Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เลือกตั้ง62อุบลราชธานี

เลือกตั้ง62อุบลราชธานี

Description: การศึกษาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดอุบลราชธานี
ประเทือง ม่วงอ่อน

Keywords: เลือกตั้ง,2562,อุบลราชธานี

Search

Read the Text Version

50 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤตกิ รรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวัดอุบลราชธานี เครือข่ายของระบบอุปถัมภ์ได้กลายมาเป็นวิธีการท่ีพรรคการเมืองใช้ในการหาคะแนนเสียงใน ชนบท ผรู้ ับอุปถมั ภใ์ นทางการเมอื งมกั จะถูกพรรคการเมืองใช้ใหเ้ ป็นหวั คะแนน โดยอาจให้ผลตอบแทน แกผ่ รู้ บั อปุ ถมั ภ์ เชน่ การใหส้ ญั ญาในการปฏริ ปู ทดี่ นิ เพอ่ื แลกเปลยี่ นกบั คะแนนเสยี ง ซง่ึ เกย่ี วขอ้ งโดยตรง กับการศกึ ษาวิจัยในครัง้ นี้ 3.4 ระบบอปุ ถัมภ์กบั “เจา้ พ่อ” ค�ำวา่ “เจา้ พ่อ” ก็เป็นการแสดงถึงความสัมพนั ธแ์ บบอุปถัมภ์และผูร้ ับอุปถัมภ์เช่นกัน ซ่ึงมกั จะ ใช้อ�ำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้องต่อสาธารณชน พวกนี้จะมีลูกน้องที่อาจเป็นนักเลงหรือมือปืนท่ีเป็น ผู้รับอุปถัมภ์ซ่ึงพร้อมที่จะรับใช้นายคือ “เจ้าพ่อ” ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิด ความเดือดรอ้ นต่อประชาชนที่อยใู่ นทอ้ งทไ่ี ด้ ความสัมพันธ์แบบ “เจ้าพอ่ ” น้นั ถงึ แมจ้ ะเปน็ ความสมั พันธ์แบบอุปถัมภ์ แตก่ เ็ ป็นการอุปถัมภ์ กับคนที่เป็นลูกน้องตนเท่าน้ัน โดยท่ัวไปชาวบ้านมักจะถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะในกรณีของอิทธิพล ของบ่อนการพนันและสถานเริงรมย์ต่างๆ ท่ีมีการเรียกค่าคุ้มครอง “เจ้าพ่อ” จะได้รับการคุ้มครองจาก เจา้ หนา้ ทบี่ า้ นเมอื งดว้ ย ท�ำใหก้ ารเอารดั เอาเปรยี บประชาชนเปน็ ไปอยา่ งกวา้ งขวางมากขนึ้ (อมรา พงศาพชิ ญ์ และปรชี า ควุ ินทรพ์ ันธ์ุ, 2545, น. 6) ในยคุ ปจั จบุ นั กรอบแนวคดิ เรอ่ื งอปุ ถมั ภอ์ าจมคี วามเกยี่ วขอ้ งเชอื่ มโยงโดยตรงกบั ความสมั พนั ธ์ ในเชงิ “เจา้ พอ่ ” โดยเฉพาะในหลายๆ พน้ื ทข่ี องประเทศไทยที่ “เจา้ พอ่ ” มกั จะกลายเปน็ นกั การเมอื งถน่ิ ดว้ ย อาทิ จังหวัดในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื หลายจังหวัด เป็นต้น เวยี งรฐั เนตโิ พธิ์ (2546, น. 449-455) นกั วชิ าการจากคณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ผู้เช่ียวชาญเร่ือง “เจ้าพ่อ” ในสังคมการเมืองไทย สรุปว่า ความหมายของคนท่ีเป็นเจ้าพ่อที่เรานึกถึง ในสงั คมไทยครอบคลมุ อยสู่ องประเดน็ นนั่ คอื ประเดน็ แรก พวกเขาคอื ผมู้ อี �ำนาจนอกภาครฐั มพี รรคพวกมากสามารถรวบรวมความจงรกั ภกั ดี ความนับถือจากคนจ�ำนวนมาก โดยที่อ�ำนาจและบารมีท่ีเขามีเกิดข้ึนจากสิทธิพิเศษที่เขาสามารถเข้าถึง ผ้มู อี �ำนาจในรฐั และใชป้ ระโยชน์จากความสามารถเหลา่ นี้ได้ (ซงึ่ จะเรียกวา่ เส้นสายหรอื คอนเนคชั่นกไ็ ด้) พวกเขาสามารถทีจ่ ะปะทะ แขง่ ขัน ต่อรอง ประนีประนอมกับอ�ำนาจรฐั ไดอ้ ยา่ งเท่าเทียม มากกว่า หรอื บางคร้ังอาจจะน้อยกว่า ในขณะท่ีประชาชนที่เป็นปัจเจกบุคคลท่ัวไปท�ำเช่นน้ันไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ Joel Migdal เรียกว่าเป็น strong men (ผูม้ ีอิทธิพล) ท่ีนบั เปน็ อ�ำนาจทางสงั คมแบบหน่งึ ประเด็นท่ีสอง มีลักษณะเหมือน godfather หรือหัวหน้าแก๊งมาเฟียหรือองค์กรอาชญากรรม คือ ท�ำธุรกิจผิดกฎหมาย มีลูกน้องภายใต้การบังคับบัญชามาก ใช้ความรุนแรงเพ่ือแสดงอ�ำนาจของตน ซงึ่ ท�ำได้โดยใช้ช่องทางทร่ี ะบบราชการอ่อนแอและไรป้ ระสทิ ธิภาพเขา้ มาแสวงหาประโยชน์

51 เวียงรัฐ เนติโพธ์ิ อธิบายว่า ความหมายของเจ้าพ่อท่ีส�ำคัญที่สุดท่ีท�ำให้เจ้าพ่อด�ำรงอยู่ได ้ ในสังคมไทยคือความหมายประการแรก ซึ่งก็คืออ�ำนาจบารมีที่มีเหนือคนจ�ำนวนมากจนสามารถปะทะ สังสรรค์กับอ�ำนาจรัฐได้ ภาวการณ์เช่นนี้เกิดข้ึนได้ภายใต้รัฐท่ีอ่อนแอ (weak state) ที่ท�ำให้อ�ำนาจของ ผู้มอี ทิ ธิพล (strong men) ทีอ่ ยใู่ นภาคสงั คมเดน่ ชดั และเทยี บเคียงได้กบั อ�ำนาจรัฐ รฐั ออ่ นแอ ไมไ่ ดแ้ ปลว่าอ�ำนาจรฐั ไม่รวมศนู ย์ หรอื อดุ มการณ์การรฐั ไม่เข้มแขง็ (เพราะเวียงรฐั เชื่อว่า รัฐไทยท้ังรวมศูนย์และเข้มแข็งทางอุดมการณ์อย่างยิ่ง) แต่หมายถึงกลไกรัฐท่ีไม่มีประสิทธิภาพ ขา้ ราชการตอ้ งฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง (เพราะเงนิ ไมพ่ อใช้ หรอื เพราะมชี อ่ งทางกต็ าม) รวมถงึ การบรหิ ารงาน ที่ไม่เป็นระบบ เปิดโอกาสให้ผู้มีอิทธิพลนอกภาครัฐเข้ามาแทรกแซงได้ (เช่นการต�ำรวจ กระบวนการ ยตุ ธิ รรม) ในแงน่ รี้ ฐั ไทยจงึ เปน็ รฐั ทอี่ อ่ นแออยา่ งยงิ่ ซง่ึ เปน็ ภาวะทต่ี อ่ เนอื่ งนบั จากการสรา้ งรฐั สมยั ใหมใ่ น สมยั รชั กาลท่ี 5 เปน็ ตน้ มา เชน่ นายอ�ำเภอในยคุ แรกๆ เมอื่ ถกู สง่ ไปเปน็ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านแทนรฐั เพอ่ื ควบคมุ ทอ้ งถน่ิ ทห่ี า่ งไกลจากศนู ย์กลาง แตเ่ มอ่ื ไปถึงท้องถ่ินนน้ั กต็ อ้ งเข้าหานักเลงประจ�ำถิ่นเพ่อื หาข้อมลู หรือ เพื่อประนีประนอมกับนกั เลง ไม่เชน่ น้นั กท็ �ำงานไมไ่ ด้ ถา้ เราจะมองตอ่ เนอ่ื งมาถงึ ปจั จบุ นั เราคงเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั วา่ อยา่ วา่ แตน่ ายอ�ำเภอสมยั โนน้ เลย ท่านผู้ว่าฯ สมัยน้ีก็ท�ำงานล�ำบากหากไปถ่ินไหนท่ีเจ้าพ่อเข้มแข็งแล้วไม่อาจประนีประนอมกับเจ้าพ่อได้ ดังนั้น สิ่งท่ีไม่เคยเปลี่ยนแปลงนับจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือสายสัมพันธ์ที่พิงกันอย่างแน่นแฟ้น ระหวา่ งผ้อู ยใู่ นอ�ำนาจรฐั กบั เจา้ พ่อ อีกมิติหนึ่งของความอ่อนแอของรัฐไทยท่ีส�ำคัญย่ิงไม่ใช่เร่ืองประสิทธิภาพแต่เป็นเร่ืองของ การใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชน เวยี งรฐั ยกตวั อยา่ ง “นบั ตงั้ แตเ่ สอื ฝา้ ยตงั้ ตวั เปน็ ผพู้ พิ ากษาไกลเ่ กลย่ี ขอ้ ขดั แยง้ จวบจนถึงวนั ท่ีท่านกำ� นันผยู้ ่ิงใหญเ่ ปดิ บา้ นของตวั เป็นศูนย์บรกิ ารแบบ One Stop Service คือ มตี ง้ั แต่ ฝากลูกเข้าโรงเรียน ขอยืมเงิน รับรายงานเร่ืองนักเลงหัวไม้ ขอให้ไปซ่อมถนน ขอให้บริจาคสร้างวัด เรอ่ื ยไปจนผหู้ ลกั ผใู้ หญม่ าขอใหส้ นบั สนนุ การเลอื กตง้ั นน่ั คอื การทเ่ี จา้ พอ่ ผใู้ หบ้ รกิ ารประชาชน คอื ผทู้ เ่ี อา ผลประโยชนจ์ ากเสน้ สายของตวั เองมาแจกจา่ ยใหช้ าวบา้ น (ซง่ึ อาจจะบวกลบกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตวั แลว้ กต็ าม)” สิ่งเหลา่ น้เี ป็นปรากฏการณท์ ีเ่ กิดขนึ้ โดยไมข่ าดตอน เวียงรัฐ เช่ือว่า เจ้าพ่อด�ำรงอยู่ในสังคมไทยได้อย่างส�ำคัญเพราะมีหน้าที่(function) ท่ีชัดเจน นั่นคือเป็นตัวกลางระหว่างรัฐที่อ่อนแอกับชาวบ้านท่ีไม่มีช่องทางอื่นที่จะเข้าถึงทรัพยากรในสังคมได ้ แต่สิ่งท่ีแตกต่างอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตยกับระบอบท่ีผ่านมาคือ ชาวบ้านมีความส�ำคัญข้ึนมา ในฐานะเป็นฐานเสียงในการเลือกต้ัง ท่ามกลางการแข่งขันทางอ�ำนาจของกลุ่มต่างๆ เจ้าพ่อก็ย่ิงมี ความหมายมากยงิ่ ขนึ้ เพราะคอื ผเู้ ชอื่ มตอ่ กบั ชาวบา้ นในฐานะฐานเสยี งอนั เปน็ ตวั ชขี้ าด การขน้ึ มามอี �ำนาจ ในระบอบประชาธปิ ไตยไดก้ ็ตอ้ งยึดกมุ อ�ำนาจเช่นท่เี จา้ พอ่ เคยมีมานี้ ให้มาเปน็ ของตนใหไ้ ด้

52 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดอุบลราชธานี 4. งานศึกษาวิจยั และวรรณกรรมทีเ่ กย่ี วข้อง งานศกึ ษาวจิ ยั รวมทงั้ วรรณกรรมทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในจงั หวดั อุบลราชธานี ผลกระทบการเลือกตงั้ ภายใตร้ ัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ. 2560 ทส่ี �ำคัญได้แก่ สเุ ชาว์ มหี นองหวา้ และ กติ ริ ตั น์ สหี บณั ฑ์ (2549) ศกึ ษา “นกั การเมอื งถน่ิ จงั หวดั อบุ ลราชธาน”ี โดยศกึ ษานกั การเมอื งถน่ิ จงั หวดั อบุ ลราชธานี ตง้ั แต่ พ.ศ. 2475 - ปจั จบุ นั (พ.ศ. 2548) มวี ตั ถปุ ระสงคข์ อง การศกึ ษาทสี่ �ำคญั คือ เพือ่ รจู้ ักนักการเมืองที่เคยไดร้ บั เลือกต้งั เป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรของจังหวดั อุบลราชธานีต้ังแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน เพ่ือทราบถึงเครือข่ายและความสัมพันธ์ของนักการเมืองใน จงั หวดั อบุ ลราชธานี บทบาทและความสมั พนั ธข์ องกลมุ่ ผลประโยชนท์ ม่ี สี ว่ นใหก้ ารสนบั สนนุ ทางการเมอื ง แก่นักการเมืองในจังหวัดอุบลราชธานี เพ่ือทราบถึงบทบาทและความสัมพันธ์ของพรรคการเมืองกับ นกั การเมอื งในจงั หวดั อบุ ลราชธานี และทราบถงึ วธิ กี ารหาเสยี งในการเลอื กตงั้ ของนกั การเมอื งในจงั หวดั อุบลราชธานี ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งการด�ำเนินการศึกษาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด�ำเนินการ วิจัยโดยการศึกษาวิจัยการเอกสาร การเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อบุ ลราชธานีและการใช้การสงั เกตการณ์ จากการศึกษา พบว่า ต้ังแต่มีการเปล่ียนแปลงการปกครองของประเทศไทยมาสู่ระบอบ ประชาธิปไตย ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2475 และจัดใหม้ ีการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2476 เปน็ ตน้ มาจนกระทง่ั ปจั จบุ นั จงั หวดั อบุ ลราชธานใี นฐานะจงั หวดั หนงึ่ ของประเทศไทย กเ็ ขา้ สกู่ ระบวนการ การเมืองการปกครองไทย โดยจัดให้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพ่ือเข้าไปท�ำงานในรัฐสภา เชน่ เดยี วกบั จงั หวดั อน่ื ๆ เชน่ กนั อยา่ งไรกต็ าม เมอื่ ใชเ้ กณฑภ์ มู หิ ลงั และอาชพี ของนกั การเมอื งในจงั หวดั อุบลราชธานีต้ังแต่อดีตจนกระท่ังปัจจุบัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ยุค คือ ยุคของนักการเมืองที่เป็น ข้าราชการ ระหว่างปี พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2514 และยุคของนักการเมืองที่เป็นนักธุรกิจ พ่อค้า ระหว่าง ปี พ.ศ. 2518 – ปจั จบุ นั ในส่วนเครือข่ายของนักการเมืองในจังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มผลประโยชน์ท่ีมีส่วนให ้ การสนบั สนนุ ทางการเมอื งแกน่ กั การเมอื งในจงั หวดั อบุ ลราชธานนี น้ั นกั การเมอื งในจงั หวดั อบุ ลราชธานี โดยเฉพาะอย่างย่ิงในระยะหลังมีการรวมกันเป็นกลุ่มในบางช่วงบางขณะ เพื่อให้ความช่วยเหลือกันใน การเลือกตั้ง เช่น ในสมัยแรกๆ ภายหลังการเลือกต้ังในปี พ.ศ. 2518 เร่ิมมีการรวมกลุ่มทางการเมือง ที่มีนายสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นผู้น�ำ ต่อมามีกลุ่มทางการเมืองท่ีมีนายประสิทธิ์ ณรงค์เดช และกลุ่มของ นายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ เป็นผู้น�ำ ส่วนในปัจจุบันในจังหวัดอุบลราชธานี มีกลุ่มการเมืองส�ำคัญ 2 กลมุ่ คอื กลมุ่ ทมี่ นี ายปรชี า เลาหพงศช์ นะ เปน็ ผนู้ �ำ กบั กลมุ่ ทมี่ นี ายเกรยี ง กลั ปต์ นิ นั ท์ เปน็ ผนู้ �ำ แมว้ า่ จะอยใู่ นพรรคการเมอื งเดยี วกนั โดยกลมุ่ การเมอื งเหลา่ นจ้ี ะลงสมคั รในนามพรรคการเมอื งเดยี วกนั และ เมอื่ ยา้ ยพรรคกจ็ ะยา้ ยไปสงั กดั พรรคใหมค่ ลา้ ยกนั ขณะเดยี วกนั หวั หนา้ กลมุ่ กอ็ าจมคี วามสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ กับนักการเมืองระดบั ชาติท่ีเป็นแกนน�ำในระดบั รองหัวหนา้ หรอื หวั หน้าพรรคการเมอื งดว้ ย

