51 3.5 ข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง ในวันอาทติ ยท์ ่ี 24 มนี าคม 2562 เขต พน้ื ที่ หมาย พรรคการเมือง ช่อื นามสกุล อายุ อาชีพ วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศกึ ษา ปรญิ ญาโท 1 อ�ำเภอเมอื ง 1 ภูมิใจไทย นายสมบรู ณ์ ทองพฒั น์ 51 ปี ทนายความ ปริญญาตรี สรุ าษฎร์ธานี 2 รกั ษผ์ นื ปา่ นางวิมลทิพย์ ประเทศไทย สังขน์ คร 62 ปี ธรุ กิจส่วนตวั ปรญิ ญาตรี 3 เสรรี วมไทย นายสมุ าตร อนิ ทรมณี 47 ปี เกษตรกร 4 ประชาชาติ นางสาวตฤณ 37 ปี ธุรกิจสว่ นตัว ต�่ำกว่า ล่อใจ 48 ปี รบั จา้ ง ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท 5 เพ่อื ธรรม นางณัฐทิตา ทองชว่ ย 48 ปี ทนายความ ปรญิ ญาตรี 6 อนาคตใหม่ นายธรี พงศ์ 53 ปี รองนายก ปรญิ ญาโท ศักด์ิเมอื งราม เทศมนตรี ต�่ำกวา่ เทศบาลนคร ปรญิ ญาตรี 7 ประชาธิปตั ย์ นายภานุ สรุ าษฎรธ์ านี ศรีบุศยกาญจน์ 35 ปี ธุรกจิ ส่วนตัว 8 พลังทอ้ งถิ่นไท นางสาว ปรียาวรรณ คงบุญมี 9 รวมพลัง นายธานี 62 ปี เกษตรกร ปรญิ ญาโท ประชาชาตไิ ทย เทือกสุบรรณ 10 ชาติไทยพฒั นา นายสมคดิ 63 ปี รับราชการ ปรญิ ญาโท กษมาพนั ธุ์ 11 ไทยรกั ษาชาติ นางขนิษฐา 66 ปี ทนายความ ปริญญาโท รฐั กาญจน์
52 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พน้ื ท่ี หมาย พรรคการเมือง ช่ือ นามสกลุ อายุ อาชีพ วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศกึ ษา 1 อ�ำเภอเมือง 12 ชาติพัฒนา นางภษู ณิศา 47 ปี อาชพี อิสระ ปรญิ ญาตรี สรุ าษฎร์ธานี อาจสามารถ 13 ประชาภิวฒั น์ นางจุไรรตั น์ ศรลัมพ์ 68 ปี เกษตรกร ตำ่� กว่า ปริญญาตรี 14 พลังประชารฐั นางจริ วรรณ 64 ปี รองประธาน ปริญญาโท สารสิทธิ์ สภาเทศบาล ต�ำบลท่าฉาง 15 เศรษฐกจิ ใหม่ นางสาววรกญั ญา 60 ปี ธรุ กิจสว่ นตวั ปรญิ ญาโท แก้วอินทร์ 16 พลงั ปวงชนไทย นายธนากร เมง่ ควน 39 ปี ธรุ กิจส่วนตัว ปรญิ ญาตรี 17 คลองไทย นายพสิ ษิ ฐ์ 50 ปี ผรู้ บั เหมางาน ปรญิ ญา ตันณภพภูวนนท์ กอ่ สรา้ ง เอก 18 เพอื่ แผ่นดิน นางสาว 43 ปี ท�ำสวน ต่�ำกว่า กกต. พิชญาภร แซล่ ิม้ ปริญญาตรี ตดั สทิ ธิ 19 เพ่ือชาติ นายพศิณ 35 ปี นกั ธรุ กจิ ปริญญาตรี เจอื จนั ทร์พิพัฒน์ อสังหารมิ ทรัพย์ 20 ภราดรภาพ นายมานติ ย์ 66 ปี รับจ้าง ตำ่� กว่า ล้ิมสุวรรณ ปริญญาตรี 21 ไทยศรวี ไิ ลย์ นายเจริญ ด�ำศิริ 64 ปี เกษตรกร คา้ ขาย ตำ�่ กวา่ ปริญญาตรี 22 ประชากรไทย นายกฤษฎา รจุ ชิ ญา 27 ปี อาชีพสว่ นตวั ปรญิ ญาตรี นันท์ 23 ทางเลือกใหม่ นางพลอยณศิ า ชูศรี 52 ปี ธุรกจิ ส่วนตัว ต�่ำกว่า ปริญญาตรี 24 ครูไทยเพื่อ นายสิริชัย 66 ปี ธุรกิจส่วนตวั ปริญญาตรี ประชาชน วงศ์พฒั นกจิ 25 พลงั ชาตไิ ทย นางสาวธนพรรณ 54 ปี ผู้บริหารบริษทั ปริญญาตรี ณ นคร ไทยประกนั ชวี ิต จ�ำกดั
53 เขต พ้นื ที่ หมาย พรรคการเมอื ง ชอ่ื นามสกลุ อายุ อาชีพ วุฒิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข 53 ปี เกษตรกร การศกึ ษา 41 ปี ธุรกจิ ส่วนตวั ต่�ำกวา่ 1 อ�ำเภอเมือง 26 ประชาธิปไตย นายอาคม ดวงมณี 51 ปี ธุรกิจสว่ นตวั ปรญิ ญาตรี สรุ าษฎรธ์ านี ใหม่ 69 ปี รับราชการ ปริญญาโท 59 ปี เกษตรกร 27 ประชาธรรมไทย ว่าท่รี ้อยตรีวชั รพงศ์ ตำ่� กวา่ ฉิมแก้ว ปรญิ ญาตรี ตำ่� กว่า 28 พลัง นางสาวททษั ชดา ปริญญาตรี ประชาธิปไตย เศวตเวช ตำ�่ กวา่ ปริญญาตรี 29 พลงั สังคม นายวีระ นาคพนิ ตดั สิทธิ 30 กรีน นางรตั นศ์ รี วเิ ชยี ร 31 พลงั ไทสร้างชาติ นายจกั รตรี ประดษิ ฐ์ 46 ปี ธรุ กิจส่วนตัว ปริญญาตรี 32 พลังไทยรกั ไทย นายสมศกั ด์ิ ศรธี รรม 52 ปี เกษตรกร ปริญญาตรี 33 ไทรักธรรม นายมนัส สังขค์ ร 57 ปี ข้าราชการ ปรญิ ญาโท 2 อ�ำเภอ 1 ชาติพฒั นา นายวิศรุจณ์ 48 ปี รบั จา้ ง ปรญิ ญาตรี กาญจนดิษฐ์ แท่นนาค (ยกเว้น ต�ำบล 2 ชาติไทยพัฒนา นายเจรญิ จนั ทรา 56 ปี ท�ำสวน คลองสระ, ต่�ำกว่า ปริญญาตรี ป่ารอ่ น, ชา้ งซา้ ย, 3 รกั ษ์ผืนปา่ นายชยั สนั ท์ 60 ปี รบั ราชการ ปริญญาโท ประเทศไทย หริ ัญสาลี ช้างขวา, ทุ่งรัง) 4 พลงั ธรรมใหม่ นายโกสนิ ธุ์ เรอื งศรี 57 ปี ท�ำสวน อ�ำเภอดอนสกั ต่ำ� กวา่ ปริญญาตรี อ�ำเภอ เกาะพะงัน 5 ประชาชาติ นายไชยวฒั น์ 47 ปี ธรุ กจิ ส่วนตัว ปรญิ ญาตรี 6 อนาคตใหม่ โตะ๊ หลาง 48 ปี ผู้จดั การสหกรณ์ ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอ นายณฐั ดนัย หมิ ทอง เกาะสมุย เดินรถเกาะสมุย
54 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พนื้ ท่ี หมาย พรรคการเมอื ง ชื่อ นามสกลุ อายุ อาชีพ วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศกึ ษา 58 ปี ก�ำนนั ต�ำบลมะ ปรญิ ญาโท 2 อ�ำเภอ 7 ไทยรักษาชาติ นายสง่า เรต็ กาญจนดิษฐ์ พงศฉ์ บบั นภา ปริญญาตรี (ยกเว้น ต�ำบล 8 ภมู ใิ จไทย นาวาเอกสุนทร 64 ปี รับราชการ คลองสระ, รงั สวิ รารกั ษ์ ปา่ ร่อน, ชา้ งซา้ ย, 9 เพ่ือชาติ นายชยพล วิชัยดิษฐ 53 ปี ธรุ กิจส่วนตวั ปรญิ ญาโท (ค้าขาย) ปริญญาโท ช้างขวา, ทงุ่ รงั ) 10 พลังประชารฐั นายธรี ะยทุ ธ อ�ำเภอดอนสัก เอ่ยี มตระกลู 64 ปี รับราชการ อ�ำเภอ 11 เพอ่ื ธรรม นายสทิ ธิชัย 63 ปี ทนายความ ปรญิ ญาโท เกาะพะงนั 12 ประชาธิปตั ย์ สวุ รรณดวง นายววิ รรธน์ 42 ปี ท่ปี รึกษา บ.สม ปริญญาโท อ�ำเภอ นิลวชั รมณี ศักด์ิ นรา พาราวู้ เกาะสมุย ด จ�ำกัด 13 เพื่อแผ่นดิน นายไทยรัฐ ชูศกั ด์ิ 26 ปี ท�ำสวน ปรญิ ญาตรี 14 รวมพลัง นางสาวยอดขวญั ชมุ 42 ปี ธุรกิจสว่ นตัว ปรญิ ญาโท ประชาชาติไทย วระ ต�ำ่ กว่า 15 เสรีรวมไทย รอ้ ยต�ำรวจโทดเิ รก 63 ปี รบั ราชการ ปรญิ ญาตรี ทองเกตุ ต�ำรวจ ต่ำ� กวา่ ปรญิ ญาตรี 16 ประชาภิวฒั น์ นายธรรมนอง 43 ปี เกษตรกร ตำ่� กวา่ พรหมรกั ษ์ ปรญิ ญาตรี ต�ำ่ กว่า 17 คลองไทย นางศตาพร พราหมณ์ 56 ปี อสม. ปรญิ ญาตรี นาค ต�่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี 18 เศรษฐกจิ ใหม่ นายอมฤต 66 ปี ขา้ ราชการครู ต่ำ� กวา่ วิภาคหัตถกิจ ปรญิ ญาตรี 19 ประชาชนปฏริ ปู นางสาวผานติ ย์ 32 ปี เกษตรกร ประชมุ ยุทธ 20 ภราดรภาพ นายประจักษ์ วชิ ยั 50 ปี รับจา้ ง ดษิ ฐ
55 เขต พื้นท่ี หมาย พรรคการเมอื ง ชอ่ื นามสกุล อายุ อาชีพ วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศกึ ษา 2 อ�ำเภอ 21 ประชากรไทย นายณัฐกรณ์ 25 ปี ประมง ต�่ำกวา่ กาญจนดิษฐ์ สังสญั ไทย ปริญญาตรี (ยกเวน้ ต�ำบล 22 ทางเลือกใหม่ นายคฑาเทพ คลองสระ, 34 ปี พธิ กี รบรษิ ัท A4S ตำ่� กวา่ ธรรมเสน ปริญญาตรี ป่ารอ่ น, 23 ครูไทยเพ่ือ นายสนิ สมทุ ร ช้างซา้ ย, ประชาชน สมยั พิทักษ์ 58 ปี รับจา้ ง ตำ่� กวา่ ปริญญาตรี ช้างขวา, ทุง่ รัง) 24 พลังท้องถ่ินไท นายปรชี า อ�ำเภอดอนสัก 58 ปี สมาชิกสภา ปรญิ ญาโท เพชรรัตน์ อบจ. อ�ำเภอ เกาะพะงนั 25 พลงั ไทสร้างชาติ วา่ ทรี่ ้อยตรีหญงิ 33 ปี ธรุ กิจสว่ นตวั ต�่ำกว่า ศริ ินภาพร มเี ดช ปริญญาตรี อ�ำเภอ เกาะสมุย 26 พลงั ไทยรกั ไทย นางสาว 59 ปี ทนายความ ปริญญาตรี ภัทราคนิษฐ์ ศรสี มุย 27 ประชาธปิ ไตย นางสาวพิชามญช์ ฤ 26 ปี เกษตรกร ต�่ำกว่า ใหม่ ทธริ ณ ปรญิ ญาตรี 48 ปี ธุรกิจส่วนตัว ต�่ำกวา่ 28 พลัง นายสงา่ พณิ กาญจน์ ปรญิ ญาตรี ประชาธิปไตย 50 ปี ธุรกิจส่วนตวั ต�่ำกวา่ ปริญญาตรี 29 พลังชาติไทย นางทิพวรรณ สินกนั 69 ปี ข้าราชการ ปริญญาตรี บ�ำนาญ 30 พลงั สังคม นายเสรี ประสทิ ธ์ิ ปรญิ ญาตรี 31 ปี ทนายความ 31 ความหวงั ใหม่ นายเสรพี ล ศรอี ภัย 32 ถนิ่ กาขาวชาว นายชยั พันโกฏิ 63 ปี ขา้ ราชการครู ปริญญาโท วิไล ผลผลา 61 ปี ท�ำสวน 42 ปี เกษตรกร ตำ่� กว่า 33 ประชาธรรมไทย นายนยิ ม สวา่ งวงศ์ 56 ปี นักธุรกจิ ปรญิ ญาตรี ต�่ำกวา่ 34 กรนี นายนันทวิทย์ ปริญญาตรี 35 ไทรักธรรม จักสาน ตำ่� กว่า นายสุวรรณ ปริญญาตรี ร่าหมาน
56 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พ้นื ที่ หมาย พรรคการเมอื ง ช่อื นามสกลุ อายุ อาชพี วฒุ ิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข การศึกษา 3 อ�ำเภอ 1 ประชาธิปตั ย์ นางสาววชิราภรณ์ 39 ปี คณะท�ำงานอดตี ปรญิ ญาโท กาญจนดษิ ฐ์ กาญจนะ สส. (เฉพาะ ต�ำบล เขต ๓ คลองสระ, 2 ชาตพิ ฒั นา นายปราโมทย์ ปา่ ร่อน, ทองจนั ทร์ 51 ปี ทนายความ ปรญิ ญาตรี ช้างซา้ ย, 3 ประชาชาติ นางสภุ าพร 44 ปี ท�ำสวน ปริญญาตรี ชา้ งขวา, ทุง่ รัง) แก้วประดษิ ฐ์ อ�ำเภอ 4 รวมพลงั นางสาวภัสสร บา้ นนาสาร ประชาชาตไิ ทย พัฒนสงิ ห์ 37 ปี นักพัฒนาสงั คม ปรญิ ญาโท อ�ำเภอเวียงสระ 5 ชาตไิ ทยพฒั นา นายสุรัช ตันจรูญ 53 ปี เกษตรกร ต่�ำกวา่ ปรญิ ญาตรี 6 พลงั ประชารฐั นายประเทือง 62 ปี ขา้ ราชการ ปรญิ ญาตรี มแี ต้ม บ�ำนาญ ปริญญาตรี 7 ประชาภวิ ัฒน์ นายวโิ ชว์ แสงศรี 68 ปี เกษตรกร 8 อนาคตใหม่ นาย สริ ิยคุ 62 ปี ข้าราชการครู ปรญิ ญาโท 9 รกั ษผ์ ืนป่า วัฒนสนุ ทร บ�ำนาญ ปรญิ ญาตรี ดาบต�ำรวจ ประเทศไทย เสริมพฒั น รกั ปาน 64 ปี รองนายกฯ ท.ต.เมอื งเวยี ง 10 เพ่ือธรรม นายอวยชัย 54 ปี รับจ้าง ต�ำ่ กวา่ 11 ภูมิใจไทย สมยั ชเู กียรติ ปริญญาตรี นายสมพล ขุนทอง 65 ปี ขา้ ราชการ ปริญญาตรี บ�ำนาญ 12 พลังธรรมใหม่ ร้อยตรมี โน ยะโส ปรญิ ญาตรี 58 ปี ข้าราชการ 13 ไทยรกั ษาชาติ นายพภิ พ เกษมณี บ�ำนาญ ปริญญาตรี 55 ปี เกษตรกร
57 เขต พน้ื ที่ หมาย พรรคการเมือง ช่อื นามสกุล อายุ อาชพี วุฒิ ที่ (อำ� เภอ) เลข การศกึ ษา 37 ปี เกษตรกร ตำ�่ กว่า 3 อ�ำเภอ 14 เพอื่ ชาติ นางสาวไพลนิ ปริญญาตรี กาญจนดิษฐ์ นพคณุ 54 ปี ประกอบธุรกจิ ต�ำ่ กวา่ (เฉพาะ ต�ำบล ร้านอาหาร ปริญญาตรี คลองสระ, 15 เสรีรวมไทย นายชัยรัช ปริญญาตรี ป่ารอ่ น, 16 เพอ่ื แผ่นดนิ เลิศหริ ัณยกลุ 51 ปี ท�ำสวน ชา้ งซ้าย, นายวินยั คงทรพั ย์ ช้างขวา, ทงุ่ รงั ) 17 ประชาชนปฏิรปู นางสาวธนวันต์ ก�ำ 46 ปี ครู ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอ เหนิด บา้ นนาสาร อ�ำเภอเวียงสระ 18 ประชาธิปไตย นางกัลยา เทพี 66 ปี ท�ำสวน ตำ่� กวา่ ใหม่ 64 ปี เกษตรกรรม ปริญญาตรี ปริญญาตรี 19 พลังท้องถ่นิ ไท นายชชู ยั ทองขาว 20 ไทยศรวี ไิ ลย์ นายสิรวิทย์ 41 ปี คา้ ขาย ปริญญาตรี ชว่ งเสน 21 ภราดรภาพ นายสุชาติ อินทรมณี 65 ปี สมาชิกสภา ตำ่� กว่า จงั หวดั เขต ปรญิ ญาตรี อ.ท่าฉาง 22 คลองไทย นางปยิ ะพร ค�ำจวง 44 ปี อ.ส.ม. ต�่ำกว่า ปริญญาตรี 23 ประชากรไทย นายพรชยั ชูรักษ์ 47 ปี ผปู้ ระนี ประนอม ปรญิ ญาโท ศาลจังหวัด เวียงสระ 24 เศรษฐกิจใหม่ นายจรี พฒั น์ 37 ปี ธรุ กจิ ส่วนตัว ปรญิ ญาโท พรหมช่วย 25 ครูไทยเพื่อ นายวิฑูรย์ เพชรกลบั 64 ปี ข้าราชการครู ปรญิ ญาโท ประชาชน 26 พลังไทสรา้ งชาติ นายปรชี า สุทธเิ มือง 62 ปี ลูกจา้ ง ปริญญาตรี ประจ�ำ จพฐ. เขต 1
58 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พืน้ ท่ี หมาย พรรคการเมือง ชอื่ นามสกลุ อายุ อาชพี วุฒิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศึกษา 3 อ�ำเภอ 27 พลงั สังคม จ่าสบิ ต�ำรวจ 46 ปี รบั ราชการ ต�่ำกวา่ กาญจนดิษฐ์ พชั รินทร์ พุทธรตั น์ ต�ำรวจ ปริญญาตรี (เฉพาะ ต�ำบล 28 พลงั ไทยรักไทย ว่าทรี่ ้อยตรีบูชา คลองสระ, ศรเี ทพ 35 ปี พนักงานบริษทั ปริญญาตรี ปา่ ร่อน, 29 แผน่ ดินธรรม นายฐานติ ย์ 52 ปี เกษตรกร ต�ำ่ กว่า ชา้ งซา้ ย, ก�ำเนดิ สม ปริญญาตรี ชา้ งขวา, ทุง่ รัง) อ�ำเภอ 30 พลงั ปวงชนไทย นายทรงธรรม บา้ นนาสาร 48 ปี ขา้ ราชการ ปริญญาตรี ชว่ ยบ�ำรุง การเมอื งทอ้ งถิน่ อ�ำเภอเวียงสระ 31 ประชาธรรมไทย นายสวุ ิทย์ ราชรักษ์ 46 ปี ท�ำสวน ตำ่� กวา่ ปรญิ ญาตรี 32 พลเมอื งไทย นายอนริ จุ น์ คงทรัพย์ 51 ปี ทนายความ ปริญญาโท 33 พลงั นายสัณห์ จรญู รตั น์ 44 ปี กิจการส่วนตวั ปรญิ ญาตรี ประชาธิปไตย 34 กรนี นายวิชติ จิตรสม 57 ปี เกษตรกร ตำ่� กว่า ปรญิ ญาตรี 35 ความหวงั ใหม่ นายสงิ หา อนิ ทร์ชู 42 ปี รบั จ้าง ปริญญาตรี 36 ไทรักธรรม นายมานติ ย์ 59 ปี รับจา้ ง เกษตรกร ต�่ำกวา่ 37 พลังชาตไิ ทย เมอื งครฑุ ปรญิ ญาตรี นายด�ำเนนิ ยอ่ งแกว้ 58 ปี ท�ำสวน ปรญิ ญาตรี
59 เขต พื้นที่ หมาย พรรคการเมอื ง ช่อื นามสกลุ อายุ อาชพี วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข 59 ปี ท�ำการเกษตร การศึกษา 49 ปี รบั ราชการ ต�่ำกวา่ 4 อ�ำเภอ 1 พลงั ธรรมใหม่ นายส�ำเริง ปรญิ ญาตรี ครี ีรัฐนิคม ขาวบา้ นนา ปริญญาโท (ยกเวน้ ต�ำบล 2 อนาคตใหม่ ท่าขนอน, นายสมพล สิงหพล บา้ นยาง, 3 รวมพลงั นายเชน 65 ปี นกั การเมือง ปรญิ ญาโท น้ำ� หกั ) อ�ำเภอ ประชาชาตไิ ทย เทอื กสบุ รรณ บ้านนาเดิม 4 เพอ่ื ธรรม อ�ำเภอพนุ พนิ นายพรหมพชร 54 ปี นกั การเมืองท้อง ปริญญาโท นาเมือง ถน่ิ อ�ำเภอเคยี นซา (ยกเว้นต�ำบล 5 เพ่อื ชาติ นายชยั ชนะ 52 ปี ท�ำสวน ปริญญาตรี บา้ นเสดจ็ ) ตัดสทิ ธิ ประชาภิวฒั น์ จติ ราภิรมย์ สงฤทธิ์ นายอมรศกั ดิ์ 63 ปี พนกั งาน ปริญญาตรี 6 จวิ สบื พงษ์ รัฐวสิ าหกจิ ปรญิ ญาโท 7 ไทยรักษาชาติ นายประกจิ 57 ปี ทนายความ เพชรรตั น์ 8 ชาตไิ ทยพฒั นา นายนพพล รักณรงค์ 55 ปี เจา้ ของธุรกจิ ปริญญาตรี 9 ประชาชาติ นายจารุวิทย์ 54 ปี ท�ำสวน, ธรุ กจิ ตำ่� กวา่ นลิ ประดิษฐ ส่วนตวั ปริญญาตรี 10 พลงั ท้องถน่ิ ไท จา่ เอกนพพร 52 ปี ธุรกิจสว่ นตัว ปริญญาตรี บญุ ทพิ ย์ 11 เศรษฐกิจใหม่ นายราษฎรพ์ ชิ ิต 48 ปี ทนายความ ปริญญาตรี นาคประดิษฐ์ 12 ประชาธปิ ตั ย์ นายสมชาติ 53 ปี ท�ำธุรกจิ ส่วนตัว ปรญิ ญาตรี ประดษิ ฐพร 13 พลังประชารัฐ นางสาวรัชดาภรณ์ สง 40 ปี เกษตรกร, ปริญญาโท พัฒนแ์ ก้ว นกั การเมือง 14 ชาตพิ ฒั นา นายประเทือง 60 ปี ข้าราชการ ปริญญาโท เก้ือดว้ ง บ�ำนาญ
60 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พ้ืนท่ี หมาย พรรคการเมอื ง ชอื่ นามสกลุ อายุ อาชพี วุฒิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข การศึกษา 4 อ�ำเภอ 15 รักษผ์ นื ปา่ จา่ สบิ ต�ำรวจสุชาติ 63 ปี เกษตรกร ต่�ำกวา่ ครี รี ัฐนิคม ประเทศไทย ทิพย์บุญทอง ปรญิ ญาตรี (ยกเว้น ต�ำบล 16 ภูมิใจไทย นายสมชาย ไชยยศ ทา่ ขนอน, 59 ปี รองนายก อ.บ.ต ปรญิ ญาตรี บา้ นท�ำเนียบ บา้ นยาง, 17 เสรรี วมไทย น้�ำหกั ) อ�ำเภอ นายชาคฤช 56 ปี ผใู้ หญ่บา้ น ต่�ำกวา่ ศรภี ริ มยม์ ติ ร ปรญิ ญาตรี บ้านนาเดิม 18 เพ่ือแผน่ ดิน นางสาวอรณกิ าร์ อ�ำเภอพุนพนิ มชั ฌมิ 28 ปี ท�ำสวน ปรญิ ญาตรี นายอดุ ม ส�ำราญสขุ อ�ำเภอเคียนซา 19 คลองไทย 53 ปี อ.ส.ม ต่�ำกว่า (ยกเว้นต�ำบล 49 ปี ธุรกจิ สว่ นตวั ปรญิ ญาตรี บ้านเสดจ็ ) 20 ภราดรภาพ นายพิเชษฐ กุศลชู 52 ปี คา้ ขาย ตำ่� กวา่ ปรญิ ญาตรี 21 ครไู ทยเพื่อ นายกมล ชาสวสั ดิ์ ปริญญาตรี ประชาชน 39 ปี ทนายความ ปริญญาตรี 22 พลังไทสร้างชาติ นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี 23 พลังสงั คม นายเดโช พรหมชิต 47 ปี ธุรกจิ สว่ นตัว ต�่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี 24 ประชาธิปไตย นายธนพล 37 ปี เกษตรกร ต�่ำกว่า กกต. ใหม่ สามงามแกว้ 54 ปี รบั จา้ งทั่วไป ปรญิ ญาตรี ตดั สทิ ธิ ต�่ำกว่า 25 พลังไทยรกั ไทย นายสทิ ธพิ ร รงุ รงั ศรี ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาตรี 26 พลัง นางสาวปิยะนชุ 41 ปี ธุรกจิ สว่ นตวั ประชาธปิ ไตย วงศป์ ระไพ ปริญญาตรี ปริญญาโท 27 พลังชาติไทย นายสทิ ธิชยั ขาวน่ิม 31 ปี ท�ำสวน 28 ประชากรไทย นายณรงค์ชัย 63 ปี ท�ำสวน ทองต�ำลงึ
61 เขต พนื้ ท่ี หมาย พรรคการเมือง ชอ่ื นามสกุล อายุ อาชพี วุฒิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข 57 ปี ทนายความ การศึกษา 55 ปี เกษตรกร ปรญิ ญาโท 4 อ�ำเภอ 29 ความหวังใหม่ นายธรรศ ทองคง 54 ปี ธุรกจิ สว่ นตวั ครี ีรฐั นิคม 48 ปี เกษตรกร ต่�ำกว่า (ยกเว้น ต�ำบล 30 แผ่นดินธรรม นายณรงคฤ์ ทธ์ิ 54 ปี ธรุ กิจส่วนตวั ปรญิ ญาตรี ทา่ ขนอน, ราชฉวาง ต�่ำกว่า บา้ นยาง, 31 ประชาธรรมไทย นายเกรยี งไกร 58 ปี เกษตรกร ปรญิ ญาตรี นำ�้ หัก) อ�ำเภอ นาควงศ์ 44 ปี ท�ำสวน ต�่ำกวา่ บ้านนาเดิม 32 กรนี 55 ปี เกษตรกร ปริญญาตรี อ�ำเภอพนุ พนิ นายวทิ ยา แท่นรัตน์ 42 ปี พนกั งานบริษทั ตำ่� กวา่ 54 ปี นักการเมือง ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอเคยี นซา 33 ไทรกั ธรรม นายช�ำนาญ สง่ เสียง ปริญญาตรี (ยกเว้นต�ำบล บา้ นเสดจ็ ) ปริญญาตรี 5 อ�ำเภอชยั 1 ชาตไิ ทยพฒั นา นายสวัสด์ิ วเิ ชียรพร ปริญญาโท บรุ ี อ�ำเภอ บา้ นตาขุน ปริญญาตรี อ�ำเภอพนม 2 ประชาชาติ นายถาวร นวลแก้ว ปรญิ ญาโท อ�ำเภอ 3 เสรีรวมไทย นายเชวง พระแสง สมพงั กาญจน์ อ�ำเภอเคยี นซา 4 รักษ์ผืนป่า นายอนรุ ์ หลมิ กลุ (เฉพาะต�ำบล ประเทศไทย บา้ นเสดจ็ ) 5 ประชาธปิ ตั ย์ นายสินติ ย์ เลิศไกร 6 รวมพลงั นายปรีติ เชาวลิต 33 ปี นกั การเมืองท้อง ปรญิ ญาตรี ประชาชาตไิ ทย ถิน่ ส.จ. 7 เพ่อื ธรรม นายมนต์ชัย 29 ปี ไมป่ ระกอบอาชพี ปริญญาตรี วรรณโชติ 8 อนาคตใหม่ นายนกุ ูล พูลสวัสด์ิ 58 ปี รับจา้ ง ปรญิ ญาตรี 9 ภมู ใิ จไทย นายบรรจง 49 ปี ท�ำสวน ปริญญาตรี จนั ทรช์ ว่ ง
62 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พืน้ ท่ี หมาย พรรคการเมอื ง ชอ่ื นามสกุล อายุ อาชีพ วุฒิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข 61 ปี รบั ราชการ การศึกษา ปริญญาตรี 5 อ�ำเภอชยั 10 ชาตพิ ัฒนา นายสุมล พัฒนราช บุรี อ�ำเภอ บา้ นตาขุน อ�ำเภอพนม 11 พลงั ธรรมใหม่ นายพจิ ิตร 60 ปี นายกเทศ ปริญญาตรี ศรที องสม มนตรีต�ำบลยา่ น อ�ำเภอ ดินแดง พระแสง 12 พลังประชารัฐ นายพงศ์พนั ธุ์ อ�ำเภอเคียนซา 49 ปี รับราชการ ปรญิ ญาโท เอง่ ฉ้วน ต�ำรวจ (เฉพาะต�ำบล 13 ไทยรกั ษาชาติ นายฉลอง บ้านเสด็จ) วิเชียรแกว้ 63 ปี ท�ำสวน ต�่ำกว่า ปรญิ ญาตรี 14 เพอ่ื ชาติ นายโกมล นกวเิ ชียร 69 ปี ข้าราชการ ปรญิ ญาโท บ�ำนาญ 15 เพือ่ แผ่นดิน นายภคั วี อาขศุ ริ ิ 43 ปี ท�ำสวน ปริญญาตรี 16 ประชาภวิ ฒั น์ นายกติ ติพงษ์ 28 ปี เกษตรกร ตำ่� กว่า ช่วงโชติ ปรญิ ญาตรี ต�ำ่ กวา่ 17 ภราดรภาพ นายหมวดตรี ไพโรจน์ 51 ปี ขา้ ราชการ ปริญญาตรี อนุภกั ดิ์ บ�ำนาญพเิ ศษ ต�่ำกว่า ปริญญาตรี 18 ประชาธปิ ไตย นายอนงค์ 51 ปี เกษตรกร ตำ่� กว่า ใหม่ สวุ รรณพงษ์ ปริญญาตรี ปรญิ ญาตรี 19 คลองไทย นายชัยชนะ รัตนะ 47 ปี ธุรกจิ ส่วนตวั ต�่ำกว่า 20 เศรษฐกจิ ใหม่ นายจกั รพนั ธ์ จนั ทนา 66 ปี ทนายความ ปรญิ ญาตรี นนท์ ต�่ำกว่า ปรญิ ญาตรี 21 ประชาชนปฏริ ูป นางวภิ า อรุณ 41 ปี ธรุ กิจส่วนตัว 22 พลังทอ้ งถ่ินไท นายนสุ ร อนิ ทะปดั 64 ปี ธรุ กจิ สว่ นตวั
