุจริต มีการถอนทุนคืนแน่นอนในอนาคต” จากค�ำตอบแสดงให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกต้ังต้องการระบบการเมืองท่ี
122 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปราศจากการทุจริตและตนเองมีศักดิ์ศรีมากพอ อย่างไรก็ตาม เหตุผลของผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ท่ีกล่าวว่า ตนมพี รรคการเมอื งและผูส้ มคั รทช่ี อบอยู่แลว้ นัน้ แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้ลงคะแนนเสียงมีความภักดตี ่อพรรคการเมอื ง หรือผู้สมัครสูง ซึ่งความภักดีจะเกิดข้ึนได้ก็ต่อเม่ือผู้ลงคะแนนเสียงได้เห็นถึงพฤติกรรมของพรรคและผู้สมัคร มาระยะเวลาหนึ่งและลงคะแนนเสียงให้พรรคหรือผู้สมัครซ้�ำ ๆ ขณะที่พรรคการเมืองใหม่หรอื ผสู้ มัครหนา้ ใหม่ อาจจะตอ้ งใชเ้ วลาในการท�ำให้ประชาชนเกดิ ความไว้วางใจ ส่วนการได้มาซ่ึงคะแนนเสียงโดยไม่ได้ให้เงินกับผู้ลงคะแนนโดยตรง แต่เป็นการให้เงินในรูปของ การช่วยเหลือในงานส�ำคัญต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมงานและให้เงินช่วยงาน (ใส่ซอง) เป็นจ�ำนวนมาก เป็นต้น ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) ให้ความเห็นว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก โดยมองว่าการช่วยเงิน ในงานต่าง ๆ ไม่เก่ียวข้องและเป็นคนละเรื่องกับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง “การเลือกผู้แทนต้องเลือก เพอ่ื สว่ นรวม ไมใ่ ชห่ วงั แคป่ ระโยชนส์ ว่ นตวั ” “การเลอื กผแู้ ทนตอ้ งไมใ่ ชอ้ ารมณค์ วามรสู้ กึ ” ขณะทมี่ ผี ใู้ หส้ มั ภาษณ์ ส่วนหนึ่ง (40 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าการน�ำเงินมาช่วยเหลืองานส�ำคัญน้ันจะมีผลก็ต่อเม่ือคนที่ช่วยเหลือนั้น “เป็นคนท่ีสนิทกัน” “อาจมีผลบ้าง แล้วแต่ความสนิทว่าสนิทขนาดไหน เขาเป็นคนดีหรือเปล่า” “มีผล รู้สึกเป็นบุญคุณ” ดังนั้น จึงพอจะกล่าวได้ว่าการช่วยเหลือโดยการให้เงินในงานส�ำคัญต่าง ๆ ไม่มีผลต่อ การตัดสินใจลงคะแนน แต่หากผู้ที่ให้การช่วยเหลอื ดว้ ยเงินมีความสนทิ สนมกนั แสดงออกถงึ ความมีน้ำ� ใจ หรือ พอรจู้ กั อยบู่ า้ งกอ็ าจจะสง่ ผลได้ สงิ่ ทนี่ า่ สนใจคอื การใหเ้ งนิ กบั ผลู้ งคะแนนเสยี งโดยตรงท�ำใหเ้ กดิ ทศั นคตใิ นแงล่ บ ตอ่ ตวั ผสู้ มคั รคนนน้ั คอ่ นขา้ งมาก แตก่ ารทผ่ี สู้ มคั รใหเ้ งนิ ไปใหก้ บั ผลู้ งคะแนนเสยี งผา่ นการใสซ่ องชว่ ยงานตา่ ง ๆ ไม่ได้ท�ำให้เกิดทัศนคติในแง่ลบต่อตัวผู้สมัครมากนัก และสามารถท�ำให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนหนึ่งลงคะแนน ให้กับเขาไดเ้ ชน่ กัน ส�ำหรับค�ำถามท่ีว่าการช่วยเหลือหรือให้ประโยชน์อื่นที่ไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงิน เช่น การช่วยคนใน ครอบครัว หรือ การช่วยผู้ลงคะแนนเอง ส่งผลต่อการลงคะแนนเลือกต้ังหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ตอบวา่ มผี ลคอ่ นขา้ งมาก “มผี ล รสู้ กึ เปน็ บญุ คณุ เพราะเกรงใจ” “การชว่ ยเหลอื เราคอื การพสิ จู น์ ว่าเขาเป็นคนดีและเราจะตอบแทนโดยการเลือกได้” “มีผลถ้ามีบุญคุณมาก” ส่วนการเข้ามาร่วมกิจกรรมกับ คนในชุมชน เช่น เป็นประธานเปิดงาน น้ัน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าไม่มีผลแต่อย่างใด และบางคนบอกวา่ “ไมไ่ ดร้ สู้ กึ อะไรเลยเพราะมนั เปน็ หนา้ ท”่ี “ไมม่ ผี ล จะดทู น่ี โยบายและอดุ มการณข์ องพรรค เป็นหลักเพราะเชื่อว่าอุดมการณ์ของพรรคต้องใหญ่กว่าตัวผู้สมัครแค่คนเดียว” อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้สัมภาษณ์ สว่ นหนง่ึ (40 เปอรเ์ ซน็ ต)์ เหน็ วา่ การเขา้ รว่ มงานของชมุ ชนอาจมผี ลหากผสู้ มคั รคนนนั้ เขา้ รว่ มงานบอ่ ยครงั้ หรอื พบเห็นไดต้ ลอดหรอื เปน็ ญาตพิ นี่ ้อง ดังน้ัน ส�ำหรับผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตเลือกตั้งท่ี 6 การใช้เงินกับผู้ลงคะแนนเสียงโดยตรงไม่ได้เป็น ปจั จยั หลกั ทส่ี ง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ แตก่ ารชว่ ยเหลอื หรอื ใหป้ ระโยชนอ์ น่ื ทไี่ มไ่ ดอ้ ยใู่ นรปู ตวั เงนิ คอ่ นขา้ งมอี ทิ ธพิ ล อย่างมากเพราะรู้สึกเป็นบุญคุณที่ต้องทดแทน และเม่ือได้สอบถามถึงปัจจัยเร่ืองคุณสมบัติส่วนตัวของผู้สมัคร กพ็ บวา่ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจอยา่ งมากเชน่ กนั โดยปจั จยั ทส่ี �ำคญั ไดแ้ กค่ วามเปน็ ญาตพิ นี่ อ้ งกนั ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ บางคนกล่าวว่า “ต้องเลือกญาติอยู่แล้ว” “มีผล เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี แต่ต้องเป็นคนดีด้วย” “เลือก เพราะ
123 ต้องการชูตระกูล” “มีผล เป็นญาติก็ต้องเลือกญาติ” เป็นต้น เช่นเดียวกับการท่ีผู้สมัครเคยรับข้าราชการใน พ้ืนที่มาก่อน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่ามีผลต่อการตัดสินใจ เพราะการเป็นข้าราชการ และเคยท�ำงานอยู่ในพื้นท่ีแสดงให้เห็นถึงการมีประสบการณ์การท�ำงานมาก่อน แต่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกส่วนหนึ่ง (40 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าหากผู้สมัครคนนั้นไม่มีผลงานช่วยเหลือประชาชนหรือคลุกคลีกับประชาชน การเคยท�ำงานในพ้ืนท่ีก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงให้ ส่วนความเป็นเพ่ือนน้ันไม่ได้มีอิทธิพลเท่ากับ ความเปน็ ญาติและการเคยรบั ราชการในพื้นที่ ผใู้ ห้สัมภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกว่าความเป็นเพ่ือน ไมไ่ ดม้ ผี ลตอ่ การลงคะแนนเสียงเลอื กต้ังแต่อยา่ งใด นอกจากเหนอื จากความเปน็ ญาตพิ นี่ อ้ งและการเคยรบั ราชการในพนื้ ทมี่ ากอ่ นแลว้ ปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ล ต่อการการตัดสินใจลงคะแนนเสียงก็คือ วุฒิการศึกษา อายุ และพรรคท่ีผู้สมัครสังกัด กล่าวคือ ผู้ให้สัมภาษณ์ ทุกคน (100 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าวุฒิการศึกษาเป็นส่ิงที่สามารถสะท้อนความรู้และความสามารถของผู้สมัครได้ “จบสูงมีความเก่งมากกว่าคนจบไม่สูง” “มีผล เพราะเราจะรู้ได้ว่าคน ๆ นั้นมีคุณภาพแค่ไหน” “เพราะเป็น สิ่งเดียวที่เราสามารถเห็นได้ว่าเขาเก่งหรือเปล่า” ซึ่งส�ำหรับการเลือกตั้งคร้ังนี้ไม่ได้มีการก�ำหนดวุฒิการศึกษา ข้ันต่�ำไว้ ด้วยเหตุผลที่จะเปิดกว้างและให้โอกาสกับผู้สนใจทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้ เห็นว่าประชาชนยังคงพิจารณาวุฒิการศึกษาเป็นส�ำคัญ และท�ำให้การเป็นตัวแทนทางการเมืองเป็นเรื่องของ คนท่ีมวี ฒุ กิ ารศกึ ษาระดบั สงู ในเรอื่ งของอายขุ องผสู้ มคั ร ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ เหน็ วา่ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจ โดยผู้สมัครที่มีอายุมากจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกมากกว่าผู้สมัครอายุน้อย เนื่องจากแสดงให้เห็นถึง ประสบการณท์ ม่ี มี ากกวา่ “ประสบการณม์ ากบั อายุ นบั เปน็ เรอ่ื งทดี่ ี อายนุ อ้ ยจะออ่ นประสบการณ”์ “อายเุ ยอะ ประสบการณ์สูง ของแบบน้ีต้องใช้ประสบการณ์ในการท�ำงาน” ขณะที่ผู้ในสัมภาษณ์ส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีเห็นว่า อายุไม่มีผลต่อการตัดสินใจ “ตอนน้ีไม่ค่อยมีผล เพราะคนรุ่นใหม่เก่ง ๆ เยอะ” “ไม่มีผล อายุไม่สามารถ วดั อะไรได้” เช่นเดียวกับพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน (100 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าพรรคการเมืองเป็นปัจจัย ส�ำคญั ทท่ี �ำใหต้ ดั สนิ ใจในการเลอื กผสู้ มคั ร โดยใหค้ วามเหน็ วา่ “สง่ ผลทส่ี ดุ ไมว่ า่ จะเลอื กใครกต็ อ้ งดทู พี่ รรคการเมอื ง เปน็ หลกั ” “มผี ล เพราะพรรคกต็ อ้ งเลอื กทตี่ วั ผสู้ มคั ร” “มผี ล ถา้ จะเลอื กพรรคในดวงใจกจ็ ะเลอื กคนของพรรค” เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลก่อนการเลือกต้ังท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ให้ความส�ำคัญกับ พรรคการเมอื งมากกวา่ ตวั บคุ คลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เพราะนโยบายและอดุ มการณไ์ ดม้ าจากพรรค” “เลือกพรรค ดูนโยบายพรรค” “เลือกพรรคเพราะพรรคเป็นภาพรวมระดับประเทศ” เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า เป็นการใหก้ ารยอมรบั เชอื่ มน่ั และใหค้ วามส�ำคัญกับพรรคการเมืองอย่างมาก ส�ำหรับอาชีพ ผู้ให้สัมภาษณ์ (60 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่าอาชีพไม่มีผลต่อการตัดสินใจ โดยมองว่า “ต่อให้อาชีพดี แต่ไม่รู้ได้ว่าจะเป็นคนยังไง เก่งไหม” “ไม่มีผล การเป็นผู้แทนต้องเป็นคนที่สุจริต” “ไม่มีผล อาชีพอะไรก็ไม่เก่ียว เป็นได้หมด” “ไม่มีผล ไม่ว่ากรรมกร แรงงาน คนรวยก็สามาถเป็นได้ ในสภาจะได้มี คนหลากหลาย เปน็ เรอื่ งทดี่ ”ี ดงั นน้ั จะเหน็ วา่ ในสายตาของประชาชน อาชพี ไมไ่ ดแ้ สดงใหเ้ หน็ วา่ ผสู้ มคั รคนนน้ั จะ
124 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปน็ คนดหี รอื คนเกง่ อนงึ่ การไมใ่ ชก้ ลมุ่ อาชพี เปน็ เกณฑส์ �ำคญั ในการลงคะแนนสะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตเลอื กตง้ั ท่ี 6 ซงึ่ สว่ นใหญแ่ ลว้ มอี าชพี เกษตรกร เปดิ โอกาสใหผ้ สู้ มคั รจากอาชพี ทห่ี ลากหลายสามารถเขา้ ไปท�ำ หนา้ ทใ่ี นสภาผแู้ ทนราษฎรมากกวา่ จะผกู ขาดไวเ้ ฉพาะบางอาชพี ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การบรหิ ารหรอื การปกครองเทา่ นนั้ 2 ทัศนคตขิ องผเู้ ลอื กตง้ั ต่อพฤติกรรมการทุจรติ เลือกตง้ั ต่อค�ำถามท่ีว่า ถ้าในอนาคตท่านพบเห็นการทุจริตการเลือกต้ัง ท่านจะคิดและด�ำเนินการอย่างไร ผ้ใู ห้สัมภาษณท์ ุกคนระบตุ รงกนั ว่าไม่ยอมรับการทจุ ริต โดยทัง้ หมดตอบว่าจะไม่ทนต่อเร่อื งดังกล่าวและจะต้อง กระท�ำการบางอย่างเพ่ือให้คนใกล้ชิดหรือสาธารณะรับทราบ รวมถึงอาจจะต้องท�ำอะไรบางอย่างเพ่ือให้ คนทที่ จุ รติ ถกู ลงโทษ เชน่ “ไมย่ อมรบั แลว้ แจง้ ขอ้ มลู ใหค้ ณะกรรมการเลอื กตงั้ รบั ทราบ เพราะไมอ่ าจยอมรบั ตอ่ ความไม่เป็นธรรมได้” “ถ้าเจอต้องแจ้ง กกต. ทันที เร่ืองปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาใหญ่ต้องจัดการเด็ดขาด” “ถ้าสามารถแจ้งได้ก็จะแจ้ง” หรือหากไม่แจ้งคณะกรรมการการเลือกต้ังก็จะบอกคนใกล้ชิดให้รับทราบ เร่ืองทุจริต “เป็นเร่ืองง่ายท่ีสุด คือต้องบอกคนใกล้ชิดไม่ให้เลือก” “เป็นส่ิงที่พอจะท�ำได้ คือบอกคนใกล้ชิด” “เปน็ วธิ ที ป่ี ลอดภยั กบั ตวั เราทสี่ ดุ และไดผ้ ลดเี ชน่ กนั ” (แตน่ า่ สงั เกตวา่ ประชาชนจะไมไ่ ปแจง้ กบั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั เช่น ต�ำรวจ ทหาร ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่น�ำเร่ืองทุจริตไปแจ้งสื่อมวลชน และไม่โพสต์เรื่องราวท่ีตนพบเจอ) จากค�ำตอบข้างต้นแสดงให้เห็นว่าประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ไม่ยอมรับการทุจริตการเลือกต้ังและต้องการ แสดงออกถงึ การปฏเิ สธอยา่ งชดั เจน การรณรงคใ์ หป้ ระชาชนชว่ ยจบั ตาหรอื มสี ว่ นรว่ มในการรายงานการทจุ รติ จึงมีแนวโน้มท่ีจะประสบผลส�ำเร็จ เน่ืองจากประชาชนมีความรู้สึกว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่อาจวางเฉยหรือ ปลอ่ ยปญั หาให้เกดิ ขึ้น 3 ทัศนคตขิ องผู้เลือกตั้งตอ่ ผลการเลอื กต้ัง จากขอ้ มลู กอ่ นการเลอื กตง้ั ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนเชอ่ื มน่ั ในการท�ำหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตง้ั ทง้ั ในแงข่ องการวางตวั เปน็ กลาง การรณรงคใ์ หป้ ระชาชนออกไปใชส้ ทิ ธิ แตห่ ลงั จากเลอื กตงั้ แลว้ ผใู้ หส้ มั ภาษณจ์ �ำนวนครงึ่ หนง่ึ ไมม่ คี วามเชอ่ื มนั่ ในผลการนบั คะแนน โดยแสดงความเหน็ วา่ “มนั มคี วามไมช่ อบมา พากลมากมายในการนับคะแนน อาจจะเป็นการทุจริต ความไม่โปร่งใสหรือแค่การท�ำงานชุ่ย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้” “เช่ือว่ามีความไม่โปร่งใสในการเลือกต้ัง” “การท�ำงานดูไม่เป็นมืออาชีพ ตอบค�ำถามได้ห่วย แก้ตัวน้�ำขุ่น ๆ” ซง่ึ จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ สะทอ้ นวา่ ประชาชนมคี วามเชอื่ มน่ั ในการท�ำงานของคณะกรรมการเลอื กตงั้ ในระดบั ทอ้ งถน่ิ แต่ไม่เชื่อม่ันในผลคะแนนที่ประกาศโดยคณะกรรมการการเลือกต้ังกลาง ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกครึ่งหน่ึง กลับมีความไว้วางใจและเชื่อม่ันต่อผลการเลือกต้ังและผลการนับคะแนน โดยความเชื่อม่ันดังกล่าวเกิดจาก ตวั บคุ คลคอื คณะกรรมการการเลอื กตงั้ ทม่ี สี ถานะเปน็ องคก์ รอสิ ระและไดร้ บั การแตง่ ตง้ั โดยคณะรกั ษาความสงบ แหง่ ชาติ “เชอ่ื มน่ั เพราะถกู คดั มาอยา่ งดโี ดยคสช.” “เชอื่ มนั่ เพราะ กกต.คอื องคก์ รอสิ ระ ไมข่ นึ้ กบั ใคร” “เชอื่ มน่ั กกต.ถูกคัดมาแลว้ อย่างดโี ดย คสช.” อยา่ งไรกต็ าม ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนกลบั แสดงทศั นะวา่ ผสู้ มคั รและพรรคทแ่ี พค้ วรยอมรบั ผลการเลอื กตงั้ โดยไม่ควรที่จะต่อต้าน ซึ่งอาจมองได้ว่าประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในทางการเมืองและต้องการ ให้ทุกอย่างจบลงโดยการที่ทุกฝ่ายยอมรับในผลการตัดสิน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) เห็นว่า