53 ในสว่ นรปู แบบและวธิ กี ารหาเสยี งของนกั การเมอื งถนิ่ ในจงั หวดั อบุ ลราชธานี จากการศกึ ษา พบวา่ รปู แบบวธิ กี ารหาเสยี งของนกั การเมอื งทไ่ี ดร้ บั เลอื กตงั้ ในสมยั แรกทม่ี กี ารเลอื กตง้ั กบั ในปจั จบุ นั แตกตา่ งกนั กลา่ วคอื ในสมยั แรกจากการเลอื กตง้ั ของจงั หวดั อบุ ลราชธานที ม่ี นี กั การเมอื งไดร้ บั เลอื กตงั้ เชน่ นายทองอนิ ทร์ ภรู พิ ฒั น์ นายเลยี ง ไชยกาล นายฟอง สทิ ธธิ รรม การหาเสยี งใชร้ ปู แบบของการออกปราศรยั ตามทอ้ งถน่ิ ต่างๆ ในเขตเลือกตั้ง และการใช้กลุ่มเครือญาติ เพื่อนสนิทช่วยในการหาเสียง แต่รูปแบบและวิธีการ หาเสยี งของนกั การเมอื งในจงั หวดั อบุ ลราชธานใี นยคุ ปจั จบุ นั เปลย่ี นไปจากเดมิ เปน็ การใชก้ ารจดั ตง้ั ระบบ หวั คะแนนในหมบู่ า้ นและชมุ ชนกระจายครอบคลมุ เขตเลอื กตงั้ ซง่ึ ปจั จยั เกยี่ วกบั ความสามารถในการจดั ตงั้ หวั คะแนนจดั ไดว้ า่ เปน็ ปจั จยั ชข้ี าดส�ำคญั ทจี่ ะท�ำใหผ้ สู้ มคั รไดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตง้ั นอกจากนี้ ผสู้ มคั ร ยังจะต้องมีความสามารถและเอาใจใส่ต่อการให้บริการประชาชนในเขตเลือกตั้ง เช่น การดูแลทุกข์สุข ของประชาชนทไี่ ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นทมี่ าขอความชว่ ยเหลอื จากสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรหรอื ผลู้ งสมคั ร รบั เลอื กตงั้ การเขา้ รว่ มในกจิ กรรมงานบุญประเพณที ่ชี าวบ้านในชุมชนจดั ขน้ึ อย่างสมำ่� เสมอตลอดเวลา ซงึ่ รปู แบบและวธิ กี ารหาเสยี งดงั กลา่ วส�ำคญั มาก อยา่ งไรกต็ าม ปจั จยั เกยี่ วกบั คณุ สมบตั ขิ องผสู้ มคั รทเ่ี ปน็ คนมีความรู้ความสามารถ คบง่าย พงึ่ พาได้ ก็เป็นปัจจยั ทสี่ �ำคัญประกอบกัน เต็มบุญ ศรีธัญรัตน์ (2554) ศึกษา กลุ่มการเมืองท้องถ่ินในเทศบาลเมืองและเทศบาลนครใน ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนใต้ มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการศกึ ษา 4 ประการ คอื 1) ศกึ ษาเปรยี บเทยี บก�ำเนดิ กลุ่มการเมืองท้องถิ่นในเทศบาล 2) ศึกษาถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มการเมืองท้องถ่ินกับพรรคการเมือง หรอื กลมุ่ การเมอื งระดบั ชาติ 3) ศกึ ษาถงึ การแขง่ ขนั ของกลมุ่ การเมอื งทอ้ งถน่ิ กลมุ่ ตา่ งๆ ในเทศบาล และ 4) ศึกษาบทบาทของกลุ่มการเมืองท้องถ่ินในการผลักดันให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ระเบยี บวธิ กี ารวจิ ยั การศกึ ษาครง้ั นเี้ ปน็ การวจิ ยั เชงิ บรู ณาการ ประกอบดว้ ย การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ ขอ้ มลู โดย สว่ นใหญม่ าจากการสมั ภาษณน์ กั การเมอื งทอ้ งถนิ่ รวมทง้ั สน้ิ 17 คน พนื้ ทที่ ใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ประกอบดว้ ย เทศบาลนคร 1 แหง่ คอื เทศบาลนครอบุ ลราชธานี และเทศบาลเมอื ง 3 แหง่ คอื เทศบาลเมอื งศรสี ะเกษ เทศบาลเมอื งอ�ำนาจเจรญิ และเทศบาลเมอื งยโสธร และการวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณ ไดก้ �ำหนดจ�ำนวนประชากร ตัวอย่าง ดังนี้ เทศบาลนครอุบลราชธานี 397 คน เทศบาลเมืองศรีสะเกษ 394 คน เทศบาลเมือง อ�ำนาจเจรญิ 390 คน และเทศบาลเมอื งยโสธร 390 คน รวมประชากรตวั อยา่ งทง้ั หมด จ�ำนวน 1,571 คน ผลการวิจยั เชิงคณุ ภาพ พบว่า 1. เปรยี บเทยี บก�ำเนดิ กลมุ่ การเมอื งทอ้ งถน่ิ ในเทศบาลขนาดใหญใ่ นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนใต้ พบวา่ การรวมตวั จดั ตงั้ เปน็ กลมุ่ การเมอื งทอ้ งถนิ่ ระดบั เทศบาลเมอื งหรอื เทศบาลนครในเขตพนื้ น้ี จะมลี กั ษณะส�ำคญั ทส่ี อดคลอ้ งกนั คอื มกี ารสบื ทอดเปน็ ตระกลู ทางการเมอื ง และเกดิ จากการรวมกลมุ่ ของ นกั ธรุ กจิ พอ่ คา้ นกั ลงทนุ ทม่ี เี ชอ้ื สายจนี และการรวมตวั จดั ตงั้ เปน็ กลมุ่ การเมอื งทอ้ งถนิ่ จะมคี วามแตกตา่ งกนั ในประเดน็ ส�ำคญั คอื ระดบั การแขง่ ขนั หรอื ความรนุ แรงทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั ลกั ษณะการสรา้ งเครอื ขา่ ย ระหว่างกลุ่มการเมืองระดับชาติกับกลุ่มการเมืองท้องถ่ินมีความแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด เขตที่ม ี ผู้มีสิทธิ์เลือกต้ังน้อยมักจะเอ้ือให้เกิดการผูกขาดอ�ำนาจทางการเมืองของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเพียง กลุ่มเดียวเปน็ หลกั

54 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวดั อุบลราชธานี 2. ความสมั พนั ธข์ องกลมุ่ การเมอื งทอ้ งถน่ิ กบั พรรคการเมอื งหรอื กลมุ่ การเมอื งระดบั ชาติ พบวา่ มี 2 ลักษณะ คือ กลุ่มการเมืองท้องถ่ินท่ีมีความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองระดับชาติในระดับสูง ได้แก่ กลุม่ การเมืองทอ้ งถน่ิ เทศบาลนครอบุ ลราชธานี และกลุ่มการเมอื งท้องถนิ่ ท่ีมคี วามสมั พันธ์เกยี่ วข้องกับ การเมืองระดับชาติน้อยได้แก่ กลุ่มการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เทศบาลเมืองอ�ำนาจเจริญ และเทศบาลเมืองยโสธร สิ่งที่เอ้ือให้เกิดการเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองในเทศบาลนครอุบลราชธานี ของกลมุ่ การเมอื งระดบั ชาติ คอื ปจั จยั ดา้ นจ�ำนวนผทู้ มี่ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ในเขตเทศบาลนคร รวมทงั้ ปจั จยั ทางดา้ น งบประมาณ ผลประโยชน์ ในการบรหิ ารจดั การเทศบาล จงึ สามารถดงึ ดดู กลมุ่ การเมอื งระดบั ชาตใิ หเ้ ขา้ มา ให้การสนับสนุนช่วยเหลือหรือให้การอุปถัมภ์กลุ่มการเมืองท้องถ่ิน ในขณะท่ีกลุ่มการเมืองท้องถ่ินเอง ก็พยายามสร้างเครือขา่ ยเป็นผู้รบั การอปุ ถัมภ์กับกลุม่ การเมอื งระดับชาติ ส่วนกลุ่มการเมืองท้องถ่ินท่ีมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติน้อย นอกจากเกิด จากปัจจัยเรื่องจ�ำนวนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง และผลประโยชน์ต่างๆ ท่ีเทศบาลมีน้อยแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ “การฮว้ั ทางการเมอื ง” หรอื การสมยอมทางการเมอื งระหวา่ งกลมุ่ การเมอื งตา่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นจงั หวดั ลกั ษณะ การฮวั้ ทางการเมอื งจะเกดิ ขนึ้ ไดง้ า่ ยในเขตเทศบาลขนาดเลก็ มจี �ำนวนผทู้ มี่ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ไมม่ ากนกั นอกจากน ้ี การท่กี ลุ่มการเมืองระดับชาตจิ ะสามารถเข้ามามอี ทิ ธิพลต่อกล่มุ การเมืองท้องถิ่นไดน้ ัน้ ขนึ้ อยู่กบั อ�ำนาจ บารมีและความเข้มแข็งของตัว ส.ส. หรือนกั การเมืองระดบั ชาติในพืน้ ท่นี น้ั ๆ ดว้ ย 3. การแข่งขันของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นกลุ่มต่างๆ ในการเมืองระดับเทศบาล สามารถแบ่งได้ เปน็ 2 ลกั ษณะ ลกั ษณะแรก คอื กลมุ่ การเมอื งทอ้ งถน่ิ ทมี่ กี ารแขง่ ขนั กนั อยา่ งรนุ แรง ไดแ้ ก่ กลมุ่ การเมอื ง ท้องถ่ินเทศบาลนครอุบลราชธานี ถือว่าเป็นการเมืองท้องถิ่นที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น มีลักษณะ การใชอ้ ทิ ธพิ ล อ�ำนาจบารมนี อกระบบ มกี ารใชค้ วามรนุ แรงในการแขง่ ขนั ตอ่ สทู้ เ่ี กดิ ขนึ้ อยา่ งยาวนานตง้ั แต่ อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั การแขง่ ขนั ตอ่ สไู้ ดเ้ พม่ิ รปู แบบการรวมอ�ำนาจอทิ ธพิ ล อ�ำนาจมดื กบั การแขง่ ขนั ตอ่ สผู้ า่ น กลไกการตอ่ สทู้ เี่ ปน็ ทางการการสรา้ งเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธเ์ ชงิ ระบบอปุ ถมั ภก์ บั กลมุ่ การเมอื งระดบั ชาติ และเครอื ขา่ ยอนื่ มากขน้ึ โดยกลมุ่ การเมอื งระดบั ชาตจิ ะใหก้ ารสนบั สนนุ อ�ำนาจเงนิ ซงึ่ นบั วนั จะเพมิ่ มากขนึ้ เร่ือยๆ ส่งผลให้การแข่งขันต่อสู้ของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นมีลักษณะเป็น “สงครามตัวแทน” กล่าวคือ มีกลุ่มอ�ำนาจทางการเมืองในระดับชาติอยู่เบ้ืองหลังคอยให้การสนับสนุนเงินทุน และคนเพื่อช่วยใน การรณรงค์แข่งขัน ท้ังการหาเสียงเลือกตั้งและ การแจกเงินให้กับหัวคะแนนเพ่ือน�ำไปซื้อเสียงเลือกตั้ง เป็นตน้ 4. ลักษณะท่ีสอง คือ กลุ่มการเมืองท้องถิ่นท่ีมีการแข่งขันกันไม่รุนแรง ได้แก่ กลุ่มการเมือง ทอ้ งถน่ิ ในเขตเทศบาลเมอื งศรสี ะเกษ เทศบาลเมอื งอ�ำนาจเจรญิ และเทศบาลเมอื งยโสธร ซง่ึ กลมุ่ ตา่ งๆ เหล่าน้ีจะมีลักษณะเฉพาะร่วมกนั ที่เปน็ ปจั จยั ท่ีไม่เอื้อให้เกดิ การแขง่ ขนั ท่ีรุนแรงมากนัก เนือ่ งจากกลมุ่ ท่ี ไดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ โดยสว่ นใหญม่ กี ารผกู ขาดอ�ำนาจมาหลายยคุ หลายสมยั ซงึ่ การผกู ขาดอ�ำนาจ ทางการเมืองต่อเนื่องยาวนานได้สร้างฐานเสียงของกลุ่มให้มีความเข้มแข็งผ่านโครงการ นโยบาย หรือ

55 การลงพนื้ ทหี่ าเสยี งอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จนสง่ ผลใหช้ นะคแู่ ขง่ อยา่ งเดด็ ขาดในการเลอื กตง้ั แตล่ ะครง้ั ในขณะท ่ี คแู่ ขง่ ขนั เองกไ็ มม่ ศี กั ยภาพมากพอทจ่ี ะตอ่ สกู้ บั กลมุ่ อ�ำนาจเดมิ ได้ ความรนุ แรงในการแขง่ ขนั ทางการเมอื ง ในเขตเทศบาลเมอื งเหลา่ นจ้ี งึ ไมค่ อ่ ยปรากฏมากนกั การแขง่ ขนั ทางการเมอื งในการหาเสยี งเลอื กตง้ั แตล่ ะครง้ั มปี จั จยั เรอื่ งเงนิ ซอื้ เสยี งเขา้ มาเปน็ ปจั จยั หลกั ในการตดั สนิ การแพช้ นะ โดยมปี จั จยั เรอื่ งการลงพน้ื ทอ่ี ยา่ ง ต่อเนือ่ ง คณุ งามความดีและโครงการ นโยบายต่างๆ ในช่วงทเ่ี คยด�ำรงต�ำแหนง่ เปน็ ปัจจัยรองลงมา บทบาทของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในการผลักดันให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ยงั มนี อ้ ย โดยฝา่ ยผบู้ รหิ ารเทศบาลไดเ้ ปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มพอสมควร เชน่ การจดั ท�ำ ประชาคมแผนพฒั นาเทศบาล การจดั เวทสี าธารณะประจ�ำทกุ เดอื น แตโ่ ดยสว่ นใหญแ่ ลว้ ประชาชนทเ่ี ขา้ มา รว่ มคอื กลมุ่ หวั หน้าชุมชน แกนน�ำชมุ ชนเท่าน้ัน ในขณะท่ีฝา่ ยประชาชนเองกม็ ีวัฒนธรรมแบบเฉ่ือยชา ทางการเมอื ง ผลการวจิ ยั เชิงปริมาณ พบว่า ประชาชนโดยสว่ นใหญ่มสี ว่ นรว่ มทางการเมืองในระดับต�่ำ โดย ประชาชนสว่ นใหญจ่ ะมสี ว่ นรว่ มมากเฉพาะชว่ งทม่ี กี ารเลอื กตงั้ นายกเทศมนตรี หรอื สมาชกิ สภาเทศบาล เทา่ นน้ั สว่ นการมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งดา้ นอน่ื ๆ ของเทศบาล อาทิ การมสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารจดั การ การติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลของการด�ำเนนิ งาน พบวา่ ประชาชนมสี ว่ นรว่ มน้อย เวยี งรฐั เนตโิ พธ์ิ (2551) ศกึ ษาเรอ่ื ง “ประชาธปิ ไตยตวั แทนและประชาธปิ ไตยภาคประชาสงั คมใน ระดบั ทอ้ งถนิ่ ” เพอ่ื ศกึ ษาความเปน็ ตวั แทนตามระบอบประชาธปิ ไตยจากการเลอื กตงั้ และการมสี ว่ นรว่ ม ทางการเมืองของประชาชนเป็นประเด็นส�ำคัญในปัญหาการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยซึ่งใน บรบิ ทของการกระจายอ�ำนาจนป้ี ระชาธปิ ไตยระดบั ทอ้ งถน่ิ จะเปน็ ตวั ก�ำหนดทศิ ทางการพฒั นาประชาธปิ ไตย ของไทยนับจากนี้ไป การพจิ ารณาประชาธปิ ไตยระดับทอ้ งถ่นิ ในประเดน็ ดงั กลา่ วจึงเปน็ เร่อื งส�ำคญั งานวจิ ยั นี้ ประเมนิ ความเปน็ ประชาธปิ ไตยในทอ้ งถนิ่ โดยมจี ดุ เนน้ ทอี่ งคก์ รปกครองทอ้ งถนิ่ ในฐานะ ทเ่ี หน็ สถาบนั ตวั แทนตามระบอบประชาธปิ ไตย โดยดา้ นหนง่ึ ศกึ ษาวา่ ในทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ มกี ระบวนการและ โครงสรา้ งเชงิ สถาบนั มลี กั ษณะอยา่ งไรในการเขา้ มาเปน็ ตวั แทนในองคก์ รปกครองทอ้ งถน่ิ และอกี ดา้ นหนง่ึ ศกึ ษาวา่ ประชาชนมกี ระบวนการและโครงสรา้ งเชงิ สถาบนั อยา่ งไรในการมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งตอ่ องคก์ ร ปกครองท้องถิ่น ในการศกึ ษานี้ เวยี งรัฐ เนติโพธ์ิ ไดใ้ ชก้ รณีศึกษาท่ีเปน็ พนื้ ทีใ่ นเขตปกครองทงั้ ของระดับ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลและระดบั เทศบาล รวม 18 กรณศี กึ ษา กระจายอยใู่ น 3 ภมู ภิ าค คอื ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยแตล่ ะพ้นื ท่มี ีความหลากหลายแตกต่างกันไป จากการส�ำรวจพบวา่ ในแงข่ องความเปน็ ประชาธปิ ไตยเชงิ สถาบนั นนั้ โดยภาพรวมถอื วา่ ทศิ ทาง สอดคล้องกับการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะในด้านประชาธิปไตยตัวแทนมีกลุ่มการเมืองท่ีชัดเจนและ มีการเช่ือมโยงกับพรรคการเมืองที่ชัดเจน ด้านกระบวนการในการเข้าสู่การเลือกต้ังในแง่การใช้สิทธิของ ประชาชน และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกต้ังถือว่าอยู่ในระดับสูง ส่วนประชาธิปไตยแบบ

56 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี มีส่วนร่วมนั้น ก็พบว่ามีการจัดต้ังองค์กรของประชาชนเพื่อมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ เป็นองค์กร ที่มีสมาชิกท่ีแน่นอนและมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง กลุ่มองค์กรเหล่าน้ีเป็นผู้เข้าร่วมทางการเมืองต่อองค์การ ปกครองสว่ นท้องถิ่นทสี่ �ำคญั อย่างไรก็ดีในแง่กระบวนการน้ัน มีความหลากหลายข้ึนอยู่กับลักษณะเฉพาะของพ้ืนท่ีท่ีเป็น ปจั จยั ในการก�ำหนดกระบวนการ ทง้ั สว่ นทเ่ี ปน็ ประชาธปิ ไตยแบบตวั แทนและประชาธปิ ไตยแบบมสี ว่ นรว่ ม ปจั จยั ทเี่ ปน็ ตวั ก�ำหนดเหลา่ นนั้ ไดแ้ ก่ ความแตกตา่ งกนั ทางสถานทางสงั คมและเศรษฐกจิ ความแตกตา่ งทาง ดา้ นชาตพิ นั ธแ์ุ ละวฒั นธรรม รวมทง้ั การตงั้ ถนิ่ ฐานของประชาชนในแตล่ ะพน้ื ที่ เชน่ พนื้ ทที่ ม่ี คี วามหลากหลาย ทางสังคมและเศรษฐกิจน้อย มีการตั้งถ่ินฐานท่ีไปมาหาสู่กันได้สะดวกจะเป็นพื้นท่ีท่ีประชาชนเข้าร่วม ทางการเมืองในท้องถ่ินสูงและสามารถก�ำหนดให้องค์กรปกครองท้องถ่ินตอบสนองความต้องการของ ประชาชนได้มาก อย่างไรก็ดีกระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้นเป็นกระบวนการท่ีอิงอยู่กับ สายสมั พนั ธเ์ ครอื ญาติ การนบั ถอื และไวว้ างใจกนั มากกวา่ การรว่ มกนั ทางอดุ มการณ์ สว่ นพน้ื ทที่ แ่ี ยกกนั ไกล และมคี วามแตกตา่ งกนั ทางชาตพิ นั ธส์ุ งู จะเปน็ พน้ื ทท่ี น่ี โยบายถกู สง่ ตอ่ จากบนลงลา่ งงา่ ยกวา่ และประชาชน ไม่ไดเ้ ป็นผู้ผลกั ดนั หลกั ในการเขา้ ร่วมทางการเมือง ดงั นน้ั การศกึ ษาความเปน็ ประชาธปิ ไตยในทอ้ งถน่ิ ของไทยในงานวจิ ยั น้ี พบวา่ ในเชงิ โครงสรา้ ง มีการจัดต้ังที่ชัดเจนและมีทิศทางสอดคล้องกับการพัฒนาประชาธิปไตย ส่วนทางด้านกระบวนการนั้น มคี วามหลากหลายและขึน้ อย่กู บั ปัจจัยภายในท้องถิ่น ดารารตั น์ เมตตารกิ านนท์ (2536) ศึกษา เรื่อง “ผ้นู �ำทอ้ งถน่ิ อีสานกบั เครอื ขา่ ยความสัมพนั ธ์ : กรณศี กึ ษาสมาชกิ สภาเทศบาล” การวจิ ยั ครงั้ นมี้ งุ่ ศกึ ษาปจั จยั ทท่ี �ำใหผ้ นู้ �ำกา้ วเขา้ สตู่ �ำแหนง่ และมบี ทบาท เป็นผู้น�ำท้องถิ่น รวมทั้งต้องการทราบถึงลักษณะความสัมพันธ์ของผู้น�ำกับเครือข่าย โดยผู้วิจัยได้เลือก พนื้ ทศ่ี กึ ษาเฉพาะเขตเทศบาลเมอื งเกา่ ซงึ่ เปน็ ชมุ ชนแหง่ หนงึ่ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เนน้ กรณศี กึ ษา สมาชิกสภาเทศบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิจัยทั้งจากเอกสารและจากการศึกษาชุมชน โดยผู้วิจัย ได้เข้าไปศึกษาชุมชนด้วยตนเองและได้เข้าไปสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งม ี การสัมภาษณ์ผนู้ �ำอยา่ งละเอียด จากการศึกษาพบว่า กลุ่มชนที่มีบทบาทกุมอ�ำนาจทางการเมืองในระยะแรกของการตั้งเมือง คอื กลมุ่ ไทยอสี าน ครนั้ หลงั ปฏริ ปู การปกครองในสมยั รชั กาลท่ี 5 ไดเ้ ปดิ โอกาสใหค้ นกลมุ่ ตา่ งๆ เขา้ มามี บทบาททางการเมอื งไดม้ ากขน้ึ ไมจ่ �ำกดั อยเู่ ฉพาะกลมุ่ หรอื ตระกลู โดยอาศยั “ความร”ู้ เขา้ สรู่ ะบบราชการ นอกจากน้ี โอกาสยงั เปดิ กวา้ งมากข้ึนส�ำหรบั บุคคลทั่วๆ ไป เนอ่ื งจากนโยบายของรัฐทีเ่ นน้ การกระจาย อ�ำนาจสทู่ อ้ งถน่ิ ในรปู ของเทศบาล มผี ลใหป้ ระชาชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งได้ ดงั นนั้ จงึ ปรากฏวา่ ผู้น�ำท้องถิ่นระยะแรกๆ คือ กลุ่มผู้น�ำได้ผ่านการศึกษาแบบใหม่ที่มีเชื้อสายไทยอีสาน อย่างไรก็ตาม การเมอื งท้องถ่นิ เรม่ิ เปล่ียนแปลงไป โดยเฉพาะหลังปี พ.ศ. 2518 – 2536 แกนน�ำของกลมุ่ ท่ีกุมอ�ำนาจ การปกครองทอ้ งถนิ่ กลายเปน็ กลมุ่ พอ่ คา้ ชาวจนี อนั เปน็ ผลมาจากการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ของภาคเอกชน