63 เขต พื้นที่ หมาย พรรคการเมือง ชื่อ นามสกุล อายุ อาชพี วฒุ ิ ท่ี (อ�ำเภอ) เลข 45 ปี ธุรกิจสว่ นตัว การศกึ ษา 5 อ�ำเภอชัย 23 แผ่นดนิ ธรรม นายสุวรรณ มีดี 30 ปี พนกั งานบรษิ ทั ตำ�่ กวา่ 32 ปี ธุรกจิ ส่วนตัว ปรญิ ญาตรี บุรี อ�ำเภอ 24 ทางเลอื กใหม่ นายทรงยศ 32 ปี ส.อบต. ต�่ำกว่า บา้ นตาขนุ ศักดิเ์ พชร ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอพนม พลเู ถ่อื น ตำ่� กวา่ อ�ำเภอ 25 ครูไทยเพอ่ื นายสรรเพชญ 58 ปี ท�ำสวน ปริญญาตรี พระแสง ประชาชน สัมพนั ธ์ 51 ปี ธรุ กิจส่วนตัว ปริญญาตรี อ�ำเภอเคียนซา (เฉพาะต�ำบล 26 พลงั ไทสรา้ งชาติ นายพงศ์ณฐชัย ตำ�่ กว่า บ้านเสด็จ) ชัยสงคราม ปริญญาตรี ต�่ำกว่า 27 พลงั สังคม นายส�ำเรงิ เพชรค�ำ ปริญญาตรี 28 ประชากรไทย นายวินัย สวัสด์ิภริ มย์ 29 พลงั นายณรงค์ ฉู้วงศ์ 50 ปี ธุรกจิ สว่ นตวั ตำ่� กว่า ประชาธิปไตย 48 ปี รบั จ้างท่ัวไป ปริญญาตรี ปริญญาตรี 30 พลงั ชาตไิ ทย นายราย เพ็งสกลุ 31 ประชาธรรมไทย นางรัศมี บญุ มาก 59 ปี รบั จ้างท่วั ไป ตำ่� กวา่ 32 ความหวงั ใหม่ นายธีร รตั นกลุ 37 ปี ท�ำสวน ปรญิ ญาตรี ปริญญาตรี 33 พลเมืองไทย นายเรอื งเดช 43 ปี ทนายความ ปริญญาตรี 34 กรนี เตมิ ทอง 52 ปี เกษตรกร 35 ไทรักธรรม นายพรเทพ สุดใจ 61 ปี อาจารยพ์ ิเศษ ตำ่� กวา่ ปรญิ ญาตรี นางปนดั ดา กรมี ละ ปริญญาโท
64 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พ้ืนที่ หมาย พรรคการเมือง ชือ่ นามสกุล อายุ อาชพี วฒุ ิ ที่ (อำ� เภอ) เลข 36 ปี นกั การเมือง การศกึ ษา 6 อ�ำเภอ 44 ปี คา้ ขาย ปรญิ ญาโท 1 รวมพลัง นายภูมิ 49 ปี เกษตรกร คีรรี ฐั นคิ ม ประชาชาตไิ ทย เทือกสุบรรณ 48 ปี ธรุ กิจส่วนตัว ปริญญาตรี (เฉพาะ ต�ำบล 60 ปี เกษตรกร 2 เศรษฐกจิ ใหม่ นายวีรยทุ ธ 53 ปี เกษตรกร ต่ำ� กว่า ทา่ ขนอน, จนั ทรเวช 52 ปี ธุรกจิ ส่วนตวั ปรญิ ญาตรี บา้ นยาง, ปริญญาตรี น�้ำหกั ) 3 พลงั ธรรมใหม่ นายมนติ ย์ หมวดสุข อ�ำเภอท่าฉาง ปรญิ ญาโท อ�ำเภอทา่ ชนะ 4 พลังประชารฐั นายพติ ตินันท์ อ�ำเภอวิภาวดี รกั เอยี ด ตำ่� กวา่ อ�ำเภอไชยา ปรญิ ญาตรี 5 เสรรี วมไทย นายก�ำธร ยงิ่ เภตรา ปรญิ ญาโท 6 รกั ษ์ผืนปา่ นางสุจติ รา ชะอุม่ ประเทศไทย นายเชวง ช่วยบ�ำรุง 7 ภูมใิ จไทย 8 เพื่อแผ่นดิน นายวัชรนิ ทร์ เลก็ จรงิ 51 ปี ผจู้ ดั การ บ. ปริญญาตรี 9 อนาคตใหม่ R.A.T.ขนส่ง ปริญญาตรี 10 เพือ่ ธรรม ปริญญาตรี 11 ชาตพิ ฒั นา นางสาวมา่ นฟ้า 30 ปี รบั จ้างอิสระ ปรญิ ญาตรี พรหมอบุ ล จ.ส.ต.ปญั ญา 50 ปี ท�ำสวน เผือกภมู ิ นายสุชดั ชสู วุ รรณ 57 ปี ธุรกิจสว่ นตัว 12 ประชาชาติ นายอรณุ พงษ์ 48 ปี ทนายความ ปริญญาตรี เพ็ชรสวัสด์ิ 53 ปี นักการเมอื ง ปริญญาตรี 57 ปี ทนายความ ปริญญาตรี 13 ประชาธปิ ตั ย์ นายธรี ภัทร 57 ปี ท่ีปรกึ ษา สนช. ปรญิ ญาตรี พรงิ้ ศุลกะ 14 ไทยรักษาชาติ นายบญุ ยงค์ จรสั จรูญฤทธ์ิ 15 ชาติไทยพฒั นา นายพสิ ัณห์ ทองโมถ่าย
65 เขต พ้ืนที่ หมาย พรรคการเมือง ชอื่ นามสกุล อายุ อาชีพ วฒุ ิ ท่ี (อำ� เภอ) เลข 56 ปี เกษตรกร การศกึ ษา 54 ปี เกษตรกร ตำ่� กวา่ 6 อ�ำเภอ 16 ประชาภิวฒั น์ นายโยธี พรหมรกั ษ์ 35 ปี ธรุ กิจสว่ นตวั ปริญญาตรี คีรีรฐั นิคม 73 ปี ธรุ กจิ สว่ นตัว ตำ่� กวา่ (เฉพาะ ต�ำบล 53 ปี ตัวแทนขาย ปรญิ ญาตรี ทา่ ขนอน, 17 ประชาธปิ ไตย นายนริ จุ น์ รตั นพนั ธ์ ปรญิ ญาตรี บ้านยาง, ใหม่ บรษิ ัท นำ้� หกั ) 33 ปี ท�ำสวน ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอท่าฉาง 18 ถ่นิ กาขาวชาว นายวรี พนั ธ์ 47 ปี ทนายความ วไิ ล หลวิ ปลอด ปริญญาตรี อ�ำเภอท่าชนะ 19 เพือ่ ชาติ นายนิยม นุชมติ ร์ ต่�ำกวา่ ปริญญาตรี อ�ำเภอวิภาวดี 20 ภราดรภาพ นายธาดา ปริญญาโท อ�ำเภอไชยา บรุ ประภัสสร 21 คลองไทย นายณัฐนันท์ ภาชีรักษ์ 22 พลงั ทอ้ งถ่ินไท นายวัฒนะ ทองสขุ 23 ไทยศรีวไิ ลย์ นายไมตรี วบิ ลู ย์ศิลป์ 45 ปี เกษตรและ ต�่ำกวา่ รบั จ้าง ปริญญาตรี 24 ทางเลอื กใหม่ นายทักษณิ า ศกั ดา 28 ปี อผศ. ตำ่� กว่า ปริญญาตรี 25 ครไู ทยเพอ่ื นายทรงพล สมั พันธ์ 67 ปี คา้ ขาย ต�่ำกว่า ประชาชน ปรญิ ญาตรี 26 พลงั ปวงชนไทย นายโชคดี ชนะราวี 46 ปี ธุรกจิ ส่วนตวั ต่ำ� กว่า ปริญญาตรี 27 พลังไทสร้างชาติ นายณรงค์ อนิ ทรมณี 53 ปี ท�ำสวนยางพารา ตำ่� กว่า ปริญญาตรี 28 พลงั ไทยรกั ไทย นายชชู พี ศรเี ทพ 58 ปี อาชีพอสิ ระ ปริญญาตรี 29 พลงั นายจักรพันธ์ 58 ปี รบั ราชการสพฐ. ตำ่� กวา่ ประชาธิปไตย ศรีสกุลเมฆี เขต 2 ปรญิ ญาตรี 30 พลังสงั คม สบิ ต�ำรวจเอกวิวัตร์ 59 ปี ธรุ กิจส่วนตัว ตำ่� กวา่ ธนธรี ะประเสริฐ ปรญิ ญาตรี
66 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต พ้นื ที่ หมาย พรรคการเมือง ชื่อ นามสกลุ อายุ อาชีพ วฒุ ิ ที่ (อ�ำเภอ) เลข การศึกษา 6 อ�ำเภอ 31 ความหวังใหม่ นายธวัชชยั 48 ปี ทนายความ ปริญญาตรี คีรีรฐั นคิ ม ทรัพยเ์ จริญ (เฉพาะ ต�ำบล ทา่ ขนอน, 32 มหาชน นายสุภเดช 55 ปี ลกู จ้าง ปริญญาโท บ้านยาง, 33 กรีน แกว้ ศรสี ด น้�ำหกั ) 34 พลังชาติไทย อ�ำเภอท่าฉาง นางภัคเปมิกา 54 ปี การเกษตร ตำ�่ กวา่ 35 ไทรกั ธรรม อินหวา่ ง ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอท่าชนะ อ�ำเภอวภิ าวดี นางสาวพชิ ญนนั ท์ ธน 36 ปี ผบู้ ริหาร บ.ไทย ปรญิ ญาตรี อ�ำเภอไชยา พรบญุ เศรษฐ์ พาณิชย์ ประกัน ชวี ิต นายมฮู �ำหมดั 60 ปี รบั จ้างทั่วไป ตำ่� กวา่ ห้องสวุ รรณ ปรญิ ญาตรี 36 ประชากรไทย นายเถลิงเดช รักรอด 60 ปี ท�ำสวน ตำ่� กว่า ปรญิ ญาตรี
67 3.6 ขอ้ มลู พรรคการเมอื งทส่ี ง่ ผลู้ งสมคั รในแตล่ ะเขต เลอื กตั้งในวนั อาทติ ย์ท่ี 24 มีนาคม 2562 รายชื่อพรรคการเมอื งท่ี วนั ท่จี ัดต้งั พรรคการเมือง จำ� นวน เขตทสี่ ง่ ผู้สมคั รลงรับการเลอื กต้ัง สง่ ผูล้ งสมคั รรบั เลอื กตัง้ (ขอ้ มลู พรรคการเมอื งทีย่ งั ผู้สมคั ร ในจงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี ดำ� เนินการอยู่ ณ วนั ท่ี 22 123456 มกราคม 2562 ของ กกต.) 1. ประชาธิปตั ย์ √√√√√√ 2. ประชากรไทย 11 มิถุนายน 2525 6 √√√√√√ 3. มหาชน 26 กรกฎาคม 2525 6 00000√ 4. ความหวังใหม่ 10 กุมภาพนั ธ์ 2541 1 0√√√√√ 5. เพือ่ แผน่ ดนิ 7 พฤษภาคม 2545 5 √√√√√√ 6. ชาติพฒั นา 6 √√√√√√ 7. ชาติไทยพัฒนา 2 ตลุ าคม 2550 6 √√√√√√ 8. ภมู ิใจไทย 3 ตลุ าคม 2550 6 √√√√√√ 9. ไทยรกั ษาชาติ 18 เมษายน 2551 6 √√√√√√ 10. เพือ่ ธรรม 5 พฤศจกิ ายน 2551 6 √√√√√√ 11. ประชาธิปไตยใหม่ 27 กรกฎาคม 2552 6 √√√√√√ 12. ครูไทยเพ่อื ประชาชน 23 สิงหาคม 2553 6 √√√√√√ 13. พลังทอ้ งถ่ินไท 21 เมษายน 2554 6 √√√√√√ 14. ถ่นิ กาขาวชาววไิ ล 28 มิถนุ ายน 2554 6 0√000√ 15. รักษผ์ นื ป่า 30 มนี าคม 2555 2 √√√√√√ ประเทศไทย 7 สงิ หาคม 2555 6 16. ไทรกั ธรรม 9 มกราคม 2556 √√√√√√ 17. เสรีรวมไทย √√√√√√ 18. เพอ่ื ชาติ 16 สิงหาคม 2556 6 √√√√√√ 19. พลงั ประชาธิปไตย 29 สิงหาคม 2556 6 √√√√√√ 20. ภราดรภาพ 18 กันยายน 2556 6 √√√√√√ 6 พฤศจกิ ายน 2556 6 13 พฤศจิกายน 2556 6
68 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี รายชอ่ื พรรคการเมอื งที่ วนั ท่จี ดั ตั้งพรรคการเมือง จ�ำนวน เขตท่สี ่งผสู้ มคั รลงรบั การเลือกตง้ั สง่ ผลู้ งสมคั รรับเลอื กต้ัง (ข้อมลู พรรคการเมืองท่ยี งั ผ้สู มคั ร 123456 ในจังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี ด�ำเนินการอยู่ ณ วนั ที่ 22 มกราคม 2562 ของ กกต.) 21. ทางเลอื กใหม่ 2 สงิ หาคม 2561 4 √√00√√ 22. ประชาภิวัฒน์ 10 สิงหาคม 2561 6 √√√√√√ 23. พลเมืองไทย 10 สิงหาคม 2561 2 00√0√0 24. พลังธรรมใหม่ 14 กนั ยายน 2561 5 0√√√√√ 25. ประชาชนปฏริ ูป 3 ตุลาคม 2561 3 0√√0√0 26. อนาคตใหม่ 3 ตลุ าคม 2561 6 √√√√√√ 27. ไทยศรีวไิ ลย์ 24 ตลุ าคม 2561 3 √0√00√ 28. รวมพลังประชาชาติ 26 ตลุ าคม 2561 6 √√√√√√ ไทย 29. พลังปวงชนไทย 29 ตลุ าคม 2561 3 √0√00√ 30. พลงั ไทยรักไทย 30 ตลุ าคม 2561 5 √√√√0√ 31. พลังชาติไทย 31 ตุลาคม 2561 6 √√√√√√ 32. ประชาชาติ 31 ตุลาคม 2561 6 √√√√√√ 33. แผ่นดินธรรม 2 พฤศจกิ ายน 2561 3 00√√√0 34. คลองไทย 2 พฤศจกิ ายน 2561 6 √√√√√√ 35. ประชาธรรมไทย 2 พฤศจกิ ายน 2561 5 √√√√√0 36. พลงั ประชารฐั 7 พฤศจิกายน 2561 6 √√√√√√ 37. เศรษฐกจิ ใหม่ 8 พฤศจิกายน 2561 6 √√√√√√ 38. พลงั สงั คม 26 พฤศจิกายน 2561 6 √ √ √ √ √ √ 39. พลงั ไทสร้างชาติ 26 พฤศจิกายน 2561 6 √√√√√√ 40. กรนี 20 ธันวาคม 2561 6 √√√√√√ รวม 40 พรรคการเมือง 209 33 35 37 33 35 36 คณะกรรมการการเลอื กตงั้ จังหวัดประกาศตดั สทิ ธผิ สู้ มัคร 200200 รวม 40 พรรคการเมือง 205 31 35 37 31 35 36
69 3.7 ขอ้ มลู จำ� นวนผมู้ าใชส้ ทิ ธลิ งคะแนนกอ่ นวนั เลอื กตงั้ ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 เขต/อ�ำเภอ จ�ำนวนผ้ลู งทะเบยี น จำ� นวนผมู้ าใช้สทิ ธิ เขต 1 / อ�ำเภอเมอื งสุราษฎร์ธานี 602 534 เขต 2 / อ�ำเภอกาญจนดษิ ฐ์ 54 54 เขต 2 / อ�ำเภอเกาะสมุย 37 37 เขต 3 / อ�ำเภอกาญจนดิษฐ์ (ยกเวน้ 5 ต�ำบล) 8 8 เขต 3 / อ�ำเภอบา้ นนาสาร 68 68 เขต 3 / อ�ำเภอเวยี งสระ 56 56 เขต 4 / อ�ำเภอพุนพิน 82 81 เขต 4 / อ�ำเภอเคยี นซา (ยกเวน้ 1 ต�ำบล) 20 20 เขต 4 / อ�ำเภอบ้านนาเดิม 3 3 เขต 4 / อ�ำเภอครี รี ัฐนิคม (ยกเวน้ 3 ต�ำบล) 5 1 เขต 5 / อ�ำเภอพนม 74 72 เขต 5 / อ�ำเภอบ้านตาขุน 45 45 เขต 5 / อ�ำเภอชยั บุรี 26 26 เขต 5 / อ�ำเภอพระแสง 10 10 เขต 6 / อ�ำเภอไชยา 38 38 เขต 6 / อ�ำเภอท่าฉาง 11 10 เขต 6 / อ�ำเภอทา่ ชนะ 24 23 เขต 6 / อ�ำเภอวภิ าวดี 2 2 เขต 6 / อ�ำเภอคีรรี ฐั นิคม (เฉพาะ 3 ต�ำบล) 3 3 รวม 19 แหง่ 1,168 1.091 ร้อยละ 93.41
70 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3.8 ขอ้ มลู จำ� นวนผมู้ าใชส้ ทิ ธลิ งคะแนนกอ่ นวนั เลอื กตง้ั ณ ทเี่ ลอื กตงั้ กลางนอกเขตเลอื กตัง้ ในวนั อาทติ ยท์ ี่ 17 มนี าคม 2562 เขต/อำ� เภอ จ�ำนวนผูล้ งทะเบยี น จำ� นวนผู้มาใช้สิทธิ เขต 1 อ�ำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 9,775 8,683 เขต 2 อ�ำเภอดอนสกั 839 686 เขต 2 อ�ำเภอเกาะสมุย 8,990 7,034 เขต 3 อ�ำเภอบ้านนาสาร 1,254 1,162 เขต 4 อ�ำเภอพุนพิน 2,770 2,040 เขต 5 อ�ำเภอบา้ นตาขุน 937 841 เขต 6 อ�ำเภอไชยา 1,283 1,361 รวม 7 แหง่ 25,348 21,607 รอ้ ยละ 85.24
71 3.9 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี เขต/อำ� เภอ ช่ือ-นามสกลุ พรรคการเมอื งท่สี ังกัด เขต 1 นายภานุ ศรบี ศุ ยกาญจน์ พรรคประชาธปิ ตั ย์ เขต 2 นายววิ รรธน์ นิลวชรั มณี พรรคประชาธปิ ตั ย์ เขต 3 นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ พรรคประชาธิปตั ย์ เขต 4 นายสมชาติ ประดิษฐพร พรรคประชาธิปตั ย์ เขต 5 นายสนิตย์ เลศิ ไกร พรรคประชาธิปตั ย์ เขต 6 นายธรี ภทั ร พร้งิ ศลุ กะ พรรคประชาธปิ ตั ย์
72 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี บทที่ 4 การวิเคราะหก์ ารเลอื กตั้งใน จังหวดั สุราษฎร์ธานี
73 4.1 บทวิเคราะห์ก่อนการเลือกตัง้ พรรคการเมืองถือเป็นองค์ประกอบส�ำคัญของระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน เพราะท�ำหน้าท่ี ในการเป็นสะพานเชือ่ มต่อระหวา่ งประชาชนและรฐั น�ำเสนอปัญหาของประชาชนพร้อมแนวทางแกไ้ ข สรรหา ผู้น�ำและบุคลากรทางการเมือง ให้ความรู้หรือกระตุ้นประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง รวมไปถึง การท�ำหนา้ ทเ่ี ปน็ รฐั บาลเพอื่ น�ำนโยบายทไี่ ดห้ าเสยี งไวไ้ ปสกู่ ารปฏบิ ตั หิ รอื เปน็ ฝา่ ยคา้ นเพอื่ ตรวจสอบการท�ำงาน ของรฐั บาล อย่างไรกต็ าม เพอื่ ให้ระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนมีเสถยี รภาพและความตงั้ ม่นั พรรคการเมอื ง จ�ำเป็นท่ีจะต้องสร้างความเป็นสถาบันทางการเมืองและความเชื่อมั่นไว้วางใจแก่ประชาชน โดยการวิจัยครั้งนี้ เน้นศึกษาไปท่ีทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ลงคะแนนเสียงในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงมุ่งวิเคราะห์ ทัศนคติของประชาชนต่อความจ�ำเป็นในการมีพรรคการเมืองและความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อพรรคการเมืองเป็น หลัก โดยความเชื่อม่ันไว้วางใจต่อพรรคการเมืองในที่นี้ หมายความถึง ความเช่ือม่ันว่าพรรคการเมืองสามารถ ท�ำหน้าท่ีเป็นตัวแทนของประชาชนได้จริง ความเช่ือมั่นว่าพรรคการเมืองสามารถคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณภาพ ไดจ้ รงิ ความเชอื่ มนั่ วา่ พรรคการเมอื งสามารถผลติ นโยบายทตี่ อบสนองความตอ้ งการของประชาชนไดจ้ รงิ และ ความเช่ือมน่ั วา่ พรรคการเมืองสามารถท�ำงานตามกลไกของระบบรฐั สภาไดจ้ ริง เขตเลอื กต้งั ที่ 1 อ�ำเภอเมืองสรุ าษฎร์ธานี ความตั้งมน่ั ของพรรคการเมอื ง จากการสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ต่อค�ำถามที่ว่า “ส�ำหรับท่าน อะไรส�ำคัญกว่า ระหวา่ งพรรคการเมอื งกบั ตวั ผสู้ มคั ร เพราะอะไร” พบวา่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งมากกวา่ ตวั บคุ คลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ เนอ่ื งจาก “พรรคการเมอื งเปน็ ทผี่ ลติ นโยบาย ในการหาเสียง” “พรรคการเมืองเป็นจุดก�ำเนิดของอุดมการณ์” “พรรคการเมืองด�ำเนินการทางการเมือง มาอย่างยาวนาน” และ “หัวหน้าพรรคการเมืองมีบทบาทอย่างมาก” ซึ่งแน่นอนว่าการให้การยอมรับและ ใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งมากกวา่ ตวั บคุ คลในการลงคะแนนเสยี งเลอื กตง้ั นน้ั แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเชอ่ื มนั่ และไว้วางใจของประชาชนท่ีมีต่อพรรคการเมืองในระดับหน่ึง และเม่ือพิจารณาจากค�ำตอบก็สะท้อนนัย
74 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เห็นว่า ในการรับรู้ของประชาชนน้ัน พรรคการเมืองมีบทบาทส�ำคัญทั้งในแง่ของการด�ำเนินกิจกรรมทาง การเมืองภายใต้อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน พรรคการเมืองเป็นสถาบันท่ีท�ำหน้าที่ผลิตนโยบายต่าง ๆ และพรรคการเมืองสามารถแสดงบทบาทหน้าท่ไี ด้จรงิ แต่ส่ิงที่น่าสังเกตคือการให้ความเช่ือม่ันกับพรรคการเมืองในท่ีน้ี อาจไม่ได้หมายถึงการมอบ ความไว้วางใจต่อการท�ำหน้าที่ของพรรคการเมืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการสรรหาบุคคลเพื่อลงสมัคร รับเลือกตั้ง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่อธิบายว่าจะแม้จะนิยมและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองแต่ก็ต้องใช้ วิจารณญาณส่วนตัวประกอบการตัดสินใจเลือกผู้สมัครด้วย ซ่ึงช้ีให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้ไว้วางใจตัวบุคคลที่ พรรคการเมืองได้คัดเลือกสรรหามาเพ่ือลงรับสมัครเลือกต้ังเสมอไป ดังจะเห็นได้จากค�ำถามที่ว่า “ถ้าพรรคที่ ท่านชอบ ส่งผู้สมัครท่ีท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคนั้นไหม” ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ตอบว่าไม่เลือก ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีก 40 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าเลือก และมีบางคนให้เหตุผลว่า “เลือก เพราะมันคือพรรคท่ีชอบ ต่อให้เปล่ียนผู้สมัครก็ยังเลือก” ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า แม้จะไม่ใช่คนส่วนใหญ่ แต่ก็มีคนจ�ำนวนหน่ึงที่เช่ือม่ัน ไว้วางใจ และภักดี (loyalty) ต่อพรรคการเมืองอย่างมากจนไม่ต้ังข้อสงสัยต่อ ตวั ผสู้ มคั รทีพ่ รรคการเมืองไดส้ ่งลงรบั สมัครเลอื กต้งั แต่อย่างใด นอกจากนี้ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) มีความเห็นว่าการท่ีผู้สมัครสังกัดอยู่กับพรรคใด พรรคหน่ึงเป็นเวลานานและได้ผลักดันภรรยา สามี ลูกหรือเครือญาติลงสมัครรับเลือกต้ังนั้นเป็นส่ิงท่ีเป็นปกติ และยังเป็นส่ิงที่ดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น “เป็นการท�ำให้ฐานเสียงเดิมที่มีอยู่แน่นขึ้น” “เป็นสิ่งท่ีดีเพราะได้ใช้ ประสบการณ์ถ่ายทอดต่อไปรุ่นหลัง” “เป็นเร่ืองท่ีปกติ” เป็นต้น แน่นอนว่าค�ำตอบเหล่าน้ีแสดงถึงเชื่อม่ัน ไวว้ างใจตอ่ ตวั บคุ คลทมี่ คี วามสมั พนั ธก์ บั พรรคการเมอื งมาอยา่ งยาวนานและมผี ลงานเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ ทวา่ ในแงห่ นง่ึ ยอ่ มสะทอ้ นชดั เจนวา่ ระบบในการคดั เลอื กบคุ คลลงสมคั รของพรรคการเมอื งตามความรคู้ วามสามารถทมี่ ลี กั ษณะ เป็นระบบคณุ ธรรม (merit system) อาจไมม่ คี วามจ�ำเป็นมากนกั ขณะทมี่ ผี ูใ้ ห้สมั ภาษณ์เพียงสว่ นน้อยเท่าน้นั (20 เปอร์เซ็นต์) ที่มองว่าญาติพี่น้องของนักการเมืองไม่ควรจะลงสมัครรับเลือกต้ัง โดยให้เหตุผลว่า การส่ง เครือญาติลงรับสมัครเป็นการท�ำให้เกิดการผูกขาดเฉพาะตระกูลน้ันและเป็นการกระท�ำท่ีไม่ต่างอะไรจาก การท�ำธุรกิจ ในประเด็นการย้ายพรรคของผู้สมัครที่เคยสังกัดอยู่กับพรรคมายาวนาน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มคี วามเขา้ ใจวา่ การยา้ ยพรรคนนั้ ถอื เปน็ เรอื่ งปกตขิ องการเมอื งและยงั มองในแงด่ วี า่ การยา้ ยพรรค จะท�ำให้ประชาชนมีตัวเลือกเพ่ิมมากข้ึน อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ผู้ให้สัมภาษณ์ตอบนั้นเป็นเหตุผลทั่วไป ไม่ได้ บง่ ชว้ี า่ ประชาชนจะลงคะแนนเสยี งใหผ้ สู้ มคั รทา่ นนนั้ หรอื ไม่ ขณะทผ่ี ใู้ หส้ มั ภาษณอ์ กี จ�ำนวนหนง่ึ (30 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มองว่าการย้ายพรรคของผู้สมัครแสดงถึงความไม่มีอุดมการณ์ของผู้สมัคร ผู้สมัครยึดถือแต่ผลประโยชน์ของ ตัวเอง และผู้สมัครไม่มีความมั่นคงทางอุดมการณ์ ซึ่งเหตุผลที่ผู้ให้สัมภาษณ์กลุ่มน้ีตอบมานั้นบ่งชี้ได้ค่อนข้าง ชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่เลือกผู้สมัครท่ีย้ายพรรค ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ผู้สมัครที่สังกัดอยู่ในพรรคการเมืองเป็น เวลานานและไม่ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่จะมีความได้เปรียบเหนือผู้สมัครท่ีย้ายพรรค เม่ือเป็นเช่นนี้จึงพอจะ มองเห็นว่า การสังกดั พรรคการเมอื งเดิมเป็นเวลานานนัน้ มผี ลตอ่ ทศั นคตขิ องประชาชนในระดบั หนงึ่