125 การเลือกต้ังคร้ังนี้ท�ำให้ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองลดลงได้ โดยมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปน็ ตวั แปรส�ำคญั ในการทจี่ ะท�ำใหค้ วามขดั แยง้ เพมิ่ ขน้ึ หรอื ลดลงกไ็ ด้ โดยผใู้ หส้ มั ภาษณบ์ างทา่ นใหค้ วามเหน็ วา่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีส่วนในการท�ำให้ความขัดแย้งลดลง “ลดลง เพราะคสช.วางรูปแบบไว้ดีแล้ว” แต่บางท่านกลับมองว่าความขัดแย้งจะลดลงถ้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติถอยตัวเองออกไปจากพื้นที่ การเมือง “ลดลง ถ้า คสช. ยอมปล่อย แต่หากยังพยายามสืบทอดอ�ำนาจจะเกิดความวุ่นวายอีก” “ลดลง ถา้ ทหารเลิกย่งุ กบั การเมือง แต่ละฝ่ายเลิกดึงสถาบันมาเกย่ี วกบั การเมืองกอ็ าจจะไมม่ ีความขดั แย้ง” ส�ำหรับผลการเลือกตั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่พรรคประชาธิปัตย์สามารถกุมชัยชนะได้ในทุกเขต เลือกตั้ง และท่ีส�ำคัญคือสามารถชนะพรรครวมพลังประชาชาติไทยท่ีมี คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนน�ำ ผู้ให้สัมภาษณ์ให้เหตุผลที่ต่างกันออกไป เช่น “คนเมื่อก่อนชอบพรรคประชาธิปัตย์มากต้ังแต่ยุคนายชวน” “คนแก่ ๆ ชอบเยอะ เขายงั จ�ำภาพประชาธปิ ตั ยใ์ นปเี กา่ ทดี่ อี ย”ู่ “สรุ าษฎรเ์ ปน็ ฐานเสยี งประชาธปิ ตั ยม์ าแตไ่ หนแตไ่ ร ได้อะไร ๆ จากประชาธิปตั ย์ยคุ นายชวนเยอะ” “ฐานเสียงเก่า ๆ เยอะ” แตส่ �ำหรับในภาพรวมของทัง้ ประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ได้จ�ำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน้อยลง ผู้ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นว่าเป็นเพราะ “มีคู่แข่งเยอะ คนรุ่นใหม่เลือกอนาคตใหม่กันหมด” “เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเลือก” “ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ ความไมช่ ดั เจนในเรอื่ งจดุ ยนื และการประกาศจดุ ยนื ของหวั หนา้ พรรค ท�ำใหท้ งั้ ฝง่ั ทไ่ี มส่ นบั สนนุ และฝา่ ยทสี่ นบั สนนุ ไมเ่ ลอื ก” สว่ นนโยบายทปี่ ระชาชนตอ้ งการจากรฐั บาลมากทสี่ ดุ คอื คา่ จา้ งและราคาผลติ ผลการเกษตร โดยเฉพาะ ราคายางพาราและราคาปาล์มนำ้� มัน จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมด พบว่าพฤติกรรมการเลือกต้ังของประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานี สอดคล้องกับแนวคิดของส�ำนักจิตวิทยาสังคม โดยมีปัจจัยทางด้านจิตวิทยาสังคมท่ีเห็นได้ชัดเจนคือ ความโนม้ เอยี งในพรรคการเมอื งใดพรรคการเมอื งหนง่ึ (partiality) เชน่ การใหค้ วามส�ำคญั กบั ความเกา่ แกแ่ ละ การมีช่ือเสียงของพรรคการเมือง ความผูกพันกับพรรคการเมืองมาอย่างยาวนาน ความช่ืนชอบในตัวผู้สมัคร บางคนมาก่อน ฯลฯ การตดั สินใจลงคะแนนของประชาชนจงึ ไมไ่ ดพ้ จิ ารณาไปที่ตัวบุคคลแต่เพียงเท่านั้น แต่จะ ต้องมองไปถึงพรรคการเมืองที่บุคคลน้ันสังกัดด้วย การให้เงินหรือการใช้ส่ิงจูงใจต่าง ๆ เพ่ือท่ีจะโน้มน้าวให้ลง คะแนนเสยี งใหก้ บั พรรคการเมอื งอนื่ ทต่ี วั เขาไมน่ ยิ มอยกู่ อ่ นจงึ เปน็ สงิ่ ทเี่ ปน็ ไปไดย้ าก นอกจากนยี้ งั วเิ คราะหไ์ ดว้ า่ ความโนม้ เอยี งดงั กลา่ วมคี วามเขม้ ขน้ จนกลายเปน็ ความรสู้ กึ ผกู พนั กบั พรรคการเมอื งบางพรรคไปแลว้ ดงั ทพี่ บวา่ ประชาชนสว่ นใหญใ่ นพนื้ ทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านไี ดท้ �ำการตดั สนิ ใจลว่ งหนา้ มานานแลว้ วา่ ตอ้ งการจะลงคะแนนเสยี ง ให้ใครและการตัดสนิ ใจดงั กลา่ วนนั้ ไมม่ ีการเปลี่ยนแปลงอีกเลยนับตัง้ แต่วันทไ่ี ด้ตดั สนิ ใจไปแลว้ ซึ่งแสดงให้เห็น ถงึ ความแนบแน่นของความรสู้ ึกผูกพันต่อพรรคการเมืองบางพรรคเป็นอยา่ งมาก ดงั นน้ั จงึ พอทจี่ ะสรปุ ผลการวเิ คราะหไ์ ดว้ า่ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจลงคะแนนเสยี งของ ประชาชนในทกุ เขตเลอื กตงั้ ในพนื้ ทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านนี นั้ เปน็ ปจั จยั ภายในมากกวา่ ปจั จยั ภายนอก พดู อกี อยา่ ง ได้ว่า การตัดสินใจของประชาชนตั้งอยู่บนฐานการพิจารณาด้วยตัวของเขาเองมากกว่าถูกก�ำหนดโดยต�ำแหน่ง แห่งท่ีทางเศรษฐกิจและสงั คมท่ีตวั เขาสังกดั อยู่ โดยมลี ักษณะท่ปี รากฏชดั เจนคอื เปน็ การพจิ ารณาตัดสินใจของ แต่ละคนไม่ได้อยู่บนหลักการตัดสินใจแบบเชิงเหตุผล (Rational Model) แต่เป็นการตัดสินใจท่ีมี “ความโน้ม เอียง” (partiality) บางอยา่ ง น่ันคือ ความผูกพนั ในพรรคการเมอื ง
126 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี บทที่ 5 สรปุ และข้อเสนอแนะ การวจิ ัยการเลอื กตัง้ ใน จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
127 การศกึ ษาวจิ ยั ยอ่ ยเรอื่ งนี้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 6 ประการคือ 1. เพื่อศึกษาบรรยากาศทางการเมืองและความเคล่ือนไหวทางการเมืองขององค์กรและกลุ่ม ทางการเมืองท่ีเกี่ยวข้องกับการเลือกต้ังสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในจังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี 2. เพ่ือศึกษาความเคล่ือนไหว และพฤติกรรมทางการเมืองของผู้สมัครรับเลือกต้ังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวดั สุราษฎรธ์ านี 3. เพื่อศึกษาบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน องค์กรสาธารณะและองค์กรอื่น ๆ ท่เี ขา้ มามีบทบาทที่เกยี่ วขอ้ งกบั การเลือกตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดสุราษฎรธ์ านี 4. เพ่ือศึกษาการเปล่ียนของพฤติกรรมทางการเมือง แบบแผนพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน และกลุ่มการเมือง ในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี 5. เพ่ือศึกษาพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเร่ืองค่าใช้จ่ายเพ่ือให้เห็น มูลค่าของการใช้จ่ายในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัด สรุ าษฎร์ธานี 6. เพ่ือศึกษาการเปลี่ยนแปลงของขั้วอ�ำนาจทางการเมือง การย้ายพรรคการเมือง ปัจจัยท่ี ส่งผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง รวมทั้งการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งท่ีเกิดข้ึนในเขต จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