57 ซง่ึ ตอ้ งมคี วามเกยี่ วขอ้ งกบั ภาครฐั บาลอยา่ งหลกี เลยี่ งไมไ่ ด้ ประกอบกบั นโยบายของรฐั ทเี่ ปดิ กวา้ งมากขน้ึ คา่ นยิ มทเี่ ปลย่ี นแปลงไป ชอ่ื เสยี ง เกยี รตยิ ศ จงึ ท�ำใหพ้ อ่ คา้ ชาวจนี เขา้ มามบี ทบาททางการเมอื งโดยตรง ซ่ึงถือว่าเป็นการปรับตัวของพ่อค้าชาวจีนเพ่ือสนองตอบต่อระบบเศรษฐกิจท่ีมีการขยายตัวเพ่ือปกป้อง ค้มุ ครองผลประโยชนข์ องตน ส�ำหรับกลุ่มการเมืองท่ีมีบทบาทกุมอ�ำนาจท้องถ่ินที่ศึกษาน้ี แกนน�ำของกลุ่มและเครือญาต ิ มาจากการเตบิ โตของธรุ กจิ กอ่ สรา้ งและบรกิ าร บนั เทงิ รว่ มกบั กลมุ่ พอ่ คา้ ชาวจนี ในเมอื งโดยมสี ายสมั พนั ธก์ บั ผนู้ �ำคมุ้ ตา่ งๆ ทมี่ เี ชอ้ื สายไทยอสี าน ไดร้ ว่ มกนั จดั ตง้ั กลมุ่ การเมอื งขน้ึ ปจั จยั หนงึ่ ทที่ �ำใหก้ ลมุ่ การเมอื งกลมุ่ น้ี ประสบความส�ำเร็จ คือ “ทุน” ซ่งึ ถอื วา่ เปน็ ปจั จัยส�ำคัญอนั เป็นทีม่ าของอ�ำนาจนน้ั อยู่ทีแ่ กนน�ำของกลมุ่ โดยเฉพาะทผี่ นู้ �ำกลมุ่ บคุ คลตา่ งๆ ภายในกลมุ่ ถอื วา่ มคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ อปุ ถมั ภท์ างการเมอื งซงึ่ กนั และกนั บุคคลในกลุ่มที่จะเข้าสู่อ�ำนาจทางการเมืองได้นั้น จะต้องอาศัยฐานเครือข่ายความสัมพันธ์ของสมาชิก แต่ละคนช่วยกนั หาคะแนนเสียงใหแ้ ก่กล่มุ สว่ นฐานเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธท์ ส่ี �ำคญั ทมี่ สี ว่ นชว่ ยใหก้ ลมุ่ การเมอื งประสบความส�ำเรจ็ ไดแ้ ก่ ฐานของเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธท์ างดา้ นเครอื ญาติ ทางดา้ นการคา้ ทางดา้ นประเพณวี ฒั นธรรมและฐาน ของเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธท์ างดา้ นองคก์ รหรอื กลมุ่ ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ กลมุ่ ลกู เสอื ชาวบา้ น กลมุ่ สตรี หอการคา้ มลู นธิ ิ สโมสรไลออ้ นส์ – สโมสรโรตาร่ี ฯลฯ จากเครอื ขา่ ยตา่ งๆ ทมี่ อี ยา่ งกวา้ งขวางเหลา่ นี้ จงึ ท�ำใหก้ ลมุ่ การเมืองท่ศี กึ ษานป้ี ระสบความส�ำเร็จในสนามเลอื กต้งั แทบทกุ ครงั้ นอกจากนี้ กลมุ่ การเมืองกลมุ่ นี้ยงั มี บทบาทผลกั ดนั การเมอื ง อยเู่ บอ้ื งหลงั ความส�ำเรจ็ ของนกั การเมอื งตงั้ แตร่ ะดบั จงั หวดั จนถงึ ระดบั ประเทศ ดังนั้น จะเห็นไดว้ ่า ศักยภาพและบทบาทของกลุม่ การเมอื งทอ้ งถิ่นนม้ี คี วามส�ำคญั ยง่ิ และยังมแี นวโน้ม ของการกระจกุ ตวั อ�ำนาจซง่ึ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาดา้ นการครอบครองและแบง่ ปนั ทรพั ยากร อนั อาจน�ำไปส่ ู ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นในอนาคตได้ นอกจากน้ีจากการท่ีกลุ่มพ่อค้าชาวจีนเข้ามามีบทบาท ทางการเมอื งท้องถ่นิ น้ี นา่ จะท�ำใหผ้ ้นู �ำท้องถ่นิ กลุ่มน้สี ามารถโยงใยสายสมั พันธถ์ งึ ผนู้ �ำระดบั ทสี่ ูงกว่าได้ ขณะเดยี วกนั กม็ โี อกาสเขา้ ถงึ แหลง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ งๆ อนั เออื้ ประโยชนต์ อ่ กลมุ่ ตนไดม้ ากกวา่ กลมุ่ อน่ื ๆ อกี ทงั้ เครอื ขา่ ยความสมั พนั ธท์ กี่ ลมุ่ เขา้ ไปมบี ทบาทนา่ จะมไิ ดจ้ �ำกดั เฉพาะเพยี งการอปุ ถมั ภท์ างการเมอื ง แต่อาจผกู พนั ไปจนถงึ การอุปถัมภท์ างเศรษฐกิจซง่ึ กนั และกนั กเ็ ปน็ ได้ งานศกึ ษาของ สพุ รรณี เกลอ่ื นกลาด (2549) ศกึ ษาเรอ่ื ง “กลมุ่ ผลประโยชนก์ บั องคก์ ารปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ : กรณศี กึ ษา 4 เทศบาลนครในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ” โดยมวี ตั ถเุ พอื่ ศกึ ษา 1) วเิ คราะห์ โครงสร้างเศรษฐกิจและการเมืองใน 4 เทศบาล ประกอบด้วยเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนคร อบุ ลราชธานี เทศบาลนครอดุ รธานี และเทศบาลนครราชสมี า และ 2) วเิ คราะหก์ ลมุ่ ผลประโยชน์ เครอื ขา่ ย ความสัมพนั ธ์ การแลกเปลี่ยนผลประโยชนแ์ ละการจดั สรรงบประมาณของเทศบาลดังกล่าวขา้ งตน้ จากการศึกษาพบว่า สมาชิกใน “กลมุ่ การเมือง” ก่อนเข้าสู่การเมืองท้องถ่นิ ต่างมีการสะสมทนุ ในภาคธุรกิจโดยมีระดับความม่ันคงทางการเงินในระดับหน่ึงแล้วจึงเข้าสู่การเมืองในระดับท้องถ่ิน ทั้งนี้

58 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวัดอุบลราชธานี ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา “กลมุ่ ธรุ กิจ” ได้เขา้ มา มีบทบาททางการเมืองโดยตรงมากข้ึนในลักษณะของการท�ำธุรกิจควบคู่ไปกับการท�ำงานทางการเมือง โดยการสรา้ งเครอื ขา่ ยความสมั พนั ธเ์ ชงิ อปุ ถมั ภท์ างการเมอื งกบั นกั การเมอื งระดบั ชาตแิ ละระดบั ทอ้ งถนิ่ รวมถงึ การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางเศรษฐกจิ นอกจากน้ี ผลการศึกษาของ สุพรรณี เกล่ือนกลาด ยังค้นพบอีกว่า ความสัมพันธ์ของ “กลมุ่ ผลประโยชน”์ กบั องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ มลี กั ษณะการแลกเปลย่ี นผลประโยชนใ์ น 3 ระดบั คอื 1) กลมุ่ การเมอื งทอ้ งถนิ่ เปน็ ผคู้ มุ ฐานคะแนนเสยี งใหก้ บั พรรคการเมอื ง 2) นกั การเมอื งระดบั ชาตมิ คี วามสมั พนั ธ์ เชงิ แลกเปลย่ี นผลประโยชนท์ างธรุ กจิ กบั กลมุ่ ธรุ กจิ ในทอ้ งถนิ่ โดยเปน็ ผปู้ ระสานการจดั สรรงบเงนิ อดุ หนนุ จากรัฐบาลให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 3) กลุ่มการเมืองในท้องถ่ินมีความพยายามที่จะสร้าง เครือข่ายทางการเมืองให้ครอบคลุมการเมืองในระดับท้องถ่ินโดยการส่งคนในครอบครัวและเครือญาต ิ ลงสมคั รรบั เลอื กตงั้ ในการเมอื งทอ้ งถนิ่ ทงั้ 3 ระดบั คอื องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั (อบจ.) เทศบาล และ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล (อบต.) งานศกึ ษาของ ธวชั ชยั กฤตยิ าภชิ าตกลุ (2541) เรอ่ื ง “การสรา้ งทายาททางการเมอื งของตระกลู การเมืองไทย” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาตระกูลการเมืองไทยว่า ประกอบด้วยตระกูลใดบ้าง มีพื้นฐาน มาจากอาชีพใด แต่ละตระกูล มีระดับของความสัมพันธ์ในการสืบทอดอ�ำนาจอย่างไร สาเหตุ วิธีการ และแนวทางในการสร้างทายาททางการเมืองของตระกูลการเมือง ศึกษาวิเคราะห์การสร้างทายาทของ 5 ตระกลู การเมอื ง รวมถงึ ศกึ ษาแนวโนม้ ในการสรา้ งทายาททางการเมอื งเพอ่ื พฒั นาเปน็ ตระกลู การเมอื ง ตอ่ ไปในอนาคต ผลการศกึ ษา พบวา่ นบั ตง้ั แตป่ ระเทศไทยมกี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ครงั้ แรกในปี พ.ศ. 2476 เป็นต้นมา มตี ระกูลการเมอื งทง้ั ส้ิน จ�ำนวน 97 ตระกูล ความสมั พนั ธใ์ นการสบื ทอดทายาท ทางการเมอื งเปน็ การสานตอ่ ในลกั ษณะจากบดิ ามายงั บตุ รมากทสี่ ดุ สาเหตใุ นการสรา้ งทายาททางการเมอื ง เพอ่ื ตอ้ งการสานตอ่ อดุ มการณท์ างการเมอื ง สว่ นวธิ กี ารสานตอ่ ทายาททางการเมอื งทนี่ ยิ ม คอื การลงสมคั ร รบั เลอื กตงั้ คูก่ ันระหว่างบคุ คลทเ่ี ป็นนักการเมอื ง กับบคุ คลท่เี ป็นทายาททางการเมือง กระบวนการเข้าสู่ วงการเมอื งของตระกลู การเมอื งสว่ นใหญจ่ ะลงสมคั รรบั เลอื กตง้ั เปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร โดยไมผ่ า่ น การเมืองระดับท้องถิ่นมาก่อน ช่วงระยะเวลาในการเคล่ือนไหวทางการเมืองระหว่างเวลา 20-30 ป ี มจี �ำนวนมากทส่ี ดุ พน้ื ฐานอาชพี ของทายาททางการเมอื งกอ่ นเขา้ สวู่ งการเมอื ง พบวา่ เปน็ นกั ธรุ กจิ มากทส่ี ดุ ขณะท่ีการศึกษาถึงตระกูลการเมืองไทย 5 ตระกูล ได้แก่ ตระกูล “ทองสวัสดิ์” จังหวัดล�ำปาง ตระกูล “ลมิ ปะพนั ธ”์ุ จงั หวดั สโุ ขทยั ตระกลู “องั กนิ นั ท”์ จงั หวดั เพชรบรุ ี ตระกลู “มาศดติ ถ”์ จงั หวดั นครศรธี รรมราช และ ตระกลู “จรุ มี าศ” จงั หวดั รอ้ ยเอด็ พบวา่ สาเหตกุ ารสรา้ งทายาททางการเมอื งแตกตา่ งกนั ตามเหตผุ ล และเงอ่ื นไขของแตล่ ะตระกลู แตเ่ หตผุ ลส�ำคญั ประการหนงึ่ คอื ความผกู พนั กบั ประชาชนในพน้ื ทที่ ตี่ ระกลู นน้ั มีการเคลื่อนไหวทางการเมอื งมาเปน็ เวลานาน และต้องหาทายาทมาสานตอ่ ทางการเมือง

59 นพดล สคุ นธวทิ (2539) ศึกษาเรอ่ื ง “พรรคการเมอื งไทยกบั การเมอื งท้องถ่ิน : ผลประโยชนแ์ ละ ฐานอ�ำนาจ” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาความสัมพันธ์อย่างมีนัยส�ำคัญระหว่างพรรคการเมืองไทยกับ การเมืองท้องถ่ิน ในลักษณะท่ีการเมืองท้องถิ่นได้กลายเป็นแหล่งผลประโยชน์และฐานอ�ำนาจท่ีส�ำคัญย่ิง ซึ่งพรรคการเมืองพยายามที่จะมีอิทธิพลเหนือการเมืองท้องถ่ินนั้นให้ได้ โดยอาศัยปัจจัยต่างๆ ในระบบ การเมืองท่เี ออื้ และเปิดทางใหพ้ รรคการเมอื งเขา้ มามีอิทธิพลเหนือการเมืองทอ้ งถิ่นได้ ผลการศกึ ษาของ นพดล สคุ นธวทิ พบวา่ พรรคการเมอื งไทยและการเมอื งทอ้ งถนิ่ ไดม้ คี วามสมั พนั ธ์ กนั อยา่ งลกึ ซึ่งและแนบแน่น โดยผา่ นตวั นกั การเมอื งผ้สู มคั รรับเลือกตง้ั ในนามของพรรคการเมอื งเป็นหลัก การเมืองท้องถิ่นถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางการเมืองที่ส�ำคัญส�ำหรับพรรคการเมืองที่จะต้องแสวงหาและ ครอบครองเพื่อเข้าสู่อ�ำนาจทางการเมือง อันน�ำมาซึ่งอิทธิพลและผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคการเมืองไทยกับการเมืองท้องถิ่นนั้น มีลักษณะการครอบง�ำท้องถิ่นโดยพรรคการเมือง โดยอาศัย ระบบราชการ กลไกการปกครองท้องถ่ิน และการจัดต้ังตัวแทนของพรรคเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์กับ ประชาชนภายในท้องถิ่น ในลักษณะท่ีสามารถชักจูงหรือชักน�ำประชาชนได้ ท้ังน้ี โดยอาศัยกลไกในระบบ อุปถมั ภ์ของสังคมไทย เชาวนะ ไตรมาศ (2537) ศึกษาเร่ือง “เจ้าพ่อกับการเมือง : การเชื่อมโยงของข่ายใยอ�ำนาจใน ระบบการเมอื งไทย” งานวจิ ยั มงุ่ ศกึ ษาแบบแผนการแขง่ ขนั – ชว่ งชงิ อ�ำนาจระหวา่ งกลมุ่ การเมอื ง แบบแผน การเชื่อมโยงอ�ำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองและภาวะการแตกตัว – ประสานตัว ระหว่างอ�ำนาจรัฐ อ�ำนาจ การเมอื ง โดยเนน้ บทบาทของกลุ่มอ�ำนาจ ท่ีเรียกว่า “เจ้าพ่อ” เปน็ กลุ่มหลกั ผลการศกึ ษา พบวา่ 1) เจา้ พอ่ เปน็ กลมุ่ อทิ ธพิ ลทม่ี บี ทบาทเดน่ ในฐานะผแู้ สวงโอกาสในการเกบ็ เกย่ี ว ประโยชนท์ งั้ จากอ�ำนาจรฐั อ�ำนาจการเมอื งและอ�ำนาจเศรษฐกจิ ทเี่ กดิ จากผลพวงของการเปลย่ี นผา่ นระหวา่ ง ระบอบการเมอื งกระแสหลัก มากกว่าบทบาทในฐานะกล่มุ การเมอื งท่ีมอี �ำนาจหลักในการแขง่ ขนั – ช่วงชงิ เพื่อให้ได้มา เข้าครอบครองหรือด�ำรงไว้ซึ่งอ�ำนาจรัฐอ�ำนาจการเมืองหรืออ�ำนาจเศรษฐกิจในระบบและ ระบอบการเมอื ง 2) เจา้ พอ่ แสวงหาประโยชนแ์ ละอ�ำนาจโดยเครอื ขา่ ยของวถิ กี ารแลกเปลยี่ นความรว่ มมอื ท ่ี รว่ มแลก-รบั กนั ระหวา่ งพนั ธมติ ร 3 ภาค คอื ภาคการเมอื ง ภาคราชการ และภาคเศรษฐกจิ 3) เจา้ พอ่ มพี ลงั ขบั จากแรงจูงใจที่มุ่งเก็บเกี่ยวผลพลอยได้จากระบบการเมืองซ่ึงอยู่ในฐานะฝ่ายตั้งรับ (ผู้สนับสนุน ผู้แสวง ประโยชน์ และผใู้ ชห้ รอื บรโิ ภค) และปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั ภาวะการแตกตวั ประสานตวั ระหวา่ งอ�ำนาจรฐั อ�ำนาจ การเมือง มากกว่าบทบาทในฐานะนักการเมอื งโดยตรง งานศึกษาของ นริ นั ดร์ กุลฑานันท์ (2549) ศกึ ษา “นักการเมอื งถ่นิ จงั หวัดบุรรี ัมย”์ มีวตั ถปุ ระสงค์ 1) เพื่อท�ำความรู้จักนักการเมืองที่เคยได้รับการเลือกตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพ่ือทราบถึงเครือข่ายและ ความสัมพันธ์ของนักการเมืองในจังหวัด 3) เพ่ือทราบบทบาทและความสัมพันธ์ของกลุ่มผลประโยชน์และ กลุ่มที่ไม่เป็นทางการที่มีส่วนสนับสนุนทางการเมืองในจังหวัด 4) เพ่ือทราบบทบาทและความสัมพันธ์ของ พรรคการเมืองกับนักการเมืองในจังหวัด 5) เพ่ือทราบวิธีการหาเสียงในการเลือกต้ังของนักการเมืองใน