75 ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบทุกคน (90 เปอร์เซ็นต์) ตอบตรงกันว่านโยบายโดยท่ัวไปของแต่ละพรรคการเมืองมีความน่าสนใจเหมือนกัน แต่จะมี นโยบายบางนโยบายที่ผู้ให้สัมภาษณ์สนใจเป็นพิเศษ เช่น “นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เบี้ยผู้สูงอายุ” “นโยบายการเพิ่มค่าแรงขั้นต่�ำ” เป็นต้น ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า ส�ำหรับการรับรู้ของผู้ให้สัมภาษณ์ พรรคการเมือง ซ่ึงท�ำหน้าท่ีผลิตนโยบายเพ่ือการรณรงค์หาเสียงนั้น พรรคการเมืองทุกพรรคสามารถผลิตนโยบายตอบสนอง ความตอ้ งการของประชาชนไดไ้ มต่ า่ งกนั อยา่ งไรกต็ าม แมจ้ ะมคี วามใกลเ้ คยี งกนั ของนโยบายแตล่ ะพรรค แตผ่ ล จากการสมั ภาษณช์ ใี้ หเ้ หน็ วา่ ประชาชนยงั คงรบั รถู้ งึ ความโดดเดน่ ของนโยบายบางนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื ง ได้ และประชาชนมีความประทับใจต่อนโยบายบางนโยบายที่พรรคการเมืองได้น�ำเสนอ ซ่ึงแสดงให้เห็นถึง ความเชื่อม่นั และไวว้ างใจตอ่ นโยบายทพ่ี รรคการเมอื งผลติ ออกมา ส�ำหรบั ประเดน็ ทวี่ า่ การเลอื กตง้ั ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ อยใู่ นชว่ งเวลาทเ่ี หมาะสมหรอื ไม่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าเหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า “สงบกว่า 5-6 ปีที่แล้ว” “ประชาชนพร้อมจะปฏิรูป ประเทศแล้ว” “ต่างชาติเร่ิมบีบรัฐบาล” ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนและ ต้องการจะเปล่ียนแปลงสภาวะทางการเมืองที่เป็นอยู่ผ่านกลไกการเลือกต้ัง แต่เมื่อถามว่าการเลือกตั้งจะช่วย ลดความวุ่นวายทางการเมืองได้หรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบท้ังหมด (90 เปอร์เซ็นต์) กลับคิดว่าความวุ่นวาย จะไม่ลดลง ตัวอย่างค�ำตอบ เช่น “ความวุ่นวายจะเกิดข้ึนอีกหากพรรคท�ำงานไม่ดี” หรือ “นโยบายปฏิบัติ ไม่ได้จริง” หรือ “ความวุ่นวายจะลดลงเฉพาะในช่วงแรก ๆ เท่าน้ัน” เป็นต้น ซ่ึงค�ำตอบดังกล่าวแสดงว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อม่ันว่า พรรคการเมืองท่ีได้รับเลือกจะสามารถท�ำงานผ่านกลไกรัฐสภาไปได้อย่าง ราบรนื่ มผี ู้ใหส้ ัมภาษณเ์ พียงคนเดยี วเทา่ นั้นทเ่ี ชื่อวา่ ความวุ่นวายทางการเมืองจะลดลงหลังมีการเลอื กตั้ง พฤตกิ รรมของตัวกระทำ�ทางการเมืองในพื้นทเี่ ขตเลอื กต้งั ท่ี 1 จากการสมั ภาษณพ์ บวา่ สถานการณแ์ ละบรรยากาศในชว่ งกอ่ นการเลอื กตง้ั ในพนื้ ทเี่ ขตเลอื กตงั้ ท่ี 1 นน้ั คอ่ นขา้ งเปน็ บรรยากาศทมี่ เี สรภี าพและเออ้ื ตอ่ การแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรมตามครรลองของระบอบประชาธปิ ไตย ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ให้ข้อมูลว่ากลุ่มการเมืองต่าง ๆ ในพ้ืนที่ (กลุ่มคนท่ีไม่ใช่เจ้าหน้าท่ี ฝ่ายรัฐ) ไม่มีการเคล่ือนไหวกดดันหรือใช้อิทธิพลใด ๆ เพ่ือให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกต้ัง มีผู้ให้สัมภาษณ์เพียงท่านเดียวเท่านั้นท่ีระบุว่ามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในพ้ืนท่ีออกมาช่วยผู้สมัครบางคนหา เสยี ง นอกจากนี้ ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนยงั ระบตุ รงกนั วา่ โดยสว่ นตวั แลว้ ไมพ่ บวา่ มผี สู้ มคั รหรอื หวั คะแนนใชเ้ งนิ ใน การจงู ใจเพอ่ื ใหไ้ ปเลอื กผสู้ มคั รคนใดคนหนงึ่ ประกอบกบั ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ยงั ใหข้ อ้ มลู อกี วา่ ไม่พบการใช้อิทธิพลหรือผลประโยชน์หรือการกระท�ำใด (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง (ท้ังนี้ มีผู้ให้สัมภาษณ์สองท่านให้ข้อมูลว่าผู้สมัครบางคนเข้าร่วมท�ำกิจกรรมเพื่อสังคมและให้เงินทุนสนับสนุน กิจกรรม และผู้สมัครบางคนเข้าร่วมในพิธีข้ึนบ้านใหม่ของคนในพื้นที่โดยใส่เส้ือของพรรคการเมืองที่เขาสังกัด) ในสว่ นของเจา้ หนา้ ทฝ่ี า่ ยรฐั ทง้ั ทเี่ ปน็ ขา้ ราชการในพนื้ ทแ่ี ละขา้ ราชการสงั กดั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ รวมถงึ เจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการเลือกต้ังโดยตรงน้ัน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า เจ้าหน้าท่ีรัฐเหล่าน้ันวางตัวและท�ำหน้าท่ีได้อย่างเป็นกลาง มีการสนับสนุนรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกต้ัง และปฏิบัติตนไปตามหน้าทข่ี องแตล่ ะหนว่ ยงาน
76 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส�ำหรบั รปู แบบการหาเสยี งของผสู้ มคั รแตล่ ะพรรค ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ตรงกนั วา่ การเลอื กตงั้ คร้ังน้ี ผู้สมัครลงพื้นท่ีเข้าหาประชาชนโดยตรงมากกว่าคร้ังก่อน ๆ ทั้งผู้สมัครเดิมและผู้สมัครหน้าใหม่ โดยใน การลงพนื้ ทนี่ นั้ บางพรรคการเมอื งจะมที งั้ ตวั ผสู้ มคั รและแกนน�ำคนส�ำคญั ของพรรคพบปะพดู คยุ กบั ประชาชนดว้ ย นอกจากการพบกบั ประชาชนโดยตรงแลว้ ผสู้ มคั รของแตล่ ะพรรคกไ็ ดใ้ ชร้ ปู แบบวธิ หี าเสยี งไมแ่ ตกตา่ งกนั กลา่ วคอื ใช้รถแห่ ใบปลิว แผ่นป้าย การปราศรัย แต่วิธีการท่ีเพิ่มเข้ามาและแตกต่างจากการหาเสียงในการเลือกต้ัง ครงั้ กอ่ น ๆ (ซึง่ ผูใ้ ห้สัมภาษณท์ กุ คนได้พบเหน็ วิธีการหาเสยี งดงั กลา่ วน)้ี คือ การใช้สื่อท่ีเรียกว่า Social Media ทั้ง Facebook การถา่ ยทอดสด (live) โดยใชแ้ อพลิเคชั่น และ Line ในประเด็นการตัดสินใจลงคะแนน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ความเห็นว่าการใช้เงินจูงใจเพ่ือให้เลือก ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งไม่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่จะพิจารณาจากพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัด พฤติกรรม การท�ำงานของผู้สมัคร และนโยบายของแต่ละพรรคมากกว่า ส่วนการจูงใจโดยวิธีอ่ืนท่ีไม่ใช้เงิน ผู้ให้สัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ให้ความเห็นตรงกันว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์บางส่วน (30 เปอร์เซ็นต์) แสดงความเห็นว่าหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพ่ีน้องหรือคน ในพน้ื ทข่ี องตนมาโดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลอื กผสู้ มคั รทา่ นนัน้ โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เพราะเขามองเหน็ ความส�ำคัญของเรา” และ “เลือก เพราะจะไดต้ อบแทนบญุ คณุ ท่ีตัวเองสามารถท�ำได”้ เขตเลอื กตง้ั ท่ี 2 อำ� เภอดอนสกั , อำ� เภอเกาะสมยุ , อำ� เภอเกาะพะงนั และอำ� เภอกาญจนดษิ ฐ์ (ยกเวน้ ตำ� บลทงุ่ รงั ตำ� บลชา้ งซา้ ย ตำ� บลชา้ งขวา ตำ� บลป่าร่อน และต�ำบลคลองสระ) ความต้งั มั่นของพรรคการเมือง จากการสมั ภาษณผ์ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตเลอื กตงั้ ที่ 2 สรุ าษฎรธ์ านี ตอ่ ค�ำถามทวี่ า่ “ส�ำหรบั ทา่ น อะไร ส�ำคัญกว่า ระหว่างพรรคการเมืองกับตัวผู้สมัคร เพราะอะไร” พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลอย่างเห็นได้ชัด โดยให้เหตุผลว่า “เพราะตัวผู้สมัครจะต้อง ด�ำเนินการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับพรรค” “นโยบายมาจากพรรคและผู้สมัครต้องท�ำตามนโยบายของพรรค” “พรรคมีความม่ันคงน่าเชื่อถือ” เป็นต้น ซ่ึงแน่นอนว่าการให้การยอมรับและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมือง มากกว่าตัวบุคคลในการลงคะแนนเสียงเลือกต้ังนั้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจของประชาชนท่ีมี ต่อพรรคการเมืองในระดับหนึ่ง และเม่ือพิจารณาจากค�ำตอบก็สะท้อนให้เห็นว่า ในการรับรู้ของประชาชนนั้น พรรคการเมืองมีบทบาทส�ำคัญทั้งในแง่ของการเป็นสถาบันที่มีความมั่นคง สามารถท�ำหน้าที่ผลิตนโยบาย ตา่ ง ๆ และมคี วามส�ำคญั เหนือตัวผสู้ มัคร
77 ส่ิงที่มีความแตกต่างจากเขตเลือกต้ังท่ี 1 ก็คือ การที่ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ในเขตเลือกต้ังท่ี 2 ใหค้ วามเช่ือม่ันและมอบความไว้วางใจตอ่ การท�ำหน้าที่ของพรรคการเมอื ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหาบคุ คล เพื่อลงสมัครรับเลือกต้ัง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่อธิบายว่าเช่ือมั่นและไว้ใจต่อตัวบุคคลที่พรรคการเมืองได้ท�ำ การคดั เลอื กมาเพอื่ ลงรบั สมคั รเลอื กตง้ั ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากค�ำถามทว่ี า่ “ถา้ พรรคทที่ า่ นชอบ สง่ ผสู้ มคั รทท่ี า่ นคดิ วา่ ไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคนั้นไหม” ผู้ให้สัมภาษณ์ (60 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าเลือก โดยให้เหตุผลว่า “เพราะตัดสินใจแล้วว่าเลือกพรรคไหน ไม่ว่าใครลงก็ยังเลือกพรรคนั้นอยู่” “เลือกเพราะมั่นใจในพรรคน้ัน” “เลือกเพราะยังต้ังม่ันกับหัวหน้าพรรคท่ีตัวเองชอบ” “เลือกเพราะชอบที่พรรค ไม่ได้ชอบท่ีตัวผู้สมัคร” เป็นต้น ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่า ในพ้ืนที่เขตเลือกตั้ง 2 นั้น คนส่วนใหญ่มีความเช่ือมั่น ไว้วางใจ และภักดี (loyalty) ต่อพรรคการเมืองอย่างมากจนไม่จ�ำเป็นต้องพิจารณาตัวผู้สมัครท่ีพรรคการเมืองได้ส่งลงรับสมัครเลือกต้ัง แตอ่ ยา่ งใด ขณะทผ่ี ใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นหนง่ึ (40 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกวา่ จะไมเ่ ลอื กหากพรรคสง่ ผสู้ มคั รทต่ี วั เองไมช่ อบ นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) มีความเห็นว่า การท่ีผู้สมัครสังกัดอยู่กับ พรรคใดพรรคหนง่ึ เป็นเวลานานและผลกั ดนั ภรรยา สามี ลกู หรือเครอื ญาตลิ งสมคั รรับเลือกตั้งน้นั เปน็ ส่งิ ทีเ่ ปน็ ปกติและยังเป็นสิ่งท่ีดีในการส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ตัวอย่างเช่น “เป็นการสานต่อ” “เป็นการสืบต่อ สิ่งที่พ่อแม่เคยท�ำ ลูกเจริญรอยตาม” “ลูกหลานสืบทอด อาจได้แนวคิดใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ” เป็นต้น แน่นอนว่าค�ำตอบเหล่าน้ีแสดงถึงเช่ือม่ัน ไว้วางใจต่อตัวบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง มาอย่างยาวนานและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ (ทว่าในแง่หนึ่งย่อมสะท้อนชัดเจนว่าระบบในการคัดเลือกบุคคล ลงสมัครของพรรคการเมืองตามความรูค้ วามสามารถที่มีลักษณะเป็นระบบคุณธรรม (merit system) อาจไมม่ ี ความจ�ำเป็นมากนัก) ขณะที่มีผู้ให้สัมภาษณ์อีกส่วนหน่ึง (40 เปอร์เซ็นต์) มองว่าญาติพ่ีน้องของนักการเมือง ไม่ควรจะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า “การส่งเครือญาติลงรับสมัคร ตัวผู้สมัครอาจจะไม่เก่งเท่ากับ นักการเมอื งเดมิ กไ็ ด”้ และ “นา่ จะเปดิ โอกาสใหผ้ ทู้ ม่ี ีความรไู้ ดม้ าท�ำงานให้ประชาชนบ้าง” ในประเด็นการย้ายพรรคของผู้สมัครท่ีเคยสังกัดอยู่กับพรรคมายาวนาน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) มีความเข้าใจว่าการย้ายพรรคน้ันถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองและการย้ายพรรคเป็นการท�ำ เพอ่ื ใหต้ นไดร้ บั ประโยชนม์ ากทสี่ ดุ ซงึ่ เปน็ เรอ่ื งธรรมดา อยา่ งไรกต็ าม เหตผุ ลทผ่ี ใู้ หส้ มั ภาษณต์ อบนน้ั เปน็ เหตผุ ล ทั่วไป ไม่ได้บ่งชี้ว่าประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครท่านนั้นหรือไม่ ขณะท่ีผู้ให้สัมภาษณ์อีกจ�ำนวนหน่ึง (30 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มองวา่ การยา้ ยพรรคของผสู้ มคั รแสดงถงึ “ความไมม่ อี ดุ มการณข์ องผสู้ มคั ร” “เปน็ การหกั หลงั ” หรอื “ผสู้ มคั รโดนซอ้ื ตวั จากพรรคอน่ื ” “เหน็ ผลประโยชนข์ องตวั เองส�ำคญั กวา่ ” และ “ผสู้ มคั รไมม่ คี วามมน่ั คง ทางอดุ มการณ”์ ซงึ่ เหตผุ ลทผ่ี ใู้ หส้ มั ภาษณก์ ลมุ่ นต้ี อบมานนั้ บง่ ชไ้ี ดค้ อ่ นขา้ งชดั เจนวา่ พวกเขาจะไมเ่ ลอื กผสู้ มคั ร ทย่ี า้ ยพรรค ดงั นนั้ จงึ กลา่ วไดว้ า่ ผสู้ มคั รทสี่ งั กดั อยใู่ นพรรคการเมอื งเปน็ เวลานานและไมย่ า้ ยไปสงั กดั พรรคใหม่ จะมีความได้เปรียบเหนือผู้สมัครท่ีย้ายพรรค เม่ือเป็นเช่นนี้จึงพอจะมองเห็นว่าการสังกัดพรรคการเมืองเดิม เป็นเวลานานนน้ั มผี ลตอ่ ทศั นคติของประชาชนในระดับหน่ึง
78 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนตอบ ตรงกันว่านโยบายโดยทั่วไปของแต่ละพรรคการเมืองมีความน่าสนใจเหมือนกัน แต่จะมีนโยบายบางนโยบายท่ี ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ นใจเปน็ พเิ ศษ เชน่ “นโยบายเบย้ี ผสู้ งู อาย”ุ “นโยบายการแกป้ ญั หาความยากจน” “นโยบายแกจ้ น สร้างคน สร้างชาติ ของพรรคประชาธิปัตย์” “นโยบายปราบคอรัปช่ัน ยาเสพติดของท่านประยุทธ์” เป็นต้น ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า ส�ำหรับการรับรู้ของผู้ให้สัมภาษณ์ พรรคการเมืองซ่ึงท�ำหน้าที่ผลิตนโยบายเพ่ือการรณรงค์ หาเสียงน้ัน ทุกพรรคสามารถผลิตนโยบายตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความใกล้เคียงกันของนโยบายแต่ละพรรค แต่ผลจากการสัมภาษณ์ช้ีให้เห็นว่าประชาชนยังคงรับรู้ถึง ความโดดเดน่ ของนโยบายบางนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งได้ และประชาชนมคี วามประทบั ใจตอ่ นโยบาย บางนโยบายทพ่ี รรคการเมอื งไดน้ �ำเสนอ ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเชอ่ื มน่ั และไวว้ างใจตอ่ นโยบายทพี่ รรคการเมอื ง ผลติ ออกมา ส�ำหรบั ประเดน็ ทวี่ า่ การเลอื กตง้ั ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ อยใู่ นชว่ งเวลาทเี่ หมาะสมหรอื ไม่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าเหมาะสมอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่า “ถ้าเลือกแล้วเศรษฐกิจอาจจะดีกว่านี้” “ประเทศไทยควรมีการเลือกต้ังต้ังนานแล้ว” “ดูเรียบร้อยเหมาะกับการเลือกตั้ง” ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความตอ้ งการเขา้ มามสี ว่ นรว่ มของประชาชนและตอ้ งการจะเปลยี่ นแปลงสภาวะทางการเมอื งทเ่ี ปน็ อยผู่ า่ นกลไก การเลือกต้ัง และเม่ือถามว่าการเลือกต้ังจะช่วยลดความวุ่นวายทางการเมืองได้หรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) คิดว่าความวุ่นวายจะลดลง (ซ่ึงต่างจากผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ในเขตเลือกต้ังท่ี 1) ตัวอย่าง ค�ำตอบ เชน่ “สามคั คปี รองดองมากกวา่ เดมิ ” หรอื “นา่ จะลด ประชาชนไดเ้ หน็ บทเรยี นจากเหตกุ ารณท์ ผี่ า่ นมา” เป็นต้น ซึ่งค�ำตอบดังกล่าวแสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกจะสามารถ ท�ำงานผ่านกลไกรัฐสภาไปได้อย่างราบรื่น ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์บางส่วน (40 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าความวุ่นวาย ทางการเมอื งจะไม่ลดลงหลังมีการเลอื กตง้ั พฤตกิ รรมของตัวกระทำ�ทางการเมืองในพ้ืนท่เี ขตเลือกตงั้ ที่ 2 จากการสมั ภาษณพ์ บวา่ สถานการณแ์ ละบรรยากาศในชว่ งกอ่ นการเลอื กตงั้ ในพนื้ ทเี่ ขตเลอื กตง้ั ท่ี 2 นน้ั คอ่ นขา้ งเปน็ บรรยากาศทม่ี เี สรภี าพและเออ้ื ตอ่ การแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรมตามครรลองของระบอบประชาธปิ ไตย ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ให้ข้อมูลว่ากลุ่มการเมืองต่าง ๆ ในพื้นท่ี (กลุ่มคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าท่ี ฝ่ายรัฐ) ไม่มีการเคลื่อนไหวกดดันหรือใช้อิทธิพลใด ๆ เพ่ือให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกต้ัง มผี ใู้ หส้ มั ภาษณเ์ พยี งสองทา่ นเทา่ นนั้ ทรี่ ะบวุ า่ มกี ลมุ่ การเมอื งบางกลมุ่ ในพน้ื ทอ่ี อกมาชว่ ยผสู้ มคั รบางคนหาเสยี ง นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนยังระบุตรงกันว่าโดยส่วนตัวแล้ว ไม่พบว่ามีผู้สมัครหรือหัวคะแนนใช้เงินใน การจงู ใจเพอ่ื ใหไ้ ปเลอื กผสู้ มคั รคนใดคนหนง่ึ ประกอบกบั ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ยงั ใหข้ อ้ มลู อกี วา่ ไม่พบการใช้อิทธิพลหรือผลประโยชน์หรือการกระท�ำใด (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง (ทั้งนี้ มีผู้ให้สัมภาษณ์หน่ึงคนให้ข้อมูลว่าพบเห็นผู้สมัครบางคนเข้าร่วมท�ำบุญในงานศพ) ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ฝา่ ยรฐั ทงั้ ทเ่ี ปน็ ขา้ ราชการในพน้ื ทแ่ี ละขา้ ราชการสงั กดั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ รวมถงึ เจา้ หนา้ ทที่ เ่ี กย่ี วขอ้ ง กับการจัดการเลือกต้ังโดยตรงนั้น ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้น