128 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี บทสรปุ ของงานศกึ ษาวจิ ยั ชนิ้ นดี้ �ำเนนิ ไปตามวตั ถปุ ระสงคท์ งั้ 6 ประการขา้ งตน้ อนั มรี ายละเอยี ดดงั นี้ 5.1 สรุปผลการวิจยั บรรยากาศทางการเมอื งและการเคล่อื นไหวทางการเมอื ง ในพนื้ ทขี่ องจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านมี จี �ำนวนพรรคการเมอื งสง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั เปน็ จ�ำนวนมาก เนอ่ื งจาก การจดั ตง้ั พรรคการเมอื งไมไ่ ดม้ คี วามยงุ่ ยากมากนกั สนามการเลอื กตงั้ ถกู ปดิ กน้ั มาเปน็ เวลานาน และระบบเลอื กตงั้ แบบจดั สรรปนั สว่ นผสมจงู ใจใหพ้ รรคการเมอื งแตล่ ะพรรคพยายามจะเกบ็ คะแนนจากตวั แทนของพรรคทว่ั ประเทศ ทงั้ นเ้ี นอ่ื งจากทกุ คะแนนจะถกู น�ำมาค�ำนวณในระบบบญั ชรี ายชอ่ื ของพรรค การเลอื กตงั้ ในจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี คร้ังนี้ พรรคจ�ำนวนมากท่ีจัดต้ังขึ้นใหม่ได้ส่งผู้สมัครหน้าใหม่เป็นจ�ำนวนมากลงแข่งขัน ซึ่งท�ำให้คาดการณ์ว่า บรรยากาศการเลอื กตง้ั หรอื การรณรงคห์ าเสยี งนา่ จะมคี วามตน่ื ตวั มากกวา่ ครงั้ ทผี่ า่ น ๆ มา และทสี่ �ำคญั อยา่ งยง่ิ คือความเคล่ือนไหวของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และแกนน�ำคณะกรรมการ ประชาชนเพอื่ การเปลยี่ นแปลงประเทศไทยใหเ้ ปน็ ประชาธปิ ไตยทสี่ มบรู ณอ์ นั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ (กปปส.) ที่ได้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยขึ้นและพรรครวมพลังประชาชาติไทยเองได้ส่งคนใน ตระกูลเทือกสุบรรณลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ว่าจะเป็นคุณธานี เทือกสุบรรณ คณุ เชน เทอื กสบุ รรณ คณุ ภมู ิ เทอื กสบุ รรณ ดงั นนั้ เมอ่ื พจิ ารณาจากจ�ำนวนพรรคและตวั ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั แลว้ อาจจะมองไดว้ า่ ปจั จยั ดงั กลา่ วยอ่ มจะสง่ ผลตอ่ บรรยากาศการหาเสยี งเลอื กตงั้ และการเคลอ่ื นไหวในทางการเมอื ง อย่างมาก แต่จากการลงพนื้ ที่และการสมั ภาษณ์บคุ คลทเ่ี ก่ียวข้องทงั้ 6 เขตเลือกตัง้ โดยภาพรวมถือวา่ กจิ กรรม ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในระหว่างก่อนวันเลือกต้ัง วันเลือกต้ัง และหลังวันเลือกตั้งเป็นไปโดยความเรียบร้อย โดยเฉพาะบรรยากาศก่อนการหาเสียงเลือกตั้งนั้นค่อนข้างเป็นไปอย่างเสรีและเอ้ือต่อการแข่งขัน จากข้อมูล พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ในทุกเขตเลือกตั้งไม่พบการสร้างความกดดันจากกลุ่มการเมืองใด ๆ ไม่มีการ ฟ้องร้องระหว่างพรรคการเมือง การไปแจ้งความเรื่องท�ำลายแผ่นป้ายหาเสียงพบเพียงแค่กรณีเดียว วิเคราะห์ ได้ว่าผู้สมัครลงรับเลือกตั้งคร้ังนี้ย่อมทราบดีว่าในพ้ืนท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานีน้ันพรรคประชาธิปัตย์ได้ครองพื้นที่ มาค่อนข้างยาวนานและมีตระกูลการเมืองจ�ำนวนไม่กี่ตระกูลได้สร้างฐานเสียงเอาไว้ค่อนข้างแน่นหนาแล้ว การสรา้ งบรรยากาศทเ่ี ปน็ ปฏปิ กั ษข์ องผสู้ มคั รหนา้ ใหมก่ บั เจา้ ของพนื้ ทเ่ี ดมิ จงึ ไมใ่ ชส่ งิ่ ทจ่ี ะเกดิ ประโยชนม์ ากนกั ขณะเดียวกัน การปะทะเผชิญหน้ากันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ไม่ปรากฏ เนอ่ื งจากบคุ คลจากท้ังสองพรรคกม็ ีความรู้จักคนุ้ เคยกนั มากอ่ นและอย่างไรเสีย ผ้สู มัครหรอื ตระกูลของผสู้ มคั ร จากทง้ั สองพรรคกย็ งั คงตอ้ งอยใู่ นพนื้ ทข่ี องจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านตี อ่ ไป บรรยากาศการหาเสยี งและการแขง่ ขนั จงึ เป็นลกั ษณะถอ้ ยทถี ้อยอาศัยมากกว่าการมุง่ โจมตกี นั และไมม่ ีการใชอ้ ิทธิพลของแตล่ ะฝ่ายกดดนั ซึง่ กนั และกัน
129 ความเคลื่อนไหวและพฤตกิ รรมของผูส้ มัคร การเลือกต้ังในพ้ืนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งน้ี ผู้สมัครของแต่ละพรรคยังคงใช้วิธีการหาเสียงใน รูปแบบเดิม ตัวอย่างเช่น รถแห่ โปสเตอร์ การปราศรัย แผ่นพับ ฯลฯ แต่ส่ิงท่ีแปลกใหม่คือผู้ให้ข้อมูลใน ทุกเขตเลือกต้ังกล่าวตรงกันว่าผู้สมัครรับเลือกต้ังจ�ำนวนมากได้ใช้เทคโนโลยีในการส่ือสาร social media มาช่วยในการหาเสียง ซ่ึงเป็นปรากฎการณ์ใหม่ท่ีไม่เคยเกิดข้ึนมาก่อน จากการสัมภาษณ์พบว่ามีการเผยแพร่ คลิปวิดีโอบางคลิปโดยเป็นการจงใจเผยแพร่ในช่วงเวลาท่ีใกล้กับวันเลือกตั้งเพ่ือหวังผลให้เกิดการเปล่ียนแปลง และค่อนข้างจะได้ผลตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม แม้การเลือกตั้งคร้ังนี้จะมีการรณรงค์หาเสียงหรือส่ือสาร จากผสู้ มคั รไปยงั ประชาชนผา่ นทางแอพลเิ คชน่ั ตา่ ง ๆ แตก่ พ็ บวา่ ในทกุ พนื้ ทต่ี วั ผสู้ มคั รเองกย็ งั คงใหค้ วามส�ำคญั กับการลงพ้ืนที่พบปะกับประชาชนโดยตรงและจากการสัมภาษณ์ในทุกเขตเลือกต้ังพบว่าการเลือกตั้งคร้ังน้ี ตวั ผู้สมัครมกี ารลงพืน้ ทบ่ี ่อยครัง้ มากกวา่ การเลือกต้ังคร้งั กอ่ น ๆ อีกด้วย ส�ำหรับการหาเสียงโดยใช้เวทีในการปราศรัยใหญ่ของแต่ละพรรคมีข้อที่น่าสังเกตดังนี้ ประการแรก พรรคที่จัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพ้ืนที่ส�ำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่น อ�ำเภอเกาะสมุย อ�ำเภอเมือง อ�ำเภอท่าฉาง มีจ�ำนวนไม่มากนัก ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ซ่ึงอาจจะมองได้ว่าหลายพรรคการเมืองพอจะทราบว่าการแข่งขันเอาชนะเพ่ือจะได้เป็น สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเปน็ เรอื่ งยาก จงึ เพยี งแคห่ วงั จะเกบ็ คะแนนส�ำหรบั บญั ชรี ายชอื่ เพยี งเทา่ นนั้ ประการที่สอง การปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองข้างต้น ไม่ได้มีการโจมตีผู้สมัครในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของพรรคอื่นแตอ่ ยา่ งใด แต่จะโจมตีไปท่พี รรคการเมอื ง หวั หน้าพรรคการเมอื ง นโยบายทใ่ี ช้หาเสียงของพรรค หรือ ท่าทีทางการเมืองของหัวหน้าพรรค ตัวอย่างเช่น คุณสุเทพ ได้กล่าวโจมตีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณที คี่ ณุ อภสิ ทิ ธปิ์ ระกาศไมส่ นบั สนนุ พล.อ.ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา เปน็ นายกรฐั มนตรี หรอื คณุ อภสิ ทิ ธไ์ิ ดก้ ลา่ ว ว่าพรรคพลังประชารัฐได้ลอกเลียนแบบนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ หรือ คุณธนาธร พรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวโจมตีการสืบทอดอ�ำนาจของคณะคสช.และการรัฐประหาร เป็นต้น แต่จะไม่มีการโจมตีตัวผู้สมัครใน พ้ืนท่ีหรือในเขตเลือกต้ังของจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยกันเอง แม้แต่การจัดประชันวิสัยทัศน์และนโยบายของ ผู้สมัครแต่ละพรรค (debate) ก็มีเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้น จึงจะเห็นภาพชัดเจนว่าผู้สมัครลงรับเลือกต้ังในพื้นท่ี สุราษฎรธ์ านนี ้ันพยายามที่จะหลีกเลี่ยงและไมป่ ะทะกันโดยตรง บทบาทของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องคก์ รสาธารณะ จากการลงพื้นที่และการสัมภาษณ์ประชาชนในพื้นท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าในทุกเขตเลือกตั้ง เจ้าหน้าท่ีรัฐในหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการเลือกต้ังวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี จากขอ้ มลู ของผอู้ �ำนวยการส�ำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจ�ำจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี พบวา่ ทางหนว่ ยงาน ได้มีการเตรียมการต้ังแต่ช่วงก่อนการเลือกต้ัง โดยเฉพาะการท�ำความเข้าใจในเร่ืองข้อกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐ
130 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพรรคการเมืองต่าง ๆ นอกจากน้ีได้มีการประชาสัมพันธ์เร่ืองการเลือกต้ังกับประชาชนในพื้นท่ีโดยตรง การประชาสมั พันธ์ทางสถานีวทิ ยุ สถานีโทรทัศน์ รวมถงึ การสร้างศนู ย์ส่งเสริมประชาธปิ ไตยระดบั ต�ำบล มีการ เชิญฝ่ายการเมืองมาให้ความรู้ในเร่ืองการป้องกันการท�ำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ประเด็นท่ีฝ่ายการเมืองให้ ความสนใจมากที่สุดคือการยื่นและค�ำนวณบัญชีค่าใช้จ่าย ขนาดของแผ่นป้ายหาเสียง โปสเตอร์ จ�ำนวนผู้ช่วย หาเสยี งตอ่ ผสู้ มคั รหนง่ึ คน รวมถงึ การใชส้ อ่ื ในลกั ษณะตา่ ง ๆ นอกจากน้ี การขอความรว่ มมอื จากหนว่ ยงานตา่ ง ๆ กไ็ ดร้ บั ความรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดี สว่ นเจา้ หนา้ ทร่ี ฐั ในหนว่ ยงานอน่ื เชน่ ขา้ ราชการระดบั อ�ำเภอ ก�ำนนั ผใู้ หญบ่ า้ น นนั้ จากการสมั ภาษณใ์ นพน้ื ทที่ งั้ 6 เขตเลอื กตงั้ พบวา่ เจา้ หนา้ ทที่ กุ คนวางตวั เปน็ กลาง ไมไ่ ดแ้ สดงทา่ ทสี นบั สนนุ พรรคใดหรอื ผสู้ มคั รทา่ นใดและไมไ่ ดช้ กั จงู โน้มน้าวประชาชนให้เลอื กผู้สมัครคนใดเป็นพิเศษ การเปล่ียนพฤติกรรมทางการเมือง แบบแผนพฤติกรรมของ ประชาชน/กลุม่ การเมอื ง จากงานวิจัยเร่ืองการศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2554 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัด สุราษฎร์ธานีในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากพฤติกรรมทางการเมืองในช่วงเวลาของการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2562 น้มี ากนกั กลา่ วคือ ในการเลือกตัง้ ปี พ.ศ.2554 ในพ้นื ท่จี งั หวัดสุราษฎร์ธานมี ีกระแสความนิยมของ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นปัจจัยท่ีส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพ้ืนที่น้ีเป็น อย่างมาก การเสนอภาพลักษณ์ของคุณชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนแรกของคนภาคใต้ได้รับการตอบรับ จากประชาชนในจังหวัด แม้คุณชวนจะไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ตาม แต่ภาพของคุณชวน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซ่ือสัตย์ที่ประชาชนในพื้นท่ียังคงนิยม ซึ่งเม่ือเทียบเคียงกับการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2562 แลว้ ประชาชนในจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านกี ย็ งั คงนยิ มและใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งเปน็ อยา่ งมาก ชอื่ ของอดตี นายกรฐั มนตรอี ยา่ ง คณุ ชวน หลกี ภยั หรอื แมก้ ระทงั่ หวั หนา้ พรรคประชาธปิ ตั ย์ คณุ อภสิ ทิ ธิ์ เวชชาชวี ะ ยังคงได้รบั การเอย่ ถงึ และการยอมรบั ในแงข่ องความซื่อสตั ยแ์ ละไวว้ างใจได้ ส�ำหรับพฤติกรรมในเรื่องการซ้ือสิทธิขายเสียงนั้น การเลือกต้ังในปี พ.ศ.2554 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่พบการร้องเรียน หรือข้อกล่าวหาเร่ืองการซื้อเสียง แต่พบว่ามีการใช้วิธีการจูงใจในรูปแบบอ่ืน เช่น การฝากบุตรหลานเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาหรือเข้าท�ำงาน การสนับสนุนอาหารในงานเล้ียง งานบุญ งานศพ หรือการเป็นเจ้าภาพในการแต่งงานของลูกหลานของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ไม่ต่างจาก การเลือกต้ังในปี พ.ศ.2562 มากนั้น เพราะไม่มีการร้องเรียนหรือการกล่าวหาเรื่องการซ้ือเสียง และพบว่า ผ้สู มคั รมกี ารใช้การจงู ใจในรูปแบบอื่นมากกว่าและได้กระท�ำมาอยา่ งต่อเนอ่ื งยาวนาน ไม่ไดเ้ พง่ิ มาท�ำในชว่ งที่มี การเลอื กตง้ั เทา่ นน้ั อยา่ งไรกต็ าม การวจิ ยั ครงั้ นพี้ บวา่ การจงู ใจในรปู แบบอน่ื (ทไี่ มไ่ ดเ้ ปน็ การใชเ้ งนิ เพอ่ื ซอื้ เสยี ง) นนั้ ไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนมากเท่ากับก่อนหน้าน้ี กล่าวคือ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งท่ี 6 ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ระบุว่าการอุปถัมภ์ช่วยเหลือของผู้สมัครที่มีต่อตนเองหรือญาติพี่น้องไม่มีผลต่อ
131 การตัดสินใจเลือก ในขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 3 และเขตเลือกต้ังท่ี 4 ผู้ให้สัมภาษณ์จ�ำนวนคร่ึงหนึ่งระบุว่า การอุปถัมภ์ช่วยเหลือของผู้สมัครส่งผลต่อการลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครท่านน้ัน ส่วนในเขตเลือกต้ังที่ 5 พบว่า ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญเ่ หน็ ตรงกนั วา่ หากไดร้ บั การอปุ ถมั ภจ์ ากผสู้ มคั รทา่ นใดกจ็ ะเลอื กผสู้ มคั รทา่ นนน้ั เนอ่ื งจาก เป็นการตอบแทนบุญคุณ จึงพอจะกล่าวได้ว่า ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ยังคงมีส่วน ในการท�ำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้รับคะแนนเสียง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ท้ังน้ีอาจจะเป็น เพราะการเปลย่ี นแปลงของสงั คมทสี่ ง่ ผลตอ่ ทศั นคตขิ องประชาชน การเรยี นหนงั สอื การเขา้ ท�ำงาน การเตบิ โตใน หนา้ ทก่ี ารงาน ของคนรุ่นใหมอ่ าจจะไม่ไดพ้ ่ึงพานกั การเมืองหรอื ผูล้ งสมัครรับเลอื กตงั้ มากเทา่ กับคนในรุน่ กอ่ น (การไปเรียนหนังสือหรือท�ำงานหรือการท�ำธุรกิจในต่างถิ่นที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเองย่อมท�ำให้อิทธิพลของ นกั การเมอื งทใ่ี ชว้ ธิ กี ารจงู ใจรปู แบบนเี้ สอื่ มไปโดยปรยิ าย) อกี ทงั้ คนรนุ่ ใหมอ่ าจรสู้ กึ วา่ ความกา้ วหนา้ ในชวี ติ ของ ตนนน้ั เปน็ ผลมาจากความพยายามหรือความสามารถของตัวเองมากกวา่ จะเปน็ เพราะผู้อนื่ อปุ ถัมภช์ ว่ ยเหลือ การใช้ทรัพยากร การใช้เงนิ ในการหาเสียงเลือกตง้ั ส�ำหรับพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีข้อสังเกตท่ีน่าสนใจเก่ียวกับการใช้เงินเพื่อการหาเสียง กล่าวคือ นับต้ังแต่อดีตถึงปัจจุบันการใช้เงินเพื่อการได้มาซึ่งคะแนนเสียงน้ันมีไม่มากนัก ในงานเรื่อง นักการเมืองถ่ิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ต้ังข้อสังเกตว่า นักการเมืองในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีกลวิธีการหาเสียงท่ีไม่แตกต่างกัน และไม่ค่อยใช้เงินในช่วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง วิธีการหาเสียงท่ีนิยมอย่างมากคือการลงพ้ืนที่ พบปะประชาชนในลักษณะการเคาะประตูบ้าน การร่วมกิจกรรมทางสังคม นักการเมืองจะใช้โอกาสทั้งท่ี เป็นงานส่วนรวมหรืองานส่วนบุคคลในการเปิดตัวและแสดงตัวต่อสาธารณชนหรือการท�ำให้เจ้าภาพรู้สึกเป็น เกียรติและท�ำให้งานเกิดความส�ำคัญมากข้ึน เป็นต้น ซ่ึงพฤติกรรมดังกล่าวนี้ก็ยังคงปรากฏอยู่ในการเลือกต้ัง ปี พ.