60 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤตกิ รรมการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี จงั หวดั โดยท�ำการศกึ ษานกั การเมอื งระดบั ชาติ ตงั้ แตก่ ารเลอื กตงั้ ทวั่ ไปครงั้ แรก จนถงึ ปี พ.ศ. 2548 โดย ใช้กระบวนการวจิ ัยเชิงคณุ ภาพในการศึกษา ผลการศกึ ษาพบวา่ นกั การเมอื งทโ่ี ดดเดน่ ในยคุ แรก พ.ศ. 2476-2500 ไดแ้ ก่ นายเสรี อศิ รางกรู ณ อยุธยา (บิดาของพลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และเป็นรัฐมนตรีคนแรกของบุรีรัมย์) และ นายสะอง้ิ มารงั กลู (นกั การเมอื งหวั กา้ วหนา้ ในยคุ แรก) ในยคุ ที่ 2 (พ.ศ. 2512-2519) นกั การเมอื งทโ่ี ดดเดน่ คือ นายสวัสด์ิ คชเสนีย์ และนายประเสริฐ เลิศยะโส (ผู้สมัครพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย) เปน็ นกั การเมอื งหวั กา้ วหนา้ ทไี่ ดร้ บั เลอื กหลงั เหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม 2516 ในยคุ ทส่ี าม (พ.ศ. 2522-2535) นกั การเมอื งทโี่ ดดเดน่ คอื นายอนวุ รรตน์ วฒั นพงศศ์ ริ ิ (อดตี รฐั มนตรหี ลายสมยั ) และนายการณุ ใสงาม นกั การเมอื งหวั กา้ วหนา้ ในยคุ ทส่ี ่ี (พ.ศ. 2535-2540) นกั การเมอื งทโ่ี ดดเดน่ คอื นายพรเทพ เตชะไพบลู ย ์ (อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย) ในยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2540-2548) นักการเมืองบุรีรัมย์ท่ีโดดเด่น คือ นายเนวิน ชิดชอบ (รัฐมนตรีหลายสมัย) นายโสภณ เพชรสว่าง (อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร) และพลเอกธรรมรกั ษ์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา (รฐั มนตรหี ลายสมัย) ส�ำหรับเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองในจังหวัด พบว่า นักการเมืองบุรีรัมย ์ มคี วามสมั พนั ธก์ นั ผา่ นการท�ำธรุ กจิ และการแบง่ ปนั ผลประโยชนง์ บประมาณพฒั นาทล่ี งมาในพนื้ ทเ่ี ลอื กตง้ั มคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ เครอื ญาตกิ นั บา้ ง และสมั พนั ธก์ บั กลมุ่ ผลประโยชนต์ า่ งๆ เชน่ หอการคา้ สภาอตุ สาหกรรม องคก์ รกภู้ ยั เปน็ ตน้ สว่ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนกั การเมอื งกบั พรรคการเมอื งจะสมั พนั ธผ์ า่ นมงุ้ การเมอื ง ทีต่ นสงั กัดอยู่ ในดา้ นวิธกี ารหาเสียงในการเลือกตง้ั มีพฒั นาการมาตง้ั แต่การเคาะประตบู ้าน จดั มหรสพแลว้ ปราศรัยหาเสียง ท�ำโปสเตอร์แผ่นป้ายโฆษณา มาจนถึงการแจกส่ิงของ อาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้า จนแจกเงนิ ในทา้ ยทสี่ ดุ และรปู แบบการจดั ตง้ั หวั คะแนนเรม่ิ จากงา่ ยๆ อาศยั ผนู้ �ำทอ้ งถนิ่ มาเปน็ การวาง เครือข่ายคล้ายธุรกิจขายตรง มีสัดส่วนหัวคะแนนต่อผู้ใช้สิทธิเล็กลงและนอกจากน้ียังใช้วิธีการหาเสียง โดยจดั ตงั้ กองทนุ ใหก้ ลมุ่ ชาวบา้ น การอบรมและพาไปศกึ ษาดงู าน การจดั เลย้ี ง การแจกเบยี้ เลยี้ ง เปน็ ตน้ งานศึกษาของ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ (2546) เร่ือง “การรณรงค์หาเสียงเลือกต้ังซ่อมสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎร เขตการเลอื กตงั้ ที่ 1 จงั หวดั ศรสี ะเกษ” ซงึ่ ด�ำเนนิ การเลอื กตง้ั เมอ่ื วนั ท่ี 1 มถิ นุ ายน 2546 แทนนายบญุ ชง วสี มหมาย ซง่ึ เสยี ชวี ติ โดยผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั ซอ่ มคนส�ำคญั คอื นายมานะ มหาสวุ รี ะชยั พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 กับนายธเนศ เครือรัตน ์ พรรคไทยรกั ไทย อดตี สมาชกิ สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ศรสี ะเกษ บตุ รชายของนายไพโรจน์ เครอื รตั น์ อดตี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรหลายสมยั ของจงั หวดั ศรสี ะเกษ โดยผศู้ กึ ษาวจิ ยั มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาถงึ การรณรงคก์ ารเลอื กตงั้ เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซง่ึ ต�ำแหนง่ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร รวมทง้ั ศกึ ษาผลกระทบ ปญั หา อปุ สรรค ตลอดจนแนวทางในการแกป้ ญั หาในการรณรงคห์ าเสียง

61 โดย จาตรุ งค์ เพง็ นรพฒั น์ พบวา่ พรรคไดค้ ดั เลอื กบคุ คลทเี่ หมาะสมเพอ่ื เปน็ ตวั แทนของพรรค โดยการท�ำแบบสอบถามหาคะแนนนยิ มจากประชาชน พอ่ คา้ ขา้ ราชการ นสิ ติ นกั ศกึ ษา เพอ่ื ใหไ้ ดบ้ คุ คล ท่ีได้รับการยอมรับสูงสุด พรรคประชาธิปัตย์ได้นายมานะ มหาสุวีระชัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 เป็นผู้สมัคร พรรคไทยรักไทย ได้นายธเนศ เครือรัตน์ อดีตสมาชิกสภาจังหวัด ศรสี ะเกษ และอดีตรองนายก อบจ.ศรีสะเกษ เปน็ ผู้สมคั ร พรรคไทยรกั ไทยไดเ้ ตรยี มการวางแผนอยา่ งรดั กมุ เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซงึ่ ชยั ชนะ โดยมนี ายวนั มหู ะมดั นอร์ มะทา รองหวั หนา้ พรรคไทยรกั ไทย เปน็ ผอู้ �ำนวยการเลอื กตง้ั และมบี คุ คลส�ำคญั ของพรรคเปน็ กรรมการ พรรคไดม้ กี ารวางแผนโดยใหส้ มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จ.ศรสี ะเกษ พรรคไทยรกั ไทย เปน็ แกนหลกั โดยแบง่ ความรบั ผดิ ชอบใหช้ ดั เจน และไดส้ มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จ.ศรสี ะเกษ พรรครว่ มรฐั บาลใหก้ ารสนบั สนนุ รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย ท่ีอยู่ใกล้ – ไกล ได้เดินทางมาร่วมรณรงค์หาเสียง ทง้ั ภาพกวา้ ง คอื การตดิ ปา้ ย โปสเตอร์ รถยนตแ์ หป่ า้ ยผสู้ มคั ร รบั เลอื กตง้ั เปน็ คาราวาน โดยมกี ารโชวต์ วั ผสู้ มคั รและทมี งาน ส.ส.ของพรรค ปลกุ เรา้ ความนา่ สนใจตอ่ ประชาชน ภาพลกึ คอื การลงสมั ผสั กบั ชมุ ชน รับรู้ปัญหา รับข้อเสนอ และรับความคิดเห็นของประชาชน โดยจัดกลุ่มสนทนาแบบจับเข่าคุยกันอย่าง ใกลช้ ดิ การเสรมิ ทมี งานเขา้ ส�ำรวจความนยิ มชมชอบของประชาชนตอ่ รฐั บาล ใหป้ ระชาชนไดม้ สี ว่ นรว่ มใน การเสนอแนะและรบั ฟงั ปญั หาความเดอื ดรอ้ น ความทกุ ขย์ ากของราษฎร เพอื่ การแกไ้ ขในระดบั ชาตติ อ่ ไป ซ่ึงได้ผลดีมาก ส.ส.และทีมงานร่วมท�ำงานอย่างสอดคล้อง เสียสละและทุ่มเทเพื่อพรรคเป็นอย่างมาก นบั เปน็ นมิ ติ รหมายทดี่ ี สว่ นพรรคประชาธปิ ตั ยค์ อ่ นขา้ งเสยี เปรยี บและเงยี บเหงากวา่ การหาเสยี งกอ็ าศยั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรของพรรคทมี่ าจากตา่ งถน่ิ ไมเ่ ขา้ ใจและทราบปญั หาของพน้ื ทไี่ ดด้ เี ทา่ ส.ส. ในพนื้ ท ี่ การหาเสยี งจึงไม่ค่อยได้รบั ความสนใจ และไม่เป็นทีย่ อมรบั ในการหาเสยี งเท่าทค่ี วร ในสว่ นของภาคประชาชน ผลการศกึ ษาของ จาตรุ งค์ เพง็ นรพฒั น์ พบวา่ ประชาชนไดใ้ หค้ วามรว่ มมอื มคี วามตนื่ ตวั และนยิ มในตวั ผสู้ มคั รเปน็ อยา่ งมาก ประชาชนไดเ้ หน็ การท�ำงานของรฐั บาลตามนโยบายทไี่ ด้ แถลงไว้ เชน่ การแกป้ ญั หาความยากจน ปราบทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั ปราบยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ปราบผมู้ อี ทิ ธพิ ล โครงการ 30 บาทรกั ษาทกุ โรค การพกั ช�ำระหน้ี กองทนุ หมบู่ า้ น ประชาชนรเู้ หน็ เปน็ รปู ธรรมวา่ ตนไดร้ บั ผลอยา่ งไร ประชาชนพอใจและอยากตอบแทนรฐั บาล โดยเลอื กคนของรฐั บาลเพอ่ื เขา้ ไปชว่ ยสานงานตอ่ กอ่ งานใหม่ อกี เพอื่ เปน็ การใหก้ �ำลงั ใจในตวั นายกรฐั มนตรใี นระดบั หนง่ึ ส�ำหรบั ตวั ผสู้ มคั รฝา่ ยรฐั บาล คอื นายธเนศ เครือรัตน์ เป็นคนหนุม่ มอี ดุ มการณ์ เคยท�ำงานการเมอื งในระดบั ทอ้ งถนิ่ จนเป็นที่รู้จักคุ้นเคย ได้ลงสัมผัสท้องท่ีเขตเลือกตั้งอย่างสม�่ำเสมอ เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ มีประสบการณ์ทางการเมืองโดย สายเลอื ด และมเี กยี รตปิ ระวตั ดิ ยี ง่ิ จงึ สง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจในการเลอื กตงั้ ของประชาชนผใู้ ชส้ ทิ ธไิ์ ดเ้ ดน่ ชดั (จาตุรงค์ เพง็ นรพฒั น,์ 2546, น. 54-55) ในขณะท่ี ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ (2546, น. 498-500) ได้ศึกษาวิจัยการเมืองสองฝั่งโขง เรอ่ื ง การรวมกล่มุ ทางการเมืองของ ส.ส. อีสาน พ.ศ. 2476-2494 ในประเดน็ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง พบวา่

62 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤตกิ รรมการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวดั อุบลราชธานี เมื่อการเมืองระบบใหม่แบบ “เลือกต้ัง” เข้ามามีบทบาทในอีสาน กล่าวคือ “การเลือกตั้ง” ท้ังในระดับชาติและระดับท้องถ่ินในระบบการเมืองสมัยใหม่ ส.ส.อีสาน พยายามกระตุ้นความเป็นท้อง ถนิ่ นยิ มและภมู ภิ าคนยิ ม ดว้ ยการยำ้� ถงึ หนา้ ทขี่ องผแู้ ทนราษฎรวา่ นอกจากมหี นา้ ทใ่ี นการออกกฎหมาย และในการปกครองบา้ นเมอื งแลว้ ยงั มหี นา้ ทจ่ี ดั การระงบั ทกุ ขแ์ ละบ�ำรงุ สขุ ในพนื้ ทอี่ กี ดว้ ย ซงึ่ เทา่ กบั เปน็ การยำ้� “หนอ่ ออ่ น” ในเรอ่ื งทอ้ งถนิ่ นยิ มในเชงิ พน้ื ทใ่ี หช้ ดั เจนขนึ้ ประกอบกบั การทรี่ ฐั ไดก้ �ำหนดเกณฑข์ อง ผสู้ มคั รอยา่ งหนงึ่ กค็ อื ก�ำหนดใหเ้ ขตเลอื กตง้ั ผกู ตดิ กบั ภมู ลิ �ำเนาของผสู้ มคั รหรอื ถน่ิ ทอี่ ยู่ หรอื เกดิ หรอื มี อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งหนงึ่ อยา่ งใด ซง่ึ กรอบดงั กลา่ วนยี้ งิ่ ท�ำใหค้ วามเปน็ ทอ้ งถนิ่ นยิ มในเชงิ พนื้ ทช่ี ดั เจนขน้ึ ภายใตก้ ารด�ำเนนิ การของผสู้ มคั ร ส.ส. ทไ่ี ดน้ �ำ “ทอ้ งถน่ิ นยิ ม” และ “ภมู ภิ าคนยิ ม” มาใชเ้ พอ่ื “แยกคนในทอ้ งถน่ิ ” กับ “คนนอกท้องถ่ิน” เพ่ือแยก “เขา” กับ “เรา” ออกจากกัน รวมทั้งระบบหัวคะแนนและฐานเสียงเป็น ตวั อยา่ งหนง่ึ ของเรอื่ งทอ้ งถนิ่ ทช่ี ดั เจนขน้ึ และเนอ่ื งจากเขตเลอื กตง้ั หรอื พนื้ ทท่ี างการเมอื งของ ส.ส. เปน็ พน้ื ทห่ี รอื เขตเลอื กตงั้ เดยี วกบั สมาชกิ สภาเมอื งและสภาจงั หวดั ทซ่ี อ้ นทบั กนั จงึ ท�ำให้ ส.ส. ไดเ้ รมิ่ เขา้ ไปมี บทบาทในพนื้ ทหี่ รอื ทอ้ งถนิ่ ทางการเมอื งของตนดว้ ยการสง่ เครอื ญาตลิ งสมคั รรบั เลอื กตง้ั การเมอื งระดบั ท้องถ่ิน ประกอบกับกรอบในการเลือกสรรสมาชิกในระดับท้องถิ่น ได้ท�ำให้นักการเมืองระดับชาติและ ระดับท้องถิ่นมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกันนับต้ังแต่แรกเริ่มของการเมืองระดับท้องถิ่น นอกจากน ี้ กฎเกณฑใ์ หมท่ รี่ ฐั ก�ำหนดขนึ้ เกย่ี วกบั การเลอื กตงั้ ระดบั ทอ้ งถน่ิ ซง่ึ คลา้ ยกบั เกณฑข์ องการเมอื งระดบั ชาติ มีส่วนท�ำให้ท้องถ่ินมีความส�ำคัญมากขึ้น ดังน้ัน จึงอาจกล่าวได้ว่า การเมืองในระบบสมัยใหม่ที่มี การเลอื กตง้ั ทง้ั ในระดบั ชาติ “ส.ส.” และระดบั ทอ้ งถนิ่ “เทศบาล” มสี ว่ นส�ำคญั ในการยำ้� “หนอ่ ออ่ น” ของ ทอ้ งถนิ่ นยิ มและภมู ภิ าคนยิ มทม่ี มี ากอ่ น พ.ศ. 2476 ใหม้ คี วามชดั เจนขนึ้ และความรสู้ กึ ในเรอื่ งน้ี จะเหน็ ได ้ ชดั เจนย่งิ ขน้ึ เมื่อ ส.ส. อีสานไดเ้ ข้าไปมีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎรนบั ต้ังแตส่ มัยแรก งานศึกษาของผู้เขียน ประเทือง ม่วงอ่อน (2556) ศึกษานักการเมืองถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ มวี ตั ถปุ ระสงค์ 4 ขอ้ คอื 1) เพอ่ื ทราบขอ้ มลู นกั การเมอื งจงั หวดั ศรสี ะเกษทไ่ี ดร้ บั การเลอื กตงั้ ตง้ั แตส่ มยั แรก จนถงึ ปี พ.ศ. 2555 2) เพอื่ ทราบขอ้ มลู นกั การเมอื งจงั หวดั ศรสี ะเกษทมี่ บี ทบาทส�ำคญั ในการเมอื งระดบั ชาติ 3) เพ่ือทราบเครอื ข่ายและความสัมพันธ์ของนกั การเมืองในจังหวดั ศรีสะเกษทัง้ ในระดับชาติและท้องถน่ิ และ 4) เพอื่ ทราบรปู แบบและวธิ กี ารหาเสยี งของผสู้ มคั รสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษา ประกอบดว้ ย แนวคดิ ทใี่ ชอ้ ธบิ ายการเมอื งอสี าน แนวคดิ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง กบั นกั การเมอื งถน่ิ และ แนวคดิ เรอ่ื งระบบอปุ ถมั ภ์ อาศยั ระเบยี บวธิ กี ารวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพเปน็ เครอื่ งมอื ใน การรวบรวมขอ้ มลู คอื ขอ้ มลู จากเอกสารทเี่ กย่ี วขอ้ ง(document research) การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ (in-depth interview) และการสงั เกตการณแ์ บบคนใน (insider) เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทเี่ ปน็ ความเชอ่ื วฒั นธรรมทางสงั คม คา่ นยิ มหรอื อดุ มการณท์ ปี่ ระชาชนในจงั หวดั ศรสี ะเกษยดึ ถอื วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยการจ�ำแนกประเภทขอ้ มลู การเปรียบเทียบข้อมูลและการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (induction) ก�ำหนดขอบเขตในการศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 จนถงึ พ.ศ. 2554 โดยเนน้ ศกึ ษานกั การเมอื งทไี่ ดร้ บั การเลอื กตงั้ เปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร หรือนักการเมืองในระดับชาติเป็นหลักสามารถสรุปผลการศึกษาในประเด็นท่ีเก่ียวข้องกับการศึกษา