79 วางตัวและท�ำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง มีการสนับสนุนรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกตั้งและปฏิบัติตน ไปตามหนา้ ท่ขี องแตล่ ะหนว่ ยงาน ส�ำหรับรูปแบบการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละพรรค ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ข้อมูลตรงกันว่า การเลือกตั้งคร้ังน้ี ผู้สมัครลงพื้นท่ีเข้าหาประชาชนโดยตรงมากกว่าคร้ังก่อน ๆ ทั้งผู้สมัครเดิมและผู้สมัคร หน้าใหม่ โดยในการลงพื้นท่ีนั้นบางพรรคการเมืองจะมีทั้งตัวผู้สมัครและแกนน�ำคนส�ำคัญของพรรคพบปะ พูดคุยกับประชาชนด้วย นอกจากการพบกับประชาชนโดยตรงแล้ว ผู้สมัครของแต่ละพรรคก็ได้ใช้รูปแบบ วธิ ีหาเสยี งไมแ่ ตกต่างกัน กล่าวคอื ใชร้ ถแห่ ใบปลิว แผน่ ปา้ ย การปราศรยั แตว่ ิธีการที่เพิม่ เข้ามาและแตกต่าง จากการหาเสยี งในการเลอื กตงั้ ครงั้ กอ่ น ๆ (ซงึ่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ไดพ้ บเหน็ วธิ กี ารหาเสยี ง ดังกล่าวน้ี) คือ การใช้สื่อที่เรียกว่า Social Media ท้ัง Line, Facebook, การถ่ายทอดสด (live) โดยใช้ แอพลเิ คช่นั ในประเด็นการตัดสินใจลงคะแนน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ความเห็นว่าการใช้เงินจูงใจเพ่ือให้เลือก ผู้สมัครคนใดคนหน่ึงไม่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่จะพิจารณาจากพรรคการเมืองท่ีผู้สมัครสังกัด พฤติกรรม การท�ำงานของผู้สมัคร และนโยบายของแต่ละพรรคมากกว่า ส่วนการจูงใจโดยวิธีอื่นที่ไม่ใช้เงิน ผู้ให้สัมภาษณ์ ทุกคนให้ความเห็นตรงกันว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์จ�ำนวนครึ่งหน่ึง (50 เปอร์เซ็นต์) แสดงความเห็นว่าหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพ่ีน้องหรือคนในพื้นท่ีของตน มาโดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลือกผู้สมัครท่านน้ัน โดยให้เหตุผลว่า “เลือกเพราะมีบุญคุณ” และ “เลือก ตอบแทนเขาสักครงั้ เพราะเขาช่วยเรามาตลอด” เขตเลือกต้ังท่ี 3 อ�ำเภอบ้านนาสาร, อ�ำเภอเวียงสระ และ อ�ำเภอกาญจนดิษฐ์ (เฉพาะต�ำบลทุ่งรัง ต�ำบลช้างซ้าย ต�ำบลช้างขวา ต�ำบลป่ารอ่ น และตำ� บลคลองสระ) ความต้ังมนั่ ของพรรคการเมือง จากการสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 สุราษฎร์ธานี ต่อค�ำถามที่ว่า “ส�ำหรับท่าน อะไรส�ำคญั กวา่ ระหวา่ งพรรคการเมอื งกบั ตวั ผสู้ มคั ร เพราะอะไร” พบวา่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลอย่างเห็นได้ชัด โดยให้เหตุผลว่า “ดูท่ีนโยบายเป็นหลักและ พรรคจะเขา้ ไปบรหิ ารประเทศ” “พรรคการเมอื งด�ำรงต�ำแหนง่ รฐั บาล เปน็ ผดู้ �ำเนนิ นโยบาย” “นโยบายของพรรค ใชท้ ง้ั ประเทศ” เป็นตน้ ซึง่ แนน่ อนวา่ การใหก้ ารยอมรบั และให้ความส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งมากกวา่ ตัวบคุ คล ในการลงคะแนนเสียงเลือกต้ังนั้นแสดงให้เห็นถึงความเช่ือม่ันและไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมือง ในระดับหนึ่ง และเมื่อพิจารณาจากค�ำตอบก็สะท้อนให้เห็นว่า ในการรับรู้ของประชาชนน้ัน พรรคการเมือง มบี ทบาทส�ำคญั ทง้ั ในแงข่ องการด�ำเนนิ กจิ กรรมทางการเมอื ง พรรคการเมอื งเปน็ สถาบนั ทที่ �ำหนา้ ทผ่ี ลติ นโยบาย ตา่ ง ๆ และพรรคการเมอื งสามารถท�ำหน้าทใี่ นการบรหิ ารงานภาครฐั ไดจ้ ริง
80 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม การให้ความเช่ือม่ันกับพรรคการเมืองในที่นี้อาจไม่ได้หมายถึงการมอบความไว้วางใจ ต่อการท�ำหน้าที่ของพรรคการเมืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหาบุคคลเพ่ือลงสมัครรับเลือกต้ัง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่อธิบายว่าจะแม้จะนิยมและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองแต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณ สว่ นตวั ประกอบการตดั สนิ ใจเลอื กผสู้ มคั รดว้ ย ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ประชาชนไมไ่ ดไ้ วว้ างใจตวั บคุ คลทพี่ รรคการเมอื ง ได้คัดเลือกสรรหามาเพ่ือลงรับสมัครเลือกตั้งเสมอไป ดังจะเห็นได้จากค�ำถามท่ีว่า “ถ้าพรรคที่ท่านชอบ ส่งผู้สมัครท่ีท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคน้ันไหม” ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าไม่เลือก โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการคนมีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมทุก ๆ ด้านเข้ามาท�ำงาน” “ผู้สมัครต้องเข้ามาดูแลเขตของเรา” เป็นต้น ขณะท่ีผู้ให้สัมภาษณ์อีกส่วนหน่ึง (30 เปอร์เซ็นต์) บอกว่าเลือก เชน่ “คดิ วา่ ผสู้ มคั รทกุ คนไมม่ ใี ครทจ่ี ะมพี ฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสม เพราะถอื วา่ ทางพรรคไดค้ ดั สรรผสู้ มคั รมาดแี ลว้ ” ดงั นั้น จงึ กล่าวได้วา่ ในพ้นื ทีเ่ ขตเลือกตง้ั ท่ี 3 นนั้ คนส่วนใหญ่ยงั ไมม่ คี วามเชอื่ มั่น ไว้วางใจ และภกั ดี (loyalty) ตอ่ การคัดเลอื กผูส้ มัครของพรรคการเมอื งมากนัก ในประเดน็ การสรา้ งอทิ ธพิ ลของตระกลู การเมอื ง ผใู้ หส้ มั ภาษณค์ รงึ่ หนงึ่ (50 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มคี วามเหน็ วา่ การทผี่ สู้ มคั รสงั กดั อยกู่ บั พรรคใดพรรคหนงึ่ เปน็ เวลานานและผลกั ดนั ภรรยา สามี ลกู หรอื เครอื ญาตลิ งสมคั ร รบั เลอื กตงั้ นน้ั เปน็ สง่ิ ทเ่ี ปน็ ปกตแิ ละเปน็ สง่ิ ทส่ี ง่ ผลดอี กี ดว้ ย ตวั อยา่ งเชน่ “คดิ วา่ ดี ไดส้ บื ทอดอ�ำนาจตอ่ ๆ กนั ไป” “เปน็ การรบั ชว่ งแทน โดยยงั อยใู่ นเครอื พน่ี อ้ งของเขา” เปน็ ตน้ ขณะทม่ี ผี ใู้ หส้ มั ภาษณอ์ กี ครงึ่ หนงึ่ (50 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ท่ีมองว่าญาติพี่น้องของนักการเมืองไม่ควรจะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า “เป็นค่านิยมแบบเก่า” “เปน็ การสบื ทอดอ�ำนาจในเขตนไ้ี มต่ อ้ งการใหใ้ ครเขา้ มาเปน็ ” “เปน็ การหาผลประโยชนท์ �ำใหป้ ระเทศพฒั นาชา้ ” “เป็นการบริหารในแบบเดิม” เป็นต้น แน่นอนว่าค�ำตอบเหล่านี้ยังไม่ได้แสดงถึงความเชื่อม่ัน ไว้วางใจต่อ ตัวบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองมาอย่างยาวนานมากนัก และผู้ให้สัมภาษณ์คร่ึงหน่ึงยังเห็นว่า ระบบในการคัดเลือกบุคคลลงสมัครของพรรคการเมอื งควรจะค�ำนึงถงึ ระบบคุณธรรมดว้ ย ในประเดน็ การยา้ ยพรรคของผสู้ มคั รท่เี คยสงั กดั อยู่กับพรรคมายาวนาน ผูใ้ ห้สัมภาษณส์ ่วนใหญ่ (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มคี วามเขา้ ใจวา่ การยา้ ยพรรคนนั้ ถอื เปน็ เรอื่ งปกตขิ องการเมอื ง โดยใหค้ วามเหน็ วา่ “อาจจะเปลย่ี นแปลง เพราะมีความสนใจสงิ่ ใหม่ ๆ ” และ “การย้ายพรรคเปน็ ผลจากการเปลยี่ นความคิด ซึ่งเป็นเร่ืองปกตธิ รรมดา” อย่างไรก็ตาม เหตุผลท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ตอบน้ันเป็นเหตุผลทั่วไป ไม่ได้บ่งชี้ว่าประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้ผู้ สมัครท่านน้ันหรือไม่ ขณะท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนน้อย (10 เปอร์เซ็นต์) มองว่าการย้ายพรรคของผู้สมัครแสดงถึง ความไม่มีอุดมการณ์ของผู้สมัครคนนั้น “เป็นคนที่ไม่มีอุดมการณ์ท่ีแน่นอน” ซ่ึงเหตุผลท่ีผู้ให้สัมภาษณ์กลุ่มน้ี ตอบมาบง่ ชไ้ี ดค้ อ่ นขา้ งชดั เจนวา่ พวกเขาจะไมเ่ ลอื กผสู้ มคั รทยี่ า้ ยพรรค แตเ่ นอื่ งจากมผี ใู้ หส้ มั ภาษณเ์ พยี งคนเดยี วที่ ใหเ้ หตผุ ลเชน่ น้ี ดงั นนั้ จงึ กลา่ วไดว้ า่ ในพน้ื ทเี่ ขตเลอื กตงั้ ท่ี 3 ผสู้ มคั รทส่ี งั กดั อยใู่ นพรรคการเมอื งเดมิ เปน็ เวลานาน และไมย่ า้ ยไปสงั กดั พรรคใหมไ่ มไ่ ดม้ คี วามไดเ้ ปรยี บเหนอื ผสู้ มคั รทย่ี า้ ยพรรคมากนกั เมอ่ื เปน็ เชน่ นจ้ี งึ พอจะมอง เห็นว่า การสังกัดพรรคการเมอื งเดิมเปน็ เวลานานนั้นแทบไมม่ ผี ลตอ่ ทัศนคติของประชาชนในเขตเลือกตัง้ นี้
81 ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่านโยบายของแต่ละพรรคการเมืองมีความน่าสนใจและมีความแตกต่างกันชัดเจน โดยมนี โยบายทผ่ี ใู้ หส้ มั ภาษณส์ นใจเปน็ พเิ ศษ เชน่ “นโยบายประกนั รายไดแ้ รงงานของพรรคประชาธปิ ตั ย”์ “นโยบาย หยุดคอรัปช่ัน ฉ้อราษฎร์บังหลวงของพรรคเสรีรวมไทย” “นโยบายพรรคอนาคตใหม่ท่ีให้โอกาสคนรุ่นใหม่” “นโยบายสนบั สนนุ ประชาธปิ ไตยของอนาคตใหม”่ เปน็ ตน้ ซงึ่ จากผลการสมั ภาษณช์ ใี้ หเ้ หน็ วา่ ประชาชนรบั รถู้ งึ ความแตกตา่ งของนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งไดแ้ ละประชาชนมคี วามประทบั ใจตอ่ นโยบายบางนโยบายของ พรรคการเมอื งอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเชอื่ มน่ั และไวว้ างใจตอ่ นโยบายทพี่ รรคการเมอื งผลติ ออกมา ส�ำหรับประเด็นท่ีว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดข้ึนอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน ตอบวา่ เหมาะสมและตอ้ งการใหเ้ กิดการเลือกตั้ง โดยใหเ้ หตุผลว่า “ประเทศไทยหา่ งหายจากการเลอื กตงั้ และ ความเป็นประชาธิปไตยมานาน” “ควรมีการเลือกต้ังต้ังนานแล้ว” “สถานการณ์บ้านเมืองสงบดี ปัญหาต่าง ๆ ต้องแก้ไข ให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบ้าง” ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนและ ต้องการจะเปล่ียนแปลงสภาวะทางการเมืองท่ีเป็นอยู่ผ่านกลไกการเลือกต้ัง แต่เม่ือถามว่าการเลือกต้ังจะช่วย ลดความวุ่นวายทางการเมืองไดห้ รือไม่ ผ้ใู หส้ ัมภาษณท์ ุกคนคิดว่าความวุ่นวายจะไม่ลดลง ตัวอย่างค�ำตอบ เชน่ “มีความวุ่นวาย แตกแยกแบบเดิม ๆ ” หรือ “มีความวุ่นวาย แตกแยกกันมานาน ไม่น่าจะลดลงได้” เป็นต้น ซึ่งค�ำตอบดังกล่าวแสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อม่ันว่า พรรคการเมืองท่ีได้รับเลือกจะสามารถท�ำงาน ผ่านกลไกรฐั สภาไปไดอ้ ยา่ งราบร่ืน พฤติกรรมของตัวกระทำ� ทางการเมอื งในพ้นื ทเ่ี ขตเลอื กตงั้ ที่ 3 จากการสมั ภาษณพ์ บวา่ สถานการณแ์ ละบรรยากาศในชว่ งกอ่ นการเลอื กตง้ั ในพนื้ ทเี่ ขตเลอื กตงั้ ท่ี 3 นนั้ คอ่ นขา้ งเปน็ บรรยากาศทม่ี เี สรภี าพและเออ้ื ตอ่ การแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรมตามครรลองของระบอบประชาธปิ ไตย ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ใหข้ อ้ มลู วา่ กลมุ่ การเมอื งตา่ ง ๆ ในพนื้ ที่ (กลมุ่ คนทไี่ มใ่ ชเ่ จา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยรฐั ) ไมม่ กี ารเคลอ่ื นไหวกดดนั หรอื ใชอ้ ทิ ธพิ ลใด ๆ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความไดเ้ ปรยี บเสยี เปรยี บในการเลอื กตง้ั (มผี ใู้ หส้ มั ภาษณ์ เพียงสองท่านเท่านั้นที่ระบุว่ามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในพ้ืนที่ออกมาช่วยผู้สมัครบางคนหาเสียง) นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ระบุตรงกันว่าโดยส่วนตัวแล้ว ไม่พบว่ามีผู้สมัครหรือหัวคะแนนใช้เงิน ในการจูงใจเพื่อให้ไปเลือกผู้สมัครคนใดคนหน่ึง แต่ผู้ให้สัมภาษณ์บางคน (30 เปอร์เซ็นต์) ทราบว่ามีการใช้เงิน จงู ใจ ซ่ึงเปน็ ขอ้ มูลทต่ี า่ งไปจากเขตเลือกตงั้ อื่น ๆ นอกจากนี้ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนยังให้ข้อมูลอีกว่าไม่พบการใช้อิทธิพลหรือผลประโยชน์หรือ การกระท�ำใด (ทไ่ี มใ่ ชต่ วั เงนิ ) เพอื่ จงู ใจใหเ้ ลอื กผสู้ มคั รคนใดคนหนงึ่ ในสว่ นของเจา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยรฐั ทงั้ ทเี่ ปน็ ขา้ ราชการ ในพื้นที่และข้าราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง โดยตรงนน้ั ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ไปในทศิ ทางเดยี วกนั วา่ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั เหลา่ นน้ั วางตวั และท�ำหนา้ ทไี่ ดอ้ ยา่ ง เปน็ กลาง มกี ารสนับสนุนรณรงคใ์ หป้ ระชาชนออกไปเลอื กต้ังและปฏบิ ัติตนไปตามหน้าทข่ี องแตล่ ะหน่วยงาน
82 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส�ำหรบั รปู แบบการหาเสยี งของผสู้ มคั รแตล่ ะพรรค ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ตรงกนั วา่ การเลอื กตง้ั ครงั้ น้ี ผสู้ มคั รลงพน้ื ทเ่ี ขา้ หาประชาชนโดยตรงมากกวา่ ครงั้ กอ่ น ๆ (บางคนใหข้ อ้ มลู วา่ เจอผสู้ มคั รและทมี งานทกุ วนั ) ท้ังผู้สมัครเดิมและผู้สมัครหน้าใหม่ โดยในการลงพื้นที่น้ันบางพรรคการเมืองจะมีทั้งตัวผู้สมัครและแกนน�ำ คนส�ำคญั ของพรรคพบปะพดู คยุ กบั ประชาชนดว้ ย นอกจากการพบกบั ประชาชนโดยตรงแลว้ ผสู้ มคั รของแตล่ ะพรรค กไ็ ดใ้ ชร้ ปู แบบวธิ หี าเสยี งไมแ่ ตกตา่ งกนั กลา่ วคอื ใชร้ ถแห่ ใบปลวิ แผน่ ปา้ ย การปราศรยั แตว่ ธิ กี ารทเี่ พม่ิ เขา้ มา และแตกต่างจากการหาเสียงในการเลือกต้ังครั้งก่อน ๆ (ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดได้พบเห็นวิธีการหาเสียง ดงั กลา่ วน)ี้ คอื การใชส้ อ่ื ทเ่ี รยี กวา่ Social Media ทงั้ Line, Facebook, การถา่ ยทอดสด (live) โดยใชแ้ อพลเิ คชน่ั ในประเด็นการตัดสินใจลงคะแนน ผู้ให้สัมภาษณ์คร่ึงหน่ึง (50 เปอร์เซ็นต์) ให้ความเห็นว่าการจูงใจ โดยวิธีอ่ืนที่ไม่ใช้เงินมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกต้ัง เช่น “ถ้ารับเงินเขามาแล้วก็ต้องกาให้เขา ถ้าไม่กา รู้สึกผิดต่อตัวเอง” และหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพ่ีน้องหรือคนในพื้นท่ีของตน มาโดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลือกผู้สมัครท่านน้ัน โดยให้เหตุผลว่า “เลือกเพราะตอนเราเดือดร้อน ก็มีแต่คนนี้มาช่วย คนอื่นไม่มี” และ “เลือก ตอบแทนเขา” ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกครึ่งหน่ึงบอกว่าการใช้เงิน หรือการจงู ใจท่ไี มใ่ ช่เงินไม่มผี ลต่อการตดั สินใจของเขาแต่อยา่ งใด เขตเลือกต้ังที่ 4 : อ�ำเภอพุ นพิ น, อ�ำเภอบ้านนาเดิม, อ�ำเภอ ครี รี ฐั นคิ ม (ยกเวน้ ตำ� บลทา่ ขนอน ตำ� บลน�ำ้ หกั และตำ� บลบา้ นยาง) และ อ�ำเภอเคียนซา (ยกเว้นต�ำบลบา้ นเสดจ็ ) ความตงั้ มัน่ ของพรรคการเมอื ง จากการสมั ภาษณผ์ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตเลอื กตง้ั ที่ 4 สรุ าษฎรธ์ านี ตอ่ ค�ำถามทวี่ า่ “ส�ำหรบั ทา่ น อะไร ส�ำคัญกว่า ระหว่างพรรคการเมืองกับตัวผู้สมัคร เพราะอะไร” พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ครึ่งหน่ึง (50 เปอร์เซ็นต์) ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล โดยให้เหตุผลว่า “นโยบายมาจากพรรคและผู้สมัครต้องท�ำ ตามนโยบายของพรรคที่เสนอไว้”, “ต้องการพรรคที่รักษาบ้านเมือง” เป็นต้น ขณะท่ีผู้ให้สัมภาษณ์อีกจ�ำนวน หนึ่ง (40 เปอร์เซ็นต์) ให้ความส�ำคัญกับตัวบุคคลมากกว่าพรรค เช่น “ผู้ท่ีจะพัฒนาประเทศหรือดูแลปัญหา ปากท้องของพ่ีน้องประชาชนและเข้าถึงคือตัวผู้สมัคร” “หากผู้สมัครไม่พร้อมก็ไม่สามารถจัดต้ังพรรคและ นโยบายได้” “ผู้สมัครที่มีความเหมาะสมก็ยิ่งสนับสนุนให้เป็นพรรคท่ีดี” และมีผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนน้อย (10 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ใหค้ วามเหน็ วา่ คนกบั พรรคจะตอ้ งสอดคลอ้ งกนั ดงั นนั้ จงึ อาจพดู ไดว้ า่ ประชาชนในเขตเลอื กตง้ั น้ี ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองเท่า ๆ กับตัวบุคคลในการลงคะแนนเสียง แสดงถึงความเช่ือม่ันและไว้วางใจ ของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองที่มีอยู่ระดับหน่ึง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เช่ือม่ันมากนักว่าพรรคการเมือง จะสามารถเปน็ ตัวแทนของพวกเขาได้ เพราะยังคงฝากความหวงั ไวก้ บั ตวั บุคคลด้วย
83 ส่ิงที่น่าสังเกตคือการให้ความเช่ือมั่นกับพรรคการเมืองในท่ีนี้ไม่ได้หมายถึงการมอบความไว้วางใจต่อ การท�ำหน้าที่ของพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรรหาบุคคลเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ให้สัมภาษณ์ ทกุ คนไมไ่ ดเ้ ชอื่ มนั่ และไวใ้ จตอ่ ตวั บคุ คลทพี่ รรคการเมอื งไดค้ ดั เลอื กสรรหามาเพอื่ ลงรบั สมคั รเลอื กตงั้ ดงั จะเหน็ ได้จากค�ำถามท่ีว่า “ถ้าพรรคท่ีท่านชอบ ส่งผู้สมัครท่ีท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคนั้นไหม” ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ งั้ หมด (100 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกวา่ ไมเ่ ลอื ก โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เพราะผสู้ มคั รนนั้ มคี ณุ สมบตั ไิ มเ่ พยี งพอ ในการท�ำงาน ซงึ่ ไมไ่ ดข้ นึ้ กบั ชอื่ พรรค” “ไมเ่ ลอื กเพราะผสู้ มคั รไมส่ ามารถพฒั นานโยบายดา้ นตา่ ง ๆ ของพรรค” เป็นต้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ในพ้ืนท่ีเขตเลือกตั้งที่ 4 นั้น ผู้มีสิทธิเลือกต้ังยังไม่มีความเช่ือม่ัน ไว้วางใจ และภักดี ตอ่ การคัดเลอื กผลู้ งสมัครรบั เลือกต้งั ของพรรคการเมอื ง นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) มีความเห็นว่าการที่ผู้สมัครสังกัดอยู่กับ พรรคใดพรรคหนึง่ เปน็ เวลานานและผลกั ดันภรรยา สามี ลูกหรอื เครือญาตลิ งสมคั รรับเลอื กต้ังน้นั เป็นสิ่งที่เปน็ ปกติและยังเป็นส่ิงที่ควรจะท�ำอีกด้วย ตัวอย่างเช่น “เป็นการสานต่อ” “เขาต้องส่งลูกหลานลงสมัครเพื่อท่ีจะ รักษาช่ือเสียงของพรรคตนเองหรือเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป” “เขามีฐานเสียงเดิมอยู่แล้ว” เป็นต้น แน่นอนว่า ค�ำตอบเหล่าน้ีแสดงถึงเช่ือมั่น ไว้วางใจต่อตัวบุคคลท่ีมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองมาอย่างยาวนานและ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาก่อน ขณะท่ีมีผู้ให้สัมภาษณ์อีกส่วนหนึ่ง (40 เปอร์เซ็นต์) ที่มองว่าญาติพี่น้องของ นักการเมืองไม่ควรจะลงสมัครรับเลือกต้ัง โดยให้เหตุผลว่าการส่งเครือญาติลงรับสมัครน้ัน “ตัวผู้สมัครอาจจะ ไม่มีความสามารถมากเท่ากับนักการเมืองเดิม” และ “ท�ำให้คนดีมีความสามารถในหมู่บ้านเสียโอกาสไป น่าเสียดายเพราะไมม่ ีโอกาสได้แสดงความสามารถเลย” ในประเด็นการย้ายพรรคของผู้สมัครที่เคยสังกัดอยู่กับพรรคมายาวนาน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน (100 เปอร์เซ็นต์) มีความเข้าใจว่าการย้ายพรรคน้ันถือเป็นเร่ืองปกติของการเมือง โดยแสดงความเห็นว่า “เป็นสิทธิส่วนบุคคล” “อุดมการณ์ของตัวผู้สมัครเปล่ียนได้” และ “การย้ายพรรคเป็นการท�ำเพ่ือให้ตนได้รับ ประโยชน์มากท่ีสุด ซ่ึงเป็นเรื่องธรรมดา” อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ เหตุผลท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ตอบน้ันเป็นเหตุผลท่ัวไป ไม่ได้บ่งชี้ว่าประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครท่านน้ันหรือไม่ ดังน้ัน อาจกล่าวได้ว่าความผูกพันระหว่าง ตวั ผสู้ มคั รกบั พรรคการเมอื งไมไ่ ดม้ คี วามส�ำคญั อะไรมากนกั ส�ำหรบั ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตนใ้ี นการจะน�ำไปพจิ ารณา ประกอบการตดั สินใจลงคะแนนเสยี ง ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบทุกคน (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ตอบตรงกนั วา่ นโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งมคี วามนา่ สนใจ แตจ่ ะมนี โยบายบางนโยบายท่ี ผู้ให้สัมภาษณส์ นใจเปน็ พิเศษ เชน่ “นโยบายยางพารา ปาลม์ น�ำ้ มนั ” “นโยบายด้านการศกึ ษา” “นโยบายเพม่ิ งบประมาณท้องถิ่นของพรรคชาติไทยพัฒนา” เป็นต้น ซึ่งจากค�ำตอบสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ในการรับรู้ของ ผู้ให้สัมภาษณ์ พรรคการเมืองซ่ึงท�ำหน้าท่ีผลิตนโยบายเพ่ือการรณรงค์หาเสียงน้ัน ทุกพรรค (ท่ีประชาชนรับรู้) สามารถผลติ นโยบายตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนไดไ้ มต่ า่ งกนั อยา่ งไรกต็ าม แมจ้ ะมคี วามใกลเ้ คยี งกนั ของนโยบายแต่ละพรรค แต่ผลจากการสัมภาษณ์ช้ีให้เห็นว่าประชาชนยังคงรับรู้ถึงความโดดเด่นของนโยบาย