ศ.2562 ไม่มีผู้ให้สัมภาษณ์คนใดให้ข้อมูลว่าได้รับเงินจากผู้สมัครหรือหัวคะแนน แต่จะพบเห็นผู้สมัคร ไปร่วมงานส�ำคญั หรืองานสังคมมากกว่า นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนท้ัง 6 เขตเลือกตั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทัศนคติเชิงลบต่อ การใช้จ่ายเงินในการซื้อเสียงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่เห็นว่าการเร่ิมต้นด้วยการทุจริตย่อมจะคาดการณ์ได้ว่า ผสู้ มคั รคนน้ันจะต้องทจุ ริตตอ่ ไปในอนาคตอยา่ งแนน่ อน โดยผใู้ หส้ ัมภาษณบ์ อกวา่ หากเจอสถานการณด์ ังกลา่ ว จะไม่รับเงินจากหัวคะแนนหรือผู้สมัครอย่างเด็ดขาด และทุกคนเห็นตรงกันว่าการใช้เงินจูงใจเพ่ือให้ ลงคะแนนเสียงนั้นไม่มีผลต่อการตัดสินใจของตนอย่างแน่นอน ซึ่งการมีทัศนคติปฏิเสธเรื่องการรับเงินหรือ การไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมการใช้เงินของผู้สมัครเพื่อผลประโยชน์ในการเลือกตั้งในสถานการณ์ท่ีราคาสินค้า เกษตร (ยางพารา ปาล์มน�้ำมัน) ตกต่�ำแสดงให้เห็นถึงลักษณะบางอย่างของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นนั่ คือยังคงแยกระหวา่ งเรื่องปากทอ้ งของตนเองกับเร่อื งสาธารณะออกจากกนั (ไมเ่ อาผลประโยชน์เฉพาะหนา้ ของตนแลกกับความเสียหายของประเทศท่ีจะเกิดข้ึน) และยังมีค่านิยมว่าการเมืองน้ันควรจะด�ำเนินไปอย่าง มีคุณธรรมและ “คนดี” ควรจะได้เข้าไปบรหิ ารประเทศ
132 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี การเปล่ยี นพรรค การเปลีย่ นข้วั ปัจจยั ท่ใี ช้ในการตดั สินใจเลือก สว่ นการย้ายพรรคการเมอื งของผ้สู มคั รท่เี คยสงั กัดพรรคการเมืองอน่ื มากอ่ น ผูใ้ หส้ ัมภาษณ์ส่วนใหญ่ ของทุกเขตเลือกต้ังเห็นว่าการย้ายพรรคเป็นเร่ืองปกติและอาจจะเป็นผลดีคือท�ำให้ประชาชนมีทางเลือก เพิ่มมากข้ึนด้วย เช่นเดียวกับการผลักดันให้ลูก หรือหลาน หรือคู่สมรส หรือญาติพี่น้องลงสมัครรับเลือกต้ัง อันเป็นลักษณะของการสร้างตระกูลการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเร่ืองปกติและเป็นส่ิงที่ดี เพราะไดน้ �ำประสบการณจ์ ากรนุ่ หนง่ึ สง่ ตอ่ ไปอกี รนุ่ หนง่ึ รวมทงั้ เปน็ การรกั ษาฐานเสยี งใหม้ นั่ คงยง่ิ ขนึ้ ซงึ่ ในแงห่ นง่ึ อาจจะมองได้ว่าระบบดังกล่าวท�ำให้การเลือกบุคคลลงรับสมัครของพรรคการเมืองไม่ได้ค�ำนึงถึงความรู้ ความสามารถ นอกจากนี้ ยังสามารถมองได้ว่าผู้สมัครที่สังกัดตระกูลการเมืองในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความได้เปรยี บผสู้ มคั รคนอืน่ หรือผูส้ มคั รหน้าใหมอ่ ยู่พอสมควร ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ทั้ง 6 เขตเลือกต้ังใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลซึ่งสามารถเรียงล�ำดับความส�ำคัญของปัจจัยในการตัดสินใจเลือกตั้งได้ดังนี้ 1. พรรคท่ีชอบ 2. คนที่ใช่ 3. ความสัมพันธ์ท่ีดี 4. การศึกษาต้องได้ ส่วนทัศนคติของผู้เลือกตั้งต่อพฤติกรรม การทจุ รติ เลอื กตงั้ นนั้ ผใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญไ่ มย่ อมรบั พฤตกิ รรมการทจุ รติ ได้ แตม่ กี ารแสดงทา่ ทที แ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป ขณะท่ีทัศนคติของผู้เลือกต้ังต่อผลการเลือกตั้งท่ีเกิดขึ้นแล้วน้ัน ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นต่อ การท�ำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ยอมรับและเข้าใจได้ว่าท�ำไมผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ถงึ ไดร้ บั ชยั ชนะทงั้ 6 เขต ขณะทผี่ สู้ มคั รทพ่ี า่ ยแพก้ ารเลอื กตง้ั ในครง้ั นผ้ี ใู้ หข้ อ้ มลู สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ ควรลงสนามใน ระดบั ท้องถ่ินต่อไปเพื่อเสริมสรา้ งประสบการณท์ างการเมอื ง เม่ือผใู้ หข้ ้อมลู ต้องพดู ถงึ อนาคตของการเมอื งไทย ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่เช่ือว่าความขัดแย้งทางการเมืองในระดับประเทศจะลดน้อยลง ขณะที่ความคาดหวังต่อ รัฐบาลชุดใหม่ผู้ให้ข้อมูลเกือบท้ังหมดต้องการให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างย่ิง ราคาผลผลิตจากภาคการเกษตร คือ ยางพารา ปาลม์ นำ้� มนั และผลไม้ตา่ ง ๆ ใหม้ ีราคาทีเ่ พ่มิ ขึ้นโดยเร็วทส่ี ุด 5.2 ข้อเสนอแนะจากงานวจิ ัย การศึกษาวจิ ัยย่อยเรอื่ งนขี้ อน�ำเสนอขอ้ เสนอแนะจากงานวจิ ัยไว้ 2 ประการ ประการท่ี 1 ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย คอื 1.1 ควรยกระดับการท�ำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เก่ียวข้องกับการจัดการเลือกต้ังให้มีบทบาท ในการท�ำงานในเชงิ รกุ มากกวา่ เชงิ รบั กลา่ วคอื การเลอื กตง้ั ในครงั้ ทผ่ี า่ นมาในพนื้ ทจี่ งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี หนว่ ยงาน ภาครัฐทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การจัดการเลือกตง้ั ยงั ท�ำหน้าทเี่ พยี งจดั ใหม้ ีการเลือกตั้งเกิดขน้ึ ตามตวั บทกฎหมายเท่านัน้ ไมไ่ ดแ้ สดงบทบาทเชงิ รกุ ในลกั ษณะของการกระตนุ้ ใหป้ ระชาชนในพน้ื ทไ่ี ดเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความตระหนกั
133 และการเห็นความส�ำคัญของตนเองในการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยการเลือกต้ัง ทั้งน้ีอาจจะเกิดจาก ข้อจ�ำกัดเรื่องเวลา งบประมาณ การประสานงานระหว่างหน่วยงานของภาครัฐด้วย ดังน้ันการจัดการเลือกตั้ง ในครงั้ ตอ่ ไปหนว่ ยงานภาครฐั ท่จี ัดการเลือกตง้ั ต้องมีการด�ำเนนิ การจัดการเลือกตง้ั ในเชงิ รกุ มากกวา่ เชงิ รับ 1.2 ระบบการเลือกต้ังท่ีมีความเปล่ียนแปลงไป และความซับซ้อนของระบบการเลือกต้ังแบบใหม่ สง่ ผลกระทบตอ่ การตดั สนิ ใจและการเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มในการเลอื กตง้ั ของประชาชนดว้ ย กลา่ วคอื การทป่ี ระชาชน ไม่มีความรู้ ความเข้าใจต่อระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ที่น�ำมาใช้ในการเลือกต้ังในคร้ังนี้ส่งผลให้ประชาชนเลือก ท่ีจะตัดสินใจใช้สิทธิเลือกต้ัง และการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเลือกต้ังในรูปแบบเดิมเช่นเดียวกับการเลือกต้ัง ในครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นการจัดการเลือกตั้งในครั้งต่อไปท่ีจะมีข้ึนหน่วยงานภาครัฐท่ีท�ำหน้าที่จัดการเลือกต้ัง รวมท้ังผู้สมัครรับเลือกต้ังท่ีลงสนามควรใช้เวลาในการอธิบายให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจต่อระบบ การเลือกตั้งแบบใหม่นด้ี ้วย 1.3 นโยบายที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐต้องจัดการเลือกต้ังให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของแต่ละ พรรคการเมืองมีความเท่าเทียมกันโดยการจัดพ้ืนท่ีให้มีการติดประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกต้ังและ ตดิ ประกาศการน�ำเสนอนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งนั้น ในทางปฏบิ ัติแล้วส่วนใหญ่ไม่สามารถด�ำเนนิ การ ได้จริง เนื่องจากพ้ืนที่ที่จัดให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองไม่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ี ทถ่ี กู จดั ใหน้ น้ั ในมมุ กลบั กนั ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญก่ ไ็ มท่ ราบและไมไ่ ดส้ นใจทจ่ี ะเขา้ ไปศกึ ษาคณุ สมบตั ิ และนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมืองในพน้ื ทท่ี ี่จัดไว้นน้ั 1.4 การจัดการเลือกต้ังในคร้ังที่ผ่านมาผู้วิจัยพบว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังต้องไปหารายชื่อ จากกระดาษติดใบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ังท่ีมีการติดไว้ในพ้ืนที่หน้าคูหาเลือกต้ัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นหาอยู่ พอสมควร ดังน้ันเพ่ือให้เกิดการแก้ปัญหานี้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปหน่วยงานภาครัฐที่ต้องด�ำเนินการ จัดการเลือกตั้งควรหันมาใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการส่ือสารท่ีท�ำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง สามารถคน้ หารายช่ือตนเองก่อนเข้าคูหาเลือกต้งั เพ่ือใช้สทิ ธเิ ลือกตง้ั ได้ง่ายมากข้ึน 1.5 การายงานผลการเลือกตั้งในครั้งน้ีมีการรายงานผลที่มุ่งให้เกิดความรวดเร็วซ่ึงท�ำให้กรรมการ ประจ�ำหน่วยเลือกตั้งต้องรายงานผลคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งไปยังส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในส่วนกลางโดยการใช้แอพลิเคชั่นอันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศในการส่ือสารที่มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนทถ่ี กู ประกาศออกมาอาจมคี วามผดิ พลาดเนอ่ื งจากระบบเทคโนโลยสี ารเสนเทศเกดิ ความขดั ขอ้ ง และ ระบบการสื่อสารอาจจะล่าช้าในบางพื้นท่ี สร้างความคลางแคลงใจจากประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกต้ังจนเกิดเป็น ขอ้ กงั ขาตอ่ ความยตุ ธิ รรมของระบบการจดั การเลอื กตง้ั ขนึ้ มาได้ ดงั นนั้ ในการจดั การเลอื กตงั้ ครงั้ ตอ่ ไปหนว่ ยงาน จัดดการเลือกต้ังต้องมีการเตรียมการในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการส่ือสารที่มีความเสียร ให้มากยง่ิ ขน้ึ เพอ่ื สรา้ งความเช่อื มัน่ ตอ่ ความยุตธิ รรมของการจัดการเลอื กต้ัง
134 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประการท่ี 2 ข้อเสนอแนะเพ่อื การศกึ ษาวิจัย คือ 1. การศึกษาพลวัตของพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนและนักการเมืองในพ้ืนท่ีอย่างต่อเน่ือง ท้ังการเลือกต้ังในระดับชาติและการเลือกต้ังในระดับท้องถ่ินเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการท�ำความเข้าใจ ความสมั พนั ธท์ เี่ กดิ ขนึ้ ระหวา่ งนกั การเมอื งและผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในพน้ื ที่ ทง้ั ในเชงิ ตวั บท เชน่ การศกึ ษาวธิ กี ารหาเสยี ง เลอื กตง้ั นโยบายของพรรคการเมอื งทมี่ ผี ลตอ่ การเลอื กตงั้ กระบวนการจดั การเลอื กตงั้ หนว่ ยงานทจี่ ดั การเลอื กตงั้ เป็นต้น และในเชิงบริบท เช่น การศึกษามิติทางด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่มีผลต่อพฤติกรรม การเลอื กตง้ั เป็นตน้ 2. การศึกษาเร่ืองโอกาสและอุปสรรคของผู้ลงสมัครรับการเลือกต้ังหน้าใหม่ และพรรคการเมือง พรรคใหม่ท่ีเพิ่งเกิดข้ึนมาและได้ส่งผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งในพื้นท่ีว่าในการเลือกตั้งคราวต่อไปจะมีแนวโน้ม ของโอกาสหรือการจะเกิดมีอุปสรรคในการได้รับการเลือกต้ังจากประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในลกั ษณะอย่างไรในอนาคต 3. การศึกษาเรื่องผลจากการที่ผู้สมัครลงรับเลือกต้ัง หรือพรรคการเมืองที่ผู้ลงสมัครรับการเลือกต้ัง สังกัดมีการประกาศจุดยืนในทางการเมืองท่ีแน่ชัดว่าให้การสนับสนุนคู่ขัดแย้งทางการเมืองในระดับชาติ ที่มีอยู่แล้วในฟากฝั่งใดจะก่อให้เกิดผลอย่างไรต่อการลงสนามเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่จะมีต่อไป ในอนาคตข้างหน้า
135 บรรณานกุ รม ภาษาไทย จฑุ าทพิ ย์ ชยางกรู . (2541). อทิ ธพิ ลของโฆษณาทางการเมอื งทม่ี ตี อ่ ทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรมของผลู้ งคะแนนเสยี ง เลอื กตั้ง. วิทยานพิ นธน์ เิ ทศศาสตรมหาบณั ฑติ , จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . กรงุ เทพฯ. ชวน เพชรแก้ว และคณะ. (2558). การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 : จังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ: ส�ำนักวิจัยและพัฒนา สถาบนั พระปกเกล้า. ทศพล สมพงษ.์ (2545). “ความเคลือ่ นไหวทางสงั คมในกระบวนการเลือกตง้ั และปจั จัยในการตดั สินใจเลอื กตง้ั สมาชกิ วุฒสิ ภา จงั หวัดสกลนคร” ใน สตธิ ร ธนานธิ ิโชติ, บรรณาธกิ าร. รายงานวจิ ยั เรอ่ื งพฤตกิ รรมการเลอื กตง้ั และปจั จยั ในการตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั สมาชกิ วฒุ สิ ภา พ.ศ.2543. กรงุ เทพฯ: เจ ปริน้ ตงิ้ นติ ิ มณกี าญจน.์ (2557). การศกึ ษาพฤตกิ รรมการบรโิ ภคสนิ คา้ การเมอื งของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ, 17, 114-130. นฐั พงศ์ สขุ วสิ ฎิ ฐ.์ (2535). เหตผุ ลของการลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ : ศกึ ษาเฉพาะกรณี เขต 1 จงั หวดั นครราชสมี า. วทิ ยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบณั ฑิต, จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . กรงุ เทพฯ. บันลือศกั ด์ิ แสงสว่าง. (2544). กระบวนการสรา้ งภาพทางการเมืองของผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ : ศกึ ษาการเลอื กต้ัง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2543. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรงุ เทพฯ. ปรชี า หงสไ์ กรเลิศ. (2524). พรรคการเมืองและปัญหาพรรคการเมอื ง. กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช ประกาศคณะกรรมการการเลอื กตง้ั เรอ่ื ง ผลการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั . (2562). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มท่ี 136 ตอนที่ 60 ก. หน้า 1. พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์. (2558). ระบบเลือกตั้งกับการคาดคะเนชัยชนะในการเลือกต้ังของพรรคการเมือง. วารสารวิจยั สังคม, 38 (2), 1-46.