63 การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดอุบลราชธานี ผลกระทบการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ ใหม่ พ.ศ. 2560 โดยค้นพบรูปแบบและวิธีการหาเสียงของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับต้ังแต่ ปี พ.ศ. 2476 จนถึงปี พ.ศ. 2554 การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งมีพัฒนาการเปล่ียนแปลงตามลักษณะ พลวัต(dynamic) ของการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื ง ทส่ี �ำคัญดงั น้ี 1. การแจกเงนิ และสง่ิ ของ ในยคุ ปจั จบุ นั การแจกเงนิ หรอื สงิ่ ของไมใ่ ชป่ จั จยั หลกั ทจี่ ะท�ำใหช้ นะ การเลอื กตง้ั เสมอไป ยงั ขน้ึ อยกู่ บั ปจั จยั เรอื่ งพรรค ตวั บคุ คลและการลงพนื้ ทอี่ ยา่ งสมำ่� เสมอ อีกดว้ ย 2. ย�้ำความเป็นผู้ท่ีมีหน้าท่ีการงานดี และมีความรู้สูง เน้นปริญญา ผู้สมัครมักชูความเป็น ผมู้ คี วามรู้ โดยเฉพาะผทู้ ไี่ ดร้ บั ปรญิ ญาในสาขาตา่ งๆ กลายเปน็ คา่ นยิ มส�ำหรบั นกั การเมอื ง ทงั้ ระดับชาตแิ ละท้องถ่นิ 3. การชูประเด็นความเป็นคนในพื้นที่หรือท้องถ่ิน การถูกมองว่าด้อยกว่า เป็นคนบ้านนอก เปน็ คนตา่ งจงั หวดั ทม่ี กี ารศกึ ษานอ้ ย ยงั ไมค่ อ่ ยพฒั นา และดอ้ ยในทางวฒั นธรรม การเผชญิ กับสภาพเช่นน้ีท�ำให้คนอีสานมีแนวโน้มที่จะรวมกลุ่ม เนื่องจากมีความรู้สึกร่วมในเรื่อง วฒั นธรรมยอ่ ย ภาษาถนิ่ รสนยิ มเรอื่ งอาหาร ดนตรี และอนื่ ๆ เปน็ ทมี่ าของการเกดิ แนวคดิ ทอ้ งถนิ่ นยิ มหรอื ทอ้ งถน่ิ อสี านนยิ ม ผสู้ มคั ร ส.ส.ในอดตี มกั น�ำประเดน็ เรอื่ งนไี้ ปใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะในพ้ืนที่ที่มีผู้สมัครต่างถ่ินเข้ามาแข่งขัน หรือคนที่ไม่มีภูมิล�ำเนาที่น้ันมาสมัคร รบั เลอื กตง้ั แขง่ ขนั ในพนื้ ที่ ในยคุ ปจั จบุ นั การชปู ระเดน็ ความเปน็ คนในพนื้ ทหี่ รอื เปน็ คนในทอ้ งถน่ิ ไดล้ ดความส�ำคญั ลง เห็นไดจ้ ากกรณีการได้รับการเลือกตงั้ ของตระกลู นางสุนยี ์ อินฉตั ร 4. การสนับสนุนการศึกษา การกีฬาและกิจกรรมของชุมชน ในช่วงปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา นักการเมืองถ่ินจังหวัดศรีสะเกษพยายามใช้กีฬาเป็นสื่อในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัว เองมากยิ่งข้ึน อาทิ นายบุญชง วีสมหมาย นายธเนศ เครือรัตน์ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายฉฐั มงคล องั คสกลุ เกยี รติ นายสรศาสตร์ ศรธี ญั รตั น์ นายสมบตั ิ เกยี รตสิ รุ นนท์ เปน็ ตน้ นอกจากการสนับสนุนด้านกีฬาและการศึกษาแล้ว นักการเมืองบางคนใช้วิธีการท�ำบุญ บรจิ าคตามวัดและสถานปฏบิ ตั ธิ รรมต่างๆ เพ่อื สรา้ งชือ่ เสยี งและความรูจ้ ักมักคุ้น กอ่ นจะ ลงสมคั รรับเลือกต้ัง อาทิ นางสนุ ยี ์ อนิ ฉัตร และนางมาลินี อนิ ฉตั ร 5. เน้นการแก้ปัญหาปากท้องของคนในพ้ืนท่ี การหาเสียงโดยการชูประเด็นการแก้ไขปัญหา ปากท้องความอยู่ดีกินดีของประชาชนมีมาต้ังแต่สมัยอดีต ประเด็นเน้ือหาการอภิปราย หาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.มักเป็นประเด็นเรื่องปากเรื่องท้อง ความกินดีอยู่ดีของประชาชน การสรา้ งระบบชลประทาน การศึกษา การรกั ษาพยาบาล และระบบสวัสดกิ ารสงั คมตา่ งๆ เพื่อช่วยเหลือคนยากจน มาในยุค พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา การชูประเด็นในการหาเสียงมี แนวโนม้ ทจี่ ะองิ กบั นโยบายของพรรคการเมอื งทตี่ นเองสงั กดั มากขน้ึ โดยเฉพาะการองิ กบั นโยบายแนวประชานิยมของพรรคไทยรกั ไทย หรอื พรรคพลังประชาชน

64 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤตกิ รรมการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร 2562 จังหวดั อบุ ลราชธานี 6. การจัดต้ังหัวคะแนน (แกนจัดตั้ง) ในยุคปัจจุบัน ระบบ“หัวคะแนน” หรือเรียกชื่อใหม่ว่า “แกนจัดต้ัง” ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบจากท่ีเคยอาศัยก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส ครู นักการภารโรง หรือผนู้ �ำชุมชนท่ีมีต�ำแหนง่ เปลี่ยนมาเป็นบุคคลในหมูบ่ ้าน ทไี่ มจ่ �ำเปน็ ตอ้ งมตี �ำแหนง่ เชน่ อาจจะเปน็ หวั หนา้ คมุ้ ประจ�ำหมบู่ า้ น ชาวบา้ นธรรมดา หวั หนา้ ครอบครัวที่สามารถรวบรวมสมาชิกได้ครบตามจ�ำนวน สมาชิกสภา อบต. สมาชิก อสม. หัวหนา้ เยาวชน กลมุ่ เยาวชนท่มี ีสิทธ์เิ ลือกต้ัง เปน็ ต้น กล่าวได้ว่า ระบบหัวคะแนนสมัยใหม่ไม่จ�ำเป็นต้องผ่านนายหน้าท่ีเป็นก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกต่อไป แม้ว่าในบางพ้ืนท่ีจะยังคงให้ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวคะแนนอยู่ ทงั้ น้ี นบั ตงั้ แตม่ กี ารกระจายอ�ำนาจใหม้ อี งคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ โดยเฉพาะในระดบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล(อบต.) พบวา่ ในชมุ ชนระดบั หมบู่ า้ นโดยสว่ นใหญม่ กั จะมขี ว้ั อ�ำนาจ ที่ส�ำคัญ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มนายก อบต. และสมาชิก อบต. ซงึ่ ทง้ั สองกลมุ่ มกั คานอ�ำนาจกนั โดยสว่ นใหญท่ งั้ สองกลมุ่ จะเปน็ หวั คะแนนใหผ้ สู้ มคั ร ส.ส. คนละพรรคกนั ยกเวน้ วา่ ในบางพน้ื ทที่ ที่ ง้ั สองกลมุ่ เปน็ เครอื ขา่ ยเดยี วกนั หรอื ในการเลอื กตง้ั ครั้งนน้ั มผี สู้ มัครคนเดยี วทีจ่ ัดต้งั ระบบหวั คะแนน ระบบหวั คะแนนหรอื ระบบแกนน�ำเหลา่ นจี้ ะคอยท�ำหนา้ ทรี่ วบรวมรายชอื่ สมาชกิ ในกลุ่มเพ่ือจูงใจให้เลือก ส.ส.ที่ตนเป็นหัวคะแนนให้ การไปรับเงินจากแกนน�ำระดับบน เพอ่ื น�ำมาแจกใหก้ บั ประชาชนในหมบู่ า้ นทตี่ นเองรบั ผดิ ชอบ รวมทงั้ การเปน็ ผปู้ ระสานงาน การจดั เวทปี ราศรยั การประสานงานใหผ้ สู้ มคั ร ส.ส.ไดพ้ บปะกบั ประชาชน เปน็ ตน้ จ�ำนวน ของหวั คะแนน หรอื แกนจดั ตง้ั ในแตล่ ะหมบู่ า้ นถา้ เปน็ หมบู่ า้ นขนาดเลก็ แกนน�ำจะมปี ระมาณ 15 คน หมู่บ้านขนาดกลางประมาณ 20-25 คน หมู่บ้านขนาดใหญ่ประมาณ 25-40 คน ส่วนแกนน�ำระดับต�ำบล ถ้าเป็นต�ำบลขนาดใหญ่ที่มี 18 หมู่บ้านขึ้นไป จะแบ่งแกนน�ำ ระดับต�ำบลออกเป็น 3-4 กลุ่ม ถ้าเป็นต�ำบลขนาดเล็กที่มี 10-11 หมบู่ ้าน จะแบ่งแกนน�ำ เปน็ 2 กลมุ่ กลมุ่ หน่ึงจะมีแกนน�ำประมาณ 3-5 คน แกนน�ำระดับต�ำบลจะท�ำหนา้ ทเ่ี ปน็ ตวั เชอ่ื มระหว่างหมู่บ้าน 7. การปราศรยั หาเสยี ง นบั ตง้ั แตก่ ารเกดิ ปรากฎการณท์ กั ษณิ ชนิ วตั รในจงั หวดั ศรสี ะเกษขนึ้ มา นักการเมืองที่สังกัดกลุ่ม พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องออกปราศรัยหาเสียง เพื่อน�ำเสนอนโยบาย และผลงานของพรรค ซง่ึ ชาวบา้ นเองกเ็ รม่ิ ใหค้ วามส�ำคญั กบั พรรคและนโยบายของพรรค มากขนึ้ เรอ่ื ยๆ จนเปน็ ปจั จยั ชข้ี าดอยา่ งหนงึ่ ทจี่ ะท�ำใหช้ นะหรอื แพก้ ารเลอื กตง้ั ในครง้ั นนั้ ๆ สว่ นวธิ ลี งพน้ื ปราศรยั ตามหมบู่ า้ นหรอื ต�ำบลตา่ งๆ นน้ั จะเรม่ิ ตง้ั แตเ่ วลา 7.00 น. ถงึ เวลา 23.00 น. ท�ำติดต่อกันทุกวันไม่ได้พัก โดยจะเริ่มหาเสียงตั้งแต่วันลงรับสมัคร จนถึงก่อน วันเลอื กต้ัง

65 8. การลงพ้ืนที่ของผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดศรีสะเกษ โดยส่วนใหญ่ นักการเมืองที่จะได้รับ การเลอื กตง้ั ในจงั หวดั ศรสี ะเกษ จะตอ้ งลงพนื้ ทพ่ี บปะชาวบา้ นอยา่ งสมำ�่ เสมอ ผสู้ มคั ร ส.ส. จะใช้โอกาสในช่วงเวลาที่ชุมชนมีงานบุญ งานบวช งานศพ งานแต่งงาน หรืองานเลี้ยง ตา่ งๆ ลงพนื้ ทพ่ี บปะสรา้ งความคนุ้ เคย ความเปน็ กนั เองกบั ชาวบา้ น โดยเจา้ ภาพมกั จะเชญิ ส.ส.และนกั การเมอื งทอ้ งถน่ิ มาเปน็ ประธานในงานเพอื่ เปน็ เกยี รตแิ กเ่ จา้ ภาพจนกลายเปน็ ธรรมเนียมปฏบิ ัตทิ สี่ ืบทอดกนั มาในสงั คมยุคปจั จุบัน 9. การหาเสียงรูปแบบวิธีการอ่ืนๆ ที่ส�ำคัญได้แก่ การใช้ส่ือโฆษณาหาเสียงรูปแบบต่างๆ อาทิ การใชร้ ถแหเ่ ปน็ ขบวนยาวหลายสบิ คนั รถในลกั ษณะขบวนคาราวานโดยมกี ารโชวต์ วั ผสู้ มคั รและทมี ส.ส.ของพรรคเพอื่ ปลกุ เรา้ ความสนใจจากประชาชน การจดั ตง้ั ทมี งานแจก แผ่นป้ายโฆษณา แจกเส้ือทีมกีฬาโดยมีชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปักไว้ที่เส้ือ ส่งรถมาช่วยขนศพ ส่งเครื่องด่ืมและน้�ำแข็งมาช่วยงาน ท�ำป้ายโฆษณาตามถนน ใช้ส่ืออินเทอร์เน็ต สื่อวิทยุ ชุมชน ฯลฯ ดา้ นเครอื ขา่ ยและความสมั พนั ธข์ องนกั การเมอื งในจงั หวดั ศรสี ะเกษทงั้ ในระดบั ชาตแิ ละทอ้ งถนิ่ การสบื ทอดตระกลู หรอื กลุ่มทางการเมอื ง เครอื ขา่ ยและความสมั พนั ธข์ องนกั การเมอื งในจงั หวดั ศรสี ะเกษมลี กั ษณะส�ำคญั คอื การสบื ทอด เป็นตระกูลและกลุ่มทางการเมือง การสืบทอดเป็นตระกูล สานต่อจากบิดามายังบุตร จากพี่มายังน้อง จากสามมี ายงั ภรรยา จากอามาสหู่ ลาน และในเครอื ญาติ สาเหตสุ �ำคญั ในการสรา้ งทายาททางการเมอื ง คือ เพ่ือสานต่ออุดมการณ์ทางการเมือง ขยายฐานทางการเมืองและธุรกิจของกลุ่มเครือข่าย เป็นต้น ใช้วิธีการสานต่อด้วยการลงสมัครรับเลือกต้ังคู่กัน หรือบิดาเลิกเล่นการเมืองแล้วให้บุตรมาลงสมัคร รบั เลอื กต้งั แทน ในดา้ นวธิ กี ารเขา้ สวู่ งการเมอื งระดบั ชาติ (ส.ส., ส.ว.) นกั การเมอื งยคุ ใหมข่ องจงั หวดั มกั ลงสมคั ร รับเลือกตั้งในระดับท้องถ่ินก่อน เช่น เป็นสมาชิกสภาจังหวัด ยกเว้นกลุ่มตระกูลที่กุมฐานเสียงในระดับ ท้องถิ่นอยู่แล้วจะส่งบุตรหลานหรือสามีภรรยาลงสมัครในเวทีระดับชาติทันทีโดยใช้ฐานเสียงในระดับ ทอ้ งถ่ินของกลุ่มตนช่วยสนับสนุน โดยสว่ นใหญป่ ระกอบอาชพี เปน็ พอ่ คา้ นกั ธรุ กจิ เชอื้ สายจนี ขา้ ราชการบ�ำนาญ เจา้ ของโรงเรยี น และทนายความ ตระกลู ทางการเมอื งทมี่ กี ารสบื ทอดและมบี ทบาทส�ำคญั ของจงั หวดั ศรสี ะเกษ นบั ตงั้ แต่ ชว่ งปี พ.ศ. 2500 เปน็ ตน้ มา ทสี่ �ำคญั ประกอบดว้ ย ตระกลู วชั ราภรณ์ ตระกลู วสี มหมาย ตระกลู เครอื รตั น์ ตระกูลไตรสรณกุล และตระกูลองั คสกุลเกยี รติ

66 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤตกิ รรมการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวดั อุบลราชธานี ตระกูลวัชราภรณ์ เครือข่ายประกอบด้วย นายสง่า วัชราภรณ์ นายปิยะณัฐ วัชราภรณ์ และ นายดนัยฤทธ์ิ วชั ราภรณ์ ตระกลู วสี มหมาย เครอื ขา่ ยประกอบดว้ ย นายบญุ ชง วสี มหมาย ทนั ตแพทยห์ ญงิ กรองกาญจน ์ วีสมหมาย และนายธรี ะชัย วสี มหมาย ตระกูลเครือรัตน์ เครือข่ายประกอบด้วย นายไพโรจน์ เครือรัตน์ นายธเนศ เครือรัตน์ และ นายณรงค์สทิ ธิ์ เครอื รัตน์ ตระกูลไตรสรณกุล เครือข่ายประกอบด้วย นายฮวด ไตรสรณกุล นายวีระ ไตรสรณกุล นายธีระ ไตรสรณกุล นายวิชิต ไตรสรณกุล นางสุณิสา ไตรสรณกุล นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ และ นายแพทย์จาตุรงค์ เพง็ นรพัฒน์ ตระกูลอังคสกุลเกียรติ เครือข่ายประกอบด้วย นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายสิริพงศ์ องั คสกลุ เกียรติ และนางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ดา้ นความสัมพันธร์ ะหวา่ งนกั การเมอื งระดบั ชาตกิ ับนักการเมอื งระดบั ท้องถิน่ ตัง้ แต่ ปี พ.ศ. 2540 เป็นตน้ มา กลมุ่ การเมอื งท้องถิ่นจังหวัดศรสี ะเกษเริ่มขยายกล่มุ เครือข่าย เข้าไปแข่งขันในการเมืองระดับชาติมากขึ้น โดยส่งบุตรหลาน สามี ภรรยา ญาติพี่น้องหรือพรรคพวก ของกลุ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะตระกูล “อังคสกลุ เกยี รต”ิ และ “ไตรสรณกุล” ซึ่งก�ำลังขยายตัวไปสกู่ ารเมอื งระดบั ชาตโิ ดยอาศัยฐานเสยี งเดิมใน เวทกี ารเมืองระดับท้องถ่นิ การเริ่มขยายเครือข่ายของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นไปแข่งขันกับกลุ่มการเมืองระดับชาติของ กลุ่มตระกูลข้างต้น สะท้อนนัยยะทางการเมืองของจังหวัดศรีสะเกษที่ส�ำคัญ 2 ด้าน คือ ความอ่อนแอ ของกลมุ่ การเมอื งระดับชาติ และความเข้มแข็งของกลุม่ การเมอื งทอ้ งถิ่น ด้านแรก ความออ่ นแอของกลุ่มการเมอื งระดับชาติ ความออ่ นแอของกลมุ่ การเมอื งระดับชาติ แบ่งเปน็ 2 กลมุ่ สาเหตุ ปจั จยั ภายนอก ไดแ้ ก่ สถานการณแ์ ละโครงสรา้ งทางการเมอื งทไี่ มเ่ ออื้ ใหก้ ลมุ่ สมาชกิ สภาผแู้ ทน ราษฎรในจังหวัดศรีสะเกษมีความเข้มแข็ง เกิดข้ึนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง นับตั้งแต่การเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผลกระทบจากการยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย ส่งกระทบโดยตรงต่อ ส.ส.จังหวัดศรีสะเกษซึ่งส่วนใหญ่เคยสังกัด พรรคการเมอื งเหลา่ นี้ โดยเฉพาะส.ส.จงั หวดั ศรสี ะเกษหลายคนไดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตง้ั เพราะกระแส พรรคท่ีตนเองสังกัด โดยเฉพาะกระแสพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ดังนั้น หากเกิดปัญหาขึ้น กับพรรคการเมอื งเหลา่ น้ี ย่อมสง่ ผลโดยตรงตอ่ ความมัน่ คงทางการเมอื งของ ส.ส.คนนัน้