84 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี บางนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งได้ และประชาชนมคี วามประทบั ใจตอ่ นโยบายบางนโยบายทพี่ รรคการเมอื ง ไดน้ �ำเสนอ ซง่ึ แสดงใหเ้ ห็นถึงความเช่อื มนั่ และไวว้ างใจต่อนโยบายทีพ่ รรคการเมอื งผลิตออกมา ส�ำหรบั ประเดน็ ทวี่ า่ การเลอื กตงั้ ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ อยใู่ นชว่ งเวลาทเี่ หมาะสมหรอื ไม่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าเหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า “จะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” “จะได้ช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจตอนน”้ี “ประชาชนต้องการเปลยี่ นบุคคลมาบรหิ ารประเทศ” ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความต้องการเข้ามา มีส่วนร่วมของประชาชนและต้องการจะเปลี่ยนแปลงสภาวะทางการเมืองที่เป็นอยู่ผ่านกลไกการเลือกต้ัง และ เมื่อถามว่าการเลือกตั้งจะช่วยลดความวุ่นวายทางการเมืองได้หรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดคิดว่าขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคท่ีได้รับเลือก เช่น “ถ้าพรรคฉ้อโกง คอรัปช่ันอีกก็ไม่มีใครชอบให้มา บรหิ ารประเทศ” หรอื “จะลดหรอื ไมข่ นึ้ กบั ผลการเลอื กตง้ั ” “ถา้ ผลการเลอื กตง้ั ไดค้ นดี คนเหมาะสม บา้ นเมอื ง กไ็ ม่วนุ่ วาย” เปน็ ต้น ซง่ึ ค�ำตอบดังกล่าวแสดงว่าประชาชนสว่ นใหญย่ งั ไม่เช่อื มั่นวา่ พรรคการเมอื งที่ไดร้ บั เลือก จะสามารถท�ำงานผา่ นกลไกรัฐสภาไปได้อยา่ งราบร่ืน พฤตกิ รรมของตวั กระท�ำทางการเมอื งในพนื้ ทีเ่ ขตเลอื กตั้งที่ 4 จากการสมั ภาษณพ์ บวา่ สถานการณแ์ ละบรรยากาศในชว่ งกอ่ นการเลอื กตง้ั ในพนื้ ทเ่ี ขตเลอื กตง้ั ที่ 4 นนั้ คอ่ นขา้ งเปน็ บรรยากาศทมี่ เี สรภี าพและเออ้ื ตอ่ การแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรมตามครรลองของระบอบประชาธปิ ไตย ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ ง้ั หมด (100 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ใหข้ อ้ มลู วา่ กลมุ่ การเมอื งตา่ ง ๆ ในพน้ื ท่ี (กลมุ่ คนทไ่ี มใ่ ชเ่ จา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยรฐั ) ไม่มีการเคล่ือนไหวกดดันหรือใช้อิทธิพลใด ๆ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบทุกคน (90 เปอร์เซ็นต์) ยังระบุตรงกันว่าโดยส่วนตัวแล้ว ไม่พบว่ามีผู้สมัครหรือหัวคะแนน ใช้เงินในการจูงใจเพ่ือให้ไปเลือกผู้สมัครคนใดคนหน่ึง แต่ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนหนึ่ง (40 เปอร์เซ็นต์) ให้ข้อมูลว่า พบการใช้อิทธิพลหรือผลประโยชน์หรือการกระท�ำใด (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) เพ่ือจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหน่ึง (ท้ังน้ี มีผู้ให้สัมภาษณ์ให้ข้อมูลว่าพบเห็นผู้สมัครบางคนเข้าร่วมท�ำบุญในงานศพและงานบุญ) ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐทั้งที่เป็นข้าราชการในพ้ืนที่และข้าราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั การจัดการเลือกตัง้ โดยตรงนัน้ ผู้ใหส้ ัมภาษณท์ ุกคนใหข้ ้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่าเจ้าหนา้ ท่รี ัฐ เหลา่ นน้ั วางตวั และท�ำหนา้ ทไ่ี ดอ้ ยา่ งเปน็ กลาง มกี ารสนบั สนนุ รณรงคใ์ หป้ ระชาชนออกไปเลอื กตงั้ และปฏบิ ตั ติ น ไปตามหนา้ ทีข่ องแต่ละหน่วยงาน ส�ำหรับรูปแบบการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละพรรค ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ข้อมูลตรงกันว่า การเลอื กตงั้ ครงั้ น้ี ผสู้ มคั รลงพนื้ ทเ่ี ขา้ หาประชาชนโดยตรงมากกวา่ ครง้ั กอ่ น ๆ ทงั้ ผสู้ มคั รเดมิ และผสู้ มคั รหนา้ ใหม่ โดยในการลงพื้นท่ีน้ันบางพรรคการเมืองจะมีท้ังตัวผู้สมัครและแกนน�ำคนส�ำคัญของพรรคพบปะพูดคุยกับ ประชาชนด้วย นอกจากการพบกับประชาชนโดยตรงแล้ว ผู้สมัครของแต่ละพรรคก็ได้ใช้รูปแบบวิธีหาเสียง ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ ใช้รถแห่ ใบปลิว แผ่นป้าย การปราศรัย แต่วิธีการท่ีเพ่ิมเข้ามาและแตกต่างจาก การหาเสียงในการเลือกต้ังครั้งก่อน ๆ (ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ได้พบเห็นวิธีการหาเสียง ดงั กลา่ วน)ี้ คอื การใชส้ อ่ื ทเี่ รยี กวา่ Social Media ทงั้ Line, Facebook, การถา่ ยทอดสด (live) โดยใชแ้ อพลเิ คชน่ั
85 ในประเด็นการตัดสินใจลงคะแนน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ความเห็นว่าการใช้เงินจูงใจเพ่ือให้เลือก ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ส่วนการจูงใจโดยวิธีอ่ืนท่ีไม่ใช้เงิน ผู้ให้สัมภาษณ์จ�ำนวนครึ่งหนึ่ง (50 เปอร์เซ็นต์) แสดงความเห็นว่าหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพ่ีน้องหรือคนใน พน้ื ท่ีของตนมาโดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลือกผ้สู มัครทา่ นนนั้ โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เลือก ตอบแทนเขา” และ “ท่ีเขาช่วยเราแสดงว่าเขาเป็นคนดี” “คนท่ีมีน้�ำใจช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจะสามารถพัฒนาบ้าน เมืองให้ดียิ่งขึ้นได้” แต่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกครึ่งหนึ่งบอกว่าจะไม่เลือก เพราะ “การช่วยเหลือไม่ควรจะหวังผล” “จะไม่รบั การชว่ ยเหลือจากใครท้งั นั้น มสี ตปิ ญั ญาคิดเองได้ เงนิ ไมส่ ามารถซอ้ื ได”้ เขตเลือกต้ังที่ 5 : อ�ำเภอพระแสง, อ�ำเภอชัยบุรี, อ�ำเภอพนม, อ�ำเภอบ้านตาขุน และอำ� เภอเคยี นซา (เฉพาะตำ� บลบ้านเสด็จ) ความตงั้ มั่นของพรรคการเมอื ง จากการสมั ภาษณผ์ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ในเขตเลอื กตง้ั ที่ 5 สรุ าษฎรธ์ านี ตอ่ ค�ำถามทว่ี า่ “ส�ำหรบั ทา่ น อะไร ส�ำคัญกว่า ระหว่างพรรคการเมืองกับตัวผู้สมัคร เพราะอะไร” พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลอย่างเห็นได้ชัด โดยให้เหตุผลว่า “พรรคการเมืองมีนโยบาย ในการหาเสียง” “มีความมั่นใจในพรรคการเมือง” “พรรคการเมืองมีผลงาน” และ “หัวหน้าพรรคการเมือง มีบทบาทมาก” ซึ่งแน่นอนว่าการให้การยอมรับและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลในการ ลงคะแนนเสยี งเลอื กตง้ั นนั้ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเชอื่ มน่ั และไวว้ างใจของประชาชนทม่ี ตี อ่ พรรคการเมอื งในระดบั หนง่ึ และเมื่อพิจารณาจากค�ำตอบก็สะท้อนให้เห็นว่า ในการรับรู้ของประชาชนน้ัน พรรคการเมืองมีบทบาทส�ำคัญ ทงั้ ในแงข่ องการด�ำเนนิ กจิ กรรมทางการเมอื งภายใตอ้ ุดมการณท์ างการเมอื งร่วมกนั พรรคการเมอื งเปน็ สถาบนั ที่ท�ำหน้าทผ่ี ลิตนโยบายต่าง ๆ และพรรคการเมืองสามารถท�ำหนา้ ทไี่ ดจ้ ริง แต่ส่ิงที่น่าสังเกตคือการให้ความเชื่อม่ันกับพรรคการเมืองในท่ีนี้อาจไม่ได้หมายถึงการมอบ ความไว้วางใจต่อการท�ำหน้าที่ของพรรคการเมืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการสรรหาบุคคลเพ่ือลงสมัคร รับเลือกตั้ง ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่อธิบายว่าจะแม้จะนิยมและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองแต่ก็ต้องใช้ วิจารณญาณส่วนตัวประกอบการตัดสินใจเลือกผู้สมัครด้วย ซ่ึงแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้ไว้วางใจตัวบุคคล ท่ีพรรคการเมืองได้คัดเลือกสรรหามาเพ่ือลงรับสมัครเลือกต้ังเสมอไป ดังจะเห็นได้จากค�ำถามท่ีว่า “ถ้าพรรค ที่ท่านชอบ ส่งผู้สมัครที่ท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคนั้นไหม” ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต์) บอกว่าไมเ่ ลือก ขณะท่ผี ้ใู หส้ มั ภาษณส์ ่วนน้อย (30 เปอรเ์ ซน็ ต)์ บอกว่าเลอื ก โดยให้เหตผุ ลว่า “เลอื ก เพราะดนู โยบายกบั หวั หน้าพรรค” “เลือก เพราะไมเ่ กยี่ วกับคน ชอบท่ีพรรค”
86 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากน้ี ผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมด (100 เปอร์เซ็นต์) มีความเห็นว่า การท่ีผู้สมัครสังกัดอยู่กับ พรรคใดพรรคหน่ึงเปน็ เวลานานและผลักดันภรรยา สามี ลกู หรอื เครอื ญาติลงสมัครรบั เลือกตงั้ นัน้ เปน็ ส่ิงทเ่ี ปน็ ปกติและยังเป็นส่ิงที่ดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น “จะได้คนท่ีมีแนวคิดคล้ายกันมาท�ำงานต่อเนื่อง” “ดี เขามาจาก คนในเครือเดียวกัน” “ดี เป็นการพัฒนาในทางท่ีดีข้ึน” “ดี เพ่ิมฐานคะแนนเสียง” เป็นต้น แน่นอนว่าค�ำตอบ เหล่าน้ีแสดงถึงเชื่อม่ัน ไว้วางใจต่อตัวบุคคลท่ีมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองมาอย่างยาวนานและมีผลงาน เป็นท่ีประจักษ์มาก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในผลงานของนักการเมืองรุ่นก่อนและมองเห็นข้อดีของ การถา่ ยทอด สง่ ตอ่ ทกั ษะ ประสบการณข์ องตระกลู การเมอื ง ทวา่ ในแงห่ นง่ึ ยอ่ มสะทอ้ นชดั เจนวา่ ระบบในการ คดั เลอื กบคุ คลลงสมัครของพรรคการเมอื งทีม่ ลี ักษณะเป็นระบบคุณธรรมอาจไมม่ ีความจ�ำเปน็ มากนกั ในประเด็นการย้ายพรรคของผู้สมัครท่ีเคยสังกัดอยู่กับพรรคมายาวนาน ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) มีความเข้าใจว่าการย้ายพรรคน้ันถือเป็นเร่ืองปกติของการเมือง “เปลี่ยนเพราะต้องการไปหา ผลประโยชน์ที่ดีกว่า” หรือ “อาจมีความขัดแย้งกับพรรคเก่า” หรือ “การเปล่ียนพรรคไม่มีผลอะไรมากกับ ชีวิตของประชาชน” อย่างไรก็ตาม เหตุผลท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ตอบนั้นเป็นเหตุผลท่ัวไป ไม่ได้บ่งช้ีว่าประชาชน จะลงคะแนนเสยี งใหผ้ สู้ มคั รทา่ นนนั้ หรอื ไม่ สว่ นผใู้ หส้ มั ภาษณอ์ กี จ�ำนวนหนง่ึ (30 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ไมม่ คี วามคดิ เหน็ ต่อประเด็นน้ี จึงพอจะกล่าวได้ว่า ตามทัศนะของประชาชนในเขตเลือกตั้งน้ี ความผูกพันอย่างยาวนานกับ พรรคการเมืองไมไ่ ด้ส่งผลต่อภาพลกั ษณข์ องนักการเมือง ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบทุกคน (90 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ตอบตรงกนั วา่ นโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งมคี วามนา่ สนใจและมคี วามแตกตา่ งกนั นโยบาย ของบางพรรคการเมืองผู้ให้สัมภาษณ์สนใจเป็นพิเศษ เช่น “นโยบายเพิ่มค่าครองชีพผู้สูงอายุ” “นโยบายของ พรรคอนาคตใหม่ตอบโจทย์ได้ทุกปัญหา” “สนใจนโยบายพรรคเสรีรวมไทย” “นโยบายปฏิวัติการศึกษาของ พรรคอนาคตใหม่” เป็นต้น ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ว่าประชาชนยังรับรู้ถึงความแตกต่างในนโยบายของแต่ละ พรรคการเมืองได้และประชาชนมีความประทับใจต่อนโยบายบางนโยบายของพรรคการเมือง ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงความเช่อื มัน่ และไวว้ างใจต่อนโยบายที่พรรคการเมอื งผลติ ออกมา ส�ำหรับประเด็นท่ีว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดข้ึนอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคน (100 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าเหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า “เหมาะสม ควรเปล่ียนรัฐบาล” “สงบและเหมาะสม” “เหมาะสมเน่ืองจากปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ควรมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา” ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความตอ้ งการเขา้ มามสี ว่ นรว่ มของประชาชนและตอ้ งการจะเปลย่ี นแปลงสภาวะทางการเมอื ง ท่ีเป็นอยู่ผ่านกลไกการเลือกตั้ง แต่เมื่อถามว่าการเลือกต้ังจะช่วยลดความวุ่นวายทางการเมืองได้หรือไม่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (70 เปอรเ์ ซน็ ต)์ กลบั คดิ วา่ ความวนุ่ วายไมล่ ดลง ตวั อยา่ งค�ำตอบ เชน่ “ขนาดชว่ งเลอื กตงั้ ยงั มคี วามวนุ่ วาย มกี ารตอบโตก้ นั ทงั้ ทย่ี งั ไมร่ ผู้ ลการเลอื กตงั้ ” หรอื “มกี ารแบง่ พรรคแบง่ พวกเหมอื นเดมิ ” หรอื “อาจมคี วามขดั แยง้ ของพรรคทแ่ี พ้ ไมพ่ อใจตอ่ คะแนน” เปน็ ตน้ ซง่ึ ค�ำตอบดงั กลา่ วแสดงวา่ ประชาชนสว่ นใหญ่ ยงั ไม่เช่อื มัน่ ว่า พรรคการเมืองทไี่ ดร้ ับเลอื กจะสามารถท�ำงานผ่านกลไกรัฐสภาไปไดอ้ ยา่ งราบร่ืน
87 พฤตกิ รรมของตัวกระท�ำทางการเมอื งในพื้นทีเ่ ขตเลือกตงั้ ท่ี 5 จากการสัมภาษณ์ ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบทุกคน (90 เปอร์เซ็นต์) ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าสถานการณ์ และบรรยากาศในช่วงก่อนการเลือกตั้งน้ันค่อนข้างเป็นบรรยากาศที่มีเสรีภาพและเอ้ือต่อการแข่งขันอย่าง เป็นในพ้ืนที่ (กลุ่มคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ) ไม่มีการเคล่ือนไหวกดดันหรือใช้อิทธิพลใด ๆ เพ่ือให้เกิด ความไดเ้ ปรยี บเสยี เปรยี บในการเลอื กตง้ั มผี ใู้ หส้ มั ภาษณเ์ พยี งทา่ นเดยี วเทา่ นนั้ ทร่ี ะบวุ า่ มกี ลมุ่ การเมอื งบางกลมุ่ ในพ้ืนที่ออกมาช่วยผู้สมัครบางคนหาเสียง นอกจากนี้ ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนยังระบุตรงกันว่าโดยส่วนตัวแล้ว ไมพ่ บวา่ มผี สู้ มคั รหรอื หวั คะแนนใชเ้ งนิ ในการจงู ใจเพอื่ ใหไ้ ปเลอื กผสู้ มคั รคนใดคนหนงึ่ ประกอบกบั ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ ส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ยังให้ข้อมูลอีกว่าไม่พบการใช้อิทธิพลหรือผลประโยชน์หรือการกระท�ำใด (ท่ีไม่ใช่ ตัวเงิน) เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง (ทั้งนี้ มีผู้ให้สัมภาษณ์สามท่านให้ข้อมูลว่ามีผู้สมัครบางคน เข้าร่วมในงานบุญและบางคนช่วยซ้ือเคร่ืองด่ืมให้กับงานเล้ียงสังสรรค์) ในส่วนของเจ้าหน้าท่ีฝ่ายรัฐทั้งท่ี เป็นข้าราชการในพื้นที่และข้าราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ การจดั การเลอื กตง้ั โดยตรงนนั้ ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ไปในทศิ ทางเดยี วกนั วา่ เจา้ หนา้ ทร่ี ฐั เหลา่ นน้ั วางตวั และท�ำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง มีการสนับสนุนรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกต้ังและปฏิบัติตนไปตามหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงาน ส�ำหรับรูปแบบการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละพรรค ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ข้อมูลตรงกันว่า การเลือกต้ังครั้งนี้ ผู้สมัครลงพื้นท่ีเข้าหาประชาชนโดยตรงมากกว่าครั้งก่อน ๆ ท้ังผู้สมัครเดิมและผู้สมัคร หนา้ ใหม่ โดยในการลงพนื้ ทนี่ น้ั บางพรรคการเมอื งจะมที ง้ั ตวั ผสู้ มคั รและแกนน�ำคนส�ำคญั ของพรรคพบปะพดู คยุ กับประชาชนด้วย นอกจากการพบกับประชาชนโดยตรงแล้ว ผู้สมัครของแต่ละพรรคก็ได้ใช้รูปแบบวิธีหาเสียง ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ ใช้รถแห่ ใบปลิว แผ่นป้าย การปราศรัย แต่วิธีการท่ีเพ่ิมเข้ามาและแตกต่างจาก การหาเสยี งในการเลอื กตงั้ ครงั้ กอ่ น ๆ (ซงึ่ ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนไดพ้ บเหน็ วธิ กี ารหาเสยี งดงั กลา่ วน)้ี คอื การใชส้ อ่ื ทเี่ รยี กว่า Social Media ทั้ง Facebook การถา่ ยทอดสด (live) โดยใชแ้ อพลิเคช่นั และ Line ในประเด็นเรอื่ งการตัดสนิ ใจลงคะแนน ผ้ใู หส้ มั ภาษณ์ทุกคนให้ความเห็นว่าการใช้เงินจูงใจเพ่อื ให้ เลือกผ้สู มัครคนใดคนหนึง่ นน้ั ไมม่ ผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจ แตจ่ ะพจิ ารณาจากพรรคการเมอื งทผี่ ู้สมคั รสังกดั มากกวา่ ส่วนการจูงใจโดยวิธีอ่ืนท่ีไม่ใช้เงิน เช่น การจัดเล้ียง ร่วมงานบุญ การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ผู้ให้สัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ให้ความเห็นตรงกันว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจ เพราะมีพรรคในใจท่ีจะเลือกแล้ว อย่างไรก็ตาม เม่ือสอบถามความเห็นว่าหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพี่น้องหรือ คนในพ้ืนที่ของตนมาโดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลือกผู้สมัครท่านน้ันหรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) ตอบวา่ จะเลือก โดยใหเ้ หตผุ ลว่า “เลอื กเพราะเคยช่วยเหลือ” “เลือก หากมกี ารช่วยเหลอื เรา จรงิ เพ่ือให้กลับมาช่วยเหลือเราไดอ้ ีก” และ “เลือก แตถ่ ้าอยู่ในพรรคทไ่ี ม่ชอบก็ไมเ่ ลอื ก”