136 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561. (2561). ราชกิจานเุ บกษา. เลม่ ที่ 135 ตอนท่ี 68 ก. หนา้ 40-97. รุจนจ์ าลกั ษณ์รายา คณานรุ ักษ.์ (2553). นกั การเมอื งถิ่นจงั หวดั สุราษฎรธ์ านี. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า. โรเบริ ต์ บี อลั บรทิ ทนั และ ถวลิ วดี บรุ กี ลุ . (2543). ความตอ่ เนอื่ งของประชาธปิ ไตยในประเทศไทย การเลอื กตงั้ สมาชกิ วฒุ สิ ภา 2543. ใน เอกสารประกอบการประชมุ วชิ าการสมาคมรฐั ศาสตรแ์ ละรฐั ประศาสนศาสตร์ แห่งประเทศไทย 8-10 ธันวาคม 2543. สุจิต บุญบงการและพรศักด์ิ ผ่องแผ้ว. (2526). พฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกต้ังของคนไทย. กรุงเทพฯ: โครงการเผยแพรผ่ ลงานวจิ ยั จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . แอนดรูส์ เรย์โนลด์ และ แอนดรูว์ เอลลิส (บรรณาธิการ). (2551). สกุล สื่อทรงธรรม และ อรวรรณ ยะฝา (แปล). การออกแบบระบบเลอื กตงั้ คมู่ อื เลม่ ใหมข่ อง International Idea. กรงุ เทพฯ: เบสทก์ ราฟฟกิ . ภาษาอังกฤษ Diamond, Larry. (1999). Developing Democracy: Toward Consolidation. Baltimore and London: Johns Hopkins University Press. Downs, Anthony. (1957). An Economic Theory of Democracy. New York: Harperr & Row. Duverger, Maurice. (1954). Political Parties: Their Organization and Activities in Modern State. London: Methuen. Fujiwara, Thomas. (2015). Voting Technology, Political, Responsiveness, and Infant Health: Evidence from Brazil. Econometrica, 83 (2), 423-464. Heywood, Andrew. (2013). Politics. 4th ed. UK: Palgrave Macmillan. Huntington, Samuel. (1993). The Third Wave: Democratization in the Late Twentieth Century. Norman: University of Oklahoma Press. Linz, Juan J. and Stepan, Alfred. (1996). Toward Consolidated Democracies. Journal of Democracy, 7, 2, 14-33. Merriam, Charles E. and Gosnel, Harold F. (1924). Non-Voting: Causes and Methods of Control. New York: University of Chicago Press. Neimi, Richard G. and Weisberg, Herbert F. (1984). Controversies in American Voting Behavior. Washing D.C.: A Division of Congressional Quarterly Inc. O’Donnell, Guillermo. (1996). Illusions about Consolidation. Journal of Democracy, 7,2, 34–51.
137 ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ส�ำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจ�ำจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ าน.ี (2562). จ�ำนวนผมู้ าใชส้ ทิ ธลิ งคะแนนเลอื กตง้ั กอ่ นวนั เลอื กตง้ั . สบื คน้ จาก https://www.ect.go.th/suratthani/ewt_news.php?nid=226&filename =index Gorokhovskaia, Yana. (2017). Democratic Consolidation. Retrieved from http://www.oxford bibliographies.com /view/document/obo-9780199756223/obo-9780199756223-0224.xml# obo-9780199756223-0224-bibItem-0007 บคุ ลานกุ รม ศรัณยู อาทิตยศรัญยากร ผู้อ�ำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ผู้ให้สัมภาษณ์) กฤษฎา พรรณราย (ผู้สัมภาษณ์). ณ ห้อง UD266 อาคารบริการวิชาการกลางและอาคารเรียนรวม (ตึกตัวยู) มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เมอื่ วนั จันทร์ท่ี 11 มีนาคม 2562. ศรัณยู อาทิตยศรัญยากร ผู้อ�ำนวยการคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ผู้ให้สัมภาษณ์) กฤษฎา พรรณราย และ นติ ิ มณีกาญจน์ (ผ้สู ัมภาษณ์). ณ ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัด สุราษฎร์ธานี เมอ่ื วนั อังคารท่ี 4 มถิ นุ ายน 2562. ประเวศ ไทยประยูรอาทติ ยศรัญยากร รองผู้ว่าราชการจงั หวดั สุราษฎร์ธานี (ผูใ้ หส้ ัมภาษณ์) กฤษฎา พรรณราย และ นติ ิ มณกี าญจน์ (ผู้สมั ภาษณ์). ณ ศาลากลางจงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี เมอื่ วนั องั คารที่ 4 มถิ นุ ายน 2562.
138 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัตขิ องนกั วจิ ยั 1. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา พรรณราย (หัวหน้าโครงการ) หนว่ ยงานและสถานท่ีอยู่ทตี่ ิดต่อได้สะดวก คณะศิลปศาสตรแ์ ละวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เลขท่ี 31 หม่ทู ี่ 6 ต.มะขามเต้ยี อ.เมอื ง จ.สุราษฏรธ์ านี 84000 เบอรโ์ ทร 098-9826652 โทรสาร 077-278873 E-Mail: [email protected] ประวัตกิ ารศึกษา • ปรญิ ญาเอก ปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต สาชาวิชาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร • ปรญิ ญาโท ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ ารฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ • ปรญิ ญาตรี ศิลปศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ ารัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 2. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.นิติ มณกี าญจน์ (ผู้ร่วมวจิ ัย) หน่วยงานและสถานที่อยทู่ ีต่ ิดตอ่ ไดส้ ะดวก คณะศิลปศาสตรแ์ ละวิทยาการจดั การ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตสุราษฎรธ์ านี เลขท่ี 31 หมูท่ ่ี 6 ต.มะขามเตยี้ อ.เมอื ง จ.สรุ าษฏรธ์ านี 84000 เบอรโ์ ทร 089-6473445 โทรสาร 077-278873 E-Mail: [email protected] ประวตั ิการศกึ ษา • ปริญญาเอก รัฐศาสตรดุษฎบี ัณฑติ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย • ปรญิ ญาโท รฐั ศาสตรมหาบัณฑติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั • ปริญญาตรี รฐั ประศาสนศาสตรบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์
สถาบนั พระปกเกลา ศนู ยราชการเฉลมิ พระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชัน้ 5 (โซนทิศใต) เลขที่ 120 หมู 3 ถนนแจงวัฒนะ แขวงทุงสองหอง เขตหลักสี่ กรงุ เทพฯ 10210 www.kpi.ac.th โทรศพั ท 0-2141-9600 โทรสาร 0-2143-8181 เลขมาตรฐานสากลประจำหนงั สอื (ebook) 978-616-476-141-4 สวพ.63-63-00.0 (ebook)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139