67 ปัจจัยภายใน ปัจจัยของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดศรีสะเกษท่ีเป็นอุปสรรคต่อ ความเขม้ แข็ง กล่าวคอื นับต้ังแต่ ปี พ.ศ. 2540 เปน็ ต้นมา พบวา่ กลมุ่ ส.ส.ท่ีไดร้ บั การเลือกตงั้ มกั เป็น ส.ส.หน้าใหม่ แม้ว่า ส.ส.บางท่านอาจเคยได้รับการเลือกต้ังมา 2-3 สมัย หรือเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง มานานหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อวิเคราะห์ระยะเวลาในการด�ำรงต�ำแหน่ง ส.ส. กลับพบว่าส่วนใหญ่มี ประสบการณไ์ มเ่ กนิ 10 ปี ถอื วา่ ยงั มปี ระสบการณท์ างการเมอื งนอ้ ยเมอื่ เทยี บกบั นายบญุ ชง วสี มหมาย และนายปยิ ะณฐั วัชราภรณ์ สถานการณ์และโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอ้ือ ประกอบกับการเป็น ส.ส.หน้าใหม่ซ่ึงยังขาด ประสบการณ์ทางการเมืองท่ีมากพอ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเข้มแข็งทางการเมือง ดังนั้น กลมุ่ การเมอื งระดบั ทอ้ งถน่ิ จงึ ใชโ้ อกาสนสี้ อดแทรกขนึ้ มาในเวทกี ารเมอื งระดบั ชาตโิ ดยใชฐ้ านเสยี งในระดบั ทอ้ งถน่ิ ชว่ ยสนับสนุน ดา้ นท่ีสอง ความเขม้ แข็งของกลมุ่ การเมอื งท้องถนิ่ เกดิ จากปจั จยั ส�ำคญั 2 ประการ คือ ประการแรก เกดิ จากการผกู ขาดชยั ชนะในการเลอื กตง้ั ในเวทกี ารเมอื งระดบั ทอ้ งถน่ิ ของจงั หวดั ศรสี ะเกษ แบ่งเปน็ 2 ระดบั คอื ระดับเทศบาลเมือง และองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ระดับเทศบาลเมือง ผูกขาดชัยชนะโดยนายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ หัวหน้ากลุ่มมิตรประชา ทดี่ �ำรงต�ำแหนง่ นายกเทศมนตรเี ทศบาลเมอื งศรสี ะเกษมานานกวา่ 30 ปี การผกู ขาดอ�ำนาจทางการเมอื ง มาหลายยคุ สมยั ไดส้ รา้ งฐานเสยี งของกลมุ่ ใหม้ คี วามเขม้ แขง็ ในขณะทคี่ แู่ ขง่ ขนั ไมม่ ศี กั ยภาพมากพอทจี่ ะ ต่อสูก้ บั กลุ่มอ�ำนาจเดิมได้ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั โดยกลมุ่ นายวชิ ติ ไตรสรณกลุ ชนะการเลอื กตงั้ นายกองคก์ ารบรหิ าร สว่ นจงั หวดั ศรสี ะเกษหลายสมยั เชน่ เดยี วกนั ในการเลอื กตงั้ เมอื่ วนั ท่ี 26 เมษายน 2551 สามารถเอาชนะ นางสนุ ยี ์ อนิ ฉตั ร อดตี สมาชกิ วฒุ สิ ภาได้ และลา่ สดุ การเลอื กตงั้ นายก อบจ.และสมาชกิ สภา อบจ.ศรสี ะเกษ เมื่อวนั ที่ 22 กรกฎาคม 2555 ปรากฏวา่ นายวิชติ ชนะการเลือกตั้งอยา่ งขาดลอย เพราะค่แู ข่งขนั ทงั้ หมด ของนายวิชิต ล้วนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ยังไม่มีฐานเสียงและผู้สนับสนุนมากพอท่ีจะสามารถแข่งขันกับ นายวชิ ิตไดอ้ ย่างสูสี การผูกขาดชัยชนะที่ต่อเนื่องยาวนานของกลุ่มนายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ และนายวิชิต ไตรสรณกลุ ส่งผลให้ทั้งสองกล่มุ มีอ�ำนาจทางการเมืองทีเ่ ข้มแข็ง ประการท่ีสอง เกิดจากความเป็นพันธมิตรทางการเมือง ระหว่างตระกูล “ไตรสรณกุล” และ “อังคสกุลเกียรติ” โดยน้องชายของนายฉัฐมงคล คือ นายมานะพันธ์ เป็นรองนายกองค์การบริหาร ส่วนจงั หวดั ศรีสะเกษ

68 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร 2562 จังหวัดอุบลราชธานี จากเงอ่ื นไข 2 ประการดงั กลา่ ว สง่ ผลใหก้ ลมุ่ การเมอื งระดบั ทอ้ งถนิ่ มคี วามเขม้ แขง็ มากขนึ้ และ กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการเมืองจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวคือ การกระจายอ�ำนาจทางการเมือง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยให้มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วน ต�ำบล(อบต.) ทา้ ยทสี่ ดุ แลว้ หากกลมุ่ การเมอื งระดบั ทอ้ งถน่ิ เขม้ แขง็ และกลมุ่ การเมอื งระดบั ชาตอิ อ่ นแอ เพราะโครงสร้างโอกาสทางการเมืองไม่เอ้ือ เครือข่ายของกลุ่มการเมืองระดับท้องถ่ินจะเริ่มมีบทบาท ขยายตัวเข้ามาในเวทีการเมืองระดับชาติมากขึ้น แทนที่การเมืองระดับชาติจะขยายตัวเข้าไปครอบคลุม เวทีระดบั ท้องถนิ่ มากขึ้น ดงั เชน่ กรณีจงั หวดั ศรสี ะเกษ ด้านความแตกต่างของนักการเมืองจังหวัดศรีสะเกษกับจังหวัดอ่ืนๆ พบว่าโครงสร้างและ ลักษณะเฉพาะของนักการเมืองถ่ินจังหวัดศรีสะเกษที่มีความโดดเด่น มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่าง จากจังหวดั อื่นอยา่ งมีนยั ยะส�ำคัญ ได้แก่ ประการแรก นกั การเมอื งจงั หวดั ศรสี ะเกษในระยะเรมิ่ แรกมสี ดั สว่ นของผทู้ ปี่ ระกอบอาชพี ดา้ น กฎหมาย อาทิ ทนายความ ผพู้ พิ ากษา ในสดั สว่ นทสี่ งู กวา่ วชิ าชพี อน่ื ๆ อยา่ งมนี ยั ยะส�ำคญั สาเหตสุ �ำคญั อย่างหนึ่งเป็นเพราะ วิชาชีพทางด้านกฎหมายสามารถเป็นที่พ่ึงพาอาศัยของชาวบ้านได้ โดยเฉพาะ ชาวบ้านท่ีมีข้อพิพาทในด้านท่ีดินท�ำกิน การถูกเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาหนี้สิน และคดีความต่างๆ ส่งผลให้วิชาชีพเหล่านี้ได้รับการยอมรับและมีบทบาทส�ำคัญในสังคมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และขอ้ พิพาทในทดี่ ินท�ำกิน ประการท่ีสอง นักการเมืองเกือบท้ังหมดของจังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่า จะเปน็ นกั การเมืองระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น มักจะมเี ชอื้ สายพ่อค้าจนี โดยในระยะแรกๆ ที่เปิดใหม้ ี การเลือกต้ัง ส.ส. นักการเมืองถ่ินอาจมีกลุ่มข้าราชการบ�ำนาญในพ้ืนที่หรือกลุ่มเจ้าของโรงเรียนอยู่บ้าง แตใ่ นยคุ ตอ่ มาจนถงึ ปจั จบุ นั นกั การเมอื งถนิ่ จงั หวดั ศรสี ะเกษเกอื บทงั้ หมดมเี ชอ้ื สายจนี หรอื “คนผวิ ขาว” ซงึ่ แตกตา่ งจากชาวบา้ นพน้ื ถนิ่ เดมิ ที่เป็นเผ่าพนั ธุ์สว่ ย (กวย) ลาว เขมร เยอ ท่มี ีผวิ คล้ำ� ตระกูลนักการเมืองศรีสะเกษที่สืบทอดจากพ่อค้าชาวจีน หรือสืบทอดจากเช้ือชาติจีนที่ส�ำคัญ ได้แก่ ตระกูล “วัชราภรณ์” “วีสมหมาย” “เครือรัตน์” “ไตรสรณกุล” “อังคสกุลเกียรติ” “เจริญประเสริฐ” “แซจ่ งึ ” เป็นตน้ ประการท่ีสาม ความแตกต่างในด้านวัฒนธรรมทางการเมืองของประชาชนจังหวัดศรีสะเกษ กบั จงั หวดั อน่ื ๆ พบวา่ ในจงั หวดั ศรสี ะเกษ ประชาชนมคี วามหลากหลายทางชาตพิ นั ธ์ุ สว่ นใหญอ่ าศยั อยใู่ น เขตชนบทแบบสงั คมเกษตรกรรม ยดึ มน่ั ในระบบเครอื ญาติ ระบบอปุ ถมั ภ์ มคี วามฝกั ใฝใ่ นทางศาสนาพทุ ธ สืบทอดประเพณีวัฒนธรรม และมีลักษณะนิสัยเฉพาะตามกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ชาวส่วย (กูย) เขมร เยอ พบว่า มีลักษณะนิสัยเจียมเน้ือเจียมตัว มองว่าตัวเองเป็นคนด้อย เคารพผู้มีอ�ำนาจและคนมีทรัพย์สิน

69 เงนิ ทอง ซงึ่ ถอื เปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะของชาวชนบทในจงั หวดั ศรสี ะเกษ ลกั ษณะอปุ นสิ ยั ดงั กลา่ วสง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรมทางการเมอื ง ดงั นน้ั นกั การเมอื งในจงั หวดั ศรสี ะเกษทจี่ ะไดร้ บั การเลอื กตงั้ จะตอ้ งเปน็ บคุ คลท่ี ประชาชนรสู้ กึ วา่ สามารถพ่ึงพาอาศัยได้ สามารถเขา้ ถงึ ได้ ซ่งึ สะท้อนความสัมพันธเ์ ชงิ อปุ ถมั ภ์ในสังคม ประการทสี่ ี่ พฒั นาการของการตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั ของประชาชนจงั หวดั ศรสี ะเกษเปลยี่ นแปลงไป จากเดิมที่ผู้สมัครพยายามแจกเงินซื้อเสียงเป็นหลัก เปล่ียนมาเป็นการแข่งขันกันลงพื้นท่ี การหาพรรค สังกัดที่ประชาชนถูกใจ การสร้างผลงานให้ได้รับการยอมรับ การจัดต้ังระบบหัวคะแนนที่เปล่ียนแปลง ทางกลยุทธ์ให้เข้ากับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่เงินซื้อเสียง กลายเป็นเพยี งปัจจัยส่วนหน่ึงเท่านน้ั ไมใ่ ชป่ ัจจยั หลักเพยี งปจั จัยเดียวตามทสี่ งั คมโดยทั่วไปเขา้ ใจ ประการทห่ี า้ นบั ตงั้ แตช่ ว่ งปี พ.ศ. 2540 เปน็ ตน้ มา การตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั ของประชาชนในจงั หวดั ศรีสะเกษ มีแนวโน้มเปล่ียนแปลงจากการยึดติดอยู่กับตัวบุคคลมาให้ความส�ำคัญกับปัจจัยเร่ืองพรรคที่ สงั กดั มากขนึ้ ผทู้ เ่ี คยผกู ขาดชยั ชนะมาอยา่ งยาวนานอาจจะพา่ ยแพห้ ากสงั กดั พรรคทป่ี ระชาชนไมส่ นบั สนนุ ดา้ นกระแสความนยิ ม พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วตั ร พบวา่ นบั ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. 2544 เปน็ ตน้ มา ประชาชน จังหวัดศรีสะเกษส่วนใหญ่มีความนิยม พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร สูงมาก ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.ท่ีสังกัด พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพ่ือไทยมีโอกาสสูงท่ีจะได้รับการเลือกตั้ง ในขณะที่ ผู้สมัครพรรคการเมืองอ่ืนต้องต่อสู้แข่งขันอย่างหนักหากต้องการได้รับชัยชนะ โดยเฉพาะการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(แบบแบ่งเขต)เมื่อวันท่ี 6 กุมภาพันธ์ 2548 พบว่า จากจ�ำนวน ส.ส.ทั้งหมด 9 เขต พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง 8 เขต ยงิ่ การเลอื กตง้ั ส.ส. เมอื่ วนั ที่ 2 เมษายน 2549 กอ่ นทจ่ี ะถกู ศาลรฐั ธรรมนญู ตดั สนิ ใหเ้ ปน็ โมฆะ พบวา่ ผสู้ มคั ร ส.ส.จากพรรคไทยรกั ไทย ไดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ ครบทงั้ จงั หวดั 9 คน จากทงั้ หมด 9 เขต แมก้ ระทง่ั ภายหลงั เหตกุ ารณร์ ฐั ประหาร 19 กนั ยายน 2549 และมกี ารเลอื กตงั้ ใหมต่ ามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2550 ท่ีก�ำหนดให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ จากแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเปลี่ยนมาเป็น 3 เขตเลือกตั้ง เขตหน่ึงมีจ�ำนวน ส.ส.ได้ 3 คน ซึ่งสมาชิกพรรคไทยรักไทยเดิมได้ย้ายไปสังกัดพรรค พลังประชาชน โดย กกต.ก�ำหนดให้มีการเลือกต้ังท่ัวไป เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ผลปรากฏว่า พรรคพลงั ประชาชนไดร้ ับเลือกตงั้ ท้งั หมด 7 คน จากทั้งหมด 9 คน โดยเฉพาะในกรณขี องเขตเลอื กตงั้ เขตท่ี 2 พบวา่ กระแสนยิ ม พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วตั ร มอี ทิ ธพิ ล ตอ่ การตดั สนิ ใจเลอื กตงั้ ส.ส.เปน็ อยา่ งมาก แมว้ า่ ผสู้ มคั รบางคนจะไมเ่ คยลงพนื้ ทหี่ าเสยี งเหมอื นผสู้ มคั ร คนอื่นๆ หากสังกัดพรรคพลังประชาชนก็มีโอกาสสูงท่ีจะได้รับชัยชนะ อีกท้ังการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลงั ประชาชนยงั เน้นการชู พ.ต.ท.ทกั ษณิ และการน�ำ พ.ต.ท.ทกั ษิณ กลบั ประเทศ

70 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จังหวดั อบุ ลราชธานี นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ัวไป เม่ือวันท่ี 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ก็ปรากฏว่าพรรคเพ่ือไทยชนะการเลือกต้ัง 7 เขต จากทั้งหมด 8 เขตเลือกตั้ง ส่วนพรรคท่ีสามารถสอด แทรกเข้ามาได้ 1 ทน่ี งั่ คอื เขต 3 นางอุดมลกั ษณ์ เพ็งนรพฒั น์ พรรคภูมิใจไทย ซ่ึงมฐี านเสยี งทีเ่ ข้มแข็ง มีการลงพน้ื ฐานอย่างต่อเนอ่ื งยาวนาน ท้ังน้ี ตัวอย่างงานส�ำคัญท่ีจะน�ำไปถกเถียง อภิปรายผล เพื่อเปรียบเทียบกับงาน “การศึกษา ความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤตกิ รรมการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธาน”ี ในครั้งน้ี คือ งานของ สุเชาว์ มีหนองหว้า และ กิติรัตน์ สีหบัณฑ์ (2549) เรื่อง “นักการเมืองถ่ินจังหวัด อุบลราชธานี” โดยเฉพาะการเปรียบเทียบในส่วนรูปแบบและวิธีการหาเสียงของนักการเมืองถิ่นใน จงั หวดั อุบลราชธานีซึง่ สเุ ชาว์ มหี นองหวา้ และ กติ ริ ตั น์ สหี บัณฑ์ คน้ พบว่า รูปแบบวธิ กี ารหาเสียงของ นักการเมืองท่ีได้รับเลือกตั้งในสมัยแรกที่มีการเลือกต้ังกับในปัจจุบันแตกต่างกัน กล่าวคือ ในสมัยแรก จากการเลือกต้ังของจังหวัดอุบลราชธานีท่ีมีนักการเมืองได้รับเลือกตั้ง เช่น นายทองอินทร์ ภูริพัฒน ์ นายเลียง ไชยกาล นายฟอง สิทธิธรรม การหาเสียงใช้รูปแบบของการออกปราศรัยตามท้องถิ่นต่างๆ ในเขตเลอื กตงั้ และการใชก้ ลมุ่ เครอื ญาติ เพอื่ นสนทิ ชว่ ยในการหาเสยี ง แตร่ ปู แบบและวธิ กี ารหาเสยี งของ นกั การเมอื งในจงั หวดั อบุ ลราชธานใี นยคุ ปจั จบุ นั เปลยี่ นไปจากเดมิ เปน็ การใชก้ ารจดั ตงั้ ระบบหวั คะแนนใน หมบู่ า้ นและชมุ ชนกระจายครอบคลมุ เขตเลอื กตง้ั ซง่ึ ปจั จยั เกยี่ วกบั ความสามารถในการจดั ตง้ั หวั คะแนน จดั ไดว้ า่ เปน็ ปจั จยั ชข้ี าดส�ำคญั ทจ่ี ะท�ำใหผ้ สู้ มคั รไดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ นอกจากนี้ ผสู้ มคั รยงั จะตอ้ ง มคี วามสามารถและเอาใจใสต่ อ่ การใหบ้ รกิ ารประชาชนในเขตเลอื กตง้ั เชน่ การดแู ลทกุ ขส์ ขุ ของประชาชน ท่ีได้รับความเดือดร้อนที่มาขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ลงสมัครรับเลือกต้ัง การเขา้ รว่ มในกิจกรรมงานบุญประเพณีทชี่ าวบา้ นในชุมชนจัดขนึ้ อย่างสม�่ำเสมอตลอดเวลา ซง่ึ รปู แบบ และวธิ กี ารหาเสยี งดงั กลา่ วส�ำคญั มาก อยา่ งไรกต็ าม ปจั จยั เกยี่ วกบั คณุ สมบตั ขิ องผสู้ มคั รทเี่ ปน็ คนมคี วามร้ ู ความสามารถ คบงา่ ย พ่ึงพาได้ ก็เป็นปัจจยั ทส่ี �ำคัญประกอบกนั เปน็ ต้น

71

72

73 บทท่ี 3 ผลการสำ� รวจทศั นคติ แนวโนม้ การตดั สนิ ใจ ก่อนวันเลือกต้ัง (24 มีนาคม 2562) โดยการทำ� แบบส�ำรวจการเลอื กตัง้ (Poll) เพื่อเปรยี บเทยี บผลการส�ำรวจในชว่ งกอ่ น การเลอื กตงั้ กบั ผลคะแนนการเลอื กตงั้ จรงิ การศกึ ษาผลการส�ำรวจทัศนคติ ความรูส้ ึก แนวโน้มการตดั สินใจกอ่ นวันเลอื กตัง้ (24 มีนาคม 2562) โดยการท�ำแบบส�ำรวจการเลือกตั้ง (Poll) เพ่ือเปรียบเทียบผลการส�ำรวจในช่วงก่อนการเลือกต้ัง กบั ผลคะแนนการเลอื กตั้งจริง มวี ตั ถปุ ระสงคส์ �ำคญั เพือ่ วเิ คราะห์วา่ ปจั จยั เร่อื งเงนิ ซอื้ เสียงซงึ่ มกั จะแจก หนง่ึ วนั กอ่ นเลอื กตงั้ รวมทง้ั วธิ กี ารหาเสยี งรปู แบบตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ หลงั จากการลงพน้ื ทเี่ พอ่ื ท�ำแบบส�ำรวจ การเลือกต้ัง (Poll) มอี ทิ ธิพลต่อการตดั สนิ ใจเลอื กตัง้ ในวนั เลือกตั้งจรงิ หรือไมอ่ ยา่ งไร ซ่ึงในการเลือกตั้งวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จังหวัดอุบลราชธานี แบ่งเขตเลือกต้ังออกเป็น 10 เขต ประกอบด้วย เขตเลอื กตั้งท่ี 1 อ�ำเภอเมอื งอบุ ลราชธานี (ยกเว้น ต.กระโสบ ต.กดุ ลาด) เขตเลอื กตง้ั ที่ 2 อ�ำเภอเขอื่ งใน อ�ำเภอมว่ งสามสบิ เขตเลือกตั้งท่ี 3 อ�ำเภอวารนิ ช�ำราบ อ�ำเภอนาเยีย เขตเลอื กตง้ั ท่ี 4 อ�ำเภอเดชอดุ ม (ยกเว้น อ.ทุ่งเทงิ ) เขตเลือกตั้งท่ี 5 อ�ำเภอตระการพชื ผล อ�ำเภอกุดข้าวปุ้น อ�ำเภอเหลา่ เสือโก๊ก