88 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตเลือกตั้งท่ี 6 : อ�ำเภอไชยา, อ�ำเภอท่าชนะ, อ�ำเภอท่าฉาง, อำ� เภอวภิ าวดี และอำ� เภอครี ีรฐั นคิ ม (เฉพาะตำ� บลท่าขนอน ต�ำบลนำ้� หัก และตำ� บลบ้านยาง) ความตั้งมน่ั ของพรรคการเมือง จากการสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังท่ี 6 สุราษฎร์ธานี ต่อค�ำถามที่ว่า “ส�ำหรับท่าน อะไรส�ำคญั กวา่ ระหวา่ งพรรคการเมอื งกบั ตวั ผสู้ มคั ร เพราะอะไร” พบวา่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (80 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งมากกวา่ ตวั บคุ คลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เพราะนโยบายและอดุ มการณ์ ไดม้ าจากพรรค” “เลอื กพรรค ดนู โยบายพรรค” “เลอื กพรรคเพราะพรรคเปน็ ภาพรวมระดบั ประเทศ” เปน็ ตน้ ซึ่งแน่นอนว่าการให้การยอมรับและให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคลในการลงคะแนนเสียง เลือกต้ังน้ันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อม่ันและไว้วางใจของประชาชนท่ีมีต่อพรรคการเมืองในระดับหน่ึง และเมื่อ พจิ ารณาจากค�ำตอบกส็ ะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ในการรบั รขู้ องประชาชนนน้ั พรรคการเมอื งมบี ทบาทส�ำคญั ทง้ั ในแงข่ อง การด�ำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายใต้อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่ท�ำหน้าท่ี ผลติ นโยบายตา่ ง ๆ และพรรคการเมอื งมีความรับผิดชอบทั่วทัง้ ประเทศ สง่ิ ทน่ี า่ สงั เกตคอื การใหค้ วามเชอื่ มน่ั กบั พรรคการเมอื งในทนี่ อ้ี าจไมไ่ ดห้ มายถงึ การมอบความไวว้ างใจ ต่อการท�ำหน้าท่ีของพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างย่ิงการสรรหาบุคคลเพื่อลงสมัครรับเลือกต้ัง ดังจะเห็น ได้จากค�ำถามที่ว่า “ถ้าพรรคท่ีท่านชอบ ส่งผู้สมัครท่ีท่านคิดว่าไม่เหมาะสม ท่านยังจะเลือกพรรคน้ันไหม” ผ้ใู ห้สมั ภาษณส์ ่วนใหญ่ (70 เปอรเ์ ซ็นต)์ บอกวา่ ไม่เลอื ก โดยให้เหตผุ ลว่า “ตัวผ้สู มคั รบ่งบอกว่าเราจะไดอ้ ะไร” เป็นต้น ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่า ในพ้ืนท่ีเขตเลือกต้ังที่ 6 น้ัน คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความเช่ือมั่น ไว้วางใจ และภักดี ต่อพรรคการเมือง ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์บอกว่าเลือก เพราะ “รักพรรคไม่เปล่ียน” “ตวั บุคคลไมส่ �ำคญั เทา่ นายก” นอกจากนี้ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) มีความเห็นว่าการท่ีผู้สมัครสังกัดอยู่กับพรรคใด พรรคหนงึ่ เปน็ เวลานานและผลกั ดนั ภรรยา สามี ลกู หรอื เครอื ญาตลิ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ นนั้ เปน็ สง่ิ ทเี่ ปน็ ปกตแิ ละ ยงั เปน็ สงิ่ ทดี่ อี กี ดว้ ย ตวั อยา่ งเชน่ “เปน็ การสานตอ่ ” “เปน็ การสบื ทอดอดุ มการณ”์ “เปน็ เรอื่ งปกติ ทายาทจะได้ สบื ทอด” เปน็ ตน้ แนน่ อนวา่ ค�ำตอบเหลา่ นแี้ สดงถงึ เชอ่ื มนั่ ไวว้ างใจตอ่ ตวั บคุ คลทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั พรรคการเมอื ง มาอย่างยาวนานและมีผลงานเป็นท่ีประจักษ์มาก่อน ขณะที่มีผู้ให้สัมภาษณ์อีกส่วนหน่ึง (20 เปอร์เซ็นต์) ทมี่ องวา่ ญาตพิ น่ี อ้ งของนกั การเมอื งไมค่ วรจะลงสมคั รรบั เลอื กตง้ั โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ การสง่ เครอื ญาตลิ งรบั สมคั รนนั้ “เปน็ การสร้างอทิ ธพิ ล” “บางทีอาจจะมีคนดีกวา่ แตไ่ ม่ไดร้ บั โอกาส” ในประเด็นการย้ายพรรคของผู้สมัครที่เคยสังกัดอยู่กับพรรคมายาวนาน ผู้ให้สัมภาษณ์คร่ึงหนึ่ง (50 เปอรเ์ ซ็นต)์ มีความเขา้ ใจว่าการยา้ ยพรรคนนั้ ถือเป็น “เร่ืองปกตขิ องการเมอื ง” “การยา้ ยพรรคเปน็ การท�ำ
89 เพื่อให้ตนได้รับประโยชน์มากท่ีสุด เป็นธรรมดา” และ “ความคิดอาจจะไม่ตรงกัน” อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ ผู้ให้สัมภาษณ์ตอบน้ันเป็นเหตุผลท่ัวไป ไม่ได้บ่งชี้ว่าประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครท่านน้ันหรือไม่ ขณะทผี่ ใู้ หส้ มั ภาษณอ์ กี ครงึ่ หนง่ึ (50 เปอรเ์ ซน็ ต)์ มองวา่ การยา้ ยพรรคของผสู้ มคั รแสดงถงึ “ความไมม่ อี ดุ มการณ์ ของผู้สมัคร” “ควรอยู่พรรคไหนพรรคน้ัน” หรือ “ผู้สมัครโดนซื้อตัวจากพรรคอ่ืน” “เห็นผลประโยชน์ของ ตัวเองส�ำคัญกว่า” ซึ่งเหตุผลที่ผู้ให้สัมภาษณ์กลุ่มน้ีตอบมานั้นบ่งช้ีได้ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่เลือก ผู้สมัครที่ย้ายพรรค ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ผู้สมัครท่ีสังกัดอยู่ในพรรคการเมืองเป็นเวลานานและไม่ย้ายไป สังกัดพรรคใหม่จะมีความได้เปรียบเหนือผู้สมัครที่ย้ายพรรค จึงกล่าวได้ว่าการสังกัดพรรคการเมืองเดิมเป็น เวลานานนัน้ มีผลต่อทศั นคตขิ องประชาชนในระดับหน่งึ ในประเด็นนโยบายส�ำหรับใช้รณรงค์หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ผู้ให้สัมภาษณ์คร่ึงหนึ่ง (50 เปอรเ์ ซน็ ต)์ ตอบตรงกนั วา่ นโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งทกุ พรรคเปน็ นโยบายทดี่ ไี มม่ คี วามแตกตา่ งกนั แตก่ ม็ นี โยบายบางนโยบายทผี่ ใู้ หส้ มั ภาษณส์ นใจเปน็ พเิ ศษ เชน่ “นโยบายรฐั สวสั ดกิ ารของพรรคประชาธปิ ตั ย”์ “นโยบายท�ำลายการผกู ขาดทางเศรษฐกจิ ของพรรคอนาคตใหม”่ “นโยบายบตั รประชารฐั ของพรรคพลงั ประชารฐั ” เป็นต้น ซ่ึงผลจากการสัมภาษณ์ชี้ให้เห็นว่าประชาชนยังรับรู้ถึงความแตกต่างของนโยบายบางนโยบายของ แต่ละพรรคการเมืองได้และประชาชนมีความประทับใจต่อนโยบายบางนโยบายของพรรคการเมือง ซ่ึงแสดง ให้เห็นถึงความเช่ือม่ันและไว้วางใจต่อนโยบายที่พรรคการเมืองผลิตออกมา ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกครึ่งหน่ีง (50 เปอร์เซ็นต์) มองว่านโยบายแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน บางพรรคมีนโยบายท่ีดี บางพรรคมีนโยบาย ที่ไม่ตรงกับความต้องการ เช่น “แตกต่างโดยส้ินเชิง และไม่ตรงความต้องการ” “แตกต่างมาก บางพรรค เน้นการศึกษา บางพรรคเน้นเศรษฐกิจ มีผลต่อการตัดสินใจ” “แตกต่างมีผลต่อการตัดสินใจ ถ้านโยบายดี กเ็ ลอื ก” ส�ำหรบั ประเดน็ ทว่ี า่ การเลอื กตง้ั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ อยใู่ นชว่ งเวลาทเี่ หมาะสมหรอื ไม่ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าเหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า “สงบ เหมาะมาก” “สงบ เหมาะมานานแล้ว” “สงบ เพราะ คสช. ท�ำไว้ดีแล้ว” “คิดว่าเรียบร้อยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีคนพูดถึงการเลือกต้ังกันเยอะและ มคี วามตน่ื ตวั ทางการเมอื งกนั เยอะ” ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความตอ้ งการเขา้ มามสี ว่ นรว่ มของประชาชนและตอ้ งการ จะเปลี่ยนแปลงสภาวะทางการเมืองที่เป็นอยู่ผ่านกลไกการเลือกต้ังอย่างมาก และเม่ือถามว่าการเลือกต้ัง จะช่วยลดความวุ่นวายทางการเมืองได้หรือไม่ ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์) คิดว่าความวุ่นวาย จะลดลง ตัวอย่างค�ำตอบ เช่น “ลดน้อยลงเพราะจะต้องเอาประเทศเป็นหลักและมีการวางกรอบไว้ดีแล้ว” หรือ “คดิ ว่านอ้ ยลง คนตาสวา่ งข้ึน” “นอ้ ยลง เพราะ คสช. วางรากฐานทีด่ ีไว้ใหแ้ ลว้ ” “น้อยลงเพราะประยุทธ์ จะไดเ้ ปน็ นายกตอ่ ” เปน็ ตน้ ซง่ึ ค�ำตอบดงั กลา่ วแสดงวา่ ประชาชนสว่ นใหญเ่ ชอื่ มน่ั วา่ พรรคการเมอื งทไี่ ดร้ บั เลอื ก จะสามารถท�ำงานผ่านกลไกรัฐสภาไปได้อย่างราบร่ืน ไม่ขัดแย้งหรือกลั่นแกล้งกันนอกสภา นอกระบบ ขณะท่ี ผู้ให้สัมภาษณ์บางส่วน (20 เปอร์เซ็นต์) เช่ือว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะไม่ลดลงหลังมีการเลือกต้ัง “ไม่ลด แน่นอน อาจมีความขัดแยง้ อีก เพราะตอนนก้ี ม็ ีอยู่บา้ ง” “อาจจะมเี พราะแค่เลือกต้งั ก็รบกันจะตายอยู่แลว้ ”
90 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พฤตกิ รรมของตัวกระท�ำทางการเมอื งในพ้ืนทเ่ี ขตเลอื กตง้ั ท่ี 6 จากการสมั ภาษณพ์ บวา่ สถานการณแ์ ละบรรยากาศในชว่ งกอ่ นการเลอื กตง้ั ในพน้ื ทเ่ี ขตเลอื กตง้ั ท่ี 6 นน้ั คอ่ นขา้ งเปน็ บรรยากาศทมี่ เี สรภี าพและเออ้ื ตอ่ การแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรมตามครรลองของระบอบประชาธปิ ไตย ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู วา่ กลมุ่ การเมอื งตา่ ง ๆ ในพนื้ ท่ี (กลมุ่ คนทไี่ มใ่ ชเ่ จา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยรฐั ) ไมม่ กี ารเคลอื่ นไหว กดดนั หรือใชอ้ ิทธิพลใด ๆ เพ่อื ใหเ้ กิดความไดเ้ ปรยี บเสยี เปรียบในการเลือกตั้ง นอกจากน้ี ผใู้ หส้ ัมภาษณท์ ุกคน ยงั ระบตุ รงกนั วา่ โดยสว่ นตวั แลว้ ไมพ่ บวา่ มผี สู้ มคั รหรอื หวั คะแนนใชเ้ งนิ ในการจงู ใจเพอื่ ใหไ้ ปเลอื กผสู้ มคั รคนใด คนหนงึ่ ประกอบกบั ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คน ยงั ใหข้ อ้ มลู อกี วา่ ไมพ่ บการใชอ้ ทิ ธพิ ลหรอื ผลประโยชนห์ รอื การกระท�ำใด (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนใดคนหน่ึง ในส่วนของเจ้าหน้าท่ีฝ่ายรัฐท้ังท่ีเป็นข้าราชการในพื้นท่ี และข้าราชการสงั กัดองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น รวมถึงเจา้ หน้าท่ีทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการจดั การเลอื กตั้งโดยตรงนน้ั ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ไปในทศิ ทางเดยี วกนั วา่ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั เหลา่ นน้ั วางตวั และท�ำหนา้ ทไ่ี ดอ้ ยา่ งเปน็ กลาง มกี ารสนบั สนนุ รณรงคใ์ ห้ประชาชนออกไปเลอื กตัง้ และปฏบิ ตั ิตนไปตามหน้าทขี่ องแตล่ ะหนว่ ยงาน ส�ำหรบั รปู แบบการหาเสยี งของผสู้ มคั รแตล่ ะพรรค ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหข้ อ้ มลู ตรงกนั วา่ การเลอื กตงั้ ครง้ั นี้ ผสู้ มคั รของแตล่ ะพรรคกไ็ ดใ้ ชร้ ปู แบบวธิ หี าเสยี งแบบเดมิ และไมม่ คี วามแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะพรรค กลา่ วคอื ใช้รถแห่ ใบปลิว แผ่นป้าย การปราศรัย แต่วิธีการที่เพ่ิมเข้ามาและแตกต่างจากการหาเสียงในการเลือกต้ัง คร้ังก่อน ๆ (ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ได้พบเห็นวิธีการหาเสียงดังกล่าวนี้) คือ การใช้ส่ือ ที่เรียกว่า Social Media ทงั้ Line, Facebook, การถ่ายทอดสด (live) โดยใช้แอพลเิ คชนั่ ในประเด็นการตัดสินใจลงคะแนน ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้ความเห็นว่าการใช้เงินจูงใจเพ่ือให้เลือก ผู้สมัครคนใดคนหน่ึงไม่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่จะพิจารณาจากการรู้จักกันเป็นการส่วนตัว การยึดม่ันใน พรรคการเมืองมากกว่า ส่วนการจูงใจโดยวิธีอื่นที่ไม่ใช้เงิน เช่น การจัดเล้ียง การแลกเปล่ียนผลประโยชน์ ผใู้ หส้ มั ภาษณท์ กุ คนใหค้ วามเหน็ ตรงกนั วา่ ไมม่ ผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจ ขณะทผี่ ใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นนอ้ ย (10 เปอรเ์ ซน็ ต)์ แสดงความเห็นว่าหากมีผู้สมัครคนใดได้ท�ำการอุปถัมภ์ช่วยเหลือตนเองหรือพี่น้องหรือคนในพื้นที่ของตนมา โดยตลอด เขาจะตอบแทนโดยการเลอื กผสู้ มคั รทา่ นนนั้ โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ “เลอื ก เปน็ การตอบแทน” และ “เลอื ก เพราะส่วนใหญ่จะดึง ๆ กันอยู่แล้ว” แต่ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (90 เปอร์เซ็นต์) ตอบว่าแม้จะมีการช่วยเหลือ อปุ ถมั ภก์ นั มา แตห่ ากจะใหเ้ ลอื กจะตอ้ งมเี งอ่ื นไขอน่ื ดว้ ย เชน่ “ถา้ เปน็ พน่ี อ้ งกจ็ ะเลอื ก” “ถา้ เปน็ คนดกี จ็ ะเลอื ก” “ไมเ่ ลอื ก เพราะดนู โยบายพรรคเปน็ หลกั ” “ถา้ เลยี่ งไดจ้ ะเลยี่ ง แตถ่ า้ สงั กดั พรรคทเ่ี ราชอบกเ็ ลอื ก” “ถา้ นโยบาย ไมด่ ีก็ไมเ่ ลือก” จากการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมทางการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกต้ังของประชาชนท้ัง 6 เขตเลือกต้ัง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่าปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและสังคมไม่ได้เป็นตัวก�ำหนด พฤติกรรมการเลือกต้ังของประชาชนมากนัก (ดังเช่นพฤติกรรมและทัศนะทางการเมืองของประชาชนในพ้ืนท่ี เขตเมอื งทมี่ สี ถานะทางเศรษฐกจิ และสงั คมสงู กวา่ พน้ื ทอี่ น่ื กไ็ มไ่ ดแ้ ตกตา่ งไปจากเขตเลอื กตงั้ อน่ื ทเ่ี หลอื กมากนกั หรือ การใช้เงินหรือสิ่งจูงใจที่ไม่ใช่เงินก็ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกต้ังของประชาชนท้ังใน
91 พื้นที่เขตอ�ำเภอเมืองและไม่ใช่เขตอ�ำเภอเมือง เป็นต้น) แต่พบว่าปัจจัยภายในต่างหากท่ีสามารถอธิบาย พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มากกว่า ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บ่งชี้ ชดั เจนวา่ ประชาชนในทกุ เขตเลอื กตงั้ สว่ นใหญม่ คี วามผกู พนั กบั พรรคการเมอื งมาอยา่ งยาวนาน มคี วามชน่ื ชอบ ในตวั ผสู้ มคั รบางคนกอ่ นทจ่ี ะมกี ารเลอื กตง้ั ดว้ ยซำ้� มคี วามโนม้ เอยี งทจ่ี ะนยิ มในพรรคการเมอื งบางพรรคการเมอื ง อย่กู ่อนแล้ว ซงึ่ เหล่านล้ี ้วนแตเ่ ป็นปจั จยั ท่ีส่งผลต่อพฤตกิ รรมตามแนวคดิ ของส�ำนกั จิตวทิ ยาสงั คม 4.2 บทวเิ คราะหร์ ะหว่างการเลือกต้งั ขอ้ มลู จากการสัมภาษณ์เชิงลกึ จากผู้มาใชส้ ทิ ธิเลอื กตั้ง 1. การรบั รขู้ อ้ มูลของผู้ใช้สทิ ธิเลอื กตั้ง 1.1 การรับรูข้ ้อมูลการเลือกต้ังจากชอ่ งทางออฟไลน์ ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้รับทราบข้อมูลของผู้สมัครรับเลือกต้ังและพรรคการเมืองต่าง ๆ จากช่องทาง ออฟไลนห์ ลายชอ่ งทาง เชน่ การออกเดนิ สายพบปะของผสู้ มคั ร การรบั ฟงั เสยี งจากรถแห่ การรบั ชมทางโทรทศั น์ การรบั ฟงั ทางวทิ ยุ การเขา้ ฟงั เวทปี ราศรยั รวมถงึ การพดู คยุ กนั กบั ญาติ เพอื่ น พระ อหิ มา่ ม ครอู าจารย์ ขา้ ราชการ เป็นตน้ ) ช่องทางใดบา้ ง เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจต่อการออกเดินสายพบปะประชาชน ของผสู้ มคั รมากทสี่ ดุ สว่ นการรบั ฟงั เสยี งจากรถแห่ และวทิ ยทุ อ้ งถน่ิ ทอ้ งถนิ่ มจี �ำนวนนอ้ ยกวา่ ขณะทก่ี ารรบั ชม ผู้น�ำของพรรคการเมืองจากทางโทรทัศน์ประชาชนก็ให้ความสนใจ ประชาชนบางส่วนสนใจเข้าร่วมรับฟังใน เวทีปราศรัยของพรรคการเมืองท่ีตนเองสนใจด้วย เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ ให้ความสนใจต่อการออกเดินสายพบปะประชาชนของผู้สมัครมากท่ีสุด ส่วนการรับฟังเสียงจากรถแห่ ใบปลิว และการติดป้ายโฆษณาของผู้สมัครประชาชนให้ความสนใจในจ�ำนวนท่ีน้อยลงมา มีจ�ำนวนน้อยมากท่ีให้ ความสนใจเขา้ รว่ มฟงั ในเวทปี ราศรยั ของผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตงั้ เขตเลอื กตงั้ ท่ี 3 พบวา่ ผใู้ ชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญ่ ให้ความสนใจกับการการออกเดินสายพบปะประชาชนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมากท่ีสุด รองลงมาคือการให้ ความสนใจกับรถแห่ ใบปลิว และการประชาสัมพันธ์ตัวเองของผู้สมัครทางวิทยุ และโทรทัศน์ เขตเลือกต้ังที่ 4 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ ห้ความสนใจการประชาสมั พันธต์ วั เองของผู้ลงสมคั รรับเลอื กตง้ั ผา่ น การใชร้ ถแหม่ ากทส่ี ดุ รองลงมาคอื ใหค้ วามสนใจตอ่ การใชป้ า้ ยประชาสมั พนั ธ์ การแจกแผน่ พบั ใบปลวิ การลงพน้ื ท่ี พบปะประชาชนของผสู้ มคั ร สว่ นการออกรายการวทิ ยุ และโทรทศั นป์ ระชาชนใหค้ วามสนใจนอ้ ย เขตเลอื กตงั้ ที่ 5 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อการประชาสัมพันธ์ด้วยรถแห่ ป้ายหาเสียง ใบปลิว การออกรายการโทรทัศน์ และการลงพ้ืนท่ีพบปะประชาชนของผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้ง ขณะที่บางส่วนให้ ข้อมูลว่าสนใจผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งจากการพูดคุยกันในเครือญาติ และการเข้าร่วมฟังในเวทีปราศรัยของ
92 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ลงสมัคร เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความสนใจการประชาสัมพันธ์ด้วย ป้ายหาเสียง การใช้แผ่นพับใบปลิว และการโฆษณาตัวผู้สมัครและพรรคการเมืองทางโทรทัศน์ รองลงมาคือ การเข้ารว่ มรบั ฟังการปราศรัยของผ้ลู งสมัครรบั เลอื กต้ังทีม่ าเปิดเวที 1.2 การรับรู้ข้อมูลการเลอื กต้งั จากช่องทางออนไลน์ ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้รับทราบข้อมูลของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองต่าง ๆ จากช่องทาง ออนไลน์ผา่ นสื่อออนไลน์ เช่น YOUTUBE FACEBOOK INSTAGRAM LINE TWITTER เปน็ ต้น ชอ่ งทางใดบา้ ง เขตเลอื กตงั้ ที่ 1 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญส่ นใจการประชาสมั พนั ธต์ วั เองของผสู้ มคั ร ผา่ นชอ่ งทางออนไลนท์ กุ ชอ่ งทาง โดยสว่ นใหญจ่ ะเปน็ ชอ่ งทาง FACEBOOK, YOUTUBE, LINE และ INSTAGRAM เขตเลอื กตงั้ ท่ี 2 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญไ่ มค่ อ่ ยสนใจการประชาสมั พนั ธผ์ า่ นชอ่ งทางออนไลน์ แตม่ สี ว่ นนอ้ ยทใี่ หข้ อ้ มลู วา่ ไดร้ บั การประชาสมั พนั ธก์ ารลงสมคั รรบั การเลอื กตงั้ ของผสู้ มคั รผา่ นชอ่ งทาง FACEBOOK เขตเลือกต้ังท่ี 3 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่สนใจการประชาสัมพันธ์ของลงสมัครรับเลือกต้ังใน ชอ่ งทาง FACEBOOK มากทสี่ ดุ สว่ นชอ่ งทางอน่ื ๆ ไดแ้ ก่ LINE, YOUTUBE, INSTAGRAM, TWITTER ประชาชน ใหค้ วามสนใจในล�ำดบั รองลงมา เขตเลอื กตงั้ ท่ี 4 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญส่ นใจการประชาสมั พนั ธ์ ของลงสมคั รรับเลือกตง้ั ในชอ่ งทางออนไลน์ ไดแ้ ก่ FACEBOOK และ LINE มผี ู้ให้ข้อมูลหลายคนบอกวา่ ตดิ ตาม หลายช่องทาง แต่ก็มีผู้ให้ข้อมูลบางคนบอกว่าไม่ได้ให้ความสนใจการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เลย เขตเลือกต้ังที่ 5 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่สนใจการประชาสัมพันธ์ของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในช่องทาง FACEBOOK และ YOUTUBE มากท่ีสุดแตม่ ีผ้ใู ห้ข้อมูลบางคนไม่ไดส้ นใจติดตามการประชาสมั พนั ธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่สนใจการประชาสัมพันธ์ของ ลงสมคั รรบั เลอื กต้ังในช่องทาง LINE มากทีส่ ดุ รองลงมาคือ FACEBOOK, YOUTUBE 2. ผ้ใู ช้สิทธิเลอื กตง้ั ใช้ข้อมลู ใดในการตดั สนิ ใจเลอื กต้งั 2.1 ตวั ผู้สมคั ร / วงศต์ ระกูล เขตเลอื กตงั้ ท่ี 1 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั ตวั ผสู้ มคั รในเรอ่ื งความรู้ และประสบการณ์ การสงั กดั พรรคการเมอื ง และพจิ ารณาจากวงศต์ ระกลู ของผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั ประกอบกนั ไปดว้ ย เขตเลอื กตง้ั ท่ี 2 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั ตวั ผสู้ มคั รวา่ ตนเองสามารถ เช่ือมโยงกับตวั ผูส้ มัครไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง เช่น ความเปน็ เพ่ือน ความเปน็ ญาติ และพิจารณาจากผลงานในอดตี ของ วงศ์ตระกูลของผู้สมัครท่ีเคยเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งในอดีตประกอบกันด้วย เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า ประชาชน ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั ตวั ผสู้ มคั ร ในเรอ่ื งความรคู้ วามสามารถ ขณะทบี่ างสว่ นไมไ่ ดพ้ จิ ารณา ถึงตัวผู้สมัครหรือวงศ์ตระกูลของผู้สมัครเลย เขตเลือกตั้งท่ี 4 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ ให้ความส�ำคัญกับตัวผู้สมัครเป็นส�ำคัญโดยไม่ให้ความสนใจต่อวงศ์ตระกูลของตัวผู้สมัครเลย เขตเลือกต้ังท่ี 5
93 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั ตวั ผสู้ มคั รวา่ มคี วามรคู้ วามสามารถในเรอื่ งใด พจิ ารณา จากการลงพื้นที่ให้เห็นหน้าค่าตากันบ้างหรือไม่ ลงพ้ืนท่ีมาบ่อยแค่ไหน และพิจารณาจากการพูดถึงตัวผู้สมัคร จากเครือญาติตนเองด้วย เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับ ตวั ผสู้ มคั ร และพจิ ารณาจากวงศต์ ระกลู ของผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั ประกอบกนั ไปดว้ ย ขณะทสี่ ว่ นนอ้ ยทไ่ี มส่ นใจ ตัวผู้สมคั รหรือวงศต์ ระกูลของผลู้ งสมัครรับเลอื กต้งั เลย 2.2 นโยบายของพรรคการเมือง ในเรื่องใด เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ มากที่สุด เช่น นโยบายค่าแรงขั้นต่�ำ 400 บาทต่อวัน และปริญญาตรีขั้นต่�ำ 18,000 บาท นโยบายเพิ่มเงิน ผสู้ งู อายเุ ปน็ เดือนละ 1,000 บาท นโยบายแกจ้ น สรา้ งคน สร้างชาติ และการแกไ้ ขปัญหาราคายางพารา และ ปาล์มน�้ำมัน เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่ให้ความส�ำคัญกับนโยบายของ พรรคการเมืองที่น�ำเสนอมา ส่วนประชาชนท่ีสนใจนโยบายจะให้ความส�ำคัญกับนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ มากท่ีสุด เขตเลือกตั้งท่ี 3 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ เช่น การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล�้ำของรายได้ การแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต�่ำ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน�้ำมัน รวมถึงการอนุญาตให้มีการปลูกกัญชาให้ถูกต้องตามกฎหมาย เขตเลือกต้ังที่ 4 พบว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ เช่น นโยบายลดค่าครองชีพ นโยบายด้าน แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน นโยบายด้านการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่�ำ รองลงมา คือนโยบายด้านการศึกษา นโยบายด้านการจัดสรรท่ีดินท�ำกิน เป็นต้น เขตเลือกตั้งท่ี 5 พบว่า ประชาชน ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั นโยบายดา้ นเศรษฐกจิ เชน่ การแกไ้ ขปญั หาราคาพชื ผลทางการเกษตร ตกตำ่� นโยบายการสรา้ งเศรษฐกจิ ดจิ ติ อล นโยบายการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ดว้ ยเทคโนโลยี นโยบายประกนั รายได้ ของแรงงาน นโยบายปลดหน้ีเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัครที่ท�ำงานให้หน่วยงานของรัฐ นโยบายการลด ความเหล่ือมล้�ำ นโยบายการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา นโยบายช่วยเหลือผู้ยากไร้ นโยบายประกันรายได้ เกษตรกร นโยบายด้านการเพ่ิมเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และการส่งเสริมสวัสดิการแห่งรัฐ เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่า ประชาชนผ้มู สี ทิ ธิเลือกต้งั สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคัญกบั นโยบายดา้ นเศรษฐกิจ เชน่ การแก้ปญั หาคนจน นโยบาย การใหก้ ารดแู ลสุขภาพ เปน็ ต้น 2.3 ความเกา่ แก่ หรอื ความมีช่อื เสยี งของพรรค เขตเลือกตั้งที่ 1 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับความมีช่ือเสียงของ พรรค ความเก่าแก่ของพรรคการเมือง เพราะเคยมีการสร้างผลงานท่ีดีไว้ในอดีต แต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เห็นว่า ความเก่าแก่และช่ือเสียงของพรรคการเมืองนั้นไม่มีผลใด ๆ ต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง เขตเลือกตั้งท่ี 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่ให้ความส�ำคัญกับความเกา่ แก่ หรอื ความมชี อ่ื เสยี งของพรรค มีส่วนน้อย ที่เห็นว่าความเก่าแก่ หรือความมีชื่อเสียงของพรรคมีผลต่อการตัดสินใจเลือกในคร้ังน้ี เขตเลือกต้ังที่ 3 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่ให้ความส�ำคัญกับความเก่าแก่ หรือความมีชื่อเสียงของพรรค
94 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มเี พยี งสว่ นนอ้ ยเทา่ นนั้ ทใ่ี หค้ วามส�ำคญั ในเรอ่ื งนี้ เขตเลือกต้ังที่ 4 พบว่า ประชาชนกึ่งหนึ่งให้ความส�ำคัญกับ ความเกา่ แก่ หรอื ความมชี อื่ เสยี งของพรรค ขณะท่ีอีกก่ึงหนึ่งกลับไม่ให้ความส�ำคัญในเรื่องน้ี เขตเลือกตั้งที่ 5 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับความมีช่ือเสียงของพรรค ความเก่าแก่ของ พรรคการเมือง มีเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันที่ไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับเร่ืองนี้ เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับความมีชื่อเสียงของพรรค ความเก่าแก่ของพรรคการเมืองว่า มผี ลตอ่ การน�ำมาตัดสนิ ใจเลอื กในครั้งนี้ดว้ ย 2.4 ความเป็นคนหน้าใหม่ หรือการเปน็ พรรคการเมอื งใหม่ เขตเลอื กตง้ั ที่ 1 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญไ่ มค่ อ่ ยใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคการเมอื งใหม่ แต่มีบางส่วนท่ีให้ความส�ำคัญกับความใหม่ของผู้ลงสมัครรับเลือกต้ัง และพรรคการเมืองที่เปิดตัวใหม่ เขตเลือกต้ังที่ 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความส�ำคัญกับความเปน็ คนหนา้ ใหม่ หรอื การเปน็ พรรคการเมอื งใหมเ่ พราะไม่มีความเช่ือมั่นเน่ืองจากไม่เคยเห็นผลงานมาก่อน เขตเลือกตั้งท่ี 3 พบว่า ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญไ่ มค่ อ่ ยใหค้ วามส�ำคญั กบั ความเปน็ คนหนา้ ใหม่ หรอื การเปน็ พรรคการเมอื งใหม่ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นน้ั ทใ่ี หค้ วามส�ำคญั ในเรอื่ งน้ี เขตเลอื กตง้ั ท่ี 4 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญไ่ มค่ อ่ ยให้ ความส�ำคญั กบั ความเปน็ คนหนา้ ใหม่ หรอื การเปน็ พรรคการเมอื งใหม่ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นนั้ ทใ่ี หค้ วามส�ำคญั ในเรอื่ งนี้ เขตเลือกต้ังท่ี 5 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความส�ำคัญกับความเปน็ คนหนา้ ใหม่ หรอื การเปน็ พรรคการเมอื งใหม่ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นนั้ ทใี่ หค้ วามส�ำคญั ในเรอ่ื งนเ้ี พราะเหน็ วา่ ควรใหโ้ อกาสคนหนา้ ใหม่ และ พรรคการเมอื งใหมม่ าสรา้ งการเมอื งแบบใหมบ่ า้ ง เขตเลอื กตงั้ ที่ 6 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั เกอื บไมค่ อ่ ย ใหค้ วามส�ำคญั กบั ความเปน็ คนหนา้ ใหม่ หรอื การเปน็ พรรคการเมอื งใหม่ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นน้ั ทใ่ี หค้ วามส�ำคญั ในเรอื่ งน้ี 2.5 ความสำ�เร็จหรอื ผลงานของพรรคการเมอื งพรรคนัน้ ในอดตี เขตเลอื กต้งั ท่ี 1 พบว่า ประชาชนผู้มสี ิทธเิ ลือกตงั้ ส่วนใหญ่ใหค้ วามส�ำคัญกบั ความส�ำเร็จหรอื ผลงาน ของพรรคการเมอื งพรรคนนั้ ในอดตี มสี ว่ นนอ้ ยมากทไ่ี มไ่ ดน้ �ำเรอ่ื งนมี้ าพจิ ารณา เขตเลอื กตง้ั ที่ 2 พบวา่ ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับความส�ำเร็จหรือผลงานของพรรคการเมืองพรรคนั้นในอดีต มากนัก ผู้ให้ข้อมูลที่ให้ความส�ำคัญกับเร่ืองน้ีให้ข้อมูลว่าเรื่องน้ีมีความส�ำคัญเพราะผลงานท่ีเคยท�ำมาท�ำให้ เกิดความเช่ือม่ันได้มากกว่าพรรคใหม่ เขตเลือกต้ังท่ี 3 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ ความส�ำคัญกับความส�ำเร็จหรือผลงานของพรรคการเมืองพรรคน้ันในอดีต มีเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีให้ ความส�ำคัญในเรอื่ งนี้ เขตเลอื กตง้ั ที่ 4 พบว่า ประชาชนผู้มสี ทิ ธิเลอื กตงั้ สว่ นใหญ่ให้ความส�ำคัญกับความส�ำเร็จ หรือผลงานของพรรคการเมืองพรรคนั้นในอดีต มีส่วนน้อยมากท่ีไม่ได้น�ำเร่ืองน้ีมาพิจารณา เขตเลือกตั้งท่ี 5 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญใ่ หค้ วามส�ำคญั กบั ความส�ำเรจ็ หรอื ผลงานของพรรคการเมอื งพรรคนน้ั ในอดตี เชน่ การท�ำใหร้ าคาพชื ผลทางการเกษตรเชน่ ยางพารา ปาลม์ นำ�้ มนั มรี าคาสงู เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ราคา ในปจั จบุ นั รวมถงึ นโยบายเรยี นฟรี 15 ปที เ่ี กดิ ผลในเชงิ ประจกั ษจ์ นถงึ ทกุ วนั นี้ เขตเลอื กตงั้ ท่ี 6 พบวา่ ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับความส�ำเร็จหรือผลงานของพรรคการเมืองพรรคน้ันในอดีตมาใช้ ประกอบการตัดสนิ ใจเลือกพรรคการเมืองนนั้ ด้วย
95 2.6 รายชือ่ วา่ ท่ีนายกรัฐมนตรที ี่พรรคการเมืองนน้ั เสนอมา เขตเลอื กตง้ั ที่ 1 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หค้ วามสนใจกบั รายชอ่ื วา่ ทนี่ ายกรฐั มนตรี ทพ่ี รรคการเมืองนัน้ เสนอมาเพือ่ ประกอบการพิจารณาตัดสนิ ใจเลือกตงั้ ดว้ ย เช่น ใหข้ อ้ มลู ว่าตอ้ งเปน็ ชื่อทคี่ ุน้ หู เป็นชื่อที่เช่ือได้ว่ามีประสบการณ์ในการท�ำงานจริง เขตเลือกตั้งที่ 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ไม่ให้ความสนใจกับรายช่ือว่าท่ีนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองน้ันเสนอมา ส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีให้ความส�ำคัญ ในเรื่องนี้ เขตเลือกตงั้ ที่ 3 พบวา่ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตัง้ ส่วนใหญใ่ หค้ วามสนใจกับรายชื่อว่าท่นี ายกรัฐมนตรี ที่พรรคการเมืองน้ันเสนอมา ส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ให้ความส�ำคัญในเรื่องน้ี เขตเลือกต้ังที่ 4 พบว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับรายชื่อว่าท่ีนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองนั้นเสนอมา มีการระบุช่ือ ของว่าท่ีนายกรัฐมนตรีท่ีตัวเองสนใจลงมาด้วย ขณะที่มีส่วนน้อยเท่าน้ันที่ไม่ให้ความส�ำคัญในเร่ืองน้ี เขตเลอื กตงั้ ท่ี 5 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั กง่ึ หนง่ึ ใหค้ วามสนใจกบั รายชอ่ื วา่ ทน่ี ายกรฐั มนตรที พี่ รรคการเมอื ง น้ันเสนอมา ส่วนอีกก่ึงหน่ึงไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับเร่ืองน้ี เขตเลือกต้ังที่ 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทใี่ หข้ ้อมูลมาท้ังหมดให้ความสนใจกับรายชื่อว่าทน่ี ายกรฐั มนตรีทพี่ รรคการเมอื งนนั้ เสนอมา 2.7 ความสมั พันธ์สว่ นตัวกบั ผูล้ งสมัครรบั เลือกตง้ั เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่มีผล ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง มีส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีให้ความส�ำคัญกับเรื่องนี้ เขตเลือกตั้งท่ี 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่ให้ข้อมูลว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ลงสมัคร รับเลือกต้ังไม่มีผลต่อการน�ำมาตัดสินใจ มีส่วนน้อยเท่านั้นท่ีให้ความส�ำคัญในเร่ืองนี้ เขตเลือกตั้งท่ี 3 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ให้ข้อมูลมาท้ังหมดให้ข้อมูลว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังไม่มีผล ต่อการน�ำมาตัดสินใจ เขตเลือกตั้งท่ี 4 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่ให้ข้อมูลว่าความสัมพันธ์ ส่วนตัวกับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่มีผลต่อการน�ำมาตัดสินใจ มีส่วนน้อยเท่านั้นท่ีให้ความส�ำคัญในเร่ืองนี้ โดยพจิ ารณาจากความเปน็ เครอื ญาตกิ นั เขตเลอื กตงั้ ท่ี 5 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญท่ ใ่ี หข้ อ้ มลู วา่ ความสมั พนั ธส์ ว่ นตวั กบั ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั ไมม่ ผี ลตอ่ การน�ำมาตดั สนิ ใจ มสี ว่ นนอ้ ยเทา่ นน้ั ทใี่ หค้ วามส�ำคญั ใน เรอ่ื งนี้ โดยพจิ ารณาจากความเปน็ เครอื ญาตกิ นั และการทผี่ ลู้ งสมคั รเคยลงพนื้ ทกี่ อ่ นจะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ เขตเลอื กตง้ั ที่ 6 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญใ่ หข้ อ้ มลู วา่ ความสมั พนั ธส์ ว่ นตวั กบั ผลู้ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั มผี ลต่อการน�ำมาใชต้ ัดสนิ ใจเลอื กตง้ั ดว้ ย จากข้อมูลข้างต้น พบว่าสิ่งท่ีประชาชนในพื้นท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานีน�ำไปพิจารณาเพ่ือประกอบ การตัดสินใจลงคะแนนเสียงน้ันสามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดของส�ำนักจิตวิทยาสังคม ส�ำหรับปัจจัยทางด้าน จติ วทิ ยาสงั คมทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจนคอื การใหค้ วามส�ำคญั กบั ความเกา่ แกแ่ ละการมชี อ่ื เสยี งมากอ่ นของพรรคการเมอื ง (ซ่ึงแน่นอนว่า ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับพรรคการเมืองที่เพ่ิงก่อต้ังหรือ ผู้ลงสมัครหน้าใหม่มากนัก) การตัดสินใจลงคะแนนจึงไม่ได้พิจารณาไปท่ีตัวบุคคลแต่เพียงเท่าน้ัน แต่จะ ต้องมองไปถึงพรรคที่บุคคลน้ันสังกัดด้วย และด้วยเหตุท่ีความนิยมในพรรคมีความส�ำคัญ การเสนอรายชื่อ
96 การศึกษาความเคล่ือนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี วา่ ทนี่ ายกรฐั มนตรขี องแตล่ ะพรรคการเมอื งแตล่ ะพรรคจงึ มผี ลตอ่ การน�ำไปพจิ ารณาตดั สนิ ใจของประชาชนดว้ ย ซ่ึงสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้กล่าวไปแล้ว ส่วนในแง่ของการพิจารณานโยบายของแต่ละพรรคการเมือง พบว่า ประชาชนทกุ เขตเลอื กตง้ั ใหค้ วามส�ำคญั กบั นโยบายทางดา้ นเศรษฐกจิ โดยประชาชนในเขตเมอื งจะสนใจนโยบาย เก่ียวกับค่าแรงข้ันต�่ำ หรือ การประกันรายได้ส�ำหรับผู้เรียนจบปริญญาตรี ขณะที่ประชาชนในเขตเลือกตั้งอ่ืน นอกเขตอ�ำเภอเมอื งกม็ คี วามสนใจนโยบายเศรษฐกจิ เชน่ กนั แตส่ ว่ นใหญจ่ ะเปน็ เรอ่ื งของการประกนั ราคาพชื ผล การเกษตร อยา่ งไรกต็ าม เนอ่ื งจากแทบทกุ พรรคการเมอื งตา่ งกไ็ ดน้ �ำเสนอนโยบายทางดา้ นเศรษฐกจิ ทใี่ กลเ้ คยี งกนั การเปรยี บเทยี บระหวา่ งนโยบายของแตล่ ะพรรคการเมอื งจงึ ไมไ่ ดม้ คี วามแตกตา่ งในแงผ่ ลประโยชนท์ แ่ี ตล่ ะบคุ คล จะได้รับมากนัก เม่ือถึงคราวตัดสินใจเลือกประชาชนจึงพิจารณาจากปัจจัยทางจิตวิทยาสังคมมากกว่า ดังน้ัน การท่ีประชาชนสามารถจดจ�ำนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้จึงไม่ได้ เป็นผลมาจากการเปรียบเทียบแบบท่ีส�ำนักทางเลือกสาธารณะอธิบายไว้ แต่เป็นผลมาจากความนิยมชมชอบ ในพรรคการเมอื งนน้ั อยูก่ อ่ นแล้วมากกว่า 3. ลกั ษณะการตดั สินใจของผ้ใู ช้สิทธิเลอื กตง้ั 3.1 การตัดสนิ ใจด้วยตนเอง หรอื ปรกึ ษาผู้อน่ื (ใครที่สง่ ผลตอ่ การตัดสนิ ใจ) เขตเลือกต้ังที่ 1 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยตัวเอง มีส่วนน้อยเท่านั้น ทม่ี กี ารปรกึ ษาคนในครอบครวั เชน่ พอ่ แมพ่ นี่ อ้ งกอ่ นตดั สนิ ใจเลอื กตงั้ เขตเลอื กตง้ั ท่ี 2 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธิ เลือกตั้งส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยตัวเอง มีส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการปรึกษาหารือกับญาติพี่น้องก่อนการตัดสินใจ เขตเลือกต้ังที่ 3 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยตัวเอง มีส่วนน้อยเท่านั้นท่ีมีการปรึกษาผู้อ่ืน ก่อนการตัดสินใจ เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยตัวเอง มีส่วนน้อย เทา่ นน้ั ทมี่ กี ารปรกึ ษากบั ผอู้ น่ื เชน่ เพอ่ื นบา้ น เขตเลอื กตงั้ ที่ 5 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญต่ ดั สนิ ใจ ด้วยตัวเอง มีส่วนน้อยเท่านั้นท่ีมีการปรึกษาผู้อ่ืน เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เครือญาติ และเพ่ือน เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธเิ ลือกตัง้ ส่วนใหญต่ ัดสนิ ใจดว้ ยตัวเอง มสี ่วนน้อยเท่านนั้ ทม่ี กี ารปรกึ ษาคนในครอบครัว 3.2 การตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั ผสู้ มคั รในวนั น้ี เปน็ การตดั สนิ ใจทเี่ กดิ ขน้ึ มาลว่ งหนา้ หรอื ไม่ ถา้ ตดั สนิ ใจ มาแลว้ ล่วงหนา้ คำ�วา่ ล่วงหน้าน้ันนานเท่าใด เพราะเหตุผลใด เขตเลือกต้ังท่ี 1 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ตัดสินใจล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ตั้งแต่ผู้สมัครออกพบปะประชาชนก็ติดตามผู้สมัครรายน้ันเร่ือยมา เพราะชอบนโยบายของพรรคการเมืองน้ัน แบบไม่เปล่ียนใจ บ้างชอบพรรคการเมืองน้ันอยู่เดิมแล้ว เลยตัดสินใจล่วงหน้าตั้งแต่เร่ิมมีการออกหาเสียงแล้ว ขณะท่ีมีบางคนตัดสินล่วงหน้าในช่วงก่อนวันเลือกต้ังเพียงวันเดียวเท่าน้ัน เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า ประชาชน ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญต่ ดั สนิ ใจมานานแลว้ นบั ตง้ั แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตง้ั เพราะชอบพรรคการเมอื งน้ี อยเู่ ดมิ แลว้ หรอื ทราบวา่ คนทต่ี นเองสนบั สนนุ จะลงสมคั รรบั เลอื กตง้ั สว่ นนอ้ ยทตี่ ดั สนิ ใจกอ่ นหนา้ เลอื กตง้ั ประมาณ