74 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกตงั้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี เขตเลือกต้งั ที่ 6 อ�ำเภอเขมราฐ อ�ำเภอโพธ์ิไทร อ�ำเภอนาตาล อ�ำเภอศรีเมืองใหม่ (เฉพาะ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) เขตเลอื กตง้ั ท่ี 7 อ�ำเภอศรเี มอื งใหม่ (ยกเวน้ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) อ�ำเภอโขงเจยี ม อ�ำเภอ ตาลสุม อ�ำเภอดอนมดแดง อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (เฉพาะ ต.กระโสบ ต.กดุ ลาด) เขตเลือกต้ังท่ี 8 อ�ำเภอพบิ ูลมงั สาหาร อ�ำเภอสว่างวรี ะวงศ์ อ�ำเภอสริ ินธร (เฉพาะ ต.ฝางค�ำ ต.คันไร่ ต.นิคมสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) เขตเลือกตั้งที่ 9 อ�ำเภอบณุ ฑรกิ อ�ำเภอนาจะหลวย อ�ำเภอสริ นิ ธร (ยกเวน้ ต.ฝางค�ำ ต.คนั ไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) เขตเลอื กตง้ั ที่ 10 อ�ำเภอน้�ำยืน อ�ำเภอน้ำ� ขนุ่ อ�ำเภอทุง่ ศรีอดุ ม อ�ำเภอส�ำโรง อ�ำเภอเดชอุดม (เฉพาะ ต.ทงุ่ เทงิ ) โดยศูนย์ประสานงานการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี สรุปว่า ในการเลอื กตง้ั วนั ท่ี 24 มนี าคม 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี มจี �ำนวนหนว่ ยเลอื กตง้ั 2,950 หนว่ ย จ�ำนวน ประชากรรวม 1,874,548 คน จ�ำนวนผ้มู สี ทิ ธเิ ลือกตงั้ 1,436,649 คน จากการลงพ้ืนที่ศกึ ษาพฤติกรรมการเลือกตงั้ พบว่า ประชาชนในจงั หวดั อบุ ลราชธานี และผูท้ ี่ เรมิ่ มีสิทธิในการเลอื กตัง้ ครั้งแรก (New Voter) มคี วามตนื่ ตวั ส�ำหรบั การเลือกตง้ั คร้งั นี้สูงมาก โดยข้อมูลจาก ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี ท่ีประกาศ ผลคะแนนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ) สรปุ วา่ เขตเลอื กต้งั ท่ี 1 อ�ำเภอเมอื งอบุ ลราชธานี (ยกเวน้ ต.กระโสบ ต.กดุ ลาด) จ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 160,308 คน มีจ�ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ิทธเิ ลือกต้งั 127,088 คน คิดเปน็ ร้อยละ 79.28 เขตเลือกตัง้ ท่ี 2 อ�ำเภอเขื่องใน อ�ำเภอม่วงสามสิบ จ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 165,432 คน มจี �ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 109,597 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 66.25 เขตเลอื กตง้ั ท่ี 3 อ�ำเภอวารินช�ำราบ อ�ำเภอนาเยีย จ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 147,243 คน มจี �ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 113,380 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 77.00 เขตเลือกต้ังที่ 4 อ�ำเภอเดชอุดม (ยกเว้น อ.ทุ่งเทิง) จ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง 130,498 คน มีจ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใชส้ ทิ ธิเลือกต้ัง 91,460 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70.09

75 เขตเลือกต้งั ที่ 5 อ�ำเภอตระการพชื ผล อ�ำเภอกดุ ขา้ วปนุ้ อ�ำเภอเหลา่ เสอื โกก๊ จ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธิ เลือกตั้ง 149,510 คน มีจ�ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใช้สิทธิเลอื กต้งั 97,578 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 65.27 เขตเลือกตงั้ ที่ 6 อ�ำเภอเขมราฐ อ�ำเภอโพธิ์ไทร อ�ำเภอนาตาล อ�ำเภอศรีเมืองใหม่ (เฉพาะ ต.นาเลิน ต.หนามแทง่ ) จ�ำนวนผมู้ สี ิทธเิ ลือกต้ัง 133,030 คน มีจ�ำนวนผู้มา แสดงตนขอใช้สิทธเิ ลอื กต้งั 91,958 คน คิดเป็นร้อยละ 69.13 เขตเลอื กต้ังท่ี 7 อ�ำเภอศรีเมอื งใหม่ (ยกเวน้ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) อ�ำเภอโขงเจียม อ�ำเภอ ตาลสุม อ�ำเภอดอนมดแดง อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (เฉพาะ ต.กระโสบ ต.กุดลาด) จ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 132,533 คน มีจ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอ ใช้สทิ ธิเลอื กตง้ั 94,984 คน คิดเปน็ ร้อยละ 71.67 เขตเลือกต้งั ที่ 8 อ�ำเภอพบิ ูลมงั สาหาร อ�ำเภอสว่างวีระวงศ์ อ�ำเภอสิรินธร (เฉพาะ ต.ฝางค�ำ ต.คนั ไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) จ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 139,448 คน มจี �ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 100,303 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 71.93 เขตเลอื กตั้งที่ 9 อ�ำเภอบณุ ฑรกิ อ�ำเภอนาจะหลวย อ�ำเภอสริ นิ ธร (ยกเวน้ ต.ฝางค�ำ ต.คนั ไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) จ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 145,067 คน มจี �ำนวน ผู้มาแสดงตนขอใชส้ ิทธเิ ลือกตงั้ 94,307 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 65.01 เขตเลอื กตง้ั ท่ี 10 อ�ำเภอนำ้� ยนื อ�ำเภอน�ำ้ ขุ่น อ�ำเภอทุง่ ศรอี ดุ ม อ�ำเภอส�ำโรง อ�ำเภอเดชอุดม (เฉพาะ ต.ท่งุ เทิง) จ�ำนวนผู้มีสทิ ธเิ ลอื กตัง้ 148,435 คน มจี �ำนวนผู้มาแสดง ตนขอใชส้ ิทธิเลอื กตัง้ 108,287 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 72.95 นอกจากนน้ั ยงั พบขอ้ มลู จากการเลอื กตง้ั นอกเขต พบวา่ โดยเฉลยี่ ทงั้ จงั หวดั มผี มู้ าใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ นอกเขตมากกว่า ร้อยละ 90 ข้อมูลจากการลงพ้ืนที่โดยการส�ำรวจพฤติกรรมการเลือกต้ังผ่านการท�ำโพลส�ำรวจทั้ง 10 เขต มีประเด็นการสอบถามว่าจะไปใช้สิทธ์ิในการเลือกต้ัง ส.ส. ในวันท่ี 24 มีนาคม 2562 น้ีหรือไม่ พบว่า กลมุ่ ตวั อยา่ งมากกวา่ รอ้ ยละ 90 จะไปใชส้ ทิ ธใิ นการเลอื กตงั้ ครงั้ นอ้ี ยา่ งแนน่ อน และประเดน็ ค�ำถามวา่ ทราบ หรอื ไมว่ า่ พรรคทที่ า่ นเลอื ก หากไดร้ บั ชยั ชนะเปน็ แกนน�ำในการจดั ตงั้ รฐั บาล ทา่ นใดจะไดเ้ ปน็ นายกรฐั มนตรี พบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งมากกวา่ รอ้ ยละ 70 ทราบวา่ ทา่ นใดจะไดเ้ ปน็ นายกรฐั มนตรหี ากพรรคทต่ี นเลอื กชนะ การเลือกตง้ั และไดเ้ ป็นแกนน�ำในการจดั ต้ังรัฐบาล

76 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤตกิ รรมการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี ภาพที่ 1 ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั ส.ส.แบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ ปี 2562 จ.อบุ ลราชธานี จากพรรคเพอ่ื ไทย ทมี่ า : ถ่ายภาพโดย สดุ ารตั น์ พิทักษพ์ รพลั ลภ, 2562 ภาพท่ี 2 ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ส.ส.แบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ ปี 2562 จ.อบุ ลราชธานี จากพรรคเพอื่ ไทย ทม่ี า : ถา่ ยภาพโดย สดุ ารัตน์ พทิ กั ษ์พรพลั ลภ, 2562

77 ภาพท่ี 3 พรรคพลงั ประชารฐั ทำ� พธิ กี อ่ นปราศรยั ใหญ่ ณ ศาลากลางหลงั เกา่ อ.เมอื งอบุ ลราชธานี จ.อบุ ลราชธานี (19 มนี าคม 2562) ผลการส�ำรวจทศั นคติ ความรสู้ ึก การตดั สนิ ใจก่อนวนั เลอื กตั้ง (24 มีนาคม 2562) โดยการท�ำ แบบส�ำรวจการเลือกตั้ง (Poll) ในช่วงระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันท่ี 17 มีนาคม 2562 โดยส�ำรวจการตัดสินใจกอ่ นวนั เลือกต้ังทง้ั 10 เขต ปรากฏผลการส�ำรวจแยกตามเขตเลอื กต้ัง ดังนี้ 1. เขตเลอื กตัง้ ท่ี 1 ผลการส�ำรวจการเลือกตั้ง (Poll) สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนเลอื กตั้ง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ท่ี 1 เขตเลือกต้ังที่ 1 อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (ยกเว้น ต.กระโสบ ต.กุดลาด) ส�ำรวจวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 จ�ำนวนกลุ่มตัวอย่าง 5,110 ตัวอย่าง แยกเก็บข้อมูล 14 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตที่ม ี การแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ระหว่างนายวรสิทธ์ิ กัลป์ตินันท์ พรรคเพื่อไทย นายอดุลย์ นิลเปรม พรรคพลงั ประชารฐั และนายบณั ฑติ วลิ ามาศ พรรคอนาคตใหม่ จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 160,308 คน (ในวันเลอื กตง้ั )

78 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวัดอุบลราชธานี ผลการส�ำรวจก่อนเลือกต้ัง พบว่า นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ พรรคเพ่ือไทย จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 55 รองลงมาคือ นายอดุลย์ นิลเปรม พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนเสียงร้อยละ 28.7 (ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 3 ผลการส�ำรวจการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ท่ี 1 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งท่ี 1 เขตเลือกต้ังที่ 1 อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (ยกเว้น ต.กระโสบ ต.กุดลาด) ผู้ที่ได้รับชัยชนะใน การเลอื กตง้ั คอื นายวรสทิ ธิ์ กลั ปต์ นิ นั ท์ พรรคเพอื่ ไทย ได้ 38,660 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นายอดลุ ย์ นลิ เปรม พรรคพลังประชารัฐ ได้ 37,476 คะแนน และอันดับสาม คือ นายบัณฑิต วิลามาศ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 26,456 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 160,308 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้ สทิ ธเิ ลอื กตง้ั 127,088 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 79.28 มจี �ำนวนพรรคทส่ี ง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ทงั้ หมด 38 พรรค (ถูกตดั สิทธิไมไ่ ด้รบั การประกาศชื่อเป็นผู้สมคั รรับเลอื กต้งั 1 พรรค) (รายละเอยี ดดังตาราง)

79 ตารางท่ี 1 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ท่ี 1 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอื่ วนั ท่ี 26 มนี าคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

80 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤตกิ รรมการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี 2. เขตเลอื กตง้ั ที่ 2 ผลการส�ำรวจการเลือกตั้ง (Poll) สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร กอ่ นเลอื กตงั้ จ.อบุ ลราชธานี เขตเลือกตง้ั ที่ 2 เขตเลอื กตงั้ ท่ี 2 อ�ำเภอเขอ่ื งใน อ�ำเภอมว่ งสามสบิ ส�ำรวจ วนั อาทติ ย์ ที่ 3 มนี าคม 2562 จ�ำนวน กลุ่มตัวอยา่ ง 4,777 ตวั อยา่ ง แยกเก็บขอ้ มลู 30 ต�ำบล/เขต อปท. เปน็ เขตที่เปน็ การแข่งขันกนั ระหว่าง นายวฒุ พิ งษ์ นามบตุ ร พรรคประชาธปิ ตั ย์ นายณรงคช์ ยั วรี ะกลุ พรรคเพอ่ื ไทย และนายโกวทิ ย์ ธรรมานชุ ติ พรรคพลังประชารัฐ จากจ�ำนวนผมู้ สี ิทธเิ ลอื กต้ัง 165,432 คน (ในวันเลอื กต้ัง) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตงั้ พบวา่ นายณรงคช์ ยั วรี ะกลุ พรรคเพอ่ื ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี งรอ้ ยละ 34.6 รองลงมาคอื นายวฒุ พิ งษ์ นามบตุ ร พรรคประชาธปิ ตั ย์ จะไดค้ ะแนนเสยี งรอ้ ยละ 29.2 และอนั ดบั สาม นายโกวทิ ย์ ธรรมานชุ ิต พรรคพลังประชารฐั จะไดค้ ะแนนเสยี งรอ้ ยละ 28.5 (ตามแผนภาพ) แผนภาพท่ี 4 ผลการส�ำรวจการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งท่ี 2 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งท่ี 2 เขตเลือกต้ังท่ี 2 อ�ำเภอเขื่องใน อ�ำเภอม่วงสามสิบ ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกต้ัง คือ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 41,777 คะแนน (อันดับสอง คือ นายณรงค์ชัย วีระกุล

81 พรรคเพื่อไทย ได้ 30,198 คะแนน และอันดับสาม คือ นายโกวิทย์ ธรรมานุชิต พรรคพลังประชารัฐ ได้ 16,107 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 165,432 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้ สทิ ธเิ ลอื กตง้ั 109,597 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 66.25 มจี �ำนวนพรรคทสี่ ง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ทงั้ หมด 39 พรรค (ถูกตัดสทิ ธไิ ม่ได้รับการประกาศชือ่ เป็นผ้สู มัครรับเลือกตั้ง 3 พรรค) (รายละเอียดดงั ตาราง) ตารางที่ 2 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกต้ังท่ี 2 ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 26 มนี าคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

82 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวดั อบุ ลราชธานี 3. เขตเลือกต้งั ท่ี 3 ผลการสำ� รวจการเลอื กต้ัง (Poll) สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ก่อนเลือกตัง้ จ.อบุ ลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ที่ 3 เขตเลือกตงั้ ที่ 3 อ�ำเภอวารนิ ช�ำราบ อ�ำเภอนาเยยี ส�ำรวจเมื่อวนั เสาร์ ท่ี 16 กุมภาพันธ์ 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 3,511 ตวั อยา่ ง แยกเกบ็ ขอ้ มลู 18 ต�ำบล/เขต อปท. เปน็ เขตทมี่ กี ารแขง่ ขนั กนั อยา่ งเขม้ ขน้ ระหว่างนางสาวโยธากาญจน์ ฟองงาม พรรคพลังประชารฐั นางสาวกติ ตธ์ิ ัญญา วาจาดี พรรคเพอ่ื ไทย จากจ�ำนวนผ้มู สี ิทธเิ ลอื กต้งั 147,243 คน (ในวันเลอื กตัง้ ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตงั้ พบวา่ นางสาวกติ ตธ์ิ ญั ญา วาจาดี พรรคเพอ่ื ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 46.5 รองลงมา นางสาวโยธากาญจน์ ฟองงาม พรรคพลงั ประชารฐั จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 21.3 (ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 5 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกตั้ง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 3

83 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ที่ 3 เขตเลือกต้ังที่ 3 อ�ำเภอวารินช�ำราบ อ�ำเภอนาเยีย ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง คือ นางสาวกติ ตธ์ิ ญั ญา วาจาดี พรรคเพอื่ ไทย ได้ 44,251 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นางสาวโยธากาญจน์ ฟองงาม พรรคพลังประชารัฐ ได้ 24,378 คะแนน และอันดับสาม คือ นายสถาพร ศรีแย้ม พรรคอนาคตใหม ่ ได้ 17,889 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง 147,243 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้ สทิ ธเิ ลอื กตงั้ 113,380 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 77.00 มจี �ำนวนพรรคทส่ี ง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั ทง้ั หมด 36 พรรค (ถกู ตดั สทิ ธไิ มไ่ ดร้ ับการประกาศช่ือเปน็ ผ้สู มัครรับเลือกต้งั 1 พรรค) (รายละเอยี ดดังตาราง) ตารางท่ี 3 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตัง้ ท่ี 3 ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 26 มนี าคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

84 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวดั อบุ ลราชธานี 4. เขตเลือกต้ังท่ี 4 ผลการส�ำรวจการเลอื กต้งั (Poll) สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนเลอื กต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตัง้ ท่ี 4 เขตเลอื กตงั้ ท่ี 4 อ�ำเภอเดชอดุ ม (ยกเวน้ อ.ทงุ่ เทงิ ) ส�ำรวจเมอ่ื วนั อาทติ ย์ ที่ 17 กมุ ภาพนั ธ์ 2562 จ�ำนวนกลุ่มตัวอย่าง 2,771 ตัวอย่าง แยกเก็บข้อมูล 14 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตท่ีเป็นการแข่งขันกัน ระหว่างนายเอกชัย ทรงอ�ำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช พรรคพลังประชารัฐ นายสรุ ิยา ขนั อาสา พรรคภมู ิใจไทย จากจ�ำนวนผมู้ ีสทิ ธเิ ลือกตงั้ 130,498 คน (ในวันเลอื กตงั้ ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตง้ั พบวา่ นายเอกชยั ทรงอ�ำนาจเจรญิ พรรคเพอื่ ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 52.4 รองลงมา นางสาวตวงทพิ ย์ จนิ ตะเวช พรรคพลงั ประชารฐั จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 31.3 ตามล�ำดับ(ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 6 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ที่ 4

85 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกต้ังท่ี 4 เขตเลือกต้ังท่ี 4 อ�ำเภอเดชอุดม (ยกเว้น อ.ทุ่งเทิง) ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง คือ นายเอกชยั ทรงอ�ำนาจเจรญิ พรรคเพอ่ื ไทย ได้ 32,074 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นางสาวตวงทพิ ย์ จนิ ตะเวช พรรคพลังประชารัฐ ได้ 20,433 คะแนน และอันดับสาม คือ นายสุริยา ขันอาสา พรรคภูมิใจไทย ได้ 17,335 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง 130,498 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้ สทิ ธเิ ลือกตัง้ 91,460 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 70.09 มจี �ำนวนพรรคที่ส่งผสู้ มคั รรับเลอื กตัง้ ทงั้ หมด 37 พรรค (ถูกตดั สทิ ธิไม่ไดร้ ับการประกาศชือ่ เปน็ ผู้สมคั รรับเลอื กตัง้ 2 พรรค) (รายละเอยี ดดังตาราง) ตารางท่ี 4 ผลการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร เมอ่ื วนั ท่ี 24 มนี าคม 2562 จ.อบุ ลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ที่ 4 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 26 มีนาคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

86 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร 2562 จังหวัดอบุ ลราชธานี 5. เขตเลือกตงั้ ท่ี 5 ผลการส�ำรวจการเลือกตงั้ (Poll) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กอ่ นเลือกตง้ั จ.อบุ ลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ท่ี 5 เขตเลอื กตง้ั ท่ี 5 อ�ำเภอตระการพชื ผล อ�ำเภอกดุ ขา้ วปนุ้ อ�ำเภอเหลา่ เสอื โกก๊ ส�ำรวจเมอ่ื วนั เสารท์ ี่ 2 มนี าคม 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 4,517 ตวั อยา่ ง แยกเกบ็ ขอ้ มลู 26 ต�ำบล/เขต อปท. เปน็ เขตทเี่ ปน็ การแขง่ ขนั กนั ระหวา่ งนายรฐั กติ ติ์ ผาลพี ฒั น์ พรรคเพอ่ื ไทย และนายสทุ ธชิ ยั จรญู เนตร พรรคพลงั ประชารฐั จากจ�ำนวนผมู้ ีสทิ ธิเลือกตงั้ 149,510 คน (ในวนั เลอื กตัง้ ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตง้ั พบวา่ นายรฐั กติ ติ์ ผาลพี ฒั น์ พรรคเพอ่ื ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 49.8 และนายสุทธิชัย จรูญเนตร พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 33.4 ตามล�ำดับ (ตามแผนภาพ) แผนภาพท่ี 7 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลือกต้ังที่ 5

87 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตง้ั ท่ี 5 เขตเลือกต้งั ที่ 5 อ�ำเภอตระการพชื ผล อ�ำเภอกุดข้าวปุน้ อ�ำเภอเหลา่ เสือโก๊ก ผทู้ ่ีไดร้ ับชัยชนะ ในการเลอื กตง้ั คอื นายรฐั กติ ติ์ ผาลพี ฒั น์ พรรคเพอ่ื ไทย ได้ 42,903 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นายสทุ ธชิ ยั จรญู เนตร พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 33,960 คะแนน และอนั ดบั สาม คอื นายธงชาติ วงศห์ าญ พรรคอนาคตใหม ่ ได้ 6,684 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวนผู้มีสิทธิเลือกต้ัง 149,510 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้ สิทธเิ ลือกตงั้ 97,578 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 65.27 มีจ�ำนวนพรรคทส่ี ่งผสู้ มัครรบั เลือกตัง้ ทงั้ หมด 35 พรรค (ถูกตดั สิทธิไมไ่ ด้รับการประกาศชื่อเปน็ ผ้สู มคั รรับเลือกตง้ั 1 พรรค) (รายละเอียดดังตาราง) ตารางท่ี 5 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกต้งั ท่ี 5 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 26 มนี าคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

88 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร 2562 จังหวดั อุบลราชธานี 6. เขตเลอื กตง้ั ที่ 6 ผลการส�ำรวจการเลอื กตั้ง (Poll) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กอ่ นเลอื กตง้ั จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ที่ 6 เขตเลอื กตงั้ ท่ี 6 อ�ำเภอเขมราฐ อ�ำเภอโพธไ์ิ ทร อ�ำเภอนาตาล อ�ำเภอศรเี มอื งใหม่ (เฉพาะ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) ส�ำรวจเมอื่ วนั อาทติ ย์ ที่ 10 มนี าคม 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 2,918 ตวั อยา่ ง แยกเกบ็ ข้อมูล 21 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตท่ีเป็นการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่าง นายธนะสิทธ์ิ โควสุรัตน์ พรรคพลงั ประชารัฐ และนายพิสิษฐ์ สนั ตพันธุ์ พรรคเพือ่ ไทย จากจ�ำนวนผู้มีสทิ ธิเลอื กตงั้ 133,030 คน (ในวันเลอื กตง้ั ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตงั้ พบวา่ นายพสิ ษิ ฐ์ สนั ตพนั ธ์ุ พรรคเพอ่ื ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 48.6 รองลงมา นายธนะสทิ ธ์ิ โควสรุ ตั น์ พรรคพลงั ประชารฐั จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 34.5 ตามล�ำดบั (ตามแผนภาพ) แผนภาพท่ี 8 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ท่ี 6

89 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ที่ 6 เขตเลอื กตง้ั ที่ 6 อ�ำเภอเขมราฐ อ�ำเภอโพธไ์ิ ทร อ�ำเภอนาตาล อ�ำเภอศรเี มอื งใหม่ (เฉพาะ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) ผทู้ ไี่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตง้ั คอื นายธนะสทิ ธ์ิ โควสรุ ตั น์ พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 32,630 คะแนน (อันดับสอง คือ นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 32,289 คะแนน และอันดับสาม คือ นายโชติ แชม่ ชอ้ ย พรรคอนาคตใหม่ ได้ 8,320 คะแนน ตามล�ำดบั ) จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 133,030 คน จ�ำนวนผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 91,958 คน คิดเป็นร้อยละ 69.13 มีจ�ำนวนพรรคท่ีส่งผู้สมัคร รับเลือกต้ังท้ังหมด 40 พรรค (ถูกตัดสิทธิไม่ได้รับการประกาศช่ือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง 1 พรรค) (รายละเอียดดังตาราง) ตารางที่ 6 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งท่ี 6 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 26 มนี าคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

90 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมืองและพฤตกิ รรมการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จังหวดั อบุ ลราชธานี 7. เขตเลือกตงั้ ท่ี 7 ผลการสำ� รวจการเลือกตงั้ (Poll) สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร กอ่ นเลอื กตง้ั จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กต้งั ท่ี 7 เขตเลือกตั้งท่ี 7 อ�ำเภอศรีเมืองใหม่ (ยกเว้น ต.นาเลิน ต.หนามแท่ง) อ�ำเภอโขงเจียม อ�ำเภอ ตาลสุม อ�ำเภอดอนมดแดง อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (เฉพาะ ต.กระโสบ ต.กุดลาด) ส�ำรวจเมื่อ วันท ่ี 23-24 กมุ ภาพนั ธ์ 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 7,469 ตวั อยา่ ง แยกเกบ็ ขอ้ มลู 26 ต�ำบล/เขต อปท. เปน็ เขต ที่เป็นการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่างนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย และนายเชิดศักด์ิ โภคกลุ กานนท์ พรรคพลงั ประชารฐั จากจ�ำนวนผมู้ สี ิทธเิ ลอื กตง้ั 132,533 คน (ในวนั เลือกตงั้ ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตง้ั พบวา่ นายชวู ทิ ย์ พทิ กั ษพ์ รพลั ลภ พรรคเพอ่ื ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง ร้อยละ 50.7 ส่วนนายเชิดศักด์ิ โภคกุลกานนท์ พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 26.8 ตามล�ำดับ (ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 9 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกตั้ง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กต้งั ที่ 7

91 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตงั้ ท่ี 7 เขตเลอื กตง้ั ท่ี 7 อ�ำเภอศรเี มอื งใหม่ (ยกเวน้ ต.นาเลนิ ต.หนามแทง่ ) อ�ำเภอโขงเจยี ม อ�ำเภอตาลสมุ อ�ำเภอดอนมดแดง อ�ำเภอเมืองอุบลราชธานี (เฉพาะ ต.กระโสบ ต.กุดลาด) ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการ เลอื กตงั้ คอื นายชวู ทิ ย์ พทิ กั ษพ์ รพลั ลภ พรรคเพอื่ ไทย ได้ 34,439 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นายเชดิ ศกั ด์ิ โภคกลุ กานนท์ พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 30,748 คะแนน และอนั ดบั สาม คอื นายศริ สทิ ธิ์ จรญู ศริ วงศ์ พรรค อนาคตใหม่ ได้ 8,228 คะแนน ตามล�ำดบั ) จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 132,533 คน จ�ำนวนผมู้ าแสดงตน ขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 94,984 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 71.67 มจี �ำนวนพรรคทส่ี ง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ทงั้ หมด 35 พรรค (ไมม่ ีพรรคถกู ตัดสทิ ธไิ มไ่ ด้รับการประกาศชือ่ เปน็ ผู้สมัครรบั เลือกตง้ั ) (รายละเอียดดงั ตาราง) ตารางที่ 7 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตัง้ ที่ 7 ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 26 มีนาคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

92 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร 2562 จงั หวัดอบุ ลราชธานี 8. เขตเลอื กตั้งท่ี 8 ผลการสำ� รวจการเลอื กต้งั (Poll) สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ก่อนเลอื กต้งั จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ที่ 8 เขตเลือกต้ังท่ี 8 อ�ำเภอพิบูลมังสาหาร อ�ำเภอสว่างวีระวงศ์ อ�ำเภอสิรินธร (เฉพาะ ต.ฝางค�ำ ต.คนั ไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) ส�ำรวจเมอ่ื วนั องั คาร ที่ 19 กมุ ภาพนั ธ์ 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 2,948 ตัวอย่าง แยกเก็บข้อมูล 18 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตที่เป็นการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่าง 3 พรรคการเมอื ง ประกอบดว้ ย นางสาวแนน บุณยธ์ ดิ า สมชยั พรรคประชาธิปัตย์ นายเอกพล ญาวงศ ์ พรรคเพอ่ื ไทย และนายณรงคศ์ กั ดิ์ โกศลั วฒั น์ พรรคพลงั ประชารฐั จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 139,448 คน (ในวันเลือกตง้ั ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตงั้ พบวา่ นายเอกพล ญาวงศ์ พรรคเพอื่ ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 27.7 รองลงมา นางสาวแนน บณุ ย์ธิดา สมชยั พรรคประชาธปิ ัตย์ จะไดค้ ะแนนเสยี ง ร้อยละ 21.7 และ และนายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 19.6 ตามล�ำดับ โดย มีกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบส�ำรวจ ไม่สะดวกท่ีจะให้ข้อมูลกับผู้ช่วยทีมวิจัย และอยู่ระหว่างการตัดสินใจ รวมกันคดิ เปน็ รอ้ ยละ 25.1 (ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 10 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งที่ 8

93 ผลการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร เมอื่ วนั ที่ 24 มนี าคม 2562 จ.อบุ ลราชธานี เขต เลอื กตั้งที่ 8 เขตเลือกตั้งท่ี 8 อ�ำเภอพิบูลมังสาหาร อ�ำเภอสว่างวีระวงศ์ อ�ำเภอสิรินธร (เฉพาะ ต.ฝางค�ำ ต.คนั ไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) ผทู้ ไี่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ คอื นางสาวแนน บณุ ยธ์ ดิ า สมชยั พรรคประชาธปิ ตั ย์ ได้ 24,306 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นายเอกพล ญาวงศ์ พรรคเพอื่ ไทย ได้ 22,989 คะแนน และอนั ดบั สาม คอื นายณรงคศ์ กั ดิ์ โกศลั วฒั น์ พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 21,429 คะแนน ตามล�ำดบั ) จาก จ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 139,448 คน จ�ำนวนผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 100,303 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 71.93 มีจ�ำนวนพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 34 พรรค (ถูกตัดสิทธิไม่ได้รับการประกาศช่ือเป็น ผู้สมคั รรับเลอื กต้ัง 1 พรรค) (รายละเอยี ดดังตาราง) ตารางที่ 8 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกต้งั ที่ 8 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตง้ั จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 26 มีนาคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

94 การศึกษาความเคลอ่ื นไหวทางการเมอื งและพฤตกิ รรมการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จังหวัดอบุ ลราชธานี 9. เขตเลอื กตั้งที่ 9 ผลการส�ำรวจการเลอื กตง้ั (Poll) สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร กอ่ นเลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตงั้ ที่ 9 เขตเลือกต้ังที่ 9 อ�ำเภอบุณฑริก อ�ำเภอนาจะหลวย อ�ำเภอสิรินธร (ยกเว้น ต.ฝางค�ำ ต.คันไร ่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) ส�ำรวจ เมอื่ วนั เสาร์ ที่ 9 มนี าคม 2562 จ�ำนวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง 3,327 ตวั อยา่ ง แยกเก็บข้อมูล 17 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตที่เป็นการแข่งขันกันระหว่าง 3 พรรคการเมือง คือ นายประภูศักด์ิ จินตะเวช พรรคเพื่อไทย นางร�ำพูล ตันติวณิชชานนท์ พรรคพลังประชารัฐ และ นายสุพจน์ วรรณสขุ พรรคภูมิใจไทย จากจ�ำนวนผมู้ ีสทิ ธิเลือกตงั้ 145,067 คน (ในวนั เลอื กต้งั ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กต้ัง พบวา่ นายประภศู ักดิ์ จนิ ตะเวช พรรคเพ่ือไทย จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 52.0 รองลงมา นางร�ำพูล ตันติวณิชชานนท์ พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนเสียง ร้อยละ 28.3 และนายสพุ จน์ วรรณสขุ พรรคภมู ใิ จไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 8.9 ตามล�ำดบั (ตามแผนภาพ) แผนภาพท่ี 11 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกตั้ง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตัง้ ที่ 9

95 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตั้งที่ 9 เขตเลือกต้ังท่ี 9 อ�ำเภอบุณฑริก อ�ำเภอนาจะหลวย อ�ำเภอสิรินธร (ยกเว้น ต.ฝางค�ำ ต.คันไร่ ต.นคิ มสรา้ งตนเองล�ำโดมนอ้ ย) ผทู้ ไี่ ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ คอื นายประภศู กั ด์ิ จนิ ตะเวช พรรคเพอ่ื ไทย ได้ 33,157 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นางร�ำพลู ตนั ตวิ ณชิ ชานนท์ พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 18,579 คะแนน และอันดับสาม คือ นายสุพจน์ วรรณสุข พรรคภูมิใจไทย ได้ 14,518 คะแนน ตามล�ำดับ) จากจ�ำนวน ผ้มู สี ิทธิเลอื กตง้ั 145,067 คน จ�ำนวนผูม้ าแสดงตนขอใช้สทิ ธิเลือกต้ัง 94,307 คน คิดเป็นร้อยละ 65.01 มีจ�ำนวนพรรคท่ีส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังทั้งหมด 36 พรรค (ถูกตัดสิทธิไม่ได้รับการประกาศชื่อเป็นผู้สมัคร รับเลอื กตั้ง 2 พรรค) (รายละเอียดดังตาราง) ตารางที่ 9 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตงั้ ที่ 9 ท่ีมา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 26 มีนาคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

96 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวัดอบุ ลราชธานี 10. เขตเลือกตัง้ ท่ี 10 ผลการส�ำรวจการเลอื กต้งั (Poll) สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร กอ่ นเลือกตัง้ จ.อบุ ลราชธานี เขตเลือกตงั้ ที่ 10 เขตเลอื กตงั้ ท่ี 10 อ�ำเภอน�้ำยืน อ�ำเภอน�้ำขนุ่ อ�ำเภอทงุ่ ศรอี ุดม อ�ำเภอส�ำโรง อ�ำเภอเดชอุดม (เฉพาะ ต.ทงุ่ เทงิ ) ส�ำรวจเมอ่ื วนั จนั ทร์ ที่ 4 มนี าคม 2562 และ วนั พฤหสั บดี ที่ 7 มนี าคม 2562 จ�ำนวน กลุ่มตวั อยา่ ง 3,146 ตัวอยา่ ง แยกเกบ็ ข้อมลู 22 ต�ำบล/เขต อปท. เป็นเขตทเี่ ป็นการแขง่ ขันกนั ระหว่าง 3 กลุม่ พรรคการเมือง ประกอบดว้ ย นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพอื่ ไทย นายประจกั ษ์ แสงค�ำ พรรคพลงั ประชารฐั และนายเตมิ ศรเี นตร พรรคภมู ใิ จไทย จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั 148,435 คน (ในวนั เลอื กตง้ั ) ผลการส�ำรวจกอ่ นเลอื กตง้ั พบวา่ นายสมคดิ เชอื้ คง พรรคเพอื่ ไทย จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 49.7 รองลงมา นายประจกั ษ์ แสงค�ำ พรรคพลงั ประชารฐั จะไดค้ ะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 29.8 และนายเตมิ ศรเี นตร พรรคภมู ิใจไทย จะได้คะแนนเสยี ง รอ้ ยละ 3.2 ตามล�ำดับ (ตามแผนภาพ) แผนภาพที่ 12 ผลการส�ำรวจความนิยมการเลือกต้ัง (Poll) ส.ส. ก่อนวันเลือกต้ัง จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตัง้ ท่ี 10

97 ผลการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เม่ือวันท่ี 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ที่ 10 เขตเลอื กตัง้ ที่ 10 อ�ำเภอน้ำ� ยืน อ�ำเภอน�้ำขุ่น อ�ำเภอทุ่งศรีอดุ ม อ�ำเภอส�ำโรง อ�ำเภอเดชอดุ ม (เฉพาะ ต.ทงุ่ เทงิ ) ผทู้ ไ่ี ดร้ บั ชยั ชนะในการเลอื กตงั้ คอื นายสมคดิ เชอ้ื คง พรรคเพอ่ื ไทย ได้ 36,657 คะแนน (อนั ดบั สอง คอื นายประจกั ษ์ แสงค�ำ พรรคพลงั ประชารฐั ได้ 21,617 คะแนน และอนั ดบั สาม คอื นายเตมิ ศรเี นตร พรรคภมู ใิ จไทย ได้ 10,261 คะแนน ตามล�ำดบั ) จากจ�ำนวนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 148,435 คน จ�ำนวน ผมู้ าแสดงตนขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ 108,287 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 72.95 มจี �ำนวนพรรคทสี่ ง่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ท้ังหมด 37 พรรค (ไม่มีพรรคถูกตัดสิทธิไม่ได้รับการประกาศช่ือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง) (รายละเอียด ดังตาราง) ตารางท่ี 10 ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งท่ี 10 ที่มา : ส�ำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี, 2562 (ข), ประกาศผลคะแนน สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบง่ เขตเลอื กตงั้ จงั หวดั อบุ ลราชธานี (อยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ), สบื คน้ เมอื่ วนั ท่ี 26 มีนาคม 2562, จาก https://www.ect.go.th/ubonratchathani/ewt_dl_link.php?nid=425

98 การศึกษาความเคล่อื นไหวทางการเมอื งและพฤติกรรมการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2562 จงั หวัดอุบลราชธานี ภาพท่ี 4-5 การใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร เมอื่ วนั ที่ 24 มนี าคม 2562 จ.อบุ ลราชธานี เขตเลอื กตง้ั ท่ี 3 (หนว่ ยเลอื กตงั้ บา้ นคำ� เจรญิ หมู่ 1 ต.แสนสขุ และหนว่ ยเลอื กตงั้ ณ วดั ผาสกุ าราม อ.วารินช�ำราบ ตามลำ� ดบั )

99