97 คร่งึ เดือน หนง่ึ สัปดาห์ บางคนตดั สินใจกอ่ นเขา้ คูหาเลอื กตง้ั เขตเลอื กตงั้ ที่ 3 พบวา่ ประชาชนผู้มสี ิทธเิ ลือกตง้ั ทงั้ หมดใหข้ อ้ มลู วา่ ตดั สนิ ใจมานานแลว้ นบั ตง้ั แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ เพราะผสู้ มคั รบางคน หรอื พรรคการเมอื งบางพรรคอยใู่ นใจเคา้ ตลอด เขตเลอื กตั้งท่ี 4 พบวา่ ประชาชนผูม้ สี ทิ ธิเลอื กตั้งสว่ นใหญต่ ดั สินใจ มานานแลว้ นบั ตง้ั แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ สว่ นนอ้ ยทต่ี ดั สนิ ใจกอ่ นหนา้ เลอื กตง้ั ประมาณครงึ่ เดอื น หนึ่งสัปดาห์ บางคนตัดสินใจก่อนเข้าคูหาเลือกต้ังหนึ่งวัน เขตเลือกตั้งท่ี 5 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง สว่ นใหญต่ ดั สนิ ใจมานานแลว้ นบั ตง้ั แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ เพราะชอบและเชยี รพ์ รรคการเมอื ง เดิมมาตลอด ส่วนประชาชนส่วนน้อยตัดสินเลือกต้ังล่วงหน้าประมาณหน่ึงเดือนก่อนเลือกต้ัง เขตเลือกต้ังท่ี 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองพรรคเดิมมานานแล้วนับต้ังแต่ทราบว่า จะมกี ารจัดใหม้ กี ารเลอื กตัง้ 3.3 ก่อนการตัดสินใจเลือกต้ังผู้สมัครในวันน้ี ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีการเปล่ียนแปลงการตัดสินใจ เลอื กผ้สู มัครหรือพรรคการเมอื งมาแล้วหรอื ไม่ และการเปลีย่ นแปลงนน้ั เกดิ ข้ึนจากสาเหตใุ ด เขตเลือกต้ังท่ี 1 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมือง พรรคใดแล้วจะไม่เปล่ียนแปลงอีกเลย ส่วนผู้ที่ให้ข้อมูลว่ามีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจน้ันเกิดจากการรับฟัง นโยบายผา่ นการเขา้ รว่ มเวทกี ารปราศรยั หรอื สอื่ ประชาสมั พนั ธต์ า่ ง ๆ เขตเลอื กตง้ั ที่ 2 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธิ เลอื กตงั้ สว่ นใหญไ่ มเ่ ปลย่ี นแปลงการตดั สนิ ใจเพราะเลอื กแลว้ เลอื กเลย ทผ่ี า่ นมาเลอื กพรรคไหนกจ็ ะเลอื กพรรคนนั้ ส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการเปล่ียนแปลงการตัดสินใจ เพราะได้ฟังแล้วเข้าใจนโยบายของพรรคการเมืองอื่น ๆ จนท�ำใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงการตดั สนิ ใจไปจากเดมิ เขตเลอื กตง้ั ท่ี 3 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญ่ ตดั สนิ ใจมานานแลว้ นบั ตงั้ แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ และไมเ่ ปลยี่ นแปลงการตดั สนิ ใจนน้ั เขตเลอื กตงั้ ที่ 4 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญต่ ดั สนิ ใจมานานแลว้ นบั ตงั้ แตท่ ราบวา่ จะมกี ารจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ สว่ นนอ้ ยลงมาทมี่ กี ารเปลย่ี นแปลงการตดั สนิ ใจเพราะไดร้ บั ฟงั ขา่ วสารเรอ่ื งนโยบายของพรรคการเมอื งพรรคอนื่ ๆ แล้วน�ำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองท่ีตัดสินใจเลือกไว้เดิม เขตเลือกต้ังท่ี 5 พบว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังส่วนใหญ่ตัดสินใจมานานแล้วนับต้ังแต่ทราบว่าจะมีการจัดให้มีการเลือกต้ัง มีส่วนน้อย ทใ่ี หข้ อ้ มลู วา่ มคี วามลงั เลในการตดั สนิ ใจ เพราะการลงพบปะประชาชนในพนื้ ทข่ี องผสู้ มคั รและการประชาสมั พนั ธ์ ในช่องทางต่าง ๆ ของผู้สมัคร เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังทั้งหมดตัดสินใจมานานแล้ว นับต้งั แต่ทราบว่าจะมกี ารจดั ให้มีการเลือกตง้ั และไมม่ ีการเปลี่ยนแปลงการตัดสนิ ใจน้ันเลย 3.4 ทา่ นคดิ วา่ การตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั ในวนั นจี้ ะนำ�ไปสกู่ ารเปลยี่ นแปลงทางดา้ น เศรษฐกจิ การเมอื ง ในประเทศไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร เขตเลอื กตงั้ ที่ 1 พบวา่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญเ่ ชอ่ื วา่ มโี อกาสเกดิ การเปลยี่ นแปลงไดบ้ า้ ง ไม่มากก็น้อย ขณะท่ีส่วนน้อยก็ไม่ค่อยม่ันใจว่าจะน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนใหญ่เชื่อว่าการเปล่ียนแปลง ในทางท่ีดีขึ้นนั้นคืออนาคตประเทศไทยจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เศรษฐกิจจะดีข้ึนราคาพืชผล ทางการเกษตร เช่น ยางพารา และปาล์มน้�ำมันจะเพิ่มสูงมากข้ึน เขตเลือกตั้งที่ 2 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิ
98 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เลือกต้ังส่วนใหญ่เช่ือว่าการตัดสินใจเลือกตั้งไปแล้วจะส่งผลท�ำให้เศรษฐกิจดีข้ึน ส่วนน้อยก็เช่ือว่าเป็นเพียง การไปเลอื กตงั้ ตามหนา้ ทไ่ี มค่ อ่ ยมคี วามหวงั กบั การเปลย่ี นแปลงในทางทดี่ ขี นึ้ แตอ่ ยา่ งใด เขตเลอื กตง้ั ท่ี 3 พบวา่ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เชื่อว่าการเลือกต้ังจะน�ำไปสู่การเปล่ียนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ท�ำให้ราคา พืชผลทางการเกษตรสูงข้ึน และเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยได้ดีขึ้น เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่า ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สว่ นใหญเ่ ชอ่ื วา่ การเลอื กตง้ั จะน�ำไปสกู่ ารเปลยี่ นแปลงดา้ นเศรษฐกจิ มากทสี่ ดุ รองลงมา คือเช่อื วา่ การเลือกตั้งเปน็ สัญญาณของการพัฒนาการเมืองในระอบประชาธปิ ไตยต่อไป เขตเลือกตง้ั ที่ 5 พบว่า ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สว่ นใหญเ่ ชอ่ื วา่ การเลอื กตง้ั จะน�ำไปสกู่ ารเปลย่ี นแปลงทางดา้ นเศรษฐกจิ และการเมอื ง แต่จะเปล่ียนไปได้มากน้อยขนาดไหนข้ึนอยู่กับผลการเลือกตั้งที่ออกมา เขตเลือกต้ังท่ี 6 พบว่า ประชาชน ผมู้ สี ิทธเิ ลอื กตงั้ ส่วนใหญ่เช่ือวา่ การเลือกต้ังจะน�ำไปสู่การเปล่ยี นแปลงในทางทด่ี ีขึน้ จากขอ้ มลู เกยี่ วกบั พฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจของประชาชนในทกุ เขตเลอื กตง้ั ในพนื้ ทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี พบว่าสอดคล้องกับการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ กล่าวคือ ปัจจัยภายในมีผลมากกว่าปัจจัยภายนอก การตัดสินใจ ของประชาชนตง้ั อยบู่ นฐานการพจิ ารณาดว้ ยตวั ของเขาเองมากกวา่ ถกู ก�ำหนดโดยต�ำแหนง่ แหง่ ทที่ างเศรษฐกจิ และสังคมทีต่ วั เขาสงั กดั อยู่ โดยมีลักษณะเฉพาะชดั เจนคอื เปน็ การพจิ ารณาท่ไี มไ่ ด้อยูบ่ นหลกั การตัดสินใจแบบ เชงิ เหตผุ ล (Rational Model) แตเ่ ปน็ การตดั สนิ ใจทม่ี ี “ความโนม้ เอยี ง” บางอยา่ ง (สอดคลอ้ งกบั ค�ำอธบิ ายของ ส�ำนักจิตวิทยาสังคม) นั่นคือ ความร้สู ึกผูกพันกับพรรคการเมอื งใดพรรคการเมอื งหน่ึงอยกู่ ่อนแลว้ ดงั ทพี่ บจาก ขอ้ มลู การสมั ภาษณท์ วี่ า่ ประชาชนไดท้ �ำการตดั สนิ ใจลว่ งหนา้ มานานแลว้ วา่ ตอ้ งการจะเลอื กใครและการตดั สนิ ใจ ดังกล่าวน้ันนับต้ังแต่วันที่ได้ตัดสินใจไปแล้วจวบจนกระท่ังวันเลือกตั้งไม่มีการเปล่ียนใจแต่อย่างใด ซึ่งแสดงให้ เหน็ ว่า ความผูกพนั ต่อพรรคการเมอื งค่อนข้างมีความแนบแนน่ เป็นอยา่ งมาก ขอ้ มูลการสงั เกตแบบมีส่วนรว่ ม ผู้วิจัยได้ส่งผู้ช่วยวิจัยลงพื้นท่ีเก็บข้อมูลโดยการเข้าไปสังเกตแบบมีส่วนร่วมบริเวณคูหาเลือกต้ัง ของแต่ละเขตเลอื กตั้ง โดยใช้วธิ ีการเลอื กพน้ื ที่แบบเฉพาะเจาะจง ได้ผลการวจิ ยั ตามรายละเอียดดงั นี้ 1. การทำ� งานของผู้ทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการจดั การเลอื กตั้ง 1.1 การปดิ ประกาศรายชอ่ื ผูส้ มัคร ผ้มู สี ิทธเิ ลือกตัง้ มีความครบถว้ น เหน็ ไดช้ ดั เจนหรือไม่ เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่า การปิดประกาศมีความครบถ้วน เห็นได้ชัดเจนในระดับสายตาทุกเบอร์ สามารถมองเหน็ ชอ่ื ผสู้ มคั รกบั ชอื่ พรรคการเมอื งไดอ้ ยา่ งชดั เจน เขตเลอื กตงั้ ท่ี 2 พบวา่ มกี ารปดิ ประกาศรายชอื่ ผมู้ สี ิทธเิ ลือกตั้งครบถ้วน แตไ่ ม่มปี า้ ยไวนิลแนะน�ำผสู้ มัครมแี ต่เอกสารรายช่ือผูส้ มคั รใหเ้ ท่านั้น เขตเลอื กต้งั ท่ี 3 พบว่า มีการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างครบถ้วน เห็นได้ชัดเจน แต่รายช่ือผู้สมัครที่ถูก ยุบพรรคอย่างพรรคไทยรักษาชาติยังมีการแสดงให้เห็นอยู่ไม่มีการปิดใด ๆ มีแค่กรรมการการเลือกตั้งบอกว่า ห้ามกา เพราะกาเท่ากับเป็นบัตรเสีย เขตเลือกต้ังที่ 4 พบว่า การปิดรายชื่อผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
99 มคี วามครบถว้ น เหน็ ไดช้ ดั เจน แตไ่ มม่ กี ารถอดชอ่ื ผสู้ มคั รทถี่ กู ยบุ พรรค มเี พยี งเอกสารประกอบตดิ บอรด์ ขา้ งปา้ ย ผูท้ ี่สมคั รเปน็ การใหข้ ้อมูลไว้เท่าน้ัน เขตเลอื กตง้ั ที่ 5 พบวา่ มีความครบถ้วนและถกู ต้อง มองเห็นไดช้ ัดเจนและ มีแผ่นไวนิล 2 แผ่นติดใกลก้ นั เปน็ ที่มองเหน็ ได้งา่ ย เนื่องจากเป็นจุดแรกกอ่ นการเดินขนึ้ ไปลงชอ่ื ที่คหู า แตไ่ มม่ ี การปดิ ประกาศผูม้ สี ิทธิเลือกตัง้ ให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบได้เอง ต้องใหก้ รรมการขอบตั รประชาชน มาตรวจสอบรายชื่อให้เท่านั้น เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่ารายช่ือผู้สมัครมีกรติดบนบอร์ดชัดเจจน รายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกต้ังมีความครบถ้วนชัดเจน แต่ส�ำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกไม่มีการให้ค�ำแนะน�ำใด ๆ ก่อนเข้า คูหาท�ำให้ไมเ่ ข้าใจ 1.2 การแสดงหีบบัตรเลือกต้ังให้ได้เห็นว่าเป็นหีบเปล่า และเป็นหีบท่ีมีความโปร่งใสมองเห็น ภายในได้ และระหวา่ งการเลือกตงั้ มกี ารปดิ ลอ็ คหบี ไวไ้ ด้เรยี บรอ้ ยดีหรือไม่ เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่าสามารถมองเห็นหีบบัตรเลือกตั้งว่าเป็นหีบเปล่า กล่องใส มองเห็นข้างในว่า ไม่มีบัตรเลือกต้ัง ในคูหาเลือกตั้งมีเจ้าหน้าท่ีคอยตรวจสอบน่ังประจ�ำที่กล่อง และกล่องมีการปิดเรียบร้อยไม่มี ชอ่ งโหว่ รวมถึงมสี ายรัดอย่างแน่นหนาทกุ ด้าน เขตเลือกตงั้ ท่ี 2 พบวา่ หบี เลือกต้ังเป็นหีบเปลา่ มีความโปร่งใส มีการปิดล็อคเรียบร้อยดี เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า มีความเรียบร้อยดี เขตเลือกตั้งท่ี 4 พบว่า การแสดงหีบบัตร เลือกต้ังให้ได้เห็นว่าเป็นหีบเปล่า มีความโปร่งใส มองเห็นภายในได้ และระหว่างการเลือกตั้งมีการล็อคหีบไว้ แนน่ หนาเรยี บรอ้ ย ตงั้ ไวใ้ นทท่ี ส่ี ามารถมองเหน็ ไดช้ ดั เจน มเี จา้ หนา้ ทคี่ วบคมุ เขตเลอื กตง้ั ท่ี 5 พบวา่ หบี บตั รเลอื กตงั้ สามารถมองเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน มคี วามโปรง่ ใส ตงั้ ไวใ้ นจดุ สดุ ทา้ ยกอ่ นการหยอ่ นบตั ร และมกี ารปดิ ลอ็ คไวอ้ ยา่ ง เรยี บรอ้ ยดี เขตเลือกตั้งท่ี 6 พบว่ามกี ารใชบ้ ตั รเลอื กตั้งเปน็ หบี เป่า มองเหน็ ภายในได้ชดั เจน มีการปิดล็อคไว้ 1.3 การจัดคูหาเลือกต้ังมีการจัดได้อย่างเหมาะสม สถานที่สามารถค้นหาได้ง่าย มีการจัดลำ�ดับ การให้บริการแก่ประชาชนอย่างเทียม และอำ�นวยความสะดวกให้เกิดการใช้สิทธิได้อย่างรวดเร็ว และมี การปกปิดการลงคะแนนเสียงของผู้ใช้สิทธเิ ลือกตั้งใหเ้ ปน็ ไปโดยตรงและลับหรอื ไม่ เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่าไม่เหมาะสม เพราะสถานท่ีที่ไปใช้สิทธิเลือกต้ังยากต่อการค้นหา ประชาชน ตอ้ งเดนิ หาดว้ ยตวั เองไมม่ ใี ครมาคอยใหค้ วามชว่ ยเหลอื แตก่ ารลงคะแนนเสยี งเลอื กตงั้ มกี ารปกปดิ ใหก้ ารใชส้ ทิ ธิ เปน็ ไปดว้ ยความมดิ ชดิ ดี เขตเลอื กตง้ั ที่ 2 พบวา่ มกี ารจดั คหู าเลอื กตง้ั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มกี ารอ�ำนวยความสะดวก ดี เชน่ กรรมการชว่ ยพยงุ คณุ ยายถอื ไมเ้ ทา้ ขน้ึ บนั ได แตก่ รรมการไมไ่ ดเ้ ขา้ ไปพนื้ ทที่ ใี่ หผ้ ใู้ ชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั กากบาท ในคูหาเลือกตั้ง ท�ำท�ำให้การใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งยังคงเป็นไปโดยลับ เขตเลือกต้ังที่ 3 พบว่า ทุกอย่างมีความเหมาะสม เขตเลือกตั้งที่ 4 พบว่า การจัดคูหาเลือกตั้งมีความเหมาะสม สถานท่ีกว้างขวาง โล่งโปร่งสามารถค้นหาได้ง่าย มีการจัดล�ำดับการให้บริการแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม อ�ำนวยความสะดวก ให้เกิดการใช้สิทธิได้อย่างรวดเร็ว มีการปกปิดการลงคะแนนเสียงของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เขตเลือกต้ังท่ี 5 พบว่า คหู าเลอื กตงั้ มสี ถานทเ่ี หมาะสม คน้ หาไดง้ า่ ยเพราะเปน็ หอประชมุ หมบู่ า้ น และบรเิ วณมคี วามโลง่ โปรง่ มที จี่ อดรถ อย่างกว้างขวาง มีการต่อแถวของประชาชนอย่างเรียบร้อย มีการอ�ำนวยความสะดวกต่อผู้สูงอายุเป็นอย่างดี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว เขตเลือกต้ังท่ี 6 พบว่าการจัดคูหาเลือกต้ังสามารถค้นหาได้ง่าย แต่เจา้ หน้าท่ีนอ้ ยเกนิ ไปและไมค่ อ่ ยอ�ำนวยความสะดวกใหก้ ับประชาชนท่มี าใช้สิทธิเลือกต้ัง
100 การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1.4 ในการจัดการเลอื กตัง้ มีเจา้ หนา้ ทป่ี ระจำ�หน่วยเลอื กตั้งทีเ่ พยี งพอตอ่ การอำ�นวยความสะดวก ให้กับประชาชนหรือไม่ มีการแสดงตัวท่ีเห็นได้ชัดเจน และแสดงท่าทีต่อประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ัง อย่างไรบา้ ง เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่าเจ้าหน้าท่ีประจ�ำหน่วยเลือกตั้งมีเพียงพอส�ำหรับการเข้าไปใช้สิทธิในคูหา เลอื กต้ัง ท�ำใหใ้ ชเ้ วลาไม่นานนกั กบั การใช้สิทธิ ประชาชนที่เขา้ แถวใชส้ ิทธสิ ามารถทยอยเข้าไปใช้สิทธไิ ดเ้ รือ่ ย ๆ เจา้ หนา้ ทปี่ ระจ�ำคูหาเลือกตง้ั สามารถจัดการกับการใชส้ ทิ ธิเลอื กตง้ั ได้ดี ย้ิมแยม้ แจ่มใส ไมแ่ สดงท่าทหี รอื สหี น้า ที่เป็นอคติกับการใช้สิทธิของประชาชนแต่อย่างใด เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า มีเจ้าหน้าที่เพียงพอและสามารถ อ�ำนวยความสะดวกใหก้ บั ประชาชน และเจา้ หนา้ ทมี่ กี ารแสดงตวั อยา่ งชดั เจน เขตเลอื กตงั้ ท่ี 3 พบวา่ มเี จา้ หนา้ ที่ เพียงพอ และอ�ำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และมีการแสดงตัวท่ีเห็นได้ชัดเจน เขตเลือกต้ังท่ี 4 พบว่า มีเจ้าหน้าที่ประจ�ำหน่วยเลือกต้ังเพียงพอต่อการอ�ำนวยความสะดวกให้กับประชาชน มีการแสดงตัวที่เห็นได้ อยา่ งชดั เจน แสดงทา่ ทตี อ่ ประชาชนผมู้ าใชส้ ทิ ธอิ ยา่ งเปน็ กนั เอง แตข่ าดเจา้ หนา้ ทสี่ �ำหรบั ดแู ลผปู้ ว่ ยหากเกดิ เหตุ ฉุกเฉนิ เช่น มกี รณที ช่ี าวบา้ นเป็นลมบา้ หมู ประชาชนตอ้ งชว่ ยเหลอื กันเอง เขตเลอื กตั้งที่ 5 พบวา่ มีเจ้าหน้าที่ เพียงพอและมีการแสดงตัวอย่างชัดเจน ส่วนมากเจ้าหน้าท่ีเป็นคนในพ้ืนที่จึงมีความเป็นกันเองกับประชาชนท่ี มาใช้สิทธิ มีการจัดล�ำดับการเซ็นชื่ออย่างเป็นขั้นตอน ไม่ยุ่งยาก และมีการช้ีแนะให้ว่าประชาชนควรลงช่ือ ตรงไหนตามบ้านเลขท่ีของตนเอง เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่าเจ้าหน้าท่ีประจ�ำหน่วยเลือกตั้งมีจ�ำนวนน้อยเลย ท�ำงานไดอ้ ยา่ งล่าช้า 1.5 ในการจดั การเลอื กตง้ั มบี คุ ลากรจากองคก์ รใดเขา้ มาเกย่ี วขอ้ งกบั การจดั การเลอื กตงั้ บา้ ง เชน่ ตำ�รวจ ทหาร ครูอาจารย์ หรือมกี ล่มุ องคก์ รภาคประชาสังคม จากมลู นธิ ิ กภู้ ยั อาสาสมคั รจราจร นกั ศกึ ษา วชิ าทหาร มาช่วยอำ�นวยความสะดวกหรอื บริการหรอื ไม่ เขตเลือกตั้งท่ี 1 พบว่าในบริเวณคูหาเลือกตั้งมีเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจ และลูกเสือ อาสาสมัครของ คณะกรรมการการเลือกต้ังจากโรงเรียนในพื้นที่เข้ามาช่วยอ�ำนวยความสะดวกในแต่ละด้าน ช่วยค้นหารายชื่อ และท่ีอยู่ของบ้านให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ัง และต�ำรวจมีประจ�ำทุกหน่วยท�ำให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วย ความสงบเรียบร้อยดี เขตเลือกต้ังท่ี 2 พบว่า ไม่มีลูกเสือหรืออาสาสมัครในพื้นท่ีเลือกต้ัง มีแต่เพียงกรรมการ ประจ�ำหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น เขตเลือกตั้งที่ 3 พบว่า มีต�ำรวจมาน่ังสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย เขตเลือกตั้งท่ี 4 พบว่า องค์กรท่ีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกต้ัง ประกอบด้วย ต�ำรวจ ทหาร กรมการปกครอง มาช่วยอ�ำนวยความสะดวก เขตเลือกตั้งท่ี 5 พบว่า มีต�ำรวจเข้ามานั่งในบริเวณเลือกตั้ง และมีครูมานั่งท่ี โต๊ะนอกคูหาแต่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบและการใช้สิทธิ ไม่มีมูลนิธิกู้ภัย อาสาสมัครจราจรมาช่วยอ�ำนวย ความสะดวก เนื่องจากสภาพบริเวณมีบริเวณท่ีกว้างขวางไว้ส�ำหรับจอดรถได้ แต่ก่อนเลี้ยวเข้าหน่วยเลือกต้ัง จะเป็นส่ีแยก ซ่ึงหน่วยเลือกต้ังอยู่ตรงบริเวณส่ีแยกพอกี จึงท�ำให้ต้องระวังรถที่ออกมาจากซอยซ่ึงค่อนข้าง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหต แต่ไม่มีกลุ่มใดมาช่วยอ�ำนวยความสะวกการจราจรให้ เขตเลือกตั้งที่ 6 พบว่า มเี จา้ หน้าทตี่ �ำรวจเข้ามาดแู ลพื้นที่หนว่ ยเลอื กตัง้ ด้วย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139